The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารเผยแพร่ เรื่องที่ 1 การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560 โดย นายประยูร เย็นใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560

เอกสารเผยแพร่ เรื่องที่ 1 การบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2560 โดย นายประยูร เย็นใจ

Keywords: น้ำหลาก,เจ้าพระยา,ประยูร

44
ลุมน้ํายม ชวงตนเดือนปริมาณน้ําในแมนํ้ายมตอนบนเพ่ิมข้ึนอยางรวดเร็ว กรมชลประทาน
ใชความสัมพันธของสถานีวัดระดับน้ํา Y.20 บริเวณบานหวยสัก กับสถานีวัดระดับนํ้า Y.1C บานน้ําโคง
อําเภอเมือง จังหวัดแพร และประชาชนใหรับทราบและเตรียมรับสถานการณน้ําทวมบริเวณเทศบาลจังหวัด
แพร ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ไดทันเวลาอีกคร้ัง สถานการณน้ําทวมในจังหวัดแพรเขาสู ภาวะปกติ
ในวันท่ี 6 สิงหาคม 2554 หลังจากนัน้ ในชวงวันที่ 10 – 12 และ 15 – 19 สิงหาคม 2554 รองมรสุมกําลัง
แรงไดพาดผานภาคเหนือตอนบนมีฝนตกในลุมนํ้ายมตอนบนอีก กรมชลประทานไดแจงเตือนเตรียมรับ
สถานการณน ้าํ ทว มบริเวณเทศบาลจงั หวัดแพรอีก 2 ครั้ง ในวันท่ี 12 และ 22 สงิ หาคม 2554

45
นํ้าในแมนํ้ายมมีระดับและปริมาณนํ้าเพ่ิมสูงข้ึนอยางตอเน่ือง และไหลจากจังหวัดแพรลงสู
จังหวัดสุโขทัย เออลนตลิ่งฝงขวาและตลิ่งฝงซายเปนชวง ๆ บริเวณอําเภอศรีสัชนาลัย โดยในวันท่ี 3
สิงหาคม 2554 สถานี Y.14 อําเภอศรีสัชนาลัย มีปริมาณนํ้าไหลผานสูงสุด 2,416 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานไดใชโ ครงการพัฒนาโครงขายนํ้ายม – นาน แบงรับนํ้าเขาคลองหกบาทผันน้ําผานคลองยม –
นาน ไปลง แมน้ํานานที่อําเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ และรับน้ําเขาแมนํ้ายมสายเกา แตเนื่องจากปริมาณ
น้าํ มมี าก น้ําสวนที่เหลือไดไหลลงมาตามลํานํ้ายมและเออลนตล่ิงเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ําบริเวณอําเภอสวรรคโลก
อาํ เภอศรสี ําโรง และบรเิ วณบานปากแคว อาํ เภอเมอื งสโุ ขทัย กอ นเขาเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย ทําใหไมเกิด
น้ําทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจของเทศบาลเมืองสุโขทัย อยางไรก็ตาม ปริมาณน้ําท่ีเออลนจากแมนํ้ายมตอนบน
ไดไหลบาเขาทวมพื้นท่ีลุมตํ่าตอนลางของแมน้ํายมในเขตจังหวัดอุตรดิตถ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และ
นครสวรรค 599,271 ไร

46

ปริมาณฝนท่ีตกตอเน่ืองตลอดทั้งเดือนทําใหปริมาณน้ําในลํานํ้ายมเพ่ิมสูงขึ้นตลอดเวลาโดยท่ี
สถานี Y.5 อําเภอโพธ์ทิ ะเล จงั หวดั พิจติ ร มีปรมิ าณนํ้าไหลผา นในวันที่ 1 สิงหาคม เพยี ง 282 ลบ.ม./วินาที
เพิ่มเปน 1,264 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 สงิ หาคม 2554

ลมุ น้ํานา น ในพ้ืนทตี่ อนบนเหนือเข่ือนสิริกิติ์มีฝนตกกระจายในพ้ืนท่ีจังหวัดนาน ตั้งแตวันที่
31 กรกฎาคม 2554 สงผลทําใหเกิดน้ําทวมในพ้ืนท่ี อําเภอภูเพียง อําเภอเวียงสา และอําเภอเมือง มีนํ้า
ไหลลงเข่ือนสิริกิต์ิเปนจํานวนมาก สําหรับพ้ืนที่ทายเขื่อนสิริกิต์ิมีฝนตกหนักกระจายในเขตจังหวัดอุตรดิตถ
พิษณโุ ลก ในชว งแรกปริมาณนาํ้ ทา ในลํานาํ้ นา นมมี ากจึงระบายนา้ํ จากเขอื่ นสริ ิกติ แิ์ ละเขือ่ นแควนอยบํารุงแดน
เพียงเล็กนอย เพ่ือใหนํ้าทาที่เกิดขึ้นไหลลงสูพื้นที่ตอนลางกอน โดยมีปริมาณนํ้าไหลผาน จังหวัดพิษณุโลก
ท่ีสถานี N.5A สูงสุด 14 สิงหาคม 2554 ประมาณ 1,250 ลบ.ม./วินาที มีน้ําเออลนทวมพื้นท่ีลุมต่ํา
บริเวณในเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกชวงเวลาส้ัน ๆ ซึ่งกรมชลประทานไดแจงผูวาราชการจังหวัดพิษณุโลก
ประชาสัมพันธใหผูเก่ียวของและประชาชนรับทราบและเตรียมตัวรับสถานการณนํ้าลวงหนากอนแลว ตอมา
เข่ือนสิรกิ ิต์แิ ละเขอื่ นแควนอยบํารุงแดนมปี ริมาณนาํ้ ในอางฯคอนขา งมาก จําเปนตองพรองนํ้าเตรียมรองรับนํ้า
ในชวงฝนตกชุกต้ังแตเ ดือนกันยายน – ตลุ าคม ไมใหเ กดิ ปญ หานาํ้ ลนลงมาทว มพน้ื ทต่ี อนลางได

ปริมาณนาํ้ ในแมน้ํานานที่สถานี N.67 อําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค มีปริมาณเพิ่มขึ้น
ตอ เนื่อง มปี ริมาณน้าํ ไหลผานในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในอัตรา 1,079 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเปน 1,480
ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 สงิ หาคม 2554

ลุมนํา้ เจา พระยา ปริมาณนํา้ ท่ีสถานี C.2 อาํ เภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในชวงตนเดือน
มีปริมาณไมมาก แลวคอยเพ่ิมข้ึนตามสัดสวนของนํ้าจากแมน้ํานาน และแมนํ้าปง โดยมีปริมาณน้ําไหลผาน
ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในอัตรา 1,493 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเปน 2,713 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31

47

สิงหาคม 2554 ในเดือนน้ีปริมาณน้ําจากลุมนํ้าสะแกกรังยังมีไมมาก เพื่อเปนการพรองน้ําหนาเข่ือน
เจาพระยาและพ้ืนท่ีการเกษตรไวเตรียมรับปริมาณน้ําจํานวนมากท่ีจะเกิดขึ้นในระยะตอไปในชวงตนเดือน
ไดลดระดับนํ้าหนาเข่ือนเจาพระยาลงมาต่ําสุดท่ี +14.60 ม.รทก. และรับน้ําเขาระบบชลประทานทั้งสองฝง
ตามความตอ งการใชน้ําของพืชซ่ึงยังมีพื้นท่ีเพาะปลูกประมาณ 5.890 ลานไร ตอมาปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2
และแมนํ้าสะแกกรังเพ่ิมข้ึนเพ่ือไมใหเกิดปญหานํ้าลนตล่ิงดานทายเขื่อนเจาพระยาจึงชะลอน้ํา โดยเพิ่มระดับ
นํ้าหนา เขือ่ นเจาพระยาตง้ั แตวนั ท่ี 8 สิงหาคม จาก +14.60 ม.รทก. เปน +16.25 ม.รทก. และรับนํ้าเขา
ระบบชลประทานท้งั สองฝง โดยไมใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนที่การเกษตรแลวเรงระบายน้ําลงสูทะเล อยางไรก็
ตามปริมาณน้ําไหลผานเข่ือนเจาพระยาเพิ่มข้ึนตอเน่ืองจากตนเดือนในอัตรา 1,230 ลบ.ม./วินาที เปน
2,136 ลบ.ม./วินาที ในวนั ท่ี 31 สิงหาคม แมน า้ํ เจา พระยาบริเวณอําเภอปาโมก จงั หวัดอางทอง รับน้ําได
เพยี ง 1,800 ลบ.ม./วินาที (ไมลนเขาทวมพื้นท่ีลุมต่ํานอกคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยา) จึงไดใชแมนํ้าลพบุรี
และคลองบางแกวรับนํ้าออมเมืองอางทอง ไปลงแมน้ําปาสักที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และลดการระบาย
น้าํ จากเข่อื นปาสกั ชลสิทธล์ิ งตามความเหมาะสม เพอื่ ใหนํา้ ลงมาสมทบกับนํ้าจากแมน้ําลพบุรีไมเกิดผลกระทบ
กบั ประชาชนริมฝง แมนา้ํ ปา สกั บรเิ วณจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา

สถานการณน้ําในอางเก็บนํ้า ณ วันท่ี 1 สิงหาคม 2554 เข่ือนภูมิพล สิริกิต์ิ แควนอย
บาํ รุงแดน และปาสกั ชลสทิ ธ์ิ มีปริมาณนาํ้ เก็บกกั 8,522 (63 %), 7,493 (79 %), 474 (51 %) และ 270
(34 %) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ โดยเข่ือนภูมิพลและเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ (เรงพรองนํ้าในเดือนกรกฎาคม)
ปริมาณน้ําอยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ Lower Rule Curve สวนเข่ือน
สิริกิติ์ และเข่ือนแควนอยบํารุงแดน ซ่ึงมีปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากมีปริมาณน้ําสูงกวา Upper Rule
Curve ในเดือนสิงหาคมปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนทั้ง 4 แหง สูงกวาคาเฉล่ียมาก ไดแก เขื่อนภูมิพล มีน้ํา
ไหลลงเข่ือน 2,592 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 281 % (คาเฉล่ีย 921 ลาน ลบ.ม.) เขื่อนสิริกิติ์ มีนํ้า
ไหลลงเขื่อน 3,183 ลาน ลบ.ม.มากกวาคาเฉล่ีย 209 % (คาเฉล่ีย 1,520 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนแควนอย
บํารุงแดน มีนํ้าไหลลงเข่ือน 802 ลาน ลบ.ม.มากกวาคาเฉลี่ย 226 % (คาเฉลี่ย 355 ลาน ลบ.ม.) และ
เข่ือนปาสกั ชลสทิ ธิ์ มีนา้ํ ไหลลงเขื่อน 781 ลาน ลบ.ม.มากกวาคา เฉลย่ี 234 % (คาเฉลยี่ 334 ลาน ลบ.ม.)
ท้ังนี้การระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 4 แหง เนื่องจากบริเวณทายเขื่อนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และพ้ืนที่ภาคกลาง
ตอนบนมีฝนตกหนักตอเน่ืองตลอดทั้งเดือน การระบายนํ้าจากเข่ือนจะพิจารณาโดยคํานึงถึงองคประกอบ 4
ประการ ไดแ ก 1) ผลกระทบกับพน้ื ท่ีทายเขื่อน 2) ความสามารถรับนํ้าไดอีกของเขื่อน 3) การคาดหมาย
ในเรื่องปรากฏการณลานีญาไดเร่ิมเขาสูภาวะปกติและปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือน
ลวงหนา ภาคเหนือเดือนสิงหาคม – กันยายน มีปริมาณฝนใกลเคียงกับคาปกติ เดือนตุลาคมมีปริมาณฝน
สูงกวาคาปกติเล็กนอย และภาคกลางเดือนสิงหาคม – ตุลาคม มีปริมาณฝนสูงกวาคาปกติเล็กนอย
และ 4) การจําลองสถานการณนํ้าในเข่ือน โดยในเดือนสิงหาคมไดระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์
เขอ่ื นแควนอ ยบาํ รุงแดน และเข่ือนปา สักชลสทิ ธ์ิ 639, 1531, 410 และ 556 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ

จากการจําลองสถานการณน้ําในเขื่อน ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2554 พบวาเข่ือนภูมิพล
ซ่ึงมีปริมาณน้ํา 9,897 ลาน ลบ.ม. (73 %) รับนํ้าไดอีก 3,565 ลาน ลบ.ม. หากระบายนํ้าในอัตราวันละ
28 ลาน ลบ.ม. ไมมีผลกระทบกับพ้ืนที่ดานทายเขื่อนกรณีมีฝนอยูในเกณฑมากตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา
คาดการณเมือ่ สนิ้ ฤดฝู นนา้ํ จะไมเ ต็มเขื่อน

เข่ือนสริ ิกิตซิ์ งึ่ มีปริมาณน้าํ 8,681 ลาน ลบ.ม. ( 91 %) รบั น้าํ ไดอกี เพียง 823 ลาน ลบ.ม.
ในขณะที่ปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนมีมากหากระบายนํ้าในอัตราวันละ 57 ลาน ลบ.ม. เต็มความสามารถ
ของเคร่ืองผลิตกระแสไฟฟา กรณีมีฝนอยูในเกณฑมากตามท่ีกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณเม่ือสิ้นฤดูฝนในชวง

48

ตนเดือนพฤศจิกายนจะมีปริมาณน้ําลนเขื่อน 9,552 ลาน ลบ.ม. จําเปนตองติดตามเฝาระวังสถานการณน้ํา
อยางใกลชิด

เขื่อนแควนอยบํารุงแดน ซึ่งมีปริมาณนํ้า 829 ลาน ลบ.ม. มีพ้ืนท่ีรับน้ําเหลือเพียง 110
ลาน ลบ.ม. จําเปนตองเรงระบายน้ําแตตองพิจารณาไมใหปริมาณนํ้าท่ีระบายจากเข่ือนแควนอยบํารุงแดน
และเขอื่ นสิรกิ ิตริ์ วมกนั แลวเกดิ ปญหาน้ําทว มในแมน าํ้ นานบรเิ วณทา ยเขื่อน สาํ หรับเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิ ซึ่งมี
ปรมิ าณนาํ้ 418 ลา น ลบ.ม. มพี นื้ ท่ีรับนา้ํ อีก 540 ลาน ลบ.ม. แตม นี ํ้าไหลลงเขื่อนเฉล่ยี ทั้งปมากกวาความ
จมุ ากจึงพยายามระบายนา้ํ ใหม ากทสี่ ดุ โดยไมใ หเ กดิ ผลกระทบกบั พน้ื ท่ีทา ยนํ้า

จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณนํ้าในวันท่ี 23
สิงหาคม 2554 มติที่ประชุมเห็นชอบที่จะระบายนํ้าจากเข่ือนภูมิพล เมื่อปริมาณน้ําในลําน้ําปงลดลง
ใหระบายนา้ํ ในอตั ราวันละไมเ กิน 30 ลา น ลบ.ม. และเข่อื นสิริกติ ซิ์ ่ึงมนี ํ้าเกือบเต็มเข่ือนแลวใหระบายนํ้าเพิ่ม
จาก 56 ลา น ลบ.ม. เปนไมเ กินวนั ละ 70 ลาน ลบ.ม. สวนเขื่อนแควนอ ยบํารงุ แดนและเขื่อนปา สักชลสิทธิ์
จะระบายนา้ํ ใหส อดคลอ งกับปรมิ าณนา้ํ ไหลลงเขื่อนประมาณ วันละ 25 – 30 ลา น ลบ.ม. ทงั้ 2 เขื่อน

เดอื นกันยายน
สถานการณนํ้าฝน รองมรสุมพาดผานประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต
กําลังปานกลางถึงคอนขางแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยเกือบตลอดเดือน
โดยเฉพาะ ระหวางวันท่ี 8– 12 กันยายน มีรองมรสุมกําลังแรงพาดผานประเทศไทยตอนบนทําใหเกิดฝน
ตกหนัก ประกอบกับในชวงวันท่ี 19 – 21 กันยายน บริเวณความกดอากาศสูงกําลังปานกลางจากประเทศ
จนี แผล งมาปกคลมุ ประเทศไทยตอนบน ทําใหรอ งมรสุมเลื่อนลงมาพาดผานบริเวณตอนกลางของประเทศไทย
แลวพาดเขาสูหยอมความกดอากาศตํ่าบริเวณทะเลจีนใตตอนกลาง ซึ่งตอมาไดทวีกําลังแรงข้ึนจนกระทั่งเปน
พายุโซนรอน “ไหถาง (HAITANG)” ในวันที่ 25 กันยายน เคล่ือนขึ้นฝงบริเวณเมืองเว ประเทศเวียดนาม
ในวันท่ี 27 กันยายน แลวออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสชันกอนเคลื่อนตัวผานประเทศลาว แลวออนกําลังลง
เปนหยอมความกดอากาศต่ํากําลังแรงเคลื่อนเขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย
ในวันท่ี 28 กันยายน นอกจากน้ีพายุไตฝุน “เนสาด (NESAT)” ในทะเลจีนใตตอนบนไดเคลื่อนตัวผานอาว
ตังเก๋ียข้ึนฝงเมืองฮาลอง ประเทศเวียดนาม ออนตัวเปนพายุโซนรอน ในวันท่ี 30 กันยายน ทําใหบริเวณ
ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนาแนนเกอื บตลอดเดอื น เกดิ ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือเกิดนํ้าทวมหนักในเขต
จังหวัดเชียงใหมเปนบริเวณกวางหลายอําเภอ ปริมาณฝนเดือนน้ีในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย 309.8 มิลลิเมตร
สูงกวาคาปกติ 97.5 มิลลิเมตร ( 46 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 256.9 มิลลิเมตร ตํ่ากวาคาปกติ
4.1 มิลลิเมตร ( 2 % )
สถานการณนํ้าทา รองความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือในชวงวันท่ี 8 – 12
กันยายน และในชวงปลายเดือนไดรับอิทธิพลจากพายุโซนรอน “ไหถาง (HAITANG)” และพายุไตฝุน
“เนสาด (NESAT)” ปริมาณนํ้าในลาํ นาํ้ ตา ง ๆ เพมิ่ มากขน้ึ มีน้ําทวมในลุมนํ้าตา ง ๆ ดงั น้ี
ลุมน้ําปง บริเวณเหนือเขื่อนภูมิพลมีนํ้าทาอยูในเกณฑมาก มีนํ้าไหลลงเข่ือนมากตอเน่ือง
โดยเฉพาะชว งทีม่ รสุมกาํ ลงั แรงพาดผาน และชวงปลายเดือนที่ไดรับอิทธิพลจากพายุทําใหเกิดน้ําทวมตัวเมือง
เชยี งใหม กรมชลประทานใชความสมั พนั ธของสถานีวัดระดับนํ้า P.67 บริเวณบานแมแต กับสถานีวัดระดับ
น้าํ P.1 สะพานนวรัฐ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม แจงเตือนผูวาราชการจังหวัดเชียงใหมและประชาชนให
รับทราบเพ่ือเตรียมรับสถานการณและขนยายสิ่งของขึ้นท่ีสูงไดทันในวันท่ี 28 กันยายน แตปริมาณน้ํามีมาก

49
เกดิ นํ้าทวมตัวเมืองเชียงใหมเ ปนบรเิ วณกวา ง ระดับนํ้าในแมนํ้าปงท่ีสะพานนวรัฐกลับเขาสูภาวะปกติในวันท่ี 1
ตุลาคม 2554

เนื่องจากเขอื่ นภมู พิ ลยังมีพน้ื ทรี่ บั นํ้าไดอีกมาก จึงระบายนํ้าจากเขื่อนภูมิพลในอัตราไมมากนัก
ตามความเหมาะสม ปรมิ าณนํ้าในลาํ นํ้าปงตอนลางที่สถานี P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จึงมีปริมาณน้ําเพ่ิมขึ้น
และลดลงตามปริมาณฝนทต่ี กทายเขอ่ื นภมู ิพลเปนหลัก

ลุมน้ําวัง ฝนที่ตกเหนือเข่ือนกิ่วคอหมาและเขื่อนกิ่วลม ใชเข่ือนท้ังสองแหงชะลอน้ําไว
เกอื บท้ังหมด

ลุมนํ้ายม นํ้าในแมน้ํายมตอนบนซึ่งมีความลาดชันมากเม่ือปริมาณฝนลดลงทําใหปริมาณ
น้ําทาในแมน้ํายมเหนือจังหวัดสุโขทัยกลับเขาสูภาวะปกติ แตน้ําจากแมนํ้ายมตอนบนไหลบาเขาทวมพื้นที่
ลุมต่ําเพ่มิ ข้ึน ประกอบกับมฝี นตกในพื้นทลี่ ุม นํ้ายมตอนลางตอเนื่องตลอดท้ังเดือนทําใหระดับน้ํา ในแมน้ํายม
ในเขตอาํ เภอเมือง อําเภอครี มี าศ และอาํ เภอกงไกลาศ จังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกํา อําเภอพรหมพิราม
อําเภอเมืองพิษณุโลก และอําเภอบางกระทุม จังหวัดพิษณุโลก อําเภอสามงาม อําเภอบึงนาราง อําเภอ
โพทะเล อําเภอโพธ์ิประทับชาง อําเภอวชิรบารมี อําเภอเมือง อําเภอตะพานหิน และอําเภอบางมูลนาก
จังหวัดพิจิตร ถูกน้ําทวมเพิ่มขึ้นและระดับน้ําเพิ่มสูงขึ้นมาก ทําใหนํ้าจากแมน้ํายมตอนลางเออลนบามาลง
แมนํ้านานกอ นถงึ บริเวณจุดบรรจบกับแมน้าํ ปง ทาํ ใหปริมาณนา้ํ ทีน่ ครสวรรค สงู เพมิ่ ข้ึนมาก

50

ลุมน้ํานาน ในพ้ืนท่ีตอนบนเหนือเข่ือนสิริกิต์ิปริมาณฝนตกเริ่มลดนอยลงแตยังคงมีน้ําทา
จาํ นวนมากไหลลงเขือ่ นสิรกิ ติ ์อิ ยา งตอเนื่อง โดยเฉพาะในชวงที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานภาคเหนือระหวาง
วนั ท่ี 8 – 12 และ 19 – 22 กันยายน สําหรับพ้ืนที่ทายเขื่อนสิริกิติ์เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควนอย
บํารงุ แดนมีปรมิ าณน้ําเกือบเต็มเข่ือนทั้งสองแหง จําเปนตองระบายน้ํา ประกอบในชวงที่มรสุมกําลังแรงพาด
ผานภาคเหนือระหวางวันที่ 8 – 12 กันยายน มีฝนตกหนักกระจายในเขตจังหวัดอุตรดิตถ พิษณุโลก
ปริมาณนํ้าในแมน้ํานานทายเข่ือนสิริกิต์ิเพิ่มข้ึนมาก มีนํ้าไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A อําเภอเมือง จังหวัด
พษิ ณุโลก เพ่ิมขน้ึ มากอยา งตอเนื่องและมีแนวโนมจะลนตลิ่ง กรมชลประทานไดประสานกับจังหวัดพิษณุโลก
ใหเสริมกระสอบทรายปองกันนํ้าลนตลิ่งเขาทวมพ้ืนท่ีเศรษฐกิจและจัดเวรยามติดตามสถานการณและเตรียม
เครื่องสบู นา้ํ เครอ่ื งจักรเครื่องมือไว รวมทัง้ กรมชลประทานไดรว มกบั การไฟฟาฝา ยผลติ ใชเ ขื่อนสิริกิต์ิและเขื่อน
แควนอยบํารุงแดนเก็บชะลอนํ้าท่ีไหลลงเขื่อนไวใหมากท่ีสุด โดยสลับลดการระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 2 แหง
ใหสอดคลองกับปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนเพ่ือไมใหเกิดผลกระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อน ตั้งแตวันท่ี 7
กันยายน ชวยใหเทศบาลเมอื งพิษณโุ ลกสามารถปอ งกนั น้าํ ลน ตลงิ่ จากแมน้าํ นาน โดยปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดนํ้า
N.5A มีอตั ราการไหลมากกวา ความสามารถรับนํา้ ได ( 1,452 ลบ.ม./วนิ าที ) ตั้งแตวันที่ 11 กันยายน ถึงวันที่
10 ตุลาคม ไวได (ปริมาณน้ําไหลผานสูงสุด 1,743 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 24 กันยายน ) ถึงแมจะมี
นํ้าลนขามคันกั้นนํ้าบางชวงแตสามารถเรงเสริมคันปองกันไดทันเวลา แลวสูบน้ําที่ลนขามคันเขาไปทวมพ้ืนท่ี
ใหเขาสูภาวะปกตไิ ดโดยเรว็ ลดความเสยี หายจากอทุ กภยั ไดม าก

ปรมิ าณนํา้ ในแมนาํ้ นา นตอนลางท่ีสถานี N.67 อําเภอชุมแสง จงั หวัดนครสวรรค มีปริมาณ
เพ่ิมขนึ้ จากในวันที่ 1 กนั ยายน ในอตั รา 1,483 ลบ.ม./วินาที เพิม่ เปน 1,556 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 30
กันยายน

ลุมนํ้าเจาพระยา ปริมาณนํ้าท่ีสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค เพิ่มสูงข้ึนอยางตอเนื่องโดย
ปริมาณนํ้าจากแมน้าํ นา นเพ่มิ ขนึ้ อยางชา ๆ มีอตั ราไหลสงู สดุ ที่ 1,556 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 30 กันยายน
แลวเริ่มลดลง สวนปริมาณนํ้าจากแมนํ้าปงที่ไหลมาจากอําเภอบรรพตพิสัย มีปริมาณเพิ่มข้ึนและลดลงตาม
ปริมาณฝนท่ีตกทายเขื่อนภูมิพล โดยมีอัตราสูงสุดในชวงวันที่ 14 – 16 กันยายน มีปริมาณนํ้าไหลผาน
2,232, 2,295, 2,039 ลบ.ม./วินาที แลวลดลงเหลอื 951 ลบ.ม./วินาที ในชวงปลายเดอื น แตป รมิ าณนํ้า
ทส่ี ถานี C.2 เพมิ่ ขนึ้ ตอ เนื่องไมไ ดลดลงตามสัดสวนของปรมิ าณนํ้าจากแมน ้ําปง และแมน ํา้ นานท่ีไหลมาบรรจบ
กนั โดยมีสาเหตจุ ากน้าํ จากลุม น้ํายมตอนลางไหลบา ลัดลงแมนํ้านานบริเวณกอนถึงบริเวณจุดบรรจบกับแมน้ํา
ปง จํานวนมาก โดยที่สถานี C.2 มีปริมาณน้ําไหลผานในวันที่ 1 กันยายน ในอัตรา 2,785 ลบ.ม./วินาที
เพิม่ เปน 4,344 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30 กันยายน

แมนํ้าสะแกกรงั เริม่ มีปริมาณนา้ํ ไหลผา นเล็กนอยในชวงตนเดือน หลังจากเกิดรองมรสุมกําลัง
แรงพาดผานตอนบนของประเทศ มีฝนตกตอเนื่องในพื้นท่ีภาคกลางตอนบนปริมาณน้ําในแมน้ําสะแกกรัง
เพมิ่ ข้นึ รวดเรว็ ต้งั แตช ว งกลางเดอื น โดยมปี ริมาณนํา้ ไหลผา นสถานี Ct.2A อําเภอเมือง จังหวดั อทุ ัยธานี 37
ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 1 กันยายน เพิ่มขึ้นเปน 651 ลบ.ม./วินาที ในชวงปลายเดือน น้ําในแมนํ้า
เจาพระยาจากจงั หวัดนครสวรรคร วมกับนํ้าจากแมน าํ้ สะแกกรงั และนา้ํ ทาบริเวณเหนือเขื่อนเจาพระยาที่ไหลลง
มาหนาเขื่อนเจาพระยาเพ่ิมข้ึนตอเนื่องตลอดทั้งเดือน การบริหารจัดการนํ้าในสวนนี้ในชวงตนเดือนไดรับน้ํา
เขาระบบชลประทานทั้ง 2 ฝงมากที่สุด โดยไมใหเกิดผลกระทบกับพื้นท่ีการเกษตรท่ียังมีพ้ืนท่ีเพาะปลูก
รวมทั้ง 2 ฝงประมาณ 3.22 ลานไร โดยรับนํ้าเขาระบบชลประทานท้ังสองฝง 512 – 691 ลบ.ม./วินาที
ตอมาระหวางวนั ที่ 8 – 12 กนั ยายน มีฝนตกหนักบริเวณรอยตอของลุมน้ําเจาพระยาและลุมนํ้าปาสักในเขต
อําเภอโคกสําโรง สระโบสถ โคกสําโรง หนองมวง จังหวัดลพบุรี เกิดนํ้าไหลหลากลงมาทวมพ้ืนที่ลุมตํ่า

51
ริมคลองชัยนาท – ปาสัก บริเวณอําเภอบานหมี่ และอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตองเรงระบายน้ําสวนนี้ลง
คลองชัยนาท – ปาสัก จําเปนตองลดการรับน้ําเขาคลองชัยนาท – ปาสัก ต้ังแตวันท่ี 12 กันยายน
เมื่อสภาวะน้ําทวมบริเวณฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักบรรเทาลง จึงไดรับนํ้าเขาคลองชัยนาท – ปาสัก
เพิ่มข้ึนในเกณฑไ มมากนกั ตั้งแตว ันที่ 19 กันยายน

สําหรับพื้นที่ฝงตะวันตกมีปริมาณฝนตกมากและเกิดนํ้าทวมบริเวณจังหวัดสิงหบุรี อางทอง
ไดมีการพิจารณาปรับการรับน้ําเขาระบบชลประทานตามความเหมาะสม โดยพยายามรับนํ้าเขาระบบ
ชลประทานเพื่อลดยอดน้ําท่ีจะไหลผานเข่ือนเจาพระยาใหมากที่สุด เมื่อเกิดฝนตกหนักในพ้ืนท่ีชลประทาน
จึงตองพิจารณาปรับลดหรือเพิ่มการรับนํ้าตามสถานการณน้ําในระบบชลประทานตลอดเวลา โดยรับนํ้าเขา
ระบบ 514 ลบ.ม./วนิ าที ในชว งตน เดือนแลวเพิ่มขึ้นสูงสุดเปน 691 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 10 กันยายน
แลว ลดการรับนํ้าลงเหลอื ต่าํ สุด 207 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 17 กันยายน แลว ทยอยรบั น้ําเพิ่มขึ้นเปน 456
ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30 กนั ยายน

ทายเข่ือนเจาพระยาดานฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา มีคันคลอง 1 ซาย–บรมธาตุ
เปนคันกั้นนํ้าหลังจากท่ีเคยถูกนํ้ากัดเซาะขาดพ้ืนที่ชลประทานฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลางไดรับ
ผลกระทบนํ้าทวมหนักในป 2549 ทุกปกอนถึงฤดูนํ้าหลากสํานักชลประทานท่ี 12 จะเสริมคันดินเล็ก
ทาํ ใหม ีระดับหลงั คันสูงกวาคันก้ันน้ําฝงตะวันออก ซึ่งกรมชลประทานใชคันคลองชัยนาท–อยุธยา เปนคันก้ัน
นํ้า โดยคันคลองชัยนาท–อยุธยา จุดที่รับนํ้าไดนอยท่ีสุดตั้งอยูบริเวณจุดตัดกับคลองระบายชัยนาท–ปาสัก2

52
ที่ประตูระบายนํ้าบางโฉมศรี ในอดีตเม่ือปริมาณนํ้าไหลผานเข่ือนเจาพระยามีปริมาณเพิ่มข้ึนและมีแนวโนม
เพิ่มขึ้นถึง 2,800 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะสรางคันดินเล็กหรือเสริมกระสอบทรายบนคันคลอง
ชยั นาท–อยุธยา ในชวงท่ีมีระดับต่ําเพื่อปองกันไมใหน้ําไหลขามคันคลอง แตในปน้ีมีขอขัดแยงของประชาชน
ที่อาศัยอยูนอกคันก้ันน้ําซึ่งถูกน้ําทวมตั้งแตกลางเดือนสิงหาคมไมยินยอมใหเสริมระดับคันก้ันน้ํา ในวันที่ 2
กันยายน น้ําไหลผานเขื่อนเจาพระยาเพิ่มขึ้นเปน 2,853 ลบ.ม./วินาที เร่ิมมีน้ําเออลนขามคันคลอง
ชยั นาท–อยุธยาบริเวณประตูระบายนาํ้ บางโฉมศรี เม่ือไมสามารถเสริมคันก้ันนํ้าไดประกอบกับปริมาณนํ้าไหล
ผานเขื่อนเจาพระยาเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ นํ้าไดกัดเซาะคอสะพานบนคันคลองชัยนาท–อยุธยาบริเวณประตูระบาย
น้ําบางโฉมศรี และคันคลองชัยนาท–อยุธยา กม.27+800 ขาด เมื่อวันท่ี 14 กันยายน และกัดคันคลอง
ชัยนาท–อยุธยา กม.34+100 ขาด เม่ือวันที่ 17 กันยายน ปริมาณน้ําไหลผานเข่ือนเจาพระยาเพ่ิมขึ้น
สูงสุด 3,721 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 22 กันยายน แลวเร่ิมลดลงเน่ืองจากน้ําไดกัดเซาะคันกั้นน้ําบริเวณ
เหนอื และทา ยเข่ือนเจา พระยาในชวงวนั ที่ 18 – 25 กันยายน ขาดรวม 7 แหง รวมคันก้ันน้ําฝงตะวันออก
ของแมนํ้าเจาพระยาท้ังบริเวณเหนือเขื่อนเจาพระยาและทายเขื่อนเจาพระยาถูกนํ้ากัดขาดท้ังส้ิน 10 แหง
ในระยะแรกเมื่อคันกั้นนํ้าขาดระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาสูงกวาระดับน้ําดานในมาก กระแสน้ําไหลแรงไม
สามารถปดชองขาดไดทันที ตอมาเมื่อความแตกตางของระดับน้ําดานนอกและดานในคันกั้นน้ําลดระดับลง
พอสมควร กรมชลประทานไดนําเคร่ืองจักรเขาไปเพ่ือซอมแซมปดชองขาดแตไมสามารถดําเนินการได
เน่ืองจากไดรับการตอตานจากประชาชนท่ีอาศัยอยูนอกคันกั้นนํ้า กรมชลประทานไดประสานขอใหฝาย
ปกครองเขาชวยเจรจากับประชาชนและตอมากรมชลประทานสามารถเขาพ้ืนที่พรอมกับหนวยทหารเพ่ือ
ซอมแซมคันกั้นนํ้าได เม่ือวันที่ 29 กันยายน ทําใหมีนํ้าจํานวนมากไหลบาเขาพื้นท่ีทุงฝงตะวันออกของลุม
เจาพระยา ซึ่งไมมีเคร่ืองมือท่ีใชควบคุมทิศทางการไหลของน้ําได เกิดน้ําทวมหนักต้ังแตจังหวัดนครสวรรค
จังหวัดชัยนาท สิงหบุรี อางทอง และไดไหลลงมารวมสะสมในทุงเหนือแมนํ้าปาสักท่ีจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา

53
นอกจากนี้ระดับนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาดานทายเข่ือนเจาพระยาท่ีสูงขึ้น ทําใหมีนํ้าไหลเขา
คลองบางหลวง (คลองโผงเผง) มาก และไดกัดเซาะคันโอบของประตูระบายน้ําคลองตานึ่ง อําเภอบางบาล
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขาดเมื่อวันที่ 14 กันยายน นํ้าไดไหลบาเขาทวมพื้นท่ีแกมลิงทุงผักไห ซ่ึงเปนที่
ลุมต่ํานํ้าทวมประจําทุกป และนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาไดกัดเซาะคันโอบของประตูระบายนํ้าพระงาม อําเภอ
พรหมบุรี จังหวัดสิงหบุรี ขาดเมื่อวันที่ 15 กันยายน นํ้าไดไหลบาเขาทวมพ้ืนที่นาซึ่งเกษตรกรเก็บเกี่ยว
หมดแลว ของโครงการสงน้ําและบํารุงรักษายางมณี หลังจากท่ีกระแสนํ้าไดชะลอความแรงลงแลว
กรมชลประทานไดระดมเคร่ืองจกั รเขาซอมแซม และสามารถปด ชองขาดไดเ มือ่ วันที่ 5 ตุลาคม ปริมาณนํ้าที่
ไหลเขา พ้นื ที่ฝงตะวนั ตกท้ังสองจดุ น้ีคงคางในทุงยางมณีและทุงผักไห แลวคอย ๆ ทยอยไหลลงสูพ้ืนท่ีตอนลาง
อยา งชา ๆ

54

ลมุ นํา้ ปาสัก กรมชลประทานใชเข่อื นปา สักชลสิทธ์ิชะลอนํ้าเหนือเข่ือน โดยพยายามระบาย
น้ําลงมาใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนท่ีดานทายใหนอยที่สุด มีปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนมากต้ังแตตนเดือน ทําให
เขอื่ นปาสักชลสทิ ธมิ์ ีปริมาณนา้ํ เตม็ เขอ่ื นในวันที่ 23 กันยายน เนือ่ งจากลมุ นาํ้ ปาสักมฝี นตกหนักตอเนื่องมีนํ้า
ไหลลงเขื่อนมาก เพอื่ ไมใ หเ กดิ ผลกระทบกับความมน่ั คงของตัวเข่ือน จึงตองเพิ่มการระบายนํ้าขึ้นสูงสุด 950
ลบ.ม./วินาที ในวนั ที่ 30 กนั ยายน นอกจากนใี้ นเดือนน้ีมฝี นตกหนกั กระจายเต็มพื้นที่ฝงตะวันออกตอนลาง
มีน้ําในพื้นที่มากจึงรับนํ้าจากแมน้ําปาสักเขาคลองระพีพัฒนไมมากในเกณฑประมาณไมเกิน 170 ลบ.ม./
วนิ าที นํ้าท่รี ะบายจากเข่อื นปาสกั รวมกบั น้ําทาทายเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ สวนใหญจะระบายผานเข่ือนพระราม
หกลงแมน ้าํ เจา พระยาสอู าํ เภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สูงสุด 3,255 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30
กันยายน ซึง่ ยงั ไมม ผี ลกระทบเกดิ นาํ้ เออ ลน คันกัน้ นา้ํ ริมแมน้าํ เจาพระยาตั้งแตพระนครศรีอยุธยาลงไป

น้าํ ในอางเก็บน้ํา ณ วนั ท่ี 1 กันยายน เขื่อนภูมพิ ล เข่อื นสริ กิ ติ ์ิ เขอ่ื นแควนอยบํารุงแดน
และเขือ่ นปา สกั ชลสิทธ์ิ มปี รมิ าณนํ้าเกบ็ กกั 10,483 ( 78 % ), 8,920 ( 94 % ), 848 ( 90 % ) และ 447
( 57 % ) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ โดยเขื่อนภูมิพลและเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิมีปริมาณนํ้าอยูต่ํากวา Upper
Rule Curve สวนเขื่อนสิริกิต์ิและเข่ือนแควนอย ซึ่งมีปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากมีปริมาณน้ําสูงกวา
Upper Rule Curve ในเดือนกันยายนปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือนทั้ง 4 แหง สูงกวาคาเฉล่ียมาก ไดแก
เขอ่ื นภมู พิ ลมีนํา้ ไหลลงเข่ือน 2,842 ลา น ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 183 % ( คาเฉลี่ย 1,545 ลาน ลบ.ม. )
เขื่อนสริ ิกิต์มิ ีน้ําไหลลงเขื่อน 2,340 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 169 % ( คาเฉล่ีย 1,383 ลาน ลบ.ม. )
เขือ่ นแควนอ ยบาํ รงุ แดนมนี ํ้าไหลลงเขื่อน 899 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉล่ีย 171 % ( คาเฉลี่ย 524 ลาน
ลบ.ม. ) เข่ือนปาสักชลสิทธ์ิมีนํ้าไหลลงเขื่อน 1,749 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 224 % (คาเฉลี่ย 778
ลาน ลบ.ม. ) สําหรับการระบายน้ําในพ้ืนที่ตอนบนจะพิจารณาในภาพรวมของเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และ
เขื่อนแควนอยบํารงุ แดน ไมใหเกดิ ผลกระทบกบั พื้นท่ตี อนลางมาก โดยพิจารณาปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนควบคู

55

กับปริมาณน้ําทาท่ีเกิดจากฝนตกบริเวณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางตอนบน เน่ืองจากทั้ง 3 เข่ือน
มีปริมาณน้ําไหลลงเขอ่ื นมาก เขื่อนสิริกิต์ิและเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้ามากใกลเต็ม เพ่ือไมใหเกิด
ผลกระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อนจําเปนตองเรงระบายนํ้าใหมีพื้นท่ีรองรับน้ําท่ีจะไหลลงเขื่อนในระยะ
ตอไป (โดยปกติในเดือนกันยายนจะมีนํ้าจํานวนมากไหลลงเข่ือนทั้งสองแหงและจะลดลงในเดือนตุลาคม)
ในขณะท่ีบริเวณทายเข่ือนท้ัง 2 แหง มีฝนตกหนักตลอดทั้งเดือนนํ้าในลําน้ํานานสูงข้ึนมาก การระบายน้ํา
จะพจิ ารณาเพ่ิมลดสลบั กันตามปริมาณนาํ้ ท่ไี หลลงเข่ือนและสภาพนาํ้ ในลาํ นํ้านาน

เขื่อนสิริกิติ์ ในชวงแรกของเดือนกอนที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานไดเรงระบายน้ําโดย
ระบายผานเคร่ืองกําเนิดไฟฟาเต็มศักยภาพและเปดบานระบายอาคารระบายนํ้าลน รวมประมาณวันละ 67
ลาน ลบ.ม. เมือ่ มีฝนตกหนักดานทา ยเขอื่ นเนือ่ งจากรองความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานไดลดการระบาย
น้ําลงเหลือวันละ 57 ลาน ลบ.ม. ตอเน่ืองจนถึงส้ินเดือน รวมระบายน้ําท้ังหมดในเดือนกันยายน 1,831
ลา น ลบ.ม.

เขื่อนแควนอยบํารุงแดน ในชวงแรกของเดือนกอนที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานไดเรง
ระบายนํ้าจากเข่ือนประมาณวันละ 29 ลาน ลบ.ม. เมื่อมีฝนตกหนักดานทายเข่ือนเนื่องจากรองความกด
อากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานไดลดการระบายน้ําลง โดยพิจารณาใหผลรวมของนํ้าทาที่เกิดจากฝนตก นํ้าที่
ระบายจากเขือ่ นสริ กิ ิต์ิ และน้ําที่จะระบายจากเขื่อนแควนอยบํารุงแดนตองไมทําใหนํ้าลนตล่ิงบริเวณเทศบาล
เมืองพษิ ณุโลก โดยลดการระบายน้ําลงในชวงวนั ที่ 7 – 13 กันยายน ระบายน้ําในอัตราประมาณวันละ 16
ลาน ลบ.ม. เปนผลใหเขื่อนแควนอยบํารุงแดน มีปริมาณนํ้าเต็มเข่ือนต้ังแตวันท่ี 14 กันยายน จึงไดเพ่ิม
การระบายนํ้าใหสอดคลองกับปริมาณน้ําไหลลงเข่ือน เพื่อไมใหปริมาณน้ําในเข่ือนมีมากเกินไปจนเกิดผล
กระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อน และปริมาณน้ําที่ระบายตองไมมากจนเกิดน้ําลนตล่ิงเทศบาลเมือง
พิษณุโลก เข่ือนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้าเกินความจุตั้งแตวันที่ 14 – 18 กันยายน โดยมีปริมาณน้ํา
สูงสุด 960 ลาน ลบ.ม. (102%) ในวันที่ 16 กันยายน แลวลดลงเหลือ 873 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 30
กันยายน รวมปรมิ าณน้ําที่ระบายจากเขือ่ นแควนอยบาํ รงุ แดนท้งั หมดในเดอื นกันยายน 860 ลาน ลบ.ม.

เข่ือนภูมิพล ในชวงตนเดือนยังมีพ้ืนที่รับน้ําไดอีกประมาณ 3,000 ลาน ลบ.ม. มีฝนตก
ดานทายเข่ือนตอเน่ือง จึงระบายนํ้าในเกณฑประมาณวันละ 28 ลาน ลบ.ม. ตอมาเม่ือรองมรสุมกําลังแรง
พาดผาน นํ้าดานทายเขื่อนมีมากไดลดการระบายน้ําลง 3 วัน เปนวันละ 13 ลาน ลบ.ม. เม่ือปริมาณ
น้าํ ทาลดลงจึงไดเพิ่มการระบายน้ําขึ้นเปนวันละ 28 ลาน ลบ.ม.จนถึงส้ินเดือน รวมปริมาณนํ้าที่ระบายจาก
เขือ่ นภูมพิ ลทงั้ หมดในเดอื นกันยายน 776 ลา น ลบ.ม.

เข่ือนปาสักชลสทิ ธิ์ ในชวงตนเดอื นมพี ้นื ทร่ี ับน้าํ ได 483 ลาน ลบ.ม. ในชวงตนเดือนไดเรง
พรองน้ําในอัตราใกลเคียงกบั ปรมิ าณนา้ํ ไหลลงเข่ือนวันละ 34 ลาน ลบ.ม. ตอมาเม่ือรองมรสุมกําลังแรงพาด
ผาน มีฝนตกในเขตจังหวัดลพบุรีมาก จึงตองเรงระบายน้ําในคลองชัยนาท – ปาสักไปกอน จําเปนตองลด
การระบายน้ําจากเขื่อนปาสักในชวงวันท่ี 7 – 13 กันยายน เหลือวันละ 20 ลาน ลบ.ม. และลดลงอีก
ในชวงท่ีน้าํ จากฝงซายของคลองชยั นาท – ปาสัก ไหลเขาทวมอําเภอบานหมี่ และอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ระหวางวนั ที่ 14 –19 กันยายน เมือ่ น้ําในคลองชยั นาท – ปาสกั เริ่มลดลง จงึ ไดเ พ่ิมการระบายนํ้าจากเขื่อน
ปาสักอีกครง้ั เนือ่ งจากมปี รมิ าณนาํ้ ไหลลงเขอ่ื นปาสักชลสิทธ์ิเปนจํานวนมากและตองชะลอการระบายนํ้าจาก
เขื่อนทําใหเข่ือนปาสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ําเต็มเขื่อน ในวันที่ 23 กันยายน แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนยังมี
มากตอเน่ือง และดานทายเข่ือนมีปริมาณนํ้าทาจํานวนมาก จึงใชเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ชะลอนํ้าใหมากที่สุด
โดยพิจารณาไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคงของตัวเข่ือนดวย ไดกําหนดเกณฑเก็บกักนํ้าไดไมเกิน 1,100
ลา น ลบ.ม. (เบ้อื งตน ใชก รณีการเกบ็ กกั น้ําป 2553 เปน แนวทางดาํ เนินการซ่ึงในป 2553 เก็บกักน้ําไวสูงสุด

56

1,177 ลา น ลบ.ม.) การระบายนา้ํ จากเขอ่ื นปา สักชลสิทธ์ิไดปรับเพิ่มข้ึนต้ังแตวันท่ี 20 กันยายน เปนวันละ
30 ลาน ลบ.ม. และเพม่ิ เปน วันละ 82 ลาน ลบ.ม. ในวันที่ 30 กนั ยายน รวมปริมาณนํ้าระบายในเดือน
กันยายน ท้ังหมด 1,093 ลา น ลบ.ม.

เดอื นตลุ าคม
สถานการณนํ้าฝน ในระยะคร่ึงแรกของเดือนรองมรสุมพาดผานบริเวณภาคกลาง
ภาคตะวันออกและภาคใตตอนบน ประกอบกับในชวงตนเดือนพายุไตฝุน “เนสาด” (NESAT) และพายุโซน
รอน “นาลแก” (NALGAE) ไดเคล่ือนเขามาสลายตัวบริเวณประเทศเวียดนาม ทําใหเกิดฝนตกกระจาย
ในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน สวนในระยะคร่ึงหลังของเดือนบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน
ไดแผลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยไดเปล่ียนเปนมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ตอนบนของประเทศมีฝนและอุณหภูมิลดลง ปริมาณฝนเดือนนี้ในภาคเหนือมีฝน
ตกเฉลี่ย 132.9 มิลลิเมตร ต่ํากวาคาปกติ 9.8 มิลลิเมตร ( 8 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉลี่ย 177.09
มิลลิเมตร ตาํ่ กวาคา ปกติ 3 มลิ ลเิ มตร ( 2 % )
สถานการณน้ําทา ในชวงตนเดือนตุลาคมมีฝนตกหนักในบริเวณภาคเหนือเน่ืองจากอิทธิพล
พายุไตฝุน “เนสาด (NESAT)”ขึ้นฝงทีป่ ระเทศเวียดนามในวันที่ 1 ตุลาคม แลวออนกําลังลงเปนหยอมความ
กดอากาศตํ่าเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก และตอมาไดรับอิทธิพลของพายุโซนรอน “นาลแก” (NALGAE)
ท่ีออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสชั่นข้ึนฝงที่ประเทศเวียดนามในวันท่ี 5 ตุลาคม ทําใหบริเวณภาคเหนือ
และภาคกลางตอนบนมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตอเนื่องถึงกลางเดือน ปริมาณฝนจึงคอยลดลง ทําให
มีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควนอยบํารุงแดน และปาสักชลสิทธิ์ เปนจํานวนมาก รวมท้ัง
มีปรมิ าณน้ําทาในลาํ นา้ํ ตา ง ๆ เพ่ิมมากข้นึ ดวย ดังนี้
ลุมนํ้าปง บริเวณเหนือเข่ือนภูมิพลมีน้ําทาอยูในเกณฑมาก หลังจากไดรับอิทธิพลของพายุ
ไตฝุน “เนสาด (NESAT)” มีน้ําไหลลงเขื่อนภูมิพลเพิ่มข้ึนมากตั้งแตวันท่ี 4 – 8 ตุลาคม โดยมีน้ําไหลลง
เขือ่ นมากทสี่ ดุ ในวันที่ 5 ตลุ าคม รวม 289 ลาน ลบ.ม. สูงทส่ี ุดในป 2554 ทําใหเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ํา
ใกลเตม็ จาํ เปน ตองระบายนํ้าเพิ่มจากในชวงวันที่ 1 – 4 ตุลาคม วันละ 41 – 54 ลาน ลบ.ม. เปนวันละ
60 – 105 ลาน ลบ.ม. (ระบายนํ้าสูงสุด 105 ลาน ลบ.ม. ในวันที่ 7 ตุลาคม) โดยพิจารณารายวัน
ใหสอดคลองกับปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนเพื่อประคองไมใหน้ําเต็มเขื่อน เม่ือปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนลดลง
จงึ ทยอยลดการระบายนาํ้ ลง
ดานทายเขื่อนภูมิพล มีฝนตกหนักในเขตจังหวัดตาก ลําปาง กําแพงเพชร น้ําในแมนํ้าวัง
บริเวณเหนือเขื่อนกิ่วคอหมาและเข่ือนกิ่วลมมีไมมากใชเข่ือนทั้งสองแหงเก็บกักนํ้าไวเกือบหมด จะมีเฉพาะ
ตอนลางของลุมนํา้ วงั ท่มี ีนาํ้ ทาที่เกิดจากฝนตกหนักทําใหนํ้าในแมน้ําวังที่ไหลลงมาสมทบกับ แมนํ้าปงเพิ่มมาก
ข้ึนตั้งแตปลายเดือนกันยายนและเพ่ิมสูงสุดประมาณ 657 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 6 ตุลาคม แลวลดลง
รวดเร็วเหลือ 181 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 16 ตุลาคม ผลรวมของน้ําท่ีเกิดจากการระบายจากเขื่อนภูมิพล
น้ําจากแมน้าํ วัง และน้าํ ทาของลุมนาํ้ ปง ดานทายเขื่อนภมู ิพล ทําใหน ้ําในแมนํ้าปงทส่ี ถานีวัดนํ้า P.7A อําเภอ
เมือง จังหวัดกําแพงเพชรเพิ่มข้ึนสูงสุด 3,142 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 10 ตุลาคม แลวลดลงรวดเร็ว
คงเหลือ 1,300 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 16 ตุลาคม ปริมาณนํ้าจํานวนมากน้ีเมื่อไหลลงไปตอนลาง
สวนหน่ึงจะเออลนฝงซายแมน้ําปงออมไปรวมกับน้ําจากแมนํ้ายมแลวไหลบาไปออมไปลงแมน้ําเจาพระยา
ที่จังหวัดนครสวรรค ทําใหมีนํ้าคงเหลือไหลไปถึงสถานีวัดนํ้า P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค
สูงสดุ เพียง 2,247 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 10 – 11 ตุลาคม แลวลดลงเหลือประมาณ 700 ลบ.ม./วินาที

57

ในชวงปลายเดือนนํ้ายอดใหญน้ีเดินทางไปรวมกับน้ําจากแมน้ํานานและนํ้าจากแมน้ํายมท่ีไหลบามาท่ีจังหวัด
นครสวรรค ซงึ่ ในขณะนั้นมีพนื้ ท่ถี กู นํา้ ทว มเปนบรเิ วณกวา งมีลักษณะเหมือนอา งเกบ็ นํา้ จงึ มนี ้ําไหลผานสถานี
วัดนํา้ C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรคเ พิ่มขึ้นเล็กนอยเทานนั้

ลุมนํ้ายม มีฝนตกในพื้นท่ีลุมน้ํายมตั้งแตจังหวัดแพรลงมาตอเนื่องถึงชวงกลางเดือนตุลาคม
ทําใหมีนํ้าไหลลงมาเติมพื้นที่ตอนลางของลุมน้ํายม ในเขตอําเภอเมือง อําเภอคีรีมาศ และอําเภอกงไกลาศ
จังหวัดสุโขทัย อาํ เภอบางระกาํ อําเภอพรหมพริ าม อาํ เภอเมืองพิษณุโลก และ อําเภอบางกระทุม จังหวัด
พิษณุโลก อําเภอสามงาม อําเภอบึงนาราง อําเภอโพทะเล อําเภอโพธ์ิประทับชาง อําเภอวชิรบารมี
อําเภอเมือง อําเภอตะพานหิน และอําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ระดับนํ้ายังคงสูงและเออลนบามาลง
แมนํ้านานกอนถึงบรเิ วณจุดบรรจบกับแมนาํ้ ปง

ลุมนํ้านาน ในพ้ืนท่ีตอนบนเหนือเข่ือนสิริกิต์ิมีฝนตกมากในชวงวันท่ี 1 – 2 ตุลาคม
จากนั้นมีปริมาณฝนตกไมมาก และหมดฝนตั้งแตชวงกลางเดือน เขื่อนสิริกิต์ิมีนํ้าไหลลงเขื่อนมาก ในชวง
11 วันแรกของเดือน การระบายน้ําอยูในเกณฑมากกวาปริมาณน้ําไหลลงเข่ือน ทําใหมีพ้ืนที่รับน้ําเพ่ิมข้ึน
เมอื่ ปรมิ าณนํา้ ไหลลงเขือ่ นเริ่มลดลงจึงไดลดการระบายน้ําจากเขื่อนสิริกิต์ิใหนอยลงมากเหลือวันละ 10 – 20
ลาน ลบ.ม. จนถึงส้ินเดือนตุลาคม สําหรับพื้นที่ทายเข่ือนสิริกิต์ิ ในชวงสัปดาหแรกมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
แควนอยบํารุงแดนมาก แตปริมาณนํ้าในแมน้ํานานยังอยูในเกณฑมาก กรมชลประทานไดใชเขื่อนแควนอย
บํารุงแดนชะลอน้ําไวโดยระบายน้ําในอัตรานอยกวาหรือใกลเคียงกับนํ้าไหลลงเข่ือน เพื่อใหมีน้ํารวมกับน้ํา
ท่รี ะบายจากเขื่อนสิริกิติ์และนํ้าทาท่ีเกิดจากฝนตกรวมกันแลวใหมีน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A อําเภอเมือง
จงั หวัดพิษณโุ ลก ไมลนตลง่ิ ที่เสรมิ ไว ทําใหเ ขอ่ื นแควนอยบาํ รุงแดนมีปริมาณนาํ้ เต็มเขื่อนในชวงวันท่ี 7 – 20
ตุลาคม หลังจากที่ปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A ลดลงต่ํากวาตล่ิงจึงระบายน้ําจากเขื่อนแควนอย
บาํ รงุ แดนเพิม่ ขึ้นมากกวา ปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนเพ่ือลดปริมาณนํา้ ใหอยใู นระดับเกบ็ กกั

ปริมาณน้ําในแมนํ้านานตอนลางท่ีสถานี N.67 อําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค ยังคง
เพ่ิมขึ้นชา ๆ มีปริมาณน้ําไหลผานในวันท่ี 1 ตุลาคม ในอัตรา 1,553 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นสูงสุดในวันที่
13 – 14 ตลุ าคม แลว เรมิ่ ลดปริมาณลงเหลือ 1,378 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 31 ตลุ าคม

ลุมนํ้าเจา พระยา ในชวงครง่ึ แรกของเดอื นตุลาคม มีฝนตกในบริเวณภาคเหนือตอนลางและ
ภาคกลางตอนบน มีปริมาณนํ้าจากแมน้ําปง แมน้ํานาน แมน้ํายม ไหลลงมารวมลงแมน้ําเจาพระยาทําให
ปรมิ าณน้ําทส่ี ถานีวดั นา้ํ C.2 เพม่ิ ขน้ึ ตอเนื่อง ในวันท่ี 10 ตุลาคม เกิดอุบัติเหตุคันกั้นน้ําของเทศบาลเมือง
นครสวรรคขาดนํ้าไหลเขาทวมเทศบาลเมืองนครสวรรคเปนบริเวณกวาง ปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดน้ํา C.2
เพิ่มข้ึนสูงสุด 4,686 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 13 – 14 ตุลาคม แลวคอยลดลงอยางชา ๆ เหลือปริมาณน้ํา
ไหลผาน 3,440 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31 ตุลาคม และนํ้าทวมเทศบาลเมืองนครสวรรคไดกลับเขาสูภาวะ
ปกตใิ นชวงปลายเดอื น

ในลุมนํ้าสะแกกรังมีปริมาณนํ้ามากและเพิ่มขึ้นตอเนื่องโดยมีปริมาณนํ้า 641 ลบ.ม./วินาที
ในวนั ที่ 1 ตลุ าคม และเพมิ่ ข้ึนสูงสดุ 713 ลบ.ม./วินาที ในชว งวนั ที่ 15 – 16 ตลุ าคม จากน้ันคอยลดลง
เหลือ 534 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 ตุลาคม นํ้าในแมน้ําเจาพระยาจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจาก
แมนํ้าสะแกกรัง และ Sideflow บริเวณเหนือเข่ือนเจาพระยา ไหลลงมาหนาเข่ือนเจาพระยาเพ่ิมข้ึน
ตอเน่ือง ในวันที่ 5 – 7 ตุลาคม น้ําไดเออลนกัดเซาะคันก้ันนํ้าฝงตะวันออกของแมน้ําเจาพระยาบริเวณ
เหนอื เข่ือนเจา พระยาขาดเพมิ่ อีก 3 แหง รวมคนั กน้ั นา้ํ ฝง ซายถกู กดั เซาะขาดท้งั หมด 13 แหง

58

การพิจารณาใชระบบชลประทานเพ่ือบรรเทาอุทกภัย โดยปดการรับน้ําเขาคลองชัยนาท –
อยุธยา เพื่อไมใหมีนํ้าเขาไปเพิ่มในทุงท่ีถูกน้ําทวมหนักอยูแลว สําหรับคลองชัยนาท – ปาสัก ใหแบงรับนํ้า
ออมเขาไปมากท่ีสุดเทาที่จะทําได โดยไมใหน้ําเออลนคลองลงไปเพ่ิมปริมาณน้ําในทุงฝงตะวันตกเน่ืองจาก
พื้นที่การเกษตรเกบ็ เกี่ยวหมดแลว จงึ รับน้ําเขาไปชะลอในพ้ืนท่ีชลประทาน การใชระบบชลประทานดังกลาว
สามารถลดยอดนํ้าในแมนา้ํ เจาพระยาในชว งวนั ท่ี 14 – 15 ตุลาคม ซงึ่ ปรมิ าณนา้ํ จากนครสวรรค รวมกับนํ้า
จากแมนํ้าสะแกกรังไหลลงมาที่เข่ือนเจาพระยาสูงสุดประมาณ 5,400 ลบ.ม./วินาที ไดประมาณ 740
ลบ.ม./วินาที ประกอบกับการซอมแซมชองขาดเหนือเขื่อนเจาพระยายังไมแลวเสร็จท้ังหมดทําใหมีนํ้าไหล
ผานเข่ือนเจาพระยาคอนขางทรงตัวประมาณ 3,600 ลบ.ม./วินาที ตั้งแตตนเดือน เมื่อน้ําจากนครสวรรค
และแมนํ้าสะแกกรังลดลงในชวงกลางเดือน ปริมาณนํ้าไหลผานเขื่อนเจาพระยาไดเริ่มลดลงต้ังแตวันที่ 20
ตุลาคม และลดลงเหลอื 3,195 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31 ตุลาคม สําหรับปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา
C.3 และสถานีวัดนํ้า C.7A มีลักษณะการข้ึนลงเปล่ียนแปลงไมมากเนื่องจากยังมีชองขาดดานทายเข่ือน
เจาพระยาท่ียังซอมไมเสร็จโดยมีนํ้าสูงสุด 2,910 และ 2,656 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 22 ตุลาคม
แลว ลดลงเหลือ 2,885 และ 2,613 ลบ.ม./วินาที ในวนั ที่ 31 ตลุ าคม ตามลาํ ดบั

กรมชลประทานไดร วมกบั หนวยทหารดําเนินการปดชองขาดทั้ง 13 แหง แลวเสร็จในเดือน
ตุลาคม 12 แหง สวนอีก 1 แหงแลวเสร็จในเดือนพฤศจิกายน เน่ืองจากการปดชองขาดใชเวลานานมาก
ทําใหม ปี ริมาณนาํ้ จาํ นวนมากเขาทวมพื้นท่ีการเกษตรและพื้นท่ีชุมชนตั้งแตจังหวัดนครสวรรค จังหวัดชัยนาท
สิงหบุรี อางทอง ไหลลงมารวมสะสมท่ีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและยกระดับข้ึนเขาทวมนิคมอุตสาหกรรม
สหรัตนคร อําเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 4 ตุลาคม แลวเออลนลงแมน้ําปาสัก
เม่ือรวมกับนํ้าท่ีระบายจากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิและน้ําทาของแมน้ําปาสักท่ีระบายผานเขื่อนพระรามหกทําให

59
ระดบั น้ําในแมน ํา้ ปาสักสูงขึ้นในวันท่ี 5 ตลุ าคม ไดไหลขามตลง่ิ ฝงซายของแมนํ้าปาสักและคันก้ันนํ้า 1 ขวา
นครหลวง บาเขาทุงนครหลวง ตอมาในวันท่ี 7 ตุลาคม ไดกัดเซาะคันก้ันน้ําเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา
ขาดนํ้ารวมท้ัง กัดเซาะคันปตร.หันตรา ปตร.คลองขาวเมา และคันคลองสาคูขาด น้ําไหลบาลงสูพื้นท่ี
ตอนลางรวมทั้งนํ้าในแมน้ําเจาพระยาไดกัดเซาะคันก้ันนํ้าดานใตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขาดอีก 3 แหง
มีนํ้าไหลบาขามแนวคลองขาวเมาเขาทวมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อําเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เม่ือวันที่ 9 ตลุ าคม กรมชลประทานไดพยายามดําเนินการปดชองขาดบริเวณ ปตร.ขาวเมา เพ่ือสกัดไมให
เกิดปญหาน้ําไหลบาเขาทุงแลวควบคุมไมไดเหมือนพื้นท่ีตอนบนแตไดรับการตอตานจากประชาชนอีกเชนกัน
ทําใหม ีนา้ํ ไหลบา ลงสพู นื้ ท่ตี อนลา ง น้าํ สว นหนึ่งไหลขามถนนพหลโยธินไปรวมกับนํ้าที่ไหลบาผานชองขาดของ
แมน้ําเจาพระยาท้ัง 3 แหง เขาทวมนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในวันท่ี 10 ตุลาคม ตอมาในวันท่ี 15 ตุลาคม นํ้าในแมนํ้าเจาพระยายังไดกัดเซาะคันก้ันน้ําฝงซายของ
แมน้ําเจาพระยาที่อําเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ขาดอีก 4 แหง มีนํ้าไหลบาเขามาเสริมนํ้าจากพ้ืนที่
ตอนบนแลวเขาทวมนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และแฟคตอร่ีแลนด อําเภอบางปะอิน จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา วันท่ี 16 ตุลาคม นิคมอุตสาหกรรมนวนคร อําเภอคลองหลวง จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ในวันท่ี 17 ตุลาคม และนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี่ อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ในวันท่ี 20 ตุลาคม

สําหรับมวลน้ํากอนใหญส ว นทไี่ หลบาจากคลองขาวเมาลงพื้นท่ีตอนลางมีจํานวนมาก แนวรับ
น้ําท่ีใชชะลอนํ้าสวนน้ี ชั้นท่ี 1 ใชคลอง 26 และ คลองระพีพัฒนแยกตก โดยไดกอสรางคันดินบนคัน
คลองฝง ซา ยคลองระพีพัฒนแยกตกต้ังแตคลอง 1 ถึงคลอง 7 และชั้นที่ 2 ใชแนวคลองรังสิตดานใตโดยมี

60

การกอ สรางคนั ดินและแนวกระสอบทรายเลาะแนวคลองรังสิตตั้งแตประตูระบายน้ําจุฬาลงกรณไปถึงคลอง 7
แลวเลาะตามแนวคลอง 7 ถึงประตูปลายคลอง 7 บนแลวตัดแนวขวางผานคลอง 8 ถึงคลอง 13
แลวเลาะลงแนวทศิ ใตล งไปถึงคลองพระองคไชยานชุ ติ จรดทะเล กอ นท่นี ํา้ กอ นใหญจ ะลงมาถึงกรมชลประทาน
ไดใชระบบชลประทานท่ีมีอยูเปนเคร่ืองมือวางแผนการบริหารจัดการน้ํา ใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนท่ี
กรงุ เทพมหานคร และปริมณฑลนอยทีส่ ุด โดยเรงระบายนํ้าตามคลองแนวตั้ง รวมทั้งใชคลองสงน้ําแนวขวาง
ประกอบดวย คลองระพีพัฒนแยกตก คลองรังสิตประยูรศักด์ิ คลองหกวาสายลาง คลองบางขนาก
คลองประเวศบรุ รี มย เรงระบายนา้ํ ออกแมน้ําเจาพระยา แมนํ้านครนายก แมนํ้าบางปะกง ทางสถานีสูบน้ํา
ที่มีอยูและเสริมเคร่ืองสูบน้ําเคลื่อนท่ีใหสามารถระบายนํ้าใหไดมากที่สุดเทาที่จะทําได และในพ้ืนที่ตอนลาง
ไดเรงกระจายน้ําลงตามคลองแนวต้ังผานคลองพระองคไชยานุชิต คลองลําปลาทิว คลองจระเขใหญ
และคลองอ่ืน ๆ ลงสูคลองชายทะเลสูบแลวเรงสูบระบายออกสูอาวไทย โดยสถานีสูบนํ้าสุวรรณภูมิ
และสถานีสบู นํ้าตามแนวคลองชายทะเล แตการจัดการก็ไมสามารถดําเนินการไดตามแผนที่วางไว เนื่องจาก
ไดรับการขัดขวางจากประชาชนบริเวณประตูระบายน้ํา ถึงแมวาจะไดทําความเขาใจใหรับรูถึงการดําเนินการ
แกไขปญหาแลวก็ตามปริมาณนํ้าจํานวนมากจากคลอง 1 และคลอง 2 ไหลทะลักเขาสูคลองหกวาสายลาง
และยังไดรับการตอตานการทําแนวปองกันบริเวณริมคลองรังสิตประยูรศักด์ิดานใต นํ้าไดไหลบาเขาทวม
ทุงรังสิตเหนือ ทุงรังสิตใต ซ่ึงตอมาน้ําไหลบาผานจุดขาดของคันก้ันนํ้าตามแนวพระราชดําริเขาสู
กรงุ เทพมหานครในวนั ท่ี 22 ตลุ าคม บริเวณถนนพหลโยธนิ และถนนวภิ าวดีรังสิต

น้ําท่ีไหลผานสถานี C.29 อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มข้ึนตอเน่ืองตั้งแต
ตนเดือนสูงสดุ 3,860 ลบ.ม./วนิ าที ในวนั ท่ี 15 ตลุ าคม ในขณะทีก่ ําแพงปองกันตลิ่งของ กทม. สามารถ
รับน้ําไดเพยี ง 3,500 ลบ.ม./วินาที เพอ่ื ไมใหเ กดิ ปญหาน้าํ จากแมนํ้าเจาพระยาไหลลนขามกําแพงเขาไปทวม
พ้ืนที่เศรษฐกิจ กทม. ไดเสริมกระสอบทรายรวมทั้งวางกระสอบทรายปดชองวางของกําแพงท่ียังไมสามารถ
กอสรางไดเ นอ่ื งจากตดิ ปญหาที่ดินเพ่ือรองรับสถานการณไวลวงหนากอนแลว แตการท่ีจังหวัดตาง ๆ องคกร
ปกครองสวนทองถ่ินริมแมน้ําเจาพระยาไดทําคันกั้นน้ําปองกันพ้ืนที่ชุมชนต้ังแตจังหวัดนครสวรรค
ถึงกรุงเทพมหานคร ทําใหพ้ืนที่หนาตัดลํานํ้าในบริเวณนั้น ๆ เล็กลง เปนผลใหเมื่อมีปริมาณนํ้าไหลผาน
ในอัตราเทา ๆ กัน ระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาป 2554 จะสูงกวาระดับนํ้าจากอดีตมาก น้ําในแมนํ้านอย
และแมน้ําเจาพระยาที่ยกตัวสูงข้ึนมากไดกัดคันกั้นน้ําของโครงการสงน้ําและบํารุงรักษาเจาเจ็ดบางย่ีหน
โครงการพระยาบันลือ คันก้ันน้ําริมแมนํ้าเจาพระยาขาด 13 แหง และทํานบช่ัวคราวของเทศบาลเมือง
บางบัวทองขาดในวนั ท่ี 15 ตุลาคม ทําใหม ปี รมิ าณนา้ํ จํานวนมากจากแมน้ําเจาพระยาและแมน้ํานอยไหลบา
เขาสูพ้ืนท่ีบริเวณโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาเจาเจ็ดบางย่ีหน พระยาบันลือ พระพิมล และภาษีเจริญ
สรางความเสียหายใหกับพื้นท่ีการเกษตรและชุมชนตาง ๆ รวมท้ังหมูบานจัดสรรจํานวนมากในเขตจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา สพุ รรณบุรี ปทมุ ธานี นนทบุรี และดา นฝงธนบุรขี องกรุงเทพมหานคร

ในเดือนตุลาคมมีชวงเวลาที่นํ้าทะเลหนุนสูง 2 ครั้ง คือ ระหวางวันท่ี 14 – 17 ตุลาคม
และระหวางวนั ที่ 27 – 31 ตุลาคม ไดลดการระบายนํ้าจากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิลวงหนานํ้าทะเลหนุนลงมาก
ที่สุดโดยไมใหเกิดผลกระทบกับตัวเข่ือนเพื่อลดยอดน้ําท่ีจะไหลลงมาถึงกทม.ในชวงนํ้าทะเลหนุนสูงระหวาง
วันท่ี 14 – 17 ตุลาคม ระดับนํ้าในแมนํ้าเจาพระยามีระดับสูงสุดที่สถานีวัดน้ํา C.4 สะพานพุทธยอดฟา
วัดได +2.29 ม.รทก. เมอื่ วันท่ี 15 ตุลาคม และในชวงระหวางวันที่ 27 – 31 ตุลาคม ระดับนํ้าในแมนํ้า
เจาพระยามีระดับสูงสุดที่สถานีวัดน้ํา C.4 สะพานพุทธยอดฟา วัดได +2.66 ม.รทก. เม่ือวันท่ี 30
ตุลาคม ทั้งนี้ระดับกําแพงปองกันตลิ่งของ กทม. ตั้งแตสะพานพุทธยอดฟาถึงสะพานกรุงธนบุรีมีระดับ
+2.80 ม.รทก.

61

สถานการณน าํ้ ในอางเก็บนา้ํ ณ วนั ท่ี 1 ตลุ าคม เขื่อนภมู ิพล เข่ือนสิริกิต์ิ เขื่อนแควนอย
บํารุงแดน และเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ มีปริมาณน้ําเก็บกัก 12,554 (93%), 9,394 (99%), 881 (94%) และ
1,063 (136%) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ มีปริมาณน้ําอยูในเกณฑสูงกวา Upper Rule Curve ทุกแหง
ในเดือนตุลาคมปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนทั้ง 4 แหง ยังคงสูงกวาคาเฉลี่ยมาก ไดแก เขื่อนภูมิพลมีนํ้าไหลลง
เข่ือน 2,895 ลา น ลบ.ม.มากกวาคาเฉลี่ย 234% (คาเฉล่ีย 1,232 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนสิริกิติ์และเขื่อนแคว
นอยบํารุงแดนซ่ึงโดยปกติแลวปริมาณน้ําท่ีไหลลงเข่ือนจะอยูในเกณฑนอย แตป 2554 เข่ือนท้ัง 2 แหง
ยังคงมีนํ้าไหลลงเขอ่ื นอยใู นเกณฑมาก โดยเขอื่ นสิริกิตม์ิ ีนาํ้ ไหลลงเขอื่ น 1,063 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉล่ีย
175% (คาเฉลี่ย 605 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนแควนอยบํารุงแดนมีน้ําไหลลงเขื่อน 438 ลาน ลบ.ม. มากกวา
คาเฉลี่ย 168% (คาเฉลี่ย 260 ลาน ลบ.ม.) และเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิมีน้ําไหลลงเขื่อน 1,530 ลาน ลบ.ม.
มากกวา คาเฉลยี่ 154% (คา เฉลีย่ 989 ลาน ลบ.ม.) การระบายน้ําในพืน้ ทีต่ อนบนยงั คงใชห ลักเกณฑเหมือน
เดือนกันยายนคือพิจารณาในภาพรวมของเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และเขื่อนแควนอยบํารุงแดน ไมให
เกดิ ผลกระทบกับพ้ืนทต่ี อนลางมากโดยพิจารณาปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนควบคูกับปริมาณน้ําทาที่เกิดจากฝนตก
บริเวณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางตอนบน เน่ืองจากทั้ง 3 เขื่อนมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนมาก
แตเข่ือนสิริกิติ์และเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณน้ํามากใกลเต็ม เพ่ือไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคง
ของตัวเขื่อนจําเปนตองเรงระบายนํ้าใหมีพ้ืนที่รองรับนํ้าที่จะไหลลงเข่ือนในระยะตอไป ( โดยปกติในเดือน
กันยายนจะยังคงมีนํ้าจํานวนมากไหลลงเข่ือนทั้งสองแหงแลวจะเร่ิมลดลงในเดือนตุลาคม ) ในขณะที่บริเวณ
ทา ยเขอื่ นทง้ั 2 แหง มีฝนตกหนักตลอดทั้งเดือน น้ําในลําน้ํานานสูงข้ึนมาก การระบายนํ้าจะพิจารณาเพิ่ม
ลดสลับกนั ตามปรมิ าณน้ําท่ไี หลลงเขือ่ นและสภาพนาํ้ ในลาํ น้าํ นาน

เข่อื นสิริกติ ิ์ มนี ้าํ ไหลลงเขอ่ื นมากในชวงวันท่ี 2 – 3 ตุลาคม เนื่องจากมีฝนตกหนักบริเวณ
เหนือเขื่อน จากนน้ั ลดลงมากและหมดลงในชวงกลางเดือนการระบายน้ําอยูในเกณฑมาก ประมาณวันละ 40
– 60 ลา น ลบ.ม. ในชวงตนเดือน เม่ือปริมาณนํ้าไหลลงเขือ่ นเริ่มลดลงจึงไดลดการระบายนํ้าจากเข่ือนสิริกิต์ิ
ใหนอยลงมากเหลือวันละ 10 – 20 ลาน ลบ.ม. จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม รวมระบายนํ้าท้ังหมดในเดือน
กนั ยายน 946 ลา น ลบ.ม.

เขือ่ นแควนอยบาํ รุงแดน มีปรมิ าณน้าํ เตม็ เขอ่ื นเม่ือกลางเดือนกันยายน หลังจากที่ระบายนํ้า
เพ่ิมเมื่อ Sideflow ทายเข่ือนสิริกิติ์ลดลง ณ ตนเดือนตุลาคมยังคงมีนํ้าในเขื่อนใกลเต็มขณะท่ีมีฝนตกในลุม
นํ้านานตอนบนในชวงตนเดือนทําใหมีนํ้าไหลลงเข่ือนแควนอยบํารุงแดนรวมท้ัง Sideflow ทายเข่ือนสิริกิต์ิ
เพ่ิมข้ึนมากไดใชเขื่อนแควนอยบํารุงแดนชะลอน้ําไว ทําใหเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้าเต็มเข่ือน
ในชว งวันที่ 7 – 20 ตลุ าคม หลังจากทีป่ ริมาณนํ้าไหลผานสถานีวัดน้ํา N.5A ลดลงต่ํากวาตลิ่งจึงระบายน้ํา
จากเขื่อนเพิ่มขนึ้ มากกวา ปริมาณน้าํ ไหลลงเขื่อนเพ่ือลดปรมิ าณนํา้ ใหอ ยูในระดบั เก็บกกั

เข่อื นภูมิพล ในชวงตนเดอื นคงเหลือพน้ื ที่รบั นํ้าไดอกี ประมาณ 900 ลา น ลบ.ม. จากอิทธิพล
ของพายไุ ตฝนุ “เนสาด ( NESAT )” และในชวงตนเดือนมีหยอมความกดอากาศต่ําปกคลุมบริเวณเหนือเขื่อน
ภูมิพล เกิดฝนตกหนักมีนํ้าทวมในเขตจังหวัดเชียงใหมและลําพูนหลายแหง มีน้ําไหลลงเข่ือนเพิ่มมากข้ึน
ระหวางวันท่ี 3 – 7 ตุลาคม รวม 1,072 ลาน ลบ.ม. น้ําไหลลงเขื่อนมากท่ีสุดในวันที่ 5 ตุลาคม รวม
289 ลาน ลบ.ม. สูงท่ีสุดในป 2554 ทําใหเขื่อนภูมิพลมีปริมาณนํ้าใกลเต็ม จําเปนตองระบายนํ้าเพิ่มจาก
ในชวงวันท่ี 1 – 4 ตุลาคม วันละ 41 – 54 ลาน ลบ.ม. เปนวันละ 60 – 105 ลาน ลบ.ม. ( ระบายนํ้า
สูงสุด105 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 7 ตุลาคม ) โดยพิจารณารายวันใหสอดคลองกับปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือน
เพ่ือประคองไมใหนํ้าลนเขื่อน เม่ือปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือนลดลงจึงทยอยลดการระบายนํ้าลง รวมปริมาณน้ํา
ท่รี ะบายจากเข่อื นภูมพิ ลทัง้ หมดในเดือนตุลาคม 1,949 ลา น ลบ.ม.

62

เขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ จากอิทธิพลของพายุไตฝุน “เนสาด ( NESAT )” และพายุโซนรอน
“นาลแก” ( NALGAE ) ปรมิ าณฝนทตี่ กในลุม นํ้าปาสักตอนบนมมี าก เกดิ นํา้ ทาไหลลงเขอื่ นปาสักชลสทิ ธตอเน่ืองกลางเดือน
ตลุ าคม ในขณะที่เขื่อนปาสักมีปริมาณน้ํามากกวาความจุสูงสุดตั้งแตวันที่ 23 กันยายน จึงจําเปนตองระบาย
น้ําในเกณฑมากโดยไมใหเกิดผลกระทบกับพื้นท่ีทายเขื่อนมากเกินไปโดยควบคุมการระบายน้ําในอัตราไมเกิน
950 ลบ.ม./วินาที ( วันละ 82 ลาน ลบ.ม. ) แลวลดลงตามการลดลงของปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือน
นอกจากน้ีไดใช เขื่อนปาสักชลสิทธิ์ชะลอน้ําใหเกิดผลกระทบกับพื้นตอนลางของลุมน้ําเจาพระยาใหมากท่ีสุด
โดยในเดอื นตุลาคมมีชวงเวลาท่ีนาํ้ ทะเลหนนุ สูงมากในชว งกลางเดือนระหวางวนั ที่ 14 – 17 ตลุ าคม จึงไดลด
การระบายนาํ้ จากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิเหลือ 39 – 26 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 12– 16 ตุลาคม ( น้ําจากเข่ือน
ปาสักชลสิทธ์ิ เดินทางถึง กทม. รวม 2 วัน ) ทําใหเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ มีปริมาณน้ําเก็บกักสูงสุด 1,086
ลาน ลบ.ม. ( สูงท่ีสุดในป 2554 ) จากน้ันจึงเร่ิมเพ่ิมการระบายน้ําขึ้น และในชวงน้ําทะเลหนุนสูงระหวาง
วันที่ 27 – 31 ตุลาคม ไดเริ่มลดการระบายน้ําลงอีกครั้งระหวางวันท่ี 25 – 31 ตุลาคม ในอัตรา 17 - 5
ลาน ลบ.ม. รวมปรมิ าณน้ําระบายในเดือนตลุ าคมทงั้ หมด 1,356 ลาน ลบ.ม.

การบูรณาการพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท้ังหมดไดดําเนินการโดยจัดใหมีการ
ประชุมคณะอนุกรรมการตดิ ตามและวิเคราะหแนวโนม สถานการณน าํ้ ในเดือนตลุ าคมมกี ารประชุมรวม 4 ครั้ง
คอื ในวันที่ 4, 11, 18, 25 ตุลาคม หนวยงานที่เกี่ยวของไดนําผลสรุปการประชุมไปประกอบการพิจารณา
ดาํ เนินการตอไป และเนื่องจากอุทกภัยท่ีเกิดข้ึนในครั้งน้ีมีความรุนแรงมาก การควบคุมการบริหารจัดการนํ้า
ไมเปนเอกภาพมีความขัดแยงกันท้ังจากภาครัฐดวยกันเอง ภาครัฐกับประชาชน และระหวางประชาชนกับ
ประชาชน รฐั บาลไดจ ัดตัง้ ศนู ยปฏิบตั ิการชว ยเหลอื ผูประสบอุทกภัย ( ศปภ. ) ขึ้นเม่ือวันที่ 8 ตุลาคม ต้ังอยู
ท่ชี ัน้ 2 อาคารผโู ดยสารภายในประเทศ สนามบินดอนเมือง ปฏิบตั ิงานตลอด 24 ชั่วโมง มีรองนายกรัฐมนตรี
ทกุ ทานและคณะรัฐมนตรีเปนท่ีปรึกษา พลตํารวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม
เปน ผอู าํ นวยการศนู ยฯ มภี ารกจิ ในการพิจารณาเสนอนโยบายวางแผน อาํ นวยการ ประสานงาน กํากับดูแล
และดําเนินการชวยเหลือผูประสบอุทกภัย มีหนวยงานท่ีเกี่ยวของ เขารวมบูรณาการบริหารจัดการน้ํา
และใหความชว ยเหลอื ประชาชนท่ปี ระสบภยั ในครัง้ น้ี

เดอื นพฤศจิกายน
สถานการณน้ําฝน เนื่องจากเร่ิมยางเขาฤดูหนาวมีปริมาณฝนตกในบริเวณภาคเหนือและ
ภาคกลางโดยในภาคเหนือมฝี นตกเฉลี่ยเพยี ง 13 มลิ ลเิ มตร และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ียเพยี ง 5 มลิ ลิเมตร
สถานการณน้ําทาและปริมาณน้ําในเข่ือน เนื่องจากเกือบจะไมมีฝนตกต้ังแตกลางเดือน
ตุลาคมเปนตนมาทาํ ใหป ริมาณนาํ้ ในลาํ นาํ้ สายหลกั ลดลงอยูในลาํ นา้ํ เกือบทัง้ หมด
ลุมน้ําปง เม่ือส้ินเดือนพฤศจิกายน เข่ือนภูมิพลมีปริมาณน้ํากักเก็บ 13,319 ลาน ลบ.ม.
(99 %)
ลุมน้ํายม พื้นที่ลุมต่ําในลุมนํ้ายมไดเขาสูภาวะปกติและสามารถปลูกขาวนาปรังไดทั้งหมด
ในชวงกลางเดือนธนั วาคม
ลุม นาํ้ นาน ส้ินเดอื นพฤศจกิ ายน เขอ่ื นสริ กิ ติ ์มิ ีปริมาณนาํ้ เกบ็ กัก 9,417 ลาน ลบ.ม. (99 %)
เข่อื นแควนอยมีปรมิ าณน้ําเก็บกกั 932 ลาน ลบ.ม. ( 99 % )
ลุม นํ้าเจา พระยา วันท่ี 1 พฤศจิกายน สถานี C.2 มีปริมาณน้ําไหลผาน จํานวน 3,334
ลบ.ม./วินาที และแมนํ้าสะแกกรังมีนํ้าไหลผาน 521 ลบ.ม./วินาที รับน้ําเขาระบบชลประทาน จํานวน

63

578 ลบ.ม./วนิ าที มนี ํา้ ไหลผานเขอื่ นเจาพระยา 3,100 ลบ.ม./วนิ าที ปริมาณน้ําจากนครสวรรคและแมนํ้า
สะแกกรังลดลงวันละประมาณ 100 ลบ.ม./วินาที จึงไดทยอยลดการรับน้ําเขาระบบชลประทานตามความ
เหมาะสม และปริมาณนํ้าผานเข่ือนเจาพระยาลดลงตอเนื่องจนกระท่ังต่ํากวา 2,800 ลบ.ม./วินาที
(ความสามารถรับนํ้าไดของแมนํ้าเจาพระยาที่ระดับคันกั้นนํ้า) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน และลดลงเหลือ
1,800 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 23 พฤศจิกายน

สภาพนํ้าทวมในพ้ืนท่ีทุงฝงตะวันออกตอนลางกรมชลประทานไดรับมอบหมายรวมมือกับ
กทม. เรง ระบายนํา้ ตามคลองแนวตั้ง รวมท้งั ใชค ลองสงนา้ํ แนวขวาง คลองแนวตง้ั โดยสามารถสูบระบายนํ้า
ไดประมาณวันละ 44 ลาน ลบ.ม. สภาวะนํ้าทวมในทุงฝงตะวันออกไดเขาสูสภาวะปกติในชวงปลายเดือน
พฤศจกิ ายน

สําหรับในพ้ืนท่ี กทม. ศกั ยภาพของสถานีสบู น้าํ ท่ีใชระบายน้ําจากพื้นที่ลงสูแมน้ําเจาพระยา
ท่ีจะรองรับสภาพนํ้าทวมได 150 ลบ.ม./วินาที แตติดปญหาในเร่ืองคลองระบายนํ้าท่ีจะนํานํ้าไปยังสถานี
สบู นาํ้ หรอื อโุ มงคนํา้ มีประชาชนลุกลาํ้ ไปปลูกสรางที่พักอาศัยทําใหมีปริมาณน้ําไหลไปถึงสถานีสูบนํ้าปลายทาง
ไดนอยมากจึงทําใหเกิดปญหาน้ําทวมหนักในกทม.และตองใชเวลานานกวาจะสามารถแกไขปญหานํ้าทวม
ใหเขาสภู าวะปกตไิ ด

สําหรับในพื้นท่ีนํ้าทวมฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง กรมชลประทานไดรับ
มอบหมายใหด ูแลต้ังแตว ันท่ี 31 ตุลาคม 2554 จึงไดมมี าตรการชว ยเหลือ ดงั น้ี

มาตรการท่ี 1 ลดปรมิ าณนา้ํ ในแมนํ้าเจาพระยา ทาจีน และแมนํ้านอย รวมถึงลดปริมาณนํ้าไหล
เขาพื้นท่ีทุงฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา โดยลดปริมาณน้ําผานเข่ือนเจาพระยา ผานแมน้ําทาจีน และแมน้ํา
นอยเรงซอ มแซมอาคารชลประทานและอุดรอยร่ัวคันก้ันน้ําตามแนวแมนํ้าเจาพระยาฝงตะวันตกท้ัง 14 แหง
โดยระดมกําลังทั้งในสว นของกรมชลประทานเองและจางเหมาเอกชน สามารถปดชองขาดไดท้ังหมด ในวันท่ี
20 พฤศจกิ ายน

มาตรการท่ี 2 ระบายนํ้าออกจากทุง โดยระบายผานประตูระบายนํ้าฝงแมน้ําทาจีน 62
แหง ระบายผานประตูระบายนํ้าฝงแมนํ้าเจาพระยา 46 แหง สูบนํ้าจากสถานีสูบนํ้าถาวรฝงแมนํ้าทาจีน
31 สถานี สูบนํ้าจากสถานีสูบน้ําถาวรฝงแมน้ําเจาพระยา 22 สถานี และดวยเคร่ืองสูบนํ้าเคลื่อนท่ีฝงแม
นํ้าทา จนี 226 เครอื่ ง ฝง แมน าํ้ เจาพระยา 4 เคร่ือง

มาตรการท่ี 3 เพมิ่ ความเร็วของกระแสนํ้า โดยติดต้ังเคร่ืองผลักดันน้ํา ท่ีอําเภอนครชัยศรี
จังหวัดนครปฐม จํานวน 37 เครื่อง และติดต้ังเครื่องผลักดันน้ําในเขตโครงการชลประทานสมุทรสาคร
จํานวน 14 เครื่อง

มาตรการที่ 4 การระบายนาํ้ จาํ เพาะในแตละพื้นท่ี โดยแบง ออกเปนโซน คือ ทุงเจาเจ็ด –
บางย่ีหน 3 โซน ทุงพระยาบันลือ 5 โซน และทุงพระพิมล 4 โซน ในเขตอําเภอไทรนอย บางบัวทอง
บางใหญ และบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จํานวน 30 โซน โดยใชถนนกาญจนาภิเษก แบงพื้นที่เปน 2
ฝง คอื ฝง ที่ตดิ กับแมน ้ําเจา พระยา 19 โซน และฝง ตรงกันขามกบั แมน า้ํ เจา พระยา 11 โซน

นอกจาก 4 มาตรการดังกลาวแลว เพื่อเปนการบริหารจัดการน้ําทวมขังในพื้นท่ี
การเกษตรและพื้นที่ชุมชนใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงไดแบงพ้ืนที่ความรับผิดชอบ
การระบายน้ําตามเขตโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาไดแกโครงการฯเจาเจ็ด – บางยี่หน ใชแนวคลองพระยา
บันลือเปนแนวก้ันดานลาง โครงการฯพระยาบันลือ ใชแนวคลองพระพิมลเปนแนวก้ันดานลาง โครงการฯ

64

พระพิมล ใชแนวคลองมหาสวัสด์ิเปนแนวกั้นดานลาง และโครงการฯภาษีเจริญ รับผิดชอบต้ังแต
คลองมหาสวัสด์ิจรดทะเล ควบคุมและเรงระบายนํ้าในพ้ืนท่ีของตนเองท้ังในการระบายน้ําออกแมน้ํา
เจา พระยา แมน ้าํ ทา จีน และจัดการนํ้าใหแลวเสร็จภายในเขตพ้ืนท่ีของตนเองไมใหไหลลงสูโครงการตอนลาง
นอกจากนี้ไดประสานกับฝายปกครอง องคกรปกครองสวนทองถ่ินและชุมชน จัดแบงโซนพื้นที่ในเขตอําเภอ
ไทรนอย บางบัวทอง บางใหญและบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ตั้งแตวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2554
เพื่อกําหนดจุดสูบน้ําพื้นท่ีชวยเหลือ 161 แหง ประกอบดวยหมูบาน 60 แหง สถานท่ีราชการ 49 แหง
สถานศึกษา 10 แหง โรงพยาบาล 3 แหง และเขตศาสนสถาน 31 แหง สนับสนุนเครื่องสูบน้ํา
พรอ มตดิ ต้งั ตามจุดท่ีกาํ หนดรวมทง้ั ส้ิน 463 เคร่ือง ตลอดจนซอมแซมแนวกระสอบทรายตามแนวคันดินเดิม
ชํารุดเสียหาย วางกระสอบทรายตามแนวท่ีตองดําเนินการเพ่ิมเติมและเรงดําเนินการสูบนํ้าออกจากพื้นท่ี
โดยไมครอบคลุมพื้นที่ที่อยูในความดูและของ กทม. สภาวะน้ําทวมในทุงฝงตะวันออกไดเขาสูสภาวะปกติ
ในชว งปลายเดือนธันวาคม

สําหรับในพื้นท่ี กทม. มีปญหาในเรื่องคลองระบายนํ้าที่จะนําน้ําไปยังสถานีสูบนํ้าหรือลงสู
พื้นที่ตอนลางแกมลิงคลองมหาชัย–สนามชัย (มีความสามารถระบายน้ําไดประมาณวันละ 6 ลาน ลบ.ม.)
เนื่องจากประชาชนลุกลํ้าไปปลูกสรางที่พักอาศัยทําใหมีปริมาณนํ้าไหลไปถึงสถานีสูบน้ําปลายทางไดนอยมาก
เชนเดียวกับพ้ืนที่ทางฝงตะวันออก กรมชลประทานไดชวยเรงระบายน้ําออกจาก กทม. โดยติดต้ังเครื่อง
ผลักดันนํ้าในคลองพระยาราชมนตรี และสูบระบายนํ้าออกจากแกมลิงคลองมหาชัย–สนามชัยตลอดเวลา
แตปริมาณนาํ้ ทไ่ี หลมาถึงสถานีสบู นํา้ มหาชัยมนี อ ยสามารถสูบระบายไดเพียงวันละประมาณ 1.5 ลาน ลบ.ม.
เทาน้ัน จึงทําใหเกิดปญหาน้ําทวมหนักใน กทม. และตองใชเวลานานกวาจะสามารถแกไขปญหานํ้าทวมให
เขา สภู าวะปกติได

65

บทท่ี 4

การวิเคราะหแนวทางการแกไ ขปญหาอุทกภัยลุมนํ้าเจา พระยา

จากกรณอี ทุ กภยั ป 2554

4.1 ปญหาน้ําทวมลุมน้ําเจา พระยาป 2554

การเกิดปญหาอุทกภัยป 2554 มีสาเหตุจากในภาคเหนือและภาคกลางมีฝนตกตอเน่ือง
ตงั้ แตเ ดือนมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศต่ําที่พาด
ผานและพายโุ ซนรอนจาํ นวน 5 ลูก ปรมิ าณฝนสะสมตั้งแตวนั ที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2554 ทุกภาคมีฝน
สะสมสูงกวาคาเฉล่ีย โดยภาคเหนือมีฝนสะสมรวม 1,674 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ยระยะยาว ( 30 ป)
ณ เวลาเดียวกัน 42 % และสูงกวาปริมาณฝนสะสมท้ังปสูงสุดนับตั้งแตกรมอุตุนิยมวิทยาไดเร่ิมเก็บขอมูล
สถิติฝน มีปริมาณน้ําทาในลุมเจาพระยาจํานวนมหาศาล เมื่อพิจารณาสัดสวนของปริมาณน้ําหลากแตละ
ลุมน้ํายอยตาง ๆ ในชวงฤดูฝน ( ระหวางวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 พฤศจิกายน ) ท่ีไหลลงมายังสถานีวัดน้ํา
C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค โดยใชขอมูลของสถานีวัดน้ําทาท่ีจุดออกของลุมน้ําปง วัง ยม นาน
และเจาพระยา รวม 5 สถานี โดยสถานีวัดนํ้าของลุมนํ้าปง ( P.17 ) รวมปริมาณนํ้าของลุมน้ําวังแลว
และสถานีวัดน้ําของลุมนํ้านาน ( N.67 ) รวมปริมาณน้ําของลุมน้ํายมแลว ขอมูลน้ําทารายเดือนในชวงฤดูฝน
ของสถานตี า ง ๆ สรุปไดด ังนี้

ตารางสรุปปรมิ าตรนํ้าเหนือจงั หวัดนครสวรรคใ นชวงฤดูฝน ป2 554

สถานี ลมุ น้าํ ตําแหนงสถานี ปริมาณนา้ํ (ลานลบ.ม.)

ตวั แทน อําเภอ จังหวดั พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น

เขอื่ นภมู ิพล 113 98 174 639 776 1,949 729 4,477

W4A วงั 387 163 210 1,027 992 800 160 3,739

P17 ปง บรรพตพสิ ยั นครสวรรค 930 702 790 1,961 3,148 4,121 896 12,547

P17-W4A ปง 543 539 579 934 2,156 3,320 736 8,808
946 425 5,610
เขือ่ นสิริกติ ์ิ 212 188 479 1,531 1,831 366 32 2,109
2,855 1,444 13,939
เขอ่ื นแควนอ ยบาํ รงุ แดน 84 161 195 410 860 1,233 1,178 5,482
4,089 2,622 19,421
N8A นา น 681 1,298 1,737 2,839 3,085 8,209 3,518 31,968
N67-N8A ยม 554 548 457 679 834 3,396 2,489 8,809
11,606 6,007 40,763
N67 นา น ชมุ แสง นครสวรรค 1,234 1,845 2,193 3,519 3,919

P17+N67 2,164 2,547 2,983 5,480 7,067

Sideflowนาํ้ บาจากแมน ํา้ ยม 81 309 231 - 2,304

C.2 เจาพระยา เมอื ง นครสวรรค 2,245 2,899 3,214 5,422 9,371

ปริมาณน้ําทา ณ สถานีวัดน้ํา C.2 จังหวัดนครสวรรค มีปริมาตรในชวงฤดูฝนทั้งหมด 40,763
ลาน ลบ.ม. เปนนํ้าจากแมนํ้าปงรวมแมนํ้าวังแลว 12,547 ลาน ลบ.ม. ( เขื่อนภูมิพล 4,477 ลาน ลบ.ม.,
sideflow ทายเขื่อนภูมิพล 4,331 ลาน ลบ.ม., แมน้ําวัง 3,739 ลาน ลบ.ม. ) นํ้าจากแมนํ้านานท่ีไหลลงแมนํ้า
เจาพระยาโดยตรง 19,421 ลาน ลบ.ม. ( เข่ือนสิริกิต์ิ 5,610 ลาน ลบ.ม., เขื่อนแควนอยบํารุงแดน 2,109
ลาน ลบ.ม., sideflow ทายเข่ือนสิริกิต์ิ และเข่ือนแควนอยบํารุงแดน 6,220 ลาน ลบ.ม., แมนํ้ายม 5,482
ลาน ลบ.ม. ) และ sideflow น้ําบาจากแมน้ํายมมาลงแมน้ํานานกอนถึงสถานี C.2 รวม 8,809 ลาน ลบ.ม.
และแยกสรุปเปน รายลุม นํา้ จะเปนนา้ํ ทาที่เกิดจากลุมน้ําปง 8,808 ลาน ลบ.ม. ( 21.61% ) ลุมน้ําวัง 3,739
ลาน ลบ.ม. ( 9.17% ) ลุมน้ํายม 14,277 ลาน ลบ.ม. ( 35.02% ) และลุมนํ้านาน 13,939 ลาน ลบ.ม.
( 34.20% )

66

ตารางสรปุ ปริมาณนํ�าเหนอื จังหวัดนครสวรรค์ในฤดฝู น ปี 2554แยกรายลุ่มน�ํา

แมน้ํา ปง วัง ยม นา น รวม
ปริมาณนํา้ (ลานลบ.ม.) 8,808 3,739 14,277 13,939 40,763

สดั สว น 21.61% 9.17% 35.02% 34.20% 100.00%

ปญ หานาํ้ ทว มลมุ น้ําปง วัง ยม และนาน ตอนบน เกิดในลักษณะน้ําทวมฉับพลันเน่ืองจาก
พ้ืนที่มีความลาดชันสูง นํ้ามาเร็วและไปเร็ว ประชาชนรับทราบสถานะของธรรมชาติอยูแลว การลดปญหา
ความเดือดรอ นของประชาชน กรมชลประทานสามารถแจง เตอื นแนวโนมสถานการณนํ้าทวมใหทราบลวงหนา
ทําใหประชาชนสามารถเตรียมพรอมรับสถานการณไดทันเทาน้ัน พ้ืนที่ตอนลางในลุมน้ําปง วัง และนาน
หลังจากกอสรางเข่ือนภูมิพล เข่ือนก่ิวลม เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนสิริกิติ์ และเข่ือนแควนอยแลว ปญหาน้ํา
ทวมชุมชนลดนอยลงไปมาก จะมีปญหานํ้าทวมเฉพาะพื้นท่ีลุมตํ่าเปนประจําทุกป บริเวณริมแมน้ําวัง
กอนบรรจบแมนํ้าปงท่ีจังหวัดตาก พื้นท่ีลุมต่ําริมแมน้ํานานตอนลางในเขตจังหวัดพิจิตรและนครสวรรค
สําหรบั ในลุมนา้ํ ยมซ่ึงไมมเี ข่ือนขนาดใหญจะประสบปญหาน้าํ ทวมหนักทกุ ป การแกปญหาที่ถาวรจําเปนตองมี
การสรา งอางเก็บนํ้าที่มีศักยภาพเก็บนํ้าใหไดท้ังหมด ซึ่งจะชวยใหลดปญหานํ้าทวมโดยเฉพาะพื้นท่ีชุมชนหรือ
พืน้ ท่ีเศรษฐกจิ ลงไดมาก แตปญหานํ้าทวมพ้ืนท่ีลุมตํ่าหรือแกมลิงธรรมชาติจะยังคงมีอยูเน่ืองจากลุมน้ํายมเอง
มีพื้นท่ีลุมนํ้าใหญมีน้ําทารายปเฉลี่ยประมาณ 4,700 ลาน ลบ.ม. เขื่อนที่สรางข้ึนทั้งหมดจะสามารถเก็บกัก
นํ้าไดเพียงไมถึง 1 ใน 3 เทานั้น อยางไรก็ตามประชาชนในพื้นท่ีลุมตํ่ารับทราบสถานะทางธรรมชาติ
และถือเปนวิถีชีวิตอยูแลว กรมชลประทานจึงพิจารณาแนวทางการชวยเหลือประชาชนในพ้ืนท่ีน้ี โดยให
เกษตรกรสามารถทาํ กนิ ในการเพาะปลูกขาวได 8 เดือน และทําประมงในฤดนู าํ้ หลาก 4 เดอื น

ใน ป 2554 ปริมาณนํ้าจํานวนมากจากลุมนํ้าปง วัง ยม และนาน ที่ไหลลงมาทําใหเกิด
มหาอุทกภยั ในลุมเจาพระยาตอนลา งน้นั ประกอบดว ย

ปริมาณน้ําจากเข่อื น
1 ) เขือ่ นภมู ิพล ณ วันท่ี 1 พฤษภาคม มีปรมิ าณนา้ํ 6,070 ลาน ลบ.ม.( 45% ) เปนน้ํา
ใชการได 2,270 ลาน ลบ.ม. ต้ังแตเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณนํ้าไหลลงอาง 11,914
ลา น ลบ.ม. มากที่สุดตั้งแตเริ่มเก็บกักน้ํา ในขณะท่ีปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉล่ียมีคา 5,575 ลาน ลบ.ม. และป
2538, 2549 ซึ่งเปนปท่เี กิดอุทกภยั รายแรงในลมุ น้าํ เจาพระยาเชน กนั มปี รมิ าณน้ําไหลลงอาง 5,971, 7,957
ลา น ลบ.ม. ตามลําดับเทาน้ัน มกี ารระบายนา้ํ ออกจากอาง 4,477 ลาน ลบ.ม. เก็บกักไวถึง 7,437 ลาน ลบ.ม.
ถึงแมในชว งระหวา งวันที่ 6 - 13 ตุลาคม มีการระบายนํ้าในอัตราท่ีสูงมาก ( สูงสุดวันที่ 7 ตุลาคม รวม 105
ลาน ลบ.ม. หรือ 1,216 ลบ.ม./วินาที ) แตน้ํายอดน้ีเมื่อไหลไปถึงสถานีวัดนํ้า C.2 จังหวัดนครสวรรคทําให
มีนาํ้ เพิ่มสูงข้ึนจากเดิมสูงสุดเพยี ง 90 ลบ.ม./วินาทีเทาน้ัน ( ณ วันที่ 7 ตุลาคม น้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา C.2
ทีอ่ ตั รา 4,596 ลบ.ม./วนิ าที นาํ้ ไหลผานสถานีวัดน้ํา C.2 สูงสุดในวันท่ี 13 ตุลาคม ท่ีอัตรา 4,686 ลบ.ม./
วินาที มากกวา วันที่ 7 ตลุ าคม 90 ลบ.ม./วินาที) กราฟแสดงการระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพลกับปริมาณน้ําที่
สถานีวัดน้ํา C.2 แสดงในรูปที่ 4-1 ซึ่งจะเห็นวาเข่ือนภูมิพลชวยเก็บกักน้ําที่มีมากในชวงวิกฤตโดยเฉพาะ
ในชวงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ชว ยเกบ็ น้ําไวถึง 4,966 ลาน ลบ.ม.

67

ปริมาณน้าํ สรุปปริมาณนา้ํ ของเขือ่ นภูมิพลในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลา นลบ.ม.)
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Outflow 1,010 908 979 2,592 2,843 2,895 687 11,914
113 98 174 639 776 1,949 729 4,477
เกบ็ กกั ไว้ 7,437
898 810 805 1,953 2,066 946 - 42

ภมู ิพล(ล้าน ลบ.ม.) สิรกิ ติ �ิ(ล้าน ลบ.ม.) C.2(ลบ.ม./วนิ าที)

P.17(ลบ.ม./วินาที) N.67(ลบ.ม./วินาที)

120 5,000
4,500
100 4,000
3,500
80 3,000
2,500
60 2,000
1,500
40 1,000
500
20 0

0

1 เม.ย. 54
15 เม.ย. 54
29 เม.ย. 54
13 พ.ค. 54
27 พ.ค. 54
10 ิม.ย. 54
24 มิ.ย. 54

8 ก.ค. 54
22 ก.ค. 54
5 ส.ค. 54
19 ส.ค. 54

2 ก.ย. 54
16 ก.ย. 54
30 ก.ย. 54
14 ต.ค. 54
28 ต.ค. 54

รูปที่ 4-1 กราฟแสดงการระบายน้าํ จากเขือ่ นภมู พิ ล กับปริมาณน้าํ ทส่ี ถานีวัดน้ํา C.2

2 ) เขอื่ นสิริกิต์ิ ณ วนั ท่ี 1 พฤษภาคม มปี รมิ าณนํ้า 4,768 ลาน ลบ.ม. ( 50% ) เปนน้ํา
ใชการได 1,918 ลาน ลบ.ม. ต้ังแตเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณน้ําไหลลงอาง 10,517
ลา น ลบ.ม. มากที่สุดต้ังแตเริ่มเก็บกักน้ํา ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉลี่ยมีคา 5,215 ลาน ลบ.ม.และป
2538, 2549 ซึ่งเปนปท่ีเกิดอุทกภัยรายแรงในลุมน้ําเจาพระยาเชนกัน มีปริมาณน้ําไหลลงอาง 8,533,
6,590 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับเทานั้น มีการระบายนํ้าออกจากอาง 5,610 ลาน ลบ.ม. เก็บกักไวถึง 4,906
ลาน ลบ.ม.

ปรมิ าณนา้ํ สรปุ ปรมิ าณน้าํ ของเขื่อนสริ กิ ติ ิ์ในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลานลบ.ม.)
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Outflow 512 1,094 1,950 3,183 2,341 1,063 375 10,517
212 188 479 1,531 1,831 946 425 5,610
เกบ็ กกั ไว้
300 906 1,471 1,652 510 117 - 50 4,906

68

3 ) เข่ือนแควนอ ยบาํ รุงแดน ณ วันที่ 1 พฤษภาคม มปี รมิ าณนํ้า 295 ลาน ลบ.ม.( 33% )
เปนน้ําใชการได 259 ลาน ลบ.ม.ต้ังแตเดือนพฤษภาคม–พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณนํ้าไหลลงอาง 2,782
ลาน ลบ.ม. มากทส่ี ดุ ต้ังแตเรม่ิ เก็บกกั นํ้า ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉล่ียมีคา 1,582 ลาน ลบ.ม. มีการ
ระบายนาํ้ ออกจากอา ง 2,109 ลา น ลบ.ม. เกบ็ กักไวถงึ 673 ลาน ลบ.ม.

ปรมิ าณนํ้า สรุปปรมิ าณนา้ํ ของเข่อื นแควนอ ยบาํ รงุ แดนในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลานลบ.ม.) รวมฤดูฝน
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. 2,782
Outflow 2,109
132 225 257 802 899 438 29 673
เกบ็ กักไว้ 84 161 195 410 860 366 32

48 63 63 392 39 72 - 3

เขื่อนท้ัง 3 แหงมีความจุเก็บกักรวม 23,911 ลาน ลบ.ม. ในชวงตนฤดูฝนไดถูกพรองนํ้าไว
มีปริมาณน้ํารวมกัน 11,133 ลาน ลบ.ม. มีนํ้าใชการได 4,188 ลาน ลบ.ม. ซึ่งเปนสวนท่ีตองสํารองไวใช
สําหรับการเพาะปลูกตนฤดูนาปและการอุปโภค - บริโภค ในชวงกลางเดือนมิถุนายน - กลางกรกฎาคม
ซึ่งจะเปนชวงท่ีรองมรสุมเล่ือนขึ้นไปพาดผานประเทศจีนตอนลางและประเทศลาวปกติประเทศไทยจะมี
ฝนตกนอยตองใชน้ําจากเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิติ์ลงมาสนับสนุนการใชน้ําจากภาคสวนตาง ๆ ประมาณ
2,500 – 3,000 ลาน ลบ.ม. ดังนั้นการที่เข่ือนท้ัง 3 แหงถูกบริหารจัดการใหมีนํ้าใชการคงเหลือ 4,188
ลาน ลบ.ม. มีความเหมาะสมแลว โดยเขื่อนทั้ง 3 แหงมีพ้ืนที่วางสามารถรองรับนํ้าไดอีก 12,778 ลาน
ลบ.ม. ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนเฉล่ียท้ัง 3 แหง ตลอดฤดูฝนมีคาประมาณ 12,371 ลาน ลบ.ม.
แตดวยในป 2554 มีฝนตกมากผิดปกติ มีนํ้าไหลลงเขื่อนในชวงฤดูฝนรวมสูงถึง 25,212 ลาน ลบ.ม.
สามารถใชเขอ่ื นทงั้ 3 แหง เก็บกกั นํา้ ไวไ ดรวม 13,016 ลา น ลบ.ม. ชว ยลดปญ หาอทุ กภัยไดอ ยางมาก

สรปุ ปริมาณนํา้ ของเข่อื นภูมิพล,สิริกติ ิ์ และแควนอ ยบาํ รุงแดนในชวงฤดฝู น ป 2554 (ลา นลบ.ม.)
ปริมาณนาํ้ พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Inflow 1,654 2,227 3,186 6,576 6,082 4,396 1,091 25,212
Outflow 409 447 847 2,580 3,467 3,261 1,186 12,197

เกบ็ กักไว้ 1,245 1,780 2,339 3,996 2,616 1,135 - 95 13,016

ปริมาณนํ้าที่ระบายจากเข่ือนท้ัง 3 แหงตลอดฤดูฝน รวม 12,197 ลาน ลบ.ม. คิดเปน 30%
ของปริมาณนา้ํ ทไ่ี หลผา นสถานวี ัดนํ้า C.2 อําเภอเมอื ง จงั หวัดนครสวรรค ทง้ั นป้ี ญหาน้ําทวมที่เกิดข้ึนจากน้ํา
ลนตลิ่งเน่ืองจากมีปริมาณนํ้าท่ีไหลผานสูงเกินกวาความสามารถรับน้ําไดของลําน้ํา ในกรณีที่ทายเข่ือน
มีปรมิ าณนํา้ มากจะพยายามเกบ็ น้ําไวกอ น โดยพิจารณาระบายนํ้าเพียงเพื่อไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคง
ของตัวเขอื่ นเทาน้นั

ปรมิ าณน้ําทา โดยปกตปิ รมิ าณน้าํ ในแมนํ้าเจาพระยาจะเกิดจากนํ้าจากแมน้ําปงที่สถานีวัดนํ้า
P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค รวมกับนํ้าจากแมนํ้านานท่ีสถานีวัดน้ํา N.67 อําเภอชุมแสง
จังหวัดนครสวรรค โดยปริมาณนา้ํ ทีว่ ัดไดท ี่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค จะมีคาใกลเคียงกับผลรวมของนํ้า
จากสถานี P.17 และ N.67 แตในป 2554 ปริมาณนํ้าในแมนํ้ายมมีมากระดับนํ้าสูงเกิดนํ้าไหลบาลัดมาลง
แมน้ํานา นกอนถงึ จดุ บรรจบกบั แมน ํา้ ปง เน่ืองจากเปนการไหลบาเปนหนา กวางไมส ามารถวัดปริมาณได จึงใช
การเปรียบเทียบผลรวมของน้ําจากสถานีวัดนํ้า P.17 กับ N.67 เปรียบเทียบกับปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดนํ้า
C.2 ประมาณการวานํ้าที่สถานี C.2 มากกวาผลรวมของน้ําจากสถานี P.17 กับ N.67 คือ ปริมาณน้ําบา

69
จากแมนํ้ายม จะเห็นวาปริมาณนํ้าท่ีสถานีวัดนํ้า C.2 เพ่ิมข้ึนเน่ืองจากมีน้ําไหลบาจากแมน้ํายมต้ังแต
ปลายเดอื นสิงหาคม และเพิ่มมากขึ้นเร่ือย ๆ สูงสุดประมาณปลายเดือนกันยายนถึงตนเดือนตุลาคม ซึ่งเปน
ชว งท่ปี รมิ าณนํา้ ในลุมนํ้ายมตอนลา งมปี ริมาณนํ้าสงู สดุ ( สถานวี ดั นา้ํ Y.5 อําเภอโพทะเล จงั หวดั พิจิตร เร่ิมมี
ปริมาณนํ้าสูงสุด เม่ือวันท่ี 28 กันยายน โดยมีอัตราน้ําบาสูงสุดประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 29
กนั ยายน แลวลดลงชา ๆ เหลอื ประมาณ 1,500 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 17 ตุลาคม ซ่ึงเห็นวาสาเหตุท่ีทําให
ปริมาณน้ําทนี่ ครสวรรคส งู ขึ้นมากคอื นํ้าบาจากแมน้ํายม หากสามารถตัดยอดนํ้าสวนนี้ไดจะลดยอดนํ้าสูงสุดที่
จังหวัดนครสวรรคไดมาก กราฟแสดงผลรวมของน้ําจากสถานี P.17 และ N.67 น้ําท่ีสถานี C.2
และนํ้าบาจากแมนาํ้ ยมแสดง ในรูปที่ 4-2

กราฟแสดงปรมิ าณน�าํ P17+N67 ,C2 และนํา� บา่ จากแม่นา�ํ ยม

5,000 น�ําบ่าจากแม่นา�ํ ยม C2 P17+N67
4,500

4,000

3,500

ป ิรมาณ �นํา - ลบ.ม. / ิวนา ีท 3,000

2,500

2,000

1,500

1,000

500

0

1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 มิ.ย.
24 ิม.ย.

8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 มี.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.

รปู ท่ี 4-2 กราฟแสดงผลรวมของน้ําจากสถานี P.17, N.67, C.2 และน้าํ บา จากแมน้ํายม
สําหรับปญหาน้ําทวมพื้นท่ีตอนลางปริมาณนํ้าท่ีไหลมายังเขื่อนเจาพระยาประกอบดวย

ปริมาณน้ําจากนครสวรรคที่สถานีวัดน้ํา C.2 และปริมาณนํ้าจากแมน้ําสะแกกรัง เม่ือน้ําเดินทางมายังเข่ือน
เจาพระยาจะถูกแบงรับนํ้าเขาระบบชลประทานน้ําสวนที่เหลือจะไหลผานเขื่อนเจาพระยาท่ีสถานีวัดนํ้า C.13
ลงสูจังหวัดสิงหบุรีที่สถานีวัดนํ้า C.3 และจังหวัดอางทองที่สถานีวัดนํ้า C.7A ปริมาณนํ้ารายเดือนท่ีสถานี
วดั นา้ํ ตา ง ๆ สรปุ ไดด ังน้ี

70

ตารางสรปุ ปริมาตรน้ําต้ังแตจ ังหวัดนครสวรรคล งมาในชว งฤดูฝน ป 2554

สถานี ลุม นํา้ ตําแหนง สถานี ปริมาณนํ้า (ลานลบ.ม.)

ตัวแทน อาํ เภอ จงั หวดั พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดูฝน

C.2 เจาพระยา เมอื ง นครสวรรค 2,245 2,899 3,214 5,422 9,371 11,606 6,007 40,763

Ct2A สะแกกรงั เมอื ง อทุ ยั ธานี - 162 23 71 1,055 1,772 563 3,647
2,245 3,061 3,237 5,493 10,426 13,378 6,570 44,409
รวม C2และCt2A

รบั น้ําเขา ระบบชลประทาน 770 1,104 1,055 1,265 1,274 1,935 620 8,023

เข่อื นเจาพระยา
ชยั นาท 1,379 1,860 2,185 4,220 8,333 9,448 5,806 33,231
C.13 เจาพระยา สรรพยา

C.3 เจาพระยา เมอื ง สงิ หบ ุรี 1,520 2,185 2,443 4,208 7,084 7,680 5,661 30,782

C.7A เจาพระยา เมอื ง อางทอง 1,155 1,746 1,937 4,054 6,462 7,034 5,536 27,925

ปญหาอุทกภัยในลุมน้ําเจาพระยาตอนลางมีสาเหตุหลักจากมีปริมาณน้ําที่ไหลในแมนํ้า
เจาพระยามากกวาความสามารถรับน้ําไดของลํานํ้าเปนเวลานาน ถึงแมใน ป 2554 ปริมาณน้ําที่ไหลผาน
สถานีวดั น้าํ C.2 จะไมมากเทา ป 2538 และ ป 2549 แตระยะเวลาทม่ี ีปริมาณนํา้ มากไหลผาน นานกวามาก
ใน ป 2554 มีปริมาณน้ําไหลผานนครสวรรคตลอดฤดูฝนรวม 40,763 ลาน ลบ.ม. มากวา ป 2538
ประมาณ 11,587 ลาน ลบ.ม. และมากกวา ป 2549 ประมาณ 9,018 ลาน ลบ.ม. กราฟแสดงปริมาณ
นาํ้ ไหลผานสถานี C.2 ในปตาง ๆ แสดงในรปู ท่ี 4-3

รูปท่ี 4-3 กราฟแสดงปริมาณนา้ํ ไหลผา นสถานี C.2 ในปตา งๆ

71

ป 2554 มีน้ําจากแมน้าํ สะแกกรงั ไหลลงแมน้ําเจา พระยา ป 2554 รวม 3,647 ลาน ลบ.ม.
ไหลรวมกับน้ําจากจังหวัดนครสวรรคมาท่ีเขื่อนเจาพระยารวม 44,409 ลาน ลบ.ม. แบงรับเขาระบบ
ชลประทานรวม 8,023 ลา น ลบ.ม. น้าํ ไหลผา นเขอื่ นเจาพระยา 33,231 ลาน ลบ.ม. มีนํ้าไหลผานจังหวัด
สงิ หบรุ ี 30,782 ลาน ลบ.ม. และมนี ํ้าไหลผานจงั หวัดอางทอง 27,925 ลาน ลบ.ม.

การเกดิ มหาอุทกภัยในป 2554 สาเหตุหลักคือน้ําที่กัดเซาะคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยาขาด
13 แหง มีไหลบาเขาทุงฝงตะวันออกแลวไหลบาลงไปเออลนตลิ่งแมนํ้าปาสัก ซ่ึงเกิดขึ้นในเดือนกันยายนถึง
เดอื นพฤศจิกายน คิดเปนปริมาณน้ําไหลบาเขาทุงในชวงระหวางจังหวัดนครสวรรคถึงเขื่อนเจาพระยา 2,958
ลาน ลบ.ม. ชวงระหวา งเขอ่ื นเจาพระยาถึงจังหวดั สงิ หบ รุ ี 3,162 ลาน ลบ.ม. และชวงระหวางจังหวัดสิงหบุรี
ถึงจังหวัดอางทอง 1,392 ลาน ลบ.ม. รวมท้ังส้ิน 7,512 ลาน ลบ.ม. ซ่ึงหากรวมกับปริมาณนํ้าท่ีเกิดจาก
ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ฝงตะวันออกเหนือแมน้ําปาสักท้ังหมดประมาณ 1.5 ลานไร ฝนเฉล่ียภาคกลางตั้งแต
เดือนสงิ หาคมถงึ ตุลาคมรวม 611 มม. รวมกับปริมาณนํ้าท่ีทวมพื้นท่ีฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักในเขต
จังหวัดลพบุรีทั้งหมดไมต่ํากวา 1,000 ลาน ลบ.ม. รวมปริมาณนํ้าในทุงฝงตะวันออกอาจมีมากถึง 8,500
ลาน ลบ.ม. น้ําดังกลาวไหลบามาสะสมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไดยกตัวสูงขึ้นรวมกับนํ้าจากแมน้ําปาสัก
ที่ไหลผานเขื่อนพระรามหกไดไหลขามแมน้ําปาสักลงสูทุงฝงตะวันออกตอนลางเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจ
สรางความเสียหายอยา งมากใหก บั ประเทศ

ตารางสรุปปรมิ าตรน้ําตงั้ แตจ ังหวัดนครสวรรคลงมาในชวงชวงเดอื นกันยายน -พฤศจกิ ายน 2554

สถานี ลมุ น้ํา ตําแหนง สถานี ปริมาณนํ้า (ลานลบ.ม.)

ตัวแทน อาํ เภอ จงั หวัด ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมก.ย.-พ.ย. นา้ํ บาเขา ทงุ

C.2 เจา พระยา เมอื ง นครสวรรค 9,371 11,606 6,007 26,983

Ct2A สะแกกรงั เมอื ง อุทัยธานี 1,055 1,772 563 3,390

รวม C2และCt2A 10,426 13,378 6,570 30,373

รบั นํ้าเขา ระบบชลประทาน 1,274 1,935 620 3,829

เขอื่ นเจาพระยา
C.13 เจา พระยา สรรพยา ชัยนาท 8,333 9,448 5,806 23,587 2,958
สิงหบ รุ ี 7,084 7,680 5,661 20,425 3,162
C.3 เจา พระยา เมอื ง

C.7A เจา พระยา เมือง อา งทอง 6,462 7,034 5,536 19,032 1,392

รวมนํ้าบาเขาทุง 7,512

สําหรับสาเหตุท่ีทําใหเกิดนํ้าทวมในพื้นท่ีฝงตะวันตกตอนลาง เกิดจากปริมาณนํ้าในแมนํ้า
เจา พระยารวมกับนา้ํ จากแมน้ําปาสัก ไหลมาท่ีอําเภอบางไทรสูงกวา 3,500 ลบ.ม./วินาที ต้ังแตวันที่ 5 ตุลาคม
และสูงสุด 3,860 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 15 ตุลาคม กราฟแสดงปริมาณน้ําเฉลี่ยไหลผานสถานี C.29 อําเภอ
บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงในรูปท่ี 4-4 เม่ือน้ําไหลลงมาถึงจังหวัดปทุมธานีไดกัดเซาะคันกั้นนํ้าริม
แมนํ้าเจาพระยาฝงตะวันตกท่ีอําเภอสามโคกขาด 13 แหง เมื่อวันท่ี 15 ตุลาคม แผนท่ีแสดงชองขาด
ฝงตะวันตก 13 แหงแสดงในรูปท่ี 4-5 ในขณะนั้นการบริหารจัดการน้ําจะสั่งการโดย ศูนยปฏิบัติการชวยเหลือ
ผูประสบอุทกภัย ( ศปภ. ) ประกอบกับปญหาน้ําทวมมีผลกระทบรุนแรงเกิดข้ึนในทุงฝงตะวันออก จึงยังไมมี
ขอสง่ั การใหแกไขปญ หาชองขาดดานฝงตะวันตก ทําใหมีนํ้าไหลทะลักเขาทวมทุงฝงตะวันตกบริเวณโครงการสงน้ํา
และบาํ รุงรกั ษาเจาเจ็ดบางย่ีหน โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระยาบันลือและโครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระ
พิมลเปนบริเวณกวาง ตอมา ศปภ. ไดมอบหมายใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับผิดชอบแกไขปญหานํ้าทวม
ฝงตะวันตก เม่ือวันท่ี 31 ตุลาคม กรมชลประทานจึงไดระดมกําลังและจางผูรับเหมาเรงเขาซอมแซมชองขาด
แลว เสร็จทั้งหมดในวนั ท่ี 13 พฤศจิกายน มีนํา้ ไหลเขาทว มทุงฝง ตะวนั ตกตอนลา งเกือบเต็มพ้ืนที่

72

ปริมาณน�าํ เฉลี�ยรายวันเปรียบเทยี บสถานี C.29 แมน่ าํ� เจ้าพระยา ทศี� ูนย์ศลิ ปาชีพบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรอี ยุธยา

5,000 ปี 2551 ปี2552 ปี 2553 ปี 2554
4,500
4,000 ระดบั +3.40 ม.(รทก.)
3,500
ปริมาณ ํ�นา - ลบ.ม. / วินา ีท3,000
2,500
2,000
1,500
1,000

500
0

1 เม.ย.
11 เม.ย.
21 เม.ย.

1 พ.ค.
11 พ.ค.
21 พ.ค.
31 พ.ค.
10 ิม.ย.
20 ิม.ย.
30 ิม.ย.
10 ก.ค.
20 ก.ค.
30 ก.ค.
9 ส.ค.
19 ส.ค.
29 ส.ค.
8 ก.ย.
18 ก.ย.
28 ก.ย.
8 ต.ค.
18 ต.ค.
28 ต.ค.
7 พ.ย.
17 พ.ย.
27 พ.ย.
7 ธ.ค.
17 ธ.ค.
27 ธ.ค.
6 ม.ค.
16 ม.ค.
26 ม.ค.
5 ก.พ.
15 ก.พ.
25 ก.พ.
6 ีม.ค.
16 ีม.ค.
26 ีม.ค.

รปู ท่ี 4-4 กราฟแสดงปรมิ าณน้ําเฉลีย่ ไหลผา นสถานี C.29 อาํ เภอบางไทร จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา

รปู ท่ี 4-5 แผนทแี่ สดงชองขาดฝงตะวันตก 13 แหง

73

4.2 สาเหตุของการเกิดน้าํ ทวม ป 2554
สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดนํ้าทวม ป 2554 ท่ีเกิดจากปริมาณน้ํามากและภูมิสังคม

ไดดังนี้
1 ) ประเทศไทยมีฝนตกตอเนื่องตั้งแตเดือนมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของ

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศต่ําที่พาดผานและพายุโซนรอน จํานวน 5 ลูก มีฝนตกมาก
ผิดปกติ โดยปริมาณฝนสะสมตั้งแต 1 มกราคม – 31 ตุลาคม ในพ้ืนที่ภาคเหนือมีฝนสะสม 1,674
มิลลเิ มตรสงู กวา คาเฉล่ยี ระยะยาว 30 ป ณ เวลาเดยี วกนั ถงึ 42 % และสงู กวาฝนสะสมท้งั ปส งู สุดนับต้ังแต
กรมอุตุนิยมวิทยาไดเร่ิมเก็บขอมูลสถิติฝน ฝนสะสมท้ังปสูงสุดเคยเกิดใน ป 2496 มีฝนรวม 1,600
มลิ ลิเมตร และในภาคกลาง มีฝนสะสม 1,508.6 มิลลเิ มตร สงู กวา คา เฉลีย่ ระยะยาว 30 ป 26 %

2 ) ดวยเคร่ืองมือที่จํากัดทําใหการคาดการณปริมาณฝนท่ีตกของกรมอุตุนิยมวิทยาทําได
ในภาพกวาง ไมสามารถพยากรณกําหนดพื้นท่ีเฉพาะเจาะจงวาบริเวณใดจะมีฝนตกหนัก ปริมาณเทาใด
การพยากรณลวงหนาระยะปานกลางทําไดเพียงการพยากรณเปนรายภาคมีฝนตกแตกตางคาปกติมากนอย
เทาใด มีการคาดการณเปนปริมาณเปนรายเดือน แตไมสามารถคาดการณไดวาจะตกในพ้ืนท่ีใด เวลาไหน
จํานวนเทาใด ไมสามารถพยากรณการเกิดพายุหมุนเขตรอนที่จะเคลื่อนตัวเขามามีอิทธิพลทําใหเกิดฝนตก
หนักในประเทศไทย มีจํานวนเทาใด กระทบกับพื้นที่บริเวณไหน ปริมาณเทาใด ทําใหไมสามารถประมาณ
การปริมาณนํ้าท่ีจะเกิดในแตละชวงเวลาไดแมนยํา การบริหารจัดการนํ้าจึงทําไดเพียงอาศัยสถิติท่ีเคยเกิดขึ้น
ในอดีตเปนแนวทางในการบริหารจัดการนํ้า ซึ่งผลท่ีเกิดใน ป 2554 แตกตางจากอดีตโดยสิ้นเชิง มีฝนตก
มากกวา สถติ ิทีเ่ คยเกบ็ มา ไมมีการทิ้งชว งในกลางเดอื นมถิ นุ ายนถึงกลางเดอื นกรกฎาคมท่ีเคยเกดิ ตามปกติ

3 ) เคร่ืองมือท่ีใชในการบริหารจัดการนํ้ามีจํากัดมีเพียงเขื่อนขนาดใหญ 4 แหง ไดแก
เข่อื นภมู พิ ล เขอื่ นสิริกิติ์ เขอ่ื นแควนอยบํารุงแดน และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ ถึงแมจะใชเก็บกักชะลอน้ําท่ีเกิด
จากฝนตกดานเหนือเข่ือนไวไดจํานวนหนึ่ง แตเน่ืองจากปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนในป 2554 มีมากที่สุดต้ังแต
เร่ิมกักเก็บนํ้า ในชวงปลายฤดูฝนมีนํ้าเกือบเต็มและมีแนวโนมวาจะมีนํ้าไหลลงเข่ือนอีกมาก เพ่ือรักษา
ความมั่นคงของตัวเข่ือนจึงจําเปนตองระบายนํ้าลงมาในขณะที่ดานทายนํ้ามีปญหาน้ําทวมอยู นอกจากนี้
ในลมุ น้าํ ยม มปี รมิ าณนา้ํ ทา ใน ป 2554 มากกวา 14,000 ลา น ลบ.ม. ไมมีเขื่อนเก็บกักนํ้าขนาดใหญไวเก็บ
ชะลอน้ํา รวมถึงระบบระบายนํ้าหรือระบบชลประทานที่ใชบริหารจัดการน้ําในลุมนํ้าเจาพระยามีไมเพียง
พอท่ีจะรองรบั ปริมาณน้าํ ท่ีเกดิ ขน้ึ ได

4 ) การเปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดิน ในลุมเจาพระยาตอนลางโดยธรรมชาติเปนพื้นที่
ลุมต่ํา ในอดีตมีน้ําทวมทุกป แมนํ้าเจาพระยาในแตละชวงมีขนาดรับน้ําไดไมเทากัน เม่ือมีน้ําหลากมามาก
ไหลถึงคอคลอด นํ้าจะเออลนเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ํา แตปจจุบันมีประชาชนเขาไปอยูอาศัยในพ้ืนท่ีลุมตํ่า
หรือบางแหงมีโรงงานอุตสาหกรรมไปปลกู สรา งแลวสรา งกําแพงปองกันน้ําทวมไว บริเวณรมิ แมนํ้าเจาพระยาที่
มีชุมชนเมืองต้ังอยูหรือเปนพ้ืนท่ีเศรษฐกิจจะมีการกอสรางคันปองกันน้ําทวมตลอดลําน้ําตั้งแตจังหวัด
นครสวรรคจนถึงปากอาวไทย เมื่อปริมาณน้ําในลําน้ํามีมากจะยกระดับเพิ่มสูงข้ึนจากในอดีตมาก ทําใหเกิด
น้ําลนคันก้ันน้ําและกัดเซาะคันก้ันนํ้าขาดเกิดนํ้าไหลทะลักเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ํา อีกท้ังระดับนํ้าที่สูงมากเมื่อถูก
กัดเซาะขาด การเขาไปซอมแซมปดชองขาดทําไดยากตองใชเวลา ซ่ึงกวาจะซอมแซมไดนํ้าที่ไหลบาเขาไปใน
พืน้ ทม่ี ีจาํ นวนมากแลว

5 ) การขัดแยงทางแนวความคิดของประชาชนท่ีไดรับผลกระทบน้ําทวมนอกคันก้ันนํ้า
กับในคันกั้นนํ้า เม่ือผูที่อาศัยอยูนอกคันก้ันถูกนํ้าทวมเปนเวลานาน มีความเดือดรอนในเร่ืองการพักอาศัย
การกินอยู จะมีความรูสึกเปรียบเทียบกับประชาชนที่อาศัยอยูหลังคันกั้นนํ้า ซ่ึงไมไดรับผลกระทบอะไร

74

หลงั จากทคี่ นั กน้ั นาํ้ ขาดหนวยงานภาครัฐจะเรงซอมแซม จึงไดรับการตอตานดวยเหตุผลท่ีวาควรจะตองถูกน้ํา
ทวมเหมือนกันและเชื่อวาหากระบายน้ําเขาไปในทุงแลวระดับน้ําดานนอกคันก้ันนํ้าจะลดลงเขาสูภาวะปกติได
เร็วข้ึน จึงเปนเหตุใหสถานการณน้ําทวมขยายวงกวางและเพิ่มความรุนแรงของอุทกภัยมากขึ้นอยางรวดเร็ว
และไมสามารถควบคุมสถานการณไ ดตองปลอ ยใหอุทกภัยขยายพ้ืนที่ออกไปเรื่อย ๆ

6 ) คลองระบายนาํ้ ถกู ประชาชนบุกรุกปลูกสรางท่ีอยูอาศัยทําใหประสิทธิภาพการระบายน้ํา
ลดนอยลงมาก เมื่อมีปริมาณนํ้ามากทําใหนํ้าเออลนและไหลไดชา เชน คลองระบายนํ้าในเขต กทม. ซ่ึงหาก
คลองระบายนา้ํ สามารถระบายน้ําไดดีปญหานํ้าทวมทุงฝงตะวันออกจะลดนอยลง และระยะเวลาที่ถูกน้ําทวม
ไมน านความเสยี หายจะลดลงอยา งมาก

7 ) บางชวงเวลามคี วามขดั แยง ในการบรหิ ารจดั การนํา้ ของหนวยงานทีเ่ กี่ยวของ
4.3 แนวทางปองกันอุทกภยั ป 2560

1 ) การคาดการณสภาวะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยายังไมสามารถลงรายละเอียดได
มากกวาในอดีต แตมีการต่ืนตัวในเรื่องของการเตือนภัยมากข้ึน หากรัฐบาลเห็นความสําคัญในเรื่องของ
สถานการณน้าํ ทว ม ควรพจิ ารณาใหก รมอตุ นุ ิยมวิทยามอี ุปกรณสําหรับใชใ นการคํานวณพยากรณ ในขอบเขต
ที่ละเอียดขน้ึ เนอ่ื งจากปจ จุบนั การคาํ นวณสภาพอากาศมีความละเอียดที่ 18 x 18 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะทํา
ใหการคาดการณฝนไดถูกตองแมนยําและมีขอมูลชัดเจนกวาปจจุบันมาก หนวยงานที่เกี่ยวของสามารถ
นาํ ไปใชป ระกอบการวางแผนบรหิ ารจัดการนาํ้ ไดดยี ิ่งข้นึ

2 ) การปรับปรุง ซอมแซม ระบบชลประทานและคันกั้นนํ้าใหสามารถใชงานไดดียิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการปรับปรุงคนั ก้นั นาํ้ ใหแ มนาํ้ เจาพระยาสามารถรบั น้ําไดมากข้ึน หากมปี รมิ าณน้ํามามากเหมือน ป
2554 จะไมมีปญหาน้ําเออ ลนคนั ก้ันนาํ้ เหมือน ป 2554

3 ) การปรับปรุงเกณฑการบริหารจัดการน้ําของเข่ือนใหม โดยเนนการปองกันอุทกภัย
มากข้นึ รวมทั้งมกี ารบรหิ ารจัดการนํา้ ตามเกณฑก ารบรหิ ารจดั การน้าํ ตลอดเวลา หากมีฝนตกหนักปริมาณนํ้า
ที่ไหลลงเขื่อนมีจํานวนมากเหมือน ป 2554 จะชวยใหในชวงนํ้าหลากมาก ๆ เขื่อนทั้ง 4 แหง จะมีพ้ืนท่ี
รองรับน้ําเพ่ิมข้ึน จะมีปริมาณนํ้าใกลเต็มเขื่อนเหมือนเดิมแตปริมาณนํ้าท่ีระบายในชวงน้ําหลากมาก ๆ
จะลดลงมาก

4 ) ปรบั ปรุงการบริหารจัดการนา้ํ
( 1 ) พัฒนาเคร่ืองมือที่ชวยในการพยากรณนํ้า ในภาพรวมของลุมเจาพระยาใหญ

ใหเหน็ ภาพรวมของลุมน้ําท่ีเก่ียวของทั้งหมด จะชวยใหสามารถคาดการณน้ําไดดีข้ึน สามารถนํามาชวยเสริม
การเตือนภัยในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมนํ้าตาง ๆ จากเดิมที่อาศัยสถิติความสัมพันธของสถานีวัดนํ้าบริเวณเหนือ
พื้นท่ีชุมชุนกับสถานีวัดนํ้าในเขตชุมชน เปนเครื่องมือแจงเตือนภัย จะทําใหมีความแมนยําข้ึนท้ังในเร่ือง
ปริมาณน้ําและระยะเวลา ประชาชนจะมีความมั่นใจและเตรียมพรอมรับสถานการณไดดีกวาเดิม สําหรับ
พ้ืนที่ตอนลางซึ่งเดิมมีระบบโทรมาตรเพื่อการเตือนภัยลุมนํ้าเจาพระยา ซึ่งสามารถใชเตือนภัยไดระดับหน่ึง
เมือ่ พฒั นาระบบเชื่อมโยงขอ มูลระบบโทรมาตรท้งั 10 ลมุ นํ้าท่ีเกี่ยวของ จะทําใหขอมูลที่เขาสูระบบพยากรณ
มีความถกู ตองและละเอยี ดข้ึน ผลการพยากรณส ภาพนํ้าทา จะถกู ตองและสามารถใชเ ตอื นภัยไดแมนยาํ ขึน้

( 2 ) การนําการจัดระบบปลูกขาวใหมมาใช ถาเกษตรกรเห็นความสําคัญ
และใหความรวมมือจะทําใหมีพื้นท่ีรับน้ํานองเพิ่มมากข้ึน การบริหารจัดการนํ้าจะสอดคลองกับธรรมชาติ
ของพ้ืนท่ีลุมนา้ํ เจา พระยากรณมี ีปริมาณนํา้ มากเหมอื น ป 2554 รัฐบาลควรเห็นความสําคัญที่จะใชพื้นท่ีลุมต่ํา
รับนํ้านองมาชวยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย แตการสรางความมั่นใจในเร่ืองของคาชดเชยพิเศษและ

75

ขอตกลงท่ีจะใหเกษตรกรมีรายไดมั่นคงโดยในแตละปสามารถปลูกได 2 ครั้ง รัฐบาลจําเปนตองกําหนด
นโยบายใหชัดเจนโดยเร็ว รวมทั้งการพัฒนาระบบชลประทานหรือระบบระบายน้ํา ใหสามารถปองกัน
ความเสียหายที่จะเกิดกับการปลูกขาวคร้ังที่ 2 เชน กรณีการเพ่ิมความสามารถการระบายนํ้าของแมน้ํายม
บริเวณใตอําเภอเมืองจังหวัดสุโขทัยลงไปใหสามารถรับน้ําไดไมตํ่ากวา 500 ลบ.ม./วินาที จะทําใหเกษตรกร
มีความเชื่อม่ันและใหความรวมมือกับภาครัฐในการบริหารจัดการน้ํามากยิ่งขึ้น จําเปนตองเรงรัดดําเนินการ
ใหไ ดโดยเรว็

( 3 ) กรณีเรงดวน หาก ป 2560 มีปริมาณนํ้าหลากในลุมน้ําเจาพระยาเหมือน
ป 2554 ใหมีการแบงรับน้ําเขาทุงเจาพระยาตอนลางทั้ง 2 ฝง เพ่ือเปนการเพ่ิมพ้ืนท่ีรับนํ้า ปริมาณนํ้า
ท่ีไหลเขาทุงฝงตะวันออกจะไมมาก เมื่อน้ําไหลมารวมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะไมยกระดับสูงจนเออลน
ไปรวมกับนํ้าจากแมนํ้าปาสักแลวลนเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจได อีกท้ังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท
และกรมชลประทาน ไดซอมแซมปรับปรุงคันกั้นนํ้าบริเวณใตแมนํ้าปาสัก ใหม่ันคงแข็งแรงและยกระดับข้ึน
0.70 – 1.00 เมตร จะเปนสิ่งยืนยันไดวาจะไมมีน้ําไหลเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจดานฝงตะวันออกของแมน้ํา
เจาพระยา เหมือนป 2554 อีก รัฐบาลไดกําหนดนโยบายในการเยียวยาเกษตรกรและประชาชนท่ีอาศัยใน
พื้นท่ีลุมต่ําชัดเจน เพ่ือท่ีผูไดรับผลกระทบจะไดใหความรวมมือในการดําเนินการ รวมท้ังใหความรูกับ
ประชาชนท่ีไดรับผลกระทบจากนํ้าทวมใหเขาใจวิธีการบริหารจัดการน้ําไมใหเกิดความขัดแยงระหวางผูท่ีถูก
และไมถ ูกน้ําทวม และไมขัดขวางการปฏิบัติงานของหนวยงานราชการที่รับผิดชอบการแกไขปญหาน้ําทวมใน
แตล ะพ้ืนที่

( 4 ) การบริหารจัดการน้ําใน ป 2554 รัฐบาลไดต้ังหนวยงานข้ึนมารับผิดชอบใน
ลักษณะของ Single Command ในรูปของคณะกรรมการและมีหนวยงานปฏิบัติไดแกคณะกรรมการ
นโยบายนํ้าและอุทกภัยแหงชาติ ( กนอช. ) มีนายกรัฐมนตรีเปนประธานมีหนาที่อนุมัติแผนและกําหนดการ
ดาํ เนนิ งานในการแกไขปญ หาอุทกภยั ของชาติ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอทุ กภัย กบอ.) มีรัฐมนตรี
กระทรวงวิทยาศาสตรเปนประธาน มีหนาที่กําหนดนโยบายในการจัดทําแผนและการบริหารจัดการน้ํา
เสนอแนะการปฏิบัติงานและการบริหารงบประมาณในการดําเนินการปองกันและแกไขปญหาอุทกภัย และมี
สํานักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยแหงชาติ ( สบอช. ) เปนหนวยปฏิบัติในการบริหาร
กํากบั ตดิ ตาม การดาํ เนินงานของหนวยงานทเ่ี กีย่ วขอ ง ซ่งึ จะทําใหการบรหิ ารจดั การน้ําในภาพรวมมีทิศทาง
เดียวกันทั้งประเทศ แตใน ป 2560 ไมมีหนวยงานรับผิดชอบในลักษณะของ Single Command
กรมชลประทานตองบริหารจัดการนํ้าตามอํานาจหนาท่ีของกรมชลประทานภายใตคณะอนุกรรมการติดตาม
และวเิ คราะหแนวโนมสถานการณนา้ํ กรมชลประทาน โดยกรมชลประทานไดจัดตั้งอาคารศูนยปฏิบัติการน้ํา
อัจฉริยะเพ่ือชวยในการตดิ ตามสถานการณสภาพอากาศ สถานการณฝน และปริมาณนํ้าทา ปริมาณน้ําในอาง
เกบ็ นํา้ ตลอดเวลา ใหมคี วามรวดเรว็ ในการแจง เตอื นและการประชาสมั พนั ธ

การดําเนินการใน ป 2560 กรณีปริมาณนํ้าเหมือน ป 2554 หากดําเนินการทุกมาตรการ
ที่กลาวมา จะชวยใหไมเกิดปญหาอุทกภัยรุนแรงเทา ป 2554 แตยังคงมีพื้นที่ที่จะตองไดรับผลกระทบบาง
ซงึ่ รัฐบาลตองกําหนดมาตรการบริหารจัดการนํ้าใหเปนรูปธรรม รวมท้ังกําหนดนโยบายชวยเหลือผูท่ีจะไดรับ
ผลกระทบใหเหมาะสม เพื่อใหเกษตรกรและประชาชนเหลาน้ันมีความเชื่อมั่นและใหความรวมมือกับการ
ปฏบิ ัติงานของรัฐบาลอยางจรงิ จังตอ ไป

76

4.4 วิเคราะหแ นวทางการบรหิ ารจัดการนาํ้ ทเ่ี ข่ือนเจา พระยา
เนื่องจากปริมาณนํ้าที่มีปญหาเกิดลนตล่ิงกัดเซาะคันกั้นนํ้าตอนบนขาดที่อัตราการไหล

3,600 ลบ.ม./วินาที และดานทายเข่ือนเจาพระยาจะเร่ิมมีปญหาน้ําลนตล่ิงที่อัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที
ซ่ึงตงั้ สมมตุ ิฐานวาระบบชลประทานสามารถรบั น้ําไดเ ตม็ ศักยภาพท่ี 740 ลบ.ม./วินาที ถาจะไมใหเกิดน้ําลน
ตล่ิงดานทายเข่ือนเจาพระยา ปริมาณน้ําจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจากสะแกกรัง ตองไมเกิน 3,540
ลบ.ม/วินาที เมอื่ นาํ ขอมลู ปรมิ าณนํ้าที่สถานี C.2 และ Ct.2A มาพิจารณา ประกอบกับการบริหารจัดการ
แกมลิงตอนลางของแมนํ้ายมดวยแลว จะมีนํ้าไหลลงมาถึงเขื่อนเจาพระยามากกวา 3,540 ลบ.ม./วินาที
ระหวา งวันที่ 4 – 20 ตุลาคม รวม 17 วัน ยอดนํ้าสวนเกินรวม 365 ลาน ลบ.ม. จะสามารถใชแกมลิง
ตอนลางของลุมน้ําเจาพระยาซึ่งมีพ้ืนท่ีท้ังหมดประมาณ 1,329 ตารางกิโลเมตร แบงรับนํ้าไวไดโดยไมเกิด
ปญหาน้ําทวม แตใน ป 2554 ปริมาณน้ําจากนครสวรรครวมกับนํ้าจากสะแกกรังมีคาเกิน 3,540 ลบ.ม./วินาที
ตั้งแตวันท่ี 12 กันยายน – 3 พฤศจิกายน รวมปริมาณนํ้า 5,532 ลาน ลบ.ม. ( น้ําบาทุงฝงตะวันออก ป 2554
รวม 7,500 ลาน ลบ.ม. มากกวาที่คํานวณเน่ืองจากไมสามารถปดชองขาดโดยที่ระบบชลประทานยังสามารถ
รับนํ้าไดเต็มศักยภาพตลอดเวลา ) กราฟแสดงปริมาณนํ้าที่สถานี C.2 รวมกับนํ้าจากแมน้ําสะแกกรัง ป 2554
ดงั รปู ที่ 4 -6 เกินกวาการบรหิ ารจดั การนํ้าปรกติจะรองรับไดอ าจจะตอ งหาชอ งทางรบั นํา้ เขาทุง

ปริมาณน�าํ ไหลผา่ น ท�ีสถานี C.2 แม่นํ�าเจ้าพระยา ท�ีค่ายจิระประวตั ิ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

6,000

สะแกกรัง C2 สะแกรัง+C2

5,000

12 ก.ย. 2 พ.ย.

ป ิรมาณ �นํา - ลบ.ม. / ิวนา ีท 4,000 ปริมาณนา�ํ 3,540 cms.

3,000

2,000

1,000

0

1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 ิม.ย.
24 ิม.ย.

8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 ีม.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.

รูปที่ 4-6 กราฟแสดงปริมาณนํ้าทส่ี ถานี C.2 รวมกับนาํ้ จากแมน ํ้าสะแกกรงั ป 2554
สามารถตัดยอดนํ้าหลากแบงน้ําเขาพื้นที่ชลประทานที่ไดจัดระบบปลูกขาวใหม

ที่กาํ หนดใหเก็บเกี่ยวแลวเสร็จทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ทุงฝงตะวันออกมีพื้นท่ีชลประทานในเขตโครงการ
มโนรมย ชองแค โคกกะเทียม เริงราง และมหาราช และฝงตะวันตก มีพื้นที่ชลประทานในเขต
โครงการพลเทพ ทุงวัดสิงห ทาโบสถ สามชุก ดอนเจดีย โพธ์ิพระยา บรมธาตุ ชัณสูตร ยางมณี ผัก
ไห และบางบาล เน่ืองจากมีพื้นท่ีรับน้ํามาก น้าํ ที่ไหลบาเขาทวมพื้นที่การเกษตรเหลานี้จะมีระดับไมลึก
และในทุงฝงตะวันออกเมื่อนํ้าไหลลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมีปริมาณไมมากพอที่จะยกตัวให

77

สูงขึ้นแลวเออลนลงแมนํ้าปาสักไหลบาลงไปสรางความเสียหายใหกับพื้นที่เศรษฐกิจได เมื่อทุงดังกลาว
รับน้ําเขาไปในปริมาณที่ตั้งเปาไวแลวจะตองเรงระบายน้ําลงสูพื้นที่ตอนลางเรงระบายน้ําลงทะเลใหเร็ว
ที่สุด หลักการนี้รัฐบาลและกรมชลประทานไดดําเนินการเรงดวนกําหนดแผนเปนพื้นที่ลุมตํ่ารองรับน้ํา
หลากลุมนาํ้ เจาพระยาตอนลาง 12 ทุง 1.15 ลานไร ทาํ ใหนาํ้ ท่ีไหลจากแมนาํ้ ปาสักลงมารวมกับแมน้ํา
เจาพระยาแลวไหลไปที่อําเภอบางไทรจะลดลง เนื่องจากไมมีนํ้าสวนที่จะเออจากทุงตอนบนลงแมน้ํา
ปาสัก เม่ือน้ําไหลไปถึงจังหวัดปทุมธานีจะไมยกตัวกัดเซาะคันกั้นนา้ํ ขาดทั้ง 2 ฝงบริเวณอําเภอสามโคก
เหมือน ป 2554

ตามขอเท็จจรงิ ดงั กลา วขางตน จึงสามารถกําหนดแนวทางการจัดการนํ้าไดเปน 2 กรณี คอื
1 ) กรณีท่ีมีปริมาณนํ้าสามารถบริหารจัดการโดยใชเครื่องมือปจจุบันไดโดยไมมี
ผลกระทบ

( 1 ) ความสามารถของคันก้ันน้ําดานเหนือเขื่อนเจาพระยาสามารถรองรับปริมาณน้ํา
เหนอื ไดเ พยี ง 3,600 ลูกบาศกเมตรตอ วินาที รวมกับแมนาํ้ สะแกกรงั แลว ( 700 ลูกบาศกเ มตรตอวินาที )

( 2 ) ความสามารถของคันกั้นนํ้าดานทายเขื่อนเจาพระยารองรับการระบายน้ํา
2,800 ลกู บาศกเมตรตอวินาที

( 3 ) ความสามารถของระบบชลประทานฝงซายและฝงขวาเหนือเขื่อนเจาพระยา
รองรับการระบายนํ้ารวม 740 ลูกบาศกเ มตรตอ วินาที

ดังน้ัน ปริมาณน้ําท่ีสามารถบริหารจัดการไดโดยใชเคร่ืองมือท่ีมีอยูในปจจุบัน คือ
3,540 ลกู บาศกเมตรตอวนิ าที จงึ เปนไปไดวาอาจจะมีปริมาณน้าํ ท่ีไหลผาน C.2 เพยี งสายเดียว หรือมีแมนํ้า
สะแกกรงั ไหลมารวมอกี บางสวนกไ็ ดโ ดยไมม ผี ลกระทบ สามารถเขียนผงั การบรหิ ารจดั การไดตามรปู ที่ 4-7

78

รปู ท่ี 4-7 แนวทางการบรหิ ารจัดการโดยใชเ ครื่องมือปจ จุบันไดโดยไมม ผี ลกระทบ
2 ) กรณที ่มี ปี ริมาณน้าํ เทา กับ ป 2554
ในป 2554 มีปรมิ าณนํ้าไหลเขาสูเข่ือนเจาพระยา 4,600 ลูกบาศกเมตรตอวินาที รวมกับ

แมน าํ้ สะแกกรังอกี 700 ลกู บาศกเมตรตอวินาที ซ่ึงเกินกวาคันก้ันน้ําริมแมนํ้าเจาพระยาจะรองรับได ทําให
มีการแบงน้ําออกจากแมน้ําเจาพระยาตามชองทางตาง ๆ ใน ป 2554 บางสวนที่เหลือไมสามารถควบคุมได
มสี ภาพการรบั นาํ้ ผานชอ งทางตาง ๆ ดังแสดงในรูปที่ 4-8

79

รูปท่ี 4-8 การบรหิ ารจัดการน้าํ ตามสภาพจรงิ เม่ือ ป 2554
ในกรณีท่ีมีปริมาณนํ้าเหมือน ป 2554 เกิดขึ้นซํ้าในป 2560 กรมชลประทานจําเปนตอง
ดําเนินการบรหิ ารจดั การน้ําทีเ่ ขื่อนเจาพระยา โดยใชเครื่องมอื ท่มี อี ยใู นปจจุบนั ใหมีประสิทธิภาพสูงสุด หากมี
ปริมาณนํ้าไหลเขาสูเขื่อนเจาพระยา 4,600 ลูกบาศกเมตรตอวินาที รวมกับแมน้ําสะแกกรัง 700 ลูกบาศก
เมตรตอวินาที ซึ่งเกินกวาคันก้ันนํ้าริมแมนํ้าเจาพระยาจะรองรับได แตเนื่องจากคันกั้นน้ําริมแมนํ้าไดรับ
การปรับปรุงเรียบรอยแลว สามารถรองรับนํ้าได ดังน้ันจําเปนตองตัดยอดน้ําเขาทุงดานทายเข่ือนเจาพระยา
ท้ังฝงตะวันออกและตะวันตกไปจํานวนหน่ึง จะทําใหเกิดผลกระทบนอยกวา ป 2554 จึงไดกําหนด
แนวทางการบรหิ ารจัดการนํา้ ไวด ังรปู ท่ี 4 - 9

80
รปู ท่ี 4-9 แนวทางการบรหิ ารจดั การโดยใชเ คร่ืองมือปจ จุบนั กรณีมีนํา้ เทา กบั ป 2554

81

บทท่ี 5
การบริหารจัดการนํา้ หลากลมุ น้าํ เจาพระยา ป 2560
5.1 การดาํ เนนิ การตามแนวทางการปอ งกนั อทุ กภัยเรง ดว น ป 2560
หลังจากเหตุการณมหาอุทกภัยใน ป 2544 สิ้นสุดลง รัฐบาลไดกําหนดมาตรการในแกไข
ปญหาและปอ งกันอุทกภัยข้ึน ทั้งมาตรการที่ไดดําเนินการไปแลวสําเร็จ บางโครงการตองยกเลิกโครงการและบาง
มาตรการอยูระหวางดําเนินการ จึงทําใหการแกไขปญหาอุทกภัยยังไมสามารถปองกันไดสมบูรณ เน่ืองจากบาง
โครงการตองผานการมีสว นรว มรบั ฟง ความคิดเห็นของประชาชนผมู ีสว นไดสว นเสยี ดังนน้ั ในระหวางนจี้ าํ เปนตองหา
มาตรการระยะสัน้ เพ่อื บริหารจัดการน้ําไปกอ นจนกวาจะมวี ิธีการปองกนั น้ําทวมท่ีสมบูรณ บทนี้จึงไดนําแนวทาง
ปองกันอทุ กภัยจากกรณศี ึกษา ป 2554 ในบทท่ี 4 มาดาํ เนินการ ป 2560 ดังน้ี
1 ) ยกระดับแนวคันกั้นน้ําใหสูงขึ้นกวาเดิม 0.70 - 1.00 ม. ในทุงฝงตะวันออกต้ังแต
ดานใตของแมนํ้าปาสักลัดเลาะเช่ือมตอถึงคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยาตอนลาง สวนดานตะวันตกแนวคลอง
พระยาบันลอื ลดั เลาะเชอื่ มกับคนั กน้ั นา้ํ ของแมน้ําเจาพระยาและแมน ้ําทาจีน
2 ) ควบคมุ บริหารจดั การน้าํ ในเข่ือนในชวงฤดฝู นไดแกเ ขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนกิ่วลม
เข่ือนกิ่วคอหมา เขื่อนแควนอยบํารุงแดน และเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ ใหอยูในเกณฑการบริหารจัดการน้ํา
ท่ีปรับปรุงใหมไวแลวตลอดเวลา เพื่อใหมีพื้นที่เพียงพอรับนํ้าไหลลงเข่ือนไดโดยไมจําเปนตองระบายนํ้า
ลงมามากในชว งทดี่ านทายเขอ่ื นมีปญหานา้ํ ทวม
3 ) ปรบั ปรุงการบริหารจัดการน้าํ
( 1 ) พัฒนาระบบพยากรณใ หมีประสิทธภิ าพมากยิ่งขึน้
( 2 ) กําหนดแนวทางบริหารจดั การนํา้
- จัดระบบปลูกขาวใหม โดยใหเกษตรกรสามารถปลูกขาวไดปละ 2 คร้ัง ในพ้ืนที่
ตอนบนเหนอื จงั หวัดนครสวรรค หลังจากนํ้าลดในชวงปลายเดือนพฤศจิกายนสงเสริมใหเกษตรกรปลูกขาวได
2 ครัง้ ในชวงเวลา 8 เดอื น
- เรงระบายนํ้าจากพ้ืนท่ีลุมต่ําในลุมน้ํายมตอนลาง ขุดลอกคลองระบายน้ําตาง ๆ
ในลุมนํ้ายมใหสามารถระบายน้ําไดดียิ่งข้ึนโดยเฉพาะคลองผันนํ้ายม – นาน คลองระบายนํ้า DR.15.8
และ DR.2.8 ซึ่งหากในชวงตนฤดูฝนมีน้ําทวมต้ังแตเดือนพฤษภาคม ใหเรงระบายนํ้าออกจากพื้นท่ีใหเร็ว
ทส่ี ุดเพ่อื ใหม ที ว่ี างสาํ หรับรองรบั น้ําในชวงน้าํ หลากใหมากทส่ี ดุ ไมใหเกิดปญหานํา้ เออลนจากลําน้ํายมออมมาลง
แมนํา้ นา นทายสถานวี ัดน้าํ N.67 เปน จาํ นวนมากเหมอื น ป 2554
- เตรียมพรอมบริหารจัดการนํ้าท่ีเข่ือนเจาพระยา ใเนื่องจากปริมาณน้ําท่ีมีปญหา
เกิดลนตล่ิงกัดเซาะคันก้ันนํ้าตอนบนขาดที่อัตราการไหลประมาณ 3,600 ลบ.ม./วินาที และดานทายเข่ือน
เจาพระยาจะเริ่มมีปญหานํ้าลนตล่ิงท่ีอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที ซึ่งตั้งสมมุติฐานวาระบบชลประทาน
สามารถรับนํ้าไดเต็มศักยภาพที่ 740 ลบ.ม./วินาที ถาจะไมใหเกิดน้ําลนตลิ่งดานทายเขื่อนเจาพระยา
ปริมาณนํ้าจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจากสะแกกรัง ตองไมเกิน 3,540 ลบ.ม/วินาที เมื่อนําขอมูล
ปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2 และ Ct.2A มาพิจารณา ประกอบกับการบริหารจัดการแกมลิงตอนลางของแมนํ้า
ยมดวยแลว จะมีน้ําไหลลงมาถึงเขื่อนเจาพระยามากกวา 3,540 ลบ.ม./วินาที ระหวางวันที่ 4 – 20
ตุลาคม รวม 17 วัน ยอดน้ําสวนเกินรวม 365 ลาน ลบ.ม. จะสามารถใชแกมลิงตอนลางของลุมนํ้า
เจาพระยาซึ่งมีพ้ืนท่ีท้ังหมดประมาณ 1,329 ตารางกิโลเมตร แบงรับน้ําไวไดโดยไมเกิดปญหานํ้าทวม
แตใน ป 2554 ปริมาณน้ําจากนครสวรรครวมกับนํ้าจากสะแกกรังมีคาเกิน 3,540 ลบ.ม./วินาที ต้ังแตวันที่ 12

82
กันยายน – 3 พฤศจิกายน รวมปริมาณน้ํา 5,532 ลาน ลบ.ม. ( น้ําบาทุงฝงตะวันออก ป 2554 รวม 7,500
ลาน ลบ.ม. มากกวาท่ีคํานวณเน่ืองจากไมสามารถปดชองขาดโดยที่ระบบชลประทานยังสามารถรับน้ําไดเต็ม
ศักยภาพตลอดเวลา ) กราฟแสดงปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2 รวมกับน้ําจากแมนํ้าสะแกกรัง ป 2554 แสดงไวในรูปที่
5 -1 เกินกวา การบริหารจดั การนํา้ ปรกติจะรองรบั ไดอาจจะตอ งหาชองทางรับน้ําเขา ทุง

ปริมาณนา�ํ ไหลผา่ น ทสี� ถานี C.2 แม่นํ�าเจา้ พระยา ท�คี ่ายจิระประวัติ อ.เมอื ง จ.นครสวรรค์

6,000

สะแกกรัง C2 สะแกรัง+C2

5,000

12 ก.ย. 2 พ.ย.

ป ิรมาณน�ํา - ลบ.ม. / ิวนาที 4,000 ปริมาณน�ํา 3,540 cms.

3,000

2,000

1,000

0

1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 มิ.ย.
24 ิม.ย.

8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 มี.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.

รูปที่ 5-1 กราฟแสดงปรมิ าณน้าํ ท่ีสถานี C.2 รวมกับน้ําจากแมน้ําสะแกกรงั ป 2554
- เตรียมพรอมตัดยอดนํ้าหลากแบงรับนํ้าเขาพื้นที่ชลประทานที่ไดจัดระบบปลูก

ขาวใหม ที่กําหนดใหเก็บเกี่ยวแลวเสร็จทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ทุงฝงตะวันออกมีพื้นที่ชลประทาน
ในเขตโครงการมโนรมย ชองแค โคกกะเทียม เริงราง และมหาราช และฝงตะวันตก มีพื้นที่
ชลประทานในเขตโครงการพลเทพ ทุงวัดสิงห ทาโบสถ สามชุก ดอนเจดีย โพธิ์พระยา บรมธาตุ
ชัณสูตร ยางมณี ผักไห และบางบาล เนื่องจากมีพื้นที่รับน้ํามาก นํ้าที่ไหลบาเขาทวมพื้นที่การเกษตร
เหลานี้จะมีระดับนํ้าไมลึก และในทุงฝงตะวันออกเมื่อนํ้าไหลลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมี
ปริมาณไมมากพอ ที่จะยกตัวใหสูงขึ้นแลวเออลนลงแมน้าํ ปาสักไหลบาลงไปสรางความเสียหายใหกับพ้ืนที่
เศรษฐกิจได เมื่อทุงดังกลาวรับนํ้าเขาไปในปริมาณที่ตั้งเปาไวแลวจะตองเรงระบายนํ้าลงสูพื้นที่ตอนลาง
เรงระบายนํา้ ลงทะเลใหเร็วที่สุด หลักการนี้รัฐบาลและกรมชลประทานไดดําเนินการเรงดวนกําหนดแผน
เปนพื้นที่ลุมตํ่ารองรับน้ําหลากลุมน้ําเจาพระยาตอนลาง 12 ทุง 1.15 ลานไร ภาพแสดงแนวคิดการ
จัดการนํ้าเพื่อลดปญหานํา้ ทวมกรณีเรงดวน แสดงในรูปที่ 5-2 นอกจากน้ีนาํ้ ที่ไหลจากแมนํา้ ปาสักลงมา
รวมกับแมนํ้าเจาพระยาแลวไหลไปที่อําเภอบางไทรจะลดลงมาก เนื่องจากไมมีนํ้าสวนที่จะเออจากทุง
ตอนบนลงแมน้ําปาสัก เมื่อนํ้าไหลไปถึงจังหวัดปทุมธานีจะไมยกตัวกัดเซาะคันกั้นน้ําขาดทั้ง 2 ฝง
บริเวณอาํ เภอสามโคกเหมือน ป 2554

83

รูปที่ 5-2 แนวคิดการจัดการนา้ํ เพ่ือลดปญหานํ้าทวมกรณีเรงดวน
พลเอก ฉตั รชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดลงแกไขปญหา
อุทกภัยในพ้ืนที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันท่ี 20 กันยายน 2559 ไดส่ังการให
กรมชลประทานและหนวยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ บูรณาการรวมกันในการปรับแผน
การเพาะปลูกพืชนาปในพื้นที่ลุมต่ํา ใหวางแผนการสงนํ้าสําหรับการเพาะปลูกขาวในเดือนเมษายน
และใหสามารถเก็บเก่ียวผลผลิตไดภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อไมใหพ้ืนท่ีดังกลาวไดรับผลกระทบจากอุทกภัย
และใชเปนพื้นท่ีแกมลิงธรรมชาติเพื่อรองรับนํ้าในฤดูนํ้าหลาก กรมชลประทานจึงไดดําเนินการจัดทําเปน
โครงการบริหารจัดการน้าํ แบบชมุ ชนมีสว นรวมในทุง บางระกาํ “โครงการบางระกําโมเดล 60”

ลุมนํ้าเจาพระยาตั้งแตจังหวัดนครสวรรคลงมา ในชวงฤดูน้ําหลากมักจะมีปริมาณน้ําหลาก
จากลุมนํ้าปง และลุมนํ้านานไหลเขาสูจังหวัดนครสวรรคอยางนอยปละ 1 คร้ังตลอดมา ไมวาจะเปนปนํ้ามาก
หรือปนํ้านอย โดยที่ระบบชลประทานเหนือเข่ือนเจาพระยามีความสามารถระบายน้ําผานเขาสูพ้ืนท่ี
ชลประทานและระบายผานไดจํากัดรวมกันประมาณ 740 ลูกบาศกเมตรตอวินาที และเขื่อนเจาพระยา
สามารถระบายนํา้ ผา นแมน ํ้าเจาพระยาเร่ิมมผี ลกระทบกบั พ้นื ที่ลุม ริมแมนํ้าตาง ๆ ต้ังแตปริมาณน้ําเพียง 800
ลูกบาศกเมตรตอวินาที และหากผานมากกวา 2,800 ลูกบาศกเมตรตอวินาที จะสงผลกระทบตอพ้ืนที่

84

การเกษตร บานเรอื น สิ่งกอ สราง โครงสรางพ้ืนฐาน พ้ืนที่เขตเศรษฐกิจทั้งลุมนํ้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ
และรฐั บาลจงึ ไดบรู ณาการกับหนว ยงานอน่ื ๆ ตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชบรม
นาถบพิตร มาประยุกตใชเปนลักษณะของแกมลิงพักนํ้า ใชพ้ืนท่ีท่ีเก็บเก่ียวขาวแลวของเกษตรกรตัดยอดน้ํา
สวนเกินเขาไปเก็บไวแลวระบายออกเม่ือนํ้าลด และเหลือนํ้าบางสวนไวสําหรับเตรียมแปลง โดยสงนํ้าให
ชาวนาทํานากอนตั้งแตวันที่ 1 พฤษภาคม เปนพื้นท่ีที่เปนพ้ืนที่ลุมต่ําที่มักจะประสบความเสียหายจากน้ํา
ทวมในชวงฤดูนํ้าหลากในบางปหากนํ้ามาเร็ว อยูในเขตโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาตาง ๆ ของสํานักงาน
ชลประทานท่ี 3, 10, 11 และ 12 จํานวน 12 ทุง คือ ทุงเชียงราก ทุงฝงซายคลองชัยนาทปาสัก
ทุงทาวุง ทุงบางกุม ทุงบางกุง ทุงปาโมก ทุงผักไห ทุงโพธ์ิพระยา ทุงเจาเจ็ด ทุงบางบาลบานแพน
และทุงพระยาบันลอื และทงุ รงั สิตใต ท่ีใชเ ปนทางระบายน้ําผา นลงสูท ะเล

กรมชลประทานพิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ําระหวางวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่
31 ตุลาคม 2560 เพื่อใหปริมาณนํ้าตนทุนในอางเก็บนํ้าเพียงพอสําหรับการใชน้ําตลอดฤดูฝน 2560 และกัก
เก็บนํา้ ไวใชใ นฤดูแลง ดงั นี้

1 ) จัดสรรน้าํ เพื่อการอปุ โภค-บรโิ ภค และรกั ษาระบบนิเวศใหเพยี งพอตลอดทั้งป
2 ) สงเสรมิ การปลูกพชื ฤดูฝนใหใ ชนาํ้ ฝนเปนหลกั ใชน าํ้ ชลประทานเสรมิ กรณฝี นทิง้ ชว ง
3 ) บริหารจัดการนํ้าทาใหมปี ระสิทธิภาพสูงสุดดว ยระบบและอาคารชลประทาน
4 ) ดําเนินการเก็บกักนํ้าในเขื่อนใหมากที่สุด ไมต่ํากวาเกณฑเก็บกักนํ้าต่ําสุด (Lower
Rule Curve; LRC) ตามชว งเวลา เพอื่ ความม่ันคงดานการอปุ โภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ
5.2 การเตรียมความพรอ มบริหารจัดการนา้ํ ฤดฝู น ป 2560
กรมชลประทานยังคงนําแนวทางการบริหารจัดการนํ้าท่ีเคยดําเนินการใน ป 2554
มาดําเนินการใน ป 2560 ไดแก แผนกอนนํ้ามา แผนระหวางนํ้ามาหรือขณะเกิดภัย และแผนหลังเกิด
อุทกภัย ซ่ึงในการดําเนินการ ป 2560 ไดทําการปรับปรุงใหสอดคลองกับเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลง และมี
การกําหนดมาตรการบริหารจัดการนํ้าข้ึนใหมเพื่อขจัดจุดบกพรองท่ีเคยเกิดใน ป 2554 โดยมีการดําเนินการ
ท่ีสาํ คญั ดงั นี้
1 ) จัดตั้งศนู ยป ฏิบตั กิ ารน้าํ อัจฉรยิ ะ(SWOC)
ศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ หรือ SWOC (Smart Water Operation Center) ตอบสนอง
นโยบายรัฐบาลไทยแลนด 4.0 (Thailand 4.0) เพื่อกาวไปสูกรมชลประทาน 4.0 (RID 4.0) เพื่อเปนศูนย
บญั ชาการ การประมวลวิเคราะหสถานการณน้ํา การตดิ ตามและพยากรณสถานการณนํ้า และการจัดสรรน้ํา
รวมทั้งการประชาสัมพันธและการเฝาระวังเพื่อการเตือนภัย การบริหารจัดการนํ้าที่ทันสมัย ดวยระบบการ
นําเสนอขอมูลที่รวดเร็วครบถวนทุกมิติ สามารถสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณน้ําของผูบริหาร
ประเทศไดอยางถูกตองแมนยํา รวดเร็ว ทันเหตุการณ เปนศูนยกลางบูรณาการการทํางานและประชุม
คณะอนุกรรมการตดิ ตามและวเิ คราะหแนวโนมสถานการณน ํา้

85

พลเอก ฉตั รชัย สาริกัลปยะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณเดินทางมาเปดตัว
ศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ ( SWOC ) วันท่ี 13 มิถุนายน 2560 เพื่อใชเปนศูนยกลางการบริหารจัดการน้ํา
ใหไดต ามวัตถปุ ระสงค

2 ) วางแผนการเพาะปลูกพชื ฤดฝู น
ปริมาณน้ําตนทุนคาดการณ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ท้ังประเทศมีปริมาณ 14,846
ลาน ลบ.ม. ปริมาณนํ้าตนทุน 4 เขื่อนหลักในลุมเจาพระยามีปริมาณ 4,463 ลาน ลบ.ม. โดยมีเปาหมาย
ปลูกขาวตามแผนการปลูกขาวครบวงจร รวม 58.67 ลานไร แยกเปน ในพื้นท่ีชลประทานทั้งประเทศ
15.95 ลา นไร และพื้นทีน่ อกเขตชลประทาน 42.72 ลา นไร โดยมีพืน้ ทเี่ พาะปลูกขาว แยกไดด งั น้ี

2.1 ) พ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจาพระยา วางแผนการเพาะปลูกขา วท้ังหมด 7.60 ลานไร ดังน้ี
- พ้ืนท่ีตอนบน (ตงั้ แตจงั หวดั นครสวรรคขึ้นไป)

( 1 ) พื้นที่ลุมตํ่า ทุงบางระกํา พื้นท่ี 0.265 ลานไร เร่ิมสงนํ้าเพื่อการ
เพาะปลกู ขาว ตงั้ แต 1 เมษายน 2560

( 2 ) พื้นที่ดอน 1.92 ลานไร เร่ิมเพาะปลูกเม่ือกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ
เขาสูฤดูฝน (ใชน า้ํ ฝนเปน หลกั เสริมดว ยนาํ้ ทา และนํา้ จากระบบชลประทาน)

- พ้ืนทต่ี อนลาง (ตั้งแตจ งั หวัดนครสวรรคลงมา)
( 1 ) พ้ืนทีล่ ุม ตํา่ พน้ื ท่ี 1.15 ลา นไร เริ่มสงนํ้าเพื่อการเพาะปลูกขาว ต้ังแต

1 พฤษภาคม 2560 ประกอบดวย
( 1.1 ) ทุงเชียงราก ทุงฝงซายคลองชัยนาทปาสัก ทุงทาวุง ทุงบางกุม โดยสง

นาํ้ ผานคลองชยั นาท-ปาสัก

86

( 1.2 ) ทุงปา โมก ทุงผกั ไห ทงุ เจา เจ็ด สงนา้ํ ผา นทางแมน ้ํานอย
( 1.3 ) ทงุ บางกุง ทงุ บางบาล สบู นํ้าจากแมนํา้ เจา พระยา
( 1.4 ) พื้นท่ีลุมต่ําอื่น ๆ ตอนลาง ไดแก โครงการสงนํ้าและบํารุงรักษา
โพธ์ิพระยา โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระยาบันลือ โครงการสงนํ้าและบํารุงรักษารังสิตใต จะใชนํ้าจากบอ
ตอก บอนํา้ ตื้นและนํ้านอนคลอง
( 2 ) พ้ืนท่ีดอน 4.27 ลานไร เริ่มเพาะปลูกเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ
เขาสฤู ดฝู น ( ใชน ํา้ ฝนเปนหลักเสรมิ ดว ยนํ้าทาและนา้ํ จากระบบชลประทาน )
2.2 ) ภาคเหนือ 2 ลา นไร เพาะปลูกไดกลางเดือนกรกฏาคม 2560
2.3 ) ภาคตะวนั อกเฉยี งเหนือ 3.27 ลา นไร เพาะปลกู ไดเ ดอื นกรกฏาคม 2560
2.4 ) ภาคกลาง 0.45 ลานไร เพาะปลกุ เม่ือกรมอุตุนยิ มวทิ ยาประกาศเขาฤดูฝน
2.5 ) ภาคตะวนั ออก 0.87 ลา นไร ไร เพาะปลูกไดกลางเดอื นพฤษภาคม 2560
2.6 ) ภาคใตฝ ง ตะวนั ออก 0.032 ลานไร เพาะปลกู ไดเดือนสิงหาคม 2560
2.7 ) ภาคใตฝง ตะวนั ตก 0.798 ลานไร เพาะปลูกไดเดอื นตุลาคม 2560
3 ) วางแผนปองกันภัยอนั เกิดจากน้าํ
3.1 ) มาตรการไมใ ชสง่ิ กอ สรา ง
- คาดการณและตดิ ตามสภาวะทางอุตุ - อทุ กวทิ ยา
- บริหารจัดการนํ้าในอางเก็บน้ําโดยใช Reservoir Operation Simulation
และ Reservoir Operation Rule Curve
- ตรวจสอบความพรอมใชงานของอาคารชลประทานตาง ๆ ไดแก คันกั้นนํ้า
ประตรู ะบายน้ํา ประตนู ํา้ และสถานีสูบนาํ้
- ใชร ะบบโทรมาตรเพ่ือพยากรณนาํ้ และเตอื นภยั ครอบคลมุ 22 ลมุ น้ํา
- ควบคมุ ปริมาณนาํ้ ใหไดต ามเกณฑ
- เชื่อมโยงขอมูลและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา โดยคณะอนุกรรมการ
ติดตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา ซ่ึงมีศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ กรมชลประทาน
เปนเลขานกุ ารคณะอนุกรรมการฯ
- ปรับเปล่ยี นปฏทิ นิ การปลกู พชื เพือ่ ใชเปนพ้นื ท่รี องรบั นาํ้ หลาก
3.2 ) มาตรการใชส ง่ิ กอสรา ง
- ขุดลอกคลอง เพิ่มความจุในการรับนํ้าในคลองชลประทานและอางเก็บน้ํา
ตาง ๆ ทว่ั ประเทศ
- ซอมแซมบาํ รุงรกั ษาอาคารชลประทาน ประตูน้ํา สถานีสูบนํ้า เพ่ือควบคุม
การสง นํา้ ระบายนํ้า และสบู น้าํ ใหม ีประสิทธิภาพ
- ใชอาคารชลประทานและระบบชลประทานตัดยอดน้ําหลาก เพ่ือปองกันน้ํา
ทวมพ้ืนทช่ี ุมชน
- ใชอาคารชลประทานและระบบชลประทานควบคุมปริมาณนํ้าเพื่อปองกันนํ้า
ทวมในพนื้ ที่การเกษตร

87

4) การตรวจสอบบํารงุ รักษาอาคารชลประทานใหพรอมใชง าน

5 ) กําจดั ส่ิงกดี ขวางการไหลของน้ํา
เมื่อวันท่ี 16 พฤษภาคม 2560 ดร. ทองเปลว กองจันทร รองอธิบดีกรมชลประทาน
พาสอื่ มวลชนลงเรอื ตดิ ตามการกําจัดผักตบชวาเหนอื เข่ือนเจา พระยา โดยกรมชลประทานไดบูรณาการรวมกับ
หนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งในการดําเนนิ การกําจดั ผกั ตบชวาเพอ่ื ไมใ หกดี ขวางการไหลของน้ําในชวงฤดูนา้ํ หลาก

17 พฤษภาคม 2560 สํานักงานชลประทานท่ี 10 ไดบูรณาการรวมกับฝายปกครอง
ฝา ยความมัน่ คง ภาคประชาชน และภาคเอกชน อยางเปนรูปธรรมและยั่งยืนรว มกันกําจัดผักตบชวาในคลอง
ชางทะลุ หนองน้ําธรรมชาตใิ นเขตตาํ บลบางลี่ อําเภอทาวงุ จงั หวดั ลพบรุ ี

88

การเตรยี มความพรอมของเคร่อื งจักร – เครือ่ งมือ ชวงฤดฝู น ป 2560

6 ) การเตรยี มความพรอมของทงุ ในการตัดยอดนํ้า

ทรบ.ปากคลองส่งนาํ� สายใหญ่ 2 (YN2) โครงการฯเขอื� นนเรศวร
พนื � ท�ี 40,000 ไร่

โครงการฯยมนา่ น ทรบ.ปากคลองส่งนาํ� สายใหญ่ 1 (YN1)
พืน� ท�ี 205,000 ไร่ เข�อื นนเรศวร
แผนการสง่ นาํ � ตามปฏทิ ินการ
เพาะปลูกพืชสําหรับพืน� ท�ีล่มุ ตา�ํ คลองระบายนํา้ สายใหญ
เริ�ม 1 เมษายน – 31 กรกฎาคม 2560 (ค.โปรง นก)
แมน้ําแควนอ ย
ฝายมะขามสูง
โครงการฯพลายชุมพล
พนื� ท�ี 20,000 ไร่

กอนการดําเนินการตามนโยบายรับนํ้าเขาพ้ืนที่ทุงจําเปนตองมีการเตรียมการในดานตาง ๆ
เพื่อใหประสบความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไว เริ่มตั้งแตกอนดําเนินการ ไดแกการรวบรวมขอมูลพ้ืนฐาน
ในบริเวณพ้ืนท่ี ทั้งในทางดานวิศวกรรมและการสรางการรับรูกับประชาชนในพื้นท่ี เพ่ือใหเกิดความเขาใจ
การบริหารจดั การนํา้ และลดปญ หาความขดั แยง

6.1 ) การสาํ รวจอาคารชลประทาน เตรียมความพรอมใชงาน ในชวงกอนถึงฤดูน้ําหลาก
โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาไดดําเนินการออกสํารวจความพรอมของ ปตร. และอาคารชลประทานตาง ๆ
นําส่ิงกีดขวางทางน้ําออก และเรงแกไขอาคารที่ชํารุด เพื่อรองรับปริมาณน้ําท่ีจะหลากเขามาในพ้ืนที่

89
ดังรูปท่ี 5-3 ซ่ึงหลังจากไดผลการสํารวจอาคารชลประทาน ไดมีการเรงสงเจาหนาท่ีท่ีเกี่ยวของเขาไป
ตรวจสอบโดยละเอียด เพอ่ื เตรียมการซอมแซมใหใชง านได

รปู ท่ี 5-3 สาํ รวจความพรอม อาคารชลประทานท่ใี ชใ นทงุ ทาวงุ
6.2 ) ความพรอมดานบุคลากร มีการจัดประชุมเจาหนาที่ชลประทาน เพ่ือสราง

ความเขา ใจในการปฏิบัติหนาท่ี การกําหนดแผนการปฏิบัติงานใหสอดคลองกับสถานการณ ทั้งนี้ยังไดเตรียม
ความพรอมของเคร่ืองมือ เชน เคร่ืองสูบน้ํา รถขุด รถบรรทุกน้ํา กระสอบทราย สําหรับใชในกรณีฉุกเฉิน
เพื่อใหสามารถแกไขปญหาไดทันทวงที การประสานงานกับหนวยงานที่เก่ียวของทั้งในภาครัฐและเอกชน
เพอื่ ใหก ารดาํ เนินการเปนไปอยา งมีประสิทธภิ าพ ดังรูปที่ 5-4

90

รปู ท่ี 5-4 การประชมุ เตรยี มความพรอมดา นบุคลากร
6.3 ) การประชาสัมพันธสรางการรับรูความเขาใจในการบริหารจัดการนํ้าในพ้ืนท่ี
ลุมต่ํา โดยการใหเจาหนาที่กรมชลประทานลงพื้นที่พบปะกับประชาชน เพ่ือประชาสัมพันธแผนการบริหาร
จัดการนํ้าในพื้นที่ลุมตํ่า ในขบวนการน้ีจะมีท้ังการเขาพบปะผูนําทองถ่ิน และการพบปะประชาชนในพื้นท่ี
เพอ่ื ชี้แจงแผนในการบรหิ ารจดั การนาํ้ ในพื้นท่ีลมุ ต่าํ ใหเกดิ ความเขา ใจในทุกระดับ ดงั รูปท่ี 5-5

รูปที่ 5-5 การประชุมประชาสัมพันธการสรา งการรบั รกู ารใชพ้ืนทลี่ มุ ต่าํ
5.3 การบริหารจัดการน้าํ หลาก ป 2560

ชว งเดือนพฤศจิกายน 2559 ถงึ เดือนเมษายน 2560
การบริหารอางเก็บนํ้า
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 มีปริมาณนํ้าใชการในเข่ือนภูมิพล 3,005 ลาน ลบ.ม. เข่ือน
สริ ิกิต์ิ 4,808 ลา น ลบ.ม. เขื่อนแควนอย 903 ลาน ลบ.ม. และ เข่ือนปา สกั ชลสทิ ธ์ิ 988 ลา น ลบ.ม.

91
เร่ิมฤดูแลง ป 2559/60 มีปริมาณน้ํากักเก็บในอางเก็บน้ํา 4 เขื่อนหลักลุมน้ําเจาพระยา
อยใู นเกณฑดี มปี ริมาณนาํ้ ใชการเพียงพอท่ีจะนํามาจัดสรรใหกับพื้นท่ีการเกษตรและกิจกรรมการใชน้ําตาง ๆ
ไดครบถวน โดยจํานวนพื้นท่ีที่จะมีนโยบายใหทํานาปรังไดเทาใดน้ันจะอยูภายใตแผนการผลิตขาวครบวงจร
เปนผกู ําหนด ซ่ึงฤดูแลง ป 2559/60 กาํ หนดไว ดังนี้

92

93
กรมชลประทานไดทําการจัดสรรน้ําใหกับผูใชนํ้าตาง ๆ ต้ังแตวันท่ี 1 พฤศจิกายน 2559
เปนตนมา ตามแผนท่ีวางไว ถึงแมวาชาวนาในลุมน้ําเจาพระยาไดทําการเพาะปลูกขาวนาปรังมากกวาแผน
ท่วี างไวประมาณ 1 เทา ตัว แตเนือ่ งจากสภาวะอากาศชวงฤดูแลง ในพื้นทภี่ าคกลางและลุมนํ้าเจาพระยามีฝน
ตกในชวงเดือนมีนาคมและเมษายนคอนขางดี ทําใหชาวนาใชนํ้าชลประทานไมมาก โดยจัดสรรนํ้าไปท้ังส้ิน
6,685 ลาน ลบ.ม. ( 112 % ) มากกวาแผน 735 ลาน ลบ.ม. คงเหลือปริมาณนํ้าใชการในวันท่ี 1
พฤษภาคม 2560 เทากับ 4,437 ลา น ลบ.ม. ( 24 % )

การเฝาระวังตดิ ตามสถานการณฝ น
เกิดฝนตกในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครตั้งแตชวงเวลาประมาณ 08.25 น.ของวันท่ี 17 มีนาคม
2560 ใน 2 บริเวณ โดยบริเวณแรกเปนกลุมฝนตกเล็กนอยถึงปานกลางกระจุกตัวอยูทางดานเหนือของเขต
ตล่งิ ชัน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และอีกกลุมกระจุกตัวอยูทางตอนใตของฝงธนบริเวณเขตบางขุนเทียน และ
ตอมาเวลาประมาณ 9.25 น. กลุมฝนดังกลาวไดกอตัวเปนแนวยาวเหนือใต ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแตจังหวัด
ปทมุ ธานี จงั หวัดนนทบุรี บรเิ วณอําเภอปากเกรด็ อาํ เภอเมืองนนทบรุ ี เขตตลิง่ ชัน บางพลัด บางซ่ือ ดุสิต
พระนคร บางกอกนอย บางกอกใหญ คลองสาน ธนบุรี ราชบูรณะ ทุงครุ บางขุนเทียน พระสมุทรเจดีย
และแนวฝนมีทิศทางเคล่ือนตัวไปทางดานตะวันออกเฉียงเหนือเขาสูเขตบางซ่ือ จตุจักร พญาไท หวยขวาง
ดินแดง วัฒนา ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ลาดพราว สายไหม คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี
ลาดกระบัง และตกหนักที่เขตวังทองหลาง สวนหลวง ตั้งแตในชวง 10.25 ถึง 12.25 น. หลังจากนั้น
กลมุ ฝนไดส ลายไปในชวงเวลาประมาณ 15.25 น.


Click to View FlipBook Version