แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 4 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท�ำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ ผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ประเมินและรู้เท่าทันการใช้งานอินเทอร์เน็ต (K) 2. ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบ (P,A) 3. สาระการเรียนรู้ - อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต แนวทางในการป้องกัน - วิธีก�ำหนดรหัสผ่าน - การก�ำหนดสิทธิ์การใช้งาน (สิทธิ์ในการเข้าถึง) 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด อันตรายจากการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆและแนวทางในการป้องกันอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงการก�ำหนดรหัสผ่าน และการก�ำหนดสิทธิ์ในการใช้งาน รวมทั้งอันตรายจากการติดตั้ง ซอฟแวร์และแนวทางในการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูล ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ เทคโนโลยีได้ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้บทบาทสมมติวิธีการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย และวิธีการสอนโดยใช้เทคนิคตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ T142
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ปลาสแกนหนังสือการ์ตูนที่ซื้อมา แล้วส่งให้เพื่อนทางสื่อ สังคมออนไลน์ แสดงว่าปลาเข้าข่ายก่ออันตรายจากการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตข้อใด ก. การล่อลวงเยาวชน ข. การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ค. การหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (Phising) ง. การก่ออาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต 2. ข้อใดไม่เข้าข่ายการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (Phising) ก. แอ้มได้รับอีเมลจากคนที่ไม่รู้จัก โดยแจ้งให้คลิก ลิงก์เพื่อรับเงินรางวัล ข. ป้อนพบว่ามีข้อความโฆษณาขึ้นที่หน้าจอ บ่อย ๆ หลังเข้าใช้อินเตอร์เน็ตในคอมพิวเตอร์ ค. อีเมลจากสื่อสังคมออนไลน์แจ้งปาล์มมาว่ามี คนพยายามเข้าใช้บัญชี และให้ปาล์มกรอก รหัสผ่านเพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ง. กิฟได้รับอีเมลแจ้งให้เข้าไปล็อคอิน เพื่อรับคู ปองเงินสดจากเว็บไซต์ที่เข้าใช้งานเป็นประจ า แต่พบว่าชื่อเว็บไซต์แตกต่างจากที่เคยเข้าใช้ งาน 3. ข้อใดไม่เข้าข่ายการกระท าผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ก. เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ข. เผยแพร่ภาพตัดต่อของตัวเอง ค. เผยแพร่วิธีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของ ผู้อื่น ง. เข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ข้อใดไม่ใช่แนวทางในการป้องกันอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ต ก. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข. ตั้งรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ ค. ไม่บอกรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบกับผู้อื่น ง. ปรึกษาปัญหาส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญที่พบผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ 5. ข้อใดเป็นการตั้งรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยต่ า ก. NA2540 ข. 7UfPe_3891 ค. Tww00@74060 ง. M1Ab!8750 เฉลย 6. ข้อใดไม่ใช่ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานรหัสผ่าน ก. เปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 2-3 เดือน ข. ไม่เปิดเผยรหัสผ่านให้ผู้อื่นรับทราบ ค. ตั้งรหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละบัญชีผู้ใช้ ง. บันทึกรหัสผ่านแบบอัตโนมัติลงบนเบราว์เซอร์ 7. ข้อใดนิยามรูปแบบการก าหนดสิทธิ์ในการใช้งานถูกต้อง ก. Write คือ การให้สิทธิ์ในการแก้ไขไฟล์ข้อมูล และลบไฟล์ ข. Read คือ การให้สิทธิ์ในการอ่านไฟล์ข้อมูลและ ลบไฟล์ ค. Modify คือ การให้สิทธิ์ในการปรับปรุง ไฟล์ข้อมูล ง. Full Control การให้สิทธิ์ในการท างานทุก อย่าง ยกเว้นเปลี่ยนชื่อไฟล์ 8. ข้อใดคือนิยามที่ถูกต้องของมัลแวร์ ก. สปายแวร์ เป็นโปรแกรมที่แอบขโมยข้อมูล ระหว่างใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อน าไปใช้แสวงหา ผลประโยชน์ต่างๆ ข. เวิร์ม เป็นโปรแกรมที่แฝงมากับโปรแกรมทั่วไป ท าหน้าที่แสดงโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ค. ม้าโทรจัน เป็นโปรแกรมที่ขัดขวางการเข้าถึง ข้อมูลจนกว่าผู้ใช้จะจ่ายเงินให้ผู้เรียกค่าไถ่ ง. ถูกทุกข้อ 9. ข้อใดเป็นอาการของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้เกิดจากปัญหา มัลแวร์ ก. หน้าจอกระพริบ และสั่น ข. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ ค. คอมพิวเตอร์ท างานช้า และมีข้อความ/ โฆษณาแปลกๆ ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง 10. ข้อใดเป็นแนวทางในการป้องกันมัลแวร์ ก. เรียกใช้งานโปรแกรมตรวจจับมัลแวร์ใน คอมพิวเตอร์ ข. สังเกตความเร็วในการท างานของ คอมพิวเตอร์ ค. ลบไฟล์งานที่ไม่ใช้งานอย่างสม่ าเสมอ ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ง 2. ค 3. ข 4. ง 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ก 10. ง ขั้นน�ำ 1. ครูให้นักเรียนภายในชั้นเรียนท�ำแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นการทบทวน ความรู้ และวัดพื้นฐานความรู้ก่อนที่จะเริ่ม เรียนเนื้อหาใหม่ ข้อใดเป็นการป้องกันตนเองจากปัญหาอาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต 1. เปิดไฟล์จากอีเมลที่ไม่รู้จัก 2. ปิดไฟล์ทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน 3. ตั้งรหัสผ่านเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. แชร์ที่อยู่ของตนเองลงบนโซเชียลมีเดีย (วิเคราะห์ค�ำตอบ จากตัวเลือกที่ก�ำหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่เป็นการป้องกันตนเองจากปัญหาอาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต คือ การตั้งรหัสผ่านเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T143
4 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ㹡ÒÃ㪌§Ò¹ à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È ¹Ñ¡àÃÕ¹ÁÕÇÔ¸Õ¡ÒÃ㪌§Ò¹ à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È Í‹ҧäÃãËŒ»ÅÍ´ÀÑ ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท�างานร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิ ของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 82 เกร็ดแนะครู ในการเรียนการสอน เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ ครูอาจต้องอธิบายให้นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายจากการ ใช้งานอินเทอร์เน็ต แนวทางในการปองกันอันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต การก�าหนดรหัสผ่าน การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน และการติดตั้งซอฟต์แวร์ จากอินเทอร์เน็ต แนวตอบ ค�ำถำมประจ�ำหนวยกำรเรียนรู ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ครูผู้สอน เช่น ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ไม่เปดเผยข้อมูลส่วนตัว ติดตั้งโปรแกรมป้องกัน ไวรัส ขั้นน�ำ 2. ครูถามค�าถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ว่า นักเรียนรู้จักเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไม่ แล้วในชีวิตประจ�าวันนักเรียนเกี่ยวข้องกับการ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไรบ้าง (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศในการค้นหาข้อมูลเพื่อท�ารายงาน) 3. ครูถามค�าถามประจ�าหน่วยการเรียนรู้กับ นักเรียนว่า นักเรียนมีวิธีการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศอย่างไรให้ปลอดภัย น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T144
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 4 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ㹡ÒÃ㪌§Ò¹ à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/4 ลองทําดู 1. ปญหาของเรื่องนี้คืออะไร ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 2. ถามีคนรูจักผานแอปพลิเคชันขอยืมเงิน นักเรียนจะใหยืมหรือไม เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3. นักเรียนคิดวา จะปองกันหรือแกปญหานี้ไดอยางไร ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... รูจักกันผานแอปพลิเคชันเพียง 7 วัน หลอกยืมเงินแลวติดตอกลับไมได หญิงสาววัยรุนรูจักเพื่อนหนุมผานแอปพลิเคชัน หญิงสาว รายนี้ไดพูดคุยกันผานแอปพลิเคชันกับชายหนุมเปนเวลา 7 วัน ชายหนุมไดบอกกับหญิงสาววาตนเองปวยหนัก พรอมสงภาพถาย วาตนเองอยูโรงพยาบาล และขอยืมเงินของหญิงสาวเพื่อนําไปจาย คารักษาพยาบาล โดยอางวาตนเองไมไดนําเงินติดตัวมาและจะคืนเงิน ใหภายหลังจากออกจากโรงพยาบาลแลว ฝายหญิงสาวจึงโอนเงินให เพราะเชื่อใจ และหลังจากนั้นก็ไมสามารถติดตอชายหนุมคนนี้ไดอีก ปญหาการถูกหลอกจากคนที่รูจักกันผานแอปพลิเคชันในระยะเวลา เพียง 7 วัน ควรสอบถามขอมูลใหชัดเจนและปรึกษาพอแมหรือผูปกครองกอน ตัดสินใจ ศึกษาขอมูลแนวทางการปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต ฉบับ เฉลย 62 บุคคลใดปฏิบัติตนถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต 1. ก้อยใช้อินเทอร์เน็ตหลอกลวงบุคคลอื่น 2. น้อยใช้อินเทอร์เน็ตโหลดเพลงมาขาย 3. นิดใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อสื่อสารกับเพื่อน 4. โปงใช้อินเทอร์เน็ตขายสินค้าผิดกฎหมาย (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า การที่นิดใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อน เป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ถูกต้อง ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นน�ำ 4. นักเรียนท�ากิจกรรมลองท�าดู ในแบบฝกหัด หน้า 62 เพื่อเป็นการน�าเข้าสู่บทเรียนก่อน การเรียนการสอน เรื่อง ความปลอดภัยในการ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้นักเรียน พิจารณาบทความที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถาม ลงในแบบฝกหัด 5. ครูและนักเรียนพูดคุยกันเกี่ยวกับอันตรายจาก การใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยครูเปิดวีดิทัศน์ ที่น�าเสนอปญหาและอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ตให้นักเรียนในชั้นเรียนดู และถาม ค�าถามกับนักเรียนเพื่อให้นักเรียนร่วมกันแสดง ความเห็นและบันทึกลงสมุด ตามหัวข้อ ดังนี้ 1) ปญหาและอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ตจากวีดิทัศน์คืออะไร 2) สาเหตุของปญหาและอันตรายจากการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากวีดิทัศน์คืออะไร 6. ครูบอกนักเรียนว่า นอกจากตัวอย่างอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ครูเปิดให้นักเรียน ดูแล้ว นักเรียนรู้หรือไม่ว่า ยังมีอันตรายจาก การใช้งานอินเทอร์เน็ตอีกหลายรูปแบบ ซึ่งเรา จะได้เรียนรู้กันในบทเรียนเรื่อง ความปลอดภัย ในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมลองท�าดู ในแบบฝกหัด หน้า 62 ครูอาจสุ่มตัวแทน นักเรียน 1 คน ออกมาอ่านบทความที่ก�าหนดให้เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนฟงก่อน จากนั้นจึงให้นักเรียนลงมือท�าแบบฝกหัด เพื่อเป็นการน�าเข้าสู่บทเรียนก่อน การเรียนการสอน โดยที่ครูไม่จ�าเป็นต้องสนใจค�าตอบของนักเรียนว่า นักเรียน แต่ละคนตอบผิดหรือตอบถูก แต่หลังจากที่นักเรียนตอบค�าถามแล้วครูอาจต้อง มีการเฉลยค�าตอบที่ถูกต้องให้กับนักเรียนด้วย ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 62 น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T145
ขอสอบเนนการคิด การก่อ อาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต การหลอกลวง แบบฟชชิง (Phishing) การกระท�าผิด กฎหมายโดยรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ การเผยแพร่ข้อมูล ที่ไม่เหมาะสม การล่อลวงเยาวชน 1. ¡ÒÃ㪌§Ò¹à·¤â¹âÅÂÕ ÊÒÃʹà·È เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) คือ การประยุกต์ ใช้คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ โทรคมนาคม (เทคโนโลยี) เพื่อจัดเก็บ อันตรายจากการ ใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศ มีอะไรบาง ค้นหา ส่งผ่าน และประมวลผลข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ถูกประมวลผล เรียบร้อยแล้วจะเรียกว่า สารสนเทศ 1.1 อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ช่วยให้ผู้ ใช้งานสามารถติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันหากใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างไม่ระมัดระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ ใช้งานได้ โดยอันตราย ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต มีดังนี้ 83 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 83 ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอกับนักเรียน วา อันตรายจากการใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศมีอะไรบาง 2. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา การใชงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ เปนการประยุกตใช คอมพิวเตอรและอุปกรณเทคโนโลยีตางๆ เพื่อจัดเก็บ คนหา สงผาน และประมวลผล ขอมูล 3. ครูบอกกับนักเรียนวา อินเทอรเน็ตเปน เทคโนโลยีสารสนเทศอยางหนึ่งที่นักเรียน คุนเคยมากที่สุดซึ่งอันตรายที่เกิดขึ้นบอยจาก การใชงานอินเทอรเน็ต ไดแก การเผยแพร ขอมูลที่ไมเหมาะสม การลอลวงเยาวชน การหลอกลวงแบบฟชชิง (Phishing) การกอ อาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต และการกระทํา ผิดกฎหมายโดยรูเทาไมถึงการณ บุคคลใดปฏิบัติตนเปนการกออาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต 1. นิ่มคัดลอกผลงานของเพื่อนแลวนําไปสงครู 2. นัทเผยแพรวิดีโอการทําอาหารลงบนอินเทอรเน็ต 3. นิวใชคอมพิวเตอรของเพื่อนเพื่อสืบคนขอมูลใน อินเทอรเน็ต 4. แนนถายรูปเพื่อนแลวสงตอไปยังบุคคลอื่นโดยไมไดรับ อนุญาต (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา บุคคลที่ปฏิบัติตนเปนการกออาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต คือ นิ่มคัดลอกผลงานของเพื่อนและนําไปสงครู ซึ่งเปนการขโมย ผลงานของผูอื่น ดังนั้น ตอบขอ 1.) ความรูเสริม ระบบสารสนเทศประกอบดวยองคประกอบหลัก 5 องคประกอบ ไดแก 1. บุคลากร คือ ผูมีความรูความเขาใจในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ขั้นตอนการปฏิบัติ คือ วิธีการปฏิบัติงานในการเก็บรักษาขอมูลใหอยู ในรูปแบบที่สามารถทําใหเปนสารสนเทศได 3. ฮารดแวร คือ อุปกรณที่ใชในการประมวลผลขอมูลเพื่อสรางสารสนเทศ 4. ซอฟตแวร คือ โปรแกรมที่ใชในการประมวลผลขอมูลใหเปนสารสนเทศ 5. ขอมูล คือ ขอเท็จจริงหรือเรื่องราวที่สามารถเชื่อถือหรือตรวจสอบได แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวขอ คําตอบของนักเรียนขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ ครูผูสอน เชน การกระทําผิดกฎหมายโดยรูเทา ไมถึงการณ การกออาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต นํา สอน สรุป ประเมิน T146
