๙๖
สาระท่ี ๓ การเคลื่อนไหว การออกก้าลังกาย การเลน่ เกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
พ ๓.๑ ม.๑/๑ หลกั การเพมิ่ พูนความสามารถในการ
๑. เพม่ิ พนู ความสามารถของตน เคลอ่ื นไหวที่ใชท้ กั ษะกลไกและทกั ษะพืนฐานที่
พ ๓.๑ ม.๑/๒ ตามหลกั การเคล่อื นไหวทใี่ ช้ทักษะ นา้ ไปสู่การพฒั นาทักษะการเลน่ กฬี า
กลไกและทักษะพนื ฐานท่ีนา้ ไปสูก่ าร
พ ๓.๑ ม.๑/๓ พฒั นาทกั ษะการเล่นกีฬา การเลน่ กฬี าไทย และกีฬาสากลทเ่ี ลือก
๒. เลน่ กฬี าไทยและกีฬาสากล เช่น กรีฑาประเภทลแู่ ละลาน บาสเกตบอล
ประเภทบคุ คลและทีมโดยใชท้ กั ษะ กระบี่ เทเบลิ เทนนสิ เทนนิส วา่ ยนา้
พนื ฐานตามชนิดกีฬา อย่างละ ๑
ชนดิ การน้าความรแู้ ละหลกั การของกิจกรรม
๓. ร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการอย่าง นันทนาการไปใช้เช่อื มโยงสมั พันธก์ บั วชิ าอน่ื
น้อย ๑ กจิ กรรมและนา้ หลักความรู้
ท่ไี ด้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กบั วชิ าอื่น
สาระที่ ๓ การเคลอ่ื นไหว การออกกา้ ลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกา้ ลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเปน็ ประจา้ อย่างสม่้าเสมอ
มีวนิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มีนา้ ใจนักกฬี า มีจติ วญิ ญาณในการแข่งขัน และช่นื ชม ใน
สนุ ทรยี ภาพของการกฬี า
รหสั ตวั ชี้วดั ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พ ๓.๒ ม.๑/๑ ๑. อธิบายความส้าคัญของการ ความสา้ คญั ของการออกกา้ ลังกายและ
ม.๑/๒ ออกก้าลังกายและเลน่ กฬี า จนเปน็ เลน่ กฬี า จนเปน็ วิถชี ีวติ ท่ีมีสุขภาพดี
วถิ ชี ีวิตทีม่ ีสขุ ภาพดี การออกก้าลงั กาย เช่น กายบริหาร
แบบต่าง ๆ เตน้ แอโรบกิ โยคะ รา้ มวยจีน
๒. ออกก้าลงั กายและเลอื กเขา้ รว่ ม การเลน่ กีฬาไทย และกีฬาสากล
เล่นกฬี าตามความถนัด ความสนใจ
อยา่ งเต็มความสามารถ พร้อมทังมี ทังประเภทบุคคลและทีม
การประเมินการเลน่ ของตนและผ้อู ่นื การประเมนิ การเล่นกีฬาของตนเองและ
ผู้อ่นื
พ ๓.๒ ม.๑/๓ ๓. ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา และ กฎ กตกิ า การเล่นเกมและการแข่งขนั
ข้อตกลงตามชนิดกฬี าที่เลือกเลน่ กฬี าท่ีเลือกเลน่
๙๗
รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
พ ๓.๒ ม.๑/๔ รูปแบบ วธิ กี ารรุกและปอ้ งกันในการเลน่
๔. วางแผนการรุกและการป้องกัน กฬี าท่ีเลือก
พ ๓.๒ ม.๑/๕ ในการเลน่ กีฬาท่เี ลือกและนา้ ไปใช้
ในการเล่นอยา่ งเป็นระบบ การเล่น การแข่งขันกีฬา และการท้างาน
เปน็ ทีม
๕. รว่ มมอื ในการเล่นกีฬา และ
การท้างานเปน็ ทมี อยา่ งสนุกสนาน
พ ๓.๒ ม.๑/๖ ๖. วิเคราะห์เปรียบเทียบและ การยอมรับความสามารถและความ
ยอมรบั ความแตกต่างระหว่างวธิ ีการ แตกต่างระหวา่ งบุคคลในการเลน่ กีฬา
เล่นกฬี าของตนเองกับผอู้ น่ื
สาระท่ี ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคณุ ค่าและมีทกั ษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การด้ารงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสรา้ ง
เสรมิ สมรรถภาพเพือ่ สุขภาพ
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
พ ๔.๑ ม.๑/๑ ๑. เลอื กกินอาหารทเ่ี หมาะสมกับวยั หลักการเลือกอาหารทเ่ี หมาะสมกับวยั
พ ๔.๑ ม.๑/๒ ๒. วเิ คราะหป์ ญั หาท่ีเกิดจากการ ปญั หาทีเ่ กดิ จากภาวะโภชนาการ
พ ๔.๑ ม.๑/๓ ภาวะโภชนาการทีม่ ผี ลกระทบต่อ - ภาวะการขาดสารอาหาร
พ ๔.๑ ม.๑/๔ สขุ ภาพ - ภาวะโภชนาการเกนิ
๓. ควบคุมน้าหนกั ของตนเองใหอ้ ยู่ เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของ
ในเกณฑ์มาตรฐาน เด็กไทย
วธิ ีการควบคมุ น้าหนกั ของตนเองให้อยู่ใน
๔. การสร้างเสรมิ และปรบั ปรุง เกณฑ์มาตรฐาน
สมรรถภาพทางกายตามผลการ วธิ ีทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ทดสอบ วธิ สี รา้ งเสริมและปรับปรงุ สมรรถภาพ
ทางกายตามผลการทดสอบ
๙๘
สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชวี ติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลกี เล่ยี งปจั จัยเส่ยี ง พฤติกรรมเสย่ี งต่อสุขภาพ อบุ ัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติดและ
ความรุนแรง
รหัวตัวชว้ี ัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
พ ๕.๑ ม.๑/๑
๑. แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลและ การปฐมพยาบาลและเคล่ือนย้ายผปู้ ว่ ยอยา่ ง
พ ๕.๑ ม.๑/๒
พ ๕.๑ ม.๑/๓ เคลอ่ื นยา้ ยผ้ปู ่วยอยา่ งปลอดภยั ปลอดภยั
พ ๕.๑ ม.๑/๔
- เปน็ ลม - บาดแผล
- ไฟไหม้ - กระดูกหัก
- น้ารอ้ นลวก ฯลฯ
๒. อธบิ ายลกั ษณะอาการของผู้ ลกั ษณะของผ้ตู ดิ สารเสพติด
ตดิ สารเสพติดและการป้องกนั การ อาการของผูต้ ดิ สารเสพตดิ
ติดสารเสพติด
การปอ้ งกันการตดิ สารเสพตดิ
๓. อธบิ ายความสัมพนั ธข์ องการ ความสมั พนั ธ์ของการใชส้ ารเสพตดิ กับการ
ใชส้ ารเสพตดิ กบั การเกดิ โรคและ เกดิ โรค และอุบัติเหตุ
อบุ ตั เิ หตุ
๔. แสดงวิธีการชักชวนผอู้ นื่ ให้ ทกั ษะทใ่ี ช้ในการชกั ชวนผูอ้ ื่นให้ลด ละ
ลด ละ เลกิ สารเสพติด โดยใช้ เลิกสารเสพตดิ
ทกั ษะต่าง ๆ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการสือ่ สาร
- ทกั ษะการตัดสนิ ใจ
- ทกั ษะการแก้ปญั หา ฯลฯ
๙๙
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ความส้าคญั ของสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะเปน็ กลุม่ สาระท่ชี ่วยพฒั นาใหผ้ ูเ้ รียนมีความคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ มจี ินตนาการ
ทางศิลปะ ช่ืนชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ กิจกรรมทางศิลปะช่วย
พัฒนาผู้เรยี นทังดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ สติปญั ญา อารมณ์ สงั คม ตลอดจน การนา้ ไปสกู่ ารพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม ส่งเสรมิ ให้
ผู้เรยี นมีความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง อันเป็นพืนฐาน ในการศกึ ษาต่อหรือประกอบอาชีพได้
เรียนรอู้ ะไรในสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ เกิดความ
ซาบซึงในคุณคา่ ของศลิ ปะ เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นแสดงออกอยา่ งอสิ ระในศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ ประกอบด้วยสาระส้าคัญคอื
ทัศนศลิ ป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและน้าเสนอผลงานทางทัศนศิลป์จาก
จินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ท่ีเหมาะสม รวมทังสามารถใช้เทคนคิ วิธีการ ของศิลปินในการสร้างงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์
และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ช่ืนชม
ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจ้าวัน
ดนตรี มคี วามร้คู วามเขา้ ใจองค์ประกอบดนตรแี สดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ทางดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ้าวัน เข้าใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าดนตรี ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทย และสากล ร้องเพลง และเล่นดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรี
แสดงความรู้สึกท่ีมีต่อดนตรีในเชิงสุนทรียะ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับประเพณีวัฒนธรรม และเหตุการณ์
ในประวตั ิศาสตร์
นาฏศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ ใช้ศัพท์
เบืองต้นทางนาฏศิลป์ วิเคราะห์วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ สร้างสรรค์
การเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆ ประยุกต์ใช้นาฏศิลป์ในชีวิตประจ้าวัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับ
ประวตั ิศาสตร์ วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภูมิปญั ญาไทย และ
สากล
๑๐๐
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์คุณคา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคิดต่องานศิลปะอย่างอสิ ระ
ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจา้ วัน
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่างาน
ทัศนศลิ ป์ทเ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ภูมิปญั ญาไทย และสากล
สาระที่ ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอด
ความรสู้ กึ ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชืน่ ชม และประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจา้ วัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรี
ที่ เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณค์ ุณคา่
นาฏศิลป์ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ อยา่ งอิสระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้
ในชีวิตประจา้ วัน
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตร์และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่
ของนาฏศลิ ป์ทีเ่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
คุณภาพผเู้ รยี น
จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
รู้และเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรง และจ้าแนกทัศนธาตุของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและงาน
ทัศนศิลป์ มที กั ษะพนื ฐานการใช้วสั ดุอุปกรณ์ในการสร้างงานวาดภาพระบายสี โดยใช้เสน้ รูปร่าง รูปทรง สี และพืนผิว
ภาพปะติด และงานป้นั งานโครงสร้างเคล่ือนไหวอย่างง่าย ๆ ถา่ ยทอดความคดิ ความรู้สึกจากเรื่องราว เหตกุ ารณ์ ชีวติ
จริง สรา้ งงานทศั นศิลปต์ ามที่ตนชืน่ ชอบ สามารถแสดงเหตุผลและวิธีการในการปรับปรุงงานของตนเอง
รู้และเข้าใจความส้าคัญของงานทัศนศิลป์ในชีวิตประจ้าวัน ท่ีมาของงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน ตลอดจน
การใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และวธิ ีการสร้างงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน
รู้และเข้าใจแหล่งก้าเนิดเสียง คุณสมบัติของเสียง บทบาทหน้าท่ี ความหมาย ความส้าคัญของบทเพลง
ใกล้ตัวที่ได้ยนิ สามารถทอ่ งบทกลอน รอ้ งเพลง เคาะจงั หวะ เคลื่อนไหวรา่ งกาย ให้สอดคล้องกับบทเพลง อ่าน เขยี น
และใช้สัญลักษณ์แทนเสียงและเคาะจังหวะ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดนตรี เสียงขับร้องของตนเอง มีส่วนร่วมกับ
กจิ กรรมดนตรีในชีวติ ประจา้ วนั
รู้และเข้าใจเอกลักษณ์ของดนตรีในท้องถิ่น มีความชื่นชอบ เห็นความส้าคัญและประโยชน์ของดนตรีต่อ
การดา้ เนินชวี ติ ของคนในท้องถ่นิ
สร้างสรรค์การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ สามารถแสดงท่าทางประกอบจังหวะเพลง ตามรูปแบบ
นาฏศิลป์ มีมารยาทในการชมการแสดง รู้หน้าที่ของผู้แสดงและผู้ชม รู้ประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลป์ใน
ชวี ิตประจา้ วนั เขา้ รว่ มกิจกรรมการแสดงท่ีเหมาะสมกับวัย
๑๐๑
รู้และเข้าใจการละเล่นของเด็กไทยและนาฏศิลป์ท้องถิ่น ชื่นชอบและภาคภูมิใจในการละเล่นพืนบ้าน
สามารถเช่ือมโยงสิ่งท่ีพบเห็นในการละเล่นพืนบ้านกับการด้ารงชีวิตของคนไทย บอกลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของ
นาฏศลิ ปไ์ ทยตลอดจนความสา้ คัญของการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยได้
จบช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
รู้และเข้าใจการใช้ทัศนธาตุ รูปร่าง รูปทรง พืนผิว สี แสงเงา มีทักษะพืนฐานในการใช้วัสดุอุปกรณ์
ถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรู้สึก สามารถใช้หลักการจัดขนาด สัดส่วน ความสมดุล น้าหนัก แสงเงา ตลอดจน
การใชส้ คี ตู่ รงข้ามที่เหมาะสมในการสร้างงานทัศนศิลป์ ๒ มิติ ๓ มิติ เช่น งานสือ่ ผสม งานวาดภาพระบายสี งานปั้น
งานพิมพภ์ าพ รวมทังสามารถ สร้างแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบเพ่ือถ่ายทอดความคิดจนิ ตนาการเป็นเร่ืองราว
เก่ียวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ และสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ท่ีสร้างสรรค์ ด้วยวัสดุ
อุปกรณ์และวิธีการท่ีแตกต่างกัน เข้าใจปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ หลักการลด และเพ่ิมในงานปั้น การสื่อ
ความหมายในงานทัศนศิลป์ของตน รู้วิธีการปรับปรุงงานให้ดขี ึน ตลอดจน รู้และเข้าใจคุณค่าของงานทัศนศิลปท์ ่มี ผี ล
ต่อชีวิตของคนในสังคม
รู้และเข้าใจบทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม อิทธิพลของความเชื่อความศรัทธา ใน
ศาสนา และวฒั นธรรมที่มีผลตอ่ การสรา้ งงานทัศนศิลปใ์ นท้องถ่ิน
รู้และเข้าใจเก่ียวกับเสียงดนตรี เสียงร้อง เคร่ืองดนตรี และบทบาทหน้าที่ รู้ถึงการเคลื่อนท่ีขึน ลง ของ
