The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suksanti.h, 2024-04-28 11:55:13

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4

จาก แบบฝกหัด หนา 12 กิจกรรม สรางเสริม ใหนักเรียนคิดสืบคนขอมูลวา บล็อกคําสั่งในภาพทํางาน ตางกันอยางไร แลวบันทึกลงในสมุด เกร็ดแนะครู ในการตอบคําถามตอนที่ 2 ครูอาจปรับวิธีการโดยใหนักเรียนวาดรูป บล็อกคําสั่งหรือใหพิมพภาพจากเครื่องพิมพ แลวนํามาแปะลงในแบบฝกหัด ไดตามความเหมาะสม ขั้นสรุป 15. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 25-27 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ และตอนที่ 2 จํานวน 1 ขอ ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 25-27 5. บล็อกคําสั่งใดตางจากขออื่น ก. ข. ค. ง. 6. ถาสรางตัวละครใหม โดยลากบล็อกคําสั่ง และ กับ มาวางตอกัน จะทําใหเกิดผลอยางไร ก. ตัวละครหายไป ข. ตัวละครเลือนลาง ค. ตัวละครถูกซอนไว ง. ตัวละครเคลื่อนที่ 7. ตัวละครปลาทองตองการวายวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสั่ง การเคลื่อนที่อยางไร ก. ข. ค. ง. 8. 1 3 4 2 หมายเลขใด เปนการแสดงคําถามของตัวละคร ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปนบล็อกแสดงขอความตอเนื่องกับคําตอบ ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 5. บล็อกคําสั่งใดตางจากขออื่น 6. ถาสรางตัวละครใหม โดยลากบล็อกคําสั่ง 7. ตัวละครปลาทองตองการวายวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสั่ง 8. 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปนบล็อกแสดงขอความตอเนื่องกับคําตอบ ฉบับ เฉลย 26 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 2 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดเรียงลําดับการเขาใชงานโปรแกรม Scratch ไดถูกตอง 1) ดาวนโหลดโปรแกรม Scratch Offline Editor 2) ดาวนโหลดโปรแกรม Adobe AIR คลิกปุม Download now 3) เปดเว็บ https://scratch.mit.edu/download/ กดแปน Enter 4) ติดตั้งโปรแกรม Scratch จะปรากฏหนา Open File คลิกปุม Run ก. 4), 3), 2) และ 1) ข. 3), 2), 1) และ 4) ค. 2), 1), 4) และ 3) ง. 1), 4), 2) และ 3) 2. องคประกอบที่จําเปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบาง ก. เวที ตัวละคร และพื้นที่ทํางาน ข. เวที ตัวละคร และบล็อกโปรแกรมคําสั่ง ค. ตัวละคร ชุดคําสั่งของบล็อก และพื้นที่ทํางาน ง. ตัวละคร บล็อกโปรแกรมคําสั่ง และชุดคําสั่งของบล็อก 3. กานดาตองการบล็อกคําสั่งทําซํ้าของตัวละครแรก นําไปใสกับตัวละครใหม ควรใชแถบเครื่องมือใด ก. แถบเมนูเครื่องมือ ข. เครื่องมือเวที ค. บล็อกโปรแกรมคําสั่ง ง. ชุดคําสั่งของบล็อก 4. บล็อกคําสั่งใด อยูกับบล็อกโปรแกรมที่แสดงใหพูด คิด และเปลี่ยนขนาด ไดตามตองการ ก. ข. ค. ง. ตอนที่ 1 1. ขอใดเรียงลําดับการเขาใชงานโปรแกรม Scratch ไดถูกตอง 2. องคประกอบที่จําเปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบาง 3. 4. บล็อกคําสั่งใด อยูกับบล็อกโปรแกรมที่แสดงใหพูด คิด และเปลี่ยนขนาด 10 ฉบับ เฉลย 25 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 12 15 × 100 = 80 ดังนั้น รอยละ 80 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม 5 10. ใครนําความรูโปรแกรม Scratch ไปใชไมถูกตอง ก. แตวใชแสดงผลงานศิลปะ ข. ตั้วใชสรางเกมคอมพิวเตอร ค. ตอมใชวิเคราะหขอมูลทางสถิติ ง. เตยใชสรางแบบจําลองทางวิทยาศาสตร ตอนที่ 2 ใหนักเรียนสรางตัวละคร บทพูด และสรางการเคลื่อนไหว โดยใชพื้นฐาน การเขียนโปรแกรม Scratch พรอมทั้งอธิบายคําสั่งของตัวละคร (แนวคําตอบ) ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร Scratch เบื้องตน (5 คะแนน) คะแนน สรางตัวละครไดสวยงาม มีความคิดสรางสรรค 1 สรางบทพูดของตัวละครไดเหมาะสม 1 สรางการเคลื่อนไหวของตัวละครไดถูกตองและเหมาะสม 1 เขียนโปรแกรม Scratch เปนลําดับคําสั่งใหคอมพิวเตอรทํางานไดถูกตอง 2 10. ใครนําความรูโปรแกรม Scratch ไปใช ตอนที่ 2 ตัวละครแมวพูดวาจะจับปลากินแลวนะ ใชบล็อกคําสั่งถาแปนลูกศรชี้ขวาไปที่ ทิศทาง 90 เคลื่อน 10 กาว ถาแปนลูกศรชี้ซายไปที่ทิศทาง -90 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนซาย-ขวา ถาแปนลูกศรชี้ลงไปที่ทิศทาง 180 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนรอบดาน ถาแปนลูกศรขึ้นไปที่ทิศทาง 0 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนรอบดาน ทําใหแมวเคลื่อนที่จับปลา ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 2 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.4/2 30 35 15 80 ฉบับ เฉลย 27 น�า สอน สรุป ประเมิน T92


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. นักเรียนสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Scratch มาติดตั้งที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ได้จากเว็บไซต์ใด ก. http://scratch.mit.edu ข. http://scratch.go.th ค. http://scratch.com ง. http://scratch.org 2. การจดบันทึกค าใบ้ของรหัสผ่านในการใช้งานโปรแกรม Scratch แทนการจดรหัสผ่านลงในสมุดมีประโยชน์อย่างไร ก. ไม่มีผลแตกต่างจากการจดรหัสผ่านลงในสมุด ข. ป้องกันผู้อื่นแอบดูสมุดและน ารหัสผ่านไปใช้ ค. สร้างความท้าทายในการคิดค าใบ้ ง. เป็นการฝึกความจ า 3. ข้อใดอธิบายความหมายของสคริปต์ได้ถูกต้อง ก. ชุดค าสั่งส าหรับตัวละครหรือเวทีเพื่อให้ท างานตามที่ ออกแบบโปรแกรมไว้ ข. บล็อกค าสั่งในหมวดต่างๆ ที่สามารถน ามาประกอบเรียงกัน เข้าเป็นกลุ่มๆ ค. เครื่องมือที่เรียกใช้งานโดยมีลักษณะเด่นเป็นการใช้งาน รูปร่างต่างๆ ง. เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม 4. เมื่อต้องการให้ตัวละครพูดค าว่า “สวัสดี!” ต้องเลือกบล็อก ค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 5. ถ้าสร้างตัวละครใหม่ โดยลากบล็อกมาวางต่อกันดังภาพ จะ ท าให้เกิดผลอย่างไร ก. ตัวละครหมุนกลับด้าน ข. ตัวละครเลือนราง ค. ตัวละครเคลื่อนที่ ง. ตัวละครหายไป 6. เมื่อต้องการให้ตัวละครในโปรแกรม Scratchเลี้ยวซ้าย ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม ค. รูปร่าง ง. เสียง 7. เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดให้ตัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม ค. รูปร่าง ง. เสียง 8. ถ้าต้องการให้ตัวละครแมว ส่งเสียงร้อง Meow ต้องใช้ บล็อกค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 9. ใครน าความรู้โปรแกรม Scratch ไปใช้ไม่เหมาะสม ก. พอเพียง ใช้ท าบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเอง ข. ใบเตย ใช้ท านิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า ค. ภูผา ใช้สร้างแบบจ าลองระบบสุริยะ ง. ก้านตอง ใช้สร้างเกมคอมพิวเตอร์ 10. ไฟล์ชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุ่น 2.0 เป็นไฟล์ นามสกุลอะไร และสามารถเปิดใช้งานใน รุ่น 3.0 ได้ หรือไม่ ก. นามสกุล .sb2 ไม่สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ข. นามสกุล .sb ไม่สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ค. นามสกุล .sb2 สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ง. นามสกุล .sb สามารถเปิดใช้งานใน รุ่น 3.0 ได้ 7. เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดให้ตัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. เสียง ข. รูปร่าง ค. ควบคุม ง. การเคลื่อนที่ แบบทดสอบหลังเรียน 1. ก 2. ข 3. ก 4. ก 5. ง 6. ก 7. ค 8. ก 9. ก 10. ค เฉลย ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมิน การนําเสนอผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลที่แนบมา ทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 หนวยการเรียนรูที่ 2 ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 2 ขั้นสรุป 16. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 2 เรื่อง การเขียนโปรแกรมอยางงาย ดวย Scratch แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ไฟลชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลนามสกุล อะไร และสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ไดหรือไม 1. นามสกุล .sb สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 2. นามสกุล .sb2 สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 3. นามสกุล .sb ไมสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 4. นามสกุล .sb2 ไมสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา ไฟลชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลนามสกุล .sb2 สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได ดังนั้น ตอบขอ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T93


www.google.com เป็น Search Engine ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ ระบบเครือข่ายที่ท�าการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จ�านวนมากเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องในเครือข่ายเดียวกันได้ รูปแบบการสืบค้นข้อมูลความรู้ 1) การสืบค้นในรูปแบบ Index Directory 2) การสืบค้นในรูปแบบ Search Engine การใชงานอินเทอรเน็ต การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บ Search Engine คือ ซอฟต์แวร์ที่ท�าหน้าที่ค้นหาข้อมูล เช่น รูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอ โดยใช้ค�าใน การสืบค้นข้อมูล การใช้งานเว็บSearchEngine มีวิธีการใช้งานพื้นฐาน คือ การก�าหนดค�าสืบค้น ซึ่งสามารถสืบค้นแบบเจาะจงประเภทไฟล์ของข้อมูล สี ขนาด และประเภทของรูปภาพ รวมทั้งสามารถสืบค้นหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ข้อควรปฏิบัติหลังจากได้ข้อมูลจากการสืบค้นแล้ว 1) ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2) ตรวจสอบข้อมูล 3) ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล 4) น�าข้อมูลที่สืบค้นได้มาเปรียบเทียบกัน 5) น�าเสนอข้อมูล ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดังนี้ 1) ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาทที่แต่ละเว็บไซต์ก�าหนด 2) การใช้งานอีเมล ไม่ควรส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้ผู้อื่น 3) ในการสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการสนทนาเท่านั้น ใช้ภาษาสุภาพ ไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว 4) การใช้กระดานสนทนา ห้ามพาดพิงสถาบันส�าคัญ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร 5) ไม่คัดลอกข้อมูลผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือแอบอ้างไปใช้เป็นของตนเอง T94


Chapter Overview แผนการจัด การเร�ยนรู สื่อการเร�ยนรู จ�ดประสงค การเร�ยนรู ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การใช อินเทอรเน็ต สืบคนขอมูล 3 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 1. อธิบายความหมาย ของอินเทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ต ในการค้นหาข้อมูลได้ (P) 3. เห็นประโยชน์จาก การใช้อินเทอร์เน็ต สืบค้นข้อมูล (A) - เกม - การสอนแบบสุ่ม - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบฝกหัด - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะการ แลกเปลี่ยนข้อมูล - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการสังเกต - ทักษะการ แก้ปัญหา - ทักษะการสืบค้น ข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 ความนาเชื่อถือ ของขอมูล 2 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 1. อธิบายลักษณะ ของแหล่งข้อมูล ที่มีความน่าเชื่อถือ และข้อปฏิบัติในการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้เว็บ Search Engine สืบค้นข้อมูลที่มี ความน่าเชื่อถือได้ และปฏิบัติตามข้อควร ปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้ (P) 3. เห็นความส�าคัญของ การประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล และการปฏิบัติตาม ข้อควรปฏิบัติใน การใช้งานอินเทอร์เน็ต (A) - เกม - การสอนแบบสุ่ม - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ตรวจแบบฝกหัด - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะการ แลกเปลี่ยนข้อมูล - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการสังเกต - ทักษะการ แก้ปัญหา - ทักษะการสืบค้น ข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T95


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การใช้อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของอินเทอร์เน็ตได้(K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลได้(P) 3. เห็นประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด อินเทอร์เน็ต(Internet)คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจ�ำนวนมากและครอบคลุมไปทั่วโลกโดยเครือข่ายนี้จะเชื่อม หากันภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำ� ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้เครื่องมือค้นหา ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถใช้เว็บ Search Engine ในการสืบค้นข้อมูล 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T96


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. เวิลด์ไวด์เว็บ ข. ชุมชนออนไลน์ ค. การถ่ายโอนข้อมูล ง. การสนทนาผ่านเครือข่าย 2. การน าแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น เรียกว่าอะไร ก. รีโหลด (Reload) ข. อัปโหลด (Upload) ค. พรีโหลด (Preload) ง. ดาวน์โหลด (Download) 3. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ มีชื่อย่อว่าอะไร ก. Net ข. E-mail ค. Address ง. Download 4. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลแบบ Search Engine ก. การค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ ข. การค้นหาข้อมูลโดยดูในเว็บเบราเซอร์ จากนั้นหน้าจอจะ แสดงรายละเอียดหัวข้อย่อยมาให้เลือก ค. การค้นหาโดยใช้ค าค้น ป้อนลงในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน Google จะปรากฏข้อมูลที่สอดคล้องกับค าค้นขึ้นมา ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยัง คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง 5. ข้อใดต่อไปนี้ค้นหารูปภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก สี กด Enter ข. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม และเลือก สีกด Enter ค. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เครื่องมือ และเลือก สีกด Enter ง. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก ประเภทภาพ และเลือก สีกด Enter 6. หากต้องการสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟล์น าเสนอ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนี้ระบุค าค้นได้ ถูกต้อง ก. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย ข. File Type : PPT : กล้วยไม้ไทย ค. File Type : กล้วยไม้ไทย : PPT ง. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT 7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของการค้นหารูปภาพตามสิทธิ์ ในการใช้งาน ก. น าภาพไปใช้ได้ ห้ามแก้ไขภาพ ข. น าภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ค. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ต้องขออนุญาตก่อน ง. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ไม่อนุญาตให้น าไปใช้ 8. เมื่อสืบค้นข้อมูลและได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ควร ปฏิบัติอย่างไร ก. คัดลอกข้อมูลลงสมุด ข. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งต่อ ค. น าเสนอข้อมูลที่ได้หน้าชั้นเรียน ง. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 9. ข้อใดต่อไปนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง ก. สนทนาด้วยค าสุภาพ ข. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น ค. ไม่ส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร ง. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพื่อน ๆ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในประเทศ เท่านั้น ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันระหว่างองค์กรกับ องค์กร ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ได้ทั่วโลก ง. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร เดียวกันเท่านั้น แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย 1. ข 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ง 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต เพื่อทบทวนความรูและวัดความรูพื้นฐานของ นักเรียนกอนจะเริ่มเรียนเนื้อหา ขอใดจัดเปน Search Engine ทั้งหมด 1. Safari Google 2. Google Yahoo 3. Firefox Yahoo 4. Chrome Google (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา Google Yahoo จัดเปน Search Engine ดังนั้น ตอบขอ 2.) เกร็ดแนะครู เนื้อหาในหนวยการเรียนรูนี้เปนเรื่องเกี่ยวกับการใชงานอินเทอรเน็ตในการ สืบคนขอมูล การใชงาน Search Engine การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล และขอปฏิบัติในการใชงานอินเทอรเน็ต ซึ่งเปนความรูและทักษะที่จําเปนสําหรับ นักเรียน การทดลองปฏิบัติจนเกิดความเขาใจจึงเปนกระบวนการที่มีประโยชน มากในหนวยการเรียนรูนี้ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T97


ขอสอบเนนการคิด 3 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ตัวชี้วัด ว4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล ¡ÒÃ㪌§Ò¹ ÍÔ¹à·ÍÏà¹çµ data collection (¡ÒÃÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÙÅ) search (การÊืบค้นข้อมูล) ขอมูลในอินเทอรเน็ต มีมากมาย จะคนขอมูล อยางไรดีนะ เ¾ื่อน æ คิดว่า การÊืบค้น ข้อมูลãนอินเ·อร์เน็ต ควร·íาอย่างไร ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60 เกร็ดแนะครู ในขั้นนําครูอาจกลาวถึงการเปลี่ยนแปลงในดานการสื่อสารของมนุษย และบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาการสื่อสารตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน แบบยอ ก็จะเปนการปูพื้นฐานความรูที่มีประโยชนกับนักเรียนในการเรียนเนื้อหา ในหนวยการเรียนรูนี้มาก ขั้นนํา 2. ครูสอบถามนักเรียนวา รูจักอินเทอรเน็ตหรือไม อินเทอรเน็ตมีลักษณะเปนอยางไร (แนวคําตอบ อินเทอรเน็ต เปนเครือขาย คอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันจํานวนมากและ ครอบคลุมไปทั่วโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยน ขอมูลและสงผานขอมูลระหวางกันได) 3. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูวา เพื่อนๆ คิดวา การสืบคนขอมูลในอินเทอรเน็ต ควรทําอยางไร ใหนักเรียนบอกขอดีของการสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต เปรียบเทียบกับการสืบคนขอมูลจากหนังสือและเอกสารมา 3 ขอ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคํา ตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน สามารถสืบคนขอมูล ไดโดยไมจํากัดสถานที่ สามารถสืบคนขอมูลไดรวดเร็วกวาการหา จากหนังสือและเอกสาร สะดวกในการนําขอมูลไปเรียบเรียงและ นําเสนอมากกวาหนังสือและเอกสาร) แนวตอบ คําถามประจําหนวยการเรียนรู นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชเว็บ Search Engine ชวย เพื่อประหยัดเวลา ในการสืบคน ควรสืบคนขอมูลจากแหลงขอมูลที่มี ความนาเชื่อถือ ควรตรวจสอบความนาเชื่อถือของ ขอมูลที่สืบคนมาดวย น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T98


