The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารเผยแพร่ เรื่องที่ 1 การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560 โดย นายประยูร เย็นใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560

เอกสารเผยแพร่ เรื่องที่ 1 การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560 โดย นายประยูร เย็นใจ

Keywords: น้ำหลาก,เจ้าพระยา,ประยูร

กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ

เอกสารเผยแพรผ ลงาน

เร่ือง
การบริหารจัดการนาํ้ หลากลุมน้าํ เจา พระยา ป 2560 (พ.ศ. 2560)

โดย
นายประยรู เยน็ ใจ
ตําแหนงวศิ วกรชลประทานชาํ นาญการพิเศษ
(ตาํ แหนงเลขท่ี 17)
กรมชลประทาน

เพอ่ื แตง ตงั้ ใหดํารงตาํ แหนง ผูเชี่ยวชาญดานวศิ วกรรมชลประทาน
(ดา นจดั สรรน้ําและบํารงุ รักษา)

วิศวกรชลประทานเชี่ยวชาญ (ตาํ แหนง เลขที่ 17)
กรมชลประทาน



คาํ นาํ

จากปญหาอุทกภัยในพ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยาป พ.ศ. 2554 กอใหเกิดความเสียหายหรือ
ผลกระทบตอ ภาคเศรษฐกิจของประเทศอยางมาก สาเหตุหน่ึงมาจากปริมาณฝนท่ีตกอยางตอเน่ืองในพื้นที่ลุม
น้ําเจาพระยาท้ังตอนบนและตอนลางจนเกินความสามารถในการระบายน้ําออกจากพ้ืนท่ี รวมถึงบางชวง
ปรมิ าณน้ําทร่ี ะบายกเ็ กนิ ความจุของแมนาํ้ เจาพระยาทีจ่ ะรองรับไดทําใหปริมาณน้ําท่ีเกิดขึ้นในลุมน้ําเจาพระยา
ตอนบนทง้ั หมดไมสามารถระบายลงลมุ น้ําเจาพระยาตอนลางและออกสูอาวไทยไดทัน สงผลใหเกิดภาวะนํ้า
ลนตลิ่งเขาทวมพื้นที่ริมสองฝงแมนํ้าและในพื้นที่ลุมต่ําตาง ๆ กอใหเกิดความเสียหายกับพื้นที่ชุมชน
การเกษตร อตุ สาหกรรม การคมนาคมขนสง รวมท้ังชวี ิตและทรัพยสินของประชาชน

มหาอุทกภัย ป 2554 ประเทศไทยประสบปญหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบป
โดยเฉพาะในเขตพืน้ ทีล่ มุ นาํ้ เจาพระยาบรเิ วณภาคเหนอื ตอนลา งและภาคกลางของประเทศรวมถึงกรุงเทพและ
ปริมณฑล โดยเร่ิมมีปญหาน้ําทวมหนักต้ังแตปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม 2554 เกิดขึ้นจากมีฝนตก
หนักในพ้ืนท่ีลุมเจาพระยาต้ังแตเดือนมีนาคมและตกตอเนื่อง ทําใหลุมน้ํายมเริ่มประสบปญหานํ้าทวมพ้ืนที่
การเกษตรตัง้ แตเดือนพฤษภาคม และในระหวา งกลางเดือนมถิ ุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม ท่ีมักจะเปนเวลา
ท่ีเกิดฝนท้ิงชวง แตป 2554 พื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยาตอนบนกลับมีฝนตกตอเน่ืองและฝนตกหนักหลายคร้ัง
ประกอบกับมีพายหุ มนุ เขตรอ นพัดเขา มามีอทิ ธพิ ลทาํ ใหเกิดฝนตกหนกั ในประเทศไทย รวม 5 ลูก รวมท้ังมีรอง
ความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือในเดือนสิงหาคมและกันยายน ทําใหลุมน้ําเจาพระยาทั้ง
ตอนบนและตอนลา งเกดิ ฝนตกหนักเปนชวง ๆ ตลอดฤดฝู น

ดังนั้นเพื่อเปนการปองกันและบรรเทาความเสียหายท่ีจะเกิดจากอุทกภัยดังกลาวอีก ไมให
สงผลกระทบตอภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ กรมชลประทานจึงไดกําหนดแนวทางเตรียมการรองรับ
สถานการณน ้ําในป 2560 ขึ้นไว หากเกิดปญ หาน้ําหลากเหมือนเชน ป 2554 รวมถึงวางแผนการดําเนินการ
ตา ง ๆ เพื่อรองรับสถานการณนํา้ ไมใ หเกดิ ปญหานํ้าทวมรนุ แรงสรางความเสียหายเหมือนป 2554

โดยมีวัตถุประสงคของผลงานทนี่ ําเสนอครงั้ นี้ คอื
1 ) ศึกษาการบรหิ ารจัดการน้ําในลมุ นํ้าเจาพระยา สภาพอทุ กภยั ป 2554
2 ) เพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท่ีเหมาะสมตอลุมน้ําเจาพระยาในปจจุบัน
ซึง่ เปนมาตรการระยะสัน้ ท่ไี ดผ ลตอการบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยท่ีเกิดขึ้น
จึงหวังวาผลงานน้ีจะเปนประโยชนตอผูเกี่ยวของในการบริหารจัดการนํ้าจะไดทราบ
แนวทางการบริหารจัดการนํ้าหลากลุมน้ําเจาพระยาในป 2560 ในการกําหนดแนวทางการบริหารจัดการนํ้า
เพอื่ การแกไขปญหาน้ําทวมท่ีชัดเจน ต้ังแตการรูทันสภาพการเกิดนํ้าหลาก การบริหารจัดการแหลงนํ้า การ
ควบคุมการไหลในแมน้ําปงและนานใหเหมาะสมตอสภาพนํ้าในแมนํ้ายมและแมนํ้านาน จะชวยลดปริมาณนํ้า
ในแมน ้ําเจาพระยาเปนผลใหส ามารถลดความเสียหายอันจะเกิดขึ้นจากอุทกภัยได ซ่ึงนําไปใชกําหนดแนวทาง
ในการบริหารจัดการนํ้าขณะเกิดอุทกภัยที่สอดคลองกับสภาพภูมิประเทศและสภาวการณในปจจุบันไดอยาง
เหมาะสม และยังสามารถนําไปใชกําหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ เพ่ือใชเปนองคประกอบในการบริหาร
จดั การนา้ํ ไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ

ประยูร เยน็ ใจ
สิงหาคม 2563



สารบญั

คํานาํ หนา
สารบญั ก
สารบัญตาราง ข
สารบัญรูป ง
บทท่ี 1 บทนาํ จ
1
1.1 ความเปน มาและความสําคญั ของปญหา 2
1.2 วตั ถุประสงค 2
1.3 ระยะเวลาท่ีดาํ เนินงาน 2
1.4 ความรทู างวิชาการหรอื แนวคดิ ที่ใชในการดาํ เนินการ 2
1.5 สรปุ สาระและข้นั ตอนการดาํ เนนิ การ 2
1.6 รายละเอยี ดของผลงาน 3
1.7 ขอบเขตการดําเนนิ งาน 4
บทท่ี 2 ขอมูลพนื้ ฐานลุมน้ําเจาพระยา 8
2.1 สภาพท่วั ไปของลุมน้ําเจาพระยา 12
2.2 สภาพอุตุ – อทุ กวทิ ยา 13
2.3 ศกั ยภาพการรบั น้ําของลําน้ําสายหลกั ในลมุ นาํ้ เจา พระยา 16
2.4 การใชประโยชนท ่ีดิน 17
2.5 โครงการพัฒนาแหลงน้ําและพ้นื ทีช่ ลประทาน 23
2.6 สาเหตแุ ละเหตุการณน ํา้ ทวมในอดีต 26
2.7 ระบบปอ งกนั นํ้าทวม 28
2.8 ระบบตดิ ตามและการพยากรณนาํ้ เพื่อการเตือนภัย 33
2.9 เกณฑการระบายน้ํา 37
บทท่ี 3 การศึกษาการบริหารจดั การน้ําทวม ป 2554 39
3.1 การเตรยี มการปองกันน้ําทว ม ป 2554 39
3.2 สภาพภูมอิ ากาศ 66
3.3 สถานการณนา้ํ ทาและน้ําในอา งเกบ็ น้ําชวงตนฤดูฝน 74
3.4 การบริหารจดั การนํ้าทวม ป 2554 75
บทที่ 4 การวเิ คราะหแนวทางการแกไ ขปญ หาอุทกภยั ลุมนา้ํ เจา พระยา จากกรณอี ุทกภัยป 2554 76
4.1 ปญ หานาํ้ ทว มลุมนํา้ เจาพระยาป 2554
4.2 สาเหตขุ องการเกิดน้ําทวม ป 2554 จากน้ําและภมู ิสังคม
4.3 แนวทางปองกนั อุทกภยั ป 2560
4.4 วเิ คราะหแนวทางการบริหารจัดการน้ําทเ่ี ขือ่ นเจา พระยา

สารบญั (ตอ) ค

บทท่ี 5 การบริหารจัดการน้ําหลากลุมนา้ํ เจา พระยา ป 2560 หนา
5.1 การดําเนินการตามแนวทางการปองกันอุทกภัยเรง ดว น ป 2560 81
5.2 การเตรยี มความพรอ มบรหิ ารจดั การนา้ํ ฤดูฝน ป 2560 73
5.3 การบรหิ ารจดั การนํา้ หลาก ป 2560 90
142
บทที่ 6 สรุปและขอเสนอแนะ 143
6.1 สรปุ 144
6.2 ขอเสนอแนะ
6.3 แผนการดําเนินการระยะยาว

สารบญั ตาราง ง

ตารางท่ี หนา
2-1 ขนาดของพน้ื ท่ลี มุ นํา้ หลักทั้ง 8 ลุมนํา้ 4
2-2 แสดงรายละเอียดปริมาณฝนเฉล่ียรายเดือนและรายปแตล ะลุม น้ําหลัก 10
2-3 แสดงปรมิ าณนํ้าทา เฉลีย่ รายปในแตละลุมน้ําหลัก 11
2-4 แสดงปรมิ าณน้าํ ทา รายเดอื นเฉลีย่ ในชวงฤดฝู น-ฤดูแลง ในแตล ะลุมนํา้ หลัก 11
2-5 แสดงขอ มลู การใชประโยชนท ีด่ ินป 2543 14
2-6 แสดงโครงการพฒั นาแหลง นํา้ และพ้นื ท่ีชลประทาน 16
2-7 แสดงอา งเก็บน้ําขนาดใหญในพ้ืนที่ลุมน้าํ เจา พระยาที่กอ สรา งแลวเสรจ็ 16

สารบญั รปู จ

รปู ท่ี หนา
2-1 แผนที่แสดงขอบเขตลุมน้ําหลกั ในพน้ื ท่ีลมุ น้ําเจาพระยา 5
2-2 แสดงรปู ตัดตามยาวของแมน ํ้าสายหลกั ในพ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจาพระยาและสาขา 8
2-3 แสดงชวงเวลาการเกดิ มรสมุ รอ งความกดอากาศตํ่าและพายหุ มุนเขตรอนของประเทศไทย 9
2-4 แสดงชว งเวลาและทศิ ทางการเกิดพายุหมุนเขตรอนท่ีผานประเทศไทย 10
2-5 แผนท่ีแสดงเสนช้ันปริมาณนา้ํ ฝนเฉลี่ยรายปในพื้นที่ลุมน้ําเจาพระยา 12
2-6 แสดงการใชป ระโยชนท ่ีดินในพนื้ ท่ีลมุ นํา้ เจาพระยา 15
2-7 ปริมาณนํา้ ทา ท่ีสถานีวดั นํ้าทา C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในปท่เี กดิ อุทกภยั 20
2-8 พ้นื ทเ่ี สีย่ งตอการอุทกภัยในพ้นื ท่ลี มุ น้ําเจาพระยา 22
2-9 ความสามารถระบายน้าํ ของปตร.และสถานสี ูบนาํ้ ลุมนํ้าเจา พระยาตอนลางฝง ตะวันออก 24
2-10 ความสามารถระบายนํ้าของปตร.และสถานีสูบน้าํ ลุมน้ําเจาพระยาตอนลางฝงตะวันตก 24
2-11 แนวคันปองกันนา้ํ ทว มในพ้นื ท่ลี มุ น้าํ เจา พระยา 25
2-12 การเตือนภัยน้ําทวม อําเภอเมือง จงั หวดั แพร โดยใชความสัมพันธข องระดบั น้ํา 26
27
และระยะเวลาการไหลของนา้ํ ในแมน ้าํ ยม 30
2-13 ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณนํ้าและเตือนภยั น้ําทวมลมุ นาํ้ เจาพระยา 31
2-14 ผังเกณฑปริมาณนํา้ ท่ีเฝาระวังเพ่ือบริหารจัดการนาํ้ 32
32
ในลุมนา้ํ เจาพระยาตอนบนและพระยาตอนลาง 34
2-15 ผงั เกณฑบ รหิ ารจัดการนํา้ ลุมนํ้ายมบรเิ วณจังหวัดสุโขทยั 35
2-16 เกณฑป ริมาณน้ําท่ีมผี ลกระทบพ้ืนที่ทายเข่ือนเจาพระยา 36
2-17 พืน้ ท่ีเฝา ระวังเพ่ือการบรหิ ารจัดการนาํ้ ทายเขอ่ื นเจาพระยา 37
3-1 แสดงท่ีตัง้ โครงการคลองลัดโพธ์ิ 68
3-2 แนวคลองระบายนาํ้ สนามบนิ สวุ รรณภูมิ 70
3-3 แผนท่รี ะบบโครงการแกมลงิ สนามชัย – มหาชยั 71
3-4 แสดงเสนทางเคลื่อนตวั ของพายใุ นชวงฤดูฝน ป 2554 73
4-1 กราฟแสดงการระบายนํ้าจากเขื่อนภูมิพล กับปริมาณนํา้ ทีส่ ถานีวดั น้าํ C.2 73
4-2 กราฟแสดงผลรวมของนํ้าจากสถานี P.17, N.67, C.2 และน้ําบา จากแมน ้ํายม 77
4-3 กราฟแสดงปรมิ าณน้ําไหลผา นสถานี C.2 ในปตา งๆ 78
4-4 กราฟแสดงปรมิ าณนํ้าเฉลย่ี ไหลผา นสถานี C.29 อาํ เภอบางไทร จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา 79
4-5 แผนที่แสดงชอ งขาดฝง ตะวันตก 13 แหง 80
4-6 กราฟแสดงปริมาณน้ําที่สถานี C.2 รวมกบั นา้ํ จากแมนาํ้ สะแกกรัง ป 2554 81
4-7 แนวทางการบริหารจัดการโดยใชเครื่องมือปจจบุ ันไดโ ดยไมม ผี ลกระทบ 83
4-8 การบรหิ ารจดั การนาํ้ ตามสภาพจริงเมื่อ ป 2554
4-9 แนวทางการบรหิ ารจดั การโดยใชเ ครือ่ งมือปจจบุ นั กรณมี ีนา้ํ เทากบั ป 2554
5-1 กราฟแสดงปริมาณนํ้าท่ีสถานี C.2 รวมกับนา้ํ จากแมน้าํ สะแกกรงั ป 2554
5-2 แนวคดิ การจดั การน้ําเพ่ือลดปญ หานํา้ ทวมกรณีเรงดวน

สารบญั รปู (ตอ) ฉ

รูปที่ หนา
5-3 สํารวจความพรอม อาคารชลประทานท่ใี ชใ นทุงทาวุง 89
5-4 การประชุมเตรยี มความพรอมดานบคุ ลากร 90
5-5 การประชุมประชาสมั พันธการสรางการรบั รูก ารใชพ ้ืนทที่ ุง ทาวุง 90
6-1 แผนบรรเทาอุทกภยั ลมุ นํา้ เจา พระยาตอนลาง 147

1

บทท่ี 1
บทนํา
1.1 ความเปน มาและความสําคัญของปญ หา
ลุม น้ําเจาพระยาและสาขาเปนลมุ น้าํ ใหญท ่สี ุดในประเทศไทย มีพื้นท่ีลุมนํ้าประมาณ 158,587
ตารางกิโลเมตร หรือประมาณรอยละ 31 ของพื้นท่ีประเทศ ลุมน้ําเจาพระยามีลักษณะกายภาพแบงออกเปน
2 สวน พนื้ ท่ที ่ีอยเู หนือจงั หวดั นครสวรรค คือ ลุมนํ้าเจาพระยาตอนบน มีสภาพเปนภูเขาสลับกับท่ีราบริมนํ้า
ประกอบดวยแมน้ําสาขาสําคัญ 4 สาขา คือ แมนํ้าปง แมนํ้าวัง แมน้ํายม และแมนํ้านาน สวนลุมนํ้าเจาพระยา
ตอนลางมสี ภาพเปนทร่ี าบน้าํ ทวมถึง ประกอบดวยแมน ํ้าสาขาสําคญั 4 สาขา คอื แมนํา้ สะแกกรัง แมนํ้าทาจีน
แมน้าํ ปาสกั และแมน าํ้ เจา พระยา
ในชวงฤดูฝนของทุก ๆ ป ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยจะเกิด
สภาวะฝนตกหนกั ท่เี กิดจากมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต หยอมความกดอากาศต่ํา รองความกดอากาศต่ํา และพายุ
หมุนเขตรอน ประกอบกับการใชประโยชนที่ดินบริเวณตนนํ้า ซ่ึงมีลักษณะเปนภูเขาเชิงเขาและท่ีราบลุม
เชิงเขาเปล่ียนแปลงไป ปาไมถูกราษฎรถากถางหักรางถางพงเปล่ียนเปนไร คุณสมบัติในการคลุมดินลดลง
เมอ่ื เกดิ สภาวะฝนตกหนัก จึงเกิดนํ้าผิวดินไหลหลากในปริมาณท่ีมากขึ้น อีกทั้งในลุมนํ้าเจาพระยายังมีลุมน้ํา
บางลุมน้ําที่ไมมีแหลงกักเก็บนํ้าที่ใชประโยชนในการกักเก็บน้ําผิวดิน จึงเปนเหตุใหเกิดสภาวะน้ําทวม
อยูบอยคร้ัง ซึ่งความรุนแรงของการเกิดน้ําทวมนั้นจะข้ึนอยูกับปริมาณฝนท่ีตก ในอดีตลุมนํ้าเจาพระยา
เคยประสบกับปญหาอุทกภัยมาอยางตอเน่ือง โดยเริ่มเก็บสถิติต้ังแตป 2485 ซ่ึงเกิดนํ้าทวมใหญ
ในกรุงเทพมหานคร (กอนการกอสรางเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิติ์) หลังจากการกอสรางเข่ือนภูมิพลในลุมน้ํา
ปงและเข่ือนสิริกิต์ิในลุมน้ํานานแลว ปริมาณน้ําหลากจากภาคเหนือท่ีไหลลงสูท่ีราบลุมภาคกลางมีปริมาณ
ลดลงมาก แตปญหาอุทกภัยก็ยังคงมีอยูอยางตอเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ําหลากจากลุมน้ํายม
ลุมน้ําวัง และพื้นที่ดานทายน้ําของเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ดังเชนในป พ.ศ. 2518 2521 2523 2526
2538 2539 2545 2549 และมหาอุทกภัย ป 2554 ประเทศไทยประสบปญหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุด
ในรอบหลายสบิ ป โดยเฉพาะในเขตพ้ืนทล่ี มุ นํา้ เจาพระยาบรเิ วณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางของประเทศ
รวมถึงกรุงเทพและปริมณฑล โดยเร่มิ มีปญหานา้ํ ทว มหนกั ตั้งแตป ลายเดอื นมิถนุ ายนถงึ เดอื นตลุ าคม 2554
ปญหาอุทกภัยใน ป 2554 เกิดขึ้นจากมีฝนตกหนักในพ้ืนท่ีลุมเจาพระยาตั้งแตเดือนมีนาคม
และตกตอเน่อื ง ทาํ ใหลุมนาํ้ ยมเร่มิ ประสบปญ หานํ้าทว มพน้ื ท่ีการเกษตรตงั้ แตเดือนพฤษภาคม และในระหวาง
กลางเดอื นมถิ ุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมมักจะเปน เวลาท่ีเกิดฝนท้ิงชวง แต ป 2554 พ้ืนท่ีลุมนํ้าเจาพระยา
ตอนบนกลับมีฝนตกตอเนื่องและฝนตกหนักหลายคร้ัง ประกอบกับมีพายุหมุนเขตรอนพัดเขามามีอิทธิพล
ทําใหเกิดฝนตกหนักในประเทศไทยรวม 5 ลูก รวมทั้งมีรองความกดอากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานภาคเหนือ
ในเดือนสงิ หาคมและกนั ยายน ทําใหลมุ นํ้าเจาพระยาทั้งตอนบนและตอนลางเกิดฝนตกหนักเปนชวง ๆ ตลอด
ฤดูฝน โดยปริมาณฝนตกสะสมต้ังแต 1 มกราคม ถึง 31 ตุลาคม ในพ้ืนท่ีภาคเหนือสูงที่สุดต้ังแต
กรมอุตนุ ิยมวทิ ยาไดเกบ็ สถิตไิ ว และสูงกวา คาเฉลี่ย 30 ป ประมาณ 42 % อกี ท้งั ในพนื้ ทภ่ี าคกลางปริมาณฝน
สะสมสูงมากเชนกัน ถึงแมจะไมใชฝนตกสูงท่ีสุดท่ีเคยเกิดแตปริมาณฝนในพ้ืนที่ภาคกลาง สูงกวาคาเฉลี่ย 30
ปถึง 26 % ทําใหมีปริมาณน้ําไหลหลากลนตลิ่งแมนํ้าเจาพระยาและลํานํ้าสาขา สรางความเสียหายใหกับ
พ้ืนที่เกษตรกรรม ชุมชนที่อยูอาศัย แหลงอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการทองเที่ยว อีกท้ังสงผล
กระทบตอความเช่ือม่ันของนักลงทุนทั้งในและตางประเทศ โดยมีพ้ืนท่ีนํ้าทวมประมาณ 10 ลานไร โดย
ธนาคารโลก (World Bank) ไดประเมนิ ความเสยี หายจากอทุ กภยั คร้ังนี้มีมูลคา สูงถงึ 1.425 ลา น ลา นบาท

