แผนการจดั การเรยี นการสอนช้นั ประถมศึกษาปีท่2ี
ภาคเรียนท1ี่ ปีการศกึ ษา2565
โรงเรยี นบ้านเหล่าพชิ ยั (ศริ ริ าษฎรร์ งั สรรค)์
เขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาแพร่ เขต2
คําอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รหสั วชิ า อ12101 รายวิชา ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 80 ช่ัวโมง
เขา้ ใจคําสง่ั คาํ ขอรอ้ ง ภาษาทา่ ทางและประโยคง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัว เขา้ ใจ คํา
กล่มุ คํา และประโยคการถ่ายโอนเปน็ ภาพ และสญั ลักษณ์งา่ ย ๆ เข้าใจบทสนทนา เรอ่ื งสัน้ ๆ หรอื
นทิ านง่าย ๆ ทม่ี ี ภาพประกอบ เข้าใจรูปแบบพฤตกิ รรม และการใชถ้ อ้ ยสํานวนงา่ ย ๆ ในการติดต่อ
ปฏิสัมพันธ์ตามวฒั นธรรม ของเจ้าของภาษา รู้จกั ถอ้ ยคําทีใ่ ชใ้ นเทศกาล ขนบธรรมเนียม ประเพณี
เข้าใจความหมาย และความแตกตา่ ง ระหว่างภาษาตา่ งประเทศกับภาษาไทยในเร่ือง เสียง พยญั ชน
คํา วลี ประโยค และข้อความงา่ ย ๆ และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและภาษาไทย
การออกเสียงคํา กลุม่ คํา และประโยคงา่ ย ๆ ได้ถกู ตอ้ ง ตามหลกั การออกเสียงและ
เน้ือหา ใช้ภาษาสน้ั ๆ ง่าย ๆ เพอื่ สร้างความสัมพันธร์ ะหว่างบคุ คล ใช้สือ่ นวัตกรรมง่าย ๆ นาํ เสนอ
ความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั ตนเอง สิ่ง ใกล้ตัว และอาชพี ทัว่ ไปด้วยท่าทาง ภาพ คาํ ข้อความส้นั ๆงา่ ยๆ
เหมาะกบั วยั และบอกความหมายของคาํ และกลมุ่ คาํ ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั สาระการเรียนรอู้ ่นื
เปภ็ าษาตา่ งประเทศงา่ ยๆเพือ่ เป็นการส่ือสารขัน้ พื้นฐานสนุกสนานและเพลดิ เพลินจากกจิ กรรมทาง
ภาษาต่างประเทศตลอดจนแสวงหาความรู้ ความบนั เทงิ และสนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรม
ตัวช้วี ัด
ต 1.1 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4
ต 1.2 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
รหัสวิชา อ12101 รายวชิ าภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
สาระท1ี่ ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งท่ฟี งั และอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่าง มเี หตผุ ล
ตวั ช้ีวดั
1. ระบุตัวอักษรและเสียง อา่ นออกเสยี งคําและสะกดคําและอา่ นประโยคงา่ ย ๆ ถูกต้องตามหลัก การ
อ่าน
2. เลือกภาพตรงตามความหมายของคํา กลมุ่ คํา และประโยคท่ฟี ัง
3. ตอบคําถามจากการฟังประโยค บทสนทนา หรอื นิทานงา่ ย ๆ ทีม่ ีภาพประกอบ
มาตรฐานต1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสารแสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ดั
1. พูดโตต้ อบด้วยคําสนั้ ๆ งา่ ย ๆ ในการส่อื สารระหวา่ งบคุ คลตามแบบที่ฟัง 2. พูดขอและให้ขอ้ มลู
ง่าย ๆ เก่ียวกับตนเองตามแบบท่ฟี ัง
มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดย
การพูด และการเขียน
ตวั ชว้ี ัด
1. พดู ให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐานต2.1 เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาและนําไปใช้ได้
อย่าง เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชวี้ ดั
1. พูดและทาํ ท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 2. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมท่เี หมาะกบั วัย
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พันธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชมุ ชนและสงั คม
ตัวชว้ี ัด
1. ฟงั /พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในหอ้ งเรียน
2. โครงสร้างรายวชิ าภาษาอังกฤษ
รหสั วิชา อ12101 รายวชิ าภาษาอังกฤษ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1 รวมเวลา 40 ชม.
