ไดร้ บั สทิ ธขิ น้ั พน้ื ฐานการเขา้ รบั การรกั ษาพยาบาล ดว้ ยสทิ ธิ ๓๐ บาท การ
เขา้ รบั การศกึ ษา และการเขา้ ถงึ สทิ ธอิ นื่ ๆ ทพี่ งึ ควรไดร้ บั ในฐานะพลเมอื ง
ไทย ภายหลงั ได้รบั บตั รประจำ� ตัวประชาชนแล้ว ศอ.บต. จะด�ำเนนิ การ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ โดยชว่ ยดแู ลรว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งในพน้ื ท่ี อาทิ
ใหน้ คิ มสรา้ งตนเองจดั สรรทดี่ นิ ทำ� กนิ ในแตล่ ะครวั เรอื น หารอื จดั หาอาชพี
ทเ่ี หมาะสม สง่ เสรมิ การศกึ ษาบตุ รหลานในกลมุ่ โอรงั อสั ลใี หอ้ า่ นออกเขยี น
ภาษาไทยได้ แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์และสอดคล้องความต้องการ
ของกลมุ่ ฯ ตามพระราชดำ� รสิ มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระ
เทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทที่ รงหว่ งใยความเปน็ อยขู่ องกลมุ่
ชาตพิ นั ธม์ุ านิ ทอ่ี าจตกเปน็ เครอ่ื งมอื ของผแู้ สวงหาผลประโยชน์ ซง่ึ ประสงค์
ให้ ศอ.บต. รว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งดแู ลใหเ้ ปน็ รปู ธรรม
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๔๙
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
พิจารณามูลเหตุที่ท�ำให้มีคนพื้นเมืองด้ังเดิมมาอาศัยอยู่ในพื้นที่
บรเิ วณกลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา ปจั จยั สำ� คญั ประการหนง่ึ คอื เรอื่ งราวทาง
ภมู ศิ าสตรแ์ ละทำ� เลทต่ี ง้ั
ภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั ยะลา ดา้ นทศิ ใตแ้ ละตะวนั ตก โดยทวั่ ไป
เปน็ ภเู ขาสงู ใหญ่ ปา่ สงู ปา่ ดงดบิ ทรี่ าบสงู มภี เู ขาเตย้ี ๆ สลบั ซบั ซอ้ นมาก
ภเู ขาทสี่ ำ� คญั คอื ภเู ขาสนั กาลาครี ี ยอดเขาทสี่ งู ทส่ี ดุ คอื “เขากนุ งุ ฮลู มู ะกา”
สงู ๑,๔๗๒ เมตร เปน็ แนวกน้ั เขตแดนกบั ประเทศมาเลเซยี โดยถอื ยอดเขา
สนั ปนั นำ้� เปน็ เขตแดน และสนั เขานเ้ี ปน็ ตน้ กำ� เนดิ แมน่ ำ้� ทส่ี ำ� คญั คอื “แมน่ ำ�้
สายบุรี” หรือชาวบ้านเรียก “แม่น�้ำกาบู” ตอนท่ีไหลผ่านอ�ำเภอรามัน
ความยาว ๑๘๖ กโิ ลเมตร ตน้ ทางจากอำ� เภอสคุ ริ นิ อำ� เภอศรสี าคร จงั หวดั
นราธวิ าส ไหลผา่ นอำ� เภอรามนั สปู่ ลายทางทป่ี ากนำ้� สายบรุ ี ตำ� บลตะลบุ นั
อำ� เภอสายบรุ ี จงั หวดั ปตั ตานี นอกจากนย้ี งั มภี เู ขาสำ� คญั เชน่ ภเู ขาปโิ ล
๕๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ภเู ขายะลา ภเู ขาลาบู ภเู ขาวดั ถำ�้ ภเู ขากำ� ปน่ั ฯลฯ สว่ น “แมน่ ำ�้ ปตั ตาน”ี ชาว
พนื้ เมอื งเรยี ก “คลองทา่ สาป” เมอ่ื ไหลผา่ นชมุ ชนทา่ สาป อำ� เภอเมอื งยะลา
ตน้ กำ� เนดิ มาจากทวิ เขาในทอ้ งทอ่ี ำ� เภอเบตง ไหลผา่ นอำ� เภอธารโต อำ� เภอ
บนั นงั สตา อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั ยะลา อำ� เภอยะรงั อำ� เภอหนองจกิ อำ� เภอเมอื ง
จงั หวดั ปตั ตานี ไหลออกทะเลทต่ี ำ� บลสะบารงั อำ� เภอเมอื งปตั ตานี ความยาว
ประมาณ ๒๑๐ กโิ ลเมตร
ทง้ั แมน่ ำ้� สายบรุ แี ละแมน่ ำ้� ปตั ตานี ถอื เปน็ เสน้ ทางคมนาคมสำ� คญั
ชาวบา้ น หรอื พอ่ คา้ นกั เดนิ เรอื ใชเ้ รอื ลอ่ งบรรทกุ ผลหมากรากไม้ สนิ คา้ พนื้
เมอื ง แรด่ บี กุ และทองคำ� เคลอื่ นไปยงั พนื้ ทต่ี า่ งๆ ทง้ั ฝง่ั ไทยและมาเลเซยี
ในส่วนของภูมิประเทศของจังหวัดนราธิวาส ทางทิศตะวันตก
ซึ่งติดต่อกับจังหวัดยะลา พ้ืนท่ีเต็มไปด้วยป่าและภูเขา อุดมสมบูรณ์ด้วย
ทรพั ยากรธรรมชาติ สว่ นตอนลา่ งทางทศิ ตะวนั ออกชายฝง่ั ทะเลเปน็ ทรี่ าบ
มลี กั ษณะเปน็ ปา่ พรุ พน้ื ทขี่ องจงั หวดั นราธวิ าส มเี ทอื กเขาสลบั ซบั ซอ้ นและ
มปี า่ ไมอ้ ดุ มสมบรู ณ์ จงึ มผี ลผลติ จากปา่ มาก มแี มน่ ำ้� สำ� คญั ๓ สาย คอื แมน่ ำ้�
สายบรุ ี แมน่ ำ้� บางนรา และแมน่ ำ�้ สไุ หงโก-ลก และทส่ี ำ� คญั คอื “แหลง่ ทองคำ� ”
ซง่ึ มรี อ่ งรอยวา่ มมี นษุ ยข์ นึ้ ไปรอ่ นหาทองคำ� ทางตน้ แมน่ ำ้� สายบรุ ี เขตตำ� บล
ภเู ขาทอง อำ� เภอสคุ ริ นิ ตงั้ แตโ่ บราณกาลนานมาแลว้
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๕๓
๕๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
นอกจากแม่น้�ำส�ำคัญในจังหวัดยะลาและนราธิวาส จะเป็น
ธารส�ำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนเน่ินนานมาแล้ว ยังกลายเป็นเส้นทาง
คมนาคมเชอื่ มเสน้ ทางการคา้ โบราณระหวา่ งตะวนั ออก – ตะวนั ตก นบั
ต้ังแต่อดีตยุค “ลังกาสุกะ” (Langkasuka) อาณาจักรเก่าแก่และเจริญ
รุ่งเรืองสุดบนคาบสมุทรมลายู ก่อตั้งมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษท่ี ๑
หรอื ตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี ๑ (ค.ศ. ๘๐ - ๑๐๐) หรอื อาจตง้ั มากอ่ นครสิ ต์
ศกั ราช นกั ประวตั ศิ าสตรเ์ ชอื่ วา่ มพี น้ื ทคี่ รอบคลมุ ฝง่ั ตะวนั ออก (ปตั ตานี -
นครศรธี รรมราช) และฝง่ั ตะวนั ตก (เคดะห์ - มาเลเซยี ) และมปี ฏสิ มั พนั ธ์
ทำ� การคา้ กบั นานาประเทศในฐานะเมอื งทา่ นานาชาตมิ ากอ่ น ทง้ั ฝง่ั ทา่ เรอื
เมอื งเคดะห์ - ไทรบรุ ี ตดิ ตอ่ คา้ ขายกบั อนิ เดยี อาหรบั เปอรเ์ ซยี และฝง่ั
ทา่ เรอื ปาตานบี รเิ วณจงั หวดั ปตั ตานปี จั จบุ นั เปน็ เมอื งทา่ สำ� หรบั คา้ ขายกบั
จนี เขมร ชวา และอนื่ ๆ มผี ลติ ภณั ฑห์ รอื สนิ คา้ เขา้ ออกนานาชนดิ
เสน้ ทางสายนเ้ี ชอื่ มโยงประวตั ศิ าสตรม์ หาสมทุ รอนิ เดยี ผา่ นการ
หลอมรวมกลายเปน็ สงั คมทเ่ี กดิ จากผคู้ นหลายกลมุ่ ทเี่ ขา้ มาตง้ั ถน่ิ ฐานตงั้ แต่
พทุ ธศตวรรษท่ี ๘ จากชมุ ชนเลก็ ๆ อยอู่ าศยั กนั กระจดั กระจาย ขยบั ขยาย
เปน็ หมบู่ า้ น เปน็ เมอื ง เปน็ นครรฐั ผกู พนั กนั มาตง้ั แตย่ คุ กอ่ นประวตั ศิ าสตร์
ยุคประวัติศาสตร์ ยุคอาณาจักรศรีวิชัย ลังกาสุกะ ปาตานีดารุสสาลาม
ตราบกระทั่งปัจจุบัน สันนิษฐานกันว่าร่องรอย “เมืองโบราณยะรัง” ใน
พน้ื ที่ อำ� เภอยะรงั จงั หวดั ปตั ตานี คอื อดตี ทต่ี ง้ั ของอาณาจกั รลงั กาสกุ ะ มี
ประวตั ศิ าสตรส์ มั พนั ธก์ บั “แมน่ ำ�้ ปตั ตาน”ี และอดตี เมอื งยะลาอยา่ งแนบชดิ
ผกู พนั ยอ้ นไปถงึ ยคุ ศตวรรษท่ี ๔ พนื้ ทบี่ รเิ วณยอดเขากนุ งุ เจอรยั (Gunung
Jerai) ในหบุ บจู งั (Bujang Valley) รฐั เคดะห์ (ไทรบรุ )ี ฝง่ั ประเทศมาเลเซยี
