The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 007tevada, 2023-06-24 12:18:32

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

190 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เปลี่ยนเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ตามอุดมคติของตัวเอง ถ้า “คุณในอนาคต” มาบอกข้อความ กับ “คุณในปัจจุบัน” คุณคิดว่าเขาจะบอกอะไร ? 27 ค�ำถามที่ มีนักจิตวิทยาท่านหนึ่งท�ำการทดสอบเรื่องความทรงจ�ำที่แตกต่าง ระหว่างคนที่เคยประสบความบอบช�้ำทางจิตใจ (trauma) ซึ่งแบ่งกลุ่ม คนที่มีความเจ็บช�้ำที่ฝังใจนั้นเป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้กับความเจ็บช�้ำได้แล้ว และ กลุ่มคนที่ยังไม่ลืมความเจ็บช�้ำนั้น เมื่อคนเหล่านั้นหวนคิดถึงเรื่องที่ท�ำให้จิตใจเจ็บช�้ำ สิ่งที่แตกต่าง ระหว่างคน 2 กลุ่มนี้คืออะไร ยกตัวอย่างเช่น มีปัญหาเจ็บช�้ำใจจากเรื่องที่เกี่ยวกับพ่อแม่ คนที่ ผ่านพ้นความเจ็บปวดนั้นได้ เวลาที่เขานึกถึงเรื่องนี้ ในจินตนาการของเขา จะมี “พ่อแม่” และ “ตัวเอง” ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ลืมความเจ็บปวดนั้น ในจินตนาการจะมี แค่ “พ่อแม่” เท่านั้น กลุ่มคนที่ผ่านพ้นความเจ็บช�้ำในใจได้แล้วนั้น เวลาที่พวกเขาหวน คิดถึงเรื่องในอดีตก็จะมีตัวเองปรากฏในความคิดนั้นด้วย


ข้อความสุดท้าย 191 ขณะที่กลุ่มที่ยังไม่ผ่านพ้นความเจ็บช�้ำนั้น เวลาที่พวกเขาหวน คิดถึงเรื่องในอดีตจะไม่มีตัวเองอยู่ในภาพความคิดนั้น ความแตกต่างนี้หมายความว่าอย่างไร ? การมีภาพตัวเองปรากฏขณะที่หวนคิดถึงเรื่องเก่านั้น หมายความ ว่า “เรามองตัวเองแบบเป็นกลางโดยไม่คิดเข้าข้างตัวเองได้” ส่วนการไม่มีภาพตัวเองปรากฏในความคิด หมายความว่า ความ เจ็บช�้ำนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิม ถ้าตัวเองยังคงรู้สึกเจ็บปวดก็จะมองไม่เห็น ตัวเอง ไม่มีภาพตัวเองปรากฏขณะที่คิดถึงเรื่องนั้น จากการวิจัยนี้ท�ำให้รู้ว่า การมองตัวเองได้อย่างเป็นกลาง ไม่คิด เข้าข้างตัวเองนี่แหละที่เป็นสิ่งเยียวยารักษาใจได้ เรื่องที่หนังสือเล่มนี้จะมอบให้คุณเป็นของขวัญคือการท�ำให้คุณ มีมุมมองใหม่เกี่ยวกับวันสุดท้ายของชีวิต (การมองตัวเองแบบเป็นกลาง ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง) ถ้ามองจากวันสุดท้ายของชีวิต คุณเห็นปัญหาที่ก�ำลังกลัดกลุ้มใน ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ? มันเป็นเรื่องที่สมควรจะเป็นปัญหาหรือไม่ใช่ปัญหาเลย ? ตอนสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ผมจะให้คุณเป็นคนสรุป ผมจะขอให้ “คุณคนในอนาคต” ผู้มีความสุขกับชีวิตที่สมบูรณ์แบบ มาบอกอะไรบางอย่างกับ “คุณคนในปัจจุบัน”