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ ช่วั โมง น้ำหนกั
การเรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั ความคดิ รวบยอด (เวลา) คะแนน
1 Self มฐ ต 1.2 ป.2/1 การเรียนรู้เก่ียวกบั สิง่ ที่ 13 10
มฐ ต 1.2 ป.2/4 เกย่ี วขอ้ งกับตัวเราในด้าน
มฐ ต 1.3 ป.2/1 ต่าง ๆ เช่น การทักทาย
มฐ ต 1.1 ป.2/4 เร่ืองราวท่ี เกย่ี วกับตวั เรา
มฐ ต 1.1 ป.2/3 เอง ร่างกายของ เรา
มฐ ต 1.1 ป.2/2 เพ่อื น และเสอ้ื ผา้
มฐ ต 2.1 ป.2/1 เคร่อื งนงุ่ ห่ม เปน็ การ
มฐ ต 2.1 ป.2/3 สง่ เสริมใหน้ ักเรียนมี
มฐ ต 4.1 ป.2/1 ความรู้พน้ื ฐานที่จะ
สามารถ นําไปใชส้ ื่อสาร
เพ่ือขอและให้ ข้อมูลเกยี่
วกบั สิ่งต่าง ๆ ท่ี เกย่ี วข้อง
กบั ตนเองและบคุ คล รอบ
ข้างในชวี ิตประจาํ วนั ได
2 Family มฐ ต 1.1 ป.2/1 การเรียนรู้คําศพั ท์และ 13 10
มฐ ต 1.1 ป.2/2 ประโยคทใี่ ชส้ นทนา
มฐ ต 1.1 ป.2/3 เกย่ี วกบั สมาชิกและ
มฐ ต 1.1 ป.2/4 จาํ นวนสมาชกิ ใน
มฐ ต 1.2 ป.2/4 ครอบครวั พ่อ แม่ พ่ชี าย
มฐ ต 1.3 ป.2/1 น้องชาย พี่สาว น้องสาว
มฐ ต 2.1 ป.2/1 ปู่ ย่า ตา ยาย การพดู
มฐ ต 3.1 ป.2/1 แนะนาํ สมาชกิ ใน
มฐ ต 4.1 ป.2/1 ครอบครวั การพูดขอและ
มฐ ต 4.2 ป.2/1 ให้ขอ้ มูลเก่ยี วกับสมาชิก
ใน ครอบครัว การพูดและ
เขียน บรรยายลักษณะ
ของสมาชิกใน ครอบครวั
การเขยี นบรรยาย ขอ้ มลู
บุคคลในครอบครัว
คําศพั ทแ์ ละประโยคที่ใช้
สนทนา เกี่ยวกบั อาชีพ
สถานท่ที าํ งานและ การ
ทํางานของตนเอง สมาชกิ
ในครอบครัวและเครือ
ญาติ การพดู ขอและให้
ข้อมูลเกย่ี วกบั อาชพี และ
สถานท่ที ํางานของบคุ คล
ใน ครอบครัว การสนทนา
เก่ียวกับ อาชพี และ
สถานทท่ี ํางานของบคคุ ล
ในครอบครวั การพูด
บรรยาย เก่ยี วกบั อาชพี
และสถานท่ีทาํ งาน ของ
บคุ คลในครอบครัว การ
พูดให้ ขอ้ มลู เกีย่ วกบั
อาชีพของตนเองและ
บุคคลอนื่ ง่าย ๆ และการ
พูดให้ ข้อมลู เกี่ยวกบั
อาชีพตนเองใน อนาคต
คําศพั ท์และประโยคท่ีใช้
สนทนาเกย่ี วกบั สัตว์เลย้ี ง
การบอก ช่ือและลักษณะ
ของสัตว์เลีย้ ง การพดู และ
เขียนใหข้ ้อมลู เก่ยี วกบั
สตั วเ์ ลีย้ ง การพดู และ
เขยี นบรรยาย เรื่องราวสั้น
ๆ เก่ียวกบั สตั ว์เลยี้ ง การ
ใชค้ ําบพุ บทบอกสถานที่
เพอ่ื ให้ ข้อมลู เกี่ยวกับ
สตั ว์เล้ียงในสถานท่ี ตา่ ง
ๆ และการพูดถามตอบส้นั
ๆ เกีย่ วกับสตั ว์เล้ยี งทําให้
นกั เรยี นได้ ฝึกใช้ภาษาใน
สถานการณจ์ รงิ ใน
หอ้ งเรียนและสามารถ
นําไปใชใ้ น การส่ือสารกับ
บคุ คลภายนอกได้ อย่าง
มั่นใจ
3 School มฐ ต 1.1 ป.2/1 การเรียนรู้คําศพั ท์และ 14 15
มฐ ต 1.1 ป.2/2 ประโยคเพือ่ ใหข้ อ้ มูล
มฐ ต 1.1 ป.2/3 เกย่ี วกับ ส่งิ ของใน
มฐ ต 1.1 ป.2/4 ห้องเรียนและอุปกรณ์
มฐ ต 1.2 ป.2/1 การเรียน การพูดออก
มฐ ต 1.2 ป.2/2 คําส่ัง คาํ ขอร้องใน
มฐ ต 1.3 ป.2/1 หอ้ งเรยี น การถามและ
มฐ ต 2.1 ป.2/1 ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั วัน เวลา
มฐ ต 2.1 ป.2/2 วิชา เรยี น กิจกรรมทที่ ํา
มฐ ต 3.1 ป.2/1 ในโรงเรยี น และการให้
มฐ ต 4.1 ป.2/1 ข้อมลู เก่ยี วกับ โรงเรียน
ทาํ ให้นักเรียนได้ฝกึ ใช้
ภาษาในสถานการณจ์ รงิ
ซง่ึ สามารถนาํ ไปใช้ใน
การส่อื สารได้ อยา่ งมัน่ ใจ
และมปี ระสทิ ธภิ าพ
รวม 40 -
คะแนน - 50
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ Self
รหัสวชิ า อ12101 รายวชิ าภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 13 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองทฟ่ี ังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คดิ เหน็ อยา่ งมี เหตผุ ล
ตวั ชี้วัด
ตวั ชี้วัด ป.2/1 ปฏิบตั ติ ามคําสง่ั และคําขอร้องงา่ ย ๆ ท่ีฟัง
ตวั ชว้ี ัด ป.2/2 ระบตุ วั อกั ษรและเสยี ง อ่านออกเสียงคํา สะกดคํา และอ่านประโยคง่าย ๆ ถูกต้องตาม
หลกั การอา่ น
ตวั ชว้ี ัด ป.2/3 เลอื กภาพตรงตามความหมายของคํา กลุ่มคาํ และประโยคท่ีฟัง
ตวั ช้วี ดั ป.2/4 ตอบคาํ ถามจากการฟังประโยค บทสนทนาหรือนทิ านง่าย ๆ ทม่ี ีภาพประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ
และ ความคดิ เห็นอย่างมีประสิทธภิ าพ
ตวั ชี้วดั
ตวั ชี้วดั ป.2/1 พูดโต้ตอบด้วยคําสนั้ ๆ ง่าย ๆ ในการส่อื สารระหว่างบคุ คลตามแบบที่ฟัง
ตัวชว้ี ดั ป.2/4 พดู ขอและให้ขอ้ มูลงา่ ย ๆ เกี่ยวกบั ตนเองตามแบบทฟ่ี ัง
มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดย
การพดู และการเขียน
ตัวชวี้ ดั
ตัวชี้วดั ป.2/1 พดู ใหข้ อ้ มูลเกีย่ วกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ
วัฒนธรรมไทย และนาํ มาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวชี้วัด
ตัวชว้ี ดั ป.2/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่เี หมาะกับวยั
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับ ภาษาและวฒั นธรรมไทยและนาํ มาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
ตวั ช้วี ัด ป.2/1 ระบุตัวอักษรและเสยี งตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่นื และเป็น
พน้ื ฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
ตัวชี้วดั
ตวั ช้ีวัด ป.2/1 บอกคําศัพท์ทีเ่ กยี่ วข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื
สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พนั ธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ชว้ี ดั
ตวั ชี้วัด ป.2/1 ฟงั /พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ทเี่ กดิ ขึ้นในห้องเรียน
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนร็เกี่ยวกบั สิ่งท่เี กี่ยวข้องกับตัวเราในด้านตา่ ง ๆ เช่น การทกั ทาย เรื่องราวทเี่ กีย่ วกับตัวเราเอง
ร่างกายของเรา เพ่อื น และเสอื้ ผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นการส่งเสรมิ ใหน้ กั เรยี นมีความรู้พนื้ ฐานทจี่ ะ
สามารถนาํ ไปใช้ สอ่ื สารเพื่อขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับสิง่ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกบั ตนเองและบคุ คลรอบ
ขา้ งในชวี ิตประจาํ วนั ได้
3. สาระการเรียนรู้ ความรู้
1. การสะกดคํา การอ่านออกเสยี งตัวอกั ษร คําศพั ท์
2. รู้โครงสร้างการพดู การกล่าวลาเม่ือจบบทสนทนา การใช้คําคุณศพั ท์บอกอารมณค์ วามรู้สึก
3. คําศพั ท์และประโยคเกยี่ วกบั อวยั วะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การออกเสียงคําศพั ท์การพูดให้ข้อมลู
สัน้ ๆ เก่ียวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและการใชคําศพั ท์อวยั วะในรูปของเอกพจน์ และพหูพจน์
4. ถาม-ตอบข้อมูลของบุคคลใกล้ตวั การเรยี นรคู้ าํ ศัพท์ โครงสร้างภาษาเพ่อื ขอและให้ข้อมลู ของเพื่อน
การบอกลกั ษณะของบคุ คลทั่วไปการพดู แนะนําเพอ่ื น การบอกช่ือและอายุของเพอ่ื นผู้ชายและผหู้ ญิง
5. คาํ ศัพท์โครงสร้างประโยคและความหมายเกย่ี วกับสีของเครื่องแต่งกายในรูปเอกพจน์และรปู
พหพู จน์ การบอกชนดิ และสีของเสื้อผ้าเคร่ืองแต่งกาย การบรรยายภาพเก่ยี วกบั สแี ละเสือ้ ผ้าเคร่อื ง
แต่งกายรวมทัง้ การขอและให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเองเร่อื งเสื้อผ้าเคร่อื งแต่งกายหลากสี
ทกั ษะ/กระบวนการ
1. พูดกล่าวลาเพ่ือจบการสนทนาได้
2. พดู ถาม – ตอบ และสะกดชอื่ – ช่ือสกลุ ได้ถูกต้อง
3. สะกดคาํ ศัพท์เกย่ี วกับอวยั วะต่าง ๆ ของร่างกายได้ และอ่านประโยคเกีย่ วกับอวัยวะต่าง ๆ ของ
ร่างกายได้
4. ใช้คําคณุ ศัพท์บรรยายลักษณะได้ถกู ต้อง
5. พดู ขอและใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกับตนเองเรื่องเสือ้ ผ้าเคร่ืองแต่งกายหลากสีได้
เจตคติ
สนกุ สนานและเพลิดเพลินจากกจิ กรรมทางภาษาต่างประเทศตลอดจนแสวงหาความรู้ความบนั เทงิ
และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒันธรรม
4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน
6. การประเมินผลรวบยอด
1. ประเมนิ การพูดทกั ทาย และการถามตอบเกย่ี วกบั ชือ่
2. ประเมนิ การพดู ทกั ทายเพอ่ื นใหม่
3. ประเมินการพดู แนะนําชื่อและช่ือเล่น
4. ประเมินการออกเสียงคําศพั ท์
5. ประเมนิ การบอกความหมายคําศพั ท์
6. ประเมนิ การระบจุ ํานวน one to thirty
7. ประเมินการพูดและปฏิบตั ติ ามคาํ สงั่
8. ประเมินการพูดแนะนําเพือ่ น
9. ประเมินการพดู ถาม-ตอบเกย่ี วกบั สีและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
10. ประเมนิ การอ่านออกเสียงประโยค
11. ประเมินการบอกความหมายคาํ ศพั ท์และประโยคเก่ยี วกับสีและเส้ือผ้า เครื่องแต่งกาย
12. ประเมินการพดู ประโยคตามโครงสร้างเพ่ือใหข้ อ้ มลู เก่ียวกับสแี ละเสอ้ื ผ้า เครื่องแต่งกาย
13. ตรวจความถูกต้องของใบงาน
14. ประเมนิ ความรโู้ ดยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน
15. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
16. ประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง Hello, How Are You?
หน่วยการเรียนร้ทู ี่1 เรื่อง Self เวลา 1 ชว่ั โมง
หน่วยย่อยท1ี่ เร่ือง Hello
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รายวชิ าภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ12101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2
ครผู ้สู อน นางสาว ธนติ า ไชยมูลเงนิ โรงเรยี นบา้ นเหลา่ พชิ ัยศริ ริ าษฏรร์ ังสรรค์
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ัด
ต1.2 ป.2/1 พูดโต้ตอบดว้ ยคําสนั้ ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบคุ คลตามแบบท่ีฟัง
ต1.2 ป.2/4 พดู ขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกีย่ วกับตนเองตามแบบท่ีฟงั
2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การทักทาย การพดู ถามทุกข์สุข และการกล่าวลาเป็นวฒั นธรรมการใชภ้ าษาที่เปน็ สากล ดังนัน้
นกั เรยี นควรเรียนร้กู ารพดู ถามตอบ การทักทายและการกล่าวลาท่ถี กู ต้องเพือ่ ใหผ้ พู้ ูดและผ้ฟู ังมคี วาม
เขา้ ใจท่ี ถูกต้องตรงกันและสอดคล้องกับวัฒนธรรมการใช้ภาษาของเจา้ ของภาษา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
1) บอกความรูส้ ึกของบคุ คลได้
3.2 ทักษะ/กระบวนการ (P)
1) พดู ทกั ทายถามทุกข์สุขได้
3.3 ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
1) มีเจตคติที่ดีตอ่ การใชภ้ าษาองั กฤษ
4. สาระการเรยี นรู้
คําศัพท์ทบทวน Hello/Good morning
คาํ ศัพท์ใหม่ very well, great, good, OK, fine,Good bye. See you again. See you later.See you soon.
