The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-04 08:53:07

แผนการสอนวิชาเคมี4

pdf24_merged (1) (1)

จากน้นั ใหน้ ักเรยี นในห้องรว่ มกนั ตอบและแสดงความคิดเห็น โดยครูยังไม่ต้องเฉลย ซง่ึ เมื่อ
เรียนจบในเนื้อหาที่สามารถเฉลยคำถามข้อนั้น ๆ ได้ ให้ครูถามคำถามข้อนั้น แล้วให้นักเรียนตอบอีกครง้ั
หน่งึ

7.2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกบั วิธกี ารหาเลขออกซเิ ดชันของธาตุ

ในสารประกอบ หรือไอออน แล้วสรุปองค์ความรู้ที่ได้เป็นแผนผังมโนทัศน์และร่วมกันฝึกการคำนวณเลข

ออกซิเดชันของธาตใุ นสารประกอบหรอื ไอออนจากตวั อย่างที่กำหนดให้ ดังนี้

1) หาเลขออกซิเดชนั ของ S ใน SO2
(แนวคำตอบ : เลขออกซเิ ดชนั ของ S เทา่ กับ +4)

2) หาเลขออกซิเดชนั ของ P ใน PO43-
(แนวคำตอบ : เลขออกซิเดชนั ของ P เท่ากบั +5)

3) หาเลขออกซิเดชนั ของ Ca ใน CaCl2
(แนวคำตอบ : เลขออกซิเดชนั ของ Ca เทา่ กับ +2)

4) หาเลขออกซเิ ดชันของ Cl ใน ClO4-
(แนวคำตอบ : เลขออกซเิ ดชันของ Cl เทา่ กบั +7)

5) หาเลขออกซเิ ดชนั ของ N ใน NH4Cl
(แนวคำตอบ : เลขออกซิเดชันของ N เทา่ กับ -3)

6) หาเลขออกซเิ ดชันของ S ใน S4O62-
(แนวคำตอบ : เลขออกซิเดชนั ของ S เท่ากับ +52)

2. นกั เรียนแต่ละกล่มุ สรุปเน้ือหาท่ีได้จากการศึกษาในหนังสือและทำความเขา้ ใจเกี่ยวกับ
การคำนวณเลขออกซิเดชนั โดยให้สมาชิกในกลมุ่ ทกุ คนมคี วามเขา้ ใจตรงกนั

3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ โดยจะสุ่มตัวแทน กลุ่มละ 2 คน ออกมา
นำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน

7.3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปอภปิ รายจากการนำเสนอจนได้ขอ้ สรปุ ดงั นี้
1) ธาตุอสิ ระทุกชนดิ จะมีเลขออกซิเดชันเท่ากบั ศนู ย์

2) เลขออกซิเดชันของออกซิเจนในสารประกอบซูเปอร์ออกไซด์และสารประกอบเปอร์

ออกไซด์มีคา่ ไมเ่ ทา่ กัน ในสารประกอบซเู ปอรอ์ อกไซด์ ออกซิเจนจะมีเลขออกซเิ ดชันเท่ากับ -

1/2 ส่วนในสารประกอบเปอร์ออกไซด์ ออกซิเจนจะมเี ลขออกซเิ ดชันเท่ากับ -1

3) ธาตุแทรนซิชันทุกตัวจะมีเลขออกซิเดชันได้ค่าเดียว โดย Ag มีเลขออกซิเดชันเท่ากับ

+1 Zn มีเลขออกซเิ ดชันเทา่ กับ +2 และ Sc มเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กับ+3

4) สารประกอบจะมผี ลรวมของเลขออกซเิ ดชนั เปน็ ศนู ย์

2. ครแู ละนักเรียนร่วมกันแสดงวธิ ีการหาเลขออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบ หรือไอออน

และการคำนวณเลขออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบหรือไอออนจากตัวอย่างที่ครูกำหนดให้ และ

ตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละกล่มุ

7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)

1. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในสว่ นท่นี กั เรียนยังไมเ่ ขา้ ใจ จาก PowerPoint เรือ่ ง เคมีไฟฟ้า

จนนกั เรยี นมีความเข้าใจตรงกนั

2. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด เร่ือง เลขออกซิเดชัน สง่ เป็นการบ้านในคาบถัดไป

7.5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation)

1. ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด เร่ือง เลขออกซเิ ดชัน

2. ครปู ระเมินความรู้เก่ียวกับ การไทเทรตกรด-เบส จากการทำกิจกรรมการทดลอง

แบบฝึกหดั และการทดสอบ

3. ครปู ระเมินจากการทำกจิ กรรมการทดลอง และการสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มทำ

กจิ กรรมร่วมกับเพ่ือนในชั้นเรียน

8. สอ่ื และชิ้นงาน

8.1 Powerpont เรื่อง เคมไี ฟฟา้

8.2 แบบฝึกหดั เร่ือง เลขออกซเิ ดชัน

8.3 แบบตรวจสอบความรู้กอ่ นเรยี น บทที่ 11 เคมีไฟฟ้า

8.4 หนงั สือเรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลกั สตู รแกนกลาง

การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

9. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์ วธิ ีการวัด/เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ

1. ด้านความรู้ (K) -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
70 ขน้ึ ไป
1. บอกส่วนประกอบของสารละลาย -การตรวจ -แบบฝึกหัด
-ไดค้ ะแนนร้อยละ
บัฟเฟอรไ์ ด้ แบบฝึกหัด 70 ขึ้นไป

2. อธิบายสมบัติของสารละลาย -ได้คะแนนรอ้ ยละ
70 ขน้ึ ไป
บัฟเฟอรไ์ ด้
-ได้คะแนนในระดับ
2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 3 (ดี) ขน้ึ ไป

1. ทดลองเพ่อื ศกึ ษา pH ของสาร -ตรวจ -แบบฝึกหดั

ละลายบัฟเฟอร์ เมื่อเติมกรดหรือเบสลง แบบฝกึ หดั

ไปได้

-ตรวจใบ - ใบกจิ กรรม

กจิ กรรม

3. ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1. นกั เรยี นมีความสนใจ รับผดิ ชอบ -การสังเกต -แบบประเมิน

ตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมายและสามารถ คณุ ลกั ษณะอัน

ทำงานร่วมกับผู้อนื่ ได้ พงึ ประสงค์



แบบฝกึ หัด เร่อื ง เลขออกซเิ ดชัน

คำชี้แจง : ตอบคำถามเกยี่ วกับเลขออกซเิ ดชนั
1. ไอออนธาตหุ มู่ 1A และหมู่ 2A มเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กบั เทา่ ใด ตามลำดบั
2. จงระบุเลขออกซเิ ดชันของแต่ละธาตใุ นสารประกอบ NH4Cl
3. จงระบเุ ลขออกซิเดชันของแต่ละธาตใุ นสารประกอบ KMnO4
4. สารต่อไปน้ี P4 S2- NH3 S8 CO32- CO2 NO2- และ CO สารใดมีเลขออกซเิ ดชนั เท่ากบั ศูนย์
5. ธาตุ O และ Cr ในสารประกอบ OF2 และ K2Cr2O7 มีเลขออกซเิ ดชนั เทา่ กบั เท่าใด ตามลำดับ
6. สารตอ่ ไปนี้ O2 CO2 H2O และ H2O2 สารใดทอ่ี อกซเิ จนมีเลขออกซิเดชนั เท่ากบั ศนู ย์
7. สารตอ่ ไปนี้ NH3 H2O NaH และ HClO3 สารใดทไ่ี ฮโดรเจนมีเลขออกซเิ ดชันเท่ากบั -1
8. สารต่อไปนี้ HCl HClO HClO2 และ HClO3 สารใดที่คลอรีนมีเลขออกซิเดชนั สงู ทส่ี ดุ
9. เลขออกซิเดชันของ X ใน KX(SO4)2 [X(NH3)6]Cl2 K2X(CN)6 และ [X(H2O)6]Br3 มคี ่าเท่าใดตามลำดับ
10. เลขออกซิเดชันของ Cr ใน Cr2O3 Cr2O72- CrO42- PbCrO4 KCr(SO4)2 K3Cr(CN)6 และ(NH4)2Cr2O7 มี

คา่ เท่าใด ตามลำดับ

แบบตรวจสอบความรกู้ ่อนเรยี น บทที่ 11 เคมีไฟฟา้

1. จงใส่เครือ่ งหมาย ✓ หนา้ ข้อความท่ถี ูกตอ้ งและเครอื่ งหมาย  หนา้ ข้อความท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง

…….1.1 Be มคี ่าพลงั งานไอออไนเซชนั ลำดับที่ 1 มากกวา่ Mg

…….1.2 ธาตฟุ ลอู อรีน(F)มีค่าอเิ ลก็ โทรเนกาติวติ ีนอ้ ยทีส่ ุด

…….1.3อะตอมของธาตุอสิ ระทกุ ชนิดท่ีอยู่ในรูปอะตอมหรือโมเลกลุ มเี ลขออกซเิ ดชนั เท่ากับ 0

…….1.4 Tl มีเลขออกซิเดชนั เป็น +3 เสมอ

…….1.5 สารประกอบมีผลรวมของเลขออกซเิ ดชัน เท่ากบั 0

…….1.6ธาตุหมู่ 7A ทกุ ตัวมีเลขออกซเิ ดชันไดห้ ลายค่า

…….1.7ไฮโดรเจนมเี ลขออกซิเดชันเปน็ +1 เม่อื เกิดพนั ธะกับธาตอุ โลหะ

…….1.8เลขออกซิเดชนั ของธาตทุ ำให้สามารถระบุได้ว่าปฏกิ ิริยาใดเป็นปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์

…….1.9 ในสภาวะเดยี วกัน Cuมีความสามารถในการเป็นตัวรีดวิ ซ์ได้มากกวา่ Mg

…….1.10 ปฏิกิรยิ าออกซเิ ดชันที่เป็นปฏกิ ริ ิยาย้อนกลบั ของปฏกิ ริ ิยารดี กั ชนั นัน้ จะเป็นตวั เลขเดิม แตม่ ี

เครื่องหมายตรงกนั ขา้ ม

2.ใหน้ กั เรียนจบั คู่ข้อความท่ีมีความสัมพันธก์ นั ใหถ้ กู ต้อง โดยอ่านคำถามด้านซา้ ยมือแลว้ เลือกคำตอบ

ด้านขวามอื แต่ละข้อให้ถูกต้อง

คำถาม คำตอบ

……..1.ปฏิกริ ิยาทมี่ กี ารถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนระหวา่ งสาร A. electrolysis

……..2.ขวั้ ไฟฟา้ ของครึ่งเซลลท์ ีเ่ กิดปฏิกริ ยิ าออกซิเดชัน B. E0
……..3.ขัว้ ไฟฟา้ ของครึ่งเซลลท์ เ่ี กดิ ปฏกิ ริ ิยารีดักชนั C. เซลลก์ ัลวานกิ

……..4.รักษาสมดลุ ระหวา่ งไอออนบวกไอออนลบ D. เซลลอ์ ิเลก็ โทรลติ กิ

……..5. Fe2+(aq) Fe3+(aq) + e- E. แอโนด

……..6.แบตเตอรี่ทีใ่ ชแ้ ล้วไม่สามารถนำกลับมาใชอ้ ีก F. แคโทด

……..7.กระบวนการทีเ่ กดิ ขึน้ ในเซลลอ์ ิเล็กโทรลติ กิ ท่ีทำให้ไดส้ ารใหม่ G. สะพานเกลือ

……..8.เซลล์เคมไี ฟฟา้ ซท่ปี ฏกิ ิรยิ าในเซลล์เปน็ ปฏกิ ริ ยิ าที่เกิดขึน้ เองได้ H. เซลล์ปฐมภมู ิ

……..9.ค่าศกั ย์ไฟฟ้าของเซลลท์ ่ีวดั ได้ I. ปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั

……..10. Sn4+(aq) + 2e- Sn2+(aq) J. ปฏกิ ริ ยิ ารีดกั ชนั

K. ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์

L. SHE

3.ให้นักเรยี นเติมคำในชอ่ งว่างใหส้ มบรู ณ์

1.เลขออกซเิ ดชัน คือ

........................................................................................................................................

2.ไอออนชนิดเดียวกันจะมีค่าประจเุ ทา่ กัน เชน่ ……………………………………………………………....

3.ธาตอุ ิสระทุกตัวมีเลขออกซิเดชนั เทา่ กับ 0 เช่น

.............................................................................................

4.ปฏกิ ิริยาทจี่ า่ ยอเิ ล็กตรอนและเลขออกซิเดชันเพิม่ ขน้ึ เรยี กวา่ ………………………………………………

5.ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ คือ…………………………………………………………………………………………

6. CuO + NH3 Cu + H2O + N2

ตัวรีดิวซไ์ ดแ้ ก่……………..เลขออกซเิ ดชนั เปลี่ยนแปลง………..

ตวั ออกซิไดซ์ไดแ้ ก่…………เลขออกซิเดชันเปลี่ยนแปลง………..

7. 2Cr(s) + 3Fe2+(aq) 2Cr3+ + 3Fe(s)

เขยี นแผนภาพจากปฏิกิรยิ า คือ……………………………………………………………………

8. เซลลเ์ คมีไฟฟา้ มี…….ชนดิ ได้แก่………………………………………………………………………..

9.เซลลท์ ีต่ อ้ งให้กระแสไฟฟ้าหรอื พลังงานไฟฟา้ เพ่ือทำใหเ้ กิดปฏกิ ิริยาเคมี คือ……………………………

10.ขว้ั ไฟฟา้ ที่เกดิ ปฏกิ ริ ยิ ารีดักชนั เรียกวา่ ……………………………….

ขั้วไฟฟา้ ที่เกดิ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชัน เรยี กว่า……………………………….

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าเพ่ิมเติม เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 11 เคมไี ฟฟ้า เวลา 30 ช่ัวโมง

เรอื่ ง ปฏิกิริยารดี อกซ์ เวลา 3 ชั่วโมง

ครผู ู้สอน นางสาวนนั ทิยา คำล้ิม

1. สาระการเรยี นรแู้ ละผลการเรียนรู้

สาระที่ 5 สาระเคมี

3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์

เคมีไฟฟ้า รวมทง้ั การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้

1. คำนวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏกิ ิรยิ าทเ่ี ป็นปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์

2. วเิ คราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน และระบตุ ัวรีดิวซแ์ ละตัวออกซิไดส์ รวมท้ังเขียน

ครึ่งปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชันและครึง่ ปฏกิ ริ ิยารดี กั ชันของปฏิกริ ิยารีดอกซ์

3. ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์ และเขียน

แสดงปฏิกิริยารดี อกซ์

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ปฏิกิริยาที่สารจ่ายอิเล็กตรอน เรียกว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยสารที่ให้อิเล็กตรอนกับ

สารอืน่ แลว้ มีเลขออกซิเดชนั เพิ่มขน้ึ เรยี กว่า ตัวรดี วิ ซ์

ปฏิกิริยาท่สี ารรบั อิเลก็ ตรอน เรยี กว่า ปฏิกิรยิ ารดี กั ชนั โดยสารที่รับอิเลก็ ตรอนจากสารอน่ื

แล้วมีเลขออกซเิ ดชนั ลดลง เรียกวา่ ตัวออกซไิ ดส์

ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชันและปฏิกิรยิ ารีดักชันจัดเป็นคร่ึงปฏิกิรยิ า เมื่อรวมทัง้ สองปฏิกิริยาเข้าด้วยกัน

จะไดป้ ฏิกิริยาท่ีเรียกว่า ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)

1. อธบิ ายการถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออนในปฏกิ ริ ยิ าได้

2. อธิบายความหมายของปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชัน ปฏิกิริยารดี กั ชนั และปฏกิ ิริยารดี อกซ์ได้

3. อธิบายความหมายของตวั รดี วิ ซ์และตวั ออกซไิ ดสไ์ ด้
4. เปรียบเทยี บความสามารถในการเป็นตวั ออกซไิ ดสแ์ ละตัวรดี ิวซไ์ ด้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เขียนสมการแสดงปฏกิ ิริยาออกซเิ ดชัน ปฏกิ ริ ิยารดี ักชนั และปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ได้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน
รว่ มกับผ้อู ื่นได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ปฏกิ ิริยารีดกั ชัน
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มีวินยั
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุ่งม่ันในการทำงาน
7. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ (ใชว้ ิธกี ารสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ทบทวนความรู้เกี่ยวกบั เลขออกซิเดชนั โดยใช้คำถาม ดงั นี้

1) ธาตอุ สิ ระทุกชนิดจะมเี ลขออกซิเดชันเท่ากับเท่าใด
(แนวคำตอบ : ศูนย์)

2) เลขออกซิเดชันของออกซิเจนในสารประกอบซูเปอร์ออกไซด์และสารประกอบเปอร์
ออกไซด์มีคา่ เท่ากันหรือไม่ อย่างไร

(แนวคำตอบ : ไม่เท่ากนั ในสารประกอบซเู ปอรอ์ อกไซด์ ออกซิเจนจะมเี ลขออกซิเดชัน
เท่ากบั - 1/2 สว่ นในสารประกอบเปอรอ์ อกไซด์ ออกซเิ จนจะมีเลขออกซิเดชันเทา่ กบั -1)

3) ธาตแุ ทรนซิชันทกุ ตัวจะมเี ลขออกซเิ ดชนั ไดห้ ลายค่าใช่หรือไม่

(แนวคำตอบ : ไม่ใช่ Ag Zn และ Sc จะมีเลขออกซิเดชันได้ค่าเดียว โดย Ag มีเลข
ออกซิเดชนั เทา่ กับ +1 Zn มีเลขออกซเิ ดชันเท่ากับ +2 และ Sc มเี ลขออกซิเดชนั เท่ากับ +3)

4) สารประกอบจะมผี ลรวมของเลขออกซเิ ดชันเปน็ เท่าใด
(แนวคำตอบ : ศนู ย)์

2 ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “ธาตุแต่ละชนิดสามารถมีเลข
ออกซิเดชันได้หลายค่าหรือไม่” แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน
อภิปราย

(แนวคำตอบ : ธาตุบางชนดิ จะมเี ลขออกซิเดชันได้เพยี งค่าเดยี ว แต่ธาตบุ างชนิดสามารถมี
เลขออกซิเดชนั ไดห้ ลายคา่ )

7.2 ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดมิ ) ศึกษาเกี่ยวกบั ปฏกิ ิรยิ า รว่ มกนั ระบตุ ัวรีดิวซ์ ตัว

ออกซิไดส์ และเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง แล้วสรุปองค์ความรู้ที่ได้เป็นแผนผังมโนทัศน์และร่วมกัน
เขียนระบุว่าปฏิกิริยาที่กำหนดให้ต่อไปนี้จัดเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์หรือไม่ เพราะเหตุใด จากตัวอย่างที่
กำหนดให้ ดงั น้ี

• CO2 + H2O → H2CO3
(แนวคำตอบ : ไม่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เนื่องจากเลขออกซิเดชันของสาร

ไมเ่ ปลยี่ นแปลง)

• 2CeO2 + 8HCl → 2CeCl3 + Cl2 + 4H2O
(แนวคำตอบ : เป็นปฏิกิริยารดี อกซ์ เน่อื งจากเลขออกซเิ ดชนั ของสารเปล่ยี นแปลง)

• CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
(แนวคำตอบ : เปน็ ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ เน่ืองจากเลขออกซเิ ดชันของสารเปล่ยี นแปลง)

• SO2 + 2NaOH → Na2SO3 + H2O
(แนวคำตอบ : ไม่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เนื่องจากเลขออกซิเดชันของสาร

ไม่เปลี่ยนแปลง)
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรปุ เนือ้ หาที่ได้จากการศึกษาในหนงั สือและทำความเข้าใจเก่ียวกับ

การเขยี นระบุวา่ ปฏกิ ริ ยิ าทก่ี ำหนดใหต้ ่อไปนี้จดั เป็นปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์หรอื ไม่ เพราะเหตุใด โดยให้สมาชิกใน
กลุ่มทกุ คนมีความเขา้ ใจตรงกนั

3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ โดยจะสุ่มตัวแทน กลุ่มละ 2 คน ออกมา
นำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น

7.3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับปฏิกิริยารีดอกซ์ ซึ่งได้ข้อสรุป

ดงั น้ี
• ปฏิกิริยาทีส่ ารจ่ายอิเล็กตรอน เรียกวา่ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชัน โดยสารที่ให้อิเล็กตรอนกับ

สารอื่น แลว้ มเี ลขออกซิเดชนั เพม่ิ ข้นึ เรียกว่า ตวั รีดวิ ซ์
• ปฏกิ ริ ยิ าทสี่ ารรับอิเล็กตรอน เรยี กวา่ ปฏกิ ริ ยิ ารดี ักชัน โดยสารที่รบั อิเล็กตรอนจากสาร

อน่ื แล้วมีเลขออกซเิ ดชันลดลง เรียกว่า ตัวออกซิไดส์
• ปฏิกิริยาออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดักชันจัดเป็นครึ่งปฏิกิริยา เมื่อรวมทั้งสองปฏิกิริยา

เข้าด้วยกัน จะไดป้ ฏิกิริยาทเี่ รียกวา่ ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์
2. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงวิธีการเขียนระบุว่าปฏิกิริยาที่กำหนดให้ต่อไปนี้จัดเป็น

ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ เพราะอะไร จากตัวอย่างทคี่ รูกำหนดให้ และตรวจสอบความถูกตอ้ งของแต่ละกลมุ่
7.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูยกตัวอย่างพร้อมอธิบายการเขียนสมการแสดงครึ่งปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยา

ออกซิเดชันและครงึ่ ปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิรยิ ารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ท่ีกำหนดให้ พร้อมท้ังระบุตัวออก
ซไิ ดส์ และตวั รดี วิ ซ์ จากตัวอย่างที่กำหนดให้ ดังนี้

• Mg (s) + 2H+ (aq) → Mg2+ (aq) + H2 (g)
(แนวคำตอบ : ปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั คือ Mg (s) → Mg2+ (aq) + 2e-

ปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน คอื 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g)
ตัวออกซิไดส์ คือ H+ (aq)
ตวั รีดวิ ซ์ คือ Mg (s) )

• Zn (s) + 2Ag+ (aq) → Zn2+ (aq) + 2Ag (s)

(แนวคำตอบ : ปฏิกิริยาออกซิเดชัน คือ Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-

ปฏิกิรยิ ารีดกั ชนั คือ Ag+ (aq) + e- → Ag (s)
ตวั ออกซไิ ดส์ คอื Ag+ (aq)
ตัวรีดวิ ซ์ คอื Zn (s) )

• Ca (s) + Cl2 (aq) → Ca2+ (aq) + 2Cl- (aq)

(แนวคำตอบ : ปฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชัน คือ Ca (s) → Ca2+ (aq) + 2e-

ปฏกิ ิริยารีดกั ชนั คอื Cl2 (aq) + 2e- → 2Cl- (aq)
ตัวออกซไิ ดส์ คอื Cl2 (aq)
ตวั รีดวิ ซ์ คือ Ca (s) )
2. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั เรื่อง ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ สง่ เป็นการบา้ นในคาบถดั ไป
7.5 ข้ันประเมินผล (Evaluation)
1. ประเมินจากการทำแบบฝกึ หดั เรื่อง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์
2. ครูประเมนิ ความรู้เกยี่ วกบั ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ จากการทำกิจกรรมการทดลอง
แบบฝกึ หดั และการทดสอบ
3. ครปู ระเมนิ จากการทำกิจกรรมการทดลอง และการสังเกตพฤติกรรมในการรว่ มทำ
กจิ กรรมรว่ มกับเพื่อนในชน้ั เรียน
8. ส่ือและชิ้นงาน
8.1 Powerpont เรอื่ ง เคมไี ฟฟ้า
8.2 แบบฝึกหัด เรอ่ื ง ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
8.3 ใบกิจกรรม เรื่อง ปฏกิ ิริยาระหว่างโลหะและไอออนในสารละลาย
8.4 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ เคมี เล่ม 4 สสวท. (ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)

9. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์ วธิ กี ารวดั /เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมิน
-ได้คะแนนร้อยละ
1. ดา้ นความรู้ (K) 70 ข้นึ ไป

1. อธิบายการถ่ายโอนอิเล็กตรอน -การตรวจ -แบบฝึกหัด -ได้คะแนนรอ้ ยละ
70 ขึน้ ไป
ระหว่างโลหะกับโลหะไออ อน ใน แบบฝกึ หัด -ไดค้ ะแนนร้อยละ
70 ขน้ึ ไป
ปฏิกิรยิ าได้ -ไดค้ ะแนนในระดับ
3 (ด)ี ข้ึนไป
2. อธิบายความหมายของปฏิกิริยา

ออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดักชัน และ

ปฏกิ ริ ิยารีดอกซไ์ ด้

3. อธิบายความหมายของตัวรีดิวซ์

และตัวออกซไิ ดส์ได้

4. เปรียบเทียบความสามารถในการ

เปน็ ตวั ออกซิไดสแ์ ละตวั รดี วิ ซไ์ ด้

2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)

1. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยา -ตรวจ -แบบฝกึ หัด

ออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดักชัน และ แบบฝกึ หดั

ปฏกิ ิริยารดี อกซไ์ ด้ -ตรวจใบ - ใบกจิ กรรม
กิจกรรม

3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) -การสังเกต -แบบประเมิน
1. นกั เรยี นมีความสนใจ รับผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะอนั
พึงประสงค์
ต่องานท่ีได้รับมอบหมายและสามารถ
ทำงานร่วมกับผู้อนื่ ได้



แบบฝกึ หัด เร่อื ง ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์

คำช้ีแจง : ตอบคำถามเก่ียวกบั ปฏกิ ิริยารดี อกซ์
1. พิจารณาปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ที่กำหนดให้ แลว้ ตอบคำถาม

ปฏกิ ิริยาท่ี 1 : 2FeS + 3O2 → 2FeO + 2SO2
ปฏกิ ริ ยิ าท่ี 2 : 5ClO3- + 3I2 + 3H2O → 6IO3- + 6H+ + 5Cl-
ปฏกิ ิริยาที่ 3 : 2HCl + Na2S2O3 → 2NaCl + SO2 + H2O + S
ปฏกิ ิรยิ าท่ี 4 : SO2 + Ag2CO3 + H2O → 2Ag + CO2 + H2SO4
ปฏกิ ิริยาท่ี 5 : 2MnO4- + 6H+ + 5SO32- → 2Mn2+ + 3H2O + 5SO42-

1) ปฏกิ ิรยิ าท่ี 1 ตวั รดี วิ ซ์ คอื ....................มีการเปลีย่ นแปลงเลขออกซเิ ดชันไปเท่ากบั ...................
ตวั ออกซิไดส์ คือ................มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กบั ................

2) ปฏกิ ิรยิ าที่ 2 ตัวรีดวิ ซ์ คือ....................มีการเปล่ยี นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ...................
ตวั ออกซไิ ดส์ คือ................มีการเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ................

3) ปฏิกริ ิยาท่ี 3 ตวั รีดวิ ซ์ คือ....................มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กับ...................
ตัวออกซิไดส์ คือ................มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กบั ................

4) ปฏิกริ ิยาท่ี 4 ตัวรีดวิ ซ์ คือ....................มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากบั ...................
ตวั ออกซิไดส์ คือ................มกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซเิ ดชันไปเทา่ กับ................

5) ปฏิกิริยาท่ี 5 ตัวรดี ิวซ์ คอื ....................มกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซเิ ดชนั ไปเท่ากับ...................
ตัวออกซไิ ดส์ คือ................มกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซเิ ดชนั ไปเท่ากบั ................

