จาก แบบฝกหัด หนา 12 กิจกรรม สรางเสริม ใหนักเรียนคิดสืบคนขอมูลวา บล็อกคําสั่งในภาพทํางาน ตางกันอยางไร แลวบันทึกลงในสมุด เกร็ดแนะครู ในการตอบคําถามตอนที่ 2 ครูอาจปรับวิธีการโดยใหนักเรียนวาดรูป บล็อกคําสั่งหรือใหพิมพภาพจากเครื่องพิมพ แลวนํามาแปะลงในแบบฝกหัด ไดตามความเหมาะสม ขั้นสรุป 15. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 25-27 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ และตอนที่ 2 จํานวน 1 ขอ ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 25-27 5. บล็อกคําสั่งใดตางจากขออื่น ก. ข. ค. ง. 6. ถาสรางตัวละครใหม โดยลากบล็อกคําสั่ง และ กับ มาวางตอกัน จะทําใหเกิดผลอยางไร ก. ตัวละครหายไป ข. ตัวละครเลือนลาง ค. ตัวละครถูกซอนไว ง. ตัวละครเคลื่อนที่ 7. ตัวละครปลาทองตองการวายวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสั่ง การเคลื่อนที่อยางไร ก. ข. ค. ง. 8. 1 3 4 2 หมายเลขใด เปนการแสดงคําถามของตัวละคร ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปนบล็อกแสดงขอความตอเนื่องกับคําตอบ ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 5. บล็อกคําสั่งใดตางจากขออื่น 6. ถาสรางตัวละครใหม โดยลากบล็อกคําสั่ง 7. ตัวละครปลาทองตองการวายวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสั่ง 8. 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปนบล็อกแสดงขอความตอเนื่องกับคําตอบ ฉบับ เฉลย 26 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 2 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดเรียงลําดับการเขาใชงานโปรแกรม Scratch ไดถูกตอง 1) ดาวนโหลดโปรแกรม Scratch Offline Editor 2) ดาวนโหลดโปรแกรม Adobe AIR คลิกปุม Download now 3) เปดเว็บ https://scratch.mit.edu/download/ กดแปน Enter 4) ติดตั้งโปรแกรม Scratch จะปรากฏหนา Open File คลิกปุม Run ก. 4), 3), 2) และ 1) ข. 3), 2), 1) และ 4) ค. 2), 1), 4) และ 3) ง. 1), 4), 2) และ 3) 2. องคประกอบที่จําเปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบาง ก. เวที ตัวละคร และพื้นที่ทํางาน ข. เวที ตัวละคร และบล็อกโปรแกรมคําสั่ง ค. ตัวละคร ชุดคําสั่งของบล็อก และพื้นที่ทํางาน ง. ตัวละคร บล็อกโปรแกรมคําสั่ง และชุดคําสั่งของบล็อก 3. กานดาตองการบล็อกคําสั่งทําซํ้าของตัวละครแรก นําไปใสกับตัวละครใหม ควรใชแถบเครื่องมือใด ก. แถบเมนูเครื่องมือ ข. เครื่องมือเวที ค. บล็อกโปรแกรมคําสั่ง ง. ชุดคําสั่งของบล็อก 4. บล็อกคําสั่งใด อยูกับบล็อกโปรแกรมที่แสดงใหพูด คิด และเปลี่ยนขนาด ไดตามตองการ ก. ข. ค. ง. ตอนที่ 1 1. ขอใดเรียงลําดับการเขาใชงานโปรแกรม Scratch ไดถูกตอง 2. องคประกอบที่จําเปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบาง 3. 4. บล็อกคําสั่งใด อยูกับบล็อกโปรแกรมที่แสดงใหพูด คิด และเปลี่ยนขนาด 10 ฉบับ เฉลย 25 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 12 15 × 100 = 80 ดังนั้น รอยละ 80 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม 5 10. ใครนําความรูโปรแกรม Scratch ไปใชไมถูกตอง ก. แตวใชแสดงผลงานศิลปะ ข. ตั้วใชสรางเกมคอมพิวเตอร ค. ตอมใชวิเคราะหขอมูลทางสถิติ ง. เตยใชสรางแบบจําลองทางวิทยาศาสตร ตอนที่ 2 ใหนักเรียนสรางตัวละคร บทพูด และสรางการเคลื่อนไหว โดยใชพื้นฐาน การเขียนโปรแกรม Scratch พรอมทั้งอธิบายคําสั่งของตัวละคร (แนวคําตอบ) ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร Scratch เบื้องตน (5 คะแนน) คะแนน สรางตัวละครไดสวยงาม มีความคิดสรางสรรค 1 สรางบทพูดของตัวละครไดเหมาะสม 1 สรางการเคลื่อนไหวของตัวละครไดถูกตองและเหมาะสม 1 เขียนโปรแกรม Scratch เปนลําดับคําสั่งใหคอมพิวเตอรทํางานไดถูกตอง 2 10. ใครนําความรูโปรแกรม Scratch ไปใช ตอนที่ 2 ตัวละครแมวพูดวาจะจับปลากินแลวนะ ใชบล็อกคําสั่งถาแปนลูกศรชี้ขวาไปที่ ทิศทาง 90 เคลื่อน 10 กาว ถาแปนลูกศรชี้ซายไปที่ทิศทาง -90 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนซาย-ขวา ถาแปนลูกศรชี้ลงไปที่ทิศทาง 180 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนรอบดาน ถาแปนลูกศรขึ้นไปที่ทิศทาง 0 เคลื่อน 10 กาว ตั้งรูปแบบการหมุนรอบดาน ทําใหแมวเคลื่อนที่จับปลา ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 2 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.4/2 30 35 15 80 ฉบับ เฉลย 27 น�า สอน สรุป ประเมิน T92
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. นักเรียนสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Scratch มาติดตั้งที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ได้จากเว็บไซต์ใด ก. http://scratch.mit.edu ข. http://scratch.go.th ค. http://scratch.com ง. http://scratch.org 2. การจดบันทึกค าใบ้ของรหัสผ่านในการใช้งานโปรแกรม Scratch แทนการจดรหัสผ่านลงในสมุดมีประโยชน์อย่างไร ก. ไม่มีผลแตกต่างจากการจดรหัสผ่านลงในสมุด ข. ป้องกันผู้อื่นแอบดูสมุดและน ารหัสผ่านไปใช้ ค. สร้างความท้าทายในการคิดค าใบ้ ง. เป็นการฝึกความจ า 3. ข้อใดอธิบายความหมายของสคริปต์ได้ถูกต้อง ก. ชุดค าสั่งส าหรับตัวละครหรือเวทีเพื่อให้ท างานตามที่ ออกแบบโปรแกรมไว้ ข. บล็อกค าสั่งในหมวดต่างๆ ที่สามารถน ามาประกอบเรียงกัน เข้าเป็นกลุ่มๆ ค. เครื่องมือที่เรียกใช้งานโดยมีลักษณะเด่นเป็นการใช้งาน รูปร่างต่างๆ ง. เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม 4. เมื่อต้องการให้ตัวละครพูดค าว่า “สวัสดี!” ต้องเลือกบล็อก ค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 5. ถ้าสร้างตัวละครใหม่ โดยลากบล็อกมาวางต่อกันดังภาพ จะ ท าให้เกิดผลอย่างไร ก. ตัวละครหมุนกลับด้าน ข. ตัวละครเลือนราง ค. ตัวละครเคลื่อนที่ ง. ตัวละครหายไป 6. เมื่อต้องการให้ตัวละครในโปรแกรม Scratchเลี้ยวซ้าย ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม ค. รูปร่าง ง. เสียง 7. เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดให้ตัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม ค. รูปร่าง ง. เสียง 8. ถ้าต้องการให้ตัวละครแมว ส่งเสียงร้อง Meow ต้องใช้ บล็อกค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 9. ใครน าความรู้โปรแกรม Scratch ไปใช้ไม่เหมาะสม ก. พอเพียง ใช้ท าบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเอง ข. ใบเตย ใช้ท านิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า ค. ภูผา ใช้สร้างแบบจ าลองระบบสุริยะ ง. ก้านตอง ใช้สร้างเกมคอมพิวเตอร์ 10. ไฟล์ชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุ่น 2.0 เป็นไฟล์ นามสกุลอะไร และสามารถเปิดใช้งานใน รุ่น 3.0 ได้ หรือไม่ ก. นามสกุล .sb2 ไม่สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ข. นามสกุล .sb ไม่สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ค. นามสกุล .sb2 สามารถเปิดใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ง. นามสกุล .sb สามารถเปิดใช้งานใน รุ่น 3.0 ได้ 7. เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดให้ตัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกค าสั่งใด ก. เสียง ข. รูปร่าง ค. ควบคุม ง. การเคลื่อนที่ แบบทดสอบหลังเรียน 1. ก 2. ข 3. ก 4. ก 5. ง 6. ก 7. ค 8. ก 9. ก 10. ค เฉลย ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมิน การนําเสนอผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลที่แนบมา ทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 หนวยการเรียนรูที่ 2 ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 2 ขั้นสรุป 16. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 2 เรื่อง การเขียนโปรแกรมอยางงาย ดวย Scratch แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ไฟลชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลนามสกุล อะไร และสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ไดหรือไม 1. นามสกุล .sb สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 2. นามสกุล .sb2 สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 3. นามสกุล .sb ไมสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได 4. นามสกุล .sb2 ไมสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา ไฟลชิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลนามสกุล .sb2 สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได ดังนั้น ตอบขอ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T93
www.google.com เป็น Search Engine ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ ระบบเครือข่ายที่ท�าการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จ�านวนมากเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องในเครือข่ายเดียวกันได้ รูปแบบการสืบค้นข้อมูลความรู้ 1) การสืบค้นในรูปแบบ Index Directory 2) การสืบค้นในรูปแบบ Search Engine การใชงานอินเทอรเน็ต การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บ Search Engine คือ ซอฟต์แวร์ที่ท�าหน้าที่ค้นหาข้อมูล เช่น รูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอ โดยใช้ค�าใน การสืบค้นข้อมูล การใช้งานเว็บSearchEngine มีวิธีการใช้งานพื้นฐาน คือ การก�าหนดค�าสืบค้น ซึ่งสามารถสืบค้นแบบเจาะจงประเภทไฟล์ของข้อมูล สี ขนาด และประเภทของรูปภาพ รวมทั้งสามารถสืบค้นหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ข้อควรปฏิบัติหลังจากได้ข้อมูลจากการสืบค้นแล้ว 1) ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2) ตรวจสอบข้อมูล 3) ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล 4) น�าข้อมูลที่สืบค้นได้มาเปรียบเทียบกัน 5) น�าเสนอข้อมูล ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดังนี้ 1) ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาทที่แต่ละเว็บไซต์ก�าหนด 2) การใช้งานอีเมล ไม่ควรส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้ผู้อื่น 3) ในการสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการสนทนาเท่านั้น ใช้ภาษาสุภาพ ไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว 4) การใช้กระดานสนทนา ห้ามพาดพิงสถาบันส�าคัญ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร 5) ไม่คัดลอกข้อมูลผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือแอบอ้างไปใช้เป็นของตนเอง T94
Chapter Overview แผนการจัด การเร�ยนรู สื่อการเร�ยนรู จ�ดประสงค การเร�ยนรู ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การใช อินเทอรเน็ต สืบคนขอมูล 3 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 1. อธิบายความหมาย ของอินเทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ต ในการค้นหาข้อมูลได้ (P) 3. เห็นประโยชน์จาก การใช้อินเทอร์เน็ต สืบค้นข้อมูล (A) - เกม - การสอนแบบสุ่ม - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบฝกหัด - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะการ แลกเปลี่ยนข้อมูล - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการสังเกต - ทักษะการ แก้ปัญหา - ทักษะการสืบค้น ข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 ความนาเชื่อถือ ของขอมูล 2 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.4 1. อธิบายลักษณะ ของแหล่งข้อมูล ที่มีความน่าเชื่อถือ และข้อปฏิบัติในการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้เว็บ Search Engine สืบค้นข้อมูลที่มี ความน่าเชื่อถือได้ และปฏิบัติตามข้อควร ปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้ (P) 3. เห็นความส�าคัญของ การประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล และการปฏิบัติตาม ข้อควรปฏิบัติใน การใช้งานอินเทอร์เน็ต (A) - เกม - การสอนแบบสุ่ม - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ตรวจแบบฝกหัด - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะการ แลกเปลี่ยนข้อมูล - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการสังเกต - ทักษะการ แก้ปัญหา - ทักษะการสืบค้น ข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T95
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การใช้อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของอินเทอร์เน็ตได้(K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลได้(P) 3. เห็นประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด อินเทอร์เน็ต(Internet)คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจ�ำนวนมากและครอบคลุมไปทั่วโลกโดยเครือข่ายนี้จะเชื่อม หากันภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำ� ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้เครื่องมือค้นหา ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถใช้เว็บ Search Engine ในการสืบค้นข้อมูล 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T96
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. เวิลด์ไวด์เว็บ ข. ชุมชนออนไลน์ ค. การถ่ายโอนข้อมูล ง. การสนทนาผ่านเครือข่าย 2. การน าแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น เรียกว่าอะไร ก. รีโหลด (Reload) ข. อัปโหลด (Upload) ค. พรีโหลด (Preload) ง. ดาวน์โหลด (Download) 3. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ มีชื่อย่อว่าอะไร ก. Net ข. E-mail ค. Address ง. Download 4. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลแบบ Search Engine ก. การค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ ข. การค้นหาข้อมูลโดยดูในเว็บเบราเซอร์ จากนั้นหน้าจอจะ แสดงรายละเอียดหัวข้อย่อยมาให้เลือก ค. การค้นหาโดยใช้ค าค้น ป้อนลงในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน Google จะปรากฏข้อมูลที่สอดคล้องกับค าค้นขึ้นมา ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยัง คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง 5. ข้อใดต่อไปนี้ค้นหารูปภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก สี กด Enter ข. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม และเลือก สีกด Enter ค. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เครื่องมือ และเลือก สีกด Enter ง. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก ประเภทภาพ และเลือก สีกด Enter 6. หากต้องการสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟล์น าเสนอ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนี้ระบุค าค้นได้ ถูกต้อง ก. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย ข. File Type : PPT : กล้วยไม้ไทย ค. File Type : กล้วยไม้ไทย : PPT ง. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT 7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของการค้นหารูปภาพตามสิทธิ์ ในการใช้งาน ก. น าภาพไปใช้ได้ ห้ามแก้ไขภาพ ข. น าภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ค. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ต้องขออนุญาตก่อน ง. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ไม่อนุญาตให้น าไปใช้ 8. เมื่อสืบค้นข้อมูลและได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ควร ปฏิบัติอย่างไร ก. คัดลอกข้อมูลลงสมุด ข. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งต่อ ค. น าเสนอข้อมูลที่ได้หน้าชั้นเรียน ง. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 9. ข้อใดต่อไปนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง ก. สนทนาด้วยค าสุภาพ ข. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น ค. ไม่ส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร ง. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพื่อน ๆ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในประเทศ เท่านั้น ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันระหว่างองค์กรกับ องค์กร ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ได้ทั่วโลก ง. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร เดียวกันเท่านั้น แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย 1. ข 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ง 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต เพื่อทบทวนความรูและวัดความรูพื้นฐานของ นักเรียนกอนจะเริ่มเรียนเนื้อหา ขอใดจัดเปน Search Engine ทั้งหมด 1. Safari Google 2. Google Yahoo 3. Firefox Yahoo 4. Chrome Google (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา Google Yahoo จัดเปน Search Engine ดังนั้น ตอบขอ 2.) เกร็ดแนะครู เนื้อหาในหนวยการเรียนรูนี้เปนเรื่องเกี่ยวกับการใชงานอินเทอรเน็ตในการ สืบคนขอมูล การใชงาน Search Engine การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล และขอปฏิบัติในการใชงานอินเทอรเน็ต ซึ่งเปนความรูและทักษะที่จําเปนสําหรับ นักเรียน การทดลองปฏิบัติจนเกิดความเขาใจจึงเปนกระบวนการที่มีประโยชน มากในหนวยการเรียนรูนี้ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T97
ขอสอบเนนการคิด 3 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ตัวชี้วัด ว4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล ¡ÒÃ㪌§Ò¹ ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ data collection (¡ÒÃÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÙÅ) search (การÊืบค้นข้อมูล) ขอมูลในอินเทอรเน็ต มีมากมาย จะคนขอมูล อยางไรดีนะ เ¾ื่อน æ คิดว่า การÊืบค้น ข้อมูลãนอินเ·อร์เน็ต ควร·íาอย่างไร ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60 เกร็ดแนะครู ในขั้นนําครูอาจกลาวถึงการเปลี่ยนแปลงในดานการสื่อสารของมนุษย และบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาการสื่อสารตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน แบบยอ ก็จะเปนการปูพื้นฐานความรูที่มีประโยชนกับนักเรียนในการเรียนเนื้อหา ในหนวยการเรียนรูนี้มาก ขั้นนํา 2. ครูสอบถามนักเรียนวา รูจักอินเทอรเน็ตหรือไม อินเทอรเน็ตมีลักษณะเปนอยางไร (แนวคําตอบ อินเทอรเน็ต เปนเครือขาย คอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันจํานวนมากและ ครอบคลุมไปทั่วโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยน ขอมูลและสงผานขอมูลระหวางกันได) 3. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูวา เพื่อนๆ คิดวา การสืบคนขอมูลในอินเทอรเน็ต ควรทําอยางไร ใหนักเรียนบอกขอดีของการสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต เปรียบเทียบกับการสืบคนขอมูลจากหนังสือและเอกสารมา 3 ขอ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคํา ตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน สามารถสืบคนขอมูล ไดโดยไมจํากัดสถานที่ สามารถสืบคนขอมูลไดรวดเร็วกวาการหา จากหนังสือและเอกสาร สะดวกในการนําขอมูลไปเรียบเรียงและ นําเสนอมากกวาหนังสือและเอกสาร) แนวตอบ คําถามประจําหนวยการเรียนรู นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชเว็บ Search Engine ชวย เพื่อประหยัดเวลา ในการสืบคน ควรสืบคนขอมูลจากแหลงขอมูลที่มี ความนาเชื่อถือ ควรตรวจสอบความนาเชื่อถือของ ขอมูลที่สืบคนมาดวย น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T98
ขอสอบเนน การคิด อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจ�านวนมากและ ครอบคลุมไปทั่วโลก เครือข่ายนี้เชื่อมหากัน 1. ¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ท�าให้สามารถแลกเปลี่ยน ข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ อินเทอรเน็ต จําเปนตอชีวิต เราอยางไร บางนะ ไปรɳÕย์อิเล็ก·รอนิกÊ์ (Electronic Mail : E - mail) เป็นบริการรับ - ส่งจดหมาย และแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้ ทั่วโลก โดยผู้ใช้งานจะต้องมีที่อยู่อีเมล (E - mail Address) เป็นบริการเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น ซึ่ง สนทนาผ่านการพิมพ์ข้อความ รับ - ส่งแฟ้มข้อมูล สนทนาด้วย เสียง และติดตั้งกล้องเว็บแคม เพื่อให้เห็นภาพคู่สนทนาด้วย การÊน·นา¼่านเครือข่าย (Chat) อินเทอรเน็ตมีการใหบริการหลายอยาง ดังนี้ 61 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 61 บริการทางอินเทอรเน็ตในขอใด สามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สง ระหวางกันได 1. แชตเทานั้น 2. อีเมลเทานั้น 3. ทําไดทั้งอีเมลและแชต 4. ทําไมไดทั้งอีเมลและแชต (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ทั้งอีเมลและแชตสามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สงระหวางกันได ดังนั้น ตอบขอ 3.) แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวขอ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชในการติดตอสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสาร ทางไกล ใชทํางานรวมกับเทคโนโลยีประเภทอื่น เชน กลอง หุนยนต ใชควบคุมการทํางานจากระยะไกล ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา อินเทอรเน็ตจําเปนตอชีวิตเราอยางไรบาง 2. ครูอธิบายความหมายของอินเทอรเน็ตวา เปนเครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันได ทั่วโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางเครื่องในเครือขายได 3. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหนักเรียนฟง ดังนี้ - ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรืออีเมล (Electronic Mail: E-mail) เปนบริการ รับ-สงจดหมายไดทั่วโลกที่แนบไฟลได และรวดเร็ว - การสนทนาผานเครือขาย (Chat) เปนบริการ สนทนาผานการพิมพขอความ สามารถ ติดตั้งกลองเพื่อใหเห็นภาพคูสนทนาได เกร็ดแนะครู ครูอาจสอบถามนักเรียนวา ใครเคยใชบริการการสื่อสารทางอินเทอรเน็ต มาแลวบาง และใหออกมาเลาประสบการณใหเพื่อนฟงสั้นๆ วาใชแลวเกิด ประโยชนอยางไร มีปญหาอะไรเกิดขึ้นบาง แลวคอยเขาสูเนื้อหาการสอนในสวน บริการทางอินเทอรเน็ตในหนังสือเรียน หนา 61 น�า สอน สรุป ประเมิน T99
ขอสอบเนนการคิด การถ่ายโอนข้อมูล (File Transfer protocol : FTP) เป็นบริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความจาก คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง การโอนย้ายแฟ้ม ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) ส่วนการน�า แฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เรียกว่า การอัปโหลด (Upload) เวิลด์ไวด์เว็บ (World- Wide- Web : WWW) เป็นบริการเครือข่ายที่เชื่อมโยงแหล่งข้อมูลข่าวสารเข้าหากัน และครอบคลุมทั่วโลก ลักษณะของข้อมูลที่สืบค้นได้จะเป็น เอกสารไฮเปอร์ลิงก์ที่สร้างด้วยภาษาเอชทีเอ็มแอล (HTML) การเข้าถึงข้อมูลแต่ละแห่งจะเข้าไปยังโฮมเพจ (Homepage) และจะเชื่อมต่อไปยังเว็บเพจ (Webpage) อื่น ๆ ได้อีก ชุมชนออนไลน์ เป็นบริการเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความถึงกัน ติดต่อ สื่อสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพ กันได้ เช่น เฟซบุ๊ก (facebook) ทวิตเตอร์ (twitter) 62 การให้บริการในอินเทอร์เน็ต ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 62 ขั้นสอน 4. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหนักเรียนฟงตอ ดังนี้ - เวิลดไวดเว็บ (World Wide Web: WWW) เปนบริการแหลงขอมูลขาวสารจากทั่วโลก ที่สามารถสืบคนได - การถายโอนขอมูล (File Transfer Protocol: FTP) เปนบริการถายโอนแฟมขอมูลระหวาง เครื่องคอมพิวเตอร - ชุมชนออนไลน (Online Community) เปนบริการเครือขายที่ผูใชสามารถติดตอ สื่อสารกันได เชน เฟซบุก ไลน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายรูปแบบของบริการทางอินเทอรเน็ตพรอมยกตัวอยาง เรื่อง เวิลดไวดเว็บ (World Wide Web : WWW) การถายโอนขอมูล (File Transfer Protocol : FTP) และชุมชนออนไลน (Online Community) โดยอาจใช คลิปการสอนจาก www.youtube.com มาชวยอธิบายใหนักเรียนเห็นภาพ บริการตางๆ ทางอินเทอรเน็ตที่ชัดเจนมากขึ้นดวย หากตองการสงไฟลที่มีขนาดใหญมากใหเพื่อน นักเรียนควรใช บริการใด 1. แชต 2. อีเมล 3. ชุมชนออนไลน 4. การถายโอนขอมูล (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลที่มีขนาดใหญมากใหเพื่อนควรใชการถายโอนขอมูล ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T100
ขอสอบเนน การคิด ปจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ต จ�านวนมาก เราจึงควรศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล จากอินเทอร์เน็ต เพื่อจะได้สืบค้นความรู้ต่าง ๆ และรู้จักประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล 1.1รูปแบบการสืบค้นข้อมูลความรู้ 1)การสืบค้นในรูปแบบIndexDirectory เป็นการค้นหา ข้อมูล โดยการคลิกเลือกข้อมูลที่ต้องการจะดูในเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) จากนั้นหน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดของหัวข้อ ย่อยมาให้เลือก 2)การสืบค้นในรูปแบบSearchEngine เป็นการค้นหา ข้อมูลความรู้ผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟต์แวร์ ค้นผ่านเว็บ ลักษณะของ Search Engine จะเป็นฐานข้อมูล ขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตไม่มี การแสดงข้อมูลออกมาเป็นล�าดับขั้นของความส�าคัญ การ ใช้งานจะต้องพิมพ์ค�าค้น ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่ ต้องการจะสืบค้น จากนั้น Search Engine จะแสดงข้อมูล และเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระดับชั้นนี้ เพื่อน ๆ จะไดเรียนรูวิธีการสืบคน ขอมูลความรูโดยใชเว็บ Search Engine นะครับ 63 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 63 คําคนในขอใดมีโอกาสพบขอมูลเกี่ยวกับปลาปรันยานอยที่สุด 1. ปลานํ้าจืด 2. ปลาสวยงาม 3. ปลาอันตราย 4. ปลาในแอมะซอน (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ปลาปรันยาไมใชปลาสวยงาม ดังนั้น ตอบขอ 2.) ขั้นสอน 5. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลความรูวา มี 2 รูปแบบ ดังนี้ 1) การสืบคนในรูปแบบ Index Directory เปนการคนหาขอมูลโดยการคลิกเลือก ขอมูลจากรายการในเว็บเบราวเซอร จากนั้นหนาจอก็จะแสดงรายละเอียด มาใหดู 2) การสืบคนในรูปแบบ Search Engine เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพคําคน จากนั้น Search Engine จะทําการคนหา ขอมูลจากคําคนในฐานขอมูลขนาดใหญ และแสดงขอมูลที่เกี่ยวของขึ้นมาบน หนาจอใหเลือก ความรูเสริม ขอแตกตางสําคัญระหวางการสืบคนในรูปแบบ Index Directory กับ การสืบคนในรูปแบบ Search Engine คือ Index Directory ใชคนเปนผูรวบรวม และทําระบบฐานขอมูล สวน Search Engine ใชซอฟตแวรเปนตัวรวบรวม และทําระบบฐานขอมูล น�า สอน สรุป ประเมิน T101
ขอสอบเนนการคิด 1.2การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บSearchEngine เว็บเสิร์ชเอ็นจิน หรือเว็บไซต์จักรกลค้นหา (Search Engine) คือ ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรม หรือเว็บไซต์ที่ท�าหน้าที่ค้นหา ข้อมูล เช่น ข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ โดยการสืบค้นข้อมูล จ�าเป็นต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ค�าค้น Web Search Engine ที่เรานิยมใชมาก คือ www.google.com คะ ภาพที่ 3.1 การสืบค้นข้อมูลโดยใช้เว็บ Search Engine 64 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 64 ขั้นสอน 6. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลโดยใชเว็บ Search Engine วา เว็บเสิรชเอ็นจิน เปนซอฟตแวรที่ทําหนาที่คนหาขอมูล เชน รูปภาพ ขอความ คลิปวิดีโอ โดยใชคําใน การสืบคนขอมูล 7. ครูใหนักเรียนทดลองเขาใชงานเว็บ Search Engine ชื่อ www.google.com ซึ่งเปนที่นิยม ใชมากในปจจุบัน เกร็ดแนะครู ครูอาจแนะนําการใชงานเว็บ Search Engine บนเว็บเบราวเซอรและอุปกรณ ที่ตางกัน ใหนักเรียนไดเรียนรูทางเลือกในการใชงานที่มากขึ้น เพื่อที่จะตัดสินใจ เลือกวิธีการใชงานที่เหมาะสมไดเมื่อมีอุปสรรคในการใชงาน หัวขอใดที่ Google ไมไดจัดหมวดหมูใหในการสืบคน 1. แผนที่ 2. รูปภาพ 3. คลิปวิดีโอ 4. แฟมเอกสาร (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา หัวขอที่ Google จัดหมวดหมูใหในการสืบคน คือ รูปภาพ คลิปวิดีโอ แผนที่ และขาวสาร ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T102
เปดเว็บเบราเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ที่ชอง ที่อยูเว็บ แลวกดแปน Enter จะปรากฏหนาตางเว็บเสิรชเอ็นจิน google 1.3 การใชงานเว็บ Search Engine มีขั้นตอน ดังนี้ 1 2 ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอ และคลิกคนหาดวย Google หรือกดแปน Enter ภาพที่ 3.2 หนาเว็บไซต www.google.com ภาพที่ 3.3 ปอนคําที่จะคนหาลงในชองวาง 65 ใหนักเรียนสืบคนขอมูลวาเว็บ Search Engine สามารถเรียก ใชงานผานอุปกรณใดตอไปนี้ไดบาง 1. แท็บเล็ต (Tablet) 2. เครื่องคอมพิวเตอร (Computer) 3. นาฬกาอัจฉริยะ (Smart Watch) 4. โทรศัพทเคลื่อนที่ (Mobile Phone) กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 65 ขั้นสอน 8. ครูใหนักเรียนศึกษาการเขาใชงานเว็บ Search Engine ผานเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) จากหนังสือเรียน หนา 65 ซึ่งมีขั้นตอนใน การปฏิบัติ ดังนี้ 1) เปดเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) พิมพ www.google.com ในชอง URL 2) ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอ แลวกดแปน Enter เกร็ดแนะครู กรณีที่นักเรียนยังพิมพไมคลอง ครูควรใหตรวจสอบชื่อเว็บไซตใหถูกตอง เสียกอนหลังพิมพเสร็จแลว กอนที่จะกดแปน Enter เพื่อปองกันปญหา การพิมพผิดในการเขาเว็บไซต น�า สอน สรุป ประเมิน T103
จะพบรายการข้อมูลที่สอดคล้องกับค�าค้นจ�านวนมาก การสืบค้นข้อมูลในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน เราควรก�าหนดประเภทของไฟล์ข้อมูลที่ เราต้องการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรง ตามความต้องการมากขึ้น จะเห็นวา พบขอมูลเยอะมาก แลวผม จะเลือกคนหาขอมูลอยางไรดีครับ ภาพที่ 3.4 แสดงผลการค้นหา 66 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 66 ขั้นสอน 9. ครูใหนักเรียนดูผลลัพธจากการสืบคนขอมูล ของตนเองโดยใชเว็บ Search Engine บนหนาจอที่เครื่องคอมพิวเตอรของตนเอง แลวสังเกตวา มีขอมูลอะไรปรากฏขึ้นบาง และมีความสัมพันธกับคําคนอยางไร 10. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา จากการ ทดลองสืบคนขอมูล นักเรียนจะเห็นวามี ขอมูลจํานวนมากปรากฏขึ้นมา อาจทําให ตองใชเวลาในการสํารวจและคัดเลือกขอมูล ที่ตองการ แตเราสามารถกําหนดคําคนแบบ เจาะจง เพื่อใหไดขอมูลที่ตรงตามความ ตองการมากขึ้นได เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนทําการสืบคนตามขั้นตอนสําเร็จ ครูพยายามใหนักเรียน สังเกตเห็นจํานวนของขอมูลที่ปรากฏขึ้นบนหนาจอวามีจํานวนมากแคไหน แลวจึงถามคําถามใหคิดตอวา ถานักเรียนจะไลดูขอมูลทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นมา ตองใชเวลาแคไหน มีวิธีแกปญหาที่งายขึ้นหรือไม เพื่อนําเขาสูการสืบคนแบบ เจาะจงในเนื้อหาสวนตอไป กิจกรรม 21st Century Skills ใหนักเรียนใชเว็บ Search Engine สืบคนขอมูลโดยใชคําคน ที่กําหนดใหตอไปนี้ตามลําดับ จากนั้นใหจดบันทึกจํานวนรายการ และเวลาในการสืบคนจากผลการคนหาของทุกคําสืบคนที่กําหนด ให 1. ใชคําวา ปลา 2. ใชคําวา ปลาดุก 3. ใชคําวา ปลาดุกเผือก ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกับเพื่อนวา นักเรียน ไดอะไรจากกิจกรรมนี้ น�า สอน สรุป ประเมิน T104