โครงสร้างทบทวน -
โครงสร้างใหม่ A: Hello, (name). How are you?
B: Hello, (name) I’m fine. Thank you./Thanks. And you?
A: I’m fine. Thank you./Thanks.
หน้าท่ีทางภาษา (การทกั ทาย การถามทุกข์สขุ (Greetings) และการกลา่ วลา (Leave taking))
5. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทาํ งาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ (เวลา 10 นาท)ี
1. ครูทกั ทายนกั เรียน
2. ครูแจ้งจดุ ประสงคแ์ ละกิจกรรม การเรยี นรูข้ องนักเรียน
3. ครูและนกั เรียนร่วมรอ้ งเพลง Hello, how are you? และทาํ ทา่ ประกอบเพลงอยา่ งอิสระเพลง
Hello, how are you? (ทํานองเพลง London Bridge )
4. ครูสอนการทักทาย ได้แก่ Good morning. Good afternoonและ Good evening
5. ครูถามนักเรียนว่าจาํ ได้ไหมว่า เขาพูดว่าอย่างไรตอนเชา้ ตอนบ่าย ตอนเยน็ จากนั้นครูให้นกั เรยี น
ทักทายเพือ่ นทีน่ ่ังอยูข่ ้าง ๆ ตนตาม เวลาทเ่ี ป็นจริงขณะที่เรียน
ข้นั สอน (เวลา 25 นาท)ี
6. คุณครทู กั ทายนักเรยี น สอนการ ตอบโดยการนําเสนอภาพต่าง ๆ ในการตอบ
T: Good morning class, how are you?
T: I’m very well.
7. ครูทักทายนักเรียนเปน็ รายบคุ คลดว้ ยประโยค
T: Good morning class, how are you?
SS: I’m fine. Thank you, and you
8. ครูใหช้ บู ัตรภาพคาํ ศพั ท์ นักเรยี นแตล่ ะแถว/กลมุ่ แลว้ ถามนกั เรยี น ว่า How are you? ให้
นักเรียนแตละแถว/กลมุ่ ตอบตามภาพที่เหน็ ได้แก่ I’m good. I’m very well. I’m OK. และ I’m
great.
ข้ันปฏิบตั ิ (เวลา 10 นาท)ี
9. ครแู บง่ กลมุ่ ให้นักเรยี น ฝกึ ถาม ตอบกนั ในกลมุ่ ครเู ดินดูและ สงั เกตการณถ์ าม-ตอบของ นกั เรียน
ขณะทาํ กิจกรรม จากนั้น ครูบันทกึ กิจกรรมขณะนักเรยี น ปฏบิ ัติกจิ กรรม
10. ครชู ี้แจงใหน้ กั เรียนทําใบงานท่ี 1-2 (ใบงานที่ 2 ใหน้ กั เรียนทาํ เป็นการบ้าน)
ขั้นสรปุ (เวลา 15 นาที)
11. ครใู ห้นกั เรียนรอ้ งเพลง Hello, how are you? รว่ มกนั ครูชูภาพ I’m very well. เพอ่ื ให้นักเรียน
เปล่ยี น เนอ้ื รอ้ งจาก I’m fine, thank you เปน็ I’m very well, thank you.
12. ครสู รปุ บทเรียนโดยใช้ mapped dialog ในการสรุป
13. ครูตงั้ ประโยคคาํ ถามแล้วให้ นักเรยี นตอบรายบุคคล (ใหต้ อบตามความรูส้ กึ จรงิ ๆ)
T: How are you?
S: I’m very well.
14. ครปู ระเมนิ นักเรยี นโดยใชแ้ บบ ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และสมรรถนะสําคัญของ
ผูเ้ รียนโดยใช้ แบบประเมนิ ท่ี 9 และ 10
8. สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. CD Track 01 เพลง Hello, How Are You? 2. บัตรภาพคําศพั ทช์ ุด Greetings
3. บัตรภาพคําศัพทช์ ุด How Are You?
4. ใบงานท่ี 1 How Are You?
5. ใบงานที่ 2 Fill in the Blanks
6. บัตรภาพคําศพั ทช์ ดุ การกลา่ วลา Good Bye 7. PowerPoint presentation (PPT)
9. การประเมนิ ผลรวบยอด
ชิน้ งานและภาระงาน
1. การบอกความรูส้ ึกของบุคคล
2. การพดู ทกั ทายถามทกุ ข์สขุ
3. ใบงานที่ 1 How Are You?
4. ใบงานท่ี 2 Fill in the Blanks
เกณฑก์ ารประเมินผลชิ้นงานหรอื ภาระงาน
ประเดน็ การวดั
และการประเมนิ วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ ท่ี2 ผ่านเกณฑก์ าร
ความรู้ ประเมินร้อยละ 80
คุณลกั ษณะ ทักทาย และ การ
ผ่านเกณฑ์การ
สมรรถนะสำคัญ ถามทุกข์สขุ ประเมินร้อยละ 80
ของผเู้ รียน
ตรวจความถูกต้อง 1. ใบงานท่ี 1 How Are You? ผ่านเกณฑร์ ะดับ
คุณภาพผ่านขึ้นไป
ของ การบอก 2. ใบงานท่ี 2 Fill in the
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ความรู้สึกของบุคคล Blanks คณุ ภาพผา่ นขึน้ ไป
ประเมนิ ความมวี ินัย แบบประเมินท่ี 9
ความใฝ่เรียนรู้ และ
ความมงุ่ มนั่ ในการ
ทํางาน
ประเมนิ แบบประเมนิ ท่ี 10
ความสามารถในการ
สือ่ สาร การคิดและ
การแก้ปญั หา
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง Nice to meet you
หน่วยการเรียนรทู้ ี1่ เรือ่ ง Self เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยย่อยที่2 เรอ่ื ง Hello
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ12101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
ครูผูส้ อน นางสาว ธนติ า ไชยมูลเงนิ โรงเรยี นบ้านเหลา่ พชิ ยั ศิริราษฏรร์ งั สรรค์
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ดั
ต 1.2 ป.1/1 พดู โต้ตอบด้วยคําสน้ั ๆ ง่าย ๆ ในการสอ่ื สารระหว่างบคุ คลตามแบบทฟี่ งั
ต 2.1 ป.1/1 พดู และทําทา่ ประกอบตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การทกั ทาย การแนะนาํ ตัวและการทาํ ความร้จู ักเพื่อนใหม่ มคี วามสําคญั ที่ผู้พดู และผู้ฟงั จาํ เป็นตอ้ ง
ส่ือสารใหถ้ กู ตอ้ ง เพือ่ ความเขา้ ใจท่ตี รงกันและถูกต้องเหมาะสมตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
1) ระบคุ าํ ศัพทท์ ีใ่ ชใ้ นการทกั ทายได้
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2) พดู ทักทายเพ่อื ทาํ ความรู้จกั เพอ่ื นใหมแ่ ละปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างเหมาะสมตามวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
1) มีเจตคตทิ ่ดี ตี อ่ การใชภ้ าษาองั กฤษ
คําศัพท์ทบทวน Hello, Good morning, Good afternoon, Good evening.
โครงสรา้ งทบทวน A: Hello, (name). How are you?
B: Hello, (name) I’m fine. Thank you./Thanks. And you?
A: I’m fine. Thank you./Thanks.
โครงสร้างใหม่ -
หนา้ ทท่ี างภาษา การทักทาย (Greeting)
การถามขอ้ มลู สว่ นบคุ คล (Asking for personal information)
5. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทํางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ (เวลา 10นาที)
1. ครูทักทายนักเรียน
2. ครชู แ้ี จงจดุ ประสงคแ์ ละกิจกรรม การเรียนรขู้ องนักเรียน
3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั พูดประโยค เปน็ จงั หวะ (Chant) What’s Your Name?
4. จัดนกั เรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ เปน็ กลมุ่ A และ กลมุ่ B
Chant: What’s Your Name?
กล่มุ A
What’s your name?
What’s your name?
What’s your name?
Nice to meet you.
My name is Tom.
กลมุ่ ฺ B
My name is__Mary______ (ใสช่ ่ือ 1 ชอ่ื เชน่ Mary)
My name is___Mary_____
My name is___Mary_____
Nice to meet you, too.
And what’s your name?
ขัน้ สอน (เวลา 20นาท)ี
5. ครูสวมตุ๊กตาหุ่นนิ้วมือรูปดาราที่ นิว้ ชีซ้ า้ ยแล้วเดินทกั ทายนกั เรยี น ดว้ ยคําวา่
Hello, my name is Yaya. What is your name?
6. ครูกลับมายืนทีห่ น้าหอ้ งแล้วเรยี ก นกั เรยี น 1-2 คน มายนื ทห่ี นา้ ชัน้ ครู ทักทายเพอ่ื นใหมใ่ ห้
นกั เรียนดเู ป็น ตวั อยา่ ง
T: Hello, my name is Yaya. What is your name?
T: Nice to meet you. (ครูพูด พรอ้ มย่นื มอื ขวาไปจบั มอื ทกั ทายกบั นกั เรยี น)
ครทู ําเช่นเดียวกนั
7. ครูเรยี กนักเรียนออกมา 2 คน แล้วให้ ทบทวนการแนะนาํ ตนเอง
T: Hello, my name is_________. What is your name?
T: Nice to meet you. (ครูพดู พร้อมย่ืนมือขวาไปจับมือทักทายกับ นกั เรียน)
ครูทําเช่นเดยี วกันกบั นักเรียนคนท่ี 2,3 และ 4 เปล่ยี นคําพดู เพอ่ื ทบทวน คาํ ทักทาย Good morning.
Good afternoonและ Good evening
ขั้นปฏบิ ัติ (เวลา 10นาท)ี
8. ครูให้นกั เรียนจับคู่สนทนาแสดง บทบาท นกั เรียน A และนักเรียน B ตามท่ฝี กึ มาดงั ต่อไปน้ี
AB
1.กล่าวทกั ทาย 1.กลา่ วทกั ทาย
2.ถามช่ือเพ่ือน 2.บอกชือ่ ตัวเอง
3.แสดงความยนิ ดที ีไ่ ดพ้ บกนั 3.แสดงความยนิ ดที ีไ่ ด้พบกนั
ครูประเมนิ การพดู ของนกั เรยี นทงั้ สอง กลุม่
9. ครอู ธิบายใหน้ กั เรียนทําใบงานท่ี 3
10. ครูเพื่อตรวจความถกู ต้องของ ใบงานท่ี 4 ให้นกั เรียนทําเป็นการบ้าน
ขน้ั สรปุ (เวลา 10นาที)
11. ครใู หน้ ักเรียนสรุปสํานวนทใี่ ช้ ในการทกั ทายเพ่ือนใหมแ่ ละการถาม ทุกข์สขุ และการกลา่ วลา
ดงั นี้
AB
1.กลา่ วทักทาย 1.กล่าวทักทาย
2.ถามชอื่ เพ่ือน 2.บอกชือ่ ตัวเอง
3.แสดงความยนิ ดที ีไ่ ดพ้ บกนั 3.แสดงความยินดีทไี่ ดพ้ บกัน
12. กจิ กรรมรวมชน้ั ครแู ละนักเรยี น ร่วมกนั พดู ประโยคให้เป็นจงั หวะ (Chant) What’s your
name?
13. อภปิ รายสรปุ เกี่ยวกับสาํ นวนที่ ใช้ในการทกั ทายเพ่อื นใหมแ่ ละการ ถามทุกข์สุขโดยใช้
Mapped Dialog
- Hello, my name is Tom. What’s your name?
- Hello, my name is Sarah. Nice to meet you.
- Nice to meet you, too.
