The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arnon5202, 2020-07-08 11:51:58

Electrical System Design by ARNON.P

Electrical System Design by ARNON

การออกแบบระบบไฟฟา้

All of things, I liked books best.

Nikola Tesla

นายอานนท พวงชงิ งาม

เอกสารประกอบการสอน เอกสารประกอบการสอน

การออกแบบระบบไฟฟา้

(Electrical system design)

รหสั 502-31-18

Power Quality

Maintenance

Flexibility
Continuity

Investment

Safety

นายอานนท พว งชงิ งาม
สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟา ศนู ยสพุ รรณบรุ ี
คณะวศิ วกรรมศาสตรและสถาปตยกรรมศาสตร



คํานาํ

เอกสารประกอบการสอนฉบับน้ีจัดทําข้ึนโดยมีวัตถุประสงคเพ่ือใชเปนแนวทางในการ
จัดการเรียนการสอนในรายวิชา “การออกแบบระบบไฟฟา (Electrical System Design)” รหัสวิชา
502-31-18 ในระดับปรญิ ญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟา คณะวิศวกรรมศาสตรและสถาปต ยกรรมศาสตร
โดยมีเนื้อหาตามลักษณะรายวิชา ตามหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟา
(หลกั สตู รปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภูมิ โดยมเี น้อื หาท่ีสําคัญ
เกยี่ วกบั แนวคดิ และพ้ืนฐานในการออกแบบระบบไฟฟา โดยอางอิงมาตรฐานและขอกําหนดของการ
ติดตั้งระบบไฟฟาของวิศวกรรมสถานแหงประเทศไทย (วสท.) และการไฟฟาเปนหลัก นอกจากน้ี
ยงั ไดศ ึกษาเกี่ยวกบั ผงั การจายกําลังไฟฟา เคเบิลและสายไฟ รางเดนิ สาย อุปกรณและบริภัณฑไฟฟา
การประมาณโหลด การปรบั ปรุงตัวประกอบกาํ ลัง การออกแบบวงจรไฟฟา แสงสวางอุปกรณไฟฟา
และวงจรมอเตอร ขอกําหนดและการคาํ นวณตารางโหลด สายปอน และสายประธานและระบบไฟฟา
ฉกุ เฉิน การคํานวณกระแสลัดวงจรไฟฟา และระบบตอ ลงดินสําหรับการติดต้ังทางไฟฟา โดยเน้ือหา
ในขางตนที่ไดกลาวถึงมคี วามมุง หมายเพ่ือใหน ักศึกษามีความรูและความเขา ใจในการออกแบบระบบ
ไฟฟา และสามารถนําไปใชเ ปน แบบในการตดิ ตั้งระบบไฟฟาใหสามารถใชง านไดอ ยา งปลอดภยั โดยมี
การเรยี นการสอนท่ีเนนผูเรียน เปน สาํ คัญมีการใชส ือ่ ในการสอนทห่ี ลากหลาย และระบุความรูทักษะ
ที่ตองการพัฒนานักศึกษาใหสอดคลองกับแผนที่การกระจายความรับผิดชอบตอผลการเรียนรูจาก
หลักสตู รสูรายวิชา (Curriculum mapping) ตามมาตรฐานของหลักสตู ร

นอกจากนั้นผูเขียนยงั ไดน ําเนอ้ื หาในเอกสารประกอบการสอนน้ีเผยแพรออนไลน เพ่ือให
ผเู รยี นและผสู นใจสามารถทําการศึกษาดว ยตนเองกอ นเขาชน้ั เรยี นหรือเพ่ือทบทวนความรูที่ไดเรียน
ผานมาแลว ท่ี https://sites.google.com/view/arnonp ซ่ึงในเวปไซดนี้นอกจากจะมีเน้ือหาของ
เอกสารประกอบการสอนแลวยังมีตัวอยางแบบฝกหัดและกิจกรรมอื่นๆรวมถึงขอมูลท่ีเก่ียวของกับ
วิชาการออกแบบระบบไฟฟา เพอ่ื ใหผทู ส่ี นใจไดศึกษาเพ่มิ เตมิ อีกดวย

สุดทา ยนี้ผูเขียนขอขอบพระคุณคณาจารยทุกทานท่ีเคยสั่งสอนและใหความรูแกขาพเจา
ตลอดมารวมถึงคณาจารย นักวิชาการและผูเชี่ยวชาญ ผูเปนเจาของตําราและเอกสารท่ีขาพเจา
ไดอางอิงในการจัดทําเอกสารฉบับน้ี ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิทุกทานท่ีใหคําแนะนําตาง ๆ ที่เปน
ประโยชนในการจัดทําเอกสารประกอบการสอนฉบับนี้ และหากมีขอผิดพลาดประการใดขาพเจา
ขออภัยมา ณ โอกาสน้ี

นายอานนท พวงชิงงาม

กนั ยายน 2562

สารบญั ข

คำนำ หน้า
สำรบัญ ก
สำรบัญตำรำง ข
สำรบญั ภำพ ฉ
มคอ.3 Electrical System Design ญ
หน่วยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพน้ื ฐานมาตรฐานและข้อกาหนด ฐ

และผงั การจา่ ยกาลังไฟฟา้ 1-1
จุดมุง่ หมำยของบทเรยี น
เนื้อหำ 1-1
วธิ กี ำรสอนและกิจกรรม 1-1
ส่อื กำรสอนและแหลง่ กำรเรียนรู้ 1-2
กำรวดั และประเมนิ ผล 1-2
แนวคดิ กำรออกแบบระบบไฟฟ้ำพ้ืนฐำน 1-2
นยิ ำมของมำตรฐำนและข้อกำหนดของกำรตดิ ต้ังระบบไฟฟำ้ 1-3
นิยำมทใี่ ชส้ ำหรับกำรติดต้ังระบบไฟฟ้ำ 1-7
ข้อกำหนดทว่ั ไปสำหรับกำรติดตงั้ ทำงไฟฟ้ำ 1-17
ระยะห่ำงทำงไฟฟ้ำในกำรตดิ ต้งั สำยไฟฟ้ำ 1-18
มำตรฐำนสำยไฟฟำ้ และบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้ำ 1-23
ผงั กำรจ่ำยกำลังไฟฟ้ำ 1-30
กำรจ่ำยไฟฟ้ำให้กบั ผใู้ ช้ไฟฟำ้ 1-35
กำรจัดวงจรกำรจ่ำยไฟฟ้ำ 1-37
บทสรุป 1-43
แบบฝึกหัด 1-49
เอกสำรอ้ำงองิ 1-50
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณ์และบริภัณฑไ์ ฟฟา้ 1-51
จดุ มุง่ หมำยของบทเรียน 2-1
เน้ือหำ 2-1
วธิ กี ำรสอนและกิจกรรม 2-1
ส่อื กำรสอนและแหลง่ กำรเรยี นรู้ 2-1
กำรวดั และประเมินผล 2-2
เคเบลิ และสำยไฟฟำ้ 2-2
รำงเดนิ สำยอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟำ้ 2-3
ขอ้ กำหนดท่ัวไปของกำรเดินสำย 2-31
2-37

สารบัญ (ตอ่ ) ค

บทสรุป หน้า
แบบฝกึ หดั 2-56
เอกสำรอำ้ งองิ 2-57
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด 2-58
จดุ มุ่งหมำยของบทเรียน 3-1
เนื้อหำ 3-1
วธิ ีกำรสอนและกิจกรรม 3-1
ส่ือกำรสอนและแหลง่ กำรเรยี นรู้ 3-1
กำรวดั และประเมินผล 3-1
โหลดทำงไฟฟำ้ แบบตำ่ ง ๆ 3-1
กำรคำนวณโหลด 3-2
กำรประมำณโหลด 3-9
บทสรปุ 3-16
แบบฝกึ หดั 3-21
เอกสำรอ้ำงองิ 3-22
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์ 3-23
จุดมุ่งหมำยของบทเรียน 4-1
เนือ้ หำ 4-1
วธิ ีกำรสอนและกจิ กรรม 4-1
สอ่ื กำรสอนและแหลง่ กำรเรยี นรู้ 4-1
กำรวดั และประเมนิ ผล 4-2
วธิ ีกำรออกแบบวงจรไฟฟ้ำ 4-2
มำตรฐำนและข้อกำหนดในกำรออกแบบวงจรไฟฟ้ำ 4-3
หลกั เกณฑใ์ นกำรออกแบบวงจรไฟฟ้ำ 4-5
กำรออกแบบวงจรไฟฟ้ำแสงสวำ่ งและอุปกรณ์ไฟฟำ้ 4-7
กำรออกแบบวงจรมอเตอร์ 4-8
กำรออกแบบวงจรโหลดเคร่อื งปรบั อำกำศ 4-18
บทสรปุ 4-22
แบบฝกึ หัด 4-24
เอกสำรอ้ำงองิ 4-25
4-26



สารบญั (ตอ่ ) หน้า
5-1
หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ 5-1
จุดมงุ่ หมำยของบทเรยี น 5-1
เนื้อหำ 5-1
วธิ ีกำรสอนและกจิ กรรม 5-2
สอ่ื กำรสอนและแหล่งกำรเรียนรู้ 5-2
กำรวัดและประเมินผล 5-3
ตำรำงโหลด 5-7
สำยปอ้ น 5-11
สำยประธำน 5-24
ระบบไฟฟ้ำฉุกเฉิน 5-35
บทสรปุ 5-36
แบบฝึกหัด 5-37
เอกสำรอ้ำงองิ 6-1
6-1
หนว่ ยท่ี 6 การปรบั ปรงุ ตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตวั เก็บประจุ 6-1
จุดมงุ่ หมำยของบทเรยี น 6-1
เนื้อหำ 6-2
วธิ กี ำรสอนและกจิ กรรม 6-2
สอ่ื กำรสอนและแหลง่ กำรเรียนรู้ 6-3
กำรวัดและประเมนิ ผล 6-3
สำมเหลี่ยมกำลังไฟฟำ้ 6-6
ค่ำตัวประกอบกำลงั ไฟฟ้ำ 6-9
กำรปรบั ปรงุ ตวั ประกอบกำลงั ไฟฟำ้ 6-14
ประโยชน์ท่ีไดร้ บั จำกกำรปรับปรงุ ตวั ประกอบกำลังไฟฟำ้ 6-15
บทสรุป 6-16
แบบฝึกหดั 7-1
เอกสำรอ้ำงองิ 7-1
7-1
หน่วยท่ี 7 การคานวณกระแสลดั วงจรในระบบไฟฟา้ 7-1
จดุ มุ่งหมำยของบทเรยี น 7-1
เนอื้ หำ 7-1
วธิ ีกำรสอนและกจิ กรรม 7-2
สอื่ กำรสอนและแหลง่ กำรเรยี นรู้
กำรวดั และประเมนิ ผล
พืน้ ฐำนของกำรคำนวณหำค่ำกระแสลดั วงจร

สารบญั (ตอ่ ) จ

วงจรสมมลู ยข์ องระบบไฟฟ้ำในกำรคำนวณกระแสลดั วงจร หน้า
กำรคำนวณหำกระแสลัดวงจร 7-3
บทสรปุ 7-9
แบบฝึกหดั 7-14
เอกสำรอ้ำงองิ 7-15
หน่วยที่ 8 ระบบต่อลงดนิ สาหรับการติดต้งั ทางไฟฟ้า 7-16
จดุ มุ่งหมำยของบทเรยี น 8-1
เนอื้ หำ 8-1
วธิ กี ำรสอนและกจิ กรรม 8-1
สอ่ื กำรสอนและแหลง่ กำรเรยี นรู้ 8-1
กำรวัดและประเมนิ ผล 8-1
กำรต่อลงดินของระบบไฟฟ้ำ 8-1
กำรตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟ้ำภำยในอำคำร 8-2
กำรกำหนดชนิดและขนำดของสำยดิน 8-6
บทสรปุ 8-11
แบบฝกึ หัด 8-18
เอกสำรอ้ำงองิ 8-19
8-20



สารบัญตาราง

ตารางท่ี หนา้

1.1 ควำมลึก (Depth) ต่ำสดุ ของทวี่ ่ำงเพื่อปฏิบตั ิงำนกับบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้ำ 1-19

ระบบแรงดันต่ำ

1.2 ควำมลึก (Depth) ต่ำสดุ ของท่วี ำ่ งเพื่อปฏิบัตงิ ำนกับบริภัณฑ์ไฟฟำ้ 1-20

ระบบแรงสงู

1.3 ระดับควำมสูงของส่วนท่ีไฟฟ้ำและไม่มีที่ก้ัน 1-21

1.4 ระยะหำ่ งต่ำสดุ ตำมแนวนอนระหว่ำงสำยไฟฟ้ำกบั สง่ิ กอ่ สร้ำง เมื่อสำยไฟฟำ้ 1-25

ไม่ไดย้ ดึ ติดกับสงิ่ ก่อสรำ้ ง (เมตร) (Minimum Horizontal Clearance)

1.5 ระยะหำ่ งตำ่ สดุ ตำมแนวด่งิ ระหวำ่ สำยไฟฟ้ำ กบั พน้ื แหลง่ นำ้ อำคำร 1-26

หรอื ส่ิงก่อสร้ำงอ่ืน ๆ (เมตร) (Minimum Vertical Clearance)

1.6 ควำมหมำยตัวเลขกำกับระดบั กำรป้องกันหลังสญั ลักษณ์ IP 1-34

2.1 เปรยี บเทยี บคุณสมบตั ิของทองแดงและอลูมิเนยี ม 2-4

2.2 คุณสมบัติฉนวน PVC และ XLPE 2-4

2.3 เคร่ืองหมำยแบ่งคุณสมบัตกิ ำรทนไฟ อณุ หภูมิและเวลำทใี่ ช้ในกำรทดสอบ 2-14

2.4 รปู แบบกำรตดิ ต้งั และกำรอ้ำงองิ 2-16

2.5 ขนำดกระแสของสำยไฟฟ้ำทองแดงหุม้ ฉนวนพวี ซี ี มี/ไม่มเี ปลือกนอก สำหรบั ขนำด 2-17

แรงดัน (Uo/U) ไมเ่ กนิ 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อุณหภูมติ วั นำ 70 ºC อุณหภูมิโดยรอบ

40 ºC เดนิ ในช่องเดนิ สำยในอำกำศ

2.6 ขนำดกระแสของสำยไฟฟำ้ ตัวนำทองแดงหุ้มฉนวนมีเปลือกนอก สำหรับขนำด 2-18

แรงดนั (Uo/U) ไม่เกนิ 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อณหภูมติ ัวนำ 70 ºC หรือ 90 ºC

อุณหภมู โิ ดยรอบ 40 ºC เดนิ เกำะผนังในอำกำศ

2.7 ขนำดกระแสของสำยไฟฟ้ำตัวนำทองแดงแกนเดียวหมุ้ ฉนวนพวี ีซี มอก.11-2553 2-19

สำหรับขนำดแรงดนั Uo/U ไมเ่ กนิ 450/750 โวลต์ อุณหภูมติ วั นำ 70 °C อุณหภูมิ

โดยรอบ 40 °C เดินบนฉนวนลูกถ้วยในอำกำศ

2.8 ขนำดกระแสของสำยไฟฟำ้ ตวั นำทองแดงหุ้มฉนวนพีวซี ีมเี ปลือกนอก สำหรับขนำด 2-20

แรงดัน Uo/U ไมเ่ กนิ 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อุณหภูมิตัวนำ 70 °C อุณหภูมิโดยรอบ

30 °C รอ้ ยท่อฝังดนิ หรือฝังดินโดยตรง

2.9 ขนำดกระแสของสำยไฟตัวนำทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซีมีเปลอื กนอก สำหรบั ขนำด 2-21

แรงดัน Uo/U ไม่เกิน 0.6/1กิโลโวลต์ อุณหภมู ติ วั นำ 70 °C อณุ หภมู ิโดยรอบ 40 °C

วำงบนรำงเคเบลิ แบบระบำยอำกำศไม่มฝี ำปิดหรือรำงเคเบิลแบบบนั ได

2.10 ขนำดกระแสของสำยไฟฟ้ำตวั นำทองแดงหมุ้ ฉนวนครอสลงิ กด์พอลเิ อทลิ ีน 2-22

มีเปลือกนอก สำหรับขนำดแรงดนั (Uo/U) ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อณุ หภมู ติ วั นำ 90 C

อุณหภูมิโดยรอบ 40 C เดนิ ร้อยในท่อในอำกำศ



สารบัญตาราง (ต่อ)

ตารางท่ี หน้า

2.11 ขนำดกระแสของสำยไฟฟำ้ แกนเดียวตัวนำทองแดงหุ้มฉนวน 2-23

ครอสลงิ กด์พอลิเอทิลนี สำหรับขนำดแรงดัน Uo/U ไม่เกนิ 0.6/1 กิโลโวลต์

อุณหภูมิตัวนำ 90°C อณุ หภูมิโดยรอบ 40°C เดินบนฉนวนลกู ถ้วยในอำกำศ

2.12 ขนำดกระแสของสำยไฟฟ้ำแกนเดยี วตวั นำทองแดงห้มุ ฉนวนครอสลิงกด์พอลเิ อทิลนี 2-24

มเี ปลอื กนอกขนำดแรงดนั Uo/U ไมเ่ กิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อณุ หภูมติ วั นำ 90°C

อุณหภมู ิโดยรอบ 30°C รอ้ ยท่อฝังดนิ หรือฝงั ดินโดยตรง

2.13 ขนำดกระแสของไฟฟำ้ ตวั นำทองแดงหุม้ ฉนวนครอสลิงกด์พอลิเอทิลีน มเี ปลอื กนอก 2-25

สำหรับขนำดแรงดนั Uo/U ไม่เกิน 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อณุ หภมู ิตัวนำ 90 C อุณหภมู ิ

โดยรอบ 40 C วำงบนรำงเคเบิลแบบระบำยอำกำศไม่มฝี ำปดิ หรอื รำงเคเบลิ แบบบันได

2.14 ตวั คูณปรับค่ำอุณหภูมโิ ดยรอบท่แี ตกตำ่ งจำก 40 °C ใชก้ ับคำ่ ขนำดกระแสของเคเบลิ 2-26

เมื่อเดินในอำกำศ

2.15 ตวั คูณปรบั คำ่ อณุ หภูมโิ ดยรอบแตกต่ำงจำก 30 °C ใช้กบั ค่ำขนำดกระแสของเคเบิล 2-27

เมือ่ เดินใตด้ นิ

2.16 จำนวนสำยสงู สุดของสำยไฟฟ้ำ IEC01 ในกำรเดนิ สำย (Wireways) 2-33

2.17 ควำมลกึ ในกำรตดิ ตั้งใตด้ ิน สำหรบั ระบบแรงดันต่ำ 2-38

2.18 ระยะหำ่ งสำหรบั จับยดึ สำยไฟในแนวด่งิ 2-39

2.19 ระยะห่ำงตำ่ สุดตำมแนวด่งิ ของสำยไฟฟำ้ เหนือพนื้ 2-42

2.20 ระยะหำ่ งสำหรบั กำรเดินสำยเปดิ บนวสั ดฉุ นวน 2-43

2.21 ระยะห่ำงสำหรับกำรเดินสำยเปิดบนลกู ถ้วยภำยนอกอำคำร 2-43

2.22 ระยะห่ำงระหว่ำงสำยไฟฟ้ำระบบแรงสูงกับอำคำร 2-44

2.23 พน้ื ที่หนำ้ ตดั รวมของสำยไฟทกุ เส้นคิดเป็นร้อยละเทียบกบั พื้นที่หน้ำตดั ของท่อ 2-45

2.24 ตำรำงแสดงพน้ื ท่ีภำคตัดขวำงภำยในท่อร้อยสำยไฟฟ้ำ (ทอ่ ร้อยสำยไฟฟ้ำที่ผลติ ตำม 2-46

มอก. 770-2531)

2.25 ตำรำงแสดงพ้ืนทีภ่ ำคตัดขวำงภำยในท่อร้อยสำยไฟฟ้ำ (ท่อร้อยสำยไฟฟ้ำท่ผี ลิตตำม 2-47

มอก. 770-2531)

2.26 ขนำดเส้นผำ่ นศูนย์กลำง และพนื้ ทหี่ น้ำตดั ของสำยไฟฟ้ำ 2-52

2.27 จำนวนสำยสงู สดุ ของสำยไฟฟำ้ ตำรำงที่ 4 (IEC01) ในทอ่ ร้อยสำย 2-53

2.28 จำนวนสำยสงู สดุ ของสำยไฟฟำ้ ตำรำงที่ 6 (NYY, 1/C) ในท่อร้อยสำย 2-54

2.29 จำนวนสำยสูงสดุ ของสำยไฟฟ้ำตำรำงที่ CV แรงตำ่ (XLPE 90 ℃) ในท่อร้อยสำย 2-55

3.1 ค่ำโหลดของหลอด FL 3-3

3.2 ค่ำโหลดของหลอด HID 3-4

3.3 คำ่ โหลดของเคร่ืองปรับอำกำศแบบแยกสว่ น (Split Type) 1 เฟส 220 V 3-4

3.4 คำ่ โหลดของเครื่องปรับอำกำศแบบแยกส่วน (Split Type) 3 เฟส 380 V 3-5



สารบญั ตาราง (ตอ่ )

ตารางที่ หน้า

3.5 ค่ำโหลดของลิฟต์ 3 เฟส 380 V 3-6

3.6 คำ่ โหลดของบนั ไดเลื่อน 3 เฟส 380 V 3-7

3.7 โหลดอปุ กรณไ์ ฟฟ้ำ 3-8

3.8 ดีมำนดแ์ ฟกเตอร์ของสำยป้อนแสงสวำ่ ง 3-9

3.9 ดีมำนดแ์ ฟกเตอร์สำหรับโหลดของเตำ้ รบั ที่ไม่ใชท่ ่อี ยู่อำศัย 3-9

3.10 ดมี ำนดแ์ ฟกเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้ำทั่วไป 3-10

3.11 พิกัดสูงสดุ ของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินและโหลดสงู สดุ ตำมขนำด 3-12

เครือ่ งวัดหน่วยไฟฟ้ำ(สำหรบั กำรไฟฟำ้ นครหลวง)

3.12 ขนำดสำยไฟฟ้ำ เซฟต้ีสวิตเอำต์ และคำร์ทริดจ์ฟิวส์สำหรบั เมนสวติ ช์ 3-13

(สำหรบั กำรไฟฟ้ำส่วนภมู ภิ ำค)

3.13 ขนำดแนะนำของสำยเมนเข้ำอำคำร และสำยตอ่ หลักดิน สำหรบั เครอ่ื งวดั ขนำด 3-13

(สำหรบั กำรไฟฟ้ำนครหลวง) (เปน็ ตำรำงแนะนำเท่ำนน้ั ไม่ใช้ตำรำงทกี่ ำหนดในมำตรฐำน)

3.14 ดมี ำนดแ์ ฟกเตอรส์ ำหรับเครือ่ งปรบั อำกำศแบบสว่ นกลำง (Central) 3-14

(เป็นตำรำงแนะนำเท่ำน้ัน ไม่ใช่ตำรำงตำมท่ีกำหนดในมำตรฐำน)

3.15 โหลดของเครื่องปรับอำกำศแต่ละชนดิ (เป็นตำรำงแนะนำเทำ่ น้ัน ไม่ใชต่ ำรำง 3-14

ที่กำหนดในมำตรฐำน)

3.16 กำรประมำณหลดไฟฟ้ำแสงสวำ่ งในอำคำรชนิดต่ำง ๆ 3-16

3.17 กำรประมำณโหลดไฟฟ้ำเตำ้ รบั ในอำคำรชนดิ ต่ำง ๆ 3-17

3.18 กำรประมำณโหลดไฟฟ้ำเคร่อื งปรับอำกำศในอำคำรชนิดตำ่ ง ๆ 3-17

3.19 กำรประมำณโหลดตำมชนดิ ของอำคำร 3-18

3.20 กำรประมำณโหลดอ่นื ๆ 3-18

4.1 พิกดั กระแสของหลอดไส้ 4-10

4.2 พิกดั กระแสของหลอดดสิ ชำรจ์ 4-10

4.3 ขนำดมำตรฐำนของ Circuit Breaker พิกดั กระแสตัดลดั วงจรของตดั ตอนอตั โนมัติ 4-12

เปลือกหุ้มมดิ ชิด (molded case circuit breaker) ทพี่ ิกดั เป็นกโิ ลแอมป์ (KA)

SYM. r.m.s.

4.4 ตำรำงค่ำพกิ ัดโหลดโดยประมำณของอุปกรณ์ไฟฟำ้ 4-15

4.5 พกิ ัดกระแสโหลดของมอเตอร์ แบบเฟสเดยี ว 4-18

4.6 พิกดั กระแสโหลดของมอเตอร์ แบบ 3 เฟส 4-19

4.7 ค่ำร้อยละของกำรคำนวณหำขนำดของกระแสตวั นำสำหรับมอเตอรท์ ่ีใช้งำนไมต่ ่อเนอ่ื ง 4-20

4.8 ค่ำโหลดของเครื่องปรับอำกำศแบบแยกสว่ น (Split Type) 1 เฟส 220V 4-22

4.9 ค่ำโหลดของเคร่ืองปรับอำกำศแบบแยกสว่ น (Split Type) 3 เฟส 400V 4-22



สารบัญตาราง (ตอ่ )

ตารางที่ หน้า

4.10 คำ่ โหลดของเครอ่ื งปรบั อำกำศแบบแยกส่วน (Split Type) 3 เฟส 400V 4-22

4.11 ค่ำโหลดของเครือ่ งปรบั อำกำศ Package (Air Cooled) 3 เฟส, 400V 4-23

4.12 ค่ำโหลดของเครือ่ งปรับอำกำศ Package (Water Cooled) 3 เฟส, 400V 4-23

5.1 ตำรำงโหลดทไ่ี ด้รบั กำรคำนวณในตัวอย่ำง 5-6

5.2 ดมี ำนด์แฟกเตอร์สำหรับโหลดแสงสว่ำง 5-7

5.3 ดมี ำนดแ์ ฟกเตอรส์ ำหรับโหลดของเตำ้ รับในสถำนท่ีไม่ใชท่ อี่ ยู่อำศัย 5-8

5.4 ดมี ำนด์แฟกเตอรส์ ำหรับเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำทวั่ ไป 5-8

5.5 พกิ ัดสูงสุดของเคร่ืองป้องกันกระแสเกินและโหลดสูงสุดตำมขนำดเครอ่ื งวดั หน่วยไฟฟ้ำ 5-18

(สำหรบั กำรไฟฟ้ำนครหลวง)

5.6 ขนำดสำยไฟฟ้ำ เซฟตีสวติ ซ์ คัตเอำต์ และคำร์ทรดิ จ์ฟิวส์สำหรบั ตัวนำประธำน 5-19

(สำหรบั กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมิภำค)

6.1 ตำรำงกำรหำค่ำกำรปรับปรงุ ตวั ประกอบกำลงั 6-8

7.1 ค่ำพำรำมิเตอร์ทำงดำ้ นแรงตำ่ ของหม้อแปลงไฟฟ้ำ กำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค(400/230 V) 7-6

7.2 ค่ำพำรำมเิ ตอร์ดำ้ นแรงตำ่ ของหม้อแปลงไฟฟ้ำ กำรไฟฟำ้ นครหลวง416/240 V 7-6

7.3 ค่ำพำรำมเิ ตอร์ของสำยไฟฟำ้ ทองแดงพิกัดแรงดันต่ำหมุ้ ดว้ ยฉนวน PVC 7-7

7.4 คำ่ พำรำมเิ ตอร์ของบัสเวย์ชนิดอลมู เิ นียมและทองแดง 7-7

8.1 ขนำดสำยต่อหลกั ดนิ ของระบบไฟฟ้ำกระแสสลบั 8-12

8.2 ขนำดสำยดินของเคร่ืองอุปกรณไ์ ฟฟ้ำ 8-12

สารบญั ภาพ ญ

ภาพที่ หน้า
1.1 ระบบกำรใช้กำลงั ไฟฟ้ำของกำรไฟฟำ้ นครหลวง 1-36
1.2 ระบบกำรใช้กำลงั ไฟฟ้ำแรงดนั ต่ำ 3 เฟส 4 สำย 1-37
1.3 กำรจำ่ ยไฟฟำ้ ในระบบแรงดันต่ำ 1-39
1.4 ผูใ้ ชไ้ ฟฟ้ำรบั ไฟฟ้ำด้วยสำยอำกำศ จำกสำยป้อนอำกำศของกำรไฟฟ้ำ 1-40
1.5 ผู้ใช้ไฟฟำ้ รับไฟฟำ้ ด้วยสำยไฟฟำ้ ใตด้ นิ จำกสำยปอ้ นอำกำศของกำรไฟฟำ้ 1-41
1.6 ผใู้ ชไ้ ฟฟ้ำรับไฟฟ้ำด้วยสำยไฟฟำ้ ใตด้ ิน จำกสำยปอ้ นใตด้ นิ ของกำรไฟฟ้ำ 1-42
1.7 กำรจำ่ ยไฟฟำ้ แบบ Radial System 1-44
1.8 กำรจ่ำยไฟฟำ้ แบบ Primary Selective 1-45
1.9 กำรจ่ำยไฟฟำ้ แบบ Secondary Selective 1-46
1.10 กำรจำ่ ยไฟฟำ้ แบบ Secondary Spot Network 1-47
1.11 กำรจำ่ ยไฟฟำ้ แบบ Looped Primary 1-48
2.1 สำย AAC 2-5
2.2 สำย ACSR 2-6
2.3 สำย PIC 2-6
2.4 สำย SAC 2-7
2.5 สำยXLPE 2-8
2.6 สำยไฟฟำ้ ชนิด VAF-G 2-9
2.7 สำยไฟฟ้ำชนดิ IEC01หรือ THW 2-10
2.8 สำยไฟฟำ้ ชนิด NYY 2-11
2.9 สำย CV 2-11
2.10 สำยทนไฟ (FRC) 2-13
2.11 กำรเดนิ สำยตัวนำควบ 2-27
2.12 รำงเดนิ สำย 2-31
2.13 รำงเดินสำยประกอบ 2-32
2.14 รำงเคเบลิ แบบบนั ได 2-34
2.15 รำงเคเบลิ แบบมชี ่องระบำยอำกำศ 2-35
2.16 รำงเคเบลิ แบบดำ้ นลำ่ งทึบ 2-35
2.17 กำรอุดปลำยท่อและกำรซลี 2-38
2.18 ตวั อยำ่ งกำรเดินสำยใตด้ ิน 2-39
2.19 ตัวอย่ำงกำรจบั ยดึ สำยไฟฟำ้ ในแนวดิง่ 2-40
2.20 กำรปอ้ งกนั กระแสเหนยี่ วนำ 2-41
2.21 ระยะห่ำงสูงสดุ ตำมแนวดิง่ ของสำยไฟฟำ้ เหนือพื้น สำหรบั ระบบแรงตำ่ 2-43
2.22 ข้อต่อแบบต่ำง ๆ 2-45



สารบัญภาพ (ต่อ) หน้า
2-45
ภาพท่ี 2-48
2.23 กำรตดิ ตัง้ ท่อรอ้ ยสำยเขำ้ กับกล่องต่อสำย 2-49
2.24 ท่อโลหะอ่อน 2-51
2.25 ท่อโลหะอ่อนกันของเหลว 4-9
2.26 ตัวอยำ่ งช่องเดนิ สำยอโลหะบนพืน้ ผิว 4-17
4.1 สำมเหล่ียมกำลงั ไฟฟ้ำ 5-4
4.2 กำรคิดโหลดกำลังไฟฟ้ำของเตำ้ รับแบบตำ่ ง ๆ 5-4
5.1 ตำรำงโหลดไฟฟำ้ 5-15
5.2 ประกอบกำรคำนวณตัวอยำ่ งที่ 5.1 5-16
5.3 ตัวนำประธำนอำกำศระบบแรงตำ่ 5-17
5.4 อุปกรณ์ทต่ี ่อดำ้ นไฟเข้ำของบรภิ ัณฑป์ ระธำน 5-18
5.5 กำร Interlock ของสวิตช์สับเปลีย่ น 5-24
5.6 เครอ่ื งป้องกนั กระแสรั่วลงดนิ 5-25
5.7 Single Line Diagram ของระบบประธำน 5-26
5.8 ส่วนตำ่ ง ๆ ของกำรให้แสงสว่ำงฉุกเฉิน
5.9 ระดับควำมสอ่ งสว่ำงในแนวระดับท่ีพืน้ ในพนื้ ท่โี ลง่ ภำยในอำคำรทไี่ มม่ ีทำงหนภี ัย 5-27
5-31
ทีช่ ัดเจน 5-32
5.10 สญั ลักษณโ์ คมไฟฟำ้ แสงสวำ่ งฉุกเฉนิ 5-33
5.11 ตวั อย่ำงองคป์ ระกอบของโคมไฟฟ้ำป้ำยทำงออกฉุกเฉิน 6-3
5.12 องคป์ ระกอบภำพท่กี ำหนด 6-6
5.13 กำรติดต้งั ปำ้ ยทำงออก 6-9
6.1 ควำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ งกำลังไฟฟ้ำกระแสไฟฟำ้ และแรงดันไฟฟำ้ 6-11
6.2 สำมเหลย่ี มกำลังไฟฟำ้ 7-2
6.3 ตัวอยำ่ งกำรติดต้ังคำปำซิเตอรเ์ พื่อปรับปรุง PF ทท่ี ้งั 3 ตำแหน่ง 7-3
6.4 กำลังไฟฟ้ำสญู เสียทล่ี ดลงในสำยเคเบลิ เม่อื ปรบั ปรงุ ค่ำตวั ประกอบกำลังไฟฟ้ำ 7-4
7.1 รปู คล่นื ของกระแสลดั วงจร 7-10
7.2 แหลง่ จำ่ ยไฟสมมลู ย์และตำแหน่งกำรเกดิ ลัดวงจร 7-10
7.3 วงจรสมมูลยอ์ มิ พีแดนซ์ลดั วงจรของระบบไฟฟำ้ 7-12
7.4 ค่ำ X จะขึน้ อยูก่ บั R/X หรอื X/R 7-13
7.5 อิมพีแดนซ์ไดอะแกรม 8-3
7.6 กำรลัดวงจรทีต่ ำแหน่ง F1 8-4
7.7 กำรลัดวงจรท่ตี ำแหนง่ F2
8.1 กำรตอ่ ลงดินของเป็นระบบ 3 เฟส 4 สำย (เดลต้ำ-วำย)
8.2 กำรตอ่ ลงดนิ ของเป็นระบบ 3 เฟส 4 สำย

สารบัญภาพ (ตอ่ ) ฏ

ภาพที่ หน้า
8.3 กำรตอ่ ลงดนิ ของเปน็ ระบบ 3 เฟส 3 สำย 8-4
8.4 กำรต่อลงดนิ ท่ีระบบไฟฟำ้ ของเมนสวิตช์ 8-6
8.5 กำรตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟ้ำ เมื่อมหี ม้อแปลงไฟฟ้ำอยนู่ อกอำคำร 8-6
8.6 ตัวอย่ำงกำรตอ่ ลงดนิ ของเมนสวิตชข์ นำดเล็ก เมื่อใชค้ ตั เอำต์ 8-7
8.7 ตัวอยำ่ งกำรตอ่ ลงดนิ ของเมนสวิตช์ขนำดเล็ก เมือ่ ใช้เซอร์กติ เบรกเกอร์ 8-7
8.8 กำรตอ่ ลงดินของเคร่ืองอุปกรณไ์ ฟฟ้ำและระบบไฟฟ้ำ 8-8
8.9 กำรตอ่ ลงดินของเครื่องอุปกรณไ์ ฟฟ้ำท่ีเมนสวติ ช์ กรณรี ะบบไฟฟำ้ ต่อลงดิน 8-9
8.10 กำรต่อลงดินของเคร่ืองอปุ กรณ์ไฟฟำ้ ที่เมนสวิตช์ กรณรี ะบบไฟฟ้ำไม่ต่อลงดนิ 8-9
8.11 ทำงเดินกระแสไหลกลับของกระแสลดั วงจร เมือ่ เดนิ สำยดนิ ไปที่เมนสวิตช์ 8-10
8.12 ทำงเดินกระแสไหลกลับของกระแสลดั วงจร เมือ่ ปกั หลักดนิ ทอี่ ุปกรณ์ 8-10
8.13 กำรตอ่ สำยดินเข้ำกับสำยนวิ ทรัล 8-10
8.14 ระบบสำยดินของวงจร 8-11
8.15 ประกอบตวั อยำ่ งที่ 8.1 8-13
8.16 ขนำดสำยดินกรณีเดนิ สำยควบ 8-14
8.17 กำรใช้สำยดนิ รว่ มกันของอุปกรณ์หลำยชดุ 8-14
8.18 สำยเมนเขำ้ อำคำร 8-16



ชื่อสถาบนั อุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภมู ิ
คณะ วิศวกรรมศาสตร์และสถาปตั ยกรรมศาสตร์

หมวดที่ 1 ข้อมลู ท่ัวไป

1. รหสั และชื่อวิชา
รหัส 502-31-18 ชอ่ื วชิ า (ภาษาไทย) การออกแบบระบบไฟฟ้า
ชือ่ วิชา (องั กฤษ) Electrical System Design
หลักสูตร ปรับปรงุ ปี 2560

2. จานวนหนว่ ยกิต
3 หนว่ ยกิต 3 (3-0-6)

3. หลกั สตู รและประเภทของรายวชิ า  วชิ าพ้นื ฐานวชิ าชพี  วิชาชีพบงั คบั
ประเภทวิชา  วชิ าชีพเสรี  อนื่ ๆ
 วิชาศึกษาท่วั ไป
 วิชาชพี เลอื ก

4. อาจารย์ผ้รู ับผิดชอบรายวชิ าและอาจารย์ผู้สอน

ผศ.ดร.ไพบูลย์ เกยี รติสุขคณาธร ประธานหลักสูตร

นายอานนท์ พว่ งชงิ งาม อาจารยผ์ ูส้ อน

5. ภาคการศึกษา/ชนั้ ปีท่ีเรียน
ภาคการศึกษาที่ 2 ช้นั ปีที่ 3 / กล่มุ เรยี น EE36031N
ภาคการศกึ ษาท่ี 2 ชัน้ ปีที่ 3 / กลุ่มเรยี น EE36031E
ภาคการศึกษาท่ี 2 ชัน้ ปีท่ี 2 / กล่มุ เรียน EE36131N

6. รายวชิ าท่ตี อ้ งเรยี นมาก่อน (Pre-requisite) (ถ้ามี) รหสั วชิ า 502-11-01 ช่ือวชิ า วงจรไฟฟ้า

7. รายวิชาที่ต้องเรยี นพร้อมกัน (Co-requisites) (ถา้ มี) รหัสวชิ า - ชอ่ื วชิ า -

8. สถานที่เรียน อาคารเรียนสาขาวิศวกรรมไฟฟา้ คณะวศิ วกรรมศาสตรแ์ ละสถาปัตยกรรมศาสตร์

ศนู ยส์ ุพรรณบรุ ี



9. ลกั ษณะของการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั (เลือกอยา่ งน้อย 1 ข้อ)
 การทารายงาน  การทาวิจัย/การทาโครงการ  การฝกึ ปฏิบัต/ิ การฝึกประสบการณ์
 การทางานเปน็ กลมุ่  การอภิปราย/การสัมมนา  การประชุมปฏิบตั ิการ
 การจดั นทิ รรศการ  การให้นกั ศึกษานาเสนอผลงาน  การศกึ ษาดงู าน
 การทากิจกรรม เช่น เกม สถานการณ์จาลอง ละคร บทบาทสมมติ เป็นต้น
 อื่น ๆ (ระบ)ุ การทากิจกรรมตอบ case study ผ่านระบบ social media เช่น Facebook

10. ส่อื การสอน

 โปรเจคเตอร์  คอมพวิ เตอร์ร่วมกับโปรเจคเตอร์

 ชดุ การสอน/ชดุ การทดลอง/ชดุ สาธิต  สอื่ อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น แถบบันทึกภาพ/เสียง ดีวดี ี วซี ดี ี)

11. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการเรยี นการสอน

 ระบบ E-Learning  โปรแกรมนาเสนอท่ีมภี าพเคลอ่ื นไหว

 การจัดเกบ็ ภาพการเรยี นการสอนลงบนตวั กลาง (เชน่ เว็บไซต์ แผน่ ซีดี แผน่ ดีวดี ี เป็นต้น)

 โปรแกรมเฉพาะทาง อน่ื ๆ (ระบุ)

12. ลกั ษณะของการจัดการเรยี นการสอนท่ีใช้รปู แบบการจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (เลือกอย่างน้อย
1 ขอ้ )

 การจัดการเรยี นร้เู ชงิ ลึก (Active Learning)
 การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Co-operative Learning)
 การเรยี นรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem-based Learning)
 การเรียนรโู้ ดยใช้วิจยั เปน็ ฐาน (Research-based Learning)

(หากรายวิชามีการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญและ/หรือใช้ E-learning/เทคโนโลยี
สารสนเทศในการเรียนการสอนถือว่ามีการจัดการเรียนการสอนท่ีใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษ
ที่ 21)

13. การจัดการการเรียนการสอนรายวิชาน้ี (ระดับปริญญาตร)ี มีการบูรณาการ

 มี........  ไมม่ ี

 บรู ณาการกับการวิจัย

 บูรณาการรบั การบริการวิชาการ

 บรู ณาการกบั งานทานบุ ารุงศิลปะและวัฒนธรรม

โปรดระบุกจิ กรรมการบูรณาการ การนาความรทู้ ่ีได้ไปบรกิ ารวิชาการ เช่น ตรวจสอบและแก้ไขระบบ
ไฟฟา้ ตามชมุ ชนหรือศาสนสถาน เพอื่ ใหเ้ กิดความปลอดภยั กับผู้ใชง้ านและให้เป็นไปตามมาตรฐาน



หมวดท่ี 2 จดุ มุ่งหมายและวัตถปุ ระสงค์

1. จดุ มงุ่ หมายรายวชิ า
1.1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจหลักการของการออกแบบระบบไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน

และสามารถอธิบายขอ้ กาหนดของการติดต้ังระบบไฟฟา้ ทปี่ ลอดภยั ได้อย่างถูกต้อง
1.2. ผเู้ รยี นสามารถอธิบายและจาแนกให้เห็นความแตกต่างของผังการจ่ายกาลังไฟฟ้า ชนดิ ของ

เคเบิลและสายไฟ รางเดินสาย รวมถึงอุปกรณ์และบริภัณฑ์ไฟฟ้าแต่ละประเภท และอธิบายถึงหลัก
ของการนาไปใชง้ านได้อยา่ งถูกต้องและปลอดภยั

1.3. ผเู้ รยี นสามารถคานวณและประมาณโหลดของระบบไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง
1.4. ผู้เรียนสามารถอธิบายหลักการของการปรับปรุงตัวประกอบกาลังและสามารถออกแบบ
ชดุ ตวั เก็บประจุได้อยา่ งถูกตอ้ ง
1.5. ผู้เรียนสามารถออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์ไฟฟ้า วงจรมอเตอร์และระบบไฟฟ้า
ฉุกเฉนิ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
1.6. ผู้เรยี นสามารถทาการคานวณตารางโหลด สายป้อน และสายประธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
1.7. ผู้เรียนสามารถทาการคานวณกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้าและวิเคราะห์ผลกระทบ
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
1.8. ผู้เรียนสามารถอธิบายความสาคัญและหลักการของระบบการต่อลงดินสาหรับการติดต้ัง
ทางไฟฟ้าและอธิบายหลกั ของการนาไปใชไ้ ดอ้ ย่างถูกต้อง
1.9. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ผลของการออกแบบและการคานวณในหัวข้อดังกล่าวข้างต้น
ได้อยา่ งถูกต้อง
1.10. ผูเ้ รียนสามารถอภิปรายเพื่อหาแนวทางในการออกแบบระบบไฟฟ้าให้มีความถูกต้องและ
ปลอดภยั มคี วามยดื หยุ่นของระบบและมปี ระสิทธภิ าพสงู ได้อยา่ งถกู ต้อง
1.11. ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดี มีคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพของตนและสามารถช่วยเหลือ
แนะนาผอู้ นื่ ทางดา้ นวิชาการ

2. วัตถปุ ระสงค์ในการพฒั นา/ปรับปรงุ รายวชิ า
เพ่ือให้นักศึกษามีความรู้และความเข้าใจในหลักการออกแบบระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งาน

ได้อย่างปลอดภัย มีความถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี มีความทันสมัย
ในเนื้อหาท่ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเท่าทันกับสถาณการณ์ปัจจุบันและสอดคล้อง
กบั สาระวชิ าในกรอบหลกั สตู รมาตรฐานของสานักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา



หมวดท่ี 3 ลักษณะและการดาเนนิ งาน

1. คาอธิบายรายวิชา
แนวคิดการออกแบบพ้ืนฐานมาตรฐานและข้อกาหนดของการติดต้ังระบบไฟฟ้า ผังการจ่าย

กาลังไฟฟ้า เคเบ้ิลและสายไฟ รางเดินสาย อุปกรณ์และบริภัณฑ์ไฟฟ้า การประมาณโหลด
การปรับปรุงตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ การออกแบบวงจรไฟฟ้า
แสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้า การออกแบบวงจรมอเตอร์ตารางโหลด สายป้อน และสายประธาน
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน การคานวณกระแสลัดวงจรไฟฟ้า ระบบต่อลงดินสาหรับการติดต้ังทางไฟฟ้า ซึ่ง
อ้างอิงจากคาอธิบายตามหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า (หลักสูตร
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)

2. จานวนชว่ั โมงท่ใี ช้ต่อภาคการศึกษา (3 ชั่วโมงต่อสปั ดาห์)
รหสั การจัดช่วั โมงเรียน (6 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์)
 บรรยาย 45 ชว่ั โมงตอ่ ภาคการศึกษา (3 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์)
 การศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง 90 ชว่ั โมงต่อภาคการศึกษา
 การสอนเสริม (ถา้ มี) สอนตามความต้องการของนกั ศึกษาเฉพาะราย

3. จานวนชั่วโมงตอ่ สปั ดาหท์ ่ีอาจารย์ใหค้ าปรึกษาและแนะนาทางวิชาการแก่นกั ศึกษาเปน็ รายบุคคล
รายวิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ (Electrical System Design)
อาจารยผ์ สู้ อน: นายอานนท์ พ่วงชงิ งาม
วัน เวลา ท่ใี หค้ าปรกึ ษา: ทกุ วนั พุธ เวลา 8.30 - 12.00 น. และวนั ศุกร์ 8.30 - 12.00 น.
สถานท:่ี ห้องพักอาจารย์
เบอรต์ ดิ ต่อ: 0896117868
อีเมล์: [email protected]
LINE ID: 0896117868
Facebook: NidNoi

หมายเหตุ ตามความตอ้ งการของนกั ศึกษาอย่างนอ้ ย 1 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์ (เฉพาะรายทีต่ ้องการ)



หมวดท่ี 4 การพฒั นาการเรียนรู้ของนักศกึ ษา

แผนที่แสดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลการเรยี นรจู้ ากหลกั สตู รสู่รายวชิ า (Curriculum mapping)

 ความรับผดิ ชอบหลัก  ความรบั ผิดชอบรอง

ระบุตามที่กาหนดไว้ใน มคอ.2 หลกั สูตรวศิ วกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

รายวิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ Electrical System Design

1.คุณธรรม 2.ความรู้ 3.ทักษะทางปญั ญา 4.ทกั ษะ 5.ทกั ษะการ

จรยิ ธรรม ความสัมพันธ์ วเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลข

ระหว่างความ สอื่ สารและการใช้

รับผิดชอบ เทคโนโลยี

สาสนเทศ

1 2 345 1 2 3 45 1 23 45 123 451 2 345

o    o  

หมายเหตุ

1. ในกรณีท่ีรายวิชานี้สอนหลายหลักสูตรและมีแผนท่ีแสดงการกระจายความรับผิดชอบ
ต่อผลการเรียนรู้จากหลักสูตรสู่รายรายวิชา (Curriculum mapping) แตกต่างกันให้แยกตาราง
แสดงการกระจายความรับผิดชอบตอ่ ผลการเรยี นรู้จากหลักสูตรสรู่ ายวชิ า (Curriculum mapping)

2. ให้ระบุความรู้ทักษะที่ต้องการพัฒนานักศึกษาให้สอดคล้องกับแผนท่ีการกระจายความรับผิดชอบ
ต่อผลการเรียนรูจ้ ากหลกั สูตรสรู่ ายวิชา (Curriculum mapping)



มาตรฐานการ ความรู้ ทกั ษะ วิธกี ารสอน วธิ ีการประเมนิ ผล

เรยี นรู้ ท่ตี ้องการพฒั นานักศกึ ษา*

1. คณุ ธรรม (1) [o] เขา้ ใจและซาบซงึ้ ในวัฒนธรรม 1. ใหค้ วามสาคัญในวินัย ก1าร. 1. การขานช่ือ การให้คะแนน

จริยธรรม ไทย ตระหนกั ในคณุ คา่ ของระบบ ตรงต่อเวลา การส่งงานภายใน การเข้าชัน้ เรยี นและการส่งงาน

คุณธรรม จรยิ ธรรม เสยี สละและ เวลาท่ีกาหนด ตรงเวลา

ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ 2. สอดแทรกความซอ่ื สัตย์2. 2. พิจารณาจากผลการเข้าร่วม

(2) [•] มีวนิ ัย ตรงต่อเวลา รบั ผดิ ชอบ ตอ่ ตนเอง สังคม คณุ ธรรมและ กิจกรรมของนักศึกษา
ต่อตนเองและสังคม เคารพกฎระเบียบ จรยิ ธรรม 3. 3. สงั เกตพฤติกรรมของนักศกึ ษา

และขอ้ บังคับตา่ ง ๆ ขององคก์ รและ 3. ปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบ และ ในการปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบ
สงั คม ข้อบังคบั ขององค์กรและสงั คม และขอ้ บงั คบั ตา่ ง ๆ อยา่ ง
(5) [•] มจี รรยาบรรณทางวิชาการ 4. ปลูกฝงั จรรยาบรรณวชิ าชพี ตอ่ เนอ่ื ง

และวิชาชพี และมคี วามรับผดิ ชอบ

ในฐานะผปู้ ระกอบวิชาชีพรวมถงึ

เขา้ ใจถึงบริบททางสังคมของวิชาชีพ

วศิ วกรรมในแตล่ ะสาขา ตง้ั แต่อดตี

จนถงึ ปัจจุบัน

2. ความรู้ (1) [•] มีความรูแ้ ละความเข้าใจ 1. ใช้การสอนหลายรปู แบบ 1. ประเมนิ จากแบบทดสอบ

ทางคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์โดยเนน้ หลกั ทางทฤษฎีและ ดา้ นทฤษฎีสาหรบั การปฏบิ ัติ
พืน้ ฐาน วิศวกรรมพนื้ ฐานและ การปฏบิ ตั ิ เพื่อใหเ้ กิดองค์ ประเมินจากผลงานและการ
เศรษฐศาสตร์ เพอ่ื การประยุกต์ใชก้ บั ความรู้ ปฏิบัตกิ าร

งานทางดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์ 2. มอบหมายให้ทารายงานและ2. การทดสอบย่อย
ที่เกีย่ วขอ้ งและการสร้างนวัตกรรม นาเสนอหน้าชนั้ เรียน 3. พิจารณาจากรายงาน

ทางเทคโนโลยี 3. จัดกจิ กรรมการเรยี นการ ที่มอบหมาย

(2) [•] มคี วามรแู้ ละความเขา้ ใจ สอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั 4. ผลการฝกึ ประสบการณจ์ าก
เก่ียวกับหลักการทีส่ าคญั ท้ังในเชิง 4. มอบหมายใหน้ กั ศึกษา สถานประกอบการ หรือสหกจิ
ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ ในเนอื้ หาของสาขา ทาโครงงาน ศึกษา

วิชาเฉพาะด้านทางวิศวกรรม

(3) [•] สามารถบรู ณาการความรู้

ในสาขาวิชาท่ีศกึ ษากับความรู้

ในศาสตร์อืน่ ๆ ท่เี กยี่ วข้อง

(4) [•] สามารถวิเคราะห์และแกไ้ ข

ปญั หา ดว้ ยวิธีการทีเ่ หมาะสม รวมถึง

การประยกุ ต์ใชเ้ ครอ่ื งมือทเ่ี หมาะสม

เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นตน้

(5) [•]สามารถใช้ความรูแ้ ละทักษะ

ในสาขาวิชาของตน ในการประยุกต์

แก้ไขปัญหาในงานจรงิ ได้



มาตรฐานการ ความรู้ ทกั ษะ วธิ กี ารสอน วิธีการประเมินผล

เรยี นรู้ ทต่ี อ้ งการพัฒนานักศึกษา*

3. ทักษะ (1) [•] มคี วามคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ 1. ใหน้ กั ศกึ ษาปฏิบตั ิการจาก 1. ประเมินจากการรายงาน
ทางปญั ญา ทีด่ ี สถานการณ์จริง ผลการดาเนนิ และการแกป้ ญั หา

(3) [•] สามารถคดิ วเิ คราะห์ และ 2. มอบหมายงานท่สี ่งเสริมการ 2. ประเมนิ ผลจากการปฏิบัติการ
แกไ้ ขปัญหาด้านวิศวกรรมได้อยา่ ง คดิ วิเคราะห์และสังเคราะห์ จากสถานการณจ์ ริง
มีระบบ รวมถึงการใช้ข้อมูลประกอบ 3. มอบหมายงานโครงงาน 3. ประเมินผลจากงาน
การตัดสินใจในการทางานไดอ้ ย่าง โดยใช้หลกั การวิจยั ที่มอบหมาย

มีประสิทธภิ าพ 4. การศกึ ษา คน้ ควา้ และรายงาน

(5) [•]สามารถสืบค้นขอ้ มลู และ ทางเอกสารและรายงานหนา้
แสวงหาความรเู้ พ่ิมเติมได้ด้วยตนเอง ช้ันเรียน

เพื่อการเรยี นรตู้ ลอด

4. ทักษะ (3) [•] สามารถวางแผนและ 1. กาหนดการทางานกลุ่ม 1. ประเมนิ จากการรายงาน
ความสมั พันธ์ รับผดิ ชอบในการพฒั นาการเรยี นรู้ โดยให้หมุนเวียนการเป็นผนู้ า หนา้ ชั้นเรียน โดยอาจารยแ์ ละ
ระหว่างบคุ คล ทั้งของตนเองและสอดคลอ้ งกับ การเป็นสมาชกิ กลุ่มและ นกั ศึกษา
และความ ทางวชิ าชีพอยา่ งต่อเนือ่ ง ผลัดกันเปน็ ผรู้ ายงาน 2. ติดตามการทางานร่วมกับ

รบั ผดิ ชอบ (4) [o] รู้จกั บทบาท หน้าที่ และ 2. ให้ความสาคญั ในการแบง่ สมาชกิ กลุ่มของนกั ศกึ ษาเปน็
มคี วามรบั ผิดชอบในการทางานตามท่ี หนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบและ ระยะพร้อมบนั ทึกพฤตกิ รรม
มอบหมาย ทงั้ งานบุคคลและงานกลมุ่ การให้ความรว่ มมอื เป็นรายบคุ คล

สามารถปรบั ตวั และทางานรว่ มกบั 3. ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบเปดิ
ผอู้ ่ืนทั้งในฐานะผนู้ าและผตู้ ามได้ โอกาสในการแสดงความ
อย่างมีประสทิ ธิภาพ สามารถวางตัว คิดเหน็ เพ่อื ฝึกการยอมรับ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับความรับผดิ ชอบ ความคิดเหน็ ของผอู้ น่ื ด้วยเหตผุ ล
4. ส่งเสรมิ การเคารพสิทธิและ

การรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน

5. ทกั ษะ (1) [•] มที ักษะในการใชค้ อมพิวเตอร์1. สง่ เสรมิ ให้มีการตดั สินใจ 1. สังเกตพฤติกรรมนักศกึ ษา
วิเคราะห์ สาหรบั การทางานทเ่ี ก่ยี วข้องกับ บนฐานข้อมูลและข้อมลู เชงิ ด้านความมเี หตผุ ลและมกี าร
เชิงตัวเลข วชิ าชีพได้เป็นอยา่ งดี ตัวเลข บันทกึ เป็นระยะ

การสือ่ สารและ (2) [•] ทักษะในการวิเคราะห์ข้อมลู 2. มอบหมายงานคน้ คว้า 2. ประเมินจากผลงานและการ
การใช้ สารสนเทศทางคณติ ศาสตรห์ รอื การ องคค์ วามรู้จากแหลง่ ข้อมลู นาเสนอผลงาน
เทคโนโลยี แสดงสถิตปิ ระยกุ ต์ต่อการแก้ปัญหา ต่าง ๆ และใหน้ ักศกึ ษา
สารสนเทศ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ นาเสนอหน้าช้ัน
3. การใชศ้ ักยภาพทาง
(5) [•] สามารถใชเ้ คร่ืองมือการ คอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศในการนาเสนอ
คานวณและเครือ่ งมือทางวศิ วกรรม ผลงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
เพื่อประกอบวชิ าชพี ในสาขา 4. ส่งเสรมิ การค้นควา้ เรียบเรยี ง
วิศวกรรมที่เกีย่ วขอ้ งได้

ขอ้ มลู และนาเสนอให้ผอู้ ่ืน

เขา้ ใจได้ถูกต้องและให้

ความสาคญั ในการอา้ งองิ

แหลง่ ทีม่ าของขอ้ มลู



หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมินผล
รหสั วิชา 502-31-18 ชื่อวชิ า Electrical System Design

ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562
1. แผนการสอน

สปั ดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด จานวน กิจกรรมการเรียนการ สอื่ ที่ใช้ ผู้สอน
ท่ี ชว่ั โมง สอน
(1) Google Sites นายอานนท์
1 - 2 หนว่ ยท่ี 1 แนวคิดการ ทป (1) นักศึกษาศกึ ษาหนว่ ย (2) PPT พว่ งชงิ งาม
ออกแบบระบบไฟฟา้ เรยี นล่วงหน้าจาก (3) คอมพิวเตอร์
(1) แนวความคิดการ 6- Google sites (4) โปรเจคเตอร์
ออกแบบระบบไฟฟา้ หนงั สอื ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
พื้นฐาน ประกอบการสอน กจิ กรรมประจา
(2) นยิ ามของมาตรฐานและ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับหนว่ ย หน่วย
ข้อกาหนดของการตดิ ตง้ั เรยี น (1-2 ช่วั โมง (6) แบบฝกึ หดั
ระบบไฟฟ้า ก่อนเรียน)
- นยิ ามทใี่ ชง้ านทัว่ ไป
- นิยามท่ีใชส้ าหรบั ตดิ ตงั้ (2) นักศกึ ษาทา Mind
ระบบไฟฟา้ Mapping ตามรูปแบบ
- ขอ้ กาหนดทัว่ ไปสาหรับ ทีต่ อ้ งการ (1-2
การตดิ ตง้ั ทางไฟฟา้ ช่วั โมง ก่อนเรยี น)
- ระยะห่างทางไฟฟา้
ในการติดต้งั สายไฟฟา้ (3) นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- สรุปเนื้อหาการสอน (15 นาที)
(3) มาตรฐานสายไฟฟ้าและ
บริภณั ฑ์ไฟฟา้ (4) ทาแบบทดสอบกอ่ น
(4) มาตรฐานชอ่ งเดินสาย เรียน (15 นาที)
และ
รางเคเบิล (5) บรรยายและทา
(5) ผงั การจา่ ยกาลงั ไฟฟ้า กิจกรรม ถาม-ตอบ
(6) การจ่ายไฟฟ้าใหก้ บั ผ้ใู ช้ เพื่อทบทวนความรู้
ไฟฟ้า จากการศกึ ษา
(7) การจัดวงจรการจา่ ยไฟฟา้ ด้วยตนเองกอ่ นเรยี น
(8) สรปุ เน้อื หาการสอน (120 นาที)

(6) กรณีศึกษาเพอ่ื
ประเมินผลการเรยี นรู้
(15 นาท)ี

(7) ร่วมกนั สรุปบทเรยี น
หรือทาแบบฝกึ หดั
ทา้ ยหนว่ ยเรยี น
(15 นาท)ี
หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณตอ่
สัปดาห์การสอน



สปั ดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด จานวน กิจกรรมการเรียนการ ส่ือทใี่ ช้ ผสู้ อน
ท่ี ช่วั โมง สอน
(1) Google Sites นายอานนท์
ทป (2) PPT พว่ งชิงงาม
(3) คอมพวิ เตอร์
3 - 5 หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้า 9 - (1) นกั ศกึ ษาศึกษาหน่วย (4) โปรเจคเตอร์
รางเดินสายอุปกรณแ์ ละ (5) ใบงาน
บรภิ ัณฑไ์ ฟฟา้ เรียนลว่ งหนา้ จาก กจิ กรรมประจา
(1) เคเบิลและสายไฟฟา้ หน่วย
- ส่วนประกอบของ Google sites หนงั สือ (6) แบบฝึกหดั
สายไฟฟา้
- สายไฟฟ้าแรงดนั สงู ตารา เอกสาร
- สายไฟฟ้าแรงดนั ต่า
- สายไฟฟา้ ทนไฟ ประกอบการสอน
- สายเคเบลิ ชนิดเอม็ ไอ
- การเลอื กใชส้ ายไฟฟ้า ทเี่ กย่ี วขอ้ งกับหนว่ ย
ทเ่ี หมาะสม
- การเดินสายตัวนาควบ เรยี น (1-2 ชว่ั โมง
(2) รางเดนิ สายอปุ กรณ์และ
บริภัณฑไ์ ฟฟา้ ก่อนเรยี น)
- การเดนิ สายในรางWire Way
- การเดินสายในรางประกอบ (2) นักศกึ ษาทา Mind
- การเดนิ สายในรางเคเบลิ
- บสั เวย์ Mapping ตามรปู แบบ
(3) ข้อกาหนดท่วั ไปของการ
เดินสาย ที่ตอ้ งการ (1-2 ชว่ั โมง
- การเดินสายทแี่ รงดันตา่ งกัน
- การตดิ ตั้งใต้ดิน ก่อนเรียน)
- การตดิ ตัง้ ชอ่ งเดินสาย
และการจับยดึ (3) นาเข้าสบู่ ทเรยี น
- การป้องกันไม่ใหเ้ กดิ
กระแสเหนยี่ วนา (15 นาที)
- การป้องกันไฟลุกลาม
- วธิ ีการเดินสาย (4) ทาแบบทดสอบก่อน
- การเดนิ สายในทอ่ โลหะหนา
ทอ่ โลหะปานกลางและ เรยี น (15 นาที)
ทอ่ โลหะบาง
- การเดินสายในท่อโลหะอ่อน (5) บรรยายและทา
- การเดนิ สายในทอ่ อโลหะ
แขง็ กจิ กรรม ถาม-ตอบ
- การเดินสายในชอ่ เดนิ สาย
อโลหะเหนอื พืน้ ผวิ เพอ่ื ทบทวนความรู้
(4) สรปุ เนอื้ หาการสอน
จากการศึกษา

ด้วยตนเองก่อนเรียน

(120 นาที)

(6) กรณีศกึ ษาเพือ่

ประเมินผลการเรยี นรู้

(15 นาที)

(7) รว่ มกันสรปุ บทเรยี น

หรือทาแบบฝกึ หดั

ทา้ ยหนว่ ยเรยี น

(15 นาที)
หมายเหตุ

เวลาโดยประมาณ
ตอ่ สัปดาหก์ ารสอน



สัปดาห์ หัวขอ้ /รายละเอียด จานวน กจิ กรรมการเรียนการ สื่อท่ใี ช้ ผสู้ อน
ที่ ชั่วโมง สอน
(1) Google Sites นายอานนท์
6 หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด ทป (1) นักศึกษาศกึ ษาหน่วย (2) PPT พว่ งชงิ งาม
(1) โหลดทางไฟฟ้าแบบตา่ ง ๆ เรียนลว่ งหน้าจาก (3) คอมพวิ เตอร์
- โหลดแสงสว่าง 3- Google sites หนงั สือ (4) โปรเจคเตอร์
- โหลดเต้ารบั ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
- โหลดมอเตอร์ ประกอบการสอน กิจกรรมประจา
- โหลดระบบปรบั อากาศ ท่ีเกย่ี วข้องกับหน่วย หน่วย
- โหลดระบบขนสง่ ในแนวด่ิง เรียน (1-2 ช่ัวโมง (6) แบบฝกึ หัด
- โหลดงานระบบอาคาร ก่อนเรยี น)
- โหลดอปุ กรณไ์ ฟฟา้ อื่น ๆ
(2) การคานวณโหลด (2) นกั ศึกษาทา Mind
(3) การประมาณโหลด Mapping ตามรปู แบบ
(4) สรปุ เนอ้ื หาการสอน ทต่ี อ้ งการ (1-2 ชั่วโมง
กอ่ นเรยี น)

(3) นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
(15 นาท)ี

(4) ทาแบบทดสอบก่อน
เรียน (15 นาท)ี

(5) บรรยายและทา
กจิ กรรม ถาม-ตอบ
เพือ่ ทบทวนความรู้
จากการศกึ ษา
ดว้ ยตนเองก่อนเรยี น
(120 นาที)

(6) กรณีศกึ ษาเพอ่ื
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
(15 นาท)ี

(7) รว่ มกนั สรุปบทเรยี น
หรอื ทาแบบฝกึ หดั
ทา้ ยหน่วยเรยี น
(15 นาที)

หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ตอ่ สปั ดาห์การสอน



สปั ดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด จานวน กิจกรรมการเรยี นการสอน สือ่ ท่ใี ช้ ผสู้ อน
ที่ ชว่ั โมง
(1) นกั ศึกษาศกึ ษาหนว่ ย (1) Google Sites นายอานนท์
7 - 8 หนว่ ยที่ 4 การออกแบบ ทป เรียนล่วงหน้าจาก (2) PPT พ่วงชิงงาม
วงจรไฟฟ้า Google sites หนงั สอื (3) คอมพิวเตอร์
(1) วธิ ีการออกแบบวงจรไฟฟา้ 6- ตารา เอกสาร (4) โปรเจคเตอร์
(2) มาตรฐานและขอ้ กาหนด ประกอบการสอน (5) ใบงาน
ในการออกแบบระบบไฟฟ้า ท่เี กยี่ วข้องกับหน่วย กจิ กรรมประจา
- มาตรฐานเพอ่ื ความ เรยี น (1-2 ชว่ั โมง หน่วย
ปลอดภยั ทางไฟฟา้ ของ กอ่ นเรียน) (6) แบบฝึกหดั
สานักงานพลังงานแหง่ ชาติ
- กฎของการไฟฟา้ (2) นักศกึ ษาทา Mind
นครหลวงและการไฟฟ้า Mapping ตามรปู แบบ
ส่วนภูมภิ าค ทต่ี อ้ งการ (1-2 ช่ัวโมง
- กฎกระทรวงมหาดไทย ก่อนเรยี น)
- มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์
อุตสาหกรรม (3) นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- มาตรฐานการติดต้ัง (15 นาท)ี
ทางไฟฟา้ ของวศิ วกรรม
สถานแห่งประเทศไทย (4) ทาแบบทดสอบกอ่ น
- มาตรฐานอืน่ ๆ เรยี น (15 นาที)
(3) หลักเกณฑใ์ นกาออกแบบ
วงจรไฟฟ้า (5) บรรยายและทา
(4) การออกแบบวงจรไฟฟา้ กจิ กรรม ถาม-ตอบ
แสงสวา่ งและอปุ กรณไ์ ฟฟา้ เพือ่ ทบทวนความรู้
- การออกแบบวงจรไฟฟา้ จากการศกึ ษา
โหลดแสงสวา่ ง ดว้ ยตนเองก่อนเรยี น
- การออกแบบวงจรไฟฟา้ (120 นาท)ี
สาหรบั อุปกรณ์ไฟฟ้า
(5) การออกแบบวงจรมอเตอร์ (6) กรณีศกึ ษาเพอื่
(6) การออกแบบวงจร ประเมินผลการเรียนรู้
โหลดเครือ่ งปรับอากาศ (15 นาท)ี
(7) สรปุ เน้อื หาการสอน
(7) รว่ มกันสรุปบทเรยี น
หรอื ทาแบบฝึกหดั ทา้ ย
หนว่ ยเรยี น
(15 นาที)

หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ตอ่ สัปดาห์การสอน

9 สอบกลางภาค



สปั ดาห์ หัวข้อ/รายละเอยี ด จานวน กิจกรรมการเรียนการ สอื่ ทใี่ ช้ ผสู้ อน
ที่ ชว่ั โมง สอน
(1) Google Sites นายอานนท์
10-11 หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด ทป (1) นกั ศึกษาศึกษาหน่วย (2) PPT พว่ งชงิ งาม
สายป้อน สายประธานและ เรียนล่วงหนา้ จาก (3) คอมพิวเตอร์
ระบบไฟฟา้ ฉุกเฉิน 6- Google sites หนงั สือ (4) โปรเจคเตอร์
(1) ตารางโหลด ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
- การคานวณตารางโหลด ประกอบการสอน กิจกรรมประจา
(2) สายปอ้ น ที่เกยี่ วขอ้ งกบั หนว่ ย หนว่ ย
- ข้อกาหนดของสายป้อน เรยี น (1-2 ชวั่ โมง (6) แบบฝึกหัด
- ดีมานดแ์ ฟกเตอร์ กอ่ นเรยี น)
- การหาขนาดสายนิวทรัล
- การคานวณสายป้อน (2) นักศึกษาทา Mind
(3) สายประธาน Mapping ตามรูปแบบ
- สายประธานระบบแรงต่า ทต่ี อ้ งการ (1-2 ชั่วโมง
- สายประธานระบบแรงสูง กอ่ นเรียน)
- บริภัณฑป์ ระธานหรือ
เมนสวิตช์ (3) นาเข้าสู่บทเรยี น
- การคานวณวงจรประธาน (15 นาท)ี
- ข้อกาหนดทวั่ ไปสาหรับ
การตดิ ตัง้ บรภิ ณั ฑป์ ระธาน (4) ทาแบบทดสอบกอ่ น
(4) ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน เรยี น (15 นาท)ี
- แสงสวา่ งฉกุ เฉนิ เพ่ือหนีภัย
- การให้แสงสวา่ งสารอง (5) บรรยายและทา
- การทางานของแหลง่ จ่าย กจิ กรรม ถาม-ตอบ
ไฟฟ้าฉุกเฉิน เพ่ือทบทวนความรู้
- การเลอื กใช้โคมไฟฟ้า จากการศึกษา
แสงสวา่ งฉุกเฉนิ ดว้ ยตนเองกอ่ นเรยี น
- การติดตง้ั ระบบไฟฟ้า (120 นาท)ี
แสงสวา่ งฉกุ เฉิน
- การเดนิ สายและข้อกาหนด (6) กรณศี ึกษาเพ่ือ
ของวงจรระบบไฟฟา้ ประเมินผลการเรยี นรู้
ฉกุ เฉิน (15 นาที)
- โคมไฟฟ้าปา้ ยทางออก
ฉุกเฉนิ (7) รว่ มกนั สรปุ บทเรยี น
- การตดิ ตั้งโคมไฟฟา้ ปา้ ย หรือทาแบบฝกึ หดั
ทางออกฉกุ เฉินฉุกเฉนิ ทา้ ยหน่วยเรยี น
- การตรวจสอบ (15 นาท)ี
(5) สรปุ เนื้อหาการสอน
หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ต่อสัปดาห์การสอน



สปั ดาห์ หวั ข้อ/รายละเอียด จานวน กิจกรรมการเรียนการ ส่ือที่ใช้ ผ้สู อน
ที่ ชว่ั โมง สอน
ทป (1) Google Sites นายอานนท์
12-13 หนว่ ยท่ี 6 การปรบั ปรงุ (1) นักศกึ ษาศึกษาหน่วย (2) PPT พว่ งชงิ งาม
ตัวประกอบกาลัง 6- เรียนล่วงหน้าจาก (3) คอมพวิ เตอร์
(1) สามเหล่ียมกาลงั ไฟฟ้า Google sites หนงั สอื (4) โปรเจคเตอร์
(2) ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้า ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
(3) การปรับปรงุ ตวั ประกอบ ประกอบการสอน กิจกรรมประจา
กาลงั ไฟฟ้า ที่เกย่ี วข้องกับหน่วย หน่วย
(4) ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการ เรียน (1-2 ชั่วโมง (6) แบบฝกึ หดั
ปรับปรุงตวั ประกอบ กอ่ นเรยี น)
กาลังไฟฟา้
(5) สรุปเนอื้ หาการสอน (2) นักศกึ ษาทา Mind
Mapping ตามรปู แบบ
ทตี่ อ้ งการ (1-2 ช่ัวโมง
กอ่ นเรยี น)

(3) นาเข้าสบู่ ทเรียน
(15 นาที)

(4) ทาแบบทดสอบก่อน
เรียน (15 นาท)ี

(5) บรรยายและทา
กจิ กรรม ถาม-ตอบ
เพ่อื ทบทวนความรู้
จากการศึกษา
ดว้ ยตนเองกอ่ นเรยี น
(120 นาที)

(6) กรณีศึกษาเพ่อื
ประเมินผลการเรียนรู้
(15 นาที)

(7) รว่ มกันสรุปบทเรยี น
หรือทาแบบฝกึ หดั
ท้ายหน่วยเรยี น
(15 นาที)

หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ตอ่ สปั ดาหก์ ารสอน



สปั ดาห์ หวั ขอ้ /รายละเอยี ด จานวน กจิ กรรมการเรียนการ สอื่ ทใี่ ช้ ผ้สู อน
ท่ี ช่ัวโมง สอน
ทป (1) Google Sites นายอานนท์
14-15 หน่วยที่ 7 การคานวณ (1) นกั ศกึ ษาศึกษาหน่วย (2) PPT พว่ งชิงงาม
กระแสลดั วงจรในระบบ 6- เรียนล่วงหนา้ จาก (3) คอมพิวเตอร์
ไฟฟา้ Google sites หนงั สือ (4) โปรเจคเตอร์
(1) พื้นฐานการคานวณ ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
หาค่ากระแสลดั วงจร ประกอบการสอน กจิ กรรมประจา
(2) วงจรสมมลู ยข์ องระบบ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั หนว่ ย หน่วย
ไฟฟา้ ในการคานวณ เรยี น (1-2 ชว่ั โมง (6) แบบฝึกหัด
หาค่ากระแสลดั วงจร ก่อนเรยี น)
(3) การคานวณหากระแส
ลดั วงจร (2) นกั ศกึ ษาทา Mind
(4) สรปุ เนอื้ หาการสอน Mapping ตามรูปแบบ
ทตี่ อ้ งการ (1-2 ช่ัวโมง
กอ่ นเรยี น)

(3) นาเขา้ สู่บทเรยี น
(15 นาท)ี

(4) ทาแบบทดสอบก่อน
เรียน (15 นาท)ี

(5) บรรยายและทา
กิจกรรม ถาม-ตอบ
เพ่อื ทบทวนความรู้
จากการศกึ ษา
ดว้ ยตนเองก่อนเรยี น
(120 นาท)ี

(6) กรณีศึกษาเพอื่
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
(15 นาที)

(7) ร่วมกันสรุปบทเรยี น
หรือทาแบบฝกึ หดั
ทา้ ยหนว่ ยเรยี น
(15 นาท)ี

หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ต่อสปั ดาหก์ ารสอน



สัปดาห์ หัวขอ้ /รายละเอียด จานวน กจิ กรรมการเรียนการ สื่อทใ่ี ช้ ผู้สอน
ท่ี ชั่วโมง สอน
ทป (1) Google Sites นายอานนท์
16 หน่วยที่ 8 ระบบต่อลงดนิ (1) นกั ศึกษาศึกษาหน่วย (2) PPT พว่ งชงิ งาม
สาหรบั การตดิ ตงั้ ทางไฟฟา้ 3- เรยี นลว่ งหน้าจาก (3) คอมพวิ เตอร์
(1) การตอ่ ลงดนิ ของระบบ Google sites หนงั สือ (4) โปรเจคเตอร์
ไฟฟ้า ตารา เอกสาร (5) ใบงาน
(2) การต่อลงดนิ ของระบบ ประกอบการสอน กจิ กรรมประจา
ไฟฟ้าภายในอาคาร ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั หนว่ ย หนว่ ย
(3) การกาหนดชนิดและ เรยี น (1-2 ชว่ั โมง (6) แบบฝกึ หดั
ขนาดของสายดิน กอ่ นเรียน)
- สายตอ่ หลักดนิ
- สายดนิ ของบริภณั ฑ์ (2) นักศกึ ษาทา Mind
ไฟฟา้ Mapping ตามรูปแบบ
- การต่อสายนวิ ทรลั ทตี่ ้องการ (1-2 ช่ัวโมง
ลงดิน ก่อนเรยี น)
- สายตอ่ ฝาก
(4) สรปุ เนอ้ื หาการสอน (3) นาเขา้ สู่บทเรียน
(15 นาที)

(4) ทาแบบทดสอบกอ่ น
เรยี น (15 นาท)ี

(5) บรรยายและทา
กิจกรรม ถาม-ตอบ
เพ่ือทบทวนความรู้
จากการศึกษา
ด้วยตนเองก่อนเรยี น
(120 นาท)ี

(6) กรณศี กึ ษาเพื่อ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
(15 นาที)

(7) รว่ มกันสรปุ บทเรยี น
หรือทาแบบฝึกหดั
ท้ายหน่วยเรยี น
(15 นาท)ี

หมายเหตุ
เวลาโดยประมาณ
ต่อสปั ดาหก์ ารสอน

17 สอบปลายภาค



2. แผนการประเมินผลการเรยี นรู้

กิจกรรมที่ การเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ วิธกี ารประเมนิ ผล ระยะเวลา สัดสว่ นของ
1 ในด้าน ในการ การประเมิน
ประเมนิ
2
คุณธรรม (1) [o] เข้าใจและซาบซง้ึ ในวัฒนธรรม4. 1. การขานชอ่ื การให้ ทกุ 10

จรยิ ธรรม ไทย ตระหนกั ในคณุ คา่ ของระบบคณุ ธรรม คะแนนการเขา้ ช้ันเรยี น สัปดาห์

จริยธรรมเสยี สละ และซ่ือสตั ยส์ ุจริต และการสง่ งานตรงเวลา

(2) [•]มีวนิ ัย ตรงตอ่ เวลา รับผดิ ชอบ5ต.่อ 2. พจิ ารณาจากผล
ตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบียบและ การเข้าร่วมกิจกรรม
ข้อบังคบั ตา่ ง ๆ ขององคก์ รและสังคม ของนกั ศกึ ษา
(5) [•]มจี รรยาบรรณทางวิชาการและ6. 3. สังเกตพฤตกิ รรม
วิชาชพี และมีความรบั ผดิ ชอบในฐานะ ของนักศกึ ษาในการ
ผปู้ ระกอบวชิ าชีพรวมถึงเข้าใจถงึ บรบิ ท ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ
ทางสังคมของวิชาชีพวิศวกรรมในแตล่ ะ และขอ้ บงั คับตา่ ง ๆ
อย่างต่อเนือ่ ง
สาขา ตั้งแตอ่ ดตี จนถึงปจั จบุ นั

ความรู้ (1) [•] มคี วามรู้และความเข้าใจทาง 1. ประเมนิ จากแบบ 9 และ 17 30

คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน ทดสอบด้านทฤษฎี
วิศวกรรมพน้ื ฐานและเศรษฐศาสตร์ เพื่อ สาหรับการปฏิบตั ิ
ประเมนิ จากผลงาน
การประยุกตใ์ ช้กับงานทางดา้ น
วิศวกรรมศาสตร์ทีเ่ กี่ยวข้อง และ และการปฏบิ ัติการ
การสร้างนวตั กรรมทางเทคโนโลยี 2. การทดสอบยอ่ ย
(2) [•] มคี วามรแู้ ละความเข้าใจเกยี่ วกบั 3. พิจารณาจาก
หลักการทส่ี าคญั ทง้ั ในเชงิ ทฤษฎแี ละ รายงานทีม่ อบหมาย
ปฏิบัติ ในเนื้อหาของสาขา วิชาเฉพาะ 4. ผลการฝกึ
ประสบการณจ์ าก
ด้านทางวศิ วกรรม
สถานประกอบการ
(3) [•] สามารถบรู ณาการความรใู้ น หรือสหกิจศกึ ษา
สาขาวิชาท่ีศึกษากบั ความรูใ้ นศาสตร์

อืน่ ๆ ท่ี 3 เก่ียวข้อง

(4) [•] สามารถวิเคราะหแ์ ละแกไ้ ขปัญหา

ดว้ ยวิธกี ารทเ่ี หมาะสม รวมถงึ การ

ประยุกตใ์ ชเ้ ครอื่ งมอื ทเ่ี หมาะสม เช่น

โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เป็นตน้

(5) [•] สามารถใช้ความรแู้ ละทักษะ

ในสาขาวิชาของตน ในการประยกุ ตแ์ กไ้ ข

ปญั หาในงานจริงได้



กิจกรรมท่ี การเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ วธิ ีการประเมนิ ผล ระยะเวลา สดั สว่ นของ
ในดา้ น ในการ การประเมิน
ประเมนิ

3 ทกั ษะ (1) [•] มคี วามคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณที่ดี 1. ประเมินจากการ ทกุ 30
ทางปญั ญา (3) [•] สามารถคดิ วิเคราะห์ และแกไ้ ข รายงานผลการดาเนนิ สปั ดาห์
ปญั หาดา้ นวศิ วกรรมได้อยา่ งมีระบบ และการแก้ปญั หา
รวมถึงการใช้ขอ้ มลู ประกอบ การตดั สนิ ใจ2. ประเมนิ ผลจากการ
ในการทางานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ปฏบิ ตั กิ ารจาก
สถานการณจ์ ริง
(5) [•]สามารถสบื ค้นขอ้ มลู และแสวงหา 3. ประเมนิ ผลจากงาน
ความรูเ้ พ่มิ เตมิ ไดด้ ว้ ยตนเอง เพื่อการ ท่ีมอบหมาย
เรยี นรตู้ ลอด

4 ทกั ษะ (3) [•] สามารถวางแผนและรบั ผดิ ชอบ 1. ประเมินจากการ ทกุ 10
ความสมั พนั ธ์ในการพฒั นาการเรยี นรู้ท้งั ของตนเอง รายงานหน้าชนั้ เรยี น สปั ดาห์
ระหว่างบคุ คลและสอดคล้องกบั ทางวิชาชีพอย่าง โดยอาจารยแ์ ละ
และความ ต่อเน่อื ง นักศึกษา

รับผดิ ชอบ (4) [o] ร้จู ักบทบาท หนา้ ท่ี และมคี วาม 2. ตดิ ตามการทางาน
รับผดิ ชอบในการทางานตามที่มอบหมาย ร่วมกับสมาชิกกลุ่ม
ทั้งงานบุคคล และงานกลมุ่ สามารถ ของนกั ศกึ ษาเปน็ ระยะ
ปรับตัว และทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ท้งั ใน พรอ้ มบนั ทกึ พฤตกิ รรม
เปน็ รายบุคคล
ฐานะผู้นา และผตู้ ามได้อย่างมี

ประสทิ ธภิ าพ สามารถวางตัวได้อยา่ ง

เหมาะสมกับความรับผดิ ชอบ

5 ทกั ษะ (1) [•] มที ักษะในการใชค้ อมพิวเตอร์ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 3,4,9,11 20
วเิ คราะห์ สาหรับการทางานที่เก่ียวขอ้ งกบั วชิ าชพี นักศึกษาดา้ นความมี
เชิงตัวเลข ไดเ้ ป็นอยา่ งดี เหตผุ ลและมกี ารบันทกึ

การส่อื สาร (2) [•]ทักษะในการวิเคราะหข์ อ้ มลู เปน็ ระยะ
และการใช้ สารสนเทศทางคณติ ศาสตรห์ รอื การแสดง 2. ประเมินจากผลงาน
เทคโนโลยี สถติ ปิ ระยกุ ต์ ต่อการแก้ ปญั หาท่ี และการนาเสนอ
สารสนเทศ เกีย่ วข้องได้อย่างสรา้ งสรรค์ ผลงาน

(5) [•]สามารถใช้เคร่ืองมอื การคานวณ

และเครอ่ื งมอื ทางวิศวกรรม เพื่อประกอบ

วิชาชพี ในสาขาวศิ วกรรมทีเ่ กย่ี วขอ้ งได้



หมวดที่ 6 ทรัพยากรทีใ่ ช้ในการสอน

คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้า สาหรับประเทศไทย
กรงุ เทพฯ: บริษทั โกบอล กราฟฟคิ จากัด

การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า (พิมพ์ครั้งท่ี 2) กรุงเทพฯ:
การไฟฟา้ นครหลวง

กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2551). มาตรฐานการเดนิ สายไฟฟ้าท่ัวไป (พมิ พค์ ร้งั ท่ี 1) กรงุ เทพฯ
ชานาญ ห่อเกยี รต.ิ (2540). เทคนิคการสอ่ งสวา่ ง. (พิมพค์ รั้งท่1ี ) กรงุ เทพ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ธนบรู ณ์ ศศิภานุเดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสว่าง. กรุงเทพมหานคร: ซเี อด็ ยูเคชน่ั
ประสิทธิ์ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์

ครเี อชั่น
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า (ปรับปรุง

คร้ังที่ 3). กรงุ เทพฯ: ส.ส.ท. สนพ.
ศลุ ี บรรจงจติ ร. (2013). หลักและเทคนคิ การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ: ซีเอด็ ยเู คชน่ั
ธนบรู ณ์ ศศิภานเุ ดช. การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ : ซเี อ็ดยูเคชัน่
อภิรัตน์ บางศิริ. (2552). เขียนแบบทางวิศวกรรมไฟฟ้าและสถาปัตยกรรมด้วย AutoCAD 2010.

พมิ พ์ครัง้ ที่ 1. กรุงเทพฯ: ซคั เซส มเี ดยี .
Schneider Electric. (2561). Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/en/

work/products/product-launch/electrical-installation-guide/
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.

Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364



หมวดที่ 7 การประเมนิ และปรบั ปรงุ การดำเนินการของรายวิชา

1. กลยทุ ธการประเมินประสิทธผิ ลของรายวิชาโดยนักศกึ ษา
- การสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ระหวา่ งผ้สู อนและผเู้ รียน
- นักศกึ ษากรอกแบบประเมนิ ประสิทธิภาพการเรยี นรายวิชาท่จี ัดทาโดยอาจารย์ผู้สอน
- การประเมนิ โดยระบบออนไลน์ของมหาวทิ ยาลัยฯ

2. กลยุทธการประเมนิ การสอน
- ผลการสอบสอบภาคทฤษฎีของนักศึกษา
- ผลการปฏบิ ัตงิ านของนักศึกษา
- พฤตกิ รรมดา้ นตา่ ง ๆ ของนกั ศึกษาที่สังเกตได้
- การจดั ทารายงาน มคอ. 5

3. การปรบั ปรุงการสอน
- รายงาน มคอ.5
- ปรับปรงุ แผนการสอนใน มคอ. 3 ในภาคการศกึ ษาถดั ไป (ถ้าม)ี
- มีการประชุมสัมมนาเพอื่ พฒั นาการเรยี นการสอน

4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิข์ องนกั ศึกษาในรายวิชา
- การทวนสอบจากคะแนนข้อสอบ โดยการสังเกตและการตรวจสอบผลการประเมิน
การเรยี นรู้ของนกั ศกึ ษาหรืองานทม่ี อบหมาย
- การทบทวนสอบจากผลการเรียนรู้แตล่ ะด้านของรายวชิ า
- แบบทวนสอบผลสัมฤทธ์ิของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ีกาหนดใน มคอ.3
ซ่งึ จดั ทาโดยคณะฯ
- แบบทดสอบผ่านการพจิ ารณาเหน็ ชอบโดยคณะกรรมการของสาขาฯ



5. การดาเนินการทบทวนและการวางแผนปรบั ปรุงประสิทธิผลของรายวิชา
จากผลการประเมนิ และทวนสอบผลสัมฤทธ์ปิ ระสทิ ธผิ ลรายวชิ าได้มีการวางแผนการปรบั ปรุง

การสอนและรายละเอียดวิชา เพอ่ื ใหเ้ กิดคุณภาพมากขน้ึ ดงั น้ี
- ปรับปรุงรายวิชาทุกปีหรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธ์ิ

ตามข้อ 4 เปล่ียนหรือสลับอาจารย์ผู้สอน เพ่ือให้นักศึกษามีมุมมองในเรื่องการประยุกต์ความรู้น้ี
กบั ปัญหาท่มี าจากงานวจิ ยั ของอาจารยห์ รืออุตสาหกรรมต่าง ๆ

ผ้รู ับผิดชอบรายวิชา ประธานหลักสตู ร

(นายอานนท์ พ่วงชิงงาม) (ผศ.ดร.ไพบูลย์ เกยี รตสิ ขุ คณาธร)
......./................./.......... ......./................./..........

1-1

หน่วยที่ 1 แนวคิดการออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการติดตง้ั ระบบไฟฟ้าและผงั การจา่ ยกาลังไฟฟา้

หนว่ ยท่ี 1
แนวคิดการออกแบบพน้ื ฐานมาตรฐานและ

ขอ้ กาหนดของการติดตั้งระบบไฟฟ้าและ
ผงั การจ่ายกาลงั ไฟฟา้

จดุ มุ่งหมายของบทเรยี น
1. ผู้เรียนมคี วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั แนวคดิ พน้ื ฐานของการออกแบบระบบไฟฟา้
2. ผู้เรียนสามารถบอกความแตกต่างของมาตรฐานและข้อกาหนดทั่วไปของการติดต้ังระบบ

ไฟฟ้าไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. ผู้เรยี นสามารถอธบิ ายนยิ ามท่ใี ช้สาหรบั การติดตงั้ ระบบไฟฟา้ ได้อย่างถูกตอ้ ง
4. ผู้เรยี นสามารถอธิบายถงึ ขอ้ กาหนดทั่วไปสาหรบั การติดต้ังทางไฟฟา้ ได้อย่างถูกต้อง
5. ผู้เรียนสามารถบอกความแตกตา่ งของระยะห่างทางไฟฟ้าในการติดตง้ั สายไฟฟา้ ได้อย่างถูกต้อง
6. ผเู้ รยี นสามารถบอกความแตกตา่ งของมาตรฐานสายไฟฟ้าและบริภณั ฑ์ไฟฟา้ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
7. ผู้เรียนสามารถจาแนกความแตกต่างของผังการจา่ ยกาลังไฟฟ้าแต่ละแบบได้อย่างถูกต้อง
8. ผู้เรียนสามารถบอกเหตุผลของความเหมาะสมการจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละแบบ

ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
9. ผู้เรียนสามารถเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียการจัดวงจรการจ่ายกาลังไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ได้อย่าง

เหมาะสม
10. ผเู้ รยี นสามารถอภิปรายแนวคิดการออกแบบมาตรฐานและข้อกาหนดการติดต้ังระบบไฟฟ้า

และผังการจ่ายกาลังไฟฟ้าไดอ้ ย่างถกู ต้อง

เนอ้ื หา
1. แนวคิดการออกแบบระบบไฟฟา้ พืน้ ฐาน
2. นิยามของมาตรฐานและขอ้ กาหนดทั่วไป
3. นยิ ามทใ่ี ช้สาหรบั การติดต้ังระบบไฟฟ้า
4. ข้อกาหนดทวั่ ไปสาหรับการติดต้ังทางไฟฟา้
5. ระยะหา่ งทางไฟฟ้า (Electrical Clearance) ในการติดตั้งสายไฟฟา้
6. มาตรฐานสายไฟฟา้ และบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
7. ผงั การจ่ายกาลงั ไฟฟ้า
8. การจ่ายไฟฟ้าให้กับผ้ใู ช้ไฟฟา้
9. การจดั วงจรการจ่ายกาลังไฟฟ้า
10. บทสรุป

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี

1-2

หน่วยท่ี 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ต้งั ระบบไฟฟา้ และผังการจ่ายกาลังไฟฟา้

วธิ กี ารสอนและกิจกรรม
1. ผ้สู อนบรรยายเนอื้ หา
2. นกั ศกึ ษารว่ มอภิปราย
3. ผสู้ อนตัง้ คาถามให้ผูเ้ รยี นตอบเพอื่ มีส่วนร่วมในการเรยี น
4. นักศกึ ษาทาแบบฝกึ หัดทา้ ยบทเรยี น
5. ศกึ ษาค้นควา้ เพิม่ เตมิ จากหนงั สอื ทเี่ ก่ยี วกับมาตรฐาน และข้อกาหนดการติดตั้งระบบไฟฟ้า

ส่ือการสอนและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื และเอกสารประกอบการสอน
2. PPT
3. คอมพวิ เตอร์
4. โปรเจคเตอร์
5. ใบงานหรอื แบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรียน

การวดั และประเมินผล
1. นักศกึ ษาเข้าชั้นเรียนตามเวลากาหนด
2. นกั ศึกษาสนใจเรียนและเข้ามามกี ารโตต้ อบซักถามขณะเรียน
3. ตรวจแบบจากงานที่มอบหมายหรือแบบฝึกหดั ทา้ ยบท

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี

1-3

หนว่ ยท่ี 1 แนวคิดการออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการติดตงั้ ระบบไฟฟา้ และผงั การจา่ ยกาลังไฟฟา้

หน่วยที่ 1
แนวคดิ การออกแบบพืน้ ฐานมาตรฐานและขอ้ กาหนด

และผงั การจา่ ยกาลังไฟฟ้า

การออกแบบระบบไฟฟ้า (Electrical System Design) เป็นวิชาหลักที่วิศวกรไฟฟ้ากาลัง
ต้องรู้อย่างดี เนื่องจากในการทางานไม่ว่าจะเป็นทางด้านการออกแบบหรือการติดต้ังไฟฟ้ารวมไปถึง
การปฏิบัติการเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ก็ต้องใช้เป็นหลักการพ้ืนฐานท้ังสิ้น วิชาน้ีจึงได้รับการบรรจุเป็นวิชา
บังคับในหลักสูตรสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่ง โดยเน้ือหาหลักในส่วนเบื้องต้น
จะกล่าวถึง ข้อกาหนดโดยยึดมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย ซ่ึงจาเป็นอย่างยิ่ง
ในการออกแบบระบบไฟฟ้า เพ่ือให้ระบบที่ออกแบบมีความน่าเชื่อถอื และอ้างอิงได้ รวมถึงต้องศึกษา
หลักการในการส่งจ่ายระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าท้ัง 3 แห่ง ซ่ึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่างกัน
ในส่วนท้ายของบทเรียนได้กล่าวถงึ ผังการจา่ ยกาลังไฟฟ้าแบบตา่ ง ๆ ท่ีสามารถออกแบบเพ่ือใช้งานได้
โดยแตล่ ะแบบจะมขี ้อดีข้อเสียรวมถึงประโยชน์การใช้งานท่ีต่างกัน โดยในหน่วยเรียนนี้ผู้เรยี นจะต้อง
อา่ นและศึกษาหนังสือมาตรฐานทางไฟฟา้ สาหรับประเทศไทยของ ว.ส.ท. ควบคไู่ ปดว้ ย

1. แนวคิดการออกแบบระบบไฟฟา้ พนื้ ฐาน
การออกแบบระบบไฟฟ้า หมายถึง การพัฒนาแบบแปลนหรือวิธีการเพ่ือจ่ายกาลังไฟฟ้า

จากจุดจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ใช้กาลังไฟฟ้าต่าง ๆ หรือว่าจ่ายกาลังไฟฟ้าจากจุดรับ
สัญญาณไฟฟ้านั้น ๆ ไปยังอุปกรณ์การใช้งาน การออกแบบระบบไฟฟ้าเป็นงานที่กว้างขวางต้องการ
ข้อมูลมากมายเพ่ือประกอบการตัดสินใจเลือกใช้ระบบและอปุ กรณ์ท่ีเหมาะสม ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า
จะตอ้ งเป็นผใู้ ฝร่ ู้และมีความสนใจในวิชาการตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง เนื่องจากงานการออกแบบระบบไฟฟ้า
นั้นผู้ออกแบบจะต้องมีความรับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้ได้แบบระบบไฟฟ้าที่ดี มีความถูกต้อง
และปลอดภยั ในการใช้งาน

แบบระบบไฟฟ้าทด่ี ีจะตอ้ งประกอบด้วยคณุ ลกั ษณะสาคญั ทีโ่ ดดเด่น ดงั น้ี
1. ระบบไฟฟ้าต้องมีความปลอดภัย (Safety) ระบบไฟฟ้ากาลังที่ดีต้องให้ความปลอดภัย
อย่างสูงต่อผู้ปฏิบัติงาน ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และต่อสถานที่ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศ และ
ขอ้ กาหนดของทางการไฟฟ้าทอ้ งถ่ินดว้ ย วิศวกรไฟฟ้าผอู้ อกแบบจะตอ้ งเข้าใจในรายละเอยี ดของข้อกาหนด
ต่าง ๆ เป็นอย่างดี และรู้ถึงสถานประกอบการท่ีจะออกแบบกระบวนการผลิต ขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน
เพ่ือทจ่ี ะสามารถออกแบบระบบไฟฟ้าใหม้ ีความปลอดภัยได้
2. ระบบไฟฟ้าที่ออกแบบต้องมีค่าลงทุนเร่ิมแรกท่ีต่าที่สุด (Minimum Initial Investment)
งบประมาณของเจ้าของโครงการจะเป็นตัวกาหนดที่สาคัญของโครงการว่าผู้ออกแบบ ควรจะเลือก
แบบใด อยา่ งไรก็ดจี ะตอ้ งคานงึ ถงึ ความปลอดภยั เป็นสาคัญ
3. ระบบไฟฟ้าที่ออกแบบจะต้องจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเน่ือง (Maximum Service Continuity)
ระดับของความต้องการไฟฟ้าอย่างต่อเน่ืองและความเช่ือถือได้ของระบบนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของโหลด
สถานประกอบการ และกระบวนการผลิต

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี

1-4

หนว่ ยท่ี 1 แนวคิดการออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและขอ้ กาหนดของการตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้าและผงั การจา่ ยกาลังไฟฟา้

4. ระบบไฟฟ้าท่ีออกแบบจะต้องมีความคล่องตัวสูงและสามารถขยายโหลดได้ (Maximum
Flexibility and Expandability) เนื่องจากสถานประกอบการส่วนมากจะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้
โหลดไฟฟ้าไปเรื่อย ๆ ระบบการจ่ายไฟฟ้าจะต้องสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ นอกจากน้ี
ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าจะต้องเผื่อระบบการจ่ายกาลังไฟฟ้าสาหรับรองรับการขยายโหลดในอนาคต
โดยอาจจะเพม่ิ ขนาดของหมอ้ แปลงและสายป้อนต่าง ๆ รวมทัง้ เพิม่ อปุ กรณป์ ้องกนั ดว้ ย

5. ระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมีประสิทธิภาพทางไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Electrical Efficiency)
ระบบไฟฟ้าท่ีจะทางานอย่างมีประสิทธิภาพน้ัน อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในระบบจะต้องมีกาลังสูญเสีย
น้อย ดงั นน้ั วิศวกรผอู้ อกแบบจะต้องพิจารณาเลอื กใช้อปุ กรณ์ไฟฟา้ ที่ดี

6. ระบบไฟฟ้าท่ีออกแบบเมื่อติดตั้งเสร็จและใช้งานแล้วจะต้องมีค่าบารุงไฟฟ้าที่ต่าสุด
(Minimum Maintenance Cost) ในระบบไฟฟ้านั้นย่ิงระบบมีการจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และสามารถ
ปรับสภาพต่าง ๆ ได้มากเท่าไหร่ราคาในการบารุงรักษาก็ยิ่งมากตามไปด้วย ดังน้ัน ในระบบไฟฟ้า
จึงควรออกแบบให้มีวงจรไฟฟ้าหมุนเวียนท่ีจะจ่ายกาลังให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เพ่ือท่ีจะสามารถ
ทาการบารุงรักษาเครื่องหน่ึงในขณะท่ีใช้งานเคร่ืองหนึ่งได้ ทั้งนี้ควรเลือกระบบท่ีต้องใช้ค่าการ
บารงุ รกั ษาน้อย

7. ในการใช้งานของระบบไฟฟ้าที่ออกแบบจะต้องมีคุณภาพกาลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum
Power Quality) ในอดีตการมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่สาคัญท่ีสุด ปัจจุบันการมีไฟฟ้าใช้
อย่างต่อเนื่องก็ยังสาคัญอยู่ แต่ไฟฟ้าที่มีใช้น้ันจะต้องมีคุณภาพที่ดี เช่น แรงดันไฟฟ้าต้องมีค่า
สม่าเสมอ กระแสไฟฟ้ามีฮาร์โมนิกน้อย เป็นต้น วศิ วกรไฟฟ้าจะต้องคานึงถึงข้อนี้อยู่เสมอ ในระหว่าง
การออกแบบระบบไฟฟ้าวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เหล่าน้ี อาจจะมีความสัมพันธ์กันหรืออาจจะมีความ
ขัดแย้งกันในบางหัวข้อ ย่ิงเราออกแบบให้มีอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีมีคุณภาพ การจ่ายโหลดอย่างต่อเนื่อง
สามารถปรับสภาพต่าง ๆ หรือการเผื่อการขยายได้มากเท่าไหร่ ค่าการลงทุนเร่ิมแรกคือค่าการ
บารงุ รกั ษากจ็ ะเพิ่มขนึ้ ตามไปดว้ ย ดงั นั้นผอู้ อกแบบจึงควรพิจารณาถงึ ปัจจยั พื้นฐาน ชนดิ ของอุปกรณ์
ทใี่ ช้และโหลดต่าง ๆ วา่ ควรจะใชข้ นาดเท่าไหร่ ชนดิ ใดจึงจะเหมาะสม

ในการทางานจริง ระบบไฟฟ้าท่ีผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าจะต้องรับผิดชอบมีอยู่มากมายหลาย
ระบบอาจจะแยกออกได้เปน็ 2 กลุม่ ใหญ่ ไดแ้ ก่

1. ระบบไฟฟ้ากาลัง
2. ระบบไฟฟา้ สอื่ สาร

งานของระบบไฟฟา้ กาลังทผ่ี ู้ออกแบบจะต้องรับผดิ ชอบในการออกแบบ ได้แก่
1. ระบบการจา่ ยกาลงั ไฟฟ้า (Power Distribution System)
2. ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง (Lighting System)
3. ระบบไฟฟ้าสารอง (Standby Power System)
4. ระบบปอ้ งกนั ฟ้าผา่ (Lightning System)
5. ระบบการขนส่งแนวดิง่ (Vertical Transportation System)

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี

1-5

หนว่ ยที่ 1 แนวคิดการออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและขอ้ กาหนดของการติดตั้งระบบไฟฟ้าและผังการจา่ ยกาลังไฟฟ้า

สว่ นงานของระบบไฟฟา้ สือ่ สารท่ีผูอ้ อกแบบจะต้องรับผิดชอบในการออกแบบ ได้แก่
1. ระบบโทรศัพท์ (telephone System)
2. ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภยั (Fire Alarm System)
3. ระบบเสาอากาศโทรทัศนร์ วม (Master Antenna TV System)
4. ระบบรกั ษาความปลอดภัย (Security System)
5. ระบบโทรทัศนว์ งจรปิด (Closed Circuit TV System)
6. ระบบเสยี ง (Sound System)
7. ระบบควบคมุ อาคารอัตโนมตั ิ (Building Automation System)
โดยทั่วไปหนา้ ที่ของผูอ้ อกแบบระบบไฟฟา้ ประกอบดว้ ย
1. ศึกษาและพัฒนาแบบระบบไฟฟ้า เพ่ือให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอและมีความปลอดภัย
ในการใช้งาน
2. ออกแบบระบบไฟฟ้าใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ กาหนดหรอื กฎเกณฑม์ าตรฐานต่าง ๆ
3. ทาการออกแบบตามความตอ้ งการของเจา้ ของ
4. ติดต่อประสานงาน และให้ความร่วมมือกับผู้ออกแบบงานระบบอ่ืน ๆ เพ่ือให้อาคาร
สามารถทางานได้ตามวตั ถุประสงค์
5. เขยี นรายละเอียดขอ้ กาหนดตา่ ง ๆ ของระบบไฟฟา้
6. ทาการประมาณราคา
ลักษณะของแบบแปลนอาคารท่ีใช้งานจริงนั้น ผู้ออกแบบในทุกสาขาจะเตรียมแบบแปลน
และรายละเอยี ดข้อกาหนดในส่วนท่ีตนรบั ผดิ ชอบ เพ่ือเป็นข้อมูลสาหรบั ให้ผู้รับเหมาใช้ในการประมูล
ตลอดจนใช้ในการก่อสร้างต่อไป เพ่ือให้เกิดความชัดเจนจึงต้องกาหนดแบบตามลาดับและนาหน้า
แบบตามตัวอกั ษร ดังน้ี
A สาหรบั งานสถาปัตยกรรม (Architecture)
C สาหรบั งานวศิ วกรโยธา (Civil Engineering)
S สาหรับงานโครงสร้าง (Structure Engineering)
EE สาหรบั งานวศิ วกรไฟฟ้า (Electrical Engineering)
M สาหรับงานวิศวกรเครือ่ งกล (Mechanical Engineering)
A/C สาหรับงานวิศวกรรมปรับอากาศ (Air Condition Engineering)
SN วศิ วกรรมสขุ าภบิ าล (Sanitary Engineering)
เช่น แบบท่ี EE-20 Grounding Details หมายถึง แบบแปลนระบบไฟฟ้าท่ี 20 เรื่อง รายละเอียด
ตอ่ ลงดนิ

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี

1-6

หนว่ ยท่ี 1 แนวคิดการออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและขอ้ กาหนดของการติดตั้งระบบไฟฟา้ และผังการจา่ ยกาลังไฟฟา้

การเขียนรายละเอยี ดข้อกาหนด
เมื่อออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แบบท้ังหมดจะนามาเย็บรวมกัน ซ่ึงทาให้ได้แบบทุกระบบ
อย่างสมบูรณ์ แบบจะมีจานวนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของอาคาร ส่วนรายละเอียดและข้อกาหนด
จะครอบคลมุ รายละเอียดตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปน้ี

1. ฝีมือการทางาน (Workmanship)
2. วัสดุทอี่ นมุ ตั ิ (Approved Materials)
3. วิธีการประกอบ (Method of Assembly)
4. ขั้นตอนการก่อสร้าง (Sequence of Construction)
5. สภาพพิเศษ (Special of Conditions)
6. การจดั การกับแบบทีข่ ัดแย้งกัน (Handing of Drawing Conflicts)
7. ใบอนญุ าตกอ่ สรา้ ง (Construction Permit)
8. แบบแสดงการติดตั้ง (Shop Drawings)

การวางแผนการออกแบบระบบไฟฟา้
ในงานออกแบบระบบไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบหลายอย่างท่ีเราจะต้องนามาพิจารณาในแต่ละ
โครงการ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของโครงการน้ัน ๆ แต่ก็มีงานในหลายส่วนที่เป็นขั้นตอน
ร่วมท่ีคล้ายคลึงกันสาหรับงานออกแบบทุกโครงการ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นงานท่ีต้องติดต่อกับผู้ออกแบบ
ในสาขาตา่ ง ๆ เชน่
1. งานดา้ นสถาปัตยกรรม
2. งานดา้ นเครือ่ งกล
3. งานด้านประปาและนา้ เสยี
4. การไฟฟา้ นครหลวงหรือส่วนภูมภิ าค
5. องคก์ ารโทรศพั ทห์ รอื บริษทั เอกชนผู้ทาการเกี่ยวกับระบบสื่อสาร

ขน้ั ตอนการออกแบบระบบไฟฟ้ากาลัง อาจแบ่งเปน็ ขัน้ ตอน ดังต่อไปนี้
1. ศึกษาแบบทางด้านสถาปัตยกรรมอย่างละเอียดจานวนช้ันความสูงของแต่ละชั้น และ
ความสูงท้ังหมดการใช้งานส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เช่น สานักงาน ห้องพัก ทางเดิน ฯลฯ แบบฝ้าเป็น
ฝ้าแบบ T-Bar หรือฝ้าเรียบ ห้องท่ีใช้เป็นห้องไฟฟ้าบริเวณท่ีเหมาะสมท่ีจะเป็นช่องเดินสายไฟฟ้า
(Electrical Shaft) เปน็ ตน้
2. ออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างตามความต้องการการใช้งานส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เช่น ห้องทางาน
ต้องการความสว่าง 500 lux เป็นตน้ และเลอื กชนดิ ของดวงโคมตามความเหมาะสม
3. ใหต้ าแหนง่ ดวงโคมตามแบบดวงโคมและจานวนทีไ่ ด้จาก Lighting Design บนแปลนพื้น
4. ใหต้ าแหน่งเตา้ รับตามความเหมาะสม ซึ่งส่วนมากจะวางตามเสาหรอื ผนังบนแปลนพ้นื
5. ให้ตาแหน่งและชนิดของอุปกรณ์ท่ีใช้ไฟฟ้าท่ีได้จากเจ้าของโครงการ หรือตามกระบวนการ
ผลิตกาหนด

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี

1-7

หน่วยท่ี 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและขอ้ กาหนดของการตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้าและผงั การจ่ายกาลังไฟฟ้า

6. กาหนดตาแหน่งของแผงจา่ ยไฟฟา้ ท่จี ะจ่ายไฟฟ้าให้โหลดเหล่าน้ี
7. ออกแบบวงจรย่อยสาหรับโหลดต่าง ๆ ให้ครบ โดยต้องคานงึ ว่าแผงจ่ายไฟฟ้ามีวงจรย่อย
สูงสุด 42 วงจรและวงจรใช้งานไม่ควรเกิน 32 วงจร ส่วนที่เหลือเป็นวงจรย่อยสารองและวงจรย่อย
วา่ ง ถ้าวงจรใชง้ านมีมากกวา่ 32 วงจร หรอื อาคารใหญ่มากหรือยาวมาก ควรเพมิ่ จานวนแผงจ่ายไฟฟา้
8. ทา Load Schedule ของแผงจา่ ยไฟฟ้าใหค้ รบทุกแผง
9. ถ้ามีแผงจ่ายไฟฟ้าหลายแผงอยู่ใกล้กัน แผงเหล่าน้ีอาจได้ไฟฟ้าจากแผงสวิตช์จ่ายไฟ
(Distribution Board, DB)
10. ทา Feeder Schedule ของแผง DB
11. รวบรวมโหลดของระบบอื่น ๆ ท่ีใช้ไฟฟ้าจากวิศวกรสาขาที่เก่ียวข้อง เช่น ระบบปรับอากาศ
และระบายอากาศ ระบบสุขาภบิ าล ระบบลิฟต์ เปน็ ตน้
12. ทา Main Schedule เพ่ือหาขนาดของ Main Distribution Board (MDB)
13. หาขนาดมิเตอรห์ รอื ขนาดหม้อแปลง
14. หาขนาด Standby Generator Set ถ้ามี จากแผงจข่ายไฟฉุกเฉิน (Emergency Main
Distribution Board, EMDB)
15. ออกแบบระบบประธาน
16. จาก Panelboard และ Distribution Board ออกแบบระบบจา่ ยไฟฟ้า
17. ออกแบบ Single Line Diagrams 2.5.18 ออกแบบ Riser Diagrams

2. นิยามของมาตรฐานและข้อกาหนดของการติดตัง้ ระบบไฟฟ้า
นิยามและข้อกาหนดท่ัวไปที่ระบุไว้ในมาตรฐานเล่มนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่ือความหมาย

ใช้เรียกชื่อและอธิบายลักษณะรูปแบบหรือการกระทา เพ่ือให้ผู้ใช้มาตรฐานได้เข้าใจในขอบเขต
ในลักษณะอุปกรณ์หรือการกระทาท่ีกาหนดไว้ในมาตรฐาน ประกอบด้วย นิยามที่ใช้งานท่ัวไป นิยาม
สาหรับการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับระบบไฟฟ้าแรงดันต่าและระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ข้อกาหนดทั่วไป
สาหรับการติดตั้งทางไฟฟ้าท่ัวไปท่ีสาคัญ ซึ่งเป็นข้อพึงปฏิบัติในการออกแบบและติดต้ัง เพื่อให้ระบบ
ไฟฟ้าใช้งานได้อย่างม่ันคงและปลอดภัย ทั้งยังได้คานึงถึงการตรวจสอบบารุงรักษาให้สามารถกระทา
ได้ทั่วถึง และข้อกาหนดระยะห่างจากทางไฟฟ้าในการติดต้ังสายไฟฟ้าเหนือพ้ืนดิน เพื่อใช้ในการ
อ้างองิ ในการออกแบบและติดต้ังให้มรี ะยะหา่ งจากตวั อาคารหรือสิ่งก่อสรา้ งได้ในระยะที่ปลอดภยั

2.1. นยิ ามที่ใช้งานทัว่ ไป
2.1.1 เข้าถึงได้ (Accessible) เมื่อใช้กับวิธีการเดินสาย หมายถึง ที่ซึ่งสามารถถอดหรือ

เปิดได้โดยไม่ทาให้โครงสร้างหรือส่วนท่ีเสร็จแล้วของอาคารเสียหาย หรือที่ซึ่งไม่ถูกปิดอย่างถาวร
ดว้ ยโครงสร้างหรือสว่ นที่เสร็จแลว้ ของอาคาร (ดคู าวา่ “ซ่อน”และ “เปิดโลง่ ”)

2.1.2 เข้าถึงได้ (Accessible) เม่ือใช้กับบริภัณฑ์ หมายถึง ที่ซึ่งอนุญาตให้เข้าไปใกล้ได้
โดยไม่มกี ารก้ันดว้ ยประตู ซง่ึ ถูกล็อกหรือตดิ กุญแจอยพู่ น้ื ยกหรือวิธีอน่ื (ดูคาว่า “เข้าถงึ ไดง้ า่ ย”)

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี

1-8

หน่วยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้าและผงั การจา่ ยกาลังไฟฟ้า

2.1.3 เข้าถึงได้ง่าย (Accessible, Readily) หมายถึง ที่ซ่ึงสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
เพ่ือปฏิบัติการเปลี่ยนหรือตรวจสอบ โดยไม่ทาให้ผู้เข้าถึงต้องปีนข้ามหรือเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางหรือ
ใชบ้ นั ไดหยิบยกได้หรอื ใช้เก้าอ้ี ฯลฯ

2.1.4 ขนาดกระแส (Ampacity) หมายถึง ปริมาณประแส ซึ่งตัวนายอมให้ไหลผ่าน
อย่างต่อเนอ่ื งในภาวการณ์ใช้งาน โดยไมท่ าให้พกิ ัดอุณหภูมิเกินคา่ ทก่ี าหนด มีหนว่ ยเปน็ แอมแปร์

2.1.5 เคร่ืองใช้ไฟฟ้า (Appliance) หมายถึง บริภัณฑ์สาหรับประโยชน์ให้สอยท่ัวไป
นอกจากในโรงงานอุตสาหกรรม โดยปกติสร้างเป็นขนาดมาตรฐานสากล โดยติดตั้งหรือประกอบเข้า
เป็นหน่วยเดียว เพ่ือใช้งานในหน้าท่ีเดียวหรือหลายหน้าที่ เช่น เครอ่ื งซักผ้า เครอื่ งปรับอากาศ เคร่ือง
ผสมอาหาร เครอ่ื งทอด และอ่นื ๆ

2.1.6 รับรอง (Approved) หมายถงึ เปน็ ที่ยอมรับของเขา้ หนา้ ทผี่ มู้ อี านาจ
2.1.7 แอสคาเรล (Askarel) หมายถึง สารไม่ติดไฟประเภทไฮโดรคาร์บอน ซงึ่ ประกอบ
ข้ึนจากคลอรนี ใช้เป็นฉนวนทางไฟฟ้า
2.1.8 เตา้ เสยี บ (Attachment Plug) หมายถงึ อุปกรณ์ที่สอดเข้าไปในเตา้ รับแล้วทาให้
เกดิ การตอ่ ระหวา่ งตัวนาของสายอ่อนทตี่ ดิ เต้าเสยี บกบั ตวั นาที่ต่ออยา่ งถาวรกับเต้ารบั
2.1.9 อัตโนมัติ (Automatic) หมายถึง การทางานได้โดยกลไกของตัวเอง เมื่อมีการ
กระตุ้นอันไม่ใช้การกระทาของบุคคล เช่น มีการเปล่ียนแปลงกระแส แรงดัน อุณหภูมิ หรือการ
เปล่ียนแปลงทางกล
2.1.10 การต่อฝาก (Bonding) หมายถึง การต่อถึงกันอย่างถาวรของส่วนที่เป็นโลหะ
ให้เกิดเป็นทางนาไฟฟา้ ทีม่ ีความต่อเนื่องทางไฟฟ้า และสามารถนากระแสที่อาจเกิดข้นึ ได้อยา่ งปลอดภยั
2.1.11 สายต่อฝาก (Bonding Jumper) หมายถึง ตัวนาที่ใช้ต่อระหว่างส่วนที่เป็นโลหะ
ทต่ี อ้ งการตอ่ ถงึ กันทางไฟฟา้
2.1.12 สายต่อฝากของวงจร (Bonding Jumper Circuit) หมายถึง การต่อระหว่าง
สว่ นของตวั นาในวงจรเพ่อื ให้ได้ขนาดกระแสตามขนาดพิกดั ของวงจร
2.1.13 สายต่อฝากของบริภัณฑ์ (Bonding Jumper Equipment) หมายถึง สายต่อฝาก
ระหวา่ งสายดินของบรภิ ัณฑต์ ้งั แต่ 2 สว่ นขนั้ ไป
2.1.14 สายต่อฝากประธาน (Bonding Jumper Main) หมายถึง สายต่อฝากท่ีต่อ
ระหว่างตัวนาทม่ี ีการตอ่ ลงดนิ กับตวั นาตอ่ ลงดนิ (สายดนิ ) ท่ีตาแหนง่ ด้านไฟเขา้ ของบรภิ ัณฑ์ประธาน
2.1.15 วงจรย่อย (Branch Circuit) หมายถึง ตัวนาวงจรในวงจรระหว่างอุปกรณ์
ป้องกนั กระแสเกนิ จดุ สดุ ท้ายกับจุดจา่ ยไฟ ซ่ึงอาจแบง่ ออกได้ ดงั น้ี
วงจรย่อยสาหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า (Branch Circuit, Appliance) หมายถึง วงจรย่อย
ทจ่ี า่ ยไฟฟ้าให้จุดจา่ ยไฟท่มี ีเครอ่ื งใช้ไฟฟ้ามาต่อมากกว่า 1 จุดขน้ึ ไป เช่น วงจรไม่มกี ารต่อจากสายดว้ ยโคม
วงจรย่อยสาหรับจุดประสงค์ทั่วไป (Branch Circuit General Purpose) หมายถึง
วงจรย่อยทจี่ า่ ยไฟฟ้าใหก้ บั จุดจา่ ยไฟเพ่ือใชส้ าหรับแสงสวา่ งและเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้
วงจรย่อยเฉพาะ (Branch Circuit Individual) หมายถึง วงจรย่อยท่ีจ่ายไฟฟ้าให้บริภัณฑ์
ใช้สอยหนง่ึ ช้ินเท่าน้นั

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี

1-9

หนว่ ยท่ี 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและขอ้ กาหนดของการติดตง้ั ระบบไฟฟา้ และผังการจา่ ยกาลังไฟฟา้

วงจรย่อยหลายสาย (Branch Circuit Multiwire) หมายถึง วงจรย่อยซ่ึงประกอบด้วย
สายท่ีไม่ถูกต่อลงดินตั้งแต่ 2 สายขึ้นนไป ซึ่งมีความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างสายและสายท่ีมีการต่อ
ลงดิน 1 สาย โดยความต่างศักย์ไฟฟ้าของสายท่ีไม่ถูกต่อลงดินแต่ละสายจะต้องเท่ากันและสายท่ีมี
การตอ่ ลงดินจะต้องต่อเข้ากับสายนวิ ทรลั หรือสายทีม่ ีการต่อลงดินของระบบ

2.1.16 ตู้ (Cabinet) หมายถึง เคร่ืองห่อหุ้มที่ออกแบบให้ติดต้ังบนพื้นผิวหรือติดผนัง
โดยมีกรอบ ดา้ น และฝาปดิ ซึง่ เปดิ ได้

2.1.17 รางเคเบิล (Cable Trays) หมายถึง รางเปิดซึ่งทาด้วยวัสดุไม่ติดไฟใช้สาหรับ
รองรับและจบั ยดึ สายเคเบลิ

2.1.18 เซอร์กิตเบรอเกอร์ (Circuit Breaker) หมายถึง อุปกรณ์ซึ่งถูกออกแบบให้ปิด
และเกิดวงจรโดยไม่อัตโนมัติและให้เปิดวงจรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไหลผ่านเกินกาหนด โดย
เซอร์กติ เบรกเกอรไ์ มเ่ สยี หายเม่อื ใช้งานภายในพิกดั

ปรับได้ (Adjustable) เม่ือใช้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ หมายถึง เซอร์กิตเบรกเกอร์ท่ีสามารถ
ตง้ั ค่ากระแสต่าง ๆ เพ่ือปลดวงจรได้ภายในเวลาท่กี าหนด

ปลดวงจรทันที (Instantaneous Trip) เมื่อใช้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ หมายถึง เซอร์กิต
เบรกเกอรท์ ี่ปลดวงจรทันที โดยไม่มีการหน่วงเวลา

เวลาผกผัน (Inverse Time) เม่ือใช้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ หมายถึง เซอร์กิตเบรกเกอร์
ทม่ี กี ารหนว่ งเวลาในการปลดวงจร โดยที่การหน่วงเวลานน้ั จะลดลงเมอื่ กระแสเพิ่มข้นึ

ปรับไม่ได้ (Nonadjustable) เมื่อใช้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ หมายถึง เซอร์กิตเบรกเกอร์
ท่ไี มส่ ามารถปรับค่าประแสหรอื เวลาในการปลดวงจร

การปรับค่า (Setting) ของเซอร์กิตเบรกเกอร์ หมายถึง ค่ากระแสและ/หรือเวลาของ
เซอร์กติ เบรกเกอร์ซ่งึ ถูกต้ังไว้เพ่ือปลดวงจร

2.1.19 ซ่อน (Concealed) หมายถึง ทาให้เข้าถึงไม่ได้โดยส่ิงก่อสร้างหรือส่วนของ
อาคาร สายไฟฟ้าในชอ่ งเดนิ สายทีซ่ ่อนถอื วา่ เปน็ ท่ซี ่อนถึงแมว้ ่าอาจจะเข้าถึงไดโ้ ดยการดงึ ออกมา

2.1.20 ตัวนา (Conductor)
ตัวนาเปลอื ย (Bare Conductor) หมายถึง ตวั นาทไี่ มม่ ีการหมุ้ หรือไมม่ ฉี นวนไฟฟา้ ใด ๆ
ตัวนาหุ้ม (Convered Condustor) หมายถึง ตัวนาที่หุ้มด้วยวัสดุท่ีมีส่วนประกอบหรือ
มีความหมายซง่ึ ไมเ่ ปน็ ทีย่ อมรบั ว่าเปน็ ฉนวนไฟฟ้าตามมาตรฐานนี้
ตัวนาหุม้ ฉนวน (Insulated Conductor) หมายถึง ตวั นาทหี่ มุ้ ด้วยวัสดุทม่ี ีสว่ นประกอบ
และมคี วามหนาเปน็ ทยี่ อมรบั ว่าเปน็ ฉนวนไฟฟ้า
2.1.21 ข้อต่อเปิด (Conduit Body) หมายถึง ส่วนแยกต่างหากของระบบท่อร้อยสาย
ท่ีจุดต่อระหว่างส่วนของระบบตั้งแต่ 2 ส่วนข้ึนไป หรือจุดปลายของระบบเพื่อให้เข้าถึงระบบสายได้
โดยฝาครอบกล่องที่ถอดได้ เช่น ชนิด FS และ FD หรือกล่องโลหะหล่อ กลอ่ งโลหะแผ่นที่ใหญ่ไม่ถือว่า
เป็นข้อตอ่ เปดิ
2.1.22 ตัวต่อสายแบบบีบ (Connector, Pressure) หมายถึง อุปกรณ์ท่ีใช้ต่อระหว่าง
ตัวนาต้ังแต่ 2 ตัวนาขึ้นไป หรือระหว่างตัวนาต้ังแต่ 1 ตัวนาข้ึนไปกับขั้วสาย โดยใช้แรงกดทางกล
ไม่ใชก้ ารบัดกรี

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี

1-10

หนว่ ยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ตง้ั ระบบไฟฟา้ และผังการจา่ ยกาลังไฟฟ้า

2.1.23 โหลดต่อเนื่อง (Continuous Load) หมายถึง โหลดท่ีคาดว่ากระแสสูงสุดที่คงท่ี
ติดตอ่ กนั ต้งั แต่ 3 ชั่วโมงข้ึนไป

2.1.24 เครื่องควบคุม (Controller) หมายถึง อุปกรณ์หรือกลุ่มของอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุม
กาลงั ไฟฟา้ ทสี่ ่งไปยงั เครื่องสาเรจ็ ท่ตี ่อกับเครื่องควบคุมน้ัน

2.1.25 ตัวนาอะลูมิเนียมหุ้มด้วยทองแดง (Copper Clad Aluminum Conductor)
หมายถึง ตัวนาที่ทาจากแท่งอะลูมิเนียมหุ้มด้วยทองแดง โดยประสานทองแดงกับแกนอะลูมิเนียม
ดว้ ยวิธีโลหะการและต้องมีทองแดงต่ากว่าร้อยละ 10 ของพื้นท่ีหน้าตัดของตัวนาเด่ยี ว หรือของแต่ละ
เสน้ ของตัวนาตีเกลยี ว

2.1.26 ด้านหน้าไม่มีไฟ (Dead Front) หมายถึง ด้านที่ใช้ปฏิบัติงานของบรภิ ัณฑ์ ไม่มี
สว่ นที่มีไฟฟ้าเปดิ โลง่ สบู่ คุ คล

2.1.27 ดีมานด์แฟกเตอร์ (Demand Factor) หมายถึง อัตราส่วนระหว่างความต้องการ
สงู สุดของระบบ หรือส่วนของระบบกบั โหลดท้งั หมดที่ตอ่ เข้ากบั ระบบ หรือสว่ นของระบบท่พี จิ ารณา

2.1.28 อุปกรณ์ (Device) หมายถึง หน่วยท่ีหนึ่งของระบบไฟฟ้าที่มุ่งหมายให้เป็น
ทางผา่ นของกระแสไฟฟา้ แต่ไม่ใช้พลงั งานไฟฟา้

2.1.29 เคร่ืองปลดวงจร (Disconnecting Means) หมายถึง อุปกรณ์หรือกลุ่มของ
อุปกรณ์หรอื สิง่ อน่ื ท่สี ามารถปลดตวั นาในวงจรออกจากแหล่งจ่าย

2.1.30 ทนฝุ่น (Dustproof) หมายถึง การสร้างหรือการป้องกัน ซ่ึงทาให้ฝุ่นไม่มีผลต่อ
การทางานของสิง่ น้ัน ๆ

2.1.31 กันฝุ่น (Dust tight) หมายถึง การสร้าง ซ่ึงทาให้ฝุ่นไม่สามารถเข้าไปข้างใน
สิง่ หอ่ หมุ้ ภายใต้เงอ่ื นไขท่กี าหนดสาหรบั การทดสอบทีกาหนดโดยเฉพาะ

2.1.32 ใชง้ าน (Duty)
ใช้งานต่อเน่ือง (Continuous Duty) หมายถึง การใช้งานที่มีโหลดเกือบคงที่ โดยมี
ระยะเวลานานไมจ่ ากัด
ใช้งานเป็นระยะ (Intermittent Duty) หมายถึง การใช้งานเป็นช่วงสลับกัน เช่น
(1) ชว่ งมีโหลดและไร้โหลด หรือ (2) ชว่ งมโี หลดและพัก หรอื (3) ชว่ งมโี หลดไรโ้ หลดและพกั
ใช้งานเปน็ คาบ (Periodic Duty) หมายถึง การใช้งานเปน็ ระยะ ซึ่งภาวะโหลดกลับมีข้ึน
อยา่ งสมา่ เสมอ
ใช้งานระยะสั้น (Short-Time Duty) หมายถึง การใช้งานท่ีมีโหลดมากเกือบคงท่ี โดยมี
ระยะเวลาส้ันและจากดั
ใช้งานไม่แน่นอน (Varying Duty) หมายถึง การใช้งานซึ่งท้ังขนาดโหลดและช่วงเวลา
ที่มีโหลดเปลี่ยนแปลงได้ไมแ่ น่นอน
2.1.33 ป้ายไฟฟ้า (Electric Sign) หมายถึง บรภิ ณั ฑ์ทยี่ ึดอยู่กบั ที่ประจาทีห่ รือหยิบยก
ได้ท่ีมีการส่องสว่างทางไฟฟ้า โดยมีข้อความหรือสัญญาลักษณ์ที่ออกแบบ เพื่อแสดงให้ทราบหรือ
เพ่อื ดึงดดู ควานสนใจ
2.1.34 ล้อม (Enclosed) หมายถึง ล้อมรอบด้วยกล่องที่ครอบ รั้ว หรือผนัง เพื่อป้องกัน
บุคคลมิใหส้ มั ผสั กับส่วนทีม่ ีแรงดันโดยบังเอญิ

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี

1-11

หนว่ ยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ตัง้ ระบบไฟฟา้ และผงั การจา่ ยกาลังไฟฟา้

2.1.35 เคร่ืองห่อหุ้มหรือที่ล้อม (Enclosure) หมายถึง กล่องหรือกรอบของเครื่องสาเร็จ
หรือร้ัว หรือผนังที่ล้อมรอบการติดตั้ง เพ่ือป้องกันบุคคลมิให้สัมผัสกับส่วนท่ีมีแรงดันไฟฟ้า หรือ
เพื่อป้องกนั บรภิ ัณฑ์ไมใ่ ห้เสียหาย

2.1.36 บริภัณฑ์ (Equipment) หมายถึง ส่ิงซึ่งรวมทั้งวัสดุเคร่ืองประกอบ อุปกรณ์
เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ดวงโคม เคร่ืองสาเร็จและส่ิงอื่นที่คล้ายกัน ท่ีใช้เป็นส่วนหน่ึงหรือใช้ในการต่อเข้ากับ
การติดต้งั ทางไฟฟา้

2.1.37 เคร่ืองสาเร็จทนระเบิด (Explosionproof Apparatus) หมายถึง เครื่องสาเร็จ
ท่อี ยู่ในทีล้อม ซึ่งสามารถทนการระเบิดของก๊าซ หรือไอบางชนิด ซ่ึงเกิดข้ึนภายในและปอ้ งกันการจุด
ระเบิดของก๊าซหรือไอบางชนิด รอบ ๆ ท่ีล้อมโดยการสปาร์ก วาบไฟ หรือการระเบิดของก๊าซหรือไอ
ภายใน รวมท้ังในการใช้งานไม่ก่อให้เกิดอุณหภูมิภายนอกสูงพอที่จะทาให้บรรยากาศที่ติดไฟได้ซึ่ง
ลอ้ มรอบอย่ภู ายนอก จดุ ระเบิดได้

2.1.38 เปิดโล่ง (Exposed) เม่ือใช้กับส่วนที่มีไฟฟ้า หมายถึง สถานท่ีบุคคลสามารถ
สัมผัสหรือเข้าไปใกล้เกิดระยะปลอดภัยโดยพลั้งเผลอได้ รวมถึงส่วนที่ไม่มีการก้ัน ไม่มีการแยกออก
หรือไมม่ ีการฉนวนอย่างเหมาะสม

2.1.39 เปิดโล่ง (Exposed) เมื่อใช้กับวิธีการเดินสาย หมายถึง อยู่บนหรอื ติดกับพ้ืนผิว
หรอื อย่ดู า้ นหลงั ของแผงทอ่ี อกแบบใหเ้ ขา้ ถึงได้

2.1.40 สายป้อน (Feeder) หมายถึง ตัวนาของวงจรระหว่างบริภัณฑ์ประธาน หรือ
แหล่งจา่ ยไฟของระบบตดิ ต้ังแยกตา่ งหากกบั อุปกรณ์ปอ้ งกันกระแสเกนิ ของวงจรย่อยตัวสดุ ทา้ ย

2.1.41 เคร่ืองประกอบ (Fitting) หมายถึง ส่วนประกอบ เช่น แปน้ เกลียวกัน คลายบุช
ชงิ่ หรือส่วนอ่นื ๆ ของระบบการเดนิ สายทีใ่ ชง้ านเพื่อวัตถปุ ระสงค์หลักทางกลมากกว่าทางไฟฟ้า

2.1.42 ลงดินหรือการต่อลงดิน (Ground) หมายถึง การต่อตัวนาไม่ว่าโดยตั้งใจหรือ
บังเอิญระหว่างวงจรไฟฟ้าหรือบริภณั ฑก์ ับดนิ หรือส่วนท่เี ป็นตัวนาซึ่งทาหนา้ ท่ีแทนดิน

2.1.43 ต่อลงดิน (Grounded) หมายถึง ต่อลงดินหรือต่อกับส่วนท่ีเป็นตัวนา ซ่ึง
ทาหนา้ ทแี่ ทนดิน

2.1.44 ต่อลงดินอย่างมีประสิทธิผล (Grounded Effectively) หมายถึง การต่อลงดิน
โดยตรงอย่างตั้งใจหรือโดยผ่านอิมพีแดนซ์ท่ีมีค่าต่าเพียงพอที่จะไม่ทาให้เกิดแรงดันตกคร่อมมาก
จนทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อบริภัณฑ์ท่ตี อ่ อยหู่ รอื ตอ่ บุคคล

2.1.45 ตัวนาท่ีมีการต่อลงดิน (Grounded Conductor) หมายถึง ระบบหรือตัวนา
ในวงจรท่ีตอ่ ลงดนิ โดยต้ังใจ

2.1.46 ตัวนาสาหรับต่อลงดินหรือสายดิน (Grounding Conductor) หมายถึง ตัวนา
ทีใ่ ชต้ ่อบรภิ ัณฑ์หรือวงจรทต่ี อ้ งต่อลงดนิ ของระบบการเดินสายเขา้ กบั หลักดิน

2.1.47 ตัวนาสาหรับต่อลงดินหรือสายของบริภัณ ฑ์ (Grounding Conductor
Equipment) หมายถึง ตัวนาที่ใช้ต่อส่วนโลหะที่ไม่นากระแสของบริภัณฑ์ ช่องเดินสายท่ีล้อมเข้ากับ
ตัวนาที่มีการต่อลงดินของระบบและ/หรือตัวนาต่อหลักดินที่บริภัณฑ์ประธานหรือที่แหล่งจ่ายไฟ
ของระบบจา่ ยแยกต่างหาก

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี

1-12

หน่วยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการติดต้ังระบบไฟฟา้ และผงั การจ่ายกาลังไฟฟ้า

2.1.48 ตัวนาต่อหลักดินหรือสายต่อหลักดิน (Grounding Electrode Conductor)
หมายถึง ตัวนาท่ีใช้ต่อหลักดิน กับตัวนาสาหรับต่อลงดินของบริภัณฑ์ และ/หรือ กับตัวนาท่ีมีการต่อ
ลงดนิ ของวงจรท่ีบริภัณฑ์ประธาน หรอื ทแ่ี หลง่ จ่ายไฟของระบบจ่ายแยกตา่ งหาก

2.1.49 เครื่องตัดวงจรฟ้าเมื่อกระแสร่ัวลงดิน (Ground-Fault Circuit-Interrupter)
หรือเคร่อื งตัดไฟรั่ว (Residual Current หรือ RCD) หมายถงึ อปุ กรณท์ ่มี ุ่งหมายสาหรบั ป้องกันบุคคล
โดยทาหน้าท่ีตัดวงจรหรือส่วนของวงจรภายในเวลาที่กาหนด เมื่อกระแสร่ัวลงดินเกินค่าที่กาหนดไว้
แตน่ ้อยกว่าคา่ ที่อปุ กรณ์ป้องกันกระแสเกนิ ของวงจรแหลง่ จา่ ยไฟจะทางาน

2.1.50 การป้องกันกระแสรั่วลงดินของบริภัณฑ์ (Ground-Fault Protection of
Equipment) หมายถึง ระบบที่มุ่งหมายเพื่อป้องกันบริภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย เน่ืองจากกระแสรั่วลงดิน
โดยทาใหเ้ ครอ่ื งปลดวงจรตัดตัวนาทีไ่ มถ่ ูกต่อลงดินในวงจรท่ีกระแสรว่ั ลงดิน การปอ้ งกันนี้ตอ้ งมรี ะดับ
กระแสน้อยกวา่ คา่ ท่อี ุปกรณป์ ้องกนั กระแสเกินของวงจรแหล่งจา่ ยไฟจะทางาน

2.1.51 ก้ัน (Guarded) หมายถึง ป้องกันด้วยท่ีหุ้มกล่อง ตัวคั่น ราง รั้ว ฉาก พ้ืนยก
เพือ่ มิใหบ้ ุคคลหรือวตั ถุเข้าใกลห้ รือสมั ผัสกับจุดที่อาจเปน็ อนั ตรายได้

2.1.52 ระบบแรงสูง (High Voltage System) หมายถึง ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันระหว่าง
เฟส (Phase) เกนิ 1000 โวลต์

2.1.53 ช่องข้ึนลง (Hoistway) หมายถึง ปล่องข้ึนลง ทางข้ึนลง หรือช่อง หรือท่ีว่าง
แนวดิ่งท่อี อกแบบให้ใชก้ บั ลิฟต์หรอื ท่สี ่งอาหาร

2.1.54 อยู่ในสายตา (In Sight From, Within Sight From, Within Sight) เม่ือมาตรฐานน้ี
กาหนดวา่ บริภัณฑ์หน่ึงอยู่ใจสายตาจากบริภัณฑ์อื่น หมายถึง ระยะท่ีต้องมองเห็นได้ระหว่างบริภัณฑ์
ที่กาหนดกบั บรภิ ณั ฑ์อื่นและต้องมีระยะห่างไมเ่ กนิ 15 เมตร

2.1.55 พกิ ัดตัดวงจรหรือพิกัดตัดกระแส (Interrupting rating) หมายถึง กระแสสูงสุด
ณ แรงดันที่กาหนด ที่อุปกรณ์ถูกประสงค์ให้ตัดวงจรที่ภาวะท่ีกาหนดในมาตรฐานการทดสอบ
บริภัณฑ์ที่ประสงค์จะให้ตัดกระแสท่ีไม่ใช่กระแสลัดวงจร อาจมีพิกัดตัดวงจรเป็นอย่างอื่น เช่น พิกัด
แรงม้า หรอื พิกดั กระแสล็อกโรเตอร์

2.1.56 แยกออก (Isolated) หมายถงึ บคุ คลเข้าถงึ ได้ยาก นอกจากจะใชเ้ คร่ืองมือพิเศษ
2.1.57 จดุ จ่ายไฟแสงสว่าง (Lighting Outlet) หมายถึง จุดจ่ายไฟที่ต่อเข้าโดยตรงกับ
ขวั้ รับหลอด ดวงโคม หรอื ต่อกบั ปลายสายออ่ นทอี่ กี ดา้ นหนึง่ ตอ่ กับขั้วรับหลอดในดวงโคมแขวน
2.1.58 สถานที่ (Location) หมายถึง สถานที่ใต้หลังคา ซ่ึงมีการป้องกันเป็นบางส่วน
ระเบียงท่ีมีหลังคาและสถานที่อ่ืนมีลักษณะคล้ายกัน และสถานท่ีภายในอาคารท่ีมีความช้ืนปานกลาง
เชน่ หอ้ งใต้ดนิ และหอ้ งเย็นเกบ็ ของ
สถานท่ีแห้ง (Dry Location) หมายถึง สถานที่ซึ่งปกติไม่มีความชื้น หรือเปียก สถานท่ี
แหง้ อาจมคี วามชืน้ หรอื เปยี กไดช้ ่ัวคราว เช่น อาคารทกี่ าลังก่อสร้าง
สถานท่ีเปียก (Wet Location) หมายถึง สถานท่ีใต้พื้นดิน หรือในแผ่นคอนกรีต หรือ
ในอิฐท่ีตั้งติดอยู่กับดิน และสถานที่ที่มีน้าหรือของเหลวอื่น เช่น บริเวณล่างพาหนะ และสถานท่ี
เปิดโล่งไมม่ ีทีป่ กคลุม

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี

1-13

หนว่ ยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการติดตง้ั ระบบไฟฟา้ และผงั การจ่ายกาลังไฟฟ้า

2.1.59 ระบบแรงต่า (Low Voltage System) หมายถึง ระบบไฟฟ้าท่ีมีแรงดันระหว่าง
เฟส (Phase) ไมเ่ กิน 1000 โวลต์

2.1.60 ความต้องการกาลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) หมายถึง ค่าสูงสุด
ของความต้องการกาลังไฟฟ้า ซ่ึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กาหนดมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ กิโลวาร์เควีเอ หรือ
หน่วยอืน่ ต้องการ

2.1.61 ชุดจ่ายไฟสาเร็จรูป (Multioutlet Assembly) หมายถงึ ช่องเดินสายบนพื้นผิว
หรือฝังท่ีออกแบบให้จับยึดตัวนา และเต้ารับท้ังชนิดประกอบในสถานที่ติดตั้ง และชนิดท่ีประกอบ
สาเร็จจากโรงงาน

2.1.62 ไม่อัตโนมัติ (Nonautomatic) หมายถึง การควบคุมท่ีบุคคลต้องเข้าไป
เกีย่ วข้องในกรณีเคร่อื งควบคุมด้วยไฟฟ้า การควบคุมแบบไม่อัตโนมัติไม่ได้หมายถึงเครื่องควบคุมด้วย
มือเพียงอยา่ งเดยี ว แตห่ มายถึงเคร่ืองควบคมุ ท่บี ุคคลจาเป็นต้องเข้าไปเกีย่ วข้องดว้ ย

2.1.63 วงจรไม่ติดไฟ (Nonincendive Circuit) หมายถึง วงจรท่ีอาร์ก หรือผลของ
ความรอ้ นที่เกดิ ข้ึนระหว่างการใชง้ านของผลติ ภัณฑ์ หรือเนอ่ื งจากการเปิดวงจร การลดั วงจร หรือการ
ร่ัวลงดินของสายไฟ ไม่ทาให้ก๊าซท่ีติดไฟไอระเหย หรือของผสมฝุ่นอากาศลุกติดไฟภายใต้เงื่อนไข
ทดสอบท่กี าหนด

2.1.64 จุดจ่ายไฟ (Outlet) หมายถึง จุดในระบบการเดินสายท่ีนากระแสมาใช้กับ
ผลติ ภัณฑใ์ ชส้ อย

2.1.65 กระแสเกิน (Overcurrent) หมายถึง กระแสที่เกินค่าพิกัดปกติของผลิตภัณฑ์
หรือขนาดกระแสของตัวนา ซ่ึงอาจมีผลจากการโหลดเกิน การลัดวงจร หรือการมีแระแสร่ัวลงดิน
ในบางกรณีบริภัณฑ์หรือตัวนาอาจมีกระแสเกินค่าพิกัดกระแสหรือขนาดกระแสได้ ดังนั้นมาตรฐาน
สาหรบั การปอ้ งกนั กระแสเกินต้องกาหนดตามสภาพเฉพาะ

2.1.66 โหลดเกิน (Overload) หมายถึง การใช้งานพิกัดปกติของบริภัณฑ์หรือใช้
กระแสเกินขนาดกระแสตัวนา ซึ่งหากเป็นอยู่ในระยะหนึ่งจะทาให้เกิดการเสียหายและอันตราย
เน่อื งจากความร้อนเกนิ ขนาด การลัดวงจรหรือการมีกระแสร่วั ลงดินไม่ถือเป็นโหลดเกนิ

2.1.67 แผงย่อย (Panelboard) หมายถึง แผงเด่ียวหรือกลุ่มของแผงเดี่ยวท่ีออกแบบ
ให้ประกอบร่วมกันเป็นแผงเดียวกัน ประกอบด้วย บัส อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินอัตโนมัติ และมี
หรือไม่มีสวิตช์สาหรับควบคุมแสงสว่าง ความร้อนหรือวงจรกระแสไฟฟ้ากาลัง แผงย่อยเป็นแผง
ท่อี อกแบบใหต้ ิดตัง้ ไว้ในต้หู รอื กล่องคตั เอาท์ท่ตี ิดบนผนงั ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ดา้ นหนา้ เท่าน้นั

2.1.68 การเดินสายภายใน (Premises Wiring (System) หมายถึง การเดินสาย
ทั้งภายในและนอกอาคารซึ่งประกอบด้วยสายวงจรไฟฟ้ากาลัง แสงสว่าง ควบคุมและสัญญาณ
รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องประกอบการเดินสาย ท้ังแบบเดินสายแบบติดตั้งถาวรและช่ัวคราว ซึ่งเป็น
จุดท่ีต่อจากจุดจ่ายจากสายของการไฟฟ้าฯ (ส่วนหลังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ) หรือ
จุดจ่ายไฟของแหล่งกาเนิดจากระบบท่ีมีตัวจ่ายแยกต่างหาก การเดินสายนี้ไม่รวมถึงการเดินสาย
ภายในเครื่องใชไ้ ฟฟ้า ดวงโคม มอเตอร์ เครอื่ งควบคมุ ศูนย์ควบคุมมอเตอร์ และบรภิ ัณฑ์ที่คล้ายกนั

2.1.69 บุคคลที่มีคุณสมบัติหรือบุคคลที่มีหน้าท่ีเก่ียวข้อง (Qualified Person) หมายถึง
บุคคลท่ีมคี วามรู้เรื่องโครงสรา้ งและการใชง้ านของบรภิ ัณฑ์ รวมทง้ั อันตรายท่อี าจเกิดข้นึ

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี

1-14

หนว่ ยท่ี 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ต้ังระบบไฟฟ้าและผังการจ่ายกาลังไฟฟ้า

2.1.70 ช่องเดินสาย (Raceway) หมายถึง ช่องปิดซ่ึงออกแบบเฉพาะสาหรับการเดิน
สายไฟฟ้าหรือตัวนาหรือหน้าท่ีอ่ืน ตามมาตรฐานนี้อนุญาตช่องเดินสายอาจเป็นโลหะหรือวัสดุฉนวน
รวมทั้งท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะอ่อนกันของเหลว ท่อโลหะอ่อนบาง ท่อโลหะ
ออ่ นหนา ทอ่ อโลหะออ่ น ท่อโลหะบาง ช่องเดินสายใต้พ้ืน ช่องเดนิ สายใตค้ อนกรตี โปร่ง ช่องเดินสาย
ใตโ้ ลหะโปรง่ ชอ่ งเดนิ สายบนพืน้ รางเดินสาย เคเบิลบสั และทางเดนิ บสั

2.1.71 ทนฝน (Rainproof) หมายถึง การสร้าง การป้องกัน หรือกระทา เพื่อไม่ให้ฝน
มีผลตอ่ การทางานของอุปกรณ์ภายใตส้ ภาวะทดสอบที่กาหนด

2.1.72 กันฝน (Raintight) หมายถึง การสร้างหรือการป้องกันไม่ให้น้าฝนเข้าไปได้
ภายใต้สภาวะการทดสอบทกี่ าหนด

2.1.73 เต้ารับ (Receptacle) หมายถึง อุปกรณ์ที่มีหน้าที่สัมผัสติดตั้งเพื่อเป็นจุด
จา่ ยไฟสาหรับเต้าเสยี บ 1 ตัว

2.1.74 จดุ จ่ายไฟชนิดเตา้ รบั (Receptacle Outlet) หมายถึง จุดจ่ายไฟทีต่ ดิ ต้ังเตา้ รับ
ตงั้ แต่ 1 ชุดขน้ึ ไป

2.1.75 วงจรควบคุมจากระยะไกล (Remote-Control Circuit) หมายถึง วงจรท่ีควบคุม
วงจรอืน่ ๆ ด้วยรีเลย์หรอื อปุ กรณอ์ ่ืนท่ีเทียบเท่า

2.1.76 บริภัณฑ์ปิดผนึกได้ (Sealable Equipment) หมายถึง บริภัณฑ์ท่ีถูกห่อหุ้ม
โดยโครงสร้างหรือตู้ ซึ่งปิดผนึกหรือถูกปิดก้ันจนไม่สามารถเข้าถึงส่วนที่มีไฟฟ้าได้ ถ้าไม่เปิดเครื่อง
ห่อหุ้มบรภิ ัณฑน์ ้ีอาจใชง้ านได้โดยเปิดหรือไมเ่ ปิดเครื่องหอ่ หุม้ ก่อนก็ได้

2.1.77 ระบบที่มีตัวจ่ายแยกต่างหาก (Separately Derived System) หมายถึง ระบบ
การเดินสายภายในซ่ึงจ่ายไฟฟ้าด้วยเครื่องกาเนินไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า หรือขดลวดคอนเวอร์เตอร์
และไม่มกี ารตอ่ ถงึ กนั ทางไฟฟ้าโดยตรง รวมทง้ั ระบบสายดนิ กับสายจ่ายไฟฟา้ จากระบบอื่น

2.1.78 ระบบประธาน (Service) หมายถึง บริภัณฑ์และตัวนาสาหรับจ่ายพลังงาน
ไฟฟา้ จากระบบไฟฟา้ ของการไฟฟ้าฯ ไปยังระบบสายภายใน

2.1.79 ตวั นาประธาน (Service Conductors) หมายถงึ ตวั นาท่ีตอ่ ระหว่างเครื่องวัดหนว่ ย
ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ กบั บรภิ ณั ฑ์ประธาน (ทง้ั ระบบแรงสูงและแรงต่า)

ตัวนาประธานเข้าอาคารระบบสายอากาศ (Service-Entrance Conductors, Overhead
System) หมายถึงตัว นาประธานที่ต่อระหว่างบรภิ ัณฑ์ประธานกับเคร่ืองวัดหน่วยไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ
ทีเ่ ป็นระบบสายอากาศ

ตัวนาประธานเข้าอาคารระบบสายใต้ดิน (Service-Entrance Conductor, Underground
System) หมายถึง ตัวนาประธานท่ีต่อระหว่างบริภัณฑ์ประธานกับเคร่ืองวัดหน่วยไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ
ทีเ่ ปน็ ระบบสายใตด้ ิน

2.1.80 สายจ่ายระบบประธานอากาศ (Service Drop) หมายถึง ตัวนาประธานที่เป็น
สายอากาศจากเสาไฟฟ้ าหรือจุด จับ ยึดถึงตั วนาป ระธาน เข้าอาคารซึ่ งติดตั้งที่เสาตัวอาคารหรือ
โครงสรา้ ง

2.1.81 บริภัณฑ์ประธาน (Service Equipment) หรือเมนสวิตช์ หมายถึง บริภัณฑ์
จาเป็น โดยปกติประกอบด้วย เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือสวิตช์ และฟิวส์ และเคร่ืองประกอบต่าง ๆ

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี

1-15

หนว่ ยท่ี 1 แนวคดิ การออกแบบพ้ืนฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการติดตง้ั ระบบไฟฟ้าและผงั การจา่ ยกาลังไฟฟ้า

ตั้งอยู่ใกล้กับจุดทางเข้าของตัวนาประธานเข้าอาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมและตัดวงจร
ทั้งหมดของระบบจ่ายไฟ

2.1.82 ตู้แสดงหน้าร้าน (Show Window) หมายถึง ตู้กระจกหน้าร้าน ซ่ึงออกแบบ
สาหรบั ใช้แสดงสินคา้ หรอื โฆษณาดา้ นหลงั ของตจู้ ะปดิ ทั้งหมดหรือปิดบางส่วนก็ได้

2.1.83 วงจรสัญญาณ (Signaling Circuit) หมายถึง วงจรไฟฟ้าท่ีทาให้บริภัณฑ์สัญญาณ
ทางาน

2.1.84 แผงสวิตช์ (Switchboard) หมายถึง แผงเด่ียวขนาดใหญ่หรือหลายแผง
ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ติดต้ังสวิตช์อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน อุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ บัส และ
เครื่องวัดต่าง ๆ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง หรือทั้ง 2 ด้าน โดยทั่วไปแผงสวิตช์เข้าถึงได้ท้ังทางด้านหน้า
และดา้ นหลงั และไม่มจี ุดประสงค์ให้ตดิ ตง้ั ในตู้

2.1.85 สวติ ช์ (Switch)
สวิตช์ลัดผ่านแยกวงจร (Bypass Isolation Switch) หมายถึง สวิตช์ทางานด้วยมือ
สาหรบั ใช้ร่วมกับสวติ ชถ์ ่ายโอน เพ่อื เช่ือมต่อตวั นาสาหรับโหลดเข้ากับแหล่งจ่ายไฟฟ้าโดยตรงและตัด
การใช้งานของสวติ ช์ถา่ ยโอนออก
สวิตช์ใช้งานทั่วไป (General-Use Switch) หมายถึง สวิตช์ท่ีมีจุดประสงค์ให้ใช้ในวงจร
จาหน่ายและวงจรย่อยท่ัวไป กาหนดขนาดเป็นแอมแปร์ และสามารถตัดวงจรตามพิกัดกระแสและ
แรงดนั
สวิตช์ธรรมดาใช้งานทั่วไป (General-Use Snap Switch) หมายถึง รูปแบบหนึ่งของ
สวิตช์งานทั่วไปที่สร้างให้สามารถจัดตั้งเสมอพ้ืนผิวในกล่องอุปกรณ์ หรือบนฝากล่องจุดจ่ายไฟหรือ
การใชอ้ นื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ระบบเดนิ สาย ซงึ่ เป็นที่ยอมรบั ในมาตรฐานนี้
สวติ ช์แยกวงจร (Isolating Switch) หมายถงึ สวิตช์ทีใ่ ชส้ าหรับแยกวงจรไฟฟ้าออกจาก
แหล่งจ่ายไฟฟ้า โดยไมม่ ีพกิ ดั ตัดวงจรและใชง้ านภายหลังจากปลดวงจรด้วยวธิ ีอ่ืนแลว้
สวิตช์วงจรมอเตอร์ (Motor-Circuit Switch) หมายถึง สวิตช์ท่ีมีพิกัดกาหนดขนาด
เป็นแรงม้า สามารถตัดวงจรท่ีมีกระแสโหลดเกินสูงสุดของมอเตอร์ท่ีมีพิกัดแรงมาเข้ากับสวิตช์
ท่ีแรงดันพกิ ดั
สวิตช์ถ่ายโอน (Transfer Switch) หมายถึง สวิตช์สาหรับถ่ายโอนตัวนาที่ต่อกับแหล่งจ่าย
ไฟฟ้าหนึ่งไปยังแหล่งจ่ายไฟฟ้าอื่น เพ่ือจ่ายโหลดให้กับตัวนาท่ีต่ออยู่น้ัน สวิตช์ถ่ายโอนอาจเป็นแบบ
อตั โนมตั ิหรือไมก่ ็ได้
2.1.86 มีการป้องกันความร้อนเกิน (Thermally Protected) เมื่อใช้กับมอเตอร์
หมายถึง เมื่อปรากฏคาว่า “มีการป้องกันความร้อนเกิน” บนแผ่นป้ายประจาเคร่ืองแสดงว่ามอเตอร์
นั้น มเี ครื่องป้องกนั ความรอ้ นเกิน
2.1.87 เครื่องป้องกันความร้อนเกิน (Thermal Protector) เมื่อใช้กับมอเตอร์
หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันที่ประกอบเข้าเป็นส่วนหน่ึงของมอเตอร์ หรือมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ และ
เม่ือใช้งานอย่างถูกต้องแล้วจะป้องกันมอเตอร์ไหม้เพราะการเกิดความร้อนเกิน เน่ืองจากโหลดเกิน
และความล้มเหลวในการเริ่มเดินเคร่ืองป้องกันความร้อนเกินอาจประกอบด้วยอุปกรณ์ตรวจจับ
มากกวา่ 1 ตัว ประกอบเข้าเป็นสว่ นหนงึ่ ของมอเตอร์ และอุปกรณค์ วบคุมภายนอก

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี

1-16

หนว่ ยที่ 1 แนวคดิ การออกแบบพื้นฐาน มาตรฐานและข้อกาหนดของการตดิ ต้งั ระบบไฟฟา้ และผงั การจ่ายกาลังไฟฟา้

2.1.88 บริภัณฑ์ใช้สอย (Utilization Equipment) หมายถึง บริภัณฑ์ท่ีใช้พลังงาน
ไฟฟ้าสาหรบั งานอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทางกล เคมี ความรอ้ น แสงสวา่ ง หรอื จดุ ประสงค์ทค่ี ลา้ ยกนั

2.1.89 ระบายอากาศ (Ventilated) หมายถึง การจัดให้มีการหมุนเวียนของอากาศ
อยา่ งเพียงพอ เพื่อถ่ายเทความรอ้ น ควัน หรอื ไอทม่ี มี ากเกินออกไป

2.1.90 ของเหลวระเหยติดไฟ (Volatile FIammable Liquid) หมายถึง ของเหลว
ติดไฟที่มีจุดวาบไฟต่ากว่า 38 องศาเซลเซียส หรือของเหลวติดไฟท่ีมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟ
ของตัวเอง หรือของเหลวท่ีไหม้ไฟได้ ประเภทท่ี 2 ท่ีมีความดันไอไม่เกิน 276 กิโลพาสคัล (40 ปอนด์
ตอ่ ตารางน้วิ สัมบรู ณ์) ท่ี 38 องศาเซลเซยี ส ซง่ึ มอี ุณหภมู สิ ูงกว่าจุดวาบไฟของตวั เอง

2.1.91 แรงดัน (Voltage) ของวงจร หมายถงึ ค่ารากเฉล่ียกาลังสองของความตา่ งศักย์
สงู สดุ ระหวา่ งตัวนา 2 สาย ในวงจรทเ่ี ก่ียวขอ้ งกนั

2.1.92 แรงดันท่ีระบุ (Voltage Nominal) หมายถึง ค่าระบุที่กาหนดในวงจรหรือ
ระบบ เพ่ือจุดประสงค์ให้สะดวกในการเรียกประเภทแรงดัน เช่น 416/240, 380/220 โวลต์ เป็นต้น
แรงดันใช้งานจริงของวงจร อาจแตกต่างจากแรงดันท่ีระบุในวสิ ัยท่ีกาหนด ซงึ่ ยังคงให้บรภิ ัณฑ์ทางาน
ได้เป็นทีพ่ อใจ

2.1.93 แรงดันเทียบกับดิน (Voltage to Ground) สาหรับวงจรท่ีมีการต่อลงดิน หมายถึง
แรงดันระหว่างตวั นาท่ีกาหนดกับจุดหรือตวั นาของวงจรท่ีตอ่ ลงดิน สาหรับวงจรท่ีไม่ต่อลงดิน หมายถึง
แรงดนั สงู สุดระหว่างตัวนาทกี่ าหนดกับตวั นาอน่ื ในวงจร

2.1.94 กันน้า (Watertight) หมายถึง การสร้างหรือการป้องกันที่ไม่ให้ความช้ืนเข้าไป
ในเครือ่ งห่อหุ้มได้ ภายใตส้ ภาวะการทดสอบท่ีกาหนด

2.1.95 ทนสภาพอากาศ (Weatherproof) หมายถึง การสร้างหรือการป้องกัน ซ่ึง
เมือ่ อยู่ในสภาวะเปิดโล่งต่อสภาพอากาศแลว้ จะไม่มผี ลต่อการทางานของสิง่ นน้ั

2.1.96 รางเดินสาย (Wireway) หมายถึง ท่อสาย (Raceway) ชนิดหน่ึงมีลักษณะ
เป็นรางทาจากแผงโลหะหรืออโลหะชนิดต้านเปลวเพลิงพับมีฝาปิด ติดบานพับหรือถอดออกได้ เพื่อ
ใชส้ าหรบั เดินสายไฟฟา้ อาจมีชอ่ งระบายอากาศกไ็ ด้ การตดิ ต้งั ต้องใชว้ ิธแี ขวนหรอื มีทรี่ องรบั

2.1.97 อาคาร
อาคารสูง หมายถึง อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ โดยมีความสูงต้ังแต่
23 เมตร ข้ึนไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินท่ีก่อสร้างถึงพ้ืนดาดฟ้า สาหรับ
อาคารทรงจว่ั หรอื ปั้นหยาให้วดั จากระดับพนื้ ดินท่ีกอ่ สรา้ งถงึ ยอดผนังของช้นั สูงสดุ
อาคารขนาดใหญ่ หมายถึง อาคารท่ีสร้างขึ้นเพ่ือใช้อาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร
เป็นที่ประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีความสูงจากระดับถนนตั้งแต่ 15 เมตร
ข้ึนไป และมีพ้ืนที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน 1000 ตารางเมตร หรือมีพ้ืนที่รวมกันทุกชั้นหรือ
ชั้นหนึ่งชน้ั ใดในหลงั เดยี วกนั เกิน 2,000 ตารางเมตร
อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หมายถึง อาคารที่สร้างข้ึนเพื่อใช้อาคารหรือส่วนใดส่วนหน่ึง
ของอาคารเป็นท่ีอยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีพื้นที่รวมกัน
ทุกชน้ั หรอื ชนั้ หน่ึงช้ันใดในหลงั เดียวกันต้ังแต่ 10,000 ตารางเมตรข้นึ ไป

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี


Click to View FlipBook Version