ขอสอบเนน การคิด อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจ�านวนมากและ ครอบคลุมไปทั่วโลก เครือข่ายนี้เชื่อมหากัน 1. ¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÏà¹çµ ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ท�าให้สามารถแลกเปลี่ยน ข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ อินเทอรเน็ต จําเปนตอชีวิต เราอยางไร บางนะ ไปรɳÕย์อิเล็ก·รอนิกÊ์ (Electronic Mail : E - mail) เป็นบริการรับ - ส่งจดหมาย และแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้ ทั่วโลก โดยผู้ใช้งานจะต้องมีที่อยู่อีเมล (E - mail Address) เป็นบริการเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น ซึ่ง สนทนาผ่านการพิมพ์ข้อความ รับ - ส่งแฟ้มข้อมูล สนทนาด้วย เสียง และติดตั้งกล้องเว็บแคม เพื่อให้เห็นภาพคู่สนทนาด้วย การÊน·นา¼่านเครือข่าย (Chat) อินเทอรเน็ตมีการใหบริการหลายอยาง ดังนี้ 61 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 61 บริการทางอินเทอรเน็ตในขอใด สามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สง ระหวางกันได 1. แชตเทานั้น 2. อีเมลเทานั้น 3. ทําไดทั้งอีเมลและแชต 4. ทําไมไดทั้งอีเมลและแชต (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ทั้งอีเมลและแชตสามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สงระหวางกันได ดังนั้น ตอบขอ 3.) แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวขอ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชในการติดตอสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสาร ทางไกล ใชทํางานรวมกับเทคโนโลยีประเภทอื่น เชน กลอง หุนยนต ใชควบคุมการทํางานจากระยะไกล ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา อินเทอรเน็ตจําเปนตอชีวิตเราอยางไรบาง 2. ครูอธิบายความหมายของอินเทอรเน็ตวา เปนเครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันได ทั่วโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางเครื่องในเครือขายได 3. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหนักเรียนฟง ดังนี้ - ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรืออีเมล (Electronic Mail: E-mail) เปนบริการ รับ-สงจดหมายไดทั่วโลกที่แนบไฟลได และรวดเร็ว - การสนทนาผานเครือขาย (Chat) เปนบริการ สนทนาผานการพิมพขอความ สามารถ ติดตั้งกลองเพื่อใหเห็นภาพคูสนทนาได เกร็ดแนะครู ครูอาจสอบถามนักเรียนวา ใครเคยใชบริการการสื่อสารทางอินเทอรเน็ต มาแลวบาง และใหออกมาเลาประสบการณใหเพื่อนฟงสั้นๆ วาใชแลวเกิด ประโยชนอยางไร มีปญหาอะไรเกิดขึ้นบาง แลวคอยเขาสูเนื้อหาการสอนในสวน บริการทางอินเทอรเน็ตในหนังสือเรียน หนา 61 น�า สอน สรุป ประเมิน T99


ขอสอบเนนการคิด การถ่ายโอนข้อมูล (File Transfer protocol : FTP) เป็นบริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความจาก คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง การโอนย้ายแฟ้ม ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) ส่วนการน�า แฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เรียกว่า การอัปโหลด (Upload) เวิลด์ไวด์เว็บ (World- Wide- Web : WWW) เป็นบริการเครือข่ายที่เชื่อมโยงแหล่งข้อมูลข่าวสารเข้าหากัน และครอบคลุมทั่วโลก ลักษณะของข้อมูลที่สืบค้นได้จะเป็น เอกสารไฮเปอร์ลิงก์ที่สร้างด้วยภาษาเอชทีเอ็มแอล (HTML) การเข้าถึงข้อมูลแต่ละแห่งจะเข้าไปยังโฮมเพจ (Homepage) และจะเชื่อมต่อไปยังเว็บเพจ (Webpage) อื่น ๆ ได้อีก ชุมชนออนไลน์ เป็นบริการเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความถึงกัน ติดต่อ สื่อสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพ กันได้ เช่น เฟซบุ๊ก (facebook) ทวิตเตอร์ (twitter) 62 การให้บริการในอินเทอร์เน็ต ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 62 ขั้นสอน 4. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหนักเรียนฟงตอ ดังนี้ - เวิลดไวดเว็บ (World Wide Web: WWW) เปนบริการแหลงขอมูลขาวสารจากทั่วโลก ที่สามารถสืบคนได - การถายโอนขอมูล (File Transfer Protocol: FTP) เปนบริการถายโอนแฟมขอมูลระหวาง เครื่องคอมพิวเตอร - ชุมชนออนไลน (Online Community) เปนบริการเครือขายที่ผูใชสามารถติดตอ สื่อสารกันได เชน เฟซบุก ไลน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายรูปแบบของบริการทางอินเทอรเน็ตพรอมยกตัวอยาง เรื่อง เวิลดไวดเว็บ (World Wide Web : WWW) การถายโอนขอมูล (File Transfer Protocol : FTP) และชุมชนออนไลน (Online Community) โดยอาจใช คลิปการสอนจาก www.youtube.com มาชวยอธิบายใหนักเรียนเห็นภาพ บริการตางๆ ทางอินเทอรเน็ตที่ชัดเจนมากขึ้นดวย หากตองการสงไฟลที่มีขนาดใหญมากใหเพื่อน นักเรียนควรใช บริการใด 1. แชต 2. อีเมล 3. ชุมชนออนไลน 4. การถายโอนขอมูล (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลที่มีขนาดใหญมากใหเพื่อนควรใชการถายโอนขอมูล ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T100


ขอสอบเนน การคิด ปจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ต จ�านวนมาก เราจึงควรศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล จากอินเทอร์เน็ต เพื่อจะได้สืบค้นความรู้ต่าง ๆ และรู้จักประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล 1.1รูปแบบการสืบค้นข้อมูลความรู้ 1)การสืบค้นในรูปแบบIndexDirectory เป็นการค้นหา ข้อมูล โดยการคลิกเลือกข้อมูลที่ต้องการจะดูในเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) จากนั้นหน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดของหัวข้อ ย่อยมาให้เลือก 2)การสืบค้นในรูปแบบSearchEngine เป็นการค้นหา ข้อมูลความรู้ผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟต์แวร์ ค้นผ่านเว็บ ลักษณะของ Search Engine จะเป็นฐานข้อมูล ขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตไม่มี การแสดงข้อมูลออกมาเป็นล�าดับขั้นของความส�าคัญ การ ใช้งานจะต้องพิมพ์ค�าค้น ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่ ต้องการจะสืบค้น จากนั้น Search Engine จะแสดงข้อมูล และเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระดับชั้นนี้ เพื่อน ๆ จะไดเรียนรูวิธีการสืบคน ขอมูลความรูโดยใชเว็บ Search Engine นะครับ 63 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 63 คําคนในขอใดมีโอกาสพบขอมูลเกี่ยวกับปลาปรันยานอยที่สุด 1. ปลานํ้าจืด 2. ปลาสวยงาม 3. ปลาอันตราย 4. ปลาในแอมะซอน (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ปลาปรันยาไมใชปลาสวยงาม ดังนั้น ตอบขอ 2.) ขั้นสอน 5. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลความรูวา มี 2 รูปแบบ ดังนี้ 1) การสืบคนในรูปแบบ Index Directory เปนการคนหาขอมูลโดยการคลิกเลือก ขอมูลจากรายการในเว็บเบราวเซอร จากนั้นหนาจอก็จะแสดงรายละเอียด มาใหดู 2) การสืบคนในรูปแบบ Search Engine เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพคําคน จากนั้น Search Engine จะทําการคนหา ขอมูลจากคําคนในฐานขอมูลขนาดใหญ และแสดงขอมูลที่เกี่ยวของขึ้นมาบน หนาจอใหเลือก ความรูเสริม ขอแตกตางสําคัญระหวางการสืบคนในรูปแบบ Index Directory กับ การสืบคนในรูปแบบ Search Engine คือ Index Directory ใชคนเปนผูรวบรวม และทําระบบฐานขอมูล สวน Search Engine ใชซอฟตแวรเปนตัวรวบรวม และทําระบบฐานขอมูล น�า สอน สรุป ประเมิน T101


ขอสอบเนนการคิด 1.2การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บSearchEngine เว็บเสิร์ชเอ็นจิน หรือเว็บไซต์จักรกลค้นหา (Search Engine) คือ ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรม หรือเว็บไซต์ที่ท�าหน้าที่ค้นหา ข้อมูล เช่น ข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ โดยการสืบค้นข้อมูล จ�าเป็นต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ค�าค้น Web Search Engine ที่เรานิยมใชมาก คือ www.google.com คะ ภาพที่ 3.1 การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บ Search Engine 64 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 64 ขั้นสอน 6. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลโดยใชเว็บ Search Engine วา เว็บเสิรชเอ็นจิน เปนซอฟตแวรที่ทําหนาที่คนหาขอมูล เชน รูปภาพ ขอความ คลิปวิดีโอ โดยใชคําใน การสืบคนขอมูล 7. ครูใหนักเรียนทดลองเขาใชงานเว็บ Search Engine ชื่อ www.google.com ซึ่งเปนที่นิยม ใชมากในปจจุบัน เกร็ดแนะครู ครูอาจแนะนําการใชงานเว็บ Search Engine บนเว็บเบราวเซอรและอุปกรณ ที่ตางกัน ใหนักเรียนไดเรียนรูทางเลือกในการใชงานที่มากขึ้น เพื่อที่จะตัดสินใจ เลือกวิธีการใชงานที่เหมาะสมไดเมื่อมีอุปสรรคในการใชงาน หัวขอใดที่ Google ไมไดจัดหมวดหมูใหในการสืบคน 1. แผนที่ 2. รูปภาพ 3. คลิปวิดีโอ 4. แฟมเอกสาร (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา หัวขอที่ Google จัดหมวดหมูใหในการสืบคน คือ รูปภาพ คลิปวิดีโอ แผนที่ และขาวสาร ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T102


เปดเว็บเบราเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ที่ชอง ที่อยูเว็บ แลวกดแปน Enter จะปรากฏหนาตางเว็บเสิรชเอ็นจิน google 1.3 การใชงานเว็บ Search Engine มีขั้นตอน ดังนี้ 1 2 ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอ และคลิกคนหาดวย Google หรือกดแปน Enter ภาพที่ 3.2 หนาเว็บไซต www.google.com ภาพที่ 3.3 ปอนคําที่จะคนหาลงในชองวาง 65 ใหนักเรียนสืบคนขอมูลวาเว็บ Search Engine สามารถเรียก ใชงานผานอุปกรณใดตอไปนี้ไดบาง 1. แท็บเล็ต (Tablet) 2. เครื่องคอมพิวเตอร (Computer) 3. นาฬกาอัจฉริยะ (Smart Watch) 4. โทรศัพทเคลื่อนที่ (Mobile Phone) กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 65 ขั้นสอน 8. ครูใหนักเรียนศึกษาการเขาใชงานเว็บ Search Engine ผานเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) จากหนังสือเรียน หนา 65 ซึ่งมีขั้นตอนใน การปฏิบัติ ดังนี้ 1) เปดเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) พิมพ www.google.com ในชอง URL 2) ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอ แลวกดแปน Enter เกร็ดแนะครู กรณีที่นักเรียนยังพิมพไมคลอง ครูควรใหตรวจสอบชื่อเว็บไซตใหถูกตอง เสียกอนหลังพิมพเสร็จแลว กอนที่จะกดแปน Enter เพื่อปองกันปญหา การพิมพผิดในการเขาเว็บไซต น�า สอน สรุป ประเมิน T103


จะพบรายการข้อมูลที่สอดคล้องกับค�าค้นจ�านวนมาก การสืบค้นข้อมูลในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน เราควรก�าหนดประเภทของไฟล์ข้อมูลที่ เราต้องการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรง ตามความต้องการมากขึ้น จะเห็นวา พบขอมูลเยอะมาก แลวผม จะเลือกคนหาขอมูลอยางไรดีครับ ภาพที่ 3.4 แสดงผลการค้นหา 66 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 66 ขั้นสอน 9. ครูใหนักเรียนดูผลลัพธจากการสืบคนขอมูล ของตนเองโดยใชเว็บ Search Engine บนหนาจอที่เครื่องคอมพิวเตอรของตนเอง แลวสังเกตวา มีขอมูลอะไรปรากฏขึ้นบาง และมีความสัมพันธกับคําคนอยางไร 10. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา จากการ ทดลองสืบคนขอมูล นักเรียนจะเห็นวามี ขอมูลจํานวนมากปรากฏขึ้นมา อาจทําให ตองใชเวลาในการสํารวจและคัดเลือกขอมูล ที่ตองการ แตเราสามารถกําหนดคําคนแบบ เจาะจง เพื่อใหไดขอมูลที่ตรงตามความ ตองการมากขึ้นได เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนทําการสืบคนตามขั้นตอนสําเร็จ ครูพยายามใหนักเรียน สังเกตเห็นจํานวนของขอมูลที่ปรากฏขึ้นบนหนาจอวามีจํานวนมากแคไหน แลวจึงถามคําถามใหคิดตอวา ถานักเรียนจะไลดูขอมูลทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นมา ตองใชเวลาแคไหน มีวิธีแกปญหาที่งายขึ้นหรือไม เพื่อนําเขาสูการสืบคนแบบ เจาะจงในเนื้อหาสวนตอไป กิจกรรม 21st Century Skills ใหนักเรียนใชเว็บ Search Engine สืบคนขอมูลโดยใชคําคน ที่กําหนดใหตอไปนี้ตามลําดับ จากนั้นใหจดบันทึกจํานวนรายการ และเวลาในการสืบคนจากผลการคนหาของทุกคําสืบคนที่กําหนด ให 1. ใชคําวา ปลา 2. ใชคําวา ปลาดุก 3. ใชคําวา ปลาดุกเผือก ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกับเพื่อนวา นักเรียน ไดอะไรจากกิจกรรมนี้ น�า สอน สรุป ประเมิน T104


ก�าหนดค�าค้นให้สืบค้นเจาะจงประเภทของไฟล์ข้อมูล (File Type) และ นามสกุลของไฟล์ข้อมูลที่ต้องการ ดังนี้ FileType: ……………………………………………………………………………………………… นามสกุลหรือประเภทของไฟล์ข้อมูล ค�าค้น เช่น ต้องการสืบค้นเฉพาะไฟล์การน�าเสนอ (ppt) ⇨ FileType:pptสัตว์ปาสงวน จากที่พบเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนมากถึง 1,660,000 รายการ แต่เมื่อสืบค้นเฉพาะเจาะจงประเภทไฟล์ ppt พบว่าเหลือ 8,560 รายการ ท�าให้ได้ข้อมูลที่ตรงต่อความต้องการมากขึ้น 3 ภาพที่ 3.5 สืบค้นข้อมูลแบบเจาะจงประเภทของไฟล์ข้อมูล 67 ใหนักเรียนทดลองสืบคนขอมูล เรื่อง พืชสมุนไพร โดยใช รูปแบบ File Type : ดังตอไปนี้ พรอมจดบันทึกจํานวนรายการ ที่สืบคนไดของแตละหัวขอดวย 1. .docx 2. .pptx 3. .xlsx 4. .pdf จากนั้นใหนักเรียนสํารวจดูวา ขอมูลจํานวนรายการของไฟล แตละประเภทที่สืบคนไดนั้นแตกตางกันอยางไร แลวจึงนํามา เรียงลําดับตามประเภทไฟลที่สืบคนได โดยเรียงจากจํานวน รายการมากที่สุดไปยังนอยที่สุด กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 67 ขั้นสอน 11. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ เจาะจงประเภทของไฟลขอมูลและนามสกุล ของไฟลขอมูลที่ตองการ โดยใชรูปแบบ File Type : นามสกุลหรือประเภทของไฟลขอมูล คําคน เชน File Type : ppt สัตวปาสงวน จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูอาจเตรียมโจทยคําสั่งในการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงมาประมาณ 8-10 ขอ เพื่อฝกใหนักเรียนเกิดความคุนเคยในการใชงานแปนพิมพทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ยิ่งนักเรียนจําตําแหนงแปนพิมพของอักขระตางๆ ไดมาก ก็จะชวยใหพิมพขอความสําหรับสืบคนขอมูลไดสะดวกรวดเร็วขึ้น น�า สอน สรุป ประเมิน T105


