140 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ความสุขไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่ความสุขเป็นเรื่องของปัจจุบัน ต่างหาก ตอนนี้เราก็มีความสุขได้ ท�ำไมนะเหรอ เพราะความสุขเป็นสิ่ง ที่เราต้องรู้สึกด้วยตัวเอง ซึ่งคุณเซกังสอนเรื่องพวกนี้ให้ผม การมีความสุขไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต ความสุขเป็นจุดเริ่มต้น ออกตัว เมื่อมีความสุขก็ออกตัว เดินทางมุ่งไปสู่ความฝัน คนที่รู้สึกไม่พอใจชีวิตและมีเป้าหมายมองหาความสุข แม้เขาจะ ประสบความส�ำเร็จอย่างที่ฝันไว้ได้ เขาก็จะไม่พึงพอใจเรื่องอื่นอีก ดังนั้นมาเริ่มต้น จากความสุขกันเถอะ ในพิธีศพของคุณ เซกัง ผมร้องไห้จนตาบวม แต่ตอนนี้ผมก็ไม่รู้สึกเศร้า เพราะเขายังคงอยู่ในใจผม ถ้าคุณตายจากไป คุณจะคงอยู่ในความทรงจ�ำของใคร ? และคุณอยากให้ใครจดจ�ำคุณไว้ในความทรงจ�ำของเขา ?
บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 141 คุณคิดว่าหลังจากคุณตายไปแล้ว คุณจะอยู่ในความทรงจ�ำ ของใครบ้าง ?
บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 143 ÊÔè§·ÕèËŧàËÅ×ÍËÅѧ¨Ò¡ËÁ´ÅÁËÒÂ㨠äÁ‹ãª‹ÊÔ觢ͧ·ÕèÊÐÊÁäÇŒ ᵋ¤×ÍÊÔè§·Õèä´ŒÁͺãËŒäÇŒ By Gérard Chandhry
144 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ¼Á¨ÐäÁ‹¤Ô´·Ó¹Í§Ç‹Ò ¶ŒÒ·ÓẺ¹Õé¤ÃÑé§Ë¹ŒÒÍÒ¨¨Ð¶Ù¡ËŒÒÁÁÒáÊ´§ÍÕ¡¡çä´Œ à¾ÃÒÐÁ¹ØÉÂàÃÒ¹Ñ鹨еÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ´Ñ§¹Ñé¹àÁ×èͶ֧àÇÅÒáÊ´§ ¼Á¡çÍÂÒ¡¨ÐáÊ´§ãËŒàµçÁ·Õè ¹Ñ蹡çà¾ÃÒеÑǼÁàͧ¨ÐµÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ¼ÙŒªÁ¡çઋ¹¡Ñ¹ ¨ÐµÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ¼Á¤§ÃÙŒÊÖ¡¼Ô´µ‹Í¼ÙŒªÁ ¶ŒÒ¡ÒÃáÊ´§¤ÃÑé§ÊØ´·ŒÒ¢ͧà͡ҪÔÃÐáÊ´§äÁ‹àµçÁ·Õè By Egashira 2 : 50
บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 145 ¼Á¨ÐäÁ‹¤Ô´·Ó¹Í§Ç‹Ò ¶ŒÒ·ÓẺ¹Õé¤ÃÑé§Ë¹ŒÒÍÒ¨¨Ð¶Ù¡ËŒÒÁÁÒáÊ´§ÍÕ¡¡çä´Œ à¾ÃÒÐÁ¹ØÉÂàÃÒ¹Ñ鹨еÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ´Ñ§¹Ñé¹àÁ×èͶ֧àÇÅÒáÊ´§ ¼Á¡çÍÂÒ¡¨ÐáÊ´§ãËŒàµçÁ·Õè ¹Ñ蹡çà¾ÃÒеÑǼÁàͧ¨ÐµÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ¼ÙŒªÁ¡çઋ¹¡Ñ¹ ¨ÐµÒÂàÁ×èÍäáçäÁ‹ÃÙŒ ¼Á¤§ÃÙŒÊÖ¡¼Ô´µ‹Í¼ÙŒªÁ ¶ŒÒ¡ÒÃáÊ´§¤ÃÑé§ÊØ´·ŒÒ¢ͧà͡ҪÔÃÐáÊ´§äÁ‹àµçÁ·Õè By Egashira 2 : 50 ÍÒÂØ¢Ñ¢ͧÁ¹ØÉ¡ç¤×Í àÇÅÒ·Õè¤Ø³ãªŒä´Œ¹Ñè¹àͧ By Shigeaki Hinohara (นายแพทย)
146 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต Çѹ¹ÕéÇѹ·Õè 3 «Öè§ã¹ 1 »‚ ÁÕÇѹ·Õè 3 ·Ñé§ËÁ´ 12 Çѹ Çѹ¹ÕéÇѹ·Õè 3 Á¡ÃÒ¤Á Çѹ·Õè 3 Á¡ÃÒ¤Á ã¹ 1 »‚ ÁÕᤋÇѹà´ÕÂÇ Çѹ¹ÕéÇѹ·Õè 3 Á¡ÃÒ¤Á ¤.È. 2000 ໚¹Çѹ·ÕèÍÂً㹪‹Ç§ªÕÇÔµ¢Í§©Ñ¹áÅÐÍÂÙ‹ã¹»ÃÐÇѵÔÈÒʵâͧâÅ¡ ã¹Í´ÕµËÃ×Íã¹Í¹Ò¤µ Çѹ¹ÕéÁÕᤋÇѹà´ÕÂÇ ´Ñ§¹Ñ鹨§ÂÔéÁãËŒ¡Ñº 1 Çѹ¢Í§Çѹ¹Õé¡Ñ¹à¶ÍÐ By Nagaharu Yodogawa
บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 147 ÍÒÂØ¢Ñ¢ͧÁ¹ØÉ¹Ñé¹ÁÕàÇÅÒ¨Ó¡Ñ´ ᵋàÃÒà¾ÔèÁ»ÃÐʺ¡Òó㹪ÕÇԵ䴌ÁÒ¡â´ÂäÁ‹ÁÕ¢Õ´¨Ó¡Ñ´ ËÒ»ÃÐʺ¡Òóµ‹Ò§ æ 㹪ÕÇÔµãËŒà¾ÔèÁ¢Öé¹ à¾×èÍ㪌ªÕÇÔµ·ÕèÁÕàÇÅÒ¨Ó¡Ñ´¹Ñé¹Í‹ҧäÃŒ¢Íºà¢µ By Hidesaburo- Kagiyama (ผูกอตั้ง Yellow Hat)
148 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต µÑÇàÃÒÁÕᤋ¤¹à´ÕÂÇ ªÕÇÔµ·ÕèÁÕᤋ¤ÃÑé§à´ÕÂÇ ¶ŒÒäÁ‹ãªŒªÕÇÔµãËŒà¡Ô´»ÃÐ⪹ ¡çáÊ´§Ç‹ÒäÁ‹ä´ŒÍÂÒ¡à¡Ô´ÁÒ໚¹¤¹ By Yozo- Yamamoto
บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 149 ¡ÒÃãËŒ¤×Í·ÕèÊØ´¢Í§¤ÇÒÁÊØ¢ã¨ By Walt Disney
150 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ·ÓäÁ¤Ø³ÁÑÇᵋʹã¨ÊÁØ´ºÑÞªÕ¸¹Ò¤Òà ? ·ÓäÁ¤Ø³äÁ‹ãËŒ¤ÇÒÁÊÓ¤ÑޡѺ¨Ñ§ËÇÐ ·ÕèËÑÇ㨡ÓÅѧºÃÃàŧÍÂÙ‹ ? By Bob Marley
04 ใช้ชีวิต ด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง)
152 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ตอนไหนบ้างที่คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ? 20 ค�ำถามที่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนผมเอง เขาเริ่มท�ำธุรกิจและพยายามสร้างผลงาน ท�ำสิ่งเกินความสามารถ ของตนเอง จนต้องประสบปัญหาต่าง ๆ ผลสุดท้ายก็เป็นหนี้ถึง 1 ร้อย ล้านเยน อายุแค่ 20 ปี แต่เป็นหนี้ธนาคารถึง 1 ร้อยล้านเยน คิดยังไง ก็คิดไม่ออกว่าจะท�ำวิธีไหนเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ได้ เขาจึงท�ำประกันและตั้งใจว่าจะขับรถชนรถบรรทุกที่ขับสวนมาจาก ถนนอีกเลนหนึ่ง โดยให้ทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ เขายอมสละชีวิตตัวเอง เพื่อแลกกับเงิน 1 ร้อยล้านเยน นั่นคือสิ่งที่เขาคิดได้ในตอนนั้น สมองของเขาไม่มีความสามารถ ที่จะคิดอย่างมีสติรอบคอบแล้ว เขาเห็นรถบรรทุกที่ก�ำลังวิ่งมาจากถนนอีกฝั่งแล้ว แต่เขาก็ยัง ไม่กล้าขับรถพุ่งออกไป คราวนี้แหละไม่พลาดแน่ แต่ก็ยังขับพุ่งออกไปไม่ได้ อาจจะเป็น เพราะกลัว ไม่กล้าขับพุ่งออกไป... เขาท�ำอย่างนี้อยู่หลายวัน
