กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
เอกสารเผยแพรผ ลงาน
เร่ือง
การบริหารจัดการนาํ้ หลากลุมน้าํ เจา พระยา ป 2560 (พ.ศ. 2560)
โดย
นายประยรู เยน็ ใจ
ตําแหนงวศิ วกรชลประทานชาํ นาญการพิเศษ
(ตาํ แหนงเลขท่ี 17)
กรมชลประทาน
เพอ่ื แตง ตงั้ ใหดํารงตาํ แหนง ผูเชี่ยวชาญดานวศิ วกรรมชลประทาน
(ดา นจดั สรรน้ําและบํารงุ รักษา)
วิศวกรชลประทานเชี่ยวชาญ (ตาํ แหนง เลขที่ 17)
กรมชลประทาน
ก
คาํ นาํ
จากปญหาอุทกภัยในพ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยาป พ.ศ. 2554 กอใหเกิดความเสียหายหรือ
ผลกระทบตอ ภาคเศรษฐกิจของประเทศอยางมาก สาเหตุหน่ึงมาจากปริมาณฝนท่ีตกอยางตอเน่ืองในพื้นที่ลุม
น้ําเจาพระยาท้ังตอนบนและตอนลางจนเกินความสามารถในการระบายน้ําออกจากพ้ืนท่ี รวมถึงบางชวง
ปรมิ าณน้ําทร่ี ะบายกเ็ กนิ ความจุของแมนาํ้ เจาพระยาทีจ่ ะรองรับไดทําใหปริมาณน้ําท่ีเกิดขึ้นในลุมน้ําเจาพระยา
ตอนบนทง้ั หมดไมสามารถระบายลงลมุ น้ําเจาพระยาตอนลางและออกสูอาวไทยไดทัน สงผลใหเกิดภาวะนํ้า
ลนตลิ่งเขาทวมพื้นที่ริมสองฝงแมนํ้าและในพื้นที่ลุมต่ําตาง ๆ กอใหเกิดความเสียหายกับพื้นที่ชุมชน
การเกษตร อตุ สาหกรรม การคมนาคมขนสง รวมท้ังชวี ิตและทรัพยสินของประชาชน
มหาอุทกภัย ป 2554 ประเทศไทยประสบปญหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบป
โดยเฉพาะในเขตพืน้ ทีล่ มุ นาํ้ เจาพระยาบรเิ วณภาคเหนอื ตอนลา งและภาคกลางของประเทศรวมถึงกรุงเทพและ
ปริมณฑล โดยเร่ิมมีปญหาน้ําทวมหนักต้ังแตปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม 2554 เกิดขึ้นจากมีฝนตก
หนักในพ้ืนท่ีลุมเจาพระยาต้ังแตเดือนมีนาคมและตกตอเนื่อง ทําใหลุมน้ํายมเริ่มประสบปญหานํ้าทวมพ้ืนที่
การเกษตรตัง้ แตเดือนพฤษภาคม และในระหวา งกลางเดือนมถิ ุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม ท่ีมักจะเปนเวลา
ท่ีเกิดฝนท้ิงชวง แตป 2554 พื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยาตอนบนกลับมีฝนตกตอเน่ืองและฝนตกหนักหลายคร้ัง
ประกอบกับมีพายหุ มนุ เขตรอ นพัดเขา มามีอทิ ธพิ ลทาํ ใหเกิดฝนตกหนกั ในประเทศไทย รวม 5 ลูก รวมท้ังมีรอง
ความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือในเดือนสิงหาคมและกันยายน ทําใหลุมน้ําเจาพระยาทั้ง
ตอนบนและตอนลา งเกดิ ฝนตกหนักเปนชวง ๆ ตลอดฤดฝู น
ดังนั้นเพื่อเปนการปองกันและบรรเทาความเสียหายท่ีจะเกิดจากอุทกภัยดังกลาวอีก ไมให
สงผลกระทบตอภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ กรมชลประทานจึงไดกําหนดแนวทางเตรียมการรองรับ
สถานการณน ้ําในป 2560 ขึ้นไว หากเกิดปญ หาน้ําหลากเหมือนเชน ป 2554 รวมถึงวางแผนการดําเนินการ
ตา ง ๆ เพื่อรองรับสถานการณนํา้ ไมใ หเกดิ ปญหานํ้าทวมรนุ แรงสรางความเสียหายเหมือนป 2554
โดยมีวัตถุประสงคของผลงานทนี่ ําเสนอครงั้ นี้ คอื
1 ) ศึกษาการบรหิ ารจัดการน้ําในลมุ นํ้าเจาพระยา สภาพอทุ กภยั ป 2554
2 ) เพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท่ีเหมาะสมตอลุมน้ําเจาพระยาในปจจุบัน
ซึง่ เปนมาตรการระยะสัน้ ท่ไี ดผ ลตอการบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยท่ีเกิดขึ้น
จึงหวังวาผลงานน้ีจะเปนประโยชนตอผูเกี่ยวของในการบริหารจัดการนํ้าจะไดทราบ
แนวทางการบริหารจัดการนํ้าหลากลุมน้ําเจาพระยาในป 2560 ในการกําหนดแนวทางการบริหารจัดการนํ้า
เพอื่ การแกไขปญหาน้ําทวมท่ีชัดเจน ต้ังแตการรูทันสภาพการเกิดนํ้าหลาก การบริหารจัดการแหลงนํ้า การ
ควบคุมการไหลในแมน้ําปงและนานใหเหมาะสมตอสภาพนํ้าในแมนํ้ายมและแมนํ้านาน จะชวยลดปริมาณนํ้า
ในแมน ้ําเจาพระยาเปนผลใหส ามารถลดความเสียหายอันจะเกิดขึ้นจากอุทกภัยได ซ่ึงนําไปใชกําหนดแนวทาง
ในการบริหารจัดการนํ้าขณะเกิดอุทกภัยที่สอดคลองกับสภาพภูมิประเทศและสภาวการณในปจจุบันไดอยาง
เหมาะสม และยังสามารถนําไปใชกําหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ เพ่ือใชเปนองคประกอบในการบริหาร
จดั การนา้ํ ไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
ประยูร เยน็ ใจ
สิงหาคม 2563
ข
สารบญั
คํานาํ หนา
สารบญั ก
สารบัญตาราง ข
สารบัญรูป ง
บทท่ี 1 บทนาํ จ
1
1.1 ความเปน มาและความสําคญั ของปญหา 2
1.2 วตั ถุประสงค 2
1.3 ระยะเวลาท่ีดาํ เนินงาน 2
1.4 ความรทู างวิชาการหรอื แนวคดิ ที่ใชในการดาํ เนินการ 2
1.5 สรปุ สาระและข้นั ตอนการดาํ เนนิ การ 2
1.6 รายละเอยี ดของผลงาน 3
1.7 ขอบเขตการดําเนนิ งาน 4
บทท่ี 2 ขอมูลพนื้ ฐานลุมน้ําเจาพระยา 8
2.1 สภาพท่วั ไปของลุมน้ําเจาพระยา 12
2.2 สภาพอุตุ – อทุ กวทิ ยา 13
2.3 ศกั ยภาพการรบั น้ําของลําน้ําสายหลกั ในลมุ นาํ้ เจา พระยา 16
2.4 การใชประโยชนท ่ีดิน 17
2.5 โครงการพัฒนาแหลงน้ําและพ้นื ทีช่ ลประทาน 23
2.6 สาเหตแุ ละเหตุการณน ํา้ ทวมในอดีต 26
2.7 ระบบปอ งกนั นํ้าทวม 28
2.8 ระบบตดิ ตามและการพยากรณนาํ้ เพื่อการเตือนภัย 33
2.9 เกณฑการระบายน้ํา 37
บทท่ี 3 การศึกษาการบริหารจดั การน้ําทวม ป 2554 39
3.1 การเตรยี มการปองกันน้ําทว ม ป 2554 39
3.2 สภาพภูมอิ ากาศ 66
3.3 สถานการณนา้ํ ทาและน้ําในอา งเกบ็ น้ําชวงตนฤดูฝน 74
3.4 การบริหารจดั การนํ้าทวม ป 2554 75
บทที่ 4 การวเิ คราะหแนวทางการแกไ ขปญ หาอุทกภยั ลุมนา้ํ เจา พระยา จากกรณอี ุทกภัยป 2554 76
4.1 ปญ หานาํ้ ทว มลุมนํา้ เจาพระยาป 2554
4.2 สาเหตขุ องการเกิดน้ําทวม ป 2554 จากน้ําและภมู ิสังคม
4.3 แนวทางปองกนั อุทกภยั ป 2560
4.4 วเิ คราะหแนวทางการบริหารจัดการน้ําทเ่ี ขือ่ นเจา พระยา
สารบญั (ตอ) ค
บทท่ี 5 การบริหารจัดการน้ําหลากลุมนา้ํ เจา พระยา ป 2560 หนา
5.1 การดําเนินการตามแนวทางการปองกันอุทกภัยเรง ดว น ป 2560 81
5.2 การเตรยี มความพรอ มบรหิ ารจดั การนา้ํ ฤดูฝน ป 2560 73
5.3 การบรหิ ารจดั การนํา้ หลาก ป 2560 90
142
บทที่ 6 สรุปและขอเสนอแนะ 143
6.1 สรปุ 144
6.2 ขอเสนอแนะ
6.3 แผนการดําเนินการระยะยาว
สารบญั ตาราง ง
ตารางท่ี หนา
2-1 ขนาดของพน้ื ท่ลี มุ นํา้ หลักทั้ง 8 ลุมนํา้ 4
2-2 แสดงรายละเอียดปริมาณฝนเฉล่ียรายเดือนและรายปแตล ะลุม น้ําหลัก 10
2-3 แสดงปรมิ าณนํ้าทา เฉลีย่ รายปในแตละลุมน้ําหลัก 11
2-4 แสดงปรมิ าณน้าํ ทา รายเดอื นเฉลีย่ ในชวงฤดฝู น-ฤดูแลง ในแตล ะลุมนํา้ หลัก 11
2-5 แสดงขอ มลู การใชประโยชนท ีด่ ินป 2543 14
2-6 แสดงโครงการพฒั นาแหลง นํา้ และพ้นื ท่ีชลประทาน 16
2-7 แสดงอา งเก็บน้ําขนาดใหญในพ้ืนที่ลุมน้าํ เจา พระยาที่กอ สรา งแลวเสรจ็ 16
สารบญั รปู จ
รปู ท่ี หนา
2-1 แผนที่แสดงขอบเขตลุมน้ําหลกั ในพน้ื ท่ีลมุ น้ําเจาพระยา 5
2-2 แสดงรปู ตัดตามยาวของแมน ํ้าสายหลกั ในพ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจาพระยาและสาขา 8
2-3 แสดงชวงเวลาการเกดิ มรสมุ รอ งความกดอากาศตํ่าและพายหุ มุนเขตรอนของประเทศไทย 9
2-4 แสดงชว งเวลาและทศิ ทางการเกิดพายุหมุนเขตรอนท่ีผานประเทศไทย 10
2-5 แผนท่ีแสดงเสนช้ันปริมาณนา้ํ ฝนเฉลี่ยรายปในพื้นที่ลุมน้ําเจาพระยา 12
2-6 แสดงการใชป ระโยชนท ่ีดินในพนื้ ท่ีลมุ นํา้ เจาพระยา 15
2-7 ปริมาณนํา้ ทา ท่ีสถานีวดั นํ้าทา C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในปท่เี กดิ อุทกภยั 20
2-8 พ้นื ทเ่ี สีย่ งตอการอุทกภัยในพ้นื ท่ลี มุ น้ําเจาพระยา 22
2-9 ความสามารถระบายน้าํ ของปตร.และสถานสี ูบนาํ้ ลุมนํ้าเจา พระยาตอนลางฝง ตะวันออก 24
2-10 ความสามารถระบายนํ้าของปตร.และสถานีสูบน้าํ ลุมน้ําเจาพระยาตอนลางฝงตะวันตก 24
2-11 แนวคันปองกันนา้ํ ทว มในพ้นื ท่ลี มุ น้าํ เจา พระยา 25
2-12 การเตือนภัยน้ําทวม อําเภอเมือง จงั หวดั แพร โดยใชความสัมพันธข องระดบั น้ํา 26
27
และระยะเวลาการไหลของนา้ํ ในแมน ้าํ ยม 30
2-13 ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณนํ้าและเตือนภยั น้ําทวมลมุ นาํ้ เจาพระยา 31
2-14 ผังเกณฑปริมาณนํา้ ท่ีเฝาระวังเพ่ือบริหารจัดการนาํ้ 32
32
ในลุมนา้ํ เจาพระยาตอนบนและพระยาตอนลาง 34
2-15 ผงั เกณฑบ รหิ ารจัดการนํา้ ลุมนํ้ายมบรเิ วณจังหวัดสุโขทยั 35
2-16 เกณฑป ริมาณน้ําท่ีมผี ลกระทบพ้ืนที่ทายเข่ือนเจาพระยา 36
2-17 พืน้ ท่ีเฝา ระวังเพ่ือการบรหิ ารจัดการนาํ้ ทายเขอ่ื นเจาพระยา 37
3-1 แสดงท่ีตัง้ โครงการคลองลัดโพธ์ิ 68
3-2 แนวคลองระบายนาํ้ สนามบนิ สวุ รรณภูมิ 70
3-3 แผนท่รี ะบบโครงการแกมลงิ สนามชัย – มหาชยั 71
3-4 แสดงเสนทางเคลื่อนตวั ของพายใุ นชวงฤดูฝน ป 2554 73
4-1 กราฟแสดงการระบายนํ้าจากเขื่อนภูมิพล กับปริมาณนํา้ ทีส่ ถานีวดั น้าํ C.2 73
4-2 กราฟแสดงผลรวมของนํ้าจากสถานี P.17, N.67, C.2 และน้ําบา จากแมน ้ํายม 77
4-3 กราฟแสดงปรมิ าณน้ําไหลผา นสถานี C.2 ในปตา งๆ 78
4-4 กราฟแสดงปรมิ าณนํ้าเฉลย่ี ไหลผา นสถานี C.29 อาํ เภอบางไทร จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา 79
4-5 แผนที่แสดงชอ งขาดฝง ตะวันตก 13 แหง 80
4-6 กราฟแสดงปริมาณน้ําที่สถานี C.2 รวมกบั นา้ํ จากแมนาํ้ สะแกกรัง ป 2554 81
4-7 แนวทางการบริหารจัดการโดยใชเครื่องมือปจจบุ ันไดโ ดยไมม ผี ลกระทบ 83
4-8 การบรหิ ารจดั การนาํ้ ตามสภาพจริงเมื่อ ป 2554
4-9 แนวทางการบรหิ ารจดั การโดยใชเ ครือ่ งมือปจจบุ นั กรณมี ีนา้ํ เทากบั ป 2554
5-1 กราฟแสดงปริมาณนํ้าท่ีสถานี C.2 รวมกับนา้ํ จากแมน้าํ สะแกกรงั ป 2554
5-2 แนวคดิ การจดั การน้ําเพ่ือลดปญ หานํา้ ทวมกรณีเรงดวน
สารบญั รปู (ตอ) ฉ
รูปที่ หนา
5-3 สํารวจความพรอม อาคารชลประทานท่ใี ชใ นทุงทาวุง 89
5-4 การประชุมเตรยี มความพรอมดานบคุ ลากร 90
5-5 การประชุมประชาสมั พันธการสรางการรบั รูก ารใชพ ้ืนทที่ ุง ทาวุง 90
6-1 แผนบรรเทาอุทกภยั ลมุ นํา้ เจา พระยาตอนลาง 147
1
บทท่ี 1
บทนํา
1.1 ความเปน มาและความสําคัญของปญ หา
ลุม น้ําเจาพระยาและสาขาเปนลมุ น้าํ ใหญท ่สี ุดในประเทศไทย มีพื้นท่ีลุมนํ้าประมาณ 158,587
ตารางกิโลเมตร หรือประมาณรอยละ 31 ของพื้นท่ีประเทศ ลุมน้ําเจาพระยามีลักษณะกายภาพแบงออกเปน
2 สวน พนื้ ท่ที ่ีอยเู หนือจงั หวดั นครสวรรค คือ ลุมนํ้าเจาพระยาตอนบน มีสภาพเปนภูเขาสลับกับท่ีราบริมนํ้า
ประกอบดวยแมน้ําสาขาสําคัญ 4 สาขา คือ แมนํ้าปง แมนํ้าวัง แมน้ํายม และแมนํ้านาน สวนลุมนํ้าเจาพระยา
ตอนลางมสี ภาพเปนทร่ี าบน้าํ ทวมถึง ประกอบดวยแมน ํ้าสาขาสําคญั 4 สาขา คอื แมนํา้ สะแกกรัง แมนํ้าทาจีน
แมน้าํ ปาสกั และแมน าํ้ เจา พระยา
ในชวงฤดูฝนของทุก ๆ ป ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยจะเกิด
สภาวะฝนตกหนกั ท่เี กิดจากมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต หยอมความกดอากาศต่ํา รองความกดอากาศต่ํา และพายุ
หมุนเขตรอน ประกอบกับการใชประโยชนที่ดินบริเวณตนนํ้า ซ่ึงมีลักษณะเปนภูเขาเชิงเขาและท่ีราบลุม
เชิงเขาเปล่ียนแปลงไป ปาไมถูกราษฎรถากถางหักรางถางพงเปล่ียนเปนไร คุณสมบัติในการคลุมดินลดลง
เมอ่ื เกดิ สภาวะฝนตกหนัก จึงเกิดนํ้าผิวดินไหลหลากในปริมาณท่ีมากขึ้น อีกทั้งในลุมนํ้าเจาพระยายังมีลุมน้ํา
บางลุมน้ําที่ไมมีแหลงกักเก็บนํ้าที่ใชประโยชนในการกักเก็บน้ําผิวดิน จึงเปนเหตุใหเกิดสภาวะน้ําทวม
อยูบอยคร้ัง ซึ่งความรุนแรงของการเกิดน้ําทวมนั้นจะข้ึนอยูกับปริมาณฝนท่ีตก ในอดีตลุมนํ้าเจาพระยา
เคยประสบกับปญหาอุทกภัยมาอยางตอเน่ือง โดยเริ่มเก็บสถิติต้ังแตป 2485 ซ่ึงเกิดนํ้าทวมใหญ
ในกรุงเทพมหานคร (กอนการกอสรางเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิติ์) หลังจากการกอสรางเข่ือนภูมิพลในลุมน้ํา
ปงและเข่ือนสิริกิต์ิในลุมน้ํานานแลว ปริมาณน้ําหลากจากภาคเหนือท่ีไหลลงสูท่ีราบลุมภาคกลางมีปริมาณ
ลดลงมาก แตปญหาอุทกภัยก็ยังคงมีอยูอยางตอเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ําหลากจากลุมน้ํายม
ลุมน้ําวัง และพื้นที่ดานทายน้ําของเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ดังเชนในป พ.ศ. 2518 2521 2523 2526
2538 2539 2545 2549 และมหาอุทกภัย ป 2554 ประเทศไทยประสบปญหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุด
ในรอบหลายสบิ ป โดยเฉพาะในเขตพ้ืนทล่ี มุ นํา้ เจาพระยาบรเิ วณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางของประเทศ
รวมถึงกรุงเทพและปริมณฑล โดยเร่มิ มีปญหานา้ํ ทว มหนกั ตั้งแตป ลายเดอื นมิถนุ ายนถงึ เดอื นตลุ าคม 2554
ปญหาอุทกภัยใน ป 2554 เกิดขึ้นจากมีฝนตกหนักในพ้ืนท่ีลุมเจาพระยาตั้งแตเดือนมีนาคม
และตกตอเน่อื ง ทาํ ใหลุมนาํ้ ยมเร่มิ ประสบปญ หานํ้าทว มพน้ื ท่ีการเกษตรตงั้ แตเดือนพฤษภาคม และในระหวาง
กลางเดอื นมถิ ุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมมักจะเปน เวลาท่ีเกิดฝนท้ิงชวง แต ป 2554 พ้ืนท่ีลุมนํ้าเจาพระยา
ตอนบนกลับมีฝนตกตอเนื่องและฝนตกหนักหลายคร้ัง ประกอบกับมีพายุหมุนเขตรอนพัดเขามามีอิทธิพล
ทําใหเกิดฝนตกหนักในประเทศไทยรวม 5 ลูก รวมทั้งมีรองความกดอากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานภาคเหนือ
ในเดือนสงิ หาคมและกนั ยายน ทําใหลมุ นํ้าเจาพระยาทั้งตอนบนและตอนลางเกิดฝนตกหนักเปนชวง ๆ ตลอด
ฤดูฝน โดยปริมาณฝนตกสะสมต้ังแต 1 มกราคม ถึง 31 ตุลาคม ในพ้ืนท่ีภาคเหนือสูงที่สุดต้ังแต
กรมอุตนุ ิยมวทิ ยาไดเกบ็ สถิตไิ ว และสูงกวา คาเฉลี่ย 30 ป ประมาณ 42 % อกี ท้งั ในพนื้ ทภ่ี าคกลางปริมาณฝน
สะสมสูงมากเชนกัน ถึงแมจะไมใชฝนตกสูงท่ีสุดท่ีเคยเกิดแตปริมาณฝนในพ้ืนที่ภาคกลาง สูงกวาคาเฉลี่ย 30
ปถึง 26 % ทําใหมีปริมาณน้ําไหลหลากลนตลิ่งแมนํ้าเจาพระยาและลํานํ้าสาขา สรางความเสียหายใหกับ
พ้ืนที่เกษตรกรรม ชุมชนที่อยูอาศัย แหลงอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการทองเที่ยว อีกท้ังสงผล
กระทบตอความเช่ือม่ันของนักลงทุนทั้งในและตางประเทศ โดยมีพ้ืนท่ีนํ้าทวมประมาณ 10 ลานไร โดย
ธนาคารโลก (World Bank) ไดประเมนิ ความเสยี หายจากอทุ กภยั คร้ังนี้มีมูลคา สูงถงึ 1.425 ลา น ลา นบาท
2
ดังนั้นเพ่ือเปนการปองกันและบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยดังกลาว ท่ีสงผลตอ
ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ จึงไดหาแนวทางเตรียมรับสถานการณนํ้าเฉพาะหนาในป 2560 หากเกิด
ปญหามีปริมาณน้ําหลากเหมือนเชน ป 2554 รวมท้ังไดวางแผนดําเนินการตาง ๆ เพ่ือรองรับสถานการณน้ํา
ไมใ หเกดิ ปญ หานํา้ ทว มรุนแรงและสรา งความเสียหายมหาสารเหมอื นเชนป 2554
1.2 วัตถุประสงค
การศึกษาวิเคราะหหาแนวทางในการบริหารจัดการนํ้าเพื่อแกไขปญหาอุทกภัยในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจาพระยาของหนวยงานตาง ๆ จะพิจารณาเฉพาะดานวิศวกรรมและเศรษฐศาสตรเปนหลัก และบางราย
การศึกษาก็มีการศึกษาดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมควบคูกันไป แตการศึกษาเหลานั้นยังมิได
พิจารณาในรายละเอียดพ้ืนที่ท่ีไดรับผลกระทบจากการบริหารจัดการนํ้าทวมอยางชัดเจนและเปนรูปธรรม
นอกจากน้ันยังเปนการดําเนินการแกไขปญหาในระยะกลางและระยะยาวท่ีใชเวลาในการดําเนินงานมากกวา
5 ป ยังไมมีการศึกษาเพ่ือกําหนดรายละเอียดการจัดการน้ํา เพื่อลดความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจจะ
เกดิ ข้นึ ในชว งเวลาทย่ี งั ไมมีการดาํ เนินการตามผลการศกึ ษาระยะยาวนน้ั ๆ
วตั ถปุ ระสงคข องการการดาํ เนนิ งานคร้ังนี้มี ดังน้ี
1 ) ศึกษาการบริหารจดั การนํา้ ในลมุ น้ําเจาพระยา สภาพอุทกภยั ป 2554
2 ) เพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท่ีเหมาะสมตอลุมนํ้าเจาพระยาในปจจุบัน
ซง่ึ เปนมาตรการระยะสัน้ ที่ไดผลตอ การบรรเทาความเสยี หายจากอุทกภัยทีเ่ กดิ ข้ึน
1.3 ระยะเวลาทีด่ าํ เนนิ งาน
ศึกษาสภาพการบริหารจัดการน้ําในลุมน้ําเจาพระยา สภาพอุทกภัย ป 2554 ต้ังแตตนป
2560 และดาํ เนินการบริหารจดั การนํา้ ตอเนอ่ื งจนส้ินสดุ ฤดฝู น ป 2560
1.4 ความรูทางวชิ าการหรอื แนวคิดทใี่ ชในการดําเนนิ การ
ดาํ เนินการโดยใชความรวู ชิ าการทางอุทกวทิ ยาเก่ียวกับความสัมพันธของระดับน้ํา ปริมาณน้ํา
การเดนิ ทางของน้าํ คาดการณปรมิ าณน้าํ ความรทู างดา นชลศาสตรเกี่ยวกับการสมดุลนํ้า การบริหารจัดการ
น้ําในลุมน้ํา หลักการชลประทานในการจัดสรรน้ํา การสงนํ้า การระบายนํ้า รวมถึงการบริหารจัดการน้ํา
ในอางเก็บนํ้า ภายใตแนวคิด พ้ืนที่ตอนบนกักเก็บน้ํา พื้นที่ตอนกลางหนวงนํ้า พื้นที่ตอนลางเรงระบายนํ้า
ออกสทู ะเล
1.5 สรปุ สาระและข้ันตอนการดําเนนิ การ
1 ) ศกึ ษาสภาพการบรหิ ารจัดการนํา้ ในลุมนา้ํ เจา พระยา ตามสภาพอุทกภยั ป 2554
2 ) พิจารณาแนวทางการบริหารจดั การน้ําระยะสัน้ ทีเ่ หมาะสมตอสภาพลุมนํ้าเจาพระยา
3 ) บรหิ ารจดั การน้ําลมุ นํ้าเจา พระยาในฤดฝู นป 2560 ตามแนวทางทก่ี ําหนด
4 ) สรปุ ผลและเผยแพร
1.6 รายละเอียดของผลงาน
1 ) บทที่ 1 กลา วถงึ ความเปนมา วัตถุประสงค และข้ันตอนการดาํ เนนิ การ
2 ) บทที่ 2 กลาวถงึ สภาพท่วั ไปและขอมูลพืน้ ฐานของลุม นาํ้ เจา พระยา
3 ) บทท่ี 3 การศึกษาการบรหิ ารจดั การนํ้าทวม ป 2554
3
ป 2554 4 ) บทที่ 4 การวเิ คราะหแ นวทางการแกไขปญหาอุทกภัยลุมนํ้าเจาพระยาจากกรณีอุทกภัย
5 ) บทท่ี 5 การบรหิ ารจดั การนํ้าหลากลมุ น้าํ เจา พระยา ป 2560
6 ) บทท่ี 6 สรปุ และขอเสนอแนะ
1.7 ประโยชนข องผลงาน
ผลการดาํ เนินการจะสามารถกาํ หนดแนวทางการบริหารจดั การนํา้ เพอ่ื การแกไ ขปญหานํ้าทวม
ที่ชดั เจน ตั้งแตการรทู ันสภาพการเกิดน้ําหลาก บริหารจัดการแหลงนํ้า ควบคุมการไหลในแมน้ําปงและนาน
ใหเหมาะสมตอสภาพน้ําในแมนํ้ายมและแมนํ้านาน จะชวยลดปริมาณนํ้าในแมน้ําเจาพระยา เปนผลให
สามารถลดความเสียหายอันจะเกิดขึ้นจากอุทกภัยได ซึ่งนําไปใชกําหนดแนวทางในการบริหารจัดการนํ้า
ขณะเกดิ อทุ กภัยท่ีสอดคลอ งกบั สภาพภูมปิ ระเทศและสภาวการณในปจ จบุ ันไดอยางเหมาะสม และยังสามารถ
นําไปใชกําหนดแนวทางในการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่ือใชเปนองคประกอบในการบริหารจัดการน้ําไดอยาง
มีประสิทธิภาพ
4
บทที่ 2
ขอ มูลพ้นื ฐานลุมนา้ํ เจาพระยา
2.1 สภาพทัว่ ไปของลุมนาํ้ เจา พระยา
ลมุ นาํ้ เจา พระยาครอบคลุมพนื้ ที่ลุม น้ําหลักจํานวน 8 ลมุ น้าํ ในจาํ นวนทง้ั หมด 25 ลุมน้ําหลัก
ของประเทศไทยดงั แสดงในรูปที่ 2-1 ไดแกลุมนํ้าปง วัง ยม นาน เจาพระยา (สายหลัก) สะแกกรัง ปาสัก
และทาจนี ครอบคลุมพื้นที่รวม 31 จังหวัด ( ภาคเหนือ 14 จังหวัด ไดแก เชียงใหม ลําพูน ตาก กําแพงเพชร
นครสวรรค ลาํ ปาง แพร สโุ ขทัย พิษณโุ ลก พจิ ติ ร พะเยา อุตรดิตถ นาน เพชรบูรณ และภาคกลาง 17 จังหวัด
ไดแ ก กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อางทอง ลพบุรี สิงหบุรี ชัยนาท
สระบุรี นครนายก อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ) มีพ้ืนท่ีลุมนํ้ารวม
ทั้งส้ิน 158,587 ตารางกิโลเมตร หรือ 99.12 ลานไร คิดเปนรอยละ 30.85 ของพ้ืนที่ประเทศไทยมีอาณาเขต
ติดตอดงั นี้
ทศิ เหนอื ตดิ กบั ลุม น้ํากก
ทศิ ตะวันออก ติดกบั ลุมนํา้ โขง ลุม น้ําชี และลมุ นํ้ามูล
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั ลมุ น้ําสาละวนิ และลมุ นํา้ แมกลอง
ทศิ ใต ติดกับ อาวไทย
ขนาดของพ้นื ท่ีลมุ น้าํ หลักทัง้ 8 ลมุ นา้ํ สรปุ ไดด งั ทแี่ สดงในตารางที่ 2-1
ตารางที่ 2-1 ขนาดของพ้ืนที่ลมุ นํา้ หลักท้งั 8 ลุมน้ํา
ลมุ น้าํ หลกั รหสั ลุมน้าํ พน้ื ทล่ี ุมนํา้ รอยละ
ตารางกิโลเมตร ลา นไร
1. ลุม นํ้าปง 06 34,499 21.56 21.75
2. ลมุ น้าํ วงั 07 10,794 6.75 6.81
3. ลุมน้ํายม 08 23,948 14.97 15.10
4. ลมุ นํ้านาน 09 34,908 21.82 22.01
เจาพระยาตอนบน 104,149 65.09 65.67
5. ลมุ น้ําเจาพระยา(สายหลัก) 10 20,267 12.67 12.78
6. ลุม นํา้ สะแกกรงั 11 5,056 3.16 3.19
7. ลมุ น้าํ ปา สกั 12 15,623 9.76 9.85
8. ลุมน้ําทา จนี 13 13,492 8.43 8.51
เจา พระยาตอนลาง 54,437 34.02 34.33
รวมลุมนาํ้ เจา พระยา 158,587 99.12 100.00
ท่มี า : กรอบการพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน , ตุลาคม 2553
5
รูปท่ี 2-1 แผนท่ีแสดงขอบเขตลมุ นํ้าหลักในพื้นทลี่ ุมน้ําเจาพระยา
6
1 ) ลุมน้ําปง ( 06 ) ต้ังอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 34,499 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนท่ีสวนใหญของ 5 จังหวัด ไดแก เชียงใหม ลําพูน ตาก กําแพงเพชร และ
นครสวรรค ภูมิประเทศตอนบนของลุมน้ําเปนเทือกเขาสลับซับซอน มีตนกําเนิดจากทิวเขาผีปนนํ้าในเขต
อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม แลวไหลผานหุบเขาลงมาสูที่ราบลุมในจังหวัดเชียงใหม ลําพูน และไหล
ไปทางทศิ ตะวันตกเฉยี งใตผ านอําเภอจอมทองและอําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม กอนไหลลงสูอางเก็บน้ําเข่ือน
ภูมิพลที่อําเภอสามเงา จังหวัดตาก สวนแมน้ําปงตอนลางตั้งแตดานทายเขื่อนภูมิพล จะไหลมาบรรจบกับ
แมน ้ําวังและไหลผานท่ีราบในเขตจงั หวัดตากและกําแพงเพชร กอนไหลไปบรรจบกับแมนํ้านานรวมเปนแมน้ํา
เจาพระยาที่ปากนํา้ โพ อาํ เภอเมอื ง จังหวัดนครสวรรค รวมความยาวท้งั สน้ิ 740 กิโลเมตร
2 ) ลุมนํ้าวัง ( 07 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนที่ลุมนํ้ารวม 10,794 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางสวนของจังหวัดตาก และพื้นท่ีสวนใหญของจังหวัดลําปาง มีตนกําเนิดจาก
เทือกเขา ผีปนนํ้า ไหลผานหุบเขาบริเวณอําเภอวังเหนือ จังหวัดลําปาง ลักษณะภูมิประเทศของลุมนํ้าเปน
เทือกเขาลอมรอบตลอดแนวสองฝงของลําน้ําวัง มีพ้ืนที่ราบลุมสลับกับที่ราบแคบ ๆ ตามหุบเขา แมนํ้าวังมี
ความยาวของลําน้ําส้ันกวาลํานํ้าสายหลักอ่ืน ๆ ในภาคเหนือ โดยแมน้ําวังจะไหลมาบรรจบกับแมน้ําปง
ทบี่ านปากวงั ตําบลแมสลิด อําเภอบา นตาก จังหวดั ตาก รวมความยาวทงั้ ส้ิน 382 กิโลเมตร
3 ) ลุมนาํ้ ยม ( 08 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทย มีพ้ืนที่ลุมน้ํารวม 23,948 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนท่ี 11 จังหวัด ไดแก พะเยา นาน ลําปาง แพร ตาก กําแพงเพชร สุโขทัย
อตุ รดิตถ พิษณุโลก พจิ ิตร และนครสวรรค แมน า้ํ ยมมตี นกําเนดิ จากดอยขุนยวมในทิวเขาผีปนนํ้าเขตอําเภอ
ปงและอําเภอเชียงมวน จังหวัดพะเยา ไหลผานหุบเขาท่ีมีความลาดชันมาก มีที่ราบแคบ ๆ
รมิ แมน้ําเปนบางชว งเม่ือไหลเขาเขตจงั หวัดแพรจะผานพืน้ ทีร่ าบเหมาะแกการทําเกษตรกรรมในเขตอําเภอสอง
หนองมวงไข เมืองแพร สูงเมน และเดนชัย กอนไหลเขาหุบเขาทางทิศตะวันตกผานอําเภอลอง และวังช้ิน
แลวไหลลงทางทิศใตเขาสูพ้ืนท่ีราบในเขตจังหวัดสุโขทัย เริ่มจากอําเภอศรีสัชนาลัยในชวงนี้แมน้ํายมเร่ิมมี
ความลาดชันลดลง ผา นอาํ เภอสวรรคโลก ศรีสาํ โรง เมอื งสโุ ขทัย กงไกรลาศ ผานอําเภอบางระกํา จังหวัด
พิษณโุ ลก อาํ เภอสามงา ม และโพทะเล จังหวดั พิจติ ร กอนไหลมาบรรจบกับแมน าํ้ นานที่บานเกยชัย อําเภอ
ชมุ แสง จงั หวดั นครสวรรค รวมความยาวทงั้ สิ้น 735 กโิ ลเมตร
4 ) ลุมน้ํานาน ( 09 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 34,908
ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่สวนใหญของ 6 จังหวัด ไดแก นาน อุตรดิตถ พิษณุโลก พิจิตร
เพชรบูรณ และนครสวรรค ภูมิประเทศตอนบนของลุมน้ํานานสวนใหญเปนเทือกเขาสูงชัน เปนปาตนนํ้า
ที่สําคัญของลุมน้ําในเขตอําเภอบอเกลือ เฉลิมพระเกียรติ ปว แมจริม และอําเภอสันติสุข จังหวัดนาน
บริเวณตอนกลางของลุมนํ้าเปนท่ีตั้งของเขื่อนสิริกิติ์ที่อําเภอทาปลา จังหวัดอุตรดิตถ พ้ืนท่ีดานทายนํ้าของ
เขื่อนสิริกิต์ิมีสภาพเปนท่ีราบลุมริมแมนํ้าเหมาะแกการเกษตรกรรม ไดแก บริเวณอําเภอเมืองอุตรดิตถ
อําเภอเมืองพิษณุโลกเรื่อยไปจนถึงอําเภอเมืองพิจิตร กอนจะไหลไปบรรจบกับแมน้ําปงที่ปากน้ําโพ อําเภอ
เมอื ง จังหวดั นครสวรรค กลายเปนแมน ํา้ เจา พระยา รวมความยาวทัง้ สิ้น 770 กิโลเมตร
5 ) ลุมน้ําเจาพระยา ( 10 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นที่ลุมนํ้ารวม 20,267
ตารางกิโลเมตร แมน้ําเจาพระยามีจุดกําเนิดอยูท่ีตําบลปากนํ้าโพ อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ไหลจาก
ทิศเหนือลงสูอาวไทยผานที่ราบภาคกลาง สภาพลุมนํ้าทางฝงตะวันออกในเขตจังหวัดนครสวรรคและลพบุรี
เปน ท่รี าบสงู มเี นินเขาเต้ีย ๆ เปนสันปน น้าํ กน้ั ระหวา งลมุ น้ําเจาพระยาและลุมนํ้าปาสัก สวนทางตอนลางลงมา
ซึ่งอยูในเขตจังหวัดสระบุรีและฉะเชิงเทรา จะเปนที่ราบลาดเขาลงสูแมนํ้าเจาพระยาและเปนที่ราบชายฝง
ทะเลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ สภาพลุมน้ําทางฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนบนเปนท่ีราบและ
7
ตอนลางเปนที่ราบลุม ซึ่งมีอาณาเขตติดตอกับลุมนํ้าทาจีนลาดลงไปจรดชายฝงทะเลดานอาวไทยมีความยาว
ลําน้ํารวมทัง้ สน้ิ 372 กิโลเมตร
6 ) ลุมนํ้าสะแกกรัง ( 11 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นที่ลุมน้ํารวม 5,056
ตารางกิโลเมตร บริเวณทศิ ตะวันตกของลุมนํ้าเปนเทือกเขาสูงเปนเขตตนนํ้าของลํานํ้าสาขาที่สําคัญหลายสาย
ไดแก ลํานํ้าแมวงก ลําน้ําคลองโพธิ์ และลําน้ําทับเสลา โดยตนกําเนิดของลําน้ําสะแกกรัง คือ เทือกเขา
โมโกจู ซึ่งเปนแนวแบงเขตระหวางจังหวัดตากและนครสวรรค ตนนํ้าของลําน้ําสาขาท้ัง 3 สายน้ีจะมีความ
ลาดชันคอนขางมากและคอย ๆ ลาดเทลงจนไหลออกสูทุงราบของลุมนํ้าเจาพระยาทางดาน ทิศตะวันออก
ของลุมนํ้า ลําน้ําสาขาซ่ึงเปนตนกําเนิดของลําน้ําสะแกกรัง ไดแก ลําน้ําแมวงก ไหลผานกิ่งอําเภอแมวงก
และอําเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค มาบรรจบกบั ลําน้าํ คลองโพธ์ิ ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาบริเวณแนวแบง
เขตระหวางจังหวัดนครสวรรคและจังหวัดอุทัยธานี ที่อําเภอสวางอารมณ จังหวัดอุทัยธานี กลายเปนแมนํ้า
ตากแดดแลวไหลลงมาบรรจบกับลํานํ้าทับเสลา ในเขตอําเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เขาเขตอําเภอเมือง
จังหวัดอุทัยธานี ไหลเลาะเลียบผานภูเขาสะแกกรังจึงไดช่ือวาแมน้ําสะแกกรัง และไหลลงแมน้ําเจาพระยา
บริเวณเหนอื เขอื่ นเจา พระยา มคี วามยาวลําน้าํ รวมทงั้ สน้ิ 108 กิโลเมตร
7 ) ลุมนํ้าปาสัก ( 12 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นท่ีลุมนํ้ารวม 15,623
ตารางกิโลเมตร พื้นที่ตอนบนจะเปนบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ ซึ่งเปนเทือกเขาสูงลอมบริเวณดานเหนือ
ดานตะวันตกและดานตะวันออกของจังหวัดเพชรบูรณและมีพื้นท่ีราบอยูตอนกลางพ้ืนท่ี มีความสูงจาก
ระดบั น้าํ ทะเลปานกลางประมาณ 110 – 115 เมตร พ้ืนที่ตอนกลางมีลักษณะเปนพื้นท่ีราบสลับเนินเขาและ
ภูเขามีความสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลางประมาณ 45 – 60 เมตร เทลาดลงมาทางทิศใต โดยพ้ืนท่ีทาง
ทิศตะวันตกและทิศใตเปนพ้ืนท่ีคอนขางราบสลับเนินเขา พื้นท่ีทางทิศตะวันออกยังคงเปนเทือกเขาและภูเขา
สลับเนินเขา สวนพื้นที่ตอนลางบริเวณดานตะวันออกตอนลางและตะวันออกเฉียงใตจะเปนแนวเทือกเขา
ดงพญาเย็น เขาสามหลั่น ตอเนื่องถึงอุทยานแหงชาติเขาใหญ พื้นท่ีมีความสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลาง
ประมาณ 5 – 30 เมตร มีความยาวลาํ น้าํ รวมท้ังส้ิน 580 กิโลเมตร
8 ) ลุมนํ้าทาจีน ( 13 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 13,492
ตารางกิโลเมตร เปน ทร่ี าบลมุ รมิ แมนาํ้ ซง่ึ เปน ทีร่ าบเดยี วกนั กบั ทรี่ าบลมุ นํ้าเจา พระยาฝง ตะวันตก ตอนบนของ
ลุมนํ้าเปนท่ีเชิงเขาแตมีระดับไมสูงมากนัก สวนตอนกลางและตอนลางเปนที่ราบลุมติดตอกับท่ีราบลุมของ
ลุมนํ้าแมกลอง แมนํ้าทาจีนแยกออกมาทางฝงขวาของแมน้ําเจาพระยาที่ตําบลมะขามเฒา อําเภอวัดสิงห
จงั หวัดชัยนาท ไหลผานจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และออกสูอาวไทยที่จังหวัดสมุทรสาคร แมนํ้าทาจีนมี
ช่ือเรียกตาง ๆ กัน ตั้งแตตนนํ้าจนถึงปากแมนํ้า คือ คลองมะขามเฒา แมนํ้าสุพรรณบุรี แมนํ้านครชัยศรี
และแมนํา้ ทา จีน มคี วามยาวลาํ นํา้ รวมท้ังสน้ิ 325 กโิ ลเมตร รูปตัดตามยาวของแมน้ําสายหลักในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจา พระยาและสาขา แสดงไดดงั รปู ท่ี 2-2
8
รปู ตดั ตามยาวของแมน ํ้าเจาพระยาและสาขา
รูปที่ 2-2 แสดงรปู ตดั ตามยาวของแมนํ้าสายหลกั ในพื้นที่ลุม นํ้าเจาพระยาและสาขา
2.2 สภาพอตุ ุ – อทุ กวทิ ยา
1 ) ภูมิอากาศ ลุมน้ําเจาพระยามีสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปคือรอนช้ืนแบบมรสุม โดยอยู
ภายใตอิทธิพลของลมมรสุม 2 ชนิดคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเร่ิม
ตั้งแตกลางเดอื นพฤษภาคมถงึ กลางเดอื นตลุ าคม เปนชวงที่มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต พัดมาจากทะเลอันดามัน
หยอมความกดอากาศตํ่า และรองความกดอากาศตํ่าเกิดขึ้น นอกจากน้ีบางป ยังไดรับอิทธิพลจากพายุหมุน
เขตรอ น ซึ่งจะทําใหเ กดิ ฝนตกหนักในพืน้ ที่ โดยปริมาณนาํ้ ฝนจะเพ่ิมข้ึนมากต้ังแตปลายเดือนกรกฎาคมจนถึง
กลางเดือนตุลาคม หลังจากน้ันปริมาณนํ้าฝนจะลดลงอยางรวดเร็ว การเกิดฝนตกหนักในพ้ืนที่ลุมน้ํา
เจา พระยาที่ทําใหเกิดปญ หานํ้าทวม สวนใหญจะเกิดจากแนวรอง ความกดอากาศต่ํา หยอมความกดอากาศ
ต่ํา และพายุหมุนเขตรอนท่ีกอตัวในมหาสมุทรแปซิฟกและ ทะเลจีนใต ซึ่งมักจะเกิดในระหวางกลางเดือน
กรกฎาคมถึงตนเดือนพฤศจิกายน เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใตเปลี่ยนเปนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณ
ฝนในลมุ น้าํ เจา พระยาจะลดลงตงั้ แตก ลางเดอื นพฤศจิกายนจนถงึ เดอื นกุมภาพนั ธอากาศจะเย็นลงและแทบไมมี
ฝนตก ตอจากน้ันจะเปนฤดูรอนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งบางโอกาสจะมีฝนตกชุก ซ่ึงเกิดจากการปะทะ
กันของแนวความกดอากาศสูงจากประเทศจีนกับความรอนในทองถ่ิน ชวงเวลาการเกิดมรสุม รองความกด
อากาศตา่ํ และพายุหมุนเขตรอนของประเทศไทยแสดงไว ในรูปท่ี 2-3 และชวงเวลาและทิศทางการเกิดพายุ
หมนุ เขตรอ นท่พี ดั ผา นประเทศไทยแสดงไวใ นรูปท่ี 2-4
9
ท่มี า : กรมอุตุนยิ มวทิ ยา
รูปที่ 2-3 แสดงชวงเวลาการเกดิ มรสุม รองความกดอากาศตา่ํ และพายหุ มุนเขตรอนของประเทศไทย
10
ทมี่ า : กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา
รปู ที่ 2-4 แสดงชว งเวลาและทิศทางการเกิดพายุหมนุ เขตรอนที่ผา นประเทศไทย
2 ) ปริมาณน้ําฝน ลุมน้ําเจาพระยามีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปประมาณ 1,151 มิลลิเมตร
(ขอมูล ป 2495 – 2551) เปนปริมาณนา้ํ ฝนในชว งฤดฝู น 1,008 มิลลิเมตร ( คดิ เปนรอ ยละ 87.6 ของปริมาณ
ฝนท้ังป ) และในชวงฤดูแลง 143 มิลลิเมตร ( คิดเปนรอยละ 12.4 ของปริมาณฝนทั้งป ) ดังแสดงแผนท่ี
เสนช้ันปริมาณน้ําฝนเฉล่ียรายปในรูปที่ 2-5 โดยพื้นที่ตอนบนและตอนลางของพื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยา
มีปริมาณฝนเฉล่ียรายปใกลเคียงกัน ลุมนํ้ายม นาน สะแกกรัง และลุมน้ําปาสัก มีปริมาณฝนเฉล่ียรายป
มากกวาคาเฉลี่ยของลุมน้ํา ลุมน้ํานานมีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปมากที่สุด และลุมน้ําทาจีนมีปริมาณฝนเฉล่ีย
รายปนอยท่ีสุดในลุมนํ้าเจาพระยา รายละเอียดปริมาณฝนเฉล่ียรายเดือนและรายปแตละลุมน้ําหลัก สรุปได
ดงั ตารางท่ี 2-2
ตารางท่ี 2-2 แสดงรายละเอยี ดปริมาณฝนเฉลยี่ รายเดือนและรายปแ ตล ะลมุ นา้ํ หลัก
ลมุ นํ้าหลัก ปริมาณฝนรายเดือนเฉล่ยี (มม.) ฤดฝู น ฤดแู ลง รายป
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (มม.) (มม.) (มม.)
1. ลุมนาํ้ ปง 49.0 160.1 127.0 138.5 186.8 217.6 130.6 38.5 10.1 6.3 6.6 16.2 960.6 126.7 1,087.3
2. ลุม น้ําวัง 58.3 166.9 123.2 130.6 181.7 216.8 115.6 29.0 6.9 5.5 6.9 19.8 934.8 126.4 1,061.2
3. ลุมน้ํายม 59.8 177.2 142.9 160.7 220.3 238.0 119.5 23.2 5.1 5.9 8.6 23.3 1,058.6 125.9 1,184.5
4. ลมุ นํา้ นา น 69.9 179.6 166.5 188.2 246.0 247.8 104.4 20.3 5.1 6.5 13.2 30.1 1,132.5 145.1 1,277.6
เจาพระยาตอนบน 59.3 171.0 139.9 154.5 208.7 230.1 117.5 27.8 6.8 6.1 8.8 22.4 1,021.6 131.0 1,152.7
5. ลมุ นา้ํ เจา พระยา 60.6 146.7 129.4 138.3 160.6 256.4 164.4 32.0 5.5 6.3 13.8 26.8 995.8 145.0 1,140.8
(สายหลัก)
6. ลมุ นา้ํ สะแกกรัง 64.5 159.2 135.5 135.5 168.5 266.1 168.4 37.3 3.8 7.3 16.5 36.7 1,033.2 166.1 1,199.3
7. ลุมนํ้าปา สัก 72.6 152.2 151.1 159.8 198.3 255.9 127.3 25.4 5.3 5.7 16.1 40.5 1,044.6 165.6 1,210.2
8. ลมุ นา้ํ ทา จนี 51.8 129.2 103.6 115.1 129.0 238.5 191.0 39.9 6.2 5.3 11.2 25.2 906.4 139.6 1,046.0
เจาพระยาตอนลาง 62.4 146.8 129.9 137.2 164.1 254.2 162.8 33.7 5.2 6.2 14.4 32.3 995.0 154.1 1,149.1
รวมลมุ นาํ้ เจา พระยา 60.8 158.9 134.9 145.8 186.4 242.1 140.2 30.7 6.0 6.1 11.6 27.3 1,008.3 142.6 1,150.9
หมายเหตุ : ฤดูฝนชวงเดือนพฤษภาคม – ตลุ าคม ฤดูแลงชวงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน
3 ) ปริมาณน้าํ ทา ลมุ น้ําเจาพระยามพี ื้นทรี่ ับน้ําฝนรวม 158,587 ตารางกิโลเมตรมีปริมาณ
นํ้าทารายปเฉลี่ยรวมท้ังสิ้น 40,388.5 ลาน ลบ.ม. เปนปริมาณนํ้าทาในชวงฤดูฝน 33,146.9 ลานลูกบาศก
11
เมตร ( คดิ เปนรอยละ 82.1 ของปริมาณน้ําทารวมท้งั ป ) ในชว งฤดแู ลง 7,241.6 ลานลกู บาศกเมตร ( คิดเปน
รอยละ 17.9 ของปรมิ าณนํ้าทา รวมท้ังป ) ปริมาณนํ้าทาสวนใหญ (รอยละ 70) มาจากลุมน้ําตอนบน ลุมนํ้า
ท่มี ปี รมิ าณน้ําทารายปเ ฉล่ยี มากทสี่ ดุ คอื ลุม น้าํ นา น มีปริมาณนํ้าทา 12,040.6 ลานลูกบาศกเมตร รองลงมา
คือ ลุมนํ้าปง และลุมนํ้ายม ลุมน้ําท่ีมีปริมาณนํ้าทารายปเฉลี่ยนอยที่สุด คือ ลุมน้ําสะแกกรัง
มีปริมาณน้ําทา 1,294.7 ลานลูกบาศกเมตร ปริมาณนํ้าทาเฉลี่ยรายปในแตละลุมนํ้าหลักสรุปไดดังตารางที่
2-3 และปรมิ าณน้ําทา รายเดอื นเฉลยี่ ในชว งฤดูฝน – ฤดแู ลง ในแตล ะลมุ นาํ้ หลักสรุปไดด ังตารางที่ 2-4
ตารางที่ 2-3 แสดงปริมาณนาํ้ ทาเฉล่ยี รายปใ นแตละลมุ นํ้าหลกั
ลมุ นํ้าหลกั 1. ปง 2. วัง 3. ยม 4. นา น 5. เจา พระยา 6. สะแกกรงั 7. ปาสัก 8. ทาจนี รวม
(สายหลัก)
ปริมาณนํา้ ทา 9,553.7 1,780.4 4,720.7 12,040.6 3,786.1 1,294.7 3,321.1 3,891.2 40,388.5
(ลาน ลบ.ม./ ป)
รอ ยละ 23.65 4.41 11.69 29.81 9.37 3.21 8.22 9.63 100.00
ตารางท่ี 2-4 แสดงปรมิ าณน้ําทารายเดือนเฉลี่ย ในชว งฤดูฝน-ฤดแู ลง ในแตละลุม น้ําหลัก
ลมุ นา้ํ หลกั พื้นทล่ี มุ นํ้า ปริมาณนา้ํ ทา รายเดือนเฉลยี่ (ลา น ลบ.ม.) ฤดูฝน ฤดูแลง รายป
(ตร.กม.) เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (ลาน ลบ.ม.) (ลาน ลบ.ม.) (ลา น ลบ.ม.)