192 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ตอนนี้ขอให้คุณจินตนาการว่าคุณเป็นคนที่มาจากอนาคตซึ่งมีชีวิต ที่สมบูรณ์แบบตามอุดมคติของคุณ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต คุณอยากจะรู้สึกอย่างไร ? เพื่อให้จินตนาการได้ง่ายขึ้น ผมขอเสนอ Input chair ซึ่งเป็นวิธี ทางจิตวิทยา ควบคู่ไปด้วยเลยนะครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมาก ขอให้จ�ำไว้ เพราะใช้กับเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากมายเลย Input chair คือวิธีทดลองมองสิ่งต่าง ๆ ในมุมมองใหม่หรือรับรู้ เรื่องนั้น ๆ ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไป โดยใช้วิธีเปลี่ยนต�ำแหน่งของตัวเอง การเปลี่ยนมุมมองแนวคิดเรื่องใด ๆ นั้น จ�ำเป็นจะต้องเปลี่ยน จุดยืน ค�ำว่า จุดยืน ความหมายตรงตัวคือ “ต�ำแหน่ง” ที่ “ยืน” อยู่ Input chair จึงเป็นการลองมีประสบการณ์ที่จุดยืนอื่น ๆ ดังนั้น การทดลองนี้เราจะต้องใช้เก้าอี้หลายตัว ครั้งนี้เราจะเตรียมเก้าอี้ 2 ตัว ให้วางเก้าอี้ตัวแรก (เก้าอี้ A) ไว้ แล้วเดินห่างออกไปประมาณ 5 ก้าว วางเก้าอี้อีกตัว (เก้าอี้ B) หันหน้า เข้าหาเก้าอี้ตัวแรก


ข้อความสุดท้าย 193 เริ่มต้นจากให้คุณนั่งที่เก้าอี้ A จากนั้นให้จินตนาการว่าด้านหน้า คุณเป็นประตู หลังประตูนั้นเป็นฉากวันสุดท้ายของคุณคนในอนาคตที่ชีวิต ก�ำลังจะสิ้นสุด พอนับ 3, 2, 1 แล้วให้เปิดประตูนั้น เมื่อเปิดประตูแล้ว ให้ลุกขึ้นยืน เดินไปที่เก้าอี้ B และนั่งที่เก้าอี้ B ให้คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีชีวิตสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณคิดไว้ และวันนี้ เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณมองเห็นอะไร ? คุณอยู่ที่ไหน ? ที่บ้านของคุณเอง ? หรือบ้านพักที่รีสอร์ตซึ่งมีลมพัดเย็นสบาย ? รอบ ๆ ตัวคุณมีอะไรบ้าง ? คุณใส่เสื้อผ้าแบบไหน ? ลองนึกว่าคุณเป็นคนที่สมบูรณ์แบบตามอุดมคติของตัวเอง และ ชีวิตก�ำลังจะสิ้นสุด คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง ? รู้สึกจิตใจเบิกบาน แจ่มใสไหม ? รู้สึกสงบ สบายใจไหม ? คุณรับรู้ความรู้สึกนั้นได้จากส่วนไหนของร่างกาย ? ขอให้สัมผัสความรู้สึกนั้นสักพัก เมื่อคุณได้ลองจินตนาการความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนที่ชีวิตก�ำลัง จะสิ้นสุดในวันนี้ คราวนี้ให้จินตนาการต่อว่าที่เก้าอี้ A มีคุณคนในปัจจุบัน นั่งอยู่ตรงนั้นและจ้องมองเขา


194 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต จากนั้น ขอให้คุณคนในอนาคตที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตที่ สมบูรณ์แบบมาตลอดและชีวิตก�ำลังจะสิ้นสุด พูดอะไรบางอย่างกับคุณ คนในปัจจุบัน รู้สึกอย่างไรให้พูดออกไปอย่างนั้น แค่อ่านวิธีการเฉย ๆ คุณอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ผมขอให้คุณ ลงมือปฏิบัติจริงเลย เมื่อคุณได้ลองย้ายที่นั่ง คุณก็จะประหลาดใจที่พูด สิ่งที่อยากจะบอกออกมาได้เอง และเพื่อให้คุณมีตัวอย่างไว้อ้างอิง ผมก็ใช้วิธีนี้ลองจินตนาการเป็น คุณที่ชีวิตก�ำลังจะสิ้นสุดในวันนี้ เพื่อส่งข้อความถึงคุณ ข้อความสุดท้ายส�ำหรับคุณ ผมจะดีใจมากถ้าคุณอ่านข้อความนี้ โดยออกเสียงดัง ๆ