ข้อสอบเน้น การคิด ÍѹµÃÒ¨ҡ¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เป็นการใช้ อินเทอร์เน็ตในการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เช่น ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือท�าให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง การล่อลวงเยาวชนปัญหาของการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อล่อลวงเด็ก โดยเฉพาะการพูดคุยในโปรแกรม สนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต ที่น�าไปสู่การนัดพบกันของ คู่สนทนาซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน การหลอกลวงแบบฟิชชิง (Phishing) เป็นเทคนิค การหลอกลวงโดยใช้จิตวิทยาผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อ ขอข้อมูลที่ส�าคัญ มักมาในรูปของอีเมลหรือเว็บไซต์ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปดเผยข้อมูลที่เป็นความลับต่าง ๆ การก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต เป็นการใช้ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการ กระท�าความผิด เพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การก่ออาชญากรรมทางการเงิน การกระท�าผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการ กระท�าผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม อินเทอร์เน็ตในการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เช่น ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือท�าให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง 1 2 การหลอกลวงแบบฟิชชิง (Phishing) การหลอกลวงโดยใช้จิตวิทยาผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อ ขอข้อมูลที่ส�าคัญ มักมาในรูปของอีเมลหรือเว็บไซต์ 3 เพื่อหลอกให้เหยื่อเปดเผยข้อมูลที่เป็นความลับต่าง ๆ การกระท�าผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการ 5 กระท�าผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 4 4 8 84 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 84 บุคคลในข้อใดมีโอกาสถูกหลอกลวงแบบฟชชิงมากที่สุด 1. กระต่ายถูกเจาะระบบคอมพิวเตอร์ 2. เบลล่านัดพบบุคคลที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต 3. เชอร์รี่ถูกเผยแพร่ภาพตัดต่อทางอินเทอร์เน็ต 4. ข้าวโอตได้รับอีเมลจากธนาคารให้ระบุข้อมูลส่วนตัว (วิเคราะห์ค�าตอบ การหลอกลวงแบบฟชชิงมักมาในรูปแบบของ อีเมลหรือเว็บไซต์ เพื่อหลอกให้เปดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูล ลับต่างๆ เพราะฉะนั้นบุคคลที่มีโอกาสถูกหลอกลวงแบบฟชชิง มากที่สุด คือ ข้าวโอต ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน 4. นักเรียนศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ในหนังสือเรียน หน้า 84 5. ครูถามค�าถามกับนักเรียนว่า นักเรียนเคยพบ ปญหาเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ตของตนเองหรือไม่ (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ประสบการณ์ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือ เทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรียน) ความรูเสริม โปรแกรมสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นการสื่อสารที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งในปจจุบันได้มีการพัฒนาจากการสนทนากันด้วยการพิมพ์มาเป็นการสนทนา ด้วยเสียง โดยโปรแกรมสนทนาที่น่าสนใจ มีดังนี้ 1. โปรแกรม Facebook เป็นบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ท�าให้ผู้ใช้สามารถ ติดต่อสื่อสารและร่วมกันท�ากิจกรรมใดๆ ร่วมกับผู้ใช้อีกคนหนึ่งได้ เช่น การสนทนากันทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว การเขียนบทความแล้วแบ่งปน ให้กับผู้อื่น 2. โปรแกรม Line เป็นโปรแกรมที่พัฒนามาเพื่อใช้ในการสนทนาทั้ง การพิมพ์เป็นข้อความ การสนทนาด้วยเสียง การแบ่งปนภาพถ่ายหรือ ไฟล์งานต่างๆ ซึ่งสามารถท�าได้ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว น�า สอน สรุป ประเมิน T147
ขอสอบเนนการคิด ผู้ที่กระท�าความผิดเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือการก่อ อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการกระท�าที่มีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง ผู้ ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต หากมีการกระท�าความผิด เกิดขึ้น พ.ร.บ.ฉบับนี้จะช่วยให้ผู้กระท�าผิดได้รับการลงโทษตาม กฎหมาย โดยมีข้อกฎหมายที่ควรทราบเบื้องต้น ดังนี้ การกระท�าที่ก่อกวน การท�างานของระบบ คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น จ�าคุกไม่เกิน 5 ป หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ แก้ ไข เปลี่ยนแปลง หรือท�าลายข้อมูลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต จ�าคุกไม่เกิน 5 ป หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ เข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดย ไม่ได้รับอนุญาต จ�าคุกไม่เกิน 2 ป หรือปรับ ไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ ภาพตัดต่อที่ท�าให้ เสื่อมเสียชื่อเสียง จ�าคุกไม่เกิน 3 ป หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท เผยแพร่เนื้อหา ที่ไม่เหมาะสม จ�าคุกไม่เกิน 3 ป หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ ส่งข้อความหรืออีเมล ที่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนแก่ผู้อื่น ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขโมยข้อมูลของผู้อื่น บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จ�าคุกไม่เกิน 3 ป หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ เผยแพร่วิธีการเข้าถึงระบบ คอมพิวเตอร์ของผู้อื่น จ�าคุกไม่เกิน 1 ป หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จ�าคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ หมายเหตุ : ข้อมูลจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 85 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง 1 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 85 ขั้นสอน 6. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา ผูที่กระทําความผิด เกี่ยวกับการใชงานอินเทอรเน็ต เปนการกระทํา ความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร ซึ่งเปนกฎหมายที่ใหความ คุมครองกับผูที่ใชงานอินเทอรเน็ต หากมี การกระทําความผิด พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็จะชวยให ผูกระทําผิดไดรับโทษตามกฎหมาย 7. นักเรียนศึกษาขอกฎหมายเบื้องตนของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร ในหนังสือเรียน หนา 85 กอยตัดตอภาพถายของแตวแลวเผยแพรบนอินเทอรเน็ต เปนการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรขอใด 1. เผยแพรเนื้อหาที่ไมเหมาะสม 2. ตัดตอภาพที่ทําใหเสื่อมเสียชื่อเสียง 3. แกไขขอมูลของผูอื่นโดยไมไดรับอนุญาต 4. สงขอความที่กอใหเกิดความเดือดรอนแกผูอื่น (วิเคราะหคําตอบ การตัดตอภาพถายของผูอื่นแลวนําไปเผยแพร เพื่อทําใหผูอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง เปนการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรที่เกี่ยวกับการตัดตอภาพที่ทําใหเสื่อมเสีย ชื่อเสียง ซึ่งมีโทษจําคุกไมเกิน 3 ป หรือปรับไมเกิน 200,000 บาท ดังนั้น ตอบขอ 2.) นักเรียนควรรู 1 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร หรือพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร มี 2 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 ประกาศใชในป พ.ศ.2550 และฉบับที่ 2 ประกาศใชในป พ.ศ. 2560 ซึ่งเปนกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อใชในการคุมครอง ผูที่ใชงานคอมพิวเตอรและอินเทอรเน็ต นํา สอน สรุป ประเมิน T148
ขอสอบเนน การคิด Chat (3) µÑÇÍ‹ҧ ÍѹµÃÒ¨ҡ¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ โป้ได้รับข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งที่ส่งมาในโปรแกรมสนทนาว่า คุณครูที่สอนวิชาพลศึกษาเรียกให้โป้ไปพบด ่วน เนื่องจากคุณครูหา กระดาษค�าตอบในการสอบของโป้ไม ่พบ หลังจากที่โป้ไปพบคุณครู ที่ห้องพักครู ปรากฏว่า คุณครูไม่ได้เรียกให้โป้ไปพบ ซึ่งโป้อาจโดน เพื่อนแกล้งก็ได้ นักเรียนคิดว่าโป้ควรท�าอย่างไร จากสถานการณ์ดังกล่าว โป้ควรจะเตือนเพื่อนว่า การกระท�าแบบนี้ มีความผิดต ่อพระราชบัญญัติว ่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการกระท�าความผิดโดยการส่งข้อความหรืออีเมล ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท คุณครูสอนวิชาพลศึกษาหา กระดาษคําตอบของโปไมเจอ ใหไปหาดวน 86 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 86 ขั้นสอน 8. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางอันตรายจากการ ใชงานอินเทอรเน็ตเกี่ยวกับการสงขอความ ที่กอใหเกิดความเดือดรอนแกผูอื่น ในหนังสือ เรียน หนา 86 9. หลังจากนักเรียนศึกษาตัวอยางเสร็จเรียบรอย แลว ครูถามคําถามกับนักเรียนวา ถานักเรียน เปนโปนักเรียนจะปฏิบัติตนอยางไร 10. ครูและนักเรียนรวมกันวิเคราะหวา จากการ กระทําของเพื่อนของโป เพื่อนของโป กระทําผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรหรือไม ถาผิดจะไดรับโทษอยางไร ขอใดไมใชวิธีการปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต 1. ไมเปดเผยขอมูลสวนตัว 2. ไมติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส 3. ไมนัดพบบุคคลที่รูจักทางอินเทอรเน็ต 4. ไมใชงานจํารหัสผานบนเว็บเบราวเซอร (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา ขอที่ไมใชวิธีการปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต คือ การไมติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส ซึ่งอาจทําใหถูกการ กออาชญากรรมบนอินเทอรเน็ตได ดังนั้น ตอบขอ 2.) เกร็ดแนะครู หลังจากครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต เสร็จเรียบรอยแลว ครูอาจหาตัวอยางเพิ่มเติมที่เกี่ยวของกับอันตรายจากการ ใชงานอินเทอรเน็ตมาใหนักเรียนศึกษาเพิ่มอีก 1-2 ตัวอยาง นํา สอน สรุป ประเมิน T149
ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ให้นักเรียนพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้ แล้วตอบค�าถามว่า เปนอันตราย ที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบใด พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแก้ปัญหา 2. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี เป็นอันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตประเภท เนื่องจาก สถานการณ์ : ปูพบข้อความที่แชร์ต่อกันมาทางอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับ การประกาศหาตัวคนร้ายที่ขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นไป ปูจึงได้แชร์ข้อความนั้น เพื่อช่วยให้จับคนร้ายได้เร็ว ๆ แต่ปู ได้มาทราบภายหลังว่า โพสต์นั้นเป็นการใส่ร้าย กลั่นแกล้งผู้อื่น ให้ ได้รับความเสียหาย ปูจึงได้ลบโพสต์นั้นทิ้งไป บันทึกลงในสมุด 87 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 87 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 87 ครูอาจให้ นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วท�างานร่วมกันเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ต โดยหลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจให้ นักเรียนออกมาน�าเสนอความคิดเห็นของตนเองบริเวณหน้าชั้นเรียน มดแอบน�าภาพดารามาตัดตอแล้วน�าไปเผยแพรบนอินเทอร์เน็ต มดมีความผิดหรือไม อยางไร 1. ไม่ผิด เพราะไม่ได้ท�าร้ายใคร 2. ผิด เพราะเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ 3. ไม่ผิด เพราะเป็นการตัดต่อบางส่วนเท่านั้น 4. ผิด เพราะเป็นการตัดต่อภาพที่อาจท�าให้ผู้อื่นเดือดร้อน (วิเคราะห์ค�าตอบ การแอบน�าภาพของผู้อื่นมาตัดต่อ แล้วน�าไป เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต เป็นการกระท�าที่ผิด เพราะการตัดต่อ ภาพนั้นอาจท�าให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนได้ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน 11. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 87 โดยให้นักเรียน พิจารณาสถานการณ์ที่ก�าหนดให้เกี่ยวกับ อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต แล้วตอบ ค�าถามว่า จากสถานการณ์ที่ก�าหนดให้เป็น อันตรายที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต แบบใด พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ โดยให้ นักเรียนบันทึกค�าตอบลงในสมุด น�า สอน สรุป ประเมิน T150
1.2 แนวทางในการป้องกันอันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีบทบาทต่อชีวิตประจ�าวันเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต จึงควร ปฏิบัติตนตามแนวทาง ดังนี้ ไม่เข้าเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายเช่น สื่อลามกอนาจาร การพนัน โปรแกรมผิดกฎหมาย ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเช่น ชื่อ-นามสกุลจริง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หลักฐานส�าคัญอื่น ๆ ลงบนเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่หลงเชื่อข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตโดยง่าย ควรศึกษาข้อมูลจาก หลายแหล่ง ก่อนตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้ แจ้งผู้ปกครองหรือคุณครูหากพบเห็นการใช้งานอินเทอร์เน็ต ที่ไม่เหมาะสม หรือการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต ไม่ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตเพียงล�าพัง และควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้ โปรแกรมท�างานแล้ว ตั้งรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ให้ คาดเดาได้ยาก และควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 2-3 เดือน ศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เพื่อหลีกเลี่ยงการกระท�าผิดตามกฎหมาย 88 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 88 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะอธิบายให้นักเรียนฟงเกี่ยวกับแนวทางในการปองกันอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ครูอาจจะให้นักเรียนพูดคุยกันเกี่ยวกับวิธีการปองกัน อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละคนก่อนว่า นักเรียนแต่ละคนมี วิธีการอย่างไรบ้าง โดยหลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูจึงอธิบายเนื้อหา ให้นักเรียนฟง ขั้นสอน 12. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า การปองกัน อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถ ท�าได้หลายวิธี โดยวิธีที่นักเรียนสามารถท�าได้ ง่ายที่สุด คือ การไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หลักฐานส�าคัญอื่นๆ ลงบนเว็บไซต์ต่างๆ 13. นักเรียนศึกษาแนวทางการปองกันอันตราย จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมใน หนังสือเรียน หน้า 88 กิจกรรม สร้างเสริม หลังจากครูอธิบายเนื้อหาให้นักเรียนฟงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูแจกกระดาษ A4 ให้กับนักเรียนคนละ 1 แผ่น จากนั้นให้นักเรียน เขียนสรุปแนวทางในการปองกันอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ตลงในกระดาษที่ครูแจกให้พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ของนักเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T151
ขอสอบเนนการคิด µÑÇÍ‹ҧ á¹Ç·Ò§ã¹¡Òû‡Í§¡Ñ¹ÍѹµÃÒ ¨Ò¡¡ÒÃ㪌§Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ ในขณะที่ปูก�าลังใช้งานโซเชียลมีเดียอยู่ พบว่ามีข้อความที่เพื่อน ๆ ส่งต่อกันมาว่าโป้ได้ลอกการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ของเพื่อน พร้อมภาพ ขณะที่โป้ก�าลังลอกการบ้าน ซึ่งปูทราบว ่าไม ่เป็นความจริงและภาพ ดังกล ่าวถูกตัดต ่อ เนื่องจากในวันนั้นปูและโป้ได้ช ่วยกันท�าการบ้าน จนเสร็จ นักเรียนคิดว่าปูควรท�าอย่างไร จากสถานการณ์ดังกล่าว ปูควรบอกโป้และคุณครูให้ทราบถึงเรื่อง ที่เกิดขึ้น และอธิบายกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ส ่งข้อความดังกล ่าวมาว ่า ควรหยุดส่งต่อและควรลบข้อความดังกล่าวทิ้ง เนื่องจากข้อความที่ส่ง มานั้นไม่เป็นความจริง เป็นการกลั่นแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ต และเป็น การกระท�าที่มีความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ เรื่องการเผยแพร่ภาพตัดต่อที่ท�าให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีกด้วย เมื่อวานโปแอบเอา สมุดการบานของ ตนกลาไปลอกที่ หองสมุด 89 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 89 เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนศึกษาตัวอยางแนวทางในการปองกันอันตรายจาก การใชงาน ในหนังสือเรียน หนา 89 เสร็จเรียบรอยแลว ครูอาจสอบถามนักเรียนวา นักเรียนเคยพบกับเหตุการณเหมือนในตัวอยางหรือไม หรือมีเหตุการณใดเกิดขึ้น กับนักเรียนเกี่ยวกับอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตหรือไม โดยใหนักเรียน ออกมาเลาใหเพื่อนๆ ในชั้นเรียนฟง ใครปฏิบัติตนในการปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต ไมถูกตอง 1. แจนไมเขาเว็บไซตที่ผิดกฎหมาย 2. นุนแชรที่อยูของตนเองบนอินเทอรเน็ต 3. เดี่ยวศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการใชงานอินเทอรเน็ต 4. เหมียวติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา บุคคลที่ปฏิบัติตนในการใชงานอินเทอรเน็ตไมถูกตอง คือ นุน เนื่องจากนุนแชรที่อยูของตนเองบนอินเทอรเน็ต ซึ่งอาจทําให นุนไดรับความเดือดรอนได ดังนั้น ตอบขอ 2.) ขั้นสอน 14. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางแนวทางในการ ปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต เกี่ยวกับการสงตอขอความและภาพที่ถูก ตัดตอ ในหนังสือเรียน หนา 89 15. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน จากนั้น ใหนักเรียนพูดคุยกันเกี่ยวกับอันตรายที่เกิด จากการใชงานอินเทอรเน็ตของนักเรียน แตละคนที่เคยพบเจอมา จากนั้นใหนักเรียน อภิปรายรวมกันเกี่ยวกับแนวทางในการ ปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต ของสมาชิกในกลุม 16. ครูแจกกระดาษแผนใหญใหกับนักเรียน กลุมละ 1 แผน แลวใหนักเรียนรวมกัน วิเคราะหสาเหตุของอันตรายจากการใชงาน อินเทอรเน็ตที่นักเรียนเคยพบมา โดยให นักเรียนเขียนลงในกระดาษที่ครูแจกให เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน ออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T152
¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ……………………….. 1. โป้ชักชวนให้เพื่อนเข้าเว็บไซต์พนันบอล ……………………….. 2. ปูนัดพบกับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านโปรแกรม สนทนาออนไลน์ ……………………….. 3. เปรี้ยวสอนให้เพื่อนลงโปรแกรมสแกนไวรัส และตั้งค่าโปรแกรมให้ท�างาน เพื่อเป็นการ ป้องกันไวรัส ……………………….. 4. ปานตั้งรหัสผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย ตัวเลขง่าย ๆ เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน ……………………….. 5. ปนศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการใช้งาน คอมพิวเตอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระท�าผิด กฎหมาย ……………………….. 6. ป้อมโพสต์ภาพบัตรประจ�าตัวประชาชน ที่เพิ่งไปท�ามาใหม่ลงบนเพจในอินเทอร์เน็ต บันทึกลงในสมุด ให้นักเรียนท�าเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อที่ควรท�า และท�าเครื่องหมาย ✗ หน้าข้อที่ไม่ ควรท�า 90 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 90 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 90 ของนักเรียน ครูอาจให้นักเรียนท�ากิจกรรมพร้อมกันทีละข้อ โดยครูอาจสุ่มนักเรียนขึ้นมา อ่านโจทย์แล้วให้นักเรียนในชั้นเรียนตอบค�าถามร่วมกันว่า การปฏิบัติตนในแต่ละ ข้อนั้นเป็นสิ่งที่ควรท�าหรือไม่ แล้วให้นักเรียนท�าเครื่องหมายถูกหรือเครื่องหมาย ผิดลงในสมุด ขั้นสอน 17. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 90 โดยให้นักเรียน พิจารณาข้อความที่ก�าหนดให้ แล้วท�า เครื่องหมายถูกหน้าข้อความที่ควรท�า และท�า เครื่องหมายผิดหน้าข้อความที่ไม่ควรท�า โดยให้นักเรียนบันทึกค�าตอบลงในสมุด กิจกรรม สร้างเสริม ครูให้นักเรียนจับคู่ท�ากิจกรรมร่วมกัน โดยครูเล่าสถานการณ์ เกี่ยวกับการกระท�าที่อาจท�าให้เกิดอันตรายจากการใช้อินเทอร์เน็ต ให้นักเรียนฟง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคู่พูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันถึงแนวทางในการปองกันอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ต เพื่อปองกันปญหาที่จะเกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต น�า สอน สรุป ประเมิน T153
ข้อสอบเน้นการคิด 1.3 การก�าหนดรหัสผ่าน การก�าหนดรหัสผ่าน เป็นวิธีการตรวจสอบตัวตนในการเข้า สู ่ระบบและการเข้าใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีต ่าง ๆ เพื่อป้องกัน อันตรายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็น วิธีที่ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีข้อแนะน�าในการตั้งและใช้งาน รหัสผ่านให้มีความปลอดภัย ดังนี้ ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติม ✓ มีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร ✓ ประกอบด้วยอักษรตัวพิมพ์ ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ เช่น Kgs_F5071 ✓ ควรตั้งให้จดจ�าได้ง่ายแต่ยากต่อ การคาดเดา เช่น ชื่ออาหารที่ชอบ แต่เขียนตัวอักษรจากหลังมาหน้า ✗ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเกิด เบอร์ โทรศัพท์ ✗ ชื่อบุคคลหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับผู้ ใช้ ✗ ค�าที่มีอยู่ในพจนานุกรม ✗ รูปแบบตัวอักษรหรือตัวเลข ที่เป็นที่นิยม เช่น 123456789, 111111, password ข้อแนะน�าในการตั้งรหัสผ่าน สิ่งที่ไม่ควรน�ามาใช้เปนรหัสผ่าน 1. ไม่เปดเผยรหัสผ่านให้ผู้อื่น รับทราบ 2. เปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 2-3 เดือน 3. ออกจากระบบทุกครั้งเมื่อเลิกใช้ บริการต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต 4. ตั้งรหัสผ่านที่แตกต่างกันใน แต่ละบัญชีผู้ ใช้ 5. ไม่บันทึกรหัสผ่านแบบอัตโนมัติ ลงบนเบราว์เซอร์ 6. ไม่จดรหัสผ่านลงกระดาษและ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ 91 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 91 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะสอนนักเรียนเกี่ยวกับการก�าหนดรหัสผ่าน ครูอาจสอบถาม นักเรียนก่อนว่า นักเรียนเคยใช้งานรหัสผ่านหรือไม่ แล้วนักเรียนมีวิธีการในการ ก�าหนดรหัสผ่านอย่างไรให้ปลอดภัย จากนั้นจึงให้นักเรียนในชั้นเรียนพูดคุยกัน เกี่ยวกับการก�าหนดรหัสผ่าน ข้อใดไมใชวิธีการตั้งรหัสผานที่ดี 1. ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว 2. มีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร 3. เป็นค�าที่มีความหมายตามพจนานุกรม 4. ประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข และอักษรพิเศษ (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่เป็นการก�าหนดรหัสผ่านที่ไม่ดี คือ การใช้ค�าที่มี ความหมายตามพจนานุกรม ซึ่งถ้าค�านั้นเป็นค�าศัพท์ของสิ่งที่อยู่ ใกล้ตัว อาจท�าให้ถูกคาดเดารหัสผ่านจากผู้ไม่หวังดีได้ง่าย ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน 18. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า การก�าหนด รหัสผ่านเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องเรียนรู้ ให้สามารถก�าหนดรหัสผ่านได้อย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการปองกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ว่า จะเป็นการก�าหนดรหัสผ่านในการเข้าใช้งาน อีเมล หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ 19. นักเรียนศึกษาข้อแนะน�าในการตั้งรหัสผ่าน สิ่งที่ไม่ควรน�ามาใช้เป็นรหัสผ่าน และข้อควร ปฏิบัติเพิ่มเติม ในหนังสือเรียน หน้า 91 น�า สอน สรุป ประเมิน T154
¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี 2. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ 1. โป้ตั้งรหัสผ่านบนเว็บไซต์ หนึ่งเป็น 54321 เพื่อให้ ง่ายต่อการจดจ�า 3. ปูเกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 จึงตั้งรหัส ผ่านว่า 15052552 2. โป้ตั้งรหัสผ่านโดยการสุ่ม ตัวอักษร ตัวเลข และ สัญลักษณ์ ดังนี้ Gy4&d9s%hv 4. ปูมีแมวชื่อ Tommy และ เกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 จึงน�ามา ตั้งเป็นรหัสผ่าน คือ Tom_3m2y59 บันทึกลงในสมุด ให้นักเรียนพิจารณาการตั้งรหัสผ่านจากสถานการณ์ต่อไปนี้ แล้วพูด คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียนว่า การตั้งรหัสผ่านดังกล่าว เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร 92 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 92 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 92 ของนักเรียน ครูอาจให้นักเรียนในชั้นเรียนพูดคุยกันเกี่ยวกับการก�าหนดรหัสผ่านในแต่ละข้อ ก่อนว่า ในแต่ละข้อนั้นเป็นการก�าหนดรหัสผ่านที่ถูกต้องหรือไม่ แล้วจึงให้ นักเรียนเขียนค�าตอบลงในสมุด พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ขั้นสอน 20. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 92 โดยให้นักเรียน พิจารณาการตั้งรหัสผ่านจากสถานการณ์ ที่ก�าหนดให้ จากนั้นให้นักเรียนพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนใน ชั้นเรียนว่า การตั้งรหัสผ่านจากสถานการณ์ ที่ก�าหนดให้เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร จากนั้น ให้นักเรียนบันทึกค�าตอบลงในสมุด กิจกรรม สร้างเสริม ครูแจกกระดาษ A4 ให้กับนักเรียน แล้วให้นักเรียนบอก ข้อแนะน�า สิ่งที่ไม่ควรท�า และข้อควรปฏิบัติในการก�าหนดรหัสผ่าน โดยให้นักเรียนเขียนลงในกระดาษที่ครูแจกให้ พร้อมทั้งตกแต่ง ให้สวยงาม โดยครูอาจสั่งให้นักเรียนน�ากลับไปท�าเป็นการบ้าน หรือจะให้นักเรียนท�าในชั่วโมงเรียนก็ได้ น�า สอน สรุป ประเมิน T155
ข้อสอบเน้นการคิด 1 2 1.4 การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน เป็นการก�าหนดสิทธิ์ในการ เข้าถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานและเพิ่มความปลอดภัย ให้กับข้อมูล การก�าหนดสิทธิ์ในการใช้งานนี้เป็นการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามา ท�าลายข้อมูล ขโมยข้อมูล หรือเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งานนั้น สามารถท�าได้หลายวิธี เช่น โปรแกรม Google Drive ซึ่งมีขั้นตอนในการใช้งาน ดังนี้ 1 เข้าเว็บไซต์โดยพิมพ์ค�าว่า www.google.com 2 คลิกที่ไอคอน ซึ่งเป็นบริการต่าง ๆ ของ Google 3 คลิกเพื่อเข้าใช้งานโปรแกรม Google Drive 3 Google Drive 93 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 93 ขั้นสอน 21. ครูอธิบายเกี่ยวกับการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้า ใช้งานให้นักเรียนฟงว่า เป็นการก�าหนดสิทธิ์ ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานและเป็นการ เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล เพื่อปองกัน การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต 22. ครูอธิบายวิธีการก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน โปรแกรม Google Drive ให้นักเรียนฟง พร้อมทั้งสาธิตขั้นตอนการก�าหนดสิทธิ์ การเข้าใช้งานให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง ข้อใดไมใชประโยชน์ของการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน 1. ปองการถูกขโมยข้อมูล 2. เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล 3. ปองกันไวรัสเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. ไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ทุกข้อล้วนเป็นประโยชน์ของการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้า ใช้งานทั้งสิ้น ยกเว้นข้อที่กล่าวว่าเป็นการป้องกันไวรัสเข้าสู่ เครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ความรูเสริม โปรแกรม Google Drive เป็นโปรแกรมที่ช่วยอ�านวยความสะดวกในการ ส�ารองข้อมูลและแบ่งปนข้อมูล โดยโปรแกรม Google Drive สามารถรองรับ ไฟล์งานได้หลายประเภท เช่น ไฟล์ Photoshop ไฟล์ Microsoft office อีกทั้ง ยังมีระบบปองกันไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ติดมากับโปรแกรม สามารถใช้งาน Google Drive ได้โดยไม่ต้องมีโปรแกรมเฉพาะ น�า สอน สรุป ประเมิน T156
1 2 3 การก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานในโปรแกรม Google Drive มีขั้นตอน ดังนี้ ภาพที่ 4.1 ตัวอยางการใชงาน Google Drive 1. เปดโปรแกรม Google Drive เลือกไฟล์งานที่ต้องการ จากนั้นคลิกขวาที่ค�าว่า แชร์ 2. เมื่อปรากฏหน้าจอการก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน สามารถกรอกข้อมูลตามภาพได้ ดังนี้ 1 กรอกอีเมลของผู้รับลงในช่องบุคคล 2 ก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานของผู้รับ 3 กดส่งเพื่อแชร์ลิงก์ 94 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 94 เกร็ดแนะครู ในการให้นักเรียนทดลองใช้งานโปรแกรม Google Drive นอกจากครู จะให้นักเรียนแชร์ลิงก์ให้กับเพื่อนๆ แล้ว ครูอาจให้นักเรียนแชร์ลิงก์ให้กับ ครูด้วย เพื่อครูจะได้ตรวจสอบได้ว่า นักเรียนสามารถใช้งานโปรแกรม Google Drive และก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งานได้หรือไม่ ขั้นสอน 23. นักเรียนเข้าใช้งานโปรแกรม Google Drive โดยใช้บริการ Gmail ในการเข้าใช้งาน จากนั้น ให้นักเรียนด�าเนินการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้า ใช้งาน Google Drive ตามที่ครูอธิบายและ สาธิตขั้นตอนการก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน โปรแกรม Google Drive 24. หลังจากนักเรียนแชร์ลิงก์ให้กับเพื่อนแล้ว ให้เพื่อนลองเปิดลิงก์ดูว่า สามารถใช้งานตาม ที่นักเรียนก�าหนดไว้ได้หรือไม่ ถ้าไม่เป็น ไปตามที่ก�าหนดไว้ให้นักเรียนลองอีกครั้ง กิจกรรม สร้างเสริม ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมภายในชั้นเรียน โดยให้นักเรียนจัดท�า ประวัติส่วนตัวของตนเองลงในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดพร้อมทั้ง ตกแต่งให้สวยงาม จากนั้นให้นักเรียนอัปโหลดงานลงในโปรแกรม Google Drive แล้วแชร์ให้กับคุณครู เพื่อเป็นการทดสอบความ เข้าใจของนักเรียนว่า นักเรียนสามารถก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน โดยใช้โปรแกรม Google Drive ได้ น�า สอน สรุป ประเมิน T157
ข้อสอบเน้นการคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ใบความรู้ เรื่อง การก าหนดรหัสผ่านและการก าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน 1. การก าหนดรหัสผ่าน การก าหนดรหัสผ่านเป็นวิธีพื้นฐานที่ส าคัญในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว นักเรียน สามารถสร้างสรรค์วิธีการของตนเอง ในการก าหนดรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยสูง นักเรียนจดจ าได้ง่ายแต่ ผู้อื่นคาดเดาได้ยาก หรือใช้แนวคิดหรือวิธีการก าหนดรหัสผ่านโดยใช้แนวคิดหรือวิธีการ ดังต่อไปนี้ 1) เลือกประโยค วลี ภาษาอังกฤษ ที่คิดขึ้นเอง หรือจากหนังสือ เพลง ที่ชอบ 2) เลือกอักษรตัวแรกหรือสองตัวแรกของแต่ละค าในประโยค วลี ที่เลือกมาเรียงกัน 3) เปลี่ยนบางตัวอักษรเป็น สัญลักษณ์ หรือตัวเลข เช่น เปลี่ยน ตัว L(แอล) เป็นเลข 1(หนึ่ง) เปลี่ยนตัว O (โอ) เป็น เลข 0 (เลขศูนย์) 4) เปลี่ยนบางตัวอักษรเป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ บางตัวเป็นตัวพิมพ์เล็ก 5) เติมชุดตัวเลข ที่นักเรียนจ าได้ หรือมีความหมายกับนักเรียนต่อท้าย 2. การก าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ก าหนดสิทธิ์การเข้าถึงการเข้าใช้งาน เป็นการก าหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเพิ่มความ ปลอดภัยให้กับข้อมูล ในกรณีของการใช้งาน google Dive นักเรียนสามารถศึกษาขั้นตอน วิธีการก าหนด สิทธ์ในการเข้าใช้งาน ในการแชร์ข้อมูลไฟล์จาก Google Drive ได้จาก เมนู ความช่วยเหลือของ Google ไดรฟ์ หรือลิงก์ https://support.google.com/drive/answer/2494822?co=GENIE.Platform%3DDesktop&hl=th เกร็ดแนะครู ในการศึกษาความรู้จากใบความรู้ เรื่อง การก�าหนดรหัสผ่านและการ ก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ครูอาจให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน เพื่อศึกษาความรู้ เมื่อนักเรียนศึกษาใบความรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาสรุปความรู้ที่ได้จากใบความรู้ให้เพื่อนในชั้นเรียนฟง เพื่อเป็นการสรุป ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยตนเองร่วมกันกับเพื่อนในชั้นเรียน พฤติกรรมใดอาจกอให้เกิดอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต 1. ไม่บอกรหัสผ่านของตนเองกับใคร 2. ดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง 3. เปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จ�าเป็นลงบนอินเทอร์เน็ต 4. ติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสบนเครื่องคอมพิวตอร์ (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า พฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต คือ การเปดเผยเฉพาะข้อมูลที่จ�าเป็นลงบนอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน 25. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การก�าหนดรหัสผ่าน และการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ให้กับ นักเรียน จากนั้นให้นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่ม เติมจากใบความรู้ที่ครูแจกให้เป็นเวลา 5 นาที ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 น�า สอน สรุป ประเมิน T158
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การก าหนดรหัสผ่านและการก าหนดสิทธิ์เข้าใช้งาน ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ 1. นักเรียนมีบัญชี Gmail หรือไม่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. (หำกนักเรียนไม่มีบัญชี Gmail ให้นักเรียนสมัคร โดยดูขั้นตอนจำกหนังสือเรียนและใบควำมรู้เรื่องกำรก ำหนด รหัสผ่ำนและกำรก ำหนดสิทธิ์เข้ำใช้งำน) 2. นักเรียนคิดว่ำรหัสผ่ำนที่นักเรียนใช้ มีควำมปลอดภัยมำกน้อยเพียงใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... 3. ให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft word แล้วพิมพ์ชื่อ นำมสกุล ชั้นเรียน และเลขที่ ของตนเอง ลงในโปรแกรม จำกนั้นบันทึกเป็นไฟล์ .doc แล้วอัปโหลดไฟล์ลงใน Google Drive และแชร์ให้คุณครู ทำงอีเมล โดยก ำหนดสิทธิ์ให้คุณครูสำมำรถดูไฟล์ข้อมูลได้เพียงอย่ำงเดียว ไม่มีสิทธิ์ในกำรแก้ไขหรือ ปรับปรุง โดยดูขั้นตอนจำกหนังสือเรียนและใบควำมรู้เรื่องกำรก ำหนด 2. นักเรียนคิดว่ำรหัสผ่ำนที่นักเรียนใช้ มีควำมปลอดภัยมำกน้อยเพียงใด …………………………………………………………………………………………………………………… 3. ให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft word เฉลย ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 ขั้นสอน 26. หลังจากนักเรียนศึกษาความรูเพิ่มเติมจากใบ ความรูที่ครูแจกใหเสร็จเรียบรอยแลว ครูแจก ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การกําหนดรหัสผาน และการกําหนดสิทธิ์เขาใชงาน ใหกับนักเรียน แลวใหนักเรียนตอบคําถามและปฏิบัติ กิจกรรมที่กําหนดให ขอใดไมใชอาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต 1. นํารูปภาพที่ผูอื่นถายขึ้นไปเผยแพรบนอินเทอรเน็ต 2. ใสลายนํ้าบนเอกสารที่ดาวนโหลดมาจากอินเทอรเน็ต 3. ดูรหัสผานเขาเครื่องคอมพิวเตอรของเพื่อนที่นั่งขางๆ 4. โพสตเตือนภัยเว็บไซตที่หลอกลวงเอาขอมูลทางการเงิน (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา ขอที่ไมใชอาญากรรมทางอินเทอรเน็ต คือ การโพสตเตือนภัย เว็บไซตที่หลอกลวงเอาขอมูลทางการเงิน เนื่องจากเปนการกระทํา ที่มิไดทําใหผูอื่นเดือดรอน หรือมิไดเปนการกระทําความผิดใดๆ ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู ในการทําใบงาน เรื่อง การกําหนดรหัสผานและการกําหนดสิทธิ์เขาใชงาน หากนักเรียนยังไมมีบัญชี Gmail ครูอาจใหเวลานักเรียนในการสมัครใชงาน Gmail กอน หรือครูอาจสอนใหนักเรียนคนที่ยังไมมีบัญชี Gmail สมัครใชงาน Gmail กอน จากนั้นจึงใหนักเรียนลงมือทําใบงานพรอมๆ กัน นํา สอน สรุป ประเมิน T159
¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci สถานการณ์ : ในการท�ารายงานวิชาภาษาไทย ปูและโป้จะต้อง ท�างานร่วมกัน โป้จึงได้สร้างไฟล์งานขึ้น แล้วก�าหนดสิทธิ์ในการ เข้าใช้งานให้กับตนเองและปู ให้นักเรียนพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้ แล้วตอบค�าถามว่าควรก�าหนด สิทธิ์ในการเข้าใช้งานอย่างไร พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ และแสดงวิธี ในการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแก้ปัญหา 2. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี 3. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่ก�าหนด คือ เนื่องจาก บันทึกลงในสมุด 95 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 95 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 95 ครูอาจ ให้ตัวแทนนักเรียนหรือสุ่มนักเรียนอ่านสถานการณ์ให้เพื่อนในชั้นเรียนฟงก่อน แล้วจึงให้นักเรียนลงมือท�ากิจกรรมฝกทักษะด้วยตนเอง หลังจากนักเรียน ท�ากิจกรรมฝกทักษะเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ขั้นสอน 27. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 95 โดยให้นักเรียน พิจารณาสถานการณ์เกี่ยวกับการก�าหนด สิทธิ์ในการเข้าใช้งานที่ก�าหนดให้ แล้วตอบ ค�าถามว่า ควรก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน อย่างไร พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ และแสดงวิธีการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้า ใช้งาน กิจกรรม ท้าทาย ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วให้สมาชิกในกลุ่ม ช่วยกันหาข้อมูลเกี่ยวกับการก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานว่า นอกจาก การก�าหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานด้วยโปรแกรม Google Drive แล้ว สามารถท�าด้วยวิธีการอื่นหรือโปรแกรมอื่นได้หรือไม่ หลังจาก นักเรียนค้นหาข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมาน�าเสนอบริเวณหน้าชั้นเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T160
ขอสอบเนน การคิด ขั้นสอน 28. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 เรื่อง การใชงานอินเทอรเน็ต ในแบบฝกหัด หนา 70-71 โดยใหนักเรียนพิจารณา สถานการณที่กําหนดให ในแบบฝกหัด หนา 70 แลวใหนักเรียนตอบคําถามเกี่ยวกับ อันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตลงใน ชองวางที่กําหนดให ขอใดไมถือวาเปนการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร 1. อั้มนํารหัสผานเขาเฟสบุกของเตาไปบอกเพื่อนคนอื่น 2. อันตัดตอภาพของแอนใสชุดวายนํ้าลงในโซเชียลมีเดีย 3. อิงเขาไปลบไฟลการบานในเครื่องคอมพิวเตอรของฝน 4. ออยสงขอความผานโปรแกรมสนทนาไปขอยืมเงินเพื่อน (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา ขอที่ไมถือวาเปนการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร คือ ออยสงขอความผานโปรแกรมสนทนาไปขอยืมเงินเพื่อน เนื่องจากเปนการกระทําที่มิไดทําใหผูอื่นเดือดรอน หรือการกระทํา นั้นไมไดเปนการขมขูเพื่อเอาเงินของผูอื่น ดังนั้น ตอบขอ 4.) เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 1 ในแบบฝกหัด หนา 70-71 เสร็จเรียบรอยแลว ครูอาจใหนักเรียนในชั้นเรียนอภิปรายคําตอบรวมกันเกี่ยวกับ อันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตวา ในสถานการณที่กําหนดใหมีการกระทํา ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรหรือไม อยางไร ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 70-71 3. จากสถานการณ นักเรียนคิดวา ตัวละครแตละตัวมีพฤติกรรมที่เหมาะสม หรือไมเหมาะสม อยางไร กาย ....................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... ปุม .......................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... แบม ..................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... ฝน .......................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... ปลา ...................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... เจน ........................................................................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................................................................................... 4. ผูกลั่นแกลงมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. ระบุปญหาจากสถานการณได 1 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง 2. ระบุสาเหตุของสถานการณได 1 3. วิเคราะหตัวละครแตละตัวจากสถานการณได (6 ขอยอย) 1 6 4. บอกความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอรได 2 คะแนนเต็ม 10 เกณฑการใหคะแนน ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการคิดเชิงคํานวณ ทักษะการแกปญหา 2. ทักษะการรูเทาทันเทคโนโลยี 3. ทักษะการใชคอมพิวเตอร ไมเหมาะสม เพราะกายควรเคารพสิทธิ์ของผูอื่นในการใชงานเทคโนโลยี ไมเหมาะสม เพราะปุมควรยับยั้งการกระทําของกาย ไม เหมาะสม เพราะแบมไม ควรตัดสินฝนจากการที่ไม ศึกษาขอมูล มากอน ไมเหมาะสม เพราะฝนควรกําหนดรหัสผานใหคาดเดาไดยากกวานี้ และ ไมควรนํารหัสประจําตัวนักเรียนมาเปนรหัสผาน เหมาะสม เพราะปลาไดยับยั้งการถูกกลั่นแกลงใหลดนอยลง รายงาน ใหครูรับทราบเรื่องราวดังกลาว ไมเหมาะสม เพราะเจนแชรขอมูลภาพตัดตอที่อาจทําใหบุคคลในภาพ ไดรับความอับอาย 1) เขาถึงระบบคอมพิวเตอรของผูอื่นโดยไมไดรับอนุญาต จําคุกไมเกิน 6 เดือน หรือปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 2) ภาพตัดตอที่ทําใหเสื่อมเสียชื่อเสียง จําคุกไมเกิน 3 ป หรือปรับไมเกิน 200,000 บาท ฉบับ เฉลย 71 ไดคะแนน คะแนนเต็ม Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating การใชงานอินเทอรเน็ต 10 อานสถานการณ และตอบคําถาม ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 1 เวลา สถานการณ 13.00 น. ฝนปวดศีรษะมาก ครูจึงใหแฟงพาฝนไปที่หองพยาบาล 13.05 น. ปุมเห็นกายกําลังพยายามเขาสูบัญชีสื่อสังคมออนไลนในคอมพิวเตอรที่ฝน ใชงานอยูหลายครั้ง และเขาใชงานไดโดยใชรหัสประจําตัวนักเรียนของฝน แตปุมไมไดสนใจอะไร 13.20 น. เจนเลนคอมพิวเตอรและบังเอิญไปเห็นโพสตในสื่อสังคมออนไลนของฝน โดยโพสตเปนรูปภาพฮิปโปแตมีการตัดตอนํารูปหนาของแฟงมาแปะแทน หัวของฮิปโป เจนรูสึกตลกกับภาพจึงแชรโพสตใหกับเพื่อน ๆ 13.21 น. แบมเปนเพื่อนตางหองเรียน เมื่อเห็นโพสตแลวไมเห็นดวยกับฝน และ เขาใจวาฝนนิสัยไมดี แตไมไดแชรโพสต 13.25 น. ปลาเห็นโพสตแลวรูสึกแปลกใจ เพราะฝนกับแฟงเปนเพื่อนสนิทกัน และ ทั้งคูก็อยูที่หองพยาบาลซึ่งไมมีคอมพิวเตอร จึงนํารูปภาพใหครูดู 13.30 น. ฝนและแฟงกลับมาที่หองเรียน และถูกเพื่อน ๆ มองดวยสายตาแปลก ๆ 13.31 น. ครูจึงถามเพื่อนในหองเรียนวาใครเปนคนกลั่นแกลงฝนและแฟง ซึ่งไมมี ใครกลายอมรับผิด 1. ปญหาของสถานการณนี้คืออะไร ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... 2. สาเหตุของสถานการณนี้คืออะไร และเพราะเหตุใดกายจึงสามารถ เขาใชบัญชีของฝนได ...................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................... การตัดตอและแชรโพสตที่ไมเหมาะสม สาเหตุคือ กายขาดความตระหนักรูในเรื่องการใชงานเทคโนโลยี และสามารถ เขาใชบัญชีของฝนได เพราะฝนกําหนดรหัสผานงายจนสามารถคาดเดาได ฉบับ เฉลย 70 นํา สอน สรุป ประเมิน T161
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนนการคิด ในการทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในแบบฝกหัด หนา 63-66 ครูอาจใหนักเรียนแบงกลุมกันทํางาน โดยใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 5 กลุม แลวใหแตละกลุมเลือกแบบฝกหัดกลุมละ 1 ขอ ซึ่งทุกกลุมจะตองได ขอที่ไมซํ้ากัน แลวใหนักเรียนนํามาเฉลยรวมกันในชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป ขอใดไมใชอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตโดยตรง 1. บิวสแกนหนังสือการตูนที่ซื้อมาใหมสงใหเพื่อนทางอีเมล 2. ตั้มเลนแอปพลิเคชันบนโทรศัพทมือถือขณะเดินขามถนน 3. มีนนําภาพตัดตอของเจนไปโพสตลอเลียนในสื่อสังคม ออนไลน 4. แกวชวนเพื่อนไปเที่ยวแลวแอบใชงานโทรศัพทของเพื่อน เพื่อดูภาพถาย (วิเคราะหคําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหสามารถวิเคราะห ไดวา ขอที่ไมใชอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตโดยตรง คือ ตั้มเลนแอปพลิเคชันบนโทรศัพทมือถือขณะเดินขามถนน แตอาจ เปนอันตรายทางออมได คือ อาจทําใหตั้มไดรับอุบัติเหตุไดขณะ ขามถนน ดังนั้น ตอบขอ 2.) 5. เบสแชรโพสตที่เพื่อนแชร ตอกันมาวา บาสขโมยของ เพื่อน แตเบสไมทราบวา เปนการเขาใจผิดกันระหวาง บาสกับเพื่อน จึงทําใหบาส เสียหายและอับอาย .................................................................................................. .................................................................................................. แนวทางการปองกัน ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. 4. เอสั่งซื้อสินคาออนไลน แลวโอนเงินไปลวงหนา เพื่อจองสินคา หลังจากนั้น รานคาไมสงสินคามาใหและ ไมสามารถติดตอรานคาได .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. แนวทางการปองกัน ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. 3. จอยถูกลอลวงผานโปรแกรม แชตทางอินเทอรเน็ต นําไปสู การนัดพบกันทั้งที่ไมรูจักกัน มากอน .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. แนวทางการปองกัน ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ไม ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รูจัก ทางอินเทอรเน็ตเพียงลําพังและควร ปรึกษาพอแม ผูปกครอง หรือครู การลอลวงเยาวชน ศึกษาขอกฎหมายและแนวทางใน การปองกันอันตรายจากการใชงาน อินเทอรเน็ต การกออาชญากรรม ทางอินเทอรเน็ต ไม หลงเชื่อขอมูลบนอินเทอรเน็ต โดยงาย ควรศึกษาขอมูลจากหลาย แหลงกอนตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่รับรู การกระทําผิดกฎหมาย โดยรูเทาไมถึงการณ ฉบับ เฉลย 64 Ẻ½ƒ¡ËÑ´คะแนนเต็ม การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ 45 1. นําประเภทของอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ตตามที่กําหนด เติมลงในสถานการณตามขอ 1.- 5. พรอมอธิบายแนวทางการปองกัน (20 คะแนน) 1. ทรายไดรับขอความจาก โทรศัพทวา คุณคือผูโชคดี ไดรับรางวัลพิเศษเปนเงิน 10,000 บาท ใหทานสงสําเนา บัตรประจําตัวประชาชนกลับ มาเพื่อรับรางวัล .................................................................................................. .................................................................................................. 2. กันตนําภาพลามกอนาจาร มาเผยแพรผานเฟซบุก .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. .................................................................................................. แนวทางการปองกัน ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. แนวทางการปองกัน ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. การเผยแพรขอมูลที่ไมเหมาะสม การลอลวงแบบฟชชิง การลอลวงเยาวชน การกออาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต การกระทําผิดกฎหมายโดยรูเทาไมถึงการณ ไมหลงเชื่อขอมูลบนอินเทอรเน็ตโดย งาย ควรศึกษาขอมูลจากหลายแหลง กอนตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่รับรู ไม เขาเว็บไซตที่เผยแพร เนื้อหาผิด กฎหมาย เชน สื่อลามกอนาจาร ไม ควรเผยแพรตอไปใหผูอื่น การลอลวงแบบฟชชิง การเผยแพรขอมูลที่ไมเหมาะสม ฉบับ เฉลย 63 ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 63-64 ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การใชงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ในแบบฝกหัด หนา 63-66 เปนการบาน โดยขอ 1. ในแบบฝกหัดหนา 63-64 ใหนักเรียนนําประเภทของอันตรายจากการ ใชงานอินเทอรเน็ตในกรอบที่กําหนดใหเติมลง ในชองวางที่ตรงกับสถานการณที่กําหนดให พรอมทั้งบอกแนวทางในการปองกันอันตราย จากการใชงานอินเทอรเน็ตดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T162
แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการน�าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการท�างาน รายบุคคล และพฤติกรรมการท�างานกลุ่มของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑ์การวัด และประเมินผลจากแบบประเมินการน�าเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การท�างานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มที่แนบมา ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 65-66 3. ตอบคําถามตอไปนี้ (10 คะแนน) ยกตัวอยางวิธีการกําหนดสิทธิ์ในการเขาใชงาน 1 ตัวอยาง และอธิบาย ขั้นตอนการกําหนดสิทธิ์ พรอมติดภาพหนาโปรแกรมหลังจากการเขา ใชงานประกอบ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ 3. ตอบคําถามตอไปนี้ รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกอันตรายและแนวทางการปองกันจากการใชงาน อินเทอรเน็ตได (5 ขอยอย) 4 20 • 27 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 27 คะแนน = ปรับปรุง 2. กําหนดรหัสผานที่เหมาะสมได (3 ขอยอย) 5 15 3. บอกการกําหนดสิทธิ์ในการเขาใชงานได 10 คะแนนเต็ม 45 1. บอกอันตรายและแนวทางการปองกันจากการใชงาน 2. กําหนดรหัสผานที่เหมาะสมได (3 ขอยอย) 3. เกณฑการใหคะแนน ติดภาพ เลือกวิธีการใชโปรแกรม Google Drive ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้ 1. เปดโปรแกรม Google Drive เปดไฟลงานที่ตองการ จากนั้นคลิกขวาที่ คําวา แชร 2. เมื่อปรากฏหนาจอการกําหนดสิทธิ์การเขาใชงาน สามารถกรอกขอมูลตาม ภาพได ดังนี้ 2.1 กรอกอีเมลของผูรับลงในชองบุคคล 2.2 กําหนดสิทธิ์การเขาใชงานของผูรับ 2.3 กดสงเพื่อแชรลิงก (แนวคําตอบ) ติดภาพ ฉบับ เฉลย 66 2. แกไขปญหาจากกิจกรรมการกําหนดรหัสผาน (15 คะแนน) 1. ครูมอบหมายใหปูจัดทําปายนิเทศเพื่อแนะนําขอควรปฏิบัติในการ กําหนดรหัสผานตาง ๆ แตปูเผยแพรขอมูลผิดพลาด โดยมีขอมูลที่ ไมควรนํามาใชเปนรหัสผานเผยแพรลงไปดวย ใหตรวจสอบวา ปายใดคือสิ่งที่ไมควรนํามาเปนรหัสผานแลวกากบาททับ 2. 2. จากตารางให วงเสนลอม รอบรหัสผานที่เหมาะสม อยางนอย 4 รหัส โดย มีความยาวอยางนอย 8 ตัวอักษร ประกอบดวย ตัวพิมพเล็ก ตัวพิมพใหญ ตัวเลข และสัญลักษณ 3. จากตารางในขอ 2. ไดรหัสผานอะไรบาง ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... มีความยาว อยางนอย 8 ตัวอักษร ออกจากระบบทุกครั้ง เมื่อเลิกใชงาน มีความยาว ตั้งใหจดจํางายแตยาก ตอการคาดเดา รูปแบบตัวอักษรหรือ ตัวเลขที่เปนที่นิยม และ จดจํางาย เชน 1234 ประกอบดวยตัว อักษรตัวพิมพใหญ ตัวพิมพเล็ก และ สัญลักษณ เปดเผยรหัสผานให ผูอื่นรับทราบ บันทึกรหัสผาน แบบอัตโนมัติ ใชขอมูลสวนตัว เชน วันเกิด เบอรโทรศัพท ไมบันทึกรหัสผาน แบบอัตโนมัติ เปลี่ยนรหัสผาน ทุก ๆ 2-3 เดือน F F F F F H H H F A 6 F F 1 7 4 F A 6 F F f 7 _ F A 6 F 1 1 7 4 F A 6 2 g A 2 _ F A _ F F 1 7 4 F D 6 F F 1 7 4 A 1 1 1 1 1 1 _ 1. FA6FFf7_ 3. AD_21f7H 2. FA62gA2_ 4. FA6Fg17_ ฉบับ เฉลย 65 ขั้นสรุป 2. นักเรียนท�าแบบฝกหัดข้อ 2. ในแบบฝกหัด หน้า 65 โดยให้นักเรียนแก้ไขปญหาจาก กิจกรรมการก�าหนดรหัสผ่านที่ก�าหนดให้จน ได้รหัสผ่านตามเงื่อนไขที่ก�าหนด จากนั้น ท�าแบบฝกหัดข้อ 3. ในแบบฝกหัด หน้า 66 โดยให้นักเรียนตอบค�าถามเกี่ยวกับการก�าหนด สิทธิ์ในการเข้าใช้งาน โดยการตอบค�าถาม ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบ ก่อนเรียน ประเมิน ตามสภาพจริง ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ กิจกรรม สร้างเสริม หลังจากนักเรียนศึกษา เรื่อง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ จบแล้ว ครูให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้ออกมาเป็นผังมโนทัศน์ (Mind Map) ลงบนกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ เมื่อนักเรียนท�าเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ครูอาจคัดเลือกผลงานของนักเรียนที่สรุปความรู้ ได้อย่างชัดเจน และผลงานที่มีความสวยงามมาชื่นชมบริเวณ หน้าชั้นเรียน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนในชั้นเรียนในการท�า ครั้งถัดไป น�า สอน สรุป ประเมิน T163
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ต เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท�ำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ ผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายประเภทของมัลแวร์และแนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ได้(K) 2. ตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ได้(P) 3. เห็นความส�ำคัญของอันตรายจากการติดตั้งซอฟแวร์จากอินเทอร์เน็ต การตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์(A) 3. สาระการเรียนรู้ - แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ - อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต 4. สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การติดตั้งซอฟแวร์จากอินเทอร์เน็ต อาจท�ำให้มัลแวร์ซึ่งเป็นซอฟแวร์ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อท�ำอันตรายกับคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ผู้ใช้งานต้องรู้แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์เพื่อป้องกันอันตรายในรูปแบบต่างๆ เช่น การขโมยข้อมูล การลบข้อมูล การทำ�ลายระบบ 5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท�ำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนด้วยเกม และวิธีการสอนโดยใช้เทคนิค ตามแนวคิดเชิงค�ำนวณ T164
ข้อสอบเน้น การคิด การติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ต เป็นการติดตั้งโปรแกรมหรือชุดค�าสั่งโดยการน�า ซอฟต์แวร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตมาติดตั้งบนอุปกรณ์ เทคโนโลยี ซึ่งในบางครั้งอาจท�าให้อุปกรณ์ เทคโนโลยีนั้นเกิดความเสียหายได้ 2. ¡ÒõԴµÑé§«Í¿µáÇà ¨Ò¡ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ 2.1 อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู ่บนอินเทอร์เน็ตมาลงบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ มักพบโปรแกรมที่เรียกว่า มัลแวร์ (Malicious Software: Malware) ซึ่งเป็นเครื่องมือส�าหรับการก่อปัญหาอาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ตที่แฝงมากับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง โดยมัลแวร์ที่พบใน ปัจจุบันมีหลายประเภท ดังนี้ ภาพที่ 4.2 แผนภาพแสดงมัลแวรประเภทตางๆ มัลแวร์ ม้าโทรจัน โปรแกรม เรียกค่าไถ่ หนอน อินเทอร์เน็ต โปรแกรม ดักจับข้อมูล โปรแกรม โฆษณา ไวรัส คอมพิวเตอร์ การปองกันไวรัส เขาสูคอมพิวเตอร สามารถทําได อยางไร 96 2.1 อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์1 การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู ่บนอินเทอร์เน็ตมาลงบนเครื่อง 2 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 96 ข้อใดไมใชประเภทของมัลแวร์ 1. โปรแกรมแฝง 2. โปรแกรมโฆษณา 3. ไวรัสคอมพิวเตอร์ 4. หนอนอินเทอร์เน็ต (วิเคราะห์ค�าตอบ มัลแวร์ที่พบในปัจจุบันมี 6 ประเภท ได้แก่ ไวรัสคอมพิวเตอร์ หนอนอินเทอร์เน็ต โปรแกรมดักจับข้อมูล โปรแกรมโฆษณา โปรมแกรมเรียกค่าไถ่ และม้าโทรจัน ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ขั้นน�ำ 1. ครูถามค�าถามกับนักเรียนว่า นอกจากเชื้อไวรัส ที่อยู่ในร่างกายคนแล้ว นักเรียนรู้หรือไม่ว่า คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ท�างานหรือค้นหาข้อมูล ต่างๆ ก็สามารถติดไวรัสได้เหมือนกัน แล้วนักเรียนรู้จักไวรัสคอมพิวเตอร์หรือไม่ มีความเหมือนหรือแตกต่างจากไวรัสที่ท�าให้ เราเป็นหวัดอย่างไร (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ประสบการณ์ของนักเรียน ภายใต้ดุลยพินิจ ของครูผู้สอน) 2. ครูถามค�าถามส�าคัญประจ�าหัวข้อกับนักเรียน ว่า นักเรียนรู้หรือไม่ว่า การปองกันไวรัสเข้าสู่ คอมพิวเตอร์สามารถท�าได้อย่างไร ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรียนว่า ไวรัส คอมพิวเตอร์ คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ถูกเขียน ขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการก่อปญหา อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่แฝงมากับ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งไวรัส คอมพิวเตอร์เป็นโปรแกรมประเภทหนึ่ง ของมัลแวร์ 2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟงว่า มัลแวร์ เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่มี หลายประเภท ได้แก่ ไวรัสคอมพิวเตอร์ หนอน อินเทอร์เน็ต โปรแกรมดักจับข้อมูล โปรแกรม โฆษณา โปรแกรมเรียกค่าไถ่ และม้าโทรจัน แนวตอบ ค�ำถำมส�ำคัญประจ�ำหัวขอ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู ผู้สอน เช่น ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส ระมัดระวัง การเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ภายนอก นักเรียนควรรู 1 ซอฟต์แวร์ เป็นโปรแกรมหรือชุดค�าสั่งที่คอยสั่งให้คอมพิวเตอร์ท�างานตาม ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยซอฟแวร์ที่นักเรียนอาจรู้จักและเคยใช้งาน ได้แก่ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมประมวลค�า และโปรแกรมน�าเสนอ 2 ซอฟต์แวร์ที่อยูบนอินเทอร์เน็ต เป็นซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ต หากต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตจะต้องท�าการดาวน์โหลด และติดตั้งซอฟแวร์ดังกล่าวลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจึงสามารถใช้งานได้ น�า น�า สอน สรุป ประเมิน T165
ขอสอบเนนการคิด 1 ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อขัดขวาง การท�างานของคอมพิวเตอร์ ท�าให้ผู้ ใช้งาน เกิดความร�าคาญ ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อข้อมูลหรือระบบการท�างานของคอมพิวเตอร์ โดยไวรัสคอมพิวเตอร์มักติดมากับไฟล์งาน ต่าง ๆ และจะท�างานเมื่อมีการเปดใช้งาน ไฟล์นั้นขึ้นมา 2 หนอนอินเทอร์เน็ต หรือวอร์ม(Worm) เป็นโปรแกรมอันตรายที่ ใช้วิธีหาจุดอ่อน ของระบบรักษาความปลอดภัย แล้วแพร ่ กระจายไปสู ่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ใน ระบบเครือข่ายได้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว ท�าให้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายเกิด ความเสียหายที่รุนแรง 3 โปรแกรมดักจับข้อมูล หรือสปายแวร์ (Spyware) เป็นโปรแกรมที่แอบขโมยข้อมูลของ ผู้ ใช้ระหว่างใช้งานคอมพิวเตอร์ เพื่อน�าไป ใช้ แสวงหาผลประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เก็บข้อมูล พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อน�าไป ใช้ ในการโฆษณา ภาพที่ 4.3 ไวรัสคอมพิวเตอร ภาพที่ 4.4 หนอนอินเทอรเน็ต ภาพที่ 4.5 โปรแกรมดักจับขอมูล 1. 2. 3. 97 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 97 ขอใดกลาวถึงหนอนอินเทอรเน็ตไดถูกตอง 1. กอใหเกิดความเสียหายกับไฟลขอมูล 2. เก็บขอมูลพฤติกรรมการใชงานอินเทอรเน็ต 3. สามารถแพรกระจายผานเครือขายคอมพิวเตอรได 4. แสดงโฆษณาหรือดาวนโหลดโฆษณาทางอินเทอรเน็ต (วิเคราะหคําตอบ หนอนอินเทอรเน็ตเปนโปรแกรมอันตราย ที่สามารถแพรกระจายไปสูคอมพิวเตอรเครื่องอื่นในระบบเครือขาย ไดอยางรวดเร็ว เพื่อทําใหระบบเกิดความเสียหายรุนแรง ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสอน 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุม แลวให นักเรียนแตละกลุมศึกษาประเภทของมัลแวร กลุมละ 1 ประเภท ในหนังสือเรียน หนา 97-98 และศึกษาความรูเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 4. หลังจากศึกษาขอมูลเสร็จเรียบรอยใหนักเรียน สรุปความรูรวมกันในกลุมของตนเองเกี่ยวกับ ประเภทของมัลแวรที่กลุมตนเองไดรับ ความรูเสริม • ไวรัสคอมพิวเตอร มีลักษณะเปนการแพรเชื้อไปติดไฟลอื่นใน คอมพิวเตอรโดยการอาศัยตัวกลางตางๆ เชน ไฟล Removable Drive • หนอนอินเทอรเน็ต มีลักษณะเปนการคัดลอกตัวเองและสามารถสงตัวเอง ไปยังคอมพิวเตอรเครื่องอื่นไดอยางอิสระ โดยอาศัยอีเมลหรือชองโหว ของระบบปฏิบัติการ • โปรแกรมดักจับขอมูล มีลักษณะเปนการไมแพรเชื้อไปติดไฟลอื่น แตจะ อาศัยการหลอกผูใชใหติดตั้งโปรแกรมที่ไมประสงคดีลงบนเครื่อง ของตนเอง นํา สอน สรุป ประเมิน T166
ข้อสอบเน้น การคิด 4 โปรแกรมโฆษณา หรือแอ็ดแวร์ (Advertising Supported Software: Adware) เป็นโปรแกรมที่แฝงมากับโปรแกรม ทั่วไป ท�าหน้าที่แสดงโฆษณาอย่างต่อเนื่อง หรือดาวน์ โหลดโฆษณาอัตโนมัติ ก่อให้เกิด ความร�าคาญแก่ผู้ ใช้ 5 โปรแกรมเรียกค่าไถ่ (Ransomeware) เป็นโปรแกรมที่ขัดขวางการเข้าถึงไฟล์ ข้อมูลภายในอุปกรณ์เทคโนโลยีด้วยการ เข้ารหัสจนกว่าผู้ ใช้จะจ่ายเงินให้ผู้เรียกค่าไถ่ จึงจะได้รับรหัสผ ่านเพื่อเข้าใช้งานไฟล์ ดังกล่าว 6 ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่หลอกลวงผู้ ใช้ ให้ติดตั้ง และเรียกใช้งาน แต่เมื่อเรียกใช้งานแล้วจะ เริ่มท�างานเพื่อสร้างปัญหาตามที่ผู้เขียน ก�าหนด เช่น ลักลอบส่งออกข้อมูลส่วนตัว ของผู้ ใช้งาน ท�าลายระบบ ภาพที่ 4.6 โปรแกรมโฆษณา ภาพที่ 4.7 โปรแกรมเรียกคาไถ ภาพที่ 4.8 มาโทรจัน 4. 5. 6. 98 ไวรัสคอมพิวเตอร ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 98 ข้อใดคือโปรแกรมที่ขัดขวางการเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์เทคโนโลยี 1. ม้าโทรจัน 2. ไวรัสคอมพิวเตอร์ 3. โปรแกรมเรียกค่าไถ่ 4. โปรแกรมดักจับข้อมูล (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า โปรแกรมที่ขัดขวางการเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์เทคโนโลยี คือ โปรแกรมเรียกค่าไถ่ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสอน 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอข้อมูล เกี่ยวกับมัลแวร์ประเภทต่างๆ ที่แต่ละกลุ่ม ได้รับ แล้วให้นักเรียนในชั้นเรียนสรุปข้อมูล ที่ได้รับลงในสมุด 6. ครูอธิบายลักษณะเพิ่มเติมของมัลแวร์ประเภท ต่างๆ หลังจากนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น�าเสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว 7. นักเรียนสแกน QR Code เรื่อง ไวรัส คอมพิวเตอร์ ในหนังสือเรียน หน้า 98 เพื่อศึกษา ความรู้เพิ่มเติม สื่อ Digital ครูให้นักเรียนสแกน QR Code เรื่อง ไวรัสคอมพิวเตอร์ ในหนังสือเรียน หน้า 98 จากนั้นจึงให้นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากวิดีโอที่สแกนได้ น�า สอน สรุป ประเมิน T167
¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบค�าถามว่าเปนรูปแบบ ของมัลแวร์แบบใด ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการแก้ปัญหา 2. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี 1. เป็นโปรแกรมที่แอบขโมย ข้อมูลของผู้ ใช้ระหว่างการ ใช้งานคอมพิวเตอร์ 3. เป็นโปรแกรมที่ขัดขวางการ เข้าถึงข้อมูล จนกว่าผู้ ใช้จะ จ่ายเงินให้ 2. เป็นการเขียนโปรแกรมขึ้น มาเพื่อก่อกวนการท�างาน ของคอมพิวเตอร์ 4. เป็นโปรแกรมที่ท�าหน้าที่ใน การแสดง หรือดาวน์ โหลด โฆษณาอัตโนมัติ มัลแวร์ประเภท มัลแวร์ประเภท มัลแวร์ประเภท มัลแวร์ประเภท ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ บันทึกลงในสมุด 99 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 99 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 99 ครูอาจให้ นักเรียนในชั้นเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะไปพร้อมๆ กัน โดยให้นักเรียนช่วยกัน อ่านข้อความที่ก�าหนดให้ แล้วร่วมกันตอบค�าถามว่า เป็นรูปแบบของมัลแวร์ ประเภทใด เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการเรียนการสอน ขั้นสอน 8. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 99 โดยให้นักเรียนพิจารณา ข้อความที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามว่า เป็นรูปแบบของมัลแวร์ประเภทใด โดยให้ นักเรียนบันทึกค�าตอบลงในสมุด 9. หลังจากนักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนในชั้นเรียน ร่วมกันเฉลยค�าตอบ โดยมีครูคอยให้ข้อเสนอ แนะเพิ่มเติมหากนักเรียนตอบผิด กิจกรรม ท้าทาย ครูเตรียมสถานการณ์ต่างๆ ที่กล่าวถึงอาการของเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์ประเภทต่างๆ ไว้ให้กับนักเรียน จากนั้น ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ร่วมกันพิจารณาสถานการณ์ ที่ก�าหนดให้ แล้วบอกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นติดมัลแวร์ประเภทใด เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ของนักเรียน น�า สอน สรุป ประเมิน T168
ข้อสอบเน้น การคิด 2.2 แนวทางในการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมักพบปัญหาจากมัลแวร์ที่แฝงมากับ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง โดยปกติมัลแวร์เหล่านี้มักมีการซ่อนตัวเพื่อหลอก ให้ผู้ ใช้งานติดตั้งซอฟต์แวร์ ท�าให้ผู้ ใช้ ไม่รู้ตัวจนกระทั่งติดตั้งเสร็จ เรียบร้อย ซึ่งหากคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นถูกติดตั้งมัลแวร์ ไปแล้ว สามารถตรวจสอบได้ ดังนี้ สังเกตความผิดปกติ ในการใช้งาน อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ติด มัลแวร์บางครั้งอาจจะพบปัญหา เช่น ไฟล์ข้อมูลหายบ่อย มี โฆษณา หรือข้อความแปลก ๆ ขึ้นมา 4 เรียกใช้งานโปรแกรม ตรวจจับมัลแวร์ ในปัจจุบันนี้ มีโปรแกรม ตรวจจับมัลแวร์หลายโปรแกรม ที่เปดให้ ใช้บริการได้ฟรี ตรวจสอบความเร็วของ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ติด มัลแวร์มักไม ่สามารถเชื่อมต ่อ อินเทอร์เน็ตได้หรือเชื่อมต่อได้ช้า ¤Ò¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢Ñé¹ÊÙ§ หากนักเรียนตรวจสอบอุปกรณ์เทคโนโลยีแล้ว พบว ่า อุปกรณ์นั้นถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ นักเรียนจะมีแนวทางในการ แก้ปัญหาอย่างไร 1 สังเกตความเร็วของ อุปกรณ์เทคโนโลยี อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ติด มัลแวร์มักท�างานช้าลง หรือ อุปกรณ์นั้นอาจค้างบ่อยขึ้น 1. 2. 3. 4. 100 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 100 เกร็ดแนะครู ก่อนที่ครูจะอธิบายแนวทางในการตรวจสอบและปองกันมัลแวร์ ให้นักเรียนฟง ครูอาจให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันก่อนว่า นักเรียนมีวิธีในการ ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองว่า เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีมัลแวร์ แฝงอยู่อย่างไรบ้าง หลังจากนั้นครูจึงอธิบายแนวทางในการตรวจสอบมัลแวร์ ให้นักเรียนฟง การตรวจสอบมัลแวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้นสามารถ ท�าได้อยางไร 1. ส�ารองไฟล์ข้อมูล 2. อัปเดตซอฟต์แวร์สม�่าเสมอ 3. ระวังการใช้งานไวไฟสาธารณะ 4. สังเกตความเร็วของอุปกรณ์เทคโนโลยี (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ทุกข้อล้วนเป็นแนวทางในการป้องกันมัลแวร์ทั้งสิ้น ยกเว้น ข้อที่กล่าวว่า สังเกตความเร็วของอุปกรณ์เทคโลยีที่เป็นวิธีการ ตรวจสอบมัลแวร์ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ขั้นสอน 10. ครูอธิบายแนวทางการในการตรวจสอบ มัลแวร์ให้นักเรียนฟงว่า นักเรียนสามารถ ตรวจสอบว่า คอมพิวเตอร์ของนักเรียนถูก ติดตั้งมัลแวร์ไปแล้วหรือไม่ด้วยวิธีการ ดังนี้ 1) สังเกตความเร็วของอุปกรณ์เทคโนโลยี 2) ตรวจสอบความเร็วของเครือข่าย อินเทอร์เน็ต 3) สังเกตความผิดปกติในการใช้งาน 4) เรียกใช้งานโปรแกรมตรวจจับมัลแวร์ 11. ครูถามค�าถามท้าทายการคิดขั้นสูงกับ นักเรียนว่า หากนักเรียนตรวจสอบอุปกรณ์ เทคโนโลยีแล้ว พบว่าอุปกรณ์นั้นถูกโจมตีด้วย มัลแวร์ นักเรียนจะมีแนวทางในการแก้ปญหา อย่างไร (แนวตอบ ค�าตอบของนักเรียนขึ้นอยู ่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น ใช้โปรแกรม สแกนไวรัสในการก�าจัดมัลแวร์) น�า สอน สรุป ประเมิน T169
ข้อสอบเน้นการคิด การเชื่อมต่ออุปกรณ์เทคโนโลยีกับอินเทอร์เน็ตมักพบปัญหา การถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ คือ หลีกเลี่ยง โอกาสในการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ รวมถึงการติดตั้งระบบความ ปลอดภัยต่าง ๆ ให้กับอุปกรณ์ โดยมีแนวทางในการป้องกันมัลแวร์ ดังนี้ อุปกรณ์เชื่อมต่อจากภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ ควรท�าการ สแกนไวรัสทุกครั้งก่อนใช้งาน 1. ระมัดระวังการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อจากภายนอก 2. หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบในอีเมลที่ไม่รู้จัก เมื่อได้รับไฟล์แนบจากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรหลีกเลี่ยงในการเปด ไฟล์แนบนั้น หรือต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนดาวน์โหลดหรือ เปดไฟล์ 3. ส�ารองไฟล์ข้อมูล นอกจากการเก็บไฟล์ ไว้ ในคอมพิวเตอร์ส ่วนตัว ควรมีการ ส�ารองข้อมูลไว้ ในที่เก็บข้อมูลภายนอกด้วย เช่น ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ หากไฟล์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ จะได้มีไฟล์ข้อมูลส�ารองให้สามารถใช้งานต่อได้ 4. ระวังการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ Wi-Fi ที่เปดให้ ใช้งานได้ ในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Wi-Fi ที่ไม่มีการเข้ารหัสผ่าน ท�าให้ผู้ ไม่หวังดีสามารถเข้ามาใช้งาน และเข้าถึงอุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้ง่ายขึ้น 101 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 101 ข้อใดไมใชแนวทางในการป้องกันมัลแวร์ 1. ส�ารองไฟล์ข้อมูล 2. สังเกตความผิดปกติในการใช้งาน 3. หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก 4. ระมัดระวังการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ข้อที่ไม่ใช่แนวทางในการป้องกันมัลแวร์ คือ การสังเกตความ ผิดปกติในการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ขั้นสอน 12. นักเรียนศึกษาแนวทางในการปองกันมัลแวร์ ในหนังสือเรียน หน้า 101-102 โดยหลังจาก นักเรียนศึกษาด้วยตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูอธิบายเพื่อขยายความเข้าใจให้นักเรียน ฟงอีกครั้งว่า มีแนวทางใดบ้างที่จะสามารถ ปองกันมัลแวร์ได้ 13. ครูแจกกระดาษ A4 ให้กับนักเรียน แล้วให้ นักเรียนเขียนสรุปแนวทางในการปองกัน มัลแวร์ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ พร้อมทั้ง ตกแต่งให้สวยงาม ความรูเสริม อีเมล มาจากค�าว่า Electronic Mail คือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ส�าหรับ รับ-ส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การใช้งานเหมือนกับการพิมพ์ข้อความ ในโปรแกรม Microsoft Word จากนั้นคลิกค�าสั่งเพื่อส่งออกไป โดยจะต้องมีการ ระบุชื่อผู้รับที่เรียกว่า E-mail Address ซึ่งประโยชน์ของอีเมล มีดังนี้ 1. รวดเร็ว เชื่อถือได้ 2. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งและลดการใช้กระดาษ 3. ลดเวลาในการส่งเอกสาร 4. สามารถส่งต่อถึงผู้อื่นได้สะดวกและผู้ส่งสามารถส่งให้ผู้รับได้พร้อมกัน หลายคนในเวลาเดียวกัน 5. ผู้ส่งสามารถส่งเอกสารได้โดยไม่จ�ากัดระยะเวลาหรือระยะทางในการส่ง น�า สอน สรุป ประเมิน T170
ข้อสอบเน้น การคิด µÑÇÍ‹ҧ á¹Ç·Ò§ã¹¡ÒõÃǨÊͺáÅл‡Í§¡Ñ¹ÁÑÅáÇà ในขณะที่โป้ก�าลังใช้งานคอมพิวเตอร์อยู ่ ปูได้น�าแฟลชไดรฟ มาให้โป้เปดและส่งงานคุณครูผ่านอีเมลให้ เมื่อโป้ส่งงานให้ปูเสร็จแล้ว โป้เกิดสงสัยขึ้นว่า คอมพิวเตอร์ของตนเองจะติดไวรัสหรือไม่ โป้จะมี วิธีการตรวจสอบได้อย่างไร จากสถานการณ์ดังกล่าว โป้ ควรจะตรวจสอบการท�างานของ คอมพิวเตอร์ก่อนว่า มีการท�างาน ผิดปกติ เช่น คอมพิวเตอร์ท�างาน ช้าลง ข้อมูลหายหรือไม่ ถ้าพบว่า เป็นเช่นนั้นให้รีบสแกนไวรัส เพื่อ ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ติดไวรัส หรือไม่ เมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์แล้ว ควรจะตั้งค ่าให้ ซอฟต์แวร์อัปเดตอยู่เสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้ โปรแกรมท�างานแล้ว 5. ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware) 6. อัปเดตคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์สม�่าเสมอ เนื่องจากไวรัสถูกสร้างขึ้นตลอดเวลา จึงต้องอัปเดตระบบรักษา ความปลอดภัย เพื่อแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ 102 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 102 เกร็ดแนะครู หลังจากนักเรียนศึกษาตัวอย่างแนวทางในการตรวจสอบมัลแวร์เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ครูอาจเตรียมสถานการณ์ตัวอย่างให้นักเรียนอีก 1 ตัวอย่าง โดยครูเล่าสถานการณ์ให้นักเรียนฟง แล้วถามนักเรียนว่า ถ้านักเรียนเจอ สถานการณ์แบบที่ครูเล่าให้ฟง นักเรียนจะมีแนวทางในการตรวจสอบและปองกัน มัลแวร์อย่างไร ข้อใดคือลักษณะของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีมัลแวร์แฝงอยู 1. ความเร็วลดลง 2. อุณหภูมิเฉลี่ยลดลง 3. ใช้พลังงานไฟฟามากขึ้น 4. เสียค่าใช้จ่ายในการอัปเดตมากขึ้น (วิเคราะห์ค�าตอบ จากตัวเลือกที่ก�าหนดให้สามารถวิเคราะห์ ได้ว่า ลักษณะของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีมัลแวร์แฝงอยู่จะท�าให้ ความเร็วในการท�างานของอุปกรณ์เทคโนโลยีลดลง ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ขั้นสอน 14. นักเรียนศึกษาตัวอย่างแนวทางในการ ตรวจสอบและปองกันมัลแวร์เกี่ยวกับการ ใช้งานคอมพิวเตอร์ของโป ในหนังสือเรียน หน้า 102 15. ครูถามค�าถามกับนักเรียนว่า จากสถานการณ์ ในตัวอย่างถ้านักเรียนเป็นโป นักเรียนจะ ท�าอย่างไร น�า สอน สรุป ประเมิน T171
ข้อสอบเน้นการคิด ¡Ô¨¡ÃÃÁ ½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ Com Sci ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี 2. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ 3. ทักษะการท�างานร่วมกับผู้อื่น 1. สถานที่ที่พบอินเทอร์เน็ตสาธารณะ 3. ข้อควรระวังของอินเทอร์เน็ตสาธารณะ 2. ข้อดีของอินเทอร์เน็ตสาธารณะ 4. ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสาธารณะ บันทึกลงในสมุด ให้นักเรียนจับกลุ่ม แล้วร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับข้อดี ข้อควรระวัง และข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสาธารณะหรือไวไฟฟรี เพื่อให้ปลอดภัยต่อมัลแวร์ 103 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 103 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 103 ของนักเรียน ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มกันท�างาน ครูอาจให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน และให้ นักเรียนภายในกลุ่มแบ่งหน้าที่การท�างานให้ชัดเจนว่า นักเรียนแต่ละคนมีหน้าที่ อะไรบ้าง เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนเองได้รับ ขั้นสอน 16. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หน้า 103 โดยให้นักเรียน จับกลุ่ม แล้วร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับข้อดี ข้อควรระวัง และข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตสาธารณะหรือไวไฟฟรี เพื่อให้ ปลอดภัยต่อมัลแวร์ ซึ่งหลังจากที่นักเรียน อภิปรายร่วมกันเสร็จเรียบร้อย ให้ออกมา น�าเสนอความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มบริเวณ หน้าชั้นเรียน และบันทึกค�าตอบลงในสมุด ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันมัลแวร์ที่ถูกต้อง 1. ติดตั้งโปรแกรมที่ใช้งานบ่อยๆ 2. เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอยู่เสมอ 3. ดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต 4. อัปเดตระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ (วิเคราะห์ค�าตอบ การอัปเดตระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ จะเป็นการอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) น�า สอน สรุป ประเมิน T172
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง ตรวจสอบมัลแวร์ ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนส ำรวจคอมพิวเตอร์ของตนเองว่ำมีอำกำรผิดปกติใด ๆ หรือไม่ จำกนั้นค ำถำมด้ำนล่ำง 1. คอมพิวเตอร์ของนักเรียนท ำงำนช้ำลงหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... 2. คอมพิวเตอร์ของนักเรียนไม่สำมำรถเชื่อต่ออินเทอร์เน็ตได้ หรือเชื่อมต่อได้ช้ำหรือไม่ .......................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................ .................................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... 3. ไฟล์ข้อมูลต่ำง ๆ ของนักเรียน หำยโดยไม่ทรำบสำเหตุหรือไม่ .......................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ 4. มีโฆษณำ หรือข้อควำมแปลก ๆ ขึ้นมำระหว่ำงใช้งำนหรือไม่ ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. 5. นักเรียนคิดว่ำคอมพิวเตอร์ของนักเรียนติดมัลแวร์หรือไม่ เพรำะเหตุใด ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... เฉลย ............................................................................................................................. ............................................................................................................ .............................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ไฟล์ข้อมูลต่ำง ๆ ของนักเรียน หำยโดยไม่ทรำบสำเหตุหรือไม่ ............................................................................................................. ............................................................................................................................ ............................................................................................................................. เกร็ดแนะครู ในการท�าใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง ตรวจสอบมัลแวร์ ครูอาจมอบหมายให้ นักเรียนน�าใบงานกลับไปท�าเป็นการบ้าน โดยการให้นักเรียนตรวจสอบการ ท�างานของคอมพิวเตอร์ที่บ้านของนักเรียนเองว่า มีการท�างานใดที่ผิดปกติบ้าง แล้วให้นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในใบงาน ส่วนนักเรียนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ครูอาจให้นักเรียนตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่นักเรียนใช้ที่โรงเรียนแทน ข้อใดกลาวถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ 1. ลงชื่อออกจากระบบหลังไม่ใช้งาน 2. ให้เพื่อนยืมอีเมลในการส่งงานให้กับคุณครู 3. เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยบัญชีของเพื่อน 4. ส่งข้อความเชิญชวนให้เพื่อนมาเล่นเกมด้วยกัน (วิเคราะห์ค�าตอบ การลงชื่อออกจากระบบหลังไม่ใช้งาน เป็นการ ใช้งานเทคโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เพราะการออกจากระบบ การใช้งานเมื่อไม่ใช้งานเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มาใช้งานต่อ สามารถเข้าถึงระบบการใช้งานของตนเองได้ ดังนั้น ตอบข้อ 1.) ขั้นสอน 17. นักเรียนท�าใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง ตรวจสอบ มัลแวร์ โดยให้นักเรียนตรวจสอบคอมพิวเตอร์ ของตนเองว่า มีอาการผิดปกติหรือไม่ จากนั้น ให้นักเรียนพิจารณาค�าถามที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามเกี่ยวกับการท�างานของ คอมพิวเตอร์ตามที่นักเรียนได้ตรวจสอบไว้ 18. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาน�าเสนอผล การตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของตนเองบริเวณ หน้าชั้นเรียน ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 น�า สอน สรุป ประเมิน T173
ข้อสอบเน้นการคิด ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 Evaluating Analyzing Applying Understanding Remembering Creating ไดคะแนน คะแนนเต็ม ตรวจสอบมัลแวร 10 ตอบคําถามตอไปนี้ 1. เขียนพฤติกรรมเสี่ยงของตนเองที่อาจทําใหเกิดความไมปลอดภัยจาก มัลแวร .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... 2. หากคอมพิวเตอรของนักเรียนเกิดความไมปลอดภัยจากมัลแวร นักเรียน จะแกไขปญหาอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... 3. หากแกปญหาไดแลว นักเรียนมีวิธีปองกันอันตรายจากมัลแวรอยางไร (ตอบอยางนอย 3 ขอ) .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... 4. นักเรียนคิดวา มัลแวรเปนอันตรายตออุปกรณเทคโนโลยีหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... ¡Ô¨¡ÃÃÁ½ƒ¡·Ñ¡ÉзÕè 2 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกพฤติกรรมเสี่ยงที่ทําใหเกิดความไมปลอดภัย จากมัลแวรได 2.5 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง 2. บอกแนวทางในการแกไขปญหาอันตรายที่เกิดจาก มัลแวรได 2.5 3. บอกวิธีการปองกันมัลแวรได 2.5 4. บอกอันตรายของมัลแวรตออุปกรณเทคโนโลยีได 2.5 คะแนนเต็ม 10 เกณฑการใหคะแนน ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการรูเทาทันเทคโนโลยี 2. ทักษะการใชคอมพิวเตอร 3. ทักษะการทํางานรวมกับผูอื่น การนําแฟลชไดรฟของเพื่อนมาเชื่อมตอกับคอมพิวเตอรโดยไมสแกนไวรัส ติดตั้งโปรแกรมตรวจจับมัลแวร 1. ระวังการเชื่อมตอจากอุปกรณภายนอก 2. หลีกเลี่ยงการเปดไฟลแนบ ในอีเมลที่ไมรูจัก 3. สํารองไฟลขอมูล เปนอันตราย เพราะมัลแวรอาจทําใหการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเกิด ความเสียหาย (แนวคําตอบ) ฉบับ เฉลย 72 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง ตรวจสอบมัลแวร์ ในแบบฝกหัด หน้า 72 ครูอาจให้นักเรียนพิจารณาพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือคอมพิวเตอร์ของตนเองที่มีความเสี่ยงและอาจท�าให้เกิดความไม่ปลอดภัย จากมัลแวร์ และให้นักเรียนตอบค�าถามลงในช่องว่างที่ก�าหนดให้ ขั้นสอน 19. ครูและนักเรียนร่วมกับทบทวนความรู้เกี่ยวกับ การติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ตก่อน ที่จะให้นักเรียนท�าแบบฝกหัด 20. นักเรียนท�ากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง ตรวจสอบมัลแวร์ ในแบบฝกหัด หน้า 72 โดยให้นักเรียนพิจารณาค�าถามเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ ของนักเรียนที่ก�าหนดให้ แล้วให้นักเรียน ตอบค�าถามลงในช่องว่างที่ก�าหนดให้ ข้อใดไมเป็นการละเมิดสิทธิสวนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต 1. ส้มน�าข้อมูลของคนอื่นมาเผยแพร่ 2. กล้วยน�าผลงานของคนอื่นมาเป็นของตน 3. ทับทิมน�าโปรแกรมของคนอื่นมาดัดแปลงและขาย 4. องุ่นน�าความคิดเห็นของคนอื่นมาสรุปและตัดสินใจ (วิเคราะห์ค�าตอบ การที่องุ่นน�าความคิดเห็นของคนอื่นมาสรุป ไม่ถือว่าเป็นการละเมินสิทธิส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก ไม่ได้เป็นการคัดลอกผลงานของใคร แต่เป็นการน�ามาสรุปด้วยตนเอง แล้วจึงไปใช้ในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ดังนั้น ตอบข้อ 4.) ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 72 น�า สอน สรุป ประเมิน T174
ขอสอบเนน การคิด เกม กับ เล่ น Com Sci µÃǨÊͺµ¹àͧ รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 1. ใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่าง ปลอดภัย 2. เข้าใจหลักการในการก�าหนดรหัสผ่าน 3. เข้าใจวิธีการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน 4. เข้าใจวิธีการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ 5. ทราบถึงอันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ จากอินเทอร์เน็ต หลังจากเรียนจบหน่วยนี้แล้ว ให้บอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับความสามารถของตนเอง กติกา ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนแล้วหันหน้าเข้าหากัน จากนั้น ให้คุณครูพูดค�าว ่า “มัลแวร์อะไรเอ ่ย ? ที่มีลักษณะ….” แล้วบอกลักษณะของมัลแวร์ใดก็ได้ นักเรียนแต่ละคู่จะต้อง แข ่งกันทายชื่อมัลแวร์จากลักษณะที่ครูก�าหนดให้ หาก นักเรียนคนใดตอบช้าหรือตอบผิดให้ตกรอบและไปต่อหลัง คนที่ชนะ แล้วให้คนที่ชนะหาคู่ใหม่ เล่นจนกว่าจะเหลือผู้ชนะ เพียงคนเดียว จึงสิ้นสุดเกม กิจกรรม สรุปความรูประจําหนวยที่ 4 เกมมัลแวรอะไรเอย ? 104 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 104 เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมเลนเกมกับ Com Sci ครูอาจอธิบายกติกาในการ เลนเกมใหนักเรียนฟงกอน จากนั้นจึงใหนักเรียนลงมือทํากิจกรรม โดยครูพูด คําวา มัลแวรอะไรเอย ที่มีลักษณะ (ลักษณะของมัลแวร) แลวใหนักเรียนทาย ชื่อของมัลแวรตามลักษณะที่ครูพูด ซึ่งอาจใหนักเรียนเลนเกมนี้เปนเวลา 5-10 นาที เพื่อเปนการผอนคลายความเครียดจากการเรียนและชวยทบทวนความรู ใหกับนักเรียน การที่มีโฆษณาแสดงขึ้นมาอยางตอเนื่องทําใหเกิดความรําคาญ หมายความวา คอมพิวเตอรมีมัลแวรประเภทใดแฝงอยู 1. โปรแกรมโฆษณา 2. ไวรัสคอมพิวเตอร 3. โปรแกรมเรียกคาไถ 4. โปรแกรมดักจับขอมูล (วิเคราะหคําตอบ อาการของคอมพิวเตอรที่มีการแสดงโฆษณา ขึ้นมาอยางตอเนื่อง หรือดาวนโหลดโฆษณาอัตโนมัติ ซึ่งอาจ กอใหเกิดความรําคาญแกผูใชเปนลักษณะของคอมพิวเตอรที่มี โปรแกรมโฆษณาแฝงอยู ดังนั้น ตอบขอ 1.) ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมสรุปความรูประจํา หนวยที่ 4 เลนเกมกับ Com Sci เรื่อง เกม มัลแวรอะไรเอย โดยใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน จากนั้นครูจะพูดวา มัลแวรอะไรเอย ที่มี ลักษณะ (ลักษณะของมัลแวร) จากนั้นให นักเรียนแตละคูแขงกันทายชื่อของมัลแวร ใหตรงกับลักษณะที่ครูกําหนดให 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบตนเอง โดยการบอกสัญลักษณที่ตรงกับระดับ ความสามารถของนักเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T175
ÊÃØ» ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ㹡ÒÃ㪌 §Ò¹à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È การใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศ อันตรายจากการ ติดตั้งซอฟตแวร ไวรัส คอมพิวเตอร หนอน อินเทอรเน็ต โปรแกรมดักจับ ขอมูล โปรแกรม โฆษณา โปรแกรม เรียกคาไถ มาโทรจัน การติดตั้งซอฟตแวร จากอินเทอรเน็ต แนวทางในการ ตรวจสอบ และปองกันมัลแวร อัปเดต คอมพิวเตอร และซอฟตแวร สมํ่าเสมอ ติดตั้งซอฟตแวร ปองกันมัลแวร ระวังการใชงาน Wi-Fi สาธารณะ สํารองไฟลขอมูล หลีกเลี่ยงการเปดไฟลแนบ ในอีเมลที่ไมรูจัก ระมัดระวังการใชงาน อุปกรณเชื่อมตอจากภายนอก สังเกตความเร็วของ อุปกรณเทคโนโลยี ตรวจสอบความเร็ว ของเครือขาย อินเทอรเน็ต เรียกใชงาน โปรแกรม ตรวจจับมัลแวร สังเกตความผิดปกติ ในการใชงาน การกําหนดสิทธิ์ ในการเขาใชงาน แนวทางในการปองกัน อันตรายจากการใชงาน อินเทอรเน็ต ไมเขาเว็บไซตที่เผยแพร เนื้อหาผิดกฎหมาย ไมเปดเผย ขอมูลสวนตัว ไมหลงเชื่อขอมูล บนอินเทอรเน็ตโดยงาย ไมควรไปพบบุคคลใดก็ตาม ที่รูจักทางอินเทอรเน็ตเพียงลําพัง ติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส ตั้งรหัสผานในการเขาสูระบบ ศึกษาขอกฎหมายเกี่ยวกับการใช งานคอมพิวเตอรและอินเทอรเน็ต แจงผูปกครองหรือครู หากพบเห็นการใชงาน อินเทอรเน็ตที่ไมเหมาะสม อันตรายจากการใชงาน อินเทอรเน็ต การกําหนด รหัสผาน การกระทําผิดกฎหมาย โดยรูเทาไมถึงการณ การหลอกลวง แบบฟชชิง การกออาชญากรรม ทางอินเทอรเน็ต การลอลวง เยาวชน การเผยแพรขอมูล ที่ไมเหมาะสม แนวทางในการ ปองกันมัลแวร แนวทางในการ ตรวจสอบมัลแวร 105 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 105 เกร็ดแนะครู ครูอาจสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือหานักเรียนที่มีความสมัครใจออกมาพูดถึง เนื้อหาสาระที่ได้เรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยอาจสุ่มออกมาทั้งหมด 2 คน แล้วให้นักเรียนพูดสรุป คนละหัวข้อ ซึ่งได้แก่ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการติดตั้งซอฟต์แวร์ จากอินเทอร์เน็ต กิจกรรม 21st Century Skills ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นครูแจกกระดาษ แผ่นใหญ่ให้กับนักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการเรียนในหน่วย การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้ออกมาเป็นผังมโนทัศน์ (Mind Map) เมื่อเสร็จแล้วจึงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอ ความรู้ที่แต่ละกลุ่มได้รับบริเวณหน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป 3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนหรือให้นักเรียนที่มี ความสมัครใจออกมาพูดถึงเนื้อหาสาระ ที่ได้เรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยให้นักเรียนพูดสรุปคนละ หัวข้อ ได้แก่ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ต น�า สอน สรุป ประเมิน T176
ข้อสอบเน้น การคิด กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 1. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายกับเพื่อนในชั้นเรียนว่า หากนักเรียน ได้รับอีเมลดังต่อไปนี้ นักเรียนควรท�าอย่างไร เพราะเหตุใด พร้อมบอกวิธีการสังเกตและป้องกันอันตรายจากการใช้งานอีเมล บันทึกค�าตอบลงในสมุด From: [email protected] เรียน ทานสมาชิก เราไดระงับการใชงานบัญชีของคุณดวยเหตุผลดานความปลอดภัย เนื่องจาก บัญชีของคุณลาสมัย และตองการการอัปเดตขอมูล หากตองการใชงานบัญชีของคุณอีกครั้ง เราขอแนะนําใหคุณกดปุมตรวจสอบ บัญชีดานลาง เพื่อทําการล็อกอินและอัปเดตขอมูลสวนตัวกอน 12 ชั่วโมง มิเชนนั้น บัญชีของคุณจะถูกล็อกอยางถาวร ลงชื่อใชงาน ใชบัญชี Google ของคุณ อีเมลหรือโทรศัพท รหัสผาน ตรวจสอบบัญชี เขาสูระบบ 106 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 106 เกร็ดแนะครู ในการท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน หน้า 106 ครูอาจ เตรียมสถานการณ์การได้รับอีเมลที่คลายคลึงกับในโจทย์ไว้ให้นักเรียนพิจารณา ด้วยว่า ถ้านักเรียนได้รับอีเมลแบบที่ครูเล่าให้ฟง นักเรียนจะมีวิธีการสังเกต และปองกันอันตรายจากการใช้งานอีเมลอย่างไร ข้อใดเป็นการใช้งานอีเมลที่อาจน�าไปสูการแฝงตัวมาของมัลแวร์ได้ 1. เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 2-3 เดือน 2. เปิดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก 3. ใช้อีเมลในการส่งงานให้กับคุณครู 4. บอกอีเมลของตนเองให้กับเพื่อนสนิท (วิเคราะห์ค�าตอบ การเปดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จักอาจท�าให้ คอมพิวเตอร์ได้รับอันตรายจากมัลแวร์ได้ เมื่อผู้ใช้งานเปดไฟล์แนบ ขึ้นมาแล้ว จะท�าให้ถูกมัลแวร์แฝงตัวเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะ ส่งผลให้ผู้ใช้งานเดือดร้อนได้ ดังนั้น ตอบข้อ 2.) ขั้นสรุป 4. ครูให้นักเรียนท�ากิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน หน้า 106 โดยในข้อ 1. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายกับเพื่อนใน ชั้นเรียนว่า หากนักเรียนได้รับอีเมลตาม ที่ก�าหนดให้ นักเรียนควรท�าอย่างไร เพราะเหตุใด พร้อมทั้งบอกวิธีการสังเกต และปองกันอันตรายจากการใช้งานอีเมล โดยให้นักเรียนบันทึกค�าตอบลงในสมุด น�า สอน สรุป ประเมิน T177
ขอสอบเนนการคิด 2. ให้นักเรียนทดลองตั้งรหัสผ่านของตนเองโดยมีความยาว 8-12 ตัวอักษร แล้วทดสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านที่ตั้งขึ้นกับ เว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบรหัสผ่าน หากผลลัพธ์ที่ได้พบว่า รหัสผ่านมีระดับความปลอดภัยต�่า ให้นักเรียนเปลี่ยนรหัสผ่าน และทดสอบความปลอดภัยใหม่จนกว่าจะได้ระดับความปลอดภัยสูง โดยให้บันทึกรหัสผ่านที่ตั้งขึ้นลงในสมุด เว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบรหัสผ่าน 1. ระดับความปลอดภัย 2. ระดับความปลอดภัย 3. ระดับความปลอดภัย 4. ระดับความปลอดภัย บันทึกรหัสผ่าน https://howsecureismypassword.net https://password.kaspersky.com µÑÇÍ‹ҧ 107 ภาพจาก หนังสือเรียน หน้า 107 เกร็ดแนะครู ในการทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ในหนังสือเรียน หนา 107 เกี่ยวกับ การทดสอบความปลอดภัยของรหัสผาน ครูอาจมีการแนะนําเว็บไซตที่ใชในการ ตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผานใหกับนักเรียนกอน จากนั้นครูจึงสาธิตวิธี การใชงานเว็บไซตที่ใหบริการตรวจสอบรหัสผานใหนักเรียนดูวา เมื่อใสรหัสผาน เขาไปแลวผลลัพธที่ไดจะเปนอยางไร ขั้นสรุป 5. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมเสริมสรางการเรียนรู ในหนังสือเรียน หนา 107 โดยในขอ 2. ใหนักเรียน ทดลองตั้งรหัสผานของตนเองโดยมีความยาว 8-12 ตัวอักษร แลวทดสอบความปลอดภัย ของรหัสผานที่นักเรียนตั้งขึ้นกับเว็บไซตที่ให บริการตรวจสอบรหัสผาน หากผลลัพธที่ได พบวา รหัสผานมีระดับความปลอดภัยตํ่า ใหนักเรียนเปลี่ยนรหัสผานและทดสอบ ความปลอดภัยใหมจนกวาจะไดระดับความ ปลอดภัยสูง โดยใหนักเรียนบันทึกรหัสผาน และระดับความปลอดภัยลงในสมุด ขอใดเปนสิ่งที่ไมควรทําในการกําหนดรหัสผาน 1. ยากตอการคาดเดา 2. ใชคําที่มีอยูในพจนานุกรม 3. เปลี่ยนรหัสผานทุก 2-3 เดือน 4. มีความยาวอยางนอย 8 ตัวอักษร (วิเคราะหคําตอบ การตั้งรหัสผานโดยใชคําที่มีอยูในพจนานุกรม อาจทําใหผูอื่นคาดเดารหัสผานของตนเองไดงาย โดยเฉพาะคํา ที่เปนสิ่งที่อยูรอบตัว ซึ่งอาจนําไปสูการโจรกรรมขอมูลได ดังนั้น ตอบขอ 2.) นํา สอน สรุป ประเมิน T178
ขอสอบเนน การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 ชิ้นงาน/ภาระงาน(รวบยอด) เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ค ำชี้แจง: ให้นักเรียนตอบโจทย์จำกสถำนกำรณ์ต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนออกแบบโปสเตอร์รณรงค์โดยนักเรียนต้องจัดท ำโปสเตอร์ขนำด A4 (ออกแบบบนกระดำษหรือ ซอฟแวร์ประยุกต์ในคอมพิวเตอร์) เพื่อติดบอร์ดประชำสัมพันธ์ให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษำในโรงเรียน ใน 2 ประเด็นต่อไปนี้ 1.1 โปสเตอร์รณรงค์เรื่อง ควำมปลอดภัยในกำรใช้งำนเทคโนโลยีสำรสนเทศ 1.2 โปสเตอร์รณรงค์เรื่อง แนวทำงในกำรตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ 2. ให้นักเรียนแชร์ไฟล์งำนโปสเตอร์ที่ออกแบบให้กับครูประจ ำชั้นเพื่อตรวจแก้ผ่ำน Google Drive โดยนักเรียนจะต้องก ำหนดสิทธิ์ในกำรเข้ำใช้งำนแบบที่คุณครูสำมำรถแก้ไขได้และให้นักเรียนอธิบำยขั้นตอน ในกำรแชร์ไฟล์ให้ถูกต้อง เกร็ดแนะครู ในการทําโปสเตอรรณรงค เรื่อง ความปลอดภัยในการใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศ และแนวทางในการตรวจสอบและปองกันมัลแวร ครูอาจใหนักเรียน เลือกทําโปสเตอรเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได โดยนักเรียนสามารถทําดวยการวาดภาพ ระบายสีหรือจะใชโปรแกรมตางๆ บนคอมพิวเตอรในการสรางโปสเตอรก็ได การใชงานอินเทอรเน็ตนักเรียนมีวิธีการปองกันอันตรายจาก การใชงานอินเทอรเน็ตอยางไร (วิเคราะหคําตอบ การปองกันอันตรายจากการใชงาน อินเทอรเน็ตสามารถทําไดหลายวิธี เชน ไมเขาเว็บไซตที่เผยแพร เนื้อหาผิดกฎหมาย ไมเปดเผยขอมูลสวนตัว ไมหลงเชื่อขอมูลบน อินเทอรเน็ตโดยงาย แจงผูปกครอหรือครูเมื่อพบเห็นการใชงาน อินเทอรเน็ตที่ไมเหมาะสม ติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส ตั้งรหัส ผานในการเขาสูระบบ) ขั้นสรุป 6. ครูใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ความปลอดภัยในการใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยใหนักเรียนออกแบบโปสเตอร รณรงค เรื่อง ความปลอดภัยในการใชงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และแนวทางในการ ตรวจสอบและปองกันมัลแวร เพื่อติดบอรด ประชาสัมพันธใหกับนักเรียนระดับประถม ศึกษาในโรงเรียน หลังจากนักเรียนทําโปสเตอรรณรงคเสร็จ เรียบรอยแลว ใหนักเรียนแชรไฟลงานโปสเตอร ที่ออกแบบใหกับครูประจําชั้น เพื่อตรวจแกไข ผาน Google Drive โดยนักเรียนจะตอง กําหนดสิทธิ์ในการเขาใชงานแบบที่คุณครู สามารถแกไขได และใหนักเรียนอธิบายขั้นตอน ในการแชรไฟลใหถูกตองลงในใบงาน ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 นํา สอน สรุป ประเมิน T179
ขอสอบเนนการคิด จาก แบบฝึกหัด หน้า 12 เกร็ดแนะครู กอนที่ครูจะใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การติดตั้งซอฟตแวรจาก อินเทอรเน็ต ในแบบฝกหัด หนา 67-69 เปนการบาน ครูอาจทบทวนความรู เกี่ยวกับประเภทของมัลแวร และแนวทางในการตรวจสอบและปองกันมัลแวร ใหกับนักเรียนกอน เพื่อใหนักเรียนสามารถนําความรูที่ไดเรียนมาไปใชในการ ทําแบบฝกหัดได ขั้นสรุป 7. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เรื่อง การติดตั้ง ซอฟตแวรจากอินเทอรเน็ต ในแบบฝกหัด หนา 67-69 เปนการบาน โดยในขอ 1. ใหนักเรียนบอกความหมายของมัลแวร และอธิบายลักษณะของมัลแวรประเภทตางๆ ที่กําหนดให และขอ 2. ใหนักเรียนบอก แนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวรจาก สถานการณที่กําหนดให และขอ 3 ใหนักเรียน ทําเครื่องหมายถูกลงในวงกลมหนาขอความ ที่ถูกตอง และทําเครื่องหมายผิดลงใน วงกลมหนาขอความที่ไมถูกตองเกี่ยวกับการ ตรวจสอบมัลแวร โปรแกรมใดเปนโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อขัดขวางการเขาถึง ขอมูล จนกวาผูใชจะจายเงินให 1. โปรแกรมโฆษณา 2. หนอนอินเทอรเน็ต 3. โปรแกรมเรียกคาไถ 4. โปรแกรมดักจับขอมูล (วิเคราะหคําตอบ โปรแกรมเรียกคาไถ เปนโปรแกรมที่ขัดขวาง การเขาถึงไฟลขอมูลตางๆ ภายในอุปกรณดวยการเขารหัส จนกวา ผูใชงานจะจายเงินใหจึงจะไดรับรหัสผาน ดังนั้น ตอบขอ 3.) ภาพจาก แบบฝึกหัด หน้า 67-69 3. ขีด ✓ ใน หนาขอความที่ถูก และกา ✗ ใน หนาขอความ ที่ผิด (5 คะแนน) 3. ขีด รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกความหมายมัลแวรที่เปนอันตรายจากการติดตั้ง ซอฟตแวรได (5 ขอยอย) 2 10 • 12 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 12 คะแนน = ปรับปรุง 2. บอกแนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวรได (4 ขอยอย) 1.25 5 3. เลือกแนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวรไดถูกตอง (5 ขอยอย) 1 5 คะแนนเต็ม 20 1. 2. บอกแนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวรได 3. เลือกแนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวรไดถูกตอง เกณฑการใหคะแนน การตรวจสอบมัลแวร สามารถสังเกตความเร็วของอุปกรณ เทคโนโลยี เมื่อมีการทํางานที่ชาลงหรือเกิดการคางบอยขึ้น การตรวจสอบมัลแวร สามารถสังเกตไดจากแสงของหนาจอ คอมพิวเตอรวา มีการลดลงหรือออนลงหรือไม เรียกใชงานโปรแกรมตรวจจับมัลแวร เพื่อปองกันมัลแวร สังเกตความผิดปกติในการใชงานอุปกรณเทคโนโลยีวา มีไฟลขอมูลหายบอย หรือมีขอความแปลก ๆ ขึ้นมาหรือไม ตรวจสอบความเร็วของเครือขาย อินเทอรเน็ตวา มีการเชื่อมตอ ไดหรือไม หรือมีการเชื่อมตอชา หรือไม ✓ ✗ ✓ ✓ ✓ ฉบับ เฉลย 69 2. บอกแนวทางการตรวจสอบและปองกันมัลแวร(5 คะแนน) 2. อารมตองการจัดเก็บขอมูล ควร จัดเก็บขอมูลอยางไรใหปลอดภัย ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. 3. นายตองการขอมูลจากอารมจึงนํา แฟลชไดรฟมาเพื่อบันทึกขอมูล อารมควรปฏิบัติอยางไร ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. 1. อารมไดรับไฟลแนบจากบุคคลที่ ไมรูจักทางอีเมล ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. 4. นายปรึกษาอารมวา มีวิธีการใชงาน ซอฟตแวรเพื่อตรวจจับมัลแวร อยางไร ............................................................................................................. ............................................................................................................. ............................................................................................................. อารมควรหลีกเลี่ยงในการเปดไฟลแนบ นั้น หรือตรวจสอบทุกครั้งก อน ดาวนโหลดหรือเปดไฟล อุปกรณที่เชื่อมตอจากภายนอกควร ทําการสแกนไวรัสทุกครั้งก อน ใชงาน อารมควรเก็บไฟลไวในคอมพิวเตอร และสํารองขอมูลไวในอุปกรณภายนอก ดวย เชน ฮารดดิสก แฟลชไดรฟ แนะนําใหตั้งคาอัปเดตซอฟตแวรอยู เสมอ และตรวจสอบใหแนใจวาได ตั้งคาใหโปรแกรมทํางานแลว ฉบับ เฉลย 68 Ẻ½ƒ¡ËÑ´ คะแนนเต็ม การติดตั้งซอฟตแวร จากอินเทอรเน็ต 20 1. อธิบายความหมายและลักษณะของมัลแวรในแตละขอ (10 คะแนน) 1. มัลแวร (Malicious Software: Malware) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 2. ไวรัสคอมพิวเตอร (Computer Virus) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 3. หนอนคอมพิวเตอร (Worm) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 4. มาโทรจัน (Trojan Horse) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 5. โปรแกรมดักจับขอมูล (Spyware) ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... 1. อธิบายความหมายและลักษณะของมัลแวรในแตละขอ เปนเครื่องมือสําหรับการกอปญหาอาชญากรรมทางอินเทอรเน็ตที่แฝงมากับ ซอฟตแวรที่ติดตั้ง โดยมัลแวรที่พบในปจจุบันมีหลายประเภท เปนโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อขัดขวางการทํางานของคอมพิวเตอร ทําใหผูใชงาน เกิดความรําคาญ กอใหเกิดความเสียหายตอขอมูล มักติดมากับไฟลตาง ๆ และจะทํางานเมื่อมีการเปดใชงานไฟลนั้น เปนโปรแกรมอันตรายที่ใชวิธีหาจุดอ อนของระบบรักษาความปลอดภัย แลวแพรกระจายไปสูคอมพิวเตอรเครื่องอื่น ๆ ทําใหคอมพิวเตอรและระบบ เครือขายเกิดความเสียหายที่รุนแรง เปนโปรแกรมที่หลอกลวงผูใชใหติดตั้งและเรียกใชงาน แตเมื่อเรียกใชงาน แลวจะเริ่มทํางานเพื่อสรางปญหาตามที่ผูเขียนกําหนด เปนโปรแกรมที่แอบขโมยขอมูลของผูใชระหวางใชงานคอมพิวเตอร เพื่อนําไป ใชแสวงหาผลประโยชนตาง ๆ ฉบับ เฉลย 67 นํา สอน สรุป ประเมิน T180