คอื ทตี่ ง้ั อาณาจกั รเกา่ แก่ กำ� เนดิ อารยธรรมกอ่ นอสิ ลาม มรดกทย่ี งั คงหลง
เหลอื แหง่ ยคุ สมยั เรอื งรองทางวฒั นธรรมพทุ ธ–ฮนิ ดู ทกุ วนั นถี้ กู จดั แสดงอยู่
ท่ี “พพิ ธิ ภณั ฑโ์ บราณสถานเลมิ บะบจู งั ” (Muzium Arkeologi Lembah
Bujang) บกู ติ บารู ปาฮทั บรเิ วณหบุ บจู งั (Bujang Valley) ใกลพ้ นื้ ทล่ี มุ่
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๕๕
นำ�้ มดู า เขตกวั ลามดู า (Kuala Muda) ปากนำ้� เมอบอค (Merbok) และเขากนุ งุ
เจอรยั (Gunung Jerai) เชอ่ื มตอ่ ถงึ ทร่ี าบลมุ่ นำ�้ ปตั ตานี เทอื กเขาบโู ด-สนั กาลา
ครี ี โครงขา่ ยแมน่ ำ้� ปตั ตานี แมน่ ำ้� สายบรุ ี กบั แมน่ ำ�้ เคดะห์ (Kedah) สไุ หงปตานี
(Sungai Petani) ในเคดะห์ ตอ่ เชอ่ื มกลายเปน็ เครอื ขา่ ยเชน่ “เสน้ ทางสายไหม”
(Silk Road) แหง่ โลกมลายู สพู่ นื้ ทภ่ี ายในและภายนอก
พนื้ ทผี่ นื ปา่ ฮาลา-บาลา จงั หวดั ยะลาและนราธวิ าส เชอ่ื มตอ่ ปา่ เบอลม
(เบลมุ่ ) ฝง่ั มาเลเซยี เปน็ ผนื ปา่ เดยี วกนั เปน็ สว่ นหนงึ่ ของเสน้ ทางการคา้ โบราณ
ในลักษณะเครือข่ายเช่ือมโยงโลกไว้ด้วยกัน ในฐานะเส้นทางข้ามคาบสมุทร
จากเคดะหห์ รอื ไทรบรุ -ี สงขลา และเคดะห-์ ปาตานี พนื้ ทหี่ ลกั บรเิ วณหบุ บจู งั
และยอดเขากุนุงเจอรัย มีความสัมพันธ์กับฝั่งไทย เช่ือมเส้นทางการค้าข้าม
คาบสมทุ ร นกั เผชญิ โชคและเหลา่ พอ่ คา้ ตอ้ งเดนิ ทางกนั แรมวนั แรมคนื ผา่ นเทอื ก
เขาสนั กาลาครี ี ผา่ นผนื ปา่ ฮาลา-บาลาและปา่ เบอลม (เบลมุ่ ) สถานทซ่ี ง่ึ เตม็ ไป
ดว้ ยเรอ่ื งเลา่ ทางประวตั ศิ าสตรเ์ กย่ี วขอ้ งอยา่ งใกลช้ ดิ กบั อาณาจกั รปาตานี และ
สมั พนั ธก์ บั พน้ื ที่ “เมอื งยะลา” โดยเฉพาะแถบบนั นงั สตาในฐานะจดุ พกั พลนกั
เดนิ ทาง และ “ทา่ สาป” ในฐานะทางแยกของนกั เดนิ ทาง ยคุ แรกเรม่ิ ทรี่ บั เอา
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
อารยธรรมฮนิ ด-ู พราหมณ์ นกั เดนิ เรอื จากอนิ เดยี ตอ้ งนง่ั เรอื แรมเดอื นเลาะ
มาตามชายฝง่ั จะนำ� เรอื มงุ่ ตรงมายงั ปากนำ�้ เมอบอคและสไุ หงมดู า สว่ นที่
น�ำสินค้ามาจำ� หน่ายจะเดนิ ทางสตู่ น้ น้�ำเพ่อื ข้ามช่องเขาสนั กาลาครี ี จาก
ชอ่ งเขานน้ั เปรยี บประหนง่ึ เครอื ขา่ ยการเดนิ ทางผา่ นสายนำ้� เกยี่ วพนั เชอ่ื ม
โยงทง้ั ลำ� นำ�้ เมอบอค สไุ หงมดู า สไุ หงปาตานี แมน่ ำ�้ กลนั ตนั แมน่ ำ้� เประ
หรอื แมก้ ระทง่ั แมน่ ำ�้ ปะหงั สะทอ้ นวถิ ชี วี ติ ทผ่ี กู พนั กนั อยา่ งลกึ ซง้ึ ของผคู้ น
เชอื่ มสมั พนั ธผ์ า่ นกาลเวลาระหวา่ งโลกตะวนั ออกและโลกตะวนั ตก อดตี เสน้
ทางคาบสมทุ รโบราณยคุ สหพนั ธรฐั ศรวี ชิ ยั ระหวา่ งมหาสมทุ รฝง่ั อนั ดามนั
กบั อา่ วไทย จากปากแมน่ ำ้� เมอบอค ลดั เลาะขน้ึ สนั ปนั นำ้� สนั กาลาครี ี ขา้ ม
ชอ่ งเขาตน้ นำ�้ ระหวา่ งเขาตาปาปาลงั กบั เขาฮนั กสู สตู่ น้ นำ�้ ปตั ตานี ไหลลอ่ ง
ผา่ นใจกลางผนื ปา่ ฮาลา-บาลา บนั นงั สตา ทงุ่ กาโล เมอื งโบราณยะรงั กอ่ น
ไหลลอ่ งสปู่ ากนำ้� ปตั ตานหี รอื สายบรุ อี กี ฟากฝง่ั
ในใจกลางผนื ปา่ ฮาลา-บาลา นนั่ เอง ทมี่ จี ดุ “พกั พล” นกั เดนิ
ทางในพน้ื ทรี่ าบเลก็ ๆ ประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ ไร่ อนั ตอ่ มากลายเปน็ ทตี่ ง้ั
ของชมุ ชนแหง่ หนง่ึ ทก่ี ลายเปน็ ตำ� นานเลา่ ขานมากระทง่ั ทกุ วนั น้ี
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
๕๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
เมอื่ ครง้ั อดตี กาลนานมาแลว้ สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทรต์ อนตน้ มผี คู้ น
จากเมอื งปตั ตานไี ดพ้ าครอบครวั หาทที่ ำ� กนิ โดยยดึ ถอื แมน่ ำ�้ เปน็ หลกั เดนิ
ทางไปเรอ่ื ยตามแมน่ ำ้� ปตั ตานเี พอื่ หาทท่ี ำ� กนิ ทเี่ หมาะสม กระทงั่ ถงึ ทรี่ าบ
หบุ เขาแหง่ หนงึ่ ซง่ึ มแี มน่ ำ้� หลายสายมาบรรจบเหมาะแกก่ ารเพาะปลกู และ
มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศทพี่ งึ พอใจ จงึ ไดต้ ดั สนิ ใจเลอื กสถานทแี่ หง่ นเี้ ปน็ ทอี่ ยู่
อาศยั อยา่ งถาวร พรอ้ มกบั ตงั้ ชอื่ สถานทแ่ี หง่ นวี้ า่ “ฮาลา”
หลายปผี า่ นไป เมอ่ื สถานทแ่ี หง่ นก้ี ลบั กลายเปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั ทม่ี นั่ คง
แลว้ จงึ มญี าตสิ นทิ จากเมอื งปตั ตานอี พยพมาตง้ั ถนิ่ ฐานเพม่ิ มากขนึ้ เรอื่ ยๆ
ความอดุ มสมบรู ณท์ มี่ อี ยทู่ ำ� ใหผ้ อู้ ยอู่ าศยั อยเู่ ยน็ เปน็ สขุ การจบั จา่ ยใชส้ อย
ปจั จยั ดำ� รงชพี อนื่ ๆ แทบไมม่ ี นอกจากเครอื่ งนงุ่ หม่ เกลอื และกะปิ เทา่ นน้ั
เวลานน้ั รฐั บาลไดจ้ ดั สง่ ขนุ นางจากกรงุ เทพมหานคร มาเปน็ ผนู้ ำ� ทหี่ มบู่ า้ น
ฮาลา เปน็ ทร่ี จู้ กั กนั ในหมชู่ มุ ชนฮาลาวา่ “โตะ๊ ขนุ ” สว่ นผเู้ ปน็ ภรรยาเรยี ก
วา่ “แมะขนุ ” ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผนู้ ำ� กบั ชมุ ชนมคี วามสนทิ สนมกลม
เกลยี วฉนั ญาตมิ ติ ร ตอ่ มาหลงั โตะ๊ ขนุ เสยี ชวี ติ ลง หมบู่ า้ นฮาลาถกู ยกระดบั
จากหมบู่ า้ นฮาลาเปน็ “ตำ� บลฮาลา” และมกี ารแตง่ ตง้ั นายเจะ๊ โมะ๊ เปน็
กำ� นนั ประกอบดว้ ยหมบู่ า้ น ๓ หมบู่ า้ น คอื หมทู่ ี่ ๑ กำ� นนั เจะ๊ โมะ๊ มบี า้ น
มาแฮ บา้ นมอแตแตแก และกำ� ปงปายอ หมทู่ ี่ ๒ ผใู้ หญบ่ า้ นชอื่ ซาฮะ มี
บา้ นฮางฮุ ฺ บา้ นจอื ฆานากอ และหมทู่ ี่ ๓ ผใู้ หญบ่ า้ นชอื่ นดู นิ มบี า้ นนาแง
บา้ นราเงะ๊ บา้ นคอลอแหร
ผา่ นมากระทงั่ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๐ สมาชกิ พรรคคอมมวิ นสิ ต์
มลายา (พคม.) ถกู รฐั บาลองั กฤษทป่ี กครองมาเลเซยี ขณะนนั้ ทำ� การปราบ
ปราม จงึ ไดห้ ลบหนกี ารปราบปรามเขา้ มาตง้ั ถน่ิ ฐานในตำ� บลฮาลา และได้
สรา้ งความเดอื ดรอ้ นแกช่ มุ ชนฮาลา ทำ� ใหช้ มุ ชนชาวฮาลาไดท้ ยอยอพยพ
ออกไปพง่ึ ญาตมิ ติ รในพนื้ ทอี่ ำ� เภอตา่ งๆ ในจงั หวดั ยะลา จงั หวดั ปตั ตานี
และจงั หวดั นราธวิ าส กระทงั่ ในทส่ี ดุ สมาชกิ ทงั้ หมดในชมุ ชน ตอ้ งอพยพมา
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๕๙
ตงั้ ถน่ิ ฐานที่ ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง (กม.๒๙ ตนั หยงกาแมง็ กม.๓๒ กม.๓๖ และ
กม.๓๘) โดยการอพยพชาวฮาลาทน่ี ำ� โดย ปลดั อำ� เภอเบตง (ปลดั ประพาส
