The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

เอกสารตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 82
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ข้างฝ่งั ตวนั ออกมเี มอื งโบราณเมือง ๑ เรยี กวา่ เมอื งนครเดดิ 1 แต่อยูใ่ นป่าทบึ ผทู้ ีเ่ คยไปบอก
ว่าเมืองนครเดิดนั้นไม่มีอันใดเหลืออยู่นอกจากเทือกเนินดิน พอเปนเค้ากำ�แพงเมืองแลมี
สระอยสู่ ระ ๑ เรยี กวา่ สระคงคา แลมรี อยพนู ดนิ เปนถนนลงมาทางขา้ งใต้ แตจ่ ะลงมาถงึ ไหน
หาทราบไม่ มีคำ�ของพวกชาวบ้านที่ใกล้เคียงพูดกันอิกอย่างหน่ึงว่า บางคราวคนไปหาฟืน
พบศีร์ษะยักษ์ทำ�ด้วยศิลามีอยู่ในเมืองนครเดิดน้ัน แต่ไปวันดีคืนดีจึงจะพบ บางทีไปทีหลัง
ก็ไม่พบ ได้ความดังน้ีจึงสันนิษฐานว่า เมืองนครเดิดน้ันที่จริงคงจะมีของโบราณยังเหลือ
อยู่บ้าง แต่เพราะไม่มีใครเอาใจใส่ค้นคว้า จึงไม่ปรากฏว่ามีอะไรมาก ถ้าจะพากเพียรค้นดู
ให้ได้ จะตอ้ งไปตั้งแรมใหถ้ ากถางกนั ดูสกั ๗ วัน จงึ จะได้ความ เปนอันจนใจดว้ ยไมม่ ีเวลาพอ
ข้าพเจ้าจึงไมไ่ ด้ไปเมอื งนครเดดิ

ไดค้ วามวา่ มเี มอื งโบราณอกิ เมอื งหนง่ึ อยใู่ ตเ้ มอื งวเิ ชยี รลงมาขา้ งฝง่ั ตวนั ออกเหมอื นกนั
เมืองนี้เรยี กวา่ เมอื งศรเี ทพ2 ช่อื ๑ อกิ ช่อื ๑ เรยี กตามค�ำ พระธดุ งค์วา่ เมอื งอภัยสาลี อยู่หา่ ง
ลำ�นำ้�ขึ้นไปทางประมาณ ๑๕๐ เส้น แลอยู่ในที่ป่าแดงพอจะไปดูได้ไม่ยากนัก เม่ือจะล่อง
จากเมอื งเพช็ รบรู ณ์ ขา้ พเจา้ จงึ ไดส้ งั่ ใหเ้ อามา้ เดนิ ลงมาคอยรบั ทท่ี า่ นาตะกดุ 3 อนั เปนทจ่ี ะขน้ึ
ไปดเู มอื งศรเี ทพ แลสง่ั ใหเ้ รยี กราษฎรชาวบา้ นศรเี ทพทไ่ี ดเ้ คยไปเทย่ี วเตรใ่ นเมอื งนน้ั มาคอยพบ
หมายว่าจะสืบถามหาเบาะแสแลส่ิงซ่ึงควรดูในเมืองศรีเทพ คร้ันลงมาถึงบ้านนาตะกุดพบ
ราษฎรชาวบา้ นศรเี ทพไต่ถามจะเอาความพอใจแตอ่ ย่างไรกไ็ มไ่ ด้ ดว้ ยราษฎรเหลา่ นน้ั พากนั
สทกสทา้ น ตง้ั ใจปฏเิ สธวา่ ไมร่ ไู้ มเ่ หน็ แลไมม่ อี ะไรเสยี ทงั้ นน้ั คงไดค้ วามแตว่ า่ มเี มอื งโบราณจรงิ
แลมปี รางอยูใ่ นเมอื งนัน้ ปราง ๑ ในปรางนน้ั มพี ระพทุ ธรปู อย่บู ้าง นอกจากน้ีจะซักไซ้ต่อไป
กไ็ มไ่ ดค้ วาม ขา้ พเจา้ นกึ ปลาดใจวา่ เหตไุ รราษฎรเหลา่ นจี้ งึ พดู เปนเชงิ ปฏเิ สธเสยี ดว้ ยกนั ทกุ คน
นึกขึ้นได้ว่าทีราษฎรจะเข้าใจปราถนาของข้าพเจ้าผิด เพราะยังไม่เคยพบปะใครที่ไปค้นคว้า
หาความรเู้ หน็ เชน่ ขา้ พเจา้ บางทจี ะเขา้ ใจวา่ ขา้ พเจา้ ไดล้ ายแทงมาคน้ คดิ ปฤษณา ถา้ บอกวา่ รู้

1 เมืองนครเดิด ต้ังอยู่ท่ีบ้านดงเมือง ต�ำบลลานบ่า อ�ำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปัจจุบัน
มหี ลกั ฐานเหลอื เพยี งแนวสนั คเู มอื งบางสว่ น โดยเรมิ่ ตง้ั แตถ่ นนทางเขา้ หมบู่ า้ นเปน็ เนนิ ดนิ จากทศิ เหนอื เฉยี ง
ไปทางทศิ ตะวนั ตก ทศิ ใต้ และวกกลบั ไปทางทศิ ตะวนั ออกเขา้ หมบู่ า้ นไปจรดแมน่ ำ�้ ปา่ สกั บรเิ วณฝง่ั แมน่ ำ�้ ปา่ สกั
ทางทิศเหนือมีซากก�ำแพงเมืองซึ่งก่อด้วยอิฐ ชาวบ้านเรียกพื้นที่บริเวณน้ันว่า วังอิฐ และพบแผ่นอิฐดินเผา
ขนาดยาว ๔๐ เซนตเิ มตร กวา้ ง ๒๐ เซนตเิ มตร หนา ๗.๕ เซนตเิ มตร สนั นษิ ฐานวา่ เปน็ อฐิ โบราณสมยั ทวารวดี
มีสระน�้ำโบราณ ๓ สระ แตต่ นื้ เขินเหลือเพียงขอบสระ หลกั ฐานอนื่  ๆ ทพ่ี บ เชน่ โครงกระดกู มนษุ ยโ์ บราณ
ที่ข้อมือมีลูกปัดสีเขียวคล้ายลูกปัดสมัยทวารวดี เคียวที่ท�ำจากเหล็กกล้า ลักษณะคล้ายกับเคียวที่พบใน
เมอื งโบ23 รปปาณัจจั จจศบุุบรนัันีเทคคพือือไหบอเุทา้ คนยรนา่อื นางตปปะ้ันรกะดุดวนิ ัตเติศผ�าาำบสสลตมศรัยรศ์ สีเรทโุ ีเขทพทพัยอแอ�ำลเ�ภำะเภเอศอศษรศภีเรทาเี ทพชพนจะังจดหงั นิ หวเัดวผเัดาพเพเชปรช็นบรตบูรณน้รู ณ์ ์

83 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองฝา่ ยเหนือ
ถงึ มณฑลเพช็ รบูรณ์ ร.ศ. ๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๗)

เหน็ พาไปขดุ ไมไ่ ดท้ รพั ยก์ จ็ ะเอาโทษ เหน็ จะเขา้ ใจไปอยา่ งนเ้ี ปนแน่ นกึ ไดจ้ งึ ระงบั การไตถ่ าม
ไว้เสียพัก ๑ จนกระทั่งกินอาหารเย็นแล้วจึงเรียกราษฎรเหล่าน้ันมานั่งเข้าแถวสนทนากัน
ตอ่ ไป ขา้ พเจา้ พยายามอธบิ ายใหฟ้ งั วา่ ขา้ พเจา้ ไมม่ ปี ระสงคท์ จี่ ะคน้ คดิ ปฤษณา อยากแตจ่ ะเหน็
ของโบราณคือของอยา่ งน้นั ๆ มีเคร่อื งศลิ า เปนต้น เหมอื นอยา่ งทข่ี า้ พเจ้าไดเ้ คยเทีย่ วดมู า
แล้วหลายเมือง คร้นั เม่ือราษฎรเขา้ ใจค�ำ ช้แี จงแล้ว ต่างคนต่างก็บอกวา่ มีสงิ่ นน้ั ส่งิ น้ี อยูน่ อก
เมอื งบา้ งในเมอื งบา้ ง มจี นกระทง่ั ศลิ าจารกึ แลเทวะรปู ซงึ่ ขา้ พเจา้ เสาะแสวงอยากจะพบเหน็
เปนอันได้ความรตู้ ามตอ้ งการทกุ อยา่ ง คร้ันร่งุ ข้นึ จึงไดไ้ ปดเู มอื งศรเี ทพ มีพวกราษฎรพากัน
ไปช่วยถากถางแลนำ�ดูของโบราณต่างๆ ดว้ ยเปนอนั มาก

เมืองศรีเทพนี้ตั้งอยู่ในป่าแดงที่ราบ ก่อนจะถึงเมืองมีโคก เห็นแท่งศิลาแลงท้ิงอยู่
หลายแหง่ เขา้ ใจวา่ คงเปนเทวะสถานขนาดยอ่ มๆ เทวะรปู แลศวิ ลงึ คศ์ ลิ ากม็ จี มดนิ อยตู่ ามโคก
เหล่าน้ี คร้ันถงึ เมืองมีสระใหญ่อยนู่ อกเมอื งสระ ๑ เรยี กวา่ สระแก้ว ตัวเมอื งมกี ำ�แพงเปน
เนินดิน แลมคี ูลึกรอบเมือง ตรงประตูเขา้ เมอื งมศี ิลาแลงแผน่ ใหญๆ่ กองเร่ียรายยนื่ ออกมา
เปนทปี อ้ ม ขา้ งในเมอื งมโี คกมอี ฐิ บา้ ง ศลิ าแลงบา้ งหลายแหง่ บางแหง่ กองศลิ าแลงซง่ึ ท�ำ เปน
แทง่ พังสุมกนั สงู กว่า ๓ วา ก็มี ท่ีกลางเมอื งมีสระสีเ่ หลย่ี มอกิ สระ ๑ กวา้ งประมาณสกั เส้น ๑
ยาวสัก ๓ เสน้ 1 ออกจากสระไปผา่ นก�ำ แพงอิกชั้นหนึ่ง จึงถงึ เทวะสถานท�ำ เปนปราง ๓ ยอด
แลมีปรางประตูอิกปราง ๑ มีสระใหญ่อยู่ใกล้บริเวณปรางอิกสระ ๑ เรียกว่า สระปราง
ตามลานในบรเิ วณปรางพบรปู พระนารายณ์ รปู ยกั ษ์ แลเปนเทพารกั ษท์ �ำ ดว้ ยศลิ ามหี ลายรปู
แลมีแท่งศิลาสลักลวดลายอย่างเดียวกับท่ีเมืองพิมายแลวัดพนมวัน เมืองนครราชสิมา
ท้ิงอยู่มาก ถา้ ขดุ ดูเหน็ จะได้เครอื่ งศลิ าโบราณท่นี ี้มเี หลืออยู่อิกมาก ฐานทกั ษิณปรางกอ่ ด้วย
ศิลาแลงปนศิลาทราย แต่ตัวปรางนั้นก่อด้วยอิฐสนิทสนม ฝีมือดีดูเหมือนยังทำ�ค้าง ด้วยมี
รอยถอื ปนู แลว้ บา้ ง ยงั มไิ ดถ้ อื ปนู บา้ ง พเิ คราะหด์ เู ครอ่ื งศลิ าทปี่ รางเปนของอยา่ งเดยี วรนุ่ เดยี ว
แลขนาดเดียวกับที่วดั พนมวัน แลทเ่ี มอื งพมิ าย เก่าแก่กวา่ อิฐท่ีก่อปราง ทงั้ นำ้�หนักดกู เ็ หลอื
กำ�ลังที่ปรางอิฐจะทานเคร่ืองศิลาเหล่านั้นได้ จึงเปนเหตุให้คิดเห็นว่าเมืองศรีเทพนี้เห็นจะ
สรา้ งเปน ๒ ยคุ คอื เปนเมอื งขอมสรา้ งรนุ่ เดยี วกบั เมอื งพมิ ายยคุ ๑ แลว้ แลหกั พงั ทรดุ โทรมไป
มีใครมาสร้างขึ้นอิกยุค ๑ แต่ทำ�ค้างหาสำ�เร็จไม่ สัณฐานแลลวดลายปรางอิฐท่ีทำ�ข้ึนใหม่
เหมือนกับปรางวัดศรีสวาย เมืองศุโขทัย แลเทวะสถานที่เมืองลพบุร(ี 2) ถ้าจะสันนิษฐาน
ลงไปวา่ สรา้ งเมอื่ ไรในชนั้ หลงั คงเปนของไทยสรา้ งเมอ่ื ตอนกอ่ นฤๅตอนตน้ ตง้ั ราชวงศพ์ ระรว่ ง

(21) เเททว่าะกสับถกาวนา้ เมงอื ๔ง๐ลพเบมรุตที รว่ี าย่ นาว้ี มใ๑ิ ช๒ป่ ๐รางเมสาตมรยอดทอี่ ยรู่ มิ ทางรถไฟ มอี กี แหง่ ๑ อยมู่ าทางขา้ งเหนอื วงั

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 84
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

สมยั เมอ่ื ผคู้ รองเมอื งศโุ ขไทย เมอื งลพบรุ ี แลเมอื งศรเี ทพท�ำ นองจะเปนเจา้ ดว้ ยกนั ศลิ าจารกึ
พบที่เมืองศรีเทพครั้งน้ี เปนของแปลกมาก สัณฐานคล้ายตะปูหัวเห็ด ข้างปลายท่ีเสี้ยม
แหลมเปนแต่ถากโกลนส�ำ หรบั ฝงั ดนิ ขดั เกลีย้ งแต่ที่หวั เหด็ จารึกอักษรไวท้ ่นี น้ั เปนอกั ษรคฤน
ชั้นก่อนหนังสือขอม แต่ตรงท่ีจารึกแตกชำ�รุดเสียมาก ได้เอาศิลานี้ลงมากรุงเทพฯ(1) ให้
อ่านดเู ปนภาษาสงั สกฤตมคี �ำ ว่า “ขีลงั ” ซึง่ แปลวา่ หลัก จงึ เข้าใจว่าศลิ าแทง่ นี้ คอื หลกั เมือง
ศรเี ทพแบบโบราณ เขาทำ�เปนรปู ตะปตู อกลงไวใ้ นแผ่นดนิ ประสงคว์ ่าใหม้ ัน่ คง แผนท่ีเมือง
ศรีเทพจะเปนอย่างไรต่อไปไม่มีเวลาพอตรวจท่ัว แต่ประมาณดูเห็นเปนเมืองใหญ่ขนาด
ด้านละ ๒๕ ฤๅ ๓๐ เส้น2 เมืองน้ีเปนเมืองสร้างเมื่อคร้ังถือสาสนาพราหมณ์ ไม่พบปะ
ของโบราณในทางขา้ งพระพทุ ธสาสนาเลย

เมืองโบราณในแถวนี้ยังมีอิกเมือง ๑ อยู่ที่ซับจำ�ปา3 ในดงพระยากลาง แขวงเมือง
ไชยบาดาล ใต้เมืองศรีเทพลงมาทางเดินสัก ๒ วัน แต่อยู่ห่างฝั่งตวันออกข้ึนไปทางสัก
๕๐๐ เส้น ข้าพเจ้าไม่มีเวลาพอจึงไม่ได้ไปดู ถามราษฎรที่เคยไปมา เขาบอกว่ามีกำ�แพง
ศิลา ข้าพเจ้าได้พบเครื่องปรางศิลาท่ีเขาขนมาท้ิงไว้ท่ีวัดเมืองไชยบาดาล จึงเช่ือว่าเมืองใน
พระยากลางนีค้ งมปี รางเทวะสถานอกิ เหมือนกนั แตเ่ มอื งนี้สืบไม่ไดช้ อื่ ชาวบ้านบอกแตว่ ่า
ได้ยินเขาว่าเมืองพระเตมีย์ใบ้ในทศชาติ ก็เห็นว่าจะเปนคำ�พระธุดงค์บอกอย่างเช่นเรียก
เมืองศรีเทพวา่ เมอื งอภยั สาลีอิกชอ่ื หนงึ่ ฉนน้ั

ออกจากเมอื งวิเชยี รล่องเรือคา้ งทาง ๒ คนื ถึงเมอื งบัวชุม4 แตเ่ มอื งบัวชมุ ลงมาวัน ๑
ถงึ เมอื งไชยบาดาล ล�ำ น�ำ้ ตอนนคี้ อ่ ยกวา้ งขวางพอแจวเรอื ไดถ้ นดั ตอแลขอนไมไ้ มม่ ากเหมอื น
ตอนบน แต่มีแก่งกรวดแกง่ หินถ่ขี ้นึ เมืองบัวชุมแลเมอื งไชยบาดาล ๒ เมืองน้ี แต่ก่อนเปน
เมืองขึ้นเมืองวิเชียร เดี๋ยวนี้แยกออกเปนอำ�เภอ เรียกว่า อำ�เภอไชยบาดาล ข้ึนเมือง
เพ็ชรบูรณ์ ผู้คนมากกว่าอำ�เภอวิเชียร ด้วยพื้นท่ีทำ�ไร่นาดีแลมีเสามีไม้แดงทั้งใบลาน

(1) เด๋ียวน้ีอยู่ที่หอพระสมุดฯ [ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่อาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
กรมศิล342ป าเปปกทััจจรา่ จจกจุบบุ บั ังันนั หด้าวคคนัดอือื ปลเตะทม�มุำ๑อื บธงลกาโบบนิโลัวร]ี เชามณมุ ตซรอับ�ถำจเึงภ�ำอป๑ช.า๒ัยตบก�ำาิโบลดลเามซลับตจรจัง�ำหปวาดั อล�พำเบภรุอี ท่าหลวง จงั หวดั ลพบรุ ี

85 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งฝ่ายเหนอื
ถงึ มณฑลเพ็ชรบรู ณ์ ร.ศ. ๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๗)

แลสีเสียด1 เปนสินค้าหาผลประโยชน์ได้มาก เพราะขึ้นล่องไปมากับเมืองสระบุรีได้สดวก
ไม่อัตคัดเหมือนตอนบน ต้ังแต่เมืองไชยบาดาลลงมาบ้านเรือนตามริมนำ้�ก็มีหนาข้ึน
จนตลอดถงึ แขวงสระบรุ ี ออกจากเมอื งไชยบาดาลค้างคนื ๑ กเ็ ขา้ เขตรเมอื งสระบุรี

ขา้ พเจา้ เคยจ�ำ ไดใ้ นครง้ั เมอ่ื ตามเสดจ็ ประพาศล�ำ น�้ำ สกั ขนึ้ ไปจนหนิ ซอ้ นนนั้ ไดย้ นิ ทา่ น
ผู้ใหญ่ท่ีจัดการรับเสด็จครั้งน้ัน ท่านว่าลำ�นำ้�สักสนุกเพียงหินซ้อนเท่าน้ัน เกินน้ันข้ึนไปไม่มี
อะไรน่าดู ข้าพเจ้าได้สงไสยไม่เชื่อว่าเปนความจริง จนได้มาเห็นแก่ตาเองในคร้ังน้ี จึงนึก
ขนึ้ ได้วา่ ท่ที ่านว่านน้ั เปนความจริง ดว้ ยเทอื กเขาทางโคราชแลเทอื กเขาทางพิศณุโลก ซึง่ อยู่
สองฟากล�ำ น�ำ้ สกั น้ี กลบั โอบเขา้ มาบรรจบกนั ทห่ี นิ ซอ้ น ล�ำ น�้ำ สกั แตห่ นิ ซอ้ นลงมาจนแกง่ คอย2
ตอนนผี้ า่ นมาในกลางภเู ขา เพราะฉนนั้ ตั้งแต่หนิ ซ้อนลงมาจงึ ไดม้ เี ขาตกถึงล�ำ น�ำ้ แลมีถ�ำ้ ธาร
อันน่าดูน่าพิศวงตลอดลงมาในระหว่างทาง ๒ วัน จนถึงแก่งคอย ข้าพเจ้าขอกล่าวซำ้�เปน
คำ�รับรองถ้อยคำ�ของท่านผู้ใหญ่ท่ีได้ยินมานาน ว่าลำ�นำ้�สักน้ี ต้ังแต่แก่งคอยขึ้นไปจนถึง
หินซ้อน เปนลำ�น้ำ�ท่ีสนุกน่าเที่ยวจริงๆ แต่เหนือน้ันข้ึนไปต้องแล้วแต่อัธยาไศรยบุคคล
ซึ่งจะเห็นว่าอย่างไรเปนความสนุก ถ้าหากว่าจะยอมทนความลำ�บากเที่ยวหาความรู้
ในกระบวนเท่ียวดูบ้านเมืองของตนเช่นข้าพเจ้าไปก็สนุกน่าไป ฤๅถ้าหากว่าเปนนักเลงปืน
จะเที่ยวหาสัตว์ใหญ่ยิงเช่นนั้นแล้ว เท่ียวทางแม่นำ้�สักน้ีก็เห็นจะสนุก แต่ถ้าจะเท่ียวหา
ความสบายเพลิดเพลนิ แลว้ อยา่ ขนึ้ ไปใหเ้ กินหินซ้อนเลย

