94
ประกาศกรมอตุ ุนิยมวิทยา ฉบับท่ี 4 ลงวนั ท่ี 31 มีนาคม 2560 ในชวงวันที่ 31 มีนาคม –
4 เมษายน ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
และภาคตะวันออกจะทาํ ใหม ีพายฤุ ดูรอนเกดิ ขน้ึ โดยมีพายฝุ นฟา คะนอง ฟาผาลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตก
ไดบ างพื้นที่ และอากาศจะคลายความรอนลงซ่ึงสภาวะอากาศดังกลาวจะเกิดขึ้นตามภาคตาง ๆ ในวันที่ 31
มีนาคม – 1 เมษายน พายุฤดูรอนจะเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย
บึงกาฬ นครราชสีมา บุรรี มั ย สุรนิ ทร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในชวงวันที่ 1 - 2 เมษายน มีพายุฤดู
รอ นเพ่ิมมากข้นึ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร
และปริมณฑล ขอใหประชาชนหลีกเล่ียงการอยูในที่โลงแจง ใตตนไมใหญและปายโฆษณา ที่ไมแข็งแรง
ในขณะที่เกิดพายุฝนฟาคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกไวดวย ทั้งนี้
เน่ืองจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต
ในชวงวันท่ี 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2560 ในขณะท่ีประเทศไทย มีอากาศรอน ลักษณะเชนนี้ทําให
ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูรอนเกิดขึ้น สวนลมตะวันออกท่ีพัดปกคลุมอาวไทยและภาคใตจะมีกําลังแรงขึ้น
ในชวงวนั ที่ 1 - 4 เมษายน 2560 จะทาํ ใหภ าคใตม ฝี นเพ่ิมมากขน้ึ และมีฝนตกหนักบางแหงในระยะน้ี
การบริหารจัดการนาํ้ ทา
กรมชลประทานดําเนินการจัดสรรน้ําไดตามแผนท่ีวางไวเนื่องจากอยูในชวงฤดูแลง รวมถึง
การสงน้ําตามแผนการปรับปฏิทินการปลูกขาวในพื้นท่ีลุมตํ่าลุมนํ้าเจาพระยาตอนบน 1 ทุง เริ่มสงนํ้าใหกับ
พน้ื ท่ีทงุ บางระกําตั้งแตว ันที่ 20 มีนาคม 2560 เพื่อใหเตรียมแปลงไดในวันท่ี 1 เมษายน 2560 โดยในวันที่
31 มีนาคม 2560 กรมชลประทานไดบริหารจัดการน้ําไหลผานจุดควบคุมหลัก ดังนี้
แมน้ําเจาพระยา สถานีวัดนํ้า C.2 ปริมาณน้ําไหลผาน 276 ลบ.ม./วินาที ระดับนํ้า
+18.03 ม. รทก. ตํา่ กวา ตลิง่ 8.17 เมตร
เขอ่ื นเจาพระยา สถานี C.13 ปริมาณนํ้าไหลผาน 70 ลบ.ม./วินาที ระดับนํ้าเหนือเขื่อน
+14.59 ม. รทก. ระดับนา้ํ ทา ยเข่อื น +5.65 ม. รทก.
95
รับนํ้าเขาระบบสงนาํ้ ทุงฝงตะวนั ออก ปริมาณน้ําเขาคลอง 78 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-
ปาสัก ( ปตร.มโนรมย ) 69 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา ( ปตร.มหาราช ) 9 ลบ.ม./วินาที
คลองเลก็ อืน่ ๆ ปด
แมนํ้าปาสัก เข่ือนพระรามหก 35 ลบ.ม./วินาที รับน้ําเขาคลองระพีพัฒน 45 ลบ.ม./
วินาที ผานคลองระพีพัฒนแยกตก ( ปตร.พระศรีศิลป ) 8 ลบ.ม./วินาที และผานคลองระพีพัฒนแยกใต
( ปตร.พระศรเี สาวภาค ) 17 ลบ.ม./วินาที
รับนา้ํ เขา ระบบสงน้ําทงุ ฝงตะวันตก 105 ลบ.ม./วินาที คลองมะขามเฒาอูทอง 9 ลบ.ม./
วินาที แมน้ําสุพรรณ ปตร.พลเทพ 45 ลบ.ม./วินาที แมนํ้านอย ปตร.บรมธาตุ 45 ลบ.ม./วินาที
คลองเลก็ อืน่ ๆ 6 ลบ.ม./วนิ าที
อําเภอบางไทรสถานี C.29A ปริมาณน้าํ ไหลผา นเฉล่ยี 87 ลบ.ม./วนิ าที
ปตร.คลองลัดโพธ์ิ ( ขอมูล ณ วันท่ี 31 มีนาคม 2560 ) ปริมาณน้ําระบาย 6.28 ลาน
ลบ.ม.ตอ วัน (อตั ราการไหลเฉลย่ี 290.89 ลบ.ม./วนิ าท)ี
96
การจัดสรรนํ้าเดือนเมษายน 2560 เปนไปตามแผนท่ีวางไว โดยมีปริมาณน้ําลดลงตามการ
ใชนา้ํ ของกิจกรรมตาง ๆ ปริมาณน้ําใน 4 เขื่อนหลักลุมนํ้าเจาพระยายังอยูในเกณฑควบคุม เนนการเก็บกัก
น้ําไวใชในฤดูแลง การระบายน้ําเปนไปตามแผนการสงน้ําฤดูแลง รวมถึงแผนการปรับปฏิทินการปลูกขาว
ในพื้นท่ีลุมต่ําลุมนํ้าเจาพระยา 13 ทุง หลังจากเร่ิมสงนํ้าใหกับพื้นที่ทุงบางระกําต้ังแตวันที่ 20 มีนาคม
2560 เพื่อใหเตรียมแปลงในวันที่ 1 เมษายน 2560 ตอมาไดทําการสงนํ้าใหกับพื้นท่ีลุมต่ําลุมน้ําเจาพระยา
ตอนลางอีก 12 ทุงตั้งแตวันที่ 20 เมษายน 2560 เพื่อใหสามารถเร่ิมเตรียมแปลงไดทัน ในวันท่ี 1
พฤษภาคม 2560
สภาพนํ้าทาลุมน้ําเจาพระยาและสาขาอยูในเกณฑนอย กรมชลประทานไดบริหารจัดการนํ้า
เปนไปตามแผนการจัดสรรน้ําท่ีวางไว โดยมีนํ้าไหลผานจุดควบคุมหลักตาง ๆ ในวันที่ 30 เมษายน 2560
ดงั นี้
แมนํ้าเจาพระยา สถานี C.2 ปริมาณนํ้าไหลผาน 312 ลบ.ม./วินาที ระดับนํ้า +18.24
ม. รทก. ตํา่ กวาตลิง่ 7.96 เมตร
เขื่อนเจาพระยา สถานี C.13 ปริมาณน้ําไหลผาน 70 ลบ.ม./วินาที ระดับนํ้าเหนือเขื่อน
+15.29 ม. รทก. ระดบั นํ้าทายเขอื่ น +5.65 ม. รทก.
รับน้ําเขาระบบสงนํ้าทุง ฝงตะวันออก 73 ลบ.ม./วนิ าที คลองชยั นาท-ปาสัก (ปตร.มโนรมย)
55 ลบ.ม./วินาที คลองชยั นาท-อยุธยา ( ปตร.มหาราช ) 17 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอ่นื ๆ ปด
97
แมนํ้าปาสัก เขื่อนพระรามหก 25 ลบ.ม./วินาที รับนํ้าเขาคลองระพีพัฒน 45 ลบ.ม./
วินาที ผานคลองระพีพัฒนแยกตก ( ปตร.พระศรีศิลป ) 6 ลบ.ม./วินาที และผานคลองระพีพัฒนแยกใต
( ปตร.พระศรเี สาวภาค ) 21 ลบ.ม./วินาที
รับน้ําเขา ระบบสงนํ้าทุงฝงตะวันตก ปริมาณนํ้าเขาคลอง 106 ลบ.ม./วินาที คลองมะขาม
เฒา-อูทอง ปด แมน้ําสุพรรณ ( ปตร.พลเทพ ) 50 ลบ.ม./วินาทีแมนํ้านอย ( ปตร.บรมธาตุ ) 55 ลบ.ม./
วนิ าที คลองเลก็ อ่ืน ๆ ปด
อําเภอบางไทรสถานี C.29A ปริมาณนํา้ ไหลผานเฉลี่ย 86 ลบ.ม./วนิ าที
เดือนพฤษภาคม 2560
การเฝาระวงั ติดตามสถานการณฝน
กรมอุตุนิยมวิทยา ไดออกประกาศเม่ือวันท่ี 16 พฤษภาคม 2560 เร่ืองการเร่ิมตนฤดูฝน
ของประเทศไทย 2560 สําหรับฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม สวน
ภาคใตโดยเฉพาะฝงตะวันออกจะยังคงมีฝนตกตอไปอีกถึงเดือนธันวาคม พายุหมุนเขตรอน (ดีเปรสช่ัน โซน
รอ นและไตฝ ุน ) สาํ หรับในชว งฤดูฝนปน้ี คาดวาจะมพี ายุหมนุ เขตรอนเคลื่อนเขาสูประเทศไทยจํานวน 2 ลูก
โดยมีโอกาสสูงท่ีจะเคลื่อนผานบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในชวงเดือนสิงหาคมหรือ
กนั ยายน
เดอื นพฤษภาคม บรเิ วณประเทศไทยยังคงมีอากาศรอนเกือบทั่วไปกับรอนจัดบางพื้นที่ในชวง
ตนเดือน โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบน หลังจากนั้นพ้ืนท่ีสวนใหญมีอุณหภูมิลดลงและมีฝนเพิ่มข้ึน
จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใตที่เร่ิมพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยต้ังแตกลางเดือน
98
และมีกําลังแรงในชวงปลายเดือน ทําใหเดือนน้ีบริเวณประเทศไทยมีฝนตกตอเนื่อง นอกจากนี้ประเทศไทยยัง
ไดรับอิทธิพลจากหยอมความกดอากาศตํ่าที่ปกคลุมบริเวณชายฝงประเทศเมียนมาร ซ่ึงไดเคลื่อนเขาปกคลุม
ดานตะวันตกของประเทศไทยกอนเคลื่อนเขาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนบนและประเทศลาว ในชวงวันท่ี 16 -18 พฤษภาคม ประกอบกับมีหยอมความกดอากาศต่ําปกคลุม
บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอาวตังเก๋ียในบางชวง ทําใหมีฝนตกหนาแนนกับมีฝนหนักถึงหนักมาก
หลายพื้นที่เปนระยะ ๆ กับมีรายงานน้ําทวมฉับพลันและน้ําปาไหลหลากหลายพื้นที่ โดยเดือนนี้บริเวณ
ประเทศไทยมีปรมิ าณฝนสงู กวาคาปกตใิ นทุกภาค และปริมาณฝนโดยเฉล่ยี ท้งั ประเทศสูงกวา คา ปกติ 50 %
จากการท่ีมีฝนตกหนักในเขตจังหวัดพิษณุโลก ต้ังแตวันท่ี 15 - 18 พฤษภาคม 2560
วัดปริมาณฝนที่ตกโดยรวมประมาณ 217 มม. สงผลทําใหเกิดน้ําไหลหลากเขาทวมพื้นท่ีเกษตรกรรมและ
พ้ืนท่ีบานเรือนประชาชน มีพื้นท่ีนํ้าทวมอําเภอเมืองและอําเภอบางระกํา สวนใหญเปนท่ีลุมต่ําท่ีไมมีทาง
ระบายน้ําและไมสามารถระบายน้ําลงคลองได ไดสนับสนุนเครื่องสูบนํ้าจํานวน 30 เครื่อง เพ่ือชวยเหลือ
พื้นท่ีเกษตรท่ีไดรับผลกระทบจากนํ้าทวมขังและเรงระบายน้ําในคลองเมม-คลองบางแกว โดยเรงระบายน้ํา
ออกทาง ปตร.บางแกว อําเภอบางระกํา ลงสูแมนํ้ายมสายหลัก และผันนํ้าผานทางคลอง DR-15.8 กับ
คลอง DR-2.8 เพ่อื เรง ระบายจากแมนํ้ายมลงสูแมน้ํานาน พรอมทั้งรวมกับสวนบริหารเคร่ืองกลที่ 2 นํารถ
ขดุ ไฮโดรลคิ จํานวน 4 คัน เสริมคนั ดินกนั้ น้ําชวั่ คราวจุดสมุ เสี่ยงบรเิ วณแมน ้ํายม คลองโพธ์ิ และคลองเกตุ
ในเขตทองท่ีตาํ บลชุมแสงสงครามและตําบลทานางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก เพื่อปองกันพื้นที่
ที่อาจเกิดภาวะนา้ํ เออ ลนตลง่ิ ในจุดที่ตลิ่งตาํ่ เตรยี มการปองกันพนื้ ทที่ มี่ คี วามเสีย่ งตอการเกดิ น้ําทว มขงั
99
จังหวัดสุโขทัยมีฝนหนักตั้งแตวันที่ 16 - 17 พฤษภาคม 2560 วัดปริมาณฝนสะสมไดท่ี
อําเภอศรีสําโรง 264 มม. สงผลทําใหเกิดน้ําทวมบานเรือนราษฎรพ้ืนที่ทางการเกษตรในเขตอําเภอคิรีมาศ
สวนพ้ืนท่ีในเขตชุมชนเทศบาลคิรีมาศสถานการณเขาสูสภาวะปกติใน 2 - 3 วัน สนับสนุนเครื่องสูบนํ้า
เคล่ือนท่ีขนาด 8 น้ิว จํานวน 2 เคร่ือง พรอมรวมกับหนวยงานท่ีเกี่ยวของดําเนินการสํารวจพ้ืนท่ีท่ีเกิด
ปญหาคุณภาพนํ้า เนื่องจากมีนํ้าขังเปนระยะเวลานาน จึงตองเรงสูบออก ในขณะเดียวกันไดดําเนินการเรง
ระบายน้ําแมน้ํายมผานคลองระบาย DR-15.8 กับ คลอง DR-2.8 และประสานงานรวมกับสวน
เคร่ืองจักรกล สํานักงานชลประทานที่ 3 นํารถแบคโฮบูมยาวมาตักและขนยายสวะท่ีกีดขวางทางน้ําบริเวณ
หนา ปตร.วังสะตอื ตาํ บลดงเดือย จงั หวัดสโุ ขทยั เพือ่ เรงระบายนาํ้ แมน้าํ ยมใหไหลสะดวกมากข้นึ
100
จงั หวดั นครสวรรคเ กดิ ฝนตกหนกั ตัง้ แตว นั ที่ 16 - 18 พฤษภาคม 2560 วัดปริมาณฝนสะสม
3 วัน ที่อําเภอชุมแสง 121 มม. สงผลทําใหเกิดนํ้าทวมในพ้ืนท่ีเพาะปลูกของเกษตรกร 1 ตําบล คือ
ตําบลบางเคียน อําเภอชุมแสง ไดติดตั้งเครื่องสูบนํ้าเคล่ือนท่ีขนาด 8 น้ิว จํานวน 3 เคร่ือง บริเวณ
ปตร.คลองบางหวา ตาํ บลบางเคียน อําเภอชุมแสง ชว ยสูบนํ้าออกจากพ้ืนทีเ่ พาะปลกู
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เกิดฝนตกหนักที่ อําเภอบางปลามา อําเภอสองพี่นอง
และอําเภออูทอง วัดปริมาณฝนที่ตกได 124.8, 92.4 และ 117.7 มม. ตามลําดับ มีนํ้าทวมพ้ืนท่ีลุมต่ํา
101
การเกษตรที่อําเภอสองพ่ีนอง อําเภอบางปลามา อําเภอเมืองและอําเภออูทอง พื้นที่นํ้าทวมเหลือประมาณ
23,000 ไร ไดดําเนินการติดตั้งเครื่องสูบนํ้า 83 เคร่ือง และเครื่องผลักดันน้ํา 12 เครื่อง บริเวณ
ปตร.สองพี่นอง เพ่ือเรงระบายน้ําออกจากพื้นที่เพาะปลูกเกษตรกรพรอมเดินเครื่องสูบนํ้าดวยไฟฟาบริเวณ
ปตร.ตา ง ๆ จํานวน 5 สถานี
จังหวดั พระนครศรอี ยุธยามพี ืน้ ทไ่ี ดร ับผลกระทบ 4 อําเภอ ประกอบดวย อําเภอบางปะอิน
( ตาํ บลบางกระส้นั ) อําเภอบางไทร ( ตําบลสนามไชย ) อําเภอบางบาล ( ตําบลพระขาวและตําบลกะแซง )
และอาํ เภอเสนา ( ตาํ บลเจา เสด็จ )
การบริหารอา งเกบ็ น้าํ
ปริมาณน้ําในอางเก็บนํ้า 4 เข่ือนหลักลุมน้ําเจาพระยามีปริมาณรวมกันท้ังส้ิน 10,940
ลาน ลบ.ม. คดิ เปนรอ ยละ 44 ของความจุ มากกวา ป 2559 จํานวน 2,856 ลาน ลบ.ม. มีปริมาณนํ้าใช
การได 4,244 ลาน ลบ.ม. คดิ เปน รอยละ 23 ( ป 2559 มนี ํา้ ใชการได 1,388 ลาน ลบ.ม. ) จึงเนนการกัก
เกบ็ น้ําไวใชในฤดูแลง การระบายนํ้าเปนไปตามแผนการสง น้ํา รวมถึงแผนการปรบั ปฏิทินการปลูกขาวในพ้ืนท่ี
ลมุ ต่ําลมุ นา้ํ เจา พระยา 13 ทุง เพ่อื ใหสามารถเกบ็ เกย่ี วผลผลติ ไดทนั กอ นน้าํ หลากมาทวม
การบริหารจัดการนาํ้ ทา
จากฝนที่ตกหนักในพืน้ ทภี่ าคเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ทําให
เกิดน้ําทวมขังในพ้ืนที่ลุมตํ่าหลายแหงรวมถึงพื้นที่ลุมตํ่าทุงบางระกําจังหวัดพิษณุโลก กรมชลประทานได
ประสานกับ กฟผ. ใหลดการระบายน้ําจากเขื่อนสิริกิต์ิจากวันละ 23 ลาน ลบ.ม.เหลือ 5.5 ลาน ลบ.ม.
เพอ่ื ใหระดับนํ้าในแมนานลดต่ําลง สามารถระบายน้ําจากแมนํ้ายมลงสูแมนํ้านานไดเร็วมากข้ึน พรอมกับปด
102
การรับนํ้าจากแมนํ้านานและเรงการระบายนํ้าจากแมน้ํายมลงสูแมนํ้านาน ทําการเสริมคันกั้นนํ้าจุดเสี่ยงและ
ตดิ ต้ังเครือ่ งสบู น้ํา 34 เครอ่ื ง ระบายนํ้าทว มขงั ในพ้ืนทีก่ ารเกษตรประมาณ 14,000 ไร
สําหรับสถานการณนํ้าทวมขังในพ้ืนท่ีลุมต่ํานอกเขตชลประทาน อําเภอคีรีมาศ จังหวัด
สุโขทัย ไดนําเครื่องสูบนํ้าเคล่ือนที่จํานวน 2 เคร่ือง พรอมกับรื้อทํานบดินช่ัวคราวในแมนํ้ายมสายหลัก 2
แหง และนํารถแบ็คโฮบูมยาวมาตักและกําจัดสวะท่ีกีดขวางทางนํ้าบริเวณ ปตร.วังสะตือ รวมทั้งเรงระบาย
นาํ้ ในแมนํ้ายมผานคลองระบาย DR–15.8 กบั คลอง DR-2.8 ไปลงแมน้ํานา น สว นสถานการณน้ําทวมในทุง
บางเคียน อําเภอชมุ แสง จงั หวดั นครสวรรค กรมชลประทานไดติดตั้งเครื่องสูบนํ้า 6 เคร่ือง เรงระบายน้ํา
ออกจากพื้นท่นี ้ําทวมขงั ประมาณ 1,500 ไร
พ้ืนท่ีลุมตํ่าตอนลางที่มีฝนตกหนักระหวางวันท่ี 24–26 พฤษภาคม 2560 วัดปริมาณฝน
สะสมไดรวม 420 มิลลิเมตร ทําใหเกิดนํ้าทวมพ้ืนท่ีการเกษตรบริเวณทุงสองพ่ีนองโครงการสงนํ้าและ
บํารุงรักษาโพธ์ิพระยาประมาณ 70,000 ไร กรมชลประทานไดติดต้ังเคร่ืองผลักดันน้ําท่ี ปตร.สองพี่นอง
จํานวน 6 เคร่ือง พรอมกับเดินเคร่ืองสูบน้ําท่ีสถานีสูบน้ํา ปตร.สองพี่นองท้ัง 6 เคร่ือง รวมท้ังไดติดต้ัง
เคร่ืองสูบนํ้าเคล่ือนท่ี 15 เคร่ือง ในพื้นท่ีปดลอมทุงสองพี่นอง เพื่อเรงระบายน้ําทวมขังออก สวนที่
ทุงบางบาลมีน้ําทวมขังในท่ีลุมตํ่า 28,000 ไร สงเคร่ืองสูบน้ําเขาไปชวย 13 เคร่ือง และทุงฝงซาย
คลองชัยนาท-ปา สักมนี าํ้ ทวมขงั 13,980 ไร ไดเรง ระบายนํา้ ลงคลองชยั นาท-ปาสัก ผาน ปตร. 6 แหง
ในชวงวันที่ 20 พฤษภาคม มีนํ้าทาปริมาณมากในแมนํ้าปง ที่สถานี P.17 จังหวัด
นครสวรรค ระดับน้ํายังต่ําวาตล่ิง 1.68 เมตร ปริมาณน้ํา 680 ลบ.ม./วินาที แมนํ้านานที่สถานี N.67
อําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค ระดับน้ํายังตํ่าวาตลิ่ง 4.34 เมตร ปริมาณนํ้า 681 ลบ.ม./วินาที น้ํา
ทง้ั หมดไหลมารวมกันที่แมน้ําเจาพระยาจังหวัดนครสวรรค โดยที่สถานี C.2 อําเภอเมืองนครสวรรค ระดับ
นํ้ายังต่ํากวา ตลง่ิ 5.00 เมตร ปรมิ าณนา้ํ ประมาณ 1,240 ลบ.ม./วินาที ซ่งึ ไดคอย ๆ เพิ่มปริมาณข้ึนจนถึง
103
1,500 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานไดควบคุมระบายนํ้าไหลผานเข่ือนเจาพระยาในเกณฑ 476 ลบ.ม./
วินาที ยงั ไมส งกระทบตอ พนื้ ทด่ี า นทายเขื่อน และในวนั ท่ี 29 พฤษภาคม เพมิ่ เปน 677 ลบ.ม./วนิ าที
จากการระบายนํ้าผานเขื่อนเจาพระยาในชวงวันที่ 20-29 พฤษภาคม ปริมาณเพิ่มมากขึ้น
กรมชลประทานไดออกหนังสือแจงเตือนประชาชน ท่ีมีบานเรือนอยูในที่ลุมต่ํานอกคันก้ันน้ําทายเข่ือน
เจาพระยาใหเ ฝา ระวังนํา้ ทวม จาํ นวน 2 ฉบบั
สถานการณนาํ้ ในแมน ํา้ นานท่สี ถานี N.67 อําเภอชุมแสง จงั หวัดนครสวรรค มีปริมาณมาก
ตอ เนอื่ งในระหวางวนั ที่ 20 พฤษภาคมถึงวันที่ 20 มิถุนายน ประมาณ 500 - 850 ลบ.ม./วินาที สงผลให
ปริมาณนาํ้ ทสี่ ถานี C.2 อาํ เภอเมอื งนครสวรรค มปี ริมาณนํา้ ไหลผา นประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที ในชวง
เวลาเดยี วกันดวย หลงั จากนน้ั ปรมิ าณนํ้าคอ ย ๆ ลดลงเขา สภู าวะปกติ
104
105
กรมชลประทานไดควบคุมปริมาณนํ้าไหลผานเขื่อนเจาพระยาในเกณฑ 700 ลบ.ม./วินาที
เพ่ือไมใหกระทบพื้นที่ดานทายเขื่อนเจาพระยาบริเวณโผงเผงและบางบาล พระนครศรีอยุธยา ที่จะไดรับ
ผลกระทบหากมีการระบายนํ้ามากกวา 800 ลบ.ม./วินาที จึงคงการระบายนํ้าไวไมใหเกิน 700 ลบ.ม./
วนิ าที จนประมาณวันท่ี 20 มิถนุ ายน ปริมาณนาํ้ จงึ คอย ๆ ลดลงเขาสูภ าวะปกติ
106
เดือนมิถุนายน 2560
การเฝา ระวงั ตดิ ตามสถานการณฝ น
เดือนมิถุนายน มรสุมตะวันตกเฉียงใตกําลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย
ในชวงตนเดือนจากนั้นมีกําลังปานกลางถึงคอนขางแรง ประกอบกับหยอมความกดอากาศต่ําท่ีปกคลุม
อาวเบงกอล ไดเคลื่อนเขาไปปกคลุมประเทศอินเดียและบังกลาเทศในระยะคร่ึงแรกของเดือน โดยในระยะ
คร่ึงหลังของเดือนมีหยอมความกดอากาศต่าํ ปกคลุมอาวตงั เก๋ียและประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะดังกลาว
ทําใหบริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนาแนนเปนระยะ ๆ กับมีรายงานพายุฝนฟาคะนองและน้ําทวมฉับพลัน
บางพ้นื ท่ี อยางไรกต็ าม ในเดอื นน้ีมปี รมิ าณฝนเฉล่ียต่ํากวาคาปกติเกือบทุกภาค เวนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และภาคกลางท่ีปรมิ าณฝนเฉลย่ี สูงกวาคา ปกติ
การบริหารอา งเกบ็ นา้ํ
อางเกบ็ น้ํา 4 เขื่อนหลกั ลุม น้ําเจา พระยาเรม่ิ มีนํ้าไหลลงอางเก็บน้ําคอนขางมาก เน่ืองจาก
ฝนทตี่ กจาํ นวนมากในเดอื นพฤษภาคม ทาํ ใหม อี างเก็บนา้ํ เขื่อนปาสักชลสิทธิ์มีระดับน้ําสูงกวาเกณฑควบคุมน้ํา
สูงสดุ (Upper Rule Curve) จาํ เปนตอ งทําการพรอ งน้ําออกจากเขือ่ น
107
108
109
การบรหิ ารจัดการนํา้ ทา
เน่ืองจากมีภาวะฝนท้ิงชวงในเดือนน้ี ท่ัวประเทศมีฝนนอยกวาปกติ แตภาคกลางมีฝน
ใกลเคียงคาปกติ ทาํ ใหม นี ํ้าทานอย แตยังคงมีปริมาณนํ้าในแมน้ํานานที่ไหลตอเนื่องมาต้ังแตเดือนพฤษภาคม
จนถึงประมาณวันท่ี 20 มิถุนายน และไดลดลงเขาสูภาวะปกติในปลายเดือนมิถุนายน อยางไรก็ตาม
กรมชลประทานไดบรหิ ารจัดการนํ้าโดยใชน้ําทาใหเกิดประโยชนสูงสุด ทําใหมีปริมาณนํ้าทาไหลผานสถานีวัด
นาํ้ ตา ง ๆ ในวันที่ 30 มถิ ุนายน 2560 อยูใ นเกณฑน อ ย
แมน าํ้ สถานี ทตี่ ั้งสถานี ตลง่ิ ความจุ ระดับนํา้ ปรมิ าณนํา้ ต่ํา(-) อยใู น
วนั น้ี เมอ่ื วาน สูง(+) เกณฑ แนวโนม
ม. ม.3 / วิ. ม. ม.3 / วิ. ม.3 / วิ. กวาตลง่ิ
1. ปง P.1 สะพานนวรฐั อาํ เภอเมอื ง จังหวดั เชยี งใหม 3.70 490 1.35 26 27 -2.35 นอย ลดลง
ปง P.7A สะพานบานหวยยาง อาํ เภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร 5.87 4,035 0.67 184 138 -5.20 นอย เพม่ิ ขนึ้
ปง P.17 บา นทา งิว้ อําเภอบรรพตพสิ ัย จงั หวดั นครสวรรค 38.08 1,815 34.92 121 121 -3.16 นอย ทรงตวั
2. วงั W.4A บา นวงั หมัน อําเภอสามเงา จงั หวดั ตาก 6.10 458 1.01 18 16 -5.09 นอย เพมิ่ ขึน้
3. ยม Y.1C สะพานบา นนาํ้ โคง อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั แพร 8.20 1,000 0.65 15 10 -7.55 นอ ย เพ่ิมขึน้
ยม Y.16 บา นบางระกาํ อําเภอบางระกํา จงั หวัดพษิ ณโุ ลก 7.00 376 2.74 - - -4.26 N/A N/A
4. นา น N.1 หนา สํานกั งานปา ไม อําเภอเมอื ง จังหวดั นา น 7.00 1,265 0.25 32 29 -6.75 นอ ย เพมิ่ ข้ึน
นา น N.5A สะพานเอกาทศรถ อําเภอเมอื ง จงั หวัดพษิ ณโุ ลก 10.54 1,452 0.83 91 88 -9.71 นอย เพิม่ ข้นึ
นาน N.67 สะพานบานเกยไชย อาํ เภอชมุ แสง จงั หวัดนครสวรรค 28.30 1,520 20.36 231 250 -7.94 ปกติ ลดลง
5. มูล M.6A บานสะตึก อําเภอสตึก จงั หวัดบุรีรัมย 6.00 365 4.05 180 193 -1.95 ปกติ ลดลง
มูล M.9 บานหนองหญา ปลอง อาํ เภอเมือง จงั หวัดศรีสะเกษ 9.00 167 4.21 36 34 -4.79 ปกติ เพ่มิ ขน้ึ
มูล M.7 สะพานเสรปี ระชาธิปไตย อาํ เภอเมือง จงั หวัดอุบลราชธานี 7.00 2,300 3.57 662 698 -3.43 ปกติ ลดลง
6. พระสทงึ Kgt.10 บา นสระขวญั อําเภอเมือง จังหวดั สระแกว 11.00 300 5.94 24 46 -5.06 นอย ลดลง
7. บางประกง Kgt.3 บานกบินทรบรุ ี อาํ เภอกบนิ ทรบ รุ ี จังหวดั ปราจีนบรุ ี 10.20 658 3.26 110 119 -6.94 ปกติ ลดลง
8. ทา ตะเภา X.158 สะพานบานวงั ครก อําเภอทาแซะ จังหวดั ชุมพร 12.00 930 3.50 17 19 -8.50 นอย ลดลง
9. ตาป X.37A บา นยานดินแดง อําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎรธ านี 10.76 488 7.46 147 163 -3.30 ปกติ ลดลง
10. โก-ลก X.119A บา นปาเสมัส อําเภอสุไหงโก-ลก จังหวดั นราธวิ าส 8.20 212 4.52 38 36 -3.68 ปกติ เพม่ิ ข้นึ
หมายเหตุ : เครอื่ งหมาย - หมายถึง ไมไ ดร บั รายงาน
แมน ้าํ เจา พระยา สถานี C.2 ปริมาณนาํ้ ไหลผา น 427 ลบ.ม./วินาที
เข่อื นเจา พระยา สถานี C.13 ปริมาณนํา้ ไหลผาน 211 ลบ.ม./วนิ าที ระดับน้ําเหนือเข่ือน
+16.50 ม. รทก. ระดบั นา้ํ ทายเข่อื น +7.05 ม. รทก.
รับน้ําเขาระบบสงนํ้าทุงฝงตะวันออก ปริมาณนํ้าเขาคลองรวมกัน 155 ลบ.ม./วินาที
คลองชัยนาท-ปาสัก (ปตร.มโนรมย) 112 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา ปตร.มหาราช) 36 ลบ.ม./
วนิ าที คลองเลก็ อื่น ๆ 7 ลบ.ม./วนิ าที
แมนํ้าปาสัก เขื่อนพระรามหกปด และรับน้ําเขาคลองระพีพัฒน 60 ลบ.ม./วินาที
ผานคลองระพีพัฒนแยกตก ( ปตร.พระศรีศิลป ) 5 ลบ.ม./วินาที และผานคลองระพีพัฒนแยกใต
( ปตร.พระศรีเสาวภาค ) 25 ลบ.ม./วินาที
รับนํ้าเขาระบบสงนํ้าทุงฝงตะวันตก ปริมาณน้ําเขาคลองรวม 182 ลบ.ม./วินาที
คลองมะขามเฒาอูทอง 30 ลบ.ม./วินาที แมนํ้าสุพรรณ ( ปตร.พลเทพ ) 40 ลบ.ม./วินาที แมนํ้านอย
( ปตร. บรมธาตุ ) 81 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอ่ืน ๆ 31 ลบ.ม./วินาที
อาํ เภอบางไทร สถานี C.29A ปริมาณนํ้าไหลผานเฉลยี่ 398 ลบ.ม./วนิ าที
110
อยางไรก็ตาม เนื่องจากมีปริมาณฝนตกมากในพ้ืนที่ลุมนํ้าปาสัก ทําใหพ้ืนท่ีจังหวัดลพบุรี
ดานลุมน้ําเจาพระยาไดรับอิทธิพลดวย เกิดนํ้าทวมขังอําเภอบานหม่ี ในวันท่ี 22 มิถุนายน 2560
ทางทิศตะวันตกของอําเภอโคกเจริญ อําเภอสระโบสถและอําเภอบานหม่ี ในชวงวันที่ 17-18 มิถุนายน
2560 และ 21-22 มิถุนายน 2560 เกิดนํ้าทวมขังบริเวณพื้นที่ฝงซายของคลองชัยนาท-ปาสัก ระหวาง
กม. 62-72 ตําบลหนองเมือง ตําบลบา นทราย ตําบลบา นกลว ย ตําบลพุคา อําเภอบา นหม่ี พ้ืนท่ีนํ้าทวมขัง
ประมาณ 4,000 ไร คดิ เปนปริมาณนํ้าคางทงุ 6 ลาน ลบ.ม. มกี ารชว ยเหลอื ดังนี้
(1) ปตร.มโนรมย ลดรบั นาํ้ เหลอื 80 ลบ.ม./วินาที
(2) ปตร.ชอ งแค คงรักษาระดับนํา้ ดา นเหนือ +14.40 ม. รทก.
(3) ปตร.โคกกะเทียมและเริงราง คงยกบานพน น้ํา
(4) เขอ่ื นพระรามหก รักษาระดับเหนอื ไมเ กิน +6.50 ม. รทก.
(5) วันที่ 22 มิถุนายน 2560 ติดต้ังและเดินเคร่ืองสูบนํ้าขนาด 8 น้ิว จํานวน 5
เคร่ือง และวันที่ 23 มถิ ุนายน 60 ติดตั้งเครือ่ งสูบนํา้ เพมิ่ เติมขนาด 8 นว้ิ อีก 3 เคร่ือง
(6) รบั น้ําเขาคลองสงนาํ้ 2 ซา ย ของโครงการสง น้ําและบํารงุ รกั ษาชองแค
(7) รบั น้ําผา นสถานสี บู นา้ํ คลองสนามแจง
111
เดือนกรกฏาคม 2560
การเฝา ระวังตดิ ตามสถานการณฝ น
เดือนกรกฎาคม บริเวณประเทศไทยมีปรมิ าณฝนสงู กวาคาปกติในเกือบทุกภาค โดยปริมาณ
ฝนเฉล่ียท้ังประเทศสูงกวาคาปกติรอยละ 41 ซ่ึงปริมาณฝนรวมตลอดเดือนสูงกวาสถิติเดิมท่ีเคยตรวจวัดได
และอุณหภูมิเฉลี่ยตํ่ากวาคาปกติในบริเวณประเทศไทยตอนบน เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต
ท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยตลอดเดือน โดยมีกําลังแรงในชวงกลางเดือนและปลายเดือน
ซึ่งเปนชวงเดียวกับท่ีพายุหมุนเขตรอนบริเวณทะเลจีนใตตอนบนเคลื่อนเขาสูประเทศไทยจํานวน 2 ลูก คือ
พายุโซนรอน “ตาลัส”( TALAS, 1704 ) ที่เคลื่อนเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนานในชวงบายของวันที่
17 กรกฎาคม และพายุโซนรอน “เซินกา”( SONCA, 1708 ) ที่ออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสชันกอนเคล่ือน
เขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อวันท่ี 26 กรกฎาคม อีกทั้งมีหยอมความกดอากาศต่ําปกคลุม
บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนเปนระยะ ๆ ลักษณะดังกลาวทําใหบริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตก
หนาแนนตลอดเดือน โดยเฉพาะในชวงปลายเดือนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมาก
หลายแหง ตอเนื่องกันหลายวนั
พายุดีเปรสชัน "ตาลัส" ( Talus ) กอตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต ทางดานตะวันออกของเมือง
ดานัง ประเทศเวียดนามในวันที่ 14 กรกฎาคม และไดทวีกําลังแรงข้ึนเปนพายุโซนรอนในวันท่ี 15
กรกฎาคม เคลอ่ื นข้นึ ฝงบรเิ วณตอนบนของประเทศเวยี ดนามในวนั ที่ 16 กรกฎาคม หลังจากน้ันไดเคลื่อนตัว
เขาสูประเทศลาวและลดกําลังลงเปนพายุดีเปรสชันกอนเคล่ือนตัวเขาสูบริเวณจังหวัดนาน ในวันที่ 17
กรกฎาคม จากนั้นไดเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกผานจังหวัดพะเยา ลําปาง เชียงใหม และสลายตัวเปน
หยอมความกดอากาศตาํ่ ในวนั เดียวกัน
อิทธิพลของพายุ "ตาลัส" ( Talus ) สงผลทําใหเกิดฝนตกหนักมากและเกิดนํ้าทวมในพื้นที่
ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดนาน อุตรดิตถ เชียงราย ลําปาง เชียงใหม แพร พะเยา พิจิตร โดยเฉพาะ
บริเวณจังหวัดนานท่ีมีฝนตกหนักมากเปนบริเวณกวางในพื้นท่ีตอนบนของจังหวัด และจากสถานการณฝนตก
หนักทีเ่ กิดข้ึนไดสง ผลทาํ ใหน ํา้ ไหลลงเข่อื นขนาดใหญในพ้ืนทม่ี ปี ริมาณเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิต์ิท่ีไดรับ
ผลกระทบโดยตรงจากพายุมีปรมิ าณน้ําไหลลงเข่อื นสงู ถงึ 124.94 ลา นลูกบาศกเมตร ในวนั ที่ 19 กรกฎาคม
นอกจากนี้อิทธิพลของพายุยังสงผลทําใหลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอาวไทย
มีกําลังแรง ทําใหมีฝนตกหนักทางดานตะวันตกของประเทศโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี จึงทําให
เขื่อนวชิราลงกรณที่ต้ังอยูบริเวณดังกลาวมีนํ้าไหลเขาสูงถึง 137.05 ลานลูกบาศกเมตร ในวันท่ี 20
กรกฎาคม สําหรับเขอ่ื นภมู ิพลและเข่ือนปาสักชลสิทธิ์มีปริมาณนาํ้ ไหลเขาเพ่ิมขน้ึ เล็กนอย
112
ขอ มูลจากภาพถา ยดาวเทียม Himawari-8 แสดงใหเห็นวาอิทธิพลจากพายุ "ตาลัส" (Talas)
สง ผลทาํ ใหม ีกลุมเมฆปกคลมุ หนาแนน ในพื้นทีภ่ าคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และอิทธิพลของพายุยัง
สงผลทําใหลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย มีกําลังแรง จึงทําให
มีกลมุ เมฆปกคลุมในพื้นทอ่ี ืน่ ๆ ดว ยเชนกัน
113
รายงานขอมูลปริมาณฝนสะสมรายวันจากคลังขอมูลน้ําและภูมิอากาศแหงชาติ ในชวงวันท่ี
15-18 กรกฎาคม พบฝนตกหนักถึงหนักมากกระจุกตัวอยูบริเวณภาคเหนือตอนบน ในวันที่ 17 กรกฎาคม
สวนภาคอื่น ๆ มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ จังหวัดที่มีปริมาณฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตรตอวัน
ประกอบดวย จังหวัดนาน อุตรดิตถ เชียงราย ลําปาง เชียงใหม แพร พะเยา และอุดรธานี โดยเฉพาะ
บริเวณจังหวดั นานทีม่ ฝี นตกหนกั มากเปน บรเิ วณกวาง
114
สถานการณนํา้ ทว มจากอิทธิพลของพายุ "ตาลัส" ( TALAS ) ยังไมเขา สูสภาวะปกติ พายุโซน
รอน "เซินกา" ( SONCA ) ซ่ึงเปนพายุลูกที่ 2 ไดเคลื่อนตัวเขาสูประเทศไทยในชวงปลายเดือน สงผลทําให
เกิดฝนตกหนักตอเน่ืองในหลายพื้นท่ี โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบางพ้ืนที่ของภาคเหนือ
โดยอทิ ธพิ ลของพายเุ รม่ิ สงผลทําใหเกิดฝนตกหนักบริเวณดานตะวันออกตอนลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในชวงวันที่ 24 กรกฎาคม หลังจากนั้นสถานการณฝนตกหนักเริ่มแผกวางไปถึงตอนกลางของภาค
และกระจายสูตอนบนของภาคในชวงวันที่ 28-29 กรกฎาคม นอกจากน้ีอิทธิพลของพายุยังสงผลทําใหมรสุม
ตะวันตกเฉียงใตที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยมีกําลังแรงขึ้น สงผลทําใหเกิดฝนตก
หนักในพ้ืนที่รับลม ไดแก ดานตะวันตกของภาคใตบริเวณจังหวัดชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎรธานี และ
ภาคตะวนั ออกบริเวณจังหวัดจนั ทบรุ แี ละตราด
ขอมูลจากรายงานสถานการณสาธารณภัยของกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยประจํา
วันที่ 10 สิงหาคม 2560 เวลา 07.00 น. ไดรายงานสถานการณฝนตกหนักทําใหเกิดอุทกภัยและนํ้าไหล
หลากทวมขังในพ้ืนท่ี 44 จังหวัด ประกอบดวย ภาคเหนือ 13 จังหวัด ไดแก จังหวัดเพชรบูรณ นาน
กําแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม พิจิตร อุตรดิตถ พะเยา พิษณุโลก แพร แมฮองสอน ลําปาง สุโขทัย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ไดแ ก ชัยภมู ิ เลย อุบลราชธานี ขอนแกน มหาสารคาม ศรีสะเกษ
นครราชสมี า กาฬสินธุ บุรีรัมย สกลนคร มุกดาหาร อํานาจเจริญ รอยเอ็ด อุดรธานี ยโสธร หนองคาย
นครพนม สรุ ินทร ภาคกลาง 8 จังหวัด ไดแก จังหวัดนครสวรรค ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี
อางทอง นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ไดแก จังหวัดจันทบุรีและตราด ภาคใต 3
จงั หวัด ไดแก จังหวดั ระนอง ประจวบคีรีขนั ธ ชมุ พร รวม 300 อําเภอ 1,651 ตําบล 13,191 หมูบาน
43 ชุมชน ประชาชนไดรับผลกระทบ 580,352 ครัวเรือน 1,845,956 คน มีผูเสียชีวิต 29 ราย
ประกอบดวย จังหวัดสกลนคร 11 ราย มหาสารคาม 4 ราย รอยเอ็ด 4 ราย มุกดาหาร 2 ราย
อุดรธานี 2 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย ขอนแกน 2 ราย อุบลราชธานี 1 ราย ความเสียหายดานสิ่ง
สาธารณประโยชน บานเรือนไดรับผลกระทบ 4,129 หลัง ถนน 2,055 จุด คอสะพาน 43 แหง
สะพาน 177 แหง โรงเรียน 131 แหง วดั 39 แหง สถานท่ีราชการ 7 แหง ฝาย/ทํานบ 8,704 แหง
บอปลา 14,097 บอ ปศุสัตว 738,860 ตัว พน้ื ท่ีทีไ่ ดร บั ผลกระทบดานการเกษตร 3,036,310 ไร
อิทธิพลจากพายุโซนรอน "เซินกา" ( SONCA ) ทําใหมีนํ้าไหลลงเข่ือนขนาดใหญในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือเพ่ิมมากขึ้น โดยเขื่อนนํ้าอูนและเข่ือนน้ําพุง จังหวัดสกลนคร เกิดสถานการณน้ําลน
เขื่อนไหลออกผานทางระบายน้ําลน ( Spillway ) ซ่ึงเข่ือนน้าํ อนู เรม่ิ เกิดสถานการณน าํ้ ลน เขื่อนตั้งแตวันที่ 29
กรกฎาคม เน่ืองจากมีปริมาณนํ้าไหลเขามาสูงสุดถึง 121 ลานลูกบาศกเมตร สวนเข่ือนน้ําพุงเกิด
สถานการณนํ้าลน ตง้ั แตว นั ท่ี 31 กรกฎาคม สาํ หรับสถานการณน้ําไหลลงเขื่อนรวมต้ังแตวันที่ 24 กรกฎาคม
ถึงวันที่ 3 สิงหาคม พบวาเข่ือนที่มีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนมากที่สุดไดแก เขื่อนลําปาว ที่มีน้ําไหลลงเขื่อน
รวม 802 ลานลูกบาศกเมตร และมีนํ้าไหลลงเขื่อนสูงสุด 201 ลานลูกบาศกเมตร ในวันที่ 30 กรกฎาคม
รองลงมาคือเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ ที่มีปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนรวม 484 ลานลูกบาศกเมตร เน่ืองจากเกิด
สถานการณฝ นตกหนักบรเิ วณจงั หวัดเลยและเพชรบรู ณ ซง่ึ เปน พน้ื ทตี่ นน้าํ ของเขอื่ นปาสัก และยังสงผลทําให
เกิดนา้ํ ทวมริมแมนาํ้ ปาสักบรเิ วณจงั หวดั ลพบรุ แี ละสระบุรี
พายุ "เซินกา" ( SONCA ) กอตวั ขนึ้ จากหยอ มความกดอากาศตา่ํ ท่ปี กคลุมอยูบริเวณทะเลจีน
ใตต อนบน ทางดานตะวันออกของเมืองดานงั ประเทศเวียดนาม ในวนั ที่ 20 กรกฎาคม และไดทวีกําลังแรง
ขึน้ เปนพายุดีเปรสชันในวันที่ 21 กรกฎาคม พรอมกับเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกและทวีกําลังตอเน่ืองเปน
พายุโซนรอนในวันท่ี 23 กรกฎาคม เคลื่อนขึ้นฝงบริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันท่ี 25
115
กรกฎาคม และเคลื่อนตัวตอไปยังประเทศลาวพรอมกับออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสช่ัน จากนั้นไดเคล่ือนตัว
เขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนครพนมผานจังหวัดมุกดาหารในวันเดียวกัน ตอมาในวันท่ี 26 กรกฎาคม
ไดออนกําลังลงเปนหยอมความกดอากาศต่ําปกคลุมบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ และสลายตัวไปบริเวณจังหวัด
รอ ยเอด็ ในวันที่ 28 กรกฎาคม
116
ดาวเทียม COSMO-SkyMed-2 RADARSAT-2 ไดบันทึกภาพบริเวณประเทศไทยชวงวันที่
25-30 กรกฎาคม และจากการวิเคราะหภาพจากดาวเทียมพบพื้นท่ีถูกนํ้าทวมทั้งสิ้น 35 จังหวัด
ประกอบดวยภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดสกลนคร นครราชสีมา มหาสารคาม รอยเอ็ด
กาฬสินธุ ขอนแกน ศรีสะเกษ บุรีรัมย นครพนม อุดรธานี ชัยภูมิ อุบลราชธานี อํานาจเจริญ ยโสธร
สุรินทร บึงกาฬ เลย หนองคาย มุกดาหาร หนองบัวลําภู ภาคเหนือบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ พิจิตร
เชียงใหม พะเยา อุตรดิตถ พิษณุโลก นาน แพร ลําปาง ลําพูน เชียงราย ภาคกลางบริเวณจังหวัด
นครสวรรค ลพบุรี สิงหบุรี ชยั นาท รวมพื้นที่ถูกน้ําทวมประมาณ 3.6 ลานไร โดยจังหวัดสกลนครมีพื้นท่ี
ถูกนํ้าทวมมากที่สุด 340,578 ไร รองลงมาคือจังหวัดนครราชสีมา 322,145 ไร และนครสวรรค
322,089 ไร
117
การบรหิ ารอา งเก็บนาํ้
มีอางเก็บน้ําที่มีระดับนํ้าสูงกวาเกณฑควบคุมนํ้าสูงสุด (Upper Rule Curve) 2 แหง คือ
เข่ือนปาสักชลสิทธิ์เกินตั้งแตเดือนที่แลว และเขื่อนแควนอยบํารุงแดนเกินประมาณกลางเดือนกรกฎาคม
การบริหารจัดการอางเก็บนํ้าดังกลาว ไดใหสํานักงานชลประทานและโครงการชลประทานที่รับผิดชอบเรง
ดําเนินการลดระดับนํ้าใหอยูในเกณฑการบริหารจัดการอางเก็บน้ํา ( Rule Curve ) อยางเครงครัด
โดยเฉพาะอางเก็บน้ําท่ีมี Inflow มากกวาความจุของอาง รวมถึงอางเก็บน้ําที่มีพื้นที่รับนํ้าฝนขนาดใหญ
( Watershed area ) ทีเ่ ม่ือฝนตกหนักจะมี Inflow เพ่ิมข้ึนอยางรวดเร็ว ใหติดตามวิเคราะหและเฝาระวัง
เปน พเิ ศษ
การบรหิ ารจัดการน้ําทา
แมนํ้ายม
เนอ่ื งดวยพายโุ ซนรอน “ตาลัส” ( Talas ) บริเวณชายฝงประเทศเวียดนาม ไดเคล่ือนขึ้นฝง
ทางใตของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม แลวออนกําลังลงตามลําดับ โดยเคล่ือนผานทางตอนบนของ
ประเทศไทยชวงวนั ท่ี 17 กรกฎาคม 2560 ประกอบกบั มรสุมตะวันตกเฉยี งใตท ่ีพดั ปกคลุมทะเลอันดามันและ
ประเทศไทยมีกําลังแรง ลักษณะเชนน้ีทําใหฝนตกหนักกระจายบริเวณจังหวัดพะเยา แพร และสุโขทัย
ทําใหเกิดน้ําทาในแมน ้ํายมทส่ี ถานี Y.20 บานกอ สกั ตาํ บลเตาปูน อําเภอสอง จังหวัดแพร สูงสุดประมาณ
838 ลูกบาศกเมตรตอวินาที ในวันท่ี 18 กรกฎาคม สงผลใหปริมาณน้ําในแมน้ํายมที่สถานีวัดน้ํา Y.14
อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เพิ่มมากข้ึน คาดการณวา ในชวงวันที่ 19-23 กรกฎาคม จะมีปริมาณ
น้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา Y.14 อยูในเกณฑประมาณระหวาง 700-800 ลูกบาศกเมตรตอวินาที จากจํานวน
201 ลูกบาศกเมตรตอวินาที เพื่อเปนการเตรียมความพรอมรับสถานการณนํ้าทวมที่อาจเกิดขึ้นในชวงเวลา
ดงั กลาว กรมชลประทานไดส ัง่ การใหสาํ นักงานชลประทาน 3 และ 4 ดาํ เนนิ การดงั นี้
1) ผันน้ําเขาคลองผันนํ้าสวรรคโลก-พิชัย (ยม-นาน) ผานประตูระบายนํ้าหกบาทในอัตรา
100 ลูกบาศกเมตรตอ วนิ าที และผนั นา้ํ ลงแมนา้ํ นา นในอตั รา 100 ลูกบาศกเ มตรตอวนิ าที
2) ควบคุมปริมาณนํ้าไหลผานประตูระบายนํ้าหาดสะพานจันทรในอัตราสูงสุดไมเกิน 600
ลูกบาศกเ มตรตอวินาที และผันนา้ํ เขา คลองเลก็ ฝงซาย-ขวา ในอัตรารวมไมเกิน 100 ลกู บาศกเ มตรตอวินาที
3) ควบคุมปริมาณน้ําผานสถานี Y4 อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ในอัตราสูงสุดไมเกิน
500 ลกู บาศกเมตรตอวินาที
4) ในกรณีท่ีเกิดสภาวะวิกฤติ ใหช้ีแจงสถานการณตอผูวาราชการจังหวัดเพื่อแจงเตือน
ประชาชนใหเ ตรียมรับสถานการณนาํ้ และสาํ เนาเรื่องมายังกรมชลประทาน เพ่ือแจงกรมปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั รวบรวมออกเปน คําส่ังกระทรวงมหาดไทยในการแจงเตือนผวู า ราชการจังหวัดอีกทางหนึ่งดว ย
5) เตรียมความพรอมของเครื่องจักรเคร่ืองมือ รถขุด รถเทรลเลอร เคร่ืองสูบน้ํา
เคร่ืองผลักดันนํ้าในบริเวณพื้นท่ีเสี่ยงที่จะเกิดน้ําทวมเปนประจํา ใหสามารถนําไปชวยเหลือไดทันที
เม่ือเกิดปญหานํ้าทวม และมอบหมายเจาหนาท่ีในพ้ืนที่ใหเฝาระวังและติดตามสถานการณน้ําอยางใกลชิด
ตลอดเวลา ในกรณีเกิดสถานการณน้ําทวมใหสรุปรายงานสาเหตุ ปญหาท่ีเกิดขึ้นพรอมถายภาพและการ
ดําเนินการชวยเหลือใหศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ ( SWOC ) ท่ี Email : [email protected]
เพอ่ื รวบรวมสรปุ เสนอผบู รหิ ารกรมโดยดว น
118
แมน ้ํานา น
มีปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา N.67 เพ่ิมมากข้ึนตั้งแตตนเดือนและมีแนวโนมเพิ่มขึ้น
อยางรวดเร็วในวันที่ 7 กรกฎาคม ถึงประมาณ 1,300 ลบ.ม./วินาที ทรงตัวไปจนถึงตนเดือนกันยายน
และเพม่ิ ตอเนื่องสงู ข้ึนจากเดมิ อกี คร้ังในเดอื นตุลาคมตลอดถึงสิน้ เดอื นตลุ าคมทอ่ี ัตราประมาณ 1,500 ลบ.ม./
วนิ าที
แมน ํ้านา้ํ ปง
เดอื นกรกฎาคมมปี รมิ าณน้ําทไี่ หลในแมน าํ้ ปงอยูในเกณฑนอย มีปริมาณไหลผานสถานีวัดนํ้า
P.17 เพียงไมเ กนิ 300 ลบ.ม./วนิ าที
แมน ้าํ เจาพระยา
กรมชลประทานไดบริหารน้ําที่ไหลผานสถานีวัดนํ้า C.2 ประมาณ 1,695 ลบ.ม./วินาที
ใหไหลผานเข่ือนเจาพระยาในอัตรา 1,394 ลบ.ม./วินาที วันท่ี 17 กรกฎาคม มีระดับน้ําหนาเข่ือน
เจาพระยา +15.50 ม. รทก. สงน้ําเขาฝงตะวันตกและฝงตะวันออกในปริมาณ 240 ลบ.ม./วินาที
ซ่ึงกรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ําผานเขื่อนเจาพระยาไมใหเกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที จะบริหารนํ้า
เหนือเขื่อนเจาพระยาเขาคลองชลประทานใหมากที่สุดตามศักยภาพของพื้นที่ และระบายน้ําทายเข่ือนปาสัก
ชลสิทธ์ิ 500 ลบ.ม./วินาที ใหผานเขื่อนพระรามหก 450 ลบ.ม./วินาที ไหลลงแมนํ้าเจาพระยาและใช
ปตร.คลองลดั โพธิ์ จงั หวัดสมทุ รปราการ ชวยระบายนํ้าออกสูทะเลใหเรว็ ย่ิงข้นึ
119
สถานการณนํ้าในลุมน้ําเจาพระยายังอยูในเกณฑปกติ ที่สามารถบริหารจัดการน้ําได
เพยี งแตตองเฝา ระวงั การระบายน้ําอยา งใกลชิด ไมใ หเกดิ ผลกระทบตอพน้ื ท่ที ายนํ้า
เดอื นสิงหาคม 2560
การเฝาระวังติดตามสถานการณฝน
เดือนสิงหาคมประเทศไทยไดรบั อทิ ธิพลจากมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน
และประเทศไทยตลอดเดอื น โดยมีกําลังแรงเปนระยะ ๆ ประกอบกับมีรองมรสุมพาดผานภาคเหนือตอนลาง
ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางชวง นอกจากน้ีในชวงปลายเดือนมีพายุหมุนเขตรอน
เคล่ือนผานทะเลจีนใตตอนบนขึ้นสูฝงบริเวณประเทศจีนตอนใตแลวเคล่ือนเขามาสลายตัวใกลกับประเทศไทย
จํานวน 2 ลกู คอื พายุไตฝุน “ฮาโตะ” ( HATO,1713 ) ที่เคล่ือนเขามาสลายตัวใกลกับบริเวณตอนบนของ
ประเทศลาวและเวียดนาม และพายุโซนรอน “ปาขา” ( PAKHAR,1717 ) ที่เคล่ือนเขามาสลายตัวบริเวณ
ประเทศจีนตอนใต สงผลใหพนื้ ที่สวนใหญข องประเทศไทยมีฝนตกตอเนือ่ งเกือบตลอดเดือน และมีปริมาณฝน
รวมตลอดเดอื นสูงกวา คาปกติในเกือบทกุ ภาค โดยปริมาณฝนรวมเฉลย่ี ท้ังประเทศสงู กวา คาปกตริ อ ยละ 8
ในชวงวันท่ี 24 - 31 กรกฎาคม 2560 พบฝนตกหนักถึงหนักมากในทุกภาคของประเทศ
โดยในวันที่ 23 กรกฎาคม มีฝนตกหนักกระจุกตัวอยูบริเวณภาคเหนือตอนบน บริเวณกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑล ตอมาในวันท่ี 24 กรกฎาคม ยังคงมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ และในวันนี้ประเทศไทย
เร่ิมไดรับอิทธิพลจากพายุ "เซินกา" (SONCA) ทําใหภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีฝนตกหนักทางดาน
ตะวันออกของภาค และอิทธิพลของพายุยังทําใหมรสุมตะวันตกเฉียงใตท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามันและ
ประเทศไทยมีกําลังแรง สงผลทําใหดานตะวันตกของภาคใตและภาคตะวันออกมีฝนหนักในบางพ้ืนที่
ตอมาในชวงวันที่ 25-28 กรกฎาคม ซึ่งเปนชวงที่พายุเคลื่อนตัวเขาสูประเทศไทย สงผลใหมีฝนตกหนัก
กระจายในพ้ืนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สวนภาคใตและภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนัก
ตอ เน่อื งเชน กัน และในชวงวนั ท่ี 29-30 กรกฎาคม ปรมิ าณฝนเร่ิมลดลงในทุกพื้นที่ สําหรับจังหวัดท่ีมีฝนตก
หนักมากปริมาณฝนสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรตอวัน ไดแก จังหวัดอุบลราชธานี ขอนแกน มหาสารคาม
รอยเอ็ด อํานาจเจริญ นครราชสีมา ยโสธร กาฬสินธุ ชัยภูมิ สกลนคร มุกดาหาร อุดรธานี นครพนม
120
นา น เชยี งราย แพร ลําปาง เพชรบูรณ กําแพงเพชร สุราษฎรธานี พังงา ระนอง ชุมพร ปตตานี สตูล
และตราด
วันที่ 19 สิงหาคม รองมรสุมพาดผานภาคเหนือตอนลาง ภาคกลางตอนบน และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใตกําลังแรง ท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามันและ
ภาคใต มีกําลังออนลง ลักษณะเชนนี้ทําใหประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแนน กับมีฝนตกหนัก
บางพน้ื ท่ี สําหรับคลืน่ ลมบรเิ วณทะเลอนั ดามนั มกี าํ ลังออ นลงโดยมีคลืน่ สงู ประมาณ 2 เมตร
วันท่ี 29 สิงหาคม รองมรสุมไดเล่ือนขึ้นพาดผานภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบกบั มรสุมตะวันตกเฉียงใตพัดปกคลมุ ทะเลอันดามันและประเทศไทย ลักษณะเชนนี้ทําใหประเทศไทย
มีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักบางพ้ืนท่ี ในระยะน้ีประเทศไทยมีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักบางพื้นท่ีในบริเวณ
ภาคเหนือตอนลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต
การบริหารอา งเกบ็ นํา้
ตลอดเดือนสิงหาคมมีน้ําไหลลงอางเก็บน้ํา 4 เขื่อนหลักลุมน้ําเจาพระยาคอนขางดีตอเนื่อง
แมวาอาจจะมปี รมิ าณไมมากนักแตก็มีไหลลงสม่ําเสมอและไหลลงจํานวนมากตั้งแตเดือนกรกฎาคม โดยเขื่อน
ที่ยงั คงมปี ริมาณน้าํ สูงกวา เกณฑการบรหิ ารจัดการน้าํ (Upper Rule Curve) คือ เข่ือนแควนอยบํารุงแดนท่ี
มีระดับนํ้าเกนิ เกณฑค อนขางมาก และเขอ่ื นปา สกั ชลสทิ ธิท์ ีม่ รี ะดบั นาํ้ เกินอยมู ากเชน เดียวกัน
การบรหิ ารจดั การนํ้าทา
แมน าํ้ นาน บรเิ วณจงั หวดั พจิ ติ รมีระดับนํ้าเพิ่มสูงขึ้นอยางตอเน่ือง โดยเม่ือเวลา 16.00 น.
ของวนั ท่ี 10 สงิ หาคม มปี รมิ าณนํ้าไหลผา นทสี่ ถานี N.8A อาํ เภอบางมูลนาก 928 ลูกบาศกเมตรตอวินาที
ระดับน้ําตํ่ากวาตล่ิง 0.93 เมตร ( ระดับตลิ่ง 10.95 เมตร ) แนวโนมระดับนํ้ายังคงเพ่ิมข้ึน คาดการณวา
ระดบั นา้ํ ทีส่ ถานี N.8A จะสูงสุดประมาณ 10.50 - 10.60 เมตร ในชวงเวลาประมาณ 18.00 - 20.00 น.
ของวนั ท่1ี 0 สงิ หาคม และจะลดลงต่าํ กวา ตล่งิ 1 เมตร ( 9.95 เมตร ) ในวนั ที่ 13 สิงหาคม มีนํ้าไหลผาน
สถานีวัดนํ้า N.67 อัตราการไหลไมตํ่ากวา 1,200 ลบ.ม./วินาที ตลอดท้ังเดือน ซึ่งกรมชลประทานไดแจง
เตือนประชาชนใหเฝา ระวังนํา้ มากในเดอื นน้ี 1 คร้ัง
121
122
123
ในวันท่ี 1 สิงหาคม มีน้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา C.2 อัตรา 1,699 ลบ.ม./วินาที ซ่ึงมี
แนวโนม เพมิ่ มากขึ้นกรมชลประทานจึงไดแจงเตือนประชาชนใหเฝา ระวงั นํ้ามากในเดือนนี้อกี ครง้ั หนึ่ง
124
เดอื นกันยายน 2560
การเฝา ระวังตดิ ตามสถานการณฝ น
ปริมาณฝนเฉลีย่ เดือนกันยายนท้ังประเทศต่ํากวาคาปกติรอยละ 3 อยางไรก็ตามปริมาณฝน
สะสมต้ังแต 1 มกราคมถึง 30 กันยายน เฉลี่ยท้ังประเทศสูงกวาคาปกติรอยละ 28 โดยเดือนน้ีบริเวณ
ประเทศไทยมีฝนตกหนาแนนเปนระยะ ๆ จากอิทธิพลของรองมรสุมที่พาดผานภาคเหนือตอนบน ประเทศ
เมียนมาและลาวตอนบนในชวงตนเดือนและเล่ือนลงมาพาดบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในชวงปลายเดือน โดยเฉพาะในชวงวันท่ี 14 - 17 กันยายน เกือบทุกภาคของ
ประเทศไทยมีฝนมากกวารอยละ 70 ของพ้ืนที่กับมีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นท่ีสวนมากบริเวณภาคเหนือ
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีรายงานน้ําทวมฉับพลันและน้ําปาไหลหลากบางพื้นที่ จากอิทธิพลของ
ไตฝ นุ “ทกซรู ี ( Doksuri, 1719 )” ทเี่ คลอื่ นเขา สปู ระเทศไทยบริเวณจงั หวัดบึงกาฬในวนั ท่ี 15 กันยายน
พายุ "ทกซูริ" ( DOKSURI ) กอตัวข้ึนจากหยอมความกดอากาศตํ่าท่ีปกคลุมบริเวณ
มหาสมุทรแปซิฟก ทางดานทิศตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟลิปปนส ในวันท่ี 11 กันยายน และ
สงผลกระทบกับประเทศไทยอยางเห็นไดชัดในชวงวันท่ี 15-16 กันยายน เน่ืองจากพายุไดเคลื่อนเขาใกล
บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันท่ี 15 กันยายน และเคลื่อนเขาประเทศไทยบริเวณจังหวัดนานในวันท่ี
16 กนั ยายน และสลายตัวไปในวันที่ 17 กันยายน บริเวณจังหวัดเชียงใหม อิทธิพลของพายุสงผลทําใหเกิด
ฝนตกหนักถึงหนักมากเปนบริเวณกวางในพ้ืนท่ีภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในบางพื้นที่
ของภาคตะวันออกและภาคใต เนื่องจากอิทธิพลของพายุยังสงผลทําใหมรสุมตะวันตกเฉียงใตท่ีพัดปกคลุม
ทะเลอันดามัน ภาคใตและอาวไทย มีกําลังแรง สงผลทําใหดานรับลมของภาคใตและภาคตะวันออกเกิดฝน
ตกหนักดวยเชนกัน สําหรับจังหวัดท่ีมีฝนตกหนักมาก ปริมาณฝนสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรตอวัน ไดแก
จงั หวัดกาฬสินธุ ชัยภมู ิ สกลนคร เลย ขอนแกน พิษณุโลก เพชรบูรณ พิจิตร อุตรดิตถ แพร เชียงราย
นา น สุโขทยั พะเยา เชียงใหม ตาก ราชบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด พังงา ตรัง สตูล สุราษฎรธานี
ระนอง และสงขลา
อิทธิพลจากพายุ "ทกซูริ" ( DOKSURI ) ที่สงผลทําใหเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นท่ีของ
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังทําใหน้ําไหลลงเขื่อนขนาดใหญในพ้ืนที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น
โดยเฉพาะเขื่อนแควนอ ยบํารุงแดน จังหวดั พิษณุโลก ท่ีกอนไดรับผลกระทบจากพายุ มีน้ํากักเก็บอยูในเข่ือน
785 ลา นลูกบาศกเมตร หรือคิดเปน 84 % ของความจุ แตห ลังจากเกิดสถานการณฝนตกหนักจากอิทธิพล
ของพายุทําใหมีปริมาณน้ําไหลลงอางคอนขางมาก โดยมีปริมาณนํ้าไหลลงอางสูงสุด 48.85 ลานลูกบาศก
เมตร ในวันที่ 18 กันยายน และเกิดสถานการณนํ้าเกินระดับกักเก็บปกติในวันที่ 22 กันยายน โดยชวง
วนั ท่ี 15-24 กันยายน มปี ริมาณน้าํ ไหลลงเขอ่ื นแควนอ ยรวมท้ังสิ้น 164 ลา นลูกบาศกเ มตร
พายุ "ทกซูริ" ( DOKSURI ) กอตัวข้ึนจากหยอมความกดอากาศต่ําท่ีปกคลุมบริเวณ
มหาสมทุ รแปซิฟก ทางดา นทิศตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟลิปปนส ในวันท่ี 11 กันยายน และได
เคล่ือนตัวไปทางทิศตะวันออกพรอมกับทวีกําลังแรงขึ้นเปนพายุดีเปรสชันในวันเดียวกัน หลังจากนั้นพายุ
ดังกลาวไดเ คลื่อนตวั ไปทางทิศตะวันตก ผานเกาะลูซอน ลงสูทะเลจีนใตในวันที่ 12 กันยายน พรอมกับทวี
กาํ ลงั แรงขนึ้ เปนพายโุ ซนรอ นในวันเดียวกัน ตอมาในวันท่ี 14 กันยายน พายุดังกลาวไดทวีกําลังแรงขึ้นเปน
พายุไตฝุนและเคล่ือนข้ึนฝงบริเวณเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม และเคล่ือนตัวตอไปยังประเทศลาว
พรอมกับลดกําลังลงเปนพายุโซนรอน ในวันท่ี 15 กันยายน ตอมาในวันที่ 16 กันยายน พายุลูกนี้ไดลด
125
กําลังลงเปนพายุดีเปรสชันกอนเคล่ือนตัวเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดนาน และเคลื่อนตัวผานจังหวัด
พะเยา ลาํ ปาง และลดกาํ ลงั ลงเปน หยอมความกดอากาศต่ําบรเิ วณจงั หวดั เชียงใหม กอนสลายตวั ไป
ขอมูลจากภาพถายดาวเทียม Himawari-8 แสดงใหเห็นวาอิทธิพลจากพายุ "ทกซูริ"
( DOKSURI ) สง ผลทาํ ใหม กี ลมุ เมฆปกคลุมหนาแนนในพนื้ ทภ่ี าคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
และภาคตะวันออก ในชวงวันท่ี 14-17 กันยายน 60 นอกจากน้ีอิทธิพลของพายุยังสงผลทําใหลมมรสุม
ตะวันตกเฉียงใตมีกําลังแรงข้ึน ทําใหมีกลุมเมฆปกคลุมในบางพ้ืนท่ีของภาคใตและทางดานตะวันตกของ
ประเทศ และในวันที่ 18-19 กันยายน ปริมาณเมฆท่ีปกคลุมประเทศไทยลดนอยลงมาก เนื่องจากพายุได
สลายตัวไปในวนั ที่ 16 กนั ยายน
126
รายงานขอมูลปริมาณฝนสะสมรายวันจากคลังขอมูลนํ้าและภูมิอากาศแหงชาติ ในชวงวันที่
13-18 กันยายน พบฝนตกหนักถึงหนักมากกระจุกตัวอยูบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค
ตะวนั ออก และภาคใต โดยเฉพาะทางดานตะวันตกของภาค ในวันท่ี 14 กันยายน มีฝนตกหนักกระจุกตัว
บริเวณภาคใต โดยเฉพาะทางดา นตะวันตกของภาค เน่ืองมาจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตมีกําลังแรง ตอมา
ในวนั ที่ 15 กันยายน อิทธพิ ลของพายทุ กซูริ เรม่ิ สงผลกบั ประเทศไทยโดยตรง ทําใหมีฝนตกหนักและบริเวณ
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และภาคเหนอื ตอนลา ง รวมถึงอิทธิพลของพายยุ ังสง ผลทําใหมรสุมตะวันตกเฉียงใตมี
กําลังแรงตอเน่ือง ทําใหยังคงมีฝนตกหนักทางดานตะวันตกของภาคใต บริเวณภาคตะวันออก และในบาง
พ้ืนทีข่ องภาคกลาง ตอมาในวันท่ี 16 กันยายน พายุทกซูริไดเคลื่อนตัวเขาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ สงผล
ทาํ ใหเ กิดฝนตกหนกั เปนบริเวณกวา ง อีกทัง้ มรสุมตะวนั ตกเฉียงใตยังคงมีกําลังแรง สงผลใหดานตะวันตกของ
ประเทศและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักในบางพ้ืนที่ และในวันท่ี 17 กันยายน ปริมาณฝนลดลง
คอนขางมากในทุกพ้นื ที่ โดยยงั คงมีฝนตกหนกั ในบางพนื้ ที่ของภาคเหนือเทานั้น
สําหรบั จังหวัดที่มีฝนตกหนกั มาก ปรมิ าณฝนสะสมเกิน 90 มิลลเิ มตรตอ วนั ไดแก จังหวัด
กาฬสินธุ ชัยภูมิ สกลนคร เลย ขอนแกน พิษณุโลก เพชรบูรณ พิจิตร อุตรดิตถ แพร เชียงราย นาน
สุโขทัย พะเยา เชียงใหม ตาก ราชบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด พังงา ตรัง สตูล สุราษฎรธานี
ระนอง สงขลา
127
128
อิทธิพลจากพายุ "ทกซูริ" ( DOKSURI ) ท่ีสงผลทําใหเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นท่ีของ
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังทําใหนํ้าไหลลงเข่ือนขนาดใหญในพ้ืนที่มีปริมาณเพ่ิมสูงข้ึน
โดยเฉพาะเขอื่ นแควนอ ยบํารงุ แดน จังหวัดพษิ ณุโลก ท่ีกอนไดรับผลกระทบจากพายุ มีนํ้ากักเก็บอยูในเข่ือน
785 ลานลูกบาศกเมตร หรอื คดิ เปน 84 % ของความจุ แตห ลังจากเกิดสถานการณฝนตกหนักจากอิทธิพล
ของพายุทําใหมีปริมาณน้ําไหลลงอางคอนขางมาก โดยมีปริมาณนํ้าไหลลงอางสูงสุด 48.85 ลานลูกบาศก
เมตร ในวันที่ 18 กันยายน และหลังจากนั้นยังคงมีปริมาณนํ้าไหลเขาอยางตอเน่ือง สงผลทําใหเกิด
สถานการณนํ้าเกินระดับกักเก็บปกติในวันที่ 22 กันยายน และปริมาณนํ้ายังคงเพิ่มสูงขึ้นอยางตอเนื่อง
โดยมีปริมาณกักเก็บสูงสุดถึง 949 ลานลูกบาศกเมตร หรือ 101 % ในวันที่ 24 กันยายน ทั้งน้ีชวงวันท่ี
15-24 กันยายน มีปริมาณนาํ้ ไหลลงเข่ือนแควนอยรวมท้ังส้ิน 164 ลานลกู บาศกเมตร
พายโุ ซนรอน "เซนิ กา" ( SONCA ) ทเ่ี คลือ่ นตัวเขาสูประเทศไทยในชวงปลายเดือนกรกฎาคม
2560 สงผลทําใหเกิดนํ้าทวมในหลายพื้นท่ีตลอดชวงเดือนสิงหาคม 2560 ในขณะที่สถานการณน้ําลนตลิ่ง
ยังไมกลับเขาสูสภาวะปกตดิ ีนัก พายุ "ทกซูริ" ( DOKSURI ) ไดเคลื่อนตัวเขามาในชวงวันท่ี 15-18 กันยายน
ทําใหสถานการณน้ําลนตล่ิงมีระดับเพิ่มสูงขึ้นในหลายพ้ืนท่ี โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีนํ้าลนตลิ่งเพ่ิมขึ้น
ในแมนํ้ามูล แมนํ้าชี แมนํ้าสงคราม แมนํ้าหวยหลวง ในพ้ืนท่ีจังหวัดกาฬสินธุ ขอนแกน บุรีรัมย ยโสธร
สกลนคร อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา สวนภาคเหนือเกิดสถานการณน้ําลนตลิ่งบริเวณแมน้ํายม
แมนํ้านาน และแมนํ้าปาสัก บริเวณจังหวัดพิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ พิษณุโลก เพชรบูรณ สวนภาคกลาง
ปริมาณนํ้าท่ีไหลลงมาจากภาคเหนือประกอบกับปริมาณฝนท่ีตกในพ้ืนที่สงผลทําใหเกิดน้ําลนตล่ิงบริเวณ
จังหวัดนครสวรรค พระนครศรีอยุธยา สวนภาคใต อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใตท่ีมีกําลังแรงขึ้นสงผล
ทาํ ใหเกดิ น้าํ ลน ตลิง่ บรเิ วณจงั หวดั สตูล
129
130
การบริหารอางเกบ็ นาํ้
ต้ังแตเดือนสิงหาคมเปนตนมา 4 เขื่อนหลักลุมนํ้าเจาพระยามีปริมาณน้ําไหลลงอางเก็บน้ํา
คอนขางมากอยางตอเน่ือง โดยมีเข่ือนปริมาณน้ํากักเก็บสูงกวาเกณฑการบริหารจัดการน้ํา (Upper Rule
Curve) จํานวน 2 แหง คือ เขื่อนแควนอยบํารุงแดน ซ่ึงมีปริมาณนํ้าไหลลงอางเก็บนํ้าสูงอยางตอเนื่อง
สวนเขอื่ นปาสักชลสิทธ์ิ สามารถทําการระบายนํ้าจนระดับนํ้าลดลงสูเกณฑควบคุมบน (Upper Rule Curve)
ไดในเดือนนี้ และทําการบริหารนํา้ ใหไ มเกินเสน บรหิ ารจัดการนา้ํ บน (Upper Rule Curve) อยา งระมัดระวัง
131
ตลอดเดอื นกนั ยายน อางเก็บน้ํา 4 เขื่อนหลักลุมน้ําเจาพระยา อางเก็บนํ้า ภูมิพล สิริกิต์ิ
แควนอยฯและปาสักฯ สามารถกักเก็บน้ําไดมาก โดยในวันที่ 30 กันยายน 2560 มีปริมาณนํ้าที่เก็บได
รวมกนั 17,207 ลา น ลบ.ม. เปนน้าํ ใชการได 10,511 ลา น ลบ.ม. ดังนี้
อางเกบ็ นาํ้ ปรมิ าตรนาํ้ ในอางฯ ปรมิ าตรน้ําใชก ารได ปริมาณนํา้ ไหลลงอา งฯ ปริมาณน้ําระบาย ปรมิ าณน้ํา
รบั ไดอกี
ภูมพิ ล ปริมาตรนํา้ % ความจอุ า งฯ ปรมิ าตรนํา้ % นํา้ ใชการ วันนี้ เมอื่ วาน วันนี้ เมื่อวาน
สริ ิกิต์ิ 5,278
ภมู พิ ล+สริ ิกติ ์ิ 8,184 61 4,384 45 39.30 36.42 3.00 3.00
แควนอยฯ 1,985
ปา สกั ชลสิทธิ์ 7,525 79 4,675 70 24.56 19.82 2.99 2.89
7,263
15,709 68 9,059 56 63.86 56.24 5.99 5.89 16
19.92 23.10 25.92 25.92
923 98 880 98 385
23.35 26.10 0.89 0.88
575 60 572 60
รวมทงั้ หมด 17,207 69 10,511 58 107.13 105.44 32.80 32.69 7,664
(หนว ย : ลา น ลบ.ม.)
การบรหิ ารจดั การน้ําในแมน้ํา
ปริมาณฝนสูงสุดรายภาคตั้งแตเวลา 7.00 น. วันที่ 16 กันยายน ถึง เวลา 7.00 น.
วันที่ 17 กันยายน ภาคเหนือ ท่ีอําเภอสูงเมน จังหวัดแพร วัดได 123.2 มม. ท่ีสถานีวัดนํ้า Y.1C
บานน้ําโคง อําเภอเมือง จังหวัดแพร เร่ิมมีนํ้าเพิ่มมากข้ึนปริมาณนํ้าวัดได 523 ลบ.ม./วินาที ต่ํากวาตล่ิง
3.12 เมตร แนวโนมเพ่มิ มากขึน้
วันท่ี 18 กันยายน ท่ีสถานีวัดน้ํา Y14 อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เร่ิมมีนํ้าเพิ่ม
มากข้ึนปริมาณน้ําวัดได 1,180 ลบ.ม./วินาที และลดลงเหลือ 956 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 19 กันยายน
132
ซึ่งกรมชลประทาน ไดเฝาระวังติดตามและเตรียมการวางแผนบริหารจัดการน้ําเพ่ือท่ีจะไมใหน้ําไหลผาน
อําเภอเมือง จงั หวดั สโุ ขทยั เกนิ 550 ลบ.ม./วนิ าที ตามผงั ดา นลางนี้
ในวันที่ 19 กันยายน มีปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา Y.4 อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
อัตรา 549 ลบ.ม./วนิ าที
เน่ืองจากปริมาณนํ้าหลากจากพื้นที่ลุมน้ําเจาพระยาตอนบน ในแมน้ํายม แมนํ้านาน
และสาขามีปริมาณมากตั้งแตเดือนกรกฎาคมเพิ่มสูงขึ้นตอเนื่องตลอดเดือนสิงหาคม กันยายน สถานีวัดนํ้า
N.67 มีน้ําลนตล่ิง สมทบกับน้ําที่มาจากแมนํ้าปง 300 ลบ.ม./วินาที ทําใหสถานีวัดน้ํา C.2 จังหวัด
นครสวรรค มีปริมาณนํ้าไหลผานจํานวนมากตลอดเดือน ไหลรวมกับน้ําที่ไหลออกจากแมนํ้าสะแกกรังเขาสู
เขอื่ นเจา พระยาในอัตราประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานไดทําการบริหารจัดการน้ําใหผานเข่ือนเจาพระยาใหมีผลกระทบกับพื้นที่
ริมแมน้ําท่ีอยูนอกคันก้ันน้ํา นอยที่สุด แตอยางไรก็ตามพื้นที่ลุมต่ํานอกคันก้ันนํ้าบริเวณคลองโผงเผง
คลองบางบาลและริมแมนํา้ นอ ยในเขตอาํ เภอบางบาล พ้ืนท่ีหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกน้ําทวมตลอดมาต้ังแต
เริ่มมกี ารระบายนา้ํ มากกวา 700 ลบ.ม./วนิ าที
กรมชลประทานไดวิเคราะหฝนคาดการณของกรมอุตุนิยมวิทยานํามาคาดการณนํ้าหลาก
พบวา จะไมม ยี อดนาํ้ หลากสงู สดุ แลว กรมชลประทานจึงไดว างแผนการสงนํ้าเขาทุงผานคลองสงนํ้าดานฝงซาย
และฝงขวาของเข่ือนเจาพระยา และนําแจงในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะหแนวโนม
สถานการณนํ้าคร้งั ท่ี 30/2560 วันศกุ รท ่ี 15 กันยายน 2560 เวลา 10.00 น. ( กรณีพิเศษ ) เพ่ือเตรียม
รับสถานการณน้ําเนื่องจากพายุโซนรอนพายุ “ทกซูรี”( DOKSURi ) ณ หองประชุมศูนยปฏิบัติการน้ํา
133
อัจฉริยะ กรมชลประทาน เพื่อขอความเห็นประกอบการตัดสินใจสงนํ้าเขาทุง ซึ่งท่ีประชุมมีมติเห็นชอบ
กรมชลประทานจึงไดดําเนินการสงน้ําเขาทุงพ้ืนท่ีลุมตํ่าลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง 12 ทุง จํานวณ 30 วัน
ระหวางวันที่ 25 กันยายน ถึง 25 ตุลาคม ทยอยสงน้ําเขาทุงพ้ืนที่ลุมตํ่าลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง 12 ทุง
ที่เก็บเก่ียวขาวแลวเสร็จ ใหรับนํ้าเขาไปเก็บไวในพื้นท่ีใหเต็มศักยภาพความจุของทุง โดยคงการระบายนํ้า
ทายเขือ่ นเจา พระยาไวไ มเกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที
วันท่ี 25 กันยายน สภาพน้ําในแมน้ําเจาพระยา มีปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า C.2
อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค อัตรา 1,853 ลบ.ม./วินาที ตํ่ากวาตลิ่ง 3.28 เมตร มีแนวโนมเพิ่มขึ้น
และมีนํา้ ไหลผานเขอื่ นเจา พระยา ในอัตรา 1,375 ลบ.ม./วินาที มีพ้ืนท่ีนอกคันกั้นนํ้า ที่ไดรับผลกระทบนํ้า
เออลนตล่ิง ไดแก บริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาลและริมแมน้ํานอย บริเวณอําเภอบางบาล จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ระดับนา้ํ หนา เข่อื นเจา พระยา +15.50 ม. รทก. รับน้ําเขาฝงตะวันตกและฝงตะวันออกใน
ปรมิ าณ 405 ลบ.ม./วินาที ซ่ึงไดคาดการณป ริมาณนํา้ สงู สดุ ทอี่ าํ เภอเมือง จงั หวดั นครสวรรค ( C.2 ) อัตรา
2,200 - 2,400 ลบ.ม./วินาที และคาดการณป ริมาณนํ้าในแมนาํ้ สะแกกรัง อัตรา 200 – 400 ลบ.ม./วินาที
การบรหิ ารจดั การน้ําในพืน้ ทล่ี มุ น้ําเจา พระยาตอนลา งจะแบง เปน 2 กรณี คือ
กรณีที่ 1 ตัดน้ําเขาทุงเต็มพื้นที่ โดยการรับนํ้าเขาระบบฝงตะวันตกและฝงตะวันออกใน
ปริมาณ 405 ลบ.ม./วินาที และระบายนํ้าทายเขื่อนเจาพระยาในอัตรา 1,995 – 2,395 ลบ.ม./วินาที
ซึ่งจะมีพื้นท่ีไดรับผลกระทบตั้งแตทายเข่ือนเจาพระยาลงมา ยกเวนบริเวณบานทาทราย อําเภอสรรพยา
จังหวัดชัยนาท ตําบลอินทรบุรี อําเภออินทรบุรี จังหวัดสิงหบุรี และตําบลเทวราช อําเภอไซโย จังหวัด
อางทอง ที่ไมไดรับผลกระทบ
กรณีท่ี 2 ตัดยอดน้ําสูงสุด โดยการรับนํ้าเขาระบบฝงตะวันตกและฝงตะวันออกในปริมาณ
740 ลบ.ม./วินาที และระบายน้ําทายเขื่อนเจาพระยาในอัตรา 1,655 – 2,055 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะมีพื้นท่ี
ไดรับผลกระทบบริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาล และริมแมน้ํานอยบริเวณอําเภอบางบาล จังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา ซึง่ จะเห็นไดวาจะไมมีผลกระทบกับพ้นื ทีด่ านทายเขื่อนเพิม่ ข้นึ
เดอื นตลุ าคม 2560
การเฝาระวังตดิ ตามสถานการณฝ น
ตลอดเดือนตลุ าคม 2560 ประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากรองมรสุมท่ีพาดผานบริเวณประเทศ
ไทยตลอดท้ังเดือน โดยในชวงครึ่งเดือนแรก มรสุมไดพาดผานบริเวณตอนบนของประเทศ สวนในชวง
ครึง่ เดอื นหลงั รองมรสมุ ไดเล่ือนลงไปพาดผานภาคใต อีกท้ังมรสุมตะวันตกเฉียงใตท่ีพัดปกคลุมทะเลอันดามัน
และภาคใตมีกําลังปานกลางต้ังแตตนเดือนจนถึงกลางเดือน นอกจากนี้ในชวงกลางเดือนยังไดรับอิทธิพลจาก
พายุ depression-02 ซึ่งลักษณะดังกลาว สงผลใหชวงตนเดือนจนถึงกลางเดือน ตอนบนของประเทศไทย
ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลาย
พ้ืนที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนลางและภาคกลางตอนบน มีมีกลุมฝนตกหนักกระจายตัวเปนบริเวณกวาง
สวนภาคใตท่ีมีกลุมฝนตกหนักกระจุกตัวเปนระยะ ๆ โดยเฉพาะภาคใตตอนลางบริเวณจังหวัดปตตานี ยะลา
นราธิวาส แตหลังจากชวงกลางเดือนจนถึงปลายเดือนปริมาณฝนในพื้นที่ตอนบนของประเทศลดลง
คอนขางมาก แตยังคงมีฝนตกกระจุกตัวในบางพ้ืนที่ สวนภาคใตมีฝนตกกระจุกตัวเปนระยะ ๆ โดยมีการ
กระจายตัวของฝนเพิ่มข้ึนในหลายพื้นที่หากเทียบกับชวงตนเดือน และจากการตรวจวัดปริมาณฝนสะสม
รายวัน พบพ้ืนท่ีท่ีมีฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสมรายวันเกิน 90 มิลลิเมตร ในหลายจังหวัด ประกอบดวย
จังหวัดนาน เพชรบูรณ พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก แพร ลําปาง เชียงใหม เชียงราย อุตรดิตถ ตาก
อทุ ยั ธานี ลพบุรี กรุงเทพมหานคร ราชบุรี กาญจนบรุ ี นครสวรรค ขอนแกน มหาสารคาม เลย รอยเอ็ด
134
สระแกว ตราด จันทบุรี นครศรีธรรมราช พังงา สงขลา สุราษฎรธานี ซึ่งสถานการณฝนตกหนักดังกลาว
สง ผลทาํ ใหนํ้าในลาํ น้าํ เพ่มิ ขน้ึ จนลน ตลงิ่ เขาทวมในหลายพ้ืนท่ี รวมท้ังน้าํ ในเข่อื นตา ง ๆ เพิม่ ข้ึนคอนขา งมาก
จากรายงานสถานการณนํ้าในเข่ือนวันที่ 31 ตุลาคม มีสถานการณนํ้าลนเข่ือนจํานวน 6
แหง ไดแก เขอื่ นกว่ิ คอหมา เข่ือนแควนอย เข่ือนอุบลรัตน เข่ือนจุฬาภรณ เข่ือนกระเสียว เข่ือนทับเสลา
และมเี ขอ่ื นที่มีปรมิ าณน้ํากักเก็บเกิน 80 % ของความจุ ทั้งหมด 16 แหง ไดแก เขื่อนสิริกิต์ิ เข่ือนแมงัด
เข่ือนก่ิวลม เขื่อนลําปาว เขื่อนลําพระเพลิง เข่ือนน้ําอูน เขื่อนสิรินธร เขื่อนหวยหลวง เขื่อนน้ําพุง
เขื่อนปาสัก เข่อื นศรนี ครินทร เขอ่ื นวชิราลงกรณ เขื่อนบางพระ เข่ือนหนองปลาไหล เข่ือนขุนดานฯ และ
เขอื่ นประแสร
สําหรับลุมน้ําเจาพระยา จากสถานการณฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางตอนบน รวมถึง
ปรมิ าณนา้ํ ทีไ่ หลมาสมทบจากภาคเหนอื สงผลทําใหบรเิ วณลมุ นํ้าเจาพระยาตอนลางมีปริมาณนํ้าคอนขางมาก
โดยบรเิ วณคายจิรประวัติ อาํ เภอเมอื ง จังหวดั นครสวรรค มีปริมาณน้ําเพิ่มขึ้นมากตั้งแตชวงตนเดือนตุลาคม
โดยมปี ริมาณน้ําไหลผานสงู สุด 3,054 ลกู บาศกเมตรตอวินาที ในวันท่ี 23 ตุลาคม โดยปริมาณนํ้าดังกลาว
ไดไหลลงสูจังหวัดชัยนาท สงผลทําใหเข่ือนเจาพระยาตองเพิ่มการระบายนํ้าอยางตอเน่ือง โดยมีการระบาย
นาํ้ สูงสดุ 2,697 ลูกบาศกเ มตรตอวนิ าที ตอ เนอื่ งต้งั แตว นั ที่ 24 - 30 ตุลาคม สงผลใหพื้นที่ลุมตํ่าบริเวณริม
แมนํ้าเจาพระยา เกิดสถานการณนํ้าลนตลิ่งในหลายจังหวัด เชน จังหวัดชัยนาท สิงหบุรี อางทอง
พระนครศรอี ยธุ ยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรงุ เทพมหานคร
พายุ depression-02 กอตัวขนึ้ บริเวณทะเลจนี ใตต อนกลางในวันท่ี 9 ตลุ าคม หลังจากน้ัน
ไดเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเคล่ือนขึ้นฝงบริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันท่ี
10 ตุลาคม หลังจากนั้นไดเคลื่อนตัวตอไปยังตอนบนของประเทศลาว และออนกําลังลงเปนหยอมความกด
อากาศตํ่าในวันเดียวกัน หลังจากน้ันหยอมความกดอากาศต่ําดังกลาวไดเคลื่อนเขาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ
ของประเทศไทย สงผลใหพ นื้ ทด่ี งั กลาวมีฝนเพม่ิ ข้นึ
135
รายงานขอมูลปริมาณฝนสะสมรายวันจากคลังขอมูลน้ําและภูมิอากาศแหงชาติ ในวันท่ี 2
ตุลาคม มีฝนตกหนักกระจุกตัวอยูบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงในบางพื้นท่ีของ
ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ตอมาในชวงวันที่ 3 - 6 ตุลาคม ปริมาณฝน
เพิ่มขึ้นในทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ท่ีมีฝนตกหนักกระจายตัว
ในหลายพื้นท่ี ตอมาในชวงวันที่ 7 - 10 ตุลาคม ปริมาณฝนลดลง แตยังมีฝนตกหนักในบางพ้ืนท่ีของ
ภาคเหนือและภาคใต ตอมาในชวงวันท่ี 11 – 18 ตุลาคม ปริมาณฝนเพ่ิมข้ึนอีกครั้งโดยเฉพาะภาคเหนือ
และภาคใตท่ีมีฝนตกหนักในหลายพ้ืนท่ี ตอมาในชวงวันที่ 19 – 21 ตุลาคม ปริมาณฝนลดลงในทุกภาค
และชวงวันท่ี 22 - 25 ตุลาคม มีฝนเพิ่มมากข้ึนอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง
ตอนลา ง และภาคใต ตอ มาในชวงวนั ท่ี 26 ตุลาคม จนถึงสิ้นเดือน ปริมาณฝนลดลงในทุกภาค โดยเฉพาะ
ตอนบนของประเทศทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ที่ปริมาณฝน
ลดลงคอ นขา งมาก สวนภาคใตมีฝนตกเลก็ นอยถงึ ปานกลางในบางแหง
สําหรับจังหวดั ที่มีฝนตกหนักมาก ปริมาณฝนสะสมเกิน 90 มิลลเิ มตรตอ วัน ไดแก จังหวัด
นาน เพชรบูรณ พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก แพร ลําปาง เชียงใหม เชียงราย อุตรดิตถ ตาก อุทัยธานี
ลพบุรี กรุงเทพมหานคร ราชบรุ ี กาญจนบรุ ี นครสวรรค ขอนแกน มหาสารคาม เลย รอยเอ็ด สระแกว
ตราด จันทบรุ ี นครศรธี รรมราช พังงา สงขลา สุราษฎรธ านี
อิทธิพลของรองมรสุมที่พาดผานประเทศไทยตลอดท้ังเดือน ประกอบกับอิทธิพลของพายุ
ที่สงผลกระทบทําใหปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นในชวงกลางเดือน สงผลทําใหมีฝนตกหนักในหลายพ้ืนท่ีของ
ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ดานตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในบางพ้ืนที่ของ
ภาคตะวนั ออกและภาคใต จากการตรวจวดั ปริมาณฝนสะสมท้ังเดือนพบปริมาณฝนสะสมสูงสุดท่ีจังหวัดตราด
ปริมาณฝน 603.5 มิลลิเมตร รองลงมา คือ สุราษฎรธานี และเชียงใหม ปริมาณฝน 577 และ 553.5
มิลลิเมตร ตามลาํ ดับ
136
ดาวเทียม COSMO-SkyMed-2 RADARSAT-2 ไดบันทึกภาพบริเวณประเทศไทยชวงเดือน
ตุลาคม และจากการวิเคราะหภาพจากดาวเทียมพบพ้ืนท่ีถูกน้ําทวมทั้งส้ิน 42 จังหวัด ประกอบดวย
ภาคเหนือ 11 จังหวัด ไดแก พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย กําแพงเพชร เพชรบูรณ อุตรดิตถ พะเยา ตาก
เชียงราย เชียงใหม ลําปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ไดแก รอยเอ็ด ขอนแกน กาฬสินธุ
ยโสธร มหาสารคาม อบุ ลราชธานี ศรสี ะเกษ สกลนคร ชยั ภมู ิ นครพนม สุรินทร นครราชสีมา อุดรธานี
บุรีรัมย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลําภู อํานาจเจริญ ภาคกลาง 13 จังหวัด ไดแก นครสวรรค
พระนครศรีอยธุ ยา สุพรรณบรุ ี ลพบรุ ี อางทอง ชยั นาท สิงหบรุ ี สระบรุ ี อุทยั ธานี สมุทรสาคร ปทุมธาน
นครปฐม และนนทบุรี รวมพ้ืนที่ถูกน้ําทวมประมาณ 4.7 ลานไร โดยจังหวัดนครสวรรคมีพ้ืนท่ีถูกนํ้าทวม
มากที่สุด 735,855 ไร รองลงมาคือจังหวัดพิจิตร 527,197 ไร และพระนครศรีอยุธยา 502,300 ไร
รายละเอยี ดดงั แผนที่ดา นลา ง
137
138
การบริหารอา งเก็บน้ํา
เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ําไหลลงอางคอนขางมากในเดือนตุลาคมเริ่มต้ังแตตนเดือนแตไมเกิน
เสนเกณฑควบคุมบน เก็บน้ําไวไดโดยไมมีปจจัยเส่ียงท่ีทําใหตองระบายน้ําออก เขื่อนสิริกิต์ิมีปริมาณนํ้าไหล
ลงอางคอนขางมากมาตลอดต้ังแตกลางเดือนกรกฎาคมจนตลอดเดือนนี้ แตปริมาณน้ําในอางยังไมเกิน
เสนเกณฑค วบคมุ บน สามารถเก็บนา้ํ ไวไดโดยตองระบายนาํ้ ออก
เขื่อนแควนอยบํารุงแดน มีปริมาณน้ําไหลลงอางคอนขางมากมาตลอดต้ังแตกลางเดือน
กรกฎาคมจนตลอดเดอื นน้ี และมีปรมิ าณนํา้ เกินเสนเกณฑควบคุมบนต้ังแตกลางเดือนกรกฎาคมยังไมสามารถ
ลดระดับน้ําใหต่ํากวาเกณฑควบคุมไดเนื่องจากมีปริมาณนํ้าไหลเขามากกวาปริมาณน้ําที่ตองระบายออก
ถึงแมวาจะไดระบายนํ้าออกจาํ นวนมากตลอดเวลาก็ตาม จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมปริมาณนํ้าไหลเขาจึงเริ่มลดลง
และมนี ํ้าเต็มเขือ่ นพอดี
เข่ือนแควปาสักชลสิทธ์ิ เปนไปในทิศทางเดียวกัน มีปริมาณนํ้าไหลลงอางคอนขางมาก
ตง้ั แตกลางเดือนกรกฎาคมและเพ่ิมปริมาณมากข้ึนกวาเดิมตลอดทั้งเดือนนี้ แตปริมาณนํ้ายังไมเกินเสนเกณฑ
139
ควบคุมบน ไดระบายน้ําออกจํานวนมากตลอดเวลา โดยไมใหสงผลกระทบกับพ้ืนที่ทายเขื่อนปาสัก และให
สอดคลอ งกับการบรหิ ารจดั การนํา้ ของเขอื่ นเจาพระยาและเข่ือนพระรามหก จนถึงส้ินเดือนตุลาคมปริมาณน้ํา
ไหลเขา เข่ือนจึงเรม่ิ ลดลงและมีนา้ํ เต็มเขอ่ื นพอดี
โดยมีปริมาณน้ํากักเก็บในอางเก็บนํ้าเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควนอยฯ และปาสักฯ ณ วันท่ี
31 ตุลาคม 2560 ดงั นี้
อา งเกบ็ นํ้า ปริมาตรน้ําในอา งฯ ปรมิ าตรนา้ํ ใชการได ปริมาณนา้ํ ไหลลงอางฯ ปรมิ าณนํา้ ระบาย ปรมิ าณน้ํา
วนั นี้ เมอื่ วาน วันน้ี เมื่อวาน รบั ไดอ ีก
ภมู พิ ล ปรมิ าตรนา้ํ % ความจุอา งฯ ปริมาตรนาํ้ % นาํ้ ใชก าร
สริ ิกติ ์ิ 38.58 50.59 0.00 0.00 2,934
ภมู ิพล+สิริกิต์ิ 10,528 78 6,728 70
แควนอยฯ 14.76 16.30 1.80 0.93 1,133
ปาสักชลสทิ ธ์ิ 8,377 88 5,527 83
53.34 66.89 1.80 0.93 4,068
18,904 82 12,254 75 12.46 17.05 16.42 16.42 -
975 104 932 104 23.86 29.13 25.11 25.12 2
958 100 955 100
รวมท้งั หมด 20,837 84 14,141 78 89.66 113.07 43.33 42.47 4,069
(หนว ย : ลาน ลบ.ม.)
การบรหิ ารจดั การนา้ํ ทา
ในวันที่ 2 ตุลาคม สภาพนํ้าในอางเก็บน้ําขนาดใหญมีปริมาตรนํ้ามากกวาปที่แลว 8,728
ลาน ลบ.ม. สภาพนํ้าในลุมน้ําเจาพระยาตอนลาง เม่ือเวลา 06.00 น. มีปริมาณนํ้าไหลผานสถานีวัดน้ํา
อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค (C.2) อัตรา 1,809 ลบ.ม./วินาที ต่ํากวาตล่ิง 3.29 เมตร มีแนวโนม
ลดลง และไหลผา นเขือ่ นเจาพระยา ในอัตรา 1,245 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ําหนาเขื่อนเจาพระยา +15.50
ม. รทก. รบั น้ําเขา ฝง ตะวนั ตก 347 ลบ.ม./วนิ าที และฝง ตะวันออกในปริมาณ 191 ลบ.ม./วินาที บริหาร
นํ้าเหนือเขื่อนเจาพระยาสงเขาคลองชลประทานใหมากท่ีสุดตามศักยภาพของพ้ืนท่ี ในชวงวันท่ี 8 – 11
ตุลาคม ปริมาณน้ําเหนือเข่ือนเจาพระยาจะอยูในเกณฑประมาณ 2,076 – 2,240 ลูกบาศกเมตรตอวินาที
คาดการณจะมีปริมาณน้ําสูงสุดในวันท่ี 9 ตุลาคม ในเกณฑ 2,240 ลูกบาศกเมตรตอวินาที กรม
ชลประทานไดวางแผนบริหารจัดการน้ําบริเวณเหนือเข่ือนเจาพระยา ดวยการรับนํ้าเขาระบบชลประทานท้ัง
สองฝงของแมนํ้าเจาพระยา ดังนี้ ฝงตะวันออก รับน้ําเขาระบบชลประทานรวม 275 ลบ.ม./วินาที
จากนน้ั จะนํานํ้าเขา ไปเก็บไวในทงุ ไดแก ทุงเชียงราก ทุงทาวุง ทุงฝงซายคลองชัยนาท – ปาสัก ทุงบางกุม
ทุง บางกงุ และทุงรังสิตใต สวนทางดานฝงตะวันตก จะรับน้ําเขาระบบชลประทานรวม 465 ลบ.ม./วินาที
จากน้ันจะนาํ น้าํ เขาไปเก็บไวในทุง ไดแก ทุงบางบาล ทุงปาโมก ทุงผักไห ทุงเจาเจ็ด ทุงโพธิ์พระยา และ
ทุงพระยาบรรลือตามความตอ งการของประชาชนตอไป
การเตรียมความพรอมรับสถานการณนํ้าทวมที่อาจเกิดข้ึน ในชวงวันท่ี 2–6 ตุลาคม ไดสั่ง
การใหทุกโครงการชลประทานท่ัวประเทศ กําชับเจาหนาในการเฝาระวังและติดตามสถานการณน้ํา
อยางใกลชิด พรอมกับใหตรวจสอบระบบชลประทาน อาคารชลประทาน ใหสามารถรองรับสถานการณนํ้า
ไดเต็มศักยภาพ ตามสถานการณน ้ําที่เปน จรงิ ในแตล ะชว งเวลา รวมทั้งบรหิ ารจัดการน้ําในอางเก็บน้ําใหอยูใน
เกณฑควบคุมอยางเครงครัด สําหรับพื้นท่ีที่เคยเกิดน้ําทวมเปนประจํา ใหติดต้ังเครื่องสูบน้ําและเคร่ืองมือ
อืน่ ๆ เตรียมพรอมไวดวยแลว
ทั้งนี้ ไดใหทุกโครงการชลประทานรายงานสถานการณน้ําในพ้ืนที่ของตนใหกับผูวาราชการ
จังหวัด ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวมไปถึงฝายความม่ันคงและหนวยงานที่เกี่ยวของทราบ
140
อยางตอเนื่อง เพ่ือประชาสัมพันธแจงเตือนประชาชน ใหเตรียมรับสถานการณน้ํา พรอมกับใหติดตามการ
คาดการณสภาพอากาศที่อาจจะเกิดหยอมความกดอากาศตํ่าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟกจากกรมอุตุนิยมวิทยา
อยางใกลชิดดวย สําหรับพื้นท่ีลุมตํ่าของลุมนํ้าเจาพระยาที่กรมชลประทานไดสงเสริมใหทําการเพาะปลูก
ไปกอนแลวและอยูระหวางเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อใชเปนพ้ืนที่รองรับน้ําหลาก นั้น ไดมอบหมายใหโครงการ
ชลประทานในพื้นท่ีบูรณาการรวมกับจังหวัด ฝายความม่ันคงและหนวยงานท่ีเกี่ยวของ เขาไปดําเนินการ
ประชุมชี้แจงเกษตรกรในพื้นท่ีลุมต่ําตาง ๆ ใหชะลอการเพาะปลูกขาวตอเน่ือง โดยใหไปทําการเพาะปลูก
พรอ มกนั ในชวงตนฤดูแลง ป 2560/61 นอกจากนี้ ยังไดใ หท ุกโครงการฯเตรยี มความพรอมทางดานเคร่ืองจักร
เคร่ืองมอื รถแบคโฮ/รถขุด รถเทรลเลอร เครื่องสูบนํ้าเคล่ือนท่ี และเคร่ืองผลักดันน้ํา ในบริเวณพื้นท่ีเสี่ยง
ทจ่ี ะเกดิ นํา้ ทว มเปนประจํา เพ่ือใหสามารถนําไปชวยเหลือประชาชน เม่ือเกิดปญหานํ้าทวมไดอยางทันทวงที
จงึ ขอใหป ระชาชนในพื้นที่เสีย่ งภัยน้ําทว ม เฝาระวงั และตดิ ตามสถานการณนาํ้ ในพนื้ ท่ขี องตนอยางใกลชดิ ดว ย
ปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า N.67 มีปริมาณมากอยางตอเน่ืองในเดือนตุลาคม จนถึง
สงู สดุ ( ลน ตล่งิ ) 1,520 ลบ.ม./วินาที ในวนั ที่ 16-17 ตลุ าคม 2560 ทําใหว นั ที่ 22 ตลุ าคม มีปริมาณน้ํา
ไหลผานสถานี C.2 ในอัตราสูงสุดของเดือนนี้ 3,054 ลบ.ม./วินาที ต่ํากวาตลิ่ง 0.98 เมตร ปริมาณน้ํา
จาํ นวนนี้จะไหลเขา สูเ ข่อื นเจา พระยาตอ ไป
เข่ือนเจาพระยาเร่ิมระบายน้ํามากกวา 2,000 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 9 ตุลาคม 2560
หลงั จากน้ันไดท ําการระบายนํ้าเพิม่ มากข้ึนเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง 2,697 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 25 ตุลาคม
ระดบั น้าํ เหนือเขื่อน +17.48 ม. รทก. ระดบั นํ้าทายเขื่อน +16.03 ม. รทก.
วันที่ 25 ตุลาคม จากการคาดการณของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศ
ทรัพยากรนํ้า (องคการมหาชน) ในชวง 2-3 วันน้ี พื้นท่ีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝน
จะลดลง หลังจากนั้นฝนจะเร่มิ ลงสภู าคใตตอไป แตดวยสถานการณฝนในระยะ 3 วันที่ผานมามีปริมาณฝน
ตกมากบริเวณเหนือเขื่อนเจาพระยาแถบจังหวัดนครสวรรค สงผลใหปริมาณนํ้าเหนือเขื่อนเจาพระยาเพ่ิม
สูงขึ้น ซ่ึงเม่ือวานนี้ ( 23 ตุลาคม 2560 ) ไดมีการปรับเพ่ิมการระบายนํ้าผานเขื่อนเจาพระยาจากเดิม
2,600 เปน 2,700 ลูกบาศกเมตรตอวินาที โดยจะระบายตอเนื่องไปอีกไมเกิน 5 วัน จึงอาจจะสงผลให
พ้ืนที่ดานทายเข่ือนเจาพระยา บริเวณจังหวัดชัยนาท สิงหบุรี อางทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
มีปรมิ าณน้ําเพิม่ สงู ขึ้น 20-25 เซนติเมตร และหลังจากน้ันจะปรับลดการระบายน้ําเปนขั้นบันได เชื่อม่ันวา
การบริหารจัดการน้ําจะไมทําใหสถานการณน้ําเหนือสงผลกระทบตอพ้ืนที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลแต
อยา งใด ซงึ่ กรมชลประทานไดท าํ การบรหิ ารจดั การนํ้าทเ่ี ขอ่ื นเจา พระยาดงั น้ี
สงนํ้าเขาระบบสงนํ้าทุงฝงตะวันออก ปริมาณน้ําเขาคลองรวม 266 ลบ.ม./วินาที
คลองชัยนาท-ปาสัก ( ปตร.มโนรมย ) 210 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา 55 ลบ.ม./วินาที
คลองเลก็ อนื่ ๆ 1 ลบ.ม./วินาที
แมน ํ้าปาสกั เข่อื นพระรามหก 472 ลบ.ม./วนิ าที และรับนํา้ เขา คลองระพีพฒั น 224 ลบ.
ม./วินาที ผานคลองระพีพัฒนแยกตก ( ปตร.พระศรีศิลป ) 43 ลบ.ม./วินาที และคลองระพีพัฒนแยกใต
( ปตร.พระศรีเสาวภาค ) 85 ลบ.ม./วนิ าที
รับน้ําเขาระบบสงน้ําทุงฝงตะวันตก ปริมาณนํ้าเขาคลองรวม 501 ลบ.ม./วินาที
คลองมะขามเฒาอูทอง ( ปตร.มะขามเฒา-อูทอง ) 35 ลบ.ม./วินาที แมน้ําสุพรรณ ( ปตร.พลเทพ ) 200
ลบ.ม./วนิ าที แมนํ้านอย ( ปตร. บรมธาตุ ) 211 ลบ.ม./วนิ าที คลองเล็กอนื่ ๆ 55 ลบ.ม./วินาที
อาํ เภอบางไทร สถานี C.29A ปรมิ าณนํ้าไหลผา นเฉล่ยี 2,702 ลบ.ม./วนิ าที
141
142
บทที่ 6
สรุปและขอเสนอแนะ
6.1 สรุป
หลังจากการบริหารจัดการนํ้าในชวงฤดูนํ้าหลาก ป 2560 ภายใตมาตรการระยะเรงดวน
ของกรมชลประทานและตามนโยบายรัฐบาลท่ีกําหนดข้ึนเปนแนวทางสําหรับบริหารจัดการน้ําในระยะสั้น
ในกรณีที่มีฝนตกในพื้นท่ีลุมนํ้าเจาพระยาจํานวนมาก จนทําใหมีน้ําทาเกิดขึ้นเกินเกณฑการควบคุมปกติของ
อางเก็บนาํ้ เกนิ ความจุลํานํา้ บา ทว มที่อยูอ าศยั ริมแมน า้ํ เกิดเปน นา้ํ ทวมพ้นื ท่กี ารเกษตร เพื่อใหมีผลกระทบ
ตอ ชวี ติ และทรพั ยส ินของประชาชนใหนอยที่สุด สามารถสรปุ ผลการบริหารจัดการไดด งั น้ี
1) สํานกั งานชลประทานที่ 10 และสํานักงานชลประทานที่ 12 ปรับปรุงซอมแซมยกระดับ
แนวคันกั้นนํ้าใหสูงข้ึนกวาเดิม 0.70 - 1.00 เมตร ในทุงฝงตะวันออกตั้งแตดานใตของแมน้ําปาสักลัดเลาะ
เชือ่ มตอถงึ คนั ก้ันนา้ํ รมิ แมนํ้าเจาพระยาตอนลาง ดานตะวันตกแนวคลองพระยาบันลือลัดเลาะเชื่อมกับคันกั้น
นา้ํ ของแมน ้าํ เจา พระยาและแมน ํ้าทาจีนเสร็จเรียบรอย
2) การบรหิ ารจัดการน้ําในอางเกบ็ น้ํา สามารถควบคุมบริหารจัดการนํ้าในเข่ือนเข่ือนภูมิพล
เข่ือนสิริกิติ์ เขื่อนก่ิวลม เข่ือน ก่ิวคอหมา เข่ือนแควนอยบํารุงแดน และเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ ใหอยูในเกณฑ
ควบคุม เพื่อใหมีพื้นที่เพียงพอรับนํ้าไหลลงเขื่อนไดโดยไมจําเปนตองระบายน้ําลงมามากในชวงที่ดานทาย
เขอื่ นมปี ญหาน้าํ ทวมรวมกบั การบรหิ ารน้าํ ทาดานทา ยอางเก็บนํ้า สามารถกักเก็บนํ้าไดจํานวนเพียงพอสําหรับ
การบรหิ ารจดั การนํา้ ในฤดูแลง
3) การบริหารจัดการน้ําทา สํานักงานชลประทานที่ 3 และ 4 ไดทําการปรับปรุงขุดลอก
คลองระบายนํ้าตาง ๆ ในลุมน้ํายมใหสามารถระบายน้ําไดดีย่ิงข้ึนโดยเฉพาะคลองผันนํ้ายม – นาน
คลองระบายน้ํา DR.15.8 และ DR.2.8 เพื่อใชเรงระบายน้ําออกจากพื้นที่ใหเร็วที่สุดเพื่อใหมีท่ีวางสําหรับ
รองรับน้ําในชวงนํ้าหลากใหมากที่สุดไมใหเกิดปญหาน้ําเออลนจากลําน้ํายมออมมาลงแมน้ํานานทายสถานี
วัดน้ํา N.67 เปนจํานวนมากเหมือน ป 2554 สามารถบริหารจัดการแมนํ้ายมไดประสบความสําเร็จโดยไม
ทว มเมอื งสุโขทัย
4) การนําแนวทางการจัดระบบการปลูกขาวใหมมาใช เพ่ือใหเกษตรกรสามารถปลูกขาว
ไดปละ 2 ครั้ง ในพ้ืนที่ลุมตํ่าเจาพระยาตอนบนเหนือจังหวัดนครสวรรค หลังจากนํ้าลดในชวงปลายเดือน
พฤศจิกายน ใหเกษตรกรปลูกขาวได 2 คร้ัง ในชวงเวลา 8 เดือน กรมชลประทานไดดําเนินโครงการ
บางระกําโมเดล 60 และโครงการพื้นที่ลุมต่ํารองรับนํ้าหลากจากการตัดยอดนํ้าเหนือเข่ือนเจาพระยา
ในพื้นที่ลุมต่ําลุมน้ําเจาพระยาตอนลาง 12 ทุง คือ ทุงเชียงราก ทุงฝงซายคลองชัยนาท-ปาสัก ทุงทาวุง
ทงุ บางกมุ ทงุ บางกุง ทงุ ปา โมก ทุงผกั ไห ทงุ โพธพ์ิ ระยา ทุงเจาเจด็ ทงุ บางบาลบานแพน ทุงพระยาบันลือ
และทุงรังสิตใตที่ใชเปนทางระบายนํ้าผานลงสูทะเล ประสบความสําเร็จในการดําเนินโครงการพ้ืนที่ลุมต่ํา
รองรับนํ้าเปนอยางดี เกษตรกรสามารถเก็บเก่ียวผลผลิตไดทันกอนนํ้าหลาก ในทุงบางระกํา และใชพ้ืนที่
ท่ีเก็บเก่ียวแลวรองรับนํ้าไวใชประโยชนตาง ๆ ได รวมถึงพ้ืนท่ีลุมต่ํา 12 ทุงลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง
ถงึ แมจะยงั ไมไ ดใ ชใ นการตดั ยอดนํ้าหลากตามวัตถุประสงคแตก็ชวยชะลอลดผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนไดสวนหน่ึง
และอีกท้ังยงั สามารถเก็บนํ้าไวส ําหรับการเตรียมแปลงฤดูแลงได
143
5) การปฏิรูปองคกร รัฐบาลจัดต้ังสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติขึ้นใน ป 2560
เปนองคก รทีท่ าํ หนา ที่บูรณาการหนวยงานตาง ๆ 35 หนวยงาน ที่มีหนาท่ีเกี่ยวของกับการบริหารจัดการนํ้า
ใหสามารถแกไขปญหานํ้าไดอยางเปนระบบ ไมซํ้าซอน พรอมท้ังจัดทําแผนแมบทยุทธศาสตรน้ํา 20 ปขึ้น
เพ่อื ขบั เคลอ่ื นการแกปญ หาน้าํ รวมถงึ การแกไขปญ หาอทุ กภัย
6) การปฏิรูปกฎหมาย มีการออกพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้า ป พ.ศ. 2561 ข้ึนใชเปน
กฎหมายแมบ ทนํ้า เพอ่ื ใหท ุกหนวยงานใชในการปฏบิ ตั งิ านภายใตก ารควบคุมของ กนช.
จากผลการบริหารจัดการนํ้าตามแนวทางท่ีกําหนด ในป 2560 สามารถลดความสูญเสียจาก
การถูกนํ้าทวมพน้ื ทจี่ ังหวัดสุโขทัยไวไ ดถึง 2 คร้ัง และสามารถบรหิ ารนาํ้ ในพ้ืนท่ีเคยถูกน้ําทวมดานเหนือเขื่อน
เจาพระยาและพ้ืนที่เคยถูกน้ําทวมบริเวณทายเขื่อนเจาพระยา มีจํานวนพ้ืนที่ถูกน้ําทวมนอยลง
และความรนุ แรงของผลกระทบทีเ่ กดิ จากน้าํ ทวมมขี นาดนอ ยลง
ท้ังนี้ปริมาณน้ํารวมท่ีไหลผานจังหวัดนครสวรรคและจังหวัดอุทัยธานี เขาสูเขื่อนเจาพระยา
จังหวดั ชัยนาท มีปรมิ าณนํา้ ไมมากเทา กบั จาํ นวนทีไ่ ดคาดการณไ วของ ป 2554 แตไดดําเนินการตามแนวทาง
ท่ีกําหนดครบทุกแนวทาง อยางไรก็ตามหากปริมาณน้ํามีขนาดเทากับ ป 2554 คาดวาผลกระทบที่เกิดจาก
น้าํ ทวมจะนอยกวา ป 2554 ซึ่งมผี ลการบริหารจดั การนา้ํ ใน ป 2560 ทส่ี ําคญั ดังนี้
1 ) มีการตดั ยอดนา้ํ เขา ทงุ บางระกํา และ 12 ทงุ ลุม นํา้ เจาพระยาตอนลา ง
2 ) มีการทยอยระบายนํ้าทายเขื่อนเจาพระยา ทีละนอยจนกระทั่งสูงสุด 2,697 ลูกบาศก
เมตรตอ วนิ าที ในวนั ที่ 25 ตุลาคม 2560 ดวยการบรหิ ารจดั การนํ้าและหนว งนา้ํ ไวเหนือเข่ือนเจา พระยา
3 ) ตั้งศูนยป ฏบิ ัติการนํา้ อจั ฉริยะทก่ี รมชลประทาน
4 ) นาํ ขอมูลกรมอุตนุ ยิ มวิทยามาคาดการณนํ้าในอา งเก็บนาํ้ และคาดการณนํ้าทา ลว งหนา
5 ) มีการเตรียมการดานตา ง ๆ และบริหารจดั การน้ําดวย Rule Curve อยา งเขม งวด
6.2 ขอ เสนอแนะ
ถึงแมวาสถานการณนํ้าใน ป 2560 จะมีแนวโนมไปในทิศทางเดียวกันกับ ป 2554
แตขนาดของปริมาณนํ้าทาท่ีเกิดขึ้นมีจํานวนนอยกวา อีกท้ังชวงเวลาการเกิดน้ําหลากก็แตกตางกัน
ไมไ ดเกดิ ขึน้ พรอมกันทุกพื้นที่ลุมนํ้า ไมมีปริมาณนํ้าหลากเสริมปริมาณกันจํานวนมาก ที่ทําใหปริมาณนํ้าไหล
เขาสูเขื่อนเจาพระยาจํานวนมากเกินกวาระบบชลประทานหรือทางนํ้าธรรมชาติท่ีมีอยูจะรองรับได สามารถ
บริหารจัดการได แตยังไมมีความมั่นใจไดวาเม่ือการบริหารจัดการน้ําดีแลวถาเกิดขอผิดพลาดที่คาดไมถึง
เกิดข้ึน ทําใหมีปริมาณนํ้าขนาดเทากับหรือใกลเคียง ป 2554 ไหลเขาสูเขื่อนเจาพระยา จะสามารถทําการ
บริหารจัดการตามแผนท่ีวางไวไดหรือไมเพียงใด ดังนั้นจึงขอเสนอแนะมาตรการบริหารจัดการน้ําระยะส้ัน
เพ่ิมเติมในระหวางที่มาตรการระยะยาวยงั ไมส ามารถดําเนินการได ดงั นี้
ดา นการปอ งกัน
1 ) การเตรียมความพรอ มประชาชน/ชุมชน/พ้นื ทใี่ หพ รอ มรับมอื กับอุทกภยั
2 ) จัดทําแผนการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าในเขตลุมน้ํา รวมทั้งผลักดันใหมีการจัดทํา
แผนเตรียมความพรอมรองรับภัยพิบัติ ( Business Continuity Plan : BCP ) ในพ้ืนท่ีเฉพาะ เชน นิคม/
เขต/สวนอตุ สาหกรรม หรอื เขตธรุ กจิ สาํ คัญ ๆ พรอมทัง้ แผนอพยพ รวมท้ังใหม กี ารฝกซอมอยางสมํา่ เสมอ
3 ) พัฒนาและฟนฟูแหลงนํ้าในพ้ืนที่ เพื่อใหมีแหลงนํ้าสําหรับชุมชนในการทําการเกษตร
เปนตน ทุนสาํ หรบั การขยายเขตระบบประปาและความจาํ เปน พ้ืนฐาน
4 ) การควบคมุ การบกุ รุกทางนํ้า