ข้อสอบเน้น การคิด จาก แบบฝกหัด หนา 4 เกร็ดแนะครู ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้นักเรียนตอบค�าถาม เพื่อเป็นการทบทวนความรู้จากเนื้อหาที่ได้เรียนมา และเป็นการวัดระดับ ความเข้าใจของนักเรียน ข้อใดกลาวถึงอันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ต ได้ถูกต้อง 1. สะดวกในการรับ-ส่งข้อมูล 2. เกิดปญหาการล่อลวงเยาวชน 3. ท�าให้อุปกรณ์เทคโนโลยีติดไวรัสได้ 4. ท�าให้อุปกรณ์เทคโนโลยีท�างานได้เร็วขึ้น (วิเคราะห์ค�าตอบ การติดตั้งซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ตอาจท�าให้ อุปกรณ์เทคโนโลยีติดไวรัสจนท�าให้ได้รับความเสียหายได้ ดังนั้น ตอบข้อ 3.) ขั้นสรุป 8. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วย การเรียนรู้ที่ 4 ตอนที่ 1 ในแบบฝกหัด หน้า 73-75 โดยให้นักเรียนน�าความรู้จาก เนื้อหาที่เรียนมาตอบค�าถามให้ถูกต้อง โดยให้ นักเรียนวงกลมล้อมรอบตัวอักษรหน้าค�าตอบ ที่ถูกต้อง ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 73-75 4. ขอใดเปนแนวทางในการปองกันอันตรายจากการใชงานอินเทอรเน็ต ก. นกตั้งรหัสผานโดยใชวัน เดือน ปเกิด เพื่อใหจดจําไดงาย ข. เอกไดรับอีเมลแจงวา คอมพิวเตอรติดไวรัสจึงกรอกชื่อและรหัสผาน ตามลิงกในอีเมล ค. ปุมแจงใหเพื่อนสนิททราบกอนนัดเจอกับเอกที่รูจักกันครั้งแรกผานทาง สื่อสังคมออนไลน ง. ปอมอานขาวออนไลน เรื่อง “นํ้ามะนาวรักษาโรคมะเร็งได” แลวศึกษา ขอมูลเพิ่มเติม 5. การตั้งรหัสผานแบบใดมีความปลอดภัยสูง ก. ใชวัน เดือน ปเกิด เชน 10122550 ข. ใชตัวเลขซํ้า ๆ เพื่อใหจํางาย เชน 181818 ค. เรียงตัวเลขจากมากไปหานอย เชน 654321 ง. ใชตัวอักษรพิมพใหญ พิมพเล็ก ตัวเลข สัญลักษณ เชน Mtf6wU_1969 6. ขอควรปฏิบัติในการเขาใชงานโดยใชรหัสผานในคอมพิวเตอรคือขอใด ก. เปลี่ยนรหัสผานทุก 2-3 เดือน ข. บอกรหัสผานเฉพาะเพื่อนสนิทเทานั้น ค. บันทึกรหัสผานแบบอัตโนมัติเพื่อปองกันการพิมพรหัสผานผิดพลาด ง. จดรหัสผานใสกระดาษหรือในอุปกรณเทคโนโลยี เพื่อปองกันการลืม รหัสผาน 7. หากมีผูไมหวังดีพยายามเขาถึงขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต นักเรียนมี วิธีการอยางไร ก. ลบขอมูลทุกอยางทิ้ง ข. ไมสนใจการกระทําดังกลาว ค. กําหนดสิทธิ์เขาใชงานทันที ง. เปลี่ยนที่เก็บขอมูลใหมโดยไมสนใจขอมูลเดิม 4. 5. 6. 7. ฉบับ เฉลย 74 แบบทดสอบ ไดคะแนน คะแนนเต็ม »ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 4 ตอนที่ 1 วง ลอมรอบตัวอักษร ก. ข. ค. หรือ ง. หนาคําตอบที่ถูกตอง 1. ขอใดไมใชอันตรายที่อาจเกิดจากการใชงานอินเทอรเน็ตโดยตรง ก. ปลาสแกนหนังสือการตูนที่ซื้อมาสงใหเพื่อน ๆ ทางอีเมล ข. ฝนเลนแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลนขณะเดินขามถนน ค. มีคนนําภาพตัดตอเจนไปโพสตลอเลียนในสื่อสังคมออนไลน ง. เพื่อนที่รูจักครั้งแรกผานสื่อสังคมออนไลน ชวนแบมไปเที่ยวและ ขโมยเงิน 2. ขอใดคือความหมายของการหลอกลวงแบบฟชชิง (Phishing) ก. การชักชวนใหซื้อสินคาปลอมผานสื่อสังคมออนไลน ข. การใชบัญชีสื่อสังคมออนไลนของผูอื่นเพื่อหลอกใหโอนเงิน ค. การโพสตขอความหลอกลวง ใสรายผูอื่นทางสื่อสังคมออนไลน ง. การใชจิตวิทยาเพื่อขอขอมูลสําคัญสวนตัวผานสื่อสังคมออนไลน 3. ขอใดไมถือเปนการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร ก. ออมสงอีเมลเพื่อขอยืมเงินจากฝน ข. หมูเขาไปลบไฟลการบานในคอมพิวเตอรของผึ้ง ค. ไผนํารหัสผานอีเมลของเตาไปโพสตในสื่อสังคมออนไลน ง. ตนตัดตอภาพแอนกับภาพชุดวายนํ้า แลวโพสตในสื่อสังคมออนไลน ตอนที่ 1 1. 2. 3. 10 ฉบับ เฉลย 73 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน เลือกคําตอบที่ถูกตอง (10 ขอ) 1 1 • 6 คะแนนขึ้นไป = ผานคะแนนเต็ม 10 • ตํ่ากวา 6 คะแนน = ปรับปรุง เกณฑการใหคะแนน 8. ขอใดตอไปนี้ไมใชลักษณะของมัลแวร ก. มาโทรจัน เปนโปรแกรมที่หลอกลวงใหผูใชติดตั้งและเรียกใชงาน ข. ไวรัสคอมพิวเตอร เปนโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อขัดขวางการทํางานของ คอมพิวเตอร ค. สปายแวร เปนโปรแกรมที่หาจุดออนของระบบความปลอดภัย แลว แพรกระจายสูคอมพิวเตอรอื่น ๆ ง. โปรแกรมแอ็ดแวร เปนโปรแกรมที่แฝงมากับโปรแกรมทั่วไป ทําหนาที่ แสดงโฆษณาอยางตอเนื่อง 9. ขอใดคือปญหาที่อาจเกิดจากมัลแวร ก. มีโฆษณาหรือขอความแปลก ๆ ขึ้นมา ข. คอมพิวเตอรทํางานชาลงหรือคางบอย ๆ ค. คอมพิวเตอรไมสามารถเชื่อมตออินเทอรเน็ตหรือเชื่อมตอไดชา ง. ถูกทุกขอ 10. ขอใดไมใชแนวทางการปองกันมัลแวร ก. ลูกกวาดสํารองไฟลขอมูลคอมพิวเตอรไวในแฟลชไดรฟทุกอาทิตย ข. ปนปนสแกนไวรัสในคอมพิวเตอรทุกครั้งที่ตองใชแฟลชไดรฟของเพื่อน ค. ตนนํ้าไดรับอีเมลจากคนที่ไมรูจักแจงวาถูกสลากกินแบงรัฐบาล แตไม ยอมเปดไฟลแนบและลบอีเมล ง. เพลินจัดไฟลงานในคอมพิวเตอรใหเปนหมวดหมู และลบไฟลภาพ เอกสารที่ไมไดใชงานสมํ่าเสมอ 8. 9. 10. ฉบับ เฉลย 75 น�า สอน สรุป ประเมิน T181
ภาพจาก แบบฝกหัด หน้าที่ 4 ไดคะแนน คะแนนเต็ม ตอนที่ 2 5 ตอบคําถามตอไปนี้ 1. อันตรายที่เกิดจากการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจําวันมี อะไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................. 2. บอกแนวทางในการปองกันอันตรายจากการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใน ชีวิตประจําวัน .................................................................................................................................................................................................................................................. 3. บอกขอดีจากการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบเห็นในชีวิตประจําวัน .................................................................................................................................................................................................................................................. 4. นักเรียนคิดวา การกําหนดรหัสผานในการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศให ปลอดภัยตามขอแนะนําจําเปนหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................. ตอนที่ 2 เกณฑการตัดสิน : ชวงคะแนนรอยละ 80-100 = 4 70-79 = 3 60-69 = 2 50-59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตละตัวชี้วัดมาหาคารอยละ เพื่อประเมินระดับคุณภาพ เชน คะแนนเต็ม 40 ทําได 28 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทําไดรอยละ 28 40 × 100 = 70 ดังนั้น รอยละ 70 เทียบไดกับระดับคุณภาพ 3 ตารางบันทึกคะแนน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 4 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพ ระดับคุณภาพ แบบฝกหัด กิจกรรม แบบทดสอบ รวมคะแนน เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได เต็ม ได 4 3 2 1 ว 4.2 ป.3/1 65 20 15 100 รายการประเมิน คะแนนตอขอยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตัดสิน 1. บอกอันตรายจากการใชงานเทคโนโลยีฯ ในชีวิตประจําวันได 1.25 • 3 คะแนนขึ้นไป = ผาน • ตํ่ากวา 3 คะแนน = ปรับปรุง 2. บอกแนวทางการปองกันอันตรายจากการใชงาน เทคโนโลยีฯ ได 1.25 3. บอกขอดีของการใชงานเทคโนโลยีฯ ได 1.25 4. บอกความจําเปนของการกําหนดรหัสผานในการใชงาน เทคโนโลยีฯ ได 1.25 คะแนนเต็ม 5 เกณฑการใหคะแนน เชน การถูกหลอกลวงจากบุคคลแปลกหนาที่รูจักผานโปรแกรมแชตออนไลน เปลี่ยนรหัสผานทุก 3 เดือน ใชในการติดตอสื่อสารและใชสืบคนความรูไดอยางรวดเร็ว จําเปน เพื่อปองกันผูไมหวังดีเขาถึงขอมูลสวนตัวและนําไปใชในทางที่ไมเหมาะสม ฉบับ เฉลย 76 เกร็ดแนะครู ในการท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ตอนที่ 2 ครูอาจให้ นักเรียนรวมกลุ่มกันท�างาน เพื่อให้นักเรียนได้ท�างานร่วมกันกับผู้อื่น โดยหลังจาก ที่นักเรียนท�าแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วครูจึงสุ่มนักเรียนออกมาน�าเสนอ ความคิดเห็นบริเวณหน้าชั้นเรียน กิจกรรม สร้างเสริม หลังจากจบการเรียนการสอน เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้ว ครูอาจให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ท�ารายงานสรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในหน่วยการเรียน รู้นี้ โดยให้นักเรียนแต่ละคนแบ่งหน้าที่กันท�างาน และให้นักเรียน แต่ละคนท�างานตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อนักเรียนท�าเสร็จให้น�า รายงานมาส่งคุณครูในชั่วโมงถัดไป ภาพจาก แบบฝกหัด หน้า 76 ขั้นสรุป 9. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบประจ�าหน่วย การเรียนรู้ที่ 4 ตอนที่ 2 ในแบบฝกหัด หน้า 76 โดยให้นักเรียนพิจารณาค�าถามเกี่ยวกับ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก�าหนดให้ แล้วตอบค�าถามให้ถูกต้องลงในแบบฝกหัด น�า สอน สรุป ประเมิน T182
ข้อสอบเน้น การคิด ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใด ไม่ใช่ อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ตโดยตรง ก. มีคนน าภาพตัดต่อเจนไปโพสล้อเลียนในสื่อ สังคมออนไลน์ ข. ฝนเล่นแอพพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ขณะเดิน ข้ามถนน ค. ปลาสแกนหนังสือการ์ตูนที่ซื้อมาส่งให้เพื่อน ๆ ทางอีเมล ง. เพื่อนที่รู้จักครั้งแรกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ชวน แบมไปเที่ยวและขโมยเงิน 2. ข้อใดคือความหมายของการหลอกลวงแบบฟิชชิง (Phising) ก. การชักชวนให้ซื้อสินค้าปลอมผ่านสื่อออนไลน์ ข. การใช้บัญชีสื่อออนไลน์ของผู้อื่นเพื่อหลอกให้ โอนเงิน ค. การโพสข้อความหลอกลวง ใส่ร้าย ผู้อื่นทางสื่อ ออนไลน์ ง. การใช้จิตวิทยาเพื่อขอข้อมูลส าคัญส่วนตัวผ่าน สื่อออนไลน์ 3. ข้อใด ไม่ถือว่าเป็นการกระท าความผิด ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ก. อ้อมส่งอีเมลเพื่อขอยืมเงินจากฝน ข. หมูเข้าไปลบไฟล์การบ้านในคอมพิวเตอร์ของ ผึ้ง ค. ไผ่น ารหัสผ่านอีเมลของเต่าไปโพสในสื่อสังคม ออนไลน์ ง. ต้นตัดต่อภาพแอนกับภาพชุดว่ายน้ า โพสในสื่อ สังคมออนไลน์ 4. ข้อใดเป็นแนวทางในการป้องกันอันตรายจากการใช้งาน อินเทอร์เน็ต ก. นกตั้งรหัสผ่านโดยใช้วันเดือนปีเกิดเพื่อให้จ าได้ ง่าย ไม่ใส่รหัสผิดพลาด ข. เอกได้รับอีเมลแจ้งว่าเครื่องติดไวรัส จึงกรอก ชื่อและรหัสผ่านตามลิงก์ในอีเมล ค. ปุ้มแจ้งให้เพื่อนสนิททราบ ก่อนนัดพบเอกที่ รู้จักกันครั้งแรกทางสังคมออนไลน์ไปดู ภาพยนตร์ ง. ปอมอ่านข่าวออนไลน์เรื่อง “น้ ามะนาวรักษา โรคมะเร็งได้” แล้วศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม จึงไม่ แชร์ข่าวให้ญาติที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่ 5. การตั้งรหัสผ่านแบบใดมีความปลอดภัยสูง ก. ใช้วันเดือนปีเกิด เช่น 10122550 ข. ใช้ตัวเลขซ้ า ๆ เพื่อให้จ าง่าย เช่น 181818 ค. เรียงตัวเลขจากมากไปหาน้อย เช่น 654321 ง. ใช้อักษรพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข สัญลักษณ์ เช่น Mtf6wU_1969 เฉลย 6. ข้อควรปฏิบัติในการเข้าใช้งานโดยใช้รหัสผ่านในคอมพิวเตอร์ ก. เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อย ๆ ทุก 2-3 เดือน ข. บอกรหัสผ่านเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น ค. บันทึกรหัสผ่านแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันการพิมพ์ รหัสผ่านผิดพลาด ง. จดรหัสผ่านใส่กระดาษหรือในอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อป้องกันการลืมรหัสผ่าน 7. รูปแบบการก าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. Write คือ ให้สิทธิ์ในการแก้ไขไฟล์ข้อมูล ข. Modify คือ สิทธิ์ในการปรับปรุงไฟล์ข้อมูล ค. Full Control คือ ให้สิทธิ์ในการท างานทุกอย่าง ง. Read คือ ให้สิทธิ์ในการอ่านและลบไฟล์ข้อมูล 8. ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของมัลแวร์ ก. ม้าโทรจัน เป็นโปรแกรมที่หลอกลวงให้ผู้ใช้ ติดตั้งและเรียกใช้งาน ข. ไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้น เพื่อขัดขวางการท างานของคอมพิวเตอร์ ค. สปายแวร์ เป็นโปรแกรมที่หาจุดอ่อนของ ระบบปลอดภัยแล้วแพร่กระจายสู่ คอมพิวเตอร์อื่นๆ ง. โปรแกรมแอ็ดแวร์ เป็นโปรแกรมที่แฝงมากับ โปรแกรมทั่วไป ท าหน้าที่แสดงโฆษณาอย่าง ต่อเนื่อง 9. ข้อใดคือปัญหาที่เกิดจากมัลแวร์ ก. มีโฆษณาหรือข้อความแปลกๆ ขึ้นมา ข. คอมพิวเตอร์ท างานช้าลง หรือค้างบ่อยๆ ค. คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือเชื่อมต่อได้ช้า ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดไม่ใช่แนวทางการป้องกันมัลแวร์ ก. ลูกกวาดส ารองไฟล์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ไว้ใน แฟลชไดรฟ์ทุกอาทิตย์ ข. ปันปัน สแกนไวรัสในคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ ต้องใช้แฟลชไดรฟ์ของเพื่อน ค. ต้นน้ า ได้อีเมลจากคนที่ไม่รู้จักแจ้งว่าถูก ลอตเตอรี แต่ไม่ยอมเปิดไฟล์แนบและลบเมล ง. เพลิน จัดไฟล์งานในคอมพิวเตอร์ให้หมวดหมู่ และลบไฟล์ภาพ เอกสารที่ไม่ได้ใช้งาน สม่ าเสมอ แบบทดสอบหลังเรียน 1. ข 2. ง 3. ก 4. ง 5. ง 6. ก 7. ง 8. ค 9. ง 10. ง การก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งานมีลักษณะอยางไร และจงยก ตัวอยางการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน (วิเคราะห์ค�าตอบ การก�าหนดสิทธิ์ในการใช้งาน เป็นการก�าหนด สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทั้งข้อมูลที่อยู่บนคอมพิวเตอร์และข้อมูล ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล โดยตัวอย่างการก�าหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน เช่น การก�าหนด สิทธิ์การเข้าใช้งานโดยใช้โปรแกรม Google Drive) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการน�าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรมการท�างาน รายบุคคล และพฤติกรรมการท�างานกลุ่มของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑ์การวัด และประเมินผลจากแบบประเมินการน�าเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การท�างานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการท�างานกลุ่มที่แนบมา ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ขั้นสรุป 10. ครูสรุปเนื้อหา เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมถามค�าถาม จากเนื้อหาเพื่อเป็นการทบทวนความรู้ ของนักเรียนก่อนท�าแบบทดสอบหลังเรียน 11. ครูให้นักเรียนท�าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความปลอดภัย ในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หน่วยที่ 4 ขั้นประเมิน ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน แบบ ประเมิน การน�าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การท�างานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ น�า สอน สรุป ประเมิน T183
บรรณาน ุ กรม ณาตยา ฉาบนาค. 2550. คอมพิวเตอร์ส�ำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ : เอส.พี.ซี.บุ๊คส์. ทิศนา แขมมณี. (ม.ป.ป.). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 17. กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์. ผกามาศ บุญเผือก. 2551. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ป.5. นนทบุรี: ไทยร่มเกล้า. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. 2544. การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบสวน. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมเนจเม้นท์. ภพ เลาหไพบูลย์. 2542. แนวการสอนวิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ณัฐภัทร แก้วรัตนภัทร์ 2562. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการค�ำนวณ) ป.2. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: ไทยร่มเกล้า. แรมสมร อยู่สถาพร. 2538. เทคนิคและวิธีสอนในระดับประถมศึกษา.กรุงเทพฯ : ส�ำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิจารณ์ พานิช. 2555. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : ตถาตาพับลิเคชั่น. วิชาการและมาตรฐานการศึกษาส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ,ส�ำนัก. 2553.แนวทาง การจัดการกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ, สถาบัน. 2560. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. สรศักดิ์ แพรด�ำ. 2544. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี. สำ�นักบริหารวิชาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์,แผนกบริหารหลักสูตร.2557. เอกสารเผยแพร่ความรู้วิชาการศึกษา: วิธีการสอน (Teaching Methodology). กรุงเทพฯ : วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์. สุวิทย์มูลค�ำ และอรทัย มูลค�ำ. 2547. 21 วิธีการจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์. T184
ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก คู่มือครู นร.เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 8 858649 147455 350.- บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ID Line: @aksornkruprathom