ตั้งแต่เมืองไชยบาดาลล่องเรือมา ๓ วัน ถึงเมืองสระบุรีซึ่งเคยไปด้วยกันมากแล้ว
ไม่ต้องพรรณาว่าเปนอย่างไร รวมระยะทางข้าพเจ้าล่องเรือแต่เมืองเพ็ชรบูรณ์มา ๑๔ วัน
ถึงปากเพรยี วทตี่ ัง้ เมอื งสระบรุ ี แลว้ ข้ึนรถไฟกลบั มาถึงกรุงเทพฯ เมือ่ วันที่ ๒๕ กมุ ภาพันธ์
ร.ศ. ๑๒๓ รวมวันทไี่ ปในครง้ั น้ี ๓๖ วัน ไดร้ ู้เหน็ มาเล่าสูก่ นั ฟงั ดังกลา่ วมา

1 สีเสียดเป็นไมย้ นื ต้นผลัดใบ มีช่ือเรียกตามท้องถน่ิ ตา่ งๆ เช่น สเี สียดเหลอื ง (เชยี งใหม)่ สเี สยี ดแก่น
(ราชบุรี) สเี สยี ด ข้ีเสียด (ภาคเหนือ) สีเสยี ดเหนอื (ภาคกลาง) สะเจ (เง้ียว - แม่ฮอ่ งสอน) สีเสยี ดลาว (ลาว)
สีเสียดหลวง สีเสียดไทย เป็นต้น มีฤทธิ์ต้านเช้ือแบคทีเรียท่ีท�ำให้เกิดอาการท้องร่วง ไม่มีกลิ่น มีรสขม
และฝาดจัด น�ำมาบดหรือต้มรับประทานเป็นยา เปลือกต้นใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นปรุงเป็นยาแก้ธาตุ
พกิ าร ยางถกู น�ำมาเค่ยี วจนงวดเปน็ กอ้ นสีด�ำ หรอื แกน่ สีเสียดน�ำมาสบั เปน็ ชิ้นเล็กๆ ต้มเคย่ี วดว้ ยไฟอ่อนๆ
กับน้�ำ กรองเค่ียวตอ่ จะไดย้ างสีน�ำ้ ตาลด�ำ มีลักษณะเหนยี ว แล้วน�ำมาปัน้ เปน็ กอ้ น ทง้ิ ไวจ้ นแห้งแขง็ เก็บไวใ้ ช้
มสี รรพคณุ ชว่ ยปิดธาตุ คุมธาตุ แก้อาการลงแดง เปน็ ยาแกไ้ ขจ้ ับสัน่ แก้อาการไอ ใชใ้ สป่ ูนทร่ี ับประทานกับ
หมากและพลู จะช่วยป้องกันปูนกัดปากได้ เปลือกต้นและก้อนสีเสียดน�ำมาใช้ย้อมผ้าและฟอกหนังสัตว์
ยอ้ มสีเส้นไหม เนอ้ื ไมห้ รือแกน่ ของสเี สยี ดจะใหส้ ีน�้ำตาล น�ำมาใช้ย้อมผ้า แห อวน และหนังได้ เนือ้ ไม้สีเสยี ด
มลี ักษณะแขง็ เหนียว ใช้ท�ำส่งิ ปลูกสร้างท่ีต้องรับน�้ำหนกั มากๆ เชน่ เสา คาน สะพาน กงล้อเกวียน หรือใช้
ท�ำด้าม2เ คปรัจอื่ จงุบมนัอื ทคาอื งกอา�รำเเภกอษแตกร่งตคา่ องๆย เชน่ ด้ามมีด ดา้ มพร้า เปน็ ตน้
จังหวดั สระบรุ ี

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งปกั ษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)
(เดือนมิถนุ ายน - ๑๗ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕)

รายงานเสด็จตรวจราชการหวั เมืองปกั ษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)1

ที่ ๕๑๑/๒๓๘๐ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๗ มิถุนายน ร,ศ, ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝ่าพระบาท

ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
สง่ จากเมอื งนครศรธี รรมราชฉบบั หนง่ึ วา่ ไดเ้ สดจ็ ไปถงึ เมอื งนครศรธี รรมราชแลว้ คลน่ื ลมสงบ
แลจะเสด็จจากเมืองนครศรธี รรมราชไปเมืองตรงั วนั ท่ี ๙ เดือนนี้

อนึง่ วา่ ไดท้ รงรบั โทรเลขพระยารษั ฎานปุ ระดษิ ฐ2์ แลมศิ เตอรร์ ิบเวดคาแนก3 รอ้ งขอ
ให้เสด็จไปเมืองภูเก็จ เพราะมีการท่ีสำ�คัญหลายอย่างท่ีจะต้องวินิจฉัย เพราะฉนั้นกำ�หนด
เวลาท่ีเสด็จคราวน้ีต้องเพิ่มเวลาจากโปรแกรมเดิมอีกอาทิตย์หน่ึง ข้าพระพุทธเจ้าได้ถวาย
ส�ำ เนาโทรเลขมาพรอ้ มกบั จดหมายฉบบั น้ดี ้วยแล้ว

ขอฝ่าพระบาทได้นำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมคิ วรแลว้ แต่จะโปรด

ขา้ พระพุทธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลัดทูลฉลอง

1 หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาต,ิ เอกสารกรมราชเลขาธกิ ารรชั กาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย ร.๕ ม.๒.๑๔/๗๕
เร่ือง ก2ร มพหรละวยงาดร�ัษำรฎงารนาชปุ ารนะุภดาิษพฐไ์มปหติศรรวภจักกดาีร(คในอหซวัมิ เบม๊ีือณงปรักะนษอ์ใตง้)(บ๗ตุ มรพถิ นุระายยานด-�ำร๑ง๔สจุ กรริตกมฎหาิศครมภักร.ดศี .( ค๑อ๒ซ๕เู้ จ).ียง)
และนางกิม ณ ระนอง บรรดาศกั ดิท์ ่ปี รากฏตามล�ำดบั คอื หลวงบรริ ักษ์โลหวิสยั ผ้ชู ว่ ยราชการเมอื งระนอง
พระอัศฎงคตทิศรักษา ผู้ว่าราชการเมืองกระบุรี พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ผู้ว่าราชการเมืองตรัง
และสม3หุ มเทิสศเาตภอิบรา์ชลามรณ์ลฑส์ลภเจูเกม็ตส์ ถึงแกอ่ นจิ กรรมเม่ือวันท่ี ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖
ริเวตต์ คาร์แนค (Mr.Charles James Rivett Carnac) ท่ีปรึกษา
กระทรวงพระคลังมหาสมบัติชาวอังกฤษ และเคยด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดีกรมสารบัญชี หรือกรมบัญชีกลาง
ในปจั จบุ นั ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๔๕

87 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

พระยารัษฎานุประดิษฐม์ หศิ รภกั ดี
(คอซมิ บี๊ ณ ระนอง)

ส�ำ เนาโทรเลข H.R.H. Prince Damrong

มีมาจาก Nacon รับทีศ่ าลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขที.่ ........................................ หมายเลขรบั ท.่ี ..................................
ลงวนั ท่ี 6th June 1906 รบั เมอื่ วนั ที่ 7th June 1906
เวลา 1.30 p.m. เวลา…………………………....……..

Phya Sri, Bangkok
Arrived Nacon fine weather. Am leaving 9th instant for Trang. Received
Messages from Rasada and Carnac urgently request my tour be extended to Phuket
to decide many important questions on the spot. Will take one week in addition to
my original program.

(Signed) Damrong

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 88
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ที่ ๕๖๑/๒๘๐๒ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ที่ ๑๖ มถิ ุนายน รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยตามความในลายพระหดั ถท์ ี่ ๑๒๓/๔๔๘ ลงวนั ที่ ๘ มถิ นุ ายน ร,ศ, ๑๒๕ วา่ ในการ
ที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์และมิศเตอร์ริบเวตคาแนค ขอเชิญเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ า
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยใหเ้ สดจ็ ถงึ เมอื งภเู กจ็ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ า วา่ ควรเสดจ็ ไป
จะเปนประโยชนน์ น้ั ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดม้ โี ทรเลขกราบทลู ไปตามกระแสพระบรมราชโองการแลว้

วนั นข้ี า้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
มีมาจากเมืองตรังฉบับหน่ึง ลงวันที่ ๑๕ ว่าได้เสด็จถึงเมืองตรังในวันที่ ๑๕ มิถุนายน
ร,ศ, ๑๒๕ นก้ี ารท่ีเสด็จตามระยะทางถูกฝนมากตอ้ งเสด็จช้างช้าไปวนั หน่ึง จะเสด็จไปเมือง
ภเู ก็จในวันที่ ๑๗ กลบั มาถึงเมืองตรงั วนั ที่ ๒๑ มิถุนายนน้ี ร่งุ ขึน้ วันท่ี ๒๒ เสดจ็ ออกจาก
เมืองตรังกำ�หนดเสด็จถึงเมืองสงขลาวันท่ี ๒๘ มิถุนายนน้ี รายามุดาและมิศเตอร์ฮาดแนล
พระทวีปสยามกิจพระยามนตรี กับหลวงอินทรวิไชยไปคอยเฝ้าอยู่ท่ีเมืองตรัง มีความตาม
พระโทรเลขดังนี้

ขอฝา่ พระบาทได้น�ำ ความกราบบงั คมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท
ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า า
ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

ท่ี ๕๗๖/๒๘๘๑ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๑๙ มถิ นุ ายน รตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยตามความในจดหมายของข้าพระพทุ ธเจ้าท่ี ๕๖๑/๒๘๐๒ ลงวนั ท่ี ๑๖ มิถุนายน
ร,ศ, ๑๒๕ กราบทูลมาว่าพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย จะเสด็จไป
เมอื งภูเก็จในวนั ที่ ๑๗ มถิ ุนายน ร,ศ, ๑๒๕ น้นี น้ั ความทราบฝ่าพระบาทแลว้

89 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

บดั นข้ี า้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ซึ่งมีมาจากเมืองภูเก็จฉบับหนึ่ง ลงวันท่ี ๑๘ มิถุนายนว่า ได้เสด็จถึงเมืองภูเก็จในวันท่ี
๑๘ เดอื นน้ี เวลาเชา้ เสด็จโดยเรอื เมลใ์ หญ่พอทนคลน่ื ไมเ่ ป็นไรนัก แต่พระธุระท่จี ะต้องทำ�ที่
เมืองภเู ก็จมีหลายอย่าง จะไม่ใคร่มเี วลาเทยี่ วนัก มคี วามในพระโทรเลขดังน้ี

ขอฝา่ พระบาทไดน้ �ำ ความกราบบงั คมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลพี ระบาท
ควรมิควรแล้วแตจ่ ะโปรด

ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

ที่ ๑๐๘/๓๐๙๕ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันที่ ๒๕ เดือนมถิ นุ ายน ร,ศ, ๑๒๕

ข้าพระพุทธเจา้ ขอพระราชทานกราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝ่าลอองธุลพี ระบาท
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ฉบับหนึ่ง ลงวันท่ี ๒๑ เดือนนี้ว่า เมื่อได้ตรวจราชการในเมืองภูเก็จตลอดแล้ว ทรงเห็นว่า
ต้ังแต่ได้เสด็จมาเมืองภูเก็จคร้ังก่อน ๔ ปีมาแล้ว กับเวลานี้เมืองภูเก็จมีความเจรีญข้ึนมาก
ท้ังฝ่ายการปกครองและการโยธา ในเวลาน้ีการปกครองดี ราษฎรมีความพอใจ โจรผู้ร้าย
ก็เบาบางการค้าขายก็เจรีญขึ้น แต่คนท่ีพึ่งเคยไปดังเช่นมิศเตอร์ริบเวตคาแนคและมิศเตอร์
เมดอฟรอสต์ ซง่ึ ไมท่ ราบวา่ แตก่ อ่ นเปน็ มาอยา่ งไร จงึ แลเหน็ การหลายสงิ่ ซง่ึ จะตอ้ งจดั ตอ้ งท�ำ
การท่ีจะต้องจัดต้องทำ�น่ันก็จริงอยู่ แต่เกี่ยวข้องด้วยเร่ืองเงีนเท่านั้นไม่ลำ�บากอย่างใดเลย
อนึ่ง ว่าได้ทรงจัดการท่ีคั่งค้างเสร็จแล้ว และเสด็จออกจากภูเก็จไปเมืองตรังในวันท่ี ๒๑
มิถุนายน เวลาเย็น ข้าพระพุทธเจ้าไดท้ ลู เกลา้ า ถวายส�ำ เนาโทรเลขมาพรอ้ มกับจดหมาย
ฉบับนี้

ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ า ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรสี หเทพ
ราชปลัดทูลฉลอง

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 90
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ส�ำ เนาโทรเลข กรมหลวงดำ�รง

มมี าจาก ภเู กจ็ รบั ทศ่ี าลาว่าการมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขที่....................................... หมายเลขรบั ท่.ี .......................................
ลงวนั ที่ ๒๑ เดอื นมถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๒๕ รบั เมอื่ วนั ที่ ๒๓ เดอื นมถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๒๕
เวลาเชา้ ๒ โมง.......................นาที เวลา ๕ ทุ่ม ๒๕ นาที

Phya Sri, Bangkok,


After spending practically all my time in Puket in making inspections, investigations
and holding consultations, my opinion in that, since my last visit four years ago, much
progress has been made both in improving administrations and public work. At present
the country is well governed, people content, crime daminishing1 and trade prosperous.
None need wonder that new comers, Carnac and Frost, who are ignorant of past saw
many things still wanting which is quite true: but its only question of money and no
difficulty. I have settled all pending questions and will wire you those of importance
separately when I return to Trang, am leaving here this evening.

Damrong

ท่ี ๖๓๒/๓๒๗๒ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๒๙ มถิ นุ ายน รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ดว้ ยตามความในจดหมายของข้าพระพทุ ธเจ้าท่ี ๕๗๖/๒๘๘๑ ลงวนั ที่ ๑๙ มิถุนายน

ร,ศ, ๑๒๕ กราบทลู มาในเรื่องพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย เสด็จไปถงึ
เมืองภูเกจ็ ในวนั ท่ี ๑๘ มิถุนายน ร,ศ, ๑๒๕ ความทราบฝ่าพระบาทแล้ว

1 นา่ จะหมายถงึ crime diminishing คดีความลดน้อยลง

91 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ส่งจากสงขลา ลงวนั ที่ ๒๘ เดือนนี้ สง่ ระยะทางท่ีจะเสดจ็ มาวา่ วันท่ี ๓๐ มิถุนายน เวลาเยน็
จะเสดจ็ ออกเรอื จากสงขลา วนั ท่ี ๑ กรกฎาคมขนึ้ บางนะรา1 วนั ท่ี ๒ ไปเมอื งระแงะ2 วนั ที่ ๓
มะตะหงนั 3 วนั ที่ ๔ เมอื งรามัน4 วันที่ ๕ เมืองยลา วันท่ี ๖ เมืองหนองจกิ 5 วนั ที่ ๗ เทพา6
แลสงขลา เวลาค่ำ�ออกเรือ วันท่ี ๘ อำ�เภอปละท่า7 วันท่ี ๙ เวลาเย็นถึงเกาะปราบ
ข้ึนบ้านดอน8 ในค่ำ�วันน้ันหรือในวันท่ี ๙ เวลาเช้า วันท่ี ๑๔ กลับจากบ้านดอนไปชุมพร
วันที่ ๑๕ บางตพาน9 วันท่ี ๑๖ สามรอ้ ยยอด10 และตรวจชายทะเลเมืองเพช็ รบ์ ุรตี อนใต้
วันที่ ๑๗ ถึงกรุงเทพ า ถ้าเวลาน้ันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับพระราชวัง
บางปอิน วันท่ี ๑๙ จะขึ้นไปตามเสด็จท่ีบางปอิน มีความในโทรเลขดังน้ี ข้าพระพุทธเจ้า
ไดถ้ วายส�ำ เนาโทรเลขมาพร้อมกับจดหมายฉบับนี้

ขอฝ่าพระบาทได้น�ำ ความกราบบังคมทลู พระกรุณาทราบฝา่ ลอองธลุ พี ระบาท
ควรมิควรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ า
ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลัดทูลฉลอง

1 เมอื งบางนะรา หรอื บางนรา เปน็ ชอ่ื เดมิ ของจงั หวดั นราธวิ าส ตอ่ มาเมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๘ พระบาทสมเดจ็
พระมง23ก ฎุ นปเกัจ่าลจจะาุ้บเเันจปา้ ็นคอือยตหู่ อะัวม�ำทเะภรหองงพรันะรแะ(กงตะระณุมจะาังหหโปงวรันัดดหนเรรกือาลธต้าิวฯาามสใันห้เปหลม่ยีานยถชื่อึง เมสวอื นงใดหอมกว่ ไา่ม้)นรปาัจธจวิ ุบาันส คือ อ�ำเภอรือเสาะ
จงั หวัด1684795น0 รปปปปปปปาธัจััจจจััจจััจวิจจจจจจจาบบบบุุุบุุบุบุ สัันััันันนนนนั
คอื อ�ำเภอรามัน จังหวดั ยะลา จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
คือ อ�ำเภอหนองจกิ จงั หวัดปัตตานี
คอื อ�ำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
คือ อ�ำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
คอื เกาะปราบ อา่ วบ้านดอน อ�ำเภอเมืองสุราษฎรธ์ านี
คือ อ�ำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คือ อ�ำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบครี ีขันธ์

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 92
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ทำ�เนียบเมืองระแงะ

ส�ำ เนาโทรเลข กรมหลวงดำ�รง

มมี าจาก สงขลา รับทศี่ าลาวา่ การมหาดไทย กรงุ เทพฯ
หมายเลขท.ี่ .......................................... หมายเลขรบั ที่ ๖๓๕๗
ลงวันท่ี ๒๘ เดือนมิถุนายน ร.ศ. ๑๒๕ รบั เมอื่ วนั ท่ี ๒๙ เดอื นมถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๒๕
เวลา บ่าย ๔ โมง ๒๐ นาท ี เวลา เช้า ๔ โมง ๔๐ นาที

พระยาศรสี หเทพ กรุงเทพ า
โปรแกรมกำ�หนดวันต่อไปดังน้ี วันท่ี ๓๐ เวลาเย็นออกเรือ วันที่ ๑ กรกฎาคม
ขึน้ บางนะรา ที่ ๒ ไประแงะ ท่ี ๓ ตะมะหงนั ท่ี ๔ รามัน ท่ี ๕ ยลา ท่ี ๖ หนองจกิ ท่ี ๗
เทพาสงขลา ค�ำ่ ออกเรือ ท่ี ๘ อ�ำ เภอปละท่า ที่ ๙ เย็น เกาะปราบขน้ึ บ้านดอนค�่ำ วนั น้นั
หรอื ท่ี ๙ เชา้ ท่ี ๑๔ กลับจากบา้ นดอนไปชุมพร ที่ ๑๕ บางตพาน ท่ี ๑๖ สามร้อยยอด และ
ตรวจชายทะเลเมอื งเพช็ รบ์ รุ ตี อนใต้ ท่ี ๑๗ ถงึ กรงุ เทพ า ถา้ เวลานนั้ เสดจ็ ประทบั อยบู่ างปอนิ
ท่ี ๑๙ จะขน้ึ ไปตามเสดจ็ บางปอนิ

(ลงพระนาม) ดำ�รง

93 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ส�ำ เนา ท่ี ๖๓๓/๓๒๗๔ ศาลาว่าการมหาดไทย์
วนั ท่ี ๒๙ มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๒๕
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร

ทราบฝา่ พระบาท
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยส่ง

จากเมืองสงขลา ลงวันท่ี ๒๘ เดือนนี้ว่า เสด็จถึงเมืองสงขลาเม่ือวันท่ี ๒๘ เดือนน้ี และ
เมอื่ เสดจ็ ถึงเมอื งสงขลาเที่ยวนท้ี รงมคี วามรสู้ กึ ว่าพระยาสขุ มุ นัยวนิ ติ ไปเสียจากมณฑลแลว้
อยู่ข้างจะเปล่ียวพระไทยมาก และทรงได้ยินเสียงแต่คนในมณฑลนครศรีธรรมราชพากัน
มีความอาไลย์เสียดายพระยาสุขุมนัยวินิตทั่วไป และว่ามิสเตอร์แกรแฮม1 ได้มาเฝ้า
ไดม้ รี บั สง่ั ใหเ้ ขา้ ใจดแี ลว้ ตกลงวา่ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ ‚ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยถงึ กรงุ เทพ ‚
จะสง่ ท้องตราออกไปให้มิสเตอรเ์ กรแฮมถอื ไป มีความตามโทรเลขดังน้ี

อน่งึ ตามโทรเลขของพระเจ้านอ้ งยาเธอ ‚ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย์วา่ ไดม้ ีรบั ส่งั
ให้มิสเตอร์เกรแฮมเข้าใจดี และจะส่งท้องตราออกไปให้มิสเตอร์เกรแฮมถือไปน้ัน ก็คือ
เร่ืองท่ีจะให้มิสเตอร์เกรแฮมออกไปตรวจการผลประโยชน์เมืองตรังกานู ในเรื่องที่เมือง
ตรังกานูจะขอกู้เงินรัฐบาลตามความในจดหมายของกระทรวงมหาดไทย์ ที่ ๕๙/๑๖๘๘
ลงวันท่ี ๑๙ พฤศภาคม ร,ศ, ๑๒๕ ซึง่ กราบบังคมทูลพระกรุณามาวา่ จะให้มิสเตอร์เกรแฮม
ออกไปตรวจการผลประโยชน์เมืองตรงั กานนู ้นั

ขอฝา่ พระบาทไดน้ �ำ ความกราบบงั คมทลู พระกรณุ าทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ,
เซนนาม
ขา้ พระพทุ ธเจา้ พระยาศรสี หเทพ

1 มิสเตอร์ ดับบลิว. เอ. เกรแฮม (W.A. Graham) ชาวอังกฤษ เคยด�ำรงต�ำแหน่งเจ้ากรมสรรพากร
ในกระทรวงพระนครบาล และด�ำรงต�ำแหน่งเจ้ากรมทะเบียนที่ดิน หรือต�ำแหน่งอธิบดีกรมท่ีดินในปัจจุบัน
ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๔ - ๒๔๔๖

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 94
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

หมู่บา้ นเมืองตรังกานู

ที่ ๖๕๐/๓๓๙๘ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ท่ี ๓ เดอื นกรกฎาคม ร,ศ, ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยตามความในจดหมายของข้าพระพทุ ธเจ้าที่ ๖๓๒/๓๒๗๒ ลงวนั ที่ ๒๙ มิถุนายน
ร.ศ. ๑๒๕ กราบทลู มาในเรอื่ งทพ่ี ระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยวา่ ไดเ้ สดจ็
ถึงเมืองสงขลาวนั ท่ี ๒๘ มิถุนายน ร,ศ, ๑๒๕ ความทราบฝ่าพระบาทแลว้

บัดน้ีข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
มีมาจากบางนราฉบับหนึ่ง ลงวันท่ี ๑ กรกฎาคม ร,ศ, ๑๒๕ ว่าได้เสด็จถึงบางนราในวันที่
๑ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ เวลาบ่าย ฝนตกมาก มีความในโทรเลขดงั น้ี

ขอฝา่ พระบาทไดน้ �ำ ความกราบบงั คมทลู พระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธลุ พี ระบาท ควรมคิ วร
แลว้ แตจ่ ะโปรด

ข้าพระพทุ ธเจา้ พระยาศรสี หเทพ
ราชปลัดทลู ฉลอง

95 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ท่ี ๖๕๑/๓๓๙๙ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๓ เดือนกรกฎาคม ร,ศ, ๑๒๕
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร

ทราบฝ่าพระบาท
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ฉบับหนึ่ง ลงวันท่ี ๑ กรกฎาคมศกน้ี เปนรายงานชี้แจงถึงเร่ืองที่ได้ทรงตรวจการต้มกล่ัน
นำ้�สุราอย่างใหม่ที่เมืองสงขลา มีความพิศดารเปนหลายประการ ข้าพระพุทธเจ้าได้ถวาย
ส�ำ เนาโทรเลขพรอ้ มกบั จดหมายฉบบั น้ี และขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดแ้ จง้ ความใหก้ ระทรวงพระคลงั
มหาสมบตั ิทราบด้วยแลว้

ขอฝา่ พระบาทได้น�ำ ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท
ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า า
ขา้ พระพทุ ธเจา้ พระยาศรสี หเทพ
ราชปลดั ทลู ฉลอง

(copy)
Telegram from Prince Damrong, to Phya Sri Sahadheb, dated singora, July 1st, 1906.

Phya Sri, Bangkok.
After careful inspection and examination in Singora of new system of spirit
farm introduced by Sukhum my views against it is very much modified. Am of opinion
new that the system is possible of success, therefore deserver encouragement
and proper study by Government. Chief merit of the system is its absolute accordance
with spirit law whether it’s financially practical, that is the only doubtful point.
System been in operation in Singora now three months, there are two distilleries, the
one owned by Luang Udom is of modern method; distils both native and Chinese
spirits; results up to now comparing with last year as follows:-price of native spirit now
12 and half ticals per toy to last year 17 ticals; revenue to Government 3300 ticals per
month to 1100 last year; regarding Chinese spirit imported, 50% fell off and showing
signs of further fall, because locally made for; if foreign spirits are cheaper though as
strong in degrees, there is of course still large amount of uncertainty us to complete
success of system; but I admit that experiment here is worthy and should be followed
with great and deserving interest by Government.

(Signed) Damrong.

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 96
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ที่ ๖๖๗/๓๔๘๗ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ท่ี ๙ เดือนกรกฎาคม ร,ศ, ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยตามความในจดหมายของข้าพระพุทธเจ้าที่ ๖๕๐/๓๓๙๘ ลงวันท่ี ๓ เดือนน้ี
กราบทูลมาว่า พระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเสด็จถึงบางนรานั้น
ความทราบฝา่ พระบาทแลว้

บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ ‚ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ฉบับหนึ่ง ลงวันท่ี ๗ เดือนนี้วา่ ได้เสดจ็ ถึงเมอื งหนองจกิ เวลาเยน็ วนั ที่ ๗ เดือนนี้ เดนิ ทาง
เหมืองดอนในบริเวณเขานี้เหนื่อยอยู่บ้าง แต่เปนที่พอพระไทย เพราะได้ความรู้และเปน
ประโยชนท์ เ่ี หน็ การบรเิ วณดขี น้ึ กวา่ แตก่ อ่ นมาก จะเสดจ็ ออกจากเมอื งหนองจกิ ไปเมอื งสงขลา
วนั ท่ี ๘ เดอื นน้ี เวลาเชา้ ก�ำ หนดถงึ บา้ นดอนวนั ท่ี ๙ เวลาเยน็ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดถ้ วายส�ำ เนา
โทรเลขมาพรอ้ มกับจดหมายฉบบั น้ี

ขอฝ่าพระบาทไดน้ �ำ ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ า
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลัดทลู ฉลอง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมหลวงดำ�รง

มีมาจาก ตาน ี รบั ที่ศาลาวา่ การมหาดไทย กรุงเทพฯ
หมายเลขท.่ี .......................................... หมายเลขรับท่ี ๖๗๘๘
ลงวนั ที่ ๗ เดอื นกรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ รบั เมอื่ วนั ท.ี่ ......... เดอื น...........ร.ศ. ๑๒...
เวลา บ่าย ๒ โมง ๔๕ นาท ี เวลา......................โมง.....................นาที

พระยาศรี กรุงเทพ า

มาถึงหนองจกิ เวลาเย็น เดนิ ทางเหมอื งดอน ---ในบริเวณเขาน้ี เหนือ่ ยอยู่บา้ ง แต่เปน
ท่ีพอใจได้ความรู้แลประโยชน์ท่ีเห็นการบริเวณดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จะออกจากหนองจิก
ไปสงขลาพรุ่งน้ีเชา้ ถงึ บ้านดอนวันที่ ๙ เวลาเย็น

(ลงพระนาม) ด�ำ รง

97 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองปกั ษ์ใต้
ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ที่ ๖๗๐/๓๕๓๗ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๑๐ กรกฎาคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยตามความในจดหมายของข้าพระพุทธเจ้าที่ ๖๖๗/๓๔๘๗ ลงวันที่ ๙ เดือนนี้
กราบทูลมาวา่ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย จะถึงบ้านดอนในวนั ท่ี ๙
เดอื นน้นี ัน้ ความทราบฝา่ พระบาทแลว้

บัดน้ีข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
สง่ จากบา้ นดอน ลงวนั ที่ ๑๐ เดอื นนว้ี า่ ไดถ้ งึ บา้ นดอนวนั ที่ ๙ เดอื นนเี้ วลากลางคนื จะออกจาก
บ้านดอนวนั ที่ ๑๓ เดือนนี้ และเรือจะข้ามสันดอนวันท่ี ๑๖ เดือนนีเ้ วลาเยน็ จะถงึ กรุงเทพ า
วนั ท่ี ๑๗ เดอื นนเ้ี วลาเช้า ๓ โมง มีความตามโทรเลขดงั นี้

ขอฝา่ พระบาทได้นำ�ความกราบบังคมทูลพระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธลุ ีพระบาท

ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลัดทลู ฉลอง

ที่ ๑๑๕/๓๗๒๕ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๑๓ เดอื นกรกฎาคม ร,ศ, ๑๒๕

ข้าพระพุทธเจา้ ขอพระราชทานกราบบงั คมทลู พระกรณุ าทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ส่งจากเมืองกาญจนดฐิ 1 ลงวันที่ ๑๓ เดือนนี้วา่ เมอื่ ได้ทรงตรวจการตลอดแล้ว เห็นว่าเมือง
กาญจนดิฐมีท่าทางท่ีจะเจริญขึ้นได้อิกมาก และทรงเห็นว่าควรยกอำ�เภอลำ�พูน2 ๑
อ�ำ เภอพนม3 ๑ อำ�เภอพแสง4 ๑ ซงึ่ อย่ลู ำ�แม่น�ำ้ หลวงจากเขตร์เมอื งนครศรีธรรมราชมาขน้ึ
เมืองไชยา และว่าในระดูแล้งหน้าควรจัดการถางลำ�คลองแม่นำ้�หลวงทีเดียว และได้ทรง

1 ปจั จุบัน คอื อ�ำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
2 ปจั จุบนั คือ ต�ำบลล�ำพูน อ�ำเภอบา้ นนาสาร จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
3 ปจั จุบัน คือ อ�ำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
4 ปจั จบุ นั คอื อ�ำเภอพระแสง จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 98
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

จัดให้บริษัทอิสตเอเชียเอติก1 ช่วยในการถางคลองแม่น้ำ�หลวงด้วย และว่าได้มีรับส่ังให้
พระยามหิบาลบริรักษ์ข้ึนไปตรวจตามลำ�คลองแม่นำ้�หลวงแล้ว ให้นำ�รายงานในการที่จะ
ถางและแต่งคลองแม่นำ้�หลวงในเวลาเข้ามาประชุมเทศาภิบาล และกำ�หนดว่าจะเสด็จออก
จากเมอื งกาญจนดฐิ วนั ท่ี ๑๓ เดือนนี้ เวลา ๑๐ ทุ่ม ขา้ พระพุทธเจา้ ได้ทลู เกลา้ า ถวายส�ำ เนา
โทรเลขมาพรอ้ มกบั จดหมายน้ดี ว้ ยแลว้

ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า า ขอเดชะ
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรสี หเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

Copy Telegram from Krom Luang Damrong, To Phya Sri. Dated Bandon 13rd July 1906.
Phya Sri, Bangkok.
After thorugh2 investigation, am of opinion that Bandon is capable of great prosperity

for developement. Of this post Amphurs Lampoon Panom and paseng which are
on Menam Luang must be transferred from Nacon to Chaiya and work of clearing
river commenced next day season. I have got East Asiatic to agree to supply tools,
ropes dynamate3 and lend elephants gratis for clear and work, as they are directly
benefited by it. Have instructed Mahibal to make personal tour inspection on upper
reach of Menam Luang and report on necessary of clear once when he comes
Prachum - Tesai. I leave Bandon tonight at four morning.

S/d Damrong

1 บริษัท อีสต์ เอเชียติก (East Asiatic Company) เป็นการรวมกลุ่มของชาวเดนมาร์ก ก่อต้ังโดย
กปั ตนั ฮนั ส์ นีลส์ แอนเดอร์เซน เม่ือ ค.ศ. ๑๘๙๗ (พ.ศ. ๒๔๔๐) เพอ่ื เปดิ เสน้ ทางการขนส่งทางเรอื ระหว่าง
เดนมารก์ ไทย และเอเชียตะวนั ออก ตอ่ มาด�ำเนินกจิ การอนื่ ๆ ท่นี อกเหนือจากการขนส่ง เช่น การต่อเรือ
โรงฆา่ 32สัต นนวาา่่์ กจจาะะรเเปปป็็นนลูกrtพhorpืชoeuอsgุตhdสyาnหamกรoรmมeยtาerฯลฯ

การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า มณฑลอุดร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕
(พ.ศ. ๒๔๔๙) (๑๕ ธันวาคม - ๙ กุมภาพนั ธ์ ร.ศ. ๑๒๕)

รายงานเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา มณฑลอดุ ร
และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)1

ที่ ๒๒๓/๓๒๓๗๕ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๑๕ เดือนพฤศจกิ ายน ร,ศ, ๑๒๕

ข้าพระพทุ ธเจ้า ขอพระราชทานกราบบงั คมทลู พระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธุลีพระบาท
ด้วยการท่ีข้าพระพุทธเจ้าจะไปตรวจราชการหัวเมืองระดูแล้งปีนี้ แต่เดีมได้กะไว้ว่า
จะไปมณฑลอุดร อิสาณ บุรพา แล้วกลับมาลงเรือท่ีเมืองจันทบุรี แต่เมื่อมาคิดคำ�นวณ
วนั ดู ถา้ เดนี ทางเตม็ ตามทก่ี ะนจ้ี ะกลบั มากรงุ เทพ า กอ่ นเดอื นมนิ าคมไมไ่ ด้ จะขดั กบั ก�ำ หนด
ทจ่ี ะเสดจ็ ประพาศยโุ รป ขา้ พระพทุ ธเจา้ จงึ ไดต้ กลงวา่ จะงดทางมณฑลบรุ พายงั ไมไ่ ปในเทย่ี วน้ี
จะไปตรวจแต่มณฑลอุดร อิสาณ แล้วกลับเข้ามาทางมณฑลนครราชสิมา ข้าพระพุทธเจ้า
คดิ ว่าจะกราบถวายบงั คมลาออกจากกรงุ เทพ า ราววนั ที่ ๗ ธนั วาคม กลับมาถงึ กรุงเทพ า
ในปลายเดอื นกุมภาพนั ธ์
ในระหวา่ งเวลาขา้ พระพทุ ธเจา้ ไปตรวจราชการหวั เมอื งครง้ั นี้ ถา้ จะมกี ารเสดจ็ ประพาศ
หวั เมอื ง ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอพระราชทานมอบหนา้ ทจี่ ดั การถวายไวใ้ นสมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ
เจา้ ฟ้ากรมขนุ นครสวรรค์วรพินิต2

ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า า
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ด�ำ รงราชานุภาพ ขอเดชะ

เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

1 หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาต,ิ เอกสารกรมราชเลขาธกิ ารรชั กาลท่ี ๕ กระทรวงมหาดไทย ร.๕ ม.๒.๑๔/๑๗
เรื่อง กรมหลวงด�ำรงราชานุภาพไปตรวจการมณฑลนครราชสีมา และมณฑลอุดรอิสาณ (๒๑ มกราคม
ร.ศ. ๑๒2 ๑สม- เ๗ด็จกพุมรภะาเพจนั้าบธ์รรม.ศว.ง ๑ศ๒์เธ๕อ). เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
ประสูติเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๔ ทรงเป็นเสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
รัชกาลท่ี ๖ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ อุปนายกแห่งสภากาชาดสยาม รัชกาลที่ ๗ ทรงเป็น
อภริ ัฐมนตรีสภา เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และผ้สู �ำเรจ็ ราชการรกั ษาพระนคร
ขณะท่รี ชั กาลที่ ๗ เสดจ็ ฯ ไปรกั ษาพระเนตร ณ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า สิ้นพระชนม์เม่อื วนั ท่ี ๑๘ มกราคม
พ.ศ. ๒๔๘๗ เป็นต้นราชสกลุ บรพิ ตั ร

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 100
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

โทรเลข จากหนองคาย ร.ศ. ๑๒๕ ๕๕ ค�ำ วนั ท่ี ๕ เวลา ๕ โมง
กราบบงั คมทลู กรงุ เกา่

ข้าพระพทุ ธเจ้าไดม้ าถึงหนองคายไดเ้ ห็นแม่น�ำ้ โขงวันนี้ ทน่ี ่อี ยูค่ ่างหนาวจัด เมอ่ื คนื นี้
ปารอดถงึ สสี่ ิบส1่ี ได้ทราบข่าววา่ เสดจ็ ประทบั อยู่กรงุ เกา่ หวงั ดว้ ยเกลา้ ฯ ว่าอาการทีก่ รงุ เกา่
จะยงั ไมร่ อ้นแลการจดั รบั เสดจ็ จะเปนการเรยี บรอ้ ย พอพระราชหฤไทย

ด�ำ รง

ท่ี ๓๕๒๙/๓๓๗๕๐ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ที่ ๑๙ เดือนธนั วาคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับลายพระหัดถ์พระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวง
มหาดไทยมมี าจากเมอื งนครราชสมิ า ลงวนั ท่ี ๑๗ เดอื นนว้ี า่ ไดป้ ระทบั อยทู่ เ่ี มอื งนครราชสมิ า
๒ วนั ไดใ้ ชเ้ วลาไปเทย่ี วตรวจตราการตา่ ง ๆ ตามทจ่ี ะทรงได้ เมอ่ื วานนไี้ ดเ้ สดจ็ ไปทอดพระเนตร์
โรงเลี้ยงไหมตอนเช้า กลางวันเชีญกงสุลฝร่ังเศสมีรับประทานเล้ียง กงสุลฝรั่งเศสคนนี้
เขาวา่ เปนคนยตุ ธิ รรมกวา่ กงสลุ ฝรั่งเศสคนท่ีเคยมา - กอ่ นๆ เม่ือเสด็จมาถงึ กงสลุ ฝร่ังเศสได้
แต่งเต็มยศไปคอยรับเสด็จที่สะเตช่ัน แล้วมาคอลจึงได้ทรงเชีญเลี้ยงกลางวัน เจริญทาง
พระราชไมตรี เวลาเยน็ ไดเ้ สดจ็ ไปตรวจเรอื นจ�ำ

การโรงเรยี นและการคา้ ขายเจรญิ ข้นึ มาก สว่ นการโรงเรยี นนนั้ กระทรวงธรรมการควร
จะตั้งข้าหลวงธรรมการได้แล้ว จะเปนประโยชน์ท่ีจะวางแบบแผนการฝึกสอนตามโรงเรียน
ใหเ้ ขา้ กับการทหาร เพราะมณฑลน้ีการทหารนับว่าลงรอยเรียบรอ้ ยมากอยูแ่ ล้ว และว่าไดม้ ี
รบั สง่ั มายงั พระยาวสิ ทุ ธสุรศิ ักด์ิ2 ขอใหค้ ิดต้งั ขา้ หลวงธรรมการสำ�หรบั มณฑลน้ี ถา้ กระไรให้
ตัวขึ้นไปคอยอย่กู ่อนเวลาเสดจ็ กลบั จะเปนการดี จะไดส้ ั่งและวางการเสยี ในเทย่ี วน้ี

1 ประมาณ ๖.๖๖ องศาเซลเซยี ส มาลากุล) เกดิ เมอื่ วนั ที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๑๐ โอรส
2 พระยาวสิ ทุ ธสรุ ยิ ศกั ด์ิ (หมอ่ มราชวงศเ์ ปยี

ในพระวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ กรมหมน่ื ปราบปรปักษ์ กับหม่อมเปย่ี ม บรรดาศักดทิ์ ป่ี รากฏตาม
ล�ำดบั คือ หลวงไพศาลศลิ ปศาสตร์ พระมนตรพี จนกิจ เป็นผอู้ ภบิ าลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั
ขณะด�ำรงพระอสิ รยิ ยศเปน็ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร เสดจ็ ไปทรงศกึ ษาตอ่ ณ ประเทศ
อังกฤษ เอกอัครราชทูตพิเศษไทยประจ�ำอังกฤษและยุโรป องคมนตรี พระยาวิสุทธสุริยศักด์ิ ปลัดทูลฉลอง
กระทรวงธรรมการ เสนาบดีกระทรวงธรรมการ และเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ถึงแก่อสัญกรรม
เม่อื วันท่ี ๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๕๙

101 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

การโยธาในเวลานี้ต้องการเร่ืองแต่งถนน
และไขนำ้�ท่ีในเมือง ซ่ึงเปนของทำ�ได้ง่ายๆ
ถ้าทำ�สำ�เร็จ เมืองนครราชสีมาแทบสู้เมือง
สงขลาได้ในไม่ช้านัก เพราะค้าขายกำ�ลังเจรีญ
และวา่ เร่อื งการโยธานนั้ ได้ทรงมีลายพระหดั ถไ์ ป
ถึงพระยาสุขุมนัยวินิตฉบับหนึ่งต่างหากว่าให้รีบ
ขึน้ มาดูเองสกั คราวหนึ่ง

เวลาเช้าวันท่ี ๑๗ ทรงแต่งพระองค์เปน
นายพลโท เสด็จไปทอดพระเนตร์ทางทหาร
ก ร ม ท ห า ร ไ ด้ ซ้ อ ม ร บ ถ ว า ย ท อ ด พ ร ะ เ น ต ร์
อย่างเตี้ยๆ เปนที่เจริญพระไทยมาก และว่า
จะเสด็จออกจากเมืองนครราชสิมาเวลาเช้า
วันท่ี ๑๘ เดือนนี้ แต่กำ�หนดระยะทางตอน
จากเมืองมุกดาหารกลับมาเมืองนครราชสิมา
ระยะท่ีได้ทรงกะไว้เดีมพลาดไป บางทีจะตอ้ งเติมอกิ สกั ๓ วัน คอื เสดจ็ กลับถึงกรุงเทพ า
วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ แต่โปรแกรมเดีมได้กะวันเผ่ือเหลือไว้บ้าง บางทีก็จะตัดวันเผื่อเหลือ
มาใชไ้ มใ่ หย้ าวออกไปได้ มคี วามดังน้ี

ขอฝ่าพระบาทไดน้ ำ�ความกราบบังคมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท

ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า า
ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ

ทหารซ้อมรบ
เมืองนครราชสีมา

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 102
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ที่ ๓๓๕๗/๓๓๙๕๒ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ท่ี ๒๔ เดอื นธนั วาคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝ่าพระบาท

ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้รับโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ลงวันที่ ๒๔ เดือนน้ีว่า ถึงเมืองชนบท1 วันที่ ๒๓ เช้า ๒ โมง การเดินทางนับว่าสดวกดี
ทางพาหนะเสบียงอาหารและที่พัก เสียแต่ทางไกลเดินทางหลายวันติด ๆ กันอยู่ข้างจะ
เหนื่อยมาก และว่าได้ข่าวว่าฝร่ังเศสตระเตรียมรับรองมากว่าจะลงมาเชีญไปเวียงจันท์
ทรงเหน็ วา่ ทจี ะตอ้ งไปแตจ่ ะคดิ อา่ นกลบั มาหนองคายในวนั นน้ั ไมต่ อ้ งคา้ ง เพราะไมอ่ ยากจะ
ขยายโปรแกรมตามที่ได้กะไว้แต่เดมี มีความตามโทรเลขดังน้ี

