๑๔๖
คุณภาพของผู้เรียน
คณุ ภาพของผเู้ รยี นเม่อื จบหลักสตู ร
กลุม่ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน มุง่ พฒั นาผเู้ รยี นใหร้ จู้ กั และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อืน่ มวี ฒุ ิภาวะทางอารมณ์ มี
กระบวนการคิด มีทักษะในการด้าเนินชีวิตอย่างเหมาะสม และมีความสุข มีจิตส้านึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง
ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
คณุ ภาพของผเู้ รียนเมอื่ จบแตล่ ะชว่ งชัน้
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
รคู้ วามตอ้ งการ จดุ เด่นจุดดอ้ ยของตนเองตลอดจนตดั สินใจแก้ไขปัญหางา่ ยๆ ของตนเองไดท้ า้ งานร่วมกับผู้อ่ืน
ได้อยา่ งมีความสขุ แสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสมกับวยั สามารถค้นหาข้อมูลจากแหลง่ ใกล้ตัวและเลือกใช้ข้อมูลให้
เป็นประโยชนใ์ นชวี ติ ประจ้าวัน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
รู้ความต้องการและความสนใจของตนเอง พัฒนาจุดเด่นและปรับปรุงจุดด้อย รู้และเข้าใจปัญหาท่ีซับซ้อน มี
การควบคุมอารมณ์และมีการแสดงออกได้เหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ท้างานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข
ตัดสินในแก้ปัญหาตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สามารถค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ด้วยวีการท่ีหลากหลายและ
เลอื กใช้ขอ้ มูลให้เป็นประโยชน์ในชวี ิตประจ้าวัน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
รู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเอง แสวงหาแบบอย่างท่ีดีและเหมาะสม รู้และเข้าใจสาเหตุของปัญหาและมี
แนวทางในการแก้ปัญหา เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความสามารถจัดการกับอารมณ์และ
แสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการท้างานในฐานะผู้น้าและผู้ตามที่ดี มีความสามารถในการตัดสินใจ
แก้ปัญหาของตนเอง ครอบครัวโรงเรียนและสังคม สามารถค้นหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ด้วย
วิธีการท่หี ลากหลายทันสมยั และสามารถเลอื กใชข้ ้อมลู สารสนเทศใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงช้ันกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กจิ กรรมนักเรยี น
- ลกู เสือ – ยุวกาชาด
- กิจกรรมตามความถนดั ความสนใจ
- กจิ กรรมอน่ื ๆ
กิจกรรมแนะแนว ประกอบด้วย
- กลมุ่ กิจกรรมรู้จักเขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ในตนเองและผู้อื่น
- กลุม่ กิจกรรมการปรับตวั และด้ารงชวี ติ
- กลุ่มกิจกรรมการตัดสินใจและแกป้ ัญหา
- กลมุ่ กิจกรรมการแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ
กลุม่ กิจกรรมรู้จักเขา้ ใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผูอ้ ื่น
มาตรฐานการเรยี นรู้ชว่ งชัน ม. ๑ – ๓
- รบั รแู้ ละเข้าใจความต้องการและความรสู้ ึกของตนเอง
- แสวงหาแบบอย่างทดี่ ีและเหมาะสมกับตนเอง
- รู้และเขา้ ใจความสนใจ ความถนัดดา้ นการเรียน อาชีพและบุคลิกภาพของตนเอง
- รักและนับถอื ตนเองและผู้อื่น
- รู้และเขา้ ใจสาเหตุของปญั หาของตนเอง และมีแนวทางในการปัญหา
๑๔๗
กลมุ่ กิจกรรมการปรับตวั และด้ารงชีวติ
มาตรฐานการเรยี นรู้ชว่ งชัน ม. ๑ – ๓
- เขา้ ใจและยอมรับความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลและความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล
- มสี ามารถในการส่ือสารความคิดความรูส้ กึ ใหผ้ ้อู ื่นเขา้ ใจได้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
- มีความสามารถในการจดั การกบั อารมณแ์ ละแสดงออกได้อยา่ งเหมาะสมกบั วัยและสถานการณ์
- ปฏบิ ัติตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อสว่ นรวม
- มคี วามสามารถในการทา้ งานตามบทบาท ในฐานะผู้นา้ และผ้ตู ามท่ีดี และอย่รู ่วมกับผอู้ นื่ ไดอ้ ย่างมีความสุข
กลุ่มกิจกรรมการตดั สินใจและแก้ปัญหา
มาตรฐานการเรียนรชู้ ว่ งชนั ม. ๑ – ๓
- มคี วามสามารถในการตดั สินใจและแก้ไขปัญหาของตนเองและรว่ มตัดสินใจแก้ไขปัญหาเก่ียวกับครอบครัว
โรงเรียนและสงั คม
กลุ่มกจิ กรรมการแสวงหาและใช้ข้อมลู สารสนเทศ
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชัน ม. ๑ – ๓
- มีความสามารถในดา้ นค้นหารวบรวม วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ขอ้ มลู เฉพาะดา้ นจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ดว้ ยวธิ กี าร
ที่หลากหลายทันสมัย
- มคี วามสามารถในการเลอื กสรรและใช้ข้อมลู สารสนเทศใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อตนเองสังคม
โครงสร้างรายวิชา สาระ /กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
โครงสร้างรายวชิ า สาระ /กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
๑. กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคิด ตัดสินใจคิด
แก้ปัญหา ก้าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทางด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี
ยงั ชว่ ยให้ครูร้จู กั และเข้าใจผเู้ รยี น ทังยังเป็นกจิ กรรมทช่ี ว่ ยเหลอื และให้คา้ ปรึกษาแก่ผูป้ กครองในการมีสว่ นร่วมพัฒนา
ผู้เรียน ส่งเสริมพัฒนาและสร้างภูมิคุ้มกันที่ม่ันคง เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญตามความแตกต่างระหว่างบุคคลให้สามารถ
ค้นพบและพฒั นาศกั ยภาพของตนเอง ประกอบด้วย
๑.๑ การแนะแนว ด้านบรกิ ารและใหค้ า้ ปรึกษา
๑.๒ การแนะแนวการศึกษา
๑.๓ การแนะแนวอาชพี
๑.๔ การแนะแนวเพื่อพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ
๑.๕ รจู้ กั เขา้ ใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผูอ้ ่ืน
๑.๖ การปรบั ตวั และดา้ รงชวี ติ
๑.๗ การแสวงหาและใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ
๑.๘ การตัดสินใจและแกป้ ัญหา
๑๔๘
๒. กจิ กรรมนกั เรียน
เปน็ กจิ กรรมที่มุ่งพัฒนาความมรี ะเบียบวินยั ความเป็นผนู้ ้า ผูต้ ามทด่ี ี ความรบั ผิดชอบ การทา้ งานร่วมกนั
การรจู้ กั แกป้ ัญหา การตัดสบิ ใจท่ีเหมาะสม ความมเี หตผุ ลการชว่ ยเหลือแบ่งปัน เอืออาทร และสมานฉนั ท์ โดยจัดให้
สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนให้ได้ปฏิบตั ไิ ดด้ ้วยตนเองในทุกขนั ตอน ได้แก่
การศกึ ษาวเิ คราะห์ วางแผน ปฏบิ ัติตามแผนประเมิน และปรบั ปรงุ การทา้ งาน เนน้ การทา้ งานร่วมกันเปน็ กลุม่ ตาม
ความเหมาะสมและสอดคล้องกบั วุฒิภาวะของผเู้ รยี นและบรบิ ทของสถานศึกษาและท้องถ่นิ กจิ กรรมนักเรียน
ประกอบดว้ ย
๒.๑ กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ
๓. กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
เปน็ กจิ กรรมทสี่ ง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นบา้ เพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อสงั คม ชมุ ชน และทอ้ งถ่ิน ตามความสนใจ
ในลกั ษณะอาสาสมคั ร เพื่อแสดงถงึ ความรบั ผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละ ต่อสังคม และการมจี ติ สาธารณะ
เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาตา่ ง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สงั คม(กระทรวงศึกษาธิการ,๒๕๕๑)
โครงสร้างและอตั ราเวลาจดั กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ระดบั ประถมศึกษา
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ป. ๑ ระดับประถมศกึ ษา ป. ๖
ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. ลกู เสือ –ยวุ กาชาด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓. กิจกรรมชมรม/ชมุ นมุ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๔. กิจกรรมเพอ่ื สงั คม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
และสาธารณประโยชน์
เวลาเรยี นรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ระดบั มัธยมศึกษา
ระดับมัธยมศกึ ษา
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ม.๑ ม.๒ ม.๓
๔๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒๕
๒. ลกู เสอื –ยุวกาชาด ๔๐ ๔๐
๑๕
๓. กิจกรรมชมรม/ชุมนมุ ๒๕ ๒๕ ๑๒๐
๔. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๕ ๑๕
เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐
๑๔๙
ระดบั มัธยมศกึ ษา
ระดบั มัธยมศึกษา
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ภาคเรียนท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒
๑. กิจกรรมแนะแนว ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๑ ม.๒ ม.๓
๒. ลกู เสือ –ยวุ กาชาด
๓. กจิ กรรมชมรม/ชุมนุม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐
๔. กิจกรรมเพ่อื สังคม
และสาธารณประโยชน์ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐
เวลาเรียนรวม
๑๓ ๑๓ ๑๓ ๑๒ ๑๒ ๑๒
๗๗๗๘๘๘
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑๕๐
กจิ กรรมนกั เรยี น
กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ โดยเน้น
เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินัย การไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นผู้น้าผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท้างาน
ร่วมกัน การรจู้ กั แก้ปญั หา การตดั สินใจ ความมีเหตผุ ลการชว่ ยเหลอื แบ่งปนั กนั และความเอืออาทรและสมานฉันท์
การจดั กจิ กรรมนักเรยี นควรด้าเนินการ ดังนี
๑. จัดใหส้ อดคลอ้ งกับความสามารถและความสนใจของผู้เรยี น
๒. เน้นใหผ้ เู้ รียนได้ปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเองในทุกขันตอน
๓.เน้นการท้างานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน ตลอดจนบริบท
ของสถานศกึ ษาและทอ้ งถ่นิ
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือพฒั นาผเู้ รยี นให้มีระเบยี บวินัย มคี วามเปน็ ผ้นู ้าผ้ตู ามท่ีดี และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
๒.เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการท้างานร่วมกัน รู้จักการแก้ปัญหา มีเหตุผล มีการตัดสินใจท่ีเหมาะสม
ช่วยเหลือแบ่งปนั และเออื อาทรและสมานฉนั ท์