สทิ ธณิ รงค)์ แบง่ ชาวบา้ นเปน็ ๒ กลมุ่ กลมุ่ ท่ี ๑ เปน็ คนผสู้ งู อายทุ ไ่ี มส่ ามารถ
เดนิ ทางไกลได้ ทางการอพยพโดยใชเ้ ฮลคิ อปเตอร์ ลำ� เลยี งจากชมุ ชนฮาลาไป
ลงทอี่ ำ� เภอกอื โระ (โกระ๊ ) ประเทศมาเลเซยี เนอื่ งจากสมยั นนั้ รฐั บาลมาเลเซยี
ตอ้ งการประชากร จงึ เสนอทจี่ ะรบั อปุ การะและดแู ลชาวฮาลาทงั้ หมด แต่
มขี อ้ แมว้ า่ ตอ้ งเปลย่ี นสญั ชาตเิ ปน็ ประชากรของมาเลเซยี อยา่ งถาวร แตข่ อ้
เสนอดงั กลา่ วนนั้ ชาวฮาลาไดป้ ฏเิ สธไป เนอื่ งจากความรกั และความผกู พนั ท่ี
มตี อ่ หมบู่ า้ นฮาลา เพราะคนฮาลาเหลา่ นน้ั เขา้ ใจวา่ การอพยพครงั้ นเี้ ปน็ การ
อพยพเพยี งชว่ั คราว เพอื่ หลกี ทางใหค้ วามสะดวกตอ่ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ในการปราบ
ปราม พคม. สว่ นกลมุ่ ๒ สำ� หรบั คนทว่ั ไป อพยพโดยการเดนิ เทา้ จากหมบู่ า้ น
ฮาลาสหู่ มบู่ า้ นตนั หยงกาแมง็
ส่ิงส�ำคัญและเป็นประเด็นปัญหา เน่ืองจาก ณ ขณะเวลานั้น
ทางการไดใ้ หส้ ญั ญาดว้ ยวาจาวา่ เมอ่ื เหตกุ ารณส์ งบเมอื่ ไร เมอื่ นน้ั ชาวฮาลาก็
จะได้กลับหมู่บ้านฮาลาเดิมตามปกติ หากทว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ ต�ำบล
ฮาลาไดถ้ กู ลบในแผน่ ทอี่ ำ� เภอเบตงโดยปรยิ าย เนอ่ื งจากมกี ารประกาศของ
ราชการทบั ทที่ ำ� กนิ ของชาวบา้ นหลายประเภท เชน่ ประกาศพน้ื ทเ่ี ปน็ เขตปา่
๕๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
สงวนแหง่ ชาติ ในปี ๒๔๙๘ การเวนคนื ทดี่ นิ เพอื่ สรา้ งเขอื่ นบางลาง ทำ� ให้
บางหมบู่ า้ นตอ้ งจมอยกู่ น้ เขอื่ น การจดั สรรพน้ื ทส่ี รา้ งนคิ มสรา้ งตนเองอำ� เภอ
เบตง ประกาศเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา ในปี ๒๕๓๕ ประกาศเขต
อทุ ยานแหง่ ชาตบิ างลาง ในปี ๒๕๔๒ และราชการไดป้ ระกาศยกเลกิ การ
ภาษใี นพนื้ ทเี่ ดมิ ทเี่ คยใชป้ ระโยชน์
สะอารี ยโู ซะ๊ ปราชญช์ าวบา้ นฮาลา เลา่ วา่ เหตทุ พ่ี วกเขาอพยพก็
เพราะวา่ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ สมยั ทม่ี กี ารปราบปรามคอมมวิ นสิ ต์ ตำ� บลฮาลา
นนั้ เปน็ ตำ� บลทใ่ี หญ่ มผี คู้ นอาศยั อยทู่ ง้ั สนิ้ ประมาณ ๔๐๐ คน มเี อกสารทดี่ นิ
ทำ� กนิ มกี ารเพาะปลกู ทงั้ สนิ้ สามารถดไู ดจ้ ากหลกั ฐานเสยี เงนิ บำ� รงุ ทอ้ งทที่ ่ี
ใหก้ บั ทางราชการ รอ่ งรอยการทำ� มาหากนิ ยงั ปรากฏใหเ้ หน็ มสี ถานทสี่ ำ� คญั
มากมาย เชน่ สถานตี ำ� รวจ ๑ หลงั มสั ยดิ ๑ หลงั สถานทส่ี อนศาสนา ๒
หลงั สสุ านมสุ ลมิ (กโุ บร)์ ๒ แหง่ ซง่ึ ทกุ วนั นร้ี อ่ งรอยของสถานยี งั คงอยู่
จากปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ทต่ี อ้ งถกู อพยพยา้ ยถนิ่ ฐานจากชมุ ชนทเ่ี คย
สงบสขุ สมบรู ณใ์ นใจกลางปา่ ฮาลา ตามนโยบายของภาครฐั ทตี่ อ้ งการปราบ
ปรามอทิ ธพิ ลพรรคคอมมวิ นสิ ตม์ ลายา (พคม.) ในหว้ งเวลานนั้ ถงึ เวลานช้ี าว
บา้ นฮาลาไมม่ โี อกาสไดห้ วนกลบั สแู่ ผน่ ดนิ เกดิ ซง่ึ กลายเปน็ เสมอื น “ดนิ แดน
ทสี่ าบสญู ” อกี เลย คงเหลอื เพยี งรอ่ งรอยชมุ ชนปรากฏอยใู่ นใจกลางผนื ปา่
ฮาลา-บาลา และความทรงจำ� ของชาวบา้ นทม่ี ตี อ่ ถนิ่ เกดิ
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๖๑
๕๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๖๓
ประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมใด ล้วนแล้วแต่ควรค่าแก่การ
ศกึ ษายงิ่ ไมว่ า่ จะเปน็ ประวตั ศิ าสตรบ์ าดหมางหรอื เปน็ ไปในเชงิ สรา้ งสรรค์
เชน่ เรอ่ื งราวของพรรคคอมมวิ นสิ ตม์ ลายา (พคม.) ซง่ึ ในอดตี ไดใ้ ชพ้ น้ื ทสี่ ว่ น
หนง่ึ บรเิ วณชายแดนไทย-มาเลเซยี เปน็ ฐานพำ� นกั หลบซอ่ นตวั เคลอ่ื นไหว
ตอ่ สตู้ ามอดุ มการณท์ างการเมอื งของกลมุ่ ทำ� ใหไ้ ดส้ มั ผสั สมั พนั ธก์ นั ผลจาก
การเคลอ่ื นไหวของ พคม. ลว้ นมอี ทิ ธพิ ลโดยตรงตอ่ วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรม
สงั คม การเมอื ง ฯลฯ ผคู้ นในพน้ื ทตี่ อ้ งปรบั ตวั เองอยตู่ ลอดเวลาเพอ่ื ใหเ้ ขา้
กบั สภาวะแวดลอ้ มทเ่ี กดิ ขน้ึ
๖๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
โดยเนอื้ แทแ้ ลว้ อดตี พคม. มแี หลง่ เคลอื่ นไหวสำ� คญั อยใู่ นประเทศ
มาเลเซยี ตงั้ ขนึ้ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ เกยี่ วพนั กบั เรอ่ื งการเมอื งและการตอ่ สใู้ น
มาเลเซยี กระทง่ั รฐั บาลมาเลเซยี โหมปราบปรามอยา่ งรนุ แรง เฉนิ ผงิ หรอื
จีนเปง็ ในฐานะเลขาธกิ ารพรรคคอมมวิ นิสต์มลายา น�ำสมาชกิ ส่วนใหญ่
ยา้ ยมาใชพ้ นื้ ทฝี่ ง่ั ประเทศไทยเปน็ จดุ เคลอื่ นไหว ประกอบดว้ ย กรมท่ี ๘
กรมท่ี ๑๐ และกรมท่ี ๑๒ เปน็ ฐานทมี่ นั่ ในฐานะฐานปฏบิ ตั กิ ารในเขตรอย
ตอ่ ไทย-มาเลเซยี ทง้ั รฐั เคดาห/์ ปนี งั กลนั ตนั /เปรคั ของมาเลเซยี และพน้ื ที่
สงขลา สตลู ยะลา ปตั ตานี และนราธวิ าส กระทงั่ เกดิ การรว่ มมอื ในการ
ปฏบิ ตั ริ ว่ มตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซยี เพอ่ื ทำ� การปราบปรามระหวา่ ง
รฐั บาลไทย-มาเลเซยี
ในทสี่ ดุ เปน็ ทโี่ ชคดที รี่ ฐั บาลไทยประกาศใชน้ โยบาย ๖๖/๒๓ ผา่ น
แนวคดิ “การเมอื งนำ� การทหาร” มาใช้ นำ� ไปสกู่ ารเปดิ เจรจาให้ พคม. ออก
มาเปน็ “ผรู้ ว่ มพฒั นาชาตไิ ทย” ภายใตก้ ารเจรจาสนั ตภิ าพ ๓ ฝา่ ย ไทย–
มาเลเซยี -พคม. นำ� ไปสวู่ นั ประวตั ศิ าสตรด์ บั ไฟใตแ้ ละสรา้ งสนั ตภิ าพถาวร
กอ่ ใหเ้ กดิ สนั ตสิ ขุ แกป่ ระชาชนทกุ คนทกุ ฝา่ ย มกี ารจดั พธิ ลี งนามกนั วนั ท่ี ๒
ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ณ โรงแรมลกี ารเ์ ดนส์ อำ� เภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา
นบั จากนน้ั เปน็ ตน้ มา สมาชกิ พคม. ในฐานะ “ผรู้ ว่ มพฒั นาชาติ
ไทย” ไมว่ า่ จะเปน็ กลมุ่ ไหน อาศยั อยใู่ นพน้ื ทใี่ ด ไดก้ ลายเปน็ พลเมอื งไทยที่
มวี ถิ เี รยี บงา่ ย ดำ� รงชวี ติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ไมส่ รา้ งปญั หาใดๆ แกส่ งั คม ชมุ ชน
หรอื ประเทศชาติ แถมยงั มศี กั ยภาพเปน็ สว่ นชว่ ยเสรมิ ตอ่ ทศิ ทางการพฒั นา
ชมุ ชนตลอดมาตราบกระทงั่ ทกุ วนั นี้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในชมุ ชนชายขอบ
ของผนื ปา่ ฮาลา-บาลา อดตี พนื้ ทเ่ี คลอ่ื นไหวของเหลา่ อดตี พคม.
