44
ลุมน้ํายม ชวงตนเดือนปริมาณน้ําในแมนํ้ายมตอนบนเพ่ิมข้ึนอยางรวดเร็ว กรมชลประทาน
ใชความสัมพันธของสถานีวัดระดับน้ํา Y.20 บริเวณบานหวยสัก กับสถานีวัดระดับนํ้า Y.1C บานน้ําโคง
อําเภอเมือง จังหวัดแพร และประชาชนใหรับทราบและเตรียมรับสถานการณน้ําทวมบริเวณเทศบาลจังหวัด
แพร ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ไดทันเวลาอีกคร้ัง สถานการณน้ําทวมในจังหวัดแพรเขาสู ภาวะปกติ
ในวันท่ี 6 สิงหาคม 2554 หลังจากนัน้ ในชวงวันที่ 10 – 12 และ 15 – 19 สิงหาคม 2554 รองมรสุมกําลัง
แรงไดพาดผานภาคเหนือตอนบนมีฝนตกในลุมนํ้ายมตอนบนอีก กรมชลประทานไดแจงเตือนเตรียมรับ
สถานการณน ้าํ ทว มบริเวณเทศบาลจงั หวัดแพรอีก 2 ครั้ง ในวันท่ี 12 และ 22 สงิ หาคม 2554
45
นํ้าในแมนํ้ายมมีระดับและปริมาณนํ้าเพ่ิมสูงข้ึนอยางตอเน่ือง และไหลจากจังหวัดแพรลงสู
จังหวัดสุโขทัย เออลนตลิ่งฝงขวาและตลิ่งฝงซายเปนชวง ๆ บริเวณอําเภอศรีสัชนาลัย โดยในวันท่ี 3
สิงหาคม 2554 สถานี Y.14 อําเภอศรีสัชนาลัย มีปริมาณนํ้าไหลผานสูงสุด 2,416 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานไดใชโ ครงการพัฒนาโครงขายนํ้ายม – นาน แบงรับนํ้าเขาคลองหกบาทผันน้ําผานคลองยม –
นาน ไปลง แมน้ํานานที่อําเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ และรับน้ําเขาแมนํ้ายมสายเกา แตเนื่องจากปริมาณ
น้าํ มมี าก น้ําสวนที่เหลือไดไหลลงมาตามลํานํ้ายมและเออลนตล่ิงเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ําบริเวณอําเภอสวรรคโลก
อาํ เภอศรสี ําโรง และบรเิ วณบานปากแคว อาํ เภอเมอื งสโุ ขทัย กอ นเขาเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย ทําใหไมเกิด
น้ําทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจของเทศบาลเมืองสุโขทัย อยางไรก็ตาม ปริมาณน้ําท่ีเออลนจากแมนํ้ายมตอนบน
ไดไหลบาเขาทวมพื้นท่ีลุมตํ่าตอนลางของแมน้ํายมในเขตจังหวัดอุตรดิตถ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และ
นครสวรรค 599,271 ไร
46
ปริมาณฝนท่ีตกตอเน่ืองตลอดทั้งเดือนทําใหปริมาณน้ําในลํานํ้ายมเพ่ิมสูงขึ้นตลอดเวลาโดยท่ี
สถานี Y.5 อําเภอโพธ์ทิ ะเล จงั หวดั พิจติ ร มีปรมิ าณนํ้าไหลผา นในวันที่ 1 สิงหาคม เพยี ง 282 ลบ.ม./วินาที
เพิ่มเปน 1,264 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 สงิ หาคม 2554
ลมุ น้ํานา น ในพ้ืนทตี่ อนบนเหนือเข่ือนสิริกิติ์มีฝนตกกระจายในพ้ืนท่ีจังหวัดนาน ตั้งแตวันที่
31 กรกฎาคม 2554 สงผลทําใหเกิดน้ําทวมในพ้ืนท่ี อําเภอภูเพียง อําเภอเวียงสา และอําเภอเมือง มีนํ้า
ไหลลงเข่ือนสิริกิต์ิเปนจํานวนมาก สําหรับพ้ืนที่ทายเขื่อนสิริกิต์ิมีฝนตกหนักกระจายในเขตจังหวัดอุตรดิตถ
พิษณโุ ลก ในชว งแรกปริมาณนาํ้ ทา ในลํานาํ้ นา นมมี ากจึงระบายนา้ํ จากเขอื่ นสริ ิกติ แิ์ ละเขือ่ นแควนอยบํารุงแดน
เพียงเล็กนอย เพ่ือใหนํ้าทาที่เกิดขึ้นไหลลงสูพื้นที่ตอนลางกอน โดยมีปริมาณนํ้าไหลผาน จังหวัดพิษณุโลก
ท่ีสถานี N.5A สูงสุด 14 สิงหาคม 2554 ประมาณ 1,250 ลบ.ม./วินาที มีน้ําเออลนทวมพื้นท่ีลุมต่ํา
บริเวณในเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกชวงเวลาส้ัน ๆ ซึ่งกรมชลประทานไดแจงผูวาราชการจังหวัดพิษณุโลก
ประชาสัมพันธใหผูเก่ียวของและประชาชนรับทราบและเตรียมตัวรับสถานการณนํ้าลวงหนากอนแลว ตอมา
เข่ือนสิรกิ ิต์แิ ละเขอื่ นแควนอยบํารุงแดนมปี ริมาณนาํ้ ในอางฯคอนขา งมาก จําเปนตองพรองนํ้าเตรียมรองรับนํ้า
ในชวงฝนตกชุกต้ังแตเ ดือนกันยายน – ตลุ าคม ไมใหเ กดิ ปญ หานาํ้ ลนลงมาทว มพน้ื ทต่ี อนลางได
ปริมาณนาํ้ ในแมน้ํานานที่สถานี N.67 อําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค มีปริมาณเพิ่มขึ้น
ตอ เนื่อง มปี ริมาณน้าํ ไหลผานในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในอัตรา 1,079 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเปน 1,480
ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 สงิ หาคม 2554
ลุมนํา้ เจา พระยา ปริมาณนํา้ ท่ีสถานี C.2 อาํ เภอเมือง จังหวัดนครสวรรค ในชวงตนเดือน
มีปริมาณไมมาก แลวคอยเพ่ิมข้ึนตามสัดสวนของนํ้าจากแมน้ํานาน และแมนํ้าปง โดยมีปริมาณน้ําไหลผาน
ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในอัตรา 1,493 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเปน 2,713 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31
47
สิงหาคม 2554 ในเดือนน้ีปริมาณน้ําจากลุมนํ้าสะแกกรังยังมีไมมาก เพื่อเปนการพรองน้ําหนาเข่ือน
เจาพระยาและพ้ืนท่ีการเกษตรไวเตรียมรับปริมาณน้ําจํานวนมากท่ีจะเกิดขึ้นในระยะตอไปในชวงตนเดือน
ไดลดระดับนํ้าหนาเข่ือนเจาพระยาลงมาต่ําสุดท่ี +14.60 ม.รทก. และรับน้ําเขาระบบชลประทานทั้งสองฝง
ตามความตอ งการใชน้ําของพืชซ่ึงยังมีพื้นท่ีเพาะปลูกประมาณ 5.890 ลานไร ตอมาปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2
และแมนํ้าสะแกกรังเพ่ิมข้ึนเพ่ือไมใหเกิดปญหานํ้าลนตล่ิงดานทายเขื่อนเจาพระยาจึงชะลอน้ํา โดยเพิ่มระดับ
นํ้าหนา เขือ่ นเจาพระยาตง้ั แตวนั ท่ี 8 สิงหาคม จาก +14.60 ม.รทก. เปน +16.25 ม.รทก. และรับนํ้าเขา
ระบบชลประทานท้งั สองฝง โดยไมใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนที่การเกษตรแลวเรงระบายน้ําลงสูทะเล อยางไรก็
ตามปริมาณน้ําไหลผานเข่ือนเจาพระยาเพิ่มข้ึนตอเน่ืองจากตนเดือนในอัตรา 1,230 ลบ.ม./วินาที เปน
2,136 ลบ.ม./วินาที ในวนั ท่ี 31 สิงหาคม แมน า้ํ เจา พระยาบริเวณอําเภอปาโมก จงั หวัดอางทอง รับน้ําได
เพยี ง 1,800 ลบ.ม./วินาที (ไมลนเขาทวมพื้นท่ีลุมต่ํานอกคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยา) จึงไดใชแมนํ้าลพบุรี
และคลองบางแกวรับนํ้าออมเมืองอางทอง ไปลงแมน้ําปาสักที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และลดการระบาย
น้าํ จากเข่อื นปาสกั ชลสิทธล์ิ งตามความเหมาะสม เพอื่ ใหนํา้ ลงมาสมทบกับนํ้าจากแมน้ําลพบุรีไมเกิดผลกระทบ
กบั ประชาชนริมฝง แมนา้ํ ปา สกั บรเิ วณจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
สถานการณน้ําในอางเก็บนํ้า ณ วันท่ี 1 สิงหาคม 2554 เข่ือนภูมิพล สิริกิต์ิ แควนอย
บาํ รุงแดน และปาสกั ชลสทิ ธ์ิ มีปริมาณนาํ้ เก็บกกั 8,522 (63 %), 7,493 (79 %), 474 (51 %) และ 270
(34 %) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ โดยเข่ือนภูมิพลและเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ (เรงพรองนํ้าในเดือนกรกฎาคม)
ปริมาณน้ําอยูในชวงระหวางเกณฑควบคุม Upper Rule Curve และ Lower Rule Curve สวนเข่ือน
สิริกิติ์ และเข่ือนแควนอยบํารุงแดน ซ่ึงมีปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากมีปริมาณน้ําสูงกวา Upper Rule
Curve ในเดือนสิงหาคมปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนทั้ง 4 แหง สูงกวาคาเฉล่ียมาก ไดแก เขื่อนภูมิพล มีน้ํา
ไหลลงเข่ือน 2,592 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 281 % (คาเฉล่ีย 921 ลาน ลบ.ม.) เขื่อนสิริกิติ์ มีนํ้า
ไหลลงเขื่อน 3,183 ลาน ลบ.ม.มากกวาคาเฉล่ีย 209 % (คาเฉล่ีย 1,520 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนแควนอย
บํารุงแดน มีนํ้าไหลลงเข่ือน 802 ลาน ลบ.ม.มากกวาคาเฉลี่ย 226 % (คาเฉลี่ย 355 ลาน ลบ.ม.) และ
เข่ือนปาสกั ชลสทิ ธิ์ มีนา้ํ ไหลลงเขื่อน 781 ลาน ลบ.ม.มากกวาคา เฉลย่ี 234 % (คาเฉลยี่ 334 ลาน ลบ.ม.)
ท้ังนี้การระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 4 แหง เนื่องจากบริเวณทายเขื่อนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และพ้ืนที่ภาคกลาง
ตอนบนมีฝนตกหนักตอเน่ืองตลอดทั้งเดือน การระบายนํ้าจากเข่ือนจะพิจารณาโดยคํานึงถึงองคประกอบ 4
ประการ ไดแ ก 1) ผลกระทบกับพน้ื ท่ีทายเขื่อน 2) ความสามารถรับนํ้าไดอีกของเขื่อน 3) การคาดหมาย
ในเรื่องปรากฏการณลานีญาไดเร่ิมเขาสูภาวะปกติและปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระยะ 3 เดือน
ลวงหนา ภาคเหนือเดือนสิงหาคม – กันยายน มีปริมาณฝนใกลเคียงกับคาปกติ เดือนตุลาคมมีปริมาณฝน
สูงกวาคาปกติเล็กนอย และภาคกลางเดือนสิงหาคม – ตุลาคม มีปริมาณฝนสูงกวาคาปกติเล็กนอย
และ 4) การจําลองสถานการณนํ้าในเข่ือน โดยในเดือนสิงหาคมไดระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์
เขอ่ื นแควนอ ยบาํ รุงแดน และเข่ือนปา สักชลสทิ ธ์ิ 639, 1531, 410 และ 556 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ
จากการจําลองสถานการณน้ําในเขื่อน ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2554 พบวาเข่ือนภูมิพล
ซ่ึงมีปริมาณน้ํา 9,897 ลาน ลบ.ม. (73 %) รับนํ้าไดอีก 3,565 ลาน ลบ.ม. หากระบายนํ้าในอัตราวันละ
28 ลาน ลบ.ม. ไมมีผลกระทบกับพ้ืนที่ดานทายเขื่อนกรณีมีฝนอยูในเกณฑมากตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา
คาดการณเมือ่ สนิ้ ฤดฝู นนา้ํ จะไมเ ต็มเขื่อน
เข่ือนสริ ิกิตซิ์ งึ่ มีปริมาณน้าํ 8,681 ลาน ลบ.ม. ( 91 %) รบั น้าํ ไดอกี เพียง 823 ลาน ลบ.ม.
ในขณะที่ปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนมีมากหากระบายนํ้าในอัตราวันละ 57 ลาน ลบ.ม. เต็มความสามารถ
ของเคร่ืองผลิตกระแสไฟฟา กรณีมีฝนอยูในเกณฑมากตามท่ีกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณเม่ือสิ้นฤดูฝนในชวง
48
ตนเดือนพฤศจิกายนจะมีปริมาณน้ําลนเขื่อน 9,552 ลาน ลบ.ม. จําเปนตองติดตามเฝาระวังสถานการณน้ํา
อยางใกลชิด
เขื่อนแควนอยบํารุงแดน ซึ่งมีปริมาณนํ้า 829 ลาน ลบ.ม. มีพ้ืนท่ีรับน้ําเหลือเพียง 110
ลาน ลบ.ม. จําเปนตองเรงระบายน้ําแตตองพิจารณาไมใหปริมาณนํ้าท่ีระบายจากเข่ือนแควนอยบํารุงแดน
และเขอื่ นสิรกิ ิตริ์ วมกนั แลวเกดิ ปญหาน้ําทว มในแมน าํ้ นานบรเิ วณทา ยเขื่อน สาํ หรับเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิ ซึ่งมี
ปรมิ าณนาํ้ 418 ลา น ลบ.ม. มพี นื้ ท่ีรับนา้ํ อีก 540 ลาน ลบ.ม. แตม นี ํ้าไหลลงเขื่อนเฉล่ยี ทั้งปมากกวาความ
จมุ ากจึงพยายามระบายนา้ํ ใหม ากทสี่ ดุ โดยไมใ หเ กดิ ผลกระทบกบั พน้ื ท่ีทา ยนํ้า
จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณนํ้าในวันท่ี 23
สิงหาคม 2554 มติที่ประชุมเห็นชอบที่จะระบายนํ้าจากเข่ือนภูมิพล เมื่อปริมาณน้ําในลําน้ําปงลดลง
ใหระบายนา้ํ ในอตั ราวันละไมเ กิน 30 ลา น ลบ.ม. และเข่อื นสิริกติ ซิ์ ่ึงมนี ํ้าเกือบเต็มเข่ือนแลวใหระบายนํ้าเพิ่ม
จาก 56 ลา น ลบ.ม. เปนไมเ กินวนั ละ 70 ลาน ลบ.ม. สวนเขื่อนแควนอ ยบํารงุ แดนและเขื่อนปา สักชลสิทธิ์
จะระบายนา้ํ ใหส อดคลอ งกับปรมิ าณนา้ํ ไหลลงเขื่อนประมาณ วันละ 25 – 30 ลา น ลบ.ม. ทงั้ 2 เขื่อน
เดอื นกันยายน
สถานการณนํ้าฝน รองมรสุมพาดผานประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต
กําลังปานกลางถึงคอนขางแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยเกือบตลอดเดือน
โดยเฉพาะ ระหวางวันท่ี 8– 12 กันยายน มีรองมรสุมกําลังแรงพาดผานประเทศไทยตอนบนทําใหเกิดฝน
ตกหนัก ประกอบกับในชวงวันท่ี 19 – 21 กันยายน บริเวณความกดอากาศสูงกําลังปานกลางจากประเทศ
จนี แผล งมาปกคลมุ ประเทศไทยตอนบน ทําใหรอ งมรสุมเลื่อนลงมาพาดผานบริเวณตอนกลางของประเทศไทย
แลวพาดเขาสูหยอมความกดอากาศตํ่าบริเวณทะเลจีนใตตอนกลาง ซึ่งตอมาไดทวีกําลังแรงข้ึนจนกระทั่งเปน
พายุโซนรอน “ไหถาง (HAITANG)” ในวันที่ 25 กันยายน เคล่ือนขึ้นฝงบริเวณเมืองเว ประเทศเวียดนาม
ในวันท่ี 27 กันยายน แลวออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสชันกอนเคลื่อนตัวผานประเทศลาว แลวออนกําลังลง
เปนหยอมความกดอากาศต่ํากําลังแรงเคลื่อนเขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย
ในวันท่ี 28 กันยายน นอกจากน้ีพายุไตฝุน “เนสาด (NESAT)” ในทะเลจีนใตตอนบนไดเคลื่อนตัวผานอาว
ตังเก๋ียข้ึนฝงเมืองฮาลอง ประเทศเวียดนาม ออนตัวเปนพายุโซนรอน ในวันท่ี 30 กันยายน ทําใหบริเวณ
ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนาแนนเกอื บตลอดเดอื น เกดิ ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือเกิดนํ้าทวมหนักในเขต
จังหวัดเชียงใหมเปนบริเวณกวางหลายอําเภอ ปริมาณฝนเดือนน้ีในภาคเหนือมีฝนตกเฉลี่ย 309.8 มิลลิเมตร
สูงกวาคาปกติ 97.5 มิลลิเมตร ( 46 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ีย 256.9 มิลลิเมตร ตํ่ากวาคาปกติ
4.1 มิลลิเมตร ( 2 % )
สถานการณนํ้าทา รองความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานภาคเหนือในชวงวันท่ี 8 – 12
กันยายน และในชวงปลายเดือนไดรับอิทธิพลจากพายุโซนรอน “ไหถาง (HAITANG)” และพายุไตฝุน
“เนสาด (NESAT)” ปริมาณนํ้าในลาํ นาํ้ ตา ง ๆ เพมิ่ มากขน้ึ มีน้ําทวมในลุมนํ้าตา ง ๆ ดงั น้ี
ลุมน้ําปง บริเวณเหนือเขื่อนภูมิพลมีนํ้าทาอยูในเกณฑมาก มีนํ้าไหลลงเข่ือนมากตอเน่ือง
โดยเฉพาะชว งทีม่ รสุมกาํ ลงั แรงพาดผาน และชวงปลายเดือนที่ไดรับอิทธิพลจากพายุทําใหเกิดน้ําทวมตัวเมือง
เชยี งใหม กรมชลประทานใชความสมั พนั ธของสถานีวัดระดับนํ้า P.67 บริเวณบานแมแต กับสถานีวัดระดับ
น้าํ P.1 สะพานนวรัฐ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม แจงเตือนผูวาราชการจังหวัดเชียงใหมและประชาชนให
รับทราบเพ่ือเตรียมรับสถานการณและขนยายสิ่งของขึ้นท่ีสูงไดทันในวันท่ี 28 กันยายน แตปริมาณน้ํามีมาก
49
เกดิ นํ้าทวมตัวเมืองเชียงใหมเ ปนบรเิ วณกวา ง ระดับนํ้าในแมนํ้าปงท่ีสะพานนวรัฐกลับเขาสูภาวะปกติในวันท่ี 1
ตุลาคม 2554
เนื่องจากเขอื่ นภมู พิ ลยังมีพน้ื ทรี่ บั นํ้าไดอีกมาก จึงระบายนํ้าจากเขื่อนภูมิพลในอัตราไมมากนัก
ตามความเหมาะสม ปรมิ าณนํ้าในลาํ นํ้าปงตอนลางที่สถานี P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จึงมีปริมาณน้ําเพ่ิมขึ้น
และลดลงตามปริมาณฝนทต่ี กทายเขอ่ื นภมู ิพลเปนหลัก
ลุมน้ําวัง ฝนที่ตกเหนือเข่ือนกิ่วคอหมาและเขื่อนกิ่วลม ใชเข่ือนท้ังสองแหงชะลอน้ําไว
เกอื บท้ังหมด
ลุมนํ้ายม นํ้าในแมน้ํายมตอนบนซึ่งมีความลาดชันมากเม่ือปริมาณฝนลดลงทําใหปริมาณ
น้ําทาในแมน้ํายมเหนือจังหวัดสุโขทัยกลับเขาสูภาวะปกติ แตน้ําจากแมนํ้ายมตอนบนไหลบาเขาทวมพื้นที่
ลุมต่ําเพ่มิ ข้ึน ประกอบกับมฝี นตกในพื้นทลี่ ุม นํ้ายมตอนลางตอเนื่องตลอดท้ังเดือนทําใหระดับน้ํา ในแมน้ํายม
ในเขตอาํ เภอเมือง อําเภอครี มี าศ และอาํ เภอกงไกลาศ จังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกํา อําเภอพรหมพิราม
อําเภอเมืองพิษณุโลก และอําเภอบางกระทุม จังหวัดพิษณุโลก อําเภอสามงาม อําเภอบึงนาราง อําเภอ
โพทะเล อําเภอโพธ์ิประทับชาง อําเภอวชิรบารมี อําเภอเมือง อําเภอตะพานหิน และอําเภอบางมูลนาก
จังหวัดพิจิตร ถูกน้ําทวมเพิ่มขึ้นและระดับน้ําเพิ่มสูงขึ้นมาก ทําใหนํ้าจากแมน้ํายมตอนลางเออลนบามาลง
แมนํ้านานกอ นถงึ บริเวณจุดบรรจบกับแมน้าํ ปง ทาํ ใหปริมาณนา้ํ ทีน่ ครสวรรค สงู เพมิ่ ข้ึนมาก
50
ลุมน้ํานาน ในพ้ืนท่ีตอนบนเหนือเข่ือนสิริกิต์ิปริมาณฝนตกเริ่มลดนอยลงแตยังคงมีน้ําทา
จาํ นวนมากไหลลงเขือ่ นสิรกิ ติ ์อิ ยา งตอเนื่อง โดยเฉพาะในชวงที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานภาคเหนือระหวาง
วนั ท่ี 8 – 12 และ 19 – 22 กันยายน สําหรับพ้ืนที่ทายเขื่อนสิริกิติ์เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควนอย
บํารงุ แดนมีปรมิ าณน้ําเกือบเต็มเข่ือนทั้งสองแหง จําเปนตองระบายน้ํา ประกอบในชวงที่มรสุมกําลังแรงพาด
ผานภาคเหนือระหวางวันที่ 8 – 12 กันยายน มีฝนตกหนักกระจายในเขตจังหวัดอุตรดิตถ พิษณุโลก
ปริมาณนํ้าในแมน้ํานานทายเข่ือนสิริกิต์ิเพิ่มข้ึนมาก มีนํ้าไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A อําเภอเมือง จังหวัด
พษิ ณุโลก เพ่ิมขน้ึ มากอยา งตอเนื่องและมีแนวโนมจะลนตลิ่ง กรมชลประทานไดประสานกับจังหวัดพิษณุโลก
ใหเสริมกระสอบทรายปองกันนํ้าลนตลิ่งเขาทวมพ้ืนท่ีเศรษฐกิจและจัดเวรยามติดตามสถานการณและเตรียม
เครื่องสบู นา้ํ เครอ่ื งจักรเครื่องมือไว รวมทัง้ กรมชลประทานไดรว มกบั การไฟฟาฝา ยผลติ ใชเ ขื่อนสิริกิต์ิและเขื่อน
แควนอยบํารุงแดนเก็บชะลอนํ้าท่ีไหลลงเขื่อนไวใหมากท่ีสุด โดยสลับลดการระบายน้ําจากเขื่อนทั้ง 2 แหง
ใหสอดคลองกับปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนเพ่ือไมใหเกิดผลกระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อน ตั้งแตวันท่ี 7
กันยายน ชวยใหเทศบาลเมอื งพิษณโุ ลกสามารถปอ งกนั น้าํ ลน ตลงิ่ จากแมน้าํ นาน โดยปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดนํ้า
N.5A มีอตั ราการไหลมากกวา ความสามารถรับนํา้ ได ( 1,452 ลบ.ม./วนิ าที ) ตั้งแตวันที่ 11 กันยายน ถึงวันที่
10 ตุลาคม ไวได (ปริมาณน้ําไหลผานสูงสุด 1,743 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 24 กันยายน ) ถึงแมจะมี
นํ้าลนขามคันกั้นนํ้าบางชวงแตสามารถเรงเสริมคันปองกันไดทันเวลา แลวสูบน้ําที่ลนขามคันเขาไปทวมพ้ืนท่ี
ใหเขาสูภาวะปกตไิ ดโดยเรว็ ลดความเสยี หายจากอทุ กภยั ไดม าก
ปรมิ าณนํา้ ในแมนาํ้ นา นตอนลางท่ีสถานี N.67 อําเภอชุมแสง จงั หวัดนครสวรรค มีปริมาณ
เพ่ิมขนึ้ จากในวันที่ 1 กนั ยายน ในอตั รา 1,483 ลบ.ม./วินาที เพิม่ เปน 1,556 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 30
กันยายน
ลุมนํ้าเจาพระยา ปริมาณนํ้าท่ีสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค เพิ่มสูงข้ึนอยางตอเนื่องโดย
ปริมาณนํ้าจากแมน้าํ นา นเพ่มิ ขนึ้ อยางชา ๆ มีอตั ราไหลสงู สดุ ที่ 1,556 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 30 กันยายน
แลวเริ่มลดลง สวนปริมาณนํ้าจากแมนํ้าปงที่ไหลมาจากอําเภอบรรพตพิสัย มีปริมาณเพิ่มข้ึนและลดลงตาม
ปริมาณฝนท่ีตกทายเขื่อนภูมิพล โดยมีอัตราสูงสุดในชวงวันที่ 14 – 16 กันยายน มีปริมาณนํ้าไหลผาน
2,232, 2,295, 2,039 ลบ.ม./วินาที แลวลดลงเหลอื 951 ลบ.ม./วินาที ในชวงปลายเดอื น แตป รมิ าณนํ้า
ทส่ี ถานี C.2 เพมิ่ ขนึ้ ตอ เนื่องไมไ ดลดลงตามสัดสวนของปรมิ าณนํ้าจากแมน ้ําปง และแมน ํา้ นานท่ีไหลมาบรรจบ
กนั โดยมีสาเหตจุ ากน้าํ จากลุม น้ํายมตอนลางไหลบา ลัดลงแมนํ้านานบริเวณกอนถึงบริเวณจุดบรรจบกับแมน้ํา
ปง จํานวนมาก โดยที่สถานี C.2 มีปริมาณน้ําไหลผานในวันที่ 1 กันยายน ในอัตรา 2,785 ลบ.ม./วินาที
เพิม่ เปน 4,344 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30 กันยายน
แมนํ้าสะแกกรงั เริม่ มีปริมาณนา้ํ ไหลผา นเล็กนอยในชวงตนเดือน หลังจากเกิดรองมรสุมกําลัง
แรงพาดผานตอนบนของประเทศ มีฝนตกตอเนื่องในพื้นท่ีภาคกลางตอนบนปริมาณน้ําในแมน้ําสะแกกรัง
เพมิ่ ข้นึ รวดเรว็ ต้งั แตช ว งกลางเดอื น โดยมปี ริมาณนํา้ ไหลผา นสถานี Ct.2A อําเภอเมือง จังหวดั อทุ ัยธานี 37
ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 1 กันยายน เพิ่มขึ้นเปน 651 ลบ.ม./วินาที ในชวงปลายเดือน น้ําในแมนํ้า
เจาพระยาจากจงั หวัดนครสวรรคร วมกับนํ้าจากแมน าํ้ สะแกกรงั และนา้ํ ทาบริเวณเหนือเขื่อนเจาพระยาที่ไหลลง
มาหนาเขื่อนเจาพระยาเพ่ิมข้ึนตอเนื่องตลอดทั้งเดือน การบริหารจัดการนํ้าในสวนนี้ในชวงตนเดือนไดรับน้ํา
เขาระบบชลประทานทั้ง 2 ฝงมากที่สุด โดยไมใหเกิดผลกระทบกับพื้นท่ีการเกษตรท่ียังมีพ้ืนท่ีเพาะปลูก
รวมทั้ง 2 ฝงประมาณ 3.22 ลานไร โดยรับนํ้าเขาระบบชลประทานท้ังสองฝง 512 – 691 ลบ.ม./วินาที
ตอมาระหวางวนั ที่ 8 – 12 กนั ยายน มีฝนตกหนักบริเวณรอยตอของลุมน้ําเจาพระยาและลุมนํ้าปาสักในเขต
อําเภอโคกสําโรง สระโบสถ โคกสําโรง หนองมวง จังหวัดลพบุรี เกิดนํ้าไหลหลากลงมาทวมพ้ืนที่ลุมตํ่า
51
ริมคลองชัยนาท – ปาสัก บริเวณอําเภอบานหมี่ และอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตองเรงระบายน้ําสวนนี้ลง
คลองชัยนาท – ปาสัก จําเปนตองลดการรับน้ําเขาคลองชัยนาท – ปาสัก ต้ังแตวันท่ี 12 กันยายน
เมื่อสภาวะน้ําทวมบริเวณฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักบรรเทาลง จึงไดรับนํ้าเขาคลองชัยนาท – ปาสัก
เพิ่มข้ึนในเกณฑไ มมากนกั ตั้งแตว ันที่ 19 กันยายน
สําหรับพื้นที่ฝงตะวันตกมีปริมาณฝนตกมากและเกิดนํ้าทวมบริเวณจังหวัดสิงหบุรี อางทอง
ไดมีการพิจารณาปรับการรับน้ําเขาระบบชลประทานตามความเหมาะสม โดยพยายามรับนํ้าเขาระบบ
ชลประทานเพื่อลดยอดน้ําท่ีจะไหลผานเข่ือนเจาพระยาใหมากที่สุด เมื่อเกิดฝนตกหนักในพ้ืนท่ีชลประทาน
จึงตองพิจารณาปรับลดหรือเพิ่มการรับนํ้าตามสถานการณน้ําในระบบชลประทานตลอดเวลา โดยรับนํ้าเขา
ระบบ 514 ลบ.ม./วนิ าที ในชว งตน เดือนแลวเพิ่มขึ้นสูงสุดเปน 691 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 10 กันยายน
แลว ลดการรับนํ้าลงเหลอื ต่าํ สุด 207 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 17 กันยายน แลว ทยอยรบั น้ําเพิ่มขึ้นเปน 456
ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30 กนั ยายน
ทายเข่ือนเจาพระยาดานฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา มีคันคลอง 1 ซาย–บรมธาตุ
เปนคันกั้นนํ้าหลังจากท่ีเคยถูกนํ้ากัดเซาะขาดพ้ืนที่ชลประทานฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลางไดรับ
ผลกระทบนํ้าทวมหนักในป 2549 ทุกปกอนถึงฤดูนํ้าหลากสํานักชลประทานท่ี 12 จะเสริมคันดินเล็ก
ทาํ ใหม ีระดับหลงั คันสูงกวาคันก้ันน้ําฝงตะวันออก ซึ่งกรมชลประทานใชคันคลองชัยนาท–อยุธยา เปนคันก้ัน
นํ้า โดยคันคลองชัยนาท–อยุธยา จุดที่รับนํ้าไดนอยท่ีสุดตั้งอยูบริเวณจุดตัดกับคลองระบายชัยนาท–ปาสัก2
52
ที่ประตูระบายนํ้าบางโฉมศรี ในอดีตเม่ือปริมาณนํ้าไหลผานเข่ือนเจาพระยามีปริมาณเพิ่มข้ึนและมีแนวโนม
เพิ่มขึ้นถึง 2,800 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะสรางคันดินเล็กหรือเสริมกระสอบทรายบนคันคลอง
ชยั นาท–อยุธยา ในชวงท่ีมีระดับต่ําเพื่อปองกันไมใหน้ําไหลขามคันคลอง แตในปน้ีมีขอขัดแยงของประชาชน
ที่อาศัยอยูนอกคันก้ันน้ําซึ่งถูกน้ําทวมตั้งแตกลางเดือนสิงหาคมไมยินยอมใหเสริมระดับคันก้ันน้ํา ในวันที่ 2
กันยายน น้ําไหลผานเขื่อนเจาพระยาเพิ่มขึ้นเปน 2,853 ลบ.ม./วินาที เร่ิมมีน้ําเออลนขามคันคลอง
ชยั นาท–อยุธยาบริเวณประตูระบายนาํ้ บางโฉมศรี เม่ือไมสามารถเสริมคันก้ันนํ้าไดประกอบกับปริมาณนํ้าไหล
ผานเขื่อนเจาพระยาเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ นํ้าไดกัดเซาะคอสะพานบนคันคลองชัยนาท–อยุธยาบริเวณประตูระบาย
น้ําบางโฉมศรี และคันคลองชัยนาท–อยุธยา กม.27+800 ขาด เมื่อวันท่ี 14 กันยายน และกัดคันคลอง
ชัยนาท–อยุธยา กม.34+100 ขาด เม่ือวันที่ 17 กันยายน ปริมาณน้ําไหลผานเข่ือนเจาพระยาเพ่ิมขึ้น
สูงสุด 3,721 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 22 กันยายน แลวเร่ิมลดลงเน่ืองจากน้ําไดกัดเซาะคันกั้นน้ําบริเวณ
เหนอื และทา ยเข่ือนเจา พระยาในชวงวนั ที่ 18 – 25 กันยายน ขาดรวม 7 แหง รวมคันก้ันน้ําฝงตะวันออก
ของแมนํ้าเจาพระยาท้ังบริเวณเหนือเขื่อนเจาพระยาและทายเขื่อนเจาพระยาถูกนํ้ากัดขาดท้ังส้ิน 10 แหง
ในระยะแรกเมื่อคันกั้นนํ้าขาดระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาสูงกวาระดับน้ําดานในมาก กระแสน้ําไหลแรงไม
สามารถปดชองขาดไดทันที ตอมาเมื่อความแตกตางของระดับน้ําดานนอกและดานในคันกั้นน้ําลดระดับลง
พอสมควร กรมชลประทานไดนําเคร่ืองจักรเขาไปเพ่ือซอมแซมปดชองขาดแตไมสามารถดําเนินการได
เน่ืองจากไดรับการตอตานจากประชาชนท่ีอาศัยอยูนอกคันกั้นนํ้า กรมชลประทานไดประสานขอใหฝาย
ปกครองเขาชวยเจรจากับประชาชนและตอมากรมชลประทานสามารถเขาพ้ืนที่พรอมกับหนวยทหารเพ่ือ
ซอมแซมคันกั้นนํ้าได เม่ือวันที่ 29 กันยายน ทําใหมีนํ้าจํานวนมากไหลบาเขาพื้นท่ีทุงฝงตะวันออกของลุม
เจาพระยา ซึ่งไมมีเคร่ืองมือท่ีใชควบคุมทิศทางการไหลของน้ําได เกิดน้ําทวมหนักต้ังแตจังหวัดนครสวรรค
จังหวัดชัยนาท สิงหบุรี อางทอง และไดไหลลงมารวมสะสมในทุงเหนือแมนํ้าปาสักท่ีจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
53
นอกจากนี้ระดับนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาดานทายเข่ือนเจาพระยาท่ีสูงขึ้น ทําใหมีนํ้าไหลเขา
คลองบางหลวง (คลองโผงเผง) มาก และไดกัดเซาะคันโอบของประตูระบายน้ําคลองตานึ่ง อําเภอบางบาล
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขาดเมื่อวันที่ 14 กันยายน นํ้าไดไหลบาเขาทวมพื้นท่ีแกมลิงทุงผักไห ซ่ึงเปนที่
ลุมต่ํานํ้าทวมประจําทุกป และนํ้าในแมนํ้าเจาพระยาไดกัดเซาะคันโอบของประตูระบายนํ้าพระงาม อําเภอ
พรหมบุรี จังหวัดสิงหบุรี ขาดเมื่อวันที่ 15 กันยายน นํ้าไดไหลบาเขาทวมพ้ืนที่นาซึ่งเกษตรกรเก็บเกี่ยว
หมดแลว ของโครงการสงน้ําและบํารุงรักษายางมณี หลังจากท่ีกระแสนํ้าไดชะลอความแรงลงแลว
กรมชลประทานไดระดมเคร่ืองจกั รเขาซอมแซม และสามารถปด ชองขาดไดเ มือ่ วันที่ 5 ตุลาคม ปริมาณนํ้าที่
ไหลเขา พ้นื ที่ฝงตะวนั ตกท้ังสองจดุ น้ีคงคางในทุงยางมณีและทุงผักไห แลวคอย ๆ ทยอยไหลลงสูพ้ืนท่ีตอนลาง
อยา งชา ๆ
54
ลมุ นํา้ ปาสัก กรมชลประทานใชเข่อื นปา สักชลสิทธ์ิชะลอนํ้าเหนือเข่ือน โดยพยายามระบาย
น้ําลงมาใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนท่ีดานทายใหนอยที่สุด มีปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนมากต้ังแตตนเดือน ทําให
เขอื่ นปาสักชลสทิ ธมิ์ ีปริมาณนา้ํ เตม็ เขอ่ื นในวันที่ 23 กันยายน เนือ่ งจากลมุ นาํ้ ปาสักมฝี นตกหนักตอเนื่องมีนํ้า
ไหลลงเขื่อนมาก เพอื่ ไมใ หเ กดิ ผลกระทบกับความมน่ั คงของตัวเข่ือน จึงตองเพิ่มการระบายนํ้าขึ้นสูงสุด 950
ลบ.ม./วินาที ในวนั ที่ 30 กนั ยายน นอกจากนใี้ นเดือนน้ีมฝี นตกหนกั กระจายเต็มพื้นที่ฝงตะวันออกตอนลาง
มีน้ําในพื้นที่มากจึงรับนํ้าจากแมน้ําปาสักเขาคลองระพีพัฒนไมมากในเกณฑประมาณไมเกิน 170 ลบ.ม./
วนิ าที นํ้าท่รี ะบายจากเข่อื นปาสกั รวมกบั น้ําทาทายเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ สวนใหญจะระบายผานเข่ือนพระราม
หกลงแมน ้าํ เจา พระยาสอู าํ เภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สูงสุด 3,255 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 30
กันยายน ซึง่ ยงั ไมม ผี ลกระทบเกดิ นาํ้ เออ ลน คันกัน้ นา้ํ ริมแมน้าํ เจาพระยาตั้งแตพระนครศรีอยุธยาลงไป
น้าํ ในอางเก็บน้ํา ณ วนั ท่ี 1 กันยายน เขื่อนภูมพิ ล เข่อื นสริ กิ ติ ์ิ เขอ่ื นแควนอยบํารุงแดน
และเขือ่ นปา สกั ชลสิทธ์ิ มปี รมิ าณนํ้าเกบ็ กกั 10,483 ( 78 % ), 8,920 ( 94 % ), 848 ( 90 % ) และ 447
( 57 % ) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ โดยเขื่อนภูมิพลและเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิมีปริมาณนํ้าอยูต่ํากวา Upper
Rule Curve สวนเขื่อนสิริกิต์ิและเข่ือนแควนอย ซึ่งมีปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนมากมีปริมาณน้ําสูงกวา
Upper Rule Curve ในเดือนกันยายนปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือนทั้ง 4 แหง สูงกวาคาเฉล่ียมาก ไดแก
เขอ่ื นภมู พิ ลมีนํา้ ไหลลงเข่ือน 2,842 ลา น ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 183 % ( คาเฉลี่ย 1,545 ลาน ลบ.ม. )
เขื่อนสริ ิกิต์มิ ีน้ําไหลลงเขื่อน 2,340 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 169 % ( คาเฉล่ีย 1,383 ลาน ลบ.ม. )
เขือ่ นแควนอ ยบาํ รงุ แดนมนี ํ้าไหลลงเขื่อน 899 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉล่ีย 171 % ( คาเฉลี่ย 524 ลาน
ลบ.ม. ) เข่ือนปาสักชลสิทธ์ิมีนํ้าไหลลงเขื่อน 1,749 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉลี่ย 224 % (คาเฉลี่ย 778
ลาน ลบ.ม. ) สําหรับการระบายน้ําในพ้ืนที่ตอนบนจะพิจารณาในภาพรวมของเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และ
เขื่อนแควนอยบํารงุ แดน ไมใหเกดิ ผลกระทบกบั พื้นท่ตี อนลางมาก โดยพิจารณาปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนควบคู
55
กับปริมาณน้ําทาท่ีเกิดจากฝนตกบริเวณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางตอนบน เน่ืองจากทั้ง 3 เข่ือน
มีปริมาณน้ําไหลลงเขอ่ื นมาก เขื่อนสิริกิต์ิและเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้ามากใกลเต็ม เพ่ือไมใหเกิด
ผลกระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อนจําเปนตองเรงระบายนํ้าใหมีพื้นท่ีรองรับน้ําท่ีจะไหลลงเขื่อนในระยะ
ตอไป (โดยปกติในเดือนกันยายนจะมีนํ้าจํานวนมากไหลลงเข่ือนทั้งสองแหงและจะลดลงในเดือนตุลาคม)
ในขณะท่ีบริเวณทายเข่ือนท้ัง 2 แหง มีฝนตกหนักตลอดทั้งเดือนนํ้าในลําน้ํานานสูงข้ึนมาก การระบายน้ํา
จะพจิ ารณาเพ่ิมลดสลบั กันตามปริมาณนาํ้ ท่ไี หลลงเข่ือนและสภาพนาํ้ ในลาํ นํ้านาน
เขื่อนสิริกิติ์ ในชวงแรกของเดือนกอนที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานไดเรงระบายน้ําโดย
ระบายผานเคร่ืองกําเนิดไฟฟาเต็มศักยภาพและเปดบานระบายอาคารระบายนํ้าลน รวมประมาณวันละ 67
ลาน ลบ.ม. เมือ่ มีฝนตกหนักดานทา ยเขอื่ นเนือ่ งจากรองความกดอากาศต่ํากําลังแรงพาดผานไดลดการระบาย
น้ําลงเหลือวันละ 57 ลาน ลบ.ม. ตอเน่ืองจนถึงส้ินเดือน รวมระบายน้ําท้ังหมดในเดือนกันยายน 1,831
ลา น ลบ.ม.
เขื่อนแควนอยบํารุงแดน ในชวงแรกของเดือนกอนที่รองมรสุมกําลังแรงพาดผานไดเรง
ระบายนํ้าจากเข่ือนประมาณวันละ 29 ลาน ลบ.ม. เมื่อมีฝนตกหนักดานทายเข่ือนเนื่องจากรองความกด
อากาศตํ่ากําลังแรงพาดผานไดลดการระบายน้ําลง โดยพิจารณาใหผลรวมของนํ้าทาที่เกิดจากฝนตก นํ้าที่
ระบายจากเขือ่ นสริ กิ ิต์ิ และน้ําที่จะระบายจากเขื่อนแควนอยบํารุงแดนตองไมทําใหนํ้าลนตล่ิงบริเวณเทศบาล
เมืองพษิ ณุโลก โดยลดการระบายน้ําลงในชวงวนั ที่ 7 – 13 กันยายน ระบายน้ําในอัตราประมาณวันละ 16
ลาน ลบ.ม. เปนผลใหเขื่อนแควนอยบํารุงแดน มีปริมาณนํ้าเต็มเข่ือนต้ังแตวันท่ี 14 กันยายน จึงไดเพ่ิม
การระบายนํ้าใหสอดคลองกับปริมาณน้ําไหลลงเข่ือน เพื่อไมใหปริมาณน้ําในเข่ือนมีมากเกินไปจนเกิดผล
กระทบกับความมั่นคงของตัวเขื่อน และปริมาณน้ําที่ระบายตองไมมากจนเกิดน้ําลนตล่ิงเทศบาลเมือง
พิษณุโลก เข่ือนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้าเกินความจุตั้งแตวันที่ 14 – 18 กันยายน โดยมีปริมาณน้ํา
สูงสุด 960 ลาน ลบ.ม. (102%) ในวันที่ 16 กันยายน แลวลดลงเหลือ 873 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 30
กันยายน รวมปรมิ าณน้ําที่ระบายจากเขือ่ นแควนอยบาํ รงุ แดนท้งั หมดในเดอื นกันยายน 860 ลาน ลบ.ม.
เข่ือนภูมิพล ในชวงตนเดือนยังมีพ้ืนที่รับน้ําไดอีกประมาณ 3,000 ลาน ลบ.ม. มีฝนตก
ดานทายเข่ือนตอเน่ือง จึงระบายนํ้าในเกณฑประมาณวันละ 28 ลาน ลบ.ม. ตอมาเม่ือรองมรสุมกําลังแรง
พาดผาน นํ้าดานทายเขื่อนมีมากไดลดการระบายน้ําลง 3 วัน เปนวันละ 13 ลาน ลบ.ม. เม่ือปริมาณ
น้าํ ทาลดลงจึงไดเพิ่มการระบายน้ําขึ้นเปนวันละ 28 ลาน ลบ.ม.จนถึงส้ินเดือน รวมปริมาณนํ้าที่ระบายจาก
เขือ่ นภูมพิ ลทงั้ หมดในเดอื นกันยายน 776 ลา น ลบ.ม.
เข่ือนปาสักชลสทิ ธิ์ ในชวงตนเดอื นมพี ้นื ทร่ี ับน้าํ ได 483 ลาน ลบ.ม. ในชวงตนเดือนไดเรง
พรองน้ําในอัตราใกลเคียงกบั ปรมิ าณนา้ํ ไหลลงเข่ือนวันละ 34 ลาน ลบ.ม. ตอมาเม่ือรองมรสุมกําลังแรงพาด
ผาน มีฝนตกในเขตจังหวัดลพบุรีมาก จึงตองเรงระบายน้ําในคลองชัยนาท – ปาสักไปกอน จําเปนตองลด
การระบายน้ําจากเขื่อนปาสักในชวงวันท่ี 7 – 13 กันยายน เหลือวันละ 20 ลาน ลบ.ม. และลดลงอีก
ในชวงท่ีน้าํ จากฝงซายของคลองชยั นาท – ปาสัก ไหลเขาทวมอําเภอบานหมี่ และอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ระหวางวนั ที่ 14 –19 กันยายน เมือ่ น้ําในคลองชยั นาท – ปาสกั เริ่มลดลง จงึ ไดเ พ่ิมการระบายนํ้าจากเขื่อน
ปาสักอีกครง้ั เนือ่ งจากมปี รมิ าณนาํ้ ไหลลงเขอ่ื นปาสักชลสิทธ์ิเปนจํานวนมากและตองชะลอการระบายนํ้าจาก
เขื่อนทําใหเข่ือนปาสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ําเต็มเขื่อน ในวันที่ 23 กันยายน แตปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนยังมี
มากตอเน่ือง และดานทายเข่ือนมีปริมาณนํ้าทาจํานวนมาก จึงใชเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ชะลอนํ้าใหมากที่สุด
โดยพิจารณาไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคงของตัวเข่ือนดวย ไดกําหนดเกณฑเก็บกักนํ้าไดไมเกิน 1,100
ลา น ลบ.ม. (เบ้อื งตน ใชก รณีการเกบ็ กกั น้ําป 2553 เปน แนวทางดาํ เนินการซ่ึงในป 2553 เก็บกักน้ําไวสูงสุด
56
1,177 ลา น ลบ.ม.) การระบายนา้ํ จากเขอ่ื นปา สักชลสิทธ์ิไดปรับเพิ่มข้ึนต้ังแตวันท่ี 20 กันยายน เปนวันละ
30 ลาน ลบ.ม. และเพม่ิ เปน วันละ 82 ลาน ลบ.ม. ในวันที่ 30 กนั ยายน รวมปริมาณนํ้าระบายในเดือน
กันยายน ท้ังหมด 1,093 ลา น ลบ.ม.
เดอื นตลุ าคม
สถานการณนํ้าฝน ในระยะคร่ึงแรกของเดือนรองมรสุมพาดผานบริเวณภาคกลาง
ภาคตะวันออกและภาคใตตอนบน ประกอบกับในชวงตนเดือนพายุไตฝุน “เนสาด” (NESAT) และพายุโซน
รอน “นาลแก” (NALGAE) ไดเคล่ือนเขามาสลายตัวบริเวณประเทศเวียดนาม ทําใหเกิดฝนตกกระจาย
ในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน สวนในระยะคร่ึงหลังของเดือนบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน
ไดแผลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยไดเปล่ียนเปนมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ตอนบนของประเทศมีฝนและอุณหภูมิลดลง ปริมาณฝนเดือนนี้ในภาคเหนือมีฝน
ตกเฉลี่ย 132.9 มิลลิเมตร ต่ํากวาคาปกติ 9.8 มิลลิเมตร ( 8 % ) และภาคกลางมีฝนตกเฉลี่ย 177.09
มิลลิเมตร ตาํ่ กวาคา ปกติ 3 มลิ ลเิ มตร ( 2 % )
สถานการณน้ําทา ในชวงตนเดือนตุลาคมมีฝนตกหนักในบริเวณภาคเหนือเน่ืองจากอิทธิพล
พายุไตฝุน “เนสาด (NESAT)”ขึ้นฝงทีป่ ระเทศเวียดนามในวันที่ 1 ตุลาคม แลวออนกําลังลงเปนหยอมความ
กดอากาศตํ่าเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก และตอมาไดรับอิทธิพลของพายุโซนรอน “นาลแก” (NALGAE)
ท่ีออนกําลังลงเปนพายุดีเปรสชั่นข้ึนฝงที่ประเทศเวียดนามในวันท่ี 5 ตุลาคม ทําใหบริเวณภาคเหนือ
และภาคกลางตอนบนมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตอเนื่องถึงกลางเดือน ปริมาณฝนจึงคอยลดลง ทําให
มีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควนอยบํารุงแดน และปาสักชลสิทธิ์ เปนจํานวนมาก รวมท้ัง
มีปรมิ าณน้ําทาในลาํ นา้ํ ตา ง ๆ เพ่ิมมากข้นึ ดวย ดังนี้
ลุมนํ้าปง บริเวณเหนือเข่ือนภูมิพลมีน้ําทาอยูในเกณฑมาก หลังจากไดรับอิทธิพลของพายุ
ไตฝุน “เนสาด (NESAT)” มีน้ําไหลลงเขื่อนภูมิพลเพิ่มข้ึนมากตั้งแตวันท่ี 4 – 8 ตุลาคม โดยมีน้ําไหลลง
เขือ่ นมากทสี่ ดุ ในวันที่ 5 ตลุ าคม รวม 289 ลาน ลบ.ม. สูงทส่ี ุดในป 2554 ทําใหเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ํา
ใกลเตม็ จาํ เปน ตองระบายนํ้าเพิ่มจากในชวงวันที่ 1 – 4 ตุลาคม วันละ 41 – 54 ลาน ลบ.ม. เปนวันละ
60 – 105 ลาน ลบ.ม. (ระบายนํ้าสูงสุด 105 ลาน ลบ.ม. ในวันที่ 7 ตุลาคม) โดยพิจารณารายวัน
ใหสอดคลองกับปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนเพื่อประคองไมใหน้ําเต็มเขื่อน เม่ือปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนลดลง
จงึ ทยอยลดการระบายนาํ้ ลง
ดานทายเขื่อนภูมิพล มีฝนตกหนักในเขตจังหวัดตาก ลําปาง กําแพงเพชร น้ําในแมนํ้าวัง
บริเวณเหนือเขื่อนกิ่วคอหมาและเข่ือนกิ่วลมมีไมมากใชเข่ือนทั้งสองแหงเก็บกักนํ้าไวเกือบหมด จะมีเฉพาะ
ตอนลางของลุมนํา้ วงั ท่มี ีนาํ้ ทาที่เกิดจากฝนตกหนักทําใหนํ้าในแมน้ําวังที่ไหลลงมาสมทบกับ แมนํ้าปงเพิ่มมาก
ข้ึนตั้งแตปลายเดือนกันยายนและเพ่ิมสูงสุดประมาณ 657 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 6 ตุลาคม แลวลดลง
รวดเร็วเหลือ 181 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 16 ตุลาคม ผลรวมของน้ําท่ีเกิดจากการระบายจากเขื่อนภูมิพล
น้ําจากแมน้าํ วัง และน้าํ ทาของลุมนาํ้ ปง ดานทายเขื่อนภมู ิพล ทําใหน ้ําในแมนํ้าปงทส่ี ถานีวัดนํ้า P.7A อําเภอ
เมือง จังหวัดกําแพงเพชรเพิ่มข้ึนสูงสุด 3,142 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 10 ตุลาคม แลวลดลงรวดเร็ว
คงเหลือ 1,300 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 16 ตุลาคม ปริมาณนํ้าจํานวนมากน้ีเมื่อไหลลงไปตอนลาง
สวนหน่ึงจะเออลนฝงซายแมน้ําปงออมไปรวมกับน้ําจากแมนํ้ายมแลวไหลบาไปออมไปลงแมน้ําเจาพระยา
ที่จังหวัดนครสวรรค ทําใหมีนํ้าคงเหลือไหลไปถึงสถานีวัดนํ้า P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค
สูงสดุ เพียง 2,247 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 10 – 11 ตุลาคม แลวลดลงเหลือประมาณ 700 ลบ.ม./วินาที
57
ในชวงปลายเดือนนํ้ายอดใหญน้ีเดินทางไปรวมกับน้ําจากแมน้ํานานและนํ้าจากแมน้ํายมท่ีไหลบามาท่ีจังหวัด
นครสวรรค ซงึ่ ในขณะนั้นมีพนื้ ท่ถี กู นํา้ ทว มเปนบรเิ วณกวา งมีลักษณะเหมือนอา งเกบ็ นํา้ จงึ มนี ้ําไหลผานสถานี
วัดนํา้ C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรคเ พิ่มขึ้นเล็กนอยเทานนั้
ลุมนํ้ายม มีฝนตกในพื้นท่ีลุมน้ํายมตั้งแตจังหวัดแพรลงมาตอเนื่องถึงชวงกลางเดือนตุลาคม
ทําใหมีนํ้าไหลลงมาเติมพื้นที่ตอนลางของลุมน้ํายม ในเขตอําเภอเมือง อําเภอคีรีมาศ และอําเภอกงไกลาศ
จังหวัดสุโขทัย อาํ เภอบางระกาํ อําเภอพรหมพริ าม อาํ เภอเมืองพิษณุโลก และ อําเภอบางกระทุม จังหวัด
พิษณุโลก อําเภอสามงาม อําเภอบึงนาราง อําเภอโพทะเล อําเภอโพธ์ิประทับชาง อําเภอวชิรบารมี
อําเภอเมือง อําเภอตะพานหิน และอําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ระดับนํ้ายังคงสูงและเออลนบามาลง
แมนํ้านานกอนถึงบรเิ วณจุดบรรจบกับแมนาํ้ ปง
ลุมนํ้านาน ในพ้ืนท่ีตอนบนเหนือเข่ือนสิริกิต์ิมีฝนตกมากในชวงวันท่ี 1 – 2 ตุลาคม
จากนั้นมีปริมาณฝนตกไมมาก และหมดฝนตั้งแตชวงกลางเดือน เขื่อนสิริกิต์ิมีนํ้าไหลลงเขื่อนมาก ในชวง
11 วันแรกของเดือน การระบายน้ําอยูในเกณฑมากกวาปริมาณน้ําไหลลงเข่ือน ทําใหมีพ้ืนที่รับน้ําเพ่ิมข้ึน
เมอื่ ปรมิ าณนํา้ ไหลลงเขือ่ นเริ่มลดลงจึงไดลดการระบายน้ําจากเขื่อนสิริกิต์ิใหนอยลงมากเหลือวันละ 10 – 20
ลาน ลบ.ม. จนถึงส้ินเดือนตุลาคม สําหรับพื้นที่ทายเข่ือนสิริกิต์ิ ในชวงสัปดาหแรกมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อน
แควนอยบํารุงแดนมาก แตปริมาณนํ้าในแมน้ํานานยังอยูในเกณฑมาก กรมชลประทานไดใชเขื่อนแควนอย
บํารุงแดนชะลอน้ําไวโดยระบายน้ําในอัตรานอยกวาหรือใกลเคียงกับนํ้าไหลลงเข่ือน เพื่อใหมีน้ํารวมกับน้ํา
ท่รี ะบายจากเขื่อนสิริกิติ์และนํ้าทาท่ีเกิดจากฝนตกรวมกันแลวใหมีน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A อําเภอเมือง
จงั หวัดพิษณโุ ลก ไมลนตลง่ิ ที่เสรมิ ไว ทําใหเ ขอ่ื นแควนอยบาํ รุงแดนมีปริมาณนาํ้ เต็มเขื่อนในชวงวันท่ี 7 – 20
ตุลาคม หลังจากที่ปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดนํ้า N.5A ลดลงต่ํากวาตล่ิงจึงระบายน้ําจากเขื่อนแควนอย
บาํ รงุ แดนเพิม่ ขึ้นมากกวา ปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนเพ่ือลดปริมาณนํา้ ใหอยใู นระดับเกบ็ กกั
ปริมาณน้ําในแมนํ้านานตอนลางท่ีสถานี N.67 อําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค ยังคง
เพ่ิมขึ้นชา ๆ มีปริมาณน้ําไหลผานในวันท่ี 1 ตุลาคม ในอัตรา 1,553 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นสูงสุดในวันที่
13 – 14 ตลุ าคม แลว เรมิ่ ลดปริมาณลงเหลือ 1,378 ลบ.ม./วนิ าที ในวันท่ี 31 ตลุ าคม
ลุมนํ้าเจา พระยา ในชวงครง่ึ แรกของเดอื นตุลาคม มีฝนตกในบริเวณภาคเหนือตอนลางและ
ภาคกลางตอนบน มีปริมาณนํ้าจากแมน้ําปง แมน้ํานาน แมน้ํายม ไหลลงมารวมลงแมน้ําเจาพระยาทําให
ปรมิ าณน้ําทส่ี ถานีวดั นา้ํ C.2 เพม่ิ ขน้ึ ตอเนื่อง ในวันท่ี 10 ตุลาคม เกิดอุบัติเหตุคันกั้นน้ําของเทศบาลเมือง
นครสวรรคขาดนํ้าไหลเขาทวมเทศบาลเมืองนครสวรรคเปนบริเวณกวาง ปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดน้ํา C.2
เพิ่มข้ึนสูงสุด 4,686 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 13 – 14 ตุลาคม แลวคอยลดลงอยางชา ๆ เหลือปริมาณน้ํา
ไหลผาน 3,440 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31 ตุลาคม และนํ้าทวมเทศบาลเมืองนครสวรรคไดกลับเขาสูภาวะ
ปกตใิ นชวงปลายเดอื น
ในลุมนํ้าสะแกกรังมีปริมาณนํ้ามากและเพิ่มขึ้นตอเนื่องโดยมีปริมาณนํ้า 641 ลบ.ม./วินาที
ในวนั ที่ 1 ตลุ าคม และเพมิ่ ข้ึนสูงสดุ 713 ลบ.ม./วินาที ในชว งวนั ที่ 15 – 16 ตลุ าคม จากน้ันคอยลดลง
เหลือ 534 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 31 ตุลาคม นํ้าในแมน้ําเจาพระยาจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจาก
แมนํ้าสะแกกรัง และ Sideflow บริเวณเหนือเข่ือนเจาพระยา ไหลลงมาหนาเข่ือนเจาพระยาเพ่ิมข้ึน
ตอเน่ือง ในวันที่ 5 – 7 ตุลาคม น้ําไดเออลนกัดเซาะคันก้ันนํ้าฝงตะวันออกของแมน้ําเจาพระยาบริเวณ
เหนอื เข่ือนเจา พระยาขาดเพมิ่ อีก 3 แหง รวมคนั กน้ั นา้ํ ฝง ซายถกู กดั เซาะขาดท้งั หมด 13 แหง
58
การพิจารณาใชระบบชลประทานเพ่ือบรรเทาอุทกภัย โดยปดการรับน้ําเขาคลองชัยนาท –
อยุธยา เพื่อไมใหมีนํ้าเขาไปเพิ่มในทุงท่ีถูกน้ําทวมหนักอยูแลว สําหรับคลองชัยนาท – ปาสัก ใหแบงรับนํ้า
ออมเขาไปมากท่ีสุดเทาที่จะทําได โดยไมใหน้ําเออลนคลองลงไปเพ่ิมปริมาณน้ําในทุงฝงตะวันตกเน่ืองจาก
พื้นที่การเกษตรเกบ็ เกี่ยวหมดแลว จงึ รับน้ําเขาไปชะลอในพ้ืนท่ีชลประทาน การใชระบบชลประทานดังกลาว
สามารถลดยอดนํ้าในแมนา้ํ เจาพระยาในชว งวนั ท่ี 14 – 15 ตุลาคม ซงึ่ ปรมิ าณนา้ํ จากนครสวรรค รวมกับนํ้า
จากแมนํ้าสะแกกรังไหลลงมาที่เข่ือนเจาพระยาสูงสุดประมาณ 5,400 ลบ.ม./วินาที ไดประมาณ 740
ลบ.ม./วินาที ประกอบกับการซอมแซมชองขาดเหนือเขื่อนเจาพระยายังไมแลวเสร็จท้ังหมดทําใหมีนํ้าไหล
ผานเข่ือนเจาพระยาคอนขางทรงตัวประมาณ 3,600 ลบ.ม./วินาที ตั้งแตตนเดือน เมื่อน้ําจากนครสวรรค
และแมนํ้าสะแกกรังลดลงในชวงกลางเดือน ปริมาณนํ้าไหลผานเขื่อนเจาพระยาไดเริ่มลดลงต้ังแตวันที่ 20
ตุลาคม และลดลงเหลอื 3,195 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 31 ตุลาคม สําหรับปริมาณน้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา
C.3 และสถานีวัดนํ้า C.7A มีลักษณะการข้ึนลงเปล่ียนแปลงไมมากเนื่องจากยังมีชองขาดดานทายเข่ือน
เจาพระยาท่ียังซอมไมเสร็จโดยมีนํ้าสูงสุด 2,910 และ 2,656 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 22 ตุลาคม
แลว ลดลงเหลือ 2,885 และ 2,613 ลบ.ม./วินาที ในวนั ที่ 31 ตลุ าคม ตามลาํ ดบั
กรมชลประทานไดร วมกบั หนวยทหารดําเนินการปดชองขาดทั้ง 13 แหง แลวเสร็จในเดือน
ตุลาคม 12 แหง สวนอีก 1 แหงแลวเสร็จในเดือนพฤศจิกายน เน่ืองจากการปดชองขาดใชเวลานานมาก
ทําใหม ปี ริมาณนาํ้ จาํ นวนมากเขาทวมพื้นท่ีการเกษตรและพื้นท่ีชุมชนตั้งแตจังหวัดนครสวรรค จังหวัดชัยนาท
สิงหบุรี อางทอง ไหลลงมารวมสะสมท่ีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและยกระดับข้ึนเขาทวมนิคมอุตสาหกรรม
สหรัตนคร อําเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 4 ตุลาคม แลวเออลนลงแมน้ําปาสัก
เม่ือรวมกับนํ้าท่ีระบายจากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิและน้ําทาของแมน้ําปาสักท่ีระบายผานเขื่อนพระรามหกทําให
59
ระดบั น้ําในแมน ํา้ ปาสักสูงขึ้นในวันท่ี 5 ตลุ าคม ไดไหลขามตลง่ิ ฝงซายของแมนํ้าปาสักและคันก้ันนํ้า 1 ขวา
นครหลวง บาเขาทุงนครหลวง ตอมาในวันท่ี 7 ตุลาคม ไดกัดเซาะคันก้ันน้ําเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา
ขาดนํ้ารวมท้ัง กัดเซาะคันปตร.หันตรา ปตร.คลองขาวเมา และคันคลองสาคูขาด น้ําไหลบาลงสูพื้นท่ี
ตอนลางรวมทั้งนํ้าในแมน้ําเจาพระยาไดกัดเซาะคันก้ันนํ้าดานใตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขาดอีก 3 แหง
มีนํ้าไหลบาขามแนวคลองขาวเมาเขาทวมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อําเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เม่ือวันที่ 9 ตลุ าคม กรมชลประทานไดพยายามดําเนินการปดชองขาดบริเวณ ปตร.ขาวเมา เพ่ือสกัดไมให
เกิดปญหาน้ําไหลบาเขาทุงแลวควบคุมไมไดเหมือนพื้นท่ีตอนบนแตไดรับการตอตานจากประชาชนอีกเชนกัน
ทําใหม ีนา้ํ ไหลบา ลงสพู นื้ ท่ตี อนลา ง น้าํ สว นหนึ่งไหลขามถนนพหลโยธินไปรวมกับนํ้าที่ไหลบาผานชองขาดของ
แมน้ําเจาพระยาท้ัง 3 แหง เขาทวมนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในวันท่ี 10 ตุลาคม ตอมาในวันท่ี 15 ตุลาคม นํ้าในแมนํ้าเจาพระยายังไดกัดเซาะคันก้ันน้ําฝงซายของ
แมน้ําเจาพระยาที่อําเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ขาดอีก 4 แหง มีนํ้าไหลบาเขามาเสริมนํ้าจากพ้ืนที่
ตอนบนแลวเขาทวมนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และแฟคตอร่ีแลนด อําเภอบางปะอิน จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา วันท่ี 16 ตุลาคม นิคมอุตสาหกรรมนวนคร อําเภอคลองหลวง จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ในวันท่ี 17 ตุลาคม และนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี่ อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ในวันท่ี 20 ตุลาคม
สําหรับมวลน้ํากอนใหญส ว นทไี่ หลบาจากคลองขาวเมาลงพื้นท่ีตอนลางมีจํานวนมาก แนวรับ
น้ําท่ีใชชะลอนํ้าสวนน้ี ชั้นท่ี 1 ใชคลอง 26 และ คลองระพีพัฒนแยกตก โดยไดกอสรางคันดินบนคัน
คลองฝง ซา ยคลองระพีพัฒนแยกตกต้ังแตคลอง 1 ถึงคลอง 7 และชั้นที่ 2 ใชแนวคลองรังสิตดานใตโดยมี
60
การกอ สรางคนั ดินและแนวกระสอบทรายเลาะแนวคลองรังสิตตั้งแตประตูระบายน้ําจุฬาลงกรณไปถึงคลอง 7
แลวเลาะตามแนวคลอง 7 ถึงประตูปลายคลอง 7 บนแลวตัดแนวขวางผานคลอง 8 ถึงคลอง 13
แลวเลาะลงแนวทศิ ใตล งไปถึงคลองพระองคไชยานชุ ติ จรดทะเล กอ นท่นี ํา้ กอ นใหญจ ะลงมาถึงกรมชลประทาน
ไดใชระบบชลประทานท่ีมีอยูเปนเคร่ืองมือวางแผนการบริหารจัดการน้ํา ใหเกิดผลกระทบกับพ้ืนท่ี
กรงุ เทพมหานคร และปริมณฑลนอยทีส่ ุด โดยเรงระบายนํ้าตามคลองแนวตั้ง รวมทั้งใชคลองสงน้ําแนวขวาง
ประกอบดวย คลองระพีพัฒนแยกตก คลองรังสิตประยูรศักด์ิ คลองหกวาสายลาง คลองบางขนาก
คลองประเวศบรุ รี มย เรงระบายนา้ํ ออกแมน้ําเจาพระยา แมนํ้านครนายก แมนํ้าบางปะกง ทางสถานีสูบน้ํา
ที่มีอยูและเสริมเคร่ืองสูบน้ําเคลื่อนท่ีใหสามารถระบายนํ้าใหไดมากที่สุดเทาที่จะทําได และในพ้ืนที่ตอนลาง
ไดเรงกระจายน้ําลงตามคลองแนวต้ังผานคลองพระองคไชยานุชิต คลองลําปลาทิว คลองจระเขใหญ
และคลองอ่ืน ๆ ลงสูคลองชายทะเลสูบแลวเรงสูบระบายออกสูอาวไทย โดยสถานีสูบนํ้าสุวรรณภูมิ
และสถานีสบู นํ้าตามแนวคลองชายทะเล แตการจัดการก็ไมสามารถดําเนินการไดตามแผนที่วางไว เนื่องจาก
ไดรับการขัดขวางจากประชาชนบริเวณประตูระบายน้ํา ถึงแมวาจะไดทําความเขาใจใหรับรูถึงการดําเนินการ
แกไขปญหาแลวก็ตามปริมาณนํ้าจํานวนมากจากคลอง 1 และคลอง 2 ไหลทะลักเขาสูคลองหกวาสายลาง
และยังไดรับการตอตานการทําแนวปองกันบริเวณริมคลองรังสิตประยูรศักด์ิดานใต นํ้าไดไหลบาเขาทวม
ทุงรังสิตเหนือ ทุงรังสิตใต ซ่ึงตอมาน้ําไหลบาผานจุดขาดของคันก้ันนํ้าตามแนวพระราชดําริเขาสู
กรงุ เทพมหานครในวนั ท่ี 22 ตลุ าคม บริเวณถนนพหลโยธนิ และถนนวภิ าวดีรังสิต
น้ําท่ีไหลผานสถานี C.29 อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มข้ึนตอเน่ืองตั้งแต
ตนเดือนสูงสดุ 3,860 ลบ.ม./วนิ าที ในวนั ท่ี 15 ตลุ าคม ในขณะทีก่ ําแพงปองกันตลิ่งของ กทม. สามารถ
รับน้ําไดเพยี ง 3,500 ลบ.ม./วินาที เพอ่ื ไมใหเ กดิ ปญหาน้าํ จากแมนํ้าเจาพระยาไหลลนขามกําแพงเขาไปทวม
พ้ืนที่เศรษฐกิจ กทม. ไดเสริมกระสอบทรายรวมทั้งวางกระสอบทรายปดชองวางของกําแพงท่ียังไมสามารถ
กอสรางไดเ นอ่ื งจากตดิ ปญหาที่ดินเพ่ือรองรับสถานการณไวลวงหนากอนแลว แตการท่ีจังหวัดตาง ๆ องคกร
ปกครองสวนทองถ่ินริมแมน้ําเจาพระยาไดทําคันกั้นน้ําปองกันพ้ืนที่ชุมชนต้ังแตจังหวัดนครสวรรค
ถึงกรุงเทพมหานคร ทําใหพ้ืนที่หนาตัดลํานํ้าในบริเวณนั้น ๆ เล็กลง เปนผลใหเมื่อมีปริมาณนํ้าไหลผาน
ในอัตราเทา ๆ กัน ระดับน้ําในแมนํ้าเจาพระยาป 2554 จะสูงกวาระดับนํ้าจากอดีตมาก น้ําในแมนํ้านอย
และแมน้ําเจาพระยาที่ยกตัวสูงข้ึนมากไดกัดคันกั้นน้ําของโครงการสงน้ําและบํารุงรักษาเจาเจ็ดบางย่ีหน
โครงการพระยาบันลือ คันก้ันน้ําริมแมนํ้าเจาพระยาขาด 13 แหง และทํานบช่ัวคราวของเทศบาลเมือง
บางบัวทองขาดในวนั ท่ี 15 ตุลาคม ทําใหม ปี รมิ าณนา้ํ จํานวนมากจากแมน้ําเจาพระยาและแมน้ํานอยไหลบา
เขาสูพ้ืนท่ีบริเวณโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาเจาเจ็ดบางย่ีหน พระยาบันลือ พระพิมล และภาษีเจริญ
สรางความเสียหายใหกับพื้นท่ีการเกษตรและชุมชนตาง ๆ รวมท้ังหมูบานจัดสรรจํานวนมากในเขตจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา สพุ รรณบุรี ปทมุ ธานี นนทบุรี และดา นฝงธนบุรขี องกรุงเทพมหานคร
ในเดือนตุลาคมมีชวงเวลาที่นํ้าทะเลหนุนสูง 2 ครั้ง คือ ระหวางวันท่ี 14 – 17 ตุลาคม
และระหวางวนั ที่ 27 – 31 ตุลาคม ไดลดการระบายนํ้าจากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิลวงหนานํ้าทะเลหนุนลงมาก
ที่สุดโดยไมใหเกิดผลกระทบกับตัวเข่ือนเพื่อลดยอดน้ําท่ีจะไหลลงมาถึงกทม.ในชวงนํ้าทะเลหนุนสูงระหวาง
วันท่ี 14 – 17 ตุลาคม ระดับนํ้าในแมนํ้าเจาพระยามีระดับสูงสุดที่สถานีวัดน้ํา C.4 สะพานพุทธยอดฟา
วัดได +2.29 ม.รทก. เมอื่ วันท่ี 15 ตุลาคม และในชวงระหวางวันที่ 27 – 31 ตุลาคม ระดับนํ้าในแมนํ้า
เจาพระยามีระดับสูงสุดที่สถานีวัดน้ํา C.4 สะพานพุทธยอดฟา วัดได +2.66 ม.รทก. เม่ือวันท่ี 30
ตุลาคม ทั้งนี้ระดับกําแพงปองกันตลิ่งของ กทม. ตั้งแตสะพานพุทธยอดฟาถึงสะพานกรุงธนบุรีมีระดับ
+2.80 ม.รทก.
61
สถานการณน าํ้ ในอางเก็บนา้ํ ณ วนั ท่ี 1 ตลุ าคม เขื่อนภมู ิพล เข่ือนสิริกิต์ิ เขื่อนแควนอย
บํารุงแดน และเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ มีปริมาณน้ําเก็บกัก 12,554 (93%), 9,394 (99%), 881 (94%) และ
1,063 (136%) ลาน ลบ.ม. ตามลําดับ มีปริมาณน้ําอยูในเกณฑสูงกวา Upper Rule Curve ทุกแหง
ในเดือนตุลาคมปริมาณน้ําไหลลงเข่ือนทั้ง 4 แหง ยังคงสูงกวาคาเฉลี่ยมาก ไดแก เขื่อนภูมิพลมีนํ้าไหลลง
เข่ือน 2,895 ลา น ลบ.ม.มากกวาคาเฉลี่ย 234% (คาเฉล่ีย 1,232 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนสิริกิติ์และเขื่อนแคว
นอยบํารุงแดนซ่ึงโดยปกติแลวปริมาณน้ําท่ีไหลลงเข่ือนจะอยูในเกณฑนอย แตป 2554 เข่ือนท้ัง 2 แหง
ยังคงมีนํ้าไหลลงเขอ่ื นอยใู นเกณฑมาก โดยเขอื่ นสิริกิตม์ิ ีนาํ้ ไหลลงเขอื่ น 1,063 ลาน ลบ.ม. มากกวาคาเฉล่ีย
175% (คาเฉลี่ย 605 ลาน ลบ.ม.) เข่ือนแควนอยบํารุงแดนมีน้ําไหลลงเขื่อน 438 ลาน ลบ.ม. มากกวา
คาเฉลี่ย 168% (คาเฉลี่ย 260 ลาน ลบ.ม.) และเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิมีน้ําไหลลงเขื่อน 1,530 ลาน ลบ.ม.
มากกวา คาเฉลยี่ 154% (คา เฉลีย่ 989 ลาน ลบ.ม.) การระบายน้ําในพืน้ ทีต่ อนบนยงั คงใชห ลักเกณฑเหมือน
เดือนกันยายนคือพิจารณาในภาพรวมของเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิ และเขื่อนแควนอยบํารุงแดน ไมให
เกดิ ผลกระทบกับพ้ืนทต่ี อนลางมากโดยพิจารณาปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนควบคูกับปริมาณน้ําทาที่เกิดจากฝนตก
บริเวณภาคเหนือตอนลางและภาคกลางตอนบน เน่ืองจากทั้ง 3 เขื่อนมีปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนมาก
แตเข่ือนสิริกิติ์และเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณน้ํามากใกลเต็ม เพ่ือไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคง
ของตัวเขื่อนจําเปนตองเรงระบายนํ้าใหมีพ้ืนที่รองรับนํ้าที่จะไหลลงเข่ือนในระยะตอไป ( โดยปกติในเดือน
กันยายนจะยังคงมีนํ้าจํานวนมากไหลลงเข่ือนทั้งสองแหงแลวจะเร่ิมลดลงในเดือนตุลาคม ) ในขณะที่บริเวณ
ทา ยเขอื่ นทง้ั 2 แหง มีฝนตกหนักตลอดทั้งเดือน น้ําในลําน้ํานานสูงข้ึนมาก การระบายนํ้าจะพิจารณาเพิ่ม
ลดสลับกนั ตามปรมิ าณน้ําท่ไี หลลงเขือ่ นและสภาพนาํ้ ในลาํ น้าํ นาน
เข่อื นสิริกติ ิ์ มนี ้าํ ไหลลงเขอ่ื นมากในชวงวันท่ี 2 – 3 ตุลาคม เนื่องจากมีฝนตกหนักบริเวณ
เหนือเขื่อน จากนน้ั ลดลงมากและหมดลงในชวงกลางเดือนการระบายน้ําอยูในเกณฑมาก ประมาณวันละ 40
– 60 ลา น ลบ.ม. ในชวงตนเดือน เม่ือปริมาณนํ้าไหลลงเขือ่ นเริ่มลดลงจึงไดลดการระบายนํ้าจากเข่ือนสิริกิต์ิ
ใหนอยลงมากเหลือวันละ 10 – 20 ลาน ลบ.ม. จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม รวมระบายนํ้าท้ังหมดในเดือน
กนั ยายน 946 ลา น ลบ.ม.
เขือ่ นแควนอยบาํ รุงแดน มีปรมิ าณน้าํ เตม็ เขอ่ื นเม่ือกลางเดือนกันยายน หลังจากที่ระบายนํ้า
เพ่ิมเมื่อ Sideflow ทายเข่ือนสิริกิติ์ลดลง ณ ตนเดือนตุลาคมยังคงมีนํ้าในเขื่อนใกลเต็มขณะท่ีมีฝนตกในลุม
นํ้านานตอนบนในชวงตนเดือนทําใหมีนํ้าไหลลงเข่ือนแควนอยบํารุงแดนรวมท้ัง Sideflow ทายเข่ือนสิริกิต์ิ
เพ่ิมข้ึนมากไดใชเขื่อนแควนอยบํารุงแดนชะลอน้ําไว ทําใหเขื่อนแควนอยบํารุงแดนมีปริมาณนํ้าเต็มเข่ือน
ในชว งวันที่ 7 – 20 ตลุ าคม หลังจากทีป่ ริมาณนํ้าไหลผานสถานีวัดน้ํา N.5A ลดลงต่ํากวาตลิ่งจึงระบายน้ํา
จากเขื่อนเพิ่มขนึ้ มากกวา ปริมาณน้าํ ไหลลงเขื่อนเพ่ือลดปรมิ าณนํา้ ใหอ ยูในระดบั เก็บกกั
เข่อื นภูมิพล ในชวงตนเดอื นคงเหลือพน้ื ที่รบั นํ้าไดอกี ประมาณ 900 ลา น ลบ.ม. จากอิทธิพล
ของพายไุ ตฝนุ “เนสาด ( NESAT )” และในชวงตนเดือนมีหยอมความกดอากาศต่ําปกคลุมบริเวณเหนือเขื่อน
ภูมิพล เกิดฝนตกหนักมีนํ้าทวมในเขตจังหวัดเชียงใหมและลําพูนหลายแหง มีน้ําไหลลงเข่ือนเพิ่มมากข้ึน
ระหวางวันท่ี 3 – 7 ตุลาคม รวม 1,072 ลาน ลบ.ม. น้ําไหลลงเขื่อนมากท่ีสุดในวันที่ 5 ตุลาคม รวม
289 ลาน ลบ.ม. สูงท่ีสุดในป 2554 ทําใหเขื่อนภูมิพลมีปริมาณนํ้าใกลเต็ม จําเปนตองระบายนํ้าเพิ่มจาก
ในชวงวันท่ี 1 – 4 ตุลาคม วันละ 41 – 54 ลาน ลบ.ม. เปนวันละ 60 – 105 ลาน ลบ.ม. ( ระบายนํ้า
สูงสุด105 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 7 ตุลาคม ) โดยพิจารณารายวันใหสอดคลองกับปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือน
เพ่ือประคองไมใหนํ้าลนเขื่อน เม่ือปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือนลดลงจึงทยอยลดการระบายนํ้าลง รวมปริมาณน้ํา
ท่รี ะบายจากเข่อื นภูมพิ ลทัง้ หมดในเดือนตุลาคม 1,949 ลา น ลบ.ม.
62
เขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ จากอิทธิพลของพายุไตฝุน “เนสาด ( NESAT )” และพายุโซนรอน
“นาลแก” ( NALGAE ) ปรมิ าณฝนทตี่ กในลุม นํ้าปาสักตอนบนมมี าก เกดิ นํา้ ทาไหลลงเขอื่ นปาสักชลสทิ ธตอเน่ืองกลางเดือน
ตลุ าคม ในขณะที่เขื่อนปาสักมีปริมาณน้ํามากกวาความจุสูงสุดตั้งแตวันที่ 23 กันยายน จึงจําเปนตองระบาย
น้ําในเกณฑมากโดยไมใหเกิดผลกระทบกับพื้นท่ีทายเขื่อนมากเกินไปโดยควบคุมการระบายน้ําในอัตราไมเกิน
950 ลบ.ม./วินาที ( วันละ 82 ลาน ลบ.ม. ) แลวลดลงตามการลดลงของปริมาณนํ้าไหลลงเข่ือน
นอกจากน้ีไดใช เขื่อนปาสักชลสิทธิ์ชะลอน้ําใหเกิดผลกระทบกับพื้นตอนลางของลุมน้ําเจาพระยาใหมากท่ีสุด
โดยในเดอื นตุลาคมมีชวงเวลาท่ีนาํ้ ทะเลหนนุ สูงมากในชว งกลางเดือนระหวางวนั ที่ 14 – 17 ตลุ าคม จึงไดลด
การระบายนาํ้ จากเข่ือนปาสักชลสิทธ์ิเหลือ 39 – 26 ลาน ลบ.ม. ในวันท่ี 12– 16 ตุลาคม ( น้ําจากเข่ือน
ปาสักชลสิทธ์ิ เดินทางถึง กทม. รวม 2 วัน ) ทําใหเขื่อนปาสักชลสิทธ์ิ มีปริมาณน้ําเก็บกักสูงสุด 1,086
ลาน ลบ.ม. ( สูงท่ีสุดในป 2554 ) จากน้ันจึงเร่ิมเพ่ิมการระบายน้ําขึ้น และในชวงน้ําทะเลหนุนสูงระหวาง
วันที่ 27 – 31 ตุลาคม ไดเริ่มลดการระบายน้ําลงอีกครั้งระหวางวันท่ี 25 – 31 ตุลาคม ในอัตรา 17 - 5
ลาน ลบ.ม. รวมปรมิ าณน้ําระบายในเดือนตลุ าคมทงั้ หมด 1,356 ลาน ลบ.ม.
การบูรณาการพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ําท้ังหมดไดดําเนินการโดยจัดใหมีการ
ประชุมคณะอนุกรรมการตดิ ตามและวิเคราะหแนวโนม สถานการณน าํ้ ในเดือนตลุ าคมมกี ารประชุมรวม 4 ครั้ง
คอื ในวันที่ 4, 11, 18, 25 ตุลาคม หนวยงานที่เกี่ยวของไดนําผลสรุปการประชุมไปประกอบการพิจารณา
ดาํ เนินการตอไป และเนื่องจากอุทกภัยท่ีเกิดข้ึนในครั้งน้ีมีความรุนแรงมาก การควบคุมการบริหารจัดการนํ้า
ไมเปนเอกภาพมีความขัดแยงกันท้ังจากภาครัฐดวยกันเอง ภาครัฐกับประชาชน และระหวางประชาชนกับ
ประชาชน รฐั บาลไดจ ัดตัง้ ศนู ยปฏิบตั ิการชว ยเหลอื ผูประสบอุทกภัย ( ศปภ. ) ขึ้นเม่ือวันที่ 8 ตุลาคม ต้ังอยู
ท่ชี ัน้ 2 อาคารผโู ดยสารภายในประเทศ สนามบินดอนเมือง ปฏิบตั ิงานตลอด 24 ชั่วโมง มีรองนายกรัฐมนตรี
ทกุ ทานและคณะรัฐมนตรีเปนท่ีปรึกษา พลตํารวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม
เปน ผอู าํ นวยการศนู ยฯ มภี ารกจิ ในการพิจารณาเสนอนโยบายวางแผน อาํ นวยการ ประสานงาน กํากับดูแล
และดําเนินการชวยเหลือผูประสบอุทกภัย มีหนวยงานท่ีเกี่ยวของ เขารวมบูรณาการบริหารจัดการน้ํา
และใหความชว ยเหลอื ประชาชนท่ปี ระสบภยั ในครัง้ น้ี
เดอื นพฤศจิกายน
สถานการณน้ําฝน เนื่องจากเร่ิมยางเขาฤดูหนาวมีปริมาณฝนตกในบริเวณภาคเหนือและ
ภาคกลางโดยในภาคเหนือมฝี นตกเฉลี่ยเพยี ง 13 มลิ ลเิ มตร และภาคกลางมีฝนตกเฉล่ียเพยี ง 5 มลิ ลิเมตร
สถานการณน้ําทาและปริมาณน้ําในเข่ือน เนื่องจากเกือบจะไมมีฝนตกต้ังแตกลางเดือน
ตุลาคมเปนตนมาทาํ ใหป ริมาณนาํ้ ในลาํ นาํ้ สายหลกั ลดลงอยูในลาํ นา้ํ เกือบทัง้ หมด
ลุมน้ําปง เม่ือส้ินเดือนพฤศจิกายน เข่ือนภูมิพลมีปริมาณน้ํากักเก็บ 13,319 ลาน ลบ.ม.
(99 %)
ลุมน้ํายม พื้นที่ลุมต่ําในลุมนํ้ายมไดเขาสูภาวะปกติและสามารถปลูกขาวนาปรังไดทั้งหมด
ในชวงกลางเดือนธนั วาคม
ลุม นาํ้ นาน ส้ินเดอื นพฤศจกิ ายน เขอ่ื นสริ กิ ติ ์มิ ีปริมาณนาํ้ เกบ็ กัก 9,417 ลาน ลบ.ม. (99 %)
เข่อื นแควนอยมีปรมิ าณน้ําเก็บกกั 932 ลาน ลบ.ม. ( 99 % )
ลุม นํ้าเจา พระยา วันท่ี 1 พฤศจิกายน สถานี C.2 มีปริมาณน้ําไหลผาน จํานวน 3,334
ลบ.ม./วินาที และแมนํ้าสะแกกรังมีนํ้าไหลผาน 521 ลบ.ม./วินาที รับน้ําเขาระบบชลประทาน จํานวน
63
578 ลบ.ม./วนิ าที มนี ํา้ ไหลผานเขอื่ นเจาพระยา 3,100 ลบ.ม./วนิ าที ปริมาณน้ําจากนครสวรรคและแมนํ้า
สะแกกรังลดลงวันละประมาณ 100 ลบ.ม./วินาที จึงไดทยอยลดการรับน้ําเขาระบบชลประทานตามความ
เหมาะสม และปริมาณนํ้าผานเข่ือนเจาพระยาลดลงตอเนื่องจนกระท่ังต่ํากวา 2,800 ลบ.ม./วินาที
(ความสามารถรับนํ้าไดของแมนํ้าเจาพระยาที่ระดับคันกั้นนํ้า) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน และลดลงเหลือ
1,800 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 23 พฤศจิกายน
สภาพนํ้าทวมในพ้ืนท่ีทุงฝงตะวันออกตอนลางกรมชลประทานไดรับมอบหมายรวมมือกับ
กทม. เรง ระบายนํา้ ตามคลองแนวตั้ง รวมท้งั ใชค ลองสงนา้ํ แนวขวาง คลองแนวตง้ั โดยสามารถสูบระบายนํ้า
ไดประมาณวันละ 44 ลาน ลบ.ม. สภาวะนํ้าทวมในทุงฝงตะวันออกไดเขาสูสภาวะปกติในชวงปลายเดือน
พฤศจกิ ายน
สําหรับในพ้ืนท่ี กทม. ศกั ยภาพของสถานีสบู น้าํ ท่ีใชระบายน้ําจากพื้นที่ลงสูแมน้ําเจาพระยา
ท่ีจะรองรับสภาพนํ้าทวมได 150 ลบ.ม./วินาที แตติดปญหาในเร่ืองคลองระบายนํ้าท่ีจะนํานํ้าไปยังสถานี
สบู นาํ้ หรอื อโุ มงคนํา้ มีประชาชนลุกลาํ้ ไปปลูกสรางที่พักอาศัยทําใหมีปริมาณน้ําไหลไปถึงสถานีสูบนํ้าปลายทาง
ไดนอยมากจึงทําใหเกิดปญหาน้ําทวมหนักในกทม.และตองใชเวลานานกวาจะสามารถแกไขปญหานํ้าทวม
ใหเขาสภู าวะปกตไิ ด
สําหรับในพื้นท่ีนํ้าทวมฝงตะวันตกของลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง กรมชลประทานไดรับ
มอบหมายใหด ูแลต้ังแตว ันท่ี 31 ตุลาคม 2554 จึงไดมมี าตรการชว ยเหลือ ดงั น้ี
มาตรการท่ี 1 ลดปรมิ าณนา้ํ ในแมนํ้าเจาพระยา ทาจีน และแมนํ้านอย รวมถึงลดปริมาณนํ้าไหล
เขาพื้นท่ีทุงฝงตะวันตกของแมนํ้าเจาพระยา โดยลดปริมาณน้ําผานเข่ือนเจาพระยา ผานแมน้ําทาจีน และแมน้ํา
นอยเรงซอ มแซมอาคารชลประทานและอุดรอยร่ัวคันก้ันน้ําตามแนวแมนํ้าเจาพระยาฝงตะวันตกท้ัง 14 แหง
โดยระดมกําลังทั้งในสว นของกรมชลประทานเองและจางเหมาเอกชน สามารถปดชองขาดไดท้ังหมด ในวันท่ี
20 พฤศจกิ ายน
มาตรการท่ี 2 ระบายนํ้าออกจากทุง โดยระบายผานประตูระบายนํ้าฝงแมน้ําทาจีน 62
แหง ระบายผานประตูระบายนํ้าฝงแมนํ้าเจาพระยา 46 แหง สูบนํ้าจากสถานีสูบนํ้าถาวรฝงแมนํ้าทาจีน
31 สถานี สูบนํ้าจากสถานีสูบน้ําถาวรฝงแมน้ําเจาพระยา 22 สถานี และดวยเคร่ืองสูบนํ้าเคลื่อนท่ีฝงแม
นํ้าทา จนี 226 เครอื่ ง ฝง แมน าํ้ เจาพระยา 4 เคร่ือง
มาตรการท่ี 3 เพมิ่ ความเร็วของกระแสนํ้า โดยติดต้ังเคร่ืองผลักดันน้ํา ท่ีอําเภอนครชัยศรี
จังหวัดนครปฐม จํานวน 37 เครื่อง และติดต้ังเครื่องผลักดันน้ําในเขตโครงการชลประทานสมุทรสาคร
จํานวน 14 เครื่อง
มาตรการที่ 4 การระบายนาํ้ จาํ เพาะในแตละพื้นท่ี โดยแบง ออกเปนโซน คือ ทุงเจาเจ็ด –
บางย่ีหน 3 โซน ทุงพระยาบันลือ 5 โซน และทุงพระพิมล 4 โซน ในเขตอําเภอไทรนอย บางบัวทอง
บางใหญ และบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จํานวน 30 โซน โดยใชถนนกาญจนาภิเษก แบงพื้นที่เปน 2
ฝง คอื ฝง ที่ตดิ กับแมน ้ําเจา พระยา 19 โซน และฝง ตรงกันขามกบั แมน า้ํ เจา พระยา 11 โซน
นอกจาก 4 มาตรการดังกลาวแลว เพื่อเปนการบริหารจัดการน้ําทวมขังในพื้นท่ี
การเกษตรและพื้นที่ชุมชนใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงไดแบงพ้ืนที่ความรับผิดชอบ
การระบายน้ําตามเขตโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาไดแกโครงการฯเจาเจ็ด – บางยี่หน ใชแนวคลองพระยา
บันลือเปนแนวก้ันดานลาง โครงการฯพระยาบันลือ ใชแนวคลองพระพิมลเปนแนวก้ันดานลาง โครงการฯ
64
พระพิมล ใชแนวคลองมหาสวัสด์ิเปนแนวกั้นดานลาง และโครงการฯภาษีเจริญ รับผิดชอบต้ังแต
คลองมหาสวัสด์ิจรดทะเล ควบคุมและเรงระบายนํ้าในพ้ืนท่ีของตนเองท้ังในการระบายน้ําออกแมน้ํา
เจา พระยา แมน ้าํ ทา จีน และจัดการนํ้าใหแลวเสร็จภายในเขตพ้ืนท่ีของตนเองไมใหไหลลงสูโครงการตอนลาง
นอกจากนี้ไดประสานกับฝายปกครอง องคกรปกครองสวนทองถ่ินและชุมชน จัดแบงโซนพื้นที่ในเขตอําเภอ
ไทรนอย บางบัวทอง บางใหญและบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ตั้งแตวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2554
เพื่อกําหนดจุดสูบน้ําพื้นท่ีชวยเหลือ 161 แหง ประกอบดวยหมูบาน 60 แหง สถานท่ีราชการ 49 แหง
สถานศึกษา 10 แหง โรงพยาบาล 3 แหง และเขตศาสนสถาน 31 แหง สนับสนุนเครื่องสูบน้ํา
พรอ มตดิ ต้งั ตามจุดท่ีกาํ หนดรวมทง้ั ส้ิน 463 เคร่ือง ตลอดจนซอมแซมแนวกระสอบทรายตามแนวคันดินเดิม
ชํารุดเสียหาย วางกระสอบทรายตามแนวท่ีตองดําเนินการเพ่ิมเติมและเรงดําเนินการสูบนํ้าออกจากพื้นท่ี
โดยไมครอบคลุมพื้นที่ที่อยูในความดูและของ กทม. สภาวะน้ําทวมในทุงฝงตะวันออกไดเขาสูสภาวะปกติ
ในชว งปลายเดือนธันวาคม
สําหรับในพื้นท่ี กทม. มีปญหาในเรื่องคลองระบายนํ้าที่จะนําน้ําไปยังสถานีสูบนํ้าหรือลงสู
พื้นที่ตอนลางแกมลิงคลองมหาชัย–สนามชัย (มีความสามารถระบายน้ําไดประมาณวันละ 6 ลาน ลบ.ม.)
เนื่องจากประชาชนลุกลํ้าไปปลูกสรางที่พักอาศัยทําใหมีปริมาณนํ้าไหลไปถึงสถานีสูบน้ําปลายทางไดนอยมาก
เชนเดียวกับพ้ืนที่ทางฝงตะวันออก กรมชลประทานไดชวยเรงระบายน้ําออกจาก กทม. โดยติดต้ังเครื่อง
ผลักดันนํ้าในคลองพระยาราชมนตรี และสูบระบายนํ้าออกจากแกมลิงคลองมหาชัย–สนามชัยตลอดเวลา
แตปริมาณนาํ้ ทไ่ี หลมาถึงสถานีสบู นํา้ มหาชัยมนี อ ยสามารถสูบระบายไดเพียงวันละประมาณ 1.5 ลาน ลบ.ม.
เทาน้ัน จึงทําใหเกิดปญหาน้ําทวมหนักใน กทม. และตองใชเวลานานกวาจะสามารถแกไขปญหานํ้าทวมให
เขา สภู าวะปกติได
65
บทท่ี 4
การวิเคราะหแนวทางการแกไ ขปญหาอุทกภัยลุมนํ้าเจา พระยา
จากกรณอี ทุ กภยั ป 2554
4.1 ปญหาน้ําทวมลุมน้ําเจา พระยาป 2554
การเกิดปญหาอุทกภัยป 2554 มีสาเหตุจากในภาคเหนือและภาคกลางมีฝนตกตอเน่ือง
ตงั้ แตเ ดือนมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศต่ําที่พาด
ผานและพายโุ ซนรอนจาํ นวน 5 ลูก ปรมิ าณฝนสะสมตั้งแตวนั ที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2554 ทุกภาคมีฝน
สะสมสูงกวาคาเฉล่ีย โดยภาคเหนือมีฝนสะสมรวม 1,674 มิลลิเมตร สูงกวาคาเฉลี่ยระยะยาว ( 30 ป)
ณ เวลาเดียวกัน 42 % และสูงกวาปริมาณฝนสะสมท้ังปสูงสุดนับตั้งแตกรมอุตุนิยมวิทยาไดเร่ิมเก็บขอมูล
สถิติฝน มีปริมาณน้ําทาในลุมเจาพระยาจํานวนมหาศาล เมื่อพิจารณาสัดสวนของปริมาณน้ําหลากแตละ
ลุมน้ํายอยตาง ๆ ในชวงฤดูฝน ( ระหวางวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 พฤศจิกายน ) ท่ีไหลลงมายังสถานีวัดน้ํา
C.2 อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค โดยใชขอมูลของสถานีวัดน้ําทาท่ีจุดออกของลุมน้ําปง วัง ยม นาน
และเจาพระยา รวม 5 สถานี โดยสถานีวัดนํ้าของลุมนํ้าปง ( P.17 ) รวมปริมาณนํ้าของลุมน้ําวังแลว
และสถานีวัดน้ําของลุมนํ้านาน ( N.67 ) รวมปริมาณน้ําของลุมน้ํายมแลว ขอมูลน้ําทารายเดือนในชวงฤดูฝน
ของสถานตี า ง ๆ สรุปไดด ังนี้
ตารางสรุปปรมิ าตรนํ้าเหนือจงั หวัดนครสวรรคใ นชวงฤดูฝน ป2 554
สถานี ลมุ น้าํ ตําแหนงสถานี ปริมาณนา้ํ (ลานลบ.ม.)
ตวั แทน อําเภอ จังหวดั พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
เขอื่ นภมู ิพล 113 98 174 639 776 1,949 729 4,477
W4A วงั 387 163 210 1,027 992 800 160 3,739
P17 ปง บรรพตพสิ ยั นครสวรรค 930 702 790 1,961 3,148 4,121 896 12,547
P17-W4A ปง 543 539 579 934 2,156 3,320 736 8,808
946 425 5,610
เขือ่ นสิริกติ ์ิ 212 188 479 1,531 1,831 366 32 2,109
2,855 1,444 13,939
เขอ่ื นแควนอ ยบาํ รงุ แดน 84 161 195 410 860 1,233 1,178 5,482
4,089 2,622 19,421
N8A นา น 681 1,298 1,737 2,839 3,085 8,209 3,518 31,968
N67-N8A ยม 554 548 457 679 834 3,396 2,489 8,809
11,606 6,007 40,763
N67 นา น ชมุ แสง นครสวรรค 1,234 1,845 2,193 3,519 3,919
P17+N67 2,164 2,547 2,983 5,480 7,067
Sideflowนาํ้ บาจากแมน ํา้ ยม 81 309 231 - 2,304
C.2 เจาพระยา เมอื ง นครสวรรค 2,245 2,899 3,214 5,422 9,371
ปริมาณน้ําทา ณ สถานีวัดน้ํา C.2 จังหวัดนครสวรรค มีปริมาตรในชวงฤดูฝนทั้งหมด 40,763
ลาน ลบ.ม. เปนนํ้าจากแมนํ้าปงรวมแมนํ้าวังแลว 12,547 ลาน ลบ.ม. ( เขื่อนภูมิพล 4,477 ลาน ลบ.ม.,
sideflow ทายเขื่อนภูมิพล 4,331 ลาน ลบ.ม., แมน้ําวัง 3,739 ลาน ลบ.ม. ) นํ้าจากแมนํ้านานท่ีไหลลงแมนํ้า
เจาพระยาโดยตรง 19,421 ลาน ลบ.ม. ( เข่ือนสิริกิต์ิ 5,610 ลาน ลบ.ม., เขื่อนแควนอยบํารุงแดน 2,109
ลาน ลบ.ม., sideflow ทายเข่ือนสิริกิต์ิ และเข่ือนแควนอยบํารุงแดน 6,220 ลาน ลบ.ม., แมนํ้ายม 5,482
ลาน ลบ.ม. ) และ sideflow น้ําบาจากแมน้ํายมมาลงแมน้ํานานกอนถึงสถานี C.2 รวม 8,809 ลาน ลบ.ม.
และแยกสรุปเปน รายลุม นํา้ จะเปนนา้ํ ทาที่เกิดจากลุมน้ําปง 8,808 ลาน ลบ.ม. ( 21.61% ) ลุมน้ําวัง 3,739
ลาน ลบ.ม. ( 9.17% ) ลุมน้ํายม 14,277 ลาน ลบ.ม. ( 35.02% ) และลุมนํ้านาน 13,939 ลาน ลบ.ม.
( 34.20% )
66
ตารางสรปุ ปริมาณนํ�าเหนอื จังหวัดนครสวรรค์ในฤดฝู น ปี 2554แยกรายลุ่มน�ํา
แมน้ํา ปง วัง ยม นา น รวม
ปริมาณนํา้ (ลานลบ.ม.) 8,808 3,739 14,277 13,939 40,763
สดั สว น 21.61% 9.17% 35.02% 34.20% 100.00%
ปญ หานาํ้ ทว มลมุ น้ําปง วัง ยม และนาน ตอนบน เกิดในลักษณะน้ําทวมฉับพลันเน่ืองจาก
พ้ืนที่มีความลาดชันสูง นํ้ามาเร็วและไปเร็ว ประชาชนรับทราบสถานะของธรรมชาติอยูแลว การลดปญหา
ความเดือดรอ นของประชาชน กรมชลประทานสามารถแจง เตอื นแนวโนมสถานการณนํ้าทวมใหทราบลวงหนา
ทําใหประชาชนสามารถเตรียมพรอมรับสถานการณไดทันเทาน้ัน พ้ืนที่ตอนลางในลุมน้ําปง วัง และนาน
หลังจากกอสรางเข่ือนภูมิพล เข่ือนก่ิวลม เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนสิริกิติ์ และเข่ือนแควนอยแลว ปญหาน้ํา
ทวมชุมชนลดนอยลงไปมาก จะมีปญหานํ้าทวมเฉพาะพื้นท่ีลุมตํ่าเปนประจําทุกป บริเวณริมแมน้ําวัง
กอนบรรจบแมนํ้าปงท่ีจังหวัดตาก พื้นท่ีลุมต่ําริมแมน้ํานานตอนลางในเขตจังหวัดพิจิตรและนครสวรรค
สําหรบั ในลุมนา้ํ ยมซ่ึงไมมเี ข่ือนขนาดใหญจะประสบปญหาน้าํ ทวมหนักทกุ ป การแกปญหาที่ถาวรจําเปนตองมี
การสรา งอางเก็บนํ้าที่มีศักยภาพเก็บนํ้าใหไดท้ังหมด ซึ่งจะชวยใหลดปญหานํ้าทวมโดยเฉพาะพื้นท่ีชุมชนหรือ
พืน้ ท่ีเศรษฐกจิ ลงไดมาก แตปญหานํ้าทวมพ้ืนท่ีลุมตํ่าหรือแกมลิงธรรมชาติจะยังคงมีอยูเน่ืองจากลุมน้ํายมเอง
มีพื้นท่ีลุมนํ้าใหญมีน้ําทารายปเฉลี่ยประมาณ 4,700 ลาน ลบ.ม. เขื่อนที่สรางข้ึนทั้งหมดจะสามารถเก็บกัก
นํ้าไดเพียงไมถึง 1 ใน 3 เทานั้น อยางไรก็ตามประชาชนในพื้นท่ีลุมตํ่ารับทราบสถานะทางธรรมชาติ
และถือเปนวิถีชีวิตอยูแลว กรมชลประทานจึงพิจารณาแนวทางการชวยเหลือประชาชนในพ้ืนท่ีน้ี โดยให
เกษตรกรสามารถทาํ กนิ ในการเพาะปลูกขาวได 8 เดือน และทําประมงในฤดนู าํ้ หลาก 4 เดอื น
ใน ป 2554 ปริมาณนํ้าจํานวนมากจากลุมนํ้าปง วัง ยม และนาน ที่ไหลลงมาทําใหเกิด
มหาอุทกภยั ในลุมเจาพระยาตอนลา งน้นั ประกอบดว ย
ปริมาณน้ําจากเข่อื น
1 ) เขือ่ นภมู ิพล ณ วันท่ี 1 พฤษภาคม มีปรมิ าณนา้ํ 6,070 ลาน ลบ.ม.( 45% ) เปนน้ํา
ใชการได 2,270 ลาน ลบ.ม. ต้ังแตเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณนํ้าไหลลงอาง 11,914
ลา น ลบ.ม. มากที่สุดตั้งแตเริ่มเก็บกักน้ํา ในขณะท่ีปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉล่ียมีคา 5,575 ลาน ลบ.ม. และป
2538, 2549 ซึ่งเปนปท่เี กิดอุทกภยั รายแรงในลมุ น้าํ เจาพระยาเชน กนั มปี รมิ าณน้ําไหลลงอาง 5,971, 7,957
ลา น ลบ.ม. ตามลําดับเทาน้ัน มกี ารระบายนา้ํ ออกจากอาง 4,477 ลาน ลบ.ม. เก็บกักไวถึง 7,437 ลาน ลบ.ม.
ถึงแมในชว งระหวา งวันที่ 6 - 13 ตุลาคม มีการระบายนํ้าในอัตราท่ีสูงมาก ( สูงสุดวันที่ 7 ตุลาคม รวม 105
ลาน ลบ.ม. หรือ 1,216 ลบ.ม./วินาที ) แตน้ํายอดน้ีเมื่อไหลไปถึงสถานีวัดนํ้า C.2 จังหวัดนครสวรรคทําให
มีนาํ้ เพิ่มสูงข้ึนจากเดิมสูงสุดเพยี ง 90 ลบ.ม./วินาทีเทาน้ัน ( ณ วันที่ 7 ตุลาคม น้ําไหลผานสถานีวัดน้ํา C.2
ทีอ่ ตั รา 4,596 ลบ.ม./วนิ าที นาํ้ ไหลผานสถานีวัดน้ํา C.2 สูงสุดในวันท่ี 13 ตุลาคม ท่ีอัตรา 4,686 ลบ.ม./
วินาที มากกวา วันที่ 7 ตลุ าคม 90 ลบ.ม./วินาที) กราฟแสดงการระบายน้ําจากเข่ือนภูมิพลกับปริมาณน้ําที่
สถานีวัดน้ํา C.2 แสดงในรูปที่ 4-1 ซึ่งจะเห็นวาเข่ือนภูมิพลชวยเก็บกักน้ําที่มีมากในชวงวิกฤตโดยเฉพาะ
ในชวงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ชว ยเกบ็ น้ําไวถึง 4,966 ลาน ลบ.ม.
67
ปริมาณน้าํ สรุปปริมาณนา้ํ ของเขือ่ นภูมิพลในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลา นลบ.ม.)
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Outflow 1,010 908 979 2,592 2,843 2,895 687 11,914
113 98 174 639 776 1,949 729 4,477
เกบ็ กกั ไว้ 7,437
898 810 805 1,953 2,066 946 - 42
ภมู ิพล(ล้าน ลบ.ม.) สิรกิ ติ �ิ(ล้าน ลบ.ม.) C.2(ลบ.ม./วนิ าที)
P.17(ลบ.ม./วินาที) N.67(ลบ.ม./วินาที)
120 5,000
4,500
100 4,000
3,500
80 3,000
2,500
60 2,000
1,500
40 1,000
500
20 0
0
1 เม.ย. 54
15 เม.ย. 54
29 เม.ย. 54
13 พ.ค. 54
27 พ.ค. 54
10 ิม.ย. 54
24 มิ.ย. 54
8 ก.ค. 54
22 ก.ค. 54
5 ส.ค. 54
19 ส.ค. 54
2 ก.ย. 54
16 ก.ย. 54
30 ก.ย. 54
14 ต.ค. 54
28 ต.ค. 54
รูปที่ 4-1 กราฟแสดงการระบายน้าํ จากเขือ่ นภมู พิ ล กับปริมาณน้าํ ทส่ี ถานีวัดน้ํา C.2
2 ) เขอื่ นสิริกิต์ิ ณ วนั ท่ี 1 พฤษภาคม มปี รมิ าณนํ้า 4,768 ลาน ลบ.ม. ( 50% ) เปนน้ํา
ใชการได 1,918 ลาน ลบ.ม. ต้ังแตเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณน้ําไหลลงอาง 10,517
ลา น ลบ.ม. มากที่สุดต้ังแตเริ่มเก็บกักน้ํา ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉลี่ยมีคา 5,215 ลาน ลบ.ม.และป
2538, 2549 ซึ่งเปนปท่ีเกิดอุทกภัยรายแรงในลุมน้ําเจาพระยาเชนกัน มีปริมาณน้ําไหลลงอาง 8,533,
6,590 ลาน ลบ.ม. ตามลําดับเทานั้น มีการระบายนํ้าออกจากอาง 5,610 ลาน ลบ.ม. เก็บกักไวถึง 4,906
ลาน ลบ.ม.
ปรมิ าณนา้ํ สรปุ ปรมิ าณน้าํ ของเขื่อนสริ กิ ติ ิ์ในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลานลบ.ม.)
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Outflow 512 1,094 1,950 3,183 2,341 1,063 375 10,517
212 188 479 1,531 1,831 946 425 5,610
เกบ็ กกั ไว้
300 906 1,471 1,652 510 117 - 50 4,906
68
3 ) เข่ือนแควนอ ยบาํ รุงแดน ณ วันที่ 1 พฤษภาคม มปี รมิ าณนํ้า 295 ลาน ลบ.ม.( 33% )
เปนน้ําใชการได 259 ลาน ลบ.ม.ต้ังแตเดือนพฤษภาคม–พฤศจิกายน 2554 มีปริมาณนํ้าไหลลงอาง 2,782
ลาน ลบ.ม. มากทส่ี ดุ ต้ังแตเรม่ิ เก็บกกั นํ้า ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงอางเฉล่ียมีคา 1,582 ลาน ลบ.ม. มีการ
ระบายนาํ้ ออกจากอา ง 2,109 ลา น ลบ.ม. เกบ็ กักไวถงึ 673 ลาน ลบ.ม.
ปรมิ าณนํ้า สรุปปรมิ าณนา้ํ ของเข่อื นแควนอ ยบาํ รงุ แดนในชว งฤดูฝน ป 2554 (ลานลบ.ม.) รวมฤดูฝน
Inflow พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. 2,782
Outflow 2,109
132 225 257 802 899 438 29 673
เกบ็ กักไว้ 84 161 195 410 860 366 32
48 63 63 392 39 72 - 3
เขื่อนท้ัง 3 แหงมีความจุเก็บกักรวม 23,911 ลาน ลบ.ม. ในชวงตนฤดูฝนไดถูกพรองนํ้าไว
มีปริมาณน้ํารวมกัน 11,133 ลาน ลบ.ม. มีนํ้าใชการได 4,188 ลาน ลบ.ม. ซึ่งเปนสวนท่ีตองสํารองไวใช
สําหรับการเพาะปลูกตนฤดูนาปและการอุปโภค - บริโภค ในชวงกลางเดือนมิถุนายน - กลางกรกฎาคม
ซึ่งจะเปนชวงท่ีรองมรสุมเล่ือนขึ้นไปพาดผานประเทศจีนตอนลางและประเทศลาวปกติประเทศไทยจะมี
ฝนตกนอยตองใชน้ําจากเข่ือนภูมิพลและเข่ือนสิริกิติ์ลงมาสนับสนุนการใชน้ําจากภาคสวนตาง ๆ ประมาณ
2,500 – 3,000 ลาน ลบ.ม. ดังนั้นการที่เข่ือนท้ัง 3 แหงถูกบริหารจัดการใหมีนํ้าใชการคงเหลือ 4,188
ลาน ลบ.ม. มีความเหมาะสมแลว โดยเขื่อนทั้ง 3 แหงมีพ้ืนที่วางสามารถรองรับนํ้าไดอีก 12,778 ลาน
ลบ.ม. ในขณะที่ปริมาณนํ้าไหลลงเขื่อนเฉล่ียท้ัง 3 แหง ตลอดฤดูฝนมีคาประมาณ 12,371 ลาน ลบ.ม.
แตดวยในป 2554 มีฝนตกมากผิดปกติ มีนํ้าไหลลงเขื่อนในชวงฤดูฝนรวมสูงถึง 25,212 ลาน ลบ.ม.
สามารถใชเขอ่ื นทงั้ 3 แหง เก็บกกั นํา้ ไวไ ดรวม 13,016 ลา น ลบ.ม. ชว ยลดปญ หาอทุ กภัยไดอ ยางมาก
สรปุ ปริมาณนํา้ ของเข่อื นภูมิพล,สิริกติ ิ์ และแควนอ ยบาํ รุงแดนในชวงฤดฝู น ป 2554 (ลา นลบ.ม.)
ปริมาณนาํ้ พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดฝู น
Inflow 1,654 2,227 3,186 6,576 6,082 4,396 1,091 25,212
Outflow 409 447 847 2,580 3,467 3,261 1,186 12,197
เกบ็ กักไว้ 1,245 1,780 2,339 3,996 2,616 1,135 - 95 13,016
ปริมาณนํ้าที่ระบายจากเข่ือนท้ัง 3 แหงตลอดฤดูฝน รวม 12,197 ลาน ลบ.ม. คิดเปน 30%
ของปริมาณนา้ํ ทไ่ี หลผา นสถานวี ัดนํ้า C.2 อําเภอเมอื ง จงั หวัดนครสวรรค ทง้ั นป้ี ญหาน้ําทวมที่เกิดข้ึนจากน้ํา
ลนตลิ่งเน่ืองจากมีปริมาณนํ้าท่ีไหลผานสูงเกินกวาความสามารถรับน้ําไดของลําน้ํา ในกรณีที่ทายเข่ือน
มีปรมิ าณนํา้ มากจะพยายามเกบ็ น้ําไวกอ น โดยพิจารณาระบายนํ้าเพียงเพื่อไมใหเกิดผลกระทบกับความม่ันคง
ของตัวเขอื่ นเทาน้นั
ปรมิ าณน้ําทา โดยปกตปิ รมิ าณน้าํ ในแมนํ้าเจาพระยาจะเกิดจากนํ้าจากแมน้ําปงที่สถานีวัดนํ้า
P.17 อําเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค รวมกับนํ้าจากแมนํ้านานท่ีสถานีวัดน้ํา N.67 อําเภอชุมแสง
จังหวัดนครสวรรค โดยปริมาณนา้ํ ทีว่ ัดไดท ี่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค จะมีคาใกลเคียงกับผลรวมของนํ้า
จากสถานี P.17 และ N.67 แตในป 2554 ปริมาณนํ้าในแมนํ้ายมมีมากระดับนํ้าสูงเกิดนํ้าไหลบาลัดมาลง
แมน้ํานา นกอนถงึ จดุ บรรจบกบั แมน ํา้ ปง เน่ืองจากเปนการไหลบาเปนหนา กวางไมส ามารถวัดปริมาณได จึงใช
การเปรียบเทียบผลรวมของน้ําจากสถานีวัดนํ้า P.17 กับ N.67 เปรียบเทียบกับปริมาณน้ําท่ีสถานีวัดนํ้า
C.2 ประมาณการวานํ้าที่สถานี C.2 มากกวาผลรวมของน้ําจากสถานี P.17 กับ N.67 คือ ปริมาณน้ําบา
69
จากแมนํ้ายม จะเห็นวาปริมาณนํ้าท่ีสถานีวัดนํ้า C.2 เพ่ิมข้ึนเน่ืองจากมีน้ําไหลบาจากแมน้ํายมต้ังแต
ปลายเดอื นสิงหาคม และเพิ่มมากขึ้นเร่ือย ๆ สูงสุดประมาณปลายเดือนกันยายนถึงตนเดือนตุลาคม ซึ่งเปน
ชว งท่ปี รมิ าณนํา้ ในลุมนํ้ายมตอนลา งมปี ริมาณนํ้าสงู สดุ ( สถานวี ดั นา้ํ Y.5 อําเภอโพทะเล จงั หวดั พิจิตร เร่ิมมี
ปริมาณนํ้าสูงสุด เม่ือวันท่ี 28 กันยายน โดยมีอัตราน้ําบาสูงสุดประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที ในวันท่ี 29
กนั ยายน แลวลดลงชา ๆ เหลอื ประมาณ 1,500 ลบ.ม./วนิ าที ในวันที่ 17 ตุลาคม ซ่ึงเห็นวาสาเหตุท่ีทําให
ปริมาณน้ําทนี่ ครสวรรคส งู ขึ้นมากคอื นํ้าบาจากแมน้ํายม หากสามารถตัดยอดนํ้าสวนนี้ไดจะลดยอดนํ้าสูงสุดที่
จังหวัดนครสวรรคไดมาก กราฟแสดงผลรวมของน้ําจากสถานี P.17 และ N.67 น้ําท่ีสถานี C.2
และนํ้าบาจากแมนาํ้ ยมแสดง ในรูปที่ 4-2
กราฟแสดงปรมิ าณน�าํ P17+N67 ,C2 และนํา� บา่ จากแม่นา�ํ ยม
5,000 น�ําบ่าจากแม่นา�ํ ยม C2 P17+N67
4,500
4,000
3,500
ป ิรมาณ �นํา - ลบ.ม. / ิวนา ีท 3,000
2,500
2,000
1,500
1,000
500
0
1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 มิ.ย.
24 ิม.ย.
8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 มี.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.
รปู ท่ี 4-2 กราฟแสดงผลรวมของน้ําจากสถานี P.17, N.67, C.2 และน้าํ บา จากแมน้ํายม
สําหรับปญหาน้ําทวมพื้นท่ีตอนลางปริมาณนํ้าท่ีไหลมายังเขื่อนเจาพระยาประกอบดวย
ปริมาณน้ําจากนครสวรรคที่สถานีวัดน้ํา C.2 และปริมาณนํ้าจากแมน้ําสะแกกรัง เม่ือน้ําเดินทางมายังเข่ือน
เจาพระยาจะถูกแบงรับนํ้าเขาระบบชลประทานน้ําสวนที่เหลือจะไหลผานเขื่อนเจาพระยาท่ีสถานีวัดนํ้า C.13
ลงสูจังหวัดสิงหบุรีที่สถานีวัดนํ้า C.3 และจังหวัดอางทองที่สถานีวัดนํ้า C.7A ปริมาณนํ้ารายเดือนท่ีสถานี
วดั นา้ํ ตา ง ๆ สรปุ ไดด ังน้ี
70
ตารางสรปุ ปริมาตรน้ําต้ังแตจ ังหวัดนครสวรรคล งมาในชว งฤดูฝน ป 2554
สถานี ลุม นํา้ ตําแหนง สถานี ปริมาณนํ้า (ลานลบ.ม.)
ตัวแทน อาํ เภอ จงั หวดั พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมฤดูฝน
C.2 เจาพระยา เมอื ง นครสวรรค 2,245 2,899 3,214 5,422 9,371 11,606 6,007 40,763
Ct2A สะแกกรงั เมอื ง อทุ ยั ธานี - 162 23 71 1,055 1,772 563 3,647
2,245 3,061 3,237 5,493 10,426 13,378 6,570 44,409
รวม C2และCt2A
รบั น้ําเขา ระบบชลประทาน 770 1,104 1,055 1,265 1,274 1,935 620 8,023
เข่อื นเจาพระยา
ชยั นาท 1,379 1,860 2,185 4,220 8,333 9,448 5,806 33,231
C.13 เจาพระยา สรรพยา
C.3 เจาพระยา เมอื ง สงิ หบ ุรี 1,520 2,185 2,443 4,208 7,084 7,680 5,661 30,782
C.7A เจาพระยา เมอื ง อางทอง 1,155 1,746 1,937 4,054 6,462 7,034 5,536 27,925
ปญหาอุทกภัยในลุมน้ําเจาพระยาตอนลางมีสาเหตุหลักจากมีปริมาณน้ําที่ไหลในแมนํ้า
เจาพระยามากกวาความสามารถรับน้ําไดของลํานํ้าเปนเวลานาน ถึงแมใน ป 2554 ปริมาณน้ําที่ไหลผาน
สถานีวดั น้าํ C.2 จะไมมากเทา ป 2538 และ ป 2549 แตระยะเวลาทม่ี ีปริมาณนํา้ มากไหลผาน นานกวามาก
ใน ป 2554 มีปริมาณน้ําไหลผานนครสวรรคตลอดฤดูฝนรวม 40,763 ลาน ลบ.ม. มากวา ป 2538
ประมาณ 11,587 ลาน ลบ.ม. และมากกวา ป 2549 ประมาณ 9,018 ลาน ลบ.ม. กราฟแสดงปริมาณ
นาํ้ ไหลผานสถานี C.2 ในปตาง ๆ แสดงในรปู ท่ี 4-3
รูปท่ี 4-3 กราฟแสดงปริมาณนา้ํ ไหลผา นสถานี C.2 ในปตา งๆ
71
ป 2554 มีน้ําจากแมน้าํ สะแกกรงั ไหลลงแมน้ําเจา พระยา ป 2554 รวม 3,647 ลาน ลบ.ม.
ไหลรวมกับน้ําจากจังหวัดนครสวรรคมาท่ีเขื่อนเจาพระยารวม 44,409 ลาน ลบ.ม. แบงรับเขาระบบ
ชลประทานรวม 8,023 ลา น ลบ.ม. น้าํ ไหลผา นเขอื่ นเจาพระยา 33,231 ลาน ลบ.ม. มีนํ้าไหลผานจังหวัด
สงิ หบรุ ี 30,782 ลาน ลบ.ม. และมนี ํ้าไหลผานจงั หวัดอางทอง 27,925 ลาน ลบ.ม.
การเกดิ มหาอุทกภัยในป 2554 สาเหตุหลักคือน้ําที่กัดเซาะคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยาขาด
13 แหง มีไหลบาเขาทุงฝงตะวันออกแลวไหลบาลงไปเออลนตลิ่งแมนํ้าปาสัก ซ่ึงเกิดขึ้นในเดือนกันยายนถึง
เดอื นพฤศจิกายน คิดเปนปริมาณน้ําไหลบาเขาทุงในชวงระหวางจังหวัดนครสวรรคถึงเขื่อนเจาพระยา 2,958
ลาน ลบ.ม. ชวงระหวา งเขอ่ื นเจาพระยาถึงจังหวดั สงิ หบ รุ ี 3,162 ลาน ลบ.ม. และชวงระหวางจังหวัดสิงหบุรี
ถึงจังหวัดอางทอง 1,392 ลาน ลบ.ม. รวมท้ังส้ิน 7,512 ลาน ลบ.ม. ซ่ึงหากรวมกับปริมาณนํ้าท่ีเกิดจาก
ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ฝงตะวันออกเหนือแมน้ําปาสักท้ังหมดประมาณ 1.5 ลานไร ฝนเฉล่ียภาคกลางตั้งแต
เดือนสงิ หาคมถงึ ตุลาคมรวม 611 มม. รวมกับปริมาณนํ้าท่ีทวมพื้นท่ีฝงซายของคลองชัยนาท – ปาสักในเขต
จังหวัดลพบุรีทั้งหมดไมต่ํากวา 1,000 ลาน ลบ.ม. รวมปริมาณนํ้าในทุงฝงตะวันออกอาจมีมากถึง 8,500
ลาน ลบ.ม. น้ําดังกลาวไหลบามาสะสมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไดยกตัวสูงขึ้นรวมกับนํ้าจากแมน้ําปาสัก
ที่ไหลผานเขื่อนพระรามหกไดไหลขามแมน้ําปาสักลงสูทุงฝงตะวันออกตอนลางเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจ
สรางความเสียหายอยา งมากใหก บั ประเทศ
ตารางสรุปปรมิ าตรน้ําตงั้ แตจ ังหวัดนครสวรรคลงมาในชวงชวงเดอื นกันยายน -พฤศจกิ ายน 2554
สถานี ลมุ น้ํา ตําแหนง สถานี ปริมาณนํ้า (ลานลบ.ม.)
ตัวแทน อาํ เภอ จงั หวัด ก.ย. ต.ค. พ.ย. รวมก.ย.-พ.ย. นา้ํ บาเขา ทงุ
C.2 เจา พระยา เมอื ง นครสวรรค 9,371 11,606 6,007 26,983
Ct2A สะแกกรงั เมอื ง อุทัยธานี 1,055 1,772 563 3,390
รวม C2และCt2A 10,426 13,378 6,570 30,373
รบั นํ้าเขา ระบบชลประทาน 1,274 1,935 620 3,829
เขอื่ นเจาพระยา
C.13 เจา พระยา สรรพยา ชัยนาท 8,333 9,448 5,806 23,587 2,958
สิงหบ รุ ี 7,084 7,680 5,661 20,425 3,162
C.3 เจา พระยา เมอื ง
C.7A เจา พระยา เมือง อา งทอง 6,462 7,034 5,536 19,032 1,392
รวมนํ้าบาเขาทุง 7,512
สําหรับสาเหตุท่ีทําใหเกิดนํ้าทวมในพื้นท่ีฝงตะวันตกตอนลาง เกิดจากปริมาณนํ้าในแมนํ้า
เจา พระยารวมกับนา้ํ จากแมน้ําปาสัก ไหลมาท่ีอําเภอบางไทรสูงกวา 3,500 ลบ.ม./วินาที ต้ังแตวันที่ 5 ตุลาคม
และสูงสุด 3,860 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 15 ตุลาคม กราฟแสดงปริมาณน้ําเฉลี่ยไหลผานสถานี C.29 อําเภอ
บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงในรูปท่ี 4-4 เม่ือน้ําไหลลงมาถึงจังหวัดปทุมธานีไดกัดเซาะคันกั้นนํ้าริม
แมนํ้าเจาพระยาฝงตะวันตกท่ีอําเภอสามโคกขาด 13 แหง เมื่อวันท่ี 15 ตุลาคม แผนท่ีแสดงชองขาด
ฝงตะวันตก 13 แหงแสดงในรูปท่ี 4-5 ในขณะนั้นการบริหารจัดการน้ําจะสั่งการโดย ศูนยปฏิบัติการชวยเหลือ
ผูประสบอุทกภัย ( ศปภ. ) ประกอบกับปญหาน้ําทวมมีผลกระทบรุนแรงเกิดข้ึนในทุงฝงตะวันออก จึงยังไมมี
ขอสง่ั การใหแกไขปญ หาชองขาดดานฝงตะวันตก ทําใหมีนํ้าไหลทะลักเขาทวมทุงฝงตะวันตกบริเวณโครงการสงน้ํา
และบาํ รุงรกั ษาเจาเจ็ดบางย่ีหน โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระยาบันลือและโครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระ
พิมลเปนบริเวณกวาง ตอมา ศปภ. ไดมอบหมายใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับผิดชอบแกไขปญหานํ้าทวม
ฝงตะวันตก เม่ือวันท่ี 31 ตุลาคม กรมชลประทานจึงไดระดมกําลังและจางผูรับเหมาเรงเขาซอมแซมชองขาด
แลว เสร็จทั้งหมดในวนั ท่ี 13 พฤศจิกายน มีนํา้ ไหลเขาทว มทุงฝง ตะวนั ตกตอนลา งเกือบเต็มพ้ืนที่
72
ปริมาณน�าํ เฉลี�ยรายวันเปรียบเทยี บสถานี C.29 แมน่ าํ� เจ้าพระยา ทศี� ูนย์ศลิ ปาชีพบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรอี ยุธยา
5,000 ปี 2551 ปี2552 ปี 2553 ปี 2554
4,500
4,000 ระดบั +3.40 ม.(รทก.)
3,500
ปริมาณ ํ�นา - ลบ.ม. / วินา ีท3,000
2,500
2,000
1,500
1,000
500
0
1 เม.ย.
11 เม.ย.
21 เม.ย.
1 พ.ค.
11 พ.ค.
21 พ.ค.
31 พ.ค.
10 ิม.ย.
20 ิม.ย.
30 ิม.ย.
10 ก.ค.
20 ก.ค.
30 ก.ค.
9 ส.ค.
19 ส.ค.
29 ส.ค.
8 ก.ย.
18 ก.ย.
28 ก.ย.
8 ต.ค.
18 ต.ค.
28 ต.ค.
7 พ.ย.
17 พ.ย.
27 พ.ย.
7 ธ.ค.
17 ธ.ค.
27 ธ.ค.
6 ม.ค.
16 ม.ค.
26 ม.ค.
5 ก.พ.
15 ก.พ.
25 ก.พ.
6 ีม.ค.
16 ีม.ค.
26 ีม.ค.
รปู ท่ี 4-4 กราฟแสดงปรมิ าณน้ําเฉลีย่ ไหลผา นสถานี C.29 อาํ เภอบางไทร จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
รปู ท่ี 4-5 แผนทแี่ สดงชองขาดฝงตะวันตก 13 แหง
73
4.2 สาเหตุของการเกิดน้าํ ทวม ป 2554
สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดนํ้าทวม ป 2554 ท่ีเกิดจากปริมาณน้ํามากและภูมิสังคม
ไดดังนี้
1 ) ประเทศไทยมีฝนตกตอเนื่องตั้งแตเดือนมีนาคม 2554 เปนตนมา จากอิทธิพลของ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต รองความกดอากาศต่ําที่พาดผานและพายุโซนรอน จํานวน 5 ลูก มีฝนตกมาก
ผิดปกติ โดยปริมาณฝนสะสมตั้งแต 1 มกราคม – 31 ตุลาคม ในพ้ืนที่ภาคเหนือมีฝนสะสม 1,674
มิลลเิ มตรสงู กวา คาเฉล่ยี ระยะยาว 30 ป ณ เวลาเดยี วกนั ถงึ 42 % และสงู กวาฝนสะสมท้งั ปส งู สุดนับต้ังแต
กรมอุตุนิยมวิทยาไดเร่ิมเก็บขอมูลสถิติฝน ฝนสะสมท้ังปสูงสุดเคยเกิดใน ป 2496 มีฝนรวม 1,600
มลิ ลิเมตร และในภาคกลาง มีฝนสะสม 1,508.6 มิลลเิ มตร สงู กวา คา เฉลีย่ ระยะยาว 30 ป 26 %
2 ) ดวยเคร่ืองมือที่จํากัดทําใหการคาดการณปริมาณฝนท่ีตกของกรมอุตุนิยมวิทยาทําได
ในภาพกวาง ไมสามารถพยากรณกําหนดพื้นท่ีเฉพาะเจาะจงวาบริเวณใดจะมีฝนตกหนัก ปริมาณเทาใด
การพยากรณลวงหนาระยะปานกลางทําไดเพียงการพยากรณเปนรายภาคมีฝนตกแตกตางคาปกติมากนอย
เทาใด มีการคาดการณเปนปริมาณเปนรายเดือน แตไมสามารถคาดการณไดวาจะตกในพ้ืนท่ีใด เวลาไหน
จํานวนเทาใด ไมสามารถพยากรณการเกิดพายุหมุนเขตรอนที่จะเคลื่อนตัวเขามามีอิทธิพลทําใหเกิดฝนตก
หนักในประเทศไทย มีจํานวนเทาใด กระทบกับพื้นที่บริเวณไหน ปริมาณเทาใด ทําใหไมสามารถประมาณ
การปริมาณนํ้าท่ีจะเกิดในแตละชวงเวลาไดแมนยํา การบริหารจัดการนํ้าจึงทําไดเพียงอาศัยสถิติท่ีเคยเกิดขึ้น
ในอดีตเปนแนวทางในการบริหารจัดการนํ้า ซึ่งผลท่ีเกิดใน ป 2554 แตกตางจากอดีตโดยสิ้นเชิง มีฝนตก
มากกวา สถติ ิทีเ่ คยเกบ็ มา ไมมีการทิ้งชว งในกลางเดอื นมถิ นุ ายนถึงกลางเดอื นกรกฎาคมท่ีเคยเกดิ ตามปกติ
3 ) เคร่ืองมือท่ีใชในการบริหารจัดการนํ้ามีจํากัดมีเพียงเขื่อนขนาดใหญ 4 แหง ไดแก
เข่อื นภมู พิ ล เขอื่ นสิริกิติ์ เขอ่ื นแควนอยบํารุงแดน และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ ถึงแมจะใชเก็บกักชะลอน้ําท่ีเกิด
จากฝนตกดานเหนือเข่ือนไวไดจํานวนหนึ่ง แตเน่ืองจากปริมาณน้ําไหลลงเขื่อนในป 2554 มีมากที่สุดต้ังแต
เร่ิมกักเก็บนํ้า ในชวงปลายฤดูฝนมีนํ้าเกือบเต็มและมีแนวโนมวาจะมีนํ้าไหลลงเข่ือนอีกมาก เพ่ือรักษา
ความมั่นคงของตัวเข่ือนจึงจําเปนตองระบายนํ้าลงมาในขณะที่ดานทายนํ้ามีปญหาน้ําทวมอยู นอกจากนี้
ในลมุ น้าํ ยม มปี รมิ าณนา้ํ ทา ใน ป 2554 มากกวา 14,000 ลา น ลบ.ม. ไมมีเขื่อนเก็บกักนํ้าขนาดใหญไวเก็บ
ชะลอน้ํา รวมถึงระบบระบายนํ้าหรือระบบชลประทานที่ใชบริหารจัดการน้ําในลุมนํ้าเจาพระยามีไมเพียง
พอท่ีจะรองรบั ปริมาณน้าํ ท่ีเกดิ ขน้ึ ได
4 ) การเปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดิน ในลุมเจาพระยาตอนลางโดยธรรมชาติเปนพื้นที่
ลุมต่ํา ในอดีตมีน้ําทวมทุกป แมนํ้าเจาพระยาในแตละชวงมีขนาดรับน้ําไดไมเทากัน เม่ือมีน้ําหลากมามาก
ไหลถึงคอคลอด นํ้าจะเออลนเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ํา แตปจจุบันมีประชาชนเขาไปอยูอาศัยในพ้ืนท่ีลุมตํ่า
หรือบางแหงมีโรงงานอุตสาหกรรมไปปลกู สรา งแลวสรา งกําแพงปองกันน้ําทวมไว บริเวณรมิ แมนํ้าเจาพระยาที่
มีชุมชนเมืองต้ังอยูหรือเปนพ้ืนท่ีเศรษฐกิจจะมีการกอสรางคันปองกันน้ําทวมตลอดลําน้ําตั้งแตจังหวัด
นครสวรรคจนถึงปากอาวไทย เมื่อปริมาณน้ําในลําน้ํามีมากจะยกระดับเพิ่มสูงข้ึนจากในอดีตมาก ทําใหเกิด
น้ําลนคันก้ันน้ําและกัดเซาะคันก้ันนํ้าขาดเกิดนํ้าไหลทะลักเขาทวมพ้ืนที่ลุมต่ํา อีกท้ังระดับนํ้าที่สูงมากเมื่อถูก
กัดเซาะขาด การเขาไปซอมแซมปดชองขาดทําไดยากตองใชเวลา ซ่ึงกวาจะซอมแซมไดนํ้าที่ไหลบาเขาไปใน
พืน้ ทม่ี ีจาํ นวนมากแลว
5 ) การขัดแยงทางแนวความคิดของประชาชนท่ีไดรับผลกระทบน้ําทวมนอกคันก้ันนํ้า
กับในคันกั้นนํ้า เม่ือผูที่อาศัยอยูนอกคันก้ันถูกนํ้าทวมเปนเวลานาน มีความเดือดรอนในเร่ืองการพักอาศัย
การกินอยู จะมีความรูสึกเปรียบเทียบกับประชาชนที่อาศัยอยูหลังคันกั้นนํ้า ซ่ึงไมไดรับผลกระทบอะไร
74
หลงั จากทคี่ นั กน้ั นาํ้ ขาดหนวยงานภาครัฐจะเรงซอมแซม จึงไดรับการตอตานดวยเหตุผลท่ีวาควรจะตองถูกน้ํา
ทวมเหมือนกันและเชื่อวาหากระบายน้ําเขาไปในทุงแลวระดับน้ําดานนอกคันก้ันนํ้าจะลดลงเขาสูภาวะปกติได
เร็วข้ึน จึงเปนเหตุใหสถานการณน้ําทวมขยายวงกวางและเพิ่มความรุนแรงของอุทกภัยมากขึ้นอยางรวดเร็ว
และไมสามารถควบคุมสถานการณไ ดตองปลอ ยใหอุทกภัยขยายพ้ืนที่ออกไปเรื่อย ๆ
6 ) คลองระบายนาํ้ ถกู ประชาชนบุกรุกปลูกสรางท่ีอยูอาศัยทําใหประสิทธิภาพการระบายน้ํา
ลดนอยลงมาก เมื่อมีปริมาณนํ้ามากทําใหนํ้าเออลนและไหลไดชา เชน คลองระบายนํ้าในเขต กทม. ซ่ึงหาก
คลองระบายนา้ํ สามารถระบายน้ําไดดีปญหานํ้าทวมทุงฝงตะวันออกจะลดนอยลง และระยะเวลาที่ถูกน้ําทวม
ไมน านความเสยี หายจะลดลงอยา งมาก
7 ) บางชวงเวลามคี วามขดั แยง ในการบรหิ ารจดั การนํา้ ของหนวยงานทีเ่ กี่ยวของ
4.3 แนวทางปองกันอุทกภยั ป 2560
1 ) การคาดการณสภาวะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยายังไมสามารถลงรายละเอียดได
มากกวาในอดีต แตมีการต่ืนตัวในเรื่องของการเตือนภัยมากข้ึน หากรัฐบาลเห็นความสําคัญในเรื่องของ
สถานการณน้าํ ทว ม ควรพจิ ารณาใหก รมอตุ นุ ิยมวิทยามอี ุปกรณสําหรับใชใ นการคํานวณพยากรณ ในขอบเขต
ที่ละเอียดขน้ึ เนอ่ื งจากปจ จุบนั การคาํ นวณสภาพอากาศมีความละเอียดที่ 18 x 18 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะทํา
ใหการคาดการณฝนไดถูกตองแมนยําและมีขอมูลชัดเจนกวาปจจุบันมาก หนวยงานที่เกี่ยวของสามารถ
นาํ ไปใชป ระกอบการวางแผนบรหิ ารจัดการนาํ้ ไดดยี ิ่งข้นึ
2 ) การปรับปรุง ซอมแซม ระบบชลประทานและคันกั้นนํ้าใหสามารถใชงานไดดียิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการปรับปรุงคนั ก้นั นาํ้ ใหแ มนาํ้ เจาพระยาสามารถรบั น้ําไดมากข้ึน หากมปี รมิ าณน้ํามามากเหมือน ป
2554 จะไมมีปญหาน้ําเออ ลนคนั ก้ันนาํ้ เหมือน ป 2554
3 ) การปรับปรุงเกณฑการบริหารจัดการน้ําของเข่ือนใหม โดยเนนการปองกันอุทกภัย
มากข้นึ รวมทั้งมกี ารบรหิ ารจัดการนํา้ ตามเกณฑก ารบรหิ ารจดั การน้าํ ตลอดเวลา หากมีฝนตกหนักปริมาณนํ้า
ที่ไหลลงเขื่อนมีจํานวนมากเหมือน ป 2554 จะชวยใหในชวงนํ้าหลากมาก ๆ เขื่อนทั้ง 4 แหง จะมีพ้ืนท่ี
รองรับน้ําเพ่ิมข้ึน จะมีปริมาณนํ้าใกลเต็มเขื่อนเหมือนเดิมแตปริมาณนํ้าท่ีระบายในชวงน้ําหลากมาก ๆ
จะลดลงมาก
4 ) ปรบั ปรุงการบริหารจัดการนา้ํ
( 1 ) พัฒนาเคร่ืองมือที่ชวยในการพยากรณนํ้า ในภาพรวมของลุมเจาพระยาใหญ
ใหเหน็ ภาพรวมของลุมน้ําท่ีเก่ียวของทั้งหมด จะชวยใหสามารถคาดการณน้ําไดดีข้ึน สามารถนํามาชวยเสริม
การเตือนภัยในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมนํ้าตาง ๆ จากเดิมที่อาศัยสถิติความสัมพันธของสถานีวัดนํ้าบริเวณเหนือ
พื้นท่ีชุมชุนกับสถานีวัดนํ้าในเขตชุมชน เปนเครื่องมือแจงเตือนภัย จะทําใหมีความแมนยําข้ึนท้ังในเร่ือง
ปริมาณน้ําและระยะเวลา ประชาชนจะมีความมั่นใจและเตรียมพรอมรับสถานการณไดดีกวาเดิม สําหรับ
พ้ืนที่ตอนลางซึ่งเดิมมีระบบโทรมาตรเพื่อการเตือนภัยลุมนํ้าเจาพระยา ซึ่งสามารถใชเตือนภัยไดระดับหน่ึง
เมือ่ พฒั นาระบบเชื่อมโยงขอ มูลระบบโทรมาตรท้งั 10 ลมุ นํ้าท่ีเกี่ยวของ จะทําใหขอมูลที่เขาสูระบบพยากรณ
มีความถกู ตองและละเอยี ดข้ึน ผลการพยากรณส ภาพนํ้าทา จะถกู ตองและสามารถใชเ ตอื นภัยไดแมนยาํ ขึน้
( 2 ) การนําการจัดระบบปลูกขาวใหมมาใช ถาเกษตรกรเห็นความสําคัญ
และใหความรวมมือจะทําใหมีพื้นท่ีรับน้ํานองเพิ่มมากข้ึน การบริหารจัดการนํ้าจะสอดคลองกับธรรมชาติ
ของพ้ืนท่ีลุมนา้ํ เจา พระยากรณมี ีปริมาณนํา้ มากเหมอื น ป 2554 รัฐบาลควรเห็นความสําคัญที่จะใชพื้นท่ีลุมต่ํา
รับนํ้านองมาชวยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย แตการสรางความมั่นใจในเร่ืองของคาชดเชยพิเศษและ
75
ขอตกลงท่ีจะใหเกษตรกรมีรายไดมั่นคงโดยในแตละปสามารถปลูกได 2 ครั้ง รัฐบาลจําเปนตองกําหนด
นโยบายใหชัดเจนโดยเร็ว รวมทั้งการพัฒนาระบบชลประทานหรือระบบระบายน้ํา ใหสามารถปองกัน
ความเสียหายที่จะเกิดกับการปลูกขาวคร้ังที่ 2 เชน กรณีการเพ่ิมความสามารถการระบายนํ้าของแมน้ํายม
บริเวณใตอําเภอเมืองจังหวัดสุโขทัยลงไปใหสามารถรับน้ําไดไมตํ่ากวา 500 ลบ.ม./วินาที จะทําใหเกษตรกร
มีความเชื่อม่ันและใหความรวมมือกับภาครัฐในการบริหารจัดการน้ํามากยิ่งขึ้น จําเปนตองเรงรัดดําเนินการ
ใหไ ดโดยเรว็
( 3 ) กรณีเรงดวน หาก ป 2560 มีปริมาณนํ้าหลากในลุมน้ําเจาพระยาเหมือน
ป 2554 ใหมีการแบงรับน้ําเขาทุงเจาพระยาตอนลางทั้ง 2 ฝง เพ่ือเปนการเพ่ิมพ้ืนท่ีรับนํ้า ปริมาณนํ้า
ท่ีไหลเขาทุงฝงตะวันออกจะไมมาก เมื่อน้ําไหลมารวมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะไมยกระดับสูงจนเออลน
ไปรวมกับนํ้าจากแมนํ้าปาสักแลวลนเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจได อีกท้ังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท
และกรมชลประทาน ไดซอมแซมปรับปรุงคันกั้นนํ้าบริเวณใตแมนํ้าปาสัก ใหม่ันคงแข็งแรงและยกระดับข้ึน
0.70 – 1.00 เมตร จะเปนสิ่งยืนยันไดวาจะไมมีน้ําไหลเขาทวมพ้ืนที่เศรษฐกิจดานฝงตะวันออกของแมน้ํา
เจาพระยา เหมือนป 2554 อีก รัฐบาลไดกําหนดนโยบายในการเยียวยาเกษตรกรและประชาชนท่ีอาศัยใน
พื้นท่ีลุมต่ําชัดเจน เพ่ือท่ีผูไดรับผลกระทบจะไดใหความรวมมือในการดําเนินการ รวมท้ังใหความรูกับ
ประชาชนท่ีไดรับผลกระทบจากนํ้าทวมใหเขาใจวิธีการบริหารจัดการน้ําไมใหเกิดความขัดแยงระหวางผูท่ีถูก
และไมถ ูกน้ําทวม และไมขัดขวางการปฏิบัติงานของหนวยงานราชการที่รับผิดชอบการแกไขปญหาน้ําทวมใน
แตล ะพ้ืนที่
( 4 ) การบริหารจัดการน้ําใน ป 2554 รัฐบาลไดต้ังหนวยงานข้ึนมารับผิดชอบใน
ลักษณะของ Single Command ในรูปของคณะกรรมการและมีหนวยงานปฏิบัติไดแกคณะกรรมการ
นโยบายนํ้าและอุทกภัยแหงชาติ ( กนอช. ) มีนายกรัฐมนตรีเปนประธานมีหนาที่อนุมัติแผนและกําหนดการ
ดาํ เนนิ งานในการแกไขปญ หาอุทกภยั ของชาติ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอทุ กภัย กบอ.) มีรัฐมนตรี
กระทรวงวิทยาศาสตรเปนประธาน มีหนาที่กําหนดนโยบายในการจัดทําแผนและการบริหารจัดการน้ํา
เสนอแนะการปฏิบัติงานและการบริหารงบประมาณในการดําเนินการปองกันและแกไขปญหาอุทกภัย และมี
สํานักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยแหงชาติ ( สบอช. ) เปนหนวยปฏิบัติในการบริหาร
กํากบั ตดิ ตาม การดาํ เนินงานของหนวยงานทเ่ี กีย่ วขอ ง ซ่งึ จะทําใหการบรหิ ารจดั การน้ําในภาพรวมมีทิศทาง
เดียวกันทั้งประเทศ แตใน ป 2560 ไมมีหนวยงานรับผิดชอบในลักษณะของ Single Command
กรมชลประทานตองบริหารจัดการนํ้าตามอํานาจหนาท่ีของกรมชลประทานภายใตคณะอนุกรรมการติดตาม
และวเิ คราะหแนวโนมสถานการณนา้ํ กรมชลประทาน โดยกรมชลประทานไดจัดตั้งอาคารศูนยปฏิบัติการน้ํา
อัจฉริยะเพ่ือชวยในการตดิ ตามสถานการณสภาพอากาศ สถานการณฝน และปริมาณนํ้าทา ปริมาณน้ําในอาง
เกบ็ นํา้ ตลอดเวลา ใหมคี วามรวดเรว็ ในการแจง เตอื นและการประชาสมั พนั ธ
การดําเนินการใน ป 2560 กรณีปริมาณนํ้าเหมือน ป 2554 หากดําเนินการทุกมาตรการ
ที่กลาวมา จะชวยใหไมเกิดปญหาอุทกภัยรุนแรงเทา ป 2554 แตยังคงมีพื้นที่ที่จะตองไดรับผลกระทบบาง
ซงึ่ รัฐบาลตองกําหนดมาตรการบริหารจัดการนํ้าใหเปนรูปธรรม รวมท้ังกําหนดนโยบายชวยเหลือผูท่ีจะไดรับ
ผลกระทบใหเหมาะสม เพื่อใหเกษตรกรและประชาชนเหลาน้ันมีความเชื่อมั่นและใหความรวมมือกับการ
ปฏบิ ัติงานของรัฐบาลอยางจรงิ จังตอ ไป
76
4.4 วิเคราะหแ นวทางการบรหิ ารจัดการนาํ้ ทเ่ี ข่ือนเจา พระยา
เนื่องจากปริมาณนํ้าที่มีปญหาเกิดลนตล่ิงกัดเซาะคันกั้นนํ้าตอนบนขาดที่อัตราการไหล
3,600 ลบ.ม./วินาที และดานทายเข่ือนเจาพระยาจะเร่ิมมีปญหาน้ําลนตล่ิงที่อัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที
ซ่ึงตงั้ สมมตุ ิฐานวาระบบชลประทานสามารถรบั น้ําไดเ ตม็ ศักยภาพท่ี 740 ลบ.ม./วินาที ถาจะไมใหเกิดน้ําลน
ตล่ิงดานทายเข่ือนเจาพระยา ปริมาณน้ําจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจากสะแกกรัง ตองไมเกิน 3,540
ลบ.ม/วินาที เมอื่ นาํ ขอมลู ปรมิ าณนํ้าที่สถานี C.2 และ Ct.2A มาพิจารณา ประกอบกับการบริหารจัดการ
แกมลิงตอนลางของแมนํ้ายมดวยแลว จะมีนํ้าไหลลงมาถึงเขื่อนเจาพระยามากกวา 3,540 ลบ.ม./วินาที
ระหวา งวันที่ 4 – 20 ตุลาคม รวม 17 วัน ยอดนํ้าสวนเกินรวม 365 ลาน ลบ.ม. จะสามารถใชแกมลิง
ตอนลางของลุมน้ําเจาพระยาซึ่งมีพ้ืนท่ีท้ังหมดประมาณ 1,329 ตารางกิโลเมตร แบงรับนํ้าไวไดโดยไมเกิด
ปญหาน้ําทวม แตใน ป 2554 ปริมาณน้ําจากนครสวรรครวมกับนํ้าจากสะแกกรังมีคาเกิน 3,540 ลบ.ม./วินาที
ตั้งแตวันท่ี 12 กันยายน – 3 พฤศจิกายน รวมปริมาณนํ้า 5,532 ลาน ลบ.ม. ( น้ําบาทุงฝงตะวันออก ป 2554
รวม 7,500 ลาน ลบ.ม. มากกวาที่คํานวณเน่ืองจากไมสามารถปดชองขาดโดยที่ระบบชลประทานยังสามารถ
รับนํ้าไดเต็มศักยภาพตลอดเวลา ) กราฟแสดงปริมาณนํ้าที่สถานี C.2 รวมกับนํ้าจากแมน้ําสะแกกรัง ป 2554
ดงั รปู ที่ 4 -6 เกินกวาการบรหิ ารจดั การนํ้าปรกติจะรองรับไดอ าจจะตอ งหาชอ งทางรบั นํา้ เขาทุง
ปริมาณน�าํ ไหลผา่ น ท�ีสถานี C.2 แม่นํ�าเจ้าพระยา ท�ีค่ายจิระประวตั ิ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
6,000
สะแกกรัง C2 สะแกรัง+C2
5,000
12 ก.ย. 2 พ.ย.
ป ิรมาณ �นํา - ลบ.ม. / ิวนา ีท 4,000 ปริมาณนา�ํ 3,540 cms.
3,000
2,000
1,000
0
1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 ิม.ย.
24 ิม.ย.
8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 ีม.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.
รูปที่ 4-6 กราฟแสดงปริมาณนํ้าทส่ี ถานี C.2 รวมกับนาํ้ จากแมน ํ้าสะแกกรงั ป 2554
สามารถตัดยอดนํ้าหลากแบงน้ําเขาพื้นที่ชลประทานที่ไดจัดระบบปลูกขาวใหม
ที่กาํ หนดใหเก็บเกี่ยวแลวเสร็จทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ทุงฝงตะวันออกมีพื้นท่ีชลประทานในเขตโครงการ
มโนรมย ชองแค โคกกะเทียม เริงราง และมหาราช และฝงตะวันตก มีพื้นที่ชลประทานในเขต
โครงการพลเทพ ทุงวัดสิงห ทาโบสถ สามชุก ดอนเจดีย โพธ์ิพระยา บรมธาตุ ชัณสูตร ยางมณี ผัก
ไห และบางบาล เน่ืองจากมีพื้นท่ีรับน้ํามาก น้าํ ที่ไหลบาเขาทวมพื้นที่การเกษตรเหลานี้จะมีระดับไมลึก
และในทุงฝงตะวันออกเมื่อนํ้าไหลลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมีปริมาณไมมากพอที่จะยกตัวให
77
สูงขึ้นแลวเออลนลงแมนํ้าปาสักไหลบาลงไปสรางความเสียหายใหกับพื้นที่เศรษฐกิจได เมื่อทุงดังกลาว
รับน้ําเขาไปในปริมาณที่ตั้งเปาไวแลวจะตองเรงระบายน้ําลงสูพื้นที่ตอนลางเรงระบายน้ําลงทะเลใหเร็ว
ที่สุด หลักการนี้รัฐบาลและกรมชลประทานไดดําเนินการเรงดวนกําหนดแผนเปนพื้นที่ลุมตํ่ารองรับน้ํา
หลากลุมนาํ้ เจาพระยาตอนลาง 12 ทุง 1.15 ลานไร ทาํ ใหนาํ้ ท่ีไหลจากแมนาํ้ ปาสักลงมารวมกับแมน้ํา
เจาพระยาแลวไหลไปที่อําเภอบางไทรจะลดลง เนื่องจากไมมีนํ้าสวนที่จะเออจากทุงตอนบนลงแมน้ํา
ปาสัก เม่ือน้ําไหลไปถึงจังหวัดปทุมธานีจะไมยกตัวกัดเซาะคันกั้นนา้ํ ขาดทั้ง 2 ฝงบริเวณอําเภอสามโคก
เหมือน ป 2554
ตามขอเท็จจรงิ ดงั กลา วขางตน จึงสามารถกําหนดแนวทางการจัดการนํ้าไดเปน 2 กรณี คอื
1 ) กรณีท่ีมีปริมาณนํ้าสามารถบริหารจัดการโดยใชเครื่องมือปจจุบันไดโดยไมมี
ผลกระทบ
( 1 ) ความสามารถของคันก้ันน้ําดานเหนือเขื่อนเจาพระยาสามารถรองรับปริมาณน้ํา
เหนอื ไดเ พยี ง 3,600 ลูกบาศกเมตรตอ วินาที รวมกับแมนาํ้ สะแกกรงั แลว ( 700 ลูกบาศกเ มตรตอวินาที )
( 2 ) ความสามารถของคันกั้นนํ้าดานทายเขื่อนเจาพระยารองรับการระบายน้ํา
2,800 ลกู บาศกเมตรตอวินาที
( 3 ) ความสามารถของระบบชลประทานฝงซายและฝงขวาเหนือเขื่อนเจาพระยา
รองรับการระบายนํ้ารวม 740 ลูกบาศกเ มตรตอ วินาที
ดังน้ัน ปริมาณน้ําท่ีสามารถบริหารจัดการไดโดยใชเคร่ืองมือท่ีมีอยูในปจจุบัน คือ
3,540 ลกู บาศกเมตรตอวนิ าที จงึ เปนไปไดวาอาจจะมีปริมาณน้าํ ท่ีไหลผาน C.2 เพยี งสายเดียว หรือมีแมนํ้า
สะแกกรงั ไหลมารวมอกี บางสวนกไ็ ดโ ดยไมม ผี ลกระทบ สามารถเขียนผงั การบรหิ ารจดั การไดตามรปู ที่ 4-7
78
รปู ท่ี 4-7 แนวทางการบรหิ ารจัดการโดยใชเ ครื่องมือปจ จุบันไดโดยไมม ผี ลกระทบ
2 ) กรณที ่มี ปี ริมาณน้าํ เทา กับ ป 2554
ในป 2554 มีปรมิ าณนํ้าไหลเขาสูเข่ือนเจาพระยา 4,600 ลูกบาศกเมตรตอวินาที รวมกับ
แมน าํ้ สะแกกรังอกี 700 ลกู บาศกเมตรตอวินาที ซ่ึงเกินกวาคันก้ันน้ําริมแมนํ้าเจาพระยาจะรองรับได ทําให
มีการแบงน้ําออกจากแมน้ําเจาพระยาตามชองทางตาง ๆ ใน ป 2554 บางสวนที่เหลือไมสามารถควบคุมได
มสี ภาพการรบั นาํ้ ผานชอ งทางตาง ๆ ดังแสดงในรูปที่ 4-8
79
รูปท่ี 4-8 การบรหิ ารจัดการน้าํ ตามสภาพจรงิ เม่ือ ป 2554
ในกรณีท่ีมีปริมาณนํ้าเหมือน ป 2554 เกิดขึ้นซํ้าในป 2560 กรมชลประทานจําเปนตอง
ดําเนินการบรหิ ารจดั การน้ําทีเ่ ขื่อนเจาพระยา โดยใชเครื่องมอื ท่มี อี ยใู นปจจุบนั ใหมีประสิทธิภาพสูงสุด หากมี
ปริมาณนํ้าไหลเขาสูเขื่อนเจาพระยา 4,600 ลูกบาศกเมตรตอวินาที รวมกับแมน้ําสะแกกรัง 700 ลูกบาศก
เมตรตอวินาที ซึ่งเกินกวาคันก้ันนํ้าริมแมนํ้าเจาพระยาจะรองรับได แตเนื่องจากคันกั้นน้ําริมแมนํ้าไดรับ
การปรับปรุงเรียบรอยแลว สามารถรองรับนํ้าได ดังน้ันจําเปนตองตัดยอดน้ําเขาทุงดานทายเข่ือนเจาพระยา
ท้ังฝงตะวันออกและตะวันตกไปจํานวนหน่ึง จะทําใหเกิดผลกระทบนอยกวา ป 2554 จึงไดกําหนด
แนวทางการบรหิ ารจัดการนํา้ ไวด ังรปู ท่ี 4 - 9
80
รปู ท่ี 4-9 แนวทางการบรหิ ารจดั การโดยใชเ คร่ืองมือปจ จุบนั กรณีมีนํา้ เทา กบั ป 2554
81
บทท่ี 5
การบริหารจัดการนํา้ หลากลมุ น้าํ เจาพระยา ป 2560
5.1 การดาํ เนนิ การตามแนวทางการปอ งกนั อทุ กภัยเรง ดว น ป 2560
หลังจากเหตุการณมหาอุทกภัยใน ป 2544 สิ้นสุดลง รัฐบาลไดกําหนดมาตรการในแกไข
ปญหาและปอ งกันอุทกภัยข้ึน ทั้งมาตรการที่ไดดําเนินการไปแลวสําเร็จ บางโครงการตองยกเลิกโครงการและบาง
มาตรการอยูระหวางดําเนินการ จึงทําใหการแกไขปญหาอุทกภัยยังไมสามารถปองกันไดสมบูรณ เน่ืองจากบาง
โครงการตองผานการมีสว นรว มรบั ฟง ความคิดเห็นของประชาชนผมู ีสว นไดสว นเสยี ดังนน้ั ในระหวางนจี้ าํ เปนตองหา
มาตรการระยะสัน้ เพ่อื บริหารจัดการน้ําไปกอ นจนกวาจะมวี ิธีการปองกนั น้ําทวมท่ีสมบูรณ บทนี้จึงไดนําแนวทาง
ปองกันอทุ กภัยจากกรณศี ึกษา ป 2554 ในบทท่ี 4 มาดาํ เนินการ ป 2560 ดังน้ี
1 ) ยกระดับแนวคันกั้นน้ําใหสูงขึ้นกวาเดิม 0.70 - 1.00 ม. ในทุงฝงตะวันออกต้ังแต
ดานใตของแมนํ้าปาสักลัดเลาะเช่ือมตอถึงคันกั้นน้ําริมแมน้ําเจาพระยาตอนลาง สวนดานตะวันตกแนวคลอง
พระยาบันลอื ลดั เลาะเชอื่ มกับคนั กน้ั นา้ํ ของแมน้ําเจาพระยาและแมน ้ําทาจีน
2 ) ควบคมุ บริหารจดั การน้าํ ในเข่ือนในชวงฤดฝู นไดแกเ ขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนกิ่วลม
เข่ือนกิ่วคอหมา เขื่อนแควนอยบํารุงแดน และเข่ือนปาสักชลสิทธิ์ ใหอยูในเกณฑการบริหารจัดการน้ํา
ท่ีปรับปรุงใหมไวแลวตลอดเวลา เพื่อใหมีพื้นที่เพียงพอรับนํ้าไหลลงเข่ือนไดโดยไมจําเปนตองระบายนํ้า
ลงมามากในชว งทดี่ านทายเขอ่ื นมีปญหานา้ํ ทวม
3 ) ปรบั ปรุงการบริหารจัดการน้าํ
( 1 ) พัฒนาระบบพยากรณใ หมีประสิทธภิ าพมากยิ่งขึน้
( 2 ) กําหนดแนวทางบริหารจดั การนํา้
- จัดระบบปลูกขาวใหม โดยใหเกษตรกรสามารถปลูกขาวไดปละ 2 คร้ัง ในพ้ืนที่
ตอนบนเหนอื จงั หวัดนครสวรรค หลังจากนํ้าลดในชวงปลายเดือนพฤศจิกายนสงเสริมใหเกษตรกรปลูกขาวได
2 ครัง้ ในชวงเวลา 8 เดอื น
- เรงระบายนํ้าจากพ้ืนท่ีลุมต่ําในลุมน้ํายมตอนลาง ขุดลอกคลองระบายน้ําตาง ๆ
ในลุมนํ้ายมใหสามารถระบายน้ําไดดียิ่งข้ึนโดยเฉพาะคลองผันนํ้ายม – นาน คลองระบายนํ้า DR.15.8
และ DR.2.8 ซึ่งหากในชวงตนฤดูฝนมีน้ําทวมต้ังแตเดือนพฤษภาคม ใหเรงระบายนํ้าออกจากพื้นท่ีใหเร็ว
ทส่ี ุดเพ่อื ใหม ที ว่ี างสาํ หรับรองรบั น้ําในชวงน้าํ หลากใหมากทส่ี ดุ ไมใหเกิดปญหานํา้ เออลนจากลําน้ํายมออมมาลง
แมนํา้ นา นทายสถานวี ัดน้าํ N.67 เปน จาํ นวนมากเหมอื น ป 2554
- เตรียมพรอมบริหารจัดการนํ้าท่ีเข่ือนเจาพระยา ใเนื่องจากปริมาณน้ําท่ีมีปญหา
เกิดลนตล่ิงกัดเซาะคันก้ันนํ้าตอนบนขาดที่อัตราการไหลประมาณ 3,600 ลบ.ม./วินาที และดานทายเข่ือน
เจาพระยาจะเริ่มมีปญหานํ้าลนตล่ิงท่ีอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที ซึ่งตั้งสมมุติฐานวาระบบชลประทาน
สามารถรับนํ้าไดเต็มศักยภาพที่ 740 ลบ.ม./วินาที ถาจะไมใหเกิดน้ําลนตลิ่งดานทายเขื่อนเจาพระยา
ปริมาณนํ้าจากจังหวัดนครสวรรครวมกับน้ําจากสะแกกรัง ตองไมเกิน 3,540 ลบ.ม/วินาที เมื่อนําขอมูล
ปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2 และ Ct.2A มาพิจารณา ประกอบกับการบริหารจัดการแกมลิงตอนลางของแมนํ้า
ยมดวยแลว จะมีน้ําไหลลงมาถึงเขื่อนเจาพระยามากกวา 3,540 ลบ.ม./วินาที ระหวางวันที่ 4 – 20
ตุลาคม รวม 17 วัน ยอดน้ําสวนเกินรวม 365 ลาน ลบ.ม. จะสามารถใชแกมลิงตอนลางของลุมนํ้า
เจาพระยาซึ่งมีพ้ืนท่ีท้ังหมดประมาณ 1,329 ตารางกิโลเมตร แบงรับน้ําไวไดโดยไมเกิดปญหานํ้าทวม
แตใน ป 2554 ปริมาณน้ําจากนครสวรรครวมกับนํ้าจากสะแกกรังมีคาเกิน 3,540 ลบ.ม./วินาที ต้ังแตวันที่ 12
82
กันยายน – 3 พฤศจิกายน รวมปริมาณน้ํา 5,532 ลาน ลบ.ม. ( น้ําบาทุงฝงตะวันออก ป 2554 รวม 7,500
ลาน ลบ.ม. มากกวาท่ีคํานวณเน่ืองจากไมสามารถปดชองขาดโดยที่ระบบชลประทานยังสามารถรับน้ําไดเต็ม
ศักยภาพตลอดเวลา ) กราฟแสดงปริมาณน้ําท่ีสถานี C.2 รวมกับน้ําจากแมนํ้าสะแกกรัง ป 2554 แสดงไวในรูปที่
5 -1 เกินกวา การบริหารจดั การนํา้ ปรกติจะรองรบั ไดอาจจะตอ งหาชองทางรับน้ําเขา ทุง
ปริมาณนา�ํ ไหลผา่ น ทสี� ถานี C.2 แม่นํ�าเจา้ พระยา ท�คี ่ายจิระประวัติ อ.เมอื ง จ.นครสวรรค์
6,000
สะแกกรัง C2 สะแกรัง+C2
5,000
12 ก.ย. 2 พ.ย.
ป ิรมาณน�ํา - ลบ.ม. / ิวนาที 4,000 ปริมาณน�ํา 3,540 cms.
3,000
2,000
1,000
0
1 เม.ย.
15 เม.ย.
29 เม.ย.
13 พ.ค.
27 พ.ค.
10 มิ.ย.
24 ิม.ย.
8 ก.ค.
22 ก.ค.
5 ส.ค.
19 ส.ค.
2 ก.ย.
16 ก.ย.
30 ก.ย.
14 ต.ค.
28 ต.ค.
11 พ.ย.
25 พ.ย.
9 ธ.ค.
23 ธ.ค.
6 ม.ค.
20 ม.ค.
3 ก.พ.
17 ก.พ.
2 มี.ค.
16 ีม.ค.
30 มี.ค.
รูปที่ 5-1 กราฟแสดงปรมิ าณน้าํ ท่ีสถานี C.2 รวมกับน้ําจากแมน้ําสะแกกรงั ป 2554
- เตรียมพรอมตัดยอดนํ้าหลากแบงรับนํ้าเขาพื้นที่ชลประทานที่ไดจัดระบบปลูก
ขาวใหม ที่กําหนดใหเก็บเกี่ยวแลวเสร็จทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ทุงฝงตะวันออกมีพื้นที่ชลประทาน
ในเขตโครงการมโนรมย ชองแค โคกกะเทียม เริงราง และมหาราช และฝงตะวันตก มีพื้นที่
ชลประทานในเขตโครงการพลเทพ ทุงวัดสิงห ทาโบสถ สามชุก ดอนเจดีย โพธิ์พระยา บรมธาตุ
ชัณสูตร ยางมณี ผักไห และบางบาล เนื่องจากมีพื้นที่รับน้ํามาก นํ้าที่ไหลบาเขาทวมพื้นที่การเกษตร
เหลานี้จะมีระดับนํ้าไมลึก และในทุงฝงตะวันออกเมื่อนํ้าไหลลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมี
ปริมาณไมมากพอ ที่จะยกตัวใหสูงขึ้นแลวเออลนลงแมน้าํ ปาสักไหลบาลงไปสรางความเสียหายใหกับพ้ืนที่
เศรษฐกิจได เมื่อทุงดังกลาวรับนํ้าเขาไปในปริมาณที่ตั้งเปาไวแลวจะตองเรงระบายนํ้าลงสูพื้นที่ตอนลาง
เรงระบายนํา้ ลงทะเลใหเร็วที่สุด หลักการนี้รัฐบาลและกรมชลประทานไดดําเนินการเรงดวนกําหนดแผน
เปนพื้นที่ลุมตํ่ารองรับน้ําหลากลุมน้ําเจาพระยาตอนลาง 12 ทุง 1.15 ลานไร ภาพแสดงแนวคิดการ
จัดการนํ้าเพื่อลดปญหานํา้ ทวมกรณีเรงดวน แสดงในรูปที่ 5-2 นอกจากน้ีนาํ้ ที่ไหลจากแมนํา้ ปาสักลงมา
รวมกับแมนํ้าเจาพระยาแลวไหลไปที่อําเภอบางไทรจะลดลงมาก เนื่องจากไมมีนํ้าสวนที่จะเออจากทุง
ตอนบนลงแมน้ําปาสัก เมื่อนํ้าไหลไปถึงจังหวัดปทุมธานีจะไมยกตัวกัดเซาะคันกั้นน้ําขาดทั้ง 2 ฝง
บริเวณอาํ เภอสามโคกเหมือน ป 2554
83
รูปที่ 5-2 แนวคิดการจัดการนา้ํ เพ่ือลดปญหานํ้าทวมกรณีเรงดวน
พลเอก ฉตั รชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดลงแกไขปญหา
อุทกภัยในพ้ืนที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันท่ี 20 กันยายน 2559 ไดส่ังการให
กรมชลประทานและหนวยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ บูรณาการรวมกันในการปรับแผน
การเพาะปลูกพืชนาปในพื้นที่ลุมต่ํา ใหวางแผนการสงนํ้าสําหรับการเพาะปลูกขาวในเดือนเมษายน
และใหสามารถเก็บเก่ียวผลผลิตไดภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อไมใหพ้ืนท่ีดังกลาวไดรับผลกระทบจากอุทกภัย
และใชเปนพื้นท่ีแกมลิงธรรมชาติเพื่อรองรับนํ้าในฤดูนํ้าหลาก กรมชลประทานจึงไดดําเนินการจัดทําเปน
โครงการบริหารจัดการน้าํ แบบชมุ ชนมีสว นรวมในทุง บางระกาํ “โครงการบางระกําโมเดล 60”
ลุมนํ้าเจาพระยาตั้งแตจังหวัดนครสวรรคลงมา ในชวงฤดูน้ําหลากมักจะมีปริมาณน้ําหลาก
จากลุมนํ้าปง และลุมนํ้านานไหลเขาสูจังหวัดนครสวรรคอยางนอยปละ 1 คร้ังตลอดมา ไมวาจะเปนปนํ้ามาก
หรือปนํ้านอย โดยที่ระบบชลประทานเหนือเข่ือนเจาพระยามีความสามารถระบายน้ําผานเขาสูพ้ืนท่ี
ชลประทานและระบายผานไดจํากัดรวมกันประมาณ 740 ลูกบาศกเมตรตอวินาที และเขื่อนเจาพระยา
สามารถระบายนํา้ ผา นแมน ํ้าเจาพระยาเร่ิมมผี ลกระทบกบั พ้นื ที่ลุม ริมแมนํ้าตาง ๆ ต้ังแตปริมาณน้ําเพียง 800
ลูกบาศกเมตรตอวินาที และหากผานมากกวา 2,800 ลูกบาศกเมตรตอวินาที จะสงผลกระทบตอพ้ืนที่
84
การเกษตร บานเรอื น สิ่งกอ สราง โครงสรางพ้ืนฐาน พ้ืนที่เขตเศรษฐกิจทั้งลุมนํ้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ
และรฐั บาลจงึ ไดบรู ณาการกับหนว ยงานอน่ื ๆ ตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชบรม
นาถบพิตร มาประยุกตใชเปนลักษณะของแกมลิงพักนํ้า ใชพ้ืนท่ีท่ีเก็บเก่ียวขาวแลวของเกษตรกรตัดยอดน้ํา
สวนเกินเขาไปเก็บไวแลวระบายออกเม่ือนํ้าลด และเหลือนํ้าบางสวนไวสําหรับเตรียมแปลง โดยสงนํ้าให
ชาวนาทํานากอนตั้งแตวันที่ 1 พฤษภาคม เปนพื้นท่ีที่เปนพ้ืนที่ลุมต่ําที่มักจะประสบความเสียหายจากน้ํา
ทวมในชวงฤดูนํ้าหลากในบางปหากนํ้ามาเร็ว อยูในเขตโครงการสงนํ้าและบํารุงรักษาตาง ๆ ของสํานักงาน
ชลประทานท่ี 3, 10, 11 และ 12 จํานวน 12 ทุง คือ ทุงเชียงราก ทุงฝงซายคลองชัยนาทปาสัก
ทุงทาวุง ทุงบางกุม ทุงบางกุง ทุงปาโมก ทุงผักไห ทุงโพธ์ิพระยา ทุงเจาเจ็ด ทุงบางบาลบานแพน
และทุงพระยาบันลอื และทงุ รงั สิตใต ท่ีใชเ ปนทางระบายน้ําผา นลงสูท ะเล
กรมชลประทานพิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ําระหวางวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่
31 ตุลาคม 2560 เพื่อใหปริมาณนํ้าตนทุนในอางเก็บนํ้าเพียงพอสําหรับการใชน้ําตลอดฤดูฝน 2560 และกัก
เก็บนํา้ ไวใชใ นฤดูแลง ดงั นี้
1 ) จัดสรรน้าํ เพื่อการอปุ โภค-บรโิ ภค และรกั ษาระบบนิเวศใหเพยี งพอตลอดทั้งป
2 ) สงเสรมิ การปลูกพชื ฤดูฝนใหใ ชนาํ้ ฝนเปนหลกั ใชน าํ้ ชลประทานเสรมิ กรณฝี นทิง้ ชว ง
3 ) บริหารจัดการนํ้าทาใหมปี ระสิทธิภาพสูงสุดดว ยระบบและอาคารชลประทาน
4 ) ดําเนินการเก็บกักนํ้าในเขื่อนใหมากที่สุด ไมต่ํากวาเกณฑเก็บกักนํ้าต่ําสุด (Lower
Rule Curve; LRC) ตามชว งเวลา เพอื่ ความม่ันคงดานการอปุ โภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ
5.2 การเตรียมความพรอ มบริหารจัดการนา้ํ ฤดฝู น ป 2560
กรมชลประทานยังคงนําแนวทางการบริหารจัดการนํ้าท่ีเคยดําเนินการใน ป 2554
มาดําเนินการใน ป 2560 ไดแก แผนกอนนํ้ามา แผนระหวางนํ้ามาหรือขณะเกิดภัย และแผนหลังเกิด
อุทกภัย ซ่ึงในการดําเนินการ ป 2560 ไดทําการปรับปรุงใหสอดคลองกับเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลง และมี
การกําหนดมาตรการบริหารจัดการนํ้าข้ึนใหมเพื่อขจัดจุดบกพรองท่ีเคยเกิดใน ป 2554 โดยมีการดําเนินการ
ท่ีสาํ คญั ดงั นี้
1 ) จัดตั้งศนู ยป ฏิบตั กิ ารน้าํ อัจฉรยิ ะ(SWOC)
ศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ หรือ SWOC (Smart Water Operation Center) ตอบสนอง
นโยบายรัฐบาลไทยแลนด 4.0 (Thailand 4.0) เพื่อกาวไปสูกรมชลประทาน 4.0 (RID 4.0) เพื่อเปนศูนย
บญั ชาการ การประมวลวิเคราะหสถานการณน้ํา การตดิ ตามและพยากรณสถานการณนํ้า และการจัดสรรน้ํา
รวมทั้งการประชาสัมพันธและการเฝาระวังเพื่อการเตือนภัย การบริหารจัดการนํ้าที่ทันสมัย ดวยระบบการ
นําเสนอขอมูลที่รวดเร็วครบถวนทุกมิติ สามารถสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณน้ําของผูบริหาร
ประเทศไดอยางถูกตองแมนยํา รวดเร็ว ทันเหตุการณ เปนศูนยกลางบูรณาการการทํางานและประชุม
คณะอนุกรรมการตดิ ตามและวเิ คราะหแนวโนมสถานการณน ํา้
85
พลเอก ฉตั รชัย สาริกัลปยะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณเดินทางมาเปดตัว
ศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ ( SWOC ) วันท่ี 13 มิถุนายน 2560 เพื่อใชเปนศูนยกลางการบริหารจัดการน้ํา
ใหไดต ามวัตถปุ ระสงค
2 ) วางแผนการเพาะปลูกพชื ฤดฝู น
ปริมาณน้ําตนทุนคาดการณ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ท้ังประเทศมีปริมาณ 14,846
ลาน ลบ.ม. ปริมาณนํ้าตนทุน 4 เขื่อนหลักในลุมเจาพระยามีปริมาณ 4,463 ลาน ลบ.ม. โดยมีเปาหมาย
ปลูกขาวตามแผนการปลูกขาวครบวงจร รวม 58.67 ลานไร แยกเปน ในพื้นท่ีชลประทานทั้งประเทศ
15.95 ลา นไร และพื้นทีน่ อกเขตชลประทาน 42.72 ลา นไร โดยมีพืน้ ทเี่ พาะปลูกขาว แยกไดด งั น้ี
2.1 ) พ้นื ที่ลมุ นา้ํ เจาพระยา วางแผนการเพาะปลูกขา วท้ังหมด 7.60 ลานไร ดังน้ี
- พ้ืนท่ีตอนบน (ตงั้ แตจงั หวดั นครสวรรคขึ้นไป)
( 1 ) พื้นที่ลุมตํ่า ทุงบางระกํา พื้นท่ี 0.265 ลานไร เร่ิมสงนํ้าเพื่อการ
เพาะปลกู ขาว ตงั้ แต 1 เมษายน 2560
( 2 ) พื้นที่ดอน 1.92 ลานไร เร่ิมเพาะปลูกเม่ือกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ
เขาสูฤดูฝน (ใชน า้ํ ฝนเปน หลกั เสริมดว ยนาํ้ ทา และนํา้ จากระบบชลประทาน)
- พ้ืนทต่ี อนลาง (ตั้งแตจ งั หวัดนครสวรรคลงมา)
( 1 ) พ้ืนทีล่ ุม ตํา่ พน้ื ท่ี 1.15 ลา นไร เริ่มสงนํ้าเพื่อการเพาะปลูกขาว ต้ังแต
1 พฤษภาคม 2560 ประกอบดวย
( 1.1 ) ทุงเชียงราก ทุงฝงซายคลองชัยนาทปาสัก ทุงทาวุง ทุงบางกุม โดยสง
นาํ้ ผานคลองชยั นาท-ปาสัก
86
( 1.2 ) ทุงปา โมก ทุงผกั ไห ทงุ เจา เจ็ด สงนา้ํ ผา นทางแมน ้ํานอย
( 1.3 ) ทงุ บางกุง ทงุ บางบาล สบู นํ้าจากแมนํา้ เจา พระยา
( 1.4 ) พื้นท่ีลุมต่ําอื่น ๆ ตอนลาง ไดแก โครงการสงนํ้าและบํารุงรักษา
โพธ์ิพระยา โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาพระยาบันลือ โครงการสงนํ้าและบํารุงรักษารังสิตใต จะใชนํ้าจากบอ
ตอก บอนํา้ ตื้นและนํ้านอนคลอง
( 2 ) พ้ืนท่ีดอน 4.27 ลานไร เริ่มเพาะปลูกเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ
เขาสฤู ดฝู น ( ใชน ํา้ ฝนเปนหลักเสรมิ ดว ยนํ้าทาและนา้ํ จากระบบชลประทาน )
2.2 ) ภาคเหนือ 2 ลา นไร เพาะปลูกไดกลางเดือนกรกฏาคม 2560
2.3 ) ภาคตะวนั อกเฉยี งเหนือ 3.27 ลา นไร เพาะปลกู ไดเ ดอื นกรกฏาคม 2560
2.4 ) ภาคกลาง 0.45 ลานไร เพาะปลกุ เม่ือกรมอุตุนยิ มวทิ ยาประกาศเขาฤดูฝน
2.5 ) ภาคตะวนั ออก 0.87 ลา นไร ไร เพาะปลูกไดกลางเดอื นพฤษภาคม 2560
2.6 ) ภาคใตฝ ง ตะวนั ออก 0.032 ลานไร เพาะปลกู ไดเดือนสิงหาคม 2560
2.7 ) ภาคใตฝง ตะวนั ตก 0.798 ลานไร เพาะปลูกไดเดอื นตุลาคม 2560
3 ) วางแผนปองกันภัยอนั เกิดจากน้าํ
3.1 ) มาตรการไมใ ชสง่ิ กอ สรา ง
- คาดการณและตดิ ตามสภาวะทางอุตุ - อทุ กวทิ ยา
- บริหารจัดการนํ้าในอางเก็บน้ําโดยใช Reservoir Operation Simulation
และ Reservoir Operation Rule Curve
- ตรวจสอบความพรอมใชงานของอาคารชลประทานตาง ๆ ไดแก คันกั้นนํ้า
ประตรู ะบายน้ํา ประตนู ํา้ และสถานีสูบนาํ้
- ใชร ะบบโทรมาตรเพ่ือพยากรณนาํ้ และเตอื นภยั ครอบคลมุ 22 ลมุ น้ํา
- ควบคมุ ปริมาณนาํ้ ใหไดต ามเกณฑ
- เชื่อมโยงขอมูลและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา โดยคณะอนุกรรมการ
ติดตามและวิเคราะหแนวโนมสถานการณน้ํา ซ่ึงมีศูนยปฏิบัติการนํ้าอัจฉริยะ กรมชลประทาน
เปนเลขานกุ ารคณะอนุกรรมการฯ
- ปรับเปล่ยี นปฏทิ นิ การปลกู พชื เพือ่ ใชเปนพ้นื ท่รี องรบั นาํ้ หลาก
3.2 ) มาตรการใชส ง่ิ กอสรา ง
- ขุดลอกคลอง เพิ่มความจุในการรับนํ้าในคลองชลประทานและอางเก็บน้ํา
ตาง ๆ ทว่ั ประเทศ
- ซอมแซมบาํ รุงรกั ษาอาคารชลประทาน ประตูน้ํา สถานีสูบนํ้า เพ่ือควบคุม
การสง นํา้ ระบายนํ้า และสบู น้าํ ใหม ีประสิทธิภาพ
- ใชอาคารชลประทานและระบบชลประทานตัดยอดน้ําหลาก เพ่ือปองกันน้ํา
ทวมพ้ืนทช่ี ุมชน
- ใชอาคารชลประทานและระบบชลประทานควบคุมปริมาณนํ้าเพื่อปองกันนํ้า
ทวมในพนื้ ที่การเกษตร
87
4) การตรวจสอบบํารงุ รักษาอาคารชลประทานใหพรอมใชง าน
5 ) กําจดั ส่ิงกดี ขวางการไหลของน้ํา
เมื่อวันท่ี 16 พฤษภาคม 2560 ดร. ทองเปลว กองจันทร รองอธิบดีกรมชลประทาน
พาสอื่ มวลชนลงเรอื ตดิ ตามการกําจัดผักตบชวาเหนอื เข่ือนเจา พระยา โดยกรมชลประทานไดบูรณาการรวมกับ
หนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งในการดําเนนิ การกําจดั ผกั ตบชวาเพอ่ื ไมใ หกดี ขวางการไหลของน้ําในชวงฤดูนา้ํ หลาก
17 พฤษภาคม 2560 สํานักงานชลประทานท่ี 10 ไดบูรณาการรวมกับฝายปกครอง
ฝา ยความมัน่ คง ภาคประชาชน และภาคเอกชน อยางเปนรูปธรรมและยั่งยืนรว มกันกําจัดผักตบชวาในคลอง
ชางทะลุ หนองน้ําธรรมชาตใิ นเขตตาํ บลบางลี่ อําเภอทาวงุ จงั หวดั ลพบรุ ี
88
การเตรยี มความพรอมของเคร่อื งจักร – เครือ่ งมือ ชวงฤดฝู น ป 2560
6 ) การเตรยี มความพรอมของทงุ ในการตัดยอดนํ้า
ทรบ.ปากคลองส่งนาํ� สายใหญ่ 2 (YN2) โครงการฯเขอื� นนเรศวร
พนื � ท�ี 40,000 ไร่
โครงการฯยมนา่ น ทรบ.ปากคลองส่งนาํ� สายใหญ่ 1 (YN1)
พืน� ท�ี 205,000 ไร่ เข�อื นนเรศวร
แผนการสง่ นาํ � ตามปฏทิ ินการ
เพาะปลูกพืชสําหรับพืน� ท�ีล่มุ ตา�ํ คลองระบายนํา้ สายใหญ
เริ�ม 1 เมษายน – 31 กรกฎาคม 2560 (ค.โปรง นก)
แมน้ําแควนอ ย
ฝายมะขามสูง
โครงการฯพลายชุมพล
พนื� ท�ี 20,000 ไร่
กอนการดําเนินการตามนโยบายรับนํ้าเขาพ้ืนที่ทุงจําเปนตองมีการเตรียมการในดานตาง ๆ
เพื่อใหประสบความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไว เริ่มตั้งแตกอนดําเนินการ ไดแกการรวบรวมขอมูลพ้ืนฐาน
ในบริเวณพ้ืนท่ี ทั้งในทางดานวิศวกรรมและการสรางการรับรูกับประชาชนในพื้นท่ี เพ่ือใหเกิดความเขาใจ
การบริหารจดั การนํา้ และลดปญ หาความขดั แยง
6.1 ) การสาํ รวจอาคารชลประทาน เตรียมความพรอมใชงาน ในชวงกอนถึงฤดูน้ําหลาก
โครงการสงน้ําและบํารุงรักษาไดดําเนินการออกสํารวจความพรอมของ ปตร. และอาคารชลประทานตาง ๆ
นําส่ิงกีดขวางทางน้ําออก และเรงแกไขอาคารที่ชํารุด เพื่อรองรับปริมาณน้ําท่ีจะหลากเขามาในพ้ืนที่
89
ดังรูปท่ี 5-3 ซ่ึงหลังจากไดผลการสํารวจอาคารชลประทาน ไดมีการเรงสงเจาหนาท่ีท่ีเกี่ยวของเขาไป
ตรวจสอบโดยละเอียด เพอ่ื เตรียมการซอมแซมใหใชง านได
รปู ท่ี 5-3 สาํ รวจความพรอม อาคารชลประทานท่ใี ชใ นทงุ ทาวงุ
6.2 ) ความพรอมดานบุคลากร มีการจัดประชุมเจาหนาที่ชลประทาน เพ่ือสราง
ความเขา ใจในการปฏิบัติหนาท่ี การกําหนดแผนการปฏิบัติงานใหสอดคลองกับสถานการณ ทั้งนี้ยังไดเตรียม
ความพรอมของเคร่ืองมือ เชน เคร่ืองสูบน้ํา รถขุด รถบรรทุกน้ํา กระสอบทราย สําหรับใชในกรณีฉุกเฉิน
เพื่อใหสามารถแกไขปญหาไดทันทวงที การประสานงานกับหนวยงานที่เก่ียวของทั้งในภาครัฐและเอกชน
เพอื่ ใหก ารดาํ เนินการเปนไปอยา งมีประสิทธภิ าพ ดังรูปที่ 5-4
90
รปู ท่ี 5-4 การประชมุ เตรยี มความพรอมดา นบุคลากร
6.3 ) การประชาสัมพันธสรางการรับรูความเขาใจในการบริหารจัดการนํ้าในพ้ืนท่ี
ลุมต่ํา โดยการใหเจาหนาที่กรมชลประทานลงพื้นที่พบปะกับประชาชน เพ่ือประชาสัมพันธแผนการบริหาร
จัดการนํ้าในพื้นที่ลุมตํ่า ในขบวนการน้ีจะมีท้ังการเขาพบปะผูนําทองถ่ิน และการพบปะประชาชนในพื้นท่ี
เพอ่ื ชี้แจงแผนในการบรหิ ารจดั การนาํ้ ในพื้นท่ีลมุ ต่าํ ใหเกดิ ความเขา ใจในทุกระดับ ดงั รูปท่ี 5-5
รูปที่ 5-5 การประชุมประชาสัมพันธการสรา งการรบั รกู ารใชพ้ืนทลี่ มุ ต่าํ
5.3 การบริหารจัดการน้าํ หลาก ป 2560
ชว งเดือนพฤศจิกายน 2559 ถงึ เดือนเมษายน 2560
การบริหารอางเก็บนํ้า
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 มีปริมาณนํ้าใชการในเข่ือนภูมิพล 3,005 ลาน ลบ.ม. เข่ือน
สริ ิกิต์ิ 4,808 ลา น ลบ.ม. เขื่อนแควนอย 903 ลาน ลบ.ม. และ เข่ือนปา สกั ชลสทิ ธ์ิ 988 ลา น ลบ.ม.
91
เร่ิมฤดูแลง ป 2559/60 มีปริมาณน้ํากักเก็บในอางเก็บน้ํา 4 เขื่อนหลักลุมน้ําเจาพระยา
อยใู นเกณฑดี มปี ริมาณนาํ้ ใชการเพียงพอท่ีจะนํามาจัดสรรใหกับพื้นท่ีการเกษตรและกิจกรรมการใชน้ําตาง ๆ
ไดครบถวน โดยจํานวนพื้นท่ีที่จะมีนโยบายใหทํานาปรังไดเทาใดน้ันจะอยูภายใตแผนการผลิตขาวครบวงจร
เปนผกู ําหนด ซ่ึงฤดูแลง ป 2559/60 กาํ หนดไว ดังนี้
92
93
กรมชลประทานไดทําการจัดสรรน้ําใหกับผูใชนํ้าตาง ๆ ต้ังแตวันท่ี 1 พฤศจิกายน 2559
เปนตนมา ตามแผนท่ีวางไว ถึงแมวาชาวนาในลุมน้ําเจาพระยาไดทําการเพาะปลูกขาวนาปรังมากกวาแผน
ท่วี างไวประมาณ 1 เทา ตัว แตเนือ่ งจากสภาวะอากาศชวงฤดูแลง ในพื้นทภี่ าคกลางและลุมนํ้าเจาพระยามีฝน
ตกในชวงเดือนมีนาคมและเมษายนคอนขางดี ทําใหชาวนาใชนํ้าชลประทานไมมาก โดยจัดสรรนํ้าไปท้ังส้ิน
6,685 ลาน ลบ.ม. ( 112 % ) มากกวาแผน 735 ลาน ลบ.ม. คงเหลือปริมาณนํ้าใชการในวันท่ี 1
พฤษภาคม 2560 เทากับ 4,437 ลา น ลบ.ม. ( 24 % )
การเฝาระวังตดิ ตามสถานการณฝ น
เกิดฝนตกในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครตั้งแตชวงเวลาประมาณ 08.25 น.ของวันท่ี 17 มีนาคม
2560 ใน 2 บริเวณ โดยบริเวณแรกเปนกลุมฝนตกเล็กนอยถึงปานกลางกระจุกตัวอยูทางดานเหนือของเขต
ตล่งิ ชัน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และอีกกลุมกระจุกตัวอยูทางตอนใตของฝงธนบริเวณเขตบางขุนเทียน และ
ตอมาเวลาประมาณ 9.25 น. กลุมฝนดังกลาวไดกอตัวเปนแนวยาวเหนือใต ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแตจังหวัด
ปทมุ ธานี จงั หวัดนนทบุรี บรเิ วณอําเภอปากเกรด็ อาํ เภอเมืองนนทบรุ ี เขตตลิง่ ชัน บางพลัด บางซ่ือ ดุสิต
พระนคร บางกอกนอย บางกอกใหญ คลองสาน ธนบุรี ราชบูรณะ ทุงครุ บางขุนเทียน พระสมุทรเจดีย
และแนวฝนมีทิศทางเคล่ือนตัวไปทางดานตะวันออกเฉียงเหนือเขาสูเขตบางซ่ือ จตุจักร พญาไท หวยขวาง
ดินแดง วัฒนา ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ลาดพราว สายไหม คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี
ลาดกระบัง และตกหนักที่เขตวังทองหลาง สวนหลวง ตั้งแตในชวง 10.25 ถึง 12.25 น. หลังจากนั้น
กลมุ ฝนไดส ลายไปในชวงเวลาประมาณ 15.25 น.