๓. สง่ เสรมิ สนับสนุนให้ผู้เรียนมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๔. สง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้ผู้เรียนได้ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามความถนดั และความสนใจ
ขอบขา่ ย
กิจกรรมนกั เรียน ประกอบด้วย
๑. กจิ กรรมลกู เสอื – ยุวกาชาด
๒. กิจกรรมชุมนุม ส่งเสริมให้ผู้เรียนจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย และเข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและ
ความสนใจ
๓. กิจกรรมกิจกรรมเพอื่ สงั คม และสาธารณประโยชน์
กิจกรรมลกู เสอื
กระบวนการลูกเสือ คือ กระบวนการพัฒนาเยาวชน มีวัตถุประสงค์เพ่ือฝึกอบรม ให้การศึกษาและพัฒนา
เยาวชนให้เป็นพลเมืองดี โดยไม่ค้านึงถึงเชือชาติ ศาสนา ทังนีเป็นไปตามความมุ่งประสงค์หลักการ และวิธีการ ซ่ึง
ลกู เสือโลกไดก้ า้ หนดไวป้ จั จบุ ันกระบวนการลกู เสอื ถอื เปน็ กระบวนการทางการศึกษาส่วนหนง่ึ ซงี่ ม่งุ พฒั นาสมรรถภาพ
ของบุคคลทังทางสมอง ร่างกาย จิตใจ และศีลธรรม เพ่ือให้เป็นบุคคลท่ีมีความประพฤติดีงาม ไม่กระท้าตนให้เป็น
ปญั หาตอ่ สังคม และดา้ รงชวี ิตอย่างมีความหมายและสุขสบาย
หลักการจัดกิจกรรมลูกเสอื
กระบวนการลกู เสอื มหี ลกั การสา้ คญั ๕ ประการ ดงั นี
๑. มศี าสนาเป็นทีย่ ึดทางจติ ใจ จงรกั ภกั ดตี ่อศาสนาที่ตนเองนบั ถือ และพงึ ปฏบิ ัตศิ าสนกิจดว้ ยความจริงใจ
๒. จงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษัตริย์ และประเทศชาติของตน พรอ้ มดว้ ยการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนสันติสุข และ
สันติภาพ ความเข้าใจท่ีดีต่อกันและกัน และความร่วมมือซ่ึงกันและกัน ตังแต่ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ
ระดบั นานาชาติ
๓. เข้าร่วมพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่น และเพ่ือนมนุษย์ทุกคน
รวมทงั ธรรมชาติ และสรรพสิ่งทังหลายในโลก
๑๕๑
๔. มคี วามรับผดิ ชอบต่อการพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๕. ลกู เสอื ทกุ คนตอ้ งยึดมนั่ ในค้าปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ
วตั ถปุ ระสงคข์ องกิจกรรมลกู เสอื
พระราชบัญญัติลกู เสอื พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตร ๘ ไดก้ ้าหนดวตั ถปุ ระสงค์ของการฝึกอบรมลกู เสือ เพื่อ
พัฒนาลูกเสือทังทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สงั คม
ให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า ทังนีเพ่ือความสงบสุขและความม่ันคงของประเทศชาติ ตามแนวทาง
ดังนี
๑. ใหม้ ีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา้ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง
๒. ให้มีความซือ่ สัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื
๓. ให้รจู้ ักบา้ เพ็ญตน เพื่อสาธารณประโยชน์
๔. ใหร้ จู้ กั ทา้ การฝมี ือ และฝึกฝนการท้ากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. ใหร้ ู้จกั รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม และความมน่ั คงของประเทศชาติ
ขอบขา่ ยกจิ กรรมลูกเสือ
กจิ กรรมลูกเสอื เป็นกิจกรรมทม่ี ่งุ ปลูกฝังระเบียบวินยั และกฎเกณฑ์ เพ่ือการอย่รู ว่ มกนั ใหร้ จู้ ักเสยี สละ และ
บ้าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และวิถีชีวิตตามระบบประชาธิปไตย การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ให้เป็นไปตาม
ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ก้าหนด
หลกั สูตรออกเปน็ ๓ ประเภท คอื
๑. ลูกเสือสา้ รอง ชนั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓
- เตรียมลูกเสอื สา้ รอง และดาวดวงท่ี ๑ ชันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
- ดาวดวงท่ี ๒ ชนั ประถมศึกษาปีที่ ๒
- ดาวดวงท่ี ๓ ชันประถมศึกษาปีท่ี ๓
๒. ลกู เสือสามญั เนตรนารี ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ – ๖
- ลูกเสอื สามัญ เนตรนารี ตรี ชนั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
- ลกู เสือสามัญ เนตรนารี โท ชันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
- ลกู เสอื สามัญ เนตรนารี เอก ชนั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
๓. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ชนั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑-๓
แนวทางการจดั กิจกรรมลกู เสือ
การจดั กจิ กรรมลกู เสือ มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวธิ กี ารทางลูกเสือ มีองคป์ ระกอบ ๗ ประการ คอื
๑. คา้ ปฏญิ าณและกฎ ถือเปน็ หลกั เกณฑ์ทีล่ ูกเสือทุกคนให้คา้ มน่ั สญั ญาว่าจะปฏบิ ัตติ าม กฎลกู เสือเป็น
หลักในการปฏิบตั ิ ไม่ “ หา้ ม” ท้าหรือ “ บงั คบั ใหท้ า้ ” แตถ่ า้ ท้าจะเกิดผลดีแกต่ นเอง เปน็ คนดี ไดร้ บั
การยกย่องเป็นผูม้ ีเกียรติเชอื่ ถือได้
๒. เรียนรู้จากการกระท้า เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความส้าเร็จหรือไม่ส้าเร็จของผลงานเกิดจากการ
กระท้าของตนเอง ท้าให้มีความรู้ท่ีชัดเจน สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และท้าทาย
ความสามารถของตนเอง
๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแทจ้ ริงของการลูกเสือ เปน็ พืนฐานในการอยู่ร่วมกัน การยอมรับซ่งึ กันและ
กัน การแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน เป็นการเรียนรกู้ ารใช้ประชาธิปไตย
เบืองตน้
๑๕๒
๔. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารี โดยใช้
สัญลักษณ์รว่ มกัน ไดแ้ ก่ เครือ่ งแบบ เคร่อื งหมาย การท้าความเคารพ รหัส สัญญาณชว่ ยให้
๕. ผ้เู รียนตระหนกั และภาคภมู ใิ จในการเปน็ สมาชกิ ขององศ์การลูกเสือโลก เพราะลกู เสอื เป็นองศ์การท่ี
มสี มาชกิ มากทสี่ ดุ ในโลก
๖. การศึกษาธรรมชาติ สิ่งส้าคัญของการลูกเสือ คือ ธรรมชาติ เป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งในการท้า
กิจกรรม ป่าเขา ชายทะเล พุ่มไม้ การปีนเขา การผจญภัย การบุกเบิก การอยู่ค่ายพักแรม การเดิน
ทางไกล เป็นทเ่ี สนห่ าแกเ่ ด็กทุกคน ถา้ ขาดสง่ิ เหลา่ นแี ล้วกไ็ มเ่ รยี กวา่ การใช้ชีวติ แบบลูกเสือ
๗. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจัดให้เด็กท้าต้องมีความก้าวหน้าและดึงดูด
ใจ สร้างให้เกิดความกระตือรอื ร้น การเล่นเกมทส่ี นกุ สนาน การแข่งขันกันเป็นส่ิงที่ดึงดูดใจและเปน็
การจูงใจทดี่ ี
๘. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ชีแนะหนทางที่ถูกต้อง เพ่ือให้เขาเกิดความม่ันใจ เด็กต้องการ
ให้ผู้ใหญ่ชีแนะ ผู้ใหญ่ก็ต้องน้าพาไปสู่หนทางท่ีดี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและดีท่ีสุดจึงเป็น
การรว่ มมอื กนั ทงั สองฝ่าย
เง่ือนไข การจัดกจิ กรรมลูกเสือ
๑. เวลาในการจัดกจิ กรรม
จัดกิจกรรมตามระดับชัน ตามหลักสูตร ชันประถมศึกษาปีที่ ๑– ๖ อัตราเวลาเรียน ๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์
หรือ ๔๐ ชวั่ โมงต่อปีการศึกษา
การจัดกิจกรรมเคร่ืองหมายวิชาพิเศษ หรือพิธีประดับดาว พิธีเข้าประจ้ากอง ของลูกเสือ เนตรนารี อาจใช้
เวลาปกติ หรือนอกเวลาเรียนก็ได้ลูกเสือ เนตรนารีทุกคนแต่งเคร่ืองแบบ ทุกครังเมื่อมีการฝึกอบรมและถูกต้องตาม
ประเภทของตนเอง
๒. การจัดกจิ กรรม
การจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีทุกครงั จดั ให้มพี ิธีเปดิ ประชมุ กอง เพอ่ื ฝกึ ความมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง โดย
ปฏบิ ัติตามขันตอน คือ
- ลูกเสือส้ารอง การท้าแกรนด์ฮาวล์ และเปิดประชุมกอง เรียนตามหลักสูตร และการท้าแกรนด์ฮาวล์
และ ปิดประชุมกอง
- ลูกเสือสามญั เนตรนารี ทา้ พธิ ีเปดิ ประชุมกอง เรียนตามหลกั สตู ร และท้าพิธีปิดประชมุ กอง
- การจัดกิจกรรมอยู่ค่ายพักแรมและเดินทางไกลมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้ลูกเสือ เนตรนารี มีความอดทน
อยใู่ นระเบียบวนิ ยั รจู้ ักชว่ ยเหลือตนเอง รจู้ กั การอยแู่ ละทา้ งานร่วมกบั ผู้อ่ืน
- การน้าลูกเสือสามัญ เนตรนารี ไปอยู่ค่ายพักแรมนอกสถานทีโดยพักค้างคืน อย่างน้อยปีละหนึ่งครัง
ลูกเสือส้ารองอยคู่ ่ายพักแรมในสถานท่ี หรือเดนิ ทางไกล ไม่พกั คา้ งคนื อย่างนอ้ ยปีละหนงึ่ ครงั
- จัดกิจกรรมทางศาสนา พิธีการทางลูกเสือ พิธีเข้าประจ้ากอง พิธีทบทวนค้าปฏิญาณการสวนสนาม พิธี
ถวายราชสดุดี พธิ ปี ระดบั เคร่ืองหมายวชิ าพิเศษ เพอ่ื ให้เกดิ ความภาคภูมิใจ เหน็ คณุ คา่ ในการเปน็ ลูกเสอื
- จัดกิจกรรมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่นการน้าลูกเสือ เนตรนารีเข้าร่วมงานชุมนุมลูกเสือในระดับ
ต่าง ๆ การน้านายหมู่ลูกเสือไปอบรมนายหมู่ลูกเสือ การประกวด ระเบียบแถว และกิจกรรมอ่ืน ๆ ตาม
ความเหมาะสม
- กิจกรรมบ้าเพ็ญประโยชน์ ส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกเสือ เนตรนารีได้บ้าเพ็ญประโยชน์ตามวันส้าคัญของ
ชาติ หรือกิจกรรมอ่นื ตามความเหมาะสม เพื่อสนองตามอดุ มการณ์ของลูกเสือ
๑๕๓
๓. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกคนในสถานศึกษาผ่านการฝึกอบรมหลักวิชาผู้ก้ากับลูกเสือขันความรู้เบืองต้น ตาม
ประเภทของตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษา ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรความรู้ชันสูง ระดับผู้น้า และ
ผู้บงั คับบญั ชาลูกเสอื ทกุ คนแต่งเครอื่ งแบบทุกครงั ท่ฝี ึกอบรม ตามประเภทของตนเอง
๔. สถานศึกษา จัดตังกอง กลุ่มลูกเสือ ต้าแหน่งทางลูกเสือ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกคนอย่างถูกต้องตามประเภท
ของลกู เสือ
กจิ กรรมชุมนมุ
กิจกรรมชุมนมุ เปน็ กิจกรรมที่ผูเ้ รียนรวมกลุม่ กันจดั ขนึ ตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจของ
ผเู้ รยี น เพื่อเติมเตม็ ความรู้ ความชา้ นาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติเพื่อพัฒนาตนเองตามศักยภาพ
หลักการ
กิจกรรมชุมนมุ มีหลกั การท่สี ้าคัญดงั นี
๑. เป็นกจิ กรรมท่ีเกดิ จากการสร้างสรรค์และออกแบบกจิ กรรมของผเู้ รียนตามความสมัครใจ
๒. เปน็ กิจกรรมท่ผี ้เู รยี นรว่ มกันท้างานเป็นทมี ชว่ ยกันคดิ ชว่ ยกันทา้ และชว่ ยกันแกป้ ัญหา
๓. เปน็ กิจกรรมทีส่ ง่ เสริมและพฒั นาศักยภาพของผู้เรียน
๔. เป็นกิจกรรมทเ่ี หมาะสมกับวยั และวุฒิภาวะของผู้เรยี น รวมทังบริบทของสถานศึกษาและท้องถิน่
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอื่ ให้ผู้เรียนไดป้ ฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน
๒. เพื่อให้ผเู้ รียนได้พฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ให้เกิด
ประสบการณ์ทงั ทางวิชาการและวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. เพือ่ ส่งเสริมให้ผู้เรียนใชเ้ วลาใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม
๔. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นทา้ งานรว่ มกับผูอ้ ่ืนไดต้ ามวิถปี ระชาธิปไตย
ขอบข่าย
กจิ กรรมชมุ นุม มีขอบขา่ ยดังนี
๑. เป็นกจิ กรรมจดั ตามความสนใจของผเู้ รยี น
๒. เป็นกจิ กรรมทีจ่ ดั เสรมิ หลักสตู รสถานศึกษาในด้านความรูแ้ ละทักษะปฏิบตั ิ ของผูเ้ รียน
๓. สามารถจดั ไดท้ งั ในและนอกสถานศึกษา และทังในเวลาและนอกเวลาเรยี น
จุดหมาย ของกจิ กรรมชมุ นุม
๑. เพอื่ ใหส้ อดคล้องกบั หลกั สตู รพนื ฐานสถานศึกษา
๒. เพ่อื ให้มที ักษะในการท้างานร่วมกัน
๓. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมีทกั ษะกระบวนการในการทา้ งาน
๔. เพอื่ ให้ร้จู ักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
๕. เพอื่ ให้มีความรบั ผดิ ชอบ ขยัน ประหยัด อดทนและมจี ิตใจเอือเฟือ้ เผ่ือแผ่
ข้นั ตอนการจัดตัง้ ชุมนุม
๑. รับสมคั รสมาชิกชมุ นุมตามความสนใจ
๒. ปฐมนเิ ทศนักเรียน
๓. เลอื กตงั กรรมการ ชมุ นุม
๔. ส่งผู้แทนร่างระเบยี บ การจัด ชุมนุม
๕. ขออนมุ ัติ ผบู้ ริหาร
๖. ประชาสัมพนั ธ์ / เผยแพร่ ประเภทของกจิ กรรมชมุ นุม
๑๕๔
กิจกรรมชมุ นมุ มี ๒ ประเภท ดงั นี
๑. กิจกรรมกลมุ่ เสรมิ ทักษะดา้ นวชิ าการ ได้แก่กลมุ่ สาระ ๘ สาระ
๒. กจิ กรรมชุมนมุ เลือกตามความถนัด และความสนใจ
ก้าหนดการจัดกิจกรรมชมุ นุม
ท่ี กจิ กรรมชุมนมุ จา้ นวนช่ัวโมง/ปี
ม.๑ ม.๒ ม.๓
๑ ชมุ นุมภาษาไทย ๒๕ ๒๕ ๒๕
๒ ชมุ นมุ คณติ ศาสตร์ ๒๕ ๒๕ ๒๕
๓ ชมุ นุมคอมพวิ เตอร์ ๒๕ ๒๕ ๒๕
๔ ชมุ นุมเศรษฐกจิ พอเพียง ๒๕ ๒๕ ๒๕
๕ ชุมนุมรักการอ่าน ๒๕ ๒๕ ๒๕
* ให้นักเรียนเลือกเรียน ๑ ชุมนุม
หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นร้อยเอ็ดเขต ๒ วทิ ยา ก้าหนดใหผ้ ู้เรยี นมเี วลา เขา้ รว่ ม กจิ กรรมชุมนุม จา้ นวน ๒๕
ชั่วโมง / ปี
กิจกรรม เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๑. จุดหมายของกจิ กรรม เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๒. เพื่อใหน้ กั เรยี นบอกประโยชน์ได้รบั จากการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชนไ์ ด้
๓. เพื่อสรา้ งคณุ ลกั ษณะคือ ทา้ ความดี ร้จู ักเสยี สละ ขยนั หมั่นเพยี รและการเปน็ สมาชกิ ท่ีมขี อง
ครอบครวั โรงเรยี น ชุนชน
๔. เพอ่ื สร้างคุณลักษณะการมวี ินัยในคนของและความรบั ผดิ ชอบ
๕. เพอ่ื สรา้ งคณุ ลักษณะ คือ การรู้จัก ท้างานรว่ มกบั ผู้อน่ื ปรบั ตัวเข้ากบั สิง่ แวดล้อม
๖. เพอื่ สร้างมวี นิ ัย ความอดทนเสยี สละการสงั เกต การรว่ มมอื กบั คนอ่นื รกั การท้างาน มคี วามคดิ รเิ รม่ิ
สร้างสรรค์ และการเปน็ ผูน้ า้ ผ้ตู าม
๑๕๕
ค้าอธบิ ายรายวชิ า
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
รหสั วชิ า ก 21901 กจิ กรรมแนะแนว
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี
กิจกรรมแนะแนวชันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ มีเนือหาวิชาให้นักเรียนได้เรียนรู้และศึกษาเก่ียวกับการคิดเป็น
ท้าเป็น แก้ปัญหาเป็น ความพึงพอใจในเอกลักษณ์ของตนเอง การวางแผนเลอื กทางศึกษาต่อ การรักนับถือตนเอง
และผู้อ่ืน การวิเคราะห์ข้อมูลและน้าเสนอข้อมูล การเลือกข้อมูลข่าวสารท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
การร่วมตัดสินใจและแก้ไขปัญหาของโรงเรียนและชุมชน ความแตกต่างระหว่างบุคคล การใช้ภาษาไทยได้อย่าง
ถูกต้องชัดเจน การใช้ปัญญาควบคุมอารมณ์ การจัดการกับความขัดแย้งของตนเองและผู้อื่น การท้าประโยชน์เพ่ือ
สว่ นรวม การท้างานรว่ มกันและการเปน็ ผ้นู ้า โดยมวี ตั ถุประสงคใ์ ห้นกั เรยี นรกั นบั ถอื ตนเองและผู้อ่นื มคี วามสามารถ
ในการคิด ท้า และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง รู้จักวิเคราะห์และเลือกสรรข่าวสารท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
สามารถตัดสนิ ใจและเลอื กแนวทางศึกษาต่อได้ ยอมเสียสละเพ่ือส่วนรวมและมคี วามพงึ พอใจในชีวติ
ผลการเรียนรู้
๑. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนคน้ พบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเหน็ คณุ ค่า
ในตนเองและผูอ้ ่ืน
๒. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนรจู้ กั การแสวงหาความรู้จากขอ้ มลู ขา่ วสาร แหล่งเรยี นรู้ ทงั ดา้ นการศกึ ษา
อาชีพ สว่ นตวั สังคม เพือ่ นา้ ไปใช้ในการวางแผนเลอื กแนวทางการศึกษาอาชีพได้อยา่ งเหมาะสม
สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพของตนเอง
๓. เพ่ือให้ผ้เู รยี นไดพ้ ฒั นาบุคลิกภาพและปรบั ปรงุ ตัวอย่ใู นสงั คมได้อย่างมคี วามสุข
๔. เพื่อให้ผเู้ รยี น มีความรู้ มีทกั ษะ มคี วามคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคติท่ีดตี ่ออาชีพสุจริต
๕. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมคี า่ นยิ มทดี่ ีงามในการด้าเนินชวี ติ เสรมิ สร้างวนิ ยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมแก่ผเู้ รยี น
๖. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมจี ิตส้านกึ ในการรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สงั คมและประเทศชาติ
รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๕๖
รหัสวิชา ก 21902 ค้าอธบิ ายรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที ๑ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กิจกรรมลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ (ลกู เสือตร)ี
เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี
เปน็ กจิ กรรมทมี่ งุ่ พฒั นาความมีระเบียบวนิ ัย ความเปน็ ผู้น้าผ้ตู ามท่ดี ี ความรับผดิ ชอบ การท้างานร่วมกัน
การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน การประนีประนอม เพื่อส่งเสริม
ให้ผู้เรียนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทังด้านร่างกาย จิตใจอารมณ์ สังคมและสติปัญญาด้าเนินการ
ตามกระบวนการลูกเสือ และจดั กจิ กรรมโดยใช้การศึกษา วเิ คราะห์ วางแผนการจัดกจิ กรรมตามมาตรฐาน เน้นระบบ
หมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ตามหลักสูตรลูกเสือ/เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ปฏิบัติกิจกรรมท่ี
ก่อให้เกิดคุณธรรม คุณลักษณะ ตามคติพจน์ ค้าปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ กิจกรรมเดินทางส้ารวจ
การเดินสวนสนาม มีทักษะทางลูกเสือในการช่วยเหลือผู้อ่ืนและการท้างานเป็นหมู่คณะ มีทักษะในการพัฒนา
สมรรถภาพทางกาย น้าหลักธรรมทางศาสนาไปปฏิบัติและเผยแพร่ ตระหนักในพระคุณของบิดา มารดา และผู้มี
พระคณุ ร้จู ักและเข้าใจเพอ่ื ช่วยเหลอื และชักจูงใหป้ ฏิบตั ติ นเปน็ คนดี สร้างความสมั พนั ธอ์ นั ดกี ับเพ่ือน และส่งิ แวดล้อม
ของชุมชน เรียนรมู้ รดกภูมปิ ัญญาไทยของทอ้ งถน่ิ ในคุณคา่ ละคณุ ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
๑. อธิบายความหมาย และประเภทของยาเสพติด และบอกชนิดของยาเสพติด อาการเม่ือเสพ และโทษของยา
เสพตดิ ชนิดต่าง ๆได้
๒. อธิบาย หลกั สา้ คญั ในพระพทุ ธศาสนา สามารถกลา่ ว ศีล ๕ ศลี ๘ อาราธนาธรรมอาราธนาพระปริตร ได้
๓. อธิบาย ความหมาย ความส้าคัญ หลักการของการบริการ และระบุกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน และ
อธิบายวิธีการบรกิ ารชมุ ชนตามกฎของลูกเสอื ได้
๔. บอกความหมาย และความส้าคัญของการปฐมพยาบาล อธิบายหลักในการปฐมพยาบาล และปฏิบัติวิธีการ
ปฐมพยาบาลอาการปว่ ยประเภทต่าง ๆในบทเรียนได้
๕. มเี วลาเรียนและรว่ มกิจกรรมไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาทังหมด
๖. เขา้ ร่วมกจิ กรรมค่ายพักแรมเพื่อทดสอบวิชาพเิ ศษภาคปฏิบัติ
๗. ช่วยเหลือผอู้ น่ื ชุมชน ชาติบา้ นเมอื ง และสงั คมโลก
รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้
๑๕๗
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คา้ อธิบายรายวชิ า
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ กจิ กรรมชุมนุม
กจิ กรรมนกั เรียน (กจิ กรรมชุมนุม)
เวลา ๒๕ ชั่วโมง/ปี
ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพ่ือพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทังด้านวิชาการ และพืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ
อย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มีความสามารถในการส่ือสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการท้างานและการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทา้ งานรกั ความเป็นไทย มี
จิตสาธารณะ
เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถด้านการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทังทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต
และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ท้าได้ ท้างานร่วมกับผู้อ่ืนได้
ตามวิถีประชาธิปไตย และประยกุ ต์หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
๒. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะหใ์ หเ้ กิดประสบการณ์ ทงั ทางวิชาการและวิชาชพี ตาม
ศกั ยภาพ
๓. ใช้เวลาว่างให้เกดประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
๔. ม่งุ มนั่ ในการทา้ งานและท้างานร่วมกบั ผ้อู ่นื ได้ตามวิถีประชาธิปไตย
๕. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
๑๕๘
คา้ อธิบายรายวิชากจิ กรรมชุมนุม
กจิ กรรมชุมนมุ ภาษาไทย
หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจ้าชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ท่ีส้าคัญอย่างหน่ึงของชาติ สมควรจะได้รับ
การทา้ นุบา้ รงุ ส่งเสรมิ และอนรุ กั ษ์ไวใ้ ห้ยั่งยืนตลอดไป
ทังนีในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม่ ๆ ในการ
ติดต่อส่ือสาร ที่มุ่งเน้นความสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ภาษาไทยซ่ึงเป็นสื่อกลางส้าคัญในการติดต่อและผูกพันต่อการ
ด้ารงชีวิตประจ้าวันของคนไทยได้รับผลกระทบ ทังภาษาพูดและภาษาเขียน ท้าให้ภาษาไทยเกิดการเปล่ียนแปลงไป
จากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง สภาพการณ์เช่นนีหากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ การใช้
ภาษาไทยของเราก็จะย่ิงเส่ือมลง จะส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นทวีคูณ อ่านและเข้าใจ
ความหมายของค้า ประโยค ข้อความและจัดท้าแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดท้าพจนานุกรมฉบับจ๋ิว ศึกษา ค้นคว้าเก่ียวกับ
ข่าว บทความจากสิ่งตพี ิมพ์ประเภทตา่ ง ๆ และประดษิ ฐท์ ี่คัน่ หนงั สือประเภทตา่ ง ๆ
เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการท้างานอย่างมีระบบ เพ่ือให้
สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพ่ือให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือใหส้ มาชิกมีความรบั ผิดชอบต่อการปฏบิ ัติหน้าทแ่ี ละสิทธิภายในขอบเขตของกฎหมาย
เพ่ือให้สมาชิกมีความสงบซาบซึงในคุณค่า ด้ารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยเพื่อให้
สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และรู้จักใช้
เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพ่ือให้สมาชิกรู้จักบ้าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติเพ่ือให้
สมาชิกมคี ณุ ธรรมและจริยธรรม เพอื่ ให้สมาชกิ พัฒนาตนเองตามวตั ถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถน้าความรู้
ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถน้าไปประยุกต์ใชก้ ับชวี ติ ประจ้าวนั ได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ร้อยกรองได้อยา่ งถกู ต้องตามอักขระวิธี
๓. เขยี น ไดถ้ ูกต้องตามหลกั ภาษาไทย
๔. ใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม
๕. นกั เรยี นมีความตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจา้ ชาติ
๖.นักเรยี นสามารถเปน็ ตวั แทนเข้ารว่ มแข่งขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
๑๕๙
ค้าอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชุมนมุ
กจิ กรรมชุมนมุ คณติ ศาสตร์
หลกั การและเหตผุ ล
คณิตศาสตร์เป็นวิชาท่ีมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัวและชีวิตของเรา คณิตศาสตร์สามารถอธิบาย
สิ่งต่าง ๆ นานาที่อยู่รอบตัวเราได้ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองคณิตศาสตร์นัน ยาก ซับซ้อน น่าเวียนหัว ท้าให้เกิด
ความเครียด และความวิตกกังวลในการเรยี น
ชุมนมุ นจี งึ จดั ขึนมาเพ่อื ใหน้ กั เรยี นในชมุ นมุ ได้มองเหน็ มุมมองอีกด้านหน่ึงของคณติ ศาสตร์ โดยการ
รวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์ ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงเกร็ดแปลกๆ เกี่ยวกับตัวเลขที่
อาจจะท้าให้นักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึนมาก็ได้ และน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยในหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ในกับชีวิตประจ้าวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง
๑. เพอ่ื ให้นักเรียนมองเหน็ ความสา้ คญั ของคณิตศาสตร์ในชีวิตประจ้าวัน
๒. เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจ มีความสุขและความสนุกสนานในการเข้าร่วม กจิ กรรม ในวชิ า
คณิตศาสตร์
๓. เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบตั ิกิจกรรมตามทตี่ นเองถนัดและสนใจ
๔. เพือ่ สง่ เสรมิ นักเรียนใหม้ ีทัศนคตทิ ด่ี ีต่อวชิ าคณติ ศาสตร์
๕. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถน้าความร้ไู ปปรับใช้ในชีวิตประจ้าวันไดเ้ ป็น และไดใ้ ช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
๖. นกั เรยี นสามารถเป็นตัวแทนเข้ารว่ มแข่งขนั กิจกรรมทางคณิตศาสตร์
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๖๐
คา้ อธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนุม
กจิ กรรมชุมนมุ คอมพิวเตอร์
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอย่างย่ิงการ
พัฒนาด้านการสื่อสารและด้านข้อมูล ดังนันจึงจ้าเป็นอย่างย่ิงที่สถานศึกษาให้ความส้าคัญต่อการเปล่ียนแปลงของ
เทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ เกิดความตระหนักและเท่าทันเทคโนโลยีในปัจจุบันเพ่ือสนับสนุนให้ผู้เรียนมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ ได้แก่ เป็นนักคิดวิเคราะห์ เป็นนักแก้ปัญหา เป็นนัก
สร้างสรรค์ เป็นนักประสานความร่วมมือ รู้จักใช้ข้อมูลและข่าวสาร เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นนักสื่อสาร และ
ตระหนกั รบั รู้สภาวการณ์ของโลกปัจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร์ จงึ เป็นกจิ กรรมกลุ่มเสริมทกั ษะด้าน
วิชาการ ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนานักเรียนให้เต็มศักยภาพ เพ่ือตอบสนองศักยภาพของ
นักเรียนได้หลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมสร้างองค์ความรแู้ ละเพ่ิมพูนทักษะคอมพิวเตอร์
ใหแ้ กน่ ักเรียนเปน็ ผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ตรงกบั สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยใี หม่ๆ และนา้ มาปรับ
ใชใ้ นชวี ิตประจา้ วันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นเกดิ ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีในชวี ติ ประจ้าวัน
๒. นักเรียนมีความรู้ทางด้านคอมพวิ เตอร์ นา้ มาใช้ในงานตา่ ง ๆ
๓. นักเรียนพฒั นาความรคู้ วามสามารถด้านการคิด วเิ คราะห์ สงั เคราะห์
๔. นกั เรยี นมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์
๕. นักเรียนมมี นุษยสมั พนั ธ์ในการทา้ กิจกรรมร่วมกนั กับผู้อนื่
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู้
๑๖๑
ค้าอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนุม
กิจกรรมชุมนมุ เศรษฐกิจพอเพยี ง
หลักการและเหตุผล
ฝึกทักษะนักเรียนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน ๓ หลักการ คือ ความพอประมาณ ความมี
เหตุผล และการสรา้ งภูมิคุ้มกันในตวั ทด่ี ี และ ๒ เง่อื นไข คอื คณุ ธรรมและความรู้ โดยนกั เรียนฝึกเรยี นเกษตรพอเพียง
ได้แก่ การเพาะเห็ดนางฟ้า การเลียงไก่พืนเมือง การเลียงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ และการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อ
สามารถน้าความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจ้าวนั และส่งเสริมอาชีพในอนาคต
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวัง
๑. เพื่อฝึกทักษะการเรยี นรู้เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ การเพาะเหด็ นางฟ้า การเลียงไก่พนื เมือง การเลียง
ปลาดกุ ในบ่อซเี มนต์ และการปลูกพืชผักสวนครัว
๒. เพอ่ื ฝึกนิสัยรักการท้างาน อยู่อยา่ งพอเพียง ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๓. เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังวิธีการคดิ ในการปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรียนรู้
๑๖๒
คา้ อธิบายรายวชิ ากิจกรรมชุมนมุ
กจิ กรรมชุมนุมรกั การอา่ น
หลักการและเหตผุ ล
อ่านและเข้าใจความหมายของค้า ประโยค ข้อความและจัดท้าแบบฝึกเปน็ รูปเล่ม จัดท้าพจนานุกรมฉบับจวิ๋
ศึกษา ค้นควา้ เกยี่ วกับ ขา่ ว บทความจากสงิ่ ตีพมิ พ์ประเภทต่าง ๆ และประดิษฐท์ ีค่ ัน่ หนงั สอื ประเภทตา่ ง ๆ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่าเก่ียวกับการจัดท้าแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดท้าพจนานุกรมฉบับจ๋ิว
และประดษิ ฐท์ ี่คนั่ หนังสือประเภทต่าง ๆ สามารถนา้ ไปใช้ในชีวิตประจ้าวันได้
เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการท้างานอย่างมีระบบ เพื่อให้
สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ์เป็นประมุขเพ่ือใหส้ มาชิกมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อการปฏบิ ัติหน้าทแี่ ละสิทธิภายในขอบเขตของกฎหมาย
เพ่ือให้สมาชิกมีความสงบซาบซึงในคุณค่า ด้ารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยเพื่อให้
สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพ่ือให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และรู้จักใช้
เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพ่ือให้สมาชิกรู้จักบ้าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความม่ันคงของชาติเพ่ือให้
สมาชกิ มีคณุ ธรรมและจริยธรรม เพ่ือใหส้ มาชกิ พัฒนาตนเองตามวตั ถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถน้าความรู้
ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ้าวนั ได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะหใ์ ห้เกดิ ประสบการณ์ ทงั ทางวชิ าการและ
วิชาชพี ตามศกั ยภาพ
๓. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
๔. มุ่งมัน่ ในการทา้ งานและทา้ งานร่วมกับผอู้ น่ื ได้ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย
๕. ประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้อยา่ งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
๑๖๓
ค้าอธบิ ายรายวชิ า
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี ๓ เวลา ๑๕ ช่วั โมง/ปี
ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝึกการท้างานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ส้ารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคดิ วิเคราะห์ และใช้ความคิดสรา้ งสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
เสริมสร้างความมีน้าใจ เอืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม
คิดออกแบบกิจกรรมบ้าเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพ่ือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตาม
แนวทางวิถชี วี ติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพ่ือให้ผู้เรียนบ้าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจใน
ลกั ษณะอาสาสมัคร พัฒนาศกั ยภาพตนเองในการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะและใช้
เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
ผลการเรียนรู้
๑. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นบ้าเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อครอบครวั โรงเรยี น ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและ
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อให้ผู้เรยี นพฒั นาศกั ยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
๔. เพื่อใหผ้ ู้เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคณุ ธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
๕. เพื่อใหผ้ ู้เรียนมจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
๑๖๔
สว่ นที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้
๑๖๕
รายวิชาพน้ื ฐาน
๑. กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รายวชิ าภาษาไทย ๑ รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ ๑
ลา้ ดับที่ ช่ือหนว่ ย มาตรฐานการ สาระสา้ คัญ เวลา นา้ หนกั
การเรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชีวดั ชวั่ โมง คะแนน
๑ นริ าศภเู ขาทอง ท ๑.๑ ม ๑/๑ - หลกั การอา่ นออกเสยี ง ๑๕ ๑๗
รอ้ ยกรอง
ม ๑/๒ - การอ่านจับใจความ
“เรอ่ื งเลา่ ”
ม ๑/๔ - อธิบายคา้ เปรียบเทียบ
ม ๑/๙ - มารยาทในการอา่ น
ท ๒.๑ ม ๑/๒ - การเขียนแนะนา้ ตนเอง
ม ๑/๗ - การเขียนจดหมายขอ
ความชว่ ยเหลือ
ม ๑/๙ - มารยาทในการเขียน
ท ๓.๑ ม ๑/๓ - พดู แสดงความคิดเหน็
ท ๔.๑ ม ๑/๔ - ภาษาพูด ภาษาเขยี น
ท ๕.๑ ม ๑/๒,ม - การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคดิ
๑/๓, ม ๑/๔ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๒ โคลงโลกนิติ ท ๑.๑ ม ๑/๑ - หลักการอ่านออกเสียง ๑๕ ๑๗
ร้อยกรอง
ม ๑/๒ - การอา่ นจับใจความ
“บทสนทนา”
ท ๒.๑ ม ๑/๑ - การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง
ม ๑/๒ บรรทัด
- การเขียนแนะน้าแหลง่ ท่องเท่ยี ว
ม ๑/๓ ในท้องถิน่
- การเขียนบรรยายประสบการณ์
ท ๓.๑ ม ๑/๑ - การพดู สรุปใจความสา้ คญั
ม ๑/๖ - มารยาทในการฟงั การดู
และการพูด
ท ๔.๑ ม ๑/๒ - คา้ ซ้า ค้าซ้อน
๑๖๖
ล้าดับที่ ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสา้ คัญ เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชวี ดั ช่วั โมง คะแนน
ท ๕.๑ ม ๑/๒,ม - การวเิ คราะห์คุณค่าและข้อคดิ
๑/๓, ม ๑/๔ จากวรรณคดีและวรรณกรรม
๓ สภุ าษิต ท ๑.๑ ม ๑/๑ - หลักการอา่ นออกเสียงร้อยกรอง ๑๕ ๑๗
พระรว่ ง ม ๑/๒ - การอ่านจับใจความ “นิทาน
ม ๑/๗ ชาดก”
- การปฏบิ ัตติ ามคมู่ ือ
ท ๒.๑ ม ๑/๗ - การเขยี นจดหมายส่วนตัว
“จดหมายแนะน้า”
ม ๑/๕ - การเขียนยอ่ ความ
ท ๓.๑ ม ๑/๑ - การพดู สรปุ ความ
ท ๔.๑ ม ๑/๖ - ส้านวน ค้าพงั เพยและสภุ าษติ
ท ๕.๑ ม ๑/๒, - การวิเคราะหค์ ุณค่าและข้อคดิ
จากวรรณคดีและวรรณกรรม
ม ๑/๓,
ม ๑/๔
ท ๑.๑ ม ๑/๑ - การอ่านออกเสียงร้อยกรอง ๑๕ ๑๙
๔ กาพย์พระไชยสุริยา ม ๑/๒ - การอา่ นจับใจความ
“เรือ่ งเลา่ จาก
ท ๒.๑ ม ๑/๒ ประสบการณ์”
ม ๑/๗ - การเขียนบนสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์
ท ๓.๑ ม ๑/๔ - การเขียนจดหมายกจิ ธุระ
ท ๔.๑ ม ๑/๒ - การพดู ประเมินความน่าเชอื่ ถอื
ม ๑/๒ ของส่ือทมี่ เี นือหา
โน้มนา้ ว
- ค้าพอ้ งรูป ค้าพ้องเสียง
- คา้ ประสม
ท ๕.๑ ม ๑/๒, - การวเิ คราะห์คุณค่าและข้อคิด
ม ๑/๓,ม ๑/๔ จากวรรณคดีและวรรณกรรม
ม ๑/๕ - การทอ่ งจ้าบทอาขยาน
รวมคะแนนระหว่างภาคเรยี น ๖๐ ๗๐
อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งเรียน : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐:๑๐:๒๐
คะแนนระหว่างเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๖๗
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชาภาษาไทย ๒ รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๒ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรยี นท่ี ๒
ล้าดบั มาตรฐานการเรยี นรู้ / สาระสา้ คญั เวลา น้าหนัก
ท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ช่ัวโมง คะแนน
ตัวชีวดั
๑๕ ๑๗
๑ ราชาธริ าช ท ๑.๑ ม ๑/๑ - การอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้
(ตอนสมิงพระราม - การอ่านจับใจความ
อาสา) ม ๑/๒
ม ๑/๖ “สารคด”ี
- งานเขียนประเภทชกั จงู
ท ๒.๑ ม ๑/๒ โนม้ น้าวใจเชงิ สรา้ งสรรค์
ม ๑/๒ - การเขียนตามคา้ บอก
ม ๑/๖ - การกรอกแบบรายการ
- การเขียนแสดง
ม ๑/๘ ความคิดเห็นสาระจากบทความ
- เขียนรายงาน
ท ๓.๑ ม ๑/๕ “สถานท่ีท่องเทีย่ วอา้ เภอศรี
ราชา”
ท ๔.๑ ม ๑/๑ - พดู รายงาน
ท ๕.๑ ม ๑/๑, “ประวัตเิ จา้ พระยาสุรศักด์ิ
ม ๑/๔ มนตรี”
- เสยี งในภาษาไทย
- สรปุ เนอื หาวรรณคดแี ละ
วรรณกรรมท่ีอ่าน
ลา้ ดับที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ / สาระสา้ คญั ๑๖๘
การเรียนรู้ ตัวชวี ัด เวลา นา้ หนัก
ชวั่ โมง คะแนน
๒ กาพยเ์ หช่ ม ท ๑.๑ ม ๑/๑ - การอ่านออกเสยี งร้อยกรอง ๑๕ ๑๗
เคร่อื ง ม ๑/๒ - การอา่ นจับใจความ
คาวหวาน “งานเขยี นเชงิ สร้างสรรค์”
ม ๑/๕ - ตีความค้ายากในเอกสารวิชาการ
ท ๒.๑ ม ๑/๖ - เขียนแสดงความคิดเห็นข่าว
และเหตุการณใ์ นท้องถิน่
ท ๓.๑ ม ๑/๑ - การพูดสรปุ ใจความสา้ คัญ
ท ๔.๑ ม ๑/๕ - การแต่งกาพย์ยานี ๑๑
ท ๕.๑ ม ๑/๑ - วรรณกรรมในทอ้ งถ่นิ อ้าเภอ
ศรีราชา
ม ๑/๒,ม ๑/๓, - วิเคราะหค์ ุณคา่ และข้อคดิ จาก
ม ๑/๔ วรรณคดีและวรรณกรรม
ม ๑/๕ - ทอ่ งจา้ บทร้อยกรอง
๓ นทิ าน ท ๑.๑ ม ๑/๑ - การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ๑๕
พืนบ้าน ม ๑/๒ - การอา่ นจับใจความ
“บันเทงิ คด”ี ๑๘
ม ๑/๘ - การอา่ นหนังสอื ตามความสนใจ
ท ๒.๑ ม ๑/๕ - การเขียนยอ่ ความจากหนงั สือพิมพ์
นิตยสาร
ส่ือสง่ิ พิมพ์ต่าง ๆ
ท ๓.๑ ม ๑/๓ - การพูดแสดงความคดิ เหน็ อยา่ ง
สร้างสรรค์จากเร่อื งท่ีฟังและดู
ท ๔.๑ ม ๑/๓ - ชนดิ และหนา้ ที่ของค้า
ค้านาม
ค้าสรรพนาม
ท ๕.๑ ม ๑/๑ ค้ากรยิ า
ม ๑/๒, ม ๑/๓, ค้าวเิ ศษณ์
ม ๑/๔ - เพลงกลอ่ มเด็ก
๑๖๙
ลา้ ดับที่ ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระส้าคญั เวลา นา้ หนกั
ชวั่ โมง คะแนน
การเรียนรู้ การเรยี นรู้ /ตวั ชวี ดั
๔ เดก็ ทีค่ รูไม่ ท ๑.๑ ม ๑/๑ - การอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว ๑๕ ๑๘
ตอ้ งการ ม ๑/๒ - การอ่านจบั ใจความ “เร่อื งสนั ”
ม ๑/๓ - การระบเุ หตแุ ละผล
และข้อเท็จจรงิ กับข้อคดิ เห็นจากเรื่อง
ท่ีอา่ น
ท ๒.๑ ม ๑/๓ - การเขยี นเร่อื งเล่า นิทาน ตา้ นาน
จากประสบการณ์ ในชีวติ
ม ๑/๔ - การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนา
ม ๑/๘ - การเขยี นโครงงาน
ท ๓.๑ ม ๑/๒ - การเล่าเร่อื งย่อจากเร่ืองท่ีฟังและดู
ท ๔.๑ ม ๑/๓ - ชนดิ และหน้าทีข่ องคา้
ค้าบพุ บท
ค้าสนั ธาน
คา้ อทุ าน
ท ๕.๑ ม ๑/๒,ม ๑/๔ - เพลงพืนบ้าน “เพลงสาวศรีราชา”
รวมคะแนนระหวา่ งภารเรียน ๖๐ ๗๐
อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐:๑๐:๒๐
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๐
๒. กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชาคณติ ศาสตร์พืนฐาน รหัสวชิ า ค ๒๑๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั ชันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๑
ล้าดบั ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระส้าคัญ เวลา น้าหนัก
ที่ การเรียนร้/ู (ช่ัวโมง) คะแนน
ตวั ชีวดั
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๑. จ้านวนเตม็ และการ ๒๕
๑ ระบบจา้ นวนเต็ม เปรยี บเทียบจ้านวนเตม็ ๑๐
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๒.การบวกลบ คูณ หารจา้ นวนเตม็ ๑๒
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๓. สมบัตขิ องจ้านวนเต็ม ๓๕
ค ๒.๒ ม. ๑/๑ ๑.รูปเรขาคณิตพนื ฐาน ๑๒
๒ การสรา้ งทางเรขาคณิต ค ๒.๒ ม. ๑/๑ ๒.การสรา้ งพนื ฐานทางเรขาคณิต ๖ ๔
ค ๒.๒ ม. ๑/๑ ๓.การสร้างรูปเรขาคณิต ๔๔
ค ๑.๑ ม. ๑/๒ ๑. ความหมายของเลขยกก้าลัง ๒ ๓
และการเขียนจ้านวนในรูปเลขยก
ก้าลงั
ค ๑.๑ ม. ๑/๒ ๒.การคณู และการหารเลข ๕๘
ยกกา้ ลังที่มีฐานเดยี วกันและ
๓ เลขยกกา้ ลงั เลขชกี ้าลงั เปน็ จ้านวนเต็ม
ค ๑.๑ ม. ๑/๒ ๓. การเขยี นแสดงจ้านวนในรูป ๒ ๔
สัญกรณว์ ทิ ยาศาสตร(์ A × ๑๐n
เมื่อ
๑ ≤ A< ๑๐ และ n เป็นจา้ นวน
เต็ม)
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๑. ทศนยิ มและการเปรียบเทียบ ๒ ๒
ทศนยิ ม
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๒. การบวก การลบ การคูณ ๔๔
และการหารทศนิยม
๔ ทศนยิ มและเศษส่วน ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๓.เศษส่วนและการเปรยี บเทียบ ๒ ๒
เศษส่วน
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๔.การบวก การลบ การคณู และ ๖ ๕
การหารเศษสว่ น
ค ๑.๑ ม. ๑/๑ ๕.ความสมั พันธร์ ะหวา่ งทศนิยม ๓ ๒
และเศษส่วน
ค ๒.๒ ม. ๑/๒ ๑.หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ๓ ๕
๑๗๑
ลา้ ดับ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระส้าคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี การเรียนร/ู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
ตัวชีวดั
รูปเรขาคณิตสองมิติ ค ๒.๒ ม. ๑/๒ ๒.ภาพดา้ นหน้า ภาพด้านขา้ ง และ ๓ ๕
๕ และสามมติ ิ ภาพด้านบนของรปู เรขาคณติ สาม
มติ ิ
รวมคะแนนระหวา่ งภาค ๖๐ ๗๐
อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งเรียน : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหวา่ งภาคเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๒
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชาคณติ ศาสตร์พนื ฐาน รหัสวิชา ค ๒๑๑๐๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ระดับชนั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
ล้าดบั ชื่อหนว่ ยการ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๒
ท่ี เรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสา้ คัญ เวลา นา้ หนัก
การเรียนร/ู้ ตัวชวี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
ค ๑.๓ ม.๑/๑ ๑. สมการและคา้ ตอบของสมการ ๔ ๔
สมการเชิงเส้นตัว ค ๑.๓ ม.๑/๑ ๒.การแกส้ มการเชิงเส้นตัวแปร ๔ ๘
แปรเดียว
๑ เดียว
ค ๑.๓ ม.๑/๑ ๓.โจทย์ปญั หาเกย่ี วกับสมการเชิง ๘ ๘
เส้นตวั แปรเดียว
ค ๑.๑ ม.๑/๓ ๑. อัตราส่วน ๔๔
๒ อตั ราสว่ น สัดสว่ น ค ๑.๑ ม.๑/๓ ๒.สัดสว่ น ๖๕
และรอ้ ยละ
ค ๑.๑ ม.๑/๓ ๓.รอ้ ยละ ๓๕
ค ๑.๑ ม.๑/๓ ๔.บทประยุกต์ ๔๖
กราฟและ ค ๑.๓ ม. ๑/๒ ๑.คู่อันดับและกราฟของคู่อันดับ ๒ ๕
๓ ความสัมพนั ธ์เชิง
ค ๑.๓ ม. ๑/๓ ๒.กราฟและการนา้ ไปใช้ ๖๕
เสน้
ค ๑.๓ ม. ๑/๓ ๓.ความสัมพนั ธ์เชิงเส้น ๕๕
ค.๓.๑ ม.๑/๑ ๑.คา้ ถามทางสถติ ิ ๒๒
๔ สถติ ิ (๑) ค.๓.๑ ม.๑/๑ ๒.การเก็บรวบรวมขอ้ มูล ๒๓
ค.๓.๑ ม.๑/๑ ๓.การน้าเสนอข้อมลู และการแปล ๑๐ ๑๐
ความหมายของข้อมูล
รวมคะแนนระหวา่ งภาค ๖๐ ๗๐
อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งเรียน : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหว่างภาคเรยี น ๗๐ คะแนน
คะแนนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๓
๓. กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ๑ รหัสวชิ า ว ๒๑๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ ภาคเรียน จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรียนท่ี ๑
ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสา้ คัญ เวลา น้าหนัก
การเรียนรู/้ ตัวชีวดั (ชัว่ โมง) คะแนน
๑ เซลล์ โครงสรา้ ง ว ๑.๑ (ม ๑/๑) เซลล์ โครงสรา้ งและหน้าที่ ๓๕ ๓๖
และหน้าท่ีของ ว ๑.๑ (ม ๑/๒) กระบวนการสรา้ งอาหาร การ
เซลล์ ว ๑.๑ (ม ๑/๓) ลา้ เลยี งในพืช การสบื พนั ธ์ุ การใช้
ว ๑.๑ (ม ๑/๔) เทคโนโลยีชวี ภาพในการปรับปรุง
ว ๑.๑ (ม ๑/๕) พนั ธ์ุและการเพิ่มผลผลิต
ว ๑.๑ (ม ๑/๖)
ว ๑.๑ (ม ๑/๗)
ว ๑.๑ (ม ๑/๘)
ว ๑.๑ (ม ๑/๙)
ว ๑.๑ (ม ๑/๑๐)
ว ๑.๑ (ม ๑/๑๑)
ว ๑.๑ (ม ๑/๑๒)
ว ๑.๑ (ม ๑/๑๓)
๒ พลังงานความร้อน ว ๕.๑ (ม ๑/๑) อณุ หภมู ิและการวัด การถ่ายโอน ๒๕ ๒๔
ว ๕.๑ (ม ๑/๒) พลงั งานความร้อน การดดู กลืนและ
ว ๕.๑ (ม ๑/๓) การคายความร้อน สมดลุ ความร้อน
ว ๕.๑ (ม ๑/๔) การขยายตัวของสาร
๓ กระบวนการทาง ว ๘.๑ (ม ๑/๑) วเิ คราะห์ สังเคราะห์ สา้ รวจ ๑๐
วิทยาศาสตร์และ ว ๘.๑ (ม ๑/๒) ตรวจสอบ สงั เกต สบื ค้นข้อมูล การ
วัดวิทยาศาสตร์ ว ๘.๑ (ม ๑/๓) แกป้ ญั หา อภปิ รายผล การน้า
ว ๘.๑ (ม ๑/๔) ความร้ไู ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการ
ว ๘.๑ (ม ๑/๕) ดา้ รงชีวิตและดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม
ว ๘.๑ (ม ๑/๖)
ว ๘.๑ (ม ๑/๗)
ว ๘.๑ (ม ๑/๘)(๑.๙)
รวมคะแนนระหว่างเรียน ๖๐ ๗๐
อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๔
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ๒ รหัสวชิ า ว ๒๑๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จา้ นวน ๑.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นท่ี ๒
ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคญั เวลา นา้ หนัก
เรียนรู/้ ตวั ชีวดั (ชัว่ โมง) คะแนน
๑ สมบตั ขิ องสาร ว ๓.๑(ม ๑/๑ ) การจ้าแนกสาร การเปล่ียนสถานะ ๓๕ ๒๘
และการจ้าแนก ว ๓.๑ (ม ๑/๒) สมบัตคิ วามเปน็ กรด – เบสของ
ว ๓.๑ (ม ๑/๓) สารละลายและการตรวจสอบ การ
ว ๓.๑ (ม ๑/๔) เตรยี มสารละลายที่มีความเข้มขน้ เป็น
ว ๓.๒ (ม ๑/๑) ร้อยละ ปจั จัยทม่ี ีผลต่อการเปล่ยี น
ว ๓.๒ (ม ๑/๒) สถานะและการละลาย
ว ๓.๒ (ม ๑/๓)
๒ แรงและการ ว ๔.๑ (ม ๑/๑) ปริมาณสเกลาร์ ปรมิ าณเวกเตอร์ ๕ ๑๒
เคลอื่ นที่ ว ๔.๑ (ม ๑/๒) ระยะทางการกระจัด อัตราเร็ว
ความเร็วในการเคล่ือนที่ของวัตถุ
๓ บรรยากาศ ว ๖.๑ (ม ๑/๑) องคป์ ระกอบ การแบง่ ชันบรรยากาศ ๒๐ ๒๐
ว ๖.๒ (ม ๑/๒) ความสมั พนั ธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความ
ว ๖.๓ (ม ๑/๓) ชนี ความกดอากาศ ผลของลมฟา้
ว ๖.๓ (ม ๑/๔) อากาศตอ่ การดา้ รงชีวิตและ
ว ๖.๓ (ม ๑/๕) ส่ิงแวดลอ้ ม การพยากรณ์อากาศ
ว ๖.๑ (ม ๑/๖) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมขิ องโลก
ว ๖.๑ (ม ๑/๗)
๔ กระบวนการทาง ว ๘.๑ (ม ๑/๑) วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ส้ารวจ ๑๐
วิทยาศาสตรแ์ ละ ว ๘.๑ (ม ๑/๒) ตรวจสอบ สงั เกต สืบคน้ ข้อมูล การ
วัดวิทยาศาสตร์ ว ๘.๑ (ม ๑/๓) แก้ปญั หา อภิปรายผล การน้าความรู้
ว ๘.๑ (ม ๑/๔) ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในการด้ารงชวี ิต
ว ๘.๑ (ม ๑/๕) และดูแลสงิ่ แวดลอ้ ม
ว ๘.๑ (ม ๑/๖)
ว ๘.๑ (ม ๑/๗)
ว ๘.๑ (ม ๑/๘)
ว ๘.๑ (ม ๑/๙)
รวมคะแนนระหว่างเรยี น ๖๐ ๗๐
อัตราส่วนคะแนนระหว่างเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหวา่ งเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๕
๔. กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รายวิชาสังคมศกึ ษา ๑ รหสั วชิ า ส ๒๑๑๐๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ ๑
ลา้ ดบั ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสา้ คญั เวลา น้าหนกั
เรียนรู้/ตวั ชวี ดั (ชม.) คะแนน
๑ ตัวช่วยสา้ รวจโลก ส ๕.๑ ม.๑/๑ การใชเ้ ครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตรเ์ สน้ ๑๐ ๑๐
ส ๕.๑ ม.๑/๒ แบ่งเวลา เวลามาตรฐาน
๒ ภัยพบิ ตั ิ ส ๕.๑ ม.๑/๓ ภัยธรรมชาติ ๔๔
๓ เปดิ คลงั มหาสมบตั ิ ส ๓.๑ ม.๑/๑ ความสา้ คัญของเศรษฐศาสตร์ ๔๔
๕ ฉลาดกนิ ฉลาดใช้ ส ๓.๑ ม.๑/๒ หลักในการบริโภค ๕ ๔
๖ ชีวิตสขุ ด้วยพอเพยี ง ส ๓.๑ ม.๑/๓ ๖ ๖
หลักและความสา้ คัญของเศรษฐกจิ
๗ สทิ ธิมนษุ ยชน ส ๒.๑ ม.๑/๑ พอเพยี ง ๔ ๔
สทิ ธมิ นุษยชน
๘ รกั แผน่ ดินเกดิ ส ๒.๑ ม.๑/๒ บทบาทและหน้าที่ของ เยาวชนไทย ๔ ๔
ส ๒.๑ ม.๑/๔
๙ รักษ์ถ่นิ ไทย ส ๒.๑ ม.๑/๓ วฒั นธรรมไทยและเพ่อื นบ้าน ๓๔
๑๐ พุทธประวตั ิ ส๑.๑ ม.๑/๑ พทุ ธประวัติ ๕ ๖
ส๑.๑ ม๑/๒ ๔ ๘
๔ ๖
ส๑.๑ ม.๑/๓ ๒ ๖
๓ ๔
๑๑ พุทธสาวก ส ๑.๑ ม.๑/๔ การประพฤตติ นตามแบบอยา่ ง ๖๐ ๗๐
พุทธสาวกิ า
๑๒ พระรัตนตรยั ส ๑.๑ ม.๑/๕ หลักธรรมค้าสอนศาสนาทต่ี น นับ
ถือ
๑๓ โยนโิ สมนสกิ าร ส ๑.๑ ม.๑/๖ การพัฒนาจิตเพื่อการเรยี นรูแ้ ละการ
ด้าเนนิ ชวี ิต
๑๔ สวดมนต์ แผ่เมตตา ส ๑.๑ ม.๑/๗ สวดมนต์แปลแผ่เมตตาบริหารจติ
ส ๑.๑ ม.๑/๘
รวมคะแนนระหว่างภาคเรยี น
๑๗๖
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชาสงั คมศกึ ษา ๒ รหสั วิชา ส ๒๑๑๐๒ กล่มุ สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชันมธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๒
ลา้ ดับ ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคัญ เวลา นา้ หนกั
เรียนร้/ู ตัวชวี ดั (ชม.) คะแนน
๑ กฎ กตกิ าของประเทศ ส ๒.๒ ม.๑/๑ กฎหมายสูงสุดของประเทศ ๖ ๖
ส ๒.๒ ม.๑/๒
๒ มนษุ ยใ์ นสังคม ส ๒.๒ ม.๑/๓ หน้าทข่ี องประชาชนตาม ๔๔
รัฐธรรมนูญ
๓ ศูนย์กลางเงนิ ทอง ส ๓.๒ ม.๑/๑ สถาบนั ทางการเงิน ๖๖
๔ ถนนเศรษฐกจิ ส ๓.๑ ม.๑/๒ การพง่ึ พาอาศัยและการ ๒๒
แข่งขนั ทางเศรษฐกิจใน
ประเทศ
๕ ตอ้ งการซือ ต้องการขาย ส ๓.๒ ม.๑/๓ ตัวชวี ัดในการผลติ และการ ๓ ๖
บรโิ ภค
๖ ลขิ สิทธ์ิของใคร ส ๓.๒ ม.๑/๔ ทรพั ยส์ ินทางปัญญา ๓๒
๗ เกิดการเปลี่ยนแปลง ส ๕.๒ ม.๑/๑ การเปลย่ี นแปลงทางธรรมชาติ ๔ ๔
๘ รวมกันเราอยู่ ในทวีปเอเชีย ออสเตรเลียโอ ๔ ๔
๙ สงั คมเงิน สงั คมคน ส ๕.๒ ม.๑/๒ เชียเนยี ๓ ๖
๑๐ เลศิ ลา้ กา้ วไกล ความร่วมมือระหวา่ งประเทศ ๓ ๔
๑๑ ศาสนาตา่ งๆ ส ๕.๒ ม.๑/๓ ในทวปี เอเชยี ออสเตรเลยี ๖ ๖
โอเชียเนีย
ส ๕.๒ ม.๑/๔
ส ๑.๑ ม.๑/๙ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม
ส ๑.๑ ม.๑/๑๐ ในทวปี เอเชยี ออสเตรเลียโอ
เชียเนีย
ปจั จยั ทางกายภาพและสงั คม
ที่มผี ลตอ่ เทคโนโลยี
ปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสม
ตามทีต่ นนบั ถอื ศาสนา
๑๒ ตัวอย่างบคุ คลด้าน ส ๑.๑ ม.๑/๑๑ ตวั อยา่ งบคุ คล ๔๖
ศาสนสัมพันธ์
๑๗๗
ลา้ ดบั ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคัญ เวลา นา้ หนัก
เรยี นรู/้ ตัวชวี ัด (ชม.) คะแนน
๑๓ การบ้าเพ็ญประโยชน์ ส ๑.๒ ม.๑/๑ การบ้าเพ็ญประโยชนแ์ ละ ๔ ๔
ต่อศาสนสถาน ส ๑.๒ ม.๑/๒ บ้ารงุ วัด
๑๔ การปฏบิ ตั ิตนอย่าเหมาะสม ส ๑.๒ ม.๑/๓ บทบาทของพระภิกษใุ นการ ๓ ๔
ตอ่ บุคคลตามศาสนาทต่ี น เผยแผ่พระพทุ ธศาสนา
นับถือ
๑๕ พิธกี รรม ส ๑.๒ ม.๑/๔ คา้ อาราธนาตา่ งๆ ๓๖
ส ๑.๒ ม.๑/๕
รวมคะแนนระหว่างเรียน ๖๐ ๑๐๐
อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งเรียน : กลางภาค : ปลายภาค : ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหว่างเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๘
๕. สาระการเรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตร์
รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ ๑ รหสั วชิ า ส ๒๑๑๐๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จ้านวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๑
ล้าดับ ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสา้ คัญ เวลา นา้ หนัก
เรยี นรู/้ ตัวชวี ัด (ชม.) คะแนน
๑. ย้อนเวลาสูอ่ ดตี ส ๔.๑ ม.๑/๑ ความส้าคญั ของเวลาทาง ๔ ๑๒
ประวัติศาสตร์
๒. กาลเวลา ส ๔.๑ ม.๑/๒ ทมี่ าและการนับศกั ราชตา่ ง ๆ ๔ ๑๖
๓. เรียงอันดับ ส ๔.๑ ม.๑/๓ วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ ๔ ๑๖
๔. รอยอดีต ส ๔.๓ ม.๑/๑ ประวตั ิศาสตรส์ มัยก่อนสุโขทัย ๖ ๒๖
รวมคะแนนระหวา่ งเรียน ๒๐ ๗๐
อตั ราส่วนคะแนนระหว่างเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค : ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหว่างเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๗๙
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชาประวัตศิ าสตร์ ๒ หสั วิชา ส ๒๑๑๐๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จ้านวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรียนที่ ๒
ลา้ ดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคัญ เวลา น้าหนกั
เรยี นรู้/ตัวชีวดั (ชม.) คะแนน
๖ ๒๐
๑. เร่มิ ต้นประวตั ิศาสตร์ ส ๔.๓ ม.๑/๒ อาณาจักรสโุ ขทัย
๓ ๑๕
ไทย
๖ ๒๐
๒. ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน ส ๔.๓ ม.๑/๓ วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา
๓ ๑๕
ไทย
๒๐ ๗๐
๓. ววิ ัฒนาการเอเชีย ส ๔.๒ ม.๑/๑ พัฒนาการของ
อาคเนย์ เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
๔. มรดกโลก ส ๔.๒ ม.๑/๒ แหลง่ อารยธรรมในภมู ิภาค
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
รวมคะแนนระหวา่ งเรยี น
อัตราส่วนคะแนนระหว่างเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค : ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๘๐
๖. กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชา สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
หน่วยท่ี มาตรฐาน แผนการ สาระส้าคัญ วิธีสอน เวลา นา้ หนัก
ตวั ชวี ัด
จดั การเรยี นรู้
๑ระบบ พ ๑.๑
ต่อม ม. ๑/๑ ๑. ระบบต่อม การเรยี นร้รู ะบบประสาท ร่วมแรง ร่วม ๒ ๒๐
ม. ๑/๒ ระบบต่อมไร้ทอ่ ชว่ ยให้ ใจ
ม. ๑/๓
ม. ¼ ทราบลกั ษณะความส้าคญั แบบบรรยาย
๒. เพศ พ ๒.๑
และวัย ม. ๒/๑ และอิทธพิ ลของระบบตอ่ ม เทคนคิ กล่มุ
ม. ๒/๒
๓. การ พ ๒.๑ ต่อตวั เรา สบื คน้
ปรับตน ม. ๒/๑
การปรับใจ ม. ๒/๒ ๒. เพศและ เพศมีการพัฒนาตามช่วงวยั เทคนคิ กลมุ่ ๔ ๒๐
๔.ก้าลงั พ ๓.๑
กายก้าลงั ดี ม. ๓/๑ วยั ซึง่ มอี ิทธิพลตอ่ ร่างกาย สบื ค้น
รวมตลอดปี / ภาค จติ ใจ และอารมณ์
๓. การปรบั ความเสมอภาคของเพศและ เทคนคิ คคู่ ดิ ๔ ๒๐
ตนการปรับใจ วัยนา้ มาสูก่ ารปรับตวั และ
การอยรู่ ว่ มกันในสังคม
๔.กา้ ลังกาย การใช้กฬี า นันทนาการเปน็ ร่วมมอื กนั ๑๐ ๔๐
ก้าลงั ดี สือ่ ในการพฒั นาสุขภาพ เรยี นรู้
ตนเอง ยอ่ มท้าใหส้ ุขภาพ
กายสุขภาพจติ ดี
๒๐ ๑๐๐
๑๘๑
โครงสร้างการเรยี นรู้ วชิ าสุขศกึ ษา สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ ๒๑๑๐๒ ระดบั มัธยมศกึ ษา ระดับชันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
หนว่ ยที่ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนัก
๕. ภาวะโภชนาการท่ีมี (ชั่วโมง) คะแนน
ผลกระทบต่อสขุ ภาพ ตวั ชีวัด
๓ ๑๕
๖. การปฐมพยาบาลและ พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและ ๑. ภาวะโภชนาการมี
การเคล่อื นย้ายผูป้ ่วย ๗ ๓๕
มีทกั ษะในการสรา้ ง ผลกระทบต่อสขุ ภาพของ
๗ สารเสพตดิ ๑๐ ๕๐
เสรมิ สขุ ภาพ การด้ารง ประชาชนการสรา้ งพฤตกิ รรม
สขุ ภาพ การป้องกัน การบริโภคทถ่ี กู ต้องจะเปน็ การ
โรค และการสร้างเสรมิ แก้ไขและสรา้ งความตระหนัก
สขุ ภาพ ใหเ้ ห็นคุณค่าในการดูแลสขุ ภาพ
ม. ๑/๒ วิเคราะห์ ของตนเองตลอดไป
ปัญหาท่ีเกดิ จากภาวะ ๒. การควบคุมน้าหนกั ตัวให้อยู่
โภชนาการทม่ี ี ในเกณฑม์ าตรฐานเป็นส่ิงสา้ คัญ
ผลกระทบต่อสขุ ภาพ ที่จะทา้ ให้มีสุขภาพดไี มเ่ สยี่ งต่อ
ม. ๑/๓ ควบคุม การเกิดโรคตา่ ง ๆ และสามารถ
น้าหนกั ของตนเองให้ ทา้ กจิ กรรมในชีวิตประจ้าวันได้
อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างมีประสิทธิภาพ
พ ๕.๑ ป้องกันและ ๑. การปฐมพยาบาลอย่าง
หลีกเล่ยี งปจั จยั เส่ียง ถกู ต้องจะชว่ ยบรรเทาอาการ
พฤติกรรมเสย่ี งต่อ เจ็บปว่ ยหรอื บาดเจบ็ ของผปู้ ่วย
สุขภาพ อบุ ัติเหตุ การ ป้องกนั การเกิดความพกิ ารและ
ใชย้ าสารเสพตดิ และ ลดอตั ราเส่ียงของการเสยี ชีวติ
ความรนุ แรง จากการเจบ็ ปว่ ยหรือบาดเจ็บ
ม๑/๑ .แสดงวิธีการ ๒. ในการเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ย ผ้ใู ห้
ปฐมพยาบาลแล การช่วยเหลอื จะต้องไดร้ บั การ
เคลือ่ นย้ายผปู้ ่วยอย่าง ฝึกฝนเรอื่ งการเคล่ือนยา้ ยมา
ปลอดภยั เป็นอย่างดี เพอื่ ใหก้ าร
ชว่ ยเหลือผปู้ ่วยไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธภิ าพและเกดิ ความ
ปลอดภัย
พ ๕.๑ ปอ้ งกนั และ ๑. ผตู้ ดิ สารเสพตดิ มลี ักษณะ
หลกี เล่ียงปจั จัยเสีย่ ง ทางพฤตกิ รรมความคิด
พฤติกรรมเสี่ยงต่อ ความรูส้ ึก บุคลิกภาพและโลก
สุขภาพ อบุ ตั ิเหตุ การ ทัศนส์ ว่ นตวั เปล่ียนไปจากเดิม
ใช้ยาสารเสพตดิ และ ในดา้ นลบ ซ่งึ ลกั ษณะอาการที่
ความรุนแรง แสดงออกนนั ขึนอยู่กบั การออ
๑๘๒
หน่วยที่ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
ตัวชวี ดั (ช่วั โมง) คะแนน
กกฤทธ์ิของสารเสพตดิ แตล่ ะ
ม. ๑/๒ อธิบายลักษะ ชนดิ
อาการของผู้ติดสาร ๒.สารเสพตดิ ท่ีส่งผลกระทบต่อ
เสพตดิ และการป้องกัน รา่ งกายท้าให้ผ้เู สพเกิดโรค
การตดิ สารเสพติด ตา่ ง ๆ และส่งผลกระทบต่อ
จติ ใจดว้ ย โดยสภาพจิตใจของผู้
ม. ๑/๓ อธบิ าย เสพจะเปลีย่ นไปในทางทแ่ี ยล่ ง
ความสัมพันธ์ของการ และขาดสตจิ งึ ส่งผลใหเ้ กิด
ใช้สารเสพติดกบั การ อุบัติเหตุในชีวิตประจา้ วันได้
เกิดโรคและอุบตั ิเหตุ ๓.การชกั ชวนและโน้มน้าวจติ ใจ
ใหผ้ ้อู ื่น ลด ละ เลกิ สารเสพติด
ม. ๑/๔.แสดงวิธกี าร ได้ จะท้าให้คนในสงั คมอยู่
ชักชวนผูอ้ น่ื ให้ลด ละ ร่วมกันอย่างมคี วามสขุ
เลกิ สารเสพตดิ โดยใช้
ทกั ษะตา่ ง ๆ
๗ สารเสพตดิ พ ๕.๑ ป้องกันและ ๑. ผูต้ ิดสารเสพติดมีลกั ษณะ ๑๐ ๕๐
หลีกเล่ียงปัจจยั เสย่ี ง ทางพฤติกรรมความคิด
พฤติกรรมเสี่ยงต่อ ความรสู้ ึก บุคลกิ ภาพและโลก
สุขภาพ อบุ ัตเิ หตุ การ ทัศนส์ ่วนตวั เปล่ยี นไปจากเดิม
ใช้ยาสารเสพติด และ ในด้านลบ ซึง่ ลกั ษณะอาการท่ี
ความรุนแรง แสดงออกนนั ขึนอยู่กับการออ
ม. ๑/๒ อธิบายลักษะ กกฤทธ์ขิ องสารเสพตดิ แตล่ ะ
อาการของผ้ตู ิดสาร ชนดิ
เสพติดและการป้องกนั ๒.สารเสพตดิ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อ
การติดสารเสพตดิ ร่างกายทา้ ใหผ้ เู้ สพเกิดโรค
ตา่ ง ๆ และสง่ ผลกระทบต่อ
ม. ๑/๓ อธบิ าย จิตใจด้วย โดยสภาพจิตใจของผู้
ความสัมพนั ธข์ องการ เสพจะเปลีย่ นไปในทางท่ีแยล่ ง
ใช้สารเสพตดิ กับการ และขาดสติจงึ สง่ ผลให้เกิด
เกดิ โรคและอุบัตเิ หตุ อุบตั เิ หตใุ นชีวิตประจา้ วนั ได้
ม. ๑/๔.แสดงวิธีการ ๓.การชักชวนและโนม้ นา้ วจิตใจ
ชกั ชวนผู้อ่ืนใหล้ ด ละ ให้ผอู้ ื่น ลด ละ เลิก สารเสพติด
เลิกสารเสพตดิ โดยใช้ ได้ จะทา้ ใหค้ นในสังคมอยู่
ทกั ษะต่าง ๆ รว่ มกันอย่างมคี วามสุข
รวม ๒๐ ๑๐๐
๑๘๓
๗. กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวชิ า ศิลปะ รหัสวิชา ศ๒๑๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะพื้นฐาน
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ จ้านวนหน่วยกิต ๑.๐ จ้านวน ๔๐ ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ ๑
ล้าดับ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระส้าคัญ เวลา นา้ หนกั
ที่ / ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน
๑ พืนฐานศลิ ปะ ศ๑.๑ ม.๑/๑, ทศั นธาตแุ ละองคป์ ระกอบในการสร้างงาน ๔ ๑๐
ม.๑/๒ ทศั นศิลป์
๒ ภาพทศั นยี ภาพ ศ๑.๑ ม.๑/๓ หลกั การวาดภาพทัศนียภาพ ๖ ๑๐
๓ ทัศนศิลปท์ ้องถนิ่ ศ๑.๒ ม.๑/๑ ลกั ษณะ รูปแบบงานทัศนศลิ ปข์ องชาติ ๔ ๕
และท้องถน่ิ
๔ ทฤษฎโี นต้ ศ๒.๑ ม.๑/๑ เครื่องหมายสญั ลักษณแ์ ละองค์ประกอบ ๔ ๑๐
ศ๒.๒ ม.๑/๒ ของดนตรี
๕ การบา้ รุงรกั ษาเครื่อง ศ๒.๑ ม.๑/๙ การใชแ้ ละบา้ รงุ รักษาเครอื่ งดนตรีของตน ๒ ๕
ดนตรี
๖ รูปแบบของบทเพลง ศ๒.๑ ม.๑/๒, การร้องเพลงและบรรเลงเพลงทีห่ ลาก ๖ ๑๐
ม.๑/๓ หลายรูปแบบ
๗ ศิลปินทีช่ ื่นชอบ ศ๓.๑ ม.๑/๑ อทิ ธพิ ลของนักแสดงที่มผี ลต่อพฤติกรรม ๔ ๕
ของผูช้ ม
๘ นาฏยปฏบิ ตั ิ ศ๓.๑ ม.๑/๒ การปฏิบัตินาฏยศัพท์และการเคลอ่ื นไหว ๖ ๕
ร่างกายประกอบบทเพลงขันพืนฐาน
๙ รปู แบบการแสดง ศ๓.๑ ม.๑/๓ รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร ๔ ๑๐
นาฏศิลป์ ศ๓.๒ ม.๑/๒ ไทยในแต่ละยคุ สมัย
รวมเวลา (ช่ัวโมง) / น้าหนักคะแนนระหว่างภาคเรยี น ๔๐ ๗๐
อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหว่างภาคเรยี น ๗๐ คะแนน
คะแนนการสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนการสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๘๔
โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวชิ า ศิลปะ รหสั วิชา ศ๒๑๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ิลปะพน้ื ฐาน
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ จา้ นวนหนว่ ยกิต ๑.๐ จา้ นวน ๔๐ ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ๒
ลา้ ดับ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสา้ คัญ เวลา น้าหนัก
ท่ี / ตัวชวี้ ดั (ชัว่ โมง) คะแนน
๑ งานปัน้ หรอื งานสื่อผสม ศ๑.๑ ม.๑/๔ เอกภาพความกลมกลืนของ ๔ ๑๐
เรือ่ งราวในงานปนั้ หรืองานสื่อผสม
๒ การออกแบบ ศ๑.๑ ม.๑/๕ การออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์ ๖ ๑๐
หรอื งานกราฟกิ
๓ การประเมินงาน ศ๑.๑ ม.๑/๖ การประเมนิ งานทัศนศลิ ป์ ๒๕
ทศั นศิลป์
๔ ความตา่ งในงาน ศ๑.๒ ม.๑/๒, งานทัศนศลิ ปภ์ าคตา่ ง ๆของไทย ๔ ๕
ทศั นศิลป์ ม.๑/๓ และความแตกต่างของสาเหตุ
การสรา้ งสรรค์
๕ การจัดประเภทวงดนตรี ศ๒.๑ ม.๑/๔ วงดนตรพี นื เมือง ๔ ๑๐
ศ๒.๒ ม.๑/๑ วงดนตรไี ทย
วงดนตรีสากล
๖ การถ่ายทอดอารมณ์ของ ศ๒.๑ ม.๑/๕, ปจั จัยทีม่ ีผลต่ออารมณ์ในการฟัง ๔ ๕
บทเพลง ม.๑/๖ ดนตรี
๗ การนา้ เสนอและการ ศ๒.๑ ม.๑/๗, การน้าเสนอเพลงทีต่ นสนใจและ ๖ ๑๐
ประเมนิ คุณภาพของ ม.๑/๘ การประเมนิ คุณภาพของบทเพลง
เพลง
๘ การจัดการแสดง ศ๓.๑ ม.๑/๔ การสร้างสรรค์กจิ กรรมการแสดง ๔ ๕
โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม
๙ สุนทรียะทางนาฏศิลป์ ศ๓.๑ ม.๑/๕ หลกั ในการชมการแสดง ๓๕
๑๐ ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ป์ ศ๓.๒ ม.๑/๑ ปจั จัยทีม่ ผี ลต่อการเปล่ียนแปลง ๓ ๕
และการละคร ของนาฏศลิ ป์และการละครไทย
รวมเวลา (ช่ัวโมง) / น้าหนักคะแนนระหว่างภาคเรียน ๔๐ ๗๐
อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรยี น : กลางภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๑๐ : ๒๐
คะแนนระหวา่ งภาคเรียน ๗๐ คะแนน
คะแนนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน
คะแนนสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน
๑๘๕
๘. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
โครงสร้างรายวิชาพนื ฐาน การงานอาชพี
ชันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๑ หนว่ ยกิต
ลา้ ดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี เรยี นร้/ู ตัวช้วี ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
๑ งานบ้าน ง ๑.๑ ม.๑/๑ , ๑. การเลอื กและใช้อปุ กรณ์อา้ นวย ๘
ม.๑/๒ , ม.๑/๓ ความสะดวกในการทา้ งานบ้านได้
เหมาะสมกับลกั ษณะงานจะท้าให้
การทา้ งานมีประสิทธิภาพและ
ไดผ้ ลงานที่มคี ณุ ภาพ
๒. การจดั และตกแตง่ หอ้ งตา่ ง ๆ
ภายในบ้านอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และไดผ้ ลงานที่มีคณุ ภาพต้อง
ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การมปี ระโยชน์
ประหยดั ปลอดภยั
๒ เสือผ้าและ ง ๑.๑ ม.๑/๑, กระดมุ และรังดุมเปน็ ส่วน ๔
เครอ่ื งแต่งกาย ม.๑/๓ ประกอบของเสือผา้ ซ่งึ อาจชา้ รุด
ได้ ถา้ รจู้ ักซ่อมแซมด้วยวิธกี ารที่
ถกู ตอ้ งตามลักษณะของกระดุมแต่
ละชนิด จะทา้ ใหผ้ ลงานเรยี บรอ้ ย
มีคุณภาพและเสือผ้าที่
ซ่อมแซมกระดมุ แลว้ สามารถน้า
กลับมาใช้งานได้อกี ครงั
๑๘๖
ลา้ ดับ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสา้ คัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี เรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน
๓ อาหารและโภชนาการ ง ๑.๑ ม.๑/๑ , ๑. การเตรียม ประกอบ จดั ตกแตง่ ๘
ม.๑/๒ , ม.๑/๓ อาหารคาวหวานตามหลกั การ
อย่างถูกวิธี และวางแผนก่อน
ลงมือปฏบิ ตั ิ จะทา้ ใหอ้ าหารนา่
รบั ประทาน มรี สชาติดี มคี ณุ ค่า
ทางอาหาร ปลอดภยั และ
ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย
๒. การบรกิ ารอาหารในครอบครัว
และในการจดั เลียงรูปแบบตา่ ง ๆ
ผ้บู รกิ ารต้องยดึ หลกั ชา่ งสังเกต มี
มารยาท และรูจ้ กั บรกิ ารอาหารให้
เหมาะสมกบั โอกาส
๔ งานเกษตร ง ๑.๑ ม.๑/๑, ๑. การแปรรูปผลผลติ ทาง ๗
๕ งานชา่ ง ม.๑/๒ , ม.๑/๓ การเกษตรเป็นการนา้ ผลผลติ ท่ี
ไดจ้ ากการเกษตรมาเปลย่ี นแปลง
สภาพให้กลายเปน็ ผลติ ภณั ฑ์
รูปแบบใหม่ เพ่อื ยดื อายกุ ารเก็บ
รักษาผลผลติ และตอบสนองความ
ตอ้ งการของผูบ้ รโิ ภค
๒. การจดั สวนในภาชนะให้
สวยงาม มีจดุ เด่นและประทับใจ
ผชู้ ม ตอ้ งเลือกใช้ภาชนะวัสดุ
อุปกรณ์และพันธุ์ไมใ้ หเ้ หมาะสม
รวมถงึ จัดสวนในภาชนะตาม
ขันตอนที่ถูกต้องและดูแลรกั ษา
อย่างถกู วธิ ี
ง ๑.๑ ม.๑/๓ การซ่อมแซมอุปกรณแ์ ละเคร่อื งมอื ๔
เคร่ืองใช้ตามหลกั การและวธิ ีการท่ี
ถกู ตอ้ ง จะทา้ ให้การทา้ งานมี
ประสิทธภิ าพ ไดผ้ ลงาน
ที่มีคุณภาพและฝึกทักษะการ
ซอ่ มแซมซ่งึ เป็นพืนฐานในการ
ประกอบอาชพี
๑๘๗
ลา้ ดับ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระส้าคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี เรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน
๖ งานประดิษฐ์ ง ๑.๑ ม.๑/๒ การประดษิ ฐ์ของใช้ของตกแต่ง ๗
จากวสั ดุในท้องถน่ิ ต้องทา้ อย่างมี
กระบวนการและความคดิ
สร้างสรรค์ เพ่อื ฝกึ ใหผ้ ู้ประดษิ ฐ์
มที ักษะในการสรา้ งชนิ งาน
และสรา้ งเสริมคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์ในด้านตา่ ง ๆ
รวมถงึ มสี ว่ นช่วยในการสืบทอด
เอกลักษณไ์ ทย
๗ งานอาชพี ง ๔.๑ ม.๑/๑, การเลือกประกอบอาชพี ที่ ๒
ม.๑/๒ , ม.๑/๓ เหมาะสมกบั ตนเอง ควรใช้
กระบวนการตดั สนิ ใจเลือกอาชพี
มาช่วยในการพจิ ารณาและตอ้ ง
เตรียมตวั เพือ่ เข้าสูง่ านอาชพี
ตลอดจนประกอบอาชพี อยา่ ง
สจุ รติ และมีคณุ ธรรม
รวม ๔๐
๑๘๘
๙. กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ (ภาษาอังกฤษ)
อ ๒๑๑๐๑ รายวชิ าภาษาองั กฤษพืนฐาน ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ชนั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จา้ นวน ๑.๕ หน่วยกติ
หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
๑ เรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
/ ตัวชีวัด
Orientation ๑ -
Pre test and - หลักสูตรภาษาอังกฤษ ๑ -
Need Survey
ม.๑ ๑๘ ๒๕
About Me
- -Vocabularies
-Grammar
-Expression and
Conversation
-Wants and Needs
in English
Classroom
อ ๑.๑ ม.๑/๑ Vocabulary
อ ๑.๑ ม.๑/๒ - Names and Jobs,
อ ๑.๑ ม.๑/๓ - Country and
อ ๑.๑ ม.๑/๔ Nationality,
อ ๑.๒ ม.๑/๑ -Cardinal and
อ ๑.๒ ม.๑/๔ ordinal
อ ๑.๓ ม.๑/๑ numbers,
อ ๒.๑ ม.๑/๑ - Days and Month,
อ ๒.๑ ม.๑/๓ - School subjects
อ ๒.๒ ม.๑/๑ Structure
อ ๔.๑ ม.๑/๑ Present simple
tense with “be”
Function
-Asking and giving
information
-Describing picture
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา ๑๘๙
๒ เรยี นรู้ (ชั่วโมง) นา้ หนัก
/ ตวั ชวี ัด คะแนน
๓ A Happy ๑๒
Family อ ๑.๑ ม.๑/๑ Vocabulary ๒๕
อ ๑.๑ ม.๑/๒ - Family words ๑๒
A Dream อ ๑.๑ ม.๑/๓ - Family relation ๒๕
House อ ๑.๑ ม.๑/๔ Structure
อ ๑.๒ ม.๑/๑ Present simple
อ ๑.๒ ม.๑/๔ tense with “have”
อ ๑.๓ ม.๑/๑ Function
อ ๒.๑ ม.๑/๑ -Asking and giving
อ ๒.๑ ม.๑/๓ information
อ ๒.๒ ม.๑/๑ -Describing picture
อ ๔.๑ ม.๑/๑
อ ๑.๑ ม.๑/๑ Vocabulary
อ ๑.๑ ม.๑/๒ - Types of house
อ ๑.๑ ม.๑/๓ - Rooms in house
อ ๑.๑ ม.๑/๔ - Things in rooms
อ ๑.๒ ม.๑/๑ Structure
อ ๑.๒ ม.๑/๔ -Present simple
อ ๑.๓ ม.๑/๑ tense with there
อ ๒.๑ ม.๑/๑ is/are
อ ๒.๑ ม.๑/๓ - Preposition of
อ ๒.๒ ม.๑/๑ place
อ ๔.๑ ม.๑/๑ Function
-Asking and giving
information
-Describing picture
๑๙๐
หน่วยที่ ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
๔ (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรู้ / ตัวชวี ดั Vocabulary
๗ -Places in a ๑๒ ๒๕
An Ideal อ ๑.๑ ม.๑/๑ neighborhood
Neighborhood อ ๑.๑ ม.๑/๒ - signs and ๔๐ -
directions
อ ๑.๑ ม.๑/๓ Structure
อ ๑.๑ ม.๑/๔ -Present simple
อ ๑.๒ ม.๑/๑ tense
อ ๑.๒ ม.๑/๔ -Imperative
อ ๑.๓ ม.๑/๑ sentence
อ ๒.๑ ม.๑/๑ -Preposition of
อ ๒.๑ ม.๑/๓ place
อ ๒.๒ ม.๑/๑ Function
อ ๔.๑ ม.๑/๑ -Describing picture
-Asking and giving
directions
Review -
๑๙๑
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน
อ ๒๑๑๐๒ รายวชิ าภาษาอังกฤษพืนฐาน ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ชันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จา้ นวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ช่ือหน่วย มาตรฐาน สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนัก
Orientation และตัวช้ีวัด ๑ คะแนน
- -หลักสตู ร รายวชิ า อ ๒๑๑๐๒ ๑๒
Unite ๕ -การวัดและประเมนิ ผล -
The Animal อ ๑.๑ ม.๑/๑-๔ ๑๒ ๒๐
อ ๑.๒ ม.๑/๑-๕ Vocabulary
World อ ๑.๓ ม.๑/๑-๓ - Wild animals insects and pets ๙ ๒๐
อ ๒.๑ ม.๑/๑-๓ - Adjective of manner
Unit ๖ อ ๒.๒ ม.๑/๑-๒ - Health : broken leg, -ache ๒๐
Leisure อ ๓.๑ ม.๑/๑ Fever, flu, cough, etc.
Activities อ ๔.๑ ม.๑/๑ Structure
อ ๔.๒ ม.๑/๑ - Present simple tense
Unit ๗ - Should (not) + Vinf.
My Future อ ๑.๑ ม.๑/๑-๔ Function
อ ๑.๒ ม.๑/๑-๕ - Describing picture
อ ๑.๓ ม.๑/๑-๓ - Asking for and giving
อ ๒.๑ ม.๑/๑-๓ suggestion
อ ๒.๒ ม.๑/๑-๒
อ ๓.๑ ม.๑/๑ Vocabulary
อ ๔.๑ ม.๑/๑ -Music : jazz, pop, rock, etc.
อ ๔.๒ ม.๑/๑ -Movie : horror, romantic, etc
-Sports and game : football,
อ ๑.๑ ม.๑/๑-๔ golf, chess, etc.
อ ๑.๒ ม.๑/๑-๕ -Hobby : collecting stamps,
อ ๑.๓ ม.๑/๑-๓ drawing, compose poem, etc.
อ ๒.๑ ม.๑/๑-๓ -Time :
Structure
- Present simple tense
- Adverb of frequency
Function
-Expressing ideas/like or dislike
-Asking for and telling about
times
Vocabulary
- Jobs
- Education : School subjects,
educational institutes
ชือ่ หน่วย มาตรฐาน สาระการเรยี นรู้ เวลา ๑๙๒
และตัวช้ีวัด ๙ นา้ หนัก
อ ๒.๒ ม.๑/๑-๒ - Conjunctions : and, but, or ๑๕ คะแนน
อ ๓.๑ ม.๑/๑ Structure
อ ๔.๑ ม.๑/๑ - Compound sentences. ๒ ๒๐
อ ๔.๒ ม.๑/๑ - Future simple tense ๒๐
Function
Unit ๘ อ ๑.๑ ม.๑/ - Giving reason -
Merry Christmas ๑๔ - Asking and giving information
Vocabulary
อ ๑.๒ ม.๑/๑-๕ - Christmas symbols
อ ๑.๓ ม.๑/๑-๓ - Christmas songs
อ ๒.๑ ม.๑/๑-๓ - Christmas activities
อ ๒.๒ ม.๑/๑-๒ Structure
อ ๓.๑ ม.๑/๑ - Past simple tense
อ ๔.๑ ม.๑/๑ Function
อ ๔.๒ ม.๑/๑ - Asking and giving information
Unit ๙ อ ๑.๑ ม.๑/๑- Vocabulary
Healthy Food ๔ -Food & drinks :
Kind of food and drinks –
อ ๑.๒ ม.๑/๑-๕ sandwiches, burger, cake, etc.
อ ๑.๓ ม.๑/๑-๓ Methods –grill, boil, fry, etc.
อ ๒.๑ ม.๑/๑-๓ Ingredient – sugar, salt, etc.
อ ๒.๒ ม.๑/๑-๒ Taste - sweet, spicy, salty,
อ ๓.๑ ม.๑/๑ etc.
อ ๔.๑ ม.๑/๑ Nutrition : Protein,
อ ๔.๒ ม.๑/๑ minerals, etc.
- Connectors: next, last, first,
Review - then, before, after, second,
third, etc.
Structure
- Compound sentences
- Imperative sentences
Function
- Giving instruction
- Asking for and giving
Information
-
๑๙๓
รายวิชาเพ่ิมเติม
๑๙๔
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยการเรียนรรู้ ายวิชาเพิม่ เตมิ
รหัสวชิ า ส๒๑๒๐๑ การปอ้ งกันการทุจรติ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จ้านวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ล้าดบั หนว่ ยการเรียนรู้ เรอื่ ง จา้ นวนชั่วโมง
๖
๑ การคิดแยกแยะระหวา่ ง การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม
ผลประโยชน์ส่วนรวม - การคิดแยกแยะ
- ระบบคิดฐาน 2
- ระบบคดิ ฐาน 10
- ความแตกตา่ งระหว่างจริยธรรมและการทุจริต
(ชุมชน สังคม)
- ประโยชนส์ ว่ นบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
(ชุมชน สังคม)
- การขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนบคุ คลและ
ผลประโยชนส์ ่วนรวม (ชมุ ชน สงั คม)
- ผลประโยชนท์ ับซอ้ น (ชมุ ชน สังคม)
- รปู แบบของผลประโยชนท์ บั ซอ้ น (ชมุ ชน สังคม)
2 ความละอายและความ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ๔
ไมท่ นต่อการทุจรติ - การทา้ การบา้ น/ชนิ งาน
- การท้าเวร/การทา้ ความสะอาด
- การสอบ
- การแต่งกาย / การเข้าแถว
- การเลอื กตงั
- กิจกรรมนักเรียน (ห้องเรยี น)
3 STRONG / จติ พอเพียง STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ ๕
๕
ตา้ นการทจุ ริต - ความพอเพยี ง
- ความโปร่งใส
- ความตืน่ รู้ / ความรู้
- ตอ่ ต้านทุจริต
- มงุ่ ไปขา้ งหน้า
- ความเอืออาทร
4 พลเมืองกบั ความ พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม - การเคารพสทิ ธหิ น้าทต่ี ่อตนเองและผู้อ่นื
- ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย
ลา้ ดบั หน่วยการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ๑๙๕
จา้ นวนช่วั โมง
- ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและผู้อืน่ /สังคม
๒๐
- ความเป็นพลเมือง
- ความเปน็ พลโลก * จัดนทิ รรศการ
รวม