เป็นเร่ืองราวท่ีเป็นบันทึกส�ำคัญหน้าหนึ่งไม่เฉพาะเพียงใน
ประเทศไทย โดยเฉพาะในแถบพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ ยะลา ปตั ตานี
นราธวิ าส และสงขลา เทา่ นนั้ แตย่ งั นบั เปน็ ประวตั ศิ าสตรส์ ำ� คญั ของเอเชยี
ยง่ิ กวา่ นนั้ ยอ่ มถอื เสมอื นเปน็ หนงึ่ ในบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรโ์ ลก เนอ่ื งจาก
ปรากฏการณห์ ว้ งดงั กลา่ ว สะทอ้ นเรอื่ งราวหลากมติ ขิ องผคู้ น ทงั้ แนวคดิ
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๖๕
๖๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
การเมอื ง ระบบสงั คม เศรษฐกจิ วถิ ชี วี ติ การตอ่ สู้ ฯลฯ ทงั้ ทม่ี คี วามขดั แยง้
การสญู เสยี รวมไปถงึ การกอ่ เกดิ มติ รภาพทสี่ วยงาม นำ� มาซงึ่ สนั ตภิ าพถาวร
ระหวา่ งกนั ของคนตา่ งเชอื้ ชาติ ศาสนา แผกความคดิ ทางการเมอื ง
จากอดตี หมบู่ า้ นตามขอ้ ตกลงนามสญั ญาสนั ตภิ าพ ๓ ฝา่ ย เมอื่
วนั ท่ี ๒ ธนั วาคม ๒๕๓๒ กองทพั ภาคที่ ๔ โดยพลทหารราบท่ี ๕ ไดจ้ ดั ทำ�
โครงการรบั ผรู้ ว่ มพฒั นาชาตไิ ทยขน้ึ เพอื่ รองรบั ผรู้ ว่ มพฒั นาชาตไิ ทย โดย
มรี ะยะเวลาของโครงการ ๖ ปี ตง้ั แตป่ งี บประมาณ ๒๕๓๓ – ๒๕๓๘ โดย
จดั ตง้ั เปน็ หมบู่ า้ นขน้ึ เปน็ ๔ หมบู่ า้ น เรยี กวา่ หมบู่ า้ นรตั นกติ ติ ๑ ๒ ๓ และ
๔ ตามลำ� ดบั ตอ่ มา สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั ร
ราชกมุ ารี องคป์ ระธานสถาบนั วจิ ยั จฬุ าภรณ์ ทรงมพี ระประสงคจ์ ะทำ� การ
พฒั นา โครงการฟน้ื ฟสู ภาพแวดลอ้ มและชวี ติ ความเปน็ อยขู่ องราษฎรใน
พน้ื ทจี่ งั หวดั ยะลา ปตั ตานี และนราธวิ าส เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความมน่ั คงในพน้ื ท่ี
แนวชายแดน จงึ ไดโ้ ปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มทรงรบั หมบู่ า้ นรตั นกติ ตทิ ง้ั
๔ หมบู่ า้ นเขา้ รว่ มโครงการของสถาบนั วจิ ยั จฬุ าภรณ์ และทรงพระราชทาน
ชอื่ หมบู่ า้ นใหมเ่ ปน็ หมบู่ า้ นจฬุ าภรณพ์ ฒั นา ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ เมอื่ วนั ที่ ๒๘
มถิ นุ ายน ๒๕๓๖
ปจั จบุ นั หมบู่ า้ นจฬุ าภรณพ์ ฒั นา ๙ ตำ� บลแมห่ วาด อำ� เภอธารโต
จงั หวดั ยะลา หมบู่ า้ นจฬุ าภรณพ์ ฒั นา ๑๐ ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง อำ� เภอเบตง
จงั หวดั ยะลา หมบู่ า้ นจฬุ าภรณพ์ ฒั นา ๑๑ ตำ� บลบาละ อำ� เภอกาบงั จงั หวดั
ยะลา และหมบู่ า้ นจฬุ าภรณพ์ ฒั นา ๑๒ ตำ� บลสคุ ริ นิ อำ� เภอสคุ ริ นิ จงั หวดั
นราธวิ าส รวมถงึ หมบู่ า้ นปยิ ะมติ ร ๑ และ ๒ ตำ� บลตาเนาะแมเราะ อำ� เภอ
เบตง จังหวัดยะลา หมู่บ้านปิยะมิตร ๓ ต�ำบลอัยเยอร์เวง อ�ำเภอเบตง
หมบู่ า้ นปยิ ะมติ ร ๔ ตำ� บลถำ�้ ทะลุ อำ� เภอบนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา ลว้ นกลาย
เปน็ ชมุ ชนตวั อยา่ งในการบรหิ ารจดั การตนเอง รวมถงึ เปน็ จดุ ทอ่ งเทยี่ วสำ� คญั
ทสี่ ามารถใช้ “ทนุ ทางประวตั ศิ าสตร”์ และ “ทนุ ภมู ศิ าสตร”์ เปน็ จดุ ดงึ ดดู
ใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วไปเยอื น
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๖๗
หนงึ่ ในปจั จยั สำ� คญั ทต่ี อ้ งแลกกนั ระหวา่ งการดำ� รงวถิ ดี งั้ เดมิ ของผคู้ น
กบั แนวทางการพฒั นาสมยั ใหม่ คอื การเกดิ ขนึ้ ของ “เขอื่ นบางลาง”
โครงการโรงไฟฟา้ เขอื่ นบางลางเปน็ โครงการอเนกประสงคแ์ หง่ หนงึ่
ตามแผนพัฒนาลุ่มน�้ำปัตตานี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ด�ำเนินการส�ำรวจและรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพ่ิมเติม เพ่ือใช้ประกอบการ
ออกแบบงานดา้ นวศิ วกรรมศาสตรเ์ รอ่ื ยมา โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ
ใชไ้ ฟฟา้ ในภมู ภิ าคสว่ นนี้ ตอ่ มาคณะรฐั มนตรี (ครม.) ไดม้ อี นมุ ตั ใิ หก้ ารไฟฟา้
ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทยดำ� เนนิ การกอ่ สรา้ งงานโครงการโรงไฟฟา้ เขอื่ นบาง
ลาง เมือ่ วนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๖ และเรม่ิ ดำ� เนินการกอ่ สรา้ งต้งั แตเ่ ดอื น
กรกฎาคม ๒๕๑๙ แลว้ เสรจ็ เดอื นมถิ นุ ายน ๒๕๒๔
เข่อื นบางลางเปน็ เขื่อนอเนกประสงคแ์ หง่ แรกของภาคใต้ ตงั้ อยทู่ ่ี
๓๓ หมู่ ๑ ตำ� บลเขอื่ นบางลาง อำ� เภอบนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา ลกั ษณะเขอื่ น
บางลาง กนั้ แมน่ ำ้� ปตั ตานที บี่ รเิ วณบา้ นบางลาง ตำ� บลเขอื่ นบางลาง อำ� เภอ
บนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา หา่ งจากตวั อำ� เภอเมอื ง ๕๘ กโิ ลเมตร ตวั เขอื่ นเปน็
เขอ่ื นหนิ ถมแกนดนิ เหนยี ว มคี วามสงู ๘๕ เมตร สนั เขอ่ื นยาว ๔๓๐ เมตร
กวา้ ง ๑๐ เมตร อา่ งเกบ็ นำ้� มคี วามจุ ๑,๔๒๐ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร พนื้ ทรี่ บั นำ�้
เหนอื เขอื่ น ๒,๐๘๐ ตารางกโิ ลเมตร ในระหวา่ งการดำ� เนนิ งาน มกี ารชว่ ยเหลอื
ราษฎรอพยพ เนอื่ งจากการกอ่ สรา้ งเขอื่ นบางลาง ทำ� ใหร้ าษฎรทอ่ี าศยั อยใู่ น
บรเิ วณทอ้ งทอี่ ำ� เภอบนั นงั สตา และอำ� เภอธารโต ซง่ึ มอี ยปู่ ระมาณ ๑,๑๐๐
ครอบครวั ตอ้ งถกู นำ�้ ทว่ ม ดงั นน้ั กฟผ. จงึ ไดร้ ว่ มมอื และประสานงาน กบั หนว่ ย
ราชการทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ราษฎรดงั กลา่ ว โดยจา่ ยเงนิ คา่ ชดเชย
ทดี่ นิ และทรพั ยส์ นิ ในราคาทเี่ หมาะสมและเปน็ ธรรม รวมทง้ั จดั สรรทท่ี ำ� กนิ และ
ทอี่ ยอู่ าศยั ใหแ้ กร่ าษฎรครอบครวั ละ ๒๐ ไร่ แบง่ เปน็ ทอี่ ยอู่ าศยั ๒ ไร่ และท่ี
เพาะปลกู ๑๘ ไร่ นอกจากนยี้ งั ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นการเกษตร สง่ เสรมิ ใหม้ ี
การจดั ตงั้ สหกรณโ์ ดยจดั ตงั้ วงเงนิ ประมาณ ๑๐ ลา้ นบาท ใหส้ มาชกิ กใู้ นอตั รา
