3-3
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด
โหลดไฟฟ้าของสถานประกอบการ
โหลดไฟฟา้ ท่ใี ชใ้ นสถานประกอบการต่าง ๆ มีอยมู่ ากมาย แตอ่ าจแบง่ เป็นกลมุ่ ใหญ่ไดด้ งั ต่อไปนี้
- โหลดไฟฟ้าแสงสวา่ ง
- โหลดเตา้ รับ
- โหลดมอเตอร์
- โหลดเครอ่ื งปรับอากาศ
- โหลดระบบขนส่งแนวดิง่ (ลิฟต์ บันไดเลื่อน)
- โหลดงานระบบอาคาร เช่น ระบบประปาป้องกันไฟไหม้ และระบบกาจัดนา้ เสีย
- โหลดอุปกรณไ์ ฟฟ้าอนื่ ๆ
1.1. โหลดไฟฟา้ สวา่ ง อาจแบ่งตามชนดิ และขนาดของหลอดไฟไดด้ ังนี้
- หลอดไส้ (Incandescent Lamp)
โหลด (VA) =W
เช่น ดวงโคมไฟฟา้ ใช้หลอดไส้ 100 W, 220 V
โหลด (VA) = 100 VA
- หลอดฟลอู อเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp)
หลอดฟลูออเรสเซนต์ (FL) เป็นหลอดไฟฟ้าท่ีมีใช้แพร่หลายขนาดที่นิยมใช้ คือ 18 W
(20 W) และ 36 W (40 W) หลอด FL จะต้องใช้ร่วมกับบัลลัสต์ ดังนั้นเวลาคิดโหลดต้องคิด
กาลังไฟฟ้าของหลอดรวมกับกับกาลังสูญเสียของบัลลัสต์ด้วย และต้องคานึงถึงตัวประกอบกาลัง
ค่าโหลดโดยประมาณของหลอด FL 18 W และ 36 W แสดงตามตารางท่ี 3.1
ตารางที่ 3.1 ค่าโหลดของหลอด FL โหลด (VA) โหลด (VA)
LPF บัลลสั ต์ HPFบลั ลัสต์
กาโหลดไฟฟา้ ของหลอด (W)
90 40
18 (20) 100 40
36 (40)
- หลอดแอลอดี ี (LED) หลอดแอลอีดีในปัจจบุ นั จะคดิ โหลดตามขนาดกาลังไฟฟ้าของ
หลอดนั้นเลยเน่ืองจากหลอดแอลอีดีจะใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการทางานจึงต่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์
ตัวขับที่เรียกว่า ไดร์เวอร์ (Driver) ซ่ึงอุปกรณ์ดังกล่าวมีค่าตัวประกอบกาลังใกล้เคียงหนึ่งหรือเท่ากับ
หนึง่
- หลอดกา๊ ซแรงดันสูง (High Intensity Discharge Lamp: HID)
หลอด HID ทีใ่ ช้กนั แพรห่ ลายในขณะนไ้ี ด้แก่
- หลอดแสงจันทร์ (High Pressure Mercury)
- หลอดโซเดียมความดันไอสูง (High Pressure Sodium)
- หลอดเมทลั ฮาไลด์ (Metal Halide)
โดยขนาดโหลดของหลอด HID มดี ังตารางที่ 3.2
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
3-4
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตารางที่ 3.2 ค่าโหลดของหลอด HID โหลด (VA) โหลด (VA)
LPF บัลลสั ต์ HPFบลั ลัสต์
กาโหลดไฟฟ้าของหลอด (W)
180 100
80 260 160
125 500 300
250 750 500
400 1,250 850
700 1,900 1,200
1,000
1.2. โหลดเต้ารับ เต้ารับเป็นอุปกรณ์ซ่ึงติดตั้งไว้เพื่อความสะดวกในการใช้กับอุปกรณ์
ไฟฟ้าท่ีเคลื่อนย้ายได้ (Portable) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่กับที่ (Fixed) ท่ีนามาใช้ภายหลัง ดังนั้น
โหลดไฟฟา้ จึงไมแ่ น่นอนในการคิดโหลดของเต้ารบั ทใี่ ช้ในแตล่ ะชุดมีทั้งแบบเต้ารับเดี่ยว คู่ และเต้ารับ
สามหัวจ่ายให้คิดโหลดของเต้ารับอยู่ที่ 180 VA / ชุด แต่ในการออกแบบเพ่ือเป็นการสะดวกในการ
คานวณโหลดของเตา้ รบั อาจคิดเผอ่ื เป็น 200 VA / ชดุ ก็ได้
1.3. โหลดมอเตอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์เป็นต้นกาลังในการขับเคลื่อนมีอยู่หลาย
ชนิด ดังนนั้ โหลดมอเตอรโ์ หลดทวั่ ไปถอื วา่ เป็นโหลดต่อเนื่อง ซึ่งมีทัง้ แบบใช้ไฟฟ้า 1 เฟส 220 V หรือ
3 เฟส 380 V
1.4. โหลดระบบปรับอากาศ โหลดของระบบปรับอากาศประกอบด้วยโหลดชนิด
มอเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ในการประมาณโหลดของระบบปรับอากาศ กาหนดว่ามอเตอร์ขนาด 1 HP
(765 W หรือ 0.765kW) จะสามารถขับเคล่ือนเครื่องทาความเย็นได้ประมาณ 1 ตันความเย็น ซ่ึง
ในระบบปรับอากาศคอมเพรสเซอร์ถือเป็นโหลดประมาณ 50-70% ของโหลดทง้ั ระบบ ดังนนั้ จะได้
โหลดของระบบปรบั อากาศ = (1.5 ถงึ 1.8) ตนั ความเยน็
เชน่ ระบบปรบั อากาศขนาด 100 ตันความเยน็ โหลดไฟฟา้ มคี ่าประมาณ 150-180 kVA
โหลดของเคร่อื งปรบั อากาศแบบต่าง ๆ มแี สดงในตารางท่ี 3.3 และ 3.4
ตารางท่ี 3.3 ค่าโหลดของเครื่องปรบั อากาศแบบแยกสว่ น (Split Type) 1 เฟส 220 V
ความจุ (Capacity) โหลดไฟฟา้ (kVA)
ตันความเย็น (TR) BTU/H
1 12,000 1.47
1.5 18.000 1.65
2 24,000 2.55
3 36,000 4.11
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
3-5
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตารางท่ี 3.4 คา่ โหลดของเครื่องปรบั อากาศแบบแยกสว่ น (Split Type) 3 เฟส 380 V
ความจุ (Capacity) โหลดไฟฟา้ (kVA)
ตนั ความเย็น (TR) BTU/H
4 48,000 6.12
5 60,000 7.83
6 72,000 9.74
7 48,000 12.18
8 96,000 12.97
9 108,000 14.02
10 120,000 16.45
12.5 150,000 18.82
15 180,000 22.90
20 240,000 35.54
25 300,000 50.35
30 360,000 55.75
35 420,000 57.92
40 480,000 70.43
50 600,000 92.93
1.5. โหลดระบบขนส่งในแนวดิ่ง คือ เคร่อื งจกั รสาหรับขนส่งของ เคล่ือนยา้ ยของตา่ ง ๆ
ในอาคาร ในลฟิ ต์ และบันไดเลื่อน เป็นต้น โหลดเหล่านเ้ี ป็นโหลดมอเตอร์ ขนาดมอเตอร์จะขึ้นอยู่กับ
น้าหนักและความเร็ว ค่าเร็วของลิฟต์ ค่าโหลดโดยประมาณของลิฟต์ 3 เฟส 380 V และค่าโหลด
โดยประมาณของบนั ไดเลือ่ น 3 เฟส 380 V แสดงดังตารางที่ 3.5 และ ตารางที่ 3.6
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด 3-6
ตารางที่ 3.5 คา่ โหลดของลฟิ ต์ 3 เฟส 380 V โหลด
(kVA)
ขนาดนา้ หนกั (kg) ความเร็ว
5
(จานวนคน) m/min 6
7
600 45 7
6
(9) 60 7
8
90 8
6
105 8
10
750 45 11
20
(11) 60 24
8
90 11
12
105 20
24
900 45 27
31
(13) 60 34
11
90 12
22
105 27
30
120 34
38
150 14
16
1000 60 26
31
(15) 90 36
40
105 44
120
150
180
210
240
1150 90
(17) 105
120
150
180
210
240
135 90
(20) 105
120
150
180
210
240
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด 3-7
ตารางที่ 3.5 ค่าโหลดของลฟิ ต์ 3 เฟส 380 V (ต่อ) โหลด
(kVA)
ขนาดน้าหนกั (kg) ความเรว็ 15
19
(จานวนคน) m/min 30
36
1600 90 41
47
(24) 105 52
34
120 40
45
150 56
60
180
โหลด
210 (kVA)
11
240
15
1800 120
11
(26) 150
15
180
20
210
240
ตารางท่ี 3.6 ค่าโหลดของบนั ไดเลอื่ น 3 เฟส 380 V
ความกว้าง ระยะขึ้น
(มม.) (มม.)
3000
4000
800 4500
5000
5500
6000
3000
3500
4000
1000 4500
5000
5500
6000
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
3-8
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด
1.6. โหลดงานระบบอาคาร ได้แก่ ระบบประปา ระบบป้องกันไฟไหม้ และระบบกาจัด
น้าเสยี ระบบเหล่าน้ีใช้มอเตอร์เป็นตัวขบั เคล่อื น ขนาดของมอเตอรโ์ ดยทัว่ ไปวิศวกรสุขาภิบาลจะแจ้ง
ใหท้ ราบ
1.7. โหลดอุปกรณ์ไฟฟ้าอ่ืน ๆ อุปกรณ์ท่ีใช้พลังงานในการทางานมีอยู่มากมาย และ
ขนาดกาลงั ไฟฟ้าที่ใช้กแ็ ปรไปตามชนิดของอปุ กรณ์ โหลดท่ีแน่นอนของอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถดูได้จาก
ป้ายพิกัด (Name Plate) โดยค่าโหลดของอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ โดยประมาณ แสดงดังตาราง
ที่ 3.7
ตารางท่ี 3.7 โหลดอุปกรณ์ไฟฟ้า กาลงั (W)
850-1300
อุปกรณ์ไฟฟา้ ที่ใช้
270
เคร่อื งดดู ฝุ่น 280
เครือ่ งป่นั ผสมอาหาร 1300
เตาอบขนาดเลก็ 100
กระทะไฟฟา้ 430
ต้ทู าน้าเย็นแบบต้งั พนื้
เคร่ืองซกั ผ้า 500
หม้อหงุ ขา้ ว 600
1400
- 1 ลิตร
- 1.5 ลิตร 1500
- 4 ลิตร 2000
เครือ่ งทานา้ รอ้ 5 (อา่ งนา้ ) 3500
- Lo
- Med 58
- Hi 81
โทรทศั น์ 145
- 14 นิ้ว
- 21 นวิ้ 50
- 28 นว้ิ 90
ตเู้ ยน็ 150
- 2.1 คิว (ลกู บาสก์ฟุต) 150
- 5.7 ควิ (ลกู บาสกฟ์ ตุ ) 175
- 7.1 ควิ (ลูกบาสก์ฟุต) 22-39
- 10 ควิ (ลูกบาสกฟ์ ุต) 22-39
- 13.6 คิว (ลูกบาสก์ฟุต)
พัดลมตงั้ โต๊ะ 12 นวิ้
พดั ลมตดิ ผนงั 12 นวิ้
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
3-9
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด
2. การคานวณโหลด
การคานวณโหลด เป็นข้ันตอนท่ีสาคัญมากในการออกแบบระบบไฟฟ้าของโครงการ หรือ
สถานประกอบการใด ๆ ผลรวมของโหลด จะเป็นตัวกาหนดบริภัณฑ์ประธานสาย ตัวนาประธาน
เครือ่ งวัดหนว่ ยไฟฟ้า และขนาดหม้อแปลงถา้ โหลดรวมมคี ่าสงู
จากมาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทยปี 2556 ของ วสท. ได้กาหนดการ
คานวณโหลดไว้ดังน้ี การคานวณวงจรย่อย การคานวณสายป้อน การคานวณสายตัวนาประธานและ
การคานวณโหลดสาหรับอาคารชุด ซึ่งเป็นการคานวณโดยค่าขั้นต่า (Minimum) ในการออกแบบ
ผอู้ อกแบบจงึ จาเปน็ ตอ้ งพิจารณาเผ่ือสาหรับโหลดในอนาคตไวด้ ้วย
ในหน่วยเรียนน้ีจะยกตังอย่างถึงการคานวณโหลดสาหรับอาคารชุดทั่วไป โดยยึดตามมาตรฐาน
การติดตั้งสาหรับประเทศไทย วสท. เป็นหลักโดยได้กล่าวถึงร้อยละของความต้องการใช้งานกาลังไฟฟ้า
ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของการคานวณและแปรตามขนาดและชนิดของการใช้งานพ้ืนที่นั้น ๆ ตามตาราง
ที่ 3.8 3.9 และ 3.10
ตารางท่ี 3.8 ดีมานดแ์ ฟกเตอรข์ องสายป้อนแสงสว่าง
ชนดิ ของอาคาร ชนดิ ของไฟแสงสวา่ ง ดมี านด์แฟกเตอร์ (ร้อยละ)
(โวลต์-แอมแปร)์
100
ท่พี กั อาศัย ไมเ่ กิน 2,000 35
40
ส่วนท่ีเกิน 2,000 20
50
โรงพยาบาล ไม่เกนิ 50,00 40
30
สว่ นที่เกิน 50,00 100
50
โรงแรม รวมถึงห้องชดุ ไมเ่ กนิ 20,000 100
ทไ่ี มม่ สี ว่ นให้ผอู้ ยอู่ าศยั 20,001-100,000
ประกอบอาหารได้ ส่วนทีไ่ มเ่ กนิ 100,000
โรงเกบ็ พัสดุ ไมเ่ กิน 12,500
สว่ นทเี กิน 12,500
อาคารประเภทอืน่ ทกุ ขนาด
ตารางท่ี 3.9 ดมี านดแ์ ฟกเตอร์สาหรบั โหลดของเตา้ รับท่ีไม่ใชท่ อ่ี ยู่อาศยั
โหลดของเตา้ รบั รวม (คิดโหลดเต้ารบั ละ 180) ดีมานดแ์ ฟกเตอร์ (ร้อยละ)
10 kV แรก 100
ส่วนท่เี กนิ 10 kVA 50
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
3-10
หนว่ ยที่ 3 การประมาณโหลด
ตารางที่ 3.10 ดีมานด์แฟกเตอร์สาหรบั เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ัวไป
ชนดิ ของอาคาร ประเภทของโหลด ดีมานด์แฟกเตอร์
1. อาคารที่อยอู่ าศัย เคร่อื งหุงต้มอาหาร 10 แอมแปร์ + ร้อยละ 30 ของสว่ นท่เี กิน 10
แอมแปร์
เครื่องทานา้ ร้อน กระแสใชง้ านจริงของสองสว่ นแรกท่ใี ช้งาน + รอ้ ย
ละ 25 ของส่วนที่เหลอื ท้งั หมด
เคร่ืองปรบั อากาศ รอ้ ยละ 100
2. อาคารสานกั งานและ เครื่องหุงต้มอาหาร กระแสใช้งานจรงิ ของตัวใหญ่ที่สดุ + รอ้ ยละ 80
ร้านค้า รวมถงึ ของตวั ใหญ่รองลงมา + ร้อยละ 60 ของตัวเหลอื
ห้างสรรพสนิ คา้ ทัง้ หมด
เคร่อื งทาความรอ้ น รอ้ ยละ 100 ของสองตัวแรกทใ่ี หญท่ สี่ ดุ + รอ้ ยละ
25 ของตัวทีเ่ หลือทั้งหมด
เครื่องปรบั อากาศ ร้อยละ 100
3. โรงแรม และอาคารและ เคร่ืองหุงต้มอาหาร เหมอื นขอ้ 2
เภทอื่น เครอื่ งทาความร้อน เหมือนขอ้ 2
เคร่ืองปรบั อากาศ ร้อยละ 75
ประเภทแยกแตล่ ะหอ้ ง
ตวั อยา่ งที่ 3.1 โรงแรมมีเครอื่ งหุงต้มอาหาร 30 ชุด (10 ชดุ kW 220 V, 20 ชดุ 3 kW 220 V) จงหา
โหลดรวมของเครือ่ งหุงตม้ อาหาร
วธิ ที า
จากตารางท่ี 2.39 โรงแรมมีเครอ่ื งหุงต้ม 30 ชดุ
10 ชดุ ๆ ละ 10 kW
20 ชุด ๆ ละ 3 kW
กระแสใช้งานตวั ใหญ่สุด 0.8 (ตัวรอง) + 0.6 (ตัวที่เหลือ)
โหลด = 10+10x.0.8+0.6(10x8+20x3)
= 120 kW
1. การคานวณโหลดวงจรยอ่ ย
การคานวณโหลดของวงจรย่อย คือการนาโหลดท้ังหมดท่ีต่อในวงจรย่อยมารวมกันและห้ามใช้
ดีมานด์แฟกเตอร์ขนาดโหลดดาเนนิ การ ดงั นี้
1. โหลดแสงสว่างและโหลดเครื่องใช้ไฟฟ้าอ่ืนท่ีต้องทราบโหลดแน่นอนแล้วคิดตามท่ี
ตดิ ต้ังจริง
2. โหลดของเต้ารับใชง้ านทั่วไปคิดโหลดเค้ารบั ละ 180 VA ทงั้ ชนิด Single Duplex และ
Triplex
3. โหลดของเตา้ รับอืน่ ที่มิใชง้ านทว่ั ไป ให้คิดโหลดตามขนาดของเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้านัน้
พิกัดเคร่ืองป้องกันกระแสกิน เคร่ืองป้องกันกระแสเกินต้องสามารถใช้งานในภาวะปกติ
ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ปลดวงจร แต่เน่ืองจากเคร่ืองป้องกันกระแสเกนิ อาจทางานต่ากว่าพิกดั จากสาเหตุ
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
3-11
หนว่ ยที่ 3 การประมาณโหลด
ตา่ ง ๆ ในทางปฏบิ ัตเิ ม่ือคานวณโหลดได้ การกาหนดพิกดั เครอื่ งป้องกันกระแสเกินอาจต้องเผื่อไวบ้ ้าง
ปกตจิ ะเผือ่ ไว้ประมาณ 25% จะได้วา่
พกิ ดั เครอื่ งปอ้ งกันกระแสเกนิ = 1.25 x โหลดในวงจร
สายไฟฟ้าในวงจรยอ่ ยต้องมีขนาดกระแสไม่ต่ากว่าพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินท่ีใช้งาน
และต้องไม่เล็กกวา่ 2.5 ตร.มม.
