The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร-ชั้น-ม.1-65-ร.ร.-บ้านน้ำอ้อม..

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by petcharat.ch, 2022-05-19 00:44:51

หลักสูตร-ชั้น-ม.1-65-ร.ร.-บ้านน้ำอ้อม..

หลักสูตร-ชั้น-ม.1-65-ร.ร.-บ้านน้ำอ้อม..

๔๖

ค้าอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ว ๒๑๑๐3 วิชา วิทยาการคา้ นวณ
รายวิชาพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2๐ ชัว่ โมง จ้านวน 0.๕ หนว่ ยกิต

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จ้าเป็นต่อการแก้ปัญหา ขันตอนการแก้ปัญหา
การเขียนรหัสจ้าลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ที่มีการใช้งานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้า เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล
การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพื่อตัดสินใจ ซอฟต์แวร์และบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล
แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเนือหา
ข้อตกลงและข้อก้าหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูล น้าแนวคิดเชิงนามธรรมและขันตอนการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ใน
การเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ และตระหนกั ถึงการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เกิดประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้และไม่สร้าง
ความเสียหายใหแ้ ก่ผู้อนื่

ตัวช้ีวดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการค้านวณ)

1. ออกแบบอลั กอริทมึ ท่ีใชแ้ นวคดิ เชิงนามธรรมเพื่อแก้ปัญหาหรืออธิบายการทา้ งานที่พบในชวี ติ จริง
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
3. รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นา้ เสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์

โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ตท่ีหลากหลาย
4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ใช้สือ่ และแหล่งข้อมูลตามข้อก้าหนดและข้อตกลง

รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด

๔๗

ค้าอธบิ ายรายวิชา

รหสั วชิ า ว ๒๑๑๐4 วิชา ออกแบบและเทคโนโลยี 1
รายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 2๐ ช่วั โมง จา้ นวน 0.๕ หน่วยกติ

ศึกษาความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การ
ท้างานของระบบทางเทคโนโลยี ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ ทักษะ และทรพั ยากร โดยวเิ คราะห์ เปรียบเทยี บและ เลอื กข้อมูล
ท่ีจ้าเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจ้าวันในด้านการเกษตรและอาหาร และสร้าง ชินงานหรือพัฒนา
วิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทังเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ ในการแก้ปัญหาได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั

ตัวชีว้ ัด
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี
1. อธบิ ายแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีในชวี ิตประจา้ วันและวิเคราะห์สาเหตุหรือปจั จัยท่สี ง่ ผลต่อ
การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
2. ระบุปญั หาหรือความต้องการในชวี ิตประจ้าวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคดิ ทีเ่ กีย่ วข้องกบั
ปัญหา
3. ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ และตัดสินใจเลือกข้อมลู ทีจ่ า้ เป็น น้าเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาให้ผูอ้ ื่นเข้าใจ วางแผนและด้าเนินการแก้ปัญหา
4. ทดสอบ ประเมนิ ผล และระบขุ ้อบกพร่องทเี่ กดิ ขึน พรอ้ มทังหาแนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ข และ
นา้ เสนอผลการแก้ปญั หา
5. ใชค้ วามรู้และทกั ษะเก่ียวกับวัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ กลไก ไฟฟ้า หรอื อิเลก็ ทรอนิกส์เพื่อแกป้ ัญหา
ไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภยั รวมทงั หมด 5 ตัวชวี ัด

๔๘

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และ

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสิง่ มีชวี ิตกับสิ่งมชี วี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถา่ ยทอดพลังงาน การเปลย่ี นแปลงแทนที่ในระบบ

นิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแนวทางในการ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มรวมทงั น้าความรไู้ ปใช้ประโยชน์

รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- - -

สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัตขิ องส่ิงมีชวี ิต หน่วยพนื ฐานของสิง่ มีชวี ติ การล้าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ งและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสตั วแ์ ละมนษุ ย์ที่ท้างานสัมพันธ์กนั ความสัมพันธข์ อง
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทา้ งานสมั พนั ธก์ นั รวมทังน้าความรู้ไปใช้ประโยชน์

รหัสตวั ชี้วัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
• เซลล์เปน็ หนว่ ยพนื ฐานของสิง่ มีชีวิตสงิ่ มีชวี ติ
ว ๑.๒ ม.๑/๑ ๑. เปรียบเทยี บรูปรา่ ง ลกั ษณะ และ บางชนิดมีเซลล์เพยี งเซลลเ์ ดยี ว เช่น อะมบี า
พารามีเซียม ยีสต์บางชนดิ มีหลายเซลล์เช่นพชื
ม.๑/๒ โครงสรา้ งของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์ สตั ว์

รวมทังบรรยายหนา้ ทีข่ องผนังเซลลเ์ ยอ่ื • โครงสรา้ งพนื ฐานท่พี บทงั ในเซลลพ์ ชื และ
เซลล์สัตว์และสามารถสังเกตไดด้ ว้ ยกลอ้ ง
ห้มุ เซลล์ไซโทพลาซมึ นวิ เคลยี ส แวคิว จุลทรรศน์ใชแ้ สงได้แก่ เยอื่ หุ้มเซลลไ์ ซโทพลา
ซมึ และนวิ เคลยี สโครงสรา้ งท่ีพบในเซลลพ์ ชื แต่
โอล ไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต์ ไม่พบในเซลลส์ ัตว์ไดแ้ กผ่ นังเซลลแ์ ละคลอโรพ
ลาสต์
๒. ใช้กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้แสงศึกษาเซลล์ • โครงสรา้ งตา่ งๆของเซลล์มหี น้าท่แี ตกต่างกนั
- ผนังเซลลท์ ้าหน้าท่ใี หค้ วามแข็งแรงแก่เซลล์
และโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ภายในเซลล์ - เยอื่ หุ้มเซลลท์ ้าหนา้ ท่ีห่อหุ้มเซลลแ์ ละควบคุม
การลา้ เลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์
- นิวเคลียส ทา้ หน้าท่ีควบคุมการท้างานของ
เซลล์

๔๙

รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ว ๑.๒ ม.๑/๓ ๓. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างรูปรา่ ง - ไซโทพลาซึมมอี อร์แกเนลล์ท่ที า้ หนา้ ที่
กบั การท้าหน้าท่ขี องเซลล์ แตกตา่ งกนั
- แวคิวโอล ท้าหนา้ ท่เี ก็บน้าและสารต่าง ๆ
ว ๑.๒ ม.๑/๔ ๔. อธบิ ายการจดั ระบบของสิ่งมชี วี ติ - ไมโทคอนเดรีย ท้าหน้าทีเ่ ก่ียวกับการสลาย
โดยเริม่ จากเซลล์เนอื เย่ือ อวยั วะ ระบบ สารอาหารเพื่อให้ไดพ้ ลังงานแกเ่ ซลล์
อวยั วะ จนเป็นสิ่งมชี ีวติ - คลอโรพลาสต์เปน็ แหล่งทเี่ กิดการสงั เคราะห์
• เซลลข์ องส่ิงมีชวี ิตมรี ปู รา่ ง ลักษณะ ที่
ว ๑.๒ ม.๑/๕ ๕. อธบิ ายกระบวนการแพรแ่ ละออสโม หลากหลายและมีความเหมาะสมกับหนา้ ทีข่ อง
ซิสจากหลักฐานเชิงประจักษแ์ ละ เซลลน์ นั เชน่
ยกตัวอย่างการแพร่และออสโมซิสใน เซลล์ประสาทสว่ นใหญม่ ีเส้นใยประสาทเปน็
ชีวติ ประจ้าวัน แขนงยาว นา้ กระแสประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ
ท่ีอย่ไู กลออกไป เซลลข์ นราก เป็นเซลล์ผวิ ของ
ว ๑.๒ ม.๑/๖ ๖. ระบปุ ัจจยั ทีจ่ ้าเป็นในการสงั เคราะห์ รากที่มผี นงั เซลลแ์ ละเย่อื หุ้มเซลลย์ ่นื ยาว
ด้วยแสงและผลผลติ ทเ่ี กดิ ขนึ จากการ ออกมาลกั ษณะคลา้ ยขนเส้นเลก็ ๆ เพ่ือเพ่ิม
พืนที่ผวิ ในการดูดนา้ และธาตุอาหาร

• พชื และสัตวเ์ ปน็ ส่งิ มีชวี ติ หลายเซลลม์ ีการจัด
ระบบ โดยเริม่ จากเซลล์ไปเป็นเนอื เย่อื อวยั วะ
ระบบอวยั วะและส่งิ มชี ีวิตตามล้าดบั เซลล์
หลายเซลล์มารวมกันเปน็ เนอื เยอื่ เนือเย่ือหลาย
ชนิดมารวมกันและทา้ งานร่วมกนั เปน็ อวัยวะ
อวยั วะตา่ ง ๆ ท้างานรว่ มกนั เป็นระบบอวัยวะ
ระบบอวยั วะทุกระบบท้างานรว่ มกนั เปน็
ส่งิ มีชวี ติ

• เซลลม์ ีการนา้ สารเข้าส่เู ซลล์เพื่อใชใ้ น
กระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์และมกี ารขจัด
สารบางอย่างที่เซลล์ไม่ต้องการออกนอกเซลล์
การนา้ สารเขา้ และออกจากเซลล์มหี ลายวิธีเช่น
การแพรเ่ ปน็ การเคล่ือนท่ีของสารจากบรเิ วณท่ี
มคี วามเข้มข้นของสารสงู ไปสู่บริเวณทม่ี คี วาม
เขม้ ข้นของสารํต่า สว่ นออสโมซสิ เปน็ การแพร่
ของน้าผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากด้านท่ีมคี วาม
เขม้ ขน้ ของสารละลายํตา่ ไปยังดา้ นทีม่ ีความ
เขม้ ข้นของสารละลายสงู กวา่

• กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื ท่ี
เกดิ ขนึ ในคลอโรพลาสต์จ้าเป็นตอ้ งใช้แสงแกส๊

๕๐

รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงโดยใช้หลักฐานเชงิ คารบ์ อนได-ออกไซด์คลอโรฟิลลแ์ ละน้า

ประจักษ์ ผลผลิตทไ่ี ดจ้ าก

การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ได้แก่ นา้ ตาลและ

แกส๊ ออกซิเจน

ว ๑.๒ ม.๑/๗ ๗. อธิบายความสา้ คัญของการ • การสังเคราะห์ด้วยแสง เปน็ กระบวนการท่ี

ม.๑/๘ สงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื ต่อสง่ิ มีชีวติ สา้ คญั ต่อสงิ่ มชี ีวิต เพราะเปน็ กระบวนการเดียว

และสิ่งแวดล้อม ท่ีสามารถนา้ พลังงานแสงมาเปลี่ยนเปน็

๘. ตระหนักในคุณคา่ ของพืชทีม่ ีต่อ พลงั งานในรูปสารประกอบอินทรีย์และเก็บ

ส่งิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม โดยการร่วมกนั สะสมในรูปแบบต่าง ๆ ในโครงสร้างของพชื พืช

ปลกู และดูแลรักษาต้นไมใ้ นโรงเรียนและ จงึ เป็นแหล่งอาหารและพลังงานทสี่ า้ คญั ของ

ชมุ ชน สิ่งมชี ีวติ อนื่ นอกจากนีกระบวนการสงั เคราะห์

ดว้ ยแสงยังเปน็ กระบวนการหลักในการสรา้ ง

แก๊สออกซเิ จนให้กบั บรรยากาศเพื่อใหส้ งิ่ มชี ีวติ

อ่ืน ใช้ในกระบวนการหายใจ

ว ๑.๒ ม.๑/๙ ๙. บรรยายลักษณะและหน้าทีข่ องไซ • พืชมไี ซเล็มและโฟลเอม็ ซึ่งเปน็ เนอื เยอ่ื

ม.๑/๑๐ เลม็ และโฟลเอม็ มีลักษณะคลา้ ยท่อเรียงตัวกันเปน็ กล่มุ เฉพาะที่

ม.๑/๑๑ ๑๐. เขียนแผนภาพท่บี รรยายทศิ ทาง โดยไซเลม็ ทา้ หนา้ ท่ีลา้ เลยี งํน้าและธาตอุ าหาร

การล้าเลยี งสารในไซเล็มและโฟลเอ็ม มีทศิ ทางลา้ เลยี งจากรากไปสู่ล้าตน้ ใบ และ

ของพชื สว่ นต่างๆของพชื เพ่ือใชใ้ นการสังเคราะห์ดว้ ย

แสงรวมถึงกระบวนการอืน่ ๆสว่ นโฟลเอ็มท้า

หนา้ ทีล่ า้ เลียงอาหารที่ไดจ้ ากการสังเคราะห์

ดว้ ยแสงมีทศิ ทางล้าเลียงจากบรเิ วณท่ีมีการ

สงั เคราะหด์ ้วยแสงไปสู่ส่วนตา่ ง ๆ ของพชื

๑๑. อธบิ ายการสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ • พชื ดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธ์แุ บบอาศยั

และไม่อาศยั เพศของพืชดอก เพศไดแ้ ละบางชนิดสามารถสืบพันธ์ุแบบไม่

อาศัยเพศได้

ว ๑.๒ ๑๒. อธบิ ายลกั ษณะโครงสร้างของดอก • การสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศเปน็ การสืบพนั ธุ์ที่มี

ม.๑/๑๒ ท่ีมีสว่ นท้าให้เกดิ การถ่ายเรณูรวมทัง การผสมกันของสเปิร์มกับเซลล์ไข่การสบื พนั ธุ์

ม.๑/๑๓ บรรยาย แบบอาศยั เพศของพืชดอกเกิดขึนท่ีดอกโดย

การปฏสิ นธิของพืชดอก การเกิดผลและ ภายในอับเรณูของสว่ นเกสรเพศผูม้ เี รณซู ึง่ ท้า

เมล็ดการกระจายเมลด็ และการงอกของ หนา้ ที่สร้างสเปริ ์ม ภายในออวุลของสว่ นเกสร

เมล็ด เพศเมียมถี ุงเอม็ บรโิ อ ท้าหนา้ ที่สรา้ งเซลลไ์ ข่

๑๓. ตระหนักถงึ ความส้าคัญของสตั ว์ท่ี • การสบื พนั ธ์ุแบบไมอ่ าศยั เพศเป็นการสืบพันธุ์

ช่วยในการถ่ายเรณูของพชื ดอก โดยการ ทพี่ ืชต้นใหม่ไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่าง

สเปิรม์ กับเซลลไ์ ขแ่ ต่เกดิ จากส่วนตา่ ง ๆ ของพืช

๕๑

รหัสตวั ชี้วัด ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ไมท่ ้าลายชีวติ ของสัตว์ท่ีช่วยในการถา่ ย
ว ๑.๒ เรณู เช่นราก ลา้ ตน้ ใบ มกี ารเจริญเตบิ โตและ
ม.๑/๑๔ พฒั นาขนึ มาเป็นตน้ ใหม่ได้
ม.๑/๑๕ ๑๔. อธบิ ายความส้าคัญของธาตอุ าหาร • การถ่ายเรณูคือ การเคลื่อนย้ายของเรณูจาก
บางชนิดท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตและ อบั เรณูไปยงั ยอดเกสรเพศเมีย ซง่ึ เกี่ยวขอ้ งกบั
ว ๑.๒ การดา้ รงชีวิตของพชื ลกั ษณะและโครงสรา้ งของดอก เช่น สีของ
ม.๑/๑๖ ๑๕. เลือกใชป้ ุย๋ ท่ีมีธาตุอาหารเหมาะสม กลีบดอก ตา้ แหน่งของเกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศ
ม.๑/๑๗ กบั พชื ในสถานการณ์ท่ีกา้ หนด เมีย โดยมีสงิ่ ท่ชี ่วยในการถ่ายเรณูเชน่ แมลง
ม.๑/๑๘ ลม
๑๖. เลอื กวิธีการขยายพันธพ์ุ ืชให้ • การถ่ายเรณจู ะน้าไปสู่การปฏิสนธิซ่งึ จะ
เหมาะสมกับความต้องการของมนุษย์ เกดิ ขนึ ท่ีถุงเอ็มบรโิ อภายในออวุล หลงั การ
โดยใช้ความร้เู ก่ียวกับการสืบพนั ธุข์ อง ปฏสิ นธจิ ะได้ไซโกต และเอนโดสเปริ ์ม ไซโก
พืช ตจะพัฒนาต่อไปเป็นเอ็มบรโิ อ ออวลุ พัฒนาไป
๑๗. อธิบายความสา้ คัญของเทคโนโลยี เปน็ เมลด็ และรังไข่พฒั นาไปเปน็ ผล
การเพาะเลียงเนือเย่ือพชื ในการใช้ • ผลและเมล็ดมกี ารกระจายออกจากต้นเดิม
ประโยชน์ด้านต่าง ๆ โดยวิธกี ารตา่ ง ๆ เมอื่ เมลด็ ไปตกใน
สภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสมจะเกิดการงอกของ
เมล็ด โดยเอม็ บริโอภายในเมล็ดจะเจรญิ ออกมา
โดยระยะแรกจะอาศัยอาหารทีส่ ะสมภายใน
เมลด็ จนกระทั่งใบแท้พฒั นา จนสามารถ
สงั เคราะหด์ ้วยแสงไดเ้ ต็มท่แี ละสร้างอาหารได้
เองตามปกติ
• พชื ต้องการธาตุอาหารทีจ่ า้ เปน็ หลายชนิดใน
การเจรญิ เตบิ โตและการดา้ รงชวี ิต
• พชื ตอ้ งการธาตุอาหารบางชนิดในปริมาณมาก
ไดแ้ ก่ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
แคลเซียมแมกนเี ซียมและกา้ มะถนั ซึ่งในดนิ
อาจมีไมเ่ พยี งพอสา้ หรับการเจริญเติบโตของพืช
จงึ ต้องมีการใหธ้ าตุอาหารในรูปของปุย๋ กบั พชื
อย่างเหมาะสม
• มนุษยส์ ามารถนา้ ความรูเ้ ร่อื งการสบื พนั ธุ์
แบบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศ มาใช้ในการ
ขยายพนั ธ์ุเพ่ือเพ่ิมจา้ นวนพชื เช่น การใช้เมลด็
ท่ไี ดจ้ ากการสบื พันธุแ์ บบอาศัยเพศมา
เพาะเลยี งวิธีการนจี ะไดพ้ ืชในปรมิ าณมาก แต่
อาจมีลกั ษณะท่ีแตกต่างไปจากพ่อแมส่ ่วนการ
ตอนก่ิง การปักชา้ การต่อกิ่ง การตดิ ตา การ

๕๒

รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
๑๘. ตระหนักถงึ ประโยชน์ของการ
ขยายพันธพุ์ ืชโดยการน้าความรู้ไปใชใ้ น ทาบกิ่ง การเพาะเลยี งเนือเยอื่ เปน็ การน้า
ชีวิตประจา้ วนั ความร้เู รอื่ งการสืบพนั ธุแ์ บบไมอ่ าศยั เพศของ
พืชมาใช้ในการขยายพันธ์เุ พื่อใหไ้ ดพ้ ชื ที่มี
ลกั ษณะเหมือนต้นเดมิ ซ่ึงการขยายพนั ธุ์
แตล่ ะวิธมี ีขันตอนแตกต่างกัน จงึ ควรเลือกให้
เหมาะสมกับความต้องการของมนษุ ยโ์ ดยต้อง
ค้านึงถึงชนดิ ของพชื และลักษณะการสบื พนั ธ์ุ
ของพืช
• เทคโนโลยกี ารเพาะเลียงเนือเย่ือพืช เป็นการ
น้าความรูเ้ ก่ียวกบั ปัจจัยท่จี า้ เปน็ ต่อการ
เจรญิ เติบโตของพืชมาใชใ้ นการเพิม่ จ้านวนพืช
และทา้ ให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ในหลอด
ทดลอง ซ่ึงจะได้พชื จา้ นวนมากในระยะเวลาสัน
และสามารถน้าเทคโนโลยกี ารเพาะเลยี ง
เนอื เยอ่ื มาประยุกต์เพือ่ การอนรุ กั ษพ์ นั ธุกรรม
พืช ปรับปรงุ พนั ธ์พุ ืชที่มคี วามส้าคัญทาง
เศรษฐกิจการผลติ ยาและสารส้าคัญในพชื และ
อน่ื ๆ

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความส้าคญั ของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม
การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมทม่ี ผี ลต่อส่งิ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของสิง่ มชี ีวิต รวมทัง
นา้ ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

รหัสตวั ช้ีวดั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- - -

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ยี วระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และ
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี

รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
• ธาตแุ ต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตัวและมสี มบตั ิ
ว ๒.๑ ม.๑/๑ ๑. อธิบายสมบัตทิ างกายภาพบาง ทางกายภาพบางประการเหมือนกนั และ

ประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึง่

๕๓

รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

โลหะ โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ท่ีได้ บางประการต่างกัน ซึ่งสามารถนา้ มาจัดกลมุ่
จากการสังเกตและการทดสอบและใช้ ธาตเุ ป็นโลหะอโลหะและกึง่ โลหะธาตโุ ลหะมจี ุด
สารสนเทศท่ไี ด้จากแหลง่ ขอ้ มูลต่าง ๆ เดอื ดจดุ หลอมเหลวสงู มีผวิ มนั วาว
รวมทงั จัดกลมุ่ ธาตุเป็นโลหะ อโลหะ
และกึ่งโลหะ นา้ ความรอ้ นน้าไฟฟ้า ดงึ เปน็ เสน้ หรือตเี ป็น
แผน่ บางๆได้และมีความหนาแนน่ ทังสงู และต่้า
ว ๒.๑ ม.๑/๒ ๒. วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ ธาตอุ โลหะมจี ดุ เดือด จุดหลอมเหลวตา่้ มผี ิวไม่
ม.๑/๓ อโลหะ ก่ึงโลหะและธาตกุ ัมมันตรังสีทม่ี ี มนั วาวไมน่ ้าความร้อน ไม่นา้ ไฟฟา้ เปราะ
ตอ่ ส่งิ มีชวี ติ ส่ิงแวดลอ้ มเศรษฐกจิ และ แตกหักง่ายและมีความหนาแนน่ ํต่า ธาตุกงึ่
สงั คม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ โลหะมสี มบัติบางประการเหมือนโลหะ และ
๓. ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการใช้ธาตุ สมบตั ิบางประการเหมือนอโลหะ
โลหะ อโลหะก่ึงโลหะ ธาตุกมั มันตรงั สี
โดยเสนอแนวทางการใชธ้ าตุอยา่ ง • ธาตุโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ท่ีสามารถแผ่
ปลอดภัย คุ้มคา่ รงั สีไดจ้ ดั เป็นธาตกุ ัมมันตรงั สี
• ธาตุมีทงั ประโยชนแ์ ละโทษ การใชธ้ าตุโลหะ
อโลหะ ก่ึงโลหะ ธาตกุ ัมมนั ตรังสีควรคา้ นงึ ถึง
ผลกระทบต่อสิ่งมีชวี ติ ส่งิ แวดลอ้ ม เศรษฐกิจ
และสงั คม

ว ๒.๑ ม.๑/๔ ๔. เปรียบเทียบจดุ เดอื ดจุดหลอมเหลว • สารบริสทุ ธ์ิประกอบด้วยสารเพียงชนดิ เดียว
ของสารบริสทุ ธแ์ิ ละสารผสม โดยการวัด สว่ นสารผสมประกอบดว้ ยสารตังแต่ ๒ ชนดิ
ว ๒.๑ ม.๑/๕ อณุ หภูมเิ ขยี นกราฟ ขึนไป สารบริสุทธ์แิ ต่ละชนดิ มีสมบัตบิ าง
ม.๑/๖ แปลความหมายข้อมลู จากกราฟ หรือ ประการ
สารสนเทศ ทเ่ี ป็นค่าเฉพาะตัว เช่น จดุ เดอื ดและ
จุดหลอมเหลวคงท่ีแต่สารผสมมีจดุ เดือด
๕. อธบิ ายและเปรยี บเทียบความ และจดุ หลอมเหลวไม่คงท่ขี นึ อยกู่ บั ชนิดและ
หนาแน่นของสารบรสิ ุทธ์แิ ละสารผสม สดั สว่ นของสารท่ผี สมอยู่ด้วยกนั
๖. ใชเ้ ครื่องมือเพื่อวัดมวลและปรมิ าตร
ของสารบรสิ ุทธ์แิ ละสารผสม • สารบรสิ ทุ ธ์แิ ตล่ ะชนิดมีความหนาแน่น หรือ
มวลต่อหนึง่ หน่วยปรมิ าตรคงที่ เป็นคา่ เฉพาะ
ของสารนนั ณ สถานะและอุณหภูมิหน่ึง
แต่สารผสมมคี วามหนาแนน่ ไมค่ งที่ขนึ อยู่กบั
ชนิดและสดั ส่วนของสารที่ผสมอยดู่ ้วยกนั

๕๔

รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ม.๑/๗ ๗. อธบิ ายเกี่ยวกบั ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
อะตอมธาตุและสารประกอบ โดยใช้ • สารบริสุทธ์แิ บง่ ออกเป็นธาตแุ ละสารประกอบ
ว ๒.๑ ม.๑/๘ แบบจา้ ลองและสารสนเทศ ธาตุประกอบด้วยอนุภาคทเ่ี ล็กทสี่ ุดทยี่ ังแสดง
สมบตั ิของธาตุนนั เรียกว่า อะตอม ธาตุแตล่ ะ
ว ๒.๑ ม.๑/๙ ๘. อธบิ ายโครงสร้างอะตอมที่ ชนิดประกอบดว้ ยอะตอมเพยี งชนดิ เดยี วและไม่
ประกอบดว้ ยโปรตอน นวิ ตรอน และ สามารถแยกสลายเป็นสารอ่นื ได้ดว้ ยวิธีทางเคมี
อิเลก็ ตรอน โดยใชแ้ บบจ้าลอง ธาตุเขยี นแทนดว้ ยสัญลกั ษณ์ธาตสุ ารประกอบ
เกดิ จากอะตอมของธาตุตังแต่ ๒ ชนดิ ขนึ ไป
๙. อธบิ ายและเปรียบเทียบการจดั เรียง รวมตวั กนั ทางเคมใี นอตั ราส่วนคงท่มี ีสมบัติ
อนุภาคแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนภุ าค แตกตา่ งจากธาตทุ ่ีเปน็ องคป์ ระกอบ สามารถ
และการเคล่อื นท่ีของอนุภาคของสสาร แยกเป็นธาตไุ ด้ดว้ ยวธิ ีทางเคมีธาตุและ
ชนิดเดยี วกนั ในสถานะของแข็ง สารประกอบสามารถเขียนแทนไดด้ ้วยสูตรเคมี
ของเหลว และแก๊ส โดยใชแ้ บบจา้ ลอง • อะตอมประกอบดว้ ยโปรตอน นิวตรอน และ
อเิ ล็กตรอน โปรตอนมปี ระจไุ ฟฟา้ บวก ธาตุ
ชนดิ เดยี วกนั มีจา้ นวนโปรตอนเท่ากันและเปน็
คา่ เฉพาะของธาตุนัน นวิ ตรอนเป็นกลางทาง
ไฟฟา้ ส่วนอิเล็กตรอนมปี ระจไุ ฟฟ้าลบ เม่ือ
อะตอมมีจา้ นวนโปรตอนเท่ากับจ้านวน
อิเลก็ ตรอนจะเป็นกลางทางไฟฟา้ โปรตอนและ
นวิ ตรอนรวมกนั ตรงกลางอะตอมเรียกว่า
นิวเคลยี สสว่ นอเิ ลก็ ตรอนเคลื่อนท่ีอยู่ในทวี่ า่ ง
รอบนิวเคลียส

• สสารทกุ ชนดิ ประกอบดว้ ยอนภุ าค โดยสาร
ชนดิ เดียวกันทมี่ ีสถานะของแขง็ ของเหลว แก๊ส
จะมีการจดั เรียงอนภุ าค แรงยึดเหน่ยี วระหว่าง
อนุภาคการเคลือ่ นท่ีของอนุภาคแตกต่างกนั
ซึง่ มีผลต่อรูปร่างและปริมาตรของสสาร
• อนุภาคของของแขง็ เรยี งชิดกัน มแี รงยึด
เหนีย่ วระหว่างอนภุ าคมากที่สุด อนภุ าคสั่นอยู่
กับท่ี
ท้าให้มรี ปู รา่ งและปริมาตรคงท่ี
• อนภุ าคของของเหลวอยู่ใกล้กนั มแี รงยึด
เหน่ยี วระหวา่ งอนุภาคน้อยกว่าของแขง็ แต่
มากกวา่ แก๊สอนุภาคเคลือ่ นท่ีไดแ้ ต่ไมเ่ ปน็ อสิ ระ
เท่าแกส๊ ท้าใหม้ รี ูปร่างไมค่ งที่แต่ปรมิ าตรคงท่ี
• อนุภาคของแกส๊ อยูห่ า่ งกันมาก มีแรงยึด
เหนยี่ วระหว่างอนภุ าคน้อยที่สดุ อนุภาค

๕๕

รหสั ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ว ๒.๑ ๑๐. อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ ง เคล่อื นที่ไดอ้ ย่างอิสระทุกทศิ ทาง ทา้ ใหม้ รี ปู ร่าง
ม.๑/๑๐ พลังงานความร้อนกบั การเปล่ียนสถานะ และปรมิ าตรไม่คงท่ี
ของสสาร โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์
และแบบจา้ ลอง • ความร้อนมผี ลต่อการเปลี่ยนสถานะของสสาร
เมอ่ื ให้ความร้อนแกข่ องแขง็ อนภุ าคของ
ของแขง็ จะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขนึ จนถึง
ระดบั หน่ึงซึง่ ของแข็งจะใชค้ วามรอ้ นในการ
เปลยี่ นสถานะเปน็ ของเหลว เรียกความรอ้ นที่
ใชใ้ นการเปล่ยี นสถานะจากของแข็งเป็น
ของเหลววา่ ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว
และอุณหภูมิขณะเปลย่ี นสถานะจะคงท่ี เรียก
อณุ หภมู นิ วี ่าจุดหลอมเหลว
• เมื่อให้ความร้อนแก่ของเหลวอนภุ าคของ
ของเหลวจะมีพลังงานและอุณหภูมเิ พ่ิมขนึ
จนถึงระดบั หน่งึ ซึง่ ของเหลวจะใชค้ วามร้อนใน
การเปล่ียนสถานะเป็นแกส๊ เรียกความร้อนท่ีใช้
ในการเปลย่ี นสถานะจากของเหลวเปน็ แกส๊ วา่
ความรอ้ นแฝงของการกลายเปน็ ไอ และ
อณุ หภูมิขณะเปล่ียนสถานะจะคงที่ เรียก
อุณหภมู ินีวา่ จุดเดือด
• เม่ือทา้ ให้อุณหภูมิของแกส๊ ลดลงจนถึงระดบั
หนงึ่ แกส๊ จะเปลีย่ นสถานะเป็นของเหลว เรียก
อณุ หภูมินวี ่า จุดควบแน่น ซงึ่ มอี ุณหภมู ิเดียวกบั
จดุ เดอื ดของของเหลวนนั
• เมื่อท้าให้อณุ หภมู ิของของเหลวลดลงจนถึง
ระดับหน่งึ ของเหลวจะเปลย่ี นสถานะเป็น
ของแข็งเรียกอุณหภมู นิ ีวา่ จดุ เยือกแขง็ ซ่ึงมี
อุณหภูมิเดยี วกับจดุ หลอมเหลวของของแขง็ นัน

๕๖

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวติ ประจา้ วนั ผลของแรงทีก่ ระท้าต่อวตั ถลุ ักษณะการเคลื่อนที่แบบตา่ ง
ๆ ของวัตถุ รวมทังนา้ ความรู้ไปใช้ประโยชน์

รหัสตัวช้ีวดั ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ว ๒.๒ ม.๑/๑ ๑. สร้างแบบจ้าลองที่อธบิ าย
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความดันอากาศ • เมือ่ วตั ถอุ ยู่ในอากาศจะมีแรงท่อี ากาศกระทา้
กับความสงู จากพืนโลก ต่อวัตถุในทุกทิศทาง แรงที่อากาศกระท้าตอ่
วตั ถขุ นึ อยู่กับขนาดพืนท่ีของวัตถนุ นั แรงท่ี
อากาศกระท้าตังฉากกับผิววตั ถตุ อ่ หนึ่งหน่วย
พืนทีเ่ รียกวา่ ความดนั อากาศ
• ความดันอากาศมีความสมั พันธ์กับความสูง
จากพนื โลก โดยบริเวณที่สูงจากพืนโลกขึนไป
อากาศเบาบางลง มวลอากาศนอ้ ยลง ความดนั
อากาศกจ็ ะลดลง

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งสสาร

และพลงั งาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณท์ ่เี กี่ยวข้องกับเสยี ง แสง และคล่ืน

แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทงั นา้ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ว ๒.๓ ม.๑/๑ ๑. วเิ คราะห์ แปลความหมายขอ้ มลู • เม่อื สสารไดร้ บั หรอื สูญเสยี ความร้อนอาจทา้

ม.๑/๒ และค้านวณปริมาณความรอ้ นทีท่ ้าให้ ใหส้ สารเปล่ยี นอณุ หภมู เิ ปล่ยี นสถานะ หรอื
สสารเปลีย่ นอุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ เปลย่ี นรปู ร่าง
โดยใชส้ มการ
• ปรมิ าณความร้อนท่ที า้ ให้สสารเปล่ยี น
Q = mc t และ Q = mL
อุณหภมู ขิ นึ กับมวล ความร้อนจ้าเพาะ และ
๒. ใช้เทอร์มอมิเตอรใ์ นการวัดอุณหภูมิ
ของสสาร อณุ หภมู ทิ ีเ่ ปล่ยี นไป
• ปริมาณความร้อนทีท่ ้าให้สสารเปลยี่ นสถานะ

ขึนกับมวลและความร้อนแฝงจ้าเพาะ โดย

ขณะท่สี สารเปลย่ี นสถานะ อุณหภมู จิ ะไม่

เปลีย่ นแปลง

ว ๒.๓ ม.๑/๓ ๓. สรา้ งแบบจา้ ลองทอ่ี ธบิ ายการ • ความรอ้ นท้าให้สสารขยายตัวหรอื หดตวั ได้

ขยายตวั หรือหดตวั ของสสารเน่ืองจาก เนอ่ื งจากเมอ่ื สสารได้รบั ความรอ้ นจะท้าให้

ได้รบั หรอื สูญเสียความรอ้ น อนุภาคเคลื่อนท่เี ร็วขนึ ท้าให้เกิดการขยายตัว

๕๗

รหัสตัวชี้วัด ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ว ๒.๓ ม.๑/๔
๔. ตระหนักถึงประโยชนข์ องความรู้ • ความรเู้ รื่องการหดและขยายตวั ของสสาร
ของการหดและขยายตวั ของสสาร เนื่องจากความรอ้ นน้าไปใชป้ ระโยชน์ไดด้ า้ น
เนือ่ งจากความรอ้ นโดยวิเคราะห์ ตา่ ง ๆ เชน่ การสร้างถนน การสรา้ งรางรถไฟ
สถานการณป์ ัญหา และเสนอแนะ การทา้ เทอรม์ อมเิ ตอร์
วธิ ีการนา้ ความรู้มาแกป้ ญั หาใน
ชวี ติ ประจ้าวันแตเ่ ม่อื สสารคายความ
ร้อนจะท้าใหอ้ นภุ าค
เคล่ือนท่ีชา้ ลง ท้าให้เกิดการหดตัว

ว ๒.๓ ม.๑/๕ ๕. วิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายโอน • ความรอ้ นถา่ ยโอนจากสสารท่มี อี ุณหภูมิสูง

ว ๒.๓ ม.๑/๖ ความรอ้ นและคา้ นวณปริมาณความ กวา่ ไปยงั สสารท่มี ีอุณหภมู ิต่า้ กวา่ จนกระทง่ั
ม.๑/๗
ร้อนท่ีถ่ายโอนระหว่างสสารจนเกดิ อณุ หภูมขิ องสสารทงั สองเท่ากนั สภาพทีส่ สาร

สมดุลความร้อนโดยใชส้ มการ Q ทงั สองมีอณุ หภมู ิเท่ากนั เรียกวา่ สมดุลความ

สญู เสีย = Qได้รับ ร้อน

• เม่อื มีการถา่ ยโอนความรอ้ นจากสสารที่มี

อุณหภูมติ ่างกนั จนเกิดสมดลุ ความร้อน

ความรอ้ นที่เพิ่มขึนของสสารหนึ่งจะเทา่ กบั

ความรอ้ นที่ลดลงของอีกสสารหน่ึง ซึง่ เป็นไป

ตามกฎการอนุรักษพ์ ลังงาน

๖. สรา้ งแบบจา้ ลองท่ีอธิบายการถา่ ย • การถ่ายโอนความร้อนมี๓ แบบ คือ

โอนความรอ้ นโดยการน้าความรอ้ น การนา้ ความร้อน การพาความร้อน และ

การพาความร้อนการแผ่รังสคี วามรอ้ น การแผ่รังสคี วามร้อน การนา้ ความรอ้ นเปน็ การ

๗. ออกแบบ เลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ ถ่ายโอนความร้อนท่ีอาศัยตัวกลาง โดยที่

เพอ่ื แก้ปัญหาในชีวิตประจา้ วันโดยใช้ ตัวกลางไมเ่ คลื่อนที่การพาความร้อนเปน็ การ

ความรู้เกีย่ วกับการถ่ายโอนความร้อน ถ่ายโอนความร้อนท่ีอาศัยตัวกลาง โดยท่ี

ตัวกลางเคล่อื นทไี่ ปด้วย สว่ นการแผร่ ังสีความ

รอ้ นเปน็ การถ่ายโอนความรอ้ นทีไ่ มต่ ้องอาศยั

ตัวกลาง

• ความรเู้ กย่ี วกบั การถ่ายโอนความร้อนสามารถ

น้าไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจา้ วันได้เชน่

การเลือกใชว้ ัสดเุ พ่อื นา้ มาทา้ ภาชนะบรรจุ

อาหารเพ่ือเก็บความร้อน หรือการออกแบบ

ระบบระบายความร้อนในอาคาร

๕๘

สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ
ระบบสุรยิ ะ รวมทังปฏิสัมพนั ธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะ ที่สง่ ผลตอ่ สิง่ มชี ีวิต และการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ

รหสั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- - -

สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก

และอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองคป์ ระกอบและความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลง ภายใน

โลกและบนผิวโลก ธรณพี ิบตั ิภยั กระบวนการเปลีย่ นแปลง ลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทังผลตอ่ สิง่ มชี ีวิต

และสงิ่ แวดล้อม

รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ว ๓.๒ ม.๑/๑ ๑.สรา้ งแบบจ้าลองท่ีอธิบายการแบง่ •โลกมบี รรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้
ชันบรรยากาศและเปรยี บเทียบ
ประโยชนข์ องบรรยากาศแต่ละ ชนั สมบตั ิ และองค์ประกอบของบรรยากาศในการ
แบ่งบรรยากาศ ของโลกออกเปน็ ชัน ซง่ึ แบง่ ได้

หลายรูปแบบ ตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน

โดยทวั่ ไปนกั วิทยาศาสตร์ ใช้เกณฑ์การ

เปล่ยี นแปลงอุณหภมู ิตามความสูง แบ่ง

บรรยากาศได้เป็น ๕ชนั ได้แก่ชันโทรโพสเฟ

ยรี ์ชนั สตราโตสเฟยี ร์ ชันมีโซสเฟยี ร์ ชนั เทอร์

โมสเฟยี รแ์ ละชันเอกโซสเฟยี ร

•บรรยากาศแต่ละชนั มีประโยชน์ตอ่ สิง่ มีชีวิต

แตกตา่ งกนั โดยชนั โทรโพสเฟียร์มปี รากฏการณ์

ลมฟ้าอากาศทสี่ ้าคัญต่อการด้ารงชรวติ ของสงิ่

ชวี ติ ชันสตราโตสเฟยี รช์ ว่ ยดูดกลืนรังสี

อลั ตราไวโอเลต จากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังโลก

มากเกนิ ไปชันมีโซสเฟยี ร์ชว่ ยชะลอวตั ถุนอก

โลกที่ผา่ นเขา้ มา ใหเ้ กิดการเผาไหม้กลายเป็น

วตั ถุขนาดเลก็ ลดโอกาสทจ่ี ะท้าความเสยีหาย

แกสง่ิ มีชวี ติ บนโลกชนั เทอรโ์ มสเฟยี ร์สามารถ

สะท้อนคลืน่ วิทํยแุ ละ ชันเอกโซสเฟยี รเ์ หมาะ

ส้าหรบั การโคจรของ ดาวเทยี มรอบโลกใน

ระดบั ต้่า

๕๙

รหัสตัวชี้วดั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ม.๑/๒ ๒.อธบิ ายปจั จยั ท่ีมผี ลตอ่ การ
เปลี่ยนแปลงองคป์ ระกอบของลมฟ้า •ลมฟ้าอากาศเป็นสภาวะของอากาศในเวลา
อากาศ จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้
หน่ึง ของพืนท่ีหน่ึงท่ีมีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาขึนอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ
ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม
ความชืนเมฆและหยาดน้าฟ้าโดยหยาดน้าฟ้าท่ี
พบบ่อย ในประเทศไทยได้แก่ฝนองค์ประกอบ
ลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขนอยู่กับ
ปัจจัยต่าง ๆ เช่นปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์
และ ลกั ษณะพืนผิวโลกสง่ ผลตอ่ อุณหภูมอิ ากาศ
อุณหภูมิอากาศและปริมาณไอน้าส่งผลต่อ
ความชืนความกดอากาศส่งผลต่อลมความชืน
และลมส่งผลต่อเมฆ

ว ๓.๒ ม.๑/๓ ๓.เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดพายุ •พายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากการที่อากาศท่ีมี

ฝนฟา้ คะนอง และพายหุ มุนเขตร้อน อุณหภูมิและความชืนสูงเคลื่อนที่ขึนสู่ระดับ

และผลทม่ี ตี ่อสิ่งมชี ีวิต และส่ิงแวดล้อม ความสงู ทมี่ อี ณุ หภูมติ า้่ ลง จนกระท่งั ไอน้า

รวมทังนา้ เสนอแนวทางการ ปฏิบตั ิตน ในอากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้าและ

ใหเ้ หมาะสมและปลอดภัย เ กิ ด ต่ อ เ นื่ อ ง เ ป็ น เ ม ฆ ข น า ด ใ ห ญ่ พ า ยุ ฝ น ฟ้ า

คะนอง ท้าให้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรงฟ้า

แลบ ฟ้าผ่าซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

และทรพั ยส์ ิน

•พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมุทรหรือ

ท ะ เ ล ที่ น้ า มี อุ ณ ห ภู มิ สู ง ตั ง แ ต่ ๒ ๖ - ๒ ๗ อ ง ศ า

เซลเซยี สขึนไป ท้าให้อากาศที่มีอุณหภูมิและ

ความชืนสูง บริเวณนันเคล่ือนท่ีสูงขึนอย่าง

รวดเรว็ เปน็ บริเวณกว้าง อากาศจากบริเวณ

อ่ืนเคล่ือนเข้ามา แทนที่และพัดเวียนเข้าหา

ศูนย์กลางของพายย่ิงใกล้ศูนย์กลางอากาศจะ

เคลื่อนท่ีพัดเวียน เกือบเป็นวงกลมและมี

อัตราเรว็ สูงท่สี ุด พายุหมุน เขตร้อนท้าให้เกิด

คล่นื พายุซดั ฝ่ัง ฝนตกหนักซึ่งอาจก่อให้เกิด

อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงควรปฏิบัติตน

ให้ปลอดภัยโดยติดตามข่าวสารการพยากรณ์

อากาศ และไม่เขา้ ไปอยู่ในพืนท่ีเส่ียงภัย

๖๐

รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๓.๒ ม.๑/๔
๔.อธิบายการพยากรณ์อากาศและ •การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณล์ มฟ้า

พยากรณ์ อากาศอย่างง่ายจากขอ้ มลู ที่ อากาศท่จี ะเกดิ ขึนในอนาคตโดยมีการตรวจวดั

รวบรวมได้ องคป์ ระกอบลมฟ้าอากาศการสอื่ สาร

แลกเปลีย่ น ขอ้ มลู องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ

ระหว่างพืนที่ การวิเคราะห์ข้อมลู และสรา้ ง

ค้าพยากรณ์อากาศ

ว ๓.๒ ม.๑/๕ ๕.ตระหนักถงึ คณุ ค่าของการพยากรณ์ •การพยากรณ์อากาศสามารถนา้ มาใช้ประโยชน์
อากาศโดยนา้ เสนอแนวทางการปฏบิ ัติ ด้านตา่ ง ๆเชน่ การใช้ชีวติ ประจา้ วันการ
ตนและการใช้ ประโยชนจ์ ากค้า คมนาคมการเกษตร การป้องกนั และเฝ้า
พยากรณอ์ ากาศ ระวังภัยพบิ ตั ิ ทางธรรมชาติ

ว ๓.๒ ม.๑/๖ ๖.อธิบายสถานการณ์และผลกระทบ •ภูมอิ ากาศโลกเกดิ การเปลีย่ นแปลงอย่าง
ว ๓.๒ ม.๑/๗ การเปลยี่ นแปลง ภมู ิอากาศโลกจาก ต่อเนอื่ ง โดยปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปจั จุบัน
ข้อมูลท่รี วบรวมได้ การเปลย่ี นแปลง ภูมิอากาศเกิดขึนอยา่ ง
รวดเรว็ เน่ืองจากกิจกรรม ของมนุษย์ในการ
๗.ตระหนักถงึ ผลกระทบของการ ปลดปลอ่ ยแกส๊ เรือนกระจกสู่ บรรยากาศแกส๊
เปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลกโดย เรือนกระจกท่ีถกู ปลดปล่อยมากที่สดุ ไดแ้ ก่แก๊ส
น้าเสนอแนวทางการปฏิบัตติ น ภายใต้ คาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งหมนุ เวียนอยู่ในวฏั จักร
การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก คาร์บอน

•การเปล่ียนแปลงภมู อิ ากาศโลกกอ่ ให้เกิดผล
กระทบตอ่ สิ่งมชี วี ิตและส่ิงแวดล้อมเชน่ การ
หลอมเหลวของน้าแข็งขวั โลกการเพ่ิมขึน ของ
ระดบั ทะเลการเปลย่ี นแปลงวัฏจกั รนา้ การเกิด
โรคอบุ ตั ิใหม่และอุบัติซ้า และการเกิดภัยพิบตั ิ
ทางธรรมชาตทิ ่รี นุ แรงขนึ มนุษยจ์ งึ ควร เรียนรู้
แนวทางการปฏบิ ัตติ นภายใต้สถานการณ์
ดงั กลา่ วทังแนวทางการปฏบิ ัติตนใหเ้ หมาะสม
และแนวทางการลดกิจกรรมทส่ี ง่ ผลตอ่ การ
เปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศโลก

๖๑

สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พอ่ื การดา้ รงชวี ติ ในสงั คมที่มีการเปล่ียนแปลง อย่างรวดเรว็ ใช้
ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือแกป้ ญั หาหรือพัฒนางานอย่างมคี วามคดิ
สร้างสรรค์ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม โดยค้านงึ ถงึ ผลกระทบต่อชีวติ
สังคม และสิง่ แวดล้อม

รหัสตวั ชี้วัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๔.๑ ม.๑/๑
๑.อธบิ ายแนวคดิ หลักของเทคโนโลยใี น • เทคโนโลยเี ปน็ สิ่งท่ีมนุษยส์ ร้างหรือพัฒนาขึน
ว ๔.๑ ม.๑/๒
ว ๔.๑ ม.๑/๓ ชวี ิตประจา้ วัน และวเิ คราะห์สาเหตุ ซึ่งอาจเปน็ ได้ทังชนิ งานหรือวิธีการ เพอ่ื ใช้

หรือปจั จัยทสี่ ง่ ผลต่อการเปล่ียนแปลง แก้ปัญหาสนองความต้องการหรอื เพ่มิ

ของเทคโนโลยี ความสามารถในการท้างานของมนุษย์

• ระบบทางเทคโนโลยีเป็นกลมุ่ ของสว่ นตา่ ง ๆ

ตงั แตส่ องสว่ นขนึ ไปประกอบเขา้ ดว้ ยกนั และ

ทา้ งานรว่ มกันเพื่อใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคโ์ ดย ใน

การทา้ งานของระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบ

ไปดว้ ยตวั ปอ้ น(input)กระบวนการ(process )

และผลผลิต (output)ท่สี ัมพันธ์กันนอกจาก

นี ระบบทางเทคโนโลยอี าจมีข้อมลู ย้อนกลบั

(feedback) เพ่ือใช้ปรบั ปรงุ การท้างานไดต้ าม

วตั ถปุ ระสงค์ซึ่งการวเิ คราะห์ระบบทาง

เทคโนโลยีช่วยให้เขา้ ใจองคป์ ระกอบและการ

ทา้ งานของเทคโนโลยรี วมถงึ สามารถ ปรับปรงุ

ให้เทคโนโลยที ้างานได้ตามต้องการ

• เทคโนโลยมี กี ารเปลีย่ นแปลงตลอดเวลาตังแต่

อดตี จนถงึ ปัจจบุ นั ซ่ึงมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจาก

หลายด้านเชน่ ปัญหาความต้องการ ความกาว

หน้า ของศาสตรต์ า่ ง ๆ เศรษฐกิจสังคม

๒.ระบุปัญหาหรอื ความตอ้ งการใน • ปัญหาหรอื ความต้องการในชีวติ ประจา้ วัน พบ

ชีวิตประจ้าวนั รวบรวม วเิ คราะห์ ไดจ้ ากหลายบรบิ ทขึนกับสถานการณ์ท่ปี ระสบ

ข้อมลู และแนวคิดท่ีเก่ียวข้อง กบั เชน่ การเกษตร การอาหาร

ปญั หา • การแก้ปัญหาจ้าเป็นตอ้ งสืบคน้ รวบรวมข้อมลู

ความรูจ้ ากศาสตรต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องเพื่อ

น้าไปสู่ การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา

๓.ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาโดย • การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบและตดั สนิ ใจเลือก

วิเคราะห์เปรียบเทยี บและตัดสนิ ใจ ขอ้ มลู ที่จ้าเปน็ โดยคา้ นงึ ถึงเง่ือนไขและ

เลอื กข้อมลู ทจ่ี า้ เป็นน้าเสนอแนว ทรัพยากรท่ีมีอยู่ชว่ ยใหไ้ ด้แนวทางการ

ทางการแกป้ ัญหาให้ผอู้ ืน่ เข้าใจ แก้ปญั หาทเี่ หมาะสม

๖๒

รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

วางแผนและดา้ เนนิ การแกป้ ัญหา • การออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หาทา้ ได้
หลากหลายวํธิ เิ ช่นการรา่ งภาพการเขยีน
แผนภาพการเขียนผังงาน
• การก้าหนดขันตอนและระยะเวลาในการ
ทา้ งาน ก่อนด้าเนนิ การแกป้ ัญหาจะช่วยให้
ท้างานส้าเร็จ ไดต้ ามเปา้ หมายและลด
ข้อผิดพลาดของการทา้ งานท่ีอาจเกิดขนึ

ว ๔.๑ ม.๑/๔ ๔. ทดสอบประเมินผลและระบุ • การทดสอบและประเมินผลเปน็ การตรวจสอบ

ขอ้ บกพร่องท่เี กิดขึนพรอ้ มทงั หาแนว ชินงานหรอื วิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตาม

ทางการปรบั ปรุงแก้ไข และน้าเสนอผล วัตถปุ ระสงคภ์ ายใต้กรอบของปัญหาเพื่อหา

การแก้ปัญหา ข้อบกพร่องและด้าเนินการปรบั ปรุงโดยอาจ

ทดสอบซ้าเพ่ือใหส้ ามารถแก้ปัญหาได้

ว ๔.๑ ม.๑/๕ ๕.ตระหนักถงึ คุณค่าของการพยากรณ์ • การพยากรณ์อากาศสามารถนา้ มาใช้
อากาศโดยนา้ เสนอแนวทางการปฏิบัติ ประโยชน์ ดา้ นต่าง ๆ เช่นการใช้ชีวิตประจ้าวัน
ตนและการใช้ ประโยชน์จากคา้ การคมนาคมการเกษตรการป้องกันและเฝา้
พยากรณอ์ ากาศ ระวังภัยพิบตั ิ ทางธรรมชาติ

๖๓

สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงค้านวณในการแก้ปญั หาท่พี บในชวี ติ จริงอย่างเป็น ขนั ตอนและเปน็ ระบบ ใช้

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทา้ งาน และการแกป้ ญั หาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ รู้เทา่ ทันและ

มจี ริยธรรม

รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ว ๔.๒ ม.๑/๑ ๑.ออกแบบอัลกอรทิ ึมทใ่ี ช้แนวคิดเชงิ • แนวคิดเชิงนามธรรมเป็นการประเมิน

นามธรรม เพ่อื แกป้ ัญหาหรืออธบิ าย ความสา้ คญั ของรายละเอียดของปญั หา

การทา้ งานที่พบใน แยกแยะสว่ นที่เปน็ สาระสา้ คัญออกจากส่วนท่ี

ชีวิตจรงิ ไมใ่ ชส่ าระสา้ คญั

• ตวั อย่างปัญหาเชน่ ตอ้ งการปหู ญา้ ในสนาม

ตามพืนที่ทีก่ า้ หนดโดยหญ้าหนง่ึ ผืนมีความกวา้ ง

๕๐เซนติเมตรยาว ๕๐ เซนติเมตรจะใช้หญ้า

ทังหมดกีผ่ นื ๒

ว ๔.๒ ม.๑/๒ ๒.ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่าง • การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมีการใชต้ ัว

ง่ายเพื่อแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์หรอื แปรเง่อื นไขวนซา้

วิทยาศาสตร์ • การออกแบบอลั กอริทมึ เพื่อแก้ปัญหาทาง

คณติ ศาสตร์วทิ ยาศาสตร์อย่างงา่ ยอาจใช้

แนวคิดเชงิ นามธรรมในการออกแบบเพื่อให้

การแก้ปัญหามปี ระสิทธภิ าพ

• การแกปญั หาอย่างเปน็ ขันตอนจะช่วยให้

แก้ปัญหา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• ซอฟต์แวร์ที่ใชใ้ นการเขยนี โปรแกรม เช่น

Scratch,python,java,c

• ตัวอยา่ งโปรแกรมเช่น โปรแกรมสมการการ

เคลอ่ื นที่โปรแกรมคา้ นวณหาพืนทโ่ี ปรแกรม

ค้านวณดัชนีมวลกาย

ว ๔.๒ ม.๑/๓ ๓.รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภูมิ ประมวลผล • การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิ

ประเมนิ ผลนา้ เสนอขอ้ มลู และ ประมวลผลสรา้ งทางเลอื กประเมนิ ผลจะท้าให้

สารสนเทศตามวตั ถุปุระสงค์ โดยใช้ ไดส้ ารสนเทศเพอ่ื ใชใ้ นการแก้ปัญหาหรอื การ

ซอฟตแ์ วรห์ รือบริการบนอนิ เทอรเ์ น็ต ตัดสนิ ใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีห่ ลากหลายการทดลองและวเิ คราะห์ • การประมวลผลเปน็ การกระทา้ กบั ข้อมูล

แนวโนม้ เพื่อให้ ไดผ้ ลลัพธท์ ่มี ีความหมายและมี

ประโยชน์ต่อ การน้าไปใช้งานสามารถท้าได้

หลายวธิ เี ช่นค้านวณอัตราสว่ นค้านวณคา่ เฉล่ีย

• การใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบนอินเทอร์เนต็ ที่

หลากหลายในการรวบรวมประมวลผลสรา้ ง

๖๔

รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ว ๔.๒ ม.๑/๔ ๔.ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ ง ทางเลอื กประเมินผลน้าเสนอจะช่วยให้
ปลอดภัยใช้สอื่ และแหล่งขอ้ มลู ตาม แกป้ ัญหาได้อย่างรวดเรว็ ถกู ต้องและแม่นยา้
ข้อก้าหนดและข้อตกลง • ตัวอย่างปญั หาเนน้ การบรู ณาการกบั วิชาอ่ืน
เช่นตม้ ไข่ให้ตรงกับพฤติกรรมการบรโิ ภคคา่
ดัชนีมวลกายของคนในท้องถิ่นการสร้าง
กราฟผล
• ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัยเช่น
การปกป้องความเป็นสว่ นตวั และอตั ลักษณ์
• การจัดการอัตลักษณ์เชน่ การตังรหัสผา่ น
การปกป้องข้อมลู สว่ นตวั
• การพิจารณาความเหมาะสมของเนือหาเชน่
ละเมดิ ความเป็นสว่ นตวั ผู้อื่นอนาจารวจิ ารณ์
ผู้อน่ื อย่างหยาบคาย
• ขอ้ ตกลงขอ้ ก้าหนดในการใช้ส่ือหรือ
แหล่งข้อมูล ตา่ ง ๆเชน่ Creative commons

๖๕

กลุม่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

ความสา้ คัญ
สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลากล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ด้ารงชีวิตอย่างไร ทังในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันในสังคม
การปรบั ตวั ตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อยา่ งจ้ากดั นอกจากนยี งั ชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจถึงการพัฒนา
เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่าง ๆ ท้าให้เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน
อดกลัน ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถน้าความรู้ไปปรับใช้ในการด้าเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของ
ประเทศชาติ และสังคมโลก

เรยี นรูอ้ ะไรในสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวา่ ด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ทมี่ ีความเชือ่ มสัมพันธ์

กันและมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพ่ือช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี
มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสมโดยไดก้ า้ หนดสาระต่าง ๆ ไว้ดังนี

• ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรมแนวคิดพืนฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ การน้าหลักธรรมค้าสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ร่วมกัน
อย่างสันติสุข เป็นผู้กระท้าความดี มีค่านิยมท่ีดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทังบ้าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและ
ส่วนรวม

• หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการด้าเนินชีวิตระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบันการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ ลักษณะและความส้าคัญ การเปน็ พลเมอื งดี ความแตกต่าง
และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุข สทิ ธิ หน้าที่ เสรภี าพการด้าเนินชีวิตอยา่ งสนั ติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก

• เศรษฐศาสตร์การผลิตการแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีอยู่
อย่างจ้ากัดอย่างมีประสิทธิภาพ การด้ารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการน้าหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ใน
ชวี ิตประจา้ วัน

• ประวัติศาสตร์เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์พัฒนาการของมนุษยชาติจาก
อดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์ส้าคัญในอดีต
บุคคลส้าคัญท่ีมีอิทธิพลต่อการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
แหลง่ อารยธรรมทสี่ า้ คัญของโลก

• ภมู ิศาสตร์ ลกั ษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหล่งทรพั ยากร และภูมิอากาศของประเทศ
ไทย และภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่าง ๆ ในระบบ
ธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขึน การน้าเสนอข้อมูลภูมิ
สารสนเทศการอนรุ ักษส์ ่ิงแวดล้อมเพอ่ื การพฒั นาที่ยง่ั ยนื

๖๖

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสา้ คัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี

ตนนบั ถอื และศาสนาอนื่ มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง ยึดม่นั และปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่ืออยู่
ร่วมกนั อยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนทดี่ ีและธ้ารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ทตี่ นนับถือ
สาระท่ี ๒ หน้าทีพ่ ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดา้ เนินชีวติ ในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทข่ี องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ดี ีงาม และ
ธา้ รงรักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ด้ารงชวี ติ อยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทย และ สังคม
โลกอยา่ งสนั ตสิ ุข
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปจั จบุ นั ยดึ ม่นั ศรทั ธา และธ้ารงรกั ษาไว้
ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ ทรัพยากรที่มี
อยู่จ้ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือการ
ดา้ รงชวี ติ อยา่ งมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจ้าเป็นของการ
รว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
สาระท่ี ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความส้าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้
วิธกี ารทางประวัติศาสตร์มาวเิ คราะห์เหตุการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดีตจนถงึ ปจั จบุ ัน ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละการ
เปลีย่ นแปลงของเหตกุ ารณ์อย่างต่อเน่ือง ตระหนกั ถงึ ความส้าคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบท่ี
เกิดขนึ
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มคี วามรัก ความภูมใิ จและธา้ รงความเป็น
ไทย
สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมผี ลต่อกนั ใช้แผนท่ี
และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์
ตลอดจนใช้ภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒เข้าใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพท่กี ่อให้เกดิ การสร้างสรรคว์ ิถีการ
ดา้ เนินชวี ิต มีจิตส้านึกและมสี ว่ นรว่ มในการจัดการทรพั ยากร และส่ิงแวดลอ้ มเพอื่ การพัฒนาทย่ี งั่ ยืน

๖๗

คณุ ภาพผเู้ รียน
จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
- ไดเ้ รียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและผทู้ ่ีอยรู่ อบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถ่นิ ท่ีอย่อู าศยั และเชื่อง

โยงประสบการณไ์ ปสโู่ ลกกว้าง
- ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลท่ีจ้าเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มีคุณธรรม

จรยิ ธรรม ประพฤติปฏิบตั ิตามหลักค้าสอนของศาสนาทต่ี นนับถือ มคี วามเป็นพลเมืองดี มคี วามรับผิดชอบ การอยู่
รว่ มกันและการทา้ งานกับผอู้ ่นื มสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมของหอ้ งเรยี น และไดฝ้ กึ หัดในการตดั สนิ ใจ

- ได้ศึกษาเร่ืองราวเก่ยี วกบั ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชนในลกั ษณะการบรู ณาการ ผู้เรยี นได้เขา้ ใจ
แนวคดิ เก่ียวกบั ปัจจุบันและอดตี มีความรู้พืนฐานทางเศรษฐกจิ ได้ข้อคดิ เก่ยี วกับรายรบั -รายจ่ายของครอบครัว เขา้ ใจ
ถึงการเปน็ ผผู้ ลิต ผ้บู ริโภค รู้จกั การออมขนั ตน้ และวธิ กี ารเศรษฐกิจพอเพยี ง

- ได้รับการพัฒนาแนวคิดพืนฐานเกยี่ วกบั ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าทพ่ี ลเมือง เศรษฐศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ และภมู ิปัญญา เพ่ือเป็นพืนฐานในการท้าความเขา้ ใจในขนั ท่สี ูงต่อไป

- มคี วามร้เู กี่ยวกบั ลักษณะทางกายภาพของสิ่งตา่ ง ๆ ที่อยู่รอบตัวและชุมชน และสามารถปรับตัวเทา่ ทันการ
เปลีย่ นแปลงทางกายภาพ และมีส่วนรว่ มในการจดั การทรัพยากรและสิง่ แวดล้อมใกล้ตัว

จบช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
- ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ทังเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพ สังคม
ประเพณี และวฒั นธรรม รวมทงั การเมอื งการปกครอง สภาพเศรษฐกจิ โดยเนน้ ความเปน็ ประเทศไทย
- ได้รับการพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ในเรื่องศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตามหลักค้าสอนของ
ศาสนาท่ตี นนับถอื รวมทังมีสว่ นร่วมศาสนพธิ ี และพิธีกรรมทางศาสนามากย่งิ ขนึ
- ได้ศึกษาและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีของท้องถ่ิน จังหวัด ภาค และ
ประเทศ รวมทังได้มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรม ของทอ้ งถิ่นตนเองมากยงิ่ ขนึ
- ไดศ้ กึ ษาเปรียบเทยี บเร่ืองราวของจงั หวัดและภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยกบั ประเทศเพื่อนบ้าน ไดร้ ับการ
พฒั นาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกีย่ วกับศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม หนา้ ท่พี ลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และ
ภมู ศิ าสตร์เพ่ือขยายประสบการณ์ไปสู่การท้าความเขา้ ใจ ในภูมภิ าค ซีกโลกตะวนั ออกและตะวนั ตกเก่ียวกบั ศาสนา
คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มความเชื่อ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรม การดา้ เนินชีวิต การจัดระเบียบทางสังคม
และการเปล่ียนแปลงทางสงั คมจากอดีตสู่ปจั จบุ นั
- มีความรู้เก่ียวกับลักษณะทางกายภาพ ภัยพิบัติ ลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัด ภาค
และประเทศไทย สามารถเตรียมพร้อมเพ่ือรับมือกับการเปล่ียนแปลงทางกายภาพกับภัยพิบัติต่าง ๆ ในประเทศไทย
และหาแนวทางในการจดั การทรัพยากรและส่งิ แวดล้อม

๖๘

จบชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
- ได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบ กับประเทศใน
ภูมภิ าคต่าง ๆ ในโลก เพื่อพฒั นาแนวคิด เร่ืองการอยู่ร่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ
- ได้เรียนรู้และพัฒนาให้มีทักษะท่ีจ้าเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิด และ
ขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย โอเชียเนีย
แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเช่ือ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทางประวั ติศาสตร์ และ
สงั คมศาสตร์
- ได้รับการพฒั นาแนวคิดและวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ในอนาคต สามารถน้ามาใชเ้ ป็นประโยชนใ์ นการด้าเนนิ ชีวิต
และวางแผนการดา้ เนนิ งานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
- มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ภัยพิบัติลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ในภูมิภาคต่าง ๆ
ของโลก ความร่วมมือด้านทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมกับการรับมือภัยพิบัติและการ
จัดการทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ มอยา่ งยง่ั ยืน

๖๙

คา้ อธบิ ายรายวิชา

รหสั วิชา ส ๒๑๑๐๑ วิชา สังคมศึกษา
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จ้านวน ๑.๕ หน่วยกิต

ความเป็นมา การเผยแผ่ ความส้าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ พุทธประวัติ ประวัติ
พุทธสาวกชาวพุทธตัวอย่าง ชาดก พุทธคุณ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ แผ่เมตตาบริหารจิตและ
เจริญปัญญา เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ เส้นแบ่งเวลาและเปรียบเทียบวัน เวลาของประเทศไทยกับทวีปต่างการ
เปล่ียนแปลงทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ความร่วมมือของประเทศต่าง ๆท่ีมีผลต่อ
ส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ท้าเลท่ีตังกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคมในทวีป
ทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ปัจจัยทางกายภาพและสังคมที่มีผลต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี
สินค้าและประชากรในทวปี เอเชยี ออสเตรเลียและโอเชยี เนยี

อธิบายวิเคราะห์ความสา้ คัญของพระพุทธศาสนา และปฏิบัติตนได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม และสามารถ
อธิบายเช่ือมโยงเรื่องราวต่าง ๆได้อย่างมีเหตุผล สามารถวิเคราะห์ และอธิบายลักษณะทางกายภาพ เศรษฐกิจและ
สังคมของประเทศไทยและทวีป เอเชีย ออสเตรเลียและ โอเชียเนีย และเห็นความส้าคัญของพระพุทธศาสนาเห็น
คณุ คา่ พุทธคุณ และหลกั ธรรมของศาสนา การพัฒนาจติ เพ่อื การเรียนรู้และการด้าเนินชวี ติ

ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔ ม. ๑/๕ ม. ๑/๖ ม. ๑/๗ ม. ๑/๘ ม. ๑/๙ ม. ๑/๑๐ ม. ๑/๑๑
ส ๕.๑ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓
ส ๕.๒ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔

รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวชว้ี ดั

๗๐

คา้ อธบิ ายรายวชิ า

รหัสวชิ า ส ๒๑๑๐2 วิชา สงั คมศกึ ษา
รายวิชาพืน้ ฐาน
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เวลา ๖๐ ชั่วโมง จ้านวน ๑.๕ หน่วยกิต

วิถีชีวิตของพระภิกษุ การบ้าเพ็ญประโยชน์และการ บ้ารุงรักษาวัด พิธีกรรม และการปฏิบัติตนและ
ความส้าคัญของวันส้าคัญทางพระพุทธศาสนา กฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลการเคารพในสิทธิของตนเอง
และผู้อื่นหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระส้าคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน
ความหมายและความส้าคัญของเศรษฐศาสตร์ หลักการและความส้าคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ค่านิยมและ
พฤตกิ รรมการบรโิ ภคของคนในสงั คมสถาบนั การเงินแตล่ ะประเภทและธนาคารกลาง การแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกิจใน
ประเทศปัจจัยท่มี อี ิทธพิ ลต่อการก้าหนด อปุ สงค์และอุปทาน กฎหมายเก่ียวกบั ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา

ฝึกปฏิบัตกิ ารบริหารจติ เจริญปญั ญา มารยาทชาวพุทธและปฏบิ ตั ิ ตนตอ่ พระภิกษุในศาสนพธิ ี และวนั สา้ คญั
ทางพระพุทธศาสนาเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนักและ เห็นความสา้ คัญ การพัฒนาจิต เพื่อการเรียนรู้และ
การด้าเนินชีวิต ความส้าคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และเปน็ ศูนย์รวมใจของคนในชาติตลอดจนความส้าคญั ของเศรษฐศาสตรแ์ ละปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ตวั ชวี้ ดั

ส ๑.๒ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔ ม. ๑/๕
ส ๒.๑ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔
ส ๒.๒ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓
ส ๓.๑ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓
ส ๓.๒ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔

รวมท้ังหมด ๑๙ ตัวช้ีวดั

๗๑

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสา้ คัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือ
และศาสนาอืน่ มีศรทั ธาทถ่ี กู ต้อง ยดึ มั่นและปฏิบตั ติ ามหลักธรรมเพ่ืออยรู่ ่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ

รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ส ๑.๑ ม.๑/๑
ส ๑.๑ ม.๑/๒ ๑. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา หรือ  การสังคายนา

ส ๑.๑ ม.๑/๓ ศาสนาทีต่ นนับถือส่ปู ระเทศไทย  การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเข้าสู่
ส ๑.๑ ม.๑/๔
ประเทศไทย
ส ๑.๑ ม.๑/๕
๒. วเิ คราะหค์ วามส้าคญั ของ - ความส้าคญั ของพระพุทธศาสนาตอ่

พระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือ ทมี่ ี สังคมไทยในฐานะเปน็

ต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทังการ  ศาสนาประจา้ ชาติ

พฒั นาตนและครอบครัว  สถาบันหลกั ของสังคมไทย

 สภาพแวดล้อมทกี่ วา้ งขวาง และครอบคลมุ

สงั คมไทย

 การพัฒนาตนและครอบครัว

๓. วิเคราะห์พทุ ธประวัตติ ังแตป่ ระสูติจนถึง  สรุปและวเิ คราะห์ พุทธประวัติ

บา้ เพ็ญทุกรกริ ยิ า หรอื ประวตั ิศาสดาทต่ี น - ประสูติ

นบั ถอื ตามทีก่ ้าหนด - เทวทูต ๔

- การแสวงหาความรู้

- การบา้ เพ็ญทุกรกิริยา

๔. วเิ คราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่าง - พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา

การดา้ เนนิ ชีวติ และข้อคิดจากประวัติสาวก  พระมหากสั สปะ

ชาดก/เรือ่ งเลา่ และ  พระอบุ าลี

ศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีกา้ หนด  อนาถบิณฑิกะ

 นางวิสาขา

- ชาดก

 อัมพชาดก

 ติตตริ ชาดก

๕. อธิบายพุทธคณุ และข้อธรรมส้าคัญใน - พระรตั นตรยั

กรอบอรยิ สจั ๔ หรอื หลักธรรมของศาสนา  พุทธคณุ ๙

ท่ีตนนบั ถือ ตามท่ีกา้ หนด เห็นคณุ คา่ และ - อรยิ สัจ ๔

น้าไปพัฒนาแก้ปญั หาของตนเองและ  ทุกข์ (ธรรมที่ควรร)ู้

ครอบครัว o ขนั ธ์ ๕

- ธาตุ ๔

 สมทุ ัย (ธรรมท่คี วรละ)

o หลักกรรม

- ความหมายและคุณค่า

o อบายมุข ๖

 นโิ รธ (ธรรมทคี่ วรบรรล)ุ

๗๒

รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ส ๑.๑ ม.๑/๖
๖. เห็นคณุ ค่าของการพฒั นาจิต เพ่อื การ o สุข ๒ (กายิก, เจตสิก)
เรยี นรู้และการดา้ เนินชวี ิต ดว้ ยวิธคี ิดแบบ o คิหิสุข
โยนิโสมนสกิ ารคือวิธีคิดแบบคุณค่าแท้ –  มรรค (ธรรมท่คี วรเจรญิ )
คณุ คา่ เทียม และวธิ ีคดิ แบบคุณ – โทษ o ไตรสกิ ขา
และทางออก หรือการพัฒนาจติ ตาม
แนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถือ o กรรมฐาน ๒

o ปธาน ๔
o โกศล ๓

o มงคล ๓๘

-ไมค่ บคนพาล
- คบบณั ฑติ

- บูชาผู้ควรบชู า

- พทุ ธศาสนสุภาษติ
 ย้ เว เสวติ ตาทิโส
คบคนเชน่ ใดเปน็ คนเช่นนนั
 อตฺตนา โจทยตฺตาน้
จงเตือนตน ด้วยตน
 นิสมมฺ กรณ้ เสยโฺ ย
ใคร่ครวญก่อนท้าจึงดี
 ทุราวาสา ฆรา ทุกขฺ า
เรือนท่ีครองไม่ดีนา้ ทกุ ข์มาให้

- โยนโิ สมนสิการ
 วิธคี ดิ แบบคณุ คา่ แท้ – คุณคา่ เทยี ม
 วิธีคดิ แบบคุณ - โทษและทางออก

ส ๑.๑ ม.๑/๗ ๗. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจติ และเจรญิ  สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา
ส ๑.๑ ม.๑/๘
ปัญญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม  วธิ ีปฏบิ ัติและประโยชนข์ องการบริหารจติ

แนวทางของศาสนาที่ตนับถือตามทีก่ ้าหนด และเจรญิ ปญั ญา การฝึกบริหารจติ และ

เจรญิ ปญั ญาตามหลักสตปิ ัฎฐานเนน้

อานาปานสติ

 นา้ วธิ ีการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญาไปใชใ้ น

ชีวิตประจ้าวัน

๘. วเิ คราะหแ์ ละปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรม  หลักธรรม (ตามสาระการเรยี นรขู้ ้อ ๕)

ทางศาสนาท่ีตนนับถือ ในการด้ารงชีวติ แบบ

๗๓

รหัสตวั ชี้วดั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

พอเพียง และดูแลรักษาสง่ิ แวดล้อมเพือ่ การ

อย่รู ว่ มกันได้อยา่ งสันตสิ ุข

ส ๑.๑ ม.๑/๙ ๙. วเิ คราะหเ์ หตผุ ลความจา้ เปน็ ทท่ี ุกคนตอ้ ง  ศาสนกิ ชนของศาสนาต่าง ๆ มกี าร

ศึกษาเรยี นรู้ศาสนาอื่น ๆ ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นและวถิ ีการด้าเนินชวี ิต

แตกตา่ งกันตามหลักความเช่ือและค้าสอน

ของศาสนาทต่ี นนบั ถอื

ส ๑.๑ ม.๑/๑๐ ๑๐. ปฏบิ ตั ิตนต่อศาสนิกชนอ่ืนใน  การปฏบิ ตั ิอยา่ งเหมาะสมต่อศาสนิกชนอ่นื

สถานการณ์ต่าง ๆได้อยา่ งเหมาะสม ในสถานการณต์ า่ ง ๆ

ส ๑.๑ ม.๑/๑๑ ๑๑. วิเคราะห์การกระทา้ ของบคุ คลทเ่ี ปน็  ตวั อยา่ งบุคคลในท้องถ่ินหรือประเทศที่

แบบอย่างด้านศาสนสมั พนั ธ์ และน้าเสนอ ปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพนั ธ์

แนวทางการปฏบิ ัติของตนเอง หรอื มผี ลงานดา้ นศาสนสัมพนั ธ์

รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ส ๑.๑ ม.๑/๑
ส ๑.๑ ม.๑/๒ ๑. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา หรือ  การสงั คายนา

ส ๑.๑ ม.๑/๓ ศาสนาทีต่ นนบั ถือสูป่ ระเทศไทย  การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเขา้ สู่

ส ๑.๑ ม.๑/๔ ประเทศไทย

๒. วเิ คราะหค์ วามส้าคัญของ - ความสา้ คัญของพระพุทธศาสนาตอ่

พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ ที่มี สงั คมไทยในฐานะเปน็

ตอ่ สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทังการ  ศาสนาประจา้ ชาติ

พฒั นาตนและครอบครวั  สถาบนั หลักของสังคมไทย

 สภาพแวดลอ้ มท่กี วา้ งขวาง และครอบคลุม

สงั คมไทย

 การพัฒนาตนและครอบครวั

๓. วิเคราะหพ์ ุทธประวัตติ ังแตป่ ระสตู จิ นถึง  สรุปและวเิ คราะห์ พุทธประวัติ

บ้าเพ็ญทุกรกริ ยิ า หรอื ประวัตศิ าสดาที่ตน - ประสูติ

นับถือตามทก่ี ้าหนด - เทวทตู ๔

- การแสวงหาความรู้

- การบา้ เพ็ญทุกรกริ ิยา

๔. วเิ คราะหแ์ ละประพฤติตนตามแบบอยา่ ง - พุทธสาวก พุทธสาวกิ า

การดา้ เนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวัตสิ าวก  พระมหากสั สปะ

ชาดก/เรอ่ื งเล่า และ  พระอุบาลี

ศาสนิกชนตัวอยา่ งตามท่ีก้าหนด  อนาถบณิ ฑิกะ

 นางวิสาขา

- ชาดก

 อมั พชาดก

๗๔

รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ส ๑.๑ ม.๑/๕ ๕. อธิบายพทุ ธคุณ และข้อธรรมสา้ คัญใน
กรอบอริยสัจ ๔ หรือหลักธรรมของศาสนา  ตติ ติรชาดก
ส ๑.๑ ม.๑/๖ ทตี่ นนบั ถือ ตามที่กา้ หนด เห็นคณุ ค่าและ
นา้ ไปพัฒนาแกป้ ัญหาของตนเองและ - พระรตั นตรยั
ครอบครัว  พทุ ธคณุ ๙
- อริยสัจ ๔
๖. เหน็ คุณคา่ ของการพัฒนาจติ เพ่ือการ  ทกุ ข์ (ธรรมที่ควรร)ู้
เรยี นรแู้ ละการดา้ เนินชีวติ ด้วยวธิ ีคดิ แบบ
โยนิโสมนสกิ ารคอื วธิ ีคิดแบบคุณคา่ แท้ – o ขนั ธ์ ๕
คณุ ค่าเทยี ม และวิธคี ิดแบบคุณ – โทษ - ธาตุ ๔
และทางออก หรือการพัฒนาจติ ตาม  สมทุ ยั (ธรรมทค่ี วรละ)
แนวทางของศาสนาทตี่ นนบั ถือ
o หลักกรรม

- ความหมายและคณุ ค่า

o อบายมุข ๖
 นโิ รธ (ธรรมท่ีควรบรรล)ุ

o สุข ๒ (กายกิ , เจตสิก)
o คิหสิ ขุ
 มรรค (ธรรมทค่ี วรเจรญิ )
o ไตรสิกขา

o กรรมฐาน ๒
o ปธาน ๔

o โกศล ๓

o มงคล ๓๘
-ไมค่ บคนพาล

- คบบัณฑติ

- บูชาผ้คู วรบูชา
- พุทธศาสนสุภาษติ
 ย้ เว เสวติ ตาทิโส
คบคนเช่นใดเป็นคนเช่นนนั
 อตฺตนา โจทยตฺตาน้
จงเตือนตน ด้วยตน
 นสิ มฺม กรณ้ เสยโฺ ย
ใคร่ครวญก่อนทา้ จึงดี
 ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า
เรอื นท่คี รองไม่ดนี า้ ทุกข์มาให้

- โยนโิ สมนสกิ าร
 วิธคี ดิ แบบคุณคา่ แท้ – คุณคา่ เทียม
 วิธคี ิดแบบคณุ - โทษและทางออก

๗๕

รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ส ๑.๑ ม.๑/๗
๗. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญ  สวดมนตแ์ ปล และแผ่เมตตา
ส ๑.๑ ม.๑/๘
ปัญญาด้วยอานาปานสติ หรอื ตาม  วิธปี ฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิต

แนวทางของศาสนาทต่ี นับถือตามท่ีก้าหนด และเจริญปญั ญา การฝึกบริหารจติ และ

เจริญปญั ญาตามหลักสติปัฎฐานเนน้

อานาปานสติ

 น้าวธิ กี ารบรหิ ารจิตและเจริญปญั ญาไปใช้ใน

ชีวิตประจ้าวนั

๘. วเิ คราะหแ์ ละปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรม  หลักธรรม (ตามสาระการเรยี นร้ขู อ้ ๕)

ทางศาสนาท่ีตนนับถือ ในการดา้ รงชวี ิตแบบ

พอเพียง และดแู ลรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื การ

อย่รู ว่ มกันไดอ้ ย่างสนั ตสิ ุข

ส ๑.๑ ม.๑/๙ ๙. วเิ คราะหเ์ หตุผลความจา้ เป็นท่ที ุกคนตอ้ ง  ศาสนิกชนของศาสนาต่าง ๆ มีการ

ศึกษาเรียนรู้ศาสนาอนื่ ๆ ประพฤตปิ ฏิบัติตนและวิถกี ารดา้ เนนิ ชีวิต

แตกต่างกนั ตามหลักความเช่ือและคา้ สอน

ของศาสนาทตี่ นนบั ถอื

ส ๑.๑ ม.๑/๑๐ ๑๐. ปฏิบตั ิตนตอ่ ศาสนิกชนอื่นใน  การปฏบิ ัตอิ ย่างเหมาะสมตอ่ ศาสนิกชนอนื่

สถานการณต์ ่าง ๆได้อยา่ งเหมาะสม ในสถานการณต์ ่าง ๆ

ส ๑.๑ ม.๑/๑๑ ๑๑. วเิ คราะห์การกระทา้ ของบคุ คลท่เี ป็น  ตวั อย่างบคุ คลในท้องถ่นิ หรือประเทศที่

แบบอยา่ งด้านศาสนสัมพนั ธ์ และน้าเสนอ ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพนั ธ์

แนวทางการปฏิบตั ิของตนเอง หรอื มผี ลงานดา้ นศาสนสมั พนั ธ์

๗๖

สาระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม

มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ติ นเปน็ ศาสนิกชนทด่ี ี และธ้ารงรักษาพระพุทธศาสนา

หรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ

รหวั ตัวชี้วดั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ส ๑.๒ ม.๑/๑ ๑. บ้าเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของ  การบ้าเพ็ญประโยชน์ และ

ศาสนาทีต่ นนับถือ การบ้ารุงรกั ษาวัด

ส ๑.๒ ม.๑/๒ ๒. อธิบายจรยิ วตั รของสาวกเพือ่ เป็น  วิถีชีวติ ของพระภิกษุ

แบบอย่างในการประพฤตปิ ฏิบัติ และ  บทบาทของพระภิกษใุ นการเผยแผ่
ปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ
พระพุทธศาสนา เชน่ การแสดงธรรม
ศาสนาท่ตี นนับถือ
ปาฐกถาธรรม การประพฤติตนใหเ้ ปน็

แบบอยา่ ง

 การเขา้ พบพระภิกษุ

 การแสดงความเคารพ การประนมมอื

การไหว้ การกราบ การเคารพ

พระรตั นตรัย การฟังเจรญิ

พระพุทธมนต์ การฟังสวด

พระอภธิ รรม การฟังพระธรรมเทศนา

ส ๑.๒ ม.๑/๓ ๓. ปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมต่อบคุ คล  ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ เพอื่ นตาม
ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาทีต่ นนับถือ
ตามที่ก้าหนด หลักพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ตี น
นบั ถอื

ส ๑.๒ ม.๑/๔ ๔. จดั พิธกี รรม และปฏบิ ตั ิตนใน  การจดั โต๊ะหมู่บูชา แบบ หมู่๔ หมู่ ๕

ศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้อง หมู่ ๗ หมู่๙

 การจดุ ธูปเทียน การจดั เครอื่ งประกอบ

โตะ๊ หม่บู ชู า

 คา้ อาราธนาตา่ ง ๆ

ส ๑.๒ ม.๑/๕ ๕. อธบิ ายประวัติ ความส้าคัญ และ  ประวตั ิและความสา้ คัญของวันธรรม

ปฏิบตั ติ นในวนั ส้าคัญทางศาสนา สวนะ วนั เขา้ พรรษา วันออกพรรษา

ทตี่ นนบั ถือ ตามท่ีกา้ หนด ได้ถูกต้อง วนั เทโวโรหณะ

 ระเบยี บพธิ ี พิธเี วียนเทยี น การปฏิบตั ิ

ตนในวนั มาฆบูชา วันวสิ าขบชู า วัน

อฏั ฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วนั

ธรรมสวนะและเทศกาลส้าคญั

๗๗

มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ีดีงามและธ้ารงรกั ษาประเพณี

และวัฒนธรรมไทย ดา้ รงชวี ติ อย่รู ่วมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ติสขุ

รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ส ๒.๑ ม.๑/๑ ๑. ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในการค้มุ ครอง  กฎหมายในการคุม้ ครองสทิ ธขิ องบุคคล

สทิ ธขิ องบคุ คล - กฎหมายการคุ้มครองเดก็

- กฎหมายการศึกษา

- กฎหมายการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค

- กฎหมายลขิ สทิ ธิ์

 ประโยชน์ของการปฏบิ ตั ิตนตามกฎหมาย

การคมุ้ ครองสิทธิของบุคคล

ส ๒.๑ ม.๑/๒ ๒. ระบคุ วามสามารถของตนเอง  บทบาทและหนา้ ท่ีของเยาวชนที่มตี อ่
ในการทา้ ประโยชนต์ อ่ สังคมและ สังคมและประเทศชาติ โดยเนน้ จติ สาธารณะ
ประเทศชาติ เชน่ เคารพกติกาสังคม
ปฏิบตั ติ นตามกฎหมาย มีส่วนรว่ มและ
รบั ผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติ รกั ษาสาธารณประโยชน์

ส ๒.๑ ม.๑/๒ ๓. อภิปรายเก่ียวกบั คณุ ค่าทาง  ความคล้ายคลงึ และความแตกต่าง
วฒั นธรรมทเี่ ปน็ ปัจจัยในการสรา้ ง ระหว่างวฒั นธรรมไทยกับวัฒนธรรมของ
ความสมั พนั ธ์ท่ีดีหรืออาจนา้ ไปสู่ความ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉยี งใต้
เขา้ ใจผิดต่อกนั  วัฒนธรรมทเ่ี ป็นปจั จยั ในการสรา้ ง
ความสมั พันธท์ ่ดี ี หรืออาจน้าไปสู่ความเขา้ ใจ
ผดิ ตอ่ กัน

๗๘

สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วฒั นธรรม และการด้าเนินชีวติ ในสงั คม

มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดมัน่ ศรัทธาและธ้ารงรกั ษา ไวซ้ ่ึงการ

ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ

รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ส ๒.๒ ม.๑/๑ ๑. อธิบายหลักการ เจตนารมณ์  หลกั การ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และ

โครงสร้าง และสาระส้าคัญของ สาระสา้ คญั ของรัฐธรรมนญู แห่ง

รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย ราชอาณาจกั รไทย ฉบบั ปจั จุบนั

ฉบับปัจจบุ นั โดยสงั เขป

ส ๒.๒ ม.๑/๑ ๒. วิเคราะหบ์ ทบาทการถว่ งดุลของ  การแบ่งอา้ นาจ และการถว่ งดุลอา้ นาจ

อ้านาจอธิปไตยในรฐั ธรรมนูญแห่ง อธิปไตยทงั ๓ ฝ่าย คือนติ บิ ัญญัติ บรหิ าร

ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปัจจุบนั ตุลาการ ตามทร่ี ะบใุ นรฐั ธรรมนูญแหง่
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจุบนั

ส ๒.๒ ม.๑/๑ ๓. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบัญญตั ิของ  การปฏิบัตติ นตามบทบัญญัตขิ อง

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบบั รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปัจจบุ ัน เก่ยี วกบั สิทธิ เสรีภาพและหนา้ ที่
ปัจจุบนั ท่เี กยี่ วข้องกบั ตนเอง

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใชท้ รัพยากร ที่มีอยู่

จ้ากดั ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพและคมุ้ ค่า รวมทังเขา้ ใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพือ่ การ
ดา้ รงชีวิตอย่างมดี ลุ ยภาพ

รหัสตัวช้ีวดั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
 ความหมายและความส้าคญั ของ
ส ๓.๑ ม.๑/๑ ๑. อธิบายความหมายและความสา้ คัญ เศรษฐศาสตร์เบืองตน้
 ความหมายของคา้ วา่ ทรัพยากรมจี ้ากัดกบั
ของเศรษฐศาสตร์ ความต้องการมีไม่จ้ากัด ความขาดแคลน
การเลอื กและคา่ เสียโอกาส
ส ๓.๑ ม.๑/๒ ๒. วเิ คราะห์ค่านยิ มและพฤติกรรมการ  ความหมายและความสา้ คญั ของการบริโภค
บริโภคของคนในสังคมซง่ึ สง่ ผลตอ่ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
เศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศ  หลักการในการบรโิ ภคที่ดี
 ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภค
 ค่านิยมและพฤติกรรมของการบรโิ ภคของคน
ในสังคมปจั จบุ นั รวมทงั ผลดแี ละผลเสียของ
พฤติกรรมดังกล่าว

๗๙

รหัสตวั ชี้วัด ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ส ๓.๑ ม.๑/๓ ๓. อธบิ ายความเป็นมาหลักการและ  ความหมายและความเป็นมาของปรชั ญาของ
ความส้าคญั ของปรัชญาของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอเพียง
พอเพียงต่อสังคมไทย  ความเปน็ มาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ ัวรวมทังโครงการตามพระราชดา้ ริ
 หลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 การประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง ในการดา้ รงชีวติ
 ความส้าคญั คุณคา่ และประโยชนข์ อง
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจและความจา้ เป็นของการ

รว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ส ๓.๒ ม.๑/๑
๑. วิเคราะหบ์ ทบาทหน้าท่ีและความ  ความหมาย ประเภท และความสา้ คัญ

แตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภท ของสถาบนั การเงนิ ท่ีมีต่อระบบเศรษฐกิจ

และธนาคารกลาง  บทบาทหนา้ ที่และความสา้ คญั ของ

ธนาคารกลาง

 การหารายได้ รายจ่าย การออม การ

ลงทุน ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผผู้ ลติ

ผ้บู ริโภค และสถาบนั การเงิน

ส ๓.๒ ม.๑/๒ ๒. ยกตวั อยา่ งที่สะท้อนใหเ้ ห็นการพ่งึ พา  ยกตัวอยา่ งท่ีสะท้อนใหเ้ ห็นการพ่ึงพา

อาศัยกัน และการแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกิจ อาศัยกันและกนั การแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ

ในประเทศ ในประเทศ

 ปัญหาเศรษฐกิจในชมุ ชน ประเทศ และ

เสนอแนวทางแก้ไข

ส ๓.๒ ม.๑/๓ ๓. ระบปุ จั จัยท่มี อี ทิ ธิพลตอ่ การกา้ หนด  ความหมายและกฎอปุ สงค์ อุปทาน
อุปสงคแ์ ละอุปทาน  ปัจจัยที่มีอทิ ธิพลตอ่ การกา้ หนดอุปสงค์
และอุปทาน

๘๐

รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ส ๓.๒ ม.๑/๔
๔. อภปิ รายผลของการมีกฎหมายเก่ยี วกับ  ความหมายและความสา้ คัญของทรพั ยส์ ิน

ทรัพยส์ ินทางปัญญา ทางปญั ญา

 กฎหมายท่เี ก่ยี วกับการคุ้มครองทรัพยส์ ิน

ทางปญั ญาพอสังเขป

 ตวั อยา่ งการละเมดิ แหง่ ทรพั ย์สนิ ทาง

ปญั ญาแต่ละประเภท

๘๑

สาระการเรียนรู้ประวัติศาสตร์

ทา้ ไมตอ้ งเรียนประวัตศิ าสตร์

สังคมโลกมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ช่วยใหผ้ ูเ้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ วา่ มนุษยด์ ้ารงชีวติ อยา่ งไร ทังในฐานะปจั เจกบุคคล และการอยู่รว่ มกัน
ในสังคม นอกจากนี ยังชว่ ยให้ผ้เู รียนเข้าใจถึงการพฒั นา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมยั กาลเวลา ตามเหตุปัจจยั ต่าง ๆ ท้า
ให้เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อ่ืน มีความอดทน อดกลัน ยอมรับในความแตกต่าง สามารถน้าความรู้ไปปรับใช้ใน
การดา้ เนินชวี ิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

เรยี นรูอ้ ะไรในประวัตศิ าสตร์

- ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุษยชาติจาก
อดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผลกระทบท่ีเกิดจากเหตุการณ์ส้าคัญในอดีต
บุคคลส้าคัญท่ีมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
แหล่งอารยธรรมทส่ี า้ คญั ของโลก

เป้าหมายของการเรยี นประวตั ศิ าสตร์

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนัก เห็นคุณค่า และความส้าคัญของการนับช่วงเวลาตามปฏิทิน
เรียงล้าดับเหตุการณ์ในชีวิตประจ้าวัน ตามเวลาที่เกิดขึน ประวัติความเป็นมาของตนเอง และครอบ ครัว ความ
เปล่ียนแปลงของการด้าเนินชีวิตของคนในชุมชนหรือประเทศชาติ เหตุการณ์ที่เกิดขึนในอดีตท่ีมีผลกระทบต่อตนเอง
ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์พระกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยท่ีสถาปนาอาณาจักรไทย พระราชประวัติและพระ
กรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลปัจจุบัน วีรกรรมขอบรรพบุรุษไทยสิ่งท่ีตนรักและภาคภูมิใจ ตลอดจน
วฒั นธรรม ประเพณี และภมู ปิ ญั ญาไทย ทน่ี า่ ภาคภมู ใิ จและควรอนรุ กั ษไ์ ว้

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๔ ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ : เข้าใจความหมาย ความส้าคัญของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้

วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ ง ๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ ; เข้าใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถงึ ปัจจบุ ัน ในด้านความสมั พนั ธ์และ

การเปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์อยา่ งตอ่ เนือ่ ง ตระหนักถึงความสา้ คัญและสามารถ
วิเคราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กิดขนึ
มาตรฐาน ส ๔.๓ : เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภมู ใิ จและ
ธ้ารงความเปน็ ไทยพฒั นาทีย่ ง่ั ยนื

๘๒

คณุ ภาพผเู้ รียน

จบชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

- มคี วามร้เู รื่องราวเกย่ี วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชนในลักษณะการบรู ณาการ ผู้เรียนได้เข้าใจ
แนวคิดเกี่ยวกบั ปัจจุบันและอดีต

- เทียบศกั ราชท่สี ้าคัญตามปฏิทนิ ท่ีใช้ในชีวติ ประจ้าวัน
- แสดงลา้ ดบั เหตกุ ารณส์ ้าคญั ของโรงเรยี นและชุมชน โดยระบหุ ลกั ฐานและแหล่งขอ้ มลู ที่เกยี่ วข้อง
- ระบุปจั จยั ทมี่ ีอิทธพิ ลตอ่ การตงั ถ่นิ ฐานและพัฒนาการของชุมชน
- สรุปลักษณะทสี่ ้าคญั ของขนมธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชน
- เปรียบเทยี บความเหมอื นและความตา่ งทางวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองกับชมุ ชนอ่ืน ๆ
- ระบุพระนาม และพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตรยิ ์ไทยท่เี ป็นผู้สถาปนาอาณาจักรไทย
- อธิบายพระราชประวัตแิ ละพระราช -กรณยี กิจของพระมหากษัตริย์ ในรัชกาลปัจจุบันโดยสังเขป
- เลา่ วรี กรรมของบรรพบรุ ุษไทยท่ีมีสว่ นปกป้องประเทศชาติ

จบช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖
- สามารถเปรียบเทียบเร่ืองราวของจังหวัดและภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยกับประเทศเพ่ือนบ้าน ได้รับการ
พัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การท้าความเข้าใจในภูมิภาค ซีก
โลกตะวันออกและตะวันตกเก่ียวกับ ค่านิยม ความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การด้าเนินชีวิต การจัด
ระเบยี บทางสังคม และการเปลยี่ นแปลงทางสังคมจากอดีต สู่ปจั จุบนั
- อธบิ ายความส้าคัญของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ในการศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างง่าย ๆ
- น้าเสนอข้อมูลจากหลักฐานทีห่ ลากหลายในการทา้ ความเข้าใจเรื่องราว ในอดตี
- อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจและการเมอื งของประเทศเพือ่ นบ้านในปจั จุบนั
- บอกความสัมพันธ์ของกล่มุ อาเซียนโดยสังเขป
- อธบิ าย พฒั นาการของไทยสมยั รัตนโกสินทร์ โดยสังเขป
- อธบิ ายปจั จัยที่สง่ เสริมความเจริญรงุ่ เรอื งทางเศรษฐกจิ และการปกครองของไทยสมยั รตั นโกสินทร์
- ยกตัวอย่างผลงานของบุคคลสา้ คัญด้านตา่ ง ๆ สมยั รตั นโกสนิ ทร์
- อธบิ ายภูมปิ ัญญาไทยท่ีส้าคญั สมยั รัตนโกสนิ ทร์ท่ีน่าภาคภูมใิ จและควรคา่ แกก่ ารอนรุ ักษ์ไว้

จบชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
- ได้เรียนรู้และพัฒนาให้มีทักษะที่จ้าเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิดและ

ขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย โอเชียเนีย
แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี
วัฒนธรรม การเมอื งการปกครอง ประวัติศาสตรแ์ ละภูมศิ าสตร์ ดว้ ยวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ และสังคมศาสตร์

- ได้รับการพัฒนาแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถน้ามาใช้เป็นประโยชน์ ในการด้าเนินชีวิต
และวางแผนการด้าเนินงานได้อยา่ งเหมาะสม

๘๓

- วเิ คราะห์เรอ่ื งราว เหตกุ ารณส์ ้าคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ ไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล ตามวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
- ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ท่ีตนสนใจ๑. อธิบาย พัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ิภาคตา่ ง ๆ ในโลกโดยสังเขป
- วเิ คราะหผ์ ลของการเปลย่ี นแปลงที่นา้ ไปสูค่ วามรว่ มมอื และความขดั แย้งในคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๒๐ ตลอดจน
ความพยายามในการขจัดปัญหาความขดั แย้ง
- วิเคราะหพ์ ัฒนาการของไทยสมยั รัตนโกสินทร์ในด้านตา่ ง ๆ
- วเิ คราะหป์ จั จัยท่ีส่งผลต่อความม่นั คงและความเจรญิ ร่งุ เรอื งของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
- วเิ คราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์และอิทธิพล ต่อการพัฒนาชาตไิ ทย
- วเิ คราะหบ์ ทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย

๘๔

ค้าอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วชิ า ส ๒๑๑๐๓ รายวิชาประวตั ิศาสตร์
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เวลา ๒๐ ชั่วโมง จ้านวน ๐.๕ หน่วยกติ

ความส้าคัญของเวลา ศกั ราชตามระบบตา่ ง ๆ วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ พฒั นาการทางสังคม เศรษฐกิจ
และการเมอื งของประเทศตา่ ง ๆ ในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ความสา้ คญั ของแหลง่ อารยธรรม

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ดว้ ยวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ สามารถสรุป อธิบายและน้าเสนอส่ิง
ท่ีเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจระบุ วิเคราะห์ อธิบายเชื่อมโยงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล
ตระหนักถึงความสา้ คัญ และเหน็ คุณค่าของประวตั ิศาสตร์

ตัวชี้วดั
ส ๔.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ส ๔.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒

รวมท้ังหมด ๕ ตัวชี้วัด

๘๕

ค้าอธิบายรายวชิ า

รหัสวชิ า ส ๒๑๑๐4 รายวิชาประวัตศิ าสตร์
รายวิชาพน้ื ฐาน
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จ้านวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนสุโขทัยในดินแดนประเทศไทย พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยใน
ด้านต่าง ๆ อิทธพิ ลของวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทยสมยั สุโขทยั และสงั คมไทยในปัจจุบัน

โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ สามารถสรปุ อธบิ ายและนา้ เสนอสิ่ง
ทเ่ี รยี นรู้ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ระบุ วิเคราะห์ อธบิ ายเช่ือมโยงเร่ืองราวทางประวตั ิศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล
ตระหนักถึงความส้าคัญ และเห็นคณุ ค่าของประวัตศิ าสตร์

ตัวชวี้ ดั ส ๔.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
รวมทั้งหมด ๓ ตัวชี้วดั

๘๖

ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ (ประวัติศาสตร)์

สาระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสา้ คญั ของเวลา และยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้วธิ กี ารทา

ประวตั ศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

รหัสตัวช้ีวัด ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ส ๔.๑ ม.๑/๑ ๑. วิเคราะหค์ วามสา้ คัญของเวลาใน  ตวั อย่างการใชเ้ วลา ชว่ งเวลาและยคุ สมัย
การศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ ท่ีปรากฏในเอกสารประวตั ศิ าสตร์ไทย
 ความส้าคัญของเวลา และช่วงเวลาสา้ หรบั
ส ๔.๑ ม.๑/๒ ๒. เทยี บศักราชตามระบบตา่ งๆทใ่ี ช้ การศึกษาประวัตศิ าสตร์
ศึกษาประวัตศิ าสตร์  ความสมั พนั ธแ์ ละความส้าคัญของอดตี ที่มี
ต่อปัจจบุ นั และอนาคต
ส ๔.๑ ม.๑/๓ ๓. น้าวธิ กี ารทางประวัติศาสตรม์ าใช้  ทม่ี าของศกั ราชทปี่ รากฏในเอกสาร
ศกึ ษาเหตกุ ารณ์ทางประวัตศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ จ.ศ. / ม.ศ. /ร.ศ./
พ.ศ. / ค.ศ. และ ฮ.ศ.
 วธิ กี ารเทียบศักราชต่างๆ และตัวอยา่ ง
การเทียบ
 ตวั อย่างการใช้ศกั ราชต่าง ๆ ที่ปรากฏใน
เอกสารประวตั ศิ าสตร์ไทย
 ความหมายและความส้าคัญของ
ประวตั ิศาสตร์ และวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์
ทมี่ ีความ สัมพันธ์เช่อื มโยงกนั
 ตวั อย่างหลักฐานในการศกึ ษา
ประวตั ศิ าสตร์ไทยสมัยสุโขทัย ทังหลกั ฐาน
ชนั ตน้ และหลักฐานชันรอง ( เช่ือมโยงกับ มฐ.

ส ๔.๓) เชน่ ขอ้ ความ ในศลิ าจารกึ
สมัยสโุ ขทยั เป็นต้น
 นา้ วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรไ์ ปใช้ศึกษา
เร่อื งราวของประวตั ิศาสตรไ์ ทยท่มี อี ยู่ในทอ้ งถ่ิน
ตนเองในสมัยใดก็ได้ (สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์
สมัยก่อนสุโขทัย
สมยั สโุ ขทยั สมัยอยธุ ยา สมยั ธนบรุ ี
สมยั รตั นโกสนิ ทร์ ) และเหตุการณส์ ้าคัญในสมยั
สุโขทยั

๘๗

สาระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสมั พันธ์และ

การเปลยี่ นแปลงของเหตุการณอ์ ย่างต่อเน่ือง ตระหนักถงึ ความส้าคัญและสามารถ

วิเคราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน

รหสั ตัวช้ีวดั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ส ๔.๒ ม.๑/๑ ๑. อธบิ ายพฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ ท่ีตังและสภาพทางภมู ิศาสตร์ของประเทศ
และการเมืองของประเทศต่าง ๆ ใน ต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ ทมี่ ผี ลต่อพัฒนาการทางด้านต่าง ๆ
 พฒั นาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ

การเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภมู ิภาคเอเชีย

ตะวนั ออกเฉียงใต้

สาระที่ ๔ ประวตั ศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรกั ความภูมิใจและธ้ารงความ

เป็นไทย

รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ส ๔.๓ ม.๑/๑ ๑. อธิบายเรือ่ งราวทางประวตั ิศาสตร์  สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์ในดนิ แดนไทย

สมยั ก่อนสุโขทัยในดินแดนไทย โดยสงั เขป

โดยสังเขป  รฐั โบราณในดนิ แดนไทย เช่น ศรวี ิชัยตาม

พรลงิ ค์ ทวารวดี เปน็ ตน้

 รฐั ไทย ในดินแดนไทย เชน่ ล้านนา

นครศรีธรรมราช สพุ รรณภูมิ เป็นต้น

 การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย และ

ปัจจัยทเ่ี ก่ียวข้อง (ปจั จัยภายในและ ปัจจัย

ภายนอก )

 พฒั นาการของอาณาจักรสุโขทัย ในด้าน

การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม และ

ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ

 วัฒนธรรมสมัยสโุ ขทยั เชน่ ภาษาไทย

วรรณกรรม ประเพณสี า้ คัญ ศิลปกรรมไทย

 ภูมิปญั ญาไทยในสมยั สโุ ขทยั เชน่

การชลประทาน เคร่ืองสงั คมโลก

 ความเสอื่ มของอาณาจักรสุโขทัย

๘๘

รหัสตวั ช้ีวัด ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ส ๔.๓ ม.๑/๒ ๒. วเิ คราะห์พัฒนาการของอาณาจกั ร
สุโขทัยในด้านตา่ ง ๆ

ส ๔.๓ ม.๑/๓ ๓. วิเคราะห์อิทธิพลของวฒั นธรรม และ
ภูมปิ ัญญาไทยสมัยสโุ ขทยั และสงั คมไทย
ในปจั จบุ นั

สาระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธข์ องสรรพส่งิ ซึ่งมผี ลตอ่ กนั

ใช้แผนทแี่ ละเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ และสรุปขอ้ มูลตาม
กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ

ชั้น ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ส ๕.๑ ม.๑/๑ ๑. วิเคราะห์ลกั ษณะทางกายภาพ  ที่ตงั ขนาด และอาณาเขตของทวีปเอเชยี
ของทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี
และโอเชยี เนียโดยใชเ้ ครือ่ งมือทาง  การใชเ้ คร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตร์ เชน่ แผนที่
ภูมศิ าสตร์สืบค้นข้อมลู รปู ถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี มในการ
สืบค้นลกั ษณะทางกายภาพของทวีปเอเชยี
ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี

ส ๕.๑ ม.๑/๒ ๒. อธบิ ายพิกดั ภูมิศาสตร์ (ละตจิ ูด  พิกัดภมู ศิ าสตร์ (ละตจิ ูด และลองจิจูด)
และลองจจิ ูด) เสน้ แบง่ เวลาและ  เส้นแบ่งเวลา
เปรยี บเทยี บวัน เวลาของโลก  การเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก

ส ๕.๑ ม.๑/๓ ๓. วเิ คราะหส์ าเหตกุ ารเกดิ ภัยพบิ ตั ิ  สาเหตุการเกิดภัยพบิ ตั ิและผลกระทบใน
ของทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
และโอเชยี เนีย

๘๙

สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหวา่ งมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพท่ีก่อใหเ้ กิดการ

สร้างสรรคว์ ถิ กี ารด้าเนินชีวิต มจี ิตส้านึกและมสี ว่ นรว่ มในการจัดการทรัพยากร
และส่งิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาท่ีย่ังยนื

ชัน้ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ส ๕.๒ ม.๑/๑
๑.ส้ารวจและระบุท้าเลที่ตังของ  ท้าเลท่ตี งั ของกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และ
ส ๕.๒ ม.๑/๒
กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสงั คมใน สงั คม เช่น พืนทเี่ พาะปลูกและเลียงสตั ว์
ส ๕.๒ ม.๑/๓
ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย และโอ แหลง่ ประมงการกระจายของภาษาและ
ส ๕.๒ ม.๑/๔
เชยี เนยี ศาสนา ในทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และ

โอเชียเนีย

๒. วเิ คราะหป์ ัจจยั ทางกายภาพและ  ปัจจัยทางกายภาพและปัจจยั ทางสังคม

ปัจจยั ทางสังคมทมี่ ผี ลตอ่ ทา้ เลท่ีตงั ทีส่ ง่ ผลต่อการเปลีย่ นแปลงโครงสร้างทาง

ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คม ประชากร สงิ่ แวดลอ้ ม เศรษฐกิจ สังคมและ

ในทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย และ วฒั นธรรมในทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย

โอเชยี เนยี และโอเชียเนยี

๓. สบื ค้น อภิปรายประเดน็ ปัญหา  ประเดน็ ปญั หาจากปฏสิ ัมพันธ์ระหว่าง

จากปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพกับมนุษย์

สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพกับมนษุ ย์ ทเี่ กดิ ขนึ ในทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย และ

ทเี่ กิดขึนในทวปี เอเชยี ทวปี โอเชยี เนยี

ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย

๔. วเิ คราะหแ์ นวทางการจดั การภยั  แนวทางการจดั การภยั พิบัติและการ

พบิ ัติและการจัดการทรัพยากรและ จดั การการจดั การทรัพยากรและสิง่ แวดล้อม

ส่ิงแวดล้อมในทวีปเอเชยี ทวปี ในทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย และ

ออสเตรเลยี และโอเชียเนีย อยา่ ง โอเชยี เนยี ทยี่ งั่ ยนื

ยัง่ ยนื

๙๐

กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ความส้าคญั ของสาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

สุขภาพ หรือ สุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทังทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทาง
ปัญญาหรือจิตวิญญาณ สุขภาพหรือสุขภาวะจึงเป็นเรื่องส้าคัญ เพราะเก่ียวโยงกับทุกมิติของชีวิต ซึ่งทุกคนควรจะ
ไดเ้ รยี นรู้เร่ืองสขุ ภาพ เพ่ือจะได้มีความรู้ ความเข้าใจท่ถี ูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม รวมทงั มี
ทกั ษะปฏิบตั ิด้านสุขภาพจนเป็นกจิ นิสยั อนั จะส่งผลใหส้ งั คมโดยรวมมีคุณภาพ

เรยี นรอู้ ะไรในสาระสุขศึกษาและพลศกึ ษา

สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพท่ีมีเป้าหมาย เพ่ือการด้ารงสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ
และการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของบคุ คล ครอบครัว และชมุ ชนใหย้ ง่ั ยนื

สขุ ศึกษา ม่งุ เนน้ ให้ผู้เรยี นพัฒนาพฤติกรรมดา้ นความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และการปฏบิ ตั ิเกยี่ วกับ
สุขภาพควบคไู่ ปด้วยกัน

พลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกก้าลังกาย การเล่นเกมและกีฬา เป็น
เคร่ืองมือในการพัฒนาโดยรวมทังด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทังสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
และกีฬา

สาระท่เี ปน็ กรอบเนือหาหรือขอบขา่ ยองค์ความร้ขู องกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษาประกอบด้วย
- การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรูเ้ ร่ืองธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและ
พัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการท้างานของระบบต่าง ๆ ของ
ร่างกาย รวมถึงวธิ ปี ฏบิ ตั ิตนเพื่อใหเ้ จริญเตบิ โตและมีพฒั นาการท่สี มวยั
- ชีวิตและครอบครัว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของตนเองและครอบครัว การปรับตัวต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ความรสู้ กึ ทางเพศ การสร้างและรกั ษาสัมพันธภาพกับผู้อ่ืน สขุ ปฏิบัติทางเพศ
และทักษะในการด้าเนนิ ชวี ติ
- การเคลื่อนไหว การออกก้าลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรียนได้เรียนรู้เร่ืองการ
เคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทังประเภทบุคคล และประเภททีมอย่าง
หลากหลายทังไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ ข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา
และความมนี ้าใจนกั กฬี า
- การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักและวิธีการ
เลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ และการป้องกันโรคทัง
โรคติดตอ่ และโรคไมต่ ดิ ต่อ
- ความปลอดภัยในชีวิต ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมเส่ียงต่าง ๆ ทังความ
เสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการสร้างเสริมความ
ปลอดภยั ในชวี ิต

๙๑

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์
สาระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทักษะในการด้าเนินชวี ติ
สาระที่ ๓ การเคล่ือนไหว การออกกา้ ลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกก้าลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ้าอย่างสม่้าเสมอ มีวินัย

เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมในสุนทรียภาพของ
การกีฬา
สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคณุ คา่ และมีทักษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การดา้ รงสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้าง
เสริมสมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ
สาระที่ ๕ ความปลอดภยั ในชวี ิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด
และความรุนแรง

คุณภาพผเู้ รยี น

จบช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓
- มีความรู้ และเข้าใจในเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

และพัฒนาการ วธิ ีการสรา้ งสัมพนั ธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพอื่ น
- มีสุขนิสัยท่ีดีในเร่ืองการกิน การพักผ่อนนอนหลับ การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย

การเล่นและการออกก้าลังกาย
- ป้องกันตนเองจากพฤติกรรมท่ีอาจน้าไปสู่การใช้สารเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศและรู้จักปฏิเสธใน

เรื่องทีไ่ ม่เหมาะสม
- ควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ มีทักษะการเคล่ือนไหวขันพืนฐาน

และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ และเกม ได้อย่างสนุกสนาน
และปลอดภยั

- มีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ของเล่น ของใช้ ท่ีมีผลดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงและป้องกันตนเอง
จากอบุ ัตเิ หตไุ ด้

- ปฏิบตั ติ นไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมเมื่อมีปัญหาทางอารมณ์ และปญั หาสขุ ภาพ
- ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบข้อตกลง ค้าแนะน้า และขันตอนต่าง ๆ และให้ความร่วมมือกับผู้อ่ืนด้วย
ความเตม็ ใจจนงานประสบความสา้ เร็จ
- ปฏบิ ตั ิตามสิทธิของตนเองและเคารพสทิ ธขิ องผู้อ่นื ในการเลน่ เป็นกลมุ่
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
- เข้าใจความสัมพันธ์เช่ือมโยงในการท้างานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และรู้จักดูแลอวัยวะท่ีส้าคัญ
ของระบบนัน ๆ
- เข้าใจธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม แรงขับทางเพศของชายหญิง
เม่อื ยา่ งเขา้ สู่วยั แรกรนุ่ และวัยรุ่น สามารถปรบั ตัวและจดั การไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๙๒

- เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ของการมชี ีวิตและครอบครัวที่อบอ่นุ และเปน็ สุข
- ภมู ิใจและเห็นคณุ ค่าในเพศของตน ปฏิบตั สิ ุขอนามัยทางเพศได้ถกู ต้องเหมาะสม
- ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรค อุบัติเหตุ ความรุนแรง
สารเสพตดิ และการลว่ งละเมดิ ทางเพศ
- มีทักษะการเคลือ่ นไหวพืนฐานและการควบคมุ ตนเองในการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน
- รู้หลักการเคลื่อนไหวและสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย เกม การละเล่นพืนเมือง กีฬาไทย
กีฬาสากลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน มีน้าใจนักกีฬา โดยปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ และหน้าที่ของตนเอง
จนงานสา้ เร็จลลุ ว่ ง
- วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพได้ตามความ
เหมาะสมและความต้องการเป็นประจ้า
- จัดการกับอารมณ์ ความเครียด และปญั หาสขุ ภาพได้อยา่ งเหมาะสม
- มที ักษะในการแสวงหาความรู้ ขอ้ มูลข่าวสารเพอื่ ใช้สรา้ งเสริมสุขภาพ

จบชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓
- เข้าใจและเห็นความส้าคญั ของปัจจัยที่สง่ ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการท่มี ีต่อสุขภาพและ

ชีวิตในช่วงวยั ตา่ ง ๆ
- เข้าใจ ยอมรบั และสามารถปรบั ตวั ตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ ความรสู้ ึกทางเพศ

ความเสมอภาคทางเพศ สรา้ งและรักษาสมั พันธภาพกบั ผอู้ ื่น และตดั สินใจแก้ปัญหาชวี ิตด้วยวธิ กี ารทเ่ี หมาะสม
- เลือกกินอาหารทเ่ี หมาะสม ไดส้ ดั ส่วน สง่ ผลดตี อ่ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการตามวัย
- มีทักษะในการประเมินอิทธิพลของเพศ เพื่อน ครอบครัว ชุมชนและวัฒนธรรมที่มีต่อเจตคติ ค่านิยม

เก่ยี วกบั สขุ ภาพและชวี ิต และสามารถจัดการได้อยา่ งเหมาะสม
- ป้องกันและหลกี เลย่ี งปจั จยั เสี่ยง พฤตกิ รรมเสี่ยงตอ่ สขุ ภาพและการเกดิ โรค อุบตั เิ หตุ การใชย้ า

สารเสพติด และความรุนแรง รู้จักสร้างเสริมความปลอดภัยใหแ้ กต่ นเอง ครอบครวั และชมุ ชน
- เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย กิจกรรมกีฬา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย

เพ่ือสุขภาพ โดยน้าหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย สนุกสนาน และปฏิบัติเป็นประจ้าสม้่าเสมอตาม
ความถนัดและความสนใจ

- แสดงความตระหนักในความสมั พันธร์ ะหว่างพฤติกรรมสขุ ภาพ การป้องกันโรค การด้ารงสุขภาพ การ
จัดการกบั อารมณแ์ ละความเครยี ด การออกกา้ ลังกายและการเล่นกฬี ากบั การมวี ิถชี ีวติ ทมี่ สี ขุ ภาพดี

- ส้านกึ ในคุณค่า ศักยภาพและความเปน็ ตัวของตัวเอง
- ปฏิบัติตามกฎ กติกา หน้าที่ความรับผิดชอบ เคารพสิทธิของตนเองและผู้อ่ืน ให้ความร่วมมือในการ
แข่งขันกีฬาและการท้างานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ด้วยความมุ่งม่ันและมีน้าใจนักกีฬา จนประสบความส้าเร็จตาม
เป้าหมายด้วยความชื่นชม และสนกุ สนาน

๙๓

ค้าอธิบายรายวชิ า

รหสั วิชา พ ๑๑๑๐๑ รายวชิ า สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
รายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จ้านวน ๑.๐ หน่วยกติ

ศึกษาความส้าคัญและวิธีการดูแลรักษา ระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อท่ีมีผลต่อสุขภาพ
การเจริญเติบโต ใหท้ า้ งานเป็นปกติ และพัฒนาการของวัยร่นุ ภาวะการเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐาน และปจั จัยที่
เก่ียวข้องในแนวทางการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย การปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ การเบี่ยงเบนทางเพศ ปฏิเสธเพื่อป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศหลักการ
เคล่ือนไหว การออกก้าลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากลอย่างถูกต้อง ผู้เรียนได้เรียนร้เู รื่องการเคลื่อนไหว
ในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทังประเภทบุคคล และประเภททีมอย่างหลากหลายทังไทย
และสากล ตามกฎ กติกา ระเบียบ ข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย เล่นเกม และกีฬา เลือกเข้าร่วมเล่น
กฬี าตามความถนดั ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทงั มกี ารประเมนิ การเล่นของตนและผู้อนื่ สามารถวาง
แผนการรกุ และการป้องกันในการเลน่ กฬี าท่ีเลือกอยา่ งเปน็ ระบบ ร่วมมอื ในการเล่นเกม การเล่นกีฬา

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ การสืบค้นหาข้อมูล การเช่ือมโยงข้อมูล การเปรียบเทียบ การฝึกหัด
ปฏิบัติการออกก้าลังกาย การน้าไปประยุกต์ใช้ และมีทักษะการปฏิเสธ การป้องกันตัวการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ การท้างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน มีน้าใจนักกีฬา รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อย่อู ย่างพอเพียง เหน็ คณุ ค่าในการพัฒนาตนเองให้ดา้ เนินชวี ิตในสังคมไดอ้ ย่างปกติสุข

ตัวชี้วดั
พ ๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔
พ ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒
พ.๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
พ.๓.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖
พ ๔.๑ ม.๑/๔

รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวชี้วัด

๙๔

รหสั วิชา พ ๑๑๑๐2 ค้าอธิบายรายวชิ า
รายวิชาพนื้ ฐาน
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ชั่วโมง จา้ นวน ๑.๐ หน่วยกติ

ศึกษา การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัย ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการ รู้จักควบคุมน้าหนัก
ตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ วิธีปฐมพยาบาลและ
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภยั ลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการป้องกันการติดสารเสพติด ความสัมพนั ธ์
ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุ วิธีการชักชวนผู้อ่ืนให้ลดละเลิกสารเสพติด หลักการเคลื่อนไหว
การออกก้าลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากลอย่างถูกต้อง การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วม
กิจกรรมทางกายและกีฬา ทังประเภทบุคคล และประเภททีมอย่างหลากหลายทังไทยและสากล ตามกฎ กติกา
ระเบยี บ ข้อตกลงในการเข้ารว่ มกิจกรรมทางกาย เล่นเกม และกฬี า เลือกเขา้ ร่วมเล่นกฬี าตามความถนดั ความสนใจ
วางแผนการรุกและการปอ้ งกนั ในการเล่นกฬี าท่เี ลอื กอย่างเปน็ ระบบ ในการเล่นเกม การเลน่ กีฬา

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ การสืบค้นหาข้อมูล การเปรียบเทียบ การเชื่อมโยงข้อมูล การฝึกหัดการ
วางแผน การปอ้ งกัน การหาวิธีการ ปฏิบตั ิการออกกา้ ลงั กาย การน้าไปประยุกตใ์ ช้ มีทกั ษะการปฏิเสธ การปอ้ งกัน
ตนเอง จากสารเสพติด อุบัติเหตุ มีการท้างานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน ใฝ่เรียนรู้ มีน้าใจนักกีฬา มีวินัย รักชาติ
รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ เหน็ คุณคา่ ความสา้ คญั ในการพัฒนาตนเองให้ด้าเนนิ ชีวิตในสงั คมได้อย่างปกตสิ ุข

ตัวช้วี ัด ม.๑/๖
พ.๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
พ.๓.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕
พ.๔.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔
พ.๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔

รวมทั้งหมด ๑๗ ตัวช้ีวดั

๙๕

ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑

สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์

มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์

รหัสตวั ช้ีวัด ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
 ความสา้ คญั ของระบบประสาท และระบบ
พ ๑.๑ ม.๑/๑ ๑. อธิบายความสา้ คัญของระบบ ต่อมไรท้ ่อท่ีมผี ลต่อสุขภาพ การเจริญเตบิ โต
และพฒั นาการของวยั รุ่น
ม.๑/๒ ม.๑/๓ ประสาท และระบบต่อมไร้ท่อทม่ี ี
 วธิ ีดูแลรกั ษาระบบประสาท และระบบ
ม.๑/๔ ผลต่อสขุ ภาพ การเจรญิ เติบโต ต่อมไร้ทอ่ ให้ทา้ งานตามปกติ

และพัฒนาการของวยั รนุ่  การวเิ คราะหภ์ าวะการเจรญิ เตบิ โต
ตามเกณฑม์ าตรฐานและปัจจัยท่เี กย่ี วข้อง
๒. อธิบายวิธีดูแลรักษาระบบ
 แนวทางในการพัฒนาตนเองใหเ้ จรญิ เติบโต
ประสาท และระบบต่อมไร้ท่อให้ สมวัย

ท้างานตามปกติ

๓. วิเคราะหภ์ าวะการเจรญิ เติบโต

ทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์

มาตรฐาน

๔. แสวงหาแนวทางในการพฒั นา

ตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย

สาระท่ี ๒ ชวี ติ และครอบครัว

มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทักษะในการดา้ เนนิ ชีวติ

รหัสตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
 การเปล่ยี นแปลงทางร่างกาย จติ ใจ
พ ๒.๑ ม.๑/๑ ๑. อธิบายวิธกี ารปรบั ตวั ต่อการ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ
เปลีย่ นแปลงทางร่างกายจติ ใจ - ลักษณะการเปลีย่ นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ
อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ
อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ

อย่างเหมาะสม

พ ๒.๑ ม.๑/๒ ๒. แสดงทักษะการปฏเิ สธเพ่อื - การยอมรบั และการปรับตัวตอ่ การ
ปอ้ งกันตนเองจากการถกู ลว่ งละเมิด เปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และ
ทางเพศ พฒั นาการทางเพศ
- การเบ่ยี งเบนทางเพศ
 ทกั ษะปฏเิ สธเพ่ือป้องกนั การถูกลว่ งละเมิด

ทางเพศ


Click to View FlipBook Version