2. จงระบุว่าปฏิกริ ิยาที่กำหนดใหเ้ ป็นปฏกิ ิริยารีดอกซ์หรือไม่ ถ้าเป็นปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ ใหร้ ะบวุ ่าสารใดเป็นตวั รดี ิวซ์
และสารใดเป็นตวั ออกซไิ ดส์

ปฏกิ ริ ิยา ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ ตัวรีดิวซ์ ตัวออกซไิ ดส์
เป็น ไมเ่ ปน็
Sn2+ + 2Fe3+ → Sn4+ + 2Fe2+
2CrO42- + 2H3O+ → Cr2O72- + 3H2O
CS2 + 3Cl2 → CCl4 + S2Cl2
CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
PCl3 + 3H2O → 3HCl + H3PO3
NaH + H2O → NaOH + H2
Zn + 2HCl → ZnCl2 + H2
Cr2O72- + 2OH- → 2CrO42- + H2O
2CuCl → CuCl2 + Cu

ใบกจิ กรรมที่ 1.1

เรื่อง ปฏิกริ ิยาระหวา่ งโลหะและไอออนในสารละลาย

คำช้แี จง
ให้นกั เรยี นอ่านจุดประสงค์การทดลอง และอา่ นวิธกี ารทดลอง แลว้ ทำการทดลองให้ถูกต้อง พร้อมท้ัง
บนั ทึกผลการทดลอง

1. ทำการทดลองเพ่ือศึกษาปฏิกิริยาระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออนในสารละลาย
2. อธิบายการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออนในปฏิกริ ยิ า พร้อมเขียนสมการแสดง
การถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนได้

1. บกี เกอร์ 2. แทง่ แกว้ คนสาร 3. สงั กะสี 4. ทองแดง
5. สารละลาย CuSO4 เขม้ ขัน 1.0 mol/dm3 6. สารละลาย ZnSO4 เขม้ ข้ัน 1.0 mol/dm3

1. นำบีกเกอร์มา 2 ใบ แลว้ ใส่สารละลาย 2. นำโลหะสังกะสขี นาด 0.5 cm x 7 cm
CuSO4 เขม้ ขน้ 1.0 mol/dm3 ลงไป ใบละ จุ่มลงในบีกเกอรใ์ บท่ี 1 และนำโลหะทองแดง
25 cm3 จากนั้นสังเกตสีของสารละลาย ขนาดเดียวกันจุ่มลงในบีกเกอร์ใบท่ี 2

3. นำบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบ มาตั้งทิ้งไว้สักครู่ แล้ว 4. ทำการทดลองเชน่ เดียวกบั ข้อ 1.-3. แต่ใช้
สงั เกตการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึน้ ในสารละลายและ สารละลาย ZnSO4 เข้มข้นั 1.0 mol/dm3
แผน่ โลหะ ถา้ มีสารมาเกาะบนแผ่นโลหะ ให้ใช้ แทนสารละลาย CuSO4
แทง่ แก้วเขีย่ ออก แลว้ สงั เกตผวิ ของโลหะอีกครง้ั

บันทึกผลการทดลอง สารละลาย ZnSO4

โลหะ สารละลาย CuSO4
Zn

Cu

สรปุ และอภปิ รายผลการทดลอง

......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................

คำถามท้ายการทดลอง

1. ก่อนจุ่มโลหะในสารละลายมไี อออนชนดิ ใดละลายอยู่บา้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. โลหะกับไอออนของโลหะในสารละลายดูไท่ีมีปฏกิ ิริยาเดมเี กดิ ขึ้น ทราบได้อยา่ งไร และเลข
ออกซิเดชนั ของสารมกี ารเปลยี่ นแปลงหรือไม่ อยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 14

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 11 เคมไี ฟฟา้ เวลา 30 ชว่ั โมง

เร่อื ง การดุลสมการรีดอกซ์ เวลา 5 ชั่วโมง

ครูผู้สอน นางสาวนันทยิ า คำล้มิ

1. สาระการเรียนรแู้ ละผลการเรยี นรู้

สาระท่ี 5 สาระเคมี

3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์

เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. ดลุ สมการรดี อกซด์ ้วยการใชเ้ ลขออกซิเดชนั และวิธีครึ่งปฏกิ ริ ยิ า

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ เปน็ ปฏิกิริยาทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชันของธาตุท่ีอยู่ในสารประกอบใน

สมการเคมี หรอื ปฏิกิริยาท่มี กี ารรบั และจา่ ยอิเล็กตรอน

การดลุ สมการรีดอกซ์ มี 2 วิธี คือ การดลุ สมการรดี อกซ์โดยใชเ้ ลขออกซิเดชันทเี่ ปลยี่ นแปลง

และการดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใชค้ รง่ึ ปฏิกริ ยิ า
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายหลักการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันและครงึ่ ปฏิกิรยิ าได้

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. ตรวจสอบการดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช้เลขออกซเิ ดชันได้
2. ตรวจสอบการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใชค้ ร่งึ ปฏิกิริยาได้

3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน

ร่วมกบั ผ้อู ่ืนได้

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซเิ ดชัน
4.2 การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้คร่ึงปฏิกิริยา

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวินัย
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มุ่งมัน่ ในการทำงาน

7. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (ใช้วิธกี ารสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนความรเู้ ก่ียวกับปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ โดยใช้คำถาม ดังนี้
1) ปฏิกริ ยิ าท่ีสารจา่ ยอิเล็กตรอน เรยี กวา่ อะไร
(แนวคำตอบ : ปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยสารที่ให้อิเล็กตรอนกับสารอื่น แล้วมีเลข

ออกซเิ ดชนั เพ่มิ ขนึ้ เรยี กว่า ตวั รีดิวซ์)
2) ปฏิกิริยาทส่ี ารรับอเิ ลก็ ตรอน เรียกวา่ อะไร
(แนวคำตอบ : ปฏิกิริยารีดักชัน โดยสารที่รับอิเล็กตรอนจากสารอื่น แล้วมีเลข

ออกซิเดชนั ลดลง เรยี กว่า ตัวออกซไิ ดส์)
3) ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชนั และปฏกิ ิริยารดี ักชันจดั เป็นครึ่งปฏิกิริยา เม่อื รวมทั้งสองปฏิกิริยา

เข้าด้วยกัน จะได้ปฏกิ ริ ยิ าทเี่ รยี กว่าอะไร
(แนวคำตอบ : ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์)

2. ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “การดุลสมการคืออะไร” แล้วให้
นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย

(แนวคำตอบ : การทำให้จำนวนอะตอมของธาตหุ รือสารแต่ละชนิดในปฏกิ ริ ิยาเกิดความ
สมดลุ ระหวา่ งสารต้ังต้นและผลิตภณั ฑ์ตามหลกั การของกฎทรงมวลหรือตอบตามความเห็นของนกั เรียน)

7.2 ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกับการดุลสมการรีดอกซ์ ว่ามีกี่วิธี

อะไรบ้าง แต่ละวิธีเป็นอย่างไรและมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วสรุปองค์ความรู้ที่ได้เป็นแผนผังมโน
ทัศน์ ในกระดาษปรู๊ฟที่ครูแจกให้ และให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำความเข้าใจ จนทุกคนมีความเข้าใจ
ตรงกัน

2. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ นำผลงานที่ทำออกมานำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ โดยจะสุ่มตัวแทน กลุ่มละ 2 คน ออกมา
นำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
7.3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพื่อหาขอ้ สรปุ เก่ียวกับหลักการดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้
เลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลงไป และโดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา ว่ามีอยู่ 2 วิธีคือ 1.หลักการดุลสมการ
รีดอกซ์โดยใชเ้ ลขออกซิเดชันทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป 2.หลักการดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้ครง่ึ ปฏกิ ิรยิ า
2. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงวิธีการเขียนระบุว่าปฏิกิริยาที่กำหนดให้ต่อไปนี้จัดเป็น
ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ เพราะอะไร จากตัวอย่างที่ครกู ำหนดให้ และตรวจสอบความถกู ตอ้ งของแตล่ ะกลุม่
3. ครูยกตัวอย่างโจทยเ์ กี่ยวกับ การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซิเดชันทเ่ี ปล่ียนแปลง
โดยครูเขียนโจทยแ์ ละแสดงวธิ ีทำให้นักเรียนดบู นกระดาน ดงั นี้
จงดลุ สมการรดี อกซต์ ่อไปนี้ Fe2O3 + C → Fe + CO2 โดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั
วิธีทำ เพ่มิ ขนึ้ 4 × 3 = 12

+3 0 0 +4

Fe2O3 + C → Fe + CO2

ลดลง 3 × 4 = 12


2Fe2O3 + 3C → 4Fe + 3CO2
4. ครูยกตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับ การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา โดยครูเขียน
โจทยแ์ ละแสดงวิธีทำใหน้ ักเรยี นดูบนกระดาน ดังน้ี
1) จงดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปน้ี NO2- + Al → NH3 + AlO2- โดยใช้ครึง่ ปฏิกิรยิ าในกรด

วิธีทำ ปฏกิ ริ ิยารดี กั ชนั : +3 -3

NO2- → NH3
NO2- + 6e- → NH3

NO2- + 6e- → NH3 + 2H2O

NO2- + 6e- + 7H+ → NH3 + 2H2O ….. (1)
ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชัน : 0 +3

Al → AlO2-
Al → AlO2- + 3e-

Al + 2H2O → AlO2- + 3e-
2(Al + 2H2O → AlO2- + 3e- + 4H+)

2Al + 4H2O → 2AlO2- + 6e- + 8H+ ….. (2)

(1) + (2) NO2- + 2Al + 4H2O → NH3 + 2AlO2- + H+)

2) จงดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปน้ี Fe2+ + MnO4- → Fe3+ + Mn2+ โดยใชค้ รึ่ง
ปฏกิ ิริยาในเบส

วิธที ำ: ปฏกิ ิรยิ ารีดักชนั : +7 +2

MnO4- → Mn2+

MnO4- + 5e- → Mn2+

MnO4- + 5e- → Mn2+ + 4H2O ….. (1)

MnO4- + 5e- + 8H+ → Mn2+ + 4H2O
ปฏกิ ิริยาออกซเิ ดชนั : +2 +3

Fe2+ → Fe3+

5(Fe2+ → Fe3+ + e-)

5Fe2+ → 5Fe3+ + 5e- ….. (2)

(1) + (2) 5Fe2+ + MnO4- + 8H+ → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O

5Fe2+ + MnO4- + 8H+ + 8OH- → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-

5Fe2+ + MnO4- + 8H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-

5Fe2+ + MnO4- + 4H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 8OH- )

5.ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายเพ่ือสรุปความรู้เก่ียวกับวธิ กี ารดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้
เลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลงและวิธีครึ่งปฏิกิริยา โดยครูควรชี้ให้นักเรียนเห็นว่าการดุลสมการ
รีดอกซ์ท้ัง 2 วิธนี ี้ จะให้คำตอบทีเ่ หมือนกนั

7.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่อง การดุลสมการรีดอกซ์ จาก Powerpont เรื่อง

เคมไี ฟฟา้ ในสว่ นท่ีนกั เรยี นยังไมเ่ ข้าใจหรอื เข้าใจคลาดเคลื่อน จนมคี วามเขา้ ใจตรงกนั
2. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด เรอ่ื ง การดลุ สมการรีดอกซ์ สง่ เปน็ การบ้านในคาบถดั ไป

7.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหดั เร่ือง การดุลสมการรดี อกซ์
2. ครูประเมนิ ความรูเ้ ก่ียวกบั การดุลสมการรดี อกซ์ จากการทำกิจกรรม แบบฝกึ หัด

และการทดสอบ
3. ครปู ระเมนิ จากการทำกิจกรรม และการสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มทำ

กจิ กรรมร่วมกบั เพอื่ นในช้ันเรยี น
8. สอ่ื และชนิ้ งาน

8.1 Powerpont เรื่อง เคมีไฟฟ้า
8.2 แบบฝึกหัด เรอื่ ง การดลุ สมการรดี อกซ์
8.3 หนงั สือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตรเ์ พิ่มเติมเคมี เล่ม 4 สสวท. (ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)

9. การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน

1. ดา้ นความรู้ (K) -ได้คะแนนรอ้ ยละ
70 ข้ึนไป
1. อธิบายหลักการดุลสมการรีดอกซ์ -การตรวจ -แบบฝกึ หัด
-ได้คะแนนร้อยละ
โดยใช้เลขออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยา แบบฝกึ หัด 70 ขึ้นไป
-ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
ได้ 70 ขึ้นไป

2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) -ไดค้ ะแนนในระดับ
3 (ดี) ขึ้นไป
1. ตรวจสอบการดุลสมการรีดอกซ์ -ตรวจ -แบบฝึกหัด

โดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั ได้ แบบฝึกหัด

2. ตรวจสอบการดุลสมการรีดอกซ์ -ตรวจแผนผัง - แผนผงั มโน
ทัศน์
โดยใช้ครง่ึ ปฏิกิรยิ าได้ มโนทศั น์

3. ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1. นกั เรียนมีความสนใจ รับผิดชอบ -การสงั เกต -แบบประเมนิ

ตอ่ งานที่ไดร้ ับมอบหมายและสามารถ คุณลกั ษณะอนั

ทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ ได้ พงึ ประสงค์



แบบฝกึ หัด เร่อื ง การดลุ สมการรีดอกซ์

คำช้ีแจง : ตอบคำถามเกย่ี วกับหลักการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั ท่เี ปล่ยี นแปลง
ไปและโดยใช้ครงึ่ ปฏกิ ิรยิ า

1. จงอธิบายหลกั การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ท่เี ปล่ียนแปลงไป
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

2. จงอธิบายหลกั การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้ครงึ่ ปฏิกริ ิยา
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

3. SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

4. I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O
......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

5. H2MoO4 + Cr2+ → Mo + Cr3+ (ใช้ครง่ึ ปฏิกริ ยิ าในกรด)
......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

6. Br2 → BrO3- + Br- (ใชค้ รงึ่ ปฏกิ ิริยาในเบส)
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

แบบฝกึ หัด เร่อื ง การดลุ สมการรีดอกซ์

คำช้แี จง : ตอบคำถามเก่ยี วกับหลักการดุลสมการรดี อกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันท่ีเปลย่ี นแปลงไปและ
โดยใชค้ รึ่งปฏิกริ ยิ า

1. จงอธบิ ายหลกั การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช้เลขออกซเิ ดชันที่เปลย่ี นแปลงไป
การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั ทีเ่ ปลี่ยนแปลงไป มหี ลกั การดงั น้ี

ชัน้ ท่ี 1 เขยี นสมการแลว้ หาเลขออกซเิ ดชันในสมการ
ขน้ั ท่ี 2 จับคู่ธาตุทม่ี ีเลขออกซิเดชันเปลย่ี นแปลง โดยแสดงเลขออกซิเดชันที่เพิม่ หรือลดอิเล็กตรอน
ขน้ั ที่ 3 ทำเลขออกซิเดชนั ที่เพม่ิ หรอื ลดให้เทา่ กนั โดยการคไู่ ขว้สลับค่าเลขออกซิเดชันท่ีเพิ่มข้ึนหรอื ลดลง
ข้ันท่ี 4 ทำจำนวนอะตอมของธาตุทีม่ เี ลขออกซิเดชันเปลย่ี นแปลงไปท้ังทางซา้ ยและทางขวาให้เทา่ กัน สม
หรับสมการไอออนกิ ให้ดุลประจุทงั้ ทางซา้ ยและทางขวาใหเ้ ท่ากนั
ขั้นที่ 5 ดุลธาตุอ่นื ๆ ทม่ี ีเลขออกซิเดชนั ไม่เปลีย่ นแปลงใหม้ ีจำนวนเทา่ กัน ถ้ามีน้ำดุลอยู่ดว้ ยใหด้ ุลน้ำเป็นตัว
สดุ ท้าย
ขั้นที่ 6 ทำเลขสมั ประสิทธใ์ิ หเ้ ปน็ อตั ราสว่ นอยา่ งตำ่
2. จงอธิบายหลกั การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้ครงึ่ ปฏกิ ิริยา
การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใชค้ รงึ่ ปฏิกิริยา มีหลกั การดงั น้ี
ข้ันที่ 1 เขยี นสมการ แล้วหาเลขออกซิเดชันของธาตใุ นสมการ
ข้ันที่ 2 เขียนแยกสมการออกเปน็ สมการรีดกั ชัน และสมการออกซเิ ดชนั
ขั้นท่ี 3 ดลุ แตล่ ะคร่งึ ปฏิกริ ิยา โดยการ
- ดลุ จำนวนอะตอมของธาตุท่ีถกู ออกซไิ ดซ์ หรอื ถูกรีดิวซ์
- ถา้ มธี าตอุ ่ืนที่ไมเ่ ก่ียวขอ้ งกับการใหแ้ ละรบั อิเล็กตรอนติดมาดว้ ยให้ใส่ธาตุทีต่ ดิ มาใหค้ รบ
- ดลุ ออกซเิ จนใหเ้ ทา่ กัน โดยการเติมน้ำเข้าไปทางด้านท่ีมีออกซเิ จนนอ้ ยกว่า
- ดลุ ไฮโดรเจนให้เทา่ กนั โดยการเตมิ H+
- ตรวจสอบผลรวมของประจุ ถ้าดุลถกู ต้องแลว้ ประจุทางด้านสารตัง้ ต้นและผลติ ภัณฑ์ต้องเท่ากนั
- ถา้ เป็นการดลุ ในเบส ให้เตมิ H+ ให้เรยี บร้อย แล้วเติม OH- เข้าไปทง้ั ทางดา้ นสารตง้ั ตน้ และผลิตภัณฑ์ตาม
จำนวน H+ ทางดา้ นทีม่ ี H+ อยู่แลว้ H+ จะถกู สะเทนิ ดว้ ย OH- กลายเป็น H2O
ขน้ั ท่ี 4 ทำจำนวนอิเลก็ ตรอนของทั้งสองครึ่งปฏิกริ ิยาให้เท่ากัน
ขั้นที่ 5 รวมสมการของท้งั 2 สมการเข้าดว้ ยกนั จำนวนอเิ ล็กตรอนจะถูกตัดกันหมด

3. SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O
เพม่ิ ขึ้น 2 × 4 = 8

+2 +6 +4 -2

SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O

ลดลง 8 × 1 = 8


4SnCl2 + H2SO4 + HCl → 4SnCl4 + H2S + H2O


4SnCl2 + H2SO4 + 8HCl → 4SnCl4 + H2S + H2O

4. I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O

เพิ่มข้ึน 5 × 2 × 1 = 10

0 0 +5 -1
I2 + I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O

ลดลง 1 × 2 × 5 = 10


I2 + 5I2 + KOH → 2KIO3 + 10KI + H2O


I2 + 5I2 + 12KOH → 2KIO3 + 10KI + 6H2O


6I2 + 12KOH → 2KIO3 + 10KI + 6H2O

5. H2MoO4 + Cr2+ → Mo + Cr3+ (ใช้ครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ าในกรด)
ปฏกิ ริ ิยารีดักชนั : +6 0

H2MoO4 → Mo
H2MoO4 + 6e- → Mo
H2MoO4 + 6e- → Mo + 4H2O
H2MoO4 + 6e- + 6H+ → Mo + 4H2O ….. (1)
ปฏกิ ิริยาออกซิเดชัน : +2 +3

Cr2+ → Cr3+

6(Cr2+ → Cr3++ e-)

6Cr2+ → 6Cr3++ 6e- ….. (2)

(1) + (2) H2MoO4 + 6Cr2+ + 6H+ → Mo + 6Cr3+ + 4H2O
6. Br2 → BrO3- + Br- (ใชค้ รึง่ ปฏกิ ิรยิ าในเบส)
ปฏิกริ ยิ ารดี ักชนั : 0 -1

Br2 → Br-
Br2 + e- → Br-
5(Br2 + 2e- → 2Br-)
5Br2 + 10e- → 10Br- ….. (1)
ปฏกิ ิรยิ าออกซเิ ดชนั : 0 +5

Br2 → BrO3-
Br2 → BrO3- + 5e-
Br2 → 2BrO3- + 10e-
Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10e-
Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10e- + 12H+ ….. (2)
(1) + (2) 6Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10Br- + 12H+
6Br2 + 6H2O + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 12H+ + 12OH-
6Br2 + 6H2O + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 12H2O
6Br2 + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 6H2O

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 15

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวชิ าเพมิ่ เตมิ เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนท่ี 2/2564 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 11 เคมีไฟฟา้ เวลา 30 ช่วั โมง

เร่ือง องค์ประกอบของเซลล์เคมไี ฟฟา้ เวลา 4 ชัว่ โมง

ครูผู้สอน นางสาวนันทิยา คำลิม้

1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้

สาระที่ 5 สาระเคมี

3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์

เคมีไฟฟา้ รวมทง้ั การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้

1. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและ

แคโทดปฏิกิรยิ ารวม และแผนภาพเซลล์

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

เซลลก์ ัลวานกิ หรอื เซลลโ์ วลตาอกิ เปน็ เซลลไ์ ฟฟา้ เคมีทเ่ี ปลย่ี นพลงั งานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า

เกิดจากสารเคมีทำปฏิกิริยากันในเซลล์ แล้วเกิดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงมากขึ้น โดยทั่วไปเซลล์

กัลวานิกจะประกอบด้วยครึ่งเซลล์ 2 ครึ่งเซลล์มาต่อกัน และเชื่อมให้ครบวงจรด้วยสะพานเกลือ

ทต่ี อ่ ไว้ในสารละลายในแตล่ ะครึง่ เซลล์

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K)

1. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟ้าในเซลล์กัลวานิกและบอกได้วา่ ขั้วไฟฟ้าใดเป็นข้ัวแอโนดหรอื

ข้วั แคโทด รวมทง้ั บอกหน้าท่ขี องสะพานเกลอื ได้

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)

1. เขียนสมการแสดงปฏกิ ริ ิยาที่เกิดขนึ้ ทีข่ ้ัวแอโนด ขัว้ แคโทด และปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ได้

2. ทำการทดลองเพ่ือศกึ ษาการถ่ายโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กลั ปว์ านิกได้

3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน

ร่วมกับผู้อนื่ ได้

4. สาระการเรียนรู้

4.1 องค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

5.1 ความสามารถในการส่อื สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

6.1 มวี ินยั

6.2 ใฝ่เรยี นรู้

6.3 มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

7. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ (ใชว้ ิธีการสอนแบบ 5E Learning )

7.1 ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)

1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันทบทวนความรเู้ กีย่ วกับการดุลสมการรดี อกซ์ โดยใช้คำถาม ดังนี้

1) วิธกี ารดุลสมการรดี อกซ์สามารถทำได้กี่วิธี อะไรบ้าง

(แนวคำตอบ : วิธีการดุลสมการรีดอกซ์มอี ยู่ 2 วิธี ได้แก่ การดุลสมการรดี อกซ์โดยใช้

เลขออกซเิ ดชันทเี่ ปลยี่ นแปลง และการดลุ สมการรีดอกซโ์ ดยวิธีครง่ึ ปฏิกริ ยิ า)

2) ดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปน้ี Fe2+ + MnO4- → Fe3+ + Mn2+ โดยใช้ครง่ึ ปฏกิ ริ ิยาในเบส

วิธีทำ: ปฏกิ ริ ยิ ารีดกั ชัน : +7 +2

MnO4- → Mn2+

MnO4- + 5e- → Mn2+

MnO4- + 5e- → Mn2+ + 4H2O

MnO4- + 5e- + 8H+ → Mn2+ + 4H2O ….. (1)
ปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั : +2 +3

Fe2+ → Fe3+

5(Fe2+ → Fe3+ + e-)

5Fe2+ → 5Fe3+ + 5e- ….. (2)

(1) + (2) 5Fe2+ + MnO4- + 8H+ → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O

5Fe2+ + MnO4- + 8H+ + 8OH- → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-
5Fe2+ + MnO4- + 8H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-

5Fe2+ + MnO4- + 4H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 8OH- )
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับชนิดของแหล่งพลังงานและปฏิกิริยา
ที่เกิดข้นึ ในอุปกรณแ์ ละเคร่อื งใชต้ ่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และรถยนต์ เปรียบเทียบกับปฏิกริ ิยาและแหล่ง
พลังงานท่ีใชใ้ นการทดลองแยกน้ำ การชบุ โลหะ เพ่อื นำไปสู่การศกึ ษาเรื่องเซลล์ไฟฟ้าเคมี ซึ่งจะแบ่งออก
ได้เปน็ ๒ ประเภท คอื เซลลก์ ัลวานิกและเซลลอ์ ิเล็กโทรไลติก
7.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)

1. นักเรียนแบง่ กลุ่ม 4- 6 คน (กลุ่มเดิม) ศึกษาเกี่ยวกับองคป์ ระกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมี
จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 4 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 11 เรือ่ งไฟฟา้ เคมี แล้ว
สรุปองค์ความรู้ที่ได้ลงในกระดาษ A3 ที่ครูแจกให้ และให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
องค์ประกอบของเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี หนา้ ทข่ี องสะพานเกลือ ความหมายของครึ่งเซลล์ จนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจ
ตรงกนั

2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมารับอุปกรณ์เพอื่ ทำการทดลอง และดำเนินการทดลอง
เร่อื งปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งโลหะและไอออนในสารละลาย

3. ครูสมุ่ ตวั แทนนกั เรยี นกลุม่ ละ 2 คนออกมานำเสนอผลงานและสรุปผลการทดลอง
7.3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)

1. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง ซึ่งได้ข้อสรุปวา่ “เมื่อนำ 2 ครึง่ เซลล์
ต่างชนิดกนั มาต่อด้วยสะพานเกลือ แล้วต่อเข้ากับโวลต์มิเตอร์ พบว่า เข็มของโวลตม์ ิเตอร์เบนไปจากขดี
ศูนย์ แสดงว่า มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนจากขั้วโลหะหนึ่งไปยังอีกขั้วโลหะหนึ่งซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าไม่เท่ากนั
และเมือ่ นำหลอดไฟมาต่อเข้ากับวงจร พบว่า หลอดไฟจะสว่าง แสดงวา่ มกี ระแสไฟฟ้าไหลในวงจร และ
เรยี กเซลลไ์ ฟฟ้าเคมลี ักษณะน้วี ่า เซลลก์ ลั วานกิ ”

2. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภปิ รายเพื่อหาขอ้ สรุปเกยี่ วกบั องคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟ้า
ซง่ึ ไดข้ ้อสรุป ดงั น้ี

เซลล์ไฟฟ้าเคมปี ระกอบด้วยองคป์ ระกอบสำคญั 3 สว่ น ดงั น้ี

• ขว้ั ไฟฟ้า โดยในเซลล์ไฟฟ้าเคมี 1 เซลล์ จะประกอบดว้ ยขัว้ ไฟฟ้า 2 ขวั้ คือ ขัว้ แอโนด

ซ่ึงเป็นข้วั ท่ีเกดิ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั (จา่ ยอเิ ลก็ ตรอน) และข้ัวแคโทด ซ่ึงเปน็ ขั้ว ที่

เกิดปฏกิ ิรยิ ารีดกั ชนั (รบั อเิ ลก็ ตรอน)

• สารอิเลก็ โทรไลต์ เปน็ สารท่สี ามารถแตกตวั เป็นไอออนไดด้ ี เคลื่อนท่ีและนำไฟฟ้าได้

• สะพานเกลือ เป็นตวั เชอ่ื มให้เซลล์ไฟฟ้าเคมีครบวงจร

7.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)

1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่อง องค์ประกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟา้ จาก Powerpont เรื่อง เคมไี ฟฟ้า ในสว่ นทนี่ ักเรยี นยังไม่เขา้ ใจหรือ

เขา้ ใจคลาดเคลอื่ น จนมีความเขา้ ใจตรงกนั

2. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด เร่อื ง องค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า ส่งเปน็ การบ้านในคาบ

ถัดไป

7.5 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation)

1. ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหดั เรอ่ื ง องคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟ้า

2. ครปู ระเมนิ ความรเู้ กย่ี วกับองค์ประกอบของเซลล์เคมไี ฟฟ้า จากการทำกิจกรรม

แบบฝกึ หัด และการทดสอบ

3. ครปู ระเมนิ จากการทำกิจกรรม และการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมทำ

กจิ กรรมร่วมกบั เพื่อนในช้ันเรยี น

8. สือ่ และชิน้ งาน

8.1 Powerpont เร่ือง เคมไี ฟฟ้า

8.2 แบบฝึกหดั เร่อื ง องคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟ้า

8.3 หนงั สอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ เคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลกั สูตรแกนกลาง

การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)

9. การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์ วิธีการวดั /เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน

1. ด้านความรู้ (K) -ไดค้ ะแนนร้อยละ
70 ขึ้นไป
1. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟ้าใน -การตรวจ -แบบฝกึ หัด
-ไดค้ ะแนนร้อยละ
เซลล์กัลวานิกและบอกได้ว่าขั้วไฟฟ้าใด แบบฝึกหัด 70 ขึ้นไป
-ได้คะแนนร้อยละ
เป็นขั้วแอโนดหรือขั้วแคโทด รวมทั้ง 70 ข้ึนไป

บอกหนา้ ท่ขี องสะพานเกลือได้ -ไดค้ ะแนนในระดบั
3 (ดี) ข้นึ ไป
2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)

1. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาท่ี -ตรวจ -แบบฝึกหัด

เกิดขึ้นที่ขั้วแอโนด ขั้วแคโทด และ แบบฝึกหัด

ปฏิกิริยารีดอกซ์ได้ -ตรวจใบ - ใบกจิ กรรม

2. ทำการทดลองเพื่อศึกษาการถ่าย กจิ กรรม

โอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กัลปว์ านกิ ได้

3. ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

1. นกั เรียนมีความสนใจ รบั ผดิ ชอบ -การสังเกต -แบบประเมิน

ตอ่ งานท่ไี ดร้ บั มอบหมายและสามารถ คุณลกั ษณะอนั

ทำงานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้ พงึ ประสงค์



แบบฝกึ หัด เร่อื ง องค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟา้

คำช้ีแจง : ตอบคำถามเกีย่ วกับองคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า

หมายเลข 2 หมายเลข 1

หมายเลข 3

หมายเลข 1 คอื อะได..........................................................................................................................
หมายเลข 2 คอื ขัว้ ใด..........................................................................................................................
หมายเลข 3 คือขั้วใด..........................................................................................................................
จากภาพสามารถเขียนปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน (ตวั ออกซิไดซ)์ ได้อย่างไร.....................................................
...........................................................................................................................................................
จากภาพสามารถเขียนปฏิกริ ิยาออกซิเดชัน (ตัวรดี ิวซ์) ได้อยา่ งไร.....................................................
...........................................................................................................................................................
ปฏิกิริยารวม (ปฏิกิริยารีดอกซ)์ เขียนได้อย่างไร..........................................................................
...........................................................................................................................................................
โลหะท้งั สองจะมกี ารเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร..........................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

เฉลยแบบฝกึ หัด เร่อื ง องค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟา้

คำช้แี จง : ตอบคำถามเกี่ยวกับองค์ประกอบของเซลลเ์ คมไี ฟฟา้

หมายเลข 2 หมายเลข 1

หมายเลข 3

หมายเลข 1 คืออะไร สะพานเกลอื (Salt bridge)

หมายเลข 2 คอื ขว้ั ใด ขว้ั แคโทด (Cathode) ตวั ออกซไิ ดซ์
หมายเลข 3 คือขั้วใด ขัว้ แอโนด (Anode) ตัวรีดิวซ์

จากภาพสามารถเขยี นปฏิกริ ิยารดี กั ชัน (ตัวออกซิไดซ)์ ได้อย่างไร

Cu2+ + 2e- → Cu(s) + 0.34 V

จากภาพสามารถเขียนปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั (ตวั รดี วิ ซ)์ ไดอ้ ย่างไร

Zn(s) → Zn2+ + 2e- + 0.76 V

ปฏกิ ิริยารวม (ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์) เขียนได้อย่างไร

Cu2+ + Zn(s) → Zn2+ Cu(s

ใบกจิ กรรมที่ 1.2

เรอ่ื ง การถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ

คำชแี้ จง
ใหน้ ักเรยี นอา่ นจุดประสงคก์ ารทดลอง และอา่ นวิธีการทดลอง แล้วทำการทดลองให้ถูกต้อง

พรอ้ มทั้งบันทึกผลการทดลอง

1. ทำการทดลองเพ่ือศกึ ษาการถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ลั วานกิ
2. บอกทศิ ทางการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกได้
3. บอกได้ว่าครงึ่ เซลลใ์ ดเกิดปฏกิ ิริยาออกซเิ ดชนั และครงึ่ เซลล์ใดเกดิ ปฏกิ ิรยิ ารดี กั ชนั
4. บอกหนา้ ท่ขี องสะพานเกลอื ได้

1. บกี เกอร์ 2. กระดาษกรอง 3. โวลต์มิเตอร์ 4. หลอดไฟ 5. แผ่นทองแดง
6. แผ่นสังกะสี 7. สารละลาย CuSO4 เขม้ ขน้ 1.0 mol/dm3
8. สารละลาย ZnSO4 เข้มขัน้ 1.0 mol/dm3 9. สารละลาย KNO3 อม่ิ ตัว

1. จุ่มแผ่นทองแดงขนาด 0.5 cm x 0.5 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ที่บรรจุสารละลาย
CuSO3 เข้มข้น 1.0 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 และจุ่มแผ่นสังกะสีขนาด 0.5 cm x 0.5 cm ลงในบีก
เกอร์ขนาด 50 cm3 อกี ใบทบ่ี รรจสุ ารละลาย ZnSO4 เข้มขนั 1.0 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3

2. นำบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ในข้อ 1. มาวางชิดกัน ใช้สะพานกลือที่ทำจกกระดาษกรองขนาด
1.0 cm x 0.8 cm ชุบสารละลาย KNO3 อิ่มตัว วางพาดบีกเกอร์ทั้งสอง
โดยใหป้ ลายกระดาษกรองจุม่ อยู่ในสารละลายในแต่ละบกี เกอร์

3. ตอ่ แผ่นทองแดงและแผน่ สังกะสีเข้ากับโวลตม์ ิเตอร์ แล้วสังเกต
ทศิ ทางการเบนของเขม็ โวลตม์ ิเตอรแ์ ละอา่ นคา่ ความต่างศักย์ จากนน้ั สลับ
ขั้วของโวลต์มิเตอร์ แล้วสังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิตอร์ และ
อา่ นค่าความตา่ งศักย์

4. นำหลอดไฟขนาด 1.0 V มาต่อกับแผ่นทองแดงและแผ่น
สงั กะสแี หนโวลต์มิเตอร์ แลว้ สังเกตการเปล่ยี นแปลง

บนั ทกึ ผลการทดลอง

คร่ึงเซลลท์ นี่ ำมาต่อกนั ทศิ ทางการเบนของ ความต่างศักย์ (V)
เขม็ โวลตม์ เิ ตอร์

Cu(s) / Cu2+ (aq) กบั
Zn(s) / Zn2+(aq)

สรปุ และอภปิ รายผลการทดลอง

......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

คำถามทา้ ยการทดลอง

1. เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าระหว่างครึ่งเซลล์ทองแดงและครึ่งเซลล์สังกะสีจะมีการถ่ายโอน
อเิ ลก็ ตรอนเกดิ ข้นึ หรือไมแ่ ละทราบไดอ้ ยา่ งไร
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

2. ครึ่งเชลล์ใดเกิดปฏิกิริยาดักชัน ครึ่งเชลล์ใดเกิดปฏิกริ ิยาออกซิเดชัน และที่ขั้วไฟฟ้าและ
สารละลายเกดิ การเปลีย่ นแปลงหรือไม่ อยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

คำถามทา้ ยการทดลอง แนวการตอบคำถาม

1. เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าระหว่างครึ่งเซลล์ทองแดง
และครึ่งเซลลส์ ังกะสจี ะมกี ารถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนเกิดข้นึ หรือไม่และทราบได้อย่างไร

มีสงั เกตได้จากเม่อื ตอ่ เซลล์ไฟฟา้ ครบวงจรแล้วเขม็ ของโวลตม์ เิ ตอร์จะเบนไปทางขว้ั ทองแดง
แสดงว่าเกิดการถ่ายโอนอิเลก็ ตรอน

2. ครึ่งเชลล์ใดเกิดปฏิกิริยาดักชัน ครึ่งเชลล์ใดเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน และที่ขั้วไฟฟ้าและ
สารละลายเกดิ การเปลยี่ นแปลงหรอื ไม่ อยา่ งไร

Cu2+(aq) เกิดปฏกิ ริ ยิ ารดี กั ขัน เขียนสมการแสดงการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาได้ ดังน้ี
Cu2+ (aq) + 2e- → Cu (s)

Zn (s) เกดิ ปฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชนั เขียนสมการแสดงการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าได้ ดังน้ี
Zn (S) → Zn2+ (aq) + 2e-

ปฏิกิรยิ ารวมที่เกดิ ขน้ึ ภายในเซลลไ์ ฟฟา้ คือ
Zn (s) + Cu2+(aq) → Zn2+ (ag) + Cu (s)

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าเพ่มิ เตมิ เคมี 3 ว32222 ภาคเรียนที่ 2/2564 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 11 เคมีไฟฟา้ เวลา 30 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง แผนภาพเซลล์ เวลา 3 ชว่ั โมง

ครูผสู้ อน นางสาวนันทยิ า คำลิ้ม

1. สาระการเรียนรู้และผลการเรยี นรู้

สาระท่ี 5 สาระเคมี

3. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์

เคมีไฟฟ้า รวมทัง้ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและ

แคโทดปฏกิ ริ ิยารวม และแผนภาพเซลล์

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

เซลล์กลั วานกิ หรือเซลล์โวลตาอิก เป็นเซลล์ไฟฟา้ เคมีที่เปล่ียนพลังงานเคมเี ป็นพลังงานไฟฟา้

เกิดจากสารเคมีทำปฏิกิริยากันในเซลล์ แล้วเกิดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงมากขึ้น โดยทั่วไปเซลล์

กัลวานิกจะประกอบด้วยครึ่งเซลล์ 2 ครึ่งเซลล์มาต่อกัน และเชื่อมให้ครบวงจรด้วยสะพานเกลือ

ท่ีตอ่ ไวใ้ นสารละลายในแต่ละครึง่ เซลล์

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)

1. สามารถอธบิ ายวธิ กี ารเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ได้

3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)

1. เขียนแผนภาพเซลล์กัลปว์ านกิ ได้

3.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1. นักเรียนมีความสนใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน

รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 แผนภาพเซลล์
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (ใช้วธิ ีการสอนแบบ 5E Learning )
7.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)

1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า โดยใช้
คำถาม ดงั นี้

1) องค์ประกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟ้าประกอบไปด้วยอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : เซลล์ไฟฟ้าเคมปี ระกอบดว้ ยองคป์ ระกอบสำคญั 3 สว่ น ดังนี้

• ขั้วไฟฟ้า โดยในเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี 1 เซลล์ จะประกอบดว้ ยข้วั ไฟฟา้ 2 ขั้ว คอื ขัว้ แอโนด
ซงึ่ เปน็ ข้ัวท่เี กดิ ปฏกิ ิรยิ าออกซิเดชัน (จ่ายอเิ ล็กตรอน) และขัว้ แคโทด ซง่ึ เปน็ ขว้ั ทเ่ี กิดปฏิกิริยารีดกั ชัน (รับ
อเิ ลก็ ตรอน)