สายไฟฟ้าท่ีต่อแยกเข้าเต้ารับจุดเดียวต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 ตร.มม. และมีขนาดกระแส
ไม่น้อยกว่ากระแสของโหลดท่ีใช้เต้ารับ สาหรับสายไฟฟ้าท่ีต่อแยกเข้าดวงโคมชุดเดียวต้องมีขนาด
ไม่เลก็ กว่า 0.5 ตร.มม. และมขี นาดกระแสไม่นอ้ ยกว่ากระแสของดวงโคมน้นั
ชนดิ และขนาดของโหลดในวงจรยอ่ ย
ขนาดวงจรย่อยเรียกตามขาดเคร่ืองป้องกันกระแสเกินท่ีใช้ วงจรย่อยท่ีมีโหลดตั้งแต่ 2 จุด
ขน้ึ ไป ต้องเป็นดังนี้
1. วงจรย่อยขนาดไม่เกิน 20 แอมแปร์ เมื่อมีโหลดติดตั้งถาวรรวมกับโหลดเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ท่ใี ช้เต้าเสียบ โหลดติดต้ังถาวรรวมกันตอ้ งไม่เกิน 50% ของวงจรขนาดย่อย และโหลดเครือ่ งใช้ไฟฟ้า
ชนิดเต้าเสียบแต่ละตัวต้องมีขนาดไม่เกิน 80% ของขนาดวงจรย่อย ในการใช้งานโหลดทั้ง 2 ชนิด
รวมกนั แล้วตอ้ งมีขนาดไมเ่ กินขนาดวงจรยอ่ ย
2. วงจรย่อยขนาด 25 ถึง 32 แอมแปร์ เนื่องจากเป็นวงจรย่อยขนาดใหญ่จึงกาหนดให้
ดวงโคมไฟฟ้าที่ต่ออยู่กับวงจรน้ีต้องมีขนาดดวงโคมละไม่ต่ากว่า 250 วัตต์ และยอมให้ใช้กัลป์
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอ่ืนที่ไม่ใช่ดวงโคมได้ แต่ถ้าเป็นเคร่ืองใช้ไฟฟ้าชิดใช้เต้าเสียบ แต่ละเคร่ืองต้องมีขนาด
ไมเ่ กนิ 80 % ของขนาดวงจรย่อย
3. วงจรยอ่ ยขนาด 32 ถึง 50 แอมแปร์ ดวงโคมไฟฟ้าที่ตอ่ อย่ใู นวงจรต้องมีขนาดดวงโคมละ
ไม่ตา่ กวา่ 250 วตั ต์ ถา้ เป็นเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าต้องเป็นชนิดติดตั้งถาวรเทา่ นน้ั
4. วงจรย่อยท่ีมีขนาดไมเ่ กนิ 50 แอมแปร์ วงจรย่อยนหี้ า้ มใชก้ ับโหลดประเภทแสงสว่าง
2. การคานวณโหลดสายป้อน
การคานวณโหลดของสายป้อน คือการนาโหลดท้ังหมดท่ีต่ออยู่ในวงจรสายป้อนเดียวกันมา
รวมกนั ในการคานวณยอมใหใ้ ช้ค่าดมี านดแ์ ฟกเตอร์ได้ การใชค้ ่าดมี านดแ์ ฟกเตอร์มีขอ้ จากัดดนั น้ี
1. โหลดแสงสว่างใช้ค่าดีมานด์แฟกเตอร์ตามตารางท่ี 3.8 แต่ห้ามใช้กับสายป้อนใน
สถานที่บางแห้งของโรงพยาบาลหรือโรงแรม ซ่ึงบางขณะไฟฟ้าแสงสว่างจะต้องใช้พร้อมกัน เช่น
ในห้องผ่าตดั หอ้ งอาหาร หรอื ห้องโถง
2. โหลดเต้ารับใช้งานทั่วไปที่คิดโหลดไว้เต้าละไม่เกิน 180 VA ใช้ในสถานท่ีอื่นที่ไม่ใช่
ที่อย่อู าศยั ใชค้ า่ ดมี านดแ์ ฟกเตอร์ตามตารางท่ี 3.9
3. โหลดเต้ารบั อื่นที่ไม่ใช้เต้ารับใช้งานตามท่ัวไปตามข้อ 2 ให้คิดโหลดจากเต้ารับตัวแรก
ทม่ี ีขนาดโหลดสูงสดุ บวกกบั 40% ของโหลดเตา้ รับทเี่ หลือ
4. โหลดเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทั่วไป ใชค้ า่ ดีมานด์แฟกเตอรต์ ามตารางที่ 3.10
พกิ ดั เครอ่ื งป้องกันกระแสเกนิ ควรพิจารณาการทางานที่ต่ากว่าพิกัดของเครือ่ งป้องกันกระแส
เกิน เช่น วงจรเดียวกับวงจรย่อย เม่ือคานวณแล้วได้ขนาดไม่ตรงกับขนาดมาตรฐานท่ีมีขายในท้องตลาด
ให้เลือกใชข้ นาดใกล้เคียงที่ตรงกับขนาดตามทอ้ งตลาด เขยี นเปน็ สมการไดด้ ังนี้
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
3-12
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด
พิกดั เครอ่ื งป้องกันกระแสเกนิ = 1.25 x โหลดของสายป้อน
โดยของสายปอ้ นต้องมีขนาดกระแสไม่ต่ากว่าพิกัดเครอื่ งป้องกันกระแสเกนิ แต่ละขนาดต้องมี
ขนาดไมเ่ ลก็ กวา่ 4.0 ตร.มม.
ขนาดสายนิวทรัล
ในวงจร 3 เฟส 4 สาย กระแสที่ไหลในสายนิวทรัลปกติจะไม่เท่ากับในสายเฟส การกาหนด
ขนาดสายนิวทรัลจึงต่างไปจากสายเฟส โดยกาหนดจากปริมาณกระแสที่คาดวา่ จะไหลในสายนิวทรัล
เนื่องจากโหลดไมส่ มดุล โหลดท่ีทามกี ระแสไหลในสายนิวทรลั คือโหลด 1 เฟส ท่ีต่ออยู่ในวงจร 3 เฟส
เลอื กใช้เฟสท่มี ากทส่ี ดุ และดาเนินการดังนี้
1. กรณีกระแสโหลดไม่สมดุล สูงสุดไม่เกิน 200 แอมแปร์ ขนาดของกระแสของสายนิวทรัล
ต้องไม่น้อยกว่ากระแสโหลดสูงสดุ นั้น
2. กรณีกระแสโหลดไม่สมดุล สูงสุดเกิน 200 แอมแปร์ ขนาดกระแสของสายนิวทรัลต้อง
ไม่ต่ากวา่ 200 แอมแปร์ บวกด้วย 70% ของส่วนทเี่ กนิ 200 แอมแปร์
3. ถ้าโหลดไม่สมดุลเป็นโหลดประเภทหลอดดีสชาร์จ เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ อุปกรณ์
เกี่ยวกับการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อ่ืนท่ีทาให้มีกระแสฮาร์มอนิกส์ไหลในสาย
เส้นนิวทรัล สายนวิ ทรัลต้องมีขนาดกระแสไมต่ ่ากว่าโหลดไมส่ มดุลน้นั
ตารางท่ี 3.11 พกิ ดั สูงสุดของเคร่ืองปอ้ งกนั กระแสเกนิ และโหลดสูงสุดตามขนาดเคร่ืองวดั หนว่ ยไฟฟ้า
(สาหรบั การไฟฟา้ นครหลวง)
ขนาดเคร่ืองวดั หนว่ ยไฟฟ้า พิกดั สงู สดุ ของเครอ่ื งป้องกันกระแส โหลดสงู สดุ (แอมแปร์)
(แอมแปร์) เกนิ (แอมแปร)์
515) 16 10
15(45) 50 30
30(100) 100 75
50(150) 125 100
200 200 150
250 200
300 250
400 400 300
500 400
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
3-13
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด
ตารางที่ 3.12 ขนาดสายไฟฟ้า เซฟต้ีสวิตเอาต์ และคาร์ทริดจ์ฟิวส์สาหรับเมนสวิตช์ (สาหรับการ
ไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าค)
ขนาดสายเมนเขา้ อาคาร เมนสวติ ส์
ขนาด เลก็ สุด เซฟตีส้ วติ ชห์ รอื โหลด คัตเอาต์ใชร้ ว่ มกับคาร์ เซอร์กติ
เครอ่ื งวดั โหลดสงู สดุ (ตร.มม.) เบรกสวติ ช์ ทรดิ จ์ฟิวส์ เบรกเกอร์
หนว่ ย (แอมแปร์)
ไฟฟา้ สาย สาย ขนาด ขนาดฟิวส์ ขนาดคตั ขนาดฟิวส์ ขนาด
(แอมแปร์) อลมู ิเนยี ม ทองแดง สวติ ช์ สูงสดุ เอาตต์ า่ สุด สงู สดุ ปรบั ตัง้
ต่าสดุ (แอมแปร)์ (แอมแปร์) สูงสดุ
(แอมแปร์) (แอมแปร)์ (แอมแปร์)
5(15) 12 10 4 30 15 20 16 15-16
15(45) 36 25 10 60 40-50 60 35-50 40-50
30(100) 80 50 50 100 100 - - 100
ตารางท่ี 3.13 ขนาดแนะนาของสายเมนเข้าอาคาร และสายต่อหลักดิน สาหรับเคร่ืองวัดขนาด (สาหรับ
การไฟฟา้ นครหลวง) (เป็นตารางแนะนาเท่าน้ัน ไมใ่ ช้ตารางทกี่ าหนดในมาตรฐาน)
สายเมนเดนิ ในอากาศ สายเมนเดนิ รอ้ ยท่อโลหะฝังดิน
ขนาดเครือ่ งวดั ฯ ขนาดเครอื่ งป้องกนั กระแสเกิน สายเมน สายตอ่ สายเมนเขา้ สายหลักหลกั ดิน
(แอมแปร์) (แอมแปร์) เข้าอาคาร หลักดิน อาคาร (ตร.มม.)
(ตร.มม.) (ตร.มม.) (ตร.มม.)
5 (15) 16 4 10 10 10
15 (45) 32 6 10 10 10
50 10 10 10 10
63 16 10 16 10
30 (100) 80 16 10 25 10
100 25 10 25 10
50 (100) 125 35 10 35 10
160 50 25 70 25
200 200 70 25 95 25
250 95 25 120 35
300 120 35 150 35
400 400 185 35 240 50
500 240 50 300 50
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
3-14
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตารางที่ 3.14 ดีมานด์แฟกเตอร์สาหรับเคร่ืองปรับอากาศแบบส่วนกลาง (Central) (เป็นตารางแนะนา
เทา่ นน้ั ไมใ่ ช่ตารางตามทกี่ าหนดในมาตรฐาน)
รายละเอียด ดมี านด์แฟกเตอร์
เคร่อื งทาความเย็น (Chiller) โหลดของเคร่ืองที่ใหญ่ทสี่ ุด+ร้อยละ 80 ของเคร่อื งท่ีเหลือ
เคร่ืองเป่าลมเย็น (Fancoil or AHU) 10 เครอ่ื งแรกของเคร่อื งท่ที ี่ใหญ่ทีส่ ดุ +รอ้ ยละ 80 ของเครอ่ื งท่ีเหลือ
ตารางท่ี 3.15 โหลดของเครื่องปรับอากาศแต่ละชนิด (เป็นตารางแนะนาเท่าน้ัน ไม่ใช่ตารางท่ีกาหนด
ในมาตรฐาน)
ประเภทของเครอื่ งปรบั อากาศ โหลดโดยประมาณ
(kW/ตนั )
1. เครื่องปรบั อากาศแบบแยกสว่ น (Split Type) 1.50
2. เคร่อื งปรับอากาศแพคเกจระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศ (Package Air Cooled) 1.40
3. เครอื่ งปรบั อากาศแพคเกจระบายความร้อนด้วยนา้ (Package Water Cooled) 1.00
4. เครื่องทานา้ เยน็ ระบายความรอ้ นด้วยนา้ (Water Cooled Chiller)
4.1 Reciprocating Type
ไมเ่ กิน 50 ต้น 1.00
มากกวา่ 50 ต้น 0.95
4.2 Screw Type 0.75
4.3 Centrifugal Type
ไมเ่ กิน 250 ต้น 0..75
มากกวา่ 250 ตนั แตไ่ มเ่ กนิ 500 ตัน 0.70
มากกว่า 500 ตัน 0.67
5. เคร่ืองทานา้ เย็นระบายความร้อนด้วยอากาศ
5.1 Reciprocating Type
ไมเ่ กนิ 50 ต้น 1.40
มากกว่า 50 ตน้ 1.30
5.2 Screw Type หรือ Centrifugal Type
ไมเ่ กนิ 250 ต้น 1.40
มากกวา่ 250 ต้น 1.20
6. Chilled Water Pump
Pump Head ไมเ่ กนิ 50 ฟุตนา้ 0.04
Pump Head ระหว่าง 60-100 ฟตุ น้า 0.008
Pump head ระหวา่ ง 110-150 ฟตุ น้า 0.11
7. Condenser Water Pump
Pump Head ไมเ่ กนิ 50 ฟุตนา้ 0.05
Pump Head ระหวา่ ง 60-100 ฟุตน้า 0.10
Pump Head ระหว่าง 110-150 ฟุตน้า 0.14
8. Fan Coil Unit 0.03
9. Air Handling Unit 0.15
10. Cooling 0.03
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
3-15
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตวั อย่างที่ 3.2 บา้ นหลังหน่ึงมโี หลดไฟฟ้า ดังน้ี
- ดวงโคมหลอดฟลอู อเรสเซนต์ 1x 36 W (100VA) 10 ชดุ
- ดวงโคมหลอดฟลอู อเรสเซนต์ 2x18 W (100VA) 20 ชดุ
- เตา้ รับใชง้ านทวั่ ไป 30 ชุด
- เคร่อื งทาน้าร้อน ขนาด 1500 W 1 ชุด
- เครอ่ื งปรบั อากาศขนาด 12,000BTU (1,500 VA) 2 ชดุ
ให้คานวณหาโหลดรวมของบา้ นหลงั นี้
วิธที า
โหลดไฟฟ้าแสงสวา่ ง
ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์1x36 W 100x10 =1,000 VA
ดวงโคมหลอดฟลอู อเรสเซนต์2x18 W 100x20 =2,000 VA
รวม =3,000 VA
2,000 AV แรก D.F. 100% =2,000 VA
3,000-2,000 D.F. 35% =350 VA
รวม =2,350 VA
โหลดเต้ารับสาหรบั ใชท้ ่วั ไป 180x30 =5,400 VA
เคร่อื งทาน้ารอ้ น 1,500x2 =3,000 VA
โหลดรวมทงั้ หมด = 2,350+5,400+3,000+3,000 =13,750 VA
สาหรบั ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 220 V
13,750
กระแสโหลด = 220 = 62.5A
เลอื กใช้มเิ ตอร์ 1 เฟส ขนาด 30 (100)
3. การคานวณสายตัวนาประธาน
การประมาณโหลด คือการนาโหลดทั้งหมดของอาคารมารวมกันโดยใช้ดีมานด์แฟกเตอร์
เหมอื นกับสายปอ้ น และดาเนนิ การดงั น้ี
1. นาโหลดที่คานวณได้ไปกาหนดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ตามตารางท่ี 3.13 สาหรับ
การไฟฟา้ นครหลวง และตารางท่ี 3.12 สาหรบั การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค
2. ถ้าโหลดที่คานวณไดส้ ูงกวา่ โหลดในตาราง ต้องตดิ ตงั้ หม้อแปลงไฟฟ้าเอง
พิกัดเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน กาหนดขนาดเครื่องป้องกันกระแสเกิน ตามตารางท่ี 3.13
สาหรับการไฟฟ้านครหลวง และตารางท่ี 3.12 สาหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรณีติดต้ังหม้อแปลง
ไฟฟ้าให้กาหนดตามขนาดหม้อแปลงในเร่ืองหม้อแปลงไฟฟ้า
สายเมนหรือสายประธาน ต้องมีขนาดกระแสไม่ต่ากว่าขนาดเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน (ของ
การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค ดจู ากตารางท่ี 3.12) แต่ต้องไม่เลก็ กวา่ 4 ตร.มม. สาหรับสายดินในอากาศและ
ไม่เล็กกว่า 10 ตร.มม. สาหรบั สายเดินฝังดิน ขนาดสายนิวทรลั กาหนดเช่นเดยี วกบั สายป้อน
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
3-16
หน่วยที่ 3 การประมาณโหลด
3. การประมาณโหลด
ในการออกแบบระบบไฟฟ้าน้ันหลังจากได้แบบจากสถาปนิกแล้ว วิศวกรไฟฟ้าต้องทาการ
ประมาณโหลด เพ่ือให้ทราบขนาดของระบบไฟฟ้า สามารถหาขนาดอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีเหมาะสม
อย่างคร่าว ๆ เช่น หม้อแปลง ตู้ บริภัณฑ์ประธาน เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าสารอง เป็นต้น นอกจากนี้
การประมาณโหลดยังมีประโยชน์ในการงานแผนจัดหาพ้ืนที่ติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าต่าง ๆ แต่เนิ่น ๆ
อีกดว้ ย
หลักการประมาณโหลด การประมาณโหลดสามารถแบ่งไดต้ ามลกั ษณะข้อมลู ทไ่ี ดร้ บั มาดงั นี้
1. ไมม่ ขี อ้ มลู ของบริภณั ฑไ์ ฟฟา้ แต่มีข้อมลู ของพืน้ ทีใ่ ชง้ าน
2. มีขอ้ มลู ของบริภัณฑไ์ ฟฟา้ และข้อมลู ของพน้ื ทใี่ ช้งาน
โดยที่ข้อมูลของบริภัณฑ์ไฟฟ้า ได้แก่ ขนาดโหลด (VA หรือ kVA) และจานวนบริภัณฑ์ไฟฟ้า
แต่ละชนิดข้อมูลของพ้ืนท่ีใช้งาน ได้แก่ ขนาดของพื้นที่ซึ่งอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น เป็นห้องท่ีมีการ
ใชเ้ ครือ่ งปรับอากาศ
1. ไมม่ ีขอ้ มลู ของบริภัณฑ์ไฟฟา้ แตม่ ขี อ้ มลู ของพืน้ ท่ีใชง้ าน
สาหรับกรณีน้ีสามารถทาการประมาณโหลดได้ดังนี้ โดยจะทาการประมาณโหลดตามชนิด
ของโหลด ในที่น้ีจะกล่าวถึงเฉพาะโหลดท่ีใช้เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ โหลดไฟฟ้าแสงสว่าง โหลดไฟฟ้า
เตา้ รบั และโหลดไฟฟ้าเคร่ืองปรับอากาศ จากหนงั สือ IEEE Recommended Practice for Electric
Power System in Commercial Building สามารถสรปุ เป็นตารางแยกตามประเภทของอาคารได้ดงั นี้
ตารางท่ี 3.16 การประมาณโหลดไฟฟ้าแสงสวา่ งในอาคารชนดิ ต่าง ๆ
ประเภทอาคาร โหลดท่ีใช้ (AV/m2)
อาคารเรยี น 25
ศนู ยค์ อมพวิ เตอร์ 20
ห้องประชุม 20
ทางเดิน ระเบยี ง 8
ห้องอาหาร 18
หอ้ งเขยี นแบบ 60
โรงพยาบาล ห้องผา่ ตัด 100
โรงพยาบาล หอ้ งผปู้ ่วย 14
ห้องครวั 20
ห้องทดลอง 50
ห้องสมุด พ้ืนทส่ี าหรบั อา่ นหนังสือ 30
หอ้ งสมดุ พื้นทคี่ น้ หาหนังสอื 10
อาคารสานกั งานทั่วไป 30
ห้องเครื่องจักร 20
ห้างสรรพสนิ คา้ 30
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
3-17
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตารางท่ี 3.17 การประมาณโหลดไฟฟา้ เต้ารบั ในอาคารชนิดต่าง ๆ
ประเภทอาคาร โหลดที่ใช้ (VA/m2)
ห้องบรรยาย 2
ห้องอาคาร 2
โบสถ์ 2
หอ้ งเขียนแบบ 7
อาคารกีฬา 2
โรงพยาบาล 10
หอ้ งเครื่องจกั ร 15
อาคารสานักงานทว่ั ไป 10
โรงเรยี น 7
ตารางที่ 3.18 การประมาณโหลดไฟฟา้ เคร่ืองปรบั อากาศในอาคารชนดิ ต่าง ๆ
ประเภทอาคาร โหลดท่ีใช้ (AV/m2)
ธนาคาร 80
ห้างสรรพสนิ คา้ 50
โรงพยาบาล 70
อาคารสานกั งานท่วั ไป 70
รา้ นคา้ ขนาดย่อม 90
ห้องอาคาร (ไม่รวมหอ้ งครัว) 90
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด 3-18
ตารางท่ี 3.19 การประมาณโหลดตามชนิดของอาคาร โหลดท่ีใช้ (AV/m2)
ประเภทอาคาร 80-120
1. สานักงาน 120-150
2.5-3.0kVA
- ไมม่ ีเครอ่ื งปรับอากาศ
- มีเคร่อื งปรับอากาศ 30-50
- ตอ่ คนทางาน 50-70
2. โรงเรียนและมหาวทิ ยาลัย 120-200
- โรงเรียนท่วั ไป
- สอนวิชาสงั คมศาสตร์ 40-80
- สอนวชิ าวิทยาศาสตร์ 3.5-4.5kVA
3. โรงแรมและท่อี ยู่อาศยั
- อาคารขนาดใหญ่ 60-120
- ตอ่ หอ้ งหรือต่อชุดที่พักอาศัย 3.5-4.5kVA
4. โรงพยาบาล 3.0-3.5kVA
- ขึ้นอยกู่ ับขนาด และ Facilities 2.0-3.2kVA
- ถึง 50 เตยี ง ต่อเตียง 1.5-2.0kVA
- ถึง 150 เตียง ตอ่ เตียง
- ถงึ 250 เตียง ตอ่ เตียง 150-200
- ถึง 300 เตียง ตอ่ เตยี ง
5. ห้างสรรพสนิ ค้า โหลดที่ใช้ (AV/m)
- มเี คร่อื งปรับอากาศ 670
120
ตารางที่ 3.20 การประมาณโหลดอื่น ๆ 360
ประเภทอาคาร
ไฟตู้โชว์
เตา้ รับหลายจุด
Lighting Track
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
3-19
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
ตวั อย่างที่ 3.3 อาคารสานกั งานแหง่ หน่ึงสงู 18 ชั้น แต่ละชั้นมพี ืน้ ท่รี วม 2,000 m ซงึ่ แยกออกได้ดงั นี้
100 m2
1. ทางเดิน
2. ห้องไฟฟ้า 20 m2
3. ช่องลฟิ ต์ 80 m2
จงประมาณโหลดสาหรับอาคารสานกั งานแหง่ น้ี
วธิ ีทา
จากตารางค่าประมาณโหลดเลอื กใช้คา่ ประมาณโหลด ดังนี้
พน้ื ทีส่ านักงาน
โหลดไฟฟ้าแสงสว่าง 30 VA/m2
โหลดเตา้ รบั 10 VA/m2
70 VA/m2
โหลดเคร่ืองปรบั อากาศ
โหลดเผ่ืออน่ื ๆ 20 VA/m2
รวมโหลดพนื้ ทีส่ านักงาน 130 VA/m2
พืน้ ท่ที างเดนิ
โหลดไฟฟา้ แสงสวา่ ง
ทาการประมาณโหลด
1. พื้นทส่ี านักงาน
พ้ืนท่ีสานกั งาน = 2,000-100-20-80
= 1,800 m2/ชน้ั
130 ×1800
คา่ ประมาณโหลดพืน้ ทส่ี านกั งาน = 1000
= 234 kVA/ชัน้
2. พืน้ ที่ทางเดนิ (พ้ืนทที่ างเดิน + พ้นื ทหี่ ้องไฟฟ้า)
= 120 m2/ชัน้
พน้ื ทีท่ างเดนิ 12 ×120
1000
ค่าประมาณโหลดพ้ืนที่ทางเดนิ =
= 1.44 kVA/ชนั้
3. อาคารสูง 18 ชน้ั โหมดรวมเป็น พนื้ ทสี่ านักงาน+พนื้ ทท่ี างเดิน
โหลดรวม = 18x(234,000+1.440)kVA
= 4,237kVA
เลือกหม้อแปลงไฟฟ้าตามขนาดมาตรฐาน อาคารหลังน้ีจะใช้หม้อแปลง 2 ลูก คือ ขนาด
2 x 2,500 kVA โดยผู้ออกแบบจะต้องเฉลีย่ โหลดให้เหมาะสมสาหรับหมอ้ แปลงท้ัง 2 ลูก
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
3-20
หนว่ ยท่ี 3 การประมาณโหลด
2. การประมาณโหลดในกรณีทีม่ ีข้อมูลของบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้ และข้อมูลของพนื้ ที่ใช้งาน
การประมาณโหลดในกรณีนี้ เน่ืองจากมีข้อมูลท่ีมากข้ึนทาให้ผู้ออกแบบสามารถทาการ
ประมาณโหลดได้ละเอียดมากขึ้น โดยทาการรวมโหลดของอุปกรณ์ทั้งหมดท่ีทราบข้อมูลแล้ว
จงึ พิจารณาพืน้ ที่ใช้งานเพ่ือประมาณโหลดท่เี หลอื อยู่ (สาหรับโหลดทีไ่ มม่ ขี อ้ มูล)
ตวั อย่างท่ี 3.4 ห้างสรรพสินคา้ มพี น้ื ท่ี 1,000 ตร.ม. มีโหลดไฟฟ้าตา่ ง ๆ ดังต่อไปน้ี
- ไฟตโู้ ชวย์ าว
- Lighting track
- แสงสว่างภายนอก
- แสงสวา่ งสอ่ งป้าย
- เตา้ รับหลายจดุ ยาว
- Freezer ขนาดพิกดั
- ต้แู ช่ไอศกรีม ขนาดพกิ ดั
- พัดลมระบายอากาศ พิกัดรวม
- หม้อต้มน้าร้อน
- เครอ่ื งทานา้ เย็น
- ปมั้ นา้
- เครือ่ งปรบั อากาศ
ใหค้ านวณหาโหลดรวมของหา้ งสรรพสนิ คา้ แหง่ นี้
วธิ ีทา
โหลดไฟฟา้ แสงสว่าง 1000 × 30
1000
- ไฟฟ้าแสงสว่างทวั่ ไป = 30 kVA
- ไฟตูโ้ ชว์ยาว 25 × 670 = 16.75 kVA
1000
- Lighting track = 0.9 kVA
40 ×180
- ไฟแสงสวา่ งภายนอก 1000 = 7.2 kVA
- ไฟแสงสว่างสอ่ งป้าย = 5.8 kVA
รวม = 68.75 kVA
โหลดเตา้ รับ 122 ×180
1000
- เต้ารับโหลดไมต่ อ่ เนอ่ื ง = 21.69 kVA
- 10 kVA แรก 100% = 10 kVA
อีก 11.96 kVA ต่อมา 50% = 5.98 kVA
รวม = 15.98 kVA
10 ×120
- เตา้ รบั หลายจดุ 1000 = 1.20 kVA
รวม = 17.18 kVA
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
3-21
หนว่ ยที่ 3 การประมาณโหลด
บรภิ ัณฑ์ไฟฟา้ พเิ ศษ
- Freezer ขนาดพิกัด = 8.00 kVA
kVA
- ตู้แชไ่ อศกรีม ขนาดพกิ ัด = 9.00 kVA
kVA
- หม้อตม้ นา้ ร้อน = 10.00 kVA
- เครือ่ งทานา้ รอ้ น = 10.00 kVA
รวม = 37.00 kVA
kVA
เครอ่ื งปรับอากาศ kVA
รวม = 50.00
โหลดมอเตอร์
- พดั ลมระบายอากาศ = 60.00
- ปั้มน้า = 9.00
รวม = 41.00
โหลดรวมทง้ั หมด = 68.75+17.18+37.00+60.00+41.00
= 223.93 kVA
จากกาลังไฟฟ้ารวมที่ประมาณได้สามารถนาไปกาหนดขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าในเบ้ืองต้นได้
โดยเลือกขนาดทมี่ ากกวา่ ท่ปี ระมาณโหลดไดโ้ ดยมีขนาดตามมาตรฐาน คอื 250kVA
4. บทสรุป
เน้ือหาในขา้ งต้นเป็นการจาแนกให้เห็นถึงโหลดทางไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ทจ่ี ะต้องออกแบบระบบ
จ่ายไฟฟ้าท่ีมีความปลอดภัยให้อย่างเหมาะสม การคานวณโหลดทางไฟฟ้าจะอาศัยหลักการ
ทางคณิตศาสตร์ที่เป็นการคานวณเบ้ืองต้นมาจากวิชาวงจรไฟฟ้า เพื่อหาค่ากระแสไฟฟ้านาไปเลือก
ขนาดของสายไฟฟ้าที่เหมาะสมและกาหนดขนาดของอุปกรณ์ป้องกันท่ีเหมาะสมกับสายและเป็น
ไปตามมาตรฐาน แต่ในกรณีที่เราไม่สามารถทราบได้ชัดเจนว่ามีอาคารที่เราจะออกแบบระบบไฟฟ้า
มีโหลดไฟฟ้าอะไรอยู่บ้าง เราสามารถให้หลักการในการประมาณโหลดช่วยเพื่อหาขนาดของ
กาลังไฟฟ้าโดยรวมจากพื้นท่ีใช้งานโดยแบ่งออกเป็นประเภทของพ้ืนท่ีชนิดต่าง ๆ เช่น สานักงาน
โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซ่ึงพื้นท่ีแต่ละแบบจะมีการประมาณ
กาลังไฟฟ้าต่อตารางเมตรที่ต่างกัน อีกท้ังยังแบ่งออกย่อยเป็นพ้ืนที่ที่มีเคร่ืองปรับอากาศและไม่มี
เครื่องปรับอากาศก็ให้ค่าในการประมาณโหลดไฟฟ้าท่ีต่างกันด้วย หลังจากได้โหลดรวมท้ังหมด
ของอาคารแล้ว จึงนากาลังไฟฟ้าที่ได้มากาหนดขนาดของสายป้อน ขนาดมิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า
หรือขนาดหมอ้ แปลงไฟฟา้ ต่อไป
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
3-22
หนว่ ยที่ 3 การประมาณโหลด
แบบฝกึ หดั
1. โหลดไฟฟ้ามกี ่ชี นิด อะไรบา้ งจงอธิบาย
2. ตัวนาประธานใตด้ ิน สาหรับระบบแรงดนั ตา่ มขี นาดเล็กทสี่ ดุ ไดเ้ ทา่ ใด
3. จงอธิบายหลักการคานวณโหลด
4. ดมี านด์แฟกเตอร์คืออะไร นาไปใช้งานอย่างไร
5. จงอธิบายหลกั ของการประมาณโหลดไฟฟ้า
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
3-23
หน่วยท่ี 3 การประมาณโหลด
เอกสารอ้างองิ
กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง. (2551). มาตรฐานการเดินสายไฟฟ้าทวั่ ไป. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 1) กรุงเทพฯ
การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ:
การไฟฟ้านครหลวง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย
กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั โกบอล กราฟฟคิ จากดั
ชานาญ ห่อเกยี รติ. (2540). เทคนคิ การส่องสวา่ ง. (พิมพ์ครงั้ ที1่ ) กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ธนบูรณ์ ศศิภานเุ ดช. การออกแบบระบบไฟฟา้ . กรงุ เทพฯ: ซีเอ็ดยเู คชน่ั
ธนบรู ณ์ ศศภิ านุเดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสว่าง. กรุงเทพมหานคร: ซีเอด็ ยูเคชั่น
ประสิทธิ์ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์คร้ังที่ 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์
ครเี อชั่น
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า. (ปรับปรุง
ครั้งที่ 3) กรุงเทพฯ: ส.ส.ท. สนพ.
ศุลี บรรจงจติ ร. (2013). หลกั และเทคนิคการออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ: ซเี อ็ดยเู คช่นั
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.
Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364
Schneider Electric. (2561). Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/
en/work/products/product-launch/electrical-installation- guide/
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
4-1
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
หน่วยที่ 4
การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
อุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
จุดมงุ่ หมายของบทเรยี น
1. ผูเ้ รียนสามารถอธิบายขน้ั ตอนและวิธกี ารออกแบบวงจรไฟฟา้ ได้อยา่ งถูกต้อง
2. ผเู้ รียนสามารถอธบิ ายความแตกต่างของมาตรฐานและขอ้ กาหนดในการออกแบบวงจรไฟฟ้า
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
3. ผ้เู รยี นสามารถยกตัวอยา่ งหลกั เกณฑ์ทด่ี ีในการออกแบบวงจรไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง
4. ผู้เรียนสามารถออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้าไดอ้ ย่างถูกต้อง
5. ผเู้ รยี นสามารถออกแบบวงจรมอเตอรไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ ง
6. ผเู้ รยี นสามารถวิเคราะห์และอภิปรายผลของการออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอุปกรณ์ไฟฟ้า
และวงจรมอเตอรไ์ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง
เน้ือหา
1. วธิ ีการออกแบบวงจรไฟฟา้
2. มาตรฐานและข้อกาหนดในการออกแบบวงจรไฟฟ้า
3. หลกั เกณฑใ์ นการออกแบบวงจรไฟฟา้
4. การออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้า
5. การออกแบบวงจรมอเตอร์
6. การออกแบบวงจรโหลดเคร่อื งปรับอากาศ
7. บทสรุป
วธิ กี ารสอนและกิจกรรม
1. ผสู้ อนบรรยายเนื้อหา
2. นักศึกษารว่ มอภปิ ราย
3. ผู้สอนต้งั คาถามใหผ้ ู้เรียนตอบเพื่อมสี ว่ นร่วมในการเรยี น
4. นักศึกษาทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น
5. ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากหนังสือที่เก่ียวกับการออกแบบระบบไฟฟ้า มาตรฐานและข้อกาหนด
การติดต้งั ทางไฟฟา้
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-2
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
สื่อการสอนและแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือและเอกสารประกอบการสอน
2. PPT
3. คอมพิวเตอร์
4. โปรเจคเตอร์
5. ใบงานหรอื แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทเรียน
การวดั และประเมนิ ผล
1. นกั ศึกษาเขา้ ชัน้ เรยี นตามเวลากาหนด
2. นกั ศึกษาสนใจเรียนและเข้ามามกี ารโตต้ อบซักถามขณะเรยี น
3. ตรวจแบบจากงานท่ีมอบหมายหรอื แบบฝกึ หัดท้ายบท
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
4-3
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
หนว่ ยที่ 4
การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอุปกรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
การออกแบบวงจรไฟฟ้าเป็นงานท่ีวิศวกรไฟฟ้าหรือผู้ออกแบบจะต้องศึกษาและทาความ
เข้าใจอย่างถ่ีถ้วนโดยใช้ค่ากาลังไฟฟ้าของโหลดที่ได้ศึกษาจากหน่อยเยนที่ผ่านมา มาคานวณ
อย่างละเอียดเพื่อหาค่ากระแสของสายไฟฟ้าในส่วนต่าง ๆ รวมถึงขนาดของอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้
ในการป้องกันวงจรในส่วนย่อยต่าง ๆ รวมถึงนากาลังไฟฟ้าในภาพรวมมาคานวณเพื่อหาค่าของสาย
และอุปกรณ์ป้องกันของระบบประธานต่อไป ในการทางานจริงวิศวกรไฟฟ้าจะต้องทางานร่วมกันกับ
บุคคลหลายกลุ่ม เช่น สถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรเครื่องกล วิศวกรระบบสุขาภิบาล และ
เจ้าของอาคาร นอกจากน้ีผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าจะต้องศึกษาและทาความเข้าใจถึงรายละเอียดของ
มาตรฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อกาหนดในการออกแบบซึ่งเป็นส่ิงที่สาคัญเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบ
ระบบไฟฟา้
1. วธิ กี ารออกแบบวงจรไฟฟ้า
การออกแบบวงจรไฟฟ้าซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบระบบไฟฟ้ามีข้ันตอนในการออกแบบ
ดังนี้
1. ศึกษาแบบทางสถาปัตยกรรม เพ่ือให้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ของอาคาร การใช้งานของห้อง
ท่สี ถาปนิกไดท้ าการออกแบบไว้ตามความต้องการของสถาปนิกและเจ้าของอาคาร
2. ประมาณการใช้โหลด โดยใช้ข้อมูลจากสถาปนิกและความต้องการของเจ้าของอาคาร
ชนดิ และลกั ษณะการใชง้ านของอาคารและพื้นท่ที ้ังหมดของอาคาร
3. กาหนดตาแหน่งและแนวทางของสายประธานจากการไฟฟ้าฯ ท่ีจ่ายให้แก่อาคาร ขนาด
แรงดันไฟฟ้าของระบบ ตาแหน่งของมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งต้องดูสถานที่ที่จะสร้างอาคารพร้อมท้ังขอ
คาแนะนาจากการไฟฟ้าฯ หนว่ ยทีร่ บั ผิดชอบบริเวณท่ีจะทาการก่อสร้างอาคารนน้ั ๆ
4. ศึกษาชนดิ และการใช้งานของพ้ืนที่ในอาคาร อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีต้องการใช้และขนาดการกิน
กระแสของอุปกรณ์แต่ละชนิด ซ่ึงข้อมูลบางส่วนจะต้องสอบถามจากสถาปนิกผู้ออกแบบหรอื เจ้าของ
อาคาร
5. ศกึ ษาความต้องการของโหลดไฟฟา้ ระบบอ่นื ๆ เช่น เคร่ืองปรับอากาศ ระบบลิฟต์ ระบบ
ประปา และอืน่ ๆ
6. ศึกษาและกาหนดตาแหน่งติดตั้งและขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ตลอดจนความต้องการ
เน้ือที่ของอุปกรณ์เหล่านั้น เช่น ตาแหน่งและขนาดของห้องเครื่อง ห้องติดต้ัง ห้องติดตั้งหม้อแปลง
และแผงควบคุมไฟฟ้าหลัก (Main Distribution Board: MDB) แผงควบคุมไฟฟ้ารอง (Sub Distribution
Board: SDB) แผงควบคุมไฟฟ้าย่อย (Load Panel) แนวทางและขนาดของท่อเดินสายป้อน (Feeder
Shaft) ซ่งึ เป็นประโยชนใ์ นการออกแบบ
7. คานวณและออกแบบความต้องการของแสงสว่างของแต่ละห้องตามชนิดของการใช้งาน
พร้อมท้ังกาหนดชนิดของดวงโคม (ชนิดดวงโคมบางครั้งอาจถูกกาหนดโดยสถาปนิก ท้ังนี้เพื่อความ
สวยงาม) เพื่อหาโหลดของระบบแสงสว่าง
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
4-4
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
8. กาหนดตาแหน่งของดวงโคมและเต้ารับลงในแบบโดยทั่วไปการแสดงตาแหน่งของ
ดวงโคมและเต้ารับจะแยกเขียนออกจากกัน และหากมีระบบไฟฟ้าส่ือสาร อันได้แก่ ระบบโทรศัพท์
ระบบโทรทัศน์ ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติ ก็มักจะเขียนแบบแยกแผ่นกัน ทั้งน้ีเพ่ือ
ความงา่ ยในการอ่านแบบ
9. แยกวงจรย่อยโดยโยงสายลงในแบบเพ่ือควบคุมดวงโคมหรือเช่ือมต่อวงจรของเต้ารับ
ไฟฟ้า ซ่ึงอย่ใู นวงจรเดียวกันเข้าด้วยกัน พรอ้ มทั้งกาหนดหมายเลขของวงจรในแผงจา่ ยไฟ การกาหนด
วงจรย่อยมักจะกาหนดตามความเหมาะสมของอุปกรณ์ตัดตอน (Circuit Breaker: CB) หรือกาหนด
ตามพ้ืนทกี่ ารใช้งานควบคูก่ นั
10. คานวณโหลดแต่ละแผงควบคุมไฟฟ้าย่อย พร้อมท้ังชนิด จานวนและขนาดของสายไฟฟ้า
ทอ่ ร้อยสายไฟฟ้า และขนาด AT AF และ Pole ของเซอรก์ ิตเบรกเกอร์ (CB) ลงในตารางโหลด
11. นาโหลดในแต่ละแผงควบคุมไฟฟ้ารวมกันในแต่ละเฟสของระบบ และคานวณหาสายป้อน
และขนาดอปุ กรณ์ป้องกนั ต้คู วบคมุ ไฟฟ้าย่อย (Main Circuit Breaker) ของตคู้ วบคมุ ไฟฟา้ ย่อยนั้น
12. รวมโหลดท้ังหมดของแผงควบคุมไฟฟ้าย่อยท้ังอาคาร เพื่อนามาคานวณและออกแบบ
หาพิกัดของอุปกรณ์ป้องกันภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และอุปกรณ์ประกอบภายในตู้ รวมถึง
การกาหนดขนาดของหม้อแปลงไฟฟา้ และสายประธานของอาคาร
13. คานวณและเขียน Riser Diagram ของระบบไฟฟ้า รวมทั้งคานวณและเขียน Single
Line Diagram ของตู้ MDB
14. คานวณและออกแบบระบบอ่ืน ๆ เช่น ระบบล่อฟ้า ระบบสื่อสารในอาคาร ระบบโทรศัพท์
ระบบสญั ญาณแจง้ เพลิงไหมอ้ ัตโนมัติ ระบบปอ้ งกันภัย และอนื่ ๆ
15. ตรวจสอบและแก้ไขแบบให้ถูกต้องสมบูรณ์
16. เขียนข้อกาหนดและรายละเอียดประกอบแบบ (รายการประกอบแบบ) ซ่ึงจะแสดง
รายละเอียดต่าง ๆ ในแบบ เช่น ขนาดและชนิดรวมถึงเคร่ืองหมายการค้าของอุปกรณ์ท่ีกาหนดให้ใช้
และข้อกาหนด ซ่ึงผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและปฏิบัติตาม โดยทั่วไปจะถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
ในการรบั เหมางานกอ่ สร้างงานติดตง้ั ระหวา่ งผู้รับจ้างกบั ผู้วา่ จ้าง (เจา้ ของอาคาร) ด้วย
17. เม่ือวิศวกรผู้ออกแบบทาการกาหนดชนิดของผลิตภัณฑ์ท่ีใช้แล้ว ผู้ออกแบบจะต้อง
ทาการประมาณราคา เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้ใช้เป็นราคากลางในการคัดเลือกผู้รับเหมาทาการก่อสร้าง
ติดต้งั ต่อไป
18. ในบางกรณีวิศวกรผู้ออกแบบอาจต้องเป็นผู้ตรวจสอบให้คาแนะนาในการติดตั้งระบบ
ไฟฟ้าดว้ ย
จากขัน้ ตอนตา่ ง ๆ ในการออกแบบระบบไฟฟ้าจะเห็นว่ามีความซบั ซ้อนและต้องเกี่ยวขอ้ ง
กับบุคคลหลายฝา่ ย ความยากลาบากในการออกแบบจะมมี ากขึ้นเม่ือเป็นอาคารขนาดใหญ่และมีการ
ใช้โหลดมาก ๆ โดยเฉพาะข้อจากัดในด้านของการออกแบบที่ต้องการใช้เกิดความประหยัด
ความปลอดภัยและมีความเช่ือมั่นในระดับสูงโดยจะต้องอาศัยความชานาญประสบการณ์และ
การศึกษาค้นคว้าในการออกแบบเป็นอย่างมาก
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
4-5
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอุปกรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
2. มาตรฐานและข้อกาหนดในการออกแบบวงจรไฟฟ้า
ในการออกแบบระบบไฟฟ้าสิ่งท่ีสาคัญท่ีสุดท่ีวิศวกรไฟฟ้าหรือผู้ออกแบบจะต้องคานึงถึงคือ
ความปลอดภัยทานองเดียวกันหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาความปลอดภัย
เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าก็จาเป็นต้องตรากฎและมาตรฐาน เพ่ือให้ผู้ออกแบบติดตั้งและผู้ใช้ไฟฟ้า
ปฏิบัติตามเพอ่ื ความปลอดภยั ของส่วนรวม
กระทรวงมหาดไทย สานักงานพลังงานแห่งชาติ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้า
ส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงได้ร่างกฎและมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ออกแบบติดต้ังและผู้ใช้ไฟฟ้าปฏิบัติตาม
ดังนั้นในการออกแบบระบบไฟฟ้าวิศวกรไฟฟ้าผู้ออกแบบจาเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎและ
มาตรฐานตา่ ง ๆ ที่กาหนด
กฎและมาตรฐานต่าง ๆ ที่จะกล่าวถึงตอ่ ไปน้ี ระบุถงึ ระเบยี บและวิธีการในการออกแบบและ
ติดตง้ั อุปกรณ์ไฟฟา้ ตลอดจนระบบทจี่ ะจาหนา่ ยไฟฟ้าดว้ ย
2.1 มาตรฐานเพอื่ ความปลอดภัยทางไฟฟา้ ของการพลังงานแหง่ ชาติ
เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสาหรับงานติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้าการไฟฟ้า ท้ัง 3 แห่ง คือ การไฟฟ้า
นครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไดย้ ึดถือมาตรฐานท่ีใช้ในการกาหนดกฎและ
ข้อบงั คบั ของการไฟฟา้ แตล่ ะแห่ง
2.2 กฎการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค
ใช้ในการกาหนดมาตรฐานในการออกแบบไฟฟ้า การติดต้ังเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า
การติดตั้งเคร่ืองป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การออกแบบและป้องกันเกี่ยวกับการเดิ นสายไฟฟ้า
การป้องกันอุปกรณ์และเครื่องยนต์ไฟฟ้า ในเขตการรบั ผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้า
ส่วนภูมิภาค ในการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อจ่ายให้แก่ผู้ขอใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าฯ จะให้ช่างของการไฟฟ้าฯ
ทาการตรวจสอบวธิ ีการเดนิ สายและการติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารเสียก่อน บางอาคารจะต้อง
มีวิศวกรไฟฟ้ารับรองการออกแบบระบบไฟฟ้า หรือรับรองการติดต้ังระบบไฟฟ้าภายในอาคารนั้น
ดังนั้นก่อนการติดตั้งระบบไฟฟ้าผู้ขอใช้ไฟฟ้าควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับตาแหน่งของหม้อแปลง
ไฟฟ้าท่ีติดต้ังเสาไฟ แนวสายประธานไฟฟ้า ขนาดของโหลด อุปกรณ์เครื่องวัดและอุปกรณ์ป้องกัน
ระบบไฟฟ้าและแนบผังการเดินสายอย่างละเอียดภายในอาคาร (Shop Drawing) เพื่อให้การไฟฟ้าฯ
ตรวจสอบและแก้ไขเสียก่อน เมื่อการติดต้ังถูกต้องตามแบบและมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ จึงอนุมัติ
ใหจ้ า่ ยไฟฟา้ แก่อาคารได้
2.3 กฎกระทรวงมหาดไทย
กระทรวงมหาดไทยมีหน้าท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคา รได้ออก
กฎกระทรวงเพื่อให้ผตู้ ิดต้ังและผใู้ ช้ไฟฟา้ ปฏิบัตติ าม
2.4 มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรม (ม.อ.ก)
สาหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มีส่วนสาคัญเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า เช่น
สายไฟ บัลลาสต์ ฟิวส์ อุปกรณ์ตัดต่อระบบไฟฟ้า ได้มีการกาหนดมาตรฐานต่าสุดซึ่งผู้ผลิตจะต้อง
ปฏิบัติตาม โดยกาหนดโดยสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซ่ึง
จะครอบคลุมถึงคาอธิบายของคาจากัดความและนิยามวิธีการทดสอบ การกาหนดคุณภาพและ
มาตรฐานต่าสุด ความปลอดภัย ขนาดและชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยจะมกี ารตรวจสอบและประทับตรา
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบรุ ี
4-6
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
รับรองมาตรฐานแก่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานตามท่ีกาหนด ในฐานะผู้ออกแบบและผู้กาหนดรายละเอียด
ของอุปกรณ์ไฟฟ้า วิศวกรผู้ออกแบบควรศึกษาและทาความคุ้นเคยกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเพ่ือ
ใชเ้ ป็นแนวทางในการคานวณ กาหนดรายละเอียดอุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการออกแบบ
2.5 มาตรฐานการติดตงั้ ทางไฟฟา้ ของวศิ วกรรมสถานแห่งประเทศไทย (มาตรฐาน ว.ส.ท)
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหน่วยงาน ซึ่งให้บริการ
ทางด้านวิชาการ ได้รับมาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้า เพ่ือให้วิศวกรไฟฟ้าและผู้ออกแบบติดตั้งและ
บารุงรักษาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน มาตรฐานฉบับน้ีกาหนดหลักการทั่วไปในการออกแบบ
ไฟฟ้า วัสดุ และวิธีการเดินสายตลอดจนการใช้งานและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ัวไป
ซึ่งมีรายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ครอบคลุมกว้างขวางในงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า
วิศวกรผ้อู อกแบบระบบไฟฟ้าจงึ ควรมมี าตรฐานฉบบั นี้เพื่อใช้เป็นคู่มอื ประกอบในการออกแบบ
2.6 มาตรฐานอ่นื ๆ
- National Electrical Code (NEC) เปน็ มาตรฐานของ USA เร่ืองกาหนดหลักการเบอื้ งต้น
สาหรับการปฏิบัตเิ พ่ือความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และเป็นมาตรฐานหลกั ในการร่างมาตรฐานของ
ว.ส.ท.
- National Electrical Manufacturer Association Standard (NEMA) เป็นมาตรฐาน
ของ USA ซ่ึงกาหนดและแยกประเภทของผลิตภัณฑ์ทางไฟฟ้า ตามประเภทของการใช้งาน เช่น
ใชง้ านทวั่ ไป ชนิดใช้งานหนกั ชนิดกนั น้าได้ใชใ้ นโรงงาน เป็นต้น
- Underwriter’s Laboratories (UL) เป็นสถาบันใน USA ที่กาหนดและทาการทดสอบ
มาตรฐานต่าสุดของความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทางไฟฟา้ ท่ีจะนาไปใช้งาน หากผ่านการทดสอบกจ็ ะ
ได้รับเคร่ืองหมายรับรองจากสถาบัน ซึ่งเป็นเคร่ืองหมายท่ียอมรับกันท่ัวโลก ดังนั้นในการกาหนด
มาตรฐานของผลิตภณั ฑ์ ผูอ้ อกแบบควรจะใช้ผลติ ภัณฑท์ ีไ่ ดร้ บั เครอ่ื งหมายมาตรฐานจาก UL ด้วย
- IES Lighting Handbook Illuminating Engineering Society (IES) แห่ง USA เป็นมาตรฐาน
ทางด้านวิศวกรรมส่องสว่าง ที่จะต้องใช้ในการการออกแบบทางด้านการส่องสว่างและการกาหนด
ตาแหนง่ และชนดิ ของดวงโคม
- มาตรฐานการตดิ ต้ังทางไฟฟ้าสาหรบั ประเทศไทย 2545 เป็นมาตรฐานฉบับปรับปรุงข้ึนมา
คร้ังสุดท้ายเพื่อสาหรับเป็นมาตรฐานในการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ โดยทุก
การไฟฟ้าฯ ยอมรับเป็นมาตรฐานหลักในการออกแบบระบบไฟฟ้า และในการออกแบบเราจะอ้างอิง
มาตาฐานฉบบั นี้เปน็ สาคญั
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-7
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
3. หลักเกณฑ์ในการออกแบบวงจรไฟฟา้
การออกแบบวงจรไฟฟ้าสามารถทาการออกแบบได้หลายรปู แบบข้นึ อย่กู ับความสามารถและ
ประสบการณ์รวมทั้งมาตรฐานต่าง ๆ ท่ีใช้ในการอ้างอิงของผู้ออกแบบ รวมทั้งในเร่ืองของค่าใช้จ่าย
ของการออกแบบและติดต้ังที่จะต้องมีผลตามมา หลักจากการออกแบบเสร็จส้ินลงค่าใช้จ่ายของการ
ออกแบบและติดตั้งท่ีจะตอ้ งมผี ลตามมาหลักจากการออกแบบเสร็จส้ินลง ในการออกแบบทด่ี ี จึงต้อง
คานงึ ถึงเงอ่ื นไขท่สี าคัญต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ความปลอดภัย (Safety) เป็นข้อควรคานึกถึงเป็นอันดับแรกของการออกแบบท่ีผู้ออกแบบ
จะต้องให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยต้องอ้างอิงตามหลักทางวิศวกรรมไฟฟ้าและระเบียบของกาหนด
ของการไฟฟ้าฯ และมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สาหรับการติดต้ังระบบไฟฟ้า
สามารถใช้เปน็ หลักในการออกแบบได้อยา่ งไรดี
ความเชื่อมั่นของระบบ (Reliability) ระบบจะต้องมีความเชื่อมั่นสูงในการตัดตอนและ
ป้องกันผลเสียหายอันเกิดมาจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซ่ึงมักจะข้ึนอยู่กับการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีมี
มาตรฐานรบั รอง
ความง่ายในการดัดแปลง (Flexibility) ระบบท่ีออกแบบจะต้องสามารถแก้ไขดัดแปลงได้
อย่างสะดวก เพ่ือที่จะจ่ายไฟฟ้าไปตามจุดท่ีต้องการ และต้องออกแบบให้รับการเพิ่มโหลดในอนาคตได้
กล่าวคือ เม่อื มกี ารเพิ่มโหลดในอนาคตจะตอ้ งทาได้โดยไมต่ ้องเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าทั้งระบบ
ความประหยัด (Economy) ผู้ออกแบบที่ดีควรคานึกถึงการออกแบบให้มีความประหยัด
ภายใต้เงื่อนไขของความปลอดภัย ความเชื่อม่ัน ความง่ายในการดัดแปลง โดยในเร่ืองของความประหยัด
มักจะสวนทางกับข้อควรพิจารณาทั้ง 3 ข้อท่ีได้กล่าวมาข้างต้น โดยสามารถจะยึดหยุ่นได้ยกเว้น
ในเรือ่ งของความปลอดภัยซง่ึ จะยอมใหเ้ ร่ืองของความประหยัดมผี ลตอ่ ความปลอดภยั ไมไ่ ด้
ผู้ออกแบบจะต้องศึกษาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเลือกใช้อุปกรณ์ในการกาหนด
ตาแหน่งและติดตั้งอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ปัญหาทางด้านพลังงานในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ
เลือกใช้ชนิดของหลอดไฟฟ้า การออกแบบระบบทาความเย็น การใชเ้ ครือ่ งทาความร้อนและอ่ืน ๆ ซึ่ง
จะมผี ลในการลดการใช้พลงั งานไฟฟา้ และค่าไฟฟา้ ในแต่ละเดือน
แรงดันตก (Voltage Drop) ในการออกแบบระบบไฟฟ้าภายในอาคารจะต้องคานึงถึง
ค่าแรงดันไฟฟ้าตก ซึ่งเกิดเน่ืองจากขนาดของโหลดและความยาวของสายป้อนและสายวงจรย่อย
ทีเ่ ดินไปยังอปุ กรณ์ไฟฟา้ รวมทง้ั โหลดในอนาคตทจ่ี ะเพิม่ ข้ึนดว้ ย
แรงดันตกมักสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก ตามมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ
และ NEC กาหนดแรงดันตกในช่วงของสายป้อนจะต้องไม่เกิน 3% หากในส่วนของวงจรย่อยไม่เกิน
5%
การพิจารณาในเร่ืองแรงดันตกมักจะนามาพิจารณาในกรณีที่สายป้อนหรือสายประธาน
มรี ะยะของการเดินสายทยี่ าว ๆ เทา่ นัน้
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
4-8
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
4. การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างและอุปกรณไ์ ฟฟา้
ในการออกแบบวงจรไฟฟ้า จะต้องมีการประมาณโหลดทั้งหมดของอาคารท่ีออกแบบ เพ่ือ
ทราบถึงขนาดของโหลดท้ังหมดอย่างคร่าว ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกระบบแรงดันไฟฟ้าและ
อปุ กรณป์ อ้ งกนั รวมท้งั ขนาดของหม้อแปลงไฟฟา้
โหลดไฟฟา้ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่
- โหลดแสงสว่าง (Lighting Load) เป็นโหลดทางดา้ นแสงสวา่ งจากดวงโคม
- โหลดกาลงั ไฟฟา้ (Power Load) เปน็ โหลดทใี่ ชง้ านทางดา้ นไฟฟ้ากาลงั อันได้แก่
• เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าทั่วไป
• เครอื่ งปรบั อากาศ เครอื่ งทาความเย็น
• ระบบลฟิ ต์ บนั ไดเลื่อน
• ระบบสขุ าภิบาล
• ระบบโทรศัพท์
• ระบบโทรทัศน์
• ระบบสญั ญาณแจง้ เหตเุ พลงิ ไหม้
• ระบบเคร่ืองดูดควัน
โหลดไฟฟ้ายังสามารถแบ่งเปน็ 2 ชนดิ ไดแ้ ก่
- โหลดต่อเนื่อง อันได้แก่ โหลดทางไฟฟ้าท่ีจะต้องใช้งานอย่างต่อเน่ืองสม่าเสมออยู่
ตลอดเวลา เช่น โหลดแสงสว่าง โหลดบันไดเลือ่ น เป็นตน้
- โหลดไม่ต่อเนื่อง ได้แก่ โหลดที่มีลักษณะการทางานเป็นครั้งคราว เป็นคราบเวลา เช่น
เครื่องทานา้ อุน่ เคร่ืองปรบั อากาศ (ท้ังนี้ขึ้นอย่กู ับลักษณะการใช้งานอปุ กรณ์ไฟฟ้าหากมีการใชง้ านอยู่
ตลอดเวลาก็ถือว่าเปน็ โร่ต่อเนื่องไดเ้ ชน่ เดียวกนั )
ในการแยกชนิดของโหลดจะส่งผลในการคานวณออกแบบและการกาหนดขนาดสายวงจรย่อย
สายป้อนและอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งจะไดก้ ลา่ วต่อไป
การคานวณค่าโหลดที่นิยมใช้โดยทั่วไปในปัจจุบันจะคิดค่าในหน่วย VA (โวลท์-แอมป์) ซึ่ง
เป็นค่ากาลังไฟฟ้าปรากฏ หรือเป็นค่าที่เครื่องวัดทางไฟฟ้าสามารถวัดได้จริง และเม่ือรวมค่าท้ังหมด
ของโหลดแล้วสามารถเลือกใช้ขนาดของหม้อแปลงได้ ท้ังน้ีและการกาหนดอุปกรณ์ป้องกันก็สามารถ
คานวณไดง้ า่ ยและชัดเจน
ค่าของกาลงั ไฟฟา้ มี 3 ค่า ไดแ้ ก่
S = VI หนว่ ย (VA) โวลท์ แอมป์
P = VIcosθ หนว่ ย (W) วัตต์
Q = VIsinθ หน่วย (VAR) วาร์
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
4-9
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งอุปกรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
สามเหลี่ยมกาลังไฟฟ้า ความสัมพันธ์ของค่ากาลังไฟฟ้า ท้ัง 3 ค่า สามารถนามาเขียนในรูป
สามเหลย่ี มกาลังไฟฟ้า ดงั ภาพ
ภาพท่ี 4.1 สามเหลีย่ มกาลงั ไฟฟา้
ระบบ 1 เฟส แทนคา่ V = 220V
P = VIcosθ
ระบบ 3 เฟสแทนคา่ V = 380V
P = VIcosθ
หากเราทราบค่าของอุปกรณ์ไฟฟา้ หน่วย วตั ต์ (W) และทราบค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ของระบบ
(PF;cosθ) ของระบบก็สามารถหาค่ากาลังไฟฟา้ กดไดจ้ าก
P ระบบ 1 เฟส
VI = ระบบ 3 เฟส
cosθ
P
VI =
3xcosθ
หากค่า PF ไมส่ ามารถทราบคา่ ไดเ้ ราสามารถประมาณคา่ PF = 1 ได้
4.1. การออกแบบวงจรไฟฟา้ โหลดแสงสวา่ ง
ผอู้ อกแบบสามารถคานวณค่าโหลดของโหลดแสงสว่างได้จากจานวนของหลอดไฟฟา้ ท่ีใช้งาน
จรงิ ในวงจรย่อยน้ัน ซึ่งจะสามารถดูค่าการใช้กระแสของหลอดไฟฟ้าแต่ละชนิดได้จากตารางด้านล่าง
เม่อื ทราบค่ากระแสแลว้ ก็สามารถคา่ โหลดในหน่วย VA ได้ ท้ังนีเ้ พอื่ นามาหาขนาดสายไฟฟา้ วงจรย่อย
และอปุ กรณป์ อ้ งกนั ต่อไป
หลอดไส้ การหาค่ากระแสของหลอดไส้ทาได้ โดยใช้พิกัดกาลังไฟฟ้าในหน่วยวัตต์หารด้วย
แรงดันได้โดยตรง เนื่องจากไม่มีบัลลาสต์ต่ออยใู่ นวงจร PF = 1 ตัวอย่างการคานวณหาค่ากระแสของ
หลอดไส้ แสดงตามตารางท่ี 4.1
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
4-10
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอุปกรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
ตารางที่ 4.1 พกิ ัดกระแสของหลอดไส้ กระแส (A) กาลัง (VA)
ชนดิ ของหลอด 0.182 40
40W 0.273 60
60W 0.341 75
75W 0.455 100
100W 0.682 150
150W
ในกรณีของหลอด Gas Discharge มีบัลลาสต์ต่ออยู่ในวงจร ดังนั้นจึงต้องคิดค่า Power
Factor ของวงจรเขา้ ไปดว้ ย คา่ กระแสในตารางเปน็ คา่ ที่วัดได้จากการต่อวงจรจริง
ตารางที่ 4.2 พิกดั กระแสของหลอดดิสชาร์จ
POWER CONSUMPTION
ชนิดของหลอด กาลงั วตั ต์ LOW POWER FACTOR HIGHT POWER FACTOR
ฟลอู อเรสเซนต์ กระแส (A) กาลัง (VA) กระแส (A) กาลงั (VA)
20 (18) 0.370 81.40 (100) 0.160 35.20 (50)
40 (36) 0.430 94.60 (100) 0.270 59.40 (60)
คอมแพค ฟลูออเรสเซนต์ 32 0.410 90.20 (100) 0.240 52.80 (60)
SL 9 0.190 41.80 (50) 0.100 22.00 (30)
13 0.175 38.50 (50) 0.100 22.00 (30)
18 0.220 48.40 (50) 0.140 30.80 (40)
คอมแพค ฟลอู อเรสเซนต์ 25 0.315 69.30 (50) 0.180 39.60 (50)
PL (TC-S) 5 0.180 39.60 (50) 0.070 15.40 (20)
7 0.175 38.50 (50) 0.070 15.40 (20)
9 0.170 37.40 (50) 0.070 15.40 (20)
11 0.155 34.10 (50) 0.080 17.60 (20)
TC-D 10 0.190 41.80 (50) 0.100 22.00 (30)
13 0.175 38.50 (50) 0.100 22.00 (30)
18 0.220 48.40 (50) 0.140 30.80 (40)
25 0.315 69.30 (70) 0.180 39.60 (50)
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-11
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตารางที่ 4.2 พิกัดกระแสของหลอดดสิ ชารจ์ (ต่อ)
POWER CONSUMPTION
ชนดิ ของหลอด กาลงั วตั ต์ LOW POWER FACTOR HIGHT POWER FACTOR
กระแส (A) กาลงั (VA) กระแส (A) กาลัง (VA)
HIGHT PRESSURE MERCURY 50 0.620 136.40 (150) 0.300 66.00 (70)
80 0.800 176.00(200) 0.450 99.00(100)
125 1.150 253.00(300) 0.700 154.00(160)
250 2.150 473.00(500) 1.400 308.00(310)
400 3.250 715.00(750) 2.150 473.00(500)
700 5.450 1199.00(1200) 3.800 836.00(850)
1000 7.500 1650.00(1700) 5.300 1166.00(1200)
HIGH PRESSURE SODIUM 35 0.540 118.80(120) 0.220 48.40(50)
50 0.780 171.60(180) 0.300 66.00(70)
70 1.000 220.00(220) 0.580 127.60(150)
100 1.200 264.00(270) 0.600 132.00(150)
150 1.800 396.00(400) 1.100 242.00(250)
250 3.000 660.00(660) 1.400 308.00(310)
400 4.600 1012.00(1400) 2.200 464.00(500)
600 6.200 1384.00(1400) 3.000 660.00(660)
HIGH PRESSURE METAL HALIDE 1000 10.200 2244.00(2300) 5.450 1199.0(1200)
35 0.540 118.8(120) 0.220 48.40(50)
70 1.000 220.00(220) 0.580 127.60(130)
150 1.800 396.00(400) 0.800 176.00(200)
250 3.000 660.00(660) 1.400 308.00(320)
400 3.500 770.00(800) 2.200 464.00(500)
1000 9.500 2090.00(2100) 5.350 1177.0(1200)
2000 10.300 2266.00(2300) 6.150 1353.0(1400)
3500 18.000 3960.00(4000) 10.600 2332.0(2400)
*** ค่าในวงเล็บเปน็ ค่าทีค่ วรจะใช้ในการคานวณ
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
4-12
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอุปกรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย 2545 อนุญาตให้ใช้สายขนาดเล็กสุดของ
วงจรแสงสว่างคือ สายขนาด 2.5 ตารางมิลลเิ มตร (sq.mm.)
ขนาดของสาย ทนกระแสได้มากกว่า 125% ของพิกัดกระแสท้ังหมดของวงจรย่อยและเลือก
สายไฟฟ้าตามชนิดและลกั ษณะ ดังแสดงในตารางในหน่วยเรยี นท่ี 2
ในส่วนของการป้องกันกระแสเกินของสายไฟฟ้าในวงจรท่ีออกแบบนั้น ขนาดของอุปกรณ์
ป้องกนั มาตรฐานสามารถใช้ค่าตามตารางท่ี 4.3
ตารางท่ี 4.3 ขนาดมาตรฐานของ Circuit Breaker พิกัดกระแสตัดลัดวงจรของตัดตอนอัตโนมัติ
เปลอื กหมุ้ มิดชิด (molded case circuit breaker) ที่พิกัดเปน็ กโิ ลแอมป์ (KA) SYM. r.m.s.
พิกดั ระแสโครง พิกัดกระแสตัด อัตราพิกดั กระแสตดั ลดั วงจรที่แรงดนั พิกัด
(ampere frame) (ampere trip)
(AF) (AT)
240 V 380/415 V 480 V
50 5,6,10,15,20,25,30,35,40,50 2.5-10 2.7-7.5 2.5-5
(85) (30) (22)
5-25
100 15,20,25,30,35,40,50,60,70,80, 7.5-35 5-30 (42)
(45) 10-25
90,100 (85) (42)
10-30 15-30
225 125,150,175,200,225 15-42 (50) (42)
20-30
(85) 17-36 (42)
(50) 30-42
400 125,150,175,200,225,250,300, 30-50 (85)
22-45 30-50
350,400 (85) (60) (85)
35-50
600 450,500,600 30-50 30-60 (85)
(100) 34-85
(85) 34-85
30-65
800 600,700,800, 50-85 (100)
(130) 35-65
(100)
1000 800,900,1000 60-85
40-100
(130) 40-100
1200 800,900,1200 70-85
(130)
1600 1000,1200,1600 70-130
2000 1200,1600,2000 70-130
ในวงเลบ็ ( ) เปน็ ตัดตอนอตั โนมตั ชิ นดิ พิกดั กระแสตัดลดั วงจรสูง
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
4-13
หนว่ ยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอุปกรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
ขนาดของท่อร้อยสายไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ กาหนดให้สายไฟฟ้าที่เดินร้อยสาย
ในท่อร้อยสายมีพ้ืนท่ีหน้าตัดรวมไม่เกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดของท่อ เราสามารถกาหนดขนาดของ
ท่อร้อยสายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมได้ ตามตารางในหนว่ ยเรียนที่ 2
ตัวอย่างที่ 4.1 วงจรย่อยวงจรหน่ึงมีหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ ขนาด 36W LOW POWER FACTOR
จานวน 10 หลอด จงหาขนาดสายวงจรย่อย (สาย IEC01 เดินในท่อ EMT) และขนาดอปุ กรณป์ ้องกัน (CB)
วธิ ีทา
หลอดฟลอู อเรสเซนต์ ขนาด36W 1 หลอด
พิกดั โหลด (จากตารางโหลดของหลอดไฟฟ้า) = 100 VA.
หลอดฟลอู อเรสเซนต์ ขนาด36W 10 หลอด
พิกดั โหลด 10x100VA = 100 VA.
พกิ ัดกระแส 1000
220 = 4.545 A.
- ขนาดของสาย 4.545 x 1.25 = 5.68 A.
เลอื กขนาดใช้สาย (IEC01) เดินในทอ่ รอ้ ยสายโลหะ ไดข้ นาด 2.5 sq.mm. (21A)
- ขนาดของท่อรอ้ ยสาย
สายไฟฟา้ จานวน 2 เส้น จากตารางในหนว่ ยเรยี นที่ 2 เลือกใชท้ อ่ ขนาด 1/2”
- ขนาดอุปกรณ์ป้องกันนั้นมีหลักการในการเลือกคือมีค่าไม่น้อยกว่ากระแสของโหลดและไม่
เกินกระแสของสายไฟฟ้า ดังนั้นสามารถเลือกขนาดของอุปกรณ์ป้องกันได้ 3 ขนาด คือ 6,10,16
แอมป์ แต่ในความเป็นจริงควรเลือกค่าท่ีต่าที่สุดเพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันมีความไวในการตัดวงจรเมื่อ
เกดิ กระแสเกินมากที่สุดเชน่ ขนาด 6AT หรือ 10AT
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบรุ ี
4-14
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตัวอย่างท่ี 4.2 วงจรย่อยวงจรหน่ึงมีโคมไฟฟ้า หลอดเมทัลฮาไลด์ ขนาด 400W LOW POWER FACTOR
จานวน 6 หลอด จงหาขนาดสายวงจรย่อย (สาย IEC01 เดนิ ในทอ่ EMT) และขนาดอปุ กรณ์ป้องกัน (CB)
วิธีทา
หลอดเมทัลฮาไลด์ ขนาด 400W LOW POWER FACTOR 1 หลอด
พิกัดโหลด (จากตารางโหลดของหลอดไฟฟา้ ) = 800 VA.
หลอดเมทลั ฮาไลด์ ขนาด 400W LOW POWER FACTOR 6 หลอด
พกิ ัดโหลด 6x800 VA = 4800 VA.
พิกดั กระแส 4800
220 = 21.82 A.
- ขนาดของสาย 21.82x1.25 = 27.275 A.
เลอื กใชส้ ายชนิด IEC01 เดินในทอ่ ร้อยสายโลหะไดข้ นาด 6 sq.mm. (31A)
- ขนาดของท่อร้อยสาย
สายไฟฟา้ จานวน 2 เส้น จากตารางที่ 7.5 เลอื กใชท้ อ่ ขนาด 1/2”
- ขนาดอุปกรณ์ 31x0.8 =24.8 A
เลือกใช้อปุ กรณป์ อ้ งกนั ขนาด 25AT / 50AF (สงู กวา่ พกิ ดั โหลดและตา่ กว่าพกิ ดั ของสายไฟฟา้ )
โหลดอปุ กรณไ์ ฟฟา้
จะคิดตามค่าพิกัดกระแสที่ใช้งานจริงของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนั้น ซ่ึงข้อมูลจะสามารถได้จาก
ป้ายพิกัดของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า หากไม่ทราบค่าของพิกัดกระแสนั้นสามารถดูข้อมูลโดยประมาณได้จาก
ตารางท่ี 4.4
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-15
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอปุ กรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตารางที่ 4.4 ตารางคา่ พกิ ัดโหลดโดยประมาณของอุปกรณ์ไฟฟา้
ห้องครวั ขนาด(W) ควรจะเลือก(VA)
เตาต้มนา้ 6000 6000
5000
ตอู้ บ 4000 2000
2000
เครอ่ื งล้างจาน 1200 2000
2000
กระทะ 1500 2000
ควรจะเลอื ก (VA)
เครอ่ื งชงกาแฟ 1000 2000
6000
ตเู้ ยน็ 400 6000
ควรจะเลอื ก(VA)
ตู้แชแ่ ขง็ 600 1000
2000
หอ้ งซักผ้า ขนาด (W) 2000
10000
เครอ่ื งซกั ผา้ 1500 2000
เคร่อื งอบแห้ง 5000
เครอ่ื งทานา้ อนุ่ 5000
อ่ืน ๆ ขนาด(W)
ทีวี 400
แสงสว่าง 1500
ป๊ัมน้า 600
เครอ่ื งทาความร้อน 8000
พดั ลมระบายอากาศ 400
ตัวอยา่ งท่ี 4.3 วงจรควบคุมเครื่องซักผ้า 1 เคร่ือง 220 V จงหาขนาดของสายไฟฟ้า IEC01 และ
ขนาดท่อร้อยสาย EMT และอปุ กรณ์ป้องกันวงจร
จากตารางที่ 4.4
พกิ ัดของเคร่อื งซกั ผา้ 2000VA
กระแสของเครื่องซักผา้ 2000
200 = 9.1A
- ขนาดของสายไฟฟา้ 125% ของพกิ ดั กระแสโหลด
9.1x1.25 = 11.375A
จากตารางในหน่วยเรียนท่ี 2 เลอื กใช้สาย (IEC01) ขนาด 2.5 sq.mm. (21A)
- ขนาดท่อร้อยสาย
จากตารางในหน่วยเรียนท่ี 2 เลือกใชท้ ่อขนาด 1/2”
เลือกใช้ CB ขนาด = 15AT (ขนาดของอุปกรณป์ ้องกนั มากกวา่ กระแสโหลดแต่นอ้ ยกว่าพิกดั
สายไฟฟ้า)
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
4-16
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอปุ กรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตัวอย่างที่ 4.4 วงจรควบคุมหม้อต้มน้าไฟฟ้า ขนาด 3500 W.220V. 1เครื่อง จงหาขนาดของสายไฟฟ้า
IEC01 และขนาดท่อร้อยสาย EMT และอุปกรณ์ป้องกันวงจร
พิกัดของหม้อต้มน้าไฟฟ้า (จากโจทย์) 3500VA
3500
กระแสของเครอ่ื งซักผา้ 220 =15.9A
- ขนาดของสายไฟฟา้ 125% ของพกิ ดั กระแสโหลด
15.9x1.25 = 19.875A.
เลอื กใชส้ าย (IEC01) ขนาด 4 sq.mm. (28A)
จากตารางในหน่วยเรยี นที่ 2 เลอื กใชท้ ่อขนาด 1/2”
เลอื กใช้ CB ขนาด = 20AT / 50AF
ตัวอย่างท่ี 4.5 โหลดจุดต่อเต้ารับไฟฟ้าแบบใช้งานหนัก (Power Outlet)ให้คิดตามจานวนจุดของเต้ารับ
ไฟฟา้ แบบใช้งานหนกั โดยคิดคา่ กาลังไฟฟ้าจริงตามทีก่ าหนดแต่ละจุด
โหลดรวมวงจรย่อย 3A+3A+3A = 9A
กาลังไฟฟา้ 9x220 = 1980VA
- ขนาดของสายไฟฟา้ 125%ของพกิ ัดกระแสโหลด
9x1.25 = 11.25A
เลือกใช้สายIEC01 ขนาด 2.5 sq.mm. (21A)
- ขนาดท่อร้อยสาย
จากตารางในหนว่ ยเรียนท่ี 2 เลือกใช้ท่อขนาด 1/2”
- ขนาดอปุ กรณ์ป้องกนั เลอื กใช้ CB ขนาด = 15AT
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
4-17
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
4.2. การออกแบบวงจรไฟฟา้ สาหรบั อุปกรณ์ไฟฟ้า
ในการออกแบบระบบไฟฟ้า จะมีหลักการพิจารณาจานวนและตาแหน่งการวางเต้ารับไฟฟ้า
ตามจดุ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- เต้ารับไฟฟา้ จะตอ้ งอยูใ่ นตาแหน่งท่ีเหมาะสมและสะดวกในการใชง้ านและมคี วามปลอดภยั
- มีเต้ารับทุกห้อง ยกเว้นห้องน้า หากจะเป็นต้องมีจะต้องแยกวงจรเต้ารับออกจากวงจรหลัก
และมกี ารป้องกนั กระแสรว่ั ลงดนิ สาหรบั วงจรเต้ารับในห้องน้าโดยเฉพาะ
- เตา้ รบั ควรจะมี ทุก ๆ ช่วงเสาหรอื มคี วามหา่ งตามความเหมาะสมของการใช้งาน
- ในห้องครัวควรมีเต้ารับอย่างน้อย 3 จุด และควรแยกวงจรย่อยออกมาวงจรเต้ารับห้องอ่ืน ๆ
เนอ่ื งจากการใช้งานวงจรเตา้ รบั ดงั กลา่ วอาจมีคา่ กาลังไฟฟา้ ในการใช้งานสูง เช่น หม้อหุงขา้ ว เตาอบ
- ความสูงของเตา้ รบั จากระดับพน้ื โดยท่วั ไปควรสงู จากระดับพื้น 0.30 เมตร
- ตามมาตรฐาน ว.ส.ท. กาหนดการคดิ โหลดของเตา้ รับไฟฟา้ ทวั่ ไป ให้คิดจุดละ 180VA
ดงั นัน้ วงจรย่อยของ CB 10AT ตอ้ งมีเตา้ รับไมเ่ กิน 10 ตวั
วงจรยอ่ ยของ CB 15AT ต้องมีเต้ารบั ไม่เกนิ 15 ตวั
วงจรย่อยของ CB 20AT ต้องมเี ต้ารับไมเ่ กิน 20 ตวั
ลกั ษณะของเต้ารับในการคิดคา่ โหลดจะสามารถคิดได้ดงั รูป
ภาพที่ 4.2 การคิดโหลดกาลังไฟฟา้ ของเตา้ รับแบบต่าง ๆ
ตัวอยา่ งที่ 4.5 วงจรย่อยมีเต้ารับไฟฟ้าท่ัวไป (RECEPTACLE) จานวน 15 จุด จงหาขนาดของสายไฟฟ้า
VAF เดนิ ลอยเกาะบนผนังด้วยเขม็ ขัดรัดสาย และอปุ กรณป์ อ้ งกนั วงจร
พิกดั โหลดของเตา้ รับรวม 15×180VA. = 2700VA.
2700
กระแสของเต้ารบั ไฟฟ้า 220 =12.27A
-ขนาดของสายไฟฟ้า 125%ของพิกดั กระแสโหลด
12.27×1.25 = 15.3375A
เลือกใช้สาย VAF ขนาด 2.5 sq.mm. (23A)
- ขนาดอุปกรณป์ ้องกัน เลอื กใช้ CB ขนาด = 20AT
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนย์สพุ รรณบุรี
4-18
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
5. การออกแบบวงจรมอเตอร์
ในท่ีน้ีจะใช้การคานวณเพ่ือห าขนาดของสายป้อนและอุปกรณ์ วงจรย่อย ที่จ่ายไฟให้ กับ
มอเตอร์เท่าน้ันไม่ได้รวมถึงการคานวณในส่วนของวงจรควบคุมมอเตอร์แต่อย่างใด โดยการคานวณ
โหลดของมอเตอร์ สิ่งทคี่ วรจะต้องทราบทส่ี าคัญ คอื พิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร์ ท้ังแบบเฟสเดียว
และแบบ 3 เฟส โดยสามารถพจิ ารณาไดจ้ ากตารางท่ี 4.5 และ 4.6
ลักษณะการใช้งานของมอเตอร์ชนิดน้ันว่าเป็นแบบทางานต่อเน่ืองหรือทางานไม่ต่อเนื่อง ซ่ึง
มผี ลต่อการเลอื กใช้ค่ารอ้ ยละของการหากระแสตัวนาของมอเตอรช์ นิดน้นั ดูได้จากตารางท่ี 4.7
ตารางท่ี 4.5 พกิ ดั กระแสโหลดของมอเตอร์ แบบเฟสเดียว 220 V
แรงมา้ 2.3
3.0
1/6 3.8
1/4 5.1
1/3 7.2
1/2 8.4
3/4 10.5
1 12.5
1½ 17.8
2 29.3
3 41.8
5 52.3
7½
10
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
4-19
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่างอุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตารางที่ 4.6 พกิ ัดกระแสโหลดของมอเตอร์ แบบ 3 เฟส
มอเตอรอ์ ินดักชนั่ มอเตอรซ์ งิ โครนสั
แรงม้า แบบสไควเรลเคจและวาวดโ์ รเตอร์ (A) เพาเวอรแ์ ฟกเตอร์ 1.0 (A)
220 (V) 380 (V) 220 (V) 380 (V)
1/2 2.1 1.2
3/4 2.9 1.7
1 3.8 2.2
1-1/2 5.4 3.1
2 7.1 4.1
3 10.0 5.8
5 15.9 9.2
7-1/2 23.0 13.0
10 29.0 17.0
15 44.0 25.0
20 57.0 33.0
25 71.0 41.0 55.0 32.0
66.0 38.0
30 84.0 49.0 87.0 50.0
109.0 63.0
40 109.0 63.0 129.0 75.0
162.0 94.0
50 136.0 79.0 211.0 122.0
264.0 153.0
60 161.0 93.0 316.0 189.0
418.0 242.0
75 201.0 116.0
100 259.0 150.0
125 326.0 189.0
150 376.0 218.0
200 502.0 291.0
มอเตอร์ซิงโครนัสท่ีมีเพาเวอร์แฟกเตอร์ 0.9 และ 0.8 ให้คูณกระแสในตารางด้วย 1.1 และ
1.25 ตามลาดบั
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
4-20
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งอุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตารางท่ี 4.7 ค่ารอ้ ยละของการคานวณหาขนาดของกระแสตัวนาสาหรับมอเตอร์ท่ใี ชง้ านไมต่ ่อเนอ่ื ง
ร้อยละของกระแสพิกดั บนแผน่ ปา้ ยประจาเครื่อง
ประเภทการใชง้ าน มอเตอรพ์ ิกดั มอเตอร์พิกัด มอเตอร์พิกดั มอเตอร์
ใชง้ าน 5 นาที ใช้งาน 15 นาที ใชง้ าน 30 พกิ ดั ใช้งาน
และ 60 นาที ต่อเนอ่ื ง
ใชร้ ะยะสัน้ เช่น มอเตอรห์ มุน 110 120 150 -
ปิด-เปดิ วาลว์ ฯลฯ
ใชง้ านเปน็ ระยะ เชน่ มอเตอร์เครื่อง 85 85 90 140
ลฟิ ต์ มอเตอร์ปิด-เปดิ สะพาน
ใช้งานเปน็ คาบ เชน่ มอเตอร์หมนุ
ลกู กลงิ้ บดที่หมุนกลับไปกลบั มา 85 90 95 140
ฯลฯ
ใชง้ านไมแ่ น่นอน 110 120 150 200
การพิจารณาในกรณีของมอเตอร์ตัวเดียว
มอเตอร์ใช้งานตอ่ เนื่อง
- ขนาดสายตัวนา ให้คิดค่าพิกัดกระแสของตัวนาท่ี 125% ของพิกัดกระแสโหลดเต็มพิกัด
ของมอเตอร์
- ขนาดท่อร้อยสายไฟฟ้า ให้ใช้ตารางขนาดพิกัดสายไฟฟ้าในการกาหนดเลือกขนาดของท่อ
รอ้ ยสายไฟฟ้า
- ขนาดอุปกรณ์ป้องกันให้คิดไม่น้อยกว่ากระแสพิกัดของมอเตอร์และไม่เกินพิกัดของสาย
วงจรมอเตอร์
มอเตอร์ใช้งานไม่ต่อเนอื่ ง
ให้ตรวจสอบการใช้งานของมอเตอร์ก่อนว่าใช้งานในลักษณะใดตามตาราง หากไม่ทราบก็ให้
เลือกใชใ้ นช่องใช้งานไมแ่ นน่ อน และมอเตอร์พิกดั ทางานต่อเน่ือง ให้ใช้คา่ 200%
- ขนาดสายตัวนาให้คิดค่าพิกัดกระแสของมอเตอร์เพื่อหาพิกัดของสายตัวนาตารางในหน่วย
เรยี นท่ี 2
- ขนาดท่อร้อยสายไฟฟ้า ให้ใช้ตารางตามหน่วยเรียนท่ี 2 ในการกาหนดเลือกขนาดของท่อ
ร้อยสายไฟฟ้า
- ขนาดอุปกรณ์ป้องกันให้คิดไม่น้อยกว่ากระแสพิกัดของมอเตอร์และไม่เกินพิกัดของสาย
วงจรมอเตอร์
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
4-21
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตัวอย่างที่ 4.6 จงหาขนาดสายไฟฟ้า วงจรย่อย ขนาดท่อร้อยสาย (EMT) และขนาดอุปกรณ์ป้องกัน
(CB) ของมอเตอร์ทางานต่อเน่ืองขนาด 15HP, 380V, 3P
จากตารางท่ี 7.8 จะได้
คา่ กระแสเตม็ พกิ ดั โหลดของมอเตอร์ = 25A
- ขนาดของสายไฟฟา้ 125% ของพกิ ัดกระแสโหลดมอเตอร์
25x1.25 = 31.25A
เลอื กใชส้ าย IEC01 ขนาด 10 sq.mm. (43A)
- ขนาดท่อร้อยสาย ใช้สายระบบ 3 เฟส สายขนาด 10 sq.mm. จานวน 4 สาย จากตาราง
ในหน่วยเรยี นท่ี 2 เลอื กใชท้ อ่ ขนาด 1”
-ขนาดอุปกรณป์ ้องกัน เลือกใช้ CB ขนาด = 35AT
การพิจารณาในกรณีของมอเตอร์หลายตัว
มีท้ังกรณีมอเตอร์มีขนาดเท่ากันและมอเตอร์มีขนาดต่างกัน โดยมีหลักการในการคิดค่ากระแส
ของสายไฟฟ้าคือ ตัวนาไฟฟ้าที่จ่ายกระแสให้กับมอเตอร์ตั้งแต่ 2 ตัวข้ึนไป จะต้องมีขนาดกระแส
ไม่ต่ากว่าผลรวมของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร์ทุกตัวบวกกับ 125% ของพิกัดกระแสโหลด
เตม็ ทข่ี องมอเตอร์ท่ีใหญท่ ส่ี ดุ ในวงจร ในกรณีทม่ี มี อเตอร์ใหญ่ทส่ี ดุ หลายตวั ใหบ้ วก 125% เพยี งตัวเดียว
ตัวอย่าง จงหาขนาดสายป้อนไฟฟ้า IEC01ขนาดท่อร้อยสาย (EMT) และขนาดอุปกรณ์
ป้องกนั (CB) ของมอเตอร์ดงั รูป
- ขนาดของสายไฟฟ้า 125% ของพิกดั กระแสโหลดมอเตอร์ตวั ที่ใหญ่ที่สุดบวกกระแสตัวอ่ืน ๆ
(1.25 x 10) + 7 + 5 = 24.5A
เลอื กใชส้ าย IEC01 ขนาด 6 sq.mm.(31A)
- ขนาดท่อร้อยสาย ใช้สายระบบ 3 เฟส สาย IEC01 ขนาด 6 sq.mm. จานวน 4 สาย
เลือกใชท้ อ่ ขนาด 3/4”
- ขนาดอปุ กรณ์ปอ้ งกนั 80% ของพกิ ัดกระแสสูงสุดของสาย เลือกใช้ CB ขนาด = 25AT
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศูนย์สุพรรณบุรี
4-22
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอปุ กรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
6. การออกแบบวงจรโหลดเครื่องปรบั อากาศ
ในการหาขนาดสายของโหลดเครื่องจะต้องทราบขนาดของกาลังไฟฟ้าของเครือ่ งปรับอากาศ
ทีส่ อดคล้องกบั ขนาดการทาความเย็นของเครื่องปรับอากาศดงั แสดงตามตารางที่ 4.8
ตารางที่ 4.8 ค่าโหลดของเครอื่ งปรับอากาศแบบแยกสว่ น (Split Type) 1 เฟส 220V
ความจุ (Capacity) โหลด (kVA)
ตันความเยน็ (TR) BTUH
1 12,000 1.50
1.5 18,000 1.70
2 24,000 2.60
3 36,000 4.20
ตารางท่ี 4.9 ค่าโหลดของเครื่องปรบั อากาศแบบแยกส่วน (Split Type) 3 เฟส 400V
ความจุ (Capacity) โหลด (kVA)
ตันความเย็น (TR) BTUH
4 48,000 6.12
5 60,000 7.83
6 72,000 9.74
7 84,000 12.18
8 96,000 12.97
9 108,000 14.02
10 120,000 16.45
12.5 150,000 18.82
15 180,000 22.90
20 240,000 35.54
ตารางที่ 4.10 ค่าโหลดของเครือ่ งปรับอากาศแบบแยกสว่ น (Split Type) 3 เฟส 400V
ความจุ (Capacity) โหลด (kVA)
ดนั ความเยน็ (TR) BTUH
25 300,000 50.35
30 360,000 55.75
35 420,000 57.92
40 480,000 70.43
45 600,000 92.93
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-23
หนว่ ยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งอุปกรณไ์ ฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
ตารางที่ 4.11 ค่าโหลดของเครอื่ งปรับอากาศ Package (Air Cooled) 3 เฟส, 400V
ความจุ (Capacity) โหลด (kVA)
ดันความเย็น (TR) BTUH 10.40
14.48
7.5 90,000 17.44
9 108,000 22.18
11 132,000 25.34
13 156,000 26.39
16 192,000
18 216,000
ตารางที่ 4.12 ค่าโหลดของเครื่องปรบั อากาศ Package (Water Cooled) 3 เฟส, 400V
ความจุ (Capacity) โหลด (kVA)
ดนั ความเย็น (TR) BTUH 7.90
8.42
5 60,000 11.65
7.5 90,000 17.51
10 120,000 23.56
15 180,000 32.91
20 240,000 40.15
25 300,000 52.65
30 360,000 62.53
35 420,000 77.01
45 540,000
55 660,000
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบรุ ี
4-24
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
ตัวอย่างท่ี 4.7 จงหาขนาดสาย(IEC01) วงจรย่อย ขนาดท่อร้อยสาย (EMT) และขนาดอุปกรณ์ป้องกัน
(CB) ของเครอ่ื งปรบั อากาศแยกส่วน (Spilt Type) ขนาด 4 Ton 48,000 BTU, 400V, 3 Phase
จากตารางที่ 4.11 จะได้
ค่าพิกดั โหลดของเครื่องปรบั อากาศ = 6.12 kVA
พกิ ัดกระแสของเครื่องปรบั อากาศ = 6120 = 8.83 A
3 x400
- ขนาดของสายไฟฟา้ 125% ของพิกัดกระแสของเคร่ืองปรับอากาศ
8.83 × 1.25 = 11.04 A
เลือกใชส้ าย (IEC01) ขนาด 2.5 sq.mm. (18A)
- ขนาดทอ่ ร้อยสาย ใช้สายระบบ 3 เฟส สาย (IEC01)
จากตารางในหน่วยเรียนท่ี 2 เลอื กใชท้ ่อขนาด 3/4''
- ขนาดอปุ กรณป์ ้องกนั เลอื กใช้ CB ขนาด 10AT
7. บทสรุป
สิ่งที่สาคัญมากอยา่ งหน่ึงในการออกแบบจงจรไฟฟา้ ใหถ้ ูกตอ้ งอย่างมีคณุ ภาพคอื จะต้องทราบ
และทาความเข้าใจถึงมาตรฐานและข้อกาหนดก่อน โดยหน่วยงานที่กาหนดมาตรฐานในการออกแบบ
และติดตั้งระบบไฟฟ้าของประเทศไทยน้ันมีหลายหน่วยงาน เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
วสท. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ซ่ึงมาตรฐานทั้งหมดจะมีความสอดคล้องและ
ไปในทางเดียวกัน ในส่วนของการออกแบบวงจรแสงสว่างนั้นจะเน้นหนักถึงวงจรแสงสว่างท่ีเป็น
หลอดไส้และหลอดชนิดท่ีใช้บัลลาสซ่ึงมีความแตกต่างกันตรงที่มีความแตกต่างของตัวประกอบกาลัง
เข้ามาเก่ียวข้อง ในส่วนของการออกแบบวงจรสาหรับเต้ารับไฟฟ้าตามมาตรฐานกาหนดให้คิดขนาด
กาลังไฟฟ้าแบบเป็นจุดตามการติดตั้ง โดยที่วงจรย่อยจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตร.มม.
ตามทม่ี าตรฐานกาหนดสาหรับวงจรมอเตอรน์ ั้น แบ่งออกเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเฟสเดยี วและ 3 เฟส
ซึง่ มีค่าพกิ ัดแรงดันและกระแสตา่ งกัน ดงั น้ันการออกแบบวงจรไฟฟ้าในข้างตน้ นน้ั จะตอ้ งอา้ งอิงตาราง
ขนาดพิกดั ของสายไฟฟา้ แบบต่าง ๆ และขนาดท่อรอ้ ยสายตามหนว่ ยเรียนที่ 2 เปน็ สาคัญ
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบรุ ี
4-25
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างอปุ กรณ์ไฟฟ้าและวงจรมอเตอร์
แบบฝึกหดั
1. จงึ อธิบายถึงวธิ กี ารและข้ันตอนการออกแบบวงจรไฟฟา้
2. จงอธิบายถงึ มาตรฐานและข้อกาหนดในการออกแบบวงจรไฟฟา้
3. จงอธบิ ายหลักเกณฑ์ในการออกแบบวงจรไฟฟ้า
4. จงอธบิ ายถึงหลกั ในการออกแบบวงจรแสงสว่างและอปุ กรณ์ไฟฟา้
5. วงจรย่อยวงจรหน่ึงมีหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ ขนาด 36W จานวน 15 หลอด จงหาขนาด
สายวงจรยอ่ ย (สาย IEC01 เดินในท่อ EMT) และขนาดอปุ กรณ์ปอ้ งกัน (CB)
6. วงจรย่อยวงจรหน่ึงมีเต้ารับไฟฟ้ากาลัง จานวน 10 จุด จงหาขนาดสายวงจรย่อย (สาย IEC01
เดินในท่อ EMT) และขนาดอุปกรณป์ ้องกัน (CB)
7. วงจรย่อยวงจรหนึ่งมีเต้ารับไฟฟ้าท่ัวไป จานวน 20 จุด จงหาขนาดสายวงจรย่อย (สาย VAF
เดนิ รัดเข็มขดั รัดสาย) และขนาดอุปกรณ์ปอ้ งกัน (CB)
8. จงอธบิ ายหลักในการออกแบบวงจรมอเตอร์
9. จงหาขนาดสายไฟฟ้าป้อน IEC01 วงจรย่อย ขนาดท่อร้อยสาย (EMT) และขนาดอุปกรณ์
ป้องกัน (CB) ของมอเตอร์หลายตัว ดังนี้ 3Phase, 380V ขนาด 25HP, 10HP, 15HP โดยมอเตอร์
ทกุ ตัวทางานเปน็ แบบต่อเนอื่ ง
10. จงหาขนาดสายไฟฟ้า IEC01 วงจรย่อย ขนาดท่อร้อยสาย (EMT) และขนาดอุปกรณ์ป้องกัน
(CB) ของเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ขนาด 20 ตนั ความเย็น 3 เฟส 380V
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ย์สพุ รรณบุรี
4-26
หน่วยท่ี 4 การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งอุปกรณ์ไฟฟา้ และวงจรมอเตอร์
เอกสารอา้ งอิง
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง. (2551). มาตรฐานการเดินสายไฟฟา้ ทว่ั ไป. (พิมพค์ รงั้ ท่ี 1) กรงุ เทพฯ
การไฟฟ้านครหลวง. (2538). กฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ:
การไฟฟา้ นครหลวง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สาหรับประเทศไทย.
กรุงเทพฯ: บริษทั โกบอล กราฟฟคิ จากัด
ชานาญ หอ่ เกียรต.ิ (2540). เทคนิคการสอ่ งสว่าง. (พมิ พค์ รัง้ ที1่ ) กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
ธนบูรณ์ ศศิภานเุ ดช. การออกแบบระบบไฟฟา้ . กรุงเทพฯ: ซเี อ็ดยูเคช่ัน
ธนบูรณ์ ศศภิ านเุ ดช. (2548). การออกแบบระบบแสงสว่าง. กรุงเทพมหานคร: ซเี อ็ดยูเคชน่ั
ประสิทธ์ิ พิทยพัฒน์. (2556). การออกแบบระบบไฟฟ้า. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรุงเทพฯ: หจก.โชติอนันต์
ครเี อช่ัน
ลือชัย ทองนิล. (2556). การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า (ปรับปรุง
ครัง้ ท่ี 3) กรงุ เทพฯ: ส.ส.ท. สนพ.
ศุลี บรรจงจิตร. (2013). หลักและเทคนคิ การออกแบบระบบไฟฟ้า. กรงุ เทพฯ: ซีเอ็ดยเู คชัน่
อภิรัตน์ บางศิริ. (2552). เขียนแบบทางวิศวกรรมไฟฟ้าและสถาปัตยกรรมด้วย AutoCAD 2010.
พิมพ์คร้งั ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: ซัคเซส มเี ดยี .
International Electrotechnical Commission. (2548). Electrical installations of buildings.
Online: https://webstore.iec.ch/searchform&q=60364
Schneider Electric. (2561). Electrical Installation Guide. Online: https://www.se.com/th/
en/work/products/product-launch/electrical-installation-guide/
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟา้ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศนู ย์สุพรรณบุรี
5-1
หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายป้อน สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ
หนว่ ยท่ี 5
ตารางโหลด สายปอ้ น
สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
จุดมุ่งหมายของบทเรยี น
1. ผู้เรียนสามารถอธิบายและยกตัวอย่างการใช้ตารางโหลดในการออกแบบระบบไฟฟ้าได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง
2. ผู้เรียนสามารถบอกคุณสมบตั ขิ องสายปอ้ นและออกแบบสายป้อนได้อยา่ งถูกต้อง
3. ผเู้ รียนสามารถบอกคุณสมบัติของสายประธานและออกแบบสายประธานได้อยา่ งถูกต้อง
4. ผู้เรียนสามารถอธิบายพร้อมยกตัวอย่างความสาคัญของระบบไฟฟ้าฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
5. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ผลของการออกแบบสายป้อนสายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
ได้อย่างถูกต้อง
6. ผเู้ รยี นสามารถอภิปรายผลการออกแบบสายป้อนสายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ ได้อยา่ ง
ถูกตอ้ ง
เน้อื หา
1. ตารางโหลด
2. สายป้อน
3. สายประธาน
4. ระบบไฟฟา้ ฉุกเฉนิ
5. บทสรุป
วธิ กี ารสอนและกิจกรรม
1. ผู้สอนบรรยายเนื้อหา
2. นักศึกษาร่วมอภิปราย
3. ผู้สอนตง้ั คาถามใหผ้ ู้เรียนตอบเพอ่ื มสี ว่ นรว่ มในการเรียน
4. นักศกึ ษาทาแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน
5. ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากหนังสือที่เก่ียวกับการออกแบบระบบไฟฟ้า มาตรฐานและข้อกาหนด
การตดิ ตัง้ ระบบไฟฟา้
รหัส 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี
5-2
หน่วยท่ี 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ
สื่อการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือและเอกสารประกอบการสอน
2. PPT
3. คอมพิวเตอร์
4. โปรเจคเตอร์
5. ใบงานหรือแบบฝกึ หดั ท้ายบทเรยี น
การวดั และประเมนิ ผล
1. นักศึกษาเขา้ ชนั้ เรียนตามเวลากาหนด
2. นกั ศึกษาสนใจเรยี นและเข้ามามีการโต้ตอบซักถามขณะเรียน
3. ตรวจแบบจากงานทม่ี อบหมายหรอื แบบฝกึ หัดทา้ ยบท
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี
5-3
หนว่ ยที่ 5 ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟ้าฉุกเฉนิ
หน่วยที่ 5
ตารางโหลด สายปอ้ น สายประธานและระบบไฟฟา้ ฉุกเฉิน
ในการออกแบบระบบไฟฟ้าเมื่อสามารถกาหนดโหลดไฟฟ้าในแต่ละส่วนของวงจรได้แล้ว
จะต้องมาทาตารางการจ่ายกาลังไฟฟ้าท่ีมีการแสดงรายละเอียดของแต่ละวงจรย่อย เช่น กาลังไฟฟ้า
ขนาดอุปกรณ์ป้องกันและสายไฟฟ้ารวมถึงทางเดินสายในวงจรย่อยน้ัน ข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวจะถูก
รวมไว้ในตารางโหลดไฟฟ้าซ่ึงจะทาหน้าที่รวมกาลังไฟฟ้าทั้งหมดของแผงจ่ายไฟนั้น เพื่อส่งต่อค่า
ไปคานวณยังแผงท่ีอยู่สูงขึ้นถัดไป โดยแผงดังกล่าวจะรับไปจากตู้จ่ายไฟฟ้าหลักของอาคาร (MDB)
ผา่ นสายปอ้ นซ่ึงจะทาหน้าที่จา่ ยกาลังไฟฟ้าท้ังหมดตามท่ีแผงย่อยระดบั ถัดไปต้องการ การรวมกันของ
กาลังไฟฟ้าทุกแผงย่อยในอาคารน้ันจะถูกจ่ายโดยแผงจ่ายไฟหลักท่ีมีสายประธานรับกาลังไฟฟ้า
มาจากหม้อแปลงไฟฟ้าหรือมิเตอร์ไฟฟ้าภายนอกอาคารอีกทอดหนึ่ง โดยมีเน้ือหาเป็นขั้นตอนพร้อม
ตวั อย่างการคานวณตามหน่วยเรียนน้ี และในตอนท้ายของหน่วยเรียนจะได้กล่าวถึงการออกแบบและ
ข้อกาหนดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉินท่ีจะต้องสามารถใช้งานได้ทันทีอย่างมีคุณภาพเม่ือไฟฟ้าจากระบบ
หลักดับ โดยแบ่งเน้ือหาเป็นระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและระบบไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน
ตามลาดบั
1. ตารางโหลด
การจัดทาตารางโหลด (Load Schedule) มีประโยชน์มากในการออกแบบระบบไฟฟ้า
เพราะตารางโหลดจะแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ท่ีไม่สามารถแสดงในแบบได้ครบและยังช่วยให้การ
ออกแบบสะดวกย่ิงขึ้น เช่น ผู้ท่ีทาการประมาณราคาและติดตั้งเข้าใจรายละเอียดของแบบได้ง่ายข้ึน
ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการทาตารางโหลดพอสรปุ ได้ ดงั น้ี
1. สามารถจัดการสมดุลของโหลดแต่ละเฟสได้ดี (Balance Load) โดยเฉพาะท่ีโหลดส่วนใหญ่
เปน็ โหลด 1 เฟส
2. การคานวณโหลดทาให้ง่ายขึ้น สะดวกข้ึน ไม่จะเป็นการหาผลรวมของโหลดทั้งหมดหรือ
บางสว่ นในวงจร เชน่ แตล่ ะแผงสวิตช์ หรอื แผงย่อยก็ตาม
3. แสดงรายละเอียดที่แสดงในแบบไม่สะดวก หรือไม่สามารถแสดงได้ เช่น ชนิดและขนาด
สายไฟฟ้า รายละเอียดของท่อร้อยสาย หมายเลขวงจรและไดอะแกรมเส้นเดียว เป็นต้น กรณีท่ี
ไม่สะดวกอาจแยกไดอะแกรมออกจากตารางโหลดก็ได้
1.1. การคานวณตารางโหลด
ตารางโหลดอาจมีรูปร่างแตกต่างออกไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน ตารางโหลดที่ดี
จะต้องเป็นตารางโหลดท่ีแสดงรายละเอียดท่ีจาเป็นได้ครบหรือมากที่สุด ตารางโหลดอาจแยก
ออกเป็นสาหรับโหลด 1 เฟส และโหลด 3 เฟส โดยตารางโหลดควรทาทุก ๆ แผงย่อยเพ่ือสะดวก
ในการหาโหลดรวมของอาคาร
รหสั 502-31-18 วิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ สพุ รรณบรุ ี