ท้านองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพท์สังคีตในบทเพลง ประโยค และอารมณ์ของบทเพลงที่ฟัง ร้องและบรรเลง
เครื่องดนตรี ด้นสดอย่างง่าย ใช้และเก็บรักษาเคร่ืองดนตรีอย่างถูกวิธี อ่าน เขียนโน้ตไทยและสากลในรูปแบบต่าง ๆ
รู้ลักษณะของผู้ท่ีจะเล่นดนตรีได้ดี แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับองค์ประกอบดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกของบทเพลงท่ีฟัง
สามารถใช้ดนตรปี ระกอบกิจกรรมทางนาฏศิลปแ์ ละ การเลา่ เรื่อง
รู้และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมต่าง ๆ
เรื่องราวดนตรีในประวัติศาสตร์ อิทธิพลของวัฒนธรรมต่อดนตรี รู้คุณค่าดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน เห็น
ความส้าคญั ในการอนรุ กั ษ์
รู้และเข้าใจองค์ประกอบนาฏศิลป์ สามารถแสดงภาษาท่า นาฏยศัพท์พืนฐาน สร้างสรรค์การเคลื่อนไหว
และการแสดงนาฏศิลป์ และการละครง่าย ๆ ถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ และสามารถออกแบบเคร่ืองแต่งกายหรือ
อุปกรณ์ประกอบการแสดงง่าย ๆ เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างนาฏศิลป์และการละครกับส่งิ ท่ีประสบในชีวิตประจา้ วนั
แสดงความคดิ เหน็ ในการชมการแสดง และบรรยายความรสู้ กึ ของตนเองทมี่ ตี ่องานนาฏศิลป์
รู้และเข้าใจความสัมพันธ์และประโยชน์ของนาฏศิลป์และการละคร สามารถเปรียบเทียบการแสดง
ประเภทต่าง ๆ ของไทยในแต่ละท้องถิ่น และส่ิงที่การแสดงสะท้อนวัฒนธรรมประเพณี เห็นคุณค่าการรักษาและ
สบื ทอดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
จบช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
รู้และเขา้ ใจเรื่องทัศนธาตุและหลักการออกแบบและเทคนิคท่ีหลากหลายในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ๒ มิติ
และ ๓ มิติ เพื่อส่ือความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ วิเคราะห์รูปแบบเนือหาและประเมินคุณค่างาน
ทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อ่ืน สามารถเลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑ์ที่ก้าหนดขึนอย่างเหมาะสม สามารถออกแบบ
รปู ภาพ สญั ลกั ษณ์ กราฟกิ ในการนา้ เสนอขอ้ มูลและมีความรู้ ทักษะทีจ่ า้ เปน็ ดา้ นอาชพี ท่เี ก่ยี วข้องกันกบั งานทัศนศลิ ป์
รู้และเข้าใจการเปล่ียนแปลงและพัฒนาการของงานทัศนศิลป์ของชาติและท้องถ่ินแต่ละยุคสมัย เห็น
คุณค่างานทศั นศิลป์ทีส่ ะทอ้ นวฒั นธรรมและสามารถเปรียบเทียบงานทัศนศลิ ป์ท่ีมาจากยุคสมัยและวัฒนธรรมต่าง ๆ
๑๐๒
รู้และเข้าใจถึงความแตกต่างทางด้านเสียง องค์ประกอบ อารมณ์ ความรู้สึกของบทเพลงจากวัฒนธรรม
ต่าง ๆ มีทักษะในการร้อง บรรเลงเคร่ืองดนตรี ทังเด่ียวและเป็นวงโดยเน้นเทคนิคการร้องบรรเลงอย่างมีคุณภาพ มี
ทักษะในการสร้างสรรค์บทเพลงอย่างง่าย อ่านเขียนโน้ตในบันไดเสียงท่ีมีเครื่องหมาย แปลงเสียงเบืองต้นได้ รู้และ
เข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบของผลงานทางดนตรี องค์ประกอบของผลงานด้านดนตรีกับศิลปะแขนงอ่ืน แสดง
ความคิดเห็นและบรรยายอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อบทเพลง สามารถน้าเสนอบทเพลงที่ช่ืนชอบได้อย่างมีเหตุผล มี
ทักษะในการประเมินคุณภาพของบทเพลงและการแสดงดนตรี รู้ถึงอาชีพต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับดนตรแี ละบทบาทของ
ดนตรีในธุรกิจบันเทงิ เขา้ ใจถงึ อทิ ธิพลของดนตรีที่มตี ่อบุคคลและสงั คม
รู้และเข้าใจที่มา ความสัมพันธ์ อิทธิพลและบทบาทของดนตรีแต่ละวฒั นธรรมในยุคสมัยต่าง ๆ วิเคราะห์
ปจั จยั ที่ทา้ ให้งานดนตรไี ดร้ ับการยอมรบั
รู้และเข้าใจการใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแปลความและสื่อสารผ่านการแสดง รวมทัง
พัฒนารูปแบบการแสดง สามารถใช้เกณฑ์ง่ายๆ ในการพิจารณาคุณภาพการแสดง วิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์
โดยใช้ความรู้เรื่ององคป์ ระกอบทางนาฏศลิ ป์ร่วมจดั การแสดง นา้ แนวคดิ ของการแสดงไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วนั
รู้และเข้าใจประเภทละครไทยในแต่ละยุคสมัย ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงของนาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลป์พืนบ้าน ละครไทย และละครพืนบ้าน เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวฒั นธรรมตา่ ง
ๆ รวมทังสามารถออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์ เครื่องแต่งกายในการแสดงนาฏศิลป์และละคร มีความเข้าใจ
ความสา้ คัญ บทบาทของนาฏศลิ ป์ และละครในชีวิตประจา้ วัน
รหัสวชิ า ศ ๒๑๑๐๑ ๑๐๓
รายวชิ าพน้ื ฐาน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ค้าอธิบายรายวชิ า
รายวชิ า ทัศนศลิ ป์
กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
เวลา ๔๐ ช่วั โมง จ้านวน ๑.๐ หน่วยกิต
อธิบาย บรรยาย ความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อม ทัศนธาตุ
หลกั การออกแบบ การวาดภาพทัศนียภาพเปน็ ๓ มิติ โดยเน้นความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลืน การออกแบบรปู ภาพ
สัญลักษณ์หรือกราฟิก ในการน้าเสนอความคิดและข้อมูล รูปแบบลักษณะงานทัศนศิลป์ของชาติและท้องถ่ินตนเอง
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ศึกษาวิเคราะห์งานปั้น หรือส่ือผสมมาสร้างเป็นเร่ืองราว ๓ มิติ การประเมินงานทัศนศิลป์
วิธกี ารปรบั ปรุงงานของตนเอง งานทัศนศิลป์ของภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทยความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้าง
งานทศั นศิลปข์ องวฒั นธรรมไทยและสากล
ประเมินคุณคา่ งานทศั นศิลปข์ องตนเองและผู้อ่ืน มที ักษะท่ีจา้ เป็นด้านอาชีพที่เก่ียวข้องกับงานทัศนศิลป์
เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ท่ีสะท้อนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีสุนทรียภาพชื่นชม เห็นคุณค่าของศิลปะธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ มมมี นษุ ย์สัมพันธท์ ีด่ ี ยอมรับความคดิ เหน็ และรว่ มสร้างสรรคง์ านศลิ ป์ สร้างสรรคง์ านศลิ ปด์ ว้ ยเทคนิควิธีการ
รูปแบบใหม่ๆเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ตามท่ีถนัด ดัดแปลงใช้ทัศนธาตุและองค์ประกอบทางเทคโนโลยีภูมิปัญญาท้องถิ่น
ปฏิบัติงานจิตกรรม การป้ันโดยกระบวนการท้างาน การแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่มและการคิดวิเคราะห์ โดยมี
จิตส้านึกที่ดีงามในการแสดงออกทางทัศนศิลป์ รักและชื่นชม เห็นคุณค่าของศิลปะท้องถิ่น ศิลปะไทย น้าความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจา้ วนั และบรู นาการไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ตวั ชวี้ ัด
ศ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ศ ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
รวมท้ังหมด ๙ ตัวชี้วัด
๑๐๔
ค้าอธบิ ายรายวิชา
รหสั วชิ า ศ ๒๑๑๐๒ รายวิชาศิลปะ ดนตรี-นาฏศลิ ป์
รายวิชาพื้นฐาน กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ช้นั มธั ยมศึกษาช้นั ปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จ้านวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาเครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี โน้ตไทยและสากล วิธีการขับร้อง เสียงร้องและเสียงของ
เครื่องดนตรี ในบทเพลงจากวฒั นธรรมต่าง ๆ การร้องและบรรเลง เครอ่ื งดนตรีประกอบการร้อง ประเภทวงดนตรีไทย
และดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ การใช้และบ้ารุงรักษาเคร่ืองดนตรี การถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง จังหวะ
ความดงั -เบา และความแตกตา่ งของอารมณ์เพลง หลกั การนา้ เสนอบทเพลงการประเมินคณุ ภาพของบทเพลง บทบาท
และอิทธิพลของดนตรี องค์ประกอบของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม การปฏิบัติของผู้แสดงและผู้ชม ประวัตินักแสดงที่
ชื่นชอบ การพัฒนารูปแบบของการแสดงอิทธิพลของนักแสดงที่มีผลต่อพฤติกรรม นาฏศัพท์ ภาษา ท่าทางและการตี
บท ทา่ ทางเคลื่อนไหวท่แี สดงสื่อทางอารมณ์ ระบ้าเตล็ด รา้ วงมาตรฐาน
มีทักษะในการร้อง บรรเลงเครื่องดนตรี มีทักษะในการสร้างสรรค์บทเพลงแสดงความคิดเห็นและ
บรรยายอารมณ์ความรู้สึกท่ีมีต่อบทเพลงน้าเสนอบทเพลงที่ชื่นชอบได้อย่างมีเหตุผล มีทักษะในการประเมินคุณภาพ
ของบทเพลงและการแสดงดนตรี ใชเ้ กณฑง์ า่ ย ๆ ในการพิจารณาคุณภาพการแสดง น้าแนวคดิ ของการแสดงไปปรับใช้
ในชีวิตประจ้าวัน ใช้ทักษะการท้างานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิตการแสดงเห็นคุณค่าทางดนตรี-นาฏศิลป์ที่เป็น
มรดกทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล แสดงความคิดเห็นและถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด
อิสระสรา้ งสรรค์ร่วมจัดการแสดงและนา้ แนวคดิ ของการแสดงไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจา้ วัน
ตวั ช้วี ัด
ศ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ศ ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ศ ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
ศ ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒
รวมทั้งหมด ๑๘ ตัวช้ีวัด
๑๐๕
ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
สาระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปต์ ามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์คณุ คา่
งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอสิ ระชน่ื ชม และประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจ้าวนั
รหัสตวั ชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ศ ๑.๑ ม.๑/๑ ๑. บรรยายความแตกตา่ งและความ ความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกนั ของ
คล้ายคลงึ กันของงานทัศนศิลป์
ทศั นธาตุในงานทัศนศิลป์ และส่งิ แวดล้อม
และสง่ิ แวดล้อมโดยใช้ความรู้เรอ่ื งทัศน
ธาตุ
ศ ๑.๑ ม.๑/๒ ๒. ระบุ และบรรยายหลักการออกแบบ ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื ความ
งานทศั นศลิ ป์ โดยเนน้ ความเป็นเอกภาพ สมดุล
ความกลมกลนื และความสมดุล
ศ ๑.๑ ม.๑/๓ ๓. วาดภาพทศั นียภาพแสดงให้เห็น หลักการวาดภาพแสดงทศั นยี ภาพ
ระยะไกลใกล้ เปน็ ๓ มิติ
ศ ๑.๑ ม.๑/๔ ๔. รวบรวมงานปน้ั หรอื สอื่ ผสมมาสรา้ ง เอกภาพความกลมกลืนของเรื่องราวในงาน
เป็นเรื่องราว ๓ มติ ิโดยเน้นความเป็น ป้นั หรืองานสื่อผสม
เอกภาพ ความกลมกลืน และการสือ่ ถึง
เรือ่ งราวของงาน
ศ ๑.๑ ม.๑/๕ ๕. ออกแบบรปู ภาพ สัญลักษณ์ การออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์
หรอื กราฟิกอน่ื ๆ ในการน้าเสนอ หรืองานกราฟกิ
ความคดิ และข้อมูล
ศ ๑.๑ ม.๑/๖ ๖. ประเมนิ งานทศั นศลิ ป์ และบรรยาย การประเมนิ งานทัศนศิลป์
ถงึ วธิ กี ารปรับปรงุ งานของตนเองและ
ผู้อ่นื โดยใชเ้ กณฑ์ท่ีก้าหนดให้
๑๐๖
สาระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างทศั นศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่
งานทัศนศลิ ป์ทีเ่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน ภูมิปญั ญาไทย และสากล
รหวั ตัวชว้ี ดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ศ ๑.๒ ม.๑/๑ ๑.ระบุ และบรรยายเก่ยี วกับลักษณะ ลักษณะ รปู แบบงานทศั นศิลปข์ องชาติและ
รปู แบบงานทศั นศลิ ป์ของชาติและของ ทอ้ งถิ่น
ท้องถน่ิ ตนเองจากอดตี จนถึงปจั จบุ นั
ศ ๑.๒ ม.๑/๒ ๒.ระบุ และเปรยี บเทยี บงานทศั นศิลป์ งานทัศนศลิ ปภ์ าคต่าง ๆ ในประเทศไทย
ของภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทย
ศ ๑.๒ ม.๑/๓ ๓. เปรยี บเทยี บความแตกต่างของ ความแตกตา่ งของงานทัศนศลิ ป์
จุดประสงค์ในการสรา้ งสรรค์งาน ในวฒั นธรรมไทยและสากล
ทัศนศลิ ปข์ องวัฒนธรรมไทยและสากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณค์ ุณคา่ ดนตรี
ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ ตอ่ ดนตรอี ย่างอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ช้
ในชีวติ ประจ้าวัน
รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ศ ๒.๑ ม.๑/๑ ๑. อา่ น เขยี น รอ้ งโนต้ ไทย และโน้ตสากล เครอ่ื งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี
ม.๑/๒ ม.๑/๓
ม.๑/๔ ม.๑/๕ - โนต้ บทเพลงไทย อตั ราจงั หวะสองชนั
ม.๑/๖ ม.๑/๗ - โน้ตสากล ในกญุ แจซอลและฟา
ในบนั ไดเสียง C Major
๒. เปรียบเทยี บเสียงร้องและเสียง เสียงร้องและเสยี งของเคร่ืองดนตรี
ของเคร่อื งดนตรที ีม่ าจากวัฒนธรรม
ท่ีต่างกนั ในบทเพลงจากวฒั นธรรมต่าง ๆ
- วธิ ีการขับรอ้ ง
- เครือ่ งดนตรีท่ีใช้