• สารอิเลก็ โทรไลต์ เป็นสารท่ีสามารถแตกตัวเป็นไอออนไดด้ ี เคลอื่ นทแี่ ละนำไฟฟา้ ได้
• สะพานเกลือ เป็นตวั เช่ือมใหเ้ ซลลไ์ ฟฟา้ เคมีครบวงจร )
2. นักเรียนและครูรว่ มกันเฉลยแบบฝึกหดั เรื่ององค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า จากนั้นครู
ถามนกั เรียนเพื่อดึงดูดความสนใจว่า “นกั เรียนคิดวา่ องค์ประกอบของเซลล์เคมไี ฟฟ้าสามารถเขียนให้ส้ัน
กระชับ เข้าใจงา่ ยได้หรอื ไม่” (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
7.2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรยี นแบง่ กล่มุ 4- 6 คน (กลมุ่ เดิม) ศกึ ษาเก่ยี วกบั การเขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานิก
จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 4 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 11 เรอ่ื งไฟฟา้ เคมี หรือ
จากแหล่งความรู้อื่นๆ แล้วสรุปองค์ความรู้ที่ได้ลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ และให้สมาชิกในกลุ่ม
รว่ มกนั ทำความเข้าใจเกย่ี วกับการเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก จนทุกคนมคี วามเขา้ ใจตรงกนั

2. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนกลุ่มละ 2 คนออกมานำเสนอผลงานที่ได้สรุปร่วมกัน พร้อมทั้ง
อธบิ ายวิธกี ารในการเขียนแผนภาพเซลล์กลั วานิกใหเ้ พื่อน ๆ ในชัน้ เรยี นฟงั

7.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับวิธีการเขียนแผนภาพเซลล์

กัลวานิก โดยสามารถสรปุ ได้ ดังน้ี
การเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลปว์ านิก เป็นการเขยี นสญั ลักษณเ์ พ่ือแสดงถงึ ส่วนประกอบของ

เซลล์ โดยมีหลักการ ดงั น้ี
1) เขียนครงึ่ เซลล์ออกซเิ ดชันไว้ทางด้านซ้าย และเขียนครง่ึ เซลลร์ ดี กั ชันไว้ทางดา้ นขวา
2) ในแต่ละครึ่งเซลล์ ถ้าสารต่างสถานะกันให้คั่นด้วยเครื่องหมาย (|) ถ้าสารอยู่ใน

สถานะเดียวกนั ใหค้ ่ันดว้ ยเครื่องหมาย (,) เชน่ Zn (s) | Zn2+ (aq)
3) การเขียนความเข้มข้นของสารละลายหรือความดันของแก๊ส จะเขียนไว้ในวงเล็บ

ตามหลังไอออนน้ัน เชน่
Pt (s) | Fe3+ (aq, 1 mol/dm3), Fe2+ (aq, 1 mol/dm3)
Pt (s) | H2 (g, 1 atm) | H+ (aq, 1 mol/dm3)

4) สะพานเกลือจะใช้เคร่ืองมือเครื่องหมาย (||) เขยี นไว้ตรงกลางระหว่างครึ่งเซลลท์ ั้ง 2
ครงึ่ เซลล์ เช่น Zn (s) | Zn2+ (aq) || Cu2+ (aq) | Cu (s)

5) ถ้าเป็นขั้วไฟฟา้ แก๊ส หรือไมม่ ีข้ัวโลหะที่เหมาะสมจะใช้โลหะเฉื่อยแทน เช่น Pt Au
และ C เป็นตน้ โดยคนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมาย | เช่น Pt (s) | H2 (g) | H+ (aq)

2. ครูยกตัวอย่างโจทย์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก โดยครูเขียน
โจทย์และแสดงวธิ ที ำใหน้ ักเรยี นดูบนกระดาน ดงั น้ี

จงเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลป์วานิกจากปฏกิ ิรยิ าทีก่ ำหนดให้
ปฏกิ ริ ยิ า Cu2+ (aq) + Zn (s) → Zn2+ (aq) + Cu (s)

ขั้วแอโนด คือ Zn
ปฏกิ ริ ิยาทเ่ี กิดขึ้นท่ขี ั้วแอโนด คือ Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ขว้ั แคโทด คือ Cu
ปฏกิ ิรยิ าที่เกิดขึ้นทขี่ ั้วแคโทด คือ Cu2+ (aq) + 2e- → Cu (s)
ตัวรดี ิวซ์ คือ Zn ตวั ออกซไิ ดส์ คอื Cu2+
ดังน้นั สามารถเขียนแผนภาพเซลล์กลั ปว์ านกิ ได้ดังนี้

Zn (s) | Zn2+ (aq) || Cu2+ (aq) | Cu (s)

7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่อง แผนภาพเซลล์กัลวานิก จาก Powerpont เรื่อง เคมีไฟฟ้า ในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจหรือเข้าใจ
คลาดเคลอื่ น จนมคี วามเข้าใจตรงกัน

2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด เรื่อง แผนภาพเซลลก์ ลั ปว์ านิก สง่ เปน็ การบ้านในคาบถดั ไป
7.5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation)

1. ประเมินจากการทำแบบฝึกหดั เร่อื ง แผนภาพเซลล์กัลวานกิ
2. ครปู ระเมนิ ความรู้เกย่ี วกบั แผนภาพเซลลก์ ลั วานกิ จากการทำกจิ กรรม แบบฝกึ หัด
และการทดสอบ
3. ครปู ระเมินจากการทำกจิ กรรม และการสงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ มทำ
กิจกรรมร่วมกบั เพ่อื นในชน้ั เรยี น
8. สอ่ื และชน้ิ งาน
8.1 Powerpont เร่อื ง เคมีไฟฟ้า
8.2 แบบฝกึ หดั เรื่อง แผนภาพเซลล์กัลวานิก
8.3 หนังสือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เติมเคมี เลม่ 4 สสวท. (ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
9. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์ วธิ ีการวดั /เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K)
-การตรวจ -แบบฝึกหัด -ได้คะแนนร้อยละ
1. สามารถอธิบายวิธีการเขียน แบบฝกึ หดั 70 ขน้ึ ไป
แผนภาพเซลล์กัลวานิกได้
2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P) -ตรวจ -แบบฝึกหัด -ได้คะแนนร้อยละ
แบบฝึกหัด 70 ขึ้นไป
1. เขยี นแผนภาพเซลล์กลั ป์วานกิ ได้
-การสังเกต -แบบประเมิน -ไดค้ ะแนนในระดับ
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) คุณลักษณะอนั 3 (ด)ี ขน้ึ ไป
1. นกั เรียนมคี วามสนใจ รบั ผดิ ชอบ พงึ ประสงค์

ตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมายและสามารถ
ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้



แบบฝกึ หัด เร่อื ง แผนภาพเซลล์กัลวานกิ

คำชแี้ จง : ตอบคำถามเก่ียวกบั การเขียนแผนภาพเซลล์กลั วานิก
1. เขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ จากสมการแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์ท่กี ำหนดให้

1) Ni (s) + Ag+ (aq) → Ni2+ (aq) + Ag (s)

2) Mg (s) + 2Fe3+ (aq) → Mg2+ (aq) + 2Fe2+ (aq)

3) Sn2+ (aq) + 2Cr3+ (aq) → Sn4+ (aq) + 2Cr2+ (aq)

4) Fe2+ (aq) + MnO4- (aq) → Fe3+ (aq) + Mn2+ (aq)

5) Zn (s) + H+ (aq) → Zn2+ (aq) + H2 (g)
2. เขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์จากแผนภาพเซลลก์ ัลปว์ านกิ ทกี่ ำหนดให้

1) Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s)

2) Cr (s) | Cr3+ (aq) ∥ Fe2+ (aq) | Fe (s)

3) Pt (s) | Cu+ (aq), Cu2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)

4) Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)

5) Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)

เฉลยแบบฝกึ หัด เร่อื ง แผนภาพเซลล์กัลวานกิ

คำช้ีแจง : ตอบคำถามเก่ยี วกบั การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ

1. เขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานกิ จากสมการแสดงปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ท่ีกำหนดให้
1) Ni (s) + Ag+ (aq) → Ni2+ (aq) + Ag (s)
Ni (s) | Ni2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)

2) Mg (s) + 2Fe3+ (aq) → Mg2+ (aq) + 2Fe2+ (aq)
Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Fe3+ (aq), Fe2+ (aq) | Pt (s)

3) Sn2+ (aq) + 2Cr3+ (aq) → Sn4+ (aq) + 2Cr2+ (aq)
Pt (s) | Sn2+ (aq), Sn4+ (aq) ∥ Cr3+ (aq), Cr2+ (aq) | Pt (s)

4) Fe2+ (aq) + MnO4- (aq) → Fe3+ (aq) + Mn2+ (aq)
Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ MnO4- (aq), Mn2+ (aq) | Pt (s)

5) Zn (s) + H+ (aq) → Zn2+ (aq) + H2 (g)
Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)

2. เขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์จากแผนภาพเซลล์กัลปว์ านิกท่ีกำหนดให้
1) Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s)
Zn (s) + Pb2+ (aq) → Zn2+ (aq) + Pb (s)

2) Cr (s) | Cr3+ (aq) ∥ Fe2+ (aq) | Fe (s)
2Cr (s) + 3Fe2+ (aq) → 2Cr3+ (aq) + 3Fe (s)

3) Pt (s) | Cu+ (aq), Cu2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
Cu+ (aq) + Ag+ (aq) → Cu2+ (aq) + Ag (s)

4) Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)
Mg (s) + 2H+ (aq) → Mg2+ (aq) + H2 (g)

5) Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
Fe2+ (aq) + Ag+ (aq) → Fe3+ (aq) + Ag (s)


Click to View FlipBook Version