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 153 ปรู๊ฟ 2 วันนี้ต้องท�ำให้ได้ ที่ผ่านมาอาจจะคิดนู่นคิดนี่มากไป จนรู้สึกกลัว คราวนี้จะไม่คิดอะไร ขับพุ่งชนรถบรรทุกเลย รถบรรทุกวิ่งมาแล้ว คันนี้แหละ ชนเลย ครั้งนี้เขาไม่คิดอะไรในใจ เหยียบคันเร่งเตรียมแล้ว แต่แวบหนึ่ง เขาได้เห็นสีหน้าของคนขับรถบรรทุกคันนั้นชัดมาก ทั้ง ๆ ที่ทุกครั้งเขาไม่เคยเห็น ใบหน้าของคนขับรถบรรทุกดูก�ำลังมีความสุข เขาเหยียบเบรกทันที ใช่แล้ว ! ใช่เลย !!! เขารู้สึกตัวแล้ว รู้สึกตัวสักที ทั้ง ๆ ที่มันเป็น สิ่งที่เขาน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก คนขับรถบรรทุกก็มีครอบครัวของเขาเหมือนกัน !! ในตอนนั้น เขาคิดว่า “ท�ำอะไรไม่คิดถึงคนอื่นเลย” เคยคิดแต่ “อยากประสบความเร็จ” “อยากมีชื่อเสียง” “อยากมี อิสระ” แต่เมื่อเริ่มท�ำธุรกิจก็ล้มเหลว ซ�้ำยังเป็นหนี้ถึง 1 ร้อยล้านเยน แล้ว คราวนี้หาเงินใช้หนี้ไม่ได้ ก็คิดหนีปัญหาด้วยการตาย ทั้ง ๆ ที่เคยคิดอยากจะประสบความส�ำเร็จขนาดนั้น ท�ำไมถึง คิดอะไรง่าย ๆ เห็นแก่ตัวจนท�ำเรื่องอย่างนั้นได้นะ... ในที่สุด เขาก็กลับมาคิดได้ว่าไม่มีอะไรส�ำคัญกว่าชีวิตอีกแล้ว จึง ล้มเลิกความคิดที่จะขับรถชนรถบรรทุก แล้วตรงกลับบ้าน ลูกที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานอยู่ที่บ้าน พอรู้สึกตัวอีกที ตัวเขาเองก�ำลัง นั่งวาดรูปลูกตัวเองอยู่ เป็นรูปวาดที่มีเขานั่งบนเบาะทรงกลม กอดลูกไว้
154 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 อยู่ในบ้านแบบโบราณ ข้าง ๆ รูปที่วาด เขาเขียนสิ่งที่พรุ่งนี้อยากท�ำ เพราะ คิดว่าพรุ่งนี้ยังมีความหวัง “พรุ่งนี้อยากจะกอดลูกไว้แน่น ๆ แบบนี้อีก” “พรุ่งนี้ก็ยังอยากกินข้าวด้วยกัน” “อยากด�ำเนินชีวิตแบบธรรมดาด้วยรอยยิ้ม” เขาเขียนไป น�้ำตาก็ไหลไปด้วย การเดินเข้าหาความตายท�ำให้เขาได้พบเสียงที่หายไป เสียงที่ถูก เสียงของสมองกลบจนไม่ได้ยิน นั่นคือเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) สิ่งที่ตัวเองต้องการนั้นไม่ใช่ความส�ำเร็จและไม่ใช่ชื่อเสียง แต่สิ่งที่ เขาต้องการจริง ๆ คือ “พรุ่งนี้อยากจะกอดลูกไว้แน่น ๆ แบบนี้อีก” “พรุ่งนี้ก็ยังอยากกินข้าวด้วยกัน” “อยากด�ำเนินชีวิตแบบธรรมดาด้วยรอยยิ้ม” เขารู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่สมองต้องการกับสิ่งที่ “หัวใจ” ต้องการนั้นต่างกัน จะล�ำบากแสนเข็ญแค่ไหนก็ไม่เห็นจะเป็นไรไม่ใช่เหรอ กลางวันท�ำงานประจ�ำ กลางคืนท�ำงานพิเศษที่ร้านข้าวหน้าเนื้อ โยชิโนยะ ส่วนหนี้สินก็ค่อย ๆ ใช้ แม้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่เป็นไร คนที่เคยปล่อยให้สมองคิดบ้า ๆ “อยากสบาย ตัดช่องน้อยแต่ พอตัว” โดยเลือกความตายแก้ปัญหาอย่างเขา ก็ได้เลิกความคิดอยากตาย
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 155 ปรู๊ฟ 2 เมื่อเขายอมรับสภาพความเป็นจริงของตัวเองได้ ตั้งแต่นั้นเรื่อง อะไรที่ท�ำได้ในวันนี้ก็จะลงมือท�ำทันที ไม่ปล่อยปละละเลย ค่อย ๆ ท�ำ จนกลับมาลุกขึ้นได้อย่างน่าชื่นชม ตอนนี้งานเขียนของเขาได้รับการตีพิมพ์ แล้วถึง 4 เล่ม เรื่องที่เล่านี้ก็คือเรื่องของคุณทากุโอะ โนซาวะ (Takuo Nozawa) ผู้เขียนหนังสือ “Issho O Kaeru Hon No ChIsana Kotsu (เทคนิคเล็กๆ ที่เปลี่ยนชีวิตคุณทั้งชีวิต)” (ส�ำนักพิมพ์ Kanki) เมื่อเลือกให้ความตายมาอยู่ตรงหน้า (อนาคตดับลง) สิ่งที่ไม่ส�ำคัญ ต่อชีวิตจะหายไปหมด แล้วช่วงเวลานั้นจะท�ำให้ได้พบความรู้สึกที่แท้จริง จากใจ เราจะเอาหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริงจากใจ) ของเราคืนกลับมา ซึ่งนั่นคือตัวจริงของคุณ กลับมาที่ค�ำถามที่เขียนไว้ตอนต้น ตอนไหนบ้างที่เป็นช่วงเวลาที่คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ? เวลาที่คุณรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ เวลานั้นหัวใจของคุณก็จะอยู่ กับตัวเอง และเพื่อเพิ่มเวลานั้น สิ่งที่คุณท�ำได้ตั้งแต่นี้คืออะไร ?
156 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ตอนไหนบ้างที่เป็นช่วงเวลาที่คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ? และเพื่อเพิ่มเวลานั้น สิ่งที่คุณท�ำได้ตั้งแต่นี้คืออะไร ?
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 157 ปรู๊ฟ 2 ถ้าอีกครึ่งปี คุณจะต้องตาย คุณจะยังท�ำงานที่ท�ำอยู่ในปัจจุบัน หรือไม่ ? 21 ค�ำถามที่ เรื่องของคุณทากุโอะ โนซาวะ ที่เล่าก่อนหน้านี้ ยังมีต่ออีก ผมรู้จักคุณโนซาวะตอนจัดงานเลี้ยงฉลองที่หนังสือของผมได้รับ การตีพิมพ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เขาจะประสบปัญหาเรื่องหนี้ 1 ร้อยล้านเยน ตอนที่พบกันครั้งแรกดูเหมือนผมเคยบอกเขาว่า “ไม่ว่าจะท�ำอะไรก็ตาม ถ้าตั้งใจท�ำจนครบ 1,000 ครั้งเมื่อไร จะ ท�ำให้คุณเกิดการเปลี่ยนแปลง” ตัวผมเองก็ลืมไปแล้ว จ�ำไม่ได้เลยด้วยซ�้ำ ตอนนั้น ผมเริ่มเขียนบล็อก “ค�ำคมบ�ำบัดจิตใจ” เขียนค�ำพูด ประโยคที่กินใจ วันละประโยค เขียนทุกวัน พอเขียนครบ 1,000 ประโยค ก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ มีแฟนคลับ เกิดความเปลี่ยนแปลงรอบตัวผม ถึงขนาดที่ตัวผมเองยังตกใจ ถ้าเราตั้งใจท�ำสิ่งนั้นถึง 1,000 ครั้งเมื่อไร เมื่อนั้นเราจะกลาย เป็นคนใหม่ได้ ซึ่งผมได้ประสบกับตัวเองจึงเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟัง ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ คุณโนซาวะเขียนเรื่องที่เขา ไม่สบายใจไว้ในสมุดโน้ตเป็นประจ�ำ เขาน�ำเรื่องกลุ้มใจไปขอค�ำปรึกษา
158 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 จากคนหลายคน แล้วเขียนค�ำแนะน�ำที่ได้รับไว้ใน “สมุดบันทึก” และใช้ เป็นเทคนิคการใช้ชีวิต ลองท�ำตามค�ำพูดนี้ดีกว่า “ถ้าเราตั้งใจท�ำสิ่งนั้นถึง 1,000 ครั้ง เมื่อนั้นเราจะกลายเป็นคนใหม่ได้” ตั้งแต่นี้จะเขียนเทคนิคการใช้ชีวิต เป็นประจ�ำทุกวัน ท�ำให้ได้ 1,000 ครั้ง เมื่อเขาตัดสินใจเช่นนั้นแล้วก็เริ่มเขียนเมลแม็กกาซีน จนกระทั่ง วันหนึ่ง เขาอ่านหนังสือแล้วพบค�ำถามต่อไปนี้ “ถ้าหลังจากนี้อีกครึ่งปี คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” “ถ้าคุณมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนครึ่ง แล้วจะต้องตาย คุณจะท�ำ อะไร ?” “ถ้าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” คุณโนซาวะก็คิดหาค�ำตอบอย่างจริงจัง แล้วเขียนค�ำตอบไว้ ในสมุดโน้ต “ถ้าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” เขาตอบค�ำถามนี้ว่า ถ้าพรุ่งนี้จะต้องตาย จะมอบสมุดบันทึก ที่เขาเขียนให้พ่อ “พ่อครับ แม้ผมเคยท�ำเรื่องให้พ่อเดือดร้อนมากมาย ตั้งแต่ผม ตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองตอนที่อายุ 25 จากนั้น ผมก็พยายามจะ ใช้ชีวิตให้ดีทุกวัน สมุดบันทึกนี้เป็นหลักฐานแสดงว่าผมผ่านอะไร พบเจอ อะไรมาบ้าง ผมขอโทษที่ต้องจากไปก่อน ผมโชคดีที่สุดที่ได้เกิดมาเป็น ลูกของพ่อ”
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 159 ปรู๊ฟ 2 และเขาเขียนไว้อีก 1 ค�ำตอบคือ “แม้พรุ่งนี้ต้องตายก็จะเขียนเมล แม็กกาซีน” หลังจากนั้น เขาก็ประสบปัญหาหนี้ 1 ร้อยล้านเยน ในวันที่เขา พยายามจะเหยียบคันเร่งเพื่อขับรถชนรถบรรทุก เขาก็ยังคงเขียนเมล แม็กกาซีน แม้ในวันที่คิดจะตาย ท�ำไมยังเขียนเมลแม็กกาซีนได้อีกล่ะ ? นั่นเป็นเพราะค�ำถาม “ถ้าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” ที่เขาได้อ่านเจอก่อนจะมีปัญหาหนี้สิน และเขาจ�ำได้ว่าเขียนตอบไว้ว่า “เขียนเมลแม็กกาซีนตามปกติเหมือนเดิม” แม้พรุ่งนี้ต้องตายก็จะเขียนเมลแม็กกาซีน นั่นเป็นเพราะส�ำหรับ คุณโนซาวะ เมลแม็กกาซีนเปรียบเหมือนจดหมายที่เขาเขียนถึงพ่อและ ครอบครัวเป็นประจ�ำทุกวันด้วย ยิ่งเป็นวันสุดท้ายของชีวิต สิ่งที่อย่างไรก็ต้องท�ำแน่นอน นั่นก็คือ เขียนจดหมายถึงพ่อและเขียนเมลแม็กกาซีน แล้วดูเหมือนว่าวันที่เขาคิดจะตายนั้น เขาได้รับอีเมลว่า “อ่านเรื่อง ที่คุณโนซาวะเขียนแล้วท�ำให้มีก�ำลังใจขึ้นมาเลย” ซึ่งเป็นอีเมลจากผู้อ่าน ที่ส่งมาขอบคุณเขา การเขียนเทคนิคการใช้ชีวิตทุกวันจนเกินกว่า 1,000 วัน ท�ำให้ชีวิต ของคุณโนซาวะดีขึ้น มีผู้อ่านที่รวมตัวกันเป็นแฟนคลับเพื่อให้ก�ำลังใจเขา ด้วย และมีส�ำนักพิมพ์อีกหลายแห่งที่ต้องการพิมพ์หนังสือของเขา
160 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 มีเรื่องบังเอิญอย่างหนึ่งคือผมเริ่มเขียนบล็อกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผลงานเขียนเปิดตัวเรื่อง “ค�ำคมบ�ำบัดจิตใจที่ท�ำให้คุณมีความสุขใน 3 วินาท” ก็บังเอิญวางจ� ีำหน่ายวันที่ 9 สิงหาคมพอดี และเรื่องบังเอิญอีกเรื่อง ก็คือหนังสือเปิดตัวของคุณโนซาวะ “เทคนิคเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตคุณทั้งชีวิต” ก็วางจ�ำหน่ายวันที่ 9 สิงหาคม เหมือนกัน “ถ้าหลังจากนี้อีกครึ่งปี คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” “ถ้าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?” ค�ำถามนี้เป็นค�ำถามที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณโนซาวะ ขอให้คุณ ลองถามตัวเองด้วยค�ำถามเดียวกันนี้ ถ้ามีคนมาบอกคุณว่า “คุณเหลือเวลาในชีวิตนี้อีกแค่ครึ่งปี” คุณ จะท�ำอะไร ? จะลาออกจากบริษัทที่ก�ำลังท�ำงานอยู่ไหม ? หรือว่าจะยังท�ำงาน ต่อไป ? จะท�ำสิ่งที่คุณก�ำลังท�ำตอนนี้ต่อไปหรือเปล่า ? ในทางกลับกัน สิ่งที่คุณอยากจะเลิกท�ำคืออะไร ? เอาล่ะ ถ้าสมมุติว่าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 161 ปรู๊ฟ 2 ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ครึ่งปี คุณจะท�ำอะไร ? จะลาออกจากบริษัทที่ก�ำลังท�ำงานอยู่ไหม ? จะท�ำสิ่งที่คุณก�ำลังท�ำตอนนี้ต่อไปหรือเปล่า ? ในทางกลับกัน สิ่งที่คุณอยากจะเลิกท�ำคืออะไร ? เอาล่ะ ถ้าสมมุติว่าพรุ่งนี้ คุณจะต้องตาย คุณจะท�ำอะไร ?
162 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 คุณก�ำลังพยายามท�ำตัว เป็นแบบใครอยู่ ? 22 ค�ำถามที่ Alubomulle Sumanasara เป็นพระอาวุโสชาวศรีลังกาผู้บุกเบิก ศาสนาพุทธในช่วงต้น หนังสือหลายเล่มที่ท่านเขียนได้รับการตีพิมพ์ใน ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่ท่านอายุประมาณ 3-4 ขวบ มารดาของท่านสอนให้จ�ำขึ้นใจ ว่า “มนุษย์ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องตายกันทั้งนั้น” จึงท�ำให้ท่านเรียนรู้สัจธรรม ที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง มนุษย์ไม่ว่าใครก็ตามจะมีชีวิตอยู่โดยคิดเสมอว่า “ฉันไม่ตาย” ดังนั้นเมื่อคิดว่าตัวเอง “อาจจะต้องตาย” ก็จะรู้สึกหวาดกลัว ขึ้นมาทันที จึงควรลบความคิดที่ว่า “ฉันจะไม่ตาย” ดีกว่า เมื่อเราส�ำนึกได้ ว่ามนุษย์ทุกคนต้องตาย ก็จะเกิดมุมมองการใช้ชีวิตที่ถูกต้องและปรัชญา ที่ใช้ด�ำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ในศาสนาพุทธมีค�ำสอนว่า ยถา เอตัง ตะถา อิดัง (ภาษาบาลี) หมายถึง การเพ่งมองความตายของตัวเองผ่านความตายของคนอื่น ในพิธีศพ คืนที่ต้องเฝ้างานตลอดทั้งคืนนั้น เมื่อได้นั่งมองร่าง ผู้ตาย “สุดท้ายก็ต้องมีสภาพนี้” (ยถา เอตัง) “ตัวเราเองก็ต้องเป็นแบบนี้ เหมือนกัน” (ตะถา อิดัง)
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 163 ปรู๊ฟ 2 ดังนั้นเมื่อสัตว์เลี้ยงตายก็เหมือนกัน อย่าปลอบเด็กว่า “หมาน้อย ไปอยู่บนสวรรค์แต่คอยปกป้องหนูอยู่ข้าง ๆ ตลอดนะ” เราควรจะสอนให้ ชัดเจนเลยว่า “สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมีวันตาย” ท่าน Sumanasara กล่าวไว้ การดูแลคนที่รอความตายก็ท�ำให้เราได้เห็นความตายที่แท้จริงจาก คนที่ก�ำลังจะหมดลมหายใจอย่างละเอียด แบบที่เราไม่อาจจะจินตนาการ เองได้ จะตายอย่างไรก็คือจะมีชีวิตอยู่อย่างไร จะมีชีวิตอยู่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับจะยอมรับตัวตนของตัวเองอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าตรงนั้นคือจุดเริ่มต้น “การไม่มองความตาย” ก็คือ “การไม่มองสิ่งที่ตัวเองเป็น” เป็น วิธีใช้ชีวิตที่ “ไม่มองจุดแย่ของตัวเอง” ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่ซื่อตรงต่อตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ แม้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางรู้สึกสบายใจได้ ถ้าเราไม่ตัดสินค่าของสิ่งที่เราไม่ชอบ แล้วมองแบบธรรมดาอย่าง ที่มันเป็น เราก็จะใช้สิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์ได้ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณไม่ชอบกินพริกหวานและพยายาม เลี่ยง ไม่มองพริกหวานที่อยู่ในตู้เย็น พริกหวานนั้นก็จะเน่าเสียในที่สุด แต่ถ้าคุณรู้ว่ามีพริกหวานอยู่ในนั้นแล้วหั่นซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ คุณก็จะ น�ำไปท�ำหมูผัดพริกหวานน�้ำมันหอยได้ ไม่มีสิ่งไหนบรรลุผลส�ำเร็จได้โดยไม่มองสิ่งที่เป็นจริง
164 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ถ้ายอมรับตัวตนของตัวเองได้เมื่อไร เมื่อนั้นหัวใจของคุณก็จะ ได้รับการปลดปล่อย ผมขอแนะน�ำวิธีอยู่กับความรู้สึกไม่ชอบของตัวเอง เพื่อให้จัดการ ได้เมื่อเกิดความรู้สึกนั้น ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่รู้สึกว่าก�ำลังอิจฉาหรือหวั่นไหว ไม่มั่นคง ถ้าเกิดความรู้สึกไม่ชอบ ให้ลองจับความรู้สึกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย ความรู้สึกในจิตใจนั้นเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัสทางร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เวลารู้สึกประหม่า รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบสูง ก็จะ แสดงอาการที่บ่าหรือต้นคอ ซึ่งตรงกับส�ำนวนภาษาญี่ปุ่น “ปลดสัมภาระ ลงจากบ่า” “หนี้สินท�ำให้ขยับคอไม่ได้” แสดงว่าความรู้สึกทางใจนั้น เชื่อมโยงกับอวัยวะของร่างกาย เมื่อรู้สึกขาดความรัก โดดเดี่ยว เกลียดตัวเอง ก็จะแสดงอาการ ที่หน้าอก จึงมีส�ำนวนว่า “เจ็บอกเจ็บใจ” หรือ “รู้สึกโดดเดี่ยวราวกับที่ หน้าอกมีรูโหว่” เมื่อรู้สึกอยากพูดแต่พูดไม่ได้ เก็บกด แสดงออกไม่ได้ ก็จะแสดง อาการที่คอ ถ้าต้องฝืนท�ำสิ่งที่ไม่อยากท�ำจะแสดงอาการที่กระเพาะอาหาร เมื่อรู้สึกไม่มั่นคง หวาดกลัว โมโห ก็จะแสดงอาการที่ท้องน้อย
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 165 ปรู๊ฟ 2 เมื่อเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีเหล่านี้ก็อย่าเกลียดความรู้สึกนั้น แต่ไม่ได้ หมายความว่าให้เพิกเฉย ให้จับร่างกายส่วนที่ความรู้สึกนั้นปรากฏอาการ ไม่ต้องตัดสินประเมินค่าว่าดีหรือไม่ดี คุณแค่ตั้งใจรับรู้ความรู้สึกนั้นอย่าง จริงจังก็พอ พูดกับร่างกายส่วนที่ความรู้สึกนั้นแสดงอาการว่า “ตอนนี้ก�ำลัง… อยู่สินะ” เป็นการหา “ที่พัก” ให้ความรู้สึกไม่ชอบนั้น ขณะที่เราค้นหาว่าความรู้สึกไม่ชอบนั้นแสดงอาการที่ส่วนไหนของ ร่างกาย และเมื่อก�ำหนดจุดได้แล้ว ในช่วงเวลานั้นเราจะเว้นระยะห่าง ระหว่างความรู้สึกไม่ชอบกับตัวเองได้ระดับหนึ่ง และมองความรู้สึกนั้น อย่างเป็นกลาง เช่น “ตัวเองไม่ได้เหงา แต่หน้าอกต่างหากที่เหงา” ความรู้สึกไม่ชอบที่เกิดกับตัวเองนั้นเปรียบเหมือนเด็กนักเรียน ชั้นมัธยมต้น มัธยมปลายที่มีนิสัยเกเร เด็กเกเรพวกนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณครูที่ไม่ยอมรับพวกเขา พวกเขา ก็จะท�ำตัวไม่ดี แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณครูที่ยอมรับตัวตนของพวกเขา เด็ก พวกนี้กลับท�ำตัวดีใช่ไหม ? ความรู้สึกไม่ชอบก็เหมือนกัน ไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องตาย ถ้าเป็นอย่างนี้ จะดีกว่าไหมถ้าคุณใช้ชีวิตแบบของคุณ เป็นตัวคุณ แม้ผิดพลาดล้มเหลวบ้างก็ตาม ย่อมดีกว่าประสบความส�ำเร็จโดยไม่เป็น ตัวคุณเอง คุณก�ำลังพยายามท�ำตัวเป็นแบบใครอยู่ ?
