ประกาศโรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์
เรอื่ ง ให้ใชห้ ลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
………………………….......…….
โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ ได้
ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 และเอกสารประกอบ
หลักสูตรขึ้น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
2560 เพอ่ื กำหนดใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นบ้านวังตาอนิ ทร์ เพ่ือให้การ
จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
กำลังคนของชาติใหส้ ามารถเพมิ่ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและ
การเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียม
กับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดํารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยโรงเรียนไดจ้ ดั ทำและพฒั นาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสตู รองิ มาตรฐาน คือ กำหนดมาตรฐานการ
เรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มี
จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การ
ประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถ
เรยี นร้แู ละพัฒนาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ
ทั้งนี้ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 ได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 10 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร
โรงเรียนตั้งแต่บดั นเ้ี ป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4
ลงช่ือ ลงชื่อ
(นายองอาจ เพชรขนุ ทด ) (นางวาสนา น้ำเพ็ชร )
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นวงั ตาอนิ ทร์
โรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์
คำนำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 ได้จัดทำขึ้นตามแนวทางที่กำหนดไว้ใน
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเป็นไปตามมาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 ซ่งึ กำหนดใหส้ ถานศึกษามีหน้าที่จดั ทำสาระของ
หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักการจุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเพื่อตอบสนองต่อ
ความต้องการในสว่ นทีเ่ กีย่ วกับสภาพปญั หาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้
เยาวชนเปน็ สมาชกิ ทีด่ ขี องครอบครวั ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
การศึกษาข้อมูลทิศทางและกรอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12
(พ.ศ. 2560 - 2564) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาของการปฏิรูปประเทศ และสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วและเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยจัดทำบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 -
2579) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals :SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศ
ไปสู่ประเทศไทย 4.0 ซงึ่ ยุทธศาสตรช์ าตทิ ่ีจะใช้เปน็ กรอบแนวทางการพัฒนาในระยะ 20 ปี ตอ่ จากน้ี ประกอบด้วย
6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตรด์ ้านความมั่นคง (2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (3)
ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (4) ยุทธศาสตรด์ ้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียม
กันทางสังคม (5) ยทุ ธศาสตรด์ ้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชวี ิตทเ่ี ปน็ มติ รกับสิ่งแวดล้อมและ (6) ยุทธศาสตร์
ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ และทิศทางการพัฒนาประเทศ
“ความมน่ั คง ม่งั คงั่ ยง่ั ยนื ” เป็นประเทศพฒั นาแล้วด้วยการพฒั นาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพ่ือให้การขบั เคลื่อนยุทธศาสตรช์ าติ เพอื่ เตรยี มความพร้อมคนให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนให้มีการปรับปรุง
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และ
สาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งเทคโนโลยี ในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
ดำเนินการปรับปรุง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสาระเกี่ยวกับ
เทคโนโลยใี นกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พื้นฐานดำเนินการปรับปรุงสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ท้ังน้ี การ
ดำเนนิ งานประกาศใช้หลักสูตรยงั คงอยู่ในความรบั ผิดชอบของ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 คือ ประกอบด้วย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และ
ภาษาต่างประเทศ แต่มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความเจรญิ ก้าวหน้า
ทางวิทยาการต่าง ๆ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียน มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ
เตรยี มผู้เรยี นให้มีความพร้อมทจ่ี ะเรียนรู้สิง่ ต่าง ๆ พร้อมท่ีจะประกอบอาชพี เมือ่ จบการศึกษา หรือสามารถศกึ ษาต่อ
ในระดับที่สงู ข้นึ สามารถแข่งขันและอยู่รว่ มกบั ประชาคมโลกได้
ก
หลักสูตรสถานศึกษา ฉบับนี้ ประกอบด้วย ส่วนนำ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา คำอธิบายรายวิชา
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเกณฑ์การจบการศึกษา ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ท่ี
เกี่ยวขอ้ งและผทู้ น่ี ำหลักสูตรไปใช้ไดเ้ ขา้ ใจ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และบรรลผุ ลตามทีต่ ้องการหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบบั น้ี สำเร็จลุล่วงไป
ด้วยดี ด้วยความร่วมมือและช่วยเหลือจากบุคลหลายฝ่าย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและผู้ที่มีส่วน
เกย่ี วขอ้ งทุกภาคส่วนท่ีมีส่วนร่วมดำเนินการ ทางโรงเรียนจึงขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสน้ี
( นางวาสนา นำ้ เพช็ ร )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นวังตาอนิ ทร์
ข
คำชีแ้ จง
ตามที่โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ ได้ มอบหมายให้
คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖0) นั้นเพื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖4
คณะทำงานไดร้ ่วมกันศกึ ษา วิเคราะห์ และจดั ทำคำอธบิ ายรายวิชา มาตรฐาน ตัวช้ีวัด โครงสรา้ งรายวชิ า หนว่ ยการ
เรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม การออกแบบการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้
สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน โดยแยกเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา(ป.๑-๖) และระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.๑-๓) ซึง่ เอกสารหลักสตู รสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่ม
นี้จะเป็นแนวทางให้ครูใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของโรงเรียนได้ชัดเจนตามวสิ ัยทัศน์
และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ที่สถานศึกษาต้องการ โดยนำหนว่ ยการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด ไปออกแบบการเรียนรู้ จัดทำ
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ลงสหู่ ้องเรียนคุณภาพอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เกิดประสทิ ธิผลกับผู้เรียน ผู้เรียนมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม เก่ง ดแี ละมีสขุ
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านวงั ตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ประกอบด้วย
ความนำ คุณภาพผู้เรียน โครงสร้างเวลาเรียน สาระมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดรายปี คำอธิบายรายวิชา การจัด
หน่วยการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สื่อการเรียน/แหล่งเรียนรู้ ซึ่งทาง
โรงเรียนได้กำหนดไวใ้ นสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสตู รโรงเรียนบา้ นวังตาอนิ ทร์ พุทธศักราช
2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ฉบบั น้ี เพือ่ ให้
ผทู้ ี่เกี่ยวข้องได้เขา้ ใจ และสามารถนำไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและบรรลผุ ลตามท่ตี ้องการ
สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสตู รโรงเรยี นบ้านวังตาอนิ ทร์ พุทธศักราช 2564 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงไป
ดว้ ยดีกด็ ้วยความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานของโรงเรยี น ผู้ปกครองนักเรยี น คณะครูและผู้ท่ี
มีสว่ นเก่ียวข้องทกุ ภาคสว่ นที่มสี ว่ นรว่ มดำเนินการ ทางโรงเรยี นจึงขอขอบพระคณุ ท่านมา ณ โอกาสนี้
(นายอรยิ ะ รู้ยาม)
ครผู ้สู อนวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
โรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒
ค
สารบญั หนา้
ประกาศโรงเรยี น ก
คำนำ ค
คำชี้แจง ง
สารบัญ 1
ส่วนท่ี 1 ความนำ 2
3
ความนำ 3
วิสัยทัศน์หลกั สุตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖4 3
เป้าประสงค์หลกั สตู ร 4
วิสยั ทศั น์ 4
พันธกิจ 4
เป้าประสงค์ 5
ตวั ช้ีวดั 5
คา่ นยิ มในองค์กร 6
อัตลกั ษณ์ เอกลกั ษณ์ คำขวญั ของสถานศึกษา 6
กลยทุ ธ์ 7
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8
ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช. 9
หลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา 10
ส่วนท่ี 2 โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรียนบา้ นวังตาอินทร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 11
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรียนบ้านวงั ตาอินทร์ 18
โครงสร้างเวลาเรียนของหลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖4
ส่วนที่ 3 หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นวังตาอินทร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละ 19
เทคโนโลยี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น 19
สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 21
ความนำ 22
เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ 23
ทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 24
จติ วิทยาศาสตร์ 25
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 27
คุณภาพผู้เรยี น 28
โครงสร้างเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
สาระมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั ชั้นปี ง
สารบัญ (ตอ่ ) หน้า
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 28
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 60
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 92
สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ 128
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 129
เกณฑก์ ารตดั สินผลการเรียน 139
บรรณานกุ รม 140
ภาคผนวก 142
ภาคผนวก ก คำอภธิ านศัพท์ 147
ภาคผนวก ข คำสงั่ โรงเรยี นบ้านวงั ตาอนิ ทร์ 152
ภาคผนวก ค ประกาศ/คำสัง่ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 167
คณะผู้จัดทำ
จ
สว่ นที่ 1
ความนำ
1
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคำส่ังสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลง
วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมคี ำส่ังให้โรงเรียนดำเนินการใชห้ ลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้
ใช้ในชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดย
กำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรเู้ ป็นเปา้ หมายและกรอบทิศทางในการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นมพี ัฒนาการเต็ม
ตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายข อง
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ จึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0 ในกลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และ
สาระภูมศิ าสตร์ในกลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชนแ์ ละเป็นกรอบในการ
วางแผนและพฒั นาหลกั สตู รของสถานศึกษาและจัดการเรยี นการสอน โดยมีเป้าหมายในการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น ให้
มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคั ญของผู้เรียน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวดั โครงสรา้ งเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผล
ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการจัดทำหลักสูตรการ
เรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพื่อตอบสนอง
นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพร้อมในการกา้ วสสู่ งั คมคณุ ภาพ มคี วามรู้อย่างแท้จริง และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็นผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรยี นทชี่ ดั เจนตลอดแนว ซึง่ จะสามารถชว่ ยใหห้ น่วยงานท่ีเกี่ยวข้องใน
ระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ
ชว่ ยแกป้ ญั หาการเทยี บโอนระหว่างสถานศึกษา ดงั น้ันในการพฒั นาหลักสตู รในทุกระดับต้ังแตร่ ะดับชาติจนกระท่ังถึง
สถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับ
การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
การจัดหลกั สตู รการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเรจ็ ตามเปา้ หมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ีเกี่ยวข้องท้ัง
ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการ
วางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพ
ตามมาตรฐานการเรียนร้ทู ี่กำหนดไว้
2
วสิ ัยทัศนห์ ลกั สูตรสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖4
หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการ
เรียนรู้สู่มาตรฐานสากลและเป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งร่างกาย ความรู้คู่คุณธรรม มีความเป็นผู้นำของสังคมมี
จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานสามารถใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีรวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ เมื่อจบการศึกษาตาม
หลกั สูตร จะไดร้ บั การพฒั นาคุณภาพ 3 มิติ ดงั นี้
1. ทักษะวชิ าการ
มคี วามรูค้ วามสามารถ ครบถ้วนทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้
2. ทกั ษะชวี ิต
ทกั ษะชีวติ มี 4 ดา้ น ได้แก่
1. การจดั การกับอารมณแ์ ละความเครยี ด
2. การสรา้ งสัมพนั ธภาพทีด่ ีกับผู้อนื่
3. การตระหนักรูแ้ ละเห็นคุณคา่ ในตนเองและผอู้ ืน่
4. การคิดวเิ คราะหต์ ดั สนิ ใจและแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์
3. ทกั ษะอาชพี
ส่งเสริมให้คนพบตัวเอง สามารถใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ในทุกขั้นตอน นอกจากจะช่วยให้คิดเป็น สร้าง
ความเขม้ แข็งเพ่ือการประกอบอาชีพในอนาคตอย่างย่ังยนื
เปา้ ประสงคห์ ลกั สูตร (Corporate objective)
๑. เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีการพัฒนาเต็ม
ตามศกั ยภาพ มีทักษะชวี ติ มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาเป็นแนวทางการ
ดำเนินชีวิต เป็นผู้นำที่ดีของสังคมและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารอย่าง
หลากหลาย ผเู้ รียนมศี กั ยภาพเปน็ พลโลก (World Citizen)
2. เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาด้วยระบ บคุณภาพ (Quality System
Management) เพอ่ื รองรบั การกระจายอำนาจอยา่ งท่วั ถึง
3. เพือ่ ให้บคุ ลากรทุกคนมีทักษะวชิ าชีพในการพัฒนาการเรยี นการสอนและใช้นวตั กรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ยกระดับการจัดการเรียนการสอนเทยี บเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class standard)
4. เพ่อื ให้การใชง้ บประมาณและทรัพยากรของทุกหน่วยงานเปน็ ไปตามเป้าหมายได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและ
ประสิทธิผลสูงสุด
วสิ ัยทัศน์ (Vision)
โรงเรยี นบา้ นวงั ตาอินทร์ สร้างคณุ ภาพผเู้ รยี น สู่มาตรฐานสากล
ชมุ ชนมีสว่ นร่วมจัดการศกึ ษา น้อมนำปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
3
พันธกจิ (Mission)
1. พฒั นานักเรียนให้มผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนสงู ขนึ้
2. ส่งเสริมนักเรียนใหร้ จู้ ักแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองอย่างเต็มศกั ยภาพ
3. ส่งเสรมิ นกั เรียนใหม้ ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ประพฤติตนตามวิถไี ทย
4. สง่ เสรมิ นักเรียนใหม้ ที กั ษะอาชพี และนำเอาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
5. ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทีท่ ันสมัย เทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อให้นักเรียนมี
คณุ ภาพ
6. ส่งเสรมิ ใหค้ รทู ุกคนไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ปน็ ครูมอื อาชีพ
7. ส่งเสรมิ ให้ผู้ปกครอง ชมุ ชน และองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เขา้ มามีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษา
8. พัฒนาโรงเรียนใหม้ ีการบริหารงานจดั การท่ีมคี ุณภาพให้เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล
9. พฒั นาโรงเรียนให้มกี ารพัฒนาแหล่งเรยี นรู้ต่างๆทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นทที่ นั สมยั มาใช้ในการ
จัดการเรียนการสอน
เปา้ ประสงค์ (Goal)
1. นักเรียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนสงู ขึน้
2. นกั เรยี นรจู้ กั แสวงหาความร้ดู ้วยตนเองอยา่ งเต็มศักยภาพ
3. นกั เรียนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ประพฤติตนตามวถิ ไี ทย
4. นักเรียนมที กั ษะอาชีพและนำเอาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั
5. ครูจัดการเรยี นการสอน โดยใช้สือ่ เทคโนโลยที ีท่ นั สมยั เทคนิคการสอนตา่ งๆ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นมคี ณุ ภาพ
6. ครทู ุกคนไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ป็นครมู ืออาชพี
7. ผ้ปู กครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ เข้ามามสี ว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา
8. โรงเรียนมกี ารบรหิ ารงานจดั การทม่ี คี ณุ ภาพให้เป็นโรงเรยี นมาตรฐานสากล
9. โรงเรียนมีการพฒั นาแหล่งเรยี นร้ตู ่างๆทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นทที่ นั สมัยมาใช้ในการจดั การเรียน
การสอน
ตวั ช้ีวดั
1. รอ้ ยละของนักเรยี นทไ่ี ดผ้ ลการเรียนระดบั 3 ข้นึ ไปในระดบั ช้ัน ป.1-ม.3 ทกุ กลุ่มสาระ
2. คะแนนเฉล่ยี ทุกรายวิชาจากการทดสอบระดบั ชาติ O-NET, NT, RT สูงกว่าค่าเฉลย่ี ระดบั ประเทศ
3. ร้อยละ 80 ของนักเรียนรจู้ กั แสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเองอย่างเต็มศักยภาพ
4. ร้อยละ 90 ของนกั เรยี นมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติตนตามวิถไี ทยและสามารถดำรงชีวติ อยใู่ นสังคม
อยา่ งมีความสขุ
5. ร้อยละ 90 ของนักเรียนทจ่ี บชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 มพี ฤตกิ รรมดา้ นทกั ษะอาชีพ
6. รอ้ ยละ 90 ของนักเรยี นที่ปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งและนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั
7. ร้อยละ 80 ของครูจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย เทคนิคการสอนต่ างๆ เพื่อให้
นักเรยี นมีคณุ ภาพ
8. ร้อยละ 100 ของครูทุกคนไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ป็นครูมืออาชีพ
10. ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมทุกครั้งในการจัดการศึกษา หรือ
ประชุมหาแนวทางการจัดการศกึ ษา
4
11. โรงเรยี นมีการบริหารงานจัดการท่มี คี ณุ ภาพใหเ้ ปน็ โรงเรียนมาตรฐานสากล ระดบั ดขี ึ้นไป
12. โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
อยา่ งมีคณุ ภาพ
ค่านยิ มในองค์กร
โรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์ ได้กำหนดค่านิยมซ่งึ เป็นวฒั นธรรมองค์กร ในการปฏิบัติงาน คือ SMART มีความหมาย
ดงั นี้
“SMART”
• Skill
S • มคี วามรู้ ทักษะและความสามารถในการปฏบิ ัติงาน
• Moral
M • มคี ณุ ธรรม จริยธรรรม ปฏบิ ัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
• Altruism
A • คานงึ ถึงประโยชนข์ องผเู้ รียนและส่วนรวมเปน็ ทต่ี ้ัง
• Relation
R • สร้างความสมั พนั ธ์ท่ดี ใี นองคก์ รและชุมชน
• Technology
T • ก้าวทนั เทคโนโลยีทที่ ันสมยั
อัตลกั ษณ์ของสถานศึกษา
คุณธรรม นำความรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
เอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา
เรยี นดี กฬี าเดน่ เนน้ คุณธรรม นอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพียง
คำขวัญของสถานศึกษา
ประพฤตดิ ี มีวิชา สามคั คี มวี นิ ยั
5
กลยทุ ธ์
จากวิสัยทัศนข์ องโรงเรียน “โรงเรยี นบ้านวังตาอนิ ทร์ สร้างคุณภาพผู้เรียน สมู่ าตรฐานสากลชุมชนมีส่วน
ร่วมจัดการศึกษา นอ้ มนำปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง” โรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์ จึงกำหนดกลยุทธ์ ดังต่อไปน้ี
กลยุทธร์ ะดับโรงเรียน
โรงเรยี นบา้ นวังตาอนิ ทร์ มีกลยทุ ธ์ในการจัดการศึกษา ทัง้ หมด 5 กลยทุ ธ์ ดังน้ี
กลยุทธท์ ่ี 1 พฒั นาคุณภาพผู้เรียน
กลยุทธ์ท่ี ๒ พัฒนาศักยภาพครแู ละบุคลากรสู่มืออาชีพ
กลยุทธท์ ่ี ๓ พฒั นาโรงเรียนให้มคี ุณภาพสู่มาตรฐานสากล
กลยทุ ธท์ ี่ 4 สง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน
กลยทุ ธ์ท่ี 5 สรา้ งสถานศึกษาและชมุ ชนเปน็ แหลง่ เรียนรู้
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านว)ังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้
ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคญั และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดังน้ี
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มวี ัฒนธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอด
ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะ
เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถู กต้อง
ตลอดจนการเลือกใชว้ ิธีการสอ่ื สาร ทีม่ ีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทีม่ ตี อ่ ตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคิด อย่างสรา้ งสรรค์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
เก่ียวกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปลี่ยนแปลง
ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีกาตัดสินใจ
ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนต่อตนเอง สงั คมและสงิ่ แวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ สร้าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จกั หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเอง
และผูอ้ ื่น
6
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี า้ นต่าง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหา
อยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นในสังคมได้อย่างมี
ความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี
๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซื่อสัตย์สุจริต
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตเปน็ สาธารณะ
ค่านิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
1. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซือ่ สัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสิง่ ท่ีดีงามเพือ่ สว่ นรวม
3. กตญั ญตู ่อพ่อแม่ ผ้ปู กครอง ครบู าอาจารย์
4. ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเล่าเรยี นทง้ั ทางตรง และทางอ้อม
5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผู้อ่ืน เผ่อื แผ่และแบ่งปนั
7. เขา้ ใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ท่ีถูกต้อง
8. มีระเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
9. มสี ติรู้ตวั รคู้ ดิ รู้ทำ รูป้ ฏบิ ตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
10. รจู้ ักดำรงตนอยโู่ ดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
11. มคี วามเข้มแข็งทงั้ ร่ายกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกเิ ลสมีความละอายเกรง กลัวต่อ
บาปตามหลกั ของศาสนา
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
7
หลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา
หลกั สตู รต้านทุจริตศึกษา สำนักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ(ป.ป.ช.) ร่วมกับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา สำหรับใช้ในทุกระดับ
การศึกษา ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำหลักสูตร้านทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่ม
เติม “การป้องกันการทุจริต” ขึ้นและคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม
2561 และให้หน่วยงานที่เกีย่ วข้องนำหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา ไปปรับใช้ในการจดั การเรียนการสอนในสถานศกึ ษา
โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับความหมายและขอบเขตของการกระทำทุจริตในลักษณะต่าง
ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตรวมทั้งจัดให้มีการ
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดหลักสูตรในแตล่ ะช่วงวัยของผู้เรยี นดว้ ย หลักสตู รต้านทจุ รติ ศึกษา (Anti – Corruption
Education) รายวชิ าเพม่ิ เตมิ “การป้องกันการทจุ รติ ” ประกอบดว้ ย 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ ได้แก่
1) การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
2) ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต
3) STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต
4) พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
ที่สถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพื่อปลูกฝังป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้นและโดยเริ่มปลูกฝังผู้เรียนตั้งแต่ช้ัน
ปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่สำคัญและมี
คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
8
สว่ นที่ 2
โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นวังตาอินทร์
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
9
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนบ้านวงั ตาอินทร์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการ
เรียนรู้ตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษามแี นวปฏบิ ตั ิ ดังนี้
ระดับการศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นวงั ตาอนิ ทร์ พทุ ธ)ศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ จดั การศึกษา ดงั น้ี
ระดบั ประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-6) การศึกษาระดับนเี้ ปน็ ช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้น
ทักษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพืน้ ฐาน การตดิ ตอ่ สื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทาง
สังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย สติปัญญา
อารมณ์ สงั คม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จัดการเรียนร้แู บบบรู ณาการ
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) เป็นช่วงสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นให้
ผู้เรียนได้สำรวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสรมิ การพัฒนาบุคลิกภาพสว่ นตน มีทักษะในการคิดวจิ ารณญาณ
คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดำเนินชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ มี
ความรับผิดชอบต่อสังคม มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจน
ใช้เป็นพ้ืนฐานในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ
การจัดเวลาเรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์ (ฉบ)ับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖4) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ได้จัดเวลาเรียนตามกลุม่ สาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน โดย
จัดให้เหมาะสมตามบริบท จดุ เน้นของโรงเรียน และสภาพของผู้เรียน ดังนี้
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖) จดั เวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมเี วลาเรียนวันละ ๖ ชวั่ โมง
ระดบั มัธยมศกึ ษา (ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-3) จดั เวลาเรียนเปน็ รายภาค โดยมเี วลาเรยี นวันละ ๖ ชั่วโมง
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วยโครงสรา้ งเวลาเรยี นและโครงสร้างหลกั สตู รชัน้ ปี ดงั น้ี
1. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
จำแนกแตล่ ะชนั้ ปี ในระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ดังน้ี
10
โครงสร้างเวลาเรียนโรงเรยี นบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น ดังนี้
เวลาเรียน
กลุม่ สาระการเรียนรู้/กิจกรรม ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วิทยาการคำนวณ 80 80 80
สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐
ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ 40
หน้าที่พลเมอื ง วฒั นธรรมและการดำเนินชวี ิตในสงั คม
ภูมศิ าสตร์ ๑๒๐
เศรษฐศาสตร์
๔๐ ๔๐ ๔๐
ประวตั ศิ าสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ศลิ ปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ
ภาษาต่างประเทศ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าพ้ืนฐาน) ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
หนา้ ที่พลเมือง (เพม่ิ เติม) ๔๐ ๔๐ ๔๐
คณติ ศาสตร์ (เพิม่ เติม) ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ (เพม่ิ เตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐
วิทยาศาสตร์ (เพ่ิมเติม) ๔๐ ๔๐ ๔๐
สาระการเรียนรเู้ พม่ิ เติม หลักสตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
รวมเวลาเรยี น (รายวิชาเพิ่มเติม)
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลูกเสอื -เนตรนารี
- ชุมนมุ * ๒๕ ๒๕ ๒๕
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๑๕ ๑๕ ๑๕
รวมเวลาเรียน (กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน)
รวมเวลาเรียน 120 120 120
........๑,20๐........ชั่วโมง/ปี
หมายเหตุ 1. ผ้เู รียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี และชมุ นมุ
2. กิจกรรมชุมนุมนักเรียนเลอื กเรียนตามความสนใจ ดังน้ี 1) ชุมนุมคลีนิครักการอ่าน ๒) ชุมนุมยุว
เกษตร 3) ชุมนุมนาฎศิลป์ 4) ชุมนุมหรดี สร้างสรรคจ์ ากวัสดเุ หลือใช้ และ5) ชมุ นมุ คอมพิวเตอร์
11
๒. โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี เปน็ โครงสร้างท่ีแสดงรายละเอยี ดเวลาเรยี นของรายวชิ าพ้นื ฐาน รายวชิ า/กิจกรรม
เพ่มิ เติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นจำแนกแต่ละชั้นปี ดงั นี้
โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นวงั ตาอินทร์
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
ช่ัวโมง/ภาคเรียน ช่วั โมง/สัปดาห์
รหัสวชิ า รายวิชาพืน้ ฐาน
440 22
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๖๐ ๓
๖๐ ๓
ค๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ 40 2
๒๐ ๑
ว๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ว๒๑๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๑ ๔๐ ๒
๔๐ ๒
ส๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑ 40 2
๖๐ ๓
ส๒๑๑๐๓ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๑๐๐ ๕
๒๐ ๑
พ๒๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ศ๒๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑
๒๐ ๑
รหสั วชิ า รายวชิ าเพม่ิ เติม ๑๓ ๑
๗ ผนวกในกิจกรรม
ค๒๑๒๐๑ เสริมทกั ษะคณติ ศาสตร์ 1
ชมุ นมุ
ว๒๑๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะวทิ ยาศาสตร์ 1
๖๐๐ ๓๐
อ๒๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 1
ส๒๑๒๐๑ หน้าทพี่ ลเมือง 1
ส๒๑๒๐๓ การป้องกันการทจุ ริต 1
รหสั กจิ กรรม กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
ก๒๑๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน
ก๒๑๙๐๒ ลูกเสอื /เนตรนารี
ก๒๑๙๐๓ ชมุ นุม*
ก๒๑๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพ่ิมความรู้
รวมเวลาเรยี นท้งั หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
12
โครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
ชั่วโมง/ภาคเรียน ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหัสวิชา รายวิชาพ้ืนฐาน
440 22
ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๖๐ ๓
๖๐ ๓
ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๒ 40 2
๒๐ ๑
ว๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ว๒๑๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ ๔๐ ๒
๔๐ ๒
ส๒๑๑๐๒ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒ 40 2
๖๐ ๓
ส๒๑๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๑๐๐ ๕
๒๐ ๑
พ๒๑๑๐๒ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ศ๒๑๑๐๒ ศลิ ปะ ๒ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ง๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
อ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒
๒๐ ๑
รหัสวชิ า รายวชิ าเพิม่ เติม ๑๒ ๑
๘ ผนวกในกิจกรรม
ค๒๑๒๐2 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 2
ชุมนมุ
ว๒๑๒๐2 เสรมิ ทักษะวทิ ยาศาสตร์ 2
๖๐๐ ๓๐
อ๒๑๒๐2 ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 2
ส๒๑๒๐2 หน้าท่ีพลเมือง 2
ส๒๑๒๐4 การป้องกันการทจุ รติ 2
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๒๑๙๐5 กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรียน
ก๒๑๙๐6 ลกู เสอื /เนตรนารี
ก๒๑๙๐7 ชมุ นุม*
ก๒๑๙๐8 กิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพ่ิมความรู้
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมดตามโครงสร้างหลกั สูตร
13
โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ชั่วโมง/ภาคเรียน ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหัสวิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน
440 22
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๖๐ ๓
๖๐ ๓
ค๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ 40 2
๒๐ ๑
ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ว๒๒๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๓ ๔๐ ๒
๔๐ ๒
ส๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๓ 40 2
๖๐ ๓
ส๒๒๑๐๓ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ๑๐๐ ๕
๒๐ ๑
พ๒๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ศ๒๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓
๒๐ ๑
รหัสวชิ า รายวิชาเพิม่ เติม ๑๓ ๑
๗ ผนวกในกิจกรรม
ค๒2๒๐๑ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 3
ชุมนมุ
ว๒2๒๐๑ เสริมทกั ษะวิทยาศาสตร์ 3
๖๐๐ ๓๐
อ๒2๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 3
ส๒2๒๐๑ หน้าท่พี ลเมือง 3
ส๒2๒๐๓ การป้องกันการทุจริต 3
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ก๒๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๒๒๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๒๒๙๐๓ ชุมนมุ *
ก๒๒๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพิ่มความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
14
โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ชั่วโมง/ภาคเรียน ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหัสวิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน
440 22
ท๒๒๑๐2 ภาษาไทย 4 ๖๐ ๓
๖๐ ๓
ค๒๒๑๐2 คณติ ศาสตร์ 4 40 2
๒๐ ๑
ว๒๒๑๐2 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ว๒๒๑๐๔ วิทยาการคำนวณ ๔ ๔๐ ๒
๔๐ ๒
ส๒๒๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 4 40 2
๖๐ ๓
ส๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ 4 ๑๐๐ ๕
๒๐ ๑
พ๒๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศึกษา 4 ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ศ๒๒๑๐๒ ศลิ ปะ 4 ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ง๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ 4 ๖๐ ๓
๒๐ ๑
อ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ 4
๒๐ ๑
รหัสวชิ า รายวิชาเพิม่ เติม ๑๒ ๑
๘ ผนวกในกิจกรรม
ค๒2๒๐2 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 4
ชุมนมุ
ว๒2๒๐2 เสริมทกั ษะวิทยาศาสตร์ 4
๖๐๐ ๓๐
อ๒2๒๐2 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 4
ส๒2๒๐2 หน้าท่พี ลเมือง 4
ส๒2๒๐4 การป้องกันการทุจริต 4
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ก๒๒๙๐5 กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๒๒๙๐6 ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๒๒๙๐7 ชุมนมุ *
ก๒๒๙๐8 กจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพิ่มความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
15
โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ชั่วโมง/ภาคเรียน ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหัสวิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน
440 22
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๖๐ ๓
๖๐ ๓
ค๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ 40 2
๒๐ ๑
ว๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ว๒๓๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๕ ๔๐ ๒
๔๐ ๒
ส๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕ 40 2
๖๐ ๓
ส๒๓๑๐๓ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ ๑๐๐ ๕
๒๐ ๑
พ๒๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ศ๒๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๒๐ ๑
๒๐ ๑
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๖๐ ๓
๒๐ ๑
อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕
๒๐ ๑
รหัสวชิ า รายวิชาเพิม่ เติม ๑๓ ๑
๗ ผนวกในกิจกรรม
ค๒3๒๐๑ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 5
ชุมนมุ
ว๒3๒๐๑ เสริมทกั ษะวิทยาศาสตร์ 5
๖๐๐ ๓๐
อ๒3๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 5
ส๒3๒๐๑ หน้าท่พี ลเมือง 5
ส๒3๒๐๓ การป้องกันการทุจริต 5
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ก๒๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๒๓๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๒๓๙๐๓ ชุมนมุ *
ก๒๓๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพิ่มความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
16
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ชั่วโมง/ภาคเรียน ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหสั วชิ า รายวชิ าพืน้ ฐาน
ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ 440 22
ค๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๖ ๖๐ ๓
ว๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๖๐ ๓
ว๒๓๑๐๔ วิทยาการคำนวณ ๖ 40 2
ส๒๓๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๖ ๒๐ ๑
ส๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ ๖๐ ๓
พ๒๓๑๐๒ สุขศึกษาและพลศึกษา ๖ ๒๐ ๑
ศ๒๓๑๐๒ ศลิ ปะ ๖ ๔๐ ๒
ง๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ ๔๐ ๒
อ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ 40 2
รหสั วชิ า ๖๐ ๓