๓. ร้องเพลงและใช้เครอื่ งดนตรบี รรเลง การร้องและการบรรเลงเครื่องดนตรี
ประกอบการร้องเพลงดว้ ยบทเพลง
ที่หลากหลายรูปแบบ ประกอบการร้อง
- บทเพลงพนื บ้าน บทเพลงปลุกใจ
๔. จดั ประเภทของวงดนตรีไทยและ - บทเพลงไทยเดมิ
วงดนตรที ่มี าจากวฒั นธรรมต่าง ๆ - บทเพลงประสานเสยี ง ๒ แนว
- บทเพลงรูปแบบ ABA
- บทเพลงประกอบการเตน้ ร้า
วงดนตรพี ืนเมือง
วงดนตรไี ทย
วงดนตรสี ากล
๑๐๗
รหัสตัวชี้วดั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
การถ่ายทอดอารมณข์ องบทเพลง
ศ ๒.๑ ม.๑/๘ ๕. แสดงความคดิ เห็นที่มตี ่ออารมณ์
ม.๑/๙ ของบทเพลงทมี่ ีความเรว็ ของจังหวะ - จังหวะกับอารมณ์เพลง
และความดัง - เบา แตกตา่ งกัน - ความดงั -เบากบั อารมณ์เพลง
๖. เปรยี บเทียบอารมณ์ ความรสู้ ึกใน - ความแตกต่างของอารมณ์เพลง
การ ฟงั ดนตรีแตล่ ะประเภท
๗. น้าเสนอตวั อยา่ งเพลงท่ีตนเองช่ืน การน้าเสนอบทเพลงที่ตนสนใจ
ชอบ และอภิปรายลักษณะเด่นทีท่ า้ ให้
งานนนั น่าชื่นชม การประเมินคณุ ภาพของบทเพลง
๘.ใชเ้ กณฑ์ส้าหรับประเมินคุณภาพงาน - คุณภาพด้านเนือหา
ดนตรหี รือเพลงทีฟ่ ัง - คณุ ภาพดา้ นเสียง
- คุณภาพดา้ นองค์ประกอบดนตรี
๙.ใช้และบ้ารงุ รักษาเครื่องดนตรี
อย่างระมดั ระวงั และรับผดิ ชอบ การใชแ้ ละบ้ารุงรักษาเครื่องดนตรีของตน
สาระที่ ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณคา่
ของดนตรที ี่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ศ ๒.๒ ม.๑/๑ ๑. อธบิ ายบทบาทความสัมพันธ์และ บทบาทและอิทธพิ ลของดนตรี
อิทธิพลของดนตรที ี่มตี ่อสังคมไทย - บทบาทดนตรใี นสังคม
- อิทธพิ ลของดนตรีในสงั คม
ศ ๒.๑ ม.๑/๒ ๒. ระบุความหลากหลายของ องคป์ ระกอบของดนตรีในแต่ละวฒั นธรรม
องคป์ ระกอบดนตรใี นวัฒนธรรมต่างกัน
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์
คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ช่นื ชม และประยุกตใ์ ช้
ในชวี ติ ประจ้าวนั
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ศ ๓.๑ ม.๑/๑ ๑. อธิบายอทิ ธิพลของนกั แสดงช่อื ดัง การปฏิบัตขิ องผู้แสดงและผู้ชม
ม.๑/๒ ม.๑/๓ ที่มผี ลตอ่ การโน้มนา้ วอารมณ์หรอื ประวตั ินกั แสดงทีช่ ่ืนชอบ
ความคดิ ของผูช้ ม การพัฒนารูปแบบของการแสดง
ม.๑/๔
๑๐๘
รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ศ ๓.๑ ม.๑/๕
๒. ใชน้ าฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการ อิทธิพลของนักแสดงท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรม
ละครในการแสดง ของผชู้ ม
๓. แสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละครในรูปแบบ นาฏยศัพทห์ รือศัพท์ทางการละคร
ง่าย ๆ ในการแสดง
๔. ใชท้ กั ษะการทา้ งานเปน็ กลมุ่ ภาษาทา่ และการตีบท
ในกระบวนการผลิตการแสดง
ท่าทางเคลอ่ื นไหวท่ีแสดงส่อื ทางอารมณ์
๕. ใชเ้ กณฑ์งา่ ย ๆ ท่กี า้ หนดใหใ้ นการ
พจิ ารณาคณุ ภาพการแสดงท่ีชม ระบา้ เบด็ เตล็ด
โดยเน้นเรอื่ งการใชเ้ สยี งการแสดงทา่
และการเคล่ือนไหว รา้ วงมาตรฐาน
รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์
- นาฏศลิ ป์
- นาฏศลิ ป์พนื บ้าน
- นาฏศิลปน์ านาชาติ
บทบาทและหนา้ ทีข่ องฝา่ ยต่าง ๆ ในการ
จัดการแสดง
การสรา้ งสรรคก์ ิจกรรมการแสดงทส่ี นใจ
โดยแบง่ ฝ่ายและหนา้ ที่ให้ชัดเจน
หลกั ในการชมการแสดง
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์ เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตร์และวฒั นธรรม
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เหน็ คณุ คา่ ของนาฏศิลปท์ ี่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
ภูมิปญั ญาไทยและสากล
รหสั ตวั ชี้วัด ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ศ ๓.๒ ม.๑/๑ ๑.ระบปุ ัจจัยทีม่ ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลง ปัจจยั ท่มี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลง
ของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พนื บ้าน ละครไทย
ของนาฏศลิ ป์ นาฏศิลป์พืนบ้าน ละคร และละครพืนบ้าน
ไทยและละครพืนบา้ น ประเภทของละครไทยในแตล่ ะยุคสมัย
ศ ๓.๒ ม.๑/๒ ๒.บรรยายประเภทของละครไทย
ในแตล่ ะยุคสมยั
๑๐๙
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ความสา้ คญั ของสาระการงานอาชพี
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ
พืนฐานท่ีจ้าเป็นต่อการด้ารงชีวิต และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถน้าความรู้เก่ียวกับการด้ารงชีวิต การอาชีพ
และเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ในการท้างานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็น
แนวทางในการประกอบอาชีพ รักการท้างาน และมีเจตคติท่ีดีต่อการท้างาน สามารถด้ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่าง
พอเพียง และมีความสุข
เรยี นร้อู ะไรในสาระการงานอาชพี
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพมุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม เพ่ือให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะใน
การท้างานเหน็ แนวทางในการประกอบอาชพี และการศึกษาต่อได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยมีสาระสา้ คัญ ดังนี
การด้ารงชีวิตและครอบครัว เป็นสาระเกี่ยวกับการท้างานในชีวิตประจ้าวัน ช่วยเหลือตนเอง
ครอบครัว และสังคมได้ในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียงไมท่ ้าลายสิ่งแวดล้อม เน้นการปฏบิ ัตจิ ริงจนเกิดความมนั่ ใจและภูมิใจ
ในผลสา้ เร็จของงาน เพือ่ ใหค้ น้ พบความสามารถ ความถนดั และความสนใจของตนเอง
การอาชีพ เป็นสาระท่ีเก่ียวข้องกับทักษะท่ีจ้าเป็นต่ออาชีพ เห็นความส้าคัญของคุณธรรม จริยธรรม
และเจตคติทด่ี ีต่ออาชพี ใชเ้ ทคโนโลยีไดเ้ หมาะสม เห็นคณุ คา่ ของอาชพี สุจรติ และเหน็ แนวทางในการประกอบอาชพี
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การด้ารงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการท้างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท้างาน ทักษะ การจัดการ ทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท้างานร่วมกัน และทักษการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม
และลกั ษณะนสิ ัยในการท้างาน มีจติ ส้านกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดล้อมเพ่ือการ
ดา้ รงชวี ติ และครอบครวั
สาระที่ ๒ การอาชพี
มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจ มีทกั ษะทจี่ ้าเปน็ มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใช้เทคโนโลยเี พือ่ พฒั นาอาชีพ
มีคณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ อาชีพ
๑๑๐
คุณภาพผู้เรียน
จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
๑. เข้าใจวิธีการท้างานเพ่ือช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม ใช้วัสดุ อุปกรณ์และเคร่ืองมือ
ถูกต้องตรงกับลักษณะงาน มีทักษะกระบวนการท้างาน มีลักษณะนิสัยการท้างาน ท่ีกระตือรือร้น ตรงเวลา ประหยดั
ปลอดภยั สะอาด รอบคอบ และมีจติ ส้านกึ ในการอนุรักษ์สงิ่ แวดล้อม
จบช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๑.เข้าใจการท้างานและปรับปรุงการท้างานแต่ละขันตอน มีทักษะการจัดการ ทักษะการท้างานร่วมกัน
ท้างานอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะนิสัยการท้างานที่ขยัน อดทน รับผิดชอบ ซื่อสัตย์
มมี ารยาท และมีจติ ส้านกึ ในการใชน้ ้า ไฟฟ้าอย่างประหยัดและคุม้ ค่า
๒.รู้และเข้าใจเก่ียวกบั อาชีพ รวมทังมีความรู้ ความสามารถและคณุ ธรรมทีส่ มั พันธ์กับอาชพี
จบชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
๑.เข้าใจกระบวนการท้างานท่ีมีประสิทธภิ าพ ใช้กระบวนการกลุ่มในการท้างาน มีทักษ การแสวงหาความรู้
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาและทักษะการจัดการ มีลักษณะนิสัยการท้างาน ท่ีเสียสละ มีคุณธรรม ตัดสินใจอย่างมี
เหตผุ ลและถูกตอ้ ง และมจี ติ ส้านกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิง่ แวดล้อมอยา่ งประหยัดและคุ้มค่า
๒. เข้าใจแนวทางการเลือกอาชีพ การมีเจตคติที่ดีต่อและเห็นความส้าคัญของการประกอบอาชีพ วิธีการหา
งานท้า คุณสมบัติท่ีจ้าเป็นส้าหรับการมีงานท้า วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ มีทักษะพืนฐานที่จ้าเป็นส้าหรับการ
ประกอบอาชีพ และประสบการณ์ต่ออาชพี ที่สนใจ และประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพท่ีสอดคล้องกับความรู้
ความถนัด และความสนใจ
๑๑๑
คา้ อธบิ ายรายวิชา
รหัสวชิ า ง 21101 รายวชิ า การงานอาชีพ (งานบา้ น)
รายวิชาพ้ืนฐาน กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชพี
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 จ้านวน 40 ชั่วโมง จ้านวน 1.0 หนว่ ยกิต
วิเคราะห์ขันตอนการท้างานตามกระบวนการ โดยใช้กระบวนการกลุ่มในการท้างานด้วยความเสียสละ ตัดสินใจ
แก้ปัญหาที่เกิดขึนระหว่างการท้างานอย่างมีเหตุผล ทังในด้านครอบครัวการจ้าแนกประเภทของครอบครัว บทบาท
หน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว วิธีการสร้างสัมพันธ์ท่ีในครอบครัวและสังคม การดูแลรักษาบ้านให้น่าอยู่ด้วยการ
เลือกใชอ้ ุปกรณท์ ้าความสะอาดเคร่ืองอา้ นวยความสะดวกในการทา้ ความสะอาดบ้าน วิธกี ารท้าความสะอาดอย่างเป็น
ขันตอน จัดตกแต่งห้อง แต่งบ้านและสวนโดยการสอดแทรกและประยุกต์ใช้ 5 ห้องชีวิตเนรมิตนิสัยโดยค้านึงถึงการ
อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ขันตอนการท้างานโดยใช้ทักษะในการจัดเตรียม ประกอบ ตกแต่ง การบริการอาหารเคร่ืองดื่ม
อาหารประเภทส้ารบั และการแปรรปู อาหาร ดว้ ยความปลอดภยั ในการท้างาน แนวทางการเลือกอาชีพงานบ้าน
มเี จตคตทิ ดี่ ีต่อการประกอบอาชพี เห็นความส้าคญั ของการสร้างอาชีพ จากแหลง่ เรียนรูท้ ่หี ลากหลายด้วยการ
ประกอบอาชีพโดยความซ่ือสัตย์ สุจริต และน้อมน้าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ทังใน
ชีวติ ประจา้ วนั และการท้างาน ก่อใหเ้ กดิ พฒั นาดา้ นการอา่ น คิด วิเคราะห์ มคี ุณธรรมจริยธรรมมคี ณุ ลักษณะทีด่ ีในการ
ท้างาน ด้านความรับผิดชอบ ขยัน อดทน มุ่งม่ันในการท้างาน สะอาด ประณีต มีมารยาท มีเจตคติท่ีดีและสามารถ
ดา้ รงชวี ติ ในยคุ แห่งศตวรรษท่ี 21 ตอ่ ไป
รหสั ตัวช้ีวดั
ง 1.1
ม. 1/1 วเิ คราะห์ขันตอนการท้างานตามกระบวนการทา้ งาน
ม. 1/2 ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการท้างานดว้ ยความเสียสละ
ม. 1/3 ตัดสนิ ใจแก้ปัญหาการท้างานอยา่ งมเี หตผุ ล
ง 4.1
ม. 1/1 อธบิ ายแนวทางการเลอื กอาชีพ
ม. 1/2 มีเจตคตทิ ีด่ ตี ่อการประกอบอาชีพ
ม. 1/3 เหน็ ความสา้ คญั ของการสร้างอาชีพ
รวม 6 ตัวช้ีวัด
๑๑๒
ค้าอธบิ ายรายวชิ า
รหัสวชิ า ง 21102 รายวิชา การงานอาชีพ (งานบ้าน)
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ การงานอาชพี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 จา้ นวน 40 ช่ัวโมง จา้ นวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างทักษะที่จาเป็นในการดารงชีวิตในครอบครัว โดยการ
วิเคราะห์ขั้นตอนการทางาน ด้วยการใช้ทักษะกระบวนการกลุ่มในการทางานอย่างเสียสละ ตัดสินใจแก้ปัญหาการ
ทางานอย่างมีเหตุผล ในการเลือกซ้ือเลือกใช้เส้ือผ้าเคร่ืองแต่งกาย การนาหลักคุณธรรม 5 ห้องชีวิตเนรมิตนิสัยมา
ประยุกต์ใช้ดูแลรักษาเส้ือผ้าเครื่องแต่งกาย ซ่อมแซมเส้ือผ้าและแก้ปัญหาเม่ือเกิดการชารุดด้วยวิธีต่าง ๆ การน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทางาน และหาแนวทางการเลือกและการสร้างอาชีพโดยมี
เจตนาท่ีดีต่อการประกอบอาชีพ เห็นความสาคัญของการสร้างอาชีพ โดยใช้กระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพ การ
สร้างรายได้จากการประกอบอาชีพสุจรติ การประกอบอาชีพท่ีตนเองสนใจ โดยใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอาชีพอย่าง
ย่งั ยนื และส่งเสริมให้นกั เรยี นสามารถดารงชวี ิตอยใู่ นครอบครัวและสงั คมได้อย่างมีความสุข มคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
มีความเข้าใจ มีทักษะที่จาเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้าน
มุ่งมั่นในการทางาน อยู่อย่างพอเพียง ดารงชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยมีความรับผิดชอบ รอบคอบ ซ่ือสัตย์ เสียสละ
ยตุ ธิ รรม ตรงตอ่ เวลา และมีเจคตทิ ีด่ ีต่ออาชพี สุจริต
โดยใช้กระบวนการเรียนรู้รูปแบบการเรียนแบบกระบวนการกลุ่ม กลุ่มย่อย การเรียนรู้แบบ Active
Learning การเรียนรู้จากสื่อผสม การเรียนรดู้ ้วยการสาธิตและปฏิบตั ิจรงิ โดยยึดหลกั คุณธรรมจรยิ ธรรม และคานึงถึง