อน่ึง ได้ทรงแก้ไขกำ�หนดระยะทางมาใหม่ดังข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายมาพร้อมกับ
จดหมายฉบับนีด้ ว้ ยแลว้

ขอฝ่าพระบาทได้น�ำ ความกราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธุลีพระบาท

ควรมิควรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ า
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรสี หเทพ

โปรแกรมเสนาบดีเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลอดุ ร อสิ าณ

วันที่ ๑๕ ธันวาคม โคราช
วนั ท่ี ๑๖ ธนั วาคม โคราช
วนั ท่ี ๑๗ ธนั วาคม โคราช
วันท่ี ๑๘ ธันวาคม บ้านจอหอ บา้ นบัว
วนั ท่ี ๑๙ ธนั วาคม บา้ นมะคา่ ด่านพลสงคราม
วันที่ ๒๐ ธนั วาคม บา้ นบวั นอ้ ย บา้ นบวั ใหญ่
วนั ท่ี ๒๑ ธนั วาคม บา้ นหวา้ เอน หนองหญ้าปลอ้ ง
วันที่ ๒๒ ธนั วาคม ท่งุ คำ�พดุ หนองแวงใหญ่
วันท่ี ๒๓ ธนั วาคม บ้านสง เมอื งชนบท
วนั ท่ี ๒๔ ธันวาคม ออกจากเมอื งชนบท

1 ปัจจบุ ัน คือ อ�ำเภอชนบท จังหวัดขอนแกน่

103 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

วันที่ ๒๕ ธนั วาคม คูค่า ขอนแก่น
วันที่ ๒๖ ธนั วาคม ลำ�พาช ี เมอื งขอนแก่น
วันท่ี ๒๗ ธนั วาคม บ้านสำ�ราญ หนิ ลาบ
วันท่ี ๒๘ ธันวาคม ลำ�พอง กฎุ วา่
วนั ท่ี ๒๙ ธนั วาคม บ้านนางงิ้ว กุฎดอกค�ำ
วนั ที่ ๓๐ ธันวาคม ห้วยกองสี เมืองกุมภวาปี
วนั ท่ี ๑ มกราคม ถงึ บา้ นหมากแข้ง
วันท่ี ๒ มกราคม ถึงบา้ นหมากแข้ง
วันท่ี ๓ มกราคม บา้ นหมากแขง้
วันท่ี ๔ มกราคม บา้ นหมากแขง้
วันท่ี ๕ มกราคม หนองคาย
วันท่ี ๖ มกราคม ออกจากหนองคาย
วันท่ี ๗ มกราคม ถึงนครพนม
วันที่ ๘ มกราคม ออกจากนครพนม
วันที่ ๙ มกราคม ออกจากนครพนม
วันที่ ๑๐ มกราคม กลางทาง
วนั ท่ี ๑๑ มกราคม ถงึ สกล
วนั ท่ี ๑๒ มกราคม กุฎรูคู
วนั ที่ ๑๓ มกราคม เมอื งกุสมุ าร
วนั ที่ ๑๔ มกราคม ดอนคู่ ออกจากสกลนคร
วนั ที่ ๑๕ มกราคม สนิ สะแนน กลางทาง
วนั ที่ ๑๖ มกราคม ท่าแร ่ กลางทาง
วันท่ี ๑๗ มกราคม กลางทาง
วันท่ี ๑๘ มกราคม ถึงเมืองมุกดาหาร
วันที่ ๑๙ มกราคม อยู่มกุ ดาหาร
วนั ท่ี ๒๐ มกราคม อยมู่ กุ ดาหาร
วนั ท่ี ๒๑ มกราคม อยู่มุกดาหาร
วนั ที่ ๒๒ มกราคม กลางทาง
วันที่ ๒๓ มกราคม กลางทาง
วนั ที่ ๒๔ มกราคม ถึงยะโสธร
วนั ที่ ๒๕ มกราคม กลางทาง
วันท่ี ๒๖ มกราคม กลางทาง
วันที่ ๒๗ มกราคม
วนั ที่ ๒๘ มกราคม

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 104
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

วันท่ี ๒๙ มกราคม สุวรรณภมู ิ
วันท่ี ๓๐ มกราคม เมอื งสวุ รรณภูมิ
วันที่ ๓๑ มกราคม กลางทาง
วนั ท่ี ๑ กมุ ภาพันธ ์ กลางทาง
วนั ท่ี ๒ กมุ ภาพนั ธ ์ เมืองชุมพลบุรี
วันที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ ์ กลางทาง
วนั ที่ ๔ กุมภาพนั ธ ์ กลางทาง
วันท่ี ๕ กุมภาพนั ธ ์ บูรีรำ�
วันที่ ๖ กุมภาพันธ ์ กลางทาง
วันที่ ๗ กมุ ภาพนั ธ ์ กลางทาง
วันท่ี ๘ กุมภาพนั ธ ์ กลางทาง
วันที่ ๙ กุมภาพนั ธ ์ ถึงพมิ าย
วันท่ี ๑๐ กุมภาพนั ธ ์ กลางทาง
วนั ท่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ์ กลางทาง
วนั ท่ี ๑๓ กมุ ภาพนั ธ ์ โคราช
วนั ท่ี ๑๔ กุมภาพันธ ์ กรงุ เทพ า

ที่ ๓๕๐๔/๓๔๓๖๔ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วนั ที่ ๒ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยวันนี้ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระโทรเลขพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวง
มหาดไทย มีมาจากบ้านหมากแข้ง1 ฉบับหน่ึงว่า ได้เสด็จไปถึงบ้านหมากแข้งเมื่อวันท่ี ๑
มกราคม ร.ศ. ๑๒๕ เวลาเช้า ๒ โมง มกี ารรับรองครกึ ครืน้ มาก เจา้ เมืองกรมการผใู้ หญ่ใน
มณฑลอดุ รมาคอยรับอยทู่ ี่บา้ นหมากแข้งโดยมาก แลทรงรับสงั่ ว่า ท่บี ้านหมากแข้งไชยภูมิดี
ทรงเห็นว่า มณฑลอุดรควรตั้งอยู่ที่บ้านหมากแข้งไม่ต้องย้ายไปท่ีอื่น แลจะเสด็จออกจาก
บ้านหมากแข้งไปเมืองหนองคายในวนั ท่ี ๔ มกราคม ร,ศ, ๑๒๕ มีความในพระโทรเลขดงั น้ี

1 ปัจจบุ นั คอื ต�ำบลหมากแข้ง อ�ำเภอเมอื งอดุ รธานี จงั หวดั อดุ รธานี

105 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอดุ ร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมคิ วรแล้วแตจ่ ะโปรด

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทลู ฉลอง

ส�ำ เนาโทรเลข กรมหลวงดำ�รง

มมี าจาก บา้ นหมากแข้ง รับท่ีศาลาว่าการมหาดไทย
หมายเลขที่....................................... หมายเลขรับที่ ๒๐๙๑๒
ลงวันที่ ๓ เดือนมกราคม ร.ศ. ๑๒๕ รับเมือ่ วนั ท่ี ๓ เดือนมกราคม ร.ศ. ๑๒๕
เวลาบา่ ย ๒ โมง ๔๕ นาท ี เวลา ๑ ทมุ่ ๑๕ นาที

พระยาศรีสหเทพ กรงุ เทพ า

แต่เมืองนครพนม เมืองสกลนครมีสายโทรศัพทพูดได้ถึงบ้านหมากแข้ง ทางมณฑล
อิสาณได้ทราบข่าวว่าต่อโทรศัพทจากอุดรพูดได้ถึงเมืองยะโสธร เพราะฉน้ันเมื่อฉันไปตาม
หัวเมอื งเหล่านอี้ าจจะพูดกับกรงุ เทพ า ได้ดว้ยไฟฟา้ แต่ต้องพดู เปนโทรศัพทไปถึงสะเตชน่ั
ย้ายให้ส่งไปโทรเลขไปกรุงเทพ า อิกช้ันหนึ่ง เพราะเครื่องโทรเลขท่ีหลวงขจรเอามาดว้ย
เตาไฟฟ้าแตกกลางทางบา้ ง แรงไฟฟ้าไม่พอ ใช้โทรเลขแทนโทรศัพทได้ดว้ยเหตุน้ี โทรเลขที่
จะส่งถึงฉนั ที่นครพนม สกลนคร ยะโสธร เปนคำ�ตรงจงึ จะสดวก ถ้าจำ�เปนต้น1 ใชโ้ คด๊ ขอให้
ใชโ้ ค๊ดไทย

ลงพระนาม ด�ำ รง

1 นา่ จะเปน็ ค�ำวา่ ตอ้ ง

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 106
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ท่ี ๓๕๓๙/๓๒๖๒๗ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันที่ ๗ มกราคม รตั นโกสินทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ดวย้ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
มมี าจากเมอื งหนองคาย ลงวนั ที่ ๕ เดือนนว้ี า่ ไดเ้ สดจ็ ถึงเมอื งหนองคายแต่วันที่ ๕ เดอื นนี้
การรบั เสดจ็ ครกึ คร้ืนและมรี าษฎรพากพมู พากนั มาคอยรับเสด็จเปนอนั มากตลอดทางจนถึง
เมืองหนองคาย ฝรั่งเศสได้ให้เรอื กลไฟมาคอยรับเสดจ็ ๒ ลำ� มีนายทหารคมุ มาและบอกว่า
เรือกลไฟ ๒ ล�ำ นี้ รฐั บาลฝรง่ั เศสจัดมาใหส้ ำ�หรับทรงใช้แลว้ แต่จะไปทางไหนเมื่อใดตามแต่
พระไทย

อนงึ่ ทรงไดค้ วามวา่ เรสดิ งั สเุ ปเรยี 1 เวยี งจนั ทไ์ ปเมอื งตงั เกยี๋ ยงั หากลบั มาไม่ เพราะฉนนั้
จงึ ไมต่ อ้ งเสดจ็ ไปเวยี งจนั ท์ กบั ไดท้ รงแกไ้ ขโปรแกรมหนอ่ ยหนง่ึ เพอ่ื จะใหม้ เี วลาตรวจหวั เมอื ง
รมิ แมน่ �ำ้ ของมากขน้ึ จงึ ไดต้ กลงจะออกจากเมอื งหนองคายในวนั ที่ ๗ เดอื นนี้ และจะแวะเมอื ง
พลพไิ สย2 แลว้ ไปประทบั แรมบา้ นบงึ กาน3 วนั ที่ ๘ แวะเมอื งไชยบรุ 4ี ไปแรมเมอื งทา่ อเุ ทน5
เพราะเขาปลูกพลับพลาไว้รับเสด็จท้ัง ๒ แห่ง วันท่ี ๙ ถึงเมืองนครพนมตามกำ�หนดเดิม
มคี วามตามพระโทรเลขดังนี้

ขอฝา่ พระบาทไดท้ รงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝา่ ลอองธลุ ีพระบาท
ควรมคิ วรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า า
ข้าพระพทุ ธเจา้ พระยาศรสี หเทพ

1 résident supérieur ต�ำแหน่งผแู้ ทนผสู้ �ำเรจ็ ราชการท่ีอยู่ประจ�ำในรฐั อารกั ขาของฝรั่งเศสหรือผู้ส�ำเร็จ
ราชการในรัฐอารกั ขา ในขณะนั้นคอื Louis Saturnin Laffont ด�ำรงต�ำแหนง่ รักษาการ Resident - Superior
เปน็ กา3254ร ชปปปป่ัวัจัจัจัจคจจจจรุบุบุบบุาวันนัันนั ระคคคคหืืออือือวออตจา่ งงั���ำำำวหบเเภภันวลออทัดไชโทบี่ พ๑ย่าึงน๑บอกพาุรเุ พทฬี สิ อฤนยั �ษำเจจภภงั งัาอหหคทววมดัา่ัดอนพหุเคน.ทศรอนพ. งนจค๒มังา๔หย๔ว๙ัดนถคึงวรันพทน่ีม๑ เมษายน พ.ศ. 2450

107 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ท�ำ เนียบเมืองท่าอุเทน

ที่ ๓๕๔๐/๓๔๖๒๘ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันท่ี ๗ มกราคม รตั นโกสินทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธุ์ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝ่าพระบาท

ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
มมี าจากเมอื งหนองคาย ลงวนั ที่ ๕ เดอื นนว้ี า่ มณฑลอดุ รเขา้ ใจรบั เสดจ็ การรบั เสดจ็ เสนาบดี
คราวน้ี ทางเกวียนท่ีเปนทางสำ�คัญในการค้าขาย แลเขาอ้างเหตุท่ีจะรับเสด็จซ่อมทาง
แลท�ำ สพานอย่างถาวรข้ามลำ�นำ้�แทบทัว่ ทัง้ มณฑล แลได้ทรงเห็นสพานใหญๆ่ หลายสพาน
กับท้ังท่ีพักตามระยะทางก็ทำ�ด้วยเครื่องไม้จริงสำ�หรับจะได้เอาไว้เปนศาลาสำ�หรับอาไศรย
ต่อไปโดยมาก เพราะเขาหาไม้ได้ง่ายใช้แรงราษฎรแลเรี่ยรายเงินพวกพ่อค้าทำ�สำ�เร็จได้
ตลอดจนทางโทรเลขก็ถางเตียนซ่อมแซมไว้ไม่มีท่ีติ ถ้าจะคิดเปนราคาเงินท่ีต้องซื้อหรือจ้าง
ทำ�การถาวรท่ีเขาทำ�คร้ังนี้ จะเปนเงินราวสี่ห้าหมื่นบาท จึงทรงบอกมาให้อนุโมทนาด้วย
มคี วามตามพระโทรเลขดังน้ี

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงน�ำ ขึ้นกราบบงั คมทลู พระกรณุ าทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท

ควรมคิ วรแลว้ แต่จะโปรด
ขา้ พระพุทธเจ้า พระยาศรีสหเทพ

 ราชปลัดทลู ฉลอง

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 108
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ท่ี ๓๕๔๖/๓๔๖๙๔ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๘ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทราบฝา่ พระบาท

ด้วยตามความในจดหมายข้าพระพุทธเจ้าที่ ๓๕๔๐/๓๔๖๒๘ ลงวันท่ี ๗ เดือนน้ี
พระเจา้ น้องยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยทรงมีพระโทรเลขมาวา่ มณฑลอุดรจัดการ
รับเสด็จเสนาบดีคึกคร้ืนมาก แลได้ทำ�ที่พักแลสพานเปนประโยชน์มากน้ัน ความทราบ
ฝ่าพระบาทแลว้

บดั นี้ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมืองหนองคายอิกฉบับหน่ึงว่า พลับพลาท่ีพักท่ีมณฑลอุดรทำ�รับ คือที่เมือง
ชนบท เมืองขอนแก่น แลเมืองหนองคาย รวม ๓ แห่ง ที่ได้ไปประทับมาแล้วน้ัน เขาทำ�
ด้วยเครื่องไม้จริง จะใช้เปนที่ว่าการต่อไปด้วย เปนอันได้ที่ว่าการเมืองในคราวนี้ด้วย
มคี วามในพระโทรเลขดงั นี้

ขอฝา่ พระบาทไดท้ รงน�ำ ความกราบบงั คมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท

ควรมคิ วรแลว้ แต่จะโปรด
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรสี หเทพ

ราชปลดั ทูลฉลอง

ที่ ๓๕๗๓/๓๔๘๖๑ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๑๑ มกราคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมืองนครพนมฉบับหนึ่ง ลงวันที่ ๑๐ เดือนนี้ว่า ได้เสด็จไปถึงเมืองนครพนม
วันที่ ๑๐ เดือนนี้เวลาเช้า เสด็จเรือลงไปติดหาดจึงช้ากว่ากำ�หนดไปวันหนึ่ง และฝร่ังเศษ
ไดเ้ อาเปนธรุ ะจดั การใหไ้ ดท้ รงรบั ความศขุ สบายเปนอยา่ งดที สี่ ดุ ทเี่ ขาจะท�ำ ได้ เปนทชี่ อบพอ
เรียบร้อยกันมาตลอดทาง จะเสด็จออกจากนครพนมวันที่ ๑๒ และจะตัดวันที่จะประทับ
ท่ีเมืองสกลนครเสียวันหน่ึง คงเสด็จออกจากสกลนครตามกำ�หนดเดิม และว่าต้ังแต่เสด็จ
ออกจากเมืองหนองคายแวะเมืองโพนพิไสย บ้านบึงกาน ไชยบุรี ท่าอุเทน ตลอดมาจน

109 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

นครพนมมรี าษฎรพากนั มาตอ้ นรบั เปนอนั มาก และวา่ ทไี่ ดเ้ หน็ เจา้ นายเสดจ็ ไปทางนดี้ มู คี วาม
ปตี ยิ นิ ดีท่ัวนา่ กนั ทกุ แห่ง มขี ้อความในพระโทรเลขดังน้ี

ขอฝ่าพระบาทไดท้ รงนำ�ความกราบบงั คมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ ีพระบาท
ควรมคิ วรแล้วแต่จะโปรด

ข้าพระพทุ ธเจ้า พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

ที่ ๓๖๑๔/๓๕๑๒๑ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๑๗ มกราคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝ่าพระบาท

ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมอื งสกลนครหนึ่งฉบบั ลงวันที่ ๑๕ เดือนนี้วา่ จะเสด็จออกจากสกลนครวันท่ี
๑๖ เดอื นนี้ จะหา่ งทางโทรเลขจนถึงวนั ท่ี ๒๕ ถงึ ยะโสธรจึงจะถึงทม่ี ีโทรศพั ท์ แต่บางทจี ะ
ทรงสง่ โทรเลขสวรรณเขตร1 ทางสายฝรง่ั เศษพอให้ทราบขา่ วได้บา้ ง การเดนิ ทางเรยี บร้อยดี
ไม่อดอยาก เสียแต่มวี ันหยุดน้อย คดิ มาแลว้ เดอื นหนึ่งไดห้ ยดุ ๖ วนั เท่าน้ัน แต่วธิ ีเดนิ ทาง
ใชร้ ีบเดินเสียตอนเชา้ ออกสว่างถงึ ท่ีพักแรมราว ๔ โมงเชา้ เอาเวลาบ่ายเปนเวลาพกั เขา้ ใจ
วา่ ถึงเข้าเขตรมณฑลอิสาณจะถูกรอ้ นบ้าง เพราะเปนท่งุ ทรายมาก ถา้ ถูกรอ้ นจัดจะเดินทาง
กลางคืนแต่ ๑๐ ทมุ่ ไปถึงทพ่ี ักราว ๓ โมงเชา้ มคี วามในพระโทรเลขดงั นี้

ขอฝ่าพระบาทไดท้ รงนำ�ความกราบบงั คมทลู พระกรุณาทราบฝ่าลอองธลุ พี ระบาท

ควรมคิ วรแล้วแตจ่ ะโปรด
ขา้ พระพทุ ธเจ้า พระยาศรสี หเทพ

ราชปลดั ทูลฉลอง

1 ปัจจบุ นั คือ แขวงสุวรรณเขต หรอื สะหวนั นะเขต สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 110
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ท่ี ๓๖๕๑/๓๕๓๗๑ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันท่ี ๒๒ มกราคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝ่าพระบาท

ด้วยตามความในจดหมายข้าพระพุทธเจ้าท่ี ๓๖๑๔/๓๕๑๒๑ ลงวันท่ี ๑๗ มกราคม
ร,ศ, ๑๒๕ กราบทูลมาวา่ พระเจ้านอ้ งยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยวา่ จะเสด็จออก
จากสกลนครวันที่ ๑๖ เดือนนี้นั้น ความทราบฝา่ พระบาทแล้ว

บดั นี้ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ฉบับหนงึ่ ลงวนั ที่ ๑๘ เดอื นนี้ ทรงมมี าจากเมอื งนครพนมมคี วามวา่ ได้เสด็จถึงธาตุพนม
วันนนั้ แลวนั ท่ี ๑๙ จะเสดจ็ ทางเรือ พอทรงพักหายเหน่อื ยโดยไมต่ อ้ งทรงม้า ๒ วนั แลจะ
เสด็จไปทรงถ่ายรูปแก่งด้วย แลรับส่ังว่าอากาศใน ๒ วันมาน้ีออกจะร้อนบ้างแล้ว มีความ
ตามพระโทรเลขดังนี้

ขอฝา่ พระบาทได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทลู พระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธุลีพระบาท

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรสี หเทพ

ราชปลดั ทลู ฉลอง

เจดียพ์ ระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

111 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ท่ี ๓๗๒๓/๓๕๗๙๔ ศาลาว่าการมหาดไทย
วันท่ี ๒๙ เดือนมกราคม ร,ศ, ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมืองยะโสธร ๒ ฉบับ ลงวนั ที่ ๒๕ มกราคม ร,ศ, ๑๒๕ ฉบบั หน่งึ ว่า ไดเ้ สดจ็ มา
ถงึ เมอื งยะโสธรในวนั ท่ี ๒๕ เดือนน้ี เวลาเช้า ๔ โมงจะพกั เปลย่ี นพาหะนะวัน ๑ วนั ท่ี ๒๗
จะไดเ้ สดจ็ ออกจากเมอื งยะโสธร วนั ท่ี ๒๙ ถงึ เมอื งรอ้ ยเอดประทบั แรมทเ่ี มอื งรอ้ ยเอด ๑ วนั
วนั ที่ ๓ กุมภาพันธ์ เสด็จถึงเมืองพุไทยสงประทับแรม ๑ วัน วนั ที่ ๗ กมุ ภาพันธ์ ถงึ พมิ าย
ประทับแรม ๑ วนั วนั ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ เสดจ็ ถงึ นครราชสิมา วันที่ ๑๑ เสด็จกลับกรงุ เทพ า
แลทรงรับสั่งว่าตามทางท่ีเสด็จน้ีมีโทรศัพท์มณฑลอิสาณพูดกันได้จนถึงเมืองร้อยเอด
ทางนครราชสิมาพูดกนั ไดจ้ นถงึ พิมาย แลอิกฉบบั หน่ึงลงวนั ท่ี ๒๖ เดอื นนี้ว่า การท่เี สดจ็ ไป
ตรวจราชการมณฑลอิสาณคราวน้ีเปนอันไม่ได้เฝ้า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิ
ประสงค์1 เพราะท่านทรงติดการรับรองข้าหลวงปักปันเขตร์แดนอยู่ที่เมืองอุบลราชธานี
พึงเสร็จพระธุระลงในวันท่ี ๒๖ เดือนนี้ แลได้ทรงทราบว่าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุน
สรรพสิทธิประสงค์ได้ทรงเตรียมพาหะนะไว้ว่าจะรีบเสด็จตามท้ังกลางวันแลกลางคืนให้ทัน
พระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้ทรงทราบว่า พระเจ้าน้องยาเธอ
กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ไม่ใคร่จะทรงสบายเกรงว่าจะประชวน จึงได้กราบทูลไปของดเสีย
แลว่าได้รับสั่งทางโทรศัพท์ถามถึงเรื่องธุระราชการอย่างไรที่ทรงอยากจะกราบทูล ก็ได้
กราบทูลถามพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์เปนอันสำ�เร็จได้ทางโทรศัพท์
แลการรับรองในมณฑลอิสาณนั้น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ได้ทรง

1 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระนามเดิม พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช
พระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และเจา้ จอมมารดาพง่ึ ประสตู เิ มอื่ วนั ท่ี ๒๙ ธนั วาคม
พ.ศ. ๒๔๐๐ ในรัชกาลท่ี ๕ ทรงเป็นข้าหลวงพิเศษขึ้นไปจัดการส่งกองทัพที่มณฑลพิษณุโลก เป็นข้าหลวง
ไปจดั การสง่ กองทพั ซง่ึ ยกขนึ้ ไปปราบฮอ่ ณ เมอื งพชิ ยั ขา้ หลวงตรวจการเมอื งพษิ ณโุ ลก ขา้ หลวงพเิ ศษเสดจ็ ขนึ้
ไปทรงบญั ชาการปราบโจรผรู้ ายในมณฑลนครราชสมี า เสนาบดกี ระทรวงโยธาธกิ าร ขา้ หลวงใหญต่ า่ งพระองค์
ส�ำเร็จราชการมณฑลลาวกาว (ตอ่ มาคือมณฑลอสี าน) เสนาบดีกระทรวงวัง ครนั้ รชั กาลท่ี ๖ เป็นนายทหาร
พิเศษในกรมรักษาวัง สมุหมนตรี เสนาบดีที่ปรึกษา ส้ินพระชนม์เม่ือวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๕
เปน็ ตน้ ราชสกลุ ชุมพล

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 112
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

จัดคราวนี้เปนอยา่ งดไี ดท้ รงรบั ความศุขสบายมาก แลไดร้ ับส่งั ให้หมอ่ มเจ้าประสบประสงค1์
กับพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร2 แยกท่ีเมืองยะโสธรไปเฝ้าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุน
สรรพสิทธปิ ระสงค์ท่เี มืองอบุ ลราชธานี มขี ้อความตามพระโทรเลขท้งั ๒ ฉบบั ดงั นี้

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแล้วแตจ่ ะโปรด

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรสี หเทพ
ราชปลัดทูลฉลอง

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงสรรพสทิ ธปิ ระสงค์
กรมหลวงสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ พระโอรส และพระธดิ า (จากซา้ ยไปขวา)

หมอ่ มเจา้ กมลลี าณ ชมุ พล, หมอ่ มเจา้ หญงิ จงใจถวลิ ,
หมอ่ มเจา้ ธานเี ลกิ สงดั ชมุ พล, หมอ่ มเจา้ ชมยิ บตุ ร ชมุ พล,
หมอ่ มเจา้ ประสบประสงค์ ชมุ พล, พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
กรมหลวงสรรพสทิ ธปิ ระสงค,์ หมอ่ มเจา้ อปุ ลสี าณ ชมุ พล

และหมอ่ มเจา้ หญงิ บญุ จริ าธร จฑุ าธชุ

1 หม่อมเจ้าประสบประสงค์ ชุมพล พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์
กบั หม2อ่ มพเจรระิญยาศปรรสีะรุสยิ ูตรเิ ามชอื่ ววรนั าทนี่วุ ๑ตั ๑ร กันยายน พ.ศ. ๒๔๒๖ สิ้นชีพติ ักษยั วันท่ี ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
(โพธิ์ เนตโิ พธ)ิ เปน็ คนจงั หวดั จนั ทบรุ ี บรรดาศกั ดทิ์ ปี่ รากฎตามล�ำดบั คอื
พระสีหสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองอุตรดิตถ์ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร สมุหเทศาภิบาล มณฑลพิษณุโลก
สมหุ เทศาภบิ าลมณฑลอุดร ถึงแกอ่ นจิ กรรมเมอ่ื พ.ศ. 2454

113 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอดุ ร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

โทรเลขจากยะโสธร อบุ ล ๒๔๖ คำ� วนั ท่ี ๒๕/๑๐ เวลา ๓ โมง ๓๐ นาที
กราบบังคมทลู กรุงเทพฯ

ข้าพรพุทธเจ้าเข้าในมณฑลอิสาณมาถึงยะโสธร
วันท่ี ๒๕ นี้ ทางท่ีมาจากมุกดาหารตอนต่อเฃตรมณฑล
อิสาณต้องเดินในดงใหญ่ แลฃ้ามเฃตรมณฑลอิสาณ
แลฃา้ มเฃาล�ำ บากอยบู่ า้ ง เมอ่ื มากลางทางไดร้ บั พระราชทาน
โทรเลขมคี วามยนิ ดใี นพระเดชพระคณุ เปนลน้ เกลา้ ฯ ของท่ี
ควรต้ังคู่พระโพธิสัตไชยาน้ัน ข้าพรพุทธเจ้านึกได้ในเวลานี้
แตพ่ ระโพธสิ ตั เยอมน์ ทอี่ งคร์ งั สฤษด์ิ1 จะจ�ำ ลองมาถวายแต่
คงจะไม่ทันงาน พระโพธิสัตน่ังเก้าอี้ที่ข้าพรพุทธเจ้าถวาย
อิกองค์ส่ีมืองามพอตั้งคู่กันได้ แต่ดูเหมือนจะเล็กไป
ข้าพรพุทธเจ้าขอพรราชทานธุเลาจนได้เห็นท่ีต้ังแล้วจะ
คดิ หาตอ่ ไป ขา้ พรพุทธเจ้ามามณฑลอสิ าณคราวน้ี เปนแต่
ได้ไปนั่งพูดโทรศับท์กับกรมขุนสรรพสิทธิ แต่เห็นจะไม่ได้
พบกัน ด้วยไม่มีเวลาพอจะไปได้ถึงเมืองอุบล ส่วนกรม
ขุนสรรพสิทธิก็น่ังรับพวกข้าหลวงปันเฃตรแดนอยู่ที่เมืองอุบล ทรงเตรียมพาหะนะไว้พร้อม
พอส้ินธุระจะรีบเสด็จตาม แต่ข้าพรพุทธเจ้าเห็นว่าจะไม่ทันด้วยข้าพรพุทธเจ้าจะออกจาก
เมืองยะโสธรมะรนื น้ีไปทางเมอื งร้อยเอจ็ แล้วกลบั เฃา้ โคราชทางเมืองภูไทยสง2 เมืองพิมาย
ประมาณว่าจะถงึ กรงุ เทพฯ ไดเ้ ฝ้าทูลลอองธลุ ีพระบาทในวนั ท่ี ๑๑ กุมภาพนั ธน์ ้ี

ดำ�รง

1 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร พระนามเดมิ พระองค์เจ้ารงั สติ ประยรู ศักดิ์
พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์เน่ือง ประสูติ
เมอ่ื วนั ท่ี ๑๒ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๒๘ เสดจ็ ไปทรงศึกษาในประเทศอังกฤษและเยอรมนี ในมหาวทิ ยาลยั
ไฮเด็ลแบร์ก ในรัชกาลที่ ๖ ทรงเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนราชแพทยาลัย อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย อธิบดี
กรมสาธารณสุข ในรัชกาลท่ี ๗ ทรงเป็นองคมนตรี ท่ีปรึกษาราชการของคณะผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์
ในรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นประธานคณะผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ ประธาน
องคมนตรี เป็นพลเอก นายทหารพิเศษประจ�ำกองพันท่ี ๑ กองทหารราบท่ี ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์
ส้นิ พระชนม์เมอ่ื วนั ท่ี ๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๙๔ เปน็ ต้นราชสกลุ รังสิต

2 นา่ จะหมายถึง อ�ำเภอพทุ ไธสง จังหวัดบุรีรมั ย์

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 114
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ท่ี ๓๗๔๓/๓๕๘๙๕ ศาลาวา่ การมหาดไทย
วันที่ ๓๐ เดอื นมกราคม ร,ศ, ๑๒๕
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร

ทรงทราบฝ่าพระบาท
ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย

มีมาจากเมืองยะโสธร ลงวันที่ ๒๖ เดือนน้ีว่า ตามที่ทรงพระราชปรารพถึงเรื่องกาฬโรคที่
เมอื งนครราชสิมา แลพระราชทานพระกระแสแนะน�ำ ใหเ้ สดจ็ กลับใหห้ ่างจากท่มี ีกาฬโรคนน้ั
พระเดชพระคุณเปนล้นเกลา้ า หาทส่ี ุดมไิ ด้ แต่ไดท้ รงมีพระโทรเลขสง่ั ทางเมืองนครราชสมิ า
ให้บอกรายงานกาฬโรคไปให้ทรงทราบเนืองๆ ว่าโรคเปนอยู่ที่ใดๆ ถ้ากาฬโรคมีอยู่ในแถว
ตลาด ขากลบั เห็นพอจะเขา้ เมืองนครราชสิมาได้ ด้วยที่ประทบั อย่รู ิมหนองบวั ทางโรงทหาร
หา่ งจากตลาดประมาณ ๖๐ เส้น1 แลไม่มบี ้านเรอื นใครปะปน ทรงพระดำ�ริหว์ ่าจะประทบั
ทนี่ น้ั คนื เดยี ว รงุ่ ขน้ึ จะหลกี ลดั ไปทางบงุ่ ตาเหลอื ขนึ้ รถไฟมากรงุ เทพ า ทเี ดยี ว ถา้ หากกาฬโรค
ลามมาถงึ หนองบวั จะไดไ้ มเ่ ขา้ เมอื งนครราชสมิ า จะหลกี มาขน้ึ รถไฟเวลาบา่ ยทส่ี งู เนนิ แลวา่
ได้ทรงกำ�ชับสั่งพระยาสุริยเดช2 ให้ตีวงป้องกันอย่าให้คนที่ใกล้กาฬโรคเข้าไปเก่ียวข้อง
ในท่ปี ระทบั ต�ำ บลหนองบวั 3 แลตามระยะทางที่จะมาจากเมืองพิมายด้วยแล้ว มีความตาม
พระโทรเลขดังน้ี

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงน�ำ ความกราบบังคมทลู พระกรณุ าทราบฝา่ ลอองธลุ พี ระบาท
ควรมคิ วรแล้วแต่จะโปรด

ข้าพระพทุ ธเจา้ พระยาศรสี หเทพ
ราชปลดั ทลู ฉลอง

โทรเลขจากยะโสธร ๒๕๕ ค�ำ วันที่ ๒๖/๑๐ เวลา ๑๐ โมง ๓๕ นาที
กราบบงั คมทลู กรุงเทพฯ

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระราชทานพระราชโทรเลขทรงพระวิตกด้วยมีกาฬโรคที่โคราช
จึงดำ�รัสห้ามไม่ให้มารดามารับ แลทรงพระกรุณาตักเตือนให้ข้าพระพุทธเจ้าระวังหลีกเลี่ยง
ในเวลาขากลบั ลงไปทางโคราชนน้ั พระคุณเป็นลน้ เกล้า ข้าพระพุทธเจา้ ได้รับใส่เกล้าฯ ระวงั

312 เปพทัจร่าะจกยบุ ับานั ส๒ุรค.ยิ อื๔เดตกช�ิโำลบ(จเลมาหบตนรสอุวงรบรัวณอท�ัตำเภ) ผอู้วค่างราจชังหกาวรดั เนมคอื รงรนาคชรสรมี าาชสมี าระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๔๗ - ๒๔๔๘

115 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอดุ ร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

โดยเต็มปัญญา ได้ให้โทรเลขถามท่ีโคราชให้รายงานมาให้ทราบเนืองๆ ว่ากาฬโรคมีเท่าใด
แลมที ใี่ ด ถา้ กาฬโรคมอี ยเู่ พยี งแถวตลาดทเี่ คยเปน็ แตก่ อ่ นนนั้ ทพ่ี กั ของขา้ พระพทุ ธเจา้ อยทู่ าง
หนองบวั หา่ งตลาดสัก ๖๐ เสน้ แลเป็นท่ีไม่ปะปนกับบา้ นชอ่ ง เห็นพอจะพกั ไดแ้ ต่กจ็ ะพักคนื
เดียว รุง่ ข้ึนจะหลกี เล่ยี งไปทางห่างตลาดไปข้ึนรถไฟทเี ดียว ถา้ หากกาฬโรคมีมาถงึ โรงทหาร
ซ่ึงเป็นท่ีใกล้ข้าพระพุทธเจ้าพักนั้นแล้ว ออกจากเมืองพิมาย ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่เข้าเมือง
โคราช จะเดนิ ทางปา่ ตดั ตรงไปสะเตชนั่ รถไฟทเี ดยี ว ไดบ้ อกขอรถไฟพเิ ศษทพี่ ระยาสขุ มุ ไวแ้ ลว้
เม่ือถึงเมืองพิมายคงจะทราบได้แน่ว่าควรจะทำ�อย่างไร ข้าพระพุทธเจ้ามีความยินดีท่ี
โปรดเกลา้ ใหม้ นี า่ ทไ่ี ดจ้ ดั พระทน่ี ง่ั ฉลองพระทน่ี ง่ั สนองพระเดชพระคณุ สว่ นหนง่ึ ขา้ พระพทุ ธเจา้
นง่ั นกึ อยแู่ ลว้ วา่ มวี นั พอทข่ี า้ พระพทุ ธเจา้ จะไดช้ ว่ ยสนองพระเดชพระคณุ อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ บา้ ง

ดำ�รง

ท่ี ๓๗๔๔/๓๕๙๐๕ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ที่ ๓๐ เดือนมกราคม ร,ศ, ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝา่ พระบาท

ด้วยตามความในจดหมายของข้าพระพุทธเจ้าท่ี ๓๗๒๓/๓๕๗๙๔ ลงวันท่ี ๒๙
เดือนน้ี กราบทูลมาในเรื่องพระเจ้าน้องยาเธอ า เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จตรวจ
ราชการหวั เมืองมณฑลอดุ ร แลมณฑลอสิ าณ ความทราบฝา่ พระบาทแล้ว

บดั น้ี ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมอื งร้อยเอด ๒ ฉบบั ลงวนั ที่ ๒๙ มกราคมศกนี้ ฉบบั หนง่ึ ว่า ไดเ้ สด็จมาถึง
เมอื งรอ้ ยเอดวนั ท่ี ๒๙ เดอื นนแ้ี ตเ่ ชา้ มเี วลาพอทจ่ี ะทรงเทย่ี วทอดพระเนตรบา้ นเมอื งไดใ้ นวนั น้ี
ท้งั พาหะนะที่จะทรงจัดเขากจ็ ัดเตรยี มไวพ้ ร้อมแลว้ จึงไม่จ�ำ เปนต้องเสียเวลา ประทบั ทีเ่ มือง
รอ้ ยเอดวันหนึ่งตามทีท่ รงกะเดมิ แลว่าประการหนึ่ง ตามพระกระแสในพระราชโทรเลขทรง
ตักเตือนไม่ให้ทรงแวะประทับที่เมืองนครราชสิมาในเวลาเสด็จกลับนั้น เพราะเหตุเหล่านี้
จงึ ไดต้ กลงแกโ้ ปรแกรมดงั น้ี คอื จะเสดจ็ ออกจากเมอื งรอ้ ยเอดวนั ที่ ๓๐ เดอื นนี้ ถงึ เมอื งพมิ าย
วนั ท่ี ๖ กมุ ภาพันธ์ วันท่ี ๘ ออกจากเมืองพิมายไปประทับแรมทท่ี า่ ช้างในคืนวนั นนั้ เสด็จ
ออกจากทา่ ช้างแตเ่ วลาดกึ ตรงไปสะเตช่นั รถไฟ ถึงสะเตช่นั รถไฟในวันที่ ๙ เวลาเชา้ โมงเศษ
เสดจ็ ขนึ้ รถไฟตรงกลบั มากรงุ เทพ า ทเี ดยี ว ตามโปรแกรมทท่ี รงกะไวใ้ หมน่ จ้ี ะเสดจ็ ถงึ กรงุ เทพ า
เร็วกว่าท่ีทรงกะไว้เดิม ๒ วัน แลให้ข้าพระพุทธเจ้าบอกขอรถไฟพิเสศให้เลื่อนเข้ามาเปน
วันที่ ๙

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 116
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

อีกฉบับหน่ึงมีความว่า ทางท่ีเสด็จมาในมณฑลอิสาณคราวนี้ พระเจ้าน้องยาเธอ
กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ทรงกะให้เสด็จทางเมืองร้อยเอดเพ่ือจะให้ทรงทอดพระเนตร
มณฑลอิสาณเพียงฝ่ายเหนือในคราวน้ี เพื่อปีน่าเสด็จออกไปตรวจราชการอิกจะทรงจัดให้
ทอดพระเนตรตอนกลางแลตอนใต้ไม่ต้องย้อนข้ึนมาทางเหนืออีก ท่ีทรงกะอย่างน้ีดีมาก
แลว่าในคราวนี้ได้มาทอดพระเนตรเห็นมณฑลอิสาณทางฝ่ายเหนือ ตลอดจนเมืองร้อยเอด
โดยความรู้เห็นภูมิ์ลำ�เนามาก ถ้าไม่ได้เสด็จไปควรเสียพระไทย ภูมิ์ลำ�เนาแลหัวเมืองทางน้ี
ดีผิดกับความคาดหมาย เสียแต่เวลานี้เวลากลางวันแต่ตอนบ่ายอยู่ข้างจะร้อนจัดเสียแล้ว
ตอ้ งรบี ทรงพระด�ำ เนนิ แตต่ อนเชา้ แลทรงเหน็ วา่ จะไมต่ อ้ งทรงด�ำ เนนิ กลางคนื อกิ ดว้ ยระยะทาง
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ท่านทรงกะไว้ถวายให้ทรงพระดำ�เนินวันหนึ่ง
ไมเ่ กนิ ๖๐๐ เสน้ หนทางแลทป่ี ระทบั กท็ �ำ ดที กุ แหง่ มขี อ้ ความตามพระโทรเลขทง้ั ๒ ฉบบั ดงั นี้

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาศรสี หเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

117 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

โปรแกรมเสนาบดีเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลอดุ รแลอิสาณ

วันที่ ๑๕ ธนั วาคม โคราช
วันที่ 16 บ้านบวั
วันที่ 17 ดา่ นพลสงคราม
วันท่ี ๑๘ บ้านจอหอ บ้านบัวใหญ่
วนั ท่ี ๑๙ บ้านมะค่า หนองหญ้าปล้อง
วันที่ ๒๐ บา้ นบัวนอ้ ย หนองแวงใหญ่
วนั ที่ ๒๑ บ้านหว้าเอน เมอื งชนบท
วนั ท่ี ๒๒ ทงุ่ คำ�พดุ เมืองชนบท
วนั ท่ี ๒๓ บา้ นสง ขอนแก่น
วันที่ ๒๔ ออกจาก เมืองขอนแกน่
วันที่ ๒๕ คคู า่ หนิ ลาบ
วันท่ี ๒๖ ลำ�ภาชี กุฎว่า
วนั ท่ี ๒๗ บา้ นสำ�ราญ กุฎดอกค�ำ
วนั ท่ี ๒๘ ล�ำ พอง เมืองกมุ ภวาปี
วนั ที่ ๒๙ บา้ นนางงว้ิ หนองหมนื่ เทา้
วันที่ ๓๐ ห้วยกองส ี บา้ นหมากแขง้
วนั ที่ ๑ มกราคม ถึงบ้านหมากแขง้ บา้ นหมากแข้ง
วันท่ี ๒ บ้านหมากแขง้
วนั ที่ ๓ หนองคาย
วันท่ี ๔ [กลาง] ทาง
วนั ท่ี ๕ เมอื งหนองคาย
วนั ที่ ๖ เมืองหนองคาย
วันที่ ๗
วันท่ี ๘ ออกจาก กุฎรูคู
วนั ที่ ๙ ถงึ นครพนม เมอื งกสุ มุ าร
วันที่ ๑๐ ออกจากนครพนม ออกจากเมืองสกลนคร
วนั ที่ ๑๑ ออกจากนครพนม
วันที่ ๑๒ กลางทาง
วันที่ ๑๓ ถึงสกล
วนั ท่ี ๑๔ ดอนดู่
วนั ที่ ๑๕ สินสะแนน
วนั ท่ี ๑๖ ท่าแร่