ข้อความสุดท้าย 195 สวัสดี ฉันก็คือคุณนั่นแหละ ฉันเป็นคนที่มีชีวิตตามอุดมคติของคุณ ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตฉัน ชิวิตคนเรานั้นสั้น แค่เดี๋ยวเดียวเอง คุณลองนึกดูสิ ตั้งแต่วันที่เกิดจนถึงวันนี้ ดูเหมือนว่าจะนาน แต่ มันกลับแค่เดี๋ยวเดียวเองใช่ไหม ? ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตก็เหมือนกัน แค่เดี๋ยวเดียว เท่านั้น ถ้าคุณอยากท�ำอะไรก็ท�ำเลย มนุษย์เรา ชั่ววินาทีที่ความตาย มาถึง น้อยคนที่จะรู้สึกเสียใจภายหลังกับสิ่งที่ท�ำลงไป แต่จะรู้สึกเสียใจ เสียดายที่ไม่ได้ท�ำสิ่งที่อยากท�ำ เหมือนค�ำพูดที่แชปลินกล่าวไว้ In the end, everything is a gag. แม้เรื่องที่หนักหนาสาหัส สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็เป็นแค่เรื่องข�ำ ๆ เหมือนเพลงที่บ็อบ มาร์เลย์ร้องไว้ Everything’s gonna be alright. ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี อยากจะลองท�ำอะไรก็ให้ลองท�ำเลย เพราะไม่ว่าอะไรก็จะผ่านไป ได้ไม่มีปัญหา จากมุมมองของฉันที่ก�ำลังรอวันสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าสิ่งที่จะท�ำ จะเป็นไปด้วยดีหรือไม่ จะเป็นยังไง มันไม่ส�ำคัญเลย


196 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เมื่อมองจากวันสุดท้ายของชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะกลาย เป็นความทรงจ�ำที่อยู่ในความฝัน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ตอนนี้ มันก็กลายเป็นความทรงจ�ำในฝันของคุณแล้วใช่ไหม ? ถ้าในฝันคุณรู้สึกเจ็บปวด จะท�ำอย่างไร ถ้าในฝันคุณรู้สึกกังวลใจ จะท�ำอย่างไร ? ก็คงได้แต่หัวเราะตัวเองว่าท�ำไมจริงจังเรื่องแบบนั้นได้นะ จะเป็นอย่างไรก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะผลสุดท้ายแล้ว เมื่อถึง วันสุดท้ายของชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลายเป็นเพียงแค่ความฝัน ดังนั้นสิ่งส�ำคัญคือคุณท�ำสิ่งนั้นด้วยความรู้สึกอย่างไร สิ่งส�ำคัญ ที่แท้จริงมีเพียงแค่นี้เอง สิ่งส�ำคัญที่แท้จริงคือการเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อตัวเอง รับฟัง ความรู้สึกของตัวเองในปัจจุบัน ถามตัวเองว่า “ที่จริงแล้วอยากจะท�ำอย่างไร ?” และนี่คือทั้งหมดที่คนในอนาคตอย่างฉันอยากบอกให้คุณรับรู้ไว้ ชีวิตคือการเดินทาง การเดินทางที่ทั้งประสบความส�ำเร็จและ ผิดพลาด ในการเดินทาง ไม่มีก�ำหนดว่าต้องท�ำเรื่องอะไร อาจจะมีก็คงแค่ แปรงฟัน ไม่เป็นไรหรอก ขอให้นึกถึงความรู้สึกสมัยเป็นเด็กดูสิ ใช่แล้ว ความรู้สึกนั้นแหละ ตอนที่คุณเปิดประตูบ้านปุ๊บก็วิ่งออกไปเลย


ข้อความสุดท้าย 197 ฉันโชคดีที่ได้เลือกชีวิตของฉันเอง ในวันสุดท้ายของชีวิต ตอนนี้ ฉันมีความสุข และที่ตอนนี้ฉันคิดแบบนี้ได้ก็เพราะคุณ เพราะคุณที่คิด กังวลมากมาย หลายเรื่อง คุณที่เจอปัญหาและเรื่องเจ็บปวดมากมาย แล้วคุณก็รวบรวม ความกล้า ก้าวออกมา เป็นชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่สุด ขอขอบคุณจากหัวใจ คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว คุณยังมีฉันอยู่ด้วย คุณคนในอนาคต ทุก ๆ คน ให้ก�ำลังใจ เอาใจช่วยคุณอยู่ และทุกคนก็รู้สึกขอบคุณตัวคุณ ด้วยเช่นกัน แล้วเจอกันในวันสุดท้ายของชีวิต Everything’s gonna be alright. เพราะทุกอย่างจะผ่านไปได้ไม่มีปัญหา จากตัวคุณเอง คนในอนาคตที่มาจากวันสุดท้ายของชีวิต


198 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เอาล่ะครับ เตรียมเก้าอี้ แล้วมาลองปฏิบัติกันเลย คุณคนที่มาจากอนาคตในวันสุดท้ายของชีวิต จะมาบอกอะไร บางอย่างกับคุณคนในปัจจุบัน หลังจากที่บอกเสร็จแล้ว ให้คุณกลับไปนั่งที่เก้าอี้ A ซึ่งเป็นเก้าอี้ ของคุณคนในปัจจุบัน แล้วรับสิ่งที่คนในอนาคตพูดไว้ จากนั้นก็ให้กอดกับ ตัวเองที่มาจากอนาคต รับเขาเข้ามาอยู่ในใจของคุณ และจากนี้ คนในอนาคตก็จะอยู่กับคุณตลอดไป เท่ากับเป็นการตัดสินตัวเองในอนาคต (เส้นชัย) ที่มีความสุข อย่างแน่นอนแล้ว จากนี้ก็จะเป็นกระบวนการที่ท�ำให้ถึงจุดนั้น ดังนั้นก็คงไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม ? ดังนั้นก็คงไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม ? เพราะวันหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายมันก็จะแฮปปี้เอนดิ้ง ! จากการปฏิบัติครั้งนี้ ถ้ามีค�ำพูดไหนที่คุณประทับใจก็ขอให้จด บันทึกไว้ เพราะมันเป็นข้อความของขวัญจากตัวคุณในอนาคต


ข้อความสุดท้าย 199 ถึงฉันคนในปัจจุบัน จากฉันคนในอนาคต


200 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต บทส่งท้าย ผู้ที่ท�ำให้ผมคิดจะเขียนหนังสือเล่มนี้ก็คือ คุณอะสึโยชิ ไซโช (Atsuyosh Saisho) ในตอนต้นของหนังสือที่เล่าเรื่องแบบสอบถาม “เมื่อย้อนมอง ชีวิต 90 ปีที่ผ่านมา 1 เรื่องที่คุณรู้สึกเสียใจภายหลังคือเรื่องอะไร ?” และ ค�ำตอบที่ได้ 90% ตอบว่า “น่าจะได้ท�ำอะไรที่ท้าทายกว่านี้” เรื่องนี้ ผมเขียนไว้ในหนังสือเล่มแรกของผม “ค�ำคมบ�ำบัดจิตใจที่ ท�ำให้คุณมีความสุขใน 3 วินาที” (ส�ำนักพิมพ์ Discovery 21) คุณไซโชอ่าน หนังสือเล่มนี้ของผมขณะที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขาคิดแล้วถามตัวเองว่า ถ้ายังใช้ชีวิตแบบธรรมดาอย่างนี้ต่อไป ล่ะก็ เมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิตจะต้องรู้สึกเสียใจภายหลังแน่ วิธีใช้ชีวิต แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มันดีแล้วเหรอ ? เขาจึงตัดสินใจว่า “ถ้าอย่างนั้นจะใช้ชีวิตเหมือนการผจญภัย” เมื่อเขาตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว ช่วงที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาได้ อ่านหนังสือเล่มหนึ่งคือเรื่อง “Grameen Ginko- O Shitte Imasu Ka ? (รู้จักธนาคารกรามีนหรือไม่)” ของคุณฮิโรมิ สึโบอิ (Hiromi Tsuboi) ธนาคารกรามีน เป็นธนาคารในประเทศบังกลาเทศ ก่อตั้งโดย มูฮัมหมัด ยูนูส (Muhammad Yunus) ซึ่งเริ่มต้นเปิดธนาคาร (เพื่อ


บทส่งท้าย 201 คนยากจน) ด้วยเงินเพียง 24 ดอลลาร์ เขาเป็นฮีโร่ของกลุ่มคนที่คิดจะ เปิดบริษัทเพื่อท�ำธุรกิจและได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ธนาคารกรามีนท�ำทุกอย่างตรงข้ามกับธนาคารปกติ ธนาคารทั่วไป จะหาลูกค้าที่เป็นคนมีเงินในเขตจังหวัดหรือท้องที่นั้น ๆ แต่ลูกค้าของ ธนาคารกรามีนคือเกษตรกรที่มีฐานะยากจน ธนาคารทั่วไปจะดูอาชีพของลูกค้า ดูผลการด�ำเนินงาน (ที่ผ่านมา ในอดีต) แต่ธนาคารกรามีนจะดูอนาคตของลูกค้า กิจการนี้ไม่ใช่การกุศลแต่เป็นธุรกิจเพื่อสังคม การสนับสนุนเงิน ช่วยเหลือ ไม่ได้ให้เป็นการบริจาค แต่เป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดย เคารพเกียรติของลูกค้า เมื่อคุณไซโชอ่านหนังสือจบ เขาก็รีบติดต่อหาคุณสึโบอิ ผู้เขียน หนังสือ ซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยอะกิตะทันที “คือผมอ่านหนังสือที่อาจารย์เขียนแล้ว ผมประทับใจมาก เอ่อ... คือผม อยากขอไปพบอาจารย์ได้ไหมครับ ?” อาจารย์สึโบอิถามกลับว่า “เมื่อไรคะ ?” “พรุ่งนี้” วันรุ่งขึ้น เขาก็ใส่สูททั้ง ๆ ที่ไม่เคยชินกับสูทนัก ออกจากบ้าน ตั้งแต่ 9 โมงเช้า มุ่งไปที่มหาวิทยาลัยอะกิตะ ที่ประตูห้องวิจัยของอาจารย์สึโบอิติดกระดาษที่เขียนค�ำต้อนรับเขา ไว้ด้วย “ยินดีต้อนรับ !”