ค๒3๒๐2 รายวิชาเพิม่ เติม ๑๐๐ ๕
ว๒3๒๐2 เสริมทักษะคณติ ศาสตร์ 6 ๒๐ ๑
อ๒3๒๐2 เสริมทกั ษะวิทยาศาสตร์ 6 ๒๐ ๑
ส๒3๒๐2 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 6 ๒๐ ๑
ส๒3๒๐4 ๒๐ ๑
รหสั กิจกรรม หน้าท่พี ลเมือง 6 ๒๐ ๑
ก๒๓๙๐5 การป้องกันการทุจริต 6 ๖๐ ๓
๒๐ ๑
ก๒๓๙๐6 กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
ก๒๓๙๐7 กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๑
กจิ กรรมนักเรยี น ๑๒ ๑
ลูกเสือ/เนตรนารี ๘ ผนวกในกิจกรรม
ชมุ นมุ * ชุมนุม
ก๒๓๙๐8 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ ๖๐๐ ๓๐
สาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพ่ิมความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
17
สว่ นที่ 3
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นวงั ตาอนิ ทร์
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้
18
สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความนำ
ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) นี้ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น 8 สาระ ได้แก่
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ สาระที่ 4
ชีววิทยา สาระที่ 5 เคมี สาระที่ 6 ฟิสิกส์ สาระที่ 7 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ และสาระที่ 8 เทคโนโลยี ซ่ึง
องคป์ ระกอบของหลักสูตร ทง้ั ในดา้ นของเน้ือหา การจัดการเรยี นการสอนและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้น้ัน มี
ความสำคญั อย่างย่ิงในการวางรากฐานการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแตล่ ะระดับช้ันให้มีความต่อเนื่องเช่ือมโยง
กันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้กำหนด
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการ
ดำรงชวี ิต หรอื ศึกษาต่อในวิชาชีพท่ีต้องใชว้ ิทยาศาสตรไ์ ด้ โดยจัดเรียงลำดบั ความยากง่าย ของเนอ้ื หาทัง้ 8 สาระ ใน
แต่ละระดับช้นั ให้มกี ารเช่อื มโยงความรกู้ บั กระบวนการเรยี นรู้ และการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่ส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รยี นพัฒนา
ความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบ สามารถตัดสนิ ใจโดยใช้ข้อมลู หลากหลายและประจักษ์พยานท่ีตรวจสอบได้
กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ท่ีมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์
ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ (สสวท.) จัดทำตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.2560) ขึ้น เพื่อให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
หนงั สอื เรยี น คมู่ ือครู ส่อื ประกอบการเรยี นการสอน ตลอดจนการวดั และประเมินผล โดยตวั ช้วี ดั และสาระการเรียนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุงให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน
และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ ทาง
วิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง และความ
เจริญกา้ วหน้าของวิทยาการต่าง ๆ และทัดเทยี มกับนานาชาติ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรส์ รุปเป็น แผนภาพได้
ดังนี้
19
แผนภาพ สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
สาระที่ 2
วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
- มาตรฐาน ว 2.1-ว 2.3
สาระท่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สาระที่ 3
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ
- มาตรฐาน ว 1.1-ว 1.3 - มาตรฐาน ว 3.1-ว 3.3
สาระท่ี 4
เทคโนโลยี
- มาตรฐาน ว 4.1-ว 4.2
วิทยาศาสตรเ์ พิ่มเติม ⚫ สาระชวี วทิ ยา ⚫ สาระเคมี ⚫ สาระฟสิ ิกส์
⚫ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
สำหรับวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม สาระชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ จัดทำขึ้นสำหรับ
ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่จำเป็นต้องเรียน เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญและ
เพยี งพอสำหรบั การศกึ ษาต่อ และการประกอบอาชพี ดา้ นวิทยาศาสตร์
20
เปา้ หมายของการจัดการเรียนการสอนวทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์เปน็ เรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยมนุษยใ์ ช้กระบวนการสังเกต สำรวจตรวจสอบ
และการทดลองเก่ียวกับปรากฏการณท์ างธรรมชาตแิ ละนำผลมาจัดระบบ หลกั การ แนวคิดและทฤษฎี ดังน้ันการเรียน
การสอนวทิ ยาศาสตร์จงึ มงุ่ เน้นใหผ้ ้เู รียนไดเ้ ปน็ ผเู้ รียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากทีส่ ดุ นัน่ คอื ให้ได้ทั้งกระบวนการและ
องค์ความรู้ ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน เมื่ออยู่ในสถานศึกษาและเมื่อออกจากสถานศึกษาไปประกอบอาชีพแล้ว
การจดั การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามีเปา้ หมายสำคญั ดงั น้ี
1. เพอ่ื ให้เขา้ ใจหลักการ ทฤษฎีท่ีเปน็ พื้นฐานในวทิ ยาศาสตร์
2. เพอื่ ใหเ้ ข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจำกดั ของวิทยาศาสตร์
3. เพื่อให้มีทักษะท่สี ำคญั ในการศึกษาค้นควา้ และคดิ ค้นทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะ
ในการสื่อสาร และความสามารถในการตดั สินใจ
5. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และสภาพแวดล้อม
ในเชิงทมี่ ีอทิ ธพิ ลและผลกระทบซ่ึงกนั และกัน
6. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยไี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ต่อสังคมและ
การดำรงชวี ิต
7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์
เรยี นร้อู ะไรในวิทยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการ เชื่อมโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้และ
แก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมสี ่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอยา่ ง
หลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชน้ั โดยกำหนดสาระสำคัญ ดงั นี้
✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดลอ้ ม องค์ประกอบของส่ิงมีชีวติ การดำรงชีวิตของ
มนุษย์และสตั วก์ ารดำรงชวี ติ ของพชื พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวฒั นาการของส่งิ มีชวี ติ
✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสารการเคลื่อนท่ี
พลงั งาน และคล่นื
✧ วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรยี นร้เู กย่ี วกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏสิ มั พันธ์ ภายในระบบสุริยะ
เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และผลต่อ
ส่งิ มชี ีวิตและสิง่ แวดล้อม
✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยเี รียนรเู้ ก่ียวกับเทคโนโลยเี พ่ือการดำรงชวี ิต ในสงั คมท่มี ีการเปลย่ี นแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อืน่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคดิ สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบ
ต่อชวี ิต สงั คม และสิง่ แวดล้อม
● วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา
เป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร
ในการแกป้ ัญหาทีพ่ บในชีวิตจริงได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
21
ทกั ษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การศึกษาทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาเกี่ยวกับทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวอย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้ได้
ข้อสรุปและสามารถนำความรู้ที่ได้มาอธิบายปัญหาต่างๆซึ่งการจะตอบหรืออธิบายปัญหาที่สงสัยได้ นั้นจำเป็นต้องมี
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(science process skill) หมายถึงความสามารถ และความ ชำนาญใน
การคิดเพื่อค้นหาความรู้และการแก้ไขปัญหาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อาทิการสังเกต การวัดการคำนวณ
การจำแนก การหาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสเปสกับเวลาการจัดกระทำและส่ือความหมาย ข้อมลู การลงความคิดเห็นการ
พยากรณ์การตัง้ สมมตฐิ านการกำหนดนิยามการกำหนดตัวแปรการทดลอง การวิเคราะหแ์ ละแปรผลข้อมูลการสรุปผล
ข้อมูลไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ถกู ตอ้ งและแม่นยำทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์13 ทกั ษะแบง่ เปน็ 2 ระดับคอื
1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 เป็นทักษะเพื่อการแสวงหาความรู้ทั่วไป
ประกอบดว้ ย
ทกั ษะท่ี 1 การสังเกต(Observing) หมายถึงการใช้ประสาทสัมผสั ของร่างกายอย่างใดอย่างหนึง่ หรือ หลาย
อย่างได้แก่หูตา จมูกลิ้นกายสัมผัสเข้าสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุการณ์เพื่อให้ทราบและรับรู้ข้อมูลรายละเอียดของส่ิง
เหล่านั้นโดยปราศจากความคิดเห็นส่วนตนข้อมูลเหล่านี้จะประกอบด้วยข้อมูลเชิง คุณภาพเชิงปริมาณและ
รายละเอียดการเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ข้ึนจากการสังเกต
ทักษะที่ 2 การวัด(Measuring) หมายถึงการใช้เครื่องมือสำหรับการวัดข้อมูลในเชิงปริมาณของสิ่ง ต่างๆ
เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นตัวเลขในหน่วยการวัดที่ถูกต้อง แม่นยำได้ ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้ องการวัด
รวมถงึ เขา้ ใจวธิ กี ารวดั และแสดงขั้นตอนการวดั ได้อย่างถกู ต้อง
ทักษะ ท่ี 3 การคำนวณ (Using numbers) หมายถึง การนับจำนวนของวัตถุ และการนำตัวเลขท่ีได้ จาก
นับ และตัวเลขจากการวัดมาคำนวณด้วยสูตรคณิตศาสตร์ เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร เป็นต้น โดยการ
เกิดทักษะการคำนวณจะแสดงออกจากการนับที่ถูกต้อง ส่วนการคำนวณจะแสดงออกจากการเลือกสูตรคณิตศาสตร์
การแสดงวิธคี ำนวณ และการคำนวณท่ถี ูกต้อง แมน่ ยำ
ทักษะท่ี 4 การจำแนกประเภท (Classifying) หมายถึง การเรียงลำดับ และการแบ่งกลุ่มวัตถุหรือ
รายละเอยี ดขอ้ มูลด้วยเกณฑ์ความแตกตา่ งหรือความสัมพันธใ์ ดๆอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ
ทกั ษะที่ 5 การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา(Using space/Time
relationships) สเปสของวัตถุหมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองอยู่ ซึ่งอาจมีรูปร่างเหมือนกันหรือแตกนั้น โดยทั่วไป
แบ่งเป็น3มิติ คอื ความกวา้ ง ความยาว และความสงู ความสมั พันธร์ ะหว่างสเปสกบั สเปสของวตั ถุได้แก่ ความสัมพันธ์
ระหว่าง 3 มิติ กับ 2 มิติ ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับวัตความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุ
กับเวลาได้แก่ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุกับช่วงเวลา หรือความสัมพันธ์ของสเปสของวัตถุท่ี
เปลย่ี นไปกบั ช่วงเวลา
ทักษะท่ี 6 การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล(Communication) หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้ จาก
การสังเกต และการวัด มาจัดกระทำให้มีความหมาย โดยการหาความถี่ การเรียงลำดับ การจัดกลุ่ม การ คำนวณค่า
เพอ่ื ใหผ้ ูอ้ ่นื เขา้ ใจความหมายได้ดขี ึ้น ผ่านการเสนอในรปู แบบของตาราง แผนภูมิ วงจร เขียนบรรยาย เปน็ ต้น
ทกั ษะท่ี 7 การลงความเห็นจากขอ้ มลู (Inferring) หมายถึง การเพ่ิมความคิดเหน็ ของตนต่อข้อมลู ท่ี ได้จาก
การสงั เกตอย่างมีเหตุผลจากพนื้ ฐานความรหู้ รอื ประสบการณ์ท่ีมี
ทกั ษะท่ี 8 การพยากรณ์(Predicting) หมายถึง การทำนายหรอื การคาดคะเนคำตอบ โดยอาศัย ข้อมูลท่ีได้
จากการสงั เกตหรือการทำซำ้ ผา่ นกระบวนการแปรความหายของข้อมลู จากสัมพนั ธภ์ ายใตค้ วามรู้ ทางวทิ ยาศาสตร์
22
2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณา 5 ทักษะ การเป็นทักษะกระบวนการขั้นสูงที่มี
ความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อแสวงหาความรู้โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เป็นพื้นฐาน ในการ
พัฒนา ประกอบด้วย
ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน(Formulating hypotheses) หมายถึง การตั้งคำถามหรือคิดคำตอบ
ล่วงหน้าก่อนการทดลองเพื่ออธิบายหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ว่ามีความสัมพันธ์ สมมติฐานสร้างขึ้นจะ
อาศยั การสังเกต ความรู้ และประสบการณภ์ ายใตห้ ลกั การ กฎ หรอื ทฤษฎีทสี่ าม อธบิ ายคำตอบได้
ทักษะท่ี 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining operationally) หมายถึง การกำหนด และ
อธบิ ายความหมาย และขอบเขตของคำต่าง ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งกับการศึกษาหรือการทดลองเพ่ือให้เกิดความเข้าใจ ตรงกัน
ระหว่างบุคคล
ทักษะท่ี 11 การกำหนด และควบคุมตัวแปร(Identifying and controlling variables) หมายถึง การ
บง่ ช้ี และกำหนดลักษณะตวั แปรใดๆให้เป็นเปน็ ตวั แปรอสิ ระหรือตัวแปรต้น และตวั แปรต้นให้เป็นตัวแปรตาม และตัว
แปรใดๆให้เป็นตวั แปรควบคมุ
ทักษะท่ี 12 การทดลอง (Experimenting) หมายถึง กระบวนการปฏิบัติ และทำซ้ำในขั้นตอนเพื่อหา
คำตอบจากสมมติฐาน แบง่ เปน็ 3ขั้นตอน คือ
1. การออกแบบการทดลอง หมายถึง การวางแผนการทดลองก่อนการทดลองจริงๆเพื่อกำหนดวิธีการ และ