1. ลมุ นาํ้ ปง 34,499 181.9 455.7 652.2 791.8 1,735.1 2,240.7 1,389.6 936.0 590.5 289.2 151.7 139.3 7,265.1 2,288.6 9,553.7
2. ลุมนํ้าวัง 10,794 16.2 68.1 95.0 101.1 291.8 599.0 352.2 149.4 49.4 28.4 15.4 14.4 1,507.2 273.2 1,780.4
3. ลุมนาํ้ ยม 23,948 54.0 216.9 190.3 364.9 1,181.5 1,606.9 643.0 249.6 93.6 43.8 30.9 45.3 4,203.5 517.2 4,720.7
4. ลุมนาํ้ นาน 34,908 120.1 308.3 713.7 1,999.2 3,630.9 2,900.0 1,201.2 500.5 280.8 176.1 112.1 97.7 10,753.3 1,287.3 12,040.6
เจา พระยาตอนบน 104,149 372.2 1,049.0 1,651.2 3,257.0 6,839.3 7,346.6 3,586.0 1,835.5 1,014.3 537.5 310.1 296.7 23,729.1 4,366.3 28,095.4
5. ลุม นาํ้ เจา พระยา 20,267 151.6 185.9 226.9 246.2 383.9 654.9 856.1 470.1 208.9 117.6 125.4 158.6 2,553.9 1,232.2 3,786.1
(สายหลกั )
6. ลมุ นํ้าสะแกกรงั 5,056 7.4 57.4 94.5 52.8 62.5 283.8 427.0 207.4 45.4 28.1 18.0 10.4 978.0 316.7 1,294.7
7. ลุมน้ําปา สกั 15,623 75.1 136.9 225.4 269.9 586.7 993.7 468.4 177.3 144.1 90.4 74.6 78.6 2,681.0 640.1 3,321.1
8. ลุมนาํ้ ทา จีน 13,492 54.0 183.8 142.8 132.4 254.8 775.8 1,715.3 424.2 112.1 47.0 25.0 24.0 3,204.9 686.3 3,891.2
เจา พระยาตอนลา ง 54,437 288.1 564.0 689.6 701.3 1,287.9 2,708.2 3,466.8 1,279.0 510.5 283.1 243.0 271.6 9,417.8 2,875.3 12,293.1
รวมลมุ นา้ํ เจาพระยา 158,587 660.3 1,613.0 2,340.8 3,958.3 8,127.2 10,054.8 7,052.8 3,114.5 1,524.8 820.6 553.1 568.3 33,146.9 7,241.6 40,388.5
ในอดตี ปริมาณนํ้าทา เฉล่ียสูงสดุ ในแมน ํา้ เจา พระยาที่จงั หวัดนครสวรรค ( สถานีวัดน้ําทา C.2)
จะอยูในเกณฑประมาณ 3,490 ลกู บาศกเมตร/วินาที หลังจากกอสรา งเข่อื นภูมิพลและเข่ือนสิริกิต์ิ มีผลทําให
ปรมิ าณน้ําทา สงู สดุ ที่ไหลลงสูภาคกลางลดลงประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที คงเหลือปริมาณนํ้าทาสูงสุดเฉล่ีย
ประมาณ 2,390 ลกู บาศกเ มตร/วนิ าที ซง่ึ ปริมาณนํา้ ทาสงู สดุ ในเกณฑเ ฉลยี่ น้ีหากมีการบริหารจัดการที่ดี โดย
ใชเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ และเขื่อนแควนอย รวมทั้งระบบชลประทานท้ังฝงตะวันออกและฝงตะวันตกรับ
นา้ํ ในชวงเวลาทเี่ หมาะสม จะคงเหลอื ปริมาณนา้ํ ไหลผานเขื่อนเจาพระยาในอตั รา ท่ีไมกอใหเกิดผลกระทบตอ
พื้นทีด่ า นทา ยนาํ้
12
รูปท่ี 2-5 แผนที่แสดงเสนช้ันปริมาณน้ําฝนเฉลย่ี รายปในพ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจา พระยา
2.3 ศักยภาพการรับน้าํ ของลาํ นํ้าสายหลักในลุมน้าํ เจาพระยา
ในพื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยาลุมนํ้าท่ีมีปญหาการระบายนํ้ามากที่สุดคือลุมน้ํายม เนื่องจากไมมีอาง
เก็บน้ําขนาดใหญในพ้ืนท่ี และลําน้ํายมบริเวณตอนปลายมีขนาดเล็กกวาในชวงตนนํ้า การบรรเทาปญหาอุทกภัย
13
ในลุมน้ํายมตอนลางจะบริหารจัดการน้ําโดยใชโครงการพัฒนาโครงขายนํ้ายม – นาน เพ่ือบรรเทาปญหาอุทกภัย
ในชวงตนฤดูฝนไดบ าง โดยการผนั นํา้ หลากลงสูแมนา้ํ นานในชวงที่แมนํ้านานมีปริมาณนํ้าไมมากนัก ผานทางคลอง
ผันน้ํายม – นาน คลอง DR15.8 และ DR2.8 แตเม่ือถึงฤดูน้ําหลากลุมน้ํายมจะประสบปญหาน้ําทวมทุกปพื้นท่ี
ที่มีปญหาการระบายน้ําในลุมนํ้ายมไดแก บริเวณอําเภอเมืองแพร อําเภอวังช้ิน และพื้นท่ีตอนลาง ตั้งแตจังหวัด
สุโขทัยลงมาถึงจุดบรรจบแมนํ้านาน ลุมนํ้าวังมีปญหาการระบายนํ้าบริเวณอําเภอเมืองลําปาง และจุดบรรจบ
แมน ํ้าปง และ ลมุ นา้ํ นาน มีปญหาบริเวณอําเภอนํ้าปาด และอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ และบริเวณตอนลาง
ของลมุ น้ํา ทม่ี ศี ักยภาพรบั น้าํ ไดนอย จะมปี ญหานา้ํ ทว มพ้นื ท่ีลมุ ตํ่าทุกป
สาํ หรบั พ้ืนทล่ี ุมน้ําเจาพระยาสายหลักที่อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ทายจุดบรรจบแมนํ้าปง
กับแมนํ้านาน มีความจุลําน้ําประมาณ 3,500 ลบ.ม./วินาที ปริมาณนํ้าทาจากจังหวัดนครสวรรค ที่สามารถ
บริหารจัดการไดโดยไมเกิดนํ้าเออลนตล่ิงแมนํ้าเจาพระยามีคาประมาณ 2,740 ลบ.ม./วินาที โดยใชระบบ
ชลประทานรับน้ําตามความสามารถรับนํ้า รวมท้ังสิ้น 740 ลบ.ม./วินาที แยกเปนฝงตะวันออก 275 ลบ.ม./
วินาที และฝงตะวันตก 465 ลบ.ม./วินาที นํ้าสวนท่ีเหลือจะไหลผานเข่ือนเจาพระยาประมาณ 2,000 ลบ.ม./
วนิ าที กอนถงึ อําเภอปาโมก จังหวัดอา งทอง ซ่งึ สามารถรับน้ําไดประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน
จะใชแมน้ําลพบุรี และคลองบางแกว แบงรับน้ําออกจากแมนํ้าเจาพระยาไดรวมประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที
ทาํ ใหค งเหลอื นํ้าไหลผานอําเภอปา โมกเพียง 1,800 ลบ.ม./วินาที โดยไมกอเกิดผลกระทบแตอยางใด
- ปรมิ าณนา้ํ ผานอ.เมือง จ.นครสวรรค 2,740 ลบ.ม./วินาที
- ระบายออกดา นฝงตะวันออก 275 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนาํ้ ผานคลองชัยนาท – ปา สัก 210 ลบ.ม./วนิ าที
- ระบายนาํ้ ผานคลองชัยนาท – อยุธยา 65 ลบ.ม./วนิ าที
- ระบายออกดา นฝงตะวันตก 465 ลบ.ม./วินาที
- ระบายน้าํ ผา นแมน้ําทาจีน 200 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนํา้ ผา นแมน ้ํานอย 230 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนํา้ ผา นคลองมะขามเฒา – อทู อง 35 ลบ.ม./วินาที
- ระบายผา นเข่ือนเจาพระยา 2,000 ลบ.ม./วนิ าที
นอกจากน้ียังมีแมน้ําปาสักซึ่งไหลมารวมกับแมน้ําเจาพระยาท่ีอําเภอทาเรือ จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา มีความจุลํานํ้าประมาณ 800 ลบ.ม./วินาที และแมน้ําเจาพระยาที่อําเภอบางไทร จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ความจุลํานํ้าประมาณ 3,500 ลบ.ม./วินาที กอนไหลลงสูจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี
กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการตอไป
2.4 การใชป ระโยชนทด่ี นิ
จากขอมูลการใชประโยชนท่ีดิน ท่ีจัดทําโดยกรมพัฒนาท่ีดินป 2543 ดังรูปท่ี 2-6 ไดจัด
กลุมประเภทการใชที่ดินออกเปน 5 ลักษณะ คือ เกษตรกรรม ปาไม แหลงน้ํา ท่ีอยูอาศัยและพ้ืนที่
เบ็ดเตล็ด ซ่ึงสรุปไดวาลุมนํ้าเจาพระยามีพื้นท่ีลุมน้ํา 157,925 ตารางกิโลเมตร มีการใชประโยชนที่ดิน
ดานเกษตรกรรมมากที่สุดคือมีพื้นท่ีประมาณ 80,442 ตารางกิโลเมตร ( รอยละ 50.94 ) รองลงมาคือพ้ืนที่
ปา ไม 66,363 ตารางกโิ ลเมตร ( รอ ยละ 42.02 ) สว นที่เหลอื ไดแก แหลงนํ้า ที่อยูอาศัยและพื้นท่ีเบ็ดเตล็ด
รอ ยละ 1.06 3.39 และ 2.69 ตามลําดับ รายละเอยี ดแยกรายลมุ น้ําหลกั สรปุ ไดดงั ตารางท่ี 2-5
14
ตารางท่ี 2-5 แสดงขอมูลการใชป ระโยชนที่ดนิ ป 2543
รหสั ลมุ น้ํา ลุมนาํ้ หลัก ประเภทการใชท ่ีดนิ ( ตร.กม. ) รวม
เกษตร ปา ไม แหลงนาํ้ ทีอ่ ยูอาศยั เบด็ เตลด็ ( ตร.กม. )
06 ปง 8,021 24,221 411 876 367 33,896
07 วัง 2,672 7,328 77 250 466 10,793
08 ยม 11,157 11,732 64 353 310 23,616
09 นา น 17,052 15,498 513 662 606 34,331
10 เจา พระยา 17,030 469 357 1,941 329 20,126
11 สะแกกรัง 2,279 2,385 17 117 393 5,191
12 ปาสัก 10,573 3,563 47 544 1,564 16,291
13 ทาจนี 11,658 1,167 179 459 218 13,681
รวม 80,442 66,363 1,665 5,202 4,253 157,925
ทม่ี า : กรมพฒั นาทด่ี นิ 2543
15
รปู ท่ี 2-6 แสดงการใชป ระโยชนท ดี่ ินในพนื้ ทลี่ มุ นํา้ เจาพระยา
16
2.5 โครงการพัฒนาแหลงนํ้าและพื้นที่ชลประทาน
โครงการพัฒนาแหลงนํ้าในปจจุบันในพื้นที่ลุมน้ําเจาพระยามีจํานวนท้ังสิ้น 13,317 โครงการ
โดยแบงเปนโครงการขนาดใหญจํานวน 102 แหง โครงการขนาดกลางจํานวน 664 แหง และโครงการ
ขนาดเล็กจํานวน 12,551 แหง มีความจุเก็บกักรวม 27,279.46 ลานลูกบาศกเมตร และมีพ้ืนที่
ชลประทาน รวม 14.11 ลานไร นอกจากน้ียังมีพ้ืนที่รับประโยชน ( พ้ืนท่ีการเกษตรนอกเขตชลประทาน )
อีก 4.8 ลานไร รายละเอียดโครงการพัฒนาแหลงนํ้าท่ีกอสรางแลวเสร็จในพื้นที่ลุมนํ้าเจาพระยา แบงตาม
ประเภทของโครงการ สรปุ ไดด ังตารางที่ 2-6
ตารางที่ 2-6 แสดงโครงการพฒั นาแหลง นาํ้ และพน้ื ทช่ี ลประทาน
โครงการขนาดใหญ โครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเลก็ รวม
ที่ ประเภท จํานวน ความจุ พื้นทช่ี ลประทาน จํานวน ความจุ พื้นท่ชี ลประทาน จํานวน ความจุ พ้นื ทชี่ ลประทาน จํานวน ความจุ พนื้ ท่ีชลประทาน
(แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลานไร) (แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลานไร) (แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลา นไร) (แหง) (ลาน ลบ.ม.) (ลานไร)
1 อา งเกบ็ น้าํ 10 25,911.00 0.71 70 815.94 0.47 757 366.46 0.10 837 27,093.40 1.28
2 ฝาย 5 - 0.52 44 - 0.40 1,397 - 0.18 1,446 - 1.10
3 ปตร. / เขื่อนระบายน้ํา 32 - 8.28 22 - 0.40 32 - 0.01 86 - 8.69
4 สถานีสบู นํ้า 3 - 0.24 179 - 0.47 581 - 0.58 763 - 1.29
5 ระบบสง นาํ้ 3 - 0.57 14 - 0.20 187 - 0.16 204 - 0.93
6 ระบบระบายนํ้า 3- - 17 - 0.75 18 - - 38 - 0.75
7 แกมลิง -- - 7 176.25 - 15 9.81 - 22 186.06 -
8 ระบบประปาขนาดใหญ 46 - -- - -- - - 46 - -
9 ระบบประปาขนาดกลาง - - - 311 - -- - - 311 - -
10 ระบบประปาขนาดเลก็ - - -- - - 8,600 - - 8,600 - -
11 อ่นื ๆ เชน อาคารอัดนา้ํ - - -- - - 964 - 0.07 964 - 0.07
รวม 102 25,911.00 10.32 664 992.19 2.69 12,551 376.27 1.10 13,317 27,279.46 14.11
อางเกบ็ นาํ้ ขนาดใหญในพ้ืนทีล่ ุม น้าํ เจา พระยาที่กอสรางแลวเสร็จรวม 10 โครงการ ความจุ
เก็บกักน้ํา รวม 25,911 ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ 95 ของความจุเก็บกักนํ้ารวมทั้งหมดดังตาราง
ที่ 2-7
ตารางท่ี 2-7 แสดงอางเก็บนํา้ ขนาดใหญใ นพ้ืนทล่ี ุมนํา้ เจาพระยาทก่ี อสรางแลว เสร็จ
โครงการ ลมุ นํา้ จงั หวัด กอสรางเสรจ็ (พ.ศ.) ความจุ (ลาน ลบ.ม.)
1. เข่ือนภูมิพล ปง ตาก 2507 13,462
2. เขือ่ นแมงดั สมบูรณช ล ปง เชียงใหม 2528 265
3. เขือ่ นแมกวงอดุ มธารา ปง เชียงใหม 2536 263
4. เขือ่ นก่วิ ลม วงั ลาํ ปาง 2515 112
5. เข่อื นกว่ิ คอหมา วงั ลําปาง 2553 170
6. เขอื่ นสริ กิ ิต์ิ นาน อตุ รดิตถ 2515 9,510
7. เข่ือนแควนอยบํารุงแดน นา น พษิ ณุโลก 2552 769
8. อางเกบ็ นา้ํ ทบั เสลา สะแกกรัง อุทยั ธานี 2531 160
9. เข่ือนปา สกั ชลสทิ ธ์ิ ปาสกั ลพบรุ ี 2542 960
10. เขื่อนกระเสยี ว ทาจีน สพุ รรณบรุ ี 2525 240
25,911
รวม
17
ทั้งน้ี อางเก็บนํ้าขนาดใหญเปนเครื่องมือท่ีมีประสิทธิภาพท่ีสุดสําหรับใชควบคุมเก็บกักน้ํา
บรเิ วณ เหนือเขื่อนไว ในขณะท่ีดานทายน้ํามีปญหาน้ําทวมจะเก็บกักน้ําบริเวณเหนือเข่ือนไว และระบายนํ้า
ลงมา ใหนอยทส่ี ดุ เทาท่จี ะทาํ ไดเพ่อื ไมใ หเกิดปญหานํ้าทว มดา นทายเพม่ิ ขนึ้
2.6 สาเหตแุ ละเหตกุ ารณน ้าํ ทวมในอดตี
1 ) สาเหตขุ องปญหานํา้ ทว ม
ปญ หาอทุ กภัยในลมุ นํ้าเจาพระยามสี าเหตุหลกั มาจากปจ จัยดา นตาง ๆ ดังนี้
( 1 ) น้ําเหนือ เนื่องจากขีดความสามารถในการระบายนํ้าของแมนํ้าเจาพระยา
และลํานํ้าสาขาไมเทากัน บางแหงไมสามารถรองรับปริมาณน้ําที่ไหลมาจากพื้นท่ีตอนบน คือ แมน้ําปง
แมนาํ้ วัง แมน ํา้ ยม และแมนาํ้ นาน รวมถงึ แมน ํ้าสะแกกรังและแมนํ้าปาสักท่ีไหลมารวมกับแมน้ําเจาพระยาที่
จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา ในอดีตจะเกดิ น้ําทวมพน้ื ทต่ี อนลา งของลุมเจา พระยาเปนประจาํ ทุกป
( 2 ) ปริมาณฝนที่ตกในพื้นท่ี ปริมาณฝนที่ตกหนักมากติดตอกันเปนเวลานาน
เปนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําใหเกิดน้ําทวมขังโดยเฉพาะบริเวณพ้ืนท่ีลุมตํ่า และในชวงท่ีนํ้าในแมน้ําเจาพระยา
และทา จีนมรี ะดบั สูงเนอื่ งจากปริมาณน้ําท่ีไหลหลากมาจากพ้ืนท่ีตอนบน จะทําใหการระบายน้ําออกจากพื้นท่ี
ทําไดยากย่งิ ข้ึน
( 3 ) นํ้าทะเลหนุน ปากแมนํ้าเจาพระยาและทาจีนอยูภายใตอิทธิพลของนํ้าทะเล
หนนุ โดยในชว งปลายฤดูฝนต้งั แตเดอื นตลุ าคมถึงเดือนพฤศจิกายน เปนชวงที่น้ําทะเลหนุนสูงสุดบริเวณปาก
แมนํา้ เจา พระยาและทาจนี และเปนชวงเดยี วกนั กบั ท่ีมีปรมิ าณน้ําเหนือไหลหลากลงสูทะเล สงผลใหระดับนํ้า
ในแมน ํา้ ยกตัวสงู ข้ึนเกดิ การไหลลน ตลง่ิ ไดง ายและระบายลงสูทะเลไดยาก
( 4 ) แผนดินทรุด สวนใหญเกิดขึ้นบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่แผนดินทรุด
ตอเนื่อง มายาวนาน จนทําใหระดับพื้นดินในปจจุบันอยูต่ํากวาระดับนํ้าทะเล สงผลใหในบางชวงเวลา
ไมสามารถระบายนํ้าออกจากพื้นที่ไดโดยดวยแรงโนมถว ง จะตอ งใชว ธิ ีสบู ระบายนา้ํ ออก
( 5 ) อิทธิพลของการเปลี่ยนลักษณะการใชประโยชนที่ดินและแนวคันกันน้ํา
ในพ้ืนที่ราบริมตล่ิง เกิดการเปล่ียนแปลงคาสัมประสิทธ์ิน้ําทา ทําใหเกิดน้ําทวมปริมาณมากขึ้นและเร็วข้ึน
