แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพิ่มเตมิ เคมี 3 ว32222 ภาคเรยี นท่ี 2/2564 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 11 เคมีไฟฟา้ เวลา 30 ช่วั โมง
เรอ่ื ง ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์ เวลา 3 ช่วั โมง
ครูผู้สอน นางสาวนนั ทิยา คำล้ิม
1. สาระการเรยี นรูแ้ ละผลการเรียนรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์
เคมีไฟฟา้ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า
และปฏิกิริยาเคมีทีเ่ กิดข้ึน
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ (E0) เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของ
ธาตุหรือไอออน เมื่อเปรียบเทียบกับกับครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานที่มีค่า E0 เป็นศูนย์ ค่า E0
ที่มีเครื่องหมายเป็นบวก แสดงว่า ธาตุหรือไอออนในครึง่ เซลลน์ ้ันมีความสามารถในการรับอิเล็กตรอนสูง
กว่า H+ ในครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน ถ้าค่า E0 มีเครื่องหมายเป็นลบ แสดงว่า ธาตุหรือไอออนในครงึ่
เซลล์นัน้ มคี วามสามารถในการรับอเิ ลก็ ตรอนต่ำกวา่ H+ ในครง่ึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายวิธีการหาค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ และความหมายของค่าศักย์ไฟฟ้า
มาตรฐานของครึง่ เซลล์ได้
2. เปรยี บเทียบความสามารถในการเป็นตวั ออกซิไดสแ์ ละตัวรีดวิ ซ์ของสารจากค่า E0 ของครง่ึ
เซลลไ์ ด้
3. อธิบายการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเมอ่ื นำครงึ่ เซลลท์ ่ีทราบคา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์มาต่อ
กับครงึ่ เซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐานได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. ตรวจสอบคา่ ศกั ยไ์ ฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์โดยใช้ค่า E0 ของครงึ่ เซลล์ได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน
รว่ มกบั ผูอ้ นื่ ได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี นิ ยั
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (ใช้วธิ กี ารสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันทบทวนความร้เู กย่ี วกบั แผนภาพเซลล์ โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
1) หลักการเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิกมีวา่ อยา่ งไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : การเขียนแผนภาพเซลล์กัลป์วานิก เป็นการเขียนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึง
สว่ นประกอบของเซลล์ โดยมีหลกั การ ดงั น้ี
1) เขียนครงึ่ เซลลอ์ อกซเิ ดชันไวท้ างด้านซา้ ย และเขยี นครึ่งเซลล์รดี ักชันไว้ทางด้านขวา
2) ในแต่ละครึ่งเซลล์ ถ้าสารต่างสถานะกันให้คั่นด้วยเครื่องหมาย (|) ถ้าสารอยู่ใน
สถานะเดยี วกนั ให้คั่นด้วยเครอ่ื งหมาย (,) เชน่ Zn (s) | Zn2+ (aq)
3) การเขียนความเข้มข้นของสารละลายหรือความดันของแก๊ส จะเขียนไว้ในวงเล็บ
ตามหลังไอออนนนั้ เช่น
Pt (s) | Fe3+ (aq, 1 mol/dm3), Fe2+ (aq, 1 mol/dm3)
Pt (s) | H2 (g, 1 atm) | H+ (aq, 1 mol/dm3)
4) สะพานเกลือจะใชเ้ ครื่องมือเคร่ืองหมาย (||) เขยี นไว้ตรงกลางระหว่างครึ่งเซลล์ทัง้ 2
ครงึ่ เซลล์ เชน่ Zn (s) | Zn2+ (aq) || Cu2+ (aq) | Cu (s)
5) ถา้ เป็นขว้ั ไฟฟ้าแกส๊ หรอื ไม่มีขั้วโลหะท่ีเหมาะสมจะใชโ้ ลหะเฉื่อยแทน เชน่ Pt Au
และ C เปน็ ต้น โดยคน่ั ด้วยเครื่องหมาย | เชน่ Pt (s) | H2 (g) | H+ (aq))
2. นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลยแบบฝึกหัด เร่อื งการเขียนแผนภาพเซลลก์ ลั ปว์ านกิ จากนน้ั ครู
ถามนักเรียนเพื่อดึงดูดความสนใจว่า “เมื่อสามารถเขียนแผนภาพเซลล์กัลป์วานิกได้แล้ว สามารถนำ
ความรทู้ ี่ได้มาใชห้ าค่าศกั ย์ไฟฟา้ ได้หรอื ไม่” (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจ)
7.2 ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกับค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน
ของครึ่งเซลล์ และการนำค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์รีดักชันไปใช้ในการเปรียบเทียบ
ความสามารถในการเปน็ ตัวออกซไิ ดส์และตัวรีดวิ ซ์ของสาร จากนั้นร่วมกนั ฝึกการคำนวณจากตัวอย่างใน
หนังสือเรียนรายวิชาเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 4 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 11 เรื่องเคมไี ฟฟา้ แล้วสรุป
องค์ความรทู้ ไี่ ด้ลงในกระดาษ A3 ที่ครแู จกให้ โดยเขียนสรปุ ใหก้ ระชบั สวยงาม และเขา้ ใจงา่ ย จากน้ันให้
สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมี หน้าที่ของสะพานเกลือ
ความหมายของครึ่งเซลล์ จนทกุ คนมีความเข้าใจตรงกัน
2. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนกลุ่มละ 2 คนออกมานำเสนอผลงาน และครูจะมีสติ๊กเกอร์
ให้กับนักเรียนคนละ 2 ชิ้น ให้ติดโหวตคะแนนสำหรับชิ้นงานสวยงาม 1 ชิ้น และติดสำหรับการนำเสนอ
อีก 1 ชิ้น โดยไม่ใหต้ ดิ ที่กลมุ่ ตนเอง
3. หลังจากนำเสนอเสร็จให้นักเรียนติดสติก๊ เกอร์ตามการประเมินของนักเรียน โดยกลมุ่
ใดมคี ะแนนสูงสดุ 3 ลำดบั แรกจะไดค้ ะแนนเพิ่ม 3 คะแนน, 2 คะแนน และ1 คะแนนตามลำดบั
7.3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ วิธีวัดศักย์ไฟฟ้า
ของเซลล์ และการคำนวณหาค่าศักย์ไฟฟ้าของครึ่งเซลล์เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับครึ่งเซลล์ไฮโดรเจน
มาตรฐานซึ่งไดข้ ้อสรปุ ดังนี้
• ครงึ่ เซลล์ทร่ี บั อิเล็กตรอนมีศักย์ไฟฟ้าสงู กว่าครง่ึ เซลล์ท่ีใหอ้ ิเล็กตรอน ดงั นัน้ ศักย์ไฟฟ้า
ที่ขว้ั แคโทดจึงสูงกวา่ ศกั ย์ไฟฟา้ ที่ขว้ั แอโนด
• ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์เป็นผลต่างระหว่างศักย์ไฟฟ้าของคร่ึงเซลล์ที่มีศกั ย์สงู
กับศกั ย์ไฟฟา้ ของครงึ่ เซลลท์ ี่มศี ักย์ตำ่ เขียนแสดงได้ ดังน้ี
E0cell = E0cathode – E0anode
• ถ้าวัดศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ใด ๆ ได้เท่ากับศูนย์ แสดงว่า ครึ่งเซลล์ทั้งสองมี
ศักยไ์ ฟฟ้าเท่ากนั
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความหมายของค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของคร่ึง
เซลล์ (E0) ซงึ่ ได้ขอ้ สรุป ดังนี้
• ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ (E0) เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการรับ
อิเล็กตรอนของธาตุหรือไอออน เมื่อเปรียบเทียบกับกับครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานที่มีค่า E0
เป็นศูนย์ ค่า E0 ที่มีเครื่องหมายเป็นบวก แสดงว่า ธาตุหรือไอออนในครึ่งเซลลน์ ั้นมีความสามารถในการ
รับอิเล็กตรอนสูงกว่า H+ ในครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน ถ้าค่า E0 มีเครื่องหมายเป็นลบ
แสดงว่า ธาตุหรือไอออนในครึ่งเซลล์นั้นมีความสามารถในการรับอิเล็กตรอนต่ำกว่า H+ ในครึ่งเซลล์
ไฮโดรเจนมาตรฐาน
• จากตารางค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์รีดักชัน พบว่า ธาตุหรือไอออนใน
ปฏกิ ิรยิ าครง่ึ เซลล์ท่อี ยูเ่ หนือกวา่ สามารถรับอิเล็กตรอนไดด้ ีกวา่ ธาตหุ รือไอออนในปฏิกิริยาคร่ึงเซลล์ท่ีอยู่
ถัดลงมา แสดงว่า F2 เป็นตัวออกซิไดส์ที่ดีที่สุด ส่วนธาตุหรือไอออนในปฏิกิริยาครึ่งเซลล์ที่อยู่
ตำ่ กว่าจะใหอ้ เิ ล็กตรอนได้งา่ ยกวา่ ธาตหุ รอื ไอออนท่อี ย่เู หนือข้ึนไป แสดงว่า Li เปน็ ตวั รีดิวซท์ ีด่ ีทส่ี ุด
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการนำค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์
รดี กั ชนั (E0r) ไปใชเ้ ปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั ออกซไิ ดส์และตวั รดี ิวซข์ องสาร ซ่งึ ไดข้ อ้ สรปุ ว่า
“สารทม่ี คี ่า E0r มากกว่า แสดงว่า เปน็ ตัวออกซไิ ดสท์ ี่ดีกว่า และเม่ืออยู่ในรปู ของตัวรีดิวซ์ ความสามารถ
ในการเป็นตวั รดี ิวซจ์ ะนอ้ ยกวา่ ”
7.4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูยกตวั อย่างโจทย์การคำนวณ เรอื่ ง ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์ ดงั น้ี
2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซักถามขอ้ สงสัยในเนอื้ หา และครูอธิบายเพิม่ เติมเก่ียวกับ เรอ่ื ง ศกั ยไ์ ฟฟ้าของ
เซลล์ จาก Powerpont เรื่อง เคมีไฟฟ้า ในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจหรอื เข้าใจคลาดเคลื่อน จนมีความ
เข้าใจตรงกัน
3. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั เรอื่ ง ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ ส่งเปน็ การบ้านในคาบถดั ไป
7.5 ข้ันประเมินผล (Evaluation)
1. ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหดั เรื่อง ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์
2. ครปู ระเมินความรู้เกย่ี วกับศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ จากการทำกิจกรรม แบบฝึกหัด และ
การทดสอบ
3. ครปู ระเมนิ จากการทำกิจกรรม และการสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มทำ
กิจกรรมร่วมกับเพื่อนในช้ันเรียน
8. สื่อและช้นิ งาน
8.1 Powerpont เรือ่ ง เคมไี ฟฟา้
8.2 แบบฝึกหัด เร่อื ง ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์
8.3 หนงั สือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ เคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
9. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ วธิ กี ารวัด/เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน
-ได้คะแนนร้อยละ
1. ดา้ นความรู้ (K) 70 ขึน้ ไป
1. อธิบายวิธีการหาค่าศักย์ไฟฟ้า -การตรวจ -แบบฝึกหัด -ได้คะแนนรอ้ ยละ
70 ขน้ึ ไป
มาตรฐานของครง่ึ เซลล์ และความหมาย แบบฝึกหดั
ของคา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของคร่ึงเซลล์
ได้
2. เปรียบเทียบความสามารถในการ -การตอบ -คำถาม
เป็นตัวออกซิไดส์และตัวรีดิวซ์ของสาร คำถาม
จากคา่ E0 ของครึ่งเซลลไ์ ด้
3. อธบิ ายการเกิดปฏิกริ ิยาเม่ือนำคร่ึง
เซลล์ที่ทราบค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของ
ครึ่งเซลล์มาต่อกับครึ่งเซลล์ไฮโดรเจน
มาตรฐานได้
2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. ตรวจสอบค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน -ตรวจ -แบบฝกึ หัด
ของเซลลโ์ ดยใช้คา่ E0 ของคร่ึงเซลล์ได้ แบบฝกึ หดั
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) -การสงั เกต -แบบประเมนิ -ได้คะแนนในระดับ
1. นักเรยี นมีความสนใจ รบั ผิดชอบ คณุ ลกั ษณะอัน 3 (ด)ี ขนึ้ ไป
พึงประสงค์
ตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมายและสามารถ
ทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้
แบบฝกึ หัด เร่อื ง ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์
คำชแี้ จง : ตอบคำถามเกยี่ วกับศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์
1. เรียงลำดับความสามารถในการรับและเสยี อเิ ลก็ ตรอนของตวั ออกซไิ ดสแ์ ละตัวรีดิวซ์จากนอ้ ยไปมาก
1) กำหนดค่า E0 ของคร่งึ เซลลร์ ดี กั ชันให้ ดงั นี้
Ag+ + e- → Ag E0 = +0.80 V
Fe2+ + 2e- → Fe E0 = -0.44 V
Au3+ + 3e- → Au E0 = +1.50 V
Mn2+ + 2e- → Mn E0 = -1.18 V
ความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของตวั ออกซิไดส์
ความสามารถในการเสียอิเล็กตรอนของตวั รดี วิ ซ์
2) กำหนดแผนภาพเซลล์กลัวานกิ ให้ ดงั นี้
W (s) | W2+ (aq) ∥ X2+ (aq) | X (s)
X (s) | X2+ (aq) ∥ Z2+ (aq) | Z (s)
Y (s) | Y2+ (aq) ∥ W2+ (aq) | W (s)
ความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนของตวั ออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสียอเิ ลก็ ตรอนของตวั รีดวิ ซ์
3) กำหนดปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ให้ ดังน้ี
2B- + C2 → B2 + 2C-
B2 + 2D- → 2B- + D2
2A- + 2D2 → 2D- + A2
ความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของตวั ออกซิไดส์
ความสามารถในการเสยี อเิ ล็กตรอนของตวั รดี ิวซ์
4) แผน่ โลหะ Pt ที่เคลือบผิวดว้ ยโลหะ Ni เปน็ ช้นั บาง ๆ เมอ่ื นำไปจ่มุ ในสารละลาย HNO3 โลหะ Ni
จะละลายออกหมด เหลอื แต่แผน่ โลหะ Pt
ความสามารถในการรบั อิเลก็ ตรอนของตัวออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสยี อเิ ล็กตรอนของตวั รีดิวซ์
2. ใช้ตารางค่าความต่างศักยข์ องเซลลไ์ ฟฟ้าเคมีทกี่ ำหนดให้ ตอบคำถามข้อ 1) – 5)
เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ความต่างศกั ย์ที่ 25◦C (V)
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Pb2+ (1 M) | Pb (s) -0.13
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Cd2+ (1 M) | Cd (s) -0.40
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mn2+ (1 M) | Mn (s) -1.18
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mg2+ (1 M) | Mg (s) -2.37
1) เมอ่ื ต่อเซลล์ไฟฟา้ เคมี ดังนี้ Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศักยข์ องเซลล์
จะมีคา่ เท่าใด
2) เม่อื ตอ่ เซลล์ไฟฟา้ เคมี ดังนี้ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความต่างศักย์ของเซลล์
จะมีค่าเท่าใด
3) เมอ่ื ต่อเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ดังนี้ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศักยข์ องเซลล์
จะมคี า่ เท่าใด
4) เมอื่ ต่อเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ดงั นี้ Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความตา่ งศักยข์ องเซลล์จะ
มคี ่าเท่าใด
เฉลยแบบฝกึ หัด เร่อื ง ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์
คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกี่ยวกบั ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์
1. เรยี งลำดบั ความสามารถในการรับและเสียอิเล็กตรอนของตวั ออกซไิ ดสแ์ ละตัวรดี วิ ซจ์ ากน้อยไปมาก
1) กำหนดค่า E0 ของคร่ึงเซลลร์ ดี ักชันให้ ดงั น้ี
Ag+ + e- → Ag E0 = +0.80 V
Fe2+ + 2e- → Fe E0 = -0.44 V
Au3+ + 3e- → Au E0 = +1.50 V
Mn2+ + 2e- → Mn E0 = -1.18 V
ความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนของตวั ออกซิไดส์ Mn2+ < Fe2+ < Ag+ < Au3+
ความสามารถในการเสียอเิ ลก็ ตรอนของตวั รีดวิ ซ์ Au < Ag < Fe < Mn
2) กำหนดแผนภาพเซลล์กลัวานกิ ให้ ดงั น้ี
W (s) | W2+ (aq) ∥ X2+ (aq) | X (s)
X (s) | X2+ (aq) ∥ Z2+ (aq) | Z (s)
Y (s) | Y2+ (aq) ∥ W2+ (aq) | W (s)
ความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของตัวออกซไิ ดส์ Y2+ < W2+ < X2+ < Z2+
ความสามารถในการเสียอเิ ลก็ ตรอนของตัวรีดวิ ซ์ Z < X < W < Y
3) กำหนดปฏกิ ิรยิ ารีดอกซใ์ ห้ ดงั น้ี
2B- + C2 → B2 + 2C-
B2 + 2D- → 2B- + D2
2A- + 2D2 → 2D- + A2
ความสามารถในการรับอเิ ลก็ ตรอนของตัวออกซิไดส์ C2 < B2 < D2 < A2
ความสามารถในการเสียอเิ ลก็ ตรอนของตวั รดี ิวซ์ A- < D- < B- < C-
4) แผ่นโลหะ Pt ทเ่ี คลอื บผวิ ดว้ ยโลหะ Ni เป็นช้ันบาง ๆ เม่ือนำไปจุ่มในสารละลาย HNO3 โลหะ Ni
จะละลายออกหมด เหลอื แต่แผ่นโลหะ Pt
ความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนของตวั ออกซไิ ดส์ Ni2+ < H+ < Pt
ความสามารถในการเสยี อิเล็กตรอนของตวั รีดวิ ซ์ Pt < H2 < Ni
2. ใชต้ ารางค่าความต่างศักยข์ องเซลล์ไฟฟ้าเคมีทีก่ ำหนดให้ ตอบคำถามข้อ 1) – 5)
เซลล์ไฟฟา้ เคมี ความตา่ งศักยท์ ่ี 25◦C (V)
-0.13
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Pb2+ (1 M) | Pb (s) -0.40
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Cd2+ (1 M) | Cd (s) -1.18
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mn2+ (1 M) | Mn (s) -2.37
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mg2+ (1 M) | Mg (s)
1) เมอ่ื ตอ่ เซลล์ไฟฟา้ เคมี ดงั นี้ Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศักย์ของเซลล์
จะมคี ่าเท่าใด
ความตา่ งศักยข์ องเซลล์ = -0.40 – (-2.37)
= 1.97 V
ดงั นัน้ ความตา่ งศกั ยข์ องเซลล์ Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) มีคา่ เท่ากบั 1.97 โวลต์
2) เมื่อต่อเซลล์ไฟฟ้าเคมี ดงั นี้ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความตา่ งศกั ย์ของเซลล์
จะมคี ่าเท่าใด
ความต่างศกั ย์ของเซลล์ = -0.13 – (-1.18)
= 1.05 V
ดงั นนั้ ความตา่ งศักยข์ องเซลล์ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) มคี ่าเทา่ กับ 1.05 โวลต์
3) เมือ่ ต่อเซลล์ไฟฟ้าเคมี ดังนี้ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศกั ยข์ องเซลล์
จะมีค่าเท่าใด
ความตา่ งศกั ย์ของเซลล์ = -0.40 – (-1.18)
= 0.78 V
ดงั นน้ั ความตา่ งศักยข์ องเซลล์ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) มีค่าเทา่ กบั 0.78 โวลต์
4) เมอ่ื ต่อเซลล์ไฟฟา้ เคมี ดงั นี้ Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความตา่ งศักย์ของเซลลจ์ ะ
มคี า่ เท่าใด
ความต่างศกั ยข์ องเซลล์ = -0.13 – (-0.40)
= 0.27 V
ดังน้นั ความต่างศักย์ของเซลล์ Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) มคี า่ เทา่ กบั 0.27 โวลต์
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 18
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 11 เคมไี ฟฟา้ เวลา 30 ช่ัวโมง
เรือ่ ง เซลลป์ ฐมภูมิและเซลล์ทุตยิ ภมู ิ เวลา 3 ชวั่ โมง
ครผู ้สู อน นางสาวนนั ทยิ า คำลมิ้
1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์
เคมไี ฟฟา้ รวมทงั้ การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายหลักการทำงาน และเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิและ
เซลล์ทุตยิ ภูมิ
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
เซลล์ปฐมภูมเิ ปน็ เซลลก์ ลั วานิกท่ปี ฏิกริ ิยาเคมภี ายในเซลล์เกดิ ขน้ึ อย่างสมบรู ณ์ เม่ือใช้หมดแล้วจะ
ไมส่ ามารถนำมาอัดไฟและนำกลบั มาใช้ใหมไ่ ด้
เซลล์ทุตยิ ภูมิเปน็ เซลล์กัลวานกิ ที่ปฏิกิริยาเคมภี ายในเซลลเ์ กิดขนึ้ แลว้ สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยา
ย้อนกลบั ไดอ้ ีก โดยการอัดไฟเข้าไปใหม่
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายความหมายของเซลลก์ ัลปว์ านกิ เซลลป์ ฐมภูมิ และเซลล์ทุตยิ ภูมิได้
2. บอกสว่ นประกอบและหลกั การทำงานของเซลลป์ ฐมภูมิและเซลล์ทุตยิ ภมู ิชนิดตา่ ง ๆ ได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. เขียนสมการแสดงปฏิกิรยิ าท่ีเกิดขึน้ ในเซลล์ทุติยภูมแิ ละเซลล์ทุตยิ ภมู ิชนิดต่าง ๆ ได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน
ร่วมกบั ผู้อ่นื ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 เซลลป์ ฐมภมู แิ ละเซลลท์ ุตยิ ภมู ิ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มีวนิ ัย
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ (ใชว้ ิธีการสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนความรเู้ กี่ยวกบั ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ โดยใชโ้ จทย์ ดงั น้ี
2. นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลยแบบฝึกหัด เรื่องศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ จากนั้นครูถามนกั เรียน
เพื่อดึงดูดความสนใจว่า “นักเรียนคิดว่าเซลล์กัลวานิกที่เรารู้จักมีกี่ประเภท” (นักเรียนตอบตามความ
เข้าใจ)
7.2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกับเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ
ชนิดต่าง ๆ จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง
ไฟฟ้าเคมี หรือจากแหล่งความรูอ้ ื่นๆ แล้วสรุปองคค์ วามรู้ที่ได้ลงในกระดาษฟรุ๊ป ที่ครูแจกให้ โดยศึกษา
ตามหัวข้อต่อไปน้ี
• ส่วนประกอบและหลกั การทำงาน
• ปฏกิ ริ ิยาท่ีเกดิ ขึ้นภายในเซลล์
• ค่าศักยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และการนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวัน
2. สมาชกิ ในกลุ่มร่วมกันทำความเข้าใจเกี่ยวกับเซลล์ปฐมภูมิและเซลลท์ ุตยิ ภมู ิชนดิ ต่าง ๆ
จนทุกคนมีความเขา้ ใจตรงกัน
2. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนกลุ่มละ 2 คนออกมานำเสนอผลงานท่ีไดส้ รุปร่วมกนั พร้อมทัง้
อธบิ ายเกีย่ วกบั ปฏิกริ ยิ าทเี่ กดิ ขน้ึ ภายในเซลล์ ใหเ้ พอื่ น ๆ ในชั้นเรียนฟงั
7.3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1 นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายเพ่ือหาข้อสรุปเกี่ยวกับเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุตยิ ภมู ิ
ชนดิ ต่าง ๆ จากนัน้ ครูต้งั คำถามให้นักเรียนรว่ มกันอภิปราย ดงั นี้
1) เซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทตุ ยิ ภูมิลักษณะอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เซลลป์ ฐมภูมเิ ป็นเซลล์กัลวานกิ ทปี่ ฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดขึ้นอย่าง
สมบูรณ์ เมื่อใช้หมดแล้วจะไม่สามารถนำมาอัดไฟและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนเซลล์ทุติยภูมิเป็นเซลล์
กลั ป์วานิกทป่ี ฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดขึน้ แลว้ สามารถทำใหเ้ กิดปฏิกริ ิยาย้อนกลับไดอ้ กี โดยการอัดไฟ
เขา้ ไปใหม่)
2) เซลลเ์ ชื้อเพลงิ มลี กั ษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ : เซลล์เชื้อเพลิงเป็นเซลล์กัลวานิกที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้
ตลอดเวลาถ้ามกี ารผา่ นสารตง้ั ตน้ เขา้ ส่รู ะบบอยตู่ ลอด)
3) จงเปรียบเทียบถ่ายไฟฉายกับเซลลแ์ อลคาไลนใ์ นหวั ข้อต่อไปน้ี
• สว่ นประกอบของเซลล์ท่ีทำหนา้ ทีเ่ ป็นขว้ั แอโนด ขว้ั แคโทด และอเิ ล็กโทรไลต์
(แนวคำตอบ : ถ่ายไฟฉาย แอโนด คือ Zn แคโทด คือ แท่งแกรไฟต์
อิเล็กโทรไลต์ คือ MnO2 NH4Cl ZnCl2 ผงคาร์บอน และแป้งเปียก เซลล์แอลคาไลน์ แอโนด คือ Zn
แคโทด คอื แท่งแกรไฟต์ อเิ ล็กโทรไลต์ คอื MnO2 ผสม KOH)
• ปฏิกริ ิยาทีข่ วั้ แอโนด ขัว้ แคโทด และปฏกิ ิริยารีดอกซ์
(แนวคำตอบ : ถา่ ยไฟฉายมปี ฏกิ ิริยาเกดิ ขน้ึ ดงั นี้
ปฏกิ ิรยิ าทข่ี วั้ แอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏกิ ิริยาทข่ี ้วั แคโทด : 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) + 2e- →
Mn2O3 (s) + 2NH3 (g) + H2O (l)
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) →
Zn2+ (aq) + Mn2O3 (s) + 2NH3 (g) + H2O (l)
เซลลแ์ อลคาไลน์มปี ฏกิ ริ ิยาเกดิ ขึ้น ดงั นี้
ปฏกิ ิรยิ าท่ขี วั้ แอโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
ปฏกิ ิรยิ าทขี่ ้วั แคโทด : 2MnO2 (s) + H2O (l) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2OH- (aq)
ปฏกิ ิริยารดี อกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) → ZnO (s) + Mn2O3 (s) )
• ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์
(แนวคำตอบ : ถ่ายไฟฉายและเซลล์แอลคาไลน์มีความต่างศักย์ไฟฟ้าของเซลล์
เทา่ กับ 1.5 โวลต)์
4) ตอบคำถามเกี่ยวกบั การนำเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่วไปประจไุ ฟ
• แหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ในการประจุไฟเป็นชนิดใด และวิธีการต่อขั้วไฟฟ้าของเซลล์
เขา้ กับข้ัวไฟฟา้ ของแหล่งกำเนิดไฟฟา้ ตอ้ งตอ่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : จะต้องใช้แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงในการประจุไฟเซลล์สะสม
ไฟฟ้าแบบตะก่วั โดยต่อข้วั บวกของแหลง่ กำเนดิ ไฟฟา้ เข้ากบั ข้ัวบวกของแบตเตอร่ี และต่อขั้วลบเขา้ กับขั้ว
ลบของแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้าของแบตเตอร่)ี
• เขยี นปฏิกริ ยิ าท่ีขัว้ แอโนด ขั้วแคโทด และปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์
(แนวคำตอบ:ขว้ั แอโนด:PbSO4(s)+2H2O(l)→PbO2(s)+SO42-(aq)+4H+(aq)+2e-
ขวั้ แคโทด : PbSO4 (s) + 2e- → Pb (s) + SO42- (aq)
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ :2PbSO4 (s)+2H2O (l) →Pb(s)+PbO2 (s)+4H+(aq) +SO42- (aq))
• เพราะเหตุใดเมื่อใช้เซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่วไปนาน ๆ จะไม่สามารถนำเซลล์มา
ประจไุ ฟไดอ้ กี
(แนวคำตอบ : เพราะ PbSO4 ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาการจ่ายไฟจะหลุดออกจาก
แผ่น ตะกั่ว และตกลงไปอยู่ก้นเซลล์ ทำให้แผ่นตะกัว่ กร่อนไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถนำมาประจุไฟได้
อีก)
5) ถา่ นไฟฉายและเซลล์นิกเกลิ -แคดเมยี มแตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ถ่านไฟฉายเมื่อใช้จนถ่านหมดจะไม่สามารถนำมาประจุไฟเพื่อนำ
กลบั มาใชไ้ ด้ แตเ่ ซลล์นิกเกิล-แคดเมียมเม่ือใช้จนถ่านหมดจะสามารถนำมาประจไุ ฟเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
ได้)
7.4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรอื่ ง เซลล์ปฐมภูมแิ ละเซลล์ทตุ ิยภมู ิ จาก Powerpont เรอ่ื ง เคมไี ฟฟา้ ในสว่ นท่ีนักเรยี นยังไม่เข้าใจหรือ
เข้าใจคลาดเคลอ่ื น จนมคี วามเข้าใจตรงกนั
2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง เซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภมู ิ ส่งเป็นการบ้านในคาบ
ถัดไป
7.5 ขั้นประเมินผล (Evaluation)
1. ประเมินจากการทำแบบฝกึ หัด เร่อื ง เซลลป์ ฐมภูมแิ ละเซลล์ทตุ ิยภมู ิ
2. ครปู ระเมนิ ความร้เู กยี่ วกบั เซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์ทุตยิ ภูมิ จากการทำกิจกรรม
แบบฝกึ หดั และการทดสอบ
3. ครปู ระเมนิ จากการทำกจิ กรรม และการสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มทำ
กิจกรรมร่วมกับเพอื่ นในชั้นเรียน
8. สอื่ และชิ้นงาน
8.1 Powerpont เร่ือง เคมีไฟฟ้า
8.2 แบบฝกึ หดั เรอื่ ง เซลลป์ ฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ
8.3 หนังสอื เรยี นรายวิชาวิทยาศาสตรเ์ พิ่มเตมิ เคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
9. การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ วิธีการวดั /เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน
-ไดค้ ะแนนร้อยละ
1. ดา้ นความรู้ (K) 70 ขึ้นไป
1. อธิบายความหมายของเซลล์กัลป์ -การตรวจ -แบบฝึกหัด -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
70 ขนึ้ ไป
วานิก เซลลป์ ฐมภมู ิ และเซลลท์ ตุ ิยภูมิได้ แบบฝึกหัด
-ได้คะแนนในระดับ
2. บอกส่วนประกอบและหลักการ 3 (ด)ี ข้ึนไป
ทำงานของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติย
ภมู ชิ นดิ ต่าง ๆ ได้
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่ -ตรวจ -แบบฝกึ หัด
เกิดขึ้นในเซลล์ทุตยิ ภมู ิและเซลล์ทุติยภูมิ แบบฝึกหดั
ชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมคี วามสนใจ รับผิดชอบ -การสังเกต -แบบประเมนิ
ต่องานท่ีได้รับมอบหมายและสามารถ คุณลกั ษณะอนั
ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นได้ พงึ ประสงค์
แบบฝกึ หัด เร่อื ง เซลล์ปฐมภูมแิ ละเซลล์ทตุ ยิ ภูมิ
คำช้แี จง : ตอบคำถามเกีย่ วกบั ประเภทของเซลล์ปฐมภมู แิ ละเซลลท์ ุตยิ ภมู ิ
1. เตมิ คำตอบเกี่ยวกับเซลล์ปฐมภมู ิลงในตารางใหถ้ ูกตอ้ ง
เซลลป์ ฐมภมู ิ ปฏิกิริยาภายในเซลล์
ปฏกิ ิรยิ าที่แอโนด :
ถา่ นไฟฉาย ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี คโทด :
ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ :
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี อโนด :
แอลคาไลน์ ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี คโทด :
ปฏกิ ิริยารดี อกซ์ :
ปฏิกริ ิยาที่แอโนด :
เซลล์ปรอท ปฏกิ ิริยาที่แคโทด :
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ :
ปฏิกิรยิ าทแ่ี อโนด :
เซลลเ์ งิน ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี คโทด :
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ :
ปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนด :
เซลล์ลเิ ทียม ปฏกิ ิริยาที่แคโทด :
ปฏิกริ ิยารดี อกซ์ :
เซลลเ์ ชื้อเพลิง ปฏกิ ิริยาท่ีแอโนด :
แบบ AFC ปฏกิ ิริยาที่แคโทด :
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ :
เซลล์เชอ้ื เพลิง ปฏิกิรยิ าที่แอโนด :
แบบ MCFC ปฏิกริ ยิ าที่แคโทด :
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ :
2. เติมคำตอบเกยี่ วกบั เซลล์ทุติยภมู ิลงในตารางให้ถูกต้อง
เซลลท์ ตุ ิยภูมิ ปฏกิ ริ ิยาและคา่ ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ าที่แอโนด :
นกิ เกลิ - ปฏิกริ ิยาที่แคโทด :
แคดเมยี ม ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ :
ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
เซลล์ ปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนด :
นิกเกิล- ปฏิกริ ิยาท่ีแคโทด :
เมทลั ไฮไดรด์ ปฏิกิริยารีดอกซ์ :
ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
เซลล์ ปฏิกริ ิยาทแ่ี อโนด :
โซเดยี ม- ปฏกิ ริ ิยาท่แี คโทด :
ซัลเฟอร์ ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์ :
ศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ :
เซลล์ ปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนด :
ลิเทยี ม- ปฏกิ ริ ยิ าที่แคโทด :
ไอออน ปฏกิ ิริยารดี อกซ์ :
ศกั ย์ไฟฟา้ ของเซลล์ :
เซลล์ ปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี อโนด :
ลเิ ทยี ม-พอลิ ปฏกิ ิรยิ าท่ีแคโทด :
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ :
เมอร์ ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
เซลล์ ปฏกิ ิริยาที่แอโนด :
ลิเทียม- ปฏิกริ ิยาที่แคโทด :
ไอออน ปฏิกริ ิยารดี อกซ์ :
ฟอสเฟต ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ :
เฉลยแบบฝกึ หัด เร่อื ง เซลล์ปฐมภูมแิ ละเซลล์ทตุ ยิ ภูมิ
คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกี่ยวกบั ประเภทของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ
1. เติมคำตอบเกย่ี วกบั เซลล์ปฐมภูมิลงในตารางให้ถกู ต้อง
เซลล์ปฐมภูมิ ปฏิกริ ยิ าภายในเซลล์
ปฏิกิริยาที่แอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ถา่ นไฟฉาย ปฏิกิรยิ าที่แคโทด : 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2NH3
(g) + H2O (l)
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) → Zn2+ (aq) +
Mn2O3 (s) + 2NH3 (g) + H2O (l)
เซลล์ ปฏิกริ ยิ าทแ่ี อโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
แอลคาไลน์ ปฏิกิริยาท่แี คโทด : 2MnO2 (s) + H2O (l) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2OH- (aq)
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) → ZnO (s) + Mn2O3 (s)
เซลล์ปรอท ปฏิกิรยิ าที่แอโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
ปฏิกิรยิ าทแ่ี คโทด : HgO (s) + H2O (l) + 2e- → Hg (l) + 2OH- (aq)
ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ : Zn (s) + HgO (s) → ZnO (s) + Hg (l)
เซลลเ์ งิน ปฏกิ ริ ิยาทแ่ี อโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
ปฏกิ ิริยาทแ่ี คโทด : Ag2O (s) + H2O (l) + 2e- → 2Ag (s) + 2OH- (aq)
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + Ag2O (s) → ZnO (s) + 2Ag (s)
ปฏิกิรยิ าที่แอโนด : Li (s) → Li+ (aq) + e-
เซลล์ลเิ ทียม ปฏิกิรยิ าที่แคโทด : MnO2 (s) + e- → MnO2- (aq)
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ : Li (s) + MnO2 (s) → LiMnO2 (s)
เซลล์เชอ้ื เพลิง ปฏกิ ริ ยิ าที่แอโนด : 2H2 (g) + 4OH- (aq) → 4H2O (l) + 4e-
แบบ AFC ปฏกิ ริ ยิ าที่แคโทด : O2 (g) + 2H2O (l) + 4e- → 4OH- (aq)
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ : 2H2 (g) + O2 (g) → 2H2O (l)
เซลล์เชอื้ เพลิง ปฏิกิรยิ าที่แอโนด : H2 (g) + CO32- (l) → H2O (g) + CO2 (g) + 2e-
แบบ MCFC
ปฏิกริ ิยาที่แคโทด : 12O2 (g) + CO2 (g) + 2e- → CO32- (l)
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ : H2 (g) + 12O2 (g) → H2O (l)
2. เตมิ คำตอบเกยี่ วกับเซลล์ทุตยิ ภมู ิลงในตารางให้ถูกต้อง
เซลล์ทตุ ยิ ภูมิ ปฏิกิริยาและค่าศกั ย์ไฟฟ้าของเซลล์
เซลล์ ปฏิกริ ยิ าที่แอโนด : Cd (s) + 2OH- (aq) → Cd(OH)2 (s) + 2e-
นิกเกิล-
แคดเมียม ปฏิกริ ิยาทแ่ี คโทด : 2NiO(OH) (s) +2H2O(l)+2e- → 2Ni(OH)2 (s)+2OH- (aq)
ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ : Cd (s) + 2NiO(OH) (s) +2H2O (l)→ Cd(OH)2 (s) +
2Ni(OH)2 (s)
ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ : 1.2 โวลต์
เซลล์ ปฏิกริ ิยาที่แอโนด : MH (s) + OH- (aq) → M (s) + H2O (l) + e-
นิกเกลิ - ปฏิกิริยาทแ่ี คโทด : NiO(OH) (s) + H2O (l) + e- → Ni(OH)2 (s) + OH- (aq)
เมทัลไฮไดรด์ ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ : MH (s) + NiO(OH) (s) →M (s) + Ni(OH)2 (s)
ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์ : 1.2-1.3 โวลต์
เซลล์ ปฏิกิรยิ าทแ่ี อโนด : 2Na (l) → 2Na+ (l) + 2e-
โซเดยี ม-
ซัลเฟอร์ ปฏิกริ ิยาทีแ่ คโทด 2: Nn8aS8(l()l)++n82Se8- → nS2- (l) (l)
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ : (l) → Na2Sn
ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ : 3.4 โวลต์
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ าที่แอโนด : Li → Li+ + e-
ลเิ ทยี ม-
ไอออน ปฏกิ ริ ิยาที่แคโทด : Li+ + CoO2 + e- → LiCoO2
ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ : Li + CoO2 → LiCoO2
ศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ : 3.4 โวลต์
เซลล์ ปฏิกริ ิยาทแ่ี อโนด : LiCoO2 → Li1-xCoO2 + xLi+ + xe-
ลเิ ทยี ม-พอลิ ปฏกิ ิริยาที่แคโทด : 6C + xLi+ + xe- → LixC6
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ : 6C + LiCoO2 → Li1-xCoO2 + LixC6
เมอร์ ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ : 3.4 โวลต์
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 19
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเตมิ เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 11 เคมไี ฟฟ้า เวลา 30 ชว่ั โมง
เร่ือง ประโยชนแ์ ละเทคโนโลยที ่ีเกยี่ วข้องกบั เคมีไฟฟา้ เวลา 4 ชัว่ โมง
ครูผู้สอน นางสาวนันทยิ า คำล้มิ
1. สาระการเรียนรแู้ ละผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์
เคมไี ฟฟา้ รวมทัง้ การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. ทดลองชบุ โลหะและแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้
ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อน
ของโลหะ
2. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์
เคมีไฟฟ้าในชีวติ ประจำวัน
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
เซลล์อิเล็กโทรลิติกสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในชีวิตประจําวัน และในอุตสาหกรรมหลาย
ประเภท เช่น การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บริสุทธ์ิ การป้องกันการกดั
กร่อนของโลหะ
ปฏกิ ิริยาเคมหี ลายปฏกิ ิริยาท่ีพบในชีวิตประจําวนั เป็นปฏิกริ ิยารีดอกซ์ เชน่ ปฏิกิริยาการเผาไหม้
ปฏิกิริยาในเซลล์เคมีไฟฟ้า ซึ่งความรู้เรื่องเซลล์เคมีไฟฟ้าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับ
เซลลเ์ คมไี ฟฟ้า นําไปสนู่ วัตกรรมด้านพลังงานทีเ่ ปน็ มติ รตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายหลกั การแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟา้ การชุบโลหะ การทำโลหะให้บริสทุ ธ์ิ การ
กัดกรอ่ นของโลหะ และการป้องกันการเกิดโลหะได้
2. บอกส่วนประกอบและหลักการทำงานของแบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง แบตเตอรี่
อากาศ และการทำอเิ ล็กโทรไดอะลิซสิ นำ้ ทะเลได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เขียนสมการแสดงสารที่เกิดขนึ้ หลังจากการแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟ้าได้
2. เขยี นอธิบายการชุบโลหะ การทำโลหะให้บริสุทธ์ิ การกดั กร่อนของโลหะ และการป้องกัน
การเกดิ โลหะได้
3. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ของแข็งและแบตเตอร่ี
อากาศได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน
รว่ มกับผูอ้ ื่นได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ประโยชน์และเทคโนโลยีท่ีเกีย่ วข้องกับเคมีไฟฟ้า
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวินัย
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (ใชว้ ิธีการสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันทบทวนความรูเ้ กี่ยวกับศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
1) เซลลป์ ฐมภมู ิและเซลลท์ ุติยภูมิลักษณะอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เซลล์ปฐมภูมเิ ป็นเซลล์กัลวานกิ ท่ปี ฏกิ ริ ยิ าเคมีภายในเซลล์เกิดขึ้นอย่าง
สมบูรณ์ เมื่อใช้หมดแล้วจะไม่สามารถนำมาอัดไฟและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนเซลล์ทุติยภูมิเป็นเซลล์
กลั ปว์ านกิ ทป่ี ฏกิ ิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดข้นึ แล้วสามารถทำใหเ้ กิดปฏิกิริยายอ้ นกลับไดอ้ ีก โดยการอัดไฟ
เข้าไปใหม่)
2. นักเรียนและครรู ่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด เรื่องศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ จากนั้นครูถามนักเรียน
เพื่อดงึ ดูดความสนใจว่า “นักเรียนคิดวา่ การเรียนเคมีไฟฟ้าน้ีสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้บ้าง”
(นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
7.2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์และเทคโนโลยีท่ี
เกี่ยวข้องกับเคมีไฟฟ้า จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 4 หน่วยการเรียนรู้
ที่ 11 เรื่องไฟฟ้าเคมี หรือจากแหล่งความรู้อื่นๆ แล้วสรุปองค์ความรู้ท่ีได้ลงในกระดาษฟรุป๊ ที่ครูแจกให้
โดยจะแบง่ กลุ่มศึกษาตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
กลุม่ ท่ี 1 แบตเตอร่ี
กลมุ่ ที่ 2 การกดั กรอ่ นของโลหะและการปอ้ งกัน
กลุ่มที่ 3 การชบุ โลหะ
กลุ่มท่ี 4 การแยกสลายดว้ ยไฟฟา้
กลุ่มท่ี 5 เทคโนโลยีท่เี กีย่ วข้องกบั เคมไี ฟฟ้า
2. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำความเข้าใจเกย่ี วกบั หวั ข้อท่ไี ดร้ บั มอบหมายจนทุกคนมีความ
เขา้ ใจตรงกัน
3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนกลุ่มละ 2 คนออกมานำเสนอผลงาน และครูจะมีสติ๊กเกอร์
ให้กับนักเรียนคนละ 3 ชิ้น ให้ติดโหวตคะแนนสำหรับชิ้นงานสวยงาม 1 ชิ้น ติดสำหรับกลุ่มที่เนื้อหาดี
เขา้ ใจง่าย 1 ช้นิ และตดิ สำหรบั การนำเสนออกี 1 ช้ิน โดยไม่ใหต้ ิดทกี่ ล่มุ ตนเอง
4. หลังจากนำเสนอเสร็จให้นักเรียนติดสติ๊กเกอร์ตามการประเมินของนกั เรยี น โดยกลมุ่
ใดมคี ะแนนสงู สุด 3 ลำดับแรกจะได้คะแนนเพิม่ 3 คะแนน, 2 คะแนน และ1 คะแนนตามลำดับ
7.3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับประโยชน์และเทคโนโลยีที่
เกย่ี วข้องกับเคมไี ฟฟา้ ดังนี้
1) ในการพิจารณาวา่ จะที่ขั้วแอโนดและแคโทดจะเกดิ ปฏิกิริยาใด สามารถสังเกตได้
จากค่า E0 โดยท่ขี ัว้ แคโทดจะเกิดปฏิกิรยิ าทมี่ ีค่า E0 สงู ส่วนที่ข้ัวแอโนดจะเกดิ ปฏิกิรยิ าทมี่ ีค่า E0 ต่ำ
2) การใช้ค่า E0 เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการเกิดปฏิกิริยาในเซลล์อิเล็กโทรไลติก
อาจไมส่ อดคล้องกับค่า E0 ทีน่ ำมาพิจารณา เช่น การแยกสารละลาย NaCl ซ่งึ ถ้าพจิ ารณาจากค่า E0 จะ
พบว่า ที่ขั้วแคโทดควรเกิดแก๊สออกซิเจน แต่ในทางปฏิบัติกลับเกิดแก๊สคลอรีนแทน ทั้งนี้เนื่องจากยังมี
ปัจจัยอื่น ๆ ที่จะต้องนำมาประกอบการพจิ ารณา เช่น ศักย์ไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในเซลล์ ความเข้มข้นของ
สารละลาย
3) การชบุ ด้วยไฟฟ้า สรุปได้ดงั น้ี
• จัดโลหะท่ตี ้องการชบุ เป็นขั้วแคโทด และตอ้ งการชบุ ด้วยโลหะใด ใชโ้ ลหะนนั้ เป็น
ขั้วแอโนด
• สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ที่ใชต้ ้องมีไอออนของโลหะท่ีเปน็ ขัว้ ทีต่ อ้ งการชบุ
• ตอ้ งใชไ้ ฟฟ้ากระแสตรงเพือ่ ใหอ้ เิ ล็กตรอนไหลในทศิ ทางเดียวตลอดเวลา
• ขณะชุบโลหะ ความเข้มขน้ ของสารละลายอเิ ล็กโทรไลตจ์ ะไมเ่ ปลย่ี นแปลงจนกวา่ ท่ี
ข้วั แอโนดจะกร่อนหมด
• การชบุ โลหะใหไ้ ดผ้ วิ เรียบและสวยงามข้ึนอยู่กับปัจจยั ดงั นี้
- สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตต์ อ้ งมคี วามเข้มขน้ เหมาะสม
- กระแสไฟฟา้ ทใ่ี ช้ตอ้ งมคี า่ ความตา่ งศักย์เหมาะสมตามชนดิ และขนาดของช้นิ โลหะที่
ต้องการชบุ
- โลหะท่ใี ชเ้ ปน็ ข้ัวแอโนดต้องบรสิ ุทธ์ิ
- ไม่ควรใชเ้ วลาที่ชบุ นานเกินไป
4) การทำโลหะให้บริสทุ ธ์ิ สรปุ ได้ดังนี้
• จดั โลหะที่ต้องการทำใหบ้ ริสุทธเ์ิ ปน็ ขัว้ แอโนด และจดั โลหะทบ่ี ริสทุ ธิเ์ ป็นขวั้ แคโทด
• สารละลายอิเล็กโทรไลต์ทีใ่ ช้ตอ้ งมีไอออนของโลหะท่เี ปน็ โลหะท่ีตอ้ งการทำให้
บริสุทธิ์
• ตอ้ งใช้ไฟฟ้ากระแสตรงทม่ี ศี ักย์ไฟฟา้ เหมาะสมสำหรับการทำโลหะน้ัน ๆ ใหบ้ ริสุทธ์ิ
5) การกัดกร่อนของโลหะ ดงั นี้
• การกัดกร่อนของโลหะหมายถึง กระบวนการที่เกิดจากโลหะถูกออกซิไดส์กลายเป็น
สารประกอบออกไซด์หรือซลั ไฟด์มาเคลือบทีผ่ ิวโลหะ
• การกดั กรอ่ นของเกิดขึ้นได้ ดังนี้
- ผิวของโลหะสมั ผัสกับนำ้ และแก๊สออกซเิ จน โดยโลหะจะเสยี อเิ ลก็ ตรอนให้กับ
นำ้ และแก๊สออกซิเจน
- โลหะสมั ผสั กับสารท่ีรบั อิเลก็ ตรอนไดด้ กี ว่า หรอื มีค่า E0 สูงกวา่
6) การกดั กรอ่ นของโลหะ ดังน้ี
• การป้องกันการกัดกร่อนของโลหะด้วยวิธีแคโทดกิ มหี ลักการโดยใช้โลหะที่มี E0 ต่ำกว่า
ซึง่ จะทำหนา้ ท่ีเปน็ ขว้ั แอโนด ไปพนั ไวก้ ับโลหะที่ไมต่ อ้ งการให้เกดิ สนมิ ซง่ึ จะทำหน้าทเ่ี ป็นขั้วแคโทด
• การป้องกนั การกัดกรอ่ นของโลหะด้วยวิธีอะโนไดสม์ หี ลักการโดยใช้กระแสไฟฟา้ ไปทำให้
ผวิ หนา้ ของโลหะกลายเปน็ โลหะออกไซด์
• ตะขอสร้อยคอที่ทำด้วยโลหะเงินมาแขวนพระเลี่ยมทอง ไม่ควร เพราะโลหะทองคำมีค่า
E0 สูงกว่าโลหะเงิน จะทำให้ตะขอท่ที ำด้วยโลหะเงนิ เสยี อิเล็กตรอน และเกิดการกร่อนไปเร่อื ย ๆ
7.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครยู กตวั อย่างโจทย์เก่ยี วกับ ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีที่เกยี่ วขอ้ งกบั เซลลไ์ ฟฟ้า
โดยครูเขียนโจทยแ์ ละแสดงวธิ ีทำใหน้ ักเรยี นดูบนกระดาน ดงั นี้
1) จงเขียนปฏิกิริยาที่ขั้วแคโทด แอโนด และปฏิกิริยารวมของแบตเตอร่ีอิเล็กโทร
ไลต์ของแขง็ ทีม่ ี TiS2 และ MnO2 เป็นข้ัวแคโทด
วิธีทำ แบตเตอรอ่ี ิเล็กโทรไลตข์ องแขง็ ทม่ี ี TiS2 เป็นขัว้ แคโทด
ทข่ี ้วั แคโทด : TiS2 (s) + e- → TiS2- (s)
ทข่ี ว้ั แอโนด : Li (s) → Li+ (ในอเิ ล็กโทรไลตแ์ ขง็ ) + e-
ปฏิกิรยิ ารวม : Li (s) + TiS2 (s) → LiTiS2 (s)
แบตเตอร่ีอเิ ลก็ โทรไลต์ของแข็งทีม่ ี MnO2 เป็นข้ัวแคโทด
ที่ขว้ั แคโทด : MnO2 (s) + Li+ (ในอเิ ล็กโทรไลต์แขง็ ) + e- → LiMnO2 (s)
ท่ีข้ัวแอโนด : Li (s) → Li+ (ในอิเล็กโทรไลต์แขง็ ) + e-
ปฏกิ ิริยารวม : Li (s) + MnO2 (s) → LiMnO2 (s)
2) จงเขียนปฏิกิริยาที่ขั้วแคโทด แอโนด และปฏิกิริยารวมของแบตเตอรี่
อะลูมิเนียม-อากาศและแบตเตอรสี่ งั กะสี-อากาศ
วิธที ำ แบตเตอรอ่ี ะลูมิเนยี ม-อากาศ
ทข่ี ว้ั แคโทด : 3O2 (g) + 6H2O (l) + 12e- → 12OH- (aq)
ทีข่ ว้ั แอโนด : 4Al (s) + 16OH- (aq) → 4Al(OH)4- (aq) + 12e-
ปฏิกริ ิยารวม : 4Al (s) + 3O2 (g) + 6H2O (l) + 4OH- (aq) → 4Al(OH)4- (aq)
แบตเตอรส่ี ังกะสี-อากาศ
ท่ีข้วั แคโทด : 12O2 (g) + 2e- → O2- (g)
ทขี่ ั้วแอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏกิ ริ ยิ ารวม : Zn (s) + 21O2 (g) → ZnO (s)
2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่อง ประโยชน์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเคมีไฟฟ้า จาก Powerpont เรื่อง เคมีไฟฟ้า ในส่วนที่
นักเรียนยังไม่เขา้ ใจหรอื เขา้ ใจคลาดเคลื่อน จนมีความเข้าใจตรงกัน
3. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เร่ือง ประโยชนแ์ ละเทคโนโลยที ี่เกย่ี วข้องกบั เคมไี ฟฟ้า ส่งเป็น
การบ้านในคาบถดั ไป
7.5 ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
1. ประเมินจากการทำแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง ประโยชนแ์ ละเทคโนโลยีท่เี กย่ี วขอ้ งกบั
เคมไี ฟฟา้
2. ครูประเมินความร้เู ก่ยี วกบั ประโยชน์และเทคโนโลยที ีเ่ กีย่ วข้องกับเคมีไฟฟา้ จาก