ขอสอบเนนการคิด นอกจากนี้ การสืบคนขอมูลจาก www.google.co.th ยังสามารถระบุรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อเจาะจงการสืบคนได ดังนี้ สืบคนขอมูลแบบระบุชวงเวลา คือ การสืบคนขอมูล ไฟล ขาวสาร ที่ ถูกออนไลนในชวงเวลาที่กําหนด โดยกําหนดคําคนที่ตองการ แลว คลิก เครื่องมือ และเลือกชวงเวลา ของขอมูลที่ตองการ ภาพสี ใชสําหรับการคนรูปภาพสี ภาพขาวดํา ใชสําหรับการคน รูปภาพที่มีสีขาวดํา ภาพโปรงใส ใชสําหรับการคน รูปภาพที่พื้นหลังโปรงใส 1 ภาพเจาะจงสี ใชสําหรับการคน รูปภาพแบบเจาะจงสี ซึ่งมีทั้งหมด 12 สี สืบคนรูปภาพที่ตรงตอความตองการมากที่สุด 1. การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี เราสามารถสืบคนรูปภาพแบบ เจาะจงสีได 4 ประเภท โดยกําหนดคําคนที่ตองการ แลวคลิก เครื่องมือ และเลือก สี 2 ภาพที่ 3.6 สืบคนแบบระบุชวงเวลา ภาพที่ 3.7 การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี 68 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68 ขั้นสอน 12. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ เจาะจงในลักษณะอื่นเพิ่มเติม เชน การสืบคน ขอมูลแบบระบุชวงเวลาของขอมูลที่ตองการ การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี 4 ประเภท คือ ภาพสี ภาพขาวดํา ภาพโปรงใส และภาพเจาะจงสี จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูควรบอกประโยชนของการใชการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงแตละแบบ ดวยวามีประโยชนอยางไร หรือถามใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น เพื่อเชื่อมโยงกับการนําไปใชในชีวิตจริง ถานักเรียนไมสามารถสืบคนหาภาพที่พื้นหลังโปรงใสมาใช ประกอบงานนําเสนอได นักเรียนจะมีวิธีแกปญหาอยางไร (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความเขาใจ ขึ้นอยูกับดุลยพินิจ ของครูผูสอน เชน อาจใชการสืบคนหาภาพที่มีพื้นหลังสีเดียวกับ พื้นหลังของงานนําเสนอมาใชงานแทน หรือใชซอฟตแวรในการ ออกแบบตัดภาพพื้นหลังของภาพที่ตองการออกไปกอนนําไปใช ประกอบงานนําเสนอ) น�า สอน สรุป ประเมิน T106


ขอสอบเนน การคิด 2. การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท สามารถสืบค้นรูปภาพแบบ เจาะจงได้ 5 ประเภท โดยก�าหนดค�าค้นที่ต้องการ คลิก เครื่องมือ และเลือก ประเภท 3. การสืบค้นรูปตามขนาดที่ต้องการ ท�าได้โดยก�าหนดค�าค้นที่ต้องการ คลิก เครื่องมือ และเลือก ขนาด คลิปอาร์ต ใช้ส�าหรับการค้นภาพตัดปะ ภาพถ่าย ใช้ส�าหรับการค้นภาพถ่าย จากกล้อง ภาพวาดลายเส้น ใช้ส�าหรับการค้นภาพวาดที่มี ลักษณะเป็นลายเส้นเท่านั้น ใบหน้า ใช้ส�าหรับการค้นรูปภาพ ใบหน้ามนุษย์ แอนิเมชัน ใช้ส�าหรับการค้นภาพที่มี การเคลื่อนไหว ภาพที่ 3.8 การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ภาพที่ 3.9 การสืบค้นรูปตามขนาดที่ต้องการ 69 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 69 ขั้นสอน 13. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูปภาพ แบบเจาะจงประเภท ทั้ง 5 ประเภท ดังนี้ ใบหนา ภาพถาย คลิปอารต ภาพวาด และลายเสนแอนิเมชัน จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง 14. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูป ตามขนาดที่ตองการ จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง เกร็ดแนะครู การสอนความเขาใจในการนําไปใช ครูอาจเตรียมสถานการณมานําเสนอ แลวใหนักเรียนตัดสินใจวา ควรเลือกใชการสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใดจึงจะเหมาะสมที่สุด เชน อยากไดภาพเด็กนักเรียนชั้นประถมที่เปนการตูน อยากไดภาพเคลื่อนไหวดวงอาทิตยขึ้นและตก ใหนักเรียนเขียนขั้นตอนในการสืบคนขอมูลภาพลายเสน โดยใชคําคน กลองถายรูป (แนวตอบ 1. พิมพคําวา กลองถายรูป กด Enter 2. คลิกเลือก คนรูป 3. คลิกเลือก เครื่องมือ 4. คลิกเลือก ประเภทใดก็ได -> ภาพวาดลายเสน) น�า สอน สรุป ประเมิน T107


ขอสอบเนนการคิด ภาพในกลุมนี้ไมสามารถนําไปใชได ตองขออนุญาตกอน นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และสามารถนําไป ใชในเชิงพาณิชยได นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และสามารถนําไปใชใน เชิงพาณิชยได นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และหามนําไปใช ในเชิงพาณิชย นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และหามนําไปใชในเชิง พาณิชย 4. การสืบคนหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ทําไดโดยกําหนด คําคนที่ตองการ คลิก เครื่องมือ และเลือก สิทธิ์ในการใชงาน จะปรากฏ ขอมูล ดังนี้ เทคนิคการใชงาน Google ใหมากกวาการใชสืบคนขอมูล ÁØÁ Com Sci ตามดวย นามสกุลของไฟลนั้น ๆ เชน “การใชคอมพิวเตอร.PDF” หรือ “คณิตศาสตร ป.4. DOC” ผลลัพธที่ไดจะเปนไฟลเอกสารที่มีนามสกุล ตามที่ระบุ 1. การคนหาไฟลเอกสาร นามสกุลตาง ๆ ในกรณีที่ เราตองการคนหาเอกสาร นามสกุล.PDF, .DOC หรือ นามสกุลอื่น ๆ สามารถ ทําไดโดยพิมพคําคนแลว ภาพที่ 3.10 การสืบคนหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ภาพที่ 3.11 การคนหาไฟลเอกสารนามสกุลตาง ๆ 70 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 70 ขั้นสอน 15. ครูอธิบายวิธีการสืบคนหารูปเพื่อปองกัน การละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีเงื่อนไขสําคัญ 3 สวน คือ การอนุญาตใหนําไปใช การอนุญาต ใหแกไขภาพ และการอนุญาตใหใชใน เชิงพาณิชย จากนั้นใหนักเรียนทําเอง 16. ครูอธิบายวิธีการใชงาน Google ใหมากกวา การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ใน หนังสือเรียน หนา 70 เรื่อง การคนหาไฟล เอกสารนามสกุลตางๆ จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง เกร็ดแนะครู ครูควรอธิบายเหตุผลความสําคัญของลิขสิทธิ์และผลจากการละเมิด ลิขสิทธิ์ โดยอาจยกตัวอยางจากขาวสารขอมูลเหตุการณที่เกิดขึ้นจริงทั้งจากการ ไดประโยชนหรือรายไดในฐานะเจาของลิขสิทธิ์ และการเสียประโยชนจากการ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์จากเรื่องราวที่ใกลตัวนักเรียน ถานักเรียนตองการสืบคนรูปภาพเพื่อนําไปปรับแตงใชสําหรับ การศึกษา นักเรียนจะเลือกกําหนดสิทธิ์ในการใชงานในการสืบคน แบบใดไดบาง แบบที่ 1 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และหามนําไปใชใน เชิงพาณิชย แบบที่ 2 นําภาพไปใชได แกไขภาพได และหามนําไปใชใน เชิงพาณิชย แบบที่ 3 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และนําไปใชใน เชิงพาณิชยได แบบที่ 4 นําภาพไปใชได แกไขภาพได และนําไปใชใน เชิงพาณิชยได (แนวตอบ แบบที่ 2 กับ 4 คือ ตองแกไขภาพได แตจะอนุญาต ใหนําไปใชในเชิงพาณิชยหรือไมก็ได) น�า สอน สรุป ประเมิน T108


ขอสอบเนน การคิด 2. การตรวจสอบสภาพอากาศ เช็กสภาพอากาศ เพียงพิมพ Weather แลว ตามดวยสถานที่นั้น ๆ เชน “Weather กรุงเทพ” หรือ “พยากรณอากาศ ภูเก็ต” แลวกดแปน Enter จะปรากฏสภาพอากาศที่พิมพไว แตสําหรับ การพยากรณอากาศในประเทศไทยนั้นอาจจะยังไมครอบคลุมทุกพื้นที่ 3. การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขที่ตองการคํานวณในชอง Search Google เชน “(10*9)+(4*7)” แลวกดแปน Enter จะปรากฏ คําตอบภายในพริบตา ภาพที่ 3.12 การตรวจสอบสภาพอากาศ ภาพที่ 3.13 การใชเครื่องคิดเลขออนไลน 71 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71 ขั้นสอน 17. ครูอธิบายวิธีการใชงาน Google ใหมากกวา การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 71 เรื่อง การตรวจสอบ สภาพอากาศ ดวยการพิมพคําวา Weather ตามดวยชื่อสถานที่นั้นๆ แลวกดแปน Enter และเรื่อง การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขที่ตองการในชอง Search แลวกดแปน Enter จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูสามารถใชเนื้อหาเทคนิคการใชงาน Google มาฝกทักษะการใชงาน แปนพิมพใหกับนักเรียนเพิ่มเติมได เชน การตรวจสอบสภาพอากาศในสถานที่ ตางๆ การใชแปนตัวเลขพิมพโจทยคํานวณทางคณิตศาสตร ในการใชงานเครื่องคิดเลขออนไลน ถานักเรียนพิมพโจทย (4*5) / 2 ลงไป จะไดคําตอบเปนจํานวนใด และเครื่องหมาย * กับ / ใชแทนเครื่องหมายใด 1. คําตอบ คือ 20 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร 2. คําตอบ คือ 20 เครื่องหมาย * แทนการหาร เครื่องหมาย / แทนการคูณ 3. คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร 4. คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการหาร เครื่องหมาย / แทนการคูณ (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร ดังนั้น ตอบขอ 3.) น�า สอน สรุป ประเมิน T109


¡Ô¨¡ÃÃÁ  คุณครูให้นิวและเพื่อนๆสืบค้นข้อมูลเรื่องที่คุณครูก�าหนดดังนี้  คราวนี้ลองสืบค้นข้อมูลที่เปนไฟล์เอกสารเวิร์ด (doc) ตามหัวข้อที่ ก�าหนดแล้วพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนคนอื่น  สุดท้ายนี้ลองสืบค้นภาพการ์ตูนที่ชอบมา1ตัวแล้วบันทึกข้อมูลลงใน สมุดว่าค�าค้นหาคืออะไรและมีวิธีสืบค้นอย่างไรจากนั้นพูดคุยแลกเปลี่ยน กับเพื่อนๆว่ามีวิธีสืบค้นเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร  การสืบค้นข้อมูลตามที่คุณครูก�าหนดนี้ เพื่อนๆ พบรายการทั้งหมด กี่รายการให้บันทึกลงในสมุด  แล้วหากคุณครูก�าหนดใหม่ว่าต้องการเฉพาะไฟล์การน�าเสนอ(ppt) เกี่ยวกับไดโนเสาร์เท่านั้น ต้องกรอกอย่างไรนะ ให้บันทึกลงในสมุด แล้วทดลองสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 1. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ทักษะการสื่อสาร ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ? ? ? ? ? ? ? 72 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 72 ขั้นสอน 18. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 72 โดยใหสืบคน ขอมูลเรื่องที่ครูกําหนด แลวบันทึกลงในสมุด จากนั้นทําตามใหครบทุกคําสั่ง พรอมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนคนอื่น เกร็ดแนะครู ครูอาจเชื่อมโยงความรูในหนวยการเรียนรูที่ 2 มาใชเปนโจทยในหนวย การเรียนรูที่ 3 เชน ใหคนหาไฟลโพรเจกตของโปรแกรม Scratch ใหคนหาไฟล pdf สอนการใชงานโปรแกรม Scratch กิจกรรม 21st Century Skills ถานักเรียนตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับคําวา Digital Literacy แลวชวยกันวิเคราะหวา การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล มีความเกี่ยวของกับเรื่องนี้อยางไร น�า สอน สรุป ประเมิน T110


ขอสอบเนน การคิด ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ กอนเรียน แบบทดสอบ กอนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 เรื่อง เลือกคนใหตรงใจ ในแบบฝกหัด หนา 33 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลโดยใชคําคนตามที่ โจทยกําหนด แลวตอบคําถาม 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง ภารกิจสืบคนขอมูล ในแบบฝกหัด หนา 34 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนและโทษ ของอินเทอรเน็ต พรอมเขียนขั้นตอนการปฏิบัติ แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนของอินเทอรเน็ตเวลามี สถานการณฉุกเฉินเกิดขึ้น เชน ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การกอ ความไมสงบ มา 3 ขอ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ชวยใหทราบ สถานการณฉุกเฉินไดอยางรวดเร็ว ชวยใหสามารถใหความ ชวยเหลือผูบาดเจ็บหรือไดรับอันตรายไดทันเวลา ชวยใหมีเวลา ในการอพยพหรือเตรียมตัวปองกันปญหามากขึ้น) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 33-34 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม 10 ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 3. ฝกทักษะการสํารวจคนหา ใหนักเรียนสืบคนขอมูลในหัวขอประโยชนและโทษของอินเทอรเน็ต พรอมเขียนขั้นตอนการปฏิบัติ • ขั้นตอนการสืบคน : ................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • คําคนที่ใช : .......................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ประโยชนของอินเทอรเน็ต .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ชวยในการสืบคนขอมูลตาง ๆ • รับ - สงขอมูลไดสะดวกและรวดเร็ว • ดูหนัง ฟงเพลง และเลนเกมได • สั่งซื้อสินคาและบริการไดสะดวก โทษของอินเทอรเน็ต .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ใชงานนาน ทําใหเสียการเรียน • มองหนาจอนาน ๆ ทําใหเสียสายตา • เกิดการกลั่นแกลง และหลอกลวง • เกิดปญหาอาชญากรรม • เว็บไซตของขอมูล : ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การสืบคนขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน สืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ตได 4 บอกขั้นตอนการสืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ตไดถูกตอง 2 เลือกใชคําคนในการสืบคนไดเหมาะสม 2 เลือกขอมูลจากเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ 2 เปดเบราวเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ในชองที่อยูเว็บ แลวกดแปน Enter จากนั้นปอนคําคน ที่ชองกลางหนาจอ กดแปน Enter แลวเลือกสืบคนเว็บไซตที่ตองการ ประโยชนและโทษของอินเทอรเน็ต http://www.namonpit.ac.th/krutae/internet1/p2-5.htm http://www.ku.ac.th/e-magazine/oct52/know/know4.htm ภารกิจสืบคนขอมูล ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 2 ฉบับ เฉลย 34 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม 10 ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 3. ฝกทักษะการตัดสินใจ 4. ฝกทักษะการสํารวจคนหา (แนวคําตอบ) สืบคนวันที่ 12 เมษายน 2561 โมตองการสืบคนขอมูลที่เปนเฉพาะไฟลเอกสาร pdf เพื่อใชทํารายงาน เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู โดยใชคําคน (Keyword) ดังภาพ ใหนักเรียนลองสืบคนขอมูลตามโม แลวตอบคําถาม 1. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ 2. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ 3. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ • จากการทดลองใชคําคน (Keyword) ที่ 1 - 3 ผลลัพธที่ไดรับแตกตางกัน หรือไม อยางไร ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนเปนโมจะเลือกใชคําคนใด เพราะเหตุใด ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การสืบคนขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน สืบคนรายการที่กําหนดได (ขอละ 1 คะแนน) 3 สรุปผลลัพธของการสืบคนตามคําคนไดถูกตอง 3 เลือกใชคําคนในการสืบคนไดตรงตามความตองการ พรอมบอกเหตุผลประกอบไดสมเหตุสมผล 4 1. 2,500,000 2. 1,200,000 3. 52,500 แตกตางกัน คําคนที่ 1 พบรายการทั้งหมดมากที่สุด รองมา คือ คําคนที่ 2 และ 3 ตามลําดับ เลือกใชคําคนที่ 3 คําวา อาหารหลัก 5 หมู .pdf เพราะจะทําใหสามารถสืบคน ไดรวดเร็วและตรงตามที่ตองการมากที่สุด เลือกคนใหตรงใจ ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 1 ฉบับ เฉลย 33 น�า สอน สรุป ประเมิน T111


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ความน่าเชื่อถือของข้อมูล เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้(K) 2. ใช้เว็บ Search Engine สืบค้นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือได้และปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญของการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ต (A) 3. สาระการเรียนรู้ - การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล - การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล - ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ เช่น โดเมนเว็บไซต์ของแหล่งข้อมูล รวมถึงเรียนรู้ข้อปฏิบัติ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อน�ำข้อมูลที่สืบค้นมาไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T112


เมื่อสืบค้นข้อมูล และได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยพิจารณาชื่อ โดเมน ว่ามาจากหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นมีความน่าเชื่อถือ หรือไม่ ดังนี้ 2. ตรวจสอบข้อมูลว่ามีความถูกต้อง และทันสมัย 3. ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจาก แหล่งใด และมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด 4. น�าเนื้อหาข้อมูลที่สืบค้นได้มาเปรียบเทียบกัน แล้วเลือก ข้อมูลที่สอดคล้องและตรงกัน 5. น�าเสนอข้อมูล โดยน�าข้อมูลมาเรียบเรียง แล้วสรุปเป็น ส�านวนของตนเอง โดเมน ความหมาย ตัวอย่าง .go.th เว็บไซต์ทางรัฐบาลไทย go มาจากค�าว่า government หมายถึง รัฐบาล th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.moe.go.th (กระทรวงศึกษาธิการ) .ac.th เว็บไซต์ทางการศึกษา ac มาจากค�าว่า academic หมายถึง วิชาการ th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.chula.ac.th (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) .or.th เว็บไซต์องค์กรไม่หวังผลก�าไร or มาจากค�าว่า organization หมายถึง องค์กร th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.tistr.or.th (สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย) .co.th เว็บไซต์ทางการค้า co มาจากค�าว่า commercial หมายถึง การค้า th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.thaishop.co.th (เว็บไซต์ขายสินค้า OTOP) ตารางที่ 3.1 ชื่อโดเมน 73 ใหนักเรียนเขาไปสํารวจเว็บไซตตอไปนี้ แลวประเมินความ นาเชื่อถือจากชื่อโดเมนและหนวยงานที่เกี่ยวของวา เปนเว็บไซต ที่มีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด แลวบันทึกลงในสมุด 1. www.nia.or.th 2. www.egat.co.th 3. www.smeone.info 4. www.research.z.com กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 73 เกร็ดแนะครู ครูอาจหาตัวอยางขอมูลขาวเรื่องเดียวกันจากหลายเว็บไซตมาเปรียบเทียบ ใหนักเรียนเห็นความสอดคลองหรือมีความแตกตางกันอยางไร เพื่อใหนักเรียน ไดเห็นประโยชนจากการเปรียบเทียบขอมูลไดชัดเจนยิ่งขึ้นกอนลงมือปฏิบัติเอง ขั้นนํา ครูถามนักเรียนวา ขอมูลขาวสารที่อยูบน อินเทอรเน็ตมีทั้งจริงและเท็จ นักเรียนจะรูได อยางไรวาขอมูลที่สืบคนมานั้น มีความถูกตอง นาเชื่อถือ (แนวตอบ ควรมีการตรวจสอบความถูกตองหรือ ความนาเชื่อถือของขอมูลกอน) ขั้นสอน 1. ครูอธิบายวา หลังจากทําการสืบคนขอมูล จนไดขอมูลที่ตองการแลว นักเรียนควรทํา การตรวจสอบความถูกตองของขอมูลกอน นํามาใชตามขั้นตอน ดังนี้ 1) ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล ควรพิจารณาชื่อโดเมนกอนวา มาจาก หนวยงานใด 2) ตรวจสอบขอมูล ดานความถูกตอง และ ทันสมัย 3) ตรวจสอบการอางอิงแหลงที่มาของขอมูล วามีความนาเชื่อถือมากนอยเพียงใด 4) นําเนื้อหาขอมูลที่สืบคนไดมาเปรียบเทียบกัน แลวเลือกที่สอดคลองตรงกัน 5) นําเสนอขอมูล โดยนําขอมูลมาเรียบเรียง แลวสรุปเปนสํานวนของตนเอง น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T113


µÑÇÍ‹ҧ ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¤ÇÒÁ¹‹Òàª×èͶ×ͧ͢¢ŒÍÁÙÅ เมื่อตองการสืบคนขอมูลสัตวปาสงวน นักเรียนคิดวา ควรสืบคนขอมูลจากเว็บไซตใดจึงจะมีความนาเชื่อถือของขอมูล มากกวากัน ภาพที่ 3.14 หนาเว็บไซต www.wikipedia.org ภาพที่ 3.15 หนาเว็บไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปา) 74 กิจกรรม สรางเสริม ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการอนุรักษปลานกแกว จากเว็บไซตตางๆ แลวสรุปวา ขาวเรื่องนี้มีความนาเชื่อถือ หรือไม เพราะอะไร ใหอธิบายเหตุผลประกอบ พรอมบอก แหลงอางอิงที่มีความนาเชื่อถือดวย ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 74 ขั้นสอน 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางเว็บไซต www.wikipedia.org และ www.dnp.go.th จากหนังสือเรียน หนา 74 เพื่อศึกษาการ ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล เกร็ดแนะครู มีชองทางอีก 1 ชองทาง ที่ครูควรสอนใหนักเรียนตรวจสอบความนาเชื่อถือ คือ ขาวสารขอมูลที่แชรบนโซเชียลเน็ตเวิรก เชน ขาวปลอม ขาวบิดเบือน ซึ่งเปนเครื่องมือที่ดีในการฝกกระบวนการคิดใหกับนักเรียนอีกชองทางหนึ่ง น�า สอน สรุป ประเมิน T114


เมื่อพิจารณาภาพที่กําหนดให หากตองการสืบคนขอมูล เกี่ยวกับสัตวปาสงวน สามารถพิจารณาความนาเชื่อถือไดจาก ชื่อโดเมนวามาจากหนวยงานใด จากภาพที่ 1 เว็บไซตวิกิพีเดียสารานุกรมเสรีเปนเว็บไซตที่ บุคคลทั่วไปสามารถเขามาแกไขขอมูลไดตลอดเวลา อาจทําให ขอมูลที่ปรากฏบนเว็บไซตขาดการกลั่นกรองขอมูลจึงยังไมมี ความนาเชื่อถือมากพอ จากภาพที่ 2 เว็บไซตนี้ปรากฏชื่อโดเมน .go.th ซึ่งเปน เว็บไซตจากหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของสํานัก อนุรักษสัตวปา ดังนั้น ขอมูลจากภาพที่ 2 หรือขอมูลจาก เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปาจึงมีความนาเชื่อถือ ภาพที่ 3.16 หนาเว็บไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปา) 75 ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกวาวเครือขาว จากนั้น หารายชื่อเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือที่นําเสนอขอมูลเรื่องนี้มา คนละ 4 เว็บไซต แลวบันทึกลงในสมุด กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 75 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายวิธีการพิจารณาความนาเชื่อถือของ ขอมูลจากโดเมน ในหนังสือเรียน หนา 75 วาขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสามารถแกไข ไดโดยบุคคลทั่วไป จึงขาดความนาเชื่อถือ สวนเว็บไซตโดเมน .go.th เปนของหนวยงาน ราชการที่เกี่ยวของกับสัตวปาสงวนโดยตรง จึงมีความนาเชื่อถือ เกร็ดแนะครู ครูอาจจะสอนแนวทางการประเมินความนาเชื่อถือของบทความ เชิงวิชาการตางๆ บนเว็บไซตหรือโซเชียลเน็ตเวิรก เรื่อง การตรวจสอบ แหลงอางอิงของบทความเหลานั้นในเบื้องตนวา มาจากเว็บไซตที่มีโดเมน นาเชื่อถือหรือไม ก็จะเปนการตอยอดความรูที่ใชไดจริงใหนักเรียนไดอีกขั้นหนึ่ง น�า สอน สรุป ประเมิน T115


¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci 2.แบ่งกลุ่มกลุ่มละ4-5คนให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อจากรายการที่ก�าหนด แล้วสืบค้นข้อมูลและภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นพิมพ์ รายงานเปนรูปเล่มให้เรียบร้อยและน�าเสนองานที่หน้าชั้นเรียน 1.ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตามลิงก์ที่ก�าหนดให้ต่อไปนี้ จากนั้นอภิปราย ร่วมกันในชั้นเรียนว่าข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ก�าหนดให้มีความน่าเชื่อถือ หรือไม่อย่างไร • http://www.colgate.co.th/th/th/oc/oral-health/basics/brushingand-flossing/article/how-to- brush • http://paolohospital.com/phahol/healthdental/brush-teeth/ • https://th.wikipedia.org/wiki/การแปรงฟน ภูมิศาสตร์ จังหวัดของเรา ส�านวนน่ารู้ ประเทศ สมาชิกอาเซียน ขนมไทย 76 กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการใชไหมขัดฟนสําหรับเด็ก สรุปเปนขอมูลไมเกิน 8 บรรทัดลงในสมุด พรอมเขียนแหลง สําหรับอางอิงเปนรายชื่อเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถืออยางนอย 2 เว็บไซต ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76 ขั้นสอน 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 76 โดยขอ 1. ใหนักเรียน สืบคนขอมูลตามลิงกที่กําหนดให จากนั้น อภิปรายรวมกันในชั้นเรียนวา ขอมูลจาก เว็บไซตที่กําหนดใหมีความนาเชื่อถือหรือไม อยางไร และขอ 2. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน ใหแตละกลุมเลือกหัวขอจากรายการ ที่กําหนดให แลวสืบคนขอมูลและภาพประกอบ จากอินเทอรเน็ต จากนั้นพิมพเปนรายงาน แลวใหแตละกลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน ความรูเสริม เว็บไซตที่ใชโดเมนอื่นๆ นอกจากกลุม .th เชน .org, .com เปนเว็บไซต ที่มีความหลากหลายสูง คือ มีทั้งเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ เชน code.org, thaiware.com และเว็บไซตที่ไมมีความนาเชื่อถือ ในการเขาใชงานเว็บไซตใน กลุมโดเมนนี้ นักเรียนจึงควรมีการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลกอนที่จะ ตัดสินใจเขาใชงาน น�า สอน สรุป ประเมิน T116


ขอสอบเนน การคิด แหล่งข้อมูลความรู้ที่ดีจากอินเทอร์เน็ตควรมีลักษณะอย่างไร ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢Ñé¹ÊÙ§ ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้งานอินเทอร์เน็ต ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แต่ละเว็บไซต์ก�าหนด 2. การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรส่งจดหมายลูกโซ่ ไปสร้างความร�าคาญใจให้แก่ผู้อื่น 3. การสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการ สนทนาด้วยเท่านั้น ควรใช้ค�าสุภาพ และไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว 4. การใช้กระดานสนทนา (web board) ห้ามพาดพิงถึง สถาบันส�าคัญ ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร 5. ไม่คัดลอกข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตไปใช้เพื่อผลประโยชน์ ทางธุรกิจ และไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นมาเป็นข้อมูลของ ตนเอง 6. การส่งไฟล์ข้อมูล ไม่ควรส่งไฟล์ข้อมูล ที่มีกลุ่มซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายไปให้ผู้อื่น เช่น ไวรัส 77 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 77 ขั้นสอน 5. ครูอธิบายขอควรปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ดังนี้ 1) ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แตละ เว็บไซตกําหนด 2) การใชงานอีเมล ไมควรสงจดมายลูกโซ ไปใหผูอื่น 3) ในการสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนา กับผูที่ตองการสนทนาเทานั้น ใชภาษา สุภาพ ไมละเมิดเรื่องสวนตัว 4) การใชกระดานสนทนา หามพาดพิงสถาบัน สําคัญ หามเผยแพรขอมูลลามกอนาจาร 5) ไมคัดลอกขอมูลผูอื่น เพื่อผลประโยชน ทางธุรกิจหรือแอบอางไปใชเปนของตนเอง 6) ไมควรสงไฟลอันตราย เชน ไวรัส ใหกับ ผูอื่น 6. ครูถามคําถามทาทายการคิดขั้นสูงวา แหลง ขอมูลความรูที่ดีจากอินเทอรเน็ตควรมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ มาจากเว็บไซตที่มีโดเมนนาเชื่อถือ เปนขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับขอมูล โดยตรงหรือบุคคลที่เชี่ยวชาญในหนวยงาน ดังกลาว) 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ขอควรปฏิบัติ ในการใชงานอินเทอรเน็ตจาก QR Code ในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม เกร็ดแนะครู ครูอาจจะหาภาพตัวอยางการใชงานอินเทอรเน็ตในลักษณะที่เหมาะสม และไมเหมาะสมมาใหนักเรียนพิจารณาตามขอควรปฏิบัติในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม ก็จะเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดความเขาใจในทางปฏิบัติ มากยิ่งขึ้น การละเมิดขอปฏิบัติในการใชงานอินเทอรเน็ตในขอใดมีโอกาส ทําใหเกิดความเสียหายตออุปกรณคอมพิวเตอร 1. การสงจดหมายลูกโซ 2. การสงไฟลที่มีไวรัสใหกับเพื่อน 3. การสนทนาผานเครือขายดวยคําไมสุภาพ 4. การแอบอางเอาขอมูลของผูอื่นมาเปนขอมูลของตนเอง (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลที่มีไวรัสใหกับเพื่อนมีโอกาสทําใหเกิดความเสียหาย ตออุปกรณคอมพิวเตอร ดังนั้น ตอบขอ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T117


กิจกรรม สรุปความรูประจําหนวยที่ 3 เกม กับ เล่ น Com Sci รายการ เกณฑ์ ดีพอใช้ ควรปรับปรุง 1. สืบค้นข้อมูลความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้ 2. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้จาก อินเทอร์เน็ตได้ 3. น�าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ�าวันได้ หลังจากเรียนจบหน่วยนี้แล้ว ให้นักเรียนบอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับความสามารถ ของตนเอง µÃǨÊͺµ¹àͧ ⧠ กด คลิกเพื่อเล่น แล้วใช้ลูกศรบนแป้นพิมพ์บังคับทิศทางให้ pacman เดินทางไปกินลูกกลม ๆ ให้หมด โดยต้องระวังไม่ให้โดนตัวผี เด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นผีสีแดง ชมพู สีฟ้า หรือสีส้ม ⧠ ป้อนค�าค้น pacman แล้วกดแป้น Enter จะปรากฏกรอบเกม pacman เลนเกม pacman กันเถอะ ภาพที่ 3.17 เกม pacman 78 กิจกรรม สรางเสริม แบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3 คน ใหสมาชิกในกลุมชวยกัน สืบคน เรื่อง ประโยชนและโทษของเกม มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เพื่อระบุประโยชนและโทษของเกมมาอยางละ 3 ขอ แลวบันทึก ลงในสมุด ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 78 ขั้นสอน 8. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเลนเกมกับ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 78 เรื่อง เลนเกม pacman กันเถอะ โดยใหทําตามขั้นตอนในหนังสือ เพื่อเขาเลนเกม pacman และศึกษากติกา ใหเรียบรอยกอนทําการเลนเกม เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนทดลองเลนเกมอื่นๆ จาก Google เพิ่มเติม เชน พิมพคําวา google map snake ในชองคนหา กด Enter แลวเลือก Play Snake on Google Maps น�า สอน สรุป ประเมิน T118


ขอควรปฏิบัติ ในการ ใชงานอินเทอรเน็ต การสืบคนความรู จาก URL การสืบคนความรู ผานเว็บเสิรชเอ็นจิน การใชงานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล ความรูจาก อินเทอรเน็ต การãช้งานอินเ·อร์เน็ต ÊÃØ» ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ ไมแอบอางขอมูล ของผูอื่น มาเปน ขอมูลของตนเอง ใชอินเทอรเน็ตดวย ความระมัดระวัง ไมละเมิด สิทธิผูอื่น ไมสรางความ เดือดรอนแกผูอื่น ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส การสนทนาผานเครือขาย การถายโอนขอมูล ชุมชนออนไลน การใหบริการ เวิลดไวดเว็บ ในอินเทอรเน็ต 79 แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันวา การสนทนาผานระบบเครือขายกับคนแปลกหนา เปนการกระทําที่เหมาะสมหรือไม เพราะอะไร จากนั้นให ตัวแทนกลุมออกมาตอบคําถามหนาชั้นเรียน พรอมอธิบายเหตุผล ประกอบ กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 79 เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางในชีวิตจริงที่นักเรียนเคยพบเห็น หรือรับรูขาวสารมา ระหวางที่รวมกันสรุปความรูกับนักเรียนในแตละหัวขอ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่เรียน มาในหนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต ครูถามคําถามเพื่อทบทวนความรู กับนักเรียนเกี่ยวกับความรูพื้นฐาน เรื่อง การใช งานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล การใช งานเว็บ Search Engine การประเมินความ นาเชื่อถือของขอมูล ขอปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ใหนักเรียนหาคําตอบโดยสืบคน จากหนังสือเรียนหรือจากเครื่องคอมพิวเตอร น�า สอน สรุป ประเมิน T119


กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 1. สืบค้นรูปภาพแอนิเมชัน ม้าก�าลังวิ่ง แล้วพูดคุยแลกเปลี่ยน ผลลัพธ์ที่ได้กับเพื่อน 2. หากต้องการสืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ดาวทะเล นักเรียน จะเลือกข้อมูลจากwww.อะไรพร้อมบอกเหตุผลประกอบ http://www.daotalayseafood.com/ https://th.wikipedia.org/wiki/ดาวทะเล http://chm-thai.onep.go.th/chm/Meeting /2014/may22-24/doc/20140522_217- 001.pdf 80 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 80 ขั้นสรุป 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 1. โดยครูอธิบายสถานการณใหนักเรียน ฟง แลวใหนักเรียนแตละคนลงมือทํา เสร็จแลว ใหพูดคุยแลกเปลี่ยนผลลัพธกับเพื่อน 3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 2. โดยครูถามคําถาม แลวใหนักเรียน พิจารณาขอมูลจากโจทย แลวตัดสินใจ เลือกคําตอบ พรอมบอกเหตุผลประกอบ ความรูเสริม ในการสืบคนรูปภาพ หากนักเรียนใชคําคนภาษาไทยแลวยังไมไดภาพ ที่ตองการ ใหลองเปลี่ยนมาใชคําคนภาษาอังกฤษ จะชวยใหไดจํานวนรูปภาพ ในการสืบคนที่มากขึ้น และมีโอกาสไดรูปภาพที่ตองการมากขึ้นเชนกัน กิจกรรม 21st Century Skills แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา ขอมูลจากเว็บไซตที่มีโดเมน นาเชื่อถือ จะมีโอกาสเปนขอมูลที่ผิดพลาดไดหรือไม เพราะอะไร จงอธิบายเหตุผลประกอบ เมื่อสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอขอสรุปและเหตุผลหนาชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T120


3. ค้นหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่อยากท�าในอนาคตจากอินเทอร์เน็ต และน�าเสนอผลงานเปนใบความรู้ตามหัวข้อที่ก�าหนดโดยใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาชีพ ............................................ หนาที่ของอาชีพนี้ คือ ................... ความสําคัญของอาชีพนี้ คือ ........... แหลงขอมูลจากเว็บ ........................ ผูจัดทํา ......................................... อาชีพที่อยากท�าคืออาชีพอะไร ค�าค้นคือค�าว่าอะไร ได้ผลลัพธ์อย่างไร นําเสนอขอมูล เปนใบความรูตาม หัวขอนี้นะครับ ตัวอยางการนําเสนอผลงาน 81 ครูแจกกระดาษใหนักเรียนเขียนชื่อกีฬาที่นักเรียนชอบ มากที่สุด คนละ 2 ประเภท จากนั้นใหนักเรียนออกมาชวยกัน สํารวจขอมูลที่ได นํามานับจํานวนและสรุปลําดับของประเภทกีฬา ที่มีนักเรียนชอบมากที่สุด 4 ลําดับแรกบนกระดานหนาชั้นเรียน แลวใหนักเรียนเลือกสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาดังกลาวอันดับใด ก็ได 1 อันดับ โดยใหสืบคนขอมูลตามหัวขอตอไปนี้ 1. ชื่อกีฬา 2. ประเภทของกีฬา 3. เปนกีฬาที่ถูกบรรจุเปนกีฬาโอลิมปกหรือไม กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 81 เกร็ดแนะครู หากครูเจอนักเรียนที่ยังไมมีอาชีพที่อยากทํา ครูอาจสอบถามความสนใจ ของนักเรียนแลวชวยกําหนดตัวเลือกอาชีพ 2-3 อาชีพ แลวใหนักเรียนเลือกอาชีพ ที่มีความใกลเคียงกับความตองการของตนเองมากที่สุด ขั้นสรุป 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 3. โดยใหนักเรียนกําหนดอาชีพที่อยากทํา ในอนาคตและคําคนเกี่ยวกับอาชีพนั้น แลวทํา การสืบคนขอมูล นําผลลัพธที่ไดมาทําเปน ใบความรู ตามตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 81 น�า สอน สรุป ประเมิน T121


จาก แบบฝกหัด หนา 12 กิจกรรม สรางเสริม ครูถามนักเรียนวา ถานักเรียนตองการจัดทําเว็บไซต ของโรงเรียน นักเรียนคิดวาจะใชชื่อโดเมนแบบใด เพราะอะไร ใหนักเรียนเขียนคําตอบลงในสมุดสงทายคาบเรียน ขั้นสรุป 5. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต จํานวน 8 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 29-31 เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนทดลองใชงานเว็บไซต Search Engine นอกจาก Google เชน ask.com yahoo.com เพื่อใหนักเรียนไดศึกษาการทํางานของเว็บไซต Search Engine อื่นๆ เพื่อใหเขาใจกระบวนการทํางานของเว็บไซต Search Engine มากขึ้น ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 29-31 5) เพราะเหตุใดการสืบคนขอมูลในเว็บเสิรชเอ็นจิน จึงควรกําหนด ประเภทของไฟลขอมูลที่ตองการคนหา ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 6) อานรายละเอียดรูปภาพที่กําหนดให แลวตอบคําถาม • ปลากัด : ภาพโปรงใส การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... เจาะจงสี พิมพคําวา ปลากัด กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกสีและภาพโปรงใส • กุหลาบ : คลิปอารต การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... เจาะจงประเภท พิมพคําวา กุหลาบ กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกประเภทและคลิปอารต • กระเปา : ไอคอน การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ตามขนาดที่ตองการ พิมพคําวา กระเปา กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกขนาดและไอคอน เพื่อใหไดขอมูลที่ตรงตามความตองการมากขึ้นและสะดวกรวดเร็ว ในการคนหา ฉบับ เฉลย 30 Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม 1. ตอบคําถามตอไปนี้ (40 คะแนน) 1) อินเทอรเน็ต (Internet) คือ .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 2) ยกตัวอยางการใหบริการอินเทอรเน็ตที่นักเรียนใชงานมา 3 อยาง พรอมอธิบายวาใชงานอะไรบาง (แนวคําตอบ) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3) เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) คือ ...................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 4) การใชงานเว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) มีขั้นตอน ดังนี้ 1 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. เปดเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ในชองที่อยูเว็บ แลวกด Enter 2 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอและคลิกคนหา ดวย Google หรือกด Enter 3 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. กําหนดคําคนใหสืบคนเจาะจงประเภทของไฟล ขอมูลและนามสกุลของไฟลขอมูลที่ตองการ 1. ตอบคําถามตอไปนี้ เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกัน จํานวนมากและครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งเปนเครือขายที่ทําใหสามารถ แลกเปลี่ยนขอมูลและสงผานขอมูลระหวางกันได 1. ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส ใชรับ - สงจดหมายกับเพื่อน 2. เวิลดไวดเว็บ ใชสืบคนขอมูลเพื่อทํารายงานสงครู 3. การถ ายโอนขอมูล ใชดาวนโหลดขอมูลจากเว็บไซตลงในเครื่อง คอมพิวเตอร ซอฟตแวร โปรแกรมหรือ เว็บไซตที่ทําหนาที่คนหาขอมูล โดยการใชงานตองพิมพ “คําคน” ซึ่งเปนการอธิบายถึงขอมูลที่ตองการสืบคน การใชงานอินเทอรเน็ต 45 ฉบับ เฉลย 29 7) จากชื่อโดเมนที่กําหนดให จงยกตัวอยาง 2 เว็บไซต พรอมบอก วาเปนเว็บไซตเกี่ยวกับอะไร (แนวคําตอบ) โดเมน ตัวอยางเว็บไซต เว็บไซตเกี่ยวกับ .go.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .ac.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .or.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .co.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... www.energy.go.th www.tourism.go.th กระทรวงพลังงาน สํานักงานพัฒนาการทองเที่ยว www.mahidol.ac.th www.tu.ac.th มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร www.nfi.or.th www.nsm.or.th สถาบันอาหาร องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตร แหงชาติ www.pwa.co.th www.thailandpost.co.th การประปาสวนภูมิภาค บริษัท ไปรษณียไทย จํากัด 8) การใชงานอินเทอรเน็ตที่ถูกตองควรปฏิบัติอยางไร ยกตัวอยาง มาอยางนอย 3 ขอ (แนวคําตอบ) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 1. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แตละเว็บไซตกําหนด 2. การสนทนาผานเครือขาย ควรใชคําสุภาพ ไมละเมิดเรื่องสวนตัว 3. ไมแอบอางขอมูลผูอื่นมาเปนขอมูลของตนเอง ฉบับ เฉลย 31 น�า สอน สรุป ประเมิน T122


ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 2. อานสถานการณตอไปนี้ แลวตอบคําถาม (5 คะแนน) กําลังหาขอมูลเรื่อง วัสดุในชีวิต ประจําวัน เพื่อทํารายงาน สงคุณครูคะ เดี๋ยวคัดลอกขอมูลมาจาก อินเทอรเน็ตมาวางในเวิรด ก็เสร็จแลวคะพี่ออย แลวทําถึงไหนแลวละจะ นองหมวยกําลังทําอะไรอยู หรอจะ 1) การกระทําของหมวยเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ 2) ถานักเรียนเปนพี่ออยควรแนะนํานองหมวยอยางไร ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ เกณฑการใหคะแนน คะแนน/ขอ 1. การตอบคําถาม (40 คะแนน มี 8 ขอ) ตอบคําถามไดถูกตอง 5 2. การอานสถานการณแลวตอบคําถาม (5 คะแนน มี 2 ขอ) ขอ 1) ประเมินขอมูลวาเหมาะสมหรือไม เหมาะสมได 2 ขอ 2) บอกขอปฏิบัติในการตรวจสอบหรือ ประเมินขอมูลได 3 2. อานสถานการณตอไปนี้ แลวตอบคําถาม ไมเหมาะสม เพราะหมวยไมไดตรวจสอบขอมูลที่สืบคนไดจากอินเทอรเน็ต กอนนําไปใช และไมนําขอมูลที่ไดมาเรียบเรียงและสรุปเปนสํานวนของ ตนเองกอน • ควรสืบคนขอมูลจากแหลงขอมูลหรือเว็บไซตที่นาเชื่อถือ • ควรตรวจสอบขอมูลวามีความถูกตองและทันสมัยหรือไม • ควรสืบคนขอมูลจากหลาย ๆ แหลงเพื่อมาเปรียบเทียบ แลวเลือกขอมูลที่ สอดคลองและตรงกัน • กอนนําขอมูลไปใชควรเรียบเรียงและสรุปเปนสํานวนของตนเองกอน ฉบับ เฉลย 32 เกร็ดแนะครู ครูอาจยกตัวอยางโทษของการคัดลอกผลงานผูอื่นและการนําผลงานผูอื่น มาใชโดยไมอางอิงตนฉบับเจาของผลงานใหนักเรียนไดเขาใจและเห็นผลจาก การกระทําดังกลาว รวมทั้งยกตัวอยางการนําผลงานผูอื่นมาใชอยางถูกตอง ตามหลักการใหดู ขั้นสรุป 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต จํานวน 2 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 32 โดยใหอานสถานการณที่กําหนด แลวตอบ คําถาม กิจกรรม 21st Century Skills แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา นักเรียนควรใชขอมูล จากเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือเพียง 1 เว็บไซต เปนแหลงขอมูล หรือไม เพราะอะไร เมื่อสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมานําเสนอ ขอสรุปและเหตุผลหนาชั้นเรียน ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 32 น�า สอน สรุป ประเมิน T123


ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม และถามคําถามวา นักเรียน คิดวา สามารถนําเว็บไซตขาวของหนังสือพิมพสํานักตางๆ มาใช เปนแหลงขอมูลที่มีความนาเชื่อถือไดหรือไม แลวใหเวลานักเรียน สืบคนขอมูลและแลกเปลี่ยนความรูกับเพื่อนในกลุมและตางกลุม ประมาณ 10 นาที จากนั้นใหตัวแทนกลุมออกมานําเสนอคําตอบ และเหตุผลหนาชั้นเรียน Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ฝกทักษะการตัดสิน 3. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ฝกทักษะการสํารวจคนหา ใหนักเรียนสืบคนขอมูลจากเว็บไซตที่กําหนด แลวตอบคําถาม http://www4.fisheries.go.th/local/index. php/main/view_blog2/100/6273/28 http://mblog.manager.co.th/pisut22/th-72947/ https://th.wikipedia.org/wiki/ การสังเคราะหดวยแสง เมษา มีนา ธันวา • ใหนักเรียนประเมินวา ขอมูลจากเว็บไซตที่เมษา ธันวา และมีนาไดสืบคน มีความนาเชื่อถือหรือไม อยางไร ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนตองเลือกขอมูลที่มีความนาเชื่อถือมากที่สุด เพื่อไปทํารายงาน สงคุณครู นักเรียนจะเลือกใชขอมูลของใคร เพราะเหตุใด ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลที่สืบคนจากเว็บไซตได 8 เลือกใชขอมูลที่มีความนาเชื่อถือไดถูกตอง 2 เมษา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของกรมประมง ขอมูลที่ไดมีความนาเชื่อถือ ธันวา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ซึ่งเปนเว็บไซตที่บุคคล ทั่วไปสามารถเขาไปแกไขขอมูลได ทําใหขอมูลจากเว็บไซตนี้ไมมีความนาเชื่อถือ มีนา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตทางการคา เปนเว็บไซตที่เจาของกิจการเขียนขึ้นมา ขอมูลที่ไดอาจยังไมผานการกลั่นกรอง ทําใหขอมูลที่ไดอาจไมมีความนาเชื่อถือพอ เมษา เพราะเมษาสืบคนขอมูลมาจากเว็บไซตของกรมประมง ซึ่งเปนเว็บไซตของ หนวยงานราชการ ขอมูลที่ไดจึงมีความนาเชื่อถือมากกวาของธันวาและมีนา เชื่อเว็บไซตไหนดี 10 ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 3 ฉบับ เฉลย 35 ขั้นสรุป 7. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง เชื่อเว็บไซตไหนดี ในแบบฝกหัด หนา 35 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลตามที่โจทยกําหนด ประเมินความนาเชื่อถือของเว็บไซต แลวตอบ คําถาม ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 35 ความรูเสริม ในปจจุบันมีเทคโนโลยีที่ชวยจัดการเรื่องโดเมนเนมใหงายขึ้น การเขา เว็บไซตหลายเว็บไซตสามารถพิมพชื่อเว็บไซตและนามสกุลไดโดยไมตองพิมพ www. เชน จากที่ตองพิมพ www.google.com ก็พิมพแค google.com ในชองแอดเดรสบารแลวกด Enter ก็สามารถเขาถึงเว็บไซต Google ไดเชนกัน น�า สอน สรุป ประเมิน T124


ขอสอบเนน การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 ขั้นสรุป 8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 36-38 ใหนักเรียนสืบคนขอมูล เรื่อง Cyberbullying หรือ การระราน ทางไซเบอร แลวระบุวา พฤติกรรมดังกลาวเกิดจากการละเมิด ขอควรปฏิบัติการใชงานอินเทอรเน็ตขอใด (แนวตอบ ขอ 3. การสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนากับ ผูที่ตองการสนทนาดวยเทานั้น ควรใชคําสุภาพ และไมละเมิด เรื่องสวนตัว) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 36-38 ความรูเสริม นอกจากการประเมินความนาเชื่อถือจากโดเมนแลว การประเมิน ความนาเชื่อถือจากแหลงขอมูลก็เปนสวนสําคัญ โดยแหลงขอมูลที่เชื่อถือได แบงเปน 1. เจาของขอมูล เปนผูที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับขอมูลที่นําเสนอ และเปนตนฉบับของขอมูลที่ยังไมถูกดัดแปลงหรือเรียบเรียงใหม 2. หนวยงานหรือผูมีความรูความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน โดยเปนขอมูลจาก หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงหรือจากบุคลากรของหนวยงาน ดังกลาว 3. หนวยงานของรัฐ เปนขอมูลที่สรางขึ้นมาอยางเปนระบบ รอบคอบ และ มีหลักฐานประกอบชัดเจน เพื่อใหนําไปใชประโยชน เชน ใชกําหนด นโยบายดานตางๆ ในการปฏิบัติงาน ใชในการอางอิงเพื่อเขียนบทความ หรืองานวิจัย 4. จากภาพ ถาเปรี้ยวตองการคนหารูปสถานที่ทองเที่ยวที่เปนแอนิเมชัน เปรี้ยวควรเลือกทําตามขั้นตอนใด ก. คลิกเครื่องมือ เลือกขนาด เลือกแอนิเมชัน ข. คลิกเครื่องมือ เลือกประเภท เลือกแอนิเมชัน ค. คลิกการตั้งคา เลือกเครื่องมืออื่น ๆ เลือกแอนิเมชัน ง. คลิกการตั้งคา เลือกสิทธิ์ในการใชงาน เลือกแอนิเมชัน 5. ถาภูผาตองการทําโฆษณานํ้าผลไม โดยการคนหารูปเด็กกําลังดื่มนม มาแกไขเปนดื่มนํ้าผลไมตามที่ตองการโฆษณา ภูผาจะตองเลือกสิทธิ์ ในการใชงานขอใดจึงจะเหมาะสมที่สุดเพื่อปองกันการละเมิดสิทธิ์ของผูอื่น ก. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้า ข. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าและแกไขได ค. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าในงานที่ไมใชเชิงพาณิชย ง. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าในงานที่ไมใชเชิงพาณิชยและแกไขได 6. ขอใดไมเปนการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล ก. ฉัตรพิจารณาชื่อโดเมนวามาจากหนวยงานใด ข. กรตรวจสอบวาขอมูลมีความถูกตองและทันสมัยหรือไม ค. สาตรวจสอบวามีการอางอิงหรือระบุแหลงที่มาของขอมูลหรือไม ง. วุฒิตรวจสอบวารูปภาพที่ใชประกอบขอมูลมีความสวยงามและคมชัด หรือไม 4. จากภาพ ถาเปรี้ยวตองการคนหารูปสถานที่ทองเที่ยวที่เปนแอนิเมชัน 5. ถาภูผาตองการทําโฆษณานํ้าผลไม โดยการคนหารูปเด็กกําลังดื่มนม 6. ขอใด ฉบับ เฉลย 37 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 3 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดบอกความหมายของอินเทอรเน็ตไดถูกตองที่สุด ก. เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันระหวางประเทศเทานั้น ข. เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันระหวางองคกรกับองคกร ค. เครือขายคอมพิวเตอรขนาดเล็กที่สุดในเครือขายคอมพิวเตอร ง. เครือขายขนาดใหญที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอรจํานวนมากจากทั่วโลก 2. ไลน (LINE) และสไกป (Skype) จัดอยูใน บริการอินเทอรเน็ตแบบใด ก. เวิลดไวดเว็บ ข. การสนทนาผานเครือขาย ค. ชุมชนออนไลน ง. ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส 3. เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) หมายถึงขอใด ก. การคนหาขอมูลความรูผานเว็บไซตในอินเทอรเน็ต โดยใชซอฟตแวร คนผานเว็บไซต และจะตองพิมพคําคน (Keyword) ข. การคนหาขอมูล โดยการคลิกเลือกขอมูลที่ตองการจะดูใน เว็บเบราวเซอร (Web Browser) ค. การสืบคนขอมูลเปนเอกสารไฮเปอรลิงกที่สรางดวยภาษา เอชทีเอ็มแอล (HTML) ง. การถายโอนแฟมขอมูลขาวสาร บทความจากเครื่องคอมพิวเตอร เครื่องหนึ่งไปสูอีกเครื่องหนึ่ง ตอนที่ 1 1. ขอใดบอกความหมายของอินเทอรเน็ตไดถูกตองที่สุด 2. 3. เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) หมายถึงขอใด 10 ฉบับ เฉลย 36 7. เอิรนตองการขอมูลจากเว็บไซตทางการศึกษา เอิรนควรเลือกเว็บไซต ที่มีโดเมนชื่อใด ก. .go.th ข. .co.th ค. .ac.th ง. .or.th 8. ถาตองการสืบคนขอมูลความรูเกี่ยวกับขอควรปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ควรเลือกขอมูลจาก www. ในขอใดจึงจะเปนขอมูลที่มี ความนาเชื่อถือมากที่สุด ก. https://www.gotoknow.org/posts/85281 ข. https://talk.mthai.com/inbox/71634.html ค. https://www.thaicert.or.th/papers/technical/2012/pa2012te014. html ง. https://www.reo14.moe.go.th/index.php/ict/securityinfo/1044- howtointernet 9. รดาตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาพื้นบานของภาคเหนือ เฉพาะที่ เปนไฟลการนําเสนอ รดาควรพิมพคําคนวาอยางไร ก. ppt กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ ข. psd กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ ค. กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ.pdf ง. กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ.doc 10. บุคคลใดใชงานอินเทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนําเรื่องที่วินกับเปาทะเลาะและชกตอยกันไปเขียนเลาในกระดาน สนทนา (web board) ของโรงเรียน ข. วินนํารูปที่หลิววาดมาลงในเพจโดยไมขออนุญาต เพราะเห็นวาหลิว เปนเพื่อนของตน ค. พลอยอัปโหลดไฟลงานที่นําเสนอหนาชั้นเรียนสงไปรษณีย อิเล็กทรอนิกสใหเพื่อน ๆ ในกลุม ง. ปอยโพสตรูปถาย ชื่อ ที่อยู เบอรโทรศัพท ลงในเฟซบุกเพื่อให ตนเองเปนที่รูจักของทุกคน 7. เอิรนตองการขอมูลจากเว็บไซตทางการศึกษา เอิรนควรเลือกเว็บไซต 8. ถาตองการสืบคนขอมูลความรูเกี่ยวกับขอควรปฏิบัติในการใชงาน 9. รดาตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาพื้นบานของภาคเหนือ เฉพาะที่ 10. บุคคลใดใชงานอินเทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนําเรื่องที่วินกับเปาทะเลาะและชกตอยกันไปเขียนเลาในกระดาน ฉบับ เฉลย 38 น�า สอน สรุป ประเมิน T125


ขอสอบเนนการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 12 15 × 100 = 80 ดังนั้น รอยละ 80 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 4 ตอนที่ 2 5 นักเรียนคิดวา ถานําขอมูลที่สืบคนไดไปใชงานทันที โดยไมตรวจสอบ ความนาเชื่อถือของขอมูลและแหลงที่มาของขอมูล จะสงผลเสียอยางไร (แนวคําตอบ) ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน การตอบคําถาม (5 คะแนน) คะแนน บอกผลเสียของการไมตรวจสอบขอมูลหรือแหลงที่มาของขอมูลไดถูกตอง 5 ตอนที่ 2 • ถาขอมูลที่ไดรับมาไมถูกตองจะทําใหผูรับขอมูลเกิดความรูและความเขาใจที่ผิด ๆ แลวถานําขอมูลไปสงตอก็จะทําใหผูอื่นไดรับขอมูลเขาใจผิดไปดวยเชนกัน • หากเปนขอมูลขาวสารที่ไมเปนจริงจะทําใหกระตุนอารมณของผูที่ไดรับใหเกิด ความรูสึก เชน ความเกลียด ความโลภ ความวิตกกังวล ความเสียใจ ฯลฯ • ถาเปนขอมูลที่ไมเปนจริงเกี่ยวกับบุคคลอาจทําใหผูที่ตกเปนขาวเกิด ความเสื่อมเสีย และอาจสงผลใหผูสงขอมูลขาวสารนั้นทําผิดกฎหมายได ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 3 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.4/3 45 30 15 90 ฉบับ เฉลย 39 ขอมูลขาวสารชนิดใดมีโอกาสผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน มากที่สุด 1. ขาวดวน 2. ขาวพระราชสํานัก 3. ขาวเกี่ยวกับคาสถิติตางๆ 4. ขาวราคาหุนตลาดหลักทรัพย (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ขาวดวน เปนขอมูลที่มีความเรงรีบในการนําเสนอ ตัวเลขอาจมี การผิดพลาดได เชน ยอดผูเสียชีวิต จํานวนผูไดรับบาดเจ็บ มูลคา ความเสียหายโดยประมาณ ดังนั้น ตอบขอ 1.) ขั้นสรุป 9. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 39 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 39 ความรูเสริม การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลที่มีการนํามาดัดแปลงหรือ เรียบเรียงใหม โดยมีการอางอิงถึงขอมูลตนฉบับ คือ การเปรียบเทียบขอมูล ดังกลาวกับขอมูลตนฉบับวามีความถูกตอง สอดคลองกับขอมูลตนฉบับหรือไม และขอมูลตนฉบับมาจากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญทางดานดังกลาวจริงหรือไม น�า สอน สรุป ประเมิน T126


ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปนกลุม 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม และครูถามคําถามวา ถามีคนแปลกหนาเขามาคุยกับนักเรียน ในโปรแกรมสนทนาผานเครือขาย นักเรียนคิดวา ควรคุยดวย หรือไม เพราะอะไร และถานักเรียนเลือกไมคุย จะมีวิธีปฏิเสธ อยางไร ใหเวลานักเรียนสืบคนขอมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับเพื่อนในกลุมประมาณ 5 นาที จากนั้นใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอคําตอบและเหตุผลหนาชั้นเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. การน าแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น เรียกว่าอะไร ก. ดาวน์โหลด (Download) ข. พรีโหลด (Preload) ค. อัปโหลด (Upload) ง. รีโหลด (Reload) 2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ มีชื่อย่อว่าอะไร ก. Download ข. Address ค. E-mail ง. Net 3. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. การสนทนาผ่านเครือข่าย ข. การถ่ายโอนข้อมูล ค. ชุมชนออนไลน์ ง. เวิลด์ไวด์เว็บ 4. ข้อใดต่อไปนี้ค้นหารูปภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก ประเภท ภาพ และเลือก สีกด Enter ข. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เครื่องมือ และเลือก สีกด Enter ค. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม และเลือก สีกด Enter ง. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก สีกด Enter 5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลแบบ Search Engine ก. การค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ ข. การค้นหาข้อมูลโดยดูในเว็บเบราเซอร์ จากนั้นหน้าจอจะ แสดงรายละเอียดหัวข้อย่อยมาให้เลือก ค. การค้นหาโดยใช้ค าค้น ป้อนลงในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน Google จะปรากฏข้อมูลที่สอดคล้องกับค าค้นขึ้นมา ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยัง คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง 6. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของการค้นหารูปภาพตามสิทธิ์ ในการใช้งาน ก. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ไม่อนุญาตให้น าไปใช้ ข. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ต้องขออนุญาตก่อน ค. น าภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ง. น าภาพไปใช้ได้ ห้ามแก้ไขภาพ 7. หากต้องการสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟล์น าเสนอ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนี้ระบุค าค้นได้ ถูกต้อง ก. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT ข. File Type : กล้วยไม้ไทย : PPT ค. File Type : PPT : กล้วยไม้ไทย ง. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย 8. ข้อใดต่อไปนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง ก. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพื่อน ๆ ข. ไม่ส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร ค. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น ง. สนทนาด้วยค าสุภาพ 9. เมื่อสืบค้นข้อมูลและได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ควร ปฏิบัติอย่างไร ก. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ข. น าเสนอข้อมูลที่ได้หน้าชั้นเรียน ค. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งต่อ ง. คัดลอกข้อมูลลงสมุด 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร เดียวกันเท่านั้น ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ได้ทั่วโลก ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันระหว่างองค์กรกับ องค์กร ง. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในประเทศ เท่านั้น แบบทดสอบหลังเรียน เฉลย 1. ค 2. ค 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ก 10. ข ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานราย บุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 3 ขั้นสรุป 10. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต จํานวน 10 ขอ 11. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมฝกทักษะ แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง น�า สอน สรุป ประเมิน T127


Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ซอฟต์แวร์ (Software) คือ ชุดค�ำสั่งที่ก�ำหนดให้คอมพิวเตอร์ท�ำงำน แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้ • ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นโปรแกรมที่มีหน้ำที่ควบคุมกำรท�ำงำนของฮำร์ดแวร์ทุกอย่ำง อ�ำนวยควำมสะดวกให้ กับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และท�ำหน้ำที่ในกำรจัดกำรระบบ ดูแลรักษำเครื่อง กำรแปลภำษำระดับต�่ำหรือระดับสูงให้เป็นภำษำเครื่องเพื่อ ให้เครื่องอ่ำนได้เข้ำใจ • ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ส�ำหรับท�ำงำนต่ำง ๆ ตำมที่ต้องกำร เช่น กำรท�ำงำนเอกสำร งำนกรำฟิก งำนน�ำเสนอ หรือเป็นซอฟต์แวร์ส�ำหรับงำนเฉพำะด้ำน เช่น โปรแกรมงำนทะเบียน โปรแกรมกำรให้บริกำรเว็บ และใช้เพื่อ ประโยชน์ต่ำง ๆ เช่น การนําเสนอขอมูลโดยใชซอฟตแวรประยุกต การใชซอฟตแวรในการทํางาน ใช้ซอฟต์แวร์ในการพิมพ์เอกสาร โดยใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ ซึ่งมีหลักกำร คือ จ�ำลองหน้ำจอคอมพิวเตอร์ให้เป็น เหมือนแผ ่นกระดำษ ผู้ใช้สำมำรถพิมพ์ เอกสำรและสร้ำงภำพได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการชวยค�านวณ โดยใช้โปรแกรมตำรำงท�ำงำน ซึ่งมีหลักกำร คือ มีกระดำษค�ำนวณขนำดใหญ่ แล้วแบ่ง เป็นแต่ละช่อง ซึ่งแต่ละช่องสำมำรถพิมพ์ ข้อควำมหรือสูตรต่ำง ๆ ได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการสร้างกราฟ โดยใช้โปรแกรมตำรำงท�ำงำน ซึ่งมีหลักกำร คือ กำรแปลผลข้อมูลที่ปอนลงในโปรแกรม ให้เป็นกรำฟรูปแบบต่ำง ๆ ซึ่งสำมำรถโอน ไฟล์ไปใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบ โดยใช้โปรแกรมในกำรออกแบบ ซึ่งมีหลักกำร คือ ออกแบบลงบนพื้นที่ว่ำงและมีเครื่องมือ ต ่ำง ๆ ส�ำหรับออกแบบไว้ให้ผู้ใช้งำนได้ ออกแบบตำมต้องกำร ใช้ซอฟต์แวร์ในการน�าเสนองาน โดยใช้โปรแกรมน�ำเสนอ ซึ่งมีหลักกำร คือ มีสไลด์และเครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้สร้ำงภำพ ตกแต ่งสไลด์และบันทึกเสียงประกอบ เพื่อน�ำเสนอผลงำนได้ ซอฟต์แวร์ส�าเร็จรูป • ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ • ซอฟต์แวร์ตำรำงท�ำงำน • ซอฟต์แวร์จัดกำรฐำนข้อมูล • ซอฟต์แวร์น�ำเสนอข้อมูล • ซอฟต์แวร์สื่อสำรข้อมูล ซอฟต์แวร์ด้านกราฟก เช่น CorelDRAW PageMaker และ Photoshop จะท�ำหน้ำที่เกี่ยวกับงำนออกแบบ วำดภำพ จัดท�ำ สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงำม T128


Chapter Overview แผนการจัด การเร�ยนรู สื่อการเร�ยนรู จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 ประวัติสวนตัว ของฉัน 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 1. อธิบำยควำมหมำย เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ได้ (K) 2. ใช้งำนเครื่องมือ พื้นฐำนในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด ในกำรพิมพ์ข้อควำมได้ (P) 3. เห็นควำมส�ำคัญ ในกำรใช้งำนโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ ในชีวิตประจ�ำวัน (A) - กำรอภิปรำย - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน แผนฯ ที่ 2 โปรแกรมจัดการ ตัวเลข 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 1. บอกลักษณะของ ซอฟต์แวร์ได้ (K) 2. ใช้งำนไมโครซอฟต์ เอกซ์เซลในกำรรวบรวม และประเมินข้อมูลได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของกำรใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เอกซ์เซลในกำรรวบรวม และประเมินข้อมูล (A) - กำรอภิปรำย - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน แผนฯ ที่ 3 นักพรีเซนต คนเกง 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 - แบบฝกหัด รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 - ชิ้นงำน/ภำระงำน (รวบยอด) - แบบทดสอบหลังเรียน 1. อธิบำยลักษณะของ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ได้ (K) 2. ใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ ในกำรสร้ำงไฟล์ น�ำเสนอได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของกำรใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ ในกำรน�ำเสนองำน (A) - กำรอภิปรำย - กำรแสดง บทบำทสมมติ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจชิ้นงำน/ ภำระงำน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน T129


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ประวัติส่วนตัวของฉัน เวลา 4 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/4 รวบรวมประเมินน�ำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ได้(K) 2. ใช้งานเครื่องมือพื้นฐานในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดในการพิมพ์ข้อความได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญในการใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ในชีวิตประจ�ำวัน (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดคอมพิวเตอร์เพื่อการจัดท�ำเอกสาร ข้อมูลและสารสนเทศ 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด ซอฟต์แวร์(Software) คือ ชุดค�ำสั่งที่ก�ำหนดให้คอมพิวเตอร์ท�ำงานตามความต้องการ เช่นการน�ำเสนองานการพิมพ์งาน เอกสาร รายงาน และโปสเตอร์ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) ใช้ในการพิมพ์งานเอกสารที่เป็นข้อมูลลักษณะเป็นตัวอักษรและมีรูปภาพ ประกอบ เช่น รายงาน โปสเตอร์และยังสามารถใช้งานระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้เช่น การค้นหาค�ำ การตรวจสอบไวยากรณ์ การสร้างตาราง 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการอภิปราย T130


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงซอฟต์แวร์ได้ถูกต้อง ก. ซอฟต์แวร์ คือ ชุดค าสั่งที่ก าหนดให้คอมพิวเตอร์ท างาน ข. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใช้ในแก้ไขและตกแต่งรูปภาพ ค. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และ น าเสนองาน ง. ซอฟต์แวร์ คือ ชุดค าสั่งที่เป็นตัวเลข ใช้ในการค านว ประมวลผลข้อมูลโดยใช้สูตรทางค ิตศาสตร์ 2. โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด เป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด ก. ซอฟต์แวร์ระบบ ข. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ค. ซอฟต์แวร์ประมวลค า ง. ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล 3. หากข้อมูลมีลักษ ะเป็นตัวเลข ต้องค านว โดยใช้สูตรทาง ค ิตศาสตร์ โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือ โปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 4. หากต้องการท ารายงานที่มีลักษ ะเป็นตัวอักษร มีรูปภาพ ประกอบ โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือโปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 5. เมื่อพิมพ์ข้อความในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดแล้วต้องการ เน้นข้อความด้วยไฮไลต์จะต้องคลิกเลือกเครื่องมือใด ก. ข. ค. ง. 6. ต้องการสร้างรูปดาวในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดต้องเลือก เครื่องมือใดจึงจะเหมาะสมที่สุด ก. ข. ค. ง. 7. ข้อใดต่อไปนี้เป็นขั้นตอนในการสร้างตารางในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด ก. View > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง ข. Insert > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง ค. Insert > Text Box > เลือกคอลัมน์และแถวของ ตาราง ง. Page Layout > Columns > เลือกคอลัมน์และแถว ของตาราง 8. พื้นที่ส าหรับพิมพ์ข้อความหรือตัวเลขในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เอ็กเซล เรียกว่าอะไร ก. ริบบอน ข. ชีตงาน ค. พื้นที่ท างาน ง. แถบเครื่องมือ 9. หากต้องการน าเสนองานในรูปแบบสไลด์หรือภาพนิ่ง โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือโปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 10. เมื่อจัดท าข้อมูลเพื่อน าเสนอโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆ แล้ว ควรปฏิบัติอย่างไร ก. บันทึกไฟล์งานด้วยชื่อที่ซับซ้อน ทันสมัยเพื่อไม่ให้ ไฟล์งานที่บันทึกไว้สูญหาย ข.ส ารองข้อมูลไฟล์งานไว้ในที่เก็บข้อมูลภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ์ หรืออัปโหลดลงเว็บฝากข้อมูล ค. ควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อพิจาร าความทันสมัย ของข้อมูล และรูปภาพที่น ามาใช้ในการจัดท ามีความ คมชัดและสวยงามหรือไม่ ง. พิจา าโปรแกรมที่เลือกใช้ว่ามีความเหมาะสมกับชิ้นงาน ที่ต้องการน าเสนอหรือไม่ หากไม่เหมาะสมให้เปลี่ยน โปรแกรมในการน าเสนองาน แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ก 2. ค 3. ค 4. ก 5. ง 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ข เฉลย ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 ขั้นนํา 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูลดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการ ทบทวนความรูและวัดพื้นฐานความรูกอนที่จะ เริ่มเรียนเนื้อหา ซอฟตแวรแบงออกเปนกี่ประเภท อะไรบาง (วิเคราะหคําตอบ ซอฟตแวรสามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรระบบ เปนโปรแกรมที่ใชควบคุมเครื่อง และ ซอฟตแวรประยุกต เปนโปรแกรมที่ใชทํางานและเพื่อใชโปรแกรม ตางๆ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวรตารางทํางาน ซอฟตแวรจัดการฐานขอมูล ซอฟตแวรนําเสนอขอมูล ซอฟตแวร สื่อสารขอมูล) เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการทบทวนความรูเดิมจากเนื้อหาที่เคยเรียนมา หลังจากนั้นครูอาจสอบถามนักเรียนวา ในแตละวันนักเรียนใชงานซอฟตแวร อะไรบาง และใชซอฟตแวรนั้นทํางานในลักษณะใด จากนั้นครูสุมนักเรียน เพื่อตอบคําถาม น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T131


4 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมิน น�าเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพื่อแก้ปญหาในชีวิตประจ�าวัน ¡ÒùíÒàʹ͢ŒÍÁÙÅ ´ŒÇ«ͿµáÇร เ¾×èอน æ ¤Ôดว‹า สÔè§ãด ãน¤อม¾Ôวเตอร์·Õè¨Ðª‹วย »รÐมวล¼ลข้อมูล¤รѺ Data collection (การรวºรวมข้อมูล) รวบรวมขอมูลจาก อินเทอรเน็ตไดมากเลย แลวเราจะประมวลผลขอมูล ดวยโปรแกรมอะไรดีนะ Data processing (การ»รÐมวล¼ลข้อมูล) ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 82 เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร โดยมีคําถามถามนักเรียนภายในหองเรียนวา นักเรียนคิดวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวยประมวลผลขอมูลได แลวครูใหนักเรียนชวยกัน วิเคราะหคําตอบ โดยครูสุมนักเรียนขึ้นมาตอบคําถาม เมื่อนักเรียนตอบคําถาม เสร็จเรียบรอย ครูอาจถามคําถามกับนักเรียนวา นักเรียนเคยใชงานโปรแกรม อะไรบางในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร และใชโปรแกรมเหลานั้นทําอะไร ขั้นนํา 2. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูกับ นักเรียนวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวย ประมวลผลขอมูลได จากนั้นใหนักเรียนภายใน หองชวยกันหาคําตอบโดยการคนหาจากแหลง ขอมูลตางๆ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเน็ต 3. ครูถามคําถามเพื่อเปนการกระตุนการเรียนรู กับนักเรียนวา เมื่อเราไดขอมูลที่ตองการมา และตองการนําเสนอขอมูลนั้นใหออกมาใน รูปแบบของกราฟหรือแผนภูมิ นักเรียนจะใช โปรแกรมใดในการนําเสนอขอมูลนี้ จากนั้น ครูสุมนักเรียนใหตอบคําถามนี้ แนวตอบ คําถามประจําหนวยการเรียนรู อุปกรณคอมพิวเตอรที่ชวยประมวลผลขอมูล คือ ซีพียู ซึ่งเปนหนวยประมวลผลกลาง หรือเรียก อีกชื่อหนึ่งวา ไมโครโพรเซสเซอร เปนอุปกรณ อิเล็กทรอนิกสที่ใชในการประมวลผลขอมูลตาม ชุดคําสั่งที่มาจากซอฟตแวร มีหนาที่คํานวณตัวเลข จากชุดคําสั่งที่ผูใชปอนโปรแกรมเขาไป เมื่อได ผลลัพธก็จะสงผลลัพธออกไปแสดงผลทางหนาจอ ซีพียูจึงเปรียบไดกับสมองของคอมพิวเตอร น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T132


ขอสอบเนน การคิด ซอฟตแวร (Software) คือ ชุดค�าสั่ง ที่ก�าหนดให้คอมพิวเตอร์ท�างาน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. ¡ÒùíÒàʹ͢ŒÍÁÙÅâ´Â㪌 «Í¿µáÇรประÂุ¡µ ซอฟตแวร ใดที่ชวยในการ คํานวณขอมูล ของเราไดนะ ซอฟต์แวร์รкº (System Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมเครื่อง เช่น ซอฟต์แวร์»รÐยØกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ท�างาน และใช้เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ซอฟตแวรสําเร็จรูป ● ซอฟต์แวร์ประมวลค�า เช่น Microsoft Word WordPerfect ● ซอฟต์แวร์ตารางการท�างาน เช่น Lotus 1 - 2 - 3 Microsoft Excel ● ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เช่น dBASE ● ซอฟต์แวร์น�าเสนอข้อมูล เช่น Lotus Freelance Microsoft PowerPoint ● ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล เช่น Facebook Line ซอฟตแวรดานกราฟก เช่น CorelDraw PageMaker และ Photoshop จะท�าหน้าที่เกี่ยว กับงานออกแบบ วาดภาพ จัดท�า สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงาม เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจ ส�าคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ทุกเครื่อง สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มีหน้าที่เป็น ตัวกลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ภายในเครื่อง เป็น ระบบปฏิบัติการที่เน้นการท�างานใน ด้านการออกแบบ และกราฟก เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนา โดยบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งผู้ ใช้สามารถสั่งงานได้จากเมาส์ มากขึ้น สามารถท�างานหลาย อย่างได้พร้อมกัน ซึ่งจะเน้นการ ใช้งานทางด้านกราฟก และการ ท�างานในรูปแบบต่าง ๆ จึงได้รับ ความนิยมในปจจุบัน เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมเครื่อง เช่น 83 ภาพที่ 4.1 หนาจอคอมพิวเตอร ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 83 ขอใดใหความหมายของคําวาซอฟตแวรไดถูกตอง 1. อุปกรณเทคโนโลยีระดับสูง 2. อุปกรณที่ทําหนาที่เสมือนสมองกล 3. โปรแกรมแกปญหาทุกอยางของมนุษย 4. ชุดคําสั่งที่ควบคุมการทํางานของคอมพิวเตอร (วิเคราะหคำตอบ ซอฟตแวร คือ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอรที่เขียนขึ้นดวยภาษา คอมพิวเตอรจากนักเขียนโปรแกรม สำหรับภาษาที่ใชเขียน โปรแกรมจะมีรูปแบบเฉพาะที่สามารถทำใหเครื่องคอมพิวเตอร เขาใจได เชน ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสกาล ดังนั้น ตอบขอ 4.) ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอกับนักเรียน วา ซอฟตแวรใดที่ชวยในการคํานวณขอมูล และสุมนักเรียนภายในหองเรียนออกมาตอบ คําถามหนาชั้นเรียน 2. ครูนํานักเรียนศึกษา เรื่อง การนําเสนอขอมูล โดยใชซอฟตแวรประยุกต โดยอธิบายคําวา ซอฟตแวร ใหฟงวา เปนชุดคําสั่งหรือโปรแกรม ที่กําหนดใหคอมพิวเตอรทํางาน และสามารถ แบงซอฟตแวรออกเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกต 3. ครูใหนักเรียนศึกษาและสืบคนเกี่ยวกับ ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกตวา มีลักษณะเหมือนหรือแตกตางกัน อยางไร จากนั้นใหตัวแทนนักเรียนออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียน แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวขอ ซอฟตแวรที่ชวยในการคํานวณขอมูล คือ ซอฟตแวรตารางทํางาน เพราะเปนซอฟตแวรที่ใช ในการพิมพเอกสารในรูปแบบตาราง กราฟ และ การนําขอมูลตาง ๆ มาคํานวณตามสูตรเพื่อใหได ผลลัพธตามที่ตองการ ซึ่งโปรแกรมตารางทํางาน ที่ใชกันอยูในปจจุบัน ไดแก โปรแกรมไมโครซอฟต เอกซเซล (Microsoft Excel) ความรูเสริม ซอฟตแวร (Software) เปนชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชสั่งงานใหคอมพิวเตอร ทํางาน ซอฟตแวรจึงหมายถึงลําดับขั้นตอนการทํางานที่เขียนขึ้นดวยคําสั่ง ของคอมพิวเตอร และสามารถแบงซอฟตแวรไดเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวร ระบบ (System Software) และซอฟตแวรประยุกต (Application Software) • ซอฟตแวรระบบ เปนซอฟตแวรที่บริษัทผูผลิตสรางขึ้นมาเพื่อใชจัดการ กับระบบ มีการทํางานโดยจะดําเนินงานพื้นฐานตางๆ ของระบบ คอมพิวเตอร • ซอฟตแวรประยุกต เปนซอฟตแวรที่ใชกับงานดานตางๆ ตามความ ตองการของผูใชที่สามารถนํามาใชประโยชนไดโดยตรง เพื่อสั่งให คอมพิวเตอรทํางานตามที่ตองการ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวร ตารางทํางาน ซอฟตแวรดานกราฟก ซอฟตแวรจัดการฐานขอมูล นํา สอน สรุป ประเมิน T133


ขอสอบเนนการคิด เมื่อเรารวบรวมข้อมูลที่ต้องการจากแหล่งต่างๆโดยก�าหนด หัวข้อที่ต้องการ และจดบันทึกข้อมูลแล้ว เราควรตรวจสอบ ข้อมูลโดยพิจารณาจากความถูกต้องและทันสมัย มีการอ้างอิง แหล ่งที่มาที่ชัดเจน แล้วประมวลผลข้อมูล เช ่น เปรียบ เทียบ จัดกลุ่ม จากนั้นจึงน�าเสนอข้อมูลตามความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า การน�าเสนอด้วยเอกสาร การน�าเสนอด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ การน�าเสนองานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จ�าเป็นต้อง วิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของลักษณะโปรแกรมที่ใช้ด้วยว่า โปรแกรมใดมีความเหมาะสมกับชิ้นงานชนิดใด • เตรียมอุปกรณ์ ในการจดบันทึก • ก�าหนดหัวข้อที่ต้องการ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล อย่างง่าย • เปรียบเทียบ •จัดกลุ่ม • หาผลรวม • เรียงล�าดับ น�าเสนอข้อมูล • เอกสารรายงาน • โปสเตอร์ • การบอกเล่า • โปรแกรมน�าเสนองาน วิเคราะห์ผล ข้อมูลสร้างทางเลือก • เปรียบเทียบ • ตัดสิน • 84 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 84 ขั้นสอน 4. ครูอธิบาย เรื่อง การเก็บขอมูลตางๆ มานําเสนอ วาตองรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ ตามที่ตองการ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเน็ต จากนั้นกําหนดหัวขอที่ตองการและจดบันทึก ขอมูลไว ซึ่งขอมูลที่ไดมาควรตรวจสอบวา เปนขอมูลที่มีความถูกตอง นาเชื่อถือ มีการ อางอิงแหลงที่มาใหชัดเจน จากนั้นนําขอมูล ที่ไดไปประมวลผลโดยใชวิธีการเปรียบเทียบ เรียงลําดับ หรือจัดกลุมตามที่ตองการ และนํา ขอมูลที่ไดออกมานําเสนอผานโปรแกรม นําเสนองาน เอกสารรายงาน หรือนําเสนอ ในรูปแบบอื่นใหผูฟงเกิดความเขาใจ เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การรวบรวมขอมูลจากแหลงตางๆ ใหนักเรียนฟง โดยถาม คําถามกระตุนความคิดนักเรียนวา เมื่อนักเรียนอยากไดขอมูลเรื่อง วันลอยกระทง นักเรียนสามารถคนหาขอมูลหรือสอบถามขอมูลไดจากแหลงขอมูลใดบาง ใหเวลานักเรียนในการหาคําตอบ จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมาตอบคําถาม และอาจใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยจับบัตรภาพขอมูลตางๆ แลวหาคําตอบวา จะใชแหลงขอมูลใดในการคนหาขอมูล เชน นักเรียนจับบัตรภาพขอมูลไดคําวา อุปกรณคอมพิวเตอร นักเรียนสามารถคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตหรือสอบถาม จากครูผูสอนวิชาคอมพิวเตอร นิดตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับการใชงานคอมพิวเตอร นิดจะ ตองคนหาขอมูลจากแหลงขอมูลใดจึงจะไดขอมูลสมบูรณที่สุด 1. จากครูผูสอน 2. จากอินเทอรเน็ต 3. จากการสอบถามเพื่อนในหองเรียน 4. จากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน (วิเคราะหคําตอบ เมื่อนิดตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับการใชงาน คอมพิวเตอร ซึ่งในการคนหาขอมูลนั้นจะตองหาขอมูลที่มีความ นาเชื่อถือและไดขอมูลที่มีความถูกตองมากที่สุด นิดจะตองคนหา ขอมูลจากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน เพราะจะมี การแนะนําขั้นตอนในการใชจากผูที่มีประสบการณในการใชงาน คอมพิวเตอร ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T134


ขอสอบเนน การคิด 1.1 การนําเสนอขอมูลโดยใชโปรแกรมในการพิมพงาน เราสามารถใช้โปรแกรมประมวลค�าในการพิมพ์งาน เอกสาร และยังสามารถใช้งานระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น การค้นหาค�า การตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ การสร้าง ตาราง â»รแกรม·Õ誋วยãนการน�าเสนอข้อมูล ตารางที่ 4.1 โปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซอฟตแวร หนาที่ ตัวอยางโปรแกรม โปรแกรม ประมวลค�า เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ส�าหรับ การพิมพ์เอกสารสามารถแก้ไข เพิ่มแทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้ • Microsoft Word • WordPerfect โปรแกรม ตารางท�างาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดค�านวณ มีลักษณะเป็นตาราง • Lotus 1-2-3 • Microsoft Excel โปรแกรม น�าเสนอข้อมูล เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ส�าหรับน�าเสนอ ข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูด ความสนใจ • Lotus Freelance • Microsoft • PowerPoint โปรแกรม ด้านกราฟก เป็นซอฟต์แวร์ด้านงานออกแบบ เขียนแบบวาดภาพ จัดท�าสิ่งพิมพ์ และ จะเป็นทางด้านการน�าเสนอ • CorelDraw • PageMaker • Photoshop 85 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 85 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเกี่ยวกับโปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซึ่งมี 4 โปรแกรม ดังนี้ • โปรแกรมประมวลคํา เปนโปรแกรมที่ชวยสรางเอกสารประเภทตางๆ ได อยางสะดวกและรวดเร็ว เนนการจัดพิมพเอกสาร สามารถพิมพเอกสาร ออกมาเปนชุด เปนจดหมาย บันทึกขอความ รายงาน บทความ เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด • โปรแกรมตารางทํางาน เปนโปรแกรมที่ใชในการคิดคํานวณหรือเก็บ ขอมูล สูตรคํานวณตางๆ ลงบนแผนตารางงาน เชน โปรแกรมไมโครซอฟต เอกซเซล • โปรแกรมนําเสนอขอมูล เปนโปรแกรมที่ใชสําหรับจัดเตรียมเอกสารตางๆ ที่จําเปนตองใชในการนําเสนอขอมูล เพื่อใหสามารถดึงดูดความสนใจ ของผูที่เขามาศึกษา เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเพาเวอรพอยต • โปรแกรมดานกราฟก เปนโปรแกรมที่ชวยในการออกแบบ วาดภาพ จัดทําสิ่งพิมพเพื่อใชในการนําเสนอ เชน โปรแกรมโฟโตชอป เมื่อนักเรียนตองการนําเสนอผลงาน เรื่อง การทํารายรับรายจายประจําสัปดาห นักเรียนจะเลือกโปรแกรมใดนําเสนอขอมูล 1. โปรแกรมกราฟก 2. โปรแกรมประมวลคํา 3. โปรแกรมตารางทํางาน 4. โปรแกรมนําเสนอขอมูล (วิเคราะหคําตอบ ในการนําเสนอผลงานการทํารายรับรายจายนั้น นักเรียนจะตองใชโปรแกรมตารางทํางานเพื่อนําเสนอ ขอมูลนี้ เพราะโปรแกรมตารางทํางานเปนโปรแกรมที่ใช ในการคิดคํานวณหาคาตางๆ จากสูตรที่มีอยูในโปรแกรม ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสอน 5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเกี่ยวกับโปรแกรม ที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซึ่งแบงออกเปน 4 กลุม ดังนี้ โปรแกรมประมวลคํา โปรแกรม ตารางทํางาน โปรแกรมนําเสนอขอมูล และโปรแกรมดานกราฟก 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางโปรแกรมที่นักเรียน เคยใชงานวาอยูในกลุมใดของโปรแกรมเหลานี้ และมีลักษณะของชิ้นงานที่ทําออกมาเปน แบบใด ใหนักเรียนชวยกันคิดวิเคราะหเพื่อ หาคําตอบนี้ น�า สอน สรุป ประเมิน T135


ขอสอบเนนการคิด 1) องคประกอบโปรแกรมประมวลคํา 1. แถบเครื่องมือดวน (Quick Access Toolbar) แสดงแถบเครื่องมือที่ใช้งานบ่อย เป็นแถบที่เรียกใช้งานเครื่องมือได้อย่างสะดวก และสามารถเพิ่มค�าสั่งที่ใช้งานได้ 2. ชื่อโปรแกรม และชื่อแฟม (Title Bar) แถบแสดงชื่อโปรแกรม และชื่อไฟล์เอกสาร 3. แถบคําสั่ง (Menu Bar) เมนูค�าสั่งหลักของโปรแกรม 4. แบบอักษร (Font) แถบที่ใช้ก�าหนดรูปแบบอักษร และลักษณะพิเศษของตัวอักษร 5. แถบริบบอน (Ribbon) แถบที่แสดงค�าสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการท�างานกับเอกสาร 6. ไมบรรทัด (Ruler) แสดงความกว้างความยาวของกระดาษ ตั้งค่าหน้ากระดาษ 7. ตําแหนงการพิมพ หรือเคอรเซอร (Cursor) แสดงต�าแหน่งของการพิมพ์ข้อความ 8. แถบเลื่อน (Scroll Bar) แถบเลื่อนดูหน้าเอกสาร ใช้ส�าหรับเลื่อนดูข้อความใน แนวตั้งและแนวนอน 9. แถบสถานะ (Status Bar) แสดงสถานะการท�างานปจจุบัน 10. ยอ/ขยาย (View Bar) แสดงมุมมองเอกสาร โดยการย่อและขยายหน้ากระดาษ 86 1 2 3 4 6 8 5 7 9 10 ภาพที่ 4.2 หนาตางของโปรแกรมประมวลคํา ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 86 ขั้นสอน 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมประมวลคํา ซึ่งสามารถแบงไดเปน 10 องคประกอบ ดังนี้ แถบเครื่องมือดวน ชื่อโปรแกรมและชื่อแฟม แถบคําสั่ง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพิมพหรือ เคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ ขยาย 8. ครูใหนักเรียนเปดโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (Microsoft Word) เมื่อเปดหนานี้แลว ใหครู สอบถามขอมูล โดยการสุมนักเรียนตอบ คําถามวา ในแตละสวนของโปรแกรมมีชื่อ และหนาที่ในการใชงานอยางไร เมื่อนักเรียนพิมพรายงานจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด เสร็จเรียบรอยและตองการบันทึกชิ้นงาน จะตองคลิกที่แถบ เครื่องมือใด 1. แถบคําสั่ง 2. แถบริบบอน 3. แถบสถานะ 4. แถบเครื่องมือดวน (วิเคราะหคําตอบ เมื่อตองการบันทึกชิ้นงานจะตองคลิกที่แถบ เครื่องมือดวน ซึ่งแถบเครื่องมือดวนจะแสดงแถบเครื่องมือ ที่ใชงานบอย เปนแถบเครื่องมือที่เรียกใชงานไดอยางสะดวก โดยปุมบันทึกจะอยูในแถบเครื่องมือดวนนี้ ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง องคประกอบโปรแกรมประมวลคํา โดยใหนักเรียนสังเกต ภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน จากนั้นครูอธิบาย สวนประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดวาประกอบดวยแถบเครื่องมือดวน ชื่อโปรแกรมและชื่อแฟม แถบคําสั่ง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพิมพหรือเคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ขยาย จากนั้น ครูอาจสุมใหนักเรียนออกมาอธิบายลักษณะของแถบเมนูตางๆ ภายในโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด น�า สอน สรุป ประเมิน T136


2) แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา 1 หนาแรก (Home) คําสั่งเกี่ยวกับการเลือกแบบอักษร ลักษณะ ตัวอักษร การกําหนดยอหนา การทํางานกับขอมูลที่คัดลอกไว เครื่องมือคนหา และการแทนที่ขอความ 2 แทรก (Insert) คําสั่งเกี่ยวกับการแทรกประเภทตาง ๆ ลงบน เอกสาร เชน รูปภาพ ตาราง ขอความ สัญลักษณ 3 เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) คําสั่งเกี่ยวกับการตั้ง คาหนากระดาษ กําหนดระยะยอหนา กําหนดพื้นหลัง 4 อางอิง (References) คําสั่งเกี่ยวกับเครื่องมือในการสราง สวนประกอบของเอกสารเพิ่มเติม เชน สารบัญ ดัชนี บรรณานุกรม 87 ภาพที่ 4.3 แถบคําสั่งแรก ภาพที่ 4.4 แถบคําสั่งหนาแทรก ภาพที่ 4.5 แถบคําสั่งเคาโครงหนากระดาษ ภาพที่ 4.6 แถบคําสั่งอางอิง ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 87 ขั้นสอน 9. ครูอธิบาย เรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ซึ่งแบงแถบคําสั่งได ดังนี้ หนาแรก แทรก เคาโครงหนากระดาษ อางอิง การสงจดหมาย ตรวจทาน และมุมมอง ซึ่งอธิบายลักษณะเดน ของแถบคําสั่งตางๆ ใหนักเรียนฟง จากนั้น ใหครูทํากิจกรรมกับนักเรียนในหอง โดยครู พูดความหมายของแถบคําสั่งในโปรแกรม และใหนักเรียนตอบวา ความหมายนี้เปน ความหมายของแถบคําสั่งใด ซึ่งเปน การทบทวนความรูใหนักเรียนเขาใจเนื้อหา เพิ่มขึ้น เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟง โดยใน โปรแกรมจะประกอบไปดวยแถบคําสั่งตางๆ ดังนี้ • หนาแรก (Home) เปนแถบคําสั่งเกี่ยวกับการเลือกลักษณะ รูปแบบ และขนาดของตัวอักษร ลักษณะของการจัดวางขอความ เครื่องมือคนหา และการทํางานกับขอมูลที่คัดลอกไว • แทรก (Insert) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการแทรกรูปภาพ รูปราง ตาราง ขอความ และสัญลักษณตางๆ ตามความตองการ • เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการ ตั้งคาตางๆ ของหนากระดาษ • อางอิง (References) เปนแถบคําสั่งเกี่ยวกับเครื่องมือในการสราง สวนประกอบของเอกสารเพิ่มเติม กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุมตามความสมัครใจ กลุมละ 3-4 คน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันออกแบบขอมูล เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมประมวลคํา ลงในโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด 3. สมาชิกในกลุมรวมกันระดมความคิดเห็นและชวยคนหาขอมูล จากแหลงขอมูล เชน อินเทอรเน็ต หนังสือเรียน 4. จัดเตรียมขอมูลเพื่อนําเสนอตามรูปแบบที่นักเรียนคิดวา นาสนใจอยางอิสระ 5. ออกมานําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารที่ทําให ผูอื่นเขาใจไดงาย น�า สอน สรุป ประเมิน T137


5 การสงจดหมาย (Mailings) ค�าสั่งเกี่ยวกับการสร้างจดหมาย และ การเขียนและแทรกเขตข้อมูลในจดหมาย 6 ตรวจทาน (Review) ค�าสั่งเกี่ยวกับการตรวจทานเอกสาร เช่น การพิสูจน์อักษร การแทรกข้อคิดเห็นบนเอกสาร การ เปรียบเทียบเอกสาร 7 มุมมอง (View) ค�าสั่งเกี่ยวกับการเลือกมุมมองในการท�างาน เช่น การย่อเอกสาร การขยายเอกสาร แสดงส่วนประกอบ หน้าต่างโปรแกรม สําหรับในระดับชั้นนี้ เพื่อน ๆ จะไดเรียนรู เกี่ยวกับการสรางความนาสนใจใหเอกสารนะคะ 88 ภาพที่ 4.7 แถบคําสั่งการสงจดหมาย ภาพที่ 4.8 แถบคําสั่งการตรวจทาน ภาพที่ 4.9 แถบคําสั่งมุมมอง ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 88 ขั้นสอน 10. ครูทบทวนเนื้อหา เรื่อง องคประกอบและ แถบคําสั่งของโปรแกรมประมวลคํา โดยอาจ ยกเปนสัญลักษณภาพเมนูตางๆ แลวให นักเรียนตอบคําถามวา สัญลักษณนี้มีชื่อเมนู วาอะไร เพื่อทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา 11. ครูอาจแนะนําใหนักเรียนรูจักโปรแกรม ประมวลคํา โดยอธิบายใหนักเรียนทราบวา โปรแกรมประมวลคําเหมาะสําหรับใชในการ จัดการกับเอกสารตางๆ ซึ่งสามารถแกไข ขอความ และตกแตงเอกสารใหดูสวยงาม เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟงตอจากหนาที่ แลววา • แถบคําสั่งการสงจดหมาย (Mailings) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการสราง จดหมาย • แถบคําสั่งตรวจทาน (Review) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการตรวจทาน เอกสารตางๆ เชน การพิสูจนอักษร • แถบคําสั่งมุมมอง (View) เปนแถบคําสั่งที่ใชเลือกมุมมองในการทํางาน เชน การยอขนาดของเอกสาร การขยายขนาดของเอกสาร เมื่อครูอธิบายแถบคําสั่งทั้งหมดใหนักเรียนฟง ครูอาจสุมนักเรียนใหอธิบาย ลักษณะเดนของแตละแถบคําสั่งวามีลักษณะการใชงานอยางไรจากนั้นครู และนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง องคประกอบและแถบคําสั่งโปรแกรม ประมวลคํา กิจกรรม ทาทาย ครูใหนักเรียนเขียนบทความ เรื่อง มลพิษของฝุน PM 2.5 สงผลกระทบอยางไรกับการใชชีวิตประจําวัน ลงในโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด โดยใหสืบคนขอมูลที่เกี่ยวของจากอินเทอรเน็ต หนังสือเรียน หรือแหลงขอมูลอื่นๆ และแทรกรูปภาพที่เกี่ยวของ พรอมตกแตงชิ้นงานใหสวยงาม จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมานํา เสนอขอมูลหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารที่ทําใหผูอื่นเขาใจ ไดงาย น�า สอน สรุป ประเมิน T138


ขอสอบเนน การคิด 3) การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ สามารถ ท�าได้หลายวิธี ดังนี้ การเนนขอความดวยไฮไลท เป็นการท�าแถบสี เพื่อเน้น ความส�าคัญของข้อความ มีขั้นตอนการท�า ดังนี้ การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมีขนาดใหญ มีขั้นตอนการท�า ดังนี้ 89 2. เมาส์พอยน์เตอร์จะ เปลี่ยนรูปร่างเป็น ปากกา แล้วน�าไป คลิกเลือกข้อความ ที่ต้องการเน้น 2. คลิกเลือก Drop Cap 3. คลิกเลือกตัวเลือกตัวอักษร ขึ้นต้นขนาดใหญ่จะปรากฏ ผลลัพธ์ ดังภาพ 1. คลิกเครื่องมือไฮไลท์ และคลิกเลือกสี 1. เลือกข้อมูลที่ต้องการท�า ตัวอักษรตัวแรกให้ใหญ่แล้วคลิก Insert ที่แถบเครื่องมือ ภาพที่ 4.10 การเนนขอความดวยไฮไลท ภาพที่ 4.11 การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมีขนาดใหญ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 89 ขั้นสอน 12. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่อง การปรับแตงขอความ ในเอกสารใหนาสนใจ ซึ่งสามารถทําได หลายวิธี ดังนี้ การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมี ขนาดใหญ 13. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยการออกแบบ ตัวหนังสือบนกลองนมใหมีความนาสนใจ สามารถใชวิธีจากหนังสือเรียนในการตกแตง ใหออกมามีจุดเดนและมีความนาสนใจได จากนั้นครูสุมผลงานของนักเรียนภายในหอง 5 อันดับ ขึ้นมาแสดงบนหนาจอคอมพิวเตอร ใหเพื่อนในหองดู การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบของตัวอักษรโดยเปลี่ยนตัวอักษร จากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูใด 1. แทรก > WordArt 2. อางอิง > WordArt 3. หนาแรก > WordArt 4. เคาโครงหนากระดาษ > WordArt (วิเคราะหคําตอบ การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบของตัวอักษรโดย เปลี่ยนตัวอักษรจากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูแทรกแลวเลือก คําวา WordArt ดังนั้น ตอบขอ 1.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเรื่อง การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ วาสามารถทําได หลายวิธี เชน การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนา ใหมีขนาดใหญ เพื่อใหผูที่เขามาศึกษาเกิดความสะดุดตากับขอความนั้นๆ จากนั้น ครูใหนักเรียนลองออกแบบขอความโดยการปรับแตงขอความใหมีความนาสนใจ และสุมผลงานของนักเรียนที่เสร็จแลวออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T139


4) การใชเครื่องมือวาดรูป ช่วยให้งานเอกสารน่าสนใจมาก ยิ่งขึ้น สามารถท�าได้ ดังนี้ การใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ ให้คลิกแทรกและเลือก รูปร่าง จะมีรายละเอียด ดังนี้ 90 กลุมรูปรางที่ใชลาสุด (Recently Used Shapes) เป็นรูปร่างหรือเส้นแบบต่าง ๆ ที่เพิ่งใช้งาน กลุมรูปรางสี่เหลี่ยม (Rectangles) และ กลุมรูปรางพื้นฐาน (Besic Shapes) เราอาจใช้แทนกล่อง ข้อความต่าง ๆ หรือใส่ ภาพที่ต้องการลงไป ในรูป กลุมคําบรรยายภาพ (Callouts) เป็นการ ใช้สัญลักษณ์ของ การสนทนา กลุมลูกศรแบบบล็อก (Block Arrows) เป็นการแสดงทิศทาง แบบมีความกว้าง กลุมดาวและแบนเนอร (Stars and Banners) เหมาะในการน�าเสนอ ข้อความประชาสัมพันธ์ กลุมแผนผังลําดับงาน (Flowchart) เป็น รูปร่างที่เหมาะในการ เลือกจัดท�าแผนผัง ต่าง ๆ กลุมเสน (Lines) เป็นการใช้เส้น ต่าง ๆ ส�าหรับการวาดภาพที่เฉพาะ เจาะจง ภาพที่ 4.12 การใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 90 ขั้นสอน 14. ครูอธิบาย เรื่อง การใชเครื่องมือวาดรูป ใหนักเรียนฟงวา สามารถทํางานวาดภาพ ไดหลากหลายตามที่ตองการ โดยอาจเลือก รูปแบบของรูปรางตางๆ มาใชเพื่อสราง สิ่งของ สถานที่ แผนผัง แผนภาพ ตามที่ ตองการได 15. ครูใหนักเรียนใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ สรางออกมาเปนแผนผังครอบครัวของตนเอง สามารถออกแบบอยางไรก็ไดตามที่ตองการ และใสสีหรือตกแตงใหสวยงาม เมื่อทุกคน ทําชิ้นงานเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมา อธิบายขั้นตอนในการสรางชิ้นงาน เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การใชเครื่องมือวาดรูป ซึ่งเปนการชวยใหงานนาสนใจ มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นครูใหนักเรียนวาดภาพจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด โดยใหนักเรียนวาดรูปสัตวที่ชอบจากเมนูรูปรางและลงสีใหสวยงาม แลวเขียน อธิบายลักษณะเดนของสัตวเหลานั้นวามีลักษณะอยางไร เมื่อนักเรียนทุกคน ทําเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมาอธิบายรูปสัตวที่นักเรียนวาด พรอมกับอธิบาย ขั้นตอนในการทําชิ้นงานนี้หนาชั้นเรียน กิจกรรม ทาทาย ครูแบงนักเรียนเปน 3 กลุม และกําหนดชิ้นงานใหกลุมละ 1 ขอ ตามนี้ กลุมที่ 1 การเขียนผังงาน กลุมที่ 2 การทําโจทยปญหา เรื่อง รูปเรขาคณิต กลุมที่ 3 การทํานิทาน หลังจากนั้นใหแตละกลุมชวยกันสรุปแลวออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียนวา การสรางชิ้นงานของกลุมจะตองใชเครื่องมือ วาดรูปกลุมใดบาง พรอมยกตัวอยางประกอบ น�า สอน สรุป ประเมิน T140


ขอสอบเนน การคิด เราสามารถแทรกรูปภาพ โดยใช้แถบเครื่องมือ แทรกรูปภาพได้ ดังนี้ การแทรกรูปภาพโดยใชแถบเครื่องมือแทรกรูปภาพ 5) การแทรกรูปภาพ ช่วยให้เอกสารมีความน่าสนใจ และ สวยงามมากขึ้น สามารถท�าได้ ดังนี้ 91 1. คลิกที่แทรก (Insert) เลือก รูปภาพ 2. จะปรากฏหน้าต่างโฟลเดอร์ ต่าง ๆ เช่น โฟลเดอร์งาน โฟล์เดอร์รูปภาพ มาให้ นักเรียนสามารถเลือก รูปภาพที่ต้องการ และ น�าไปวางลงในโปรแกรม 3. คลิกเลือกภาพที่ต้องการ 4. คลิกที่ปุ มแทรก (Insert) เพื่อเลือกภาพที่ต้องการ 5. สามารถเพิ่มรูปภาพที่เรา ต้องการมาใส่ในโปรแกรมได้ ภาพที่ 4.13 การคลิกเลือกภาพที่ตองการ ภาพที่ 4.14 การแทรกรูปภาพโดยการใชแถบเครื่องมือแทรกรูปภาพ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 91 ขั้นสอน 16. ครูอธิบาย เรื่อง การแทรกรูปภาพ ใหนักเรียน ฟงวา มีขั้นตอนในการแทรกรูปภาพอยางไร ซึ่งขั้นตอนในการแทรกรูปภาพ มีดังนี้ คลิก ที่เมนูแทรกและเลือกรูปภาพจากโฟลเดอร ที่ตองการเพื่อนําไปวางลงบนโปรแกรม เมื่อ คลิกเลือกภาพที่ตองการแลวใหคลิกที่ปุม แทรกจะสามารถเพิ่มรูปภาพที่ตองการเขา มาอยูในโปรแกรมได 17. ครูใหนักเรียนลองแทรกรูปภาพสัตวเลี้ยง ที่ตนเองชื่นชอบลงในโปรแกรมไมโครซอฟต เวิรด และเขียนคําบรรยายใตรูปภาพวา สัตวชนิดนี้มีชื่อวาอะไร มีลักษณะเดนอยางไร การแทรกรูปภาพลงในเนื้อหาตางๆ มีประโยชนอยางไร 1. เพื่อความสวยงาม 2. เพื่อใหเอกสารดูแปลกตา 3. เพื่อลดขอความในเอกสาร 4. เพื่อใหเขาใจเนื้อหาในเอกสารมากขึ้น (วิเคราะหคําตอบ การแทรกรูปภาพลงไปในเนื้อหาหรือขอมูล ที่ตองการทําใหขอมูลนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ทําใหผูอานสามารถเรียนรูและเขาใจเนื้อหาจากขอความมองเห็น เปนภาพไดมากขึ้น เกิดการวิเคราะหขอมูลตางๆ ใหออกมา เปนภาพได ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การแทรกรูปภาพใหนักเรียนฟงเปนขั้นตอน จากนั้น ใหนักเรียนลองทํากิจกรรม โดยครูกําหนดเรื่องราวเพื่อใหนักเรียนแทรก ภาพตางๆ ใหเปนเรื่องราว พรอมเขียนสถานการณใหมีความสอดคลองกับ รูปภาพนั้น เมื่อทําเสร็จแลวใหนําผลงานออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยครู กําหนดเรื่องราวใหนักเรียนเลือก ดังนี้ • บานของฉัน • สัตวเลี้ยงที่ชอบ • สถานที่ทองเที่ยว • โรงเรียนนาอยู น�า สอน สรุป ประเมิน T141


Click to View FlipBook Version