สว นคนั กั้นน้าํ รมิ ตล่งิ เปน ตัวปอ งกันน้าํ ไหลบาลนตล่ิงเขาไปในทุงน้ําทวมและเก็บนํ้าไวตามธรรมชาติ คันก้ันนํ้า
รมิ ตล่ิงท่ีสรางขึน้ เปนตวั ปองกันไมใหน ํา้ เออลนเขาพ้ืนที่แกมลิงธรรมชาติเหมือนในอดีต นํ้าสวนใหญจะไหลอยู
เฉพาะในลํานํ้า นอกจากน้ีในอัตราการไหลของน้ําท่ีเทากัน ยังทําใหระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาสูงขึ้นมาก
เม่ือเทยี บกับหลายปทีผ่ า นมา
( 6 ) ขอจาํ กดั ของเครอ่ื งมือที่ใชในการบริหารจัดการนํ้า เขื่อนที่ใชเก็บกักนํ้าท่ีเกิด
จากฝนตกบริเวณตนนํ้าในพ้ืนท่ีภาคเหนือในลุมนํ้าปง วัง ยม และนาน มีเพียงเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิต์ิ
ที่เปน เขือ่ นขนาดใหญทส่ี ามารถใชช ะลอน้าํ ในลําน้าํ ปง และนานได สวนในลุมนํ้าวังถึงแมจะมีเขื่อนก่ิวคอหมา
และเขื่อนก่ิวลม แตมีความจุเพียง 100 กวาลานลูกบาศกเมตรเทาน้ัน สวนในลุมนํ้ายมไมมีเขื่อนขนาดใหญ
ทีจ่ ะใชชะลอนํา้ ที่มจี าํ นวนมากได อกี ทง้ั ระบบชลประทานและระบบระบายนาํ้ ของลุมนํ้าเจาพระยามีขนาดเล็ก
ไมส ามารถใชร ะบายนํ้าทีม่ ีปรมิ าณมาก ๆ ไดทนั เวลา
2 ) เหตกุ ารณน ํ้าทว มในอดตี
การเกิดอุทกภัยในพ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยามีลักษณะเฉพาะตัวแตกตางกันออกไปในแตละป
ทง้ั นีเ้ นอ่ื งจากความรุนแรงของแตล ะองคป ระกอบทีเ่ ปน สาเหตุของอุทกภัยในแตละปท่ีมีความแตกตางกัน เชน
ปริมาณนํ้าเหนือจากลุมนํ้าทางตอนบน ( วัดท่ีสถานีวัดนํ้า C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ) ระดับน้ํา
18
สูงสดุ ทป่ี ากแมน า้ํ และปริมาณฝนท่ีตกในพ้ืนที่ เหตุการณอุทกภัยขนาดใหญท่ีเคยเกิดขึ้นในอดีต ไดแกป 2485
( กอนการกอสรางเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ) 2518 2521 2523 2526 2538 2539 2545 2549
2553 และครง้ั ลาสดุ คอื ป 2554 โดยสามารถสรุปเหตุการณอ ทุ กภัยที่ผา นมาในอดตี ไดด งั นี้
( 1 ) ป 2518 และ 2521 มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ําเหนือซ่ึงมีคาสูงถึง
4,355 และ 3,540 ลูกบาศกเมตร/วินาที ตามลําดับ สวนสาเหตุจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นท่ีและ
ระดบั น้ําทะเลหนุนนั้น มีความรุนแรงพอ ๆ กัน โดยมีการระบายนํ้าผานเขื่อนเจาพระยาสูงสุด 3,977 และ
3,769 ลูกบาศกเมตร/วนิ าที ตามลาํ ดบั
( 2 ) ป 2523 ปริมาณน้ําเหนือและระดับน้ําทะเลหนุนมีความรุนแรงใกลเคียงกับ
ป 2518 และ 2521 แตปริมาณฝนท่ีตกในพื้นท่ี โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีความรุนแรง
มากกวาปรมิ าณน้าํ เหนือสูงถงึ 4,350 ลูกบาศกเมตร/วินาที และระบายนาํ้ ผา นเขอื่ นเจาพระยาสูงสุด 3,804
ลกู บาศกเมตร/วนิ าที
( 3 ) ป 2526 ปริมาณน้ําเหนือมีคาสูงสุดเพียง 2,290 ลูกบาศกเมตร/วินาที
แตปริมาณฝน ที่ตกในพ้ืนที่โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลสูงกวาปอื่น ๆ มาก ปริมาณฝนเฉล่ีย
รวมท้ังปในพื้นท่ีลุมนํ้าเจาพระยาได 2,119 มิลลิเมตร ซ่ึงสูงกวาเกณฑปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจาพระยา (ประมาณ 1,200 มิลลิเมตร/ป ) อุทกภัยใหญในปน้ีมีน้ําทวมขังในพ้ืนท่ีฝงตะวันออกของ
กรุงเทพมหานครนานถงึ 4 เดอื น พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั ไดพ ระราชทานแนวพระราชดําริ ใหสรางคัน
กั้นนํ้า( KING DIKE ) ทางทิศเหนือ และทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เพ่ือปองกันมิใหนํ้าไหลเขาทวม
ในเขตชุมชนเมือง
( 4 ) ป 2538 เกิดนํ้าทวมใหญท่ัวทุกภาคของประเทศรวมท้ังกรุงเทพฯและ
ปรมิ ณฑล เนื่องมาจากระหวา งเดอื นสงิ หาคมถึงกนั ยายน มีฝนตกหนักตอเน่ืองกันเปนบริเวณกวาง ประกอบ
กบั มีพายโุ ซนรอนในทะเลจีนใตเคล่อื นผานเขามา มีอทิ ธพิ ลเกดิ ฝนตกหนกั ในประเทศไทยในเวลาไลเล่ียกันรวม
5 ลูก ไดแก พายุโซนรอ นแกร่ี เฮลเลน เออรวิ่ง โลอีส และนีนา มีน้ําเหนือไหลบาลงมาสู ที่ราบลุมภาค
กลางเปน ปริมาณมากวัดไดสูงสุด 4,820 ลูกบาศกเมตร/วินาที ระบายนํ้าผานเข่ือนเจาพระยาสูงสุด 4,538
ลูกบาศกเมตร/วินาที และยังมีปริมาณน้ําหลากจากลุมน้ําปาสักท่ีระบายผานเข่ือนพระรามหกมาอีก 1,473
ลกู บาศกเ มตร/วินาที และในชว งเวลาดงั กลา วมนี าํ้ ทะเลหนนุ สูง เกดิ ปญ หาการระบายนํ้า ลงสูทะเลเปนไปได
ชา กวา ปกติ เกดิ ภาวะนา้ํ ทวมขังเปนบริเวณกวาง บางพื้นท่ีมีน้ําทวมขังอยูเปนเวลานานกวา 3 เดือน แตใน
พ้นื ท่ีกรงุ เทพมหานครมีแนวคันปองกนั นํ้าทว มทาํ ใหสามารถปองกันนํ้าทว มพืน้ ท่สี วนใหญไ วไ ด
( 5 ) ป 2539 มีสาเหตุมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักในพ้ืนท่ีเน่ืองจากรองความกด
อากาศต่ํามากกวาสาเหตุจากปริมาณนํ้าเหนือหลากที่วัดไดสูงสุดเพียง 3,010 ลูกบาศกเมตร/วินาที และ
ระบายน้ําผานเขื่อนเจาพระยาสูงสุด 3,044 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณน้ําหลากจาก
ลมุ นํา้ ปาสกั ทีร่ ะบายผา นเขือ่ นพระรามหกมาอีก 959 ลูกบาศกเ มตร/วินาที
( 6 ) ป 2545 มีสาเหตุจากอิทธิพลของพายุโซนรอน หวองฟง ( VONGFONG )
พายุดีเปรสช่ันฮากูป ( HAGUPIT ) พายุโซนรอนเมขลา ( MEKKHALA ) หยอมความกดอากาศต่ํา แนวรอง
ความกดอากาศต่ําและลมมรสุมกําลังแรงท่ีพัดผานทําใหเกิดฝนตกหนักมากในบางพื้นท่ี เกิดน้ําปาไหลหลาก
และไหลลนตล่ิงในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ
ภาคใต โดยเฉพาะในพ้ืนที่ลุมนํ้าเจาพระยา – ทาจีน และลุมนํ้าปาสัก เกิดสภาพน้ําทวมเปนบริเวณกวาง
โดยปนี้มีปริมาณนํ้าเหนือสูงสุด 3,997 ลูกบาศกเมตร/วินาที และมีนํ้าระบายผานเข่ือนเจาพระยาสูงสุด
3,534 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณนํ้าหลากจากลุมน้ําปาสักท่ีระบายผานเข่ือนพระรามหก
มาอีก 1,216 ลกู บาศกเ มตร/วินาที
19
( 7 ) ป 2549 ในปน ี้มปี ริมาณฝนตกตั้งแตเ ดอื นพฤษภาคมและมีรองความกดอากาศ
ต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ในระหวางวันท่ี 27 สิงหาคมถึง
23 กันยายน มีพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนตัวผานมาในชวงวันท่ี 24 – 25 กันยายน และเกิดพายุดีเปรสชั่น
ชางสาร ระหวางวันที่ 1 – 3 ตุลาคม ทําใหมีฝนตกหนักตอเน่ืองในพ้ืนท่ีภาคเหนือและภาคกลาง
ของประเทศ มีนํ้าทาจากแมน้ํายมไหลบาลัดลงสูแมนํ้านานเหนือจังหวัดนครสวรรค ประกอบกับปริมาณน้ํา
จากแมนํ้าปงและ แมน้ํานานมีปริมาณมาก ปริมาณนํ้าหลากสูงสุดท่ีไหลผานจังหวัดนครสวรรคได 5,960
ลกู บาศกเ มตร/วินาที และระบายนา้ํ ผานเขอ่ื นเจาพระยาสูงสุด 3,858 ลูกบาศกเมตร/วินาที เกิดอุทกภัยใน
หลายจังหวัด ไดแก จังหวัดนาน แพร สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ และกําแพงเพชร จากน้ันนํ้าเหนือ
ไดไหลเขาสูพื้นท่ีภาคกลาง ทําใหเกิดอุทกภัยในพื้นท่ีภาคกลางตั้งแตจังหวัดนครสวรรค ชัยนาท สิงหบุรี
อา งทอง สพุ รรณบุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานครบางสวน ซ่ึงพ้ืนท่ีสวนใหญเกิดข้ึน
ทางฝง ตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง โดยในปน้ีมีปริมาณน้ําหลากจากลุมนํ้าปาสักที่ระบายผานเขื่อน
พระรามหกมาเพียง 758 ลูกบาศกเมตร /วินาที ทําใหนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาท่ีไหลผานกรุงเทพมหานคร
ไมมากจนเกิดปญหาเออลนขา มคันกน้ั นา้ํ เขาไปทาํ ความเสียหายใหกบั กรงุ เทพมหานครได
( 8 ) ป 2553 หยอ มความกดอากาศต่ํากําลังแรงพัดผาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนลา ง เลยขึน้ ไปยังภาคเหนือตอนลางในชว งกลางเดอื นตุลาคม มีฝนทต่ี กหนักในพ้นื ทบี่ ริเวณดานทายเขื่อน
ภมู พิ ลและเข่อื นสิริกติ ิ์ และตอนบนของภาคกลางมีปริมาณนาํ้ หลากจากลุมน้ําสะแกกรัง ลุมน้ําปาสัก รวมถึง
มีนํ้าหลากเกิดนํ้าทวมบริเวณพ้ืนท่ีฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักในเขตจังหวัดนครสวรรคและลพบุรี
ปริมาณนํ้าหลากดานทายเขื่อนเจาพระยาได 3,757 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณน้ําหลาก
จากลมุ นํา้ ปาสกั ทร่ี ะบายผานเขอ่ื นพระรามหกลงสูแ มน ้าํ เจาพระยาทจ่ี ังหวดั พระนครศรีอยุธยาอีกสูงถึง 1,278
ลูกบาศกเ มตร/วินาที
ปริมาณนํา้ ทาทส่ี ถานีวัดนํา้ ทา C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ระหวางเดือนสิงหาคม
ถงึ เดอื นพฤศจกิ ายนในปท เี่ กิดอุทกภยั ในอดตี แสดงไดดงั รปู ที่ 2-7
20
รปู ที่ 2-7 ปริมาณนาํ้ ทา ท่ีสถานวี ัดน้าํ ทา C.2 อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดนครสวรรค ในปท ี่เกิดอุทกภยั
จากปญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุมนํ้าเจาพระยาในอดีตที่ผานมา สามารถสรุปพื้นที่เสี่ยงตอการ
เกิดอุทกภัยในลุมนํ้าเจาพระยาแบงตามลักษณะการเกิดได 2 ประเภท คือ พ้ืนท่ีเส่ียงตอการเกิดอุทกภัย
ชนิดนํ้าหลากฉับพลัน และพื้นที่เสีย่ งตอการเกิดอุทกภยั ชนิดนํ้าทว มขังซ่งึ แสดงในรูปที่ 2 – 8 สรปุ ไดด ังน้ี
( 1 ) พ้ืนท่ีเส่ียงตอการเกิดอุทกภัยชนิดน้ําหลากฉับพลัน มีพ้ืนที่เสี่ยงในลักษณะนี้
ในพ้นื ที่ 5 ลมุ นาํ้ หลกั ไดแ ก ลมุ น้ําปง วงั ยม นาน และปา สกั
- ลุมนํ้าปง ไดแก เทศบาลนครเชียงใหม และพื้นท่ีใกลเคียง ( อําเภอเมือง
เชยี งใหม )
- ลุมน้ําวัง ไดแก เทศบาลเมืองลําปาง และพ้ืนท่ีขางเคียงบริเวณจุดบรรจบ
แมนาํ้ วงั – แมน ้าํ ปง
- ลุมนํ้ายม ไดแก อําเภอวังช้ิน อําเภอเมือง จังหวัดแพร และอําเภอเมือง
จังหวดั สุโขทยั
- ลุมนํ้านาน ไดแก เทศบาลเมืองนาน อําเภอน้ําปาด และอําเภอลับแล
จังหวัดอตุ รดติ ถ
- ลุมน้ําปาสัก ไดแก บานนํ้ากอ/นํ้าชุน อําเภอหลมสัก และอําเภอเมือง
จงั หวดั เพชรบูรณ และพ้นื ที่ใกลเ คียง
( 2 ) พนื้ ที่เสี่ยงตอการเกิดอุทกภัยชนิดนํ้าทวมขัง พื้นที่เสี่ยงในลักษณะนี้เปนพื้นที่
นาํ้ ทวมถึง ( Floodplain ) แบง เปน พนื้ ทเ่ี หนือและใตจงั หวดั นครสวรรค สรปุ ไดดังนี้
21
- พ้ืนท่ีเหนือจังหวัดนครสวรรค ไดแก พ้ืนที่อําเภอกงไกลาส อําเภอเมือง
จังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกํา อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก อําเภอโพทะเล อําเภอตะพานหิน
อาํ เภอบางมูลนาก จงั หวัดพิจิตร และอําเภอชมุ แสง อาํ เภอเมือง จังหวดั นครสวรรค
- พ้ืนทใ่ี ตจ ังหวดั นครสวรรค ประกอบดวย
- พื้นท่ีชุมชนนอกคันปองกันพื้นที่เกษตรกรรมริมแมนํ้า ต้ังแตเข่ือน
เจา พระยา ถงึ อา วไทย
- พ้ืนที่เกษตรกรรมในคันปองกันริมแมน้ําเจาพระยา ต้ังแตเข่ือน
เจาพระยาถึงอาวไทยคือ พนื้ ที่โครงการชลประทานเจา พระยาใหญ
- พ้ืนท่ีชุมชนเมืองที่สําคัญ ไดแก อุทัยธานี ชัยนาท สิงหบุรี ลพบุรี
อางทอง พระนครศรีอยธุ ยา สพุ รรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และ
สมุทรปราการ
- พน้ื ท่ีเศรษฐกจิ พิเศษ และนคิ มอตุ สาหกรรม
22
รปู ที่ 2-8 พนื้ ทเี่ สย่ี งตอการอทุ กภัยในพ้ืนทล่ี ุมนาํ้ เจา พระยา
23
2.7 ระบบปองกันนา้ํ ทว ม
ระบบปอ งกันน้ําทวมของแมนํ้าเจาพระยาแบงไดเปนสองลักษณะ คือ ระบบปองกันน้ําทวม
พ้ืนท่ีการเกษตรซึ่งดําเนินการโดยกรมชลประทาน และระบบปองกันนํ้าทวมชุมชนเมืองท่ีดําเนินการโดย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง เทศบาลท่ีเกยี่ วของ และกรุงเทพมหานคร สรปุ ไดดงั น้ี
1 ) ระบบปอ งกันน้ําทวมพื้นที่การเกษตร เปน การกอสรางคันปองกันนํ้าทวมริมแมนํ้าตาง ๆ
เชน แมน้ําเจาพระยา แมนํ้าทาจีน แมน้ํายม แมน้ํานาน เปนตน มีกรมชลประทานเปนหนวยงานหลัก
ดําเนินงานโดยกําหนดเกณฑการปองกันไวท่ีคาบอุบัติประมาณ 25 ป เพื่อทําหนาท่ีปองกันพื้นที่การเกษตร
ในเขตชลประทานท่ีรับผิดชอบ ปจจุบันกรมชลประทานไดดําเนินการกอสรางคันปองกันนํ้าทวมทั้งสองฝง
ของแมน้ําเจาพระยาตั้งแตจังหวัดนครสวรรคถึงอาวไทย สําหรับคันก้ันน้ําตั้งแตทายเขื่อนเจาพระยาลงไป
จะสามารถรับนํ้าไดสูงสุดประมาณ 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที โดยคันก้ันน้ําฝงขวาของแมนํ้าเจาพระยา
ใชคันคลอง 1 – ขวา บรมธาตุ เม่ือนํ้าไหลผานเกิน 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที จะเออลนขามคันต้ังแต
กโิ ลเมตรท่ี 4 ทายเขอ่ื นเจาพระยาลงไป สว นฝงซา ยใชคนั คลองชยั นาท – อยธุ ยาเปนคันก้ันนํ้า เมื่อนํ้าไหล
ผานเกิน 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที จะเออลนขามคนั ตั้งแตก ิโลเมตร 26+600 ทายเข่ือนเจาพระยาลงไป
( บริเวณประตูระบายน้ําบางโฉมศรี ) นอกจากคันก้ันนํ้าริมแมน้ําเจาพระยาแลวยังมีคันกั้นนํ้าลัดเลาะแมนํ้า
ทาจีน เพ่ือปองกันนํ้าจากแมน้ําทาจีนไหลบาเขาทุงฝงตะวันตกตอนลางตั้งแตทายประตูระบายนํ้าโพธิ์พระยา
ลงไปถึงทะเลที่จังหวัดสมุทรสาครในเขตโครงการฯเจาเจ็ด – บางยี่หน โครงการฯพระยาบันลือ โครงการฯ
พระพิมล และโครงการฯภาษีเจริญ สําหรับในทุงฝงตะวันออก มีคันกั้นน้ําเรียบแมน้ํานครนายกตอเนื่องถึง
แมน้ําบางปะกงลงไปถึงทะเลเชน กนั ทั้งนี้ในพ้นื ที่ตอนลา งของลมุ นํา้ เจาพระยาท้งั สองฝงตามแนวคันกั้นน้ําของ
กรมชลประทานและกรุงเทพมหานคร ไดกอสรางประตูระบายนํ้าและสถานีสูบนํ้าเพ่ือใชระบายน้ําในพ้ืนที่
ลงแมน้ําเจาพระยา แมนํ้าทาจีน แมนํ้าบางปะกงและออกทะเล โดยมีศักยภาพในการระบายนํ้าของประตู
ระบายน้ําและเครื่องสูบน้ําในสวนที่กรมชลประทานรับผิดชอบ สามารถระบายนํ้าไดสูงสุดวันละ 77 ลาน
ลกู บาศกเมตร แบง เปนฝง ตะวนั ออกวันละ 45 ลา นลูกบาศกเมตร และฝงตะวนั ตกวนั ละ 32 ลานลูกบาศก
เมตร ความสามารถระบายน้ําของประตูระบายน้ําของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง แยกเปนฝงตะวันออกแสดง
ไวใ นรปู ที่ 2-9 และฝงตะวันตกแสดงไวในรูปท่ี 2-10
2 ) ระบบปองกนั น้ําทว มพืน้ ทีช่ ุมชนเมืองทอี่ ยูริมแมนํ้าเจาพระยา ปจจุบันกรุงเทพมหานคร
กรมโยธาธิการและผังเมือง และองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ที่อยูติดริมน้ําเจาพระยา ไดกอสรางระบบ
ปองกนั นา้ํ ทว มเพือ่ ปองกนั นํ้าไหลลน ตล่ิงจากแมน้ําเจาพระยาเขาทวมพ้ืนที่ชุมชน เศรษฐกิจการคา และที่พัก
อาศัย โดยกรุงเทพมหานครไดกอสรางคันปองกันนํ้าทวมริมตล่ิงแมน้ําเจาพระยาเพื่อปองกันการเกิดน้ําทวม
ท่ีคาบอุบตั ิ 100 ป มรี ะดบั +2.50 ถึง +2.80 เมตร รทก. ปจจุบันบางจุดยังกอสรางไมแลวเสร็จเน่ืองจาก
ตดิ ปญ หาที่ดินแตใ นชวงฤดูน้ําหลาก กรุงเทพมหานครจะนํากระสอบทรายปดกั้นชั่วคราว สามารถรับนํ้าไหล
ผานไดไมนอยกวา 3,500 ลูกบาศกเมตร/วินาที ดังแสดงในรูปที่ 2-11 สําหรับพื้นท่ีริมแมนํ้าเจาพระยา
ตอนบนกรมโยธาธิการและองคกรปกครองสวนทองถิ่นบางพ้ืนท่ี ไดกอสรางคันก้ันนํ้าปองกันน้ําทวมใน 7
เมอื งหลัก คอื เทศบาลนครสวรรค ชัยนาท สิงหบรุ ี อางทอง พระนครศรอี ยธุ ยา ปทุมธานี โดยระดับของ
คนั ปอ งกันน้าํ ทวมของชุมชนกาํ หนดใหสามารถปอ งกนั นาํ้ ทว มที่คาบอุบัติ 100 ป
24
รูปที่ 2-9 ความสามารถระบายนํา้ ของปตร.และสถานีสูบนา้ํ ลุมนาํ้ เจาพระยาตอนลางฝงตะวันออก
รูปที่ 2-10 ความสามารถระบายนาํ้ ของปตร.และสถานีสบู น้ําลุมนํา้ เจาพระยาตอนลางฝง ตะวนั ตก
25
รปู ท่ี 2-11 แนวคนั ปอ งกนั น้าํ ทวมในพ้ืนทล่ี ุมนาํ้ เจา พระยา
26
2.8 ระบบติดตามและการพยากรณน าํ้ เพ่ือการเตือนภยั
1 ) การตดิ ตามขอมลู นํา้ ฝน – นํา้ ทา
ระบบติดตามสถานการณน้ําในลุมน้ําเจาพระยากรมชลประทานติดต้ังสถานีวัดนํ้าทาในลํานํ้า
สายหลักเพ่ือติดตามสภาพนํ้าทาโดยใชเจาหนาที่อานขอมูลรายวัน แตในชวงท่ีมีปริมาณนํ้ามากจะอานขอมูล
รายช่ัวโมง และบางสถานีท่ีสําคัญจะติดต้ังเปนระบบโทรมาตร นอกจากนี้ยังมีระบบโทรมาตรเพ่ือการ
พยากรณน้ําและเตือนภัยน้ําทวมของลุมนํ้าปงและลุมนํ้าเจาพระยา จะตรวจวัดขอมูลนํ้าฝน – นํ้าทาแบบ
Realtime และนาํ เสนอขอมลู ทาง Website ทกุ 15 นาที โดยมีหนวยงานรับผิดชอบสถานีตรวจวัดขอมูล
คือ ศนู ยอ ทุ กวิทยาภาคเหนือตอนบน ศูนยอ ุทกวทิ ยาภาคเหนอื ตอนลา ง และศนู ยอ ุทกวทิ ยาภาคกลาง
2 ) การพยากรณนํา้ และเตอื นภยั นํา้ ทวม
กรมชลประทานใชการพยากรณนํ้าเพื่อเตือนภัยนํ้าทวม 3 วิธี ไดแก ความสัมพันธของ
ระดับนํ้าและระยะเวลาการไหลของน้ําของสถานีวัดนํ้าเหนือจุดเฝาระวัง และสถานีเฝาระวังในพื้นที่ชุมชน
เมืองท่ีเกิดนํ้าทวมเปนประจํา การพยากรณนํ้าดวยโปรแกรมใยประสาทเทียม และระบบโทรมาตรเพ่ือการ
พยากรณน ้ําและเตือนภัยนํ้าทว มลมุ นํ้าเจาพระยา
( 1 ) ความสัมพันธของระดับน้ําและระยะเวลาเดินทางของนํ้า การคาดการณจะใช
สถิติ การตรวจวัดระดับน้ําและระยะเวลาเดินทางของน้ํามาเปนตัวพยากรณ เชน การเตือนภัยน้ําทวมเมือง
แพร ซ่ึงใชขอมูลอุทกวิทยาจากสถานีวัดระดับนํ้า Y.20 ซ่ึงเปนบริเวณท่ีลําน้ํางาวมาบรรจบกับลํานํ้ายม
บริเวณ บานหวยสัก อําเภอสอง จังหวัดแพร และสถานีวัดระดับนํ้า Y.1C บานนํ้าโคง อําเภอเมือง
จังหวัดแพร โดยใชความสัมพันธของระดับนํ้าในชวงนํ้าสูงสุดจากสถิติขอมูลท่ีเคยเกิดนํ้าทวมในอดีตมา
ประกอบการวิเคราะหสรุปไดวา เม่ือระดับนํ้าท่ีสถานีวัดนํ้า Y.20 สูงถึง 8.10 เมตร จะคาดการณวาถัดไปอีก
ประมาณ 24 ชั่วโมง น้ําจํานวนน้ีจะเดินทางไปถึงสถานีวัดน้ํา Y.1C อําเภอเมือง จังหวัดแพร และนํ้าจะ
เต็มตลงิ่ ทีร่ ะดับ 8.20 เมตร อาจทําใหเกิดนาํ้ ทว มไดด งั แสดงในรูปที่ 2-12
รปู ท่ี 2-12 การเตอื นภยั น้ําทวม อาํ เภอเมือง จงั หวดั แพร โดยใชค วามสมั พนั ธข องระดับนา้ํ
และระยะเวลาการไหลของนา้ํ ในแมนํา้ ยม
27
ในพื้นที่ภาคเหนือของลุมนํ้าภาคเหนือตอนบน กรมชลประทานไดจัดทําโครงการหา
ความสัมพันธของระดับนํ้าเพื่อพยากรณเตือนภัยนํ้าทวมชุมชนเมืองรวม 9 แหง ไดแก เทศบาลนคร
เชยี งใหม อาํ เภอแมว าง จังหวดั เชียงใหม อําเภอเมอื ง จงั หวัดลําปาง อาํ เภอเมอื งแพร จงั หวัดแพร อําเภอ
เมือง จังหวัดนาน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน อําเภอปาซาง จังหวัดลําพูน อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน และ
อําเภอเมอื ง จงั หวัดเชยี งราย
( 2 ) การพยากรณน้ําดวยโปรแกรมใยประสาทเทียม โดยใชความสัมพันธของขอมูล
ปริมาณน้ําทารายวัน (Daily discharge) และขอมูลน้ําฝนรายวัน (Daily rainfall) ในอดีตของสถานีที่ตองการ
พยากรณ และสถานีท่ีเก่ียวของนําเขาแบบจําลองโครงขายใยประสาทเทียม (ANNs) เปนขอมูลพื้นฐาน
เมือ่ นําขอ มลู ปจจบุ ันเขาแบบจําลอง โปรแกรมจะคํานวณแลวนําขอมูลสถิติเดิมที่เคยเกิดและ มีโอกาสเกิดข้ึน
ใกลเคียงท่สี ุดแสดงออกมา ซง่ึ การพยากรณของกรมชลประทานจะพยากรณล วงหนาไป 3 วนั
( 3 ) ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณน้ําและเตือนภัยน้ําทวม ลุมนํ้าเจาพระยา
จะติดตามและรวบรวมขอมูลอุทกวิทยาจากสถานีตรวจวัดตาง ๆ ในลุมนํ้าเจาพระยาตามเวลาจริง ( Real-
Time Monitoring System ) มาใชเปนขอมูลสําหรับคาดการณระดับน้ําที่สถานีและสถานที่สําคัญตาง ๆ
ตามแนวแมนํ้าเจาพระยา โดยระบบโทรมาตรประกอบดวย 5 องคประกอบหลัก คือ สถานีหลัก สถานี
หลักยอย สถานีตรวจวัดในสนาม ระบบรับ – สงขอมูล และระบบเชื่อมโยงขอมูล โดยมีเปาหมายในการ
ติดตามและเฝาระวังสถานการณนํ้า โดยใชแบบจําลองคณิตศาสตรคาดการณสถานการณน้ํา
เพื่อประกอบการพิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ํา ใหมีประสิทธิภาพทันตอสถานการณนํ้า ดังรูปที่ 2-13
โดยมีสถานีหลักตั้งอยูที่กรมชลประทานสามเสน สถานียอย 53 สถานี ตั้งอยูท่ีสํานักชลประทานท่ี 3, 4,
10, 11 และ 12 กรมชลประทานใชการคาดการณสถานการณน้ําในแมน้ําเจาพระยาแจงเตือนผูวาราชการ
จังหวัด หนวยงานท่ีเกี่ยวของ เพ่ือแจงเตือนประชาชนใหเตรียมพรอมรับสถานการณน้ําท่ีจะเกิดขึ้นและขน
ยายสิง่ ของขึ้นทสี่ งู ไดทนั การต้ังแตป 2551 เปน ตน มา
รปู ที่ 2-13 ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณน ้ําและเตือนภัยนํ้าทว มลมุ นํา้ เจา พระยา
28
2.9 เกณฑการระบายนํ้า
1 ) เกณฑปริมาณนํา้ ที่เฝาระวังเพ่ือบริหารจดั การน้าํ ในลุม นํ้าเจาพระยา
การระบายน้ําผา นเข่ือนเจา พระยา มากกวา 2,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาทีจะสงผลกระทบ
ทาํ ใหเกิดปญ หาน้ําทวมในท่ีลุมตํ่าของริมฝงแมนํ้าเจาพระยาดานทายเขื่อนเจาพระยา ดังนั้นการเฝาระวังกอน
จะเกิดผลกระทบดังกลาว ในการบริหารจัดการจึงตองกําหนดเกณฑปริมาณนํ้าที่ตองเฝาระวังของแมน้ํา
เจาพระยาท่ีสถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค รวมกับแมน้ําสะแกกรังไมเกิน 2,700 ลูกบาศก
เมตรตอวินาที เพื่อที่จะบริหารจัดการระบายน้ําออกฝงตะวันออกและตะวันตกตามศักยภาพได 700
ลูกบาศกเมตรตอวินาที ซึ่งควบคุมใหปริมาณน้ําผานทายเขื่อนเจาพระยาไมเกิน 2,000 ลูกบาศกเมตรตอ
วินาที ได โดยกําหนดเกณฑเฝาระวังปริมาณนํ้าที่สถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรคเริ่มตนท่ี
2,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที และเพื่อเพ่ิมระยะเวลาในการเฝาระวัง จึงไดติดตามขอมูลปริมาณนํ้าที่
1,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที ของแมนํ้าปงที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรคและปริมาณ
นํ้าท่ี 1,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที ของแมนํ้านานท่ีสถานี N.67 อ.ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค กอนมา
บรรจบเปนแมนํ้าเจาพระยาสถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในทํานองเดียวกันกําหนดใหมีการ
เฝาระวงั ปรมิ าณนํ้าของสถานีตาง ๆ ท่ีอยูตอนบนตามลําดับของผังน้ําลุมน้ําเจาพระยา เชน แมนํ้ายมท่ีสถานี
Y.5 อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร รวมกับแมน้ํานานท่ีสถานี N.8A อําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
ไมเ กนิ 1,000 ลูกบาศกเ มตรตอวินาที เปน ตน
สวนการเฝาระวังปริมาณน้ําของแมนํ้าเจาพระยากอนเขากรุงเทพมหานครท่ีสถานี C.29
อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากปริมาณน้ําจากแมน้ําเจาพระยาท่ีไหลผานจากเข่ือนเจาพระยา
รวมกับแมนํ้าปาสักที่ไหลผานเขื่อนพระรามหก มากกวา 3,500 ลูกบาศกเมตรตอวินาที จะสงผลกระทบ
ตอพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นการเฝาระวังจึงกําหนดไวท่ี 2,500 ลูกบาศกเมตรตอวินาที
กอนเกิดผลกระทบ โดยตดิ ตามขอ มูลปรมิ าณนํา้ ทายเขื่อนเจาพระยาที สถานี C.13 อําเภอสรรพยา จังหวัด
ชัยนาท และทา ยเข่ือนพระรามหกทสี่ ถานี S.5 อําเภอพระนครศรีอยธุ ยา จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
29
30
รปู ท่ี 2-14 ผังเกณฑปริมาณน้าํ ทเี่ ฝา ระวังเพอื่ บรหิ ารจัดการน้าํ ในลมุ นา้ํ เจา พระยาตอนบนและพระยา
ตอนลา ง
31
2 ) การบริหารจัดการนํ้าในลมุ น้าํ ยม
รูปท่ี 2-15 ผงั เกณฑบริหารจัดการนํ้าลมุ นํ้ายมบรเิ วณจังหวดั สโุ ขทยั
32
3 ) การบริหารจดั การนาํ้ ทายเข่ือนเจา พระยา
สรุปจาํ นวนตาํ แหนง พื้นทีไ่ ดรบั ผลกระทบ
ผลกระทบจากปรมิ าณ พื้นท่ไี ดรับผล
ลําดับ ตําแหนง จังหวัด อําแภอ ตาํ บล หมบู า น การระบายนํ้าตางๆ กระทบโดยประมาณ
700 1,000 2,000 2,200 2,300 2,500 2,800 (ไร)
1 01 ชัยนาท สรรพยา บางหลวง บา นทาน, บานทาทราย √√√ 1,008
2 02 ชัยนาท สรรพยา โพนางดําตก เทศบาลตาํ บล, บา นคงคาราม √√√ 313
3 03 สงิ หบ ุรี อนิ ทรบ รุ ี ประศกุ √√√ 363
วัดเสอื ขา ม, บา นมา, บานปลาไหล 735
√ 421
4 13 สิงหบ ุรี อินทรบุรี ทต.อินทรบ รุ ี ทต.อนิ ทรบ ุร,ี บานทอ งคงุ √√√ 173
5 04 สงิ หบรุ ี อนิ ทรบ รุ ี ทบั ยา √√√ 469
วัดสงิ ห, บานวดั สิงห, บานพองคงุ √√√ 188
√√√ 525
6 05 สิงหบรุ ี เมอื ง ทม.สงิ หบรุ ี เทศบาลเมืองสงิ หบุรี 386
7 06 สงิ หบรุ ี พรหมบรุ ี โรงชา ง √ 721
บานเทพมงคล 1,096
√√ 1,548
8 07 อา งทอง ไชโย ทต.เกษไชโย วัดไชโย, ทต.เกษไชโย 1,878
9 14 อางทอง ไชโย เทวราช √√√ 2,925
บา นปากบาง, บา นลาว, บา นโตนด √√√ 12,749
√√√
10 12 อางทอง เมือง ยานซือ่ บานยานซื่อ √√√
จําปาหลอ บา นโพธท์ิ ลู 11 12 14
11 8 อา งทอง ปาโมก ทต.บางปลากด ทต.บางปลากด
12 9 * อยธุ ยา บางบาล - √
พน้ื ทีน่ อกคันคลองโผงเผง √√ √
√
13 10 * อยธุ ยา บางบาล - พนื้ ที่นอกคันคลองบางบาล √√ √
14 11 * อยุธยา เสนา - พืน้ ทีน่ อกคนั แมน้าํ นอ ย √√√ 4
รวมทัง้ หมด 123
หมายเหตุ : * คิดเฉพาะ 80 % พ้ืนท่ีอยูอ าศยั (Landuse (2555)) ระหวางคันก้นั นา้ํ คลองโผงเผง (บางหลวง) , คลองบางบาล และแมน า้ํ นอ ย (ชวงอาํ เภอเสนา)
รูปท่ี 2-16 เกณฑปริมาณนา้ํ ท่มี ผี ลกระทบพ้นื ที่ทายเขื่อนเจา พระยา
รูปท่ี 2-17 พ้นื ที่เฝา ระวังเพือ่ การบรหิ ารจัดการนา้ํ ทา ยเข่อื นเจาพระยา
33
บทท่ี 3
การศึกษาการบรหิ ารจัดการนํา้ ทว ม ป 2554
3.1 การเตรียมการปอ งกนั นาํ้ ทวม ป 2554
ในการเตรยี มการปอ งกันและแกไขปญหานํ้าทวมของกรมชลประทานไดจัดทําแผนปฏิบัติการ
ไว 3 แผน ตามลําดบั ของการเกิดเหตุการณ คอื
1 ) แผนงานกอนนาํ้ มา ประกอบดว ย
( 1 ) แผนงานทไ่ี มใชส ิ่งกอสราง
ติดตามสภาพอากาศ นํ้าฝน น้ําทา นํ้าในอางเก็บนํ้าอยางใกลชิด เพ่ือการ
คาดการณลว งหนา เพอ่ื ใหการแกไขปญหาทอ่ี าจเกิดขน้ึ รวดเร็วและทันตอเหตุการณ
บริหารจัดการน้ําในเข่ือน ในชวงฤดูแลงจะวางแผนการใชน้ําจากเข่ือนใหเต็ม
ศักยภาพซง่ึ เปน การพรอ งนํา้ ไปในตัวทาํ ใหใ นชวงฤดฝู นอา งเกบ็ น้าํ จะมพี น้ื ทว่ี างท่ีจะรองรับประมาณน้ําท่ีเกิดข้ึน
โดยจะพิจารณาควบคุมใหเปนตามเกณฑควบคุมระหวาง Upper Rule Curve ( ในชวงฤดูฝนหากเก็บนํ้า
เกินจะเส่ียงอาจเกิดนํ้าลน ) และ Lower Rule Curve ( หากเก็บนํ้าตํ่ากวาเกณฑจะมีความเสี่ยงเร่ืองการ
ขาดแคลนน้ําในฤดูแลงปหนา ) กรณีเกิดฝนตกหนักมากท้ังเหนือเข่ือนและทายเขื่อนจะใชเข่ือนกักเก็บน้ํา
ไวก อ นหรือถา จําเปนตอ งระบายก็จะระบายนํ้าใหนอยท่ีสุด เพ่ือไมใหนํ้าไหลลงไปสรางปญหาน้ําทวมดานทาย
เข่ือนได และเมื่อทายเข่ือนหมดปญหาน้ําทวมจึงจะคอยระบายนํ้าจากเข่ือนเพื่อเตรียมรองรับน้ําท่ีจะมาใหม
ตอไป
เตรยี มพนื้ ท่รี ับนํา้ ไดจ ัดระบบการปลูกขา วใหมโ ดยมขี อ ตกลงกบั เกษตรกรใหปลูกขาว
ไดปละ 2 คร้งั หลังการปลูกขา วนาปรังแลวกรมชลประทานจะสงน้ํา เพ่ือใหเกษตรกรปลูกขาวนาปตอเนื่อง
ทันทีในพ้ืนท่ีลุมเจา พระยาตอนบน เกษตรกรเก็บเกี่ยวขาวนาปรังแลวเร่ิมปลูกขาวนาปในเดือนเมษายนจะเก็บ
เกย่ี วแลวเสร็จทง้ั หมดภายในเดอื นกรกฎาคม สวนในพื้นที่ลุมเจา พระยาตอนลางเกษตรกรเก็บเกี่ยวขาวนาปรัง
แลวเริ่มปลกู ขา วนาปในเดอื นพฤษภาคม จะเก็บเก่ียวแลวเสร็จทั้งหมดภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นหาก
ปใ ดมปี รมิ าณน้ํามากจะขอใชพ้ืนที่การเกษตรท่ีเก็บเก่ียวแลวเปนท่รี องรับน้ําหลากเพ่ือลดยอดนาํ้ สูงสดุ
เตรียมความพรอมเคร่ืองจักรเครื่องมือวัสดุและอุปกรณ ท้ังในสวนกลางและสวน
ทองถ่ิน ประกอบดวย เคร่ืองสูบนํ้า เคร่ืองผลักดันน้ํา รถขุด เรือขุด รถแทรคเตอร รถบรรทุก กระสอบ
ทราย เปน ตน
เฝาระวังพื้นท่ีเสี่ยงภัยชุมชนเมือง เพ่ือการแจงเตือนหนวยงานท่ีเก่ียวของทราบ
เตรยี มการปองกนั และใหก ารชวยเหลือดวยระบบโทรมาตรเพ่ือการพยากรณน้ําและเตือนภัยนํ้าทวม หรือการ
คาดการณโ ดยอาศัยความสัมพันธของระดบั นา้ํ
จัดตั้งศูนยประมวลและวิเคราะหสถานการณน้ํา ท้ังในสวนกลางและพื้นที่ พรอมท้ัง
เปด ใหบ ริการโทรศัพทสายดวน 1460 เพอื่ รับแจง ขอ มลู ขาวสาร
คณะอนกุ รรมการตดิ ตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา ซ่ึงมีกรมชลประทาน
กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา ( สสน ) กรมอุทกศาสตรกองทัพเรือ การไฟฟาฝายผลิต
กรมทรัพยากรนํ้า กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง และ
สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ( กปร. ) รวมเปน
34
คณะอนุกรรมการ มีหนาที่ประสานแลกเปลี่ยนและเช่ือมโยงขอมูลเพ่ือติดตามสภาพภูมิอากาศ นํ้าฝน น้ําทา
และวิเคราะหแ นวโนม สภาพนํา้ เพื่อใชเปนขอมูลในการบริหารจัดการน้ํา โดยมีการประชุมติดตามและวิเคราะห
แนวโนม สถานการณน ํา้ และวางแผนบริหารจัดการน้ําทุกสปั ดาห
บริหารขอมูลนํ้าฝน น้ําในอางเก็บน้ํา น้ําทาและน้ําทวม เพื่อแลกเปล่ียนขอมูล
พนื้ ฐานของหนว ยงานตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ใหทราบสถานการณที่รวดเร็วทันตอเหตุการณผานทาง
Internet ใน Webpage ของกรมชลประทาน : www.rid.go.th, และ Webpage ของศูนยประมวลและ
วิเคราะหสถานการณน้ํา กรมชลประทาน : http://water.rid.go.th/wmsc หรือสามารถประสานขอทราบ
ขอมูลทาง E-mail ของศูนยประมวลและวิเคราะหสถานการณนํ้า : [email protected] และโทรสาร
02-243-6956
เตรยี มพรอมในการเพ่ิมประสิทธ์ิภาพในการระบายน้ําในแมนํ้าเจาพระยาโดยอาศัย
คลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ชวยเรงระบายนํ้าในแมน้ําเจาพระยายนระยะทางของน้ําในแมน้ํา
เจาพระยา จาก 18 กิโลเมตร เหลือ 600 เมตร เปนการเพ่ิมการระบายนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาใหระบายลง
ทะเลไดเร็วข้ึนประมาณรอยละ 10 - 15 ของอัตราการไหลเมื่อไมมีโครงการคลองลัดโพธิ์ และสามารถลดระดับ
น้ําในแมน้ําเจาพระยาที่สะพานพระพุทธยอดฟาไดประมาณ 10 – 12 เซนติเมตร ที่ต้ังปตร.คลองลัดโพธิ์
แสดงไวใ นรปู ที่ 3-1
รปู ท่ี 3-1 แสดงท่ตี ง้ั โครงการคลองลดั โพธิ์
เตรียมพรอมโครงการระบายน้ําสนามบินสุวรรณภูมิ ชวงต้ังแตคลองสําโรงถึง
ชายทะเลพรอมถนนคมนาคมท้ังสองดานของคลอง สามารถระบายนํ้าไดสูงสุด 100 ลูกบาศกเมตร/วินาที
แนวคลองระบายนํา้ สนามบินสวุ รรณภูมแิ สดงไวใ นรูปท่ี 3-2
35
รปู ที่ 3-2 แนวคลองระบายน้ําสนามบนิ สุวรรณภูมิ
โครงการแกมลงิ ตามแนวพระราชดําริ
ฝงตะวันออก ใชคลองชายทะเลท่ีต้งั อยูริมทะเละและคูคลองตาง ๆ ที่มีอยูแลว
ตามธรรมชาติดานจังหวัดสมุทรปราการทําหนาที่เปนบอพักนํ้าหรือบอรับนํ้าเปนแหลงเก็บนํ้าและระบายน้ํา
โดยใชป ระตูระบายน้ําเปน เครอ่ื งมือในการควบคมุ รวมทงั้ สรา งสถานีสบู นํ้าเพ่ิมที่คลองชายทะเลเพื่อระบายนํ้า
ออกสูทะเลไดเ รว็ ย่งิ ขึ้น
ฝงตะวันตก คือ โครงการแกมลิง“คลองมหาชัย-สนามชัย” เปนโครงการ
แกมลิงท่ีสําคัญฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา ทําหนาที่รับน้ําในพื้นท่ีฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา
เพื่อระบายออกทะเลดานจังหวัดสมุทรสาคร โดยอาศัยคลองมหาชัย – สนามชัย พรอมทั้งปดก้ันคลองตาง ๆ
คือ ประตูระบายนํ้าคลองสหกรณสาย 3 ประตูระบายน้ําคลองเจก ประตูระบายน้ําคลองโคกขาม ประตู
ระบายนํ้าคลองแสมดํา และประตูระบายนํ้าคลองแสมดําใต ไดกอสรางสถานีสูบน้ําและประตูระบายนํ้าตาม
คลองที่ตอเชื่อม รวม 31 แหง ใชควบคุมระดับนํ้าในคลองสนามชัยเปนแกมลิงกักเก็บน้ําไดประมาณ 6.30
ลานลูกบาศกเมตร สามารถใชบริหารจัดการน้ําเพ่ือแกไขปญหานํ้าทวมไดอยางมีประสิทธิภาพ แผนท่ี
โครงการแกมลิงคลองมหาชัย – สนามชัย แสดงไวในรปู ท่ี 3-3
36
รูปท่ี 3-3 แผนทรี่ ะบบโครงการแกม ลงิ คลองมหาชยั – สนามชยั
( 2 ) แผนงานทใ่ี ชสง่ิ กอ สรา ง
- ขุดลอกและกําจัดวัชพืช ในคลองชลประทานและในอางเก็บน้ําตาง ๆ ทั่วประเทศ
ตามแผนงาน เพือ่ เพิ่มประสิทธภิ าพการรบั นํ้าและการระบายนํา้
- บํารุงรักษาซอมแซมอาคารชลประทานตาง ๆ เชน คันก้ันนํ้า ประตูระบายนํ้า
ประตนู าํ้ และสถานีสบู นํ้า ใหมคี วามพรอ มใชง านตลอดเวลา
- บํารุงรักษาซอมแซมเครื่องจักร เคร่ืองมือ วัสดุ และอุปกรณ ในสวนกลางและ
สว นภูมภิ าค
2 ) แผนงานระหวา งน้ํามาหรอื ขณะเกิดภัย
เปนแผนงานที่กําหนดขึ้นเพิ่มเติมจากแผนงานกอนนํ้ามา ท้ังมาตรการท่ีใชส่ิงกอสรางและ
ไมใชสิ่งกอสราง ตามความเหมาะสมในแตละพ้ืนที่ โดยมาตรการไมใชส่ิงกอสรางประกอบดวยการสงน้ําเขา
ระบบชลประทานในพื้นท่ีการเกษตร โดยใชประโยชนจากระบบชลประทานเพื่อตัดดยอดนํ้าสูงสุด การปรับ
แผนการระบายน้ําจากอา งเกบ็ น้ํา เพ่อื ลดผลกระทบนํ้าทว มดา นทา ย
สําหรับมาตรการใชส่ิงกอสรางประกอบดวยการเสริมประสิทธิภาพของอาคารชลประทาน
ในบริเวณตาง ๆ ที่พบวายังไมมีศักยภาพเพียงพอกับขนาดของปริมาณนํ้าหลากที่คาดวาจะเกิดข้ึน งานเสริม
คันก้นั นํ้า/คันคลองสง น้าํ หรอื คลองระบายน้ํา งานปดทอ ลอดทํานบช่วั คราว การสนบั สนนุ เคร่ืองจักรเคร่ืองมือ
เขา ชวยเหลือ การเรงซอ มแซมอาคารท่ชี ํารุดใหใชงานไดชัว่ คราวและงานอ่นื ๆ
37
3 ) แผนงานหลงั อทุ กภยั หรือชวยเหลอื หลงั นา้ํ ทว ม
- เรงสํารวจความเสียหายของระบบชลประทาน เพื่อซอมแซมใหสามารถใชงานไดตามปกติ
โดยเร็ว
- เรงสาํ รวจพืน้ ท่ีการเกษตรในเขตชลประทานท่ีไดรับผลกระทบนํ้าทวม ภายหลังจากสภาพ
นาํ้ ทว มลดระดบั ลง
- ประเมินศักยภาพของปริมาณน้ําตนทุนเพ่ือชวยเหลือในชวงฤดูแลง รวมท้ังการสนับสนุน
เครือ่ งสูบนํา้ เคลอ่ื นที่
3.2 สภาพภูมอิ ากาศ
1 ) สภาพอากาศ
ในชวงตนฤดูฝนประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากหยอมความกดอากาศต่ําบริเวณอาวมะตะบัน
ประเทศพมา ท่ีเคลือ่ นตวั เขาปกคลุมประเทศไทยบรเิ วณภาคเหนอื ตอนบน ตอจากน้ันมีรองความกดอากาศตํ่า
พาดผา นภาคเหนอื ตอเนอ่ื งตลอดฤดูฝน โดยมีชวงท่ีรองความกดอากาศต่ํามีกําลังแรงและทําใหเกิดฝนตกหนัก
รวม 3 ชวง ระหวางวันท่ี 10 – 12 และ 15 - 19 สิงหาคม และ 8 – 12 กันยายน 2554 นอกจากนี้
ในลุมนํ้าเจาพระยาใหญยังไดรับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตรอนพัดเขามามีอิทธิพล ทําใหมีฝนตกหนักตอเน่ือง
ในลุมนํ้าเจาพระยารวม 5 ลูก ไดแก พายุโซนรอน“ไหหมา”( 24 – 26 มิถุนายน 2554 ) พายุโซนรอน
“นกเตน” ( 30 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2554) พายุโซนรอน “ไหถาง” ( 27 – 28 กันยายน 2554 ) พายุ
ไตฝุน “เนสาด” ( 30 กันยายน 2554 – 1 ตุลาคม 2554 ) และพายุโซนรอน “นาลแก” ( 5 – 6 ตุลาคม
2554 ) ท้ังน้ีแนวรองความกดอากาศตํ่ากําลังแรงที่พาดผานภาคเหนือและแนวทางเคล่ือนตัวของพายุหมุน
เขตรอนท่มี อี ิทธพิ ลทําใหเกดิ ฝนตกหนกั ใน ป 2554 แสดงในรปู ที่ 3-4
เสนทางพายุโซนรอน“ไหหมา”( 24–26 มิ.ย. 54 ) เสน ทางพายโุ ซนรอ น“นกเตน”( 30 ก.ค. – 3 ส.ค. 54 )
รปู ท่ี 3-4 แสดงเสนทางเคล่ือนตัวของพายุในชว งฤดฝู น ป 2554
38
รอ งความกดอากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานภาคเหนอื เสน ทางพายโุ ซนรอ น “ไหถาง”(27 – 28 ก.ย. 54)
ชว งวันท่ี 10–12 และ 15–19 ส.ค. และ 8–12 ก.ย. 54
เสน ทางพายุไตฝ นุ “เนสาด”(30 ก.ย – 1 ต.ค. 54 ) เสนทางพายุโซนรอ น“นาลแก”( 5–6 ต.ค. 54 )
รูปท่ี 3-4 ( ตอ )
2 ) ปริมาณน้ําฝน
ป 2554 ประเทศไทยมฝี นตกตอ เนื่องตั้งแตเดอื นมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศตํ่าท่ีพาดผาน และพายุโซนรอน จํานวน 5 ลูก ปริมาณฝน
สะสมตั้งแตวันที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2554 ภาคเหนือมีฝนสะสมรวม 1,674 มิลลิเมตร สูงกวา
คา เฉลย่ี ระยะยาว 30 ป ณ เวลาเดยี วกนั 42 % และสงู กวาฝนสะสมทั้งปส ูงสุดนับตั้งแตกรมอุตุนิยมวิทยา
ไดเริ่มเก็บขอมูลสถิติฝน ( ฝนสะสมทั้งปสูงสุดเคยเกิดในป 2496 มีฝนรวม 1,600 มิลลิเมตร ) ภาคกลาง
มฝี นสะสม 1,508.6 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ยระยะยาว 30 ป 26 % ในเดือนพฤษภาคม มีฝนสะสม 223
มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 39 % เดือนมิถุนายนมีฝนสะสม 166 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 20 %
เดือนกรกฎาคมมีฝนสะสม 215 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 41 % เดือนสิงหาคมมีฝนสะสม 212 มิลลิเมตร
สูงกวาคาเฉล่ีย 15 % เดือนกันยายนมีฝนสะสม 257 มิลลิเมตร ตํ่ากวาคาเฉล่ีย 2 % และเดือนตุลาคมมีฝน
สะสม 177 มลิ ลิเมตร ต่ํากวาคา เฉลยี่ 2 %
39
3.3 สถานการณน าํ้ ทา และนา้ํ ในอา งเก็บน้ําชวงตนฤดูฝน
การบริหารจัดการน้ําจะแยกเปนฤดูแลงเริ่มตั้งแต 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน และฤดูฝน
เริ่มตงั้ แต 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม ใน ป 2554 กรมชลประทานไดดําเนินโครงการจัดระบบปลูกขาวใหม
ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ คือ หลังจากสิ้นฤดูแลงไดจัดสรรนํ้าเพื่อการปลูกขาวนาป
ตอเนื่องทันที กําหนดเปาหมายการปลูกพืชฤดูฝนในเขตชลประทาน พ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยาทายอางเก็บน้ํา
ภูมพิ ลและอางเกบ็ นา้ํ สริ กิ ติ ปิ์ ระมาณ 11.539 ลา นไร ประกอบดวยขาวนาปประมาณ 8.32 ลานไร พืชไร-
พืชผักประมาณ 0.095 ลานไร ออยประมาณ 0.291 ลานไร ไมผล-ไมยืนตนประมาณ 0.365 ลานไร
บอปลา–บอกุงประมาณ 0.358 ลานไร และอ่ืน ๆ ประมาณ 0.106 ลานไร โดยวางแผนจัดสรรนํ้า
เพื่อกิจกรรมตาง ๆ ประมาณ 10,577 ลานลูกบาศกเมตร ท้ังนี้เม่ือเร่ิมตนฤดูฝนวันที่ 1 พฤษภาคม 2554
ปริมาณนํ้าในลํานํ้าสายหลักอยูในเกณฑปกติ สวนปริมาณน้ําในเข่ือนหลัก 4 แหง ไดแก เข่ือนภูมิพล
เขอื่ นสริ กิ ติ ์ิ เขอื่ นแควนอ ยบาํ รงุ แดน และเขือ่ นปาสักชลสิทธิ์ ไดถกู พรองนํ้าจากการจัดสรรน้ําในชวงฤดูแลง
ท่ีผานมา โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณนํ้า 6,070 ลาน ลบ.ม. ( 45 % ของความจุเก็บกัก ซ่ึงตํ่ากวาเกณฑ
ควบคุมน้ําตํ่าสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 2,270 ลาน ลบ.ม. เข่ือนสิริกิติ์มีปริมาณน้ํา 4,768 ลาน ลบ.ม.
( 50 % ของความจุเก็บกักซึ่งต่ํากวาเกณฑท่ีควบคุมนํ้าต่ําสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 1,918 ลาน ลบ.ม.
เขอื่ นแควนอยบํารุงแดน มีปริมาณนํา้ 295 ลาน ลบ.ม. ( 27 % ของความจุเก็บกักซ่ึงตํ่ากวาเกณฑท่ีควบคุม
น้ําตํ่าสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 252 ลาน ลบ.ม. และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์มีปริมาณนํ้า 298 ลาน ลบ.ม.
( 31 % ของความจุเก็บกกั ซึ่งตาํ่ กวาเกณฑท่คี วบคุมนาํ้ ตาํ่ สดุ ) คิดเปน นํ้าใชก ารได 295 ลาน ลบ.ม.
การวางแผนใชน้ําในชวงฤดูฝนของลุมนํ้าเจาพระยาจะสํารองน้ําจากเข่ือนหลักท้ัง 4 แหง
ไวใชใ นชวงทเี่ กดิ ภาวะฝนทง้ิ ชวงระหวางกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งในปปกติจะสํารองน้ํา
เพื่อการอปุ โภค บริโภค และการรักษาระบบนิเวศน ประมาณ 400 - 500 ลาน ลบ.ม. โดยพิจารณาประมาณ
การสํารองน้ําจากเข่ือนแควนอยและเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิ ซึ่งวันที่ 1 พฤษภาคม เขื่อนท้ังสองแหงมีน้ําใชการ
รวมกัน 547 ลา น ลบ.ม. สวนการจดั สรรนํา้ เพอ่ื การเกษตรในฤดูฝนเปนภารกิจที่กรมชลประทานจะจัดสรรน้ํา
ใหโดยไมใหขาวเสียหายจากการขาดแคลนน้ํา จึงจําเปนตองสํารองนํ้าไวเพื่อการน้ีประมาณ 2,500 – 3,000
ลาน ลบ.ม. โดยพิจารณาสํารองน้ําจากเข่ือนใหญคือเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ิ ซ่ึงวันที่ 1 พฤษภาคม
เขอ่ื นทั้งสองแหงมีนํ้าใชการไดรวมกัน 4,188 ลาน ลบ.ม. รวมเขื่อนท้ัง 4 แหง มีนํ้าใชการรวมกัน 4,735
ลาน ลบ.ม. ขณะทจ่ี ะตองสํารองนา้ํ ไวใชใ นระยะฝนท้ิงชวงประมาณ 3,500 ลาน ลบ.ม. มากกวาปริมาณน้ํา
ทีค่ วรตอ งสาํ รอง 1,235 ลาน ลบ.ม.
3.4 การบรหิ ารจัดการน้ําทว ม ป 2554
เดือนพฤษภาคม
สถานการณนํ้าฝน บริเวณประเทศไทยตอนบนหลายพื้นท่ีมีฝนตกชุกเปนระยะ ๆ
จากอทิ ธพิ ลของมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตท่เี รม่ิ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยตั้งแตตนเดือน
ทําใหมีฝนตกตอ เน่อื งและเริม่ เขาสูฤดฝู นของประเทศไทยต้งั แตวันท่ี 6 พฤษภาคม ในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย
245.0 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 71.6 มิลลิเมตร ( 41 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉลี่ย 222.6 มิลลิเมตร
สงู กวาคาปกติ 62.7 มิลลิเมตร ( 39 % )
สถานการณนํ้าทา ฝนท่ีตกในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ตั้งแตเดือนมีนาคมเปนตนมา
ทําใหความช้ืนในดินในลุมน้ําปง วัง ยม นาน มีมากกวาปกติ เม่ือมีฝนตกหนักในพื้นท่ีภาคเหนือระหวาง
วันท่ี 9–18 พฤษภาคม ทําใหเกิดปญหาน้ําเออลนตล่ิงในลุมน้ําปง วัง และยม หลายแหง และมีฝนตก
40
เพ่ิมขึ้นอีกในวันท่ี 28–29 พฤษภาคม 2554 สงผลใหนํ้าจากจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ไหลหลากเขาทวม
พน้ื ท่ใี นอําเภอ ตะพานหิน อาํ เภอบางมูลนาก และอําเภอโพธปิ์ ระทบั ชา ง จังหวัดพิจิตร น้ําเออทวมขังพื้นที่
ลุมต่ําในชว งเวลาส้นั ๆ 1-2 วัน ในภาพรวมปริมาณน้ําในลํานํ้าตาง ๆ ยังมีปริมาณนอยระดับน้ําต่ํากวาตลิ่ง
มาก
สถานการณนํา้ ในอา งเก็บนา้ํ อา งเกบ็ นํ้าเขือ่ นภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ เข่ือนแควนอยบํารุงแดน
และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ เมื่อสิ้นเดือนเมษายน 2554 มีปริมาณน้ําคิดเปนรอยละ 45, 50, 33 และ 31
ของความจุทั้งหมด ซึ่งใกลเคียงกับเกณฑควบคุมนํ้าตัวลาง ( Lower Rule Curve การบริหารจัดการน้ําใน
เขอ่ื นจึงพจิ ารณาระบายนาํ้ จากเขอื่ นตามความความจําเปนบริเวณทายเข่ือนเทานั้นเพื่อเก็บน้ําไวใชในระยะฝน
ทิง้ ชว ง
เดอื นมิถนุ ายน
สถานการณน า้ํ ฝน ปรากฏการณล านญี าเร่มิ เขาสูภาวะปกติ แตมอี ทิ ธิพลของมรสุมตะวันตก
เฉียงใตท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอาวไทยตลอดเดือนโดยมีกําลังแรงเปนระยะ ๆ
ประกอบกับมีรองมรสุมพาดผานบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
ในบางชวงมีหยอ มความกดอากาศตํ่าปกคลมุ บรเิ วณอา วตังเก๋ียและประเทศเวียดนามตอนบนเปนบางวัน ทําให
มีฝนตกชุกเกือบตลอดเดือน ในชวงกลางเดือน คาดวาเกิดภาวะฝนท้ิงชวง แตในความเปนจริงยังคงมีฝนตก
ตอเน่ือง นอกจากนี้ในชวงปลายเดือนยังไดรับอิทธิพลจากพายุโซนรอน “ไหหมา” (HAIMA) ในทะเลจีนใต
ตอนบนท่ีเคล่ือนขึ้นฝงบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน เม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน แลวออนกําลังลงเปนพายุ
ดีเปรสชันเคล่ือนผานประเทศลาว จากนั้นไดออนกําลังลงเปนหยอมความกดอากาศต่ํากําลังแรงและเคลื่อน
เขาปกคลุมบริเวณจังหวัดนานแลวสลายตัวไป มีผลใหในชวงวันท่ี 25–26 มิถุนายน ภาคเหนือมีฝนตกหนัก
ถึงหนักมากตอเน่ืองกันเปนบริเวณกวางและบางพ้ืนที่มีปริมาณฝนมากที่สุดใน 24 ช่ัวโมง สูงกวาสถิติเดิมที่
เคยตรวจวัดไดของเดือนเดียวกัน ปริมาณฝนรวมตลอดเดือนในภาคเหนือตอนบนสูงกวาคาปกติ และเกิดน้ํา
ทว มฉับพลัน นํา้ ปาไหลหลาก และดินถลมในหลายพ้ืนที่ ทําใหเกิดน้ําทวมเปนบริเวณกวางในพ้ืนท่ีภาคเหนือ
หลายแหงในลุมน้ําวัง ยม และนาน ในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย 216.3 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 64.8
มิลลิเมตร ( 43 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 165.8 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 27.3 มิลลิเมตร
( 20 % )
ปรมิ าณฝนใน 24 ช่ัวโมงท่ที ำลายสถิติเดิมของเดือนมิถุนายน
สถติ ิใหม 2554 สถติ เิ ดิม ปท เี่ รม่ิ
สถานอี ุตนุ ยิ มวทยา ปริมาณฝน (มม.) วนั ที่ ปรมิ าณฝน (มม.) วันท่ี / ป มขี อ มลู
พะเยา 93.6 25 82.0 27/2526 2524
แมสอด (จังหวดั ตาก) 110.1 25 98.5
สกษ.ทงุ ชา ง (จังหวัดนา น) 153.4 25 82.3 22/2547 2494
ทาเรือคลองเตย
10/2545 2539
ทีม่ า : กรมอุตนุ ิยมวิทยา
สถานการณน้ําในอางเก็บนํ้า วันท่ี 1 มิถุนายน เข่ือนภูมิพล สิริกิติ์ แควนอยบํารุงแดน
และปา สกั ชลสทิ ธิ์ มีปรมิ าณน้ําเก็บกัก 6,947 (52%), 5,049 (53%), 350 (37%) และ 381 (40%) ลาน
41
ลบ.ม.ตามลําดับ ซ่ึงอยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ Lower Rule Curve
ปริมาณฝนในภาคเหนือและภาคกลางในเดือนมิถุนายนนอยกวาเดือนพฤษภาคม มีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
ภูมิพล 908 ลาน ลบ.ม. นอยกวาเดือนพฤษภาคม แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนสิริกิต์ิ เข่ือนแควนอยบํารุง
แดนและเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ซึ่งเปนฝงมีฝนตกจํานวนมากจากอิทธิพลของพายุไหหมามีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
มากกวาเดือนพฤษภาคมมากโดยมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน 1,054, 225 และ 387 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ
การระบายน้ําจากเข่อื นทงั้ 4 แหง พิจารณาจากการคาดหมายในเร่ืองปรากฏการณลานีญาไดเริ่มเขาสูภาวะ
ปกติและปรมิ าณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือนลวงหนา ภาคเหนือ และภาคกลางปริมาณฝนมีคา
ใกลเคียงกับคาปกติ ในสวนของเขื่อนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ ซ่ึงยังมีพื้นที่รับนํ้าไดอีกมาก ระบายนํ้าเฉพาะตาม
ความตองการใชน า้ํ ของภาคสวนตาง ๆ
สถานการณน ํ้าทา ถงึ แมวาจะมีฝนตกชุกในพื้นที่ภาคเหนอื แตปรมิ าณน้ําทาในลํานํ้าสายหลัก
ในพื้นที่ภาคเหนือยังอยูในเกณฑปกติ จนกระทั่งในชวงวันที 25 – 26 มิถุนายน ไดรับอิทธิพลจากพายุ
โซนรอน “ไหหมา” ทําใหพื้นท่ีภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา นาน และตาก
ประสบกับอุทกภัย โดยมีพื้นท่ีนํ้าทวมในลุมน้ํายมและลุมน้ํานานตอนบน ซึ่งไมมีเข่ือนขนาดใหญควบคุมนํ้า
กรมชลประทานสามารถดําเนินการแจงเตือนภัยชุมชนเมือง ใหเตรียมพรอมรับสถานการณนํ้าและสามารถขน
ยา ยสิ่งของข้นึ ท่สี ูงไดท ันเวลาลดความเสยี หายทเ่ี กิดข้นึ ไดม าก
เดือนกรกฎาคม
สถานการณนํ้าฝน ประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใตกําลังคอนขางแรง
พัดปกคลุมเกือบตลอดเดือน และรองมรสุมพาดผานบริเวณตอนบนของประเทศไทยเปนระยะ ๆ ในชวง
ครึ่งหลังของเดือน นอกจากนี้พายุโซนรอน “นกเตน” (NOCK-TEN) ในทะเลจีนใตตอนกลางไดเคลื่อนตัว
ขนึ้ ฝงบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 กรกฎาคม และเคล่ือนตัวผานประเทศลาวพรอมกับออน
กําลังเปนพายุดีเปรสชันในวันที่ 31 กรกฎาคม กอนเคลื่อนเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนานในวัน
เดียวกัน จากนั้น ไดออนกําลังลงเปนหยอมความกดอากาศตํ่าและปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณ
จังหวัดเชียงใหม และแมฮองสอนในเวลาตอมา ทําใหชวงปลายเดือนกรกฎาคมตั้งแตวันท่ี 30 กรกฎาคมถึง
ตนเดือนสิงหาคม บริเวณภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบน ประสบกับภาวะฝนตกหนักถึงหนัก
มากตอ เนอื่ งกนั เปนบริเวณกวาง สถานการณน้ําทว มในลมุ น้ํายมตอนลางจากชวงตนเดือนกรกฎาคมยังไมเขาสู
ภาวะปกติ เมือ่ เกดิ ฝนตกหนักเพม่ิ ข้นึ ทาํ ใหในในลุมน้าํ ปง วงั ยม และนาน เกิดอุทกภัยเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ
มีฝนตกเฉล่ีย 257 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 77.1 มิลลิเมตร ( 43 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 215
มิลลิเมตร สูงกวา คา ปกติ 62.4 มลิ ลิเมตร ( 41 % )
สถานการณน ้าํ ในอางเก็บน้ํา วันท่ี 1 กรกฎาคม เขอื่ นภูมพิ ล เข่ือนสริ กิ ติ ิ์ เข่ือนแควนอย
บาํ รุงแดน และเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ําเก็บกัก 7,747 ( 58 % ), 6,079 ( 64 % ), 400 ( 43 % )
และ 458 ( 58 % ) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ อยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ
Lower Rule Curve การระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 4 แหง พิจารณาจากการคาดหมายในเรื่องปรากฏการณ
ลานีญา ไดเริ่มเขาสูภาวะปกติและปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือนลวงหนาภาคเหนือ
มีปริมาณฝนสูงกวาคาปกติเล็กนอย และภาคกลางปริมาณฝนมีคาใกลเคียงกับคาปกติการระบายนํ้าของเขื่อน
ภูมิพลซึ่งยังมีพ้ืนท่ีรับนํ้าไดอีกมาก จึงระบายน้ําเฉพาะตามความตองการใชน้ําของภาคสวนตาง ๆ จํานวน
174 ลาน ลบ.ม. เขอ่ื นสริ กิ ิติ์ ณ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม มพี นื้ ที่รบั นํ้าไดอีก 3,431 ลาน ลบ.ม. จึงระบายน้ํา
เฉพาะตามความตองการใชนํ้าของภาคสวนตาง ๆ แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากตอเนื่องจึงไดพิจารณาเพ่ิม
การระบายนํ้าตามความเหมาะสมโดยไมใหเ กิดผลกระทบกบั พน้ื ทท่ี า ยเข่ือนตง้ั แตวันท่ี 10 กรกฎาคม
42
สถานการณนํ้าทา ปริมาณฝนลดลงหลังจากหมดอิทธิพลของพายุโซนรอน“ไหหมา”
ปริมาณน้ําในแมน้าํ ปง วัง ยม และนาน เขาสูภาวะปกติในสัปดาหแรกของเดือน ในชวงกลางเดือนมีฝนตก
หนักกระจายในลุมนํ้ายมและลุมนํ้านานตอนบน ทําใหน้ําในแมนํ้ายมและแมนํ้านานเพิ่มข้ึนแตไมลนตล่ิง
ปริมาณนํ้าท่ีไหลเขาทวมพื้นที่การเกษตรลดระดับลงชา ๆ โดยเรงระบายน้ําเหลาน้ีลงแมนํ้านานโดยใชคลอง
ระบาย DR.15.8 และ DR 2.8 สาํ หรบั การเตรียมรบั สถานการณฝ นท่จี ะตกหนัก ไดเ รงระบายนํ้าจากลํานํ้า
ตอนบนของแมนํ้านาน แมนํ้าปง แมนํ้าเจาพระยา และลดระดับน้ําหนาเข่ือนเจาพระยาลงไปใหมากท่ีสุด
รวมทั้งพรองนํ้าในระบบชลประทานของทุงเจาพระยา ไดลดระดับน้ําหนาเขื่อนเจาพระยาจาก 16.00 ม.
รทก. ลงเหลือ 14.80 ม.รทก. ในชว งปลายเดือนกรกฎาคม
ตอ มาไดร บั อิทธพิ ลจากพายุโซนรอน“นกเตน” มฝี นตกหนกั มากในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมนํ้ายม
และลุมนํ้านาน ต้ังแตวันท่ี 30 กรกฎาคม แตปริมาณนํ้าทาที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมยังอยูในเกณฑปกติ
ท้ังนี้ในลุมน้ํานานบริเวณทายเขื่อนสิริกิต์ิและพ้ืนที่ภาคกลางตอนบน มีฝนตกกระจายตอเน่ืองต้ังแตชวง
กลางเดอื นกรกฎาคม ทําใหแมนํ้านานตอนลางและแมนํ้าเจาพระยาท่ีสถานี C.2 มีปริมาณนํ้าเพ่ิมข้ึนแตยังมี
ปรมิ าณไมมากนัก
เดอื นสงิ หาคม
สถานการณนํ้าฝน จากอทิ ธพิ ลของพายโุ ซนรอน “นกเตน” เคลือ่ นตัวขึ้นฝงบริเวณประเทศ
เวียดนามตอนบนในวันท่ี 30 กรกฎาคม จากน้ันเคลื่อนตัวผานประเทศลาวพรอมกับออนกําลังเปนพายุ
ดีเปรสชนั เคลื่อนเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนาน ในวันที่ 31 กรกฎาคม แลวออนกําลังลงเปนหยอม
ความกดอากาศต่ําปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทย ทําใหในชวงปลายเดือนกรกฎาคมตอเนื่องถึงตนเดือน
สิงหาคม มีสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากตอเนื่องกันเปนบริเวณกวางในพื้นท่ีภาคเหนือ และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เกิดสภาวะน้ําทวมฉับพลันและนํ้าทวมขังบริเวณจังหวัดแมฮองสอน ลําปาง
อุตรดิตถ แพร สุโขทัย พษิ ณุโลก และพจิ ิตร นอกจากน้ีรองมรสุมพาดผานประเทศไทยตอนบนเกือบตลอด
เดือนโดยเฉพาะในชวงวันที่ 10–12 และ 15–19 สิงหาคม รองมรสุมกําลังคอนขางแรงพาดผานประเทศ
ไทยตอนบน ทําใหบริเวณบริเวณภาคเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากเปนระยะ ๆ เกิดนํ้าทวมตอเนื่องใน
ภาคเหนือมีฝนตกเฉลย่ี 274.9 มิลลเิ มตร สูงกวาคาปกติ 49.2 มิลลิเมตร ( 22 % ) และภาคกลางมีฝนตก
เฉลี่ย 211.8 มิลลเิ มตร สูงกวาคาปกติ 27.9 มลิ ลิเมตร ( 15 % )
สถานการณน้ําทา จากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากตอเนื่องกันเปนบริเวณกวาง
ในภาคเหนือ จากอทิ ธิพลของพายุโซนรอน “นกเตน” เกดิ สภาวะนา้ํ ทวมในลุม น้าํ ตาง ๆ
ลมุ นํ้าปง มีฝนตกหนักกระจายในจงั หวดั เชียงใหมและลําพนู ตง้ั แต 31 กรกฎาคม และตกตอเนื่อง
หลายวัน ทําใหเกิดนํ้าทวมในจังหวัดเชียงใหม รวม 16 อําเภอ ในลํานํ้าปงปริมาณน้ําท่ีผานตัวเทศบาลนคร
เชียงใหมมมี ากแตไมล นตลิง่ สว นในจงั หวัดลําพนู นํา้ จากลาํ นา้ํ แมก วงลน ตลิง่ ในเขตตาํ บลบา นธิ อําเภอบานธิ
ทําใหเกิดน้ําทวมพื้นท่ีชุมชนและพ้ืนท่ีถนน แลวเขาสูสภาวะปกติใน 2 วัน น้ําสวนนี้ไหลลงเข่ือนภูมิพล
ท้งั หมด ( วนั ท่ี 1–10 สิงหาคม มีนํ้าไหลลงเข่ือนภูมิพลรวม 1,007 ลาน ลบ.ม. ) และถูกเก็บชะลอไวโดย
ระบายนํ้าในเกณฑไมมากนัก เพ่ือรอใหนํ้าในแมนํ้าวังบริเวณใกลจุดสบกับแมนํ้าปงลดลง แลวจึงระบายออก
จากเขอ่ื นภูมพิ ล โดยในวันท่ี 7 สิงหาคม น้ําในแมน้ําวังที่ไหลผานสถานีวัดน้ํา W.4A บานวังหมัน อําเภอ
สามเงา สูงสุด 1,086 ลบ.ม./วินาที ไดงดการระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพล รวม 2 วัน เพื่อใหยอดนํ้าสูงสุด
ในแมนํา้ วงั ไหลไปกอ น
43
ปริมาณนํ้าในลําน้ําปงตอนลางท่ีสถานี P.17 อําเภอบรรพตพิสัย มีปริมาณนํ้าเพ่ิมขึ้นและ
ลดลงตามสัดสวนของฝนที่ตกทายเขื่อน โดยมีปริมาณนํ้าไหลผานในวันท่ี 1 สิงหาคม อัตรา 250 ลบ.ม./
วินาที เพ่ิมเปน 1,047 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 22 สิงหาคม แลวลดตํ่าลงเหลือ 851 ลบ.ม./วินาที
ในวันที่ 31 สงิ หาคม
ลุมนํ้าวัง บริเวณจังหวัดลําปางฝนตกหนักตอเนื่องเกิดนํ้าปาไหลหลากและเกิดน้ําลนตลิ่ง
บริเวณอําเภอแจหม เปนพื้นท่ีเหนือเข่ือนกิ่วคอหมาและเข่ือนก่ิวลม กรมชลประทานใชเข่ือนท้ังสองแหง
เกบ็ น้ําสว นนี้ไวแลว คอยทยอยระบาย โดยไมใหเกิดปญหานํ้าทวมกับเทศบาลนครลําปาง สําหรับบริเวณทาย
เขือ่ นกว่ิ ลมมนี ้าํ ทวมบริเวณอาํ เภอสบปราบ น้ําสว นนไี้ ดไ หลลงมาตอนลา งรวมกับนํ้าทา จากลุมนํ้ายอยตอนลาง
ของแมน้ําวัง ไหลลงไปเออลนตล่ิงแมนํ้าวังเหนือจุดสบกับแมน้ําปงที่อําเภอสามเงา และอําเภอบานตาก
จังหวดั ตาก ประมาณ 26,400 ไร