14. ครปู ระเมินคณุ ลักษณะอนั พึง ประสงคโ์ ดยใช้แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยใช้
แบบประเมนิ ท่ี 9 และ 10
15.ครใู ห้นักเรยี นทาํ แบบประเมิน ตนเอง
8. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้
1. CD Track 02 Chant: What’s Your Name? 2. ตกุ๊ ตาหุ่นนว้ิ มอื
3. ใบงานที่ 3 writing
4. ใบงานที่ 4 Complete the Conversation 5. PowerPoint presentation (PTT)
9. การประเมินผลรวบยอด
ช้นิ งานและภาระงาน
1. การพูดโต้ตอบด้วยคาํ สั้น ๆ ง่าย ๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ัง
2. การพูดและทาํ ทา่ ประกอบตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
3. ใบงานที่ 3 Writing
4. ใบงานท่ี 4 Complete the Conversation
การวัดและประเมนิ ผล
ประเดน็ การวดั
และการประเมิน วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ ท่ี3 ผา่ นเกณฑก์ าร
ความรู้ ประเมนิ รอ้ ยละ 80
ทักทาย และ การ
คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑก์ าร
ถามทุกข์สขุ ประเมินร้อยละ 80
สมรรถนะสำคญั
ของผู้เรียน ตรวจความถกู ต้อง 1. ใบงานที่ 3 Writing ผ่านเกณฑ์ระดับ
คณุ ภาพผ่านขนึ้ ไป
ของการ ใช้ 2. ใบงานท่ี 4 Complete the
ผ่านเกณฑ์ระดบั
คําคณุ ศพั ท์เพือ่ บอก Conversation คุณภาพผา่ นขึ้นไป
ความรสู้ ึกของบคุ คล
ประเมนิ ความมีวินัย แบบประเมนิ ที่ 9
ความใฝ่เรียนรู้ และ
ความม่งุ ม่ัน ในการ
ทํางาน
ประเมนิ แบบประเมินที่ 10
ความสามารถในการ
สอ่ื สาร การคดิ และ
การแก้ปัญหา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Know about me!
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี1 เรอ่ื ง Self เวลา 1 ชั่วโมง
หนว่ ยยอ่ ยที่2 เรอื่ ง About me
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาองั กฤษ รหสั วชิ า อ12101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
ครผู ้สู อน นางสาว ธนติ า ไชยมลู เงนิ โรงเรยี นบ้านเหลา่ พชิ ยั ศริ ิราษฏรร์ งั สรรค์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
ต1.2 ป.2/4 พูดขอและใหข้ ้อมลู งา่ ย ๆ เก่ียวกบั ตนเองตามแบบท่ฟี ัง
ต1.3 ป.2/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรือ่ งใกล้ตัว
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การถามตอบและใหข้ อ้ มูล เกย่ี วกับ ช่ือ สกุล อายุ ของตนเองและผู้อืน่ มีความสาํ คญั ในการ
แลกเปลีย่ น ขอ้ มูลระหว่างผพู้ ูดและผูฟ้ ังท่สี ือ่ สารได้ชดั เจนทําใหม้ คี วามเข้าใจตรงกนั และเป็นไปตาม
วตั ถปุ ระสงคข์ อง การส่ือสาร การใชภ้ าษาถกู ตอ้ งตามโครงสร้างทางภาษา และสอดคลอ้ งกบั
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
1) ใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับอายุตามโครงสร้างประโยคทเ่ี รียนได้
3.2 ทักษะ/กระบวนการ (P)
1) พดู บอกอายุตนเองและถามอายุเพ่อื นได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม (A)
1) มีเจตคติท่ีดีตอ่ การใช้ภาษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้
คําศัพทท์ บทวน Number 1-10
คำศัพท์ใหม่ Number 11-20
โครงสรา้ งทบทวน A: What is this number? B: Number_______
โครงสรา้ งใหม่ A: How old are you?
B: I’m ________ years old
หน้าที่ทางภาษา การถาม-ตอบเพอ่ื บอกอายุ(Asking and Answering about Age)
5. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทาํ งาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ (เวลา 10นาที)
1. ครูทักทายนักเรียน
2. ครแู จ้งจดุ ประสงค์และกิจกรรม การเรยี นร้ขู องนักเรยี น
3. ครทู บทวนเลข 1-10 โดยครชู ู บัตรภาพ ชดุ ตัวเลข 1-10 ครง้ั ละ 1 ตวั เลข ทลี ะบตั รภาพแล้วถาม
นกั เรียนโดยใช้ประโยค “What is this number?” ใหน้ ักเรียนออก เสียงคาํ ที่เปน็ ตวั เลขนัน้ พรอ้ ม
กันทัง้ ห้องหรือส่มุ ถามเป็น รายบุคคล หากนกั เรยี นออกเสียงใด ไมช่ ดั เจน ครูช่วยแกไ้ ขให้นกั เรยี น
ออกเสียงตาม เมือ่ นกั เรียนออกเสียงได้ถกู ตอ้ ง ครตู ดิ บตั รตัวเลขนั้น บนกระดาน จนครบ 1-10
4. ครทู บทวนเลข 1-10 โดยครสู ุ่ม ชูบัตรภาพ ชดุ ตวั เลข 1-10 ครัง้ ละ 1 ตัวเลข
5. นักเรียนจบั ค่ฝู ึกออกเสียงโดย ครูแจกบัตรภาพตวั เลขใหน้ กั เรียน คนละ 1-2 แผ่น แล้วผลัดกันออก
เสียง
ข้ันสอน (เวลา 20นาท)ี
6. ครแู สดงบตั รภาพตวั เลขทลี ะตวั ตั้งแต่ 11–20 ออกเสยี งหลาย ๆ คร้งั ใหน้ ักเรยี นพดู ตาม
7. จากนน้ั เล่นเกมทายตวั เลข โดย ครูคอ่ ยเปดิ ตวั เลขทลี ะนิด เปดิ มาก ข้นึ เรอื่ ย โดยครถู ามวา่ What
is this number? นักเรยี นตอบ It’s ...(จาํ นวนเลข).... ครพู ูด No,ครถู ามต่อไปเรอื่ ย ๆ What is this
number? โดยครเู ปิดภาพทลี ะนดิ ไปเร่ือย ๆ จนกว่านกั เรยี นจะตอบ ถกู ครพู ูด Yes. ครูเปล่ียนตัว
เลขไปเร่อื ย ๆ
8. ครูนําเสนอโครงสร้างประโยค ถาม-ตอบอายุ
A: How old are you?
B: I’m ___ years old. โดยแสดงแถบประโยคบนกระดาน ครูพดู ประโยคคาํ ถาม แลว้ หยบิ บัตร
ตวั เลขตดิ บนกระดาน 1 บัตร แลว้ ตอบคาํ ถามตามเลขในบตั รนัน้ (ใหน้ ักเรยี นเห็นบัตรตวั เลขน้ันดว้ ย)
ครูถาม-ตอบ 2-3 คร้ัง ให้นกั เรยี น บอกความหมายของประโยคที่ครูพูด
ขน้ั ปฏิบัติ (เวลา 10 นาท)ี
9. นกั เรยี นฝกึ พูดประโยคทเ่ี รียน โดยใชเ้ ทคนิค Whispering/Shouting Drill ตาม ขอ้ มลู ในใบความรู้
สาํ หรับครทู ่ี 1
10. นกั เรยี นจับคู่ ครูแจกอปุ กรณ์ สําหรบั การเลน่ บอร์ดเกม ใบความรู้ ที่ 1 และ 2 เพ่ือฝกึ ทกั ษะการ
พดู พรอ้ มทง้ั อธิบาย
วธิ กี ารเลน่ (ตามวธิ กี ารในใบความรู้ สาํ หรับครทู ี่ 2)
11. กิจกรรมคู่ ฝึกพูดถาม-ตอบ เกีย่ วกับอายุ โดยใช้บอรด์ เกม
12. นกั เรียนจบั ค่พู ดู ถาม-ตอบ เกย่ี วกบั อายุให้ครูฟังนอกเวลาเรยี น เพื่อประเมินการพดู โดยใช้ แบบ
ประเมนิ ที่ 2 โดยนักเรียน ออกมาเปน็ คู่ แล้วผลัดกันถาม อายุ และตอบ เป็นการฝกึ ให้นักเรียนใน
การ ถาม-ตอบ หากนกั เรียนบอก ไม่ไดใ้ ห้ครูออกเสียงแล้วนกั เรยี น ออกเสยี งตาม
ขั้นสรปุ (เวลา 10 นาท)ี
13. กิจกรรมเด่ียวนกั เรยี นทาํ ใบงาน ท่ี 7 How Old Are You? ถาม-ตอบ เก่ยี วกับอายุ หลังจากน้ัน
จบั คู่ตรวจ คําตอบและฝกึ ถาม-ตอบ ตามใบ งานเสร็จแลว้ รวบรวมใบงานสง่ ครู เพือ่ ตรวจความถูกต้อง
ของการให้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั อายุ
14. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปการ นําประโยคทเ่ี รียนไปใช้จรงิ ใน ชวี ติ ประจําวันว่า ประโยคทักทาย
แนะนําตนเองถามช่อื ผ้อู ่นื การถาม ทกุ ข์ สขุ การถามอายุ อะไร เหมาะสมหรือไม่ ตามวฒั นธรรม
ของชาวต่างชาติกบั วฒั นธรรมไทย เหมอื นหรอื แตกต่างอยา่ งไร
15. ครูประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละสมรรถนะสําคัญของ นกั เรียนโดยใชแ้ บบประเมิน ท9่ี
และ10
16. ใหน้ กั เรียนทําแบบประเมิน ตนเอง
8. สื่อ/แหลง่ เรียนรู้
1. บัตรภาพชุด ตวั เลข (1-20)
2. เกมทายบตั รภาพตัวเลข
3. แถบประโยค
4. ใบงานท่ี 5 บอร์ดเกม
5. ใบงานที่ 6 บตั รตัวเลขสําหรับกิจกรรม บอรด์ เกม 6. ใบงานท่ี 7 How Old Are You?
7. ลกู บอล 1 ลกู /เหรยี ญสตางคส์ ําหรบั โยน หัว-ก้อย 8. PowerPoint presentation (PPT)
9. การประเมนิ ผลรวบยอด
ชนิ้ งานและภาระงาน
1. การให้ขอ้ มลู เกยี่ วกับอายตุ ามโครงสร้างประโยคท่เี รยี น
2. การพดู ขอและใหข้ อ้ มูลง่าย ๆ เกย่ี วกับตนเองและเรือ่ งใกล้ตวั
3. ใบงาน How Old Are You?
เกณฑ์การประเมินผลช้ินงานหรอื ภาระงาน
ประเดน็ การวัด
และการประเมิน วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ ประเมินการพูดถามตอบ- แบบประเมินท่ี2 ผ่านเกณฑ์การ
ความรู้ บอกอายุ ประเมนิ ร้อยละ 80
ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะ ตรวจความถูกต้องของ ใบงานท่ี 7 How Old ประเมินรอ้ ยละ 80
การใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั อายุ Are You?
สมรรถนะสำคญั ตามโครงสร้างประโยคที่ ผ่านเกณฑร์ ะดับ
ของผู้เรยี น เรียน คุณภาพผ่านขน้ึ ไป
ประเมนิ ความมวี นิ ัย ความ แบบประเมินท่ี 9 ผ่านเกณฑร์ ะดบั
ใฝ่เรียนรู้ และความมุ่งมน่ั คุณภาพผ่านขนึ้ ไป
ในการทาํ งาน
ประเมนิ ความสามารถใน แบบประเมนิ ท่ี 10
การ สอื่ สาร การคดิ และ
การแกป้ ญั หา
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี4 เร่อื ง Parts of Your Body
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรื่อง Self เวลา 1 ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ยท่ี 3 เร่อื ง My Body
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ11101 ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ครผู ู้สอน นางสาว ธนติ า ไชยมูลเงิน โรงเรยี นบา้ นเหล่าพชิ ัย ศริ ิราฏร์รงั สรรค์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ป.2/4 ตอบคำถามจากการฟงั ประโยคบทสนทนาหรอื นทิ านงา่ ย ๆ ทมี่ ีภาพประกอบ
ต1.2 ป.2/1 พดู โตต้ อบดว้ ยคำสัน้ ๆ งา่ ย ๆ ในการส่ือสารระหว่างบคุ คลตามแบบทฟ่ี ัง
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การพูดขอและใหข้ ้อมูลคำศัพทเ์ ก่ยี วกับอวยั วะต่าง ๆ ของร่างกาย ที่ถูกต้องชดั เจนทำให้ผูพ้ ูดและผ้ฟู ัง
มีความเข้าใจทถ่ี ูกต้องตรงกนั และปฏิบัติตามคำสั่งไดถ้ กู ต้องชว่ ยให้การสื่อสารบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ท่ี
กำหนดไว้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
1) อ่านและสะกดคำศพั ทเ์ กี่ยวกับอวยั วะต่าง ๆ ได้
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) บอกคำศพั ท์อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้
2) สะกดคำและบอกความหมายของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้
3) ตอบคำถามง่าย ๆ เพ่อื ระบอุ วยั วะสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายได้
3.3 ด้านคุณลักษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
1) มีเจตคตทิ ่ดี ีต่อการใช้ภาษาอังกฤษ
4. สาระการเรยี นรู้
คำศัพทท์ บทวน face, ear, mouth, eye, nose, hair, cheek
คำศัพทใ์ หม่ head, arm, leg, stomach, hand, foot, back, tooth
โครงสร้างทบทวน Touch your ………… please.
โครงสรา้ งใหม่ What’s this?
It’s a/an……….
หนา้ ทท่ี างภาษา การขอและใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
(Asking and answering about parts of the body)
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน (เวลา 10 นาที)
1. ครทู กั ทายนกั เรียน
2. ครแู จ้งจุดประสงคแ์ ละกจิ กรรม การเรยี นรู้
3. ครูใชม้ อื แตะส่วนตา่ ง ๆ ของ ร่างกายและตงั้ คำถามถามนักเรียน เปน็ กลมุ่ ใหญ่หรอื รายบคุ คลวา่
What is this ? (โดยแตะทอี่ วัยวะ ทเ่ี ป็นคำศพั ท์ทบทวน) ครอู อก เสียงคำศพั ท์นักเรียนพูดตามถ้า
นกั เรียนตอบผดิ หรือ ออกเสยี งไม่ ถกู ต้องหรอื ออกเสยี งไม่ชัดเจน จากน้นั ฝกึ รอ้ งเพลงพรอ้ มทำ
ท่าทางประกอบเพลง Head, Shoulders, Knees and Toes ครงั้ แรก ๆ จะร้องชา้ แลว้ คอ่ ยเรง่
จังหวะเร็วข้ึนเพ่อื ความสนุกสนาน เพอ่ื นำนักเรียนเข้าส่กู ารเรยี นรู้ เรอื่ งของอวัยวะต่าง ๆ ของรา่ งกาย
จากนน้ั ครอู อกคำสงั่ Touch your ………… please.
ขั้นสอน (เวลา 20 นาท)ี
4. ครแู จกบตั รภาพและบัตรคำชดุ Body (2) (head, arm, leg, stomach, hand, foot, back,
tooth) ไว้ใหน้ กั เรียน
5. ครูตั้งคำถามกับนักเรียนว่า นกั เรยี นใชอ้ วยั วะอะไรเคี้ยวอาหาร ครนู ำเสนอคำศัพท์บัตรภาพฟนั
แล้วออกเสยี ง tooth ใหน้ ักเรียน ออกเสียงตาม ครตู ้ังคำถามนำเชน่ นีท้ ุกภาพ คำศัพทใ์ หม่ที่ครูตอ้ ง
สอน นกั เรียน ตอบแลว้ ครูจงึ สอนคำศัพท์ใหน้ ักเรียนออกเสียงตามจนครบ ทุกคำ
6. นักเรยี นศกึ ษาคำศัพท์โดยฟัง การออกเสียงคำศพั ท์ตามครทู ีละ คำขณะท่ีฟังเสียงคำศพั ท์ให้
นักเรยี นดภู าพเพ่อื เช่ือมโยง คำศัพท์และความหมายพร้อมกบั ออกเสียงตาม
7. ครนู ำเสนอภาพพรอ้ มกับออก เสยี งให้นกั เรียนฝึกออกเสียงตาม จนคล่องและครบทุกบัตรภาพครู
นำบัตร ภาพตดิ ไว้บนกระดาน
8. ครูให้นกั เรียนฝกึ สะกดและออก เสียงคำศัพท์ตามครู ขออาสาสมัคร 1 คนนำบตั รคำไปตดิ ให้ตรง
กับ บัตรภาพบนกระดาน ทำเชน่ นีใ้ ห้ ครบทุกบัตรคำครูชที้ บ่ี ัตรภาพและบตั รคำบนกระดานให้
นกั เรยี นออก เสยี งคำศพั ท์ตามครูอีกครัง้
9. ครูเขียนโครงสรา้ งประโยค What’s this? It’s a/an … (คำศัพทอ์ วัยวะ)………. พดู เป็น ตัวอยา่ ง
และฝกึ ใหน้ ักเรยี นถาม-ตอบ ครูประเมนิ การพูดของ นักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ ที่ 2
10. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั การ ใช้ a หรอื an หน้าคำนามเอกพจน์ โดยที่ a นำหนา้ นามเอกพจน์
ท่ี ข้นึ ตน้ ดว้ ยพยัญชนะ และ an นำ หนา้ นามเอกพจนท์ ีข่ ้ึนต้นด้วยสระ
11. ครูช้ีที่อวยั วะสว่ นต่าง ๆ ของ รา่ งกายพรอ้ มกบั ตั้งคำถาม What’s this? ให้นกั เรยี นตอบ พรอ้ ม
กนั และสุ่มนกั เรยี นตอบ เปน็ รายบุคคล สงั เกตการใช้ a และ an ครูแกไ้ ข เมอ่ื นกั เรียนใช้ a และ an
ไมถ่ กู ต้อง