ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
ชื่อหนังสือ : ฮาลา - บาลา สมู่ รดกโลก
(HALA - BALA Wildlife to World Heritage)
เรยี บเรียง : ปราณชลี
เลขมาตรฐานสากลหนังสือ : ๙๗๘-๖๑๖-๔๗๙-๐๑๓-๑
พมิ พค์ รง้ั แรก : มีนาคม ๒๕๖๔
จ�ำนวนพมิ พ์ : ฉบับภาษาไทย ๕๐๐ เลม่ ภาษาองั กฤษ ๕๐๐ เลม่
คณะทป่ี รึกษา : ผศ.ดร.สมบตั ิ โยธาทพิ ย์ อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
ดร.นริ นั ดเ์ิ กยี รติ ลวิ่ คณุ ปู การ รองอธกิ ารบดี
(ฝา่ ยนโยบายและแผน) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
ผศ.ดร.ฐานกลุ กฏุ ภิ กั ดี ผชู้ ว่ ยอธกิ ารบดี
(ฝา่ ยสทิ ธปิ ระโยชนแ์ ละรายได)้ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
บรรณาธกิ ารบริหาร : นายชมุ ศักด์ิ นรารตั นว์ งศ์
คณะบรรณาธิการ : นางสาวอลษิ า ดาโอ๊ะ นายดูลรอมนั สะนิ
นายอรรณพ เจ๊ะสุโหลง นายมฮุ าบ กลุ ยวุฒภิ กั ด์ิ
ผู้ประสานงาน : นางสาวเซยี นทิพย์ รตั นทอง อาจารยช์ ินวัจน์ งามวรรณากร
ภาพปก : นายสมพล ผจงวงศ์ และ ดิจิทัลกราฟิกโดย อลิษา ดาโอะ๊
ภาพประกอบ : ด.ต.ปรมนิ ทร์ นาทองเจรญิ สขุ นายปรดี า เทยี นสง่ รศั มี
นายไกรกร แซล่ ก นายสมพล ผจงวงศ์ นายซไู ฮมี มนี า
นายธีรชัย ดงั ศรเี ทศ นายนรู ฮีซาม บนิ มามุ แสนดี เฌอบูโด
ปราณชลี นกเสรี
ออกแบบปก-รปู เล่ม : เดียร์ดีไซน์
พสิ จู นอ์ ักษร : พชั รนิ ทร์ เวชสทิ ธ์ิ
พิมพท์ ่ี : หสม.พงศ์นราการพมิ พ์ โทร. ๐๙ ๐๗๑๘ ๖๗๑๔
จัดท�ำโดย : ศนู ย์ส่งเสริมและพฒั นาทอ้ งถน่ิ มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา
อาคาร ๔ ชน้ั ๑ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา เลขที่ ๑๓๓ ถนน
เทศบาล ๓ ต�ำบลสะเตง อำ� เภอเมือง จังหวัดยะลา ๙๕๐๐๐
อเี มล : [email protected] เวบ็ ไซต์ : https://lpdc.yru.ac.th/
พลเอก ประวติ ร วงษส์ วุ รรณ
รองนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เห็นชอบ
นโยบายปา่ ไมแ้ หง่ ชาติ เพอ่ื ใหป้ ระเทศไทยมกี ารบรหิ ารจดั การพน้ื ทปี่ า่ ไมใ้ ห้
มคี วามสมดลุ กบั ระบบนเิ วศ และการใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยงั่ ยนื รวมทง้ั หยดุ ยง้ั
และปอ้ งกนั การทำ� ลายทรพั ยากรปา่ ไม้ สตั วป์ า่ และความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ควบคไู่ ปกบั การสง่ เสรมิ การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู และใช้
ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งเหมาะสม ยง่ั ยนื และเปน็ ธรรม ตลอด
จนเพอ่ื ใหร้ ะบบจดั การทรพั ยากรปา่ ไมม้ ปี ระสทิ ธภิ าพบนพน้ื ฐานองคค์ วามรู้
และนวตั กรรม รวมทง้ั สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปดี า้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ ร
ต่อสิ่งแวดล้อมเพ่ือให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนในทุก
มติ ิ และเพอ่ื สรา้ งความมน่ั คงทางทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการอยรู่ ว่ มกนั กบั
ปา่ อยา่ งยง่ั ยนื
กลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา เปน็ ผนื ปา่ ดงดบิ ชน้ื ทส่ี ำ� คญั เปน็ ระบบนเิ วศ
ทางธรรมชาตขิ นาดใหญท่ ม่ี ตี น้ ทนุ ของความสมบรู ณท์ างทรพั ยากรธรรมชาติ
๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
เปน็ ทรี่ วมการกระจายของพรรณไมป้ า่ หายากนานาชนดิ และเปน็ เขตรกั ษา
พนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ซงึ่ เปน็ หวั ใจสำ� คญั ของคนในพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละ
คนไทยทกุ คน รวมทง้ั มคี วามสำ� คญั เชงิ สงิ่ แวดลอ้ ม เศรษฐกจิ สงั คม และ
ความผกู พนั กบั วถิ ชี วี ติ ของคนในชมุ ชน ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความสมดลุ ในการอนรุ กั ษ์
ดแู ลและการอยรู่ ว่ มกนั ของคนในชมุ ชนกบั ทรพั ยากรปา่ ไมอ้ ยา่ งยง่ั ยนื นบั
เปน็ เรอื่ งนา่ ยนิ ดอี ยา่ งยงิ่ ทท่ี กุ ภาคสว่ น ภายใตค้ วามรว่ มมอื ของสถาบนั การ
ศกึ ษา หนว่ ยงานราชการ องคก์ รทงั้ ภาครฐั และเอกชน รวมถงึ ภาคประชาชน
ตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการอนรุ กั ษป์ า่ ไม้ และรว่ มกนั ขบั เคลอ่ื นให้ “ผนื
ปา่ ฮาลา-บาลา” ไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ อทุ ยานมรดกแหง่ อาเซยี นและแหลง่
มรดกโลก
การจดั ทำ� หนงั สอื เรอื่ ง ฮาลา - บาลา สมู่ รดกโลก (HALA - BALA
Wildlife to World Heritage) ทศิ ทางขบั เคลอื่ น “ฮาลา - บาลา” สกู่ ลมุ่
ผนื ปา่ มรดกอาเซยี นขา้ มแดน และ “มรดกโลก” เลม่ นี้ จะเปน็ การจดุ ประกาย
ใหส้ าธารณชนไดร้ บั ทราบถงึ ความสำ� คญั ของผนื ปา่ นำ� ไปสคู่ วามรกั ความ
หวงแหน และความตงั้ ใจทจ่ี ะชว่ ยกนั อนรุ กั ษ์ ดแู ลทรพั ยากรปา่ ไมข้ องประเทศ
อยา่ งเขม้ แขง็ เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาผนื ปา่ ของประเทศไทยอยา่ งยง่ั ยนื ตลอดไป
(พลเอก ประวติ ร วงษส์ วุ รรณ )
รองนายกรฐั มนตรี
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๗
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อม
นโยบายดา้ นการจดั การปา่ ไมภ้ ายใตน้ โยบายปา่ ไมแ้ หง่ ชาติ พ.ศ.
๒๕๖๒ กำ� หนดใหป้ ระเทศไทยมพี น้ื ทปี่ า่ ไมท้ ว่ั ประเทศอยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ ๔๐
ของพน้ื ทป่ี ระเทศ แบง่ เปน็ ปา่ อนรุ กั ษไ์ มน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๒๕ และปา่ เศรษฐกจิ
และปา่ ชมุ ชนไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๑๕ ของพน้ื ทป่ี ระเทศ โดยกำ� หนดใหเ้ พมิ่ และ
พฒั นาพนื้ ทป่ี า่ ไมใ้ หไ้ ดต้ ามเปา้ หมาย ทง้ั น้ี กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สงิ่ แวดลอ้ ม เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สง่ิ แวดลอ้ มทง้ั ระบบ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเปน็ เอกภาพ บรรลเุ ปา้ หมายทกี่ ำ� หนดใน
นโยบายปา่ ไมแ้ หง่ ชาติ รวมทง้ั ใหป้ ระชาชนสามารถใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากร
ปา่ ไมอ้ ยา่ งเหมาะสม ควบคกู่ บั การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู ใหเ้ กดิ ความสมดลุ อยา่ งยง่ั ยนื
ปา่ ฮาลา-บาลา เปน็ ปา่ ดบิ ชนื้ บรเิ วณเทอื กเขาสนั กาลาครี ี ตามแนว
ชายแดนไทย-มาเลเซยี จดั เปน็ ๑ ใน ๑๙ กลมุ่ ปา่ ทส่ี ำ� คญั ของประเทศไทย มี
พนื้ ทที่ ง้ั หมด ๓๙๑,๖๘๙ ไร่ เนอื่ งจากเปน็ ปา่ ดบิ ชนื้ หรอื ปา่ ฝนเมอื งรอ้ นทอ่ี ดุ ม
สมบรู ณม์ าก และมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพสงู ทง้ั พนั ธพ์ุ ชื และพนั ธส์ุ ตั ว์
ปา่ หายาก มสี ตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมมากถงึ ๕๔ ชนดิ เชน่ กระทงิ กระซู่ สมเสรจ็
และยงั เปน็ ถนิ่ อาศยั ของนกเงอื กถงึ ๑๐ ชนดิ จากทงั้ สน้ิ ๑๓ ชนดิ ทพ่ี บไดใ้ น
๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ประเทศไทย ถอื เปน็ ผนื ปา่ ดบิ ชนื้ ทก่ี วา้ งขวางและใหญท่ สี่ ดุ ของคาบสมทุ ร
มลายู มเี อกลกั ษณแ์ ละความหลากหลายไมเ่ หมอื นทใ่ี ด จนไดร้ บั การขนาน
นามวา่ เปน็ “แอมะซอนแหง่ อาเซยี น”
หนงั สอื ฮาลา - บาลา สมู่ รดกโลก (HALA - BALA Wildlife to
World Heritage) ทิศทางขับเคลื่อน “ฮาลา-บาลา” สู่กลุ่มผืนป่ามรดก
อาเซยี น และ “มรดกโลก” เปน็ เพยี งสว่ นหนง่ึ ทสี่ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ ความอดุ ม
สมบรู ณข์ องผนื ปา่ ซงึ่ เปน็ ระบบนเิ วศทางธรรมชาตขิ นาดใหญ่ เพอื่ จะนำ� ไป
สเู้ ปา้ หมายสำ� คญั คอื การผลกั ดนั ให้ “ฮาลา-บาลา” เปน็ ผนื ปา่ ทไ่ี ดร้ บั การ
ประกาศใหเ้ ปน็ “มรดกโลก” เพอื่ ใหพ้ น้ื ทที่ ม่ี คี วามสำ� คญั แหง่ นเี้ ปน็ ทร่ี บั รู้
ในระดับสากลมากข้ึน ประชาชนในพ้ืนที่เกิดจิตส�ำนึกร่วมกันในการดูแล
รกั ษาเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสมดลุ ในมติ ริ ะบบนเิ วศ ทง้ั ผคู้ น ทรพั ยากรธรรมชาติ
วฒั นธรรม กอ่ ใหเ้ กดิ “สนั ตสิ ขุ ” รว่ มกนั ระหวา่ งมนษุ ยด์ ว้ ยกนั เองและระหวา่ ง
มนษุ ยก์ บั ธรรมชาติ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการขนึ้ ทะเบยี นเปน็ อทุ ยานมรดก
แหง่ อาเซยี น (ASEAN Heritage Parks) หรอื มรดกโลก ในอนั ทจี่ ะทำ� ใหเ้ กดิ
การบรหิ ารจดั การพน้ื ทค่ี มุ้ ครองอยา่ งมรี ะบบ ลดปญั หาความขดั แยง้ ของการ
ใชท้ รพั ยากรธรรมชาตใิ นพน้ื ท่ี เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจและการมสี ว่ น
รว่ มของชมุ ชนและผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทกุ ระดบั รวมถงึ เปน็ แหลง่ ศกึ ษาคน้ ควา้
หาความรเู้ ชงิ นเิ วศทส่ี ำ� คญั ตอ่ ไป
(นายวราวธุ ศลิ ปอาชา)
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากร
ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๙
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สมบตั ิ โยธาทพิ ย์
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
“ฮาลา-บาลา” คอื ผนื ปา่ ทม่ี คี า่ ยงิ่ ของพนื้ ทจี่ งั หวดั ภาคใตช้ ายแดน
ในฐานะปา่ ดบิ ชน้ื หรอื ปา่ ฝนเขตรอ้ น (Tropical Rain Forest) พนื้ ทใี่ หญส่ ดุ
บนคาบสมทุ รมลายเู มอื่ นำ� พน้ื ทไี่ ปรวมกบั แนวปา่ ตอ่ เนอ่ื งของปา่ เบอลมหรอื
ปา่ เบลมุ่ (Berum) รฐั เประ ตอนเหนอื ของประเทศมาเลเซยี ผนื ปา่ แหง่ นมี้ ี
ความอดุ มสมบรู ณแ์ ละความหลากหลายทางชวี ภาพเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะที่
ถอื เปน็ ๑ ใน ๓ ปา่ ฝนเขตรอ้ นทมี่ อี ยบู่ นโลก ไดแ้ ก่ ปา่ เขตรอ้ นแถบอเมรกิ า
ปา่ เขตรอ้ นแถบทวปี แอฟรกิ า และปา่ เขตรอ้ นแถบทวปี เอเชยี โดยสว่ นของผนื
ปา่ ฮาลา-บาลาฝง่ั ประเทศไทย มพี น้ื ทคี่ าบเกยี่ วเปน็ กลมุ่ ผนื ปา่ สำ� คญั ๓ แหง่
ประกอบดว้ ย สว่ นท่ี ๑ “เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา” สว่ นท่ี ๒ คอื
“สวนปา่ พระนามาภไิ ธย ภาคใต้ สว่ นที่ ๒ (ปา่ บาลา-ฮาลา)” หรอื โครงการ
อนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละสตั วป์ า่ สวนปา่ พระนามาภไิ ธยภาคใต้ พน้ื ทสี่ ว่ นที่ ๒
สว่ นท่ี ๓ พน้ื ทใี่ นเขต “อทุ ยานแหง่ ชาตบิ างลาง” และรวมถงึ ผนื ปา่ สำ� คญั
อน่ื ๆ อกี หลายแหง่
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาท้องถ่ิน
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา ไดต้ ระหนกั และเหน็ ถงึ ความสำ� คญั ในการแสวงหา
๑๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
แนวทางรว่ มกนั อนรุ กั ษด์ แู ลกลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลาใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื จงึ ทำ�
หนา้ ทเี่ ปน็ แกนกลางผลกั ดนั ใหม้ กี ารรว่ มกนั ดแู ลรกั ษาผนื ปา่ แหง่ นี้ รวมถงึ ได้
รบั การยอมรบั ในระดบั นานาชาติ โดยเรมิ่ ตน้ ประสานและจดั เตรยี มเอกสาร
นำ� เสนอ นายอาดลิ นั อาลอี สิ เฮาะ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร เขต ๑ จงั หวดั
ยะลา พรรคพลงั ประชารฐั เพอ่ื ตง้ั กระทรู้ ะหวา่ งการประชมุ สภาผแู้ ทนราษฎร
เรอ่ื งการผลกั ดนั ใหป้ า่ ฮาลา-บาลา เปน็ มรดกโลก เมอื่ เดอื นมถิ นุ ายน ๒๕๖๓
ปรากฏวา่ ไดร้ บั ความสนใจอยา่ งกวา้ งขวางทง้ั จากสอื่ มวลชน นกั วชิ าการ และ
ประชาชนโดยทวั่ ไป จากนไี้ ปจงึ มปี ระเดน็ ทต่ี อ้ งมกี ารศกึ ษา เผยแพร่ ผลกั ดนั
อาศยั เครอื ขา่ ยความรว่ มมอื เพอ่ื ผลกั ดนั ใหก้ ลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา ไดร้ บั การ
ประกาศเปน็ “มรดกอาเซยี นขา้ มแดน” แหง่ แรกของอาเซยี น และเปน็ “มรดก
โลก” ในทสี่ ดุ ผา่ นการเตรยี มการ วางแผน อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนและตอ่ เนอื่ ง ดว้ ย
ความรว่ มมอื รว่ มใจจากทกุ ฝา่ ย
เนื้อหาในหนังสือเล่มน้ี จัดท�ำข้ึนเพ่ือประมวลข้อมูลพื้นฐาน จุด
เดน่ เกยี่ วกบั ผนื ปา่ ฮาลา - บาลา และกลมุ่ ผนื ปา่ โดยรอบ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม
และเปน็ ระบบ จะไดเ้ ปน็ เอกสารเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธค์ วามสำ� คญั ของผนื
ปา่ ฮาลา-บาลาสสู่ าธารณชนวงกวา้ งมากขนึ้ ผา่ นการระดมความคดิ เหน็ และ
แนวทางการดำ� เนนิ งานจากตวั แทนภาคสว่ นตา่ งๆ นำ� ไปสคู่ วามเขา้ ใจและ
รว่ มใจขบั เคลอ่ื นผนื ปา่ ฮาลา-บาลาสมู่ รดกอาเซยี นและมรดกโลก ตามเปา้
หมายทว่ี างไวร้ ว่ มกนั
(ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สมบตั ิ โยธาทพิ ย)์
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๑๑
นายชัยสทิ ธ์ิ พานิชพงศ์
ผวู้ ่าราชการจงั หวัดยะลา
ผนื ปา่ “ฮาลา-บาลา” มอี าณาบรเิ วณพนื้ ทอ่ี นั กวา้ งใหญล่ กั ษณะ
เปน็ ทวิ เขาสงู สลบั ซบั ซอ้ น ความสงู จากระดบั นำ้� ทะเล ๑๐๐-๑,๔๖๖ เมตร
เป็นป่าดงดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อนท่ีมีความชื้นสูงตลอดปี ครอบคลุมท้ัง
พน้ื ทจ่ี งั หวดั ยะลาและนราธวิ าส ในนาม “เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา”
เนอ้ื ทที่ ง้ั สนิ้ ประมาณ ๓๙๑,๖๘๙ ไร่ สว่ นทเ่ี รยี กวา่ “ปา่ ฮาลา” คอื สว่ นของ
ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา และทอ้ งทต่ี ำ� บลจะแนะ อำ� เภอ
จะแนะ จงั หวดั นราธวิ าส นอกจากนใี้ นพนื้ ทจี่ งั หวดั ยะลายงั มผี นื ปา่ สำ� คญั
มากคณุ คา่ อกี หลายแหง่ โดยเฉพาะทส่ี ำ� คญั เชน่ “อทุ ยานแหง่ ชาตบิ างลาง”
พน้ื ท่ี ๑๖๓,๑๒๕ ไร่ (๒๖๑ ตร.กม.) ทง้ั สว่ นผนื ดนิ บนบกและในนำ�้ ครอบคลมุ
พน้ื ที่ ๓ อำ� เภอ คอื อำ� เภอบนั นงั สตา อำ� เภอธารโต และอำ� เภอเบตง รวมถงึ
