The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 007tevada, 2023-06-24 12:18:32

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

27 คำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต

©ºÑº¾ÔàÈÉ ¾ÃØ‹§¹ÕéàÃÒÍÒ¨¨ÐµÒ¡çä´Œ »ÃШÓÇѹ.... ·Õè..... à´×͹..... »‚....... »ÃШÓÇѹ.... Çѹ·Õè.... à´×͹.... 27 ºØ¤¤ÅÅéÓ¤‹Ò ¢Í§»ÃÐà·È àÊÕªÕÇÔµ ©ºÑº ¾ÔàÈÉ ¤Ó¶ÒÁ


©ºÑº¾ÔàÈÉ ¾ÃØ‹§¹ÕéàÃÒÍÒ¨¨ÐµÒ¡çä´Œ »ÃШÓÇѹ.... ·Õè..... à´×͹..... »‚....... »ÃШÓÇѹ.... Çѹ·Õè.... à´×͹.... 27 ºØ¤¤ÅÅéÓ¤‹Ò ¢Í§»ÃÐà·È àÊÕªÕÇÔµ ©ºÑº ¾ÔàÈÉ ¤Ó¶ÒÁ


92 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 คุณรู้ไหมว่าความฝันของ เพื่อนคนส�ำคัญของคุณคืออะไร ? 12 ค�ำถามที่ ผมมีเพื่อนที่จัดงานศพตัวเองทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยตั้งชื่อว่า “การแสดงสดงานศพคนเป็น” เขาเช่าสถานที่จัดงาน จัดฉากท�ำเป็นพิธีศพ งานเริ่มโดยให้ผู้เข้า ร่วมพิธีจุดธูปและกล่าวค�ำไว้อาลัย หลังจากผู้ร่วมพิธีจุดธูปครบทุกคนแล้ว เพื่อน (ที่ความจริงต้องตายไปแล้ว) ก็ลุกออกมาจากโลงศพ แล้วเพลง ก็บรรเลง “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมพิธี เพราะทุกท่านคือคนส�ำคัญของผม ผมจึงอยากกล่าวขอบคุณทุก ๆ ท่านขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ Thank You !!!!” จากนั้นเขาก็สวมชุดแบบนักร้องวง AKB ออกมา แล้วก็ร้องเพลง เลียนแบบ เป็นการแสดงที่เรียกเสียงหัวเราะลั่นงาน หลังจากนั้นผู้เข้าร่วม พิธีก็ร้องคาราโอเกะแข่งกัน ผมยังคิดเลยว่า “งานศพคนเป็นก็ดีเหมือนกันนะ” ท�ำให้เราได้กล่าว ค�ำ “ขอบคุณ” กับคนส�ำคัญ เพราะถ้าเราตายไปแล้วก็คงพูดไม่ได้ ถ้าตายไปแล้วกลับมาบอก เขาคงจะกลัวเราเสียมากกว่า เพราะ เรากลายเป็นผีมาบอก (หัวเราะ)


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 93 ปรู๊ฟ 2 หลังจากงานวันนั้น บรรดาเพื่อน ๆ ที่ไปร่วมพิธีศพคนเป็นก็เล่า ความรู้สึกว่า “เราก็เพิ่งจะอายุช่วงสามสิบเอง เรื่อง ‘ตาย’ นี่ก็ยังไม่เคยคิดเลย แต่ตอนที่ก�ำลังจะเขียนโทรเลขส่งไปร่วมแสดงความเสียใจในการแสดงสด งานศพคนเป็น วันนั้นอยู่ดี ๆ ก็คิดว่า ‘ฉันอยากให้คนคิดกับฉันแบบนี้ อยาก มีชีวิตแบบนั้น แบบนี้’ ตอนนั้นเองผมถึงได้รู้สึกตัวว่า ‘เอ๊ะ นี่เราเองก็ยัง ไม่ได้คิดจะเริ่มท�ำอะไรเลยนี่’ “ตั้งแต่นั้นเวลาสับสนในชีวิตก็จะคิดเสมอว่า ‘เมื่อถึงปลายทาง ของชีวิต สิ่งนี้จ�ำเป็นหรือไม่จ�ำเป็น ?’ พอคิดแบบนี้แล้วก็ท�ำให้ตัวเองกล้า ลองทำ�สิ่งต่าง ๆ ที่อยากท�ำ โดยไม่สนใจว่าผลจะออกมาเป็นยังไง” เอาล่ะ ผมมีข้อเสนอที่อยากให้คุณลองท�ำ ให้ชวนบรรดาคนที่คุณ อยากขอบคุณ อยากบอกพวกเขาก่อนตายว่า “ขอบคุณที่ได้พบ ได้รู้จักกัน” ให้มาเจอกันที่ร้านนั่งดื่ม แล้วบอกพวกเขาในร้านนั่งดื่มว่า “วันนี้เป็นงานศพคนเป็นของฉัน คนที่มาร่วมงานในวันนี้ก็มีแต่ บรรดาเพื่อนที่รักมากที่สุด เพราะอยากบอกทุกคนขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า ขอบคุณที่ได้พบ ได้รู้จักกัน !!” และต่อด้วย “นี่คือบันทึกค�ำไว้อาลัยการจากไปของฉัน” จากนั้น ก็ให้ทุกคนดูใบบันทึกค�ำไว้อาลัย หน้า 90 “อยากให้ทุกคนได้ลองเขียนบันทึกค�ำไว้อาลัยด้วยกัน” (ให้ถ่าย เอกสารใบบันทึกค�ำไว้อาลัย หน้า 90 เตรียมไว้เท่าจ�ำนวนคน)


94 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 การท�ำแบบนี้จะท�ำให้คุณรู้ความฝันของเพื่อน ๆ ที่คุณไม่เคยรู้ และ ท�ำให้คุณช่วยให้ก�ำลังใจเพื่อนเรื่องความฝันได้อีกด้วย เปิดเป็นงานเลี้ยง “การรับรู้ความฝันของกันและกันเพื่อบ�ำบัดจิต” ณ ร้านนั่งดื่ม (หัวเราะ) เมื่อรู้ความฝันของกันและกันแล้ว ความฝันของทุกคนก็จะกลาย เป็นความฝันของคุณ ขณะเดียวกัน ความฝันของคุณก็จะกลายเป็นความฝัน ของทุกคนด้วย เมื่อต่างก็รู้ความฝันของกันและกันเช่นนี้แล้ว เท่ากับช่วยเร่ง ความเร็วของการไปสู่จุดหมายนั้น รากศัพท์ของค�ำว่า “ความสุข” ในภาษาญี่ปุ่น มาจากค�ำว่า “การ ท�ำร่วมกัน” การท�ำสิ่งต่าง ๆ ร่วมกันท�ำให้ความสุขก่อก�ำเนิดขึ้นมา คุณโซอิชิโร ฮอนดะ (Soichiro- Honda) ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตรถยนต์ ฮอนด้า กล่าวไว้ตอนบั้นปลายชีวิตว่า “ทรัพย์สมบัติอันล�้ำค่าของชีวิต ไม่ใช่ชื่อเสียง เงินทอง แต่คือ เพื่อนที่ดี” เพื่อนที่ร่วมมุ่งหน้าสู่ความฝันด้วยกันคือทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุด ของคุณ


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 95 ปรู๊ฟ 2 “ความฝันที่มองเห็นอยู่คนเดียว มันก็เป็นแค่ความฝัน แต่ ความฝันที่มีใครสักคนเห็นเหมือนกันกับเรา มันคือฝันที่เป็นจริง” By โยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) ความฝันจะเป็นจริงได้ด้วย You และ Me ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น ค�ำว่า ความฝัน อ่านออกเสียงว่า ยูเมะ ซึ่งพ้องเสียงกับค�ำในภาษาอังกฤษว่า You (ยู) + Me (เมะ) = “ความฝัน” ขอให้คุณจัดงาน “การรับรู้ความฝันของกันและกันเพื่อบ�ำบัดจิต” กับเพื่อน ๆ ที่คุณรักที่ร้านนั่งดื่มนะครับ แชร์ความฝันของคนที่คุณชื่นชอบ อย่างมากให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกัน


96 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 “สักวันหนึ่งจะท�ำ” แล้ว “สักวันหนึ่ง” ของคุณคือเมื่อไร ? 13 ค�ำถามที่ จากการส�ำรวจอายุขัยเฉลี่ยของคน พบว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนใน สมัยเอโดะคือประมาณ 38 ปี ส่วนอายุขัยเฉลี่ยของคนในสมัยโจมงคือ 14.6 ปี ซึ่งในยุคนั้น อัตราการเสียชีวิตของเด็กทารกค่อนข้างสูงมาก จึงท�ำให้ผลเฉลี่ยของ อายุขัยออกมาเป็นเช่นนี้ แต่ถึงจะลองค�ำนวณแบบหักส่วนของเด็กทารก อายุขัยเฉลี่ยของคนในสมัยโจมงก็คือประมาณ 31 ปี ถ้าคนในปัจจุบันต้องเสียชีวิตเมื่ออายุ 31 ปี ก็คงถูกมองว่าโชคร้าย ที่จากไปเร็วเกินไป แต่ถ้าคิดแบบนี้ก็เท่ากับคิดว่า คนในสมัยโจมงโชคร้าย กันหมดทุกคนเลยสินะ เมื่อจักจั่นขึ้นมาบนพื้นดินแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ เท่านั้น ความจริงเพียงเรื่องเดียวบนโลกใบนี้คือ “เกิดแล้วก็ตาย” ดังนั้น การตายจึงไม่ใช่เรื่องโชคร้าย การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่วิเศษ เรื่องที่เรายังมีชีวิตอยู่ในวันนี้อีก 1 วัน จึงเป็นเรื่องที่วิเศษ


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 97 ปรู๊ฟ 2 ถ้าไม่มีการตาย อะไร ๆ ที่เราควรต้องท�ำวันนี้ก็จะถูกผัดไปท�ำ วันพรุ่งนี้ใช่ไหม พอวันพรุ่งนี้ก็จะยังเรื่อย ๆ เฉี่อย ๆ ผัดไปอีกเป็นวันมะรืน แล้วก็กลายเป็นสิ่งที่ควรต้องท�ำสักวันหนึ่ง ซึ่งสักวันหนึ่งนั้นไม่มีทางมาถึง Monday, Tuesday, Wednesday, Thursday, Friday, Saturday, Sunday… วันในรอบสัปดาห์ หายังไงก็ไม่เห็นมีวัน ที่เรียกว่า Someday เลย พระเจ้าจึงได้คิด สร้าง “ความตาย” เป็นสวิตช์ ที่ใช้เผาชีวิตให้ดับสิ้น เพื่อ ท�ำให้ชีวิตนั้นรุ่งโรจน์ถึง ขีดสุด จึงสร้าง “ความตาย” (วันสิ้นสุด) ขึ้นมา การบ้านปิดเทอมหน้าร้อน ส่วนใหญ่ก็มักจะท�ำเสร็จกันประมาณ วันที่ 31 สิงหาคม ใช่ไหมล่ะ ? ถ้าไม่มีวันเปิดเทอมก็คงไม่ท�ำการบ้านกัน ? ถึงได้มีค�ำพูดที่ว่า “ท�ำงานเสร็จก่อนก�ำหนดวันสิ้นสุดแค่เส้นยาแดง ผ่าแปด” แต่ในทางตรงกันข้าม การก�ำหนดวันสิ้นสุดจะท�ำให้ความฝันนั้น ใกล้ตัวเราเข้ามาได้ ให้ก�ำหนดวันสิ้นสุดให้ความฝันว่าอยากจะท�ำให้ได้ภายในเมื่อไร วันสิ้นสุดจะเลือก “วันไหน ยังไงก็ได้” ไม่ได้ สิ่งส�ำคัญคือให้ เลือกวันที่คิดดีแล้วว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด ถ้าเลือกวันสิ้นสุดแล้วไม่รู้สึกว่า ตื่นเต้นดีใจอะไร ก็ไม่ต้องฝืนเลือกวันนั้น


98 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ยกตัวอย่างเช่น อาจจะคิดว่าเป็นฝันที่ไกลไปก็ได้ แต่ฝันของฉัน คือ “อยากไปดูแสงออโรราที่อลาสกา” ซึ่งถ้าเป็นคนทั่ว ๆ ไปก็จะแค่คิด เฉย ๆ ว่า “สักวันหนึ่งคงได้ไป” จนกระทั่งเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี เขียนก�ำหนดการในปฏิทินเลยดีกว่า เพราะแค่เขียน เปอร์เซ็นต์ ที่จะเป็นไปได้ก็เพิ่มขึ้นแล้ว วันนี้คุณเองก็ท�ำเรื่องที่เขียนไว้ในแผน ก�ำหนดการประจ�ำวันของคุณใช่ไหมล่ะครับ ? ล�ำดับการหมุนของเวลาคือ “ปัจจุบัน” → “อนาคต” แต่เราสลับ อนาคตมาไว้ก่อนได้ (อยากให้ออกมาเป็นอย่างไรก็ก�ำหนดให้เป็นอย่างนั้น) เป็น “อนาคต” → “ปัจจุบัน” สมมุติว่าอยากมีแฟน แม้ยังหาใครมาเป็นแฟนไม่ได้ ก็ไปซื้อ บัตรเข้าดิสนีย์แลนด์ส�ำหรับออกเดตไว้ล่วงหน้าเลย แล้วถ้าไปซื้อก่อนแต่ ถึงวันนั้นก็ยังหาแฟนไม่ได้ล่ะ จะท�ำอย่างไรเหรอครับ ? ก็ไปกับ “แฟนล่องหน” สิ ดีไหมล่ะครับ ? (หัวเราะ) อยากเขียนหนังสือสักเล่ม แม้ยังไม่มีใครจ้างให้เขียน เขียนก่อน ล่วงหน้าเลยก็ดีไม่ใช่เหรอ ? เพราะผมเองก็ท�ำแบบนี้ตอนเริ่มต้นเปิดตัว กลับมาที่ค�ำถามตอนต้น สักวันหนึ่งจะท�ำ “สักวันหนึ่ง” ของคุณ คือเมื่อไร ? ชะตาชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปทันที ถ้าคุณก�ำหนดให้ “วันนี้” เป็น “สักวันหนึ่ง” ที่บอกว่าสักวันหนึ่งจะท�ำ จากนั้นก็ก�ำหนดวันสิ้นสุดให้ ความฝันนั้น ๆ ว่าจะท�ำให้ได้ “ภายในเมื่อไร”


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 99 ปรู๊ฟ 2 คุณอยากท�ำให้เรื่องที่ฝันไว้ส�ำเร็จภายในเมื่อไร ? เรามาก�ำหนดวันสิ้นสุดให้ความฝันกันเถอะ »‚ à´×͹ Çѹ


100 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 10 เรื่องที่คุณอยากท�ำก่อนตาย คืออะไร ? 14 ค�ำถามที่ เรื่องที่คุณอยากลองท�ำสักครั้งก่อนตาย “อยากจะกระโดดพร้อมกับส่งเสียง ‘ยะฮู้’ เบา ๆ ภายใต้ท้องฟ้า ที่ก�ำลังส่องประกายแสงออโรรา” ท�ำไมต้องเสียงเบา ๆ ด้วยนะเหรอ ก็อายไงล่ะครับ (หัวเราะ) ผมและคุณอากิยะ ทัมบะ ช่างภาพที่เคยเล่าถึงในค�ำถามก่อน ได้ท�ำความฝันนี้ให้เป็นจริงแล้วที่เมืองเชอร์ชิล อีกหนึ่งความฝันก็คือ “ไปเฝ้าดูหมีขาวขั้วโลกเหนือที่เติบโตอยู่ ท่ามกลางธรรมชาติ นั่งจ้องกันชนิดให้หมีขาวตกหลุมรักเลย” ความฝันนี้ก็ได้ท�ำให้เป็นจริงที่เมืองเชอร์ชิลเหมือนกัน แม้จะแค่ ได้ไปยืนอยู่หน้าหมีขาว ห่างกันแค่ก้าวเดียว ก็ยังไม่ถึงกับได้นั่งจ้องมองกัน หรอกนะ เสียดาย ! (หัวเราะ) ภาพยนตร์เรื่อง “The Bucket List” เป็นเรื่องราวของชายชรา 2 คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย พวกเขาเขียนเรื่องที่อยากท�ำก่อนตาย เช่น “อยากไปดูพีระมิด” แล้วทั้งสองก็ค่อย ๆ ท�ำให้แต่ละเรื่องเป็นจริง


