The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองฝา่ ยเหนอื ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)
(เดอื นมิถุนายน - ๗ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๗)

รายงานเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งฝา่ ยเหนอื
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)1
เมืองพิศณุโลก
วันที่ ๒๕ มถิ ุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๒๗

ขอเดชะฝา่ ลอองธุลีพระบาทปกเกล้า า
ข้าพระพุทธเจ้าขึ้นมาถึงเมืองพิศณุโลกเวลาบ่าย ๕ โมง วันท่ี ๒๕ ขอพระราชทาน

กราบทูลรายงานระยะทางอย่างย่อ ทางรถไฟแต่ปากนำ้�โพข้ึนมาถึงพิศณุโลกไม่สนุก
แลไม่มอี ะไรนา่ ดเู ลย ทางรถไฟผา่ นบึง ผา่ นพงแลปา่ หนา้ ตาเหมอื น ๆ กันอย่แู ต่ในเหลา่ น้ี
ตลอดทาง ทางเรอื สนกุ กว่ามาก มารถไฟยงั ซำ้�ถกู รถไฟฟดั มา ๑๑ ช่วั โมง ฟกเหลอื ประมาณ

เมืองพิศณุโลกหน้าตาดูตามเคย ไม่มีอะไรแปลก แต่มาถึงเย็นยังไม่ได้เที่ยว พอ
อาบนำ้�แลว้ กไ็ ปนมัศการพระพุทธชิณราช พอยา่ งเขา้ ประตูวัด ความรู้สึกนกึ ถงึ ตน้ โพธทิ ที่ รง
ปลกู เมอื่ ครงั้ เสดจ็ 2 ตอ้ งแวะถวายเนตรก์ อ่ น ตน้ โพธติ น้ นที้ จี ะดอี กิ ขา้ พระพทุ ธเจา้ จะถา่ ยรปู
ไปถวายทอดพระเนตร์ แต่เร่ืองต้นโพธินี้มานึกข้ึนอย่างหนึ่งว่า จำ�จะต้องมีศิลาจาฤก ให้มี
นามสำ�หรับเรียกไว้เสียทีเดียวจึงจะดี อย่างให้เรียกว่าต้นโพธิพระจุลจอมเกล้าดังนี้ เปนต้น
ที่มาคิดเห็นด้วยเกล้า า ดังน้ี ด้วยได้สังเกตดูหน้าข้าราชการ ท่ีได้เคยพบเม่ือคราวเสด็จ
ยังเหลืออยูไ่ ม่ก่ีคน เข้าใจวา่ ในเวลาน้ีผ้ทู ไี่ ม่รวู้ ่าตน้ โพธิตน้ นัน้ ใครปลูกจะมีมากอยแู่ ลว้ ถา้ ไม่
จาฤกให้มนี ามส�ำ หรบั เรียกไว้ นานไปอาจจะไมม่ ใี ครร้วู ่าโพธใิ ครปลูกได้

1 หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาต,ิ เอกสารกรมราชเลขาธกิ ารรชั กาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย ร.๕ ม.๒.๑๔/๑๑๐
เรอ่ื ง กรมหลวงด�ำรงเสดจ็ ราชการหวั เมอื งฝา่ ยเหนอื มอี ทุ ยั เมอื งนครสวรรค์ กบั ดา่ นภาษไี ม้ และเรอื่ งระยะทาง
ทส่ี มเด2็จ พพรระะบบรามทโอสรมสเาดธ็จริ พาชรจะะจเุลสจดอ็จเมมเือกงลเห้านเจอื ้าอ(๑ย๕ู่หพัวทฤศรจงปิกาลยูกนต้รน.โศพ. ๑ธ๑์ิเม๗ื่อ-ค๓รากวรเสกฎด็าจคมมากรร.ศา.บ ๑น๒ม๗ัส).การ
พระพุทธชินราช และท�ำพธิ เี ททองหลอ่ พระพุทธชนิ ราชองค์จ�ำลอง เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๔ เพอื่ น�ำไปประดิษฐาน
ณ วัดเบญจมบพติ รดุสติ วนาราม กรุงเทพมหานคร

183 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งฝา่ ยเหนือ
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

ในพระวิหารรักษาหมดจดดี เครื่องสะการบูชา
ท่ีมีผู้ถวายสะสมมากข้ึนกว่าแต่ก่อนมาก ใครคุม
ม้าหมู่หนุนก๋ีข้ึนจนเคร่ืองบูชาบังไม่แลเห็นตักพระ
ขา้ พระพทุ ธเจา้ สง่ั ใหร้ อื้ เครอ่ื งบชู าออก พรงุ่ นจ้ี ะไปคมุ
มา้ หมถู่ วายใหมใ่ หเ้ ตยี้ ลง จะไดแ้ ลเหน็ พระพทุ ธชณิ ราช
ไดถ้ นดั ดังแตก่ อ่ น

ขา้ พระพทุ ธเจา้ จะออกจากพศิ ณโุ ลกขนึ้ ไปเมอื ง
อุตรดิฐวันที่ ๒๘ ได้ความว่ารถไฟทำ�งานเดีนจาก
พิศณุโลกข้ึนไปได้ถึงสพานที่จะทำ�ข้ามแม่นำ้�ที่บ้าน
ดารา1 เหนือเมืองพิไชยข้าพระพุทธเจ้าจะอาไศรย
รถไฟทำ�งานข้ึนไปลงเรือท่ีบ้านดารา เขาว่ารถไฟ
ยังต้องคลานจะต้องใช้เวลา ๔ ชั่วโมงเศษจึงจะถึง
บา้ นดารา แตก่ ย็ ังดีทคี่ มุ้ เวลาไดถ้ ึง ๒ วัน แตข่ ากลับ
ข้าพระพุทธเจ้าต้ังใจว่าจะล่องทางเรือจากอุตรดิฐ
ลงมาจนพศิ ณุโลกจะไดต้ รวจตามล�ำ นำ้�ลงมาดว้ ย

ควรมคิ วรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ า
ขา้ พระพุทธเจ้า ดำ�รงราชานุภาพ ขอเดชะ

เมอื งพศิ ณุโลก
วันท่ี ๒๗ มิถุนายน รตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๗

ขอเดชะฝา่ ลอองธลุ พี ระบาทปกเกลา้ า

ขา้ พระพทุ ธเจา้ จะออกจากเมอื งพศิ ณโุ ลกขน้ึ ไปเมอื งอตุ รดฐิ วนั ท่ี ๒๘ พรงุ่ น้ี จะอาไศรย
รถไฟท�ำ งานข้ึนไปจนถงึ บา้ นดาราเหนือเมอื งพไิ ชยไปลงเรือทน่ี น่ั ซงึ่ เปนปลายราง เวลาน้วี ่า
ระยะทางจากเมืองพิศณโุ ลกราว ๔ ชวั่ โมง เพราะต้องค่อยๆ คลานไปช้าๆ แตก่ เ็ ร็วกวา่ ทาง
เรอื ถึง ๒ วนั กะว่าจะไปพักแรมท่เี มอื งกรอง แลจะถึงอุตรดิฐในวนั ท่ี ๒๙

1 ปัจจุบัน คือ ตำ� บลบา้ นดารา อ�ำเภอพชิ ยั จงั หวดั อุตรดติ ถ์

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 184
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ข้าพระพุทธเจ้ากราบบังคมทูลไปในจดหมายฉบับก่อนซ่ึงเขียนเมื่อวันมาถึงพิศณุโลก
ในเวลาเย็นว่า เมืองพิศณุโลกดูไม่แปลกตานั้น เม่ือได้เที่ยวตรวจดู ๒ วันเต็มๆ เห็นการ
แปลกก็มีหลายอยา่ ง คือ ข้างเหนือน้ำ�มีกองทหารมาปลกู สรา้ งโรงทหารงดงามอย่างทเี่ มอื ง
นครสวรรค์ สว่ นข้างใตต้ ลาดยี่สานดคู รึกครื้นขึน้ มาก มหี า้ งหอมาต้ังหลายร้าน ในลำ�แมน่ ้ำ�
เรือแพก็ดูมากขึ้น เพราะเหตุที่มีรถไฟนั้นเอง วันนี้ได้แลเห็นทุเรียนขายในตลาด ๒ ผล
ได้ความวา่ ขายผลละ ๗ สลงึ พอขายได้

ในสว่ นการปกครอง ซงึ่ ซดุ โซมลงตง้ั แตถ่ อนพระยาสรุ สหี ์1 ไปเสยี จนถงึ ทส่ี ดุ ตอ้ งเปลย่ี น
ข้าราชการแทบท้ังมณฑล ดูการค่อยฟื้นข้ึนสักหน่อย แต่ยังไม่ดีได้ถึงเดีม แม้แต่ท้องที่แล
เย่าเรือนที่ได้งดงามในคร้ังพระยาสุรสีห์ ก็ยังแลเห็นซุดโซมอยู่โดยมาก แต่ข้าพระพุทธเจ้า
แลเห็นว่า เวลาน้ีจะกวดขันเร่งรัดการจัดแต่งบ้านเมืองนักยังไม่ควร เพราะข้าราชการต้ังแต่
ข้าหลวงเทศาภิบาลลงไปมาใหม่มากกว่าคนเก่า จะต้องกวดขันกันทางให้ออกเท่ียวตรวจ
ตามทอ้ งทใ่ี นมณฑลใหช้ �ำ นาญทอ้ งทเี่ สยี กอ่ น ขา้ พระพทุ ธเจา้ จงึ ไดบ้ อกพระยาอไุ ทยมนตรี2
เขา้ ใจไวด้ งั นี้ คอื แตน่ ไ้ี ปจนสนิ้ ฤดแู ลง้ ใหเ้ อาธรุ ะในการเทยี่ วออกตรวจทอ้ งท่ี ขา้ พระพทุ ธเจา้
จะไมก่ วดขนั ในเรอื่ งแตง่ เมอื งจนถงึ ปลายฤดแู ลง้ แตส่ งั เกตดุ ขู า้ ราชการในมณฑลนด้ี พู รกั พรอ้ ม
กนั ดี ถ้าไดเ้ วลาพอคงจะท�ำ นบุ �ำ รงุ มณฑลน้ใี ห้ดีถงึ แตก่ อ่ นได้

เรอื่ งทม่ี ณฑลนซ้ี ุดโซมไป ขา้ พระพุทธเจา้ ก็ควรจะถกู ติเตียนดว้ ย เพราะตงั้ แต่มาตาม
เสด็จคราวนั้นแล้ว ไม่ได้ขึ้นมาตรวจอิกเลยจนบัดนี้ ไม่ได้แลเห็นการในท้องท่ีตลอดเวลา
ทพี่ ระยาภกั ดณี รงคแ์ ลพระยาศรสี รุ ยิ ราชวรานวุ ตั รเ์ ปนขา้ หลวงเทศาภบิ าลทงั้ ๒ คน ถา้ ไดม้ า
เสียกอ่ นนี้ เหน็ ด้วยเกลา้ า วา่ ปานนจ้ี ะฟืน้ ขนึ้ กว่านีม้ ากเสยี แล้ว

ในส่วนทางโบราณคดีมาเท่ียวนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้พบวัดราชประดิษฐาน ซึ่งมี
พระเจดยี ใ์ หญไ่ ดข้ นาดแลรปู รา่ งลวดลายเหมอื นพระเจดยี ์ ๓ องคใ์ นวดั พระศรสี รรเพช็ รไ์ มม่ ผี ดิ

1 คือ พระยาสุรสหี ว์ ศิ ษิ ฐศักด์ิ (เชย กลั ยาณมิตร) (จีน) กับคุณหญิงเย็น บรรดาศักด์ิท่ี
2 พระยาอุไทยมนตรี (พร จารุจินดา) บุตรพระยาเพ็ชรพิชัย

ปรากฏตามล�ำดับ คือ นายรองฉัน จ่าห้าวยุทธการ พระศิริไอยสวรรย์ พระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการ
เมืองปราจีนบุรี ข้าหลวงประจ�ำนครล�ำพูน ข้าหลวงประจ�ำนครน่าน และข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑล
พิษณุโลก พระยาสุรบดินทรสุรินทรฦๅชัย อุปราชมณฑลภาคพายัพ และเจ้าพระยาสุรบดินทรสุรินทรฦๅชัย
ถึงแกอ่ สัญกรรมเมื่อวนั ท่ี ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๘

185 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองฝา่ ยเหนอื
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

โทษถึงจะต้องแต่งแปมเพลต1 สำ�หรับโบราณคดีสโมสร2 แต่จะต้องรอไปแต่งเมื่อถึง
กรุงเทพ า เพราะไม่ไดเ้ ตรียมเครอ่ื งมอื กล่าวคือ หนังสือท่ีส�ำ หรบั สอบคน้ ข้นึ มาพอตอ้ งการ

วันน้ีข้าพระพุทธเจ้าได้ไปที่วัดจุฬามุณี3 อยู่ใต้เมืองพิศณุโลก ถ้าไปบกทางประมาณ
๑๕๐ เส้น แต่ทางเรือเห็นจะถึง ๒๐๐4 ข้าพระพุทธเจ้าเข้าใจว่าสมเด็จพระบรมโอรส(5)
จะได้ทรงพรรณาเร่ืองวัดจุฬามุณีถวายในรายงานของท่านแล้ว จึงไม่กล่าวซำ้�อิก แต่จะอด
กราบบงั คมทลู ขอ้ หนง่ึ ไวไ้ มไ่ ด้ คอื ภมู แิ ผนทว่ี ดั จฬุ ามณุ นี ตี้ รงกบั วดั อยา่ งทพ่ี อพระราชหฤไทย
จะเปนสมภารน้นั ทเี ดียว คือ หน้าวัดลงน้ำ� กฏุ อิ ยู่ขา้ งหนา้ วัด มถี นนตรงลึกเข้าไปสกั ๕ เสน้
ถึงก�ำ แพงแก้ว ในน้นั มพี ระอโุ บสถ ถดั พระอโุ บสถถงึ พระปรางอยา่ งพระมหาธาตเุ มอื งลพบรู ี
แต่เปนขนาดย่อม แล้วถึงพระวิหาร ๙ ห้อง ในบริเวณวัดก็มีต้นไม้ใหญ่มาก พิเคราะห์ดู
พระปรางจะเปนของเก่าก่อนสมเด็จพระบรมไตรยโลกนารถ6 เปนของกอ่ ด้วยศลิ าแลงมีอยู่

12 พpaรmะบphาlทetสหมรเดอื ็จหพนรงั ะสจือุลเลจ่มอเมลเก็ กๆล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชด�ำรัสก่อตั้งโบราณคดีสโมสรข้ึนเมื่อวันที่ ๒
ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ณ พระท่นี ั่งสุรยิ าศน์อมรนิ ทร์ พระนครศรีอยุธยา มีการจดั รูปแบบองคก์ รบรหิ ารในรูป
กรรมการสภา ประกอบดว้ ย พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงเป็นสภานายก กบั ทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงด�ำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จ
พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร ทรงด�ำรงต�ำแหนง่ อปุ นายก พระยาโบราณราชธานนิ ทร์ (พร เดชะคปุ ต)์
เป็นเลขานุการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ประเทศของตนให้ชัดเจน
สบื คน้ เรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์ของไทยในระหว่าง ๑,๐๐๐ ปี เป็นตน้ ไป ไมว่ ่าจะเป็นเมอื งใด ชาตใิ ด วงศใ์ ด
สมัยใด ให้ช่วยกันรวบรวมและเรียบเรียงข้ึนเป็นเร่ืองราวของประเทศสยาม และพิมพ์เอกสารนั้นไว้ แม้จะมี
ความคิดเห็นท่ีแตกต่างกันก็ตาม รวบรวมเอกสารจดหมายเหตุโบราณจากต่างประเทศ ทั้งประเทศในยุโรป
และเอเชยี ทเี่ คยเกย่ี วขอ้ งสมั พนั ธก์ บั ชาตไิ ทย ไมว่ า่ จะเปน็ มติ รหรอื ศตั รู และไมค่ วรละเลยหลกั ฐานทอ้ งถนิ่ และ
หนงั สอื ดา้ นศาสนา ใหม้ กี ารวจิ ยั และวเิ คราะหห์ ลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ รจู้ กั ประเมนิ หลกั ฐานทย่ี งั ไมช่ ดั เจน
ใหแ้ จม่ ชดั ไมค่ วรเชอื่ ในเอกสารปลอม ซงึ่ อา้ งวา่ เปน็ เอกสารเกา่ ทเี่ รยี กกนั วา่ “ก”ุ ขน้ึ ใหร้ จู้ กั รวบรวมเกบ็ รกั ษา
หลกั ฐา3น ปปรจั ะจวบุตั ันศิ าคสอืตรวแ์ ดั ลจะุฬโบารมาณณี คตด�ำทบี งั้ลหทล่าาทยอไงวส้อ��ำำหเภรอบั เใมชเ้อื ปงน็พคษิ มู่ ณอื โุใลนกกาจรงั ตหรววดั จพสิษอบณเโุรลอื่ กงรตาั้งวอขอยรู่งิมปแระมเ่นท้ำ�ศนไท่านย
ฝง่ั ตะวนั ออก มโี บราณสถานทม่ี มี ากอ่ นสมยั สโุ ขทยั กลา่ วกนั วา่ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถทรงสรา้ งพระวหิ าร
และเส(5ด4)จ็ อถพา้อรไะกปบผบนากทวทชสาทมงี่วเปดัดร็จนะพี้มราะณมง๖กกุฎิโเลกเลม้าตเรจ้าแอตยท่ ู่หางัวเรรือัชเหก็นาลจทะถ่ี งึ๖๘ขณกิโะลดเม�ำตรงรพระอิสริยยศสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกฎุ ราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนนิ เมืองเก่าภาคเหนอื ในพุทธศกั ราช
๒๔๕๐6 จสัดมพเมิดจพ็ พ์เปรน็ะบหรนมังไสตอื รเโรลอื่ กงนเทาถ่ยี วพเรมะอื มงหพารกะษร่วตั งรยิ ใหใ์ น้คสวมายัมอรู้ดย้าธุ นยโาบครราอณงคราดชีอยยร์ ่าะงหดวี า่ ง พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑
เป็นพระราชโอรสในสมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี ๒ แหง่ ราชวงศ์สุพรรณภมู ิ พระราชมารดาเป็นพระราชธิดา
ของสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสลอื ไท) แห่งราชวงศพ์ ระรว่ ง

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 186
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

อย่างเดยี ว นอกนนั้ เปนของก่อดว้ ยอฐิ แลใช้อิฐเล็กขนาดเดยี วกันท้งั โบถ วิหาร แลกำ�แพง
ซึ่งเช่ือได้ว่าเปนของสมเด็จพระบรมไตรยโลกนารถสร้าง เสียดายอยู่นิดที่ฝีมือนอกจาก
พระปรางแลว้ อยขู่ า้ งจะต้น แต่พระปรางทำ�งามดีพอใช้

ข้าพระพุทธเจ้าได้มีการสวดมนต์เล้ียงพระสมโภชพระพุทธชิณราช ขอพระราชทาน
ถวายพระราชกุศล