ดอกเบย้ี ตำ�่ และผอ่ นสง่ ระยะยาวอกี ดว้ ย
๖๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ประโยชนจ์ ากเขอื่ นและโรงไฟฟา้ นำ้� จากอา่ งเกบ็ นำ้� เขอื่ นบางลาง
อำ� นวยประโยชนใ์ นดา้ นการชลประทานแกพ่ นื้ ทเ่ี พาะปลกู ของจงั หวดั ยะลา
และปตั ตานเี ปน็ พนื้ ท่ี ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ นำ้� ทป่ี ลอ่ ยออกมาสามารถนำ� มาผลติ
ไฟฟา้ ไดเ้ ฉลยี่ ปลี ะประมาณ ๒๘๙ ลา้ นกโิ ลวตั ตช์ วั่ โมง ชว่ ยสง่ เสรมิ ระบบ
ไฟฟา้ ในภาคใตใ้ หม้ คี วามมนั่ คงยงิ่ ขน้ึ นบั เปน็ ผลพลอยไดท้ มี่ คี ณุ ประโยชน์
มหาศาล นอกจากนี้ อา่ งเกบ็ นำ�้ เขอ่ื นบางลางยงั ชว่ ยบรรเทาอทุ กภยั บรเิ วณ
ตอนลา่ งลมุ่ แมน่ ำ้� ปตั ตานที เ่ี คยเกดิ ขนึ้ เสมอไดเ้ ปน็ อยา่ งดี รวมทง้ั เปน็ แหลง่
ประมงน�้ำจืดที่ส�ำคัญในภาคใต้ ท่ีช่วยเสริมอาชีพและรายได้แก่ราษฎรท่ี
อาศยั อยใู่ กลเ้ ขอ่ื น และเปน็ สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วพกั ผอ่ นหยอ่ นใจทส่ี ำ� คญั แหง่
หนงึ่ ของจงั หวดั ยะลาอกี ดว้ ย
เวง้ิ ทะเลสาบบางลาง กลายเปน็ พนื้ ทเี่ ชอื่ มตอ่ ระหวา่ ง “อทุ ยาน
แหง่ ชาตบิ างลาง” กบั “เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา” เปน็ แหลง่ สรา้ ง
รายไดข้ องคนในพน้ื ที่ แหลง่ ดงึ ดดู ใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วมาเยยี่ มเยยี น สมั ผสั กบั
ธรรมชาตทิ สี่ วยงาม รวมถงึ สตั วป์ า่ นานาชนดิ โดยเฉพาะเหลา่ สตั วน์ ำ�้ ฝงู
กระทงิ มหศั จรรยน์ กเงอื กกรามชา้ งปากเรยี บรวมฝงู ใหญท่ ส่ี ดุ ในโลก ซงึ่ ตา่ ง
ลว้ นใชช้ วี ติ อยใู่ นทะเลสาบและปา่ เขาทม่ี หี มอกหม่ คลมุ อยตู่ ลอดปี
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๖๕
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก
ทงั้ ในนามของเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา อทุ ยานแหง่ ชาตบิ าง
ลาง และ สวนปา่ พระนามาภไิ ธย ภาคใต้ สว่ นที่ ๒ (ปา่ บาลา-ฮาลา) ตา่ งลว้ น
เปน็ ลกั ษณะปา่ ทมี่ คี วามทบั ซอ้ นเชงิ พน้ื ทก่ี นั อยู่ ประการสำ� คญั คอื การสะทอ้ น
ความโดดเดน่ ในฐานะบา้ นของตน้ ไมแ้ ละคนรกั ปา่ มพี รรณไมต้ า่ งหยงั่ รากผลดั
ใบ เชน่ ใบไมส้ ที องหรอื ยา่ นดาโอะ๊ ดาหลา ปาลม์ บงั สรู ยห์ รอื ลแี ปทมี่ ใี บเชน่
รปู เพชรตดั (Diamond Shape) และบา้ งวา่ มรี ปู ทรงเหมอื นเครอื่ งขตั ตยิ ราช
ประเพณจี งึ นำ� มาซงึ่ ชอื่ “บงั สรู ย”์ กระทง่ั สมพงมากตน้ ทย่ี นื ตน้ ประกาศศกั ดา
แหง่ ผนื ปา่ ในฐานะตน้ ไมย้ กั ษอ์ นั ดบั ตน้ ๆ รวมถงึ สยาทอี่ วดศกั ดาแหง่ สสี นั ขา้ ม
ฤดู
ข้อมูลจาก “คู่มือเส้นทางศึกษาป่าธรรมชาติฮาลา-บาลา” กรม
อทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ระบวุ า่ ปา่ ฮาลา-บาลา เปน็ ปา่ ดงดบิ
ชน้ื อยใู่ นเขตภมู ศิ าสตรอ์ นิ โดมลายนั ในอนภุ าคซนุ ดา มคี วามอดุ มสมบรู ณแ์ ละ
มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั ตา่ งไปจากเขตปา่ แหลง่
อนื่ ๆ ในประเทศไทย ลกั ษณะเปน็ ภเู ขาสงู ชนั สลบั ซบั ซอ้ น สลบั กบั ผนื นำ�้ กวา้ ง
ใหญ่ ลำ� ธารใหญน่ อ้ ย สง่ ผลใหม้ คี วามหลากหลายทางชวี ภาพสงู ประกอบดว้ ย
ไมม้ คี า่ ทางเศรษฐกจิ พชื สมนุ ไพร พรรณไมด้ อก ไมป้ ระดบั อกี ทง้ั ยงั คงเปน็
แหลง่ พนั ธกุ รรมพชื ทส่ี ำ� คญั ยงิ่
ประการสำ� คญั ฮาลา-บาลา เปน็ ปา่ ตน้ กำ� เนดิ ของแมน่ ำ้� ๓ สายสำ� คญั
ของภาคใตต้ อนลา่ ง คอื แมน่ ำ�้ ปตั ตานี แมน่ ำ�้ สายบรุ ี และแมน่ ำ้� สไุ หงโก-ลก
ตลอดจนยงั เปน็ แหลง่ ผลติ นำ�้ ตน้ ทนุ ใหก้ บั เขอื่ นบางลางอกี ดว้ ย
กลา่ วไดว้ า่ ปา่ ฮาลา-บาลา เปน็ ปา่ ดงดบิ ชนื้ หรอื ปา่ ฝนเขตรอ้ น (Trop-
ical Rain Forest) ทมี่ แี นวเขตตอ่ เนอ่ื งกบั ปา่ เบลมุ่ รฐั เประ ทางตอนเหนอื ของ
ประเทศมาเลเซยี เมอ่ื รวมพนื้ ทปี่ า่ เขา้ ดว้ ยกนั จดั ไดว้ า่ เปน็ ปา่ ฝนเขตรอ้ นทใ่ี หญ่
ทส่ี ดุ บนคาบสมทุ รมลายู และเปน็ ๑ ใน ๓ ของปา่ ฝนเขตรอ้ นทม่ี อี ยบู่ นโลก อนั
ไดแ้ ก่ ปา่ ฝนเขตรอ้ นแถบทวปี อเมรกิ า ปา่ ฝนเขตรอ้ นแถบทวปี แอฟรกิ า และ
๗๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ปา่ ฝนเขตรอ้ นแถบทวปี เอเชยี เปน็ ปา่ ดงดบิ ชน้ื แบบมลายนั (Malayan-Type
Forest) ซง่ึ มลี กั ษณะเดน่ และแตกตา่ งไปจากปา่ ดงดบิ อน่ื ทพ่ี บในประเทศไทย
คอื มชี นดิ ของพรรณไมพ้ เิ ศษเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั ทเี่ รยี กวา่ พรรณไมแ้ บบ
“เรดเมอแรนต”ี หรอื พรรณไมแ้ บบมาเลเซยี ซงึ่ จะไมพ่ บในปา่ แหลง่ อน่ื ๆ ของ
ประเทศไทย ตวั อยา่ งเชน่ สยาเหลอื ง สยาขาว หมากออ่ น ตะเคยี นชนั ตาแมว
จากเขา และปาลม์ บงั สรู ย์ เปน็ ตน้
สภาพภมู อิ ากาศทค่ี อ่ นขา้ งคงทแ่ี ละมคี วามชน้ื สงู ตลอดทง้ั ปี ทำ� ใหป้ า่
ฮาลา-บาลา มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพของสง่ิ มชี วี ติ ตา่ งๆ สงู มาก ตง้ั แต่
แบคทเี รยี เหด็ รา พชื ชน้ั ตำ่� จนถงึ พนั ธพ์ุ ชื นานาชนดิ รวมทง้ั สตั วป์ า่ ซงึ่ ตา่ งอยู่
รว่ มกนั เปน็ สงั คม โดยมพี รรณพชื ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณแ์ ตกตา่ งจากปา่ แหง่ อน่ื มี
ไมย้ นื ตน้ ทม่ี คี า่ ทางเศรษฐกจิ เปน็ จำ� นวนมาก และยงั เปน็ แหลง่ รวมพนั ธพ์ุ ชื ใน
วงศห์ มากและหวายซงึ่ ปจั จบุ นั พนั ธไ์ุ มเ้ หลา่ นหี้ าไดย้ าก และลอ่ แหลมตอ่ การ
สญู พนั ธเ์ุ ปน็ อยา่ งยงิ่ นอกจากนใี้ นปา่ ผนื นมี้ พี รรณไมห้ ลายชนดิ มดี อกและ
ใบสวยงาม ซงึ่ นำ� มาปลกู เปน็ ไมด้ อก ไมป้ ระดบั ได้ โดยเฉพาะพชื ในวงศข์ งิ ขา่
และวงศก์ ลว้ ยไม้ เปน็ ตน้
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๗๕
ขอ้ มลู ในหนงั สอื “เสน้ ทางศกึ ษาปา่ ธรรมชาตฮิ าลา-บาลา” โดย กรม
อทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ระบชุ ดั เจนวา่ “นบั ไดว้ า่ ระบบนเิ วศของ
ปา่ แหง่ นเี้ ปน็ มรดกทางธรรมชาตทิ ล่ี ำ้� คา่ ยง่ิ ซงึ่ ควรคา่ แกก่ ารอนรุ กั ษแ์ ละรกั ษา
ความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ ในทง้ั ๓ ประเดน็ คอื ประเดน็ ดา้ นความสลบั ซบั
ซอ้ นของสงั คมสงิ่ มชี วี ติ ประเดน็ ดา้ นความหลากของชนดิ พนั ธ์ุและประเดน็ ใน
ดา้ นความอดุ มสมบรู ณข์ องแหลง่ พนั ธกุ รรมตามธรรมชาติ
โครงสรา้ งปา่ และสงั คมพชื ในปา่ ดงดบิ ชนื้ หรอื ปา่ ฝนเขตรอ้ น มรี ะดบั
แตกตา่ งกนั สว่ นของปา่ ฮาลา-บาลา เปน็ สงั คมพชื ทอี่ ยใู่ นระดบั ตำ�่ (Tropical
Lowland Rain Forest) ซง่ึ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ สงั คมพชื ทม่ี กี ารกระจายพนั ธอ์ุ ยู่
ในระดบั พนื้ ทท่ี ม่ี คี วามสงู จากระดบั นำ้� ทะเลไมเ่ กนิ ๖๐๐ เมตร โครงสรา้ งของ
ปา่ อาจแบง่ ไดเ้ ปน็ ๕ ชนั้ เรอื นยอด คอื
๗๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
๑.ชั้นโดดเด่น (EMERGENT LAYER) เป็นชั้นที่มีความสูงที่สุด
ประมาณ ๔๐ เมตรขน้ึ ไป เรอื นยอดจะโผลพ่ น้ ตน้ ขา้ งเคยี งขน้ึ มารบั แสงอยา่ ง
เตม็ ท่ี ไมเ้ ดน่ ทพ่ี บไดแ้ ก่ ยวน หยที อ้ งบง้ึ สยาแดง ยางเสยี น ตนี เปด็ แดง
๒.ชัน้ เดน่ (DOMINANT LAYER) เป็นชน้ั ทมี่ คี วามสูงรองลงมา
ประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร เรอื นยอดในชน้ั นไ้ี มเ่ บยี ดเสยี ดกนั มาก แตจ่ ะซอ้ น
เหลอ่ื มกนั ตามความสงู ทำ� ใหเ้ รอื นยอดดา้ นขา้ งไดร้ บั แสงเพม่ิ ขน้ึ ในขณะที่
เรอื นยอดดา้ นบนไดร้ บั แสงเตม็ ที่ พรรณไมท้ พ่ี บจะคลา้ ยกบั ชนั้ โดดเดน่ แต่
มอี ายนุ อ้ ยกวา่ และมชี นดิ อน่ื ๆ ผสมเขา้ มา เชน่ หลมุ พอ กระเทยี มตน้ มงั
คาก กลง้ิ ทเุ รยี นรากขา ประ สะตอ
๓.ชนั้ กลาง เปน็ ชนั้ ทมี่ คี วามสงู ระหวา่ ง ๑๐-๒๐ เมตร เรอื นยอด
ของไมช้ นั้ นถ้ี กู ชนั้ เรอื นยอดเดน่ เบยี ดบงั แสง ทำ� ใหไ้ ดร้ บั แสงบางสว่ นทางดา้ น
บน พรรณไมใ้ นชน้ั นม้ี บี างสว่ นทคี่ ลา้ ยกบั ชน้ั ทอี่ ยสู่ งู ขน้ึ ไป แตม่ อี ายนุ อ้ ยกวา่
และมชี นดิ อนื่ ๆ เพมิ่ เขา้ มา เชน่ พรรณไมใ้ นวงศต์ าเสอื พรรณไมใ้ นวงศช์ มพู่
พรรณไมว้ งศก์ ระดงั งา ไมว้ งศเ์ ลอื ด และพรรณไมใ้ นวงศม์ งั คดุ
๔.ชนั้ ไมพ้ มุ่ (SHRUB LAYER) มคี วามสงู ประมาณ ๕ เมตร ตน้ ไม้
ในชนั้ นไี้ ดร้ บั แสงนอ้ ยมาก เปน็ ไมห้ นมุ่ ของชนดิ ทอ่ี ยสู่ งู ขน้ึ ไป และไมพ้ มุ่ ท่ี
ตอ้ งการแสงนอ้ ย เชน่ ไมว้ งศก์ ระดงั งา ไมว้ งศม์ ะไพ ไมว้ งศก์ ระทมุ่ ไมว้ งศ์
ปาลม์
๕.ชนั้ พน้ื ปา่ (FOREST FLOOR) เปน็ ชน้ั ทม่ี คี วามสงู นอ้ ยกวา่ ๑
เมตร พรรณไมท้ พ่ี บเปน็ กลา้ ไมข้ องตน้ ทอี่ ยสู่ งู ขน้ึ ไป และสว่ นหนงึ่ เปน็ พรรณ
ไมพ้ มุ่ เตยี้ และพชื ลม้ ลกุ ตา่ งๆ เชน่ พชื ในวงศข์ งิ ขา่ พชื วงศห์ มากและหวาย
พชื วงศบ์ อน วงศแ์ อฟรกิ นั ไวโอเลต และกลมุ่ ของเฟริ น์
นอกจากทง้ั ๕ ชนั้ เรอื นยอด ยงั มพี รรณไมอ้ กี กลมุ่ หนง่ึ ทสี่ ามารถ
พบไดใ้ นทกุ ๆ ชน้ั เรอื นยอด คอื พวกเถาวลั ย์ พชื องิ อาศยั และกาฝาก ทเ่ี กย่ี ว
พนั เกาะอยบู่ นตน้ ไมห้ รอื วตั ถอุ นื่ ๆ เพอ่ื ประหยดั พลงั งานในการสรา้ งลำ� ตน้
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๗๗
พรรณพืชฮาลา-บาลา พืชวงศ์ยาง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ เป็นไม้
ยนื ตน้ ขนาดใหญ่ เนอ้ื ไมม้ ยี างใสมกั มกี ลนิ่ ฉนุ ตามลำ� ตน้ จะมชี นั (GUMS) ใน
ประเทศไทยพบ ๘ สกลุ ๖๕ ชนดิ ในปา่ ฮาลา-บาลา พบ ๗ สกลุ ๓๐ ชนดิ
จงึ ถอื ไดว้ า่ ปา่ แหง่ นมี้ คี วามหลากของไมว้ งศย์ างสงู ทสี่ ดุ ในประเทศ โดยไม้
วงศย์ างหลายชนดิ หาดไู ดเ้ ฉพาะในผนื ปา่ ฮาลา-บาลาเทา่ นน้ั เชน่ สยาแดง
สยาดำ� สยาขาว กาลอ พะยอมนกเขา เปน็ ตน้ และบางชนดิ ถกู คน้ พบครงั้
แรกในประเทศไทย (New record) ไดแ้ ก่ ตะเคยี นขาว ลกู ขา่ ง เปน็ ตน้
กลมุ่ ไมว้ งศถ์ วั่ ทงั้ ลม้ ลกุ ไมพ้ มุ่ หรอื ไมย้ นื ตน้ มหี ลายชนดิ เชน่
เนยี งนก ลกู เนยี ง มงั คาก หลมุ พอ ฯลฯ โดยพชื วงศน์ ม้ี ปี ระมาณ ๕๕๐ สกลุ
ทว่ั โลก ในประเทศไทยเทา่ ทสี่ ำ� รวจพบมี ๙๕ สกลุ พชื วงศน์ พี้ บวา่ มสี มาชกิ
มากเปน็ อนั ดบั ที่ ๓ ของพชื ตา่ งๆ ทม่ี อี ยบู่ นโลก ทง้ั น้ี “ยวน” ซง่ึ เปน็ พชื วงศ์
ถว่ั มลี ำ� ตน้ เปลาตรงสงู ชะลดู โคนมพี พู อน ใบเปน็ แบบชอ่ ขนนก เรยี งสลบั
เยอื้ งกนั ปลายคี่ ใบยอ่ ย ๗-๑๑ ใบ ดอกเลก็ สชี มพู ผลเปน็ ฝกั แบนยาวและ
บดิ เลก็ นอ้ ย เนอ้ื ไมใ้ ชป้ ระโยชนใ์ นการกอ่ สรา้ งภายใน สว่ นใหญจ่ ะพบไดใ้ น
จงั หวดั ยะลาและนราธวิ าสเทา่ นน้ั และยงั ถอื ไดว้ า่ เปน็ พนั ธไ์ุ มเ้ ดน่ ของปา่ ฮา
ลา-บาลาอกี ดว้ ย
๗๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
มรี ายงานสำ� รวจวา่ ตน้ ยวนในประเทศมาเลเซยี สงู ถงึ ๘๕ เมตร
จดั วา่ เปน็ ตน้ ไมท้ ส่ี งู ทส่ี ดุ ในเอเชยี อาคเนย์ และเปน็ ที่ ๓ ของโลก รองจาก
GIANT RED-WOOD (Sequoia semper) ของอเมรกิ า และ (E-regan) ของ
ออสเตรเลยี หมากและหวาย ในวงศน์ ท้ี ว่ั โลกมมี ากกวา่ ๒๐๐ สกลุ เปน็ พชื
ในเขตรอ้ นหรอื กงึ่ เขตรอ้ น ในประเทศไทยมปี ระมาณ ๓๐ สกลุ แบง่ ไดเ้ ปน็ ๘
วงศย์ อ่ ย สำ� หรบั หวายซงึ่ เปน็ พชื ในวงศป์ าลม์ ในประเทศไทยสำ� รวจพบ ๑๐
สกลุ ๗๘ ชนดิ ในปา่ ฮาลา-บาลา พบแลว้ จำ� นวน ๑๐ สกลุ ๓๐ ชนดิ จงึ จดั
ไดว้ า่ ปา่ ผนื นมี้ คี วามหลากหลายของชนดิ หวายสงู มาก
พชื องิ อาศยั เชน่ เขากวางทช่ี อบเกาะอยบู่ นยอดไมส้ งู ขา้ หลวงหลงั
ลาย หรอื เฟริ น์ องิ อาศยั ตา่ งๆ ทเ่ี กาะบนตน้ ไม้ กลว้ ยไม้ และไลเคน (สาหรา่ ย
+รา) พชื ดกึ ดำ� บรรพก์ วา่ ๔๐๐ ลา้ นปที ย่ี งั คงดำ� รงอยู่ โดยนกั วทิ ยาศาสตร์
ไดศ้ กึ ษาและยอมรบั วา่ พชื ปรากฏขน้ึ มาในโลกกวา่ ๖๐๐ ลา้ นปมี าแลว้ จาก
สาหรา่ ยสเี ขยี วทม่ี วี วิ ฒั นาการจนทำ� ใหร้ ปู รา่ งหนา้ ตาของมนั คอ่ ยๆ เปลย่ี น
ไป มคี วามซบั ซอ้ นมากขนึ้ ตามพนั ธกุ รรม และสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ปลย่ี นแปลง
ใหมข่ องโลก พชื ทย่ี งั คงอยตู่ ามสภาพแวดลอ้ มทคี่ ลา้ ยกบั เมอื่ ครงั้ อดตี ไดแ้ ก่
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๗๙
พชื ในกลมุ่ มอสและเฟริ น์ ซง่ึ มปี ระมาณ ๔๐๐ ลา้ นปกี อ่ นนนั้ เชน่ ปรง สน
พญาไม้ เมอ่ื ย แปะ๊ กว๊ ย ระบบราก พพู อนไมย้ งิ่ ขนาดใหญ่ ยงิ่ ตอ้ งมรี ะบบ
รากทแี่ ขง็ แรง ไมบ้ างตน้ มเี ถาวลั ยใ์ นการชว่ ยยดึ เกาะ รากคำ�้ ยนั โดยเฉพาะ
ไมใ้ นปา่ พรุ ปา่ โกงกาง หรอื ปา่ ชายเลน เปน็ ไปตามลกั ษณะธรรมชาตทิ ต่ี น้ ไม้
ทมี่ ลี ำ� ตน้ ขนาดใหญแ่ ละมกี งิ่ กา้ นทแ่ี ผก่ วา้ ง เมอ่ื พายฝุ นมายอ่ มเปน็ การเสย่ี ง
ตอ่ การโคน่ ลม้ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งพฒั นาระบบฐานรากใหส้ มั พนั ธก์ บั ระบบเรอื น
ยอด โดยการสรา้ งพพู อน (BUTTRESSES) ใหเ้ ปน็ ปกี แผก่ วา้ งออกรอบโคน
ตน้ หรอื สรา้ งรากคำ้� ยนั (STILT ROOTS) ออกจากลำ� ตน้ หรอื กง่ิ กา้ นลงไป
ยดึ พน้ื ดนิ ฯลฯ
ฮาลา-บาลา จงึ เปน็ บา้ นของตนไม้ และคนทช่ี มชอบทศั นศกึ ษา
เรอื่ งปา่ อยา่ งแทจ้ รงิ
๘๐ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๗๙
๘๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๘๓
ขอ้ มลู จากเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บาลา พบวา่ ปา่ ผนื นเ้ี ปน็ ที่
อยอู่ าศยั ของสตั วป์ า่ ในเขตอนภุ าคซนุ ดาเนอื่ งจากสภาพปา่ เปน็ ปา่ ดงดบิ ชน้ื
และยงั มคี วามอดุ มสมบรู ณป์ ระกอบกบั มพี น้ื ทปี่ า่ ตอ่ เนอื่ งตดิ กบั ปา่ เบลมุ่ ใน
เขตประเทศมาเลเซยี สตั วป์ า่ ทอี่ าศยั อยมู่ กี ารเดนิ ทางไปมาระหวา่ งประเทศ
สตั วป์ า่ ทส่ี ำ� คญั ทพ่ี บมสี ตั วป์ า่ ทจี่ ดั เปน็ สตั วป์ า่ หายากอาศยั อยหู่ ลายชนดิ ไดแ้ ก่
กระซู่ สมเสรจ็ กระทงิ เสอื โครง่ เลยี งผา และชา้ งปา่ เปน็ ตน้ สตั วป์ า่ ประเภท
นกมี ๒๑๗ ชนดิ ๑๑๔ สกลุ ๓๘ วงศ์ สตั วจ์ ำ� พวกเลย้ี งลกู ดว้ ยนำ�้ นม มี ๑๔๔
ชนดิ ๘๔ สกลุ ๓๘ วงศ์ สตั วจ์ ำ� พวกเลอ้ื ยคลาน มี ๓๐ ชนดิ ๒๔ สกลุ ๙ วงศ์
สตั วจ์ ำ� พวกสะเทนิ นำ�้ สะเทนิ บก มี ๒๓ ชนดิ ๑๕ สกลุ ๙ วงศ์
ในชว่ งทผ่ี า่ นมาภาพ “นกเงอื กกรามชา้ งปากเรยี บ” รวมนบั รอ้ ยนบั
พนั ตวั นบั เปน็ ฝงู ใหญท่ ส่ี ดุ เทา่ ทเ่ี คยมกี ารบนั ทกึ ไวโ้ ดยทมี งานสถานโี ทรทศั น์
ชอ่ งหนง่ึ ทำ� ใหใ้ ครหลายคนอยากเขา้ ไปสมั ผสั จดุ ทมี่ กี ารบนั ทกึ ภาพนไี้ วไ้ ด้ นนั่
คอื บรเิ วณตน้ นำ�้ ฮาลา กลางผนื ปา่ ฮาลา-บาลา โดยหนง่ึ ในผตู้ ดิ ตามเรอื่ งนอ้ี ยา่ ง
ใกลช้ ดิ คอื “ปรดี า เทยี นสง่ รศั ม”ี นกั พทิ กั ษน์ กเงอื กแหง่ เทอื กเขาบโู ด ผอู้ ทุ ศิ
ชวี ติ ใหก้ บั การอนรุ กั ษน์ กเงอื ก กระทงั่ ไดร้ บั รางวลั คนคน้ ฅน อวอรด์ สาขาผปู้ ดิ
ทองหลงั พระ และทกุ วนั นย้ี งั คงเสยี สละฝงั ตวั ทำ� งานในพน้ื ทอ่ี ยา่ งมงุ่ มนั่ สาน
ตอ่ เนอ้ื งานของ “ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ ดร.พไิ ล พลู สวสั ด”์ิ ผไู้ ดร้ บั การขนาน
นามวา่ “มารดาแหง่ นกเงอื ก” (GREAT MOTHER OF THE HORNBILLS) ซงึ่
ไดท้ มุ่ เทแรงกายแรงใจทำ� งานเพอื่ อนรุ กั ษน์ กเงอื กในพน้ื ทม่ี ายาวนาน
๘๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๘๕
นกเงอื กทว่ั โลกมอี ยทู่ งั้ หมด ๕๔ ชนดิ ในประเทศไทยมอี ยู่ ๑๓ ชนดิ
และสามารถพบเหน็ ในผนื ปา่ ฮาลา-บาลา ถงึ ๑๐ ชนดิ นอกจากนยี้ งั มสี ตั ว์
ปา่ มากมายทอี่ าศยั อยใู่ นผนื ปา่ แหง่ นี้ เชน่ ปลามงั กร (ตะพดั ) ปลาพลวงชมพู
(กอื เลาะห)์ ชะนดี ำ� ใหญ่ (เซยี มมงั ) หรอื ฝงู กระทงิ ซงึ่ นกั ทอ่ งเทยี่ วหรอื ผนู้ ยิ ม
ไพรมกั ไปซมุ่ ดบู รเิ วณทเ่ี รยี กวา่ “วงั ปลาชอ่ น” หรอื “ลานกระทงิ ” ซง่ึ เปน็
จดุ ทสี่ ายนำ้� ฮาลาชว่ งปากนำ�้ คดโคง้ พองาม บรเิ วณนนั้ เปน็ ทงุ่ หญา้ กวา้ งใหญ่
พอประมาณ ยามนำ้� หลากจะทว่ มแผน่ ดนิ จนมดิ แตพ่ อหนา้ แลง้ นำ้� ลดหญา้
จะแตกยอดระดบั ทำ� ใหม้ ี “กระทงิ ” ฝงู สดุ ทา้ ยแหง่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา วา่ กนั
วา่ มรี วมกนั ถงึ ประมาณ ๗๐ ตวั พากนั มาปรากฏโฉม รวมถงึ ไดพ้ บเหน็ สมั ผสั
สตั วอ์ กี นานาชนดิ ไมว่ า่ จะเปน็ ปลากระโดด หมปู า่ หรอื ชา้ งปา่ ซง่ึ ชาวบา้ นให้
ขอ้ มลู วา่ มอี ยรู่ วมกนั นอ้ ยรอ้ ยตวั
ทส่ี ำ� คญั ลา่ สดุ มรี ายงานวา่ มกี ารพบ “รอยตนี กระซ”ู่ (Dicerorhinus
sumatrensis) โดยนกั วจิ ยั ดา้ นสตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมจาก พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาติ
วทิ ยา องคก์ ารพพิ ธิ ภณั ฑว์ ทิ ยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ และนกั วจิ ยั จากสถานวี จิ ยั สตั ว์
ปา่ ปา่ พรุ ปา่ ฮาลา-บาลา กรมอทุ ยานแหง่ ชาตสิ ตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ในพน้ื ท่ี
ปา่ ดบิ เขาในพน้ื ทก่ี ลมุ่ ปา่ ฮาลา-บาลา บรเิ วณเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮาลา-บา
ลา จงั หวดั ยะลา โดยทมี นกั วจิ ยั ซงึ่ ไดเ้ ดนิ เทา้ ขน้ึ ไปสำ� รวจผนื ปา่ ดบิ เขา “ยอด
ฮาลา” อำ� เภอบนั นงั สตา และอำ� เภอเบตง ในระหวา่ งวนั ท่ี ๓๑ พฤษภาคม
๒๕๕๗ ถงึ ๗ มถิ นุ ายน ๒๕๕๗
“รอยตนี กระซทู่ พี่ บ สนั นษิ ฐานวา่ เปน็ รอยตนี ทมี่ อี ายไุ มน่ อ้ ยกวา่ ๑
ฤดกู าล เนอ่ื งจากมคี วามเกา่ แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี รปู รา่ งของรอยตนี รอยเลบ็ และ
ขนาด มีความชัดเจนพอท่ีจะมั่นใจได้ว่า พื้นท่ีบริเวณนี้คือแหล่งอาศัยของ