2

ดังนั้นเพ่ือเปนการปองกันและบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยดังกลาว ท่ีสงผลตอ
ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ จึงไดหาแนวทางเตรียมรับสถานการณนํ้าเฉพาะหนาในป 2560 หากเกิด
ปญหามีปริมาณน้ําหลากเหมือนเชน ป 2554 รวมท้ังไดวางแผนดําเนินการตาง ๆ เพ่ือรองรับสถานการณน้ํา
ไมใ หเกดิ ปญ หานํา้ ทว มรุนแรงและสรา งความเสียหายมหาสารเหมอื นเชนป 2554
1.2 วัตถุประสงค

การศึกษาวิเคราะหหาแนวทางในการบริหารจัดการนํ้าเพื่อแกไขปญหาอุทกภัยในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจาพระยาของหนวยงานตาง ๆ จะพิจารณาเฉพาะดานวิศวกรรมและเศรษฐศาสตรเปนหลัก และบางราย
การศึกษาก็มีการศึกษาดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมควบคูกันไป แตการศึกษาเหลานั้นยังมิได
พิจารณาในรายละเอียดพ้ืนที่ท่ีไดรับผลกระทบจากการบริหารจัดการนํ้าทวมอยางชัดเจนและเปนรูปธรรม
นอกจากน้ันยังเปนการดําเนินการแกไขปญหาในระยะกลางและระยะยาวท่ีใชเวลาในการดําเนินงานมากกวา
5 ป ยังไมมีการศึกษาเพ่ือกําหนดรายละเอียดการจัดการน้ํา เพื่อลดความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจจะ
เกดิ ข้นึ ในชว งเวลาทย่ี งั ไมมีการดาํ เนินการตามผลการศกึ ษาระยะยาวนน้ั ๆ

วตั ถปุ ระสงคข องการการดาํ เนนิ งานคร้ังนี้มี ดังน้ี
1 ) ศึกษาการบริหารจดั การนํา้ ในลมุ น้ําเจาพระยา สภาพอุทกภยั ป 2554
2 ) เพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท่ีเหมาะสมตอลุมนํ้าเจาพระยาในปจจุบัน
ซง่ึ เปนมาตรการระยะสัน้ ที่ไดผลตอ การบรรเทาความเสยี หายจากอุทกภัยทีเ่ กดิ ข้ึน
1.3 ระยะเวลาทีด่ าํ เนนิ งาน
ศึกษาสภาพการบริหารจัดการน้ําในลุมน้ําเจาพระยา สภาพอุทกภัย ป 2554 ต้ังแตตนป
2560 และดาํ เนินการบริหารจดั การนํา้ ตอเนอ่ื งจนส้ินสดุ ฤดฝู น ป 2560
1.4 ความรูทางวชิ าการหรอื แนวคิดทใี่ ชในการดําเนนิ การ
ดาํ เนินการโดยใชความรวู ชิ าการทางอุทกวทิ ยาเก่ียวกับความสัมพันธของระดับน้ํา ปริมาณน้ํา
การเดนิ ทางของน้าํ คาดการณปรมิ าณน้าํ ความรทู างดา นชลศาสตรเกี่ยวกับการสมดุลนํ้า การบริหารจัดการ
น้ําในลุมน้ํา หลักการชลประทานในการจัดสรรน้ํา การสงนํ้า การระบายนํ้า รวมถึงการบริหารจัดการน้ํา
ในอางเก็บนํ้า ภายใตแนวคิด พ้ืนที่ตอนบนกักเก็บน้ํา พื้นที่ตอนกลางหนวงนํ้า พื้นที่ตอนลางเรงระบายนํ้า
ออกสทู ะเล
1.5 สรปุ สาระและข้ันตอนการดําเนนิ การ
1 ) ศกึ ษาสภาพการบรหิ ารจัดการนํา้ ในลุมนา้ํ เจา พระยา ตามสภาพอุทกภยั ป 2554
2 ) พิจารณาแนวทางการบริหารจดั การน้ําระยะสัน้ ทีเ่ หมาะสมตอสภาพลุมนํ้าเจาพระยา
3 ) บรหิ ารจดั การน้ําลมุ นํ้าเจา พระยาในฤดฝู นป 2560 ตามแนวทางทก่ี ําหนด
4 ) สรปุ ผลและเผยแพร
1.6 รายละเอียดของผลงาน
1 ) บทที่ 1 กลา วถงึ ความเปนมา วัตถุประสงค และข้ันตอนการดาํ เนนิ การ
2 ) บทที่ 2 กลาวถงึ สภาพท่วั ไปและขอมูลพืน้ ฐานของลุม นาํ้ เจา พระยา
3 ) บทท่ี 3 การศึกษาการบรหิ ารจดั การนํ้าทวม ป 2554

3

ป 2554 4 ) บทที่ 4 การวเิ คราะหแ นวทางการแกไขปญหาอุทกภัยลุมนํ้าเจาพระยาจากกรณีอุทกภัย
5 ) บทท่ี 5 การบรหิ ารจดั การนํ้าหลากลมุ น้าํ เจา พระยา ป 2560
6 ) บทท่ี 6 สรปุ และขอเสนอแนะ

1.7 ประโยชนข องผลงาน

ผลการดาํ เนินการจะสามารถกาํ หนดแนวทางการบริหารจดั การนํา้ เพอ่ื การแกไ ขปญหานํ้าทวม
ที่ชดั เจน ตั้งแตการรทู ันสภาพการเกิดน้ําหลาก บริหารจัดการแหลงนํ้า ควบคุมการไหลในแมน้ําปงและนาน
ใหเหมาะสมตอสภาพน้ําในแมนํ้ายมและแมนํ้านาน จะชวยลดปริมาณนํ้าในแมน้ําเจาพระยา เปนผลให
สามารถลดความเสียหายอันจะเกิดขึ้นจากอุทกภัยได ซึ่งนําไปใชกําหนดแนวทางในการบริหารจัดการนํ้า
ขณะเกดิ อทุ กภัยท่ีสอดคลอ งกบั สภาพภูมปิ ระเทศและสภาวการณในปจ จบุ ันไดอยางเหมาะสม และยังสามารถ
นําไปใชกําหนดแนวทางในการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่ือใชเปนองคประกอบในการบริหารจัดการน้ําไดอยาง
มีประสิทธิภาพ

4

บทที่ 2

ขอ มูลพ้นื ฐานลุมนา้ํ เจาพระยา

2.1 สภาพทัว่ ไปของลุมนาํ้ เจา พระยา

ลมุ นาํ้ เจา พระยาครอบคลุมพนื้ ที่ลุม น้ําหลักจํานวน 8 ลมุ น้าํ ในจาํ นวนทง้ั หมด 25 ลุมน้ําหลัก
ของประเทศไทยดงั แสดงในรูปที่ 2-1 ไดแกลุมนํ้าปง วัง ยม นาน เจาพระยา (สายหลัก) สะแกกรัง ปาสัก
และทาจนี ครอบคลุมพื้นที่รวม 31 จังหวัด ( ภาคเหนือ 14 จังหวัด ไดแก เชียงใหม ลําพูน ตาก กําแพงเพชร
นครสวรรค ลาํ ปาง แพร สโุ ขทัย พิษณโุ ลก พจิ ติ ร พะเยา อุตรดิตถ นาน เพชรบูรณ และภาคกลาง 17 จังหวัด
ไดแ ก กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อางทอง ลพบุรี สิงหบุรี ชัยนาท
สระบุรี นครนายก อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ) มีพ้ืนท่ีลุมนํ้ารวม
ทั้งส้ิน 158,587 ตารางกิโลเมตร หรือ 99.12 ลานไร คิดเปนรอยละ 30.85 ของพ้ืนที่ประเทศไทยมีอาณาเขต
ติดตอดงั นี้

ทศิ เหนอื ตดิ กบั ลุม น้ํากก
ทศิ ตะวันออก ติดกบั ลุมนํา้ โขง ลุม น้ําชี และลมุ นํ้ามูล
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั ลมุ น้ําสาละวนิ และลมุ นํา้ แมกลอง
ทศิ ใต ติดกับ อาวไทย
ขนาดของพ้นื ท่ีลมุ น้าํ หลักทัง้ 8 ลมุ นา้ํ สรปุ ไดด งั ทแี่ สดงในตารางที่ 2-1

ตารางที่ 2-1 ขนาดของพ้ืนที่ลมุ นํา้ หลักท้งั 8 ลุมน้ํา

ลมุ น้าํ หลกั รหสั ลุมน้าํ พน้ื ทล่ี ุมนํา้ รอยละ
ตารางกิโลเมตร ลา นไร

1. ลุม นํ้าปง 06 34,499 21.56 21.75

2. ลมุ น้าํ วงั 07 10,794 6.75 6.81

3. ลุมน้ํายม 08 23,948 14.97 15.10

4. ลมุ นํ้านาน 09 34,908 21.82 22.01

เจาพระยาตอนบน 104,149 65.09 65.67

5. ลมุ น้ําเจาพระยา(สายหลัก) 10 20,267 12.67 12.78

6. ลุม นํา้ สะแกกรงั 11 5,056 3.16 3.19

7. ลมุ น้าํ ปา สกั 12 15,623 9.76 9.85

8. ลุมน้ําทา จนี 13 13,492 8.43 8.51

เจา พระยาตอนลาง 54,437 34.02 34.33

รวมลุมนาํ้ เจา พระยา 158,587 99.12 100.00

ท่มี า : กรอบการพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน , ตุลาคม 2553

5
รูปท่ี 2-1 แผนท่ีแสดงขอบเขตลมุ นํ้าหลักในพื้นทลี่ ุมน้ําเจาพระยา

6

1 ) ลุมน้ําปง ( 06 ) ต้ังอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 34,499 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนท่ีสวนใหญของ 5 จังหวัด ไดแก เชียงใหม ลําพูน ตาก กําแพงเพชร และ
นครสวรรค ภูมิประเทศตอนบนของลุมน้ําเปนเทือกเขาสลับซับซอน มีตนกําเนิดจากทิวเขาผีปนนํ้าในเขต
อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม แลวไหลผานหุบเขาลงมาสูที่ราบลุมในจังหวัดเชียงใหม ลําพูน และไหล
ไปทางทศิ ตะวันตกเฉยี งใตผ านอําเภอจอมทองและอําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม กอนไหลลงสูอางเก็บน้ําเข่ือน
ภูมิพลที่อําเภอสามเงา จังหวัดตาก สวนแมน้ําปงตอนลางตั้งแตดานทายเขื่อนภูมิพล จะไหลมาบรรจบกับ
แมน ้ําวังและไหลผานท่ีราบในเขตจงั หวัดตากและกําแพงเพชร กอนไหลไปบรรจบกับแมนํ้านานรวมเปนแมน้ํา
เจาพระยาที่ปากนํา้ โพ อาํ เภอเมอื ง จังหวัดนครสวรรค รวมความยาวท้งั สน้ิ 740 กิโลเมตร

2 ) ลุมนํ้าวัง ( 07 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนที่ลุมนํ้ารวม 10,794 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางสวนของจังหวัดตาก และพื้นท่ีสวนใหญของจังหวัดลําปาง มีตนกําเนิดจาก
เทือกเขา ผีปนนํ้า ไหลผานหุบเขาบริเวณอําเภอวังเหนือ จังหวัดลําปาง ลักษณะภูมิประเทศของลุมนํ้าเปน
เทือกเขาลอมรอบตลอดแนวสองฝงของลําน้ําวัง มีพ้ืนที่ราบลุมสลับกับที่ราบแคบ ๆ ตามหุบเขา แมนํ้าวังมี
ความยาวของลําน้ําส้ันกวาลํานํ้าสายหลักอ่ืน ๆ ในภาคเหนือ โดยแมน้ําวังจะไหลมาบรรจบกับแมน้ําปง
ทบี่ านปากวงั ตําบลแมสลิด อําเภอบา นตาก จังหวดั ตาก รวมความยาวทงั้ ส้ิน 382 กิโลเมตร

3 ) ลุมนาํ้ ยม ( 08 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทย มีพ้ืนที่ลุมน้ํารวม 23,948 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนท่ี 11 จังหวัด ไดแก พะเยา นาน ลําปาง แพร ตาก กําแพงเพชร สุโขทัย
อตุ รดิตถ พิษณุโลก พจิ ิตร และนครสวรรค แมน า้ํ ยมมตี นกําเนดิ จากดอยขุนยวมในทิวเขาผีปนนํ้าเขตอําเภอ
ปงและอําเภอเชียงมวน จังหวัดพะเยา ไหลผานหุบเขาท่ีมีความลาดชันมาก มีที่ราบแคบ ๆ
รมิ แมน้ําเปนบางชว งเม่ือไหลเขาเขตจงั หวัดแพรจะผานพืน้ ทีร่ าบเหมาะแกการทําเกษตรกรรมในเขตอําเภอสอง
หนองมวงไข เมืองแพร สูงเมน และเดนชัย กอนไหลเขาหุบเขาทางทิศตะวันตกผานอําเภอลอง และวังช้ิน
แลวไหลลงทางทิศใตเขาสูพ้ืนท่ีราบในเขตจังหวัดสุโขทัย เริ่มจากอําเภอศรีสัชนาลัยในชวงนี้แมน้ํายมเร่ิมมี
ความลาดชันลดลง ผา นอาํ เภอสวรรคโลก ศรีสาํ โรง เมอื งสโุ ขทัย กงไกรลาศ ผานอําเภอบางระกํา จังหวัด
พิษณโุ ลก อาํ เภอสามงา ม และโพทะเล จังหวดั พิจติ ร กอนไหลมาบรรจบกับแมน าํ้ นานที่บานเกยชัย อําเภอ
ชมุ แสง จงั หวดั นครสวรรค รวมความยาวทงั้ สิ้น 735 กโิ ลเมตร

4 ) ลุมน้ํานาน ( 09 ) ตั้งอยูทางภาคเหนือของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 34,908
ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่สวนใหญของ 6 จังหวัด ไดแก นาน อุตรดิตถ พิษณุโลก พิจิตร
เพชรบูรณ และนครสวรรค ภูมิประเทศตอนบนของลุมน้ํานานสวนใหญเปนเทือกเขาสูงชัน เปนปาตนนํ้า
ที่สําคัญของลุมน้ําในเขตอําเภอบอเกลือ เฉลิมพระเกียรติ ปว แมจริม และอําเภอสันติสุข จังหวัดนาน
บริเวณตอนกลางของลุมนํ้าเปนท่ีตั้งของเขื่อนสิริกิติ์ที่อําเภอทาปลา จังหวัดอุตรดิตถ พ้ืนท่ีดานทายนํ้าของ
เขื่อนสิริกิต์ิมีสภาพเปนท่ีราบลุมริมแมนํ้าเหมาะแกการเกษตรกรรม ไดแก บริเวณอําเภอเมืองอุตรดิตถ
อําเภอเมืองพิษณุโลกเรื่อยไปจนถึงอําเภอเมืองพิจิตร กอนจะไหลไปบรรจบกับแมน้ําปงที่ปากน้ําโพ อําเภอ
เมอื ง จังหวดั นครสวรรค กลายเปนแมน ํา้ เจา พระยา รวมความยาวทัง้ สิ้น 770 กิโลเมตร

5 ) ลุมน้ําเจาพระยา ( 10 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นที่ลุมนํ้ารวม 20,267
ตารางกิโลเมตร แมน้ําเจาพระยามีจุดกําเนิดอยูท่ีตําบลปากนํ้าโพ อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ไหลจาก
ทิศเหนือลงสูอาวไทยผานที่ราบภาคกลาง สภาพลุมนํ้าทางฝงตะวันออกในเขตจังหวัดนครสวรรคและลพบุรี
เปน ท่รี าบสงู มเี นินเขาเต้ีย ๆ เปนสันปน น้าํ กน้ั ระหวา งลมุ น้ําเจาพระยาและลุมนํ้าปาสัก สวนทางตอนลางลงมา
ซึ่งอยูในเขตจังหวัดสระบุรีและฉะเชิงเทรา จะเปนที่ราบลาดเขาลงสูแมนํ้าเจาพระยาและเปนที่ราบชายฝง
ทะเลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ สภาพลุมน้ําทางฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนบนเปนท่ีราบและ

7
ตอนลางเปนที่ราบลุม ซึ่งมีอาณาเขตติดตอกับลุมนํ้าทาจีนลาดลงไปจรดชายฝงทะเลดานอาวไทยมีความยาว
ลําน้ํารวมทัง้ สน้ิ 372 กิโลเมตร

6 ) ลุมนํ้าสะแกกรัง ( 11 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นที่ลุมน้ํารวม 5,056
ตารางกิโลเมตร บริเวณทศิ ตะวันตกของลุมนํ้าเปนเทือกเขาสูงเปนเขตตนนํ้าของลํานํ้าสาขาที่สําคัญหลายสาย
ไดแก ลํานํ้าแมวงก ลําน้ําคลองโพธิ์ และลําน้ําทับเสลา โดยตนกําเนิดของลําน้ําสะแกกรัง คือ เทือกเขา
โมโกจู ซึ่งเปนแนวแบงเขตระหวางจังหวัดตากและนครสวรรค ตนนํ้าของลําน้ําสาขาท้ัง 3 สายน้ีจะมีความ
ลาดชันคอนขางมากและคอย ๆ ลาดเทลงจนไหลออกสูทุงราบของลุมนํ้าเจาพระยาทางดาน ทิศตะวันออก
ของลุมนํ้า ลําน้ําสาขาซ่ึงเปนตนกําเนิดของลําน้ําสะแกกรัง ไดแก ลําน้ําแมวงก ไหลผานกิ่งอําเภอแมวงก
และอําเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค มาบรรจบกบั ลําน้าํ คลองโพธ์ิ ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาบริเวณแนวแบง
เขตระหวางจังหวัดนครสวรรคและจังหวัดอุทัยธานี ที่อําเภอสวางอารมณ จังหวัดอุทัยธานี กลายเปนแมนํ้า
ตากแดดแลวไหลลงมาบรรจบกับลํานํ้าทับเสลา ในเขตอําเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เขาเขตอําเภอเมือง
จังหวัดอุทัยธานี ไหลเลาะเลียบผานภูเขาสะแกกรังจึงไดช่ือวาแมน้ําสะแกกรัง และไหลลงแมน้ําเจาพระยา
บริเวณเหนอื เขอื่ นเจา พระยา มคี วามยาวลําน้าํ รวมทงั้ สน้ิ 108 กิโลเมตร

7 ) ลุมนํ้าปาสัก ( 12 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพื้นท่ีลุมนํ้ารวม 15,623
ตารางกิโลเมตร พื้นที่ตอนบนจะเปนบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ ซึ่งเปนเทือกเขาสูงลอมบริเวณดานเหนือ
ดานตะวันตกและดานตะวันออกของจังหวัดเพชรบูรณและมีพื้นท่ีราบอยูตอนกลางพ้ืนท่ี มีความสูงจาก
ระดบั น้าํ ทะเลปานกลางประมาณ 110 – 115 เมตร พ้ืนที่ตอนกลางมีลักษณะเปนพื้นท่ีราบสลับเนินเขาและ
ภูเขามีความสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลางประมาณ 45 – 60 เมตร เทลาดลงมาทางทิศใต โดยพ้ืนท่ีทาง
ทิศตะวันตกและทิศใตเปนพ้ืนท่ีคอนขางราบสลับเนินเขา พื้นท่ีทางทิศตะวันออกยังคงเปนเทือกเขาและภูเขา
สลับเนินเขา สวนพื้นที่ตอนลางบริเวณดานตะวันออกตอนลางและตะวันออกเฉียงใตจะเปนแนวเทือกเขา
ดงพญาเย็น เขาสามหลั่น ตอเนื่องถึงอุทยานแหงชาติเขาใหญ พื้นท่ีมีความสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลาง
ประมาณ 5 – 30 เมตร มีความยาวลาํ น้าํ รวมท้ังส้ิน 580 กิโลเมตร

8 ) ลุมนํ้าทาจีน ( 13 ) ต้ังอยูทางภาคกลางของประเทศไทยมีพ้ืนท่ีลุมน้ํารวม 13,492
ตารางกิโลเมตร เปน ทร่ี าบลมุ รมิ แมนาํ้ ซง่ึ เปน ทีร่ าบเดยี วกนั กบั ทรี่ าบลมุ นํ้าเจา พระยาฝง ตะวันตก ตอนบนของ
ลุมนํ้าเปนท่ีเชิงเขาแตมีระดับไมสูงมากนัก สวนตอนกลางและตอนลางเปนที่ราบลุมติดตอกับท่ีราบลุมของ
ลุมนํ้าแมกลอง แมนํ้าทาจีนแยกออกมาทางฝงขวาของแมน้ําเจาพระยาที่ตําบลมะขามเฒา อําเภอวัดสิงห
จงั หวัดชัยนาท ไหลผานจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และออกสูอาวไทยที่จังหวัดสมุทรสาคร แมนํ้าทาจีนมี
ช่ือเรียกตาง ๆ กัน ตั้งแตตนนํ้าจนถึงปากแมนํ้า คือ คลองมะขามเฒา แมนํ้าสุพรรณบุรี แมนํ้านครชัยศรี
และแมนํา้ ทา จีน มคี วามยาวลาํ นํา้ รวมท้ังสน้ิ 325 กโิ ลเมตร รูปตัดตามยาวของแมน้ําสายหลักในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจา พระยาและสาขา แสดงไดดงั รปู ท่ี 2-2

8

รปู ตดั ตามยาวของแมน ํ้าเจาพระยาและสาขา

รูปที่ 2-2 แสดงรปู ตดั ตามยาวของแมนํ้าสายหลกั ในพื้นที่ลุม นํ้าเจาพระยาและสาขา
2.2 สภาพอตุ ุ – อทุ กวทิ ยา

1 ) ภูมิอากาศ ลุมน้ําเจาพระยามีสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปคือรอนช้ืนแบบมรสุม โดยอยู
ภายใตอิทธิพลของลมมรสุม 2 ชนิดคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเร่ิม
ตั้งแตกลางเดอื นพฤษภาคมถงึ กลางเดอื นตลุ าคม เปนชวงที่มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต พัดมาจากทะเลอันดามัน
หยอมความกดอากาศตํ่า และรองความกดอากาศตํ่าเกิดขึ้น นอกจากน้ีบางป ยังไดรับอิทธิพลจากพายุหมุน
เขตรอ น ซึ่งจะทําใหเ กดิ ฝนตกหนักในพืน้ ที่ โดยปริมาณนาํ้ ฝนจะเพ่ิมข้ึนมากต้ังแตปลายเดือนกรกฎาคมจนถึง
กลางเดือนตุลาคม หลังจากน้ันปริมาณนํ้าฝนจะลดลงอยางรวดเร็ว การเกิดฝนตกหนักในพ้ืนที่ลุมน้ํา
เจา พระยาที่ทําใหเกิดปญ หานํ้าทวม สวนใหญจะเกิดจากแนวรอง ความกดอากาศต่ํา หยอมความกดอากาศ
ต่ํา และพายุหมุนเขตรอนท่ีกอตัวในมหาสมุทรแปซิฟกและ ทะเลจีนใต ซึ่งมักจะเกิดในระหวางกลางเดือน
กรกฎาคมถึงตนเดือนพฤศจิกายน เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใตเปลี่ยนเปนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณ
ฝนในลมุ น้าํ เจา พระยาจะลดลงตงั้ แตก ลางเดอื นพฤศจิกายนจนถงึ เดอื นกุมภาพนั ธอากาศจะเย็นลงและแทบไมมี
ฝนตก ตอจากน้ันจะเปนฤดูรอนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งบางโอกาสจะมีฝนตกชุก ซ่ึงเกิดจากการปะทะ
กันของแนวความกดอากาศสูงจากประเทศจีนกับความรอนในทองถ่ิน ชวงเวลาการเกิดมรสุม รองความกด
อากาศตา่ํ และพายุหมุนเขตรอนของประเทศไทยแสดงไว ในรูปท่ี 2-3 และชวงเวลาและทิศทางการเกิดพายุ
หมนุ เขตรอ นท่พี ดั ผา นประเทศไทยแสดงไวใ นรูปท่ี 2-4

9
ท่มี า : กรมอุตุนยิ มวทิ ยา
รูปที่ 2-3 แสดงชวงเวลาการเกดิ มรสุม รองความกดอากาศตา่ํ และพายหุ มุนเขตรอนของประเทศไทย

10

ทมี่ า : กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา
รปู ที่ 2-4 แสดงชว งเวลาและทิศทางการเกิดพายุหมนุ เขตรอนที่ผา นประเทศไทย
2 ) ปริมาณน้ําฝน ลุมน้ําเจาพระยามีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปประมาณ 1,151 มิลลิเมตร

(ขอมูล ป 2495 – 2551) เปนปริมาณนา้ํ ฝนในชว งฤดฝู น 1,008 มิลลิเมตร ( คดิ เปนรอ ยละ 87.6 ของปริมาณ
ฝนท้ังป ) และในชวงฤดูแลง 143 มิลลิเมตร ( คิดเปนรอยละ 12.4 ของปริมาณฝนทั้งป ) ดังแสดงแผนท่ี
เสนช้ันปริมาณน้ําฝนเฉล่ียรายปในรูปที่ 2-5 โดยพื้นที่ตอนบนและตอนลางของพื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยา
มีปริมาณฝนเฉล่ียรายปใกลเคียงกัน ลุมนํ้ายม นาน สะแกกรัง และลุมน้ําปาสัก มีปริมาณฝนเฉล่ียรายป
มากกวาคาเฉลี่ยของลุมน้ํา ลุมน้ํานานมีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปมากที่สุด และลุมน้ําทาจีนมีปริมาณฝนเฉล่ีย
รายปนอยท่ีสุดในลุมนํ้าเจาพระยา รายละเอียดปริมาณฝนเฉล่ียรายเดือนและรายปแตละลุมน้ําหลัก สรุปได
ดงั ตารางท่ี 2-2
ตารางท่ี 2-2 แสดงรายละเอยี ดปริมาณฝนเฉลยี่ รายเดือนและรายปแ ตล ะลมุ นา้ํ หลัก

ลมุ นํ้าหลัก ปริมาณฝนรายเดือนเฉล่ยี (มม.) ฤดฝู น ฤดแู ลง รายป
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (มม.) (มม.) (มม.)
1. ลุมนาํ้ ปง 49.0 160.1 127.0 138.5 186.8 217.6 130.6 38.5 10.1 6.3 6.6 16.2 960.6 126.7 1,087.3
2. ลุม น้ําวัง 58.3 166.9 123.2 130.6 181.7 216.8 115.6 29.0 6.9 5.5 6.9 19.8 934.8 126.4 1,061.2
3. ลุมน้ํายม 59.8 177.2 142.9 160.7 220.3 238.0 119.5 23.2 5.1 5.9 8.6 23.3 1,058.6 125.9 1,184.5
4. ลมุ นํา้ นา น 69.9 179.6 166.5 188.2 246.0 247.8 104.4 20.3 5.1 6.5 13.2 30.1 1,132.5 145.1 1,277.6
เจาพระยาตอนบน 59.3 171.0 139.9 154.5 208.7 230.1 117.5 27.8 6.8 6.1 8.8 22.4 1,021.6 131.0 1,152.7
5. ลมุ นา้ํ เจา พระยา 60.6 146.7 129.4 138.3 160.6 256.4 164.4 32.0 5.5 6.3 13.8 26.8 995.8 145.0 1,140.8
(สายหลัก)
6. ลมุ นา้ํ สะแกกรัง 64.5 159.2 135.5 135.5 168.5 266.1 168.4 37.3 3.8 7.3 16.5 36.7 1,033.2 166.1 1,199.3
7. ลุมนํ้าปา สัก 72.6 152.2 151.1 159.8 198.3 255.9 127.3 25.4 5.3 5.7 16.1 40.5 1,044.6 165.6 1,210.2
8. ลมุ นา้ํ ทา จนี 51.8 129.2 103.6 115.1 129.0 238.5 191.0 39.9 6.2 5.3 11.2 25.2 906.4 139.6 1,046.0
เจาพระยาตอนลาง 62.4 146.8 129.9 137.2 164.1 254.2 162.8 33.7 5.2 6.2 14.4 32.3 995.0 154.1 1,149.1
รวมลมุ นาํ้ เจา พระยา 60.8 158.9 134.9 145.8 186.4 242.1 140.2 30.7 6.0 6.1 11.6 27.3 1,008.3 142.6 1,150.9
หมายเหตุ : ฤดูฝนชวงเดือนพฤษภาคม – ตลุ าคม ฤดูแลงชวงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน

3 ) ปริมาณน้าํ ทา ลมุ น้ําเจาพระยามพี ื้นทรี่ ับน้ําฝนรวม 158,587 ตารางกิโลเมตรมีปริมาณ
นํ้าทารายปเฉลี่ยรวมท้ังสิ้น 40,388.5 ลาน ลบ.ม. เปนปริมาณนํ้าทาในชวงฤดูฝน 33,146.9 ลานลูกบาศก

11

เมตร ( คดิ เปนรอยละ 82.1 ของปริมาณน้ําทารวมท้งั ป ) ในชว งฤดแู ลง 7,241.6 ลานลกู บาศกเมตร ( คิดเปน
รอยละ 17.9 ของปรมิ าณนํ้าทา รวมท้ังป ) ปริมาณนํ้าทาสวนใหญ (รอยละ 70) มาจากลุมน้ําตอนบน ลุมนํ้า
ท่มี ปี รมิ าณน้ําทารายปเ ฉล่ยี มากทสี่ ดุ คอื ลุม น้าํ นา น มีปริมาณนํ้าทา 12,040.6 ลานลูกบาศกเมตร รองลงมา
คือ ลุมนํ้าปง และลุมนํ้ายม ลุมน้ําท่ีมีปริมาณนํ้าทารายปเฉลี่ยนอยที่สุด คือ ลุมน้ําสะแกกรัง
มีปริมาณน้ําทา 1,294.7 ลานลูกบาศกเมตร ปริมาณนํ้าทาเฉลี่ยรายปในแตละลุมนํ้าหลักสรุปไดดังตารางที่
2-3 และปรมิ าณน้ําทา รายเดอื นเฉลยี่ ในชว งฤดูฝน – ฤดแู ลง ในแตล ะลมุ นาํ้ หลักสรุปไดด ังตารางที่ 2-4
ตารางที่ 2-3 แสดงปริมาณนาํ้ ทาเฉล่ยี รายปใ นแตละลมุ นํ้าหลกั

ลมุ นํ้าหลกั 1. ปง 2. วัง 3. ยม 4. นา น 5. เจา พระยา 6. สะแกกรงั 7. ปาสัก 8. ทาจนี รวม
(สายหลัก)

ปริมาณนํา้ ทา 9,553.7 1,780.4 4,720.7 12,040.6 3,786.1 1,294.7 3,321.1 3,891.2 40,388.5
(ลาน ลบ.ม./ ป)

รอ ยละ 23.65 4.41 11.69 29.81 9.37 3.21 8.22 9.63 100.00

ตารางท่ี 2-4 แสดงปรมิ าณน้ําทารายเดือนเฉลี่ย ในชว งฤดูฝน-ฤดแู ลง ในแตละลุม น้ําหลัก

ลมุ นา้ํ หลกั พื้นทล่ี มุ นํ้า ปริมาณนา้ํ ทา รายเดือนเฉลยี่ (ลา น ลบ.ม.) ฤดูฝน ฤดูแลง รายป
(ตร.กม.) เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (ลาน ลบ.ม.) (ลาน ลบ.ม.) (ลา น ลบ.ม.)
1. ลมุ นาํ้ ปง 34,499 181.9 455.7 652.2 791.8 1,735.1 2,240.7 1,389.6 936.0 590.5 289.2 151.7 139.3 7,265.1 2,288.6 9,553.7
2. ลุมนํ้าวัง 10,794 16.2 68.1 95.0 101.1 291.8 599.0 352.2 149.4 49.4 28.4 15.4 14.4 1,507.2 273.2 1,780.4
3. ลุมนาํ้ ยม 23,948 54.0 216.9 190.3 364.9 1,181.5 1,606.9 643.0 249.6 93.6 43.8 30.9 45.3 4,203.5 517.2 4,720.7
4. ลุมนาํ้ นาน 34,908 120.1 308.3 713.7 1,999.2 3,630.9 2,900.0 1,201.2 500.5 280.8 176.1 112.1 97.7 10,753.3 1,287.3 12,040.6
เจา พระยาตอนบน 104,149 372.2 1,049.0 1,651.2 3,257.0 6,839.3 7,346.6 3,586.0 1,835.5 1,014.3 537.5 310.1 296.7 23,729.1 4,366.3 28,095.4
5. ลุม นาํ้ เจา พระยา 20,267 151.6 185.9 226.9 246.2 383.9 654.9 856.1 470.1 208.9 117.6 125.4 158.6 2,553.9 1,232.2 3,786.1
(สายหลกั )
6. ลมุ นํ้าสะแกกรงั 5,056 7.4 57.4 94.5 52.8 62.5 283.8 427.0 207.4 45.4 28.1 18.0 10.4 978.0 316.7 1,294.7
7. ลุมน้ําปา สกั 15,623 75.1 136.9 225.4 269.9 586.7 993.7 468.4 177.3 144.1 90.4 74.6 78.6 2,681.0 640.1 3,321.1
8. ลุมนาํ้ ทา จีน 13,492 54.0 183.8 142.8 132.4 254.8 775.8 1,715.3 424.2 112.1 47.0 25.0 24.0 3,204.9 686.3 3,891.2
เจา พระยาตอนลา ง 54,437 288.1 564.0 689.6 701.3 1,287.9 2,708.2 3,466.8 1,279.0 510.5 283.1 243.0 271.6 9,417.8 2,875.3 12,293.1
รวมลมุ นา้ํ เจาพระยา 158,587 660.3 1,613.0 2,340.8 3,958.3 8,127.2 10,054.8 7,052.8 3,114.5 1,524.8 820.6 553.1 568.3 33,146.9 7,241.6 40,388.5

ในอดตี ปริมาณนํ้าทา เฉล่ียสูงสดุ ในแมน ํา้ เจา พระยาที่จงั หวัดนครสวรรค ( สถานีวัดน้ําทา C.2)
จะอยูในเกณฑประมาณ 3,490 ลกู บาศกเมตร/วินาที หลังจากกอสรา งเข่อื นภูมิพลและเข่ือนสิริกิต์ิ มีผลทําให
ปรมิ าณน้ําทา สงู สดุ ที่ไหลลงสูภาคกลางลดลงประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที คงเหลือปริมาณนํ้าทาสูงสุดเฉล่ีย
ประมาณ 2,390 ลกู บาศกเ มตร/วนิ าที ซง่ึ ปริมาณนํา้ ทาสงู สดุ ในเกณฑเ ฉลยี่ น้ีหากมีการบริหารจัดการที่ดี โดย
ใชเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ และเขื่อนแควนอย รวมทั้งระบบชลประทานท้ังฝงตะวันออกและฝงตะวันตกรับ
นา้ํ ในชวงเวลาทเี่ หมาะสม จะคงเหลอื ปริมาณนา้ํ ไหลผานเขื่อนเจาพระยาในอตั รา ท่ีไมกอใหเกิดผลกระทบตอ
พื้นทีด่ า นทา ยนาํ้

12

รูปท่ี 2-5 แผนที่แสดงเสนช้ันปริมาณน้ําฝนเฉลย่ี รายปในพ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจา พระยา
2.3 ศักยภาพการรับน้าํ ของลาํ นํ้าสายหลักในลุมน้าํ เจาพระยา

ในพื้นท่ีลุมน้ําเจาพระยาลุมนํ้าท่ีมีปญหาการระบายนํ้ามากที่สุดคือลุมน้ํายม เนื่องจากไมมีอาง
เก็บน้ําขนาดใหญในพ้ืนท่ี และลําน้ํายมบริเวณตอนปลายมีขนาดเล็กกวาในชวงตนนํ้า การบรรเทาปญหาอุทกภัย

13

ในลุมน้ํายมตอนลางจะบริหารจัดการน้ําโดยใชโครงการพัฒนาโครงขายนํ้ายม – นาน เพ่ือบรรเทาปญหาอุทกภัย
ในชวงตนฤดูฝนไดบ าง โดยการผนั นํา้ หลากลงสูแมนา้ํ นานในชวงที่แมนํ้านานมีปริมาณนํ้าไมมากนัก ผานทางคลอง
ผันน้ํายม – นาน คลอง DR15.8 และ DR2.8 แตเม่ือถึงฤดูน้ําหลากลุมน้ํายมจะประสบปญหาน้ําทวมทุกปพื้นท่ี
ที่มีปญหาการระบายน้ําในลุมนํ้ายมไดแก บริเวณอําเภอเมืองแพร อําเภอวังช้ิน และพื้นท่ีตอนลาง ตั้งแตจังหวัด
สุโขทัยลงมาถึงจุดบรรจบแมนํ้านาน ลุมนํ้าวังมีปญหาการระบายนํ้าบริเวณอําเภอเมืองลําปาง และจุดบรรจบ
แมน ํ้าปง และ ลมุ นา้ํ นาน มีปญหาบริเวณอําเภอนํ้าปาด และอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ และบริเวณตอนลาง
ของลมุ น้ํา ทม่ี ศี ักยภาพรบั น้าํ ไดนอย จะมปี ญหานา้ํ ทว มพ้นื ท่ีลมุ ตํ่าทุกป

สาํ หรบั พ้ืนทล่ี ุมน้ําเจาพระยาสายหลักที่อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ทายจุดบรรจบแมนํ้าปง
กับแมนํ้านาน มีความจุลําน้ําประมาณ 3,500 ลบ.ม./วินาที ปริมาณนํ้าทาจากจังหวัดนครสวรรค ที่สามารถ
บริหารจัดการไดโดยไมเกิดนํ้าเออลนตล่ิงแมนํ้าเจาพระยามีคาประมาณ 2,740 ลบ.ม./วินาที โดยใชระบบ
ชลประทานรับน้ําตามความสามารถรับนํ้า รวมท้ังสิ้น 740 ลบ.ม./วินาที แยกเปนฝงตะวันออก 275 ลบ.ม./
วินาที และฝงตะวันตก 465 ลบ.ม./วินาที นํ้าสวนท่ีเหลือจะไหลผานเข่ือนเจาพระยาประมาณ 2,000 ลบ.ม./
วนิ าที กอนถงึ อําเภอปาโมก จังหวัดอา งทอง ซ่งึ สามารถรับน้ําไดประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน
จะใชแมน้ําลพบุรี และคลองบางแกว แบงรับน้ําออกจากแมนํ้าเจาพระยาไดรวมประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที
ทาํ ใหค งเหลอื นํ้าไหลผานอําเภอปา โมกเพียง 1,800 ลบ.ม./วินาที โดยไมกอเกิดผลกระทบแตอยางใด
- ปรมิ าณนา้ํ ผานอ.เมือง จ.นครสวรรค 2,740 ลบ.ม./วินาที
- ระบายออกดา นฝงตะวันออก 275 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนาํ้ ผานคลองชัยนาท – ปา สัก 210 ลบ.ม./วนิ าที
- ระบายนาํ้ ผานคลองชัยนาท – อยุธยา 65 ลบ.ม./วนิ าที
- ระบายออกดา นฝงตะวันตก 465 ลบ.ม./วินาที
- ระบายน้าํ ผา นแมน้ําทาจีน 200 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนํา้ ผา นแมน ้ํานอย 230 ลบ.ม./วินาที
- ระบายนํา้ ผา นคลองมะขามเฒา – อทู อง 35 ลบ.ม./วินาที
- ระบายผา นเข่ือนเจาพระยา 2,000 ลบ.ม./วนิ าที

นอกจากน้ียังมีแมน้ําปาสักซึ่งไหลมารวมกับแมน้ําเจาพระยาท่ีอําเภอทาเรือ จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา มีความจุลํานํ้าประมาณ 800 ลบ.ม./วินาที และแมน้ําเจาพระยาที่อําเภอบางไทร จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ความจุลํานํ้าประมาณ 3,500 ลบ.ม./วินาที กอนไหลลงสูจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี
กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการตอไป

2.4 การใชป ระโยชนทด่ี นิ

จากขอมูลการใชประโยชนท่ีดิน ท่ีจัดทําโดยกรมพัฒนาท่ีดินป 2543 ดังรูปท่ี 2-6 ไดจัด
กลุมประเภทการใชที่ดินออกเปน 5 ลักษณะ คือ เกษตรกรรม ปาไม แหลงน้ํา ท่ีอยูอาศัยและพ้ืนที่
เบ็ดเตล็ด ซ่ึงสรุปไดวาลุมนํ้าเจาพระยามีพื้นท่ีลุมน้ํา 157,925 ตารางกิโลเมตร มีการใชประโยชนที่ดิน
ดานเกษตรกรรมมากที่สุดคือมีพื้นท่ีประมาณ 80,442 ตารางกิโลเมตร ( รอยละ 50.94 ) รองลงมาคือพ้ืนที่
ปา ไม 66,363 ตารางกโิ ลเมตร ( รอ ยละ 42.02 ) สว นที่เหลอื ไดแก แหลงนํ้า ที่อยูอาศัยและพื้นท่ีเบ็ดเตล็ด
รอ ยละ 1.06 3.39 และ 2.69 ตามลําดับ รายละเอยี ดแยกรายลมุ น้ําหลกั สรปุ ไดดงั ตารางท่ี 2-5

14

ตารางท่ี 2-5 แสดงขอมูลการใชป ระโยชนที่ดนิ ป 2543

รหสั ลมุ น้ํา ลุมนาํ้ หลัก ประเภทการใชท ่ีดนิ ( ตร.กม. ) รวม

เกษตร ปา ไม แหลงนาํ้ ทีอ่ ยูอาศยั เบด็ เตลด็ ( ตร.กม. )

06 ปง 8,021 24,221 411 876 367 33,896
07 วัง 2,672 7,328 77 250 466 10,793
08 ยม 11,157 11,732 64 353 310 23,616
09 นา น 17,052 15,498 513 662 606 34,331

10 เจา พระยา 17,030 469 357 1,941 329 20,126

11 สะแกกรัง 2,279 2,385 17 117 393 5,191

12 ปาสัก 10,573 3,563 47 544 1,564 16,291

13 ทาจนี 11,658 1,167 179 459 218 13,681

รวม 80,442 66,363 1,665 5,202 4,253 157,925

ทม่ี า : กรมพฒั นาทด่ี นิ 2543

15
รปู ท่ี 2-6 แสดงการใชป ระโยชนท ดี่ ินในพนื้ ทลี่ มุ นํา้ เจาพระยา

16

2.5 โครงการพัฒนาแหลงนํ้าและพื้นที่ชลประทาน

โครงการพัฒนาแหลงนํ้าในปจจุบันในพื้นที่ลุมน้ําเจาพระยามีจํานวนท้ังสิ้น 13,317 โครงการ
โดยแบงเปนโครงการขนาดใหญจํานวน 102 แหง โครงการขนาดกลางจํานวน 664 แหง และโครงการ
ขนาดเล็กจํานวน 12,551 แหง มีความจุเก็บกักรวม 27,279.46 ลานลูกบาศกเมตร และมีพ้ืนที่
ชลประทาน รวม 14.11 ลานไร นอกจากน้ียังมีพ้ืนที่รับประโยชน ( พ้ืนท่ีการเกษตรนอกเขตชลประทาน )
อีก 4.8 ลานไร รายละเอียดโครงการพัฒนาแหลงนํ้าท่ีกอสรางแลวเสร็จในพื้นที่ลุมนํ้าเจาพระยา แบงตาม
ประเภทของโครงการ สรปุ ไดด ังตารางที่ 2-6

ตารางที่ 2-6 แสดงโครงการพฒั นาแหลง นาํ้ และพน้ื ทช่ี ลประทาน

โครงการขนาดใหญ โครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเลก็ รวม

ที่ ประเภท จํานวน ความจุ พื้นทช่ี ลประทาน จํานวน ความจุ พื้นท่ชี ลประทาน จํานวน ความจุ พ้นื ทชี่ ลประทาน จํานวน ความจุ พนื้ ท่ีชลประทาน

(แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลานไร) (แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลานไร) (แหง) (ลา น ลบ.ม.) (ลา นไร) (แหง) (ลาน ลบ.ม.) (ลานไร)

1 อา งเกบ็ น้าํ 10 25,911.00 0.71 70 815.94 0.47 757 366.46 0.10 837 27,093.40 1.28

2 ฝาย 5 - 0.52 44 - 0.40 1,397 - 0.18 1,446 - 1.10

3 ปตร. / เขื่อนระบายน้ํา 32 - 8.28 22 - 0.40 32 - 0.01 86 - 8.69

4 สถานีสบู นํ้า 3 - 0.24 179 - 0.47 581 - 0.58 763 - 1.29

5 ระบบสง นาํ้ 3 - 0.57 14 - 0.20 187 - 0.16 204 - 0.93

6 ระบบระบายนํ้า 3- - 17 - 0.75 18 - - 38 - 0.75

7 แกมลิง -- - 7 176.25 - 15 9.81 - 22 186.06 -

8 ระบบประปาขนาดใหญ 46 - -- - -- - - 46 - -

9 ระบบประปาขนาดกลาง - - - 311 - -- - - 311 - -

10 ระบบประปาขนาดเลก็ - - -- - - 8,600 - - 8,600 - -

11 อ่นื ๆ เชน อาคารอัดนา้ํ - - -- - - 964 - 0.07 964 - 0.07

รวม 102 25,911.00 10.32 664 992.19 2.69 12,551 376.27 1.10 13,317 27,279.46 14.11

อางเกบ็ นาํ้ ขนาดใหญในพ้ืนทีล่ ุม น้าํ เจา พระยาที่กอสรางแลวเสร็จรวม 10 โครงการ ความจุ
เก็บกักน้ํา รวม 25,911 ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ 95 ของความจุเก็บกักนํ้ารวมทั้งหมดดังตาราง
ที่ 2-7

ตารางท่ี 2-7 แสดงอางเก็บนํา้ ขนาดใหญใ นพ้ืนทล่ี ุมนํา้ เจาพระยาทก่ี อสรางแลว เสร็จ

โครงการ ลมุ นํา้ จงั หวัด กอสรางเสรจ็ (พ.ศ.) ความจุ (ลาน ลบ.ม.)
1. เข่ือนภูมิพล ปง ตาก 2507 13,462
2. เขือ่ นแมงดั สมบูรณช ล ปง เชียงใหม 2528 265
3. เขือ่ นแมกวงอดุ มธารา ปง เชียงใหม 2536 263
4. เขือ่ นก่วิ ลม วงั ลาํ ปาง 2515 112
5. เข่อื นกว่ิ คอหมา วงั ลําปาง 2553 170
6. เขอื่ นสริ กิ ิต์ิ นาน อตุ รดิตถ 2515 9,510
7. เข่ือนแควนอยบํารุงแดน นา น พษิ ณุโลก 2552 769
8. อางเกบ็ นา้ํ ทบั เสลา สะแกกรัง อุทยั ธานี 2531 160
9. เข่ือนปา สกั ชลสทิ ธ์ิ ปาสกั ลพบรุ ี 2542 960
10. เขื่อนกระเสยี ว ทาจีน สพุ รรณบรุ ี 2525 240
25,911
รวม

17

ทั้งน้ี อางเก็บนํ้าขนาดใหญเปนเครื่องมือท่ีมีประสิทธิภาพท่ีสุดสําหรับใชควบคุมเก็บกักน้ํา
บรเิ วณ เหนือเขื่อนไว ในขณะท่ีดานทายน้ํามีปญหาน้ําทวมจะเก็บกักน้ําบริเวณเหนือเข่ือนไว และระบายนํ้า
ลงมา ใหนอยทส่ี ดุ เทาท่จี ะทาํ ไดเพ่อื ไมใ หเกิดปญหานํ้าทว มดา นทายเพม่ิ ขนึ้
2.6 สาเหตแุ ละเหตกุ ารณน ้าํ ทวมในอดตี

1 ) สาเหตขุ องปญหานํา้ ทว ม
ปญ หาอทุ กภัยในลมุ นํ้าเจาพระยามสี าเหตุหลกั มาจากปจ จัยดา นตาง ๆ ดังนี้

( 1 ) น้ําเหนือ เนื่องจากขีดความสามารถในการระบายนํ้าของแมนํ้าเจาพระยา
และลํานํ้าสาขาไมเทากัน บางแหงไมสามารถรองรับปริมาณน้ําที่ไหลมาจากพื้นท่ีตอนบน คือ แมน้ําปง
แมนาํ้ วัง แมน ํา้ ยม และแมนาํ้ นาน รวมถงึ แมน ํ้าสะแกกรังและแมนํ้าปาสักท่ีไหลมารวมกับแมน้ําเจาพระยาที่
จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา ในอดีตจะเกดิ น้ําทวมพน้ื ทต่ี อนลา งของลุมเจา พระยาเปนประจาํ ทุกป

( 2 ) ปริมาณฝนที่ตกในพื้นท่ี ปริมาณฝนที่ตกหนักมากติดตอกันเปนเวลานาน
เปนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําใหเกิดน้ําทวมขังโดยเฉพาะบริเวณพ้ืนท่ีลุมตํ่า และในชวงท่ีนํ้าในแมน้ําเจาพระยา
และทา จีนมรี ะดบั สูงเนอื่ งจากปริมาณน้ําท่ีไหลหลากมาจากพ้ืนท่ีตอนบน จะทําใหการระบายน้ําออกจากพื้นท่ี
ทําไดยากย่งิ ข้ึน

( 3 ) นํ้าทะเลหนุน ปากแมนํ้าเจาพระยาและทาจีนอยูภายใตอิทธิพลของนํ้าทะเล
หนนุ โดยในชว งปลายฤดูฝนต้งั แตเดอื นตลุ าคมถึงเดือนพฤศจิกายน เปนชวงที่น้ําทะเลหนุนสูงสุดบริเวณปาก
แมนํา้ เจา พระยาและทาจนี และเปนชวงเดยี วกนั กบั ท่ีมีปรมิ าณน้ําเหนือไหลหลากลงสูทะเล สงผลใหระดับนํ้า
ในแมน ํา้ ยกตัวสงู ข้ึนเกดิ การไหลลน ตลง่ิ ไดง ายและระบายลงสูทะเลไดยาก

( 4 ) แผนดินทรุด สวนใหญเกิดขึ้นบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่แผนดินทรุด
ตอเนื่อง มายาวนาน จนทําใหระดับพื้นดินในปจจุบันอยูต่ํากวาระดับนํ้าทะเล สงผลใหในบางชวงเวลา
ไมสามารถระบายนํ้าออกจากพื้นที่ไดโดยดวยแรงโนมถว ง จะตอ งใชว ธิ ีสบู ระบายนา้ํ ออก

( 5 ) อิทธิพลของการเปลี่ยนลักษณะการใชประโยชนที่ดินและแนวคันกันน้ํา
ในพ้ืนที่ราบริมตล่ิง เกิดการเปล่ียนแปลงคาสัมประสิทธ์ิน้ําทา ทําใหเกิดน้ําทวมปริมาณมากขึ้นและเร็วข้ึน
สว นคนั กั้นน้าํ รมิ ตล่งิ เปน ตัวปอ งกันน้าํ ไหลบาลนตล่ิงเขาไปในทุงน้ําทวมและเก็บนํ้าไวตามธรรมชาติ คันก้ันนํ้า
รมิ ตล่ิงท่ีสรางขึน้ เปนตวั ปองกันไมใหน ํา้ เออลนเขาพ้ืนที่แกมลิงธรรมชาติเหมือนในอดีต นํ้าสวนใหญจะไหลอยู
เฉพาะในลํานํ้า นอกจากน้ีในอัตราการไหลของน้ําท่ีเทากัน ยังทําใหระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาสูงขึ้นมาก
เม่ือเทยี บกับหลายปทีผ่ า นมา

( 6 ) ขอจาํ กดั ของเครอ่ื งมือที่ใชในการบริหารจัดการนํ้า เขื่อนที่ใชเก็บกักนํ้าท่ีเกิด
จากฝนตกบริเวณตนนํ้าในพ้ืนท่ีภาคเหนือในลุมนํ้าปง วัง ยม และนาน มีเพียงเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิต์ิ
ที่เปน เขือ่ นขนาดใหญทส่ี ามารถใชช ะลอน้าํ ในลําน้าํ ปง และนานได สวนในลุมนํ้าวังถึงแมจะมีเขื่อนก่ิวคอหมา
และเขื่อนก่ิวลม แตมีความจุเพียง 100 กวาลานลูกบาศกเมตรเทาน้ัน สวนในลุมนํ้ายมไมมีเขื่อนขนาดใหญ
ทีจ่ ะใชชะลอนํา้ ที่มจี าํ นวนมากได อกี ทง้ั ระบบชลประทานและระบบระบายนาํ้ ของลุมนํ้าเจาพระยามีขนาดเล็ก
ไมส ามารถใชร ะบายนํ้าทีม่ ีปรมิ าณมาก ๆ ไดทนั เวลา

2 ) เหตกุ ารณน ํ้าทว มในอดตี
การเกิดอุทกภัยในพ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยามีลักษณะเฉพาะตัวแตกตางกันออกไปในแตละป
ทง้ั นีเ้ นอ่ื งจากความรุนแรงของแตล ะองคป ระกอบทีเ่ ปน สาเหตุของอุทกภัยในแตละปท่ีมีความแตกตางกัน เชน
ปริมาณนํ้าเหนือจากลุมนํ้าทางตอนบน ( วัดท่ีสถานีวัดนํ้า C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ) ระดับน้ํา

18
สูงสดุ ทป่ี ากแมน า้ํ และปริมาณฝนท่ีตกในพ้ืนที่ เหตุการณอุทกภัยขนาดใหญท่ีเคยเกิดขึ้นในอดีต ไดแกป 2485
( กอนการกอสรางเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ) 2518 2521 2523 2526 2538 2539 2545 2549
2553 และครง้ั ลาสดุ คอื ป 2554 โดยสามารถสรุปเหตุการณอ ทุ กภัยที่ผา นมาในอดตี ไดด งั นี้

( 1 ) ป 2518 และ 2521 มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ําเหนือซ่ึงมีคาสูงถึง
4,355 และ 3,540 ลูกบาศกเมตร/วินาที ตามลําดับ สวนสาเหตุจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นท่ีและ
ระดบั น้ําทะเลหนุนนั้น มีความรุนแรงพอ ๆ กัน โดยมีการระบายนํ้าผานเขื่อนเจาพระยาสูงสุด 3,977 และ
3,769 ลูกบาศกเมตร/วนิ าที ตามลาํ ดบั

( 2 ) ป 2523 ปริมาณน้ําเหนือและระดับน้ําทะเลหนุนมีความรุนแรงใกลเคียงกับ
ป 2518 และ 2521 แตปริมาณฝนท่ีตกในพื้นท่ี โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีความรุนแรง
มากกวาปรมิ าณน้าํ เหนือสูงถงึ 4,350 ลูกบาศกเมตร/วินาที และระบายนาํ้ ผา นเขอื่ นเจาพระยาสูงสุด 3,804
ลกู บาศกเมตร/วนิ าที

( 3 ) ป 2526 ปริมาณน้ําเหนือมีคาสูงสุดเพียง 2,290 ลูกบาศกเมตร/วินาที
แตปริมาณฝน ที่ตกในพ้ืนที่โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลสูงกวาปอื่น ๆ มาก ปริมาณฝนเฉล่ีย
รวมท้ังปในพื้นท่ีลุมนํ้าเจาพระยาได 2,119 มิลลิเมตร ซ่ึงสูงกวาเกณฑปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นท่ีลุมน้ํา
เจาพระยา (ประมาณ 1,200 มิลลิเมตร/ป ) อุทกภัยใหญในปน้ีมีน้ําทวมขังในพ้ืนท่ีฝงตะวันออกของ
กรุงเทพมหานครนานถงึ 4 เดอื น พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั ไดพ ระราชทานแนวพระราชดําริ ใหสรางคัน
กั้นนํ้า( KING DIKE ) ทางทิศเหนือ และทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เพ่ือปองกันมิใหนํ้าไหลเขาทวม
ในเขตชุมชนเมือง

( 4 ) ป 2538 เกิดนํ้าทวมใหญท่ัวทุกภาคของประเทศรวมท้ังกรุงเทพฯและ
ปรมิ ณฑล เนื่องมาจากระหวา งเดอื นสงิ หาคมถึงกนั ยายน มีฝนตกหนักตอเน่ืองกันเปนบริเวณกวาง ประกอบ
กบั มีพายโุ ซนรอนในทะเลจีนใตเคล่อื นผานเขามา มีอทิ ธพิ ลเกดิ ฝนตกหนกั ในประเทศไทยในเวลาไลเล่ียกันรวม
5 ลูก ไดแก พายุโซนรอ นแกร่ี เฮลเลน เออรวิ่ง โลอีส และนีนา มีน้ําเหนือไหลบาลงมาสู ที่ราบลุมภาค
กลางเปน ปริมาณมากวัดไดสูงสุด 4,820 ลูกบาศกเมตร/วินาที ระบายนํ้าผานเข่ือนเจาพระยาสูงสุด 4,538
ลูกบาศกเมตร/วินาที และยังมีปริมาณน้ําหลากจากลุมน้ําปาสักท่ีระบายผานเข่ือนพระรามหกมาอีก 1,473
ลกู บาศกเ มตร/วินาที และในชว งเวลาดงั กลา วมนี าํ้ ทะเลหนนุ สูง เกดิ ปญ หาการระบายนํ้า ลงสูทะเลเปนไปได
ชา กวา ปกติ เกดิ ภาวะนา้ํ ทวมขังเปนบริเวณกวาง บางพื้นท่ีมีน้ําทวมขังอยูเปนเวลานานกวา 3 เดือน แตใน
พ้นื ท่ีกรงุ เทพมหานครมีแนวคันปองกนั นํ้าทว มทาํ ใหสามารถปองกันนํ้าทว มพืน้ ท่สี วนใหญไ วไ ด

( 5 ) ป 2539 มีสาเหตุมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักในพ้ืนท่ีเน่ืองจากรองความกด
อากาศต่ํามากกวาสาเหตุจากปริมาณนํ้าเหนือหลากที่วัดไดสูงสุดเพียง 3,010 ลูกบาศกเมตร/วินาที และ
ระบายน้ําผานเขื่อนเจาพระยาสูงสุด 3,044 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณน้ําหลากจาก
ลมุ นํา้ ปาสกั ทีร่ ะบายผา นเขือ่ นพระรามหกมาอีก 959 ลูกบาศกเ มตร/วินาที

( 6 ) ป 2545 มีสาเหตุจากอิทธิพลของพายุโซนรอน หวองฟง ( VONGFONG )
พายุดีเปรสช่ันฮากูป ( HAGUPIT ) พายุโซนรอนเมขลา ( MEKKHALA ) หยอมความกดอากาศต่ํา แนวรอง
ความกดอากาศต่ําและลมมรสุมกําลังแรงท่ีพัดผานทําใหเกิดฝนตกหนักมากในบางพื้นท่ี เกิดน้ําปาไหลหลาก
และไหลลนตล่ิงในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ
ภาคใต โดยเฉพาะในพ้ืนที่ลุมนํ้าเจาพระยา – ทาจีน และลุมนํ้าปาสัก เกิดสภาพน้ําทวมเปนบริเวณกวาง
โดยปนี้มีปริมาณนํ้าเหนือสูงสุด 3,997 ลูกบาศกเมตร/วินาที และมีนํ้าระบายผานเข่ือนเจาพระยาสูงสุด
3,534 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณนํ้าหลากจากลุมน้ําปาสักท่ีระบายผานเข่ือนพระรามหก
มาอีก 1,216 ลกู บาศกเ มตร/วินาที

19
( 7 ) ป 2549 ในปน ี้มปี ริมาณฝนตกตั้งแตเ ดอื นพฤษภาคมและมีรองความกดอากาศ
ต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ในระหวางวันท่ี 27 สิงหาคมถึง
23 กันยายน มีพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนตัวผานมาในชวงวันท่ี 24 – 25 กันยายน และเกิดพายุดีเปรสชั่น
ชางสาร ระหวางวันที่ 1 – 3 ตุลาคม ทําใหมีฝนตกหนักตอเน่ืองในพ้ืนท่ีภาคเหนือและภาคกลาง
ของประเทศ มีนํ้าทาจากแมน้ํายมไหลบาลัดลงสูแมนํ้านานเหนือจังหวัดนครสวรรค ประกอบกับปริมาณน้ํา
จากแมนํ้าปงและ แมน้ํานานมีปริมาณมาก ปริมาณนํ้าหลากสูงสุดท่ีไหลผานจังหวัดนครสวรรคได 5,960
ลกู บาศกเ มตร/วินาที และระบายนา้ํ ผานเขอ่ื นเจาพระยาสูงสุด 3,858 ลูกบาศกเมตร/วินาที เกิดอุทกภัยใน
หลายจังหวัด ไดแก จังหวัดนาน แพร สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ และกําแพงเพชร จากน้ันนํ้าเหนือ
ไดไหลเขาสูพื้นท่ีภาคกลาง ทําใหเกิดอุทกภัยในพื้นท่ีภาคกลางตั้งแตจังหวัดนครสวรรค ชัยนาท สิงหบุรี
อา งทอง สพุ รรณบุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานครบางสวน ซ่ึงพ้ืนท่ีสวนใหญเกิดข้ึน
ทางฝง ตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง โดยในปน้ีมีปริมาณน้ําหลากจากลุมนํ้าปาสักที่ระบายผานเขื่อน
พระรามหกมาเพียง 758 ลูกบาศกเมตร /วินาที ทําใหนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาท่ีไหลผานกรุงเทพมหานคร
ไมมากจนเกิดปญหาเออลนขา มคันกน้ั นา้ํ เขาไปทาํ ความเสียหายใหกบั กรงุ เทพมหานครได
( 8 ) ป 2553 หยอ มความกดอากาศต่ํากําลังแรงพัดผาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนลา ง เลยขึน้ ไปยังภาคเหนือตอนลางในชว งกลางเดอื นตุลาคม มีฝนทต่ี กหนักในพ้นื ทบี่ ริเวณดานทายเขื่อน
ภมู พิ ลและเข่อื นสิริกติ ิ์ และตอนบนของภาคกลางมีปริมาณนาํ้ หลากจากลุมน้ําสะแกกรัง ลุมน้ําปาสัก รวมถึง
มีนํ้าหลากเกิดนํ้าทวมบริเวณพ้ืนท่ีฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักในเขตจังหวัดนครสวรรคและลพบุรี
ปริมาณนํ้าหลากดานทายเขื่อนเจาพระยาได 3,757 ลูกบาศกเมตร/วินาที นอกจากน้ียังมีปริมาณน้ําหลาก
จากลมุ นํา้ ปาสกั ทร่ี ะบายผานเขอ่ื นพระรามหกลงสูแ มน ้าํ เจาพระยาทจ่ี ังหวดั พระนครศรีอยุธยาอีกสูงถึง 1,278
ลูกบาศกเ มตร/วินาที
ปริมาณนํา้ ทาทส่ี ถานีวัดนํา้ ทา C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ระหวางเดือนสิงหาคม
ถงึ เดอื นพฤศจกิ ายนในปท เี่ กิดอุทกภยั ในอดตี แสดงไดดงั รปู ที่ 2-7

20

รปู ที่ 2-7 ปริมาณนาํ้ ทา ท่ีสถานวี ัดน้าํ ทา C.2 อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดนครสวรรค ในปท ี่เกิดอุทกภยั
จากปญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุมนํ้าเจาพระยาในอดีตที่ผานมา สามารถสรุปพื้นที่เสี่ยงตอการ

เกิดอุทกภัยในลุมนํ้าเจาพระยาแบงตามลักษณะการเกิดได 2 ประเภท คือ พ้ืนท่ีเส่ียงตอการเกิดอุทกภัย
ชนิดนํ้าหลากฉับพลัน และพื้นที่เสีย่ งตอการเกิดอุทกภยั ชนิดนํ้าทว มขังซ่งึ แสดงในรูปที่ 2 – 8 สรปุ ไดด ังน้ี

( 1 ) พ้ืนท่ีเส่ียงตอการเกิดอุทกภัยชนิดน้ําหลากฉับพลัน มีพ้ืนที่เสี่ยงในลักษณะนี้
ในพ้นื ที่ 5 ลมุ นาํ้ หลกั ไดแ ก ลมุ น้ําปง วงั ยม นาน และปา สกั

- ลุมนํ้าปง ไดแก เทศบาลนครเชียงใหม และพื้นท่ีใกลเคียง ( อําเภอเมือง
เชยี งใหม )

- ลุมน้ําวัง ไดแก เทศบาลเมืองลําปาง และพ้ืนท่ีขางเคียงบริเวณจุดบรรจบ
แมนาํ้ วงั – แมน ้าํ ปง

- ลุมนํ้ายม ไดแก อําเภอวังช้ิน อําเภอเมือง จังหวัดแพร และอําเภอเมือง
จังหวดั สุโขทยั

- ลุมนํ้านาน ไดแก เทศบาลเมืองนาน อําเภอน้ําปาด และอําเภอลับแล
จังหวัดอตุ รดติ ถ

- ลุมน้ําปาสัก ไดแก บานนํ้ากอ/นํ้าชุน อําเภอหลมสัก และอําเภอเมือง
จงั หวดั เพชรบูรณ และพ้นื ที่ใกลเ คียง

( 2 ) พนื้ ที่เสี่ยงตอการเกิดอุทกภัยชนิดนํ้าทวมขัง พื้นที่เสี่ยงในลักษณะนี้เปนพื้นที่
นาํ้ ทวมถึง ( Floodplain ) แบง เปน พนื้ ทเ่ี หนือและใตจงั หวดั นครสวรรค สรปุ ไดดังนี้

21
- พ้ืนท่ีเหนือจังหวัดนครสวรรค ไดแก พ้ืนที่อําเภอกงไกลาส อําเภอเมือง
จังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกํา อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก อําเภอโพทะเล อําเภอตะพานหิน
อาํ เภอบางมูลนาก จงั หวัดพิจิตร และอําเภอชมุ แสง อาํ เภอเมือง จังหวดั นครสวรรค
- พ้ืนทใ่ี ตจ ังหวดั นครสวรรค ประกอบดวย

- พื้นท่ีชุมชนนอกคันปองกันพื้นที่เกษตรกรรมริมแมนํ้า ต้ังแตเข่ือน
เจา พระยา ถงึ อา วไทย

- พ้ืนที่เกษตรกรรมในคันปองกันริมแมน้ําเจาพระยา ต้ังแตเข่ือน
เจาพระยาถึงอาวไทยคือ พนื้ ที่โครงการชลประทานเจา พระยาใหญ

- พ้ืนท่ีชุมชนเมืองที่สําคัญ ไดแก อุทัยธานี ชัยนาท สิงหบุรี ลพบุรี
อางทอง พระนครศรีอยธุ ยา สพุ รรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และ
สมุทรปราการ

- พน้ื ท่ีเศรษฐกจิ พิเศษ และนคิ มอตุ สาหกรรม

22
รปู ที่ 2-8 พนื้ ทเี่ สย่ี งตอการอทุ กภัยในพ้ืนทล่ี ุมนาํ้ เจา พระยา

23

2.7 ระบบปองกันนา้ํ ทว ม
ระบบปอ งกันน้ําทวมของแมนํ้าเจาพระยาแบงไดเปนสองลักษณะ คือ ระบบปองกันน้ําทวม

พ้ืนท่ีการเกษตรซึ่งดําเนินการโดยกรมชลประทาน และระบบปองกันนํ้าทวมชุมชนเมืองท่ีดําเนินการโดย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง เทศบาลท่ีเกยี่ วของ และกรุงเทพมหานคร สรปุ ไดดงั น้ี

1 ) ระบบปอ งกันน้ําทวมพื้นที่การเกษตร เปน การกอสรางคันปองกันนํ้าทวมริมแมนํ้าตาง ๆ
เชน แมน้ําเจาพระยา แมนํ้าทาจีน แมน้ํายม แมน้ํานาน เปนตน มีกรมชลประทานเปนหนวยงานหลัก
ดําเนินงานโดยกําหนดเกณฑการปองกันไวท่ีคาบอุบัติประมาณ 25 ป เพื่อทําหนาท่ีปองกันพื้นที่การเกษตร
ในเขตชลประทานท่ีรับผิดชอบ ปจจุบันกรมชลประทานไดดําเนินการกอสรางคันปองกันนํ้าทวมทั้งสองฝง
ของแมน้ําเจาพระยาตั้งแตจังหวัดนครสวรรคถึงอาวไทย สําหรับคันก้ันน้ําตั้งแตทายเขื่อนเจาพระยาลงไป
จะสามารถรับนํ้าไดสูงสุดประมาณ 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที โดยคันก้ันน้ําฝงขวาของแมนํ้าเจาพระยา
ใชคันคลอง 1 – ขวา บรมธาตุ เม่ือนํ้าไหลผานเกิน 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที จะเออลนขามคันต้ังแต
กโิ ลเมตรท่ี 4 ทายเขอ่ื นเจาพระยาลงไป สว นฝงซา ยใชคนั คลองชยั นาท – อยธุ ยาเปนคันก้ันนํ้า เมื่อนํ้าไหล
ผานเกิน 2,800 ลูกบาศกเมตร/วินาที จะเออลนขามคนั ตั้งแตก ิโลเมตร 26+600 ทายเข่ือนเจาพระยาลงไป
( บริเวณประตูระบายน้ําบางโฉมศรี ) นอกจากคันก้ันนํ้าริมแมน้ําเจาพระยาแลวยังมีคันกั้นนํ้าลัดเลาะแมนํ้า
ทาจีน เพ่ือปองกันนํ้าจากแมน้ําทาจีนไหลบาเขาทุงฝงตะวันตกตอนลางตั้งแตทายประตูระบายนํ้าโพธิ์พระยา
ลงไปถึงทะเลที่จังหวัดสมุทรสาครในเขตโครงการฯเจาเจ็ด – บางยี่หน โครงการฯพระยาบันลือ โครงการฯ
พระพิมล และโครงการฯภาษีเจริญ สําหรับในทุงฝงตะวันออก มีคันกั้นน้ําเรียบแมน้ํานครนายกตอเนื่องถึง
แมน้ําบางปะกงลงไปถึงทะเลเชน กนั ทั้งนี้ในพ้นื ที่ตอนลา งของลมุ นํา้ เจาพระยาท้งั สองฝงตามแนวคันกั้นน้ําของ
กรมชลประทานและกรุงเทพมหานคร ไดกอสรางประตูระบายนํ้าและสถานีสูบนํ้าเพ่ือใชระบายน้ําในพ้ืนที่
ลงแมน้ําเจาพระยา แมนํ้าทาจีน แมนํ้าบางปะกงและออกทะเล โดยมีศักยภาพในการระบายนํ้าของประตู
ระบายน้ําและเครื่องสูบน้ําในสวนที่กรมชลประทานรับผิดชอบ สามารถระบายนํ้าไดสูงสุดวันละ 77 ลาน
ลกู บาศกเมตร แบง เปนฝง ตะวนั ออกวันละ 45 ลา นลูกบาศกเมตร และฝงตะวนั ตกวนั ละ 32 ลานลูกบาศก
เมตร ความสามารถระบายน้ําของประตูระบายน้ําของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง แยกเปนฝงตะวันออกแสดง
ไวใ นรปู ที่ 2-9 และฝงตะวันตกแสดงไวในรูปท่ี 2-10

2 ) ระบบปองกนั น้ําทว มพืน้ ทีช่ ุมชนเมืองทอี่ ยูริมแมนํ้าเจาพระยา ปจจุบันกรุงเทพมหานคร
กรมโยธาธิการและผังเมือง และองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ที่อยูติดริมน้ําเจาพระยา ไดกอสรางระบบ
ปองกนั นา้ํ ทว มเพือ่ ปองกนั นํ้าไหลลน ตล่ิงจากแมน้ําเจาพระยาเขาทวมพ้ืนที่ชุมชน เศรษฐกิจการคา และที่พัก
อาศัย โดยกรุงเทพมหานครไดกอสรางคันปองกันนํ้าทวมริมตล่ิงแมน้ําเจาพระยาเพื่อปองกันการเกิดน้ําทวม
ท่ีคาบอุบตั ิ 100 ป มรี ะดบั +2.50 ถึง +2.80 เมตร รทก. ปจจุบันบางจุดยังกอสรางไมแลวเสร็จเน่ืองจาก
ตดิ ปญ หาที่ดินแตใ นชวงฤดูน้ําหลาก กรุงเทพมหานครจะนํากระสอบทรายปดกั้นชั่วคราว สามารถรับนํ้าไหล
ผานไดไมนอยกวา 3,500 ลูกบาศกเมตร/วินาที ดังแสดงในรูปที่ 2-11 สําหรับพื้นท่ีริมแมนํ้าเจาพระยา
ตอนบนกรมโยธาธิการและองคกรปกครองสวนทองถิ่นบางพ้ืนท่ี ไดกอสรางคันก้ันนํ้าปองกันน้ําทวมใน 7
เมอื งหลัก คอื เทศบาลนครสวรรค ชัยนาท สิงหบรุ ี อางทอง พระนครศรอี ยธุ ยา ปทุมธานี โดยระดับของ
คนั ปอ งกันน้าํ ทวมของชุมชนกาํ หนดใหสามารถปอ งกนั นาํ้ ทว มที่คาบอุบัติ 100 ป

24
รูปที่ 2-9 ความสามารถระบายนํา้ ของปตร.และสถานีสูบนา้ํ ลุมนาํ้ เจาพระยาตอนลางฝงตะวันออก
รูปที่ 2-10 ความสามารถระบายนาํ้ ของปตร.และสถานีสบู น้ําลุมนํา้ เจาพระยาตอนลางฝง ตะวนั ตก

25
รปู ท่ี 2-11 แนวคนั ปอ งกนั น้าํ ทวมในพ้ืนทล่ี ุมนาํ้ เจา พระยา

26
2.8 ระบบติดตามและการพยากรณน าํ้ เพ่ือการเตือนภยั

1 ) การตดิ ตามขอมลู นํา้ ฝน – นํา้ ทา
ระบบติดตามสถานการณน้ําในลุมน้ําเจาพระยากรมชลประทานติดต้ังสถานีวัดนํ้าทาในลํานํ้า
สายหลักเพ่ือติดตามสภาพนํ้าทาโดยใชเจาหนาที่อานขอมูลรายวัน แตในชวงท่ีมีปริมาณนํ้ามากจะอานขอมูล
รายช่ัวโมง และบางสถานีท่ีสําคัญจะติดต้ังเปนระบบโทรมาตร นอกจากนี้ยังมีระบบโทรมาตรเพ่ือการ
พยากรณน้ําและเตือนภัยน้ําทวมของลุมนํ้าปงและลุมนํ้าเจาพระยา จะตรวจวัดขอมูลนํ้าฝน – นํ้าทาแบบ
Realtime และนาํ เสนอขอมลู ทาง Website ทกุ 15 นาที โดยมีหนวยงานรับผิดชอบสถานีตรวจวัดขอมูล
คือ ศนู ยอ ทุ กวิทยาภาคเหนือตอนบน ศูนยอ ุทกวทิ ยาภาคเหนอื ตอนลา ง และศนู ยอ ุทกวทิ ยาภาคกลาง
2 ) การพยากรณนํา้ และเตอื นภยั นํา้ ทวม
กรมชลประทานใชการพยากรณนํ้าเพื่อเตือนภัยนํ้าทวม 3 วิธี ไดแก ความสัมพันธของ
ระดับนํ้าและระยะเวลาการไหลของน้ําของสถานีวัดนํ้าเหนือจุดเฝาระวัง และสถานีเฝาระวังในพื้นที่ชุมชน
เมืองท่ีเกิดนํ้าทวมเปนประจํา การพยากรณนํ้าดวยโปรแกรมใยประสาทเทียม และระบบโทรมาตรเพ่ือการ
พยากรณน ้ําและเตือนภัยนํ้าทว มลมุ นํ้าเจาพระยา

( 1 ) ความสัมพันธของระดับน้ําและระยะเวลาเดินทางของนํ้า การคาดการณจะใช
สถิติ การตรวจวัดระดับน้ําและระยะเวลาเดินทางของน้ํามาเปนตัวพยากรณ เชน การเตือนภัยน้ําทวมเมือง
แพร ซ่ึงใชขอมูลอุทกวิทยาจากสถานีวัดระดับนํ้า Y.20 ซ่ึงเปนบริเวณท่ีลําน้ํางาวมาบรรจบกับลํานํ้ายม
บริเวณ บานหวยสัก อําเภอสอง จังหวัดแพร และสถานีวัดระดับนํ้า Y.1C บานนํ้าโคง อําเภอเมือง
จังหวัดแพร โดยใชความสัมพันธของระดับนํ้าในชวงนํ้าสูงสุดจากสถิติขอมูลท่ีเคยเกิดนํ้าทวมในอดีตมา
ประกอบการวิเคราะหสรุปไดวา เม่ือระดับนํ้าท่ีสถานีวัดนํ้า Y.20 สูงถึง 8.10 เมตร จะคาดการณวาถัดไปอีก
ประมาณ 24 ชั่วโมง น้ําจํานวนน้ีจะเดินทางไปถึงสถานีวัดน้ํา Y.1C อําเภอเมือง จังหวัดแพร และนํ้าจะ
เต็มตลงิ่ ทีร่ ะดับ 8.20 เมตร อาจทําใหเกิดนาํ้ ทว มไดด งั แสดงในรูปที่ 2-12

รปู ท่ี 2-12 การเตอื นภยั น้ําทวม อาํ เภอเมือง จงั หวดั แพร โดยใชค วามสมั พนั ธข องระดับนา้ํ
และระยะเวลาการไหลของนา้ํ ในแมนํา้ ยม

27
ในพื้นที่ภาคเหนือของลุมนํ้าภาคเหนือตอนบน กรมชลประทานไดจัดทําโครงการหา
ความสัมพันธของระดับนํ้าเพื่อพยากรณเตือนภัยนํ้าทวมชุมชนเมืองรวม 9 แหง ไดแก เทศบาลนคร
เชยี งใหม อาํ เภอแมว าง จังหวดั เชียงใหม อําเภอเมอื ง จงั หวัดลําปาง อาํ เภอเมอื งแพร จงั หวัดแพร อําเภอ
เมือง จังหวัดนาน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน อําเภอปาซาง จังหวัดลําพูน อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน และ
อําเภอเมอื ง จงั หวัดเชยี งราย
( 2 ) การพยากรณน้ําดวยโปรแกรมใยประสาทเทียม โดยใชความสัมพันธของขอมูล
ปริมาณน้ําทารายวัน (Daily discharge) และขอมูลน้ําฝนรายวัน (Daily rainfall) ในอดีตของสถานีที่ตองการ
พยากรณ และสถานีท่ีเก่ียวของนําเขาแบบจําลองโครงขายใยประสาทเทียม (ANNs) เปนขอมูลพื้นฐาน
เมือ่ นําขอ มลู ปจจบุ ันเขาแบบจําลอง โปรแกรมจะคํานวณแลวนําขอมูลสถิติเดิมที่เคยเกิดและ มีโอกาสเกิดข้ึน
ใกลเคียงท่สี ุดแสดงออกมา ซง่ึ การพยากรณของกรมชลประทานจะพยากรณล วงหนาไป 3 วนั
( 3 ) ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณน้ําและเตือนภัยน้ําทวม ลุมนํ้าเจาพระยา
จะติดตามและรวบรวมขอมูลอุทกวิทยาจากสถานีตรวจวัดตาง ๆ ในลุมนํ้าเจาพระยาตามเวลาจริง ( Real-
Time Monitoring System ) มาใชเปนขอมูลสําหรับคาดการณระดับน้ําที่สถานีและสถานที่สําคัญตาง ๆ
ตามแนวแมนํ้าเจาพระยา โดยระบบโทรมาตรประกอบดวย 5 องคประกอบหลัก คือ สถานีหลัก สถานี
หลักยอย สถานีตรวจวัดในสนาม ระบบรับ – สงขอมูล และระบบเชื่อมโยงขอมูล โดยมีเปาหมายในการ
ติดตามและเฝาระวังสถานการณนํ้า โดยใชแบบจําลองคณิตศาสตรคาดการณสถานการณน้ํา
เพื่อประกอบการพิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ํา ใหมีประสิทธิภาพทันตอสถานการณนํ้า ดังรูปที่ 2-13
โดยมีสถานีหลักตั้งอยูที่กรมชลประทานสามเสน สถานียอย 53 สถานี ตั้งอยูท่ีสํานักชลประทานท่ี 3, 4,
10, 11 และ 12 กรมชลประทานใชการคาดการณสถานการณน้ําในแมน้ําเจาพระยาแจงเตือนผูวาราชการ
จังหวัด หนวยงานท่ีเกี่ยวของ เพ่ือแจงเตือนประชาชนใหเตรียมพรอมรับสถานการณน้ําท่ีจะเกิดขึ้นและขน
ยายสิง่ ของขึ้นทสี่ งู ไดทนั การต้ังแตป  2551 เปน ตน มา

รปู ที่ 2-13 ระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณน ้ําและเตือนภัยนํ้าทว มลมุ นํา้ เจา พระยา

28

2.9 เกณฑการระบายนํ้า
1 ) เกณฑปริมาณนํา้ ที่เฝาระวังเพ่ือบริหารจดั การน้าํ ในลุม นํ้าเจาพระยา
การระบายน้ําผา นเข่ือนเจา พระยา มากกวา 2,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาทีจะสงผลกระทบ

ทาํ ใหเกิดปญ หาน้ําทวมในท่ีลุมตํ่าของริมฝงแมนํ้าเจาพระยาดานทายเขื่อนเจาพระยา ดังนั้นการเฝาระวังกอน
จะเกิดผลกระทบดังกลาว ในการบริหารจัดการจึงตองกําหนดเกณฑปริมาณนํ้าที่ตองเฝาระวังของแมน้ํา
เจาพระยาท่ีสถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค รวมกับแมน้ําสะแกกรังไมเกิน 2,700 ลูกบาศก
เมตรตอวินาที เพื่อที่จะบริหารจัดการระบายน้ําออกฝงตะวันออกและตะวันตกตามศักยภาพได 700
ลูกบาศกเมตรตอวินาที ซึ่งควบคุมใหปริมาณน้ําผานทายเขื่อนเจาพระยาไมเกิน 2,000 ลูกบาศกเมตรตอ
วินาที ได โดยกําหนดเกณฑเฝาระวังปริมาณนํ้าที่สถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรคเริ่มตนท่ี
2,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที และเพื่อเพ่ิมระยะเวลาในการเฝาระวัง จึงไดติดตามขอมูลปริมาณนํ้าที่
1,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที ของแมนํ้าปงที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรคและปริมาณ
นํ้าท่ี 1,000 ลูกบาศกเมตรตอวินาที ของแมนํ้านานท่ีสถานี N.67 อ.ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค กอนมา
บรรจบเปนแมนํ้าเจาพระยาสถานี C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในทํานองเดียวกันกําหนดใหมีการ
เฝาระวงั ปรมิ าณนํ้าของสถานีตาง ๆ ท่ีอยูตอนบนตามลําดับของผังน้ําลุมน้ําเจาพระยา เชน แมนํ้ายมท่ีสถานี
Y.5 อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร รวมกับแมน้ํานานท่ีสถานี N.8A อําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
ไมเ กนิ 1,000 ลูกบาศกเ มตรตอวินาที เปน ตน

สวนการเฝาระวังปริมาณน้ําของแมนํ้าเจาพระยากอนเขากรุงเทพมหานครท่ีสถานี C.29
อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากปริมาณน้ําจากแมน้ําเจาพระยาท่ีไหลผานจากเข่ือนเจาพระยา
รวมกับแมนํ้าปาสักที่ไหลผานเขื่อนพระรามหก มากกวา 3,500 ลูกบาศกเมตรตอวินาที จะสงผลกระทบ
ตอพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นการเฝาระวังจึงกําหนดไวท่ี 2,500 ลูกบาศกเมตรตอวินาที
กอนเกิดผลกระทบ โดยตดิ ตามขอ มูลปรมิ าณนํา้ ทายเขื่อนเจาพระยาที สถานี C.13 อําเภอสรรพยา จังหวัด
ชัยนาท และทา ยเข่ือนพระรามหกทสี่ ถานี S.5 อําเภอพระนครศรีอยธุ ยา จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา

29

30
รปู ท่ี 2-14 ผังเกณฑปริมาณน้าํ ทเี่ ฝา ระวังเพอื่ บรหิ ารจัดการน้าํ ในลมุ นา้ํ เจา พระยาตอนบนและพระยา
ตอนลา ง

31

2 ) การบริหารจัดการนํ้าในลมุ น้าํ ยม

รูปท่ี 2-15 ผงั เกณฑบริหารจัดการนํ้าลมุ นํ้ายมบรเิ วณจังหวดั สโุ ขทยั

32

3 ) การบริหารจดั การนาํ้ ทายเข่ือนเจา พระยา

สรุปจาํ นวนตาํ แหนง พื้นทีไ่ ดรบั ผลกระทบ

ผลกระทบจากปรมิ าณ พื้นท่ไี ดรับผล

ลําดับ ตําแหนง จังหวัด อําแภอ ตาํ บล หมบู า น การระบายนํ้าตางๆ กระทบโดยประมาณ

700 1,000 2,000 2,200 2,300 2,500 2,800 (ไร)

1 01 ชัยนาท สรรพยา บางหลวง บา นทาน, บานทาทราย √√√ 1,008
2 02 ชัยนาท สรรพยา โพนางดําตก เทศบาลตาํ บล, บา นคงคาราม √√√ 313
3 03 สงิ หบ ุรี อนิ ทรบ รุ ี ประศกุ √√√ 363
วัดเสอื ขา ม, บา นมา, บานปลาไหล 735
√ 421
4 13 สิงหบ ุรี อินทรบุรี ทต.อินทรบ รุ ี ทต.อนิ ทรบ ุร,ี บานทอ งคงุ √√√ 173
5 04 สงิ หบรุ ี อนิ ทรบ รุ ี ทบั ยา √√√ 469
วัดสงิ ห, บานวดั สิงห, บานพองคงุ √√√ 188
√√√ 525
6 05 สิงหบรุ ี เมอื ง ทม.สงิ หบรุ ี เทศบาลเมืองสงิ หบุรี 386
7 06 สงิ หบรุ ี พรหมบรุ ี โรงชา ง √ 721
บานเทพมงคล 1,096
√√ 1,548
8 07 อา งทอง ไชโย ทต.เกษไชโย วัดไชโย, ทต.เกษไชโย 1,878
9 14 อางทอง ไชโย เทวราช √√√ 2,925
บา นปากบาง, บา นลาว, บา นโตนด √√√ 12,749
√√√
10 12 อางทอง เมือง ยานซือ่ บานยานซื่อ √√√

จําปาหลอ บา นโพธท์ิ ลู 11 12 14
11 8 อา งทอง ปาโมก ทต.บางปลากด ทต.บางปลากด
12 9 * อยธุ ยา บางบาล - √
พน้ื ทีน่ อกคันคลองโผงเผง √√ √

13 10 * อยธุ ยา บางบาล - พนื้ ที่นอกคันคลองบางบาล √√ √

14 11 * อยุธยา เสนา - พืน้ ทีน่ อกคนั แมน้าํ นอ ย √√√ 4

รวมทัง้ หมด 123
หมายเหตุ : * คิดเฉพาะ 80 % พ้ืนท่ีอยูอ าศยั (Landuse (2555)) ระหวางคันก้นั นา้ํ คลองโผงเผง (บางหลวง) , คลองบางบาล และแมน า้ํ นอ ย (ชวงอาํ เภอเสนา)

รูปท่ี 2-16 เกณฑปริมาณนา้ํ ท่มี ผี ลกระทบพ้นื ที่ทายเขื่อนเจา พระยา

รูปท่ี 2-17 พ้นื ที่เฝา ระวังเพือ่ การบรหิ ารจัดการนา้ํ ทา ยเข่อื นเจาพระยา

33

บทท่ี 3
การศึกษาการบรหิ ารจัดการนํา้ ทว ม ป 2554
3.1 การเตรียมการปอ งกนั นาํ้ ทวม ป 2554
ในการเตรยี มการปอ งกันและแกไขปญหานํ้าทวมของกรมชลประทานไดจัดทําแผนปฏิบัติการ
ไว 3 แผน ตามลําดบั ของการเกิดเหตุการณ คอื
1 ) แผนงานกอนนาํ้ มา ประกอบดว ย
( 1 ) แผนงานทไ่ี มใชส ิ่งกอสราง
ติดตามสภาพอากาศ นํ้าฝน น้ําทา นํ้าในอางเก็บนํ้าอยางใกลชิด เพ่ือการ
คาดการณลว งหนา เพอ่ื ใหการแกไขปญหาทอ่ี าจเกิดขน้ึ รวดเร็วและทันตอเหตุการณ
บริหารจัดการน้ําในเข่ือน ในชวงฤดูแลงจะวางแผนการใชน้ําจากเข่ือนใหเต็ม
ศักยภาพซง่ึ เปน การพรอ งนํา้ ไปในตัวทาํ ใหใ นชวงฤดฝู นอา งเกบ็ น้าํ จะมพี น้ื ทว่ี างท่ีจะรองรับประมาณน้ําท่ีเกิดข้ึน
โดยจะพิจารณาควบคุมใหเปนตามเกณฑควบคุมระหวาง Upper Rule Curve ( ในชวงฤดูฝนหากเก็บนํ้า
เกินจะเส่ียงอาจเกิดนํ้าลน ) และ Lower Rule Curve ( หากเก็บนํ้าตํ่ากวาเกณฑจะมีความเสี่ยงเร่ืองการ
ขาดแคลนน้ําในฤดูแลงปหนา ) กรณีเกิดฝนตกหนักมากท้ังเหนือเข่ือนและทายเขื่อนจะใชเข่ือนกักเก็บน้ํา
ไวก อ นหรือถา จําเปนตอ งระบายก็จะระบายนํ้าใหนอยท่ีสุด เพ่ือไมใหนํ้าไหลลงไปสรางปญหาน้ําทวมดานทาย
เข่ือนได และเมื่อทายเข่ือนหมดปญหาน้ําทวมจึงจะคอยระบายนํ้าจากเข่ือนเพื่อเตรียมรองรับน้ําท่ีจะมาใหม
ตอไป
เตรยี มพนื้ ท่รี ับนํา้ ไดจ ัดระบบการปลูกขา วใหมโ ดยมขี อ ตกลงกบั เกษตรกรใหปลูกขาว
ไดปละ 2 คร้งั หลังการปลูกขา วนาปรังแลวกรมชลประทานจะสงน้ํา เพ่ือใหเกษตรกรปลูกขาวนาปตอเนื่อง
ทันทีในพ้ืนท่ีลุมเจา พระยาตอนบน เกษตรกรเก็บเกี่ยวขาวนาปรังแลวเร่ิมปลูกขาวนาปในเดือนเมษายนจะเก็บ
เกย่ี วแลวเสร็จทง้ั หมดภายในเดอื นกรกฎาคม สวนในพื้นที่ลุมเจา พระยาตอนลางเกษตรกรเก็บเกี่ยวขาวนาปรัง
แลวเริ่มปลกู ขา วนาปในเดอื นพฤษภาคม จะเก็บเก่ียวแลวเสร็จทั้งหมดภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นหาก
ปใ ดมปี รมิ าณน้ํามากจะขอใชพ้ืนที่การเกษตรท่ีเก็บเก่ียวแลวเปนท่รี องรับน้ําหลากเพ่ือลดยอดนาํ้ สูงสดุ
เตรียมความพรอมเคร่ืองจักรเครื่องมือวัสดุและอุปกรณ ท้ังในสวนกลางและสวน
ทองถ่ิน ประกอบดวย เคร่ืองสูบนํ้า เคร่ืองผลักดันน้ํา รถขุด เรือขุด รถแทรคเตอร รถบรรทุก กระสอบ
ทราย เปน ตน
เฝาระวังพื้นท่ีเสี่ยงภัยชุมชนเมือง เพ่ือการแจงเตือนหนวยงานท่ีเก่ียวของทราบ
เตรยี มการปองกนั และใหก ารชวยเหลือดวยระบบโทรมาตรเพ่ือการพยากรณน้ําและเตือนภัยนํ้าทวม หรือการ
คาดการณโ ดยอาศัยความสัมพันธของระดบั นา้ํ
จัดตั้งศูนยประมวลและวิเคราะหสถานการณน้ํา ท้ังในสวนกลางและพื้นที่ พรอมท้ัง
เปด ใหบ ริการโทรศัพทสายดวน 1460 เพอื่ รับแจง ขอ มลู ขาวสาร
คณะอนกุ รรมการตดิ ตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา ซ่ึงมีกรมชลประทาน
กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา ( สสน ) กรมอุทกศาสตรกองทัพเรือ การไฟฟาฝายผลิต
กรมทรัพยากรนํ้า กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง และ
สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ( กปร. ) รวมเปน