ข้าพระพุทธเจ้ากะว่าขากลับจากอุตรดิฐจะล่องทางเรือตั้งแต่เมืองอุตรดิฐไปจนถึง
ปากนำ้�โพ จะได้ดูตามลำ�แม่นำ้� แลจะได้แวะตรวจการตามอำ�เภอแลเมืองในระยะทางด้วย
แลความจริงยังมีอิกอย่างหน่ึง เร่ืองเบื่อรถไฟตอนน้ี ที่ไม่มีอะไรน่าดู ถูกแต่รถไฟฟัดจนฟก
เสยี เหลอื ประมาณ แตก่ �ำ หนดวนั ทข่ี า้ พระพทุ ธเจา้ จะถงึ กรงุ เทพ า คงจะถงึ วนั ที่ ๗ กรกฎาคม
ตามทไ่ี ดก้ �ำ หนดไวแ้ ต่เดมี ไม่ตอ้ งเล่อื น เพราะจะตัดวนั ทคี่ ดิ จะอยนู่ ครสวรรคเ์ สียวนั หน่งึ

ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ า
ข้าพระพทุ ธเจา้ ดำ�รงราชานภุ าพ ขอเดชะ

วัดจุฬามณี เมืองพษิ ณุโลก

เมอื งพิศณโุ ลก
วันท่ี ๓ กรกฎาคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๗

ขอเดชะฝา่ ลอองธลุ ีพระบาทปกเกล้า า

ข้าพระพทุ ธเจา้ มีโอกาศทจ่ี ะสง่ จดหมายฉบับน้ีที่เมืองพศิ ณุโลก เมือ่ ขากลับ ประมาณ
วา่ จดหมายฉบบั นจ้ี ะไดท้ ลู เกลา้ า ถวายกอ่ นขา้ พระพทุ ธเจา้ กลบั มาเฝา้ ทลู ลอองธลุ พี ระบาท
สกั ๒ - ๓ วัน ขอพระราชทานถวายรายงานโดยย่อเปนอนุสนธิสบื ลำ�ดับแต่ฉบับท่ีได้เขียนท่ี
เมืองพศิ ณโุ ลก เมือ่ ณะวนั ที่ ๒๗ มิถนุ ายน นน้ั มา

187 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งฝ่ายเหนอื
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

ทางรถไฟแตเ่ มอื งพศิ ณโุ ลกขนึ้ ถงึ บา้ นดารา1 ซงึ่ อยเู่ หนอื เมอื งพไิ ชยราวสกั ๓๐๐ เสน้ นนั้
ก็ใกล้แม่นำ้�บ้าง ห่างแม่นำ้�บ้าง อย่างทางขึ้นมาจากปากนำ้�โพ ภูมิแผนท่ี ๒ ข้างทางดีกว่า
ระหว่างปากนำ้�โพสักหน่อย ด้วยมีท่ีสูงแลผ่านป่าแดงบ้าง บึงแลพงไม่มากเหมือนตอนล่าง
มารถไฟในทางนี้ต้ังแต่ปากน้ำ�โพข้ึนมา ทำ�ให้ใจนึกมาตลอดทางว่าแผ่นดินที่ว่างเปล่า
ทอ่ี าจจะเปนประโยชนไ์ ดย้ งั มอี ยมู่ ากนกั ถา้ มใี ครเอาเปนธรุ ะตรวจตราแกไ้ ขความขดั ขอ้ งของ
ภมู ทิ อ้ งที่ กลา่ วคอื แกใ้ นกระบวนปดิ น�ำ้ หรอื ไขน�้ำ หรอื หาพชื พรรณไมท้ จี่ ะถกู กบั ทอ้ งทมี่ าปลกู
ยงั จะเกดี ผลประโยชนแ์ กบ่ า้ นเมอื งไดอ้ กิ มากทเี ดยี ว วา่ โดยทจี่ รงี มารถไฟตอนนถี้ งึ จะไมส่ นกุ
แลไมส่ บายอยา่ งข้ึนไปทางโคราชกน็ า่ มา ด้วยนา่ ดโู ดยทางความคดิ ทีก่ ราบบังคมทลู มาแลว้
เพราะมารถไฟมาในที่สูงแลเห็นภมู ิถานทอ้ งทีไ่ ดถ้ นดั แลเหน็ ไดไ้ กลกวา่ มาทางเรอื สงั เกตดู
ภูมิลำ�เนาที่ราษฎรต้ังอยู่ตามท้องท่ีในเวลาน้ีแถวริมน้ำ�มีบ้านเรือนตลอด แลไปมีบ้านดอน
อยู่ข้างในอิกส่วนหน่ึง เหตุว่าแผ่นดินตอนกลางเปนท่ีลุ่มเกีนไปหรือแห้งเกินไป ทำ�การ
เพาะปลูกยังไม่ได้ มีท่ีบางแห่งนาน ๆ พบเปนระยะท่ีมีไร่นาอยู่ตอนกลางระหว่างริมน้ำ�กับ
ที่ดอนขา้ งนอก

ในวันที่ ๒๘ นั้น ข้าพระพุทธเจ้าข้ึนมาพักแรมท่ีเมืองตรอน2 วันท่ี ๒๙ ข้ึนมาถึง
เมืองอุตรดิฐ วันท่ี ๓๐ ไปดูตลาดแลตรวจราชการ วันท่ี ๑ กรกฎาคม ไปเมืองลับแล3
ไปพระแท่นศิลาอาศน์4 แล้วกลับมาเมืองอุตรดิฐตามหนทางที่ได้เสด็จประพาศ วันท่ี ๒
เวลาเช้าลอ่ งกลับจากเมืองอุตรดิฐ

ตามลำ�แม่นำ้�ต้ังแต่เมืองพิไชยข้ึนมาจนอุตรดิฐ มีเรือเป็ดใหญ่5 อย่างบรรทุกสินค้า
จอดเรียงรายเห็นไดท้ กุ คุ้งน�ำ้ เรอื ชนิดน้เี ท่ียวจอดประชมุ กนั เปนหม ู่ ๆ แม้เหนอื เมอื งอุตรดิฐ
ก็มีขึ้นไป เขาว่าตลอดจนถึงเขตร์เมืองน่าน ถ้าจะนับจำ�นวนเห็นจะหลายร้อยลำ�ทีเดียว
มากกว่าท่ีได้เคยเห็นเม่ือมาตามเสด็จหลายเท่า สืบถามได้ความว่าเรือเหล่าน้ีบรรทุกสินค้า

1 ปัจจบุ นั คอื ต�ำบลบ้านดารา อ�ำเภอพชิ ยั จงั หวัดอตุ รดติ ถ์ สมเด็จพระสัมมา
2 ปจั จุบนั คือ อ�ำเภอตรอน จังหวดั อุตรดติ ถ์
3 ปัจจบุ ัน คอื อ�ำเภอลบั แล จังหวัดอตุ รดิตถ์
4 พระแท่นศิลาอาสน์นับเป็นพุทธเจดีย์ สืบเน่ืองจากเป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่า

สมั พทุ ธเจา้ ทง้ั หา้ พระองค์ในภัทรกปั น้ี ไดเ้ สด็จและจะเสดจ็ มาประทับน่งั บนพระแทน่ แหง่ น้ี เพอ่ื เจริญภาวนา
และไดป้ ระทับยบั ยั้งในเวลาท่ีตรัสรู้แล้ว ตัวพระแทน่ เป็นศิลาแลง มีลกั ษณะเปน็ รูปสเ่ี หลยี่ มผืนผา้ ขนาดกว้าง
๒.๕๖ เมตร ยาวประมาณ ๓.๒ เมตร สงู ๙๖ เซนตเิ มตร ท่ฐี านประดับดว้ ยลายกลีบบวั โดยรอบ มพี ระมณฑป
ศิลปะเชียงแสนครอบ อยู่ภายในพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ บ้านพระแท่น ต�ำบลทุ่งย้ัง อ�ำเภอลับแล
จงั หวดั 5อ ุตเรรอื ดเติปถด็ ์ ใหญ่ มลี กั ษณะตวั เรอื ปอ่ งเตยี้ หลงั คาหรอื ประทนุ คอ่ นขา้ งเตยี้ หวั เรอื และทา้ ยเรอื แบนคลา้ ย
ปากเป็ด ลกั ษณะจึงดคู ล้ายเปด็ มาก

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 188
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

กรงุ เทพ า ขนึ้ มาขายแลรบั - ซอื้ สนิ คา้ ขา้ งเหนอื คอื เขา้ , ยาสบู , เขา, หนงั , ครง่ั , ก�ำ ยาน เปนตน้
ลงไปขายข้างใต้ ท่ีเรือมีจอดเรียงรายกันอยู่เช่นนี้ เขาว่าเปนเวลาบรรทุกสินค้าแลคอยนำ้�
พอน�้ำ ข้นึ มากจะลอ่ งลงไป

ท่ีตลาดท่าอิฐ1 - มีเรือนแถวทำ�ให้เช่ามากขึ้นกว่าท่ีได้เห็นแต่ก่อนหลายแถว
เรือนแถวเหล่านี้ทำ�ด้วยไม้มุงสังกะสีโดยมาก เรือนท่ีสร้างแต่ก่อนทำ�ชั้นเดียว แต่เรือนที่
สร้างช้ันหลังมาทำ�เปนเรือน ๒ ช้ัน แลทำ�แขงแรงมั่นคงแต่จะเรียกว่ากิ้งกือหรือโกรเกไม่ได้
เพราะไม่ได้ทาสี คา่ เชา่ เรือน ๒ ชนั้ เรียกกันห้องละ ๒๐ บาท ช้นั เดียวเรยี กหลังละ ๑๐ บาท
แล ๘ บาท เปนอยา่ งต่ำ� ทางข้างเหนอื หาดค่าเชา่ แรง ขา้ งใต้ลงมาเปนท่ลี ุ่มมากค่าเชา่ ต�ำ่ ลง
รถไฟกะจะต้ังสเตชนั่ ท่ีทา่ เสา2 เหนือท่าอฐิ ข้นึ ไปทางสัก ๘๐ เสน้ สะเตชัน่ ๑ เทศาภบิ าล
เมอื งพไิ ชยไดต้ ดั ถนนตอ่ จากทเ่ี มอื งไปจนถงึ ทา่ เสาสาย ๑ เวลานม้ี พี วกจนี ไปจบั ทตี่ ามรมิ ถนน
สายนนั้ ท�ำ บา้ นเรอื นขน้ึ หลายราย ดว้ ยคาดลว่ งนา่ วา่ เวลารถไฟถงึ การคา้ ขายจะไปดที ท่ี า่ เสา
แต่มักจะเปนคนท่ีมาใหม่ ส่วนพวกที่ต้ังเปนหลักถานท่ีท่าอิฐแล้วโดยมากเชื่อว่าถึงรถไฟมา
ที่ท่าอิฐยังจะดีต่อไป ยังไม่คิดย้าย ถ้าแลดูผู้คนแลบ้านช่อง เรือแพค้าขายท่ีเมืองอุตรดิฐ
เวลานีด้ ูเจรญิ ขึ้นกว่าเมือ่ เวลาเสด็จเกอื บจะอีกเทา่ หนึง่ มบี ้านเรอื นงามๆ ทีท่ ำ�ข้ึนทางถนน
ไปเมอื งลบั แล ทงั้ สองฟากกห็ ลายบา้ น, สว่ นทเ่ี มอื งลบั แล - แลทงุ่ ยง้ั นน้ั ดไู รน่ ามมี ากแปลกตา
ขึน้ มาก เพราะมคี นดีประจำ�ทอี่ ยคู่ นหนงึ่ คอื หลวงศรพี นมมาศ (ทองอนิ )3 ผู้ท่ีเคยเสดจ็ ไป

1 ท่าอิฐเป็นหนงึ่ ในสามทา่ นำ�้ ประวัติศาสตร์ของอุตรดิตถ์ คอื ท่าโพธิ์ ท่าเสา และท่าอิฐ ค�ำวา่ ท่าอิฐ
มผี ู้สันนษิ ฐานว่ามาจากค�ำวา่ “อิด” ในภาษาเหนอื แปลว่า เหนื่อย เนือ่ งจากการเดินทางมาค้าขายที่ทา่ อิฐ
กว่าจะถึงก็เหน่ือย แต่นายพิเศษ เจียจันทร์พงษ์ สันนิษฐานว่า ค�ำว่าท่าอิฐน่าจะเป็นค�ำในภาษาไทยกลาง
เพราะคนท่าอิฐเป็นกลุ่มชนสุโขทัยด้ังเดิมที่ใช้กลุ่มภาษาไทย ท่าอิฐเป็นแหล่งท�ำการค้าท่ีใหญ่ท่ีสุดทาง
ภาคเห32น ือหปลัจปจวัจงุบจศนั ุบรนัพีคนอื คมอืตม�ำตาบศ�ำลบ(ททล่าอทเงส่าออานิฐิ อ)�อบำเ�ดิภำเาอภเเอปมเ็นือมชงอื าองวตุอจรุตนี ดรชติดือ่ ถิต์ถตจ์้ัวังจตหังี๋วหแดัวซอดั่ตุตอันรตุ มดราิตดรถติ ด์ถา์ ชอ่ื น่ิม เปน็ ชาวอ�ำเภอนครชยั ศรี
จังหวัดนครปฐม เกิดที่บ้านยางกะได เมืองลับแล เม่ือครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ
ประพาสเมืองอุตรดิตถ์ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๔๔ ทางอ�ำเภอลับแลได้ตั้งพลับพลารับเสดจ็
บน “มอ่ นจ�ำศลี ” นายทองอนิ เปน็ หวั หนา้ คนส�ำคญั ในการรบั เสดจ็ ครง้ั นโ้ี ดยจดั ขบวนแหบ่ ง้ั ไฟ และปราสาทผง้ึ
มีช้างแห่ไปในขบวนถึง ๒๕ เชอื ก มกี ารแสดงพระธรรมเทศนา เร่ือง พระแทน่ ศลิ าอาสน์ การรับเสดจ็ คร้งั น้ี
เปน็ ทพี่ อพระราชหฤทยั เปน็ อยา่ งยงิ่ นายทองอนิ ไดเ้ ขา้ เฝา้ อยา่ งใกลช้ ดิ เบอ้ื งพระยคุ ลบาทดว้ ยความจงรกั ภกั ดี
เม่ือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบข่าวการท�ำงานต่าง ๆ ของนายทองอินท่ีเป็นการ
ท�ำประโยชน์ให้กับเมืองลับแล เช่น การสร้างถนน การสร้างเหมืองฝาย อีกทั้งเป็นคนดีราษฎรรักใคร่
นบั ถอื มาก สมควรทจี่ ะไดค้ วามชอบเปน็ พเิ ศษ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั ใหเ้ ปน็ “ขนุ พศิ าลจนี ะกจิ ”
ต่อมาเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงศรีพนมมาศ” นายอ�ำเภอเมืองลับแล และพระศรีพนมมาศ นายอ�ำเภอ
เมืองพิชัย ตามล�ำดบั ภายหลงั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานยศเปน็ “อ�ำมาตยต์ รี” ด�ำรงต�ำแหนง่
เกษตรมณฑลพิษณุโลก ในราชทนิ นามเดิม ถงึ แกก่ รรมเมอื่ วนั ที่ ๑๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๖๔

189 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งฝ่ายเหนอื
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

บ้านเขานั้นเอง เปนผู้เอาใจไส่สนุกในการทำ�เหมืองทำ�ฝายเบิกไร่นา ไม่รู้หยุด จนถึงพวก
อินยินเนียรถไฟที่ได้ข้ึนมาเห็นบอกแก่ข้าพระพุทธเจ้าเมื่อขึ้นมาตามทางว่า เรามีอินยิเนียดี
อยูท่ เ่ี มืองลบั แลคนหนึง่ ส�ำ หรับการเออรเิ กชั่น1

ที่พระแท่นศิลาอาศน์วิหารเคร่ืองบนชำ�รุดขื่อผุ ๒ ตัว แต่มีผู้ศรัทธาจะปฏิสังขรณ์
ขัดอยู่ด้วยไม้จะต้องการไม้สักท่ีตายยืนต้นแลล้มมีอยู่ในแขวงเมืองลับแล เมืองทุ่งย้ัง2
สัก ๑๕๐ ท่อน ถ้าได้ไม้แลว้ ผทู้ ีศ่ รัทธาเขาจะออกเงิน เชน่ สว่ นค่าแรง ค่ากระเบอ้ื ง แลอ่นื  ๆ
จะเรยี่ รายไดร้ าวเกอื บ ๒๐๐๐๐ บาท ข้าพระพทุ ธเจา้ จึงได้อนุญาตเรือ่ งไม้ให้ตามประสงค์

ข้าพระพุทธเจ้าได้มาพระแท่นศิลาอาศน์แต่ก่อนแล้ว ๔ ครั้ง พึ่งมาได้สังเกตุใน
ครงั้ ท่ี ๕ นวี้ า่ ฝาผนงั วหิ ารพระแทน่ มณฑปพระยนื ทเี่ ขยี นเรอื่ งปถมสมโภช3 นน้ั กด็ ,ี วหิ ารหลวง
วัดมหาธาตุเมืองทุ่งยั้งที่เขียนเร่ืองเงาะน้ันก็ดี ฝีมือเขียนเก่ามากทีเดียว ถ้าไม่ใช่ครั้งต่อ
กรุงเก่า คือ คร้ังเจ้าพระฝาง4 ก็จะเปนครั้งกรุงธน หรือในรัชกาลที่ ๑ ฝีมืออยู่ข้างจะต้น
แตเ่ หน็ ไดว้ า่ ของเกา่ ไมม่ ที สี่ งไสย ดอี ยทู่ ขี่ า้ พระพทุ ธเจา้ มาสงั เกตเุ หนไดใ้ นเทย่ี วน้ี เพราะพวก
ทายกที่ซ่อมแซมกำ�ลังคิดเขียนใหม่ ข้าพระพุทธเจ้าต้องออกคำ�ส่ังห้ามว่าอย่าให้ไปจับต้อง
เลยเปนอนั ขาด ให้ปลอ่ ยไวอ้ ยา่ งน้ี

ข้าพระพุทธเจ้าได้ประชุมพวกพ่อค้าที่เมืองอุตรดิฐ ไต่ถามถึงการค้าขายได้ความว่า
ในศก ๑๒๖ การค้าขายโทรมมาก ในเวลาน้ีพ่ึงจะฟื้นข้ึนสักเล็กน้อย ถ้าในศก ๑๒๗ นี้
เปนอยอู่ ย่างศก ๑๒๖ เหน็ จะถงึ ลม้ ละลายกันมาก เหตุทก่ี ารค้าขายซุดโทรมน้ัน พวกพอ่ คา้
ช้ีแจงว่าเปนด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ เมื่อศก ๑๒๕ นาหัวเมืองเหล่าน้ีเสียราษฎรอัตคัด
อิกอย่างหนึ่งน้ัน ยาสูบในปลายศก ๑๒๖ แลต้นศก ๑๒๗ น้ีราคาตกกว่าคร่ึงตัว เหตุด้วย
ศก ๑๒๕ ราคายาขึ้น ราษฎรเหน็ วา่ ยาสบู ราคาดพี ากันปลูกมากเกีนต้องการ ราคายาจึงตก
จนถึงในศก ๑๒๗ นตี้ ้องเลกี ปลูกยากนั เสยี โดยมาก ความอัตคัดของราษฎรพาให้ค้าขายไมด่ ี
ประการหนง่ึ อกิ ประการหนง่ึ นน้ั ดว้ ยเรอื่ งเอกสเชนทร่ี าคาเงนิ เหรยี ญเมอื งจนี ตก พวกพอ่ คา้
ท่ีเมืองอุตรดิฐโดยมากรับทุนหรือซื้อเช่ือมาจากพวกพ่อค้าจีนท่ีกรุงเทพ า เอาของเหล่าน้ี