ปา่ สงวนแหง่ ชาตอิ กี ๑๑ ปา่ พน้ื ที่ ๖๖๘,๐๐๐ ไร่ ปา่ เตรยี มสงวนอกี ๒ ปา่
พน้ื ทปี่ ระมาณ ๓๑๙,๐๐๐ ไร่
๑๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ความสำ� คญั ของผนื ปา่ เหลา่ นี้ คอื แหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาติ เปน็
ทอี่ ยอู่ าศยั ของสตั วป์ า่ พนั ธพ์ุ ชื และชมุ ชนรอบขา้ งในพนื้ ทร่ี อยตอ่ ไดอ้ าศยั
ประโยชนใ์ นการดำ� เนนิ วถิ ชี วี ติ ประจำ� วนั มายาวนาน จงึ เปน็ เรอื่ งนา่ ยนิ ดอี ยา่ ง
ยง่ิ หากทกุ คนทกุ ฝา่ ยจะรว่ มมอื กนั ดแู ลรกั ษาผนื ปา่ แหง่ นใ้ี หค้ งอยสู่ บื ไปชว่ั ลกู
ชว่ั หลาน เปน็ สมบตั ขิ องแผน่ ดนิ และของโลก
การผลกั ดนั ใหก้ ลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา - บาลาเปน็ มรดกอาเซยี นขา้ มแดน
และกา้ วไกลไปจนถงึ เปน็ มรดกโลก คงตอ้ งใชเ้ วลาอกี ยาวนานในการศกึ ษา
เตรยี มการ ประการสำ� คญั คอื การดำ� เนนิ งานทกุ อยา่ งตอ้ งเปดิ กวา้ ง อาศยั
เครือข่ายความร่วมมือและการยอมรับจากชุมชนและภาคประชาชนอย่าง
แท้จริง เพื่อยกระดับผืนป่าที่ได้รับสมญานามว่าอเมซอนแห่งอาเซียนให้
ประทบั อยใู่ นใจทกุ คนทงั้ ระดบั พน้ื ท่ี ระดบั ประเทศ และในระดบั สากล
(นายชยั สทิ ธ์ิ พานชิ พงศ)์
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ยะลา
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๑๓
นายเจษฏา จติ รัตน์
ผ้วู า่ ราชการจังหวดั นราธิวาส
จงั หวดั นราธวิ าส มพี นื้ ทท่ี งั้ สว่ นทต่ี ดิ ชายฝง่ั ทะเลตะวนั ออก และ
ปา่ ไมฝ้ ง่ั ตะวนั ตก ปา่ ไมท้ สี่ ำ� คญั เชน่ อทุ ยานแหง่ ชาตบิ โู ด-สไุ หงปาดี พนื้ ที่
๒๙๔ ตารางกโิ ลเมตร ครอบคลมุ ทง้ั พนื้ ทนี่ ราธวิ าส ยะลา และปตั ตานี มปี า่
ชมุ ชนรวม ๑๖ แหง่ ประการสำ� คญั พนื้ ทปี่ า่ ทง้ั หมดอยใู่ นสว่ นของสวนปา่
พระนามาภไิ ธย สว่ นท่ี ๒ (ปา่ บาลา - ฮาลา) ผนื ปา่ ขนาดใหญค่ รอบคลมุ พนื้ ท่ี
อาํ เภอเบตง อาํ เภอธารโต อาํ เภอบนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา และ อาํ เภอศรสี าคร
อาํ เภอสคุ ริ นิ อาํ เภอจะแนะ จงั หวดั นราธวิ าส เนอ้ื ทที่ ง้ั สน้ิ ๘๓๖,๐๐๐ ไร่ เปน็
เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ประมาณ ๖๘๗,๕๐๐ ไร่
สว่ นของผนื ปา่ ซง่ึ ไดร้ บั การประกาศเปน็ เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-
บาลานน้ั สำ� นกั งานเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา - บาลา ตง้ั อยทู่ บี่ า้ นบาลา หมทู่ ่ี
๕ ตำ� บลโละจดู อำ� เภอแวง้ จงั หวดั นราธวิ าส มเี นอ้ื ทป่ี ระมาณ ๓๙๑,๖๘๙ ไร่
โดย “ปา่ บาลา” ครอบคลมุ พนื้ ทต่ี ำ� บลแวง้ ตำ� บลแมด่ ง ตำ� บลโละจดู อำ� เภอ
แวง้ ตำ� บลมาโมง ตำ� บลภเู ขาทอง อำ� เภอสคุ ริ นิ จงั หวดั นราธวิ าส “ปา่ ฮาลา”
อยใู่ นทอ้ งทตี่ ำ� บลจะแนะ อำ� เภอจะแนะ จงั หวดั นราธวิ าส ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง
อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา ผนื ปา่ แหง่ นม้ี ลี กั ษณะเดน่ และแตกตา่ งไปจากปา่ ดง
๑๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ดบิ อนื่ ทพ่ี บในประเทศไทย คอื มชี นดิ พรรณไมพ้ เิ ศษเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั
เรยี กวา่ “เรดเมอแรนต”ี หรอื พรรณไมแ้ บบมาเลเซยี ซงึ่ จะไมพ่ บในปา่ แหลง่
อน่ื ๆ ของประเทศไทย ตวั อยา่ งเชน่ สยาเหลอื ง สยาขาว หมากออ่ น ตะเคยี น
ชนั ตาแมว ปาลม์ บงั สรู ย์ ฯลฯ นอกจากนย้ี งั มสี ตั วป์ า่ หายาก เชน่ ฝงู กระทงิ
ชา้ งปา่ เสอื โครง่ เลยี งผา สมเสรจ็ นกเงอื ก กระซู่ และทส่ี ำ� คญั คอื “นกเงอื ก”
ซงึ่ มอี ยถู่ งึ ๑๐ ชนดิ จากทม่ี ใี นประเทศไทย ๑๓ ชนดิ รวมถงึ ปรากฏวถิ ชี วี ติ
คนพน้ื เมอื งดงั้ เดมิ กลมุ่ ชาตพิ นั ธเ์ุ นกรโิ ต (Negrito) หรอื เซมงั (Semang) ท่ี
ถกู เรยี กวา่ โอรงั อสั ลี (Orang Asli) อยหู่ ลายกลมุ่ ปจั จบุ นั อาศยั อยใู่ นเขตปา่
พนื้ ทเี่ ขตอำ� เภอจะแนะและอำ� เภอศรสี าคร
ช่วงท่ีผ่านมาผืนป่าเหล่าน้ีได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว นัก
อนรุ กั ษ์ นกั นยิ มทอ่ งไพร มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง กลายเปน็ พนื้ ทข่ี องการเรยี นรู้
สำ� คญั ขณะเดยี วกนั ชมุ ชนกไ็ ดใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากผนื ปา่ หลากหลายดา้ นเชน่
กนั ดงั นน้ั หากพวกเราทกุ คนสามารถรว่ มกนั ผลกั ดนั กลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา
ใหเ้ ปน็ มรดกอาเซยี นขา้ มแดนและเปน็ มรดกโลกไดแ้ ลว้ นอกจากจะเปน็ การ
รว่ มอนรุ กั ษผ์ นื ปา่ แหง่ นใ้ี หม้ คี วามสมบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ ไป ยงั จะกลายเปน็ แหลง่ ทอ่ ง
เทย่ี วและแหลง่ ศกึ ษาธรรมชาตทิ ส่ี ำ� คญั ในอนาคตตอ่ ไป
(นายเจษฏา จติ รตั น)์
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นราธวิ าส
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๑๕
สาร : พลเอก ประวิทย์ วงษ์สวุ รรณ รองนายกรฐั มนตรี ๖
สาร : นายวราวธุ ศลิ ปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ๘
สาร : ผศ.ดร.สมบตั ิ โยธาทิพย์ อธกิ ารบดมี หาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา (มรย.) ๑๐
สาร : นายชยั สทิ ธิ์ พานิชพงศ์ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั ยะลา ๑๒
สาร : นายเจษฏา จิตรตั น์ ผ้วู ่าราชการจังหวัดนราธวิ าส ๑๔
บทนำ� ฮาลา-บาลา ส่มู รดกโลก
ภาคแรก ขอ้ มลู ส�ำคัญกล่มุ ผืนปา่ ฮาลา-บาลา ๒๕
• ต้นทุนทางธรณวี ิทยาและโบราณคดี ๓๗
• วถิ มี นุษยย์ คุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์ ๓๗
• เนกริโต – เซมงั - โอรังอสั ลี : คนพน้ื เมืองด้งั เดิม ๔๒
• ตน้ ก�ำเนิดแมน่ ้ำ� สายธารสำ� คญั หลอ่ เลยี้ งชีวติ ผู้คน ๔๖
• เสน้ ทางการค้าโบราณเชื่อมโลกตะวนั ออก-ตะวันตก ๕๒
• “ฮาลา” หมบู่ ้านในต�ำนานกลางผนื ป่า ๕๕
• รอ่ งรอยพนื้ ทเี่ คลอ่ื นไหวของอดตี สมาชกิ พรรคคอมมวิ นสิ ตม์ ลายา (พคม.) ๕๙
• บางลาง : ทะเลสาบบนภเู ขา ๖๔
• บา้ นของตน้ ไมแ้ ละคนรกั ป่า ๖๘
• กระทงิ นกเงือก ช้างป่า และ “รอยตนี กระซ่”ู ๗๔
๘๔
ภาคสอง เส้นทางสู่ “มรดกอาเซยี นขา้ มแดน” และ “มรดกโลก” ๙๑
• กอ่ นจะส้ินมนตข์ ลัง ร่วมผนึกกำ� ลงั อนรุ ักษป์ ่า ๙๒
• กระท้ถู ามเรอ่ื งการผลักดนั ให้ปา่ ฮาลา-บาลาเปน็ มรดกโลก ๙๗
• แนวคิด “ชมุ ชนมสี ว่ นร่วม” ๙๙
• เกณฑก์ ารพจิ ารณาพนื้ ทใ่ี หไ้ ดข้ นึ้ บญั ชเี ปน็ “มรดกอาเซยี น”และ“มรดกโลก” ๑๐๓
• สรปุ แผนเส้นทางสมู่ รดกโลก ๑๐๙
ภาคสาม นานาทัศนะเพื่อเปา้ หมายเดียวกนั ๑๑๗
• ศ.ดร.กฤษณา ไกรสนิ ธ์ุ ผูไ้ ดร้ บั รางวลั นักวทิ ยาศาสตร์โลก /รางวัล ๑๒๐
แมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจ�ำปี ๒๕๕๒ ๑๒๒
• พลเอกมณี จนั ทร์ทพิ ย์ ผู้แทนพเิ ศษรฐั บาล ๑๒๔
• ดร.นริ นั ด์เิ กยี รติ ลิว่ คณุ ูปการ รองอธกิ ารบดีฝ่ายนโยบายและแผน ๑๒๖
มหาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา ๑๒๘
• นายอารี หนชู ูสุข ปลัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำบลอยั เยอร์เวง ๑๓๐
• นายมะฮะอมู รี ี ยนู ์ุ ผใู้ หญบ่ า้ นหมู่ ๕ บา้ นบาลา ตำ� บลโละจดู อำ� เภอ ๑๓๕
แว้ง จงั หวัดนราธวิ าส
• นายณรงคฤ์ ทธ์ิ ท่งุ ปรือ ผอู้ ำ� นวยการอทุ ยานธรณโี ลกสตลู
ภาคส่ี มนตเ์ สน่หแ์ หง่ ไพรพฤกษ์
• ๕๐ ภาพเลา่ เร่อื งมหัศจรรย์กลุ่มผืนป่าฮาลา-บาลา
• รายช่ือช่างภาพ
บรรณานกุ รม ๑๙๘
ภาคผนวก ๒๐๑
• เลา่ สกู่ นั ฟงั เรอื่ ง “มรดกโลก” คอื อะไร โดย... ทศั ชล เทพกำ� ปนาท
ทีป่ รกึ ษากรมส่งเสริมวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม
ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา หรอื “เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา” ได้
รบั การขนานนามวา่ “แอมะซอนแหง่ อาเซยี น” เพราะเปน็ ผนื ปา่ ทม่ี คี วาม
อดุ มสมบรู ณย์ งิ่ มลี กั ษณะเปน็ ปา่ ดบิ ชนื้ หรอื ปา่ ฝนเขตรอ้ น (Tropical Rain
Forest) มแี นวเขตตอ่ เน่อื งกบั ป่าเบอลม หรือปา่ เบลมุ่ (Royal Belum
State Park) รฐั เปรัค ตอนเหนือของประเทศมาเลเซยี เมือ่ รวมพ้นื ท่ปี ่า
เข้าด้วยกัน จัดได้ว่าเป็น “ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่สุดบนคาบสมุทรมลายู”
และเป็น ๑ ใน ๓ ของปา่ ฝนเขตร้อนทมี่ ีอย่บู นโลก ได้แก่ ปา่ ฝนเขตรอ้ น
แถบทวีปอเมริกา ป่าฝนเขตร้อนแถบทวีปแอฟริกา และป่าฝนเขตร้อน
แถบทวปี เอเชยี
ดว้ ยความยงิ่ ใหญข่ องผนื ปา่ ฮาลา - บาลา และกลมุ่ ผนื ปา่ ตอ่ เนอื่ ง
แงห่ นง่ึ ไดส้ รา้ งสรรคส์ ง่ิ ดๆี มากมายใหค้ นในพน้ื ทไ่ี ดใ้ ชป้ ระโยชน์ แตข่ ณะ
เดยี วกนั ในอีกด้านหนึง่ ผืนป่าแหง่ นี้กลับถูกบกุ รุกทำ� ลายลงไปเรอ่ื ยๆ ทัง้
การตัดไม้ท�ำลายป่า การล่าสัตว์ การแย่งชิงทรัพยากร คนบางกลุ่มบาง
พวกมุง่ แผว้ ถางป่าเพื่อครอบครองที่ดนิ ฯลฯ ดังปรากฏเปน็ ขา่ วทั้งในสือ่
กระแสหลักและผา่ นสังคมออนไลน์ (Social Media) อยเู่ ป็นระยะ
นอกจากน้ี การที่ผืนป่าฮาลา-บาลา (Hala-Bala Wildlife)
เป็นป่าผืนเดียวกันกับป่าเบลุ่มหรือป่าเบอลม ฝั่งรัฐเปรัค มาเลเซีย ซึ่ง
๒๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ทางรัฐบาลมาเลเซียได้ด�ำเนินการเสนอให้ “อุทยานแห่งรัฐรอยัลเบอลม”
(Royal Belum State Park) เป็นมรดกโลก โดยได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบ้ือง
ตน้ (Tentative) เมอ่ื ปี ๒๕๖๐ (ค.ศ.๒๐๑๙) หากฝง่ั ประเทศไทยยงั เพกิ เฉย
ไม่เคลื่อนไหวประการใด อาจส่งผลกระทบตามมาอีกมากมาย แทนที่จะ
เร่งแสวงหาแนวทางร่วมอนุรักษ์ผืนป่ารอยต่อส�ำคัญไปด้วยกัน เพ่ือให้เป็น
“มรดกอาเซียนขา้ มแดน” และเป็น “มรดกโลก” ร่วมกนั
การเกิดข้ึนของหนังสือ “ปา่ ฮาลา - บาลา สู่มรดก” (HALA - BALA
Wildlife to World Heritage) เปน็ เพยี งการจดุ ประกายใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งไดก้ ลบั
มาทบทวนแนวทางดแู ลรกั ษาผนื ปา่ แหง่ นใี้ หค้ งอยสู่ บื ไป ไมว่ า่ จะดว้ ยการผลกั
ดนั ใหเ้ ปน็ มรดกอาเซยี นขา้ มแดนหรอื มรดกโลก หรอื เปน็ ไปดว้ ยวธิ กี ารอน่ื ใด
ก็ตามทเ่ี หน็ ว่าเหมาะสม
หากทวา่ สง่ิ สำ� คญั ทส่ี ดุ คอื การเปดิ โอกาสใหช้ มุ ชนหรอื ประชาชนใน
พน้ื ทมี่ สี ว่ นรว่ มตดั สนิ ใจอนาคตของตนเอง ผา่ นการปรกึ ษาหารอื กบั สถาบนั
การศกึ ษา นักวชิ าการ นกั อนรุ ักษ์ นักกจิ กรรมทางสงั คม หรอื หน่วยงานรบั
ผดิ ชอบโดยตรง เพือ่ ร่วมขบั เคลอ่ื นการดแู ลรกั ษากลมุ่ ผืนปา่ ฮาลา-บาลา ให้
เกดิ ประโยชน์สูงสดุ และนำ� ไปสคู่ วามยั่งยนื สบื ไป
คณะผ้จู ัดท�ำ
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๒๑
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
๒๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ในฐานะป่าดบิ ช้ืนหรือป่าฝนเขตรอ้ น (Tropical Rain Forest)
ซึ่งมีพ้ืนท่ีใหญ่สุดบนคาบสมุทรมลายูเมื่อน�ำพื้นที่ไปรวมกับแนวป่าต่อ
เนอ่ื งของปา่ เบอลมหรอื ปา่ เบลมุ่ (Belum) รัฐเปรคั ทางตอนเหนือของ
ประเทศมาเลเซยี “ฮาลา-บาลา” จงึ เปน็ กลมุ่ ผนื ปา่ ทมี่ คี ณุ คา่ ยงิ่ ของพน้ื ท่ี
จงั หวดั ภาคใตช้ ายแดน มคี วามทบั ซอ้ นและเกยี่ วขอ้ งกบั ชอื่ ทเี่ ปน็ ทางการ
อยู่ ๓ ชอ่ื คอื ๑.เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา ๒.อทุ ยานแหง่ ชาตบิ าง
ลาง และ ๓.สวนป่าพระนามาภไิ ธย ภาคใต้ สว่ นท่ี ๒ (ปา่ บาลา-ฮาลา)
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๒๕
สว่ นท่ี ๑ พ้นื ทีใ่ นเขต “อุทยานแห่งชาติบางลาง” เป็นอทุ ยาน
แห่งชาติที่เร่ิมด�ำเนินการส�ำรวจจัดต้ังเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และเป็น ๑
ใน ๕ ของโครงการจัดตง้ั อทุ ยานแหง่ ชาติเพ่ือเฉลิมพระเกียรติ พระบาท
สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕
รอบ วนั ที่ ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ และได้รับการประกาศตามพระราช
กฤษฎีกาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบด้วยบริเวณ
ท่ดี ินปา่ ลาบ-ู ถ�ำ้ ทะลุ และป่าเบตง ในทอ้ งที่ ตำ� บลถ้�ำทะลุ ต�ำบลเขอื่ น
บางลาง อ�ำเภอบนั นงั สตา ต�ำบลแม่หวาด ตำ� บลบ้านแหร อำ� เภอธารโต
และตำ� บลอยั เยอรเ์ วง ตำ� บลยะรม อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา โดยเฉพาะ
ป่าเหนือเขื่อนบางลาง ทะเลสาบ เกาะ ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติ
ทิวทศั นท์ ีส่ วยงาม ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสงู ต่ำ� สลบั ซับซ้อน
อทุ ยานแหง่ ชาตบิ างลาง เปน็ อทุ ยานแหง่ ชาตลิ ำ� ดบั ท่ี ๘๘ ของ
ประเทศไทย ตงั้ อยใู่ นภาคใต้ของประเทศไทย ท้องที่หมูท่ ่ี ๕ ตำ� บลถ�้ำ
ทะลุ อำ� เภอบันนังสตา จังหวัดยะลา มพี ื้นท่รี ับผิดชอบทัง้ หมดประมาณ
๑๖๓,๑๒๕ ไร่ หรือ ๒๖๑ ตร.กม. แยกพ้ืนท่ีทางน้�ำเหนือเขื่อนบาง
ลางประมาณ ๓๑,๒๕๐ ไร่ หรือ ๕๐ ตร.กม. พ้ืนท่ีทางบกประมาณ
๑๓๑,๘๗๕ ไร่ หรือ ๒๑๑ ตร.กม. ครอบคลมุ พน้ื ท่ี ๓ อำ� เภอ คอื อ�ำเภอ
๒๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
บันนงั สตา อ�ำเภอธารโต และอำ� เภอเบตง จงั หวัดยะลา มีอาณาเขตตดิ ตอ่
กนั ดงั น้ี ทิศเหนอื ติด อำ� เภอบนั นงั สตา ตำ� บลถำ้� ทะลุ ต�ำบลเข่ือนบางลาง
ทิศตะวันออก ตดิ เขตรักษาพันธ์สุ ัตว์ปา่ ฮาลา-บาลา ตำ� บลอัยเยอรเ์ วง
อ�ำเภอเบตง ทิศใต้ ตดิ ต�ำบลยะรม ต�ำบลอยั เยอรเ์ วง อำ� เภอเบตง ทศิ
ตะวันตก ตดิ พรมแดนประเทศมาเลเซยี หน่วยงานในพนื้ ที่ ประกอบดว้ ย
หน่วยพิทักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติ ท่ี บล.๑ (บ้านวงั ไทร) หน่วยพิทักษอ์ ทุ ยาน
แหง่ ชาติ ท่ี บล.๒ (น�ำ้ ตกฮาลาซะ) หน่วยพิทกั ษ์อุทยานแหง่ ชาติ ท่ี บล.๓
(บ้านจุฬาภรณ์ ๑๐) หนว่ ยพทิ กั ษอ์ ทุ ยานแห่งชาติ ที่ บล.๔ (นำ้� ตกละออง
รงุ้ )
ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติบางลาง มีความหลาก
หลาย สว่ นใหญเ่ ปน็ ภเู ขาสงู สลบั ซบั ซอ้ น สลบั กบั ทรี่ าบซงึ่ เปน็ ทงุ่ หญา้ มที ง้ั
เปน็ ภเู ขาหนิ ปนู หนิ แกรนติ หนิ อคั นี และหนิ กรวดขนาดใหญ่ และเปน็ ผนื
นำ้� ทกี่ วา้ งใหญ่ เกดิ จากจากการกอ่ สรา้ งเขอ่ื นบางลาง มรี ะดบั ความสงู จาก
ระดบั น�้ำทะเลปานกลาง ต้งั แต่ ๑๐๐-๑,๒๐๐ เมตร ประกอบด้วย เขาฮา
ลา เขาลาซะ เขาบโู ละ และเขาฮนั กลุ สว่ นใหญเ่ ปน็ ดนิ รว่ นปนดนิ เหนยี วมี
ดนิ ลกู รงั เปน็ บางสว่ น เปน็ ตน้ กำ� เนดิ ของแหลง่ นำ�้ หลายสายไหลมาบรรจบ
เปน็ แมน่ ำ้� ปตั ตานี และแมน่ ำ้� สายบรุ ี ประกอบดว้ ยคลองและลำ� หว้ ยหลาย
สาย อาทิ คลองชาลี คลองนีโล คลองกาวะ คลองกือนือฮง คลองโต๊ะโมะ
คลองฮาลา คลองกาบู และคลองฮาลาซะห์
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๒๗
พืชพันธุ์และสัตว์ป่า จากสภาพเป็นป่าประเภทป่าดิบ
ชนื้ ทม่ี คี วามชนื้ สงู ตลอดปี และมปี รมิ าณนำ้� ฝนมากเกอื บตลอด
ปี สภาพปา่ จงึ มสี ภาพเปน็ ปา่ ทบึ มไี มน้ านาชนดิ ขน้ึ อยหู่ นาแนน่
ต้ังแต่เถาวัลย์จนกระท่ังต้นไม้ท่ีมีขนาดใหญ่และสูง ๓๐-๔๐
เมตร มพี รรณไมท้ ส่ี ำ� คญั และมคี า่ หายากขน้ึ อยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก
เชน่ ไมห้ ลมุ พอ ยาง ตะเคยี น สยาขาว สมพง ขนนุ ปา่ งว้ิ มะกอก
ป่า ทัง ตะโก ไม้กลว้ ย ตนี เป็ด ตีนนก ตะแบก ยางน่อง จิกหวา้
นาคบตุ ร หยนี ้ำ� ไม้เนยี น มะยมปา่ ไม้กาลอ นมสาว มะตมู ปา่
ข้หี นอน มะม่วงป่า ศรียะลาหรือโศกเหลอื ง เป็นต้น และพันธ์ุ
เฉพาะถิ่นขึ้นอยู่เป็นจ�ำนวนมาก เช่น ใบไมส้ ีทอง ปาล์มบงั สูรย์
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
เฟิร์นต้น บัวผุด ปุด กระวาน ดาหลา เป็นต้น ส่วนสัตว์ป่า
เน่ืองจากสภาพป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติบางลางมีความอุดม
สมบูรณ์มาก จงึ เป็นทอ่ี าศัยของสตั วป์ ่านานาชนิด ไดแ้ ก่ ช้าง
ป่า เสอื เลียงผา กระทิง ววั แดง สมเสร็จ กวางปา่ เกง้ กระจง
หมปู า่ ลิง คา่ ง ชะนี เม่น นากใหญข่ นเรยี บ ชะมด พงั พอน นก
กางเขนดง นกกรงหัวจุก นกโพระดก นกพญาปากกว้าง นก
เงอื กมอี ยู่ ๑๐ ชนดิ เชน่ นกชนหนิ นกเงอื กปากดำ� นกกาฮัง
เตา่ กงิ้ ก่า จง้ิ เหลน กบภเู ขา และงู เปน็ ตน้ ในบริเวณแหลง่ น�ำ้
มีปลาพวงชมพู ปลาสลาด ปลากด และปลาหมูหางแดง
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
ส่วนที่ ๒ คือ สวนป่าพระนามาภไิ ธย ภาคใต้ สว่ นที่ ๒ (ปา่
บาลา-ฮาลา) หรอื โครงการอนรุ ักษธ์ รรมชาตแิ ละสตั ว์ปา่ สวนปา่ พระ
นามาภไิ ธยภาคใต้ พนื้ ทส่ี ว่ นท่ี ๒ จงั หวดั ยะลา-นราธวิ าส ครอบคลมุ พน้ื ที่
อำ� เภอแวง้ อำ� เภอสคุ ริ นิ อำ� เภอจะแนะ อำ� เภอศรสี าคร จงั หวดั นราธวิ าส
อำ� เภอบนั นงั สตา อำ� เภอธารโต อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา เนอ้ื ทที่ งั้ หมด
๘๓๖,๐๐๐ ไร่ เป็นเขตรกั ษาพันธ์สุ ตั วป์ า่ ประมาณ ๖๘๗,๕๐๐ ไร่ และ
เป็นพ้ืนที่ของป่าบาลา–ฮาลา อ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ
๓๑๘,๙๙๓ ไร่ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดนิคมฯ กือลอง อ�ำเภอ
บันนังสตา อ่างเก็บน้�ำเข่ือนบางลาง พื้นท่ีอ�ำเภอธารโต จังหวัดยะลา
นิคมฯ ศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้ จดเขตประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก จดนคิ มฯ แวง้ และนคิ มฯ สุคิรนิ จงั หวดั นราธิวาส ทิศ
ตะวันตก จดนคิ มฯ เบตง จงั หวัดยะลา
ป่าผืนน้ีเป็นท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ป่าท่ีสำ� คัญ จัดเป็นสัตว์ป่าหา
ยากอาศยั อยหู่ ลายชนดิ ไดแ้ ก่ กระซู่ สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เสอื ลาย
เมฆ เลียงผา และชา้ งป่า เป็นต้น สตั ว์ป่าประเภทนกมี ๒๑๗ ชนิด ๑๑๔
สกุล ๓๘ วงศ์ สัตวจ์ ำ� พวกเลีย้ งลกู ดว้ ยนมมี ๑๔๔ ชนดิ ๘๔ สกลุ ๓๘
วงศ์ สตั วจ์ ำ� พวกเล้ือยคลานมี ๓๐ ชนดิ ๒๔ สกลุ ๙ วงศ์ สัตวจ์ ำ� พวก
สะเทินน้ำ� สะเทินบกมี ๒๓ ชนดิ ๑๕ สกุล ๙ วงศแ์ ละยังมีปลามากมาย
หลายชนิดในแม่น้�ำล�ำธาร นอกจากนี้ส่วนของพรรณไม้ซ่ึงขึ้นอยู่อย่าง
หนาแน่น ไม้ยนื ตน้ มักมีเรือนยอดชิดกนั และมกั เปน็ พืชในวงศ์ยาง เชน่
ยางวาด กระบาก สยาแดง สยาขาว สยาเหลอื ง ไขเ่ ขยี ว ตะเคยี น ชัน
ตาแมว เป็นตน้ ไม้ขนาดใหญใ่ นวงศอ์ ืน่ ได้แก่ หยี ทองบึ้ง หลุมพอ กะ
บก กหุ ลมิ หรือกระเทียมตน้ ยวนและกฤษณา นอกจากน้ยี งั มีพชื ในวงศ์
หมากและหวาย ขนึ้ กระจดั กระจายอยทู่ วั่ ไป เชน่ หลาวชะโอน หมากพน
จากเขา บงั สรู ย์ กะพอ้ สส่ี บิ หรอื ตาลเดยี ว หมากขา้ วตอก และหวายชนดิ
๓๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ต่างๆ ไมพ้ ื้นล่างหรือพืชคลุมดนิ สว่ นใหญเ่ ปน็ พวกพืชตระกูลขิงขา่ สกลุ ท่ี
ส�ำคญั ได้แก่ ขา่ ป่า กระวาน กระชายปา่ ปุด และกาหลา มีหลายชนดิ ทงั้
ชนดิ ดอกสขี าว สแี ดง และสชี มพู พชื พวกเฟริ น์ สกลุ ตา่ งๆ จำ� นวนมาก เชน่
เฟิรน์ ตน้ วา่ นกบี แรดและสามรอ้ ยยอดหรือโชน เป็นตน้ บริเวณเขาหินปนู
เชน่ ผากลว้ ย ผานาคราช และเขาหวั นาค พรรณไมเ้ ด่นได้แก่ สนสามพนั ปี
แดงประดบั ผา นกนอนและสนทราย พชื อนื่ ๆ เชน่ หมอ้ ข้าวหมอ้ แกงลงิ
ว่านนาคราช และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ
ข้อมูลประวัติความเป็นมาของสวนป่าพระนามาภิไธย ภาคใต้
ส่วนท่ี ๒ (ปา่ บาลา - ฮาลา) สะท้อนวา่ ใตส้ ดุ แดนสยาม มีปา่ ดงดบิ ช้ืน
ผืนใหญ่ มีแนวเขตป่าต่อเนื่องกับป่าทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย
ทอดตัวเป็นแนวยาวอยู่ในเขตพ้ืนท่ีจังหวัดยะลาและนราธิวาส มีสภาพ
ความเป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหน่ึงในประเทศไทย พ้ืนที่ป่าเป็นแหล่ง
กำ� เนดิ ของแมน่ ำ�้ สำ� คญั ๓ สาย คอื แมน่ ำ�้ สายบรุ ี แมน่ ำ�้ ปตั ตานี และแมน่ ำ้�
สไุ หงโก-ลก เปน็ เสน้ เลอื ดใหญท่ ห่ี ลอ่ เลย้ี งชวี ติ ในพน้ื ท่ี ๓ จงั หวดั ชายแดน
ภาคใต้ ได้แก่ จังหวดั ยะลา จังหวดั นราธิวาสและจังหวดั ปัตตานี
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
ตราบกระทง่ั เดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระ
ต�ำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และทรงมีรับสั่งเกี่ยวกับพื้นที่ป่าบาลา–ฮา
ลา ว่ามีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้�ำล�ำธาร ควรอนุรักษ์ไว้
กองทพั ภาค ๔ โดยสำ� นกั งานคณะกรรมการดำ� เนนิ งานโครงการอนรุ กั ษ์
ธรรมชาติและสัตว์ป่าสวนป่าพระนามาภิไธย ภาคใต้ ได้พิจารณาเห็น
ว่า พ้ืนท่ีป่าบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบาลา-ฮาลา อุทยานแห่งชาติ
บางลาง ป่าสงวนของนิคมกือลอง นคิ มศรีสาคร นิคมสคุ ิริน และนคิ ม
เบตง ควรผนวกเข้าเปน็ โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตวป์ ่า สวนปา่
พระนามาภไิ ธยภาคใต้ ส่วนที่ ๒ ต่อจากพ้นื ท่ีส่วนที่ ๑ บรเิ วณเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ปา่ โตนงาช้าง และ อทุ ยานแหง่ ชาตทิ ะเลบัน ในพนื้ ทจี่ ังหวดั
สงขลาและจังหวัดสตูล เพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนาง
เจา้ ฯ พระบรมราชินนี าถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมือ่ วันที่
๑๒ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
สว่ นท่ี ๓ “เขตรกั ษาพนั ธ์ุสตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา” ตัง้ อยู่ทีบ่ า้ นบา
ลา หมูท่ ี่ ๕ ต�ำบลโละจดู อำ� เภอแว้ง จงั หวดั นราธิวาส มีเน้ือท่ีประมาณ
๓๙๑,๖๘๙ ไร่ ปจั จบุ นั เปน็ หนว่ ยงานในสงั กดั สำ� นกั บรหิ ารพน้ื ทอ่ี นรุ กั ษ์
ท่ี ๖ สาขาปตั ตานี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนั ธพ์ุ ืช กระทรวง
ทรพั ยากรและสงิ่ แวดล้อม
ประวตั ิความเป็นมา เดมิ ได้มพี ระราชกฤษฎกี ากำ� หนดบริเวณ
ทดี่ นิ ปา่ ฮาลา และปา่ บาลา ในท้องทอี่ ำ� เภอจะแนะ อำ� เภอแวง้ อำ� เภอ
สุคิริน จังหวัดนราธิวาส และอ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันท่ี ๓ ตุลาคม
พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าล�ำดับท่ี ๔๐ ของประเทศไทย
ครอบคลมุ พื้นท่ี ๒ จังหวดั คอื จงั หวัดยะลา และนราธวิ าส
๓๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ มี
พระเสาวนยี ใ์ หน้ ำ� พนื้ ทปี่ า่ สมบรู ณบ์ างสว่ น คอื พนื้ ทนี่ คิ มสรา้ งตนเองสคุ ริ นิ
ของกรมประชาสงเคราะห์ (ปจั จุบันเป็นกรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการ)
ซึ่งเปน็ พ้ืนที่ไม่ไดใ้ ช้ประโยชน์แลว้ มาผนวกเขา้ เปน็ เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ปา่
ฮาลา-บาลา ตอ่ มาวันที่ ๒๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๗ กรมพฒั นาสงั คม
และสวัสดิการ ได้ส่งพ้ืนท่ีนิคมสร้างตนเองสุคิริน อ�ำเภอสุคิริน จังหวัด
นราธิวาส จ�ำนวน ๖๕,๓๑๘ ไร่ และนิคมสร้างตนเองศรีสาคร อ�ำเภอ
ศรีสาคร จงั หวัดนราธวิ าส จ�ำนวน ๑๔,๑๓๔ ไร่ รวมเป็น ๗๙,๔๕๒ ไร่
นอกจากน้ียังมีพื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปรินยอ จ�ำนวน ๓๕,๕๗๖ ไร่
ป่าเตรียมการสงวน ป่าจะแนะ จ�ำนวน ๕,๙๓๖ ไร่ ตดิ แนวเขตรกั ษาพันธ์ุ
สตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา โดยผนวกเพม่ิ ปา่ ๒ ผนื นอี้ กี จำ� นวน ๔๑,๕๑๒ ไร่ รวม
พน้ื ที่ท่ีจะผนวกเพมิ่ จ�ำนวน ๑๒๐,๙๖๔ ไร่
ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๕๑ มีประกาศพระราชกิจจานุเบกษา วันท่ี
๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ก�ำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลา-ปา่ บาลา ในท้อง
ที่ ต�ำบลกาหลง ต�ำบลศรีสาคร อ�ำเภอศรีสาคร ต�ำบลช้างเผอื ก อ�ำเภอจะ
แนะ ต�ำบลสุคิรนิ ตำ� บลมาโมง ต�ำบลภูเขาทอง อ�ำเภอสคุ ิรนิ ต�ำบลแวง้
ตำ� บลแมด่ ง ตำ� บลโละจดู อำ� เภอแวง้ จงั หวดั นราธวิ าส และตำ� บลอยั เยอรเ์ วง
อำ� เภอเบตง จังหวดั ยะลา ให้เปน็ เขตรกั ษาพันธสุ์ ัตว์ป่า
ปัจจุบันเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา - บาลา ซ่ึงมีลักษณะ
ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่าดงดิบช้ืนหรือ
ป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rain Forests) ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของ
ประเทศไทย มแี นวปา่ ตอ่ เนอื่ งกบั ปา่ เบลมุ่ ของประเทศมาเลเซยี ตอนเหนอื
มีพรรณไม้ไม่ผลัดใบเจริญเติบโตในพื้นท่ี มีฝนตกชุกโดยเฉล่ียมากกว่า
๒,๐๐๐ มม. ต่อปี มีความหลากหลายทางชีวภาพของส่ิงมีชีวิตทั้งชนิด
พรรณพืชและสัตวป์ ่า มพี ้ืนทร่ี บั ผิดชอบรวมทั้งหมด ๓๙๑,๖๘๙ ไร่ โดย
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๓๓
“ปา่ บาลา” ในท้องที่ ต�ำบลแวง้ ต�ำบลแมด่ ง ตำ� บลโละจูด อำ� เภอแวง้ ,
ตำ� บลมาโมง ตำ� บลภเู ขาทอง อำ� เภอสคุ ริ นิ จงั หวดั นราธวิ าส มอี าณาเขต
ติดต่อดังน้ี ทิศเหนือ จรดกับต�ำบลแว้ง อ�ำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
ทิศตะวันออก จรดกับนิคมสร้างตนเองแว้ง ต�ำบลโละจูด อ�ำเภอแว้ง
จงั หวัดนราธิวาส ทศิ ตะวนั ตก จรดกับนคิ มสรา้ งตนเองสุคริ นิ ต�ำบลมา
โมง อำ� เภอสคุ ิรนิ จงั หวัดนราธวิ าส และทิศใต้ จรดกับประเทศมาเลเซีย
สว่ น “ปา่ ฮาลา” ในทอ้ งท่ี ตำ� บลจะแนะ อำ� เภอจะแนะ จงั หวดั นราธวิ าส,
ตำ� บลอยั เยอร์เวง อำ� เภอเบตง จังหวัดยะลา มอี าณาเขตตดิ ต่อดังน้ี ทิศ
เหนือ จรดกับ นคิ มสร้างตนเองศรีสาคร ตำ� บลศรสี าคร อำ� เภอศรสี าคร
จังหวดั นราธิวาส ทิศตะวนั ออก จรดกับ นคิ มสร้างตนเองสคุ ริ ิน อำ� เภอ
สคุ ิรนิ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันตก จรดกบั อทุ ยานแหง่ ชาติบางลาง
อำ� เภอเบตง จังหวดั ยะลา ทิศใต้ จรดกับพรมแดนประเทศมาเลเซยี
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
หนว่ ยงานสำ� คญั ในพนื้ ท่ี ประกอบดว้ ยหนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ จำ� นวน ๘
หนว่ ย ๑.หน่วยพิทกั ษป์ า่ ยาเดะ๊ ตัง้ อยู่ทบ่ี ้านยาเดะ๊ ต�ำบลมาโมง อ�ำเภอ
สคุ ริ นิ จงั หวดั นราธวิ าส ๒.หนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ ภเู ขาทอง ตงั้ อยทู่ บ่ี า้ นภเู ขาทอง
ต�ำบลภูเขาทอง อ�ำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ๓.หน่วยพิทักษ์ป่าเขา
สามสบิ ตงั้ อยูท่ ่บี ้านเขาสามสบิ ต�ำบลแมด่ ง อ�ำเภอแวง้ จงั หวัดนราธิวาส
๔.หนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ กรอื ซอ ตง้ั อยทู่ บี่ า้ นกรอื ซอ ตำ� บลแวง้ อำ� เภอแวง้ จงั หวดั
นราธิวาส ๕.หน่วยพิทักษ์ป่าจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๒ ต้ังอยู่ท่ีต�ำบลสุคิริน
อำ� เภอสุคริ นิ จงั หวดั นราธวิ าส ๖.หน่วยพทิ ักษป์ า่ ช้างเผอื ก ตั้งอยู่ท่ตี �ำบล
ชา้ งเผอื ก อ�ำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ๗.หนว่ ยพทิ กั ษ์ปา่ ไอรก์ าเวาะ
ต้งั อยทู่ บ่ี ้านไอรก์ าเวาะ ต�ำบลช้างเผือก อำ� เภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
๘.หนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ ฮาลา ตงั้ อยทู่ ี่ ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา
สุดท้ายมีการบันทึกไว้ว่า กลุ่มผืนป่าฮาลา-บาลา เป็นส่วนหนึ่ง
ของเทอื กเขาสนั กาลาครี ี เทอื กเขาทกี่ น้ั พรมแดนระหวา่ งไทยและมาเลเซยี
ครอบคลุมอาณาเขตบางส่วนของจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และ
นราธิวาส ประกอบด้วย อทุ ยานแหง่ ชาติ ๖ แหง่ และเขตรักษาพนั ธ์สุ ัตว์
ป่า ๒ แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาน้�ำค้าง อุทยานแห่งชาติสันกาลา
คีรี อุทยานแห่งชาติน�้ำตกทรายขาว อุทยานแห่งชาติบูโด – สุไหงปาดี
อุทยานแห่งชาติบางลาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา - บาลา และเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ รวมอาณาเขตทั้งสิ้น
๑,๑๕๖,๗๘๘ ไร่
ด้วยปัจจัยจากต้นทุนทางประวัติศาสตร์ที่มีมาต่อเน่ืองยาวนาน
ความอดุ มสมบรู ณห์ ลากหลายของพนั ธพ์ุ ชื สตั วป์ า่ ผคู้ นและองคป์ ระกอบอน่ื ๆ
อีกมากมาย ผืนปา่ ฮาลา-บาลาจงึ ได้รับการขนานนามวา่ เปน็ เสมอื น “อเม
ซอนแห่งอาเซียน” อย่างเต็มภาคภูมิเพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบชัดเจน
ขนึ้ ขณะเดยี วกันเม่อื พิจารณาในภาพรวมของ “กลุ่มผืนปา่ ฮาลา-บาลา”
ย่อมสะท้อนให้เห็นคุณค่าและความยิ่งใหญ่ของผืนป่าแห่งน้ีที่ควรมีการ
อนรุ ักษ์ พรอ้ มกับผลกั ดันใหเ้ ปน็ “มรดกโลก” เพื่อให้เปน็ สมบตั ิของโลก
และมนษุ ยชาติรว่ มกัน
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๓๕
๓๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ท�ำเลที่ตัง้ ของกลุม่ ผนื ปา่ ฮาลา - บาลา กระจายอยูใ่ นจงั หวัด
ยะลา นราธวิ าส เปน็ หลกั ซง่ึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของพนื้ ที่ “คาบสมทุ รมลาย”ู
(Malay Peninisula) แผ่นดินเก่าแก่ทั้งในทางธรณีวิทยาและในทาง
โบราณคดี
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๓๗
๓๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ย้อนไปในอดีตนับล้านปีมาแล้ว พ้ืนท่ีบางส่วนบนโลกใบนี้
เช่ือมติดเป็นแผ่นดินเดียวกัน ส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ
“อุษาคเนย์” เช่ือมต่อกับเกาะสุมาตรา ชวา บอร์เนียว ประเทศ
อนิ โดนเี ซยี และเกาะปาลาวนั ประเทศฟลิ ปิ ปนิ ส์ ในนามของ “แผน่ ดนิ
ซุนดา” (Sundaland) เหตุที่เป็นอย่างนน้ั มาจากประมาณ ๑.๘ ลา้ น
ปี ถงึ ๑๐,๐๐๐ ปมี าแลว้ เกดิ ปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ สี่ ำ� คญั ทน่ี กั
ธรณวี ทิ ยาเรยี กว่า “ยคุ นำ�้ แขง็ ” หรอื “ไพลสโตซีน” (Pleistocence
Epoch) เปน็ สมยั ทางธรณวี ทิ ยาทปี่ รากฏธารนำ้� แขง็ ปกคลมุ พนื้ ทหี่ ลาย
บริเวณของโลก ท�ำให้เกิด “สะพานแผ่นดิน” ที่เชื่อมติดกัน ก่อนท่ี
น้�ำแขง็ จะละลาย อากาศอบอนุ่ นำ้� ทะเลมรี ะดบั สงู ขน้ึ กว่าเดิม ทำ� ให้
บริเวณชายฝัง่ อา่ วไทย ทงั้ ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก และภาคใต้ และ
ชายฝงั่ ทะเลอนั ดามนั มกี ารเปลี่ยนแปลงลกั ษณะภูมิประเทศ (สุจติ ต์
วงษ์เทศ, ๒๕๔๗ : ๗๔-๗๖)
ปรากฏการณ์ส�ำคัญทเ่ี กิดขนึ้ จากการเกดิ สะพานแผ่นดิน สง่
ผลใหม้ กี ารกระจายตวั ของคนกอ่ นประวตั ศิ าสตรใ์ นแนวชายขอบเทอื ก
เขาตะวันตก และเกาะแก่งตา่ งๆ ใน “แผน่ ดินซุนดา” และมกี ารข้าม
นำ้� ไปยงั หมเู่ กาะปาลาวนั โดยกลมุ่ คนกอ่ นประวตั ศิ าสตรย์ คุ นเ้ี ปน็ กลมุ่
ขนาดเล็ก มีการเคลื่อนยา้ ยบ่อยๆ ไปตามแหลง่ ทรัพยากร
โดยเฉพาะอย่างย่ิง การตั้งถ่ินฐานมักจะเลือก “ถ�้ำ” หรือ
“เพิงผา” ซึ่งแน่นอนว่าบริเวณพื้นที่กล่มุ ผืนปา่ ฮาลา-บาลา มรี อ่ งรอย
ทางธรณีวิทยาและโบราณคดีปรากฏอยู่ให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้อยู่
มากมาย
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๓๙
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
ทิวเขา “สันกาลาคีรี” ความยาวท้ังส้ิน ๔๒๘ กิโลเมตร กั้น
เขตแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย โดยฝั่งไทยพาดผ่านทางตอน
ใต้ของจังหวัดสตูล ผ่านจังหวัดสงขลา ยะลา สุดเขตที่อำ� เภอแวง้ จงั หวัด
นราธวิ าส ส่วนฝัง่ มาเลเซีย พาดผ่านรัฐปะลิส เคดะห์ (ไทรบรุ ี) เประ และ
กลันตัน คืออาณาบริเวณทเี่ คยมมี นุษย์ยุคหินหรอื ผู้ท่ใี ช้เคร่อื งมือหนิ เปน็
อาวุธ และเคร่ืองมือใช้สอยในการสบั และตดั สิ่งตา่ งๆ อาศัยอยู่
ในทางวชิ าการเรยี กผคู้ นเหลา่ นวี้ า่ “คนสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร”์
(Prehistoric Man) ซง่ึ นกั วชิ าการใหอ้ ายไุ วต้ า่ งกนั ลางทา่ นกำ� หนดครา่ วๆ
วา่ ยคุ หินมอี ายปุ ระมาณ ๖๕๐,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ ปีก่อน ค.ศ. ซึ่งลางทา่ นได้
ซอยรายละเอยี ดเปน็ ยคุ หนิ เกา่ ยคุ หนิ กลาง และยคุ หนิ ใหม่ เปน็ ตน้ คอื ยคุ
หินใหม่ก็จะมีอายุราว ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี เป็นส่วนใหญ่ ซ่ึงพบมากเป็น
ธรรมดาในภาคใต้ ทเี่ กา่ ถงึ ยคุ หนิ กลางหรอื หนิ เกา่ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ปี
กม็ บี า้ งแตน่ อ้ ย รวมทงั้ ในประเทศมาเลเซยี (ประทมุ ชมุ่ เพง็ พนั ธ,์ุ ๒๕๔๕ :
๓๒๘) โดยในประเทศมาเลเซยี นกั โบราณคดมี าเลเซยี ไดค้ น้ พบแหลง่ ทอ่ี ยู่
อาศัยของมนษุ ยย์ คุ หินเก่าที่ยังสมบรู ณท์ ่ี “เมืองเลงกอง” รัฐเปรคั มอี ายุ
๒๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ปี พรอ้ มดว้ ยอปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื เครอื่ งใชห้ ลายพนั ชนิ้
สำ� หรบั รอ่ งรอยผคู้ นสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรใ์ นพน้ื ทกี่ ลมุ่ ผนื ปา่ ฮา
ลา-บาลา มกี ารคน้ พบหลกั ฐานอยหู่ ลายแหง่ เชน่ ในเหมอื งดนี ะปนิ เยาะ
อำ� เภอยะหา ในถำ้� กาโสด อำ� เภอบนั นงั สตา ในนคิ มพฒั นาตนเอง อำ� เภอ
ธารโต บรเิ วณถำ้� กนุ งุ จนอง อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา หรอื ที่ “ถำ�้ ศลิ ป”์
บริเวณวัดคูหาภิมุข รอยต่อชุมชนหน้าถ้�ำ – ท่าสาป หรือบริเวณเพิงผา
(Shelter) แถบภเู ขายาลอ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั ยะลา โดยกษมาณชั ญ์ นติ ิ
ยารมย์ ผเู้ ชย่ี วชาญประวตั ศิ าสตร์ หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาตเิ ฉลมิ พระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ยะลา (ปราณชล,ี ๒๕๖๓ : ๒๘)
บอกเลา่ วา่ พน้ื ทจ่ี งั หวดั ยะลาเปน็ ทเ่ี ดยี วทมี่ กี ารขดุ คน้ ทางโบราณคดขี อง
๔๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
สำ� นกั ศลิ ปากรท่ี ๑๓ สงขลา เจอทง้ั ขวานหนิ ขดั เครอื่ งประดบั ตา่ งหจู าก
เปลอื กหอย รวมถงึ ชน้ิ สว่ นภาชนะดนิ เผา การขดุ คน้ สำ� รวจทางโบราณคดี
บรเิ วณถำ้� กนุ งุ จนอง อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา พบชน้ิ สว่ นดนิ เผา กระดกู
และเปลอื กหอยจำ� นวนมาก ทำ� เลเหมาะแกก่ ารอยอู่ าศยั เพราะระดบั เพงิ
ผาไมส่ งู แลว้ มนี ำ�้ ลอ้ มรอบ และยงั มโี บราณวตั ถุ คอื ลกู ศรหรอื ขวานหนิ
เครอ่ื งรางทใี่ ชแ้ ขวนคอ ซงึ่ สมั พนั ธก์ บั แหลง่ ธารโต บนั นงั สตา
อีกสถานท่ีหน่ึง คือ ถ้�ำศิลป์ ซึ่งปรากฏภาพผู้คนยุคก่อน
ประวัติศาสตร์ปรากฏเป็นหลักฐานเช่นกัน เป็นภาพคนพ้ืนเมืองยุค
ดกึ ดำ� บรรพเ์ ขยี นดว้ ยสถี า่ นผสมไมย้ างดว้ ยเทคนคิ แบบเซาะรอ่ ง (Engrave)
ขดู บนเนอ้ื หนิ ทำ� เปน็ เสน้ โครงรา่ งรอบรปู แลว้ ระบายสดี ำ� ทบึ ในโครงการ เปน็
รปู กลมุ่ คนทงั้ นงั่ และยนื ราว ๗-๘ คน รปู คนตรงกลางอยใู่ นทา่ ยนื กำ� ลงั เปา่
ไมซ้ างหรอื ลกู ดอก บา้ งกำ� ลงั ยนื โกง่ คนั ธนเู ลง็ ไปทส่ี ตั ว์ ลอ้ มรอบดว้ ยรปู สตั ว์
และภาพคนนงั่ ขนาดเลก็ ณ ผนงั ถำ�้ ศลิ ปด์ า้ นตะวนั ออกเฉยี งเหนอื บรเิ วณ
พ้ืนที่วัดคูหาภิมุข รอยต่อชุมชนหน้าถ้�ำ-ท่าสาป นอกจากนี้ยังมีการพบ
ภาพเขยี นสบี นเพงิ ผา (Shelter) แถบภเู ขายาลอ สะทอ้ นถงึ การเปน็ “ภเู ขา
ศกั ดส์ิ ทิ ธ”์ิ (Sacred mountain) ของทอ้ งถน่ิ รวมถงึ เศษภาชนะดนิ เผา
โบราณ ในทางโบราณคดี การสำ� รวจรอ่ งรอยหลกั ฐานทางโบราณคดที พี่ บ
จากโบราณสถานและโบราณวตั ถุ รวมทงั้ หลกั ฐานบนั ทกึ เอกสารตา่ งๆ รวม
ถงึ ผลการขดุ คน้ และวเิ คราะหห์ ลกั ฐานทางโบราณคดจี ากแหลง่ โบราณคดี
ถ�้ำศิลป์และเพิงผาถ้�ำศิลป์ จึงพบท้ังหลักฐานท่ีปะปนกันตั้งแต่สมัยก่อน
ประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี อี ายชุ ว่ งเดยี วกนั ตง้ั แตป่ ระมาณ ๓,๐๐๐ ปมี าแลว้ จนถงึ
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
จากรอ่ งรอยหลกั ฐานมากมาย ตอกยำ้� วา่ สถานทแี่ หง่ นม้ี สี ถานะ
เปน็ ชมุ ชนโบราณตง้ั ยคุ กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ ตอ่ เนอื่ งจนมาถงึ ปจั จบุ นั บนพน้ื ที่
สว่ นหนง่ึ ของคาบสมทุ รมลายู (Malay Peninsula) รอยตอ่ เชอ่ื มสำ� คญั คอื
เรอื่ งราวของกลมุ่ คนพนื้ เมอื งดง้ั เดมิ ในนามของ “มานิ – โอรงั อสั ล”ี นน่ั เอง
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๔๓
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
วถิ ชี วี ติ ของกลมุ่ คนรนุ่ แรกๆ ทถี่ กู เรยี กขานวา่ “โอรงั อสั ล”ี (Orang
Asli) คนพนื้ เมอื งดงั้ เดมิ แหง่ โลกมลายซู ง่ึ อาศยั อยใู่ นพนื้ ทดี่ ว้ ยฐานะชนพน้ื
เมอื งมานบั ไดห้ ลายพนั ปมี าแลว้ ดำ� รงวถิ ชี วี ติ แบบหาของปา่ -ลา่ สตั ว์ (hunt-
ing-gathering culture) ดว้ ยการใชอ้ าวธุ แบบโบราณ และนกั มานษุ ยวทิ ยา
จดั ใหอ้ ยใู่ นกลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ เนกรโิ ต (Negrito) หรอื นกิ รโิ ต (Nigrito) หมาย
ถงึ “นโิ กรเลก็ ” ดว้ ยลกั ษณะรปู รา่ ง หนา้ ตา เหมอื นคนผวิ สใี นแอฟรกิ า หรอื
เรยี กอกี ชอ่ื หนง่ึ คอื เซมงั (Semang) ทกุ วนั นว้ี ถิ ชี วี ติ กลมุ่ คนเหลา่ นย้ี งั คง
ปรากฏเปน็ หลกั ฐานกลายเปน็ ประวตั ศิ าสตรท์ ยี่ งั มลี มหายใจ ฝง่ั ประเทศไทย
จะใชช้ วี ติ เรร่ อ่ นอยใู่ นพน้ื ทจี่ งั หวดั ยะลา จงั หวดั นราธวิ าส กลางผนื ปา่ ฮา
ลา-บาลา แถบทวิ เขาสนั กาลาครี ี และจงั หวดั สงขลา จงั หวดั สตลู พทั ลงุ
ตรงั แถบทวิ เขานครศรธี รรมราช ฝง่ั พนื้ ทช่ี ายแดนใตเ้ รยี กขานคนกลมุ่ คน
พนื้ เมอื งดง้ั เดมิ เหลา่ นวี้ า่ “โอรงั อสั ล”ี สงขลา สตลู พทั ลงุ ตรงั นยิ มเรยี ก
๔๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
“มนั น”ิ สว่ นฝง่ั ประเทศมาเลเซยี ปรากฏอยใู่ นบรเิ วณรฐั ทางตอนเหนอื
เชน่ รฐั กลนั ตนั รฐั เปรคั รฐั เคดะห์ (ไทรบรุ )ี และรฐั ปะลสิ
หากลงลกึ ในรายละเอยี ดเพอื่ ใหเ้ หน็ ภาพทชี่ ดั เจนขน้ึ กลา่ วไดว้ า่
มนษุ ยย์ คุ หนิ ทเี่ ดนิ ทางรอ่ นเรห่ ากนิ อยตู่ ามเชงิ แนวทวิ เขาสนั กาลาครี ี หรอื
ในทอ้ งทจ่ี งั หวดั ยะลา ไดแ้ กพ่ วกเซมงั (Semang) และพวกซาไก (Sakai
หรอื Senoi) ซงึ่ คนสองพวกนมี้ รี ปู รา่ งลกั ษณะคลา้ ยกนั ตา่ งแตภ่ าษา คอื
สงู ประมาณ ๑๕๐ – ๑๖๐ เซนตเิ มตร ผมหยกิ หยอง ผวิ ดำ� คลำ้� หนา้ แบน
กลม หนา้ ผากแคบ ตาสนี ำ�้ ตาลดำ� คนไทยมกั เรยี ก “คนเงาะ” รวมกนั ไป
และโดยมากพวกซาไกจะมรี ปู รา่ งใหญโ่ ตกวา่ ผวิ จางกวา่ และเชอื่ กนั วา่
อพยพเคลอ่ื นยา้ ยมาจากแผน่ ดนิ ใหญข่ องอนิ โดจนี เมอ่ื ประมาณ ๘,๐๐๐
– ๒,๐๐๐ ปกี อ่ น ค.ศ. ตามหลงั พวกเซมงั หรอื นกิ รโิ ต (Nigrito) (ประทมุ
ชมุ่ เพง็ พนั ธ,์ุ ๒๕๔๕ : ๓๒๙)
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๔๗
อ.บญุ เสรมิ ฤทธาภริ มย์ ผเู้ ขยี นหนงั สอื เรอื่ ง “เงาะภาคใตข้ อง
ไทยเปน็ เผา่ เซมงั ไมใ่ ชซ่ าไก” อรรถาธบิ ายใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งขน้ึ
วา่ ทงั้ เซมงั และซาไกหรอื ซนี อยแตกตา่ งกนั โดยสน้ิ เชงิ ทงั้ ดา้ นชาตพิ นั ธว์ุ ทิ ยา
(Ethonology) และประวตั กิ ารตงั้ ถน่ิ ฐานในแหลมมลายู เผา่ เซมงั จดั อยใู่ น
ตระกลู นกิ รโิ ต เชอ้ื สายนกิ รอยด์ ใชภ้ าษาตระกลู ออสโตรเอเชยี ตกิ สายเดยี ว
กบั ภาษามอญ-เขมร อพยพจากทวปี แอฟรกิ าเมอ่ื สมยั ๑๐,๐๐๐ – ๘,๐๐๐
ปมี าแลว้ ตงั้ ถน่ิ ฐานทางตอนเหนอื ของแหลมมลายู คอื ภาคใตป้ ระเทศไทย
ทง้ั หมดและรฐั ตอนเหนอื ของมาเลเซยี กบั เผา่ ซาไก หรอื ซนี อย ในตระกลู
ออสโตรเนเชยี น (Austronesian) เชอื้ สายมองโกลอยด์ ถนิ่ ฐานเดมิ อยแู่ ถบ
มณฑลยนู นานของประเทศจนี อพยพมาตามลำ� แมน่ ำ้� โขงเมอื่ ๗,๕๐๐ –
๔๕๐๐ ปมี าแลว้ กระจดั กระจายสทู่ ะเลใต้ และภายหลงั อพยพขนึ้ สปู่ ลาย
แหลมมลายู ตง้ั ถน่ิ ฐานหนาแนน่ ทางตอนเหนอื ของทวิ เขาตติ วิ งั ซา บรเิ วณ
รฐั เประ รฐั ปะหงั และตอนใตข้ องรฐั เกดะห์ แตไ่ มม่ เี งาะซาไกตงั้ ถน่ิ ฐานตาม
แนวทวิ เขาสนั กาลาครี หี รอื ใกลช้ ดิ ชายแดนไทยเลย (บญุ เสรมิ ฤทธาภริ มย,์
๒๕๓๗ : ๓๖ – ๓๘)
ทกุ วนั นี้ มปี ระชากรกลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ เนกรโิ ต (Negrito) หรอื เซมงั
(Semang) หรอื ในพน้ื ทย่ี ะลาและนราธวิ าส ในเขตผนื ปา่ ฮาลา-บาลา ชาว
บา้ นเรยี ก “โอรงั อสั ล”ี อยปู่ ระมาณ ๑๐ กลมุ่ รวมประชากรประมาณ ๕๐๐
คน กระจายอยใู่ นเขตพนื้ ท่ี อำ� เภอจะแนะ อำ� เภอศรสี าคร จงั หวดั นราธวิ าส
และอำ� เภอธารโต อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา หนงึ่ ในนน้ั คอื กลมุ่ โอรงั อสั ลี
บา้ นนากอ ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง อำ� เภอเบตง จำ� นวน ๕๐ คน ซงึ่ ทางศนู ยอ์ ำ� นวย
การบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยกองประสานงานโครงการ
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� รแิ ละกจิ การพเิ ศษ ศอ.บต. และคณะกรรมการ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ กลมุ่ ชาตพิ นั ธม์ุ านิ โอรงั อสั ลี พยายามเขา้ ไปยกระดบั
คณุ ภาพชวี ติ ของคนเหลา่ นใี้ หด้ ขี นึ้ ลา่ สดุ มกี ารตงั้ เปา้ ดำ� เนนิ การออกบตั ร
ประชาชน เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ โอรงั อสั ลไี ดร้ บั การรบั รองความเปน็ พลเมอื ง และให้
๔๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage