2-11
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ภาพท่ี 2.8 สายไฟฟา้ ชนดิ NYY
แรงดนั ใช้งาน 450/750 V
อุณหภมู ิท่ีใช้งาน 70℃
สถานทใี่ ชง้ าน - สถานท่ีแหง้ และสถานท่เี ปียก
ลกั ษณะการติดต้งั - ใชง้ านทัว่ ไป
- เดนิ บนรางเคเบ้ิล
- รอ้ ยทอ่ ฝงั ดนิ หรอื ฝงั ดนิ โดยตรงได้
สายทองแดงหุ้มฉนวนด้วย XLPE
เน่ืองจากคุณสมบัติของฉนวนด้วย XLPE ที่โดดเด่นคือสามารถทนความร้อนได้สูงกว่า
ฉนวนพีวีซีและมคี วามแข็งแรงทนตอ่ แรงทางกลและการกัดกร่อนทางเคมีไดด้ ี จงึ มีการนาฉนวนชนิดนี้
มาหุ้มตัวนาซ้อนทับภายในอีกชั้นหน่ึงและใช้ฉนวนพีวีซีเป็นเปลือกนอก ซ่ึงในปัจจุบันสายที่หุ้มด้วย
ฉนวน XLPE จึงเป็นที่นิยมใช้มากขึ้น โดยสายชนิดนี้มีช่ือเรียกว่า CV ซ่ึงไม่อยู่ในมาตรฐานอุตสาหกรรม
มอก.11-2553 แต่อ้างอิงตามมาตรฐาน IEC60502-1 เป็นหลัก โดยท่ัวไปสายชนิดนี้ จะสามารถ
ใช้งานได้เหมือนดีเช่นเดียวกับสาย NYY จึงนิยมเป็นสายป้อนหรือสายประธาน แต่ในกรณีที่ใช้ติดต้ัง
ภายในมีข้อกาหนดเพ่ิมเติมคือจะต้องเดินในช่องเดินสายชนิดปิด หากต้องการเดินในรางเปิดจะต้อง
ใชส้ ายท่ีมีคณุ สมบัตเิ พ่มิ เติมในดา้ นการปอ้ งกันการลามไฟตามมาตรฐาน IEC60332-3 CatC
ภาพที่ 2.9 สาย CV
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-12
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
แรงดันใชง้ าน 0.6/1 kV
อณุ หภูมิที่ใชง้ าน 90 °C
สถานท่ีใช้งาน - สถานท่ีแห้งและสถานทเี่ ปียก
ลักษณะการตดิ ตง้ั - ใชง้ านทั่วไป
- ฝังดนิ โดยตรง
1.4. สายไฟฟา้ ทนไฟ
สายไฟฟ้าปกติทั่วไปเปลือกหรือฉนวนซ่ึงทามาจากวัสดุ เช่น PVC หรือ XLPE ที่สามารถ
ติดไฟได้และสามารถลุกลามไปตามทางเดินของสายไฟด้วย เม่ือวัสดุเหล่านี้ถูกเพลิงไหม้จึงสามารถ
ทาให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ เนื่องจากเม่ือฉนวนมีการลุกไหม้จะทาให้เกิดควันหนาแน่น ซ่ึงควัน
ดังกล่าวจะเป็นควันพิษและจะฟุ้งกระจายไปทั่ว ทาให้คนที่สูดดมเข้าไปสามารถหมดสติและเสียชีวิต
ในทสี่ ดุ
เพ่ือแก้ปัญหาเหล่านี้จึงมีการผลิตสายไฟฟ้าที่ฉนวนมีคุณลักษณะท่ีพิเศษกว่าเดิมคือมีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
1. Flame Retardancy คือ ฉนวนมีคุณสมบัติติดไฟได้ยาก และถ้าสายติดไฟแล้วก็สามารถ
ดบั เองได้ (Self-extinguish) ภายในช่วงระยะเวลาหนง่ึ
2. Flame Propagation คือ คุณสมบัติท่ีสายมีคุณสมบัติป้องกันไฟลามหรือกระจายไปตาม
ความยาวของสายไฟ โดยทั่วไปแล้วสายไฟฟ้าท่ีมีค่า Flame Propagation ต่า จะเป็นแบบท่ีสามารถ
ดับไฟเองได้
3. Acid and Corrosive Gas Emission คือ คุณสมบัติของการเกิดก๊าซ กรด หลังจากเกิด
ไฟไหม้ กรดท่ีเกิดขึ้นจะกัดโลหะของโครงสร้าง และอุปกรณ์อ่ืน ๆ สายไฟฟ้าที่มีสาร Halogen น้อย
หรอื ไมม่ เี ลยก็จะลดการเกิดกรดและก๊าซพิษเมื่อเกดิ เพลิงไหมส้ าย
4. Smoke Emission คือ คุณสมบัติซึ่งแสดงถึงปริมาณควันที่เกิดขึ้นจากการไหม้ของ
สายไฟฟา้
5. Fire Resistance คือ คุณสมบัติท่ีแสดงว่าภายใต้สถานการณ์ไฟไหม้สายไฟฟ้าน้ัน สายไฟฟ้า
ดังกล่าวยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในชว่ งเวลาหนึง่
สายไฟฟ้าทนไฟ (FRC) คือ สายไฟฟ้าที่ผลิตตามคุณสมบัติทั้ง 5 ประการ ดังที่กล่าวมาแล้ว
ไดแ้ ก่
1. Flame Retardancy ตามมาตรฐาน IEC60332 หรือ BS 4066
2. Flame Propagationตามมาตรฐาน IEC60332 หรอื BS 4066
3. Acid and Corrosive Gas Emission ตามมาตรฐาน IEC 754 หรอื BS 6425
4. Smoke Emission ตามมาตรฐาน IEC1034 หรือ BS 7622
5. Fire Resistance ตามมาตรฐาน IEC60331 หรือ BS 6387
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-13
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ภาพที่ 2.10 สายทนไฟ (FRC)
โดยส่วนประกอบหลักของสายทนไฟจะประกอบด้วย ตัวนาทองแดง (Conductor) เทปกันไฟ
(Fire Barrier tape) ทาจาก Mica/Glass ฉนวน (Insulator) ทาจาก XLPEและฉนวนหุ้มช้ันนอก (Outer
Sheath) ทาดว้ ยสารจาพวก Zoro Halogen, Low Smoke (OHLS)
สายไฟฟ้าทนไฟ (FRC) ถกู ใช้ระบบและวงจรไฟฟา้ ท่ีมีความสาคญั ต่อความปลอดภัย เช่น
1. ระบบเตอื นสัญญาณอคั คภี ยั (Fire alarm System)
2. ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation System)
3. ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉกุ เฉิน (Emergency Lighting System)
4. ระบบเสยี งประกาศ (Public Addtess System)
5. ระบบไฟฟา้ สารอง (Standby power System)
6. ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ (Computer Network System)
7. ระบบลิฟต์และบนั ไดเลือ่ น (Lifts and Escalators System)
8. ระบบโทรทัศนว์ งจรปิด (Closed Circuit TV System)
9. ระบบปั๊มน้าดับเพลิงและปั๊มอัดอากาศในช่องบันไดหนีไฟ (Fire Pump and pressurized
Stairs)
10. ในอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ ซ่ึงตอ้ งการใหร้ ะบบปฏิบตั งิ านได้ขณะท่ีเกดิ ไฟลกุ ลามสายทนไฟมี
อตั ราลาดบั การทนไฟตามการทดสอบ ซงึ่ แบง่ เปน็ 3 แบบ 8 ประเภท ตามตารางท่ี 2.3
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
2-14
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางท่ี 2.3 เครอ่ื งหมายแบง่ คณุ สมบัติการทนไฟ อณุ หภูมิและเวลาท่ใี ชใ้ นการทดสอบ
ประเภท การทนไฟ เคร่ืองหมาย
650 °C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง A
การทนไฟ 750 °C เปน็ เวลา 3 ช่ัวโมง B
950 °C เปน็ เวลา 3 ชวั่ โมง C
650 °C เป็นเวลา 20 ช่ัวโมง S
650 °C เป็นเวลา 15 นาที
การทนไฟและน้า จากนั้นพน่ นา้ และทาการทดสอบ W
650 °C เป็นเวลา 3 นาที
การทนไฟและทนแรง 650 °C เปน็ เวลา 3 นาที โดยมแี รงกระแทก X
กระแทก 750 °C เปน็ เวลา 3 นาที โดยมแี รงกระแทก Y
950 °C เป็นเวลา 3 นาที โดยมแี รงกระแทก Z
1.5. สายเคเบิลชนิดเอม็ ไอ
สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ เป็นสายเคเบิลเปลือกโลหะท่ีตัวนาไฟฟ้าทองแดงถูกหุ้มด้วยฉนวนแร่
ท่ีผลิตจากโรงงานสาเร็จ ซ่ึงฉนวนเป็นแร่น้ันถูกอัดแรงอย่างสูงและหุ้มด้วยเปลือกทองแดงอย่างต่อเนื่อง
อีกชั้น ทาให้มีคุณสมบัติป้องกันของเหลวและก๊าซ ในการเลือกใช้จะมีท้ังชนิดที่เป็นตัวนาเด่ียวหรือ
มากกวา่
1. สายเคเบ้ิล MI เป็นสายที่ใช้ในบริเวณที่ต้องการความปลอดภัย และความแน่นอนสูง
เหมอื นกันกับสายไฟฟา้ ทนไฟ (FRC) เช่น
- บรเิ วณอันตราย
- วงจรชว่ ยชีวิต
- อาคารสาธารณะใต้ผวิ ดนิ เป็นตน้
2. สาย MI ตอ้ งมีคุณสมบัติและได้มาตรฐาน ดงั ตอ่ ไปนี้
- BS 6207: Specificationfor Mineral-insulated Copper Sheathed Cables with
Copper Conductor
- IEC 60702: Mineral Insulated Cables with a Rated Voltage not Exceeding 750 V
- AS 3187: Mineral Insulated Metal Sheathed Cables
1.6. การเลือกสายไฟฟ้าทเ่ี หมาะสม
ในการพิจารณาเลือกสายไฟฟ้าที่เหมาะสมนั้นมีหลายข้อด้วยกันที่พิจารณา ซึ่งจะส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพความเชื่อถือได้และความปลอดภัยในการใช้งาน ข้อกาหนดที่ต้องพิจารณาในการเลือก
สายไฟฟา้ ไดแ้ ก่
- พกิ ดั แรงดัน (Voltage Rating)
- พิกัดกระแส (Current Rating)
- สายควบ (Multiple Conductors)
- แรงดันตก (Voltage Drop)
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-15
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอุปกรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
พิกัดแรงดัน (Voltage Rating) สายไฟฟ้าที่ใช้จะต้องสามารถทนต่อแรงดันใช้งานได้ตาม
มอก. 11-2553 ซึ่งจะอ้างอิงพิกัดแรงดันตามมาตรฐาน IEC คือ แรงดันเทียบกับดินต่อแรงดันเทียบ
ระหวา่ งสาย ดงั นนั้ ในการเลือกชนิดของสายไฟฟา้ จึงต้องคานึงถึงพกิ ัดแรงดนั ให้เหมาะสมดว้ ย
พิกดั กระแส (Current Rating) คอื ความสามารถของสายไฟฟ้าที่จะนากระแสไฟฟ้าปรมิ าณหนึ่ง
อย่างต่อเนือ่ งในขณะใชง้ านโดยไมท่ าใหอ้ ุณหภูมิสดุ ท้ายมีคา่ เกินอุณหภูมิท่ีกาหนดไว้ตามชนดิ ของสาย
พกิ ดั กระแสของสายไฟฟ้าหุ้มฉนวนจะขึ้นกบั ปัจจัยต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้
1. ขนาดสายไฟ สายไฟท่ีมีพื้นที่หน้าตัดขนาดใหญ่ก็มีพิกัดค่ากระแสสูงกว่าสายไฟท่ีมี
พื้นท่หี น้าตัดขนาดเลก็
2. ขนาดของฉนวนท่ีหุ้มสายไฟ การที่สายไฟมีฉนวนที่มีคุณรูปดีย่อมที่จะทาให้สายไฟฟ้า
ชนิดนั้นมีพกิ ัดกระแสสงู ข้นึ
3. อุณหภูมโิ ดยรอบ เน่อื งจากค่าความตา้ นทานของตวั นาจะมีคา่ เพิม่ ขึ้น เมอื่ มอี ุณหภูมสิ ูงขึ้น
ดังน้ันถ้าอุณหภูมิบริเวณรอบ ๆ ของสายไฟฟ้าที่ใช้มีอุณหภูมิสูงข้ึน ก็จะส่งผลให้ค่าพิกัดของกระแส
ลัดวงจรลดลงจากคา่ ปกติ
4. ลกั ษณะการติดต้งั เนื่องจากการติดตั้งสายไฟฟ้าสามารถทาได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น เดนิ ลอย
เดินในท่อร้อยสาย หรือเดินฝังใต้ดิน การติดตั้งแต่ละแบบก็มีการถ่ายเทอากาศได้ยากง่ายต่างกัน
ถ้าสายไฟตดิ ต้ังในบริเวณท่ีอากาศถ่ายเทได้สะดวกก็จะมีค่าพิกัดกระแสสูงกว่า กรณีทีต่ ิดตั้งในบรเิ วณ
ท่ีอากาศถา่ ยเทไม่สะดวก
พิกัดกระแสของสายไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ตามมาตรฐานการติดตั้งทางการไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย
ของ วสท. ปี พ.ศ. 2556 จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ตามชนิดของวัสดุท่ีใช้ทาฉนวน และพิกัดแรงดัน
ใช้งานของสายไฟฟ้านั้น ดังแสดงในตารางท่ี 2.4 และเมื่อสายไฟฟ้าถูกนาไปใช้งานในสถานท่ีที่มี
อุณหภูมิแตกต่างจากที่กาหนดไว้ในตารางจะต้องใช้ตัวคูณตามตารางที่กาหนดให้อีกเพ่ือปรับ
คา่ กระแสพกิ ัดของสายใหส้ อดคลอ้ งกับความเป็นจริง
ในการแสดงพิกัดกระแสของสายไฟชนิดต่าง ๆ ตามมาตรฐาน วสท. ได้แบ่งแยกตารางพิกัด
ของสายออกตามลักษณะการติดตั้ง เป็นท้ังหมด 7 กลุ่ม ซึ่งมีหลักการในการแบ่งตามคุณสมบัติ
ท่ตี ่างกันของสายไฟฟ้าแต่ละชนิด ซึ่งจะเป็นตัวกาหนดวธิ ีการเดินสาย เช่น คุณสมบตั ิในการเดินในท่อ
เดนิ เกาะพนื้ ผวิ เดนิ ในราง เดินรอ้ ยท่อฝังดนิ และเดินฝงั ดนิ โดยตรง ดังแสดงตามตารางตารางท่ี 2.4
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-16
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางที่ 2.4 รปู แบบการติดตัง้ และการอ้างองิ
วิธีการเดินสาย รปู แบบการตดิ ต้งั ลกั ษณะการตดิ ตั้ง หมายเหตุ
กลุ่มที่ 1
สายแกนเดยี วหรือหลายแกนหุ้ม ฝ้าเพดานหรือผนงั กันไฟที่เปน็
ฉนวนความร้อนคือวสั ดุที่มีค่า
ฉนวน ม/ี ไมม่ เี ปลือกนอก เดนิ ใน การนาทางความรอ้ น
(thermal conductance)
ชอ่ งเดนิ สายโลหะหรอื อโลหะ อย่างน้อย 10 W/m2·K*
ภายในฝา้ เพดานท่ีเป็นฉนวน
ความร้อน หรอื ผนงั กันไฟ
สายแกนเดยี วหรอื หลายแกนหมุ้ กลุ่มท่ี 2 กรณฝี ังในผนงั คอนกรตี หรอื
ฉนวน มี/ไมม่ ีเปลอื กนอก เดนิ ใน ท่คี ล้ายกนั ผนังน้ันจะต้องมีค่า
ชอ่ งเดินสายโลหะหรืออโลหะ ความตา้ นทานความรอ้ น
เดนิ เกาะผนงั หรอื เพดาน หรอื ฝัง (thermal resistivity) ไม่เกนิ
ในผนงั คอนกรีตหรือทคี่ ล้ายกัน 2 km/W
สายแกนเดยี วหรือหลายแกนหมุ้ -
ฉนวน มเี ปลอื กนอก เดนิ เกาะ
ผนังหรือเพดาน ท่ไี ม่มีสง่ิ ปิดหุ้ม กลุ่มที่ 3
ทคี่ ลา้ ยกนั
กลมุ่ ที่ 4 ระยะหา่ งถึงผนังและระหวา่ ง
สายเคเบลิ แกนเดียวหมุ้ ฉนวน กลมุ่ ที่ 5 เคเบลิ ไม่น้อยกว่าเส้นผ่าน
มี/ไม่มีเปลอื กนอก วางเรียงกนั กลมุ่ ท่ี 6 ศูนย์กลางเคเบิล
แบบมรี ะยะหา่ ง เดินบนฉนวน กล่มุ ที่ 7
ลกู ถ้วยในอากาศ -
สายแกนเดยี วหรอื หลายแกนหุ้ม
ฉนวนมเี ปลือกนอก เดินในท่อ -
โลหะหรืออโลหะฝงั ดิน
สายแกนเดยี ว หรอื หลายแกน รางเคเบลิ แบบระบายอากาศ
ห้มุ ฉนวน มีเปลอื กนอก ฝงั ดนิ จะต้องมีพ้นื ทรี่ รู ะบายอากาศ
โดยตรง ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 30 ของ
สายเคเบิลแกนเดยี วหรือหลาย พื้นผวิ รางเคเบิลทง้ั หมด
แกนหมุ้ ฉนวน มเี ปลอื กนอก
วางบนรางเคเบิลแบบด้านลา่ งทึบ
รางเคเบิลแบบระบายอากาศ
หรือรางเคเบิลแบบบนั ได
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-17
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางท่ี 2.5 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี มี/ไม่มเี ปลือกนอก สาหรับขนาดแรงดัน (Uo/U)
ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อณุ หภูมติ ัวนา 70 ºC อณุ หภมู ิโดยรอบ 40 ºC เดินในช่องเดนิ สายในอากาศ
ลักษณะการตดิ ต้งั กลุ่มที่ 1 กลุม่ ท่ี 2
จานวนตวั นากระแส 2 3 2 3
ลกั ษณะตวั นากระแส แกนเดยี ว หลายแกน แกนเดยี ว หลายแกน แกนเดยี ว หลายแกน แกนเดียว หลายแกน
รปู แบบการติดตง้ั 60227 IEC 01, 60227 IEC 02, 60227 IEC 05, 60227 IEC 06, 60227 IEC 10, NYY, NYY-G, VCT, VCT-
G, IEC 60502-1 และสายที่มีคณุ สมบตั ิพิเศษต่าง ๆ เช่น สายทนไฟ สายไร้ฮาโลเจน สายควนั นอ้ ย
รหัสชนดิ เคเบิลทใ่ี ช้ เปน็ ตน้
งาน ขนาดกระแส (แอมแปร์)
10 10 9 9 12 11 10 10
ขนาดสาย (ตร.มม.) 13 12 12 11 15 14 13 13
1 17 16 16 15 21 20 18 17
1.5 23 22 21 20 28 26 24 23
2.5 30 28 27 25 36 33 31 30
4 40 37 37 34 50 45 44 40
6 53 50 49 45 66 60 59 54
10 70 65 64 59 88 78 77 70
16 86 80 77 72 109 97 96 86
25
35 104 96 94 86 131 116 117 103
50 131 121 118 109 167 146 149 130
70 158 145 143 131 202 175 180 156
95 183 167 164 150 234 202 208 179
120 209 191 188 171 261 224 228 196
150 238 216 213 194 297 256 258 222
185 279 253 249 227 348 299 301 258
240 319 291 285 259 398 343 343 295
300 - - - - 475 - 406 -
400 - - - - 545 - 464 -
500
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
2-18
หนว่ ยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณ์และบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางท่ี 2.6 ขนาดกระแสของสายไฟฟา้ ตวั นาทองแดงหุ้มฉนวนมเี ปลือกนอก สาหรบั ขนาดแรงดัน (Uo/U)
ไมเ่ กิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อณหภมู ิตัวนา 70 ºC หรอื 90 ºC อุณหภมู ิโดยรอบ 40 ºC เดนิ เกาะผนังในอากาศ
ลกั ษณะการตดิ ต้งั กล่มุ ท่ี 3
จานวนตัวนากระแส 2 ไมเ่ กิน 3 ไมเ่ กิน 3
ลักษณะสาย แบน กลม กลม
ลักษณะตัวนากระแส หลายแกน แกนเดยี ว หลายแกน
ประเภทฉนวน พีวซี ี พีวีซี ครอสลงิ กดพ์ อ พวี ซี ี ครอสลงิ กด์พอลิ
ลิเอทิลีน เอทิลีน
อณุ หภูมติ ัวนา 70 ºC 70 ºC 90 ºC 70 ºC 90 ºC
รูปแบบการติดต้งั หรอื หรอื
รหสั ชนิดเคเบลิ ท่ีใชง้ าน VAF, VAF-G NYY, IEC NYY, NYY-G IEC 60502-1
60502-1 IEC 60502-1 60227 IEC 10,
ขนาดสาย (ตร.มม.) 14 15
1 17 12 IEC 60502-1 20
1.5 23 16 ขนาดกระแส (แอมแปร์) 27
2.5 32 22 36
4 41 29 16 12 47
6 56 37 21 15 65
10 74 51 28 21 87
16 - 69 37 28 108
25 - 90 49 36 134
35 - 112 67 50 163
50 - 145 90 66 208
70 - 186 118 84 253
95 - 227 147 104 293
120 - 264 190 125 338
150 - 304 244 160 386
185 - 348 297 194 455
240 - 411 345 225 524
300 - 474 397 260 -
400 - 552 455 297 -
500 629 537 351
620 404
722 -
823 -
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-19
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางท่ี 2.7 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าตัวนาทองแดงแกนเดียวหุ้มฉนวนพีวีซี มอก.11-2553 สาหรับ
ขนาดแรงดัน Uo/U ไม่เกิน 450/750 โวลต์ อุณหภูมิตัวนา 70 °C อุณหภูมิโดยรอบ 40 °C เดินบนฉนวน
ลูกถ้วยในอากาศ
ลักษณะการตดิ ต้งั กลุม่ ที่ 4
รปู แบบการติดต้งั
รหัสชนดิ เคเบลิ ทใี่ ช้งาน 60227 IEC 01, 60227 IEC 10, NYY
ขนาดสาย (ตร.มม.) ขนาดกระแส (แอมแปร)์
4 30 37
6 39 48
10 56 67
16 78 92
25 113 127
35 141 157
50 171 191
70 221 244
95 271 297
120 315 345
150 365 397
185 418 453
240 495 535
300 573 617
400 692 741
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
2-20
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟา้
ตารางที่ 2.8 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซีมีเปลือกนอก สาหรับขนาดแรงดัน
Uo/U ไม่เกิน 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อุณหภมู ิตัวนา 70 °C อณุ หภูมิโดยรอบ 30 °C ร้อยทอ่ ฝังดินหรือฝังดิน
โดยตรง
ลกั ษณะการตดิ ตั้ง กลุ่มท่ี 5 กลุ่มที่ 6
จานวนตวั นากระแส 2 3 ไม่เกิน 3
ลกั ษณะตัวนา แกนเดยี ว/หลายแกน แกนเดียว/หลายแกน แกนเดยี ว/หลายแกน
รปู แบบการติดต้งั
รหัสชนดิ เคเบลิ ทใ่ี ชง้ าน NYY, NYY-G, ตามมาตรฐาน IEC 60502-1
ขนาดสาย (ตร.มม.)
ขนาดกระแส (แอมแปร)์
1
1.5 17 15 21
2.5
4 21 19 26
6
10 28 25 35
16
25 36 33 45
35
50 46 41 57
70
95 62 55 76
120
150 81 72 99
185
240 106 94 128
300
400 129 114 154
500
153 136 181
190 168 223
232 204 267
265 234 304
303 266 342
344 303 386
404 361 448
462 404 507
529 462 577
605 527 654
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-21
หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางที่ 2.9 ขนาดกระแสของสายไฟตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซีมีเปลือกนอก สาหรับขนาดแรงดัน
Uo/U ไม่เกิน 0.6/1กิโลโวลต์ อุณหภูมิตัวนา 70 °C อุณหภูมิโดยรอบ 40 °C วางบนรางเคเบิลแบบ
ระบายอากาศไม่มฝี าปดิ หรอื รางเคเบลิ แบบบนั ได
ลกั ษณะการตดิ ต้ัง กลุ่มท่ี 7
ลักษณะตวั นา แกนเดียว หลายแกน
กระแส
รูปแบบการติดตั้ง
รหัสชนดิ เคเบลิ 60227 IEC 10, NYY NYY-G และสายทีม่ คี ณุ สมบตั ิพเิ ศษต่าง ๆ
ใช้งาน เช่น สายทนไฟ สายไร้ฮาโลเจน สายควันน้อย เปน็ ตน้
ขนาดสาย (ตร.มม.) ขนาดกระแส (แอมแปร)์
1 - - - - 13
1.5 - - - - 16
2.5 - - - - 22
4 - - - - 30
6 - - - - 37
10 - - - - 52
16 - - - - 70
25 99 96 127 113 88
35 124 119 157 141 110
50 151 145 191 171 133
70 196 188 244 221 171
95 239 230 297 271 207
120 279 268 345 315 240
150 324 310 397 365 278
185 371 356 453 418 317
240 441 422 535 495 374
300 511 488 617 573 432
400 599 571 741 692 -
500 686 652 854 800 -
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-22
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอุปกรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางที่ 2.10 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนครอสลิงกด์พอลิเอทิลีน มีเปลือกนอก
สาหรับขนาดแรงดัน (Uo/U) ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อุณหภูมิตัวนา 90 C อุณหภูมิโดยรอบ 40 C
เดินร้อยในทอ่ ในอากาศ
ลักษณะ กลุ่มท่ี 1 กลมุ่ ท่ี 2
การติดตงั้
จานวน
ตัวนา 2 3 23
กระแส
ลักษณะ แกนเดียว หลายแกน แกนเดียว หลายแกน แกน หลาย แกน หลาย
ตวั นา เดยี ว แกน เดียว แกน
กระแส
รูปแบบการ
ตดิ ตั้ง
รหัสชนิด IEC 60502-1 และสายทม่ี คี ณุ สมบตั พิ ิเศษต่าง ๆ เชน่ สายทนไฟ สายไรฮ้ าโลเจน สายควันนอ้ ย เป็นตน้
เคเบลิ ท่ีใช้
ขนาดกระแส (แอมแปร์)
งาน
ขนาดสาย 13 13 12 12 15 15 14 14
(ตร.มม.)
17 17 15 15 21 20 18 18
1
1.5 24 23 21 20 28 27 25 24
2.5
4 32 30 28 27 38 36 34 32
6 41 38 36 35 49 46 44 40
10
16 56 52 49 46 68 63 60 55
25
35 74 69 66 62 91 83 80 73
50
96 90 86 81 121 108 106 96
70
95 119 110 106 99 149 133 131 116
120
150 144 132 128 118 180 159 159 140
185
240 182 167 163 149 230 201 202 177
300 219 200 197 179 278 241 245 212
400
500 253 230 227 207 322 278 284 244
289 264 259 236 358 304 311 273
329 299 295 268 409 349 349 309
386 351 346 315 480 418 410 362
442 402 396 360 549 484 468 414
- - - - 622 - 531 -
- - - - 713 - 606 -
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-23
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณแ์ ละบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางท่ี 2.11 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าแกนเดียวตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนครอสลิงกด์พอลิเอทิลีน
สาหรับขนาดแรงดัน Uo/U ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อุณหภูมิตัวนา 90°C อุณหภูมิโดยรอบ 40°C
เดินบนฉนวนลูกถว้ ยในอากาศ
ลักษณะการตดิ ต้ัง กลุ่มท่ี 4
รปู แบบการติดตั้ง หรือ หรอื
รหสั ชนิดเคเบลิ ท่ใี ช้งาน ตามมาตรฐาน IEC 60502-1
ขนาดสาย ( ตร.มม. ) ขนาดกระแส ( แอมแปร์ )
47 54
4 60 68
6 82 90
10 110 124
16 147 166
25 183 206
35 224 250
50 289 321
70 354 391
95 413 455
120 480 525
150 551 602
185 654 711
240 758 821
300 917 987
400 1,064 1,140
500
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-24
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางที่ 2.12 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าแกนเดียวตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนครอสลิงกด์พอลิเอทิลีน
มีเปลือกนอกขนาดแรงดัน Uo/U ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อุณหภูมิตัวนา 90°C อุณหภูมิโดยรอบ
30°C รอ้ ยทอ่ ฝงั ดินหรือฝงั ดนิ โดยตรง
ลักษณะการตดิ ตัง้ กลมุ่ ท่ี 5 กลมุ่ ท่ี 6
จานวนตวั นากระแส 2 3 ไม่เกิน 3
ลักษณะตัวนา แกนเดียว/หลายแกน แกนเดยี ว/หลายแกน แกนเดียว/หลายแกน
รูปแบบการตดิ ตัง้
รหัสชนดิ เคเบลิ ทใี่ ช้งาน 25 IEC 60502-1 33
ขนาดสาย ( ตร.มม. ) 33 ขนาดกระแส ( แอมแปร์ ) 43
1.5 43 22 55
2.5 54 29 70
71 92
4 38
6 94 47 119
10 124 63 152
150 184
16 83
25 180 109 217
35 223 132 266
271 318
50 313 159 362
70 355 195 406
95 406 238 459
120 477 275 533
150 543 312 601
185 625 356 684
240 717 418 777
300 475
400 545
500 623
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-25
หนว่ ยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดินสายอปุ กรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
ตารางท่ี 2.13 ขนาดกระแสของไฟฟ้าตัวนาทองแดงหุ้มฉนวนครอสลิงกด์พอลิเอทิลีน มีเปลือกนอก
สาหรับขนาดแรงดัน Uo/U ไม่เกิน 0.6/1 กิโลโวลต์ อุณหภูมิตัวนา 90 C อุณหภูมิโดยรอบ 40 C
วางบนรางเคเบิลแบบระบายอากาศไมม่ ฝี าปิด หรอื รางเคเบลิ แบบบันได
ลกั ษณะการตดิ ต้ัง กล่มุ ท่ี 7
ลักษณะตวั นา แกนเดียว หลายแกน
รปู แบบการตดิ ตั้ง
รหสั ชนดิ เคเบลิ ทใี่ ช้ IEC 60502-1 และสายทมี่ ีคณุ สมบัติพเิ ศษต่าง ๆ เชน่ สายทนไฟ สายไรฮ้ าโลเจน
งาน
สายควันน้อยเป็นตน้
ขนาดสาย (ตร.มม.)
1 ขนาดกระแส (แอมแปร)์
1.5
2.5 - - - - 16
4
6 - - - - 21
10
16 - - - - 29
25
35 - - - - 38
50
70 - - - - 49
95
120 - - - - 68
150
185 - - - - 91
240
300 128 123 166 147 116
400
500 160 154 206 183 144
197 188 250 224 175
254 244 321 289 224
311 298 391 354 271
364 349 455 413 315
422 404 525 480 363
485 464 602 551 415
577 552 711 654 490
670 640 821 758 565
790 749 987 917 -
908 861 1,140 1,064 -
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
2-26
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางท่ี 2.14 ตัวคูณปรับค่าอุณหภูมิโดยรอบท่ีแตกต่างจาก 40 °C ใช้กับค่าขนาดกระแสของเคเบิล
เม่ือเดินในอากาศ
ฉนวน
อณุ หภูมโิ ดยรอบ PVC XLPE หรือ EPR เอ็มไอ
(องศาเซลเซียส)
70 °C 105 °C
11-15 1.34 1.23 1.41 1.21
16-20 1.29 1.19 1.34 1.16
21-25 1.22 1.14 1.26 1.13
26-30 1.15 1.10 1.18 1.09
31-35 1.08 1.05 1.09 1.04
36-40 1.00 1.00 1.00 1.00
41-45 0.91 0.96 0.91 0.96
46-50 0.82 0.90 0.79 0.91
51-55 0.70 0.84 0.67 0.87
56-60 0.57 0.78 0.53 0.82
61-65 - 0.71 - 0.76
66-70 - 0.64 - 0.70
71-75 - 0.55 - 0.65
76-80 - 0.45 - 0.59
81-85 - - - 0.51
86-90 - - - 0.43
91-95 - - - 0.35
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-27
หนว่ ยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอุปกรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟา้
ตารางที่ 2.15 ตัวคูณปรับค่าอุณหภูมิโดยรอบแตกต่างจาก 30 °C ใช้กับค่าขนาดกระแสของเคเบิล
เม่อื เดินใต้ดนิ
อณุ หภมู โิ ดยรอบ ฉนวน
(องศาเซลเซยี ส) PVC XLPE หรือ EPR
11-15 1.18 1.12
16-20 1.12 1.08
21-25 1.07 1.03
26-30 1.0 1.0
31-35 0.94 0.96
36-40 0.87 0.91
41-45 0.80 0.86
46-50 0.71 0.82
51-55 0.62 0.76
56-60 0.51 0.70
61-65 - 0.65
66-70 - 0.57
71-75 - 0.49
76-80 - 0.41
1.7. การเดนิ สายตัวนาควบ
ในระบบหรือวงจรท่ีมีการใช้ไฟฟ้ามาก ๆ นั้น พิกัดกระแสของสายไฟฟ้าเส้นเดียวอาจไม่
เพียงพอ จึงจาเป็นต้องใช้สายหลายเส้นต่อขนานกัน ซ่ึงเรียกว่า สายควบ สายไฟฟ้าที่เดินควบกัน
ปลายสายทง้ั 2 ดา้ นของเฟสเดียวกนั ตอ้ งตอ่ เขา้ ด้วยกัน โดยมีข้อกาหนดหลกั คอื สายทคี่ วบกันจะต้อง
มีขนาดเท่ากันและมีความยาวของสายเท่ากันเพ่ือให้เกิดความสมดุลในการไหลของกระแส ดังภาพ
ที่ 2.11
ภาพที่ 2.11 การเดนิ สายตวั นาควบ
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-28
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
ข้อกาหนดสาหรบั การใช้สายควบ มีดงั น้ี
- ใช้กับตัวนาที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ตร.มม. ขนึ้ ไป
- สายไฟฟ้าท่เี ดนิ ควบกันไดน้ น้ั จะต้องเปน็ สายไฟฟา้ ชนดิ เดยี วกนั
- สายไฟฟา้ ที่ใชต้ ้องมีความยาวเท่ากัน
- ลกั ษณะการเดินสายไฟฟ้าเหมือนกัน
ตัวอย่างที่ 2.1 เครื่องทาน้าร้อน (Water Heater) ขนาด 6,000 W, 20 V จงหาขนาดสายไฟฟ้า ดังต่อไปน้ี
โดยพิจารณาเป็นโหลดตอ่ เนอ่ื ง
1. สาย (VAF)
2. สาย IEC01 ในทอ่ โลหะร้อยสายในอากาศ
วิธีทา
กระแสโหลด IL = 6,000 = 27.3 A
220
พิกัดของกระแสไฟฟ้า IL = 1.25×27.3 = 34 A
(เนอ่ื งจากเปน็ โหลดตอ่ เนอ่ื งจึงมีการเผอ่ื ขนาดสายไว้ 25%)
1. จากตารางท่ี 2.4 วิธกี ารเดินสายแบบกลุ่ม 3
ใช้สาย VAF ขนาด 2 x 6 ตร.มม. (พิกัดกระแส 35 A)
2. จากตารางท่ี 2.4 วธิ ีการเดนิ สายแบบกล่มุ 2
ใช้สาย IEC01 ขนาด 2 x 10 ตร.มม. (พกิ ดั กระแส 43A)
ตัวอย่างท่ี 2.2 เคร่ืองไมโครเวฟ ขนาด 2,200 VA, 220 V ใช้สายไฟฟ้า IEC01 เดินในท่อโลหะร้อยสาย
ในอากาศ จงหาขนาดของสายวงจรยอ่ ยท่ใี ช้ โดยพิจารณาเป็นโหลดไมต่ อ่ เน่อื ง
วธิ ีทา
กระแสโหลด IL = 2,200 =10 A
200
พกิ ัดของกระแสไฟฟ้า IL = 10 A
จากตารางท่ี 2.4 วิธีการเดินสายกลุ่ม 2 และจากข้อกาหนดของการไฟฟ้าฯ ที่กาหนดไว้ให้ใช้
สายขนาดเล็กทสี่ ุดสาหรบั วงจรย่อย คือ 2.5 ตร.มม.
จงเลอื กใช้สายขนาด 2 x 2.5 (พิกดั กระแส 18 A)
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-29
หน่วยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
ตัวอย่างท่ี 2.3 หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA LA 400/230 V ถ้าใช้สาย (NYY, 1/C) เดินในท่อ
โลหะฝังใต้ดนิ เปน็ สายประธานจากหมอ้ แปลงลกู น้ี จงหาขนาดสายไฟฟ้าดงั กลา่ ว
วธิ ีทา
In = 500×103 = 722 A
3× 400
Ic = 1.25×In
= 1.25×722
= 903 A
ใชส้ ายควบ 3 เสน้ = 900 = 103A
ใช้สายไฟฟา้ ขนาด 3 สายเฟส = 3×322 = 966 A
3
3×150 ตร.มม.
1×95ตร.มม. สายศนู ย์ = 3×242 = 726 A
หมายเหตุ: โหลดหม้อแปลงไฟฟ้านั้นมีหลายประเภทท้ังแบบต่อเน่ืองและไม่ต่อเน่ือง โดยส่วนมาก
จะประกอบดว้ ยโหลดหลายชนดิ คอื
- โหลด 3 เฟส เชน่ มอเตอร์ 3 เฟส
- โหลดเฟสเดียวทมี่ ี Harmonic เช่น หลอด HID
- โหลดเฟสเดยี วทีม่ ี Harmonic
ในการกาหนดสายของหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อเป็นการเผื่อไว้ ให้ถือว่าเป็นโหลดแบบต่อเน่ือง
ท้ังหมด ส่วนการคานวณหาขนาดสายนิวทรัลนั้น โหลด 3 เฟสสมดุลไม่ต้องนามาคิดจะคิดเฉพาะ
โหลดสายเดียวท้ังท่ีมีและไม่มี Harmonic เท่าน้ัน โดยโหลดท่ีไม่มี Harmonic สามารถใช้ Demand
Factor = 0.7 กับสว่ นท่เี กิน 200 A
นอกจากนี้ถา้ โหลด 3 เฟสสมดลุ มีขนาดมากกว่า 40% ของโหลดทั้งหมดอาจใชส้ ายนอวทรีล
เท่ากับประมาณ 50% ของสายเฟสได้ (Half Neutral) เน่ืองจากสายไฟฟ้าขนาดประมาณ 50%
โดยท่ัวไปสามารถนากระแสไดถ้ ึงประมาณ 60%
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-30
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอุปกรณ์และบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
ตวั อย่างที่ 2.4 โหลดขดลวดทาความรอ้ น (Heater) ขนาด 40 kW, 380 V 3 เฟส 3 สาย จงหาขนาด
ของสายไฟฟ้า IEC01 เดนิ ในท่อโลหะรอ้ ยสายในอากาศ โดยพิจารณาเปน็ โหลดผ่านบริเวณ ดังนี้
1. บริเวณท่มี อี ุณหภูมิ 40 °C
2. บรเิ วณท่มี อี ณุ หภูมิ 50 °C
วธิ ที า
กระแสโหลด IL = 40×103 = 60.8 A
3× 380
Ic = 1.2560.8 = 76 A
1. 40 °C
เนือ่ งจากอุณหภูมโิ ดยรอบ = 40°C
ไมต่ ้องใชต้ ัวคูณลด
Ic 76 A
จากตารางที่ 2.4 วิธีการเดนิ สายแบบกล่มุ 2
ใชส้ ายขนาด 3 X 25 ตร.มม. (77 A)
2. 50 °C
เนือ่ งจากอุณหภูมโิ ดยรอบ = 50 °C
จากตารางท่ี 2.14 พิจารณาใช้ตัวคูณลดเพื่อเพิ่มขนาดสาย วิธีการเดินสายกล่มุ ท่ี 2
พจิ ารณาใช้สายขนาด 3 X 35 ตร.มม.(95 A)
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-31
หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
2. รางเดินสายอุปกรณ์และบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้า
2.1 การเดนิ สายในราง Wireway
รางเดินสาย (Wireways) เป็นรางที่ใช้เดินสายไฟฟ้า ทาจากเหล็กแผ่นพับเป็นส่ีเหลี่ยม มีฝา
เปิด-ปิด เป็นแบบบานพับ หรือแบบถอดออกได้ ดังภาพท่ี 2.12 แผ่นเหล็กที่ใช้ทารางเดินสายจะต้อง
ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพ่ือกันสนิมก่อน ท่ีนิยมใช้มี 3 วิธีด้วยกัน คือใช้วิธีพ้นสีฝุ่น (Epoxy/Polyester)
เคลือบด้วยฟอสเฟสหรือสงั กะสี (Galvanized Steel) และวิธีอลูซิงค์ (Aluzinc) วิธีอลูซิงค์เป็นวิธกี าร
ป้องกันการเกิดสนิมได้ดีกว่าวิธีอ่ืน โดยผ่านเหล็กจะถูกเคลือบด้วยสารโลหะ ประกอบด้วย อลมู ิเนียม
สังกะสี และซิลคิ อน โดยผสมเนื้อเดียวในลักษณะอัลลอยด์
ภาพที่ 2.12 รางเดินสาย
การต่อรางเดินสายเข้าด้วยกัน หรือจะเดินเป็นทางโค้งสามารถใช้อุปกรณ์สาเร็จรูปต่อเข้ากับ
รางเดินสายได้เลยเพ่ือความสะดวก เช่น ข้องอ (Elbow) จุดเช่ือมต่อตัวที (Tee) และตัวลดขนาด
(Reducer) เป็นตน้
สถานที่ใช้งานรางเดินสายใช้ในท่ีเปิดโล่งถ้าเป็นภายนอกอาคารจะต้องเป็นชนิดกันฝนได้
(Rainitght) ไมใ่ ช้ในทท่ี ม่ี ีอันตรายทางกายรปู
จานวนตัวนาผลรวมของพ้ืนท่ีภาคตัดขวางของสายไฟฟ้าต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของพ้ืนท่ี
ภาคตัดขวางภายในของรางเดนิ สาย
พิกัดกระแสของตัวนาพิกัดกระแสของตัวนาในรางเดินสายให้ใช้ตารางที่ 2.5 หรือ 2.10
ในกรณีเดินสายในท่อโลหะในอากาศ ถ้าจานวนตวั นาเกนิ 30 เส้น จะตอ้ งคูณลดในตารางที่ 2.14 โดย
นับตัวนาท่ีมีกระแสเท่าน้ัน ตัวนาสาหรับวงจรสัญญาณ ตัวนาในระบบควบคุมมอเตอร์ และสตาร์จเตอร์
ทใี่ ช้ในการเดินเครือ่ งเทา่ นน้ั ไมถ่ ือเปน็ ตวั นากระแส
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
2-32
หนว่ ยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
ขนาดมาตรฐานรางเดินสายท่ีบริษทั ผผู้ ลติ ออกมาจาหนา่ ย มีขนาดดงั น้ี
H (ความสงู ) = 50, 75, 100, 150 และ 200 มม.
W (ความกวา้ ง) = 50, 75, 100, 150, 200, 250 และ 300 มม.
L (ความยาว) = 1,200 และ 2,400 มม.
T (ความหนา) = 1.0 และ 1.5 มม.
การติดตั้ง - จะตอ้ งมกี ารจบั ยึดท่มี ัน่ คงแขง็ แรง ทุกระยะหา่ งกันไมเ่ กนิ 1.5 ม.
- ไม่อนญุ าตให้ต่อรางเดนิ สายตรงจดุ ทผ่ี ่านผนังหรือพื้น
- ไม่อนุญาตให้ใช้รางเดินสายเป็นตัวนาสาหรับการต่อลงดินจานวนสายไฟฟ้า
สูงสุดในรางเดินสาย
- พ้ืนทหี่ น้าตัดของสายไฟฟ้าท้ังหมดรวมกนั ต้องไม่เกิน 20% ของพ้ืนท่ีหนา้ ตัด
ภายในรางเดินสาย
2.2 การเดินสายในรางประกอบ
รางประกอบ (Auxiliary Gutters) จะมีลักษณะเช่นเดียวกับรางเดินสาย (Weir ways) แต่
มีจุดประสงค์การใช้งานท่ีต่างกันคือ รางเดินสายประกอบจะเป็นท่ีต่อสายรวมก่อนท่ีจะแยกเข้าแผง
มิเตอร์ แผงจ่ายไฟย่อย หรือแผงสวิตช์ช่วยให้การต่อสาย และการบารุงรักษาจุดต่อไฟทาได้สะดวก
มีความเป็นระเบียบมากขน้ึ แสดงดังภาพที่ 2.13
ภาพที่ 2.13 รางเดินสายประกอบ
รางเดินสายประกอบมีลักษณะการติดต้ัง และการใช้งานเช่นเดียวกับรางเดินสาย แต่ราง
เดนิ สายประกอบจะตอ้ งมีความยาวไม่เกิน 9 เมตร
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
2-33
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอุปกรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
ตวั อยา่ งที่ 2.5 รางเดินสายขนาด 100 X 100 มม. สามารถบรรจสุ ายไฟฟ้า IEC01 ขนาด 25 มม. ได้กส่ี าย
วธิ ีทา
สายไฟฟา้ ตารางที่ 4 ขนาด 25 มม.
จากตารางท่ี 2.22 มพี น้ื ที่ภาคตดั ขวาง 86.6 ตร.มม.
รางเดนิ สายขนาด 100 X 100 มม.
พน้ื ท่ีภาคตดั ขวาง = 100 X 100
= 10,000 ตร.มม.
20% ของพนื้ ท่ีภาคตดั ขวาง = 0.2 x 10,000 ตร.มม.
10000
จานวนสายไฟทเี่ ดินได้ = 0.2 x 86.6
= 23.1
สามารถบรรจุได้ 23 สาย
เช่นเดยี วกับกรณีท่อร้อยสายสามารถคานวณหาจานวนสายไฟฟ้าสูงสุดในตารางเดินสายขนาด
ตา่ ง ๆ ได้ โดยใชส้ ายไฟฟ้า IEC01 เพ่อื ความสะดวกในการใช้งาน ดังแสดงในตารางที่ 2.16
ตารางท่ี 2.16 จานวนสายสูงสุดของสายไฟฟา้ IEC01 ในการเดนิ สาย (Wireways)
ขนาดสาย จานวนสายสูงสุด ในการเดินสาย
(ตร.มม.) 50x50 50x100 75x100 100x100 150x100 150x150 200x200 200x300
-
1 52 104 - - - - - -
-
1.5 44 88 - - - - - -
-
2.5 34 68 103 137 - - - -
-
4 23 47 70 94 - - - -
115
6 18 37 56 75 113 - - 83
63
10 12 24 36 49 73 110 - 47
40
16 9 18 27 36 54 81 144 33
26
25 5 11 17 23 34 51 92 20
16
35 4 9 14 19 28 43 76 13
10
50 3 6 10 13 20 31 55
70 2 5 7 10 15 23 42
95 1 3 5 7 11 17 31
120 1 3 5 6 10 15 6
150 1 2 4 5 8 12 22
185 1 2 3 4 6 9 17
240 - 1 2 3 5 7 13
300 - 1 2 2 4 6 11
400 - 1 1 2 3 5 9
500 - - 1 1 2 3 7
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-34
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
2.3 การเดนิ สายในรางเคเบิล
รางเคเบิล (Cable Trays) หรือที่เรียกกันโดยท่ัวไปว่า เคเบิลเทรย์ เป็นโครงสร้างสาหรับ
รองรับสายเคเบิล รางเคเบิลจะต้องมีความแข็งแรงมากพอที่จะรับน้าหนักของสายทั้งหมดได้และ
จะต้องไม่มีส่วนท่ีเป็นคมท่ีอาจทาให้ปลอกสายหรือฉนวนฉีกขาด รางเคเบิลไม่ถือว่าเป็นท่อสาย
(Raceways) แต่ได้รับความนิยมใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เน่ืองจากสามารถติดต้ัง
ได้ง่ายและมีราคาสงู รางเคเบลิ อาจแบ่งออกได้ตามลักษณะตา่ ง ๆ ได้ดังนี้
1. รางเคเบิลแบบบนั ได (Ladder Type)
ภาพท่ี 2.14 รางเคเบิลแบบบันได
รางเคเบิลชนิดน้ีจะมีลักษณะเป็นโครงสร้างตามแนวยาว 2 ชุด ยึดติดกันด้วยข้ันบันได
(Rung) จึงมีลักษณะคล้ายบันได จะใช้กับสายเคเบิลกาลัง รางเคเบิลแบบบันไดมักทามาจากเหล็ก
แผ่นมาตรฐาน แผ่นขนวนการพ่นด้วยสีฝุ่น (Epoxy/Polyester) หรือเคลือบผิดด้วยกรรมวิธี
(Hot-Dip Galvanized) โดยมขี นาดทผี่ ลิตมาจาหน่าย ดงั นี้
H (ความสูง) = 100และ 120 มม.
W (ความกว้าง) = 200, 300, 400, 500, 600, 700, 800, 900และ 1,000มม.
L (ความยาว) = 1,200 และ 2,400 มม.
T (ความหนา) = 1.0 และ 1.5 มม.
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-35
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
2. รางเคเบิลแบบมชี อ่ งระบายอากาศ (Perforated Type)
ภาพที่ 2.15 รางเคเบิลแบบมีชอ่ งระบายอากาศ
รางเคเบิลชนิดนี้เป็นชิ้นส่วนเดียวตลอด มรี ูระบายอากาศด้านล่าง ใช้จบั ยึดสายชนิดเส้นใหญ่
เดียวหรือสายควบคุมชนิดหลายตัวนา รางเคเบิลแบบมีช่องระบายอากาศมักทามาจากเหล็กแผ่น
มาตรฐาน แผ่นขนวนการพ่นด้วยสีฝุ่น (Epoxy/Polyester) เคลือบผิดด้วยกรรมวิธี (Hot-Dip
Galvanized) หรือเคลอื บดว้ ยวธิ อี ลซู งิ ค์ (Aluzinc) โดยมีขนาดทีผ่ ลติ มาจาหน่าย ดังน้ี
H (ความสงู ) = 100มม.
W (ความกว้าง) = 200, 300, 400, 500, 600, 700, และ 8000มม.
L (ความยาว) = 2,400 มม.
T (ความหนา) = 1.6 และ 2.0 มม.
3. รางเคเบิลแบบด้านล่างทบึ (Solid-Bottom Type)
ภาพที่ 2.16 รางเคเบิลแบบด้านล่างทึบ
รางเคเบิลชนิดนี้เป็นชิ้นส่วนเดียวตลอด ด้านล่างจะเป็นโลหะทึบมันจะใช้กับสายตัวนาทั่วไป
ท่มี ขี นาดเล็ก
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-36
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอุปกรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ข้อดีประการหนึ่งของการใช้รางเคเบิลคือ สามารถเพิ่ม เคล่ือนย้าย เปลี่ยนแปลง สายไฟฟ้า
ไดโ้ ดยสะดวก ในการวางสายไฟฟ้ามักจะเผ่ือทีเ่ อาไว้สาหรับการขยายในอนาคตด้วย
สายไฟฟา้ และอุปกรณ์ตอ่ ไปน้ี อนุญาตใหต้ ิดตงั้ ในรางเคเบลิ ได้
- สายเคเบิล ชนิด MI (Mineral-Insulated Metal-Sheathed Cable) ชนิด MC (Metal-Clad
Cable) และชนิด AC (Armored Cable)
- สายเคเบลิ แกนเดยี วชนิดมีเปลือกนอก ขนาดไม่เลก็ กว่า 50 ตร.มม. เชน่ สาย T-6
- สายเคเบิลหลายแกนในระบบแรงสูง และระบบแรงต่าทุกขนาด
- ทอ่ สายชนดิ ตา่ ง ๆ
- สายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอก เช่น สาย IEC01(THW) (แต่อนุญาตให้ใช้ได้
เฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมท่ีมเี จ้าหน้าที่คอยดูแลบารุงรักษา และต้องติดตั้งในรางเคเบิลบันไดหรือ
รางแบบมีช่องระบายอากาศ โดยขนาดสายจะต้องมีท่ีว่างเพ่ือให้การเดินสายจะต้องไม่เล็กกว่า 50
ตร.มม. เทา่ นน้ั )
ในการเลือกรางเคเบิลเพื่อการเดินสายเท่านั้น โดยทั่วไปจะใช้วิธีการวางสายให้เรียกกันไป
ตามความกว้างของราง ตามปกติจะต้องมีท่ีว่างเพ่ือให้การเดินสายทาได้สะดวกข้ึน และสาหรับการ
เพ่ิมเติมในอนาคต ถ้าเผื่อท่ีว่างไว้ประมาณ 20-25% การคานวณขนาดของรางเคเบิล สามารถทาได้
โดยวิธีการนาเอาเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟฟ้าท้ังหมดรวมกัน แล้วเทียบกับความกว้างของราง
เคเบิลซง่ึ กจ็ ะถกู ต้องทุกคร้ัง โดยไม่จาเป็นตอ้ งใช้ตาราง
2.4 บัสเวย์
เป็นผลิตภัณฑ์สาเรจ็ รูปจากบริษทั ผู้ผลิต มขี ้อมีตรงท่ีติดตง้ั ได้สะดวกและสวยงาม การตอ่ แยก
ไปใช้งานทาได้สะดวก เนื่องจากจะมีจุดเตรียมต่อแยกไว้ให้แล้ว บัสเวย์มีรูปร่างต่างกันตามบริษัทผู้ผลิต
การต่อแยกส่วนใหญ่จะใช้วิธีปลั๊กอิน (Plug-in) อาจมีเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือฟิวส์ตรงจุดต่อแยก
หรือไม่ก็ได้ บัสเวย์มีทั้งชนิดที่มีช่องระบายอากาศและชนิดปิดมิดชิด ตัวนามีทั้งชนิดที่เป็นทองแดง
และอลมู ิเนียม
1. การตดิ ตั้ง ข้อกาหนดการตดิ ต้งั มีดังนี้
1.1. ต้องติดต้งั ในทีเ่ ปดิ เผยและมองเห็นได้เทา่ นน้ั
1.2. บัสเวย์ต้องติดตั้งในสถานที่ที่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อการตรวจสอบและบารุงรักษา
ตลอดความยาวทัง้ หมด
1.3. ถ้าติดตั้งบัสเวย์ในท่ีกาบังต้องมีหนทางเข้าไปหาบัสเวย์ได้ บัสเวย์ต้องเป็นแบบปิด
มดิ ชดิ เป็นไปตามข้อกาหนดต่อไปนี้ทง้ั หมด
(ก) ไม่มีการติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินอยู่ท่ีตัวบัสเวย์ นอกจากเครื่องป้องกัน
กระแสเกินสาหรบั ดวงโคมเฉพาะจุด
(ข) ทางเขา้ ไปถงึ บัสเวย์ตอ้ งไม่ใช้เปน็ ทอ่ ลมปรับอากาศ
(ค) จดุ ต่อระหว่างชว่ งและเครอ่ื งประกอบ ต้องสามารถเข้าถงึ ได้เพ่ือการบารงุ รกั ษา
1.4. บัสเวย์ต้องยึดให้ม่ันคงและแข็งแรง ระยะห่างระหว่างจุดจับยึดต้องไม่เกิน 15 เมตร
หรอื ตามการออกแบบของผูผ้ ลิต และทจ่ี ดุ ปลายทางต้องปิด
1.5. การตอ่ แยกบัสเวย์ ตอ้ งต่อแยกด้วยเคร่ืองประกอบท่ีออกแบบมาโดยเฉพาะ
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-37
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
1.6. บัสเวย์ตอ้ งไม่ตดิ ต้ังใหส้ ัมผสั กบั วสั ดทุ ตี่ ดิ ไฟได้ง่าย
2. หา้ มใช้บัสเวย์ ในกรณดี งั ตอ่ ไปน้ี
2.1 บรเิ วณทอ่ี าจเกิดความเสยี หายทางกายรูปอย่างรนุ แรง หรอื ทาให้เกดิ การผกุ รอ่ น
2.2 ในปล่องขนของหรือปลอ่ งลฟิ ต์
2.3 ในบรเิ วณอนั ตราย นอกจากระบไุ ว้เป็นอยา่ งอน่ื
2.4 กลางแจ้ง สถานที่ชื้น และสถานท่ีเปียก นอกจากจะเป็นชนิดท่ีได้ออกแบบให้ใช้ได้
สาหรับงานนัน้ ๆ
3. การป้องกันกระแสเกิน การต่อแยกบัสเวย์ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินที่จุดแยก
เพื่อใช้ป้องกันวงจรทีต่ อ่ แยกนั้น นอกจากจะระบไุ ว้เป็นอยา่ งอื่นในเรอื่ งนนั้ ๆ
การลดขนาดของบัสเวย์ เฉพาะในงานอุตสาหกรรมไม่ต้องติดต้ังเครื่องป้องกันกระแสเกินก็ได้
ถ้าบัสเวย์ท่ีเล็กลงมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่า 1/3 ของขนาดกระแสบัสเวย์ต้นทางหรือ 1/3 ของขนาด
ปรับตงั้ ของเครอื่ งป้องกันกระแสเกินที่อยู่ต้นทางของบัสเวยช์ ุดเดยี วกัน และความยาวของบัสเวย์ท่ีเล็กลง
ไว้น้ันไม่เกิน 15 เมตร การลดขนาดบัสเวย์นอกจากท่ีกล่าวข้างต้นต้องติดต้ังเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน
ทจี่ ดุ ลดขนาด
4. ขนาดกระแส ขนาดกระแสของบัสเวย์ให้ใช้ตามบรษิ ัทผผู้ ลติ
3. ข้อกาหนดทั่วไปของการเดินสาย
การเดินสายไฟฟ้าต้องถูกต้องทั้งในด้านวิชาการและข้อกาหนดของการไฟฟ้าฯ จุดประสงค์
เพ่ือให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สะดวกในการใช้งานและการบารุงรักษา รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย
ในการติดตั้งและบารุงรักษาอีกด้วย ข้อกาหนดสาหรับการเดินสายแยกออกเป็นข้อกาหนดทั่วไปและ
ขอ้ กาหนดเฉพาะสาหรบั แต่ละวิธีการเดนิ สาย ข้อกาหนดทวั่ ไปท่ีสาคัญ มดี ังนี้
3.1 การเดินสายทแี่ รงดนั ตา่ งกัน
1. สายไฟฟ้าแรงต่าระบบกระแสสลับและ/หรือกระแสตรงท่ีมีแรงดันต่างกันสามารถ
ติดต้ังรวมกันอยู่ภายในช่องเดินสายหรือเครื่องห่อหุ้มเดียวกันได้ แต่ฉนวนของสายท้ังหมดท่ีติดต้ังนั้น
ตอ้ งเหมาะกับแรงดันสงู ที่ใช้ เช่น สายของระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดัน 48 โวลต์ สามารถติดต้ังรวม
ในช่องดินสายเดยี วกันกบั สายของระบบไฟฟ้ากระแสสลับแรงดัน 380 โวลต์ ได้ แต่สายไฟฟ้าทั้งหมด
ต้องเป็นชนิดทนแรงดัน 750 โวลต์
2. ห้ามติดต้ังสายไฟท่ีใช้กับระบบแรงดันต่ารวมกับสายไฟที่ใช้กระแสแรงสูงในช่อง
เดินสาย บ่อพกั สาย หรือเครื่องห่อหุ้มเดียวกนั ให้ทาได้เฉพาะในแผงสวิตช์หรือเคร่ืองห่อหุ้มอ่นื ทีไ่ มไ่ ด้
ใช้เพอื่ การเดนิ สายเท่านั้น
3.2 การตดิ ตงั้ ใตด้ ิน
การเดินสายไฟฟ้าใตด้ ินมีข้อกาหนดการติดตงั้ ดังนี้
1. เคเบลิ ฝงั ดนิ โดยตรงหรือร้อยอยูใ่ นท่อร้อยสายไฟฟ้า ความลกึ ในการติดต้ังต้องไม่น้อยกว่า
ท่ีกาหนดในตารางที่ 2.17 แต่ถ้าบริเวณท่ีมีรถยนต์วิ่งผ่านความลึกต้องไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร ในการ
ติดต้งั ที่มีแผน่ คอนกรตี ปดิ หุม้ ตอ้ งเป็นแผน่ คอนกรตี หนาไมน่ อ้ ยกวา่ 50 มลิ ลิเมตร
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-38
หน่วยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอุปกรณ์และบริภณั ฑไ์ ฟฟ้า
ตารางท่ี 2.17 ความลึกในการตดิ ตงั้ ใตด้ นิ สาหรบั ระบบแรงดันตา่
วธิ กี ารเดนิ สาย ความลกึ ต่าสดุ (เมตร)
ไมม่ ีแผน่ คอนกรตี กัน้ มแี ผ่นคอนกรตี กน้ั
เคเบิลฝงั ดนิ โดยตรง 0.60 0.45
ทอ่ โลหะหนา และทอ่ โลหะหนาปานกลาง 0.15 0.15
ท่ออโลหะซึ่งได้รบั ความเห็นชอบจากการไฟฟา้ ฯ 0.45 0.30
2. เคเบิลติดต้ังใต้อาคารต้องติดต้ังอยู่ในช่องเดินสายและช่องเดินสายต้องยาวเลยผนังด้าน
นอกของอาคารออกไป
3. สายที่โผล่ข้ึนจากดินต้องมีการป้องกันด้วยสิ่งห่อหุ้ม หรือช่องเดินสายซึ่งฝังจมลึกลงไป
ในดนิ ตามทก่ี าหนดในขอ้ 1 และสว่ นที่โผลเ่ หนอื พ้ืนดินต้องไมน่ อ้ ยกวา่ 2.40 เมตร
4. การต่อสายหรือต่อแยก ให้เป็นไปตามที่กาหนดไว้ในแต่ละวิธีในการเดินสาย สาหรับ
สายเคเบิลใต้ดินที่อยู่ในราง (Trench) อนุญาตให้มีการต่อสาย หรือต่อแยกสายในตารางได้แต่การ
ตอ่ และต่อแยกต้องทาดว้ ยวธิ ีและใช้วสั ดทุ ไี่ ด้รับการรับรองแล้ว
5. ห้ามใช้วัสดุมีคม หรือส่ิงที่ทาให้ช่องเดินสายผุกร่อน หรือมีขนาดใหญ่กลบสายหรือช่อง
เดินสาย
6. ช่องเดินสายซึ่งเปียกชื้นสามารถผ่านเข้าไปสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าได้ต้องอุดที่ปลายใด
ปลายหน่งึ หรอื ทง้ั 2 ปลายตามความเหมาะสม
7. ปลายท่อซงึ่ ฝังอยู่ในดนิ ณ จุดท่ีสายเคเบิลออกจากท่อต้องมีบุชช่ิง อนุญาตให้ใชซ้ ีลล่ิงที่มี
คณุ สมบตั ิในการป้องกนั เทยี บเท่ากบั บชุ ชง่ิ แทนบุชง่ิ ได้
8. ท่อโลหะที่ฝังดินต้องมีการป้องกันการผุกร่อน การป้องกันทาได้โดยการเคลือบด้วยวัตถุที่
ทนตอ่ การผกุ รอ่ น เชน่ สังกะสี แคดเมยี ม อีนาเมล (Enamel) หรือหุ้มดว้ ยคอนกรตี
ภาพที่ 2.17 การอุดปลายทอ่ และการซลี
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-39
หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑไ์ ฟฟ้า
ภาพที่ 2.18 ตัวอยา่ งการเดินสายใต้ดนิ
3.3 การติดตั้งช่องเดนิ สายและการจับยดึ
1. ทอ่ ร้อยสาย ทางเดินสาย รางเคเบิล เคเบิล กล่อง ตู้ และเคร่ืองประกอบการเดนิ ท่อ ต้อง
ยึดกบั ที่ใหม้ ัน่ คง
2. การเดินสายในท่อร้อยสาย สาหรับในแต่ละจุดท่ีมีการเดินสาย ปลายท่อ จุดต่อไฟฟ้า
จุดต่อแยก จุดติดสวิตช์ หรือจุดดึงสาย ต้องติดตั้งกล่องหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ นอกจาก
จะเป็นการเดินสายในเครื่องห่อหุ้มที่มีฝาเปิดออกได้ ภายหลังการติดต้ังกรณีน้ีไม่ต้องติดต้ังกล่องหรือ
เครอื่ งประกอบการเดินทอ่
3. ช่องเดินสายที่เดินผ่านสถานท่ีซ่ึงมีอุณหภูมิแตกต่างกันมาก เช่น เดินท่อร้อยสาย
เข้า-ออก ห้องเย็น ต้องมีการป้องกันการไหลเวียนของอากาศในท่อจากส่วนที่มีอุณหภูมิสูงไปส่วนท่ี
มีอุณหภมู ทิ เ่ี ยน็ กวา่ เพ่อื ไม่ให้เกดิ การควบแน่นเป็นหยดน้าภายในท่อ
4. สายไฟในช่องเดินสายแนวด่ิง ต้องมีการจับยึดที่ปลายบนของท่อเดินสายและต้องมีการ
จับยึดเป็นช่วง ๆ โดยมีระยะห่างไม่เกินท่ีกาหนดไว้ในตารางท่ี 2.18 แต่ถ้าระยะตามแนวดิ่งน้อยกว่า
รอ้ ยละ 25 ของระยะท่ีกาหนดไว้ในตารางท่ี 2.18 ก็ไม่ต้องจับยึด การจับยึดมีจุดประสงค์เพื่อป้องกัน
ไม่ให้น้าหนักของสายไฟฟ้าทาให้ฉนวนของสายชารุด หรือไปดึงอุปกรณ์ท่ีสายยึดอยู่ชารุด เช่น เครื่อง
ป้องกนั กระแสเกิน
ตารางท่ี 2.18 ระยะห่างสาหรับจับยดึ สายไฟในแนวด่ิง ระยะจบั ยดึ ตา่ สดุ (เมตร)
30
ขนาดสายไฟฟา้ (ตร.มม.) 24
ไมเ่ กิน 50 18
70-120 15
150-185 12
240 10
300
เกนิ กว่า 300
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-40
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟา้
ภาพท่ี 2.19 ตัวอย่างการจบั ยดึ สายไฟฟา้ ในแนวด่ิง
3.4 การปอ้ งกันไมใ่ หเ้ กิดกระแสเหนี่ยวนา
เม่ือเดินสายไฟฟ้ากระแสสลับผ่านวัตถุที่มีสารแม่เหล็กอาจเกิดกระแสเหน่ียวนาได้ กระแส
เหน่ียวนาน้ี จะทาให้เครื่องห่อหุ้มหรือช่องเดินสายที่เป็นโลหะเกิดการร้อนจนทาให้เกิดฉนวนของสาย
ชารุดได้ และยังมผี ลทาให้ค่ากาลงั ไฟฟา้ สูญเสียอีกดว้ ย การปอ้ งกันอาจทาไดด้ ังน้ี
1. เม่ือติดตั้งสายไฟฟ้ากระแสสลับในเคร่ืองห่อหุ้มหรือช่องเดินสายที่เป็นโลหะต้องรวม
สายไฟทุกเส้นและสายนิวทรัล รวมท้ังสายดินของเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า (ถ้ามี) ไว้ในเครื่องห่อหุ้มหรือ
ช่องเดินสายเดียวกัน ในการเดินสายควบและใช้ท่อร้อยสายหลายท่อ ในแต่ละท่อร้อยสายต้องมีครบ
ทง้ั เส้นสายไฟ สายนิวทรัล และสายดินของเคร่อื งอุปกรณ์ไฟฟ้า
2. เม่ือสายเด่ียวของวงจรเดินผ่านโลหะท่ีมีคุณสมบัติเป็นสารแม่เหล็กต้องทาการตัดร่อง
ให้ถึงกันระหวา่ งรูทร่ี ้อยสายแต่ละเส้น หรอื โดยการรอ้ ยสายทุกเส้นของวงจรผา่ นช่องหรอื รเู ดียวกนั
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-41
หน่วยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอุปกรณ์และบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
ภาพท่ี 2.20 การป้องกันกระแสเหนย่ี วนา
3.5 การป้องกันไฟลกุ ลาม
การเดินสายไฟฟ้าผ่านผนัง ฉากก้ัน พื้น หรือเพดาน ต้องมีการป้องกันไม่ให้ควันไฟหรือไฟ
ลกุ ลามผ่านได้ เม่ือเกิดเพลิงไหม้การป้องกันอาจทาได้โดยการซีลด้วยวัสดุท่ีทนไฟตรงรูที่สายหรือช่อง
ท่สี ายเดนิ ผา่ นทะลุ
ขอ้ กาหนดสขี องสายไฟหุม้ ฉนวน ระบบแรงตา่
1. สายนวิ ทรลั ใช้สีฟา้
2. สายเสน้ ไฟ ต้องใช้สายท่ีมสี ตี า่ งไปจากสายนวิ ทรัล และสายดิน
ในระบบไฟฟา้ 3 เฟส ให้ใช้สายท่ีมีฉนวนหรอื ทาเครือ่ งหมายเป็นสี ดังนี้
เฟส A ใช้น้าตาล
เฟส B ใช้สีดา
เฟส C ใช้สีเทา
3. สายดินของเคร่ืองอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้สีเขียวหรือสีเขียวแถบเหลือง หรือสายเปลือย สายไฟฟ้า
ทมี่ ขี นาดโตกวา่ 16 ตร.มม. อาจทาเครื่องหมายทีป่ ลายสายแทนการกาหนดสกี ไ็ ด้
กาหนดสีของสายไฟหุ้มฉนวน ระบบแรงสงู
การติดต้งั ต้องเป็นไปตามท่ีกาหนดในเรือ่ งการตดิ ต้ังในระบบแรงตา่ และมขี ้อเพิม่ เติม ดงั น้ี
1. กล่องเครื่องประกอบการเดินท่อและเครื่องห่อหุ้มอื่นท่ีคล้ายกัน ต้องมีฝาปิดท่ีเหมาะสม
เพ่ือป้องกันการสัมผัสส่วนที่ไฟฟ้าโดยบังเอิญ และป้องกันความเสียหายทางกายรูปต่อช้ินส่วนต่าง ๆ
หรอื ฉนวน
2. สายใต้ดินต้องฝังดินลึกไม่น้อยกว่า 0.90 เมตร ในทุกกรณี ถา้ เป็นสายฝังดินโดยตรงตอ้ งมี
แผ่นคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 0.10 เมตร ปิดทับอีกชั้นหน่ึงเหมือนสายเคเบิล มีระยะห่างจากสาย
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-42
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
เคเบิลระหว่าง 0.30 ถึง 0.45 เมตร ผ่านคอนกรีตต้องกว้างพอที่จะปิดคลุมออกไปจากแนวสายทั้ง 2
ข้าง อย่างน้อยข้างละ 0.15 เมตร
3.6 วิธีการเดนิ สาย
วิธีการเดินสายแบ่งออกเป็นหลายวิธี ผู้ออกแบบและติดตั้งต้องเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ตาม
ความเหมาะสมกับสรูปการใช้งานและสถานท่ี วธิ กี ารเดินสายทนี่ ิยมใชก้ นั มากมีดังน้ี
การเดนิ สายเปิดบนวัสดฉุ นวน
สาหรับระบบแรงดันต่า การเดินสายเปดิ สาหรบั ระบบแรงดนั ต่ามขี อ้ กาหนดทสี่ าคัญ คอื
1. การเดนิ สายเปิดบนวัสดุฉนวนต้องเดนิ ภายนอกอาคาร การเดินภายในอาคารทาได้เฉพาะ
ในโรงงานอตุ สาหกรรม งานเกษตรกรรม และแสดงสนิ ค้าเท่านนั้
2. ต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายรูปที่เหมาะสม และสายต้องอยู่สูงจากพ้ืนไม่น้อย
กว่าท่ีกาหนดในตารางท่ี 2.15 สายท่ียึดเกาะไปกับผนังหรือกาแพงต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2.50
เมตร
3. สายไฟฟ้าต้องติดตั้งตุ้มหรือลูกถ้วย ต้องยึดกับฉนวนท่ีรองรับให้มั่นคง โดยใช้ลวดผูกสาย
(Tie Wire) ที่มีฉนวนทท่ี นแรงดนั เทยี บเท่ากบั ฉนวนของสายไฟฟา้ น้นั
4. สายแรงตา่ ท้ังหมดต้องเป็นสายหมุ้ ฉนวน
5. การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร ระยะห่างต้องเป็นไปตามท่ีกาหนดในตาราง
ที่ 2.16
6. การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนภายนอกอาคาร หากเดนิ สายบนตมุ้ ระยะห่างให้เปน็ ไปตาม
ตารางที่ 2.16 แตถ่ ้าเดินผ่านในท่ีโลง่ ขนาดของสายต้องไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม. และระยะห่างระหว่าง
จุดจับยดึ สายไม่เกิน 5.0 เมตร หากเดนิ สายผา่ นลกู ถว้ ยระยะห่างเปน็ ไปตามตารางที่ 2.19
ตารางท่ี 2.19 ระยะหา่ งต่าสุดตามแนวด่งิ ของสายไฟฟ้าเหนอื พืน้
สิง่ ท่อี ย่ใู ตส้ ายไฟฟ้า ระยะห่าง (เมตร)
ระบบแรงตา่ ระบบแรงสูง
ทางสัญจรและพน้ื ที่ซึ่งจดั ไว้ใหร้ ถยนต์ผา่ นแตไ่ ม่ใชร่ ถบรรทุก
ทางสญั จรและพืน้ ที่อ่ืน ๆ ที่ใหร้ ถยนต์และรถบรรทุกผ่านได้
คลองหรือแหล่งนา้ กวา้ งไมเ่ กนิ 50.0 เมตร ปกติมเี รอื สูงไมเ่ กนิ 4.90 เมตร แลน่ ผ่าน
คลองหรอื แหล่งนา้ ไม่มีเรอื เล่นผ่าน
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
2-43
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดินสายอปุ กรณ์และบริภณั ฑไ์ ฟฟ้า
ภาพท่ี 2.21 ระยะห่างสงู สดุ ตามแนวด่ิงของสายไฟฟา้ เหนือพื้น สาหรับระบบแรงตา่
ตารางที่ 2.20 ระยะห่างสาหรบั การเดินสายเปดิ บนวัสดุฉนวน
ระยะสูงสุดระหวา่ ง ระยะหา่ งต่าสุด (มม.) ระหว่าง ขนาดสายโตสดุ
จุดจบั ยดึ สาย (มม.) (ตร.มม.)
การตดิ ต้งั สายไฟฟา้ สายไฟฟ้ากับ
สิ่งก่อสรา้ ง 70
ไมก่ าหนด
บนตุ้ม 2,500 100 25
บนลูกถ้วย 5,000 150 50
ตารางท่ี 2.21 ระยะหา่ งสาหรับการเดินสายเปดิ บนลูกถว้ ยภายนอกอาคาร
ระยะระหว่างจดุ จบั ยดึ สาย ระยะหา่ งตา่ สุด (มม.) ระหวา่ ง ขนาดสายเลก็ สดุ (ตร.มม.)
(ม.)
สายไฟฟา้ สายไฟฟ้ากบั ส่งิ กอ่ สรา้ ง
ไมเ่ กนิ 10 150 50 2.5
11-25 200 50 4
26-40 200 50 6
สาหรับระบบแรงสูง ระยะห่างต่าสุดตามแนวระดับระว่างสายเปลือยหรือสายหุ้มฉนวน
บางส่วนกับอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช้สะพาน เมื่อสายไฟฟ้าไม่ได้ยึดติดกับส่ิงก่อสร้าง ต้องเป็นไป
ตารางที่ 2.22
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-44
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ตารางที่ 2.22 ระยะหา่ งระหวา่ งสายไฟฟา้ ระบบแรงสูงกบั อาคาร
ระนะหา่ งต่าสดุ (เมตร)
ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากบั อาคาร สายเปลอื ย สายห้มุ ฉนวน สายเอเอชซี
ไม่เต็มพิกดั
ระยะตามแนวนอน
1) กับผนังหรอื สว่ นของอาคารท่ีมกี ารกนั้
2) กับหนา้ ต่าง เฉลยี ง ระเบยี ง หรอื บรเิ วณทบี่ ุคคลเขา้ ถึงได้
ระยะตามแนวดงิ่
1) อยู่เหนือหรือใตห้ ลังคา หรอื สว่ นของอาคารไมม่ คี น
2) อยูเ่ หนอื หรือใตร้ ะเบยี ง และหลงั คาทม่ี คี นเดิน
3.7 การเดนิ สายในทอ่ โลหะหนา ทอ่ โลหะปานกลาง และทอ่ โลหะบาง
ท่อโลหะหนา (Rigid Metal Conduit) ท่อโลหะหนาปานกลาง (Intermediate Metal Conduit)
และท่อโลหะบาง (Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อโลหะอาบสังกะสีเหมือนกัน แต่มีความ
แตกต่างกันที่ความหนาของผนังท่อเพื่อให้เหมาะสมกับการนาไปใช้ ท่อชนิดโลหะหนาเป็นท่อท่ีมี
ความหนามากที่สุด ทั้งท่อโลหะหนาและท่อโลหะหนาปานกลางเป็นท่อโลหะท่ีทาเกลียวได้ทั้งคู่ และ
มลี กั ษณะการใช้งานท่ีสามารถทดแทนกนั ได้ ขอ้ กาหนดของการใชก้ ารตดิ ต้ังของท่อทงั้ 3 ชนดิ มดี ังน้ี
1. การใช้งาน ท่อโลหะน้ีใช้กับการเดินสายท่ัวไป ปกติใช้ได้ทั้งสถานที่แห้งและชื้นเปียก
การติดตั้งต้องให้เหมาะสมกับสรูปการใช้งาน การนาท่อโลหะหนา หรือท่อโลหะหนาปานกลาง
เดินฝังดินต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสังกะสีท่ีเคลือบอยู่อาจหลุดออกได้หลังจาก
การติดตั้งไม่นานโดยเฉพาะบริเวณที่มีความช้ืนเฉาะมาก ๆ เมื่อท่อเป็นสนิมก็จะผุกร่อนในท่ีสุด
การปอ้ งกันท่ีดีควรมีการป้องกันอีกช้ันหนึง่ เช่น ทาสี เคลือบด้วยสารออร์แกนิก หรือหุม้ ด้วยคอนกรีต
เปน็ ต้น
2. ขนาด ขนาดของทอ่ ที่ผลิตใชง้ านและเป็นไปตามข้อกาหนดของการไฟฟ้าฯ มดี งั นี้
1. ขนาดเลก็ สดุ ท่อตอ้ งมขี นาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางไม่เลก็ กวา่ 15 มม. (1/2 นิว้ )
2. ขนาดใหญส่ ุดของทอ่ โลหะบาง ทอ่ โลหะหนาปานกลาง ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ใหญ่สุดไม่เกนิ 100 มม. (4 นิ้ว) ถา้ เป็นท่อโลหะหนาต้องมขี นาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางใหญ่สุดไม่เกนิ 150
มม. (6 นว้ิ )
3. จานวนสายไฟฟ้า จานวนสายไฟฟ้าในท่อร้อยสายตอ้ งไม่เกนิ ที่กาหนดไว้ในตารางที่ 2.22
4. ขนาดกระแส ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าใช้ค่าจากตารางที่ 2.24 หรือตารางที่ 2.25
5. การติดตั้ง ขอ้ กาหนดการติดตัง้ มีดังน้ี
1. ในสถานท่ีเปียก โลหะหนาและส่วนประกอบท่อใช้ยึดท่อโลหะ เช่น โบลต์ สกรู ฯลฯ
ต้องเปน็ ชนิดท่ที นการผกุ รอ่ นได้
2. เม่ือทาการตัดท่อออกต้องทาการลบคมเพ่ือป้องกันไม่ให้บาดฉนวนของสาย ในการ
ทาเกลียวท่อต้องใช้เครื่องทาเกลียวชนิดปลายเรียว เกลียวชนิดน้ีเม่ือหมุนทาข้อต่อเข้าไปจะแน่นข้ึน
เรือ่ ย ๆ ซงึ่ จะเป็นผลให้ความต่อเนื่องทางไฟฟ้าที่ดี การตอ่ ท่อในอิฐก่อหรือคอนกรีตหากใช้ขอ้ ต่อชนิด
ทไ่ี มม่ เี กลียวต้องใช้ชนิดฝงั ในคอนกรตี (Concrete tight) เมื่อตดิ ต้ังในสถานท่ีเปยี กตอ้ งใช้ชนดิ กันฝน
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-45
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบริภณั ฑ์ไฟฟ้า
ภาพท่ี 2.22 ขอ้ ต่อแบบตา่ ง ๆ
ภาพท่ี 2.23 การติดต้ังท่อรอ้ ยสายเขา้ กบั กล่องต่อสาย
3. การต่อสายให้ต่อได้เฉพาะที่กล่องต่อสาย หรือกล่องต่อจุดไฟฟ้าที่สามารถเปิดออกได้
สะดวก ปริมาณของสายและฉนวนรวมท้ังหัวต่อสายเมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 75% ของปริมาณภายใน
กลอ่ งต่อสายหรอื กลอ่ งตอ่ จดุ ไฟฟา้
4. การติดต้ังท่อร้อยสายเข้ากับกล่องต่อสายหรือเครื่องประอบการเดินท่อต้องมีบุชชิ่ง
เพ่ือป้องกันไม่ให้ฉนวนหุ้มสายชารุด นอกเสียจากกล่องต่อสายและเคร่ืองประกอบการเดินท่อได้
ออกแบบเพื่อปอ้ งกันการชารดุ ของฉนวนไวแ้ ล้ว
5. ทอ่ โลหะบางหา้ มทาเกลยี ว เพาะการทาเกลียวจะทาให้ทอ่ ขาดได้
6. มุมตัดโค้งระหวา่ งจดุ ดึงสายรวมกนั แลว้ ต้องไม่เกิน 360 องศา เพราะอาจดึงสายไมเ่ ข้า
หรือถ้าดงึ สายเข้าไปไดก้ ็จะดึงออกมาไม่ได้ เป็นผลทาให้การบารุงรกั ษาทาได้ยากหรอื ไม่ได้
7. ห้ามใช้ท่อโลหะบางฝังดินโดยตรง หรือใช้ระบบไฟฟ้าแรงสูง หรือท่ีซ่ึงอาจเกิดความ
เสยี หายหลงั การตดิ ต้งั ได้
ตารางท่ี 2.23 พืน้ ที่หน้าตัดรวมของสายไฟทกุ เส้นคดิ เปน็ ร้อยละเทียบกบั พน้ื ที่หน้าตดั ของทอ่
จานวนสายในทอ่ ร้อยสาย 1 2 3 4 มากกวา่ 4
สายไฟทกุ ชนดิ ยกเวน้ สายชนิดมีปลอกตะก่วั หุ้ม 53 31 40 40 40
สายชนิดมีปลอกตะก่วั หมุ้ 55 30 40 38 35
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-46
หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ตารางท่ี 2.24 ตารางแสดงพ้ืนที่ภาคตัดขวางภายในท่อร้อยสายไฟฟ้า (ท่อร้อยสายไฟฟ้าท่ีผลิตตาม
มอก. 770-2531)
พน้ื ทภ่ี าคตัดขวางภายใน(ตร.มม)
ขนาดท่อ (มม.) ชนิดของท่อ
ท่อโลหะบาง ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะหนา
15 195 230 201
20 343 390 355
25 555 637 572
32 967 1,091 986
40 1,313 1,467 1,338
50 2,164 2,382 2,196
65 3,776 3,367 3,137
80 5,706 5,175 4,837
90 7,447 6,907 6,458
100 9,520 8,871 8,609
125 - - 13,041
150 - - 18,786
15 195 230 201
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
2-47
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
ตารางที่ 2.25 ตารางแสดงพื้นที่ภาคตัดขวางภายในท่อร้อยสายไฟฟ้า (ท่อร้อยสายไฟฟ้าท่ีผลิตตาม
มอก. 770-2531)
พ้ืนทต่ี ัดขวางรวมฉนวนและเปลอื ก
ขนาดสาย ชนดิ ของสายไฟฟา้
(ตร.มม.) IEC01 NYY 1-C NYY 2-C NYY 3-C NYY 4-C NYY-N
0.5 7.1 - - - - -
1.0 8.1 58.1 113 123 143 -
1.5 10.2 63.6 123 133 154 -
2.5 12.6 75.4 154 177 201 -
4 18.1 87 189 214 241 -
6 26.4 95 227 255 284 284
10 40.7 113 299 330 415 415
16 55.4 133 398 471 552 552
25 87 165 573 638 755 755
35 104 201 684 779 962 962
50 143 227 882 1018 1225 1225
70 189 284 1,134 1288 1555 1555
95 254 363 1,419 1662 2083 2083
120 299 416 1,698 2003 2463 2463
150 363 531 2,124 2463 2019 2019
185 452 616 2,552 2970 3632 3632
240 573 779 3,217 3739 4596 4596
300 707 962 3,904 4536 5675 5675
400 881 1,164 - - - -
500 1,134 1,452 - - - -
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-48
หนว่ ยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟา้
ตัวอย่างที่ 2.6 วงจรไฟฟ้าประกอบด้วยสายไฟฟ้าตาม มอก. 11-2553 IEC01 ขนาด 35 ตร.มม.
จานวน 3 เส้น สายขาด 25 ตร.มม. และ 10 ตร.มม. อย่างละ 1 เส้น ร้อยอยู่ในท่อโลหะหนาปานกลาง
จงกาหนดขนาดทอ่
วธิ ีทา
ขนาดพ้ืนทีห่ นา้ ตัดของสายไฟฟ้ารวมฉนวน จากตารางที่ 2.25 เปน็ ดังนี้
ขนาดสาย 35 ตร.มม. พนื้ ท่หี นา้ ตัด = 104 ตร.มม.
ขนาดสาย 25 ตร.มม. พ้ืนทห่ี นา้ ตดั = 86.6 ตร.มม.
ขนาดสาย 10 ตร.มม. พื้นทห่ี น้าตดั = 40.7 ตร.มม.
รวมพ้นื ทีห่ นา้ ตดั สายท้ังหมด = (3 X 104) + 86.6 + 40.7
= 439.3 ตร.มม.
จากตารางท่ี 2.13 สายไฟฟ้าที่เดินในท่อโลหะต้องมีพื้นที่หน้าตัดรวมกันไม่เกิน 40% ของพ้ืนที่
หนา้ ตัดขวางภายในทอ่
ท่อร้อยสายตอ้ งมีขนาดพ้ืนทีห่ น้าตดั ไม่น้อยกวา่ = 439.3
0.4
= 1,098 ตร.มม.
จากตารางท่ี 2.14 ได้ทอ่ โลหะหนาปานกลางขนาด 40 มม. (1,467 ตร.มม.)
3.8 การเดินสายในทอ่ โลหะอ่อน
ภาพท่ี 2.24 ทอ่ โลหะออ่ น
ท่อโลหะอ่อน (Flexible Metallic Conduit) ปกตินิยมเดินเข้าเครื่องจักรหรือโคมไฟฟ้า
เน่ืองจากสามารถโค้งงอได้สะดวกตามความต้องการใช้งาน และใช้งานได้ดีกับเคร่ืองจักรท่ีมีการ
ส่ันสะเทือน จึงนิยมใช้งานในช่วงความยาวสั้น ๆ ตรงจุดที่ต่อเข้าเครื่องจักร แต่เน่ืองจากเป็นท่อ
ทีไ่ ม่กนั นา้ ในการใชง้ าน จงึ ต้องคานงึ ถึงเร่ืองน้ดี ้วยเป็นสาคัญ มขี อ้ กาหนดที่สาคญั ดังน้ี
1. การใช้งาน ท่อชนิดนี้ให้ใช้ในสถานท่ีแห้งและเข้าถึงได้ และเพื่อป้องกันสายจากความ
เสียหายทางกายรูป หรือเพ่ือการเดินซอ้ นสาย
2. หา้ มใช้ ท่อโลหะอ่อนหา้ มใชใ้ นกรณี ดังน้ี
1. ในปล่องลฟิ ต์หรอื ปลอ่ งขนของ
2. ในหอ้ งแบตเตอรี่ เพราะอาจผุกรอ่ นได้เนือ่ งจากไอกรด
3. ในบริเวณอนั ตราย นอกจากจะระบไุ วเ้ ป็นอย่างอน่ื
4. ฝงั ดินหรอื ฝงั ในคอนกรีต
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-49
หนว่ ยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณ์และบริภณั ฑ์ไฟฟา้
5. ในสถานที่เปียก นอกจากจะใช้สายไฟฟ้าชนิดที่เหมาะสมกับสรูปการติดตั้ง และการ
ตดิ ตง้ั ทอ่ โลหะอ่อนตอ้ งปอ้ งกันไม่ให้น้าเข้าไปในชอ่ งเดินสายที่ท่อโลหะอ่อนน้ีต่ออยู่
6. ท่อโลหะอ่อนที่มีขนาดเล็กกว่า 15 มม. (1/2 น้ิว) ยกเว้นท่อโลหะที่ประกอบมากับ
ขั้วหลอดไฟและมีความยาวไม่เกนิ 1.80 ม.
3. จานวนสาย จานวนท่อในท่อโลหะออ่ นต้องไมเ่ กินท่ีกาหนดในตารางท่ี 2.23
4. การติดตั้ง มุดตัดโค้งระหวา่ งจุดเดินสายรวมกันต้องไม่เกิน 360 องศา และระยะห่างจาก
อุปกรณ์จับยดึ ต้องไมเ่ กนิ 1.50 เมตร และห่างจากกลอ่ งต่อสายหรืออุปกรณต์ ่าง ๆ ไมเ่ กนิ 0.30 เมตร
ท่อโลหะอ่อนกนั ของเหลว
ภาพท่ี 2.25 ท่อโลหะอ่อนกันของเหลว
ท่อโลหะอ่อนกันของเหลว (Liquid tight Flexible Metal Conduit) ต่างจากท่อโลหะอ่อน
ทั่วไปตรงท่ีหุ้มด้วยสารพีวีซี หรือพีอีอีกช้ันหนึ่งเพ่ือป้องกันของเหลว แต่เน่ืองจากสารท่ีหุ้มนี้จะมี
อุณหภูมิใช้งานอยู่ค่าหนึ่ง ในการใช้งานจึงต้องระมัดระวังไม่ให้อุณหภูมิโดยรอบ หรืออุณหภูมิใช้งาน
ของสายไฟฟ้าสูงเกินอุณหภูมิใชง้ านของท่อ เช่น ท่อมีอณุ หภูมิ 70 °C จะนาไปใช้รอ้ ยสายไฟฟ้าชนิด
ซีวีท่ีมีอุณหภูมิใช้งาน 90 °C ไม่ได้ แต่ถ้าจะใช้ก็ต้องลดค่าขนาดกระแสมาให้อุณหภูมิที่สายไม่เกิน
70 °C
1. การใช้งาน ท่อชนิดนี้ใช้ในที่ซึ่งสรูปการติดตั้ง การใช้งานและการบารุงรักษาต้องการ
ความอ่อนตัวของท่อหรือเพือ่ ป้องกนั ของแขง็ ของเหลว หรอื ไอ หรือในสถานท่อี นั ตราย
2. ห้ามใช้ ท่อโลหะอ่อนตัวกันของเหลวห้ามใช้ในท่ีซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายรูป
และที่ซงึ่ อุณหภูมิของสายอณุ หภูมโิ ดยรอบสูงจนทาให้ท่อเสียหาย ในข้อนี้สายไฟฟ้าม่ีใช้ต้องมอี ณุ หภูมิ
ใชง้ านไม่เกินอณุ หภูมิของท่อท่ที นได้
3. ขนาด ทอ่ ทีย่ อมให้ใชไ้ ด้ตอ้ งมขี นาดไม่เล็กกว่า 15 มม. หรือใหญก่ ว่า 100 มม.
4. จานวนสายไฟฟ้า จานวนสายไฟฟา้ ในท่อตอ้ งไม่เกินตามท่ีกาหนดในตารางท่ี 2.23
5. การติดตั้ง มุดตัดโค้งระหว่างจุดเดินสายรวมกันต้องไม่เกิน 360 องศา และต้องติดตั้ง
ระบบทอ่ ใหเ้ สรจ็ ก่อน จงึ ทาการเดินสาย
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-50
หน่วยที่ 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
3.9 การเดนิ สายในท่ออโลหะแข็ง
ท่อโลหะแข็ง (Rigid Nonmetallic Conduit) ที่มีใช้อยู่ทั่วไป ได้แก่ ท่อพีวีซี และท่อพีอี
ท่อพีวีซีมีคุณสมบัติในการต้านเปลวเพลิง แต่มีข้อเสียตรงที่เม่ือไหม้ไฟจะมีก๊าซที่เป็นพิษต่อบุคคล
ออกมาด้วย และไม่คงทนต่อแสดงอัลตราไวโอเลตทาให้กรอบเมื่อถูกแสงแดดนาน ๆ สาหรับท่อพีอี
เป็นท่อที่ไฟลุกลามได้แต่คงทนต่อแสงอัลตราไวโอเลต จึงเหมาะที่จะใช้ภายนอกอาคาร การใช้ภายใน
อาคารจงึ ตอ้ งฝังอยใู่ นคอนกรีตหรอื ฝังดนิ
ท่อโลหะและเครื่องประกอบการเดินสายที่เหมาะสม ทนต่อความชื้น สภาวะอากาศและ
สารเคมี ทนแรงกระแทกและแรงอัด ไม่บิดเบ้ียวเพราะความร้อนภายใต้ภาวะท่ีเกินข้ึน เม่ือใช้งาน
ในสถานท่ีใช้งานซึ่งท่ออาจมีโอกาสถูกแสงแดดโดยตรงใช้ท่อชนิดทนแสงแดดได้ ท่อท่ีใช้เหนือดินต้อง
มีคุณสมบัติต้านเปลวเพลิง ท่อที่ใช้ใต้ดินวสั ดุท่ีใช้ต้องทนความชื้น ทนสารที่ทาให้ผุกร่อน และมีความ
แข็งแรงเพียงพอที่จะทนแรงกระแทกได้โดยไม่เสียหาย ถ้าใช้ฝังดินโดยตรงโดยไม่มีคอนกรีตหุ้มวัสดุ
ท่ใี ช้ตอ้ งสามารถทนแรงกดทอ่ี าจเกิดขนึ้ ภายหลงั การติดตง้ั ได้
1. การใช้งานทอ่ อโลหะแข็งมีข้อกาหนดการใช้งาน ดังน้ี
1. เดินซอ่ นในผนงั พน้ื และเพดาน
2. ในบริเวณที่ทาให้เกิดการผุกร่อนและมีสารเคมี ถ้าท่อและเคร่ืองประกอบการเดินท่อ
ได้ออกแบบไวส้ าหรับการใช้งานในสรปู ดังกลา่ ว
3. ในทเ่ี ปียกหรอื ชน้ื ซ่ึงได้จัดใหม้ ีการป้องกันนา้ เข้าไปในท่อ
4. ในทโ่ี ล่ง (Exposed) ซึ่งไม่อาจเกิดความเสียหายทางกายรปู
5. การติดตง้ั ใตด้ ินควรดูขอ้ กาหนดในการติดตั้งใต้ดนิ ประกอบดว้ ย
2. ห้ามใช้ ท่ออโลหะหา้ มใชใ้ นกรณตี ่อไปนี้
1. ในบรเิ วณอนั ตราย นอกจากจะระบไุ วเ้ ปน็ อยา่ งอ่ืน
2. ใชเ้ ปน็ เคร่ืองแขวนและจับยดึ ดวงโคม
3. อณุ หภมู ิโดยรอบหรอื อณุ หภมู ิใช้งานของสายเกนิ กว่าอุณหภมู ขิ องท่อทีร่ ะบุไว้
4. ทอ่ อโลหะแข็งท่ีมขี นาดเล็กกวา่ 15 มม.
3. จานวนสายไฟฟ้า จานวนสายไฟฟา้ ในท่อตอ้ งไม่เกินตามทก่ี าหนดไว้ในตารางที่ 2.23
4. การติดต้ัง มุดตัดโค้งระหว่างจุดเดินสายรวมกันต้องไม่เกิน 360 องศา เม่ือเดินท่อเข้า
กลอ่ งหรอื สว่ นประกอบอ่ืน ๆ ตอ้ งจดั ใหม้ ีบุชช่ิง หรอื ปอ้ งกันไม่ใหฉ้ นวนของสายชารุด
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
2-51
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า
3.10 ช่องเดนิ สายอโลหะบนพ้ืนผิว
ภาพท่ี 2.26 ตวั อย่างช่องเดินสายอโลหะบนพืน้ ผวิ
ช่องเดินสายอโลหะบนพื้นผิว(Surface Nonmetallic Raceway) ทาด้วยวัสดุทนความช้ืน
ทนบรรยากาศที่มีสารเคมี ไม่ติดไฟ ทนแรงกระแทก ไม่บิดเบ้ียวจากความร้อนในสภาวะการใช้งาน
และสามารถใชง้ านในอุณหภูมิต่าได้ มหี ลายสีหลายแบบตามความต้องการ ชว่ ยใหก้ ารเดนิ สายสะดวก
รวดเร็วและสวยงาม
1. การใชง้ าน อนญุ าตให้ใช้ทอ่ เดนิ สายอโลหะบนพนื้ ผวิ ในสถานทแ่ี หง้ เทา่ น้นั
2. หา้ มใช้ ชอ่ งเดนิ สายอโลหะบนพ้นื ผวิ ห้ามใช้ในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ในท่ซี ่อน
2. ในทซ่ี ึ่งอาจเกิดความเสียหายทางกายรูปได้
3. ในระบบแรงสงู
4. ในปล่องขนของหรือปลอ่ งลิฟต์
5. ในบริเวณอนั ตราย นอกจากจะระบุไว้เปน็ อยา่ งอน่ื
6. ในที่ซึ่งอุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมิใช้งานของสายเกินกวา่ อุณหภูมิของช่องเดินสาย
อโลหะบนพืน้ ผวิ ท่รี ะบุไว้
3. จานวนสายไฟฟ้า จานวนสายไฟฟ้าไม่เกินท่ีกาหนดโดยผู้ผลิต กรณีไม่มีข้อมูลพ้ืนท่ี
หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายในช่องเดินสายไม่ควรเกิน 20% ของพ้ืนท่ีหน้าตัดภายในช่อง
เดินสาย
4. ขนาดกระแส ขนาดกระแสของสายในช่องเดินสายอโลหะบนพ้ืนผิวให้ใช้ขนาดกระแส
ตามตารางที่ 2.4 (ค) กรณีท่อโลหะ และไม่ต้องใช้ตัวคูณลดกระแสเน่ืองจากมีสายหลายเส้น
ถ้าพ้ืนท่ีหน้าตัดของช่องเดินสายมากกว่า 2,580 ตร.มม. จานวนตัวนาท่ีมีกระแสไหลในช่องเดินสาย
ไม่เกิน 30 เส้น และพื้นท่ีหน้าตัดของตัวนารวมฉนวนและเปลือกในช่องเดินสายไม่เกิน 20% ของ
พื้นทห่ี น้าตดั ภายในช่องเดินสาย
5. การติดต้ัง ห้ามต่อช่องเดินสายอโลหะบนพื้นผิว ตรงจุดที่ผา่ นผนังหรอื พ้ืน และปลายของ
ชอ่ งเดินสายต้องปดิ
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
2-52
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
6. การต่อสาย การเดินสายทาให้ได้เฉพาะในส่วนท่ีสามารถเปิดออกและเข้าถึงได้ตลอดเวลา
เท่าน้ัน และพ้ืนท่ีหน้าตัดของสายและฉนวนรวมท้ังหัวต่อสายเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 75% ของ
พ้ืนทห่ี น้าตัดช่องเดินสาย ณ จุดต่อสาย
ตารางที่ 2.26 ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง และพื้นท่ีหน้าตัดของสายไฟฟ้า
ตารางสายที่ 4 ตารางสายที่ 6 ตารางสายท่ี 7 ตารางสายท่ี 8 สาย XLPE แรงต่า (CV)
(IEC01)
ขนาดสาย (NYY,1/C) (NYY, 3/C) (NYY , 3P 4N)
(ตร.มม.) เสน้ ผ่าน พืน้ ท่ี
ศูนยก์ ลาง หนา้ ตดั เสน้ ผ่าน พื้นท่ีหน้าตัด เส้นผา่ น พ้ืนท่หี น้าตัด เส้นผา่ น พ้นื ท่ีหนา้ ตดั เสน้ ผา่ น พ้นื ท่ีหน้าตดั
0.5 ศนู ยก์ ลาง (ตร.มม.) ศนู ยก์ ลาง (ตร.มม.) ศนู ยก์ ลาง (ตร.มม.) ศนู ยก์ ลาง (ตร.มม.)
(มม.) (ตร.มม.)
(มม.) (มม.) (มม.) (มม.) -
3.0 7.1 -
-- -- -- - -
- 36.3
1.0 9.6 9.6 88.0 60.8 13 132.7 - - - 43
6.8 51.5
1.5 11.3 11.3 9.2 66.5 13.5 143.1 - - 7.4 59.5
8.1 75.4
2.5 14.5 14.5 9.8 75.4 15 176.7 - - 8.7 105.7
9.8 126.7
4.0 21.2 21.2 10.5 86.6 16.5 213.8 - - 11.6 162.9
12.7 206.1
6.0 26.4 26.4 11.0 95 18 254.5 19 283.5 14.4 263
16.2 320
10.0 40.7 40.7 12.0 113 20.5 330.1 23 415.5 18.3 937.6
20.2 483.1
16.0 55.4 55.4 13.0 132.7 24.5 471.4 26.5 551.5 22.5 615.8
24.8 706.9
25.0 86.6 86.6 14.5 165.1 28.5 638 31 754.8 28 934.8
30
35.0 103.9 103.9 16.0 201.1 31.5 779.3 35 962.1 34.5 -
50.0 143.1 143.1 17.0 227 36 1017.9 39.5 1225 -
70.0 188.7 188.7 19.0 283.5 40.5 1288.2 44.5 1555.3
95.0 254.5 254.5 21.5 363.1 46 1622 51.5 2083.1
120.0 298.7 298.7 23.0 415.5 50.5 2003 56 2463
150.0 363.1 363.1 26.0 531 56 2463 62 3019.1
185.0 245.4 245.4 28.0 615.8 61.5 2970.6 68 3631.7
240.0 572.6 572.6 31.5 779.3 96 3739.3 76.5 4596.3
300.0 706.9 706.9 35.0 962.1 76 4536.5 84.5 5608
400.0 881.4 881.4 38.0 1164.2 - - - -
500.0 1134.1 1134.1 43.0 1452.2 - - - -
หมายเหตุ - ขนาดเส้นผา่ นศูนย์กลางใชค้ ่าใน มอก. 11-2531
- ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางของสาย XLPE ใช้คา่ ตามบริษทั Bangkok Cable
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
2-53
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดินสายอุปกรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
ตารางที่ 2.27 จานวนสายสงู สดุ ของสายไฟฟา้ ตารางที่ 4 (IEC01) ในท่อรอ้ ยสาย
ขนาดสาย จานวนสายสูงสุดของสายไฟฟ้าตารางที่ 4 ในทอ่ รอ้ ยสาย
(ตร.มม.)
1 7 3 20 33 - - - - - - - -
1.5 6 11 17 28 44 - - - - - - -
2.5 4 8 13 22 34 - - - - - - -
4 3 5 9 15 23 36 - - - - - -
6 2 4 7 12 19 29 - - - - - -
10 1 3 4 7 12 19 32 - - - - -
16 1 1 3 5 9 14 23 36 - - - -
25 1 1 1 3 5 9 15 23 29 - - -
35 - 1 1 3 4 7 12 19 24 30 - -
50 - - 1 1 3 5 9 14 17 21 34 -
70 - - 1 1 2 4 7 10 13 16 26 37
95 - - 1 1 1 3 5 7 10 12 19 27
120 - - - 1 1 2 4 6 8 10 16 23
150 - - - 1 1 1 3 5 7 8 13 19
185 - - - - 1 1 2 4 5 6 10 15
240 - - - - 1 1 1 3 4 5 8 12
300 - - - - - 1 1 2 3 4 6 10
400 - - - - - 1 1 1 2 3 5 8
500 - - - - - - 1 1 1 2 4 6
เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 15 20 25 32 40 50 65 80 90 100 125 150
ของทอ่ รอ้ ยสาย 1/2 3/4 1 1 1/4 1 1/2 2 2 1/2 3 3 1/2 4 26
(มม.) (น้วิ )
หมายเหตุ - ตารางที่ 2.23 และ 2.24 ใช้ตามมาตรฐานการติดต้งั ทางไฟฟา้ สาหรบั ประเทศไทย
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
2-54
หนว่ ยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดินสายอปุ กรณ์และบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางที่ 2.28 จานวนสายสงู สดุ ของสายไฟฟา้ ตารางที่ 6 (NYY, 1/C) ในทอ่ รอ้ ยสาย
ขนาดสาย จานวนสายสงู สดุ ของสายไฟฟา้ ตารางท่ี 6 ในท่อร้อยสาย
(ตร.มม.)
1 1 1 3 5 8 12 21 33 - - - -
1.5 1 1 2 4 7 11 19 30 - - - -
2.5 1 1 2 4 7 10 17 26 33 - - -
4 1 1 1 4 6 9 15 23 29 36 - -
6 - 1 1 3 5 8 13 21 26 33 - -
10 - 1 1 3 4 6 11 17 22 27 - -
16 - 1 1 2 3 5 10 15 19 23 36 -
25 - 1 1 1 3 4 8 12 15 16 29 -
35 - - 1 1 1 3 6 10 12 15 24 35
50 - - 1 1 1 3 5 8 11 13 21 31
70 - - - 1 1 2 4 7 8 11 17 24
95 - - - 1 1 1 3 5 7 8 13 19
120 - - - 1 1 1 3 4 6 7 11 17
150 - - - - 1 1 1 3 4 5 9 13
185 - - - - 1 1 1 3 4 5 7 11
240 - - - - - 1 1 2 3 4 6 9
300 - - - - - 1 1 1 2 3 5 7
400 - - - - - - 1 1 1 2 4 6
500 - - - - - - 1 1 1 1 3 4
เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 15 20 25 32 40 50 65 80 90 100 125 150
ของท่อรอ้ ยสาย 1/2 3/4 1 1 1/4 1 1/2 2 2 1/2 3 3 1/2 4 2 6
(มม.) (นิ้ว)
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
2-55
หน่วยท่ี 2 เคเบิลและสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอุปกรณ์และบริภณั ฑไ์ ฟฟา้
ตารางท่ี 2.29 จานวนสายสงู สดุ ของสายไฟฟา้ ตารางท่ี CV แรงต่า (XLPE 90 ℃) ในท่อรอ้ ยสาย
ขนาดสาย จานวนสายสูงสุดของสายไฟฟ้าตารางที่ 6 ในท่อร้อยสาย
(ตร.มม.)
1 ------------
1.5 - - - - - - - - - - - -
2.5 1 3 5 8 13 21 36 - - - - -
4 1 2 4 7 11 18 30 - - - - -
6 1 1 3 6 9 15 25 39 - - - -
10 1 1 3 5 8 13 22 33 - - - -
16 1 1 2 4 6 10 17 26 33 - - -
25 - 1 1 3 4 7 12 19 24 29 - -
35 - 1 1 1 3 6 10 15 20 24 38 -
50 - 1 1 1 3 4 8 12 15 19 30 -
70 - - 1 1 1 3 6 9 12 15 23 34
95 - - - 1 1 2 5 7 9 11 18 26
120 - - - 1 1 1 4 6 7 9 15 22
150 - - - 1 1 1 3 5 6 7 12 17
185 - - - - 1 1 2 4 5 6 10 14
240 - - - - 1 1 1 3 4 5 7 11
300 - - - - - 1 1 2 3 4 6 9
400 - - - - - 1 1 1 2 3 5 7
500 - - - - - - - - - - - -
เส้นผา่ นศูนย์กลาง 15 20 25 32 40 50 65 80 90 100 125 150
ของทอ่ รอ้ ยสาย 1/2 3/4 1 1 1/4 1 1/2 2 2 1/2 3 3 1/2 4 2 6
(มม.) (นิ้ว)
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
2-56
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้า
4. บทสรุป
สายไฟฟ้ามีหน้าที่สาหรับนาพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งไฟฟ้าไปยังบริภัณฑ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในปัจจุบัน
ได้มีผ้ผู ลิตสายไฟฟ้าขนึ้ มากมายหลายชนดิ ตามความต้องการสาหรับการติดตั้งในรูปแบบตา่ ง ๆ ดังน้ัน
การเลือกใช้สายไฟฟ้าเพื่อให้มีความเหมาะสมปลอดภัย ประหยัด และเช่ือถือได้จะต้องพิจารณาถึง
ปัจจัยหลายประการด้วยกัน ซ่ึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่ใช้เป็นตัวแบ่งแยกชนิดและขีดจากัด
ของสายไฟฟ้าคือ วัสดุตัวนาท่ีใช้ทาสายไฟฟ้า เช่น ทองแดงและอลูมิเนียม ซึ่งทั้ง 2 ตัวนามีคุณลักษณะ
ในการนาไฟฟ้าและคุณสมบัติทางกายรูปท่ีต่างกัน อีกท้ังยังมีความแตกต่างในส่วนของชนิดของวัสดุ
ท่ีใช้ทาฉนวนที่ทาให้สายไฟฟ้านั้นมีพิกัดแรงดันและอุณหภูมิท่ีต่างกันออกไปส่งผลให้การนาไปใช้งาน
มีความแตกต่างกันด้วย ในการติดตั้งและการเดินสายนั้นแบ่งตามลักษณะออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ
คือ การติดต้ังภายในและการติดต้ังภายนอก การติดต้ังภายในนั้นจะนิยมติดต้ังในรางเดินสายหรือ
ท่อร้อยสายเพ่ือป้องกันความเสียหายทางการรปู ของสายไฟฟ้า การนาสายไฟฟา้ เดนิ ในรางหรือรอ้ ยใน
ท่อร้อยสายน้ัน จะส่งผลทาให้พิกัดการนากระแสของสายไฟฟ้านั้นลดลง เนื่องจากขีดจากัดของ
ความร้อนและการลดลงนี้จะแปรตามจานวนตัวนาท่ีเดินอยู่ร่วมกันด้วยเพ่ือให้เกิดความปลอดภัยและ
เกิดประสิทธิรูปสูงสุดในการออกแบบระบบไฟฟ้า เราจึงควรศึกษารายละเอียดในการติดต้ังรวมถึง
ความเหมาะสมของสรูปแวดล้อมท่ีติดตั้ง ความสามารถในการนากระแสของตัวนา เม่ือใช้วิธีการ
เดินสายแบบต่าง ๆ และขนาดแรงดันตกที่เกิดข้ึน เพ่ือให้สายสามารถใช้งานได้เป็นปกติ และสามารถ
ทนต่อความรอ้ นทีเ่ กดิ ขน้ึ ท้ังในขณะใชง้ านปกติและขณะเกิดการลดั วงจร
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
2-57
หน่วยท่ี 2 เคเบลิ และสายไฟฟ้ารางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
แบบฝกึ หดั
1. จงอธบิ ายถึงชนิดและลักษณะการใช้งานของสายเคเบลิ้ และสายไฟฟา้ ในระบบแรงดันแรงตา่
2. จงอธบิ ายถึงชนดิ และลักษณะการใชง้ านของสายเคเบลิ้ และสายไฟฟ้าในระบบแรงดนั แรงสงู
3. จงอธิบายถงึ ความแตกต่างของฉนวนของสายไฟฟ้าแต่ละแบบ
4. จงอธิบายถึงหลักการเลอื กใช้สายไฟฟา้ ทีเ่ หมาะสม
5. จงอธิบายถึงชนดิ ของรางเดนิ สายไฟฟ้า
6. จงอธบิ ายถึงขอ้ กาหนดในการใชง้ านรางเดินสายไฟฟ้า
7. จงอธบิ ายถึงขอ้ กาหนดของการใช้งานบรภิ ัณฑไ์ ฟฟา้ ชนิดต่าง ๆ
8. จงอธบิ ายถึงขอ้ กาหนดในการเดนิ สายแบบตา่ ง ๆ ตามมาตรฐาน
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
2-58
หนว่ ยที่ 2 เคเบิลและสายไฟฟา้ รางเดนิ สายอปุ กรณแ์ ละบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
เอกสารอา้ งอิง
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2551). มาตรฐานการเดินสายไฟฟ้าท่วั ไป. (พมิ พค์ รัง้ ที่ 1) กรุงเทพฯ
การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า. (พิมพ์คร้ังที่ 2) กรุงเทพฯ:
การไฟฟา้ นครหลวง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย
กรงุ เทพฯ: บริษทั โกบอล กราฟฟิค จากดั
ธนบูรณ์ ศศภิ านุเดช. การออกแบบระบบไฟฟา้ . กรุงเทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชั่น
ธนบรู ณ์ ศศิภานุเดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสว่าง. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยเู คชนั่
ประสิทธ์ิ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์คร้ังที่ 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์
ครเี อชั่น
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า. (ปรับปรุง
ครงั้ ที่ 3) กรุงเทพฯ: ส.ส.ท. สนพ.
ศลุ ี บรรจงจติ ร. (2013). หลักและเทคนคิ การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ: ซีเอด็ ยเู คช่ัน
Cable Sizing Application. Online: https://myelectrical.com/tools/cable-sizing-calculator.
General method for cable sizing. Online: https://www.electricalinstallation.org/enwiki/
General_method_for_cable_sizing.
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.
Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364.
Polyvinyl chloride insulated cables of rated voltages up to and including 450/750 V.
Online: https://webstore.iec.ch/p-preview/info_iec60227-1%7Bed2.2%7Den_d.pdf.
Schneider Electric. (2561) Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/en/
work/products/product-launch/electrical-installation-guide/.
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
3-1
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด
หนว่ ยท่ี 3
การประมาณโหลด
จุดมงุ่ หมายของบทเรียน
1. ผู้เรยี นสามารถอธิบายพรอ้ มยกตัวอย่างโหลดทางไฟฟ้าชนิดตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2. ผ้เู รียนสามารถบอกความแตกตา่ งของโหลดทางไฟฟ้าและคานวณโหลดทางไฟฟา้ ได้อย่างถูกต้อง
3. ผเู้ รยี นสามารถวิเคราะหผ์ ลของการของการประมาณโหลดทางไฟฟ้าในกรณีต่าง ๆ ได้อย่างถกู ต้อง
และเหมาะสม
4. ผูเ้ รียนสามารถวิเคราะหผ์ ลของการประมาณโหลดได้อยา่ งถูกต้อง
5. ผ้เู รียนสามารถอภิปรายผลของการประมาณโหลดไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
เนอ้ื หา
1. โหลดทางไฟฟ้า
2. การคานวณโหลด
3. การประมาณโหลด
4. บทสรปุ
วธิ ีการสอนและกจิ กรรม
1. ผูส้ อนบรรยายเน้อื หา
2. นกั ศึกษารว่ มอภิปราย
3. ผสู้ อนต้ังคาถามให้ผูเ้ รยี นตอบเพ่ือมสี ว่ นร่วมในการเรียน
4. นกั ศกึ ษาทาแบบฝกึ หดั ท้ายบทเรียน
5. ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากหนังสือท่ีเกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้า มาตรฐานและข้อกาหนด
การตดิ ตั้งระบบไฟฟ้า
ส่อื การสอนและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื และเอกสารประกอบการสอน
2. PPT
3. คอมพวิ เตอร์
4. โปรเจคเตอร์
5. ใบงานหรอื แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทเรยี น
การวดั และประเมินผล
1. นกั ศกึ ษาเขา้ ชนั้ เรียนตามเวลากาหนด
2. นักศกึ ษาสนใจเรยี นและเขา้ มามกี ารโต้ตอบซักถามขณะเรยี น
3. ตรวจแบบจากงานทม่ี อบหมายหรือแบบฝกึ หดั ท้ายบท
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
3-2
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
หนว่ ยที่ 3
การประมาณโหลด
หัวใจสาคัญของการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ดีคือ การจ่ายกาลังไฟฟ้าให้กับบริภัณฑ์ไฟฟ้า
หรือโหลดไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในการใช้งานจริงโหลดทางไฟฟ้าที่มีใช้กันอยู่จะมีหลายชนิด
ข้ึนอยู่กับชนิดของสถานท่ีหรืออาคาร โดยเร่ิมต้นจากโหลดไฟฟ้าพ้ืนฐาน เช่น ระบบแสงสว่างซึ่งก็มี
โคมไฟหลากหลายชนิด อีกท้ังยังมีโหลดไฟฟ้าทีส่ ามารถเช่ือมต่อกับระบบในอนาคตได้อีกสารพัด เช่น
โหลดของเต้ารับไฟฟ้ารวมถึงโหลดทีม่ ีอัตราการใชก้ าลังไฟฟา้ สูง และเปน็ โหลดท่จี าเป็นมากในปจั จบุ ัน
เช่น ระบบปรับอากาศ และระบบลิฟต์ โดยสาระในหน่วยเรียนน้ีจะได้กล่าวถึงลักษณะของโหลดทาง
ไฟฟ้าแต่ละชนิดที่มีอัตราการใช้กาลังไฟฟ้าท่ีต่างกัน เพื่อนามาคานวณเพ่ือหาขนาดของวงจรย่อย
สายป้อนและสายประธาน และในกรณีที่ยังไม่สามารถกาหนดชนิดของโหลดได้ชัดเจนก็จะได้กล่าวถึง
เนื้อหาและหลักการของกระประมาณโหลด โดยใช้ชนิดและขนาดของพื้นท่ีหรือลักษณะของอาคาร
มาเปน็ ตัวคานวณเพ่ือให้สามารถหาค่าของสายไฟฟา้ ในข้างตน้ ได้
1. โหลดทางไฟฟ้าแบบตา่ ง ๆ
โหลดไฟฟ้าที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันมีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป บางชนิดก็ใช้
ต่อเน่ืองกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงแต่บางชนิดก็ใช้เพียงแค่คร้ังคราว ดังน้ันในการคานวณหาโหลดรวม
ของระบบ จงึ แบง่ โหลดออกเปน็ 2 ชนิด คอื
- โหลดตอ่ เนอื่ ง (Continuous Load)
- โหลดไมต่ ่อเนื่อง (Discontinuous Load)
โหลดต่อเนื่อง คือ โหลดไฟฟ้าที่ใช้งานติดต่อกันต้ังแต่ 3 ช่ัวโมงข้ึนไป เช่น โหลดดวงโคม
ในสานักงาน เคร่ืองปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและเชอ่ื ถือได้สูง อุปกรณ์
ไฟฟ้าสาคัญ ๆ เช่น สายไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น จะต้องเผื่อขนาดเพิ่มอีก 25% สาหรับโหลด
ต่อเนอ่ื งนี้
โหลดไม่ต่อเนือ่ ง คือ โหลดไฟฟ้าทีใ่ ชต้ ิดต่อกนั ไมถ่ งึ 3 ชั่วโมง เช่น หมอ้ หงุ ขา้ ว เป็นตน้
ขนาดของโหลด ขนาดของโหลดของอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับอาจคิดเป็นกาลังไฟฟ้า (W)
กระแส (A) หรือโวลต์แอมแปร์ (VA) กิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) เป็นต้น โดยโหลดของอุปกรณ์ไฟฟ้า
สามารถคานวณไดด้ ว้ ยสตู ร ดังต่อไปนี้
ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย
โหลดระบบไฟฟา้ (VA) =V I
ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย
โหลดระบบไฟฟ้า (VA) = 3 ×V×I
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี