แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาขนมไทย1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1-2-3 จัดทําโดย นางสาวปณชดา ไชยมงคล ตําแหนง ครู คศ.2 โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ต.ชางเคิ่ง อ.แมแจม จ.เชียงใหม
คําอธิบายรายวิชา รายวิชา ขนมไทย 1 รหัสวิชา 20229 ชั้น ม. 1 -2-3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จํานวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาวิเคราะหประเภทของขนมไทย วัตถุดิบ การเลือกใชเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ การวางแผนการ จัดการ ฝกทักษะการชั่ง ตวง เตรียมวัสดุอุปกรณใหถูกตองเหมาะสม วางแผนการทํางาน บันทึกการปฏิบัติงาน และประเมินผล โดยใชทรัพยากรอยางประหยัดคุมคา เพื่อใหมีความรูความเขาใจและมีทักษะในการทําขนมไทย และ สามารถนําไปใชในการดําเนินชีวิตได คุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีวินัยใฝรูรักความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ ผลการเรียนรู 1. อธิบายประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนและความสําคัญของขนมไทยได 3. บอกชื่อขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 5. เลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณที่ใชในการทําขนมไทยได 6. ปฏิบัติขนมไทยไดตามแผนการทํางาน 7. ประเมินผลและรายงานผลได รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู
ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 รายวิชาขนมไทย ชั้น ม. 1/2/3 จํานวน 40 ชั่วโมง ชื่อหนวยความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 6 ชั่วโมง : 20 คะแนน ชื่อหนวยปฏิบัติและประเมินผล จํานวน 26 ชั่วโมง :60 คะแนน ชื่อหนวย วัตถุดิบวัสดุอุปกรณในการทํา ขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน
ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่1 เรื่อง ความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน หนวยการเรียนรูที่1 เรื่อง ความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน ชื่อเรื่องขนมไทยแตละภาค จํานวน 2 ชั่วโมง : 5 คะแนน ชื่อเรื่องประเภทของขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 5 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่1 เรื่องความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่1 เรื่อง ประวัติความเปนมาของขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การทําขนมหวานไทยเปนเรื่องที่ตองศึกษาและฝกฝนตองใชศิลปะ วิทยาศาสตรและ ความอดทน และความ เปนระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนมไทยแทๆตองมีกลิ่นหอม หวาน มัน มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแตการ เตรียมสวนผสม จนกระทั่งวิธีการทํา ขนมไทยสามารถจัดแบงเปนชนิดตางๆ ไดตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะ กรรมวิธีในการทํา และลักษณะการหุงตม 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 1. อธิบายประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนและความสําคัญของขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge - ประวัติความเปนมาของขนมไทย - ความหมายของขนมไทย - ประโยชนและความสําคัญของขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - กระบวนการกลุม - การตรงตอเวลา
6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย - ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เขียนสรุปประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยตามความเขาใจ 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 2 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. ครูแนะนํารายวิชา และผลการเรียนรูของรายวิชา 2. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 1 เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 3. ทําแบบทดสอบกอนเรียน 10 ขอ ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. แบงกลุม นร. กลุมละ 5 คน ครูแจกใบความรูเรื่องประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย ใหนร.แตละกลุมศึกษา 2. ครู อธิบายเพิ่มเติมโดยใช สื่อ ppt. 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุม ชวยกันสรุปประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. นร.สงตัวแทนนําเสนองานเรื่องประวัติความเปนมาและประโยชนของขนมไทย 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปประวัติความเปนมาและประโยฃนของขนมไทย ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ทําแบบทดสอบหลังเรียน 10 ขอ ครูตรวจแลว นําผลการเรียนมาเปรียบเทียบกับแบบทดสอบกอนเรียน 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. แบบทดสอบกอนเรียน 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรูเดิม 2. ใบงาน 1.1 เรื่อง ประวัติความเปนมาของขนมไทย 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3. สื่อ พาวเวอรพอยทเรื่องประวัติความเปนมาของขนม ไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู 10. การวัดผลและประเมินผล
เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการใหคะแนน 1. อธิบายประวัติ ความเปนมาและ ความหมายของขนม ไทยได 2. อธิบายประโยชน และความสําคัญของ ขนมไทยได 1.ขอสอบกอนเรียน 1.วัดความรู พื้นฐานของ นักเรียนกอนเรียน ตรวจขอสอบ 2.ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เขียนสรุปประวัติความ เปนมาและความหมาย ของขนมไทยตามความ เขาใจ 2.ประเมินใบงาน 3.แบบประเมิน การทํางานกลุม 4. ประเมินการ นําเสนองาน 2.แบบประเมินการเขียน ใบงาน 3. แบบประเมินการ ทํางานกลุม 4.แบบประเมินการ นําเสนองาน 3.ขอสอบหลังเรียน 1.วัดความรู หลังจากการเรียน ตรวจขอสอบ 0-4 ปรับปรุง 5-6 พอใช 7-8 ดี 9-10 ดีมาก 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 1. ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักขนมไทยที่มีในทองถิ่น โดยการ นําผลผลิตทางการเกษตรมาใชทําขนม ไดอยางเหมาะสมและสอดคลอง เนื้อหาเปนประโยชนตอผูเรียนและ พัฒนาจากภูมิปญญาของผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 2. ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 3. มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค 4. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง ประวัติความ เปนมาของขนมไทย ที่เกี่ยวของรอบ ดาน ความรอบคอบที่จะนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน ความรอบรูเรื่อง ประวัติความ เปนมาของขนมไทย กรณีที่เกิดงาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การคํานวณสูตรที่ ตองใช สามารถนําความรูเหลานั้นมา
เพื่อประกอบการวางแผน การ ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับ ผูเรียน พิจารณาใหเชื่อมโยงกัน สามารถ ประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน 5. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล ) แบบทดสอบกอนเรียน เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 1.หลักฐานเกาแกที่สุดที่เสนอความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยคือเรื่องอะไร
ก.อิเหนา ข.รามเกียรติ์ ค. พระอภัยมณี ง. ไตรภูมิพระรวง 2.ขนมไทยเริ่มแพรหลายมากขึ้นในสมัยอยุธยาในจดหมายเหตุบางฉลับกลาวถึง “ ยานปาขนม ” หรือเรียกชื่ออีกอยาง วาอะไร ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชุมชน ค. ตลาดกับขาว ง. ตลาดบานหมอ 3.ขนมครก และขนมเบื้องเปนขนมไทยที่แพรหลายในสมัยใด ก. สมัยสุโขทัย ข. สมัยอยุธยา ค. สมัยพระมหาธรรมราชา ง. สมัยพระนารายณมหาราช 4.สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชมีชาวโปรตุเกส คือทานผูหญิงวิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วาอะไร ก. ทาวสุรนารี ข. ทาวศรีสุนทร ค. ทาวทองกีบมา ง. ทาวเทพกระษัตรี 5. ขนมอะไรบางที่ทานผูหญิงวิชาเยนทรทาขึ้นและยังเปนที่นิยมจนถึงปจจุบัน ก. ขนมตมขาว ข. ขนมทองหยิบ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเล็บมือนาง 6.ความหมายของคําวา “ ตม ” หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การนําอาหารใหสุกโดยใชไอนา ค.การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใสหมอพรอมกับนาตั้งไฟใหเดือดจนสุก 7.ความหมายของคํา “ หุง ” หมายถึง ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยใชน้ํามัน
ค. การนําอาหารใสหมอพรอมนาหรือกะทิตั้งไฟใหเดือดจนสุก ง. การทําอาหารใหสุกโดยนาของที่ตองการใสลงในหมอพรอมกับนาตั้งไฟจนแหงลดไฟ ใหออน 8. มาลีตองการจี่ขนมใหสุกคําวา “ จี่” ในความหมายของคําที่ใชในขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกโดยใชไอนา ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน ค. การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองปงไวเหนือไฟ 9. คําวา “ คลุก ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกระจายออกจากกัน ข. การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากันโดยการใชชอนสอมพอใหขนมรวมกัน ค. การทําใหสุกโดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นใหกลับไปกลับมา ง. การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปงสวนผสมชนิดอื่น ๆ จะกวนหรือนึ่ง 10. คําวา “ รอน ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง ข. การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบออกจากสวนละเอียดจากภาชนะ ง. การทําใหสุกโดยใหอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้น ๆ กระดาษคําตอบกอนเรียน แบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง ประวัติความเปนมาขนมไทย ขอ ก ข ค ง
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ทําแบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 9-10 คะแนน อยูในระดับดีมาก ทําแบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทําแบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 5-6 คะแนน อยูในระดับพอใช ทําแบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรับปรุง แบบทดสอบหลังเรียน เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 1.ความหมายของคําวา “ ตม “ หมายถึงอะไร
ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การนําอาหารใหสุกโดยใชไอน้ํา ค.การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใสหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟใหเดือดจนสุก 2.ความหมายของคํา “ หุง “ หมายถึง ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยใชน้ํามัน ค. การนําอาหารใสหมอพรอมน้ําหรือกะทิตั้งไฟใหเดือดจนสุก ง. การทําอาหารใหสุกโดยนําของที่ตองการใสลงในหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟจนแหงลดไฟ ใหออน 3.มาลีตองการจี่ขนมใหสุกคําวา “ จี่ ” ในความหมายของคําที่ใชในขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกโดยใชไอน้ํา ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน ค. การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองปงไวเหนือไฟ 4.คําวา “ คลุก ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกระจายออกจากกัน ข. การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากันโดยการใชชอนสอมพอใหขนมรวมกัน ค. การทําใหสุกโดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นใหกลับไปกลับมา ง. การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปงสวนผสมชนิดอื่น ๆ จะกวนหรือนึ่ง 5.คําวา “ รอน ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง ข. การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบออกจากสวนละเอียดจากภาชนะ ง. การทําใหสุกโดยใหอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้น ๆ 6.หลักฐานเกาแกที่สุดที่เสนอความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยคือ เรื่องอะไร ก.อิเหนา ข.รามเกียรติ์ ค. พระอภัยมณี ง. ไตรภูมิพระรวง 7.ขนมไทยเริ่มแพรหลายมากขึ้นในสมัยอยุธยาในจดหมายเหตุบางฉลับกลาวถึง “ ยานปาขนม ” หรือเรียกชื่ออีกอยางวาอะไร
ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชุมชน ค. ตลาดกับขาว ง. ตลาดบานหมอ 8.ขนมครก และขนมเบื้องเปนขนมไทยที่แพรหลายในสมัยใด ก. สมัยสุโขทัย ข. สมัยอยุธยา ค. สมัยพระมหาธรรมราชา ง. สมัยพระนารายณมหาราช 9.สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชมีชาวโปรตุเกส คือทานผูหญิงวิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วาอะไร ก. ทาวสุรนารี ข. ทาวศรีสุนทร ค. ทาวทองกีบมา ง. ทาวเทพกระษัตรี 10.ขนมอะไรบางที่ทานผูหญิงวิชาเยนทรทําขึ้นและยังเปนที่นิยมจนถึงปจจุบัน ก. ขนมตมขาว ข. ขนมทองหยิบ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเล็บมือนาง กระดาษคําตอบกอนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ประวัติความเปนมาขนมไทย ขอ ก ข ค ง
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ทําแบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 9-10 คะแนน อยูในระดับดีมาก ทําแบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทําแบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 5-6 คะแนน อยูในระดับพอใช ทําแบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรับปรุง ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง เขียนสรุปความหมายและประวัติของขนมไทย
กลุมที่.....................;วันที่...................เดือน.................................พ.ศ............................ คําชี้แจงใหนักเรียนแตละกลุม สรุปองคความรูเกี่ยวกับ ประวัติความเปนมาขนมไทย บันทึกผล กลุมที่................สมาชิก 1............................................................. เลขที่............................ประธาน 2............................................................เลขที่............................. 3............................................................เลขที่............................. 4............................................................เลขที่............................เลขานุการ ประวัติความเปนมาของขนมไทย เฉลยใบงาน ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………
คําชี้แจง ใหนักเรียนแตละกลุม สรุปองคความรูเกี่ยวกับ ประวัติความเปนมาขนมไทย บันทึกผล กลุมที่................สมาชิก 1............................................................. เลขที่............................ประธาน 2............................................................เลขที่............................. 3............................................................เลขที่............................. 4............................................................เลขที่............................เลขานุการ ประวัติความเปนมาของขนมไทย 1. สรุปองคความรู 1." ขาวนม " " เขาหนม " " ขาวหนม " ลวนเปนคําอันเปนที่มาของคําวา "ขนม" 2. ขนมไทยใชมะพราวหรือกะทิทําขนม 3. "เขาหนม" นั้น พระราชวรวงศเธอกรมหมื่นจรัสพรปฏิญาณไดทรงตั้งขอสันนิษฐาน"หนม" เพี้ยนมาจาก "เขาหนม" 4. "ขนม" อาจมาจากคําในภาษาเขมรวา "หนม" ที่หมายถึงอาหารที่ทํามาจากแปงโดยมีน้ําตาลและกะทิเปนสวนผสม ดังนี้ ั้นจึงอาจกลาวไดวา "ขนม" เพี้ยนมาจาก"ขนม" ในภาษาเขมรก็เปนไดไมวาขนมจะมีรากศัพทมาจากคําใดหรือ ภาษาใด ขนมก็ไดเขามามีบทบาทสําคัญในสังคมไทยดวยฐานะของขนมไทยอยางเต็มภาคภูมิ และคนไทยเองก็ไดชื่อวา เปนชนชาติหนึ่งที่ชอบกินขนมเปนชีวิตจิตใจหลักฐานเกาแกที่สุดที่แสดงถึงความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยก็คือ วรรณคดีมรดกสุโขทัย เรื่องไตรภูมิพระรวง ซึ่งกลาวถึงขนมตมที่เปนขนมไทยชนิดหนึ่งไว แบบบันทึกการประเมินการเขียน
ที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล การใชภาษา เนื้อหา รวมคะแนน 12 8 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................
เกณฑการใหคะแนนการเขียน ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 การใชภาษา การสะกด คําศัพท ถูกตอง การเลือกใชคํา ตรงกับเนื้อหา ประโยค ถูกตอง มีเครื่องหมาย วรรคตอนที่ ถูกตอง การสะกด คําศัพทผิด เล็กนอย พอ เดาวามหมาย ไดเขียนรูป ประโยคผิด หลักไวยากรณ เล็กนอย เครื่องหมาย วรรคตอนผิด เล็กนอย สะกดคําผิด มาก แตพอ เดา ความหมายได รูปประโยค ผิดพลาดมาก เครื่องหมาย วรรคตอนไม ครบหรือไม ถูกตอง สะกดคําผิด มาก เขียนรูป ประโยคไม ถูกตอง ไมมี เครื่องหมาย วรรคตอน 3 12 เนื้อหา มีรายละเอียด เนื้อหาตรง กับลักษณะที่ กําหนดมาก ที่สุด รายละเอียด ข อ ง เ นื้ อ ห า มากแตยังไม ครอบคลุม ทั้งหมด มีรายละเอียด ของเนื้อหา นอย มีรายละเอียด ของเนื้อหา นอยมาก 2 8 รวม 5 20
แบบบันทึกการประเมินการทํางานกลุม เลขที่ ประเด็น/ คะแนน ชื่อ - สกุล ความรวมมือ ขั้นตอน แสดงความ คิดเห็น ความ รับผิดชอบ รวม คะแนน 4 8 4 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................
เกณฑการใหคะแนนการทํางานกลุม ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 ความรวมมือ สมาชิกในกลุมทุก คนรวมมือกันทํางาน มีการ ประสานงานที่ดีเปด โอกาสใหสมาชิก กลุมอื่น มีสวนรวมใน กิจกรรมตลอดเวลา การนําเสนอ สมาชิกในกลุมทุก คนรวมมือ กันทํางาน สวนใหญมีการ ประสานงาน ที่ดี เปดโอกาสให สมาชิกกลุมอื่นมี สวนรวมในกิจกรรม บางชวงของการ นําเสนอ สมาชิกในกลุม ทุกคนทํางานที่ไดรับ มอบหมาย แตยัง ขาดการ ประสานงานในกลุม เปดโอกาสใหสมาชิก กลุมอื่นมีสวนรวม นอยมากในชวงของ การนําเสนอ สมาชิกในกลุม บางคนไมทํางาน กลุม ขาดการ ประสานงาน สมาชิกกลุมอื่นไมมี โอกาสเขารวม กิจกรรมในชวงของ การนําเสนอ 1 4 ขั้นตอนการทํางาน มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานที่ชัดเจน ตั้งแตเริ่มทํางาน จนกระทั่งเห็น ผลงานสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานคอนขาง ชัดเจนตั้งแต เริ่มการทํางาน จนกระทั่งเห็น ผลงานสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานแตยังมี ความสําเร็จของงาน ไมคอยสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานไมชัดเจน ทํา ใหผลงานไม สมบูรณ 2 8 การแสดงความ คิดเห็น สมาชิกทุกคน รวมแสดงความ คิดเห็น สมาชิกสวนใหญรวม แสดง ความคิดเห็น สมาชิกมากกวา ครึ่งรวมแสดง ความคิดเห็น สมาชิกไมให ความรวมมือใน การแสดงความ คิดเห็น 1 4 ความรับผิดชอบ สมาชิกทุกคน ทํางานที่ไดรับ มอบหมายจน งานเสร็จสมบูรณ ทันเวลา สมาชิกสวนใหญ ทํางานที่ไดรับ มอบหมายจนเสร็จ สิ้นสมบูรณ สมาชิกบางคน เลี่ยงงาน ไมทํา หนาที่ตามที่ได รับมอบหมาย งานเสร็จ แตไมคอย สมบูรณทันเวลา สมาชิกไมมี ความรับผิดชอบ ทําใหงานไม บรรลุเปาหมาย 1 4 รวม 5 20
ใบความรู ประวัติขนมไทย ขนมไทย เปนขนมหวาน มีมาตั้งแตสมัยโบราณ ถือเปนเอกลักษณและวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยูคูกับสังคมไทยมาชานาน ในสมัยกอนขนมไทยจะทําเฉพาะเวลามีงานสําคัญเทานั้น ไมวาจะเปนในงานเทศกาล งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพิธีกรรมตางๆ แตที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวัน หลังสํารับคาวหวานหรือกินเปนของวาง ก็ลวนแต คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแลวทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากตางชาติที่เขามาโดยผานความสัมพันธทางการเมือง ก็ถูกดัแป ลง ใหมีรูปรส ลักษณะเปนแบบไทยๆจนบางทีนึกกันไปวาเปนขนมไทยแทดั้งเดิมก็มี แตแทที่จริงแลวขนมไทยแทๆนั้น จะมีสวนประกอบเพียงสามอยาง คือ แปง น้ําตาล มะพราว โดยการทําขนมไทยนี้เปนการบงบอกถึงลักษณะนิสัยของ คนไทย ในเรื่องความอดทนใจเย็น ละเอียดลออ และชางสังเกต ทั้งยังไดแฝงความหมายอันลึกซึ้งไวในชื่อของขนมไทย แตละชนิดดวย ประวัติขนมไทย สมัยสุโขทัย ขนมไทยมีที่มาคูกับชนชาติไทย จากประวัติศาสตรที่ติดตอคาขายกับตางประเทศคือ จีนและอินเดียใน สมัยสุโขทัย มีสวนชวยสงเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ดานอาหาร การกินรวมไปดวย สมัยอยุธยา เริ่มมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับตางประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรม ดานอาหารของชาติตางๆ มาดัดแปลงใหเหมาะสมกับสภาพความเปนอยู เครื่องมือเครื่องใช วัตถุดิบที่หาได ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุนหลังแทบจะแยกไมออกเลยวา อะไรคือขนมไทยแทๆ อะไร ที่เรายืมเคามา เชน ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายทานอาจคิดวาเปนของไทยแทๆ แตความจริงแลวมีตน กําเนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบมา" "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบมา"เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๑ หรือ พ.ศ. ๒๒๐๒ แตบางแหงก็วา พ.ศ. ๒๒๐๙ โดยยึดหลักจากการแตงงานของเธอที่มีขึ้นในป พ.ศ. ๒๒๒๕ และขณะนั้น มารี กีมาร มีอายุเพียง ๑๖ ป บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เปนลูกครึ่งญี่ปุนผสมแขกเบงกอล ผูเครงศาสนา สวนมารดาชื่อ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุนผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดิน ทางเขามาเปนทหารอาสา ในแผนดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไมนานนัก ชีวิตชวงหนึ่งของ "ทาวทองกีบมา" ไดเขาไปรับราชการในพระราชวังตําแหนง "หัวหนาหองเครื่องตน" ดูแล เครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เปนหัวหนาเก็บพระภูษาฉลอง พระองค และเก็บผลไมของเสวย มีพนักงานอยูใต บังคับบัญชาเปนหญิงลวน จํานวน ๒,๐๐๐ คน ซึ่งเธอก็ทํางานดวยความซื่อสัตยสุจริต เปนที่ ชื่นชม ยกยอง มีเงิน คืนทองพระคลังปละมากๆ ระหวางที่รับราชการนี่เอง มารี กีมาร ไดสอนการทําขนมหวานจําพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปรง ขนมผิงและอื่นๆ ใหแกผูทํางานอยูกับเธอและสาวๆ เหลานั้น ไดนํามา ถายทอดตอมายังแตละครอบครัวกระจายไปในหมูคนไทยมาจนปจจุบันนี้ถึงแมวา "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบ มา" จะมีชาติกําเนิดเปนชาวตางชาติ แตเธอก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยูในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนั้น ยังไดทิ้งสิ่งที่เธอคนคิด ใหเปนมรดกตกทอดมาสูคนรุนหลัง ไดกลาวขวัญถึงดวยความภาคภูมิ "ทาวทองกีบมา เจา
ตํารับอาหารไทย" ขนมจัดเปนอาหารที่คูสํารับกับขาวไทยมาตั้งแตครั้งโบราณ โดยใชคําวาสํารับกับขาวคาว-หวาน โดยทั่วไปประชาชนจะทําขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแตการทําบุญ เลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธีการ อาหาร หวานที่จัดเปนสํารับจะตองประกอบดวย ของหวานอยางนอย ๕ สิ่ง ซึ่งตองเลือกใหมีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจน ลักษณะที่กลมกลืนกัน แตละสํารับจะตองมีผลไม ๑๐ ที่และขนมเปนน้ํา ๑ ที่เสมอ ภาพที่ ๑ ทาวทองกีบมา ขนมไทยที่นิยมทํากันทุก ๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการตาง ๆ เนื่องในการทําบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนม จากไข และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้น ๆ งานสิริมงคล ตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส ทําบุญวันเกิด หรือทําบุญขึ้นบานใหม สวนใหญก็จะมีการเลี้ยงพระกับแขกที่มาในงาน เพื่อเปนศิริมงคลของงานขนมก็จะมี ฝอยทอง เพื่อหวังใหอยูดวยกัน ยืดยาวมีอายุยืน ขนมชั้น ก็ใหไดเลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถวยฟูก็ขอใหเฟองฟู ขนม ทองเอกก็ขอใหไดเปนเอก เปนตน ความหมายคําที่ใชในการประกอบอาหาร การประกอบขนมหวานไทย มีหลายวิธีดวยกัน ซึ่งขึ้นอยูกับชนิดของขนมนั้น ๆ วาจะประกอบดวยวิธี การ แบบใดใหขนมสําเร็จออกมาแลวนารับประทาน ตัวอยางวิธีการประกอบขนมหวานไทย คือ ๑. ตม หมายถึง การนําอาหารใสหมอ พรอมกับน้ําหรือกะทิ ตั้งไฟใหเดือดจนสุกตามความ ตองการ การ ทําขนมที่ตองตม และเปนขนมที่ใชใบตองหอ ตองหอใหสนิท ใบตองตองไมแตก เชน ขาวตม น้ําวุน แกงบวด ถั่ว เขียวน้ําตาล ฯลฯ ๒. หุง หมายถึง การทําอาหารที่ใหสุก โดยนําของที่ตองการหุงใสลงในหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟ จนน้ําแหง จึงลดไฟใหออนลง แลวดงใหแหงสนิท
๓. นึ่ง หมายถึง การทําอาหารใหสุก โดยใชไอน้ํา โดยใสขนมลงในลังถึง ปดฝาตั้งไฟใหน้ําเดือด นึ่งจนขนม สุก สวนมากจะเปนขนมที่มีไขเปนสวนผสม เชน ขนมสาลี ขนมทราย ขนมชั้น ขนมสอดไส ฯลฯ การใชเวลานึ่ง และความรอนตางกันขึ้นอยูกับชนิดของขนมนั้นๆ ๔. ทอด หมายถึง การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน โดยใสน้ํามันลงในกระทะ ตั้งไฟใหรอนทั่วแลวจึงใสขนม ที่จะทอดลงไป ขนมบางชนิดใชน้ํามันมาก เรียนกวา ทอดน้ํามันลอยใชไฟปานกลางสม่ําเสมอ บางชนิดใชน้ํามัน นอย ใชกระทะกนตื้น ดังนั้นการทอดจึงใชกระทะตามลักษณะของขนมแตละชนิด การทอดถาใชไฟออนมาก ขนม จะอมน้ํามันจึงควรจะระมัดระวังดวย ขนมที่ทอดเชน ขนมฝกบัว ขนมทองพลุ ขาวเมาทอด ฯลฯ ๕. จี่ คือ การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ใชน้ํามันทากระทะพอลื่น กระทะที่ใชจะเปน กระทะเหล็กหลอแบน กวาง เนื้อเหล็กหนา การจี่ใชไฟออน ตั้งกระทะใหความรอนรุมอยูตลอดเวลา และกลับขนม ใหเหลืองเสมอกันทั้งสองดาน เชน ขนมแปงจี่ ๖. เจียว คือ การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน เชน หอมเจียว การเจียวหอมเพื่อโรยหนาขนม หัวหอมควรซอยชิ้นใหเสมอกัน เวลาเจียวจะสุกพรอมกัน มีสีเหลืองสวยน้ํามันที่เจียวไมควรมากเกินไป กะพอใส ของลงไปแลวพอดี ใชตะหลิวกลับไปกลับมาจนกรอบเหลืองทั่วกัน จะไดน้ํามันเหลือติดกนกระทะเล็กนอย ใชเปน สวนผสมของขนมได ๗. ปง หมายถึง การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองการปงไวเหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ไฟไมตอง แรงนัก กลับไปกลับมาจนขนมสุก อาหารบางชนิดใชใบตองหอ แลวปงจนใบตองที่หอเกรียมหรือกอรบ เชน ขนม จาก ขาวเหนียวปง กอนที่จะปงใชขี้เถากลบไว เพื่อใหไฟรอนสม่ําเสมอกัน ๘. ผิงและอบ ขนมที่ใชผิงมีหลายชนิด จะใชผิงดวยไฟบนและไฟลาง ไฟจะตองมีลักษณะออนเสมอกัน ปจจุบันใชเตาอบแทนการผิง เชน ขยมหมอแกง ขนมสาลี่กรอบขนมผิง ฯลฯ ๙. กวน เริ่มตนตั้งแตกวนขนมยังเปนของเหลว ในขณะที่ขนมยังเหลว สวนที่ควรระมัดระวัง เวลากวนคือ กนกระทะตองหมั่นใชพายขูดกลับไปกลับมา เพื่อไมใหสวนผสมติดกนกระทะ ระยะขนมรวมกันแลวใหคนไปทาง เดียวกัน ตองคอยระวังกนกระทะ ขนมจะไหวหากกวนไมทั่ว ไมควรปลอยใหขนมจับปากกระทะ หมั่นขูดอยูเสมอ พายที่ใชควรมีขนาดพอเหมาะกับสวนผสมในกระทะ และความถนัดในการใชงาน เชน ถั่วกวน เผือกกวน กลวย กวน ๑๐. คลุก คือ การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากัน เชน ขาวเมาคลุก การคลุกควรใชชอน สอมพาย ไม คลุกเบาๆ พอใหขนมรวมกัน และมีรสเสมอกัน ๑๑. ตีไข คือ การทําไขใหขึ้น มีหลายขนาด การตีไขใหไดผล ควรตีใหมีจังหวะสม่ําเสมอ ไมหยุดมือ จนกวาไขจะขึ้นฟู และอยูตัวตามตองการ ถาตีแลวหยุดบอยๆ จะทําใหไขเสียได ๑๒. คน หมายถึง การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปง สวนผสมชนิดอื่นๆจะกวนหรือนึ่ง ควร ไดมีการคนเสียกอน เพื่อใหแปงรวมตัวกับสวนผสมอื่น แลวจึงตักใสภาชนะนึ่ง หรือใสกระทะกวน ๑๓. คั่ว หมายถึง การทําใหสุก โดยใชอาหารลงในกระทะ แลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นๆ ใหกลับไปกลับมา เชน คั่วงา ไฟที่ใชในการคั่ว ไมควรใชไฟแรง จะทําใหอาหารไหม ๑๔. แซะ คือ การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออกจากภาชนะ โดยใชเครื่องมือที่มีลักษณะ ปากแบน ปลายคม เชน แซะขนมเบื้อง คอยๆแซะแผนแปงใหหลุดจากกระทะโดยแซะไปรอบๆขนม
๑๕. ละเลง คือ การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง เชนละเลงขนมเบื้อง โดยจะใชกระจาที่ทํา ดวยกะลามะพราวแบนๆมีดามถือ ตักแปงที่มีลักษณะเหลว หยดลงในกระทะใชกระจาวางลงตรงกลางแปง ใชมือ กดใหวนไปโดยรอบ จนแปงจับกระทะเปนแผนตามที่ตองการ ๑๖. ยี คือ การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกอนกระจายออกจากกัน เชน การยีแปงขนมขี้หนู หลังจากใส น้ําเชื่อม จนแปงระอุ และอิ่มน้ําเชื่อมแลว ตองทําขนมใหฟู โดยการยีเบาๆมือใหแปงกระจายออกจากกัน ๑๗. รอน คือ การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบ ออกจากสวนละเอียดหรือเกี่ยวกับการทําขนมเชน ขนมละออง ลําเจียก ใชแปงขาวเหนียวที่นวดกับหัวกะทิหมาด ๆ ใสแรงรอนในกระทะใหจับเปนแผน บรรจุไสมวนใหสวย
แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่1 เรื่องความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่2 เรื่อง ประเภทของขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) ขนมไทย นอกจะมีประวัติความเปนมาอันยาวนานแลว นอกจากจะรับประทานตบทายมื้ออาหารหรือทาน ระหวางมื้อแลวนั้น ก็ยังนิยมใชในงานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานแตงงาน และงานขึ้นบานใหม เนื่องจาก?ขนมไทยมี ชื่อและความหมายที่ดี เปนมงคล 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 3. บอกชื่อขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge - ขนมไทยเทศกาลตางๆ - ประเภทของขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - กระบวนการกลุม - การตรงตอเวลา
6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาล - ใบความรูเรื่อง ประเภทของขนมไทย - ใบงานที่ 2.1 เรื่อง เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล - ใบงานที่ 2.2 เรื่อง แบบฝกหัดเรื่องประเภทของขนมไทย 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 2 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 1 เรื่องขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ครูใหนักเรียนบอกชื่อขนมไทยที่มีในทองถิ่น และ ขนมไทยที่นร.ใชในเทศกาลตางๆ 2. ครูใหนร.ดูรูปภาพขนมไทยที่ใชในเทศกาล แลวใหนร.ทายชื่อขนม 3. ครูแจกใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ใหนักเรียนศึกษา แลวใหนร.ทําใบ งานที่ 2.1 เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล สง 4. ครูใหนักเรียนเลนเกมบัตรภาพ โดยมีรูปภาพขนม ประเภทตางๆ แจกคนละ 1 รูป แลวใหนักเรียนนําบัตร รูปภาพมาใส ใหตรงกับประเภทของขนมไทย 5. ใหนักเรียนทําแบบฝกหัดเรื่องประเภทของขนมไทย ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครูและนักเรียนชวยกันดูความถูกตองของบัตรภาพ ของขนมไทยแตละประเภทวาเพื่อนแตละคน สามารถ นําบัตรภาพมาใสในประเภทของขนมไทยถูกตองหรือไม ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขนมไทยตามเทศกาลและประเภทของขนมไทย 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. รูปภาพขนมไทยตามเทศกาล 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรูเดิม 2. บัตรภาพ 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3. ใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาลและ ประเภท ของขนมไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู
10. การวัดผลและประเมินผล เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการให คะแนน 3. บอกชื่อขนมไทย ในเทศกาลตางๆได 4.จัดประเภทของ ขนมไทยได เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล ดูคะแนนจากแบบ ประเมินชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน 20 ทําแบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย การตรวจ แบบฝกหัด แบบฝกหัด 10 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 1.ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักขนมไทยที่มีใชในเทศกาลตางๆ โดยการนําผลผลิตทางการเกษตรมาใช ทําขนมไดอยางเหมาะสมและ สอดคลองเนื้อหาเปนประโยชนตอ ผูเรียนและพัฒนาจากภูมิปญญาของ ผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 2.ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 3.มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค 2. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง ขนมไทย เทศกาลตางและประเภทของขนม ไทย ที่เกี่ยวของรอบดาน ความ รอบคอบที่จะนําความรูเหลานั้นมา พิจารณาใหเชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผน การดําเนินการ จัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับผูเรียน ความรอบรูเรื่องขนมไทยเทศกาล ตางและประเภทของขนมไทย กรณี ที่เกิดงาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การ คํานวณสูตรที่ตองใช สามารถนํา ความรูเหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยง กัน สามารถประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน
3. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล )
ใบความรู เรื่อง ขนมไทยที่ใชกับประเพณีไทย ขนมไทย นอกจะมีประวัติความเปนมาอันยาวนานแลว นอกจากจะรับประทานตบทายมื้ออาหารหรือทานระหวางมื้อ แลวนั้น ก็ยังนิยมใชในงานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานแตงงาน และงานขึ้นบานใหม เนื่องจาก?ขนมไทยมีชื่อและ ความหมายที่ดี เปนมงคล งานบวช เปนงานสําคัญในชีวติของลูกผูชายที่จะแสดงออกถึงความกตัญูตอบิดามารดา และผูมีพระคุณ โดยเจาภาพ จะตองตอนรับดวยการเลี้ยงอาหารคาว-หวาน ใหเปนที่ประทับใจของแขกเหรื่อ และจัดขนมไทยที่มีชื่อเปนมงคลเพื่อ ความรุงเรืองของตัวเจาภาพและผูบวช เชน ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟูฯลฯ ขนมชั้น งานแตง คนโบราณจะใหความสําคัญอยางมากวัตถุดิบที่นํามาจัดเลี้ยงจะเลือกสรรเปนอยางดีขนมไทย?ก็เชนกัน มัก เลือกที่มีชื่อและความหมายที่ดี เปนสิริมงคล ตอคูบาวสาว เชน – ขนมกง หมายถึง มีความเปนอยูอยางเปนสุข เปรียบเสมือนใหคูบาวสาวไดใชชีวติเคียงขางกันดวยใจคอที่หลักแนน มี ความรักใหกันตลอดกาล เหมือนกงลอเกวียน – ขนมสามเกลอ หมายถึง ใหอยูดวยกันยั่งยืนนาน ไมแยกจากกัน – ขนมโพรงแสม เปรียบเสมือนเสาบานอันเปนที่พักพังใหความมั่งคงกับทั้งคู – ขนมนมสาว เปรียบเสมือนแสงสวางนําทางการใชชีวิต – ขนมฝกบัว ที่มีความหมายแสดงความสูงสงของการใชชีวิตสมรส
ขนมกง นอกจากนี้ยังใชขนมไทยที่มีชื่อเปนมงคลอีกหลายชนิด ไดแกขนมสอดไส ขนมผิง ขนมเสนหจันทนขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง
ขนมไทย ที่ใชในงานแตง ประเพณีสงกรานตสมัยกอนเมื่อจะถึงวันสงกรานตหรืองานขึ้นปใหมของคนไทย ชาวบานจะชวยกันกวน ขนมเปยก ขาว เหนียวแดง และกะละแม เพื่อเตรียมไวสําหรับทําบุญและแจกจายใหเพื่อนบาน เพื่อแสดงน้ําใจไมตรี และถือเปนโอกาส ในการอวดฝมือการทํา ขนมไทย ไปในตัว ในการทําขาวเหนียวแดงและกะละแม จะตองอาศัยความรวมแรงรวมใจกันทํา จนสําเร็จ ซึ่งนอกจากจะไดขนมเพื่อนําไปทําบุญแลว ยังเปนการสรางสัมพันธไมตรี อีกดวย การที่เรียก กะละแม ขนม ไทย ชนิดนี้ วา “กะละแม” นั้น เคยมีผูรูหลายทายกลาวไววา กะละแมเปน?ขนมไทย?ที่ไดรับอิทธิพลจากตางประเทศ เพี้ยนมาจากคําวา “คาราเมล” ที่เปนของเหลวสีน้ําตาล ที่มีความเหนียวและมีรสหวาน บางคนวามาจากภาษามลายู คือ “เกอะลาไม” หรือ “เคอะลาไม” อยางไรก็ตาม ที่กลาวมานั้นเปนเพียงขอสันนิษฐานและบอกตอๆ มากันเทานั้น ขาวเหนียวแดง ประเพณีสารทไทย ประเพณีนี้ชาวบานจะรวมกันทําบุญตักบาตรและแจกจาย ขนมไทย ที่มีชื่อวา กระยาสารท คําวา “สารท” มาจากภาษา บาลี ที่แปลวา “ฤดู” อันเปนชวงเวลาที่พืชพันธุผลไมออกดอกออกฝล แสดงถึงความรื่นเริงยินดี งาน วันสารทเดือน 10 ของคนไทยในภาคใตนั้นจะมีขนมไทย ที่แตกตางจากภาคอื่นๆ เชน – ขนมลา เปนขนมที่ทําจากแปงขาวเจา เคี่ยวรวมกับน้ําตาลจนขน แลวนํามาโรยเปนเสนละเอียด คลายกับผืนผาที่ทอ เปนแผน – ขนมพอง ที่ทํามาจากขาวเหนียวนึ่ง นํามาอัดใสพิมพแลวตากแดดจนแหงกอนทอดใหพองฟู
ขนมพอง ทอดกฐิน ขนมไทย ที่นิยมนํามาใชไดแกขนมประเภททอด เชน กลวยแขกและขาวเมาทอด (ตามหลักฐานจาก จิตรกรรมฝาผนังในพระอะโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเปนศิลปะยุครัตนโกสินทรสมัยรัชกาลที่ 5) ขาวเมาทอด งานพิธีการ ตางๆ เชน งานเลื่อนยศ เลื่อนตําแหนง ถือเปนการแสดงความยินดี และอวยพร จึงนิยมจะทํา – ขนมจามงกุฏ เพราะเปน ขนมไทย ที่ทํายากอีกอยางหนึ่ง ซึ่งมีขึ้นตอน การทําสลับซับซอน – ขนมเม็ดขนุน หมายถึง ใหมีคนเกื้อหนุน – ขนมทองเอก ขนมไทย ชนิดนี้จะมีความสงางามตางจาก ขนมไทย อื่นๆ เนื่องจากจะมีทองคําเปลว ติดไวที่ดานบน จึง ทําใหนี้หมายถึง ความเปนที่หนึ่ง
ขนมเสนหจันทน ทองเอก และจามงกุฏ โดยการทํา ขนมไทย นั้นผูที่ทําจะตองใสใจลงไปดวย อีกทั้งตองมีใจรัก อดทน ตั้งใจพิถีพิถันใหขนมมีรูปรางลักษณะที่ สวยงาม สมัยกอนผุที่ทําขนมไทยจะตองมีประสบการณและความชํานาญอยางมาก เพราะในการทําแตละครั้งจะใชการ กะสวนผสมดวยสายตา และสัมผัดดวยมือ แตในปจจุบันมีอุปกรณที่ใชสําหรับ ชั่ง ตวง เกิดขึ้น จึงทําใหขนมไทย มี รสชาติไดมาตรฐานและระบุสวนผสมไดชัดเจน ประเภทของขนมไทย ขนมหวานไทย หมายถึง อาหารชนิดหนึ่งที่ไมใชกับขาว แตเปนอาหารที่รับประทานตามหลังของคาว เชน ในอาหารมื้อ กลางวันมีกวยเตี๋ยวไกเปนของคาว ผูรับประทานอาจจะรับประทานทับทิมกรอบเปนของหวาน เปนตนเมื่อบริโภค อาหารมื้อสําคัญๆ เชน มื้อเชา มื้อกลางวัน มื้อเย็นควรบริโภคทั้งของคาวและของหวาน สิ่งที่ใชเปนของหวานอาจเปน ขนมหรือผลไมก็ไดนอกจากจะรับประทานขนมหวานหลังของคาว เราอาจรับประทานขนมหรือขนมหวานในเวลาที่มิได รับประทานอาหารคาว แตจะรับประทานขนมหรือขนมหวานเปนของวาง หรือรับประทานขนมหวานกับเครื่องดื่ม ขนมหวานไทยจะมีความหวานนํา หรือมีความหวานจนรูสึกในลิ้นของผูรับประทานการทําขนมหวานไทยเปนเรื่องที่ตอง ศึกษาและฝกฝนตองใชศิลปะ วิทยาศาสตรและ ความอดทน และความเปนระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนม ไทยแทๆตองมีกลิ่นหอม หวาน มัน มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแตการเตรียมสวนผสม จนกระทั่งวิธีการทํา ขนมไทย สามารถจัดแบงเปนชนิดตางๆ ไดตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะกรรมวิธีในการทํา และลักษณะการหุงตม คือ ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ ๒. ประเภทนึ่ง เชน ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมน้ําดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตมแดง ขนมตมขาว มันตมน้ําตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปยกปูน ซาหริ่ม ขนมตะโก ฯลฯ
๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลําดวน ขนมบาบิ้น ขนมหนานวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝกบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเชื่อม เชน กลวยเชื่อม สาเกเชื่อม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผือกฉาบ กลวยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ เชน เผือกน้ํากะทิ ลอดชองน้ํากะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม เชน ผลไมลอยแกว วุนน้ําเชื่อม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลวยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม เชน มะมวงแชอิ่ม มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอนแชอิ่ม ฯ ใบงานที่ 2.1
คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนสรุป Mild Mapping เรื่อง ขนมไทยในเทศกาลตางๆ ขนมไทยที่ใชในเทศกาลตางๆ ขนมไทยที่ใชในเทศกาลตางๆ งานบวช ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟู
แบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย งานแตง งานทอดกฐิน งานประเพณี สารทไทย พิธีการตางๆ ขนมกง โพรงแสม นมสาว ฝกบัว กลวยแขก ขาวเมาทอด ขนมลา ขนมพอง จามงกุฎ เม็ดขนุน ทองเอก
คําชี้แจง ใหนักเรียนใสชื่อขนมไทยในชองวางใหถูกประเภท ๑. ขนมประเภทไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒. ประเภทนึ่ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓. ขนมประเภทตม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๔. ขนมประเภทกวน ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๕. ขนมประเภทอบและผิง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๖. ขนมประเภททอด ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๗. ขนมประเภทปง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๘. ขนมประเภทเชื่อม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๙. ขนมประเภทฉาบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๒. ขนมประเภท บวด………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ชื่อ-สกุล........................................................................................ชั้น...............................................
แบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย คําชี้แจง ใหนักเรียนใสชื่อขนมไทยในชองวางใหถูกประเภท ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ ๒. ประเภทนึ่ง เชน ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมน้ําดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตมแดง ขนมตมขาว มันตมน้ําตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปยกปูน ซาหริ่ม ขนมตะโก ฯลฯ ๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลําดวน ขนมบาบิ้น ขนมหนานวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝกบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเชื่อม เชน กลวยเชื่อม สาเกเชื่อม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผือกฉาบ กลวยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ เชน เผือกน้ํากะทิ ลอดชองน้ํากะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม เชน ผลไมลอยแกว วุนน้ําเชื่อม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลวยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม เชน มะมวงแชอิ่ม มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอนแชอิ่ม ฯ
แบบบันทึกการประเมินคุณภาพชิ้นงาน / ภาระงาน เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความสมบูรณ ของชิ้นงาน ความคิดสรางสรรค รวมคะแนน 12 8 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................
เกณฑการใหคะแนนคุณภาพชิ้นงาน / ภาระงาน ระดับคะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 ความสมบูรณของ ชิ้นงาน ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียน สมบูรณ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนเปน สวนใหญ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนพอ สมควร ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนนอย 3 12 ความคิด สรางสรรค เปนชิ้นงาน ที่แปลกใหม คิดขึ้นเอง ไมเหมือน ตัวอยาง เปนชิ้นงาน ที่แปลกใหม แตมีบางสวน คลายกับ ตัวอยาง เปนชิ้นงาน ที่ปรับปรุง ดัดแปลง เล็กนอยจาก ตัวอยาง เปนชิ้นงานที่ เหมือนกับ ตัวอยาง 2 8 รวม 5 20
แบบบันทึกคะแนนการสังเกตพฤติกรรมในการเรียนดานเจตคติ (แบบสํารวจรายการ) เรื่อง.......................................................................................................... ชั้น............................... ครั้งที่....................................วันที่.....................เดือน.......................................พ.ศ......................... เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการพฤติกรรม ขอเสนอแนะ ในการประเมิน ความ กระตือรือรน ความ สนใจใน การเรียน ความเชื่อมั่น และกลา แสดงออก ความสนุกสนาน อาสาทํางานในการรวมกิจกรรม กระตุนผูรวมงานทํางานใหเสร็จตาม ชวยเหลือผูรวมงานทํางานใหเสร็จตาม เต็มใจเชารวมกิจกรรม ไมรบกวนผูอื่นในเวลาทํางาน กลาถาม-ตอบเปนภาษาอังกฤษ อาสาเปนตัวแทนแสดงกิจกรรมหนาชั้น ปฏิบัติกิจกรรมดวยความเต็มใจ รวมกิจกรรมอยางไมเบื่อหนาย ชวยทํางานกับผูอื่นดวยความพอใจ ผลการประเมิน 1. ผูสังเกตพิจารณา จากรายงาน พฤติกรรมของ นักเรียนแตละ ระดับแลวเขียน เครื่องหมายลง ในชองรายการ พฤติกรรมที่ นักเรียนผาน 2. นักเรียนผาน รายการพฤติกรรม ทุกรายการถือวา ผาน
ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย 1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่2 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน หนวยการเรียนรูที่2 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน ชื่อเรื่องอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่2 เรื่องวัตถุดิบอุปกรณในการทําขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่3 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 4 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การเลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณใหถูกตองนั้นเปนสวนสําคัญ ซึ่งจะสงผลตอลักษณะของขนม ฉะนั้นกอนทํา ขนมไทยจึงควรศึกษาเรื่องวัตถุดิบหลักๆและอุปกรณในการทําขนมไทย 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 4. เลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณที่ใชในการทําขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge -วัตถุดิบในการทําขนมไทย -อุปกรณในการทําขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - -ถอดองคความรูเรื่องการเลือกใชวัตถุดิบในการทําขนมไทย - ปฏิบัติการทําจากธรรมชาติ - ปฏิบัติการชั่งตวงวัตถุดิบ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - ความตั้งใจ 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน
7. ภาระงาน : - -ถอดองคความรูเรื่องการเลือกใชวัตถุดิบในการทําขนมไทย - ปฏิบัติการทําสีจากธรรมชาติ - ปฏิบัติการชั่งตวง วัตถุดิบ 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 4 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 2 เรื่องวัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาใบความรูเรื่องวัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใชสื่อของ จริงจากหองปฏิบัติการ 2. แจกใบงานใหนักเรียนถอดองคความรูจากการเรียนเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย ( 15 นาที ) 3. แบงกลุมนร. กลุมละ 3-4 คน ใหนักเรียนเดินสํารวจหาสมุนไพร และดอกไมที่สามารถนํามาเปนสีในการ ผสมอาหารและขนมได กลุมละ 3 ชนิด ใหเวลาในการสํารวจ ( 15 นาที ) 4. ปฏิบัติการทําลองการทําสีจากธรรมชาติ( ใหเวลา 30 นาที) 5. ครูแจกใบความรูเรื่องวัสดุอุปกรณในการทําขนมไทย อธิบายเพิ่มเติมโดยใหนักเรียนดูของจริงจาก หองปฏิบัติการ 6. แบงกลุมนักเรียน ในการชั่งตวง วัตถุดิบโดยใชอุปกรณของจริง ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. บันทึกผลการปฏิบัติงานจากการยอมสีธรรมชาติ 2. นักเรียนสงตัวแทนกลุมออกมานําเสนอผลการยอมสีจากธรรมชาติ ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมในสวนของเนื้อหาตางๆที่ไดเรียนผานมา 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. ใบความรูเรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรู 2.สื่อของจริงเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3.สื่อของจริงเรื่องอุปกรณในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู
10. การวัดผลและประเมินผล เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการใหคะแนน 4. เลือกใชวัตถุดิบ และอุปกรณที่ใชใน การทําขนมไทยได - ถอดองคความรูเรื่อง การเลือกใชวัตถุดิบใน การทําขนมไทย 1.ประเมินใบงาน 1.แบบประเมินการเขียน ใบงาน - ปฏิบัติการทําสีจาก ธรรมชาติ 1.ประเมินใบงาน 2.ประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการ นําเสนองาน 1.แบบประเมินใบงาน 2.แบบประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการนําเสนอ งาน - ปฏิบัติการชั่งตวง วัตถุดิบ 1.ประเมินใบงาน 2.ประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการ นําเสนองาน 1.แบบประเมินใบงาน 2.แบบประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการนําเสนอ งาน 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 6. ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักวัตถุดิบและสมุนไพรที่มีใน ทองถิ่น โดยการนําผลผลิตทางการ เกษตรมาใชทําขนมไดอยางเหมาะสม และสอดคลองเนื้อหาเปนประโยชนตอ ผูเรียนและพัฒนาจากภูมิปญญาของ ผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 7. ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 8. มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค
9. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง วัตถุดิบและ อุปกรณในการทําขนมไทยที่เกี่ยวของ รอบดาน ความรอบคอบที่จะนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน การ ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับ ผูเรียน ความรอบรูเรื่อง วัตถุดิบและ อุปกรณในการทําขนมไทย กรณีที่เกิด งาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การคํานวณ สูตรที่ตองใช สามารถนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน สามารถประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน 10. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล )
ใบความรูเรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย วัตถุดิบในการทําขนมไทย ขนมหวานไทยมีรสหวานเปนหลัก บางชนิดก็มีรสหวานจัด บางชนิดก็มีรสหวานออนๆ วัตถุดิบที่ใชในการ ประกอบขนมหวานไทย สวนใหญจะประกอบไปดวย ๑. น้ําตาล ๑. น้ําตาล ชนิดของน้ําตาลที่ใชในการประกอบอาหารมีหลายลักษณะ ความสําคัญของน้ําตาลกับขนมหวาน โดยคือ ทําใหอาหารมีรสหวาน เชน เพิ่มความอรอย ทําใหแปงนุมอาหารอรอยใสขึ้น ตกแตงใหอาหารสวยงาม เคลือบ ไมใหอาหารแหง ทําใหอาหารมีสีสวย มีกลิ่นหอม น้ําตาลที่ใชประกอบขนมหวาน คือ ๑.๑ น้ําตาลทราย เปนน้ําตาลที่เปนผลึก ทําจากออย น้ําตาลทรายจะมีสองสี สีขาว คือน้ําตาลที่ถูกฟอกจนมีสี ขาวและแข็งสะอาดละลายน้ํายาก สวนน้ําตาลทรายสีแดง คือน้ําตาลทรายที่ไมไดฟอกใหขาวจึงมีกลิ่นหอม จะมีเกลือแร และวิตามินเหลืออยูบาง สวนใหญจะไมนิยมใชน้ําตาลทรายแดง ยิ่งสีเขม แสดงวามีสารอื่นปนอยูมาก สวนใหญจะไม นิยมใชน้ําตาลทรายแดงทําขนมหวาน นอกจากขนมบางอยาง เพื่อใหการทําอาหารสะดวกขึ้น น้ําตาลทรายออกมาขาย ในรูปแบบตาง ๆ เพื่อสะดวกในการใช เชน น้ําตาลไอซิ่ง ไดจากน้ําตาลทรายขาวธรรมดา นํามาบดใหละเอียดออน เอา เฉพาะสวนที่ปนละเอียดเหมือน แปง ใสแปงขาวโพดหรือแปงมันมันลงไป ๓ เปอรเซนต เพื่อกันไมใหน้ําตาลจับกันเปน กอน น้ําตาลปน คือน้ําตาลทรายธรรมดาที่เอามาปนใหละเอียด แตไมเทากับน้ําตาลไอซิ่ง การปนน้ําตาลเพื่อให ผสมเขา กับเครื่องปรุงไดงาย ๑.๒ น้ําตาลไมตกผลึก(น้ําตาลปบ) ไดแก น้ําตาลโตนด น้ําตาลมะพราว น้ําตาลทั้งสองชนิดนี้ นิยมทําขนมหวาน ไทย เชน แกงบวด ขนมหมอแกงสังขยา ฯลฯ เปนตน เพราะใหความหอมหรือเคี่ยวทําน้ําเชื่อมชนิดขนไวหยอดหนาขนม โดยบางชนิด เชน ขนมเหนียว ขนมนางเล็ด ฯลฯ ๑.๓ น้ําเชื่อม ในการทําขนมหวานไทย เราจะทําน้ําเชื่อมเองไมนิยมชื้อน้ําเชื่อมเปนขวดมาใช จะเริ่มตน ตั้งแตละลายน้ําตาลกับน้ํา ตั้งไฟเคี่ยวใหเดือดการทําน้ําเชื่อมใหขาว คือฟอกสีน้ําตาล โดยใชเปลือกไขฟอกกับน้ําตาลตั้ง ไฟพอละลายแลวกรองนําไปตั้งไฟตอ เคี่ยวจนไดน้ําเชื่อมเหนียวขนตามตองการเพื่อนํามาทําขนมชนิดตาง ๆ ๒. แปง ๒. แปงที่ใชในการประกอบขนมหวาน ๒.๑ แปงขาวเจา (Riceflour) เปนแปงที่ทําจากเมล็ดขาวเจา มีลักษณะเปนผงมีสีขาวจับแลว สากมือเล็กนอย เมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะขุนรวน ถาทิ้งใหเย็นจะอยูตัวเปนกอน รวนไมเหนียว จึงเหมาะที่จะประกอบ อาหาร ที่ตองการความอยูตัวรวนไมเหนียวหนืด เชน ขนมขี้หนู ขนมกลวย เสนขนมจีน ฯลฯ สมัยกอนนิยมโมกันเอง โดยลางขาวสารกอนแชขาวโดยใสน้ําใหทวมแชจนขาวนุม จะโมงายในปจจุบันนิยมบดดวยเครื่องบดไฟฟาบดใหละเอียด แลวจึงหอผาขาวบางทับน้ําทิ้งจะไดแปงขาวเจาเรียกแปงสด ๒.๒ แปงขาวเหนียว (Glutinous Riceflour) เปนแปงที่ทํามาจากเมล็ดขาวเหนียว ที่มีลักษณะเปนผง สีขาว จับแลวสากมือเล็กนอย เมื่อนําไปทําใหสุกจะมีลักษณะขุนขน เหนอะหนะ พอแปงถูกความรอนจะจับตัวเปนกอน คอนขางเหนียว เหมาะในการนํามาประกอบอาหารที่ตองการความเหนียวเกาะตัว เชน ขนมเทียน ขนมถั่วแปบ ขนมตม ฯลฯ
๒แปงมันสําปะหลัง (Cassave Starch) ทํามาจากหัวมันสําปะหลัง มีลักษณะเปนผงสีขาว จับผิวสัมผัสของแปงจะเนียน ลื่นมือ เมื่อทําใหสุกจะเหลวเหนียวหนืด และใช เมื่อพักใหเย็นจะมีลักษณะเหนียว เหนอะหนะคงตัว นิยมนํามาผสมกับอาหารที่ตองการความเหนียวหนืดและใส เชน ทับทิมกรอบ เตาสวน ฯลฯในการทํา ขนมหวานไทยนิยมนําแปงมันสําปะหลังมาผสมกับแปงชนิดอื่น ๆ เพื่อใหขนมมีความเหนียวนุมกวาการใชแปงชนิดเดียว เชน ขนมชั้น ขนมฟกทอง ขนมกลวย ฯลฯ ๒.๔ แปงขาวโพด (Corn Starch) เปนแปงที่สกัดมาจากเมล็ดขาวโพด มีลักษณะเปนผงสีขาวเหลือง นวลจับแลวผิวสัมผัสของแปงเนียนลื่นมือเมื่อทําใหสุก จะมีลักษณะขน และใสไมคืนตัวงาย เมื่อเปนตัวแปงจะอยูตัวจับ เปนกอนแข็งรวนเปนมันวาว ในขนมหวานไทย นิยมนํามาผสมกับอาหารเพื่อตองการความขนอยูตัว เมื่อสัมผัสดูเนื้อ แปงเนียนละเอียดลื่น ๒.๕ แปงถั่วเขียว (Mung bean Starch) เปนแปงที่สกัดมาจากถั่วเขียว เมล็ดแหงมีลักษณะเปนเม็ด เล็ก ๆ จับผิวสัมผัสแลวจะสากมือ กอนใชควรนํามาบดใหเปนผงกอน เมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะขนคอนขางใสเมื่อพักให เย็นจะจับตัวเปนกอนแข็งอยูตัวคอนขางเหนียว เหมาะในการทําอาหารที่ตองการความใสอยูตัว เชน ซาหริ่ม ขนมลืม กลืน ฯลฯ ๒.๖ แปงทาวยายมอม (Arrowroot Starca) สกัดมาจากหัวมันทาวยายมอม มีลักษณะเปนเม็ดเล็ก ๆ สีขาวเปนเงา เวลาใชตองบดใหละเอียดเปนผงเมื่อนําไปประกอบอาหาร จะใหความขนเหนียวหนืดและใส เมื่อทําใหเย็น จะเหนียวตัวกวาแปงมันสําปะหลัง นิยมนํามาใชรวมกับแปงชนิดอื่น ๆ เพื่อใหไดอาหารที่มีความขนเหนียว เปนมันวาว เชน ขนมชั้น ขนมน้ําดอกไม ฯลฯ ๒.๗ แปงสาลี (Wheat Flour) ทําจากเมล็ดขาวสาลี ลักษณะเปนผงมีสีขาวเมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะ รวนเหลว ไมอยูตัวคุณภาพของแปงสาลีขึ้นอยูกับปริมาณโปรตีนในเมล็ด ขาวสาลี ซึ่งทําใหไดลักษณะของขนมตางกัน แปงสาลียังแบงออกเปนชนิดตาง ๆ ตามคุณสมบัติของแปงคือ แปงสาลีสําหรับทําขนมปง (Bread Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดหนัก มีปริมาณ โปรตีน ๑๒-๑๓เปอรเซนต แปงมีสีขาวนวล เมื่อสัมผัสผิวแปงจะหยาบกวาแปงสาลีชนิดอื่น ปริมาณโปรตีนสูง ทําใหแปง ขนมปงสามารถดูดน้ําไดมาก มีความยืดหยุน เหนียว เหมาะสําหรับการทําขนมปง ปาทองโก (แตแปงชนิดนี้ไมนิยม นํามาขนมหวานไทย สวนใหญใชทําขนมอบ) แปงสาลีอเนกประสงค (All purpose Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดหมัก และชนิดเบา ผสมรวมกัน มีโปรตีน ๙-๑๐ เปอรเซนต แปงมีสีขาวนวล ลักษณะหยาบแตนอยกวา แปงขนมปง ใหความเหนียว พอควร แตคุณภาพจะสูแปงขนมปงไมได ใชทําผลิตภัณฑไดหลายชนิด เชน คุกกี้ พาย กรอบเค็ม กะหรี่พัฟ แปงสาลีสําหรับทําเคก (Care Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดเบา มีปริมาณโปรตีน ๖-๙ เปอรเซนตสีขาวเนื้อแปงละเอียด เมื่อนํามาผสมน้ําจะดูดซึมน้ําไดนอยไดกอนแปงที่ เหนียวติด คือ เหมาะสําหรับทํา ขนมสาลี ขนมฝรั่ง ขนมเคก ฯลฯ
๓. กะทิ กะทิกะทิไดจากมะพราว ขนมไทยนิยมใชกะทิที่คั้นเองจากมะพราวขูดใหมๆ ถาคั้นกะทิจากมะพราวที่มีกลิ่น จะทําใหกลิ่นของขนมเสีย ทั้งกลิ่นและรสอาเปรี้ยว แกไขไดยาก ไมสามารถจะกลบกลิ่นของกะทิได แมแตนําไปตั้งไฟ กวน มะพราวเมื่อซื้อมา ถายังไมใช ควรเก็บในตูเย็น หรือตองคั้นเปนกะทิทันที และทําใหรอนหรือใหสุกกอนถาตองการ เก็บไวยังไมใชทันที การคั้นมะพราวเพื่อใหไดหัวกะทิ จะนวดมะพราวกอนใสน้ํารอนหรือน้ําสุกแตนอยนวดน้ําใน มะพราวออกมาจะไดหัวกะทิขนขาวในการทําขนมหวานโดยตองการใชหัวกะทิขน ๆ เพื่อใหขนมนารับประทาน ผู ประกอบขนมหวานไทยจึงควรมีความรูเรื่องการคั้นมะพราวใหไดกะทิที่ขน ๔. สารชวยใหชื้น สารที่ชวยใหชื้น ขนมโดยมีความจําเปนในการใชสารชวยขึ้นนอย วิธีการทํา และสวนผสม มีสวนชวยทําให ขนมขึ้นโดยธรรมชาติ เชนการทําปุยฝาย ขนมตาล ฯลฯ แตปจจุบันลักษณะดั้งเดิมของขนมหวานไทยในทองตลาด เปลี่ยนไปเพื่อธุรกิจการคา หนาตาขนมจะมีความนารับประทานขึ้น โดยอาศัยสารทางวิทยาศาสตร ซึ่งไดแก ผงฟู เพื่อ ทําใหขนมขึ้นเร็ว และมีลักษณะนารับประทาน ๕.กลิ่น กลิ่น กลิ่นที่ใชในการทําขนมหวานไทย แตกอนจะใชดอกไมสดที่มีกลิ่นหอม เชน ดอกมะลิ กระดังงา ฯลฯ นํามาอบร่ําในน้ําสะอาด เพื่อใหน้ํามีกลิ่นหอม แตในปจจุบันภาวะสิ่งแวดลอมไดเปลี่ยนไป ดอกไมชนิดตาง ๆ ใชยาฆา แมลงฉีด เพื่อใหมีความคงทนและนํามาซึ่งอันตรายตอผูบริโภค จึงมีกลิ่นวิทยาศาสตรเขามาชวย เชน กลิ่นมะลิกลิ่น ใบเตย ฯลฯ ๖.เกลือ เกลือ ในขนมหวานไทย เกลือใหรสเค็มมีบทบาทสําคัญ ทําใหขนมเกิดรสชาตินารับประทานขึ้น เพราะเมื่อ นําไปผสมกับกะทิ หรือมะพราว ๗. สีใชตกแตงอาหาร สีที่ใชตกแตงอาหาร ขนมหวานไทยบางอยางไมจะเปนตองใสสี ก็ใหความสวยตามธรรมชาติ เชน ขนมปุยฝาย จะมีสีเหมือนชื่อ แตถาเปนขนมที่ตองมีสีจะใชสีธรรมชาติ เชน สีเขียวของใบเตย สีมวงจากดอกอัญชัน สีเหลืองจาก ขมิ้น สีแดงของครั่ง ฯลฯ ปจจุบันไดมีสีผสมอาหารที่สามารถรับประทานไดแลวไมเปนอันตรายตอรางกาย โดยใชใน อัตราสวนที่เหมาะสม ทําขนมหวานไทยใหดูนารับประทานโดยใชสีออน ๆ ๘. ไข . ไข ไขที่ใชในการทําขนมหวานไทย จะใชทั้งไขไกและไขเปด การนําไขมาตีใหขึ้นฟูมากจะเปนตัวเก็บ ฟองอากาศชวยทําใหขนมโปรงฟู การเลือกใชไข ควรใชไขที่ใหมและสด
เทคนิคในการทําขนม การทําขนมหวานไทยใหดีตองประกอบดวยปจจัยหลายอยาง คือ ตองมีใจรัก ชอบทํามีความอดทนตั้งใจมี ความพิถีพิถันในการประดิษฐใหขนมมีรูปรางที่นารับประทาน ขนมหวานไทยบางชนิดตองฝกทําหลายๆ ครั้งจึงจะได ลักษณะที่ดี ประสบการณ และความชํานาญในการทําบอย ๆ ผูประกอบขนมหวานไทย จะประสบความสําเร็จในการทํา การทําขนมหวานไทยของคนรุนกอนๆ จะใชการกะสวนผสมจากความเคยชินที่ทําบอย ๆ สัดสวนของขนมจะไมแนนอน และยังเปนการถายทอดความรูใหกันเฉพาะภายใน ครอบครัวเทานั้น แตในปจจุบันขนมหวานไทยไดวิวัฒนาการใหทัดเทียมกับขนมนานาชาติ มีสูตรที่แนนอน มีสัดสวน ของสวนผสม และวิธีทําที่บอกไวอยางชัดเจน ผูประกอบขนมหวานไทยเปนที่จะตองใชอุปกรณที่เปนมาตรฐานในการชั่ง การตวง มีถวยตวง ชอนตวง ใชภาชนะใหถูกตองกับชนิดของอาหาร เชน การกวนจะใชกระทะทองดีกวาหมอ หรือ กระทะเหล็ก การทอดใชกระทะเหล็กดีกวากระทะทอง ทําตามตํารับวิธีทําขั้นตอน อุณหภูมิที่ใชในการทํา ตลอดจน เลือกเครื่องปรุงที่ใหม ฉะนั้นการทําขนมหวานไทย ควรคํานึงถึงสิ่งตอไปนี้คือ ๑. อุปกรณในการทําขนม ๒. เครื่องปรุงตาง ๆ ๓. เวลา ๔. สูตร เครื่องปรุง และวิธีการทําขนม ๕. ชนิดของขนม ๖. วิธีการจัดขนม อุปกรณที่ใชในการทําขนม อุปกรณที่ใชในการทําขนม สามารถแบงไดใหญๆเปน๓ปรเภท ๑. อุปกรณที่ใชในการชั่งตวง อุปกรณที่ใชในการชั่งตวง o ถวยตวงของแหง ถวยตวงมีเปนชุด ทําดวยอลูมิเนียม พลาสติกหรือสแตนเลท ขนาด มาตรฐานมี ๔ ขนาด คือ ๑ ถวยตวง ๑/๒ ถวยตวง ๑/๓ ถวยตวง และ ๑/๔ ถวยตวง ใชสําหรับตวงของแหง เชน แปง น้ําตาล มะพราวขูด ฯลฯ ไมควรใชถวยตวงตักลงไปในวัสดุที่ตองการตวง เพราะถวยจะกดลงไปในเนื้อของวัสดุที่ตวง ทําใหเนื้อแนน ปริมาณที่ไดจะไมแนนอน o ถวยตวงของเหลว ถวยตวงของเหลวทําดวยแกวทนไฟหรือพลาสติกใส มีหูจับอยูดานขาง และที่ปากแกวจะมีที่เทน้ําไดสะดวก ตวงตามปริมาตรซึ่งมีบอกไวอยูดาน นอกของถวยเปนออนซ หรือขนาดถวย ใช สําหรับตวงของเหลว เชน น้ํา น้ํามัน กะทิ ฯลฯ ที่นิยมใชจะมีขนาด ๘ ออนซ หรือ ๑๖ ออนซ o ชอนตวง ชอนตวงมีลักษณะคลายชอน ทําจากอลูมิเนียมอยางดี พลาสติก หรือสแตนเลท ๑ ชุดมี ๔ ขนาด คือ ๑/๔ ชอนชา ๑/๒ ชอนชา ๑ ชอนชา และ ๑ ชอนโตะ จะใชตวงวัสดุที่ใชปริมาณไมมากนัก เชน เกลือกลิ่น หรือเครื่องเทศ ฯลฯ ลักษณะการใชใหตักวัสดุที่ตองการตวงใสลงในชอนตวงใหพูนแลวปาดใหเสมอกับขอบ ของชอนตวง ไมควรใชชอนตักลงในวัสดุที่ตองการตวง เพราะจะทําใหไดปริมาณที่ไมแนนอนและเปนการกระทําที่ไมถูก