The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suksanti.h, 2024-04-28 12:19:11

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป6

คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป6

ผูเรียบเรียงหนังสือเรียน ผศ. ดร.ณัฐภัทร แกวรัตนภัทร ผูตรวจหนังสือเรียน ดร.จารุมน หนูคง นายเอิญ สุริยะฉาย นายเบนยามิน วงษประเสริฐ นางสาววรรณกาญจน บุญยก บรรณาธิการหนังสือเรียน นายอาทร นกแกว ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คู่มือครู ป.6 Teacher Script ผูเรียบเรียงคูมือครู นายเอกพิศิษฏ อุตรา บรรณาธิการคูมือครู นางสาวศศิธร คงอยู พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา 1648049 เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ)


1 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒâ´Â㪌 à˵ؼÅàªÔ§µÃáРà˵ؼÅàªÔ§µÃáРª‹ÇÂ㹡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ ä´ŒÍ‹ҧäà ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแกปญหาที่พบในชีวิตประจําวัน ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 2 เกร็ดแนะครู ในการเรียนการสอน เรื่อง การแกปญหาโดยใชเหตุผลเชิงตรรกะ ครูควร เนนการสอนโดยอธิบายถึงการแกปญหาตางๆ โดยใชเหตุผลเชิงตรรกะเขามา ชวยในการแกปญหา ซึ่งครูอาจสอนใหนักเรียนรูจักการนํากฎเกณฑหรือเงื่อนไข ตางๆ มาใชในการพิจารณาแกปญหา โดยอาจใชแนวคิดการทํางานแบบลําดับ การทํางานแบบมีเงื่อนไข หรือการทํางานแบบวนซํ้าเขามาชวยในการแกปญหา เพื่อใหนักเรียนสามารถนําความรูนั้นไปแกปญหาในชีวิตประจําวันได แนวตอบ คําถามประจําหนวยการเรียนรู คําตอบของนักเรียนขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ ครูผูสอน เชน การนําเหตุผลเชิงตรรกะมาชวย ในการพิจารณาหาสาเหตุของปญหาและหาวิธีการ แกปญหา ขั้นนํา กระตุนความสนใจ 2. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูกับ นักเรียนวา เหตุผลเชิงตรรกะชวยในการ แกปญหาไดอยางไร 3. ครูถามคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียน วา ในชีวิตประจําวันนักเรียนเคยพบเจอ กับปญหาใดบาง และนักเรียนมีวิธีในการ แกปญหานั้นอยางไร (แนวตอบ คําตอบของนักเรียนขึ้นอยูกับ ดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ปญหาการมา โรงเรียนสาย ซึ่งสามารถแกปญหาไดโดย การตั้งนาฬกาปลุกใหปลุกเร็วขึ้น) น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T6 ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการ สอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โซน 2 ประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อ ช่วยลดภาระในการสอนของครูผู้สอน ช่วยครูเตรียมสอน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ แนวทางการวัดและประเมินผล การเสนอแนะแนวทางในการวัดและประเมินผลนักเรียนที่สอดคล้อง กับแผนการสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมเพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู้ ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา เพื่อให้ครูน�าไปใช้อธิบายให้นักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่ผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1 Chapter Overview โครงสร้างแผนและแนวทางการประเมินผู้เรียน ประจ�าหน่วยการเรียนรู้ Chapter Concept Overview สรุปสาระส�าคัญประจ�าหน่วยการเรียนรู้ โซน 1 โซน 2 โซน 3


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 1 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ â´Â㪌à˵ؼÅàªÔ§µÃáРตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 รานนํ้าดื่มแหงหนึ่ง มีโพรโมชันพิเศษ ซื้อนํ้าดื่มราคาขวดละ 10 บาท จํานวน 4 ขวด แถมฟรี 1 ขวดทันที ถาแพรมีเงิน 130 บาท ตองการซื้อนํ้าดื่มจํานวน 16 ขวด แพรควร วางแผนการซื้อนํ้าดื่มอยางไร ลองทําดู ซื้อ ................................................................ แถมฟรี ............................................... «×éÍ 4 ¢Ç´ á¶Á¿ÃÕ 1 ¢Ç´ 13 ขวด (แนวคําตอบ) 3 ขวด ฉบับ เฉลย 2 ขั้นนํา กระตุนความสนใจ 4. ครูใหนักเรียนในชั้นเรียนทํากิจกรรมลองทํา ดูในแบบฝกหัด หนา 2 เพื่อเปนการนําเขาสู การเรียนการสอน เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ โดยการใหนักเรียนพิจารณา เพื่อหาวิธีการเลือกซื้อนํ้าดื่มใหไดจํานวน 16 ขวด ดวยเงิน 130 บาท 5. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงวิธีการ แกปญหากิจกรรมลองทําดูจนไดขอสรุปวา มีการนําเหตุผลเชิงตรรกะเขามาชวยในการ แกปญหา เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมลองทําดูในแบบฝกหัด หนา 2 เพื่อเปนการนําเขาสู บทเรียนใหนักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ ครูอาจตองมีการแนะนําแนวคิดหรือวิธีการคิดเพื่อแกปญหา ใหกับนักเรียน โดยที่ครูไมจําเปนตองสนใจคําตอบของนักเรียนวา นักเรียน แตละคนตอบผิดหรือตอบถูก แตหลังจากที่นักเรียนตอบคําถามแลวครูอาจตอง มีการเฉลยคําตอบที่ถูกตองใหกับนักเรียนดวย พิจารณาภาพที่กําหนดให ขอใดถูกตอง 1. คือ 10 2. คือ 30 3. คือ 16 4. คือ 8 (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา เมื่อ × = 4 ฉะนั้น = 2 และ = 4 และเมื่อ ÷ = 5 จะทําใหทราบวา = 20 ฉะนั้น = 10 ดังนั้น ตอบขอ 1.) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 2 + = 30 ÷ = 5 × = 4 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T7 ประกอบด้วยแนวทางการจัดกิจกรรมและเสนอแนะ แนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โดยใช้หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.6 และแบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.6 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอนและการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่าย ต่อการใช้งาน ดังนี้ โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน ความรู้เสริม อธิบายความรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน หรือท�ากิจกรรมรวบยอด เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุในทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ข้อสอบเน้นการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมท้าทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสร้างเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ โซน 1 โซน 2 โซน 3


ค�ำอธิบายรายวิชา เทคโนโลยี (วิทยาการค�ำนวณ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ปี ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้โปรแกรม Scratch ศึกษาการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การประเมินความน่าเชื่อถือ ศึกษาการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศและความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวน (Computational Thinking Process) วัฏจักร การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5Es Instructional Model) วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการกลุ่ม (Group Process-Bass Instruction) วิธีการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) การสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง (Case) วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ(RolePlaying) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์ การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ตรวจสอบการเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงค�ำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ตลอดจนน�ำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และน�ำเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการด�ำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการ สื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ว4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจ�ำวัน ว4.2 ป.6/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวันตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมและ แก้ไข ว4.2 ป.6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ว4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท�ำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่เหมาะสม รวม 4 ตัวชี้วัด


Pedagogy จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูน�าไปใช้เป็นแนวทางวางแผนการสอนเพื่อพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยครูสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 (ฉบับอนุญาต) ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด จัดพิมพ์จ�าหน่ายเพื่อให้สอดคล้อง กับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (Instructional Design) สอดคล้องตามรูปแบบการเรียนรู้ ที่ส�าคัญ 6 รูปแบบ คือ รูปแบบการสอนแบบ 5Es รูปแบบการสอนแบบกระบวนการคิดเชิงค�านวณ รูปแบบการสอนแบบเน้นกระบวน การกลุ่ม รูปแบบการสอนแบบใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย รูปแบบการสอนแบบใช้กรณีตัวอย่าง และรูปแบบการสอนแบบใช้การแสดงบทบาท สมมติ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะส�าคัญในการค้นคว้าหาความรู้ และมี ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ผู้จัดท�าจึงได้เลือกใช้ รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ซึ่งเป็นขั้นตอนการเรียนรู้ที่มุ ่งให้นักเรียนได้มีโอกาสสร้างองค์ ความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและการลงมือท�า โดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือส�าคัญเพื่อการพัฒนา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการเรียนรู้แห ่ง ศตวรรษที่ 21 รูปแบบกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้(5Es Instructional Model) วิธีสอน (Teaching Method) ผู้จัดท�าเลือกใช้วิธีสอนที่หลากหลาย เช่น การทดลอง การสาธิต การอภิปรายกลุ่มย่อย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะเน้นใช้วิธีสอน โดยใช้สถานการณ์จ�าลอง เนื่องจากเป็นวิธีสอนที่มุ่งพัฒนาให้นักเรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์ตรงโดยการคิดและ การลงมือท�าด้วยตนเอง อันจะช่วยให้นักเรียนมีความรู้และเกิดทักษะมากขึ้น เทคนิคกำรสอน (Teaching Technique) ผู้จัดท�าเลือกใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่เรียน เพื่อส่งเสริมวิธีสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ค�าถาม การเล่นเกม เพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งเทคนิคการสอนต่าง ๆ จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ในขณะที่เรียน และสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย e valuation engagement exploratio n ขยายความเข้าใจ อธิบายความรู้ 5Es Elaboration Explanation E valuation Engagement Exploratio n ต ร ว จสอบผล กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจและค้ น ห า ขยายความเข้าใจ อธิบายความรู้ 1 2 4 3 5 คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.6


รูปแบบการสอนแบบกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking Process) รูปแบบการสอนโดยเน้นกระบวนการกลุ่ม (Group Process–Based Instruction) รูปแบบการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) 4 แนวคิดการออกแบบขั้นตอน (Algorithm Design) แนวคิดการออกแบบขั้นตอนในการแก้ปัญหาเป็นการ ออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิงอัลกอริทึม เป็นความคิดพื้นฐานในการสร้างชุดของล�ำดับขั้นตอน วิธีง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถน�ำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่มี ลักษณะแบบเดียวกันได้ ท�ำให้ทราบว่าต้องท�ำอะไรก่อน อะไรหลัง 3 แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) แนวคิดเชิงนามธรรม เพื่อหาแนวคิดรวบยอดของแต่ละ ปัญหาย่อย เป็นการมุ่งเน้นความส�ำคัญของปัญหาโดย ไม่สนใจรายละเอียดที่ไม่จ�ำเป็น เพื่อให้สามารถเข้าใจ ถึงแก ่นแท้ของปัญหา ทักษะนี้เทียบเท ่ากับการคิด สังเคราะห์จนได้มาซึ่งแบบจ�ำลอง เช่น แบบจ�ำลองทาง คณิตศาสตร์ในรูปของสมการหรือสูตร เลือกใช้กระบวนการคิดเชิงค�ำนวณ เนื่องจากเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนใช้ทักษะมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะมากขึ้น ซึ่งผู้เรียนจะสามารถอธิบายการคิดเชิงค�ำนวณอย่างเป็นระบบ หรือเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นล�ำดับขั้นตอน โดยการเข้าใจ ปัญหาและวิธีการในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการแก้ปัญหาที่ทั้งมนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจ ร่วมกันได้ซึ่งประกอบการใช้ทักษะย่อย 4 ทักษะ ดังนี้ เนื่องจากเป็นกระบวนการในการท�ำงานร่วมกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน และมีการ ด�ำเนินงานร่วมกันโดยผู้น�ำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มต่างก็ท�ำหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสมและมีกระบวนการท�ำงานที่ดีเพื่อน�ำ กลุ่มไปสู่วัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดไว้ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการท�ำงานกลุ่มที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางสังคมและขยายขอบเขต ของการเรียนรู้ให้กว้างขวางขึ้น เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดโดยการจัดผู้เรียน เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 4-8 คน และให้ผู้เรียนในกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และประสบการณ์ในประเด็น ที่ก�ำหนด และสรุปผลการอภิปรายออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่ม การเรียนรู้แบบใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย จะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนกว้างขึ้น 2 แนวคิดการจดจ�ำรูปแบบ (Pattern Recognition) แนวคิดการจดจ�ำรูปแบบเป็นการก�ำหนดแบบแผนจาก ปัญหาย่อยๆจากปัญหาที่มีรูปแบบที่หลากหลายโดยปัญหา ต่างๆมักมีความคล้ายคลึงกันกล่าวคือเพื่อดูความเหมือน ความแตกต่างของรูปแบบการเปลี่ยนแปลง ท�ำให้ทราบ แนวโน้มเพื่อท�ำนายผลลัพธ์ข้างหน้าได้ 1 แนวคิดการแยกย่อย (Decomposition) แนวคิดการแยกย ่อยนี้เป็นการแตกปัญหาใหญ ่ให้เป็น ปัญหาย่อยที่มีขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น


รูปแบบการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ(Role Playing) เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ(RolePlaying) เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดโดยการให้ผู้เรียนสวมบทบาทในสถานการณ์ซึ่งมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง และแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตน และน�ำเอาการแสดงออกของผู้แสดง ทั้งทางด้านความรู้ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมที่สังเกตพบมาเป็นข้อมูลในการอภิปราย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติเป็นวิธีการที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เกิดความ เข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมทั้งของตนเองและผู้อื่น หรือเกิดความเข้าใจในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับบทบาทสมมติที่ตนแสดง ซึ่งการแสดงบทบาทสมมติให้มีประสิทธิภาพประกอบไปด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ รูปแบบการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง (Case) เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดโดยให้ผู้เรียนศึกษา เรื่องที่สมมติขึ้นจากความเป็นจริงและตอบประเด็นค�ำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้น แล้วน�ำค�ำตอบและเหตุผลที่มาของค�ำตอบนั้น มาใช้เป็นข้อมูลในการอภิปราย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ การเรียนรู้แบบใช้กรณีตัวอย่าง จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการเผชิญและแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาจริง เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์และเรียนรู้ความคิดของผู้อื่น ท�ำให้ผู้เรียนมีมุมมองในการใช้ชีวิตที่กว้างขึ้น การเตรียมการ เป็นการก�ำหนด วัตถุประสงค์เฉพาะให้ ชัดเจน และ สร้างสถานการณ์ และบทบาทสมมติ ที่จะช่วยสนอง วัตถุประสงค์นั้น โดยสถานการณ์และ บทบาทสมมติ ที่ก�ำหนดขึ้นควรมี ความใกล้เคียงกับ ความเป็นจริง การเริ่มบทเรียน ผู้สอนสามารถ กระตุ้นความสนใจ ของผู้เรียนได้ หลายวิธีเช่น โยงประสบการณ์ ใกล้ตัวผู้เรียน หรือประสบการณ์ ที่ผู้เรียนได้รับจาก การเรียนครั้งก่อน ก่อนเข้าสู่เรื่องที่จะ ศึกษา การเลือกผู้แสดง ควรเลือกผู้แสดงให้เหมาะสม กับบทบาท เพื่อช่วยให้ การแสดงเป็นไปอย่าง ราบรื่นตามวัตถุประสงค์ได้ อย่างรวดเร็ว หรือเลือก ผู้แสดงที่มีลักษณะตรงกัน ข้ามกับบทบาทที่ก�ำหนดให้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนคนนั้นได้ รับประสบการณ์ใหม่ ได้ทดลองแสดงพฤติกรรม ใหม่ๆ และเกิดความเข้าใจ ในความรู้สึกและพฤติกรรม ของผู้ที่มีลักษณะแตกต่างไป จากตน การเตรียม ผู้สังเกตการณ์ ผู้สอนควรเตรียม ผู้รับชมและ ท�ำความเข้าใจกับ ผู้ชมว่า การแสดง บทบาทสมมติ จัดขึ้นมิใช่มุ่ง ที่ความสนุก แต่มุ่งที่จะให้เกิด การเรียนรู้ เป็นส�ำคัญ การแสดง เมื่อผู้สอนให้เริ่มการ แสดงและสังเกตการ แสดงอย่างใกล้ชิด ไม่ควรมีการขัดการ แสดงกลางคัน นอกจาก กรณีที่มีปัญหาเมื่อ การแสดงออกนอกทาง ผู้สอนอาจจำ� เป็นต้อง ให้คำ�แนะนำ�บ้าง เมื่อการแสดงด�ำเนินไป พอสมควรแล้ว ผู้สอน ควรตัดบทยุติการแสดง ไม่ควรให้การแสดง ยืดยาว เยิ่นเย้อ จะท�ำให้ผู้ชมเกิด ความเบื่อหน่าย การวิเคราะห์อภิปราย ผลการแสดง เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ที่ชัดเจน ตามวัตถุประสงค์ โดยให้ผู้เรียนอภิปราย ความรู้ประเด็นต่างๆ ที่ได้จากการสังเกต การแสดง กรณีที่การ อภิปรายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ผู้เรียน เสนอแนะแนวคิดและ แนวทางอื่นๆ เพิ่มเติม ที่แตกต่างไปจากเดิม 1 2 3 4 5 6


เทคโนโลยี (วิทยาการค�ำนวณ) ป.6 หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 การแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ - ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในการอธิบายและ ออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาที่พบในชีวิต ประจ�ำวัน (ว 4.2 ป.6/1) - ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�ำงานร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจใบงาน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 2 การออกแบบ และเขียน โปรแกรม อย่างง่าย - ออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิต ประจ�ำวัน ตรวจหาข้อ ผิดพลาดของโปรแกรม และแก้ไข (ว 4.2 ป.6/2) - ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�ำงานร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 16 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจใบงาน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด 3 การใช้งาน อินเทอร์เน็ต อย่างมี ประสิทธิภาพ - ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา ข้อมูลอย่างมี ประสิทธิภาพ (ว 4.2 ป.6/3) - ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�ำงานร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจใบงาน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน 4 ความปลอดภัย ในการใช้งาน เทคโนโลยี สารสนเทศ - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ท�ำงานร่วมกันอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบ ข้อมูลหรือบุคคลที่ เหมาะสม (ว 4.2 ป.6/4) - ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�ำงานร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร 6 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจใบงาน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการคำ�นวณ) ป.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) Teacher Guide Overview หมายเหตุ : 2 ชั่วโมงที่เหลือใช้ส�ำหรับการสอบกลางภาคหรือการสอบปลายภาค ทั้งนี้ยืดหยุ่นได้ตามดุลยพินิจของครูผู้สอน


Chapter Title Chapter Concept Overview Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กำรแก้ปญหำโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ T2 T3 T4 -T37 • เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปญหา • แนวคิดในการแก้ปญหา ท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 T8 -T17 T18 -T30 T31-T37 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กำรออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่ำงง่ำย T38 T39 T40 -T97 • การออกแบบโปรแกรม • การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Scratch • การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 T44 -T55 T56 -T83 T84 -T92 T93 -T97 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 กำรใช้งำนอินเทอรเน็ต อย่ำงมีประสิทธิภำพ T98 T99 T100 -T139 • การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต • การก�าหนดขอบเขตการค้นหา • การประเมินความน่าเชื่อถือ ท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 T103 -T115 T116 -T125 T126 -T134 T135 -T139 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ควำมปลอดภัยในกำรใช้งำน เทคโนโลยีสำรสนเทศ T140 T141 T142 -T183 • การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ • การติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ต ท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 T146 -T163 T164 -T175 T176 -T183 บรรณำนุกรม T184 สำรบัญ


Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปญหา เป็นการน�า กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกกรณีของปัญหา นั้น ๆ มาใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผล ของการแก้ปัญหา หรือเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการ แก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น การน�าเหตุผลเชิงตรรกะไปใช้ในการ แก้ปัญหาการทายล�าดับผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษ จากบทสัมภาษณ์ของผู้เข้าแข่งขัน ดังนี้ 2. แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไข เป็นการแก้ ปัญหาต่าง ๆ โดยมีเงื่อนไขเป็นตัวก�าหนด ซึ่งก่อนที่จะลงมือ แก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไข จะต้อง ท�าความเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน จึงจะน�าเหตุผล เชิงตรรกะมาช่วยในการพิจารณาแก้ปัญหาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ตามเงื่อนไขที่ก�าหนด เช่น การทิ้งขยะลงถังตามประเภท ของขยะ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปญหำ แนวคิดในกำรแก้ปญหำ 3. แนวคิดการท�างานแบบวนซ�้า เป็นการแก้ปัญหาที่มีลักษณะเดียวกันหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ซึ่งอาจ มีการก�าหนดจ�านวนครั้งการท�างานที่แน่นอนหรือไม่แน่นอนก็ได้ เช่น การวิ่งรอบสนามจนกว่าจะพอใจ การใช้ขันตักน�้าอาบจนกว่า สบู่จะหมด 1. แนวคิดการท�างานแบบล�าดับ เป็นการแก้ปัญหา ที่มีการก�าหนดขั้นตอนการท�างานเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ไปเรื่อย ๆ โดยจะต้องท�างานขั้นตอนแรกให้ส�าเร็จก่อนจึงจะ ท�างานขั้นตอนถัดไปได้ เช่น การท�าความสะอาดห้องนอน T2 ¹íéÒྪà ª¹Ð¾ÅÍÂãÊ áµ‹äÁ‹ä´Œ·Õè 1 ¡ŒÒ¹ä´Œ¤Ðá¹¹ Ãͧ¨Ò¡á¾ÃäËÁ 1 ÅíҴѺ µŒ¹¡ÅŒÒä´Œ¤Ðá¹¹ ¹ŒÍ¡NjҡŒÒ¹ ¾ÅÍÂãÊäÁ‹à¤Â ä´Œ·ÕèÊØ´·ŒÒ á¾ÃäËÁ µÍº»˜ÞËÒä´Œ ÁÒ¡¡Ç‹Ò¡ŒÒ¹·Ø¡»‚ àÃÔèÁµŒ¹ ÇÔè§Ãͺ·Õè 3 ËÂØ´ÇÔè§ àÃÔèÁµŒ¹ 㪌¢Ñ¹µÑ¡¹íéÒ ËÂØ´ÍÒº¹íéÒ


Chapter Overview แผนกำรจัด กำรเร�ยนรู้ สื่อกำรเร�ยนรู้ จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 เหตุผล เชิงตรรกะ กับการแกปญหา 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบงาน เรื่อง ต่อยอดการ แก้ปัญหาด้วยเหตุผล เชิงตรรกะ 1. อธิบายวิธีการแก้ปัญหา ที่พบในชีวิตประจ�าวัน โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ได้ (K) 2. ออกแบบการแก้ปัญหา ในชีวิตประจ�าวันได้ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (P) 3. ยกตัวอย่างการแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจ�าวันได้ (A) - แบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) - แบบกระบวนการ กลุ่ม - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจใบงาน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 แนวคิดในการ แกปญหา 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ 1. อธิบายกระบวนการ ท�างานหรือการแก้ ปัญหา โดยใช้แนวคิด แบบต่าง ๆ ได้ (K) 2. ออกแบบกระบวนการ ท�างานหรือการแก้ ปัญหา โดยใช้แนวคิด แบบต่าง ๆ ได้ (P) 3. ยกตัวอย่างการแก้ปัญหา โดยใช้แนวคิดการท�างาน แบบต่าง ๆ ในชีวิต ประจ�าวันได้ (A) - แบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) - แบบกระบวนการ กลุ่ม - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T3


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เวลา 4 ชั่วโมง เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจ�ำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจ�ำวัน โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะได้(K) 2. ออกแบบการแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวันได้โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (P) 3. ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจ�ำวันได้(A) 3. สาระการเรียนรู้ - การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ - การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการน�ำกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา เป็นการน�ำหลักการ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้เพื่อตรวจสอบ ความสมเหตุสมผลหรือพิจารณาความเป็นไปได้ของการมุ่งหาค�ำตอบและแก้ปัญหา 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) วิธีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม และวิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ T4


ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้อย่างไร ก. ช่วยเพิ่มเงื่อนไขในการแก้ปัญหา ข. ช่วยป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก ค. ช่วยเพิ่มความซับซ้อนในการแก้ปัญหา ง. ช่วยตรวจสอบความสมเหตุสมผลในการแก้ปัญหา 2. ปุ้ม ปู ปลา เปรี้ยว เป็นพี่น้องกัน เปรี้ยวบอกว่าเขามีพี่หนึ่งคน มีน้องสองคน ปูบอกว่าเขามีพี่สามคน ปลาบอกว่า เขามีน้อง หนึ่งคน ใครอายุมากที่สุด ก. ปุ้ม ข. ปู ค. ปลา ง. เปรี้ยว 3. บาส บอล เบล และบีม หลงทางอยู่ในป่า เบลจ าได้ว่า ทางออกต้องผ่านแม่น้ า แต่ไม่ผ่านถ้ าและศาลา บาสจ าได้ ว่ามีถ้ าอยู่เส้นทางที่ 1 และ 4 บอลจ าได้ว่าเส้นทางที่ 2, 3 และ 4 มีแม่น้ าไหลผ่าน บีมจ าได้ว่ามีศาลาอยู่เส้นทางที่ 3 ทางออกคือเส้นทางใด ก. เส้นทางที่ 1 ข. เส้นทางที่ 2 ค. เส้นทางที่ 3 ง. เส้นทางที่ 4 4. แนวคิดในการแก้ปัญหามีความส าคัญ ยกเว้นข้อใด ก. ช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างเป็นขั้นตอน ข. ช่วยสร้างเงื่อนไขให้กับปัญหาต่าง ๆ ค. ช่วยออกแบบกระบวนการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน ง. ช่วยให้การแก้ปัญหาสามารถท าได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ 5. ข้อใดบอกขั้นตอนการท าพิซซ่าได้ถูกต้อง ก. นวดแป้ง > ท าให้แป้งเป็นแผ่น > อบพิซซ่า > ตกแต่งหน้าพิซซ่า ข. นวดแป้ง > ตกแต่งหน้าพิซซ่า > ท าให้แป้งเป็นแผ่น > อบพิซซ่า ค. นวดแป้ง > ท าให้แป้งเป็นแผ่น > ตกแต่งหน้าพิซซ่า> อบพิซซ่า ง. ท าให้แป้งเป็นแผ่น > นวดแป้ง > ตกแต่งหน้าพิซซ่า > อบพิซซ่า 6. หากนักเรียนได้รับมอบหมายให้จัดโต๊ะอาหาร โดยต้องวางจาน วางช้อนส้อม ตกแต่งโต๊ะอาหาร และปูผ้าปูโต๊ะ นักเรียนควรเลือก ท าสิ่งใดก่อน จึงจะประหยัดเวลามากที่สุด ก. วางช้อนส้อมเพื่อความสะดวกในการตักอาหาร ข. ปูผ้าคลุมโต๊ะ เพื่อคลุมหน้าโต๊ะ ป้องกันรอยขีดข่วนต่าง ๆ ค. ตกแต่งโต๊ะอาหาร เพื่อสร้างบรรยากาศในการ รับประทานอาหาร ง. วางจานเพื่อเป็นการก าหนดต าแหน่งของผู้นั่งรับประทาน อาหารให้แน่นอน 7. ข้อใดเป็นการท างานแบบวนซ้ าที่มีจ านวนครั้งแน่นอน ก. ปุยรับประทานยาตามที่หมอสั่งจนกว่าจะหายป่วย ข. บอลวิ่งออกก าลังกายรอบสนามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหนื่อย ค. แดนโดนท าโทษให้เก็บขยะในสนามไปเรื่อย ๆ จนครบ100 ชิ้น ง. แบมเก็บเงินวันละ 10 บาทไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอซื้อหนังสือ การ์ตูน 8. ฝนกินขนมจ านวน 3 ชิ้น สามารถเขียนการท างานแบบวนซ้ าที่มี จ านวนครั้งแน่นอนได้อย่างไร ก. เริ่มต้น > กินขนม > หยุดกิน ข. เริ่มต้น > กินขนม 3 ชิ้น > หยุดกิน ค. เริ่มต้น > กินขนมชิ้นที่ 1 > กินขนมชิ้นที่ 3 > หยุดกิน ง. เริ่มต้น > กินขนมชิ้นที่ 1 > กินขนมชิ้นที่ 2 > กินขนม ชิ้นที่ 3 > หยุดกิน 9. งานใดเหมาะกับการใช้แนวคิดการท างานแบบเงื่อนไขมาก ที่สุด ก. การท าขนมเค้ก ข. การอาบน้ าโดยใช้ขัน ค. การรดน้ าต้นไม้จ านวน 10 ต้น ง. การตรวจสอบคะแนนสะสมในบัตรสมาชิก 10. ปูมีนัดส่งของให้ลูกค้าเวลา 15.00 น. หากปูเดินทางโดย รถจักรยานยนต์จะใช้เวลา 15 นาที หากเดินทางโดยรถยนต์ จะใช้เวลา 40 นาที ถ้าขณะนี้เป็นเวลา 14.30 น. ปูควร เดินทางด้วยวิธีใด จึงจะส่งของให้ลูกค้าทัน ก. รถยนต์ ข. รถจักรยานต์ยนต์ ค. ทันทั้ง 2 วิธี ง. ไม่ทันทั้ง 2 วิธี แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย 1. ง 2. ก 3. ข 4. ข 5. ค 6. ข 7. ข 8. ข 9. ง 10. ข ขั้นน�ำ กระตุ้นความสนใจ 1. ครูให้นักเรียนภายในชั้นเรียนท�ำแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ และ วัดพื้นฐานความรู้ก่อนที่จะเริ่มเรียนเนื้อหาใหม่ เมื่อพบกับปัญหา สิ่งแรกที่นักเรียนควรท�ำคือข้อใด 1. ลงมือแก้ปัญหา 2. วางแผนแก้ปัญหา 3. น�ำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา 4. พิจารณาและท�ำความเข้าใจกับปัญหา (วิเคราะห์ค�ำตอบ เมื่อนักเรียนพบกับปัญหาใดๆสิ่งแรกที่นักเรียน ควรท�ำ คือ พิจารณาและท�ำความเข้าใจกับปัญหา เพื่อน�ำมา วิเคราะห์ว่า ปัญหาที่จะต้องแก้ไขมีอะไรบ้างจากนั้นจึงด�ำเนินการ วางแผนการแก้ปัญหาต่อไป  ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T5


1 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒâ´Â㪌 à˵ؼÅàªÔ§µÃáРà˵ؼÅàªÔ§µÃáРª‹ÇÂ㹡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ ä´ŒÍ‹ҧäà ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแกปญหาที่พบในชีวิตประจําวัน ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 2 เกร็ดแนะครู ก่อนเริ่มการเรียนการสอน เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ครูอาจให้นักเรียนในชั้นเรียนช่วยกันยกตัวอย่างปัญหาที่นักเรียนพบชีวิตประจ�าวัน ขึ้นมา แล้วช่วยกันตอบค�าถามว่า นักเรียนจะมีวิธีในการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร จากนั้นครูจึงอธิบายให้นักเรียนฟังว่า วิธีการแก้ปัญหาที่นักเรียนตอบมานั้น มีการน�าเหตุผลเชิงตรรกะเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง แนวตอบ ค�ำถำมประจ�ำหนวยกำรเรียนรู้ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ครูผู้สอน เช่น การน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาช่วย ในการพิจารณาหาสาเหตุของปัญหาและหาวิธีการ แก้ปัญหา ขั้นน�ำ กระตุ้นควำมสนใจ 2. ครูถามค�าถามประจ�าหน่วยการเรียนรู้กับ นักเรียนว่า เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในการ แก้ปัญหาได้อย่างไร 3. ครูถามค�าถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ว่า ในชีวิตประจ�าวันนักเรียนเคยพบเจอ กับปัญหาใดบ้าง และนักเรียนมีวิธีในการ แก้ปัญหานั้นอย่างไร (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น ปัญหาการมา โรงเรียนสาย ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้โดย การตั้งนาฬกาปลุกให้ปลุกเร็วขึ้น) น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T6


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้าที่ 4 1 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ â´Â㪌à˵ؼÅàªÔ§µÃáРตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 รานนํ้าดื่มแหงหนึ่ง มีโพรโมชันพิเศษ ซื้อนํ้าดื่มราคาขวดละ 10 บาท จํานวน 4 ขวด แถมฟรี 1 ขวดทันที ถาแพรมีเงิน 130 บาท ตองการซื้อนํ้าดื่มจํานวน 16 ขวด แพรควร วางแผนการซื้อนํ้าดื่มอยางไร ลองทําดู ซื้อ ................................................................ แถมฟรี ............................................... «×éÍ 4 ¢Ç´ á¶Á¿ÃÕ 1 ¢Ç´ 13 ขวด (แนวคําตอบ) 3 ขวด ฉบับ เฉลย 2 ขั้นนํา กระตุนความสนใจ 4. ครูใหนักเรียนในชั้นเรียนทํากิจกรรมลองทํา ดูในแบบฝกหัด หนา 2 เพื่อเปนการนําเขาสู การเรียนการสอน เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ โดยการใหนักเรียนพิจารณา เพื่อหาวิธีการเลือกซื้อนํ้าดื่มใหไดจํานวน 16 ขวด ดวยเงิน 130 บาท 5. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงวิธีการ แกปญหากิจกรรมลองทําดูจนไดขอสรุปวา มีการนําเหตุผลเชิงตรรกะเขามาชวยในการ แกปญหา เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมลองทําดูในแบบฝกหัด หนา 2 เพื่อเปนการนําเขาสู บทเรียนใหนักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ ครูอาจตองมีการแนะนําแนวคิดหรือวิธีการคิดเพื่อแกปญหา ใหกับนักเรียน โดยที่ครูไมจําเปนตองสนใจคําตอบของนักเรียนวา นักเรียน แตละคนตอบผิดหรือตอบถูก แตหลังจากที่นักเรียนตอบคําถามแลวครูอาจตอง มีการเฉลยคําตอบที่ถูกตองใหกับนักเรียนดวย พิจารณาภาพที่กําหนดให ขอใดถูกตอง 1. คือ 10 2. คือ 30 3. คือ 16 4. คือ 8 (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา เมื่อ × = 4 ฉะนั้น = 2 และ = 4 และเมื่อ ÷ = 5 จะทำใหทราบวา = 20 ฉะนั้น = 10 ดังนั้น ตอบขอ 1.) ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 2 + = 30 ÷ = 5 × = 4 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T7


ข้อสอบเน้นการคิด 1. à˵ؼÅàªÔ§µÃáР¡Ñº¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ การใชเหตุผลเชิงตรรกะ เปนการนํา กฎเกณฑหรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผล หรือพิจารณา ความเปนไปไดของการแกปญหา เหตุผลเชิงตรรกะ สามารถนําไปใช ในชีวิตประจําวัน ไดอยางไร ¹íéÒྪà ª¹Ð¾ÅÍÂãÊ áµ‹äÁ‹ä´Œ·Õè 1 ¡ŒÒ¹ä´Œ¤Ðá¹¹ Ãͧ¨Ò¡á¾ÃäËÁ 1 ÅíҴѺ µŒ¹¡ÅŒÒä´Œ¤Ðá¹¹ ¹ŒÍ¡NjҡŒÒ¹ ¾ÅÍÂãÊäÁ‹à¤Â ä´Œ·ÕèÊØ´·ŒÒ á¾ÃäËÁ µÍº»˜ÞËÒä´Œ ÁÒ¡¡Ç‹Ò¡ŒÒ¹·Ø¡»‚ สถานการณ ในงานสัปดาหวิชาการของโรงเรียนแหงหนึ่ง ไดมีการสง ตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 จํานวน 5 คน เขารวมการแขงขัน ตอบปญหาวิชาภาษาอังกฤษ เมื่อจบการแขงขันจึงมีการสัมภาษณเพื่อ สอบถามผลการแขงขัน และไดรับคําตอบ ดังนี้ 3 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 3 แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวข้อ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ครูผู้สอน เช่น การน�าเหตุผลเชิงตรรกะเข้าไปช่วย ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบในชีวิตประจ�าวัน เช่น ปัญหาการเรียน ปัญหาในการเลือกซื้อสินค้า ขั้นน�ำ กระตุ้นควำมสนใจ 6. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ในชั้นเรียนว่า เหตุผลเชิงตรรกะสามารถ น�าไปใช้ในชีวิตประจ�าวันได้อย่างไร เกร็ดแนะครู ก่อนเข้าสู่บทเรียนครูอาจเล่าสถานการณปัญหาง่ายๆ ที่พบในชีวิตประจ�าวัน ให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันแก้ปัญหา โดยการน�ากฎเกณฑ หรือเงื่อนไขต่างๆ มาใช้ในการพิจารณา จากนั้นครูจึงน�านักเรียนเข้าสู่บทเรียน ด้วยการเล่าสถานการณตัวอย่าง ในหนังสือเรียน หน้า 3 ให้นักเรียนฟัง แล้วจึงให้ นักเรียนในชั้นเรียนช่วยกันวิเคราะหผลการแข่งขันก่อนที่จะเริ่มเรียนเกี่ยวกับ การวิเคราะหเงื่อนไขต่างๆ เพื่อน�าไปสู่การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ข้อใดกลาวถึงการน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ในการแก้ปัญหา ได้ถูกต้องที่สุด 1. การตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี 2. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว 3. การน�ากฎเกณฑต่างๆ มาใช้ในการแก้ปัญหา 4. การแก้ปัญหาโดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร (วิเคราะห์ค�าตอบ การน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ในการแก้ปัญหา เปนการน�ากฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมมาใช้ในการตรวจสอบ ความสมเหตุสมผล หรือพิจารณาความเปนไปได้ในการแก้ปัญหา ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ศึกษา สถานการณตัวอย่างจากหนังสือเรียน หน้า 3 เกี่ยวกับการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษ โดยให้นักเรียนอ่านบทสัมภาษณของนักเรียน แต่ละคน 2. ให้นักเรียนทุกคนในกลุ่มช่วยกันวิเคราะหว่า จากบทสัมภาษณของนักเรียนในการแข่งขัน ตอบปัญหาวิชาภาษาอังกฤษนักเรียนแต่ละคน ได้ล�าดับที่เท่าไรบ้าง โดยที่นักเรียนยังไม่ได้ดู วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในหนังสือเรียน น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T8


ข้อสอบเน้น การคิด ¹íéÒྪê¹Ð¾ÅÍÂãÊ áµ‹äÁ‹ä´Œ·Õè 1 จากบทสัมภาษณของนักเรียน ดังกลาว สามารถนํามาวิเคราะห โดยใชเหตุผลเชิงตรรกะเพื่อหาผลการแขงขันตอบปญหาวิชา ภาษาอังกฤษ ดังนี้ ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร เหตุผล 1. นํ้าเพชรไมไดที่ 1 2. นํ้าเพชรชนะพลอยใส 3. พลอยใสแพนํ้าเพชร ผลลัพธที่ไดจากเหตุผล ขางตน • นํ้าเพชรไมมีโอกาส ไดลําดับที่ 1 และ ลําดับที่ 5 • พลอยใสไมมีโอกาส ไดลําดับที่ 1 เหตุผล 4. พลอยใสไมเคยได ที่สุดทาย ผลลัพธที่ไดจากเหตุผล ขางตน • พลอยใสไมมีโอกาส ไดลําดับที่ 5 ✗ ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร ✗ ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ¾ÅÍÂãÊ äÁ‹à¤Âä´Œ·ÕèÊØ´·ŒÒ ✗ 1 2 4 3 4 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 4 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายขั้นตอนการวิเคราะหล�าดับผู้ชนะในการแข่งขันตอบปัญหาวิชา ภาษาอังกฤษให้นักเรียนฟังทีละขั้นตอน โดยครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟังว่า ในการวิเคราะหล�าดับผู้ชนะนักเรียนจะต้องน�าบทสัมภาษณหรือเงื่อนไขของ นักเรียนมาวิเคราะหทีละคนเพื่อหาล�าดับผลการแข่งขัน ซึ่งจะต้องวิเคราะห ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ผลลัพธของการแข่งขัน พิจารณาข้อความที่ก�าหนดให้ ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด 1. A สูงที่สุด 2. C เตี้ยกว่า A 3. B สูงกว่า D และ E 4. D เตี้ยกว่า A และ E (วิเคราะห์ค�าตอบ จากโจทย์ที่ก�าหนดให้สามารถเรียงตามล�าดับ ส่วนสูงจากมากไปน้อยได้ ดังนี้ C A B D และ E ตามล�าดับ ฉะนั้นเมื่อพิจารณาตัวเลือกที่ก�าหนดให้จะเห็นได้ว่า ข้อที่สามารถสรุปได้ถูกต้อง คือ B สูงกว่า D และ E ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 3. นักเรียนแต่ละคนพิจารณาวิธีการวิเคราะห ผลการแข่งขันตอบปัญหาวิชาภาษาอังกฤษ จากบทสัมภาษณของน�้าเพชรและพลอยใส จากหนังสือเรียน หน้า 4 4. นักเรียนทุกคนในแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่า นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มสามารถวิเคราะหผล การสัมภาษณของน�้าเพชรและพลอยใสได้ เหมือนกับในหนังสือเรียนหรือไม่ A สูงกวา B แตเตี้ยกวา C สวน D สูงเทากับ E แตเตี้ยกวา B น�า สอน สรุป ประเมิน T9


ข้อสอบเน้นการคิด เหตุผล 5. แพรไหมตอบปญหา ไดมากกวากานทุกป 6. กานตอบปญหาได นอยกวาแพรไหม ทุกป ผลลัพธที่ไดจากเหตุผล ขางตน • แพรไหมไมมีโอกาส ไดลําดับที่ 5 • กานไมมีโอกาสได ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ✗ ✗ ✗ ✗ á¾ÃäËÁµÍº»˜ÞËÒ ä´ŒÁÒ¡¡Ç‹Ò¡ŒÒ¹·Ø¡»‚ ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร เหตุผล 7. ตนกลาไดคะแนน นอยกวากาน 8. กานไดคะแนน มากกวาตนกลา 9. แพรไหมไดลําดับที่ 1 10. ตนกลาไดลําดับที่ 5 ผลลัพธที่ไดจากเหตุผล ขางตน • ตนกลาไมมีโอกาสได ลําดับที่ 1 • กานไมมีโอกาสได ลําดับที่ 5 ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ✗ ✗ ✗ ✗ µŒ¹¡ÅŒÒä´Œ¤Ðá¹¹ ¹ŒÍ¡NjҡŒÒ¹ ✗ ✗ หมายเหตุ : เมื่อพิจารณาแถวของลําดับที่ 1 และลําดับที่ 5 แลว พบวา เหลือเพียงแพรไหมในแถวลําดับที่ 1 และตนกลาในแถวลําดับที่ 5 เทานั้น ดังนั้น แพรไหมจึงไดลําดับที่ 1 และตนกลาไดลําดับที่ 5 6 5 9 8 7 10 5 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 5 ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 5. นักเรียนแต่ละคนพิจารณาวิธีการวิเคราะห ผลการแข่งขันตอบปัญหาวิชาภาษาอังกฤษ จากบทสัมภาษณของแพรไหมและต้นกล้า จากหนังสือเรียน หน้า 5 6. นักเรียนทุกคนในแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่า นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มสามารถวิเคราะหผล การสัมภาษณของแพรไหมและต้นกล้าได้ เหมือนกับในหนังสือเรียนหรือไม่ ข้อใดไมใชประโยชน์ของการน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ในการ แก้ปัญหา 1. ก้องเป็นคนคิดอย่างมีระบบ 2. พริ้มท�าการบ้านส�าเร็จได้ด้วยตนเอง 3. ปลื้มท�างานส�าเร็จโดยไม่มีข้อผิดพลาด 4. ต่ายสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผล (วิเคราะห์ค�าตอบ การท�าการบ้านส�าเร็จได้ด้วยตนเองไม่ใช่ ประโยชน์ของการน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ในการแก้ปัญหา เนื่องจากมิได้แสดงให้เห็นว่า การบ้านที่ท�าส�าเร็จนั้นถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ความรูเสริม การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะหรือการคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล เป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งที่ลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาด หรือถ้าหาก มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นน้อยที่สุด โดยเมื่อนักเรียนฝกการแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะจนเกิดความเคยชินแล้ว จะท�าให้นักเรียนไม่เชื่อเรื่อง อะไรง่ายๆ หรือถ้าจะเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เรื่องนั้นจะต้องมีเหตุและผลเพียงพอ ที่จะท�าให้เชื่อถือได้ น�า สอน สรุป ประเมิน T10


ขอสอบเนน การคิด ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ หลังจากทราบวา แพรไหมไดลําดับที่ 1 และตนกลาได ลําดับที่ 5 ในการแขงขันตอบปญหาวิชาภาษาอังกฤษ จึงแสดง ใหเห็นวา แพรไหมไมมีโอกาสไดลําดับที่ 2, 3, 4 และ 5 สวนตนกลาไมมีโอกาสไดลําดับที่ 1, 2, 3 และ 4 หลังจากทราบลําดับที่ 1 และลําดับที่ 5 แลว จึงดําเนินการหา ลําดับที่ 2, 3 และ 4 ดังนี้ ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร หมายความวา ถาแพรไหมได ลําดับที่ 1 กานจะ ตองไดลําดับที่ 2 โดยที่นํ้าเพชรและ พลอยใสตองไมได ลําดับที่ 2 ดวย ก้าน ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ต้นกล้า ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ¡ŒÒ¹ä´Œ¤Ðá¹¹ Ãͧ¨Ò¡á¾ÃäËÁ 1 ÅíҴѺ 6 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 6 ขั้นสอน สํารวจคนหา 7. ครูใหนักเรียนพิจารณาการตัดสิ่งที่ไมจําเปน ออกหลังจากพบวา แพรไหมไดลําดับที่ 1 และตนกลาไดลําดับที่ 5 เพื่อเปนการจํากัด สิ่งที่ตองสนใจในการวิเคราะหเพื่อแกไขปญหา 8. นักเรียนพิจารณาการนําบทสัมภาษณของกาน มาวิเคราะหใหม เพื่อใหไดผลลัพธที่ตองการ ความรูเสริม การคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) เปนการใหความสําคัญกับ การวิเคราะหหาเหตุผลในการแกปญหา แสดงลําดับขั้นตอนของเรื่องราว อยางชัดเจน เพื่อนําไปสูการตัดสินใจเลือกวิธีในการแกปญหาอยางถูกวิธี และมีเหตุมีผล พิจารณาขอความที่กําหนดให ขอใดเปนจริง 1. ติดลบ 2. เปนศูนย 3. เปนเลขคู 4. เปนเลขคี่ (วิเคราะหคำตอบ จากโจทยที่กำหนดใหสามารถวิเคราะหไดวา เมื่อ A ที่เปนเลขคูคูณกับ B ที่เปนเลขคี่จะทำใหไดผลลัพธเปนเลขคู และเมื่อนำมาบวกดวย 1 จะมีคาเปนเลขคี่ ดังนั้น ตอบขอ 4.) ถา A เปนเลขคู และ B เปนเลขคี่ แลว AB + 1 เทากับเทาใด นํา สอน สรุป ประเมิน T11


เมื่อพิจารณาบทสัมภาษณของนักเรียนอีกครั้ง จึงสามารถ สรุปผลการแขงขันไดวา ภาพที่ 1.1 ตัวอยางการแกปญหาโดยใชเหตุผลเชิงตรรกะ ✗ ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 ลําดับที่ 3 ลําดับที่ 4 ลําดับที่ 5 น้ําเพชร หมายความวา นํ้าเพชรไดลําดับ ที่ 3 สวนพลอยใส ไดลําดับที่ 4 ✗ ✗ พลอยใส แพรไหม ก้าน ต้นกล้า ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ¹íéÒྪê¹Ð¾ÅÍÂãÊ áµ‹äÁ‹ä´Œ·Õè 1 ✗ ✗ เหตุผลเชิงตรรกะกับแนวคิดเชิงคํานวณ á¾ÃäËÁ µŒ¹¡ÅŒÒ ¡ŒÒ¹ ¾ÅÍÂãÊ ¹íéÒྪà 7 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 7 ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 9. นักเรียนพิจารณาการน�าบทสัมภาษณของ น�้าเพชรมาวิเคราะหใหม่ จากนั้นสรุปร่วมกัน ภายในกลุ่มว่า ผลการแข่งขันตอบปัญหา วิชาภาษาอังกฤษที่ได้จากการน�าเหตุผล เชิงตรรกะมาใช้ในการพิจารณาแก้ปัญหาได้ ค�าตอบเช่นเดียวกันกับที่นักเรียนคิดไว้ ตอนแรกหรือไม่ 10. นักเรียนร่วมกันวิเคราะหว่า เพราะเหตุใด การเรียงล�าดับที่นักเรียนคิดไว้ตอนแรก จึงไม่เหมือนกับค�าตอบที่ได้จากการแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 11. ครูให้นักเรียนสแกน QR Code เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับแนวคิดเชิงค�านวณ ในหนังสือเรียน หน้า 7 เพื่อศึกษาความเหมือน และความแตกต่างของแนวคิดเชิงค�านวณ และเหตุผลเชิงตรรกะ สื่อ Digital ครูให้นักเรียนสแกน QR Code เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับแนวคิด เชิงค�านวณ จากหนังสือเรียน หน้า 7 จากนั้นจึงให้นักเรียนศึกษาความรู้ เพิ่มเติมจากวิดีโอที่สแกนได้ กิจกรรม 21st Century Skills ครูเตรียมปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสถานการณตัวอย่าง ในหนังสือเรียน หรืออาจเป็นสถานการณที่ต้องแก้ปัญหาโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะมาให้นักเรียนในชั้นเรียนแก้ปัญหาก็ได้ โดยให้ นักเรียนจับคู่กับเพื่อนท�ากิจกรรมเพื่อแก้ปัญหานั้นให้ส�าเร็จ ซึ่งสถานการณที่ครูก�าหนดให้กับนักเรียนจะมีเพียงสถานการณ เดียวหรือหลายสถานการณก็ได้ น�า สอน สรุป ประเมิน T12


ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ตัวอย่างการอธิบายการแก้ปัญหาด้วยข้อความอย่างคร่าว ๆ เริ่มต้น > อ่านเงื่อนไข > ตรวจสอบเงื่อนไข > แสดงผลการแข่งขัน > จบการท างาน ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์เรื่องผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในหนังสือเรียน แล้วตอบ ค าถามต่อไปนี้ 1. นักเรียนมีแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่ก าหนดให้อย่างไร จงอธิบาย อย่าง ละเอียดโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ 2. เมื่อนักเรียนอ่านและพิจารณาเงื่อนไขครบทั้งหมดแล้วเพียง 1 รอบ นักเรียนสามารถรู้ผลการ แข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษได้เลยหรือไม่ เพราะเหตุใด ..................................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. จากสถานการณ์ที่ก าหนดให้ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ แก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. หากสถานการณ์ที่ก าหนด ขาดเงื่อนไข “ต้นกล้าได้คะแนนน้อยกว่าก้าน” นักเรียนคิดว่าเราจะ สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ตัวอย่างวิธีการแก้ปัญาโดยใช้ข้อความ 1. เริ่มต้น 2. อ่านเงื่อนไขทั้งหมด 3. เขียนแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดลงในตาราง 4. อ่านเงื่อนไขอีกครั้ง 5. ตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออก 6. ตรวจสอบว่าได้ค าตอบครบหรือยัง หากยังไม่ครบให้กลับไปอ่านเงื่อนไขใน ข้อ 4 และตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกในข้อ 5 และมาตรวจสอบอีกครั้ง หากครบ แล้วให้สรุปผลการแข่งขัน 7. สรุปผลการแข่งขัน 8. จบการท างาน เพราะสถานการณ์มีเงื่อนไขมาให้ เราจึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะมาช่วยพิจารณาเงื่อนไข เพื่อ ตรวจสอบความสมเหตุสมผล และพิจารณาความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหา แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะหากขาดเงื่อนไขต้นกล้าได้คะแนนน้อยกว่าก้าน จะไม่สามารถทราบได้ เลยว่า ต้นกล้าอยู่ล าดับที่เท่าไร ซึ่งหากไม่ทราบล าดับของต้นกล้า ก็จะไม่สามารถตัดแนวทางที่ เป็นไปไม่ได้ออก และแก้ปัญหาต่อไม่ได้ ไม่สามารถรู้ผลได้ทันที เพราะเมื่ออ่านเงื่อนไขครั้งแรกจะทราบผลเพียงผู้ที่ได้ล าดับที่ 1 และ ล าดับที่ 5 คือแพรไหมและต้นกล้า ท าให้ต้องอ่านเงื่อนไขซ้ าอีกครั้งโดยเงื่อนไขที่จะหาล าดับอื่น ๆ ได้ คือ ก้านได้คะแนนรองจากแพรไหม 1 ล าดับ แสดงว่าก้านได้ล าดับที่ 2 เพราะแพรไหมได้ล าดับที่ 1 จากนั้นจะเห็นต าแหน่งว่างอีก 2 ล าดับคือ ล าดับที่ 3 และ 4 โดยเมื่ออ่านเงื่อนไข น้ าเพชรชนะพลอย ใส แต่ไม่ได้ที่ 1 ก็จะสามารถทราบได้เลยว่าน้ าเพชรได้ล าดับที่ 3 และแพรไหมได้ล าดับที่ 4 เฉลย ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาสถานการณ ตัวอย่างในหนังสือเรียนอีกครั้ง เพื่อศึกษา กระบวนการ แนวคิด หรือวิธีการแก้ปัญหา ของสถานการณ จากนั้นเขียนแนวคิดหรือวิธี การแก้ปัญหาและตอบค�าถามลงในใบงาน ที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล เชิงตรรกะ 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอ ผลงานจากการท�าใบงาน โดยแสดงถึงวิธีการ พิจารณาสถานการณ เงื่อนไขต่างๆ แนวคิด หรือวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ตามที่แต่ละกลุ่มได้ระดมความคิดเห็นร่วมกัน ในการท�ากิจกรรมกลุ่ม 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงแนวคิด หรือวิธีการแก้ปัญหา และการตอบค�าถาม ของนักเรียนแต่ละกลุ่มว่า มีความแตกต่างกัน อย่างไร และหาข้อสรุปร่วมกัน เกร็ดแนะครู ในการท�าใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ ครูควรให้นักเรียนได้ลงมือท�าใบงานด้วยตนเองก่อน โดยครูจะต้องแนะน�า การท�าใบงานให้นักเรียนฟังก่อนว่า ใบงานนี้ต่อเนื่องมาจากสถานการณตัวอย่าง ในหนังสือเรียน โดยให้นักเรียนพิจารณาโจทยแล้วตอบค�าถามตามความเข้าใจ ของตนเองก่อนแล้วจึงเฉลยค�าตอบร่วมกันในชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ฝก การคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยนักเรียนจะต้องมีการพิจารณาเพื่อหาเหตุผลต่างๆ มาใช้ในการตอบค�าถาม ซึ่งเป็นการฝกการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียน พิจารณาข้อความที่ก�าหนดให้ ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด 1. กิ่ง 2. พริ้ม 3. เปรี้ยว 4. ต้อม (วิเคราะห์ค�าตอบ คนที่อายุน้อยที่สุด คือ พริ้ม เนื่องจากมีคนอายุ มากกว่าพริ้ม 3 คน ส่วนเปรี้ยวมีอายุมากกว่าพริ้ม 1 ป เนื่องจาก โจทย์บอกว่า มีคนอายุน้อยกว่าเปรี้ยว 1 คน ส่วนคนที่อายุมากกว่า เปรี้ยว 1 ป คือ ต้อม เนื่องจากมีคนอายุน้อยกว่าต้อม 2 คน ซึ่งสามารถเรียงตามล�าดับอายุจากมากไปน้อย ดังนี้ กิ่ง ต้อม เปรี้ยว พริ้ม ดังนั้น ตอบข้อ 1.) กิ่ง พริ้ม เปรี้ยว และต้อม เป็นนักเรียนอยู่ในชมรมเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนอายุห่างกัน 1 ป โดยมีคนที่อายุมากกว่าต้อม 1 คน อายุน้อยกว่าต้อม 2 คน อายุมากกว่าพริ้ม 3 คน และอายุน้อย กว่าเปรี้ยว 1 คน ใครอายุมากที่สุด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 น�า สอน สรุป ประเมิน T13


ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวตอบคําถามวา ของขวัญที่แตละคนไดรับคือสิ่งใด โดยบันทึกคําตอบลงในสมุด ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ สถานการณ คุณครูใหของขวัญกับโป ปู เกง และแพรไหม คนละ 1 กลอง โดยของขวัญที่คุณครูมอบใหนั้นเปนของเลนประเภทตาง ๆ ดังนี้ ของขวัญที่โปไดมีลักษณะเปนพาหนะชนิดหนึ่ง ของขวัญที่ปูไดเปนพาหนะทางบก ของขวัญที่เกงไดทํามาจากไม ของขวัญที่แพรไหมไดสามารถเเลนในนํ้าได รถเตา รถจักรยาน เครื่องบิน เรือ 8 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 8 ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 4. ครูมอบหมายให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 8 เป็นการบ้าน โดยให้นักเรียนพิจารณาสถานการณที่ก�าหนด ให้ แล้วตอบค�าถามว่า ของขวัญที่แต่ละคน ได้รับคือสิ่งใด พร้อมทั้งเขียนค�าตอบลงในสมุด แล้วน�ามาส่งในชั่วโมงถัดไป 5. ครูและนักเรียนทบทวนความรู้เดิมที่เรียน ในชั่วโมงที่แล้ว เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับ การแก้ปัญหา 6. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน เพื่ออธิบายแนวคิด หรือวิธีการแก้ปัญหาของกิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ที่สั่งเป็นการบ้าน และสรุปร่วมกัน จากนั้นให้นักเรียนส่งการบ้าน เกร็ดแนะครู ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยครูเล่าสถานการณ ให้นักเรียนฟังก่อน ซึ่งครูจะต้องบอกกับนักเรียนก่อนว่า ของขวัญแต่ละชิ้นนั้น คืออะไร แล้วจึงให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันวิเคราะหว่า ของขวัญที่ครูมอบให้ กับนักเรียนแต่ละคนนั้นคืออะไร เพื่อให้นักเรียนได้ฝกการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ พิจารณาภาพที่ก�าหนดให้ แล้ววิเคราะห์วา ภาพลูกเตาที่เกิดขึ้นจะตรงกับข้อใด 1. 2. 3. 4. (วิเคราะห์ค�าตอบ เมื่อน�าภาพที่ก�าหนดให้มาประกอบเปนลูกเตา แล้วจะพบว่า ถ้าใช้ภาพแตงโมเปนหลักในการพิจารณา ภาพที่อยู่ ด้านซ้ายและขวาจะตะแคง เนื่องจากการพับไปด้านข้างเพื่อให้ เกิดเปนลูกเตา ส่วนภาพที่อยู่ด้านบนและด้านล่างจะมีลักษณะ เช่นเดิม ดังนั้น ตอบข้อ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T14


ข้อสอบเน้น การคิด ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 1. ครูบอกกับนักเรียนว่า ในชั่วโมงที่แล้วครูได้ให้ นักเรียนใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การตอบปัญหาวิชาภาษาอังกฤษไปแล้ว ในวัน นี้เรามาลองใช้เหตุผลเชิงตรรกะในสถานการณ อื่นๆ ดูบ้าง 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) อ่าน สถานการณและเงื่อนไขในกิจกรรมฝกทักษะ ที่ 1 เรื่อง จับคู่ร�าวงมาตรฐาน ในแบบฝกหัด หน้า 10 จากนั้นให้นักเรียนในกลุ่มร่วมกันจับคู่ ผู้ร�าฝายชายและฝายหญิงตามสถานการณ และเงื่อนไขที่ก�าหนด และตอบค�าถามลงใน แบบฝกหัด 3. ครูถามนักเรียนว่า จากสถานการณที่ก�าหนดให้ นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผล เชิงตรรกะในการแก้ปัญหานี้ จากนั้นครู และนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุป ร่วมกัน เกร็ดแนะครู การท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 ในแบบฝกหัด ครูอาจให้นักเรียนจ�าลอง สถานการณการจับคู่ร�าวงมาตรฐาน โดยการให้ตัวแทนนักเรียนชาย 5 คน และนักเรียนหญิง 5 คน แสดงบทบาทสมมติเป็นผู้ร�าฝายชายและฝายหญิง จากนั้นให้นักเรียนในชั้นเรียนช่วยกันพิจารณาเงื่อนไขที่ก�าหนดให้ แล้วจึง จับคู่ผู้ร�าฝายชายและผู้ร�าฝายหญิงให้ส�าเร็จก่อนที่จะลงมือท�ากิจกรรม ในแบบฝกหัด การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะมีความส�าคัญอยางไร 1. สร้างเงื่อนไขในการแก้ปัญหา 2. แก้ปัญหาส�าเร็จเป็นไปตามต้องการ 3. ก�าหนดขอบเขตของการแก้ปัญหาได้ง่าย 4. ออกแบบกระบวนการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพ (วิเคราะห์ค�าตอบ การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เปนการน�าเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งจะ ช่วยให้การแก้ปัญหานั้นส�าเร็จลุล่วงและเปนไปตามความต้องการ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 10-11 วิเคราะหวาผูรําแตละคนอยูทีมใด และคูกับใคร โดยขีด ✓ลงในตาราง เพื่อแสดงสิ่งที่เปนไปได และกา ✗ เพื่อตัดสิ่งที่เปนไปไมได สรุปผลการจับคูของผูรําแตละทีมได ดังนี้ รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาได 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน คะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน เพริศแพรว พริ้งพราย พรรณราย ประกายแสง แวววาว เพริศแพรว พริ้งพราย พรรณราย ประกายแสง แวววาว ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... เดช ชื่อผูรําฝายชาย ชื่อสมาชิก ชื่อทีม ชื่อทีม ปอง เพียว แกว ปลา ฝน ชัย พงษ ปอน นก ชื่อผูรําฝายหญิง ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ พงษ ปอน เพียว ฝน ปอง ปลา เดช นก ชัย แกว ฉบับ เฉลย ✓ ✗ ✗ ✗ ✗ 11 ไดคะแนน คะแนนเต็ม Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating 10 ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 1 อานสถานการณและวิเคราะหเงื่อนไขที่กําหนด แลวตอบคําถามใหถูกตอง สถานการณ งานแขงขันรําวงมาตรฐานของโรงเรียนแหงหนึ่งมีผูเขา แขงขัน 5 ทีม คือ เพริศแพรว พริ้งพราย พรรณราย ประกายแสง และ แวววาว แตละทีมมีผูรําฝายชายและผูรําฝายหญิงอยางละ 1 คน โดยมี รายชื่อผูรําฝายชายและผูรําฝายหญิงที่ไมเรียงตามชื่อทีมและไมเรียงตามคู ดังนี้ เงื่อนไข • เพียวอยูทีมพริ้งพราย • เดชและพงษไมไดอยูทีมแวววาว • แกวและชัยอยูทีมเดียวกัน • ปอนอยูคนละทีมกับปองและเพียว • ทีมพรรณรายมีผูรําฝายชายและผูรํา ฝายหญิงที่มีชื่อขึ้นตนดวยตัวอักษร เดียวกัน • นกไมไดคูกับพงษและไมไดอยู ทีมเพริศแพรวและทีมพริ้งพราย จับคูรําวงมาตรฐาน ผูรําฝายชาย ผูรําฝายหญิง เดช แกว ปอง ปอน ชัย ปลา เพียว นก พงษ ฝน ฉบับ เฉลย 10 น�า สอน สรุป ประเมิน T15


ข้อสอบเน้นการคิด จาก แบบฝกหัด หนา 12 ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 4. ครูให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด เรื่อง เหตุผล เชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา ในแบบฝกหัด หน้า 3-5 เพื่อทบทวนความรู้ของนักเรียน โดยในข้อ 1 ให้นักเรียนเลือกหน้าลูกเตามาเติม ลงในช่องว่างของตารางให้ถูกต้องตามเงื่อนไข ที่ก�าหนด โดยในแต่ละแถวทั้งแนวตั้งและ แนวนอนต้องมีหน้าลูกเตาครบทั้ง 6 หน้า และหน้าลูกเตาไม่ซ�้ากัน 5. ข้อ 2. ให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาสถานการณ ที่ก�าหนดให้แล้ววิเคราะหว่า ตัวแทนของ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านชื่ออะไร ท�าอาชีพอะไร และจบการศึกษาระดับใด หากนักเรียนได้รับมอบหมายให้ท�าความสะอาดภาชนะใส อาหาร นักเรียนจะเลือกท�าความสะอาดสิ่งใดกอน เพื่อให้ภาชนะ ใสอาหารสะอาดที่สุด 1. ช้อนกลาง 2. จานใส่ข้าว 3. แก้วใส่น�้าหวาน 4. ถ้วยใส่ขนมหวาน (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า สิ่งที่ควรล้างก่อนเปนอันดับแรก คือ แก้วใส่น�้าหวาน เนื่องจากแก้วเปนภาชนะใส่อาหารที่สกปรกน้อยที่สุด ดังนั้น ตอบข้อ 3.) นักเรียนควรรู 1 แถว (Row) เป็นแถบข้อมูลหรือสิ่งอื่นใดที่เรียงต่อกันในแนวนอนไปทีละ บรรทัด เช่น การเขียนหนังสือ ที่จะมีลักษณะการเขียนไปทีละบรรทัด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 3-5 จากสถานการณ ใหวิเคราะหเพื่อหาชื่อตัวแทน อาชีพ อายุ และ การศึกษาของตัวแทนแตละหมูบาน โดยเขียนแนวคิดที่เปนไปไดตาม เงื่อนไขที่เกี่ยวของ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาได 0.5 10 • 13 คะแนนขึ้นไป = ผาน2. ระบุแนวคิดโดยใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาได 20 • ตํ่ากวา 13 คะแนน = ปรับปรุง คะแนนเต็ม 30 1. ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาได เกณฑการใหคะแนน หมูบาน สุขสันต สุขเจริญ สุขอุดม สุขสวรรค ชื่อตัวแทน ......................................................... ............................................ ............................................ ............................................ อาชีพ ......................................................... ............................................ ............................................ ............................................ อายุ ......................................................... ............................................ ............................................ ............................................ การศึกษา ......................................................... ............................................ ............................................ ............................................ จากขอ 6) หมูบานสุขเจริญสงมานพเปนตัวแทน แลวพิจารณาดูขอ 4) บอกวา หมูบานสุขอุดมมีตัวแทนทําอาชีพเปนนักธุรกิจ สวน หมูบานสุขสันตเปนขาราชการบํานาญ ขอ 5) บอกวา บุญสงไมไดเปนตัวแทนของหมูบานสุขสันต แสดงวาบุญสงเปน ตัวแทนของหมูบานสุขอุดมหรือหมูบานสุขสวรรค หมูบานใดหมูบานหนึ่ง ขอ 7) บอกวา กนกไมไดเปนตัวแทนของหมูบานสุขสวรรค และนําขอมูลขอ 8) และขอ 9) มาประกอบ จะไดวา กนกเปนนักธุรกิจ จบปริญญาเอก มีอายุ 42 ป ดังนั้น กนกเปนตัวแทนของหมูบานสุขอุดม บุญสงเปนตัวแทนของหมูบาน สุขสวรรค จบปริญญาตรี อาชีพผูใหญบาน สมชายเปนตัวแทนของหมูบาน สุขสันต จบปริญญาโท เปนขาราชการบํานาญ อายุ 66 ป และมานพเปนตัวแทน ของหมูบานสุขเจริญ จบปริญญาตรี อาชีพกํานัน สมชาย ขาราชการบํานาญ 66 ปริญญาโท มานพ กํานัน - ปริญญาตรี กนก นักธุรกิจ 42 ปริญญาเอก บุญสง ผูใหญบาน - ปริญญาตรี ฉบับ เฉลย 5 2. พิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวตอบคําถาม (20 คะแนน) สถานการณ ในการเลือกประธานกลุมของอําเภอหนึ่ง มีผูสมัครจํานวน 4 คน แตละคนเปนตัวแทนของหมูบานแตละหมูบาน ดังนี้ หมูบานสุขสันต หมูบานสุขเจริญ หมูบานสุขอุดม และหมูบานสุขสวรรค ตามลําดับ 1) ผูสมัครแตละคนมีชื่อ ดังนี้ มานพ สมชาย กนก และบุญสง 2) อาชีพของผูสมัครแตละคน คือ นักธุรกิจ กํานัน ผูใหญบาน และขาราชการบํานาญ 3) มีผูสมัคร 1 คน จบการศึกษาระดับปริญญาเอก อีก 1 คน จบการศึกษาระดับปริญญาโท และอีก 2 คน จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี 4) ผูสมัครของหมูบานสุขอุดมมีอาชีพเปนนักธุรกิจ สวนผูสมัคร ของหมูบานสุขสันตเปนขาราชการบํานาญ 5) บุญสงจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แตไมไดเปนตัวแทนของ หมูบานสุขสันต และไมเคยเปนกํานัน 6) หมูบานสุขเจริญสงมานพเปนตัวแทน 7) กนกมีอายุ 42 ป และไมไดเปนตัวแทนของหมูบานสุขสวรรค สวนสมชายมีอายุ 66 ป 8) คนที่เปนนักธุรกิจจบการศึกษา ระดับปริญญาเอกมีอายุ 42 ป 9) ตัวแทนที่เปนกํานันจบ การศึกษาระดับปริญญาตรี ฉบับ เฉลย 4 Ẻ½ƒ¡ËÑ´ คะแนนเต็ม เหตุผลเชิงตรรกะ กับการแกปญหา 30 1. เลือกหนาลูกเตามาเติมลงในชองวางของตารางใหถูกตอง โดยใน แตละแถวทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตองมีหนาลูกเตาครบทั้ง 6 หนา และหนาลูกเตาตองไมซํ้ากัน (10 คะแนน) หนาลูกเตาที่กําหนด 1. เลือกหนาลูกเตามาเติมลงในชองวางของตารางใหถูกตอง โดยใน ฉบับ เฉลย 3 แตละแถวทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตองมีหนาลูกเตาครบทั้ง 6 หนา 1 น�า สอน สรุป ประเมิน T16


ข้อสอบเน้น การคิด หนุยชอบเลนโทรศัพท์มือถือจนดึกและตื่นสาย ท�าให้มาโรงเรียน ไมทัน และหลับในคาบเรียนเปนประจ�า หนุยควรแก้ปัญหานี้ อยางไร 1. เข้านอนตั้งแต่หัวค�่า 2. อ่านหนังสือก่อนนอน 3. จัดกระเปาตามตารางเรียน 4. ดื่มนมก่อนนอนเพื่อให้หลับสบาย (วิเคราะห์ค�าตอบ เมื่อพิจารณาจากโจทย์ที่ก�าหนดให้แล้วพบว่า ปัญหาของสถานการณ์นี้ คือ หนุ่ยตื่นสายและหลับในคาบเรียน ซึ่ง ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเล่นโทรศัพท์มือถือจนดึก ท�าให้ตื่นสาย ฉะนั้นการแก้ปัญหาของสถานการณ์นี้ คือ เข้านอนตั้งแต่หัวค�่า จะได้ตื่นเช้าๆ ดังนั้น ตอบข้อ 1.) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการน�าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการท�างาน รายบุคคล และพฤติกรรมการท�างานกลุ่มของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัด และประเมินผลจากแบบประเมินการน�าเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การท�างานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มที่แนบมาท้าย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบ ก่อนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ ขั้นสรุป ตรวจสอบผล นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่เรียนมา ทั้งหมดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิง ตรรกะ ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 6. ครูพูดทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้ว จากนั้น ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) แสดงบทบาท สมมติเป็นผู้คุมกองเชียร โดยให้นักเรียน แต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านสถานการณในกิจกรรม ฝกทักษะที่ 2 เรื่อง เชียรกีฬา พาเพลิน ในแบบฝกหัด หน้า 12 แล้วให้นักเรียนระบายสี ลงในตารางให้ถูกต้องตามเงื่อนไข ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 12-13 1. จากเงื่อนไข ใหระบายสีตามตัวเลขที่กําหนด 2. นักเรียนมีขั้นตอนในการแกปญหาจากสถานการณที่กําหนด ไดอยางไร จงเขียนอธิบาย ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาได (2 ขอยอย) 5 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน คะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ 1 1 1 1 5 3 1 3 1 3 442 2 ทดลองระบายสีโดยดูเงื่อนไขที่โจทยกําหนดใหวา ในแตละชองสามารถ ระบายสีไดติดกันกี่ชอง (แนวคําตอบ) ฉบับ เฉลย 13 ไดคะแนน คะแนนเต็ม Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating 10 ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 2 เลข 2 และเลข 1 อยูในคอลัมนเดียวกัน หมายความวาจะมีนักเรียนชูปายสีแดงบนอัฒจันทร ในคอลัมนนี้ติดกันจํานวน 2 คน และเวนที่อยางนอย 1 ชอง จึงชูปายสีแดงอีก 1 คน เลข 1 และเลข 1 อยูในแถว เดียวกัน หมายความวาจะมี นักเรียนชูปายสีแดงบน อัฒจันทรในแถวนี้จํานวน 1 คน และเวนที่อยางนอย 1 ชอง จึงชูปายสีแดงอีก 1 คน 4 2 11 2 2 4 1 1 1 1 4 2 11 11 6 เชียรกีฬาพาเพลิน อานสถานการณและวิเคราะหเงื่อนไขที่กําหนด จากนั้นระบายสีแดงลงใน ตารางใหถูกตอง สถานการณ ในการแขงขันกีฬาจะมีกองเชียรนักกีฬานั่งอยูที่อัฒจันทร จํานวนหนึ่ง แตละคนจะถือปายจํานวน 1 แผน เพื่อชูปายแสดงตัวอักษรหรือ รูปตาง ๆ โดยปาย 1 แผนจะมี 2 ดาน คือ ดานที่เปนสีแดงและดานที่เปนสีขาว เงื่อนไข • ตัวเลขที่อยูในชองแนวนอนเรียกวาแถวและตัวเลขที่อยูในชอง แนวตั้งเรียกวาคอลัมน • ตัวเลขที่อยูในชองของแตละแถวและคอลัมนจะแสดงจํานวน นักเรียนที่ตองชูปายสีแดง • หากมีตัวเลขที่อยูในแถวเดียวกันหรืออยูในคอลัมนเดียวกัน มากกวา 2 ตัว จะตองชูปายสีขาวคั่นกับสีแดงอยางนอย 1 แผน ตัวอยาง ฉบับ เฉลย 12 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ น�า สอน สรุป ประเมิน T17


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 แนวคิดในการแก้ปัญหา เวลา 4 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจ�ำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายกระบวนการท�ำงานหรือการแก้ปัญหา โดยใช้แนวคิดแบบต่างๆ ได้(K) 2. ออกแบบกระบวนการท�ำงานหรือการแก้ปัญหา โดยใช้แนวคิดแบบต่างๆ ได้(P) 3. ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดการท�ำงานแบบต่างๆ ในชีวิตประจ�ำวันได้(A) 3. สาระการเรียนรู้ - แนวคิดของการท�ำงานแบบวนซ�้ำ และเงื่อนไข - การพิจารณากระบวนการท�ำงานที่มีการท�ำงานแบบวนซ�้ำหรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด แนวคิดในการแก้ปัญหา คือ แนวคิดที่ใช้ในการพิจารณากระบวนการท�ำงานหรือการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน ช่วยให้การท�ำงานและการแก้ปัญหาสามารถทำ� ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิดในการแก้ปัญหามี3 รูปแบบ คือ แนวคิด การทำ�งานแบบลำ�ดับ แนวคิดการท�ำงานแบบมีเงื่อนไข และแนวคิดการท�ำงานแบบวนซำ �้ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) วิธีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม และวิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ T18


ข้อสอบเน้น การคิด การพิจารณากระบวนการทํางานหรือการ แกปญหามีหลายแนวคิด เชน แนวคิดการทํางาน แบบลําดับ แบบมีเงื่อนไข แบบวนซํ้า ซึ่งลวนเปน 2. á¹Ç¤Ô´ã¹¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒ 2.1 แนวคิดการทํางานแบบลําดับ การทํางานแบบลําดับ คือ การทํางานที่มีการกําหนดขั้นตอน เรียงเปนเรื่องราวตอเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยจะตองทํางานขั้นตอนแรก ใหสําเร็จกอนจึงจะเขาสูขั้นตอนถัดไปได ซึ่งการทํางานตาง ๆ มีความ ตอเนื่องกันตามลําดับขั้นตอน ¡Ò÷íҧҹẺÅíҴѺ ในวันหยุดสุดสัปดาหปูตองการทําความสะอาดหองนอนของตนเอง ปูจะตองวางแผนในการทําความสะอาดวา จะเริ่มทําจากสวนใดกอน โดยหองนอนของปูมีองคประกอบ ดังภาพ แนวคิด ในการแกปญหา มีความสําคัญ อยางไร วิธีการแกปญหาอยางเปนขั้นตอน ที่จะชวยใหการ ทํางานและการแกปญหาสามารถทําไดงายและมีประสิทธิภาพ µÑÇÍ‹ҧ 9 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 9 ขั้นน�ำ กระตุ้นควำมสนใจ 1. ครูให้นักเรียนดูภาพจ�านวน 6 ภาพ โดยเป็น ภาพที่แสดงถึงแนวคิดการท�างานแบบล�าดับ 2 ภาพ แนวคิดการท�างานแบบวนซ�้า 2 ภาพ และแนวคิดการท�างานแบบเงื่อนไข 2 ภาพ จากนั้นให้นักเรียนบอกความแตกต่างของภาพ ทั้ง 6 ภาพ 2. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ว่า แนวคิดในการแก้ปัญหามีความส�าคัญ อย่างไร ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิดการท�างานแบบล�าดับ ได้ถูกต้อง 1. การท�างานตามล�าดับก่อนไปหลัง 2. การท�างานเดิมซ�้าจนกว่าจะพอใจ 3. การท�างานตามเงื่อนไขหรือโปรแกรมที่วางไว้ 4. การท�างานเดิมจนกว่าจะได้ผลลัพธตามเงื่อนไขที่ก�าหนด (วิเคราะห์ค�าตอบ แนวคิดการท�างานแบบล�าดับ เปนการท�างาน ที่มีการก�าหนดขั้นตอนเรียงเปนเรื่องราวต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จากล�าดับแรกไปจนถึงล�าดับสุดท้าย โดยไม่มีการวนกลับมาท�างาน เดิมอีก ดังนั้น ตอบข้อ 1.) เกร็ดแนะครู ครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟังก่อนว่า แนวคิดในการแก้ปัญหานั้นมี หลายแนวคิด เช่น แนวคิดการท�างานแบบล�าดับ แนวคิดการท�างานแบบ มีเงื่อนไข แนวคิดการท�างานแบบวนซ�้า โดยทุกแนวคิดนั้นล้วนมุ่งเน้นการ แก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การแก้ปัญหาและการท�างานต่างๆ เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ ครูให้นักเรียนศึกษาแนวคิดการท�างานแบบ ล�าดับ โดยการพิจารณาตัวอย่างที่ก�าหนดให้ ในหนังสือเรียน หน้า 9-10 แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวข้อ แนวคิดการแก้ปัญหาเปนวิธีแสดงการแก้ปัญหา อย่างเปนล�าดับขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้การท�างาน เปนไปอย่างมีประสิทธิภาพ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T19


ปูทราบวา ในการทําความสะอาดตองเริ่มทําความสะอาดในบริเวณ ที่อยูสูงกอน แลวจึงไลลงมาจนถึงบริเวณที่อยูตํ่าที่สุด ดังนั้น สามารถ เรียงลําดับขั้นตอนการทําความสะอาดได ดังนี้ เพราะเหตุใด เราจึงไมควรใสรองเทากอนสวมเสื้อและกางเกง ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢Ñé¹ÊÙ§ 1. กวาดหยากไยบนเพดาน 2. ทําความสะอาดตู 3. เช็ดหนาตาง 4. ทําความสะอาดชั้นวางของ 5. เปลี่ยนผาปูที่นอน 6. กวาดและถูพื้น ภาพที่ 1.2 ตัวอยางการทํางานแบบลําดับ 10 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 10 เกร็ดแนะครู ครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับขั้นตอนในการท�าความสะอาดบ้าน ก่อนว่า ในการท�าความสะอาดบ้านนักเรียนจะต้องเริ่มท�าความสะอาดในบริเวณ ที่อยู่สูงก่อน แล้วจึงไล่ลงมาถึงบริเวณที่อยู่ต�่าสุด จากนั้นครูจึงให้นักเรียน แต่ละคนลองเขียนผังงานแสดงขั้นตอนการท�าความสะอาดบ้านลงในสมุด เมื่อนักเรียนท�าเสร็จแล้วครูอาจสุ่มนักเรียนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ขั้นตอนการท�าความสะอาดบริเวณหน้าชั้นเรียน กิจกรรม ท้าทาย ครูอาจน�าโจทยสถานการณหรือปัญหาที่ใช้แนวคิดการ แก้ปัญหาแบบล�าดับที่แตกต่างจากในหนังสือเรียนมาให้นักเรียน ได้ลองฝกเขียนวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดแบบล�าดับลงบน กระดาษที่ครูแจกให้ หลังจากนักเรียนเขียนวิธีการแก้ปัญหา เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจสุ่มนักเรียนให้ออกมาอธิบายวิธีการ แก้ปัญหาของตนเองหน้าชั้นเรียน ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า จากตัวอย่าง การท�าความสะอาดห้องนอนของปูนั้น ปูจะเริ่ม ท�าความสะอาดจากบริเวณที่อยู่สูงก่อน แล้วจึง ไล่ลงมาจนถึงบริเวณที่อยู่ต�่าสุด ซึ่งการท�างาน แบบนี้เป็นการท�างานที่มีการก�าหนดขั้นตอน การท�างานก่อน-หลังอย่างชัดเจน โดยจะต้อง ท�างานในขั้นตอนแรกให้ส�าเร็จก่อนแล้วจึงจะ ท�างานในขั้นตอนถัดไป 2. ครูถามค�าถามท้าทายการคิดขั้นสูงกับนักเรียน ว่า เพราะเหตุใด เราจึงไม่ควรสวมรองเท้าก่อน สวมเสื้อและกางเกง (แนวตอบ เนื่องจากถ้าหากสวมรองเท้าก่อน อาจท�าให้ใส่กางเกงได้ไม่สะดวก และกางเกง อาจเปอนได้) น�า สอน สรุป ประเมิน T20


¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนพิจารณาภาพที่กําหนดให แลวเรียงลําดับขั้นตอนการ ผูกเชือกรองเทาใหถูกตอง ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ 6 7 4 5 1 8 2 3 ลําดับการผูกเชือกรองเทาที่ถูกตอง คือ บันทึกลงในสมุด 11 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 11 เกร็ดแนะครู ครูอาจให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยให้นักเรียนพิจารณา ภาพที่ก�าหนดให้ แล้วเรียงล�าดับขั้นตอนการผูกเชือกรองเท้าให้ถูกต้อง ซึ่ง ครูอาจให้นักเรียนแต่ละคนลองท�ากิจกรรมด้วยตนเองก่อน แล้วจึงน�าค�าตอบ ของตนเองมาอภิปรายร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนว่า ขั้นตอนการผูกเชือกรองเท้า ที่ถูกวิธีนั้นท�าอย่างไร กิจกรรม สร้างเสริม ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ครูอาจ เตรียมรองเท้าชนิดที่มีเชือกผูกหรืออุปกรณอื่นใดที่สามารถ ผูกเชือกได้ให้กับนักเรียน จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ละ 4-5 คน แล้วให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มผลัดกันผูกเชือกรองเท้า เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ขั้นตอนการผูกเชือกรองเท้าจาก การปฏิบัติจริง ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 3. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 11 โดยให้นักเรียน พิจารณาภาพการผูกเชือกรองเท้าที่ก�าหนดให้ แล้วให้นักเรียนเรียงล�าดับขั้นตอนการผูกเชือก รองเท้าให้ถูกต้อง หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรม ฝกทักษะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจสุ่มนักเรียน ออกมาเฉลยค�าตอบหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T21


2.2 แนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข การทํางานแบบมีเงื่อนไข คือ การทํางานหรือกิจกรรมที่มี เงื่อนไขเปนตัวกําหนด ซึ่งเราจะตองเขาใจเงื่อนไขตาง ๆ ใหชัดเจนกอน จึงนําเหตุผลเชิงตรรกะมาชวยพิจารณา เพื่อใหไดผลลัพธตามเงื่อนไข ที่กําหนด ¡Ò÷íҧҹẺÁÕà§×èÍ¹ä¢ ที่บานของพลอยใสมีขยะจํานวนมาก พลอยใสจึงตองการแยกขยะ เพื่อทิ้งลงในถังขยะที่รองรับขยะแตละประเภท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 1. ถาเปนขยะรีไซเคิล จะตองนํามาใสถังสีเหลือง 2. ถาเปนขยะที่ยอยสลายได จะตองนํามาใสถังสีเขียว 3. ถาเปนขยะทั่วไป จะตองนํามาใสถังสีนํ้าเงิน 4. ถาเปนขยะอันตราย จะตองนํามาใสถังสีแดง µÑÇÍ‹ҧ àÈÉÍÒËÒà ËÅÍ´ä¿ ¶Ø§¢¹Á ¡ÃдÒÉ 12 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 12 เกร็ดแนะครู ครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟังว่า แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไข เป็นการ ท�างานหรือกิจกรรมที่มีเงื่อนไขเป็นตัวก�าหนด ซึ่งนักเรียนจะต้องท�าความเข้าใจ กับเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงน�าเหตุผลเชิงตรรกะเข้ามาช่วยในการ พิจารณาหาวิธีการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้ผลลัพธตามเงื่อนไขที่ก�าหนด ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 4. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การแก้ปัญหาโดยใช้ แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไขนักเรียน จะต้องเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ที่ก�าหนดไว้ให้ ชัดเจนก่อน แล้วจึงน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาช่วย ในการพิจารณาแก้ไขปัญหา 5. ครูให้นักเรียนพิจารณาเงื่อนไขในการทิ้งขยะ ลงถังจากตัวอย่างการท�างานแบบมีเงื่อนไข ในหนังสือเรียน หน้า 12 พร้อมทั้งวิเคราะห ขยะแต่ละประเภทที่ก�าหนดให้ว่า เป็นขยะ ประเภทใด ความรูเสริม แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไข จะมีการเปรียบเทียบหรือตรวจสอบข้อมูล เพื่อหาวิธีในการท�างานที่ถูกต้อง และเป็นไปตามความต้องการของเงื่อนไข หรือทิศทางการท�างานที่ต้องการ โดยผลลัพธของการเปรียบเทียบหรือตรวจสอบ ข้อมูลตามเงื่อนไขมีความเป็นไปได้ 2 ทิศทาง คือ ผลที่ให้ค่าเป็นจริง (True) และผลที่ให้ค่าเป็นเท็จ (False) กิจกรรม สร้างเสริม ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ช่วยกันยกตัวอย่าง กิจวัตรประจ�าวัน หรือเหตุการณที่พบเห็นในชีวิตประจ�าวันที่มี ลักษณะเป็นการท�างานแบบมีเงื่อนไขมากลุ่มละ 1 ตัวอย่าง จากนั้น ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T22


เมื่อพิจารณาเงื่อนไขที่กําหนดให แลวสามารถแยกขยะเพื่อทิ้งลงใน ถังขยะที่รองรับขยะแตละประเภทได ดังนี้ ภาพที่ 1.3 ตัวอยางการทํางานแบบมีเงื่อนไข ¡ÃдÒÉ໚¹¢ÂÐÃÕä«à¤ÔÅ ¨Ö§µŒÍ§¹íÒÁÒãÊ‹¶Ñ§ÊÕàËÅ×ͧ ¢ÂÐÃÕä«à¤ÔÅ ¢ÂзÑèÇä» ¢ÂзÕè‹ÍÂÊÅÒÂä´Œ ¢ÂÐÍѹµÃÒ ¶Ø§¢¹Á໚¹¢ÂзÑèÇä» ¨Ö§µŒÍ§¹íÒÁÒãÊ‹¶Ñ§ÊÕ¹íéÒà§Ô¹ àÈÉÍÒËÒÃ໚¹¢ÂзÕè‹ÍÂÊÅÒÂä´Œ ¨Ö§µŒÍ§¹íÒÁÒãÊ‹¶Ñ§ÊÕà¢ÕÂÇ ËÅÍ´ä¿à»š¹¢ÂÐÍѹµÃÒ ¨Ö§µŒÍ§¹íÒÁÒãÊ‹¶Ñ§ÊÕá´§ 13 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 13 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเกี่ยวกับวิธีการแยกขยะเพื่อทิ้งลงในถังขยะที่รองรับขยะ แต่ละประเภทให้นักเรียนฟังว่า ในการแยกขยะนักเรียนจะต้องมีการพิจารณา ก่อนว่า ขยะชิ้นนั้นเป็นขยะประเภทใด แล้วขยะประเภทนั้นจะต้องทิ้งลงใน ถังขยะสีใด ซึ่งวิธีการคิดแบบนี้จะมีการน�าแนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไข เข้ามาช่วยในการพิจารณาแก้ปัญหา ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 6. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า เมื่อนักเรียนทราบ แล้วว่า ขยะแต่ละชนิดเป็นขยะประเภทใด นักเรียนก็จะสามารถแยกขยะลงในถังขยะ ที่รองรับได้ เช่น ขยะกระดาษ เป็นขยะ ที่สามารถรีไซเคิลได้จึงต้องทิ้งลงในถังสีเหลือง หรือขยะเศษอาหารเป็นขยะที่สามารถย่อย สลายได้จึงต้องทิ้งลงในถังสีเขียว กิจกรรม 21st Century Skills ครูอาจเตรียมบัตรภาพหรือวัสดุที่จะน�ามาใช้เป็นขยะ เช่น ขวดน�้าพลาสติก กระดาษหนังสือพิมพ ถุงขนม มาไว้ให้นักเรียน ท�ากิจกรรมภายในชั้นเรียน โดยครูอาจหยิบบัตรภาพหรือวัสดุ ที่จะน�ามาใช้เป็นขยะขึ้นมา 1 ชิ้น แล้วให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกัน วิเคราะหว่า ขยะชิ้นนั้นเป็นขยะประเภทใด และควรทิ้งลงถังขยะ สีใด น�า สอน สรุป ประเมิน T23


ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวใชแนวคิดการทํางาน แบบมีเงื่อนไขมาชวยในการแกปญหา และตอบคําถามลงในสมุด ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ สถานการณ : ปูเขารวมการแขงขันวิ่งประจําโรงเรียนซึ่งมีระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยมีเงื่อนไขวา • ถาเขาเสนชัยภายในระยะเวลา 25 นาที จะไดรับเหรียญทอง • ถาเขาเสนชัยภายในระยะเวลา 26-30 นาที จะไดรับเหรียญเงิน • ถาเขาเสนชัยภายในระยะเวลา 31-35 นาที จะไดรับเหรียญทองแดง • ถาเกินระยะเวลาที่กําหนด จะไมไดรับรางวัล แนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข บันทึกลงในสมุด 14 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 14 เกร็ดแนะครู ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยให้นักเรียนพิจารณา สถานการณที่ก�าหนดให้ แล้วจึงน�าแนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไขมาช่วย ในการแก้ปัญหา ซึ่งหลังจากที่นักเรียนในชั้นเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูจึงสุ่มนักเรียนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การน�าแนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไขมาใช้ในการแก้ปัญหาของสถานการณ ตามที่นักเรียนได้วิเคราะหมา ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 7. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยให้นักเรียนพิจารณาสถานการณที่ก�าหนด ให้ แล้วใช้แนวคิดการท�างานแบบมีเงื่อนไขมา ช่วยในการแก้ปัญหา โดยครูอาจก�าหนดเวลา ที่ปูใช้ในการวิ่ง แล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า ปูจะได้รับรางวัลหรือไม่ ถ้าได้รับรางวัลจะได้ รับเหรียญชนิดใด พิจารณาสถานการณ์ที่ก�าหนดให้ ใช้แนวคิดใดในการแก้ปัญหา 1. ล�าดับ 2. วนซ�้า 3. มีเงื่อนไข 4. มีเรื่องราว (วิเคราะห์ค�าตอบ จากสถานการณ์ที่ก�าหนดให้เปรี้ยวจะต้อง พิจารณากระดาษที่มีอยู่ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเปนกระดาษขาว จะต้องใส่ไว้ในกล่อง A แต่ถ้าเปนกระดาษสีจะต้องใส่ไว้ในกล่อง B ซึ่งการพิจารณาเงื่อนไขนั้น เปนการคิดโดยใช้แนวคิดการท�างาน แบบมีเงื่อนไข ดังนั้น ตอบข้อ 3.) เปรี้ยวต้องการแยกกระดาษตางๆ ออกจากกันโดยกระดาษขาว ใสไว้ในกลอง A สวนกระดาษสีใสไว้ในกลอง B น�า สอน สรุป ประเมิน T24


ข้อสอบเน้น การคิด 2.3 แนวคิดการทํางานแบบวนซํ้า การทํางานแบบวนซํ้า คือ การทํางานหรือกิจกรรมที่มีลักษณะ เดียวกันหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งไดผลลัพธตามเงื่อนไขที่กําหนด ซึ่งอาจมีการกําหนดจํานวนครั้งการทํางานที่แนนอนหรือไมแนนอน ก็ได ¡Ò÷íҧҹẺǹ«íéÒ·ÕèÁÕ¨íҹǹ¤ÃÑé§á¹‹¹Í¹ จากภาพ จะเห็นวา มีการวิ่งซํ้ากันจํานวน 3 รอบ จึงสามารถ นําเสนอโดยใชแนวคิดการทํางานแบบวนซํ้าได ดังนี้ 3 àÃÔèÁµŒ¹ ÇÔè§Ãͺ·Õè 1 ÇÔè§Ãͺ·Õè 2 ÇÔè§Ãͺ·Õè 3 ËÂØ´ÇÔè§ àÃÔèÁµŒ¹ ÇÔè§ 3 Ãͺ ËÂØ´ÇÔè§ µÑÇÍ‹ҧ ภาพที่ 1.4 การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งแนนอน 15 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 15 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า แนวคิดการท�างานแบบวนซ�้าอาจมีการก�าหนด จ�านวนครั้งการท�างานที่แน่นอนหรือไม่แน่นอนก็ได้ โดยการท�างานแบบวนซ�้า ที่มีจ�านวนครั้งแน่นอนจะมีการก�าหนดจ�านวนครั้งในการท�างานซ�้าไว้ โดยเมื่อ ท�างานจนครบจ�านวนครั้งที่ก�าหนดแล้วจึงหยุดท�างาน จากนั้นครูจึงให้นักเรียน ดูตัวอย่างการท�างานแบบวนซ�้าที่มีจ�านวนครั้งแน่นอนจากในหนังสือเรียน ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 8. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า แนวคิดการท�างาน แบบวนซ�้ามีทั้งแบบที่มีจ�านวนครั้งแน่นอน และไม่แน่นอน 9. นักเรียนดูภาพตัวอย่างการท�างานแบบวนซ�้า ที่มีจ�านวนครั้งแน่นอนจากหนังสือเรียน หน้า 15 จากนั้นครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่า ภาพด้านบน เป็นการท�างานที่มีลักษณะเดียวกันหลายๆ ครั้ง ซึ่งสามารถน�ามาเขียนเป็นการท�างานแบบ วนซ�้าได้ดังภาพด้านล่าง พิจารณาข้อความที่ก�าหนดให้ เปนแนวคิดการท�างานแบบวนซ�้า รูปแบบใด 1. มีเงื่อนไข 2. มีล�าดับชัดเจน 3. มีจ�านวนครั้งแน่นอน 4. มีจ�านวนครั้งไม่แน่นอน (วิเคราะห์ค�าตอบ จากโจทย์ที่ก�าหนดให้จะเห็นได้ว่า การที่กล้า จะต้องตักน�้าใส่กะละมังจ�านวน 15 ขัน เปนการก�าหนดจ�านวนครั้ง ในการท�างานที่แน่นอน นั่นคือ เมื่อกล้าตักน�้าครบ 15 ขัน แล้วน�้า จะเต็มกะละมังทันที ซึ่งเปนการท�างานแบบวนซ�้าที่มีจ�านวนครั้ง แน่นอน ดังนั้น ตอบข้อ 3.) กล้าตักน�้าใสกะละมัง 15 ขัน น�้าจึงจะเต็มกะละมัง น�า สอน สรุป ประเมิน T25


ขอสอบเนนการคิด ÁØÁ Com Sci แนวคิดการทํางานแบบวนซํ้า ชวยใหสามารถออกแบบกระบวนการ ทํางานไดอยางกระชับ ชัดเจน และไมซํ้าซอน ¡Ò÷íҧҹẺǹ«íéÒ·ÕèÁÕ¨íҹǹ¤ÃÑé§äÁ‹á¹‹¹Í¹ จากภาพ จะเห็นวา มีการใชขันตักนํ้าเพื่ออาบนํ้าจนกวาสบู จะหมด ซึ่งไมทราบจํานวนครั้งที่แนนอน จึงสามารถนําเสนอโดยใช แนวคิดการทํางานแบบวนซํ้าได ดังนี้ àÃÔèÁµŒ¹ 㪌¢Ñ¹µÑ¡¹íéÒ ËÂØ´ÍÒº¹íéÒ µÑÇÍ‹ҧ ภาพที่ 1.5 การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งไมแนนอน àÃÔèÁµŒ¹ 㪌¢Ñ¹µÑ¡¹íéÒ ãªŒ¢Ñ¹µÑ¡¹íéÒ ËÂØ´ÍÒº¹íéÒ ..... 16 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 16 เกร็ดแนะครู ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับ การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งไมแนนอน ครูอาจใหนักเรียนพิจารณาภาพการใชขันตักนํ้าจากหนังสือเรียนกอน จากนั้น ครูจึงถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวาในการใชขันตักนํ้าเปนการทํางานแบบวนซํ้า หรือไม อยางไร โดยหลังจากที่นักเรียนตอบคําถามเสร็จแลว ครูจึงอธิบาย การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งไมแนนอนใหนักเรียนฟง ขั้นสอน อธิบายความรู 10. นักเรียนดูภาพตัวอยางการทํางานแบบวนซํ้า ที่มีจํานวนครั้งไมแนนอนจากหนังสือเรียน หนา 16 จากนั้นครูชี้ใหนักเรียนเห็นวา ภาพดานบนเปนภาพที่แสดงถึงการใชขัน ตักนํ้าอาบโดยไมทราบจํานวนครั้งวา จะตอง ใชขันตักนํ้ากี่ครั้งเพื่ออาบนํ้าจนกวาสบู จะหมด ดังนั้นจึงสามารถนํามาเขียนเปน การทํางานแบบวนซํ้าไดดังภาพดานลาง 11. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา แนวคิดการทํางาน แบบวนซํ้าจะชวยลดขั้นตอนในการทํางาน หรือการแกปญหาตางๆ ใหสั้นลงได การปฏิบัติตนของบุคคลใด เปนการทํางานแบบวนซํ้าที่มี จํานวนครั้งไมแนนอน 1. แกวแปรงฟนจนกวาฟนจะสะอาด 2. กานใชดินสอวาดภาพตามขั้นตอนที่ครูสอน 3. กิ่งเก็บของเลนลงกลองตามประเภทของของเลน 4. กอยนําหนังสือจํานวน 5 เลม ใสลงในกระเปาทีละเลม (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา การแปรงฟนจนกวาฟนจะสะอาด เปนการทํางานแบบวนซํ้า ที่มีจํานวนครั้งไมแนนอน เนื่องจากไมไดมีการกําหนดจํานวนครั้ง ในการแปรงฟนวา จะตองแปรงฟนกี่ครั้งฟนจึงจะสะอาด ดังนั้น ตอบขอ 1.) นํา สอน สรุป ประเมิน T26


¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณตอไปนี้ แลวตอบคําถามวา เปนการ ทํางานแบบวนซํ้าหรือไม และเปนการทํางานแบบวนซํ้ารูปแบบใด ................................................................................................................................................ ปูเลนเกมทายตัวเลข โดยตองทายตัวเลข ใหถูกตองภายใน 3 ครั้ง 4. ................................................................................................................................................ ปูคุยกับเพื่อนขณะเรียนหนังสือจึงโดน ลงโทษใหคัดลายมือ จํานวน 4 หนา 3. ................................................................................................................................................ โปจัดหนังสือเรียนใสกระเปานักเรียน ทีละเลมจนครบทุกวิชา 2. ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ บันทึกลงในสมุด ................................................................................................................................................ โปรับประทานอาหารโดยตักอาหาร เขาปากจนกวาจะอิ่ม 1. 17 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 17 เกร็ดแนะครู ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยให้นักเรียนพิจารณา สถานการณที่ก�าหนดให้ แล้ววิเคราะหว่า ในแต่ละสถานการณเป็นการท�างาน แบบวนซ�้าที่มีจ�านวนครั้งแน่นอนหรือไม่แน่นอน โดยหลังจากที่นักเรียนทุกคน ท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูจึงให้นักเรียนในชั้นเรียน ร่วมกันเฉลยค�าตอบ เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน กิจกรรม สร้างเสริม หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการท�างานแบบ วนซ�้าไปแล้ว ครูอาจหาโจทยที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้มาให้นักเรียน ท�า หรือครูอาจให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ช่วยกันระดม ความคิดเพื่อยกตัวอย่างกิจกรรมในชีวิตประจ�าวันที่ใช้แนวคิด การท�างานแบบวนซ�้า โดยหลังจากนักเรียนแต่ละกลุ่มระดม ความคิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมาพูด อธิบายตัวอย่างนั้นบริเวณหน้าชั้นเรียน ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 12. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาสถานการณ ที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามว่า เป็นการ ท�างานแบบวนซ�้าหรือไม่ และเป็นการท�างาน แบบวนซ�้ารูปแบบใด โดยให้นักเรียนบันทึก ลงในสมุด 13. ครูให้นักเรียนน�าใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอด การแก้ปัญหาเชิงตรรกะ ที่นักเรียนเคยท�าไว้ มาฉายลงบนโปรเจกเตอรหรือบนกระดาน เพื่อให้นักเรียนพิจารณาว่า วิธีการแก้ปัญหา ที่นักเรียนเขียนไว้ในใบงานนี้ใช้วิธีการ แก้ปัญหารูปแบบใดบ้าง น�า สอน สรุป ประเมิน T27