1 irrigation คอื การทดนำ้� อรรถกถา
2 ปัจจุบนั คอื ต�ำบลทงุ่ ย้งั อ�ำเภอลบั แล จงั หวดั อุตรดิตถ์
3 ปถมสมโภชหรือพระปฐมสมโพธิ เป็นคัมภีร์ท่ีรวบรวมเรื่องพุทธประวัติจากพระไตรปิฎก

และปกรณต์ า่ ง ๆ เข้าดว้ ยกนั ต้งั แต่ก่อนประสูติ เสด็จออกผนวช บ�ำเพญ็ เพยี ร ตรัสรู้ ประกาศศาสนา จนถึง
ปรินิพ4พ าเนม่ือแคลระาหวลเังจจ้าาพกรพะทุฝธาปงรหนิ รพิ ือพพารนะพากุลเถระ (มหาเรือน) พระสังฆราชาแห่งเมืองสวางคบุรี (ฝาง)
เปน็ ผนู้ �ำตงั้ ชมุ นมุ อสิ ระหลงั การเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาครงั้ ท่ี ๒ เมอื่ พ.ศ. ๒๓๑๐ ชมุ นมุ ดงั กลา่ วสนิ้ สดุ ลงเมอ่ื สมเดจ็
พระเจา้ ตากสินมหาราชเสด็จยกทพั มาปราบปราม เม่อื พ.ศ. ๒๓๑๓

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 190
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ขายแล้วซ้ือสินค้าป่าท่ีพวกฮ่อแลพวกในมณฑลพายัพ พวกเมืองหลวงพระบางพาบรรทุก
ต่างลงมาขายสินค้าป่าเหล่าน้ี พวกพ่อค้าท่ีเมืองอุตรดิฐพาลงไปขายแก่พวกพ่อค้าจีนใน
กรงุ เทพ า พวกน้ันสง่ ไปขายทเี่ มอื งจีนขายด้วยราคาเงีนเหรยี ญ ซอื้ ท่นี ีซ่ ือ้ ด้วยราคาเงนิ บาท
เมื่อเงินเหรียญตกราคาลง พวกพ่อค้าที่กรุงเทพ า ก็ลดราคาสินค้าที่เขาซ้ือด้วยเงินบาทลง
พวกพ่อค้าท่ีอุตรดิฐรับซื้อสินค้าป่าไว้ในราคาแพงกว่าที่จะขายได้ในกรุงเทพ า เปนเหตุให้
ขาดทุนทาง ๑ อกิ ทาง ๑ นนั้ สินคา้ ท่รี บั ข้ึนมาจากกรุงเทพ า โดยมากรบั ซื้อเชอ่ื มาโดยมี
กำ�หนดส่งเงิน เมื่อรับขึ้นมาแล้วขายไม่ออก ผู้เจ้าของเงินเร่งให้ส่งตามกำ�หนด จำ�ต้องลด
ราคาขายขาดทุนเอาเงินไปใช้หน้ี เปนทางขาดทุนของพวกพ่อค้าเมืองอุตรดิฐอิกทาง ๑
ใชแ่ ตเ่ ทา่ นนั้ พวกพอ่ คา้ ตา่ งทรี่ บั สนิ คา้ ปา่ เมอื งหลวงพระบาง มณฑลพายพั แลเมอื งหลม่ ศกั ดิ์
เมืองด่านซ้ายลงมาขายที่เมืองอุตรดิฐ ก็ซ้ือเช่ือเขาลงมาขายเหมือนกัน สินค้าเหล่าน้ัน
ราคาตกที่กรุงเทพ า พวกพ่อค้าที่อุตรดิฐก็ต้องไปเก่ียงให้พวกพ่อค้าต่างลดราคาลงอิก
ขา้ งพวกพอ่ คา้ ตา่ งจะไมข่ ายใหก้ ไ็ มม่ เี งนิ จะใชห้ นเ้ี ขา แลไมร่ วู้ า่ จะเอาสนิ คา้ เหลา่ นน้ั ไปทำ�อะไร
ก็จำ�ต้องขาดทุนอิกพวกหนึ่ง นัยว่าเวลาน้ีพวกพ่อค้าต่างท่ีต้องหลบเจ้าหน้ีไปเท่ียวรับจ้าง
หากำ�ไรใช้หนี้อยู่ตามท่ีต่างๆ มีอยู่เปนอันมาก พวกพ่อค้ายังหวังใจอยู่ว่า ถ้าปีนี้เข้าปลา
บริบูรณ์ การค้าขายจะกลบั ดีขึ้นดังแตก่ ่อน

สว่ นการคา้ ขายกบั เมืองหลวงพระบางนัน้ ไดค้ วามว่าเจรีญขน้ึ มาก พวกเมืองอุตรดฐิ
ไปตั้งร้านค้าขายท่ีเมืองหลวงพระบางก็มีบ้าง พวกเมืองหลวงพระบางมารับซ้ือเชื่อสินค้า
ไปขายทเ่ี มืองหลวงพระบางกม็ โี ดยมาก การคา้ ขายสดวกดี ฝรง่ั เศสไมไ่ ด้เรยี กเกบ็ ภาษีขาเข้า
จากสินค้าอย่างอ่ืน นอกจากไม้ขีดไฟแลน้ำ�มันเปโตรเลียม แต่สินค้าขาออกเรียกเก็บภาษี
ทุกอยา่ ง ในการค้าขายว่าโดยย่อ เมืองอตุ รดิฐเปนตลาดของเมอื งนา่ น เมืองแพร่ เมอื งนคร
ล�ำ ปาง (เฉภาะแตเ่ กลอื เพราะบรรทกุ เรอื ขน้ึ ไปทางน�้ำ วงั ราคาซอ้ื แรงกวา่ อตุ รดฐิ ) เมอื งหลวง
พระบาง เมืองดา่ นซ้าย เมืองหล่มศักด์ิ เมืองนครไทย เวลารถไฟแล้วเมอื งอุตรดิฐคงจะเจรีญ
ขึน้ อกิ ถ้าหากวา่ รถไฟไมเ่ รยี กค่าบรรทุกเกนี ไป ในเวลานไ้ี ตถ่ ามตามพ่อคา้ ไดค้ วามวา่ สนิ ค้า
ทีส่ ง่ จากกรุงเทพ า มาเมอื งอุตรดิฐจบั บรรทุกรถไฟส่งถึงเมอื งพศิ ณโุ ลกบ้างแลว้ สนิ ค้ามาถงึ
เมอื งอตุ รดิฐแล้ว คดิ ค่าโสหยุ้ สง่ ลงเรือขึน้ มาจากปากน�ำ้ โพ หรอื ส่งลงเรือข้ึนมาจากพศิ ณุโลก
เวลานเ้ี ทา่ ๆ กนั สง่ พศิ ณโุ ลกไดเ้ ปรยี บเพยี งเวลาเรว็ เขา้ แตร่ าคาอาหารแลเครอื่ งบรโิ ภคใชส้ รอย
ทเ่ี มอื งอตุ รดฐิ เวลานฟี้ งั ตามเสยี งคนทข่ี น้ึ มาจากกรงุ เทพ า วา่ แพงกวา่ ทก่ี รงุ เทพ า ความขอ้ น้ี
ขา้ พระพทุ ธเจา้ เขา้ ใจวา่ ความรสู้ กึ มแี ตเ่ ฉภาะพวกทมี่ าจากกรงุ เทพ า ซง่ึ มกั พอใจบรโิ ภคอาหาร
แลใชส้ รอยอยา่ งอยกู่ รงุ เทพ า แตส่ ว่ นพนื้ พลเมอื งนนั้ สบื ถามดตู ามพอ่ คา้ แลขา้ ราชการไดค้ วาม
เปนอยา่ งเดยี วกนั วา่ ทกุ วนั นรี้ าษฎรบรบิ รู ณโ์ ภคทรพั ยม์ ากกวา่ แตก่ อ่ นมาก ขอ้ นจี้ ะพงึ สงั เกตุ
เห็นได้ในตลาด แต่ก่อนมาขายดีเพียงผ้าดิบท่ีราษฎรซื้อไปย้อมนุ่งห่ม เดี๋ยวน้ีขายได้จน
แพรพรรณภาชนต่างๆ ตลอดจนถึงเคร่ืองแต่งตัวที่เปนเครื่องเงินเครื่องทองของมีราคา
ก็ขายได้

191 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

การปกครองราษฎรสงั เกตดุ เู ปนการปรกตไิ มม่ เี สยี งรอ้ งเดอื ดรอ้ นอยา่ งอน่ื นอกจากวา่
ผ้รู ้ายล้วงลักโคกระบอื เมอื่ แลง้ แล้วชมุ ขนึ้ กว่าแต่กอ่ น เหตทุ เ่ี กีดโจรผรู้ า้ ยลว้ งลักชุกชุมขนึ้ นั้น
เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ก็แลเห็นเหตุตรงกับที่ได้เคยมีมาแล้วในมณฑลอื่นๆ กล่าวคือ
การสร้างรถไฟมีคนสำ�ส่อนเข้ามารับทำ�การกุลีมากอยู่ คนพวกนี้เปนชาวมณฑลอิสาณ
โดยมากเที่ยวต้ังทับกระท่อมเร่ียรายกันไปตามทางรถไฟท่ีมันรับจ้างทำ�งาน เปนคนติดฝ่ิน
ก็มาก ทางรถไฟทำ�ไปถึงไหนผู้ร้ายล้วงลักก็ชุมไปถึงนั่น จนทางรถไฟแล้วเมื่อใด ผู้ร้ายก็ซา
เปนเช่นน้ีมาทุก ๆ สาย ตั้งแต่สายนครราชสิมา ครั้นเจ้าพนักงานปกครองท้องท่ีจะบังคับ
ตรวจตราพวกกลุ ใี หก้ วดขนั ดงั เชน่ บงั คบั ใหอ้ ยรู่ วบรวมกนั เปนตำ�แหนง่ แหง่ ท่ี แลใหม้ ตี ำ�รวจ
ภธู รหรอื เจา้ พนกั งานคอยตรวจตราคนเหลา่ น้ี การทบ่ี งั คบั รบกวนพวกกลุ กี ค็ งจะไปเกดี ตดิ ขดั
แก่การสร้างรถไฟท่ีจะหากุลียากเข้า จึงต้องผ่อนผันหันหาการทำ�รถไฟ อย่าให้ติดขัดเปน
ข้อส�ำ คัญ

ในเรอื่ งผรู้ า้ ยลกั โคกระบอื นน้ั สบื สวนตามก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ นไดค้ วามวา่ กเ็ นอื่ งดว้ ยพวก
กุลีทำ�ทางรถไฟนี้ แต่มิใช่พวกกุลีเอง คือ ผู้ร้ายต่างเมืองเข้ามาแอบแฝงอาไศรยสมคบอยู่
กับพวกกลุ ี เวลาเจ้าพนกั งานปกครองท้องที่ไปตรวจตรากก็ ลายเปนกุลีไป ครนั้ ราษฎรเผลอ
เม่ือไร พวกผู้ร้ายนั้นก็ลอบลักโคกระบือพาไปขายต่างเมือง มีชุกชุมเม่ือฤดูแล้ง แต่เด๋ียวนี้
ค่อยสงบไปแลว้

พระยาสุรสีห์ ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพซ่ึงมาตรวจจัดราชการอยู่ที่เมืองแพร่ แล
ข้าพระพุทธเจ้าได้นัดไปให้มาพบกันท่ีอุตรดิฐน้ัน มาถึงเมืองอุตรดิฐในวันเดียวกันกับ
ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยาอมรฤทธิขา้ หลวงประจำ�นครน่าน แลเจา้ อปุ ราชนครนา่ นไดท้ ราบว่า
ข้าพระพุทธเจ้าจะข้ึนมาที่เมืองอุตรดิฐก็ลงมาหาข้าพระพุทธเจ้าด้วย ราชการเมืองแพร่
ได้ความจากพระยาสุรสีห์ว่า พระยาสุรสีห์ได้มาพักอยู่เมืองแพร่เดือนเศษ จัดวางแบบแผน
แลแก้ไขความขัดข้องท่ีมีอยู่เปนการเรียบร้อยตลอดแล้ว พระยาสุรสีห์เชื่อว่า จะไม่มีความ
ลำ�บากมากมายอันใดในการปกครองเมืองแพร่ต่อไป ส่วนอ้ายหว่ันผู้ร้ายนั้นยังกำ�ลังสืบ
จบั กนั โดยกวดขัน เห็นวา่ จะได้ตวั ในไมช่ า้ นกั

ราชการเมืองนา่ นกเ็ ปนปรกติดีอยู่
ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ า ขอเดชะ

ข้าพระพทุ ธเจา้ ดำ�รงราชานุภาพ

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 192
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ป.ล. ข้าพระพุทธเจ้าล่องจากอุตรดิฐเวลา ๒ โมงคร่ึง เวลาบ่ายสองโมงมาถึง
เมอื งพิไชย เวลาเย็นไดข้ นึ้ เดีนดตู ามทอ้ งท่ี ทเ่ี มอื งพิไชยเด๋ียวนี้ลดลงเปนแตอ่ �ำ เภอ ที่ว่าการ
เมืองพไิ ชยยกไปต้ังอยู่เมืองอุตรดฐิ หลายปมี าแลว้ เปนธรรมดาอยู่เองทีส่ ถานทใี่ นรัฐบาลแล
บา้ นเรอื นราชการทเ่ี คยมแี ตก่ อ่ นเลกิ รา้ งหายไปโดยมาก แตป่ ระหลาดใจทตี่ ลาดกลบั เจรญิ ขน้ึ
กว่าแต่ก่อน มีโรงแถวแลร้านขายของมากข้ึน ไต่ถามจึงได้ความว่าตลาดยี่สานดีขึ้นน้ี
เพราะรถไฟก�ำ ลงั ท�ำ ทาง มีพวกท�ำ การรถไฟเปนผูซ้ ้อื ของในตลาดมากกวา่ พวกอืน่ ได้ความ
ตลอดไปจนถึงเรื่องเรือเป็ดค้าขายท่ีมีมาจอดอยู่เปนระยะตอนใต้อุตรดิฐมานี้ ก็เปนพวก
ท่บี รรทุกเข้าสารแลสิ่งของมาขายพวกท�ำ การรถไฟโดยมาก

ข้าพระพุทธเจ้าไปดูตลาด พบนักเลงสุรากำ�ลังน่ังเสพย์สุราอยู่ในร้านขายสุรา
ต่างประเทศ ๓ คน จึงแวะเข้าไปสนทนาได้ความว่า ท่ีตลาดอำ�เภอพิไชยน้ีมีร้านสุรา
ต่างประเทศ ซึ่งเสียค่าไลเซนปีละ ๑๒๐ บาท ร้าน ๑ กับร้านสุราโรง ซึ่งนายอากรจัดให้
มาต้ังขายร้าน ๑ สุราท่ีขายในร้านสุราต่างประเทศนั้นมีสุราฝรั่งกับสุราจีน จำ�พวกสุราฝรั่ง
มีสุรา ๓ อยา่ ง คือ วสิ กี้สกั ๓ ยีห่ ้อ บรันดสี กั ๓ ย่หี ้อ เบีย ๒ ย่ีห้อ สุราจนี นนั้ เปนสุรากล่ัน
เมืองเซียงไฮ้อย่างสีขาวทำ�นองเดียวกับสุราโรงแต่แรงกว่า อิกอย่างหนึ่งสีแดงเรียกว่าเล่ายา
ทำ�นองเปนยาดองอ่อนกว่าอย่างขาว สุราจีน ๒ อย่างนี้ขายแก้วละเฟ้ือง1 เท่ากับราคา
สุราโรง นักเลงสุราที่พบ ๓ คนดูเปนผู้ชำ�นาญ ดูเหมือนจะได้เคยเสพย์สุราต่างประเทศ
ครบทุกอย่างในร้านนั้น บอกได้ว่าอย่างไรรสชาติเปนอย่างไรทุกอย่าง นัยว่าวิสกี้เปนสุรา
แรงกวา่ อยา่ งอนื่ ๆ เสพยเ์ ปล่าๆ ทนไม่ได้ ต้องเจอื น�้ำ มะพร้าวออ่ น บรนั ดีมที ั้งอย่างแรงแล
อย่างอ่อน แต่ไม่แรงเหมือนวิสก้ี พวกนักเลงว่าสู้วิสก้ีไม่ได้ เบียนั้นดีท่ีเปนยาลม เสพย์
เบียลมเดีนสดวก แต่ต้องเสพย์ครั้งละขวดจึงจะพอ สรุ าจนี ๒ อย่างๆ ขาวแรงกว่าสรุ าโรง
อยา่ งออ่ นท่เี ปนยาดองน้นั เปนท่ีพอใจของนกั เลง พวกนักเลง ๓ คนน้ชี อบสุราจนี มากกว่า
สุราโรง ด้วยเหตุว่าสุราโรงเวลาจวนจะหมดฤทธิมักทำ�ให้ปวดศีศะ แต่สุราจีนไม่ปวดศีศะ
ไดค้ วามดงั น้ี พอสนั นิฐานไดว้ ่า ถ้าสุราโรงยังกล่นั อย่อู ยา่ งทกุ วันน้ี คนเห็นจะหันไปชอบสรุ า
ต่างประเทศมากข้ึนทุกที ซ้ำ�ร้านขายสุราโรงท่ีพิไชยนี้ก็จัดร้านไม่ดี ไม่เปนที่ล่อนักเลงอย่าง
ร้านสุราต่างประเทศ ซ่ึงมีขวดสุราหลายอย่างตั้งเรียบเรียงไว้เปนเครื่องชวน ส่วนร้านที่ขาย
สุราโรงนั้นมีแต่ใหดำ�ๆ ใหเดียว ซำ้�เอาข้ึนไปต้ังขายไว้บนเรือปะปนกับสินค้าอ่ืน มีหนังสือ
วงษๆ์ จักรๆ์ เปนต้น เจา้ ของน่งั คอยขายอย่างยายขายฆอ้ ง ขายส้สู ุราตา่ งประเทศไม่ได้อยู่
ในเหตุนี้ด้วย รอดตวั ท่ีมรี า้ นสุราโรงไปต้งั ขายทุกตำ�บล สรุ าตา่ งประเทศไกลๆ จงึ มรี ้านหนงึ่
นายอากรจึงท�ำ อากรได้

1 เฟื้อง เป็นหน่วยเงนิ ของไทยในสมัยโบราณ มคี ่าเทา่ กับ ๑/๘ บาท หรือ คร่ึงสลึง

193 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองฝา่ ยเหนือ
ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)

ดตู ลาดแล้วไปท่ีโรงต�ำ รวจภธู รพบพวกกลุ รี ถไฟถูกจบั อยดู่ ้วยเรอ่ื งเลน่ เบี้ยโบก ๑๐ คน
ไดน้ งั่ สนทนากบั พวกกลุ เี หลา่ น้ี ไดค้ วามวา่ การกลุ นี น้ั พนกั งานสรา้ งรถไฟเขาจดั ดงั นี้ คอื แบง่
กุลเี ปนกอง ๆ กองละ ๑๕ คน นายกลุ คี น ๑ รวมเปน ๑๖ นายกุลไี ด้ค่าจา้ งวันละบาท ๑ กุลี
ไดค้ า่ จา้ งวนั ละ ๓ สลึง หากนิ อย่ขู องตัวเอง พวกกลุ รี วมทนุ กนิ ด้วยกัน ๔ คนบ้าง มากกวา่
น้ันบ้าง น้อยกว่าน้ันบา้ ง บางทนี ายกลุ ีเปนผู้หาเลย้ี งดคู ดิ หักเอาในค่าจา้ ง กลุ ีคนหน่งึ หาได้
ประมาณเดือนละ ๒๒ บาท ๒ สลงึ กินเดือนละ ๕ บาท นุ่งห่มใชส้ รอยอิกเดอื นละ ๕ บาท
คงไดเ้ งนิ เหลือใช้สรอยราวประมาณเดอื นละ ๑๒ บาท เงินทเี่ หลอื ใช้สรอยนั้นบางคนเก็บไว้
ได้จน ๘๐ - ๙๐ บาท กลับไปบ้านเสยี ทหี นง่ึ ก็มี บางทกี เ็ ลน่ เบ้ียโบกกนั ใครรวยมากกก็ ลบั
บ้านได้เร็ว ใครเสยี กต็ อ้ งทำ�งานตอ่ ไป คนกุลตี ามคำ�ชแ้ี จงของพวกน้วี า่ เปนคนมณฑลอิสาณ
โดยมาก คนพ้ืนเมืองไม่เข้ารับจ้างทำ�การกุลี มีคนจรไปแอบอิงอาไศรยเนืองๆ แต่ถ้า
ไมท่ ำ�กุลี นายกลุ เี ขาไมร่ ับไว้เกนี กวา่ ๓ วนั ขอ้ น้ีสมจริงกบั ท่ีไดค้ วามจากก�ำ นันผูใ้ หญ่บ้านวา่
พวกผรู้ า้ ยลักกระบือมักจะมาแอบอิงอยู่กับพวกกลุ รี ถไฟดงั ได้กราบบงั คมทูลมาข้างบนแล้ว

ดำ�รง

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองปกั ษ์ใต้ ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)
(เดือนพฤษภาคม - มถิ ุนายน ร.ศ. ๑๓๑)

รายงานเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)1

กระทรวงมหาดไทย
วันท่ี ๒๑ เดือนเมษายน ร.ศ. ๑๓๑
ขอเดชะ ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าฯ
ด้วยการทขี่ า้ พระพุทธเจา้ จะออกไปตรวจราชการหัวเมอื งปักใต้ฝา่ ยตวนั ตก2 นนั้ เดีม
คดิ ดว้ ยเกลา้ ฯ วา่ จะลงไปทางเมอื งสงิ คโปรเ์ ดนี ทางดเู ฟตเดอเรเตตมะเลสะเตต3 ขององั กฤษ
ขน้ึ มาหามณฑลภูเก็จ แต่เมอ่ื มาคิดเวลาดเู ห็นวา่ เวลาจะไมพ่ อตรวจราชการมณฑลภายใน
พระราชอาณาเขตร์ได้ดังประสงค์ จึงมากะระยะทางที่จะเดีนทางตรวจราชการ ดังน้ีคือ
จะโดยสารเรอื สแิ ลนเดยี ไปขน้ึ ทเ่ี มอื งสงขลา ตรวจราชการเมอื งสงขลาแลว้ ลงเรอื นครศรธี รรมราช
ไปตรวจราชการมณฑลปตั ตานี กลบั มาขน้ึ เมอื งนครศรธี รรมราช เดนี ทางไปเมอื งตรงั ลงเรอื
ถลางไปตรวจราชการเมอื งภเู กจ็ เมอื งตะกว่ั ทงุ่ เมอื งพงั งา, เดนี ทางจากปากลาว ข้ามมาลง
แมน่ ้�ำ หลวง4 เมอื งไชยา ถา้ มเี วลาพอจะเดนี บกจากเมอื งไชยามาจนเมอื งชมุ พร ลงเรือเมล์
ทช่ี มุ พรกลับมากรุงเทพฯ

1 หอจดหมายเหตุแหง่ ชาต,ิ เอกสารกรมราชเลขาธิการรชั กาลท่ี ๖ กระทรวงมหาดไทย ร.๖ ม.๓.๓/๓
เร่ือง ก2ร มภพารคะใดต�้มำรีลงักตษรณวจะภกาูมริปหรัวะเเมทือศงเปปกั็นษค์ใาตบ้ ส(๒ม๑ุทรเมทษี่มาีทยะนเล-ขน๒ากบรอกยฎู่ า๒คมด้าพน.ศ.ค ือ๒๔ต๕ะ๕ว)ัน. ออกด้านอ่าวไทย
และตะ3ว ันFตedกeดr้าaนteทdะMเลaอlaนัyดsาtaมteนั s หวั เมืองปกั ษ์ใต้ฝา่ ยตะวนั ตกหมายถงึ ภาคใต้ทางฝั่งทะเลอนั ดามนั
หรอื สหพนั ธรฐั มาลายู ซงึ่ องั กฤษเขา้ ครอบครองมะละกาตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๓๓๘
(ค.ศ. ๑4๗ ป๙จั ๕จบุ) นั คอื แมน่ ำ�้ ตาปี เปน็ แมน่ ำ�้ สายใหญท่ สี่ ดุ ในภาคใตข้ องประเทศไทย มตี น้ ก�ำเนดิ จากเทอื กเขาหลวง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลสู่อ่าวไทยท่ีอ่าวบ้านดอน อ�ำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ช่ือแม่น้�ำตาปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเม่ือวันที่
๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๘

195 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

กำ�หนดเวลากราบถวายบงั คมลาจากกรงุ เทพฯ ในตน้ เดอื นพฤศภาคม จะกลับเข้ามา
ถงึ กรงุ เทพฯ ภายในเดอื นมถิ นุ ายน

ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ขอเดชะ

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ดำ�รงราชานภุ าพ

ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ท่ี ๕ มถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๓๑

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ พยี่ าเธอ กรมหลวงปราจณิ กติ บิ ด1ี ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยวันน้ีข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระดำ�รงราชานุภาพ
ลงวันท่ี ๕ เดือนน้ีว่า ได้เสด็จไปถึงเมืองนครศรีธรรมราชแต่วันท่ี ๔ เดือนน้ีเวลายำ่�ค่ำ�
โดยเรยี บรอ้ ยดี และไดท้ รงกะโปรแกรมท่ีจะเสดจ็ ต่อไป ดังน้ี

วนั ที่ ๑๑ พฤษภาคม ออกจากเมอื งนครศรีธรรมราช วันที่ ๑๒ ประทบั เมอื งปตั ตานี
วันท่ี ๑๕ ออกจากเมอื งปัตตานี วันที่ ๑๖ ประทับตากใบ2 วันท่ี ๑๗ บางนรา3 วนั ที่ ๑๘
เมืองสายบุร4ี วันท่ี ๑๙ เมืองสงขลา วันที่ ๒๒ บางแก้ว5 วันท่ี ๒๓ เมืองพัทลุง วันท่ี
๒๔ ช่อง วนั ท่ี ๒๖ ทับเท่ียง6 วันท่ี ๒๗ เขาขาว7 วนั ที่ ๒๙ ทุง่ สง8 วนั ท่ี ๓๑ เมืองตรงั

1 พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงปราจณิ กติ บิ ดี พระนามเดมิ พระองคเ์ จา้ ประวติ รวฒั โนดม พระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาแช่ม ประสูติเม่ือวันที่ ๒๗ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๑๘ ทรงเรมิ่ รบั ราชการในต�ำแหนง่ ผชู้ ว่ ยราชการกระทรวงวงั ราชเลขานกุ ารในสมเดจ็ พระศรพี ชั รนิ ทรา
บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะทรงด�ำรงต�ำแหน่งผู้ส�ำเร็จราชการแผ่นดิน ราชเลขานุการ
ต่างประเทศ ในรัชกาลท่ี ๖ เป็นสมุหมนตรี องคมนตรี และเสนาบดีต�ำแหน่งราชเลขาธิการ ส้ินพระชนม์
เม่ือวัน32ท ี่ บป๙ัจาธงจนันุบรวนั าาคคเมือป็นพอช.�ศำื่อเภ.เ ดอ๒ิมต๔ขา๖อก๒งใบจเังปจห็นงั วตหัดน้วนัดรรานาชรธสาิวกธาุลิวสาปสพรระะวบิตารทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา
โปรดเก4675ล ้าปปปปฯจจัััจัจจจจใจหุบบุุบุบ้เนนัันัันปนลคคค่ยี่าืืือออจนะออตชห���่ือำำำบเเมเภภปลาออ็นยทสบถบั นาาึงเยงรทแาบตีย่ กธรุ�งำิวว้ี บจาอจลังส�หังำเเขหหภวาวมัดอขดัปาเามพยตัวือคทัตงวลอาตานุง�มำรเี ังภว่าอจงัห“หอ้ววันยัดเยปตอ็นรดงัทอ่ี จยังขู่หอวงัดคตนรดังี” เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๘
อ�ำเภอท8ุ่ง ปสจังจจุบงั ันหวคัดอื นคอร�ำศเภรีธอรทรุ่งมสรงาชจังหวัดนครศรธี รรมราช หรืออาจเป็น ต�ำบลเขาขาว

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 196
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

วันที่ ๓ มถิ ุนายนประทับเมอื งภเู กจ็ วนั ท่ี ๗ เมืองตะก่ัวท่งุ 1 วนั ท่ี ๘ เมอื งพงั งา วนั ที่ ๙
ปากลาว2 วันท่ี ๑๕ เมืองไชยา วันที่ ๑๘ เสด็จลงเรือจากบ้านดอน3 วันท่ี ๑๙ หรือ
๒๐ มถิ นุ ายน ถงึ กรงุ เทพฯ ดงั นี้ มรี บั สงั่ ใหข้ า้ พระพทุ ธเจา้ กราบทลู มาใหท้ รงทราบฝา่ พระบาท

ขอไดท้ รงนำ�ความกราบบงั คมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ข้าพระพุทธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์4
ราชปลดั ทูลฉลอง

ท่ี ๑๐๐/๑๒๑๑ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๑๒ เดือนพฤษภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ขา้ พระพุทธเจ้า ขอกราบทลู พระเจา้ พี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิตบิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ด้วยตามจดหมายข้าพระพุทธเจ้า ลงวันท่ี ๕ เดือนน้ี กราบทูลมาว่า ได้รับโทรเลข

พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพ บอกก�ำ หนดระยะทางทจ่ี ะเสดจ็ ตรวจราชการ
มณฑลปตั ตาน5ี มณฑลนครศรธี รรมราช6 มณฑลภเู กต็ 7 มณฑลชมุ พร8 มคี วามหลายประการ
แจง้ อยู่ในจดหมายน้นั แล้ว

24531 ปคปมปือณัจจััจจจจฑพบบุุุบลรนัันนั ะปยคคคัตาอืออืืตมาบออหน��้าาีำำเเแนอภภย�ปำออกมาตเอากมะตอลอื กยากงวั่ ว์จสท(เารุ ตสุง่ กา�ง็ ษำมจบวงัฎณลหริ รฑนยวธ์ ศาลดัาเิรนนพหิ ีคัง(นจบงรอืังาาศหงรอแวีธ�ัดหรำเสร่งภมเรุ อขารยีอษาน่าชฎววรปลา่ ธ์ ึกราวะนริจกิยี งัอศหบิรวด)ิ ดั)้วกยระ๓บเี่ มอื ง คอื ปัตตานี ยะลา และ
ระแงะ6( ภมาณยหฑลลังนไดคร้รวศมรีธอร�ำรเมภรอาบชางปนรระากอเปบลดีย่ ้วนยช๑่ือ๐เปเน็ มอื นงราคธอื ิวานสค)รตศง้ั รทีธ่บีรรัญมชราากชาพรมัทณลงุฑสลงทข่เี ลมาอื งปปัตตั ตตาานนี ียะลา
ยะหริ่ง7ร มะแณงฑะลรภาหเู กม์ ต็ ันปสราะยกบอุรบี ดแว้ลยะห๖นเอมงอื จงกิ คตอื งั้ ทภ่บีเู กญั ็ตชการกะาบรี่มตณรงั ฑตละทก่ีเ่วัมปือ่างสพงังขงลาาและระนอง ตัง้ ท่บี ัญชาการ
มณฑล8ท เ่ีมมณือฑงภลูเชกุมต็ พร ต่อมาเปลย่ี นชอ่ื เปน็ มณฑลสรุ าษฎร์ ประกอบดว้ ย ๔ เมอื ง คือ ชมุ พร ไชยา หลงั สวน
และกาญจนดฐิ ต้ังทบ่ี ญั ชาการมณฑลทเี่ มืองชมุ พร ภายหลังไดย้ ้ายไปต้ังที่เมืองสรุ าษฎร์

197 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระดำ�รงราชานุภาพ
รวม ๒ ฉบบั  ๆ หนึง่ ลงวันที่ ๘ เดอื นนี้ว่า วันท่ี ๗ จะออกไปตรวจทีบ่ างเขาแก้ว1 ถึงกะโรม2
คา้ ง ๒ คนื อกิ ฉบับหน่งึ ลงวนั ท่ี ๑๑ เดอื นนีว้ า่ เสดจ็ กลบั ถงึ เมืองนครวันที่ ๙ ได้ทรงเหน็
แผ่นดนิ เมืองนครข้างชายเขาเปนทีอ่ ุดมดีอย่างยงิ่ ผ้คู นมากและบริบูรณ์ดี จะออกจากเมอื ง
นครวันที่ ๑๑ เวลาเชา้ มีความตามโทรเลข ๒ ฉบบั ซึ่งข้าพระพุทธเจา้ ไดค้ ดั ส�ำ เนาถวายมา
พร้อมกับจดหมายฉบบั นดี้ ้วยแล้ว/

ขอไดท้ รงนำ�ความกราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธลุ พี ระบาท
ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทูลฉลอง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มีมาจาก นครศรธี รรมราช รบั ท่ีศาลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขที่....................................... หมายเลขรบั ท่ี ๒๔๘๗
ลงวันท่ี ๗ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รับเมื่อวันท่ี ๘ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบา่ ย ๒ โมง ๕๐ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอ�ำ มาตย ์ กรงุ เทพฯ

วนั ท่ี ๗ จะออกไปตรวจทบ่ี างเขาแกว้ ถงึ กะโรม คา้ ง ๒ คนื กลบั ถงึ นคร วนั พฤหศั บด/ี

(ลงพระนาม) ดำ�รง

1 ปัจจบุ ัน คอื ต�ำบลเขาแก้ว อ�ำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช อ�ำเภอลานสกา
2 ปัจจุบัน คือ อุทยานแห่งชาติน�้ำตกกะโรม ต้ังอยู่ในท้องที่ต�ำบลเขาแก้ว

จงั หวัดนครศรธี รรมราช

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 198
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มีมาจาก นครศรธี รรมราช รบั ทีศ่ าลาว่าการมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขที่......................................... หมายเลขรับท่.ี .......................................
ลงวนั ท่ี ๑๐ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอื่ วนั ท่ี ๑๑ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาเช้า ๔ โมง ๕ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

กลับจากเขาแก้วถึงนครวันท่ี ๙ บ่าย ๕ โมง พึ่งเห็นแผ่นดินเมืองนครข้างชายเขา
เปนที่อุดมดีอย่างย่ิง ผู้คนมากแลบริบูรณ์ดีกว่าข้างเมืองเปนอันมาก จะออกจากนครวันท่ี
๑๑ เวลาเชา้ /

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ที่ ๑๐๓/๑๒๓๗ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันที่ ๑๓ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทูล พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกติ บิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝ่าพระบาท
ดว้ ยตามจดหมายขา้ พระพทุ ธเจ้าฉบบั ที่ ๑๐๐/๑๒๑๑ ลงวันท่ี ๑๒ เดอื นน้ี กราบทลู มา

ในเรอื่ งทพ่ี ระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการมณฑลปักใต้ฝ่าย
ตวนั ตก วา่ จะเสด็จออกจากเมอื งนครศรธี รรมราชวันท่ี ๑๑ เดือนนี้นั้น

บัดน้ี ขา้ พระพุทธเจา้ ได้รับพระโทรเลขพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพ
ลงวันที่ ๑๒ เดือนน้ี ว่าได้เสด็จถึงเมืองปัตตานีแต่วันท่ี ๑๒ เดือนนี้ เวลาโมงเช้าเป็นการ
เรียบร้อยดี ความแจ้งอยู่ในสำ�เนาโทรเลข ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายมาพร้อมกับจดหมาย
ฉบบั นีด้ ว้ ยแลว้

ขอได้ทรงนำ�ความกราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทลู ฉลอง

199 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มีมาจาก เมืองปตั ตานี รับทีศ่ าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท่.ี ........................................ หมายเลขรบั ที.่ .......................................
ลงวนั ที่ ๑๒ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอื่ วนั ที่ ๑๒ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาเชา้ ๔ โมง ๑๖ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอ�ำ มาตย ์ กรงุ เทพฯ

ถึงปัตตานีวันที่ ๑๒ เวลาโมงเช้าเรียบร้อยดี วันที่ ๑๒ ท่ี ๑๓ ตรวจตานี
๑๔ ไปหนองจิก เยน็ กลับ ๑๕ ไปยะหริ่ง เยน็ กลับลงเรอื ๑๖ เขาตากใบ เยน็ บางนะรา
๑๗ เข้าเมืองสายบุรี เย็นบันนาเระ ๑๘ เช้าถึงสงขลาก่อนกำ�หนดเดีมวันหน่ึง อยากจะ
หาเวลาไปสตูลถา้ อาจจะไปได้/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ที่ ๑๑๔/๑๓๙๐ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ที่ ๑๙ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ข้าพระพุทธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ พี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิตบิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝ่าพระบาท
ดว้ ยตามจดหมายของขา้ พระพทุ ธเจา้ ฉบบั ท่ี ๑๐๓/๑๒๓๗ ลงวนั ท่ี ๑๓ เดอื นนี้ กราบทลู

มาด้วยเรื่องพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระดำ�รงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการมณฑลปักใต้
ฝา่ ยตวันตก ว่าเสดจ็ ถึงเมอื งปตั ตานีแต่วันท่ี ๑๒ เดอื นน้ีเป็นการเรียบร้อยดนี ้นั

บัดนี้ ขา้ พระพุทธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพ
๒ ฉบบั ลงวนั ท่ี ๑๘ เดือนน้ี ว่าได้เสด็จตรวจมณฑลปัตตานีแลเมืองสายบรุ ีแลว้ ทรงเหน็ ว่า
บ้านเมืองเหล่าน้ีกำ�ลังเจรีญดี การปกครองก็เรียบร้อย ความแจ้งอยู่ในสำ�เนาโทรเลขท้ัง ๒
ฉบับ ซึ่งขา้ พระพุทธเจา้ ไดถ้ วายมาพรอ้ มกับจดหมายฉบับนด้ี ้วยแลว้

ขอไดท้ รงน�ำ ความกราบบังคมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลพี ระบาท
ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ
ขา้ พระพุทธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทูลฉลอง

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 200
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มมี าจาก เมืองปตั ตาน ี รบั ทศี่ าลาว่าการมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท่.ี ........................................ หมายเลขรับท่.ี .......................................
ลงวันท่ี ๑๘ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอื่ วนั ที่ ๑๘ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบา่ ย ๒ โมง ๑๐ นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรุงเทพฯ

ได้ตรวจมณฑลปัตตานตี ลอดแล้ว บ้านเมืองกำ�ลังเจรญี การปกครองเรียบรอ้ ยดมี าก
การโยธาถนนท่ีส�ำ คญั ท�ำ แล้วมาก ยังแต่จะโรยหนิ และขัดสะพาน/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มมี าจาก เมืองปตั ตาน ี รับที่ศาลาว่าการมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขท่.ี ........................................ หมายเลขรบั ที่........................................
ลงวันท่ี ๑๘ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ที่ ๑๘ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบ่าย ๒ โมง ๑๐ นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

ถึงสายท่ี ๑๖ สองโมงเช้า เมืองสายเจรีญเป็นคนละเมืองกับที่ได้เห็นคราวก่อน
ท้งั หนทางดมี าก ท�ำ ดีดว้ ย บ่ายวนั นีจ้ ะแวะอ�ำ เภอปนั นาเระ ท่ี ๑๘ เข้าถึงเมอื งสงขลา/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ที่ ๑๒๘/๑๕๓๕ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ที่ ๒๓ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ข้าพระพุทธเจา้ ขอกราบทูล พระเจ้าพย่ี าเธอ กรมหลวงปราจิณกติ บิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝ่าพระบาท
ดว้ ยตามจดหมายของขา้ พระพทุ ธเจา้ ฉบบั ท่ี ๑๑๔/๑๓๙๐ ลงวนั ท่ี ๑๙ เดอื นนี้ กราบทลู

มาด้วยเรื่องพระเจา้ บรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการมณฑลปักษใ์ ต้
ฝา่ ยตวนั ตก วา่ ไดเ้ สดจ็ ตรวจมณฑลปัตตานแี ลเมอื งสายบรุ ีตลอดแลว้ ทรงเห็นวา่ บา้ นเมอื ง
เหลา่ น้กี �ำ ลงั เจรีญดีนั้น

201 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขมณฑลนครศรีธรรมราชฉบับหนึ่ง ที่ ๑๘ ลงวันที่
๒๒ เดือนน้ี บอกรายการวันและเวลาท่ีได้เสด็จตรวจราชการในเมืองสงขลา กบั พระโทรเลข
พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพฉบบั หนง่ึ มมี าจากเมอื งสงขลาลงวนั วนั เดยี วกนั
น้ัน บอกเลื่อนกำ�หนดเวลาเสด็จไปเมืองพัทลุง ความแจ้งอยู่ในสำ�เนาโทรเลขทั้ง ๒ ฉบับ
ซ่งึ ขา้ พระพุทธเจ้าได้ถวายมาพรอ้ มกับจดหมายฉบับน้ีด้วยแล้ว

ขอได้ทรงน�ำ ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝา่ ลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ขา้ พระพุทธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทลู ฉลอง

สำ�เนาโทรเลข พระวฒุ ิภาคภกั ด1ี

มมี าจาก เมอื งสงขลา รบั ทศ่ี าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท่ี ๑๘ หมายเลขรับท่ี ๓๘๖๙
ลงวนั ที่ ๒๒ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ที่ ๒๓ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบา่ ย ๔ โมง ๒๕ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

๑๘ มหาดไทย กรุงเทพฯ

เสนาบดเี สด็จถงึ สงขลา ที่ ๑๘ พฤศภาคม บา่ ยเสด็จทอดพระเนตรโ์ รงพกั ต�ำ รวจภูธร
ออฟฟศิ ไปรสนยี โ์ ทรเลข ตลาดขายของสด ประพาศตามถนนในเมอื งนอกเมอื งสวนตลู 2 แล
วดั มชั ฌมิ าวาศ3 ท่ี ๑๙ เชา้ เสดจ็ ทอดพระเนตรก์ องเสอื ปา่ ยงิ เปา้ ทส่ี รา้ งวงั ใหมเ่ ทศา เรอื นจ�ำ
บ่ายทอดพระเนตรก์ ารฝกึ หัดเสอื ปา่ ทส่ี โมสร ท่ี ๒๐ บ่ายเสดจ็ ประพาศทางเรือในทะเลสาบ
ที่ ๒๑ เช้าเสด็จศาลมณฑลประทับฟังการพิจารณาความ เสด็จทอดพระเนตร์ศาลารัฐบาล

1 พระวุฒิภาคภกั ดี (ชา้ ง ช้างเผอื ก) เนตบิ ณั ฑิต เปน็ ผ้วู ่าราชการเมืองพทั ลงุ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๔ -
๒๔๕๖23 ตวปอ่ ัดจั มมจาบุัชเฌปนั ็นิมคพาือวระาบสอา้ วโนศรสวกวิหมนานตรตูลรตี ต�ำ�บำบลลบเ่อขายราูปงชอ้าง�ำเอภ�อำเเภมอือเงมสืองงขสลงาขลจาังหจวังหัดสวดังขสลงาขลเาดิมชื่อ วัดยายศรีจันทร์
ตามชื่อคหบดีผู้สร้างวัด ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกลาง เพราะมีการสร้างวัดเลียบทางทิศเหนือ และวัดโพธิ์
ทางทิศใต้ ต่อมาเปลี่ยนช่ือเป็นภาษาบาลีว่า “วัดมัชฌิมาวาส” โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา
วชริ ญาณวโรรส เมอ่ื ครงั้ ยงั ทรงเปน็ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ พระองคเ์ จา้ มนษุ ยนาคมานพ กรมหมน่ื วชริ ญาณวโรรส
ในคราวเสด็จเมอื งสงขลา พ.ศ. ๒๔๓๑

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 202
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

และประทบั ในทปี่ ระชมุ เสนอหนงั สอื ราชการมณฑล บา่ ยเสดจ็ ประพาศเขาเกา้ เสง้ 1 นอกเมอื ง
ทางส�ำ โรง2 ท่ี ๒๒ เช้า ๑ โมงคร่ึง เสด็จโดยรถไฟจากกลางเมอื งสงขลาไปพทั ลงุ /

(เซ็นนาม) พระวุฒภิ าค

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มมี าจาก เมอื งสงขลา รับทศ่ี าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขที่................................... หมายเลขรับที่ ๓๘๖๘
ลงวันท่ี ๒๒ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ที่ ๒๓ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบ่าย ๕ โมง.....................นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรุงเทพฯ

คืนท่ี ๑๙ เวลา ๑๑ ทุ่ม ไฟไหม้ตึกไว้พัศดุหลังที่ว่าการมณฑล ดับได้เวลาโมงเช้า
ข้าราชการต้องวุ่นด้วยขนของดับไฟ แลเอาของกลับเข้าจัดที่ว่าการ เพราะฉน้ัน จะเลื่อน
ก�ำ หนดไปพทั ลงุ ในวนั ที่ ๒๒ ตัดที่พทั ลุงวันหน่งึ คงไปชอ่ งวันที่ ๒๓/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

1 เขาเกา้ เสง้ ต้ังอยูท่ ่ตี �ำบลเขารปู ช้าง อ�ำเภอเมอื งสงขลา จงั หวัดสงขลา เรยี กกนั ในภาษาพ้ืนเมอื งว่า
หัวนายแรง ตามต�ำนานกล่าวไว้ว่า ครั้งหน่ึงทางเมืองนครศรีธรรมราชก�ำหนดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุใน
เจดีย์ และจัดงานเฉลมิ ฉลอง บรรดา ๑๒ หัวเมืองปกั ษ์ใต้ตา่ งน�ำเงินทองไปบรรจใุ นพระบรมธาตุ นายแรงเปน็
เจ้าเมืองที่เป็นเมืองขึ้นนครศรีธรรมราช มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงขนเงินทองเป็นจ�ำนวนมากถึง
เกา้ แสนบรรทกุ เรอื ส�ำเภา พรอ้ มดว้ ยไพรพ่ ลออกเดนิ ทางไปเมอื งนครศรธี รรมราช ขณะก�ำลงั เดนิ ทางเรอื ส�ำเภา
ถูกคลื่นลมช�ำรุด จึงเข้าจอดเรือท่ีชายฝั่งหาดทรายแห่งหน่ึง เพ่ือซ่อมแซมเรือ พอทราบข่าวว่าทาง
นครศรธี รรมราชบรรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตเุ สรจ็ แลว้ นายแรงเสยี ใจมาก จงึ ใหไ้ พรพ่ ลขนเงนิ ทองบรรจไุ วบ้ นยอด
เขาลกู หนง่ึ สัง่ ใหล้ กู เรอื ตดั หัวของตนไปวางไวท้ ่ยี อดเขา นายแรงกลั้นใจตาย ลกู เรอื จ�ำใจตัดหัวเจ้านายไปวาง
ไว้บนยอดเขาตามค�ำส่งั เขาลูกนีภ้ ายหลังเรยี กวา่ เขาเก้าแสน ต่อมาเรยี กเพยี้ นเปน็ เก้าเส้ง กอ้ นหินทปี่ ดิ ทบั
บนยอ2ด เขปาจั เจรยีบุ กันวา่คอื หัวบนา้ านยสแ�ำรโงรงชาตว�ำบบ้าลนเขเชา่ือรูปวา่ชด้างวงอว�ญิ ำเภญอาเณมือขงอสงงนขาลยาแรจงังยหังวเัดปส็นงปข่โู ลสามเฝา้ ทรพั ย์มาจนทุกวนั นี้

203 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ที่ ๑๒๙/๑๕๕๑ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ท่ี ๒๔ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ พี่ยาเธอ กรมหลวงปราจณิ กิตบิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ด้วยตามจดหมายขา้ พระพทุ ธเจ้าฉบับที่ ๑๒๘/๑๘๓๕ ลงวนั ที่ ๒๓ เดือนนี้ กราบทลู

มาดว้ ยเรื่องพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลปกั ษ์ใต้
ฝา่ ยตวันตก บอกเลือ่ นกำ�หนดเวลาท่ีจะเสด็จออกจากเมอื งสงขลาไปเมอื งพทั ลงุ น้นั

บดั น้ี ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจ้าบรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพ
มีมาจากเมอื งพทั ลุงฉบับหนงึ่ ลงวันที่ ๒๓ เดอื นน้ี ว่าไดเ้ สด็จถงึ เมอื งพทั ลงุ วันท่ี ๒๓ เวลา
๒ โมงเชา้ วันที่ ๒๔ จะเสด็จไปช่องทางรถยนต์ ๒ ช่ัวโมง มีความตามพระโทรเลขดังนี้

ขอได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท
ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ
ข้าพระพุทธเจา้ พระยามหาอ�ำ มาตย์
 ราชปลัดทูลฉลอง

ท่ี ๑๓๙/๑๖๒๒ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ที่ ๒๗ เดอื นพฤษภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทูล พระเจา้ พ่ียาเธอ กรมหลวงปราจิณกติ บิ ดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ตามจดหมายข้าพระพทุ ธเจ้าฉบับท่ี ๑๒๘/๑๘๓๕ ลงวนั ที่ ๒๓ พฤศภาคมศกน้ี น�ำ สง่

ส�ำ เนาพระโทรเลขพระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพบอกเลอ่ื นเวลาเสดจ็ ไปเมอื ง
พทั ลุง และบอกรายวันทเ่ี สด็จตรวจราชการเมืองสงขลานั้น ความแจ้งอยู่แลว้

บัดน้ี ขา้ พระพุทธเจ้าได้รบั พระโทรเลข พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ
บอกมาว่า วนั ท่ี ๒๕ เดือนนี้ เวลา ๕ โมงเชา้ เสดจ็ ถงึ ทับเท่ียง หนทางตง้ั แต่เมอื งพัทลงุ ไป
เมืองตรังรถยนตเ์ ดนิ ไดส้ ะดวก แลสมเดจ็ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ เจ้าฟา้ กรมขนุ ลพบุรีราเมศวร1์

1 สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ ยคุ ลทฆิ มั พร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ พระราชโอรสในพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ
ปิยมหาราชปดิวรัดา ประสูติเม่ือวันท่ี ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๕ ทรงรับราชการในต�ำแหน่งเจ้ากรมพล�ำภัง
ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ในรชั กาลท่ี ๖ ทรงด�ำรงต�ำแหนง่ สมหุ เทศาภบิ าลผสู้ �ำเรจ็ ราชการ
มณฑลนครศรธี รรมราช และอปุ ราชมณฑลปกั ษใ์ ต้ ในรชั กาลที่ ๗ ทรงด�ำรงต�ำแหนง่ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
องคมนตรี และอภริ ัฐมนตรี สน้ิ พระชนมเ์ มอ่ื วนั ที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕ เปน็ ต้นราชสกุล ยุคล

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 204
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ไดเ้ สดจ็ ลว่ งนา่ ไปคอยรบั อยทู่ ท่ี งุ่ สง แตว่ นั ที่ ๒๕, วนั ที่ ๒๖ พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระด�ำ รง
ราชานุภาพได้เสด็จรถยนต์ไปประทับอยู่ที่เขาขาว วันท่ี ๒๘ จะประทับที่ทุ่งสง วันท่ี ๓๐
จะเสดจ็ กลบั รถไฟจากทงุ่ สงไปเมืองตรงั ดังน้ี

ขอได้ทรงน�ำ ความกราบบังคมทูลพระกรณุ าทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท
ควรมคิ วรแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ

ขา้ พระพุทธเจา้ พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลดั ทลู ฉลอง

กระทรวงมหาดไทย
วันที่ ๒๙ เดอื นพฤษภาคม ร,ศ, ๑๓๑

ขอเดชะฝ่าลอองธุลพี ระบาทปกเกล้าปกกระหมอ่ ม

ด้วยเวลาน้ีพระเจ้าบรมวงษ์เธอฯ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้เสด็จตรวจราชการ
เมืองนครศรธี รรมราช เมืองสงขลา ตลอดหัวเมอื งในมณฑลปัตตานี แล้วเสด็จกลบั มาขนึ้ ที่
เมืองสงขลาเดนี ทางบกไปเมอื งพัทลงุ กำ�หนดถึงเมืองตรงั วนั ที่ ๓๐ เดือนน้ี และมีกำ�หนดว่า
วนั ท่ี ๓ มถิ ุนายน จะเสดจ็ ไปเมอื งภเู กจ็ แลว้ เสดจ็ เมอื งพงั งามาขนึ้ ปากลาว แขวงเมืองกระบ่ี
รายการทไ่ี ดเ้ สดจ็ ไปตรวจราชการหวั เมอื งเหลา่ นี้ เมอื่ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั โทรเลขฉบบั ใดกไ็ ด้
มหี นงั สอื กราบทลู พระเจา้ พยี่ าเธอ กรมหลวงปราจณิ กติ บิ ดี ราชเลขานกุ าร ขอใหท้ รงน�ำ ความ
กราบบงั คมทูลทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทเปนครง้ั คราวเสมอมาแลว้

การท่ีเสด็จคราวน้ีเดีมทรงกะไว้ว่าเม่ือเสด็จมาถึงปากลาว แขวงเมืองกระบ่ีแล้ว จะ
เสดจ็ ทางบกข้ามกลับมาทางกิ่งอำ�เภอพนม1 อำ�เภอภมุ ดวง ลงแมน่ ำ้�หลวงมาบ้านดอนแล้ว
กลบั ถงึ กรงุ เทพฯ ราววนั ที่ ๑๙ หรอื ๒๐ มถิ นุ ายน ครน้ั เวลาวนั นขี้ า้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั โทรเลข
พระเจ้าบรมวงษ์เธอฯ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยฉบับหนึ่ง ส่งมาจากเมืองตรังว่า ได้ทรง
รบั โทรเลขจากพระยามหิบาลบรริ กั ษ2์ วา่ ทางกิง่ อ�ำ เภอพนม ตลอดจนถึงอ�ำ เภอภมุ ดวงเกิด

1 ปจั จบุ ัน คือ ต�ำบลพนม อ�ำเภอพนม จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
2 คือ มหาอ�ำมาตยต์ รี พระยามหิบาลบรริ กั ษ์ (สวัสด์ิ ภูมริ ตั น)์

205 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

อหวิ ากตะโรค1 ขอใหเ้ สดจ็ ทางเมอื งกระบไ่ี ปลงอ�ำ เภอฉวาง2 ระยะทางราว ๖ คนื ถงึ บา้ นดอน
ทรงพระดำ�ริห์เห็นว่าทางบกจากปากลาวไปก่ิงพนมเปนทางสำ�คัญที่ต้องพระประสงค์จะไป
ทอดพระเนตร์ แต่ถ้าไม่ได้เดีนทางนั้นประโยชน์ไม่คุ้มค่า ลำ�บากที่จะเดีนจากเมืองกระบ่ี
มาฉวาง จึงทรงพระดำ�ริห์เห็นว่าจะเปลี่ยนโปรแกรมขากลับ และทรงเห็นอยู่ ๒ อย่างคือ
อย่างท่ี ๑ เสด็จจากภเู กจ็ ไปเกาะปินงั 3 ขนึ้ รถไฟไปดเู ฟตเดอเรเตตมะเลเสตตส์ไปลงเรอื เมล์
สิงคโปร์มากรุงเทพฯ ทรงคิดดูวันพอท่ีจะกลับถึงกรุงเทพฯ ตามกำ�หนดเดิมไม่ต้องเตีมวัน
หรอื มฉิ นน้ั อยา่ งที่ ๒ ออกจากภเู กจ็ ไปเมอื งระนองขา้ มทางเมอื งกระบรุ ี4 ไปชมุ พรถงึ กรงุ เทพฯ
เร็วเขา้ แต่ทางน้เี คยขา้ มมา ๕ หนแลว้ ขอถามวา่ จะควรกลับทางใดดี ขอใหม้ ีโทรเลขตอบไป
ให้ทราบโดยเรว็ ความแจ้งอยู่ในโทรเลขนน้ั แลว้

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอพระราชทานพระกระแสพระราชด�ำ รหิ ว์ า่ จะควรกราบทลู ไปใหเ้ สดจ็
ทางใดจะดี

ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจา้ พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทลู ฉลอง