ขัน้ ตอนการทดลองท่สี ามารถดำเนินการได้จริง รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคท่ีอาจเกดิ ขึน้ ขณะการทดลองเพื่อให้
การทดลองสามารถดำเนนิ การให้สำเรจ็ ลุลว่ งด้วยดี
2. การปฏิบตั กิ ารทดลอง หมายถึง การปฏิบตั กิ ารทดลองจรงิ
3. การบันทึกผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองซึ่งอาจเป็นผลจากการ สังเกต
การวดั และอ่นื ๆ
ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล(Interpreting data and conclusion)หมายถึง
การแปรความหมายหรือการบรรยายลกั ษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายข้อมูล บางครั้งอาจต้องใช้
ทักษะอืน่ ๆ เช่น ทักษะการสังเกต ทกั ษะการคำนวณ
จติ วทิ ยาศาสตร์
คณุ ลกั ษณะด้านจติ วิทยาศาสตร์ ลักษณะชี้บ่ง/พฤตกิ รรม
๑.เห็นคุณค่าทางวิทยาศาสตร์
๑.๑ นิยมยกยอ่ งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
๒.คุณลกั ษณะทางวทิ ยาศาสตร์ ๑.๒ นยิ มยกย่องความกา้ วหนา้ ทางวิทยาศาสตร์
๒.๑ ความมีเหตผุ ล ๑.๓ เพมิ่ พนู ความรแู้ ละประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
๑.๔ ตระหนกั ความสำคญั ของวทิ ยาศาสตร์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวติ
๒.๒ ความอยากรอู้ ยากเห็น ๒.๑.๑ การยอมรบั ขอ้ สรปุ ทีม่ ีเหตผุ ล
๒.๑.๒ มีความเชอื่ ว่าส่งิ ท่เี กิดขนึ้ ต้องมสี าเหตุ
๒.๑.๓ นยิ มยกย่องบุคคลท่มี คี วามคดิ อย่างมีเหตุผล
๒.๑.๔ เห็นคณุ ค่าในการสืบหาความจรงิ กอ่ นทีจ่ ะยอมรบั หรอื ปฏบิ ัติตาม
๒.๒.๑ ช่ือวา่ วธิ ีการทดลองค้นควา้ จะทำให้ค้นพบวิธีการแก้ปัญหาได้
๒.๒.๒ พอใจใฝ่หาความรูท้ างวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเติม
๒.๒.๓ ชอบทดลองคน้ ควา้
23
คณุ ลักษณะด้านจิตวิทยาศาสตร์ ลักษณะชี้บ่ง/พฤตกิ รรม
๒.๓ ความใจกวา้ ง
๒.๓.๑ ตระหนักถงึ ความสำคัญของความมีเหตผุ ลของ
๒.๔ ความมีระเบยี บในการทำงาน ผอู้ ่ืน
๒.๓.๒ ยอมรับฟังความคดิ เห็นและคำวจิ ารณ์ของผู้อน่ื
๒.๕ การมีค่านิยมต่อความ
เสยี สละ ๒.๔.๑ ตระหนักถงึ การระวงั รักษาความปลอดภยั ของ
ตนเองและเพื่อนในขณะทดลองวิทยาศาสตร์
๒.๖ การมีค่านิยมต่อความซ่อื สัตย์ ๒.๔.๒ เหน็ คุณค่าของการระวงั รักษาเครื่องมือที่ใช้มิให้แตกหักเสียหาย
๒.๗ การมีคา่ นิยมตอ่ การ ในขณะทดลองวทิ ยาศาสตร์
ประหยดั ๒.๕.๑ ตระหนักถงึ การทำงานให้สำเร็จลลุ ่วงตามเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึง
ผลตอบแทน
๒.๕.๒ เตม็ ใจที่จะอทุ ิศตนเพ่ือการสรา้ งผลงานทาง
วิทยาศาสตร์
๒.๖.๑ เห็นคุณค่าตอ่ การเสนอผลงานตามความเป็นจริงที่ทดลองได้
๒.๖.๒ ตำหนบิ ุคคลทนี่ ำผลงานผู้อน่ื มาเสนอเป็นผลงานของตนเอง
๒.๗.๑ ยนิ ดีทีจ่ ะรกั ษาซ่อมแซมสิ่งทชี่ ำรุดให้ใช้การได้
๒.๗.๒ เห็นคณุ ค่าของการใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์อยา่ งประหยดั
๒.๗.๓ เหน็ คณุ ค่าของวัสดทุ ี่เหลอื ใช้
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสงิ่ มชี วี ติ กับสงิ่ มชี วี ิตต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงแทนทใี่ นระบบ
นิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ
อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ
โครงสรา้ ง และหนา้ ที่ ของอวยั วะต่างๆ ของพชื ทที่ ำงานสมั พนั ธก์ นั รวมท้งั นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัติของ สสารกบั โครงสร้าง
และแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ
การเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบ
ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
24
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างสสาร
และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคล่ืน
แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทั้ง นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และ
ระบบสุรยิ ะ รวมทั้งปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบสรุ ิยะ ทส่ี ง่ ผลต่อสง่ิ มชี ีวติ และการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลก และ
บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ
ส่ิงแวดล้อม
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้
ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวติ
สงั คม และส่ิงแวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาทีพ่ บในชวี ิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน
และมีจรยิ ธรรม
คณุ ภาพผู้เรยี น
จบช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
❖ เขา้ ใจลักษณะและองคป์ ระกอบทส่ี ำคัญของเซลล์ส่ิงมีชีวิต ความสมั พนั ธ์ของการทำงานของระบบต่าง ๆ
ในร่างกายมนุษย์ การดำรงชีวิตของพืช การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม
และตัวอย่างโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม
ความหลากหลายทางชวี ภาพ ปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนเิ วศและการถ่ายทอดพลังงานในส่งิ มชี วี ติ
❖ เข้าใจองค์ประกอบและสมบัติของธาตุ สารละลาย สารบริสุทธิ์ สารผสม หลักการแยกสาร การ
เปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปลี่ยนสถานะ การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี และสมบัติทาง
กายภาพ และการใชป้ ระโยชน์ของวสั ดปุ ระเภท พอลิเมอร์ เซรามกิ ส์และวัสดุผสม
❖ เข้าใจการเคลื่อนที่ แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุ โมเมนต์ของแรง แรงที่ปรากฏใน
ชีวิตประจำวัน สนามของแรง ความสัมพันธ์ของงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถว่ ง กฎการอนุรักษ์พลังงาน การ
ถ่ายโอนพลังงาน สมดุลความร้อน ความสัมพันธ์ของปริมาณทางไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน พลังงานไฟฟ้า และ
หลกั การเบ้อื งต้นของวงจรอิเล็กทรอนิกส์
❖ เข้าใจสมบัติของคลื่น และลักษณะของคลื่นแบบต่าง ๆ แสง การสะท้อน การหักเหของแสงและ
ทศั นปู กรณ์
25
❖ เขา้ ใจการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกดิ ฤดู การเคลอ่ื นท่ีปรากฏของดวงอาทิตย์ การเกิด
ข้างขึ้นข้างแรม การข้นึ และตกของดวงจันทร์ การเกิดน้ำข้นึ น้ำลง ประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศ และความก้าวหน้า
ของโครงการสำรวจอวกาศ
❖ เข้าใจลักษณะของชั้นบรรยากาศ องค์ประกอบและปัจจัยที่มีผลต่อลมฟ้าอากาศ การเกิดและผลกระทบ
ของพายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ การเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลก กระบวนการ
เกดิ เช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ์และการใช้ประโยชน์ พลงั งานทดแทนและการใช้ประโยชน์ ลักษณะโครงสรา้ งภายในโลก
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ลักษณะชั้นหน้าตัดดิน กระบวนการเกิดดิน แหล่งน้ำผิวดนิ แหล่ง
น้ำใต้ดิน กระบวนการเกิดและผลกระทบของภยั ธรรมชาติ และธรณพี บิ ัตภิ ยั
❖ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และ
ตัดสินใจเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และ
ทรัพยากรเพื่อออกแบบและสร้างผลงานสำหรับการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือการประกอบอาชีพ โดยใช้
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย
รวมท้งั คำนึงถึงทรัพย์สนิ ทางปัญญา
❖ นำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศได้ตาม
วัตถปุ ระสงค์ ใชท้ ักษะการคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชวี ิตจริง และเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อช่วยในการ
แกป้ ัญหา ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารอยา่ งรเู้ ท่าทันและรับผิดชอบต่อสังคม
❖ ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาที่เชื่อมโยงกับพยานหลักฐาน หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการกำหนด
และควบคุมตัวแปร คิดคาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สามารถนำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ
ออกแบบและลงมือสำรวจตรวจสอบโดยใชว้ สั ดุและเคร่ืองมือทเี่ หมาะสม เลอื กใช้เคร่ืองมือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่
เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล ท้ังในเชิงปริมาณและคณุ ภาพทีไ่ ด้ผลเที่ยงตรงและปลอดภยั
❖ วิเคราะหแ์ ละประเมินความสอดคล้องของข้อมลู ที่ได้จากการสำรวจตรวจสอบจากพยานหลักฐาน โดยใช้
ความรู้และหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการแปลความหมายและลงข้อสรุปและสื่อสารความคิด ความรู้ จากผลการ
สำรวจตรวจสอบหลากหลายรูปแบบ หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ให้ผอู้ ืน่ เข้าใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์ ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์
เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามความสนใจของตนเอง โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได้ ศึกษา
ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และยอมรับการ
เปลย่ี นแปลงความรทู้ ีค่ น้ พบ เม่อื มีข้อมูลและประจกั ษ์พยานใหม่เพิ่มขน้ึ หรือโตแ้ ย้งจากเดิม
❖ ตระหนักในคุณคา่ ของความรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ใ่ี ชใ้ นชีวติ ประจำวนั ใช้ความรู้
และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ แสดงความชื่นชม ยกย่อง
และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ต่อ
สง่ิ แวดล้อมและตอ่ บรบิ ทอ่นื ๆ และศึกษาหาความร้เู พ่ิมเตมิ ทำโครงงานหรือสรา้ งชนิ้ งาน
ตามความสนใจ
❖ แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ และความ
หลากหลายทางชีวภาพ
26
โครงสรา้ งเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
รายวิชาพนื้ ฐาน ระดับมธั ยมศกึ ษา
ระดับชัน้ รหสั วชิ า/ช่ือวิชา เวลาเรียนรายภาค/หนว่ ยกติ
มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ว 21101 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑ 40 ชั่วโมง /1 หน่วยกิต
มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ว 21103 วทิ ยาการคำนวณ ๑ 20 ชว่ั โมง /0.5 หนว่ ยกิต
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ว 21102 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 2 40 ช่ัวโมง /1 หนว่ ยกติ
ว 21104 วิทยาการคำนวณ 2 20 ชว่ั โมง /0.5 หนว่ ยกติ
ว 22101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 40 ชว่ั โมง /1 หนว่ ยกิต
ว 22103 วทิ ยาการคำนวณ 3 20 ชั่วโมง /0.5 หนว่ ยกติ
ว 22102 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4 40 ชว่ั โมง /1 หนว่ ยกติ
ว 22104 วทิ ยาการคำนวณ 4 20 ชัว่ โมง /0.5 หนว่ ยกติ
ว 23101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 5 40 ชว่ั โมง /1 หนว่ ยกิต
ว 23103 วทิ ยาการคำนวณ 5 20 ชั่วโมง /0.5 หนว่ ยกติ
ว 23102 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 40 ชั่วโมง /1 หน่วยกติ
ว 23104 วิทยาการคำนวณ 6 20 ชั่วโมง /0.5 หนว่ ยกิต
รายวชิ าเพิ่มเติม ระดับมธั ยมศกึ ษา
ระดบั ชั้น รหสั วชิ า/ชื่อวิชา เวลาเรียนรายภค(หนว่ ยกิต)
มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ว21201 เสริมทักษะวทิ ยาศาสตร์ 1 20 ช่ัวโมง / 0.5 หนว่ ยกติ
ว21202 เสริมทักษะวทิ ยาศาสตร์ 2 20 ชว่ั โมง / 0.5 หนว่ ยกติ
มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ว22201 เสริมทักษะวทิ ยาศาสตร์ 3 20 ช่ัวโมง / 0.5 หนว่ ยกติ
ว22202 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 4 20 ชว่ั โมง / 0.5 หนว่ ยกิต
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ว23201 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 5 20 ชว่ั โมง / 0.5 หนว่ ยกติ
ว23202 เสรมิ ทักษะวิทยาศาสตร์ 6 20 ชวั่ โมง / 0.5 หนว่ ยกติ
27
สาระมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชัน้ ปี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ตวั ชวี้ ัดสาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอด พลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน
ระบบนเิ วศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มตี ่อทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม แนวทางในการ
อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาส่งิ แวดลอ้ มรวมทัง้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ม.1 - -
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ท่ที ำงานสัมพนั ธ์กัน รวมทัง้ นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ชนั้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.1 ว 1.2 ม.1/1 เปรียบเทยี บ - เซลลเ์ ปน็ หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมชี วี ติ ส่ิงมีชวี ติ บางชนิดมเี ซลล์เพยี ง
รูปร่าง ลักษณะ และ เซลลเ์ ดียว เช่น อะมีบา พารามีเซยี ม ยีสต์ บางชนดิ มีหลายเซลล์ เชน่
โครงสร้างของเซลลพ์ ชื และ พชื สตั ว์
เซลลส์ ตั ว์ รวมทงั้ บรรยาย - โครงสรา้ งพน้ื ฐานทพ่ี บท้ังในเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์ และสามารถ
หนา้ ที่ของผนังเซลล์ เยื่อหมุ้ สังเกตได้ดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม
เซลล์ ไซโทพลาซมึ และนิวเคลยี ส โครงสร้างทพี่ บในเซลลพ์ ชื แต่ไม่พบในเซลล์สตั ว์ ได้แก่
นิวเคลียส แวควิ โอล ผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์
ไมโทคอนเดรยี และ - โครงสร้างต่าง ๆ ของเซลล์มีหนา้ ท่ีแตกต่างกนั
คลอโรพลาสต์ - ผนังเซลล์ ทำหนา้ ทใี่ หค้ วามแข็งแรงแกเ่ ซลล์
- เย่อื หุ้มเซลล์ ทำหนา้ ที่ห่อหุ้มเซลลแ์ ละควบคุมการลำเลียงสารเขา้
ว 1.2 ม.1/2 และออกจากเซลล์
ใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสง - นิวเคลยี ส ทำหน้าทค่ี วบคมุ การทำงานของเซลล์
ศกึ ษาเซลล์ และโครงสรา้ ง - ไซโทพลาซึม มีออร์แกเนลล์ทีท่ ำหนา้ ทแ่ี ตกตา่ งกัน
ตา่ ง ๆ ภายในเซลล์ - แวคิวโอล ทำหน้าทีเ่ กบ็ นำ้ และสารตา่ ง ๆ
- ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าทเ่ี ก่ียวกบั การสลายสารอาหารเพ่ือใหไ้ ด้
พลังงานแก่เซลล์
- คลอโรพลาสต์ เปน็ แหลง่ ที่เกิด
การสงั เคราะห์ด้วยแสง
28
ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.1 ว 1.2 ม.1/3 อธิบาย - เซลล์ของสงิ่ มีชวี ติ มีรปู รา่ ง ลักษณะ ทีห่ ลากหลาย และมีความ
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู ร่าง เหมาะสมกบั หน้าท่ีของเซลล์น้ัน เช่น เซลลป์ ระสาทสว่ นใหญ่ มีเสน้ ใย
กับการทำหน้าท่ีของเซลล์ ประสาทเป็นแขนงยาว นำกระแสประสาทไปยังเซลล์อน่ื ๆ ที่อยู่ไกล
ออกไป เซลลข์ นราก เป็นเซลล์ผวิ ของรากที่มีผนงั เซลลแ์ ละเย่ือหมุ้ เซลล์
ย่ืนยาวออกมา ลักษณะคลา้ ยขนเส้นเล็ก ๆ เพ่ือเพ่ิมพนื้ ทผี่ ิวในการดูด
น้ำและธาตุอาหาร
ว 1.2 ม.1/4 - พชื และสตั ว์เปน็ ส่งิ มีชีวติ หลายเซลลม์ กี ารจัดระบบ โดยเร่มิ จากเซลล์
อธบิ ายการจดั ระบบของ ไปเปน็ เนื้อเย่ือ อวัยวะ ระบบอวยั วะ และสิง่ มีชวี ติ ตามลำดับ เซลล์
ส่ิงมีชีวติ โดยเร่ิมจากเซลล์ หลายเซลลม์ ารวมกันเป็นเน้อื เยื่อ เนอ้ื เย่ือหลายชนิดมารวมกันและ
เนือ้ เยอ่ื อวยั วะ ระบบ ทำงานร่วมกนั เป็นอวยั วะ อวัยวะตา่ ง ๆ ทำงานรว่ มกนั เป็นระบบอวัยวะ
อวัยวะ จนเป็นส่งิ มีชีวิต ระบบอวยั วะทกุ ระบบทำงานรว่ มกนั เป็นสิ่งมชี ีวติ
ว 1.2 ม.1/5 - เซลล์มีการนำสารเข้าสูเ่ ซลล์ เพอื่ ใชใ้ นกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์
อธบิ ายกระบวนการแพร่และ และมีการขจดั สารบางอยา่ งที่เซลล์ไมต่ อ้ งการออกนอกเซลล์ การนำสาร
ออสโมซิสจากหลักฐานเชิง เข้าและออกจากเซลลม์ ีหลายวธิ ี เช่น การแพร่เป็นการเคล่ือนทขี่ องสาร
ประจักษ์ และยกตัวอย่าง จากบรเิ วณทีม่ ีความเข้มขน้ ของสารสูงไปสู่บรเิ วณทม่ี ีความเข้มข้นของ
การแพร่และออสโมซิสใน สารตำ่ สว่ นออสโมซิส เป็นการแพร่ของน้ำ ผ่านเยื่อหมุ้ เซลล์ จากด้านท่ี
ชีวิตประจำวนั มคี วามเข้มขน้ ของสารละลายต่ำไปยังด้านทมี่ คี วามเขม้ ขน้ ของ
สารละลายสงู กวา่
ว 1.2 ม.1/6 - กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชทีเ่ กิดข้ึนในคลอโรพลาสต์
ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการ จำเปน็ ตอ้ งใชแ้ สง แกส๊ คาร์บอนได-ออกไซด์ คลอโรฟิลล์ และนำ้
สังเคราะห์ด้วยแสงและ ผลผลติ ทีไ่ ด้จาก การสังเคราะห์ดว้ ยแสง ไดแ้ ก่ น้ำตาลและแกส๊
ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการ ออกซเิ จน
สังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์
ว 1.2 ม.1/7 - การสังเคราะห์ด้วยแสง เปน็ กระบวนการท่สี ำคญั ต่อสง่ิ มชี ีวิต เพราะ
อธบิ ายความสำคัญของการ เปน็ กระบวนการเดยี ว ทส่ี ามารถนำ
สงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช พลงั งานแสงมาเปลย่ี นเป็นพลังงานในรปู สารประกอบอนิ ทรียแ์ ละเกบ็
ต่อส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ แวดล้อม สะสมในรูปแบบต่าง ๆ ในโครงสรา้ งของพชื พืชจึงเป็นแหล่งอาหารและ
ว 1.2 ม.1/8 พลังงานทสี่ ำคัญของสิ่งมชี วี ิตอ่ืน นอกจากนี้กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย
ตระหนกั ในคณุ ค่าของพืชท่ีมี แสงยังเป็นกระบวนการหลกั ในการสรา้ งแก๊สออกซเิ จนให้กับบรรยากาศ
ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพอ่ื ให้ส่ิงมชี ีวิตอ่ืน ใชใ้ นกระบวนการหายใจ
โดยการรว่ มกนั ปลกู และดูแล
รักษาต้นไม้ในโรงเรียนและ
ชุมชน
29
ช้นั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ม.1 ว 1.2 ม.1/9 บรรยาย - พชื มไี ซเล็มและโฟลเอม็ ซึง่ เป็นเน้ือเย่อื มลี กั ษณะคล้ายท่อ เรยี งตวั กนั
ลกั ษณะและหนา้ ที่ของไซ เป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเลม็ ทำหนา้ ทลี่ ำเลียงน้ำและธาตุอาหาร มี
เล็มและโฟลเอ็ม ทิศทางลำเลียงจากรากไปสลู่ ำต้น ใบ และสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช เพอ่ื ใช้ใน
ว 1.2 ม.1/10 การสงั เคราะห์ด้วยแสงรวมถงึ กระบวนการอนื่ ๆ สว่ นโฟลเอม็ ทำหนา้ ที่
เขยี นแผนภาพทบี่ รรยายทศิ ลำเลยี งอาหารท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะห์ด้วยแสง มีทศิ ทางลำเลยี งจาก
ทางการลำเลยี งสารในไซ บรเิ วณท่มี ีการสังเคราะหด์ ้วยแสงไปสู่สว่ นต่าง ๆ ของพชื
เลม็ และโฟลเอ็มของพชื
ว 1.2 ม.1/11 - พืชดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้ และบางชนิด
อธิบายการสืบพันธแ์ุ บบ สามารถสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศได้
อาศัยเพศ และไม่อาศยั เพศ
ของพืชดอก
ว 1.2 ม.1/12 - การสืบพันธ์แุ บบอาศัยเพศเป็นการสบื พันธ์ทุ ี่มีการผสมกันของสเปริ ์ม
อธบิ ายลักษณะโครงสร้าง กบั เซลล์ไข่ การสบื พนั ธ์ุ แบบอาศยั เพศของพืชดอกเกิดขึน้ ท่ีดอก โดย
ของดอกที่มีส่วนทำใหเ้ กดิ ภายในอับเรณูของส่วนเกสรเพศผ้มู ีเรณู ซึ่งทำหน้าทีส่ ร้างสเปิรม์ ภายใน
การถ่ายเรณู รวมทงั้ บรรยาย ออวุลของสว่ นเกสรเพศเมีย มีถุงเอ็มบริโอ ทำหนา้ ทส่ี รา้ งเซลลไ์ ข่
การปฏิสนธขิ องพชื ดอก - การสบื พันธุแ์ บบไม่อาศยั เพศ เป็นการสบื พันธท์ุ ่ีพชื ตน้ ใหม่ไม่ไดเ้ กิด
การเกิดผลและเมล็ด การ จากการปฏสิ นธริ ะหวา่ งสเปิร์ม กบั เซลลไ์ ข่ แตเ่ กดิ จากส่วนตา่ ง ๆ ของ
กระจายเมลด็ และการงอก พืช เช่น ราก ลำต้น ใบ มีการเจริญเตบิ โตและพฒั นาขึ้นมา เปน็ ต้นใหม่
ของเมลด็ ได้
ว 1.2 ม.1/13 - การถา่ ยเรณู คือ การเคล่อื นยา้ ยของเรณูจากอับเรณูไปยังยอดเกสร
ตระหนักถึงความสำคญั ของ เพศเมยี ซ่ึงเก่ียวข้องกบั ลกั ษณะและโครงสร้างของดอก เช่น สขี องกลีบ
สตั วท์ ช่ี ว่ ยในการถ่ายเรณู ดอก ตำแหน่งของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี โดยมสี ่ิงที่ชว่ ยในการ
ของพชื ดอก โดยการไม่ ถ่ายเรณู เชน่ แมลง ลม
ทำลายชวี ิตของสตั ว์ที่ชว่ ยใน - การถ่ายเรณูจะนำไปสู่การปฏิสนธิ ซง่ึ จะเกิดขนึ้ ท่ีถงุ เอ็มบริโอภายใน
การถา่ ยเรณู ออวุล หลงั การปฏสิ นธจิ ะได้ไซโกต และเอนโดสเปิรม์ ไซโกตจะพัฒนา
ตอ่ ไปเป็นเอ็มบริโอ ออวลุ พัฒนาไปเป็นเมล็ด และรงั ไขพ่ ัฒนาไปเปน็ ผล
- การถ่ายเรณูจะนำไปสู่การปฏสิ นธิ ซึ่งจะเกดิ ข้ึนท่ีถงุ เอม็ บริโอภายใน
ออวุล หลงั การปฏิสนธิจะได้ไซโกต และเอนโดสเปริ ม์ ไซโกตจะพฒั นา
ตอ่ ไปเปน็ เอ็มบริโอ ออวุลพัฒนาไปเปน็ เมลด็ และรงั ไข่พฒั นาไปเปน็ ผล
- ผลและเมล็ดมีการกระจายออกจากต้นเดิม โดยวิธีการต่าง ๆ เม่ือ
เมล็ดไปตกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะเกิดการงอกของเมล็ดโดย
เอ็มบริโอภายในเมล็ดจะเจริญออกมา โดยระยะแรกจะอาศัยอาหารที่
สะสมภายในเมล็ด จนกระทั่งใบแท้พัฒนา จนสามารถสังเคราะห์ด้วย
แสงไดเ้ ตม็ ท่ี และสรา้ งอาหารไดเ้ องตามปกติ
30
ชนั้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.1 ว 1.2 ม.1/14 อธิบาย - พืชต้องการธาตุอาหารท่ีจำเป็นหลายชนิดในการเจริญเตบิ โตและการ
ความสำคัญของธาตุอาหาร ดำรงชีวิต
บางชนิดทีม่ ผี ลตอ่ การ - พชื ต้องการธาตุอาหารบางชนิดในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน
เจรญิ เติบโตและการ ฟอสฟอรสั โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน ซ่งึ ในดนิ
ดำรงชีวติ ของพืช อาจมีไมเ่ พยี งพอ สำหรับการเจรญิ เตบิ โตของพชื จงึ ต้องมกี ารให้ธาตุ
ว 1.2 ม.1/15 เลือกใชป้ ยุ๋ อาหารในรปู ของปุ๋ยกับพชื อย่างเหมาะสม
ทม่ี ธี าตุอาหารเหมาะสมกบั
พืชในสถานการณ์ท่ีกำหนด
ว 1.2 ม.1/16 เลอื กวธิ ีการ - มนุษย์สามารถนำความรูเ้ รอ่ื งการสืบพันธุ์ แบบอาศยั เพศและไม่อาศัย
ขยายพนั ธุ์พืชใหเ้ หมาะสม เพศ มาใช้ในการขยายพันธเ์ุ พ่ือเพ่ิมจำนวนพชื เชน่ การใชเ้ มลด็ ที่ไดจ้ าก
กบั ความต้องการของมนุษย์ การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศมาเพาะเล้ยี ง วธิ กี ารนจี้ ะได้พืชในปรมิ าณมาก
โดยใช้ความรูเ้ กี่ยวกบั การ แตอ่ าจมีลักษณะที่แตกต่างไป
สืบพนั ธุข์ องพชื จากพ่อแม่ สว่ นการตอนก่ิง การปักชำ การตอ่ กง่ิ การติดตา การทาบก่ิง
ว 1.2 ม.1/17 อธบิ าย การเพาะเลีย้ งเน้ือเยือ่ เป็นการนำความรู้เร่อื งการสืบพนั ธุแ์ บบไม่อาศยั
ความสำคญั ของเทคโนโลยี เพศของพชื มาใช้ในการขยายพนั ธุ์ เพือ่ ใหไ้ ด้พืชท่ีมลี กั ษณะเหมือนต้น
การเพาะเล้ยี งเนื้อเย่ือพืชใน เดิม ซ่ึงการขยายพันธ์ุแตล่ ะวิธี มขี นั้ ตอนแตกตา่ งกนั จึงควรเลือกให้
การใชป้ ระโยชนด์ ้านตา่ ง ๆ เหมาะสมกับความต้องการของมนษุ ย์
ว 1.2 ม.1/18 โดยตอ้ งคำนึงถงึ ชนดิ ของพชื และลกั ษณะการสืบพนั ธ์ุของพืช
ตระหนักถึงประโยชน์ของ - เทคโนโลยีการเพาะเลีย้ งเนื้อเย่อื พชื เปน็ การนำความรูเ้ ก่ียวกบั ปจั จัย
การขยายพันธพ์ุ ชื ท่จี ำเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชมาใช้ในการเพิม่ จำนวนพชื และทำ
โดยการนำความรูไ้ ปใช้ใน ให้พืชสามารถเจรญิ เตบิ โตได้ในหลอดทดลอง ซ่งึ จะได้พชื จำนวนมากใน
ชีวิตประจำวัน ระยะเวลาสนั้ และสามารถนำเทคโนโลยกี ารเพาะเลยี้ งเน้ือเยอ่ื มา
ประยุกต์ เพอื่ การอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพชื ปรบั ปรงุ พนั ธ์ุพืชที่มีความสำคัญ
ทางเศรษฐกจิ การผลติ ยาและสาระสำคัญในพชื และอืน่ ๆ
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ
เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.1 - -
31
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหวา่ งสมบัตขิ องสสารกบั โครงสร้าง
และแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และ
การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
ชัน้ ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.1 ว 2.1 ม.1/1 - ธาตแุ ต่ละชนดิ มสี มบตั เิ ฉพาะตวั และมีสมบัติ ทางกายภาพบาง
อธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพบาง ประการเหมือนกนั และบางประการตา่ งกนั ซ่ึงสามารถนำมาจัด
ประการของธาตุโลหะ อโลหะ กลมุ่ ธาตเุ ป็นโลหะ อโลหะ และก่งึ โลหะ ธาตโุ ลหะมีจดุ เดอื ด จุด
และก่งึ โลหะ โดยใชห้ ลักฐานเชงิ หลอมเหลวสูง มีผวิ มันวาว นำความร้อนนำไฟฟา้ ดงึ เป็นเส้นหรอื
ประจักษ์ทไ่ี ด้จากการสังเกตและ ตีเปน็ แผ่นบาง ๆ ได้ และมคี วามหนาแนน่ ท้งั
การทดสอบ และใช้สารสนเทศท่ี สงู และตำ่ ธาตอุ โลหะ มีจดุ เดือด จดุ หลอมเหลวตำ่ มผี ิวไม่มนั
ไดจ้ ากแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ รวมท้งั วาว ไมน่ ำความรอ้ น ไมน่ ำไฟฟา้ เปราะ แตกหกั งา่ ย และมีความ
จดั กลมุ่ ธาตเุ ปน็ โลหะ อโลหะ ก่งึ หนาแน่นต่ำ ธาตุกึ่งโลหะมสี มบตั บิ างประการเหมือนโลหะ และ
โลหะ สมบัติบางประการเหมือนอโลหะ
ว 2.1 ม.1/2 วเิ คราะหผ์ ลจาก - ธาตุโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ท่ีสามารถแผ่รงั สไี ด้ จัดเป็นธาตุ
การใช้ธาตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ กัมมันตรังสี
และธาตกุ มั มนั ตรังสี ท่ีมีต่อ - ธาตุมีทัง้ ประโยชนแ์ ละโทษ การใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ
สง่ิ มีชีวิต ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ ธาตุกมั มันตรังสี ควรคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อสงิ่ มีชีวติ สง่ิ แวดลอ้ ม
และสังคม จากข้อมูลทร่ี วบรวม เศรษฐกิจและสังคม
ได้
ว 2.1 ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่า
ของการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึง่
โลหะ ธาตุกมั มนั ตรงั สี โดยเสนอ
แนวทางการใชธ้ าตุอย่าง
ปลอดภัย คุ้มคา่
ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทยี บจดุ - สารบรสิ ทุ ธป์ิ ระกอบดว้ ยสารเพียงชนิดเดียว ส่วนสารผสม
เดอื ด จุดหลอมเหลวของสาร ประกอบดว้ ยสารตัง้ แต่ 2 ชนิดขึ้นไป สารบริสทุ ธแ์ิ ต่ละชนิดมี
บริสทุ ธิแ์ ละสารผสม โดยการวดั สมบัติบางประการทเี่ ป็นค่าเฉพาะตัว เชน่ จุดเดือดและจดุ
อณุ หภูมิ เขยี นกราฟ แปล หลอมเหลวคงที่ แตส่ ารผสมมีจุดเดอื ดและจดุ หลอมเหลวไม่คงท่ี
ความหมายข้อมูลจากกราฟ หรอื ขนึ้ อยู่กับชนิดและสัดสว่ นของสารทผี่ สมอยดู่ ว้ ยกัน
สารสนเทศ
ว 2.1 ม.1/5 อธบิ ายและ - สารบรสิ ุทธิ์แต่ละชนิดมคี วามหนาแน่น หรอื มวลต่อหน่งึ หนว่ ย
เปรียบเทียบความหนาแนน่ ของ ปรมิ าตรคงท่ี เป็นค่าเฉพาะของสารนน้ั ณ สถานะและอุณหภมู ิ
สารบรสิ ทุ ธแ์ิ ละสารผสม หนึง่ แตส่ ารผสมมคี วามหนาแนน่ ไม่คงท่ขี น้ึ อยู่กับชนิดและ
ว 2.1 ม.1/6ใชเ้ คร่อื งมือเพื่อวดั สัดสว่ นของสารทผ่ี สมอยู่ดว้ ยกนั
มวลและปรมิ าตรของสารบริสุทธิ์
และสารผสม
32
ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ม.1 ว 2.1 ม.1/7 อธิบายเกยี่ วกับ - สารบรสิ ุทธิ์แบง่ ออกเป็นธาตแุ ละสารประกอบ ธาตุ
ความสมั พันธร์ ะหว่างอะตอม ประกอบดว้ ยอนุภาคท่เี ล็กท่สี ุดทีย่ งั แสดงสมบตั ิของธาตุนัน้
ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้ เรียกวา่ อะตอม ธาตุแตล่ ะชนิดประกอบดว้ ยอะตอมเพยี งชนิด
แบบจำลองและสารสนเทศ เดยี วและไมส่ ามารถแยกสลายเป็นสารอนื่ ได้ดว้ ยวธิ ีทางเคมี ธาตุ
ว 2.1 ม.1/8 อธิบายโครงสรา้ ง เขียนแทนดว้ ยสัญลักษณธ์ าตุ สารประกอบเกิดจากอะตอมของ
อะตอมทป่ี ระกอบด้วยโปรตอน ธาตุตงั้ แต่ 2 ชนิดข้ึนไปรวมตัวกนั ทางเคมีในอัตราส่วนคงท่ี มี
นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน โดยใช้ สมบตั แิ ตกต่างจากธาตุทีเ่ ปน็ องคป์ ระกอบ สามารถแยกเป็นธาตุ
แบบจำลอง ไดด้ ว้ ยวิธที างเคมี ธาตุและสารประกอบสามารถเขียนแทนได้ดว้ ย
สตู รเคมี
- อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
โปรตอนมีประจุไฟฟา้ บวก ธาตุชนดิ เดยี วกันมจี ำนวนโปรตอน
เทา่ กนั และเปน็ คา่ เฉพาะของธาตุนนั้ นวิ ตรอนเปน็ กลางทางไฟฟ้า
ส่วนอเิ ล็กตรอนมีประจุไฟฟา้ ลบ เมอื่ อะตอมมีจำนวนโปรตอน
เทา่ กบั จำนวนอิเล็กตรอน จะเป็นกลางทางไฟฟ้า โปรตอนและ
นิวตรอนรวมกนั ตรงกลางอะตอมเรียกวา่ นวิ เคลียส สว่ น
อเิ ลก็ ตรอนเคลือ่ นท่ีอยู่ในทวี่ า่ งรอบนิวเคลียส
ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและ -สสารทุกชนิดประกอบดว้ ยอนภุ าค โดยสารชนดิ เดียวกันท่ีมี
เปรยี บเทียบการจัดเรียงอนภุ าค สถานะของแขง็ ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรยี งอนภุ าค แรงยดึ
แรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนุภาค เหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค การเคลื่อนที่ของอนุภาคแตกตา่ งกัน ซงึ่ มี
และการเคล่อื นท่ีของอนภุ าคของ ผลตอ่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร
สสารชนดิ เดียวกนั ในสถานะ - อนุภาคของของแข็งเรียงชดิ กนั มีแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนภุ าค
ของแขง็ ของเหลว และแกส๊ โดย มากท่สี ดุ อนภุ าคส่นั อยู่กบั ที่ ทำให้มีรปู ร่างและปรมิ าตรคงท่ี
ใช้แบบจำลอง - อนุภาคของของเหลวอยู่ใกลก้ นั มแี รงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนุภาค
น้อยกว่าของแข็งแต่มากกวา่ แก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ไดแ้ ต่ไมเ่ ป็น
อสิ ระเทา่ แกส๊ ทำใหม้ รี ูปร่างไม่คงที่ แต่ปริมาตรคงท่ี
- อนภุ าคของแกส๊ อยู่ห่างกันมาก มีแรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนุภาค
นอ้ ยทีส่ ดุ อนุภาคเคลื่อนทไ่ี ด้อย่างอิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรปู ร่าง
และปริมาตรไม่คงที่
ว 2.1 ม.1/10 อธิบาย - เมื่อใหค้ วามร้อนแกข่ องเหลว อนุภาคของของเหลวจะมี
ความสมั พันธ์ระหว่างพลังงาน พลงั งานและอุณหภมู ิเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหน่งึ ซึ่งของเหลวจะใช้
ความรอ้ นกบั การเปล่ียนสถานะ ความร้อนในการเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส เรียกความร้อนท่ีใชใ้ น
ของสสาร โดยใช้หลกั ฐานเชงิ การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปน็ แกส๊ ว่า ความรอ้ นแฝงของ
ประจักษ์และแบบจำลอง การกลายเปน็ ไอ และอุณหภมู ิขณะเปลย่ี นสถานะจะคงท่ี เรียก
อุณหภูมิน้ีวา่ จุดเดือด
- เม่อื ทำให้อณุ หภมู ขิ องแกส๊ ลดลงจนถึงระดบั หนึ่งแกส๊ จะเปลย่ี น
สถานะเป็นของเหลว เรียกอุณหภูมิน้วี ่า จดุ ควบแน่น ซง่ึ มี
อุณหภูมเิ ดยี วกบั จุดเดอื ดของของเหลวนนั้ เมื่อทำให้อุณหภูมขิ อง
ของเหลวลดลงจนถึงระดับหนึ่ง ของเหลวจะเปลีย่ นสถานะเป็น
33
ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ของแข็ง เรียกอณุ หภมู ิน้ีว่า จุดเยือกแข็ง ซึง่ มอี ุณหภมู เิ ดยี วกบั จดุ
หลอมเหลวของของแขง็ น้นั
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงที่กระทำต่อวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนท่ีแบบ
ตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทงั้ นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ช้นั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.1 ว 2.2 ม.1/1 - เมื่อวตั ถุอยู่ในอากาศจะมีแรงท่ีอากาศกระทำต่อวัตถใุ นทุก
สรา้ งแบบจำลองทอ่ี ธิบาย ทศิ ทาง แรงท่ีอากาศกระทำต่อวัตถขุ ึ้นอยู่กบั ขนาดพ้นื ทีข่ องวัตถุ
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งความดัน นนั้ แรงท่อี ากาศกระทำตัง้ ฉากกบั ผวิ วัตถุต่อหน่ึงหนว่ ยพน้ื ท่ี
อากาศกบั ความสูงจากพื้นโลก เรยี กว่าความดนั อากาศ
- ความดันอากาศมีความสมั พันธก์ บั ความสงู จากพืน้ โลก โดย
บริเวณทีส่ งู จากพื้นโลกขน้ึ ไป อากาศเบาบางลง มวลอากาศ
น้อยลง ความดนั อากาศก็จะลดลง
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.3เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร
และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น
แมเ่ หล็กไฟฟ้ารวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ช้ัน ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ม.1 ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปล - เม่ือสสารได้รบั หรือสญู เสยี ความรอ้ นอาจทำใหส้ สารเปล่ยี น
ความหมายข้อมลู และคำนวณ อณุ หภมู ิ เปลยี่ นสถานะ หรือเปลีย่ นรปู ร่าง
ปริมาณความร้อนท่ีทำให้สสาร - ปรมิ าณความร้อนที่ทำให้สสารเปล่ยี นอณุ หภูมขิ ึ้นกบั มวล ความ
เปลยี่ นอุณหภมู ิและเปล่ียนสถานะ ร้อนจำเพาะ และอุณหภมู ิ ทเ่ี ปลี่ยนไป
โดยใชส้ มการ - ปริมาณความร้อนท่ที ำใหส้ สารเปลีย่ นสถานะขน้ึ กบั มวลและ
Q = mcΔt และ ความร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะทีส่ สารเปล่ยี นสถานะ อุณหภมู ิจะ
Q = mL ไมเ่ ปล่ียนแปลง
ว 2.3 ม.1/2 ใชเ้ ทอรม์ อมเิ ตอรใ์ น
การวัดอณุ หภูมิของสสาร
ว 2.3 ม.1/3 สร้างแบบจำลองท่ี - ความรอ้ นทำใหส้ สารขยายตัวหรอื หดตัวได้ เนื่องจากเมื่อสสาร
อธบิ ายการขยายตัวหรอื หดตัวของ ได้รบั ความร้อนจะทำให้อนภุ าคเคล่ือนท่เี รว็ ขนึ้ ทำใหเ้ กดิ การ
สสารเน่ืองจากไดร้ ับหรือสูญเสยี ขยายตวั แต่เมื่อสสารคายความรอ้ นจะทำให้อนภุ าคเคลื่อนท่ีชา้ ลง
ความร้อน ทำใหเ้ กิดการหดตัว
ว 2.3 ม.1/4 ตระหนกั ถึงประโยชน์ - ความรู้เรอื่ งการหดและขยายตวั ของ
ของความรู้ของการหดและขยายตัว สสารเน่ืองจากความรอ้ นนำไปใช้ประโยชน์ได้ดา้ นตา่ ง ๆ เช่น การ
ของสสารเนื่องจากความรอ้ น โดย สรา้ งถนน การสร้างรางรถไฟ การทำเทอรม์ อมิเตอร์
วิเคราะหส์ ถานการณป์ ญั หา และ
34
ชนั้ ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
เสนอแนะวธิ ีการนำความรู้มา
แกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวนั
ม.1 ว 2.3 ม.1/5 วิเคราะห์ - ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มอี ุณหภูมสิ งู กวา่ ไปยังสสารท่มี ี
สถานการณ์การถา่ ยโอนความร้อน อณุ หภมู ิต่ำกวา่ จนกระท่งั อุณหภูมิของสสารทั้งสองเท่ากนั สภาพท่ี
และคำนวณปริมาณความรอ้ นที่ สสารท้ังสองมีอุณหภมู ิเท่ากัน เรยี กว่า สมดลุ ความร้อน
ถา่ ยโอนระหวา่ งสสารจนเกิดสมดุล - เมอ่ื มีการถ่ายโอนความรอ้ นจากสสารทมี่ อี ุณหภมู ิตา่ งกันจนเกิด
ความร้อนโดยใชส้ มการ สมดลุ ความรอ้ น ความร้อนทเี่ พ่ิมขนึ้ ของสสารหนึง่ จะเท่ากับความ
Qสญู เสีย = Qได้รับ ร้อนท่ลี ดลงของอกี สสารหนง่ึ ซง่ึ เป็นไปตามกฎการอนรุ กั ษ์พลังงาน
ว 2.3 ม.1/6 สร้างแบบจำลองท่ี - การถา่ ยโอนความร้อนมี 3 แบบ คอื การนำความร้อน การพา
อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดย ความร้อน และการแผร่ งั สีความรอ้ น การนำความร้อนเป็นการถา่ ย
การนำความร้อน การพาความร้อน โอนความรอ้ นที่อาศัยตวั กลาง โดยทตี่ วั กลางไมเ่ คลอื่ นท่ี การพา
การแผ่รังสคี วามรอ้ น ความร้อนเปน็ การถ่ายโอนความรอ้ นที่อาศัยตวั กลาง โดยท่ี
ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลอื กใช้ ตวั กลางเคล่อื นที่ไปดว้ ย สว่ นการแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่ายโอน
และสร้างอุปกรณ์ เพ่อื แก้ปญั หาใน ความรอ้ นท่ีไม่ต้องอาศยั ตวั กลาง
ชวี ิตประจำวนั โดยใช้ความร้เู ก่ียวกับ - ความรเู้ กย่ี วกับการถา่ ยโอนความรอ้ นสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์
การถา่ ยโอนความร้อน ในชวี ติ ประจำวันได้ เชน่ การเลือกใช้วสั ดเุ พื่อนำมาทำภาชนะ
บรรจุอาหาร เพื่อเกบ็ ความรอ้ น หรือการออกแบบระบบระบาย
ความรอ้ นในอาคาร
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ
ระบบสรุ ิยะ รวมทง้ั ปฏสิ มั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะที่ส่งผลต่อสง่ิ มีชวี ติ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ
ชนั้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.1 - -
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบน
ผวิ โลก ธรณีพบิ ัตภิ ยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศ
ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.1 ว 3.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลอง - โลกมบี รรยากาศห่อหุ้ม นกั วิทยาศาสตร์ใช้สมบตั แิ ละ
ทอ่ี ธบิ ายการแบง่ ช้ันบรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศในการแบง่ บรรยากาศของโลก
และเปรียบเทียบประโยชนข์ อง ออกเป็นชน้ั ซ่งึ แบง่ ได้หลายรูปแบบตามเกณฑท์ ี่แตกตา่ งกัน
บรรยากาศแต่ละช้ัน โดยท่ัวไปนกั วิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปล่ยี นแปลงอุณหภูมิตาม
ความสงู แบ่งบรรยากาศไดเ้ ป็น 5 ชัน้ ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชนั้
สตราโตสเฟียร์ ชน้ั มีโซสเฟยี ร์ ช้ันเทอรโ์ มสเฟยี ร์ และชน้ั เอกโซส
เฟียร์
35
ช้ัน ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- บรรยากาศแต่ละช้นั มปี ระโยชนต์ อ่ สง่ิ มชี วี ิตแตกตา่ งกนั โดยช้นั
โทรโพสเฟยี รม์ ปี รากฏการณ์ ลมฟ้าอากาศท่สี ำคัญตอ่ การ
ดำรงชีวติ ของส่งิ มชี ีวิต ชัน้ สตราโตสเฟียร์ช่วยดดู กลืนรังสี
อัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตยไ์ ม่ใหม้ ายงั โลกมากเกนิ ไป ชัน้ มโี ซส
เฟยี รช์ ว่ ยชะลอวตั ถุนอกโลกท่ีผา่ นเข้ามา ให้เกดิ การเผาไหม้
กลายเปน็ วตั ถุขนาดเลก็ ลดโอกาสท่ีจะทำความเสียหายแก่
สิง่ มชี วี ิตบนโลก ช้นั เทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคลืน่ วิทยุ และ
ช้ันเอกโซสเฟียรเ์ หมาะสำหรับการโคจรของดาวเทยี มรอบโลกใน
ระดับตำ่
ว 3.2 ม.1/2 อธบิ ายปัจจัยทมี่ ี - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหนง่ึ ของพ้ืนท่ีหนึง่ ท่ี
ผลต่อการเปลย่ี นแปลง มีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาขึ้นอยูก่ ับองคป์ ระกอบลมฟา้ อากาศ
องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ ได้แก่ อุณหภมู ิอากาศ ความกดอากาศ ลม ความช้ืน เมฆ และ
จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ หยาดน้ำฟา้ โดยหยาดนำ้ ฟา้ ท่ีพบบอ่ ยในประเทศไทยได้แก่ ฝน
องคป์ ระกอบลมฟ้าอากาศเปลีย่ นแปลงตลอดเวลาขึ้นอยกู่ ับปจั จยั
ตา่ ง ๆ เชน่ ปรมิ าณรงั สจี ากดวงอาทิตย์และลักษณะพ้นื ผิวโลก
ส่งผลต่ออณุ หภูมิอากาศ อุณหภมู ิอากาศและปริมาณไอน้ำสง่ ผล
ตอ่ ความชนื้ ความกดอากาศสง่ ผลตอ่ ลม ความชน้ื และลมส่งผลต่อ
เมฆ
ว 3.2 ม.1/3 เปรยี บเทยี บ - พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมทุ รหรอื ทะเล ทนี่ ำ้ มอี ุณหภมู ิ
กระบวนการเกิดพายุ ฝนฟ้า สงู ต้งั แต่ 26-27 องศาเซลเซียส ขนึ้ ไป ทำให้อากาศท่ีมีอุณหภูมิ
คะนองและพายุหมุนเขตร้อน และความชื้นสงู บรเิ วณน้นั เคล่ือนท่สี ูงขึน้ อยา่ งรวดเรว็ เปน็ บรเิ วณ
และผลทม่ี ตี ่อส่ิงมชี วี ติ และ กว้าง อากาศจากบรเิ วณอื่นเคล่ือนเขา้ มาแทนที่และพัดเวียนเขา้ หา
สิง่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั นำเสนอแนว ศูนยก์ ลางของพายุ ย่ิงใกล้ศูนยก์ ลาง อากาศจะเคล่ือนท่ีพัดเวียน
ทางการปฏบิ ตั ติ นให้เหมาะสม เกือบเปน็ วงกลมและมอี ัตราเร็วสูงที่สุด พายุหมุนเขตร้อนทำให้เกิด
และปลอดภยั คลืน่ พายุซัดฝ่งั ฝนตกหนัก ซึ่งอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายตอ่ ชวี ิตและ
ทรพั ยส์ ิน จึงควรปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั โดยติดตามขา่ วสาร การ
พยากรณอ์ ากาศ และไมเ่ ขา้ ไปอยใู่ นพน้ื ทที่ เี่ สี่ยงภัย
ว 3.2 ม.1/4 อธบิ ายการ - การพยากรณอ์ ากาศเปน็ การคาดการณ์ลมฟ้าอากาศ ท่ีจะเกดิ ขึ้น
พยากรณ์อากาศ และพยากรณ์ ในอนาคต โดยมีการตรวจวดั องคป์ ระกอบลมฟา้ อากาศ การ
อากาศอยา่ งงา่ ยจากข้อมูลที่ สอ่ื สารแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่างพน้ื ท่ี
รวบรวมได้ การวิเคราะห์ข้อมูลและสรา้ งคำพยากรณ์อากาศ
ว 3.2 ม.1/5 ตระหนกั ถึงคุณคา่ - การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ดา้ นตา่ ง ๆ เชน่
ของการพยากรณ์อากาศ โดย การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร การป้องกนั และ
นำเสนอแนวทางการปฏิบัตติ น เฝ้าระวงั ภยั พบิ ตั ิ ทางธรรมชาติ
และการใช้ประโยชนจ์ ากคำ
พยากรณ์อากาศ
ว 3.2 ม.1/6 อธิบายสถานการณ์ - ภมู อิ ากาศโลกเกิดการเปลีย่ นแปลงอยา่ งต่อเนื่องโดยปจั จัยทาง
และผลกระทบการเปลย่ี นแปลง ธรรมชาติ แตป่ ัจจุบนั การเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศเกิดขน้ึ อย่าง
รวดเรว็ เน่ืองจากกิจกรรมของมนษุ ย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรอื น
36
ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ภมู อิ ากาศโลกจากขอ้ มลู ที่ กระจกส่บู รรยากาศ แก๊สเรอื นกระจกท่ีถูกปลดปล่อยมากทสี่ ดุ
รวบรวมได้ ไดแ้ ก่ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดซ์ ง่ึ หมนุ เวียนอย่ใู นวัฏจักรคาร์บอน
ว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถึง - การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลกกอ่ ให้เกดิ ผลกระทบต่อสิง่ มีชวี ติ
ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลง และสง่ิ แวดล้อม เช่น การหลอมเหลวของน้ำแข็งข้ัวโลก การ
ภูมิอากาศโลก โดยนำเสนอแนว เพิม่ ขึ้นของระดับทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ การเกิดโรค
ทางการปฏบิ ัติตนภายใต้การ อบุ ตั ใิ หม่
เปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศโลก และอุบัติซำ้ และการเกิดภยั พิบตั ทิ างธรรมชาตทิ ีร่ ุนแรงขน้ึ มนุษย์
จึงควรเรยี นรูแ้ นวทางการปฏิบตั ติ นภายใต้สถานการณด์ ังกล่าว ทงั้
แนวทางการปฏิบัติตนใหเ้ หมาะสมและแนวทางการลดกิจกรรมท่ี
สง่ ผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพื่อแกป้ ัญหาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบ
ต่อชีวติ สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.1 ว 4.1 ม.1/1 อธบิ าย - เทคโนโลยี เป็นสิง่ ทม่ี นุษยส์ ร้างหรอื พัฒนาข้ึน ซึ่งอาจเปน็ ไดท้ ัง้ ช้ินงานหรือ
แนวคิดหลกั ของ วธิ กี าร เพอ่ื ใช้แก้ปัญหา สนองความตอ้ งการ หรือเพ่ิมความสามารถในการ
เทคโนโลยใี น ทำงานของมนุษย์
ชีวิตประจำวันและ - ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของสว่ นตา่ ง ๆ ตั้งแต่สองสว่ นขน้ึ ไปประกอบ
วเิ คราะหส์ าเหตุหรอื เขา้ ด้วยกันและทำงานรว่ มกนั เพือ่ ใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงค์ โดยในการทำงาน
ปจั จยั ท่สี ง่ ผลต่อการ ของระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบไปดว้ ยตัวป้อน (input) กระบวนการ
เปล่ียนแปลงของ (process) และผลผลติ (output) ที่สัมพนั ธ์กัน นอกจากน้ีระบบทาง
เทคโนโลยี เทคโนโลยอี าจมขี ้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพื่อใช้ปรับปรุงการทำงานได้
ตามวัตถุประสงค์ ซ่ึงการวเิ คราะหร์ ะบบทางเทคโนโลยีช่วยให้เข้าใจ
องค์ประกอบและการทำงานของเทคโนโลยี รวมถึงสามารถปรับปรุงให้
เทคโนโลยีทำงานได้ตามต้องการ
- เทคโนโลยมี ีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาตง้ั แต่อดีตจนถงึ ปัจจบุ นั ซง่ึ มี
สาเหตหุ รือปจั จัยมาจากหลายด้าน เชน่ ปัญหา ความตอ้ งการ ความก้าวหน้า
ของศาสตร์ตา่ ง ๆ เศรษฐกจิ สังคม
ว 4.1 ม.1/2 ระบุ - ปัญหาหรือความตอ้ งการในชวี ติ ประจำวันพบได้จากหลายบรบิ ทขึน้ กับ
ปัญหาหรอื ความ สถานการณ์ทีป่ ระสบ เช่น การเกษตร การอาหาร
ตอ้ งการในชึวติ ประจำ - การแกป้ ญั หาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมขอ้ มลู ความรจู้ ากศาสตรต์ ่าง ๆ ที่
วัน รวบรวม วิเคราะห์ เกี่ยวข้อง เพอ่ื นำไปสู่ การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา
37
ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ม.1 ขอ้ มลู และแนวคิดที่
เก่ียวข้องกับปัญหา
ว 4.1 ม.1/3 - การวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ และตัดสินใจเลอื กข้อมลู ท่จี ำเป็น โดยคำนึงถงึ
ออกแบบวิธกี าร เงอื่ นไข และทรพั ยากรทีม่ ีอยู่ ช่วยใหไ้ ดแ้ นวทางการแกป้ ัญหาที่เหมาะสม
แก้ปญั หา โดยวิเคราะห์ - การออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาทำได้หลากหลายวธิ ี เชน่ การร่างภาพ
เปรียบเทยี บ และ การเขียนแผนภาพ การเขยี นผงั งาน
ตดั สินใจเลอื กข้อมลู ที่ - การกำหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแกป้ ัญหา
จำเป็น นำเสนอ จะช่วยให้ทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมายและลดข้อผิดพลาดของการทำงานที่
แนวทางการแก้ปญั หา อาจเกิดข้ึน
ใหผ้ ูอ้ ่นื เข้าใจวางแผน
และดำเนินการ
แก้ปญั หา
ว 4.1 ม.1/4 ทดสอบ - การทดสอบ และประเมินผลเปน็ การตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการวา่
ประเมนิ ผล และระบุ สามารถแก้ปญั หาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพอื่ หา
ข้อบกพร่องทีเ่ กดิ ขึน้ ขอ้ บกพร่อง และดำเนินการปรบั ปรงุ โดยอาจทดสอบซำ้ เพื่อใหส้ ามารถ
พร้อมทง้ั หาแนว แก้ปญั หาได้
ทางการปรับปรงุ แก้ไข -การนำเสนอผลงานเปน็ การถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อนื่ เข้าใจเกีย่ วกับ
และนำเสนอผลการ กระบวนการทำงานและชิ้นงานหรอื วธิ ีการทไี่ ด้ ซ่ึงสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
แก้ปัญหา การเขียนรายงาน การทำแผน่ นำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การ
นำเสนอผา่ นสอื่ ออนไลน์
ว 4.1 ม.1/5 ใช้ - วสั ดแุ ตล่ ะประเภทมีสมบัติแตกตา่ งกัน เชน่ ไม้ โลหะ พลาสตกิ จงึ ต้องมี
ความรแู้ ละทักษะ การวเิ คราะหส์ มบัติ เพ่ือเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน
เกี่ยวกับวสั ดุ อุปกรณ์ - การสร้างชนิ้ งานอาจใชค้ วามรู้ เรอื่ งกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนกิ ส์ เช่น LED
เครือ่ งมอื กลไก ไฟฟ้า บซั เซอร์ มอเตอร์วงจรไฟฟา้
หรืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ - อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมือในการสรา้ งชน้ิ งานหรือพัฒนาวิธกี ารมหี ลายประเภท
เพื่อแก้ปัญหาได้อยา่ ง ต้องเลอื กใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมท้ังรู้จักเกบ็ รักษา
ถูกต้อง เหมาะสมและ
ปลอดภยั
38
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร้เู ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ชัน้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.1 ว 4.2 ม.1/1 ออกแบบ - แนวคิดเชงิ นามธรรม เป็นการประเมนิ ความสำคัญของรายละเอยี ดของ
อลั กอริทึมท่ีใช้แนวคดิ ปัญหา แยกแยะส่วนทีเ่ ปน็ สาระสำคญั ออกจากส่วนท่ีไมใ่ ช่สาระสำคัญ
เชงิ นามธรรมเพ่ือ - ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ ต้องการปูหญา้ ในสนาม ตามพ้ืนที่ทก่ี ำหนด โดยหญา้
แกป้ ญั หา หรืออธิบาย หนึง่ ผนื มีความกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร จะใชห้ ญ้าทงั้ หมดก่ี
การทำงานทีพ่ บใน ผนื
ชวี ติ จรงิ
ว 4.2 ม.1/2 ออกแบบ - การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้ตวั แปร เง่ือนไข วนซำ้
และเขยี นโปรแกรมอย่าง - การออกแบบอลั กอริทมึ เพ่ือแก้ปัญหา ทางคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์อย่าง
งา่ ย เพื่อแกป้ ัญหาทาง งา่ ย อาจใช้แนวคิดเชิงนามธรรมในการออกแบบ เพอื่ ใหก้ ารแก้ปัญหามี
คณติ ศาสตรห์ รือ ประสทิ ธภิ าพ
วทิ ยาศาสตร์ - การแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอนจะชว่ ยให้แก้ปญั หาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
• ซอฟตแ์ วร์ท่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการ การเคลอ่ื นที่ โปรแกรมคำนวณหา
พ้นื ท่ี โปรแกรมคำนวณดัชนมี วลกาย
ม.1 ว 4.2 ม.1/3 รวบรวม - การรวบรวมข้อมลู จากแหล่งขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล สร้างทางเลือก
ข้อมลู ปฐมภมู ิ ประเมินผล จะทำใหไ้ ดส้ ารสนเทศเพื่อใชใ้ นการแก้ปัญหาหรือการตดั สินใจได้
ประมวลผล ประเมนิ ผล อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
นำเสนอข้อมลู และ - การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ท่ีมคี วามหมาย
สารสนเทศ ตาม และมปี ระโยชน์ต่อการนำไปใชง้ าน สามารถทำไดห้ ลายวิธี เชน่ คำนวณ
วัตถปุ ระสงค์โดยใช้ อตั ราส่วน คำนวณคา่ เฉล่ยี
ซอฟต์แวร์ หรอื บรกิ าร - การใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือบรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ต ท่ีหลากหลายในการรวบรวม
บนอนิ เทอร์เนต็ ท่ี ประมวลผล สรา้ งทางเลอื ก ประเมินผล นำเสนอ จะชว่ ยให้แก้ปญั หาได้อยา่ ง
หลากหลาย รวดเร็ว ถูกตอ้ ง และแมน่ ยำ
- ตวั อย่างปญั หา เนน้ การบูรณาการกบั วชิ าอ่ืน เช่น ต้มไข่ใหต้ รงกับ
พฤติกรรมการบรโิ ภค ค่าดชั นมี วลกายของคนในท้องถิน่ การสรา้ งกราฟผล
การทดลองและวิเคราะหแ์ นวโนม้
ว 4.2 ม.1/4 - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เช่น การปกป้องความเปน็ สว่ นตัว
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และอัตลักษณ์
อย่างปลอดภยั ใชส้ อื่ และ - การจดั การอตั ลักษณ์ เชน่ การต้ังรหสั ผา่ น การปกป้องข้อมูลส่วนตัว
แหล่งขอ้ มูลตาม - การพจิ ารณาความเหมาะสมของเนื้อหา เชน่ ละเมิดความเป็นส่วนตัวผู้อืน่
ข้อกำหนดและขอ้ ตกลง อนาจาร วิจารณ์ผู้อื่นอยา่ งหยาบคาย
- ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใชส้ ่ือหรอื แหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ เชน่
Creative commons
39
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว 21101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเก่ียวกบั สารรอบตวั สมบตั ขิ องสาร การจำแนกสารดว้ ยสถานะ เนอ้ื สาร และจำแนกดว้ ยขนาด อนุภาค
ของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธแ์ิ ละสารผสม สมบตั ขิ องสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้ ความรู้ทางเคมี
ให้เปน็ ประโยชน์ต่อการเลือกใชส้ ารเคมีในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การศกึ ษาชีววิทยาโดยอาศัย
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาประเภท โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบ ภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตด้วยกล้อง
จลุ ทรรศน์ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลลด์ ้วยวิธกี ารแพร่ และการออสโมซิส ศกึ ษาการดำรงชีวิต
ของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช การลำเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธุ์ของพืช
และเทคโนโลยีชีวภาพของพืช
โดยใช้การสืบเสาะหาความรูก้ ารสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่
เรยี นรมู้ คี วามสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปญั หา การนำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11,
ม.1/12 ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10
รวม 28 ตวั ช้วี ัด
40
โครงสร้างรายวชิ า/มาตรฐานตวั ชีว้ ัด/หน่วยการเรยี นรู้
รหัสวิชา ว 21101 ช่ือวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลาเรยี น ๔๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ลำดับ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลาเรยี น คะแนน
(ชวั่ โมง) (100)
ที่ เรียนรู้ และตวั ช้ีวัด
1 สารรอบตวั ว 2.1 สารรอบตัวประกอบไปด้วยธาตแุ ละ 10 25
ม.1/1, ม.1/2, สารประกอบ สารแต่ละชนดิ มีสมบตั ิ
ม.1/3, ม.1/4, ทางกายภาพ และสมบัตทิ างเคมีท่ี
ม.1/5, ม.1/6, เหมือนและ แตกต่างกนั ความร้อน
ม.1/7, ม.1/8, เปน็ ปจั จัยหน่งึ ท่ีทำให้ สถานะของ
ม.1/9, ม.1/10 สาร ซ่ึงเป็นสมบัติ ทางกายภาพ
เปล่ียนแปลงไป สารบริสทุ ธิ์ คอื สาร
ท่ีมอี งคป์ ระกอบ เพยี งชนดิ เดียว
ประกอบไปด้วยธาตุ และ
สารประกอบ ธาตแุ บ่งออกเป็นธาตุ
โลหะ ธาตกุ ง่ึ โลหะ และธาตุอโลหะ
ซง่ึ ธาตบุ างชนดิ สามารถแผร่ งั สไี ด้
เรยี กวา่ ธาตุ กมั มันตรังสี เมื่อธาตุ
มากกวา่ หน่ึงชนดิ มารวมกนั ทางเคมี
กลายเปน็ สารประกอบท่ีมี สมบตั ิ
แตกตา่ งไปจากธาตุเดิมทเี่ ป็น
องค์ประกอบ สารมากกว่าหนึ่งชนิด
มาผสมกัน เรียกวา่ สารผสม บาง
ชนดิ ผสมเป็นเนือ้ เดียวกนั เรียกว่า
สารละลาย และสารบางชนดิ ผสมไม่
เป็นเนอ้ื เดยี วกนั เชน่ สาร
แขวนลอย คอลลอยด์ เปน็ ตน้
2 หน่วยพน้ื ฐาน ว 1.2 ส่ิงมชี ีวติ ทุกชนิดมีเซลลเ์ ปน็ หนว่ ยท่ี 10 15
เลก็ ที่สดุ เป็นองคป์ ระกอบ สงิ่ มชี ีวิต
ของ สง่ิ มีชวี ิต ม.1/1, ม.1/2, บางชนดิ สามารถดำรงชีวิต อยไู่ ด้
ม.1/3, ม.1/4,
ม.1/5 เพยี งเซลล์เดยี ว สว่ นบางชนดิ
จำเป็นตอ้ งมหี ลายเซลลม์ ารวมกัน
กลายเป็นเนื้อเยื่อ ซง่ึ มีรปู ร่างและ
หนา้ ท่ี แตกต่างกนั องคป์ ระกอบ
พื้นฐานของเซลล์ ได้แก่ นวิ เคลียส
ไซโตพลาซึมและเยื่อหุม้ เซลล์
กระบวนการแพร่และ
41
ลำดับ ชือ่ หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลาเรยี น คะแนน
(ชั่วโมง) (100)
ที่ เรยี นรู้ และตัวช้ีวัด
ออสโมซิสเป็น กระบวนการที่
ส่ิงมีชีวติ ใช้ลำเลยี งสาร เข้า-ออกจาก
เซลล์
3 การดำรงชีวติ ว 1.2 พืชดำรงชวี ิตอยู่ได้ดว้ ยส่วนประกอบ 18 20
ต่าง ๆ ดงั น้ี ใบไมม้ คี ลอโรพลาสต์ทมี่ ี
ของ พืช ม.1/6, ม.1/7, สารสเี ขียวท่ี เรียกวา่ คลอโรฟิลลซ์ ่ึง
ม.1/8, ม.1/9,
ม.1/10, ม.1/11, เกยี่ วขอ้ งกับ กระบวนการสังเคราะห์
ม.1/12, ม.1/13, ดว้ ยแสง โดยมี แกส๊
ม.1/14. ม.1/15. คารบ์ อนไดออกไซด์และน้ำเป็นสาร
ม.1/16. ม.1/17. ต้ังต้น และไดน้ ำ้ ตาลกลูโคส
ม.1/18 ออกซิเจน และน้ำเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ ซ่ึง
มีความจำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตของ
ส่งิ มีชีวิตในระบบ นเิ วศ รากและลำ
ต้น ประกอบไปด้วย เน้ือเยอื่ ลำเลียง
ไซเล็มทำหนา้ ท่ีดดู น้ำ และแร่ธาตุ
โดยอาศัยกระบวนการแพร่ และ
ออสโมซิส เนื้อเยือ่ ลำเลยี งโฟลเอม็
ทำหน้าท่ลี ำเลยี งอาหารโดยใช้
กระบวนการทรานสโลเคชนั่ ดอกไม้
เปน็ อวัยวะสบื พนั ธุข์ องพืช ดอกไมท้ ่ี
ถกู ผสมเกสรจะเจรญิ กลายเป็นผล
ซง่ึ ภายในมีเมลด็ ทำหนา้ ที่กระจาย
พันธ์พุ ืชโดยพชื ตน้ ใหม่ท่งี อกออก
จาก เมลด็ จะมีลกั ษณะทแี่ ตกตา่ งไป
จากต้น พ่อแม่ พชื สามารถ
ขยายพันธุ์ โดยใชส้ ว่ น โครงสร้าง
พิเศษตา่ ง ๆ ของพืช เชน่ ราก ลำตน้
ใบ และมนุษยส์ ามารถนำสว่ น ต่าง
ๆ ของพชื มาขยายพันธุไ์ ด้ เช่น การ
ปักชำ การตดิ ตา และการตอนกิ่ง
เป็น ต้น ซึง่ พืชต้นใหม่จะมลี กั ษณะ
ไม่แตกตา่ งไปจากต้นพ่อแม่ มนุษย์
นำความรู้ทางวิทยาศาสตรม์ า
ประยกุ ตใ์ ช้กบั พชื เช่น การ
เพาะเล้ยี ง เนื้อเย่ือพืช การดัดแปร
พนั ธุกรรมพืช เป็นต้น
42
ลำดบั ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลาเรียน คะแนน
(ชว่ั โมง) (100)
ที่ เรยี นรู้ และตวั ชี้วัด
เพ่อื เพยี งพอต่อความต้องการ ของ
มนุษย์
วดั ผลกลางภาคเรยี น 1 10
วัดผลปลายภาคเรยี น 1 30
รวม 40 100
43