สิง่ แวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพ่ือให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการทางาน สามารถแก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนในระหว่างการ
ทางานและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้ และนอกจากน้ียังเป็นการฝึกทักษะ และ
นสิ ยั ทด่ี ีตา่ ง ๆ ท่ีเปน็ จดุ เร่ิมตน้ ในดา้ นความรับผิดชอบต่อการทางานและการประกอบอาชีพสจุ รติ ในอนาคต
รหัสตัวชว้ี ดั
ง 1.1
ม. 1/1 วิเคราะหข์ ันตอนการทา้ งานตามกระบวนการทา้ งาน
ม. 1/2 ใช้กระบวนการกลุ่มในการทา้ งานด้วยความเสียสละ
ม. 1/3 ตัดสินใจแกป้ ญั หาการทา้ งานอยา่ งมเี หตผุ ล
ง 4.1
ม. 1/1 อธิบายแนวทางการเลอื กอาชพี
ม. 1/2 มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อการประกอบอาชีพ
ม. 1/3 เห็นความสา้ คญั ของการสรา้ งอาชีพ
รวม 6 ตัวช้ีวัด
๑๑๓
ตัวช้วี ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
สาระท่ี ๑ การด้ารงชวี ิตและ
ครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑. ๑ เข้าใจการท้างาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทา้ งาน ทักษะการจดั การ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการท้างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการท้างาน มจี ิตส้านึกในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากร และ
สิ่งแวดลอ้ ม เพื่อการด้ารงชวี ติ และครอบครวั
รหัสตัวชี้วัด ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ง ๑.๑ ม. ๑/๑
ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ๑. วเิ คราะหข์ ันตอนการทา้ งานตาม ขันตอนการท้างาน เชน่
กระบวนการท้างาน
- การใชอ้ ุปกรณอ์ า้ นวยความสะดวก
๒. ใชก้ ระบวนการกล่มุ ในการทา้ งาน ในการทา้ งานบ้าน
ด้วยความเสยี สละ
- การจดั และตกแต่งห้อง
๓. ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาการทา้ งาน - การเลอื กซือสนิ คา้ ในร้านค้าปลีก ค้าส่ง
อยา่ งมเี หตุผล
ร้านสะดวกซือ และหา้ งสรรพสินคา้
การทา้ งานโดยใชก้ ระบวนการกลุม่ เช่น
- การเตรยี ม ประกอบ จดั ตกแต่ง
และบริการอาหาร
- การแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตร
- การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุใน
ท้องถ่นิ
การแก้ปัญหาในการท้างาน เชน่
- การจัดสวนในภาชนะ
- การซ่อมแซม วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ /
เคร่ืองใช้
๑๑๔
สาระที่ ๒ การอาชพี
มาตรฐาน ง ๒. ๑ เขา้ ใจ มีทักษะทจ่ี า้ เป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพ่อื พฒั นา
อาชพี มคี ุณธรรม และมีเจตคติทีด่ ตี ่ออาชีพ
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ง ๒.๑ ม. ๑/๑ ๑. อธิบายแนวทางการเลอื กอาชีพ แนวทางการเลือกอาชีพ
ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ๒. มเี จตคติทีด่ ีต่อการประกอบ - กระบวนการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ
อาชพี
๓. เหน็ ความส้าคัญของการสรา้ ง เจตคตทิ ่ดี ีต่อการประกอบอาชพี
อาชพี - การสรา้ งรายได้จากการประกอบอาชีพสจุ รติ
ความสา้ คญั ของการสร้างอาชีพ
- การมรี ายไดจ้ ากอาชีพที่สร้างขนึ
- การเตรียมความพร้อม
๑๑๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ (ภาษาองั กฤษ)
ความส้าคญั
ในสงั คมโลกปัจจุบัน การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษมีความส้าคญั และจา้ เป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจ้าวัน เน่อื งจากเป็น
เคร่ืองมือส้าคัญในการติดต่อส่ือสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจ
เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสงั คม
โลก น้ามาซ่ึงมิตรไมตรีและความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อ่ืนดีขึน
เรียนรแู้ ละเข้าใจความแตกตา่ งของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สงั คม เศรษฐกจิ การเมือง
การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษ และใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ รวมทังเข้าถึงองค์ความรู้
ตา่ ง ๆ ไดง้ า่ ยและกวา้ งขึน และมวี สิ ัยทศั น์ ในการด้าเนนิ ชีวติ
ภาษาอังกฤษท่ีเป็นสาระการเรียนรู้พืนฐาน ซ่ึงก้าหนดให้เรียนตลอดหลักสูตรการศึกษาขันพืนฐาน คือ
ภาษาองั กฤษ สว่ นภาษาอังกฤษอื่น เชน่ ภาษาฝรง่ั เศส เยอรมัน จนี ญีป่ ุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุม่ ประเทศเพื่อน
บ้าน หรือภาษาอนื่ ๆ ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาที่จะจัดท้ารายวิชาและจดั การเรยี นร้ตู ามความเหมาะสม
เรียนรูอ้ ะไรในภาษาองั กฤษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษาอังกฤษ
ส่อื สารในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศกึ ษาตอ่ ในระดบั ทส่ี งู ขึน รวมทงั มคี วามรู้ความเขา้ ใจใน
เรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคม
โลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบดว้ ยสาระส้าคัญ ดังนี
- ภาษาเพื่อการส่ือสาร การใช้ภาษาอังกฤษในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปล่ียนข้อมูล ข่าวสาร
แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ น้าเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็นในเร่ืองต่าง ๆ และ
สร้างความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลอย่างเหมาะสม
- ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาอังกฤษตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาความสัมพันธ์ ความเหมือน
และความแตกต่างระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับวัฒนธรรม
ไทย และน้าไปใช้อยา่ งเหมาะสม
- ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนร้อู น่ื การใช้ภาษาองั กฤษในการเชื่อมโยงความรูก้ ับกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้อนื่ เป็นพนื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
- ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ ทังในห้องเรียน
และนอกห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเคร่ืองมือพืนฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ
สังคมโลก
๑๑๖
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ ภาษาเพอื่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอ่านจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และความคิดเหน็
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ น้าเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการ
เขยี น
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และน้าไปใช้ ได้อย่างเหมาะสม
กบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และน้ามาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่ืน
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาองั กฤษในการเชอื่ มโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ และเปน็ พืนฐานในการพฒั นา
แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทังในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาอังกฤษเป็นเครอ่ื งมือพืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลย่ี น
เรียนรกู้ ับสงั คมโลก
คณุ ภาพผู้เรียน
จบชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓
- ปฏิบัตติ ามค้าสั่ง คา้ ขอร้องท่ีฟัง อ่านออกเสยี งตวั อกั ษร ค้า กลมุ่ คา้ ประโยคงา่ ยๆ และ บทพูดเขา้
จังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน บอกความหมายของคา้ และกลุ่มค้าที่ฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคา้ ถามจาก
การฟงั หรืออ่านประโยค บทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
- พดู โตต้ อบด้วยคา้ สันๆ ง่ายๆ ในการส่อื สารระหว่างบุคคลตามแบบท่ีฟัง ใช้คา้ ส่ังและค้าขอร้องงา่ ยๆ
บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับตนเองและเพอ่ื น บอกความรสู้ กึ ของตนเองเกี่ยวกบั
สิ่งตา่ ง ๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามแบบที่ฟัง
- พดู ให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตัว จัดหมวดหมู่ค้าตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และสง่ิ ของ
ตามท่ฟี ังหรอื อา่ น
- พูดและทา้ ท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา บอกช่ือและคา้ ศพั ท์ง่ายๆ
เก่ียวกบั เทศกาล/วนั สา้ คัญ/งานฉลอง และชวี ิตความเป็นอยขู่ องเจา้ ของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมทเ่ี หมาะกบั วยั
- บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร ค้า กล่มุ ค้า และประโยคง่ายๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
- บอกคา้ ศัพทท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน
- ฟงั /พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ทเ่ี กิดขึนในหอ้ งเรยี น
- ใช้ภาษาองั กฤษ เพือ่ รวบรวมค้าศัพท์ที่เก่ยี วขอ้ งใกลต้ วั
- มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เนน้ การฟงั -พูด) ส่ือสารตามหัวเรื่องเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงค้าศพั ท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ ค้า
(ค้าศัพท์ทเี่ ป็นรูปธรรม)
๑๑๗
- ใชป้ ระโยคค้าเดียว (One Word Sentence) ประโยคเด่ียว (Simple Sentence) ในการสนทนาโตต้ อบ
ตามสถานการณ์ในชวี ติ ประจ้าวนั
จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
- ปฏบิ ตั ติ ามคา้ สั่ง คา้ ขอร้อง และคา้ แนะน้าท่ีฟงั และอ่าน อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ นิทาน และบท
กลอนสันๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมายของสัญลักษณ์หรือ
เครอื่ งหมายทอี่ า่ น บอกใจความส้าคัญ และตอบคา้ ถามจากการฟงั และอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ และเร่ืองเลา่
- พูด/เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้ค้าสั่ง ค้าขอร้อง และให้ค้าแนะน้า พูด/เขียนแสดง
ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูดและเขียนเพื่อ
ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้
ตัว กจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมทังใหเ้ หตผุ ลสนั ๆ ประกอบ
- พูด/เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน และส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตาราง
แสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่ฟงั และอ่าน พดู /เขียนแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเร่อื งต่าง ๆ ใกลต้ วั
- ใช้ถ้อยค้า น้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันส้าคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมตามความสนใจ
- บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน
และการล้าดับค้า ตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหวา่ งเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจ้าของภาษากบั ของไทย
- ค้นคว้า รวบรวมค้าศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่งการเรียนรู้ และน้าเสนอด้วยการพูด/
การเขยี น
- ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณต์ ่าง ๆ ทีเ่ กดิ ขึนในห้องเรยี นและสถานศึกษา
- ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลตา่ ง ๆ
- มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) สื่อสารตามหัวเร่ืองเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซือ-ขาย และลมฟ้าอากาศ
ภายในวงค้าศพั ทป์ ระมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คา้ (ค้าศัพทท์ ่ีเป็นรปู ธรรมและนามธรรม)
- ใช้ประโยคเดย่ี วและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่าง ๆ
จบชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓
ปฏิบัติตามค้าขอร้อง ค้าแนะน้า ค้าชีแจง และค้าอธิบายที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว
โฆษณา นทิ าน และบทร้อยกรองสนั ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น ระบุ/เขียนสือ่ ทไ่ี มใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบต่าง ๆ สัมพนั ธ์
กับประโยคและข้อความท่ีฟังหรืออ่าน เลือก/ระบุหัวข้อเร่ือง ใจความส้าคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความ
คิดเหน็ เกย่ี วกับเรอื่ งที่ฟงั และอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ พรอ้ มทังให้เหตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
- สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ข่าวเร่ืองที่อยู่ในความ