ก�าหนดค�าค้นให้สืบค้นเจาะจงประเภทของไฟล์ข้อมูล (File Type) และ นามสกุลของไฟล์ข้อมูลที่ต้องการ ดังนี้ FileType: ……………………………………………………………………………………………… นามสกุลหรือประเภทของไฟล์ข้อมูล ค�าค้น เช่น ต้องการสืบค้นเฉพาะไฟล์การน�าเสนอ (ppt) ⇨ FileType:pptสัตว์ปาสงวน จากที่พบเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนมากถึง 1,660,000 รายการ แต่เมื่อสืบค้นเฉพาะเจาะจงประเภทไฟล์ ppt พบว่าเหลือ 8,560 รายการ ท�าให้ได้ข้อมูลที่ตรงต่อความต้องการมากขึ้น 3 ภาพที่ 3.5 สืบค้นข้อมูลแบบเจาะจงประเภทของไฟล์ข้อมูล 67 ใหนักเรียนทดลองสืบคนขอมูล เรื่อง พืชสมุนไพร โดยใช รูปแบบ File Type : ดังตอไปนี้ พรอมจดบันทึกจํานวนรายการ ที่สืบคนไดของแตละหัวขอดวย 1. .docx 2. .pptx 3. .xlsx 4. .pdf จากนั้นใหนักเรียนสํารวจดูวา ขอมูลจํานวนรายการของไฟล แตละประเภทที่สืบคนไดนั้นแตกตางกันอยางไร แลวจึงนํามา เรียงลําดับตามประเภทไฟลที่สืบคนได โดยเรียงจากจํานวน รายการมากที่สุดไปยังนอยที่สุด กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 67 ขั้นสอน 11. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ เจาะจงประเภทของไฟลขอมูลและนามสกุล ของไฟลขอมูลที่ตองการ โดยใชรูปแบบ File Type : นามสกุลหรือประเภทของไฟลขอมูล คําคน เชน File Type : ppt สัตวปาสงวน จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูอาจเตรียมโจทยคําสั่งในการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงมาประมาณ 8-10 ขอ เพื่อฝกใหนักเรียนเกิดความคุนเคยในการใชงานแปนพิมพทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ยิ่งนักเรียนจําตําแหนงแปนพิมพของอักขระตางๆ ไดมาก ก็จะชวยใหพิมพขอความสําหรับสืบคนขอมูลไดสะดวกรวดเร็วขึ้น น�า สอน สรุป ประเมิน T105
ขอสอบเนนการคิด นอกจากนี้ การสืบคนขอมูลจาก www.google.co.th ยังสามารถระบุรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อเจาะจงการสืบคนได ดังนี้ สืบคนขอมูลแบบระบุชวงเวลา คือ การสืบคนขอมูล ไฟล ขาวสาร ที่ ถูกออนไลนในชวงเวลาที่กําหนด โดยกําหนดคําคนที่ตองการ แลว คลิก เครื่องมือ และเลือกชวงเวลา ของขอมูลที่ตองการ ภาพสี ใชสําหรับการคนรูปภาพสี ภาพขาวดํา ใชสําหรับการคน รูปภาพที่มีสีขาวดํา ภาพโปรงใส ใชสําหรับการคน รูปภาพที่พื้นหลังโปรงใส 1 ภาพเจาะจงสี ใชสําหรับการคน รูปภาพแบบเจาะจงสี ซึ่งมีทั้งหมด 12 สี สืบคนรูปภาพที่ตรงตอความตองการมากที่สุด 1. การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี เราสามารถสืบคนรูปภาพแบบ เจาะจงสีได 4 ประเภท โดยกําหนดคําคนที่ตองการ แลวคลิก เครื่องมือ และเลือก สี 2 ภาพที่ 3.6 สืบคนแบบระบุชวงเวลา ภาพที่ 3.7 การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี 68 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68 ขั้นสอน 12. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ เจาะจงในลักษณะอื่นเพิ่มเติม เชน การสืบคน ขอมูลแบบระบุชวงเวลาของขอมูลที่ตองการ การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี 4 ประเภท คือ ภาพสี ภาพขาวดํา ภาพโปรงใส และภาพเจาะจงสี จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูควรบอกประโยชนของการใชการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงแตละแบบ ดวยวามีประโยชนอยางไร หรือถามใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น เพื่อเชื่อมโยงกับการนําไปใชในชีวิตจริง ถานักเรียนไมสามารถสืบคนหาภาพที่พื้นหลังโปรงใสมาใช ประกอบงานนําเสนอได นักเรียนจะมีวิธีแกปญหาอยางไร (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความเขาใจ ขึ้นอยูกับดุลยพินิจ ของครูผูสอน เชน อาจใชการสืบคนหาภาพที่มีพื้นหลังสีเดียวกับ พื้นหลังของงานนําเสนอมาใชงานแทน หรือใชซอฟตแวรในการ ออกแบบตัดภาพพื้นหลังของภาพที่ตองการออกไปกอนนําไปใช ประกอบงานนําเสนอ) น�า สอน สรุป ประเมิน T106
ขอสอบเนน การคิด 2. การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท สามารถสืบค้นรูปภาพแบบ เจาะจงได้ 5 ประเภท โดยก�าหนดค�าค้นที่ต้องการ คลิก เครื่องมือ และเลือก ประเภท 3. การสืบค้นรูปตามขนาดที่ต้องการ ท�าได้โดยก�าหนดค�าค้นที่ต้องการ คลิก เครื่องมือ และเลือก ขนาด คลิปอาร์ต ใช้ส�าหรับการค้นภาพตัดปะ ภาพถ่าย ใช้ส�าหรับการค้นภาพถ่าย จากกล้อง ภาพวาดลายเส้น ใช้ส�าหรับการค้นภาพวาดที่มี ลักษณะเป็นลายเส้นเท่านั้น ใบหน้า ใช้ส�าหรับการค้นรูปภาพ ใบหน้ามนุษย์ แอนิเมชัน ใช้ส�าหรับการค้นภาพที่มี การเคลื่อนไหว ภาพที่ 3.8 การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ภาพที่ 3.9 การสืบค้นรูปตามขนาดที่ต้องการ 69 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 69 ขั้นสอน 13. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูปภาพ แบบเจาะจงประเภท ทั้ง 5 ประเภท ดังนี้ ใบหนา ภาพถาย คลิปอารต ภาพวาด และลายเสนแอนิเมชัน จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง 14. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูป ตามขนาดที่ตองการ จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง เกร็ดแนะครู การสอนความเขาใจในการนําไปใช ครูอาจเตรียมสถานการณมานําเสนอ แลวใหนักเรียนตัดสินใจวา ควรเลือกใชการสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใดจึงจะเหมาะสมที่สุด เชน อยากไดภาพเด็กนักเรียนชั้นประถมที่เปนการตูน อยากไดภาพเคลื่อนไหวดวงอาทิตยขึ้นและตก ใหนักเรียนเขียนขั้นตอนในการสืบคนขอมูลภาพลายเสน โดยใชคําคน กลองถายรูป (แนวตอบ 1. พิมพคําวา กลองถายรูป กด Enter 2. คลิกเลือก คนรูป 3. คลิกเลือก เครื่องมือ 4. คลิกเลือก ประเภทใดก็ได -> ภาพวาดลายเสน) น�า สอน สรุป ประเมิน T107
ขอสอบเนนการคิด ภาพในกลุมนี้ไมสามารถนําไปใชได ตองขออนุญาตกอน นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และสามารถนําไป ใชในเชิงพาณิชยได นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และสามารถนําไปใชใน เชิงพาณิชยได นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และหามนําไปใช ในเชิงพาณิชย นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และหามนําไปใชในเชิง พาณิชย 4. การสืบคนหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ทําไดโดยกําหนด คําคนที่ตองการ คลิก เครื่องมือ และเลือก สิทธิ์ในการใชงาน จะปรากฏ ขอมูล ดังนี้ เทคนิคการใชงาน Google ใหมากกวาการใชสืบคนขอมูล ÁØÁ Com Sci ตามดวย นามสกุลของไฟลนั้น ๆ เชน “การใชคอมพิวเตอร.PDF” หรือ “คณิตศาสตร ป.4. DOC” ผลลัพธที่ไดจะเปนไฟลเอกสารที่มีนามสกุล ตามที่ระบุ 1. การคนหาไฟลเอกสาร นามสกุลตาง ๆ ในกรณีที่ เราตองการคนหาเอกสาร นามสกุล.PDF, .DOC หรือ นามสกุลอื่น ๆ สามารถ ทําไดโดยพิมพคําคนแลว ภาพที่ 3.10 การสืบคนหารูปเพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ภาพที่ 3.11 การคนหาไฟลเอกสารนามสกุลตาง ๆ 70 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 70 ขั้นสอน 15. ครูอธิบายวิธีการสืบคนหารูปเพื่อปองกัน การละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีเงื่อนไขสําคัญ 3 สวน คือ การอนุญาตใหนําไปใช การอนุญาต ใหแกไขภาพ และการอนุญาตใหใชใน เชิงพาณิชย จากนั้นใหนักเรียนทําเอง 16. ครูอธิบายวิธีการใชงาน Google ใหมากกวา การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ใน หนังสือเรียน หนา 70 เรื่อง การคนหาไฟล เอกสารนามสกุลตางๆ จากนั้นใหนักเรียน ทําเอง เกร็ดแนะครู ครูควรอธิบายเหตุผลความสําคัญของลิขสิทธิ์และผลจากการละเมิด ลิขสิทธิ์ โดยอาจยกตัวอยางจากขาวสารขอมูลเหตุการณที่เกิดขึ้นจริงทั้งจากการ ไดประโยชนหรือรายไดในฐานะเจาของลิขสิทธิ์ และการเสียประโยชนจากการ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์จากเรื่องราวที่ใกลตัวนักเรียน ถานักเรียนตองการสืบคนรูปภาพเพื่อนําไปปรับแตงใชสําหรับ การศึกษา นักเรียนจะเลือกกําหนดสิทธิ์ในการใชงานในการสืบคน แบบใดไดบาง แบบที่ 1 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และหามนําไปใชใน เชิงพาณิชย แบบที่ 2 นําภาพไปใชได แกไขภาพได และหามนําไปใชใน เชิงพาณิชย แบบที่ 3 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และนําไปใชใน เชิงพาณิชยได แบบที่ 4 นําภาพไปใชได แกไขภาพได และนําไปใชใน เชิงพาณิชยได (แนวตอบ แบบที่ 2 กับ 4 คือ ตองแกไขภาพได แตจะอนุญาต ใหนําไปใชในเชิงพาณิชยหรือไมก็ได) น�า สอน สรุป ประเมิน T108
ขอสอบเนน การคิด 2. การตรวจสอบสภาพอากาศ เช็กสภาพอากาศ เพียงพิมพ Weather แลว ตามดวยสถานที่นั้น ๆ เชน “Weather กรุงเทพ” หรือ “พยากรณอากาศ ภูเก็ต” แลวกดแปน Enter จะปรากฏสภาพอากาศที่พิมพไว แตสําหรับ การพยากรณอากาศในประเทศไทยนั้นอาจจะยังไมครอบคลุมทุกพื้นที่ 3. การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขที่ตองการคํานวณในชอง Search Google เชน “(10*9)+(4*7)” แลวกดแปน Enter จะปรากฏ คําตอบภายในพริบตา ภาพที่ 3.12 การตรวจสอบสภาพอากาศ ภาพที่ 3.13 การใชเครื่องคิดเลขออนไลน 71 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71 ขั้นสอน 17. ครูอธิบายวิธีการใชงาน Google ใหมากกวา การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 71 เรื่อง การตรวจสอบ สภาพอากาศ ดวยการพิมพคําวา Weather ตามดวยชื่อสถานที่นั้นๆ แลวกดแปน Enter และเรื่อง การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขที่ตองการในชอง Search แลวกดแปน Enter จากนั้นใหนักเรียนทําเอง เกร็ดแนะครู ครูสามารถใชเนื้อหาเทคนิคการใชงาน Google มาฝกทักษะการใชงาน แปนพิมพใหกับนักเรียนเพิ่มเติมได เชน การตรวจสอบสภาพอากาศในสถานที่ ตางๆ การใชแปนตัวเลขพิมพโจทยคํานวณทางคณิตศาสตร ในการใชงานเครื่องคิดเลขออนไลน ถานักเรียนพิมพโจทย (4*5) / 2 ลงไป จะไดคําตอบเปนจํานวนใด และเครื่องหมาย * กับ / ใชแทนเครื่องหมายใด 1. คําตอบ คือ 20 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร 2. คําตอบ คือ 20 เครื่องหมาย * แทนการหาร เครื่องหมาย / แทนการคูณ 3. คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร 4. คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการหาร เครื่องหมาย / แทนการคูณ (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา คําตอบ คือ 10 เครื่องหมาย * แทนการคูณ เครื่องหมาย / แทนการหาร ดังนั้น ตอบขอ 3.) น�า สอน สรุป ประเมิน T109
¡Ô¨¡ÃÃÁ คุณครูให้นิวและเพื่อนๆสืบค้นข้อมูลเรื่องที่คุณครูก�าหนดดังนี้ คราวนี้ลองสืบค้นข้อมูลที่เปนไฟล์เอกสารเวิร์ด (doc) ตามหัวข้อที่ ก�าหนดแล้วพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนคนอื่น สุดท้ายนี้ลองสืบค้นภาพการ์ตูนที่ชอบมา1ตัวแล้วบันทึกข้อมูลลงใน สมุดว่าค�าค้นหาคืออะไรและมีวิธีสืบค้นอย่างไรจากนั้นพูดคุยแลกเปลี่ยน กับเพื่อนๆว่ามีวิธีสืบค้นเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร การสืบค้นข้อมูลตามที่คุณครูก�าหนดนี้ เพื่อนๆ พบรายการทั้งหมด กี่รายการให้บันทึกลงในสมุด แล้วหากคุณครูก�าหนดใหม่ว่าต้องการเฉพาะไฟล์การน�าเสนอ(ppt) เกี่ยวกับไดโนเสาร์เท่านั้น ต้องกรอกอย่างไรนะ ให้บันทึกลงในสมุด แล้วทดลองสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 1. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ทักษะการสื่อสาร ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ? ? ? ? ? ? ? 72 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 72 ขั้นสอน 18. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 72 โดยใหสืบคน ขอมูลเรื่องที่ครูกําหนด แลวบันทึกลงในสมุด จากนั้นทําตามใหครบทุกคําสั่ง พรอมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนคนอื่น เกร็ดแนะครู ครูอาจเชื่อมโยงความรูในหนวยการเรียนรูที่ 2 มาใชเปนโจทยในหนวย การเรียนรูที่ 3 เชน ใหคนหาไฟลโพรเจกตของโปรแกรม Scratch ใหคนหาไฟล pdf สอนการใชงานโปรแกรม Scratch กิจกรรม 21st Century Skills ถานักเรียนตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับคําวา Digital Literacy แลวชวยกันวิเคราะหวา การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล มีความเกี่ยวของกับเรื่องนี้อยางไร น�า สอน สรุป ประเมิน T110
ขอสอบเนน การคิด ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ กอนเรียน แบบทดสอบ กอนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 เรื่อง เลือกคนใหตรงใจ ในแบบฝกหัด หนา 33 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลโดยใชคําคนตามที่ โจทยกําหนด แลวตอบคําถาม 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง ภารกิจสืบคนขอมูล ในแบบฝกหัด หนา 34 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนและโทษ ของอินเทอรเน็ต พรอมเขียนขั้นตอนการปฏิบัติ แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนของอินเทอรเน็ตเวลามี สถานการณฉุกเฉินเกิดขึ้น เชน ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การกอ ความไมสงบ มา 3 ขอ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ชวยใหทราบ สถานการณฉุกเฉินไดอยางรวดเร็ว ชวยใหสามารถใหความ ชวยเหลือผูบาดเจ็บหรือไดรับอันตรายไดทันเวลา ชวยใหมีเวลา ในการอพยพหรือเตรียมตัวปองกันปญหามากขึ้น) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 33-34 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม 10 ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 3. ฝกทักษะการสํารวจคนหา ใหนักเรียนสืบคนขอมูลในหัวขอประโยชนและโทษของอินเทอรเน็ต พรอมเขียนขั้นตอนการปฏิบัติ • ขั้นตอนการสืบคน : ................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • คําคนที่ใช : .......................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ประโยชนของอินเทอรเน็ต .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ชวยในการสืบคนขอมูลตาง ๆ • รับ - สงขอมูลไดสะดวกและรวดเร็ว • ดูหนัง ฟงเพลง และเลนเกมได • สั่งซื้อสินคาและบริการไดสะดวก โทษของอินเทอรเน็ต .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ใชงานนาน ทําใหเสียการเรียน • มองหนาจอนาน ๆ ทําใหเสียสายตา • เกิดการกลั่นแกลง และหลอกลวง • เกิดปญหาอาชญากรรม • เว็บไซตของขอมูล : ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การสืบคนขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน สืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ตได 4 บอกขั้นตอนการสืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ตไดถูกตอง 2 เลือกใชคําคนในการสืบคนไดเหมาะสม 2 เลือกขอมูลจากเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ 2 เปดเบราวเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ในชองที่อยูเว็บ แลวกดแปน Enter จากนั้นปอนคําคน ที่ชองกลางหนาจอ กดแปน Enter แลวเลือกสืบคนเว็บไซตที่ตองการ ประโยชนและโทษของอินเทอรเน็ต http://www.namonpit.ac.th/krutae/internet1/p2-5.htm http://www.ku.ac.th/e-magazine/oct52/know/know4.htm ภารกิจสืบคนขอมูล ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 2 ฉบับ เฉลย 34 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม 10 ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 3. ฝกทักษะการตัดสินใจ 4. ฝกทักษะการสํารวจคนหา (แนวคําตอบ) สืบคนวันที่ 12 เมษายน 2561 โมตองการสืบคนขอมูลที่เปนเฉพาะไฟลเอกสาร pdf เพื่อใชทํารายงาน เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู โดยใชคําคน (Keyword) ดังภาพ ใหนักเรียนลองสืบคนขอมูลตามโม แลวตอบคําถาม 1. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ 2. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ 3. พบรายการทั้งหมด ............................................................................................................................. รายการ • จากการทดลองใชคําคน (Keyword) ที่ 1 - 3 ผลลัพธที่ไดรับแตกตางกัน หรือไม อยางไร ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนเปนโมจะเลือกใชคําคนใด เพราะเหตุใด ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การสืบคนขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน สืบคนรายการที่กําหนดได (ขอละ 1 คะแนน) 3 สรุปผลลัพธของการสืบคนตามคําคนไดถูกตอง 3 เลือกใชคําคนในการสืบคนไดตรงตามความตองการ พรอมบอกเหตุผลประกอบไดสมเหตุสมผล 4 1. 2,500,000 2. 1,200,000 3. 52,500 แตกตางกัน คําคนที่ 1 พบรายการทั้งหมดมากที่สุด รองมา คือ คําคนที่ 2 และ 3 ตามลําดับ เลือกใชคําคนที่ 3 คําวา อาหารหลัก 5 หมู .pdf เพราะจะทําใหสามารถสืบคน ไดรวดเร็วและตรงตามที่ตองการมากที่สุด เลือกคนใหตรงใจ ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 1 ฉบับ เฉลย 33 น�า สอน สรุป ประเมิน T111
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ความน่าเชื่อถือของข้อมูล เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้(K) 2. ใช้เว็บ Search Engine สืบค้นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือได้และปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญของการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ต (A) 3. สาระการเรียนรู้ - การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล - การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล - ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ เช่น โดเมนเว็บไซต์ของแหล่งข้อมูล รวมถึงเรียนรู้ข้อปฏิบัติ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อน�ำข้อมูลที่สืบค้นมาไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T112
เมื่อสืบค้นข้อมูล และได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยพิจารณาชื่อ โดเมน ว่ามาจากหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นมีความน่าเชื่อถือ หรือไม่ ดังนี้ 2. ตรวจสอบข้อมูลว่ามีความถูกต้อง และทันสมัย 3. ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจาก แหล่งใด และมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด 4. น�าเนื้อหาข้อมูลที่สืบค้นได้มาเปรียบเทียบกัน แล้วเลือก ข้อมูลที่สอดคล้องและตรงกัน 5. น�าเสนอข้อมูล โดยน�าข้อมูลมาเรียบเรียง แล้วสรุปเป็น ส�านวนของตนเอง โดเมน ความหมาย ตัวอย่าง .go.th เว็บไซต์ทางรัฐบาลไทย go มาจากค�าว่า government หมายถึง รัฐบาล th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.moe.go.th (กระทรวงศึกษาธิการ) .ac.th เว็บไซต์ทางการศึกษา ac มาจากค�าว่า academic หมายถึง วิชาการ th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.chula.ac.th (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) .or.th เว็บไซต์องค์กรไม่หวังผลก�าไร or มาจากค�าว่า organization หมายถึง องค์กร th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.tistr.or.th (สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย) .co.th เว็บไซต์ทางการค้า co มาจากค�าว่า commercial หมายถึง การค้า th มาจากค�าว่า Thailand หมายถึง ประเทศไทย www.thaishop.co.th (เว็บไซต์ขายสินค้า OTOP) ตารางที่ 3.1 ชื่อโดเมน 73 ใหนักเรียนเขาไปสํารวจเว็บไซตตอไปนี้ แลวประเมินความ นาเชื่อถือจากชื่อโดเมนและหนวยงานที่เกี่ยวของวา เปนเว็บไซต ที่มีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด แลวบันทึกลงในสมุด 1. www.nia.or.th 2. www.egat.co.th 3. www.smeone.info 4. www.research.z.com กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 73 เกร็ดแนะครู ครูอาจหาตัวอยางขอมูลขาวเรื่องเดียวกันจากหลายเว็บไซตมาเปรียบเทียบ ใหนักเรียนเห็นความสอดคลองหรือมีความแตกตางกันอยางไร เพื่อใหนักเรียน ไดเห็นประโยชนจากการเปรียบเทียบขอมูลไดชัดเจนยิ่งขึ้นกอนลงมือปฏิบัติเอง ขั้นนํา ครูถามนักเรียนวา ขอมูลขาวสารที่อยูบน อินเทอรเน็ตมีทั้งจริงและเท็จ นักเรียนจะรูได อยางไรวาขอมูลที่สืบคนมานั้น มีความถูกตอง นาเชื่อถือ (แนวตอบ ควรมีการตรวจสอบความถูกตองหรือ ความนาเชื่อถือของขอมูลกอน) ขั้นสอน 1. ครูอธิบายวา หลังจากทําการสืบคนขอมูล จนไดขอมูลที่ตองการแลว นักเรียนควรทํา การตรวจสอบความถูกตองของขอมูลกอน นํามาใชตามขั้นตอน ดังนี้ 1) ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล ควรพิจารณาชื่อโดเมนกอนวา มาจาก หนวยงานใด 2) ตรวจสอบขอมูล ดานความถูกตอง และ ทันสมัย 3) ตรวจสอบการอางอิงแหลงที่มาของขอมูล วามีความนาเชื่อถือมากนอยเพียงใด 4) นําเนื้อหาขอมูลที่สืบคนไดมาเปรียบเทียบกัน แลวเลือกที่สอดคลองตรงกัน 5) นําเสนอขอมูล โดยนําขอมูลมาเรียบเรียง แลวสรุปเปนสํานวนของตนเอง น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T113
µÑÇÍ‹ҧ ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¤ÇÒÁ¹‹Òàª×èͶ×ͧ͢¢ŒÍÁÙÅ เมื่อตองการสืบคนขอมูลสัตวปาสงวน นักเรียนคิดวา ควรสืบคนขอมูลจากเว็บไซตใดจึงจะมีความนาเชื่อถือของขอมูล มากกวากัน ภาพที่ 3.14 หนาเว็บไซต www.wikipedia.org ภาพที่ 3.15 หนาเว็บไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปา) 74 กิจกรรม สรางเสริม ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการอนุรักษปลานกแกว จากเว็บไซตตางๆ แลวสรุปวา ขาวเรื่องนี้มีความนาเชื่อถือ หรือไม เพราะอะไร ใหอธิบายเหตุผลประกอบ พรอมบอก แหลงอางอิงที่มีความนาเชื่อถือดวย ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 74 ขั้นสอน 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางเว็บไซต www.wikipedia.org และ www.dnp.go.th จากหนังสือเรียน หนา 74 เพื่อศึกษาการ ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล เกร็ดแนะครู มีชองทางอีก 1 ชองทาง ที่ครูควรสอนใหนักเรียนตรวจสอบความนาเชื่อถือ คือ ขาวสารขอมูลที่แชรบนโซเชียลเน็ตเวิรก เชน ขาวปลอม ขาวบิดเบือน ซึ่งเปนเครื่องมือที่ดีในการฝกกระบวนการคิดใหกับนักเรียนอีกชองทางหนึ่ง น�า สอน สรุป ประเมิน T114
เมื่อพิจารณาภาพที่กําหนดให หากตองการสืบคนขอมูล เกี่ยวกับสัตวปาสงวน สามารถพิจารณาความนาเชื่อถือไดจาก ชื่อโดเมนวามาจากหนวยงานใด จากภาพที่ 1 เว็บไซตวิกิพีเดียสารานุกรมเสรีเปนเว็บไซตที่ บุคคลทั่วไปสามารถเขามาแกไขขอมูลไดตลอดเวลา อาจทําให ขอมูลที่ปรากฏบนเว็บไซตขาดการกลั่นกรองขอมูลจึงยังไมมี ความนาเชื่อถือมากพอ จากภาพที่ 2 เว็บไซตนี้ปรากฏชื่อโดเมน .go.th ซึ่งเปน เว็บไซตจากหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของสํานัก อนุรักษสัตวปา ดังนั้น ขอมูลจากภาพที่ 2 หรือขอมูลจาก เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปาจึงมีความนาเชื่อถือ ภาพที่ 3.16 หนาเว็บไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตสํานักอนุรักษสัตวปา) 75 ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกวาวเครือขาว จากนั้น หารายชื่อเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือที่นําเสนอขอมูลเรื่องนี้มา คนละ 4 เว็บไซต แลวบันทึกลงในสมุด กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 75 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายวิธีการพิจารณาความนาเชื่อถือของ ขอมูลจากโดเมน ในหนังสือเรียน หนา 75 วาขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสามารถแกไข ไดโดยบุคคลทั่วไป จึงขาดความนาเชื่อถือ สวนเว็บไซตโดเมน .go.th เปนของหนวยงาน ราชการที่เกี่ยวของกับสัตวปาสงวนโดยตรง จึงมีความนาเชื่อถือ เกร็ดแนะครู ครูอาจจะสอนแนวทางการประเมินความนาเชื่อถือของบทความ เชิงวิชาการตางๆ บนเว็บไซตหรือโซเชียลเน็ตเวิรก เรื่อง การตรวจสอบ แหลงอางอิงของบทความเหลานั้นในเบื้องตนวา มาจากเว็บไซตที่มีโดเมน นาเชื่อถือหรือไม ก็จะเปนการตอยอดความรูที่ใชไดจริงใหนักเรียนไดอีกขั้นหนึ่ง น�า สอน สรุป ประเมิน T115
¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci 2.แบ่งกลุ่มกลุ่มละ4-5คนให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อจากรายการที่ก�าหนด แล้วสืบค้นข้อมูลและภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นพิมพ์ รายงานเปนรูปเล่มให้เรียบร้อยและน�าเสนองานที่หน้าชั้นเรียน 1.ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตามลิงก์ที่ก�าหนดให้ต่อไปนี้ จากนั้นอภิปราย ร่วมกันในชั้นเรียนว่าข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ก�าหนดให้มีความน่าเชื่อถือ หรือไม่อย่างไร • http://www.colgate.co.th/th/th/oc/oral-health/basics/brushingand-flossing/article/how-to- brush • http://paolohospital.com/phahol/healthdental/brush-teeth/ • https://th.wikipedia.org/wiki/การแปรงฟน ภูมิศาสตร์ จังหวัดของเรา ส�านวนน่ารู้ ประเทศ สมาชิกอาเซียน ขนมไทย 76 กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการใชไหมขัดฟนสําหรับเด็ก สรุปเปนขอมูลไมเกิน 8 บรรทัดลงในสมุด พรอมเขียนแหลง สําหรับอางอิงเปนรายชื่อเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถืออยางนอย 2 เว็บไซต ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76 ขั้นสอน 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 76 โดยขอ 1. ใหนักเรียน สืบคนขอมูลตามลิงกที่กําหนดให จากนั้น อภิปรายรวมกันในชั้นเรียนวา ขอมูลจาก เว็บไซตที่กําหนดใหมีความนาเชื่อถือหรือไม อยางไร และขอ 2. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน ใหแตละกลุมเลือกหัวขอจากรายการ ที่กําหนดให แลวสืบคนขอมูลและภาพประกอบ จากอินเทอรเน็ต จากนั้นพิมพเปนรายงาน แลวใหแตละกลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน ความรูเสริม เว็บไซตที่ใชโดเมนอื่นๆ นอกจากกลุม .th เชน .org, .com เปนเว็บไซต ที่มีความหลากหลายสูง คือ มีทั้งเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ เชน code.org, thaiware.com และเว็บไซตที่ไมมีความนาเชื่อถือ ในการเขาใชงานเว็บไซตใน กลุมโดเมนนี้ นักเรียนจึงควรมีการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลกอนที่จะ ตัดสินใจเขาใชงาน น�า สอน สรุป ประเมิน T116
ขอสอบเนน การคิด แหล่งข้อมูลความรู้ที่ดีจากอินเทอร์เน็ตควรมีลักษณะอย่างไร ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢Ñé¹ÊÙ§ ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้งานอินเทอร์เน็ต ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แต่ละเว็บไซต์ก�าหนด 2. การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรส่งจดหมายลูกโซ่ ไปสร้างความร�าคาญใจให้แก่ผู้อื่น 3. การสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการ สนทนาด้วยเท่านั้น ควรใช้ค�าสุภาพ และไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว 4. การใช้กระดานสนทนา (web board) ห้ามพาดพิงถึง สถาบันส�าคัญ ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร 5. ไม่คัดลอกข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตไปใช้เพื่อผลประโยชน์ ทางธุรกิจ และไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นมาเป็นข้อมูลของ ตนเอง 6. การส่งไฟล์ข้อมูล ไม่ควรส่งไฟล์ข้อมูล ที่มีกลุ่มซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายไปให้ผู้อื่น เช่น ไวรัส 77 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 77 ขั้นสอน 5. ครูอธิบายขอควรปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ดังนี้ 1) ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แตละ เว็บไซตกําหนด 2) การใชงานอีเมล ไมควรสงจดมายลูกโซ ไปใหผูอื่น 3) ในการสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนา กับผูที่ตองการสนทนาเทานั้น ใชภาษา สุภาพ ไมละเมิดเรื่องสวนตัว 4) การใชกระดานสนทนา หามพาดพิงสถาบัน สําคัญ หามเผยแพรขอมูลลามกอนาจาร 5) ไมคัดลอกขอมูลผูอื่น เพื่อผลประโยชน ทางธุรกิจหรือแอบอางไปใชเปนของตนเอง 6) ไมควรสงไฟลอันตราย เชน ไวรัส ใหกับ ผูอื่น 6. ครูถามคําถามทาทายการคิดขั้นสูงวา แหลง ขอมูลความรูที่ดีจากอินเทอรเน็ตควรมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ มาจากเว็บไซตที่มีโดเมนนาเชื่อถือ เปนขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับขอมูล โดยตรงหรือบุคคลที่เชี่ยวชาญในหนวยงาน ดังกลาว) 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ขอควรปฏิบัติ ในการใชงานอินเทอรเน็ตจาก QR Code ในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม เกร็ดแนะครู ครูอาจจะหาภาพตัวอยางการใชงานอินเทอรเน็ตในลักษณะที่เหมาะสม และไมเหมาะสมมาใหนักเรียนพิจารณาตามขอควรปฏิบัติในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม ก็จะเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดความเขาใจในทางปฏิบัติ มากยิ่งขึ้น การละเมิดขอปฏิบัติในการใชงานอินเทอรเน็ตในขอใดมีโอกาส ทําใหเกิดความเสียหายตออุปกรณคอมพิวเตอร 1. การสงจดหมายลูกโซ 2. การสงไฟลที่มีไวรัสใหกับเพื่อน 3. การสนทนาผานเครือขายดวยคําไมสุภาพ 4. การแอบอางเอาขอมูลของผูอื่นมาเปนขอมูลของตนเอง (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลที่มีไวรัสใหกับเพื่อนมีโอกาสทําใหเกิดความเสียหาย ตออุปกรณคอมพิวเตอร ดังนั้น ตอบขอ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T117
กิจกรรม สรุปความรูประจําหนวยที่ 3 เกม กับ เล่ น Com Sci รายการ เกณฑ์ ดีพอใช้ ควรปรับปรุง 1. สืบค้นข้อมูลความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้ 2. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้จาก อินเทอร์เน็ตได้ 3. น�าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ�าวันได้ หลังจากเรียนจบหน่วยนี้แล้ว ให้นักเรียนบอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับความสามารถ ของตนเอง µÃǨÊͺµ¹àͧ ⧠ กด คลิกเพื่อเล่น แล้วใช้ลูกศรบนแป้นพิมพ์บังคับทิศทางให้ pacman เดินทางไปกินลูกกลม ๆ ให้หมด โดยต้องระวังไม่ให้โดนตัวผี เด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นผีสีแดง ชมพู สีฟ้า หรือสีส้ม ⧠ ป้อนค�าค้น pacman แล้วกดแป้น Enter จะปรากฏกรอบเกม pacman เลนเกม pacman กันเถอะ ภาพที่ 3.17 เกม pacman 78 กิจกรรม สรางเสริม แบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3 คน ใหสมาชิกในกลุมชวยกัน สืบคน เรื่อง ประโยชนและโทษของเกม มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เพื่อระบุประโยชนและโทษของเกมมาอยางละ 3 ขอ แลวบันทึก ลงในสมุด ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 78 ขั้นสอน 8. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเลนเกมกับ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 78 เรื่อง เลนเกม pacman กันเถอะ โดยใหทําตามขั้นตอนในหนังสือ เพื่อเขาเลนเกม pacman และศึกษากติกา ใหเรียบรอยกอนทําการเลนเกม เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนทดลองเลนเกมอื่นๆ จาก Google เพิ่มเติม เชน พิมพคําวา google map snake ในชองคนหา กด Enter แลวเลือก Play Snake on Google Maps น�า สอน สรุป ประเมิน T118
ขอควรปฏิบัติ ในการ ใชงานอินเทอรเน็ต การสืบคนความรู จาก URL การสืบคนความรู ผานเว็บเสิรชเอ็นจิน การใชงานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล ความรูจาก อินเทอรเน็ต การãช้งานอินเ·อร์เน็ต ÊÃØ» ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ ไมแอบอางขอมูล ของผูอื่น มาเปน ขอมูลของตนเอง ใชอินเทอรเน็ตดวย ความระมัดระวัง ไมละเมิด สิทธิผูอื่น ไมสรางความ เดือดรอนแกผูอื่น ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส การสนทนาผานเครือขาย การถายโอนขอมูล ชุมชนออนไลน การใหบริการ เวิลดไวดเว็บ ในอินเทอรเน็ต 79 แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันวา การสนทนาผานระบบเครือขายกับคนแปลกหนา เปนการกระทําที่เหมาะสมหรือไม เพราะอะไร จากนั้นให ตัวแทนกลุมออกมาตอบคําถามหนาชั้นเรียน พรอมอธิบายเหตุผล ประกอบ กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 79 เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางในชีวิตจริงที่นักเรียนเคยพบเห็น หรือรับรูขาวสารมา ระหวางที่รวมกันสรุปความรูกับนักเรียนในแตละหัวขอ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่เรียน มาในหนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต ครูถามคําถามเพื่อทบทวนความรู กับนักเรียนเกี่ยวกับความรูพื้นฐาน เรื่อง การใช งานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล การใช งานเว็บ Search Engine การประเมินความ นาเชื่อถือของขอมูล ขอปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ใหนักเรียนหาคําตอบโดยสืบคน จากหนังสือเรียนหรือจากเครื่องคอมพิวเตอร น�า สอน สรุป ประเมิน T119
กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 1. สืบค้นรูปภาพแอนิเมชัน ม้าก�าลังวิ่ง แล้วพูดคุยแลกเปลี่ยน ผลลัพธ์ที่ได้กับเพื่อน 2. หากต้องการสืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ดาวทะเล นักเรียน จะเลือกข้อมูลจากwww.อะไรพร้อมบอกเหตุผลประกอบ http://www.daotalayseafood.com/ https://th.wikipedia.org/wiki/ดาวทะเล http://chm-thai.onep.go.th/chm/Meeting /2014/may22-24/doc/20140522_217- 001.pdf 80 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 80 ขั้นสรุป 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 1. โดยครูอธิบายสถานการณใหนักเรียน ฟง แลวใหนักเรียนแตละคนลงมือทํา เสร็จแลว ใหพูดคุยแลกเปลี่ยนผลลัพธกับเพื่อน 3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 2. โดยครูถามคําถาม แลวใหนักเรียน พิจารณาขอมูลจากโจทย แลวตัดสินใจ เลือกคําตอบ พรอมบอกเหตุผลประกอบ ความรูเสริม ในการสืบคนรูปภาพ หากนักเรียนใชคําคนภาษาไทยแลวยังไมไดภาพ ที่ตองการ ใหลองเปลี่ยนมาใชคําคนภาษาอังกฤษ จะชวยใหไดจํานวนรูปภาพ ในการสืบคนที่มากขึ้น และมีโอกาสไดรูปภาพที่ตองการมากขึ้นเชนกัน กิจกรรม 21st Century Skills แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา ขอมูลจากเว็บไซตที่มีโดเมน นาเชื่อถือ จะมีโอกาสเปนขอมูลที่ผิดพลาดไดหรือไม เพราะอะไร จงอธิบายเหตุผลประกอบ เมื่อสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอขอสรุปและเหตุผลหนาชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T120
3. ค้นหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่อยากท�าในอนาคตจากอินเทอร์เน็ต และน�าเสนอผลงานเปนใบความรู้ตามหัวข้อที่ก�าหนดโดยใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาชีพ ............................................ หนาที่ของอาชีพนี้ คือ ................... ความสําคัญของอาชีพนี้ คือ ........... แหลงขอมูลจากเว็บ ........................ ผูจัดทํา ......................................... อาชีพที่อยากท�าคืออาชีพอะไร ค�าค้นคือค�าว่าอะไร ได้ผลลัพธ์อย่างไร นําเสนอขอมูล เปนใบความรูตาม หัวขอนี้นะครับ ตัวอยางการนําเสนอผลงาน 81 ครูแจกกระดาษใหนักเรียนเขียนชื่อกีฬาที่นักเรียนชอบ มากที่สุด คนละ 2 ประเภท จากนั้นใหนักเรียนออกมาชวยกัน สํารวจขอมูลที่ได นํามานับจํานวนและสรุปลําดับของประเภทกีฬา ที่มีนักเรียนชอบมากที่สุด 4 ลําดับแรกบนกระดานหนาชั้นเรียน แลวใหนักเรียนเลือกสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาดังกลาวอันดับใด ก็ได 1 อันดับ โดยใหสืบคนขอมูลตามหัวขอตอไปนี้ 1. ชื่อกีฬา 2. ประเภทของกีฬา 3. เปนกีฬาที่ถูกบรรจุเปนกีฬาโอลิมปกหรือไม กิจกรรม สรางเสริม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 81 เกร็ดแนะครู หากครูเจอนักเรียนที่ยังไมมีอาชีพที่อยากทํา ครูอาจสอบถามความสนใจ ของนักเรียนแลวชวยกําหนดตัวเลือกอาชีพ 2-3 อาชีพ แลวใหนักเรียนเลือกอาชีพ ที่มีความใกลเคียงกับความตองการของตนเองมากที่สุด ขั้นสรุป 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ขอที่ 3. โดยใหนักเรียนกําหนดอาชีพที่อยากทํา ในอนาคตและคําคนเกี่ยวกับอาชีพนั้น แลวทํา การสืบคนขอมูล นําผลลัพธที่ไดมาทําเปน ใบความรู ตามตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 81 น�า สอน สรุป ประเมิน T121
จาก แบบฝกหัด หนา 12 กิจกรรม สรางเสริม ครูถามนักเรียนวา ถานักเรียนตองการจัดทําเว็บไซต ของโรงเรียน นักเรียนคิดวาจะใชชื่อโดเมนแบบใด เพราะอะไร ใหนักเรียนเขียนคําตอบลงในสมุดสงทายคาบเรียน ขั้นสรุป 5. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต จํานวน 8 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 29-31 เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนทดลองใชงานเว็บไซต Search Engine นอกจาก Google เชน ask.com yahoo.com เพื่อใหนักเรียนไดศึกษาการทํางานของเว็บไซต Search Engine อื่นๆ เพื่อใหเขาใจกระบวนการทํางานของเว็บไซต Search Engine มากขึ้น ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 29-31 5) เพราะเหตุใดการสืบคนขอมูลในเว็บเสิรชเอ็นจิน จึงควรกําหนด ประเภทของไฟลขอมูลที่ตองการคนหา ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 6) อานรายละเอียดรูปภาพที่กําหนดให แลวตอบคําถาม • ปลากัด : ภาพโปรงใส การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... เจาะจงสี พิมพคําวา ปลากัด กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกสีและภาพโปรงใส • กุหลาบ : คลิปอารต การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... เจาะจงประเภท พิมพคําวา กุหลาบ กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกประเภทและคลิปอารต • กระเปา : ไอคอน การสืบคนแบบ ............................................................ ขั้นตอนการสืบคน ................................................. ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ตามขนาดที่ตองการ พิมพคําวา กระเปา กด Enter คลิกคนรูป คลิก เครื่องมือ เลือกขนาดและไอคอน เพื่อใหไดขอมูลที่ตรงตามความตองการมากขึ้นและสะดวกรวดเร็ว ในการคนหา ฉบับ เฉลย 30 Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม 1. ตอบคําถามตอไปนี้ (40 คะแนน) 1) อินเทอรเน็ต (Internet) คือ .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 2) ยกตัวอยางการใหบริการอินเทอรเน็ตที่นักเรียนใชงานมา 3 อยาง พรอมอธิบายวาใชงานอะไรบาง (แนวคําตอบ) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3) เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) คือ ...................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 4) การใชงานเว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) มีขั้นตอน ดังนี้ 1 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. เปดเว็บเบราวเซอรโครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ในชองที่อยูเว็บ แลวกด Enter 2 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ปอนคําคนที่ชองกลางหนาจอและคลิกคนหา ดวย Google หรือกด Enter 3 ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. กําหนดคําคนใหสืบคนเจาะจงประเภทของไฟล ขอมูลและนามสกุลของไฟลขอมูลที่ตองการ 1. ตอบคําถามตอไปนี้ เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกัน จํานวนมากและครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งเปนเครือขายที่ทําใหสามารถ แลกเปลี่ยนขอมูลและสงผานขอมูลระหวางกันได 1. ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส ใชรับ - สงจดหมายกับเพื่อน 2. เวิลดไวดเว็บ ใชสืบคนขอมูลเพื่อทํารายงานสงครู 3. การถ ายโอนขอมูล ใชดาวนโหลดขอมูลจากเว็บไซตลงในเครื่อง คอมพิวเตอร ซอฟตแวร โปรแกรมหรือ เว็บไซตที่ทําหนาที่คนหาขอมูล โดยการใชงานตองพิมพ “คําคน” ซึ่งเปนการอธิบายถึงขอมูลที่ตองการสืบคน การใชงานอินเทอรเน็ต 45 ฉบับ เฉลย 29 7) จากชื่อโดเมนที่กําหนดให จงยกตัวอยาง 2 เว็บไซต พรอมบอก วาเปนเว็บไซตเกี่ยวกับอะไร (แนวคําตอบ) โดเมน ตัวอยางเว็บไซต เว็บไซตเกี่ยวกับ .go.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .ac.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .or.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... .co.th .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... www.energy.go.th www.tourism.go.th กระทรวงพลังงาน สํานักงานพัฒนาการทองเที่ยว www.mahidol.ac.th www.tu.ac.th มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร www.nfi.or.th www.nsm.or.th สถาบันอาหาร องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตร แหงชาติ www.pwa.co.th www.thailandpost.co.th การประปาสวนภูมิภาค บริษัท ไปรษณียไทย จํากัด 8) การใชงานอินเทอรเน็ตที่ถูกตองควรปฏิบัติอยางไร ยกตัวอยาง มาอยางนอย 3 ขอ (แนวคําตอบ) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 1. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แตละเว็บไซตกําหนด 2. การสนทนาผานเครือขาย ควรใชคําสุภาพ ไมละเมิดเรื่องสวนตัว 3. ไมแอบอางขอมูลผูอื่นมาเปนขอมูลของตนเอง ฉบับ เฉลย 31 น�า สอน สรุป ประเมิน T122
ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 2. อานสถานการณตอไปนี้ แลวตอบคําถาม (5 คะแนน) กําลังหาขอมูลเรื่อง วัสดุในชีวิต ประจําวัน เพื่อทํารายงาน สงคุณครูคะ เดี๋ยวคัดลอกขอมูลมาจาก อินเทอรเน็ตมาวางในเวิรด ก็เสร็จแลวคะพี่ออย แลวทําถึงไหนแลวละจะ นองหมวยกําลังทําอะไรอยู หรอจะ 1) การกระทําของหมวยเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ 2) ถานักเรียนเปนพี่ออยควรแนะนํานองหมวยอยางไร ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ เกณฑการใหคะแนน คะแนน/ขอ 1. การตอบคําถาม (40 คะแนน มี 8 ขอ) ตอบคําถามไดถูกตอง 5 2. การอานสถานการณแลวตอบคําถาม (5 คะแนน มี 2 ขอ) ขอ 1) ประเมินขอมูลวาเหมาะสมหรือไม เหมาะสมได 2 ขอ 2) บอกขอปฏิบัติในการตรวจสอบหรือ ประเมินขอมูลได 3 2. อานสถานการณตอไปนี้ แลวตอบคําถาม ไมเหมาะสม เพราะหมวยไมไดตรวจสอบขอมูลที่สืบคนไดจากอินเทอรเน็ต กอนนําไปใช และไมนําขอมูลที่ไดมาเรียบเรียงและสรุปเปนสํานวนของ ตนเองกอน • ควรสืบคนขอมูลจากแหลงขอมูลหรือเว็บไซตที่นาเชื่อถือ • ควรตรวจสอบขอมูลวามีความถูกตองและทันสมัยหรือไม • ควรสืบคนขอมูลจากหลาย ๆ แหลงเพื่อมาเปรียบเทียบ แลวเลือกขอมูลที่ สอดคลองและตรงกัน • กอนนําขอมูลไปใชควรเรียบเรียงและสรุปเปนสํานวนของตนเองกอน ฉบับ เฉลย 32 เกร็ดแนะครู ครูอาจยกตัวอยางโทษของการคัดลอกผลงานผูอื่นและการนําผลงานผูอื่น มาใชโดยไมอางอิงตนฉบับเจาของผลงานใหนักเรียนไดเขาใจและเห็นผลจาก การกระทําดังกลาว รวมทั้งยกตัวอยางการนําผลงานผูอื่นมาใชอยางถูกตอง ตามหลักการใหดู ขั้นสรุป 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ต จํานวน 2 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 32 โดยใหอานสถานการณที่กําหนด แลวตอบ คําถาม กิจกรรม 21st Century Skills แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา นักเรียนควรใชขอมูล จากเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือเพียง 1 เว็บไซต เปนแหลงขอมูล หรือไม เพราะอะไร เมื่อสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมานําเสนอ ขอสรุปและเหตุผลหนาชั้นเรียน ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 32 น�า สอน สรุป ประเมิน T123
ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม และถามคําถามวา นักเรียน คิดวา สามารถนําเว็บไซตขาวของหนังสือพิมพสํานักตางๆ มาใช เปนแหลงขอมูลที่มีความนาเชื่อถือไดหรือไม แลวใหเวลานักเรียน สืบคนขอมูลและแลกเปลี่ยนความรูกับเพื่อนในกลุมและตางกลุม ประมาณ 10 นาที จากนั้นใหตัวแทนกลุมออกมานําเสนอคําตอบ และเหตุผลหนาชั้นเรียน Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ฝกทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ฝกทักษะการตัดสิน 3. ฝกทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ฝกทักษะการสํารวจคนหา ใหนักเรียนสืบคนขอมูลจากเว็บไซตที่กําหนด แลวตอบคําถาม http://www4.fisheries.go.th/local/index. php/main/view_blog2/100/6273/28 http://mblog.manager.co.th/pisut22/th-72947/ https://th.wikipedia.org/wiki/ การสังเคราะหดวยแสง เมษา มีนา ธันวา • ใหนักเรียนประเมินวา ขอมูลจากเว็บไซตที่เมษา ธันวา และมีนาไดสืบคน มีความนาเชื่อถือหรือไม อยางไร ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนตองเลือกขอมูลที่มีความนาเชื่อถือมากที่สุด เพื่อไปทํารายงาน สงคุณครู นักเรียนจะเลือกใชขอมูลของใคร เพราะเหตุใด ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) คะแนน ประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลที่สืบคนจากเว็บไซตได 8 เลือกใชขอมูลที่มีความนาเชื่อถือไดถูกตอง 2 เมษา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของกรมประมง ขอมูลที่ไดมีความนาเชื่อถือ ธันวา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ซึ่งเปนเว็บไซตที่บุคคล ทั่วไปสามารถเขาไปแกไขขอมูลได ทําใหขอมูลจากเว็บไซตนี้ไมมีความนาเชื่อถือ มีนา สืบคนขอมูลจากเว็บไซตทางการคา เปนเว็บไซตที่เจาของกิจการเขียนขึ้นมา ขอมูลที่ไดอาจยังไมผานการกลั่นกรอง ทําใหขอมูลที่ไดอาจไมมีความนาเชื่อถือพอ เมษา เพราะเมษาสืบคนขอมูลมาจากเว็บไซตของกรมประมง ซึ่งเปนเว็บไซตของ หนวยงานราชการ ขอมูลที่ไดจึงมีความนาเชื่อถือมากกวาของธันวาและมีนา เชื่อเว็บไซตไหนดี 10 ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 3 ฉบับ เฉลย 35 ขั้นสรุป 7. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง เชื่อเว็บไซตไหนดี ในแบบฝกหัด หนา 35 โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลตามที่โจทยกําหนด ประเมินความนาเชื่อถือของเว็บไซต แลวตอบ คําถาม ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 35 ความรูเสริม ในปจจุบันมีเทคโนโลยีที่ชวยจัดการเรื่องโดเมนเนมใหงายขึ้น การเขา เว็บไซตหลายเว็บไซตสามารถพิมพชื่อเว็บไซตและนามสกุลไดโดยไมตองพิมพ www. เชน จากที่ตองพิมพ www.google.com ก็พิมพแค google.com ในชองแอดเดรสบารแลวกด Enter ก็สามารถเขาถึงเว็บไซต Google ไดเชนกัน น�า สอน สรุป ประเมิน T124
ขอสอบเนน การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 ขั้นสรุป 8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ ในแบบฝกหัด หนา 36-38 ใหนักเรียนสืบคนขอมูล เรื่อง Cyberbullying หรือ การระราน ทางไซเบอร แลวระบุวา พฤติกรรมดังกลาวเกิดจากการละเมิด ขอควรปฏิบัติการใชงานอินเทอรเน็ตขอใด (แนวตอบ ขอ 3. การสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนากับ ผูที่ตองการสนทนาดวยเทานั้น ควรใชคําสุภาพ และไมละเมิด เรื่องสวนตัว) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 36-38 ความรูเสริม นอกจากการประเมินความนาเชื่อถือจากโดเมนแลว การประเมิน ความนาเชื่อถือจากแหลงขอมูลก็เปนสวนสําคัญ โดยแหลงขอมูลที่เชื่อถือได แบงเปน 1. เจาของขอมูล เปนผูที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับขอมูลที่นําเสนอ และเปนตนฉบับของขอมูลที่ยังไมถูกดัดแปลงหรือเรียบเรียงใหม 2. หนวยงานหรือผูมีความรูความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน โดยเปนขอมูลจาก หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงหรือจากบุคลากรของหนวยงาน ดังกลาว 3. หนวยงานของรัฐ เปนขอมูลที่สรางขึ้นมาอยางเปนระบบ รอบคอบ และ มีหลักฐานประกอบชัดเจน เพื่อใหนําไปใชประโยชน เชน ใชกําหนด นโยบายดานตางๆ ในการปฏิบัติงาน ใชในการอางอิงเพื่อเขียนบทความ หรืองานวิจัย 4. จากภาพ ถาเปรี้ยวตองการคนหารูปสถานที่ทองเที่ยวที่เปนแอนิเมชัน เปรี้ยวควรเลือกทําตามขั้นตอนใด ก. คลิกเครื่องมือ เลือกขนาด เลือกแอนิเมชัน ข. คลิกเครื่องมือ เลือกประเภท เลือกแอนิเมชัน ค. คลิกการตั้งคา เลือกเครื่องมืออื่น ๆ เลือกแอนิเมชัน ง. คลิกการตั้งคา เลือกสิทธิ์ในการใชงาน เลือกแอนิเมชัน 5. ถาภูผาตองการทําโฆษณานํ้าผลไม โดยการคนหารูปเด็กกําลังดื่มนม มาแกไขเปนดื่มนํ้าผลไมตามที่ตองการโฆษณา ภูผาจะตองเลือกสิทธิ์ ในการใชงานขอใดจึงจะเหมาะสมที่สุดเพื่อปองกันการละเมิดสิทธิ์ของผูอื่น ก. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้า ข. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าและแกไขได ค. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าในงานที่ไมใชเชิงพาณิชย ง. ติดปายกํากับวาสามารถใชซํ้าในงานที่ไมใชเชิงพาณิชยและแกไขได 6. ขอใดไมเปนการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล ก. ฉัตรพิจารณาชื่อโดเมนวามาจากหนวยงานใด ข. กรตรวจสอบวาขอมูลมีความถูกตองและทันสมัยหรือไม ค. สาตรวจสอบวามีการอางอิงหรือระบุแหลงที่มาของขอมูลหรือไม ง. วุฒิตรวจสอบวารูปภาพที่ใชประกอบขอมูลมีความสวยงามและคมชัด หรือไม 4. จากภาพ ถาเปรี้ยวตองการคนหารูปสถานที่ทองเที่ยวที่เปนแอนิเมชัน 5. ถาภูผาตองการทําโฆษณานํ้าผลไม โดยการคนหารูปเด็กกําลังดื่มนม 6. ขอใด ฉบับ เฉลย 37 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 3 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดบอกความหมายของอินเทอรเน็ตไดถูกตองที่สุด ก. เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันระหวางประเทศเทานั้น ข. เครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันระหวางองคกรกับองคกร ค. เครือขายคอมพิวเตอรขนาดเล็กที่สุดในเครือขายคอมพิวเตอร ง. เครือขายขนาดใหญที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอรจํานวนมากจากทั่วโลก 2. ไลน (LINE) และสไกป (Skype) จัดอยูใน บริการอินเทอรเน็ตแบบใด ก. เวิลดไวดเว็บ ข. การสนทนาผานเครือขาย ค. ชุมชนออนไลน ง. ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส 3. เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) หมายถึงขอใด ก. การคนหาขอมูลความรูผานเว็บไซตในอินเทอรเน็ต โดยใชซอฟตแวร คนผานเว็บไซต และจะตองพิมพคําคน (Keyword) ข. การคนหาขอมูล โดยการคลิกเลือกขอมูลที่ตองการจะดูใน เว็บเบราวเซอร (Web Browser) ค. การสืบคนขอมูลเปนเอกสารไฮเปอรลิงกที่สรางดวยภาษา เอชทีเอ็มแอล (HTML) ง. การถายโอนแฟมขอมูลขาวสาร บทความจากเครื่องคอมพิวเตอร เครื่องหนึ่งไปสูอีกเครื่องหนึ่ง ตอนที่ 1 1. ขอใดบอกความหมายของอินเทอรเน็ตไดถูกตองที่สุด 2. 3. เว็บเสิรชเอ็นจิน (Search Engine) หมายถึงขอใด 10 ฉบับ เฉลย 36 7. เอิรนตองการขอมูลจากเว็บไซตทางการศึกษา เอิรนควรเลือกเว็บไซต ที่มีโดเมนชื่อใด ก. .go.th ข. .co.th ค. .ac.th ง. .or.th 8. ถาตองการสืบคนขอมูลความรูเกี่ยวกับขอควรปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ควรเลือกขอมูลจาก www. ในขอใดจึงจะเปนขอมูลที่มี ความนาเชื่อถือมากที่สุด ก. https://www.gotoknow.org/posts/85281 ข. https://talk.mthai.com/inbox/71634.html ค. https://www.thaicert.or.th/papers/technical/2012/pa2012te014. html ง. https://www.reo14.moe.go.th/index.php/ict/securityinfo/1044- howtointernet 9. รดาตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาพื้นบานของภาคเหนือ เฉพาะที่ เปนไฟลการนําเสนอ รดาควรพิมพคําคนวาอยางไร ก. ppt กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ ข. psd กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ ค. กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ.pdf ง. กีฬาพื้นบานของภาคเหนือ.doc 10. บุคคลใดใชงานอินเทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนําเรื่องที่วินกับเปาทะเลาะและชกตอยกันไปเขียนเลาในกระดาน สนทนา (web board) ของโรงเรียน ข. วินนํารูปที่หลิววาดมาลงในเพจโดยไมขออนุญาต เพราะเห็นวาหลิว เปนเพื่อนของตน ค. พลอยอัปโหลดไฟลงานที่นําเสนอหนาชั้นเรียนสงไปรษณีย อิเล็กทรอนิกสใหเพื่อน ๆ ในกลุม ง. ปอยโพสตรูปถาย ชื่อ ที่อยู เบอรโทรศัพท ลงในเฟซบุกเพื่อให ตนเองเปนที่รูจักของทุกคน 7. เอิรนตองการขอมูลจากเว็บไซตทางการศึกษา เอิรนควรเลือกเว็บไซต 8. ถาตองการสืบคนขอมูลความรูเกี่ยวกับขอควรปฏิบัติในการใชงาน 9. รดาตองการสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาพื้นบานของภาคเหนือ เฉพาะที่ 10. บุคคลใดใชงานอินเทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนําเรื่องที่วินกับเปาทะเลาะและชกตอยกันไปเขียนเลาในกระดาน ฉบับ เฉลย 38 น�า สอน สรุป ประเมิน T125
ขอสอบเนนการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 12 15 × 100 = 80 ดังนั้น รอยละ 80 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 4 ตอนที่ 2 5 นักเรียนคิดวา ถานําขอมูลที่สืบคนไดไปใชงานทันที โดยไมตรวจสอบ ความนาเชื่อถือของขอมูลและแหลงที่มาของขอมูล จะสงผลเสียอยางไร (แนวคําตอบ) ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน การตอบคําถาม (5 คะแนน) คะแนน บอกผลเสียของการไมตรวจสอบขอมูลหรือแหลงที่มาของขอมูลไดถูกตอง 5 ตอนที่ 2 • ถาขอมูลที่ไดรับมาไมถูกตองจะทําใหผูรับขอมูลเกิดความรูและความเขาใจที่ผิด ๆ แลวถานําขอมูลไปสงตอก็จะทําใหผูอื่นไดรับขอมูลเขาใจผิดไปดวยเชนกัน • หากเปนขอมูลขาวสารที่ไมเปนจริงจะทําใหกระตุนอารมณของผูที่ไดรับใหเกิด ความรูสึก เชน ความเกลียด ความโลภ ความวิตกกังวล ความเสียใจ ฯลฯ • ถาเปนขอมูลที่ไมเปนจริงเกี่ยวกับบุคคลอาจทําใหผูที่ตกเปนขาวเกิด ความเสื่อมเสีย และอาจสงผลใหผูสงขอมูลขาวสารนั้นทําผิดกฎหมายได ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 3 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.4/3 45 30 15 90 ฉบับ เฉลย 39 ขอมูลขาวสารชนิดใดมีโอกาสผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน มากที่สุด 1. ขาวดวน 2. ขาวพระราชสํานัก 3. ขาวเกี่ยวกับคาสถิติตางๆ 4. ขาวราคาหุนตลาดหลักทรัพย (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ขาวดวน เปนขอมูลที่มีความเรงรีบในการนําเสนอ ตัวเลขอาจมี การผิดพลาดได เชน ยอดผูเสียชีวิต จํานวนผูไดรับบาดเจ็บ มูลคา ความเสียหายโดยประมาณ ดังนั้น ตอบขอ 1.) ขั้นสรุป 9. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 39 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 39 ความรูเสริม การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลที่มีการนํามาดัดแปลงหรือ เรียบเรียงใหม โดยมีการอางอิงถึงขอมูลตนฉบับ คือ การเปรียบเทียบขอมูล ดังกลาวกับขอมูลตนฉบับวามีความถูกตอง สอดคลองกับขอมูลตนฉบับหรือไม และขอมูลตนฉบับมาจากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญทางดานดังกลาวจริงหรือไม น�า สอน สรุป ประเมิน T126
ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปนกลุม 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม และครูถามคําถามวา ถามีคนแปลกหนาเขามาคุยกับนักเรียน ในโปรแกรมสนทนาผานเครือขาย นักเรียนคิดวา ควรคุยดวย หรือไม เพราะอะไร และถานักเรียนเลือกไมคุย จะมีวิธีปฏิเสธ อยางไร ใหเวลานักเรียนสืบคนขอมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับเพื่อนในกลุมประมาณ 5 นาที จากนั้นใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอคําตอบและเหตุผลหนาชั้นเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. การน าแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น เรียกว่าอะไร ก. ดาวน์โหลด (Download) ข. พรีโหลด (Preload) ค. อัปโหลด (Upload) ง. รีโหลด (Reload) 2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ มีชื่อย่อว่าอะไร ก. Download ข. Address ค. E-mail ง. Net 3. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. การสนทนาผ่านเครือข่าย ข. การถ่ายโอนข้อมูล ค. ชุมชนออนไลน์ ง. เวิลด์ไวด์เว็บ 4. ข้อใดต่อไปนี้ค้นหารูปภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก ประเภท ภาพ และเลือก สีกด Enter ข. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เครื่องมือ และเลือก สีกด Enter ค. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม และเลือก สีกด Enter ง. ก าหนดค าค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลิก สีกด Enter 5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลแบบ Search Engine ก. การค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ ข. การค้นหาข้อมูลโดยดูในเว็บเบราเซอร์ จากนั้นหน้าจอจะ แสดงรายละเอียดหัวข้อย่อยมาให้เลือก ค. การค้นหาโดยใช้ค าค้น ป้อนลงในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน Google จะปรากฏข้อมูลที่สอดคล้องกับค าค้นขึ้นมา ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยัง คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง 6. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของการค้นหารูปภาพตามสิทธิ์ ในการใช้งาน ก. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ไม่อนุญาตให้น าไปใช้ ข. ไม่สามารถน าไปใช้ได้ ต้องขออนุญาตก่อน ค. น าภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ง. น าภาพไปใช้ได้ ห้ามแก้ไขภาพ 7. หากต้องการสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟล์น าเสนอ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนี้ระบุค าค้นได้ ถูกต้อง ก. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT ข. File Type : กล้วยไม้ไทย : PPT ค. File Type : PPT : กล้วยไม้ไทย ง. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย 8. ข้อใดต่อไปนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง ก. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพื่อน ๆ ข. ไม่ส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร ค. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น ง. สนทนาด้วยค าสุภาพ 9. เมื่อสืบค้นข้อมูลและได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ควร ปฏิบัติอย่างไร ก. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ข. น าเสนอข้อมูลที่ได้หน้าชั้นเรียน ค. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งต่อ ง. คัดลอกข้อมูลลงสมุด 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร เดียวกันเท่านั้น ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ได้ทั่วโลก ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันระหว่างองค์กรกับ องค์กร ง. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในประเทศ เท่านั้น แบบทดสอบหลังเรียน เฉลย 1. ค 2. ค 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ก 10. ข ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานราย บุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 3 ขั้นสรุป 10. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต จํานวน 10 ขอ 11. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมฝกทักษะ แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง น�า สอน สรุป ประเมิน T127
Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ซอฟต์แวร์ (Software) คือ ชุดค�ำสั่งที่ก�ำหนดให้คอมพิวเตอร์ท�ำงำน แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้ • ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นโปรแกรมที่มีหน้ำที่ควบคุมกำรท�ำงำนของฮำร์ดแวร์ทุกอย่ำง อ�ำนวยควำมสะดวกให้ กับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และท�ำหน้ำที่ในกำรจัดกำรระบบ ดูแลรักษำเครื่อง กำรแปลภำษำระดับต�่ำหรือระดับสูงให้เป็นภำษำเครื่องเพื่อ ให้เครื่องอ่ำนได้เข้ำใจ • ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ส�ำหรับท�ำงำนต่ำง ๆ ตำมที่ต้องกำร เช่น กำรท�ำงำนเอกสำร งำนกรำฟิก งำนน�ำเสนอ หรือเป็นซอฟต์แวร์ส�ำหรับงำนเฉพำะด้ำน เช่น โปรแกรมงำนทะเบียน โปรแกรมกำรให้บริกำรเว็บ และใช้เพื่อ ประโยชน์ต่ำง ๆ เช่น การนําเสนอขอมูลโดยใชซอฟตแวรประยุกต การใชซอฟตแวรในการทํางาน ใช้ซอฟต์แวร์ในการพิมพ์เอกสาร โดยใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ ซึ่งมีหลักกำร คือ จ�ำลองหน้ำจอคอมพิวเตอร์ให้เป็น เหมือนแผ ่นกระดำษ ผู้ใช้สำมำรถพิมพ์ เอกสำรและสร้ำงภำพได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการชวยค�านวณ โดยใช้โปรแกรมตำรำงท�ำงำน ซึ่งมีหลักกำร คือ มีกระดำษค�ำนวณขนำดใหญ่ แล้วแบ่ง เป็นแต่ละช่อง ซึ่งแต่ละช่องสำมำรถพิมพ์ ข้อควำมหรือสูตรต่ำง ๆ ได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการสร้างกราฟ โดยใช้โปรแกรมตำรำงท�ำงำน ซึ่งมีหลักกำร คือ กำรแปลผลข้อมูลที่ปอนลงในโปรแกรม ให้เป็นกรำฟรูปแบบต่ำง ๆ ซึ่งสำมำรถโอน ไฟล์ไปใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบ โดยใช้โปรแกรมในกำรออกแบบ ซึ่งมีหลักกำร คือ ออกแบบลงบนพื้นที่ว่ำงและมีเครื่องมือ ต ่ำง ๆ ส�ำหรับออกแบบไว้ให้ผู้ใช้งำนได้ ออกแบบตำมต้องกำร ใช้ซอฟต์แวร์ในการน�าเสนองาน โดยใช้โปรแกรมน�ำเสนอ ซึ่งมีหลักกำร คือ มีสไลด์และเครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้สร้ำงภำพ ตกแต ่งสไลด์และบันทึกเสียงประกอบ เพื่อน�ำเสนอผลงำนได้ ซอฟต์แวร์ส�าเร็จรูป • ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ • ซอฟต์แวร์ตำรำงท�ำงำน • ซอฟต์แวร์จัดกำรฐำนข้อมูล • ซอฟต์แวร์น�ำเสนอข้อมูล • ซอฟต์แวร์สื่อสำรข้อมูล ซอฟต์แวร์ด้านกราฟก เช่น CorelDRAW PageMaker และ Photoshop จะท�ำหน้ำที่เกี่ยวกับงำนออกแบบ วำดภำพ จัดท�ำ สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงำม T128
Chapter Overview แผนการจัด การเร�ยนรู สื่อการเร�ยนรู จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 ประวัติสวนตัว ของฉัน 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 1. อธิบำยควำมหมำย เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ได้ (K) 2. ใช้งำนเครื่องมือ พื้นฐำนในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด ในกำรพิมพ์ข้อควำมได้ (P) 3. เห็นควำมส�ำคัญ ในกำรใช้งำนโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ ในชีวิตประจ�ำวัน (A) - กำรอภิปรำย - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน แผนฯ ที่ 2 โปรแกรมจัดการ ตัวเลข 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 1. บอกลักษณะของ ซอฟต์แวร์ได้ (K) 2. ใช้งำนไมโครซอฟต์ เอกซ์เซลในกำรรวบรวม และประเมินข้อมูลได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของกำรใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เอกซ์เซลในกำรรวบรวม และประเมินข้อมูล (A) - กำรอภิปรำย - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน แผนฯ ที่ 3 นักพรีเซนต คนเกง 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 - แบบฝกหัด รำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 - ชิ้นงำน/ภำระงำน (รวบยอด) - แบบทดสอบหลังเรียน 1. อธิบำยลักษณะของ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ได้ (K) 2. ใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ ในกำรสร้ำงไฟล์ น�ำเสนอได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของกำรใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ เพำเวอร์พอยต์ ในกำรน�ำเสนองำน (A) - กำรอภิปรำย - กำรแสดง บทบำทสมมติ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจชิ้นงำน/ ภำระงำน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินกำร น�ำเสนอผลงำน - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำน รำยบุคคล - สังเกตพฤติกรรม กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะกำรสื่อสำร - ทักษะกำรท�ำงำน ร่วมกัน - ทักษะกำรคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ - ทักษะกำรคิด อย่ำงมี วิจำรณญำณ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน กำรท�ำงำน T129
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ประวัติส่วนตัวของฉัน เวลา 4 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/4 รวบรวมประเมินน�ำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ได้(K) 2. ใช้งานเครื่องมือพื้นฐานในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดในการพิมพ์ข้อความได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญในการใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ในชีวิตประจ�ำวัน (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดคอมพิวเตอร์เพื่อการจัดท�ำเอกสาร ข้อมูลและสารสนเทศ 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด ซอฟต์แวร์(Software) คือ ชุดค�ำสั่งที่ก�ำหนดให้คอมพิวเตอร์ท�ำงานตามความต้องการ เช่นการน�ำเสนองานการพิมพ์งาน เอกสาร รายงาน และโปสเตอร์ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) ใช้ในการพิมพ์งานเอกสารที่เป็นข้อมูลลักษณะเป็นตัวอักษรและมีรูปภาพ ประกอบ เช่น รายงาน โปสเตอร์และยังสามารถใช้งานระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้เช่น การค้นหาค�ำ การตรวจสอบไวยากรณ์ การสร้างตาราง 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการอภิปราย T130
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงซอฟต์แวร์ได้ถูกต้อง ก. ซอฟต์แวร์ คือ ชุดค าสั่งที่ก าหนดให้คอมพิวเตอร์ท างาน ข. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใช้ในแก้ไขและตกแต่งรูปภาพ ค. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และ น าเสนองาน ง. ซอฟต์แวร์ คือ ชุดค าสั่งที่เป็นตัวเลข ใช้ในการค านว ประมวลผลข้อมูลโดยใช้สูตรทางค ิตศาสตร์ 2. โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด เป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด ก. ซอฟต์แวร์ระบบ ข. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ค. ซอฟต์แวร์ประมวลค า ง. ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล 3. หากข้อมูลมีลักษ ะเป็นตัวเลข ต้องค านว โดยใช้สูตรทาง ค ิตศาสตร์ โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือ โปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 4. หากต้องการท ารายงานที่มีลักษ ะเป็นตัวอักษร มีรูปภาพ ประกอบ โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือโปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 5. เมื่อพิมพ์ข้อความในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดแล้วต้องการ เน้นข้อความด้วยไฮไลต์จะต้องคลิกเลือกเครื่องมือใด ก. ข. ค. ง. 6. ต้องการสร้างรูปดาวในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดต้องเลือก เครื่องมือใดจึงจะเหมาะสมที่สุด ก. ข. ค. ง. 7. ข้อใดต่อไปนี้เป็นขั้นตอนในการสร้างตารางในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด ก. View > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง ข. Insert > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง ค. Insert > Text Box > เลือกคอลัมน์และแถวของ ตาราง ง. Page Layout > Columns > เลือกคอลัมน์และแถว ของตาราง 8. พื้นที่ส าหรับพิมพ์ข้อความหรือตัวเลขในโปรแกรม ไมโครซอฟต์เอ็กเซล เรียกว่าอะไร ก. ริบบอน ข. ชีตงาน ค. พื้นที่ท างาน ง. แถบเครื่องมือ 9. หากต้องการน าเสนองานในรูปแบบสไลด์หรือภาพนิ่ง โปรแกรมที่เหมาะสมในการน าเสนอคือโปรแกรมใด ก. ไมโครซอฟต์เวิร์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 10. เมื่อจัดท าข้อมูลเพื่อน าเสนอโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆ แล้ว ควรปฏิบัติอย่างไร ก. บันทึกไฟล์งานด้วยชื่อที่ซับซ้อน ทันสมัยเพื่อไม่ให้ ไฟล์งานที่บันทึกไว้สูญหาย ข.ส ารองข้อมูลไฟล์งานไว้ในที่เก็บข้อมูลภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ์ หรืออัปโหลดลงเว็บฝากข้อมูล ค. ควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อพิจาร าความทันสมัย ของข้อมูล และรูปภาพที่น ามาใช้ในการจัดท ามีความ คมชัดและสวยงามหรือไม่ ง. พิจา าโปรแกรมที่เลือกใช้ว่ามีความเหมาะสมกับชิ้นงาน ที่ต้องการน าเสนอหรือไม่ หากไม่เหมาะสมให้เปลี่ยน โปรแกรมในการน าเสนองาน แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ก 2. ค 3. ค 4. ก 5. ง 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ข เฉลย ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 ขั้นนํา 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูลดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการ ทบทวนความรูและวัดพื้นฐานความรูกอนที่จะ เริ่มเรียนเนื้อหา ซอฟตแวรแบงออกเปนกี่ประเภท อะไรบาง (วิเคราะหคําตอบ ซอฟตแวรสามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรระบบ เปนโปรแกรมที่ใชควบคุมเครื่อง และ ซอฟตแวรประยุกต เปนโปรแกรมที่ใชทํางานและเพื่อใชโปรแกรม ตางๆ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวรตารางทํางาน ซอฟตแวรจัดการฐานขอมูล ซอฟตแวรนําเสนอขอมูล ซอฟตแวร สื่อสารขอมูล) เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการทบทวนความรูเดิมจากเนื้อหาที่เคยเรียนมา หลังจากนั้นครูอาจสอบถามนักเรียนวา ในแตละวันนักเรียนใชงานซอฟตแวร อะไรบาง และใชซอฟตแวรนั้นทํางานในลักษณะใด จากนั้นครูสุมนักเรียน เพื่อตอบคําถาม น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T131
4 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมิน น�าเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพื่อแก้ปญหาในชีวิตประจ�าวัน ¡ÒùíÒàʹ͢ŒÍÁÙÅ ´ŒÇ«ͿµáÇร เ¾×èอน æ ¤Ôดว‹า สÔè§ãด ãน¤อม¾Ôวเตอร์·Õè¨Ðª‹วย »รÐมวล¼ลข้อมูล¤รѺ Data collection (การรวºรวมข้อมูล) รวบรวมขอมูลจาก อินเทอรเน็ตไดมากเลย แลวเราจะประมวลผลขอมูล ดวยโปรแกรมอะไรดีนะ Data processing (การ»รÐมวล¼ลข้อมูล) ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 82 เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร โดยมีคําถามถามนักเรียนภายในหองเรียนวา นักเรียนคิดวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวยประมวลผลขอมูลได แลวครูใหนักเรียนชวยกัน วิเคราะหคําตอบ โดยครูสุมนักเรียนขึ้นมาตอบคําถาม เมื่อนักเรียนตอบคําถาม เสร็จเรียบรอย ครูอาจถามคําถามกับนักเรียนวา นักเรียนเคยใชงานโปรแกรม อะไรบางในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร และใชโปรแกรมเหลานั้นทําอะไร ขั้นนํา 2. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูกับ นักเรียนวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวย ประมวลผลขอมูลได จากนั้นใหนักเรียนภายใน หองชวยกันหาคําตอบโดยการคนหาจากแหลง ขอมูลตางๆ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเน็ต 3. ครูถามคําถามเพื่อเปนการกระตุนการเรียนรู กับนักเรียนวา เมื่อเราไดขอมูลที่ตองการมา และตองการนําเสนอขอมูลนั้นใหออกมาใน รูปแบบของกราฟหรือแผนภูมิ นักเรียนจะใช โปรแกรมใดในการนําเสนอขอมูลนี้ จากนั้น ครูสุมนักเรียนใหตอบคําถามนี้ แนวตอบ คําถามประจําหนวยการเรียนรู อุปกรณคอมพิวเตอรที่ชวยประมวลผลขอมูล คือ ซีพียู ซึ่งเปนหนวยประมวลผลกลาง หรือเรียก อีกชื่อหนึ่งวา ไมโครโพรเซสเซอร เปนอุปกรณ อิเล็กทรอนิกสที่ใชในการประมวลผลขอมูลตาม ชุดคําสั่งที่มาจากซอฟตแวร มีหนาที่คํานวณตัวเลข จากชุดคําสั่งที่ผูใชปอนโปรแกรมเขาไป เมื่อได ผลลัพธก็จะสงผลลัพธออกไปแสดงผลทางหนาจอ ซีพียูจึงเปรียบไดกับสมองของคอมพิวเตอร น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T132
ขอสอบเนน การคิด ซอฟตแวร (Software) คือ ชุดค�าสั่ง ที่ก�าหนดให้คอมพิวเตอร์ท�างาน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. ¡ÒùíÒàʹ͢ŒÍÁÙÅâ´Â㪌 «Í¿µáÇรประÂุ¡µ ซอฟตแวร ใดที่ชวยในการ คํานวณขอมูล ของเราไดนะ ซอฟต์แวร์รкº (System Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมเครื่อง เช่น ซอฟต์แวร์»รÐยØกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ท�างาน และใช้เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ซอฟตแวรสําเร็จรูป ● ซอฟต์แวร์ประมวลค�า เช่น Microsoft Word WordPerfect ● ซอฟต์แวร์ตารางการท�างาน เช่น Lotus 1 - 2 - 3 Microsoft Excel ● ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เช่น dBASE ● ซอฟต์แวร์น�าเสนอข้อมูล เช่น Lotus Freelance Microsoft PowerPoint ● ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล เช่น Facebook Line ซอฟตแวรดานกราฟก เช่น CorelDraw PageMaker และ Photoshop จะท�าหน้าที่เกี่ยว กับงานออกแบบ วาดภาพ จัดท�า สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงาม เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจ ส�าคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ทุกเครื่อง สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มีหน้าที่เป็น ตัวกลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ภายในเครื่อง เป็น ระบบปฏิบัติการที่เน้นการท�างานใน ด้านการออกแบบ และกราฟก เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนา โดยบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งผู้ ใช้สามารถสั่งงานได้จากเมาส์ มากขึ้น สามารถท�างานหลาย อย่างได้พร้อมกัน ซึ่งจะเน้นการ ใช้งานทางด้านกราฟก และการ ท�างานในรูปแบบต่าง ๆ จึงได้รับ ความนิยมในปจจุบัน เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมเครื่อง เช่น 83 ภาพที่ 4.1 หนาจอคอมพิวเตอร ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 83 ขอใดใหความหมายของคําวาซอฟตแวรไดถูกตอง 1. อุปกรณเทคโนโลยีระดับสูง 2. อุปกรณที่ทําหนาที่เสมือนสมองกล 3. โปรแกรมแกปญหาทุกอยางของมนุษย 4. ชุดคําสั่งที่ควบคุมการทํางานของคอมพิวเตอร (วิเคราะหคำตอบ ซอฟตแวร คือ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอรที่เขียนขึ้นดวยภาษา คอมพิวเตอรจากนักเขียนโปรแกรม สำหรับภาษาที่ใชเขียน โปรแกรมจะมีรูปแบบเฉพาะที่สามารถทำใหเครื่องคอมพิวเตอร เขาใจได เชน ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสกาล ดังนั้น ตอบขอ 4.) ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอกับนักเรียน วา ซอฟตแวรใดที่ชวยในการคํานวณขอมูล และสุมนักเรียนภายในหองเรียนออกมาตอบ คําถามหนาชั้นเรียน 2. ครูนํานักเรียนศึกษา เรื่อง การนําเสนอขอมูล โดยใชซอฟตแวรประยุกต โดยอธิบายคําวา ซอฟตแวร ใหฟงวา เปนชุดคําสั่งหรือโปรแกรม ที่กําหนดใหคอมพิวเตอรทํางาน และสามารถ แบงซอฟตแวรออกเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกต 3. ครูใหนักเรียนศึกษาและสืบคนเกี่ยวกับ ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกตวา มีลักษณะเหมือนหรือแตกตางกัน อยางไร จากนั้นใหตัวแทนนักเรียนออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียน แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวขอ ซอฟตแวรที่ชวยในการคํานวณขอมูล คือ ซอฟตแวรตารางทํางาน เพราะเปนซอฟตแวรที่ใช ในการพิมพเอกสารในรูปแบบตาราง กราฟ และ การนําขอมูลตาง ๆ มาคํานวณตามสูตรเพื่อใหได ผลลัพธตามที่ตองการ ซึ่งโปรแกรมตารางทํางาน ที่ใชกันอยูในปจจุบัน ไดแก โปรแกรมไมโครซอฟต เอกซเซล (Microsoft Excel) ความรูเสริม ซอฟตแวร (Software) เปนชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชสั่งงานใหคอมพิวเตอร ทํางาน ซอฟตแวรจึงหมายถึงลําดับขั้นตอนการทํางานที่เขียนขึ้นดวยคําสั่ง ของคอมพิวเตอร และสามารถแบงซอฟตแวรไดเปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวร ระบบ (System Software) และซอฟตแวรประยุกต (Application Software) • ซอฟตแวรระบบ เปนซอฟตแวรที่บริษัทผูผลิตสรางขึ้นมาเพื่อใชจัดการ กับระบบ มีการทํางานโดยจะดําเนินงานพื้นฐานตางๆ ของระบบ คอมพิวเตอร • ซอฟตแวรประยุกต เปนซอฟตแวรที่ใชกับงานดานตางๆ ตามความ ตองการของผูใชที่สามารถนํามาใชประโยชนไดโดยตรง เพื่อสั่งให คอมพิวเตอรทํางานตามที่ตองการ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวร ตารางทํางาน ซอฟตแวรดานกราฟก ซอฟตแวรจัดการฐานขอมูล นํา สอน สรุป ประเมิน T133
ขอสอบเนนการคิด เมื่อเรารวบรวมข้อมูลที่ต้องการจากแหล่งต่างๆโดยก�าหนด หัวข้อที่ต้องการ และจดบันทึกข้อมูลแล้ว เราควรตรวจสอบ ข้อมูลโดยพิจารณาจากความถูกต้องและทันสมัย มีการอ้างอิง แหล ่งที่มาที่ชัดเจน แล้วประมวลผลข้อมูล เช ่น เปรียบ เทียบ จัดกลุ่ม จากนั้นจึงน�าเสนอข้อมูลตามความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า การน�าเสนอด้วยเอกสาร การน�าเสนอด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ การน�าเสนองานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จ�าเป็นต้อง วิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของลักษณะโปรแกรมที่ใช้ด้วยว่า โปรแกรมใดมีความเหมาะสมกับชิ้นงานชนิดใด • เตรียมอุปกรณ์ ในการจดบันทึก • ก�าหนดหัวข้อที่ต้องการ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล อย่างง่าย • เปรียบเทียบ •จัดกลุ่ม • หาผลรวม • เรียงล�าดับ น�าเสนอข้อมูล • เอกสารรายงาน • โปสเตอร์ • การบอกเล่า • โปรแกรมน�าเสนองาน วิเคราะห์ผล ข้อมูลสร้างทางเลือก • เปรียบเทียบ • ตัดสิน • 84 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 84 ขั้นสอน 4. ครูอธิบาย เรื่อง การเก็บขอมูลตางๆ มานําเสนอ วาตองรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ ตามที่ตองการ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเน็ต จากนั้นกําหนดหัวขอที่ตองการและจดบันทึก ขอมูลไว ซึ่งขอมูลที่ไดมาควรตรวจสอบวา เปนขอมูลที่มีความถูกตอง นาเชื่อถือ มีการ อางอิงแหลงที่มาใหชัดเจน จากนั้นนําขอมูล ที่ไดไปประมวลผลโดยใชวิธีการเปรียบเทียบ เรียงลําดับ หรือจัดกลุมตามที่ตองการ และนํา ขอมูลที่ไดออกมานําเสนอผานโปรแกรม นําเสนองาน เอกสารรายงาน หรือนําเสนอ ในรูปแบบอื่นใหผูฟงเกิดความเขาใจ เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การรวบรวมขอมูลจากแหลงตางๆ ใหนักเรียนฟง โดยถาม คําถามกระตุนความคิดนักเรียนวา เมื่อนักเรียนอยากไดขอมูลเรื่อง วันลอยกระทง นักเรียนสามารถคนหาขอมูลหรือสอบถามขอมูลไดจากแหลงขอมูลใดบาง ใหเวลานักเรียนในการหาคําตอบ จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมาตอบคําถาม และอาจใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยจับบัตรภาพขอมูลตางๆ แลวหาคําตอบวา จะใชแหลงขอมูลใดในการคนหาขอมูล เชน นักเรียนจับบัตรภาพขอมูลไดคําวา อุปกรณคอมพิวเตอร นักเรียนสามารถคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตหรือสอบถาม จากครูผูสอนวิชาคอมพิวเตอร นิดตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับการใชงานคอมพิวเตอร นิดจะ ตองคนหาขอมูลจากแหลงขอมูลใดจึงจะไดขอมูลสมบูรณที่สุด 1. จากครูผูสอน 2. จากอินเทอรเน็ต 3. จากการสอบถามเพื่อนในหองเรียน 4. จากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน (วิเคราะหคําตอบ เมื่อนิดตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับการใชงาน คอมพิวเตอร ซึ่งในการคนหาขอมูลนั้นจะตองหาขอมูลที่มีความ นาเชื่อถือและไดขอมูลที่มีความถูกตองมากที่สุด นิดจะตองคนหา ขอมูลจากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน เพราะจะมี การแนะนําขั้นตอนในการใชจากผูที่มีประสบการณในการใชงาน คอมพิวเตอร ดังนั้น ตอบขอ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T134
ขอสอบเนน การคิด 1.1 การนําเสนอขอมูลโดยใชโปรแกรมในการพิมพงาน เราสามารถใช้โปรแกรมประมวลค�าในการพิมพ์งาน เอกสาร และยังสามารถใช้งานระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น การค้นหาค�า การตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ การสร้าง ตาราง â»รแกรม·Õ誋วยãนการน�าเสนอข้อมูล ตารางที่ 4.1 โปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซอฟตแวร หนาที่ ตัวอยางโปรแกรม โปรแกรม ประมวลค�า เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ส�าหรับ การพิมพ์เอกสารสามารถแก้ไข เพิ่มแทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้ • Microsoft Word • WordPerfect โปรแกรม ตารางท�างาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดค�านวณ มีลักษณะเป็นตาราง • Lotus 1-2-3 • Microsoft Excel โปรแกรม น�าเสนอข้อมูล เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ส�าหรับน�าเสนอ ข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูด ความสนใจ • Lotus Freelance • Microsoft • PowerPoint โปรแกรม ด้านกราฟก เป็นซอฟต์แวร์ด้านงานออกแบบ เขียนแบบวาดภาพ จัดท�าสิ่งพิมพ์ และ จะเป็นทางด้านการน�าเสนอ • CorelDraw • PageMaker • Photoshop 85 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 85 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเกี่ยวกับโปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซึ่งมี 4 โปรแกรม ดังนี้ • โปรแกรมประมวลคํา เปนโปรแกรมที่ชวยสรางเอกสารประเภทตางๆ ได อยางสะดวกและรวดเร็ว เนนการจัดพิมพเอกสาร สามารถพิมพเอกสาร ออกมาเปนชุด เปนจดหมาย บันทึกขอความ รายงาน บทความ เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด • โปรแกรมตารางทํางาน เปนโปรแกรมที่ใชในการคิดคํานวณหรือเก็บ ขอมูล สูตรคํานวณตางๆ ลงบนแผนตารางงาน เชน โปรแกรมไมโครซอฟต เอกซเซล • โปรแกรมนําเสนอขอมูล เปนโปรแกรมที่ใชสําหรับจัดเตรียมเอกสารตางๆ ที่จําเปนตองใชในการนําเสนอขอมูล เพื่อใหสามารถดึงดูดความสนใจ ของผูที่เขามาศึกษา เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเพาเวอรพอยต • โปรแกรมดานกราฟก เปนโปรแกรมที่ชวยในการออกแบบ วาดภาพ จัดทําสิ่งพิมพเพื่อใชในการนําเสนอ เชน โปรแกรมโฟโตชอป เมื่อนักเรียนตองการนําเสนอผลงาน เรื่อง การทํารายรับรายจายประจําสัปดาห นักเรียนจะเลือกโปรแกรมใดนําเสนอขอมูล 1. โปรแกรมกราฟก 2. โปรแกรมประมวลคํา 3. โปรแกรมตารางทํางาน 4. โปรแกรมนําเสนอขอมูล (วิเคราะหคําตอบ ในการนําเสนอผลงานการทํารายรับรายจายนั้น นักเรียนจะตองใชโปรแกรมตารางทํางานเพื่อนําเสนอ ขอมูลนี้ เพราะโปรแกรมตารางทํางานเปนโปรแกรมที่ใช ในการคิดคํานวณหาคาตางๆ จากสูตรที่มีอยูในโปรแกรม ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสอน 5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเกี่ยวกับโปรแกรม ที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซึ่งแบงออกเปน 4 กลุม ดังนี้ โปรแกรมประมวลคํา โปรแกรม ตารางทํางาน โปรแกรมนําเสนอขอมูล และโปรแกรมดานกราฟก 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางโปรแกรมที่นักเรียน เคยใชงานวาอยูในกลุมใดของโปรแกรมเหลานี้ และมีลักษณะของชิ้นงานที่ทําออกมาเปน แบบใด ใหนักเรียนชวยกันคิดวิเคราะหเพื่อ หาคําตอบนี้ น�า สอน สรุป ประเมิน T135
ขอสอบเนนการคิด 1) องคประกอบโปรแกรมประมวลคํา 1. แถบเครื่องมือดวน (Quick Access Toolbar) แสดงแถบเครื่องมือที่ใช้งานบ่อย เป็นแถบที่เรียกใช้งานเครื่องมือได้อย่างสะดวก และสามารถเพิ่มค�าสั่งที่ใช้งานได้ 2. ชื่อโปรแกรม และชื่อแฟม (Title Bar) แถบแสดงชื่อโปรแกรม และชื่อไฟล์เอกสาร 3. แถบคําสั่ง (Menu Bar) เมนูค�าสั่งหลักของโปรแกรม 4. แบบอักษร (Font) แถบที่ใช้ก�าหนดรูปแบบอักษร และลักษณะพิเศษของตัวอักษร 5. แถบริบบอน (Ribbon) แถบที่แสดงค�าสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการท�างานกับเอกสาร 6. ไมบรรทัด (Ruler) แสดงความกว้างความยาวของกระดาษ ตั้งค่าหน้ากระดาษ 7. ตําแหนงการพิมพ หรือเคอรเซอร (Cursor) แสดงต�าแหน่งของการพิมพ์ข้อความ 8. แถบเลื่อน (Scroll Bar) แถบเลื่อนดูหน้าเอกสาร ใช้ส�าหรับเลื่อนดูข้อความใน แนวตั้งและแนวนอน 9. แถบสถานะ (Status Bar) แสดงสถานะการท�างานปจจุบัน 10. ยอ/ขยาย (View Bar) แสดงมุมมองเอกสาร โดยการย่อและขยายหน้ากระดาษ 86 1 2 3 4 6 8 5 7 9 10 ภาพที่ 4.2 หนาตางของโปรแกรมประมวลคํา ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 86 ขั้นสอน 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมประมวลคํา ซึ่งสามารถแบงไดเปน 10 องคประกอบ ดังนี้ แถบเครื่องมือดวน ชื่อโปรแกรมและชื่อแฟม แถบคําสั่ง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพิมพหรือ เคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ ขยาย 8. ครูใหนักเรียนเปดโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (Microsoft Word) เมื่อเปดหนานี้แลว ใหครู สอบถามขอมูล โดยการสุมนักเรียนตอบ คําถามวา ในแตละสวนของโปรแกรมมีชื่อ และหนาที่ในการใชงานอยางไร เมื่อนักเรียนพิมพรายงานจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด เสร็จเรียบรอยและตองการบันทึกชิ้นงาน จะตองคลิกที่แถบ เครื่องมือใด 1. แถบคําสั่ง 2. แถบริบบอน 3. แถบสถานะ 4. แถบเครื่องมือดวน (วิเคราะหคําตอบ เมื่อตองการบันทึกชิ้นงานจะตองคลิกที่แถบ เครื่องมือดวน ซึ่งแถบเครื่องมือดวนจะแสดงแถบเครื่องมือ ที่ใชงานบอย เปนแถบเครื่องมือที่เรียกใชงานไดอยางสะดวก โดยปุมบันทึกจะอยูในแถบเครื่องมือดวนนี้ ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง องคประกอบโปรแกรมประมวลคํา โดยใหนักเรียนสังเกต ภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน จากนั้นครูอธิบาย สวนประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดวาประกอบดวยแถบเครื่องมือดวน ชื่อโปรแกรมและชื่อแฟม แถบคําสั่ง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพิมพหรือเคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ขยาย จากนั้น ครูอาจสุมใหนักเรียนออกมาอธิบายลักษณะของแถบเมนูตางๆ ภายในโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด น�า สอน สรุป ประเมิน T136
2) แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา 1 หนาแรก (Home) คําสั่งเกี่ยวกับการเลือกแบบอักษร ลักษณะ ตัวอักษร การกําหนดยอหนา การทํางานกับขอมูลที่คัดลอกไว เครื่องมือคนหา และการแทนที่ขอความ 2 แทรก (Insert) คําสั่งเกี่ยวกับการแทรกประเภทตาง ๆ ลงบน เอกสาร เชน รูปภาพ ตาราง ขอความ สัญลักษณ 3 เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) คําสั่งเกี่ยวกับการตั้ง คาหนากระดาษ กําหนดระยะยอหนา กําหนดพื้นหลัง 4 อางอิง (References) คําสั่งเกี่ยวกับเครื่องมือในการสราง สวนประกอบของเอกสารเพิ่มเติม เชน สารบัญ ดัชนี บรรณานุกรม 87 ภาพที่ 4.3 แถบคําสั่งแรก ภาพที่ 4.4 แถบคําสั่งหนาแทรก ภาพที่ 4.5 แถบคําสั่งเคาโครงหนากระดาษ ภาพที่ 4.6 แถบคําสั่งอางอิง ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 87 ขั้นสอน 9. ครูอธิบาย เรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ซึ่งแบงแถบคําสั่งได ดังนี้ หนาแรก แทรก เคาโครงหนากระดาษ อางอิง การสงจดหมาย ตรวจทาน และมุมมอง ซึ่งอธิบายลักษณะเดน ของแถบคําสั่งตางๆ ใหนักเรียนฟง จากนั้น ใหครูทํากิจกรรมกับนักเรียนในหอง โดยครู พูดความหมายของแถบคําสั่งในโปรแกรม และใหนักเรียนตอบวา ความหมายนี้เปน ความหมายของแถบคําสั่งใด ซึ่งเปน การทบทวนความรูใหนักเรียนเขาใจเนื้อหา เพิ่มขึ้น เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟง โดยใน โปรแกรมจะประกอบไปดวยแถบคําสั่งตางๆ ดังนี้ • หนาแรก (Home) เปนแถบคําสั่งเกี่ยวกับการเลือกลักษณะ รูปแบบ และขนาดของตัวอักษร ลักษณะของการจัดวางขอความ เครื่องมือคนหา และการทํางานกับขอมูลที่คัดลอกไว • แทรก (Insert) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการแทรกรูปภาพ รูปราง ตาราง ขอความ และสัญลักษณตางๆ ตามความตองการ • เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการ ตั้งคาตางๆ ของหนากระดาษ • อางอิง (References) เปนแถบคําสั่งเกี่ยวกับเครื่องมือในการสราง สวนประกอบของเอกสารเพิ่มเติม กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุมตามความสมัครใจ กลุมละ 3-4 คน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันออกแบบขอมูล เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมประมวลคํา ลงในโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด 3. สมาชิกในกลุมรวมกันระดมความคิดเห็นและชวยคนหาขอมูล จากแหลงขอมูล เชน อินเทอรเน็ต หนังสือเรียน 4. จัดเตรียมขอมูลเพื่อนําเสนอตามรูปแบบที่นักเรียนคิดวา นาสนใจอยางอิสระ 5. ออกมานําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารที่ทําให ผูอื่นเขาใจไดงาย น�า สอน สรุป ประเมิน T137
5 การสงจดหมาย (Mailings) ค�าสั่งเกี่ยวกับการสร้างจดหมาย และ การเขียนและแทรกเขตข้อมูลในจดหมาย 6 ตรวจทาน (Review) ค�าสั่งเกี่ยวกับการตรวจทานเอกสาร เช่น การพิสูจน์อักษร การแทรกข้อคิดเห็นบนเอกสาร การ เปรียบเทียบเอกสาร 7 มุมมอง (View) ค�าสั่งเกี่ยวกับการเลือกมุมมองในการท�างาน เช่น การย่อเอกสาร การขยายเอกสาร แสดงส่วนประกอบ หน้าต่างโปรแกรม สําหรับในระดับชั้นนี้ เพื่อน ๆ จะไดเรียนรู เกี่ยวกับการสรางความนาสนใจใหเอกสารนะคะ 88 ภาพที่ 4.7 แถบคําสั่งการสงจดหมาย ภาพที่ 4.8 แถบคําสั่งการตรวจทาน ภาพที่ 4.9 แถบคําสั่งมุมมอง ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 88 ขั้นสอน 10. ครูทบทวนเนื้อหา เรื่อง องคประกอบและ แถบคําสั่งของโปรแกรมประมวลคํา โดยอาจ ยกเปนสัญลักษณภาพเมนูตางๆ แลวให นักเรียนตอบคําถามวา สัญลักษณนี้มีชื่อเมนู วาอะไร เพื่อทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา 11. ครูอาจแนะนําใหนักเรียนรูจักโปรแกรม ประมวลคํา โดยอธิบายใหนักเรียนทราบวา โปรแกรมประมวลคําเหมาะสําหรับใชในการ จัดการกับเอกสารตางๆ ซึ่งสามารถแกไข ขอความ และตกแตงเอกสารใหดูสวยงาม เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟงตอจากหนาที่ แลววา • แถบคําสั่งการสงจดหมาย (Mailings) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการสราง จดหมาย • แถบคําสั่งตรวจทาน (Review) เปนแถบคําสั่งที่เกี่ยวกับการตรวจทาน เอกสารตางๆ เชน การพิสูจนอักษร • แถบคําสั่งมุมมอง (View) เปนแถบคําสั่งที่ใชเลือกมุมมองในการทํางาน เชน การยอขนาดของเอกสาร การขยายขนาดของเอกสาร เมื่อครูอธิบายแถบคําสั่งทั้งหมดใหนักเรียนฟง ครูอาจสุมนักเรียนใหอธิบาย ลักษณะเดนของแตละแถบคําสั่งวามีลักษณะการใชงานอยางไรจากนั้นครู และนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง องคประกอบและแถบคําสั่งโปรแกรม ประมวลคํา กิจกรรม ทาทาย ครูใหนักเรียนเขียนบทความ เรื่อง มลพิษของฝุน PM 2.5 สงผลกระทบอยางไรกับการใชชีวิตประจําวัน ลงในโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด โดยใหสืบคนขอมูลที่เกี่ยวของจากอินเทอรเน็ต หนังสือเรียน หรือแหลงขอมูลอื่นๆ และแทรกรูปภาพที่เกี่ยวของ พรอมตกแตงชิ้นงานใหสวยงาม จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมานํา เสนอขอมูลหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารที่ทําใหผูอื่นเขาใจ ไดงาย น�า สอน สรุป ประเมิน T138
ขอสอบเนน การคิด 3) การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ สามารถ ท�าได้หลายวิธี ดังนี้ การเนนขอความดวยไฮไลท เป็นการท�าแถบสี เพื่อเน้น ความส�าคัญของข้อความ มีขั้นตอนการท�า ดังนี้ การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมีขนาดใหญ มีขั้นตอนการท�า ดังนี้ 89 2. เมาส์พอยน์เตอร์จะ เปลี่ยนรูปร่างเป็น ปากกา แล้วน�าไป คลิกเลือกข้อความ ที่ต้องการเน้น 2. คลิกเลือก Drop Cap 3. คลิกเลือกตัวเลือกตัวอักษร ขึ้นต้นขนาดใหญ่จะปรากฏ ผลลัพธ์ ดังภาพ 1. คลิกเครื่องมือไฮไลท์ และคลิกเลือกสี 1. เลือกข้อมูลที่ต้องการท�า ตัวอักษรตัวแรกให้ใหญ่แล้วคลิก Insert ที่แถบเครื่องมือ ภาพที่ 4.10 การเนนขอความดวยไฮไลท ภาพที่ 4.11 การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมีขนาดใหญ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 89 ขั้นสอน 12. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่อง การปรับแตงขอความ ในเอกสารใหนาสนใจ ซึ่งสามารถทําได หลายวิธี ดังนี้ การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมี ขนาดใหญ 13. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยการออกแบบ ตัวหนังสือบนกลองนมใหมีความนาสนใจ สามารถใชวิธีจากหนังสือเรียนในการตกแตง ใหออกมามีจุดเดนและมีความนาสนใจได จากนั้นครูสุมผลงานของนักเรียนภายในหอง 5 อันดับ ขึ้นมาแสดงบนหนาจอคอมพิวเตอร ใหเพื่อนในหองดู การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบของตัวอักษรโดยเปลี่ยนตัวอักษร จากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูใด 1. แทรก > WordArt 2. อางอิง > WordArt 3. หนาแรก > WordArt 4. เคาโครงหนากระดาษ > WordArt (วิเคราะหคําตอบ การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบของตัวอักษรโดย เปลี่ยนตัวอักษรจากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูแทรกแลวเลือก คําวา WordArt ดังนั้น ตอบขอ 1.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเรื่อง การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ วาสามารถทําได หลายวิธี เชน การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนา ใหมีขนาดใหญ เพื่อใหผูที่เขามาศึกษาเกิดความสะดุดตากับขอความนั้นๆ จากนั้น ครูใหนักเรียนลองออกแบบขอความโดยการปรับแตงขอความใหมีความนาสนใจ และสุมผลงานของนักเรียนที่เสร็จแลวออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T139
4) การใชเครื่องมือวาดรูป ช่วยให้งานเอกสารน่าสนใจมาก ยิ่งขึ้น สามารถท�าได้ ดังนี้ การใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ ให้คลิกแทรกและเลือก รูปร่าง จะมีรายละเอียด ดังนี้ 90 กลุมรูปรางที่ใชลาสุด (Recently Used Shapes) เป็นรูปร่างหรือเส้นแบบต่าง ๆ ที่เพิ่งใช้งาน กลุมรูปรางสี่เหลี่ยม (Rectangles) และ กลุมรูปรางพื้นฐาน (Besic Shapes) เราอาจใช้แทนกล่อง ข้อความต่าง ๆ หรือใส่ ภาพที่ต้องการลงไป ในรูป กลุมคําบรรยายภาพ (Callouts) เป็นการ ใช้สัญลักษณ์ของ การสนทนา กลุมลูกศรแบบบล็อก (Block Arrows) เป็นการแสดงทิศทาง แบบมีความกว้าง กลุมดาวและแบนเนอร (Stars and Banners) เหมาะในการน�าเสนอ ข้อความประชาสัมพันธ์ กลุมแผนผังลําดับงาน (Flowchart) เป็น รูปร่างที่เหมาะในการ เลือกจัดท�าแผนผัง ต่าง ๆ กลุมเสน (Lines) เป็นการใช้เส้น ต่าง ๆ ส�าหรับการวาดภาพที่เฉพาะ เจาะจง ภาพที่ 4.12 การใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 90 ขั้นสอน 14. ครูอธิบาย เรื่อง การใชเครื่องมือวาดรูป ใหนักเรียนฟงวา สามารถทํางานวาดภาพ ไดหลากหลายตามที่ตองการ โดยอาจเลือก รูปแบบของรูปรางตางๆ มาใชเพื่อสราง สิ่งของ สถานที่ แผนผัง แผนภาพ ตามที่ ตองการได 15. ครูใหนักเรียนใชคําสั่งกลุมรูปรางอัตโนมัติ สรางออกมาเปนแผนผังครอบครัวของตนเอง สามารถออกแบบอยางไรก็ไดตามที่ตองการ และใสสีหรือตกแตงใหสวยงาม เมื่อทุกคน ทําชิ้นงานเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมา อธิบายขั้นตอนในการสรางชิ้นงาน เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การใชเครื่องมือวาดรูป ซึ่งเปนการชวยใหงานนาสนใจ มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นครูใหนักเรียนวาดภาพจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด โดยใหนักเรียนวาดรูปสัตวที่ชอบจากเมนูรูปรางและลงสีใหสวยงาม แลวเขียน อธิบายลักษณะเดนของสัตวเหลานั้นวามีลักษณะอยางไร เมื่อนักเรียนทุกคน ทําเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมาอธิบายรูปสัตวที่นักเรียนวาด พรอมกับอธิบาย ขั้นตอนในการทําชิ้นงานนี้หนาชั้นเรียน กิจกรรม ทาทาย ครูแบงนักเรียนเปน 3 กลุม และกําหนดชิ้นงานใหกลุมละ 1 ขอ ตามนี้ กลุมที่ 1 การเขียนผังงาน กลุมที่ 2 การทําโจทยปญหา เรื่อง รูปเรขาคณิต กลุมที่ 3 การทํานิทาน หลังจากนั้นใหแตละกลุมชวยกันสรุปแลวออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียนวา การสรางชิ้นงานของกลุมจะตองใชเครื่องมือ วาดรูปกลุมใดบาง พรอมยกตัวอยางประกอบ น�า สอน สรุป ประเมิน T140
ขอสอบเนน การคิด เราสามารถแทรกรูปภาพ โดยใช้แถบเครื่องมือ แทรกรูปภาพได้ ดังนี้ การแทรกรูปภาพโดยใชแถบเครื่องมือแทรกรูปภาพ 5) การแทรกรูปภาพ ช่วยให้เอกสารมีความน่าสนใจ และ สวยงามมากขึ้น สามารถท�าได้ ดังนี้ 91 1. คลิกที่แทรก (Insert) เลือก รูปภาพ 2. จะปรากฏหน้าต่างโฟลเดอร์ ต่าง ๆ เช่น โฟลเดอร์งาน โฟล์เดอร์รูปภาพ มาให้ นักเรียนสามารถเลือก รูปภาพที่ต้องการ และ น�าไปวางลงในโปรแกรม 3. คลิกเลือกภาพที่ต้องการ 4. คลิกที่ปุ มแทรก (Insert) เพื่อเลือกภาพที่ต้องการ 5. สามารถเพิ่มรูปภาพที่เรา ต้องการมาใส่ในโปรแกรมได้ ภาพที่ 4.13 การคลิกเลือกภาพที่ตองการ ภาพที่ 4.14 การแทรกรูปภาพโดยการใชแถบเครื่องมือแทรกรูปภาพ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 91 ขั้นสอน 16. ครูอธิบาย เรื่อง การแทรกรูปภาพ ใหนักเรียน ฟงวา มีขั้นตอนในการแทรกรูปภาพอยางไร ซึ่งขั้นตอนในการแทรกรูปภาพ มีดังนี้ คลิก ที่เมนูแทรกและเลือกรูปภาพจากโฟลเดอร ที่ตองการเพื่อนําไปวางลงบนโปรแกรม เมื่อ คลิกเลือกภาพที่ตองการแลวใหคลิกที่ปุม แทรกจะสามารถเพิ่มรูปภาพที่ตองการเขา มาอยูในโปรแกรมได 17. ครูใหนักเรียนลองแทรกรูปภาพสัตวเลี้ยง ที่ตนเองชื่นชอบลงในโปรแกรมไมโครซอฟต เวิรด และเขียนคําบรรยายใตรูปภาพวา สัตวชนิดนี้มีชื่อวาอะไร มีลักษณะเดนอยางไร การแทรกรูปภาพลงในเนื้อหาตางๆ มีประโยชนอยางไร 1. เพื่อความสวยงาม 2. เพื่อใหเอกสารดูแปลกตา 3. เพื่อลดขอความในเอกสาร 4. เพื่อใหเขาใจเนื้อหาในเอกสารมากขึ้น (วิเคราะหคําตอบ การแทรกรูปภาพลงไปในเนื้อหาหรือขอมูล ที่ตองการทําใหขอมูลนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ทําใหผูอานสามารถเรียนรูและเขาใจเนื้อหาจากขอความมองเห็น เปนภาพไดมากขึ้น เกิดการวิเคราะหขอมูลตางๆ ใหออกมา เปนภาพได ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู ครูอธิบาย เรื่อง การแทรกรูปภาพใหนักเรียนฟงเปนขั้นตอน จากนั้น ใหนักเรียนลองทํากิจกรรม โดยครูกําหนดเรื่องราวเพื่อใหนักเรียนแทรก ภาพตางๆ ใหเปนเรื่องราว พรอมเขียนสถานการณใหมีความสอดคลองกับ รูปภาพนั้น เมื่อทําเสร็จแลวใหนําผลงานออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยครู กําหนดเรื่องราวใหนักเรียนเลือก ดังนี้ • บานของฉัน • สัตวเลี้ยงที่ชอบ • สถานที่ทองเที่ยว • โรงเรียนนาอยู น�า สอน สรุป ประเมิน T141