The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichetchai44, 2023-12-09 04:12:50

แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาขนมไทย1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1-2-3 จัดทําโดย นางสาวปณชดา ไชยมงคล ตําแหนง ครู คศ.2 โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ต.ชางเคิ่ง อ.แมแจม จ.เชียงใหม


คําอธิบายรายวิชา รายวิชา ขนมไทย 1 รหัสวิชา 20229 ชั้น ม. 1 -2-3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จํานวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาวิเคราะหประเภทของขนมไทย วัตถุดิบ การเลือกใชเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ การวางแผนการ จัดการ ฝกทักษะการชั่ง ตวง เตรียมวัสดุอุปกรณใหถูกตองเหมาะสม วางแผนการทํางาน บันทึกการปฏิบัติงาน และประเมินผล โดยใชทรัพยากรอยางประหยัดคุมคา เพื่อใหมีความรูความเขาใจและมีทักษะในการทําขนมไทย และ สามารถนําไปใชในการดําเนินชีวิตได คุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีวินัยใฝรูรักความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ ผลการเรียนรู 1. อธิบายประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนและความสําคัญของขนมไทยได 3. บอกชื่อขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 5. เลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณที่ใชในการทําขนมไทยได 6. ปฏิบัติขนมไทยไดตามแผนการทํางาน 7. ประเมินผลและรายงานผลได รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู


ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 รายวิชาขนมไทย ชั้น ม. 1/2/3 จํานวน 40 ชั่วโมง ชื่อหนวยความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 6 ชั่วโมง : 20 คะแนน ชื่อหนวยปฏิบัติและประเมินผล จํานวน 26 ชั่วโมง :60 คะแนน ชื่อหนวย วัตถุดิบวัสดุอุปกรณในการทํา ขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน


ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่1 เรื่อง ความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน หนวยการเรียนรูที่1 เรื่อง ความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน ชื่อเรื่องขนมไทยแตละภาค จํานวน 2 ชั่วโมง : 5 คะแนน ชื่อเรื่องประเภทของขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 5 คะแนน


แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่1 เรื่องความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่1 เรื่อง ประวัติความเปนมาของขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การทําขนมหวานไทยเปนเรื่องที่ตองศึกษาและฝกฝนตองใชศิลปะ วิทยาศาสตรและ ความอดทน และความ เปนระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนมไทยแทๆตองมีกลิ่นหอม หวาน มัน มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแตการ เตรียมสวนผสม จนกระทั่งวิธีการทํา ขนมไทยสามารถจัดแบงเปนชนิดตางๆ ไดตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะ กรรมวิธีในการทํา และลักษณะการหุงตม 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 1. อธิบายประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนและความสําคัญของขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge - ประวัติความเปนมาของขนมไทย - ความหมายของขนมไทย - ประโยชนและความสําคัญของขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - กระบวนการกลุม - การตรงตอเวลา


6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย - ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เขียนสรุปประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทยตามความเขาใจ 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 2 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. ครูแนะนํารายวิชา และผลการเรียนรูของรายวิชา 2. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 1 เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 3. ทําแบบทดสอบกอนเรียน 10 ขอ ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. แบงกลุม นร. กลุมละ 5 คน ครูแจกใบความรูเรื่องประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย ใหนร.แตละกลุมศึกษา 2. ครู อธิบายเพิ่มเติมโดยใช สื่อ ppt. 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุม ชวยกันสรุปประวัติความเปนมาและความหมายของขนมไทย ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. นร.สงตัวแทนนําเสนองานเรื่องประวัติความเปนมาและประโยชนของขนมไทย 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปประวัติความเปนมาและประโยฃนของขนมไทย ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ทําแบบทดสอบหลังเรียน 10 ขอ ครูตรวจแลว นําผลการเรียนมาเปรียบเทียบกับแบบทดสอบกอนเรียน 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. แบบทดสอบกอนเรียน 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรูเดิม 2. ใบงาน 1.1 เรื่อง ประวัติความเปนมาของขนมไทย 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3. สื่อ พาวเวอรพอยทเรื่องประวัติความเปนมาของขนม ไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู 10. การวัดผลและประเมินผล


เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการใหคะแนน 1. อธิบายประวัติ ความเปนมาและ ความหมายของขนม ไทยได 2. อธิบายประโยชน และความสําคัญของ ขนมไทยได 1.ขอสอบกอนเรียน 1.วัดความรู พื้นฐานของ นักเรียนกอนเรียน ตรวจขอสอบ 2.ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เขียนสรุปประวัติความ เปนมาและความหมาย ของขนมไทยตามความ เขาใจ 2.ประเมินใบงาน 3.แบบประเมิน การทํางานกลุม 4. ประเมินการ นําเสนองาน 2.แบบประเมินการเขียน ใบงาน 3. แบบประเมินการ ทํางานกลุม 4.แบบประเมินการ นําเสนองาน 3.ขอสอบหลังเรียน 1.วัดความรู หลังจากการเรียน ตรวจขอสอบ 0-4 ปรับปรุง 5-6 พอใช 7-8 ดี 9-10 ดีมาก 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 1. ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักขนมไทยที่มีในทองถิ่น โดยการ นําผลผลิตทางการเกษตรมาใชทําขนม ไดอยางเหมาะสมและสอดคลอง เนื้อหาเปนประโยชนตอผูเรียนและ พัฒนาจากภูมิปญญาของผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 2. ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 3. มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค 4. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง ประวัติความ เปนมาของขนมไทย ที่เกี่ยวของรอบ ดาน ความรอบคอบที่จะนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน ความรอบรูเรื่อง ประวัติความ เปนมาของขนมไทย กรณีที่เกิดงาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การคํานวณสูตรที่ ตองใช สามารถนําความรูเหลานั้นมา


เพื่อประกอบการวางแผน การ ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับ ผูเรียน พิจารณาใหเชื่อมโยงกัน สามารถ ประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน 5. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล ) แบบทดสอบกอนเรียน เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 1.หลักฐานเกาแกที่สุดที่เสนอความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยคือเรื่องอะไร


ก.อิเหนา ข.รามเกียรติ์ ค. พระอภัยมณี ง. ไตรภูมิพระรวง 2.ขนมไทยเริ่มแพรหลายมากขึ้นในสมัยอยุธยาในจดหมายเหตุบางฉลับกลาวถึง “ ยานปาขนม ” หรือเรียกชื่ออีกอยาง วาอะไร ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชุมชน ค. ตลาดกับขาว ง. ตลาดบานหมอ 3.ขนมครก และขนมเบื้องเปนขนมไทยที่แพรหลายในสมัยใด ก. สมัยสุโขทัย ข. สมัยอยุธยา ค. สมัยพระมหาธรรมราชา ง. สมัยพระนารายณมหาราช 4.สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชมีชาวโปรตุเกส คือทานผูหญิงวิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วาอะไร ก. ทาวสุรนารี ข. ทาวศรีสุนทร ค. ทาวทองกีบมา ง. ทาวเทพกระษัตรี 5. ขนมอะไรบางที่ทานผูหญิงวิชาเยนทรทาขึ้นและยังเปนที่นิยมจนถึงปจจุบัน ก. ขนมตมขาว ข. ขนมทองหยิบ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเล็บมือนาง 6.ความหมายของคําวา “ ตม ” หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การนําอาหารใหสุกโดยใชไอนา ค.การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใสหมอพรอมกับนาตั้งไฟใหเดือดจนสุก 7.ความหมายของคํา “ หุง ” หมายถึง ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยใชน้ํามัน


ค. การนําอาหารใสหมอพรอมนาหรือกะทิตั้งไฟใหเดือดจนสุก ง. การทําอาหารใหสุกโดยนาของที่ตองการใสลงในหมอพรอมกับนาตั้งไฟจนแหงลดไฟ ใหออน 8. มาลีตองการจี่ขนมใหสุกคําวา “ จี่” ในความหมายของคําที่ใชในขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกโดยใชไอนา ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน ค. การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองปงไวเหนือไฟ 9. คําวา “ คลุก ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกระจายออกจากกัน ข. การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากันโดยการใชชอนสอมพอใหขนมรวมกัน ค. การทําใหสุกโดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นใหกลับไปกลับมา ง. การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปงสวนผสมชนิดอื่น ๆ จะกวนหรือนึ่ง 10. คําวา “ รอน ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง ข. การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบออกจากสวนละเอียดจากภาชนะ ง. การทําใหสุกโดยใหอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้น ๆ กระดาษคําตอบกอนเรียน แบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง ประวัติความเปนมาขนมไทย ขอ ก ข ค ง


1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ทําแบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 9-10 คะแนน อยูในระดับดีมาก ทําแบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทําแบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 5-6 คะแนน อยูในระดับพอใช ทําแบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรับปรุง แบบทดสอบหลังเรียน เรื่องประวัติความเปนมาของขนมไทย 1.ความหมายของคําวา “ ตม “ หมายถึงอะไร


ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การนําอาหารใหสุกโดยใชไอน้ํา ค.การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใสหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟใหเดือดจนสุก 2.ความหมายของคํา “ หุง “ หมายถึง ก. การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยใชน้ํามัน ค. การนําอาหารใสหมอพรอมน้ําหรือกะทิตั้งไฟใหเดือดจนสุก ง. การทําอาหารใหสุกโดยนําของที่ตองการใสลงในหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟจนแหงลดไฟ ใหออน 3.มาลีตองการจี่ขนมใหสุกคําวา “ จี่ ” ในความหมายของคําที่ใชในขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทําอาหารใหสุกโดยใชไอน้ํา ข. การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน ค. การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ง. การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองปงไวเหนือไฟ 4.คําวา “ คลุก ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกระจายออกจากกัน ข. การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากันโดยการใชชอนสอมพอใหขนมรวมกัน ค. การทําใหสุกโดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นใหกลับไปกลับมา ง. การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปงสวนผสมชนิดอื่น ๆ จะกวนหรือนึ่ง 5.คําวา “ รอน ” ความหมายที่ใชในขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง ข. การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบออกจากสวนละเอียดจากภาชนะ ง. การทําใหสุกโดยใหอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้น ๆ 6.หลักฐานเกาแกที่สุดที่เสนอความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยคือ เรื่องอะไร ก.อิเหนา ข.รามเกียรติ์ ค. พระอภัยมณี ง. ไตรภูมิพระรวง 7.ขนมไทยเริ่มแพรหลายมากขึ้นในสมัยอยุธยาในจดหมายเหตุบางฉลับกลาวถึง “ ยานปาขนม ” หรือเรียกชื่ออีกอยางวาอะไร


ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชุมชน ค. ตลาดกับขาว ง. ตลาดบานหมอ 8.ขนมครก และขนมเบื้องเปนขนมไทยที่แพรหลายในสมัยใด ก. สมัยสุโขทัย ข. สมัยอยุธยา ค. สมัยพระมหาธรรมราชา ง. สมัยพระนารายณมหาราช 9.สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชมีชาวโปรตุเกส คือทานผูหญิงวิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วาอะไร ก. ทาวสุรนารี ข. ทาวศรีสุนทร ค. ทาวทองกีบมา ง. ทาวเทพกระษัตรี 10.ขนมอะไรบางที่ทานผูหญิงวิชาเยนทรทําขึ้นและยังเปนที่นิยมจนถึงปจจุบัน ก. ขนมตมขาว ข. ขนมทองหยิบ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเล็บมือนาง กระดาษคําตอบกอนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ประวัติความเปนมาขนมไทย ขอ ก ข ค ง


1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ทําแบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 9-10 คะแนน อยูในระดับดีมาก ทําแบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทําแบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 5-6 คะแนน อยูในระดับพอใช ทําแบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรับปรุง ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง เขียนสรุปความหมายและประวัติของขนมไทย


กลุมที่.....................;วันที่...................เดือน.................................พ.ศ............................ คําชี้แจงใหนักเรียนแตละกลุม สรุปองคความรูเกี่ยวกับ ประวัติความเปนมาขนมไทย บันทึกผล กลุมที่................สมาชิก 1............................................................. เลขที่............................ประธาน 2............................................................เลขที่............................. 3............................................................เลขที่............................. 4............................................................เลขที่............................เลขานุการ ประวัติความเปนมาของขนมไทย เฉลยใบงาน ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………


คําชี้แจง ใหนักเรียนแตละกลุม สรุปองคความรูเกี่ยวกับ ประวัติความเปนมาขนมไทย บันทึกผล กลุมที่................สมาชิก 1............................................................. เลขที่............................ประธาน 2............................................................เลขที่............................. 3............................................................เลขที่............................. 4............................................................เลขที่............................เลขานุการ ประวัติความเปนมาของขนมไทย 1. สรุปองคความรู 1." ขาวนม " " เขาหนม " " ขาวหนม " ลวนเปนคําอันเปนที่มาของคําวา "ขนม" 2. ขนมไทยใชมะพราวหรือกะทิทําขนม 3. "เขาหนม" นั้น พระราชวรวงศเธอกรมหมื่นจรัสพรปฏิญาณไดทรงตั้งขอสันนิษฐาน"หนม" เพี้ยนมาจาก "เขาหนม" 4. "ขนม" อาจมาจากคําในภาษาเขมรวา "หนม" ที่หมายถึงอาหารที่ทํามาจากแปงโดยมีน้ําตาลและกะทิเปนสวนผสม ดังนี้ ั้นจึงอาจกลาวไดวา "ขนม" เพี้ยนมาจาก"ขนม" ในภาษาเขมรก็เปนไดไมวาขนมจะมีรากศัพทมาจากคําใดหรือ ภาษาใด ขนมก็ไดเขามามีบทบาทสําคัญในสังคมไทยดวยฐานะของขนมไทยอยางเต็มภาคภูมิ และคนไทยเองก็ไดชื่อวา เปนชนชาติหนึ่งที่ชอบกินขนมเปนชีวิตจิตใจหลักฐานเกาแกที่สุดที่แสดงถึงความสัมพันธระหวางขนมไทยกับคนไทยก็คือ วรรณคดีมรดกสุโขทัย เรื่องไตรภูมิพระรวง ซึ่งกลาวถึงขนมตมที่เปนขนมไทยชนิดหนึ่งไว แบบบันทึกการประเมินการเขียน


ที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล การใชภาษา เนื้อหา รวมคะแนน 12 8 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................


เกณฑการใหคะแนนการเขียน ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 การใชภาษา การสะกด คําศัพท ถูกตอง การเลือกใชคํา ตรงกับเนื้อหา ประโยค ถูกตอง มีเครื่องหมาย วรรคตอนที่ ถูกตอง การสะกด คําศัพทผิด เล็กนอย พอ เดาวามหมาย ไดเขียนรูป ประโยคผิด หลักไวยากรณ เล็กนอย เครื่องหมาย วรรคตอนผิด เล็กนอย สะกดคําผิด มาก แตพอ เดา ความหมายได รูปประโยค ผิดพลาดมาก เครื่องหมาย วรรคตอนไม ครบหรือไม ถูกตอง สะกดคําผิด มาก เขียนรูป ประโยคไม ถูกตอง ไมมี เครื่องหมาย วรรคตอน 3 12 เนื้อหา มีรายละเอียด เนื้อหาตรง กับลักษณะที่ กําหนดมาก ที่สุด รายละเอียด ข อ ง เ นื้ อ ห า มากแตยังไม ครอบคลุม ทั้งหมด มีรายละเอียด ของเนื้อหา นอย มีรายละเอียด ของเนื้อหา นอยมาก 2 8 รวม 5 20


แบบบันทึกการประเมินการทํางานกลุม เลขที่ ประเด็น/ คะแนน ชื่อ - สกุล ความรวมมือ ขั้นตอน แสดงความ คิดเห็น ความ รับผิดชอบ รวม คะแนน 4 8 4 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................


เกณฑการใหคะแนนการทํางานกลุม ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 ความรวมมือ สมาชิกในกลุมทุก คนรวมมือกันทํางาน มีการ ประสานงานที่ดีเปด โอกาสใหสมาชิก กลุมอื่น มีสวนรวมใน กิจกรรมตลอดเวลา การนําเสนอ สมาชิกในกลุมทุก คนรวมมือ กันทํางาน สวนใหญมีการ ประสานงาน ที่ดี เปดโอกาสให สมาชิกกลุมอื่นมี สวนรวมในกิจกรรม บางชวงของการ นําเสนอ สมาชิกในกลุม ทุกคนทํางานที่ไดรับ มอบหมาย แตยัง ขาดการ ประสานงานในกลุม เปดโอกาสใหสมาชิก กลุมอื่นมีสวนรวม นอยมากในชวงของ การนําเสนอ สมาชิกในกลุม บางคนไมทํางาน กลุม ขาดการ ประสานงาน สมาชิกกลุมอื่นไมมี โอกาสเขารวม กิจกรรมในชวงของ การนําเสนอ 1 4 ขั้นตอนการทํางาน มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานที่ชัดเจน ตั้งแตเริ่มทํางาน จนกระทั่งเห็น ผลงานสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานคอนขาง ชัดเจนตั้งแต เริ่มการทํางาน จนกระทั่งเห็น ผลงานสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานแตยังมี ความสําเร็จของงาน ไมคอยสมบูรณ มีการกําหนด ขั้นตอนการ ทํางานไมชัดเจน ทํา ใหผลงานไม สมบูรณ 2 8 การแสดงความ คิดเห็น สมาชิกทุกคน รวมแสดงความ คิดเห็น สมาชิกสวนใหญรวม แสดง ความคิดเห็น สมาชิกมากกวา ครึ่งรวมแสดง ความคิดเห็น สมาชิกไมให ความรวมมือใน การแสดงความ คิดเห็น 1 4 ความรับผิดชอบ สมาชิกทุกคน ทํางานที่ไดรับ มอบหมายจน งานเสร็จสมบูรณ ทันเวลา สมาชิกสวนใหญ ทํางานที่ไดรับ มอบหมายจนเสร็จ สิ้นสมบูรณ สมาชิกบางคน เลี่ยงงาน ไมทํา หนาที่ตามที่ได รับมอบหมาย งานเสร็จ แตไมคอย สมบูรณทันเวลา สมาชิกไมมี ความรับผิดชอบ ทําใหงานไม บรรลุเปาหมาย 1 4 รวม 5 20


ใบความรู ประวัติขนมไทย ขนมไทย เปนขนมหวาน มีมาตั้งแตสมัยโบราณ ถือเปนเอกลักษณและวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยูคูกับสังคมไทยมาชานาน ในสมัยกอนขนมไทยจะทําเฉพาะเวลามีงานสําคัญเทานั้น ไมวาจะเปนในงานเทศกาล งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพิธีกรรมตางๆ แตที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวัน หลังสํารับคาวหวานหรือกินเปนของวาง ก็ลวนแต คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแลวทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากตางชาติที่เขามาโดยผานความสัมพันธทางการเมือง ก็ถูกดัแป ลง ใหมีรูปรส ลักษณะเปนแบบไทยๆจนบางทีนึกกันไปวาเปนขนมไทยแทดั้งเดิมก็มี แตแทที่จริงแลวขนมไทยแทๆนั้น จะมีสวนประกอบเพียงสามอยาง คือ แปง น้ําตาล มะพราว โดยการทําขนมไทยนี้เปนการบงบอกถึงลักษณะนิสัยของ คนไทย ในเรื่องความอดทนใจเย็น ละเอียดลออ และชางสังเกต ทั้งยังไดแฝงความหมายอันลึกซึ้งไวในชื่อของขนมไทย แตละชนิดดวย ประวัติขนมไทย สมัยสุโขทัย ขนมไทยมีที่มาคูกับชนชาติไทย จากประวัติศาสตรที่ติดตอคาขายกับตางประเทศคือ จีนและอินเดียใน สมัยสุโขทัย มีสวนชวยสงเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ดานอาหาร การกินรวมไปดวย สมัยอยุธยา เริ่มมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับตางประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรม ดานอาหารของชาติตางๆ มาดัดแปลงใหเหมาะสมกับสภาพความเปนอยู เครื่องมือเครื่องใช วัตถุดิบที่หาได ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุนหลังแทบจะแยกไมออกเลยวา อะไรคือขนมไทยแทๆ อะไร ที่เรายืมเคามา เชน ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายทานอาจคิดวาเปนของไทยแทๆ แตความจริงแลวมีตน กําเนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบมา" "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบมา"เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๑ หรือ พ.ศ. ๒๒๐๒ แตบางแหงก็วา พ.ศ. ๒๒๐๙ โดยยึดหลักจากการแตงงานของเธอที่มีขึ้นในป พ.ศ. ๒๒๒๕ และขณะนั้น มารี กีมาร มีอายุเพียง ๑๖ ป บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เปนลูกครึ่งญี่ปุนผสมแขกเบงกอล ผูเครงศาสนา สวนมารดาชื่อ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุนผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดิน ทางเขามาเปนทหารอาสา ในแผนดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไมนานนัก ชีวิตชวงหนึ่งของ "ทาวทองกีบมา" ไดเขาไปรับราชการในพระราชวังตําแหนง "หัวหนาหองเครื่องตน" ดูแล เครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เปนหัวหนาเก็บพระภูษาฉลอง พระองค และเก็บผลไมของเสวย มีพนักงานอยูใต บังคับบัญชาเปนหญิงลวน จํานวน ๒,๐๐๐ คน ซึ่งเธอก็ทํางานดวยความซื่อสัตยสุจริต เปนที่ ชื่นชม ยกยอง มีเงิน คืนทองพระคลังปละมากๆ ระหวางที่รับราชการนี่เอง มารี กีมาร ไดสอนการทําขนมหวานจําพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปรง ขนมผิงและอื่นๆ ใหแกผูทํางานอยูกับเธอและสาวๆ เหลานั้น ไดนํามา ถายทอดตอมายังแตละครอบครัวกระจายไปในหมูคนไทยมาจนปจจุบันนี้ถึงแมวา "มารี กีมาร" หรือ "ทาวทองกีบ มา" จะมีชาติกําเนิดเปนชาวตางชาติ แตเธอก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยูในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนั้น ยังไดทิ้งสิ่งที่เธอคนคิด ใหเปนมรดกตกทอดมาสูคนรุนหลัง ไดกลาวขวัญถึงดวยความภาคภูมิ "ทาวทองกีบมา เจา


ตํารับอาหารไทย" ขนมจัดเปนอาหารที่คูสํารับกับขาวไทยมาตั้งแตครั้งโบราณ โดยใชคําวาสํารับกับขาวคาว-หวาน โดยทั่วไปประชาชนจะทําขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแตการทําบุญ เลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธีการ อาหาร หวานที่จัดเปนสํารับจะตองประกอบดวย ของหวานอยางนอย ๕ สิ่ง ซึ่งตองเลือกใหมีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจน ลักษณะที่กลมกลืนกัน แตละสํารับจะตองมีผลไม ๑๐ ที่และขนมเปนน้ํา ๑ ที่เสมอ ภาพที่ ๑ ทาวทองกีบมา ขนมไทยที่นิยมทํากันทุก ๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการตาง ๆ เนื่องในการทําบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนม จากไข และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้น ๆ งานสิริมงคล ตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส ทําบุญวันเกิด หรือทําบุญขึ้นบานใหม สวนใหญก็จะมีการเลี้ยงพระกับแขกที่มาในงาน เพื่อเปนศิริมงคลของงานขนมก็จะมี ฝอยทอง เพื่อหวังใหอยูดวยกัน ยืดยาวมีอายุยืน ขนมชั้น ก็ใหไดเลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถวยฟูก็ขอใหเฟองฟู ขนม ทองเอกก็ขอใหไดเปนเอก เปนตน ความหมายคําที่ใชในการประกอบอาหาร การประกอบขนมหวานไทย มีหลายวิธีดวยกัน ซึ่งขึ้นอยูกับชนิดของขนมนั้น ๆ วาจะประกอบดวยวิธี การ แบบใดใหขนมสําเร็จออกมาแลวนารับประทาน ตัวอยางวิธีการประกอบขนมหวานไทย คือ ๑. ตม หมายถึง การนําอาหารใสหมอ พรอมกับน้ําหรือกะทิ ตั้งไฟใหเดือดจนสุกตามความ ตองการ การ ทําขนมที่ตองตม และเปนขนมที่ใชใบตองหอ ตองหอใหสนิท ใบตองตองไมแตก เชน ขาวตม น้ําวุน แกงบวด ถั่ว เขียวน้ําตาล ฯลฯ ๒. หุง หมายถึง การทําอาหารที่ใหสุก โดยนําของที่ตองการหุงใสลงในหมอพรอมกับน้ําตั้งไฟ จนน้ําแหง จึงลดไฟใหออนลง แลวดงใหแหงสนิท


๓. นึ่ง หมายถึง การทําอาหารใหสุก โดยใชไอน้ํา โดยใสขนมลงในลังถึง ปดฝาตั้งไฟใหน้ําเดือด นึ่งจนขนม สุก สวนมากจะเปนขนมที่มีไขเปนสวนผสม เชน ขนมสาลี ขนมทราย ขนมชั้น ขนมสอดไส ฯลฯ การใชเวลานึ่ง และความรอนตางกันขึ้นอยูกับชนิดของขนมนั้นๆ ๔. ทอด หมายถึง การทําอาหารใหสุกดวยน้ํามัน โดยใสน้ํามันลงในกระทะ ตั้งไฟใหรอนทั่วแลวจึงใสขนม ที่จะทอดลงไป ขนมบางชนิดใชน้ํามันมาก เรียนกวา ทอดน้ํามันลอยใชไฟปานกลางสม่ําเสมอ บางชนิดใชน้ํามัน นอย ใชกระทะกนตื้น ดังนั้นการทอดจึงใชกระทะตามลักษณะของขนมแตละชนิด การทอดถาใชไฟออนมาก ขนม จะอมน้ํามันจึงควรจะระมัดระวังดวย ขนมที่ทอดเชน ขนมฝกบัว ขนมทองพลุ ขาวเมาทอด ฯลฯ ๕. จี่ คือ การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ใชน้ํามันทากระทะพอลื่น กระทะที่ใชจะเปน กระทะเหล็กหลอแบน กวาง เนื้อเหล็กหนา การจี่ใชไฟออน ตั้งกระทะใหความรอนรุมอยูตลอดเวลา และกลับขนม ใหเหลืองเสมอกันทั้งสองดาน เชน ขนมแปงจี่ ๖. เจียว คือ การทําใหเครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน เชน หอมเจียว การเจียวหอมเพื่อโรยหนาขนม หัวหอมควรซอยชิ้นใหเสมอกัน เวลาเจียวจะสุกพรอมกัน มีสีเหลืองสวยน้ํามันที่เจียวไมควรมากเกินไป กะพอใส ของลงไปแลวพอดี ใชตะหลิวกลับไปกลับมาจนกรอบเหลืองทั่วกัน จะไดน้ํามันเหลือติดกนกระทะเล็กนอย ใชเปน สวนผสมของขนมได ๗. ปง หมายถึง การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองการปงไวเหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ไฟไมตอง แรงนัก กลับไปกลับมาจนขนมสุก อาหารบางชนิดใชใบตองหอ แลวปงจนใบตองที่หอเกรียมหรือกอรบ เชน ขนม จาก ขาวเหนียวปง กอนที่จะปงใชขี้เถากลบไว เพื่อใหไฟรอนสม่ําเสมอกัน ๘. ผิงและอบ ขนมที่ใชผิงมีหลายชนิด จะใชผิงดวยไฟบนและไฟลาง ไฟจะตองมีลักษณะออนเสมอกัน ปจจุบันใชเตาอบแทนการผิง เชน ขยมหมอแกง ขนมสาลี่กรอบขนมผิง ฯลฯ ๙. กวน เริ่มตนตั้งแตกวนขนมยังเปนของเหลว ในขณะที่ขนมยังเหลว สวนที่ควรระมัดระวัง เวลากวนคือ กนกระทะตองหมั่นใชพายขูดกลับไปกลับมา เพื่อไมใหสวนผสมติดกนกระทะ ระยะขนมรวมกันแลวใหคนไปทาง เดียวกัน ตองคอยระวังกนกระทะ ขนมจะไหวหากกวนไมทั่ว ไมควรปลอยใหขนมจับปากกระทะ หมั่นขูดอยูเสมอ พายที่ใชควรมีขนาดพอเหมาะกับสวนผสมในกระทะ และความถนัดในการใชงาน เชน ถั่วกวน เผือกกวน กลวย กวน ๑๐. คลุก คือ การผสมของตั้งแตสองอยางขึ้นไปใหเขากัน เชน ขาวเมาคลุก การคลุกควรใชชอน สอมพาย ไม คลุกเบาๆ พอใหขนมรวมกัน และมีรสเสมอกัน ๑๑. ตีไข คือ การทําไขใหขึ้น มีหลายขนาด การตีไขใหไดผล ควรตีใหมีจังหวะสม่ําเสมอ ไมหยุดมือ จนกวาไขจะขึ้นฟู และอยูตัวตามตองการ ถาตีแลวหยุดบอยๆ จะทําใหไขเสียได ๑๒. คน หมายถึง การคนขนมที่ประกอบดวยเครื่องปรุงที่เปนแปง สวนผสมชนิดอื่นๆจะกวนหรือนึ่ง ควร ไดมีการคนเสียกอน เพื่อใหแปงรวมตัวกับสวนผสมอื่น แลวจึงตักใสภาชนะนึ่ง หรือใสกระทะกวน ๑๓. คั่ว หมายถึง การทําใหสุก โดยใชอาหารลงในกระทะ แลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นๆ ใหกลับไปกลับมา เชน คั่วงา ไฟที่ใชในการคั่ว ไมควรใชไฟแรง จะทําใหอาหารไหม ๑๔. แซะ คือ การทําใหวัตถุที่ติดอยูกับภาชนะหลุดออกจากภาชนะ โดยใชเครื่องมือที่มีลักษณะ ปากแบน ปลายคม เชน แซะขนมเบื้อง คอยๆแซะแผนแปงใหหลุดจากกระทะโดยแซะไปรอบๆขนม


๑๕. ละเลง คือ การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง เชนละเลงขนมเบื้อง โดยจะใชกระจาที่ทํา ดวยกะลามะพราวแบนๆมีดามถือ ตักแปงที่มีลักษณะเหลว หยดลงในกระทะใชกระจาวางลงตรงกลางแปง ใชมือ กดใหวนไปโดยรอบ จนแปงจับกระทะเปนแผนตามที่ตองการ ๑๖. ยี คือ การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกอนกระจายออกจากกัน เชน การยีแปงขนมขี้หนู หลังจากใส น้ําเชื่อม จนแปงระอุ และอิ่มน้ําเชื่อมแลว ตองทําขนมใหฟู โดยการยีเบาๆมือใหแปงกระจายออกจากกัน ๑๗. รอน คือ การแยกวัตถุที่มีเนื้อหยาบ ออกจากสวนละเอียดหรือเกี่ยวกับการทําขนมเชน ขนมละออง ลําเจียก ใชแปงขาวเหนียวที่นวดกับหัวกะทิหมาด ๆ ใสแรงรอนในกระทะใหจับเปนแผน บรรจุไสมวนใหสวย


แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่1 เรื่องความรูทั่วไปเกี่ยวกับขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่2 เรื่อง ประเภทของขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) ขนมไทย นอกจะมีประวัติความเปนมาอันยาวนานแลว นอกจากจะรับประทานตบทายมื้ออาหารหรือทาน ระหวางมื้อแลวนั้น ก็ยังนิยมใชในงานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานแตงงาน และงานขึ้นบานใหม เนื่องจาก?ขนมไทยมี ชื่อและความหมายที่ดี เปนมงคล 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 3. บอกชื่อขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge - ขนมไทยเทศกาลตางๆ - ประเภทของขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - กระบวนการกลุม - การตรงตอเวลา


6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาล - ใบความรูเรื่อง ประเภทของขนมไทย - ใบงานที่ 2.1 เรื่อง เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล - ใบงานที่ 2.2 เรื่อง แบบฝกหัดเรื่องประเภทของขนมไทย 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 2 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 1 เรื่องขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ครูใหนักเรียนบอกชื่อขนมไทยที่มีในทองถิ่น และ ขนมไทยที่นร.ใชในเทศกาลตางๆ 2. ครูใหนร.ดูรูปภาพขนมไทยที่ใชในเทศกาล แลวใหนร.ทายชื่อขนม 3. ครูแจกใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ใหนักเรียนศึกษา แลวใหนร.ทําใบ งานที่ 2.1 เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล สง 4. ครูใหนักเรียนเลนเกมบัตรภาพ โดยมีรูปภาพขนม ประเภทตางๆ แจกคนละ 1 รูป แลวใหนักเรียนนําบัตร รูปภาพมาใส ใหตรงกับประเภทของขนมไทย 5. ใหนักเรียนทําแบบฝกหัดเรื่องประเภทของขนมไทย ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครูและนักเรียนชวยกันดูความถูกตองของบัตรภาพ ของขนมไทยแตละประเภทวาเพื่อนแตละคน สามารถ นําบัตรภาพมาใสในประเภทของขนมไทยถูกตองหรือไม ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขนมไทยตามเทศกาลและประเภทของขนมไทย 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. รูปภาพขนมไทยตามเทศกาล 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรูเดิม 2. บัตรภาพ 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3. ใบความรูเรื่อง ขนมไทยตามเทศกาลและ ประเภท ของขนมไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู


10. การวัดผลและประเมินผล เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการให คะแนน 3. บอกชื่อขนมไทย ในเทศกาลตางๆได 4.จัดประเภทของ ขนมไทยได เขียนผัง Mild Mapping สรุปเรื่อง ชนมไทยตามเทศกาล ดูคะแนนจากแบบ ประเมินชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน 20 ทําแบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย การตรวจ แบบฝกหัด แบบฝกหัด 10 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 1.ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักขนมไทยที่มีใชในเทศกาลตางๆ โดยการนําผลผลิตทางการเกษตรมาใช ทําขนมไดอยางเหมาะสมและ สอดคลองเนื้อหาเปนประโยชนตอ ผูเรียนและพัฒนาจากภูมิปญญาของ ผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 2.ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 3.มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค 2. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง ขนมไทย เทศกาลตางและประเภทของขนม ไทย ที่เกี่ยวของรอบดาน ความ รอบคอบที่จะนําความรูเหลานั้นมา พิจารณาใหเชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผน การดําเนินการ จัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับผูเรียน ความรอบรูเรื่องขนมไทยเทศกาล ตางและประเภทของขนมไทย กรณี ที่เกิดงาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การ คํานวณสูตรที่ตองใช สามารถนํา ความรูเหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยง กัน สามารถประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน


3. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล )


ใบความรู เรื่อง ขนมไทยที่ใชกับประเพณีไทย ขนมไทย นอกจะมีประวัติความเปนมาอันยาวนานแลว นอกจากจะรับประทานตบทายมื้ออาหารหรือทานระหวางมื้อ แลวนั้น ก็ยังนิยมใชในงานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานแตงงาน และงานขึ้นบานใหม เนื่องจาก?ขนมไทยมีชื่อและ ความหมายที่ดี เปนมงคล งานบวช เปนงานสําคัญในชีวติของลูกผูชายที่จะแสดงออกถึงความกตัญูตอบิดามารดา และผูมีพระคุณ โดยเจาภาพ จะตองตอนรับดวยการเลี้ยงอาหารคาว-หวาน ใหเปนที่ประทับใจของแขกเหรื่อ และจัดขนมไทยที่มีชื่อเปนมงคลเพื่อ ความรุงเรืองของตัวเจาภาพและผูบวช เชน ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟูฯลฯ ขนมชั้น งานแตง คนโบราณจะใหความสําคัญอยางมากวัตถุดิบที่นํามาจัดเลี้ยงจะเลือกสรรเปนอยางดีขนมไทย?ก็เชนกัน มัก เลือกที่มีชื่อและความหมายที่ดี เปนสิริมงคล ตอคูบาวสาว เชน – ขนมกง หมายถึง มีความเปนอยูอยางเปนสุข เปรียบเสมือนใหคูบาวสาวไดใชชีวติเคียงขางกันดวยใจคอที่หลักแนน มี ความรักใหกันตลอดกาล เหมือนกงลอเกวียน – ขนมสามเกลอ หมายถึง ใหอยูดวยกันยั่งยืนนาน ไมแยกจากกัน – ขนมโพรงแสม เปรียบเสมือนเสาบานอันเปนที่พักพังใหความมั่งคงกับทั้งคู – ขนมนมสาว เปรียบเสมือนแสงสวางนําทางการใชชีวิต – ขนมฝกบัว ที่มีความหมายแสดงความสูงสงของการใชชีวิตสมรส


ขนมกง นอกจากนี้ยังใชขนมไทยที่มีชื่อเปนมงคลอีกหลายชนิด ไดแกขนมสอดไส ขนมผิง ขนมเสนหจันทนขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง


ขนมไทย ที่ใชในงานแตง ประเพณีสงกรานตสมัยกอนเมื่อจะถึงวันสงกรานตหรืองานขึ้นปใหมของคนไทย ชาวบานจะชวยกันกวน ขนมเปยก ขาว เหนียวแดง และกะละแม เพื่อเตรียมไวสําหรับทําบุญและแจกจายใหเพื่อนบาน เพื่อแสดงน้ําใจไมตรี และถือเปนโอกาส ในการอวดฝมือการทํา ขนมไทย ไปในตัว ในการทําขาวเหนียวแดงและกะละแม จะตองอาศัยความรวมแรงรวมใจกันทํา จนสําเร็จ ซึ่งนอกจากจะไดขนมเพื่อนําไปทําบุญแลว ยังเปนการสรางสัมพันธไมตรี อีกดวย การที่เรียก กะละแม ขนม ไทย ชนิดนี้ วา “กะละแม” นั้น เคยมีผูรูหลายทายกลาวไววา กะละแมเปน?ขนมไทย?ที่ไดรับอิทธิพลจากตางประเทศ เพี้ยนมาจากคําวา “คาราเมล” ที่เปนของเหลวสีน้ําตาล ที่มีความเหนียวและมีรสหวาน บางคนวามาจากภาษามลายู คือ “เกอะลาไม” หรือ “เคอะลาไม” อยางไรก็ตาม ที่กลาวมานั้นเปนเพียงขอสันนิษฐานและบอกตอๆ มากันเทานั้น ขาวเหนียวแดง ประเพณีสารทไทย ประเพณีนี้ชาวบานจะรวมกันทําบุญตักบาตรและแจกจาย ขนมไทย ที่มีชื่อวา กระยาสารท คําวา “สารท” มาจากภาษา บาลี ที่แปลวา “ฤดู” อันเปนชวงเวลาที่พืชพันธุผลไมออกดอกออกฝล แสดงถึงความรื่นเริงยินดี งาน วันสารทเดือน 10 ของคนไทยในภาคใตนั้นจะมีขนมไทย ที่แตกตางจากภาคอื่นๆ เชน – ขนมลา เปนขนมที่ทําจากแปงขาวเจา เคี่ยวรวมกับน้ําตาลจนขน แลวนํามาโรยเปนเสนละเอียด คลายกับผืนผาที่ทอ เปนแผน – ขนมพอง ที่ทํามาจากขาวเหนียวนึ่ง นํามาอัดใสพิมพแลวตากแดดจนแหงกอนทอดใหพองฟู


ขนมพอง ทอดกฐิน ขนมไทย ที่นิยมนํามาใชไดแกขนมประเภททอด เชน กลวยแขกและขาวเมาทอด (ตามหลักฐานจาก จิตรกรรมฝาผนังในพระอะโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเปนศิลปะยุครัตนโกสินทรสมัยรัชกาลที่ 5) ขาวเมาทอด งานพิธีการ ตางๆ เชน งานเลื่อนยศ เลื่อนตําแหนง ถือเปนการแสดงความยินดี และอวยพร จึงนิยมจะทํา – ขนมจามงกุฏ เพราะเปน ขนมไทย ที่ทํายากอีกอยางหนึ่ง ซึ่งมีขึ้นตอน การทําสลับซับซอน – ขนมเม็ดขนุน หมายถึง ใหมีคนเกื้อหนุน – ขนมทองเอก ขนมไทย ชนิดนี้จะมีความสงางามตางจาก ขนมไทย อื่นๆ เนื่องจากจะมีทองคําเปลว ติดไวที่ดานบน จึง ทําใหนี้หมายถึง ความเปนที่หนึ่ง


ขนมเสนหจันทน ทองเอก และจามงกุฏ โดยการทํา ขนมไทย นั้นผูที่ทําจะตองใสใจลงไปดวย อีกทั้งตองมีใจรัก อดทน ตั้งใจพิถีพิถันใหขนมมีรูปรางลักษณะที่ สวยงาม สมัยกอนผุที่ทําขนมไทยจะตองมีประสบการณและความชํานาญอยางมาก เพราะในการทําแตละครั้งจะใชการ กะสวนผสมดวยสายตา และสัมผัดดวยมือ แตในปจจุบันมีอุปกรณที่ใชสําหรับ ชั่ง ตวง เกิดขึ้น จึงทําใหขนมไทย มี รสชาติไดมาตรฐานและระบุสวนผสมไดชัดเจน ประเภทของขนมไทย ขนมหวานไทย หมายถึง อาหารชนิดหนึ่งที่ไมใชกับขาว แตเปนอาหารที่รับประทานตามหลังของคาว เชน ในอาหารมื้อ กลางวันมีกวยเตี๋ยวไกเปนของคาว ผูรับประทานอาจจะรับประทานทับทิมกรอบเปนของหวาน เปนตนเมื่อบริโภค อาหารมื้อสําคัญๆ เชน มื้อเชา มื้อกลางวัน มื้อเย็นควรบริโภคทั้งของคาวและของหวาน สิ่งที่ใชเปนของหวานอาจเปน ขนมหรือผลไมก็ไดนอกจากจะรับประทานขนมหวานหลังของคาว เราอาจรับประทานขนมหรือขนมหวานในเวลาที่มิได รับประทานอาหารคาว แตจะรับประทานขนมหรือขนมหวานเปนของวาง หรือรับประทานขนมหวานกับเครื่องดื่ม ขนมหวานไทยจะมีความหวานนํา หรือมีความหวานจนรูสึกในลิ้นของผูรับประทานการทําขนมหวานไทยเปนเรื่องที่ตอง ศึกษาและฝกฝนตองใชศิลปะ วิทยาศาสตรและ ความอดทน และความเปนระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนม ไทยแทๆตองมีกลิ่นหอม หวาน มัน มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแตการเตรียมสวนผสม จนกระทั่งวิธีการทํา ขนมไทย สามารถจัดแบงเปนชนิดตางๆ ไดตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะกรรมวิธีในการทํา และลักษณะการหุงตม คือ ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ ๒. ประเภทนึ่ง เชน ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมน้ําดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตมแดง ขนมตมขาว มันตมน้ําตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปยกปูน ซาหริ่ม ขนมตะโก ฯลฯ


๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลําดวน ขนมบาบิ้น ขนมหนานวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝกบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเชื่อม เชน กลวยเชื่อม สาเกเชื่อม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผือกฉาบ กลวยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ เชน เผือกน้ํากะทิ ลอดชองน้ํากะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม เชน ผลไมลอยแกว วุนน้ําเชื่อม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลวยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม เชน มะมวงแชอิ่ม มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอนแชอิ่ม ฯ ใบงานที่ 2.1


คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนสรุป Mild Mapping เรื่อง ขนมไทยในเทศกาลตางๆ ขนมไทยที่ใชในเทศกาลตางๆ ขนมไทยที่ใชในเทศกาลตางๆ งานบวช ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟู


แบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย งานแตง งานทอดกฐิน งานประเพณี สารทไทย พิธีการตางๆ ขนมกง โพรงแสม นมสาว ฝกบัว กลวยแขก ขาวเมาทอด ขนมลา ขนมพอง จามงกุฎ เม็ดขนุน ทองเอก


คําชี้แจง ใหนักเรียนใสชื่อขนมไทยในชองวางใหถูกประเภท ๑. ขนมประเภทไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒. ประเภทนึ่ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓. ขนมประเภทตม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๔. ขนมประเภทกวน ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๕. ขนมประเภทอบและผิง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๖. ขนมประเภททอด ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๗. ขนมประเภทปง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๘. ขนมประเภทเชื่อม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๙. ขนมประเภทฉาบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๒. ขนมประเภท บวด………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ชื่อ-สกุล........................................................................................ชั้น...............................................


แบบฝกหัดเรื่อง ประเภทของขนมไทย คําชี้แจง ใหนักเรียนใสชื่อขนมไทยในชองวางใหถูกประเภท ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ ๒. ประเภทนึ่ง เชน ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมน้ําดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตมแดง ขนมตมขาว มันตมน้ําตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปยกปูน ซาหริ่ม ขนมตะโก ฯลฯ ๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลําดวน ขนมบาบิ้น ขนมหนานวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝกบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเชื่อม เชน กลวยเชื่อม สาเกเชื่อม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผือกฉาบ กลวยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ เชน เผือกน้ํากะทิ ลอดชองน้ํากะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชื่อม เชน ผลไมลอยแกว วุนน้ําเชื่อม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลวยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอิ่ม เชน มะมวงแชอิ่ม มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอนแชอิ่ม ฯ


แบบบันทึกการประเมินคุณภาพชิ้นงาน / ภาระงาน เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความสมบูรณ ของชิ้นงาน ความคิดสรางสรรค รวมคะแนน 12 8 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ.........................................................ผูประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................


เกณฑการใหคะแนนคุณภาพชิ้นงาน / ภาระงาน ระดับคะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑการใหคะแนน น้ําหนัก/ ความสําคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 ความสมบูรณของ ชิ้นงาน ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียน สมบูรณ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนเปน สวนใหญ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนพอ สมควร ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบ คลุมวง คําศัพท ที่เรียนนอย 3 12 ความคิด สรางสรรค เปนชิ้นงาน ที่แปลกใหม คิดขึ้นเอง ไมเหมือน ตัวอยาง เปนชิ้นงาน ที่แปลกใหม แตมีบางสวน คลายกับ ตัวอยาง เปนชิ้นงาน ที่ปรับปรุง ดัดแปลง เล็กนอยจาก ตัวอยาง เปนชิ้นงานที่ เหมือนกับ ตัวอยาง 2 8 รวม 5 20


แบบบันทึกคะแนนการสังเกตพฤติกรรมในการเรียนดานเจตคติ (แบบสํารวจรายการ) เรื่อง.......................................................................................................... ชั้น............................... ครั้งที่....................................วันที่.....................เดือน.......................................พ.ศ......................... เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการพฤติกรรม ขอเสนอแนะ ในการประเมิน ความ กระตือรือรน ความ สนใจใน การเรียน ความเชื่อมั่น และกลา แสดงออก ความสนุกสนาน อาสาทํางานในการรวมกิจกรรม กระตุนผูรวมงานทํางานใหเสร็จตาม ชวยเหลือผูรวมงานทํางานใหเสร็จตาม เต็มใจเชารวมกิจกรรม ไมรบกวนผูอื่นในเวลาทํางาน กลาถาม-ตอบเปนภาษาอังกฤษ อาสาเปนตัวแทนแสดงกิจกรรมหนาชั้น ปฏิบัติกิจกรรมดวยความเต็มใจ รวมกิจกรรมอยางไมเบื่อหนาย ชวยทํางานกับผูอื่นดวยความพอใจ ผลการประเมิน 1. ผูสังเกตพิจารณา จากรายงาน พฤติกรรมของ นักเรียนแตละ ระดับแลวเขียน เครื่องหมายลง ในชองรายการ พฤติกรรมที่ นักเรียนผาน 2. นักเรียนผาน รายการพฤติกรรม ทุกรายการถือวา ผาน


ผังมโนทัศน รายวิชาขนมไทย 1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่2 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน หนวยการเรียนรูที่2 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน ชื่อเรื่องอุปกรณในการทําขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน


แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่2 เรื่องวัตถุดิบอุปกรณในการทําขนมไทย แผนจัดการเรียนรูที่3 เรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2562 น้ําหนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 4 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การเลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณใหถูกตองนั้นเปนสวนสําคัญ ซึ่งจะสงผลตอลักษณะของขนม ฉะนั้นกอนทํา ขนมไทยจึงควรศึกษาเรื่องวัตถุดิบหลักๆและอุปกรณในการทําขนมไทย 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู 4. เลือกใชวัตถุดิบและอุปกรณที่ใชในการทําขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge -วัตถุดิบในการทําขนมไทย -อุปกรณในการทําขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - -ถอดองคความรูเรื่องการเลือกใชวัตถุดิบในการทําขนมไทย - ปฏิบัติการทําจากธรรมชาติ - ปฏิบัติการชั่งตวงวัตถุดิบ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - ความตั้งใจ 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมั่นในการทํางาน


7. ภาระงาน : - -ถอดองคความรูเรื่องการเลือกใชวัตถุดิบในการทําขนมไทย - ปฏิบัติการทําสีจากธรรมชาติ - ปฏิบัติการชั่งตวง วัตถุดิบ 8. กิจกรรมการเรียนรู(จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชกระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาที่ใช 4 ชั่วโมง ขั้นนําเขาสูบทเรียน/ขั้นตั้งคําถาม 1. แจงผลการเรียนรูในหนวยที่ 2 เรื่องวัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย ขั้นสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาใบความรูเรื่องวัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใชสื่อของ จริงจากหองปฏิบัติการ 2. แจกใบงานใหนักเรียนถอดองคความรูจากการเรียนเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย ( 15 นาที ) 3. แบงกลุมนร. กลุมละ 3-4 คน ใหนักเรียนเดินสํารวจหาสมุนไพร และดอกไมที่สามารถนํามาเปนสีในการ ผสมอาหารและขนมได กลุมละ 3 ชนิด ใหเวลาในการสํารวจ ( 15 นาที ) 4. ปฏิบัติการทําลองการทําสีจากธรรมชาติ( ใหเวลา 30 นาที) 5. ครูแจกใบความรูเรื่องวัสดุอุปกรณในการทําขนมไทย อธิบายเพิ่มเติมโดยใหนักเรียนดูของจริงจาก หองปฏิบัติการ 6. แบงกลุมนักเรียน ในการชั่งตวง วัตถุดิบโดยใชอุปกรณของจริง ขั้นอธิบายและลงขอสรุป/ขั้นดําเนินการคนหาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. บันทึกผลการปฏิบัติงานจากการยอมสีธรรมชาติ 2. นักเรียนสงตัวแทนกลุมออกมานําเสนอผลการยอมสีจากธรรมชาติ ขั้นสรุปและประเมินผล 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมในสวนของเนื้อหาตางๆที่ไดเรียนผานมา 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ จํานวน สภาพการใชสื่อ 1. ใบความรูเรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นตรวจสอบความรู 2.สื่อของจริงเรื่องวัตถุดิบในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นสรางความสนใจ 3.สื่อของจริงเรื่องอุปกรณในการทําขนมไทย 1 ชุด ขั้นขยายความรู


10. การวัดผลและประเมินผล เปาหมาย การเรียนรู หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ เกณฑการใหคะแนน 4. เลือกใชวัตถุดิบ และอุปกรณที่ใชใน การทําขนมไทยได - ถอดองคความรูเรื่อง การเลือกใชวัตถุดิบใน การทําขนมไทย 1.ประเมินใบงาน 1.แบบประเมินการเขียน ใบงาน - ปฏิบัติการทําสีจาก ธรรมชาติ 1.ประเมินใบงาน 2.ประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการ นําเสนองาน 1.แบบประเมินใบงาน 2.แบบประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการนําเสนอ งาน - ปฏิบัติการชั่งตวง วัตถุดิบ 1.ประเมินใบงาน 2.ประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการ นําเสนองาน 1.แบบประเมินใบงาน 2.แบบประเมินการ ทํางานกลุม 3. ประเมินการนําเสนอ งาน 11. การบูรณาการตามจุดเนนของโรงเรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครู ผูเรียน 6. ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รูจักวัตถุดิบและสมุนไพรที่มีใน ทองถิ่น โดยการนําผลผลิตทางการ เกษตรมาใชทําขนมไดอยางเหมาะสม และสอดคลองเนื้อหาเปนประโยชนตอ ผูเรียนและพัฒนาจากภูมิปญญาของ ผูเรียน พอดีดานจิตใจ มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน สวนรวม/กลุม 7. ความมีเหตุผล - ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยูในภาวะขาด แคลน ในการดํารงชีวิต ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิต หลุดพน จากความทุกขยาก (การคนหาคําตอบ เพื่อใหหลุดพนจากความไมรู) 8. มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง ภูมิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ระมัดระวัง สรางสรรค


9. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรื่อง วัตถุดิบและ อุปกรณในการทําขนมไทยที่เกี่ยวของ รอบดาน ความรอบคอบที่จะนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน การ ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับ ผูเรียน ความรอบรูเรื่อง วัตถุดิบและ อุปกรณในการทําขนมไทย กรณีที่เกิด งาน ปริมาณที่เกี่ยวของ การคํานวณ สูตรที่ตองใช สามารถนําความรู เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน สามารถประยุกต ใชในชีวิตประจําวัน 10. เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการ ดําเนินชีวิต ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล )


ใบความรูเรื่อง วัตถุดิบและอุปกรณในการทําขนมไทย วัตถุดิบในการทําขนมไทย ขนมหวานไทยมีรสหวานเปนหลัก บางชนิดก็มีรสหวานจัด บางชนิดก็มีรสหวานออนๆ วัตถุดิบที่ใชในการ ประกอบขนมหวานไทย สวนใหญจะประกอบไปดวย ๑. น้ําตาล ๑. น้ําตาล ชนิดของน้ําตาลที่ใชในการประกอบอาหารมีหลายลักษณะ ความสําคัญของน้ําตาลกับขนมหวาน โดยคือ ทําใหอาหารมีรสหวาน เชน เพิ่มความอรอย ทําใหแปงนุมอาหารอรอยใสขึ้น ตกแตงใหอาหารสวยงาม เคลือบ ไมใหอาหารแหง ทําใหอาหารมีสีสวย มีกลิ่นหอม น้ําตาลที่ใชประกอบขนมหวาน คือ ๑.๑ น้ําตาลทราย เปนน้ําตาลที่เปนผลึก ทําจากออย น้ําตาลทรายจะมีสองสี สีขาว คือน้ําตาลที่ถูกฟอกจนมีสี ขาวและแข็งสะอาดละลายน้ํายาก สวนน้ําตาลทรายสีแดง คือน้ําตาลทรายที่ไมไดฟอกใหขาวจึงมีกลิ่นหอม จะมีเกลือแร และวิตามินเหลืออยูบาง สวนใหญจะไมนิยมใชน้ําตาลทรายแดง ยิ่งสีเขม แสดงวามีสารอื่นปนอยูมาก สวนใหญจะไม นิยมใชน้ําตาลทรายแดงทําขนมหวาน นอกจากขนมบางอยาง เพื่อใหการทําอาหารสะดวกขึ้น น้ําตาลทรายออกมาขาย ในรูปแบบตาง ๆ เพื่อสะดวกในการใช เชน น้ําตาลไอซิ่ง ไดจากน้ําตาลทรายขาวธรรมดา นํามาบดใหละเอียดออน เอา เฉพาะสวนที่ปนละเอียดเหมือน แปง ใสแปงขาวโพดหรือแปงมันมันลงไป ๓ เปอรเซนต เพื่อกันไมใหน้ําตาลจับกันเปน กอน น้ําตาลปน คือน้ําตาลทรายธรรมดาที่เอามาปนใหละเอียด แตไมเทากับน้ําตาลไอซิ่ง การปนน้ําตาลเพื่อให ผสมเขา กับเครื่องปรุงไดงาย ๑.๒ น้ําตาลไมตกผลึก(น้ําตาลปบ) ไดแก น้ําตาลโตนด น้ําตาลมะพราว น้ําตาลทั้งสองชนิดนี้ นิยมทําขนมหวาน ไทย เชน แกงบวด ขนมหมอแกงสังขยา ฯลฯ เปนตน เพราะใหความหอมหรือเคี่ยวทําน้ําเชื่อมชนิดขนไวหยอดหนาขนม โดยบางชนิด เชน ขนมเหนียว ขนมนางเล็ด ฯลฯ ๑.๓ น้ําเชื่อม ในการทําขนมหวานไทย เราจะทําน้ําเชื่อมเองไมนิยมชื้อน้ําเชื่อมเปนขวดมาใช จะเริ่มตน ตั้งแตละลายน้ําตาลกับน้ํา ตั้งไฟเคี่ยวใหเดือดการทําน้ําเชื่อมใหขาว คือฟอกสีน้ําตาล โดยใชเปลือกไขฟอกกับน้ําตาลตั้ง ไฟพอละลายแลวกรองนําไปตั้งไฟตอ เคี่ยวจนไดน้ําเชื่อมเหนียวขนตามตองการเพื่อนํามาทําขนมชนิดตาง ๆ ๒. แปง ๒. แปงที่ใชในการประกอบขนมหวาน ๒.๑ แปงขาวเจา (Riceflour) เปนแปงที่ทําจากเมล็ดขาวเจา มีลักษณะเปนผงมีสีขาวจับแลว สากมือเล็กนอย เมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะขุนรวน ถาทิ้งใหเย็นจะอยูตัวเปนกอน รวนไมเหนียว จึงเหมาะที่จะประกอบ อาหาร ที่ตองการความอยูตัวรวนไมเหนียวหนืด เชน ขนมขี้หนู ขนมกลวย เสนขนมจีน ฯลฯ สมัยกอนนิยมโมกันเอง โดยลางขาวสารกอนแชขาวโดยใสน้ําใหทวมแชจนขาวนุม จะโมงายในปจจุบันนิยมบดดวยเครื่องบดไฟฟาบดใหละเอียด แลวจึงหอผาขาวบางทับน้ําทิ้งจะไดแปงขาวเจาเรียกแปงสด ๒.๒ แปงขาวเหนียว (Glutinous Riceflour) เปนแปงที่ทํามาจากเมล็ดขาวเหนียว ที่มีลักษณะเปนผง สีขาว จับแลวสากมือเล็กนอย เมื่อนําไปทําใหสุกจะมีลักษณะขุนขน เหนอะหนะ พอแปงถูกความรอนจะจับตัวเปนกอน คอนขางเหนียว เหมาะในการนํามาประกอบอาหารที่ตองการความเหนียวเกาะตัว เชน ขนมเทียน ขนมถั่วแปบ ขนมตม ฯลฯ


๒แปงมันสําปะหลัง (Cassave Starch) ทํามาจากหัวมันสําปะหลัง มีลักษณะเปนผงสีขาว จับผิวสัมผัสของแปงจะเนียน ลื่นมือ เมื่อทําใหสุกจะเหลวเหนียวหนืด และใช เมื่อพักใหเย็นจะมีลักษณะเหนียว เหนอะหนะคงตัว นิยมนํามาผสมกับอาหารที่ตองการความเหนียวหนืดและใส เชน ทับทิมกรอบ เตาสวน ฯลฯในการทํา ขนมหวานไทยนิยมนําแปงมันสําปะหลังมาผสมกับแปงชนิดอื่น ๆ เพื่อใหขนมมีความเหนียวนุมกวาการใชแปงชนิดเดียว เชน ขนมชั้น ขนมฟกทอง ขนมกลวย ฯลฯ ๒.๔ แปงขาวโพด (Corn Starch) เปนแปงที่สกัดมาจากเมล็ดขาวโพด มีลักษณะเปนผงสีขาวเหลือง นวลจับแลวผิวสัมผัสของแปงเนียนลื่นมือเมื่อทําใหสุก จะมีลักษณะขน และใสไมคืนตัวงาย เมื่อเปนตัวแปงจะอยูตัวจับ เปนกอนแข็งรวนเปนมันวาว ในขนมหวานไทย นิยมนํามาผสมกับอาหารเพื่อตองการความขนอยูตัว เมื่อสัมผัสดูเนื้อ แปงเนียนละเอียดลื่น ๒.๕ แปงถั่วเขียว (Mung bean Starch) เปนแปงที่สกัดมาจากถั่วเขียว เมล็ดแหงมีลักษณะเปนเม็ด เล็ก ๆ จับผิวสัมผัสแลวจะสากมือ กอนใชควรนํามาบดใหเปนผงกอน เมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะขนคอนขางใสเมื่อพักให เย็นจะจับตัวเปนกอนแข็งอยูตัวคอนขางเหนียว เหมาะในการทําอาหารที่ตองการความใสอยูตัว เชน ซาหริ่ม ขนมลืม กลืน ฯลฯ ๒.๖ แปงทาวยายมอม (Arrowroot Starca) สกัดมาจากหัวมันทาวยายมอม มีลักษณะเปนเม็ดเล็ก ๆ สีขาวเปนเงา เวลาใชตองบดใหละเอียดเปนผงเมื่อนําไปประกอบอาหาร จะใหความขนเหนียวหนืดและใส เมื่อทําใหเย็น จะเหนียวตัวกวาแปงมันสําปะหลัง นิยมนํามาใชรวมกับแปงชนิดอื่น ๆ เพื่อใหไดอาหารที่มีความขนเหนียว เปนมันวาว เชน ขนมชั้น ขนมน้ําดอกไม ฯลฯ ๒.๗ แปงสาลี (Wheat Flour) ทําจากเมล็ดขาวสาลี ลักษณะเปนผงมีสีขาวเมื่อทําใหสุกจะมีลักษณะ รวนเหลว ไมอยูตัวคุณภาพของแปงสาลีขึ้นอยูกับปริมาณโปรตีนในเมล็ด ขาวสาลี ซึ่งทําใหไดลักษณะของขนมตางกัน แปงสาลียังแบงออกเปนชนิดตาง ๆ ตามคุณสมบัติของแปงคือ แปงสาลีสําหรับทําขนมปง (Bread Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดหนัก มีปริมาณ โปรตีน ๑๒-๑๓เปอรเซนต แปงมีสีขาวนวล เมื่อสัมผัสผิวแปงจะหยาบกวาแปงสาลีชนิดอื่น ปริมาณโปรตีนสูง ทําใหแปง ขนมปงสามารถดูดน้ําไดมาก มีความยืดหยุน เหนียว เหมาะสําหรับการทําขนมปง ปาทองโก (แตแปงชนิดนี้ไมนิยม นํามาขนมหวานไทย สวนใหญใชทําขนมอบ) แปงสาลีอเนกประสงค (All purpose Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดหมัก และชนิดเบา ผสมรวมกัน มีโปรตีน ๙-๑๐ เปอรเซนต แปงมีสีขาวนวล ลักษณะหยาบแตนอยกวา แปงขนมปง ใหความเหนียว พอควร แตคุณภาพจะสูแปงขนมปงไมได ใชทําผลิตภัณฑไดหลายชนิด เชน คุกกี้ พาย กรอบเค็ม กะหรี่พัฟ แปงสาลีสําหรับทําเคก (Care Flour) ทําจากขาวสาลีชนิดเบา มีปริมาณโปรตีน ๖-๙ เปอรเซนตสีขาวเนื้อแปงละเอียด เมื่อนํามาผสมน้ําจะดูดซึมน้ําไดนอยไดกอนแปงที่ เหนียวติด คือ เหมาะสําหรับทํา ขนมสาลี ขนมฝรั่ง ขนมเคก ฯลฯ


๓. กะทิ กะทิกะทิไดจากมะพราว ขนมไทยนิยมใชกะทิที่คั้นเองจากมะพราวขูดใหมๆ ถาคั้นกะทิจากมะพราวที่มีกลิ่น จะทําใหกลิ่นของขนมเสีย ทั้งกลิ่นและรสอาเปรี้ยว แกไขไดยาก ไมสามารถจะกลบกลิ่นของกะทิได แมแตนําไปตั้งไฟ กวน มะพราวเมื่อซื้อมา ถายังไมใช ควรเก็บในตูเย็น หรือตองคั้นเปนกะทิทันที และทําใหรอนหรือใหสุกกอนถาตองการ เก็บไวยังไมใชทันที การคั้นมะพราวเพื่อใหไดหัวกะทิ จะนวดมะพราวกอนใสน้ํารอนหรือน้ําสุกแตนอยนวดน้ําใน มะพราวออกมาจะไดหัวกะทิขนขาวในการทําขนมหวานโดยตองการใชหัวกะทิขน ๆ เพื่อใหขนมนารับประทาน ผู ประกอบขนมหวานไทยจึงควรมีความรูเรื่องการคั้นมะพราวใหไดกะทิที่ขน ๔. สารชวยใหชื้น สารที่ชวยใหชื้น ขนมโดยมีความจําเปนในการใชสารชวยขึ้นนอย วิธีการทํา และสวนผสม มีสวนชวยทําให ขนมขึ้นโดยธรรมชาติ เชนการทําปุยฝาย ขนมตาล ฯลฯ แตปจจุบันลักษณะดั้งเดิมของขนมหวานไทยในทองตลาด เปลี่ยนไปเพื่อธุรกิจการคา หนาตาขนมจะมีความนารับประทานขึ้น โดยอาศัยสารทางวิทยาศาสตร ซึ่งไดแก ผงฟู เพื่อ ทําใหขนมขึ้นเร็ว และมีลักษณะนารับประทาน ๕.กลิ่น กลิ่น กลิ่นที่ใชในการทําขนมหวานไทย แตกอนจะใชดอกไมสดที่มีกลิ่นหอม เชน ดอกมะลิ กระดังงา ฯลฯ นํามาอบร่ําในน้ําสะอาด เพื่อใหน้ํามีกลิ่นหอม แตในปจจุบันภาวะสิ่งแวดลอมไดเปลี่ยนไป ดอกไมชนิดตาง ๆ ใชยาฆา แมลงฉีด เพื่อใหมีความคงทนและนํามาซึ่งอันตรายตอผูบริโภค จึงมีกลิ่นวิทยาศาสตรเขามาชวย เชน กลิ่นมะลิกลิ่น ใบเตย ฯลฯ ๖.เกลือ เกลือ ในขนมหวานไทย เกลือใหรสเค็มมีบทบาทสําคัญ ทําใหขนมเกิดรสชาตินารับประทานขึ้น เพราะเมื่อ นําไปผสมกับกะทิ หรือมะพราว ๗. สีใชตกแตงอาหาร สีที่ใชตกแตงอาหาร ขนมหวานไทยบางอยางไมจะเปนตองใสสี ก็ใหความสวยตามธรรมชาติ เชน ขนมปุยฝาย จะมีสีเหมือนชื่อ แตถาเปนขนมที่ตองมีสีจะใชสีธรรมชาติ เชน สีเขียวของใบเตย สีมวงจากดอกอัญชัน สีเหลืองจาก ขมิ้น สีแดงของครั่ง ฯลฯ ปจจุบันไดมีสีผสมอาหารที่สามารถรับประทานไดแลวไมเปนอันตรายตอรางกาย โดยใชใน อัตราสวนที่เหมาะสม ทําขนมหวานไทยใหดูนารับประทานโดยใชสีออน ๆ ๘. ไข . ไข ไขที่ใชในการทําขนมหวานไทย จะใชทั้งไขไกและไขเปด การนําไขมาตีใหขึ้นฟูมากจะเปนตัวเก็บ ฟองอากาศชวยทําใหขนมโปรงฟู การเลือกใชไข ควรใชไขที่ใหมและสด


เทคนิคในการทําขนม การทําขนมหวานไทยใหดีตองประกอบดวยปจจัยหลายอยาง คือ ตองมีใจรัก ชอบทํามีความอดทนตั้งใจมี ความพิถีพิถันในการประดิษฐใหขนมมีรูปรางที่นารับประทาน ขนมหวานไทยบางชนิดตองฝกทําหลายๆ ครั้งจึงจะได ลักษณะที่ดี ประสบการณ และความชํานาญในการทําบอย ๆ ผูประกอบขนมหวานไทย จะประสบความสําเร็จในการทํา การทําขนมหวานไทยของคนรุนกอนๆ จะใชการกะสวนผสมจากความเคยชินที่ทําบอย ๆ สัดสวนของขนมจะไมแนนอน และยังเปนการถายทอดความรูใหกันเฉพาะภายใน ครอบครัวเทานั้น แตในปจจุบันขนมหวานไทยไดวิวัฒนาการใหทัดเทียมกับขนมนานาชาติ มีสูตรที่แนนอน มีสัดสวน ของสวนผสม และวิธีทําที่บอกไวอยางชัดเจน ผูประกอบขนมหวานไทยเปนที่จะตองใชอุปกรณที่เปนมาตรฐานในการชั่ง การตวง มีถวยตวง ชอนตวง ใชภาชนะใหถูกตองกับชนิดของอาหาร เชน การกวนจะใชกระทะทองดีกวาหมอ หรือ กระทะเหล็ก การทอดใชกระทะเหล็กดีกวากระทะทอง ทําตามตํารับวิธีทําขั้นตอน อุณหภูมิที่ใชในการทํา ตลอดจน เลือกเครื่องปรุงที่ใหม ฉะนั้นการทําขนมหวานไทย ควรคํานึงถึงสิ่งตอไปนี้คือ ๑. อุปกรณในการทําขนม ๒. เครื่องปรุงตาง ๆ ๓. เวลา ๔. สูตร เครื่องปรุง และวิธีการทําขนม ๕. ชนิดของขนม ๖. วิธีการจัดขนม อุปกรณที่ใชในการทําขนม อุปกรณที่ใชในการทําขนม สามารถแบงไดใหญๆเปน๓ปรเภท ๑. อุปกรณที่ใชในการชั่งตวง อุปกรณที่ใชในการชั่งตวง o ถวยตวงของแหง ถวยตวงมีเปนชุด ทําดวยอลูมิเนียม พลาสติกหรือสแตนเลท ขนาด มาตรฐานมี ๔ ขนาด คือ ๑ ถวยตวง ๑/๒ ถวยตวง ๑/๓ ถวยตวง และ ๑/๔ ถวยตวง ใชสําหรับตวงของแหง เชน แปง น้ําตาล มะพราวขูด ฯลฯ ไมควรใชถวยตวงตักลงไปในวัสดุที่ตองการตวง เพราะถวยจะกดลงไปในเนื้อของวัสดุที่ตวง ทําใหเนื้อแนน ปริมาณที่ไดจะไมแนนอน o ถวยตวงของเหลว ถวยตวงของเหลวทําดวยแกวทนไฟหรือพลาสติกใส มีหูจับอยูดานขาง และที่ปากแกวจะมีที่เทน้ําไดสะดวก ตวงตามปริมาตรซึ่งมีบอกไวอยูดาน นอกของถวยเปนออนซ หรือขนาดถวย ใช สําหรับตวงของเหลว เชน น้ํา น้ํามัน กะทิ ฯลฯ ที่นิยมใชจะมีขนาด ๘ ออนซ หรือ ๑๖ ออนซ o ชอนตวง ชอนตวงมีลักษณะคลายชอน ทําจากอลูมิเนียมอยางดี พลาสติก หรือสแตนเลท ๑ ชุดมี ๔ ขนาด คือ ๑/๔ ชอนชา ๑/๒ ชอนชา ๑ ชอนชา และ ๑ ชอนโตะ จะใชตวงวัสดุที่ใชปริมาณไมมากนัก เชน เกลือกลิ่น หรือเครื่องเทศ ฯลฯ ลักษณะการใชใหตักวัสดุที่ตองการตวงใสลงในชอนตวงใหพูนแลวปาดใหเสมอกับขอบ ของชอนตวง ไมควรใชชอนตักลงในวัสดุที่ตองการตวง เพราะจะทําใหไดปริมาณที่ไมแนนอนและเปนการกระทําที่ไมถูก


Click to View FlipBook Version