34
คณะอนุกรรมการ มีหนาที่ประสานแลกเปลี่ยนและเช่ือมโยงขอมูลเพ่ือติดตามสภาพภูมิอากาศ นํ้าฝน น้ําทา
และวิเคราะหแ นวโนม สภาพนํา้ เพื่อใชเปนขอมูลในการบริหารจัดการน้ํา โดยมีการประชุมติดตามและวิเคราะห
แนวโนม สถานการณน ํา้ และวางแผนบริหารจัดการน้ําทุกสปั ดาห

บริหารขอมูลนํ้าฝน น้ําในอางเก็บน้ํา น้ําทาและน้ําทวม เพื่อแลกเปล่ียนขอมูล
พนื้ ฐานของหนว ยงานตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ใหทราบสถานการณที่รวดเร็วทันตอเหตุการณผานทาง
Internet ใน Webpage ของกรมชลประทาน : www.rid.go.th, และ Webpage ของศูนยประมวลและ
วิเคราะหสถานการณน้ํา กรมชลประทาน : http://water.rid.go.th/wmsc หรือสามารถประสานขอทราบ
ขอมูลทาง E-mail ของศูนยประมวลและวิเคราะหสถานการณนํ้า : [email protected] และโทรสาร
02-243-6956

เตรยี มพรอมในการเพ่ิมประสิทธ์ิภาพในการระบายน้ําในแมนํ้าเจาพระยาโดยอาศัย
คลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ชวยเรงระบายนํ้าในแมน้ําเจาพระยายนระยะทางของน้ําในแมน้ํา
เจาพระยา จาก 18 กิโลเมตร เหลือ 600 เมตร เปนการเพ่ิมการระบายนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาใหระบายลง
ทะเลไดเร็วข้ึนประมาณรอยละ 10 - 15 ของอัตราการไหลเมื่อไมมีโครงการคลองลัดโพธิ์ และสามารถลดระดับ
น้ําในแมน้ําเจาพระยาที่สะพานพระพุทธยอดฟาไดประมาณ 10 – 12 เซนติเมตร ที่ต้ังปตร.คลองลัดโพธิ์
แสดงไวใ นรปู ที่ 3-1

รปู ท่ี 3-1 แสดงท่ตี ง้ั โครงการคลองลดั โพธิ์
เตรียมพรอมโครงการระบายน้ําสนามบินสุวรรณภูมิ ชวงต้ังแตคลองสําโรงถึง
ชายทะเลพรอมถนนคมนาคมท้ังสองดานของคลอง สามารถระบายนํ้าไดสูงสุด 100 ลูกบาศกเมตร/วินาที
แนวคลองระบายนํา้ สนามบินสวุ รรณภูมแิ สดงไวใ นรูปท่ี 3-2

35

รปู ที่ 3-2 แนวคลองระบายน้ําสนามบนิ สุวรรณภูมิ
โครงการแกมลงิ ตามแนวพระราชดําริ

ฝงตะวันออก ใชคลองชายทะเลท่ีต้งั อยูริมทะเละและคูคลองตาง ๆ ที่มีอยูแลว
ตามธรรมชาติดานจังหวัดสมุทรปราการทําหนาที่เปนบอพักนํ้าหรือบอรับนํ้าเปนแหลงเก็บนํ้าและระบายน้ํา
โดยใชป ระตูระบายน้ําเปน เครอ่ื งมือในการควบคมุ รวมทงั้ สรา งสถานีสบู นํ้าเพ่ิมที่คลองชายทะเลเพื่อระบายนํ้า
ออกสูทะเลไดเ รว็ ย่งิ ขึ้น

ฝงตะวันตก คือ โครงการแกมลิง“คลองมหาชัย-สนามชัย” เปนโครงการ
แกมลิงท่ีสําคัญฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา ทําหนาที่รับน้ําในพื้นท่ีฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา
เพื่อระบายออกทะเลดานจังหวัดสมุทรสาคร โดยอาศัยคลองมหาชัย – สนามชัย พรอมทั้งปดก้ันคลองตาง ๆ
คือ ประตูระบายนํ้าคลองสหกรณสาย 3 ประตูระบายน้ําคลองเจก ประตูระบายน้ําคลองโคกขาม ประตู
ระบายนํ้าคลองแสมดํา และประตูระบายนํ้าคลองแสมดําใต ไดกอสรางสถานีสูบน้ําและประตูระบายนํ้าตาม
คลองที่ตอเชื่อม รวม 31 แหง ใชควบคุมระดับนํ้าในคลองสนามชัยเปนแกมลิงกักเก็บน้ําไดประมาณ 6.30
ลานลูกบาศกเมตร สามารถใชบริหารจัดการน้ําเพ่ือแกไขปญหานํ้าทวมไดอยางมีประสิทธิภาพ แผนท่ี
โครงการแกมลิงคลองมหาชัย – สนามชัย แสดงไวในรปู ท่ี 3-3

36

รูปท่ี 3-3 แผนทรี่ ะบบโครงการแกม ลงิ คลองมหาชยั – สนามชยั
( 2 ) แผนงานทใ่ี ชสง่ิ กอ สรา ง
- ขุดลอกและกําจัดวัชพืช ในคลองชลประทานและในอางเก็บน้ําตาง ๆ ทั่วประเทศ

ตามแผนงาน เพือ่ เพิ่มประสิทธภิ าพการรบั นํ้าและการระบายนํา้
- บํารุงรักษาซอมแซมอาคารชลประทานตาง ๆ เชน คันก้ันนํ้า ประตูระบายนํ้า

ประตนู าํ้ และสถานีสบู นํ้า ใหมคี วามพรอ มใชง านตลอดเวลา
- บํารุงรักษาซอมแซมเครื่องจักร เคร่ืองมือ วัสดุ และอุปกรณ ในสวนกลางและ

สว นภูมภิ าค
2 ) แผนงานระหวา งน้ํามาหรอื ขณะเกิดภัย
เปนแผนงานที่กําหนดขึ้นเพิ่มเติมจากแผนงานกอนนํ้ามา ท้ังมาตรการท่ีใชส่ิงกอสรางและ

ไมใชสิ่งกอสราง ตามความเหมาะสมในแตละพ้ืนที่ โดยมาตรการไมใชส่ิงกอสรางประกอบดวยการสงน้ําเขา
ระบบชลประทานในพื้นท่ีการเกษตร โดยใชประโยชนจากระบบชลประทานเพื่อตัดดยอดนํ้าสูงสุด การปรับ
แผนการระบายน้ําจากอา งเกบ็ น้ํา เพ่อื ลดผลกระทบนํ้าทว มดา นทา ย

สําหรับมาตรการใชส่ิงกอสรางประกอบดวยการเสริมประสิทธิภาพของอาคารชลประทาน
ในบริเวณตาง ๆ ที่พบวายังไมมีศักยภาพเพียงพอกับขนาดของปริมาณนํ้าหลากที่คาดวาจะเกิดข้ึน งานเสริม
คันก้นั นํ้า/คันคลองสง น้าํ หรอื คลองระบายน้ํา งานปดทอ ลอดทํานบช่วั คราว การสนบั สนนุ เคร่ืองจักรเคร่ืองมือ
เขา ชวยเหลือ การเรงซอ มแซมอาคารท่ชี ํารุดใหใชงานไดชัว่ คราวและงานอ่นื ๆ

37
3 ) แผนงานหลงั อทุ กภยั หรือชวยเหลอื หลงั นา้ํ ทว ม
- เรงสํารวจความเสียหายของระบบชลประทาน เพื่อซอมแซมใหสามารถใชงานไดตามปกติ
โดยเร็ว
- เรงสาํ รวจพืน้ ท่ีการเกษตรในเขตชลประทานท่ีไดรับผลกระทบนํ้าทวม ภายหลังจากสภาพ
นาํ้ ทว มลดระดบั ลง
- ประเมินศักยภาพของปริมาณน้ําตนทุนเพ่ือชวยเหลือในชวงฤดูแลง รวมท้ังการสนับสนุน
เครือ่ งสูบนํา้ เคลอ่ื นที่
3.2 สภาพภูมอิ ากาศ
1 ) สภาพอากาศ
ในชวงตนฤดูฝนประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากหยอมความกดอากาศต่ําบริเวณอาวมะตะบัน
ประเทศพมา ท่ีเคลือ่ นตวั เขาปกคลุมประเทศไทยบรเิ วณภาคเหนอื ตอนบน ตอจากน้ันมีรองความกดอากาศตํ่า
พาดผา นภาคเหนอื ตอเนอ่ื งตลอดฤดูฝน โดยมีชวงท่ีรองความกดอากาศต่ํามีกําลังแรงและทําใหเกิดฝนตกหนัก
รวม 3 ชวง ระหวางวันท่ี 10 – 12 และ 15 - 19 สิงหาคม และ 8 – 12 กันยายน 2554 นอกจากนี้
ในลุมนํ้าเจาพระยาใหญยังไดรับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตรอนพัดเขามามีอิทธิพล ทําใหมีฝนตกหนักตอเน่ือง
ในลุมนํ้าเจาพระยารวม 5 ลูก ไดแก พายุโซนรอน“ไหหมา”( 24 – 26 มิถุนายน 2554 ) พายุโซนรอน
“นกเตน” ( 30 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2554) พายุโซนรอน “ไหถาง” ( 27 – 28 กันยายน 2554 ) พายุ
ไตฝุน “เนสาด” ( 30 กันยายน 2554 – 1 ตุลาคม 2554 ) และพายุโซนรอน “นาลแก” ( 5 – 6 ตุลาคม
2554 ) ท้ังน้ีแนวรองความกดอากาศตํ่ากําลังแรงที่พาดผานภาคเหนือและแนวทางเคล่ือนตัวของพายุหมุน
เขตรอนท่มี อี ิทธพิ ลทําใหเกดิ ฝนตกหนกั ใน ป 2554 แสดงในรปู ที่ 3-4

เสนทางพายุโซนรอน“ไหหมา”( 24–26 มิ.ย. 54 ) เสน ทางพายโุ ซนรอ น“นกเตน”( 30 ก.ค. – 3 ส.ค. 54 )
รปู ท่ี 3-4 แสดงเสนทางเคล่ือนตัวของพายุในชว งฤดฝู น ป 2554

38

รอ งความกดอากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานภาคเหนอื เสน ทางพายโุ ซนรอ น “ไหถาง”(27 – 28 ก.ย. 54)
ชว งวันท่ี 10–12 และ 15–19 ส.ค. และ 8–12 ก.ย. 54

เสน ทางพายุไตฝ นุ “เนสาด”(30 ก.ย – 1 ต.ค. 54 ) เสนทางพายุโซนรอ น“นาลแก”( 5–6 ต.ค. 54 )
รูปท่ี 3-4 ( ตอ )

2 ) ปริมาณน้ําฝน
ป 2554 ประเทศไทยมฝี นตกตอ เนื่องตั้งแตเดอื นมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศตํ่าท่ีพาดผาน และพายุโซนรอน จํานวน 5 ลูก ปริมาณฝน
สะสมตั้งแตวันที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2554 ภาคเหนือมีฝนสะสมรวม 1,674 มิลลิเมตร สูงกวา
คา เฉลย่ี ระยะยาว 30 ป ณ เวลาเดยี วกนั 42 % และสงู กวาฝนสะสมทั้งปส ูงสุดนับตั้งแตกรมอุตุนิยมวิทยา
ไดเริ่มเก็บขอมูลสถิติฝน ( ฝนสะสมทั้งปสูงสุดเคยเกิดในป 2496 มีฝนรวม 1,600 มิลลิเมตร ) ภาคกลาง
มฝี นสะสม 1,508.6 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ยระยะยาว 30 ป 26 % ในเดือนพฤษภาคม มีฝนสะสม 223
มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 39 % เดือนมิถุนายนมีฝนสะสม 166 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 20 %
เดือนกรกฎาคมมีฝนสะสม 215 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ย 41 % เดือนสิงหาคมมีฝนสะสม 212 มิลลิเมตร
สูงกวาคาเฉล่ีย 15 % เดือนกันยายนมีฝนสะสม 257 มิลลิเมตร ตํ่ากวาคาเฉล่ีย 2 % และเดือนตุลาคมมีฝน
สะสม 177 มลิ ลิเมตร ต่ํากวาคา เฉลยี่ 2 %

39

3.3 สถานการณน าํ้ ทา และนา้ํ ในอา งเก็บน้ําชวงตนฤดูฝน
การบริหารจัดการน้ําจะแยกเปนฤดูแลงเริ่มตั้งแต 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน และฤดูฝน

เริ่มตงั้ แต 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม ใน ป 2554 กรมชลประทานไดดําเนินโครงการจัดระบบปลูกขาวใหม
ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ คือ หลังจากสิ้นฤดูแลงไดจัดสรรนํ้าเพื่อการปลูกขาวนาป
ตอเนื่องทันที กําหนดเปาหมายการปลูกพืชฤดูฝนในเขตชลประทาน พ้ืนท่ีลุมน้ําเจาพระยาทายอางเก็บน้ํา
ภูมพิ ลและอางเกบ็ นา้ํ สริ กิ ติ ปิ์ ระมาณ 11.539 ลา นไร ประกอบดวยขาวนาปประมาณ 8.32 ลานไร พืชไร-
พืชผักประมาณ 0.095 ลานไร ออยประมาณ 0.291 ลานไร ไมผล-ไมยืนตนประมาณ 0.365 ลานไร
บอปลา–บอกุงประมาณ 0.358 ลานไร และอ่ืน ๆ ประมาณ 0.106 ลานไร โดยวางแผนจัดสรรนํ้า
เพื่อกิจกรรมตาง ๆ ประมาณ 10,577 ลานลูกบาศกเมตร ท้ังนี้เม่ือเร่ิมตนฤดูฝนวันที่ 1 พฤษภาคม 2554
ปริมาณนํ้าในลํานํ้าสายหลักอยูในเกณฑปกติ สวนปริมาณน้ําในเข่ือนหลัก 4 แหง ไดแก เข่ือนภูมิพล
เขอื่ นสริ กิ ติ ์ิ เขอื่ นแควนอ ยบาํ รงุ แดน และเขือ่ นปาสักชลสิทธิ์ ไดถกู พรองนํ้าจากการจัดสรรน้ําในชวงฤดูแลง
ท่ีผานมา โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณนํ้า 6,070 ลาน ลบ.ม. ( 45 % ของความจุเก็บกัก ซ่ึงตํ่ากวาเกณฑ
ควบคุมน้ําตํ่าสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 2,270 ลาน ลบ.ม. เข่ือนสิริกิติ์มีปริมาณน้ํา 4,768 ลาน ลบ.ม.
( 50 % ของความจุเก็บกักซึ่งต่ํากวาเกณฑท่ีควบคุมนํ้าต่ําสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 1,918 ลาน ลบ.ม.
เขอื่ นแควนอยบํารุงแดน มีปริมาณนํา้ 295 ลาน ลบ.ม. ( 27 % ของความจุเก็บกักซ่ึงตํ่ากวาเกณฑท่ีควบคุม
น้ําตํ่าสุด ) คิดเปนน้ําใชการได 252 ลาน ลบ.ม. และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์มีปริมาณนํ้า 298 ลาน ลบ.ม.
( 31 % ของความจุเก็บกกั ซึ่งตาํ่ กวาเกณฑท่คี วบคุมนาํ้ ตาํ่ สดุ ) คิดเปน นํ้าใชก ารได 295 ลาน ลบ.ม.

การวางแผนใชน้ําในชวงฤดูฝนของลุมนํ้าเจาพระยาจะสํารองน้ําจากเข่ือนหลักท้ัง 4 แหง
ไวใชใ นชวงทเี่ กดิ ภาวะฝนทง้ิ ชวงระหวางกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งในปปกติจะสํารองน้ํา
เพื่อการอปุ โภค บริโภค และการรักษาระบบนิเวศน ประมาณ 400 - 500 ลาน ลบ.ม. โดยพิจารณาประมาณ
การสํารองน้ําจากเข่ือนแควนอยและเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิ ซึ่งวันที่ 1 พฤษภาคม เขื่อนท้ังสองแหงมีน้ําใชการ
รวมกัน 547 ลา น ลบ.ม. สวนการจดั สรรนํา้ เพอ่ื การเกษตรในฤดูฝนเปนภารกิจที่กรมชลประทานจะจัดสรรน้ํา
ใหโดยไมใหขาวเสียหายจากการขาดแคลนน้ํา จึงจําเปนตองสํารองนํ้าไวเพื่อการน้ีประมาณ 2,500 – 3,000
ลาน ลบ.ม. โดยพิจารณาสํารองน้ําจากเข่ือนใหญคือเข่ือนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ิ ซ่ึงวันที่ 1 พฤษภาคม
เขอ่ื นทั้งสองแหงมีนํ้าใชการไดรวมกัน 4,188 ลาน ลบ.ม. รวมเขื่อนท้ัง 4 แหง มีนํ้าใชการรวมกัน 4,735
ลาน ลบ.ม. ขณะทจ่ี ะตองสํารองนา้ํ ไวใชใ นระยะฝนท้ิงชวงประมาณ 3,500 ลาน ลบ.ม. มากกวาปริมาณน้ํา
ทีค่ วรตอ งสาํ รอง 1,235 ลาน ลบ.ม.
3.4 การบรหิ ารจัดการน้ําทว ม ป 2554

เดือนพฤษภาคม
สถานการณนํ้าฝน บริเวณประเทศไทยตอนบนหลายพื้นท่ีมีฝนตกชุกเปนระยะ ๆ
จากอทิ ธพิ ลของมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตท่เี รม่ิ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยตั้งแตตนเดือน
ทําใหมีฝนตกตอ เน่อื งและเริม่ เขาสูฤดฝู นของประเทศไทยต้งั แตวันท่ี 6 พฤษภาคม ในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย
245.0 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 71.6 มิลลิเมตร ( 41 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉลี่ย 222.6 มิลลิเมตร
สงู กวาคาปกติ 62.7 มิลลิเมตร ( 39 % )
สถานการณนํ้าทา ฝนท่ีตกในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ตั้งแตเดือนมีนาคมเปนตนมา
ทําใหความช้ืนในดินในลุมน้ําปง วัง ยม นาน มีมากกวาปกติ เม่ือมีฝนตกหนักในพื้นท่ีภาคเหนือระหวาง
วันท่ี 9–18 พฤษภาคม ทําใหเกิดปญหาน้ําเออลนตล่ิงในลุมน้ําปง วัง และยม หลายแหง และมีฝนตก

40

เพ่ิมขึ้นอีกในวันท่ี 28–29 พฤษภาคม 2554 สงผลใหนํ้าจากจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ไหลหลากเขาทวม
พน้ื ท่ใี นอําเภอ ตะพานหิน อาํ เภอบางมูลนาก และอําเภอโพธปิ์ ระทบั ชา ง จังหวัดพิจิตร น้ําเออทวมขังพื้นที่
ลุมต่ําในชว งเวลาส้นั ๆ 1-2 วัน ในภาพรวมปริมาณน้ําในลํานํ้าตาง ๆ ยังมีปริมาณนอยระดับน้ําต่ํากวาตลิ่ง
มาก

สถานการณนํา้ ในอา งเก็บนา้ํ อา งเกบ็ นํ้าเขือ่ นภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ เข่ือนแควนอยบํารุงแดน
และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ เมื่อสิ้นเดือนเมษายน 2554 มีปริมาณน้ําคิดเปนรอยละ 45, 50, 33 และ 31
ของความจุทั้งหมด ซึ่งใกลเคียงกับเกณฑควบคุมนํ้าตัวลาง ( Lower Rule Curve การบริหารจัดการน้ําใน
เขอ่ื นจึงพจิ ารณาระบายนาํ้ จากเขอื่ นตามความความจําเปนบริเวณทายเข่ือนเทานั้นเพื่อเก็บน้ําไวใชในระยะฝน
ทิง้ ชว ง

เดอื นมิถนุ ายน
สถานการณน า้ํ ฝน ปรากฏการณล านญี าเร่มิ เขาสูภาวะปกติ แตมอี ทิ ธิพลของมรสุมตะวันตก
เฉียงใตท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอาวไทยตลอดเดือนโดยมีกําลังแรงเปนระยะ ๆ
ประกอบกับมีรองมรสุมพาดผานบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
ในบางชวงมีหยอ มความกดอากาศตํ่าปกคลมุ บรเิ วณอา วตังเก๋ียและประเทศเวียดนามตอนบนเปนบางวัน ทําให
มีฝนตกชุกเกือบตลอดเดือน ในชวงกลางเดือน คาดวาเกิดภาวะฝนท้ิงชวง แตในความเปนจริงยังคงมีฝนตก
ตอเน่ือง นอกจากนี้ในชวงปลายเดือนยังไดรับอิทธิพลจากพายุโซนรอน “ไหหมา” (HAIMA) ในทะเลจีนใต
ตอนบนท่ีเคล่ือนขึ้นฝงบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน เม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน แลวออนกําลังลงเปนพายุ
ดีเปรสชันเคล่ือนผานประเทศลาว จากนั้นไดออนกําลังลงเปนหยอมความกดอากาศต่ํากําลังแรงและเคลื่อน
เขาปกคลุมบริเวณจังหวัดนานแลวสลายตัวไป มีผลใหในชวงวันท่ี 25–26 มิถุนายน ภาคเหนือมีฝนตกหนัก
ถึงหนักมากตอเน่ืองกันเปนบริเวณกวางและบางพ้ืนที่มีปริมาณฝนมากที่สุดใน 24 ช่ัวโมง สูงกวาสถิติเดิมที่
เคยตรวจวัดไดของเดือนเดียวกัน ปริมาณฝนรวมตลอดเดือนในภาคเหนือตอนบนสูงกวาคาปกติ และเกิดน้ํา
ทว มฉับพลัน นํา้ ปาไหลหลาก และดินถลมในหลายพ้ืนที่ ทําใหเกิดน้ําทวมเปนบริเวณกวางในพ้ืนท่ีภาคเหนือ
หลายแหงในลุมน้ําวัง ยม และนาน ในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย 216.3 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 64.8
มิลลิเมตร ( 43 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 165.8 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 27.3 มิลลิเมตร
( 20 % )

ปรมิ าณฝนใน 24 ช่ัวโมงท่ที ำลายสถิติเดิมของเดือนมิถุนายน

สถติ ิใหม 2554 สถติ เิ ดิม ปท เี่ รม่ิ

สถานอี ุตนุ ยิ มวทยา ปริมาณฝน (มม.) วนั ที่ ปรมิ าณฝน (มม.) วันท่ี / ป มขี อ มลู

พะเยา 93.6 25 82.0 27/2526 2524
แมสอด (จังหวดั ตาก) 110.1 25 98.5
สกษ.ทงุ ชา ง (จังหวัดนา น) 153.4 25 82.3 22/2547 2494
ทาเรือคลองเตย
10/2545 2539
ทีม่ า : กรมอุตนุ ิยมวิทยา

สถานการณน้ําในอางเก็บนํ้า วันท่ี 1 มิถุนายน เข่ือนภูมิพล สิริกิติ์ แควนอยบํารุงแดน
และปา สกั ชลสทิ ธิ์ มีปรมิ าณน้ําเก็บกัก 6,947 (52%), 5,049 (53%), 350 (37%) และ 381 (40%) ลาน

41

ลบ.ม.ตามลําดับ ซ่ึงอยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ Lower Rule Curve
ปริมาณฝนในภาคเหนือและภาคกลางในเดือนมิถุนายนนอยกวาเดือนพฤษภาคม มีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
ภูมิพล 908 ลาน ลบ.ม. นอยกวาเดือนพฤษภาคม แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนสิริกิต์ิ เข่ือนแควนอยบํารุง
แดนและเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ซึ่งเปนฝงมีฝนตกจํานวนมากจากอิทธิพลของพายุไหหมามีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
มากกวาเดือนพฤษภาคมมากโดยมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน 1,054, 225 และ 387 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ
การระบายน้ําจากเข่อื นทงั้ 4 แหง พิจารณาจากการคาดหมายในเร่ืองปรากฏการณลานีญาไดเริ่มเขาสูภาวะ
ปกติและปรมิ าณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือนลวงหนา ภาคเหนือ และภาคกลางปริมาณฝนมีคา
ใกลเคียงกับคาปกติ ในสวนของเขื่อนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ ซ่ึงยังมีพื้นที่รับนํ้าไดอีกมาก ระบายนํ้าเฉพาะตาม
ความตองการใชน า้ํ ของภาคสวนตาง ๆ

สถานการณน ํ้าทา ถงึ แมวาจะมีฝนตกชุกในพื้นที่ภาคเหนอื แตปรมิ าณน้ําทาในลํานํ้าสายหลัก
ในพื้นที่ภาคเหนือยังอยูในเกณฑปกติ จนกระทั่งในชวงวันที 25 – 26 มิถุนายน ไดรับอิทธิพลจากพายุ
โซนรอน “ไหหมา” ทําใหพื้นท่ีภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา นาน และตาก
ประสบกับอุทกภัย โดยมีพื้นท่ีนํ้าทวมในลุมน้ํายมและลุมน้ํานานตอนบน ซึ่งไมมีเข่ือนขนาดใหญควบคุมนํ้า
กรมชลประทานสามารถดําเนินการแจงเตือนภัยชุมชนเมือง ใหเตรียมพรอมรับสถานการณนํ้าและสามารถขน
ยา ยสิ่งของข้นึ ท่สี ูงไดท ันเวลาลดความเสยี หายทเ่ี กิดข้นึ ไดม าก

เดือนกรกฎาคม
สถานการณนํ้าฝน ประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใตกําลังคอนขางแรง
พัดปกคลุมเกือบตลอดเดือน และรองมรสุมพาดผานบริเวณตอนบนของประเทศไทยเปนระยะ ๆ ในชวง
ครึ่งหลังของเดือน นอกจากนี้พายุโซนรอน “นกเตน” (NOCK-TEN) ในทะเลจีนใตตอนกลางไดเคลื่อนตัว
ขนึ้ ฝงบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 กรกฎาคม และเคล่ือนตัวผานประเทศลาวพรอมกับออน
กําลังเปนพายุดีเปรสชันในวันที่ 31 กรกฎาคม กอนเคลื่อนเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนานในวัน
เดียวกัน จากนั้น ไดออนกําลังลงเปนหยอมความกดอากาศตํ่าและปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณ
จังหวัดเชียงใหม และแมฮองสอนในเวลาตอมา ทําใหชวงปลายเดือนกรกฎาคมตั้งแตวันท่ี 30 กรกฎาคมถึง
ตนเดือนสิงหาคม บริเวณภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบน ประสบกับภาวะฝนตกหนักถึงหนัก
มากตอ เนอื่ งกนั เปนบริเวณกวาง สถานการณน้ําทว มในลมุ น้ํายมตอนลางจากชวงตนเดือนกรกฎาคมยังไมเขาสู
ภาวะปกติ เมือ่ เกดิ ฝนตกหนักเพม่ิ ข้นึ ทาํ ใหในในลุมน้าํ ปง วงั ยม และนาน เกิดอุทกภัยเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ
มีฝนตกเฉล่ีย 257 มิลลิเมตร สูงกวาคาปกติ 77.1 มิลลิเมตร ( 43 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 215
มิลลิเมตร สูงกวา คา ปกติ 62.4 มลิ ลิเมตร ( 41 % )
สถานการณน ้าํ ในอางเก็บน้ํา วันท่ี 1 กรกฎาคม เขอื่ นภูมพิ ล เข่ือนสริ กิ ติ ิ์ เข่ือนแควนอย
บาํ รุงแดน และเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ําเก็บกัก 7,747 ( 58 % ), 6,079 ( 64 % ), 400 ( 43 % )
และ 458 ( 58 % ) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ อยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ
Lower Rule Curve การระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 4 แหง พิจารณาจากการคาดหมายในเรื่องปรากฏการณ
ลานีญา ไดเริ่มเขาสูภาวะปกติและปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือนลวงหนาภาคเหนือ
มีปริมาณฝนสูงกวาคาปกติเล็กนอย และภาคกลางปริมาณฝนมีคาใกลเคียงกับคาปกติการระบายนํ้าของเขื่อน
ภูมิพลซึ่งยังมีพ้ืนท่ีรับนํ้าไดอีกมาก จึงระบายน้ําเฉพาะตามความตองการใชน้ําของภาคสวนตาง ๆ จํานวน
174 ลาน ลบ.ม. เขอ่ื นสริ กิ ิติ์ ณ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม มพี นื้ ที่รบั นํ้าไดอีก 3,431 ลาน ลบ.ม. จึงระบายน้ํา
เฉพาะตามความตองการใชนํ้าของภาคสวนตาง ๆ แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากตอเนื่องจึงไดพิจารณาเพ่ิม
การระบายนํ้าตามความเหมาะสมโดยไมใหเ กิดผลกระทบกบั พน้ื ทท่ี า ยเข่ือนตง้ั แตวันท่ี 10 กรกฎาคม

42

สถานการณนํ้าทา ปริมาณฝนลดลงหลังจากหมดอิทธิพลของพายุโซนรอน“ไหหมา”
ปริมาณน้ําในแมน้าํ ปง วัง ยม และนาน เขาสูภาวะปกติในสัปดาหแรกของเดือน ในชวงกลางเดือนมีฝนตก
หนักกระจายในลุมนํ้ายมและลุมนํ้านานตอนบน ทําใหน้ําในแมนํ้ายมและแมนํ้านานเพิ่มข้ึนแตไมลนตล่ิง
ปริมาณนํ้าท่ีไหลเขาทวมพื้นที่การเกษตรลดระดับลงชา ๆ โดยเรงระบายน้ําเหลาน้ีลงแมนํ้านานโดยใชคลอง
ระบาย DR.15.8 และ DR 2.8 สาํ หรบั การเตรียมรบั สถานการณฝ นท่จี ะตกหนัก ไดเ รงระบายนํ้าจากลํานํ้า
ตอนบนของแมนํ้านาน แมนํ้าปง แมนํ้าเจาพระยา และลดระดับน้ําหนาเข่ือนเจาพระยาลงไปใหมากท่ีสุด
รวมทั้งพรองนํ้าในระบบชลประทานของทุงเจาพระยา ไดลดระดับน้ําหนาเขื่อนเจาพระยาจาก 16.00 ม.
รทก. ลงเหลือ 14.80 ม.รทก. ในชว งปลายเดือนกรกฎาคม

ตอ มาไดร บั อิทธพิ ลจากพายุโซนรอน“นกเตน” มฝี นตกหนกั มากในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมนํ้ายม
และลุมนํ้านาน ต้ังแตวันท่ี 30 กรกฎาคม แตปริมาณนํ้าทาที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมยังอยูในเกณฑปกติ
ท้ังนี้ในลุมน้ํานานบริเวณทายเขื่อนสิริกิต์ิและพ้ืนที่ภาคกลางตอนบน มีฝนตกกระจายตอเน่ืองต้ังแตชวง
กลางเดอื นกรกฎาคม ทําใหแมนํ้านานตอนลางและแมนํ้าเจาพระยาท่ีสถานี C.2 มีปริมาณนํ้าเพ่ิมข้ึนแตยังมี
ปรมิ าณไมมากนัก

เดอื นสงิ หาคม
สถานการณนํ้าฝน จากอทิ ธพิ ลของพายโุ ซนรอน “นกเตน” เคลือ่ นตัวขึ้นฝงบริเวณประเทศ
เวียดนามตอนบนในวันท่ี 30 กรกฎาคม จากน้ันเคลื่อนตัวผานประเทศลาวพรอมกับออนกําลังเปนพายุ
ดีเปรสชนั เคลื่อนเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนาน ในวันที่ 31 กรกฎาคม แลวออนกําลังลงเปนหยอม
ความกดอากาศต่ําปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทย ทําใหในชวงปลายเดือนกรกฎาคมตอเนื่องถึงตนเดือน
สิงหาคม มีสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากตอเนื่องกันเปนบริเวณกวางในพื้นท่ีภาคเหนือ และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เกิดสภาวะน้ําทวมฉับพลันและนํ้าทวมขังบริเวณจังหวัดแมฮองสอน ลําปาง
อุตรดิตถ แพร สุโขทัย พษิ ณุโลก และพจิ ิตร นอกจากน้ีรองมรสุมพาดผานประเทศไทยตอนบนเกือบตลอด
เดือนโดยเฉพาะในชวงวันที่ 10–12 และ 15–19 สิงหาคม รองมรสุมกําลังคอนขางแรงพาดผานประเทศ
ไทยตอนบน ทําใหบริเวณบริเวณภาคเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากเปนระยะ ๆ เกิดนํ้าทวมตอเนื่องใน
ภาคเหนือมีฝนตกเฉลย่ี 274.9 มิลลเิ มตร สูงกวาคาปกติ 49.2 มิลลิเมตร ( 22 % ) และภาคกลางมีฝนตก
เฉลี่ย 211.8 มิลลเิ มตร สูงกวาคาปกติ 27.9 มลิ ลิเมตร ( 15 % )
สถานการณน้ําทา จากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากตอเนื่องกันเปนบริเวณกวาง
ในภาคเหนือ จากอทิ ธิพลของพายุโซนรอน “นกเตน” เกดิ สภาวะนา้ํ ทวมในลุม น้าํ ตาง ๆ
ลมุ นํ้าปง มีฝนตกหนักกระจายในจงั หวดั เชียงใหมและลําพนู ตง้ั แต 31 กรกฎาคม และตกตอเนื่อง
หลายวัน ทําใหเกิดนํ้าทวมในจังหวัดเชียงใหม รวม 16 อําเภอ ในลํานํ้าปงปริมาณน้ําท่ีผานตัวเทศบาลนคร
เชียงใหมมมี ากแตไมล นตลิง่ สว นในจงั หวัดลําพนู นํา้ จากลาํ นา้ํ แมก วงลน ตลิง่ ในเขตตาํ บลบา นธิ อําเภอบานธิ
ทําใหเกิดน้ําทวมพื้นท่ีชุมชนและพ้ืนท่ีถนน แลวเขาสูสภาวะปกติใน 2 วัน น้ําสวนนี้ไหลลงเข่ือนภูมิพล
ท้งั หมด ( วนั ท่ี 1–10 สิงหาคม มีนํ้าไหลลงเข่ือนภูมิพลรวม 1,007 ลาน ลบ.ม. ) และถูกเก็บชะลอไวโดย
ระบายนํ้าในเกณฑไมมากนัก เพ่ือรอใหนํ้าในแมนํ้าวังบริเวณใกลจุดสบกับแมนํ้าปงลดลง แลวจึงระบายออก
จากเขอ่ื นภูมพิ ล โดยในวันท่ี 7 สิงหาคม น้ําในแมน้ําวังที่ไหลผานสถานีวัดน้ํา W.4A บานวังหมัน อําเภอ
สามเงา สูงสุด 1,086 ลบ.ม./วินาที ไดงดการระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพล รวม 2 วัน เพื่อใหยอดนํ้าสูงสุด
ในแมนํา้ วงั ไหลไปกอ น

43

ปริมาณนํ้าในลําน้ําปงตอนลางท่ีสถานี P.17 อําเภอบรรพตพิสัย มีปริมาณนํ้าเพ่ิมขึ้นและ
ลดลงตามสัดสวนของฝนที่ตกทายเขื่อน โดยมีปริมาณนํ้าไหลผานในวันท่ี 1 สิงหาคม อัตรา 250 ลบ.ม./
วินาที เพ่ิมเปน 1,047 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 22 สิงหาคม แลวลดตํ่าลงเหลือ 851 ลบ.ม./วินาที
ในวันที่ 31 สงิ หาคม

ลุมนํ้าวัง บริเวณจังหวัดลําปางฝนตกหนักตอเนื่องเกิดนํ้าปาไหลหลากและเกิดน้ําลนตลิ่ง
บริเวณอําเภอแจหม เปนพื้นท่ีเหนือเข่ือนกิ่วคอหมาและเข่ือนก่ิวลม กรมชลประทานใชเข่ือนท้ังสองแหง
เกบ็ น้ําสว นนี้ไวแลว คอยทยอยระบาย โดยไมใหเกิดปญหานํ้าทวมกับเทศบาลนครลําปาง สําหรับบริเวณทาย
เขือ่ นกว่ิ ลมมนี ้าํ ทวมบริเวณอาํ เภอสบปราบ น้ําสว นนไี้ ดไ หลลงมาตอนลา งรวมกับนํ้าทา จากลุมนํ้ายอยตอนลาง
ของแมน้ําวัง ไหลลงไปเออลนตล่ิงแมนํ้าวังเหนือจุดสบกับแมน้ําปงที่อําเภอสามเงา และอําเภอบานตาก
จังหวดั ตาก ประมาณ 26,400 ไร


Click to View FlipBook Version