166 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 การชื่นชอบใครนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่จ�ำเป็นเลยที่จะต้องท�ำตัว เหมือนเขาคนนั้น อุตส่าห์มีคนที่เป็นคุณบนโลกใบนี้แค่คนเดียว คุณไม่จ�ำเป็นต้องเป็นแบบใคร คุณต้องยืดอก ภาคภูมิใจว่า เป็นตัวคุณเองนั่นแหละดีแล้ว ส่วนที่เป็นจุดด้อยก็คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณ เมื่อคุณ ยอมรับตัวตนของตัวเองได้ คุณก็จะเข้าถึงจิตใจของตัวเองได้
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 167 ปรู๊ฟ 2 ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณจะยังท�ำสิ่งที่คิดว่าจะท�ำในวันนี้ หรือไม่ ? 23 ค�ำถามที่ สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple และได้รับการยกย่องให้เป็น อัจฉริยะของศตวรรษนี้ เขานี่แหละเป็นคนที่ใช้ความตายเป็นประโยชน์ได้ มากที่สุด สตีฟ จอบส์ เคยกล่าวที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดว่า “ตอนที่ผมอายุ 17 ปี ผมพบประโยคที่ว่า ‘ทุก ๆ วัน จงมีชีวิตอยู่ โดยคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต แล้ววันหนึ่งคุณจะเดินอยู่บนทาง ที่ถูกต้องได้อย่างแน่นอน วันนั้นจะต้องมาถึงในอีกไม่ช้านี้’ ซึ่งเป็นค�ำพูด ที่ยังอยู่ในความทรงจ�ำของผม “ตั้งแต่วันนั้นมา ตลอด 33 ปี ทุก ๆ เช้า ผมจะถามตัวเองที่หน้า กระจกเงาว่า ‘ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต จะยังท�ำสิ่งที่คิดว่าจะท�ำใน ตอนนี้หรือไม่’ และถ้าค�ำตอบคือ ‘ไม่’ หลายวันติดต่อกัน นั่นแสดงว่าถึงเวลา ที่ต้องพิจารณาทบทวนวิธีใช้ชีวิตแล้ว” จอบส์ยังกล่าวอีกว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ท�ำตามหัวใจ”
168 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 จอบส์ชอบซูชิ เขาศึกษาปรัชญาเซนอย่างลึกซึ้ง ชอบวัดนิกายเซน ที่เกียวโต จะเห็นว่าเอกลักษณ์ของ iPhone และ iPod คือการออกแบบให้ มีรูปแบบเรียบง่าย ใช้งานง่าย ซึ่งแนวคิดเหล่านั้นล้วนมาจากวิถีแห่งเซน นั่นเอง อาจเพราะจิตวิญญาณของจอบส์มีบางส่วนที่เชื่อมโยงกับจิต วิญญาณของชาวญี่ปุ่นอย่างแนบแน่นก็ว่าได้ ซามูไรทุกคนจะส�ำนึกไว้เสมอว่า “แม้เพียงชั่วอึดใจก็อย่าลืมเรื่องความตาย” ผมเขียนรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของซามูไรไว้ในหนังสือ เรื่อง “Meigen Therapy Bakumatsu Special The Revolution (ค�ำคม บ�ำบัดจิตใจปลายสมัยเอโดะ The Revolution)” ผมเข้าใจความหมายของ ประโยคนี้อย่างชัดเจนตอนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ซามูไรเป็นบุคคลที่ต้องถามตัวเองเสมอว่า “จะตายเมื่อไร” หรือ หมายความได้อีกอย่างว่า “จะทุ่มเทชีวิตนี้เพื่อสิ่งใด” แม้กระทั่งหนังสือ Hagure ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในวิถีแห่งนักรบ ยัง เขียนไว้ว่า “วิถีแห่งนักรบคือการพบกับความตาย” ความตายนี่แหละที่ท�ำให้เรารู้จักนับถือชีวิต จริงจังต่อวิธีใช้ชีวิต เพื่อตายอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเราต้องใช้ชีวิตตอนนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ให้สมบูรณ์แบบด้วย
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 169 ปรู๊ฟ 2 เมื่อเราตระหนักว่า สักวันหนึ่งตัวเราเองก็จะต้องกลายเป็นร่าง ที่ไร้วิญญาณ เราก็จะใช้ชีวิตของเราท�ำอะไรเพื่อคนอื่นได้ คุณอายาโกะ โซโนะ นักเขียนท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นไว้ว่า ระบบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่อธิบายหรือให้ความรู้เกี่ยวกับ “ความตาย” เป็นเพียงเพราะความขี้เกียจของผู้ใหญ่หรือผู้มีหน้าที่ให้ความรู้ของญี่ปุ่น วัดในประเทศไทยมีการฝึกปฏิบัติท�ำสมาธิด้วยการนั่งมองร่าง คนตาย ไม่มองว่าความตายเป็นสิ่งต้องห้าม แต่จ้องมองความตายเพื่อ ให้ตัวเองรู้ว่า “ทุกสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง ดับไป ไม่จีรัง” ข้อมูลของนายแพทย์ดีปัก โชปรา (Deepak Chopra) บอกว่า ใน 1 วัน คนเราคิดเรื่องต่าง ๆ มากกว่า 6 หมื่นครั้ง โดย 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องเดียวกับที่คิดในวันก่อน ใน 1 วัน เรื่องที่คิดก็จะเป็นเรื่องในอดีตที่เปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ได้แล้ว หรือไม่ก็กังวลใจเรื่องในอนาคตที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่า (ส่วนใหญ่ยังไม่เกิดขึ้น) เวลารับประทานอาหารครั้งหน้า คุณลองสังเกตตัวเองว่า ระหว่าง ที่ก�ำลังรับประทานอาหาร คุณคิดเรื่องอะไรมากแค่ไหน แล้วจะต้องตกใจ ว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นมีแต่เรื่องที่ไม่จ�ำเป็นต้องคิดเลย ดังนั้นวันนี้เรามาเริ่มต้นวันด้วยการคิดว่า “วันนี้เราจะต้องตาย” กันเถอะ เมื่อเราคิดว่า “วันนี้เราจะต้องตาย” เรื่องต่าง ๆ ในอดีตจะเป็น อย่างไร มันก็จะไม่ส�ำคัญส�ำหรับคุณอีกเลย
170 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 เมื่อคุณรู้สึกกังวลใจ ขอให้คุณบอกตัวเองว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้าย ของชีวิต” เรื่องกังวลใจในอนาคตเหรอ มันก็แค่เรื่อง “ขี้หมูขี้หมา” (หัวเราะ) ขณะที่คนรักของคุณนั่งอยู่ตรงหน้า ในหัวคุณกลับคิดแต่เรื่อง ในอดีตที่ผ่านไปแล้วหรือคิดเรื่องวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึงอยู่หรือเปล่า คุณคิด ว่ามันดีแล้วเหรอ ? ถ้ามัวแต่คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้วุ่นวาย คุณจะพลาด ไม่ทันได้รู้สึกถึง “ลม” ที่พัดผ่านในขณะนั้น ทั้ง ๆ ที่ชีวิตนั้นมีแค่ตอนนี้ ตรงนี้ เท่านั้น วิถีแห่งเซนก็คิดแบบนี้เช่นกัน เพราะแก่นแท้ของวิถีแห่งเซนคือการหยุดยืนอยู่กับ “ปัจจุบัน” “Tada, Ima Ni Iru” (ตอนนี้อยู่ที่นี่แล้ว) เป็นค�ำเต็มของค�ำว่า “Tadaima” (กลับมาแล้ว) ไม่ใช่อนาคต ไม่ใช่อดีต แต่คือ “ตอนนี้” และค�ำพูดตอบรับเมื่อมี คนเข้ามาในชีวิตก็คือ “Okaeri” (ยินดีต้อนรับการกลับมา) ตาสว่างรึยังครับ ? ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 171 ปรู๊ฟ 2 ถ้าคิดว่าชาที่ดื่มในวันนี้เป็นชาถ้วย สุดท้าย คุณคิดว่าจะแตกต่างจาก ที่ผ่านมาอย่างไร ? 