สนใจของสังคมและสื่อสารอย่างต่อเน่ืองและเหมาะสม ใช้ค้าขอร้อง ค้าชีแจง และค้าอธิบาย ให้ค้าแนะน้าอย่าง
เหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ
พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน
๑๑๘
อย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พรอ้ มทังให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
- พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/เร่ือง/ประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความส้าคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์
พร้อมให้เหตผุ ลประกอบ
- เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/จัด
กจิ กรรม ทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
- เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และ
การล้าดับค้าตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอย่แู ละวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนา้ ไปใชอ้ ยา่ งเหมาะสม
- ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่งการเรียนรู้
และน้าเสนอด้วยการพูดและการเขียน
- ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ า้ ลองที่เกดิ ขนึ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
- ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถ่ิน
เป็นภาษาองั กฤษ
- มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซือ-ขาย ลมฟ้าอากาศ
การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเท่ียว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวง
ค้าศัพทป์ ระมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ ค้า (คา้ ศัพท์ทเี่ ป็นนามธรรมมากขึน)
- ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่าง ๆ
ในการสนทนาทังท่เี ป็นทางการและไม่เป็นทางการ
รหสั วชิ า อ ๒๑๑๐๑ ๑๑๙
รายวชิ าพื้นฐาน
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ค้าอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จ้านวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ใช้ภาษา น้าเสียง กริยาท่าทางเหมาะสมตามมารยาทสังคม เพื่อส่ือสารในสถานการณ์จ้าลอง สถานการณ์
จริงทังภายในและภายนอกสถานศึกษา ตลอดจนใช้ภาษาในการค้นคว้า รวบรวมทังหมดข้อมูลความรูส้ าขาวชิ าต่าง ๆ
โดยปฏิบัติตามค้าสั่ง ค้าขอร้อง ค้าแนะน้า ค้าชีแจงง่าย ๆ ระบุหัวข้อ ใจความส้าคัญ ส่ือที่ไม่เป็นความเรียง ป้าย
สัญลักษณ์ และท่ีเปน็ ความเรยี งประเภทสงิ่ พิมพ์ ฉลากสนิ ค้า โฆษณา เวบ็ ไซต์ บทสนทนา เพลง นทิ าน บทความสัน ๆ
ที่อ่านและฟังในเร่ืองราวเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว อาหาร เครื่องด่ืม การซือขาย สุขภาพ ลมฟ้าอากาศ ออกเสียงค้า
วลี ประโยค บทสนทนา บทอ่านสัน ๆ ตามหลักการออกเสียง สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลใช้ค้าขอร้องให้ค้าแนะน้า
แสดงความต้องการ ขอ ตอบรับ ตอบปฏิเสธ ความช่วยเหลอื แสดงความรู้สึกด้วยการใชค้ ้าศัพท์ ส้านวนภาษาท่ีใชใ้ น
การสื่อสารระหว่างบุคคล พูดและเขียนบรรยาย สรุปใจความส้าคัญ เก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจ้าวัน ประสบการณ์
เขา้ ใจมารยาทสงั คม และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา บรรยายความเปน็ มาของวันสา้ คัญ เทศกาล วัฒนธรรมประเพณี
ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ มีทักษะใน
การส่อื สาร ใฝร่ ้ใู ฝ่เรยี น มีวินยั ในตนเองและมีจิตสาธารณะ มีความรกั และภาคภมู ิใจในท้องถน่ิ ของตน
รหัสตัวช้ีวดั
ต ๑.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔
ต ๑.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔, ม. ๑/๕
ต ๑.๓ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ต ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ต ๒.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒
ต ๓.๑ ม. ๑/๑
ต ๔.๑ ม. ๑/๑
ต ๔.๒ ม. ๑/๑
รวม ๒๐ ตัวช้ีวัด
รหสั วิชา อ ๒๑๑๐2 ๑๒๐
รายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี 2 ค้าอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าภาษาอังกฤษ 2
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ
เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จ้านวน ๑.๕ หน่วยกิต
ใช้ภาษา น้าเสียง กริยาท่าทางเหมาะสมตามมารยาทสังคม เพ่ือสื่อสารในสถานการณ์จ้าลอง สถานการณ์
จริงทังภายในและภายนอกสถานศึกษา ตลอดจนใช้ภาษาในการค้นคว้า รวบรวมทังหมดข้อมูลความรสู้ าขาวชิ าต่าง ๆ
โดยปฏิบัติตามค้าส่ัง ค้าขอร้อง ค้าแนะน้า ค้าชีแจงง่าย ๆ ระบุหัวข้อ ใจความส้าคัญ สื่อที่ไม่เป็นความเรียง ป้าย
สัญลักษณ์ และทเ่ี ปน็ ความเรยี งประเภทสิ่งพิมพ์ ฉลากสินคา้ โฆษณา เว็บไซต์ บทสนทนา เพลง นทิ าน บทความสนั ๆ
ทอ่ี ่านและฟงั ในเรอ่ื งราวเก่ยี วกบั ตนเอง ครอบครัว อาหาร เครื่องดื่ม การซือขาย สขุ ภาพ ลมฟ้าอากาศ
ออกเสียงค้า วลี ประโยค บทสนทนา บทอ่านสัน ๆ ตามหลักการออกเสียง สนทนา แลกเปล่ียนข้อมูลใช้ค้า
ขอร้องให้ค้าแนะน้า แสดงความต้องการ ขอ ตอบรับ ตอบปฏิเสธ ความช่วยเหลือ แสดงความรู้สึกด้วยการใช้ค้าศัพท์
ส้านวนภาษาที่ใช้ในการส่ือสารระหว่างบุคคล พูดและเขียนบรรยาย สรุปใจความส้าคัญ เก่ียวกับตนเอง กิจวัตร
ประจ้าวัน ประสบการณ์ เข้าใจมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บรรยายความเป็นมาของวันส้าคัญ
เทศกาล วัฒนธรรมประเพณี ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เห็นคุณค่า
ของภาษาอังกฤษ มีทักษะในการสื่อสาร ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวินัยในตนเองและมีจิตสาธารณะ มีความรักและภาคภูมิใจใน
ท้องถน่ิ ของตน
รหสั ตัวชวี้ ดั
ต ๑.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓, ม. ๑/๔
ต ๑.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓, ม. ๑/๔ , ม. ๑/๕
ต ๑.๓ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ต ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ต ๒.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒
ต ๓.๑ ม. ๑/๑
ต ๔.๑ ม. ๑/๑
ต ๔.๒ ม. ๑/๑
รวม ๒๐ ตัวช้ีวัด
๑๒๑
ตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
สาระที่ ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟังและอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
รหสั ตัวช้ีวดั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ต ๑.๑ ม.๑/๑
๑. ปฏิบตั ิตามคา้ สงั่ ค้าขอร้อง คา้ ส่งั ค้าขอร้อง ค้าแนะน้า และคา้ ชแี จงในการท้าอาหาร
คา้ แนะน้า และค้าชีแจงง่ายๆ ทฟี่ งั และเคร่ืองด่ืม การประดิษฐ์ การใช้ยา/
และอ่าน สลากยา การบอกทศิ ทาง ป้ายประกาศต่าง ๆ หรือ
การใชอ้ ปุ กรณ์
- คา้ ส่ัง เชน่ Look at the…/here/over there./ Say
it
again/ Read and draw./ Put a/an…in/on/under
a/an…/ Go to the window and open it./ Take out
the book, open on page ๑๗ and read it./ Don’t
go over there./ Don’t be late. etc.
- ค้าขอรอ้ ง เช่น Please look up the meaning in a
dictionary./ Look up the meaning in a dictionary,
please./ Can/Could you help me, please?/
Excuse me, could you …? etc.
- ค้าแนะนา้ เช่น You should read everyday./
Think before you speak./ คา้ ศัพท์ที่ใชใ้ นการเล่นเกม
Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count
the number./ Finish. etc.
- ค้าสนั ธาน (conjunction) เชน่ and/but/or
ต ๑.๑ ม.๑/๒ ๒. อา่ นออกเสียงข้อความ นิทาน - ตวั เช่ือม (connective words) เช่น First,…
และบทร้อยกรอง (poem) สันๆ Second,…Third,… Next,… Then,… Finally,…
etc.
ถกู ต้องตาม หลกั การอา่ น
ข้อความ นิทาน และบทร้อยกรอง
การใชพ้ จนานุกรมหลกั การอา่ นออกเสียง เช่น
- การออกเสยี งพยัญชนะต้นคา้ และพยัญชนะทา้ ยค้า
- การออกเสยี งเน้นหนัก-เบา ในค้าและกลมุ่ ค้า
-การออกเสยี งตามระดับเสยี งสงู -ต้า่ ในประโยค
- การแบง่ วรรคตอนในการอ่าน
- การอา่ นบทร้อยกรองตามจังหวะ
๑๒๒
รหสั ตัวช้ีวดั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ต ๑.๑ ม.๑/๓
๓. เลือก/ระบปุ ระโยคและขอ้ ความ ประโยค หรือข้อความ และความหมายเกยี่ วกบั ตนเอง
ให้สัมพนั ธก์ บั สื่อท่ีไมใ่ ช่ความเรยี ง ครอบครัว โรงเรยี น สิ่งแวดลอ้ ม อาหาร เครอื่ งดมื่ เวลา
(non-text information) ที่อ่าน ว่างและนนั ทนาการ สุขภาพและสวสั ดกิ าร การซือ-ขาย
ลมฟา้ อากาศ การศึกษาและอาชพี การเดินทางทอ่ งเทีย่ ว
การบรกิ าร สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี เป็นวงค้าศัพท์สะสมประมาณ ๑,๔๐๐-๑,๕๕๐
ค้า (คา้ ศพั ทท์ ีเ่ ป็นรปู ธรรมและนามธรรม)
การตคี วาม/ถา่ ยโอนข้อมูลให้สมั พันธ์กบั สือ่ ทไ่ี มใ่ ชค่ วาม
เรียง เชน่ สญั ลกั ษณ์ เคร่ืองหมาย กราฟ แผนภูมิ ตาราง
ภาพสัตว์ ส่ิงของ บคุ คล สถานทตี่ า่ งๆ โดยใช้
Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast :
but, although/ Quantity words เชน่ many/
much/ a lot of/ lots of/ some/ any/ a few/ few/
a little/ little etc.
ต ๑.๑ ม.๑/๔ ๔. ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง (topic) บทสนทนา นทิ าน เรือ่ งสนั และเรือ่ งจากสื่อประเภท
ใจความสา้ คญั (main idea) และ ตา่ ง ๆ เช่น หนงั สอื พิมพ์ วารสาร วทิ ยุ โทรทศั น์ เว็บไซด์
ตอบคา้ ถามจากการฟงั และอ่าน
บทสนทนา นิทาน และเร่ืองสัน การจบั ใจความสา้ คัญ เช่น หวั ขอ้ เร่ือง ใจความส้าคัญ
รายละเอียดสนับสนุน
ค้าถามเกี่ยวกับใจความส้าคัญของเร่ือง เช่น ใคร
ทา้ อะไร ที่ไหน เมือ่ ไร อย่างไร ทา้ ไม ใช่หรอื ไม่
- Yes/No Question
- Wh-Question
- Or-Question etc.
- Tenses : present simple/ present continuous/
past simple/ future simple etc.
- Simple sentence/ Compound sentence
๑๒๓
สาระท่ี ๑ ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึก
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
รหัสตวั ชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ต ๑.๒ ม.๑/๑
๑. สนทนา แลกเปล่ยี นขอ้ มูล ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การทักทาย
เกี่ยวกบั ตนเอง กจิ กรรม และ กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่าง
สถานการณ์ต่าง ๆ ใน สุภาพ การชกั ชวน ประโยค/ข้อความ ทีใ่ ชแ้ นะน้า
ชวี ติ ประจา้ วัน ตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้ตัว และสา้ นวนการตอบ
รับ การแลกเปลีย่ นข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง กจิ กรรม
สถานการณ์ต่าง ๆ ในชวี ติ ประจ้าวนั
ต ๑.๒ ม.๑/๒ ๒. ใช้ค้าขอรอ้ ง ให้คา้ แนะนา้ และ คา้ ขอร้อง ค้าแนะน้า และค้าชแี จง
ค้าชแี จง ตามสถานการณ์
ต ๑.๒ ม.๑/๓ ๓. พูดและเขยี นแสดงความ ภาษาท่ใี ช้ในการแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ
ต้องการขอความชว่ ยเหลือ ตอบ ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลือ เชน่
รบั และปฏิเสธการให้ความ
ช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่าง ๆ Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/
อย่างเหมาะสม May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./Certainly./
Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need
some help?/ What can I do to help?/ Would
you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry,
but…/ Sorry, but… etc.
ต ๑.๒ ม.๑/๔ ๔. พดู และเขียนเพื่อขอและให้ คา้ ศัพท์ ส้านวน ประโยค และข้อความที่ใช้ในการขอ
ขอ้ มลู และแสดงความคดิ เห็น และให้ข้อมลู และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเรื่องท่ีฟัง
เกี่ยวกบั เร่อื งท่ฟี ังหรอื อ่านอย่าง หรืออ่าน
เหมาะสม
๑๒๔
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ต ๑.๒ ม.๑/๕
๕. พดู และเขียนแสดงความรู้สึก ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความรู้สกึ ความคิดเห็น และ
และความคิดเหน็ ของตนเอง ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดีใจ เสียใจ
เกีย่ วกับ มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี
เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตวั กิจกรรมต่าง ๆ ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจ้าวัน
พร้อมทังใหเ้ หตผุ ลสันๆ ประกอบ เชน่
อยา่ งเหมาะสม Nice/ Very nice./ Well done!/
Congratulations. I like… because… / I
love…because…/
I feel… because…I think…/ I believe…/ I
agree/disagree…I don’t believe…/ I have no
idea…/ Oh no! etc.
สาระที่ ๑ ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต ๑.๓ น้าเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ต ๑.๓ ม.๑/๑ ๑. พดู และเขยี นบรรยายเก่ยี วกับ ประโยคและข้อความทีใ่ ช้ในการบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง
ตนเอง กิจวตั รประจา้ วัน กจิ วตั รประจา้ วนั ประสบการณ์ สิง่ แวดล้อม ใกลต้ ัว เช่น
ต ๑.๓ ม.๑/๒ ประสบการณ์ และส่ิงแวดลอ้ ม การเดินทาง การรับประทานอาหาร การเรียน การเล่นกฬี า
ใกล้ตัว ฟงั เพลง การอ่านหนงั สอื การทอ่ งเทยี่ ว
ต ๑.๓ ม.๑/๓ ๒. พดู /เขยี น สรปุ ใจความส้าคญั / การจบั ใจความส้าคัญ/แก่นสาระ การวเิ คราะหค์ วามเรื่อง/
แกน่ สาระ(theme) ทไ่ี ดจ้ ากการ เหตกุ ารณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจ เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์
วิเคราะหเ์ รอื่ ง/เหตกุ ารณท์ ี่อยู่ใน กฬี า เพลง
ความสนใจของสังคม
๓. พดู /เขียนแสดงความคิดเห็น การแสดงความคิดเหน็ และการใหเ้ หตุผลประกอบเกยี่ วกบั
เกี่ยวกบั กจิ กรรมหรือเร่ืองต่างๆ กิจกรรมหรือเรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตัว
ใกลต้ วั พรอ้ มทงั ให้เหตุผลสันๆ
ประกอบ
๑๒๕
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนา้ ไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม
กบั กาลเทศะ
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๑.ใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยา การใชภ้ าษา น้าเสียง และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา
ต ๒.๑ ม.๑/๑ ท่าทางสภุ าพเหมาะสม ตาม ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา เชน่
ม.๑/๒ ม.๑/๓ มารยาทสงั คม และวัฒนธรรมของ การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ หี นา้ ท่าทาง
เจ้าของภาษา ประกอบ การพดู ขณะแนะน้าตนเอง การสมั ผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความรสู้ กึ ชอบ/ไมช่ อบ การ
๒. บรรยายเก่ียวกับเทศกาล กล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรอื ปฏิเสธ
วนั ส้าคัญ ชวี ิตความเป็นอยู่ และ ความเปน็ มาและความสา้ คัญของเทศกาล วนั ส้าคญั
ประเพณขี องเจ้าของภาษา ชีวติ ความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
๓. เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมตามความสนใจ กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม
การรอ้ งเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
วนั ขอบคุณพระเจ้า วนั คริสต์มาส วนั ขนึ ปีใหม่
วนั วาเลนไทน์
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและ
วฒั นธรรมไทย และน้ามาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
รหวั ตวั ชว้ี ดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ต ๒.๒ ม.๑/๑
๑. บอกความเหมือนและความ ความเหมอื น/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี ง
ต ๒.๒ ม.๑/๒ แตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยค ประโยคชนดิ ตา่ ง ๆ ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
ชนดิ ตา่ ง ๆ การใชเ้ ครือ่ งหมายวรรค
ตอน และการลา้ ดบั ค้าตามโครงสรา้ ง การใช้เครอื่ งหมายวรรคตอนและการล้าดบั คา้ ตาม
ประโยคของภาษาอังกฤษและ โครงสรา้ งประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
ภาษาไทย
๒. เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความ ความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล
แตกตา่ งระหว่างเทศกาล งานฉลอง งานฉลอง วันส้าคญั และชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ
วนั สา้ คญั และชวี ิตความเป็นอยู่ของ ภาษากบั ของไทย
เจา้ ของภาษากับของไทย
๑๒๖
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ืน่
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาองั กฤษในการเชือ่ มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพืนฐานในการพฒั นา
แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
รหัสตัวช้ีวดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ต ๓.๑ ม.๑/๑
๑. คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ การค้นคว้า การรวบรวม การสรปุ และการนา้ เสนอ
ขอ้ มลู / ข้อเทจ็ จรงิ ท่เี กี่ยวข้องกับ ข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน
กล่มุ สาระการเรยี นรูอ้ น่ื จากแหลง่
เรียนรู้ และนา้ เสนอด้วยการพูด/
การเขียน
สาระท่ี ๔ ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาองั กฤษในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทังในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ต ๔.๑ ม.๑/๑
๑. ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์ การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์
จริง/สถานการณจ์ ้าลองท่ีเกิดขนึ ใน จ้าลองที่เกิดขึนในห้องเรยี นและสถานศึกษา
ห้องเรยี นและสถานศึกษา
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาองั กฤษเป็นเครอ่ื งมอื พืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปล่ยี น
เรียนรูก้ ับสงั คมโลก
รหัสตวั ช้ีวัด ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ต ๔.๒ ม.๑/๑ ๑. ใช้ภาษาองั กฤษในการสบื ค้น/ การใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/การค้นคว้าความรู้/
ค้นควา้ ความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จาก ข้อมลู ต่าง ๆ จากสอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ใน
สอื่ และแหลง่ การเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ใน การศกึ ษาต่อและประกอบอาชพี
การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
๑๒๗
รายวิชาเพ่ิมเติม
๑๒๘
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
คา้ อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหัสวิชา ว ๒๑๒๐๑ วทิ ยาศาสตร์โลกท้งั ระบบ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จ้านวน ๐.๕ หน่วยกติ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆในธรรมชาติ รูปแบบความสัมพันธ์และ
แนวโน้มท่ีเกดิ ขึน การเปล่ยี นแปลงสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติในท้องถ่ิน โดยใชก้ ระบวนการวิจัย การสังเกต การตัง
ค้าถาม การตังสมมติฐาน การวางแผน การเขียนเค้าโครงวิจัย การด้าเนินการตรวจวัดส่ิงแวดล้อม การวิเคราะห์
และแปลความหมายข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การลงข้อสรุป การเขียนรายงาน และการน้าเสนองานวิจัย
ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือ พัฒนากระบวนการคิด การสืบเสาะหาความรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ
และสามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ น้าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยม
ที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ตังค้าถามที่ก้าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส้าคัญในการส้ารวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่
สนใจไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ และเชอ่ื ถอื ได้
๒. สร้างสมมตฐิ านที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส้ารวจตรวจสอบหลาย ๆ วธิ ี
๓. เลือกเทคนิควิธีการส้ารวจตรวจสอบทังเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพท่ีได้ผลเท่ียงตรงและปลอดภัย
โดยใช้วัสดแุ ละเครอ่ื งมอื ทเ่ี หมาะสม
๔. รวบรวมขอ้ มูลจัดกระท้าข้อมลู เชงิ ปริมาณและคุณภาพ
๕. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทังที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับ
สมมติฐานและความผดิ ปกตขิ องขอ้ มูลจากการส้ารวจตรวจสอบ
๖. สรา้ งแบบจ้าลองหรือรปู แบบท่อี ธบิ ายผลหรือแสดงผลของการสา้ รวจตรวจสอบ
๗. สร้างค้าถามที่น้าไปสู่การส้ารวจตรวจสอบในเร่ืองท่ีเกี่ยวข้องและน้าความรู้ท่ีได้ไปใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรืออธบิ ายเก่ยี วกับแนวคดิ กระบวนการและผลของโครงงานหรือชินงานให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจ
๘. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการส้ารวจตรวจสอบค้นคว้าเพ่ิมเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้
ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปล่ียนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพ่ิมขึนหรือโต้แย้ง
จากเดิม
๙. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเก่ียวกับแนวคิดกระบวนการและผลของโครงงาน
หรอื ชินงานให้ผอู้ ่นื เข้าใจ
รวมทง้ั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้
๑๒๙
คา้ อธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหัสวิชา ว ๒๑๒๐๒ นาโนเทคโนโลยเี บ้อื งต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จ้านวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
-
ศึกษา ทดลอง และอธิบาย ขนาดท่ีเล็กที่สุดระดับนาโน และการเปล่ียนหน่วยของส่ิงต่าง ๆ นาโน
เทคโนโลยีในธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคาร์บอนกับนาโนเทคโนโลยี การสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ระดับนาโน
การใชป้ ระโยชนจ์ ากนาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติ นาโนเทคโนโลยีจากอดตี สอู่ นาคต การรู้ทนั นาโนเทคโนโลยี
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะ
หาความรู้ เพื่อให้เกดิ ทักษะกระบวนการ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งที่เรยี นรู้ และนา้ ความรู้
ไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี
คุณธรรมมีจริยธรรม และค่านิยม
ผลการเรียนรู้
๑. ศึกษาและอธบิ ายนาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติ และการน้าไปใชป้ ระโยชน์
๒. ทดลองและอธบิ ายการสงั เคราะหผ์ ลติ ภณั ฑ์ระดบั นาโนและการน้าไปใช้ประโยชน์
๓. อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์จากนาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติ
๔. อธิบายนาโนเทคโนโลยีในธรรมชาตสิ ู่อนาคต
๕. อภปิ รายการรทู้ นั นาโนเทคโนโลยี
๖. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างคาร์บอนกบั นาโนเทคโนโลยี
๗. อธบิ ายขนาดทเ่ี ล็กท่สี ดุ ระดับนาโนและและการเปลี่ยนหนว่ ยของสิง่ ตา่ ง ๆ
รวมทง้ั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้
๑๓๐
ค้าอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหัสวชิ า ว ๒๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษา ค้นคว้า สังเกตหลักการท้างานของคอมพิวเตอร์ บทบาทของคอมพิวเตอร์ ในการช่วยอ้านวยความ
สะดวกในการด้าเนินกิจกรรมต่าง ๆ และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นเคร่ืองมือในการท้างาน วิเคราะห์
ลกั ษณะความส้าคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมผี ลกระทบในดา้ นต่าง ๆ เชน่ คณุ ภาพชวี ิต สงั คม การเรียนการสอน
โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการสืบค้นข้อมูล กระบวนการแก้ปัญหา การเรียนรู้ฝึกปฏบิ ัติ
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการการท้างานได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นย้า อ้านวยความสะดวกในชีวิตประจ้าวัน
ท้าให้เห็นคุณค่าในการน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการท้างาน ท้างานเป็นขันตอนและมีประสิทธิภา พ
มจี ิตส้านึกและความรับผิดชอบในการท้างาน และมีคณุ ภาพชีวติ ทดี่ ขี นึ
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายความเปน็ มา ความหมายและบทบาทความสา้ คัญของคอมพิวเตอร์ได้
๒. อธิบายลักษณะของคอมพวิ เตอรท์ ีใ่ ช้งาน และการนา้ เสนอข้อมูลได้
๓. สามารถน้าเสนอขอ้ มูลดว้ ยคอมพวิ เตอรไ์ ด้
๔. สามารถใชค้ อมพิวเตอรใ์ นการสบื คน้ ขอ้ มูล ได้
๕. สามารถใช้คอมพวิ เตอร์ในการอา้ นวยความสะดวกในชวี ิตประจ้าวันได้
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
๑๓๑
ค้าอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
รหสั วิชา ว ๒๑๒๐๓ คอมพิวเตอร์ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง จ้านวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษา สังเกต ฝึกฝนการประมวลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ ความหมายของข้อมูลและสารสนเทศประเภท
ของข้อมูลและสารสนเทศ วิธีการประมวลผลข้อมูล การรวบรวมข้อมูลรวมเป็นแฟ้มข้อมูล การรักษาดูแลข้อมูล
การจัดเรยี ง จดั เก็บ ท้าส้าเนา การแจกจ่ายและการสื่อสารข้อมลู การปรบั ปรุงข้อมูล และระดับสารสนเทศ
โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสืบค้นข้อมูล การฝึกปฏิบัติและการอภิปรายให้เกิดความรู้
ความเข้าใจวิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามล้าดับขันตอน รวบรวม ตรวจสอบ รักษา จัดเก็บ ท้าส้าเนา
แจกจ่าย ส่ือสาร และการปรับปรุงข้อมูล เพ่ือให้น้าไปใช้ในการฝึกปฏิบัติ แก้ปัญหา ท้างานได้รวดเร็ว อ้านวย
ความสะดวก เกิดประโยชน์เกิดทักษะในการท้างาน
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายความหมายของข้อมลู และสารสนเทศได้
๒. บอกประเภทของข้อมลู และสารสนเทศได้
๓. สามารถประมวลผลข้อมูล การรวบรวมขอ้ มลู รวมเป็นแฟ้มข้อมูลได้
๔. สามารถรักษาดูแลข้อมลู การจัดเรยี ง จัดเกบ็ ท้าสา้ เนา การแจกจ่ายและการสื่อสารข้อมลู
การปรบั ปรงุ ขอ้ มูล และระดบั สารสนเทศได้
๕. สามารถใชค้ อมพิวเตอร์ในการแกป้ ัญหา ท้างานได้รวดเร็ว อ้านวยความสะดวก เกดิ ประโยชน์เกดิ ทักษะ
ในการทา้ งาน
รวมทงั หมด ๕ ผลการเรียนรู้
๑๓๒
ค้าอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วชิ า ง ๒๑๒๐๑ แปรรูปอาหารจากขา้ วเม่า ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง จา้ นวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาข้อมูลแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส้ารวจ ตรวจสอบ สืบค้น การผลิตข้าวเม่า รวมทังหาข้อมูล
อภิปราย อธิบาย การท้าข้าวเม่าเป็นหน่ึงผลติ ภณั ฑ์หนึ่งต้าบล การประชาสัมพันธ์ทางการตลาด และการจ้าหน่าย
การบันทึกรายรับ – รายจ่าย โดยใช้ทักษะกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ช่างสังเกต มีวิจารณญาณ รักการศึกษาค้นคว้า ภูมิใจในอาชีพ
ในทอ้ งถน่ิ สามารถนา้ ความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วันใหเ้ กิดอาชพี ในครัวเรอื นได้
ผลการเรยี นรู้
๑. ศึกษาหาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้การทา้ ขา้ วเม่าจากภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
๒. บอก จ้าแนก ชนิดของพันธุ์ขา้ วทเ่ี หมาะสมกบั การทา้ ข้าวเม่า
๓. บอกคณุ คา่ และการมเี จตคตทิ ่ดี ตี ่ออาชีพการทา้ ข้าวเม่า
๔. ศกึ ษาหาความรู้จากแหล่งเรยี นรูก้ ารทา้ ข้าวเม่าจากภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น
๕. บอก จา้ แนก ชนดิ ของพันธ์ขุ ้าวทเี่ หมาะสมกับการท้าข้าวเมา่
๖. อธบิ ายการท้าข้าวเมา่ ตามขันตอนได้อยา่ งถูกต้อง
๗. บอกวิธีการคัดเลือกวัสดทุ ่ีเหมาะสมกบั การผลติ ข้าวเม่า
๘. บอกคณุ ค่าและการมีเจตคตทิ ด่ี ีต่ออาชพี การทา้ ข้าวเม่า
๙. อธบิ ายการท้าขา้ วเม่าตามขันตอนไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
รวมทงั้ หมด ๓ ผลการเรยี นรู้
๑๓๓
ค้าอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหสั วชิ า ง ๒๑๒๐๔ พื้นฐานการเยบ็ ด้วยมือ กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จ้านวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาวิธกี าร ประโยชน์ และความสา้ คัญ ของตะเขบ็ มือประเภทต่าง ๆ เรยี นรูว้ ิธกี ารใช้อปุ กรณ์การตัดเย็บ
และวิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์เคร่ืองมือเครื่องใช้ส้าหรับงานตัดเย็บด้วยมือ น้าตะเข็บมือมาสร้างผลงานที่สามารถใช้
ประโยชน์ และชนิ งาน เพ่อื การจา้ หนา่ ยได้อย่าเหมาะสมและก่อใหเ้ กดิ รายได้ ความภาคภูมใิ จ รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เกิด
ประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมี
คุณธรรม พัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียนและทักษะการเรยี นรแู้ หง่ ทศตวรรษท่ี 21 สู่ไทยแลนด์ 4.0
จริยธรรม และลักษณะท่พี งึ ประสงค์ในดา้ นการประกอบอาชีพอย่างมีคณุ ภาพ การน้าความร้มู าประยุกตใ์ ช้
ในชีวิตประจ้าวัน ก่อให้เกิดชินงานและสามารถนา้ มาใช้ประโยชน์ได้จริงน้าไปสู่กระบวนการสร้างสรรค์งานเป็นการใช้
เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์มีเจตคติทดี่ ีต่ออาชพี สุจริต
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมาย ประโยชน์ ความสา้ คญั ของตะเข็บแบบต่าง ๆ ได้
2. อธบิ ายลักษณะและวธิ กี ารใชง้ านเครื่องมอื อปุ กรณ์การตัดเยบ็ ได้
3. สร้างตะเขบ็ แบบต่าง ๆ ดว้ ยวธิ ีการเยบ็ ตะเขบ็ ด้วยมือได้
4. เลือกใช้เครื่องมือและอปุ กรณ์ในการตดั เย็บด้วยมอื ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
5. บอกวธิ กี ารเกบ็ ดแู ลรักษา อปุ กรณก์ ารตดั เย็บได้
6. คิดและวางแผนงานการออกแบบชินงานทส่ี ร้างขนึ ดว้ ยตะเขบ็ มือได้
7. สร้างชินงานจากการตดั เย็บดว้ ยตะเข็บมือเบืองตน้ ได้
8. ออกแบบฉลากผลติ ภัณฑ์และออกแบบบรรจุภัณฑข์ องสินค้าได้
9. คิดวเิ คราะห์วางแผนการจ้าหน่ายผลผลติ ได้เหมาะสม
รวม 9 ผลการเรยี นรู้
๑๓๔
สาระการปอ้ งกนั การทจุ รติ
เรยี นรู้อะไรในหลักสูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา
หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกันการทุจริต”
ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ ๑) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ๒)
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔) พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อ
สังคมที่สถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกันก้ารทุจริตไม่ให้เกิดขึน โดยเร่ิมปลูกฝังผู้เรียนตังแต่ชัน
ปฐมวัยจนถึงชนั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ กระบวนการ มีสมรรถนะทสี่ า้ คัญ และคุณลกั ษณะ
ท่ีพงึ ประสงค์ ดังนนั สงิ่ ที่ผเู้ รยี นต้องเรยี นรใู้ นหลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา ไดแ้ ก่
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ผู้เรียนเรียนรู้เก่ียวกับระบบคิดฐานสิบ ระบบคิดฐานสอง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม การคิด
แยกแยะ การขดั กันระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมในชมุ ชน สงั คม ประเทศชาตแิ ละโลก ความ
แตกต่างระหว่างจรยิ ธรรมและการทจุ ริตผลประโยชนท์ บั ซอ้ น รปู แบบของผลประโยชนท์ ับซอ้ น
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต ผู้เรียนเรยี นรเู้ ก่ยี วกับ
ความหมายของความละอาย ความไม่ทนต่อการทุจริต และพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความละอายและความไม่ทนต่อ
การทุจรติ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ STRONG : จิตพอเพียง
ต้านทุจรติ ซ่งึ ประกอบด้วย
S (Sufficient) : ความพอเพยี ง หมายถึง ผู้เรียนนอ้ มน้าหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาประยกุ ตเ์ ปน็
หลักในการท้างาน การด้ารงชีวิต การพัฒนาตนเองและส่วนรวม รวมถึงการป้องกันการทุจริตอย่างย่ังยืน ความ
พอเพียงต่อส่ิงใดส่ิงหน่ึงของมนุษย์ แม้ว่าจะแตกต่างกันตามพืนฐาน แต่การตัดสินใจว่าความพอเพียงของตนเองต้อง
ตังอยู่บนความมีเหตุมีผล รวมทังต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อ่ืน และส่วนรวม ความพอเพียงจึงเป็นภูมิคุ้มกันให้บคุ คล
นนั ไม่กระท้าการทุจริต ซง่ึ ตอ้ งใหค้ วามร้คู วามเขา้ ใจและปลกุ ให้ต่ืนรู้
T (Transparent) : ความโปร่งใส หมายถึง ผู้เรียนต้องปฏิบัติงานบนฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้
จงึ ต้องมีและปฏิบตั ิตามหลกั ปฏิบตั ิ ระเบยี บ ข้อปฏบิ ัติ กฎหมายความโปรง่ ใส ซ่งึ ต้องใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจและปลุกให้
ตนื่ รู้
R (Realize) : ความต่ืนรู้ หมายถึง ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของปัญหา และ
ภัยร้ายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบภายในชุมชน และประเทศความต่ืนรู้จะบังเกิดเมื่อได้พบเห็นสถานการณ์ที่
เสีย่ งต่อการทุจริต ยอ่ มจะมปี ฏกิ ิริยาเฝา้ ระวงั และไมย่ นิ ยอมต่อการทุจริตในท่ีสุด ซ่ึงตอ้ งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
สถานการณก์ ารทุจริตทีเ่ กิดขึน ความร้ายแรงและผลกระทบตอ่ ระดบั บคุ คลและส่วนรวม
O (Onward) : มุ่งไปข้างหน้า หมายถึง ผู้เรียนมุ่งพัฒนาและปรับเปล่ียนตนเองและส่วนรวมให้มีความ
เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน บนฐานความโปร่งใส ความพอเพียงและร่วมสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึนอย่างไม่ย่อท้อ
ซงึ่ ต้องมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในประเด็นดงั กลา่ ว
N (Knowledge) : ความรู้ หมายถึง ผู้เรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถน้าความรู้ไปใช้วิเคราะห์
สังเคราะห์ ประเมนิ ได้อย่างถ่องแท้ ในเรือ่ งสถานการณ์การทุจรติ ผลกระทบทมี่ ีต่อตนเองและส่วนรวม ความพอเพียง
ต้านทจุ ริต การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ท่ีมีความสา้ คัญยิ่งตอ่ การลดการทุจรติ
ในระยะยาว รวมทังความละอาย ไมก่ ล้าท้าทจุ ริต และความไม่ทนเมื่อพบเหน็ ว่ามีการทจุ ริตเกิดขึน เพ่ือสร้างสงั คมไม่
ทนต่อการทจุ ริต
๑๓๕
G (Generosity) : ความเออื้ อาทร หมายถึง ผเู้ รียนมีความเอืออาทร มเี มตตา มนี ้าใจต่อกัน บนฐานของจิต
พอเพียงต้านทจุ รติ ไมเ่ อือต่อการรบั หรอื การใหผ้ ลประโยชนห์ รอื ตอ่ พวกพ้อง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสังคม ผูเ้ รยี นเรียนรู้เกี่ยวกับหน้าทข่ี องพลเมือง ความ
รบั ผดิ ชอบของพลเมือง ต่อตนเอง ชมุ ชน สงั คม ประเทศชาติ และโลกการเคารพสทิ ธิหนา้ ที่ของตนเองและผู้อ่นื
การปฏบิ ัติตนตามระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย และการปฏิบัตติ นเป็นพลเมืองที่ดีในการปอ้ งกันการทจุ ริต
สาระและผลการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
๑.๒ สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
๑.๓ ตระหนักและเห็นความส้าคญั ในการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
สาระที่ ๒ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
ผลการเรียนรู้
๒.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
๒.๒ ปฏิบตั ิตนเป็นผลู้ ะอาย และไมท่ นต่อการทจุ รติ ทกุ รปู แบบ
๒.๓ ตระหนกั และมีความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ
สาระท่ี ๓ STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
ผลการเรียนรู้
๓.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
๓.๒ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผทู้ ่ี STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๓.๓ ตระหนกั และเห็นความสา้ คัญของ STRONG และมีจิตพอเพียงในก้ารต่อต้านก้ารทจุ ริตทุกรูปแบบ
สาระที่ ๔ พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
ผลการเรยี นรู้
๔.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๔.๒ ปฏบิ ัติตนตามหนา้ ทพี่ ลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๔.๓ ตระหนักและเห็นความส้าคัญของการเป็นพลเมืองท่ีดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมในการป้องกันการ
ทจุ ริต
๓. คณุ ภาพผ้เู รียน
จบระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑
รู้และเข้าใจความหมายของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการขัดกันของประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม และพลเมืองศึกษา
รู้และเข้าใจคุณลักษณะของพลเมืองในด้านอิสรภาพ การพ่ึงพาตนเอง ความเท่าเทียมกัน
การยอมรับความแตกต่างของความเป็นพลเมือง การเคารพสิทธิผู้อ่ืน การรับผิดชอบต่อสังคม ระบบประชาธิปไตย
และการมีส่วนรว่ ม
ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองทีด่ ีดา้ นอสิ รภาพ การพง่ึ พาตนเอง ความเทา่ เทยี มกนั การยอมรับความแตกต่าง
ของความเป็นพลเมือง การเคารพสิทธิผู้อื่น การรับผิดชอบต่อสังคม ระบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในชุมชน
และสังคม
๑๓๖
น้าระบบคิดฐานสองมาปฏิบัติโดยบอกได้ว่า ส่ิงใดถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่ ได้หรือไม่ได้เหมาะสม
หรือไมเ่ หมาะสม น้าไปใชใ้ นชีวิตประจา้ วันและประเทศชาติ
ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ คี วามละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตในชมุ ชน
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีความพอเพียง ความโปร่งใส ความต่ืนรู้ การมุ่งไปข้างหน้า ความรู้ ความเอืออาทร
บนพืนฐานการไม่ทุจรติ
เหน็ ความสา้ คญั ของการตอ่ ต้านและปอ้ งกันการทุจรติ
ตระหนักและเห็นความส้าคัญของการปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมเก่ียวกับ ความพอเพียง
มีวนิ ัย ซอ่ื สัตย์สุจริตและมีจิตสา้ ธารณะในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
๑๓๗
ผลการเรียนรแู้ ละสาระการเรยี นรู้
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๑
การจดั การเรียนรู้เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนบรรลตุ ามผลการเรียนรูท้ ีก่ ้าหนดในหนว่ ยการเรียนรนู้ นั ผู้สอนจะต้อง
วิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ใหเ้ ปน็ จดุ ประสงค์การเรียนรทู้ ี่สอดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรู้ เพื่อให้งา่ ยต่อการนา้ ไปจัดทา้
แผนการจดั การเรยี นร้ใู นแตล่ ะช่วั โมงท่ีใชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ หแ้ ก่ผูเ้ รียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเออื ตอ่
การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๑ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม จา้ นวน ๑๒ ชั่วโมง
ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับ ๑.อธบิ ายทฤษฎี ความหมาย - ทฤษฎี ความหมายของการขัดกัน
การแยกแยะระหว่าง ของการขัดกันระหว่างประโยชน์ ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นตนและ ส่วนตนและประโยชน์สว่ นรวมได้ ประโยชนส์ ่วนรวม
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๒.บอกส้าเหตขุ องการทุจรติ - สา้ เหตุของการทุจริตในชุมชน
๒.สามารถคิดแยกแยะระหว่าง ในชุมชนได้ - สา้ เหตุและแนวทางการแกป้ ัญหา
ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ๓.บอกสา้ เหตุและแนวทางการแก้ การทุจริตจากกรณีศกึ ษา
ผลประโยชน์ส่วนรวม ปญั หาการทจุ รติ ในกรณีศึกษาได้ - แนวทางการแก้ไขปัญหาการ
3.ตระหนกั และเหน็ ๔. บอกแนวทางการแก้ไขปัญหา ทุจรติ ในชมุ ชน
ความสา้ คญั ของการต่อต้าน การทจุ ริตในชมุ ชนได้ - การวเิ คราะห์ผลประโยชน์ส่วน
และปอ้ งกันการทุจรติ ๕.วเิ คราะหผ์ ลประโยชนส์ ่วนตน ตนออกจากประโยชนส์ ว่ นรวมท่ี
ออกจากประโยชน์ส่วนรวมที่สง่ ส่งผลกระทบต่อประเทศ โดยใช้
ผลกระทบต่อประเทศ โดยใช้ ระบบคิดฐานสอง
ระบบคิดฐานสอง - ก้ารวเิ คราะหค์ วามแตกต่าง
๖.วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง ระหวา่ งระบบคิดฐานสองและ
ระบบคิดฐานสองและระบบ ระบบคดิ ฐานสบิ
คิดฐานสิบ - ความส้าคัญของการต่อต้านและ
๗.ตระหนกั และเหน็ ความสา้ คัญ ปอ้ งกนั การทจุ ริต
ของการต่อต้านและป้องกัน - การแยกแยะความแตกต่าง
การทุจรติ ระหว่างจริยธรรมกับการทุจริต
๘.การแยกแยะความแตกต่าง - ปญั หาการทุจรติ ในชุมชนของตน
ระหวา่ งจริยธรรมกบั การทจุ ริต
๙.บอกปญั หาการทจุ รติ ในชุมชน
ของตนได้
๑๓๘
ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑๐.ระบุแนวทางการป้องกนั - แนวทางการปอ้ งกันการทุจรติ
การทจุ ริตในชุมชนโดยยดึ หลัก ในชุมชนโดยยดึ หลักจริยธรรม
จรยิ ธรรม - การวิเคราะหก์ ารขัดกันของ
๑๑.วิเคราะห์ระหว่างการขดั กัน ประโยชนส์ ว่ นตนกับประโยชน์
ของประโยชนส์ ว่ นตนกบั ประโยชน์ สว่ นรวมกบั การทจุ ริต
ส่วนรวมกับการทจุ ริต - แนวทางการแก้ปญั หาการทุจริต
๑๒.ระบุแนวทางการแก้ปัญหา ทเี่ กดิ จากการไมแ่ ยกแยะระหว่าง
การทุจรติ ทีเ่ กิดจากการไม่แยกแยะ ผลประโยชน์ส่วนตนและ
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชน์
ผลประโยชน์ส่วนรวม สว่ นรวม
๑๓.บอกความหมายของค้าวา่ - ความหมายของคา้ วา่ การขัดกนั
การขัดกนั ได้ - รูปแบบของการขดั กนั
๑๔.บอกรูปแบบของการขดั กันได้ - สา้ เหตขุ องการเกดิ ผลประโยชน์
๑๕.บอกสา้ เหตุของการเกิดผล ทับซอ้ นในสงั คม
ประโยชน์ทบั ซ้อนในสังคมได้ - รปู แบบของผลประโยชนท์ ับซอ้ น
๑๖.บอกรปู แบบของผลประโยชน์ ในสงั คม
ทบั ซ้อนในสงั คมได้ - แนวทางการป้องกันผลประโยชน์
๑๗.บอกแนวทางการป้องกนั ทบั ซ้อนในสังคม
ผลประโยชนท์ บั ซ้อนในสงั คม
หน่วยที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต จ้านวน ๘ ชว่ั โมง
ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑.มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ ๑.รู้และเข้าใจเกี่ยวกบั ลกั ษณะ - รูปแบบ/ลกั ษณะความละอาย
และความไมท่ นต่อการทจุ ริต
ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นตอ่ - ความสา้ คญั ของการตอ่ ตา้ นและ
ปอ้ งกนั การทุจรติ
ต่อการทจุ รติ การทุจรติ - กฎหมายระเบียบ บทลงโทษ
ทางสงั คมในระดับชมุ ชน
๒.ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ละอายและ ๒.ตระหนกั และเห็นความสา้ คัญ - บทบาทและหน้าท่ขี องเยาวชน
ทด่ี ตี อ่ ชุมชน
ความไม่ทนตอ่ การทุจริตทุก ของการต่อต้านและปอ้ งกันการทจุ รติ - แนวทางการปฏิบตั ิตนเป็น
ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ
รปู แบบ ๓.รู้และเขา้ ใจเกยี่ วกบั การลงโทษ ในชุมชน
3.ตระหนกั และเห็น ทางสังคมในระดบั ชุมชน
ความส้าคญั ของการต่อตา้ น ๔.บอกบทบาทและหนา้ ทขี่ องเยาวชน
และป้องกันการทุจริต ท่ดี ีตอ่ ชมุ ชน
๕.เสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้
ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตใน
ชุมชน
๑๓๙
หนว่ ยท่ี ๓ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ จ้านวน ๑๐ ชว่ั โมง
ผลการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. มีความรคู้ วามเขา้ ใจ ๑.อธิบายความหมายของ - ความหมายของความพอเพียง
เกี่ยวกบั STRONG : ความพอเพียงความซ่ือสตั ย์ ความซ่อื สัตย์และความดี
จิตพอเพียงต้านทจุ ริต และความดี - พฤตกิ รรมในชีวิตประจ้าวนั กับ
๒. ปฏิบัติตนเป็น ๒.สรุปองคค์ วามรูเ้ ชื่อมโยง หลักแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผู้ที่STRONG : พฤติกรรมในชีวติ ประจ้าวนั กับ - การปฏิบัติตนตามหลักความ
จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงได้ พอเพยี ง
๓. ตระหนักและ ๓.ตระหนักถึงการปฏิบัติตน - การปฏิบตั ติ นเป็นผู้สรา้ งจติ สา้ นึก
เหน็ ความส้าคัญ ตามหลักความพอเพียง ในการไม่คดโกงผู้อื่น
ของการตอ่ ต้านและ ๔.ปฏิบตั ิตนเป็นผู้สร้างจติ สา้ นึก - ความหมายค้าวา่ ความโปร่งใส
ป้องกันการทุจรติ ในการไมค่ ดโกงผู้อนื่ - การแยกแยะผลกระทบจาก
๕.รแู้ ละเข้าใจความหมาย พฤติกรรมความไมโ่ ปร่งใส
ของคา้ วา่ ความโปร่งใส - การปฏบิ ัติตนเป็นผู้มจี ิตส้านึก
๖. การแยกแยะผลกระทบ ในการไม่คดโกงผู้อ่ืน
จากพฤติกรรมความไม่โปรง่ ใส - การปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีความ
๗.ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผมู้ ีจติ สา้ นกึ โปร่งใสในการปฏบิ ตั ิงาน
ในการไมค่ ดโกงผู้อนื่ - ความหมาย ตืน่ รู้
๘.ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ คี วามโปร่งใส - การคดิ วเิ คราะห์แยกแยะ
ในการปฏบิ ตั งิ าน การกระทา้ ท่ีมกี ารตนื่ รู้
๙.อธิบายความหมาย“ตนื่ รู้” ได้ - ความหมายของความมุ่งมนั่ ตังใจ
๑๐.คิดวเิ คราะห์แยกแยะ - ความหมายของความซ่ือสัตย์
ก้ารกระทา้ ที่มกี ารตนื่ รู้ - การปฏิบัติตนใหเ้ ป็นผูม้ ี
๑๑.อธบิ ายความหมาย พฤติกรรมของบคุ คลทม่ี ีความ
ของความมุ่งมน่ั ตังใจได้ มงุ่ ม่ันตังใจในการปฏบิ ัติงาน
๑๒.อธบิ ายความหมาย - กา้ รสรา้ งฐานความคิดจติ
ของความซื่อสตั ย์ได้ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ ให้
๑๓.ปฏิบัติตนใหเ้ ปน็ เกดิ ขนึ เป็นพนื ฐานความคิดของ
ผูม้ พี ฤติกรรมของบุคคลท่ีมี ปัจเจกบคุ คล
ความมงุ่ ม่นั ตังใจในการปฏิบตั ิงาน
๑๔.สามารถสร้างฐานความคิด
จิตพอเพียงต่อตา้ นการทจุ ริต
ให้เกิดขนึ เป็นพืนฐานความคดิ
ของปัจเจกบคุ คลได้
๑๔๐
ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑๕. ประยุกตห์ ลกั บรู ณาการ - การประยุกตห์ ลักบรู ณาการ
“STRONG” เป็นแนวทางในการ “STRONG” เป็นแนวทางในการ
พฒั นาวฒั นธรรมหน่วยงานได้ พัฒนาวัฒนธรรมหนว่ ยงาน
๑๖. บอกความหมายของ - ความหมายของความเอืออาทร
ความเอืออาทรได้ - ตวั อยา่ งของความเอืออาทร
๑๗. ยกตวั อย่างของความเออื อาทรได้
หนว่ ยที่ ๔ พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม จ้านวน ๑๐ ชั่วโมง
ผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑.มีความรู้ ความเข้าใจ ๑.อธิบายความหมายของพลเมอื ง - ความหมายของพลเมืองศึกษา
- ความแตกตา่ งระหวา่ งความเป็น
เกี่ยวกับพลเมอื งและมีความ ศึกษา ราษฎรและความเปน็ พลเมือง
- คณุ ลักษณะของพลเมือง
รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ๒.อธิบายความแตกตา่ งระหว่าง - แนวทางการสรา้ งส้านกึ
ความเป็นเมืองต่อสงั คม
๒.ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ที่พลเมือง ความเปน็ ราษฎรและความเป็น
และมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม พลเมอื ง
๓.ตระหนกั และเห็นวามส้าคัญ ๓.อธบิ ายคณุ ลกั ษณะของพลเมอื ง
ของการตอ่ ต้านและป้องกนั การ ๔.บอกแนวทางการสร้างสา้ นึก
ทุจริต ความเป็นเมืองต่อสงั คม
๑๔๑
คา้ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหสั วชิ า ส๒๑๒๐๑ การป้องกันการทจุ รติ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จา้ นวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่
ทนตอ่ การทุจริต STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต รหู้ น้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการต่อต้าน
การทุจริต โดยใชก้ ระบวนการคดิ วเิ คราะห์ จา้ แนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕
ขนั ตอน (๕ STEPs) การอภปิ ราย การสืบสอบ การแกป้ ญั หา ทกั ษะการอ่านและการเขียน เพื่อใหม้ คี วามตระหนักและ
เห็นความสา้ คัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทจุ รติ
ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
3. ตระหนักและเหน็ ความส้าคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจรติ
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
๕. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๖. ตระหนักและเห็นความสา้ คญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจรติ
๗. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับSTRONG :จติ พอเพียงต้านทุจรติ
๘. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผทู้ ่ีSTRONG :จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
๙. ตระหนักและเหน็ ความส้าคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทจุ รติ
๑๐.มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
๑๑.ปฏิบัตติ นตามหน้าท่พี ลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
๑๒.ตระหนกั และเห็นความส้าคญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต
รวม ๑๒ ผลการเรียนรู้
๑๔๒
คา้ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหสั วิชา ส๒๑๒๐๒ การป้องกนั การทจุ รติ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จา้ นวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่
ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจริต รหู้ น้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการต่อต้าน
การทุจริต โดยใชก้ ระบวนการคิด วเิ คราะห์ จา้ แนก แยกแยะ การฝึกปฏิบตั จิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕
ขันตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแกป้ ญั หา ทกั ษะการอ่านและการเขียน เพื่อใหม้ คี วามตระหนักและ
เห็นความส้าคัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทจุ ริต
ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
๓. ตระหนกั และเห็นความส้าคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจรติ
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
๕. ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๖. ตระหนกั และเห็นความสา้ คัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต
๗. มีความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับSTRONG :จติ พอเพียงต้านทุจรติ
๘. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผูท้ ี่STRONG :จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๙. ตระหนกั และเห็นความส้าคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทจุ ริต
๑๐.มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๑๑.ปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่พี ลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม
๑๒.ตระหนกั และเห็นความสา้ คญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต
รวม ๑๒ ผลการเรียนรู้
๑๔๓
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
๑๔๔
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน
ความสา้ คัญของกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ก้าหนดแนวการจัดการศึกษา โดยยึดหลักวา่ ผู้เรียนทุกคน
มีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส้าคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริม
ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนือหาสาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความ
สนใจและความถนัดของผู้เรียน ค้านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชญิ
สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันแก้ปัญหาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กอปรกับ มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี ก่อให้เกิดทังผลดีและผลเสียต่อการด้าเนินชีวิตในปัจจุบันของ
บุคคล ท้าให้เกิดความยุ่งยาก ซับซ้อนมากยิ่งขึน จ้าเป็นต้องปรับเปลี่ยนวถิ ากรด้าเนินชีวิตให้สามารถดา้ รงอยู่ในสงั คม
ไดอ้ ยา่ งมคี ณุ คา่ มีศักดศ์ิ รี และมคี วามสุข
หลักสูตรการศึกษาขันพืนฐาน ก้าหนดให้มสี าระการเรียนรู้ ๘ กลมุ่ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนซ่ึงเป็นกิจกรรม
ท่ีจัด ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ได้จัดให้ผู้เรียนตามกลุ่ม
สาระท่ี ๘ กลุ่ม การเข้าร่วมและปฏบิ ัติกิจกรรมท่ีเหมาะสมร่วมกับผู้อ่ืนอย่างมีความสขุ กับกิจกรรมที่เลือกด้วยตนเอง
ตามความถนดั และความสนใจอยา่ งแท้จริง การพฒั นาทส่ี า้ คญั คือ การพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนุษย์ให้ครบทุก
ด้าน ทังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพ ปลูกฝัง
และสรา้ งจิตสา้ นึกของการทา้ ประโยชนเ์ พ่ือสังคม และประเทศชาติ
เรยี นรอู้ ะไรในกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมท่ีจัดอย่างเป็นกระบวนการ ด้วยรูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย ให้ได้รับ
ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง มีความหมาย และมีคุณค่าในการพัฒนา ผู้เรียนทังด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
อารมณ์ และสังคม มุ่งเสริมเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่พ่ึงประสงค์ ส่งเสริมให้รู้เรียนรู้จักและ
เข้าใจตนเอง สรา้ งจติ สา้ นกึ ในธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ปรับตัวและปฏบิ ัตติ นใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อสงั คม ประเทศชาติ
และดา้ รงชิวีติไดอ้ ย่างมีความสขุ
ธรรมชาติและลักษณะวชิ า
กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เน้นการจัดกิจกรรมในลักษณะของการบูรณาการองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เกือกูล
ส่งเสริมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระให้มีความกว้างขาวงลึกซึงย่ิงขึน อีกทังให้ผู้เรียนได้ค้นพบและใช้ศักยภาพท่ีมีในตน
อย่างเต็มที่ เลือก ตัดสินใจ ได้อย่างมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ
เน้นการเสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม และจริยธรรม กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมสร้าง
เสริมประสทิ ธภิ าพทางการเรยี น เปน็ ตน้
ความหมาย
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน เป็นกิจกรรมทจี่ ดั อยา่ งเป็นกระบวนการด้านรูปแบบ วิธีการทหี่ ลากหลาย ในการ
พัฒนาผู้เรยี นด้านร่างกาย จิตใจ สติปญั ญา อารมณ์และสังคม มุ่งส่งเสรมิ เจตคติคณุ ค่าชีวิต ปลกู ฝงั คุณธรรมและ
คา่ นิยมท่ีพึงประสงค์ สง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนรจู้ กั และเข้าใจตนเอง จิตส้านกึ ในธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบตั ิ
ตนให้เป็นประโยชนต์ อ่ สังคม ประเทศชาติ และดา้ รงชีวติ ได้อย่างมีความสุข
๑๔๕
เปา้ หมาย
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาให้บุคคลรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นมีวุ ฒิภาวะทางอารมณ์
มีกระบวนการคิด มีทักษะในการด้าเนินชีบิตอย่างเหมาะสม และมีความสุข มีจิตส้านึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง
ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ โดยก้าหนดเปา้ หมายในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ดังนี
๑. ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ท่ีหลากหลาย เกิดความรู้ความช้านาญ ทงั วิชาการดูแลวิชาชีพอย่างกว้างขวาง
มากยงิ่ ขนึ
๒. ผเู้ รยี นคน้ พบความสนใจ ความถนดั และพฒั นาความสามารถพเิ ศษเฉพาะตัวมองเห็นช่องทางในการสร้าง
งาน อาชีพในอนาคตไดเ้ หมาะสมกับตนเอง
๓. ผู้เรยี นเหน็ คุณค่าขององค์ความรตู้ ่าง ๆ สามารถน้าความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง และ
ประกอบอาชพี
๔. ผูเ้ รยี นพฒั นาบุคลิกภาพ เจตคติ ค่านิยมในการดา้ รงชีวติ และสรา้ งศลี ธรรม จริยธรรม
๕. ผเู้ รียนมีจิตส้านกึ และท้าประโยชนเ์ พื่อสงั คมและประเทศชาติ
หลกั การจัด
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นมหี ลกั การจัด ดังนี
๑. มกี ารก้าหนดวตั ถุประสงค์และแนวปฏิบัติทชี ัดเจนเปน็ รูปแบบ
๒. จดั ใหเ้ หมาะสมกับวยั วฒุ ภิ าวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผู้เรียน
๓. บรู ณาการวิชาการกบั ชวี ิตจริง ใหเ้ รียนไดต้ ระหนกั ถึงความส้าคญั ของการเรียนรตู้ ลอดชีวติ
๔. ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จิตนาการท่ีเป็น
ประโยชน์และสัมพันธก์ บั ชวี ิตในแต่ละชว่ งวัยอย่างต่อเน่อื ง
๕. จา้ นวนสมาชกิ มีความเหมาะสมกบั ลักษณะของกจิ กรรม
๖. มีการก้าหนดเวลาในการจัดกิจกรรมใหเ้ หมาะสม สอดคล้องกบั วสิ ยั ทศั น์และเปา้ หมายของสถานศึกษา
๗. ผเู้ รยี นเป็นผ้ดู า้ เนนิ การ มคี รูเป็นท่ปี รึกษา ถือเป็นหนา้ ท่ีและงานประจา้ โดยคา้ นงึ ถึงความปลอดภัย
๘. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรทังภาครัฐและเอกชน มีส่วน
ร่วมในการจักกจิ กรรม
๙. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็นระบบ
และตอ่ เนอื่ ง โดยให้ถือวา่ เป็นเกณฑก์ ารประเมนิ ผลการผ่านช่วงชันเรยี น
แนวการจัด
สถานศกึ ษาตอ้ งจดั ให้ผ้เู รยี นทุกคนเขา้ ร่วมกจิ กรรม โดยคา้ นึงถงึ แนวการจดั ดังต่อไปนี
๑. การจัดกิจกรรมตา่ ง ๆ เพอื่ เกือกูลสง่ เสริมการเรยี นรู้ตามกล่มุ สาระการเรยี นรู้ เชน่ การบรู ณาการโครงการ
องค์ความรูจ้ ากกลมุ่ สาระการเรียนรู้ เปน็ ต้น
๒. จัดกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั ตามธรรมชาติ และความสามารถความต้องการของผู้เรียนและ
ชุมชน เชน่ ชมรมทางวิชาการต่าง ๆ เปน็ ตน้
๓. จดั กิจกรรมเพอื่ ปลูกฝังและสร้างจติ ส้านกึ ในการทา้ ประโยชน์ตอ่ สงั คม เช่น กิจกรรม ลกู เสือ เนตรนารี
เปน็ ตน้
๔. จดั กิจกรรมประเภทบริการต่าง ๆ ฝึกการทา้ งานท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม