The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาภาษาไทย 1
ท21101

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thai, 2022-09-06 11:56:37

แผนรายวิชาภาษาไทย 1 ท21101

แผนรายวิชาภาษาไทย 1
ท21101

๑๓๘

๖.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะ
๖.๓.๑ มีวินยั

๖.๓.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓.๓ มงุ่ มนั่ ในการทางาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขน้ั นา

๗.๑.๑ นักเรยี นฝึกสมาธิโดยการนง่ั สมาธิ ๕ นาที
๗.๑.๒ นกั เรียนทบทวนบทเรียนทีเ่ รยี นไปแล้ว
๗.๒ ขน้ั สอน

๗.๒.๑ นกั เรยี นศกึ ษาการท่องจาบทอาขยาน เร่ืองนริ าศภูเขาทอง
๗.๒.๒ ครูให้นกั เรียนสอบท่องจาบทอาขยาน เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง เปน็ รายบคุ คล

๗.๒.๓ ครูอธิบายให้ความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับการอ่านร้อยแก้ว และให้นักเรียนทาใบงานที่
๕.๒ เรอ่ื งการอา่ น

๗.๓ ข้นั สรปุ

๗.๓.๑ ครูและนักเรียนสรุปลักษณะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วอีกคร้ังพร้อมทั้งแสดงความ
คดิ เห็นร่วมกัน และให้นักเรียนจดบันทกึ ลงในสมดุ

๘. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
๘.๑ หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เล่ม ๑

๘.๒ หอ้ งเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
๘.๓ สื่อเทคโนโลยี
๘.๔ Google Classroom

๘.๕ DLTV

๙. การวดั และประเมนิ ผล

๙.๑ วธิ กี ารวัดผลและประเมินผล

- สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

- ประเมนิ การทางานรายบุคคล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมินการทางานรายบุคคล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ

๑๓๙

- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๔๐

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ใช้สื่อและแหลง่ เรยี นรทู้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคล้องกบั หลักสตู ร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน

ลงชอ่ื .............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย์)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
วันท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอื่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)

หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.ี่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่อื นาไปพัฒนางานต่อไป

ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

๑๔๑

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครผู สู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๔๒

แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑

รายวิชา ภาษาไทย ๑ รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ อา่ นไดเ้ ข้าใจความ เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๒๗ เร่อื ง การอ่านในใจ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง

สอนวันท.่ี ..........เดือน...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ

๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาใน

การดาเนินชวี ติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
๒. ตวั ช้ีวัด

ม.๑/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกบั เรื่องที่อ่าน
ม.๑/๒ จับใจความสาคญั จากเรือ่ งทอี่ า่ น
ม.๑/๓ ระบเุ หตุและผล และขอ้ เท็จจรงิ กบั ข้อคดิ เห็นจากเร่อื งท่อี ่าน
ม.๑/๔ ระบแุ ละอธิบายคาเปรียบเทยี บและคาทม่ี หี ลายความหมายในบรบิ ทตา่ งๆ จากการอา่ น
ม.๑/๕ ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการ โดยพิจารณาจากบรบิ ท
ม.๑/๖ ระบขุ อ้ สังเกตและความสมเหตสุ มผลของงานเขยี นประเภทชักจูงโน้มน้าวใจ

๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านมีความสาคัญอย่างมาก ในยุคข้อมูลข่าว สารปัจจุบัน ท้ังการอ่านออกเสียง

และการอ่านในใจ เรารบั สารจากสือ่ ต่างๆ เชน่ สื่อสง่ิ พิมพ์ ไดแ้ ก่ หนังสือ บทความ สารคดี นิตยสาร และสื่อ
อเิ ล็กทรอนิกส์ เช่น ภาพยนตร์ อนิ เทอรเ์ น็ต การอ่านทาให้เราไดร้ บั ความรู้ความคิด และความบนั เทิงเริงรมย์

๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เมอ่ื เรียนจบบทเรยี นนี้แล้ว นักเรยี นสามารถ
๔.๑ มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้ และร้อยกรอง (K)
๔.๒ อธิบายลักษณะการอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรองได้ (P)
๔.๓ ตั้งใจฟงั ครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสือ่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การอา่ น
๑) ความรคู้ วามเขา้ ใจ ความสาคัญและลกั ษณะของการอ่าน
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรคู้ วามเขา้ ใจ ความสาคัญและลักษณะของการอา่ นไปใชใ้ น

ชีวิตประจาวัน

๑๔๓

๖.๓ ดา้ นคุณลักษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ ม่งุ มนั่ ในการทางาน

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ขน้ั นา
๗.๑.๑ นกั เรียนทบทวนบทเรยี นท่เี รียนไปแล้ว
๗.๑.๒ ครูใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนวี้ า่ ควรอ่านอย่างไร

หน่ึงวิ่งตามน้องชายอย่างกระชั้นชิด แต่ก็สายเกินไป “โอ๊ย!” เสียงสองผู้เป็นนอ้ งชาย
ดังมาจากจุดวางถังขยะหน้าหมู่บ้าน ซ่ึงขณะน้ีถังขยะล้มระเนระนาดไม่ต่างอะไรกับเจ้าของ
เสียงและจักรยานคันใหญ่สีเงินคันนั้น “พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าจักรยานน้ีมันใหญ่เกินไปสาหรับ
สอง” พ่ีชายหน้านิ้วค้ิวขมวดพูดด้วยอารมณ์อันเกี้ยวกราด“โอ๊ย! พี่หน่ึงสองเจ็บหัวเข่า”
น้องชายโอดครวญ “ไหนพ่ีดูซิ ตายแล้ว! เข่าแตก เลือดออกเลย เห็นผลของความดื้อแล้ว
ใชม่ ย้ั ” หนึ่งคลายความโกรธลง เมอ่ื เห็นแผลทีห่ วั เข่าน้องชาย “มาขึ้นรถ พี่จะพากลับบ้านไป
ลา้ งแผล” น้องชายคอ่ ยๆขยับตวั ขน้ึ ซ้อนท้ายจกั รยาน

๗.๑.๓ ครูสมุ่ เลือกนกั เรียนอ่านข้อความขา้ งต้น และประเมินวา่ ใครอ่านได้สมจริงกับอารมณ์
ของตวั ละครมากท่สี ุด

๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ นักเรยี นทบทวนการอา่ นตบี ท
๗.๒.๒ ครูสุ่มนักเรียนอ่านออกเสียงจากกิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรู้ ข้อ ๒ เร่ืองของนิว้ โปง้
๗.๒.๓ ครูสังเกตการณ์อ่านออกเสียงของนักเรียนและคอยให้คาแนะนาหรือแก้ไข

ข้อผิดพลาดของนกั เรยี น
๗.๓ ข้ันสรปุ
๗.๓.๑ นักเรยี นและครสู รุปลกั ษณะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและรอ้ ยกรองอีกครั้ง และให้

ทาใบงานท่ี ๕.๓ เรอื่ งการอา่ นเป็นการบา้ น

๘. สอื่ การเรียนรู/้ แหลง่ เรยี นรู้
๘.๑ หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานภาษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ เล่ม ๑
๘.๒ หอ้ งเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
๘.๓ สื่อเทคโนโลยี

๙. การวัดและประเมินผล
๙.๑ วิธกี ารวดั ผลและประเมินผล
- สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
- ประเมินการทางานรายบคุ คล
- ตรวจใบงาน

๑๔๔

๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมนิ การทางานรายบคุ คล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

- แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ใบงาน

คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี

คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

๑๔๕

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ใชส้ อื่ และแหลง่ เรียนร้ทู ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลสอดคล้องกับจดุ ประสงค์และกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการที่หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้ สอดคล้องกบั หลกั สูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน

ลงช่ือ.............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย์)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤติกรรมพทุ ธิพสิ ยั จติ พิสัย ทักษะพิสัย

ลงชอ่ื .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เพอื่ นาไปพัฒนางานตอ่ ไป

ลงช่อื .............................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชาร)ี

รองผ้อู านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
วนั ที่.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

๑๔๖

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครผู สู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๔๗

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑

รายวิชา ภาษาไทย ๑ รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๕ อ่านได้เข้าใจความ เวลาเรยี น ๖ ช่วั โมง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒๘ เร่ือง การอา่ นสรปุ ใจความสาคัญ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง

สอนวันที่...........เดือน...................พ.ศ........... ผู้สอน นางสาวณัฐกานต์ เหล่าประเสรฐิ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาใน

การดาเนินชีวิต และมนี ิสัยรักการอ่าน
๒. ตัวชี้วดั

ม.๑/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเร่อื งทอ่ี ่าน
ม.๑/๒ จับใจความสาคัญจากเรื่องทีอ่ ่าน
ม.๑/๓ ระบุเหตแุ ละผล และข้อเทจ็ จริงกับข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
ม.๑/๔ ระบแุ ละอธบิ ายคาเปรยี บเทยี บและคาท่ีมีหลายความหมายในบรบิ ทต่างๆ จากการอา่ น
ม.๑/๕ ตีความคายากในเอกสารวชิ าการ โดยพิจารณาจากบรบิ ท
ม.๑/๖ ระบขุ ้อสังเกตและความสมเหตสุ มผลของงานเขียนประเภทชกั จูงโน้มนา้ วใจ

๓. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านมีความสาคัญอย่างมาก ในยุคข้อมูลข่าว สารปัจจุบัน ท้ังการอ่านออกเสียง

และการอา่ นในใจ เรารบั สารจากสอ่ื ต่างๆ เช่น สือ่ สง่ิ พมิ พ์ ได้แก่ หนงั สอื บทความ สารคดี นิตยสาร และส่ือ
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ภาพยนตร์ อนิ เทอรเ์ น็ต การอ่านทาให้เราไดร้ ับความรู้ความคิด และความบนั เทิงเรงิ รมย์

๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
เม่อื เรยี นจบบทเรยี นนแี้ ลว้ นกั เรยี นสามารถ
๔.๑ มคี วามร้คู วามเข้าใจเก่ยี วกับการอา่ นออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง (K)
๔.๒ อธิบายลักษณะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและรอ้ ยกรองได้ (P)
๔.๓ ตง้ั ใจฟงั ครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การอ่าน
๑) ความรู้ความเขา้ ใจ ความสาคญั และลกั ษณะของการอ่าน
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรคู้ วามเขา้ ใจ ความสาคัญและลกั ษณะของการอา่ นไปใชใ้ น

ชวี ติ ประจาวัน

๑๔๘

๖.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวินัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มงุ่ ม่นั ในการทางาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขนั้ นา
๗.๑.๑ ครูพูดคุยซักถามถึงการอ่านว่า การอ่านเอกสารหรืองานเขียนประเภทใดบ้าง

ท่ีสามารถใหข้ ้อคิดแกผ่ ูอ้ า่ น และหากผอู้ า่ นต้องการจดจาขอ้ คดิ เหลา่ น้นั ใหไ้ ดค้ วรทาอย่างไร
๗.๑.๒ นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด

๗.๒ ขนั้ สอน
๗.๒.๑ นักเรียนศึกษาเรอ่ื งการทอ่ งจาบทอาขยานในหนังสือเรียน
๗.๒.๒ ครซู กั ถามนักเรียนเพอ่ื เปน็ การตรวจสอบความรู้ และครูอธิบายใหค้ วามรเู้ พ่ิมเติม
๗.๒.๓ นักเรียนทากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ข้อ ๔ อภิปรายหาข้อสรุปจากการอ่าน

บทประพันธ์
๗.๒.๔ นักเรยี นใชท้ ักษะการคิดวิเคราะหแ์ สดงความคิดเหน็ รว่ มกัน

๗.๓ ขัน้ สรปุ
๗.๓.๑ นักเรียนใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์แสดงความคิดเห็นร่วมกัน และทาใบงานท่ี ๕.๔

เรอ่ื งการอา่ นเปน็ การบ้าน

๘. ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เลม่ ๑

๘.๒ หอ้ งเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑
๘.๓ Google Classroom
๘.๔ DLTV

๙. การวัดและประเมินผล

๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมนิ ผล

- สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

- ประเมินการทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เคร่อื งมอื วดั ผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

๑๔๙

- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
- แบบประเมินชิน้ งาน/ใบงาน

คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง

๑๕๐

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ใช้สื่อและแหลง่ เรยี นรทู้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกับหลักสตู ร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย์)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
วันท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอื่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)

หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.ี่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพื่อนาไปพัฒนางานต่อไป

ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

๑๕๑

บนั ทกึ หลงั แผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ……………………………………………ครผู สู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหลา่ ประเสริฐ)

๑๕๒

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑

รายวชิ า ภาษาไทย ๑ รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ อา่ นไดเ้ ข้าใจความ เวลาเรยี น ๖ ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๒๙ เรอ่ื ง มารยาทในการอา่ น เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง

สอนวันท่.ี ..........เดอื น...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณัฐกานต์ เหลา่ ประเสริฐ

๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาใน

การดาเนินชวี ิต และมนี ิสัยรักการอา่ น
๒. ตัวชี้วัด

ม.๑/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้องเหมาะสมกบั เร่ืองที่อา่ น
ม.๑/๒ จบั ใจความสาคัญจากเรอื่ งท่ีอ่าน
ม.๑/๓ ระบเุ หตแุ ละผล และข้อเทจ็ จริงกบั ขอ้ คดิ เห็นจากเรอ่ื งทีอ่ า่ น
ม.๑/๔ ระบแุ ละอธิบายคาเปรียบเทยี บและคาทม่ี ีหลายความหมายในบริบทตา่ งๆ จากการอา่ น
ม.๑/๕ ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการ โดยพจิ ารณาจากบริบท
ม.๑/๖ ระบุขอ้ สงั เกตและความสมเหตสุ มผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนม้ นา้ วใจ
ม.๑/๗ ปฏบิ ตั ติ ามคูม่ อื แนะนาวธิ ีการใชง้ านของเครือ่ งมือเครื่องใช้ระดับทยี่ ากขึ้น
ม.๑/๘ วเิ คราะหค์ ณุ ค่าทไี่ ด้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนาไปใช้แก้ปัญหาในชวี ิต

๓. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านมีความสาคัญอย่างมาก ในยุคข้อมูลข่าว สารปัจจุบัน ท้ังการอ่านออกเสียง

และการอ่านในใจ เรารับสารจากสอ่ื ต่างๆ เชน่ ส่อื สิง่ พมิ พ์ ได้แก่ หนงั สอื บทความ สารคดี นิตยสาร และส่ือ
อเิ ล็กทรอนิกส์ เช่น ภาพยนตร์ อนิ เทอรเ์ นต็ การอ่านทาให้เราได้รับความรู้ความคิด และความบนั เทิงเรงิ รมย์

๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมอื่ เรยี นจบบทเรียนนแี้ ลว้ นักเรยี นสามารถ
๔.๑ มคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกบั การอา่ นออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง (K)
๔.๒ อธิบายลกั ษณะการอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองได้ (P)
๔.๓ ต้ังใจฟงั ครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การอา่ น
๑) ความรคู้ วามเขา้ ใจ ความสาคญั และลกั ษณะของการอ่าน

๑๕๓

๖.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ความเข้าใจ ความสาคัญและลักษณะของการอ่านไปใช้ใน

ชวี ิตประจาวัน
๖.๓ ด้านคุณลักษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๖.๓.๓ ม่งุ มัน่ ในการทางาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขนั้ นา
๗.๑.๑ นักเรยี นฝึกสมาธิโดยการนงั่ สมาธิ ๕ นาที
๗.๑.๒ นกั เรยี นทบทวนบทเรยี นท่เี รยี นไปแล้ว
๗.๒ ขัน้ สอน
๗.๒.๑ ครูอธิบายว่า นอกเหนือจากการอ่านออกเสียงแล้ว เรายังรับสารด้วยการอ่านในใจ

นอกจากนตี้ ้องมีมารยาทในการอา่ น
๗.๒.๒ นกั เรียนศกึ ษาเร่อื งการอ่านในใจ และมารยาทในการอา่ น ในหนังสือเรยี นภาษาไทย
๗.๒.๓ ครูซักถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจบทเรียนและให้ทาแบบทดสอบท้ายหน่วยการ

เรยี นร้ทู ี่ ๕
๗.๓ ขั้นสรุป
๗.๓.๑ นักเรียนและครูเฉลยแบบทดสอบ และสรุปเร่ืองการอ่านในใจและมารยาทในการ

อา่ นอีกคร้งั หนง่ึ
๗.๓.๒ ครูมอบหมายนักเรียนให้อ่านเร่ืองท่ีสนใจมาคนละ ๑ เร่ือง แล้วเขียนสรุปมา

แลกเปลีย่ นกันอ่านหนา้ ช้ันเรยี น และทาใบงานที่ ๕.๕ เรอ่ื งการอ่าน เป็นการบา้ น

๘. สือ่ การเรยี นร้/ู แหลง่ เรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ เลม่ ๑
๘.๒ หอ้ งเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
๘.๓ สือ่ เทคโนโลยี

๙. การวดั และประเมนิ ผล

๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมินผล

- สงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม

- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครื่องมือวัดผลและประเมินผล

- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมนิ การทางานรายบุคคล

๑๕๔

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง

- แบบประเมินชนิ้ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง

๑๕๕

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
 มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลักวิชาการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ใชส้ อื่ และแหลง่ เรยี นร้ทู ่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรยี นร้โู ดยใชว้ ิธกี ารทีห่ ลากหลาย
 แผนการจัดการเรยี นรนู้ าไปสู่การปฏบิ ัติได้ สอดคล้องกบั หลักสูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชุมชน

ลงช่อื .............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย์)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
วันท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใชส้ ื่อและแหล่งเรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพิสัย

ลงช่อื .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)

หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ เิ ทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่อื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป

ลงชอื่ .............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)

รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วันท.ี่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ผ้อู านวยการโรงเรยี นหนองบัวพทิ ยาคาร

๑๕๖

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครูผสู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

การออกแบบ

รายวิชาภาษาไทย ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ พดู ดีมีเสน่ห์

รหสั สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ วิธกี ารสอน วธิ ีก
ตัวชว้ี ัด
ศึกษาและฝกึ ทักษะ การฟัง -การพดู เล่าเรอื่ ง -บรรยาย -สังเกตพฤ
ท ๓.๑ การดู และการพูด สรปุ -การพูดสรุป -ปฏบิ ตั ิ เขา้ ร่วมก
-การแสดง -ประเมิน
- ม.๑/๑ ใจความสาคัญ การเลา่ เรือ่ งยอ่ ใจความสาคัญ บทบาท รายบุคคล
- ม.๑/๒ การพดู แสดงความคิดเหน็ อยา่ ง จากเรื่องทีฟ่ ัง สมมติ -ประเมนิ
- ม.๑/๖ สรา้ งสรรค์ การประเมินความ และดู ใจความส
-ประเมิน
น่าเชือ่ ถือของส่อื ท่มี ีเนื้อหา -การพูดแสดง เรือ่ ง
โนม้ น้าวใจ พูดรายงาน เรอื่ ง ความคิดเหน็ -ประเมนิ
ความคดิ เ
หรือประเดน็ ที่ศึกษาค้นคว้า -ตรวจใบง
และมารยาท การฟงั การดู -ตรวจแบ
การพูด เพือ่ ใหม้ ีความสามารถ
-ตรวจแบ
ในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่าง
สร้างสรรค์ในการเลือกฟงั ดู ท้ายหนว่ ย
ท่ี ๖
และพูด อย่างมีวิจารณญาณ
บนพนื้ ฐานหลกั เหตุผล และ
คณุ ธรรม

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๔.อยู่อย
๑.ความสามารถในการสอื่ สาร ๕.มุ่งมนั่ ใ
๒.ความสามารถในการคิ ๑.มีวินยั
๒.ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต
๓.ใฝ่เรยี นรู้

๑๕๗

บหน่วยการเรียนรู้

รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
เวลา ๖ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๗ คะแนน

การวดั ผล เครือ่ งมอื การวดั ผล สอ่ื และ ช้ินงาน
แหล่งเรยี นรู้ ภาระงาน
ฤติกรรมการ -แบบสังเกตพฤตกิ รรม
กิจกรรม การเขา้ รว่ มกจิ กรรม -ใบความรู้ -ใบงานท่ี ๖.๑
นการทางาน -แบบประเมนิ การ -วดี ิทศั น์ เร่อื ง การพูด
ล ทางานรายบคุ คล -หนังสือเรยี น -ใบงานที่ ๖.๒
นการพูดสรปุ -แบบประเมนิ การพดู ภาษาไทย ม.๑ เร่อื ง การพดู
สาคัญ สรปุ ใจความสาคัญ -Google -ใบงานท่ี ๖.๓
นการพดู เล่า -แบบประเมนิ การพูด Classroom เร่ือง การพดู แสดงความ
เลา่ เรอื่ ง -DLTV คิดเหน็
นการพดู แสดง -แบบประเมินการพดู
เห็น แสดงความคิดเหน็
งาน -ใบงาน
บบฝึกหัด -แบบฝกึ หัด
บบทดสอบ
ยการเรยี นรู้ -แบบทดสอบทา้ ย

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๖

ย่างพอเพียง
ในการทางาน

๑๕๘

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๑

รายวชิ า ภาษาไทย ๑ รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๖ พดู ดีมีเสน่ห์ เวลาเรยี น ๖ ช่วั โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ เรอื่ ง การพูดเล่าเรื่อง เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ท่ี...........เดอื น...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณัฐกานต์ เหลา่ ประเสรฐิ

๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

๒. ตวั ชวี้ ัด
ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสาคญั ของเรือ่ งท่ฟี งั และดู
ม.๑/๒ เล่าเร่อื งยอ่ จากเรื่องทฟ่ี งั และดู
ม.๑/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู

๓. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหน่ึงที่ใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเรื่อง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเรื่องที่ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
ส่ิงสาคัญที่จะทาใหผ้ ู้พูดประสบความสาเร็จ คือ การหมัน่ ฝึกฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เมื่อเรียนจบบทเรยี นนแ้ี ล้ว นกั เรียนสามารถ
๔.๑ มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั การพูดเลา่ เรือ่ ง (K)
๔.๒ พดู เลา่ เรื่องได้ (P)
๔.๓ ต้ังใจฟังครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การพูดเล่าเรอื่ ง
๖.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทกั ษะการพูดเลา่ เรอื่ งไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
๖.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี ินัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๖.๓.๓ มงุ่ ม่นั ในการทางาน

๑๕๙

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ขน้ั นา

๗.๑.๑ ครูเขยี นบทประพันธ์ตอ่ ไปนี้บนกระดาน

ถงึ บางพดู พูดดีเป็นศรศี กั ดิ์ มีคนรกั รสถอ้ ยอร่อยจิต
แมพ้ ูดชวั่ ตัวตายทาลายมติ ร จะชอบผดิ ในมนษุ ย์เพราะพูดจา

๗.๑.๒ พูดคยุ กับนกั เรียนถงึ ความหมายของบทประพันธ์
๗.๒ ขัน้ สอน

๗.๒.๑ นกั เรียนศึกษาเร่อื งการพูดเล่าเรือ่ งและตัวอยา่ งการพูดเล่าเร่อื ง ในหนงั สือเรียน
๗.๒.๒ ครูพดู สรุปใหค้ วามร้เู พม่ิ เติมอกี ครัง้
๗.๒.๓ ครูให้นักเรียนส่งตวั แทนมา ๑ คน แสดงตัวอยา่ งการพูดเล่าเรื่อง ใชเ้ วลา ๒-๓ นาที

ในหนงั สือเรียนหน้า ๑๒๒-๑๒๓
๗.๒.๔ ครแู ก้ไขข้อบกพรอ่ งของนักเรยี นทย่ี งั มขี อ้ ผิดพลาด และชมการพูดของนกั เรยี นที่พดู ไดด้ ี

๗.๓ ขัน้ สรปุ
๗.๓.๑ นกั เรยี นสรปุ เกีย่ วกบั ประโยชน์ของการพูดเลา่ เรื่อง
๗.๓.๒ นกั เรียนสรปุ หลกั การพูดเลา่ เร่อื งอีกคร้งั พร้อมทง้ั จดบันทึกลงในสมุด

๘. สอ่ื การเรียนรู/้ แหลง่ เรียนรู้
๘.๑ หนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑

๘.๒ ห้องเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
๘.๓ สื่อเทคโนโลยี

๙. การวดั และประเมนิ ผล

๙.๑ วธิ ีการวดั ผลและประเมินผล

- สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม

ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมนิ การทางานรายบุคคล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

๑๖๐

- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๖๑

ใบความรู้

๑๖๒

๑๖๓

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
 มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์และกระบวนการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรยี นรูน้ าไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคล้องกบั หลกั สูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน

ลงชอ่ื .............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย์)

หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
วันท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั
 มีการใชส้ อ่ื และแหลง่ เรียนรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพุทธิพสิ ยั จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ยั

ลงชอื่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)

หัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ เิ ทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานตอ่ ไป

ลงชอ่ื .............................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

๑๖๔

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครูผสู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๖๕

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑

รายวิชา ภาษาไทย ๑ รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๖ พดู ดีมีเสน่ห์ เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๓๑ เรอ่ื ง การพูดสรปุ ใจความสาคัญจากเรอ่ื งท่ฟี งั เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง

สอนวันท.่ี ..........เดือน...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณฐั กานต์ เหลา่ ประเสริฐ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความร้สู ึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

๒. ตัวช้ีวดั
ม.๑/๑ พดู สรปุ ใจความสาคญั ของเรอื่ งท่ฟี ังและดู
ม.๑/๒ เล่าเรอื่ งย่อจากเรือ่ งท่ฟี ังและดู
ม.๑/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู

๓. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหน่ึงที่ใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเรื่อง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
สงิ่ สาคญั ท่ีจะทาให้ผ้พู ูดประสบความสาเร็จ คือ การหม่นั ฝกึ ฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เมื่อเรยี นจบบทเรียนน้แี ล้ว นกั เรียนสามารถ
๔.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกบั การพูดเลา่ เร่ือง (K)
๔.๒ พูดเล่าเรอื่ งได้ (P)
๔.๓ ตงั้ ใจฟงั ครสู อน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การพดู เล่าเรอื่ ง
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทกั ษะการพูดเล่าเรอ่ื งไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
๖.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ยั
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ มุ่งมัน่ ในการทางาน

๑๖๖

๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ข้ันนา

๗.๑.๑ นักเรยี นทบทวนบทเรยี นท่ีเรียนไปแลว้
๗.๑.๒ ครถู ามนักเรียนว่าการพดู มปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง และถา้ พูดไม่ไดจ้ ะใชว้ ธิ ีการอยา่ งไร

ในการดารงชวี ติ ประจาวัน
๗.๑.๓ นักเรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ

๗.๒ ขั้นสอน

๗.๒.๑ ครูสนทนากับนกั เรียนว่า นักเรียนช่ืนชอบละครหรอื ภาพยนตร์เรือ่ งอะไรกันบ้าง
๗.๒.๒ ครูสุ่มเลือกนักเรียน ๒-๓ คน ให้เล่าเร่ืองย่อของละครหรือภาพยนตร์ที่ตนช่ืนชอบ

๗.๒.๓ ครูถามนักเรยี นวา่ นกั เรยี นคดิ วา่ เรื่องทเี่ พ่ือนพดู มีความน่าสนใจหรือไม่อย่างไร และ
การท่ีเพ่ือนสามารถถ่ายทอดเรื่องท่ีได้ฟังและดูมาให้เราฟังได้น้ันน่าจะมีกระบวนการอย่างไร ให้นักเรียน
ชว่ ยกันอภิปราย

๗.๒.๔ นกั เรยี นศกึ ษาเร่อื งการพูดสรปุ ใจความสาคัญจากเรื่องทฟี่ ังและดใู นหนงั สอื
๗.๒.๕ ครูชว่ ยสรุปให้ความรู้เพ่ิมเติม

๗.๓ ขนั้ สรปุ
๗.๓.๑ นักเรียนสรปุ ความสาคัญของการพูดอีกครั้ง พรอ้ มทงั้ จดบนั ทึกลงในสมุด

๘. สื่อการเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
๘.๒ หอ้ งเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑

๘.๓ ส่ือเทคโนโลยี
๘.๔ Google Classroom

๘.๕ DLTV

๙. การวดั และประเมนิ ผล

๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมนิ ผล

- สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม

- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครื่องมอื วัดผลและประเมินผล

- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมินการทางานรายบคุ คล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง

๑๖๗

- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๖๘

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
 มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ใช้สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรียนรูโ้ ดยใชว้ ธิ กี ารทห่ี ลากหลาย
 แผนการจดั การเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏบิ ตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชุมชน

ลงชือ่ .............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานิชย์)

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วนั ท่ี.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
 มกี ารใช้สื่อและแหลง่ เรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทักษะพิสัย

ลงชอ่ื .............................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ์)

หัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
วันท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ เพ่อื นาไปพัฒนางานต่อไป

ลงชอ่ื .............................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชาร)ี

รองผอู้ านวยการกลุม่ บริหารงานวชิ าการ
วนั ที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ผ้อู านวยการโรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร

๑๖๙

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครูผสู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๗๐

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑

รายวิชา ภาษาไทย ๑ รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ พูดดีมีเสน่ห์ เวลาเรยี น ๖ ช่วั โมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓๒ เร่ือง การพดู สรปุ ใจความสาคญั จากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู เวลาเรียน ๑ ชัว่ โมง

สอนวนั ที่...........เดือน...................พ.ศ........... ผู้สอน นางสาวณฐั กานต์ เหลา่ ประเสรฐิ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

๒. ตวั ช้วี ดั
ม.๑/๑ พดู สรปุ ใจความสาคัญของเรื่องทฟ่ี งั และดู
ม.๑/๒ เล่าเร่อื งย่อจากเรื่องท่ีฟังและดู
ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด

๓. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหน่ึงที่ใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเรื่อง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเรื่องที่ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
ส่ิงสาคัญทจี่ ะทาให้ผู้พูดประสบความสาเร็จ คือ การหมั่นฝึกฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เม่ือเรียนจบบทเรยี นนแ้ี ล้ว นักเรยี นสามารถ
๔.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับการพดู สรปุ ใจความสาคญั จากเรอ่ื งท่ฟี งั และดู (K)
๔.๒ พดู สรุปใจความสาคัญจากเรอื่ งทฟ่ี ังและดูได้ (P)
๔.๓ ตั้งใจฟงั ครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การพูดสรุปใจความสาคญั จากเรอ่ื งที่ฟังและดู
๖.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทักษะการพูดสรุปใจความสาคัญจากเร่ืองที่ฟังและดูไปใช้ใน

ชีวิตประจาวัน
๖.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี ินัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ ม่งุ ม่นั ในการทางาน

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้

๑๗๑

๗.๑ ขั้นนา
๗.๑.๑ นกั เรียนทบทวนบทเรยี นทเี่ รียนไปแลว้

๗.๑.๒ ครูถามนักเรียนว่า ประโยชน์ของการฟังมีอะไรบ้าง สุ่มถามนักเรียน ๓-๕ คนให้
ยกตวั อย่างมาคนละ ๑ ตัวอยา่ ง

๗.๑.๓ นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
๗.๒ ขัน้ สอน

๗.๒.๑ นักเรยี นศกึ ษาเรอื่ งการพูดสรุปใจความสาคัญจากเรื่องที่ฟงั และดูในหนังสือเรยี น

๗.๒.๒ ครซู กั ถามนกั เรียนเพือ่ เปน็ การตรวจสอบความรทู้ ีไ่ ด้จากการศกึ ษา
๗.๒.๓ ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนมาอ่าน เร่ืองเรือ แล้วให้เพื่อนในช้ันเรียนช่วยกันสรุป

ใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีฟัง
๗.๒.๔ ครชู ่วยสรปุ ใหค้ วามรู้เพิ่มเติม และให้ทาใบงานท่ี ๖.๑ เร่อื งการพูด

๗.๓ ขั้นสรุป

๗.๓.๑ นักเรียนสรุปเกี่ยวกับประโยชน์ของการพูดสรุปใจความสาคัญจากเรื่องท่ีฟัง พร้อม
ทงั้ บนั ทกึ ความรูล้ งสมุด

๘. สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
๘.๑ หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑

๘.๒ หอ้ งเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
๘.๓ ส่ือเทคโนโลยี

๙. การวัดและประเมินผล

๙.๑ วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล

- สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม

- ประเมินการทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครื่องมือวัดผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมินการทางานรายบคุ คล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๗๒

- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๗๓

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
 มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลักวิชาการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ใชส้ อื่ และแหลง่ เรยี นร้ทู ่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้วิธกี ารท่หี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรยี นรนู้ าไปสู่การปฏบิ ัติได้ สอดคล้องกบั หลักสูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชมุ ชน

ลงช่อื .............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย์)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
วันท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใชส้ ื่อและแหล่งเรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพิสัย

ลงช่อื .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)

หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ เิ ทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่อื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป

ลงชอื่ .............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)

รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วันท.ี่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ผ้อู านวยการโรงเรยี นหนองบัวพทิ ยาคาร

๑๗๔

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครูผู้สอน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๗๕

แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑

รายวชิ า ภาษาไทย ๑ รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๖ พดู ดีมเี สนห่ ์ เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓๓ เร่ือง การพดู สรปุ ใจความสาคัญจากเร่ืองทีฟ่ งั และดู เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ที.่ ..........เดอื น...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสรฐิ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

๒. ตัวช้ีวัด
ม.๑/๑ พดู สรปุ ใจความสาคัญของเร่ืองท่ฟี ังและดู
ม.๑/๒ เลา่ เรอื่ งย่อจากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู
ม.๑/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด

๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหน่ึงท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเร่ือง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเรื่องที่ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
สง่ิ สาคัญทจ่ี ะทาให้ผู้พูดประสบความสาเร็จ คอื การหมัน่ ฝกึ ฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เมอ่ื เรียนจบบทเรียนน้แี ลว้ นักเรียนสามารถ
๔.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั การพูดสรปุ ใจความสาคัญจากเร่ืองทฟ่ี ังและดู (K)
๔.๒ พูดสรปุ ใจความสาคญั จากเร่อื งท่ฟี งั และดูได้ (P)
๔.๓ ตงั้ ใจฟงั ครสู อน (A)

๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสือ่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การพูดสรุปใจความสาคญั จากเรอื่ งท่ีฟงั และดู
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทักษะการพูดสรุปใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีฟังและดูไปใช้ใน

ชีวิตประจาวนั
๖.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี ินยั
๖.๓.๒ อยู่อย่างพอเพียง
๖.๓.๓ มุง่ มน่ั ในการทางาน

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้

๑๗๖

๗.๑ ขัน้ นา

๗.๑.๑ นักเรียนทบทวนบทเรียนทเี่ รียนไปแล้ว

๗.๑.๒ ครูถามนักเรยี นว่า นกั เรียนชอบดูและฟังรายการอะไรบา้ ง และในรายการน้ันมขี อ้ คดิ

หรือประโยชน์อะไรบา้ ง

๗.๑.๓ นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด

๗.๒ ขัน้ สอน

๗.๒.๑ ครูให้นักเรียนชมคลิปวีดีโอท่ีสะท้อนสังคมในปัจจุบัน เก่ียวกับการใช้ชีวิตตามหลัก

เศรษฐกิจพอเพียง

๗.๒.๒ ครูให้นกั เรยี นพดู สรุปใจความสาคัญจากการชมคลปิ วีดีโอ

๗.๒.๓ ครูช่วยสรุปใหค้ วามรเู้ พ่ิมเติม

๗.๓ ขั้นสรปุ

๗.๓.๑ นักเรียนสรุปใจความสาคญั จากการชมคลปิ วดี โี อ พร้อมท้ังบันทกึ ความรู้ลงสมุด

๘. สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งเรียนรู้

๘.๑ หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑

๘.๒ ห้องเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑

๘.๓ ส่ือเทคโนโลยี

๘.๔ คลปิ วีดโี อสะท้อนสังคม

๙. การวัดและประเมินผล

๙.๑ วิธกี ารวัดผลและประเมินผล

- สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมินผล

- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมินการทางานรายบุคคล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

- แบบประเมินชิ้นงาน/ใบงาน

คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี

คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้

คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

ใบความรู้

๑๗๗

๑๗๘

๑๗๙

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ใช้สื่อและแหลง่ เรยี นรทู้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกับหลักสตู ร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย์)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
วันท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั
 มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอื่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)

หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.ี่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพื่อนาไปพัฒนางานต่อไป

ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

๑๘๐

บันทกึ หลังแผนการจดั การเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ……………………………………………ครผู สู้ อน
(นางสาวณฐั กานต์ เหลา่ ประเสริฐ)

๑๘๑

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑

รายวชิ า ภาษาไทย ๑ รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ พูดดีมีเสนห่ ์ เวลาเรียน ๖ ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๔ เรอื่ ง การพูดแสดงความคิดเห็น เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง

สอนวนั ท่.ี ..........เดอื น...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณัฐกานต์ เหล่าประเสริฐ

๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

๒. ตวั ช้ีวดั
ม.๑/๑ พดู สรปุ ใจความสาคัญของเร่ืองที่ฟังและดู
ม.๑/๒ เลา่ เร่ืองยอ่ จากเร่อื งทฟ่ี ังและดู
ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหนึ่งท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเรื่อง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเร่ืองที่ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
สงิ่ สาคัญทจ่ี ะทาให้ผู้พูดประสบความสาเร็จ คือ การหมน่ั ฝึกฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมื่อเรยี นจบบทเรียนนีแ้ ลว้ นกั เรียนสามารถ
๔.๑ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั การพดู แสดงความคิดเห็น (K)
๔.๒ พดู แสดงความคดิ เหน็ ได้ (P)
๔.๓ ตัง้ ใจฟังครสู อน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การพดู แสดงความคดิ เห็น
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทกั ษะการพูดแสดงความคดิ เห็นไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
๖.๓ ด้านคุณลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ยั
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มุ่งมน่ั ในการทางาน
๖.๓.๔ อยู่อย่างพอเพียง

๑๘๒

๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขั้นนา

๗.๑.๑ ครูถามนกั เรยี นว่า นักเรียนมีความคดิ เห็นอย่างไรเกยี่ วกบั ข่าวทีมหมูปา่ ท่ตี ดิ ถ้าหลวง
๗.๒ ข้ันสอน

๗.๒.๑ นกั เรียนศกึ ษาเรือ่ งการพูดแสดงความคิดเห็นและตวั อย่างการพูดแสดงความคิดเห็น
๗.๒.๒ ครซู กั ถามนักเรียนเพ่อื เป็นการตรวจสอบความรู้ท่ีได้จากการศกึ ษา
๗.๒.๓ ครูสรุปเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า การพูดแสดงความคิดเห็นนั้น ไม่ใช่เพียงการพูด

แสดงความคดิ ท่ีโต้แย้ง เห็นดว้ ยหรอื ไม่เห็นดว้ ยกบั เรือ่ งหน่ึงเรอ่ื งใดเทา่ น้ัน แตน่ กั เรยี นสามารถใช้ความรู้จาก
การฝกึ ทักษะนีใ้ นการพดู เสนอแนวคดิ ต่างๆได้เชน่ กัน ดังตัวอยา่ งทนี่ กั เรยี นไดศ้ ึกษาในหนงั สือเรียน

๗.๒.๔ ครูชว่ ยสรปุ ใหค้ วามรเู้ พ่ิมเตมิ
๗.๓ ขัน้ สรปุ

๗.๓.๑ นักเรยี นสรุปเกยี่ วกับประโยชน์ของการพูดแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตมุ ีผล

๗.๓.๒ นักเรยี นสรุปหลกั การพดู แสดงความคิดเห็นอกี ครงั้ พร้อมทั้งบนั ทึกความรู้ลงสมุด
๗.๓.๓ ครูมอบหมายให้นักเรียนทุกคนเตรียมเรือ่ งท่ีจะพดู มาคนละ ๑ เร่ือง โดยกาหนดให้

ใช้รูปแบบการพูดรปู แบบใดรูปแบบหนง่ึ ตามที่ไดศ้ ึกษามา ใชเ้ วลาพดู คนละไม่เกิน ๓ นาที และใหท้ าใบงานที่
๖.๒ เรื่องการพดู

๘. สอื่ การเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
๘.๒ หอ้ งเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑

๘.๓ ส่อื เทคโนโลยี

๙. การวัดและประเมินผล

๙.๑ วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผล

- สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

- ประเมินการทางานรายบคุ คล

- ตรวจใบงาน

๙.๒ เครอ่ื งมอื วัดผลและประเมินผล

- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม

ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน

ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน

ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน

ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน

- แบบประเมนิ การทางานรายบุคคล

คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก

คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี

คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง

๑๘๓

- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก

คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๑๘๔

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ใช้สื่อและแหลง่ เรียนร้ทู ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกับหลกั สูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน

ลงช่ือ.............................................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านชิ ย์)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
 มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั
 มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทักษะพิสัย

ลงชอ่ื .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..

ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพื่อนาไปพัฒนางานตอ่ ไป

ลงช่อื .............................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชาร)ี

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ
วนั ที่.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..

๑๘๕

บันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้

ผลการจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………………………………ครผู ู้สอน
(นางสาวณฐั กานต์ เหล่าประเสริฐ)

๑๘๖

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑

รายวชิ า ภาษาไทย ๑ รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๖ พดู ดีมีเสน่ห์ เวลาเรียน ๖ ชัว่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓๕ เรอื่ ง การพูดแสดงความคิดเห็น เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง

สอนวันที่...........เดือน...................พ.ศ........... ผสู้ อน นางสาวณัฐกานต์ เหล่าประเสริฐ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

๒. ตัวช้ีวดั
ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสาคัญของเร่ืองที่ฟังและดู
ม.๑/๒ เล่าเร่ืองย่อจากเรอื่ งที่ฟังและดู
ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด

๓. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การพูดเป็นทักษะการส่ือสารอย่างหนึ่งท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน การพูดมีหลายประเภท ได้แก่

การพูดเล่าเรื่อง การพูดสรุปใจความสาคัญจากเร่ืองที่ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
สิง่ สาคญั ทจี่ ะทาให้ผู้พูดประสบความสาเร็จ คือ การหมน่ั ฝึกฝนตามหลักการพูดและพูดอย่างมีมารยาท

๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมอื่ เรยี นจบบทเรียนนแี้ ลว้ นักเรียนสามารถ
๔.๑ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การพดู แสดงความคิดเห็น (K)
๔.๒ พดู แสดงความคดิ เห็นได้ (P)
๔.๓ ต้ังใจฟงั ครูสอน (A)

๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การพดู แสดงความคดิ เห็น
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาความรู้ทักษะการพูดแสดงความคดิ เห็นไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
๖.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ ม่งุ มัน่ ในการทางาน
๖.๓.๔ อยู่อย่างพอเพียง


Click to View FlipBook Version