งานบริการด้านวิศวกรรมการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) สารบัญ หน้า 1 ความเป็นมาโครงการ -1- 2 วัตถุประสงค์ 2.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ -1- 2.2 วัตถุประสงค์ของการประชุม -1- 3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ -1- 4 พื้นที่ศึกษาโครงการ -2- 5 ขอบเขตการศึกษา -4- 6 สภาพปัจจุบันของพื้นที่โครงการ 6.1 โครงข่ายถนนในพื้นที่ศึกษา -6- 6.2 ลักษณะทางกายภาพของถนนทางหลวงหมายเลข 112 -8- 6.3 ลักษณะทางกายภาพของทางแยกในพื้นที่โครงการ -9- 6.4 ลักษณะทางภายภาพของแนวเส้นทางส าคัญอื่น ๆ ในพื้นที่โครงการ -12- 6.5 ข้อจ ากัดด้านสิ่งแวดล้อม -13- 7 การออกแบบด้านวิศวกรรม 7.1 รูปแบบการปรับปรุงทางแยกในพื้นที่โครงการ -15- 7.2 รูปแบบโครงสร้างสะพานทางแยกในพื้นที่โครงการ -17- 7.3 รูปแบบโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิง -18- 7.4 การออกแบบระบบระบายน้ า -19- 7.5 การออกแบบด้านภูมิสถาปัตยกรรม -20- 7.6 การออกแบบระบบไฟ้ฟ้าส่องสว่าง 21- 8 การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม -22- 9 การด าเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน -87- 10 ช่องทางติดต่อโครงการ -98- สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 4-1 พื้นที่ศึกษาโครงการ -2- ตารางที่ 6-1 สรุปลักษณะทางกายภาพของทางหลวงหมายเลข 112 -8- ตารางที่ 6-2 ข้อจ ากัดและพื้นที่อ่อนไหวในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ -13- ตารางที่ 8-1 ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม -24- ตารางที่ 9-1 สรุปผลการให้ข้อมูลและปรึกษาหารือ การเข้าพบผู้น าชุมชน -89-
งานบริการด้านวิศวกรรมการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) สารบัญรูป หน้า รูปที่ 4-1 พื้นที่ศึกษาโครงการ -3- รูปที่ 5-1 ขั้นตอนการด าเนินงานโครงการ -5- รูปที่ 6-1 สภาพปัจจุบันและโครงข่ายถนนในพื้นที่ศึกษา -7- รูปที่ 6-2 ลักษณะทางกายภาพของทางหลวงหมายเลข 112 -8- รูปที่ 6-3 ลักษณะทางกายภาพสามแยกทุ่งเศรษฐี -9- รูปที่ 6-4 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร -9- รูปที่ 6-5 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงหมายเลข 1084 -10- รูปที่ 6-6 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงหมายเลข 115 -10- รูปที่ 6-7 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงชนบท ก าแพงเพชร 3010 -11- รูปที่ 6-8 ลักษณะทางกายภาพสามแยกทางหลวงหมายเลข 101 -11- รูปที่ 6-9 จุดเชื่อมต่อใต้สะพานข้ามแม่น้ าปิง -12- รูปที่ 6-10 จุดเชื่อมสี่แยกเกาะแขก -12- รูปที่ 6-11 พื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ -14- รูปที่ 7-1 การก่อสร้างสะพานยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 1 ทิศทางขาล่องร่วมกับสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1 หรือแยกทุ่งเศรษฐี -15- รูปที่ 7-2 การก่อสร้างสะพานยกระดับร่วมกับทางแยกสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร -16- รูปที่ 7-3 การก่อสร้างสะพานยกระดับและวงเวียนระดับพื้นบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1084 -16- รูปที่ 7-4 การก่อสร้างสะพานยกระดับและวงเวียนระดับพื้นบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 115 -17- รูปที่ 7-5 โครงสร้างพื้นสะพานคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องใช้ชิ้นส่วนหล่อส าเร็จ -18- รูปที่ 7-6 โครงสร้างพื้นสะพานรูปแบบคานยื่นสมดุล (Balance Cantilever) -18- รูปที่ 7-7 ต าแหน่งติดตั้งระบบระบายน้ าของโครงการ -19- รูปที่ 7-8 การออกแบบภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับ ทล.1084 -20- รูปที่ 7-9 การออกแบบภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับ ทล.115 -20- รูปที่ 7-10 ตัวอย่างระบบไฟฟ้าส่องสว่าง -21- รูปที่ 8-1 ขั้นตอนการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ -23- รูปที่ 9-1 แผนการด าเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน -88- รูปที่ 9-2 สรุปผลการประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 1) -91- รูปที่ 9-3 สรุปผลการประชุมเพื่อเสนอรูปแบบทางเลือก (การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1) -93- รูปที่ 9-4 สรุปผลการประชุมเพื่อสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสม (สัมมนาครั้งที่ 2) -95- รูปที่ 9-5 สรุปผลการประชุมเพื่อหารือมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2) -96-
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -1- เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนถนนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร 1. ความเป็นมาโครงการ ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 112 (ทางเลี่ยงเมือง) บางช่วงมีขนาด 2 ช่องจราจร ไม่เพียงพอกับปริมาณ การจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นทางผ่านของเส้นทางคมนาคม ทางหลวงหมายเลข 1 และทางหลวง หมายเลข 101 ไปจังหวัดในภาคเหนือ ดังนั้นเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและช่วยให้การขนส่งสินค้า มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น กรมทางหลวง โดยส านักส ารวจและออกแบบ จึงได้ว่าจ้างบริษัท เอ 21 คอนซัลแตนท์ จ ากัด มหาวิทยาลัยบูรพา และบริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนส์จ ากัด ด าเนินการส ารวจและ ออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร แต่จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นพบแหล่งมรดกโลกในระยะ 2 กิโลเมตร คือ อุทยานประวัติศาสตร์ก าแพงเพชร หรือ โบราณสถานเมืองก าแพงเพชร และแหล่งโบราณสถาน ในระยะ 1 กิโลเมตร จ านวน 13 แห่ง ได้แก่ วัดตึกพราหมณ์ (ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ก าแพงเพชร หรือโบราณสถานเมืองก าแพงเพชร) ท่อปู่พระยาร่วง วัดอาวาสน้อย วัดวิหารลอย วัดมะคอก วัดริมทาง วัดอาวาสใหญ่ บ่อสามแสน วัดมะเคล็ด วัดตะแบกลาย วัดบ่อสามแสน (ร้าง) วัดตะแบกคู่ และวัดเพการาม จึงเข้าข่ายต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจน ด าเนินการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ เพื่อน าข้อคิดเห็น มาประกอบการศึกษาต่อไป 2. วัตถุประสงค์ 2.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อส ารวจและออกแบบรายละเอียด ตลอดจนศึกษารายละเอียดโครงการ ส าหรับโครงการส ารวจและ ออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร ระยะทางประมาณ 13.00 กิโลเมตร เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความสมบูรณ์ทางด้านวิศวกรรม สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม 2.2 วัตถุประสงค์ของการประชุม 1) เพื่อสรุปผลของการศึกษาโครงการ 2) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อน าไปพิจารณาปรับปรุงรายงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1) ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเดินทางรวมทั้งการขนส่งสินค้า 2) ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการใช้พลังงานอันเกิดจากการจราจรติดขัด 3) อ านวยความสะดวกในการเชื่อมโยงการคมนาคมเข้าสู่จังหวัดพิจิตรและสุโขทัย 4) เชื่อมต่อโครงข่ายถนนในอนาคต ซึ่งจะท าให้การสัญจรบนทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชรสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและ เชื่อมโยงไปยังภาคเหนือตอนบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -2- 4. พื้นที่ศึกษาโครงการ พื้นที่ศึกษาโครงการมีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการบนทางหลวงหมายเลข 112 ประมาณ กม. 0+000 ถึง กม.13+000 ระยะทางประมาณ 13.00 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จากกึ่งกลางแนวเส้นทางในระยะ 500 เมตร ผ่านต าบลนครชุม ต าบลท่าขุนราม ต าบลในเมือง ต าบลเทพนคร ต าบลสระแก้ว และต าบลหนองปลิง อ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัดก าแพงเพชร ดังตารางที่ 4-1 และรูปที่ 4-1 ตารางที่ 4-1 พื้นที่ศึกษาโครงการ จังหวัด อ าเภอ ต าบล การปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่บ้าน/ชุมชน ก าแพงเพชร เมืองก าแพงเพชร นครชุม อบต.นครชุม หมู่ที่ 1 บ้านวังยาง หมู่ที่ 2 บ้านหัวยาง หมู่ที่ 8 บ้านคลองแม่ลายเหนือ หมู่ที่ 9 บ้านทุ่งเศรษฐี ท่าขุนราม อบต.ท่าขุนราม หมู่ที่ 1 บ้านท่าเดื่อ หมู่ที่ 4 บ้านโคกหม้อ ในเมือง ทม.ก าแพงเพชร ชุมชนเกาะแขก ชุมชนเพชรวารินพัฒนา ชุมชนเพชรทรายทอง ชุมชนเทศบาล 4 ชุมชนประชาหรรษา ชุมชนบ่อแขก ชุมชนร่วมใจพัฒนา เทพนคร ทต.เทพนคร หมู่ที่ 21 บ้านเพชรนคร สระแก้ว อบต.สระแก้ว หมู่ที่ 1 บ้านถนอมทอง หมู่ที่ 6 บ้านล ามะโกรก หนองปลิง ทม.หนองปลิง หมู่ที่ 2 บ้านหนองปลิง หมู่ที่ 3 บ้านคลองบางทวน หมู่ที่ 6 บ้านบ่อสามแสน หมู่ที่ 7 บ้านศรีโยธิน หมู่ที่ 11 บ้านบ่อสามแสนเหนือ 1 จังหวัด 1 อ าเภอ 6 ต าบล 6 แห่ง 21 แห่ง
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -3- รูปที่ 4-1 พื้นที่ศึกษาโครงการ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -4- 5. ขอบเขตการศึกษา ขอบเขตการศึกษาโครงการ มีดังนี้ 1) ทบทวนการศึกษาที่ผ่านมา แผนพัฒนาจังหวัดและแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุ รายกรณี ข้อร้องเรียน และข้อพิพาท ในรอบ 10 ปีล่าสุด (ถ้ามี) หรือตามที่กรมทางหลวงเห็นชอบ 2) ส ารวจเก็บข้อมูลปริมาณจราจร วิเคราะห์ปริมาณจราจรบนทางหลวง และทางแยกรวมถึงโครงข่าย ที่เกี่ยวข้องทั้งปีปัจจุบันและอนาคต 3) ส ารวจรายละเอียดภูมิประเทศ แนวทาง แนวระดับ สิ่งก่อสร้าง สาธารณูปโภคและรายละเอียดอื่น ๆ ที่จ าเป็นต่อการออกแบบและการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 4) ส ารวจตรวจสอบดินและวัสดุ ส าหรับการออกแบบโครงสร้างชั้นทาง และเป็นข้อมูลในการก่อสร้าง 5) ออกแบบรายละเอียดทางหลวง ทางแยก พร้อมด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ โดยในการออกแบบจะต้อง ด าเนินการให้เหมาะสม ครอบคลุมลักษณะงานบริการดังต่อไปนี้ ก. ส ารวจและออกแบบรายละเอียดทางด้านเรขาคณิต งานทาง งานโครงสร้าง งานระบายน้ า งานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจ าเป็น งานจัดภูมิทัศน์ในบริเวณทางแยก และการจัดการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง จุดเริ่มต้น โครงการ จุดสิ้นสุดโครงการ ข. ศึกษาพิจารณาคัดเลือกรูปแบบการขยายทางหลวง รูปแบบทางแยกและรูปแบบงานโครงสร้าง ที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์สภาพการจราจรและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อดี ข้อเสีย ตามความเหมาะสม และส ารวจออกแบบรายละเอียดทางด้านวิศวกรรม ให้เป็นไปตามข้อก าหนดและมาตรฐาน กรมทางหลวง ค. ด าเนินการออกแบบรายละเอียดทางหลวง ทางแยก พร้อมด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ ซึ่งในการ ออกแบบจะต้องด าเนินการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์การจราจร รูปแบบทันสมัย และมี เอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ 6) จัดท าแผนที่ระบบระบายน้ าตลอดทั้งทางหลวง และโครงข่ายถนนที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาและรักษาระบบ ระบายน้ าที่สมบูรณ์ต่อไป 7) ด าเนินงานทางด้านสิ่งแวดล้อม 8) ด าเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทราบตลอดการด าเนินโครงการ 9) ส ารวจทรัพย์สินและข้อมูลเพื่อการเวนคืนขั้นเริ่มต้นที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาฯ (ถ้ามี) และจัดท าแผนที่ เขตทางหลวง บริเวณที่ต้องจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ถ้ามี) 10) จัดเตรียมข้อมูลและสื่อต่าง ๆ ส าหรับน าเสนอโครงการฯ (Presentation) ที่สามารถน าเสนอ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตามรายละเอียดที่ก าหนด 11) จัดเตรียมเอกสารข้อมูลประกอบการประกวดราคา และประเมินราคาค่าก่อสร้าง 12) จัดการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กรมทางหลวง สามารถสรุปเป็นขั้นตอนการด าเนินงานได้ดังรูปที่ 5-1
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) รูปที่ 5-1 ขั้นตอน
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -5- นการด าเนินงานโครงการ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -6- 6. สภาพปัจจุบันของพื้นที่โครงการ 6.1 โครงข่ายถนนในพื้นที่ศึกษา แนวเส้นทางโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ราบในอ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัดก าแพงเพชร ในเขตชุมชน หนาแน่น มีสถานที่ราชการ สถานศึกษา ศาสนสถาน และพื้นที่ธุรกิจ มีโครงข่ายการคมนาคมเชื่อมโยงกับ ถนนสายหลักที่รองรับการเดินทางการขนส่งทางบกบริเวณพื้นที่โครงการ รวมทั้งเชื่อมต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังรูปที่ 6-1 มีรายละเอียดดังนี้ • ทางหลวงหมายเลข 112 เป็นถนนสายหลักของโครงการ มีจุดเริ่มต้น กม.ที่ 0+000 (แยกทุ่งเศรษฐี) และบริเวณ กม.ที่ 454+200 บนทางหลวงหมายเลข 1 แนวเส้นทางมุ่งไปทางทิศตะวันออก เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร มีสะพานข้ามแม่น้ าปิง 1 แห่ง ขนาด 2 ช่องจราจร มุ่งหน้าตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1084 บริเวณ กม.ที่ 3+400 แนวเส้นทางเบี่ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 115 บริเวณ กม.ที่ 6+300 จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือและไปสิ้นสุดที่ กม.ที่ 13+064 บรรจบกับ ทางหลวงหมายเลข 101 บริเวณ กม.ที่ 8+100 ช่วงทางนี้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร • ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) เป็นทางหลวงสายประธานของประเทศไทย เริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่ด่านพรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตัดผ่านถนนโครงการที่จุดเริ่มต้น บริเวณ กม.ที่ 454+200 ทางแยกทุ่งเศรษฐี มีเขตทางประมาณ 60 เมตร 6 ช่องจราจร เกาะกลางแบบยก • ทางหลวงหมายเลข 1084 (ป่าแดง-ก าแพงเพชร) เริ่มต้นที่อ าเภอป่าแดง จังหวัดนครสวรรค์ สิ้นสุดที่ อ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัดก าแพงเพชร ตัดผ่านถนนโครงการบริเวณ กม.ที่ 3+408 เขตทางประมาณ 60 เมตร มี 4 ช่องจราจร เกาะกลางแบบเกาะสีกว้าง 1.00-1.50 เมตร • ทางหลวงหมายเลข 115 (ก าแพงเพชร-สี่แยกสากเหล็ก) เริ่มต้นที่อ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัด ก าแพงเพชร สิ้นสุดที่สี่แยกสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ตัดผ่านถนนโครงการบริเวณ กม.ที่ 6+260 เขตทางประมาณ 60 เมตร มี 4 ช่องจราจร เกาะกลางแบบเกาะสีกว้าง 1.00-1.50 เมตร • ทางหลวงหมายเลข 101 (ก าแพงเพชร-จุดผ่านแดนถาวรห้วยโก๋น/น้ าเงิน (เขตแดนไทย/ลาว)) เริ่มต้นที่ อ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัดก าแพงเพชร สิ้นสุดที่จุดผ่านแดนถาวร ห้วยโก๋น อ าเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ตัดกับถนนของโครงการบริเวณ กม.ที่ 13+064 เขตทางประมาณ 60 เมตร มี 4 ช่องจราจร เกาะกลางแบบเกาะสี กว้าง 1.00-1.50 เมตร
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) รูปที่ 6-1 สภาพปัจจุบันแ 10-ทางหลวงหมายเลข 112 5-ทางหลวงหมายเลข 112 11-ทางหลวงหมายเลข 112 6-ทางหลวงหมายเลข 112 12-ทางหลวงหมายเลข 112 4-ทางหลวงหมายเลข 112 1-ทางหลวงหมายเลข 1 7-ทางหลวงหมายเลข 112 2-ทางหลวงหมายเลข 1 8-ทางหลวงหมายเลข 112 3-ทางหลวงหมายเลข 1 9-ทางหลวงหมายเลข 112
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -7- และโครงข่ายถนนในพื้นที่ศึกษา 13-ทางหลวงหมายเลข 112 19-ทางหลวงหมายเลข 1084 14-ทางหลวงหมายเลข 112 20-ทางหลวงหมายเลข 101 15-ทางหลวงหมายเลข 101 21-ทางหลวงชนบท กพ 3010 16-ทางหลวงหมายเลข 101 22-ทางหลวงหมายเลข 1084 17-ถนนท้องถิ่น 23-ถนนท้องถิ่น 18-ถนนทางหลวงหมายเลข115 24-ถนนท้องถิ่น
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -8- 6.2 ลักษณะทางกายภาพของถนนทางหลวงหมายเลข 112 ทางหลวงหมายเลข 112 เป็นทางเลี่ยงเมืองลักษณะไม่เต็มวง เขตทางกว้าง 60 เมตร ผิวจราจรเป็น แอสฟัลท์ติกคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 2-4 ช่องจราจร มีไหล่ทางทั้งสองฝั่ง ดังมีข้อมูลสรุปดังตารางที่ 6-1 มีทางแยกจุดตัดทางหลวงสายส าคัญ 6 จุด คือ สามแยกทุ่งเศรษฐี สี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร สี่แยก ทล.1084 สี่แยก ทล.115 สี่แยก กพ.3010 และสามแยก ทล.101 ทุกทางแยกควบคุมการจราจร ด้วยระบบสัญญาณไฟ และส่วนใหญ่มีช่องทางเลี้ยวอิสระส าหรับรถเลี้ยวซ้าย ดังรูปที่ 6-2 ตารางที่6-1 สรุปลักษณะทางกายภาพของทางหลวงหมายเลข 112 รูปที่ 6-2 ลักษณะทางกายภาพของทางหลวงหมายเลข 112 ช่วง ระยะทาง (กิโลเมตร) จ านวน ช่องจราจร ทางแยก กม.ที่ จุดเริ่มต้นโครงการ (แยกทุ่งเศรษฐี) – แยก ทล.1084 3.4 2 แยกทุ่งเศรษฐี แยกมหาวิทยาลัย ราชภัฏก าแพงเพชร 0+000 1+350 แยก ทล.1084– จุดสิ้นสุดโครงการ (แยก ทล.101) 9.6 4 แยก ทล.1084 แยก ทล.115 แยก กพ.3010 แยก ทล.101 3+408 6+260 8+050 13+064
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -9- 6.3 ลักษณะทางกายภาพของทางแยกในพื้นที่โครงการ (1) สามแยกทุ่งเศรษฐี เป็นสามแยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 1 เชื่อมต่อบริเวณ สามแยกในทิศทางที่ 1 และ 2 และทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อในทิศทางที่ 3 (รูปที่ 6-3) - ทิศทางที่ 1 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 3ช่องจราจรและช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 3 ช่องจราจร และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่3: ช่องจราจรส าหรับรถเลี้ยวขวา 2ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ1 ช่องจราจร รูปที่ 6-3 ลักษณะทางกายภาพสามแยกทุ่งเศรษฐี (2) สี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร เป็นสี่แยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อบริเวณ สี่แยกในทิศทางที่ 3 และ 4 และถนนเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร เชื่อมต่อในทิศทางที่ 1 และ 2 (รูปที่ 6-4) - ทิศทางที่ 1 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 3 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 4 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร รูปที่ 6-4 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -10- (3) สี่แยกทางหลวงหมายเลข 1084 เป็นสี่แยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อบริเวณ สี่แยกในทิศทางที่ 3 และ 4 และทางหลวงหมายเลข 1084 เชื่อมต่อในทิศทางที่ 1 และ 2 (รูปที่ 6-5) - ทิศทางที่ 1: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 1 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2:ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 1 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 3: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 4: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร รูปที่ 6-5 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงหมายเลข 1084 (4) สี่แยกทางหลวงหมายเลข 115 เป็นสี่แยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อบริเวณ สี่แยกในทิศทางที่ 1 และ 2 และทางหลวงหมายเลข 115 เชื่อมต่อในทิศทางที่ 3 และ 4 (รูปที่ 6-6) - ทิศทางที่ 1: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 3: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 4: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร . รูปที่ 6-6 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงหมายเลข 115
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -11- (5) สี่แยกทางหลวงชนบท ก าแพงเพชร 3010 เป็นสี่แยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อบริเวณ สี่แยกในทิศทางที่ 1 และ 2 และทางหลวงชนบทก าแพงเพชร 3010 เชื่อมต่อในทิศทางที่ 3 และ 4 (รูปที่ 6-7) - ทิศทางที่ 1: ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 1 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2:ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 1 ช่องจราจร เลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 3 :ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 4 :ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร และเลี้ยวซ้าย 1 ช่องจราจร รูปที่ 6-7 ลักษณะทางกายภาพสี่แยกทางหลวงชนบท ก าแพงเพชร 3010 (6) สามแยกทางหลวงหมายเลข 101 เป็นสามแยกควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟ มีทางหลวงหมายเลข 101 เชื่อมต่อบริเวณ สามแยกในทิศทางที่ 1 และ 2 และทางหลวงหมายเลข 112 เชื่อมต่อในทิศทางที่ 3 (รูปที่ 6-8) - ทิศทางที่ 1 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 2 : ช่องจราจรส าหรับรถทางตรง 2 ช่องจราจร และเลี้ยวขวา 1 ช่องจราจร - ทิศทางที่ 3: ช่องจราจรส าหรับรถเลี้ยวขวา 2ช่องจราจร และช่องทางเลี้ยวซ้ายอิสระ 1 ช่องจราจร รูปที่ 6-8 ลักษณะทางกายภาพสามแยกทางหลวงหมายเลข 101
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -12- 6.4 ลักษณะทางกายภาพของแนวเส้นทางส าคัญอื่น ๆ ในพื้นที่โครงการ ในพื้นที่ศึกษาโครงการนอกจากทางหลวงหมายเลข 112 และทางแยกส าคัญทั้ง 6 จุดที่กล่าวมาแล้ว ยังมี แนวเส้นทางส าคัญอื่น ๆ ได้แก่ จุดเชื่อมต่อใต้สะพานข้ามแม่น้ าปิงบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร และ สี่แยกเกาะแขก โดยทั้งสองแห่งมีลักษณะเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งข้ามทางหลวงหมายเลข 112 ดังนี้ (1) จุดเชื่อมต่อใต้สะพานข้ามแม่น้ าปิง จุดเชื่อมต่อใต้สะพานข้ามแม่น้ าปิง เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ช่วงทางลอดใต้สะพานมีความสูง 4 เมตร เชื่อมต่อการเดินทางทั้งสองฝั่งของทางหลวงหมายเลข 112 จากฝั่งหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร เข้าสู่ถนนเลียบแม่น้ าปิงและเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 เป็นแนวเส้นทางที่ประชาชนในพื้นที่ใช้งานมากดังรูปที่6-9 รูปที่ 6-9 จุดเชื่อมต่อใต้สะพานข้ามแม่น้ าปิง (2) สี่แยกเกาะแขก สี่แยกเกาะแขกอยู่บนทางหลวงหมายเลข 112 ที่ กม.2+725 เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ไม่มี สัญญาณไฟจราจร ท าหน้าที่เชื่อมต่อการเดินทางทั้งสองฝั่งของทางหลวงหมายเลข 112 จากตัวเมืองผ่านทาง ถนนเกาะแขก 1 เข้าสู่ชุมชนเกาะแขก เป็นแนวเส้นทางที่ประชาชนในพื้นที่ใช้งานมาก และมีการร้องเรียนเรื่อง การเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังรูปที่ 6-10 รูปที่ 6-10 จุดเชื่อมสี่แยกเกาะแขก
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -13- 6.5 ข้อจ ากัดด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบข้อจ ากัดด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่ศึกษาข้างละ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการ และพื้นที่ศึกษาในระยะ 1 กิโลเมตร ส าหรับการศึกษาด้านโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและ พื้นที่ศึกษาในระยะ 2กิโลเมตร ส าหรับแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ดังแสดงในตารางที่ 6-2 และรูปที่ 6-11 ตารางที่ 6-2 ข้อจ ากัดและพื้นที่อ่อนไหวในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ พื้นที่อ่อนไหว รายละเอียด 1. พื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการจาก กึ่งกลางแนวเส้นทาง 500 เมตร สถานศึกษา 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งเศรษฐี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ก าแพงเพชร โรงเรียนเทศบาล 4 (อินทร์-ชุ่ม ดีสารอุปถัมภ์) โรงเรียนภักดี พาณิชยการและเทคโนโลยี โรงเรียนอนุบาลภู่ขจร และโรงเรียนปัทมดรุณวิทย์ สถานพยาบาล 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเอกชนเมืองก าแพงเพชร ศาสนสถาน 8 แห่ง ได้แก่ วัดทุ่งเศรษฐี วัดทุ่งสามัคคี วัดดอนไพรวัลย์ วัดบ่อสามแสน วัดก าแพงเพชรวิทยาราม ศาลพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ มัสยิดญันนะตุ้ล มุฮฺมีนีน พระวิหารธรรม ชุมชน 21 แห่ง ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านท่าเดื่อ หมู่ที่ 4 บ้านโคกหม้อ หมู่ที่ 8 บ้านคลองแม่ลายเหนือ หมู่ที่ 9 บ้านทุ่งเศรษฐี หมู่ที่ 1 บ้านวังยาง หมู่ที่ 2 บ้านหัวยาง ชุมชนเกาะแขก ชุมชนเพชรวารินพัฒนา ชุมชนเพชรทราย ทอง ชุมชนเทศบาล 4 ชุมชนประชาหรรษา ชุมชนบ่อแขก ชุมชนร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 1 บ้านถนอมทอง หมู่ที่ 6 บ้านล ามะโกรก หมู่ที่ 21 บ้านเพชรนคร หมู่ที่ 6 บ้านบ่อสามแสน หมู่ที่ 7 บ้านศรีโยธิน หมู่ที่ 11 บ้านบ่อสามแสนเหนือ หมู่ที่ 2 บ้านหนองปลิง หมู่ที่ 3 บ้านคลองบางทวน 2. โบราณสถาน โบราณคดี และ ประวัติศาสตร์ ในระยะ 1 กิโลเมตร จากพื้นที่ศึกษาโครงการทั้งที่ขึ้น ทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน โบราณสถาน 13 แห่ง ได้แก่ วัดตึกพราหมณ์ (ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยาน ประวัติศาสตร์ก าแพงเพชร หรือโบราณสถานเมืองก าแพงเพชร) ท่อปู่พระยาร่วง วัดอาวาสน้อย วัดวิหารลอย วัดมะคอก วัดริมทาง วัดอาวาสใหญ่ บ่อสามแสน วัดมะเคล็ด วัดตะแบกลาย วัดบ่อสามแสน (ร้าง) วัดตะแบกคู่ และวัดเพการาม (ทั้ง 12แห่งตั้งอยู่นอกเขตอุทยานฯ) 3. แหล่งมรดกโลกในระยะ 2 กิโลเมตร จากพื้นที่ศึกษาของโครงการ อุทยานประวัติศาสตร์ก าแพงเพชร
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -14- รูปที่ 6-11 พื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -15- 7. การออกแบบด้านวิศวกรรม 7.1 รูปแบบการปรับปรุงทางแยกในพื้นที่โครงการ โครงการก าหนดเกณฑ์การคัดเลือกไว้3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และ ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยการประเมินเปรียบเทียบคะแนนในด้านต่าง ๆ ร่วมกับการน าข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้รูปแบบทางเลือกที่ ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมและน าไปออกแบบรายละเอียดต่อไป โดยผลการพิจารณาคัดเลือก รูปแบบที่เหมาะสมบริเวณทางแยกส าคัญในพื้นที่โครงการ สรุปได้ดังนี้ (1) แยกทางหลวงหมายเลข 1 หรือแยกทุ่งเศรษฐี รูปแบบที่เหมาะสมบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1 หรือแยกทุ่งเศรษฐีคือ การก่อสร้างสะพาน ยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 1 ทิศทางขาล่อง ร่วมกับสัญญาณไฟจราจร ดังรูปที่ 7-1 รูปที่ 7-1 การก่อสร้างสะพานยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 1 ทิศทางขาล่อง ร่วมกับสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1 หรือแยกทุ่งเศรษฐี (2) แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร รูปแบบที่เหมาะสมบริเวณแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร คือ การก่อสร้างสะพานยกระดับ ร่วมกับทางแยกสัญญาณไฟจราจร ดังรูปที่ 7-2 ก่อสร้างและปรับปรุงช่องจราจรบนทางหลวงหมายเลข 112 ทั้งสองทิศทาง ๆ ละ 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร มีเกาะกลางแบบกดร่อง กว้าง 9.10 เมตร และ จุดกลับรถระดับพื้นห่างจากแยกทุ่งเศรษฐีประมาณ 400 เมตร • ปรับปรุงช่องจราจรบนทางหลวงหมายเลข 1 และติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ควบคุมทิศทางเลี้ยวขวาจากจังหวัดนครสวรรค์เข้าทางหลวงหมายเลข 112 ขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร • จัดช่องจราจรในทิศทางจากจังหวัดนครสวรรค์มุ่งหน้าไปจังหวัดตาก จ านวน 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ก่อสร้างสะพานยกระดับ (Overpass) 1 ทิศทาง บนทางหลวงหมายเลข 1 รองรับการเดินทางจาก จังหวัดตากไปจังหวัดนครสวรรค์ ขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ความยาว 630 เมตร ความสูงช่องลอดไม่น้อยกว่า 5.50 เมตร
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -16- รูปที่ 7-2 การก่อสร้างสะพานยกระดับร่วมกับทางแยกสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร (3) แยกทางหลวงหมายเลข 1084 รูปแบบที่เหมาะสมบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1084 คือ การก่อสร้างสะพานยกระดับ และ วงเวียนระดับพื้น ดังรูปที่ 7-3 รูปที่ 7-3 การก่อสร้างสะพานยกระดับและวงเวียนระดับพื้น บริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 1084 ก่อสร้างสะพานยกระดับ (Overpass) สองทิศทางบนถนนทาง หลวงหมายเลข 112 ขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร สะพานยาว 410 เมตร ความสูงช่องลอดไม่น้อยกว่า 5.50 เมตร ก่อสร้างทางคู่ขนานทั้งด้านซ้ายและด้านขวาทางของสะพานยกระดับ ขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร พร้อมก่อสร้างทางเท้าทั้งด้านซ้ายและขวา กว้างข้างละ 3.00 เมตร และก่อสร้างจุดกลับรถใต้สะพาน ก่อสร้างวงเวียนระดับพื้น ก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามทางแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก าแพงเพชร ต่อเนื่องข้ามแม่น้ าปิง จ านวน 2 สะพาน ความยาว 840 เมตร แต่ละสะพานรองรับการสัญจรได้ 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ก่ อ ส ร้ า ง ส ะ พ า น ขึ้ น - ล ง เชื่อมต่อสะพานหลักกับทางแยก มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพานข้ามแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก าแพงเพชรเดิม โดยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและปรับปรุง ระบบระบายน้ า
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -17- (4) แยกทางหลวงหมายเลข 115 รูปแบบที่เหมาะสมบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 115 คือ การก่อสร้างสะพานยกระดับและ วงเวียนระดับพื้น ดังรูปที่ 7-4 รูปที่ 7-4 การก่อสร้างสะพานยกระดับและวงเวียนระดับพื้นบริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 115 7.2 รูปแบบโครงสร้างสะพานทางแยกในพื้นที่โครงการ การก่อสร้างสะพานข้ามแยกบริเวณพื้นที่โครงการจะก่อสร้างเป็นสะพานช่วงยาว โดยจากการพิจารณาจาก หลักเกณฑ์การคัดเลือก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม พบว่าโครงสร้างสะพานที่เหมาะสม คือ โครงสร้างพื้นสะพานคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องใช้ชิ้นส่วนหล่อส าเร็จ (Pre-cast Segmental concrete box girder) ประกอบด้วย ชิ้นส ่วนโครงสร้างพื้นสะพานรูปกล่องใช้ชิ้นส่วน คอนกรีตหล่อส าเร็จ มีความลึกของแต่ละชิ้นส่วนเท่า ๆ กัน เรียงต่อกันแล้วยึดเข้าด้วยกันด้วยลวดอัดแรงตามแนวสะพาน ส่วนพื้นสะพานคือส่วนบนของคานรูปกล่องมีการอัดแรงตามขวางเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดความหนาของพื้นสะพานลง ชิ้นส่วนโครงสร้างรูปกล่องจะถูกหล่อจากโรงงานแล้วขนมาที่บริเวณที่ก่อสร้าง จากนั้นจึงน ามาประกอบเข้าด้วยกันด้วย โครงเหล็กส าหรับติดตั้ง ดังรูปที่ 7-5 ก่อสร้างสะพานยกระดับ (Overpass) สะพานคู่สองทิศทาง จ านวน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร สะพาน ยาว 410 เมตร ความสูงช่องลอดไม่น้อยกว่า 5.50 เมตร ก่อสร้างทางคู่ขนานทั้งด้านซ้ายและด้านขวาทางของสะพานยกระดับ ขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร พร้อมก่อสร้างทางเท้าทั้งด้านซ้ายและขวา กว้างข้างละ 3.00 เมตร และก่อสร้างจุดกลับรถใต้สะพาน ก่อสร้างวงเวียนระดับพื้น เพื่อควบคุมจราจรเลี้ยวขวา และเชื่อมการเดินทางระหว่างทางหลวงหมายเลข 112 กับทางหลวงหมายเลข 115
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -18- รูปที่ 7-5 โครงสร้างพื้นสะพานคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องใช้ชิ้นส่วนหล่อส าเร็จ (Pre-cast Segmental concrete box girder) 7.3 รูปแบบโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิง ปัจจุบันสะพานข้ามแม่น้ าปิงมีขนาด 2 ช่องจราจร มีอายุการใช้งานมานาน โครงสร้างสะพานมีความเสื่อมสภาพ ตามการใช้งาน ดังนั้นจะด าเนินการรื้อสะพานเดิมและก่อสร้างสะพานใหม่ รองรับรับ 4 ช่องจราจร โดย หลักเกณฑ์การก าหนดรูปแบบทางเลือกสะพานข้ามแม่น้ าปิง ได้แก่ ความสะดวกและปลอดภัย ราคาก่อสร้างและ การบ ารุงรักษา ความยากง่ายในการก่อสร้าง และความสวยงามกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เป็นต้น จากหลักเกณฑ์ข้างต้น และเพื ่อการบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนทางหลวงหมายเลข 112 ให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ รวมทั้งจากการพิจารณาจากเกณฑ์3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยประเมินและเปรียบเทียบคะแนนในด้านต่าง ๆ รูปแบบโครงสร้างสะพานที่เหมาะสมส าหรับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิง คือ โครงสร้างพื้นสะพานรูปแบบ คานยื่นสมดุล (Balance Cantilever) โดยโครงสร้างสะพานส่วนบนเพิ่มส่วนยื่นออกไปทั้งสองข้างจากหัวเสา แต่ละส่วนที่ยื่นออกไปจะมีการดึงลวดอัดแรง เพื่อต้านกับน้ าหนักของส่วนยื่น เมื่อขั้นตอนการก่อสร้างถึงช่วงหล่อ ชิ้นสุดท้าย ก็จะท าการดึงลวดช่วงกลาง เพื่อรับน้ าหนักที่เกิดจากโครงสร้างต่อเนื่อง ข้อดีของการก่อสร้างสะพาน ด้วยวิธีนี้ ได้แก่ ไม่ต้องการนั่งร้านค้ ายันที่ต้องใช้ค้ าจากระดับพื้นล่าง เหมาะส าหรับในกรณีเป็นสะพานข้ามแม่น้ า ท าให้ลดปริมาณการใช้แบบหล่อคอนกรีตและนั่งร้านค้ ายัน เนื่องจากการหล่อคอนกรีตท าครั้งละชิ้นส่วนและใช้ แบบหล่อซ้ าได้อีก และสามารถก่อสร้างได้หลายช่วงพร้อม ๆ กัน ดังรูปที่ 7-6 รูปที่ 7-6 โครงสร้างพื้นสะพานรูปแบบคานยื่นสมดุล (Balance Cantilever)
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -19- 7.4 การออกแบบระบบระบายน้ า การออกแบบระบบระบายน้ า เพื่อช่วยระบายน้ าจากผิวจราจรและป้องกันการเกิดน้ าท่วมบนถนนหรือ พื้นที่โครงการ ซึ่งโครงการได้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงและประสิทธิภาพในการระบายน้ า ของอาคารระบายน้ าเดิม พบว่า อาคารระบายน้ าบางแห่งมีสภาพความมั่นคงแข็งแรงและประสิทธิภาพใน การระบายน้ าอยู่ในขั้นดีซึ่งจะคงไว้ใช้งานต่อไป และจะติดตั้งเพิ่มเติมในต าแหน่งใหม่ และจะปรับขนาดท่อ ระบายน้ าขนาดใหญ่แทนท่อระบายน้ าเดิม ดังรูปที่ 7-7 รูปที่ 7-7 ต าแหน่งติดตั้งระบบระบายน้ าของโครงการ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -20- 7.5 การออกแบบด้านภูมิสถาปัตยกรรม การออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมของโครงการ จะเน้นการออกแบบให้บริเวณพื้นที่ ทางแยกหรือจุดตัดให้ดูเรียบร้อย สวยงาม ดูแลรักษาง่าย ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง และที่ส าคัญ การออกแบบภูมิทัศน์ จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นหรือสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดก าแพงเพชร อย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์เมืองก าแพงเพชร ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว บรรยากาศเมืองโบราณ ทางประวัติศาสตร์ ภูมิทัศน์ของโบราณสถานจึงเป็นภาพจ าเมื่อนึกถึงจังหวัดก าแพงเพชร โครงการจึงมีแนวคิด ออกแบบภูมิทัศน์โดยได้จ าลองรูปแบบของโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองก าแพงเพชร แต่ลดทอน รายละเอียดลงให้มีความเรียบง่าย สวยงาม เลือกใช้วัสดุหินศิลาแลงมาเป็นวัสดุกรุที่นั่งให้มีความรู้สึกเหมือน แนวก าแพงโบราณสถาน ใช้บล็อกเป็นวัสดุปูทางเท้าเพื่อให้ง่ายต่อการรักษา ดังตัวอย่างรูปที่ 7-8 และ รูปที่ 7-9 รูปที่ 7-8 การออกแบบภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับ ทล.1084 รูปที่ 7-9 การออกแบบภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับ ทล.115
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -21- 7.6 การออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบไฟฟ้าส่องสว่างเพื่ออ านวยความสะดวกต่อใช้ทาง ซึ่งต้องออกแบบให้มีความสว่างที่เพียงพอต่อการ มองเห็นในเวลากลางคืน และต้องไม่แยงตาท าให้การขับขี่รู้สึกไม่สบายตาในการมองเส้นทาง ระยะห่างของเสาไฟ ต้องมีความเหมาะสม สามารถส่องสว่างได้สม่ าเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งโครงการได้ออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ในบริเวณถนนสายหลัก ทางแยก และสะพานข้ามแยกให้ใช้เสาไฟฟ้าแสงสว่างชนิดกิ่งเดียว ความสูง 9 เมตร ดวงโคม 250 W HPS ส่วนบริเวณทางลอดใช้โคมไฟชนิด Lantern ขนาด 150 W HPS และสายไฟเป็นชนิด CV ตามมาตรฐานของกรมทางหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รูปที่7-10 ตัวอย่างระบบไฟฟ้าส่องสว่าง
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -22- 8. การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการด าเนินการสอดคล้องกับ “แนวทางในการจัดท ารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางหลวง ของกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม ส านักแผนงาน กรมทางหลวง (ปรับปรุงครั้งที่ 7:2564) และแนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมประเภทโครงการคมนาคมทางบก ของส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รวมทั้งประกาศกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 4 มกราคม 2562 เรื่อง ก าหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือ กิจการซึ่งต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ที่ระบุให้โครงการทางหลวงหรือถนน ซึ่งมี ความหมายตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่แหล่งมรดกโลกที่ขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลก ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศในระยะทาง 2 กิโลเมตร และมีพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในระยะ 1 กิโลเมตร ยกเว้นถนนผังเมืองตามกฎหมาย ในกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เข้าข่ายต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในขั้นขออนุมัติโครงการ โดยมีปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ศึกษา ครอบคลุม 4 ด้านหลักคือ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่า การใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต โดยก าหนดพื้นที่ศึกษาข้างละ 500 เมตรจากกึ่งกลาง แนวเส้นทางโครงการทั้ง 2 ฝั่ง ในขั้นตอนการศึกษาสิ่งแวดล้อมของโครงการ ฯ นั้น จะด าเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environment Examination : IEE) เพื่อคัดกรองปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบที่มี นัยส าคัญของแต่ละแนวทางเลือกไปก าหนดเป็นเกณฑ์องค์ประกอบปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้พิจารณา คัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมร่วมกับงานด้านวิศวกรรมและการจราจร เศรษฐกิจและการลงทุน พร้อมทั้งคัดกรอง ปัจจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อน าไปสู่การศึกษาในขั้นรายละเอียด (Environment Impact Assessment : EIA) ดังขั้นตอนการศึกษาสิ่งแวดล้อมในรูปที่ 8-1 โครงการได้ด าเนินการจัดท ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ซึ่งสามารถคัดกรองปัจจัยไปศึกษา ในขั้นรายละเอียด (EIA) มีจ านวน 26 ปัจจัย ประกอบด้วย • ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (6 ปัจจัย) ประกอบด้วย ทรัพยากรดิน ธรณีวิทยา น้ าผิวดิน อากาศและบรรยากาศ เสียง และความสั่นสะเทือน • ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ (4 ปัจจัย) ประกอบด้วย ระบบนิเวศ พืชในระบบนิเวศ สัตว์ในระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตหายาก • คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์(5 ปัจจัย) ประกอบด้วย การคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค ควบคุมน้ าท่วมและการระบายน้ า การเกษตรกรรม และการใช้ที่ดิน • คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ( 11 ปัจจัย) ประกอบด้วย เศรษฐกิจ-สังคม การโยกย้ายและการเวนคืน การสาธารณสุข อาชีวอนามัย การแบ่งแยกชุมชน อุบัติเหตุและความปลอดภัย ความปลอดภัยในสังคม สุขาภิบาล ผู้ใช้ทาง ประวัติศาสตร์และโบราณคดี และสุนทรียภาพ ทั้งนี้สามารถสรุปผลกระทบที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง โครงการหรือมากกว่า ในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในระยะเตรียมการก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง และระยะด าเนินการที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นทั้งในด้านบวกและด้านลบ พร้อมทั้งก าหนดร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมรายละเอียด ดังตารางที่ 8-1
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด กรมทางหลวง โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) -23- รูปที่ 8-1 ขั้นตอนการศึกษาสิ่งแวดล้อมของโครงการ
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ตารางที่ 8-1 ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ร่างมาตรการป้องกันและแก ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ 1.ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ 1.1 ทรัพยากรดิน ระยะเตรียมการก่อสร้าง และระยะก่อสร้าง การสูญเสียหน้าดินและการเคลื่อนย้ายดินออกจากบริเวณเดิม การเตรียมพื้นที่ก่อสร้างจะมีการตัดดิน 514,450 ลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับ 617,340 ตัน จึงส่งผลให้มีการสูญเสียดินหรือ เคลื่อนย้ายดินออกจากบริเวณเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ซึ่งเมื่อเทียบ กับพื้นที่ก่อสร้าง 650.94 ไร่ พบว่า การสูญเสียดินอยู่ในระดับที่ รุนแรงมาก (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) แต่เนื่องจากดินที่สูญเสียไป ทั้งหมดจะน าไปใช้ปรับถมพื้นที่โครงการ ดังนั้น จึงพิจารณาระดับ ผลกระทบอยู่ในระดับต่ า การชะล้างพังทลายของดิน จากผลการประเมินอัตราการ ชะล้างพังทลายของดินในระยะก่อสร้างหากมีการด าเนินการ ในช่วงฤดูฝน และไม่มีมาตรการป้องกัน จะเกิดการชะล้าง พังทลายจากการเปิดหน้าดิน และการกองดินบริเวณพื้นที่ ก่อสร้าง โดยชุดดินที่พบในพื้นที่ศึกษาโครงการ จ านวน 12 ชุด ดิน ได้แก่ ชุดดินกบินทร์บุรี (Kb) ชุดดินก าแพงเพชร (Kp) ชุดดิน นครปฐม (Np) ชุดดินเพชรบุรี (Pb) ชุดดินพิมาย (Pm) ชุดดิน ราชบุรี (Rb) ชุดดินเรณู (Rn) ชุดดินสรรพยา (Sa) ชุดดินสระบุรี (Sb) ชุดดินไทรงาม (Sg) ชุดดินสกล (Sk) และชุดดินท่าม่วง (Tm) พบว่า ชุดดินส่วนใหญ่มีระดับการชะล้างพังทลายอยู่ใน ระดับน้อย (0.00 - 2.00 ตัน/ไร่/ปี) ถึง ปานกลาง (2.01 - 5.00 ตัน/ไร่/ปี) โดยมีเพียง 1 ชุดดินที่มีระดับการชะล้างพังทลาย รุนแรง คือ ชุดดินก าแพงเพชร (Kp) จึงก าหนดผลกระทบต่อการ ชะล้างพังทลายของดินอยู่ในระดับสูง ระยะเตี 1)กิจกร และด ชะล้า 2)การน ให้แน 3)ดินที่ใ ในเขต 4)การก จุดตัด ผลกร ไปแท 5)ดินบ ป้องกั โครงส ที่ขึ้น ก าจัด ก าจัด 6)หมั่นต และพ รั่วไห 7)หลีกเ บริเว แอสฟั
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -24- ก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม รียมการก่อสร้าง และระยะก่อสร้าง รรมการปรับพื้นที่ เปิดหน้าดิน หลีกเลี่ยงในช่วงที่มีฝนตกหนัก ด าเนินการเปิดหน้าดินเป็นช่วง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการ างพังทลายของดิน น าดินเข้ามาถมในพื้นที่โครงการต้องรีบด าเนินการบดอัดดิน น่น เพื่อป้องกันการชะล้างของดินออกนอกพื้นที่โครงการ ใช้ถมคันทาง หรือกิจกรรมอื่น ๆ ต้องจัดกองดินบริเวณที่ราบ ตทาง ต้องอยู่ห่างจากแหล่งน้ าไม่น้อยกว่า 100 เมตร ก่อสร้างฐานราก และเข็มเจาะบริเวณก่อสร้างสะพานข้าม ดแหล่งน้ าผิวดิน ให้หลีกเลี่ยงการใช้ฐานรากแบบแผ่ เพื่อลด ระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดินจากเสาคอนกรีตที่ ทรกตัวอยู่ในชั้นดิน างส่วนที่มีการปนเปื้อนสารละลายโพลิเมอร์จากการใช้ กันการพังทลายของดิน และรักษาเสถียรภาพของหลุมของ สร้างฐานราก ผู้รับเหมาก่อสร้างจะประสานให้บริษัทเอกชน ทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ส าหรับให้บริการ ดกากอุตสาหกรรม เข้ามารับดินที่ปนเปื้อนสารโพลิเมอร์ไป ดอย่างถูกวิธี ตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้ก่อนการด าเนินกิจกรรมก่อสร้าง เพื่อป้องกันการ ลของน้ ามันจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นดิน เลี่ยงการจอดรถที่น ามาใช้งานลาดยางบนผิวดิน โดยเฉพาะ ณที่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของ ฟัลต์ลงสู่ดิน ระยะเตรียมการก่อสร้าง และระยะก่อสร้าง -
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ผลกระทบต่อการทรุดตัวของดิน การก่อสร้างทางระดับดิน ประกอบด้วย งานขุดดินและปรับถมดินคันทางพร้อมบดอัดดินคันทาง ถึงชั้นวัสดุรองผิวทางของถนน โดยเนื้อดินมีลักษณะเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทรายแปง ดินร่วนเหนียวปนทรายแปง ดินเหนียวปน ทรายแป้ง ดินเหนียว ดินร่วนปนดินเหนียว ดินร่วนเหนียวปน ลูกรัง ดินร่วนเหนียวปนก้อนกรวด ซึ่งจัดเป็นดินอ่อนจึงอาจเกิด การทรุดตัวของชั้นดินได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเมื่อความชื้นใน ดินลดลง และการปรับถมบดอัดคันทางที่ไม่ได้ตามมาตรฐานทาง วิศวกรรม ดังนั้น ผลกระทบจะอยู่ในระดับต่ า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดิน การก่อสร้างโครงสร้างทาง ยกระดับตามแนวเส้นทางโครงการ ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างฐาน รากสะพาน เสาตอม่อเพื่อยึดฐานโครงสร้างสะพาน จากนั้นจะ หล่อเข็มฐานรากด้วยการเติมคอนกรีตลงไป ซึ่งเสาเข็มคอนกรีต ที่ไปแทรกตัวอยู่ในชั้นดิน ท าให้โครงสร้างของชั้นดินเปลี่ยนแปลง ไปจากสภาพธรรมชาติ แต่จะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณที่มีการ ก่อสร้างฐานรากเท่านั้น และดินบริเวณดังกล่าวมีความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ า ดังนั้น ผลกระทบจึงอยู่ในระดับต่ า การปนเปื้อนในดิน การขนย้ายวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ รวมทั้ง ดิน/หินและทราย เข้าไปยังพื้นที่ก่อสร้าง งานก่อสร้างทางระดับ ดิน และงานก่อสร้างทางยกระดับ ทั้งหมดเป็นกิจกรรมที่มีการใช้ เครื่องจักรกลหนักในการท างาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการหกรั่วไหล ของน้ ามันและน้ ามันเครื่องปนเปื้อนในดินได้ รวมทั้งส่วนการ เตรียมพื้นที่และก่อสร้าง ส านักงานควบคุมงาน และบ้านพัก คนงาน อาจมีการปนเปื้อนน้ าเสียลงสู่พื้นดินได้ แต่เนื่องจากเป็น ผลกระทบชั่วคราวเฉพาะในช่วงเวลาการก่อสร้างและขณะที่มี การขนส่งเท่านั้น ดังนั้น ก าหนดขนาดของผลกระทบในระดับต่ า 8)การจ รั่วไห ด าเนิ ใช้ใน รวบร และที เข้าม ประสิ 9)พื้นที่ ก าหนถังกร การรั ป้องกั
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -25- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม จอดพักเครื่องจักรที่ใช้ลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ถ้ามีการ ลปนเปื้อนลงสู่ดิน หรือพื้นที่การเกษตรข้างเคียง ให้ต้องรีบ นการก าจัดการปนเปื้อนในดินเหล่านี้ออกทันที โดยวัสดุที่ การดูดซับ ได้แก่ ขี้เลื่อย ทราย และแกลบ เป็นต้น และ รวมใส่ถุงหรือกระสอบไปไว้ที่ส านักงานโครงการชั่วคราว ที่พักคนงาน เพื่อประสานหน่วยงานท้องถิ่นให้บริษัทเอกชน าด าเนินการเก็บรวบรวมในพื้นที่ที่หน่วยงานท้องถิ่นไม่มี สิทธิภาพในการจัดการน าไปก าจัดต่อไป และก่อสร้างส านักงานควบคุมงาน และบ้านพักคนงาน นดให้ติดตั้งระบบบ าบัดน้ าเสียส าเร็จรูปประเภทถังเกรอะรองไร้อากาศ และหมั่นตรวจสอบระบบบ าบัดน้ าเสียให้ไม่มี รั่วซึม ซึ่งถ้าพบการรั่วซึมให้ด าเนินการซ่อมแซมทันทีเพื่อ กันการปนเปื้อนน้ าเสียในดิน
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ การก่อสร้างทางระดับดินตามแนวเขตทาง จะมีการใช้ สารเคมี คือ น้ ายางและยางแอสฟัลติกคอนกรีต ซึ่งกิจกรรมส่วน ใหญ่จะเกิดขึ้นตลอดแนวเขตทางที่มีการก่อสร้าง ยกเว้นเมื่อมี การจอดพักเครื่องจักรไว้ข้างทาง ซึ่งน้ ายางตลอดจนน้ ามันเครื่อง ที่รั่วไหลจากเครื่องจักรอาจหกปนเปื้อนลงสู่พื้นที่การเกษตร ข้างเคียงได้ แต่เนื่องจากเป็นผลกระทบชั่วคราวเฉพาะในช่วงเวลา การก่อสร้างเท่านั้น ดังนั้น ก าหนดขนาดของผลกระทบในระดับต่ า ส่วนการก่อสร้างโครงสร้างทางแยกต่างระดับตามแนว เส้นทางโครงการ ซึ่งอาจต้องเจาะน าดินออกเพื่อก่อสร้างตอม่อ และเสาเข็มฐานราก จะมีการใช้สารละลายโพลิเมอร์ (Polymer Slurry) เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และรักษาเสถียรภาพ ของหลุม ซึ่งสารละลายดังกล่าวไม่มีส่วนผสมของโลหะหนัก ไม่ จัดเป็นขยะอันตราย และไม่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง และปริมาณ สารละลายที่ใช้จะเท่ากับขนาดของเสาเข็มที่ใช้ก่อสร้าง ซึ่งถือว่า มีปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับขนาดของโครงการ ดังนั้น จึงคาดว่า มีผลกระทบต่อการปนเปื้อนในดินในระดับต่ า ระยะด าเนินการ กิจกรรมการบ ารุงรักษาผิวทาง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการ ปนเปื้อนในดินจากการรั่วไหลของน้ ามันจากเครื่องจักรกลที่ใช้ใน การปฏิบัติงานได้เช่นกัน แต่เนื่องจากไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นประจ า และคาดว่าปริมาณน้ ามันที่หกรั่วไหลจากพาหนะ มีไม่มาก ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับต่ า ระยะด า หา ต้องด าเ ทราย แ แขวงทา 1.2 ธรณีวิทยา ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง การก่อสร้างฐานรากทางแยกต่างระดับระดับ และการ ก่อสร้างฐานรากสะพานข้ามแม่น้ าปิง จะมีการเจาะน าดินออก เพื่อท าเสาเข็มฐานราก ต้องเจาะถึงระดับความลึกของชั้นหิน จากนั้นจะหล่อเข็มฐานรากด้วยการเติมคอนกรีตเข้าไปแทรกตัว อยู่ในชั้นดิน โดยผลกระทบจะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณที่มีการ ระยะเตี 1) ก าห โคร ให้เ ต้าน การ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -26- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม าเนินการ กมีการหกรั่วไหลของน้ ามัน/น้ ามันเครื่อง ปนเปื้อนลงสู่ดิน เนินการก าจัดทันที โดยวัสดุที่ดูดซับน้ ามัน ได้แก่ ขี้เลื่อย และแกลบ เป็นต้น และรวบรวมใส่ถุงหรือกระสอบไปไว้ที่ างหลวงก าแพงเพชร เพื่อน าไปก าจัดต่อไป ระยะด าเนินการ - รียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง หนดให้มีการออกแบบทางด้านวิศวกรรมของแนวเส้นทาง รงการให้สามารถรองรับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหว เป็นไปตามประกาศกฎกระทรวงก าหนดการรับน้ าหนัก ความ นทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารใน รต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ.2564 ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง -
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ก่อสร้างฐานรากเท่านั้น และพื้นที่โครงการส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ราบ ไม่เป็นพื้นที่ลาดชันที่มีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างทางธรณีวิทยาได้ง่าย ดังนั้น จึงก าหนดผลกระทบอยู่ ในระดับต่ า จากการตรวจสอบแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวประเทศไทย พ.ศ.2559 ของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า แนวเส้นทางโครงการ อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยระดับค่อนข้างแรง (มีความรุนแรง ประมาณ V เมอร์คัลลี่) คือ คนที่นอนหลับตกใจตื่น ถึงระดับแรง (มีความรุนแรงประมาณ VI เมอร์คัลลี่) คือ ต้นไม้สั่น บ้านแกว่ง สิ่งปลูกสร้างบางชนิดพัง ดังนั้น กิจกรรมการพัฒนาโครงการ จ าเป็นต้องมีการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม เพื่อป้องกันแผ่นดินไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความเสียหายของ โครงการได้ จึงก าหนดผลกระทบอยู่ในระดับต่ า 2) ใน ก า โคร ทัน ระยะด าเนินการ จากการตรวจสอบแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวประเทศไทย พ.ศ.2559 ของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า แนวเส้นทางโครงการ อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยระดับค่อนข้างแรง (มีความรุนแรง ประมาณ V เมอร์คัลลี่) คือ คนที่นอนหลับตกใจตื่น ถึงระดับแรง (มีความรุนแรงประมาณ VI เมอร์คัลลี่) คือ ต้นไม้สั่น บ้านแกว่ง สิ่งปลูกสร้างบางชนิดพัง ประกอบกับ มีการออกแบบทางด้าน วิศวกรรมของแนวเส้นทางโครงการให้สามารถรองรับผลกระทบ จากการเกิดแผ่นดินไหว ดังนั้น จึงก าหนดผลกระทบอยู่ในระดับต่ า ระยะด า ใน ก าหนด โครงสร้า 1.3 น้ าผิวดิน ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง • อุทกวิทยาน้ าผิวดิน การปรับปรุงสะพานข้ามแม ่น้ าปิง (กม.2+090) จะ ก ่อสร้างสะพานใหม ่ด้านซ้ายมือ มีการวางเสาเข็มตอม ่อ สะพานบริเวณริมตลิ่งทั้งสองฝั่ง ต้องเปิดหน้าดินเพื่อท าการ ก่อฐานราก ซึ่งดินที่ขุดออกและกองไว้ริมตลิ่งอาจถูกน้ าฝน ระยะเตี • อุท 1) การ จุดท จุด จุด
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -27- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม กรณีที่เกิดแผ่นดินไหวและรู้สึกได้ในพื้นที่โครงการ หนดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องด าเนินการตรวจสอบ รงสร้างที่ขณะก่อสร้าง เพื่อซ่อมแซมในกรณีที่ความเสียหาย นที าเนินการ กรณีที่เกิดแผ่นดินไหวและรู้สึกได้ในพื้นที่โครงการ ดให้แขวงทางหลวงก าแพงเพชร ด าเนินการตรวจสอบ างของแนวเส้นทางโครงการเพื่อซ่อมแซมบริเวณที่เสียหายทันที ระยะด าเนินการ - รียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง ทกวิทยาน้ าผิวดิน รปรับเตรียมพื้นที่เพื่อขยายสะพานทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง ที่ 1 (กม.0+916) คลองวังยาง จุดที่ 2 (กม.1+188) คลองวังยาง ที่ 3 (กม.1+432) แม่น้ าปิง (กม.2+090) และคลองคูว้า ที่ 2 (กม.10+876) ต้องจัดให้มีการก่อสร้างรางระบายน้ า ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง พื้นที่ด าเนินการ จ านวน 1 สถานี ได้แก่ แม่น้ าปิง (กม.2+090) ดัชนีคุณภาพน้ า 1.ทางกายภาพ 1.1 อุณหภูมิน้ า
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ชะล้างลงสู ่แม ่น้ าปิงได้ และเมื ่อก ่อสร้างสะพานข้ามแม่ปิง ด้านซ้ายแล้วเสร็จ จะต้องรื้อสะพานเดิมด้านขวา ซึ่งจะต้อง รื้อย้ายตอม่อเดิม รวมถึงโครงสร้างสะพานเดิมต่าง ๆ อาจมี เศษวัสดุตกลงในแม่น้ าปิงก่อให้การกีดขวางการไหลน้ าได้ ส ่วนการก ่อสร้างสะพานข้ามแม ่น้ าปิงใหม่ด้านขวาเพื่อ ทดแทนสะพานข้ามแม่น้ าปิงเดิมที่ถูกรื้อย้ายออกนั้น ผลกระทบ จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิงใหม่ใน ด้านซ้าย โดยผลกระทบทั้งหมดจะเกิดชั่วคราว อีกทั้งแม่น้ าปิงที่ เป็นแหล่งน้ าขนาดใหญ่ มีความกว้างประมาณ 430 เมตร หากมี เศษวัสดุตกลงในแหล่งน้ าหรือดินจากกิจกรรมฐานรากบริเวณ ตลิ่งที่อาจพังทลายลงสู่แม่น้ าปิง จะไม่สามารถก่อให้เกิดการกีดขวาง การไหลของแม่น้ าปิงได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของ ผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง ส าหรับคลองวังยาง (บริเวณกม.0+916 กม.1+188 และ กม.1+432) คลองชลประทาน (กม.6+690) และคลองคูว้า (กม. 10+876) กิจกรรมการก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบเกิดการตก หล่นจากเศษวัสดุจากการก่อสร้าง เกิดการชะล้างดินที่ลงสู่แหล่งน้ า สาเหตุจากการชะล้างของน้ าฝน แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เกิดชั่วคราว ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับ ปานกลาง • คุณภาพน้ าผิวดิน กิจกรรมการปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ าปิง (กม.2+090) ต้อง เปิดหน้าดินเพื่อท าการก่อฐานราก หากกองดินที่ขุดไว้ริมตลิ่ง อาจถูกน้ าฝนชะล้างลงสู่แม่น้ าปิงส่งผลให้มีความขุ่นเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อก่อสร้างสะพานข้ามแม่ปิงด้านซ้ายแล้วเสร็จ และต้องรื้อ สะพานเดิมด้านขวาต่อ โดยมีการรื้อย้ายตอม่อที่อยู่ในน้ ารวมถึง โครงสร้างสะพานต่าง ๆ อาจส่งผลให้มีการรบกวนพื้นที่ท้องน้ า จนเกิดการฟุ้งกระจายของตะกอนดินในบริเวณตอม่อเดิม ชั่วค ขน ตะ โดย ผู้รับ ชนิ การ ตาม น้อ ส าห ที่ส ให้บ 2) ผู้รับ เพื่อ ขยา คล (กม (กม ตาม ตะก 3) โคร การ (sa แล เพื่อ ซึ่งจ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -28- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม คราวกว้าง 0.5 เมตร ลึก 0.5 เมตร และบ่อดักตะกอนดิน าดกว้าง x ยาว x ลึก เท่ากับ 1.0 x 1.0 x 2.5 เมตร เพื่อดัก กอนดินที่ถูกชะพามากับน้ าฝนไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ าผิวดิน ยตรง ส าหรับตะกอนดินรวมทั้งเศษวัสดุต่าง ๆ บเหมาจะต้องขนย้ายออกจากพื้นที่ก่อสร้างโดยรถบรรทุก ดที่มีถังบรรจุของเหลวได้ เพื่อมิให้เกิดการรั่วไหลในระหว่าง รขนส่ง โดยตะกอนดินให้น าไปฝังกลบและบดอัดให้แน่น มแนวเขตทางซึ่งต้องอยู่ห่างจากจุดตัดแหล่งน้ าผิวดิน ไม่ อยกว่า 100 เมตร ส่วนเศษวัสดุชิ้นใหญ่ให้แยกกองไว้ หรับเศษวัสดุชิ้นเล็กให้ใส่ถุงหรือกระสอบ และรวบรวมไปไว้ านักงานโครงการชั่วคราว เพื่อประสานหน่วยงานท้องถิ่น หรือ บริษัทเอกชนเข้ามาด าเนินการเก็บรวบรวมเพื่อไปก าจัดต่อไป บเหมาก่อสร้างต้องด าเนินการติดตั้งรั้วดักตะกอน (Silt Fence) อป้องกันการชะล้างตะกอนของน้ าฝนบริเวณที่ด าเนินการ ายสะพานทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง จุดที่ 1 (กม.0+916) องวังยาง จุดที ่ 2 (กม.1+188) คลองวังยาง จุดที ่ 3 ม.1+432) แม่น้ าปิง (กม.2+090) และคลองคูว้า จุดที่ 2 ม.10+876) โดยมีความสูงประมาณ 1 เมตรจากกระดับดิน ขนาน มพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามล าน้ า โดยให้ด้านยาวของแนวรั้วดัก กอนครอบคลุมพื้นที่หน้างาน และยาวออกไปอีกด้านละ 50 เมตร รงสร้างที่ก่อสร้างเหนือกลางแม่น้ าปิง (กม.2+090) รวมถึง รรื้อย้ายสะพานข้ามแม่น้ าปิงเดิมด้านขวาทางต้องมีติดตั้งตาข่าย afety net) รองรับโครงสร้างสะพาน โดยมีขนาดของตาข่าย ะความยาวครอบคลุมโครงสร้างของสะพานในแต่ละแห่ง อให้สามารถรองรับเศษวัสดุก่อสร้างที่อาจร่วงหล่นลงในล าน้ า จะส่งผลกระทบต่อสภาพทางอุทกวิทยาของล าน้ าได้ 1.2 การน าไฟฟ้า 1.3 ความลึก 1.4 ความเร็วของกระแสน้ า 1.5 ความโปร่งแสง 2.ทางเคมี 2.1 ความเป็นกรด-ด่าง 2.2 ออกซิเจนละลาย 2.3 บีโอดี 2.4 ของแข็งละลายทั้งหมด 2.5 น้ ามันและไขมัน 3.โลหะหนัก 3.1 แคดเมียม 3.2 เหล็กทั้งหมด 3.3 ตะกั่ว 4.ทางชีวภาพ 4.1 แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม 4.2 แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด ระยะเวลาด าเนินการ 2 ครั้ง/ปี ครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน ตลอด ระยะเวลาเตรียมการก่อสร้าง และระยะก่อสร้าง (3 ปี) หน่วยงานรับผิดชอบ กรมทางหลวง ว่าจ้างบุคคลที่ 3 ให้มาด าเนินการ
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ส่วนกิจกรรมการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิงใหม่ด้านขวาเพื่อ ทดแทนสะพานข้ามแม่น้ าปิงเดิมที่ถูกรื้อย้ายออกนั้น ผลกระทบ จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ าปิงใหม่ในฝั่ง ซ้าย ในลักษณะการเพิ่มขึ้นของความขุ่นเช่นกัน แต่ผลกระทบ ดังกล่าวจะเกิดเฉพาะในช่วงฤดูฝน (ระหว่างกลางเดือน พฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม) และเฉพาะช่วงที่มีการรื้อย้าย ตอม่อของสะพานข้ามแม่น้ าปิง อีกทั้งแม่น้ าปิงเป็นแหล่งน้ า ขนาดใหญ่ โดยมีความกว้างประมาณ 430 เมตร เป็นแหล่งน้ า ไหลที่มีน้ าตลอดทั้งปี กระแสน้ าจะสามารถพัดพาความขุ่นให้จืด จางไป รวมทั้งคุณภาพน้ าโดยรวมจัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพน้ าในแหล่งน้ าผิวดินจัดอยู่ในประเภทที่ 3 ตามประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2537 ซึ่ง หมายถึงแหล่งน้ าที่ได้รับน้ าทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และ สามารถเป็นประโยชน์เพื่อการอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่าน การฆ่าเชื้อโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ น้ าทั่วไปก่อน และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อการเกษตร ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง ส าหรับคลองวังยาง (บริเวณกม.0+916 กม.1+188 และ กม.1+432) คลองชลประทาน (กม.6+690) และคลองคูว้า (กม.10+876) กิจกรรมการก่อสร้างที่อาจเกิดการตกหล่นจาก เศษวัสดุก่อสร้าง และเกิดการชะล้างดินจากน้ าฝนในช่วงฤดูฝน ลงสู่แหล่งน้ า ก่อให้การเพิ่มขึ้นของความขุ่น แต่ผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นจะเกิดชั่วคราว ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ ในระดับปานกลาง 4) กา ด้าน ชั่วค ขอ การ แล้ 5) กา 2+ ออ วัสด 6) วาง จุด จุด จุด คลอ ด าเ ตุล 7) การ การ ทั้ง จุด (กม ปรั ต้อ คว ไม่น
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -29- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม รรื้อย้ายตอม่อในแหล่งน้ าของสะพานข้ามแม่น้ าปิงเดิม นขวาทางต้องมีติดตั้งตาข่ายให้จัดท าการก่อสร้างผนังกั้นน้ า คราว (Coffer Dam) เพื่อลดผลกระทบจากการฟุ้งกระจาย งตะกอนดิน โดยระหว่างการติดตั้งผนังกั้นน้ าชั่วคราว หรือ รรื้อย้ายผนังกันน้ าชั่วคราวออกหลังจากน าตอม่อเดิมออก ้วให้มีการใช้ม่านดักตะกอนรวมเพื่อป้องกันร่วมด้วย รรื้อขยายสะพานข้ามแม่น้ าปิงเดิมด้านขวาทาง (กม. +090) ให้พิจารณาวิธีรื้อถอนโดยการตัดแบ่งโครงสร้าง กเป็นส่วนๆ แทนการทุบทิ้ง ณ จุดรื้อถอน ซึ่งจะท าให้เศษ ดุร่วงหล่นลงสู่แม่น้ าปิง งแผนขยายสะพานข้ามแหล่งน้ า ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง ที่ 1 (กม.0+916) คลองวังยาง จุดที่ 2 (กม.1+188) คลองวังยาง ที่ 3 (กม.1+432) แม่น้ าปิง (กม.2+090) และคลองคูว้า ที่ 2 (กม.10+876) และปรับปรุงท่อกลม 1 แห่ง ได้แก่ องชลประทาน (กม.6+690) ในช่วงฤดูแล้ง โดยหากจ าเป็นต้อง เนินการช่วงฤดูฝน (ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือน าคม) ให้อัดชั้นดินให้แน่นและราบเรียบสม่ าเสมอ รเก็บกองวัสดุก่อสร้าง เช่น ดิน หิน และทราย เป็นต้น หรือ รกองดินที่ขุดออกจากการท าฐานรากสะพานข้ามแหล่งน้ า 5 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง จุดที่ 1 (กม.0+916) คลองวังยาง ที่ 2 (กม.1+188) คลองวังยาง จุดที่ 3 (กม.1+432) แม่น้ าปิง ม.2+090) และคลองคูว้า จุดที่ 2 (กม.10+876) และ ับปรุงท่อกลม 1 แห่ง ได้แก่ คลองชลประทาน (กม.6+690) งระมัดระวังไม่ให้ล้ าออกนอกเขตทาง และปรับระดับ ามลาดชันให้เหมาะสม รวมทั้งต้องกองห่างจากแม่น้ าปิง น้อยกว่า 100 เมตร
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ในส่วนของผลกระทบจากการปนเปื้อนจากน้ าเสียและน้ าทิ้ง จากส านักงานควบคุมการก่อสร้าง และบ้านพักคนงาน บริเวณ กม.11+250 นั้น จากการคาดการณ์ปริมาณน้ าเสียที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นประมาณ 68.4 ลูกบาศก์เมตร/วัน แม้จะมีปริมาณไม่มาก นัก แต่เนื่องจากที่ตั้งของบ้านพักคนงานตั้งอยู่นอกเขตความ รับผิดชอบระบบบ าบัดน้ าเสียชุมชนเทศบาลเมืองก าแพงเพชร ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง • คุณ 1) ผู้รั ต้อ ด้าน ก ่อ ด้าน 2) กิจ ได้แ (กม (กม ปรับ ห้าม บริ โคร ถาด ของ 3) ก าห ต้อ กม ปิง แล ให้ เพีย ก่อ ถังเ มาต มาต
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -30- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ณภาพน้ าผิวดิน ับเหมาก่อสร้างภายใต้การก ากับดูแลของกรมทางหลวง งปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ นอุทกวิทยาน้ าผิวดินในระยะเตรียมการก่อสร้าง และระยะ สร้างอย ่างเคร ่งครัด ซึ ่งจะเป็นการป้องกันผลกระทบ นคุณภาพน้ าผิวดิน กรรมการใช้เครื่องจักรในการก่อสร้างขยายสะพานทั้ง 5 แห่ง แก่ คลองวังยาง จุดที่ 1 (กม.0+916) คลองวังยาง จุดที่ 2 ม.1+188) คลองวังยาง จุดที ่ 3 (กม.1+432) แม่น้ าปิง ม.2+090) และคลองคูว้า จุดที่ 2 (กม.10+876) และ ับปรุงท่อกลม 1 แห่ง ได้แก่ คลองชลประทาน (กม.6+690) มท าการเปลี่ยนถ่ายน้ ามันหล่อลื่น หรือการถอดชิ้นแยกสิ้นส่วน เวณที่ท าการก่อสร้าง โดยต้องด าเนินการบริเวณส านักงาน รงการชั่วคราวที่อยู่ห่างจากแหล่งน้ าเท่านั้น รวมทั้งต้องจัดให้มี ดหรือกะบะรอง (Drip Pan/Drip Tray) เพื่อป้องกันการหกรั่วไหล งน้ ามันหรือน้ ามันเครื่อง และน าไปก าจัดตามหลักสุขาภิบาล หนดให้ที่ตั้งส านักงานโครงการชั่วคราว และที่พักคนงาน งอยู่ห่างจากแหล่งน้ าผิวดินทั้ง 7 แห่ง คือ คลองวังยาง .0+916 คลองวังยาง กม.1+188 คลองวังยาง กม.1+432 แม่น้ า กม.2+090 คลองชลประทาน กม.6+690 คลองคูว้า กม.9+588 ะคลองคูว้า กม.10+876 ไม่น้อยกว่า 100 เมตร รวมทั้งจัด สร้างห้องน้ า-ห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และมีจ านวน ยงพอกับจ านวนคนงานก่อสร้างไว้ในบริเวณที่พักคนงาน สร้าง พร้อมทั้งติดตั้งระบบบ าบัดน้ าเสียส าเร็จรูปประเภท เกรอะ-ถังกรอง ไร้อากาศเพื่อบ าบัดน้ าเสียให้เป็นไปตาม ตรฐานน้ าทิ้ง ก่อนจะระบายออกสู่ภายนอก (รายละเอียดดัง ตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบด้านสุขาภิบาล)
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ ระยะด าเนินการ • อุทกวิทยาน้ าผิวดิน เมื่อเปิดด าเนินการไปสักระยะเวลาหนึ่งอาจมีการขึ้นของวัชพืช หรือมีเศษขยะมาติดบริเวณคอสะพานของสะพานข้ามล าน้ าทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง กม.0+916 คลองวังยาง กม.1+188 ค ล อง วัง ย าง ก ม . 1+ 4 3 2 แ ม ่น้ าปิง ก ม . 2+ 0 9 0ค ลอง ชลประทาน กม.6+690 คลองคูว้า กม.9+588 และคลองคูว้า กม.10+876 ท าให้กีดขวางการไหลของน้ า แต่อย่างไรก็ตาม สะพาน ข้ามล าน้ าทั้ง 7แห่งดังกล่าวเป็นแหล่งน้ าขนาดใหญ่ มีน้ าตลอดทั้งปี ซึ่งโอกาสที่วัชพืชหรือเศษขยะจะมาติดแล้วปิดกันทั้งล าน้ านั้นมีน้อย ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับต่ า • คุณภาพน้ าผิวดิน กิจกรรมซ่อมบ ารุงจะมีการใช้เครื่องจักรจากการบูรณะ ซ่อมแซมอาจท าให้มีการปนเปื้อนของน้ ามันหล่อลื่นลงสู่คลองวัง ยาง กม.0+916 คลองวังยาง กม.1+188 คลองวังยาง กม.1+432 แม่น้ าปิง กม.2+090 คลองชลประทาน กม.6+690 คลองคูว้า กม.9+588 และคลองคูว้า กม.10+876 แต่โอกาสที่จะเกิดการ ปนเปื้อนจะน้อย เพราะจะเกิดกรณีที่เครื่องยนต์ขัดข้อง ต้องมี การเปลี่ยนถ่ายน้ ามันหล่อลื่นและมีน้ ามันหกออกมา หรือการ ถอดชิ้นแยกสิ้นส่วนบนสะพานข้ามล าน้ าทั้ง 7 แห่ง และเกิดใน หน้าฝนที่มีการชะล้างผิวจราจรลงสู่แหล่งน้ าในช่วงที่ฝนตก ดังนั้น จึงก าหนดให้ขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับต่ า ส าหรับการคมนาคมบนถนนโครงการอาจมีการปนเปื้อนของ มลสารต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละอองจากเศษดินบนถนน และน้ ามันที่ อาจรั่วไหลจากรถยนต์ ซึ่งจะชะล้างในฤดูฝนที่มีฝนตกครั้งแรก ในช่วงฤดูฝนและไหลลงสู่ทางระบายน้ า ก่อนไหลสู่คลองวังยาง กม.0+916 คลองวังยาง กม.1+188 คลองวังยาง กม.1+432 แม่น้ าปิง กม.2+090 คลองชลประทาน กม.6+690 คลองคูว้า ระยะด า • อุท กรมทาง สะพาน 0+916) 1+432) แ ปรับปรุ อย่างน้อ ฤดูฝน ( พบการช ด าเนินก • คุณ 1)กรมท และล เคร่งค 2)กิจกร แห่ง 2 (กม 2+09 กลม เปลี่ย สะพา ด าเนิ หรือก ของน้ 3)กรมท (ประ ต่าง ๆ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -31- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม าเนินการ ทกวิทยาน้ าผิวดิน งหลวงต้องตรวจสอบการชะล้างพังทลายของดินบริเวณคอ นข้ามล าน้ าทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ คลองวังยาง จุดที่ 1 (กม. คลองวังยาง จุดที่ 2 (กม.1+188) คลองวังยาง จุดที่ 3 (กม. แม่น้ าปิง (กม.2+090) และคลองคูว้า จุดที่ 2(กม.10+876และ รงท่อกลม 1 แห่ง ได้แก่ คลองชลประทาน (กม.6+690) อยเดือนละครั้ง และเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วงเข้าสู่ ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม) โดยถ้า ชะล้างพังทลายของดินคอสะพานหรือปลายท่อเหลี่ยมต้อง การซ่อมแซมโดยทันที ณภาพน้ าผิวดิน ทางหลวงต้องเนินต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข ลดผลกระทบด้านอุทกวิทยาผิวดินในระยะด าเนินการอย่าง ครัด ซึ่งจะเป็นการป้องกันผลกระทบด้านคุณภาพน้ าผิวดิน รรมการใช้เครื่องจักรในการซ่อมบ ารุง บริเวณแหล่งน้ าทั้ง 5 ได้แก่ คลองวังยาง จุดที่ 1 (กม.0+916) คลองวังยาง จุดที่ ม.1+188) คลองวังยาง จุดที่ 3 (กม.1+432) แม่น้ าปิง (กม. 90) และคลองคูว้า จุดที่ 2 (กม.10+876) และปรับปรุงท่อ 1 แห่ง ได้แก่ คลองชลประทาน (กม.6+690) ห้ามท าการ ยนถ่ายน้ ามันหล่อลื่น หรือการถอดชิ้นแยกชิ้นส่วนบริเวณ านทั้ง 5 แห่ง และปรับปรุงท่อกลม 1 แห่งข้างต้น โดยต้อง นนการที่แขวงทางหลวงก าแพงเพชร รวมทั้งต้องจัดให้มีถาด กะบะรอง (Drip Pan/Drip Tray) เพื่อป้องกันการหกรั่วไหล น้ ามันหรือน้ ามันเครื่อง และน าไปก าจัดตามหลักสุขาภิบาล ทางหลวงด าเนินการการล้างผิวถนนทางในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝน มาณต้นเดือนพฤษภาคม) เพื่อลดการปนเปื้อนของมลสาร ๆ ซึ่งจะชะล้างในฤดูฝนที่มีฝนตกครั้งแรกลงทางระบายน้ า) ระยะด าเนินการ พื้นที่ด าเนินการ จ านวน 2 สถานี ได้แก่ แม่น้ าปิง (กม.2+090) และคลองคูว้า กม.10+876 ดัชนีคุณภาพน้ า 1. ทางกายภาพ 1.1 อุณหภูมิน้ า 1.2 การน าไฟฟ้า 1.3 ความลึก 1.4 ความเร็วของกระแสน้ า 1.5 ความโปร่งแสง 2. ทางเคมี 2.1 ความเป็นกรด-ด่าง 2.2 ออกซิเจนละลาย 2.3 บีโอดี 2.4 ของแข็งละลายทั้งหมด 2.5 น้ ามันและไขมัน 3. โลหะหนัก 3.1 แคดเมียม 3.2 เหล็กทั้งหมด 3.3 ตะกั่ว 4. ทางชีวภาพ 4.1 แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม 4.2 แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด ระยะเวลาด าเนินการ 2 ครั้ง/ปี ครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน โดย ด าเนินการต่อเนื่องใน 3 ปีแรก และจากนั้นด าเนินการ ทุกๆ 5 ปี ตลอดระยะเวลาในการด าเนินการ (20 ปี)
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ กม.9+588 และคลองคูว้า กม.10+876 แต่การปนเปื้อนของมล สารดังกล่าวจะอยู่ในปริมาณที่ต่ ามาก และน้ ามันรั่วไหลบนผิว จราจรจะเกิดในกรณีที่มีอุบัติเหตุเท่านั้น ดังนั้น จึงก าหนดขนาด ของผลกระทบอยู่ในระดับต่ า 1.4 อากาศและ บรรยากาศ ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง กิจกรรมการเตรียมพื้นที่ กิจกรรมงานผิวทางชั้นทาง และ กิจกรรมการก่อสร้างทางแยกต่างระดับและสะพานข้ามแม่น้ าปิง พบว่า ค่าความเข้มข้นของมลสารต่าง ๆ เมื่อรวมกับค่าความ เข้มข้นจากการจราจรและค่าความเข้มข้นพื้นฐานบริเวณพื้นที่ อ่อนไหวต่อผลกระทบในพื้นที่ศึกษาโครงการมีค่าอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานก าหนดทั้งหมด ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบ อยู่ในระดับต่ า ระยะเตี 1)จัดให้ รับทร ก่อสร้ 2)ก าหน อย่าง และผิ ที่ต้อง หมู่ที่ บ้านวั ชุมชน 3)การข 30 กิ 40 กิ ละออ อย่าง 4)ผู้รับเห เข้า-อ ติดล้อ 5) ผู้รับ การ ระย