กระซู่ สตั วป์ า่ สงวนทก่ี ำ� ลงั จะสญู พนั ธไ์ุ ปจากประเทศไทยและโลก” ขอ้ ความ
ในรายงานสำ� คญั
กระทงั่ สรปุ วา่ ทน่ี อี่ าจเปน็ บา้ นหลงั สดุ ทา้ ยของกระซใู่ นประเทศไทย
สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ “กระซ”ู่ ยงั ไมไ่ ดส้ ญู พนั ธไ์ุ ปจากประเทศไทย และยง่ิ ตอกยำ้�
ความยง่ิ ใหญข่ องกลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลาแหง่ นใี้ หเ้ หน็ เดน่ ชดั ขนึ้
๘๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๘๕
๘๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๘๙
HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๙๑
กลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา มตี น้ ทนุ สำ� คญั ทางทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ี
ดำ� รงสบื สานอยใู่ นพนื้ ทมี่ ายาวนาน กลายเปน็ แหลง่ ทำ� มาหากนิ ของผคู้ น
ในพนื้ ทที่ พี่ อจะอาศยั หาของกนิ ของปา่ เลย้ี งชพี ไดบ้ า้ ง เทา่ ทพ่ี อประมาณ
การอนั ไมถ่ อื เปน็ การทำ� ลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม เปน็ แหลง่
ทอ่ งเทย่ี วศกึ ษาของนกั พฤกษศาสตรแ์ ละนกั ทอ่ งเทยี่ วผนู้ ยิ มลอ่ งไพรจากทวั่
ทกุ สารทศิ หากทวา่ ในอกี ดา้ นหนง่ึ ผนื ปา่ มากคณุ คา่ แหง่ กลบั กย็ งั ประสบกบั
ปญั หาหลายดา้ นทเ่ี กดิ ขนึ้ มาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
แนน่ อนวา่ ในรอบหลายปมี าน้ี หากตดิ ตามขา่ วคราวตามสอ่ื ตา่ งๆ
ทั้งสอื่ กระแสหลักหรือส่ือสงั คมออนไลน์ (Social Media) หรือได้สัมผัส
สมั พนั ธก์ บั ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา และกลมุ่ ผนื ปา่ รอบดา้ นโดยตรง มกั จะพบเหน็
หรอื ไดเ้ สพขา่ วทม่ี กี ารบกุ รกุ แยง่ ชงิ ทรพั ยากรธรรมชาติ ทงั้ การตดั ไมท้ ำ� ลาย
ปา่ การรกุ คบื ยดึ พน้ื ทปี่ า่ เพอื่ แปรเปน็ สวนยาง สวนผลไม้ ขา่ วขบวนการลา่
สตั วป์ า่ ขโมยลกู นกเงอื ก ฯลฯ
สง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ จงึ เปน็ ปญั หาสำ� คญั ทที่ กุ คนทกุ ฝา่ ยตอ้ งรบี หาหนทาง
ปอ้ งกนั แกไ้ ข รว่ มผนกึ กำ� ลงั อนรุ กั ษป์ า่ กอ่ นทผ่ี นื ปา่ จะสญู สน้ิ มนตข์ ลงั
๙๒ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
๑. เปน็ ตน้ ทนุ ทางทรพั ยากรธรรมชาตทิ โี่ ดดเดน่ มากคณุ คา่ ผกู พนั
กบั วถิ ชี วี ติ ของชมุ ชน สะทอ้ นผา่ นงานวฒั นธรรมในชวี ติ ประจำ� วนั ของชาว
บา้ นหลายดา้ น
๒. เป็นการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการช่วยกันดูแล
ทรพั ยากรปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่
๓. ชาวบา้ นมวี ถิ ชี วี ติ และศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี ระบบสงั คม
เศรษฐกจิ ผกู พนั กบั ผนื ปา่ แหง่ นเ้ี ปน็ อยา่ งมาก
๔. หากสามารถผลกั ดนั เปน็ กลมุ่ ผนื ปา่ มรดกโลก จะสง่ เสรมิ ธรุ กจิ
การทอ่ งเทยี่ วในพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใตไ้ ดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งและยนื ยาว
๕. กอ่ ใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื ในการบรหิ ารจดั การดแู ลผนื ปา่ และชมุ ชน
รว่ มกนั
๑. การทปี่ า่ ถกู บกุ รกุ แผว้ ถาง โดยกลมุ่ ทนุ และบคุ คลบางกลมุ่
๒. ทรพั ยากรธรรมชาติ ทง้ั ปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ ถกู ลา่ และถกู ทำ� ลาย
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
๓. ชาวบา้ นประสบปญั หาเรอ่ื งทด่ี นิ และการทำ� มาหากนิ เนอื่ งจาก
การระบแุ นวเขตปา่ ไมช่ ดั เจน
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๙๓
๙๔ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๙๕
๙๖ HALA - BALA Wildlife to World Heritage
ดว้ ยความเขา้ ใจในสถานการณ์ดว้ ยความหว่ งใยทรพั ยากรธรรมชาติ
ในพนื้ ท่ี ในทส่ี ดุ แนวคดิ การผลกั ดนั ใหก้ ลมุ่ ผนื ปา่ ฮาลา-บาลา ใหเ้ ปน็ “มรดก
อาเซียนข้ามแดน” และเป้าหมายสูงสุดคือการได้รับการข้ึนทะเบียนเป็น
“มรดกโลก” จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาติ หรอื ยเู นสโก (United Nations Educational, Scientific and
Cultural Organization : UNESCO) จงึ เกดิ ขน้ึ โดยศนู ยส์ ง่ เสรมิ และพฒั นา
ท้องถ่ิน มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา (มรย.) ไดบ้ รรจเุ ป็นภารกิจส�ำคัญใน
โครงการยทุ ธศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพอื่ การพฒั นาทอ้ งถนิ่ ในกจิ กรรม
ทศิ ทางการขบั เคลอ่ื นผนื ปา่ ฮาลา-บาลาสมู่ รดกโลก ผา่ นชอ่ งทางการผสม
ผสานระหวา่ งมรดกโลกทางวฒั นธรรมและทางธรรมชาติ
ฮาลา - บาลา สู่มรดกโลก ๙๗
ทง้ั นี้ ชว่ งทผ่ี า่ นมา ในฐานะเปน็ หนว่ ยงานประสานและจดุ ประกาย
การดำ� เนนิ งานในขนั้ ตอนตา่ งๆ จงึ มคี วามพยายามแสวงหาเครอื ขา่ ยความ
รว่ มมอื จากภาคสว่ นตา่ งๆ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การประสานกบั นายอาดลิ นั
อาลอี สิ เฮาะ ส.ส.ยะลา เขต ๑ พรรคพลงั ประชารฐั ในการรวบรวมขอ้ มลู
เพอื่ ตง้ั เปน็ กระทถู้ ามเรอ่ื ง “การผลกั ดนั ใหป้ า่ ฮาลา-บาลาเปน็ มรดกโลก” ใน
การประชมุ สภาผแู้ ทนราษฎรเมอื่ วนั ท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓ ซงึ่ ปรากฏวา่
ไดร้ บั ความสนใจจากสอ่ื มวลชน นกั วชิ าการ และประชาชน เปน็ จำ� นวนมาก
เชน่ หนงั สอื พมิ พไ์ ทยรฐั พาดหวั ขา่ ววา่ “ส.ส.ยะลา พปชร. ขอรฐั ชว่ ยผลกั
ดนั ปา่ ฮาลาบาลาขน้ึ เปน็ มรดกโลก” หนงั สอื พมิ พเ์ ดลนิ วิ ส์ “อาดลิ นั ขอรฐั
ผลกั ดนั ใหป้ า่ ฮาลาบาลาเปน็ มรดกโลก” mgronline “ส.ส.ยะลา จรี้ ฐั ผลกั
ดนั ปา่ ฮาลาบาลาเปน็ มรดกโลก” ฯลฯ
๙๘ HALA - BALA Wildlife to World Heritage