24 ค�ำถามที่ เท็นสึกุ มัง (Tentsuku Man) ตัวแทนของ Make The Heaven องค์กร NPO ได้ฟังท่านเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดคาโงชิมะพูดว่า “คิดเสมอว่าสิ่งที่ท�ำอยู่นี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา” “การมีโอกาสรินน�้ำชาให้ท่านครั้งนี้ คงเป็นครั้งสุดท้ายของเราอย่าง แน่นอน ดังนั้นขอให้เราได้บรรจงรินน�้ำชาถ้วยนี้จากใจของเรา และขอให้ ท่านคิดว่าการดื่มน�้ำชาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตท่านด้วยก็จะดีมาก” เมื่อเจ้าอาวาสพูดเช่นนั้น วิธีดื่มชาของเขาก็เปลี่ยนไป เขาค่อย ๆ ชื่นชมกลิ่นของชา ความงามของสีชา และลิ้มรสของชาอย่างตั้งใจ น�้ำชาแค่จิบเดียวกลับท�ำให้เขารู้สึกว่าความสุขค่อย ๆ ซึมซาบทั่ว ร่างกาย และเป็นน�้ำชาที่รสชาติดีที่สุดตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเขา เท็นสึกุ มังพูดว่า “วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับลูกๆ ที่อยู่ ตรงหน้าเราตอนนี้ก็ได้” วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้พูดว่า “เดินทางปลอดภัยนะคะ” ตอนที่สามีออกไปท�ำงานก็ได้
172 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 อาหารมื้อนี้อาจจะเป็นมื้อสุดท้าย และวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้าย ก็ได้ เป็นเรื่องปกติที่เราจะคิดกันว่า ยังไงก็ยังมีวันพรุ่งนี้ ปีหน้าก็ยังคง มีชีวิตอยู่ อีก 20 ปี 30 ปี 40 ปีข้างหน้า ก็จะยังมีชีวิตอยู่ เมื่อมองว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา คนเราก็จะละทิ้งความรู้สึก ซาบซึ้ง ความรู้สึกขอบคุณ เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมดาจริงหรือ ? ภรรยาท�ำอาหารให้ คุณแม่ท�ำอาหารให้ ท�ำข้าวกล่องให้ ใครเป็น คนตัดสินว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติที่เขาต้องท�ำให้อยู่แล้ว ? ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าว่า พนักงานของดิสนีย์แลนด์จะท�ำงานด้วย ความคิดที่ว่า “นี่คืองานครั้งสุดท้าย” เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ท�ำงานที่นี่ พนักงานที่ท�ำหน้าที่อธิบายวิธีเล่นเครื่องเล่น จะต้องอธิบายวิธีเล่น เหมือนกันซ�้ำ ๆ ทุกครั้งตลอดทั้งวัน คิดแล้วก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ ถ้าคิดว่า “ลูกค้าคนนี้อาจจะมาเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต เขาก็ได้” ล่ะ ? ฤดูร้อน ค.ศ. 1985 เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เทือกเขาโอสึทากะ หนึ่งในบรรดาผู้โดยสารบนเครื่องบินล�ำนั้น มีผู้โดยสารที่เพิ่งจะไปเที่ยวที่ ดิสนีย์แลนด์ก่อนขึ้นเครื่องด้วย ซึ่งตอนนี้รูปถ่ายของผู้โดยสารท่านนั้นถูก น�ำไปติดไว้ที่ห้องพักพนักงานของดิสนีย์แลนด์ ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากนี้อีก 5 นาที จะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปจะได้ เจอกันแน่หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 173 ปรู๊ฟ 2 ที่จังหวัดนาโงย่ามีทางข้ามรถไฟแห่งหนึ่งที่เรียกกันว่า “ทางข้าม ที่ไม่ยอมเปิด” ตรงนั้นเป็นทางรถไฟที่เป็นทางสลับผ่านของรถไฟสาย เมเตะสึและสาย JR รั้วที่กั้นไม่ให้ข้ามช่วงรถไฟผ่านนั้นกั้นนานที่สุด 15 นาที ครั้งหนึ่ง เพื่อนของผมเคยต้องรอข้ามทางรถไฟตรงนั้น เขาเล่าว่าต้องรอนานเกือบ ๆ 15 นาที จนรู้สึกหงุดหงิด หลายปีต่อมา เขาอ่านเจอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ทางข้ามรถไฟ ตรงนั้นถูกรื้อทิ้ง เขาคิดขึ้นมาเลยว่า ถ้าวันนั้นเขารู้ว่าจะเป็นการรอข้าม ทางรถไฟที่จะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่ 2 ล่ะก็ คงจะพูดว่า “วันนั้นโชคดีจริง ๆ เลย ได้ยืนรอตั้ง 15 นาที” (หัวเราะ) ถ้าคิดว่ามันเป็นครั้งสุดท้าย แม้เป็นทางข้ามรถไฟที่ต้องรอนาน ถึง 15 นาที ก็ยังรู้สึกดีใจเลย ถ้าคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ต้องแยกย้ายจากกัน แม้เป็นคนที่เรา ไม่ชอบ เราก็จะให้อภัยเขาได้ใช่ไหม ? ถ้าคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการท�ำงาน คุณก็จะตั้งใจท�ำงาน อย่างเต็มที่สินะ ? ถ้าคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คุณก็จะไม่ใช้อารมณ์ดุด่าลูกใช่ไหม ? ถึงภรรยา ถ้าคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คุณช่วยรักผมให้มากขึ้น อีกสักนิดก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ ? (หัวเราะ)
174 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ผมขอเล่าเรื่องอีเมลที่ได้รับจากเพื่อนอีกสักเรื่องนะครับ สวัสดีค่ะ คุณฮิซุย เมื่อวานซืน เพื่อนร่วมงานที่บริษัทของฉันเพิ่งเสียชีวิต เขาเป็นโรคซึมเศร้ามาเป็นปี มีช่วงหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเขาจะดีขึ้น แต่ก็กลับมาเป็นอีก หลายปีก่อนหน้านี้ ฉันกับเขาเคยร่วมท�ำงานโปรเจกต์เดียวกัน แต่มีเรื่องบางเรื่องเป็นเหตุให้ทะเลาะกันทางอีเมล จากนั้นมาเราก็ไม่ได้ คุยกัน จนห่างเหินไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี เขา เขียนอีเมลส่งมาขอโทษว่า “ก่อนหน้านี้ที่เขียนอีเมลมาไม่ดี ขอโทษด้วยนะ” ซึ่งตอนนั้นฉัน ยังรู้สึกเคืองอยู่ก็เลยไม่ได้ตอบอีเมลเขา ...ซึ่งนั่นก็คือครั้งสุดท้าย ดูเหมือนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้สึกไม่สบายใจเรื่องที่ขัดแย้ง กับฉัน ถ้าวันนั้น ฉันรู้ว่าอีเมลนั้นจะเป็นฉบับสุดท้ายล่ะก็ แม้ฉันจะยัง ไม่หายโกรธเขา ฉันจะจัดการมันยังไงนะ สุภาษิตญี่ปุ่น “หนึ่งชีวิต หนึ่งพบ” จริง ๆ แล้วหมายถึง “การได้พบ คนที่เราเจอเป็นประจ�ำ แล้วให้คิดว่าการพบกันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” วันนี้พอฉันรู้ว่าเขาเสียชีวิต ฉันก็นึกถึงสุภาษิตนี้ขึ้นมาทันที เป้าหมายของฉันตอนนี้คือใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยคิดเสมอว่านี่คือครั้งสุดท้าย
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 175 ปรู๊ฟ 2 ฉันนึกขึ้นได้ว่า เขาเคยเล่าให้ฟังว่าช่วงที่เรียนในมหาวิทยาลัย เขาเคยเกือบต้องตายเพราะเป็นเนื้องอกในสมอง “เราเคยเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นตอนนี้เราอยากจะท�ำ สิ่งที่อยากท�ำ จะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียใจภายหลัง และพร้อมจะตายเมื่อไรก็ได้ ทุกเมื่อ” ทั้งตอนที่ขัดแย้งกันเรื่องงานหรือตอนที่เมินเฉยท�ำไม่ดีต่อกัน ฉันก็คิดว่าท�ำไมเอาแต่ใจตัวเองอย่างนั้นนะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับเวลาตรงหน้านั่นเอง นี่ถ้าฉันยังมีโอกาสได้เจอเขาล่ะก็ ฉันคิดว่าจะเข้าไปกอดเขาแล้ว พูดว่า “ไม่เจอกันนานเลยนะ” มากิโกะ คาโต้ นี่คือค�ำทักทายครั้งสุดท้ายของชีวิต นี่คือการออกไปท�ำงานครั้งสุดท้ายของชีวิต นี่คือการโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายของชีวิต นี่คืออีเมลฉบับสุดท้ายของชีวิต นี่คือจูบสุดท้ายของชีวิต นี่คือการอ่านหนังสือเล่มสุดท้ายของชีวิต นี่คือค�ำกล่าวลาครั้งสุดท้ายของชีวิต นีคือค�ำขอโทษครั้งสุดท้ายของชีวิต
176 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 นี่คือค�ำขอบคุณครั้งสุดท้ายของชีวิต ขอให้คิดว่านี่คือ “ครั้งสุดท้าย” การมีชีวิตอยู่โดยให้ “ความใส่ใจ” กับ “ปัจจุบัน” เสมอคือการมีชีวิตอยู่ด้วยความ “ตั้งใจใตร่ตรอง”
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 177 ปรู๊ฟ 2 สมมุติว่าอะไร ๆ ก็เป็นไปได้ ไม่มีปัญหา คุณอยากท�ำอะไร ? 25 ค�ำถามที่ การมีชีวิตอยู่เพื่อผจญภัยกับชีวิตนั้นไม่ใช่การมีชีวิตอยู่เพื่อสร้าง สิ่งที่ยิ่งใหญ่ ดังที่แม่ชีเทเรซ่ากล่าวไว้ว่า “พวกเราท�ำเรื่องใหญ่โตไม่ได้ แต่เราท�ำเรื่องเล็ก ๆ ด้วยความรัก อันยิ่งใหญ่ของเราได้” การผจญภัยนั้นไม่ใช่การมีชีวิตอยู่โดยยึดติดสิ่งที่สังคมก�ำหนดหรือ ตัดสิน ไม่ใช่การมีชีวิตอยู่โดยยึดติดสายตาของคนอื่น แต่คือการมีชีวิตอยู่ ด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง การมีชีวิตอยู่ด้วยความตั้งใจ หมายถึง การมีชีวิตแบบเป็นตัวของ ตัวเอง ทั้งความฝันและการทุ่มเทท�ำสิ่งต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ดี น่าชื่นชม แต่ก็ไม่จ�ำเป็นต้องฝืนท�ำ ถ้ามันเกินความสามารถ เมื่อความฝันเป็นจริงและเป็นไปตามสายตาประเมินของคนอื่น ตกลงแล้วชีวิตนั้นเป็นชีวิตของใครกัน ? ก้าวแรกของคุณคือการท�ำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ อาจารย์สอนแต่งหน้าท่านหนึ่งบอกผมว่า คนส่วนมากจะแต่งหน้า แบบไม่ใช่ตัวเองจนเป็นเรื่องเคยชิน ทั้ง ๆ ที่ใบหน้าเดิมของตัวเองก็น่าดึงดูด
178 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 แต่กลับหลงชื่นชอบหน้าแนวเก๋ไก๋ แล้วก็พยายามแต่งหน้าให้แตกต่างจาก หน้าเดิมของตัวเอง ท�ำให้หน้าดูแปลกไป เพียงแค่ยอมรับลักษณะใบหน้าของตัวเอง แล้วก็แต่งตามแนว ใบหน้าตัวเอง แค่นี้ก็แต่งให้ดูแล้วรู้สึกว่าเปลี่ยนไปจากเดิมได้เช่นกัน ความฝันก็เช่นเดียวกัน เมื่อความฝันต้องผ่านการประเมินค่าจาก ผู้อื่น จะท�ำให้สับสนกับความฝันที่ตัวเองต้องการจริง ๆ ผลก็คือความฝัน นั้นจะไม่มีทางเป็นจริงได้ “ความปรารถนา” มี 2 แบบ คือ “ความปรารถนาที่แท้จริง” (เสียง ของหัวใจ) เป็นสิ่งที่รู้สึกได้จากก้นบึ้งของหัวใจ กับอีกแบบคือ “ความ ปรารถนาที่ไม่ลึกซึ้ง” (เสียงของสมอง) เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบตัว เห็นได้แค่ภายนอกผิวเผิน ความปรารถนาที่ไม่ลึกซึ้งนั้นแม้พยายามท�ำเท่าไรก็จะไม่ค่อยมี ผลลัพธ์ให้เห็นนัก ท�ำไมนะเหรอ เพราะจริงจังกับมันไม่ได้นั่นเอง แล้วจะแยกแยะได้อย่างไรว่าเป็น “ความปรารถนาที่แท้จริง” หรือ “ความปรารถนาที่ไม่ลึกซึ้ง” ยกตัวอย่างเช่น คุณมีความฝัน “อยากเป็นเศรษฐีแล้วไปอยู่ที่ ฮาวาย” ขอให้คุณลองคิดว่าฝันนั้นเป็นจริงแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ? คุณท�ำอะไรครับ ? อย่างเช่น “ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดทุกเช้า รับประทานอาหาร
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 179 ปรู๊ฟ 2 แสนอร่อย พักผ่อนสบายอารมณ์” พอถึงตรงนี้ให้คุณถามตัวเองว่า “แล้วยังไงต่อ ?” “แล้วยังไงต่อ ?” “ช็อปปิ้งอย่างสนุกสนาน เล่นกีฬาทางน�้ำที่ท้าทาย” “แล้วยังไงต่อ ?” “อ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน” “แล้วยังไงต่อ ?” “ออกไปซื้อขนมคากิโนะทาเนะ” “หือ... ขนมคากิโนะทาเนะ ? (หัวเราะ) แล้วยังไงต่อ ?” การถามว่า “แล้วยังไงต่อ ?” ก็เพื่อให้นึกค�ำตอบที่เป็นรูปธรรม ออกมาเรื่อย ๆ และสุดท้ายให้ค้นหาความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจให้ได้ ว่าคืออะไร ประเด็นส�ำคัญคือเมื่อคุณนึกออกเป็นรูปธรรมแล้ว คุณรู้สึก ใจเต้นไหม รู้สึกพอใจ ดีใจหรือไม่ ถ้าคุณไม่รู้สึกดีใจอย่างแท้จริง แสดงว่าสิ่งที่คุณวาดฝันไว้ไม่ได้มา จากความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง อาจจะเป็นสิ่งที่ต้องท�ำตามความประสงค์ ของพ่อแม่ หรือเป็นสัญลักษณ์ของความส�ำเร็จที่สังคมยอมรับ สิ่งส�ำคัญคือเราต้องคิดทบทวนวัตถุประสงค์หรือแรงจูงใจว่า “ท�ำไมอยากท�ำความฝันนั้นให้เป็นจริง ?” “ท�ำเพื่ออะไร ?”
180 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 แม้จะท�ำเรื่องเดียวกัน ก็เกิดผลที่แตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ มาถึงตรงนี้ ผมมีของขวัญจะมอบให้ เป็นค�ำถามที่จะช่วยปลุก เจตนารมณ์ของคุณ ไม่ให้คุณมัวแต่กังวลสายตาของคนอื่น หายใจเข้าลึก ๆ 3 ครั้ง วางมือทั้งสองทาบหน้าอก เพ่งที่ใจ แล้ว ถามตัวเองว่า “ถ้าอะไร ๆ ก็เป็นไปได้ ไม่มีปัญหา คุณอยากท�ำอะไร ?” ขอให้คุณค่อย ๆ ถามใจตัวเอง คุณอาจจะยังตอบไม่ได้ทันที แต่ ถ้าถามเรื่อย ๆ หลาย ๆ ครั้ง ผมเชื่อว่า สักวันหนึ่งคุณก็จะรู้ความรู้สึก ที่แท้จริงของตัวเอง และเมื่อได้ค�ำตอบแล้วก็มุ่งสู่สิ่งนั้น แล้วค่อยเริ่มท�ำ ทีละนิดก็ได้ ชีวิตคนเราเป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 181 ปรู๊ฟ 2 ขอให้ลองคิดว่าสิ่งที่คุณฝันไว้เป็นจริง ในตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร ? แล้วตอนนั้น คุณก�ำลังท�ำอะไรอยู่ ? แล้วยังไงต่อ ? แล้วยังไงต่อ ? แล้วยังไงต่อ ? รู้สึกใจเต้น มีความสุขไหม ? ถ้าสมมุติว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ ไม่มีปัญหา แท้จริงแล้วคุณอยากท�ำ อะไร ?