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -32- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หน่วยงานรับผิดชอบ กรมทางหลวงว่าจ้างบุคคลที่ 3 ให้มาด าเนินการ รียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง ้มีการประชาสัมพันธ์แผนงานโครงการให้ประชาชนในพื้นที่โครงการ ราบตั้งแต่ในช่วงก่อนการเตรียมการก่อสร้าง และตลอดระยะเวลา ้างโครงการ โดยให้ด าเนินการปฏิบัติตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการ นดให้มีการฉีดพรมน้ า เพื่อควบคุมฝุ่นละอองอย่างสม่ าเสมอ น้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเพิ่มความถี่มากขึ้นเมื่อสภาพอากาศร้อน ผิวหน้าดินยังคงมีฝุ่นละออง โดยเฉพาะกิจกรรมการก่อสร้าง งเปิดผิวหน้าดิน และกองวัสดุก่อสร้าง บริเวณวัดทุ่งสามัคคี 8 บ้านคลองแม่ลายเหนือ หมู่ที่ 9 บ้านทุ่งเศรษฐีหมู่ที่ 1 วังยาง มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร หมู่ที่ 2 บ้านหัวยาง นเกาะแขก ชุมชนเพชรวารินพัฒนา และวัดดอนไพรวัลย์ ขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ก ่อสร้าง ต้องจ ากัดความเร็วไม่เกิน กิโลเมตร/ชั ่วโมง ขณะวิ่งผ่านพื้นที ่ก ่อสร้าง และไม่เกิน กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อผ่านพื้นที่ชุมชน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่น องที่เกิดขึ้น และกระบะบรรทุกท้ายรถต้องได้รับการปิดคลุม มิดชิดเพื่อป้องกันการตกหล่นและการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง หมาก่อสร้างต้องจัดให้มีพื้นที่ล้างล้อรถยนต์ หรือรถบรรทุกที่วิ่ง ออก พื้นที่ก่อสร้างโครงการ เพื่อควบคุมไม่ให้มีเศษดินและทรายที่ อรถยนต์หรือรถบรรทุกเลอะถนนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่โครงการ ับเหมาก่อสร้างต้องก าหนดเส้นทางการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ใน รก่อสร้างให้ชัดเจนและบ ารุงรักษาถนนให้อยู่ในสภาพดีตลอด ยะเวลาที่ท าการก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้น ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง พื้นที่ด าเนินการ จ านวน 2 สถานี ได้แก่ ชุมชนดอนไพรวัลย์ และหมู่ที่ 11 บ้านบ่อสามแสนเหนือ ดัชนีตรวจวัด ประกอบด้วย 1) ความเร็วลมและทิศทางลม 2) ฝุ่นละอองรวม (TSP) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง 3) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24ชั่วโมง 4) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 1ชั่วโมง 5) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1ชั่วโมง ระยะเวลาด าเนินการ 2 ครั้ง/ปี ครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน ความถี่ 5 วัน ครอบคลุมวันธรรมดาและวันหยุดราชการ โดยด าเนินการต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง โครงการ (3 ปี) โดยก าหนดระยะเวลาเก็บตัวอย่าง ให้สอดคล้องกับกิจกรรมการก่อสร้าง หน่วยงานรับผิดชอบ กรมทางหลวงว่าจ้างบุคคลที่ 3 (Third Party) เป็นผู้ด าเนินการ
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ 6) จัดใ ใช้ใ ในก เช่น แล ระยะด าเนินการ จากการประเมินผลกระทบด้านคุณภาพอากาศในระยะ ด าเนินการของโครงการ พบว่า ค่าความเข้มข้นของมลสารต่าง ๆ เมื่อรวมกับค่าความเข้มข้นพื้นฐานบริเวณพื้นที่อ่อนไหวต่อ ผลกระทบในพื้นที่ศึกษาโครงการมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก าหนด ทั้งหมด ดังนั้น จึงก าหนดขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับต่ า ระยะด า 1) กรม ใช้บ 2) กร ก า ยาน ก าห กระ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -33- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ให้มีการดูแลรักษา และซ่อมบ ารุงเครื่องจักร เครื่องยนต์ที่ ในการก่อสร้างอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้มีสภาพที่ดีเหมาะสม การใช้งาน และเพื่อลดการระบายสารมลพิษทางอากาศ น เขม่าควันด า ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ะก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) าเนินการ มทางหลวงต้องก าหนดความเร็วสูงสุดที่อนุญาตและบังคับ บนเส้นทางโครงการ มทางหลวงประสานง านต่อสถานีต า รวจภูธรเมือง แพงเพชร ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบโครงการในการตรวจจับ นพาหนะที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงกว่าเกณฑ์กฎหมาย หนด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพอากาศที่อาจส่งผล ะทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะท าได้ ระยะด าเนินการ พื้นที่ด าเนินการ จ านวน 2 สถานี ได้แก่ ชุมชนเกาะแขก และ หมู่ที่ 11 บ้านบ่อสามแสนเหนือ ดัชนีตรวจวัด ประกอบด้วย 1) ความเร็วลมและทิศทางลม 2) ฝุ่นละอองรวม (TSP) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง 3) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24ชั่วโมง 4) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 1ชั่วโมง 5) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1ชั่วโมง ระยะเวลาด าเนินการ 2 ครั้ง/ปี ครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน ความถี่ 5 วัน ครอบคลุมวันธรรมดาและวันหยุดราชการ ตลอดระยะเวลาในการด าเนินการ (20 ปี) หน่วยงานรับผิดชอบ กรมทางหลวงว่าจ้างบุคคลที่ 3 (Third Party) เป็นผู้ด าเนินการ
กรมทางหลวง เอกสารประกอบการประชุมเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 3) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ส าคัญ 1.5 เสียง ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง จากการค านวณระดับเสียงในเวลา 24 ชั่วโมง พบว่า เมื่อรวม ค่าระดับเสียงในเวลา 24ชั่วโมง จากอุปกรณ์ก่อสร้างกับค่าระดับเสียง จากการจราจร ท าให้ ณ บริเวณผู้รับที่อ่อนไหวมีค่าระดับเสียง จากกิจกรรมเตรียมพื้นที่ กิจกรรมงานผิวทางและชั้นทาง กิจกรรม งานก่อสร้างสะพานส่วนล่างและกิจกรรมงานก่อสร้างสะพาน ส่วนบนอยู่ในช่วง 38.3-70.6 43.2-73.3 38.3-69.6 และ 38.3- 68.4 เดซิเบล(เอ) ตามล าดับ ซึ่งค่าระดับเสียงในเวลา 24ชั่วโมง ณ บริเวณผู้รับที่อ่อนไหวต่อผลกระทบมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 3 แห่ง ได้แก่ หมู่ที่ 6 บ้านล ามะโกรก ท่อปู่พระยาร่วง (โบราณคดี) และมัสยิดญันนะตุ้ล มุฮฺมีนีน ก าแพงเพชร ดังนั้น จึงก าหนดให้ ขนาดของผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง ระยะเตี 1) ก าห บ้าน เกิน ส าเ ไฟ Tra 2) ก่อ ส่ว ล่ว ด าเ 3) กิจ การ 08 ผล 4) กิจก สาธ 5) กา หา แล 6) กา 30 40 7) พิจ เสีย เลือ ระย บริเ
งานบริการด้านวิศวกรรมส าหรับการส ารวจและออกแบบรายละเอียด โครงการส ารวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 112 ทางเลี่ยงเมืองก าแพงเพชร -34- มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม รียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง หนดให้มีการติดตั้งก าแพงกันเสียงชั่วคราว ณ บริเวณหมู่ที่ 6 นล ามะโกรก และมัสยิดญันนะตุ้ลมุฮฺมีนีน ที่มีค่าระดับเสียง นเกณฑ์มาตรฐาน โดยเลือกใช้วัสดุกันเสียงคือแผ่นเมทัลชีท เร็จรูปแบบแซนวิส ที่ตรงกลางอัดด้วยวัสดุดูดซับเสียงไม่ลาม ค ว า มหน าไม่น้ อ ย ก ว่ า 5 0 มิ ล ลิเ ม ต ร แ ล ะ มี ค่ า ansmission loss เท่ากับ 26 เดซิเบล(เอ) นด าเนินการก่อสร้างให้ผู้รับเหมาก่อสร้างแจ้งให้หน่วยงาน นท้องถิ่น ผู้น าชุมชน และประชาชนในพื้นที่ให้ทราบ งหน้าอย่างน้อย 15 วัน เพื่อประชาสัมพันธ์แผนการ เนินการก่อสร้างของโครงการ กรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดัง เช่น การเจาะ การตอกเสาเข็ม รตอก และการกระแทก เป็นต้น ให้ท าในช่วงเวลากลางวัน .00 น. และต้องสิ้นสุดก่อนเวลา 17.00 น. เพื่อป้องกัน กระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง กรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงในระดับที่ดังจะต้องมีการประกาศให้ ธารณชนทราบโดยทั่วถึง และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง รก่อสร้างบนถนนไม่ให้น าแผ่นเหล็กมาวางแทนผิวถนน กในกรณีที่จ าเป็นจะต้องใช้แผ่นเหล็กที่มีความหนาเป็นพิเศษ ะมียางรองเพื่อกันเสียงดังและความสั่นสะเทือน รขนส่งวัสดุอุปกรณ์ก ่อสร้าง ต้องจ ากัดความเร็วไม่เกิน กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะวิ่งผ่านพื้นที่ก่อสร้าง และไม่เกิน กิโลเมตร/ชั่วโมงเมื่อผ่านพื้นที่ชุมชน ารณาใช้เครื่องจักร อุปกรณ์และวิธีการก่อสร้างที่ก่อให้เกิด ยงดังน้อยที่สุด ได้แก่ การใช้เข็มเจาะแทนเข็มตอก พิจารณา อกใช้ส่วนประกอบแบบหล่อส าเร็จแทน รวมทั้งช่วยลด ยะเวลาก่อสร้างอันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนใน เวณโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างในระดับต่ าที่สุด เป็นต้น ระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง พื้นที่ด าเนินการ จ านวน 3 แห่ง ได้แก่ ชุมชนเกาะแขก หมู่ที่ 6 บ้านล ามะโกรกและมัสยิดญันนะตุ้ลมุฮฺมีนีน ก าแพงเพชร ดัชนีตรวจวัด ประกอบด้วย 1) ระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง (Leq 24 hr.) 2) ระดับเสียงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 90 (L90) 3) ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) ระยะเวลาด าเนินการ 2 ครั้ง/ปี ครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน ความถี่ 5 วัน ครอบคลุมวันธรรมดาและวันหยุดราชการ โดยด าเนินการต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง โครงการ (3 ปี) โดยก าหนดระยะเวลาเก็บตัวอย่าง ให้สอดคล้องกับกิจกรรมการก่อสร้าง หน่วยงานรับผิดชอบ กรมทางหลวงว่าจ้างบุคคลที่ 3 (Third Party) เป็นผู้ด าเนินการ