เกม กับ เล่ น Com Sci กติกา ให้นักเรียนใช้โปรแกรมภาษา Scratch ในการสร้างภาพพื้นหลัง ของชิ้นงาน โดยวาดภาพขึ้นมาใหม่ หรือจะเลือกจาก Library ก็ได้ แล้วให้นักเรียนเขียนโปรแกรมสร้างภาพต่าง ๆ เช่น ภาพวงกลม ภาพสามเหลี่ยม ภาพหกเหลี่ยม กิจกรรม สรØปความรÙ้ประจ�าหน่วยที่ 2 µÃǨÊͺµ¹àͧ รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 1. สามารถออกแบบการเขียนโปรแกรม ด้วยการเขียนข้อความและผังงานได้ 2. สามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch ได้ 3. สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ของโปรแกรมได้ หลังจากเรียนจบหนวยนี้แล้ว ให้บอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับความสามารถของตนเอง เครื่องมือการเขียน โปรแกรมวาดภาพ สามารถเลือกได้ จากเมนู “เพิ่มส่วนขยาย” Èิลปนตัวน้อย 55 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 55 ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมสรุปความรู้ประจ�า หน่วยที่ 2 เล่นเกมกับ Com Sci เรื่อง ศิลปน ตัวน้อย โดยให้นักเรียนใช้โปรแกรมภาษา Scratch ในการสร้างภาพพื้นหลังของชิ้นงาน โดยวาดภาพขึ้นมาใหม่ หรือจะเลือกจาก Library ก็ได้ จากนั้นให้นักเรียนเขียนโปรแกรมสร้าง ภาพต่างๆ เช่น ภาพวงกลม ภาพสามเหลี่ยม ภาพหกเหลี่ยม 2. นักเรียนตรวจสอบตนเองโดยการบอก สัญลักษณที่ตรงกับระดับความสามารถ ของตนเองเกี่ยวกับความรู้ที่ได้ในการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมสรุปความรู้ประจ�าหน่วยที่ 2 เล่นเกมกับ Com Sci เรื่อง ศิลปนตัวน้อย ครูให้นักเรียนที่วาดรูปเดียวกันน�าโปรแกรมที่เขียนขึ้นมา เปรียบเทียบกันว่า นักเรียนมีหลักการในการเขียนโปรแกรมเหมือนกันหรือไม่ เนื่องจากในการเขียนโปรแกรมอาจมีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันแต่สามารถ ได้ผลลัพธเดียวกันได้ขึ้นอยู่กับประสบการณและความสามารถของผู้เขียน โปรแกรม กิจกรรม ท้าทาย ครูให้นักเรียนสร้างนิทานคนละ 1 เรื่อง โดยใช้การเขียน โปรแกรมภาษา Scratch เข้ามาช่วยในการจัดท�านิทาน โดยนักเรียนสามารถออกแบบนิทานได้ตามความสนใจของนักเรียน และตกแต่งให้สวยงาม จากนั้นให้นักเรียนสรุปขั้นตอนการจัดท�า นิทานลงในกระดาษที่ครูแจกให้ และจัดเตรียมข้อมูลเพื่อน�าเสนอ นิทานที่ตนเองสร้างขึ้นตามรูปแบบที่นักเรียนคิดว่าน่าสนใจ อย่างอิสระบริเวณหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T92
ข้อสอบเน้น การคิด สรุป สาระส�าคัญ การเขียนโปรแกรม แบบวนซ�้า การเขียนโปรแกรม แบบมีเงื่อนไข การก�าหนด ตัวแปร การเขียน โปรแกรม หาค่า ค.ร.น. การออกแบบ โปรแกรม การออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย การออกแบบ โปรแกรมด้วยการ เขียนข้อความ การออกแบบ โปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน การตรวจสอบข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้น โดยการตรวจสอบ การท�างานทีละขั้นตอน การตรวจหาข้อผิดพลาด ของโปรแกรม การเขียนโปรแกรมด้วย ภาษา Scratch 56 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 56 ขั้นสรุป 3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือให้นักเรียนที่มีความ สมัครใจออกมาพูดถึงเนื้อหาสาระที่ได้เรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยอาจสุ่ม ออกมาทั้งหมด 3 คน แล้วให้นักเรียนพูดสรุป คนละหัวข้อ ได้แก่ การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Scratch และ การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม เกร็ดแนะครู ครูอาจสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือหานักเรียนที่มีความสมัครใจออกมาพูดถึง เนื้อหาสาระที่ได้เรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย โดยอาจสุ่มออกมาทั้งหมด 3 คน แล้วให้นักเรียนพูดสรุป คนละหัวข้อ ได้แก่ การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Scratch และการตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม สคริปต์ (Script) เปนส่วนใดของโปรแกรม Scratch 1. เป็นพื้นที่แสดงผลลัพธการท�างาน 2. เป็นการแสดงพิกัดต�าแหน่งของตัวละคร 3. เป็นตัวก�าหนดลักษณะท่าทางของตัวละคร 4. เป็นพื้นที่ในการวางบล็อกค�าสั่งส�าหรับเขียนโปรแกรม (วิเคราะห์ค�าตอบ สคริปต (Script) เป็นส่วนประกอบที่ส�าคัญ ของโปรแกรม Scratch โดยมีหน้าที่การท�างาน คือ เมื่อต้องการ เขียนโปรแกรมสามารถน�าบล็อกค�าสั่งต ่างๆ ของโปรแกรม Scratch มาวางในพื้นที่การท�างาน ดังนั้น ตอบข้อ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T93
ข้อสอบเน้นการคิด กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู ให้นักเรียนพิจารณาสถานการณ์ตอไปนี้ แล้วน�าไปออกแบบผังงาน และเขียนค�าสั่งควบคุมการท�างานให้สมบูรณ์ โดยใช้ โปรแกรมภาษา Scratch ค�าสั่งที่ ใช้ ในการเขียนโปรแกรม ได้แก่ .................................................................. ............................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................. ผังงานของโปรแกรม คือ บันทึกลงในสมุด สถานการณ์ : ปูต้องการเขียนโปรแกรมแสดงรายการ ข้อมูล (List) ตามข้อมูลที่ผู้ ใช้งานป้อนเข้ามา โดยจะ ก�าหนดจ�านวนข้อมูลที่รับเข้าหรือไม่ก�าหนดก็ได้ 57 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 57 การใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แทนข้อความในการออกแบบ ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมเรียกว่าอะไร 1. การวาดภาพ 2. การเขียนผังงาน 3. การเขียนบรรยาย 4. การเขียนรหัสภาพ (วิเคราะห์ค�าตอบ การใช้รูปภาพหรือสัญลักษณแทนข้อความ ในการออกแบบขั้นตอนการท�างานของโปรแกรม เรียกว่า การเขียน ผังงาน ดังนั้น ตอบข้อ 2.) เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจ ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนสลับกันตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรมที่เพื่อน เขียนขึ้นว่า ถูกต้องและตรงตามที่โจทยต้องการหรือไม่ ถ้าหากพบว่า เพื่อนเขียน โปรแกรมไม่ถูกต้องให้เพื่อนน�ากลับไปแก้ไข แล้วตรวจสอบข้อผิดพลาด ของโปรแกรมของเพื่อนอีกครั้งจนกว่าโปรแกรมจะถูกต้องตรงตามต้องการ ขั้นสรุป 4. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน หน้า 57 โดยให้นักเรียน พิจารณาสถานการณเกี่ยวกับการเขียน โปรแกรมแสดงรายการข้อมูลตามข้อมูล ที่รับเข้ามา แล้วให้นักเรียนออกแบบผังงาน และเขียนค�าสั่งควบคุมการท�างานให้สมบูรณ โดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch น�า สอน สรุป ประเมิน T94
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ค าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสถานการณ์ จากนั้นเขียนผังงานและโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch ให้ถูกต้อง ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมรับค่าอายุและแสดงช่วงวัย ดังนี้ - อายุ 3-5 ปี = วัยเด็กตอนต้น - อายุ 6-9 ปี = วัยเด็กตอนกลาง - อายุ 10-12 ปี = วัยเด็กตอนปลาย - อายุ 13-15 ปี = วัยรุ่นตอนต้น - อายุ 16-18 ปี = วัยรุ่นตอนกลาง - อายุ 19-22 ปี = วัยรุ่นตอนปลาย - อายุมากกว่า 22 ปี = วัยผู้ใหญ่ 1. ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน 2. เขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch 3. นักเรียนพบปัญหาในการเขียนโปรแกรมหรือไม่ จงอธิบาย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. 4. นักเรียนมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. เฉลย ................................................. ......................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................................................................... ................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ....................................................................................................... ภาพจาก แผนการสอน ที่ 2 หน่วยที่ 1 ขั้นสรุป 5. นักเรียนท�าชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยให้นักเรียนพิจารณาสถานการณที่ก�าหนด ให้เกี่ยวกับโปรแกรมรับค่าอายุและแสดง ช่วงวัย จากนั้นเขียนผังงานและโปรแกรม ควบคุมการท�างานโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch ซึ่งหลังจากนักเรียนเขียนโปรแกรม เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นักเรียนตอบค�าถาม เกี่ยวกับปญหาในการเขียนโปรแกรมที่นักเรียน พบ เกร็ดแนะครู ในการท�าชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ครูอาจให้นักเรียนจับคู่และช่วยกัน ท�างาน โดยหลังจากเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นักเรียนช่วยกันพิจารณา ตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมที่เขียนขึ้น หากพบข้อผิดพลาดให้นักเรียน ช่วยกันแก้ไขจนกว่าจะได้โปรแกรมที่ถูกต้องตรงตามความต้องการ เพราะเหตุใด จึงต้องมีการตรวจสอบข้อผิดพลาดในการท�างาน ของโปรแกรมอยู่เสมอ 1. สามารถเขียนโปรแกรมได้เร็วขึ้น 2. ช่วยให้โปรแกรมที่เขียนเป็นไปตามความต้องการ 3. ท�าให้โปรแกรมมีความเรียบร้อย อ่านง่าย สบายตา 4. เป็นการตรวจสอบว่าโปรแกรมเหมือนกับของเพื่อนหรือไม่ (วิเคราะห์ค�าตอบ การตรวจสอบข้อผิดพลาดในการท�างานของ โปรแกรมอยู่เสมอ จะท�าให้โปรแกรมทีเขียนขึ้นถูกต้องและเป็น ไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้น ตอบข้อ 2.) น�า สอน สรุป ประเมิน T95
ขอสอบเนนการคิด 4. จากภาพ Script A และ B มีเงื่อนไขการทํางานตางกันอยางไร ก. Script A ทําซํ้าตามจํานวนรอบที่กําหนด Script B ทําซํ้าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งใหหยุด ข. Script A ทําซํ้าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งใหหยุด Script B ทําซํ้าตามจํานวนรอบที่กําหนด ค. Script A ทําซํ้าแบบไมมีที่สิ้นสุด Script B ทําซํ้าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งใหหยุด ง. Script A ทําซํ้าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งใหหยุด Script B ทําซํ้าแบบไมมีที่สิ้นสุด 5. จาก Script คา x, y, z คือขอใด ก. 5, 10, 15 ข. 5, 10, 0 ค. 3, 10, 5 ง. 5, 10, 5 6. จาก Script โปรแกรมจะไดรูปภาพตามขอใด ก. ข. ค. ง. 4. 5. จาก Script คา x, y, z คือขอใด 6. จาก Script โปรแกรมจะไดรูปภาพตามขอใด Script A Script B ฉบับ เฉลย 41 ไดคะแนน คะแนนเต็ม ตอนที่ 2 10 อานสถานการณที่กําหนด แลวเขียนผังงานและโปรแกรม Scratch ลงในกรอบ โปรแกรมนี้จะรับอุณหภูมิเปนองศาเซลเซียส - อุณหภูมิสูงกวา 30 องศาเซลเซียส จะแสดงขอความวา “อากาศรอน” - อุณหภูมิอยูในชวง 25-30 องศาเซลเซียส จะแสดงขอความวา “อากาศกําลังดี” - อุณหภูมิตํ่ากวา 25 องศาเซลเซียส จะแสดงขอความวา “อากาศเย็น” ตอนที่ 2 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80-100 = 4 70-79 = 3 60-69 = 2 50-59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 40 ทําได 28 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 28 40 × 100 = 70 ดังนั้น รอยละ 70 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 3 ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 2 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.6/2 60 20 20 100 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. เขียนผังงานของโปรแกรมตามสถานการณที่กําหนดได 5 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง 2. เขียนโปรแกรมที่ใชภาษา Scratch ตามสถานการณที่กําหนดได 5 คะแนนเต็ม 10 เกณฑการใหคะแนน เขียนผังงาน ติดภาพโปรแกรม Scratch ไมใช ใช ไมใช ใช ใช เริ่มตน แสดงอากาศ จบ รับคาอุณหภูมิ อากาศเย็น อุณหภูมิ < 25หรือไม อุณหภูมิ > 30หรือไม อุณหภูมิ 25-30หรือไม อากาศกําลังดี อากาศรอน ฉบับ เฉลย 43 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 2 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก. ข. ค. หรือ ง. หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดไมใชประโยชนของการออกแบบโปรแกรม ก. เพื่อใหแกไขขอผิดพลาดของโปรแกรมไดงายขึ้น ข. เพื่อใชอธิบายการทํางานอยางเปนลําดับขั้นตอน ค. เพื่อใหเห็นลําดับขั้นตอนการทํางานของโปรแกรม ง. เพื่อฝกการออกแบบโปรแกรมดวยขอความและผังงาน 2. จาก Script มีเงื่อนไขการทํางานอยางไร ก. ถา…เปนจริง แลว… (if…then…) ข. ถา…ไมเปนจริง แลว… (if…else…) ค. ถา…ไมเปนจริง แลว…เปนจริง แลว… (if…else…then…) ง. ถา…เปนจริง แลว…ถาไมเปนจริง แลว… (if…then…else…) 3. ขอใดไมใชประโยชนของการเขียนโปรแกรมแบบวนซํ้า แทนการเขียนคําสั่ง โปรแกรมเดิมซํ้ากันหลาย ๆ ครั้ง ก. ทําใหโปรแกรมมีความซับซอนมากขึ้น ข. ชวยใหเขียนโปรแกรมไดงายและสะดวก ค. ไมตองเขียนขอความคําสั่งเดิม ๆ หลายครั้ง ง. ทําใหโปรแกรมมีความกระชับ สามารถตรวจสอบความผิดพลาดไดงาย ตอนที่ 1 1. ขอใด ก. เพื่อใหแกไขขอผิดพลาดของโปรแกรมไดงายขึ้น 2. จาก Script มีเงื่อนไขการทํางานอยางไร 3. ขอใด 10 ฉบับ เฉลย 40 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน เลือกคําตอบที่ถูกตอง (10 ขอ) 1 1 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผานคะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน 7. จาก Script หมายถึงขอใด ก. สรางตัวแปรชื่อ number ข. แสดงผลคาของตัวแปร number ค. ปรับคาตัวแปร number เพิ่มขึ้น 1 คา ง. กําหนดคาเริ่มตนใหกับตัวแปร number = 1 8. Script ใดที่กําหนดใหนําขอความที่รับเขามาเก็บไวในตัวแปร ก. ข. ค. ง. 9. จาก Script หมายถึงขอใด ก. ถาตัวเลขหารดวย 5 แลวเทากับ 0 ใหเพิ่มคา number ขึ้น 1 ข. ถาตัวเลขหารดวย 5 แลวเศษเทากับ 0 ใหเพิ่มคา number ขึ้น 1 ค. ถาตัวเลขคูณดวย 5 แลวเศษเทากับ 0 ใหแสดงตัวเลขลงในรายการ list_number ง. ถาตัวเลขหารดวย 5 แลวเศษเทากับ 0 ใหแสดงตัวเลขลงในรายการ list_number 10. ขอใดไมใชขั้นตอนการตรวจสอบขอผิดพลาดของโปรแกรม ก. ทดสอบการทํางานของโปรแกรม ข. ตรวจสอบการทํางานของคําสั่งทีละคําสั่ง ค. ทดลองสุมเปลี่ยนคาตาง ๆ ในโปรแกรมจนกวาจะไดผลที่ตองการ ง. เมื่อพบจุดที่ทําใหโปรแกรมไมเปนไปตามตองการใหแกไขขอผิดพลาดนั้น จนกวาจะไดโปรแกรมตามที่ตองการ 7. จาก Script 8. Script ใดที่กําหนดใหนําขอความที่รับเขามาเก็บไวในตัวแปร 9. จาก Script 10. ขอใด ฉบับ เฉลย 42ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 40-43 โปรแกรมภาษา Scratch มีลักษณะอยางไร (วิเคราะหคําตอบ เปนโปรแกรมที่ผูเรียนสามารถสรางชิ้นงาน ไดอยางงายดาย ไมวาจะเปน การสรางนิทาน การสรางเกมและ การสรางโปรแกรมเพื่อนําไปใชประโยชนในดานตางๆ โดยการใช บล็อกคําสั่งในการเขียนโปรแกรมควบคุมการทํางาน) เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง การออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยางงาย โดยใหนักเรียนตอบคําถามและเขียนโปรแกรม ภาษา Scratch เพื่อเปนการทบทวนความรูจากเนื้อหาที่ไดเรียนมา เพื่อเปน การวัดระดับความเขาใจของนักเรียน ขั้นสรุป 6. นักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรู ที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 40-43 โดยในตอน ที่ 1 ใหนักเรียนทําแบบทดสอบโดยนําความรู จากเนื้อหาที่เรียนมาตอบคําถามใหถูกตอง โดยใหนักเรียนวงกลมลอมรอบตัวอักษร หนาคําตอบที่ถูกตอง สวนตอนที่ 2 ใหนักเรียน เขียนโปรแกรมตรวจสอบสภาพอากาศที่มี การแสดงผลออกทางหนาจอ นํา สอน สรุป ประเมิน T96
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค ำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการออกแบบโปรแกรม ก. เพื่อให้เห็นล าดับขั้นการท างานของโปรแกรม ข. เพื่อให้แก้ไขข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ค. เพื่อใช้อธิบายการท างานอย่างเป็นล าดับขั้นตอน ง. เพื่อฝึกการออกแบบโปรแกรมด้วยข้อความและผังงาน 2. จาก Script มีเงื่อนไขการท างานอย่างไร ก. ถ้า.....เป็นจริงแล้ว….. (if…..then…..) ข. ถ้า.....ถ้าไม่จริงแล้ว..... (if…..else…..) ค. ถ้า.....เป็นจริงแล้ว.....ถ้าไม่จริงแล้ว..... (if…..then…..else…..) ง. ถ้า.....ถ้าไม่จริงแล้ว.....เป็นจริงแล้ว..... (if…..else…..then…..) 3. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเขียนโปรแกรมวนซ้ า แทน การเขียนค าสั่งโปรแกรมเดิมซ้ ากันหลายๆ ครั้ง ก. ท าให้โปรแกรมมีความซับซ้อนมากขึ้น ข. ช่วยให้การเขียนโปรแกรมได้ง่าย สะดวก ค. ไม่ต้องเขียนข้อความค าสั่งเดิม ๆ หลายครั้ง ง. ท าให้โปรแกรมมีความกระชับ สามารถตรวจสอบ ความผิดพลาดได้ง่าย 4. จากภาพ Script A และ B มีเงื่อนไขการท างานต่างกัน อย่างไร ก. Script A ท าซ้ าตามจ านวนรอบที่ก าหนด Script B ท าซ้ าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งให้หยุด ข. Script A ท าซ้ าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งให้หยุด Script B ท าซ้ าตามจ านวนรอบที่ก าหนด ค. Script A ท าซ้ าแบบไม่มีที่สิ้นสุด Script B ท าซ้ าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งให้หยุด ง. Script A ท าซ้ าจนกระทั่งมีเงื่อนไขสั่งให้หยุด Script B ท าซ้ าแบบไม่มีที่สิ้นสุด 5. จาก Script ค่า x, y, z คือข้อใด 6. จาก Script โปรแกรมจะได้รูปภาพตามข้อใด 7. จาก Script หมายถึงข้อใด ก. สร้างตัวแปรชื่อ number ข. แสดงผลค่าของตัวแปร number ค. ปรับค่าตัวแปร number เพิ่มขึ้น 1 ค่า ง. ก าหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปร number = 1 8. Script ใดที่ก าหนดให้น าข้อความที่รับเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร ก. ข. ค. ง. 9. จาก Script หมายถึงข้อใด ก. ถ้าตัวเลขหารด้วย 5 แล้วเท่ากับ 0 ให้เพิ่มค่า number ขึ้น 1 ข. ถ้าตัวเลขหารด้วย 5 แล้วเศษเท่ากับ 0 ให้เพิ่มค่า number ขึ้น 1 ค. ถ้าตัวเลขคูณด้วย 5 แล้วเศษเท่ากับ 0 ให้แสดง ตัวเลขลงในรายการ list_number ง. ถ้าตัวเลขหารด้วย 5 แล้วเศษเท่ากับ 0 ให้แสดง ตัวเลขลงในรายการ list_number 10. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม ก. ทดสอบการท างานของโปรแกรม ข. ตรวจสอบการท างานของค าสั่งทีละค าสั่ง ค. ทดลองเปลี่ยนค่าในโปรแกรมจนกว่าจะได้ผลที่ต้องการ ง. เมื่อพบจุดที่ท าให้โปรแกรมไม่เป็นไปตามต้องการให้ แก้ไขข้อผิดพลาดนั้น จนกว่าจะได้โปรแกรมตามที่ต้องการ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยกำรเรียนรู้ที2 Script A Script B ก. 5, 10, 15 ข. 5, 10, 0 ค. 3, 10, 5 ง. 5, 10, 5 ก. ข. ค. ง. เฉลย 1. ง 2. ค 3. ก 4. ก 5. ข 6. ค 7. ค 8. ข 9. ง 10. ค การออกแบบโปรแกรมเปนขั้นตอนที่ใช้ส�าหรับอธิบายเรื่องใด 1. การอธิบายเรื่องราวต่างๆ 2. การอธิบายเรื่องราวในชีวิตของนักเรียน 3. การอธิบายภาพรวมการท�างานของโปรแกรม 4. การอธิบายขั้นตอนการท�างานต่างๆ ของโปรแกรม อย่างเป็นขั้นตอน (วิเคราะห์ค�าตอบ การออกแบบโปรแกรมเป็นขั้นตอนที่ใช้ส�าหรับ อธิบายขั้นตอนการท�างานต่างๆ ของโปรแกรมอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งสามารถท�าได้ทั้งการเขียนข้อความและผังงาน ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 7. ครูสรุปเนื้อหา เรื่อง การแก้ปญหาโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ พร้อมถามค�าถามจากเนื้อหา เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ของนักเรียนก่อนท�า แบบทดสอบหลังเรียน 8. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การออกแบบและ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการน�าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการท�างาน รายบุคคล และสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมินการน�าเสนอผลงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการท�างานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มที่ แนบมาท้ายการแผนจัดการเรียนรู้ที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ภาพจาก แผนการสอน ที่ 2 หน่วยที่ 1 ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ชิ้นงาน/ ภาระงาน รวบยอด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ น�า สอน สรุป ประเมิน T97
Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 กำรค้นหำข้อมูลโดยใช้อินเทอรเน็ต กำรก�ำหนดขอบเขตกำรค้นหำ กำรประเมินควำมนำเชื่อถือ ในการค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้ง โปรแกรมค้นหาจะแสดงข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับค�าค้นหาที่ผู้ใช้งานปอนเข้าไปเป็นจ�านวนมาก ดังนั้น เพื่อ ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ ข้อมูลตรงตามความต้องการมากที่สุด ผู้ใช้จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการ ก�าหนดขอบเขตการค้นหาที่ได้จากโปรแกรมค้นหา ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ในการค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้ง โปรแกรมค้นหาจะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับค�าค้นหาที่ผู้ใช้งานปอนเข้าไปเป็นจ�านวนมาก ดังนั้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลตรงตามความต้องการมากที่สุด ผู้ใช้จะต้อง เรียนรู้เกี่ยวกับการก�าหนดขอบเขตการค้นหาที่ได้จากโปรแกรมค้นหา ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 1. พิจารณาเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ 2. ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล 3. ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง 4. บอกวัตถุประสงค์ในการจัดท�า 5. อ้างอิงแหล่งที่มา การค้นหาข้อมูลต ่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตนักเรียนจะ ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลบน อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการภายใน ระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยเทคนิคในการค้นหาข้อมูล มีดังนี้ การค้นหาโดยใช้ค�าส�าคัญ การค้นหาโดยการใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ การค้นหาโดยระบุชนิดของไฟล์ การค้นหาโดยใช้ตัวด�าเนินการ การค้นหาภายในเว็บไซต์ที่ก�าหนด T98
Chapter Overview แผนกำรจัด กำรเร�ยนรู้ สื่อกำรเร�ยนรู้ จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การคนหา ขอมูลโดยใช อินเทอรเน็ต 3 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 1. อธิบายเทคนิคการค้นหา ข้อมูลแบบต่าง ๆ ในการค้นหาข้อมูลได้ (K) 2. ใช้เทคนิคการค้นหา ข้อมูลแบบต่าง ๆ ได้เหมาะสมกับสิ่ง ที่ต้องการค้นหาได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของ เทคนิคการค้นหาข้อมูล แบบต่าง ๆ และน�าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจ�าวันได้ (A) - แบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) - เทคนิคการสอน ด้วยเกม - เทคนิคตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ใช้กรณีตัวอย่าง - ตรวจแบบฝกหัด - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 การกําหนด ขอบเขต การคนหา 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบงาน เรื่อง นักข่าว ตัวน้อย 1. อธิบายวิธีการค้นหา ข้อมูลโดยใช้การ ก�าหนดขอบเขตการ ค้นหาหรือการค้นหา ขั้นสูงได้ (K) 2. ค้นหาข้อมูลโดยใช้การ ก�าหนดขอบเขตการ ค้นหาหรือการค้นหา ขั้นสูงได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของการ ก�าหนดขอบเขตการ ค้นหาหรือการค้นหา ขั้นสูง และน�าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจ�าวันได้ (A) - แบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) - เทคนิคการสอน ด้วยเกม - เทคนิคตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ใช้บทบาทสมมติ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจใบงาน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 3 การประเมิน ความนาเชื่อถือ 3 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบงาน เรื่อง เชื่อได้ หรือไม่ 1. อธิบายหลักการประเมิน ความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลได้ (K) 2. ประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลได้ (P) 3. เห็นความส�าคัญ ของการประเมิน ความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล (A) - แบบกระบวน การกลุ่ม - เทคนิคตามแนวคิด เชิงค�านวณ - ใช้กรณีตัวอย่าง - ใช้บทบาทสมมติ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T99
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่างๆ ในการค้นหาข้อมูลได้(K) 2. ใช้เทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่างๆ ได้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการค้นหาได้(P) 3. เห็นประโยชน์ของเทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่างๆ และน�ำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้(A) 3. สาระการเรียนรู้ - การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัวด�ำเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์ 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก เราสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ตรงตามความต้องการภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้เทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่างๆ ดังนี้การค้นหาโดยใช้ค�ำสำ�คัญ การค้นหาโดยระบุชนิดของไฟล์การค้นหาโดยระบุประเภทของเว็บไซต์การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์การค้นหา โดยใช้ตัวดำ�เนินการ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(5Es Instructional Model) วิธีการ สอนโดยใช้เทคนิคการสอนด้วยเกม วิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ และวิธีการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง T100
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดคือประโยชน์ของเทคนิคการค้นหาข้อมูล ก. การตั้งค าถามกับเหตุการณ์บางอย่าง ข. เพื่อให้ได้ข้อมูลภายในระยะเวลา อันรวดเร็ว ค. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์และ สร้างสรรค์ ง. ถูกทุกข้อ 2. ข้อใดเป็นเทคนิคการค้นหาข้อมูล ก. การค้นหาโดยใช้ตัวเลข ข. การค้นหาโดยใช้ค าประสม ค. การค้นหาโดยใช้ตัวด าเนินการ ง. การค้นหาโดยระบุประเภทของเว็บไซต์ 3. ปูควรใช้เทคนิคใดในการค้นหาเฉพาะไฟล์ที่ นามสกุล .pdf เท่านั้น ก. การค้นหาโดยใช้ค าส าคัญ ข. การค้นหาโดยระบุชนิดของไฟล์ ค. การค้นหาโดยระบุประเภทของเว็บไซต์ ง. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์ 4. หมูต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับของขวัญวันเกิด โดยไม่ต้องการให้มีค าว่าตุ๊กตาแสดงขึ้นมา หมูควร ใช้ค าค้นหาว่าอย่างไร ก. ของขวัญวันเกิด -ตุ๊กตา ข. ของขวัญวันเกิด ไม่ตุ๊กตา ค. ของขวัญวันเกิด NOTตุ๊กตา ง. ของขวัญวันเกิด ที่ไม่ใช่ตุ๊กตา 5. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลพื้นฐานของเว็บไซต์ ก. ที่อยู่เว็บไซต์ ข. ที่มาของข้อมูล ค. วันที่เผยแพร่ข้อมูล ง. ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ เฉลย 6. หากนักเรียนต้องการเข้าสู่การค้นหาขั้นสูง นักเรียนต้อง เลือกค าสั่งใดก่อน ก. เพิ่มเติม ข. ข่าวสาร ค. การตั้งค่า ง. เครื่องมือ 7. หากนักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลที่เผยแพร่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560-2562 ควรป้อนข้อมูล พ.ศ. หลังค าใด ก. อัปเดตล่าสุด ข. ค าที่ปรากฏ ค. ค าใด ๆ เหล่านี้ ง. จ านวนตั้งแต่ ... ถึง ... 8. ข้อใดคือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการการศึกษา ก. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com ข. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .co.th ค. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .ac.th ง. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .or.th 9. ข้อใดเป็นการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้จาก อินเทอร์เน็ต ก. ตรวจสอบว่ามีการระบุประเภทของข้อมูล ข. ตรวจสอบว่ามีผู้ใช้งานแชร์ข้อมูลหลายคน ค. ตรวจสอบว่ามีการระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ ปรับปรุง ง. ตรวจสอบว่ามีการกล่าวถึงประโยชน์และโทษ ของข้อมูล 10. การกระท าของใครที่ท าให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ก. เอ้หาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่มีการอ้างอิง ข. เจหาเลือกข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ค. เป้หาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ง. เมย์หาข้อมูลจากเพจที่มีคนเข้ามาแสดงความ คิดเห็นไว้ แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ง 2. ค 3. ข 4. ก 5. ข 6. ก 7. ค 8. ง 9. ค 10. ค ขั้นน�ำ กระตุ้นความสนใจ 1. ครูให้นักเรียนภายในชั้นเรียนท�ำแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ และวัดพื้นฐานความรู้ก่อนที่จะเริ่มเรียน เนื้อหาใหม่ หากนักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต นักเรียน ไม่สามารถใช้โปรแกรมใดได้ 1. Firefox 2. Photoshop 3. Google Chrome 4. Internet Explorer (วิเคราะห์ค�ำตอบ จากตัวเลือกที่ก�ำหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า โปรแกรม Firefox, Google ChromeและInternet Explorer เป็นโปรแกรมที่สามารถใช้ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ ส่วนโปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการแก้ไข และตกแต่งรูปภาพ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 3 หน่วยที่ 1 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T101
ข้อสอบเน้นการคิด fifffflffifl 3 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡าร㪌§า¹ÍÔ¹à·Íรà¹çµ Í‹ҧÁÕปรÐสÔ·¸ÔÀÒ¾ การ¤้นËา¢้อมÙÅ อย่างมีประสิทธิภาพ มีÅÑกɳะอย่างäร ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/3 ใชอินเทอรเน็ตในการคนหาขอมูลอยางมีประสิทธิภาพ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 58 เกร็ดแนะครู การเรียนการสอนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพ ครูควรเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคนิคต่างๆ ในการค้นหาข้อมูล เพื่อให้นักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงตามความต้องการ มากที่สุด และควรสอนให้นักเรียนรู้จักการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนที่จะน�าข้อมูลมาใช้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง แนวตอบ ค�ำถำมประจ�ำหนวยกำรเรียนรู้ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู ผู้สอน เช่น ผลลัพธ์ของโปรแกรมจะต้องเป็นไปตาม ความต้องการ ขั้นน�ำ กระตุ้นควำมสนใจ 2. ครูถามค�าถามประจ�าหน่วยการเรียนรู้ กับนักเรียนว่า การค้นหาข้อมูลอย่างมี ประสิทธิภาพมีลักษณะอย่างไร 3. ครูถามค�าถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า หากนักเรียนต้องการค้นหาข้อมูล เพื่อน�าข้อมูล มาใช้ในการท�าการบ้านหรือท�ารายงาน นักเรียนจะค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใด จึงจะสะดวกที่สุด (แนวตอบ อินเทอร์เน็ต) 4. ครูถามค�าถามกับนักเรียนต่อว่า เพราะเหตุใด นักเรียนจึงเลือกใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหา ข้อมูล (แนวตอบ อินเทอร์เน็ตเป็นแหล ่งข้อมูล ขนาดใหญ่ มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เอา ไว้มากมายและหลากหลายประเภท ท�าให้ การสืบค้นข้อมูลท�าได้อย ่างสะดวกและ รวดเร็ว) ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการที่อินเทอร์เน็ตเปนแหล่งในการค้นหา ข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 1. มีข้อมูลรวมกันอยู่จ�านวนมาก 2. ทุกข้อมูลเป็นข้อมูลจริงทั้งหมด 3. สะดวกสบายในการค้นหาข้อมูล 4. ใช้ระยะเวลาอันรวดเร็วในการค้นหาข้อมูล (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่ไม่ใช่เหตุผลของการที่อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งในการ ค้นหาข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ทุกข้อมูลเป็นข้อมูล จริงทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตบางข้อมูลอาจเป็น ข้อมูลเท็จก็ได้ เพราะบางข้อมูลไม่มีการบอกแหล่งที่มาของข้อมูล หรือไม่มีการบอกข้อมูลของผู้เผยแพร่เอาไว้ด้วย ดังนั้น ตอบข้อ 2.) น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T102
ข้อสอบเน้น การคิด 1. ¡ารคŒ¹Ëา¢ŒÍÁÙÅâ´Â㪌 การคนหาขอมูล ÍÔ¹à·Íรà¹çµ โดยใชเทคนิค ตาง ๆ มีขอดี อยางไร อินเทอรเน็ต เปนเครือขายคอมพิวเตอร ขนาดใหญครอบคลุมไปทั่วโลก อีกทั้งยังเปน แหลงรวบรวมขอมูลที่มีขอมูลหลากหลายประเภท และมีแนวโนมที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู การใชงานอินเทอรเน็ต เพื่อให ไดขอมูลที่ตรงตามความตองการ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใชเทคนิคการคนหาขอมูลแบบตาง ๆ เทคนิคการคนหาขอมูล เปนวิธีการที่ ใช ในการคนหาเพื่อใหไดขอมูลที่ตรงกับความ ตองการมากที่สุด ซึ่งในการคนหาขอมูลจะใชบริการจากเว็บไซต สําหรับสืบคน (Search Engine) โดยมีเทคนิคในการคนหาขอมูล ดังนี้ 1. การคนหาโดยใชคําสําคัญ คียเวิรด (Keyword) เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพ คําที่ตรงประเด็น กระชับ และตรงตามความตองการ เพื่อคนหา ขอมูลบนเว็บไซต การ¤้นËา¢้อมÙÅâ´ยใช้¤íาสíา¤ÑÞ เช่น ช×èอเร×èอง ช×èอ¼Ù้áต่ง ¤íาËร×อÇÅีสÑéน æ ทีèเกีèยÇ¢้องกѺเร×èองทีèสนใ¨ 59 เทคนิคการคนหาขอมูล 1 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 59 หากนักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผักและผลไม้ที่มี สีเขียว นักเรียนจะใช้ค�าส�าคัญใดในการค้นหา 1. ผักสีเขียว 2. ผลไม้สีเขียว 3. ผักและผลไม้ 4. ผักและผลไม้สีเขียว (วิเคราะห์ค�าตอบ การค้นหาข้อมูลจะต้องพิมพ์ค�าส�าคัญที่ตรง ประเด็นกับสิ่งที่ต้องการค้นหา เพราะฉะนั้นหากต้องการค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับผักและผลไม้ที่มีสีเขียว จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้ ก็ควรใช้ค�าค้นหาว่า ผักและผลไม้สีเขียว จึงจะตรงประเด็นในการ ค้นหามากที่สุด ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 1. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ว่า การค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆ มีข้อดี อย่างไร 2. ครูเล่าสถานการณ์สมมติให้นักเรียนฟงว่า วันหนึ่ง เด็กชาย ก. ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์ ซึ่งเป็น วันส�าคัญของประเทศไทย โดยเด็กชาย ก. ได้ค้นหาโดยใช้เว็บไซต์ส�าหรับค้นหาแล้วพิมพ์ ค�าค้นหาว่า สงกรานต์ ปรากฏว่า ผลลัพธ์ การค้นหาไม่ใช่สิ่งที่เด็กชาย ก. ต้องการ จากนั้น ครูถามนักเรียนว่า หากนักเรียนเป็นเด็กชาย ก. นักเรียนจะแก้ปญหานี้อย่างไร (แนวค�าตอบ ค�าตอบขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ของผู้เรียน เช่น พิมพ์ค�าค้นหาที่เฉพาะเจาะจง มากขึ้น เช่น วันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์) 3. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการค้นหาข้อมูล ในหนังสือเรียน หน้า 59-67 นักเรียนควรรู 1 เทคนิค หมายถึง วิธีการที่มีเฉพาะวิชานั้นๆ เช่น ในการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ ก็จะมีวิธีการในการเขียนโปรแกรมให้สั้นลง เพื่อประหยัดเวลา ในการประมวลผล หรือการวาดภาพในวิชาศิลปะ ก็จะมีการสะบัดข้อมือในการ วาดภาพด้วยพู่กัน เพื่อให้ภาพมีความอ่อนหวานขึ้น อธิบำยควำมรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า การค้นหาข้อมูล โดยใช้ค�าส�าคัญเป็นการค้นหาข้อมูลโดยการ พิมพ์ค�าที่ตรงประเด็น กระชับ และตรงตาม ความต้องการลงในเว็บไซต์ส�าหรับสืบค้น เช่น เว็บไซต์ Google แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวข้อ แนวตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู ผู้สอน เช่น ช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ตรงตามต้องการ ท�าให้การค้นหาข้อมูลใช้เวลาอันรวดเร็ว น�า สอน สรุป ประเมิน T103
ตÑÇอย่าง ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสงกรานตวา วันสงกรานต มีประวัติความเปนมาอยางไร และกิจกรรมที่ควรทําในวันสงกรานต มีอะไรบาง จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยใช้¤íาสíา¤ÑÞ วันสงกรานต ประวัติวันสงกรานต ภาพที่ 3.1 วิธีการคนหาโดยใชคําสําคัญ 60 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60 เกร็ดแนะครู ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการค้นหาโดยใช้ค�าส�าคัญ ที่ต้องการค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติวันสงกรานต์ ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาค�าว่า ประวัติวันสงกราต์ ครูอาจให้นักเรียนค้นหาค�าว่า สงกรานต์ ก่อน แล้วจึงน�า ข้อมูลที่ได้มาจากค�าค้นหาทั้ง 2 ค�า มาเปรียบเทียบกันว่าได้ข้อมูลตามที่ต้องการ หรือไม่ โดยให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียน ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 2. ครูถามค�าถามกับนักเรียนว่า ถ้านักเรียน ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต์ว่า วันสงกรานต์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร นักเรียนจะพิมพ์ค�าค้นหาโดยใช้ค�าส�าคัญ ว่าอะไร (แนวตอบ วันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์) 3. นักเรียนเปดเครื่องคอมพิวเตอร์จากนั้นพิมพ์ค�า ค้นหาค�าว่า “ประวัติวันสงกรานต์” ลงใน โปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ ที่นักเรียนได้จากค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร กิจกรรม สร้างเสริม ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน จากนั้นครูแจกกระดาษ ที่มีสถานการณ์เกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลที่ครูเตรียมไว้ให้กับ นักเรียน แล้วให้นักเรียนในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ว่า จากสถานการณ์ ที่ครูก�าหนดให้ควรใช้ค�าค้นหาว่าอะไร (นักเรียนในแต่ละกลุ่มจะได้ สถานการณ์ที่แตกต่างกัน) และหลังจากที่นักเรียนทุกกลุ่ม ได้ค�าตอบเรียบร้อยแล้ว ครูจึงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา เล่าสถานการณ์พร้อมทั้งค�าส�าคัญที่ใช้ในการค้นหาบริเวณ หน้าชั้นเรียน โดยให้เพื่อนที่เหลือในชั้นเรียนช่วยกันวิเคราะห์ ค�าตอบของกลุ่มเพื่อนว่าถูกต้องหรือไม่ น�า สอน สรุป ประเมิน T104
ข้อสอบเน้น การคิด ตÑÇอย่าง 2. การคนหาโดยระบุชนิดของไฟล เปนการคนหาขอมูลโดยการเจาะจงชนิดของไฟลขอมูล ที่เราตองการ ซึ่งการคนหาแบบนี้จะตองอาศัยการคนหาโดยใชคํา สําคัญรวมดวย ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต โดยตองการที่จะคนหา เฉพาะไฟลที่นามสกุล .PDF เทานั้น จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยระºØชนิ´¢องä¿Å์ วันสงกรานต filetype:PDF ภาพที่ 3.2 วิธีการคนหาโดยระบุชนิดของไฟล 61 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 61 หากนักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภาพกระต่าย นักเรียน จะใช้ค�าค้นหาใดจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. กระต่าย 2. กระต่าย (รูปภาพ) 3. กระต่าย.File Type 4. กระต่าย filetype:gif (วิเคราะห์ค�าตอบ ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกระต่ายโดยการ เจาะจงชนิดของไฟล์ว่า ต้องการไฟล์ที่เป็นรูปภาพ เพราะฉะนั้น จึงต้องใช้ค�าค้นหาว่า กระต่าย filetype:gif ตามรูปแบบการค้นหา โดยระบุชนิดของไฟล์ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 4. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า การค้นหาข้อมูล โดยระบุชนิดของไฟล์เป็นการเจาะจงชนิด ของไฟล์ที่จะค้นหา เช่น ถ้านักเรียนต้องการ ข้อมูลที่เป็นรูปภาพ นักเรียนจะต้องค้นหา ข้อมูลที่เป็นไฟล์รูปภาพ เช่น ไฟล์ที่มีนามสกุล .JPG .PNG 5. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า วันสงกรานต์ filetype:PDF ลงในโปรแกรมค้นหา แล้ว ตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร ความรูเสริม ชนิดของไฟล์หรือนามสกุลไฟล์ (File Type) เป็นตัวที่ใช้ในการบ่งบอกว่า ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลประเภทใด เช่น ถ้าหากไฟล์นั้นเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลไฟล์เป็น .jpg หรือ .gif แสดงว่าไฟล์งานนั้นเป็นไฟล์รูปภาพ หรือถ้าหากเป็นไฟล์ที่มี นามสกุลไฟล์เป็น .docx แสดงว่าไฟล์งานนั้นเป็นไฟล์เอกสาร น�า สอน สรุป ประเมิน T105
ข้อสอบเน้นการคิด ตÑÇอย่าง 3. การคนหาภายในเว็บไซตที่กําหนด เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพชื่อเว็บไซต หรือประเภท ของเว็บไซตตามที่ตองการลงในชองคนหา เพื่อใหไดขอมูลจาก แหลงขอมูลที่ตองการ เชน เว็บไซตหนวยงานของรัฐ (.go.th) เว็บไซตทางการศึกษา (.ac.th) เว็บไซตขององคกรที่ไมหวังผลกําไร (.or.th) เว็บไซตทางการคา (.co.th) เว็บไซตทางการทหาร (.mi.th) ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต โดยตองการที่จะ คนหาจากเว็บไซตหนวยงานของรัฐเทานั้น จะสามารถคนหาไดดวย คําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยระºØเÇ็ºä«ต์ทีèกíาËน´ วันสงกรานต Site : m-culture.go.th ภาพที่ 3.3 วิธีการคนหาในเว็บไซตที่กําหนด 62 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 62 ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 6. นักเรียนในชั้นเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับ ประเภทของเว็บไซต์ว่า เว็บไซต์ที่อยู่บน อินเทอร์เน็ตมีกี่เว็บไซต์ อะไรบ้าง 7. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงเกี่ยวกับการค้นหา ข้อมูลภายในเว็บไซต์ว่า เป็นการค้นหาข้อมูล โดยการระบุชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการค้นหาลงใน โปรแกรมค้นหาด้วย 8. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า วันสงกรานต์ Site : m-culture.go.th ลงในโปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการปองกันโรคไข้หวัดใหญ ่ จากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข จะใช้ค�าค้นหาในข้อใดในการ ค้นหาข้อมูล 1. โรคไข้หวัดใหญ่ 2. โรคไข้หวัดใหญ่สาธารณสุข 3. โรคไข้หวัดใหญ่ Site : moph.go.th 4. โรคไข้หวัดใหญ่ Site : กระทรวงสาธารณสุข (วิเคราะห์ค�าตอบ หากต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัด ใหญ่จากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข ควรพิมพ์ค�าค้นหาว่า โรคไข้หวัดใหญ่ Site : moph.go.th เพื่อให้ได้ข้อมูลตรงตาม ที่ต้องการ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ความรูเสริม ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ จะมีที่อยู่เว็บไซต์ปรากฏอยู่ เช่น www. google.com ซึ่งในที่อยู่เว็บไซต์นี้จะปรากฏส่วนที่ส�าคัญอยู่ 2 ส่วน คือ โดเมนเนม และนามสกุล โดยจากตัวอย่าง www.google.com โดเมนเนม คือ google และนามสกุล คือ .com ซึ่งในการตั้งชื่อโดเมนเนมการใช้ตัวพิมพ์เล็ก และตัวพิมพ์ใหญ่ถือเป็นตัวเดียวกัน นั่นคือ www.google.com และ www. GOOGLE.com เป็นเว็บไซต์เดียวกัน น�า สอน สรุป ประเมิน T106
ข้อสอบเน้น การคิด ตÑÇอย่าง 4. การคนหาโดยการใชเครื่องหมายหรือสัญลักษณ เปนการคนหาขอมูลโดยการนําเครื่องหมายหรือสัญลักษณ มาใช ซึ่งเครื่องหมายหรือสัญลักษณที่สามารถนํามาชวยในการคนหา ขอมูล มีดังนี้ 1) อัญประกาศหรือเครื่องหมายคําพูด “ ” เปนการ คนหาขอมูลที่ตองการใหแสดงผลทุกคําในประโยค ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ทองเที่ยวในวันสงกรานต จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยการใช้อÑÞประกาÈ “สถานที่ทองเที่ยวในวันสงกรานต” ภาพที่ 3.4 วิธีการคนหาโดยการใชอัญประกาศ 63 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 63 ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 9. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์สามารถช่วยในการค้นหา ข้อมูลให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการได้ โดย เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่น�ามาใช้ ได้แก่ สัญลักษณ์อัญประกาศหรือเครื่องหมายค�าพูด เครื่องหมายบวก และเครื่องหมายลบ 10. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า “สถานที่ท่องเที่ยว ในวันสงกรานต์” ลงในโปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร ถ้านักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธงชาติไทย โดยไม่ ต้องการให้ผลลัพธ์แยกค�าออกจากกัน จะต้องพิมพ์ค�าค้นหาตรง กับข้อใด 1. ธงชาติไทย 2. “ธงชาติไทย” 3. ธงชาติ + ไทย 4. ธงชาติ AND ไทย (วิเคราะห์ค�าตอบ การค้นหาข้อมูลถ้าไม่ต้องการให้ผลลัพธ์ที่ได้ จากการค้นหาแยกค�าออกจากกัน จะต้องพิมพ์ค�าค้นหาไว้ภาย ในเครื่องหมายอัญประกาศ เพื่อให้แสดงข้อมูลที่ต้องการทุกค�า ในประโยค ดังนั้น ตอบข้อ 2.) เกร็ดแนะครู การให้นักเรียนค้นหาข้อมูลโดยการใช้สัญลักษณ์อัญประกาศ ครูอาจ ให้นักเรียนได้ศึกษาความแตกต่างของผลลัพธ์จากการค้นหาว่า ถ้าค้นหาด้วยค�า ค้นหาที่มีสัญลักษณ์อัญประกาศกับค�าค้นหาที่ไม่มีสัญลักษณ์อัญประกาศจะได้ ผลลัพธ์ออกมาหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร น�า สอน สรุป ประเมิน T107
ข้อสอบเน้นการคิด ตÑÇอย่าง 2) เครื่องหมายบวก (+) เปนการคนหาขอมูลที่ตองการ ใหปรากฏคําเหลานั้นในหนาเว็บเพจพรอมกัน กอนเครื่องหมายบวก จะตองเวนวรรค 1 ครั้ง และหลังเครื่องหมายบวกตองไมเวนวรรค ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสงกรานตและนางสงกรานต โดยตองการใหมีคําวา วันสงกรานตและนางสงกรานตบนเว็บไซตนั้น จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยการใช้เ¤ร×èองËมายºÇก วันสงกรานต +นางสงกรานต ภาพที่ 3.5 วิธีการคนหาโดยการใชเครื่องหมายบวก 64 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 64 ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 11. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า วันสงกรานต์ + นางสงกรานต์ ลงในโปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาโดยการใช้เครื่องหมายบวกลง ในโปรแกรมค้นหา ครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟงก่อนว่า การค้นหาโดยการใช้ เครื่องหมายบวก เป็นการค้นหาที่ต้องการให้ปรากฏค�าค้นหาขึ้นพร้อมกัน เช่น ถ้าต้องการค้นหาค�าว่า สัตว์ปาและสัตว์เลี้ยงพร้อมกันจะต้องพิมพ์ค�าค้นหาว่า สัตว์ปา +สัตว์เลี้ยง โดยก่อนที่จะพิมพ์เครื่องหมายบวกจะต้องเว้นวรรค 1 ครั้งด้วย หากต้องการให้โปรแกรมค้นหาแสดงผลทุกค�าในประโยค จะต้องใช้เทคนิคใดในการค้นหา 1. ใช้เครื่องหมายบวก 2. ใช้ตัวด�าเนินการ OR 3. ระบุประเภทของเว็บไซต์ 4. ใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (วิเคราะห์ค�าตอบ การค้นหาข้อมูลที่ต้องการให้ปรากฏค�าค้นหา หลายๆ ค�าในหน้าเว็บเพจพร้อมกันจะต้องใช้เทคนิคการค้นหา โดยใช้เครื่องหมายบวก ดังนั้น ตอบข้อ 1.) น�า สอน สรุป ประเมิน T108
ข้อสอบเน้น การคิด ตÑÇอย่าง 3) เครื่องหมายลบ (-) เปนการคนหาขอมูลโดยการระบุคํา ที่ไมตองการใหปรากฏบนเว็บไซต โดยมีเงื่อนไขวา กอนเครื่องหมาย ลบจะตองเวนวรรค 1 ครั้ง และหลังเครื่องหมายลบตองไมเวนวรรค วันสงกรานต -ภาคเหนือ ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต แตไมตองการขอมูล วันสงกรานตของภาคเหนือ จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยการใช้เ¤ร×èองËมายź ภาพที่ 3.6 วิธีการคนหาโดยการใชเครื่องหมายลบ 65 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 65 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาโดยการใช้เครื่องหมายลบลง ในโปรแกรมค้นหา ครูอาจอธิบายให้นักเรียนฟงก่อนว่า การค้นหาโดยการใช้ เครื่องหมายลบ เป็นการค้นหาที่ระบุค�าที่ไม่ต้องการให้ปรากฏบนโปรแกรม ค้นหา เช่น ถ้าต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ สุนัข แต่ไม่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ โรคพิษสุนัขบ้า จะต้องพิมพ์ค�าค้นหาว่า สุนัข -โรคพิษสุนัขบ้า และก่อนที่จะ พิมพ์เครื่องหมายลบจะต้องเว้นวรรค 1 ครั้ง เช่นเดียวกับการค้นหาโดยการใช้ เครื่องหมายบวก ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 12. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า วันสงกรานต์ - ภาคเหนือ ลงในโปรแกรมค้นหา แล้ว ตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร 13. นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ ผลลัพธ์การค้นหาโดยการใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ทั้ง 3 ประเภท ว่าผลลัพธ์ ที่ได้จากค�าค้นหาที่มีการใช้เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และผลลัพธ์ของแต่ละค�าค้นหาเป็นอย่างไร ข้อใดเปนลักษณะของค�าค้นหาที่ดี 1. ใช้ค�าไพเราะ 2. ใช้ค�าศัพท์ยากๆ 3. ใช้ค�าสั้นและกระชับ 4. ใช้ค�ากว้างๆ ไม่เจาะจง (วิเคราะห์ค�าตอบ การใช้ค�าค้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตาม ความต้องการมากที่สุดจะต้องใช้ค�าค้นหาที่สั้น กระชับ และตรง ประเด็นที่จะค้นหา จึงจะท�าให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) น�า สอน สรุป ประเมิน T109
ข้อสอบเน้นการคิด ตÑÇอย่าง 5. การคนหาโดยการใชตัวดําเนินการ เปนการคนหาขอมูลโดยการใชตัวดําเนินการในการเชื่อมคํา ซึ่งตัวดําเนินการที่ใช ในการคนหาขอมูล มีดังนี้ 1) ตัวดําเนินการ AND เปนตัวดําเนินการที่จะใชเมื่อ ตองการคนหาคําสําคัญเพิ่มขึ้น ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ควรทําในวันสงกรานต จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยการใช้ตÑÇ´íาเนินการ AND วันสงกรานต AND กิจกรรม ภาพที่ 3.7 วิธีการคนหาโดยการใชตัวดําเนินการ AND 66 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 66 ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 14. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า ตัวด�าเนินการ AND หรือ OR สามารถน�ามาช่วยในการ ค้นหาข้อมูลให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการได้ โดยตัวด�าเนินการ AND จะใช้เมื่อต้องการ ค้นหาค�าส�าคัญเพิ่ม เช่น ถ้าต้องการค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้และสัตว์ปานักเรียน สามารถใช้ค�าค้นว่า ต้นไม้ AND สัตว์ปาได้ 15. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า วันสงกรานต์ AND กิจกรรม ลงในโปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบ ว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จากค�าส�าคัญนี้เป็น อย่างไร เกร็ดแนะครู ครูควรอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ตัวด�าเนินการ AND ว่า ตัวด�าเนินการ AND เป็นตัวด�าเนินการที่จะน�ามาใช้เมื่อต้องการค้นหาค�าส�าคัญ เพิ่ม ซึ่งจะมีลักษณเช่นเดียวกับการค้นหาข้อมูลโดยใช้เครื่องหมายบวก นั่นคือ ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมค้นหาจะปรากฏค�าส�าคัญที่ต้องการค้นหา โดยค�า เหล่านั้นอาจไม่ได้เรียงเป็นประโยคเดียวกัน ข้อใดแสดงถึงการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดินสอและสีได้ถูกต้อง 1. ดินสอสี 2. “ดินสอสี” 3. ดินสอ AND สี 4. “ดินสอ” AND “สี” (วิเคราะห์ค�าตอบ หากต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดินสอและสี ในเวลาเดียวกันจะต้องใช้ตัวด�าเนินการ AND หรือเครื่องหมาย บวกมาช่วยในการค้นหา อีกทั้งยังจะต้องใส่สัญลักษณ์อัญประกาศ ให้กับค�าว่า ดินสอ และค�าว่า สี ด้วย เพื่อปองกันไม่ให้ผลลัพธ์แสดง ค�าว่า ดินสอ และค�าว่า สี ติดกัน ดังนั้น ตอบข้อ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T110
ข้อสอบเน้น การคิด 2) ตัวดําเนินการ OR เปนตัวดําเนินการที่จะใชเมื่อตองการ ใหแสดงขอมูลใดขอมูลหนึ่งที่พิมพคําคนหาลงไป ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในวันสงกรานต โดย ตองการใหเว็บไซตแสดงขอมูลการสรงนํ้าพระ หรือการรดนํ้าดําหัวผู ใหญ จะสามารถคนหาไดดวยคําคนหา ดังนี้ การ¤้นËาâ´ยการใช้ตÑÇ´íาเนินการ OR สรงนํ้าพระ OR รดนํ้าดําหัวผู ใหญ ตÑÇอย่าง ภาพที่ 3.8 วิธีการคนหาโดยการใชตัวดําเนินการ OR 67 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 67 เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนศึกษาเกี่ยวกับการค้นหาโดยใช้ตัวด�าเนินการ OR เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูควรอธิบายให้นักเรียนเข้าใจความแตกต่างระหว่างการ ใช้ตัวด�าเนินการ AND และตัวด�าเนินการ OR ว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลโดยใช้ตัวด�าเนินการมากขึ้น ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 16. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า ตัวด�าเนินการ OR จะใช้เมื่อต้องการให้โปรแกรมค้นหา แสดงเว็บไซต์ที่มีค�าใดค�าหนึ่งของค�าค้นหา เช่น ถ้านักเรียนพิมพ์ค�าว่า รถยนต์ OR รถจักรยานยนต์ โปรแกรมค้นหาจะแสดง เว็บไซต์ที่มีค�าว่า รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ บนหน้าจอ 17. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาว่า สรงน�้าพระ OR รดน�้าด�าหัวผู้ใหญ่ ลงในโปรแกรมค้นหา แล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่นักเรียนได้จาก ค�าส�าคัญนี้เป็นอย่างไร ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์จากการค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆ 1. ได้ข้อมูลที่หลากหลาย 2. มีข้อมูลตรงตามต้องการ 3. ประหยัดเวลาในการสืบค้น 4. ได้ประเภทของข้อมูลตามต้องการ (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้จะเห็นได้ว่า ข้อที่ ไม่ใช่ประโยชน์ของการค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆ คือ ข้อ 1. ได้ข้อมูลที่หลากหลาย เนื่องจากการค้นหาข้อมูลด้วยการใช้เทคนิค ต่างๆ จะได้ข้อมูลตามที่เราค้นหาเท่านั้น ดังนั้น ตอบข้อ 1.) น�า สอน สรุป ประเมิน T111
ข้อสอบเน้นการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. ................................................................................................................. 3 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ Í‹ҧÁÕ»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾ ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/3 พิจารณารูปภาพ แลวตอบคําถามวาควรใชคําคนหาใดจึงจะไดผลลัพธตามภาพ ที่กําหนด ลองทําดู ผักสีเขียว รถยนตสีแดง เตา เตามะเฟอง ผูหญิงอุมเด็ก แมอุมลูก ฉบับ เฉลย 44 ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 1. นักเรียนท�ากิจกรรมลองท�าดูในแบบฝกหัด หน้า 44 เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยให้นักเรียนพิจารณาภาพที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามว่า ควรใช้ค�าค้นหาใดจึงจะได้ ผลลัพธ์ตามภาพที่ก�าหนด เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมลองท�าดูในแบบฝกหัด หน้า 44 เสร็จเรียบร้อย แล้ว ครูอาจให้นักเรียนในชั้นเรียนอภิปรายค�าตอบร่วมกันเกี่ยวกับค�าค้นหา ที่นักเรียนแต่ละคนคิดไว้ จากนั้นครูจึงให้นักเรียนในชั้นเรียนสรุปร่วมกันว่า ถ้าต้องการค้นหาข้อมูลให้ได้ภาพตามที่ก�าหนดนักเรียนควรใช้ค�าค้นหาใด ในการค้นหาข้อมูลหากใช้ค�าค้นหาว่า “ดอกดาวเรือง” จะได้ ผลลัพธ์อย่างไร 1. โปรแกรมค้นหาแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีไฟล์นามสกุล .pdf 2. โปรแกรมค้นหาแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีค�าว่า ดอกดาวเรือง ทั้งหมด 3. โปรแกรมค้นหาแสดงรายการเว็บไซต์การศึกษาที่เกี่ยวกับ ดอกดาวเรือง 4. โปรแกรมค้นหาแสดงรายการเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดอกดาวเรือง (วิเคราะห์ค�าตอบ หากพิมพ์ค�าค้นหาค�าว่า “ดอกดาวเรือง” ลงบน โปรแกรมค้นหา ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหา คือ โปรแกรมค้นหา แสดงรายการเว็บไซต์ที่มีค�าว่า ดอกดาวเรือง ทั้งหมด ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 44 น�า สอน สรุป ประเมิน T112
จาก แบบฝกหัด หนา 4 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 45-47 2. พิจารณาภาพ แลวตอบคําถามตอไปนี้ โดยกําหนดใหพื้นที่ที่แรเงาเปน ขอมูลที่ตองการ และพื้นที่ที่ไมแรเงาเปนขอมูลที่ไมตองการ (5 คะแนน) 1. 2. 1) จากภาพ นักเรียนคิดวาผูคนหาตองการคนหาอะไร ..................................................................................................................................................................................................................... 2) ใชเทคนิคการคนหาขอมูลแบบใด ..................................................................................................................................................................................................................... 3) ควรพิมพคําคนหาวาอยางไร ..................................................................................................................................................................................................................... 2. กิจกรรม 1) จากภาพ นักเรียนคิดวาผูคนหาตองการคนหาอะไร ..................................................................................................................................................................................................................... 2) ใชเทคนิคการคนหาขอมูลแบบใด ..................................................................................................................................................................................................................... 3) ควรพิมพคําคนหาวาอยางไร ..................................................................................................................................................................................................................... ลองแพ ปนเขา ของขวัญ วันเกิด ตุกตา ตองการของขวัญวันเกิดที่ไมใชตุกตา การคนหาโดยใชเครื่องหมายลบ ของขวัญวันเกิด -ตุกตา ตองการคนหากิจกรรม ที่เปนกิจกรรมลองแพหรือปนเขาก็ได การใชตัวดําเนินการ OR กิจกรรม ลองแพ OR ปนเขา ฉบับ เฉลย 46 Ẻ½ƒ¡ËÑ´ คะแนนเต็ม การคนหาขอมูลโดยใช อินเทอรเน็ต 15 1. อานสถานการณที่กําหนด แลวบอกวาควรใชเทคนิคการคนหาขอมูล แบบใด และควรใชคําคนหาใดในการหาขอมูล (5 คะแนน) 1. แพรตองการคนหาสถานที่ปลูกปาชายเลน ที่อยูในจังหวัดสมุทรสาคร หรือจังหวัดสมุทรสงครามก็ได เทคนิคการคนหาขอมูลที่ใช คือ .......................................................................................................................... โดยพิมพคําคนหาวา .............................................................................................................................................................. 2. เจงตองการคนหาวิธีการทําเคกช็อกโกแลตหนานิ่ม เทคนิคการคนหาขอมูลที่ใช คือ .......................................................................................................................... โดยพิมพคําคนหาวา .............................................................................................................................................................. 3. มะนาวตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับโซอาหาร โดยเลือกคนหาจาก เว็บไซตทางการศึกษาเทานั้น เทคนิคการคนหาขอมูลที่ใช คือ .......................................................................................................................... โดยพิมพคําคนหาวา .............................................................................................................................................................. 4. แกวตองการคนหาชื่อที่พักในจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่พักนั้นตองไมใช โรงแรม เทคนิคการคนหาขอมูลที่ใช คือ .......................................................................................................................... โดยพิมพคําคนหาวา .............................................................................................................................................................. 5. จุมตองการคนหาไฟลแบบฝกหัดวิชาคณิตศาสตร โดยเลือกคนหา เฉพาะไฟลที่มีนามสกุล .doc เทานั้น เทคนิคการคนหาขอมูลที่ใช คือ .......................................................................................................................... โดยพิมพคําคนหาวา .............................................................................................................................................................. 1. อานสถานการณที่กําหนด แลวบอกวาควรใชเทคนิคการคนหาขอมูล การคนหาโดยใชตัวดําเนินการ OR การคนหาโดยใชคําสําคัญ การคนหาโดยระบุเว็บไซตที่กําหนด การคนหาโดยใชเครื่องหมายลบ การคนหาโดยระบุชนิดของไฟล วิธีการทําเคกช็อกโกแลตหนานิ่ม โซอาหาร Site:ac.th ที่พักกาญจนบุรี -โรงแรม แบบฝกหัดวิชาคณิตศาสตร filetype : doc ปลูกปาชายเลน สมุทรสาคร OR สมุทรสงคราม ฉบับ เฉลย 45 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. ตีความจากสถานการณที่กําหนด บอกเทคนิคในการคนหา ขอมูลและพิมพคําคนหาได (5 ขอยอย) 1 5 • 9 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 9 คะแนน = ปรับปรุง 2. ตีความจากภาพที่กําหนด บอกเทคนิคในการคนหาขอมูล และพิมพคําคนหาได (2 ขอยอย) 2.5 5 3. ตอบคําถามเกี่ยวกับเทคนิคการคนหาขอมูล ในการหาคําตอบไดจากโจทยที่กําหนด (5 ขอยอย) 1 5 คะแนนเต็ม 15 1. ตีความจากสถานการณที่กําหนด บอกเทคนิคในการคนหา 2. ตีความจากภาพที่กําหนด บอกเทคนิคในการคนหาขอมูล 3. ตอบคําถามเกี่ยวกับเทคนิคการคนหาขอมูล เกณฑการใหคะแนน 3. ตอบคําถามโดยใชเทคนิคการคนหาขอมูลแบบตาง ๆ พรอมทั้งบอก เทคนิคการคนหาขอมูล (5 คะแนน) 1. เพลงที่มีเนื้อรองวา ชี้ชาติไทยเนาวถิ่น เจริญวัฒนธรรม มีชื่อเพลง วาอะไร ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 2. นอกจากกลวย ขาวโพด มะมวงสุก ฟกทอง สับปะรด ยังมีผักและ ผลไมชนิดใดที่มีสีเหลืองอีกบาง จงบอกมา 3 ชนิด ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3. เว็บไซตทางการศึกษาไดกลาวถึงนิยามของสนามแมเหล็กวา อยางไร ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 4. บุคคลที่เคยพูดคําวา ดิฉันภูมิใจที่เปนผูหญิงไทย บนเวทีประกวด นางงามจักรวาล มีชื่อวาอะไร ................................................................................................................................................................................................................................... 5. ชื่อสัตวปาสงวนที่เปนนก มีรูปรางอวนปอม คอสั้น คือสัตวชนิดใด ................................................................................................................................................................................................................................... 3. ตอบคําถามโดยใชเทคนิคการคนหาขอมูลแบบตาง ๆ พรอมทั้งบอก เพลงดอกไมของชาติ (การคนหาโดยใชเครื่องหมายอัญประกาศ) ขนุน ทุเรียน มะยงชิด (การคนหาโดยใชเครื่องหมายลบ) บริเวณที่แทงแมเหล็กสงอํานาจการดึงดูดไปถึง (การคนหาโดยระบุ เว็บไซตที่กําหนด) ภรณทิพย นาคหิรัญกนก (การคนหาโดยใชเครื่องหมายอัญประกาศ) นกแตวแลวทองดํา (การคนหาโดยใชเครื่องหมายบวก) ฉบับ เฉลย 47 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนลงมือท�าแบบฝกหัด ในแบบฝกหัด หน้า 45-47 ครูอาจทบทวนเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆ ให้นักเรียนฟง อีกครั้งก่อนว่า เทคนิคการค้นหาข้อมูลแต่ละเทคนิคจะให้ผลลัพธ์การค้นหา อย่างไร แล้วจึงให้นักเรียนลงมือท�าแบบฝกหัด โดยให้นักเรียนเฉลยร่วมกันหลัง จากท�าแบบฝกหัดแต่ละข้อเสร็จ ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 2. นักเรียนท�าแบบฝกหัด เรื่อง การค้นหาข้อมูล โดยใช้อินเทอร์เน็ต โดยข้อ 1. ให้นักเรียนอ่าน สถานการณ์ที่ก�าหนดให้แล้วบอกว่า ควรใช้ เทคนิคการค้นหาข้อมูลรูปแบบใด และต้อง พิมพ์ค�าค้นหาใดในการค้นหาข้อมูล ข้อ 2. ให้นักเรียนพิจารณาภาพที่ก�าหนดให้ แล้วบอก ว่าผู้ค้นหาต้องการค้นหาอะไร ใช้เทคนิคใด ในการค้นหา และควรพิมพ์ค�าค้นหาว่า อะไร และข้อ 3. ให้นักเรียนพิจารณาค�าถาม ที่ก�าหนดให้แล้วตอบค�าถาม พร้อมทั้งบอก ด้วยว่า นักเรียนใช้เทคนิคใดในการค้นหา ข้อมูล กิจกรรม 21st Century Skills ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนท�ากิจกรรมร่วมกัน โดยครูเตรียมบัตรค�า เกี่ยวกับค�าค้นหาโดยใช้เทคนิคต่างๆ ไว้จ�านวน 6-10 ใบ จากนั้น ครูชูบัตรค�าขึ้นมา 1 ใบ แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า บัตรค�านี้ ใช้เทคนิคการค้นหาแบบใด และผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาเป็น อย่างไร เพื่อเป็นการทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคนิคใน การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต น�า สอน สรุป ประเมิน T113
¡Ô¨¡รรÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci 1. ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณตอไปนี้ แลวใชคําคนหาในการคนหา ขอมูลตามตองการ โดยใหบันทึกขอมูลที่ไดลงในสมุด สถานการณ : โปตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับประวัติของวัน คริสตมาส โดยขอมูลนั้นจะตองเปนขอมูลที่มาจากเว็บไซต ทางการศึกษาเทานั้น เนื่องจากจะตองนําขอมูลไปนําเสนอหนา เสาธงในวันคริสตมาส ติดภาพ บันทึกลงในสมุด 68 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68 ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 3. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 68 โดยในข้อ 1. ให้นักเรียน พิจารณาสถานการณ์เกี่ยวกับการค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับประวัติของวันคริสต์มาส โดยให้ นักเรียนใช้ค�าค้นหาในการค้นหาข้อมูลตาม สถานการณ์ที่ก�าหนด แล้วบันทึกผลลัพธ์ที่ได้ จากการค้นหาลงในสมุด เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 68 ครูควรให้ นักเรียนใช้โปรแกรมค้นหาในการค้นหาข้อมูลตามค�าค้นหาที่นักเรียนคิดไว้ด้วย เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของนักเรียนเองว่า ค�าค้นหาที่นักเรียนคิด ไว้นั้นได้ผลลัพธ์ในการค้นหาตามที่โจทย์ต้องการหรือไม่ และหลังจากนักเรียน ในชั้นเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนอภิปราย ร่วมกันเกี่ยวกับค�าตอบของนักเรียน กิจกรรม ท้าทาย ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ร่วมกันคิดสถานการณ์ เกี่ยวกับผลลัพธ์ในการค้นหาว่า แต่ละกลุ่มต้องการค้นหาอะไร หลังจากนักเรียนทุกกลุ่มคิดสถานการณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาเล่าสถานการณ์ของกลุ่มตนเอง ให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟงบริเวณหน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนกลุ่มอื่น ที่เหลือในชั้นเรียนช่วยกันคิดค�าค้นหาแล้วเขียนลงในกระดาษ ที่ครูแจกให้ เมื่อนักเรียนออกมาเล่าสถานการณ์ครบทุกกลุ่มแล้ว ครูและนักเรียนเฉลยค�าตอบร่วมกันว่าค�าค้นหาของแต่ละกลุ่ม คืออะไร น�า สอน สรุป ประเมิน T114
ข้อสอบเน้น การคิด 2. ใหนักเรียนพิจารณาขอมูลตอไปนี้ แลวบอกวา ควรใชคําคนหาใดใน การคนหาขอมูล โดยบันทึกคําตอบลงในสมุด ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการแกปญหา 3. ทักษะการใชคอมพิวเตอร 2. คนหาขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ทองเที่ยวในภาคเหนือที่ไมใชวัด 4. คนหาขอมูลเกี่ยวกับอาหารไทยหรืออาหารตางชาติ 5. คนหาขอมูลเกี่ยวกับภาพถายที่มีนามสกุล .JPG 1. คนหาขอมูลเกี่ยวกับประวัติความเปนมาของวัดพระแกว 3. คนหาขอมูลเกี่ยวกับวันสําคัญโดยเนนวันแมแหงชาติ 69 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 69 ข้อใดกล่าวถึงอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้อง 1. ผู้เข้าใช้งานจะต้องมีการลงชื่อเข้าใช้งานทุกครั้ง 2. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลและท�างานรูปแบบต่างๆ ได้ 3. จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมมวลชนในการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง 4. เครือข่ายภายในองค์กรซึ่งสามารถใช้แจ้งข่าวสารข้อมูล ต่างๆ ได้ (วิเคราะห์ค�าตอบ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข ่ายคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ ่ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล ่งรวบรวมและ แลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบต่างๆ มากมาย ดังนั้น ตอบข้อ 4.) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการท�างานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา เกณฑ์การวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานรายบุคคล ที่แนบมาท้ายการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบ ก่อนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ขั้นสรุป ตรวจสอบผล นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ตว่า ในการ ค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ตมีเทคนิคใดบ้าง และแต่ละเทคนิคมีวิธีการใช้อย่างไร ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 4. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 69 โดยในข้อ 2. ให้นักเรียน พิจารณาข้อมูลที่ก�าหนดให้แล้วบอกว่า ควรใช้ค�า ค้นหาใดในการค้นหาข้อมูล โดยให้นักเรียน บันทึกค�าตอบลงในสมุด แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง น�า สอน สรุป ประเมิน T115
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การก�าหนดขอบเขตการค้นหา เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการค้นหาข้อมูลโดยใช้การก�ำหนดขอบเขตการค้นหาหรือการค้นหาขั้นสูงได้(K) 2. ค้นหาข้อมูลโดยใช้การก�ำหนดขอบเขตการค้นหาหรือการค้นหาขั้นสูงได้(P) 3. เห็นประโยชน์ของการก�ำหนดขอบเขตการค้นหาหรือการค้นหาขั้นสูง และน�ำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้(A) 3. สาระการเรียนรู้ - การจัดล�ำดับผลลัพธ์จากการค้นหาของโปรแกรมค้นหา 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้ง โปรแกรมค้นหาจะแสดงข้อมูลจากคำ�ค้นหาเป็นจำ�นวนมาก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลตรงตามความต้องการมากที่สุด ผู้ใช้จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการก�ำหนดขอบเขต การค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลตรงตามต้องการ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(5Es Instructional Model) วิธีการ สอนโดยใช้เทคนิคการสอนด้วยเกม วิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ และวิธีการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ T116
ข้อสอบเน้น การคิด ขอมูลในอินเทอรเน็ตที่ไดจากโปรแกรม คนหามีอยูเปนจํานวนมาก โดยในโปรแกรมคนหา จะแสดงเว็บไซตตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับคําคนหาที่ ผู ใชงานปอนเขาไป โดยโปรแกรมคนหาจะแสดง ขอมูลพื้นฐานของเว็บไซต ดังนี้ 2. ¡าร¡�า˹´¢Íºà¢µ¡ารคŒ¹Ëา เนื่องจากในการคนหาขอมูลในแตละครั้ง โปรแกรมคนหาจะแสดง ขอมูลที่เกี่ยวของกับคําคนหาที่ผู ใชงานปอนเขาไปเปนจํานวนมาก ดังนั้น เพื่อใหผู ใชงานสามารถใชงานอินเทอรเน็ตไดอยางมีประสิทธิภาพ และไดขอมูลตรงตามความตองการมากที่สุด ผู ใชจะตองเรียนรู เกี่ยวกับการกําหนดขอบเขตการคนหาที่ไดจากโปรแกรมคนหา ดังนี้ มØม Com Sci การนําขอมูลที่คนหาไดจากอินเทอรเน็ตมาใชงาน ไมควรคัดลอกขอมูลมา โดยตรง แตใหพิจารณาสาระสําคัญของขอมูลที่ไดมา แลวนํามาเรียบเรียงใหม โดยใชภาษาของตนเอง พรอมทั้งอางอิงแหลงที่มาของขอมูลตนฉบับดวย ชื่อหัวขอของเว็บไซต วันที่เผยแพรขอมูล ตัวอยางขอมูล ที่อยูเว็บไซต 1 2 4 ภาพที่ 3.9 ตัวอยางขอมูลพื้นฐานของเว็บไซตที่แสดงบนโปรแกรมคนหา 3 การกําหนดขอบเขต การคนหาชวยให การคนหามี ประสิทธิภาพอยางไร 70 ที่อยูเว็บไซต 2 ¡าร¡�า˹´¢Íºà¢µ¡ารคŒ¹Ëา 1 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 70 แต้วต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนที่มีความ ถูกต้องและทันสมัยที่สุด แต้วจะต้องก�าหนดขอบเขตการค้นหา อย่างไร 1. ค้นหาจากเว็บไซต์ที่ทันสมัย 2. ก�าหนดช่วงเวลาที่เผยแพร่ข้อมูล 3. พิจารณาชื่อหัวเรื่องให้ตรงตามที่ต้องการ 4. เลือกเว็บไซต์ที่เป็นของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ (วิเคราะห์ค�าตอบ การก�าหนดระยะเวลาที่เผยแพร ่ข้อมูล ให้ถูกต้องจะท�าให้ได้รับข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงเวลาที่ต้องการ ซึ่งจากโจทย์แต้วต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนที่มี ความถูกต้องและทันสมัยที่สุด แต้วจะต้องก�าหนดช่วงเวลาให้เป็น ปจจุบันที่สุด ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ขั้นน�ำ กระตุ้นควำมสนใจ 1. ครูทบทวนความรู้เดิมที่เรียนในชั่วโมงที่แล้ว เกี่ยวกับเทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่างๆ โดยให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ จากการใช้เทคนิคในการค้นหาข้อมูล 2. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ว่า การก�าหนดขอบเขตการค้นหาช่วยให้การ ค้นหามีประสิทธิภาพอย่างไร ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 1. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างข้อมูลพื้นฐานของ เว็บไซต์ที่แสดงบนโปรแกรมค้นหาในหนังสือ เรียน หน้า 70 จากนั้นให้นักเรียนอภิปราย ร่วมกันว่า ข้อมูลพื้นฐานของเว็บไซต์ที่แสดง บนโปรแกรมค้นหาประกอบด้วยอะไรบ้าง 2. นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากมุม Com Sci ในหนังสือเรียน เกี่ยวกับการน�าข้อมูลที่ค้นหา ได้จากอินเทอร์เน็ตมาใช้งาน แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวข้อ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู ผู้สอน เช่น ท�าให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการ ของผู้ใช้งาน นักเรียนควรรู 1 ขอบเขตการค้นหา เป็นการก�าหนดกรอบในการค้นหาข้อมูล หรือเป็นการ เจาะจงว่า ต้องการข้อมูลมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากต้องการให้ผลลัพธ์ของการ ค้นหาข้อมูลตรงตามความต้องการมากที่สุด ก็จะต้องก�าหนดขอบเขตการค้นหา ให้แคบที่สุด 2 ที่อยู่เว็บไซต์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Uniform Resource Locator หรือ URL เมื่อนักเรียนต้องการเข้าสู่เว็บไซต์จะต้องพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ให้ถูกต้อง ถ้าพิมพ์ผิด อาจจะไม่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ที่ต้องการได้ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T117
ข้อสอบเน้นการคิด 2. คลิก “การตั้งคา” บนหนาตางแสดงผลลัพธของ โปรแกรมคนหา แลวเลือก “การคนหาขั้นสูง” 1. พิมพคําคนหาที่ตองการคนหาลงบนโปรแกรม คนหา แลวกดคนหา จากนั้นจะปรากฏหนาตางแสดงผลลัพธ ของโปรแกรมคนหา ดังนี้ 2 1 www.google.com 71 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71 ขั้นสอน ส�ำรวจค้นหำ 3. ครูให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับการก�าหนด ขอบเขตการค้นหาในการใช้งานโปรแกรม ค้นหา ในหนังสือเรียน หน้า 71-74 เกร็ดแนะครู หลังจากครูอธิบายขั้นตอนการก�าหนดขอบเขตการค้นหาในขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 ให้นักเรียนฟงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจสาธิตขั้นตอน การก�าหนดขอบเขตให้นักเรียนดู โดยให้นักเรียนปฏิบัติตามที่ครูสอนทีละขั้นตอน ซึ่งหากพบว่ามีนักเรียนคนใดที่ไม่สามารถท�าได้ครูอาจคอยแนะน�าขั้นตอนให้กับ นักเรียนอีกครั้ง หรือให้เพื่อนช่วยเพื่อนก็ได้ ข้อใดกล่าวถึงประโยชน์ของการก�าหนดขอบเขตการค้นหา ได้ถูกต้องมากที่สุด 1. ข้อมูลมีความทันสมัยที่สุด 2. ไฟล์ข้อมูลมีนามสกุลเดียวกัน 3. แหล่งข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือ 4. ข้อมูลที่ได้ตรงตามความต้องการที่สุด (วิเคราะห์ค�าตอบ การก�าหนดขอบเขตการค้นหาเป็นการระบุ ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการลงในโปรแกรมค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรง ตามความต้องการมากที่สุด ดังนั้น ตอบข้อ 4.) อธิบำยควำมรู้ 1. ครูอธิบายขั้นตอนการก�าหนดขอบเขตการ ค้นหาในขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 ให้นักเรียนฟงทีละขั้นตอนว่า ในขั้นตอนที่ 1 นักเรียนจะต้องพิมพ์ค�าค้นหาที่ต้องการลงบน โปรแกรมค้นหา และเมื่อโปรแกรมค้นหา แสดงผลลัพธ์การค้นหาแล้วให้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนที่ 2 คือ คลิกที่ค�าว่า ตั้งค่า บนหน้าต่าง แสดงผลลัพธ์ของโปรแกรมค้นหา แล้วเลือก การค้นหาขั้นสูง น�า สอน สรุป ประเมิน T118
ข้อสอบเน้น การคิด 3. เมื่อพบกับหนาตางการคนหาขั้นสูงแลว ใหกรอก ขอมูลการคนหา ดังนี้ ภาพที่ 3.10 ขั้นตอนการกําหนดขอบเขตการคนหาดวยโปรแกรมคนหา 1 2 72 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 72 เกร็ดแนะครู หลังจากครูอธิบายเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลการค้นหาให้นักเรียนฟงเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ครูอาจให้นักเรียนลองกรอกข้อมูลลงในช่องว่างต่างๆ ตามที่ นักเรียนต้องการ แล้วสังเกตผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาว่า ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างจากการค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆ หรือไม่ ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงต่อว่า หลังจากเลือก การค้นหาขั้นสูงแล้ว จะพบกับหน้าต่างการ ค้นหาขั้นสูง ให้นักเรียนกรอกข้อมูลการค้นหา ลงในกรอบที่ 1 และกรอบที่ 2 โดยในกรอบ ที่ 1 จะเป็นการบอกว่า ต้องการตัดหรือ ต้องการให้แสดงผลจากค�าค้นหาใด ส่วน ในกรอบที่ 2 เป็นการเลือกการจัดเรียงข้อมูล โดยจะมีการจัดเรียงตามภาษา จัดเรียงตาม พื้นที่การท�างาน จัดเรียงตามเวลา จัดเรียง ตามต�าแหน่งที่ตั้งของเว็บไซต์ และลิขสิทธิ์ ของข้อมูล ข้อใดเปนการปฏิบัติที่ไม ่ถูกต้องเกี่ยวกับการน�าข้อมูล บนอินเทอร์เน็ตมาใช้งาน 1. น�าข้อมูลที่ได้มาใช้ทันที 2. อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล 3. น�าข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงใหม่ 4. อ้างอิงชื่อผู้เขียนหรือผู้รวบรวม (วิเคราะห์ค�าตอบ การน�าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาใช้งานจะต้อง มีการอ้างอิงด้วยว่า ใครเป็นผู้ให้ข้อมูล และข้อมูลที่ได้มาจาก แหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์ใด และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วจะต้องน�าข้อมูล มาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นภาษาของตนเอง ดังนั้น ตอบข้อ 1.) น�า สอน สรุป ประเมิน T119
ตÑÇอย่าง การกíาËน´ช่Çงป‚¢อง¼ÅÅÑพธ์การ¤้นËา ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานตที่ไมมีการแสดง ขอมูลเกี่ยวกับประวัติวันสงกรานต ซึ่งจะเปนไฟลประเภทใดก็ไดที่ เผยแพรตั้งแต พ.ศ. 2560-2563 และจะตองเปนขอมูลที่มาจากแหลง ขอมูลของหนวยงานรัฐเทานั้น จะสามารถจัดลําดับผลลัพธการคนหาได ดังนี้ 1 กรอกขอมูลคําคนหาตาง ๆ ที่ตองการคนหา โดยบอกวาตองการ ตัดหรือตองการใหแสดงผลคําใด 2 เลือกการจัดเรียงขอมูล โดยจะมีการจัดเรียงตามภาษา จัดเรียง ตามพื้นที่ที่ตองการ จัดเรียงตามเวลา จัดเรียงตามตําแหนงที่ตั้ง ของเว็บไซต จัดเรียงตามชนิดของไฟล และลิขสิทธิ์ของขอมูล 1 2 1 2563 73 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 73 ขั้นสอน อธิบายความรู 3. ครูใหนักเรียนดูตัวอยางการกําหนดชวงป ของผลลัพธการคนหา จากนั้นครูจึงอธิบายให นักเรียนฟงวา ตัวอยางนี้เปนการคนหาขอมูล เกี่ยวกับเทศกาลสงกรานตที่ไมมีขอมูลเกี่ยวกับ ประวัติวันสงกรานต ซึ่งจะเปนไฟลประเภท ใดก็ไดที่เผยแพรตั้งแตป พ.ศ. 2560-2563 และจะตองเปนขอมูลที่ไดมาจากหนวยงาน ของรัฐเทานั้น ความรูเสริม การกําหนดชวงปของผลลัพธการคนหา เปนการกําหนดวาตองการขอมูล ที่เผยแพรในชวงปใดบาง โดยการกําหนดชวงปของผลลัพธการคนหาแบบนี้ จะชวยใหผูใชงานไดขอมูลที่มีความทันสมัย ทันเหตุการณและเปนปจจุบัน ซึ่งจะทําใหไดขอมูลที่ตรงตามความตองการของผูใชงาน กิจกรรม สรางเสริม ครูเลาสถานการณเกี่ยวการคนหาขอมูลใหนักเรียนฟง จากนั้น ครูจึงใหนักเรียนคนหาขอมูลดวยวิธีการกําหนดขอบเขตการคนหา ตามสถานการณที่ครูเลาใหนักเรียนฟง โดยสถานการณ มีดังนี้ สถานการณ กานตองการศึกษาขอมูลเกี่ยวกับสัตวปาสงวน ที่มี การเผยแพรไวไมเกิน 5 ป จากเว็บไซตของหนวยงานรัฐ เพื่อความ ถูกตองและนาเชื่อถือมากที่สุด นํา สอน สรุป ประเมิน T120
หลังจากกําหนดการจัดลําดับผลลัพธการคนหาของโปรแกรมคนหา เสร็จเรียบรอยแลว โปรแกรมคนหาจะแสดงผลลัพธจากการกําหนด ขอบเขตการคนหา ดังนี้ 2 ภาพที่ 3.11 ตัวอยางผลลัพธจากการกําหนดขอบเขตการคนหา 2563 74 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 74 เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาตามตัวอย่างหนังสือเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจให้นักเรียนน�าผลลัพธ์ที่นักเรียนได้กับผลลัพธ์ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียน มาเปรียบเทียบกันว่า ผลลัพธ์ที่ได้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ขั้นสอน อธิบำยควำมรู้ 4. นักเรียนพิมพ์ค�าค้นหาตามตัวอย่างในหนังสือ เรียนแล้วตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร 5. นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ ผลลัพธ์ที่นักเรียนแต่ละคนได้รับว่า นักเรียน แต่ละคนจะได้ผลลัพธ์การค้นหาเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง กิจกรรม สร้างเสริม ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันก�าหนดสถานการณ์เกี่ยวกับ การก�าหนดขอบเขตการค้นหาประมาณ 3-4 สถานการณ์ จากนั้น ให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่มตามจ�านวนสถานการณ์ที่นักเรียน ช่วยกันคิด แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันก�าหนดขอบเขต การค้นหาข้อมูลและวิเคราะห์ถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่า ได้ผลลัพธ์ ตรงตามที่ต้องการหรือไม่ น�า สอน สรุป ประเมิน T121
ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡รรÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนพิจารณาสถานการณที่กําหนดให แลวตอบคําถามวา ควรกําหนดขอบเขตการคนหาอยางไร สถานการณ : ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวันพอแหงชาติที่ตองมี กิจกรรมที่ทําในวันพอแหงชาติดวย โดยขอมูลที่ไดมานั้นจะตองเปน ขอมูลที่มาจากหนวยงานราชการเทานั้น เพื่อความนาเชื่อถือของขอมูล ทุกคําเหลานี้ : คําหรือวลีที่ตรงตามนี้ : คําใด ๆ เหลานี้ : ไมมีคําเหลานี้ : จํานวนตั้งแต : ไซตหรือโดเมน : ประเภทไฟล : ถึง บันทึกลงในสมุด ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการแกปญหา 3. ทักษะการใชคอมพิวเตอร 75 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 75 ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 1. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 75 โดยให้นักเรียน พิจารณาสถานการณ์ที่ก�าหนดให้เกี่ยวกับ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวันพ่อแห่งชาติ แล้วให้ นักเรียนตอบค�าถามว่า ควรก�าหนดขอบเขต การค้นหาอย่างไรเพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการ เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 75 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่า นักเรียนแต่ละคนมีวิธีการก�าหนดขอบเขตการค้นหาเหมือนหรือแตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร และตรงตามที่โจทย์ต้องการหรือไม่ เพราะเหตุใด การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจึงต้องมีการ ก�าหนดขอบเขตการค้นหาให้ชัดเจน 1. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย 2. เพื่อให้ได้ข้อมูลจ�านวนมาก 3. เพื่อให้ได้ข้อมูลตรงตามความต้องการ 4. เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องชัดเจน (วิเคระห์ค�าตอบ การก�าหนดขอบเขตการค้นหาอย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด ดังนั้น ตอบข้อ 3.) น�า สอน สรุป ประเมิน T122
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ใบงานที่ 3.2.1 เรื่อง นักข่าวตัวน้อย นักเรียนกรอกข้อมูลในค าค้นหาขั้นสูงว่าอย่างไร............................................................................ หัวข้อข่าว:............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ ข้อมูลข่าว/รายละเอียดข่าว แหล่งที่มา: .............…………………………………………………………………………………………………………..... นักเรียนเลือกสืบค้นข่าวประเภท.......................................................................................................... (แปะภาพข่าว) วันที่เผยแพร่ข่าว ......................................... วันที่สืบค้น .......................................... เฉลย ............................................................................................................................. ................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ข้อมูลข่าว/รายละเอียดข่าว ขั้นสอน ขยำยควำมเข้ำใจ 2. นักเรียนจับคู่กันท�ากิจกรรมในใบงานที่ 3.2.1 เรื่อง นักข่าวตัวน้อย โดยให้นักเรียนค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับข่าวประเภทต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต เช่น ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสิ่งแวดล้อม ข่าวกีฬา ซึ่งต้องเป็นข่าวที่มาจากเว็บไซต์ทางการค้าที่ เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ นับจาก วันที่ได้รับมอบหมายงาน โดยครูให้นักเรียน สมมติบทบาทเป็นนักข่าว และออกมาน�าเสนอ ข่าวหน้าชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป 3. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่ออกมาน�าเสนอข่าว ที่เตรียมมา พร้อมทั้งบอกแหล่งที่มาของ ข้อมูลและบอกวิธีการค้นหาโดยใช้การก�าหนด ขอบเขตการค้นหา พร้อมให้เหตุผล เกร็ดแนะครู ในการให้นักเรียนจับคู่กันท�าใบงานที่ 3.2.1 เกี่ยวกับการค้นหาข่าวประเภท ต่างๆ ครูอาจก�าหนดให้นักเรียนแต่ละคนหาข่าวมาคนละ 1 ข่าว ก่อน จากนั้น จึงให้นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันพิจารณาว่าจะเลือกข่าวใดมาใช้ในการท�าใบงาน ซึ่งในใบงานนักเรียนจะต้องมีการระบุขอบเขตที่นักเรียนใช้ในการค้นหา ข้อมูลด้วย การกระท�าใดเปนการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสม 1. ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน 2. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลข่าวสาร 3. ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ 4. ใช้อินเทอร์เน็ตในการท�าร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่เป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสมที่สุด คือ การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลข่าวสาร เป็นการใช้อินเทอร์เน็ต ให้เกิดประโยชน์ ไม่ท�าให้ผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 น�า สอน สรุป ประเมิน T123
ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม การกําหนดขอบเขตการคนหา 15 1. เขียนขอมูลพื้นฐานของเว็บไซตลงในชองวาง (4 คะแนน) 2. ขีด ✓ หนาขอความที่ถูก และกา ✗ หนาขอความที่ผิด เกี่ยวกับ การคนหาขั้นสูง (5 คะแนน) .............................1. หากไมตองการใหคําวา ดอกไม ปรากฏอยูในผลลัพธ การคนหา ใหกรอกคําวา ดอกไม ลงในชองคําหรือวลีที่ ตรงตามนี้: .............................2. วิธีการเขาสูหนาตางการคนหาขั้นสูง คือ พิมพคําคนหาที่ ตองการลงบนโปรแกรมคนหา คลิกเลือกการตั้งคา แลว เลือกการคนหาขั้นสูง .............................3. เราไมสามารถระบุป พ.ศ. ที่ตองการคนหาได .............................4. เราสามารถระบุประเภทของเว็บไซตได โดยการกรอกที่ ไซตหรือโดเมน: .............................5. เราสามารถเลือกขอมูลตามภาคตาง ๆ ในประเทศไทยได โดยคลิกเลือกที่ ภูมิภาค: 2. ประวัติวันลอยกระทง 2563 รวมความรู ที่มา เพลง นางนพมาศ … https://www.springnews.co.th/thailand 1 พ.ย. 2563 - ประวัติวันลอยกระทง 2563 รวมความรู ที่มา เพลงประจําเทศกาล นางนพมาศ ตํานานทาวศรี จุฬาลักษณ ฯลฯ รวมกิจกรรมแหงสายนํ้าเพื่อตอบแทนคุณแมคงคา … ชื่อหัวขอของเว็บไซต วันที่เผยแพรขอมูล ที่อยูเว็บไซต ตัวอยางขอมูล ✗ ✓ ✗ ✓ ✗ ฉบับ เฉลย 48 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด ครูอาจทบทวนความรู้เกี่ยวกับ การก�าหนดขอบเขตการค้นหาข้อมูลก่อน จากนั้นจึงให้นักเรียนลงมือท�า แบบฝกหัดด้วยตนเอง หลังจากนักเรียนท�าแบบฝกหัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันเฉลยค�าตอบในแบบฝกหัด ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 1. ครูให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด เรื่อง การก�าหนด ของเขตการค้นหา ในแบบฝกหัด หน้า 48 โดยในข้อ 1. ให้นักเรียนเขียนข้อมูลพื้นฐาน ของเว็บไซต์ที่แสดงบนโปรแกรมค้นหาลงใน ช่องว่างให้ถูกต้อง และข้อ 2. ให้นักเรียนใส่ เครื่องหมายถูกลงในช่องว่างหน้าข้อความ ที่ถูกต้อง และใส่เครื่องหมายผิดลงในช่องว่าง หน้าข้อความที่ผิด กิจกรรม สร้างเสริม ครูเตรียมขอบเขตการค้นหาไว้ให้กับนักเรียน 2-3 ตัวอย่าง จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันท�านายผลลัพธ์ว่า ผลลัพธ์ที่ได้จาก โปรแกรมค้นหาจะเป็นอย่างไร แล้วจึงให้นักเรียนพิมพ์ขอบเขต การค้นหาตามที่ครูก�าหนดให้ลงในโปรแกรมค้นหา แล้ว ตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นตรงกับที่นักเรียนท�านายไว้หรือไม่ ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 48 น�า สอน สรุป ประเมิน T124
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 49-50 2. ปาใจตองการคนหาสถานที่ทองเที่ยวในประเทศไทยที่ไมใช ทะเลและนํ้าตก โดยตองคนหาจากเว็บไซตที่เปนหนวยงาน ของรัฐ และมีการเผยแพรขอมูลภายในระยะเวลาไมเกิน 2 ป คนหาหนาเว็บที่มี… ทุกคําเหลานี้: คําหรือวลีที่ตรงตามนี้: คําใด ๆ เหลานี้: ไมมีคําเหลานี้: จํานวนตั้งแต: ถึง ไซตหรือโดเมน: ภาษา: ภูมิภาค: ประเภทไฟล: รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกขอมูลพื้นฐานของเว็บไซตได (4 ขอยอย) 1 4 • 9 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 9 คะแนน = ปรับปรุง 2. เขาใจวิธีการใชการกําหนดขอบเขตการคนหาหรือ การคนหาขั้นสูง (5 ขอยอย) 1 5 3. กรอกขอความคําคนหาลงในหนาตางการคนหาขั้นสูงได (2 ขอยอย) 3 6 คะแนนเต็ม 15 1. บอกขอมูลพื้นฐานของเว็บไซตได (4 ขอยอย) 2. เขาใจวิธีการใชการกําหนดขอบเขตการคนหาหรือ การคนหาขั้นสูง (5 ขอยอย) 3. กรอกขอความคําคนหาลงในหนาตางการคนหาขั้นสูงได เกณฑการใหคะแนน สถานที่ทองเที่ยวในประเทศไทย ทะเล นํ้าตก 2561 2562 ภาษาใดก็ได ภูมิภาคใดก็ได .go.th รูปแบบใดก็ได ฉบับ เฉลย 50 3. พิจารณาสถานการณที่กําหนด แลวกรอกขอมูลลงในหนาตาง การคนหาขั้นสูง (6 คะแนน) 1. มุนินตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับวัฏจักรนํ้าเปนไฟลรูปแบบ .pdf โดยตองคนหาจากเว็บไซตที่เกี่ยวของกับการศึกษาเทานั้น และมีการเผยแพรขอมูลภายในระยะเวลาไมเกิน 5 ป คนหาหนาเว็บที่มี… ทุกคําเหลานี้: คําหรือวลีที่ตรงตามนี้: คําใด ๆ เหลานี้: ไมมีคําเหลานี้: จํานวนตั้งแต: ถึง ไซตหรือโดเมน: ภาษา: ภูมิภาค: ประเภทไฟล: วัฏจักรนํ้า 2558 2562 ภาษาใดก็ได ภูมิภาคใดก็ได .ac.th .pdf ฉบับ เฉลย 49 ข้อใดกล่าวถึงโปรแกรมค้นหาได้ถูกต้อง 1. การโอนย้ายข้อมูลในเครื่องเเม่ข่าย 2. บริการโอนย้ายข้อมูลในเครื่องส่วนบุคคล 3. การโอนย้ายข้อมูลจากเครื่องส่วนบุคคลไปยังเครื่องแม่ข่าย 4. บริการค้นหาข้อมูลโดยน�าค�าค้นหาไปเปรียบเทียบกับ เว็บไซต์เพื่อหาค�านั้น (วิเคราะห์ค�าตอบ โปรแกรมค้นหา หรือ Search Engine เป็นบริการค้นหาข้อมูลโดยน�าค�าค้นหาไปเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ เพื่อหาค�าเหล่านั้น ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 2. ครูให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด ในแบบฝกหัด หน้า 49-50 โดยให้นักเรียนพิจารณา สถานการณ์ที่ก�าหนดให้ในแต่ละข้อ แล้ว ก�าหนดขอบเขตการค้นหาโดยการเติมค�าตอบ ลงในหน้าต่างการค้นหาขั้นสูงที่ก�าหนดให้ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการน�าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการท�างาน รายบุคคล และสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑ์ การวัดและประเมินผลจากแบบประเมินการน�าเสนอผลงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการท�างานรายบุคคลและแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มที่แนบ มาท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ น�า สอน สรุป ประเมิน T125
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การประเมินความน่าเชื่อถือ เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้(K) 2. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญของการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล (A) 3. สาระการเรียนรู้ - การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลที่ได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็วจากแหล่งข้อมูล ที่น่าเชื่อถือหลายแหล่ง และข้อมูลมีความสอดคล้องกัน 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด ในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จะต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และตรงตาม ความต้องการ โดยหลักการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ได้แก่ พิจารณาเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ ข้อมูล ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง อ้างอิงแหล่งที่มา และบอกวัตถุประสงค์ในการท�ำ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม วิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิด เชิงค�ำนวณ วิธีการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง และวิธีการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ T126
ข้อสอบเน้น การคิด ลงทายดวย ความหมาย ระดับความนาเชื่อถือ .go.th เว็บไซตที่เปนหนวยงานของรัฐ มาก .ac.th, .edu เว็บไซตทางการศึกษา มาก .or.th เว็บไซตขององคกรที่ไมหวังผลกําไร พอใช .co.th, .com เว็บไซตทางการคา นอย .mi.th เว็บไซตทางการทหาร มาก มØม Com Sci การคนหาขอมูลอยางมีประสิทธิภาพ จะตองคนหามาจากแหลงขอมูลที่ นาเชื่อถือหลาย ๆ แหลงขอมูล โดยขอมูลที่คนหานั้นจะตองมีความสอดคลอง เปนเรื่องเดียวกัน เครือขายอินเทอรเน็ตเปนพื้นที่อิสระเสรีที่ ผูคนตางก็สามารถสรางขอมูลแลวอัปโหลดเขาสู ระบบอินเทอรเน็ตได ซึ่งขอมูลบางสวนที่อยูบน อินเทอรเน็ตอาจจะเปนขอมูลที่ไมถูกตองก็ได 3. ¡าร»ระàÁÔ¹คÇาÁ¹‹าàª×èͶ×Í ดังนั้น กอนที่เราจะนําขอมูลจากอินเทอรเน็ตมาใชจะตองประเมิน ความนาเชื่อถือของขอมูลดวยวา ขอมูลที่จะนํามาใชนั้นมีความ นาเชื่อถือเพียงใด โดยการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลที่ได จากอินเทอรเน็ต สามารถทําได ดังนี้ 1. พิจารณาเว็บไซตที่นาเชื่อถือได การพิจารณาเว็บไซตวา เว็บไซตนั้นเชื่อถือไดหรือไม สามารถ พิจารณาไดจากสวนทายของชื่อเว็บไซต ดังนี้ การประเมินความ นาเชื่อถือของขอมูล กอนนําขอมูลมาใช มีประโยชนอยางไร 76 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76 การปฏิบัติตนของใครเปนการกระท�าอันได้มาซึ่งข้อมูลที่มี ความน่าเชื่อถือมากที่สุด 1. นุชเชื่อเรื่องวิญญาณจากค�าบอกเล่าของบรรพบุรุษ 2. เนยลดน�้าหนักโดยการอดอาหารตามบทความในเว็บไซต์ สาธารณะ 3. ไนท์เชื่อว่าตะไคร้สามารถลดอาการอักเสบได้จากข้อมูล ที่ส่งมาในอีเมล 4. แนนค้นคว้าบทความเกี่ยวกับเชื้อไวรัสจากเว็บไซต์ ของกระทรวงสาธารณสุข (วิเคราะห์ค�าตอบ แนนค้นคว้าบทความเกี่ยวกับเชื้อไวรัสจาก เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นเว็บไซต์หน่วยงาน ของรัฐที่เชื่อถือได้ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวข้อ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู ผู้สอน เช่น ช่วยให้ข้อมูลที่ค้นหามีความถูกต้อง เชื่อถือได้ ความรูเสริม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการเชื่อมต่อกันของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จ�านวนมากที่ครอบคลุมไปทั่วโลก โดยอาศัยโครงสร้างระบบสื่อสารโทรคมนาคม เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อินเทอร์เน็ตประกอบด้วย เครือข่ายย่อยเป็นจ�านวนมากต่อเชื่อมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นสังคมเครือข่าย ขนาดใหญ่ที่ผู้ใช้งานสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก ขั้นน�ำ 1. ครูยกตัวอย่างบทความที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ให้นักเรียนดู โดยเป็นบทความที่เขียนเกินจริง หรือมีความไม่น่าเชื่อถือ 2. ครูให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์บทความที่ครู ยกตัวอย่างให้ฟงว่า บทความนั้นเชื่อถือได้ หรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน) 3. ครูบอกกับนักเรียนว่า อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ อิสระที่ผู้คนต่างก็สามารถสร้างข้อมูล อัปโหลด หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ ลงในอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งข้อมูลบางส่วนอาจจะไม่เป็นความจริงก็ได้ ดังนั้น ก่อนที่เราจะน�าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต มาใช้หรือเผยแพร่ นักเรียนจะต้องประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อน 4. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ว่า การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนน�าข้อมูลมาใช้มีประโยชน์อย่างไร ขั้นสอน 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงเกี่ยวกับการประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยวิธีการพิจารณา เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ 2. ครูให้นักเรียนค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่เชื่อได้ว่า มีเว็บไซต์อะไรบ้าง 3. นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากมุม Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 76 เกี่ยวกับการค้นหา ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T127
ข้อสอบเน้นการคิด 2. ระบุชื่อผูเขียนหรือผู ใหขอมูล ขอมูลที่มีการระบุชื่อผูเขียนหรือผู ใหขอมูลไว จะทําให ผูคนหาขอมูลทราบวา ขอมูลนั้นจัดทําขึ้นโดยใคร หรือมีใครเปนผู ให ขอมูลไว 3. ระบุวันที่เผยแพรและครั้งที่ปรับปรุง ขอมูลที่มาจากแหลงขอมูลที่มีการระบุวันที่เผยแพรและ ครั้งที่ปรับปรุง จะทําใหผูที่คนหาขอมูลทราบวา ขอมูลนั้นจัดทําและ มีการปรับปรุงเมื่อใด เพื่อใชประกอบการพิจารณาในการเลือกใช ขอมูลที่ทันสมัย และเปนปจจุบันมากที่สุด 4. อางอิงแหลงที่มา การอางอิงแหลงที่มาของขอมูลเปนการอางอิงวา ขอมูลที่นํา มาเสนอในเว็บไซตนั้น ๆ นํามาจากแหลงขอมูลใดบาง เพื่อใช ในการ พิจารณาวา ขอมูลนั้นมีความนาเชื่อถือมากนอยเพียงใด 5. บอกวัตถุประสงค ในการจัดทํา การบอกวัตถุประสงค ในการจัดทําเปนการแสดงใหเห็นวา ขอมูลนั้นจัดทําขึ้นดวยเหตุผลใด เพราะเหตุใด การคนหาขอมูลโดยใชอินเทอรเน็ตจึงสะดวก สบายมากกวาการคนหาขอมูลดวยวิธีอื่น ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢Ñé¹ÊÙ§ 77 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 77 ข้อใดไม่ใช่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต 1. แสดงจ�านวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 2. ระบุวันเวลาในการเผยแพร่ข้อมูล 3. มีช่องทางให้ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ 4. บอกวัตถุประสงค์ในการสร้างหรือเผยแพร่ข้อมูล (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่ไม่ใช่ความน่าเชือถือของข้อมูลที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต คือ การแสดงจ�านวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ เนื่องจากการแสดงจ�านวน ผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่ได้บ่งบอกว่า ข้อมูลที่อยู่ภายในเว็บไซต์มีความ น่าเชื่อถือ ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ความรูเสริม การเขียนอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล เป็นการให้เกียรติแก่ผู้เขียนเดิม แสดงถึงการรับรู้ลิขสิทธิ์ทางปญญาของผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ของผู้เขียนว่า ไม่ได้ขโมยความคิดหรือลอกเลียนแบบข้อมูลของผู้อื่น ซึ่งหากไม่มี การเขียนอ้างอิงแล้วเจ้าของผลงานมาพบในภายหลังหรือมีการตรวจพบว่า ข้อมูล นั้นมีการลอกเลียนแบบมาจากผู้อื่นอาจท�าให้เกิดผลเสียร้ายแรงได้ ขั้นสอน 4. ครูให้นักเรียนศึกษาวิธีการประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูลเกี่ยวกับการระบุชื่อ ผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล การระบุวันที่เผยแพร่ และครั้งที่ปรับปรุง การอ้างอิงแหล่งที่มา และการบอกวัตถุประสงค์ในการจัดท�า ในหนังสือเรียน หน้า 77 และหลังจากนักเรียน ศึกษาข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นักเรียน ในชั้นเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 5. ครูถามค�าถามท้าทายการคิดขั้นสูงกับนักเรียน ว่า เพราะเหตุใด การค้นหาข้อมูลโดยใช้ อินเทอร์เน็ตจึงสะดวกสบายมากกว่าการค้นหา ข้อมูลด้วยวิธีอื่น (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น การค้นหาข้อมูล บนอินเทอร์เน็ตสามารถท�าได้ทุกที่ทุกเวลา ที่ต้องการค้นหาข้อมูล) น�า สอน สรุป ประเมิน T128
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง เชื่อถือได้หรือไม่ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนจับกลุ่มแล้วส ำรวจข้อมูลทีละฐำน โดยให้เวลำส ำรวจข้อมูลฐำนละ 5 นำที จำกนั้นประเมินควำมน่ำเชื่อถือของเว็บไซต์แต่ละฐำนลงในใบงำน ฐานที่ 1 ชื่อเว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวข้อเว็บไซต์ ................................................................................................................................... ส ำรวจเว็บไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีควำมน่ำเชื่อถือ ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง อ้ำงอิงแหล่งที่มำ บอกวัตถุประสงค์ในกำรจัดท ำ สรุปผลกำรส ำรวจ: เว็บไซต์นี้มีควำมน่ำเชื่อถือหรือไม่ เพรำะเหตุใด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานที่ 2 ชื่อเว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวข้อเว็บไซต์ ................................................................................................................................... ส ำรวจเว็บไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีควำมน่ำเชื่อถือ ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ ข้อมูล ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง อ้ำงอิงแหล่งที่มำ บอกวัตถุประสงค์ในกำรจัดท ำ สรุปผลกำรส ำรวจ: เว็บไซต์นี้มีควำมน่ำเชื่อถือหรือไม่ เพรำะเหตุใด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานที่ 3 ชื่อเว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวข้อเว็บไซต์ ................................................................................................................................... ส ำรวจเว็บไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีควำมน่ำเชื่อถือ ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง อ้ำงอิงแหล่งที่มำ บอกวัตถุประสงค์ในกำรจัดท ำ สรุปผลกำรส ำรวจ: เว็บไซต์นี้มีควำมน่ำเชื่อถือหรือไม่ เพรำะเหตุใด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานที่ 4 ชื่อเว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวข้อเว็บไซต์ ................................................................................................................................... ส ำรวจเว็บไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีควำมน่ำเชื่อถือ ระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล ระบุวันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง อ้ำงอิงแหล่งที่มำ บอกวัตถุประสงค์ในกำรจัดท ำ สรุปผลกำรส ำรวจ: เว็บไซต์นี้มีควำมน่ำเชื่อถือหรือไม่ เพรำะเหตุใด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... http://www.cleothailand.com/health/pm-25.html PM 2.5 ต้องหน้ำกำก N95 แล้วล่ะ ไม่น่ำเชื่อถือ เพรำะส่วนท้ำยของชื่อเว็บไซต์ไม่ได้เป็นของหน่วยงำนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งมีกำรระบุ ชื่อผู้เขียนข้อมูล แต่ชื่อผู้เขียนเป็นเพียงนำมสมมติ ไม่สำมำรถตรวจสอบได้ว่ำผู้เขียนมีควำมน่ำเชื่อถือ เพียงใด https://www.thaihealth.or.th/Content/4753-แนะวิธีป้องกันไฟป่ำ.html แนะวิธีป้องกันไฟป่ำ น่ำเชื่อถือ เพรำะส่วนท้ำยของชื่อเว็บไซต์เป็นขององค์กรที่ไม่หวังผลก ำไร มีกำรระบุชื่อผู้เขียน และ บอกแหล่งที่มำของข้อมูลว่ำมำจำกกรมป้องกันและบรรเทำสำธำรณะภัยซึ่งมีควำมน่ำเชื่อถือ http://thesis2550.blogspot.com/2016/01/5.htm l ด่วน!! กรมอุตุไม่เคยพยำกรณ์แบบนี้ในรอบ5ปี ไม่น่ำเชื่อถือ เพรำะส่วนท้ำยของชื่อเว็บไซต์ไม่ได้เป็นของหน่วยงำนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง มีกำรระบุชื่อผู้เขียนข้อมูล แต่ชื่อผู้เขียนเป็นเพียงนำมสมมติ ไม่สำมำรถตรวจสอบได้ว่ำผู้เขียน มีควำมน่ำเชื่อถือเพียงใด https://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=151154&filename=prd ทฤษฎี แกล้งดิน อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ น่ำเชื่อถือ เพรำะส่วนท้ำยของชื่อเว็บไซต์เป็นของหน่วยงำนรัฐ ไม่มีกำรระบุชื่อผู้เขียน แต่มีกำรอ้ำงอิง แหล่งที่มำจำกส ำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อประสำนงำนโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ ซึ่งเป็นอีกหน่วยงำนรัฐที่มีควำมน่ำเชื่อถือ เฉลย เกร็ดแนะครู ในการท�าใบงานเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ซึ่งมีการ แบ่งกิจกรรมออกเป็นฐานทั้งหมด 4 ฐาน หากห้องเรียนไม่เอื้ออ�านวยแก่การจัด ฐานกิจกรรม ครูอาจเปลี่ยนเป็นการเปดหน้าเว็บไซต์ไว้บนกระดานทีละเว็บไซต์ แล้วให้นักเรียนในชั้นเรียนศึกษาข้อมูลแต่ละเว็บไซต์ไปพร้อมๆ กันก็ได้ เพื่อเป็น การประหยัดเวลาที่ใช้ในการท�ากิจกรรม ข้อมูลจากเว็บไซต์ใดเปนเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด 1. เว็บไซต์ ก. เป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐ 2. เว็บไซต์ ข. มีการบอกจ�านวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 3. เว็บไซต์ ค. ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานจ�านวนมาก 4. เว็บไซต์ ง. ให้ผู้เข้าใช้งานเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะใช้งานได้ (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด คือ เว็บไซต์ ก. เนื่องจาก เป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ขั้นสอน 6. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม เพื่อท�า กิจกรรมในใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง เชื่อถือได้หรือไม่ โดยครูแบ่งกิจกรรมออกเป็นฐานทั้งหมด 4 ฐาน ซึ่งแต่ละฐานจะเปดหน้าเว็บไซต์ไว้ 1 เว็บไซต์ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส�ารวจข้อมูล ทีละฐาน แล้วตอบค�าถามลงในใบงาน โดยให้ เวลาในการส�ารวจข้อมูลฐานละ 5 นาที เมื่อครบเวลาที่ก�าหนดแล้วครูจึงให้สัญญาณ เสียงเพื่อให้นักเรียนเปลี่ยนฐาน (ครูควรเลือก เว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และเชื่อถือไม่ได้คละกัน เพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์และประเมินความ น่าเชื่อถือ) 7. เมื่อนักเรียนส�ารวจข้อมูลครบทุกฐานแล้ว ครูสุ่ม เรียกนักเรียน 1 กลุ่ม ออกมาหน้าชั้นเรียน เพื่อวิเคราะห์และประเมินความน่าเชื่อถือของ ข้อมูลในฐานที่ 1 ที่นักเรียนได้ไปส�ารวจมา จากนั้นครูถามเพื่อนกลุ่มอื่นว่า มีการวิเคราะห์ และประเมินความน่าเชื่อถือที่เหมือนหรือ แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร จากนั้นครูสุ่มเรียก นักเรียนกลุ่มอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์และประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลในฐานต่อๆ ไป จนครบ น�า สอน สรุป ประเมิน T129
ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡รรÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ใหนักเรียนทําเครื่องหมาย ✓ หนาขอที่เปนการกระทําที่ทําใหได ขอมูลที่นาเชื่อถือ และทําเครื่องหมาย ✗ หนาขอที่เปนการกระทําที่ทําให ไดขอมูลที่ไมนาเชื่อถือ ทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการแกปญหา 3. ทักษะการรูเทาทันเทคโนโลยี ……………………….. 1. โปคนหาขอมูลจากหลาย ๆ เว็บไซต แลว นําขอมูลมาเปรียบเทียบกัน ……………………….. 2. ปางคนหาขอมูลจากเว็บไซตที่เปนหนวยงาน ของรัฐ ……………………….. 3. ปอมคนหาขอมูลโดยเลือกขอมูลที่จัดทําขึ้น เมื่อ 10 ปที่แลว ……………………….. 4. ปูคนหาขอมูลโดยการพิจารณาวา ขอมูล ที่ไดนั้นมาจากแหลงขอมูลใดบาง ……………………….. 5. ปลาคนหาขอมูลโดยนําขอมูลมาจากเพจ ที่มีคนเขามาแสดงความคิดเห็นไว ……………………….. 6. กุงคนหาขอมูลเกี่ยวกับการหา ค.ร.น. จากเว็บไซตที่เกี่ยวของกับการศึกษา บันทึกลงในสมุด 78 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 78 ให้นักเรียนบอกวิธีการพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่อยู่ บนเว็บไซต์ต่างๆ (วิเคราะห์ค�าตอบ การน�าข้อมูลจากเว็บไซต์มาใช้งานจะต้อง พิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยการเลือกเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช ่น เว็บไซต์ของหน ่วยงานของรัฐ เว็บไซต์ทางการศึกษา ซึ่งในเว็บไซต์นั้นจะต้องมีการระบุชื่อผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล ระบุ วันที่เผยแพร่และครั้งที่ปรับปรุง มีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล และบอกวัตถุประสงค์ในการจัดท�า) ขั้นสอน 8. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ในหนังสือเรียน หน้า 78 โดยให้นักเรียน ท�าเครื่องหมายถูกหน้าข้อที่เป็นการกระท�า ที่ท�าให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และท�า เครื่องหมายผิดหน้าข้อที่เป็นการกระท�า ที่ท�าให้ได้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันเฉลยค�าตอบทีละข้อ เพื่อเป็นการตรวจสอบ ความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มา จากอินเทอร์เน็ต และเป็นการทบทวนความรู้ของนักเรียนอีกด้วย น�า สอน สรุป ประเมิน T130
ข้อสอบเน้น การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 53-55 3. ผลการคนหา ชื่อเว็บไซตที่ 1 ............................................................................................................................................................................. สรุปขอมูลจากเว็บไซตที่ 1 ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... เว็บไซตที่นักเรียนเลือกมีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ชื่อเว็บไซตที่ 2 ............................................................................................................................................................................. สรุปขอมูลจากเว็บไซตที่ 2 ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... https://www.thairath.co.th/content/553227 โทรศัพทจะมีการสงคลื่นสัญญาณไปยังสถานีฐาน ซึ่งทําใหรางกายดูดซับ คลื่นเหลานี้อยูตลอดเวลา เมื่อสะสมเปนระยะเวลานาน จะสงผลกระทบตอ สุขภาพ เชน ทําใหรูสึกหลับยาก เนื่องจากสัญญาณกระทบตอระบบประสาท และสมอง นาเชื่อถือ เพราะเปนเว็บไซตของไทยรัฐ ซึ่งเปนชองโทรทัศนและเปนผูผลิต หนังสือพิมพที่เปนที่รูจัก มีการระบุชื่อผูใหขอมูล คือ ดร.สุเมธ วงศพานิชเลิศ ซึ่งเปนผูเชี่ยวชาญดานวิศวกรรมไฟฟา โทรคมนาคม และมีการระบุวันที่ เผยแพร https://www.voicetv.co.th/read/308451 การวางโทรศัพทไวใกลศีรษะไมไดทําใหเสี่ยงตอการเปนเนื้องอก แตอาจ ทําใหเกิดอันตรายตอสุขภาพในระยะยาว โดยหากใชโทรศัพทตอเนื่องเปน เวลาครึ่งชั่วโมงตอวัน นานเปนเวลา 10 ป จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 40% ฉบับ เฉลย 54 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม จริงหรือไม 20 เลือกหัวขอที่สนใจ 1 หัวขอ และทําการสืบคนขอมูลในอินเทอรเน็ต อยางนอย 2 เว็บไซต จากนั้นตอบคําถามเพื่อพิสูจนวาหัวขอที่นักเรียน เลือกเปนความจริงหรือไม ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 1 1. หัวขอที่นักเรียนสนใจคือหัวขอใด ................................................................................................................................................................................................................................... 2. นักเรียนสืบคนขอมูลในอินเทอรเน็ต โดยใชคําคนหาวาอยางไร ÇÒ§â·ÃÈѾ·äÇŒã¡ÅŒÈÕÃÉÐàÇÅҹ͹ ÍѹµÃÒ¨ÃÔ§ ËÃ×ÍäÁ‹ ÇÒ§ä¿áªç¡äÇŒã¹Ã¶ àÊÕè§ä¿äËÁŒ¨ÃÔ§ËÃ×ÍäÁ‹ ¡Ô¹à¹×éÍ‹ҧº‹Í æ ÁÕ¤ÇÒÁàÊÕè§໚¹âäÁÐàÃ秨ÃÔ§ ËÃ×ÍäÁ‹ ËÅѧ¨Ò¡ÍÍ¡¡íÒÅѧ¡ÒÂàÊÃç¨ äÁ‹¤ÇÃÍÒº¹íéҷѹ·Õ ¨ÃÔ§ËÃ×ÍäÁ‹ àÅ‹¹â·ÃÈѾ·ã¹·ÕèÁ״໚¹àÇÅÒ¹Ò¹ àÊÕ觵Һʹ ¨ÃÔ§ËÃ×ÍäÁ‹ วางโทรศัพทไวใกลศีรษะเวลานอน อันตรายจริงหรือไม วางโทรศัพทไวใกลศีรษะ อันตราย (แนวคําตอบ) วางโทรศัพทไวใกลศีรษะ site:co.th ฉบับ เฉลย 53 เว็บไซตที่นักเรียนเลือกมีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... 4. สรุปผลการคนหา จากการคนหาขอมูลทั้งหมด หัวขอที่นักเรียนเลือกเปนความจริง หรือไม เพราะเหตุใด จริง ไมจริง ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. ระบุหัวขอที่สนใจได 2 • 12 คะแนนขึ้นไป = ผาน 2. คนหาขอมูลโดยใชคําคนหาได 3 • ตํ่ากวา 12 คะแนน = ปรับปรุง 3. สรุปขอมูลจากเว็บไซตที่เลือกและประเมิน ความนาเชื่อถือของขอมูลได (2 ขอยอย) 5 10 4. สรุปผลการคนหาขอมูลไดถูกตอง 5 คะแนนเต็ม 20 เกณฑการใหคะแนน ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการแกปญหา 3. ทักษะการรูเทาทันเทคโนโลยี ✓ เพราะโทรศัพทจะมีการสงคลื่นสัญญาณกับสถานีฐานอยูตลอดเวลา ซึ่ง ร างกายของเราจะมีการซึมซับคลื่นสัญญาณเหล านี้ โดยหากรับคลื่น สัญญาณเหลานี้ในระยะยาว จะสงผลทําใหเกิดอันตรายตอสุขภาพ เชน นอนหลับยาก แตจะไมสงผลที่เปนอันตรายถึงขั้นเปนเนื้องอกหรือมะเร็ง นาเชื่อถือ เพราะเปนเว็บไซตของ Voice TV ซึ่งเปนชองโทรทัศนชองหนึ่ง มีการระบุชื่อผูใหขอมูล คือ รศ. ดร.เจษฎา เดนดวงบริพันธ ซึ่งเปนอาจารย ประจําภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และมี การระบุวันที่เผยแพร ฉบับ เฉลย 55 เกร็ดแนะครู การแบ่งกลุ่มเพื่อท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 ในแบบฝกหัด หน้า 53-55 ครูอาจให้นักเรียนมีการแบ่งหน้าที่การท�างานของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม ให้ชัดเจนว่า นักเรียนแต่ละคนมีหน้าที่อะไรบ้าง เพื่อเป็นการประเมิน ความรับผิดชอบของนักเรียนแต่ละคน และเมื่อนักเรียนออกมาน�าเสนองาน ในหัวข้อของตนเอง ให้นักเรียนบอกด้วยว่า ในการท�างานครั้งนี้นักเรียน ประสบปญหาใดบ้างและมีวิธีการแก้ปญหานั้นอย่างไร การกระท�าของใครที่ท�าให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 1. เอ้หาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่มีการอ้างอิง 2. เจนเลือกข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อ 10 ปที่แล้ว 3. เปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 4. เมย์หาข้อมูลจากเพจที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นไว้ (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว ่า การกระท�าของเปเป็นการกระท�าที่ท�าให้ได้ข้อมูลที่มี ความน่าเชื่อถือที่สุด เนื่องจากเปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน 9. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม จากนั้นให้นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 เรื่อง จริงหรือไม่ ในแบบฝกหัด หน้า 53-55 โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อที่สนใจ หรือจับ สลากเลือกหัวข้อในแบบฝกหัด 1 หัวข้อ 10. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องที่ตนเองได้รับเป็นเวลา 20 นาที จากนั้น ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอหน้าชั้น เรียน โดยมีประเด็นในการน�าเสนอ ดังนี้ 1) หัวข้อที่นักเรียนสืบค้นข้อมูลคือเรื่องอะไร 2) นักเรียนใช้ค�าค้นหาใดบ้าง 3) หลังจากสืบค้นแล้ว หัวข้อที่นักเรียนเลือก เป็นจริงหรือไม่ 4) นักเรียนค้นหาข้อมูลทั้งหมดกี่เว็บไซต์ อะไรบ้าง 5) แต่ละเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะเหตุใด น�า สอน สรุป ประเมิน T131
ข้อสอบเน้นการคิด 1. ผลการสํารวจเว็บไซต 1) เนื้อหาที่เว็บไซตนําเสนอมีหัวขอวาอยางไร ..................................................................................................................................................................................................................... 2) เว็บไซตเปนของหนวยงานหรือองคกรใด ..................................................................................................................................................................................................................... 3) เว็บไซตระบุชื่อผูเขียนหรือไม ถามีใหระบุชื่อผูเขียน ..................................................................................................................................................................................................................... 4) เว็บไซตระบุวันที่เผยแพรหรือไม ถามีใหระบุวันที่เผยแพร ..................................................................................................................................................................................................................... 5) เว็บไซตมีการอางอิงแหลงที่มาของขอมูลหรือไม ..................................................................................................................................................................................................................... 6) เว็บไซตบอกวัตถุประสงคในการจัดทําหรือไม ถามีใหระบุ วัตถุประสงค ..................................................................................................................................................................................................................... 2. สรุปผลการสํารวจเว็บไซต นักเรียนคิดวา เว็บไซตนี้มีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด นาเชื่อถือ ไมนาเชื่อถือ เพราะ ............................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกรายละเอียดของเว็บไซตและประเมินความนาเชื่อถือ ของขอมูลได (2 ขอยอย) 5 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุงคะแนนเต็ม 10 1. บอกรายละเอียดของเว็บไซตและประเมินความนาเชื่อถือ เกณฑการใหคะแนน ประเภทของขอมูล เว็บไซตทางการศึกษา รศ. ดร.นฤมล ใจดี วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 มีการอางอิงแหลงที่มาของขอมูล ไมมี เปนเว็บไซตทางการศึกษา มีการกลาวถึงชื่อผูใหขอมูล คือ รศ. ดร.นฤมล ใจดี มีการระบุวันที่เผยแพรอยางชัดเจน และมีแหลงอางอิง ขอมูลอยางครบถวน ✓ ฉบับ เฉลย 52 Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม การประเมินความนาเชื่อถือ 10 1. สํารวจขอมูลจากเว็บไซตที่กําหนดให แลวตอบคําถาม http://www.aksornreandee.ac.th อักษรเรียนดี ประเภทของขอมูล ผูใหขอมูล : รศ. ดร.นฤมล ใจดี ขอมูลที่อยูรอบตัวเรา สามารถแบงไดเปน 5 ประเภท ดังนี้ 1) ขอมูลอักขระ เปนขอมูลที่ประกอบดวยตัวอักษรภาษาไทยหรือภาษาตางประเทศ เชน ชื่อ-นามสกุล ประวัติโรงเรียน หรือขอความที่เปนตัวเลขซึ่งไมสามารถนําไปใช คํานวณได เชน ปายทะเบียนรถ บานเลขที่ เลขประจําตัวนักเรียน 2) ขอมูลภาพ เปนขอมูลที่มีลักษณะเปนภาพแบบตาง ๆ ที่เรามองเห็น เชน ภาพวาด ภาพถาย ภาพเคลื่อนไหว 3) ขอมูลตัวเลข เปนขอมูลที่ประกอบดวยตัวเลข 0-9 ที่เราสามารถนําไปใชคํานวณหรือ ประมวลผลได เชน ราคาสินคา จํานวนเงิน คะแนนสอบวิชาตาง ๆ 4) ขอมูลเสียง เปนขอมูลที่เกิดจากการไดยิน เชน เสียงคนพูด เสียงสัตวรอง เสียงจาก ปรากฏการณธรรมชาติ เสียงจากอุปกรณเทคโนโลยีตาง ๆ 5) ขอมูลอื่น ๆ เปนขอมูลที่นอกเหนือจากขอมูลทั้ง 4 ประเภทที่กลาวมาขางตน เชน ขอมูลกลิ่น ขอมูลรสชาติ ขอมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ เอกสารอางอิง ณัฐภัทร แกวรัตนภัทร. (2562). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการ คํานวณ) ชั้นประถมศึกษาปที่ 5. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ไทยรมเกลา. อานแลว 120,000 ครั้ง เผยแพรเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ปรับปรุงลาสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ฉบับ เฉลย 51 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 51-52 ข้อใดคือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 1. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com 2. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .co.th 3. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .ac.th 4. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .or.th (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อ 1. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com เป็นเว็บไซต์ทางการค้า ข้อ 2. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .co.th เป็นเว็บไซต์ทางการค้า ข้อ 3. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .ac.th เป็นเว็บไซต์ทางการศึกษา และข้อ 4. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .or.th เป็นเว็บไซต์ขององค์กร ที่ไม่หวังผลก�าไร ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน 11. ครูให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด เรื่อง การประเมิน ความน่าเชื่อถือ ในแบบฝกหัด หน้า 51-52 โดยให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลจากเว็บไซต์ ที่ก�าหนดให้ในแบบฝกหัด หน้า 51 แล้วตอบ ค�าถามลงในแบบฝกหัด หน้า 52 เกร็ดแนะครู ในการท�าแบบฝกหัด เรื่อง การประเมินความน่าเชื่อถือ ในแบบฝกหัด หน้า 51-52 ครูอาจสุ่มนักเรียนออกมาอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ก�าหนดให้ ในแบบฝกหัด หน้า 51 ก่อน แล้วจึงให้นักเรียนลงมือท�าแบบฝกหัดด้วยตนเอง เมื่อนักเรียนทุกคนท�าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูจึงให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันเฉลย ค�าตอบในแบบฝกหัด หน้า 52 น�า สอน สรุป ประเมิน T132
ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 56-57 รายการประเมิน คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกเหตุผลในการเลือกวาจะเช็กหรือแชรขอมูลได 4 • 12 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 12 คะแนน = ปรับปรุง 2. คนหาขอมูลและบอกเหตุผลวาจะเช็กหรือแชรขอมูลหลังจากตรวจสอบแลวได 8 3. บอกผลกระทบและแนวทางแกไข หากมีการแชรขอมูลที่ผิดได 8 คะแนนเต็ม 20 เกณฑการใหคะแนน 2. นักเรียนชวยตวงเช็กขอมูลจากเว็บไซตที่นาเชื่อถือ เพื่อความแนใจ กอนที่จะแชรขอมูล • EM Ball คืออะไร และชวยแกปญหานํ้าเสียไดจริงหรือไม เพราะเหตุใด ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... หลังจากที่นักเรียนเช็กขอมูลแลว นักเรียนจะแชรขอมูลตอหรือไม เพราะเหตุใด ...................................................................................................................................................................................................................................... ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการแกปญหา 3. ทักษะการรูเทาทันเทคโนโลยี 3. หากขอมูล เรื่อง EM Ball ที่นักเรียนแชรเปนขอมูลที่ผิด จะสง ผลกระทบตอใคร อยางไร และนักเรียนจะมีวิธีแกไขปญหาอยางไร ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... EM Ball คือ ลูกบอลที่ประกอบดวยจุลินทรียชนิดดี แตไมสามารถแก ปญหานํ้าเสียได ในชวงแรกคุณภาพนํ้าจะดีขึ้น แตเมื่อผานไป 2-3 วัน คุณภาพนํ้าจะแยลง เพราะจุลินทรียใน EM Ball จะเพิ่มจํานวนมากขึ้น ทําใหนํ้ากลับมาเนาเสียมากกวาเดิม ไมแชร เพราะ EM Ball ไมสามารถแกไขปญหานํ้าเสียได กระทบตอผูหลงเชื่อ โดยผูหลงเชื่ออาจนํา EM Ball ไปโยนลงแมนํ้าแทนการ ลอยกระทง และอาจสงผลทําใหนํ้าเนาเสียตามมา วิธีแกไขปญหา คือ ลบ ขอมูลผิดที่เคยแชร แลวนําขาวที่ถูกตองและมีความนาเชื่อถือแชรใหเพื่อน ๆ รับทราบ ฉบับ เฉลย 57 ไดคะแนน คะแนนเต็ม Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating เช็กกอนแชร 20 ใหนักเรียนอานสถานการณที่กําหนด แลวตอบคําถามตอไปนี้ ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 2 ตวงไดรับขอความทางสื่อออนไลน จากแตว ตวงเกิดความสงสัยวาแตวไดขอมูลนี้มา จากใคร แตวบอกวาขอความนี้ถูกสงตอกันมาโดย ไมทราบแหลงที่มา 1. หากนักเรียนเปนตวง นักเรียนจะทําสิ่งใดกอนระหวาง เช็ก แชร เพราะ .......................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... นักเรียนที่ตอบวา เช็ก ใหไปตอบคําถามในขอ 2. และขอ 3. นักเรียนที่ตอบวา แชร ใหไปตอบคําถามในขอ 3. ËÇÁ¡Ñ¹â¹ EM Ball ŧã¹áÁ‹¹íéÒá·¹ ¡ÒÃÅÍ¡Ãз§ à¾×èÍÅ´¢ÂÐã¹áÁ‹¹íéÒáÅРᡌ»˜ÞËÒ¹íéÒ๋ÒàÊÕ ʋ§µ‹Í¢ŒÍ¤ÇÒÁ¹Õé¶ŒÒ ÍÂÒ¡ª‹ÇÂâÅ¡¢Í§àÃÒ “ “ ✓ ไมทราบวาขอมูลที่ไดมามีความนาเชื่อถือหรือไม (แนวคําตอบ) ฉบับ เฉลย 56 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูและนักเรียนจะร่วมกันอภิปรายในประเด็น เรื่อง EM Ball ครูอาจให้ นักเรียนในชั้นเรียนค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ EM Ball ก่อน โดยเว็บไซต์ ที่ใช้ในการสืบค้นจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ จากนั้นครูและนักเรียนจึงร่วมกัน อภิปรายโดยใช้เว็บไซต์ที่แต่ละคนสืบค้นมาเป็นแหล่งอ้างอิง ขั้นสอน 12. ครูให้นักเรียนอ่านสถานการณ์ที่ก�าหนดให้ ในกิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง เช็คก่อนแชร์ ในแบบฝกหัด หน้า 56 จากนั้นครูถาม นักเรียนว่า ถ้าหากนักเรียนเป็นตวง นักเรียน จะเลือกท�าสิ่งใดก่อน ระหว่างเช็คกับแชร์ เพราะเหตุใด จากนั้นครูให้นักเรียนเขียน ค�าตอบลงในกิจกรรมฝกทักษะที่ 2 ข้อ 1 13. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ เลือกเช็ค และกลุ่มที่เลือกแชร์ จากนั้น ครูให้นักเรียนกลุ่มที่เลือกเช็ค ตอบค�าถาม ในกิจกรรมฝกทักษะที่ 2 ข้อ 2 และข้อ 3 ใบแบบฝกหัด หน้า 57 ตามล�าดับ แล้วให้ นักเรียนกลุ่มที่เลือกแชร์ ตอบค�าถาม ข้อ 3 และให้นักเรียนกลุ่มที่เลือกแชร์ก่อน เช็คข้อมูลในข้อ 2 แล้วพิจารณาอีกครั้งว่า จะแชร์ข้อมูลหรือไม่ เพราะเหตุใด 14. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายร่วมกัน ในประเด็น เรื่อง EM Ball ว่าสามารถน�าไปใส่ ในแม่น�้าได้หรือไม่ จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า EM Ball หากน�าไปใส่ในแม่น�้า จะท�าให้ น�้าเน่าเสียยิ่งกว่าเดิม จากนั้นครูจึงสุ่ม นักเรียนออกมาตอบค�าถามว่า หากเราแชร์ ข้อมูลนี้ไปโดยไม่เช็คข้อมูลก่อนจะส่งผล กระทบต่อใครบ้าง และส่งผลกระทบอย่างไร กิจกรรม สร้างเสริม ครูอาจเตรียมบทความหรือข้อมูลที่มีการแชร์ต่อกันบน อินเทอร์เน็ต 3-4 ตัวอย่าง จากนั้นให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม ตามจ�านวนข้อมูลที่ครูเตรียมไว้ แล้วให้นักเรียนใช้อินเทอร์เน็ต ในการค้นหาข้อมูล แล้วบอกว่าข้อมูลที่กลุ่มตนเองได้รับเป็นข้อมูล ที่ถูกต้องเชื่อถือได้หรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องแล้วข้อมูลที่ถูกต้องคืออะไร เมื่อนักเรียนทุกกลุ่มท�ากิจกรรมเสร็จแล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมาน�าเสนอข้อมูลของกลุ่มตนเองบริเวณหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T133
ขอสอบเนนการคิด เกม กับ เล่ น Com Sci กิจกรรม สรุปความรู้ประจ�าหน่วยที่ 3 µÃǨÊͺµ¹àͧ รายการ เกณฑ ดี พอใช ควรปรับปรุง 1. สามารถคนหาขอมูลโดยใชอินเทอรเน็ตได อยางมีประสิทธิภาพ 2. รูจักการคนหาขอมูลโดยใชเทคนิคการคนหา ขอมูลขั้นสูง 3. สามารถจัดลําดับผลลัพธที่ไดจากการคนหา ของโปรแกรมคนหา 4. พิจารณาเลือกใชขอมูลจากแหลงขอมูลบน อินเทอรเน็ตที่นาเชื่อถือ หลังจากเรียนจบหนวยนี้แลว ใหบอกสัญลักษณที่ตรงกับระดับความสามารถของตนเอง กติกา 1. ใหนักเรียนปอนคําสําคัญ เกม TETRIS ลงบนโปรแกรมคนหา 2. เลนเกม TETRIS โดยนําบล็อกที่กําหนดใหมาเรียงตอกัน โดยแถวใด ที่มีบล็อกอยูเต็มแถว แถวนั้นก็จะหายไป ซึ่งบล็อกที่กําหนดใหสามารถ เปลี่ยนรูปรางได โดยการหมุน เล่นเกม TETRIS กันเถอะ 79 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 79 เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมเลนเกมกับ Com Sci ครูอาจอธิบายกติกาในการเลนเกม ใหนักเรียนฟงกอน จากนั้นจึงใหนักเรียนลงมือทํากิจกรรม โดยการใหนักเรียน ปอนคําคาหาวา เกม TETRIS ลงบนอินเทอรเน็ต แลวใหนักเรียนทํากิจกรรมนั้น เปนเวลา 5 นาที เพื่อเปนการผอนคลายหลังการเรียนการสอน รัศมีคนหาขอมูลเดียวกันจากหลายแหลง แตไดขอมูลไมตรงกัน รัศมีควรทําอยางไร 1. เลือกขอมูลที่ทันสมัยที่สุด 2. เลือกขอมูลที่คิดวาถูกตอง 3. เปรียบเทียบขอมูลแลวเลือกขอมูลที่ตรงกันมากที่สุด 4. เปรียบเทียบขอมูลแลวเลือกขอมูลที่อานแลวเขาใจ มากที่สุด (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา หากเกิดกรณีที่ขอมูลจากหลายแหลงไมตรงกัน ใหนํา ขอมูลทั้งหมดที่หาไดมาเปรียบเทียบกัน แลวเลือกขอมูลที่ตรงกัน หรือสอดคลองกันมากที่สุด ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสรุป 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํากิจกรรมสรุป ความรูประจําหนวยที่ 3 เลนเกมกับ Com Sci เรื่อง เลมเกม TETRIS กันเถอะ โดยครูใหนักเรียน ปอนคําสําคัญวา เกม TETRIS ลงบนโปรแกรม คนหา จากนั้นใหนักเรียนเลนเกม TETRIS โดยนําบล็อกที่กําหนดใหมาเรียงตอกัน หากแถวใดที่บล็อกอยูเต็มแถว แถวนั้น ก็จะหายไป ซึ่งบล็อกที่กําหนดใหสามารถ เปลี่ยนรูปรางไดดวยการหมุน 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบตนเอง โดยการบอกสัญลักษณที่ตรงกับระดับ ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับการใชงาน อินเทอรเน็ตอยางมีประสิทธิภาพ นํา สอน สรุป ประเมิน T134
สรุป สาระส�าคัญ การค้นหาโดย ใช้ค�าส�าคัญ การค้นหาโดยระบุ ชนิดของไฟล์ การก�าหนดขอบเขต การค้นหา การประเมิน ความน่าเชื่อถือ การค้นหาโดยการ ใช้เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์ การค้นหาโดยการใช้ ตัวด�าเนินการ การค้นหาภายใน เว็บไซต์ที่ก�าหนด การค้นหาข้อมูล โดยใช้อินเทอร์เน็ต เป็นการก�าหนดการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลตรงตาม ความต้องการมากที่สุด บอกวัตถุประสงค์ ในการจัดท�า อ้างอิง แหล่งที่มา ระบุวันที่เผยแพร่ และครั้งที่ปรับปรุง พิจารณาเว็บไซต์ ที่น่าเชื่อถือได้ ระบุชื่อผู้เขียน หรือผู้ ให้ข้อมูล การใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างมีประสิทธิภาพ อัญประกาศ เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ ตัวด�าเนินการ AND ตัวด�าเนินการ OR 80 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 80 เกร็ดแนะครู ครูอาจสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือหานักเรียนที่มีความสมัครใจออกมาพูดถึง เนื้อหาสาระที่ได้เรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยอาจสุ่มออกมาทั้งหมด 3 คน แล้วให้นักเรียนพูดสรุปคนละ หัวข้อ ซึ่งได้แก่ การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การก�าหนดขอบเขต การค้นหา และการประเมินความน่าเชื่อถือ ขั้นสรุป 3. ครูพูดสรุปเกี่ยวกับการเรียนการสอนในหน่วย การเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นครูสุ่มตัวแทน นักเรียนหรือให้นักเรียนที่มีความสมัครใจ ออกมาพูดถึงเนื้อหาสาระที่ได้เรียนรู้ใน หน่วยการเรียนรู้นี้ โดยให้นักเรียนพูดสรุป คนละหัวข้อ ได้แก่ การค้นหาข้อมูลโดยใช้ อินเทอร์เน็ต การก�าหนดขอบเขตการค้นหา และการประเมินความน่าเชื่อถือ กิจกรรม 21st Century Skills ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นครูแจกกระดาษ แผ่นใหญ่ให้กับนักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการเรียนในหน่วย การเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้ออกมาเป็นผังมโนทัศน์ (Mind Map) เมื่อเสร็จแล้วจึงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอความรู้ ที่แต่ละกลุ่มได้รับบริเวณหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T135
กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู ใหนักเรียนพิจารณาขอความตอไปนี้ จากนั้นพูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในหองเรียน แลวปฏิบัติกิจกรรมตามที่กําหนดให 2. ใหนักเรียนคนหาขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่นักเรียนตองการคนหา 3. ใหนักเรียนระบุเว็บไซตที่นักเรียนคนหาขอมูลได 4. ใหนักเรียนนําขอมูลที่คนหาไดมาสรุปให ได ใจความครบถวน 1. ใหนักเรียนกําหนดหัวขอเรื่องที่ตองการศึกษา เรื่องที่ตองการศึกษา คือ ................................................................................................................................. คําคนหา คือ .......................................................................................................................................................................... เว็บไซตที่ใชคนหาขอมูล คือ ................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอมูลที่ได สามารถสรุปไดวา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… บันทึกลงในสมุด 81 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 81 เกร็ดแนะครู การน�าข้อมูลที่ได้จากการค้นหามาสรุปของนักเรียน ครูควรอธิบาย ให้นักเรียนเข้าใจก่อนว่า การสรุปข้อมูลให้ได้ใจความส�าคัญของเรื่อง นักเรียน ควรมีการระบุว่า ใคร ท�าอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อให้ข้อมูลนั้นมีความครบถ้วน สมบูรณ์ และนักเรียนไม่ควรคัดลอกบทความของผู้อื่นมาใช้ทันที จะต้องเขียน ให้เป็นส�านวนของตนเอง เพื่อปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ขั้นสรุป 4. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน หน้า 81 โดยให้นักเรียน พิจารณาข้อความที่ก�าหนดให้ จากนั้น ให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ภายในชั้นเรียน แล้วปฏิบัติกิจกรรมที่ก�าหนด ให้เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพ กิจกรรม 21st Century Skills ครูเตรียมภาพโฆษณาที่มีลักษณะเกินจริงและโฆษณาที่เชื่อถือ ได้ไว้ให้กับนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน ช่วยกันพิจารณาว่า ภาพโฆษณาที่ครูแจกให้นั้นมีใจความส�าคัญ อย่างไร และข้อมูลนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ หลังจากนักเรียนทุกกลุ่ม พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอ ความคิดเห็นหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T136
ข้อสอบเน้น การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 58-60 4. ตะวันตองการคนหาสถานที่ทองเที่ยว โดยตองการใหเว็บไซตแสดงขอมูลใน ภาคเหนือหรือภาคกลางก็ได ตะวันควรใชคําคนหาวาอยางไร ก. สถานที่ทองเที่ยว ข. สถานที่ทองเที่ยว ภาคกลาง -ภาคเหนือ ค. สถานที่ทองเที่ยว ภาคกลาง OR ภาคเหนือ ง. สถานที่ทองเที่ยว ภาคกลาง NOT ภาคเหนือ 5. ขอใดกลาวถึงขอมูลพื้นฐานของเว็บไซตถูกตอง ก. ชื่อหัวขอของเว็บไซต ที่อยูเว็บไซต ตัวอยางขอมูล ที่มาของขอมูล ข. ชื่อหัวขอของเว็บไซต ที่อยูเว็บไซต วันที่เผยแพรขอมูล ตัวอยางขอมูล ค. ชื่อหัวขอของเว็บไซต วันที่เผยแพรขอมูล ประเภทของขอมูล ตัวอยาง ขอมูล ง. ชื่อหัวขอของเว็บไซต วันที่เผยแพรขอมูล ประเภทของขอมูล ภาพของขอมูล 6. ใหนักเรียนพิจารณาขอความตอไปนี้ 1) คลิกเลือก การตั้งคา 2) คลิกเลือก การคนหาขั้นสูง 3) พิมพคําคนหาที่ตองการ 4) กรอกขอมูลเพิ่มเติม ขอใดเรียงลําดับการเขาสูหนาตางการคนหาขั้นสูงไดถูกตอง ก. 3) 1) 2) 4) ข. 2) 3) 1) 4) ค. 1) 2) 3) 4) ง. 4) 2) 3) 1) 4. 5. 6. ฉบับ เฉลย 59 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 3 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก. ข. ค. หรือ ง. หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดไมใชประโยชนของการใชเทคนิคการคนหาขอมูล ก. เพื่อใหไดขอมูลที่มากที่สุด ข. เพื่อใหไดขอมูลที่เฉพาะเจาะจง ค. เพื่อใหไดขอมูลที่ตรงตามความตองการ ง. เพื่อใหไดขอมูลภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว 2. เทคนิคการคนหาขอมูลโดยใชเครื่องหมายหรือสัญลักษณ ประกอบดวย เครื่องหมายหรือสัญลักษณใดบาง ก. เครื่องหมายบวก อัญประกาศ จุลภาค ข. อัญประกาศ เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ ค. สัญประกาศ เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ ง. เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ เครื่องหมายคูณ 3. เปงควรใชเทคนิคใดในการคนหาขอมูลที่ตองการใหแสดงผลทุกคําใน ประโยค ก. การคนหาโดยใชตัวดําเนินการ ข. การคนหาโดยใชเครื่องหมายลบ ค. การคนหาโดยใชเครื่องหมายบวก ง. การคนหาโดยใชเครื่องหมายอัญประกาศ ตอนที่ 1 1. ขอใด 2. 3. 10 ฉบับ เฉลย 58 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน เลือกคําตอบที่ถูกตอง (10 ขอ) 1 1 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน คะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน 7. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการคนหาขั้นสูง ก. แสดงผลลัพธตามภาษาได ข. เลือกวันที่เผยแพรขอมูลได ค. แสดงผลลัพธตามภูมิภาคได ง. แสดงผลลัพธไดอยางหลากหลาย 8. ขอใดกลาวถึงสวนทายของชื่อเว็บไซตไมถูกตอง ก. เว็บไซตที่ลงทายดวย .mi.th เปนเว็บไซตทางการคา ข. เว็บไซตที่ลงทายดวย .ac.th เปนเว็บไซตทางการศึกษา ค. เว็บไซตที่ลงทายดวย .go.th เปนเว็บไซตของหนวยงานรัฐ ง. เว็บไซตที่ลงทายดวย .or.th เปนเว็บไซตขององคกรที่ไมหวังผลกําไร 9. ขอใดกลาวถึงการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลไมถูกตอง ก. ตรวจสอบชื่อผูเขียน เพื่อใหทราบความเชี่ยวชาญและความนาเชื่อถือ ของผูเขียน ข. ตรวจสอบชื่อเว็บไซต เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตองตามหลักภาษา ค. ตรวจสอบการอางอิงแหลงที่มา เพื่อใหรูวานําขอมูลมาจากแหลงใด ง. ตรวจสอบวันที่เผยแพรขอมูล เพื่อใหไดขอมูลที่เปนปจจุบันมากที่สุด 10. การกระทําของบุคคลใดที่อาจทําใหไดขอมูลที่ไมนาเชื่อถือ ก. ปลาคนหาขอมูลโดยเลือกเว็บไซตที่มีการอางอิงแหลงที่มา ข. ไกหาขอมูลหลาย ๆ เว็บไซต แลวนําขอมูลมาเปรียบเทียบกัน ค. เสือหาขอมูลจากบล็อกที่มีนักศึกษาเขียนความคิดเห็นสวนตัวไว ง. กุงตรวจสอบวันที่เผยแพรขอมูลทุกครั้ง เพื่อใหไดขอมูลที่ทันสมัย 7. 8. 9. 10. ฉบับ เฉลย 60 เกร็ดแนะครู ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้งาน อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้นักเรียนตอบค�าถามเพื่อเป็นการทบทวน ความรู้จากเนื้อหาที่ได้เรียนมา และเป็นการวัดระดับความเข้าใจของนักเรียน แหล่งข้อมูลใดมีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด 1. ครู 2. เพื่อน 3. ผู้เชี่ยวชาญ 4. เอกสารในห้องสมุด (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า เพื่อนเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้น้อยที่สุด เนื่องจากเรา ไม ่สามารถทราบได้ว ่า เพื่อนน�าข้อมูลนี้มาจากแหล ่งข้อมูล ที่เชื่อถือได้หรือไม่ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ขั้นสรุป 5. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วย การเรียนรู้ที่ 3 ตอนที่ 1 ในแบบฝกหัด หน้า 58-60 โดยให้นักเรียนน�าความรู้จาก เนื้อหาที่เรียนมาตอบค�าถามให้ถูกต้อง โดยให้นักเรียนวงกลมล้อมรอบตัวอักษร หน้าค�าตอบที่ถูกต้อง น�า สอน สรุป ประเมิน T137
ข้อสอบเน้นการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม ตอนที่ 2 10 อานสถานการณ แลวตอบคําถาม หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหทํารายงาน เรื่อง ประเพณีลอยกระทง วา มี ประวัติความเปนมาอยางไร โดยตองคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต นักเรียนจะ คนหาขอมูลดวยวิธีใด ใชคําคนหาวาอยางไร เพราะเหตุใด และมีวิธีการเลือก เว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือไดอยางไร ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................... ตอนที่ 2 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80-100 = 4 70-79 = 3 60-69 = 2 50-59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 40 ทําได 28 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 28 40 × 100 = 70 ดังนั้น รอยละ 70 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 3 ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 3 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.6/3 40 40 20 100 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน บอกวิธีการคนหาขอมูลและวิธีการประเมินความนาเชื่อถือ ของขอมูลได 10 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง คะแนนเต็ม 10 เกณฑการใหคะแนน ใชการคนหาโดยใชคําสําคัญ โดยใชคําคนหาวา ประเพณีลอยกระทง เพราะเปนคํา ที่กระชับและครอบคลุม วิธีการเลือกเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ ควรพิจารณาประเภท ของเว็บไซตวา เปนของหนวยงานหรือองคกรที่มีความนาเชื่อถือหรือไม โดยตรวจสอบ วามีการระบุชื่อผูแตง วันที่เผยแพรขอมูล มีแหลงอางอิงและมีการบอกวัตถุประสงคใน การจัดทําหรือไม ถาหากมีแสดงวาเว็บไซตมีความนาเชื่อถือ (แนวคําตอบ) ฉบับ เฉลย 61 บุคคลใดต่อไปนี้น�าข้อมูลที่ไม่ดีไปใช้งาน 1. บอลท�ารายงานโดยใช้ข้อมูลที่เผยแพร่ไว้เมื่อ 10 ปก่อน 2. บาสน�าข้อมูลจากการดูข่าวผ่านโทรทัศน์ไปเล่าให้เพื่อนฟง 3. เบสค้นหาข้อมูลเพื่อท�ารายงานจากเว็บไซต์หน่วยงาน ของรัฐ 4. บอสท�ารายงานเกี่ยวกับทุเรียน จึงไปสัมภาษณ์เจ้าของ ทุเรียนโดยตรง (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า บุคคลที่น�าข้อมูลไม่ดีไปใช้งาน คือ บอล เนื่องจากบอล น�าข้อมูลที่เผยแพร่ไว้เมื่อ 10 ปก่อนไปใช้ในการท�ารายงาน ซึ่งข้อมูลนั้นอาจล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 61 เกร็ดแนะครู ในการท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ตอนที่ 2 ครูอาจให้ นักเรียนรวมกลุ่มกันท�างาน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ว่า ถ้าหากนักเรียนได้รับ มอบหมายให้ท�ารายงานเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง นักเรียนจะค้นหาข้อมูล ด้วยวิธีการใด ใช้ค�าค้นหาว่าอะไร และมีวิธีการเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างไร พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ขั้นสรุป 6. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วย การเรียนรู้ที่ 3 ตอนที่ 2 ในแบบฝกหัด หน้า 61 โดยให้พิจารณาโจทย์ที่ก�าหนดให้แล้วตอบ ค�าถามว่า นักเรียนจะค้นหาข้อมูลด้วยวิธี การใด ใช้ค�าค้นหาว่าอะไร เพราะเหตุใด และมีวิธีการเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างไร น�า สอน สรุป ประเมิน T138
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้เทคนิคการค้นหาข้อมูล ก. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เยอะที่สุด ข. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ค. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการ ง. เพื่อให้ได้ข้อมูลภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว 2. เทคนิคการค้นหาข้อมูลโดยใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ ประกอบไปด้วยเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบ้าง ก. เครื่องหมายบวก อัญประกาศ จุลภาค ข. อัญประกาศ เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ ค. สัญประกาศ เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ ง. เครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ เครื่องหมายคูณ 3. เป้งควรใช้เทคนิคใดในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการให้ แสดงผลทุกค าในประโยค ก. การค้นหาโดยใช้ตัวด าเนินการ ข. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายลบ ค. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายบวก ง. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายอัญประกาศ 4. ตะวันต้องการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว โดยต้องการให้ เว็บไซต์แสดงข้อมูลในภาคเหนือหรือภาคกลางก็ได้ ตะวันควรใช้ค าค้นหาว่าอย่างไร ก. สถานที่ท่องเที่ยว ข. สถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลาง –สถานที่ ท่องเที่ยวในภาคเหนือ ค. สถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลาง OR สถานที่ ท่องเที่ยวในภาคเหนือ ง. สถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลาง NOT สถานที่ ท่องเที่ยวในภาคเหนือ 5. ข้อใดกล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานของเว็บไซต์ถูกต้อง ก. ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์ ตัวอย่าง ข้อมูล ที่มาของข้อมูล ข. ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์ วันที่ เผยแพร่ข้อมูล ตัวอย่างข้อมูล ค. ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ วันที่เผยแพร่ข้อมูล ประเภทของข้อมูล ตัวอย่างข้อมูล ง. ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ วันที่เผยแพร่ข้อมูล ประเภทของข้อมูล ภาพของข้อมูล เฉลย 6. ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1) คลิกเลือก การตั้งค่า 2) คลิกเลือกการค้นหาขั้นสูง 3) พิมพ์ค าค้นหาที่ต้องการ 4) กรอกข้อมูลเพิ่มเติม ข้อใดเรียงล าดับการเข้าสู่หน้าต่างการค้นหาขั้นสูงได้ ถูกต้อง ก. 3) 1) 2) 4) ข. 2) 3) 1) 4) ค. 1) 2) 3) 4) ง. 4) 2) 3) 1) 7. ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับการค้นหาขั้นสูง ก. แสดงผลลัพธ์ตามภาษาได้ ข. แสดงผลลัพธ์ตามภูมิภาคได้ ค. เลือกวันที่เผยแพร่ข้อมูลได้ ง. แสดงผลลัพธ์ได้อย่างหลากหลาย 8. ข้อใดกล่าวถึงส่วนท้ายของชื่อเว็บไซต์ผิด ก. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .mi.th เป็นเว็บไซต์ ทางการค้า ข. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .ac.th เป็นเว็บไซต์ ทางการศึกษา ค. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .go.th เป็นเว็บไซต์ ของหน่วยงานรัฐ ง. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .or.th เป็นเว็บไซต์ ขององค์กรที่ไม่หวังผลก าไร 9. ข้อใดกล่าวถึงการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลไม่ ถูกต้อง ก. ตรวจสอบชื่อผู้เขียน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ ถูกต้อง เชื่อถือได้ ข. ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ ถูกต้องตามหลักภาษา ค. ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มา เพื่อให้รู้ว่า น าข้อมูลมาจากแหล่งใด ง. ตรวจสอบวันที่เผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้ได้ ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด 10. การกระท าของบุคคลใด ที่ท าให้ได้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ก. ปลาค้นหาข้อมูลโดยเลือกเว็บไซต์ที่มี การอ้างอิงแหล่งที่มา ข. ไก่หาข้อมูลหลาย ๆ เว็บไซต์แล้วน า ข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน ค. เสือหาข้อมูลจากบล็อกที่มีนักศึกษา เขียนความคิดเห็นส่วนตัวไว้ ง. กุ้งตรวจสอบวันที่เผยแพร่ข้อมูลทุกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แบบทดสอบหลังเรียน 1. ก 2. ข 3. ง 4. ค 5. ข 6. ก 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค แกวตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทําเจลลางมือ ดวยตนเอง แกวควรหาขอมูลจากแหลงขอมูลใด 1. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร 2. สอบถามผูใชเจลลางมือโดยตรง 3. ขอมูลที่แชรตอกันบนอินเทอรเน็ต 4. เว็บไซตของกระทรวงสาธารณสุข (วิเคราะหคําตอบ ในการคนหาขอมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทํา เจลลางมือดวยตนเอง ควรคนหาขอมูลจากเว็บไซตของกระทรวง สาธารณสุข เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตองในการทําเจลลางมือ ที่ปลอดภัยและสามารถใชงานไดจริง ดังนั้น ตอบขอ 4.) ขั้นสรุป 7. ครูสรุปเนื้อหา เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต อยางมีประสิทธิภาพ พรอมถามคําถามจาก เนื้อหาเพื่อเปนการทบทวนความรูของนักเรียน กอนทําแบบทดสอบหลังเรียน 8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงาน อินเทอรเน็ตอยางมีประสิทธิภาพ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคล และสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑ การวัดและประเมินผลจากแบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ นํา สอน สรุป ประเมิน T139
Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 กำรใชงำนเทคโนโลยีสำรสนเทศ กำรติดตั้งซอฟตแวรจำกอินเทอรเน็ต เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) เป็นการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม (เทคโนโลยี) เพื่อจัดเก็บ ค้นหา ส่งผ่าน และประมวลผลข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ถูกประมวลผลเรียบร้อยแล้วจะเรียกว่า สารสนเทศ โดยในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศจะต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ 1. อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างไม่ระมัดระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งานได้ โดยอันตราย ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต มีดังนี้ 2. แนวทางในการปองกันอันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น ✗ ไม่เข้าเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย ✓ ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส ✗ ไม่เปดเผยข้อมูลส่วนตัว ✓ ตั้งรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ ✗ ไม่หลงเชื่อข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตโดยง่าย ✓ แจ้งผู้ปกครองเมื่อพบการใช้งานที่ไม่เหมาะสม 3. การก�าหนดรหัสผ่าน เป็นวิธีการตรวจสอบตนเองในการเข้าสู่ระบบและการเข้าใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อป้องกันอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยมีข้อแนะน�าในการก�าหนดและใช้งานรหัสผ่านให้มีความปลอดภัย ดังนี้ ข้อแนะน�าในการตั้งรหัสผ่าน สิ่งที่ไม่ควรน�ามาใช้เปนรหัสผ่าน 1. มีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร 1. ข้อมูลส่วนตัว ชื่อบุคคลหรือสิ่งของต่าง ๆ 2. มีตัวอักษรพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์ 2. ค�าที่มีอยู่ในพจนานุกรม 3. จดจ�าง่ายแต่ยากต่อการคาดเดา 3. ตัวอักษรหรือตัวเลขที่เป็นที่นิยม เช่น 12345678, password 4. การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน เป็นการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทั้งที่อยู่บนคอมพิวเตอร์และบนอินเทอร์เน็ต เพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยให้กับข้อมูล เช่น การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน Google Drive เพื่อเป็นการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาท�าลาย ขโมย หรือเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ การน�าซอฟต์แวร์ที่อยู ่บนอินเทอร์เน็ตมาติดตั้งบน เครื่องคอมพิวเตอร์ มักพบโปรแกรมมัลแวร์แฝงมาด้วย โดยโปรแกรมมัลแวร์มีหลายประเภท ดังนี้ แนวทางในการตรวจสอบและปองกันมัลแวร์ การตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ สามารถท�าได้ ดังนี้ 1. สังเกตความเร็วของอุปกรณ์เทคโนโลยี 2. ตรวจสอบความเร็วของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3. สังเกตความผิดปกติในการใช้งาน 4. เรียกใช้งานโปรแกรมมัลแวร์ 5. ระวังการใช้งานจากอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก 6. หลีกเลี่ยงการเปดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก 7. ระวังการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ T140 การเผยแพร่ ข้อมูล ที่ไม่เหมาะสม การล่อลวง เยาวชน การหลอกลวง แบบฟชชิง (Phishing) การก่อ อาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต การกระท�าผิด กฎหมายโดยรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ มัลแวร์ ม้าโทรจัน โปรแกรม เรียกค่าไถ่ หนอน อินเทอร์เน็ต โปรแกรม ดักจับข้อมูล โปรแกรม โฆษณา ไวรัส คอมพิวเตอร์
Chapter Overview แผนกำรจัด กำรเร�ยนรู สื่อกำรเร�ยนรู จ�ดประสงค ว�ธ�สอน ประเมิน ทักษะที่ได คุณลักษณะ อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การใชงาน เทคโนโลยี สารสนเทศ 4 ชั่วโมง - แบบทดสอบก่อนเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบความรู้ เรื่อง การก�าหนดรหัสผ่าน และการก�าหนดสิทธิ์ ในการเข้าใช้งาน - ใบงาน เรื่อง การก�าหนด รหัสผ่านและการก�าหนด สิทธิ์เข้าใช้งาน 1. ประเมินและรู้เท่าทัน การใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้ (K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้อย่างรู้เท่าทัน และรับผิดชอบ (P,A) - ใช้บทบาทสมมติ - ใช้การอภิปราย กลุ่มย่อย - ใช้เทคนิค ตามแนวคิดเชิง ค�านวณ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจใบงาน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน แผนฯ ที่ 2 การติดตั้ง ซอฟตแวร จากอินเทอรเน็ต 2 ชั่วโมง - แบบทดสอบหลังเรียน - หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - แบบฝกหัดรายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการค�านวณ) ป.6 - ใบงาน เรื่อง ตรวจสอบ มัลแวร์ - ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ความปลอดภัยในการ ใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ 1. อธิบายประเภทของ มัลแวร์และแนวทางการ ตรวจสอบและป้องกัน มัลแวร์ได้ (K) 2. ตรวจสอบและป้องกัน มัลแวร์ได้ (P) 3. เห็นความส�าคัญ ของอันตรายจากการ ติดตั้งซอฟแวร์จาก อินเทอร์เน็ต การตรวจ สอบและป้องกันมัลแวร์ (A) - ใช้เทคนิคการสอน ด้วยเกม - ใช้เทคนิค ตามแนวคิดเชิง ค�านวณ - ตรวจแบบฝกหัด - ตรวจใบงาน - ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินการ น�าเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ - ทักษะการท�างาน ร่วมกัน - ทักษะการสื่อสาร - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�างาน T141