202 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต อาจารย์สึโบอิบอกว่า “คนที่ส่งอีเมลมาหรือเขียนจดหมายมาหาก็มีเยอะนะคะ แต่คนที่ อ่านหนังสือแล้ว คืนวันนั้นนั่งรถบัสมาที่อะกิตะทันทีก็เพิ่งมีเขานี่แหละค่ะ” การใช้ชีวิตแบบผจญภัยท้าทายคือชีวิตที่ไม่ผัดเรื่องที่อยากท�ำ ไปท�ำปีหน้า เมื่อ “รู้สึก” ก็ให้ “เคลื่อนไหว” เพราะข้างหน้าจะมีสิ่งที่ท�ำให้เรา “รู้สึกประทับใจ” รออยู่ การพบกับอาจารย์สึโบอิท�ำให้ขอบเขตของชีวิตของเขาขยายขึ้น เขาเดินทางไปบังกลาเทศ ประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชีย ได้เห็นปัญหา ความยากจนด้วยตาตัวเอง บังกลาเทศขาดแคลนครูถึง 4 หมื่นคน ท�ำให้เด็กที่เกิดในหมู่บ้าน ที่ยากจนไม่ได้รับการศึกษา ท�ำให้เกิดความแตกต่างระหว่างคนจนและ คนรวยตลอด แค่ค�ำว่า “ยากจน” ความเป็นไปได้ก็ถูกปิดกั้น แม้ในสถานภาพ แบบนี้ เขาก็อยากจะท�ำอะไรสักอย่าง เขาไม่ได้คิดว่า เขาเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยจะท�ำอะไรได้ล่ะ นั่นเป็นเพราะเขาได้ตัดสินใจแล้วเมื่อตอนที่เรียนชั้นมัธยมต้นว่า เขาจะ “ผจญภัยกับชีวิต”


บทส่งท้าย 203 การท�ำสิ่งที่ท�ำได้นั้นยังไม่เรียกว่าการผจญภัย การท�ำสิ่งที่มีคนบอก ว่าเป็นไปไม่ได้ แม้ได้ยินสักพันครั้งก็ยังอยากท�ำ นี่แหละเรียกว่าการผจญภัย และก่อนจะลงมือท�ำ ให้ทิ้งเหตุผลที่จะท�ำให้ล้มเลิกให้หมด ต้องมุ่งมั่นว่า “ไม่มีอะไรที่ลงมือท�ำ แล้วท�ำไม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้ ลงมือท�ำ มันก็ไม่มีทางส�ำเร็จ” ช่วงที่เรียนชั้นมัธยมปลาย คุณไซโชเป็นเด็กที่เรียนไม่ทันเพื่อน ผลสอบได้แค่ 2-3 คะแนน ถ้าผลการเรียนมี 10 ขั้น เขาก็จะอยู่แค่ขั้น 1 หรือ 2 เด็กที่เรียนไม่ทันเพื่อนอย่างเขากลับเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วย การไปสมัครเรียนพิเศษที่โรงเรียนเตรียมสอบโทชินไฮสคูล โรงเรียนโทชินไฮสคูล ทุกวิชาที่สอนมีแต่ครูเก่ง ๆ ทั้งนั้น ที่นั่น สอนผ่านระบบบันทึกการสอนเป็นวิดีโอไว้ ดังนั้นมีครูที่เก่ง ๆ เพียงแค่ คนเดียวก็ถือว่าเพียงพอ คุณไซโชน�ำระบบบันทึกการสอนแบบนี้ไปใช้ที่บังกลาเทศเพื่อ ปฏิรูประบบการศึกษา เขาหาหมู่บ้านที่ยินดีจะใช้ระบบนี้ หาคนที่พร้อมจะ ออกเงินลงทุนให้ และหาครูเก่ง ๆ มาช่วยท�ำดีวีดีบันทึกการสอน เขาตระเวนตามโรงเรียนเตรียมสอบที่อยู่ในบังกลาเทศด้วยตัวเอง เพื่ออธิบายให้ครูแต่ละท่านเข้าใจทีละคน ทีละคน หลายต่อหลายครั้งที่เขาต้องผิดหวังซ�้ำแล้วซ�้ำเล่า แต่คุณไซโชก็ยัง ท�ำจนส�ำเร็จได้ ซึ่งปัจจุบัน เขาก็ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย อายุ 22 ปี


204 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต “คุณครูของห้องเรียนห้องนั้นอยู่ในกล่อง” กลายเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็พูดถึง หนังสือพิมพ์ของบังกลาเทศลงข่าวเรื่อง “การเรียนการสอนที่ถูก เรียกว่าการปฏิรูปหมู่บ้านในชนบทเริ่มเปิดสอนแล้ว” ถึง 6 หน้า ใช่แล้วครับ คนที่ปฏิวัติการศึกษาของบังกลาเทศคือนักศึกษา มหาวิทยาลัยชาวญี่ปุ่น จริง ๆ แล้ว ช่วงที่ก่อตั้งโครงการนี้มีปัญหาที่ท�ำให้ต้องกังวลใจ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดราวกับกระหน�่ำโจมตี เงินทุนถูกขโมยไป ไม่มี เงินจ่ายให้คุณครูที่จ้างไว้ เป็นวิกฤตที่ดูเหมือนจะมองไม่เห็นทางออก แต่คุณครูที่เขาเคารพท่านหนึ่งมอบซองจดหมายให้เขาที่ก�ำลัง ถูกปัญหารุมเร้า ในซองจดหมายนั้นมีเงินที่ใช้บริหารโครงการได้เป็นระยะ เวลาถึง 1 ปี คุณครูที่เคารพท่านนั้นบอกกับเขาว่า “มุซาชิ มิยาโมโตะ กล่าวไว้ว่า ‘พวกเราจะไม่เสียใจภายหลังกับ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราจะยอมรับมัน’ การตัดสินตัวเองเป็นการหลอก ตัวเองที่ง่าย เป็นวิธีของคนที่ไม่มีอะไรจะท�ำ คนที่คิดก้าวไปข้างหน้าเขา ไม่ตัดสินโทษตัวเองและไม่พูดแก้ตัว ท�ำอย่างเดียวคือก้าวต่อไปข้างหน้า ขอให้พยายามต่อไปอย่างมุ่งมั่นว่า ‘ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ในตัวผม’ ” เมื่อเราตั้งใจมุ่งสู่ความฝันก็จะได้พบคนที่ยินดีจะช่วยประคับ ประคองเราอย่างแท้จริง เมื่อเราตั้งใจกับชีวิตจะเกิดความรู้สึกซาบซึ้งขึ้นเองโดยธรรมชาติ ความทรงจ�ำนี้เป็นอีกความทรงจ�ำที่อยากจะระลึกถึงก่อนตาย


บทส่งท้าย 205 คนส่วนใหญ่ 90 % เมื่อย้อนมองชีวิตที่ผ่านมากว่า 90 ปี แล้ว คิดว่า “น่าจะได้ท�ำอะไรที่ท้าทายมากกว่านี้” ถ้าอย่างนั้นก็จะใช้ชีวิตแบบ ผจญภัยกับชีวิต คุณไซโช ผู้ที่คิดและตัดสินใจแบบนี้ เป็นคนเล่าเรื่อง ทั้งหมดนี้ให้ผมฟัง ซึ่งเขาอุตส่าห์มาหาผมเพื่อจะขอบคุณด้วย ผมคิดว่าการมีชีวิตอยู่ช่างเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ จากคนที่ขี้อายมาก กลัวคน ขี้ขลาด ผมเริ่มอยากเปลี่ยนแปลง ตัวเองโดยเริ่มเขียนสิ่งที่เรียนมาในบล็อก วันละ 1 เรื่อง ทุก ๆ วัน จนท�ำให้ เกิดหนังสือ “ค�ำคมบ�ำบัดจิตใจที่ท�ำให้คุณมีความสุขใน 3 วินาที” คุณไซโชก็เป็นส่วนหนึ่งที่ท�ำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ เชื่อมโยงถึง การปฏิรูปการศึกษาในบังกลาเทศ วันที่คุณไซโชมาเยี่ยมผมเพื่อขอบคุณนั้น ผมรู้สึกดีใจมากเลย เมื่อข้าว 1 เมล็ด ตกบนพื้นดิน ก็จะแตกต้นอ่อน 24 ต้น และ กลายเป็นรวงข้าว 24 รวง รวงข้าว 24 รวง จะมีเมล็ดข้าวประมาณ 300 เมล็ด หรือจาก เมล็ดข้าว 1 เมล็ดในฤดูใบไม้ร่วงจะได้ข้าวทั้งหมด 7,200 เมล็ด ลองคิดสิครับว่า ข้าว 7,200 เมล็ดนั้น ในฤดูใบไม้ผลิปีถัดไปจะ กลายเป็นเท่าไร ? จะกลายเป็น 58 ล้าน 1 แสน 4 หมื่นเมล็ด จากข้าว 1 เมล็ด เมื่อถึงปีถัดไปจะกลายเป็น 58 ล้าน 1 แสน 4 หมื่นเมล็ด


206 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ก้าวเล็ก ๆ 1 ก้าว จะกลายเป็นก้าวใหญ่ 1 ก้าวได้ นี่แหละคือชีวิต วันนี้ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ไม่มีอะไรวิเศษกว่าเรื่องที่วันนี้คุณยังมีชีวิตอยู่ ถ้าสลักไว้ที่ใจว่าเราจะตายเมื่อไรก็ได้ วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ ก็จะปรากฏ ความสุข ความซาบซึ้งที่อยากขอบคุณ คุณจะรู้สึกได้ว่ามัน ส่องสว่างกว่าปกติที่เคยเป็น แล้วในวันนั้น วันที่เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณจะหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ “ ต้อนรับวันนั้น ตั้งแต่วันนี้ คุณคือคนใหม่ คุณคนใหม่จากอนาคตที่มาเพื่อท�ำ สิ่งที่ยังไม่ได้ท�ำ เอาล่ะ เปิดหน้าต่างออกไป รับลมใหม่เข้ามาในห้อง สัมผัสลม แล้วสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก จงมอง ฟัง สัมผัสที่ใจ แล้วจงมีชีวิตอยู่ที่กลางใจนั้น


บทส่งท้าย 207 ในวันสุดท้าย ของชีวิต หัวใจของคุณ จะต้องเบิกบาน อย่างแน่นอน


หนังสือ อ้างอิง บทที่ 1 • ค�ำถามที่ 1 “Chisana Jinsei Ron 3” โดย Hideaki Fujio (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) • ค�ำถามที่ 2 “Jinsei O Yarinaoserunara Watashi Wa Motto Shippai O Shite Motto Bakageta Koto” โดย Ram Dass แปลโดย Yoko Hury (ส�ำนักพิมพ์ Voice) • ค�ำถามที่ 3 “Oya Ga Shinu Made Ni Shitai 55 No Koto” โดย Oyakoukou Jikkou Iinkai (สมาคมตอบแทนบุญคุณพ่อแม่) (ส�ำนักพิมพ์ Taibundou) • ค�ำถามที่ 5 “Arigatou Ikiru Koto Zono Subarashisa” โดย Ootsu Shuichi (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) • ค�ำถามที่ 7 “Ishin Goroku Ryouma Mekuri” (Ryouma To Ishin Ni Manabu Kai) “Meigen Therapy Bakumatsu Special The Revolution” โดย Kotaro Hisui (ส�ำนักพิมพ์ Discover 21) และ “Kokora Ga Oresouna Toki Kimi O Sukuu Kotoba” โดย Kotaro Hisui + Elly Shibata (ส�ำนักพิมพ์ Softbank Bunko) • ค�ำบรรยายใต้ภาพ หน้า 55 นวนิยายเรื่อง Shuumatsu No Fuuru โดย Kotaro Isaka (ส�ำนักพิมพ์ Shueisha) หน้า 56 “Satou Issai Genshi Shiroku O Yomu” โดย Ryouhei Kamiwatari (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) หน้า 57 "Chie No Mi No Kotoba" โดย Shigesato Itoi (Hobo Nikkan Itoi Shinbun Goroku)


หนังสืออ้างอิง 209 หน้า 60 “Jinsei I Do Nashi” โดย Shigesato Itoi (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) หน้า 61 โดย Masayoshi Son จาก Shinsotsu Live 2012 หน้า 62 “Atsui Kotoba” โดย Taro Sugimura (ส�ำนักพิมพ์ Chukei) บทที่ 2 • ค�ำถามที่ 8 “Kokoro No Kyokasho” โดย Kotaro Hisui + Kenji Suzuki (ส�ำนักพิมพ์ Daiwa Shobo) บทที่ 3 • ค�ำถามที่ 15 “President” ฉบับวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2011, “Softbank Shin 30 Nen Vision” โดย คณะกรรมการ Softbank Shin 30 Nen Vision (ส�ำนักพิมพ์ Softbank Creative), “Uchuu No Ishi” โดย Takurou Kishine (ส�ำนักพิมพ์ Toyo Keizai Shinhou) และ “Kokora Ga Oresouna Toki Kimi O Sukuu Kotoba” โดย Kotaro Hisui + Elly Shibata (ส�ำนักพิมพ์ Softbank Bunko) • ค�ำถามที่ 16 “Hotaru Kaeru” โดย Reiko Akaba, Hiroshi Ishii (ส�ำนักพิมพ์ Soushisha Bunko) และ “Rikugun Tokubetsu Kougekitai No Shijitsu Tada Hitotsuji Ni Iku” (ส�ำนักพิมพ์ The Mediasion) • ค�ำถามที่ 17 “Satou Issai Genshi Shiroku O Yomu” โดย Kamiwatari Ryouhei (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) และ “Noguchi Ujou” (ส�ำนักพิมพ์ Nihontosho) • ค�ำถามที่ 18 “Inochi No Enerugii” โดย Kaoru Kawada (Shin Nihon Bungei Kyoukai) • ค�ำบรรยายใต้ภาพ หน้า 143 “22 Seiki E No Dengon” โดย Seikan Kobayashi (ส�ำนักพิมพ์ Kouensha)


210 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต หน้า 144 Egashira 2 : 50 จาก Web “Sekihi Meigen Shuu” (Sekini.Net) หน้า 145 “Jinsei No Kotoba” Inochi No Kotoba Henshuu Buhen (ส�ำนักงาน Kadokawa Haruki ส�ำนักพิมพ์ Haruki Bunko) หน้า 147 “Kagiyama Hidesaburo - Monogatari” บรรณาธิการ Issei Terada (ส�ำนักพิมพ์ Chichi) หน้า 148 “Robou No Ishi” หน้า 149 “Walt Disney No Meigen Gensenshuu” หน้า 150 “Catch The Freedom หนังสือรวบรวมค�ำพูดของ Bob Marley” (ส�ำนักพิมพ์ A-Works) บทที่ 4 • ค�ำถามที่ 22 “Masaka Roubyoushi Ni Katsu Houhou Ga Atta To Wa” โดย Alubomulle Samahasara (ส�ำนักพิมพ์ Sanga) • ค�ำถามที่ 23 “Hagurii De Are Orokamono De Are” ค�ำแปล จากค�ำพูดของ สตีฟ จอบส์ ในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา (มิถุนายน ค.ศ. 2005) • ค�ำถามที่ 24 “Tentsuku Man Official Blog” http://ameblo.jp/ tentsuku-man/ • ค�ำถามที่ 25 ”Negai Ga Kanau Kokoro No Suji Tore” โดย Misaki Yoshino (ส�ำนักพิมพ์ Daiwa) บทส่งท้าย ”Mae E! Mae E! Mae!” โดย Atsuyoshi Saisho (ส�ำนักพิมพ์ Kirakusha) และ “หนังสือชีวประวัติของ Oohara Yuugaku” โดย Teru Takakura


เกี่ยวกับ ผู้เขียน เกิดที่จังหวัดนีกาตะ (Nigata) เป็นนักเขียน, นักเขียนบทโฆษณา และศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาจากคุณโนบุยุกิ เอโต (Nobuyuki Eto–) ที่ Japan Mental Health Association จนได้รับใบประกาศนียบัตรเป็น ผู้ให้ค�ำปรึกษาทางด้านจิตวิทยา ผลงานเขียนหนังสือเรื่อง “3-Byo– De Happy Ni Naru Meigen Therapy (ค�ำคมบ�ำบัดจิตใจที่ท�ำให้คุณมีความสุขใน 3 วินาที)” ได้รับ รางวัลพิเศษหนังสือขายดี จากงานมอบรางวัล Message Book ของ ส�ำนักพิมพ์ Discover 21 นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกหลายเล่ม เช่น "Kokoro Ni Zudon! To Hibiku ‘Unmei’ No Kotoba" (ค�ำพูด "ฟ้าลิขิต" โดนใจ) ส�ำนักพิมพ์ Ousamabunko “Kanji Shiawase Dokuhon (ต�ำราคันจิแห่งความสุข)” ส�ำนักพิมพ์ Kk-Bestsellers “Jinsei Ga 100 Bai Tanoshikunaru Namae Therapy” (ชื่อที่จะท�ำให้ชีวิตมีความรื่นรมณ์อีก 100 เท่า) ส�ำนักพิมพ์ Mynavi Bunko "Kokoro No Kyoukasho (หนังสือเรียนเรื่องหัวใจ)” ส�ำนัก พิมพ์ Daiwashobo "Asa Ni Kiku Kotoba (ค�ำพูดที่ควรฟังในยามเช้า)” ส�ำนักพิมพ์ Sunmark ปัจจุบัน เขียนบทความ "3-Byo– De Happy ? Meigen Therapy (Happy ภายใน 3 วินาที ? ค�ำคมบ�ำบัดใจ)" ให้ผู้อ่านได้อ่านกันทาง อินเทอร์เน็ต ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนอ่านถึง 27,000 คน โคทาโร ฮิซุย (Kotaro Hisui)


Click to View FlipBook Version