ข้อสอบเน้นการคิด พิจารณาสถานการณ์ที่ก�าหนดให้ เปนการใช้แนวคิดการท�างาน รูปแบบใด 1. ล�าดับ 2. มีเงื่อนไข 3. วนซ�้าที่มีจ�านวนครั้งแน่นอน 4. วนซ�้าที่มีจ�านวนครั้งไม่แน่นอน (วิเคราะห์ค�าตอบ จากโจทย์ที่ก�าหนดให้จะเห็นได้ว่า แจนจะต้อง ยืนแจกใบปลิวซ�้าๆ แบบเดิมจ�านวน 100 ครั้ง ซึ่งมีการก�าหนด จ�านวนครั้งในการท�างานซ�้าอย่างชัดเจน ดังนั้น ตอบข้อ 3.) เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง ตามติดชีวิตลุงพล ครูอาจพูดทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับแนวคิดการท�างานแบบล�าดับ แนวคิด การท�างานแบบมีเงื่อนไข และแนวคิดการท�างานแบบวนซ�้าก่อน เพื่อเป็น การทบทวนความรู้ของนักเรียน ให้นักเรียนสามารถท�ากิจกรรมฝกทักษะใน แบบฝกหัดได้ ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากนั้น ครูอ่านสถานการณจากกิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง ตามติดชีวิตลุงพล ในแบบฝกหัด หน้า 14 ให้นักเรียนฟัง แล้วครูถามค�าถามกับนักเรียนว่า มีช่วงใดบ้างที่สามารถใช้แนวคิดการท�างาน รูปแบบต่างๆ มาใช้ในการอธิบายการด�าเนิน ชีวิตของลุงพลได้ โดยครูให้นักเรียนในแต่ละ กลุ่มช่วยกันวิเคราะหและเขียนค�าตอบลงใน แบบฝกหัด 2. หลังจากนักเรียนแต่ละกลุ่มท�ากิจกรรมฝก ทักษะที่ 3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียน แต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอหน้าชั้นเรียน แจนยืนแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ ของโรงเรียนให้กับนักเรียนจ�านวน 100 ใบ 2. สถานการณชวงใดที่สามารถใชแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข ในการอธิบายได ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3. สถานการณชวงใดที่สามารถใชแนวคิดการทํางานแบบวนซํ้าใน การอธิบายได ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการ แกปญหาแบบตาง ๆ ได 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุงคะแนนเต็ม 10 เกณฑการใหคะแนน ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ 1) การยกกลองพัสดุขึ้นรถกระบะทีละกลองจนกวาจะเต็มรถกระบะ 2) การขับรถสงพัสดุตามสถานที่ตาง ๆ จนกวาจะครบ 1) ถารถติดลุงพลจะนั่งรถจักรยานยนตสาธารณะ แตถารถไมติดลุงพลจะ นั่งรถสองแถวประจําทาง 2) ถายกกลองพัสดุขึ้นรถเต็มแลว ใหขับรถไปสงได แตถากลองพัสดุยัง ไมเต็มรถ ใหยกกลองพัสดุตอจนกวาจะเต็ม 3) ถาสงพัสดุครบแลว ใหนํารถกลับมาคืน แตถายังไมครบ ใหสงพัสดุตอ จนกวาจะครบ ฉบับ เฉลย 15 ไดคะแนน คะแนนเต็ม Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ตามติดชีวิตลุงพล 10 ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 3 อานและวิเคราะหสถานการณที่กําหนด แลวตอบคําถาม ลุงพลมีอาชีพขับรถสงพัสดุ ในแตละวันลุงพลจะตื่นนอนในตอนเชา อาบนํ้า รับประทานอาหารเชา และออกไปทํางาน ในการเดินทางไปทํางาน ถาหากรถติดลุงพลจะนั่งรถจักรยานยนตสาธารณะ แตถารถไมติดลุงพล จะนั่งรถสองแถวประจําทาง เมื่อถึงที่ทํางาน ลุงพลเริ่มทํางานโดยยกกลอง พัสดุขึ้นรถกระบะทีละกลอง เมื่อพัสดุเต็มรถกระบะ จึงขับรถไปสงพัสดุ ตามสถานที่ตาง ๆ เมื่อสงครบแลวจึง นํารถกระบะกลับมาที่ทํางาน เลิกงาน กลับบาน รับประทานอาหารเย็น อาบนํ้า และเขานอน 1. สถานการณชวงใดที่สามารถใชแนวคิดการทํางานแบบลําดับใน การอธิบายได ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... สามารถตอบไดหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยูกับการวิเคราะหสถานการณของ นักเรียน โดยคุณครูตองคํานึงวา แนวคิดการทํางานแบบลําดับจะตองมีการ กําหนดกอน-หลังอยางชัดเจน โดยจะตองทํางานในขั้นแรกใหสําเร็จกอน จึงจะเริ่มทําในขั้นถัดไปได ตัวอยาง : ตื่นนอน > อาบนํ้า > รับประทานอาหารเชา > เดินทางไป ทํางาน > เริ่มทํางาน > เลิกงาน > กลับบาน > รับประทานอาหารเย็น > อาบนํ้า > เขานอน ฉบับ เฉลย 14 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 14-15 น�า สอน สรุป ประเมิน T28


ข้อสอบเน้น การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 2. พิจารณาสถานการณที่กําหนด แลวใชแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข มาแกปญหา (10 คะแนน) 1. ˌͧÊÁØ´¢Í§âçàÃÕ¹áË‹§Ë¹Ö觨Ѵ·íÒ¡Ô¨¡ÃÃÁ ᨡ˹ѧÊ×ÍãËŒ¹ŒÍ§Í‹Ò¹ à¾×èÍÅØŒ¹ÃÒ§ÇÑŪش˹ѧÊ×Í͋ҹ¹Í¡àÇÅÒ â´Âà§×è͹䢢ͧ¡ÒÃä´ŒÃѺ ÃÒ§ÇÑÅ Áմѧ¹Õé 1) ໚¹ÊÁÒªÔ¡¢Í§ËŒÍ§ÊÁØ´äÁ‹¹ŒÍÂ¡Ç‹Ò 1 »‚ 2) ÁÕ¢ŒÍÁÙÅ¡ÒÃÂ×Á˹ѧÊ×ͨҡˌͧÊÁØ´äÁ‹¹ŒÍÂ¡Ç‹Ò 40 ¤ÃÑé§ 3) äÁ‹ÁÕ»ÃÐÇѵԡÒ÷íÒ¼Ô´¡®ÃÐàºÕº¢Í§ËŒÍ§ÊÁØ´ ઋ¹ ¡Òä׹˹ѧÊ×Í ªŒÒ¡Ç‹ÒÇѹ·Õè¡íÒ˹´ «Öè§ÊÒÁÒöʋ§ÃÒª×èÍà¾×èÍÅØŒ¹ÃѺÃÒ§ÇÑÅä´Œ·Õè¡Å‹Í§Ë¹ŒÒˌͧÊÁØ´ ชื่อ ....................................................................... ระยะเวลาการเปนสมาชิก ของหองสมุด ...................................................................... ยืมหนังสือจากหองสมุด ...........................ครั้ง ประวัติการทําผิดกฎระเบียบ ของหองสมุด ...................................................................... ชื่อ .................................................................... ระยะเวลาการเปนสมาชิก ของหองสมุด ...................................................................... ยืมหนังสือจากหองสมุด ...........................ครั้ง ประวัติการทําผิดกฎระเบียบ ของหองสมุด ...................................................................... ชื่อ ....................................................................... ระยะเวลาการเปนสมาชิก ของหองสมุด ...................................................................... ยืมหนังสือจากหองสมุด ...........................ครั้ง ประวัติการทําผิดกฎระเบียบ ของหองสมุด ...................................................................... ชื่อ .................................................................... ระยะเวลาการเปนสมาชิก ของหองสมุด ...................................................................... ยืมหนังสือจากหองสมุด ...........................ครั้ง ประวัติการทําผิดกฎระเบียบ ของหองสมุด ...................................................................... นักเรียนคนใดบางที่มีสิทธิ์ไดรับรางวัลจากกิจกรรม แจกหนังสือให นองอาน ................................................................................................................................................................................................................................ จากสถานการณ มีนักเรียนสงรายชื่อเพื่อลุนรับรางวัล ดังนี้ ´.Þ.¡Ò¹¾ÅÙ ãºà¢ÕÂÇ ´.Þ.à¢ÁÔ¡Ò ã¨´Õ ´.ª.àÃÇѵ àËÅ‹Ò´Õ ´.ª.¸ÒÇÔ¹ ÊØ¢Êѹµ 1 »‚ 2 à´×͹ 11 à´×͹ 15 à´×͹ 15 à´×͹ 43 50 35 40 äÁ‹ÁÕ äÁ‹ÁÕ äÁ‹ÁÕ äÁ‹ÁÕ กานพลูและธาวิน ฉบับ เฉลย 7 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. ระบุแนวคิดการทํางานแบบลําดับได 5 • 16 คะแนนขึ้นไป = ผาน2. ระบุแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไขได (2 ขอยอย) 5 10 • ตํ่ากวา 16 คะแนน = ปรับปรุง 3. ระบุแนวคิดการทํางานแบบวนซํ้าได 5 คะแนนเต็ม 20 1. ระบุแนวคิดการทํางานแบบลําดับได 2. ระบุแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไขได (2 ขอยอย) 3. ระบุแนวคิดการทํางานแบบวนซํ้าได เกณฑการใหคะแนน 1. นิหนาลงมือวาดภาพและ ระบายสีตนไมจนเสร็จ ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... 2. จอมทัพวายนํ้าจากขอบสระฝง หนึ่งไปยังขอบสระอีกฝงหนึ่ง ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... 3. เขตแดนตอตัวตอรูปสุนัขจน ครบทั้ง 15 ชิ้น ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... 3. อานสถานการณที่กําหนด แลวบอกวาเปนการทํางานแบบวนซํ้า หรือไม และเปนการทํางานแบบวนซํ้ารูปแบบใด (5 คะแนน) ไมเปนการทํางานแบบวนซํ้า เปนการทํางานแบบวนซํ้า ที่มีจํานวนครั้งไมแนนอน เปนการทํางานแบบวนซํ้า ที่มีจํานวนครั้งแนนอน ฉบับ เฉลย 9 Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม แนวคิดในการแกปญหา 20 1. ดูภาพและพิจารณาขอความที่กําหนดให แลวเรียงลําดับขั้นตอน การรีดเสื้อนักเรียนโดยใชแนวคิดการทํางานแบบลําดับ (5 คะแนน) ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. • รีดแขนเสื้อ • รีดตัวเสื้อดานหนา • รีดปกเสื้อ • รีดตัวเสื้อดานหลัง • พรมนํ้าที่เสื้อนักเรียน ÃÕ´àÊ×é͹ѡàÃÕ¹ ÁÕ¢Ñ鹵͹Í‹ҧäùР1. พรมนํ้าที่เสื้อนักเรียน 2. รีดปกเสื้อ 3. รีดตัวเสื้อดานหนา 4. รีดตัวเสื้อดานหลัง 5. รีดแขนเสื้อ ฉบับ เฉลย 6 2. âçáÃÁºŒÒ¹ÊǹÁÕ¹âºÒÂãËŒ¾¹Ñ¡§Ò¹áÊ´§¢ŒÍ¤ÇÒÁº¹à¤Ò¹àµÍÏ à¾×èÍÊ×èÍÊÒáѺÅÙ¡¤ŒÒ·Õè¨ÐࢌÒÁҾѡ â´ÂÁÕ¢ŒÍ¤ÇÒÁ·Õ赋ҧ¡Ñ¹ã¹áµ‹ÅÐ ª‹Ç§àÇÅÒ ´Ñ§¹Õé àÇÅÒ 08.00-11.59 ¹. áÊ´§¢ŒÍ¤ÇÒÁ Good Morning àÇÅÒ 12.00-17.59 ¹. áÊ´§¢ŒÍ¤ÇÒÁ Good Afternoon àÇÅÒ 18.00-23.59 ¹. áÊ´§¢ŒÍ¤ÇÒÁ Good Evening ¹Í¡à˹×ͨҡàÇÅÒ·Õè¡íÒ˹´ áÊ´§¢ŒÍ¤ÇÒÁ Closed 1) ถาลุงนกและครอบครัวเดินทางมาถึงที่โรงแรมบานสวน เวลา 11.50 น. พนักงานจะแสดงขอความอยางไร .................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... 2) ถานักทองเที่ยวชาวตางชาติเดินทางมาถึงที่โรงแรมบานสวน เวลา 18.30 น. พนักงานจะแสดงขอความอยางไร .................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... 3) ถาโปและบอยเดินทางมาถึงที่โรงแรมบานสวน เวลา 14.50 น. เพื่อนําสัมภาระเขามาเก็บและออกไปรับประทานอาหาร ขางนอกตอ แลวกลับเขามาใหมอีกครั้งเวลา 22.40 น. โปและ บอยจะเจอขอความตอนรับอยางไรบาง .................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... 4) ถานํ้าฝนและเพื่อน ๆ เดินทางมาถึงที่โรงแรมบานสวน เวลา 06.45 น. พนักงานจะแสดงขอความอยางไร .................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... Good Morning Good Evening Good Afternoon และ Good Evening Closed ฉบับ เฉลย 8 เกร็ดแนะครู หลังจากที่นักเรียนท�าแบบฝกหัดแต่ละข้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจสุ่ม นักเรียน 2-3 คน ออกมาช่วยกันเฉลยค�าตอบบริเวณหน้าชั้นเรียน โดยมีครูคอย ตรวจสอบความถูกต้องให้กับนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง หรือครูอาจจะเป็นคนเฉลย ค�าตอบให้นักเรียนฟังเองก็ได้เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องในการท�า แบบฝกหัดของนักเรียน แนวคิดการท�างานแบบล�าดับมีลักษณะอย่างไร 1. มีเงื่อนไขการท�างานชัดเจน 2. มีการท�างานเดิมซ�้าหลายครั้ง 3. สามารถท�างานข้ามขั้นตอนได้ 4. ท�างานเรียงล�าดับเป็นเรื่องราวต่อกันไป (วิเคราะห์ค�าตอบ แนวคิดการท�างานแบบล�าดับเปนการท�างาน ที่มีการก�าหนดขั้นตอนการท�างานเรียงเปนเรื่องราวต่อกันไปเรื่อยๆ โดยจะต้องท�างานขั้นตอนแรกให้ส�าเร็จก่อนแล้วจึงท�างานขั้นตอน ถัดไป ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 3. ครูให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด เรื่อง แนวคิด ในการแก้ปัญหา ในแบบฝกหัด หน้า 6-9 ดังนี้ ข้อ 1. เป็นแนวคิดการท�างานแบบล�าดับ ให้นักเรียนพิจารณาภาพและข้อความที่ ก�าหนดให้ แล้วล�าดับขั้นตอนการการรีด เสื้อนักเรียนให้ถูกต้อง ข้อ 2. เป็นแนวคิด การท�างานแบบมีเงื่อนไข ให้นักเรียน อ่านสถานการณและเงื่อนไขที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามให้ถูกต้อง และข้อ 3. เป็นแนวคิด การท�างานแบบวนซ�้า ให้นักเรียนพิจารณา สถานการณที่ก�าหนดให้ แล้วบอกว่าเป็นการ ท�างานแบบวนซ�้าหรือไม่ และเป็นการท�างาน แบบวนซ�้ารูปแบบใด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 6-9 น�า สอน สรุป ประเมิน T29


ขอสอบเนนการคิด 76 กม. 164 กม. 185 กม. 337 กม. กรุงเทพฯ อยุธยา ตาก 73 กม. 113 กม. 178 กม. 109 กม. 92 กม. นครสวรรค เชียงใหม แพร พิษณุโลก ลําปาง พิจิตร กติกา พิจารณาการเดินทางของ โปจากสถานการณที่ กําหนดใหโดยผูที่ตอบถูก คนแรกจะเปนผูชนะ กิจกรรม สรุปความรูประจําหนวยที่ 1 µÃǨÊͺµ¹àͧ รายการ เกณฑ ดี พอใช ควรปรับปรุง 1. ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหา 2. แกปญหาแนวคิดการทํางานแบบลําดับ แบบมีเงื่อนไข และแบบวนซํ้า 3. นําความรู ไป ใชประโยชน ในชีวิตประจําวัน หลังจากเรียนจบหนวยนี้แลว ใหบอกสัญลักษณที่ตรงกับระดับความสามารถของตนเอง เกม กับ เล่ น Com Sci 1 2 5 3 9 7 4 เกมทางของฉัน สถานการณ โปจะเดินทาง ไปที่จังหวัดเชียงใหม โดย มีเงื่อนไขวา ตองเลือก เสนทางที่สั้นที่สุดในการ เดินทาง 18 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 18 เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมเลนเกมกับ Com Sci ครูอาจอธิบายกติกาในการเลนเกม ใหนักเรียนฟงกอน จากนั้นจึงใหนักเรียนในชั้นเรียนชวยกันหาคําตอบ โดยนักเรียน ที่ตอบคําถามไดเปนคนแรกถือวาเปนผูชนะ ซึ่งหลังจากที่นักเรียนทํากิจกรรม เสร็จเรียบรอยแลวครูอาจอธิบายใหนักเรียนฟงวา กิจกรรมนี้ใชแนวคิดในการ ทํางานแบบใดบาง เพราะเหตุใดจึงตองมีการนําแนวคิดตางๆ มาใชในการแกปญหา 1. เปนแนวทางในการแกปญหาอื่น 2. ชวยใหแกปญหาไดอยางเปนขั้นตอน 3. ทําใหแกปญหาไดตรงตามความตองการ 4. สามารถแกปญหาทุกอยางไดในขั้นตอนเดียว (วิเคราะหคําตอบ การนําแนวคิดตางๆ ไมวาจะเปนแนวคิด การทํางานแบบลําดับ แนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข หรือแนวคิดการทํางานแบบวนซํ้ามาใชในการแกปญหาตางๆ จะชวยใหสามารถแกปญหาไดประสบผลสําเร็จตามความตองการ ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมสรุปความรู ประจําหนวยที่ 1 เลนเกมกับ Com Sci เรื่อง เกมทางของฉัน ในหนังสือเรียน หนา 18 โดยใหนักเรียนพิจารณาเสนทางการเดิน ของโปจากสถานการณที่กําหนดให โดยผู ที่ตอบถูกคนแรกเปนผูชนะ 2. นักเรียนตรวจสอบตนเอง โดยการบอก สัญลักษณที่ตรงกับระดับความสามารถของ ตนเองเกี่ยวกับความรูที่ไดในการเรียนหนวย การเรียนรูที่ 1 เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ นํา สอน สรุป ประเมิน T30


ÊÃØ» ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ การนํากฎเกณฑตาง ๆ มาใช ในการแกปญหา เหตุผลเชิงตรรกะ กับการแกปญหา ¡ÒÃᡌ»˜ÞËÒâ´Â㪌 à˵ؼÅàªÔ§µÃáРแนวคิดในการ แกปญหา แนวคิดการทํางาน แบบมีเงื่อนไข แนวคิดการทํางาน แบบวนซํ้า แนวคิดการทํางาน แบบลําดับ 19 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 19 เกร็ดแนะครู ครูอาจสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือหานักเรียนที่มีความสมัครใจออกมาพูดถึง เนื้อหาสาระที่ได้เรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ โดยอาจสุ่มออกมาทั้งหมด 2 คน แล้วให้นักเรียนพูดสรุปคนละหัวข้อ ซึ่งได้แก่ เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา และแนวคิดในการแก้ปัญหา ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือให้นักเรียนที่มี ความสมัครใจออกมาพูดถึงเนื้อหาสาระที่ได้ เรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ โดยให้นักเรียน พูดสรุปคนละหัวข้อ ได้แก่ เหตุผลเชิงตรรกะ กับการแก้ปัญหา และแนวคิดในการแก้ปัญหา กิจกรรม 21st Century Skills ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นครูแจกกระดาษ แผ่นใหญ่ให้กับนักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการเรียนในหน่วย การเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ โดยให้ นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้ออกมาเป็นผังมโนทัศน (Mind Map) เมื่อเสร็จแล้วจึงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอความรู้ ที่แต่ละกลุ่มได้รับบริเวณหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T31


ขอสอบเนนการคิด กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 1. ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวพูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในชั้นเรียน พรอมทั้งบันทึกคําตอบลงในสมุด สถานการณ : ในวันหยุดปูตองเดินทางไปหาคุณปาโดยรถไฟฟา จากจุด A ไปยังจุด C ปูจะเลือกเสนทางใดที่สั้นที่สุด และเสียคาใชจายนอยที่สุด หมายเหตุ : คือ สถานีรถไฟฟา รถไฟฟา อัตราคาโดยสาร เริ่มตน สถานีตอไป สายสีเขียว 10 บาท 3 บาท สายสีนํ้าเงิน 15 บาท 5 บาท สายสีเหลือง 20 บาท 6 บาท สายสีสม 30 บาท 8 บาท สายสีแดง 35 บาท 8 บาท C D E F B A 20 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 20 เกร็ดแนะครู การทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรูในขอ 1. ของนักเรียน ครูอาจถาม คําถามกับนักเรียนในชั้นเรียนกอนเพื่อนําเขาสูกิจกรรมเกี่ยวกับการเดินทาง โดยรถไฟฟากอน จากนั้นครูจึงใหนักเรียนลงมือทํากิจกรรมฝกทักษะ โดยให นักเรียนเลือกเสนทางที่สั้นที่สุด และเสียคาใชจายนอยที่สุดในการเดินทาง จากจุด A ไปจุด C พิจารณาภาพที่กําหนดให แลวบอกวาภาพที่หายไปคือภาพใด 1. 2. 3. 4. (วิเคราะหคําตอบ จากโจทยจะเห็นไดวาตําแหนงของสีแดง จะเคลื่อนที่เฉียงลงไปทางขวา ซึ่งเมื่อสีแดงเคลื่อนที่เฉียงลงมาเจอ กับสีเหลือง จะเกิดการผสมสีกลายเปนสีสมและเมื่อสีแดงเคลื่อนที่ ออกจากสีเหลืองก็จะกลายเปนสีแดงดังเดิม ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ในหนังสือเรียน หนา 20 โดยในขอ 1. ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณเกี่ยวกับ การเดินทางไปหาคุณปาโดยรถไฟฟาของปู ในวันหยุดที่กําหนดให ซึ่งปูจะตองเลือก เสนทางที่สั้นที่สุด และเสียคาใชจายนอยที่สุด แลวใหนักเรียนในชั้นเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในชั้นเรียน พรอมทั้งบันทึก คําตอบลงในสมุด ? นํา สอน สรุป ประเมิน T32


ข้อสอบเน้น การคิด 2. ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวตอบคําถามใหถูกตอง โดยบันทึกคําตอบลงในสมุด วิธีการเลือกซื้ออาหารเชาของโป สถานการณ : โปตองการเลือกซื้ออาหารเชา โดยมีเงื่อนไข คือ โปจะตองเลือก รับประทานอาหารใหครบทั้ง 5 หมู โปจะสามารถเลือกซื้ออาหารเชาไดกี่วิธี อยางไรบาง เมนูอาหาร แกงจืดเตาหูหมูสับ สับปะรด หมูทอด ขาวสวย ขาหมูพะโล 21 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 21 เกร็ดแนะครู การท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ในข้อ 2. ของนักเรียน ครูอาจให้นักเรียน ในชั้นเรียนร่วมกันวิเคราะหก่อนว่า อาหาร 5 หมู่ ได้แก่อะไรบ้าง และให้นักเรียน ช่วยกันยกตัวอย่างอาหารในแต่ละหมู่ เช่น หมู่ที่ 1 โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว ไข่ ถั่ว จากนั้นจึงให้นักเรียนลงมือท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 5. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน หน้า 21 โดยในข้อ 2. ให้นักเรียนพิจารณาสถานการณที่ก�าหนดให้ เกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารเช้า โดยมีเงื่อนไข ก�าหนดไว้ว่า จะต้องเลือกรับประทานอาหาร ให้ครบทั้ง 5 หมู่ จากนั้นให้นักเรียนแสดงวิธี การเลือกซื้ออาหารเช้าของโปให้ถูกต้องตาม เงื่อนไขที่ก�าหนด พิจารณาสถานการณ์ที่ก�าหนดให้ ม้าตัวใดวิ่งได้เร็วที่สุด 1. ม้าตัวที่ 1 2. ม้าตัวที่ 2 3. ม้าตัวที่ 3 4. ม้าตัวที่ 2 และ 3 (วิเคราะห์ค�าตอบ จากโจทย์ที่ก�าหนดให้ เมื่อพิจารณาแล้ว จะพบว่า ในเวลา 1 นาที ม้าตัวที่ 1 สามารถวิ่งได้ 40 เมตร ม้าตัวที่ 2 สามารถวิ่งได้ 30 เมตร และม้าตัวที่ 3 สามารถวิ่งได้ 30 เมตร ดังนั้น จึงสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ม้าตัวที่วิ่งเร็วที่สุด คือ ม้าตัวที่ 1 ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ม้าตัวที่ 1 ในเวลา 1 นาที วิ่งได้ 40 เมตร ม้าตัวที่ 2 ในเวลา 3 นาที วิ่งได้ 90 เมตร ม้าตัวที่ 3 ในเวลา 4 นาที วิ่งได้ 120 เมตร น�า สอน สรุป ประเมิน T33


ขอสอบเนนการคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ตัวอย่างการเขียนแนวคิดการท างานโดยการเขียนบอกเล่า การแก้ปัญหาดังกล่าว สามารถอธิบายได้โดยใช้แนวคิดการท างานแบบวนซ า และแบบมีเงื่อนไข เริ่มต้น จากการอ่านเงื่อนไขแรก และใส่ข้อมูลในตาราง จากนั นท าการตรวจสอบเงื่อนไขว่าข้อมูลในตารางครบ หรือยัง หากยังให้วนซ ากลับไปอ่านเงื่อนไขอีกครั ง โดยจะตรวจสอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าข้อมูลในตารางจะ เต็ม จึงจะจบการท างาน 1. เริ่มต้น 2. อ่านเงื่อนไข 3. ใส่ข้อมูลในตาราง 4. ตรวจสอบว่าข้อมูลในตารางครบหรือไม่ ถ้าไม่ครบให้กลับไปอ่านเงื่อนไขและใส่ข้อมูลในตารางอีก ถ้าครบแล้วให้จบการท างาน 5. จบการท างาน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ค าชี้แจง: ให้นักเรียนอ่านเงื่อนไขที่ก าหนดให้ แล้วตอบค าถามลงในตารางให้ถูกต้อง จากนั นให้นักเรียนเขียน แนวคิดในการแก้ปัญหา โดยอาจเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ พร้อมทั งบอกด้วยว่านักเรียนใช้ แนวคิดใดในการแก้ปัญหา เงื่อนไข 1. บ้าน 4 หลังอยู่ติดกัน แต่ละหลังมีเจ้าของบ้านชื่อนวล โอม กล้า และต้น โดยที่ชื่อเจ้าของบ้านไม่เรียง ตามล าดับก่อน-หลัง และบ้านแต่ละหลังจะทาสีบ้าน เลี ยงสัตว์ และปลูกต้นไม้หน้าบ้านอย่างใดอย่าง หนึ่ง ไม่ซ ากัน 2. สัตว์เลี ยงทั ง 4 ชนิด มีสุนัขและกระรอกรวมอยู่ด้วย 3. นวลอยู่บ้านหลังที่ 2 และปลูกต้นโมกไว้หน้าบ้าน ส่วนต้นอยู่บ้านติดกับนวลและทาสีบ้านเป็นสีฟ้า 4. คนที่อยู่บ้านสีเหลืองอ่อนจะปลูกต้นจ าปีไว้หน้าบ้าน และเลี ยงแมว ส่วนคนที่อยู่บ้านสีขาว มักจะมา เล่นกับกระรอกที่หน้าบ้านทุกเช้าและเย็น 5. กล้าอยู่บ้านสีขาวหลังสุดท้าย ปลูกต้นมะยมไว้หน้าบ้าน ส่วนต้นเลี ยงนก และแขวนกรงนกไว้ใต้ต้น มะม่วง 6. โอมอยู่บ้านหลังแรกที่มีสีเหลืองอ่อน ซึ่งอยู่ติดกับบ้านสีชมพูที่มีต้นโมกปลูกไว้หน้าบ้าน จากเงื่อนไขด้านบน สามารถน าข้อมูลมาใส่ในตารางเพื่อตามหาลักษณะเฉพาะของบ้านแต่ละหลังได้ ดังนี บ้านหลังที่ 1 2 3 4 ชื่อเจ้าของบ้าน โอม นวล ต้น กล้า สีบ้าน เหลืองอ่อน ชมพู ฟ้า ขาว สัตว์เลี ยง แมว สุนัข นก กระรอก ต้นไม้ จ าปี ต้นโมก ต้นมะม่วง ต้นมะยม 1. นักเรียนมีแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่ก าหนดให้อย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียดโดย การเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ 2. แนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาที่นักเรียนเขียน เป็นแนวคิดการท างานแบบใด จงอธิบาย ................................................................................................................................ .............................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. เฉลย ขอใดแสดงขั้นตอนในการสวมรองเทาผาใบไดถูกตองที่สุด 1. ใสรองเทา ใสถุงเทา ผูกเชือกรองเทา 2. ใสถุงเทา ใสรองเทา ผูกเชือกรองเทา 3. ใสถุงเทา ผูกเชือกรองเทา ใสรองเทา 4. ผูกเชือกรองเทา ใสถุงเทา ใสรองเทา (วิเคราะหคําตอบ ในการสวมรองเทาผาใบจะตองเริ่มจาก ใสถุงเทา ใสรองเทา แลวจึงผูกเชือกรองเทา ทั้งนี้การไมผูกเชือก รองเทากอนใสรองเทา เพราะจะทําใหรองเทาไมกระชับ เมื่อใสแลว อาจหลุดออกได ดังนั้น ตอบขอ 2.) เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยครูอาจใหนักเรียนจับคู หรือจับกลุมกันทํางาน เพื่อใหนักเรียนไดทบทวนความรู และสรางปฏิสัมพันธ ระหวางเพื่อน อีกทั้งนักเรียนยังไดมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อีกดวย ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 6. ครูใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยใหนักเรียนพิจารณาเงื่อนไขที่กําหนดให แลวใหนักเรียนตอบคําถามลงในตาราง ใหถูกตอง จากนั้นใหนักเรียนเขียนแนวคิดใน การแกปญหาอยางละเอียด โดยอาจใชรูปแบบ การเขียนบอกเลา การวาดภาพ หรือการใช สัญลักษณก็ได พรอมทั้งบอกแนวคิดที่นักเรียน ใชในการแกปญหาดวย ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 นํา สอน สรุป ประเมิน T34


ขอสอบเนน การคิด จาก แบบฝึกหัด หน้า 4 เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง การแกปญหา โดยใชเหตุผลเชิงตรรกะ โดยใหนักเรียนตอบคําถามเพื่อเปนการทบทวนความรู จากเนื้อหาที่ไดเรียนมา เพื่อเปนการวัดระดับความเขาใจของนักเรียน ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 7. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 1 ตอนที่ 1 ในแบบฝกหัด หนา 16-18 โดยใหนักเรียนนําความรูจากเนื้อหา ที่เรียนมาตอบคําถามใหถูกตอง โดยให นักเรียนวงกลมลอมรอบตัวอักษรหนาคําตอบ ที่ถูกตอง ขอใดเปนแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข 1. กิ่งตื่นนอนแตเชา 2. แกมแยกขยะทุกครั้งกอนทิ้งลงถังขยะ 3. แตมใชขันตักนํ้าอาบจนกวาสบูจะหมด 4. แตวชวยแมลางจานโดยลางแกวนํ้ากอน (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหจะเห็นไดวา กิจกรรม ที่เปนแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไข คือ แกมแยกขยะทุกครั้ง กอนทิ้งลงถังขยะ เนื่องจากจะตองมีการพิจารณาเงื่อนไขกอนวา ขยะที่จะทิ้งนั้นเปนขยะประเภทใด และจะทิ้งลงในถังขยะสีใด ดังนั้น ตอบขอ 2.) ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 16-18 4. แนวคิดในการแกปญหามีความสําคัญอยางไร ก. ชวยสรางเงื่อนไขใหกับปญหาตาง ๆ ข. ชวยกําหนดขอบเขตของวิธีการแกปญหา ค. ชวยออกแบบกระบวนการแกปญหาใหมีความซับซอน ง. ชวยใหการแกปญหาสามารถทําไดงายและมีประสิทธิภาพ 5. ขอใดบอกขั้นตอนการหุงขาวไดถูกตอง ก. ตวงขาวสาร > ตวงนํ้าใหเหมาะสม > หุงขาว > ลางขาวใหสะอาด ข. ตวงขาวสาร > ตวงนํ้าใหเหมาะสม > ลางขาวสารใหสะอาด > หุงขาว ค. ตวงขาวสาร > หุงขาว > ตวงนํ้าใหเหมาะสม > ลางขาวสารใหสะอาด ง. ตวงขาวสาร > ลางขาวสารใหสะอาด > ตวงนํ้าใหเหมาะสม > หุงขาว 6. หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหเปลี่ยนผาปูที่นอน กวาดพื้น ถูพื้น และ กวาดหยากไยบนเพดาน นักเรียนควรเลือกทําสิ่งใดกอน จึงจะประหยัด เวลามากที่สุด ก. เปลี่ยนผาปูที่นอน เพราะเปนที่กักเก็บฝุนมากที่สุด ข. ถูพื้น เพราะระหวางรอใหพื้นแหงจะไดไปทําความสะอาดบริเวณอื่น ค. กวาดพื้น เพราะทําใหการทําความสะอาดบริเวณอื่น ๆ สะดวกมากขึ้น ง. กวาดหยากไยบนเพดาน เพราะหยากไยจะไดตกลงมาสูพื้นลางและ ทําความสะอาดตามลําดับ 7. เจนแจกใบปลิวประชาสัมพันธงานวันลอยกระทงไปเรื่อย ๆ จนหมด จัดเปน แนวคิดการทํางานแบบใด ก. การทํางานแบบลําดับ ข. การทํางานแบบมีเงื่อนไข ค. การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งแนนอน ง. การทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวนครั้งไมแนนอน 4. 5. 6. 7. ฉบับ เฉลย 17 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 1 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก. ข. ค. หรือ ง. หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. เหตุผลเชิงตรรกะชวยในการแกปญหาได ยกเวนขอใด ก. ชวยพิจารณาสาเหตุของปญหา ข. ชวยเพิ่มเงื่อนไขในการแกปญหา ค. ชวยพิจารณาความเปนไปไดของการแกปญหา ง. ชวยตรวจสอบความสมเหตุสมผลในการแกปญหา 2. หมูบานพอดีอยูเหนือหมูบานพอใจ หมูบานพอใจอยูใตหมูบานพอเพียง หมูบานพอเพียงอยูเหนือหมูบานพองาม และหมูบานพอดีอยูใตหมูบาน พองาม หมูบานอะไรอยูเหนือสุด ก. หมูบานพอดี ข. หมูบานพอใจ ค. หมูบานพอเพียง ง. หมูบานพองาม 3. เอก ออน แอน และอรมีวิชาที่ชอบและอาชีพในฝนโดยไมเรียงตามชื่อ ดังนี้ วิชาที่ชอบ : คณิตศาสตร วิทยาศาสตร วิทยาการคํานวณ ภาษาอังกฤษ อาชีพในฝน : นักรอง ทนายความ พิธีกร นักออกแบบโปรแกรม โดยแอนชอบ เรียนวิชาคณิตศาสตรและไมชอบรองเพลง เอกไมชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ อรมีวิชาที่ชอบกับอาชีพในฝนเกี่ยวของกับคอมพิวเตอร ออนและแอนอยาก มีอาชีพอยูในวงการบันเทิง วิชาและอาชีพที่เอกชอบตรงกับขอใด ก. วิทยาการคํานวณ ออกแบบโปรแกรม ข. วิทยาศาสตร ทนายความ ค. ภาษาอังกฤษ นักรอง ง. คณิตศาสตร พิธีกร ตอนที่ 1 1. 2. 3. 10 ฉบับ เฉลย 16 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน เลือกคําตอบที่ถูกตอง (10 ขอ) 1 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผานคะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน 8. แฟงปลูกตนไมจํานวน 3 ตน สามารถเขียนการทํางานแบบวนซํ้าที่มีจํานวน ครั้งแนนอนไดอยางไร ก. เริ่มตน > ปลูกตนไม > หยุดปลูก ข. เริ่มตน > ปลูกตนไม 3 ตน > หยุดปลูก ค. เริ่มตน > ปลูกตนที่ 1 > ปลูกตนที่ 3 > หยุดปลูก ง. เริ่มตน > ปลูกตนที่ 1 > ปลูกตนที่ 2 > ปลูกตนที่ 3 > หยุดปลูก 9. ขอใดเหมาะกับการใชแนวคิดการทํางานแบบมีเงื่อนไขมากที่สุด ก. การแตงตัวไปโรงเรียน ข. การรอยลูกปดเพื่อทําสรอยคอ ค. การสังเกตไฟจราจรกอนขามถนน ง. การแจกนมกลองใหนักเรียนในตอนเชา 10. ครูมานะกําหนดเงื่อนไขในการสอบวิชาภาษาไทย โดยถานักเรียนไดคะแนน ตํ่ากวา 10 คะแนน ถือวาสอบไมผาน ถาปลาไดคะแนนสอบ 10 คะแนน และเอไดคะแนนสอบ 17 คะแนน จากขอความขอใดกลาวไดถูกตอง ก. ปลาและเอสอบผาน ข. ปลาและเอสอบไมผาน ค. ปลาสอบไมผาน เอสอบผาน ง. ปลาสอบผาน เอสอบไมผาน 8. 9. 10. ฉบับ เฉลย 18 นํา สอน สรุป ประเมิน T35


ข้อสอบเน้นการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม ตอนที่ 2 10 พิจารณาสถานการณ แลวตอบคําถาม 1. เกงมีคําถามมาใหเพื่อน ๆ ชวยกันคิดวา “ตอนเกงอายุ 6 ขวบ นองชายมีอายุ ครึ่งหนึ่งของเกง แลวถาตอนนี้เกงอายุ 70 ป นองชายของเกงจะมีอายุเทาไร” .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. 2. พอมาสงโจซอมเตะฟุตบอลที่สนามฟุตบอลในโรงเรียน โดยโจเริ่มซอมเตะ ฟุตบอลเวลา 14.25 น. ใชเวลาในการซอมเตะฟุตบอล 1 ชั่วโมง 45 นาที โจจะเลิกซอมเตะฟุตบอลในเวลาใด .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................. ตอนที่ 2 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80-100 = 4 70-79 = 3 60-69 = 2 50-59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 40 ทําได 28 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 28 40 × 100 = 70 ดังนั้น รอยละ 70 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 3 ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 1 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.6/1 50 30 20 100 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน ลําดับการทํางานแบบมีเงื่อนไขไดถูกตอง (2 ขอยอย) 5 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน คะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน 67 ป เพราะตอนเกงอายุ 6 ขวบ นองชายมีอายุครึ่งหนึ่งของเกง นั่นคือ 3 ป แสดงวาเกงกับนองชายหางกัน 3 ป ตอนนี้เกงอายุ 70 ป แสดงวา 70 - 3 = 67 ป เริ่มซอมที่เวลา 14.25 น. และใชเวลาซอม 1 ชั่วโมง 45 นาที ดังนั้น จะเลิกซอม เตะฟุตบอลในเวลา 16.10 น. ฉบับ เฉลย 19 แนวคิดการท�างานแบบวนซ�้ามีลักษณะอยางไร (วิเคราะห์ค�าตอบ การท�างานแบบวนซ�้า เปนการท�างานหรือ ท�ากิจกรรมที่มีลักษณะเดียวกันหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งได้ผลลัพธ์ ตามเงื่อนไขที่ก�าหนด ซึ่งอาจมีการก�าหนดจ�านวนครั้งการท�างาน ที่แน่นอนหรือไม่แน่นอนก็ได้) เกร็ดแนะครู ในการท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ตอนที่ 2 ครูอาจให้ นักเรียนรวมกลุ่มกันท�างาน เพื่อให้นักเรียนช่วยกันน�าเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ ในการแก้ปัญหาจากสถานการณที่ก�าหนดให้ โดยหลังจากที่นักเรียนท�า แบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วครูจึงสุ่มนักเรียนออกมาน�าเสนอความคิดเห็น บริเวณหน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 8. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วย การเรียนรู้ที่ 1 ตอนที่ 2 ในแบบฝกหัด หน้า 19 โดยให้นักเรียนพิจารณาสถานการณที่ก�าหนด ให้ แล้วใช้เหตุผลเชิงตรรกะมาพิจารณา เพื่อหาค�าตอบของปัญหา โดยให้นักเรียน บันทึกค�าตอบที่ถูกต้องลงในแบบฝกหัด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 19 น�า สอน สรุป ประเมิน T36


ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้ ยกเว้นข้อใด ก. ช่วยพิจารณาสาเหตุของปัญหา ข. ช่วยเพิ่มเงื่อนไขในการแก้ปัญหา ค. ช่วยพิจารณาความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหา ง. ช่วยตรวจสอบความสมเหตุสมผลในการแก้ปัญหา 2. เมืองพอดีอยู่เหนือเมืองพอใจ เมืองพอใจอยู่ใต้เมือง พอเพียง เมืองพอเพียงอยู่เหนือเมืองพองาม และเมือง พอดีอยู่ใต้เมืองพองาม เมืองอะไรอยู่เหนือสุด ก. เมืองพอดี ข. เมืองพอใจ ค. เมืองพอเพียง ง. เมืองพองาม 3. ปุ้ม ปู ปลา เปรี้ยว เป็นพี่น้องกัน เปรี้ยวบอกว่าเขามีพี่ หนึ่งคน มีน้องสองคน ปูบอกว่าเขามีพี่สามคน ปลาบอก ว่าเขามีน้องหนึ่งคน ใครอายุมากที่สุด ก. ปุ้ม ข. ปู ค. ปลา ง. เปรี้ยว 4. แนวคิดในการแก้ปัญหามีความส าคัญอย่างไร ก. ช่วยสร้างเงื่อนไขให้กับปัญหาต่าง ๆ ข. ช่วยก าหนดขอบเขตของวิธีการแก้ปัญหา ค. ช่วยออกแบบกระบวนการแก้ปัญหาให้มีความ ซับซ้อน ง. ช่วยให้การแก้ปัญหาสามารถท าได้ง่ายและมี ประสิทธิภาพ 5. ข้อใดบอกขั้นตอนการหุงข้าวได้ถูกต้อง ก. ตวงข้าวสาร > ตวงน้ าให้เหมาะสม > หุงข้าว > ล้างข้าวให้สะอาด ข. ตวงข้าวสาร > ตวงน้ าให้เหมาะสม > ล้างข้าวสาร ให้สะอาด > หุงข้าว ค. ตวงข้าวสาร > หุงข้าว > ตวงน้ าให้เหมาะสม > ล้างข้าวสารให้สะอาด ง. ตวงข้าวสาร > ล้างข้าวสารให้สะอาด > ตวงน้ าให้เหมาะสม > หุงข้าว เฉลย 6. หากนักเรียนได้รับมอบหมายให้เปลี่ยนผ้าปูที่นอน กวาดพื้น ถูพื้น และกวาดหยากไย่บนเพดาน นักเรียนควรเลือกท าสิ่งใด ก่อน จึงจะประหยัดเวลามากที่สุด ก. เปลี่ยนผ้าปูที่นอน เพราะเป็นที่กักเก็บฝุ่นมากที่สุด ข. ถูพื้น เพราะระหว่างรอให้พื้นแห้งจะได้ไปท าความ สะอาดบริเวณอื่น ค. กวาดพื้น เพราะหากพื้นสะอาดแล้วจะท าให้การท า ความสะอาดบริเวณอื่น ๆ สะดวกมากขึ้น ง. กวาดหยากไย่บนเพดาน เพราะหยากไย่จะได้ตกลงมา ที่บริเวณที่ต่ ากว่า และท าความสะอาดตามล าดับ 7. เจนแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์งานวันลอยกระทงไปเรื่อย ๆ จนหมด จัดเป็นแนวคิดการท างานแบบใด ก. การท างานแบบล าดับ ข. การท างานแบบมีเงื่อนไข ค. การท างานแบบวนซ้ าที่มีจ านวนครั้งแน่นอน ง. การท างานแบบวนซ้ าที่มีจ านวนครั้งไม่แน่นอน 8. แฟงปลูกต้นไม้จ านวน 3 ต้น สามารถเขียนการท างานแบบ วนซ้ าที่มีจ านวนครั้งแน่นอนได้อย่างไร ก. เริ่มต้น > ปลูกต้นไม้ > หยุดปลูก ข. เริ่มต้น > ปลูกต้นไม้ 3 ต้น > หยุดปลูก ค. เริ่มต้น > ปลูกต้นที่ 1 > ปลูกต้นที่ 3 > หยุดปลูก ง. เริ่มต้น > ปลูกต้นที่ 1 > ปลูกต้นที่ 2 > ปลูกต้นที่ 3 > หยุดปลูก 9. งานใดเหมาะกับการใช้แนวคิดการท างานแบบเงื่อนไขมากที่สุด ก. การแต่งตัวไปโรงเรียน ข. การร้อยลูกปัดเพื่อท าสร้อยคอ ค. การสังเกตไฟจราจรก่อนข้ามถนน ง. การแจกนมให้นักเรียนในตอนเช้า 10. ครูมานะก าหนดเงื่อนไขในการสอบวิชาภาษาไทย โดยหาก นักเรียนได้คะแนนต่ ากว่า 10 คะแนนถือว่าสอบตก ถ้าปลา ได้คะแนนสอบ 10 คะแนน และเอ๋ได้คะแนนสอบ 17 คะแนน หมายความว่าอย่างไร ก. ปลาและเอ๋สอบผ่าน ข. ปลาและเอ๋สอบตก ค. ปลาสอบตก เอ๋สอบผ่าน ง. ปลาสอบผ่าน เอ๋สอบต 1. ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง 6. ง 7. ง 8. ข 9. ค 10. ก แบบทดสอบหลังเรียน ขอใดใหความหมายของเหตุผลเชิงตรรกะไดถูกตอง 1. การคิดแบบสรางสรรคในการแกปญหา 2. การคิดแบบเปนขั้นตอนในการแกปญหา 3. การลําดับความคิดที่ตองการแกปญหาตางๆ 4. การนํากฎเกณฑหรือเงื่อนไขมาพิจารณา โดยใชเหตุผล ในการแกปญหา (วิเคราะหคําตอบ เหตุผลเชิงตรรกะ เปนการแกปญหาโดยการนํา กฎเกณฑหรือเงื่อนไขที่ครอบคุลมทุกกรณีมาใชในการพิจารณา ซึ่งจะใชเหตุผลในการอธิบายวิธีแกปญหา และคาดหวังวาจะได ผลลัพธตามที่คาดหวัง ดังนั้น ตอบขอ 4.) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 9. ครูสรุปเนื้อหา เรื่อง การแกปญหาโดยใช เหตุผลเชิงตรรกะ พรอมถามคําถามจาก เนื้อหาเพื่อเปนการทบทวนความรูของ นักเรียนกอนทําแบบทดสอบหลังเรียน 10. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง การแกปญหา โดยใชเหตุผลเชิงตรรกะ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคล และสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) รอยละ 60 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 นํา สอน สรุป ประเมิน T37


Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การออกแบบโปรแกรม เป็นการอธิบายการท�างานของโปรแกรมอย่างเป็นล�าดับขั้นตอน ซึ่งสามารถท�าได้ ดังนี้ Scratch เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่มีค�าสั่งควบคุมให้คอมพิวเตอร์ท�างานตามต้องการ โดยจะใช้ค�าสั่งที่เข้าใจง่ายในการสั่งการ ท�างาน ซึ่งค�าสั่งแต่ละค�าสั่งจะอยู่ในรูปของบล็อกค�าสั่งและจะต้องมีการก�าหนดตัวแปรเป็นการก�าหนดค่าข้อมูลเข้า หรือระบุค่าของข้อมูล เพื่อน�ามาใช้ในการประมวลผลของโปรแกรมตามเงื่อนไขที่ก�าหนด โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Scratch ได้ดังนี้ ในการเขียนโปรแกรมทุกครั้งเมื่อเกิดข้อผิดพลาดของโปรแกรมเกิดขึ้นหรือโปรแกรมไม่เป็นไปตามความต้องการ จะต้องตรวจสอบ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยการตรวจสอบการท�างานทีละค�าสั่ง เมื่อพบจุดที่ท�าให้โปรแกรมไม่เป็นไปตามความต้องการให้แก้ไขข้อผิดพลาดนั้น จนกว่าจะได้โปรแกรมตามที่ต้องการ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ เป็นการอธิบายการท�างานของโปรแกรมที่ใช้ภาษาพูดเพื่อ ให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น การเขียนโปรแกรมแบบวนซ�้า เป็นการเขียนค�าสั่งให้โปรแกรมท�างานอย่างใดอย่างหนึ่ง ซ�้ากัน จนครบตามจ�านวนรอบที่ก�าหนด หรือหยุดท�าซ�้าเมื่อมีค�าสั่ง ตรงตามเงื่อนไข โดยในโปรแกรม Scratch มีค�าสั่งโปรแกรม แบบวนซ�้า 3 ค�าสั่ง ดังนี้ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน เป็นการอธิบายการท�างานของโปรแกรมด้วยการใช้ สัญลักษณ์แทนความหมายต่าง ๆ การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข เป็นการเขียนค�าสั่งให้โปรแกรมท�างานโดยมีการสร้างเงื่อนไข ที่ระบุไว้ ซึ่งในโปรแกรมภาษา Scratch มีค�าสั่งโปรแกรมแบบมี เงื่อนไข 2 ค�าสั่ง ดังนี้ กำรออกแบบโปรแกรม กำรเขียนโปรแกรมดวยภำษำ Scratch กำรตรวจหำขอผิดพลำดของโปรแกรม ตัวอย่าง 2.2 การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข เป็นการเขียนค�าสั่งให้ โปรแกรมโดยมีการสร้างเงื่อนไขให้โปรแกรม ท�างานตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ซึ่งในโปรแกรมภาษา Scratch มีค�าสั่ง โปรแกรมแบบมีเงื่อนไข2 ค�าสั่ง ดังนี้ โปรแกรมภาษา Scratch ที่มีการท�างานแบบ มีเงื่อนไข ปูต้องการเขียนโปรแกรมตรวจสอบคะแนนสอบว่า สอบผ่านหรือไม่ โดยมีเงื่อนไขว ่า จะสอบผ ่านก็ต ่อเมื่อต้องได้คะแนนครึ่งหนึ่งของ คะแนนเต็ม 1. ถ้า.....เป็นจริงแล้ว..... (if.....then.....) 1 2. ถ้า.....เป็นจริงแล้ว..... ถ้าไม่จริงแล้ว..... (if.....then.....else.....) 2 38 การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข 2.3 การเขียนโปรแกรมแบบวนซ�้า การเขียนโปรแกรมแบบวนซ�้า เป็นการเขียนค�าสั่งให้โปรแกรม ท�างานอย่างใดอย่างหนึ่งซ�้ากัน จนครบตามจ�านวนรอบที่ก�าหนด หรือหยุดท�าซ�้าเมื่อมีค�าสั่งตรงตามเงื่อนไขที่ก�าหนดไว้ เช่น การเขียน ค�าสั่งให้โปรแกรมแสดงข้อมูลตัวเลขตั้งแต ่ 1-1,000 ก็จะใช้วิธี การเขียนโปรแกรมแบบวนซ�้าในการสั่งงาน แทนการเขียนค�าสั่ง ให้แสดงข้อมูลตัวเลขทีละตัว โดยในโปรแกรมภาษา Scratchมีค�าสั่ง โปรแกรมแบบวนซ�้า 3 ค�าสั่ง ดังนี้ โปรแกรมภาษา Scratch ที่มีการท�างานแบบวนซ�้า โป้ต้องการเขียนโปรแกรมแสดงผลข้อมูลตัวเลข 1-5 โดยใช้ค�าสั่ง แบบวนซ�้า 1. ท�าซ�้าแบบไม่มีที่ สิ้นสุด 2. ท�าซ�้าตามจ�านวน รอบที่ก�าหนด 3. ท�าซ�้าจนกระทั่งมี เงื่อนไขสั่งให้หยุด 1 2 3 10 ตัวอย่าง 33 หยุด ท�างานด้วย แรงลมมาก ภาพที่ 2.1 ผังงานแสดงขั้นตอนการท�างานของพัดลม การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน โป้ออกแบบโปรแกรมแสดงขั้นตอนการท�างานของพัดลมด้วยการ เขียนผังงาน ดังนี้ เริ่มต้น รับค่าความแรงของ พัดลมจากผู้ใช้งาน ตรวจสอบ ว่าใช่เบอร์ 0 หรือไม่ ตัวอย่าง ใช่ ไม่ใช่ ตรวจสอบ ว่าใช่เบอร์ 1 หรือไม่ ตรวจสอบ ว่าใช่เบอร์ 2 หรือไม่ สิ้นสุด ท�างานด้วย แรงลมปานกลาง ท�างานด้วย แรงลมน้อยใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ใช่ 26 1. การออกแบบโปรแกรม การออกแบบโปรแกรม เป็นการอธิบาย การท�างานของโปรแกรมอย่างเป็นล�าดับขั้นตอน ซึ่งสามารถท�าได้ทั้งการเขียนข้อความและการเขียน ผังงาน การออกแบบ โปรแกรม มีประโยชน์ อย่างไร การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ โป้ออกแบบโปรแกรมแสดงขั้นตอนการท�างานของพัดลมด้วยการ เขียนข้อความ ดังนี้ 1.1 การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความเป็นการอธิบาย การท�างานของโปรแกรมที่ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่าย 1. โปรแกรมรับค่าความแรงของพัดลมจากผู้ใช้งาน 2. ตรวจสอบความแรงพัดลมเบอร์อะไร 1) เบอร์ 0 พัดลมหยุดท�างาน 2) เบอร์ 1 พัดลมมีความแรงลมน้อย 3) เบอร์ 2 พัดลมมีความแรงลมปานกลาง 4) เบอร์ 3 พัดลมมีความแรงลมมาก ตัวอย่าง 23 T38


Chapter Overview แผนกำรจัด กำรเร�ยนรู สื่อกำรเร�ยนรู จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การออกแบบ โปรแกรม ดวยการเขียน ขอความ 2 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 1. อธิบายขั้นตอนการ ออกแบบโปรแกรมด้วย การเขียนข้อความได้ (K) 2. ออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนข้อความ ได้ (P) 3. ยกตัวอย่างการเขียน โปรแกรมอย่างง่าย ในชีวิตประจ�าวันได้ (A) - แบบการอภิปราย - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะ การท�างานร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะ ความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 การออกแบบ โปรแกรม ดวยการเขียน ผังงาน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 1. อธิบายขั้นตอนการ ออกแบบโปรแกรมด้วย การเขียนผังงานได้ (K) 2. ออกแบบผังงานโดยการ เขียนสัญลักษณ์แทน ความหมายต่าง ๆ ได้ (P) 3. ยกตัวอย่างการออกแบบ โปรแกรมด้วยการเขียน ผังงานในชีวิตประจ�าวัน ได้ (A) - แบบการอภิปราย - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 3 การเขียน โปรแกรม ดวยภาษา Scratch 8 ชั่วโมง - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบงาน เรื่อง ช่วยพ่อค้า คิดราคา 1. อธิบายล�าดับขั้นตอน การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch ได้ (K) 2. ออกแบบและสร้าง โปรแกรมจาก Scratch ตามขั้นตอนที่ก�าหนดได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของ การศึกษาโปรแกรม Scratch (A) - แบบการอภิปราย - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจใบงาน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 4 การตรวจหา ขอผิดพลาด ของโปรแกรม 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝึกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย 1. อธิบายวิธีการตรวจหา ข้อผิดพลาดของ โปรแกรมได้ถูกต้อง (K) 2. ตรวจสอบและแก้ไข ข้อผิดพลาดจากการ เขียนโปรแกรมได้ (P) 3. ประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะใน ชีวิตประจ�าวันได้ (A) - แบบการอภิปราย - ใช้เทคนิค ตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ตรวจแบบฝึกหัด - ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - ทักษะความคิด สร้างสรรค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T39


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวันตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม และแก้ไข 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความได้(K) 2. ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความได้(P) 3. ยกตัวอย่างการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายในชีวิตประจ�ำวันได้(A) 3. สาระการเรียนรู้ - การออกแบบโปรแกรมสามารถท�ำได้โดยเขียนเป็นข้อความหรือผังงาน 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การออกแบบโปรแกรมเป็นการอธิบายการท�ำงานของโปรแกรมอย่างเป็นล�ำดับขั้นตอนโดยการออกแบบโปรแกรมสามารถ ท�ำได้ทั้งการเขียนข้อความ และการเขียนผังงาน ซึ่งการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ เป็นการอธิบายการทำ�งาน ของโปรแกรมที่ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่าย 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบการอภิปราย และวิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิด เชิงค�ำนวณ T40


ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดคือประโยชน์ของการออกแบบโปรแกรมก่อนที่จะ เขียนโปรแกรม ก. เพื่อใช้ดูผลการท างานของโปรแกรม ข. เพื่อให้โปรแกรมมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ค. เพื่อให้เห็นล าดับขั้นการท างานของโปรแกรม ง. เพื่อทดสอบการออกแบบโปรแกรมด้วยข้อความ และผังงาน 2. สถานการณ์ข้อใดไม่จ าเป็นต้องเขียนโปรแกรมวนซ้ า แทน การเขียนค าสั่งโปรแกรมเดิมซ้ ากันหลายๆ ครั้ง ก. ขั้นตอนการอาบน้ า ข. ขั้นตอนการทานอาหารเช้า ค. ขั้นตอนการจัดหนังสือเข้าตู้ ง. ขั้นตอนการซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อ 3. จากภาพ Script มีเงื่อนไขการท างานอย่างไร ก. ท าซ้ าแบบไม่มีที่สิ้นสุด ข. ท าซ้ าจนกระทั่งสิ้นสุด ค. ท าซ้ าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งให้หยุด ง. ท าซ้ าๆ ตามจ านวนรอบที่ก าหนดให้ 4. จากภาพ Script มีเงื่อนไขการท างานอย่างไร ก. ท าซ้ าแบบไม่มีที่สิ้นสุด ข. ท าซ้ าจนกระทั่งสิ้นสุด ค. ท าซ้ าตามเงื่อนไขสั่งให้หยุด ง. ท าซ้ าตามจ านวนรอบที่ก าหนด 5. จาก Script x มีค่าเท่าใด ก. 4 ข. 5 ค. 6 ง. 7 6. ก าหนดให้ a = 5, b = 10, c = 15 ถ้า d = ( a x c) + b d จะมีค่าเท่าใด ก. 50 ข. 75 ค. 85 ง. 150 7. จาก Script x มีค่าเท่าใด ก. 5 ข. 10 ค. 15 ง. 20 8. จาก Script หมายถึงข้อใด ก. ถ้าตัวเลขหารด้วย 6 แล้วเท่ากับ 2 ให้เพิ่มค่า number ขึ้น 1 ข. ถ้าตัวเลขหารด้วย 6 แล้วเท่ากับ 2 ให้เพิ่มค่า number ขึ้น 1 ค. ถ้าตัวเลขคูณด้วย 6 แล้วเศษเท่ากับ 2 ให้แสดงตัวเลข ลงในรายการ list_number ง. ถ้าตัวเลขหารด้วย 6 แล้วเศษเท่ากับ 2 ให้แสดงตัวเลข ลงในรายการ list_number 9. สถานการณ์ข้อใดควรใช้วิธีการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข ก. ปูก าลังเขียนโปรแกรมตัดเกรด ข. โป้ก าลังเขียนโปรแกรมวาดรูปสี่เหลี่ยม ค. ปลาก าลังเขียนโปรแกรมวาดรูปวงกลม 5 รูป ง. เปรี้ยวก าลังเขียนโปรแกรมแสดงขั้นตอนการแปรงฟัน 10. ข้อใดเป็นขั้นตอนการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของ โปรแกรมที่ถูกต้อง ก. ทดลองสุ่มเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ที่ก าหนด ข. ทดลองสุ่มเปลี่ยนค าสั่งต่าง ๆ ที่ใช้เขียนโปรแกรม ค. ทดสอบการท างานของโปรแกรม ตรวจสอบการ ท างานของค าสั่งทีละค าสั่ง ง. ทดสอบการท างานของโปรแกรม ขอดูโปรแกรมของ เพื่อนที่ท างานได้ แล้วท าตาม แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย 1. ค 2. ง 3. ค 4. ง 5. ค 6. ค 7. ข 8. ง 9. ก 10. ค ขั้นน�ำ 1. ครูให้นักเรียนภายในชั้นเรียนท�ำแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง การออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ และวัดพื้นฐานความรู้ก่อนที่จะเริ่มเรียนเนื้อหา ใหม่ ข้อใดกล่าวถึงการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ ได้ถูกต้องที่สุด 1. การอธิบายขั้นตอนการท�ำงาน 2. การอธิบายเรื่องราวที่ต้องการเผยแพร่ 3. การอธิบายการเรียนหนังสือในแต่ละวัน 4. การอธิบายการท�ำงานของโปรแกรมเป็นภาษาพูด ที่เข้าใจง่าย (วิเคราะห์ค�ำตอบ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ เป็นการอธิบายการทำ� งานของโปรแกรมที่ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่าย ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 2 หน่วยที่ 1 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T41


Click to View FlipBook Version