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 101 ปรู๊ฟ 2 มาลองคิดกันว่าอะไรที่เป็นเรื่องที่คุณคิดไว้ว่า “สักวันหนึ่งอยาก จะท�ำ” ให้เขียนเป็นรายการ “เรื่องที่อยากท�ำก่อนตาย” ขอให้เขียนเรื่องที่ คุณคิดว่าท�ำแล้วรู้สึกสนุก มีความสุขนะครับ อย่างคนที่มีอาการซึมเศร้า แค่เขียนว่าอยากท�ำความสะอาดห้องนำ �้ ก็ยังได้เลย มองเผิน ๆ อาจจะคิดว่าไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกันตรงไหน แต่ การท�ำเรื่องที่ดูเหมือนไม่มีความหมายด้วยความพยายามอย่างเต็มที่จะ ท�ำให้เริ่มภูมิใจในตัวเองได้ในสักวันหนึ่ง อย่างที่กล่าวข้างต้น ผมขอเสนอว่าให้คุณลองท�ำเรื่องที่ไร้สาระ เพี้ยน ๆ บ้าง เพราะจะท�ำให้การใช้ชีวิตมีสีสัน สนุกสนานยิ่งขึ้นได้ เรื่องไร้สาระบ้าบอที่ผมเคยลองท�ำแล้ว เช่น ๏ ออกไปเดินเล่นกับสุนัขที่โปรดปรานการเดินเล่นสุด ๆ (ออกไปเดินเล่นกันตั้งแต่ 2 ทุ่ม จนถึงตี 4 ได้ดูดาวตกด้วยกัน สุดท้ายสุนัขถึงกับหอบลิ้นห้อยเลย (หัวเราะ)) ๏ ดูหนังทุกวัน วันละ 1 เรื่อง ต่อเนื่องกันตลอด 1 ปี เพื่อให้ พูดประโยคเท่ ๆ ได้ (พอดีตอนนั้นผมไม่มีเพื่อน มีเวลาว่างก็เลยท�ำได้) ๏ ลองตัดค่าอาหารให้เหลือแค่ 0 เยน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ (ทดสอบว่าจะทนท้องว่างได้นานขนาดไหน) (ดื่มน�้ำอย่างเดียวตลอดทั้งสัปดาห์ เมื่อครบก�ำหนด 1 สัปดาห์ แค่ กินข้าวต้มธรรมดายังดีใจจนแทบน�้ำตาไหล ข้าวต้มมื้อนั้นกลายเป็นอาหาร


102 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 ที่อร่อยที่สุดในชีวิตของผม แต่ห้ามเลียนแบบนะครับ เพราะการอดอาหาร นั้นอันตราย จะต้องศึกษาวิธีการจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อน) ๏ สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องให้ลึกซึ้งด้วยการพากันไป ยืนฝึกสมาธิใต้น�้ำตกกลางฤดูหนาว (หนาวมาก หนาวจนตัวสั่นสะท้าน แต่เมื่อขึ้นจากน�้ำตก น่า แปลกมากที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักตัวแต่ร่างกายกลับรู้สึกอบอุ่น เรื่องนี้ก็ห้าม เลียนแบบนะครับ เพราะถ้าหินหล่นมาโดนหัวก็อาจท�ำให้ถึงเสียชีวิตได้) ๏ หยุดท�ำงานทุกอย่าง ออกเดินไปเรื่อย ๆ ติดต่อกัน 3 วัน (ท�ำเพื่อเลิกบุหรี่ แล้วก็เลิกบุหรี่ได้ส�ำเร็จ) ๏ เขียนจดหมายรักให้ได้มากที่สุดในโลก (เกอเธเขียนจดหมายรักถึงชาร์ล็อตต์รวมได้ 1,800 ฉบับ ซึ่งผม ตั้งใจจะเขียนให้ได้มากกว่านั้นอีก จึงเขียนจดหมายรักในบล็อกและเมล แม็กกาซีน* ทุกวัน ตลอดระยะเวลา 5 ปี และในที่สุดก็ท�ำสถิติแซง เกอเธได้อย่างสวยงาม) ๏ จัดงานอีเวนต์ให้ทุกคนอ่านหนังสือของผมบนรถไฟสาย ยามาโนเตะ (เรื่องนี้เมื่อท�ำจริง ๆ ผมกลับรู้สึกเขินยังไงไม่รู้) *mail magazine เป็นบทความที่ส่งให้ผู้ที่ลงทะเบียนอ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจ�ำ--ผู้แปล


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 103 ปรู๊ฟ 2 เอาล่ะครับ คุณลองเขียนรายการเรื่องที่อยากท�ำก่อนตายบ้าง ลองใส่เรื่องไร้สาระ เรื่องข�ำ ๆ ไว้ในรายการบ้างนะครับ การสนุกกับการท�ำอะไรที่ดูไร้สาระ บ้า ๆ บอ ๆ ก็เป็นรสชาติ ของชีวิต แล้วยิ่งกว่าสิ่งใด คนบ้าอย่างคุณจะดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาเลยทีเดียว (หัวเราะ) “มารุโกะ ! เจ้าจงเป็นคนเพี้ยน ๆ แบบที่ท�ำให้คนรอบข้างหัวเราะ ออกมาได้ !” By โทโมกุระ คุณปู่จากการ์ตูนเรื่องหนูน้อยมารุโกะ ความจริงแล้ว ในช่วงชีวิตของคน สิ่งส�ำคัญไม่ใช่เราก�ำลังท�ำ อะไรอยู่ เพราะสิ่งส�ำคัญยิ่งกว่าคือ “เราท�ำเรื่องนั้นด้วยความตั้งใจหรือไม่” “คุณมีชีวิตอยู่ด้วยความตั้งใจจริงหรือเปล่า ?” By เกอเธ (ผู้เขียนเรื่อง เฟาสต์)


104 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ปรู๊ฟ 2 10 เรื่องที่คุณอยากท�ำก่อนตายคืออะไร ? 1. 2. 3. 4. 5.


บทที่ 2 : ท�ำความฝันให้เป็นจริง 105 ปรู๊ฟ 2 10 เรื่องที่คุณอยากท�ำก่อนตายคืออะไร ? 6. 7. 8. 9. 10. *ข้อ 10 ขอให้เป็นเรื่องที่ดูบ้าบอมาก ๆ ไปเลยนะ !


03 ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง


108 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต มีใครที่มีความสุข เพราะคุณมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? 15 ค�ำถามที่ คุณมาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) แห่งซอฟต์แบงก์ (Softbank) เป็นอีกคนหนึ่งที่เผชิญความตาย จนตัวเองเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณซัน เมื่อ ค.ศ. 1983 ตอนที่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทในช่วงแรกมีพนักงานแค่ 3 คน จากนั้น ก็เพิ่มขึ้นเป็น 125 คน ประสบความส�ำเร็จมียอดขายสูงถึง 45 ล้านเยน ช่วงนั้นอะไร ๆ ก็เพิ่งเริ่มต้น แต่คุณซันวัยเพียงยี่สิบกว่า ๆ ก็ล้มป่วยด้วย โรคตับอักเสบเรื้อรัง และมีความเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นมะเร็งตับได้ เขา ป่วยหนักมาก มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง คุณซันที่อายุแค่ช่วงยี่สิบได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า “อาจจะมีเวลา (ใช้ชีวิต) ได้อีก 5 ปี มากกว่านี้ก็...” ช่วงแรกที่เข้าโรงพยาบาล คุณซันเอาแต่ร้องไห้คร�่ำครวญ ไม่อยาก ให้ตะวันตกดิน ไม่อยากให้ถึงตอนกลางคืน “บริษัทเพิ่งจะเริ่มต้น ลูกก็ยังเล็ก แล้วนี่ชีวิตผมจะต้องจบลงแค่นี้ งั้นเหรอ...” อุตส่าห์ศึกษาเล่าเรียน อุตส่าห์ตั้งใจก่อตั้งบริษัท แต่จากนี้อีก 5 ปี ชีวิตผมจะต้องจบลงแล้วงั้นเหรอ...


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 109 แล้วที่ผ่านมา ผมท�ำงานไปเพื่ออะไรกัน... ชีวิตผมนี่มันอะไร ยังไงกัน ในตอนนั้น ขณะที่พักอยู่ที่โรงพยาบาล เขาได้อ่านนวนิยายเรื่อง “Ryoma Ga Yuku” ผลงานของเรียวทาโร ชิบะ (Ryotaro Shiba) เรื่องของฮีโร่ในสมัยเอโดะตอนปลาย เรียวมะ ซากาโมโตะ ซึ่ง ออกมาเป็นซามูไรไร้สังกัดเมื่ออายุ 28 ปี เขาถูกลอบสังหารเมื่ออายุ 33 ปี ช่วงระยะเวลา 5 ปีก่อนเขาจะตาย เขาได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ ประเทศญี่ปุ่น คุณซัน คนที่หมอบอกว่ามีชีวิตได้อีก “5 ปี” แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ อยู่ที่โรงพยาบาล แต่ ! แต่ ! แต่ ! เมื่อเขาได้อ่านเรื่องราวชีวิตของเรียวมะ ผู้ปฏิรูปประเทศใน 5 ปี ท�ำให้คิดได้ว่า “มีเวลาเหลืออีกตั้ง 5 ปี น่าจะท�ำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้บ้าง” เขาจึงคิดได้ว่า “จะมัวกลุ้มอกกลุ้มใจอะไรกับแค่เรื่องอายุขัย ของตัวเอง ต้องเตรียมการใหญ่กว่านี้แล้ว” ถ้าเหลือเวลาใช้ชีวิตอีกแค่ 5 ปี บ้านก็ไม่ต้องการ รถก็ไม่ต้องการ ความอยากมีอยากได้ทั้งหมด หายไป แล้วสิ่งที่ต้องการจริง ๆ คืออะไร ? อยากเห็นรอยยิ้มของลูกสาวที่เพิ่งเกิดมา


110 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต แค่นั้นพอแล้วเหรอ ? ไม่สิ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของคนในครอบครัวทุกคน แค่นั้นพอแล้วเหรอ ? ไม่สิ ยังมีอีก อยากเห็นรอยยิ้มของพนักงานในบริษัท แค่นั้นพอแล้วเหรอ ? ไม่สิ ยังมีอีก อยากเห็นรอยยิ้มของลูกค้า จริงสิ ผมจะใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคน ช่วงที่คุณซันได้เผชิญความตายในตอนนั้น กลายเป็นช่วงเวลาที่ ล�้ำค่าที่สุดของเขา เพราะท�ำให้เขาได้คิดทบทวนคุณค่าของชีวิตตัวเอง คุณย่าของคุณซันมักจะพูดเสมอว่า “ไม่ว่าจะต้องเหนื่อยยาก เจอเรื่องล�ำบากแค่ไหน เราก็มักจะได้รับ ความช่วยเหลือจากใครต่อใคร เพราะคนเหล่านั้นท�ำให้เรามีวันนี้ ดังนั้น ยังไงก็ตาม อย่าเกลียดหรือแค้นคนอื่น ๆ เด็ดขาด” คุณย่าเดินทางจากประเทศเกาหลีมาอยู่ที่ญี่ปุ่นเมื่ออายุแค่ 14 ปี ถือสัญชาติเกาหลี รู้ภาษาญี่ปุ่นกระท่อนกระแท่น คนรู้จักก็ไม่มีสักคน เท่านั้นไม่พอ ยังต้องเผชิญภัยสงครามอีก แต่คุณย่าผู้ผ่านความยากล�ำบาก อย่างแสนสาหัสกลับมีค�ำพูดติดปากว่า “เป็นเพราะบุญคุณของเขา” คุณซันที่ก�ำลังเผชิญความตายเพิ่งรู้ว่า “สิ่งส�ำคัญไม่ใช่เงินทอง” ไม่ใช่ต�ำแหน่ง ชื่อเสียง แต่คือการท�ำให้ทุกคนมีความสุขอย่างที่คุณย่า เคยพูดไว้ ถ้าเราอุทิศตัวเพื่อสิ่งนั้นได้ก็จะมีความสุข เขาคิดเช่นนี้ได้ เพราะต้องเข้ามาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 111 “มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ?” “ท�ำงานไปเพื่ออะไร ?” วัตถุประสงค์ชัดเจนแล้ว เมื่อเราก�ำหนดวัตถุประสงค์ได้ก็จะไม่สับสนหรือหลงทาง หลังจากนั้นเขาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลตลอดระยะเวลา 3 ปี จน ค.ศ. 1986 คุณซันได้พบวิธีรักษาแนวใหม่ท�ำให้ฟื้นตัวกลับมาใช้ชีวิต ตามปกติได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออก ของญี่ปุ่น เขาได้บริจาคทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็น จ�ำนวนเงินถึง 1 หมื่นล้านเยน และเขายังประกาศว่าตั้งแต่ ค.ศ. 2011 จนหมดวาระจากต�ำแหน่งประธานบริษัท จะบริจาคเงินเดือนทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือเด็กก�ำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตเพราะภัยพิบัติครั้งนั้น การบริจาคเงินเดือนทั้งหมดของตัวเองตั้งแต่วันนั้นจนถึงวัน พ้นต�ำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ปกติจะท�ำกันได้เลย เมื่อความตายก�ำลังจะมาถึงตัวคุณ “คุณจะใช้ชีวิตราวกับคนที่ตายแล้วเหรอ ?” เมื่อความตายก�ำลังจะมาถึงตัวคุณ “สิ่งที่คุณอยากให้ความส�ำคัญเป็นอันดับที่ 1 คืออะไร ? แล้ว ท�ำไมถึงไม่ท�ำล่ะ ?” เมื่อความตายก�ำลังจะมาถึงตัวคุณ “แค่ตัวเองดีคนเดียวก็พอแล้วเหรอ ?”


112 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ความตายจะบีบบังคับให้คนเตรียมใจพร้อมที่จะมีชีวิต “การเตรียมใจพร้อม” คือ “การเห็นแจ้ง” × “การเข้าใจ” เราต้องคิดเสมอว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องมีชีวิตอยู่อย่างสงบ” นี่ก็คือการเข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ เมื่อเตรียมใจพร้อมกับการมีชีวิตได้ เรา ก็จะเตรียมใจพร้อมส�ำหรับความตายได้เช่นกัน หลังจากที่คุณซันรู้ว่าจะมีชีวิตได้อีกแค่ 5 ปี สิ่งที่เขาอยากท�ำให้ ส�ำเร็จลุล่วงมากที่สุดในช่วงชีวิตที่ยังเหลือ ไม่ใช่การสร้างชื่อเสียง เกียรติยศ หรือทรัพย์สินเงินทอง แต่เขาได้รู้ว่า “วัตถุประสงค์ของชีวิต” ของเขาคือ การสร้างรอยยิ้มให้แก่คนส�ำคัญ มนุษย์เรา สุดท้ายสิ่งที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจก็คือ “อยากจะท�ำ สิ่งต่าง ๆ ให้แก่คนอื่น” ความปรารถนาคือการได้ท�ำตามความต้องการส่วนตัว และยังส่ง ผลให้คนอื่นได้รับความพอใจด้วย ซึ่งหมายถึงภารกิจของชีวิต “ภารกิจชีวิต” คือเรา “ใช้” “ชีวิตที่มี” ท�ำอะไร เพื่อใคร เป็น สัญชาตญาณที่มีแค่ในมนุษย์เท่านั้น ความต้องการอาหาร ความต้องการทางเพศ ความต้องการพักผ่อน นอนหลับ สิ่งเหล่านี้ในสัตว์ก็มีเหมือนกัน แล้วสิ่งที่เฉพาะมนุษย์ที่มี คืออะไร ? สิ่งนั้นก็คือ “ดีใจเมื่อคนอื่นพอใจสิ่งที่ตัวเองท�ำ”


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 113 เอาล่ะ มาถึงค�ำถาม ช่วงนี้มีใครแสดงความรู้สึกขอบคุณกับคุณบ้างไหม ด้วยเรื่องอะไร ? มีคนพูดว่า “ขอบคุณ” กับคุณหรือเปล่า ? ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของคุณจนถึงปัจจุบันเป็นชีวิตที่ท�ำให้คนอื่น ดีใจหรือเปล่า ? มีใครที่มีความสุขเพราะคุณมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? ค�ำถามที่ถามไป คุณอาจจะไม่ชอบเท่าไรนะครับ ขอแค่คนเดียว ก็ได้ครับ คุณอยากท�ำให้ใครมีรอยยิ้ม ? เมื่อคุณคิดอยากท�ำให้ใครคนนั้นมีรอยยิ้ม ตอนนั้นหัวใจของคุณ เปล่งประกายหรือไม่ ? ด้วยความสามารถของคุณ คุณจะสร้างความยินดีเรื่องอะไรให้ เกิดขึ้น ? ไม่ต้องสนใจ “ที่ผ่านมา” ปล่อยมันไป สิ่งที่ส�ำคัญคือ “ตั้งแต่นี้ไป” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลองมาใช้ชีวิตแบบ Your Happy, My Happy. กันเถอะ


114 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ช่วงนี้มีคนมากล่าว “ขอบคุณ” ด้วยเรื่องอะไร ?


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 115 ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของคุณจนถึงปัจจุบันเป็นชีวิตที่ท�ำให้คนอื่น ดีใจหรือเปล่า ? มีใครที่มีความสุขเพราะคุณมีชีวิตอยู่หรือไม่ ?


116 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต 16 คุณอยากใช้ชีวิตนี้เพื่อสิ่งใด ? ค�ำถามที่ ปีโชวะที่ 20 ในที่สุดกองทัพอเมริกาก็เข้ามาประชิด ณ จุดนั้น เรือรบที่มารวมตัวในน่านน�้ำโอกินาว่ามีมากกว่า 1,500 ล�ำ กำ� ลังทหารโดย รวม 548,000 คน ขณะที่กองก�ำลังป้องกันของญี่ปุ่นนั้นมี 86,000 คน ถ้าโอกินาว่าตกเป็นของอเมริกา เกาะคิวชูก็อาจจะไม่รอด ดังนั้น อย่างไรก็ต้องสู้ตายเพื่อปกป้องโอกินาว่าให้ได้ ถ้าโอกินาว่าถูกยึดครอง ก็จะเข้าถึงเกาะคิวชูได้ ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นั้น สหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือรัสเซีย) ก็จะบุกเข้าทางภาคเหนือ โอกาสที่ญี่ปุ่นจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน เหนือ และใต้ เหมือนเกาหลีและเยอรมนีก็สูงเช่นกัน ดังนั้นกลยุทธ์ที่ถูกคิดขึ้นก็คือการโจมตีพิเศษ การระเบิดตัวเอง โดยการพุ่งชนศัตรูนั่นเอง เป็นการเสียสละเครื่องบิน 1 ล�ำ เพื่อจมเรือรบ หรือเรือรบฐานที่มั่นทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม ที่ที่เป็นศูนย์กลางของฐานของกองโจมตีพิเศษนี้คือ จิรัน ในจังหวัด คาโงชิมะ การฝึกฝนทหารหนุ่มนั้นจัดว่าโหดร้ายมากเหลือเกิน


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 117 “นี่พวกแก ทหารอากาศน่ะไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร ฉะนั้นจงท�ำ ความสะอาดร่างกายให้พร้อม ตอนตายถ้าตัวสกปรก กางเกงในสกปรก ก็อายเขา ถ้าตายไปก็อย่าท�ำให้ตัวเองต้องอายล่ะ ต้องอาบน�้ำทุกวัน ซัก กางเกงในทุกวัน เข้าใจไหม” บางครั้งมีการตรวจโดยไม่บอกล่วงหน้าว่าปกเสื้อสกปรกหรือเปล่า ถ้าปกเสื้อมีรอยเปื้อนขี้ไคลก็จะถูกต่อยลงไปนอนกันเลย เด็กวัยรุ่นอายุแค่ 14 ปี ต้องจากพ่อแม่มาใช้ชีวิตเข้มงวดเช่นนี้ แม้อยากจะเขียนจดหมายถึงที่บ้าน จดหมายก็จะต้องถูกเปิดอ่าน ท�ำให้ ไม่อาจจะแสดงความอ่อนแอได้ คนที่คอยดูแล ท�ำหน้าที่เหมือนกับแม่ของเหล่าทหารหนุ่มหน่วย โจมตีพิเศษผู้โดดเดี่ยวนั้นก็คือ คุณโทเม โทริฮามะ เจ้าของร้านอาหาร โทมิยะของกองทัพ คุณโทเม โทริฮามะ เสียชีวิตไปแล้ว แต่คุณอากิฮิซะ โทริฮามะ ซึ่ง เป็นหลานของคุณโทเม ก็ท�ำหน้าที่เป็นคนเล่าเรื่องในอดีต คอยเป็นไกด์ แนะน�ำให้ผมได้เที่ยวในจิรันจนทั่ว ทหารหน่วยโจมตีพิเศษจะใช้ชีวิตวันสุดท้ายที่เรือนพัก ซึ่งเป็น ที่พักทหารรูปสามเหลี่ยมตั้งกระจายเป็นจุด ๆ ในป่า เพื่อไม่ให้ทหารฝ่าย อเมริกาหาเจอได้ คนที่ออกไปบินแล้วอยากจะทิ้งของไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ไม่มีอะไร จึงหยิบก้อนหินเล็ก ๆ มอบให้คนที่คอยดูแลเลี้ยงดูเป็นครั้งสุดท้ายก็มี


118 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต แล้วก็มีคนที่ออกไปบิน ก่อนไปก็พูดว่า “ตายไปแล้วจะกลับมา เป็นหิ่งห้อยอยู่ที่นี่นะ” (ที่ร้านอาหารของคุณโทเม โทริฮามะ) คนหนึ่งทิ้งข้อความไว้โดยเขียนวงกลมรอบตัวอักษรในหนังสือ ของตัวเอง ซึ่งพอน�ำตัวอักษรที่วงไว้มาปะติดปะต่อกันก็จะได้ข้อความว่า “เคียวโกะจัง ลาก่อน ฉันรักเธอ” เป็นข้อความที่ส่งถึงคุณเคียวโกะ เพื่อน สมัยเด็กที่เขาแอบรักข้างเดียว ทหารหนุ่มที่เสียชีวิตจากการเป็นหน่วยโจมตีพิเศษนั้นมีจ�ำนวน มากถึง 4,400 คน ถ้าจะต้องตายวันใดวันหนึ่ง พวกเขาวาดหวังไว้ว่า การเผชิญวิกฤตอันใหญ่หลวงของประเทศในเวลานี้ก็เท่ากับได้ปกป้อง คนที่รักด้วย ขณะที่ฟังบรรยายระหว่างชมสถานที่จริง ก็ได้ฟังอะไรหลาย ๆ เรื่อง จากคุณโทริฮามะ แต่ในบรรดาเรื่องเหล่านั้น เรื่องที่ลืมไม่ลงคือเรื่องของ ร้อยโท ฮาจิเมะ ฟูจิอิ ซึ่งเป็นครูฝึกของทหารอากาศหนุ่มเหล่านั้น เด็กที่ถูกฝึกให้เป็นหน่วยโจมตีพิเศษนั้นตายไปคนแล้วคนเล่า แต่ ครูฝึกอย่างเรากลับอยู่ในที่ที่ปลอดภัย “ยามที่ญี่ปุ่นก�ำลังล�ำบาก ดีแล้วหรือที่เราท�ำได้แค่สอน” ร้อยโทฟูจิอิเริ่มตั้งค�ำถามกับตัวเองและตอบเอง ร้อยโทฟูจิอิ ซึ่งเป็นครูฝึก ต่างกับทหารหนุ่มที่เป็นหน่วยโจมตี พิเศษก็ตรงที่เขามีภรรยาและลูกแล้ว ถ้าสมัครใจออกไปเป็นหน่วยโจมตี พิเศษก็เท่ากับต้องลาจากภรรยาและลูกตลอดกาล


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 119 ภรรยาของเขาคัดค้านอย่างหนักเรื่องการไปเป็นหน่วยโจมตีพิเศษ และพยายามจะโน้มน้าวให้สามีเปลี่ยนใจวันแล้ววันเล่าอย่างไม่ย่อท้อ ส่วนร้อยโทฟูจิอินั้นหลังจากที่ครุ่นคิดแล้ว ทางเลือกก็คือ “ไม่ใช่พวกแกเท่านั้นที่จะต้องตาย” ใช่แล้ว เขาเลือกทางที่ทิ้งชีวิตพร้อมกับหน่วยโจมตีพิเศษนั่นเอง เพียงแต่นายทหารชั้นสัญญาบัตรส่วนใหญ่ที่มีครอบครัวต้องดูแล ตามหลักแล้วจะไม่ถูกเลือกให้อยู่หน่วยโจมตีพิเศษ การขอเสนอตัวครั้งนี้ ถูกตีกลับมา แต่การตัดสินใจของร้อยโทฟูจิอิก็ไม่เปลี่ยนแปลง เขาจึงยื่น หนังสือขอไปอีกครั้ง คุณฟุกุโกะ (ขณะนั้นอายุ 24 ปี) ภรรยาผู้ซึ่งได้รับรู้การตัดสินใจ อันแน่วแน่ของสามีจึงเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ว่า “เพราะพวกฉัน คุณคงต้องห่วงหน้าพะวงหลังจนท�ำอะไรไม่ได้ อย่างที่ใจคิด ถ้าอย่างนั้น ฉันจะขอไปรอคุณล่วงหน้าก่อนเลย” แล้วพาคาซึโกะจัง ลูกสาวคนโตอายุจะ 3 ขวบ กับจิเอะจัง ลูกสาว คนรองที่เพิ่งเกิดได้ 4 เดือน สวมชุดพิธีการ กระโดดลงไปในแม่น�้ำอาระ ที่หนาวจัด ร้อยโทฟูจิอิ (ขณะนั้นอายุ 29 ปี) เมื่อได้ทราบข่าวการตายของ ภรรยาและลูก ครั้งนี้เขาตัดนิ้วตัวเอง แล้วยื่นหนังสือค�ำร้องที่เปื้อนเลือด อีกครั้ง จนในที่สุดค�ำร้องขอเข้าหน่วยโจมตีพิเศษก็ได้รับการตอบรับ จดหมายสั่งเสียก่อนตายที่เขาเขียนถึงลูก ๆ ยังคงอยู่


120 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เดือนธันวาคม ในวันที่ลมหนาวพัดกรรโชก ชีวิตที่ถูกกลืนหาย ไปกับหมอกริมแม่น�้ำอาระ น่าเศร้าน่าสงสารเหลือเกินที่ต้องสละชีวิตไปกับแม่ก่อน เพราะ ความมุ่งมั่นอันเลือดร้อนของพ่อ ยิ่งกว่านั้น น่าสงสารชีวิตน้อย ๆ ที่ดูเหมือน ก�ำลังหัวเราะยินดีที่จะจากไปพร้อมกับแม่ พ่อเองก็ก�ำลังจะตามพวกเจ้าไป คราวหน้าพ่อจะกอดเจ้าจนหลับ ด้วยอกที่อบอุ่นของพ่ออย่างแน่นอน อย่าร้องไห้ ให้รอจนถึงตอนนั้น ดูแลปกป้องจิเอะจังให้ดี ถ้าน้อง ร้องไห้ แล้วอีกสักพักเจอกันนะ ลาก่อน หลังสงคราม ทหารอเมริกันที่รับหน้าที่โจมตีด้วยปืนบนเรือบรรทุก เครื่องบินก็ได้แวะมาที่ร้านอาหารโทมิยะ เขาเล่าว่า เครื่องบินของญี่ปุ่นล�ำหนึ่งโจมตีเครื่องบินของอเมริกาล�ำแล้ว ล�ำเล่า เขาว่า นี่มันชักจะไม่ได้การแล้ว หลังจากนั้น ทหารอเมริกาคนนั้น ก็ป้องกันและตอบโต้อย่างสุดชีวิต จนยิงเครื่องบินล�ำนั้นตกลงมาได้ ทว่าเครื่องบินที่มีสภาพจะร่วงสู่ผิวน�้ำก็หมุนตัวพรวดมาโจมตี โดย เล็งทางด้านข้างเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกา เขาว่า ช่างพยายามอะไรเช่นนี้ ยังคงอยู่ในความทรงจ�ำของทหาร อเมริกัน และบอกว่าคนที่ขับเครื่องบินล�ำนั้นเป็นกลุ่มที่มี 2 คน


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 121 เมื่อตรวจสอบพบว่ากลุ่มที่ออกไปโจมตีที่มี 2 คนในวันนั้น ก็คือกลุ่มของร้อยโทฟูจิอินั่นเอง ผมได้ลองยืนบนรันเวย์ที่หน่วยโจมตีพิเศษบินออกไป จากจิรัน จนถึงโอกินาว่าประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นอีก 2 ชั่วโมงก็ตาย รันเวย์ ที่เหล่าคนที่ไปบินได้เตรียมใจไว้แล้ว จุดหมายที่เครื่องบินหน่วยโจมตีพิเศษบินไปนั้นมีภูเขาที่มีรูปร่าง ลักษณะเหมือนกับภูเขาไฟฟูจิคือภูเขาไคมง ทุกคนในหน่วยโจมตีพิเศษต่าง ก็มองภูเขานี้แล้วคิดว่านี่คงเป็นภาพสุดท้ายที่จะได้เห็น แล้วก็บินออกไป วันที่ผมไปนั้นมีหมอกลง แต่ก็ยังได้เห็นภูเขาที่ลักษณะเหมือน ภูเขาไฟฟูจิชัดเจนอยู่ ดูเหมือนว่าภรรยาของร้อยโทฟูจิอิเป็นคนเงียบ ๆ รูปร่างสูงเพรียว และเล่นเปียโนเก่ง ร้อยโทฟูจิอิที่สมัครใจขอไปเป็นหน่วยโจมตีพิเศษเอง ต้องจากลูก วัยก�ำลังน่ารักอีก 2 คน ขณะที่เขาบินผ่านภูเขาไคมงลูกนี้ มันจะสะท้อน ให้เห็นภาพอะไร ? คุณทิ้งชีวิตของ ตัวเองได้เพื่ออะไร ? ทั้ง ๆ ที่คุณด�ำรง ต�ำแหน่งที่ไม่ต้องเป็นหน่วย โจมตีพิเศษ คุณยอมสละชีวิต ของคุณเพื่อสิ่งใด ?


122 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เพื่อสิ่งใด ? เพื่อสิ่งใด ? หรือคุณอาจจะยอมสละชีวิตของคุณเพื่อคนญี่ปุ่นในอนาคตหรือ เพื่อพวกผม ? คุณอยากจะใช้ชีวิตของคุณเพื่อสิ่งใด ? คุณมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ? คุณท�ำงานเพื่ออะไร ?


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 123 เพื่ออะไร ? เพื่ออะไร ?


124 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต คุณอยากใช้ชีวิตนี้เพื่อสิ่งใด ?


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 125 คุณท�ำงานเพื่ออะไร ?


126 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต คุณบอกชื่อคุณปู่คุณย่าได้แม่น รึเปล่า ? 17 ค�ำถามที่ เขาคนนี้เป็นผู้ที่มีชีวิตที่โชคร้ายอย่างต่อเนื่อง คุณอูโจ โนงุชิ (Ujo- Noguchi) เป็นนักแต่งเพลงกล่อมเด็ก ผลงาน เพลงกล่อมเด็กที่โดดเด่น อย่างเช่น เพลง “Jugoya Otsukisan” “Nanatsu No Ko” “Akai Kutsu” “Aoi Me No Ningyo” หลังจากที่คุณอูโจเดินทางจากจังหวัดอิบารากิมาโตเกียว เขาเลิก เรียนในมหาวิทยาลัยกลางคัน กิจการของพ่อล้มเหลวและพ่อของเขาก็เสีย ชีวิต ท�ำให้เขาต้องย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด และถูกบังคับให้แต่งงานกับ ลูกสาวเศรษฐีเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินและเพื่อรักษาบ้านที่อาศัยอยู่ไว้ จึงต้องยอมแต่งงานอย่างปฏิเสธไม่ได้ ตั้งแต่นั้นคุณอูโจก็ไม่ได้ทุ่มเทให้การแต่งบทกวีเลย หลังจากนั้น เขาท�ำธุรกิจแต่ก็ล้มเหลว จึงย้ายไปอยู่ที่เขตโอตารุอย่างเงียบ ๆ และท�ำงาน ที่บริษัทหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แต่เข้ากับหัวหน้างานไม่ได้จนในที่สุด ก็ลาออกจากบริษัทหนังสือพิมพ์นั้น ไม่มีอะไรราบรื่น ส�ำเร็จด้วยดีสักอย่าง ขณะเกิดเหตุการณ์ดังที่เล่า ลูกของเขาก็เกิดมาแต่มีชีวิตอยู่เพียงแค่ 1 สัปดาห์ แล้วก็จากไป


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 127 คุณอูโจใช้ชีวิตแต่ละวันอยู่กับเหล้า ขณะที่เพื่อน ๆ กวีแต่ละคน ก็สร้างผลงานออกมาอยู่เรื่อย ๆ เขาพูดถึงตัวเองว่า “ผมเป็นนักเดินทาง นักเดินทางหาความทุกข์ความเจ็บปวด” วันหนึ่ง เขาฝันถึงลูกสาวที่เกิดมาแค่สัปดาห์เดียวแล้วก็ตายจากไป ในแววตาของลูกมีน�้ำตาคลอ ลูกสาวที่มีชีวิตอยู่แค่เพียงสัปดาห์เดียวก�ำลัง ร้องไห้ “ลูกสาวที่ไม่มีโอกาสได้ลองใช้ชีวิตของตัวเอง ลองเปรียบเทียบ กับตัวเองแล้วเป็นยังไงล่ะ พ่อแม่มอบร่างกายที่แข็งแรงมาให้ แต่กลับใช้ ชีวิต 20 กว่าปี ปิดตัวเอง หนีปัญหา หันหน้าเข้าหาเหล้า ! ‘ต้องลุกขึ้นสู้ ชีวิตใหม่แล้ว’ ” คุณอูโจจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้ชีวิตใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้น ผลงาน เพลงกล่อมเด็กที่เขาแต่งก็เป็นที่รู้จักกันรุ่นต่อรุ่น “Shabon Dama” (ฟองสบู่) ฟองสบู่ที่ล่องลอย ลอยขึ้นไปจนถึงหลังคา ขึ้นไปถึงหลังคา แล้วก็แตกหายไป ฟองสบู่หายไปแล้ว ไม่ได้ลอยอยู่ มันหายไปแล้ว


128 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต เกิดขึ้นมาไม่นาน ก็แตกหายไปทันที ลมเจ้าเอ๋ย ลมเจ้าเอ๋ย อย่าพัด เจ้าฟองสบู่จะถูกพัดพาไป กล่าวกันว่า ฟองสบู่ในบทกวีนี้แทนลูกสาวของเขาที่เสียชีวิตไป เด็กที่เกิดมาแล้วมีชีวิตอยู่ได้แค่เพียง 1 สัปดาห์ เด็กที่ไม่มีโอกาสได้ ลองใช้ชีวิตของตัวเอง คุณอูโจรู้สึกเจ็บปวดมาก ค่าของชีวิตที่ไม่อาจประเมินได้ คุณล่ะรู้ค่าที่แท้จริงของชีวิตคุณหรือเปล่า ? ก่อนที่ชีวิตของคุณจะเกิดขึ้นนั้น มีชีวิตของคุณพ่อ คุณแม่ แล้ว คุณพ่อและคุณแม่ก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่ของท่านเอง แค่นับย้อนกลับไปสัก 9 รุ่น บรรพบุรุษของคุณก็อาจมีถึง 1,022 คนทีเดียว แล้วถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ 2,000 ปี ก็ 100 ล้านล้านคน คู่รัก 100 ล้านล้าน 200 ล้านล้าน 300 ล้านล้านคู่ ส่งต่อช่วง ชีวิตกันโดยไม่หยุด ไม่จบสิ้น จึงมีชีวิตของคุณในวันนี้ การวิ่งผลัดส่งต่อชีวิตที่มีมาตั้งแต่เอกภพก�ำเนิดขึ้น และตอนนี้ คนที่ถือไม้ผลัดวิ่งอยู่ปลายสุดก็คือคุณ ในภาษาญี่ปุ่น ค�ำว่า “ขอบคุณ” ใช้ตัวอักษร “有り難う” ซึ่ง มีรากศัพท์มาจาก “有” แปลว่า มี และ “難しい” แปลว่า ยาก ล�ำบาก หาได้ไม่ง่าย รวมแล้วจึงหมายถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 129 ถูกต้องแล้วครับ เพราะชีวิตของคุณนั้นเดิมไม่ใช่สิ่งที่จะเป็น ไปได้ (เกิดขึ้นยาก) นั่นเอง แล้วทีนี้คุณจะใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นแสนยากนี้เพื่ออะไรกันแน่ ? ค�ำถามที่ถามไว้ตอนต้น ตอนนี้คุณก็คือผลึกที่ระลึกของบรรพบุรุษทุกคน เพื่อช่วยให้คุณ จินตนาการได้ชัดเจนขึ้น หน้าถัดไปจะมีผังครอบครัวเตรียมไว้ ขอให้คุณเขียนชื่อคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย แล้ว ก็คุณปู่ทวด คุณย่าทวด คุณตาทวด คุณยายทวด นึกย้อนกลับไปเท่าที่จ�ำได้ ว่ามีใครบ้าง ถ้าไม่รู้ชื่อก็แสดงว่าไม่เคยรับรู้เลยว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ การท�ำ ผังครอบครัวจะท�ำให้คุณรู้สึกถึงความเหนียวแน่นของเส้นทางที่ก�ำเนิด ชีวิตคุณได้โดยตรง ชีวิตของคุณคือผลึกแห่งความรักของบรรดาบรรพบุรุษของคุณ


130 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต คุณเอง


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 131 เรื่องอะไรบ้างที่ต้องเป็นคุณเท่านั้น ที่ท�ำได้ ? 18 ค�ำถามที่ “พลังงานของชีวิต (วิญญาณ) วัดค่าได้หรือไม่ ?” มีคนที่ท�ำวิจัยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เช่น ส�ำนักวิจัยฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยโตเกียว ดร.คาโอรุ คาวาดะ (Kaoru Kawada) ท�ำการวิจัย เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.คาวาดะท�ำการทดลองกับหนู โดยลองชั่งน�้ำหนักหนูที่ตายแล้ว และพบว่าน�้ำหนักของหนูที่ตายแล้วนั้นหายไปประมาณ 1/10,000 จึง คิดว่าน�้ำหนักส่วนที่หายไปนั้นน่าจะเป็นมวลของชีวิต ดร.คาวาดะยังท�ำการวิจัยแบบไม่เหมือนใครอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทดลองกับสิ่งของด้วย โดยชั่งน�้ำหนักสิ่งของ จากนั้นก็แยกสิ่งของนั้นเป็น ชิ้น ๆ ชั่งน�้ำหนักชิ้นส่วนแต่ละชิ้น แล้วน�ำค่าน�้ำหนักแต่ละชิ้นมารวมกัน ยกตัวอย่างเช่น “ผลิตภัณฑ์ A” กับ “ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ A ที่ถูกแยก a + b + c” (ผลิตภัณฑ์ถูกแยกชิ้นส่วนจึงเปรียบเหมือนผลิตภัณฑ์ A ตายแล้ว) ตามปกติ แม้จะแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นส่วน ๆ แต่ถ้าน�ำน�้ำหนัก ของชิ้นส่วนทุกชิ้นมาบวกกัน ก็ต้องได้เท่ากับน�้ำหนักของผลิตภัณฑ์ A


132 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต การชั่งน�้ำหนักใช้เครื่องชั่งที่มีความแม่นย�ำสูงแต่ผลที่ได้มีค่าต่าง ซึ่งเหมือนกับการทดลองกับหนู นั่นคือเมื่อแยกเป็นชิ้นส่วน น�้ำหนักหายไป 1/10,000 ความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ A กับผลิตภัณฑ์ที่ถูกแยกชิ้นส่วน นั้นคืออะไร ? สิ่งที่แตกต่างกันก็มีแค่เพียง “บทบาทหน้าที่” ขออธิบายโดยยกตัวอย่างนาฬิกาปลุก เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น นาฬิกาปลุกถูกประดิษฐ์เพื่อ “ปลุกเราตอนที่ต้องการจะตื่น” เมื่อ แยกนาฬิกาปลุกเป็นส่วน ๆ “บทบาทหน้าที่” ของมันก็จะหมดไป ซึ่ง น�้ำหนักของ “บทบาทหน้าที่” นั้นก็น่าจะเท่ากับ 1/10,000 ดร.คาวาดะกล่าวว่า “สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมันคือพลังงานความคิดของมนุษย์ การ สร้างสิ่งต่าง ๆ ด้วยความคิดว่า ‘ถ้ามีของสิ่งนี้ก็จะช่วยให้ทุกคนสะดวกสบาย ทุกคนน่าจะชอบ’ ซึ่งแค่ส่วนของความคิด ผมคิดว่าก็น่าจะหนักนะ” ความคิดที่ออกมาเป็นรูปร่าง เช่น คนที่คิดประดิษฐ์ “สิ่งที่เก็บน�้ำ” ก็ออกมาเป็นแก้ว “สิ่งที่เก็บข้อความ” ก็คือสมุดบันทึก ความคิดก็กลายเป็นบทบาทหน้าที่ ซึ่งชีวิต (วิญญาณ) น่าจะอยู่ ตรงส่วนนั้นหรือเปล่า ? เมื่อผลการวิจัยออกมาเป็นดังที่กล่าวนี้ “เรื่องนี้มันสุดยอดมาก !” ดร.คาวาดะรู้สึกตื่นเต้นกับผลการวิจัยและจัดการเขียนรายงานการวิจัยส่ง ให้ฝ่ายสัมมนาวิชาการ


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 133 แต่ ดร.คาวาดะก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อ 1,200 ปีก่อน ก็เคยมีคนพูด เรื่องนี้ไว้เช่นกัน คนคนนั้นก็คือ คูไก* (Kukai) ซึ่งท่านกล่าวไว้ดังนี้ “โลกประกอบด้วย 5 ธาตุ และยังมีธาตุแห่งการรับรู้ด้วย” ธาตุทั้ง 5 นั้น ได้แก่ “ดิน น�้ำ ลม ไฟ อากาศ” ส่วน “การรับรู้” ก็คือความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ความรู้สึกนึกคิด ของจักรวาล ความรู้สึกนึกคิดของธรรมชาติ และมีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ตัวตน ซึ่งเราเรียกว่า “ธาตุที่ 6” ท่านคูไกเขียนเรื่องนี้ไว้ในเรื่อง “Sokushin Jobutsugi” (การ บรรลุเป็นพุทธะด้วยกายเนื้อ) เมื่อมีบทบาทหน้าที่ (ความคิด) จิตก็จะสถิตที่นั่น (มีพลังงาน แห่งชีวิต) นาฬิกาปลุกมีหน้าที่บอกเวลา ปลุกคนให้ตื่นขึ้น แล้วบทบาท หน้าที่ของมนุษย์คืออะไร ? สมมุติว่า วันนี้คุณพูดให้ก�ำลังใจเพื่อนที่ก�ำลังซึมเศร้าเท่ากับคุณ เพิ่มบทบาทหน้าที่ “การให้ก�ำลังใจเพื่อน” ในตัวคุณ ถ้าคุณสร้างความ พึงพอใจให้ลูกค้า ก็เพิ่มบทบาทหน้าที่ “สร้างประโยชน์ให้ลูกค้า” อีก พลังงานแห่งชีวิตที่อยู่ในตัวคุณก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น *พระภิกษุผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนิกายชินงน ในประเทศญี่ปุ่น--ผู้แปล


134 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต ใช่แล้ว ภารกิจ (บทบาทหน้าที่) ของมนุษย์นั้นแตกต่างกับสิ่งของ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง คุณก�ำหนดหรือเพิ่มมันได้ จะเพิ่มให้มากมายใหญ่โต แค่ไหนก็แล้วแต่คุณเอง แล้วคุณจะใช้ชีวิตนี้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร ? คุณให้ความเมตตาแก่ลูก ๆ ท�ำดีต่อสามี ให้ก�ำลังใจคนที่เจอกัน วันนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่แหละ “มีแต่คุณเท่านั้นที่จะท�ำมันได้” เรื่องอะไรบ้างที่ต้องเป็นคุณเท่านั้นที่ท�ำได้ ? ลองเขียนออกมากันเถอะ


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 135 เรื่องอะไรบ้างที่ต้องเป็นคุณเท่านั้นที่ท�ำได้ ?


136 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต คุณคิดว่าหลังจากคุณตายไปแล้ว คุณจะอยู่ในความทรงจ�ำ ของใครบ้าง ? 19 ค�ำถามที่ สิ่งที่ท�ำให้ผมเริ่มไปเรียนเต้นแท็ปก็คือภาพยนต์เรื่อง “Zatoichi” ซึ่งก�ำกับโดยทาเกชิ คิตาโนะ (Takeshi Kitano) ผมประทับใจฉากสุดท้ายที่มีการเต้นแท็ป เมื่อ “รู้สึก” จึง “ปฏิบัติ” รวบรวมความกล้าออกไปเคาะประตูโรงเรียนสอนเต้น เดิมผมเป็นคนที่มีปัญหาสับสนจังหวะดนตรี เป็นคนร้องเพลง เสียงหลง แต่กลับสนใจการเต้นแท็ป ตอนไปสมัครเรียน ใจเต้นเชียวครับ โรงเรียนที่ผมไปเรียนนั้น คนที่ไปเรียนก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ เรียนเป็นโปร คนที่เรียนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกพนักงานบริษัท พวกแม่บ้าน ที่สนใจการเต้น ถึงอย่างนั้น ผมก็เรียนไม่ทันพวกเขา ผ่านไป 1 ปี ก็ยังเต้นไม่เก่ง ผมมักจะต้องไปอยู่แถว ๆ หลังห้องคนเดียวเพื่อฝึกท่าที่ต่างจากคนอื่น ผมเคยลองเพิ่มเวลาเรียนเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ท�ำแบบนี้แล้ว ก็ยังตามคนอื่นไม่ทัน ผ่านไป 3 ปี 4 ปี 5 ปี... ก็ยังไม่เก่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นคือคนที่เพิ่งเข้ามาเรียนได้แค่ 3 เดือน กลับเก่งแซงหน้า ไปได้ ผมก็ยังคงต้องไปฝึกแยกต่างหากอยู่หลังห้องคนเดียว


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 137 ผมเคยแกล้งท�ำเป็นไปเข้าห้องน�้ำเพื่อแอบไปร้องไห้ เพราะรู้สึก เจ็บใจตัวเอง ผมเคยไปขอค�ำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางจิตวิทยาด้วยว่า “ท�ำไม ถึงเต้นแท็ปไม่เก่งสักที” น่าจะปรึกษาผิดเรื่องหรือเปล่านะ ? (หัวเราะ) สุดท้ายผมก็ตัดใจ เลิกเรียนเต้นแท็ป เวลามองย้อนกลับไปดูชีวิตที่ผ่านมา จะมีวันที่เรารู้สึกว่า “วันนั้น คงเป็นวันที่ตัดสินโชคชะตา” เช่น ชีวิตของอิเอยาซุ โทกุงาวะ (Ieyasu Tokugawa) ก็น่าจะเป็นวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1600 ศึกเซกิงาฮาระ วันตัดสินชะตาแผ่นดิน วันตัดสินชะตาของผมก็คือ วันที่ผมไปเข้าร่วมฟังการสัมมนา งานหนึ่ง เมื่อไปถึงที่ห้องสัมมนา ผมก็วางกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้เพื่อจอง ที่นั่งก่อนแล้วก็ออกไปเข้าห้องน�้ำ เมื่อกลับมาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งอยู่ ข้างที่นั่งที่ผมจองไว้ ผู้หญิงคนนั้นชวนผมคุย เธอบอกว่า “คราวหน้า ฉันจะเป็นสปอนเซอร์เปิดค่ายอบรมของ ดร.เซกัง โคบายาชิ (Seikan Kobayashi) นักจิตวิทยา สนใจจะมาเข้าค่ายไหมคะ ?” เมื่อถามรายละเอียด ปรากฏว่าต้องพักค้างคืน 5 วัน เพื่อเรียนรู้ มันคือ “ค่ายศิลปะวิธีคิดและมุมมองการใช้ชีวิต” นี่นา แต่เป็นไปไม่ได้เลย ที่พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ จะขอลาหยุดงานตั้ง 5 วัน “ดิฉันขอแนะน�ำนะคะ” เธอบอกผม


138 27 ค�ำถามค้นหาคุณค่าของชีวิต “อืม...ดีนะครับ” (ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ พนักงานบริษัทจะขอลา หยุดงานวันธรรมดาตั้ง 5 วัน ท�ำไม่ได้หรอก ← เสียงในใจของฮิซุย) “แนะน�ำค่ายอบรมนี้จริง ๆ นะคะ” (ก็มันลางานไม่ได้ ← เสียงในใจของฮิซุย) “ดิฉันก็เคยเข้าค่ายอบรมนี้ด้วยค่ะ ท�ำให้มุมมองความคิดของดิฉัน เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย เพราะอย่างนี้ ดิฉันจึงอยากแนะน�ำ จริง ๆ ค่ะ” ผมถูก “พลังแสงชักชวนว่าควรต้องไป” ของผู้หญิงคนนั้นจู่โจม จน ในที่สุด ผมก็จัดการเคลียร์งานและไปเข้าร่วมค่ายนั้น จริงอย่างที่ผู้หญิง คนนั้นบอกเลย ค่าย 5 วันนั้นเปลี่ยนแปลงผมได้มาก ตอนนี้ถ้าอยากสมัครเข้าค่ายอบรมศิลปะการมองสิ่งต่าง ๆ ของ คุณเซกัง โคบายาชิ ก็ท�ำไม่ได้แล้ว ต่อให้จ่ายเงินถึง 1 หมื่นล้านเยน ก็ยัง เข้าร่วมไม่ได้ เพราะคุณเซกังจากไปเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ที่ผ่านมา ในตอนนั้น หลังจากจบค่ายอบรม ผู้หญิงที่เป็นผู้สนับสนุนการจัด ค่ายอบรมบอกผมว่า “วันที่ไปสัมมนาวันนั้น พอเดินเข้าไปในห้องสัมมนาก็สะดุดตา กระเป๋าใบใหญ่ของคุณ เลยคิดว่าไปนั่งข้าง ๆ ดีกว่า”


บทที่ 3 : ท�ำภารกิจ (เจตนารมณ์) ให้เป็นจริง 139 วันนั้นผมใช้กระเป๋าใบใหญ่มากจริง ๆ เพื่อให้ใหญ่พอใส่รองเท้า เต้นแท็ปและเสื้อผ้าที่ไว้ผลัดเปลี่ยนได้หมด ต้องขอบคุณการเต้นแท็ปที่ ผมเพียรพยายามแต่ท�ำไม่ได้เรื่องที่ท�ำให้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมค่ายอบรม 5 วันนั้น ชีวิตคนเราน่าสนใจตรงที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร โยงใยไปตรงไหน และชีวิตเปรียบเหมือนรูปภาพ 1 รูปที่หากมีส่วนที่ขาดหายไป ก็จะเป็นรูปภาพที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร จะเป็นวันที่ทรมานแค่ไหน แม้เป็นวันที่ คุณรู้สึกแค้นใจจนแอบร้องไห้ในห้องน�้ำ วันนี้ก็ถือว่าเป็นชิ้นส่วน 1 ชิ้น ของภาพจิ๊กซอว์ชีวิตที่สวยงามที่จะขาดหายไปไม่ได้ ครั้งหนึ่งในอดีต ผมเคยคิดว่า จะไม่มีความสุขถ้าไม่ได้เป็นอะไร บางอย่าง แต่คุณเซกังสอนว่า “ความสุขที่แท้จริงคือการใช้ชีวิตทุก ๆ วันอย่างปกติ เรียบง่าย” คู่รักที่ตามองไม่เห็นนั้นเขาต้องใช้มือสัมผัสใบหน้าคนรักตลอด ความฝันของพวกเขาก็คือ “อยากเห็นหน้าคนรักสักครั้ง แค่ 1 วินาทีก็ยังดี” ความฝันของเด็ก ๆ ที่อยู่ในตึกผู้ป่วยมะเร็งเด็กเล็กก็คือ “อยากไปร้านราเม็ง กับคุณพ่อคุณแม่” “อยากกลับบ้าน” “อยากโตเป็นผู้ใหญ่” ความสุขนั้นอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าเราจะท�ำอะไร การมองเห็น การได้ยิน การได้พูดคุย การเดินได้ การได้มีเพื่อน วันนี้ที่ยังได้กินข้าว ได้กลับบ้าน... แค่นี้พวกเราก็ก�ำลังใช้ชีวิตราวกับความฝัน


Click to View FlipBook Version