182 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจนปัจจุบัน เรื่องที่คุณมีความสุขมากที่สุด คืออะไร ? 26 ค�ำถามที่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจนปัจจุบัน เรื่องที่คุณมีความสุขมากที่สุดคือ อะไร ? … อย่างนั้นเหรอ จริงเหรอ !? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ มีความสุขเนอะ ขอบคุณครับที่เล่าเรื่อง ดี ๆ ให้ฟัง เอ๊ะ... อยากฟังเรื่องของผมบ้างอย่างนั้นเหรอ ? งั้นก็ช่วยไม่ได้สินะ เอาล่ะ ถึงผมจะอายก็จะเล่าให้ฟังนะครับ คืออย่างนี้ครับ ผมเคยเป็นคนขี้อาย กลัวคน อย่างที่คุณรู้สึกเมื่อ สักครู่นั่นแหละครับ ช่วงที่เรียนชั้นมัธยมปลาย ผมไม่กล้าพูดกับเพื่อน ผู้หญิงเลยแม้สักค�ำเดียว เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ชั้นปี 1 ผมก็พอเริ่มพูดบ้าง แต่ก็ แค่พูดว่า “ขอบคุณครับ” ปี 2 ก็เริ่มพูดตอบรับเป็นเวลาคุยกับคนอื่น และ ในที่สุด พอขึ้นปี 3 ผมก็มีแฟนจนได้ ช่วยปรบมือดีใจกับผมด้วยครับ !! (หัวเราะ)
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 183 ปรู๊ฟ 2 ตอนนั้นผมพักอยู่ที่เขตฮะจิโอจิในโตเกียว ในวันที่ผมสารภาพรัก วันนั้นตอนเดินกลับบ้าน ผมดีใจสุด ๆ จนเห็นว่าสวนสาธารณะที่เดินผ่าน ทุกวันเปล่งประกายสว่างไสวเลยนะครับ ผมไม่ได้โม้นะ จริง ๆ ! (หัวเราะ) ผมเห็นสวนสาธารณะเปล่งประกายจริง ๆ นะ ผมสาบานกับตัวเองว่าจะต้องท�ำให้แฟนของผมมีความสุขให้ได้ ตอนที่เราไปดูคอนเสิร์ตไมเคิล แจ็กสันที่โตเกียวโดมด้วยกัน ขณะที่ไมเคิล ก�ำลังร้องเพลง บรรดาแฟนคลับก็ตะโกนส่งเสียงเรียก “ไมเคิล” “ไมเคิล” ตอนนั้นผมรวบรวมความกล้า ตะโกนชื่อแฟนออกไปสุดเสียง แต่ บังเอิญตอนนั้นไมเคิลก�ำลังเข้าช่วงบรรเลงดนตรีพอดี เสียงผมเลยก้องทั่ว โตเกียวโดมเลย ผมตะโกนออกไปว่า “ผมชอบโทชิโกะที่สุดเลย” (หัวเราะ) ตอนนี้พอมานึกดูแล้ว ผมก็รู้สึกผิดต่อคุณไมเคิลนะครับ คนขี้อาย อย่างผมท�ำเรื่องแบบนั้นได้ จนได้คบกับแฟน ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ เลย เรามากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า คุณเองก็คงมีเรื่องที่ท�ำให้รู้สึกดีใจหลายเรื่อง แล้วคุณคิดว่าใคร เป็นคนท�ำให้คุณรู้สึกดีใจเช่นนั้นได้ ? ในชีวิตของเรามีเรื่องพิเศษที่เราท�ำให้เกิดขึ้นเองไม่ได้ เรื่องวิเศษสุด ที่คุณไม่มีทางท�ำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง นั่นคือการเกิดของคุณนั่นเอง เป็น สิ่งพิเศษที่คุณพ่อคุณแม่ของคุณเป็นผู้ท�ำให้เกิดขึ้น
184 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 คุณเป็นสิ่งที่ “ไม่มีตัวตน” มาก่อน ตลอดระยะเวลา 13,700 ล้านปีที่จักรวาลก�ำเนิดมา คุณมีความ สุขไม่ได้ โกรธไม่ได้ เสียใจไม่ได้ สนุกไม่ได้ ในช่วงนั้นคุณไม่รู้สึก นั่นเพราะ คุณยัง “ไม่มีตัวตน” แล้วคุณพ่อคุณแม่ของคุณก็ได้ท�ำสิ่งวิเศษให้เกิดขึ้น คุณได้ออกมา พบความสนุกบนโลกใบนี้ พร้อมกับเสียงร้อง “อุแว้” จากนั้นก็ท�ำให้คุณ ดีใจได้ โกรธได้ เสียใจได้ สนุกสนานได้ ซึ่งสิ่งนี้มีความหมายแค่ไหน คุณ รู้หรือเปล่า ? คุณมีค่าขนาดที่คุณควรจะดีใจจนน�้ำตาไหลที่คุณมีตัวตนขึ้นมา ในวันนี้ ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ที่เกิดมาเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้รับ ประสบการณ์พิเศษนี้ โกรธได้ กลุ้มใจได้ กังวลใจ ก็ถือว่าเป็นโบนัสพิเศษของคนที่มี ชีวิตอยู่ด้วยนะ ขอให้คุณบอกตัวเองที่ก�ำลังคิดว่า “แม้จะเป็นอย่างนั้น เราก็อยาก ไปอยู่ในโลกที่ไม่ต้องมีความกังวลใจนะ” ในโลกนี้มีสถานที่ที่ไม่มีความกลุ้มใจเพียงแค่ที่เดียว นั่นก็คือ หลุมฝังศพ อย่างไรเราก็ต้องได้ไปอยู่ที่นั่นแน่นอน ดังนั้นตอนนี้ขอให้ คุณมีความสุขกับชีวิตที่ยังกลุ้มใจได้ต่อไปเถอะครับ คนเรานั้นมีอายุเฉลี่ยประมาณ 80 ปี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ ประวัติศาสตร์จักรวาล 13,700 ล้านปี ก็เท่ากับไม่เกิน 0.1 วินาที
บทที่ 4 : ใช้ชีวิตด้วยเสียงของหัวใจ (ความรู้สึกที่แท้จริง) 185 ปรู๊ฟ 2 ช่วงชีวิต 80 ปี เทียบกับประวัติศาสตร์จักรวาลก็เป็นแค่ 0.1 วินาที เปรียบเหมือนดอกไม้ไฟที่เห็นแค่พริบตาเดียว แค่ตอนเช้าเราลืมตาตื่นขึ้นก็ถือว่าช่างเป็นเรื่องที่สุดแสนวิเศษได้ ดังนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ เมื่อคุณตื่นขึ้น คุณน่าจะดีใจถึงขั้นตะโกนร้อง “ยะฮู้” ออกมาได้เลยนะ (คุณอาจจะถูกคนในครอบครัวมองด้วยสายตาประหลาด แต่ ไม่เป็นไรหรอกครับ แรก ๆ อาจจะถูกมองอย่างนั้น แต่อีกไม่นาน พวกเขา ก็จะเลิกสนใจไปเอง (หัวเราะ)) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นคือรสชาติ ของการมีชีวิตอยู่นั่นเอง ความสงบสุขของจิตใจ อย่างไรเราก็ต้องได้รับรู้ตลอดกาลหลังจาก ที่ตายไปแล้ว ตอนนี้เรามาทุกข์ กรีดร้อง เศร้า ร้องเพลง เต้นร�ำ หัวเราะ กันเถอะ แรกเริ่มเดิมทีเราก็ “ไม่มีตัวตน” ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย เราเกิดมา ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า จึงไม่มีอะไรที่เราสูญเสียในช่วงที่มีชีวิต คุณปู่ของคุณซันมะ อากาชิยะ (Sanma Akashiya) พูดไว้ว่า “ตอนที่เราเกิดมา ร่างกายของเราเปลือยเปล่า ตอนเราตาย จากไป แค่ได้ใส่กางเกงชั้นในตัวเดียวก็นับว่าชนะแล้วไม่ใช่เหรอ” ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาพูดนะ
ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องท�ำในชีวิตนี้มีแค่เรื่องเดียวคือ ขอให้เรา ยอมรับและดื่มด�่ำทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้อย่างเต็มที่ แล้วประตูหัวใจของ คุณจะเปิดออก เมื่อนั้นคุณจะต้องได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองอย่างแน่นอน จากนั้น คุณก็ด�ำเนินชีวิตตามเสียงหัวใจนั้น ผมจะบอกใบ้ให้อย่างหนึ่งนะ เมื่อประตูหัวใจเปิด เราจะรู้ว่าคนเรานั้นโดยธรรมชาติอยากมีชีวิต อยู่ก็เพื่อท�ำให้ใครบางคนมีความสุข “ชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม การมีชีวิตอยู่จึงเป็นเรื่องที่สุดวิเศษ ! คุณอย่ามัวแต่เศร้า คิดถึงแต่เรื่องเจ็บปวดตลอดเวลาอีกต่อไป เลย นอกจาก ‘ความตาย’ อีกสิ่งหนึ่งที่เราหลีกหนีไม่ได้ก็คือ ‘การมี ชีวิตอยู่’ ” ชาร์ลี แชปลิน (Limelight)
ใช่แล้วครับ ประโยคที่คุณต้องพูดก็คือ เอาล่ะ วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
LAST MESSAGE ข้อความสุดท้าย