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 118
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

วันที่ ๑๗ กลางทาง
วนั ท่ี ๑๘ กลางทาง
วนั ท่ี ๑๙ กลางทาง
วนั ที่ ๒๐ ถึงเมอื งมุกดาหาร
วันที่ ๒๑ อยู่มุกดาหาร
วันท่ี ๒๒ เมอื งมุกดาหาร
วนั ท่ี ๒๓ เมอื งมกุ ดาหาร
วนั ที่ ๒๔ กลางทาง
วันที่ ๒๕ กลางทาง
วันที่ ๒๖ ถงึ ยโสธร
วนั ท่ี ๒๗ กลางทาง
วนั ท่ี ๒๘ กลางทาง
วนั ที่ ๒๙ สุวรรณภมู ิ
วนั ท่ี ๓๐ สวุ รรณภมู ิ
วนั ที่ ๓๑ กลางทาง
วนั ท่ี ๑ กุมภาพันธ ์ กลางทาง
วนั ที่ ๒ เมืองชมุ พลบรุ ี
วันที่ ๓ กลางทาง
วันที่ ๔ กลางทาง
วันที่ ๕ บรุ รี ัมย์
วันท่ี ๖ กลางทาง
วันที่ ๗ กลางทาง
วนั ท่ี ๘ กลางทาง
วนั ท่ี ๙ ถงึ พิมาย
วันท่ี ๑๐ กลางทาง
วันท่ี ๑๒ กลางทาง
วันที่ ๑๓ โคราช
วันที่ ๑๔ กรุงเทพฯ

119 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอดุ ร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ที่ ๓๗๖๘/๓๖๒๗๖ ศาลาว่าการมหาดไทย
วนั ท่ี ๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสนิ ทรศก ๑๒๕

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอกราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ุ ราชเลขานกุ าร
ทรงทราบฝา่ พระบาท

ดว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั พระโทรเลขพระเจา้ นอ้ งยาเธอ า เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ทรงมีมาจากเมอื งพมิ ายฉบบั หนึง่ ลงวนั ที่ ๕ เดอื นน้ี วา่ ได้เสดจ็ มาถงึ เมอื งพิมายในวนั ที่ ๕
เดอื นนี้ เวลา ๕ โมงเชา้ เรว็ กวา่ ทที่ รงก�ำ หนดไวเ้ ดมิ วนั หนง่ึ เพราะไมม่ อี ะไรทจ่ี ะทอดพระเนตร
ทเ่ี มอื งพไุ ทยสง จงึ ไมไ่ ดห้ ยดุ พกั ทเี่ มอื งพไุ ทยสงหนงึ่ วนั ดงั ทไี่ ดท้ รงกะไวแ้ ตเ่ ดมิ จะทรงพกั อยทู่ ่ี
เมอื งพมิ ายจนถงึ วนั ท่ี ๘ จงึ จะเสดจ็ ออกจากเมอื งพมิ าย เสดจ็ ไปขนึ้ รถไฟเชา้ วนั ท่ี ๙ เดอื นน้ี
ดังที่ได้ทรงกะไว้แล้ว แลทรงรับสั่งว่าเดินทางตอนเมืองพุไทยสงมาพิมายต้องเสด็จในทุ่ง
เวลากลางวันร้อนจัดเตมที เม่ือคืนน้ีต้องเสด็จแต่เวลา ๑๐ ทุ่ม ออกจากพิมายต่อไปก็ทรง
เห็นว่าจะต้องเสด็จเวลากลางคืน แลทรงรับส่ังว่าได้ทรงทราบจากหม่อมชาติเดชอุดม1 ว่า
พวกข้าหลวงฝรั่งเศษไปถึงเมืองบุรีรัมย์แต่วันที่ ๔ เดือนน้ีว่าจะเลยไปดูปราสาทหินท่ี
เมืองพิมายด้วย ทรงรับสัง่ วา่ บางทีจะได้ทรงพบปะกับขา้ หลวงฝร่งั เศษทเ่ี มืองพิมาย แตท่ พี่ ัก
นั้นก็มอี ยูพ่ อกนั มีความตามพระโทรเลขดังนี้

ขอฝ่าพระบาทได้ทรงนำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท
ควรมิควรแลว้ แต่จะโปรด

ข้าพระพุทธเจา้ พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทูลฉลอง

1 หมอ่ มชาตเิ ดชอดุ ม (หมอ่ มราชวงศส์ ทา้ น สนทิ วงศ)์ โอรสในพระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ สายสนทิ วงศ์
กับหม่อมเขยี น (ศศสิ มติ ) ในรัชกาลที่ ๕ ไดเ้ ปน็ ผบู้ งั คบั การโรงเรียนนายรอ้ ยทหารบก บรรดาศกั ดิท์ ่ปี รากฏ
ตามล�ำดับ คือ หม่อมชาติเดชอุดม พระยาวงษานุประพัทธ์ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ รัชกาลท่ี ๖
เปน็ เจ้าพระยาวงษานปุ ระพทั ธ์ ด�ำรงต�ำแหน่งเสนาบดกี ระทรวงโยธาธิการ รัชกาลที่ ๗ เป็นเสนาบดกี ระทรวง
เกษตรพาณิชยการ ถึงแก่อสัญกรรมเมอ่ื วนั ที่ ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๘๓

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 120
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

เรอ่ื งเทย่ี วทีต่ ่าง ๆ ภาคท่ี ๔
วา่ ดว้ ยเทย่ี วมณฑลอุดร และมณฑลอสิ าณ

คำ�นำ�พิมพค์ รงั้ แรก

อำ�มาตย์เอก พระยาเวชสิทธ์ิพิลาศ (จรัส วิภาตแพทย์) จะทำ�การปลงศพสนอง
คุณมารดา ประสงค์จะพิมพ์หนังสือเปนของแจกสักเร่ือง ๑ มาขอให้กรรมการหอพระสมุด
วชริ ญาณส�ำ หรบั พระนครชว่ ยเลอื กเรอ่ื งหนงั สอื ให้ ขา้ พเจา้ จงึ เลอื กหนงั สอื เรอื่ งเทย่ี วทตี่ า่ ง ๆ
ภาคที่ ๔ อนั ว่าดว้ ยเที่ยวมณฑลอุดรแลมณฑลอสิ าณให้พระยาเวชสทิ ธิ์ฯ พมิ พต์ ามประสงค์

เรื่องเท่ียวมณฑลอุดรแลมณฑลอิสาณที่พิมพ์ในสมุดเล่มน้ี เดิมพระยาศรีวรวงศ์
(ม.ร.ว. จติ ร สทุ ศั น์ ณกรงุ เทพ) แตง่ ไวเ้ มอื่ ครง้ั ขา้ พเจา้ ยงั รบั ราชการอยใู่ นกระทรวงมหาดไทย
ไปตรวจราชการ ๒ มณฑลนั้น เม่อื ปมี ะเมยี พ.ศ. ๒๔๔๙ พระยาศรีวรวงศ์ยงั เปนเจ้าหมืน่
ศรสี รรกั ษ์ ผจู้ ดั การโรงเรยี นมหาดเลก็ หลวง อยากจะเหน็ การปกครองหวั เมอื งไดอ้ าไศรยไปดว้ ย
จึงรับเปนผู้เรียบเรียงระยะทางท่ีไปตรวจราชการคราวน้ัน ได้พิมพ์ไว้ในหนังสือเทศาภิบาล
เมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๔๕๐ เปนคร้ังแรก เม่ือเร็ว ๆ น้ี [พ.ศ. ๒๔๖๑] ข้าพเจ้าค้นหาหนังสือ
เรื่องเทีย่ วทตี่ ่างๆ ซ่งึ มีผไู้ ด้แตง่ ไว้ ไปพบระยะทางเท่ยี วมณฑลอดุ รแลมณฑลอสิ าณทพี่ ระยา
ศรวี รวงศเ์ รยี บเรยี ง เหน็ วา่ นา่ อา่ นอยู่ เดมิ คดิ จะเอามาพมิ พต์ ามฉบบั เดมิ ทเี ดยี วแตร่ สู้ กึ ขดั ขอ้ ง
ด้วยฉบับเดิมแต่งเปนจดหมายเหตุเสนาบดีไปตรวจราชการ มีข้อความเกี่ยวด้วยกระบวน
ราชการอยู่หลายอย่าง ไม่เหมาะแก่การท่ีจะเอามาพิมพ์เปนเรื่องส�ำ หรับอ่านกันเปนสามัญ
อิกประการ ๑ ข้อความคิดเห็นของข้าพเจ้าได้กำ�หนดไว้ในครั้งน้ันหลายข้อ แต่หาได้บอก
ให้พระยาศรีวรวงศ์เขยี นลงเมอ่ื เวลาแต่งระยะทางน้ันไม่ ด้วยเหตทุ ้ัง ๒ ประการนี้ ขา้ พเจา้
จึงได้ถือวิสาสะเอาหนังสือระยะทางของพระยาศรีวรวงศ์มาตัดทอนแล้วแต่งเพิ่มเติม
เปลี่ยนเปนโวหารของข้าพเจ้าเองสำ�หรับพิมพ์ในสมุดเล่มน้ี ต้องขออภัยพระยาศรีวรวงศ์ฯ
แลขอให้ท่านท้ังหลายผู้อ่านหนังสือเร่ืองน้ีเข้าใจว่า ความรู้แลประโยชน์ท้ังปวงอันจะพึงได้
ในการอ่านหนังสอื เรอื่ งเท่ยี วมณฑลอดุ รแลมณฑลอิสาณทีพ่ ิมพใ์ นสมดุ เลม่ น้ี ท่ีจริงเปนของ
พระยาศรีวรวงศแ์ ต่งไว้โดยมาก ข้าพเจา้ เปนแตผ่ ้แู กไ้ ขเพม่ิ เตมิ หาได้แต่งเองท้ังหมดไม่

ขา้ พเจา้ ขออนโุ มทนากศุ ลบญุ ราศที กั ษณิ านปุ ทาน ซง่ึ อ�ำ มาตยเ์ อก พระยาเวชสทิ ธพ์ิ ลิ าศ
ไดท้ �ำ การปลงศพสนองคณุ มารดาดว้ ยความกตญั ญกู ตเวที แลไดพ้ มิ พห์ นงั สอื เรอ่ื งนใ้ี หไ้ ดอ้ า่ น
กนั แพรห่ ลาย หวังใจว่าท่านท้งั หลายที่ได้รับสมุดเลม่ นีไ้ ปอ่าน คงจะอนโุ มทนาดว้ ยทั่วกัน

ด�ำ รงราชานุภาพ สภานายก
หอพระสมดุ วชริ ญาณ

วนั ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๓

121 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอุดร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ระยะทางกรมหลวงดำ�รงราชานุภาพ
ตรวจราชการมณฑลอุดร แลมณฑลอสิ าณ1
วนั ที่ ๑๕ ธนั วาคม ร.ศ. ๑๒๕ เวลาเช้า มาข้ึนรถไฟพเิ ศษท่สี ถานกี รุงเทพฯ พรอ้ มด้วย
พระยาจ่าแสนบด(ี 2) เจา้ กรมพลัมภงั ๑ เจ้าหมนื่ ศรสี รรกั ษ(์ 3) ผอู้ �ำ นวยการโรงเรียนมหาดเลก็
กราบถวายบงั คมลาไปดกู ารปกครองท้องที่ ๑ หม่อมเจา้ ประสบประสงค์(4) ๑ หลวงอนุชิต
พิทักษ์(5) ๑ หมอแบรดด๊อก ๑ นายเดอลารอคา ช่างถ่ายรูป ๑ นายเอ๋ียน(6) มหาดเล็ก
มากับเจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ ๑ นายทองสุก(7) จะไปเปนข้าหลวงธรรมการมณฑลอิสาณ ๑
นายแก้ว พนกั งานกรมลหุโทษจะไปฝกึ หัดกดลายมอื นักโทษตามหัวเมอื ง ๑ เปนตัวนายทไ่ี ป
ด้วย พอเวลาเช้า ๓ โมงรถออกจากสถานกี รุงเทพฯ ถึงสถานกี รงุ เกา่ เชา้ ๔ โมง ๔๔ นาที
ถงึ สถานแี กง่ คอยเวลาเทย่ี ง ๘ นาที เปลยี่ นรถจกั รแลว้ เดนิ รถตอ่ ไปถงึ สถานปี ากชอ่ งบา่ ยโมง
๔๓ นาที รถไฟหยุดรบั น�ำ้ แลว้ ออกเดนิ ต่อไป ถึงสถานีสูงเนินบา่ ย ๒ โมง ๕๙ นาที ถึงสถานี
เมืองนครราชสมิ าเวลาบา่ ย ๓ โมง ๔๕ นาที ไปพกั ณะเรือนทท่ี �ำ ข้นึ ใหม่ทตี่ ำ�บลหนองบวั 8
นอกเมอื งนครราชสมิ า ไดข้ นานนามเรอื นนวี้ า่ “แสนศขุ ” แลว้ เตรยี มการทจี่ ะเดนิ ทางอยู่ ๒ วนั

สถานรี ถไฟกรุงเกา่ ในสมยั รัชกาลท่ี ๕

1 พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระด�ำรงราชานุภาพ, เร่อื งเที่ยวทตี่ ่าง ๆ ภาคท่ี ๔ วา่ ดว้ ยเทีย่ วมณฑล
อุดร แลมณฑลอิสาณ (พระนคร: โรงพมิ พโ์ สภณพพิ รรฒธนากร, ๒๔๖๓. อ�ำมาตยเ์ อกพระยาเวชสิทธพิ ิลาศ
พิมพ์ใ(((น423ง))) าพหเนจมร้าปะอ่หลยมมงาเน่ืศจจพศ่า้าแรปสีสสนรรนะอรสบงกั บคดษปณุี ์(ร(อมมะว.าสรบรง.ดวคเ.าป์ เจาปเิตมโน็รรอ่ื หหปสิตมทุีว)อ่ อัศตมกน่อเจ์มพณา้ า.ชศเปาอ. ย็นย๒ใุธพห๔ยรญ๖าะ)๓ใ่ยนต)า.กอ่รารมมชานหเปกุลน็ูลวงพแสรลระระยพเาจสศา้ ิทพรวีธรรปิะวยรงะาศสม์ งุขคม์ อนอตกรีไปศึกษาวชิ า
ในยโุ ร(((ป7658ก))) ลปนนหบัลาาจั ยยมวจงทเบุาออแอันี๋ยนลงนชคุว้สไติอืุกโดพอ้รตอทิวบั �นิ าำกั รบททษาลระช์ ห(รสกชศันราามอยรตีใง่อนบตสมกวั่อนุ รามทะอเปาทร�ำเา็นเรปรภวหช็นองลนุหมคว)ลหงงตววาจอ่งจิดังจมาไหรทราวญูณเยปดั ชภ์ นน็ภวักพคานดยรระีระหพาสลชัฒฤังสษเนปีมด์ น็าพิ ผจู้วน่ากรราชแกลาะรพจรงั ะหยวาดั สรฤะษยดอพิ งจนกร

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 122
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

มณฑลนครราชสมิ า1
วันท่ี ๑๘ ธนั วาคม เวลาย�่ำ รุ่งออกเดนิ ทางพรอ้ มด้วยผู้ทมี่ าจากกรุงเทพฯ และพระยา
กำ�แหงสงคราม(2) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครราชสิมา ๑ หลวงวิชิตเสน(ี 3) ข้าหลวง
มหาดไทยมณฑลนครสวรรค์ ซึ่งล่วงน่ามาจัดเสบียงพาหนะ ๑ หลวงภักดีบริรักษ์
ข้าหลวงสรรพากรมณฑลนครราชสิมา ๑ นายพันตรี เอคอลส์ ครูฝึกหัดตำ�รวจภูธร ๑
หลวงพไิ ชยสงครามพล นายอ�ำ เภอจัตุรัส นายสงวนมหาดเล็ก(4) เลขานุการ ๑ นายโสฬศ(5)
มหาดเล็กรายงาน ๑ สมทบไปด้วยตลอดทาง และหม่อมเจ้าบวรเดช6 ผู้บัญชาการ
กรมทหารมณฑล และพระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์(7) ปลัดมณฑล พระบรมราชบรรหาร(8)
ยกรบัตรมณฑล นายโก โซยา ผู้ดูการโรงไหม มาส่งถึงท่ีพักร้อนด้วย ขี่ม้าออกจากท่ีพัก
แสนศุข ตำ�บลหนองบัว เข้าประตูไชยณรงค์9 ผ่านในเมืองไปออกประตูพลแสน10
ผ่านวดั สามัคคี ขา้ มลำ�นำ้�ตะคองผ่านบ้านวดั พลบั เดนิ ตามทางโทรเลขผา่ นเนินกะทาเกลือ

1 เดิมคือมณฑลลาวกลาง ต่อมาเปล่ียนชื่อเป็นมณฑลนครราชสีมา ประกอบด้วย ๓ เมือง
คือ นค((((52436ร))))ร พนพนหาชลาารรสยนะะวมียวโงสสวราางฬวิชกวชงติน�ศำศยัแเส์เภตศหธน่อตมูงอีสะมิ (แแรงาพลตัคมเประรน้ ะตบา็นอ่อมวุรขงสีรมุน(คัมนัจาร์เยเันตาจป์ชส้าต็นอธบงิ ้งัพนิุรหวทกทร์)ร่บีจิะเตรดญัอก่อชน�ชมำแันาาพหกตเรปงานะ)รน็ รโมพาอณนรรสะุกฑยใูลลนาทแพเพี่เลรมชะะอื พรเจงพรน้าะิไบสคยยรรามรศอาวรรชงีสรสศถวมี์เสักธาดวอีส์ิ นุ กทรรมพระนเรศรวรฤทธ์ิ กับ
หมอ่ มสภุ าพ ประสตู เิ มอ่ื วนั ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๒๐ รบั ราชการในกรมทหารปนื ใหญ่ กรมเสนาธกิ ารทหารบก
เปน็ นายพลผบู้ ัญชาการทหารบก มณฑลนครราชสมี า จเรปนื ใหญ่ทัว่ ไป อัครราชทตู ประจ�ำประเทศฝร่ังเศส
อติ าลี สเปน และโปรตุเกส เปน็ พระอภบิ าลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอย่หู ัวเม่อื คราวเสด็จไปทรงศึกษา
ยังต่างประเทศ ในรัชกาลท่ี ๖ เป็นอธิบดีกรมแสงสรรพาวุธ จเรทหารปืนใหญ่ แม่ทัพท่ี ๓ ผู้ช่วยเสนาบดี
กระทรวงกลาโหม อปุ ราชมณฑลภาคพายัพ ในรัชกาลที่ ๗ เป็นผ้ชู ่วยเสนาบดกี ระทรวงกลาโหม เสนาธกิ าร
ทหารบ(7ก) พเสรนะายบาสดรุีกยิ รเะดทชรววเิ งศกษลฤาทโหธ์ิม(จาสบนิ้ พสวุรระรชณนทมเ์ตั ม)ือ่เปวน็นั ผทวู้ ่ี า๑่ ร๖าชพกฤาศรจเมกิ อื างยนนคพรร.ศาช. ส๒มี ๔า๙ระ๖หวา่ ง พ.ศ. ๒๔๔๗ -
๒๔๔๘(8)ต พ่อรมะาบเปรม็นรผา้วู ช่าบรารชรกหาารรจัง(สหววัสัดดร์ิ้อวยิเเศอษ็ดศิริ) เป็นผู้ว่าราชการเมืองนครราชสีมาระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๙ -
๒๔๕๓9ต เ่อปมน็ าเ๑ป็นในพร๔ะยปารพะิทตเูกั มษอื ภ์ งบู นาคลรราชสมี า ประกอบด้วย ประตูชมุ พล ประตพู ลแสน ประตพู ลล้าน และ
ประตูไชยณรงค์ ซ่ึงเปน็ ประตูเมอื งทางทศิ ใต้ ชาวเมืองเรยี กประตูนีว้ ่า “ประตูผ”ี เนอ่ื งจากในอดีต มีประเพณี
ความเช่ือว่า เม่ือมีคนตายขึ้นในเมือง ห้ามมีการเผา หรือฝังเอาไว้ในเมือง ให้ออกไปจัดการกันท่ีนอกเมือง
โดยใหน้ 1�0ำศ ปพรผะตา่ นพู อลอแสกทนาเงปปน็ รปะรตะูนตเี้ พูเมยี ืองงปทราะงตทูเศิดเียหวนอื เรยี กกนั ทั่วไปวา่ “ประตนู ้ำ� ” เน่ืองจากประตูนห้ี นั หนา้ สู่
ล�ำตะคอง ซึง่ เป็นคลองกั้นคเู มืองอกี ชัน้ หนึ่ง

123 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ถึงบ้านเกาะ1 ข้ึนถนนจอหอ ซึ่งเปนทางที่ถมข้ึนไว้ ลงถนนจอหอข้ามลำ�น้ำ�บริบูรณ์
ถึงพะเนา2 เปนท่ีทางมณฑลอุดรกับทางเมืองไชยภูม์ิมาร่วม มีตลาดเปนโรงชั้นเดียวกับตึก
อย่างโคราชหลายหลงั ถึงบ้านสระธรรมขนั ธ์3 แล้วขน้ึ เนินโคกป่าไม้เต็งรัง ถงึ หนองม่วงเวลา
เช้า ๒ โมง ๒๕ นาที ระยะทาง ๔๔๐ เสน้ พักม้า และกนิ เข้าเช้าจนเวลาเชา้ ๓ โมง ๓๕ นาที
ออกเดนิ ทางตอ่ ไป มาตามทางโทรเลขผ่านหนองสวง หนองตะแบง หนองกระยาจก มาถึง
ด่านระกาเข้าเขตรอำ�เภอกลาง4 พักม้าครู่หน่ึง แล้วเดินทางต่อมาผ่านตลาดและที่ว่าการ
อำ�เภอกลาง ขา้ มล�ำ เชงิ ไกรมาท่พี กั แรมทห่ี มบู่ า้ นบวั ถงึ เวลาเชา้ ๕ โมง ๑๐ นาที รวมระยะ
ทางทเี่ ดินวันน้ี ๗๕๐ เส้น5

การหาเล้ียงชพี ของราษฎรอำ�เภอน้ี ประกอบการทำ�นาอยา่ ง ๑ ทำ�ไร่อยา่ ง ๑ หาชัน
อย่าง ๑ ทำ�เกลืออยา่ ง ๑ เลีย้ งสุกรขายอยา่ ง ๑ ทมี่ เี กวียนกร็ ับจา้ งขนสินค้าด้วยอกิ อย่าง ๑
หนทางที่มาต้ังแต่บ้านหนองม่วงถึงท่ีว่าการอำ�เภอนี้ มีทุ่งสลับโคก ที่ทุ่งทำ�เปนนาแล้วบ้าง
ทที่ งุ่ วา่ งเปลา่ ยงั มมี าก ทเ่ี หลา่ นห้ี ากจะท�ำ นากไ็ ด้ แตร่ าษฎรมนี อ้ ยกวา่ เนอ้ื ที่ จงึ ยงั มที ว่ี า่ งเปลา่
อยมู่ าก หนทางตอนระหวา่ งหนองม่วงถงึ อำ�เภอกลางมที ขี่ ้ามท่งุ ลมุ่ มากอยู่แห่ง ๑ เวลาน�้ำ
ท่วมทุ่ง เกวียนและผู้คนเดินมาก6 ควรจะถมทางให้สูงเหมือนถนนจอหอที่พระยาประสิทธิ
ศลั การ(7) ท�ำ เมอ่ื ยงั เปนขา้ หลวงเทศาภบิ าลอยู่ เทศาภบิ าลวา่ จะบอกบญุ ราษฎรท�ำ ทอี่ �ำ เภอ
กลางนี้แต่เดิมไม่มีตลาด จนมาตั้งท่ีว่าการอำ�เภอท่ีบ้านบัวนี้ จึงมีพ่อค้ามาตั้งตลาดร้าน
ขายของดูครึกครื้น ที่ว่าการอำ�เภอตั้งอยู่ใกล้ลำ�นำ้�เชิงไกร แต่ก่อนเปนท่ีเกวียนข้ามยาก
แตเ่ ดย๋ี วนน้ี ายอ�ำ เภอไดท้ �ำ สพานเกวยี นขา้ มไดส้ ดวก เปนทางไปมาคา้ ขายในระหวา่ งมณฑล
นคราชสิมากับมณฑลอุดรและมณฑลอสิ าณสายส�ำ คัญสาย ๑

เวลาบ่าย ไปดูโรงเรียนของพระโขนท่ีวัดบ้านวัว8 มีนักเรียนทั้งหมด ๘๑ คน
แต่มีเครื่องแต่งตัวอย่างนักเรียนแต่ ๓๗ คน คือ สวมกางเกงส้ัน เสื้อราชประแตนขาว

(73214586) สนปปปปเพทมา่จัจจจัััรา่ จะจจจจเกดยะุบบบุบุุ บั็จเาันันันนัปพป๓็นคคคครร๐คะะอืืืือออสเ�ำกจวบอตติทโิ้า่า���้าลธบำำำบบเน์ิศเยภรมลลสัลามอตพบรยกวโระกา้ะนงธนาเศนนรรเ์เรสกาธม(ูงาอสอขะอจัน�กำังาอเธหดรภ�์ำมวอตเสภดัพเ�งิำมอนบรหอืเะคลมเยงสรจือนรานอางดคี)หนช�รตำอสครร่อางมีรอมรชราา�าสาำชเชเีมภปาสาอนน็ีมเจุภพามังารือหจพะงังวย,นหัดาควเนสรดัรคงิ่ือรนหรางครเ์ชเสารทสชนร่ีมียาสี วาชศมี ทสราจีสีม่ีตงั ยาห่าางวเ ดัมๆนนคทภรรารสคาวทชาส่ีมมี๔ิภาักวด่า์ิ ด้วย
เทยี่ วมณฑลนครราชสีมา มณฑลอดุ ร และมณฑลรอ้ ยเอ็ด, พิมพ์คร้งั ที่ ๓ (พระนคร: หา้ งหนุ้ ส่วนจ�ำกดั
อรณุ การพมิ พ,์ ๒๕๑๒. พมิ พเ์ ปน็ อนสุ รณใ์ นงานพระราชทานเพลงิ ศพ รองอ�ำมาตยเ์ อก หลวงพทิ กั ษพ์ นมเขตร์
(สหี ์ จนั ทรสาขา) ณ เมรวุ ดั ศลิ าวเิ วก อ�ำเภอมกุ ดาหาร จงั หวดั นครพนม วนั อาทติ ยท์ ่ี ๑๘ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช
๒๕๑๒), หนา้ ๔ วา่ วดั บา้ นบวั ปจั จบุ ันคือ วดั บ้านบัว ต�ำบลโนนสูง อ�ำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสมี า

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 124
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

หมวกสานอย่างยุนิฟร์อมนักเรียนกรุงเทพฯ การสอน ๆ เพียงชั้นปถมศึกษา ใช้ศาลาการ
เปรียญเปนท่ีสอน พระโขนผนู้ ี้เปนชาวเมอื งนีเ้ อง แตไ่ ดไ้ ปเรยี นหนงั สอื ทก่ี รุงเทพฯ สอบไล่
ได้ช้ันปถมศึกษา มาบวชอยู่วัดน้ีจึงจัดตั้งโรงเรียนสอนเปนการดีหนักหนา ดูโรงเรียนแล้วไป
ดูตลาด ที่ตลาดมีโรงแถง ๒ แถว พ่อค้าเปนจีนขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ของที่ขายเปน
ของกรุงเทพฯ โดยมาก รา้ นแถวหน่ึง ๕ หอ้ ง อกิ แถวหนง่ึ ประมาณ ๑๐ หอ้ ง เชา่ กนั ถงึ หอ้ ง
ละ ๓ บาทตอ่ เดือน และมีตึกอย่างโคราชของขุนพานชิ นกุ ลู การ และของผู้อน่ื อกิ ๒ แห่ง

วันที่ ๑๙ ธันวาคม เวลายำ่�รุง่ ๔๐ นาที ข่ีมา้ ออกจากท่พี ักบา้ นบัว ออกทงุ่ นาเดินตาม
คนั นาบา้ ง ทางเกวยี นบา้ ง ถงึ ทงุ่ ดงพลอง1 มเี นนิ ราษฎรเรยี กวา่ โนนเมอื งเกา่ ตอ่ มามหี มบู่ า้ น
แล้วข้ามห้วยดงพลองเดินมาในทุ่งมะค่าเปนทุ่งใหญ่ หนทางเดินม้าสักชั่วโมง ๑ พื้นดิน
เปนดินดีสีดำ�อย่างดินเหนียว มีนกกะเรียน(2) ทำ�รังอยู่ในทุ่งนี้เปนอันมาก ท้องที่ทุ่งใน
มณฑลนครราชสิมา ทเี่ ปนทงุ่ ใหญแ่ ละเนอื้ ดินดีเช่นน้ีมหี ลายแห่ง แต่ท�ำ ไร่นาเพาะปลูกไม่ได้
ด้วยฤดูแล้งแห้งเกราะหานำ้�ไม่ได้ทีเดียว คร้ันถึงฤดูนำ้� ๆ ก็ท่วมลึกเกินไป จึงต้องท้ิงเปน
ทุ่งหญ้าอย่เู ปล่า ๆ ถงึ ในมณฑลอุดรแลอสิ าณทงุ่ เช่นนีก้ ็มีบ้าง ขา้ มห้วยมะคา่ จวนถงึ หมู่บ้าน
จึงเห็นนาบ้าง ผ่านละแวกบ้านมาท่ีพักร้อนริมบึงใหญ่ ซึ่งราษฎรขังนำ้�ไว้ใช้ พักม้าและกิน
เขา้ เช้าท ี่ ๆ พักบา้ นมะค่าแล้ว เวลาเชา้ ๔ โมง ๒๕ นาที ออกเดนิ ทางต่อไป ขนึ้ โคกป่าไม้
เต็งรังลงทุ่งถึงบ้านโพนเสลา ผ่านละแวกบ้านแล้วเข้าทุ่งอิก เดินลงทุ่งข้ามห้วยสงคราม
ซึง่ เปนทางน�้ำ ตนั แลว้ ขน้ึ โคกสงคราม (ไมใ่ ชพ่ ลสงคราม) ผา่ นเทวสถานศิลาแลงของโบราณ
เปนสถานอย่างย่อม ๆ แล้วถึงที่พักแรม ท่ีพักตั้งอยู่ใกล้สระเพลงในหมู่บ้านโพนสงคราม3
ถึงทพ่ี กั เวลาเช้า ๕ โมง ๔๕ นาที

หนทางต้ังแต่บ้านบัวถึงบ้านมะค่า4 ๓๐๐ เส้น ต้ังแต่บ้านมะค่ามาบ้านโพนสงคราม
๒๕๐ เส้น รวมระยะทางวันน้ี ๕๕๐ เส้น5 ราษฎรในหมู่บ้านโพนสงครามน้ีมีประมาณ
๑๐๐ ครวั เลย้ี งชพี ด้วยการท�ำ นา และรบั จา้ งเกวียนบรรทกุ สนิ ค้าไปทีต่ ่าง ๆ

วันท่ี ๒๐ ธันวาคม เวลายำ่�รุ่ง ขมี่ า้ ออกจากทพ่ี กั แรมบา้ นโพนสงคราม มาตามทางปา่
ไม้เตง็ รงั ระยะทาง ๑๑๒ เสน้ เขา้ เขตรอำ�เภอนอก6 ถึงบา้ นดอนใหญ่แลว้ เดินทางต่อไปถงึ

(21) ปเรัจื่อจงบุนันกกครอื ะเบรียา้ นนทดง�ำพรังลทอี่ทงุ่งตน�ี้ำบสลมคเดล็จอฯงเมกือรงมพอร�ำะเภยอาจดัก�ำรรางรชาจชงัาหนวุภดั านพคทรรรงาเชลส่ามีไวา้ในนิทานโบราณคดี
นิทานท3654ี่ ๑ปปปเท๖ัจจัจั า่ จจจเกรบุุบุบับ่อื นนนััั ง2ลคคค2าอืือือนกนอตตโิ ��ก�ลำำำบบเกเภมลลรอะตมพบเระลรัวคยีสใน่างหคญอร�า่ำเจมภงั อหอโว�นำัดเภนนอสคูงโรนรจนาังชสหสูงวมี ัดจานังหควรัดรานชคสรมีราาชสีมา

125 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

ต�ำ บลโกรกรงั เวลาเชา้ โมง ๑ กบั ๔๐ นาที ระยะทาง ๑๗๓ เสน้ ถึงบา้ นตะครอ้ พกั มา้ แลกนิ
เข้าเช้าแลว้ เวลาเชา้ ๒ โมง ๔๐ นาที ออกเดินตอ่ ไป ขึ้นโคกไม้เต็งรงั เดินตามทางโทรเลข
บา้ ง ระหว่างป่าไผบ่ ้าง ถึงตำ�บลบา้ นทองหลางนอ้ ย1 และบ้านบวั นอ้ ย2 แล้วข้ามล�ำ คลองไผ่
ขึ้นโคกอิก แล้วลงทุ่งนาบ้านบัวใหญ่3 ถึงท่ีพักแรมเวลาเช้า ๕ โมง ๒๐ นาที ระยะทาง
๔๒๗ เสน้ รวมระยะทางเดนิ วนั น้ี ๗๑๒ เสน้ 4

ที่บ้านบัวใหญ่น้ีพึ่งย้ายท่ีว่าการอำ�เภอนอกจากตำ�บลทองหลางใหญ่ มาต้ังใหม่เมื่อ
เดอื นเมษายนศก ๑๒๕ นเ้ี อง เพราะทน่ี เ้ี ปนยา่ นกลางในทางไปมาระหวา่ งท่ตี ่าง ๆ และใกล้
ทางหลวงซง่ึ เดนิ ไปมณฑลอดุ ร ทวี่ า่ การอ�ำ เภอทต่ี งั้ ใหมอ่ ยบู่ นเนนิ สงู เปนท�ำ เลเหมาะดเี วลานี้
มีหมู่บา้ นอยู่สกั ๓ หมู่ ราษฎรประมาณ ๕๐๐ คน มีร้านขายของ คือ อ้อย เปนต้น อยู่ ๔ - ๕
แหง่ แล้ว ต่อไปราษฎรจะยกมาอยูอ่ ิกมาก

การหาเล้ียงชีพของราษฎรในอำ�เภอนี้ ส่วนท่ีทำ�กินและซ้ือขายกันเองในหมู่บ้านคือ
ทำ�นา ทำ�ไร่ ทำ�ไร่ฝ้าย ทำ�ไหม การที่ทำ�สำ�หรับขายไปท่ีอ่ืน คือ หีบอ้อยเปนนำ้�อ้อยหม้อ
ผสมโคและเล้ยี งสกุ รเปนมากกวา่ อยา่ งอ่นื จำ�นวนราษฎรทงั้ อ�ำ เภอนี้ ๒๐,๐๐๐ เศษ

พวกมารบั จ้างท�ำ นา ท่เี มืองนครราชสีมา

1 ปัจจุบัน คือ บา้ นทองหลางน้อย ต�ำบลดอนตะหนิน อ�ำเภอบวั ใหญ่ จงั หวดั นครราชสีมา
2 ปัจจุบนั คือ บ้านบวั น้อย ต�ำบลโนนทองหลาง อ�ำเภอบวั ใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
3 ปัจจุบนั คือ ต�ำบลบวั ใหญ่ อ�ำเภอบวั ใหญ่ จงั หวดั นครราชสีมา
4 เท่ากบั ๒๘.๔๘ กโิ ลเมตร

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 126
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

มณฑลอดุ ร1
วนั ท่ี ๒๑ ธันวาคม เวลาย�ำ่ รงุ่ ๑๐ นาที ขี่มา้ ออกจากที่พกั บา้ นบัวใหญ่ ขา้ มสพานผา่ น
หมบู่ า้ นบวั บ้านจาน เดินทางลงทงุ่ ไปขึ้นโคกหลวง ท่ตี ่อแดนมณฑลนครราชสมิ ากบั มณฑล
อุดร โคกหลวงนี้เปนแนวแต่ตวันตกไปตวันออกยืดยาว จะไปมณฑลอุดรจึงต้องข้ามโคกน้ี
เปนโคกใหญ่มีไม้ร่มดีกว่าทางท่ีมาวันก่อน เวลาเช้า ๒ โมงถึงหนองหว้าเอน ระยะทาง
๒๘๐ เส้น พักกินเข้าเช้า พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร(2) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอุดร
พระยาพไิ สยสรเดช(3) ผวู้ า่ ราชการเมอื งโพนพไิ สย และพระเกษตรวฒั นา นายอ�ำ เภอมญั จาคริ ี
มาคอยรบั ทหี่ นองหวา้ เอนนเี้ ปนทางรว่ มทพ่ี อ่ คา้ แลราษฎรมกั ไปมา เปนทเ่ี ปลยี่ ว เพราะทาง
ห่างจากหมู่บา้ นประมาณ ๓๐๐ เส้น เดมิ มผี รู้ า้ ยชุกชุม ครนั้ เมือ่ ศก ๑๒๔ พวกพ่อค้ามณฑล
อดุ รเรยี่ รายกนั สรา้ งโรงพกั ต�ำ รวจภธู รถวายหลงั หนงึ่ จงึ เปนทตี่ งั้ โรงพกั ต�ำ รวจภธู รมาจนบดั น้ี
และที่หนองนำ้�นั้นราษฎรมณฑลนครราชสิมาและมณฑลอุดร ก็เรี่ยรายกันขุดให้กว้างใหญ่
ออกไป เพื่อจะไดม้ ีน�้ำ ใชส้ �ำ หรบั คนเดนิ ทางตลอดปีดว้ ย
เวลาเช้า ๔ โมง ๑๐ นาที ออกจากท่ีพักหนองหว้าเอน ข้ามคลองจานเข้าเขตร
เมืองชนบท มณฑลอุดร เดินทางข้ึนเนินลงเนินต่อมาหนทางตัดกว้างขึ้นกว่าทางที่มาแล้ว
ถึงหนองหญ้าปล้องเวลาเช้า ๕ โมง ๒๐ นาที พักแรมท่ีนี่ระยะทาง ๓๐๐ เส้น รวมระยะ
ทางวันน้ี ๕๘๐ เส้น ที่ตำ�บลหนองหญ้าปล้องน้ีเปนท่ีร่วมทางไปมาของพ่อค้าและราษฎร
เหมอื นกนั ตอ่ ไปจะตง้ั โรงพกั ต�ำ รวจภธู รอกิ แหง่ หนงึ่ หมบู่ า้ นในต�ำ บลนปี้ ระมาณ ๑๘ หมู่ คน
๓๐๐๐ คน แต่อยไู่ กลที่พักนไ้ี ปหนทางต้ังแต่ ๕๐ เสน้ ขึ้นไป และมบี า้ นคนเปนโรคกุดถงั (4)
ซ่ึงส่งมาแต่ตา่ งเมอื ง ว่าเปนธรรมเนียมมีมาแต่โบราณ เขากันไวใ้ หอ้ ยตู่ า่ งหากหมหู่ นง่ึ ท�ำ มา
หากินในพวกของเขาเอง ราษฎรทำ�นาได้เข้าขายบ้างเล็กน้อย และท�ำ ไหมปลูกยาสูบพอใช้
กันเอง

1 เดมิ คอื มณฑลลาวพวน ตอ่ มาเปลย่ี นชอ่ื เปน็ มณฑลอดุ ร เมอ่ื กอ่ นเหตกุ ารณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖)
มณฑลน้ีคงจะรวมหวั เมอื งทางฝง่ั ซ้ายแมน่ �้ำโขงหลายหัวเมอื ง รวมถงึ เมืองพวน แต่หลัง พ.ศ. ๒๔๓๖ คงเหลอื
๖ เมอื ง คอื อดุ รธานี ขอนแกน่ นครพนม สกลนคร เลย และหนองคาย ตงั้ ทบ่ี ญั ชาการมณฑลทเี่ มอื งหนองคาย
แลว้ จงึ(((342ย)))้า พพเยรมรรื่อะะางยยตบาาั้ง้าพศทนรี่บไิ คีสส้านุรยนิยเสหปรรมา็นเดชาโรชวกครแ(ากขคนุดง้�ำุวสถ(ัตจังิงงัรนสหี้ (งิโวสหพดั มสธอเริิ์ดดุ เิ)น็จรตธฯตอ่ าิโมนพกาีใธรนเม)ิ ปปพน็ ัจรพจะุบรยะนัายด)า�ำสรุนงรทารชธารนรมุภธาาพดาทรงเล่าไว้ในนิทานโบราณคดี
นิทานท่ี ๑๖ เรือ่ งบา้ นข้ที ูด

127 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอสิ าณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

วนั ท่ี ๒๒ ธนั วาคม เวลาย�่ำ รงุ่ ๕ นาที ออกจากทพ่ี กั แรมหนองหญา้ ปลอ้ ง เดนิ ทางผา่ นนา
ทงุ่ ปงึ ปด๊ี เดนิ ตามทางโทรเลขถงึ เนนิ ผกั เหมน็ หนองปงึ ปด๊ี ทพ่ี กั รอ้ นเวลาเชา้ โมงหนงึ่ ๕๐ นาที
ระยะทาง ๒๘๐ เสน้ เวลาเชา้ ๓ โมง ๒๕ นาที ออกจากท่ีพกั ร้อนมาตามทุง่ บา้ นนาเพยี ง
จวนถึงหนองแวงเห็นท่ีนาและฝูงโคมีราษฎรนั่งอยู่เปนหมู่ ถึงหนองแวงท่ีพักแรมเวลาเช้า
๔ โมง ๒๐ นาที ระยะทาง ๒๔๘ เสน้ รวมระยะทางวันน้ี ๕๒๘ เส้น1 การทำ�มาหาเล้ยี งชพี
ของชาวบา้ นนี้ มีการทำ�นาและผสมโคและท�ำ ไร่ผกั และท�ำ ไหมเปนพื้น

เมอื งชนบท
วันที่ ๒๓ ธันวาคม เวลาย่ำ�รุ่ง ออกจากที่พักแรมหนองแวงข้ามห้วยยางถึงห้วยชัน
ทพี่ กั รอ้ นเวลาย่�ำ รงุ่ ๕๐ นาที ระยะทาง ๑๕๐ เสน้ หยุดพักม้าคร่หู นง่ึ แลว้ ออกเดนิ ตอ่ ไปถึง
ห้วยขี้หนู ห้วยเขวา ห้วยเสือกูด โดยลำ�ดับมาตามทางโทรเลข ผ่านทุ่งนาและไร่อ้อยบ้าง
จวนถึงเมืองชนบท เห็นหมู่บ้านใหญ่ท่ีโคกดินแดง เปนบ้านราษฎรมาต้ังอยู่เมื่อเวลาน่านา
ครั้นสิน้ ฤดูนาก็กลับเข้าไปอยู่ในเมือง เวลาเชา้ ๒ โมง ๓๐ นาที ถงึ เมอื งชนบท ระยะทาง
๒๖๐ เส้น รวมระยะทางวันน้ี ๔๑๐ เส้น2 เวลากลางวัน นายอำ�เภอพร้อมด้วยกำ�นัน
ผู้ใหญ่บ้านแลผู้เฒ่าพาราษฎรชายหญิงประมาณ ๒๐๐ คน นำ�บายศรีตีฆ้องแห่มายังที่พัก
ผู้เฒ่าข้ึนนะโมว่าคำ�อำ�นวยพร แล้วผูกไหมทองที่ข้อมือเปนการทำ�ขวัญตามธรรมเนียม
บ้านเมือง และจีนพ่อค้า ๔ - ๕ คน มีขุนพานิชจีนนิกรเปนหัวน่ามาให้กิมฮวยอั้งต๋ิว3
เวลาบ่าย ๔ โมงเศษข้ึนระแทะไปดูเมืองตามถนนสายยาว ซึ่งมีหมู่บ้านราษฎรท้ังสองข้าง
ทางประมาณ ๓๐ เสน้ จนถงึ หมรู่ า้ นจนี มแี พรพรรณและของกรงุ เทพฯ มาขาย ดรู า้ นแลว้ ไปที่
วัดศรบี ญุ เรอื ง มีพระ ๑๓ รูป เณร ๑๗ รูป เจ้าอธกิ ารสอนหนังสอื ไทย
เมืองชนบทน้ี เดิมขึ้นเมืองนครราชสิมา พ่ึงตัดไปข้ึนมณฑลอุดรเมื่อตั้งข้าหลวงใหญ่
ประจ�ำ มณฑลอดุ ร ราษฎรเมืองชนบทมีชาวโคราชกับชาวอุดรเกอื บจะเทา่  ๆ กนั รวมทง้ั ส้ิน
๓๕,๙๐๖ คน การท�ำ มาหาเลี้ยงชีพทำ�นาอย่าง ๑ ท�ำ ไรฝ่ ้ายอย่าง ๑ ไรอ่ ้อยอย่าง ๑ ท�ำ เกลือ
อยา่ ง ๑ ผสมโคอยา่ ง ๑ ท�ำ ไหมอยา่ ง ๑ ไหมเดิมทำ�แต่พอใช้ ในบา้ นเมืองขายกนั ราคาช่ัง4
ละ ๓ บาท ตง้ั แต่ ๒ ปีมาน้ี ไหมได้ออกเปนสินค้าทางเมืองนครราชสิมาบา้ ง ราคาขึน้ เปน
ช่ังละ ๗ บาท ๓๒ อัฐ

1 เทา่ กับ ๒๑.๑๒ กโิ ลเมตร ค�ำวา่ “กมิ ” หมายถงึ ทอง “ฮวย” คอื ดอกไม้ ใหค้ วามหมายวา่
2 เทา่ กับ ๑๖.๔ กโิ ลเมตร
3 กมิ ฮวย เปน็ อปุ กรณต์ กแตง่ กระถางธปู

“กา้ วห4น า้ ๑รงุ่ ชเรัง่ อื เงทเ่าปกน็ บั ให๑ญ.๒เ่ ปกน็ ิโโลตก”รสมั ว่ นองั่ ตว้ิ แปลวา่ ผา้ แดงส�ำหรบั ตดิ กระถางธปู ใหค้ วามหมายวา่ “โชคลาภ”

เอกสารเสดจ็ ตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 128
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ระแทะของสมเด็จฯ หนองน�้ำ เมอื งชนบท
กรมพระยาด�ำ รงราชานภุ าพ

วนั ที่ ๒๔ ธันวาคม เวลาย่ำ�ร่งุ ออกจากเมอื งชนบท ขา้ มสพานหว้ ยหนองเอยี งออก
ทุ่งนาหนองกุ้ง เห็นเขาภูเวียงข้างซ้ายมือไปข้ามห้วยน่าว่อน้ำ�ไหลตกลำ�พาชี มีสพานข้าม
แล้วออกทงุ่ บ้านเมืองเพย้ี ถงึ หนองยาว เวลาเช้า ๒ โมง ๒๕ นาที ถงึ ต�ำ บลคูคาดท่ีพกั ร้อน
ระยะทาง ๓๘๐ เสน้ หยุดกินเข้าเช้าและพักมา้ แลว้ เวลาเชา้ ๓ โมง ๒๕ นาที ออกเดนิ ทาง
ต่อไป ถึงท่ีพักแรมบ้านหนองปลาจ้อยเวลาเช้า ๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๒๙๘ เส้น
รวมระยะทางเดนิ วันนี้ ๖๗๘ เส้น1 ทางทม่ี าวนั นีเ้ ดนิ ใกล้ห้วยและหนองไม้ในป่าขนึ้ เปนพมุ่
เขียวชอุ่ม และมีเนินล้วนด้วยหญ้าเขียวสด ค่อยแปลกตากว่าหนทางท่ีมาตอนแรกซึ่งเปน
ท่ไี ม้แหง้ โดยมาก

เมอื งขอนแก่น
วันที่ ๒๕ ธันวาคม เวลายำ่�รุ่ง ออกจากท่ีพักแรมบ้านหนองปลาจ้อย ข้ามห้วยชัน
ต้องเข้าเขตรมณฑลอิสาณเดินผ่านไปสัก ๑๐ เส้น แล้วจึงกลับเข้าเขตรมณฑลอุดรอิก
เพราะการปนั เขตรตอนนเ้ี อาลำ�หว้ ยแหง่ หนงึ่ เปนกำ�หนดแดนไปตกนำ้�พาชี แนวหว้ ยนนั้ ยอ้ ย
เขา้ มาในทางหลวงเขตรมณฑลอสิ าณจงึ ลำ้�เขา้ มา มหี มบู่ า้ น ๓ หมู่ เปนเขตอำ�เภอโกสมุ วไิ สย
ขึ้นเมืองมหาสารคามบริเวณร้อยเอ็จ ตอนนี้แลเห็นทิวไม้ฝ่ังลำ�น้ำ�พาชี มีหนองน้ำ�ตลอด
ทางมาถึงฝงั่ แม่น�้ำ ชีท่ตี �ำ บลดอนบม2 เวลาเช้าโมงหนงึ่ กับ ๑๕ นาที ระยะทางมา ๒๒๐ เส้น

21 เปทัจ่าจกุบบั นั ๒ค๗ือ.๑บ๒้านกดิโอลเนมบตมร ต�ำบลเมอื งเกา่ อ�ำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่

129 การเสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสิมา
มณฑลอุดร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

นายรอ้ ยเอกขุนผดงุ แคว้นประจันต(์ 1) ข้าหลวงบริเวณพาชี พระยานครศรบี รริ กั ษ์(2) จางวาง
เมอื งขอนแกน่ มารบั กนิ เขา้ เช้าท่ตี �ำ บลนี้

ที่น้ีมีสพานใหญ่ข้ามลำ�นำ้�พาชี เปนสพานไม้แก่นมีพนักสองข้าง กว้าง ๓ วา ยาว
๓๔ วา สงู จากพืน้ ล�ำ น�้ำ ๘ วา เจาะศิลาริมน�ำ้ ปกั เสาลกึ ลงไป ๔ ศอก ข้าราชการจนี พ่อคา้
และราษฎรเข้าเงนิ ช่วยแรงกันท�ำ ขึน้ ตั้งแตศ่ ก ๑๒๑ แล้วในศก ๑๒๒ เปน็ สพานแขงแรงถงึ ช้าง
ขา้ มได้ เปนประโยชนแ์ กพ่ อ่ คา้ แลราษฎรไปมามาก เมอื่ ยงั ไมม่ สี พานนี้ เกวยี นขา้ มล�ำ น�้ำ พาชี
นำ้�มากก็ข้ามไม่ได้ ถ้านำ้�น้อยตลิ่งสูง ต้องเสียเวลาถึง ๒ วัน ๓ วันจึงพาเกวียนข้ามไปได้
หมหู่ นง่ึ ล�ำ น�้ำ ชปี ลายน�ำ้ ออกจากบงึ อจี อ้ ย ซงึ่ เปนแอง่ ใหญอ่ ยบู่ นเขาเขยี ว แขวงเมอื งหลม่ ศกั ด์ิ
ไหลมาทางตวนั ออก ไปตกล�ำ น�ำ้ มูลตรงบ้านท่างอย แขวงเมืองอุบลราชธานี เวลาเช้า ๓ โมง
ขนึ้ ม้าตอ่ มา ระยะทาง ๑๘๐ เสน้ ถงึ เมืองขอนแก่นเวลา ๓ โมง ๔๐ นาที รวมระยะทาง
๔๐๐ เส้น มาตามถนนในเมืองมีบ้านติดต่อกันไปทั้ง ๒ ข้างทาง มีรั้วไม้จริงเปนเขตรบ้าน
ตลอดไป ถนนยาว ๓๗ เส้น ถึงตลาดแล้วมีถนนเลี้ยวมาท่ีว่าการข้าหลวงบริเวณพาชี
ซง่ึ จดั เปนทพี่ กั เปนตกึ ฝาขดั แตะทาดนิ ทำ�ขึ้นต้ังแต่ศกก่อน

เวลาบ่าย ๔ โมง ไปดูท่ีต่าง ๆ จนถึงตลาดแลวัดธาต3 มีโรงเรียนซึ่งข้าหลวงบริเวณ
จดั ต้งั ขนึ้ มีพระสอน มีจำ�นวนนกั เรียน ๑๐๙ คน แต่สวมเสื้อกางเกงและหมวกเหมือนกัน
หัดเข้าแถวคำ�นับอย่างทหารเรียบร้อย แล้วกลับท่ีพักแรม มีชาวเมืองท้ังชายหญิงประมาณ
๒๐๐ เศษ แหบ่ ายศรมี าท�ำ ขวัญเหมือนทีเ่ มอื งชนบท

ราษฎรในเมอื งขอนแกน่ น้มี ีจ�ำ นวน ๕๙,๔๑๘ คน การทำ�มาคา้ ขายมเี ชน่ เดยี วกนั กับ
ชาวชนบท

วันที่ ๒๖ ธันวาคม เวลาเช้าโมงเศษ ไปดูทำ�นบทุ่งสร้าง ซ่ึงขุนผดุงแคว้นประจันต์
ขา้ หลวงบรเิ วณไดข้ อแรงราษฎรชว่ ยกนั ปกั หลกั ถมดนิ ขนึ้ ไวเ้ ปนท�ำ นบยาว ๒๓ วา กวา้ ง ๖ วา
กั้นนำ�้ ไว้สำ�หรบั ให้ราษฎรใช้ได้ตลอดปี ทำ�ส�ำ เร็จมาตงั้ แต่ศก ๑๒๓ ท่งุ สร้างเปนทุง่ กว้างใหญ่
พ้ืนที่ลุ่ม มีทางนำ้�ฝนไหลออกไปลงลำ�น้ำ�พาชีได้แต่ทางท่ีทำ�ทำ�นบน้ัน คร้ันทำ�ทำ�นบแล้ว
นำ้�กข็ ังอยู่ กลายเปนหนองใหญโ่ ตอดุ มด้วยปลาแลนกต่าง ๆ ถึงเปนท่รี าษฎรเลน่ แขง่ เรือกัน
ตามฤดูกาลครึกครื้นทุกปี ออกจากที่พักแรมไปถึงท่าหนองคูระยะทาง ๓๐ เส้น ถึงหัวทุ่ง
สร้างจึงลงเรือคาด คือเรือชะล่า ๒ ลำ�ขนานกันปูพ้ืนปักเสามุงหลังคาถ่อไปจนถึงทำ�นบ

((123)) ปขพุนจัระผจยบุดาุงันนแตคคง้ั วรอ้นศยรปทู่ ีบรี่ ระติรจ�ักำนับษตล์ ์ใ((อนช๋)ูว่เมงอื วงิโรอจ�นำเเ์ ภพอช็ เรม)์ ือตง่อขมอานเปแก็น่นพรจะังเหลวศิ ดัแขหอลน่งหแกลน่่ม ผ้วู ่าราชการจงั หวดั หล่มศักด์ิ

เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย 130
ร.ศ. ๑๑๙ - ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๔๓ - ๒๔๕๕)

ซ่งึ อยู่ใกลบ้ ้านหนองใหญ1่ บ้านนอนยาง ทางถอ่ เรือไปประมาณ ๕๐ นาที แลว้ พักกินเข้า
เชา้ ท ี่ ๆ พกั กลางทงุ่ ราษฎรเอาเรอื ชะลา่ มาพายแขง่ กนั ใหด้ หู ลายล�ำ จนเวลาเทย่ี งเศษจงึ กลบั
ตอนบ่ายสนทนากบั พระสงฆ์ เจ้าอาวาศ และพวกจนี พอ่ ค้า

ตั้งแต่เข้าเขตรมณฑลอุดรมา ได้ไปเท่ียวตามหมู่บ้านราษฎรตามทางที่ผ่านมาหลาย
แหง่ บางแห่งเปนบา้ นใหญต่ ้ังมาช้านานหลายช่วั คน ลองไตถ่ ามถงึ ประเพณกี ารสมาคมของ
ชาวบา้ นเหลา่ นี้ ตามทพี่ วกชาวบา้ นชแี้ จง ไดค้ วามปลาดนา่ พศิ วงอยา่ ง ๑ คอื ชาวบา้ นเหลา่ นี้
ครัวหน่ึงก็มีบ้านอยู่แห่ง ๑ มีเย่าเรือนพอกันอยู่ แลมียุ้งเข้าเก็บไว้พอกินปี ๑ ในลานบ้าน
ปลกู พรกิ มะเขือ ข่า ตะไคร้ สำ�หรับตม้ แกง นอกบ้านมีสวนผลไม้ เช่น กลว้ ย, ออ้ ย, หมาก,
มะพร้าว และมีท่ีปลูกต้นหม่อนสำ�หรับเลี้ยงไหม ต่อเขตรสวนออกไปถึงทุ่งนา ต่างมีเน้ือ
นาและโคกระบือพอทำ�ได้เข้ากินทุกครัวเรือน ถึงฤดูทำ�นาก็ช่วยกันทำ�นาทั้งชายหญิงเด็ก
ผู้ใหญ่ สิ้นฤดูนาผู้ชายไปเท่ียวหาของขาย ผู้หญิงอยู่บ้านเลี้ยงไหมแลทอผ้าทำ�เครื่องนุ่งห่ม
เศษอาหารทเ่ี หลอื บรโิ ภคใชเ้ ลยี้ งไกแ่ ลสกุ รไวข้ าย การกนิ อยขู่ องชาวบา้ นแถวนที้ �ำ ไดเ้ องเกอื บ
ไมต่ อ้ งซอ้ื หาสง่ิ อนั ใด สงิ่ ทตี่ อ้ งซอื้ กค็ อื เครอ่ื งเหลก็ เชน่ จอบ เสยี ม มดี พรา้ เปนตน้ แลเครอื่ ง
ถว้ ยชาม บางทีกซ็ อื้ ด้ายทอผา้ หรือผา้ ผืน แลของอ่ืนๆ ทีช่ อบใจซง่ึ พ่อค้าหาไปขาย เงนิ ทอง
ท่ีจะใช้ซ้ือหาก็มีพอเพียง เพราะมีโคกระบือท่ีออกลูกเหลือใช้ แลมีหมูแลไก่ท่ีเล้ียงไว้ด้วย
เศษอาหารเหลอื บรโิ ภค ขายไดเ้ งนิ ซอื้ ของทต่ี อ้ งการไดพ้ อปราถนา ตา่ งครวั ตา่ งอยเู่ ปนอศิ ระ
แก่กัน ไม่มีใครเปนบ่าว ไม่มีใครเปนนายใคร ลูกบ้านอยู่ในปกครองของผู้ท่ีเปนหัวน่าครัว
ของตน แลว้ กม็ ผี ู้ใหญบ่ ้านแลกำ�นันตอ่ ข้ึนไป ดูปกครองกันงา่ ยดาย แตว่ ่าทั้งตำ�บลนนั้ จะหา
เศรษฐีที่ม่ังมีเงินแต่ ๒๐๐ บาทขึ้นไปไม่มีเลย คนยากจนถึงต้องเปนบ่าวคนอ่ืนก็ไม่มีเลย
สกั คนเดียว คงอยูก่ นั มาเชน่ นีน้ บั ดว้ ยร้อยปแี ลว้ เพราะเหตุวา่ พวกชาวบา้ นทำ�ไรน่ าหาเลีย้ ง
ตัวได้ โดยไม่จ�ำ เปนตอ้ งใช้เงนิ ความรู้สกึ ตอ้ งการตวั เงนิ ไม่รุนแรง เงินก็ไม่มอี �ำ นาจเหมอื นใน
เมอื งทวี่ า่ เปนศริ วิ ไิ ลย จงึ ไมใ่ ครม่ ใี ครสะสม แตจ่ ะวา่ ยากจนกไ็ มไ่ ด้ เพราะเลย้ี งตวั ไดโ้ ดยผาศกุ
ไม่อัตคดั เมอื่ ได้ความดงั กลา่ วมา ไดอ้ ธิบายใหห้ มอแบรดด๊อกเข้าใจ แลว้ ถามว่า ประชมุ ชน
เช่นน้ีฝร่ังจะเห็นว่ามีความศุขหรือมีความทุกข์ประการใด หมอแบรดด๊อกเปนชาวอเมริกัน
ตอบว่า พวกโซเชียลลิศต์ในเมืองฝร่ังที่วุ่นวายกันต่างๆ ก็ต้องการจะเปนอย่างพวก
ชาวบ้านนี้นั่นเอง ท่ีแท้สมาคมอย่างท่ีพวกโซเชียลลิศต์ต้องการมีอยู่ในเมืองนี้มานับด้วย
รอ้ ยปีพนั ปแี ล้ว สมกบั สุภาสิตท่ีกลา่ ววา่ “ไมม่ อี ะไรแปลกใหม่ในโลกน้”ี (2)

(12 ) ปเรจั ือ่ จงุบนนั ี้สมคเือด็จบฯา้ นกหรมนพอรงะใหยญาด่ �ตำร�ำงบรลาชในาเนมภุ ือางพอท�ำรเภงเอลเา่ มไอืว้ใงนขนอิทนาแนกโ่นบรจาังณหวคดั ดขี นอิทนาแนกทน่ ่ี ๑๖ เรอื่ งสมาคม
ไทยอยา่ งโบราณ

131 การเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครราชสมิ า
มณฑลอดุ ร และมณฑลอิสาณ ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙)

การแข่งเรอื ในท่งุ สร้าง เมืองขอนแกน่

วันที่ ๒๗ ธันวาคม เวลาย�ำ่ ร่งุ ๕ นาที ออกจากเมอื งขอนแก่นทางถนนทา้ ยเมอื ง ข้าม
สพานหนองแวงจะกา หว้ ยบา้ นลานหญา้ ถงึ บา้ นส�ำ ราญทพี่ กั รอ้ นเวลาเชา้ โมงหนงึ่ กบั ๔๐ นาที
ระยะทาง ๓๐๐ เสน้ มรี าษฎรในหมู่บ้านมาคอยอยเู่ ปนอันมาก เวลาเช้า ๓ โมง ๑๕ นาที
เดินทางตอ่ ไป ข้ามห้วยใหญ่ หว้ ยบ้านตอกแปน้ ห้วยอา้ ยงอ และซับบอน1 (คอื แอ่งท่ีนำ้�ไหล
ซบั ขน้ึ มาจากพื้นแผ่นดนิ ) แลว้ ถึงห้วยหินลาด2 ที่พักแรมเวลาเชา้ ๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง
๒๕๐ เส้น รวมระยะทางวันนี้ ๕๕๐ เสน้ 3

ตามหนทางท่ีมาวันน้ีมีข้ึนเนินลงเนินป่าไม้หลายแห่ง สำ�นวนชาวเมืองน้ีเรียกว่า
สามสบิ สองเนิน มีไม้เตง็ รงั ตน้ สงู ๆ แลไม้อ่ืนๆ ข้นึ เขียวทบึ บางแหง่ เมื่อถึงชายเนนิ มีนาบา้ ง
บางแห่งมีไร่ยาสูบบ้าง หนทางแคบกว่าต้นทางมณฑลอุดรที่ผ่านมาแล้ว แต่เปนทางสาย
โทรเลขเหมอื นกัน

วันท่ี ๒๘ ธันวาคม เวลาย�ำ่ รุ่ง ๕ นาที ออกจากท่ีพักแรมต�ำ บลหินลาด ข้ามหว้ ยค�ำ
แกน่ คนู ถงึ ฝง่ั ลำ�นำ้�พองเวลาเช้าโมงหนงึ่ กบั ๔๐ นาที ระยะทาง ๒๒๐ เส้น ลำ�นำ้�พวกนี้ไหล
จากเขากระดงิ แขวงเมอื งหลม่ ศกั ดิ์ มารว่ มน�้ำ ชใี ตบ้ า้ นเผอื แขวงเมอื งขอนแกน่ ขนุ ผดงุ แควน้
ประจนั ต์ ขา้ หลวงบรเิ วณพาชีพรอ้ มด้วยข้าราชการพ่อค้าแลราษฎรช่วยกันออกเงินออกแรง

321 เปปทจจัั ่าจจกุุบบับัันน๒คค๒อืือ บ้านซบั บอน ต�ำบลซับสมบรู ณ์ อ�ำเภอโคกโพธ์ไิ ชย จังหวัดขอนแกน่
บ้านห้วยหินลาด ต�ำบลมว่ งหวาน อ�ำเภอน้�ำพอง จงั หวดั ขอนแก่น
กิโลเมตร


Click to View FlipBook Version