The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arnon5202, 2020-07-08 11:51:58

Electrical System Design by ARNON.P

Electrical System Design by ARNON

5-4

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

ภาพท่ี 5.1 ตารางโหลดไฟฟา้

ตัวอย่างท่ี 5.1 ห้องฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กแห่งหน่ึงมีโหลดแสงสว่างตามที่แสดง
ในภาพ ถ้าหลอดฟลูออเรสเซนต์กินกระแสชุดละ 1.0 แอมแปร์ จงกาหนดขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์
และสายไฟฟ้ากาหนดให้ใช้สายตาม มอก. 11-2553 IEC01(THW) เดินในท่อโลหะเกาะผนังสายป้อน
เป็นแบบ 3 เฟส

ภาพที่ 5.2 ประกอบการคานวณตวั อยา่ งที่ 5.1

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-5

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

วธิ ที า

วงจรยอ่ ย

วงจรยอ่ ยเต้ารับไฟฟา้ ท่ี 1 และ 9

โหลดเป็น VA = 180 x 7 = 1,260 VA
1,260
ขนาดเซอร์กติ เบรกเกอร์ = 220 = 5.72 A

ใชเ้ ซอรก์ ิตเบรกเกอร์ขนาด 10 AT

สาย THW เดนิ ในทอ่ โลหะเกาะผนงั ขนาด 2.5 ตร.มม (21 A)

วงจรย่อยท่ี 2 และ 8

โหลดเป็น VA = 1.0 x 220 x 7 = 1,540 VA

ขนาดเซอรก์ ติ เบรกเกอร์ = 1.25 x 1.0 x7 = 8.75 A

ใชเ้ ซอรก์ ติ เบรกเกอรข์ นาด 10 AT

สาย THW เดนิ ในทอ่ โลหะเกาะผนังขนาด 2.5 ตร.มม (21 A)

สายปอ้ น

โหลดแสงสว่างดีมานดแ์ ฟกเตอร์ (100%)

รวมโหลดแสงสวา่ ง = 1,540x7 = 10,780 VA

โหลดเต้ารับดีมานด์เฟคเตอร์ (100%)

รวมโหลดเต้ารบั = 1,260x2 = 2,520 VA

รวมโหลดทัง้ หมด = 10,780+2,520 = 13,300 VA

ขนาดเซอรก์ ิตเบรกเกอร์ = 13,300 = 20.20 A
3×380

ไดค้ า่ กระแสของแผงเปน็ 20.20 แอมปต์ อ่ เฟส โดยเฉลีย่
เนื่องจากกาลังไฟฟ้าในแต่ละเฟสต่างกันโดยมีค่าสูงสุดที่เฟส A หากไม่มีการปรับแก้
วงจรใหม่ เพ่อื เฉลี่ยให้กาลงั ไฟฟ้าในแตล่ ะเฟสใกล้เคยี งกนั แล้ว จะต้องหาขนาดเซอร์กติ เบรกเกอร์ใหม่
จากโหลดเฟสสงู ท่ีสุดคอื เฟส A (ดตู ารางโหลดประกอบ) จะได้ว่า

ขนาดเซอรก์ ิตเบรกเกอร์ 5,880 = 26.72 A
220

ดงั นนั้ จะตอ้ งเลือกใชเ้ ซอรก์ ิตเบรกเกอร์ขนาด 30 AT/50 AF,3P

ขนาดกระแสของสายปอ้ น 26.72x1.25 = 33.40 A

สายป้อนของแผงนี้จะใช้สาย IEC01(THW) เดินร้อยท่อโลหะเกาะผนงั ขนาดสายป้อนคือ

10 ตร.มม (44A)

เขยี นเป็นตารางโหลดไดด้ งั ตารางท่ี 5.1

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-6

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

ตารางที่ 5.1 ตารางโหลดท่ไี ดร้ บั การคานวณในตวั อย่าง

ตารางโหลด

Location..................................................... Panel No..........................L1........................

Capacity......................12...Circuit............

วงจรท่ี รายการโหลด โหลด (VA) เซอรก์ ติ เบรกเกอร์ สายไฟฟ้า
และทอ่ รอ้ ยสาย
A B C ขั้ว AT AF

1 เตา้ รับใช้งานทั่วไป 1,260 1 10 50 IEC01(THW
IN EMT ½”
3 แสงสว่าง 1,540 1 10 50
IEC01(THW
5 แสงสว่าง 1,540 1 10 50 IN EMT ½”

7 แสงสว่าง 1,540 1 10 50 IEC01(THW
IN EMT ½”
9 แสงสวา่ ง 1,260 1 10 50
IEC01(THW
IN EMT ½”

IEC01(THW
IN EMT ½”

11 แสงสว่าง - 1 10 50

2 แสงสวา่ ง 1,540 1 10 50 IEC01(THW
IN EMT ½”
4 แสงสว่าง 1,540 1 10 50
IEC01(THW
6 เต้ารับทั่วไป 1,540 1 10 50 IN EMT ½”

8 สารอง 1,540 1 10 50 IEC01(THW
IN EMT ½”

- IEC01(THW
IN EMT ½”

10 สารอง - 1 10 50 -

12 สารอง - 1 10 50 -

5,880 4,340 3,080 CB 30 AT/50AF 3P

TOTAL 13,300 สายปอ้ น 4x10 ตร.มม. IEC01(THW) in EMT 1”

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-7

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

2. สายป้อน

2.1 ขอ้ กาหนดของสายป้อน

สายป้อนในระบบไฟฟ้ามีหน้าท่ีในการจ่ายกาลังไฟฟ้าจากแผงหลักของอาคาร MDB ไปยัง

แผงจ่ายไฟย่อยของอาคารโดยตามหลักแล้วข้อกาหนดของสายปอ้ นจะมีดังต่อไปนี้

1. ขนาดตัวนาของสายป้อนต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดท่ีคานวณได้และ

ไม่น้อยกว่าขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อน และกาหนดให้ขนาดตัวนาของสาย

ปอ้ นตอ้ งไม่เล็กกวา่ 4 ตร.มม.

2. การปอ้ งกนั กระแสเกินสายป้อนต้องมกี ารป้องกนั กระแสเกิน โดยขนาดพิกดั เคร่อื งปอ้ งกัน

กระแสเกนิ ตอ้ งสอดคล้องและไม่ต่ากวา่ โหลดสงู สุดทีค่ านวณได้

3. การคานวณโหลดสาหรับสายป้อนมีข้อกาหนดคือ สายป้อนต้องมีขนาดกระแสเพียงพอ

สาหรับการจ่ายโหลดและต้องไม่น้อยกว่าผลรวมของโหลดในวงจรย่อยเมื่อใช้ดีมานด์แฟกเตอร์ ตาม

ตารางดงั ตอ่ ไปนี้

2.2 ดมี านด์แฟกเตอร์

ตารางที่ 5.2 ดมี านดแ์ ฟกเตอร์สาหรับโหลดแสงสว่าง

ชนิดของอาคาร ขนาดของไฟแสงสว่าง ดีมานดแ์ ฟกเตอร์
(โวลท์-แอมแปร์) (รอ้ ยละ)

ท่ีพักอาศัย ไมเ่ กนิ 2,000 100

สว่ นเกนิ 2,000 35

โรงพยาบาล* ไมเ่ กิน 50,000 40

สว่ นเกนิ 50,000 20

โรงแรม รวมถึงห้องชุด ไม่เกนิ 20,000 50

ทีไ่ ม่มีส่วนให้ผูอ้ ยอู่ าศัย 20,001-100,000 40

ประกอบอาหารได้* ส่วนเกิน 2,000 30

โรงเกบ็ พัสดุ ไม่เกนิ 12,500 100

ส่วนเกนิ 12,500 50

อาคารประเภทอ่ืน ทกุ ขนาด 100

หมายเหตุ * ดีมานด์แฟกเตอร์ตามตารางนี้ ห้ามใช้สาหรับโหลดแสงสว่างในสถานที่บางแห่งของ

โรงพยาบาลหรือโรงแรม ซ่ึงบางขณะจาเป็นต้องใช้ไฟฟ้าแสงสว่างพร้อมกัน เช่น ในห้องผ่าตัด

ห้องอาหาร หรือห้องโถง ฯลฯ

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-8

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

ตารางที่ 5.3 ดมี านด์แฟกเตอร์สาหรบั โหลดของเต้ารบั ในสถานที่ไม่ใชท่ ่ีอยู่อาศัย

โหลดของเตา้ รับรวม ดมี านด์แฟกเตอร์

(คานวณโหลดเตา้ รับละ 180 VA) (รอ้ ยละ)

10 kVA แรก 100

สว่ นทเ่ี กนิ 10 kVA 50

ตารางท่ี 5.4 ดีมานดแ์ ฟกเตอรส์ าหรับเครอื่ งใช้ไฟฟ้าทัว่ ไป

ชนดิ ของอาคาร ประเภทของโหลด ดีมานด์แฟกเตอร์

1. อาคารท่ีอยอู่ าศยั เครื่องหงุ ตม้ อาหาร 10 แอมแป ร์ + ร้อยละ 30
ของสว่ นที่เกิน 10 แอมแปร์
เครื่องทานา้ ร้อน
กระแสใช้งานจริงของสองตัว
เครื่องปรับอากาศ แรกที่ใช้งาน + ร้อยละ 25
ของตวั ที่เหลือทัง้ หมด
2. อาคารสานักงานและร้านค้า เครอ่ื งหงุ ตม้ อาหาร
รวมถึงหา้ งสรรพสนิ คา้ รอ้ ยละ 100

เครอื่ งทานา้ ร้อน กระแสใช้งานจริงของตัวท่ีใหญ่
ทส่ี ดุ + ร้อยละ 80 ของตัวใหญ่
เครื่องปรับอากาศ รองลงมา + ร้อยละ 60 ของตัว
3. โรงแรมและอาคารประเภทอ่ืน เครอ่ื งหุงต้มอาหาร ท่เี หลอื ท้ังหมด
ร้อยละ 100 ของสองตัวแรกท่ี
เครื่องทานา้ ร้อน ใหญ่ที่สดุ + รอ้ ยละ 25 ของตัว
เคร่ืองปรับอากาศ ทีเ่ หลอื ทงั้ หมด
ประเภทแยกแต่ละหอ้ ง
ร้อยละ 100
เหมอื นขอ้ 2

เหมือนขอ้ 2

ร้อยละ 75

2.3 การหาขนาดสายนิวทรลั
ขนาดตัวนานิวทรัลของวงจรสายป้อน ต้องมีขนาดกระแสเพียงพอที่จะรับกระแสไม่สมดุล
สูงสุดท่ีเกิดข้ึน และต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าขนาดสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้า กรณีระบบไฟฟ้า 3 เฟส
4 สาย ขนาดของตวั นานิวทรัลมีข้อกาหนด ดงั น้ี
1. กรณีสายเส้นไฟมีกระแสของโหลดไม่สมดุลสูงสุดไม่เกิน 200 แอมแปร์ ขนาดกระแสของ
ตวั นานิวทรลั ต้องไมน่ ้อยกว่าขนาดกระแสของโหลดไมส่ มดลุ สงู สดุ นั้น
2. กรณีสายเส้นไฟมีกระแสของโหลดไม่สมดุลสูงสุดมากกว่า 200 แอมแปร์ ขนาดกระแส
ของตัวนานิวทรัลต้องไม่น้อยกว่า 200 แอมแปร์ บวกด้วยร้อยละ 70 ของส่วนที่เกิน 200แอมแปร์

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-9

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

และไม่อนุญาตให้คานวณลดขนาดกระแสในตัวนานิวทรัลในส่วนของโหลดไม่สมดุลท่ีประกอบด้วย
หลอดชนิดปล่อยประจุ (Electric discharge) (เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น) อุปกรณ์เกี่ยวกับ
การประมวลผลข้อมูล (Data processing) หรืออุปกรณ์อื่นท่ีมีลักษณะคล้ายกันท่ีทาให้เกิดกระแส
ฮาร์มอนิก (Harmonic) ในตัวนานิวทรัล โดยที่กระแสของโหลดไม่สมดุลสูงสุดคือ ค่าสูงสุดที่คานวณ
ได้จากโหลด 1 เฟส (Single-phase load) ที่ต่อระหว่างตัวนานิวทรัลและสายเส้นไฟเส้นใดเส้นหนึ่ง
ในระบบไฟ 3 เฟส 4 สายท่ีจ่ายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ หรือโหลดอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเผื่อตัวนา
นิวทรัลให้ใหญ่ข้ึนเพื่อรองรับกระแสฮาร์มอนิกด้วย ในบางกรณีตัวนานิวทรัลอาจมีขนาดใหญ่กว่า
สายเสน้ ไฟ

การป้องกันกระแสเกินสาหรับวงจรย่อยและสายป้อนวงจรย่อยและสายป้อนต้องมีการ
ป้องกันกระแสเกิน และเครื่องป้องกันกระแสเกิน ซ่ึงเครื่องป้องกันกระแสเกินอาจเป็นฟิวส์หรือ
เซอร์กติ เบรกเกอรก์ ็ได้ โดยที่ฟิวส์ เซอรก์ ิตเบรกเกอร์หรอื การผสมของทง้ั 2 อย่างนี้ จะนามาตอ่ ขนาน
กันไม่ได้ ยกเว้นเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ประกอบสาเร็จมาจากโรงงานผู้ผลิตและเป็นแบบที่ได้รับ
ความเหน็ ชอบวา่ เปน็ หน่วย (Unit) เดยี วกนั

ในกรณีท่ีติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินเพ่ิมเติมสาหรับดวงโคมหรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอ่ืน ๆ
เคร่ืองป้องกันกระแสเกินเพ่ิมเติมเหล่าน้ี จะใช้แทนเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อยไม่ได้และ
ไม่จาเปน็ ต้องเข้าถึงได้ทนั ที

เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องสามารถป้องกันตัวนาทุกตัวของสายเส้นไฟและไม่ต้องติดตั้ง
ในตัวนาท่ีมีการต่อลงดิน ยกเว้นอนุญาตให้ติดตั้งเคร่ืองป้องกันกระแสเกินในตัวนาท่ีมีการต่อลงดินได้
ถ้าเครื่องป้องกันกระแสเกินน้ันสามารถตัดวงจรทุกเส้นรวมท้ังตัวนาท่ีมีการต่อลงดินได้พร้อมกัน
ในการติดตั้งจะต้องคานึงด้วยว่าเคร่ืองป้องกันกระแสเกินต้องไม่ติดตั้งในสถานท่ี ซึ่งทาให้เกิดความ
เสียหายและต้องไมอ่ ยใู่ กล้กับวสั ดุทีต่ ิดไฟงา่ ย

เคร่ืองป้องกันกระแสเกินต้องบรรจุไว้ในกล่องหรือตู้อย่างมิดชิด (เฉพาะด้านสับของเซอร์กิต
เบรกเกอร์ยอมให้โผล่ออกมาข้างนอกได้) ยกเว้นหากติดต้ังไว้ท่ีแผงสวิตช์หรือแผงควบคุม ซ่ึงอยู่ใน
ห้องที่ไม่มีวัสดุติดไฟงา่ ยและไม่มีความชื้น เคร่ืองป้องกันกระแสเกินสาหรบั บ้านอยู่อาศัยขนาดไม่เกิน
16 แอมแปร์ 1 เฟส ไม่ต้องบรรจุไว้ในกล่องหรือตู้ก็ได้ กล่องหรือตู้ท่ีบรรจุเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน
ซึ่งติดตั้งในสถานท่ีเปียกหรือชื้นต้องเป็นชนิดท่ีได้รับความเห็นชอบแล้ว และต้องมีช่องว่างระหว่างตู้
กับผนังหรือพ้ืนท่ีรองรับไม่น้อยกว่า 5 มม. เคร่ืองป้องกันกระแสเกินต้องติดตั้งในที่ซึ่งสามารถ
ปฏิบัติงานได้สะดวก มีท่ีว่างและแสงสว่างอย่างเพียงพอ และบริเวณหน้าแผงต้องมีท่ีว่างเพื่อ
ปฏิบัตงิ านไมน่ อ้ ยกวา่ ท่ีมาตรฐานกาหนด

หากในการติดต้ังมีจุดต่อแยกจะต้องติดต้ังเครื่องป้องกันกระแสเกินทุกจุดต่อแยกยกเว้นจะ
เป็นไปตามขอ้ ยกเวน้ ดังนี้

ข้อยกเว้นที่ 1 กรณีเคร่ืองป้องกันกระแสเกินของสายป้อนสามารถป้องกันสายท่ีต่อแยกได้
ไมต่ ้องติดต้งั เครอ่ื งปอ้ งกนั กระแสเกนิ ทกุ จดุ ต่อแยก

ขอ้ ยกเว้นท่ี 2 สายทตี่ ่อแยกจากสายปอ้ นเปน็ ไปตามทุกขอ้ ดงั นี้

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-10

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

1. ความยาวของสายท่ตี อ่ แยกไม่เกิน 7.5 เมตร
2. ขนาดกระแสของสายทตี่ ่อแยกไม่น้อยกวา่ 1 ใน 3 ของขนาดกระแสสายป้อน
3. จุดปลายของสายตอ่ แยกต้องมเี ครอ่ื งป้องกนั กระแสเกิน 1 ตัว
4. สายทตี่ ่อแยกตอ้ งตดิ ตงั้ ในชอ่ งเดินสาย
2.4 การคานวณสายปอ้ น
การคานวณสายป้อนน้ันจะต้องเริ่มจากการรวมขนาดกาลังไฟฟ้าของโหลดชนิดต่าง ๆ ท่ีอยู่ใน
วงจรสายป้อนน้ัน เพื่อหาขนาดสายและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมโดยจะต้องมีการออกแบบและ
กาหนดให้เปน็ ไปตามมาตรฐานของสายป้อนในขา้ งตน้ ดังตวั อยา่ งนี้

ตัวอย่างที่ 5.2 จงหาขนาดของสายป้อนและอุปกรณ์ป้องกันของวงจรจ่ายไฟอาคารหลังหนึ่งมีโหลด
ตา่ ง ๆ จากการประมาณการตามลักษณะการใชง้ านและพ้ืนท่ี ดงั ต่อไปน้ี

1. เคร่อื งปรับอากาศ 10kVA
2. แสงสว่าง 3kVA
3. อุปกรณไ์ ฟฟา้ ขนาดเล็ก 3kVA
4. เตาไฟฟา้ ความร้อน 10kVA
จากโหลดต่าง ๆ ที่แสดงจะเห็นได้ว่าโหลดท่ีสามารถลดขนาดโดยตัวคูณความต้องการการใช้
ไฟฟ้าได้มี 2 ชนิดคือ แสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่วนเคร่ืองปรับอากาศและเตาไฟฟ้า
ไมส่ ามารถใชต้ ัวคณู ลดได้

โหลดท่ลี ดขนาดมีคา่ = โหลดแสงสว่าง + โหลดอุปกรณไ์ ฟฟา้
= 3KVA + 3KVA
= 6KVA

จากตารางค่าตัวคูณความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand factor)
2,000 VA แรกคิด 100% = 2,000 VA
เกิน 2,000 VA คดิ 35% = 4,000x0.35 = 1,400 VA
รวมโหลดหลังคิดตวั คูณลด = 3,400 VA
ดังนั้น รวมโหลดของบ้านพกั หลังน้ีคอื = 10, 000+10,000+3,400 = 23,400VA
เนอื่ งจากโหลดรวมภายในมีกาลังไฟฟ้าสงู จึงได้คานวณเปน็ ระบบ 3 เฟส

สตู ร I = VA

3xVL

จากโหลด = 23,400VA

I = 23,400 = 33.55A

3x380

- ขนาดสายปอ้ น = 125% x พิกัดกระแส

= 1.25x33.55 = 44.44A

จากตารางได้ขนาดสายIEC01( THW) ขนาด 16 sq.mm. (59A)

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-11

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

- ขนาดทอ่ ร้อยสาย
จากตารางเลือกขนาดท่อ 1”

- ขนาด CB เลอื กใช้ CB ขนาด 50AT / 63AF, 3Pole

3. สายประธาน
ตัวนาประธานหรือสายเมนคือ สายตัวนาไฟฟ้าหลักท่ีนาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอกอาคาร

เช่น จากหม้อแปลงไฟฟ้าหรือมิเตอร์ของการไฟฟ้าเข้าสู่อาคารโดยตัวนาประธานน้ันต้องมีขนาดเพียงพอ
ที่จะรับโหลดทั้งหมดที่คานวณแล้วของอาคารได้ และตัวนาประธานท่ีจ่ายไฟฟ้าให้กับอาคารหลัง
หนึ่ง ๆ หรือผู้ใช้ไฟฟ้ารายหน่ึงต้องมีชุดเดียวขนาดตัวนานิวทรัล ต้องมีขนาดกระแสเพียงพอท่ีจะรับ
กระแสไม่สมดุลสูงสุดที่เกิดขึ้นตามท่ีคานวณได้ โดยต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าขนาดสายต่อหลักดินของ
ระบบไฟฟ้าและไม่เล็กกว่าร้อยละ 12.5 ของตัวนาประธานขนาดใหญ่ท่ีสุดแต่ไม่จาเป็นต้องใหญ่กว่า
สายเฟสนอกจากเผอื่ สาหรบั ปัญหาฮารม์ อนิก

โดยมีข้อยกเว้นคอื ให้มีตวั นาประธานมากกวา่ 1 ชดุ ได้ โดยมขี ้อกาหนดดงั ต่อไปนี้
1. สาหรบั เครื่องสบู น้าดับเพลิง
2. สาหรบั ระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ และระบบไฟฟ้าสารอง
3. ผูใ้ ช้ไฟฟ้าท่มี อี าคารมากกว่า 1 หลงั อยู่ในบริเวณเดยี วกันและจาเป็นต้องใช้ตัวนาประธาน
แยกกนั ภายใต้เง่ือนไข ดงั นี้

3.1. อาคารทุกหลังต้องมีบริภัณฑ์ประธานโดยขนาดของเคร่ืองป้องกันกระแสเกินของ
บรภิ ัณฑ์ประธานรวมกันตอ้ งไม่เกินขนาดพิกัดเครื่องปัองกนั กระแสเกนิ ของเคร่ืองวดั หน่วยไฟฟา้

3.2. ตัวนาประธานจากเครื่องวัดฯ ถึงจุดแยกเข้าแต่ละอาคารต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่า
ขนาดของเครื่องป้องกันกระแสเกนิ ของอาคารทุกหลังรวมกัน

3.3. จุดตอ่ แยกตัวนาประธานไปยังอาคารหลงั อนื่ ตอ้ งอยู่ในบริเวณของผู้ใช้ไฟฟ้า
4. เป็นอาคารที่รับไฟจากหม้อแปลงไฟฟ้ามากกว่า 1 ลูก หรือท่ีการไฟฟ้ากาหนดให้ต้องจ่าย
ไฟฟ้ามากกว่า 1 แหลง่ จ่าย
5. เมอ่ื ตอ้ งการตัวนาประธานท่ีระดับแรงดันต่างกนั
6. เป็นอาคารชุด อาคารสูง หรืออาคาร หรอื าคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษท่ีจาเป็นต้องใช้ตัวนา
ประธานมากกวา่ 1 ชุด โดยจะต้องได้รับความเหน็ ชอบจากการไฟฟ้าฯ ก่อน

สายประธานสามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 แบบตามพอกดั ของแรงดันไฟฟ้า ไดแ้ ก่
3.1. สายประธานระบบแรงตา่
1. ตัวนาประธานอากาศสาหรับระบบแรงต่าต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนท่ีเหมาะสมและ
ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 4 ตร.มม. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยอมให้ใช้สายอลูมิเนียมหุ้มฉนวนที่เหมาะสม
เป็นตัวนาประธานได้เฉพาะการเดินสายลอยในอากาศบนวัสดุภายนอกอาคาร แต่ท้ังนี้ขนาดต้อง
ไม่เล็กกว่า 10 ตร.มม.

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-12

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

2. ตัวนาประธานใต้ดินสาหรับระบบแรงต่า ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนชนิดที่เหมาะสม
กับลักษณะการติดตัง้ และตอ้ งมีขนาดไมเ่ ล็กกว่า 10 ตร.มม.

หมายเหตุ 1. การติดต้ังใต้ดิน ต้องมีแผนผังแสดงแนวสายไฟฟ้าใต้ดินไว้พร้อมท่ีจะตรวจสอบได้และ
ต้องทาป้ายระบุแนวของสายไฟฟ้าและบอกความลึกของสายบนสุด ป้ายต้องเห็นได้ชัดเจนระยะห่าง
ระหว่างปา้ ยไม่เกนิ 50 เมตร

2. การติดตั้งใต้ดินท่ีมีหลายวงจรที่ปลายสายและสายท่ีอยู่ในช่วงช่องเปิดของแต่ละวงจร
จะต้องมเี คร่ืองหมายแสดงใหเ้ หน็ ความแตกต่างตดิ อยอู่ ย่างถาวร

3. อนญุ าตให้ใช้สายเมนขนาดไมเ่ ลก็ กว่า 4 ตร.มม. ไดก้ รณีจ่ายโหลดผ่านเคร่ืองวัดฯ ขนาด
5(15)A 1เฟส 2 สาย โดยโหลดเป็นลักษณะ fixed-load และอย่บู รเิ วณทางเดินรมิ ถนน (Sidewalk)

3.2. สายประธานระบบแรงสูง
1. ตวั นาประธานอากาศสาหรบั ระบบแรงสงู เป็นสายเปลือยหรือสายหุ้มฉนวนกไ็ ด้
2. ตัวนาประธานใต้ดินสาหรับระบบแรงสูง ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนชนิดที่เหมาะสม
กับลักษณะการติดต้ัง โดยจะต้องทาป้ายระบุแนวของสายใต้ดินและบอกความลึกของสายบนสุด
ป้ายต้องเห็นได้ชัดเจน ระยะห่างระหว่างป้ายไม่เกิน 50 เมตร และต้องมีแผนผังแสดงแนวสายใต้ดิน
เกบ็ รกั ษาไว้พรอ้ มที่จะตรวจสอบได้
3.3. บรภิ ัณฑ์ประธานหรอื เมนสวิตช์
อาคารหรือส่ิงปลูกสร้างต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธานเพื่อปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจาก
ตัวนาประธาน ท้ังนี้บริภัณฑ์ประธานประกอบด้วยเคร่ืองปลดวงจร (Disconnecting means) และ
เครื่องป้องกันกระแสเกิน (Overcurrent protective device) ซึ่งอาจประกอบเป็นชุดเดียวกันหรือ
เป็นตัวเดียวกนั กไ็ ด้
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างท่ีต้องรับไฟฟ้าแรงต่าจาการไฟฟ้าฯ ต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธาน
แรงต่าหรือแผงสวิตช์แรงต่า หลังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า เพื่อปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจากตัวนา
ประธาน และมีการป้องกันกระแสเกินสาหรับระบบจ่ายไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้จะต้องติดตั้ง
ในตาแหน่งที่เขา้ ถึงได้โดยสะดวกและมีลักษณะตามรายละเอียดและข้อกาหนดการติดต้งั ดงั น้ี
เครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานในระบบไฟฟ้าแรงต่ามีรายละเอียดและข้อกาหนดการ
ตดิ ตง้ั ดังนี้
1. เคร่ืองปลดวงจรชนิด 1 เฟส ที่มีขนาดต้ังแต่ 50 แอมแปร์ข้ึนไป และชนิด 3 เฟส ทุกขนาด
ต้องเป็นชนิดสวิตซ์สาหรับตัดโหลด (Load-break) ขนาดที่ต่ากว่าท่ีกาหนดข้างต้นไม่บังคับให้เป็น
ชนิดสวิตซ์สาหรบั ตัดโหลด
2. เครื่องปลดวงจรต้องสามารถปลดวงจรทุกสายเส้นไฟ (สายเฟส) ได้พร้อมกัน และต้องมี
เคร่ืองหมายแสดงให้เห็นว่าอยู่ในตาแหน่งปลดหรอื สับ หรือตาแหน่งท่ีปลดหรือสับนั้นสามารถเห็นได้
อย่างชัดเจน กรณีสายตัวนาประธานมิได้มีการต่อลงดิน เครอื่ งปลดวงจรต้องสามารถปลดสายเส้นไฟ
และสายนิวทรัลทุกเส้นพรอ้ มกนั
3. เคร่ืองปลดวงจรต้องมีพิกัดไม่นอ้ ยกวา่ พกิ ัดเคร่ืองป้องกันกระแสเกินขนาดมากที่สดุ ทใ่ี ส่ได้
หรือปรับตงั้ ได้

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-13

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

4. เครื่องปลดวงจรต้องสามารถปลดวงจรได้สะดวกและไม่มีโอกาสสัมผัสกับส่วนท่ีมีไฟฟ้า
ข้อแนะนา บริภัณฑ์ประธานสาหรับอาคารควรอยู่บนช้ันลอยหรือชั้นสอง หากเป็นอาคารช้ันเดียว
ขอบลา่ งของบรภิ ัณฑ์ประธานควรอยสู่ ูงจากพนื้ ไม่ตา่ กว่า 1.6 เมตร

5. อนุญาตให้ติดต้ังเครื่องปลดวงจรได้ท้ังภายในหรือภายนอกอาคาร แต่ต้องเป็นชนิดที่
เหมาะสมกับสภาพการติดต้งั และควรติดตงั้ ให้อยใู่ กล้กับแหลง่ จ่ายไฟมากที่สดุ และเขา้ ถึงไดโ้ ดยสะดวก

6. ห้ามให้ต่อบริภัณฑ์ไฟฟ้าทางด้านไฟเข้าของเครื่องปลดวงจร ยกเว้นเป็นการต่อเพ่ือเข้า
เคร่ืองวัด คาปาซิเตอร์ สัญญาณต่าง ๆ อุปกรณ์ป้องกันเสิร์จวงจรระบบไฟฉุกเฉินระบบเตือนและ
ป้องกันอัคคีภยั ระบบป้องกันกระแสรั่วลงดิน หรือเพอ่ื ใช้ในวงจรควบคุมของบรภิ ัณฑป์ ระธานที่ต้องมี
ไฟเมอ่ื เคร่ืองปลดวงจรอยใู่ นตาแหนง่ ปลด

7. ในอาคารท่ีมีผู้ใช้พื้นท่ีหลายราย ผู้ใช้แต่ละรายต้องสามารถเข้าถึงเคร่ืองปลดวงจรของ
ตนเองไดโ้ ดยสะดวก

8. ต้องจัดให้มีที่ว่างเพ่ือปฏิบัติที่เคร่ืองปลดวงจรได้อย่างพอเพียง และต้องมีที่ว่างเพื่อ
ปฏิบตั งิ านดา้ นหนา้ ไม่นอ้ ยกวา่ ที่กาหนดตามมาตรฐาน

9. ในกรณีจาเป็นต้องใช้เคร่ืองปลดวงจรเป็นสวิตช์สับเปลี่ยน (Transfer switch) ด้วย ต้องจัดให้
มีอินเตอร์ล็อค (Interlock) ปอ้ งกนั การจ่ายไฟชนกันหลายแหล่งจา่ ย

10. แต่ละสายเส้นไฟทต่ี ่อออกจากเคร่อื งปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานต้องมเี คร่ืองป้องกัน
กระแสเกนิ

11. ไม่อนุญาตให้ติดต้ังเคร่ืองป้องกันกระแสเกินในสายท่ีมีการต่อลงดิน ยกเว้นเครื่อง
ป้องกันกระแสเกนิ ทเี่ ปน็ เซอร์กติ เบรกเกอร์ซึ่งตดั วงจรทุกสายของออกพร้อมกันเมือ่ กระแสไหลเกนิ

12. การไฟฟ้าได้ให้ข้อกาหนดโดยท่ัวไปสาหรับตัวนาประธาน ท้ังตัวนาประธานและตัวนา
ประธานใต้ดนิ ว่าอาคารหลงั หน่ึงจะมตี วั นาประธานได้เพียง 1 ชุดเท่านั้น ยกเว้นกรณตี ่อไปนท้ี ี่สามารถ
มไี ด้มากกว่า 1 ชดุ

- กรณีที่แยกตัวนาประธานสาหรับระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน หรือระบบท่ีมีความสาคัญ เช่น
ระบบสัญญาณเตือนภยั ระบบป้ัมนา้ ป้องกนั ไฟไหม้ เปน็ ต้น

- กรณที ม่ี ีหมอ้ แปลงไฟฟ้ามากกวา่ 1 ลูก
- กรณีที่ตวั นาประธานมีระดบั แรงดันตา่ งกนั
- กรณีทก่ี ารไฟฟ้าเหน็ ชอบ เชน่ มีโหลดขนาดใหญ่ เป็นตน้

สาหรับกรณีผู้ใช้ไฟมีอาคารหลายหลัง ตัวนาประธานท่ีแยกไฟเข้าอาคารแต่ละหลังจะต้อง
มีบริภัณฑ์สาหรับประธานของตัว และจุดแยกสายจะต้องอยู่ในบริเวณของผู้ใช้ไฟด้วย การเดินสาย
นาประธาน สามารถทาไดห้ ลายวธิ ี ดงั น้ี

- เดินสายเปิด หรือเดินลอย (Open Wiring)

- เดนิ ในทอ่ ร้อยสาย (Conduit)

- รางเดินสาย (Wireways)

- รางเคเบิล (Cabir Tray)

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-14

หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

- บัสเวย์ (Busways)
- วิธีอน่ื ทีก่ ารไฟฟ้าเห็นชอบ

3.4. การคานวณวงจรประธาน
1. การหาขนาดตัวนาประธาน
ตัวนาประธานต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับโหลดท้ังหมดได้ โหลดของตัวนาประธานก็คือ
ผลรวมของโหลดสายป้อนการหาพิกัดกระแสของตัวนาประธานมีหลักการเช่นเดียวกับพิกัดกระแส
ของสายปอ้ น คือ

IM  ILmzx

โดยท่ี
IM = พิกดั กระแสตวั นาประธาน (A)

=ILmzx พิกดั กระแสโหลดสงู สุด (A)

โดยท่ีตัวนานิวทรัลต้องมีขนาด ดงั นี้
- เพียงพอที่จะรับกระแสไม่สมดุลสูงสุด ซึ่งการคานวณเหมือนตัวนานิวทรัลของสาย
ปอ้ น
- ไม่เลก็ กว่าสายต่อหลกั ดนิ ของระบบไฟฟา้
- ไมเ่ ลก็ กว่า 12.5% ของตวั นาประธานใหญ่ท่ีสดุ

2. การหาขนาดบริภณั ฑ์ประธาน
การหาขนาดของเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน และเคร่ืองปลดวงจร สามารถทาได้ดังน้ีเครื่องป้องกัน
กระแสเกินเครอื่ งป้องกันกระแสเกินมีหนา้ ท่ีปอ้ งกนั ตัวนาประธานเพราะฉะน้ัน

CBS  IM

โดยที่
CBS = พิกดั เครื่องป้องกนั กระแสเกนิ (A)

IM = พิกัดกระแสตัวนาประธาน (A)

เครื่องปลดวงจร
ขนาดของเครื่องปลดวงจรจะต้องไมน่ ้อยกว่าขนาดที่โตทีส่ ุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินทใี่ ส่ได้

LBS  CBmax

โดยที่

LBS = พิกดั เคร่ืองปลดวงจร (A)

CBmax = พิกัดท่มี ากทีส่ ดุ ของเคร่ืองป้องกันกระแสเกินท่ีใส่ได้ (A)

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-15

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

ตวั นาประธานอากาศระบบแรงต่า
ตัวนาประธานอากาศในระบบแรงต่า หมายถึง ตัวนาประธานท่ีเดินจากเสาท่ีติดตั้งมิเตอร์
แรงต่าของการไฟฟ้าเข้าอาคารหรือบริเวณของผู้ใช้ตัวนาประธานอากาศจะประกอบด้วยส่วนสาคัญ
2 ส่วน ซง่ึ ขอ้ กาหนดจะครอบคลุม ทงั้ 2 สว่ นนี้ สว่ นประกอบของตวั นาประธานอากาศ มีดงั นี้
1. Service Drop
2. Service Entrance Conductors

ภาพท่ี 5.3 ตวั นาประธานอากาศระบบแรงต่า

สายไฟฟ้าสาหรับตวั นาประธาน
สายไฟฟ้าที่ใช้เป็นตัวนาประธานอากาศ นอกจากจะต้องมีขนาดเพียงพอทจ่ี ะรับโหลดแล้วยัง
จะต้องมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ เช่น สามารถทนแดด ทนฝนได้ โดยข้อกาหนด
สาหรับตวั นาประธานอากาศ มดี งั นี้
1. ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนเท่านั้น โดยทั่วไปจะใช้สายตามตารางที่ 4 มอก.11-2531
(THW) ซึ่งสามารถทนแดด ทนฝนได้
2. ขนาดเลก็ ท่ีสดุ ที่ใชค้ ือ 4mm2
ในการติดตั้งตัวนาประธานอากาศเพ่ือความปลอดภัยระยะห่างของสายไฟกับสิ่งก่อสร้างต้อง
ได้ตามข้อกาหนดในมาตรฐาน ว.ส.ท
ตัวนาประธานใตด้ นิ ระบบแรงต่า
การเดินตัวนาประธานแรงต่าใต้ดิน ต้องพิจารณาถึงสายไฟท่ีใช้และการติดตั้งโดยสายไฟฟ้า
ท่ีใช้สาหรบั ฝังใต้ดินจะต้องมีความแข็งแรง ทนต่อการกระแทกได้ดี สามารถป้องกันนา้ และความช้ืนได้
การไฟฟา้ มขี ้อกาหนดสาหรับตัวนาประธารใต้ดนิ ดงั น้ี
- ตอ้ งเปน็ สายตวั นาทองแดงชนิดที่ฝังใต้ดนิ ได้ โดยท่วั ไปใช้ (NYY) หรอื XLPE (CV)
- ขนาดเลก็ ทสี่ ุดคือ 10mm2
- ขนาดต้องสอดคล้องกบั ขนาดมเิ ตอร์ตามมาตรฐานการไฟฟ้า

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-16

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

บริภัณฑ์ประธานจะประกอบไปด้วยเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน และเคร่ืองปลดวงจร อุปกรณ์

ไฟฟ้าท่ีนิยมใช้เป็นบรภิ ณั ฑป์ ระธานระบบแรงต่ามีอยู่ 2 ชนิด ดงั นี้

1. เซอรก์ ติ เบรกเกอร์

2. ฟวิ ส์ และสวิตชส์ าหรับตัดโหลด

เซอร์กิตเบรกเกอร์จะทาหน้าท่ีเป็นเคร่ืองปลดวงจร และเคร่ืองป้องกันกระแสเกินในตัว

ส่วนการใช้ฟิวส์ และสวิตช์สาหรับตัดโหลด ฟิวส์จะทาหน้าท่ีเป็นเครื่องป้องกันกระแสเกินและสวิตช์

สาหรับตัดโหลดจะทาหน้าที่เป็นเครอ่ื งปลดวงจร

3.5. ข้อกาหนดทั่วไปสาหรบั การตดิ ตั้งบรภิ ัณฑป์ ระธาน
1. บริภัณฑ์ประธานติดต้ังได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร แต่จะต้องติดต้ังอยู่ในกล่อง

หรือเครื่องห่อหุ้ม ทง้ั นี้เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หส้ ัมผสั ส่วนทมี่ ีไฟฟา้ และป้องกันประกายไฟสู่ภายนอก

2. บริภัณฑป์ ระธานควรมีปา้ ยแสดงว่าเปน็ บรภิ ณั ฑ์ประธานท่ีจ่ายโหลดสว่ นใดใหช้ ัดเจน

3. ตาแหน่งทตี่ ิดตง้ั บริภัณฑป์ ระธานจะต้องใกล้กับตวั ประธานให้มากที่สดุ

4. อุปกรณอ์ นุญาตตอ่ ทางดา้ นไฟเขา้ ของบริภัณฑ์ประธาน มดี งั นี้
- ระบบฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น เคร่ืองแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบสัญญาณป้องกันอันตราย

เครือ่ งสบู น้า ดบั เพลิง ระบบเตอื นอคั คีภัย เป็นตน้
- เครือ่ งป้องกนั ฟ้าผ่า (Lightning Arrester)
- คาปาซเิ ตอร์ (Capacitor)
- เครอื่ งวัด และอุปกรณ์ต่อเข้าเคร่อื งวัด เชน่ CT VT
- วงจรควบคมุ และจ่ายไฟฉุกเฉนิ ใหบ้ รภิ ณั ฑ์ประธาน

ภาพท่ี 5.4 อุปกรณ์ที่ต่อดา้ นไฟเขา้ ของบริภัณฑป์ ระธาน

5. บริภัณฑ์ประธานจะต้องสามารถเข้าถึงได้สะดวก (Readily Accessible) หมายความว่า
เมื่อเกิดภาวะฉกุ เฉินจะไดส้ ามารถตัดวงจรได้ทันท่วงที

6. จะตอ้ งมที ่วี า่ งปฏิบตั งิ าน และแสงสวา่ งที่เพยี งพอ

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-17

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

เครือ่ งปลดวงจรของสายประธาน (Disconnecting Means)
1. เครื่องปลดวงจรจะต้องเป็นชนิดสับ-ปลดได้ ขณะมีโหลด (Load Break Switch) สาหรับ
กรณี ดงั น้ี

- เคร่ืองปลดวงจร 1 เฟส ขนาด 50 A ขึ้นไป

- เคร่อื งปลดวงจร 3 เฟส ทกุ ชนิด
2. ในระบบ 3 เฟส ต้องใช้เครื่องปลดวงจรชนิด 3 ขั้ว (3P) หรือ 4 ข้ัว (4P) เพ่ือให้สามารถ
ปลดตัวนาท้ังสามไดพ้ ร้อมกาหมด
3. เคร่อื งปลดวงจรจะต้องมีเครอ่ื งหมายบอกตาแหนอ่ งปลด-สับ ชัดเจน
4. กรณีที่เครื่องปลดวงจร เป็นสวิตช์สับเปล่ียน (Transfer Switch) จะต้องมีการ Interlock
เพอ่ื ป้องกนั การจา่ ยไฟชนกนั จากหลายแหลง่ จา่ ย

ภาพที่ 5.5 การ Interlock ของสวิทช์สบั เปลี่ยน

เครือ่ งป้องกนั กระแสเกนิ ของสายประธาน (Overcurrent Protection)
โดยท่ัวไปจะนิยมใช้ฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ ทาหน้าท่ีเป็นเครื่องป้องกันกระแสเกิน ในกรณี
เซอร์กิตเบอรเ์ กอร์จะทาหน้าทีเ่ ป็นเครื่องปลดวงจรในตวั โดยมขี อ้ กาหนดดงั น้ี
1. จะต้องตดิ ตงั้ อยูใ่ กล้ หรือรวมในตูเ้ ดียวกันกบั เครอ่ื งปลดวงจร
2. ตัวนาทีอ่ อกจากเครอ่ื งปลดวงจรทกุ เสน้ จะตอ้ งมีเคร่ืองป้องกันกระแสเกนิ
3. ตัวนาที่มีการต่อลงดินไม่ต้องติดต้ังเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน ยกเว้นเคร่ืองป้องกันกระแส
เกนิ เป็นชนิด 4 ขวั้ (4P) ซ่งึ สามารถตัดตวั นาทกุ เส้นได้พรอ้ มกันหมด
4. เคร่ืองป้องกันกระแสเกินที่มีขนาดต้ังแต่ 1000 A ข้ึนไป จะต้องมีเครื่องป้องกันกระแสรั่ว
ลงดิน (Ground Fault Protection) ด้วย เนื่องจากการเกิดกระแสรั่วลงดิน (Ground Fault) จะมี
ขนาดกระแสน้อยทาให้เครอ่ื งป้องกันกระแสเกินไมท่ างาน

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-18

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

ภาพที่ 5.6 เครื่องป้องกนั กระแสร่ัวลงดนิ

5. เครือ่ งป้องกันกระแสเกิน ต้องสามารถตัดกระแสลัดวงจรค่ามากทีส่ ดุ ทจ่ี ดุ ติดตง้ั ได้ และ
ต้องไม่น้อยกว่า 10 kA

สาหรับเซอร์กติ เบรกเกอร์สามารถเขยี นได้

ICU  IS

โดยที่

ICU = พิกดั ตัดกระแสลดั วงจร (Interrupting Capacity) ของเครอื่ งป้องกันกระแสเกิน (kA)

IS = กระแสลดั วงจรสงู สุด ณ จุดติดตง้ั (kA)

โดยในกรณีทส่ี ายประธานมีการเชื่อมต่อกบั มิเตอร์ของการไฟฟา้ จะกาหนดขนาดอปุ กรณ์
ป้องกันและขนาดสายประธานตามตารางท่ี 5.3 และ 5.4

ตารางที่ 5.5 พิกัดสูงสุดของเคร่ืองป้องกันกระแสเกินและโหลดสูงสุดตามขนาดเคร่ืองวัดหน่วยไฟฟ้า

(สาหรับการไฟฟ้านครหลวง)

ขนาดเครอ่ื งวดั หน่วยไฟฟ้า พิกัดสงู สดุ ของเคร่อื งปอ้ งกนั กระแสเกนิ โหลดสงู สดุ

(แอมแปร)์ (แอมแปร)์ (แอมแปร์)

5 (15) 16 10

15 (45) 50 30

30 (100) 100 75

50 (150) 125 100

200 200 150

250 200

400 300 250

400 300

500 400

หมายเหตุ พิกัดเครื่องป้องกันกระแสเกิน มีค่าต่ากว่าท่ีกาหนดในตารางได้ แต่ทั้งน้ีต้องไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของ

โหลดที่คานวณได้

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-19

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

ตารางที่ 5.6 ขนาดสายไฟฟ้า เซฟตีสวิตซ์ คัตเอาต์ และคาร์ทรดิ จ์ฟิวส์สาหรับตัวนาประธาน (สาหรับ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)

ขนาดตัวนาประธาน บริภณั ฑป์ ระธาน

ขนาด โหลด เลก็ ทส่ี ดุ ยอมให้ใช้ได้ เซฟตสี วิตซห์ รอื คัตเอาต์ใชร้ ่วมกับ เซอรก์ ิต

เคร่อื งวัด สงู สุด (ตร.มม) โหลดเบรกสวติ ซ์ คาร์ทริดฟวิ ส์ เบรกเกอร์

หน่วย (แอมแปร)์ ขนาดสวติ ซ์ ขนาดฟวิ ส์ ขนาดคทั ขนาดสวติ ซ์ ขนาด

ไฟฟา้ สาย สาย ตา่ สุด ตา่ สดุ ต่าสุด ต่าสุด ปรับตง้ั
(แอมแปร)์ อลูมเิ นียม ทองแดง (แอมแปร์) (แอมแปร)์ (แอมแปร)์ (แอมแปร)์ สูงสุด

(แอมแปร)์

5 (15) 12 10 4 30 15 20 16 15-16

15 (45) 36 25 10 60 40-50 - - 40-50

30 (100) 80 50 35 100 100 - - 100

หมายเหตุ 1) สาหรับตวั นาประธานภายในอาคารให้ใช้สายทองแดง

2) ขนาดสายในตารางน้สี าหรบั วธิ ีการเดนิ สายลอยในอากาศวสั ดุฉนวนภายนอกอาคาร

ตัวนาประธานสาหรับระบบแรงสูง
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรับไฟฟ้าแรงสูงจาการไฟฟ้าฯ ต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธานแรงสูง
หรือแผงเมนสวิตซ์แรงสูง หลังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเพ่ือปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจากตัวนาประธาน
แรงสงู จะต้องมกี ารป้องกันระบบไฟฟ้าและบรภิ ัณฑไ์ ฟฟา้ แรงสงู อ่ืน ๆ ของผู้ใชไ้ ฟฟ้าโดยจะตอ้ งติดต้ัง
ในตาแหน่งท่ีเข้าถึงได้โดยสะดวก และในบริเวณใกล้หม้อแปลงหรือบริภัณฑ์แรงสูงอื่น ๆ ในระยะ
ท่ีมองเห็นกันได้ กรณีท่ีต้องรับไฟฟ้าแรงสูงในพ้ืนท่ีประกาศเป็นระบบสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้าฯ
จัดเตรียมสถานที่สาหรับติดต้ังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าและอุปกรณ์ป้องกันแรงสูงของการไฟฟ้า โดย
สถานท่ีต้องอยู่ในตาแหน่งท่ีเจ้าหน้าท่ีของการไฟฟ้าสามารถเขา้ ออกได้ตลอด 24 ช่ัวโมง และสามารถ
ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไดส้ ะดวก
การเดนิ ตัวนาประธานอากาศในระบบแรงสูง ใหม้ ีประสิทธิภาพและเชือ่ ถอื ได้ จะตอ้ งคานึงถึง
เร่ืองสายไฟฟ้าที่ใช้และระยะห่างในการติดตั้งสายไฟฟ้าสายไฟท่ีนิยมใช้เป็นตัวนาประธานอากาศ
แรงสงู มีดังน้ี

- สายเปลือย ไดแ้ ก่ สาย ACC (All Aluminium Conductor)
- สายหุ้มฉนวน ได้แก่ สาย PIC (Partial Insulated Cable) สาย SAC (Space Aerial
Cable) และสาย Preassembly Aerial Cable สาย PIC จะใช้เดินลอยบนลูกถ้วย แทนสายเปลือย
เน่ืองจากมีฉนวน XLPE หุ้ม 1 ช้ัน มีข้อดีกว่าสายเปลือย ตรงท่ีสามารถลดการลัดวงจรลงดินได้
สาย SAC จะมีฉนวน XLPE หุ้ม 2 ชั้น จึงสามารถละระยะห่างระหว่างสายลงได้ โดยใช้ Spacer
สาย PIC และ SAC ไม่มีชีลด์หุ้ม จึงไม่สามารถแตะต้องได้ ส่วนสาย Preassembly Aerial Cable
จัดเป็นสายประเภท Fully Insulated มีชีลด์หุ้ม สามารถเดินในที่แคบมาก ๆ ได้ แต่สายประเภทน้ี
มนี ้าหนักมาก จึงต้องใช้ Messenger Wire ชว่ ยในการเดินสาย

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-20

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

การเดินตัวนาประธานแรงสูงใต้ดนิ ต้องพิจารณาถึง สายไฟท่ีใชแ้ ละการติดตั้งสายไฟท่ีใช้เป็น
ตัวนาประธานแรงสูงใต้ดิน จะเป็นสายไฟตัวนาทองแดงหุ้มด้วยฉนวน XLPE และ Fully Insulated
เน่ืองจากมคี วามทนทานตอ่ แรงกระแทกสงู และสามารถป้องกันความชนื้ ได้อยา่ งดี

สวิตช์แยกวงจร (Lsolating Switches) ต้องติดตั้งสวิตช์แยกวงจรทางด้านไฟเข้าของเครอื่ ง
ปลดวงจรด้วย เมื่อใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ทาหน้าท่ีเป็นเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน ยกเว้น
สาหรับสวิตช์เกียร์ท่ีใช้ก๊าซเป็นฉนวน (Gas-insulated switchgear) ไม่บังคับให้ติดสวิตช์แยกวงจร
ทางด้านไฟเข้าสวิตช์แยกวงจร และสวิตช์แยกวงจรต้องมีอินเตอร์ล็อกให้สับ-ปลดได้เฉพาะ
เม่ือบริภัณฑ์ประธานอยู่ในตาแหน่งปลด และต้องมีป้ายเตือนท่ีเห็นได้ชัดเจนไม่ให้สับ -ปลด
ขณะบริภัณฑ์ประธานอยู่ในตาแหน่งสับ และทางด้านโหลดของสวิตช์แยกวงจรต้องมีอุปกรณ์สาหรับ
ตอ่ ลงดิน เมื่อปลดวงจรออกจากแหลง่ จา่ ยไฟ โดยที่เซอร์กิตเบรกเกอรช์ นดิ ชักออก (Draw-out) ถือว่า
มีสวิตช์แยกวงจรอย่แู ล้ว

เคร่ืองปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน เคร่ืองปลดวงจรต้องปลดสายไฟท้ังหมดพร้อมกันได้
และต้องสบั วงจรได้ขณะท่ีเกิดกระแสลัดวงจรค่ามากที่สุดท่ีอาจเกดิ ขึ้น เม่ือติดต้ังฟิวส์สวิตช์ หรือฟิวส์
ประกอบกัน ฟิวส์นั้นจะต้องมีคุณสมบัติท่ีสามารถตัดกระแสลัดวงจรขณะที่สับเครื่องปลดวงจรได้
โดยเคร่ืองปลดวงจรนี้ไม่เสียหาย ในกรณีท่ีใช้ฟิวส์จากัดกระแส (Current limiting fuse) ทาหน้าท่ี
บงั คับใหส้ วิตช์สาหรับตัดโหลดปลดวงจรออกทั้ง 3 เฟส เมอื่ ฟิวส์เส้นใดเส้นหนง่ึ ขาด พิกัดกระแสขณะ
ตัดวงจร (Breaking current) ของสวิตช์สาหรับตัดโหลด ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 7 เท่าของพิกัดกระแส
ฟิวส์ (ตามมาตรฐาน IEC 60420)

กรณีท่ีเคร่ืองปลดวงจรเป็นชนิดคัตเอาต์พร้อมฟิวส์ (Fuse cutout) ชนิดฟิวส์ขาดตก (Drop
out) ติดต้ังบนเสาไฟฟ้าหรือโครงสร้างอ่ืนที่ทาหน้าท่ีเช่นเดียวกับเสาไฟ ไม่บังคับให้ปลดวงจรทุกสายไฟ
ไดพ้ ร้อมกนั นอกจากไฟฟ้าฯ จะกาหนดไว้เปน็ อย่างอืน่

เคร่ืองป้องกันกระแสเกิน เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องติดตั้งโดยมีลักษณะเฉพาะคือ ต้อง
ติดต้ังเครื่องป้องกันกระแสเกินในสายเส้นไฟทุกเส้นและเม่ือบริภัณฑ์ประธานติดต้ังในห้องสวิตช์เกียร์
หรือเปน็ ตู้สวิทชเ์ กยี ร์โลหะ เครอ่ื งป้องกนั กระแสเกนิ และเครื่องปลดวงจรต้องเป็นดังตอ่ ไปน้ี

1. ในกรณีท่ีเป็นสวิตช์น้ามันชนิดไม่อัตโนมัติ คัตเอาร์ชนิดฟิวส์ใช้น้ามันหรือสวิตช์สาหรับ
ตัดโหลดชนิดใช้อากาศ (Air load interrupter switch) ต้องใช้กับฟิวส์ท่ีมีความสามารถในการปลด
วงจรของสวิตช์ดังกลา่ วไมน่ ้อยกว่าขนาดกระแสใชง้ านตอ่ เนื่องของฟวิ ส์

2. ในกรณีท่ีเป็นเซอร์กิตเบรกดกอร์ต้องมีพิกัดกระแสและพิกัดตัดกระแสลัดวงจรที่เหมาะสมกับ
การใช้งาน

เม่ือบริภัณฑ์ประธานไม่ได้ติดตั้งในห้องสวิตช์เกียร์หรือไม่ได้เป็นตู้สวิตช์เกียร์โลหะเครื่องป้องกัน
กระแสเกินและเครอ่ื งปลดวงจรตอ้ งเปน็ ดังตอ่ ไปน้ี

1. สวิตช์ตัดกระแสโหลดชนิดใช้อากาศ หรือสวิตช์อื่นที่สามารถตัดกระแสโหลดท่ีกาหนด
ของวงจรได้ ต้องใช้ร่วมกับฟิวส์ท่ีติดอยู่บนเสาหรือบนโครงสร้างท่ียกขึ้นให้สูงและอยู่ภายนอกอาคาร
และสวติ ชน์ ต้ี อ้ งสับ-ปลดโดยบุคคลท่มี หี น้าท่ีเกีย่ วขอ้ ง

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-21

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

2. เซอร์กิตเบรกเกอร์ต้องมพี ิกัดกระแสและพกิ ัดตัดกระแสลัดวงจรที่เหมาสมและถ้าต้องติดต้ังไว้
ภายนอกอาคารให้ติดใกล้จดุ ที่ตวั นา้ ประธานเขา้ อาคารมากทีส่ ดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้

ในกรณีที่เคร่ืองป้องกันกระแสเกินใช้ฟิวส์ต้องมีพิกัดตัดกระแสลัดวงจรไม่น้อยกว่ากระแส
ลัดวงจรค่ามากที่สุดที่อาจเกิดข้ึนท่ีจุดต่อสายด้านไฟออก โดยต้องมีค่าพิกัดกระแสต่อเน่ืองไม่เกิน
3 เท่า ของขนาดกระแสของตัวนา และในกรณีท่เี ป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ต้องเป็นแบบปลดได้โดยอิสระ
เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ทาหน้าที่เป็นบริภัณฑ์ประธานต้องมีเคร่ืองหมายแสดงให้เห็นชัดเจนอยู่ในตาแหน่ง
สับหรือปลด และต้องมีพิกัดตัดกระแสลัดวงจรไม่น้อยกว่ากระแสลัดวงจรค่ามากที่สุดท่ีอาจเกิดขึ้น
ท่จี ุดต่อสายด้านไฟออก โดยต้องมีขนาดปรับตั้งการตัดสูงสุดไม่เกิน 6 เท่าของขนาดกระแสของตัวนา
โดยในการออกแบบเครื่องป้องกันกระแสเกนิ ทุกชนิดจะต้องสามารถทางานสมั พันธ์กับอุปกรณป์ ้องกัน
ของการไฟฟ้าฯ และจะต้องจัดทา Wiring Diagram ของระบบป้องกันต้ังแต่ด้านรับไฟฟ้า (Incoming)
จนถึงด้ายจ่ายไฟอก (Outgoing) ของบริภัณฑ์ประธานแรงสูง แผงเมนสวิตซ์แรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า
และบรภิ ัณฑ์ทสี่ าคัญอืน่ ท่คี งทนถาวรและเหน็ ไดช้ ดั เจนตดิ ตั้งไวใ้ นห้องท่ีติดตง้ั แผงสวติ ชท์ กุ ห้อง

ตัวอย่างที่ 5.4 โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหน่ึงอยู่ในเขตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใช้หม้อแปลงขนาด

1600 kVA 22 kV/400-230 V ใหห้ าเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ทางดา้ นแรงตา่
วธิ ที า
1600×1000
IN ( LV )= 3×400 =2309A

125%In=1.25×2309 =2886A

เครื่องป้องกันกระแสเกินทางด้านแรงต่าต้องปรับต้ังไว้ไม่เกิน 2886A คือ 2800A และเซอร์กิต
เบรกเกอร์ทีใ่ ช้ต้องเปน็ ACB ซง่ึ มี AF ตามมาตรฐาน 3200A

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-22

หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

ตัวอย่างที่ 5.5 สถานประกอบการแห่งหน่ึงซ่ึงอยู่ในเขตการดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซ่ึงจ่ายไฟฟ้า
ระบบ 22 Kv / 400-230 V 3 เฟส 4 สายวิศวกรไฟฟ้าผู้ออกแบบคานวณโหลดสูงสุดได้ 920kVA
ให้คานวณหาสายไฟฟ้าและการป้องกันทางด้าน HV และLV
วธิ ีทา

โหลดที่คานวณได้ขนาด 920 kVA ต้องเลือกหม้อแปลงจาหน่ายมีขนาดใกล้เคียงที่สามารถ
จ่ายโหลดได้ดโี ดยขนาดหม้อแปลงตามมาตรฐานคือ 1000 kVA ดงั นั้นตัวนาประธานท้ังดา้ น HV และ
LV จงึ ควรเลือกตามขนาดหม้อแปลงและให้ถอื ว่าหม้อแปลงจา่ ยโหลดแบบต่อเนื่องทั้งหมด

I ( HV ) = 1000 =26.2A
3×22
N

I ( LV ) = 1000 =1443A
3×0.4
N

IC  1.25In (HV)
= 1.25× 26.2

= 32.8 A

สายไฟฟ้าดา้ นแรงดันปานกลาง พิจารณาเลือกขนาดสายเป็น 2 กรณี
1. สายเหนือดิน Overhead (OH) ปัจจุบันสาย OH ในระบบแรงดันปานกลางนิยมใช้สาย
SPACE AERIAL CABLE (SAC)
ดังนัน้ ใช้สายSAC 3 x 50 mm2 (148 A)
2. สายใตด้ ิน Underground (UG) สายไฟฟ้าแรงดันปานกลางทเ่ี ดินฝังดินโดยตรงร้อยในท่อ
ร้อยสายหรือเดินใน Duct Bank ต้องเป็นแบบFully Insulated ซึ่งนิยมใช้กันมากคือสายXLPE
ดังนน้ั ใชส้ าย XLPE 3 x 50mm (176A)

บริภัณฑ์ประธาน

หม้อแปลงจาหน่ายที่มีพิกัดถึงประมาณ 2500 kVA โดยท่ัวไปจะใช้ HV HRC Fuse เป็น

อุปกรณ์ป้องกันลัดวงจรการเลือกขนาดพิกัดของ Fuse จะต้องคานึงถึง Inrush Current ของหม้อแปลง

และต้องสามารถ Coordinate กับอุปกรณ์ทางด้าน LV ด้วยตามกฎการเดินสายยอมให้ใช้ขนาดฟิวส์

ถึง 3 เท่าของกระแสพิกัดแต่ในทางปฏิบัติสามารถใช้พิกดั ฟิวส์ 1.5-2 เท่ากระแสพกิ ัด ซ่ึงจะทาให้การ

ป้องกันดขี น้ึ

ด้านแรงดนั ปานกลาง
IC =2In
=2 ×26.2=52.4A

ดงั น้นั เลอื กใช้ HRC Fuse ทว่ั ไปมขี นาด 40 63 80 ดังนัน้ เลือกใช้ Fuse 63 A

ดา้ นแรงดนั ต่า IC 1.25In
=1.25 × 1443 = 1804A

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-23

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

สายไฟฟา้ ด้านแรงต่าพจิ ารณาเลือกสายได้เป็น
1. เดินในรางเคเบลิ พจิ ารณาสายได้เปน็ 2 แบบ ทสี่ ามารถเดินได้

ใชส้ ายไฟฟ้าชนดิ (NYY) เดินควบตัวนา 5 เส้น

= 1804 = 361A, 5 3×300mm2  5×444 = 2220A
5 1×150mm2 

ใช้สาย XLPE (CV) เดนิ ควบตัวนา 4 เส้น

= 1804 = 451A, 4  3×300mm2  4×586 = 2220 A
4  1×150mm2 

2. สายใต้ดนิ Underground (UG)

ใช้สายไฟฟา้ (NYY, 1/C)เดนิ ในท่อฝังดนิ เดนิ ควบตัวนา 4 เส้น

= 1804 = 451A, 4  3×400mm2  4×599 = 2396 A
4  1×240mm2 

ใช้สาย XLPE (CV)เดนิ ในท่อฝังดิน เดนิ ควบตัวนา 3 เส้น

= 1804 =601A , 3  3×300mm2  3×615=1845 A
3  1×150mm2 

บรภิ ัณฑป์ ระธาน
ทางด้าน LV ของหม้อแปลง ก็ต้องมีการป้องกันกระแสลัดวงจร และกระแสเกินโหลด

เช่นเดียวกันอุปกรณ์ป้องกันท่ีนิยมใช้กันมากคือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ พิกัดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ใช้
เป็นดังน้ี

1. คา่ ปรับตง้ั กระแสไมเ่ กนิ 125% ของกระแสพิกดั หมอ้ แปลง
2. มีคา่ IC เพียงพอกับกระแสลดั วงจร ณ. จดุ ติดตง้ั

IC = 1.25 X 1443 = 1803A
ขนาด AT. ของ CB = 1700 AT
ขนาด AF. ของ CB = 1700/0.8 = 2125 A
เลือก CB = 2500 AF
ดังนนั้ เลอื ก CB = 1700 AT / 2500 AF
เมือ่ ออกแบบเสรจ็ แลว้ Single Line Diagram ของระบบจะเปน็ ดงั น้ี

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-24

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

ภาพที่ 5.7 Single Line Diagram ของระบบประธาน

4. ระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินเป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างสารองในอาคาร ซ่ึงจะติดสว่างขึ้นมาอัตโนมัติ

เม่ือมีเหตุไฟฟ้าจากระบบหลักดับ โดยไฟฉุกเฉินจะทางานโดยอาศัยไฟฟ้าจากแบตเตอร่ี (มักเป็นแบบ
ตะก่ัว-กรด) ซงึ่ จะชาร์จอยู่กับระบบไฟฟา้ หลกั ตลอดเวลา เพ่อื ใหพ้ รอ้ มใช้ทุกครงั้ เมอ่ื เกดิ ไฟดับ

ส่วนประกอบภายในไฟฉุกเฉิน โดยพื้นฐานจะประกอบด้วยแบตเตอรี่ วงจรชาร์จ หลอดไฟ
และสวิตช์อัตโนมัติ (มักเป็นรีเลย์หรือทรานซิสเตอร์) ซึ่งในสภาพปกติที่มีไฟฟ้า วงจรชาร์จจะประจุ
แบตเตอรี่ให้มีไฟเต็มอยู่ตลอดเวลา ส่วนสวิตช์อัตโนมัติจะตัดวงจรหลอดไฟไว้ไม่ให้ทางาน เม่ือเกิด
ไฟฟ้าดับ วงจรชาร์จจะหยุดทางาน และสวิตช์อัตโนมัติจะทาการต่อหลอดไฟเข้ากับแบตเตอร่ี ทาให้
ไฟฉุกเฉินติดสว่างและเมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้ได้อีกครั้ง วงจรชาร์จจะกลับมาทางานและสวิตช์อัตโนมัติ
จะตัดวงจรหลอดไฟออกทาให้ไฟฉุกฉินดับลง ปัจจุบันหลอดไฟท่ีอยู่ในไฟฉุกเฉินรุ่นใหม่ ๆ จะเป็น
LED สามารถใช้ความสว่างสูง ประหยัดพลังงาน จึงทาให้ระยะเวลาการให้แสงเม่ือไฟดับยาวนาน
มากกวา่ เดิม

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-25

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

ภาพท่ี 5.8 ส่วนตา่ ง ๆ ของการใหแ้ สงสว่างฉกุ เฉนิ

4.1. แสงสว่างฉกุ เฉนิ เพ่อื การหนภี ยั
การให้แสงสว่างฉุกเฉินเพื่อการหนีภัยไม่ได้มีไว้เพื่อให้แสงสว่างเฉพาะเมื่อระบบจ่ายไฟฟ้า
ปกติท้ังระบบล้มเหลวแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพ่ือให้แสงสว่างเมื่อระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว
เพียงบางส่วนที่อาจนาไปสู่การเกิดอันตรายข้ึนได้หรือเป็นแสงสว่างในเส้นทางหนีภัย เช่น เมื่อวงจรไฟฟ้า
แสงสว่างบริเวณบันไดหนีภัยเสีย ไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินเพื่อการหนีภัยที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่น้ันต้องทางาน
การให้แสงสวา่ งเพื่อการหนีภัยสาหรบั อาคารท่ีมผี ู้อยู่อาศัยและใชง้ านตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาหนดต่าง ๆ
ดงั น้ี
1. เพ่ือใหเ้ ห็นทางหนภี ยั ชดั เจน และหนีภัยได้อย่างปลอดภยั
2. เพื่อให้เห็นอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ และอุปกรณ์ผจญเพลิงท่ีติดต้ังตามเส้นทางหนีภัย
ไดอ้ ย่างชดั เจน
3. เพอ่ื ใหเ้ ห็นอุปกรณป์ ฐมพยาบาลที่จาเปน็ ได้ชดั เจน
4.2. การใหแ้ สงสว่างสารอง
สาหรับพ้ืนท่ีท่ีต้องมีกิจกรรมต่อเนื่อง เมื่อระบบจ่ายไฟฟ้าปกติท้ังระบบล้มเหลว ควรติดต้ัง
ระบบไฟฟ้าสารองจากเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า เพื่อให้มีความส่องสว่างเหมาะสมสาหรับกิจกรรมน้ัน ๆ
หรือในบางกรณีอาจต้องให้ความส่องสวา่ งไฟฟ้าสารองเท่ากับความส่องสว่างในสภาพจา่ ยจากไฟฟ้าปกติ
ในกรณีที่การให้แสงสว่างสารองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการให้แสงสว่างเพื่อการหนีภัย ต้องแยกส่วน
ของการให้แสงสว่างเพือ่ การหนภี ยั จากวงจรการใหแ้ สงสว่างสารองทั่วไป
การหนีภัยตามทางหนีภยั เพื่อไปออกท่ที างออกสดุ ท้ายได้อยา่ งปลอดภยั ตอ้ งอาศยั ความสอ่ งสว่าง
ท่ีเหมาะสมเพื่อให้สามารถมองเห็นอันตรายหรอื มองเห็นการเปล่ียนระดับพื้น และการเปล่ียนทิศทาง

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-26

หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

ของเส้นทางหนีภัยรวมถึงความส่องสว่างสาหรับอุปกรณ์จาเป็น เช่น อุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์แจ้งเหตุ
อปุ กรณ์ปฐมพยาบาลท่ีจาเป็น รวมถึงพ้นื ท่เี ตรยี มการหนีภัยอย่างเพยี งพอ

ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องให้มีความส่องสว่าง
เพอื่ ให้หาทางออกไดอ้ ย่างปลอดภยั

กาหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับท่ีพ้ืนทั่วพ้ืนที่ท่ีไม่มีสิ่งกีดขวางต้องไม่น้อยกว่า
0.5 ลกั ซ์ ยกเว้นพื้นท่ีทหี่ า่ งจากผนังในระยะ 0.5 เมตร โดยรอบ ดงั ภาพที่ 5.9

ภาพท่ี 5.9 ระดับความส่องสวา่ งในแนวระดับท่ีพนื้ ในพน้ื ที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนภี ัยทชี่ ัดเจน

การให้แสงสว่างฉุกเฉินใช้เมื่อแสงสว่างจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ดังนั้นต้องมี
แหล่งจ่ายไฟอิสระ ท่ีไม่ขึ้นกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าแสงสว่างปกติไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินภายในลิฟต์
ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานระบบลิฟต์ของ วสท (วสท.3012)

ในสภาวะปกติ แหล่งจ่ายไฟโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องมาจากแหล่งจ่ายไฟท่ีมีความเชื่อถือ
ได้สูง เช่น จากการไฟฟ้าฯ สาหรบั โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินชุดเบ็ดเสร็จต้องใชว้ งจรไฟฟ้าเดียวกันกับ
วงจรไฟฟ้าแสงสว่างโดยไม่ผ่านสวิตช์เปิด-ปิด ในพื้นท่ีน้ัน ๆ ส่วนโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินในอาคาร
ขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารสูง ต้องมีวงจรไฟฟ้าของโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน
แยกตา่ งหาก โคมไฟฟา้ แสงสวา่ งฉกุ เฉินตอ้ งทางานเมื่อวงจรไฟฟ้าปกตใิ นพื้นท่ีน้นั ๆ ล้มเหลว

ในสภาวะฉุกเฉิน แหล่งจ่ายไฟโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งต้องเป็น
ชนิดที่มีความเชื่อถือได้สูง สามารถประจุกลับเข้าไปใหม่ได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่อนุญาตให้ใช้เคร่ือง
กาเนดิ ไฟฟ้าเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ท้ังนี้วงจรที่จ่ายไฟฟา้ ใหแ้ หล่งจา่ ยไฟฟ้า
แสงสวา่ งฉุกเฉินตอ้ งรบั ไฟฟา้ จากแหลง่ จ่ายไฟฟ้าปกติเทา่ นัน้

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-27

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

4.3. การทางานของแหลง่ จ่ายไฟฟา้ ฉุกเฉนิ
แหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินต้องสามารถทางานได้เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว หรือเมื่อ
เครือ่ งปอ้ งกันกระแสเกินเปดิ วงจร แหล่งจ่ายไฟฟา้ ฉุกเฉินต้องทางานได้อยา่ งต่อเน่อื งและทางานไดอ้ ีก
โดยอัตโนมัติ และการให้แสงสว่างฉุกเฉินแบบโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง เม่ือโคมไฟฟ้าใดเสีย
หรือไมท่ างานต้องไม่กระทบต่อการทางานของระบบโดยรวม
4.4. การเลอื กใช้โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉกุ เฉนิ
โครงสร้างโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินชุดเบ็ดเสร็จหรือโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง
ต้องเลือกใช้ชนิดที่มีระดับการป้องกันความช้ืนและฝุ่นให้เหมาะสมกับสถานท่ีใช้งาน กรณีที่ใช้ใน
สถานท่ีอันตราย (Hazardous area) ต้องใช้โคมกันระเบิด สัญลักษณ์โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน
แสดงดงั ภาพที่ 5.10

ภาพท่ี 5.10 สญั ลักษณโ์ คมไฟฟา้ แสงสว่างฉกุ เฉิน

โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินจะต้องติดตัวสัญลักษณ์ท่ีมีสีขาว-ดา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ในตาแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากด้านล่าง ยกเว้นกรณีท่ีไม่มีพ้ืนผิวของ
โคมไฟให้ติดตั้งได้ โดยโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินที่ใช้กับทางหนีภัยควรเป็นชนิดต้านทานต่อเปลวไฟ
และการติดไฟ

ในการทางานนั้นโคมไฟฟา้ แสงสว่างฉกุ เฉนิ ตอ้ งให้ปริมาณแสงของโคมไฟฟา้ ออกมาได้กึ่งหนึ่ง
ของพิกัดตามท่ีผู้ผลิตแจ้งภายใน 5 วินาที และเต็มพิกัดตามท่ีผู้ผลิตแจ้งภายใน 60 วินาที หลังจากที่
แหล่งจ่ายไฟปกติล้มเหลว ซึ่งโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินท่ีใช้สาหรับพ้ืนที่งานอันตราย ต้องให้ปริมาณ
แสงของโคมไฟฟ้าออกมาได้พิกัดตามที่ผู้ผลิตแจ้งภายใน 0.5 วินาที หลังจากที่แหล่งจ่ายไฟปกติ
ล้มเหลว และเมื่อระบบไฟฟ้ากลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว อุปกรณ์ประจุแบตเตอร่ีต้องสามารถอัดประจุ
ไดเ้ ตม็ ภายในเวลา 24 ชว่ั โมง

โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องมีอุปกรณ์สาหรับการทดสอบระบบ เพื่อจาลองความล้มเหลว
ของแหล่งจ่ายไฟปกติและกลับสู่สภาพปกติโดยอัตโนมัติ ในกรณีที่แบตเตอร่ีไม่สามารถจ่ายไฟได้นาน
ถงึ 60 นาที ในระหว่างการทดสอบระบบตอ้ งมสี ญั ญาณแสดงความลม้ เหลวของแบตเตอร่ี

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-28

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

4.5. การตดิ ต้งั ระบบไฟฟา้ แสงสว่างฉกุ เฉนิ
โคมไฟฟ้าแสงสวา่ งฉุกเฉินต้องติดต้ังในบริเวณเส้นทางหนภี ัย ในตาแหนง่ ทีม่ องเหน็ โคมไฟฟ้า
ได้ชัดเจนจากด้านล่างและสูงจากพ้ืนไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยวัดจากพื้นถึงด้านล่างของโคมไฟฟ้า
แสงสว่างฉุกเฉิน กรณีติดตั้งต่ากว่า 2 เมตร จะต้องไม่กีดขวางเส้นทางหนีภัย บริเวณที่ต้องติดต้ัง
โคมไฟฟา้ แสงสว่างฉุกเฉนิ มีดังน้ี
1. เสน้ ทางหนภี ยั และบริเวณทางออก
2. บริเวณภายนอกหลังจากออกจากอาคารแล้ว ต้องมีความส่องสว่างอย่างต่าอยู่ในระดับ
เดยี วกันกับความส่องสว่างกอ่ นออกจากอาคาร
3. ทางแยก ให้ตดิ ตั้งโคมไฟฟา้ แสงสวา่ งฉุกเฉนิ หา่ งจากทางแยกไมเ่ กิน 2 เมตร ในแนวระดบั
4. ทางเล้ียว ให้ติดตั้งโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินห่างจากทางเลี้ยวไม่เกิน 2 เมตร ในแนว
ระดับจากจุดเปลยี่ นทศิ ทาง หรือทางเล้ยี ว
5. พื้นเปลี่ยนระดับ ให้ติดตั้งโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินห่างไม่เกิน 2 เมตร ในแนวระดับจาก
พืน้ เปลีย่ นระดับ
6. บันได ในกรณีท่ีถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของทางหนีภัยให้ติดต้ังโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน
ให้แสงส่องสวา่ งถึงขน้ั บนั ไดทุกข้นั โดยตรง
7. พ้ืนท่ีปฏิบัติงานของพนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่พนักงานกู้ภัยในลิฟต์ดับเพลิง พ้ืนที่จุด
แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ จุดตดิ ตั้งอุปกรณด์ บั เพลิง พน้ื ทีเ่ ตรยี มการหนภี ยั และพ้ืนทเ่ี กบ็ อปุ กรณ์ปฐมพยาบาล
8. บริเวณพ้ืนที่งานอันตราย รวมถึงห้องเคร่ืองไฟฟ้าเคร่ืองกล ห้องควบคุม ห้องต้นกาลัง
หอ้ งสวิตช์ และบรเิ วณใกล้กับอุปกรณ์ควบคมุ การจ่ายไฟแสงสว่างปกติและไฟฟา้ แสงสวา่ งฉุกเฉนิ
9. หอ้ งนา้ ใหต้ ดิ ตัง้ ในหอ้ งน้าทั่วไปทม่ี ีพ้นื ที่มากกวา่ 8 ตารางเมตร และหอ้ งน้าสาหรบั คนพิการ
10. บนั ไดเล่ือนและทางเลอ่ื น ในกรณที ี่ถอื ว่าเป็นส่วนหน่งึ ของทางหนภี ัย
11. พ้นื ที่เปิดโล่งภายในอาคาร พ้ืนทีส่ านกั งาน รา้ นค้า หอ้ งประชุม หรือห้องที่มีคนอาศยั ท่ีมี
ขนาดมากกว่า 60 ตารางเมตร
12. บรเิ วณภายนอกประตู ดาดฟา้ และบรเิ วณพน้ื ทร่ี อการหนีภัยทางอากาศ
13. บรเิ วณพื้นท่หี รือห้องพกั เพื่อรอการหนภี ัยภายในอาคาร

แบตเตอรี่ทใ่ี ช้ตอ้ งเป็นแบตเตอรแ่ี บบห้มุ ปดิ มิดชิดและไมต่ ้องมีการบารุงรักษา เช่น แบตเตอรี่
ชนิดนิเคิล เมทัลไฮไดรด์แบบหุ้มปิดมิดชิด (Sealed nickel-metal hydride) หรือแบตเตอรี่ชนิด
ตะก่ัวกรดแบบหุ้มปิดมิดชิด (Sealed lead acid) ความจุของแบตเตอร่ี แบตเตอรี่ต้องจ่ายไฟได้นาน
ไม่น้อยกว่า 120 นาที โดยมีแรงดันไฟฟ้าต่าสุดไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของแรงดันพิกัดปกติ และ
มีระยะเวลาอดั ประจุ (Recharge time) นานไม่เกนิ 24 ชั่วโมง

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-29

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

4.6. การเดนิ สายและขอ้ กาหนดของวงจรระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ
การเดินสายและติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับ
ประเทศไทยฉบับลา่ สุด และเพมิ่ เตมิ ตามนี้
1. วงจรไฟฟ้าท่ีจ่ายให้ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน สาหรับอาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง
อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงแรม โรงพยาบาล สถานบริการ โรงมหรสพ ต้องแยกอิสระจากอุปกรณ์
ไฟฟ้าอน่ื ๆ
2. สายไฟฟ้าท่ีใช้สาหรับเดินจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินส่วนกลางไปยังโคมไฟฟ้าแสงสว่าง
ฉุกเฉิน หรือในอาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง ท่ีมีวงจรไฟฟ้าของโคมไฟฟ้า
แสงสว่างฉุกเฉินแยกต่างหาก ต้องใช้สายทนไฟและติดตั้งตามมาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสาหรับ
ประเทศไทยฉบับล่าสุด โดยต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ เช่น ช่องเดินสายชนิดโลหะ
ยกเว้นในส่วนปิดล้อมท่ีทนไฟได้ไม่น้อยกวา่ 1 ช่ัวโมง หรือใชร้ ะบบการเดินสายอ่ืนที่ให้ผลการป้องกัน
เทยี บเท่ากัน
3. สายไฟฟ้าต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับกระแสที่ไหลในวงจรได้ แต่ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า
2.5 ตารางมิลลเิ มตร และแรงดนั ตกไมเ่ กนิ ร้อยละ 5
4. การเดินสายระบบสาหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง ต้องแยกจากการเดินสายวงจร
อื่น โดยการติดต้ังท่อหรือช่องเดินสายแยกจากกัน หรือแยกตัวนาจากตัวนาอ่ืนโดยมีท่ีก้ันต่อเน่ือง
ที่ทาด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟช่องเดินสายหรือเคร่ืองหมายอ่ืน ๆ ต้องมีเครื่องหมายกากับท่ีถาวรและ
เหน็ ได้ชัดเจน
5. จุดต่อสายต้องอยู่ในกล่องต่อสายท่ีมีเคร่ืองหมายกากับท่ีถาวรและชัดเจน จุดต่อสาย
ดงั กล่าวตอ้ งไมท่ าใหค้ วามทนไฟของสายลดลง ยกเว้นในโคมไฟฟ้าแสงสวา่ งฉุกเฉนิ หรือชดุ ควบคมุ
6. เต้ารบั -เต้าเสียบของระบบโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินท่ีเป็นชนิดกระแสสลับ แรงดันไฟฟ้า
เกิน 50 โวลต์ จะต้องเป็นชนิดที่มีการต่อลงดิน ยกเว้นโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินท่ีเป็นชนิดฉนวน
2 ชั้น
7. สวิตช์และอุปกรณ์ป้องกันสาหรับระบบโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินควรติดตั้งในที่ซ่ึงบุคคล
ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ และแต่ละสวิตช์ตัดตอน สวิตช์ หรืออุปกรณ์ป้องกันควรมีป้ายบอกพ้ืนท่ีใช้
งานสวิตช์ และอุปกรณ์ป้องกันต้องมีพิกัดไมน่ ้อยกว่า 2 เทา่ ของกระแสในวงจร และไมเ่ กิน 32 แอมแปร์
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
ในการใช้งานจริงความล้มเหลวของระบบไฟฟ้าแสงสว่างปกติอาจเกิดข้ึนได้ทุกเวลา ดังน้ัน
ตอ้ งมกี ารตรวจสอบและการ ทดสอบระบบไฟฟา้ แสงสว่างฉกุ เฉินตามระยะเวลาที่กาหนด ดงั นี้
ภายหลังจากการติดต้ังใหม่แล้วเสร็จไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจสอบและ
ทดสอบ โดยการจาลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินในระบบ
ต้องส่องสว่างได้ตามข้อกาหนดไมน่ ้อยกว่า 120 นาที
ถ้าระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินมีสวิตช์ถ่ายโอน เมื่อระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินติดต้ังใช้งาน
ในระบบแล้ว ต้องทดสอบโดยการตัดหรือยกเลิกการทางานของสวิตช์ไฟฟ้าดังกล่าว เพ่ือแสดงว่า
ระบบไฟฟา้ แสงสว่างฉุกเฉินยังคงสอ่ งสวา่ งได้

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-30

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ

และในระยะเวลาทุก ๆ 3 เดือน ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจสอบและ
ทดสอบ โดยการจาลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินในระบบ
ต้องสอ่ งสว่างได้ตามพิกดั มาตรฐานกาหนด ไม่นอ้ ยกวา่ 60 นาที กรณีท่ีแบตเตอรีไ่ มส่ ามารถจ่ายไฟได้
นานถงึ 60 นาที ในระหวา่ งการทดสอบระบบต้องมสี ัญญาณแสดงความลม้ เหลวของแบตเตอร่ี

และในทุก ๆ ปี ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจสอบและทดสอบ โดยการ
จาลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ในระบบต้องส่องสว่าง
ได้ตามพกิ ดั ตามมาตรฐานกาหนด ไมน่ อ้ ยกวา่ 90 นาที แบ่งรายละเอยี ดไดเ้ ปน็

1. สาหรับอาคารที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบด้านวิศวกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม
อาคาร สาหรบั การติดตั้งใหม่จะต้องมใี บรบั รองการทางานแล้วเสร็จ ตอ้ งรบั รองโดยวิศวกรหรือผู้ได้รับ
อนญุ าตพเิ ศษวา่ ผู้ควบคุมการตดิ ตง้ั ทางานเป็นไปตามมาตรฐาน

2. สาหรับการเปล่ียนแปลงภายหลังการเปิดใช้อาคาร ใบรับรองการทางานแล้วเสร็จท่ีจะ
ให้กับเจ้าของอาคาร ต้องรับรองโดยวิศวกรหรือผู้ได้รับอนุญาตพิเศษว่า ผู้ควบคุมการเปล่ียนแปลง
ทางานเปน็ ไปตามมาตรฐาน

3. สาหรับการตรวจสอบ การตรวจสอบและทดสอบตามกาหนดระยะเวลา ต้องรับรองโดย
วศิ วกรหรือผไู้ ดร้ บั อนุญาตพเิ ศษว่า ผตู้ รวจสอบและทดสอบทางานเปน็ ไปตามมาตรฐาน

4.7. โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน
มาตรฐานโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินตามหน่วยเรียนนี้จะกล่าวถึงโคมไฟฟ้าป้ายทางออก
ฉุกเฉินชนิดส่องสว่างจากภายใน (Internally illuminated exit sign luminaire) สาหรับใช้ภายใน
อาคาร โดยครอบคลุมการออกแบบ การทาคุณสมบัติ สมรรถนะ และการทดสอบของโคมไฟฟ้า
ป้ายทางออกฉุกเฉิน (Emergency exit sign luminaire) มาตรฐานน้ีไม่ครอบคลุมถึงโคมไฟฟ้า
ป้ายทางออกฉุกเฉินชนิดส่องสว่างต่า (Low illuminance area internally illuminated exit sign
luminaire) โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินชนิดส่องสว่างจากภายนอก (Externally illuminated
exit sign) โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินในห้องเย็น พ้ืนท่ีอันตราย โดยส่วนประกอบท่ัวไปของป้าย
ทางออกฉุกเฉินจะประกอบดว้ ย
1. ขอบป้าย (Border) ซึ่งหมายถึง พ้ืนท่ีบนผิวป้ายทางออก ท่ีนอกเหนือจากพื้นท่ีองค์ประกอบ
ภาพ และพืน้ ทป่ี ้ายเพม่ิ เตมิ เป็นพน้ื ที่ที่ยอมใหม้ ีได้ ดังตัวอย่างในภาพท่ี 5.11
2. โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน (Emergency exit sign luminaire) หมายถึง โคมไฟฟ้า
ทม่ี แี หล่งจ่ายไฟฟา้ สารองจากแบตเตอรีเ่ พือ่ ใหค้ วามสวา่ งกับปา้ ยทางออก
3. โคมไฟฟ้าตอ่ พ่วง (Slave luminaire) หมายถงึ โคมไฟฟ้ารับไฟจากระบบแหล่งจา่ ยไฟฟ้า
ฉุกเฉินส่วนกลาง และไมม่ แี หลง่ จา่ ยไฟฟา้ ภายในโคม
4. ป้ายทางออก (Exit sign) หมายถงึ ป้ายทีใ่ ช้แสดงทางออกฉกุ เฉนิ หรอื ทางหนภี ยั
5. ป้ายทางออกสว่างในตัว (Internally illuminated exit sign) หมายถึง ป้ายท่ีมีองค์ประกอบ
ภาพ ตามมาตรฐานโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน เช่น ตัวอย่างภาพท่ี 5.11 โดยมีการเปล่งแสงสว่าง
ออกจากปา้ ยจากแหลง่ กาเนิดแสงภายในตัวเอง

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-31

หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

6. ป้ายสว่างในตัว (Internally illuminated sign) หมายถึง ป้ายทั่วไปที่มีแสงสว่างในตัว
โดยไมต่ ้องอาศยั แหลง่ กาเนิดแสง (Light source) จากภายนอก โดยมีการเปลง่ แสงสว่างออกจากปา้ ย
จากแหล่งกาเนดิ แสงภายในตัวเอง

7. พ้ืนท่ีป้ายเพ่ิมเติม (Additional background) หมายถึง พ้ืนที่บนผิวป้ายทางออกท่ีไม่ใช่
สว่ นขององคป์ ระกอบภาพ ท่ีมีสีเดียวกับสีพ้นื ขององคป์ ระกอบภาพ ดงั ตัวอยา่ งในภาพที่ 5.11

8. องค์ประกอบภาพ (Pictorial element) หมายถึง ภาพท่ีประกอบด้วยสัญลักษณ์ เช่น
ลูกศร คนวิ่งผ่านประตูตัดกับฉากหลังประกอบกันข้ึนเพื่อใช้สื่อความหมาย สามารถใช้องค์ประกอบ
ภาพ 1 ชิ้น หรือหลายชน้ิ รว่ มกนั เพ่อื สรา้ งปา้ ยทางออก ดังตวั อย่างในภาพท่ี 3.1

ภาพที่ 5.11 ตัวอย่างองค์ประกอบของโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน

องค์ประกอบภาพและรูปร่างองค์ประกอบภาพที่ปรากฏบนโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน
ต้องมีขนาดและรปู ร่าง เปน็ สดั สว่ นโดยตรงกบั องค์ประกอบภาพตวั อยา่ งทรี่ ะบใุ นรูปท่ี 5.12

ก. สญั ลกั ษณร์ ูปคนวงิ่ ผา่ นประตไู ปทางซ้าย ข. สัญลกั ษณร์ ปู คนวิ่งผ่านประตูไปทางขวา

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-32

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

ค. สัญลักษณล์ กู ศรช้ีไปทางซ้าย ง. สัญลกั ษณ์ลูกศรชี้ไปทางขวา

จ. สัญลักษณ์ลูกศรช้ตี รงไป

ภาพที่ 5.12 องค์ประกอบภาพที่กาหนด

4.8. การตดิ ตงั้ โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน
โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินให้ติดต้ังด้านบนเพื่อสังเกตเห็นได้ง่าย กรณีท่ีคาดว่าควัน
มีปัญหาทาให้มองเห็นป้ายทางออกไม่ชัดเจน อาจเพ่ิมโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินติดต้ังท่ีด้านล่าง
กรณตี ิดตงั้ ตามทก่ี าหนดไมไ่ ดใ้ หป้ รกึ ษารว่ มกนั กบั ผทู้ ีเ่ กี่ยวข้อง โดยมีขอ้ กาหนดเพิ่มเตมิ ดงั นี้
1. ป้ายทางออกด้านบน ขอบล่างของป้ายสูงจากพ้ืนประมาณ 2 เมตร - 2.7 เมตร ความสูง
นอกเหนอื จากน้ี สามารถทาได้ตามท่ีกาหนดในแผนและคู่มอื การป้องกนั เพลิงไหม้ (Fire procedure)
2. ป้ายทางออกด้านล่างป้ายทางออกด้านล่างให้ใช้เป็นป้ายเสริมเท่าน้ัน โดยขอบล่างของ
ป้ายสูงจากพ้ืนระหว่าง 15 เซนติเมตร กับ 20 เซนติเมตร และขอบของป้ายอยู่ห่างจากขอบประตู
ไม่นอ้ ยกวา่ 10 เซนตเิ มตร
3. ป้ายทางออกฝังพ้ืนป้ายทางออกฝังพ้ืนให้ใช้เป็นป้ายเสริมเท่านั้นต้องเป็นชนิดกันน้าท่ีมี
ความแข็งแรง เหมาะสาหรับใช้ในเส้นทางหนีภัยโดยไม่ก่อให้เกิดการสะดุดหรือเป็นอุปสรรคในขณะ
หนภี ัย
ระยะห่างระหว่างป้ายทางออกด้านบนสาหรับสัญลักษณ์ที่มีความสูง 10 เซนติเมตร ต้องมี
ระยะไม่เกิน 24 เมตร โดยติดต้ังตามเส้นทางที่นาไปสู่ทางออกและให้ติดตั้งป้ายทางออกด้านบน
เพ่ิมเติมที่จุดทางเล้ียวทางแยกและเหนือประตูทางออกสุดท้าย (Final exit) ด้วย กรณีท่ีใช้ระยะห่าง

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-33

หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

ระหว่างป้ายมากกว่า 24 เมตร สามารถทาได้โดยใช้ปา้ ยทางออกที่มีสัญลักษณ์ท่ีมีความสูงไม่น้อยกว่า
ระยะทาง (หน่วยเปน็ เซนติเมตร) หารด้วย 240 โดยการติดตง้ั ป้ายทางออกฉุกเฉนิ แสดงตามภาพ

ก. การตดิ ตงั้ ปา้ ยทางออกในทางตรง

ข. การตดิ ต้งั ปา้ ยทางออกในบรเิ วณทางเลี้ยวและทางแยก

ค. สญั ลกั ษณ์ป้ายทางออก

ภาพที่ 5.13 การติดตัง้ ป้ายทางออก

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-34

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ

การเดินสายและการติดต้ังโคมไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสา หรับ
ประเทศไทยของวิศวกรรมสถานแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ฉบับล่าสุดและเพิม่ เติมตามข้อ
ต่อไปน้ี

1. ชนิดของสายไฟฟ้าที่ใช้สาหรับเดินจากโคมไฟฟ้าต่อพ่วงไปยังแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉิน
ส่วนกลางต้องเป็นชนิดทนไฟ และต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ เช่น ร้อยในท่อหรือ
ช่องเดนิ สายอ่นื ยกเว้นในส่วนปิดล้อมทนไฟไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หรือใช้ระบบการเดินสายอืน่ ที่ใหผ้ ล
การป้องกันเทยี บเทา่ กัน

2. ขนาดสายไฟฟ้าสายไฟฟ้าต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับกระแสท่ีไหลในวงจรได้ แต่ต้องมี
ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตารางมิลลเิ มตร และแรงดนั ตกไมเ่ กินรอ้ ยละ 5

3. การเดินสายแยกจากระบบอน่ื การเดินสายระบบสาหรับโคมไฟฟา้ ตอ่ พว่ งตอ้ งแยกจากการ
เดินสายวงจรอ่ืน โดยการติดต้ังท่อหรือช่องเดินสายแยกจากกันหรือแยกตัวนาจากตัวนาอื่น โดยมีท่ีกั้น
ต่อเน่ืองท่ีทาด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟช่องเดินสายหรือเครื่องหมายอื่น ๆ ต้องมีเคร่ืองหมายกากับท่ีถาวร
และเห็นไดช้ ัดเจน

4. จุดต่อสาย จุดต่อสายต้องอยู่ในกล่องต่อสายที่มีเคร่ืองหมายกากับท่ีถาวรและชัดเจน
จุดต่อสายดังกล่าวต้องไมท่ าให้ความทนไฟของสายลดลง ยกเว้นในโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินหรือ
ชดุ ควบคมุ

4.9. การตรวจสอบ
ในการใช้งานจริงความล้มเหลวของระบบไฟฟ้าแสงสว่างปกติอาจเกิดข้ึนได้ทุกเวลา ดังนั้น
ต้องมีการตรวจสอบและการทดสอบโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินตามระยะเวลาทก่ี าหนด ดังนี้
ภายหลังการติดตั้งใหม่ โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจสอบและทดสอบ
โดยการจาลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินในระบบต้อง
สอ่ งสวา่ งไดต้ ามพิกดั มาตรฐานกาหนดไมน่ อ้ ยกว่า 120 นาที
ถ้าโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินมีสวิตช์ถ่ายโอน เม่ือโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินติดตั้ง
ใช้งานในระบบแล้ว ต้องทดสอบโดยการตัดหรือยกเลิกการทางานของสวิตช์ไฟฟ้าดังกล่าว เพื่อแสดง
วา่ โคมไฟฟา้ ปา้ ยทางออกฉุกเฉินยงั คงส่องสว่างได้
หลังจากติดตั้ง ทุก ๆ 3 เดือน โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจสอบและ
ทดสอบ โดยการจาลองความล้มเหลวของแหลง่ จา่ ยไฟฟ้าปกติ โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินในระบบ
ต้องส่องสว่างได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า 60 นาที กรณีที่แบตเตอร่ีไม่สามารถจ่ายไฟได้นานถึง 60 นาที
ในระหว่างการทดสอบ ระบบต้องมีสญั ญาณแสดงความล้มเหลวของแบตเตอรี่
และใน ทุก ๆ ปี โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องได้รบั การตรวจสอบและทดสอบ โดยการ
จาลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินในระบบต้องส่องสว่าง
ไดต้ ามพิกดั ตามมาตรฐาน เปน็ เวลาไม่นอ้ ยกวา่ 90 นาที
สาหรับอาคารท่ีต้องจัดให้มีการตรวจสอบด้านวิศวกรรมตามกฎหมายว่าด้ วยการควบคุม
อาคาร เมื่อมีการติดตั้งใหม่ต้องมีการรับรองโดยวิศวกรหรือผู้ได้รับอนุญาตพิเศษว่า ผู้ควบคุมการ
ตดิ ต้ังทางานเป็นไปตามมาตรฐาน

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-35

หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

5. บทสรปุ
ตารางโหลดไฟฟ้ามีประโยชน์มากในการใช้คานวณกาลังไฟฟ้ารวมของระบบท่ีออกแบบ

อีกทั้งยังเป็นตัวกาหนดรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ของระบบ เช่น อุปกรณ์ป้องกันสายไฟฟ้าและท่อ
หรือรางในการเดินสาย ซ่ึงการจ่ายกาลังไฟฟ้าสู่แผงย่อยต่าง ๆ นั้น จะต้องมีการคานวณสายป้อน
โดยจะต้องมีขนาดเพียงพอให้กาลังไฟฟ้าไหลผ่านได้ต่อเนื่องและปลอดภัย โดยการคานวณขนาด
สายป้อนนัน้ จะต้องคานึงถงึ ข้อกาหนดตามมาตรฐานดว้ ย

การจ่ายกาลังไฟฟ้าจากภายนอกเข้าสู่อาคารท่ีแผงจ่ายไฟฟ้าหลักน้ัน ต้องอาศัยสายประธาน
ซ่ึงเป็นสายขนาดใหญ่ที่สุดในระบบไฟฟ้าที่ออกแบบโดยในการกาหนดขนาดของสายประธานจะต้อง
ใช้กาลังไฟฟ้ารวมของอาคารในการคานวณและยังต้องเผือ่ ขนาดขน้ึ ไป เนื่องจากระบบประธานจัดเป็น
ระบบท่ีมีกระแสไหลต่อเน่อื ง รวมถึงพิจารณาการป้องกันสายประธานด้วยอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน
ทีก่ าหนดไว้ให้ต้องมีตามมาตรฐาน โดยในเน่ืองหาในหน่วยนี้ได้กล่าวถึงระบบสายประธานแบบต่าง ๆ
ทงั้ แรงดนั ต่าและแรงดนั สูงแบง่ ยอ่ ยออกเปน็ ระบบสายประธานในอากาศและแบบใต้ดนิ

ในส่วนท้ายเป็นส่วนของข้อกาหนดในการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน
และระบบป้ายทางออกฉกุ เฉิน ซึ่งจะต้องสามารถทางานได้ดี เมื่อไฟฟา้ หลักดับเปน็ เวลาไม่น้อยกว่า 2
ชั่วโมง รวมถึงวิธีการติดตั้งที่เป็นเป็นมาตรฐานของระบบดังกล่าว อีกทั้งยังมีการกาหนดแนวทาง
การทดสอบใหอ้ ยใู่ นลักษณะพร้อมใชง้ านได้เสมอ

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

5-36

หนว่ ยท่ี 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉกุ เฉนิ

แบบฝกึ หัด

1. จงึ อธบิ ายถงึ ความสาคญั และข้นั ตอนของการคานวณตารางโหลด
2. จงอธิบายถึงมาตรฐานและข้อกาหนดของสายป้อน
3. จงอธิบายความหมายของดมี านดแ์ ฟกเตอร์
4. จงอธบิ ายถงึ มาตรฐานและขอ้ กาหนดของสายประธาน
5. จงอธบิ ายถึงสายประธานเดินในอากาศและสายประธานเดินใต้ดิน
6. จงหาขนาดสายเมนและอุปกรณ์ป้องกันของบ้านพักอาศัยหลังหน่ึง มีโหลดต่าง ๆ จากการ
ประมาณการตามลกั ษณะการใช้งานและพื้นท่ีดงั ต่อไปนี้

- เครื่องปรบั อากาศ 5kVA
- แสงสวา่ ง 2kVA
- อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเลก็ 5kVA
- เตาไฟฟา้ ความร้อน 5kVA
7. จงอธบิ ายถึงข้อกาหนดการตดิ ตัง้ ระบบไฟฟา้ แสงสวา่ งฉุกเฉนิ
8. จงอธบิ ายถึงขอ้ กาหนดในการตดิ ตั้งระบบไฟฟา้ ป้ายทางออกฉกุ เฉิน
9. จงอธิบายแนวทางการทดสอบและตรวจสอบระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

5-37

หน่วยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ

เอกสารอ้างอิง

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง. (2551). มาตรฐานการเดนิ สายไฟฟา้ ทวั่ ไป. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 1) กรุงเทพฯ
การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า. (พิมพ์คร้ังที่ 2) กรุงเทพฯ:

การไฟฟ้านครหลวง.
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สาหรับประเทศไทย.

กรุงเทพฯ: บรษิ ทั โกบอล กราฟฟิค จากดั
ชานาญ ห่อเกียรติ. (2540). เทคนิคการส่องสวา่ ง. (พมิ พค์ รั้งท1ี่ ) กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ธนบรู ณ์ ศศภิ านเุ ดช. การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรุงเทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชนั่
ธนบรู ณ์ ศศภิ านุเดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสวา่ ง. กรุงเทพมหานคร: ซีเอด็ ยูเคชนั่
ประสิทธิ์ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์คร้ังที่ 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์

ครีเอชัน่
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า. (ปรับปรุง

คร้งั ท่ี 3) กรุงเทพฯ: ส.ส.ท. สนพ.
ศุลี บรรจงจติ ร. (2013). หลักและเทคนิคการออกแบบระบบไฟฟ้า. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชัน่
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.

Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364
Schneider Electric. (2561). Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/

en/work/products/product-launch/electrical-installation-guide/

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-1

หนว่ ยที่ 6 การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชดุ ตัวเกบ็ ประจุ

หน่วยท่ี 6
การปรบั ปรุงตวั ประกอบกาลัง
และการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

จดุ มุ่งหมายของบทเรยี น
1. ผู้เรียนสามารถอธิบายความสาคัญของสามเหลี่ยมกาลังไฟฟ้าในการปรับปรุงตัวประกอบกาลัง

ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
2. ผู้เรียนสามารถอธิบายผลของค่าของตัวประกอบกาลังไฟฟ้าท่ีมีต่อระบบไฟฟ้าและค่าไฟฟ้า

ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
3. ผู้เรยี นสามารถออกแบบวงจรตวั เกบ็ ประจุ เพื่อใช้แกป้ ัญหาในการปรบั ปรงุ ตัวประกอบกาลงั ไฟฟ้า

ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
4. ผู้เรียนสามารถยกตัวอย่างประโยชน์ท่ีได้รับจากการปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟ้าได้อย่าง

ถูกตอ้ ง
5. ผู้เรียนสามารถเปรียบเทียบผลของระบบไฟฟ้าก่อนและหลังการปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟ้า

ได้อย่างถูกตอ้ ง
6. ผู้เรยี นสามารถอภิปรายผลของการออกแบบและปรับปรุงตัวประกอบกาลงั ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

เนอื้ หา
1. สามเหลีย่ มกาลังไฟฟ้า
2. ค่าตวั ประกอบกาลังไฟฟ้า
3. การปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟา้
4. ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั จากการปรบั ปรงุ ตวั ประกอบกาลงั ไฟฟา้
5. บทสรปุ

วธิ ีการสอนและกจิ กรรม
1. ผ้สู อนบรรยายเนือ้ หา
2. นกั ศกึ ษารว่ มอภปิ ราย
3. ผ้สู อนต้งั คาถามให้ผ้เู รยี นตอบเพอ่ื มีส่วนรว่ มในการเรยี น
4. นักศกึ ษาทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น
5. ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากหนังสือที่เก่ียวกับการออกแบบระบบไฟฟ้ามาตรฐานและข้อกาหนด

การตดิ ตง้ั ระบบไฟฟา้

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-2

หนว่ ยที่ 6 การปรับปรงุ ตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตวั เกบ็ ประจุ

ส่อื การสอนและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื และเอกสารประกอบการสอน
2. PPT
3. คอมพวิ เตอร์
4. โปรเจคเตอร์
5. ใบงานหรือแบบฝึกหัดทา้ ยบทเรยี น

การวดั และประเมินผล
1. นักศกึ ษาเขา้ ช้นั เรยี นตามเวลากาหนด
2. นักศึกษาสนใจเรยี นและเขา้ มามีการโต้ตอบซักถามขณะเรยี น
3. ตรวจแบบจากงานที่มอบหมายหรอื แบบฝกึ หัดท้ายบท

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-3

หน่วยที่ 6 การปรับปรุงตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเกบ็ ประจุ

หน่วยท่ี 6
การปรับปรงุ ตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชดุ ตวั เกบ็ ประจุ

ในการออกแบบระบบไฟฟ้าท่ีมีพิกัดของโหลดมากน้ัน มีส่ิงหน่ึงที่จะต้องให้ความสาคัญและ
นามาพิจารณาด้วยคือค่าของตัวประกอบกาลังโดยรวมของระบบ เนื่องจากกาลังไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่
อาคารหรือโรงงานทั้งหลายจะประกอบด้วยกาลังไฟฟ้าหลายแบบ ซึ่งโดยปกติหากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า
รายเล็กหรือตามบ้านเรือนจะเสียค่าไฟฟ้าแค่กาลังไฟฟ้าจริงเท่านั้น แต่หากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลาง
หรือรายใหญ่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายของกาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟด้วย เนื่องจากมิเตอร์ของผู้ใช้ไฟราย
ดังกล่าวมีความสามารถในการวัดกาลังไฟฟ้าได้ทุกรูปแบบ ดังน้ันจึงเป็นความรับผิดชอบของวิศวกร
หรือผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าที่จะต้องออกแบบชุดวงจรตัวเก็บประจุเพื่อชดเชยกาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟ
ให้ได้จากภายในของผู้ใช้ไฟเองบางส่วน เพื่อไม่ให้อัตราการดึงเข้ามาใช้ของกาลังไฟฟ้าส่วนน้ีเกินกว่า
คา่ ท่ีไฟฟา้ กาหนด โดยจะนามาซง่ึ การเสยี คา่ ใช้จ่ายดงั กล่าวโดยเปลา่ ประโยชน์

1. สามเหลย่ี มกาลังไฟฟา้
กาลังไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ กาลังงานจริง

(Real power) มีหน่วยเป็นวัตต์หรือกิโลวัตต์ (W or kW) เป็นกาลังงานท่ีสามารถเปล่ียนแปลง
โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าไปเป็นพลังงานรูปอื่นได้ เช่น ความร้อน แสงสว่าง หรือพลังงานกล กาลังงานส่วนนี้
เกิดจากกระแสไฟฟ้าใช้งาน (Active current) และอีกส่วนหน่ึงคือ กาลังงานรีแอกทีฟ (Reactive
power) มีหน่วยเป็นวาร์หรือกิโลวาร์ (VAR or kVAR) เป็นกาลังงานที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็น
พลังงานรูปอื่นได้ แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องทางานโดยอาศัยสนามแม่เหล็ก เช่น หม้อแปลง มอเตอร์
บัลลาสต์ เป็นต้น ต้องใช้กาลังรีแอกทีฟน้ีสร้างสนามแม่เหล็ก ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กอุปกรณ์จะไม่สามารถ
ทางานได้ กาลังงานในส่วนน้ีเกิดจากกระแสไฟฟ้ารีแอกทฟี (Reactive current) ผลรวมทางเวกเตอร์
ของกาลังงานทั้ง 2 เรียกว่า กาลังงานปรากฏ (Apparent power) มีหน่วยเป็นโวลต์แอมแปร์หรือ
กิโลโวลต์แอมแปร์ (VA or kVA) เป็นกาลังงานท่ีแหล่งจ่ายกาลังงานไฟฟ้าตอ้ งจ่ายใหก้ ับอุปกรณ์ไฟฟ้า
ต่าง ๆ และมีขนาดเท่ากับผลคูณของกระแสไฟฟ้าในวงจรกับแรงดันของแหล่งจ่ายกาลังไฟฟ้ากาลัง
งานทง้ั 3 สามารถเขียนเปน็ สามเหลย่ี มกาลังไฟฟา้ ได้ ดังแสดงในภาพท่ี 6.1

ภาพที่ 6.1 ความสัมพนั ธ์ระหว่างกาลงั ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าและแรงดนั ไฟฟา้

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-4

หน่วยที่ 6 การปรับปรงุ ตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเกบ็ ประจุ

2. ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟา้
ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าหรือค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ (Power factor: PF) คือ อัตราส่วน

ของกาลังงานจริง (Real power) ต่อกาลังงานปรากฏ (Apparent power) ในวงจรไฟฟ้าใด ๆ โดย
จะมีค่าเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 0 ถึง 1 และจะมีค่าเป็นนาหย่าหรือล้าหลังขึ้นอยู่กับชนิดของโหลด
ไฟฟ้านั้น ในความเป็นค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าน้ียิ่งมีค่าสูงจะย่ิงดี และในกรณีท่ีมีค่าต่ากว่า 0.85
จะต้องเสียค่าปรับ เน่ืองจากตัวประกอบกาลังไฟฟ้าต่ากว่าท่ีกาหนดให้กับการไฟฟ้าฯ โดยคิดจาก
กิโลวารท์ ี่เกิน 61.97% ของค่าความต้องการพลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ในรอบเดอื นน้นั กโิ ลวาร์ละ 14.02 บาท

PF = Real Power = Cos
Apparent Power

จากสามเหล่ียมกาลังไฟฟ้ากาลงั ไฟฟ้าปรากฏ

Apparent Power = (Active Power)2 +(Reactive Power)2

ตวั อย่างที่ 6.1 โรงงานแห่งหน่ึงมโี หลด 600kW 800kVar กาลังไฟฟา้ เสมอื นจะเป็นเทา่ ใด
วิธที า

kVA = ( kW )2 +( kVAR )2

= (600)2 +(800)2

=1,000 kVA

ตัวอย่างท่ี 6.2 P.F โรงงานแห่งหนงึ่ ตามตวั อย่างที่ 6.1 มีคา่ เท่าใด

วธิ ที า kW
kVA
P.F =

= 600
1000
= 0.6

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-5

หนว่ ยท่ี 6 การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชดุ ตัวเก็บประจุ

ตัวอย่างที่ 6.3 โรงงานแห่งหนึ่งใช้ไฟ 3P 4W 400V วัดค่ากระแสในโรงงานได้ 1,000 A และกาลังไฟฟ้า

จริงได้ 500 kW P.F มีคา่ เทา่ ใด

วิธที า

Real Power = 500 kW

Apparent Power = 3×400×1,000
1,000

= 658.2 kVA

P.F = kW
kVA
500
= 658.2

= 0.76

ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าอาจเป็นแบบนาหน้า (Leading) หรือแบบตามหลัง (Lagging) ก็ได้

ขึ้นอยู่กับโหลดทางไฟฟ้า ถ้าโหลดทางไฟฟ้าจาเป็นต้องใช้พลังงานส่วนหน่ึงเพื่อสร้างสนามแม่เหล็ก

เช่น มอเตอร์หม้อแปลงบัลลาสต์ค่าตัวประกอบกาลงั ไฟฟ้าจะเป็นแบบตามหลัง แตถ่ ้าโหลดทางไฟฟ้า

สามารถจ่ายกาลังงานรีแอกทีฟเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้ เช่น ตัวคาปาซิเตอร์ ซิงโครนัสมอเตอร์ เป็นต้น

ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าจะเป็นแบบนาหน้าโดยท่ัวไปค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม

หรืออาคารต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบตามหลังทั้งสิ้นตัวประกอบกาลังไฟฟ้า (PF) ของโหลดและ

ประเภทอุตสาหกรรม

ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าเราสามารถวัดค่าได้โดยตรงจากเคร่ืองมือวัดค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้า

(Power factor meter) หรือคานวณจากความสัมพันธ์ข้างต้น เน่ืองจากเคร่ืองมือวัดค่าทางไฟฟ้า

รุ่นใหมส่ ามารถวัดค่าพารามเิ ตอร์ทางไฟฟ้าได้หลายอยา่ งในเครื่องเดียวกัน เชน่ I, V, P, kVAR, kVA ฯลฯ

ตัวอย่างที่ 6.4 จากบลิ คา่ ไฟฟ้าของโรงงานแห่งหนึ่งที่ผ่านมา พบวา่ มคี ่ากิโลวาร์เท่า 750 kVAR และ
ค่าความต้องการหลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 1000 kW จงพิจารณาว่าต้องเสียค่าปรับจากตัวประกอบ
กาลงั ไฟฟา้ หรอื ไม่ และถา้ เสยี จะเป็นเงินเท่าใด
วธิ ีทา พจิ ารณาวา่ กาลงั ไฟฟ้ารแี อกทีฟส่วนทเ่ี กนิ จากทีก่ าหนดคอื 61.97เปอรเ์ ซ็นตม์ ีค่าเทา่ ใด

ค่า kVAR ท่ีเกิน = 750 - (0.6197 x 1000)
= 130.3 kVAR (ถ้ามีคา่ ตดิ ลบใหถ้ อื ใชไ้ มเ่ กนิ ท่ีกาหนดไม่เสยี ค่าปรบั )

คา่ ปรบั เนื่องจากตัวประกอบกาลงั ไฟฟา้ = 130.30 x 14.02
= 1,826.60 บาท/เดือน

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-6

หนว่ ยที่ 6 การปรบั ปรงุ ตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

3. การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟา้
ในทางปฏิบัติการปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟ้าให้มีค่าสูงข้ึนนิยมคาปาซิเตอร์ต่อขนาน

เข้ากับโหลดเพื่อจ่ายกาลังงานรีแอกทีฟ (Reactive power) ให้กับโหลดพิจารณาสามเหลี่ยมกาลังไฟฟ้า
ภาพท่ี 6.2

ภาพท่ี 6.2 สามเหล่ียมกาลงั ไฟฟา้

กาหนดให้ = cosθ1
ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟา้ เดิม = cosθ2
คา่ ตวั ประกอบกาลังไฟฟ้าที่ปรับปรงุ
= kW tan θ1
โดย θ1 θ2 = kWtan θ2
kVAR (เดิม) = kWtan θ1 − tan θ2
kVAR (ใหม่)

kVAR ของคาปาซเิ ตอรท์ ่ตี ้องใช้

ตัวอย่างที่ 6.5 โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งมีโหลดกาลังไฟฟ้าจริง 1,000 kW และมีค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้า

70% ถ้าต้องการเพิ่มค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าเป็น 90% จะต้องติดตั้งคาปาซิเตอร์เพ่ือปรับปรุง

ตัวประกอบกาลังขนาดเท่าใด

วิธที า

PF (เดิม) = 70% = cosθ1

cosθ1 = 0.7→ θ1 = 45.6°

PF (ใหม)่ = 90% = cosθ2

cosθ2 = 0.9→ θ = 25.8°
2

ขนาดของคาปาซเิ ตอร์ = kW(tan θ1 − tan θ2)

= 1,000 x (tan 45.6 – tan 25.8)

= 538 kVAR

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-7

หน่วยที่ 6 การปรับปรุงตวั ประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตวั เก็บประจุ

การหาค่าตัวคูณ (tanθ1 − tanθ2) สามารถเปิดจากตารางภาคผนวกก็ได้ จากตัวอย่าง

ขา้ งตน้ ตวั คูณมีค่าเท่ากับ 0.54 ดงั นั้นขนาดของคาปาซเิ ตอรท์ ใ่ี ช้ = 600 x 0.54 = 324 kVAR

หมายเหตุ เน่ืองจากโหลดทางไฟฟ้าในโรงงานจะมีค่าไม่คงที่ตลอดเวลา ดังน้ันการติดตั้งคาปาซิเตอร์
เพ่ือเพิ่มค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าจาเป็นต้องมีระบบควบคุม เพ่ือใช้ในการตัดต่อตัวคาปาซิเตอร์
ใหเ้ หมาะสมกับโหลดดว้ ย

เพอื่ ความสะดวกในการหาค่าเพือ่ ปรับปรงุ ตวั ประกอบกาลงั จงึ ได้มกี ารจัดทาตารางไว้สาหรับ
ช่วยหาขนาดของคาปาซิเตอร์ โดยที่ cosθ1 จะเป็นค่าของเพาเวอร์แฟคเตอร์ก่อนการปรับปรุงและ

ค่าของ cosθ2 จะเป็นค่าของเพาเวอร์แฟคเตอร์หลังการปรับปรุง มีวิธีใช้ดังนี้ จากตัวอย่างท่ีผ่านมา

ทาการอ่านค่าตัวประกอบกาลังก่อนและหลังการปรับปรุงจากแนวต้ังและแนวนอนของตารางท่ี 6.1
ส่วนที่ท่ีตัดกันจะเป็นค่าของ kVAR/kW ซ่ึงหมายถึงขนาด kVA ของคาปาซิเตอร์ที่ต้องติดตั้งต่อ
1 กิโลวัตต์ของกาลังไฟฟ้าจริงท่ีใช้ในระบบ ดังน้ันขนาดที่แท้จริงของคาปาซิเตอร์ซึ่งใช้ปรับปรุง
ตวั ประกอบกาลงั จะต้องนาคา่ กาลงั ไฟฟ้าจริงของโหลด kW มาคณู

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-8

หน่วยที่ 6 การปรับปรงุ ตวั ประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

ตารางท่ี 6.1 ตารางการหาค่าการปรับปรงุ ตวั ประกอบกาลงั

cos 1 0.70 0.75 0.80 0.82 เพาเวอรแ์ ฟคเตอร์ cos 2 0.95 0.96 0.98 1.00
0.85 0.87 0.90 0.92 0.94

0.20 3.88 4.02 4.15 4.19 4.28 4.33 4.41 4.46 4.51 4.57 4.49 4.69 4.90

0.25 2.85 2.99 3.17 3.12 3.25 3.32 3.38 3.45 3.50 3.54 3.58 3.66 3.37

0.30 2.16 2.30 2.43 2.48 2.56 2.62 2.69 2.75 2.81 2.85 2.88 2.97 3.18

0.35 1.66 1.79 1.93 1.98 2.06 2.21 2.19 2.25 2.31 2.35 2.38 2.47 2.68

0.40 1.27 1.41 1.54 1.59 1.67 1.72 1.80 1.86 1.93 1.96 2.00 2.08 2.29

0.42 1.14 1.28 1.41 1.46 1.54 1.59 1.68 1.74 1.80 1.83 1.87 1.95 2.16

0.44 1.02 1.16 1.29 1.34 1.42 1.47 1.56 1.62 1.67 1.71 1.75 1.83 2.04

0.46 0.91 1.05 1.18 1.23 1.31 1.36 1.45 1.50 1.56 1.60 1.64 1.72 1.93

0.48 0.80 0.95 1.08 1.13 1.20 1.26 1.33 1.40 1.47 1.49 1.54 1.61 1.82

0.50 0.71 0.85 0.98 1.03 1.11 1.18 1.25 1.31 1.37 1.40 1.44 1.52 1.73

0.52 0.62 0.76 0.89 0.94 1.02 1.08 1.16 1.22 1.28 1.31 1.35 1.43 1.64

0.54 0.54 0.68 0.81 0.86 0.94 0.99 1.07 1.13 1.19 1.23 1.20 1.35 1.56

0.56 0.46 0.60 0.73 0.78 0.86 0.91 1.00 1.05 1.12 1.15 1.18 1.27 1.48

0.58 0.38 0.52 0.65 0.70 0.78 0.85 0.92 0.98 1.04 1.07 1.11 1.19 1.40

0.60 0.31 0.45 0.58 0.64 0.71 0.78 0.85 0.91 0.98 1.01 1.05 1.13 1.34

0.62 0.24 0.38 0.52 0.57 0.65 0.70 0.78 0.84 0.90 0.93 0.97 1.06 1.26

0.64 0.18 0.32 0.45 0.50 0.58 0.63 0.72 0.77 0.83 0.87 0.90 0.99 1.20

0.68 0.12 0.26 0.39 0.44 0.52 0.57 0.65 0.71 0.77 0.81 0.85 0.93 1.14

0.68 0.06 0.20 0.33 0.38 0.46 0.51 0.59 0.65 0.71 0.75 0.77 0.87 1.08

0.70 0.14 0.27 0.32 0.40 0.45 0.53 0.59 0.66 0.69 0.73 0.81 1.02

0.72 0.08 0.21 0.27 0.34 0.40 0.48 0.54 0.60 0.63 0.67 0.76 0.96

0.74 0.04 0.16 0.21 0.29 0.35 0.42 0.48 0.55 0.58 0.62 0.70 0.90

0.76 0.10 0.16 0.24 0.29 0.37 0.43 0.49 0.52 0.56 0.65 0.85

0.78 0.05 0.10 0.18 0.24 0.31 0.38 0.44 0.47 0.51 0.59 0.80

0.80 0.05 0.13 0.18 0.26 0.32 0.39 0.42 0.46 0.54 0.75

0.82 0.08 0.13 0.21 0.27 0.33 0.37 0.40 0.49 0.69

0.84 0.03 0.09 0.16 0.22 0.28 0.32 0.35 0.44 0.64

0.86 0.03 0.11 0.17 0.23 0.26 0.30 0.39 0.59

0.88 0.06 0.11 0.18 0.21 0.25 0.33 0.54

0.90 0.06 0.12 0.15 0.19 0.27 0.48

0.92 0.06 0.09 0.13 0.22 0.42

0.94 0.03 0.07 0.16 0.36

0.96 0.09 0.28

0.98 0.21

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-9

หน่วยที่ 6 การปรับปรงุ ตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

ในระบบไฟฟ้าน้ันจะมีตาแหน่งติดต้ังอุปกรณ์หลักสาหรบั การแก้ไขตัวประกอบกาลังไฟฟ้าอยู่
3 ตาแหนง่ ดังนี้

1. ติดต้ังทีส่ ว่ นกลาง
- โดยทวั่ ไปแลว้ ติดต้ังท่จี ดุ เดียว
- แกต้ ัวประกอบกาลงั ไฟฟา้ ทีจ่ ุดจ่ายไฟฟ้าของระบบ
- ตดิ ตง้ั ได้ท้ังดา้ นแรงดันต่าหรอื ด้านแรงดันสงู ขนึ้ อยกู่ ับวา่ ราคาดา้ นไหนถกู กวา่ กนั
- จะไมเ่ กิดประโยชนใ์ นการแกต้ ัวประกอบกาลังไฟฟ้าในแต่ละจุด

2. ตดิ ตงั้ ท่แี ต่ละโหลด
- แก้ไขสาหรบั โหลดแตล่ ะแหง่ เชน่ มอเตอรข์ นาดใหญ่
- ถ้าเปน็ การตดิ ต้ังระบบใหม่การปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟ้าทแ่ี ต่ละโหลดนี้จะช่วย

ลดขนาดของสวติ ช์เกียร์และกระแสโดยรวมของระบบลงได้
3. ตดิ ตัง้ ทกี่ ลุม่ ของโหลด
- ใช้สาหรบั โหลดท่มี ีตัวประกอบกาลังไฟฟ้าต่า ๆ และสามารถรวมกลมุ่ กันได้
- ในกรณีติดตั้งใหม่จะมีการลงทุนน้อยเพราะใช้เคเบ้ิลและสวิตช์จะมีการลงทุนน้อย

เพราะใชเ้ คเบล้ิ และสวิตชเ์ กียร์เลก็ ลงได้

ภาพท่ี 6.3 ตวั อย่างการติดตัง้ คาปาซิเตอรเ์ พ่ือปรับปรงุ PF ทีท่ ง้ั 3 ตาแหนง่

4. ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการปรับปรุงตัวประกอบกาลังไฟฟ้า
เม่ือทาการปรับปรุงค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าให้มีค่าสูงขึ้นจะเกิดผลดีหลายประการสามารถ

สรุป ไดด้ ังน้ี
1. ระบบไฟฟา้ สามารถรบั โหลดได้มากข้นึ
เม่อื ค่าตวั ประกอบกาลังไฟฟ้ามีค่าสูงข้ึนจะทาให้กาลงั ไฟฟา้ ที่ใชใ้ นระบบทงั้ หมดมีค่าใกลเ้ คยี ง

กับกาลังไฟฟ้าจริง ถ้ามองในส่วนของอุปกรณ์ที่จ่ายไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า หมายความว่า
กาลังไฟฟ้าตามขนาดของหม้อแปลงไฟฟ้าจะสามารถนาไปใช้จ่ายกาลังไฟฟ้าจริงท่ีทาให้เกิดงาน
ไดม้ าก เนื่องจากมคี าปาซิเตอร์ช่วยในการจา่ ยกาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟในการปรับปรุงคา่ ตัวประกอบกาลัง
ดงั นน้ั ทาให้สามารถเพิ่มโหลดเขา้ ไปในระบบได้อีกในส่วนที่ยงั ไม่เกินขนาดท่หี ม้อแปลงไฟฟา้ จ่ายได้

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-10

หนว่ ยที่ 6 การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตัวเกบ็ ประจุ

ตัวอย่างที่ 4.6 จงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับโหลดเพ่ิมข้ึน เมื่อค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์มีค่า

เพมิ่ ขึ้น

วิธีทา จากโจทย์ท่ีกาหนดได้กาหนดค่ากาลังไฟฟ้าจริงให้มีค่าคงที่แล้วเปลี่ยนค่าตัวประกอบกาลัง

ให้มีค่าเพ่ิมขึ้นจาก 60% ข้ึนไป จนถึง 100% จะได้ค่าตามตาราง ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่ากาลังไฟฟ้า

ท่ีปรากฏของระบบจานวนลดลงซึ่งหมายถึงความสามารถในการจ่ายโหลดของหม้อแปลงจะมีค่า

เพ่ิมขึ้นตามไปด้วย

เพาเวอรแ์ ฟคเตอร์ (%) 60% 70% 80% 90% 100%

กาลังไฟฟา้ จรงิ (kW) 600 600 600 600 600

กาลงั ไฟฟา้ รแี อกทฟี (kVAR) 800 612 450 291 0

กาลงั ไฟฟ้าปรากฏ (kVA) 1,000 857 750 667 600

ตัวอย่างที่ 6.6 จงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจ่ายโหลดที่เพ่ิมขึ้น เมื่อค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์

มคี า่ เพม่ิ ขึน้

วิธที า จากโจทย์กาหนดให้ค่ากาลังไฟฟ้าเสมือน (kVA) ของระบบคงที่ แล้วเปล่ียนค่าตัวประกอบ

กาลงั ใหม้ คี ่าเพ่มิ ขน้ึ จาก 60% ขนึ้ ไปจนถึง 100% จะไดค้ า่ ตามตารางซงึ่ จะเห็นไดว้ า่ ค่ากาลังไฟฟ้าจริง

ท่ีระบบสามารถจ่ายได้มีค่าเพิ่มข้ึน ซ่ึงหมายถึงความสามารถในการจ่ายโหลดของหม้อแปลงจะมีค่า

เพม่ิ ขน้ึ ตามไปดว้ ยเชน่ กนั

เพาเวอรแ์ ฟคเตอร์ (%) 60% 70% 80% 90% 100%

กาลงั ไฟฟ้าจริง (kW) 360 420 480 540 600

กาลังไฟฟ้ารแี อคทฟี (kVAR) 480 428 360 262 0

กาลังไฟฟ้าปรากฏ (kVA) 600 600 600 600 600

2. กาลงั ไฟฟ้าสูญเสียในระบบลดลง
การปรับปรุงค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้ามีผลทาให้กระแสท่ีไหลในสายมีค่าลดลง ซ่ึงกาลังไฟฟ้า
ทสี่ ูญเสียในสายไฟต่าง ๆ จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับค่ากระแสยกกาลังสอง ดังน้ันกาลังไฟฟ้าที่สูญเสีย
ในสายไฟและอปุ กรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ กจ็ ะมคี ่าลดลงตามไปด้วย

loss  I2

เมือ่ มี PF มคี ่าสงู ขนึ้ กระแสไฟฟ้า (i) มีคา่ ลดลง

PL   PFold 
 PFnew 

% Re duced Loss = 100   PFold 2 
1 −  PFnew  
  

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-11

หนว่ ยท่ี 6 การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชดุ ตวั เก็บประจุ

ภาพที่ 6.4 กาลงั ไฟฟ้าสญู เสียท่ีลดลงในสายเคเบลิ เม่ือปรับปรุงค่าตวั ประกอบกาลังไฟฟ้า

จากภาพท่ี 6.4 เม่ือปรับปรุงค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าให้มีค่าสูงข้ึน จะเห็นว่าการปรับปรุง
ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าจาก 0.6 เป็น 0.8 จะลดกาลังไฟฟ้าสูญเสียในสายเคเบิลได้ถึง 44% และ
ถา้ เปลยี่ นจาก 0.6 เปน็ 1.0 จะลดกาลังไฟฟา้ สญู เสียได้ถึง 64% ตามลาดับ

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-12

หนว่ ยที่ 6 การปรับปรุงตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

ตัวอย่างท่ี 6.7 โรงงานแห่งหนึ่งมีหม้อแปลงขนาด 1,000 kVA และมีโหลดขนาด 600 kW ถ้า

ปรับปรุงให้ตัวประกอบกาลังไฟฟ้าให้มีค่าเป็น 0.95 กาลังไฟฟ้าสูญเสียจะลดลงเท่าใด (หม้อแปลง

มาตรฐานขนาด 1,000 kVA จะมีการสญู เสียกาลงั งานในสว่ น Copper loss ประมาณ 13,500 W)

วธิ ที า 600
1,000
P.F. เดิม = = 0.6

P.F. ใหม่ = 0.95

กาลังไฟฟ้าสูญเสยี ทีล่ ดลง =  1-  PFold 2 
 PFnew 
100   

= 100  1- 0.6 2 
 0.9  

= 60%

หรือคดิ เป็นกาลังไฟฟา้ สญู เสียทีล่ ดลง = 0.6 x 13,500
= 8,100 W

ถา้ โรงงานแหง่ นท้ี างาน 12 ช่ัวโมงตอ่ วัน 365 วนั ตอ่ ปี จะประหยดั พลงั งานได้

= 8,100×12×365
1,000

= 35,478 kWh/ปี

3. ลดแรงดันตกในสายสง่
สายส่งไฟฟ้า โดยทั่ว ๆ ไปท่ีใช้กับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับจะมีคุณสมบัติ ซึ่งแทนได้ด้วย
ความต้านทานไฟฟ้าต่ออนุกรมกับความเหนียวนาไฟฟ้าสาหรับไฟฟ้า 3 เฟส แรงดันตก (Voltage
drop) ในสายสง่ สามารถหาได้จาก

V = 3I ( R cosθ + X sinθ )
L

เม่ือ I คอื กระแสไฟฟ้าทไ่ี หลในสายส่ง (A)
R คอื ความตา้ นทานไฟฟ้าของสารส่ง (Ω)
XL คือ คา่ รีแอกแตนซ์ของสายส่ง (Ω)

θ คือ คา่ มุมของตัวประกอบกาลังไฟฟ้า
เม่ือปรับปรุงค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าใหส้ ูงข้นึ จะทาใหค้ ่า 1, θ และ V มคี า่ ลดลง

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี

6-13

หน่วยที่ 6 การปรบั ปรุงตวั ประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตวั เก็บประจุ

ตวั อย่าง 6.8 มอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 37 kW 380 V 50 Hz มีค่ากระแสเฉลี่ย 75A และมีคา่ PF
เท่ากับ 0.82 ติดต้ังอยู่ห่างจากจุดจ่ายไฟฟ้า 150 m ถ้าปรับปรุงค่า PF เป็น 0.95 จงหาแรงดันตก
ในสายส่ง (กาหนดให้สายสง่ มีค่า R และ X1เท่ากบั 0.424และ 0.284 Ω/km ตามลาดบั

วิธที า
จาก V = 3I(R cosθ + X2 sinθ)

ก่อนการปรบั ปรงุ PF = 0.82 → cosθ= 0.82 ,sinθ =0.572

แทนคา่ จะได้

V = 3 ×75× 0.424 ×150×0.82+ 0.284 ×150×0.572
1,000 1,000

= 9.94 V

หลงั การปรบั ปรงุ PF = 0.95 → cosθ= 0.95,sinθ =0.312

กระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ = Iเดิม ( cosθ1 ) =75×  0.82 
cosθ1  0.95 

= 64.7A

แทนคา่ จะได้

V = 3×64.7×  0.424 ×150×0.95+ 0.284 ×150×0.312
 1,000 1,000

= 8.26 V

4. ค่าไฟฟา้ ลดลง
เม่ือค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้ามีค่าสูงข้ึน จะมีผลทาให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรมีค่าลดลง
กาลังไฟฟ้าที่สูญเสียในระบบไฟฟ้า เช่น สายป้อน หรือสายประธานก็จะมีค่าลดลงและค่าปรับในส่วน
ของตัวประกอบกาลังไฟฟ้า (ถา้ มีค่าต่ากวา่ 0.85) ก็ไมจ่ าเป็นต้องเสียทาให้ค่าไฟฟ้าท่ีต้องจ่ายในภาพรวม
แต่ละเดือนมีค่าลดลง

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-14

หนว่ ยที่ 6 การปรบั ปรุงตัวประกอบกาลังและการออกแบบวงจรชุดตวั เกบ็ ประจุ

5. บทสรปุ
เน้ือหาในข้างต้นเป็นการอธิบายหลักการของการปรับปรุงตัวประกอบกาลังของระบบไฟฟ้า

ท่ีต้องออกแบบโดยเร่ิมต้นด้วยการศึกษากาลังไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในระบบไฟฟ้าที่แปรตามโหลด
ไฟฟ้าแต่ละแบบ ซ่ึงการเปล่ียนแปลงของค่าตัวประกอบกาลังจะส่งผลต่อระบบไฟฟ้าได้หลายอย่าง
เช่น การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของกาลังไฟฟ้าที่ระบบสามารถจ่ายได้ การเปล่ียนแปลงของค่าการสูญเสีย
ในระบบไฟฟ้า และการเปล่ียนแปลงของค่าแรงดันตก ซ่งึ ในมีผลมาจากการปรับเปลย่ี นคา่ ตวั ประกอบ
กาลังทั้งสิ้น การปรับปรุงค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้าโดยทั่วไปอาศัยการออกแบบวงจรตัวเก็บประจุ
ต่อเข้ายังส่วนต่าง ๆ ของระบบไฟฟ้า โดยลักษณะการต่อจะมี 3 แบบ คือ ต่อที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก
ของอาคาร การต่อท่ีชุดรวมของโหลดไฟฟ้า และต่อที่โหลดย่อยแต่ละชุด โดยแต่ละแบบจะมีผลต่อ
ระบบต่างกันขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบว่าต้องการให้มีตัวเก็บประจุท่ีติดตั้งส่งผลโดดเด่นต่อระบบแบบไหน
ซ่ึงในการออกแบบนั้นจะใช้วิธีการคานวณโดยใช้ค่าตัวประกอบกาลังก่อนมาแทนในสมการเพ่ือหา
ค่าตัวเก็บประจุท่ีต้องนามาต่อหรือจะใช้วิธีตารางสาเร็จท่ีกาหนดค่าตัวประกอบกาลังก่อนและหลัง
กไ็ ด้

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-15

หน่วยที่ 6 การปรับปรงุ ตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชดุ ตวั เก็บประจุ

แบบฝกึ หัด

1. จงอธิบายถงึ ความหมายของสามเหลีย่ มกาลงั
2. คา่ ตวั ประกอบกาลังคอื อะไร มีความเก่ียวข้องกบั ระบบไฟฟา้ กระแสสลบั อยา่ งไร
3. โรงงานแห่งหนึ่งวัดค่ากาลังไฟฟ้าจริงได้ 600 kW และกาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟได้ 800 kVAR

จงหาค่าตัวประกอบกาลังไฟฟา้
4. จงอธิบายข้นั ตอนและวิธกี ารในการปรบั ปรงุ ตวั ประกอบกาลัง
5. จากบลิ ค่าไฟฟา้ ของโรงงานแห่งหน่ึง ในเดือนธันวาคมท่ีผ่านมา พบวา่ มคี ่ากิโลวาร์เท่ากับ 850 kVAR

และค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 1000 kVAR จงพิจารณาว่าต้องเสียค่าปรับจาก
ตัวประกอบกาลังไฟฟา้ หรอื ไม่ และถา้ เสียจะเป็นเงินเท่าใด
6. โรงงานแห่งหน่ึงมีโหลดทางไฟฟ้า 800 kW และมีค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้า 70% ถ้าต้องการ
เพ่มิ คา่ ตวั ประกอบกาลงั ไฟฟ้าเป็น 90% จะตอ้ งตดิ ตง้ั ขนาดของคาปาซิเตอรเ์ ทา่ ใด
7. จงอธิบายถึงประโยชนข์ องการปรับปรุงตวั ประกอบกาลงั

รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี

6-16

หน่วยท่ี 6 การปรับปรุงตัวประกอบกาลงั และการออกแบบวงจรชุดตัวเก็บประจุ

เอกสารอ้างอิง

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง. (2551). มาตรฐานการเดนิ สายไฟฟ้าทั่วไป. (พมิ พค์ รัง้ ที่ 1) กรุงเทพฯ
การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ:

การไฟฟ้านครหลวง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย.

กรงุ เทพฯ: บริษัท โกบอล กราฟฟิค จากดั
ชานาญ ห่อเกยี รต.ิ (2540). เทคนิคการส่องสว่าง. (พมิ พ์ครงั้ ที่1) กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
ธนบูรณ์ ศศิภานเุ ดช. การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรุงเทพฯ: ซีเอด็ ยเู คช่นั
ธนบรู ณ์ ศศภิ านุเดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสว่าง. กรุงเทพมหานคร: ซเี อด็ ยเู คชน่ั
ประสิทธิ์ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์คร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์

ครีเอชน่ั
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า (ปรับปรุง

คร้ังที่ 3) กรงุ เทพฯ: ส.ส.ท สนพ.
ศุลี บรรจงจติ ร. (2013). หลกั และเทคนคิ การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ: ซเี อ็ดยูเคชนั่
การปรบั ปรงุ ตัวประกอบกาลัง Online: https://blog.rmutl.ac.th/montri/assets/ee14.pdf
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.

Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364
Power factor correction: a guide for the plant engineer. Online: https://www.eaton.com/

content/dam/eaton/products/low-voltage-power-distribution-controls-systems/power-
factor-corrections/portfolio/eaton-pfc-guide-plant-engineer-SA02607001E.pdf
Schneider Electric. (2561). Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/
en/work/products/product-launch/electrical-installation-guide/

รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สุพรรณบรุ ี


Click to View FlipBook Version