1 อหิวาตกโรค เปน็ โรคระบาดชนดิ หนง่ึ เกิดจากการตดิ เชอ้ื แบคทเี รยี ทีม่ ีชื่อวา่ วบิ รโิ อ คอเลอเร (Vibrio
cholera) ทลี่ �ำไสเ้ ลก็ ผู้ป่วยจะมอี าการท้องร่วงเปน็ น�้ำและอาเจียนเปน็ หลกั เรียกวา่ “ลงราก” บางคนจึงเรยี ก
โรคน้ีวา่ “โรคลงราก” ถ้าเกิดแก่สตั วเ์ ล้ียง เช่น เปด็ ไก่ ววั ควาย เรยี ก “กล”ี รา่ งกายจะขับน้�ำออกมาเปน็
จ�ำนวนมาก ในผปู้ ว่ ยรนุ แรงอาจท�ำใหม้ ผี วิ สอี อกเทา - นำ�้ เงนิ ได้ การแพรเ่ ชอื้ เกดิ ขนึ้ จากการดม่ื นำ้� หรอื กนิ อาหาร
ที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเช้ือเป็นหลัก ซ่ึงผู้ที่แม้ไม่มีอาการก็สามารถแพร่เช้ือได้ ความรุนแรงของอาการ
ท้องร่วงและอาเจียนสามารถน�ำไปสู่ภาวะขาดน�้ำและเสียสมดุลเกลือแร่อย่างรวดเร็ว จนกระท่ังเสียชีวิตใน
บางรา23ย ไเปดกจั้ าสจะมบุ ปยั นั ีนก่อคังือนหผอรู้ค�ือำนเเภยกอังาไฉะมวหร่ าจู้มงกั าจโกรังคหตดว้ังังดั อกนลยคาู่่หรวศ่าจงรีธจงึ มรารผีกม้เูชสราาียยชชฝวี ั่งติ คเปาบน็ จส�มำนุทวรนมมลาากยูบไปาทงคารง้ังทจิศงึ เตระียวกันวา่ตกโรปครหะ่ามาณ
๔ กิโลเมตร เดมิ ชาวมาเลยเ์ รยี กว่า ปเู ลา วา ซาตู หรอื เกาะเดย่ี ว ต่อมาพบในแผนท่ีเดินเรือ เรียกวา่ ปูเลา
ปีนัง (Pulau Pinang) ใน พ.ศ. ๒๓๒๙ (ค.ศ. ๑๗๘๖) อังกฤษขอเช่าเกาะปีนังจากเจ้าเมืองไทรบุรี ซ่ึงเป็น
ประเทศราชของไทยในขณะนั้น แล้วเรียกช่ือใหม่ว่า เกาะปร๊ินซ์ออฟเวลส์ (Prince of Wales) เพื่อถวาย
พระเกยี รตแิ ดม่ กฎุ ราชกมุ ารองั กฤษ ตอ่ มาคอื พระเจา้ ยอรช์ ท่ี ๔ และตงั้ ชอ่ื เมอื งหลวงของเกาะวา่ ยอรช์ ทาวน์
(George Town) เพอื่ เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระเจา้ ยอรช์ ที่ ๓ เมอื่ มาเลเซยี ไดร้ บั เอกราช จงึ เปลยี่ นชอ่ื กลบั เปน็ ปเู ลา
ปนี งั อ4กี คปรจัง้ั จปบุ จั นั จบุ คนั อื เกอา�ะำเปภนีองักเรปะน็ บสุรว่ ี จนงัหหนวงึ่ ัดขรอะงนรอฐั ปงนี งั หนงึ่ ในสบิ สามรฐั ทป่ี ระกอบขน้ึ เปน็ สหพนั ธรฐั มาเลเซยี

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 206
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ท่ี ๑๔๒/๑๖๙๗ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันท่ี ๒๙ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
ข้าพระพุทธเจา้ ขอกราบทูล พระเจา้ พี่ยาเธอ กรมหลวงปราจณิ กิติบดี ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับลายพระหัดถ์พระเจ้าบรมวงษ์เธอฯ เสนาบดีกระทรวง

มหาดไทยฉบับหน่ึงจากเมืองสงขลา ลงวันที่ ๑๘ พฤศภาคม ในเร่ืองทำ�ถนนในมณฑล
นครศรีธรรมราชและมณฑลปัตตานี ข้าพระพุทธเจ้าได้ให้คัดสำ�เนาถวายมาพร้อมกับ
จดหมายน้ีทราบฝา่ พระบาท

ขอไดท้ รงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรณุ าทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท

ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
ขา้ พระพุทธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทูลฉลอง

ลักษณะถนนเมืองตะกว่ั ป่า
ลักษณะถนนเมอื งระนอง

207 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาลายพระหดั ถ์พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอฯ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ฉบับลงวนั ที่ ๑๘ พฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑

วนั ที่ ๑๘ พฤศภาคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๓๑
ถึง พระยามหาอ�ำ มาตย์

กลับมาถึงสงขลาวนั ท่ี ๑๘ เวลาเชา้ ไดร้ ับเมล์ส่งมาจากบางกอก ๒ เมล์ จนวันท่ี ๑๔
เรอื่ งทวี่ า่ มผี ทู้ �ำ อนั ตรายตา่ งๆ แกท่ างรถไฟแมก่ ลอง1 นนั้ ความเหน็ ของฉนั อยา่ งเดยี วกนั กบั
ของเจ้าคุณ กล่าวคือ บริษัทเสียเงีน วางการรักษาไม่พอเปนเหตุแต่ถึงกระนั้นเราเปน
เจา้ ของบา้ นจะต้องจัดการตรวจตราใหแ้ ขงแรงดูสกั คราว ถ้าหมูน่ ้ีมเี หตุอะไรอีกจะไมส่ ้ดู ี

การบ�ำ รงุ มณฑลนครศรธี รรมราชและมณฑลปตั ตานี รวมขอ้ ความลงคำ�เดยี ววา่ “ถนน”
เมอื งก�ำ ลงั เจรญิ ท้ังสองมณฑล ถนนท่ีบ้านเมอื งกะทำ�แล้วกถ็ ูกต้องทง้ั สองมณฑล สว่ นเมอื ง
นครศรีธรรมราชทำ�แต่กลางเมืองขึ้นเหนือไปอำ�เภอกลาย2 ตลอดจนถึงเหมืองแร่นบพิตำ�3
ทางประมาณ ๑,๐๐๐ เส้น สายหน่ึง ทำ�ไปทางตวันตกต่อถนนญวนแหลของเจ้าพระยา

1 ทางรถไฟสายแม่กลอง เป็นทางรถไฟที่เดินรถจากฝั่งธนบุรี ส้ินสุดท่ีจังหวัดสมุทรสงคราม เดิม
ด�ำเนินการโดยบรษิ ัทเอกชน คอื บริษทั รถไฟท่าจนี ทุนจ�ำกดั (บริษทั ท่าจนี เรวเวกมั ปนีลิมเิ ตต็ ทนุ จ�ำกัด)
ไดร้ บั สมั ปทานเดนิ รถตง้ั แตว่ นั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ จากสถานรี ถไฟปากคลองสาน (ปจั จบุ นั กลายเปน็
ตลาดทา่ นำ�้ รถไฟคลองสาน) ถงึ สถานรี ถไฟมหาชยั อ�ำเภอเมอื งสมทุ รสาคร จงั หวดั สมทุ รสาคร ระยะทางทง้ั สน้ิ
๓๓.๑ กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อคร้ังยังทรงด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จ
พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ แทนพระองค์ ทรงเปดิ เสน้ ทางปากคลองสาน -
มหาชัย เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๗) และเปดิ ใหป้ ระชาชนใช้งานตง้ั แต่วันที่ ๔ มกราคม
ร.ศ. ๑๒๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยเสด็จพระราชด�ำเนินประทับรถไฟพระที่น่ัง
ผา่ นทางรถไฟสายนเี้ มอื่ วนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ร.ศ. ๑๒๔ เพอ่ื ทรงท�ำพธิ เี ปดิ ถนนถวาย ต�ำบลทา่ ฉลอม อ�ำเภอเมอื ง
สมทุ รสาคร ตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๔๔๘ บรษิ ทั แมก่ ลอง ทนุ จ�ำกดั ไดร้ บั สมั ปทานเดนิ รถชว่ งทสี่ อง จากสถานรี ถไฟ
บา้ นแหลมทอี่ ยฝู่ ง่ั ตรงขา้ มกบั สถานรี ถไฟมหาชยั ถงึ สถานรี ถไฟแมก่ ลอง อ�ำเภอเมอื งสมทุ รสงคราม ระยะทาง
ทั้งสิ้น ๓๓.๘ กิโลเมตร เริ่มเดินรถต้ังแต่วันท่ี ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๘ จนกระท่ังหมดสัมปทานใน
พ.ศ. ๒๔๘๘ จงึ ได้ขายกจิ การให้กับกรมรถไฟ ภายใต้องค์กรรถไฟสายแม่กลอง เปล่ยี นสถานะเปน็ ส�ำนกั งาน
รถไฟสายแมก่ ลอง และรวมเขา้ กบั การรถไฟแหง่ ประเทศไทย ประกอบดว้ ยเสน้ ทาง ๒ ชว่ ง คอื จากสถานรี ถไฟ
วงเวียนใหญ่ถงึ สถานรี ถไฟมหาชยั ระยะทาง ๓๑.๒ กิโลเมตร และจากสถานรี ถไฟบา้ นแหลมถึงสถานีรถไฟ
แมก่ ลอง ระยะทาง ๓๓.๕๗ กโิ ลเมตร โดยระหวา่ งสถานมี หาชยั กบั สถานบี า้ นแหลมจะไมม่ เี สน้ ทางเชอ่ื มถงึ กนั
ผโู้ ดยสา23ร จปปะััจจตจจอุ้บุบงนนัั ลงคคจออืื ากอตข��ำำบบเภวลนอกรนลถบาแยพลิตอะ��ำเำดเจภนิ ังอหเททวา้่าัดไศนปาคขลรนึ้ าศเรรจอืีธงั รขหรา้ วมมัดรฟนาาคชกรขศา้ รมีธแรรมมน่ รำ้� าทชา่ จนี เพอ่ื ไปตอ่ รถไฟอกี ขบวนหนงึ่

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 208
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ยมราช1 ไปเขาแก้วถงึ ช่องเสาธง2 ทางราว ๘๐๐ เสน้ สายหนึ่ง ท�ำ ไปทางตวันตกเฉียงใต้
ทางรอ่ นพบิ ลู ยข์ า้ มเขาไปทงุ่ สรงตอ่ ถนนไปเมอื งตรงั ทางประมาณ ๑,๒๐๐ เสน้ สายหนงึ่ ถนน
เหลา่ น้ที �ำ แลว้ โดยมาก มีขัดขอ้ งทไ่ี ดเ้ ห็นเพยี งต้องการ................ 3 [อนิ ]ยิเนยี รใ์ นท่บี างแห่ง
ซ่ึงจะตัดถนนหนีท่ีสูงแลทำ�ทางไขนำ้�คงคิด...............สพาน การท่ีทำ�เปนอย่างถูกที่สุดที่จะ
ท�ำ ได้ การถาง................เกณฑแ์ รงงานราษฎรใหค้ า่ เบย้ี เลยี้ งเสมอคนละ ๑๐ วนั ..................
รอ้ น ทร่ี ฐั บาลจะตอ้ งออกเงนี ลงทนุ เพยี งเรอ่ื งทำ�ส[พาน].............. ถนน การรกั ษากใ็ ชแ้ รงงาน
ราษฎรรักษาไดโ้ ดยไมม่ ีใครเดอื ดร้อน ความขัดข้องท่ตี ้องการอนิ ยิเนยี ร์ให้หมอเบเยอรล์ งมา
กจ็ ะจดั การแกไ้ ขไดต้ ลอด คดิ อยเู่ รอื่ งเงนี ไมพ่ อ เจา้ คณุ บอกมาวา่ ให้ ๖ หมนื่ บาท สมเดจ็ ชาย4
เกอื บจะคลงั่ ท่ใี ห้เงนิ นอ้ ยเช่นนี้ ถ้าดูในกรงุ เทพฯ ก็แลเห็นว่าท�ำ แต่น้อยกอ่ น แต่มาแลดูท่ีนี่
มนั แลเห็นว่าไมบ่ ำ�รุง เพราะไมท่ นั แก่ความเจรญิ ฉันตรึกตรองจะไปดทู างเมืองตรงั หาวิชา
ท�ำ ถนน บางทีจะหาวิธีให้พอเหมาะได้

มณฑลปตั ตานี ถนนเขาทำ�ไดม้ ากกวา่ ทเ่ี ราเขา้ ใจมาก มถี นนแตบ่ างนราตลอดขนึ้ มาจน
ตอ่ แดนสงขลาแลว้ แลยงั มีสายยนื ข้นึ ไปตามตวนั ตกอีกหลายสาย ความขัดขอ้ งคล้าย ๆ กับ
นครศรีธรรมราช คือ เรอ่ื งตอ้ งการอนิ ยิเนียร์ และเรอ่ื งทำ�สพานแลโรยหนิ เปนตน้ เขากำ�ลัง
พากเพยี รท�ำ เรอื่ ยไดข้ า่ วทางกลนั ตนั 5 องั กฤษก�ำ ลงั ลงทนุ รอนท�ำ ถนนมาก อน่ื  ๆ ฟงั ดปู ระมลู
อังกฤษไดห้ มด จะส้เู ขาไม่ได้เรื่องเดียวเท่านี้

เร่ืองท่ีดินซึ่งโจทย์เปนปัณหากันด้วยเรื่องค่าธรรมเนียมรังวัด เจ้าคุณคงจะทำ�ได้
เรอื่ งน้มี ผี ลมากกว่าที่เราเข้าใจ ทีเ่ มืองนครศก ๑๒๙ มคี นขอจับท่ีดนิ ๑๒๒๔ ราย มาถงึ ศก
๑๓๐ เกิดกลัวค่ารังวัดมีจำ�นวนผู้ขอจองที่ดินเพียง ๖๕ ราย มณฑลกำ�ลังพูดกับกรุงเทพ
แต่ส่วนมณฑลปัตตานี พอเกิดคนตื่นกลัวค่ารังวัด เทศาไม่ทำ�ตามท้องตราคงให้จับที่ดิน
ตามวธิ เี ดมี ราษฎรจับทดี่ นิ ปลูกสรา้ งมาก ไมฉ่ งกั เหมือนมณฑลนครศรีธรรมราช

(ลงพระนาม) ด�ำ รงราชานภุ าพ

23154 สนคกปว่ลอื่าจั นจนัจเะทุบตจห.่ีันา้นั .ม.พ.ค.าเร.ค.ือยะ.ย.ถย.ต.เงึา.ป.�ย.ำส็น.บมเมดลนรเนิเาอื่ดสชแ็จงาดจพธ(ปนางรก้ันสะอตว่เจ�สน้นำเา้ขุ ฉหภบมุ บอนร)บัร่ึงม่อขไวมอนงช่งศพไดัเ์ ิบทธเจอูลยนยเไ์จแทน้าลยคฟะเรส้าสศยว่ียรนคุรีธัฐลทรกทรอ่ี มลิฆยนัรใู่มั านตพชนั [ร…รก.ฐั]รไมเปทหน็รลบกวุรางีรลรคพัฐาตบดรุรเดงัีรกาาาเจมนาศกู วแบรลร์ ะรณรัฐาปธะกิ ลาสิร
ให้กับองั กฤษ เม่ือวันท่ี ๑๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๕๑ (นบั อย่างเก่า) ปัจจุบัน กลนั ตัน เป็นหนงึ่ ในสบิ สามรัฐของ
สหพันธรัฐมาเลเซยี

209 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

กระทรวงมหาดไทย
วันท่ี ๓๑ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
แจง้ ความมายัง หลวงมหาสทิ ธิโวหาร
ด้วยข้าพเจ้าได้รับหนังสือของคุณ ลงวันท่ี ๒๙ เดือนนี้ ดำ�เนีนกระแสพระบรม
ราชโองการทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจา้ บรมวงษเ์ ธอฯ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
เสดจ็ กลบั กรงุ เทพฯ ทางเมอื งกระบรุ 1ี นนั้ พระเดชพระคณุ เปนลน้ เกลา้ ฯ หาทสี่ ดุ มไิ ด้ ขา้ พเจา้
ได้มีโทรเลขลับกราบทูลพระเจ้าบรมวงษ์เธอฯ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยทรงทราบแต่
วันนั้นแล้ว
ครน้ั เวลาวนั นี้ ขา้ พเจา้ ไดร้ บั โทรเลขพระเจา้ บรมวงษเ์ ธอฯ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ลงวันท่ี ๓๐ เดือนน้ี ๒ ฉบับๆ หน่ึงประทานโปรแกรมระยะทางที่จะเสด็จกลับจากเมือง
ภูเก็จทางเมืองกระบุรีมีกำ�หนดเสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ วันที่ ๑๓ มิถุนายน อีกฉบับหนึ่งว่า
ได้เสด็จไปตรวจท่ีทุ่งสรงเห็นเปนที่ดี จะเปนท่ีประชุมชนอย่างทับเที่ยงต่อไป และมีกำ�หนด
ว่าจะเสด็จออกจากเมืองตรังไปภูเก็จในวันท่ี ๒ มิถุนายน ข้าพเจ้าได้สอดสำ�เนาโทรเลข ๒
ฉบบั มาในซองนด้ี ้วยแลว้

ขอท่านไดน้ �ำ ความกราบบงั คมทูลพระกรุณาทราบฝา่ ลอองธลุ ีพระบาท
ควรมคิ วรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลดั ทูลฉลอง

รถไฟทางปกั ษใ์ ต้

1 ปัจจุบัน คอื อ�ำเภอกระบรุ ี จังหวดั ระนอง

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 210
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มีมาจาก เมืองตรงั รับที่ศาลาว่าการมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขที่.......................................... หมายเลขรบั ที่ ๔๓๙๖
ลงวนั ท่ี ๓๐ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ท่ี ๓๑ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบา่ ย ๕ โมง ๔๐ นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

มารถไฟจากทงุ่ สงถงึ ตรงั วนั ที่ ๓๐ เวลาบา่ ย ๒ โมง ทที่ งุ่ สงเจรญี ใหญโ่ ตจะเปน็ ทป่ี ระชมุ
ชนอย่างทับเท่ียงเมืองตรัง ได้เท่ียวตรวจดูวันหนึ่งเห็นพร้อมกันว่าท่ีทุ่งสงดีกว่าท่ีช่องเมือง
ตรังแลท่ีอ่ืน ๆ ท่ีได้เห็นแล้วท้ังในเมืองตรังแลนคร เพราะเหตุท่ีอยู่ทางรวมรถไฟเป็นสำ�คัญ
ทด่ี นิ ดนี �ำ้ บรบิ รู ณอ์ ากาศดไี ดข้ ร่ี ถโมเตอรค์ าขา้ มชอ่ งไปอ�ำ เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ ทางพอใชร้ ถโมเตอร์
คาได้ เป็นแตย่ ังไม่แขงแรงดีก�ำ ลังลงหินอยู่ จะออกจากเมอื งตรังวันท่ี ๒ เวลาเที่ยงไปภูเกจ็ /

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มีมาจาก เมืองตรงั รับทีศ่ าลาว่าการมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท.ี่ ........................................ หมายเลขรบั ท่ี ๔๓๙๗
ลงวนั ท่ี ๓๐ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ท่ี ๓๑ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบ่าย ๕ โมง ๔๐ นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

เรอื่ งทางกลบั กรงุ เทพฯ มาคดิ เหน็ ความขดั ขอ้ งทจี่ ะไปทางสงิ คโปรห์ ลายอยา่ ง ไดต้ กลง
ใจมากลางทางวา่ ถงึ ตรงั ......โทรเลขบอกตกลงกลบั ทางชมุ พรกพ็ อสมความคดิ ตกลงโปรแกรม
ดงั น้ี วันท่ี ๖ ออกจากภเู ก็จไปเรือรัตนา ท่ี ๗ ถงึ ระนอง ที่ ๙ ถงึ กระ ท่ี ๑๑ ถงึ ชมุ พร
ท่ี ๑๒ บา่ ยออกเรอื ท่ี ๑๓ ถา้ น�้ำ เขา้ ไดบ้ า่ ยเยน็ ถงึ กรงุ เทพฯ ขอใหส้ ง่ เรอื พระยมมารบั ทช่ี มุ พร
ถ้าน้ำ�วนั ท่ี ๑๓ เยน็ นัก ขอใหจ้ ดั รถไฟขึน้ ไปจากปากน�ำ้ ดว้ ย/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

211 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ที่ ๑๕๓/๑๙๓๕ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันที่ ๕ เดือนมิถนุ ายน ร.ศ. ๑๓๑
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทูล พระเจา้ พยี่ าเธอ กรมหลวงปราจิณกิตบิ ดี ราชเลขานุการ

ทราบฝ่าพระบาท
ด้วยตามจดหมายของข้าพระพุทธเจ้าฉบับท่ี ๑๓๙/๑๖๒๒ ลงวันที่ ๒๗ พฤศภาคม

ศกนี้ กราบทลู มาดว้ ยเรอื่ ง พระเจา้ บรมวงษเ์ ธอ กรมพระดำ�รงราชานภุ าพเสดจ็ ตรวจราชการ
มณฑลปักษใ์ ตฝ้ ่ายตวันตก ว่าไดเ้ สด็จออกจากเมอื งพัทลุงถึงทบั เทย่ี งแขวงเมืองตรังแลว้ น้นั

บัดน้ี ข้าพระพทุ ธเจ้าไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ บรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพ
ในเรอื่ งระยะทางที่เสด็จ ๓ ฉบับๆ หนงึ่ ลงวนั ท่ี ๓๐ พฤศภาคม วา่ ได้เสด็จถึงเมอื งตรงั แลว้
ในวันนัน้ แลจะเสด็จออกจากเมอื งตรังวันท่ี ๒ มถิ นุ ายน อกี ฉบบั หนึ่งลงวนั ที่ ๑ เดอื นน้วี ่า
ท่เี มอื งตรังกำ�ลังมรสุมลงพายทุ ่ีจัดได้ทรงปฤกษาพระยารัษฎานุประดิษฐ์1 แลกับตันเรือเห็น
พรอ้ มกนั วา่ ยงั ไมค่ วรทจี่ ะเสดจ็ ลงเรอื จากเมอื งตรงั ไปเมอื งภเู กจ็ จงึ ไดท้ รงเลอื่ นเวลาทจ่ี ะเสดจ็
ออกจากเมอื งตรังเปน็ วันท่ี ๔ มิถนุ ายน อีกฉบับหนง่ึ ลงวนั ที่ ๒ เดอื นนี้ ว่าจะเสด็จออกจาก
เมืองตรังวันที่ ๓ มิถนุ ายน ร.ศ. ๑๓๑ ดงั นี้ ข้าพระพทุ ธเจา้ ไดถ้ วายสำ�เนาโทรเลขทง้ั ๓ ฉบับ
มาพรอ้ มกับจดหมายฉบบั นด้ี ว้ ยแล้ว

ขอได้ทรงน�ำ ความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทลู ฉลอง

1 คือ พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐม์ หิศรภกั ดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 212
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มีมาจาก เมอื งตรัง รับทีศ่ าลาว่าการมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขท.ี่ ......................................... หมายเลขรบั ท่ี ๔๓๙๖
ลงวนั ที่ ๓๐ เดือนพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ที่ ๓๑ เดอื นพฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบ่าย ๕ โมง ๔๐ นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

รถไฟจากทุ่งสรงถึงตรังวันท่ี ๓๐ เวลาบ่าย ๒ โมง ท่ีทุ่งสรงเจรีญใหญ่โต จะเป็นท่ี
ประชุมชนอย่างทับเท่ียงเมืองตรังได้ เที่ยวตรวจดูทีวันหนึ่งเห็นพร้อมกันว่าท่ีทุ่งสรงดีกว่าที่
ช่องเมืองตรัง แลท่ีอ่ืน ๆ ที่ได้เห็นแล้วทั้งในเมืองตรังแลนคร เพราะเหตุท่ีอยู่ทางรวมรถไฟ
เป็นสำ�คัญ ที่ดินดีนำ้�บริบูรณ์อากาศดี ได้ข่ีรถโมเตอร์คาร์ข้ามช่องไปอำ�เภอร่อนพิบูลย์
ทางพอใชร้ ถโมเตอรค์ ารไ์ ด้ เปน็ แตย่ งั ไมแ่ ขงแรงดกี �ำ ลงั ลงหนิ อยู่ จะออกจากเมอื งตรงั วนั ท่ี ๒
เวลาเทีย่ งไปภเู ก็จ/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มีมาจาก เมอื งตรงั รบั ทศี่ าลาว่าการมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขท.่ี ......................................... หมายเลขรบั ท่ี ๔๕๙๖
ลงวนั ที่ ๑ เดือนมถิ ุนายน ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมื่อวนั ท่ี ๓ เดอื นมถิ ุนายน ร.ศ. ๑๓๑
เวลา ๑ ทุม่ ๓๐ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

ต้ังแต่วันท่ี ๓๐ ท่ี ๓๑ ท่ีตรังมีฝนแลพายุห์ถึงวันที่ ๑ ฝนตกวันยังค่ำ� พยุห์พัดเป็น
คราวมรสุมลง ปฤกษากับพระยารัษฎาแลกับตันเรือเห็นพร้อมกันว่าคลื่นกำ�ลังจัดยังไม่ควร
ลงเรือไปภูเก็จในวันท่ี ๒ น้ี จะเล่ือนออกไปวันท่ี ๔ ระยะที่จะไปจากภูเก็จเดีมกะวันท่ี ๖
เพราะได้คราวเรือรัตตารัวกำ�ลังให้โทรเลขขอเลื่อนเรือรัตตารัวให้ออกจากภูเก็จวันท่ี ๘
ถา้ ตกลงกนั ไดโ้ ปรแกรมเดีนทางเล่ือนออกไปอีกเพียง ๒ วนั ถงึ กรงุ เทพฯ วนั ที่ ๑๕ แตถ่ า้
รัตตารัวไม่ยอมเลื่อนกำ�หนด จะต้องรอเท่ียวหลังออกจากภูเก็จวันท่ี ๑๒ ไประนอง
ถึงกรงุ เทพฯ วนั ที่ ๑๙ ตกลงอยา่ งไรจะโทรเลขใหท้ ราบกอ่ นออกจากตรงั /

(ลงพระนาม) ดำ�รง

213 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานภุ าพ

มีมาจาก เมอื งตรงั รบั ทศ่ี าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขที่.......................................... หมายเลขรบั ท่ี ๔๖๖๖
ลงวนั ที่ ๒ เดอื นมิถนุ ายน ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอื่ วนั ที่ ๓ เดือนมถิ ุนายน ร.ศ. ๑๓๑
เวลาเช้า ๒ โมง ๓๐ นาท ี เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอ�ำ มาตย ์ กรุงเทพฯ

จะออกจากเมืองตรังวันที่ ๓ ไปภูเก็จ จะออกจากภูเก็จวนั ที่ ๖ หรือท่ี ๘ ไประนอง
จะโทรเลขไปใหท้ ราบจากภูเกจ็ /

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ท่ี ๑๖๒/๒๐๕๐ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ที่ ๗ เดือนมถิ ุนายน ร.ศ. ๑๓๑
ข้าพระพทุ ธเจ้า ขอกราบทลู พระเจา้ พย่ี าเธอ กรมหลวงปราจิณกติ ิบดี ราชเลขานุการ

ทราบฝา่ พระบาท
ดว้ ยตามจดหมายของขา้ พระพทุ ธเจา้ ฉบบั ที่ ๑๕๓/๑๙๓๕ ลงวนั ที่ ๕ เดอื นน้ี กราบทลู

มาดว้ ยเรือ่ งพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานภุ าพเสด็จตรวจราชการมณฑลปกั ษใ์ ต้
ฝา่ ยตวนั ตก ก�ำ หนดเวลาทจ่ี ะเสด็จออกจากเมืองตรังไปเมอื งภูเก็จนั้น

บดั นี้ ข้าพระพทุ ธเจ้าไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ บรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพ
มีมาจากเมืองภูเก็จในเรื่องระยะทางเสด็จ ๒ ฉบับๆ หนึ่งลงวันที่ ๓ มิถุนายนว่าได้เสด็จ
ถึงเมืองภูเก็จในวันน้ัน อีกฉบับหนึ่งลงวันที่ ๖ มิถุนายน ว่าจะเสด็จออกจากเมืองภูเก็จใน
วันท่ี ๖ เดือนน้ี ความแจ้งอยู่ในสำ�เนาโทรเลขท้ัง ๒ ฉบับ ซ่ึงข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายมา
พรอ้ มกับจดหมายฉบับน้ีดว้ ยแล้ว

ขอได้ทรงน�ำ ความกราบบงั คมทูลพระกรณุ า ทราบฝา่ ลอองธลุ ีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
ขา้ พระพุทธเจา้ พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลดั ทลู ฉลอง

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 214
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มีมาจาก เมอื งภเู ก็จ รับทศ่ี าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท่.ี ......................................... หมายเลขรบั ที่ ๔๘๑๖
ลงวนั ท่ี ๓ เดอื นมิถุนายน ร.ศ. ๑๓๑ รับเม่ือวันท่ี ๕ เดอื นมิถุนายน ร.ศ. ๑๓๑
เวลา ๑๑ โมง...............-..............นาที เวลา.....................โมง..................นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรุงเทพฯ

ถงึ ภเู กจ็ วนั ท่ี ๓ เวลาทมุ่ ครง่ึ พยหุ ส์ งบคลน่ื มบี า้ ง จะออกจากภเู กจ็ วนั ที่ ๖ ถงึ กรงุ เทพฯ
วันที่ ๑๓ ตามก�ำ หนดเดมี /

(ลงพระนาม) ดำ�รง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมพระดำ�รงราชานุภาพ

มีมาจาก เมืองภเู กจ็ รับท่ีศาลาว่าการมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท.่ี ......................................... หมายเลขรบั ท.่ี ........................................
ลงวันท่ี ๖ เดอื นมิถุนายน ร.ศ. ๑๓๑ รบั เมอ่ื วนั ที่ ๗ เดอื นมถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๓๑
เวลาบา่ ย ๓ โมง ๕๐ นาท ี เวลาเท่ยี ง ๑๕ นาที

พระยามหาอำ�มาตย ์ กรงุ เทพฯ

เพราะเหตทุ ม่ี เี วลาอยภู่ เู กจ็ นอ้ ยวนั ตอ้ งเทยี่ วตรวจการทงั้ กลางแดดกลางฝนเกอื บไมม่ ี
เวลาพัก แต่ได้เห็นการ แลได้พบคนซึ่งอยากพบอยากเห็นท่ัวถึง จะออกจากภูเก็จวันท่ี ๖
เวลาย�ำ่ ค�่ำ พระยารษั ฎาตามไปสง่ ชมุ พรแลว้ จะตอ้ งลงเรอื เมลไ์ ปขน้ึ สงขลากลบั ตรงั ทรี่ ะนอง
จะบอกได้แต่ทางโทรเลขไม่มีสายฝ่ายอังกฤษ ถ้ามีโทรเลขส่งมาคอยชุมพร เว้นแต่จำ�เป็น
จึงสง่ ทวาย/

(ลงพระนาม) ดำ�รง

215 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ที่ ๑๖๓/๒๐๕๑ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ที่ ๗ เดอื นมถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๓๑

ขา้ พระพทุ ธเจ้า ขอกราบทลู พระเจ้าพ่ยี าเธอ กรมหลวงปราจณิ กติ บิ ดี ราชเลขานกุ าร
ทราบฝ่าพระบาท

ดว้ ยข้าพระพุทธเจา้ ไดร้ ับลายพระหัดถ์พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระด�ำ รงราชานุภาพ
ฉบบั ลงวันท่ี ๒๘ พฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑ ในเรอ่ื งเสด็จตรวจราชการคราวนี้ มขี ้อความหลาย
ประการแจง้ อยใู่ นส�ำ เนาลายพระหดั ถ์ ซงึ่ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดถ้ วายมาพรอ้ มกบั จดหมายฉบบั นี้
ด้วยแล้ว

ขอได้ทรงน�ำ ความกราบบังคมทูล พระกรณุ า ทราบฝา่ ลอองธุลพี ระบาท

ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยามหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทูลฉลอง

พระยารษั ฎานุประดิษฐก์ บั ข้าราชการ
มณฑลปกั ษใ์ ตฝ้ า่ ยตะวันตก

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 216
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

(ส�ำ เนา)
วันท่ี ๒๘ พฤศภาคม ร.ศ. ๑๓๑

ถงึ พระยามหาอ�ำ มาตย์
จดหมายฉบับก่อนได้เขียนไปจากสงขลา ต่อนั้นมาวันท่ี ๒๒ ได้มารถไฟจากสงขลา

เดนิ ช้าๆ ทาง ๔ ช่ัวโมงเศษถงึ ปลายรางยงั ห่างเมืองพทั ลงุ อยสู่ กั ๑๐๐ เสน้ ต้องย้อนรถไฟ
กลับมาลงเรือท่ีคลองบางแก้ว1 ล่องเรือลงมา ๓ ช่ัวโมง บ่าย ๕ โมงเศษจึงถึงวัดเขียน2
ซึ่งเคยไปกับเจ้าพระยายมราชคราวหนึ่งแล้ว จอดนอนท่ีนั้น รุ่งข้ึนวันท่ี ๒๓ จึงลงเรือยนต์
มาชว่ั โมงหนง่ึ ถงึ เมอื งพัทลงุ

ท่ีเมืองพัทลุงไม่มีอะไรแปลก เพราะจะต้องย้ายเมืองข้ึนไปต้ังใกล้สถานีรถไฟ ซึ่งอยู่
รมิ เขาคหู าหา่ งเมอื งเดย๋ี วนส้ี กั ๑๕๐ เสน้ ได้ ไปดทู ซ่ี ง่ึ สมเดจ็ ชายไดก้ �ำ หนดไวส้ �ำ หรบั สรา้ งเมอื ง
เหน็ เหมาะดแี ลว้ แตท่ พ่ี ลบั พลาปลายแหลมลำ�ป�ำ 3 เปนทอี่ ากาศดตี ลอดปี จะตอ้ งเอาไวเ้ ปน
เซนนโิ ตเรยี ม4 ต่อไปข้างน่า

วนั ท่ี ๒๔ มารถยนตจ์ ากเมอื งพทั ลงุ ๒ ชวั่ โมง มาถงึ ทพ่ี กั ต�ำ หนกั โปรง่ หฤทยั 5 ทชี่ อ่ งเขา
เมืองตรงั ทางนแ้ี ตก่ อ่ นฉนั เคยเดินถงึ ๒ วัน คราวน้ีมาแต่เพียง ๒ ช่วั โมงกส็ นุกอยู่ ถนนท�ำ ดี
แตท่ างข้างพัทลงุ ยงั ใหม่ ยังไม่แขง็ เหมอื นขา้ งเมืองตรงั และสพานของถาวรก็ยงั กำ�ลงั ท�ำ อยู่
หลายแหง่ แต่วางใจสมเด็จชายไดท้ ่านคงกวดเอาส�ำ เรจ็

1 คลองบางแก้ว เป็นคลองธรรมชาติท่ีมีต้นน้�ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ความยาวคลองตลอดสาย
ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ไหลมาจากอ�ำเภอตะโหมด จงั หวดั พัทลงุ ผา่ นต�ำบลโคกสัก ต�ำบลทา่ มะเดือ่ และ
ต�ำบลน3425า sปตปปa�จััจะำnหจจขitอนุุบบoกััันนrอiuโอปาํคmยเรอื ภ่ใู ่งนนอฤวา่บบทัดจราเัยะขเิ งวหียแพณมนกรหาบ้วะยาายจถดงาังแงึแรหกสษั ทว้วนฎดัพี่ สาบพักนขุ า้คัทลปุนนล�รอำงุไปะขาา่ดล้พิษงตัดสฐ�่ทูำม์ตบะ�หลำเบศิลลลรส�ำภจปาอักบ�ำงดสอถีง(�นขคำเนลภอาอซอมิเ�มำบเอืภ)๊ี งอสพเรขทั ้าาลงชถงุ ยั วจสาังนยหเจมวงััด่อื หพวพทั ัด.ลศพุง.ัท ล๒ุง๔๕๒ ใช้เป็น
พลับพลารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมอ่ื ครง้ั ยงั ด�ำรงพระราชอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร และรบั เสดจ็ พระบาทสมเดจ็
พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๘ และรบั เสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๑
ตวั พระต�ำหนกั ทปี่ ระทบั ตงั้ อยบู่ นเนนิ สงู สดุ มลี กั ษณะเปน็ อาคารไมท้ รงเหลยี่ ม มมี ขุ ยนื่ ตรงกลาง มเี รอื นบรวิ าร
รายรอบตามเชงิ เนนิ ปจั จบุ นั คอื บรเิ วณเนนิ ทางดา้ นซา้ ยตรงทางเขา้ นำ�้ ตกเขาชอ่ ง ในบรเิ วณสวนพฤกษศาสตร์
ภาคใต้ กรมศิลปากรข้นึ ทะเบยี นเปน็ โบราณสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙

217 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

เวลาทำ�งานทางนี้จำ�จะต้องสังเกตอย่างหนึ่งซึ่งสืบถามได้ความคราวน้ี คือ ทาง
มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลปตั ตานีมีเวลาทำ�งานแต่เดือน ๔ จนเดอื น ๙ ถงึ เดือน ๑๐
ต้องหยุดงานเพราะติดน่านาและมรสุม ส่วนข้างด้านมณฑลภูเก็จทำ�งานได้แต่เดือนอ้าย
เดอื นย่ี ถงึ เดือน ๓ ต้องหยดุ ใหเ้ กย่ี วเขา้ เดือนหนึง่ ท�ำ ไดอ้ ิกเมือ่ เดอื น ๔ เดอื น ๕ เดอื น ๖
ถึงเดอื น ๗ เขา้ ฤดนู าตอ้ งหยดุ งาน ต้องได้เงินทันฤดูทำ�งานๆ จึงจะเปลอื ง ยกตัวอย่างดัง
มณฑลนครศรีธรรมราช ถ้าไปได้เงินการจรเอาเดือน ๙ ก็เสมอไม่ให้ทำ�งาน ส่วนมณฑล
ภเู ก็จกไ็ ปเดอื ดร้อนเรอ่ื งตัดปี เพราะเขตรล์ งในกลางเวลาท�ำ งาน

ทช่ี อ่ งเขาเมอื งตรงั พระยารษั ฎาแกไ้ ขท�ำ เสยี แปลกจนจ�ำ ไมไ่ ด้ ทอี่ ยเู่ ยน็ สบายแตใ่ นฤดนู ้ี
เพราะอยนู่ อกเขา สังเกตุวา่ ชื้นกว่าทางเขาแก้วเมืองนครท่ไี ปแลว้

วนั ท่ี ๒๕ มารถยนตช์ ว่ั โมงเศษถงึ ทบั เทย่ี ง ถนนสายนด้ี มี าแตก่ อ่ นแลว้ ไมแ่ ปลกอนั ใดขน้ึ
นอกจากสองข้างถนนโก่นสร้างถางทำ�ไร่ยางปารามาก ถึงทับเที่ยงแลเห็นท้องที่เกิดความ
สลดใจด้วยเรื่องสวนพริกไทย แต่ก่อนมาจะหาสวนพริกไทยแห่งใดงามเท่าท่ีทับเที่ยงไม่ได้
มาคราวน้ีโทรมหมดเหมือนกับสวนร้างท่ัวไปด้วยพริกไทยลงราคา คนทำ�ขาดทุนต้องทิ้งมา
หลายปี ครัน้ เมือ่ พริกไทยขยบั ราคาขึน้ เจ้าของสวนจะปลกู ใหม่ ท่ีเปนท่เี กา่ เสียแล้วปลูกข้นึ
ไมง่ ามต้องทง้ิ อีก ได้ถามพวกพ่อค้าได้ความวา่ ต่อไปจะคดิ ท�ำ เปนสวนมะพรา้ วหรือสวนยาง
ปารา แต่อย่างไรๆ ท่ีทับเท่ียงแลบางรักษ์1 คงเปนท่ีผู้คนครึกคร้ืนอยู่นั่นเอง ถนนรนแคม
ท�ำ ดขี ้ึนมาก ฉนั ไดไ้ ปเย่ียมศพครูคอล ไปเย่ียมโรงพยาบาลของพวกมิชชันนารี และไปเยี่ยม
หมอดันลอยๆ ช่วยเหลือการโรงเรียนแข็งแรงมาก การโรงเรียนทางเมืองตรังและอำ�เภอ
ทุง่ สรงเดินเรว็ กว่าทคี่ าดหมายมาก มีนักเรยี นมาคอยรบั แห่งละ ๔๐๐, ๕๐๐ ฝกึ หดั เดินเรยี ง
ได้อยา่ งนักเรียนกรงุ เทพฯ ถ้าอดุ หนุนให้ดคี งเจรญิ เร็วไมม่ ีทต่ี ดิ ขดั

วันที่ ๒๖ มารถยนตท์ างชั่วโมงเศษ ถึงเขาขาวพักกินเข้าเชา้ แล้วไปทางถนนตดั ใหม่
ถึงท่าประด2ู่ รมิ แมน่ �ำ้ ตรงั แลว้ ขา้ มไปดเู ขาปินา3

1 อ�ำเภอบางรักเป็นช่ือเดิมของอ�ำเภอทับเที่ยง ต่อมาเปล่ียนเป็นอ�ำเภอเมืองตรัง ปัจจุบัน คือ
ต�ำบลบ32า ปปงรจััจกั จจบุุบอนันั�ำเคภคอืออื เเมบขือา้าปนงตนิทระ่าังปตจร�ำงัะบหดลวู่ นตัดา�ตำวบรงลังอท�งุ่ำเตภอ่ อหอว้ �ำยเภยออดหว้ จยงั ยหอวดัดตจรงังั หเวปดั น็ ตภรเู ขงั าหนิ ปนู สงู ประมาณ ๑๐๐ เมตร
ตรงเชิงเขาเป็นท่ีตั้งของวัดปินะ มีบันไดขึ้นไปชมถ�้ำ บริเวณทางเข้าถ�้ำมีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่
ภายในถ�้ำมีพระพุทธรูป ๕ องค์ประดิษฐานอยู่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยหู่ วั เมอื่ ครง้ั ด�ำรงพระราชอสิ รยิ ยศเปน็ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ ารไดเ้ สดจ็ ประพาส
และประทบั เสวยพระกระยาหาร ณ ถำ�้ แหง่ น้ี ชาวบ้านจึงเรยี กอีกชอ่ื หนึ่งว่า “ถ�ำ้ เสวย”

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 218
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

วันท่ี ๒๗ ไปรถยนต์ทางถนนตัดใหม่อีกสายหน่ึงถึงท่ามะพร้าว1 แล้วข้ามไปดูทเล
สองห้อง2 ทเี่ ขาขาวเหมอื นๆ กับแตก่ อ่ น เปนแต่มคี นจบั ท่ีทำ�ไรท่ �ำ สวนมากขน้ึ

วันที่ ๒๘ มารถยนต์ ๒ ช่ัวโมงถึงทุ่งสรง ท่ีทุ่งสรงบ้านเรือนผู้คนมากมายแปลกตา
กว่าแต่ก่อนมาก ถึงมีตลาดย่ีสาณร้านโรงต่อไป เห็นจะเปนที่ประชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง
ด้วยเปนที่ทางรว่ มรถไฟ

การทขี่ น้ึ มาทงุ่ สรงคราวนเ้ี กย่ี วดว้ ยความลบั เรอ่ื งจะหาทส่ี รา้ งพระราชวงั ตามความคดิ
เดมิ ซง่ึ เจา้ คณุ ทราบอยู่ ท่ๆี ได้พบแล้วมีทด่ี ี ๓ แหง่ คือ

1. ทเ่ี ขาแกว้ กะโรมในแขวงนคร ทง่ี ามมาก อากาศดี น�ำ้ ดี แตอ่ ยหู่ า่ งทางรถไฟสกั ๗๐๐ เสน้
2. ทช่ี ่องเขาเมอื งตรัง ทำ�เลที่สเู้ ขาแก้วไมไ่ ด้ แตอ่ ยรู่ ะหวา่ งทางเท่ยี วพัทลงุ ห่างรถไฟ
สายตรงั ๕๐๐ เสน้ หา่ งสายพทั ลงุ ๗๐๐ เส้น
3. ทป่ี ากแพรก3 อยนู่ อกเขารมิ ชอ่ งทขี่ า้ มทงุ่ สรงไปรอ่ นพบิ ลู ยท์ งี่ ามมาก อยหู่ า่ งรถไฟ
ทางราว ๑๐๐ เส้น น�้ำ กด็ ี
ในท่ี ๓ แหง่ นี้ดเู หมอื นจะน่าสร้างวังท่ีปากแพรก เพราะอยู่ริมทางแยกสายรถไฟใหญ่
ไปรถไฟไดท้ ุกทาง อิก ๒ แห่งไวท้ ำ�เปนทป่ี ระพาศ ฉนั จะจองไวใ้ ห้หมดทัง้ ๓ แหง่ แหง่ หน่ึงๆ
ต้องเข้าใจวา่ ๕๐๐๐ ไปหา ๑๐๐๐๐ ไร่ เพราะฉนนั้ จะทำ�อะไร ๆ พอหมด แตก่ ารท่จี ะตดั สิน
แหง่ ใดจะควรเปนอะไรจะต้องรอตรวจน�้ำ ท่า และสง่ ปรอดออกมาให้ลองอากาศ ลองน้ำ�ฝน
ให้รู้แน่เสียกอ่ น แตไ่ ดไ้ ต่สวนอย่างหน่งึ ท้ัง ๓ แหง่ ไม่เปนทมี่ ีไขเ้ จ็บน้ันเอาเปนแนไ่ ด้

1 ปัจจุบัน คอื บ้านท่ามะพร้าว ต�ำบลคลองพน อ�ำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบ่ี ๒ บอ่ ตดิ ตอ่
2 ทะเลสองหอ้ ง ต�ำบลกรงุ หยนั อ�ำเภอทงุ่ ใหญ่ จงั หวดั นครศรธี รรมราช เปน็ บงึ หรอื หนองนำ�้

กันเหมือนเป็นทะเลสาบน้�ำจืด โดยปากบ่อหรือปากถ้�ำบนพื้นดินเต็มไปด้วยหินแข็งคล้ายลาวาจากภูเขาไฟ
๒ ปลอ่ ง ส�ำหรับบงึ หรอื ปากปล่องแรกกวา้ งประมาณ ๒๐ ไร่ อีกหอ้ งกวา้ งประมาณ ๑๐ ไร่ จงึ เปน็ ท่ีมาของชือ่
เรียกวา่ “ทะเลสองห้อง” มตี �ำนานเล่าขานมาตั้งแต่โบราณวา่ เปน็ ทะเลสาบนำ้� จืดทม่ี นี ำ�้ ลึกมาก จนไมส่ ามารถ
หย่ังถึง จนเป็นท่ีมาของค�ำว่า “ลึกไม่มีสิ้นสุด” และมีถ้�ำใต้น้�ำ เคยมีผู้มาส�ำรวจความลึกและพื้นที่ข้างล่าง
คาดวา่ 3ล ึกปปัจรจะุบมันาณคอื ๗ต๓�ำบเมลตปรากในแฤพดรูแกลอ้ง�เำวเลภาอนทำ้� ่งุ ลสดงจจะังมหอวงัดเนหค็นรเปศน็รธี ๒รรมหร้อางชอย่างชดั เจน

219 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

ขบวนรถเกวียนขนของ

เมื่ออยู่เขาขาว พระยารัษฎาได้นำ�โทรเลขพระยามหิบาลมาให้ดู ว่าทางพนมเกิด
อหิวาตกะโรคตลอดลงไปจนพมุ ดวง1 อยากจะขอเปลย่ี นทางให้ฉนั เดนิ จากกระบ่ไี ปลงฉวาง
ล่องลำ�นำ้�ลงไปบ้านดอน มาคิดดูเห็นว่าไม่มีประโยชน์อันใดท่ีจะเปลี่ยนทาง ด้วยการท่ีฉัน
จะเดินทางปากลาวไปพนมนั้น ข้อสำ�คัญเพื่อจะดูการตัดถนน ขอสินค้าซ่ึงทางน้ันเปนทาง
ส�ำ คญั อนั หน่งึ ไม่ใชต่ ้ังใจสักแตจ่ ะขา้ มไปให้ถึงบา้ นดอน แต่ครัน้ จะยืนยนั ข่มขืนไปทางพนม
ให้จงได้ดังเคยเดินทางมาแต่ก่อน ซึ่งเคยไปพักอยู่กลางบ้านท่ีเปนอหิวาตกะโรคก็มีแต่มา
คิดเห็นว่า แม้พวกผู้ดีเราที่มาจากรุงเทพฯ จะระวังรักษาตัวได้ คนพลเมืองที่กะเกณฑ์มา
หาบหามรับรอง ถ้ามาป่วยเจ็บล้มตายลงเพราะเหตุท่ีเกณฑ์เอามารับฉันดูก็เปนการไม่ดี
จงึ ไดต้ กลงจะแก้โปรแกรมขากลบั เปนอย่างอื่น

ขอแทรกเร่ืองการเกณฑ์คนรับเสด็จตรงนี้หน่อยหนึ่ง มาเท่ียวน้ีทั้งมณฑล
นครศรีธรรมราชและมณฑลภูเก็จ เขาเลิกเกณฑ์คนหาบหามได้จริง เพราะเหตุที่มีถนน
ใช้เกวียนได้ และเพราะคนเรามาน้อยด้วยตัวนายมารถยนต์ของจ้างเกวียนบรรทุกมาพอได้
ทกุ แหง่ ไมเ่ ดอื ด [รอ้ น] และไมต่ อ้ งแลเหน็ ผคู้ นหาบหามพลกุ พลา่ นอยา่ งเคยเหน็ มาคราวกอ่ น
ซ้ำ�ที่พักเขาทำ�เปนเครื่องถาวรถึงมีโต๊ะเก้าอี้เตียงนอนมุ้งม่าน ตลอดจนถ้วยชามช้อนซ่อม
ประจ�ำ ไวท้ ุกแหง่ ไมต่ อ้ งขน การเดินทางสดวกดีมาก

1 แม่น�้ำพุมดวงหรือแม่น้�ำคีรีรัฐ มีต้นก�ำเนิดจากเขาสก ในเขตอ�ำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซงึ่ เกดิ จากคลองสก และคลองพระแสงมาบรรจบกนั เรยี กวา่ แมน่ ำ�้ พมุ ดวง มคี วามยาวประมาณ ๑๒๐ กโิ ลเมตร
จากนน้ั ไหลลงมากบั แมน่ �้ำตาปี ทอ่ี �ำเภอพนุ พนิ จังหวดั สุราษฎรธ์ านี

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 220
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

วา่ ถงึ โปรแกรมขากลบั เมอ่ื งดไมไ่ ปทางพนมแลว้ ไมเ่ หมาะทเี ดยี ว ทจี่ ะไปบา้ นดอนจาก
ทางใดๆ เหน็ มีทางเลือกอยู่ ๒ อย่าง คือ จะกลับไปให้ถึงกรุงเทพฯ ได้เรว็ หรือจะหาการอืน่
ท่ีเปนประโยชน์ตรวจตราต่อไปภายในกำ�หนดเดิม ทางท่ีจะกลับให้ถึงกรุงเทพฯ ได้เร็ว
ที่สุดน้ัน คือ จากภูเก็จไปข้ึนลาดกรูด1 ที่แขวงระนอง เดินช้าง ๔ ช่ัวโมงข้ามเขาไปถึง
พะทรง ลอ่ งเรอื อิกวนั หนึ่งถงึ เมอื งหลังสวน แตไ่ ปทางนี้ไม่เหน็ มีประโยชนอ์ ย่างหนึง่ อย่างใด
นอกจากจะถงึ บา้ นเรว็ ขนึ้ ไดอ้ กี ๒ วนั หรอื ๓ วนั อกี อยา่ งหนงึ่ ไปขนึ้ ระนองเดนิ ขา้ มไปชมุ พร
ทางนที้ ง้ั เคยเดนิ แลว้ ๔ หน ประโยชนม์ อี ยดู่ ว้ ยเรอ่ื งการตดั ถนนและตรวจเมอื งชมุ พรซงึ่ ไมไ่ ด้
ดนู านมาแลว้ เสยี สกั ที ถา้ จะไปทางนพ้ี ระยารษั ฎารบั จะใหโ้ ดยสารเรอื รดั ตะรวั ซง่ึ เปนเรอื ใหญ่
ไปจากภูเก็จจนถึงระนองซึ่งมักมีคลื่นใหญ่ ถ้าไม่ไปทางน้ีมีอิกทางหน่ึงคือกลับจากภูเก็จไป
ปนิ งั ขนึ้ รถไฟไปดเู ฟดเดอรเ์ รเตต็ สเตต็ เลยไปลงเมอื งสงิ คโปรโ์ ดยสารเรอื เดลเี ขา้ ไปกรงุ เทพฯ
ทางนีจ้ ะช้าวนั กว่าที่จะไปทางชมุ พรสัก ๒ วนั หรือ ๓ วนั แต่จะได้เหน็ ท้องที่ซึ่งยังไมไ่ ดเ้ ห็น
แลได้สืบสวนตรวจตราวิธีปกครองของอังกฤษ นับว่า........ประโยชน์อยู่ แต่เบื่อเร่ืองฝร่ัง
มังคา่ ดังไดเ้ คยพดู กบั เจ้าคณุ ..............จะออกมา ลงั เลใจอยูจ่ ึงได้โทรเลขเขา้ ไปหารือเจ้าคุณ
บางทถี า้ มกี จิ ธรุ ะทางโนน้ ซง่ึ อยากให้ฉนั กลบั เร็วก็จะได้กลับทางชมุ พร หรอื ถา้ ......ว่าจะเปน
ประโยชน์แก่ราชการในการท่จี ะไปทางเฟดเดอร์เรเตต็ สเตต็ ก็จะไดไ้ ปทางสิงคโปร์

(ลงพระนาม) ด�ำ รงราชานภุ าพ

กระทรวงมหาดไทย
วนั ที่ ๑๑ เดอื นมิถนุ ายน ร.ศ. ๑๓๑
แจง้ ความมายัง คณุ หลวงมหาสิทธโิ วหาร
วันน้ีฉันได้รับพระโทรเลขพระเจ้าบรมวงษ์เธอฯ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยว่าเสด็จ
มาถึงชุมพรแล้วแต่วันที่ ๑๐ มิถุนายนเวลาบ่าย กำ�หนดเสด็จมาถึงกรุงเทพฯ วันที่ ๑๓
มิถุนายน เวลายำ่�ค่ำ� ถ้ามีโอกาศอันสมควรขอคุณช่วยนำ�ความกราบบังคมทูล ทรงทราบ
ฝ่าลอองธลุ พี ระบาท

1 ปัจจุบัน คือ ต�ำบลราชกรูด อ�ำเภอเมอื งระนอง จังหวดั ระนอง

221 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕)

หนังสอื เรือ่ งอ่นื  ๆ ท่คี ุณว่าจะสงเคราะหใ์ ห้ไดท้ ราบพระกระแสน้ัน ยังหายไปไม่ได้รับ
ขอคุณชว่ ยสงเคราะห์ดว้ ย

ขอไดร้ บั ความนบั ถืออยา่ งสูง
มหาอ�ำ มาตย์
ราชปลัดทูลฉลอง

กระทรวงมหาดไทย
วนั ท่ี ๒ เดอื นกรกฎาคม ร.ศ. ๑๓๑
ขอเดชะ ฝ่าลอองธลุ พี ระบาทปกเกล้าฯ
เม่ือข้าพระพุทธเจ้ากราบถวายบังคมลาไปตรวจราชการมณฑลปักษ์ใต้คราวนี้ ไปถึง
เมืองภูเกจ็ พบมิศเตอร์สก๊อต ไดน้ ำ�พระราชกระแสในการทมี่ ศิ เตอรส์ กอ๊ ตถวายนายบุญชว่ ย
บตุ ร์เปน็ มหาดเล็กแจง้ ให้มศิ เตอรส์ ก๊อตทราบแลว้ ว่า เวลานนี้ ายบญุ ช่วยยังเล็กนัก ควรจะ
ให้เล่าเรียนวิชาเสียก่อน แล้วจึงให้รับราชการจะดี มิศเตอร์สก๊อตขอให้ข้าพระพุทธเจ้า
นำ�ความกราบบังคมทูลว่า ตามที่ทรงพระมหากรุณาแก่มิศเตอร์สก๊อตในเร่ืองนายบุญช่วย
บุตร์น้ันพระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าฯ หาท่ีสุดมิได้ มิศเตอร์สก๊อตได้ตกลงกับบิดา
มารดาของมิสเตอร์สก๊อตว่า จะส่งนายบุญช่วยไปเล่าเรียนณะประเทศยุโรป บิดามารดา
ก็รับจะเล้ียงดูเม่ือนายบุญช่วยเล่าเรียนวิชาสำ�เร็จแล้ว หวังใจจะให้กลับมารับราชการสนอง
พระเดชพระคณุ ตอ่ ไป

ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ขอเดชะ
ข้าพระพทุ ธเจ้า ดำ�รงราชานภุ าพ



สำ� นกั วรรณกรรมและประวัติศาสตร์

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม


Click to View FlipBook Version