การทำกิจกรรม แบบฝึกหดั และการทดสอบ
3. ครปู ระเมินจากการทำกิจกรรม และการสงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ มทำ
กจิ กรรมรว่ มกบั เพ่ือนในชัน้ เรยี น
8. สื่อและช้ินงาน
8.1 Powerpont เร่อื ง เคมไี ฟฟา้
8.2 แบบฝึกหัด เรื่อง ประโยชนแ์ ละเทคโนโลยที เี่ กีย่ วขอ้ งกบั เคมไี ฟฟา้
8.3 หนงั สือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ เคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
9. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ วิธกี ารวัด/เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ
-ได้คะแนนร้อยละ
1. ด้านความรู้ (K) 70 ข้ึนไป
1. อธิบายหลักการแยกสารละลาย -การตรวจ -แบบฝกึ หัด -ได้คะแนนรอ้ ยละ
70 ขน้ึ ไป
ด้วยกระแสไฟฟ้า การชุบโลหะ การทำ แบบฝึกหัด
-ได้คะแนนในระดับ
โลหะให้บริสุทธิ์ การกัดกร่อนของโลหะ 3 (ดี) ขึน้ ไป
และการปอ้ งกันการเกดิ โลหะได้ - ตรวจสรุป - สรุปความรู้
2. บอกส่วนประกอบและหลักการ ความรจู้ าก จากกระดาษ
ทำงานของแบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ กระดาษฟรุ๊ป ฟรุป๊
ของแข็ง แบตเตอรี่อากาศ และการทำอิ
เลก็ โทรไดอะลิซิสนำ้ ทะเลได้
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. เขียนสมการแสดงสารที่เกิดขึ้น -ตรวจ -แบบฝกึ หัด
หลังจากการแยกสารละลายด้ว ย แบบฝึกหัด
กระแสไฟฟา้ ได้
2. เขียนอธิบายการชุบโลหะ การทำ
โลหะให้บริสุทธิ์ การกัดกร่อนของโลหะ
และการป้องกนั การเกดิ โลหะได้
3. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่
เ ก ิ ด ข ึ ้ น ใ น แ บ ต เ ต อ ร ี ่ อ ิ เ ล ็ ก โ ท ร ไ ล ต์
ของแข็งและแบตเตอรอ่ี ากาศได้
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. นกั เรียนมีความสนใจ รับผดิ ชอบ -การสงั เกต -แบบประเมนิ
ตอ่ งานทีไ่ ดร้ ับมอบหมายและสามารถ คุณลักษณะอัน
ทำงานร่วมกบั ผู้อื่นได้ พึงประสงค์
แบบฝกึ หัด เร่อื ง ประโยชน์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวขอ้ งกับเคมีไฟฟา้
คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกีย่ วกบั ประโยชน์และเทคโนโลยที ่ีเกี่ยวขอ้ งกับเคมไี ฟฟ้า
1. กำหนดคา่ ศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่ึงเซลลต์ ่างๆ ให้ ดังนี้
ปฏิกริ ยิ าครึ่งเซลลร์ ีดักชนั E0 (V) ปฏิกริ ยิ าคร่งึ เซลล์รีดักชัน E0 (V)
+0.08
S2O82- (aq) + 2e- → 2SO42- (aq) +2.01 S4O62- (aq) + 2e- → 2S2O32- (aq) 0.00
-0.83
Cl2 (g) + 2e- → 2Cl- (aq) +1.36 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g)
-2.71
O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e- → +1.23 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- -2.87
2H2O (l) (aq)
I2 (s) + 2e- → 2I- (aq) +0.54 Na+ (aq) + e- → Na (s)
Cu2+ (aq) + 2e- →Cu (s) +0.34 Ca2+ (aq) + 2e- →Ca (s)
สารละลาย ขว้ั แคโทด ขั้วแอโนด
ปฏิกิรยิ าทสี่ ามารถเกิดข้นึ
ปฏิกิริยาที่สามารถเกดิ ขึ้น
เลอื กปฏิกิรยิ า เลือกปฏกิ ริ ิยา
H2SO4 สารทเ่ี กิดข้นึ
สารท่เี กดิ ขน้ึ
ปฏกิ ิรยิ ารวม
คา่ E0 เซลล์
2. กำหนดค่าศักยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลลใ์ ห้ ดังน้ี
ปฏิกิรยิ าครง่ึ เซลล์รีดกั ชนั E0 (V) ปฏิกิรยิ าครึง่ เซลลร์ ีดกั ชนั E0 (V)
Pb2+ + 2e- → Pb -0.13 Cr3+ + 3e- → Cr -0.74
Sn2+ + 2e- → Sn -0.14 Al3+ + 3e- → Al -1.66
Fe2+ + 2e- → Fe -0.44 Mg2+ + 2e- → Mg -2.37
เมอ่ื นำโลหะคหู่ นึ่งคู่ใดมาไวใ้ กล้กัน โลหะชนดิ ใดจะผุกร่อน
โลหะที่นำมาไวใ้ กล้กนั โลหะทผ่ี กุ ร่อน
แมกนีเซียมกับดบี ุก
อะลูมิเนยี มกบั เหล็ก
ตะกัว่ กับเหล็ก
โครเมยี มกบั อะลูมเิ นียม
ดีบกุ กับตะกวั่
ตะกว่ั กับโครเมยี ม
แมกนเี ซียมกบั โครเมียม
ดีบุกกบั โครเมียม
เหล็กกับตะกัว่
ตะก่วั กับอะลมู ิเนยี ม
3. บอกพร้อมอธิบายวธิ ีการป้องกนั การกดั กร่อนของโลหะมา 5 วิธี
แบบฝกึ หัด เร่อื ง ประโยชน์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวขอ้ งกับเคมีไฟฟา้
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเกี่ยวกับประโยชน์และเทคโนโลยที ีเ่ ก่ียวข้องกบั เคมีไฟฟ้า
1. กำหนดค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครง่ึ เซลลต์ ่างๆ ให้ ดังนี้
ปฏกิ ิรยิ าครึ่งเซลลร์ ีดักชัน E0 (V) ปฏกิ ริ ิยาคร่งึ เซลลร์ ีดักชัน E0 (V)
S2O82- (aq) + 2e- → 2SO42- (aq) +2.01 S4O62- (aq) + 2e- → 2S2O32- (aq) +0.08
Cl2 (g) + 2e- → 2Cl- (aq) +1.36 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 0.00
O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e- → +1.23 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- -0.83
2H2O (l) (aq)
I2 (s) + 2e- → 2I- (aq) +0.54 Na+ (aq) + e- → Na (s) -2.71
Cu2+ (aq) + 2e- →Cu (s) +0.34 Ca2+ (aq) + 2e- →Ca (s) -2.87
สารละลาย ขว้ั แคโทด ขวั้ แอโนด
H2SO4
ปฏิกริ ยิ าทสี่ ามารถเกิดขึ้น ปฏิกริ ยิ าท่ีสามารถเกดิ ขึ้น
2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 2SO42- (aq) → S2O82- (aq) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลอื กปฏิกริ ิยา เลอื กปฏิกริ ยิ า
2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e--
สารท่ีเกดิ ขึน้ สารท่ีเกิดขึน้
H2 O2 และ H+
ปฏกิ ริ ยิ ารวม 2H2O (l) → 2H2 (g) + O2 (g)
ค่า E0 เซลล์ = 0.00 – 1.23 = -1.23 โวลต์
2. กำหนดคา่ ศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่งึ เซลล์ให้ ดังน้ี
ปฏกิ ริ ยิ าครง่ึ เซลล์รีดกั ชนั E0 (V) ปฏิกริ ยิ าครึง่ เซลลร์ ีดกั ชนั E0 (V)
Pb2+ + 2e- → Pb -0.13 Cr3+ + 3e- → Cr -0.74
Sn2+ + 2e- → Sn -0.14 Al3+ + 3e- → Al -1.66
Fe2+ + 2e- → Fe -0.44 Mg2+ + 2e- → Mg -2.37
เมอ่ื นำโลหะคู่หนง่ึ คู่ใดมาไวใ้ กล้กนั โลหะชนิดใดจะผกุ ร่อน
โลหะท่ีนำมาไว้ใกลก้ ัน โลหะทผี่ ุกรอ่ น
แมกนีเซยี มกับดีบุก
อะลมู เิ นียมกบั เหล็ก แมกนเี ซยี ม
ตะกวั่ กบั เหลก็ อะลมู ิเนียม
โครเมียมกบั อะลูมิเนียม เหลก็
ดีบุกกับตะก่ัว อะลูมเิ นียม
ตะกว่ั กับโครเมยี ม ดีบุก
แมกนีเซยี มกบั โครเมียม โครเมยี ม
ดบี ุกกับโครเมียม แมกนเี ซียม
เหลก็ กับตะกวั่ โครเมยี ม
ตะกั่วกบั อะลูมเิ นียม เหล็ก
อะลมู เิ นยี ม
3. บอกพรอ้ มอธิบายวธิ ีการปอ้ งกนั การกดั กรอ่ นของโลหะมา 5 วธิ ี
1. การปอ้ งกันไมใ่ หผ้ วิ ของโลหะถูกนำ้ และอากาศ เช่น ทำนำ้ มัน ทาสี เคลือบพลาสตกิ ชุบโลหะ
2. การทาผวิ ของโลหะด้วยสารยับย้ังการกัดกรอ่ น เชน่ เกลือโครเมตร เกลือบวิ ทิลลามีน
3. การทำแคโทดิก โดยใช้โลหะท่ีมคี า่ E0 ต่ำกวา่ ไปพนั ไว้กบั โลหะท่ีไม่ต้องการใหเ้ กิดสนมิ
4. การทำอะโนไดซ์ โดยใช้กระแสไฟฟา้ ทำใหผ้ ิวหน้าของโลหะกลายเปน็ โลหะออกไซด์
5. การทำรมดำ ซ่ึงเป็นกระบวนการทางเคมที ี่ทำให้เกิดสารใหม่ท่ีมสี ีต่าง ๆ กันบนผวิ ของโลหะ
ภาคผนวก
แบบประเมินการปฏบิ ตั ิการ
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนประเมนิ การปฏบิ ัติการของนกั เรยี นตามรายการทีก่ าหนด แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งท่ีตรง
กบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
4 3 21
1 การออกแบบการทดลอง
2 การดาเนนิ การทดลอง
3 การนาเสนอ
รวม
ลงช่อื ............................................ (ผสู้ อน)
(นางสาวนันทิยา คาลม้ิ )
นกั ศึกษาปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
............/............../..............
เกณฑก์ ารประเมินการปฏบิ ัติการ
ประเด็นทปี่ ระเมนิ ระดับคะแนน
1. การออกแบบการ
4321
ทดลอง
เข้าใจปญั หา เขา้ ใจปญั หา เข้าใจปัญหา เขา้ ใจปญั หา
2. การดาเนนิ การทดลอง ต้งั สมมตฐิ านได้ ตั้งสมมติฐานไดถ้ ูกตอ้ ง ตัง้ สมมติฐานได้ถูกต้อง ตัง้ สมมตฐิ านไดถ้ ูกตอ้ ง
สอดคลอ้ งกับปญั หา ออกแบบการทดลอง ออกแบบการทดลอง ตอ้ งอาศัยการแนะนาใน
3. การนาเสนอ ออกแบบการทดลอง และใชเ้ ทคนิควิธถี ูกต้อง และใช้เทคนคิ วธิ ียงั ไม่ การออกแบบการ
และใช้เทคนิควธิ ีถูกตอ้ ง ถกู ต้อง ทดลอง
แสดงถงึ ความคดิ รเิ ร่มิ การดาเนนิ การทดลองมี
การดาเนินการทดลองมี ข้นั ตอนครบถ้วนถูกต้อง การดาเนนิ การทดลองมี การดาเนินการทดลอง
ขน้ั ตอนครบถกู ตอ้ งมี แต่ไม่มีการทาซา้ และ ข้ันตอนถูกตอ้ งเปน็ สว่ น ไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
การทาซ้า และการเกบ็ การเกบ็ ข้อมูลได้ ใหญ่ และการเก็บขอ้ มลู แ ล ะ ก า ร เ ก็ บ ข้ อ มู ล ไ ม่
ขอ้ มูลได้ละเอียด ครบถว้ นนาเสนอผลการ ไดค้ รบถว้ นตามท่ี ครบถ้วน
รอบคอบครบถว้ นตามท่ี ทดลองถกู ตอ้ ง ตอ้ งการ
ตอ้ งการ นาเสนอข้อมูลถูกตอ้ ง นาเสนอขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง
ครบถว้ น วิเคราะห์ นาเสนอข้อมลู ถกู ต้อง วเิ คราะห์ขอ้ มูลไม่
เหมาะสมกบั ลักษณะ ข้อมูลได้ครบถว้ น วเิ คราะหข์ ้อมลู ได้ ครบถ้วน สรปุ ผลการ
ของข้อมูล แสดงถึง สรปุ ผลการทดลอง ครบถว้ นนาเสนอผลการ ทดลองไมถ่ ูกตอ้ ง
ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ น ถูกต้อง มกี ารนาเหตผุ ล ทดลองถูกต้อง
การนาเสนอวเิ คราะห์ และความรมู้ าอ้างองิ
ขอ้ มลู ได้ครบถ้วน ประกอบการสรปุ ผลการ
เหมาะสมสรุปผการทด ทดลอง
ลองถูกตอ้ งมีการนา
เหตผุ ลและความร้มู า
อา้ งอิงประกอบการสรปุ
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
11–12 ดีมาก
8–10 ดี
6–7 พอใช้
ตา่ กว่า 6 ปรับปรงุ
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ ง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สร้างสรรค์
3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ............................................ (ผ้สู อน)
(นางสาวนันทิยา คาลิม้ )
นักศกึ ษาปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจนม ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางสว่ น ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกับระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ น่ื
3 การทางานตามหน้าทที่ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี า้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอื่ ............................................ (ผ้สู อน)
(นางสาวนันทยิ า คาลิ้ม)
นกั ศกึ ษาปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ 5/1
คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั
ระดับคะแนน
ลาดบั ช่อื –สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี การมี รวม
ท่ี ของนักเรยี น ความ ฟงั คนอนื่ ตามที่ได้รับ น้าใจ ส่วนรว่ มใน 15
คดิ เห็น มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
1. นายชยั ณรงค์ บุญภา
2. นางสาวเกวลนิ เม้าราษี
3. นางสาวจิตรกญั ญา โพธิตาทอง
4. นางสาวจนิ ตนา วิระบตุ ร
5. นางสาวชนนกิ านต์ บุญพา
6. นางสาวปิยวรรณ ทีโสดา
7. นางสาวพรรณภิ า สีดาใหญ่
8. นางสาวพมิ พล์ ภสั อันทะสี
9. นางสาวรัชฎาภรณ์ วงั พมิ ลู
10. นางสาววชิราภรณ์ พมศรี
11. นางสาววรรณพร บุญพา
12. นางสาวศศกิ านต์ ดวงสนิท
13. นางสาวสธุ าสนิ ี ศรชี ยั มลู
14. นางสาวสุนสิ า ละคร
15. นางสาวสมุ ติ า บบุ พิ
16. นางสาวอญั ชสิ า ชานิยันต์
17. นายณฐั วุฒิ ลาลด
18. นายวสพุ ล จันทรป์ ลิว
19. นางสาวขนิษฐา ออ่ นบารงุ
20. นางสาวพรลภัส พนั ฆ้อง
21. นางสาวณัฐทิชา อ่อนบารงุ
22. นายเศรษฐพงศ์ ดแวงพิลา
23. นางสาวยบุ ล บวั สิงห์
24. นางสาวจิรนันท์ วรรณภกั ดิ์
25. นางสาวปาริตา นามบญุ สี
ลงช่อื ..........................................(ผสู้ อน)
(นางสาวนันทยิ า คาล้ิม)
นักศึกษาปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม 5/2
คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
ลาดับ ช่อื –สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี การมี รวม
ที่ ของนกั เรยี น ความ ฟังคนอืน่ ตามท่ไี ด้รบั นา้ ใจ สว่ นรว่ มใน 15
คดิ เหน็ มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
1. นายกิตตกิ ร บุญภา
2. นายกติ ติพฒั น์ พง่ึ คานวน
3. นายณภทั ร ปังสุข
4. นายพรี พัฒน์ พลมนตรี
5. นายพีระวัฒน์ คาภูมี
6. นายพรเทวัญ วงั ทอง
7. นางสาวจุฑามาศ ทองปาน
8. นางสาวภัทรสุดา โรจนศลิ ป์
9. นายนพรัตน์ สมนอก
10. นายนัฐวฒุ ิ บญุ เสงี่ยม
11. นายโรจนศักด์ิ นาสวา่ ง
12. นายอภิชิต อามาตยม์ นตรี
13. นางสาวจริ วดี เขม็ พรหยิบ
14. นางสาวธันชนก สีลาจันทร์
15. นางสาวเบญจมาศ ลอยลม
16. นางสาวผกามาส โพธิพนั ธ์
17. นางสาววชริ าพร กดุ นอก
18. นางสาวสลิลทิพย์ บวั สงิ ห์
19. นายชวศิ พรมวงศ์
20. นายพรี ภัทร จนั ทร์เร่ือง
21. นางสาวพิยดา ชัยบุตร
22. นางสาวชลดา ลนุ ชยั ภา
23. นางสาวณัฐธดิ า เม้าราษี
24. นางสาวชญาดา พรา้ วหอม
25.
ลงชอื่ ..........................................(ผสู้ อน)
(นางสาวนนั ทยิ า คาลม้ิ )
นกั ศกึ ษาปฏบิ ัติการสอนในสถานศกึ ษา
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ ง
ทตี่ รงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 3 21
1.รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ ร้างความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏิบัตติ ามหลักศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทเ่ี กี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรียน
จัดขนึ้
2. ซอื่ สัตย์ สุจริต 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ กู ต้องและเป็นจรงิ
2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งทีถ่ กู ต้อง
3. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครวั มี
ความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่อื ฟังคาส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและร้คู ุณค่า
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. ม่งุ มนั่ ในการทางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทางานท่ไี ด้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพอื่ ให้งานสาเร็จ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครูทางาน
8.2 รจู้ กั การดูแลรักษาทรพั ย์สมบตั ิและสงิ่ แวดลอ้ มของห้องเรยี นและ
โรงเรียน
ลงช่อื ..........................................(ผ้สู อน)
(นางสาวนนั ทยิ า คาลิ้ม)
นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษา
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั บิ างครัง้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