The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0”

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Keywords: พัฒนาแหล่งน้ำ,ชลประทาน,THAILAND 4.0

fjdsgdms;gas;la

RID Tip book

“ขอควรระวังในการปฏิบัติงานดานการพัฒนาแหลงนำ้
และการชลประทาน ในยคุ THAILAND 4.0”

กรมชลประทาน

มถิ นุ ายน 2563

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

คำนำ

หนงั สอื “ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทานในยคุ THAILAND 4.0” อาศยั
กระบวนการถอดบทเรยี นโครงการชลประทานทผ่ี บู รหิ าร และนกั วชิ าการ และผปู ฏบิ ตั งิ านโครงการสนใจ โดยการนำ
รายละเอยี ดจากการสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารหลกั สตู รเตรยี มความพรอ มและเพม่ิ พนู ความรขู อง นายชา ง วศิ วกรของกรม
ชลประทานทป่ี ฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน โดยสำนกั บรหิ ารโครงการ เปน หนว ยงานหลกั
ในการดำเนนิ การภายใตก ารกำกบั ดแู ลของรองอธบิ ดฝี า ยวชิ าการ กรมชลประทาน

จากการสมั มนาฯ ดงั กลา ว ผเู ขา รว มสมั มนาตา งไดม โี อกาสแลกเปลยี่ นความรแู ละประสบการณ สำหรบั ทจี่ ะนำ
ไปใชใ นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งถกู ตอ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเพอื่ เตรยี มพรอ มรบั มอื กบั ทกุ สถานการณท อี่ าจเกดิ ขนึ้ จาก
ผลของการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศของโลกไดอ ยา งรวดเรว็ ทนั ตอ สภาวการณ และตอ เนอื่ ง ในการสมั มนาฯ ได
รว มกนั พจิ ารณาถอดบทเรยี นของโครงการทง้ั ทปี่ ระสบความสำเรจ็ ทม่ี ขี อ ขดั ขอ งในการดำเนนิ งาน และโครงการท่ี
นำนวตั กรรมใหม ๆ มาใชใ นการปฏบิ ตั งิ านสอดคลอ งกบั Road Map “การพฒั นากรมชลประทานสอู งคก รอจั ฉรยิ ะท่ี
มงุ สรา งความมนั่ คงดา นน้ำ พ.ศ.2560-2579 เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา การบรกิ ารภายในป พ.ศ.2579” นำมาจดั ทำเปน หนงั สอื
“ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทานในยคุ THAILAND 4.0”

เนอื้ หาของหนงั สอื เลม น้ี มเี นอื้ หาสาระทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในสายงานดา นวชิ าการ ประกอบดว ย ดา นการพจิ ารณาวางโครงการ ดา นการสำรวจ ดา นการออกแบบ ดา นการวจิ ยั
และพฒั นา ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร และดา นอนื่ ๆทเี่ กย่ี วขอ ง ไดแ ก ดา นการมสี ว นรว มของประชาชน
ดา นการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษา ดา นความปลอดภยั เขอ่ื น และดา นการกอ สรา ง โดยการมงุ เนน เรอื่ งขอ สงั เกต ขอ ควร
ระวงั และขอ เสนอแนะแนวทางการปอ งกนั /แกไ ขปญ หาของโครงการตา งๆ ทอี่ าจเกดิ ขน้ึ และสรา งความเสยี หายกบั
พี่นองเกษตรกรและประชาชน ที่สำคัญเปนการถอดบทเรียนโครงการท่ีไดรับความสำเร็จจนเปนที่ยอมรับ ทั้งน้ี
เพ่ือเปนการขยายผลของความสำเร็จใหเกิดความม่ันคง ย่ังยืน พรอมท้ังสงเสริมสนับสนุนการนำนวัตกรรมใหมมา
ประยกุ ตใ ชใ นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งสมั ฤทธผ์ิ ล

สำนกั บรหิ ารโครงการ ในฐานะหนว ยงานหลกั ในการดำเนนิ การจดั ทำหนงั สอื “ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา น
การพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทานในยคุ THAILAND 4.0” หวงั เปน อยา งยงิ่ วา หนงั สอื นจ้ี ะเปน ประโยชนอ ยา งยงิ่
สำหรบั ผทู ส่ี นใจทวั่ ไป โดยเฉพาะเจา หนา ทผี่ ปู ฏบิ ตั งิ านทเี่ กยี่ วขอ งจะสามารถนำความรจู ากการถอดบทเรยี นในหนงั สอื
เลม นไี้ ปปรบั ใชใ หส อดคลอ งกบั สภาพพน้ื ทอ่ี ยา งเหมาะสมตอ ไป

คณะผจู ดั ทำ
มถิ นุ ายน 2563



RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

สารบญั

หนา

คำนำ ก

สารบญั ข

สารบญั ตาราง จ

สารบญั รปู ภาพ ฉ

บทที่ 1 บทนำ 11

บทที่ 2 ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านในสายงานวชิ าการ 14

2.1 การพิจารณาวางโครงการ ................................................................................................................................ 14

2.1.1 การวางแผนพัฒนาระดับลุมนำ้ .......................................................................................................... 22

2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพัฒนาแหลง นำ้ ........................................................................ 24

2.1.3 การวางโครงการประเภทบรรเทาอุทกภัย ........................................................................................ 32

2.1.4 อ่ืนๆ ที่เกี่ยวของกับดานการวางโครงการ ......................................................................................... 35

2.2 การสำรวจทางวิศวกรรมและวิทยาการธรณี .............................................................................................. 37

2.2.1 การปฏิบตั งิ านสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี ............................................................... 50

2.2.2 การบรหิ ารจดั การฐานขอ มลู และวเิ คราะหข อ มลู สารสนเทศสำรวจ ......................................... 57

2.2.3 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำรวจ ................................................................................................ 59

2.3 การออกแบบ ....................................................................................................................................................... 62

2.3.1 การออกแบบเขื่อน ................................................................................................................................. 70

2.3.2 การออกแบบอาคารทางระบายน้ำลน ............................................................................................... 77

2.3.3 การออกแบบอาคารทอสงนำ้ ............................................................................................................... 79

2.3.4 การออกแบบประตูระบายน้ำ .............................................................................................................. 81

2.3.5 การออกแบบอาคารหวั งานและระบบชลประทาน ......................................................................... 85

2.3.6 การออกแบบอาคารอื่นๆ ....................................................................................................................... 88

2.4 การวิจัยและพัฒนา ........................................................................................................................................... 90



กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

2.4.1 การกอสรางอาคารชลประทาน ............................................................................................................ 98
2.4.2 การกอสรา งถนนและงานปรับปรุงฐานราก ...................................................................................... 100
2.4.3 งานปรับปรุงดินคุณภาพดินกระจายตัว .............................................................................................. 102
2.4.4 งานกำจัดวัชพืช ........................................................................................................................................ 104
2.4.5 งานคุณภาพน้ำ.......................................................................................................................................... 105
2.4.6 นวัตกรรมและการเผยแพร ................................................................................................................... 107
2.5 เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ........................................................................................................... 108
2.5.1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ ................................................................................................................ 128
2.5.2 การใหบ รกิ ารโครงสรา งพนื้ ฐานระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย ................................................ 131
2.5.3 การสื่อสารโทรคมนาคม ........................................................................................................................ 132
2.5.4 อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกับดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร .................................................... 132
2.6 สายงานอ่ืนๆ ที่เกี่ยวของ .................................................................................................................................. 136
2.6.1 การกอสราง .............................................................................................................................................. 136
2.6.2 การบริหารจัดการน้ำและสงนำ้ บำรุงรักษา ....................................................................................... 152
2.6.3 ความปลอดภัยเขื่อน ............................................................................................................................... 161
2.6.4 การมีสวนรวมของประชาชน ................................................................................................................ 167

บทที่ 3 โครงการนวตั กรรม 179

3.1 การพฒั นาโปรแกรมคอมพวิ เตอรเ พอ่ื การจดั เกบ็ สถติ ขิ อ มลู รายวนั ดา นจดั สรรนำ้

ประเภทโครงการชลประทานอา งเกบ็ น้ำ (Water Daily Program) ........................................................ 179

3.2 ระบบฐานขอ มลู กลางดา นวศิ วกรรม ในยคุ Thailand 4.0 ....................................................................... 181

3.3 งานปรบั ปรงุ กำแพงปอ งกนั ตลงิ่ ฝง ขวาประตรู ะบายนำ้ คลองลดั โพธิ์ ตำบลทรงคนอง

อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ................................................................................................... 185

3.4 การปรบั ปรงุ คณุ ภาพดนิ โดยวธิ ซี อยซเี มนต (Soil Cement) ................................................................ 190

3.5 เครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำ ................................................................................................... 194

3.6 โครงการปรบั ปรงุ ประตรู ะบายนำ้ เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการระบายนำ้ โดยใช Gate Pump ........... 198

3.7 การพฒั นาฐานขอ มลู ระดบั แปลงนา สกู ารพฒั นานวตั กรรมเพอื่ การบรหิ ารจดั การน้ำชลประทาน ..... 202

3.8 การใชส อื่ มลั ตมิ เี ดยี โครงการปรบั ปรงุ ประตรู ะบายน้ำฝายทา กระดาน จงั หวดั กำแพงเพชร ........... 208



RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

3.9 โครงการตดิ ตงั้ ระบบตดิ ตามสถานการณเ พอื่ การบรหิ ารจดั การนำ้ ในพน้ื ที่ โครงการสง น้ำ
และบำรงุ รกั ษาปราณบรุ ี (RIDIMIS-KRC) จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ ................................................. 211

3.10 โครงการสารสนเทศดา นการชลประทาน โดย QR Code (Irrigation Information by
QR Code RIO.17 : IIQ (อ๊ิ คิว 17) ......................................................................................................... 217

3.11 โครงการบรหิ ารจดั การน้ำแบบชมุ ชนมสี ว นรว มในทงุ หนว งน้ำบางระกำ ........................................ 221
3.12 โครงการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการกกั เกบ็ น้ำและการระบายน้ำ งานปรบั ปรงุ อาคาร Morning Glory

ดว ยวธิ ตี ดั คอนกรตี ดว ยโซ (Wire Saw) เขอื่ นลำพระเพลงิ ตำบลตะขบ อำเภอปก ธงชยั
จังหวัดนครราชสีมา ....................................................................................................................................... 226

บทที่ 4 บทสรปุ 233

เอกสารอา งองิ 234

ภาคผนวก 237

ภาคผนวก ก การวบิ ตั ขิ องถนนบนคนั คลองชลประทานในเขตทรี่ าบลมุ แมน ำ้ เจา พระยาตอนลา ง ........ 238

ภาคผนวก ข ตวั อยา งการเขยี นขอ กำหนดของผวู า จา งรา งขอบเขตของงาน (Terms Of

Reference : TOR) จา งเหมางานโครงการกอ สรา งถนนผวิ จราจรดนิ ซเี มนต

ปรบั ปรงุ คณุ ภาพดว ยยางธรรมชาติ (Para Soil Cement)....................................................... 248

ภาคผนวก ค ขอ คดิ เหน็ เรอ่ื งการออกแบบปอ งกนั แผน ดนิ ไหวของกรมชลประทาน โดยรว มมอื กบั

National Agriculture and Food Research Organization (NARO), Japan ................ 255

ภาคผนวก ง รายชอื่ คณะวทิ ยากรสว นกลาง วทิ ยากรโครงการนวตั กรรม และผเู ขา รว มสมั มนา ......... 259

ภาคผนวก จ ประมวลรูปการสัมมนา .................................................................................................................... 272



กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

สารบญั ตาราง

ตารางท่ี 2.1.1 การวางแผนพัฒนาระดับลุมน้ำ .......................................................................................................... 22
ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพัฒนาแหลง นำ้ ....................................................................... 24
ตารางที่ 2.1.3 การวางโครงการประเภทบรรเทาอุทกภัย ........................................................................................ 32
ตารางที่ 2.1.4 อ่นื ๆ ท่เี ก่ียวของกับดา นการวางโครงการ ........................................................................................ 35
ตารางที่ 2.2.1 การปฏบิ ตั งิ านสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี ............................................................... 50
ตารางท่ี 2.2.2 การบรหิ ารจดั การฐานขอ มลู และวเิ คราะหข อ มลู สารสนเทศสำรวจ ........................................ 57
ตารางท่ี 2.2.3 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำรวจ................................................................................................. 59
ตารางที่ 2.3.1 การออกแบบเข่ือน ................................................................................................................................. 70
ตารางท่ี 2.3.2 การออกแบบอาคารทางระบายนำ้ ลน ............................................................................................... 77
ตารางท่ี 2.3.3 การออกแบบอาคารทอสงน้ำ .............................................................................................................. 79
ตารางท่ี 2.3.4 การออกแบบประตูระบายน้ำ .............................................................................................................. 81
ตารางที่ 2.3.5 การออกแบบอาคารหวั งานและระบบชลประทาน ........................................................................ 85
ตารางท่ี 2.3.6 การออกแบบอาคารอ่ืนๆ ...................................................................................................................... 88
ตารางท่ี 2.4.1 การกอสรางอาคารชลประทาน ........................................................................................................... 98
ตารางท่ี 2.4.2 การกอ สรา งถนนและงานปรับปรงุ ฐานราก ..................................................................................... 100
ตารางท่ี 2.4.3 งานปรับปรุงคุณภาพดินกระจายตัว ............................................................................................ 102
ตารางที่ 2.4.4 งานกำจัดวัชพืช ...................................................................................................................................... 104
ตารางท่ี 2.4.5 งานคุณภาพนำ้ ....................................................................................................................................... 105
ตารางที่ 2.4.6 นวัตกรรมและการเผยแพร ................................................................................................................. 107
ตารางท่ี 2.5.1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ ............................................................................................................... 128
ตารางที่ 2.5.2 การใหบ รกิ ารโครงสรา งพนื้ ฐานระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย ............................................. 131
ตารางท่ี 2.5.3 การส่ือสารโทรคมนาคม......................................................................................................................... 132
ตารางท่ี 2.5.4 อนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ งกบั ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร .................................................. 132
ตารางที่ 2.6.1 การกอสราง ............................................................................................................................................. 137
ตารางที่ 2.6.2 การบริหารจัดการน้ำและสงน้ำบำรุงรักษา ...................................................................................... 153
ตารางท่ี 2.6.3 ความปลอดภัยเขื่อน .............................................................................................................................. 155
ตารางที่ 2.6.4 การมีสวนรวมของประชาชน .............................................................................................................. 171



RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

สารบญั รปู ภาพ

ภาคผนวก ฉ รายชอื่ คณะผูจัดทำคมู ือ .................................................................................................................... 282
รปู ที่ 1-1 Roadmap ยทุ ธศาสตรก รมชลประทาน 20 ป (พ.ศ. 2560 – 2579) ................................................ 13
รปู ท่ี 2-1 การเชอ่ื มโยงภาพรวมของหนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ งกบั กระบวนงานดา นวางโครงการ ........................ 15
รปู ท่ี 2-2 กระบวนการจดั ทำรายงานเบอื้ งตน (Reconnaissance Report) ........................................................ 17
รปู ท่ี 2-3 กระบวนการจดั ทำรายงานวางโครงการ (Pre-Feasibility Report) .................................................... 19
รูปที่ 2-4 กระบวนการงานสำรวจวางหมุดหลักฐาน ................................................................................................ 38
รปู ที่ 2-5 กระบวนการงานสำรวจทำแผนทภี่ าคพืน้ ดนิ ............................................................................................ 40
รปู ที่ 2-6 กระบวนการสำรวจทำแผนทจี่ ากภาพถา ยและงานภมู สิ ารสนเทศ .................................................... 42
รูปที่ 2-7 กระบวนการงานสำรวจกนั เขตและประสานงานรังวดั .......................................................................... 45
รูปท่ี 2-8 กระบวนการงานสำรวจธรณีวิทยา ............................................................................................................. 46
รูปที่ 2-9 กระบวนการงานสำรวจวิศวกรรมธรณี ...................................................................................................... 47
รูปท่ี 2-10 กระบวนการงานสำรวจปฐพีกลศาสตร ................................................................................................... 49
รูปท่ี 2-11 กระบวนการออกแบบเขอื่ นดนิ ในภาพรวม ............................................................................................. 64
รูปที่ 2-12 กระบวนการออกแบบหัวงานและอาคารประกอบ ................................................................................ 66
รปู ที่ 2-13 กระบวนการออกแบบระบบชลประทานและอาคารประกอบ ............................................................ 68
รูปท่ี 2-14 กระบวนงานงบประมาณและการเบกิ จา ย............................................................................................... 91
รูปที่ 2-15 กระบวนงานโครงการวจิ ยั เพอื่ ขอรบั การสนบั สนุน ............................................................................... 93
รูปที่ 2-16 กระบวนงานโครงการวิจัยการเผยแพรผลงานวิจัยโดยการจัดนิทรรศการ

ของสำนักวิจัยและพัฒนา........................................................................................................................... 94
รูปที่ 2-17 กระบวนการตรวจรับตัวอยาง .................................................................................................................... 95
รูปท่ี 2-18 กระบวนการสั่งงาน ...................................................................................................................................... 96
รูปที่ 2-19 กระบวนการจัดทำรายงานผลการทดสอบ ............................................................................................... 97
รูปที่ 2-20 กระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร ................................................................................... 110
รูปท่ี 2-21 กระบวนการพัฒนาเว็บไซต ....................................................................................................................... 111
รปู ท่ี 2-22 กระบวนการตดิ ตงั้ ซอ มบำรงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย ......................................................... 113



กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-23 กระบวนการใหบ ริการระบบ VDO Conference .................................................................................. 115
รปู ท่ี 2-24 กระบวนการออกแบบระบบไฟฟาส่ือสาร .............................................................................................. 116
รปู ท่ี 2-25 กระบวนการขอใชบ รกิ ารระบบจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สก รมชลประทาน ......................................... 117
รปู ท่ี 2-26 กระบวนการเบกิ จา ยคา ใชจ า ยเกย่ี วกบั โทรศพั ทพ น้ื ฐานของทางราชการ ....................................... 118
รปู ท่ี 2-27 กระบวนการกำหนดรายละเอยี ดคณุ ลกั ษณะเฉพาะครภุ ณั ฑด า นเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการส่ือสาร ............................................................................................................................................. 119
รปู ท่ี 2-28 กระบวนการจดั ทำแผนปฏบิ ตั กิ ารดา นดจิ ทิ ลั กรมชลประทาน ........................................................... 120
รปู ท่ี 2-29 ภาพรวมของระบบเครอื ขา ยของกรมชลประทานสว นกลาง .............................................................. 122
รปู ท่ี 2-30 ภาพขยายของการเชอ่ื มโยงระบบเครอื ขา ยของกรมชลประทาน ...................................................... 123
รปู ที่ 2-31 การเชอื่ มโยงระบบเครอื ขา ย MPLS/FTTx ของกรมชลประทานสว นภมู ภิ าค วงจรท่ี 1

............................................................................................................................................................................ 124
รปู ท่ี 2-32 การเชอ่ื มโยงระบบเครอื ขา ย MPLS/FTTx ของกรมชลประทานสว นภมู ภิ าค วงจรท่ี 2

............................................................................................................................................................................ 125
รปู ที่ 2-33 ตวั อยา งโครงขา ยระบบวทิ ยคุ มนาคมผา นระบบเครอื ขา ย RID-VPN ............................................... 125
รปู ที่ 2-34 โครงขา ยระบบประชมุ ทางไกลผา นระบบเครอื ขา ย RID-VPN ผา น Applications ....................... 126
รปู ท่ี 2-35 โครงขา ยระบบโทรศพั ทก รมชลประทานสว นกลาง (สามเสน) ......................................................... 126
รปู ที่ 2-36 บทบาทหนา ทห่ี ลกั ของกองสง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชน .................................................... 170
รปู ท่ี 3-1 ลกั ษณะการจดั เกบ็ ขอ มลู (เดมิ ) ในตารางขอ มลู บนโปรแกรม Microsoft Excel .......................... 180
รปู ที่ 3-2 เครอื่ งมอื วเิ คราะหข อ มลู น้ำเบอื้ งตน และการคำนวณดา นตา งๆ

ในโปรแกรม Water Daily Program ....................................................................................................... 180
รปู ท่ี 3-3 หนา ตา งการใชง านโปรแกรมระบบฐานขอ มลู ดา นวศิ วกรรม ............................................................. 184
รปู ท่ี 3-4 ภาพถา ยบรเิ วณเขอ่ื นปอ งกนั ตลงิ่ ฝง ขวา ปตร.คลองลดั โพธิ์ (กอ นดำเนนิ การ) .............................. 186
รปู ท่ี 3-5 รูปแปลนกำแพงปองกนั ตล่ิงฝง ขวา ระบบ Platform............................................................................ 188
รปู ที่ 3-6 รปู ตดั โครงการประตรู ะบายน้ำคลองลดั โพธ์ิ ........................................................................................... 188
รปู ท่ี 3-7 การวเิ คราะหเ สถยี รภาพของตลงิ่ ฝง ขวา (Slope Stability Analysis) ............................................ 188
รปู ที่ 3-8 ภาพถา ยเขอื่ นปอ งกนั ตลงิ่ ฝง ขวา (หลงั ดำเนนิ การแลว เสรจ็ ) ............................................................ 189
รปู ที่ 3-9 การทดสอบความแนน ของฐานรากอาคารหลงั การทำซอยซเี มนต ................................................... 191



RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 3-10 การทำซอยซเี มนตฐ านรากสภาพพืน้ ท่ีเปน ดินทราย ............................................................................ 191
รปู ท่ี 3-11 การทำซอยซเี มนตแ ละบดอัดซอยซีเมนตก ำแพงขา ง .......................................................................... 192
รปู ที่ 3-12 สระซอยซีเมนต (Soil Cement Pool) ..................................................................................................... 192
รปู ท่ี 3-13 วสั ดอุ ปุ กรณแ ละเครอ่ื งมอื สำหรบั จดั ทำเครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยนำ้ .................... 197
รปู ที่ 3-14 ภาพการใชง านเครอ่ื งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยนำ้ ................................................................ 197
รปู ท่ี 3-15 แผนทแ่ี สดงจดุ ทีต่ ง้ั และขอบเขตโครงการ .............................................................................................. 199
รปู ท่ี 3-16 ตำแหนงจุดทตี่ ง้ั และลกั ษณะโครงการ ปตร. DR-2.8 .......................................................................... 200
รปู ที่ 3-17 ปตร.DR-2.8 ขนาด 4-[]-6.00x7.00 m .................................................................................................. 200
รปู ที่ 3-18 ลกั ษณะการปรับปรุง ปตร. DR.2.8 ดวย Gate Pump ....................................................................... 201
รปู ท่ี 3-19 โครงการตวั อยา งการตดิ ตง้ั Gate Pumping Station ......................................................................... 202
รปู ท่ี 3-20 ขน้ั ตอนการจดั ทำแผนทผ่ี ใู ชน ้ำระดบั แปลงนา ....................................................................................... 203
รปู ท่ี 3-21 ตวั อยา งการกำหนดรหสั แปลงนา และหมายเลขแปลงนา ................................................................. 204
รปู ท่ี 3-22 ตวั อยา งฐานขอ มลู แปลงนา ของโครงการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษาทา โบสถ ....................................... 204
รปู ที่ 3-23 ขนั้ ตอนการรายงานความกา วหนา การเพาะปลกู พชื ในรปู แบบของฐานขอ มลู แปลงนา .............. 205
รปู ท่ี 3-24 การแสดงขอ มลู ผลการเพาะปลกู พชื ใน GIS แปลงนาในรปู แบบ “แผนท”ี่ .................................... 205
รปู ที่ 3-25 การแสดงขอ มลู ผลการเพาะปลกู พชื ใน GIS แปลงนาในรปู แบบ “ตารางขอ มลู ” ......................... 206
รปู ที่ 3-26 แนวคดิ ในการพฒั นาฐานขอ มลู ระดบั แปลงนา สกู ารพฒั นานวตั กรรมเพอื่ การบรหิ ารจดั การ

นำ้ ชลประทาน และเพื่อเกษตรกรยุค 4.0 ............................................................................................... 207
รปู ที่ 3-27 ขนั้ ตอนการแจง ขอ มลู ไปเกบ็ ไวเ ปน Big Data สำหรบั การนำขอ มลู ไปใชง านในลกั ษณะตา งๆ..... 207
รปู ท่ี 3-28 การประยกุ ตใ ชข อ มลู จากฐานขอ มลู แปลงนาเพอ่ื ลดตน ทนุ การผลติ ของเกษตรกร ......................... 208
รูปท่ี 3-29 การลงพ้ืนท่ีดูหนางานรวมกับประชาชน ................................................................................................... 210
รปู ที่ 3-30 ราษฎรเห็นดว ยกบั ลักษณะโครงการที่นำเสนอ ....................................................................................... 210
รปู ที่ 3-31 แบบจำลองสามมติ โิ ครงการปรบั ปรงุ ประตรู ะบายน้ำฝายทา กระดาน .............................................. 210
รปู ที่ 3-32 โครงการดำเนนิ การกอ สรา ง ป พ.ศ. 2557 และแลว เสรจ็ ป พ.ศ. 2560 ....................................... 211
รูปที่ 3-33 การทำงานของระบบติดตามสถานการณน้ำ (RIDIMIS) ...................................................................... 212
รูปท่ี 3-34 สรุปการติดตั้งเคร่ืองมือโครงการ RIDIMIS .......................................................................................... 213
รปู ท่ี 3-35 แผนทแ่ี สดงตำแหนง การตดิ ตงั้ เครอื่ งมอื ในโครงการ RIDIMIS ......................................................... 214



กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 3-36 การใชง านระบบ RIDIMIS ผา นเว็บไซต imis.rid.go.th ...................................................................... 216
รปู ท่ี 3-37 ลกั ษณะแผน QR Code การตดิ ตง้ั ทอ่ี าคารชลประทาน ....................................................................... 218
รปู ท่ี 3-38 การใชงาน IIQ 17 .......................................................................................................................................... 219
รปู ท่ี 3-39 เปรยี บเทยี บลกั ษณะการนำเสนอขอ มลู อาคารชลประทาน .................................................................. 219
รปู ที่ 3-40 ชอ งทางการตดิ ตอ สอ่ื สารกบั โครงการชลประทาน .................................................................................. 220
รปู ที่ 3-41 แสดงการใชง านแผนทนี่ ำทาง ไปยงั โครงการจดั หานำ้ ใหร าษฎรหมทู ่ี 8 (บา นธนศู ลิ ป) ................ 220
รปู ที่ 3-42 การปรบั ปฏทิ ินการเพาะปลกู ป พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2561 ............................................................ 222
รปู ท่ี 3-43 การบรหิ ารจดั การนำ้ ในฤดแู ลง และฤดฝู น ................................................................................................ 223
รปู ที่ 3-44 สถานการณก ารรบั นำ้ เขา ทงุ นาทเี่ กบ็ เกย่ี วแลว ฤดนู าป พ.ศ. 2562 ............................................... 224
รปู ที่ 3-45 แผนผงั การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการกกั เกบ็ น้ำและการระบายนำ้ .......................................................... 227
รปู ท่ี 3-46 แผนทแ่ี สดงลกั ษณะโครงการ ..................................................................................................................... 228
รปู ท่ี 3-47 อาคาร Morning Glory กอ นและหลงั ดำเนนิ การปรบั ปรงุ .................................................................. 229
รปู ท่ี 3-48 งานตดั คอนกรีตอาคาร Morning Glory ดวยโซ (Wire Saw)............................................................... 230
รปู ท่ี 3-49 งานตดั คอนกรตี และเคลอื่ นยา ยแทง คอนกรตี ........................................................................................... 230
รปู ที่ 3-50 งานยกระดับสันอาคาร Morning Glory ................................................................................................... 230
รปู ที่ 3-51 งานไมแบบ ....................................................................................................................................................... 231
รปู ท่ี 3-52 งานปดชอง Morning Glory เพ่ือต้ังแบบ ................................................................................................. 231
รปู ที่ 3-53 งานต้ังแบบและเหล็กเสริม ............................................................................................................................ 231



RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

บทท่ี 1

บทนำ

ยุทธศาสตรกรมชลประทาน 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) จัดทำข้ึนเพื่อขับเคล่ือนตามยุทธศาสตรชาติ
และสอดคลองเชื่อมโยงกับยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรนำ้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยทุ ธศาสตรเ กษตรและสหกรณ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) และยทุ ธศาสตร
สำคญั อนื่ ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง การขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตรก รมชลประทาน 20 ป มกี รอบระยะเวลาดำเนนิ การแบง ออก
เปน 4 ชว ง สอดคลอ งกบั กรอบยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป โดยในชว งระยะ 5 ปแ รก กรมชลประทานจดั ทำแผน
ยทุ ธศาสตรก รมชลประทาน ระยะ 5 ป พ.ศ. 2560 - 2564 โดยตง้ั เปา หมายสกู ารเปน "องคก รอจั ฉรยิ ะทม่ี งุ สรา ง
ความมน่ั คงดา นนำ้ (Water Security) เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา การบรกิ าร ภายในป 2579" ดว ยการกำหนด Roadmap
เปา หมายการดำเนนิ งานแตล ะชว งดงั รปู ที่ 1-1 เปน เขม็ ทศิ นำทาง เพอ่ื มงุ สคู วามสำเรจ็ ทส่ี ง ตอ ไปสกู ารพฒั นาระดบั
ประเทศใหบ รรลเุ ปา หมาย "มนั่ คง มงั่ คงั่ ยงั่ ยนื " ในทส่ี ดุ

ในปจ จบุ นั ประเทศไทยมกี ารเปลย่ี นแปลงในดานตา ง ๆ มากมาย ไมว า จะเปน เศรษฐกจิ สงั คม และ
การเมือง โดยเฉพาะอยางยิ่งการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกท่ีสงผลตอการพัฒนาแหลงน้ำและ
การชลประทาน ทำใหท วั่ โลกเกดิ วกิ ฤตการณต า ง ๆ เปน เหตใุ หป ระชากรในประเทศไดร บั ผลกระทบสญู เสยี ในชวี ติ
และทรพั ยส นิ เปน อยา งมาก กรมชลประทานเปน หนว ยงานทมี่ ภี ารกจิ ดา นการพฒั นาแหลง นำ้ ของประเทศ ทจี่ ะตอ ง
สรางความม่ันคงของน้ำใหกับทุกภาคสวน และมีโครงการชลประทานท่ีผานการพิจารณาวางโครงการ สำรวจ
ออกแบบ กอ สรา ง และใชง านมายาวนาน ประกอบกบั มนี ายชา ง และวศิ วกรทมี่ คี วามรู ความสามารถพรอ มท่ี
จะถา ยทอดความรจู ากรนุ สรู นุ อยา งมน่ั คงและเขม แขง็ เพอ่ื เปน การสรา งภมู คิ มุ กนั ทด่ี ใี หเ กดิ ขนึ้ กบั บคุ ลากรทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
ของกรมชลประทานในปจ จบุ นั ใหส ามารถเพม่ิ พนู ความรจู ากประสบการณแ ละเพอ่ื เปน การเตรยี มความพรอ มทจ่ี ะรบั
มอื กบั ความเสยี่ งจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศของโลก รวมทงั้ จากการเปลย่ี นแปลงอน่ื ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ใน
ยคุ THAILAND 4.0 และสนบั สนนุ Roadmap ของกรมชลประทานตามแผนยทุ ธศาสตร 20 ป

ดงั นน้ั สายงานวชิ าการไดต ระหนกั และมองเหน็ ความสำคญั เกย่ี วกบั การพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากร ใหม ี
ความเขาใจในการดำเนินงานและเตรียมความพรอมในการดำเนินงานปองกันแกไขผลกระทบส่ิงแวดลอมกับ
ภารกจิ ดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน จงึ ไดจ ดั ทำโครงการสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร หลกั สตู ร การเตรยี ม
ความพรอ มและเพมิ่ พนู ความรู นายชา ง และวศิ วกร ทปี่ ฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นา แหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0 ขนึ้ เพอ่ื ใหค วามรู และสรา งความมน่ั ใจในการปฏบิ ตั งิ านอยา งถกู ตอ ง และยงั่ ยนื ตลอดไป
ซ่ึงการสัมมนาหลักสูตรน้ี ไดจัดขึ้นใหสอดคลองกับ Road map "การพัฒนากรมชลประทานสูองคกรอัจฉริยะ
ทม่ี งุ สรา งความมน่ั คงดา นนำ้ พ.ศ.2560-2579 เพอื่ เพมิ่ คณุ คา การบรกิ าร ภายในป พ.ศ.2579" มวี ตั ถปุ ระสงค
การจดั สมั มนา ดงั น้ี

11

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

1. เพื่อเปนการเสริมสรางความรูงานพัฒนาแหลงน้ำและการชลประทานของกรมชลประทานให
นายชา งและวศิ วกรอยา งบรู ณาการของทกุ สายงาน

2. เพ่ือเปนการสนับสนุนใหนายชาง และวิศวกร ไดมีโอกาสเพ่ิมพูนความรูแลกเปล่ียนประสบการณ
สามารถนำไปใชใ นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งถกู ตอ งและมปี ระสทิ ธภิ าพ

3. เพอ่ื เปน การจดุ ประกายใหน ายชา ง และวศิ วกรนำความรู ประสบการณ เพอื่ เตรยี มพรอ มรบั มอื กบั
ทกุ สถานการณท อี่ าจจะเกดิ ขน้ึ จากผลของการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศของโลก ไดอ ยา งรวดเรว็ ทนั ตอ สภาวการณ
และตอ เนอื่ ง

การสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั ไิ ดจ ดั ทงั้ หมดจำนวน 8 รนุ ครอบคลมุ 17 สำนกั งานชลประทาน ผเู ขา รว มสมั มนา
จำนวนทงั้ หมด 376 คน ดำรงตำแหนง นายชา งและวศิ วกรทผี่ า นการปฏบิ ตั งิ านมาแลว ระยะหนง่ึ ทมี่ ปี ระสบการณ
เคยประสบปญหาในพ้ืนที่นำมาแบงปนแลกเปล่ียนความรู เทคนิค วิธีการ ประสบการณ และขอควรระวัง
เพอื่ หาแนวทาง วธิ กี ารแกไ ขปญ หารว มกนั แบบบรณู าการในทกุ สายงาน โดยโครงการทนี่ ำมาเปน ประเดน็ สมั มนา
แลกเปลยี่ นประกอบดว ย โครงการทป่ี ระสบผลสำเรจ็ โครงการทป่ี ระสบอปุ สรรค โครงการเชงิ นวตั กรรม และ
การดูงานโครงการในพื้นที่ มีวิทยากรจากสำนักในสายวิชาการรวมในการเสวนา และผูเขารวมสัมมนามาจาก
สำนกั งานตา งๆ รายละเอยี ดดงั ภาคผนวก ง สรปุ ไดด งั นี้

ครง้ั ที่ สถานที่ ผเู ขา รว มการประชมุ , (สชป./คน)

1 สชป.1 จ.เชยี งใหม สชป.1 จำนวน 16 คน สชป.2 จำนวน 23 คน

2 สชป.7 จ.อบุ ลราชธานี สชป.7 จำนวน 27 คน สชป.8 จำนวน 25 คน

3 สชป.11 จ.นนทบรุ ี สชป.9 จำนวน 13 คน สชป.10 จำนวน 13 คน
และ สชป.11 จำนวน 16 คน

4 โครงการชลประทานสกลนคร สชป.5 จำนวน 23 คน สชป.6 จำนวน 21 คน
จ.สกลนคร

5 สชป.13 จ.กาญจนบรุ ี สชป.12 จำนวน 20 คน สชป.13 จำนวน 24 คน

6 สชป.3 จ.พษิ ณโุ ลก สชป.3 จำนวน 29 คน สชป.4 จำนวน 21 คน

7 สชป.14 จ.ประจวบครี ขี นั ธ สชป.14 จำนวน 68 คน

8 สชป.16 จ.สงขลา สชป.15 จำนวน 13 คน สชป.16 จำนวน 14 คน
และ สชป.17 จำนวน 10 คน

สำหรับคูมือ "ขอควรระวังในการปฏิบัติงานดานการพัฒนาแหลงนำ้ และการชลประทานในยุค
THAILAND 4.0" ไดจ ดั ทำขนึ้ จากผลการจดั สมั มนาน้ี โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ใหน ายชา ง และวศิ วกร ทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
ดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทานไดใ ชเ ปน คมู อื ในการปฏบิ ตั งิ าน โดยมกี ารถอดความรแู ละประสบการณ
จากโครงการท่ีประสบผลสำเร็จเพื่อเปนแบบอยางในการดำเนินงาน และโครงการที่ประสบอุปสรรคเพ่ือเปน
ขอ ควรระวงั ไมใ หเ กดิ การดำเนนิ การในลกั ษณะเดมิ อกี

12

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทานูรปท่ี 1-1 Roadmap ยุทธศาสตรกรมชลประทาน 20 ป (พ.ศ. 2560 - 2579)
ในยคุ THAILAND 4.0"

13

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

บทท่ี 2

ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านในสายงานวชิ าการ

2.1 การพิจารณาวางโครงการ
หนวยงานภายในกรมชลประทานที่มีภารกิจโดยตรงในการพิจารณาวางโครงการ ไดแก สำนักบริหาร

โครงการ รับผิดชอบในการวางโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ และฝายพิจารณาโครงการ สวนวิศวกรรม
สำนกั งานชลประทานที่ 1-17 รบั ผดิ ชอบในการวางโครงการขนาดเลก็ และอนื่ ๆตามทก่ี รมมอบหมายโดยในสว น
ของสำนกั บรหิ ารโครงการมหี นา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ตามกฎกระทรวงแบง สว นราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร
และสหกรณ พ.ศ.2557 ดงั น้ี

(1) ศกึ ษา วเิ คราะห และวางแผนการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทานในระดบั ลมุ น้ำใหส อดคลอ ง
กบั นโยบายและยทุ ธศาสตรข องกรม

(2) ดำเนินการศึกษาเพื่อจัดทำรายงานความเหมาะสม ศึกษาผลกระทบตอส่ิงแวดลอมดานตางๆ
ผลกระทบทางสขุ ภาพ และผลกระทบดา นอน่ื ๆ ทง้ั ในระดบั ลมุ น้ำ โครงการชลประทาน และโครงการอน่ื ของกรม

(3) วเิ คราะห ตดิ ตาม และประเมนิ ผลดา นสง่ิ แวดลอ ม สขุ ภาพ และดา นอน่ื ๆ รวมทงั้ ผลสมั ฤทธขิ์ อง
โครงการชลประทาน

(4) บรหิ ารโครงการและความรว มมอื ดา นการชลประทานกบั ตา งประเทศ
(5) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งหรอื ทไ่ี ดร บั มอบหมาย
พนั ธกจิ ของสำนกั บรหิ ารโครงการประกอบดว ย
(1) ดำเนนิ การศกึ ษาเพอื่ จดั ทำรายงานเบอ้ื งตน รายงานวางโครงการ และรายงานความเหมาะสมใน
โครงการพฒั นาแหลง นำ้ และบรรเทาอทุ กภยั ทว่ั ประเทศ
(2) ติดตามและประเมินผลโครงการชลประทานตางๆ
(3) บรหิ ารโครงการเงนิ กู เงนิ ชว ยเหลอื และความรว มมอื ใหเ ปน ไปตามวตั ถปุ ระสงคข องสญั ญา และ
สอดคลอ งกบั ระเบยี บแบบแผนทางราชการ และดำเนนิ งานทเี่ กย่ี วกบั วเิ ทศสมั พนั ธ
(4) เสรมิ สรา งการมสี ว นรว มของประชาชนในทกุ ขนั้ ตอนของการศกึ ษา
การศึกษาพิจารณาวางโครงการถือเปนกระบวนงานแรกในการพัฒนาแหลงน้ำของกรมชลประทาน
ซึ่งผลการศึกษาจะถูกนำไปใชในกระบวนสำรวจ ออกแบบ กอสราง สงนำ้ และบำรุงงานตอไป ดังรูปท่ี 2-1
แสดงแสดงการเช่ือมโยงภาพรวมของหนวยงานท่ีเก่ียวของกับกระบวนงานดานวางโครงการ วัตถุประสงคของ
การศกึ ษาจดั ทำรายงานประเภทตา งๆ มดี งั น้ี

14

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-1 การเชอื่ มโยงภาพรวมของหนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งกบั กระบวนงานดา นวางโครงการ
15

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

1. รายงานการศกึ ษาพฒั นาระดบั ลมุ น้ำ
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ศกึ ษาศกั ยภาพการพฒั นาของลมุ นำ้ โดยการบรู ณาการทรพั ยากรธรรมชาตใิ นลมุ นำ้

นโยบายภาครฐั และวศิ วกรรม เพอ่ื ใหเ กดิ ประโยชนส งู สดุ ผลทไี่ ดจ ะเปน แนวทางในการพฒั นาพนื้ ทช่ี ลประทาน
และแหลง น้ำ โดยมกี ารกำหนดพน้ื ทค่ี รา วๆทม่ี ศี กั ยภาพในการพฒั นา และรายการโครงการทมี่ ศี กั ยภาพในการพฒั นา
เพอื่ นำไปศกึ ษารายละเอยี ดตอ ไป

2.รายงานการศกึ ษาการพฒั นาระดบั โครงการ สามารถแยกเปน ระดบั และประเภทการศกึ ษาไดด งั นี้
1) รายงานเบื้องตน(Reconnaissance Report : RR) มีวัตถุประสงคเพื่อเปนการตรวจสอบอยาง

รวดเรว็ ถงึ ความเปน ไปไดท างวศิ วกรรมของโครงการตรวจสอบแผนทช่ี น้ั คณุ ภาพลมุ นำ้ แผนทปี่ า ไมป ระกาศพนื้ ที่
ลุมน้ำฯลฯหากโครงการมีความเปนไปได ก็จะกำหนดขอบเขตการสำรวจเพื่อเปนขอมูลใชในการศึกษาข้ันตอไป
หากเปน โครงการขนาดเลก็ ทไ่ี มเ ขา ขา ยตอ งศกึ ษาสงิ่ แวดลอ ม หรอื มผี ลกระทบมากนกั อาจจะสามารถนำผลการศกึ ษา
ไปสำรวจ ออกแบบและกอสรางไดเลย หากเปนโครงการขนาดใหญหรือขนาดกลางจะตองศึกษาจัดทำรายงาน
วางโครงการตอ ไป โดยผงั กระบวนการจดั ทำรายงานเบอ้ื งตน แสดงดงั รปู ที่ 2-2

2) รายงานวางโครงการ(Pre-feasibility Report : PR) รายงานวางโครงการเปน การศกึ ษาโดยละเอยี ด
ตอ จากรายงานเบอื้ งตน มวี ตั ถปุ ระสงค 2 ประการขน้ึ อยกู บั ขนาดของโครงการคอื กรณที เ่ี ปน โครงการขนาดกลาง
รายงานฉบบั นจี้ ะใชป ระกอบการตดั สนิ ใจดำเนนิ โครงการหากโครงการมคี วามเหมาะสมกจ็ ะจดั เขา แผนเพอื่ ออกแบบ
และกอ สรา งหรอื ศกึ ษาทางดา นสงิ่ แวดลอ มตอ ไปหากมคี วามจำเปน กรณที เี่ ปน โครงการขนาดใหญร ายงานฉบบั น้ี
จะเปน การการตรวจสอบถงึ ความเปน ไปไดท างดา นวศิ วกรรมของโครงการโดยละเอยี ดรวมทงั้ ตรวจสอบเบอ้ื งตน
ถึงความคุมทุนของโครงการหากมีความเหมาะสมก็จะศึกษาโดยละเอียดทุกดานในข้ันรายงานการศึกษาความ
เหมาะสมตอ ไป โดยผงั กระบวนการจดั ทำรายงานวางโครงการ แสดงดงั รปู ท่ี 2-3

3) รายงานการศกึ ษาความเหมาะสม(Feasibility Report : FS)เปน รายงานพจิ ารณาวางโครงการโดย
การศกึ ษาในขน้ั ความละเอยี ดสงู สดุ โดยพจิ ารณาในทกุ มติ ทิ เี่ กยี่ วขอ งกบั โครงการ เพอื่ เปน ขอ มลู ในการตดั สนิ ใจ
ดำเนนิ โครงการ จะดำเนนิ การในโครงการขนาดใหญ หรอื ขนาดกลางทเ่ี ขา ขา ยศกึ ษาดา นสง่ิ แวดลอ มหรอื มผี ลกระทบ
ในวงกวา ง ซง่ึ โดยปกตแิ ลว การศกึ ษาจดั ทำรายงานการศกึ ษาความเหมาะสม(Feasibility Report : FS) มกั จะดำเนนิ
การโดยการจา งทปี่ รกึ ษาฯ

16

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-2 กระบวนการจดั ทำรายงานเบอ้ื งตน (Reconnaissance Report)
17

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-2 กระบวนการจดั ทำรายงานเบอ้ื งตน (Reconnaissance Report) (ตอ )
18

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-3 กระบวนการจดั ทำรายงานวางโครงการ (Pre-Feasibility Report)
19

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-3 กระบวนการจดั ทำรายงานวางโครงการ (Pre-Feasibility Report) (ตอ )
20

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-3 กระบวนการจดั ทำรายงานวางโครงการ (Pre-Feasibility Report) (ตอ )
21

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ของงานดา นการพจิ ารณาวางโครงการ แบง ออกเปน 4 ดา น ไดแ ก การวางแผนพฒั นาระดบั ลมุ น้ำ การวาง
โครงการประเภทโครงการพัฒนาแหลงนำ้ การวางโครงการประเภทการบรรเทาอุทกภัยและอื่นๆท่ีเก่ียวของกับ
การวางโครงการดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปน้ี

ตารางที่ 2.1.1 การวางแผนพฒั นาระดบั ลมุ น้ำ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การวางแผนพัฒนาลุมนำ้ ท่ีมี 1) การวางโครงการตอ งพจิ ารณา ควรมีการศึกษาวางแผนพัฒนา

การเชอ่ื มโยงทรพั ยากรธรรมชาติ ภาพรวมของลมุ นำ้ และภมู สิ งั คม แหลง น้ำเพอ่ื การชลประทานและ

ทั้งลุมนำ้ (ปาไม/นำ้ /ดิน/ฯลฯ) 2) การวางแผนพัฒนาลุมน้ำใน ระบายน้ำในลุมน้ำหลัก ลุมน้ำ

นนั้ บางกจิ กรรมในการพฒั นาลมุ ลกั ษณะ Top Down ตอ งระบผุ รู บั ยอย ของจังหวัด เพื่อเปนแผน

น้ำไมไ ดร ะบหุ นว ยงานรบั ผดิ ชอบ ผดิ ชอบหลกั และผรู บั ผดิ ชอบรว ม งานของกรม และขอมูลให ผู

ทำใหขาดความชัดเจนในการ ท่ีชัดเจน เพ่ือรวมมือกันผลักดัน อำนวยการโครงการชลประทาน

ดำเนินงาน เชน การปองกัน โครงการ จงั หวดั ใชป ระสานกบั จงั หวดั

อทุ กภยั พน้ื ทช่ี มุ ชน การปรบั ปรงุ

ดนิ เปรยี้ ว การฟน ฟปู า ไม เปน ตน

2. 1) การวางแผนพฒั นาลมุ นำ้ บาง 1) ในการวางแผนพัฒนาลุมนำ้ 1) โครงการทมี่ ลี กั ษณะอา งฯ พวง

พ้ืนท่ีไมครอบคลุมการพิจารณา ตองพิจารณาศักยภาพอางเก็บนำ้ ควรเสนอใหมีคณะกรรมการ

ศักยภาพของอางเก็บน้ำที่เชื่อม เชิงความจุกักเก็บ ปริมาณน้ำทา บริหารจัดการน้ำเปนผูบริหาร

โยงกนั เปน ลกั ษณะของอา งฯ พวง และความเปนไปไดในการเชื่อม จดั การนำ้ รว มกบั JMC ของแต

2) การพิจารณาวางโครงการ โยงกนั เปน ระบบอา งฯพวง ละอา งเกบ็ น้ำ

ประเภทอา งฯพวง ขาดการมสี ว น 2) การวางโครงการลกั ษณะอา งฯ 2) โครงการประเภทผนั น้ำขา ม

รวมและการจัดทำขอตกลงใน พวง ตองคำนวณปริมาณความ ลมุ หรอื ประเภทอา งฯพวง ควร

การบรหิ ารจดั การนำ้ โดยเฉพาะ ตองการใชนำ้ ของทุกอางเก็บนำ้ มกี ารทำ MOU กบั ผทู เี่ กย่ี วขอ ง

อา งเกบ็ นำ้ ทเ่ี ปน หลกั ในการใหน ำ้ ในปจ จบุ นั และอนาคตอยา งนอ ย ต้ังแตในขั้นตอนการศึกษา

และอางเก็บนำ้ ที่รับน้ำจาก 20 ป เพ่ือกำหนดรูปแบบของ โครงการ

อา งหลกั โครงการและปริมาณการผันน้ำ 3 ) ก า ร ศึ ก ษ า พิ จ า ร ณ า ว า ง

3) โครงการประเภทผันน้ำขาม ของอา งเกบ็ นำ้ ใหเ หมาะสม รวมทงั้ โครงการประเภทอา งฯพวงหรอื มี

ลมุ นำ้ เมอื่ ผา นไประยะเวลาหนง่ึ เพ่ือใชเปนขอมูลในการทำการ การผันนำ้ ควรมีการเก็บสถิติ

ประชาชนในลมุ น้ำทใี่ หน ำ้ เรมิ่ ไม มีสวนรวมกับประชาชนที่ใชน้ำ ปรมิ าณน้ำทา ทไ่ี หลเขา อา งฯ และ

ตองการใหผ นั น้ำไป ของแตล ะอา งเกบ็ นำ้ ปรมิ าณนำ้ ทผ่ี นั เมอ่ื โครงการได

22

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.1.1การวางแผนพฒั นาระดบั ลมุ น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) การวางโครงการลกั ษณะอา งฯ มีการกอสรางไปแลวระยะหน่ึง
พวง ตอ งดำเนนิ การมสี ว นรว มเพอ่ื เพื่อตรวจสอบกับผลการศึกษา

จดั ทำขอ ตกลงการบรหิ ารจดั การน้ำ และใชปรับปรุงประสิทธิภาพ

ต้ังแตในขั้นตอนการวางโครงการ โครงการตอ ไป
และตอ งทบทวนขอ ตกลงตามเวลา

ทเ่ี หมาะสม เชน ทกุ ๆ 5 ป

4) โครงการประเภทผันน้ำขาม
ลุมนำ้ การศึกษาตองพิจารณา

ความตองการน้ำของแตละลุมน้ำ

ใหครบถวน ทั้งในกรณีความตอง
การใชน้ำในปจจุบันและอนาคต

ปจ จยั แหง ความสำเรจ็

โครงการประเภทผนั น้ำขา มลมุ นำ้ หรอื ประเภทอา งฯพวง มกี ารจดั ทำ MOU ระหวา งประชาชนของพน้ื ท่ี
ดา นใหน ้ำ และดา นพนื้ ทรี่ บั น้ำ เพอ่ื ใหเ กดิ การยอมรบั ในการบรหิ ารจดั การน้ำ

3. ขาดการทบทวนการศึกษาวาง การศึกษาแผนพัฒนาในระดับ
แผนพัฒนาลุมนำ้ ในเวลาที่ ลุมน้ำ เม่ือผานไประยะเวลาหน่ึง

เหมาะสม ทำใหโครงการที่วาง (5-10 ป) ตองมีการทบทวนการ

แผนไวท่ีมีความเชื่อมโยงกันใน ศึกษาตามสภาพการเปล่ียนแปลง
การบรหิ ารจดั การน้ำไมส ามารถ การใชที่ดิน ความตองการใชนำ้

ดำ เ นิ น ก า ร ไ ด อ ย า ง เ ต็ ม และสภาพแวดลอ มทเ่ี ปลย่ี นไป ซงึ่

ประสทิ ธภิ าพเชน อา งเกบ็ น้ำบาง อาจจะมี Project List ใหมๆ หรอื
แหง ถกู ยกเลกิ การกอ สรา ง ทำให มผี ลตอ การเปลยี่ นแปลงขนาดของ

อาคารระบายนำ้ ทเี่ คยวางแผนไว โครงการทเี่ คยวางแผนไว หรอื การ

ไมสามารถระบายนำ้ ไดอยาง ยกเลกิ โครงการทเี่ คยวางแผนไว
เพยี งพอ

23

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. 1) การศึกษาวางโครงการที่มี 1) การพจิ ารณาน้ำตน ทนุ ทไ่ี หลลงสอู า ง 1) ควรระบุในผลการศึกษา
วางโครงการ ถงึ ปรมิ าณความ
ลกั ษณะเปน เขตเงาฝน ขาดการ เกบ็ นำ้ ตอ งคดั เลอื กสถานนี ำ้ ฝน/น้ำทา ตอ งการใชน ำ้ ทนี่ ำไปใชใ นแต
ละดานใหชัดเจน และใน
พจิ ารณาสภาพภมู ปิ ระเทศในพน้ื ที่ ของพ้ืนท่ีรับน้ำท่ีแทจริงมาคำนวณ ภาวะวิกฤต หากตองนำนำ้
จากกิจกรรมการเกษตรไปใช
ถกู ตอ ง ทำใหก ารพจิ ารณาเลอื ก (เชน อา งเกบ็ นำ้ ทม่ี พี นื้ ทร่ี บั นำ้ อยหู นา ในกจิ การอน่ื ๆ ควรมมี าตรการ
เยียวยาใหแกเกษตรกรใน
สถานีวัดน้ำฝนคลาดเคล่ือนได เขา จะไมเ ลอื กสถานที อี่ ยหู ลงั เขามา ลกั ษณะ Win-Win
2) การพจิ ารณาวางโครงการ
และมผี ลตอ การวเิ คราะหป รมิ าณ คำนวณ) หรอื หากไมม สี ถานี ตอ งเลอื ก ชลประทานขนาดเล็กควร
แสดงแผนท่ีเสี่ยงภัย Dam
น้ำฝนรวมทง้ั น้ำทา ของโครงการ สถานนี ้ำทา ทมี่ ลี กั ษณะอทุ กวทิ ยาของ break ดว ย
3) ควรพิจารณาจัดตั้งงบ
2) โครงการอา งเกบ็ น้ำมปี รมิ าณ ลมุ น้ำทคี่ ลา ยคลงึ กนั มาเปน ตวั แทน ประมาณในการดำเนินการ
ทำแผนทเ่ี สย่ี งภยั ไวด ว ย
น้ำทา ไหลเขา อา งเฉลย่ี รายป เทา 2) การศกึ ษาวางโครงการ หากมอบหมาย 4) การศกึ ษาวางโครงการควร
คำนึงถึงการระบายน้ำของ
กบั ความจกุ กั เกบ็ ของอา งเกบ็ น้ำ ใหส ำนกั บรหิ ารจดั การน้ำและอทุ กวทิ ยา อาคาร / อา งฯ ทอ่ี ยดู า นเหนอื
น้ำทมี่ ผี ลตอ โครงการดา นทา ย
และเทากับความตองการใชน้ำ วเิ คราะหส มดลุ นำ้ ตอ งกำหนดเกณฑก าร น้ำดวย

ดา นตา งๆ ทำใหก ารใชน ้ำจากอา ง นบั การขาดแคลนน้ำ (Shortage)ใหผ ู

เก็บนำ้ ชวงระดับนำ้ ต่ำๆจะมี วิเคราะหทราบ และแสดงผลการ

ปญหาดานคุณภาพนำ้ ได วิเคราะหรายเดือนตลอดชวงเวลาท่ี

3) อางเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาด วเิ คราะหไ วใ นรายงาน เพอ่ื ใชป ระกอบ

กลาง ทอี่ อกแบบโดยใชร อบการ การบรหิ ารจดั การอา งเกบ็ นำ้ ตอ ไป

เกดิ ซำ้ ท่ี 25 - 500 ป ไมส ามารถ 3) การศกึ ษาพฤตกิ รรมน้ำหลากในขนั้

รองรับการระบายน้ำไดอยาง ตอนวางโครงการตอ งไมน อ ยกวา รอบ

ปลอดภัยในปจจุบัน เน่ืองจาก การเกดิ ทกี่ ำหนดหรอื สถติ สิ งู สดุ ทเ่ี คย

สภาพภมู อิ ากาศและสภาวะแวด เกิดขึ้นในพ้ืนที่ใกลเคียง หรือศึกษา

ลอ มทเี่ ปลย่ี นแปลง เกยี่ วกบั ความเสยี หายทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ตอ

4) โครงการใหม การศกึ ษาวาง ชวี ติ และทรพั ยส นิ หากเกดิ เขอ่ื นพบิ ตั ิ

โครงการไมไ ดเ ผอื่ การระบาย เพอื่ หรือในกรณีท่ีมีการระบายน้ำใน

การพรอ งนำ้ ปรมิ าณมาก

4) การกำหนดขนาดโครงการประเภท

อา งเกบ็ น้ำ ตอ งคำนงึ ถงึ ปรมิ าณนำ้ ทา

ทไี่ หลผา น โครงการไมค วรมสี ดั สว น

ของความจเุ กบ็ กกั / ปรมิ าณ Inflow

นอ ยเกนิ ไป แตห ากหลกี เลยี่ งไมไ ดต อ ง

มีคูมือการบริหารจัดการน้ำที่ครอบ

คลมุ ทกุ สถานการณใ หผ บู รหิ ารจดั การ

เข่ือนไวใชงาน

24

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
5) การวางโครงการประเภทอา งเกบ็ นำ้
ที่มีความจุกักเก็บน้ำนอยกวานำ้ ทา การพจิ ารณาวางโครงการทอ่ี ยู
เฉล่ีย นอกจากพิจารณาความคุมคา ใกลเคียงพื้นท่ีอนุรักษ เชน
ทางเศรษฐศาสตร ยังตองคำนึงถึง ปาอนุรักษโซน c หรือช้ัน
ขนาด Outlet เพื่อชวยพรองน้ำใน คณุ ภาพลมุ น้ำชนั้ 1A หากไม
กรณเี กดิ น้ำหลากรอบปก ารเกดิ ซ้ำสงู แนใ จตอ งทำหนงั สอื โดยแนบ
และโอกาสการเกดิ Submerge flow รายละเอยี ดของโครงการ ให
ของอาคารทางระบายน้ำลนทำให สว นสงิ่ แวดลอ ม สำนกั บรหิ าร
ปริมาณนำ้ ไหลผานสันฝายจะลดลง โครงการทำการตรวจสอบให
6)โครงการใหม ตองศึกษาวาง แนชัด
โครงการใหพิจารณาการระบายน้ำ
Outlet รองรับในกรณีการพรองน้ำ
(โครงการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการพรอ ง
น้ำของอา งเกบ็ นำ้ ขนาดเลก็ )

2. การพจิ ารณาวางโครงการเฉพาะ การพจิ ารณาวางโครงการชลประทาน
จดุ อาจสง ผลใหโ ครงการอน่ื ๆ ใน ขนาดเลก็ ควรพจิ ารณาผลกระทบของ
พน้ื ทเี่ กดิ ปญ หา เชน ผลกระทบ โครงการทอ่ี ยใู นพนื้ ทท่ี มี่ อี ยเู ดมิ ทงั้ ทาง
โครงการดานทายน้ำ ท่ีทำให ดา นเหนอื น้ำ และดา นทา ยน้ำวา จะได
ระบบประปาขาดแคลนนำ้ ตน ทนุ รบั ผลกระทบหรอื ไม

3. การพิจารณาวางโครงการใน 1) การพจิ ารณาวางโครงการชลประทาน
พ้ืนท่ีปาอนุรักษ พื้นท่ีปาสงวน ทใ่ี ชพ น้ื ทป่ี า อนรุ กั ษ (โซน c) ต่ำกวา
พื้นท่ีอุทยาน ฯลฯตองพิจารณา 50 ไร ตอ งจดั ทำบญั ชสี งิ่ แวดลอ ม (EC)
จากขอมูลที่เปนปจจุบันรวมกับ หากมากกวา 50 ไร แตไ มเ กนิ 500 ไร
กฎหมายทบ่ี งั คบั ใชฉ บบั ลา สดุ ตอ งศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ มเบอ้ื งตน
(IEE) หากมากกวา 500 ไร ตองมี
การศกึ ษาประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ ม

(EIA) ดว ย

2) การพจิ ารณาวางโครงการใกลพ น้ื ทป่ี า
ชนั้ คณุ ภาพ 1A ตอ งมกี ารศกึ ษาประเมนิ

ผลกระทบส่ิงแวดลอม (EIA) ควรมี

คำแนะนำในการกอ สรา งใหม คี วามระมดั
ระวงั ในการใชพ นื้ ทอ่ี ยา งเขม งวด

25

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) การพิจารณาความเหมาะสม
เบื้องตนตองติดตอประสานงานจาก
หนวยงานท่ีเกี่ยวของในพ้ืนท่ีปา
เน่ืองจากขอบเขตพื้นที่ปา แนบทาย
พระราชกฤษฏีกาหรือกฏกระทรวง
ข อ ง แ ต ล ะ ห น ว ย ง า น จ ะ มี ค ว า ม
คลาดเคลื่อนกันอยูในทางปฏิบัติ

4. 1) กระบวนการตงั้ แตม พี ระราช โครงการท่ีทิ้งระยะเวลาการศึกษาไว
ดำริ การศกึ ษา EIA การสำรวจ นาน ตอ งมกี ารทบทวนความตอ งการ

การออกแบบ และการกอ สรา ง ทงิ้ ของโครงการ สภาพการใชพื้นท่ีที่

ชว งเวลาไวน านเกนิ ไป จนทำให เปล่ียนแปลงไป
สภาพแวดลอมและความตอง

การโครงการเปลย่ี นไป

2) การศกึ ษาทบทวนโครงการบาง
คร้ังใชผลการศึกษาเดิม ทำให

ขาดการเปรยี บเทยี บกรณมี /ี ไมม ี

โครงการ ทางเลือกรูปแบบการ
พฒั นา โดยใชข อ มลู ปจ จบุ นั

5. ในการพจิ ารณาวางโครงการ ไม 1)หลีกเล่ียงการใชวัสดุถมบดอัดตัว

สามารถหาแหลงวัสดุกอสรางที่ เขอื่ นทเ่ี ปน Dispersive clay ถา เลยี่ ง

เหมาะสมในพื้นที่กอสรางและ ไมไดตองมีขอเสนอแนะในการปรับ

พน้ื ทใี่ กลเ คยี งได จงึ ตอ งใชว สั ดุ ปรุงวัสดุถมตัวเขื่อนเปนกรณีพิเศษ

ถมตัวเข่ือนท่ีเปนประเภท Dis- โดยมกี ารศกึ ษาเทคนคิ ใหมๆ ในการ

persive Clay ที่พบอยูในพื้นท่ี ปรบั ปรงุ วสั ดถุ มตวั เขอื่ นรวมทงั้ วธิ กี าร

โครงการนั้น ดแู ลบำรงุ รกั ษา

2) ตอ งศกึ ษาทางเลอื กในการใชว สั ดุ

ถมตัวเข่ือนท่ีหลากหลายและเปรียบ

เทียบความคุมทุนความยากงายใน

การบำรุงรักษาและผลกระทบตอ

สิ่งแวดลอม ทั้งขณะที่กอสรางและ

หลงั กอ สรา ง

26

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) การวางโครงการควร
6. 1) อา งเกบ็ นำ้ เกดิ การรว่ั ซมึ ไม การพิจารณาวางโครงการฯ บริเวณ พิจารณาการกักเก็บนำ้ ของ
แหลงน้ำที่อยูใกลเคียงกับ
สามารถกักเก็บนำ้ ไดตามวัตถุ รอยเลอ่ื นใหใ ชแ ผนทเี่ สย่ี งภยั ของกรม พนื้ ทว่ี า มกี ารรวั่ ซมึ สงู หรอื ไม
เ พ่ื อ เ ป น ข อ เ ส น อ แ น ะ ใ ห
ประสงค ทรัพยากรธรณีมาใชประกอบในการ หนว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ งพจิ ารณา
ตอ ไป
2) การเปด หนา ดนิ เพอ่ื การปรบั พจิ ารณาดว ย 2) การเสนอปรับทัศนีย
ภาพบรเิ วณหวั งาน ควรมกี าร
ปรงุ ภมู ทิ ศั น อาจเปน สาเหตทุ ำให วเิ คราะหผ ลกระทบตอ เสถยี ร
ภาพของเข่ือนการเสนอปรับ
เกดิ การรวั่ ซมึ ของนำ้ จากอา งเกบ็ ทัศนียภาพบริเวณหัวงาน
ควรมกี ารวเิ คราะหผ ลกระทบ
นำ้ ได ตอ เสถยี รภาพของเขอื่ น
3) หลกี เลย่ี งการปรบั ภมู ทิ ศั น
3) ขอมูลการพิจารณาวางโครง บรเิ วณลาดไหลเ ขา เพราะอาจ
สงผลกระทบตอเสถียรภาพ
ประเภทอา งเกบ็ น้ำไมเ พยี งพอทำ ของลาดไหลเ ขาได
4) ในการศึกษา หากพบวา
ใหบ รเิ วณ Abutment ทมี่ สี ภาพ บรเิ วณ Abutment เปน หนิ ปนู
ควรมกี ารเจาะสำรวจธรณใี ห
เปน หนิ ปนู เกดิ การรวั่ ซมึ ครอบคลุมกับการพิจารณา
การรว่ั ซมึ ของนำ้ ออกจากอา งฯ
4) การปอ งกนั การเคลอื่ นตวั ของ และควรเสนอใหต ดิ ตง้ั เครอื่ ง
มอื วดั การรว่ั ซมึ ใหค รอบคลมุ
ล า ด ไ ห ล เ ข า ด ว ย วิ ธี ก า ร ทำ จดุ เสย่ี งทง้ั หมด
5) ควรหลกี เลย่ี งการปรบั ภมู ิ
Shotcrete พบวา คอนกรตี เกดิ ทศั นท ตี่ อ งมกี ารเปด หนา ดนิ ท่ี
จะมีผลทำใหเกิดการรั่วซึม
ปญหาการแตกราวและการ ของน้ำจากอางเก็บนำ้ และ
ควรพิจารณาตั้งแตขั้นตอน
เคลอ่ื นตวั ของลาดไหลเ ขาเขา หา การวางโครงการ

ตัวเข่ือนซ่ึงอาจสงผลกระทบกับ

เสถยี รภาพของเขอ่ื น(Concrete

Face Rockfill Dam :CFRD)

27

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง นำ้ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ควรพิจารณาสาเหตุของการ
7. การพิจารณาวางโครงการ การศกึ ษาวางโครงการประเภทอาคาร ชำรุดของถุงฝายยาง เพ่ือ
ประกอบการพิจารณาเลือก
ประเภทอาคารทดนำ้ ทก่ี อ สรา งใน ทดน้ำในลำน้ำขนาดใหญ ตองมีการ ประเภทและรปู แบบอาคารท่ี
เหมาะสม
ลำนำ้ ขนาดใหญ โดยเฉพาะ พจิ ารณาเปรยี บเทยี บขอ ด-ี ขอ เสยี ของ
ควรขยายผลการนำนวตั กรรม
ประเภทฝายทดนำ้ ทเ่ี ปน ฝายยาง ทางเลอื กอาคารประเภทตา ง ๆ (ฝาย Gate Pump มาใชใ นพน้ื ที่
ในพนื้ ทภี่ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แขง็ ฝายพบั ได ฝายยาง ปตร. ฯลฯ) ที่มีขอจำกัด ในการกอสราง
สถานีสูบนำ้ บริเวณประตู
จะมีปญหาในการใชงานมาก เพอื่ ใหไ ดป ระเภทและรปู แบบอาคารที่ ระบายนำ้ แตท้ังนี้จะตอง
ศึกษาความเหมาะสมในการ
เชน ตะกอนหนาฝาย อายุการ เหมาะสม และตองดำเนินการดาน นำ Gate Pump มาใชง าน

ใชงานของตัวยางสั้น คาใช การมีสวนรวมเพ่ือใหเกิดการยอมรับ
จายในการซอมแซมสูง และ ตอ งมกี ารระบรุ ายละเอยี ดของกจิ กรรม

ประสิทธิภาพลดลงหลังการ ในคาใชจายดานบำรุงรักษาไวใน

ซอ มแซม ฯลฯ รายงานการศกึ ษาดว ย

8. ขอมูลทางวิศวกรรมประกอบใน การศกึ ษาวางโครงการประเภทประตู
ขั้นตอนการศึกษาวางโครงการ ระบายนำ้ ในลำนำ้ ขนาดใหญ ตอง
ชลประทานประเภทประตรู ะบาย พจิ ารณาขอ มลู ทเี่ กย่ี วขอ งทงั้ หมด เชน
น้ำไมเ พยี งพอ อาจสง ผลใหเ กดิ ขอ มลู ดา นอทุ กวทิ ยา ดา นการสำรวจ
ความเสยี หายตอ โครงการ ภมู ปิ ระเทศ การสำรวจหนา ตดั ลำนำ้
และธรณปี ฐพวี ทิ ยา เปน ตน เพอื่ กำหนด
ขนาดและระดบั อาคารใหเ หมาะสมกบั
สภาพพ้ืนท่ี โดยการกำหนดความ
สามารถในการระบายน้ำของตวั อาคาร
ตอ งไมน อ ยกวา รอบปก ารเกดิ ซำ้ ทก่ี ำหนด
(Return Period) หรอื ความสามารถใน
การระบายน้ำของลำน้ำ

9. การวางโครงการมีขอจำกัดดาน
พนื้ ทใ่ี นการกอ สรา งสถานสี บู นำ้
เพมิ่ เตมิ บรเิ วณประตรู ะบายน้ำ

28

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง นำ้ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

10. ขน้ั ตอนการวางโครงการ ขาดการ ข้ันตอนการวางโครงการ ตองมีการ

ดำเนินการดานการมีสวนรวม ดำเนินการดานการมีสวนรวมอยาง

อยางรอบคอบตามภมู ิสงั คมโดย รอบคอบตามภูมิสังคมโดยเฉพาะ

เฉพาะลักษณะการใชนำ้ ท่ีแตก ลกั ษณะการใชน ้ำทแี่ ตกตา งกนั เชน
ตา งกนั เชน เกษตรกรรมน้ำจดื เกษตรกรรมน้ำจดื น้ำกรอ ย น้ำเคม็ เพอ่ื

นำ้ กรอ ย นำ้ เคม็ กอ ใหเ กดิ ความ ไมใ หเ กดิ ความขดั แยง ระหวา งเกษตรกร

ขดั แยง ระหวา งเกษตรกรดว ยกนั ดว ยกนั วางแผนการบรหิ ารจดั การนำ้

ระบบนเิ วศนว ทิ ยาและการเพาะ และการเปด-ปดอาคารประกอบเพ่ือ
เล้ียงสัตวน้ำไดร บั ความเสียหาย รกั ษาระบบนเิ วศนว ทิ ยาและการเพาะ

รวมถึงตล่ิงทรุด จากการเกิด เลย้ี งสตั วน ำ้ ไมใ หไ ดร บั ความเสยี หาย

เปด - ปด ประตู รวมถงึ ปอ งกนั มใิ หต ลง่ิ ทรดุ

11. การวเิ คราะหด า นเศรษฐศาสตร ในการวิเคราะหดานเศรษฐศาสตร

เรื่องงบประมาณการสงนำ้ และ เรอื่ งงบประมาณการสง นำ้ และบำรงุ

บำรุงรักษา ไมมีการระบุราย รกั ษา ตอ งระบรุ ายละเอยี ดกจิ กรรมที่

ล ะ เ อี ย ด กิ จ ก ร ร ม ท่ี จำ เ ป น จำเปน ใหสอดคลองกับลักษณะ

โครงการจึงไมสามารถดำเนิน เฉพาะของโครงการไวด ว ย (เชน เขอื่ น

การใหสอดคลองกับลักษณะ ทใี่ ชว สั ดเุ ปน Dispersive clay ตอ ง

เฉพาะของโครงการได ไมใ หต น ไมใ หญข นึ้ ลาดเขอื่ น การบำรงุ

รกั ษาอปุ กรณต รวจวดั พฤตกิ รรมเขอื่ น

เปนตน)

12. 1) การวางแนวคลอง ทม่ี ที ศิ ทาง 1) ในการศึกษาวางโครงการตอง

ตัดกับการไหลของน้ำใตดินหรือ ทบทวนประวัติทิศทางการไหลของ

ทางนำ้ เดิม ทำใหลาดคลอง ทางนำ้ และน้ำใตด นิ หากจำเปน ตอ ง

(Side slope) ดาดคอนกรตี เกดิ วางแนวคลองตดั ทศิ ทางการไหลของ

พงั ทลายเสยี หายได นำ้ ตอ งมมี าตรการทเี่ หมาะสมในการ

2) การวางโครงการประเภท ลด Pressure นำ้ กอนไหลลงคลอง

ปรบั ปรงุ ขยายคลองลดั ทำใหเ กดิ เชน ทำ Gabion และ Intercept

การกัดเซาะตล่ิง เนื่องจากการ Drain เปน ตน

เปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำ 2) การวางโครงการประเภทชอ งลดั

รวมทั้งมีการกอสรางในบริเวณ กระเพาะหมู ตอ งพจิ ารณา Inlet-Outlet

ใกลเคียง transition ใหสอดคลองกับโคงน้ำ

29

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) การวางโครงการถนนบนคนั การวางโครงการทมี่ ถี นนบนคนั คลอง 1) โครงการท่ีกอสรางเสร็จ
แลว บางโครงการ ไมม ผี ลการ
คลองทม่ี ฐี านรากเปน ดนิ ออ น อาจ ควรมีการระบุน้ำหนักบรรทุกไวใน ศกึ ษา ควรใหม กี ารสำรวจจดั
ทำโคงความจุ-ระดับ-พื้นท่ี
เกดิ การทรดุ ตวั ของถนน เนอ่ื งจาก รายงานดว ยเพอื่ เปน ขอ มลู ในขนั้ ตอน อาง และใชขอมูลที่เก็บรวบ
รวมไดในระหวางการบริหาร
การลดระดบั น้ำในคลองเรว็ เกนิ ไป ตอ ไป จดั การมาวเิ คราะหป รมิ าณนำ้
ไมม นี ้ำนอนคลอง หรอื เปลย่ี นแปลง ตนทุน สมดุลน้ำ เพ่ือใชใน
การบริหารจัดการน้ำใหมี
วตั ถปุ ระสงคก ารใชง านถนน ประสทิ ธภิ าพ
2) ควรมกี ารจดั ทำฐานขอ มลู
13. 1) การบรหิ ารโครงการ (Project 1) ในการรบั มอบโครงการ คณะกรรมการ ประวัติโครงการ ต้ังแตการ
วางโครงการ ออกแบบ กอ
Management) ขาดการประเมนิ ควรมกี ารตรวจสอบรายการทต่ี อ งสง มอบ สรา ง และการซอ มแซม เพอื่
ใหก ารบรหิ ารจดั การเขอื่ นเกดิ
โครงการทดี่ ำเนนิ การแลว วา เปน ใหค รบถว น เชน รายงานการศกึ ษา ความปลอดภัย เชน การ
ทำแฟมประวัติ (หน่ึงแฟม
ไปตามผลการศกึ ษาหรอื ไม เพอ่ื แบบรายละเอยี ด แบบกอ สรา ง เปน ตน หนง่ึ โครงการ) จากการบนั ทกึ
ขอมูล หรือการถอดความรู
ปรับปรุงโครงการหลังการกอ 2) ในการศกึ ษาวางโครงการตอ งมกี าร บุคลากร ตั้งแตขั้นตอนการ
เตรียมความพรอม ขั้นตอน
สรา ง/บรหิ ารจดั การไปแลว ระยะ จัดทำคูมือในการบริหารจัดการเขื่อน การกอสราง และขั้นตอน
บำรุงรักษา รวมท้ังการปรับ
หนึ่ง แตละตัวใหเกิดความปลอดภัย ปรงุ แกไ ขแบบในระหวา งการ
ประกนั สญั ญากอ สรา ง
2) โครงการทกี่ อ สรา งเสรจ็ แลว 3) ควรมกี ารจดั ทำฐานขอ มลู ประวตั ิ

บางโครงการ ไมม รี ายงานผลการ โครงการ ตงั้ แตก ารวางโครงการ ออก

ศกึ ษา ทำใหข าดขอ มลู สนบั สนนุ แบบ กอ สรา ง และการซอ มแซม เพอื่

ในการบริหารจัดการนำ้ อยางมี ใหการบริหารจัดการเขื่อนเกิดความ

ประสทิ ธภิ าพ ปลอดภัย เชน การทำแฟมประวัติ

3) ในการศกึ ษาวางโครงการ ใน (หนึ่งแฟมหน่ึงโครงการ) จากการ

กรณีท่ีไมมีการจัดทำคูมือในการ บันทึกขอมูล หรือการถอดความรู

บรหิ ารจดั การเขอ่ื น อาจทำใหข นั้ บุคลากร ตั้งแตขั้นตอนการเตรียม

ตอนการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษาไม ความพรอ ม ขน้ั ตอนการกอ สรา ง และ

เปน ไปตามวตั ถปุ ระสงคท ว่ี างไว ขน้ั ตอนบำรงุ รกั ษา รวมทง้ั การปรบั ปรงุ

แกไขแบบในระหวางการประกัน

สญั ญากอ สรา ง

30

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.1.2 การวางโครงการประเภทโครงการพฒั นาแหลง น้ำ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

14. 1) โครงการประเภทเพมิ่ ความจกุ กั 1) ตอ งจดั ทำเกณฑพ จิ ารณาโครงการ ในการศึกษา Dam break
ควรพจิ ารณาเสนอการตดิ ตงั้
เกบ็ นำ้ ยงั ไมม เี กณฑก ารพจิ ารณา ประเภทการเพ่ิมความจุกักเก็บ เครื่องมือวัดพฤติกรรมเขื่อน
พรอ มระบบออนไลนม าทส่ี ว น
ความเหมาะสมท่ีชัดเจน จึงไม เชน อายเุ ขอื่ น ความมน่ั คง สดั สว น กลางดว ย

สามารถสนองนโยบายกรมได Inflow/ความจุกักเก็บ และประเภท

อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ฐานราก เปน ตน

2) การศกึ ษาวางโครงการในการ 2) การศกึ ษาวางโครงการในการปรบั

ปรับปรุงเพิ่มความจุกักเก็บของ ปรงุ เพม่ิ ความจเุ กบ็ กกั ของอา งเกบ็ น้ำ

อา งเกบ็ น้ำใหน ำ้ หนกั ในเรอ่ื งของ ตอ งเปรยี บเทยี บขอ ด-ี ขอ เสยี ของทาง

ร ะ ย ะ เ ว ล า ก อ ส ร า ง ท่ี จ ะ มี เลอื กใหร อบดา น เชน ผลกระทบใน

ผลกระทบกบั การสง น้ำนอ ยไปใน การใชน ำ้ ของเกษตรกร การระเบดิ หนิ

การพจิ ารณาทางเลอื ก บริเวณใกลตัวเข่ือน ระยะเวลา

กอ สรา ง ผวู างโครงการตอ งวางแผน

บรหิ ารจดั การนำ้ ในอา งฯ ระหวา งการ

กอ สรา งอยา งรอบคอบ รวมทง้ั คน หา

เทคนิควิธีการกอสรางท่ีเหมาะสม

เชน เทคนิคการตัดคอนกรีตดวยโซ

(Wire Saws) เปน ตน

15. 1) โครงการเดมิ อาคารเดมิ ชำรดุ 1) โครงการเดิม ตองศึกษาเพ่ิม

และไมส ามารถระบายนำ้ ประสิทธิภาพการระบายน้ำในอางฯ

2) ขาดแผนการบรหิ ารจดั การนำ้ โดยเฉพาะอา งทม่ี คี วามจนุ อ ยกวา น้ำ

ในสภาวะฉุกเฉิน (Emergency ทารายปมาก ๆ (โครงการเพ่ิม

Action Plan: EAP) ประสทิ ธภิ าพการพรอ งน้ำของอา งเกบ็

นำ้ ขนาดเล็ก)

2) ตอ งศกึ ษาจดั ลำดบั ความเสยี่ งของ

เขื่อนตาง ๆ เพ่ือปรับปรุงและจัด

ทำแผน EAP

31

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.1.3 การวางโครงการประเภทบรรเทาอทุ กภยั

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การวางโครงการบรรเทาอทุ กภยั ทม่ี ี หลักการวางโครงการตองพิจารณา 1) กรณีมีการขอใชพื้นที่
ลกั ษณะการการผนั น้ำจากทหี่ นง่ึ ไป การแกไ ขปญ หาแบบองคร วมและใหผ ู เอกชนในการระบายน้ำ ควร
อกี ทหี่ นง่ึ หากพจิ ารณาไมร อบครอบ เก่ียวของไดรับประโยชนในลักษณะ กำหนดขอตกลงในลักษณะ
อาจเปน การยา ยปญ หาและไมเ ปน ที่ win-win Win-Win
ยอมรบั ของผมู สี ว นเกย่ี วขอ งได 2)การวางแนวคลองใน
บริเวณที่เปนมีฐานรากเปน
2. 1) ปญ หาอทุ กภยั สว นหนงึ่ มกั เกดิ 1)การวางโครงการประเภทบรรเทา ดินออน ควรวิเคราะหความ
คมุ ทนุ ของโครงการ กรณอี อก
จากการรุกลำ้ ลำนำ้ ธรรมชาติ อทุ กภยั ตอ งพจิ ารณาความสามารถ แบบคลองโดยไมมีน้ำนอน
คลองไวด ว ย เพอื่ ประกอบการ
ทำใหค วามสามารถในการระบาย เดมิ ของลำน้ำเดมิ เปน ลำดบั แรก กอ น ตัดสินใจตอไป
3) การวางแนวคลองใกลเ คยี ง
น้ำลดลง ทจี่ ะเสนอใหม กี ารขดุ คลองระบายนำ้ บริเวณท่ีมีสภาพการใชที่ดิน
เปน สระนำ้ หรอื บอ เลย้ี งปลา
2) การวางโครงการบรรเทาอทุ กภยั ใหมเพิ่มเติม อาจมีผลทำใหเกิดแรงดันนำ้
จากสระนำ้ หรือบอเลี่ยงปลา
ทตี่ อ งมคี ลองระบายนำ้ ขนาดใหญ 2) หนว ยงานฝา ยปกครองตอ งเปน หนว ย ซ่ึงสงผลใหคลองเสียหายได
ควรพจิ ารณาการปรบั ปรงุ ลาด
มักเกิดผลกระทบกับท่ีดินของ งานหลกั ในการบรู ณาการกบั หนว ยงานท่ี ตลง่ิ ใหเ หมาะสม
4) ควรมีการทำแบบจำลอง
ราษฎรสงู เกย่ี วขอ ง เพอ่ื รกั ษาความสามารถในการ คณิตศาสตร 3 มิติของการ
ระบายนำ้ จากคลองลงสทู ะเล
3) โครงการประเภทประตรู ะบายน้ำ ระบายน้ำของแมน ำ้ ธรรมชาติไมใ หม กี าร เพื่อแสดงผลกระทบตางๆ
และสามารถนำไปใชสราง
ปอ งกนั นำ้ เคม็ รกุ ตวั เกดิ ปญ หา รกุ ล้ำลำนำ้ หรอื แกไ ขปญ หาการรกุ ล้ำ ความเขา ใจกบั ประชาชนและ
หนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ ง
ระดับน้ำยกตัวในกรณีที่ปดบาน กอ นทจ่ี ะใชท ดี่ นิ ของประชาชนเพอื่ ขดุ

สนทิ คลองระบายน้ำใหม

4) การระบายนำ้ จืดจากคลอง 3) การวางโครงการรูปแบบคลอง

ระบายนำ้ ในปรมิ าณมากลงสทู ะเล ระบายนำ้ ขนาดใหญ จะตอ งพจิ ารณา

อาจกระทบระบบนิเวศนชายฝง ทางเลอื กของคลองระบายนำ้ สายหลกั

และการประมง และสายรอง โดยใชข อ มลู ประกอบใน

5) โครงการประเภทคลองระบายน้ำ การตดั สนิ ใจทห่ี ลากหลาย (จำนวนครวั

ขดุ ใหม ทเี่ ชอื่ มตอ กบั แมน ้ำทม่ี กี าร เรอื น/ขนาดพนื้ ทท่ี ไ่ี ดร บั ผลกระทบ/รปู

เดนิ เรอื และมอี ทิ ธพิ ลของนำ้ ทะเล แบบคลอง/การบกุ รกุ ทส่ี าธารณะ)

หนุน อาจเปนสาเหตุทำใหเกิด 4) บริเวณพ้ืนท่ีท่ีเปนดินออน การ

ความเร็วของนำ้ ตัดขวางการ กำหนดขนาดคลอง ตอ งวเิ คราะหร ปู

เดนิ เรอื และสภาพน้ำเออ ปลาย แบบคลองท่ีหลากหลายเพื่อสราง

คลอง ทำใหค วามสามารถในการ เสถียรภาพของคลอง และวิเคราะห

ระบายนำ้ ของคลองระบายน้ำ ผลกระทบดานการใชท่ีดินและคาลง

ลดลง ทนุ เชน เขตคลองทก่ี วา งมาก ความ

ลกึ ของคลองจะนอ ย หรอื เขตคลอง

32

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.1.3 การวางโครงการประเภทบรรเทาอทุ กภยั (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ที่แคบ ความลึกของคลองก็จะมาก 5) การวางโครงการประเภท
คลองระบายนำ้ ทมี่ ผี ลกระทบ
เปนตน ในวงกวา ง เชน ผลกระทบกบั
5) ตองเปรียบเทียบสภาพพื้นท่ี

โครงการกรณมี ี /ไมม โี ครงการ รวม

ทงั้ เสนอทางเลอื กรปู แบบการพฒั นาที่
หลากหลายและนำนวตั กรรมมาใชใ น

การวางโครงการ เชน แกม ลงิ ใตถ นน

6) ในการวางโครงการตอ งพจิ ารณารปู
แบบและขนาดโครงการใหค รบทงั้ 4

ดาน ไดแก ดานวิศวกรรม ดานสิ่ง

แวดลอ ม ดา นเศรษฐกจิ สงั คม และ
ดา นเศรษฐศาสตร

7) การวางโครงการประเภทประตู

ระบายน้ำปอ งกนั น้ำเคม็ รกุ ตวั ตอ งมี
การวิเคราะหและจัดทำคูมือการ

บรหิ ารจดั การเปด -ปด ประตู เพอื่ ไมใ ห
เกดิ ปญ หาการยกตวั ของระดบั น้ำ

8) โครงการบรรเทาอทุ กภยั ทม่ี กี ารระบาย

นำ้ เพม่ิ เตมิ ลงสทู ะเลในปรมิ าณสงู ตอ ง
ศกึ ษาวเิ คราะหผ ลกระทบจากการระบาย

น้ำตอ ระบบนเิ วศนช ายฝง ทะเลและการ

ประมงจากผเู ชยี่ วชาญเฉพาะดา น เพอ่ื
วางมาตรการลดผลกระทบและเยยี วยา

ในชว งทร่ี ะบายน้ำ

3. พื้นท่ีลุมตำ่ มักประสบปญหาน้ำ 1) ในการวางโครงการพน้ื ทล่ี มุ ต่ำเพอื่
หลากกอ นการเกบ็ เกย่ี ว ทำใหเ กดิ รบั น้ำหลาก ตอ งปรบั ปฏทิ นิ กจิ กรรม
ความเสียหายขณะเดียวกันยัง การเกษตร (ทำนา ทำไรป ระมง ฯลฯ)
ขาดรูปแบบการบูรณาการของ ใหส อดคลอ งกบั การใชร บั น้ำหลากรวม
หนวยงานกระทรวงเกษตรและ ทั้งตองพิจารณาปริมาณน้ำตนทุนท่ี
สหกรณ ในการแกไ ขปญ หาพนื้ ที่ ตอ งใชป รบั ปฏทิ นิ ฯ
เกษตรลมุ ตำ่

33

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.1.3 การวางโครงการประเภทบรรเทาอทุ กภยั (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

2) ตอ งดำเนนิ การการมสี ว นรว มทกุ ภาค 5) การวางโครงการประเภท
สว นทเ่ี กยี่ วขอ ง เพอ่ื ใหก ารวางโครงการ คลองระบายน้ำทม่ี ผี ลกระทบ
สามารถนำไปปฏบิ ตั ไิ ดจ รงิ เชน ตอ งมี ในวงกวา ง เชน ผลกระทบกบั

การวางแผนรว มกบั หนว ยงานทเ่ี กย่ี ว
ขอ ง อาทิ กรมสง เสรมิ การเกษตร และ
ธกส. ในการจา ยคา ชดเชย แหลง เงนิ
กู เพ่ือใหเกษตรกรยังคงไดรับสิทธิ
ประโยชนจ ากการปรบั ปฏทิ นิ กจิ กรรม
การเกษตรในฤดฝู นและตอ งวางแผน
รว มกบั กรมประมงเพอื่ กำหนดพนั ธปุ ลา
ที่มีระยะเวลาการเจริญเติบโตสอด
คลอ งกบั ระยะเวลาการกกั เกบ็ น้ำหลาก
เปน ตน
3) ตองทำการวิเคราะหความคุมทุน
ทางเศรษฐศาสตรของพ้ืนท่ีลุมตำ่ น้ำ
หลากใหค รอบคลมุ ทง้ั ดา นการเกษตร
ในพนื้ ทลี่ มุ ต่ำและการบรรเทาอทุ กภยั
ในพน้ื ทเี่ ปา หมาย
4) ตองมีการติดตามและประเมิน
ผลโครงการ ทง้ั ในพนื้ ทลี่ มุ ตำ่ น้ำหลาก
และพื้นท่ีท่ีไดรับประโยชนจากการ
บรรเทาอทุ กภยั

ปจ จยั ความสำเรจ็

1) การขยายผลพน้ื ทล่ี มุ ตำ่ รบั นำ้ หลาก ตอ งมคี วามรว มมอื ของทกุ ภาคสว น ทง้ั ภาครฐั เกษตรกร และ
สถาบนั การเงนิ
2) เกษตรกรในพนื้ ทล่ี มุ ต่ำยอมรบั เงอ่ื นไขหลกั เกณฑข องการบรหิ ารจดั การนำ้ ทง้ั ในสว นของปรมิ าณนำ้
ตนทุนและปริมาณนำ้ หลาก

34

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.1.4 อน่ื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ดา นการวางโครงการ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ในกรณีพ้ืนท่ีปาพรุ ควรให
1. 1) การวางโครงการในพน้ื ทป่ี า พรุ 1) การพัฒนาพื้นท่ี สปก. ตอง หนวยงานดานอนุรักษและ
ฟนฟูเปนหนวยงานหลักใน
ตดิ ทะเลมกั เกดิ ปญ หา 3 น้ำ (น้ำ พิจารณาความเหมาะสมของการใช การดำเนินงาน

เคม็ , นำ้ เปรยี้ ว, นำ้ เสยี ) ประโยชนท ด่ี นิ เชน สภาพพนื้ ทเ่ี หมาะ 1) ในการวางแผนพัฒนา
แหลงน้ำทุกระดับ (ลุมน้ำ/
2) การพฒั นาพน้ื ที่ สปก. ขาด สมกับการพัฒนาแหลงนำ้ เพื่อการ โครงการ) ควรจัดการมีสวน
การพจิ ารณาความเหมาะสมของ เพาะปลกู พชื การประมง หรอื ปศสุ ตั ว รวมในลักษณะระเบิดจาก
ขางใน เชน จัดทำแผนที่
การใชป ระโยชนท ด่ี นิ เชน สภาพ 2) ในการของบประมาณกอ สรา ง หาก ทำมือ ซ่ึงจะทำใหประชาชน
รูสึกเปนเจาของขอมูล และ
พ้ืนท่ีไมเหมาะกับการพัฒนา พบวาลักษณะโครงการไมตรงกับ เปน การชว ยใหข อ มลู ในพน้ื ที่
แกกรมชลประทานดวย
แหลงนำ้ เพื่อการเพาะปลูกพืช ผลการศึกษาวางโครงการ ตอง 2) ควรเพิ่มชองทางในการ
ผลตอบแทนตำ่ แตอ าจเหมาะสม ทบทวนการศกึ ษาวางโครงการ และ ประชาสมั พนั ธโ ครงการ โดย
นำระบบ QR Code มาใช
กบั การประมง หรอื ปศสุ ตั ว เปล่ียนชื่อรายงานการศึกษาใหสอด

3) ชอ่ื โครงการในชว งกอ สรา งไม คลอ งกบั ลกั ษณะโครงการ

สอดคลองกับช่ือรายงานการ 3) การศึกษาวางโครงการหากยัง

ศกึ ษาวางโครงการ ไมทราบลักษณะโครงการที่ชัดเจน

เชน ฝาย หรอื ประตรู ะบายน้ำ ใน

การตง้ั ชอ่ื โครงการเพอื่ ของบประมาณ

อาจใชล กั ษณะกวา งๆ เชน โครงการ
ศึกษาวางโครงการอาคารบังคับ

นำ้ บาน…. โครงการศึกษาพัฒนา

แหลงน้ำบาน…..

2. 1) การขาดการประชาสัมพันธ 1) ตองมีการประชาสัมพันธในพื้นที่

ทกุ ขน้ั ตอน อยา งตอ เนอ่ื ง เพอื่ ใหท ราบถงึ ขน้ั ตอน

2) ราษฎรไมเขาใจรูปแบบของ การดำเนนิ งานพฒั นาโครงการ วตั ถุ

อาคารชลประทานอาจทำใหเ กดิ ประสงคของแตละกิจกรรม เพ่ือให

ความขดั แยง ทราบขอมูลท่ีถูกตอง รวมทั้งดำเนิน

3) การพัฒนาโครงการประสบ การมีสวนรวมของประชาชนทุกขั้น

ปญ หาการคดั คา น เนอื่ งจากผไู ดร บั ตอนของการพฒั นาโครงการ

ผลกระทบกังวลวากระบวนการ 2) ตอ งเสนอผเู กยี่ วขอ งใหป รบั ปรงุ การ

จา ยคา ชดเชยลา ชา ไมเ ปน ธรรม จา ยคา ชดเชยใหร วดเรว็ และแยกแยะ

4) การบรู ณาการการทำงานหนว ย ผไู ดร บั ผลกระทบเพอ่ื ชดเชยอยา งเปน

งานภายในกรม/ภายนอกกรมท่ี ธรรม เพื่อไมใหเปนอุปสรรคในการ

เกยี่ วขอ งกบั โครงการ มนี อ ย พฒั นาโครงการ

35

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.1.4 อน่ื ๆ ทเี่ กย่ี วขอ งกบั ดา นการวางโครงการ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) โครงการทน่ี ยั สำคญั ตอ งบรู ณาการ 3) การวางโครงการควรใชส อื่ ท่ี
การทำงานโดยเฉพาะการลงพนื้ ทเ่ี พอื่ นำเสนอภาพ 3 มติ ิ ของอาคาร
ใหข อ มลู กบั ประชาชนและหนว ยงาน ชลประทาน เพอ่ื สามารถสอ่ื สาร
ใหร าษฎรเขา ใจองคป ระกอบ
ในพื้นท่ีในการขับเคล่ือนโครงการ และการใชงานไดเปนอยาง
และหากจำเปนควรตองแตงตั้ง ดรี วมทงั้ สามารถกำหนดรปู แบบ
คณะทำงานขับเคล่ือนโครงการโดย โครงการรว มกนั ไดอ ยา งชดั เจน
ฝายปกครอง (และมอี นคุ ณะทำงาน 4) การศกึ ษาวางโครงการ ควร
ดานตางๆ เชน ชดเชยท่ีดินและ มกี ารวเิ คราะหค วามเหมาะสม
ทรัพยสิน ประชาสัมพันธ วิชาการ ของการตดิ ตง้ั โรงไฟฟา พลงั น้ำ
เปนตน) ไวด ว ย

3. 1) บคุ ลากรดา นวางโครงการยงั 1) เสรมิ สรา งองคค วามรบู คุ ลากรดา น

ขาดองคความรูและความเขาใจ การวางโครงการในเรื่องถนนดิน

เกี่ยวกับถนนดินซีเมนตผสม ซเี มนตผ สมยางพารา

ยางพารา (Para Soil Cement) 2) งานถนนดนิ ซเี มนตผ สมยางพารา

2) การวางโครงการประเภท ตอ งมกี ารตดิ ตาม ประเมนิ ดา นความ

สถานีสูบน้ำยังมีขอจำกัดในการ คุมคาการลงทุน และดานวิศวกรรม

จายคากระแสไฟฟา ไดมีการ เชน ระยะเวลาการใชง าน หรอื ความ

นำพลังงานแสงอาทิตยเปน ลน่ื เปน ตน

แหลงพลังงานทางเลือกในการ 3) ควรมกี ารตดิ ตามประเมนิ ผลโครงการ

สูบนำ้ แตก็ยังเปนโครงการ พลงั งานทดแทนเพอื่ การชลประทาน

นำรองที่ยังไมมีการติดตาม หากเหมาะสมจะไดข ยายความสำเรจ็

ประเมินผล ตอ ไป

4) การใชพลังงานแสงอาทิตยเปน

แหลง พลงั งานทางเลอื กในการสบู น้ำ

เปนโครงการนำรองที่ตองมีการวาง

แผนเกบ็ รวบรวมขอ มลู เพอ่ื สงั เคราะห

และประเมนิ ผลโครงการ หากเหมาะ

สมจะไดข ยายผลตอ ไป

5) กรมฯ ควรจะตอ งจดั เตรยี มหนว ย

งานทรี่ บั ผดิ ชอบดา นพลงั งานทดแทน

2. 36

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.1.4 อนื่ ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ดา นการวางโครงการ (ตอ )

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ควรหารือกับคณะกรรมการ
4. 1) ปจจุบันมีการตั้งสำนักงาน ปจจุบันมีการตั้งสำนักงานทรัพยากร ลมุ นำ้ ประกอบการพจิ ารณา
ทรพั ยากรน้ำแหงชาติ (สทนช.) น้ำแหง ชาติ (สทนช.) การดำเนนิ งาน ว า ง โ ค ร ง ก า ร เ นื่ อ ง จ า ก
ขึ้น สงผลกระทบกับบทบาท พัฒนาแหลงน้ำจึงตองปรับบทบาท พรบ.ทรัพยากรน้ำใหอำนาจ
หนา ทขี่ องกรมชลประทาน โดยใหค วามสำคญั กบั การพฒั นาการ หนา ทก่ี บั คณะกรรมการลมุ นำ้
2) มี พรบ.ทรัพยากรน้ำและ ชลประทานและบรรเทาอุทกภัยเปน ในการใหความเห็นเกี่ยวกับ
กฎหมายอนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ งกบั งาน หลัก แตการศึกษาตองพิจารณาถึง แผนงานและโครงการในการ
ชลประทานทำใหการพิจารณา ศักยภาพ/สมดุลของลุมนำ้ ประกอบ ดำเนนิ งานเกย่ี วกบั ทรพั ยากร
วางโครงการตองมีการเปล่ียน ดว ย นำ้ ในเขตลุมน้ำ
แปลงกระบวนงาน

2.2 การสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี
หนว ยงานภายในกรมชลประทานทม่ี ภี ารกจิ โดยตรงในการสำรวจทางดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา ไดแ ก

สำนักสำรวจดานวิศวกรรมและธรณีวิทยา รับผิดชอบในการสำรวจสำหรับโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ
ฝา ยสำรวจภมู ปิ ระเทศ และฝา ยปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา สว นวศิ วกรรมสำนกั งานชลประทานที่ 1-17 รบั ผดิ ชอบใน
การสำรวจโครงการขนาดเลก็ และอนื่ ๆตามทกี่ รมมอบหมาย โดยในสว นของสำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณี
วทิ ยามหี นา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ตามกฎกระทรวงแบง สว นราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ
พ.ศ.2557 ดงั น้ี

(1) สำรวจและจดั ทำแผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ แผนทภ่ี าพถา ย และแผนทภ่ี าพดาวเทยี ม ไดแ ก การสำรวจวาง
โครงขายหมุดหลักฐาน การสำรวจระบบสงนำ้ การสำรวจจัดทำแผนที่ภาคพ้ืนดิน แผนที่ภาพถาย และแผนท่ี
ภาพดาวเทยี ม

(2) สำรวจกนั เขตชลประทานและประสานงานรงั วดั เพอ่ื จดั หาทดี่ นิ ออกหนงั สอื สำคญั สำหรบั ทห่ี ลวง และ
การระวงั ชแี้ นวเขตชลประทาน

(3) สำรวจธรณวี ทิ ยา ธรณฟี ส กิ ส และปฐพกี ลศาสตร เพอ่ื วเิ คราะห ประเมนิ สภาพธรณวี ทิ ยาฐานราก
สำหรบั ใชเ ปน ขอ มลู ในการพจิ ารณาความเหมาะสมและออกแบบ พจิ ารณาปรบั ปรงุ ฐานรากและแกไ ขปญ หาอนั เนอื่ ง
มาจากสภาพธรณวี ทิ ยา สำรวจหาแหลง และปรมิ าณสำรองวสั ดกุ อ สรา ง ศกึ ษาและประเมนิ ผลกระทบจากแผน ดนิ
ไหวและรอยเลอื่ น และสำรวจ และพฒั นาแหลง นำ้ ใตด นิ เพอื่ การพฒั นาแหลง นำ้ ชลประทาน

(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งหรอื ทไ่ี ดร บั มอบหมาย
พนั ธกจิ ของสำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา ประกอบดว ย
(1) ใหบ รกิ ารงานสำรวจทางวศิ วกรรมและวิทยาการธรณีในงานพฒั นาแหลงนำ้ และบรหิ ารจัดการนำ้
อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและไดม าตรฐาน
(2) เปน ศนู ยร วมและวเิ คราะหข อ มลู สารสนเทศดา นงานสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณที ที่ นั สมยั
พรอ มใหบ รกิ ารอยา งมคี ณุ ภาพ

37

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

(3) พัฒนานวัตกรรมดานงานสำรวจทางวิศวกรรมและวิทยาการธรณีอยางตอเนื่อง เกิดประโยชน
อยา งเปน รปู ธรรม

(4) เปนหนวยงานเครือขายดานงานสำรวจทางวิศวกรรมและวิทยาการธรณีท่ีไดรับการยอมรับ
ในระดับสากล

กระบวนการดำเนนิ งานของสำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา ถอื เปน กระบวนงานสนบั สนนุ ใน
การพฒั นาแหลง นำ้ และบรหิ ารจดั การน้ำของกรมชลประทาน โดยผลการสำรวจถกู นำไปใชป ระกอบการดำเนนิ งาน
พจิ ารณาวางโครงการ ออกแบบ กอ สรา ง รวมทง้ั สง นำ้ และบำรงุ รกั ษา และการบรหิ ารจดั การน้ำตอ ไป กระบวน
การของงานดา นสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี ดงั แสดงในรปู ที่ 2-4 - รปู ท่ี 2-10 ตอ ไปนี้

สำรวจวางหมดุ หลกั ฐานและงานสำรวจกอ สรา งอโุ มงค หมดุ หลกั ฐานแผนทรี่ ะบบ QR Code

รปู ที่ 2-4 กระบวนการงานสำรวจวางหมดุ หลกั ฐาน

38

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

แผนที่แปลงกรรมสิทธิ์ที่ดินเชิงเลข แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศเชงิ เลขในงานจดั ระบบนำ้ เพอื่
เกษตรกรรมและ งานจดั รปู ทดี่ นิ

รปู ท่ี 2-5 กระบวนการงานสำรวจทำแผนทภ่ี าคพน้ื ดนิ

39

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศบรเิ วณหวั งาน แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศเชงิ เลขในงานจดั ระบบนำ้ เพอื่
เกษตรกรรมและ งานจดั รปู ทด่ี นิ

รปู ท่ี 2-5 กระบวนการงานสำรวจทำแผนทภ่ี าคพนื้ ดนิ (ตอ )

40

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศวางแนวคลองสง นำ้ และคลองระบายนำ้ แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศแนวคลองสง นำ้ และคลองระบายนำ้

แนวทอ สง นำ แนวถนนคนั กนั้ นำ้ และอโุ มงค ที่ใชคลองธรรมชาติ

รปู ท่ี 2-5 กระบวนการงานสำรวจทำแผนทภ่ี าคพนื้ ดนิ (ตอ )

41

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศเชงิ เลขจากภาพถา ยทางอากาศ แผนทภี่ าพออรโ ธเชงิ เลขจากภาพถา ยทางอากาศ
มาตราสว น 1 : 10,000 มาตราสว น 1 : 4,000

รปู ที่ 2-6 กระบวนการสำรวจทำแผนทจี่ ากภาพถา ยและงานภมู สิ ารสนเทศ

42

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

แผนทภ่ี าพออรโ ธจากภาพดาวเทยี ม แผนทแี่ บบผสมโดยอากาศยานไรน กั บนิ
มาตราสว น 1 : 4,000

รปู ที่ 2-6 กระบวนการสำรวจทำแผนทจี่ ากภาพถา ยและงานภมู สิ ารสนเทศ (ตอ )

43

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

แผนทกี่ ารใชป ระโยชนท ด่ี นิ การจดั ทำฐานขอ มลู ภมู สิ ารสนเทศ

รปู ท่ี 2-6 กระบวนการสำรวจทำแผนทจี่ ากภาพถา ยและงานภมู สิ ารสนเทศ (ตอ )

44

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

แผนทส่ี ำรวจขอ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย แผนทส่ี ำรวจปก หลกั เขตชลประทาน

รปู ท่ี 2-7 กระบวนการงานสำรวจกนั เขตและประสานงานรงั วดั

45

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

สำรวจธรณวี ทิ ยาฐานรากและแหลง หนิ ธรรมชาติ
รปู ที่ 2-8 กระบวนการงานสำรวจธรณวี ทิ ยา

46

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

งานปรบั ปรงุ ฐานราก งานสำรวจศลิ ากลศาสตร

รปู ที่ 2-9 กระบวนการงานสำรวจวศิ วกรรมธรณี

47

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

งานสงิ่ แวดลอ มธรณวี ทิ ยาแผน ดนิ ไหว
รปู ท่ี 2-9 กระบวนการงานสำรวจวศิ วกรรมธรณี (ตอ )

48


Click to View FlipBook Version