The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0”

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Keywords: พัฒนาแหล่งน้ำ,ชลประทาน,THAILAND 4.0

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3. การใชแบบจำลองคณิตศาสตร ตองใชขอมูลท่ีเก่ียวของ เชน ควรใชแบบจำลองคณิตศาสตร
เพอ่ื ศกึ ษาพฤตกิ รรมการไหลและ ระดบั น้ำขนึ้ นำ้ ลง การประมงชาย และทำการเกบ็ ขอ มลู คณุ ภาพนำ้
คุณภาพน้ำของคลองระบายนำ้ ฝง เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณา เพอื่ วเิ คราะหอ ตั ราการระบายนำ้
ลงทะเลกรณศี กึ ษาบรเิ วณคลอง 1) วเิ คราะหอ ตั ราการระบายนำ้ และคณุ ภาพน้ำ ทงั้ ในคลองและ
2) วเิ คราะหค ณุ ภาพน้ำ บรเิ วณชายฝง ทะเล
โรงปนู จงั หวดั เพชรบรุ ี
ควรจดั ทำแบบจำลองทางกายภาพ
4. การคำนวณปรมิ าณนำ้ ผา นอาคาร ตอ งคำนงึ ถงึ ผลกระทบของสภาพ เพ่ือหาอัตราการไหลสำหรับ
แบบผสมระหวา งประตนู ้ำกบั ฝาย แวดลอม(Boundary Condi- คำนวณปริมาณน้ำเพื่อการออก
หยกั โดยการใชแ บบจำลองทาง tions) ทไี่ มเ ปน ไปตามสมมตุ ฐิ าน แบบอาคารแบบผสมระหวาง
กายภาพ เพอ่ื เปรยี บเทยี บกบั อตั รา ของสมการตา งๆทใ่ี ชค ำนวณ ประตนู ำ้ กบั ฝายหยกั รวมทงั้ จดั
การไหลทอ่ี อกแบบไว ทำกราฟความสัมพันธระหวาง
อัตราการไหลกับความสูงของ
ระดับน้ำดานเหนืออาคาร เพ่ือ
นำมาใชใ นการบรหิ ารจดั การน้ำ

99

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.4.2 การกอ สรา งถนนและงานปรบั ปรงุ ฐานราก

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การนำรองใชยางพารามาเปน 1) ตอ งศกึ ษาขอ กำหนดพเิ ศษที่ 1) ควรกำหนดราคางาน ตาม
สวนผสมเพื่อการกอสราง สว.พเิ ศษ 1/2560 ของกรมทาง ประกาศคณะกรรมการการราคา
หลวง และขอกำหนดอ่ืนๆ ท่ี กลางและขน้ึ ทะเบยี นผปู ระกอบ
ถนนของกรมชลประทาน ไม การ เรอ่ื ง หลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร
สามารถใชไดกับแหลงวัสดุดิน เก่ียวของใหชัดเจน เชน กำหนดราคากลางงานกอสราง
(Soil Aggregate) ทกุ พน้ื ท่ี คุณสมบัติของดินท่ีจะนำมาใช ฉบบั ที่ 2
เปน สว นผสม กระบวนการผสม 2) สวพ.และ สชป.1-17 มเี ครอ่ื ง
มอื และบคุ ลากรในการตรวจสอบ
และวธิ กี ารทำงาน เปน ตน อตั ราสว นผสมตาม Job mixed
formula พรอ มใหบ รกิ าร
2) นำ้ ยางพารา จะตอ งเปน ชนดิ 3) โครงการท่ีรับผิดชอบ ควร
ติดตามการใชงานของถนนเชน
NR - Preblend หรอื Postblend การชำรุดพื้นผิวทาง การมีฝุน
ปรมิ าณจราจรและชนดิ ของยาน
และตองได"รับรองมาตรฐาน พาหนะ เปน ประจำ ทกุ 1 เดอื น
วัสดุ" จากคณะกรรมการ 6 เดอื น 1 ป และ 2 ป เปน ตน
สำหรับไวเปนขอมูลขยายผลตอ
พิจารณาการรับรองมาตรฐาน ไปในอนาคต
4) กองพสั ดขุ องกรมชลประทาน
วัสดุนำ้ ยางพาราผสมสารผสม ควรเปนหนวยงานหลักในการ
เพมิ่ และสารผสมเพม่ิ สำหรบั กำหนดระยะเวลาประกนั สญั ญา
กอสรางใหชัดเจนจะไดไมเปน
การกอ สรา งถนนดนิ ซเี มนตป รบั ปญ หาในภายหลงั และนำไปเปน
แนวทางปฏบิ ตั ติ อ ไป
ปรงุ คณุ ภาพดว ยยางธรรมชาติ

3) ในการผสมดนิ กบั นำ้ ยางพารา

ตองมีการออกแบบอัตราสวน
ผสมตาม Job mixed formulaทกุ

คร้ัง และตองตรวจสอบจาก

หนวยงานหรือสถาบันที่มีความ
พรอ มและนา เชอ่ื ถอื

4) ถนนท่ีมีสวนผสมของน้ำ

ยางพารา (Para Soil) จะทำให

ถนนมีคุณสมบัติเปนพลาสติก

มากขน้ึ ดงั นน้ั ตอ งคำนงึ ถงึ กำลงั
การรบั น้ำหนกั ของถนน (Bear-

ing Capacity)

100

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

2. การนำวธิ กี าร Soil-Cementมา 1) ตองพิจารณาถึงอัตราสวน โครงการกอ สรา ง และหนว ยงาน
ประยุกตใชในการปรับปรุง ผสมท่ีเหมาะสมท่ีจะทำใหดินมี ทเ่ี กยี่ วขอ ง ควรรว มมอื กนั ศกึ ษา
ความสามารถในการรับน้ำหนัก วจิ ยั ตอ ยอดการปรบั ปรงุ ฐานราก
คุณภาพดินสำหรับงานกอสราง บรรทกุ ปลอดภยั ได ซง่ึ ขนึ้ อยกู บั ข อ ง ง า น ก อ ส ร า ง ด ว ย วิ ธี
ฐานรากของอาคารชลประทาน คุณสมบัติของดินฐานรากน้ัน Soil-Cement โดยหาอตั ราสว น
บางครั้งไมมีการศึกษาวิธีการท่ี ท่ี เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ปู น ต อ ดิ น
เหมาะสม 2) ตอ งทำการเปรยี บเทยี บราคา (Job Mixed Design) ในแตล ะ
พนื้ ที่ เชน กำลงั รบั แรงอดั กำลงั
คา ปรบั ปรงุ คณุ ภาพดนิ กบั วธิ กี าร รับแรงเฉือน คาอัตราการไหล
ผา นไดข องน้ำ (Permeability, K)
อนื่ ๆ ดว ย และคา Penetration, N เปน ตน
เ พื่ อ ใ ช เ ป น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร
วเิ คราะห ออกแบบ และปรบั ปรงุ
ฐานรากทเี่ หมาะสม

101

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.4.3 งานปรบั ปรงุ คณุ ภาพดนิ กระจายตวั

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) ในการกอ สรา งทำนบดนิ ควรหลกี
1. การใชวัสดุดินท่ีมีคุณสมบัติไม 1) ตอ งตรวจสอบ Term of เลย่ี งการใชว สั ดทุ ไี่ มเ หมาะสมมาใช
เหมาะสมทางดานวิศวกรรมมา Reference (TOR) งานปรบั ในงานกอ สรา ง เชน ดนิ กระจายตวั
ใชในงานกอสราง ปรงุ ดินคุณภาพดินกระจาย (Dispersive Clay)เนอื่ งจากจะเกดิ
ตวั (Dispersive Clay) อยา ง ความเสียหายตอโครงสรางอาคาร
ละเอียดเพ่ือไมใหเกิดความ ตามมาในภายหลงั
ผิดพลาด 2)กรณีไมสามารถหลีกเล่ียงการนำ
2) หลีกเล่ียงเทคนิคการ "Dispersive Clay" มาใชงานกอ
กอสรางท่ีตองใชวัสดุท่ีไม สรา ง มวี ธิ ปี ฏบิ ตั ดิ งั นี้
เหมาะสมกับสภาพท่ีอยู 2.1) ควรเก็บตัวอยางจากแหลง
ใตนำ้ เชน การทำ Deep Borrow ใหครอบคลุม (อยางนอย
Cement Column (DCM) ทกุ ระยะ 50 เมตร ความลกึ 1 เมตร
ใ น ง า น ป อ ง กั น ต ลิ่ ง ขึ้นอยูกับสภาพดินของแตละพ้ืนท่ี)
(กรณีสวรรณภูมิ และการ เพอ่ื ตรวจสอบเบอื้ งตน หากไมแ นใ จ
ไฟฟา วงั นอ ย ) ใหสงทดสอบคุณสมบัติใหชัดเจนที่
หอ งปฏบิ ตั กิ าร
2.2) ตรวจสอบระดบั ความรนุ แรงของ
การเปน Dispersive Clay และออก
แบบอตั ราสว นผสม (Job Mix De-
signed) ทเี่ หมาะสมกบั ระดบั ความ
รุนแรงน้ันๆ ที่หองปฏิบัติการ โดย
ปกตแิ ลว ระดบั ความรนุ แรงของการ
เปน Dispersive Clay นนั้ สามารถ
แบง ออกไดเ ปน 3 ระดบั คอื Non
Dispersive, Intermediate และ Dis-
persive หากใชป นู ขาวแกป ญ หา Dis-
persive Clay ปรมิ าณปนู ขาวทจี่ ำเปน
ตอ งใชใ นการปรบั ปรงุ จะมปี รมิ าณมาก
หรือนอยแตกตางกันไปตามระดับ
ความรนุ แรงและคณุ ภาพของปนู ขาว
แตไมควรเกิน 3 % เพราะ หาก
มากกวา นน้ั จะทำให

102

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

- ความเหนยี วของดนิ ลดลง
- ปนู ขาวไปจบั กบั อนภุ าคขนาดเลก็

ทำใหขนาดของเม็ดดินใหญ-ข้ึน
- ดินจะกลายสภาพไปเปน non

plastic ทำใหค ณุ สมบตั ารทบึ นำ้
ลดลง
2.3) หากจำเปน ตอ งใช Dispersive
Clay ในการกอ สรา ง การปรบั ปรงุ
Dispersive Clay ในขณะนี้ 2 แนว
ทาง ไดแก การนำปูนขาว (Lime
Treatment) หรอื สารสม นำ้ (Alum
Water Treatment) มาผสมกบั กบั
ดินท่ีเปน Dispersive Clay เพื่อ
เปล่ียนโครงสรางของดิน โดยมี
เทคนคิ ดงั น้ี
ก. ยอ ยมวลดนิ Dispersive Clay
ใหม อี นภุ าคเลก็ กวา 1 นวิ้
ข.ใชป นู ขาว (Lime Treatment)
หรอื สารสม นำ้ (Alum Water Treat-
ment) ตามสดั สว นทก่ี ำหนด ผสม
กับอนุภาคของดินท่ียอยแลวใหเขา
กนั เพอ่ื เปลย่ี นโครงสรา งของดนิ ให
หยดุ การกระจายตวั
ค. ควรมผี เู ชยี่ วชาญดา นดนิ วทิ ยา
ศาสตรหรือผูมีประสบการณชวย
กำกบั ดแู ลงานกอ สรา ง/ปรบั ปรงุ เพอ่ื
ใหค วบคมุ คณุ ภาพวสั ดใุ หเ ปน ไปตาม
ขอ กำหนด

103

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.4.4 งานกำจดั วชั พชื ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) ควรพฒั นาตอ ยอดเครอ่ื งลำเลยี ง
ขอ สงั เกต 1) ตอ งกำจดั วชั พชื ตงั้ แตย งั ผักตบชวาใหสามารถอัดผักตบชวา
1. ปญหาการกีดขวางทางน้ำเพ่ือ มีปริมาณนอยเพราะการ ใหเ ปน แทง /มดั หลงั จากนำขนึ้ จากลำ
แพรขยายจะเกิดข้ึนอยาง นำ้ เพอ่ื ใหส ะดวกในการขนยา ยและ
การชลประทานและการสัญจร รวดเรว็ และหนาแนน ทำให เกบ็ ไดใ นปรมิ าณทม่ี ากขน้ึ นอกจากนี้
โดยวชั พชื ลอยน้ำไดแ ก ผกั ตบชวา 1.1) การสง น้ำไมเ ปน ไปตาม ควรศกึ ษาเพอ่ื นำผกั ตบชวาทเ่ี กบ็ ได
จอก จอกหหู นู และจอกหหู นยู กั ษ แผนการสง นำ้ แลวไปใชประโยชน เชน ทำปุย
เปนตน 1.2) อัตราการสูญเสียน้ำ กระถางปลกู ตน ไม ไมอ ดั สำหรบั งาน
เพิ่มขึ้น โดยมีผลการวิจัย ไมแบบกอสราง เฟอรนิเจอรและ
พบวา แหลงนำ้ ท่ีมีผัก อ่ืนๆ
ตบชวาหนาแนน มอี ตั ราการ 2) ควรสรา งเครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวา
สูญเสียนำ้ ไปในกระบวน และวชั พชื ลอยน้ำอนื่ ขนาดเลก็ แบบ
การระเหยผา นใบมากกวา ไม เคลอื่ นยา ยได (Mobile) เพอ่ื ใหก าร
มผี กั ตบขวา 3-5 เทา จดั เกบ็ มปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ
1.3) เกดิ การตน้ื เขนิ ของลำ 3) การคำนวณปริมาณวัชพืชใน
นำ้ และเปน อปุ สรรคตอ การ แหลงนำ้ ควรใชคาความหนาแนน
สญั จรทางนำ้ ท่ีไดจากการสุมนับจำนวนตนตอ
2) ตองดำเนินการควบคุม ตารางเมตรมาใชประกอบการ
และกำจดั วชั พชื ลอยน้ำ โดย พจิ ารณา
2.1) การควบคมุ โดยใชส าร
เคมี เชน
- 2,4-D ฉีดพน กำจัดผัก

ตบชวา
- พาราควอต หรอื กลโู ฟซเิ นต

ฉดี พน กำจดั จอก จอกหหู นู
และจอกหหู นยู กั ษ
2.2) การใชเครื่องจักร
กลหนักตักขึ้นและนำไปท้ิง
2.3) การใช Log Boom ขงึ
กน้ั เพอ่ื กนั การแพรก ระจาย
ของวัชพืช และรวบรวม
วชั พชื ไว เพอ่ื ความสะดวก
ในการกำจดั

104

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.4.5 งานคณุ ภาพน้ำ ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) ตองมีการติดตามตรวจ
ขอ สงั เกต สอบคุณภาพน้ำเปนประจำ 1) การตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพน้ำ
1. ปญ หาคณุ ภาพนำ้ และตอเน่ือง ทั้งดาน สามารถดำเนินการไดดังน้ี
คุณภาพน้ำเพ่ือการเกษตร 1.1) ดา นคณุ ภาพน้ำเพอื่ การเกษตร
และคณุ ภาพน้ำเพอ่ื สง่ิ แวด - วธิ ตี รวจสอบโปแตสเชยี ม (3500
ลอ ม - K : Potassium) โดยวธิ ี Flame
2) หากมขี อ สงสยั ในคณุ ภาพ Photometric Method
ของน้ำตองรีบดำเนินการ - วธิ ตี รวจสอบไนโตรเจน (4500 -
เ ก็ บ ตั ว อ ย า ง เ พ่ื อ ส ง ไ ป N : Nitrogen) มี 4 รปู แบบ
ทดสอบ (1) รปู แอมโมเนยี (4500 - NH3):

โดยวธิ ี Titrimetric Method
(2) รปู ในไตรท( 4500-NO2) : โดย

วธิ ี Colorimetric Method
(3) รปู ไนเตรท (4500-NO3) : โดยวธิ ี

Cadmium Reduction Method
(4) รปู อนิ ทรยี ในโตรเจน (4500 -

Norg) : โดยวิธี Macro -
kjeldahl Method
- วธิ ตี รวจสอบฟอสฟอรสั (4500 -
P : Phosphorus) : โดยวธิ ี Ascor-
bic acid Method
1.2) คณุ ภาพนำ้ เพอื่ สงิ่ แวดลอ ม โดย
การตรวจสอบโลหะหนัก ดวยวิธี
Inductively Coupled Plasma -
Mass Spectrometry( ICP - MS )
Method
2) หากพบขอ สงสยั ตา งๆ ในคณุ ภาพ
ของนำ้ ควรดำเนนิ การดงั น้ี
2.1) ควรตรวจสอบใหช ดั เจนถงึ ตน
เหตขุ องนำ้ เสยี ทบ่ี รเิ วณเหนอื นำ้ ขน้ึ
ไปวา มาจากแหลง ใดควรมกี ารบำบดั
นำ้ ใหมีคุณภาพอยูในเกณฑน้ำท้ิง
กอ นปลอ ยลงคลอง

105

กรมชลประทาน ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
2.2) ควรมกี ารตรวจสอบคณุ ภาพน้ำ
Royal Irrigation Department บริเวณประตูนำ้ วาอยูในเกณฑนำ้ ดี
หรอื นำ้ เสยี
ขอ สงั เกต 2.3) ในกรณนี ้ำมมี สี ผี ดิ ปกติ เชน สี
แดง ควรเกบ็ ตวั อยา งน้ำไปทดสอบ
หาคุณสมบัติเปนอยางไร เหมาะ
สำหรบั การอปุ โภค บรโิ ภค หรอื ไม
2.4) ควรมีแผนในการเตรียมความ
พรอ มเพอ่ื แกไ ขปญ หาเรอ่ื งคณุ ภาพ
นำ้ ทท่ี ว มขงั ในพน้ื ทแี่ กม ลงิ ซง่ึ สวพ.
ไดม กี ารกำหนดเกณฑก ารตรวจสอบ
คุณภาพนำ้ ไวแลว
2.5) ควรพจิ ารณาหาแนวทางในการ
ระบายน้ำทต่ี กคา งอยบู รเิ วณทอ งนำ้
ออกไป อยา งเชน กรณขี องโครงการ
ลุมน้ำปากพนัง ใชแมน้ำปากพนัง
เปน แหลง เกบ็ น้ำตน ทนุ ของโครงการ
แตเ นอื่ งจาก long Profile ของแม
นำ้ ปากพนงั มไิ ดม ลี าดไหลออกสปู าก
อา วปากพนงั ตามแบบลำนำ้ ปกติ แต
กลับมีสันดอนบริเวณปากแมน้ำ
ทำใหเกิดการทวมขังของน้ำเค็มน้ำ
เปรยี้ วสารเคมจี ากเกษตรกรรม ใน
พ้ืนที่ลุมต่ำของแมน้ำไมสามารถ
ระบายออกสทู ะเลแตอ ยา งใดเพราะ
นำ้ ที่เคลื่อนไหวในแมนำ้ ปากพนัง
เปน น้ำหลากทไ่ี หลอยใู นระดบั ผวิ น้ำ
ไมเ กนิ 2 เมตรเทา นน้ั
2.6) สำหรบั พน้ื ทข่ี อง สปก. ควรเกบ็
ตัวอยางนำ้ ที่อยูในบอเก็บน้ำ เพ่ือ
ตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ กอ นทจ่ี ะนำไป
ใชในภารกิจตางๆ

106

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.4.6 นวตั กรรมและการเผยแพร

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การใชวัสดุกอสรางชนิดใหม ตองพิจารณาคุณสมบัติให 1) สวพ. รว มมอื กบั วว. พฒั นาวสั ดุ
ในงานชลประทาน ครบทุกมิติเพื่อไมใหเกิด โพลเิ มอร ผลติ เปน บานระบาย เพอื่
ปญ หาการใชง านในอนาคต ลดปญ หาบานระบายเปน สนมิ และ
การกดั กรอ นจากน้ำทะเล
2. การเผยแพรนวัตกรรมอยูใน ตอ งมกี ารเผยแพรน วตั กรรม 2)หากมกี ารปรบั ปรงุ ระบบทอ สง นำ้
ใหครอบคลุม และติดตาม ควรหาวสั ดทุ ดแทนทอ แบบ AC เพอ่ื
วงจำกดั ใหม กี ารใชง านทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ
การขยายผลจากนวัตกรรม 3 ) ก า ร ใ ช ง า น แ ผ น ดิ น เ ห นี ย ว
สงั เคราะห (GCL) ในการกรสุ ระเกบ็
อยางตอเน่ือง โดยมอบ น้ำเพม่ิ มากขน้ึ ควรทำการวดั อตั รา
การรว่ั ซมึ หลงั การใชง าน เพอื่ ยนื ยนั
หมายใหม หี นว ยงานทเี่ กยี่ ว วาการออกแบบใช GCL สามารถ
ปอ งกนั การรว่ั ซมึ ไดด เี พยี งใด
ของกับงานวิจัยและพัฒนา
ควรมกี ารขยายผลการนำนวตั กรรม
เปน ผรู บั ผดิ ชอบ เชน สวพ. หรอื สง่ิ ประดษิ ฐไ ปใชป ระโยชนอ ยา ง
แทจ รงิ ในทกุ ภาคสว น เชน เพอ่ื ให
เปนตน มกี ารใชโ ปรแกรม Water Dailyเปน
ไปอยางมีประสิทธิภาพ ควรมอบ
หมายให สชป.8 จดั KM หรอื Road
Show ในการใชโ ปรแกรมใหผ เู กยี่ ว
ขอ งในการบรหิ ารจดั การอา งและการ
บรหิ ารจดั การน้ำทม่ี ลี กั ษณะคลา ยกนั
ทราบ และมกี ารผลกั ดนั เขา ไปในคู
มอื การปฏบิ ตั งิ าน (Work Manual)
ดา นการบรหิ ารจดั การนำ้ โดย สบอ.
จะนำคูมือนี้ใชอบรม ฝายสงนำ้ ฯ
ประจำป รวมถงึ รว มกบั สวพ. จดั สง
ผลงานเขารวมงานประชุมวิชาการ
ตางๆ ในรูปแบบของการนำเสนอ
ผลงาน เอกสารเผยแพร แผนพับ
โปสเตอร เปน ตน

107

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

2.5 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
ศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารมภี ารกจิ โดยตรงในดำเนนิ การดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและ

การส่ือสารของกรมชลประทาน โดยหนาท่ีความรับผิดชอบตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการกรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.๒๕๕๗ ดงั น้ี

(1) จดั ทำแผนแมบ ทและแผนปฏบิ ตั กิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารของกรม รวมทง้ั การตดิ ตาม
และประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผน

(2) ดำเนนิ การเกย่ี วกบั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ระบบงานคอมพวิ เตอร และเปน
ศนู ยก ลางเครอื ขา ยขอ มลู สารสนเทศของกรม

(3) ศึกษาและวิเคราะหเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร และระบบงาน
คอมพวิ เตอรข องกรม

(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนับสนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งหรอื ทไี่ ดร บั มอบหมาย

พนั ธกจิ ของศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารประกอบดว ย
(1) พฒั นาบคุ ลากรทกุ ระดบั ใหม คี วามรคู วามสามารถ ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
(2) ใหม รี ะบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเพอ่ื ใชป ฏบิ ตั งิ านบรหิ ารงานอยา งทวั่ ถงึ
(3) ใหม รี ะบบฐานขอ มลู และระบบสารสนเทศทสี่ ามารถสนบั สนนุ ภารกจิ หลกั ของกรมฯได
(4) ใหม รี ะบบบรกิ ารขอ มลู สารสนเทศแกผ เู กย่ี วขอ งแบบบรกิ ารจดุ เดยี ว
(5) ใหม รี ะบบบรกิ ารดา นสอ่ื สารโทรคมนาคมทท่ี นั สมยั และมปี ระสทิ ธภิ าพ

ดงั กลา วขา งตน จะเหน็ วา ศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารมคี วามรบั ผดิ ชอบสนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิ
ภารกจิ ดว ยเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ทท่ี นั สมยั มนั่ คง ปลอดภยั ตามมาตรฐานสากล มปี ระสทิ ธภิ าพเหมาะสมทจี่ ะเปน เครอื่ ง
มอื สำคญั ใหแ กท กุ หนว ยงานของกรมชลประทานใชป ระกอบการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ทงั้ ดา นเครอื่ งมอื อปุ กรณ( Hardware)
ดา นชดุ คำสง่ั ระบบงานและฐานขอ มลู (Software) ดา นเครอื ขา ยหรอื โครงขา ย(Network) และดา นวศิ วกรรมไฟฟา
สอื่ สารหรอื สอ่ื สารโทรคมนาคม และเนอื่ งจากกรมชลประทานมหี นว ยงานกระจายอยใู นทกุ พน้ื ทท่ี วั่ ประเทศเปน
จำนวนมาก ซง่ึ ในแตล ะหนว ยงานมคี วามแตกตา งกนั ทงั้ ดา นสถานท่ี บคุ ลากร เครอื่ งมอื อปุ กรณ และภารกจิ ทรี่ บั
ผดิ ชอบ รวมถงึ ยงั ขาดความเขา ใจเกย่ี วกบั กระบวนการงบประมาณทจ่ี ะใชใ นการพฒั นาเนอื่ งจากการทจ่ี ะขอรบั การ
สนบั สนนุ งบประมาณดา นนต้ี อ งผา นความเหน็ ชอบจากผบู รหิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศระดบั สงู ทงั้ ในระดบั กรม ระดบั
กระทรวง และคณะกรรมการของกระทรวงดจิ ทิ ลั เพอื่ เศรษฐกจิ และสงั คมเปน ลำดบั ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี ดงั ปจ จยั
ท่ีกลาวมานี้จะเห็นไดวา กรมชลประทานซ่ึงเปนหนวยงานภาครัฐขนาดใหญและมีภารกิจสำคัญในลำดับตนของ
ประเทศไทย เพอ่ื ใหส อดคลอ งตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรฐั บาลและนโยบาย RID No.1 ของกรมชลประทาน
มีความจำเปนตองพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งในดานโครงสรางพื้นฐานท้ังในดานสารสนเทศและดานสื่อสารโทร

108

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

คมนาคมหรอื ICT Infrastructure เพอ่ื ใหม ปี ระสทิ ธภิ าพเหมาะสมทจ่ี ะเปน เครอื่ งมอื ใชป ระกอบการปฏบิ ตั งิ านและ
เสริมสรางขีดความสามารถในการเปล่ียนผานสูองคการดิจิทัลหรือ Digital Organization Transformation
ในกระบวนการตอ ไป

สำหรบั กระบวนการดำเนนิ งานของศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารไดแ ก กระบวนการพฒั นา
ระบบสารสนเทศ กระบวนการพฒั นาเวบ็ ไซต กระบวนการตดิ ตง้ั ซอ มบำรงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย กระบวน
การการใหบ รกิ ารระบบVDO Conferenceกระบวนการออกแบบระบบไฟฟา สอื่ สาร กระบวนการขอใชบ รกิ ารระบบ
จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สก รมชลประทาน กระบวนการเบกิ จา ยคา ใชจ า ยเกย่ี วกบั โทรศพั ทพ นื้ ฐานของทางราชการ
กระบวนการกำหนดรายละเอยี ดคณุ ลกั ษณะเฉพาะครภุ ณั ฑด า นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร และกระบวน
การจดั ทำแผนปฏบิ ตั กิ ารดา นดจิ ทิ ลั กรมชลประทาน ดงั แสดงในรปู ท่ี 2-20 ถงึ รปู ท่ี 2-28 ตามลำดบั

109

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-20 กระบวนการพฒั นาระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร

110

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-21 กระบวนการพฒั นาเวบ็ ไซต

111

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-21 กระบวนการพฒั นาเวบ็ ไซต( ตอ )

112

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-22 กระบวนการตดิ ตงั้ ซอ มบำรงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย

113

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-22 กระบวนการตดิ ตง้ั ซอ มบำรงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย(ตอ )

114

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-23 กระบวนการใหบ รกิ ารระบบ VDO Conference

115

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-24 กระบวนการออกแบบระบบไฟฟา สอ่ื สาร

116

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-25 กระบวนการขอใชบ รกิ ารระบบจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สก รมชลประทาน

117

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-26 กระบวนการเบกิ จา ยคา ใชจ า ยเกย่ี วกบั โทรศพั ทพ น้ื ฐานของทางราชการ

118

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-27 กระบวนการกำหนดรายละเอยี ดคณุ ลกั ษณะเฉพาะครภุ ณั ฑ
ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

119

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-28 กระบวนการจดั ทำแผนปฏบิ ตั กิ ารดา นดจิ ทิ ลั กรมชลประทาน

120

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ในปง บประมาณ พ.ศ.2562 นน้ั จากการทศ่ี นู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารไดส ง ผแู ทนเขา รว ม
เปน คณะผบู รรยายในโครงการสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร หลกั สตู ร การเตรยี มความพรอ มและเพมิ่ พนู ความรู นายชา ง
และวิศวกร ที่ปฏิบัติงานดานการพัฒนาแหลงน้ำและการชลประทานในยุค THAILAND 4.0 จำนวน 8 คร้ัง
ทว่ั ประเทศ เปน ผลใหร บั ทราบวา บคุ ลากรของกรมชลประทานใชง านเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เปน เครอ่ื งมอื สำคญั สำหรบั
ปฏบิ ตั งิ านตงั้ แตง านระดบั พน้ื ฐานจนถงึ ระดบั ทมี่ คี วามซบั ซอ นสงู โดยมคี วามตอ งการใหก รมฯสนบั สนนุ และพฒั นา
ประสทิ ธภิ าพการใหบ รกิ ารใหเ หมาะสมและเพยี งพอ เพอ่ื ใหส อดรบั กบั ความตอ งการใช เชน ระบบเครอื ขา ยหลกั
ของกรมชลประทาน การเชอ่ื มตอ ระบบเครอื ขา ยภายในสว นกลาง และสว นภมู ภิ าค ระบบวทิ ยคุ มนาคมผา นระบบ
เครอื ขา ย RID-VPNระบบประชมุ ทางไกลผา นระบบเครอื ขา ย RID-VPN และระบบโทรศพั ทพ น้ื ฐานเปน ตน

โดยระบบเครอื ขา ยหลกั ของกรมชลประทาน ซงึ่ ประกอบดว ยระบบควบคมุ และบรหิ ารจดั การ ระบบรกั ษา
ความปลอดภยั และโครงสรา งภายในเขตกรมชลประทานสามเสน ซงึ่ ถอื เปน หนว ยงานสว นกลาง (ดงั รปู ท่ี 2-29)
การเชอื่ มตอ ระบบเครอื ขา ยหลกั ของกรมชลประทาน ซง่ึ ตง้ั อยทู ่ี ณ กรมชลประทาน สามเสน ไปยงั ผใู หบ รกิ าร
สญั ญาณอนิ เทอรเ นต็ วงจรหลกั ท่ี 1 (บรษิ ทั กสท โทรคมนาคม จำกดั มหาชน) และวงจรหลกั ท่ี 2 (บรษิ ทั ทโี อที
จำกัด มหาชน)ดวยเทคโนโลยีเครือขายเสมือนสวนบุคคล (RID-VPN หรือ Royal Irrgation Department's
Virtual Private Network)(ดงั รปู ที่ 2-30)และการเชอื่ มตอ ระบบเครอื ขา ยหนว ยงานสว นภมู ภิ าคของกรมชลประทาน
จากสว นกลางทตี่ ง้ั อยู ณ กรมชลประทาน สามเสน ไปยงั ผใู หบ รกิ ารสญั ญาณอนิ เทอรเ นต็ วงจรหลกั ที่ 1 (บรษิ ทั กสท
โทรคมนาคม จำกดั มหาชน) ในสว นภมู ภิ าค และวงจรหลกั ที่ 2(บรษิ ทั ทโี อที จำกดั มหาชน) ในสว นภมู ภิ าคดว ย
เทคโนโลยี Spilt-Tunnel ดงั แสดงในรปู ที่ 2-31และ2-32

สำหรบั การใหบ รกิ ารระบบวทิ ยสุ อื่ สารโทรคมนาคมการใหบ รกิ ารระบบประชมุ ทางไกลผา นระบบเครอื ขา ย
RID-VPN โดยใชสัญญาณอินเทอรเน็ตทั้งสวนกลางและสวนภูมิภาค และการใหบริการระบบโทรศัพทพื้นฐาน
ของกรมชลประทานสวนกลาง (สามเสน) ซึ่งทำงานผานระบบเครือขายอินเทอรเน็ตแสดงในรูปท่ี 2.33, 2.34,
และ 2.35 ตามลำดบั

121

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-29 ภาพรวมของระบบเครอื ขา ยของกรมชลประทานสว นกลาง

122

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-30 ภาพขยายของการเชอ่ื มโยงระบบเครอื ขา ยของกรมชลประทาน

123

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

สญั ลกั ษณะทใ่ี ชใ นระบบเครอื ขา ย MPLS/FTTx

รปู ที่ 2-31 การเชอ่ื มโยงระบบเครอื ขา ย MPLS/FTTx ของกรมชลประทานสว นภมู ภิ าควงจรท่ี 1

124

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-32 การเชอ่ื มโยงระบบเครอื ขา ยMPLS/FTTx ของกรมชลประทานสว นภมู ภิ าควงจรที่ 2
รปู ที่ 2-33 ตวั อยา งโครงขา ยระบบวทิ ยคุ มนาคมผา นระบบเครอื ขา ย RID-VPN

125

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-34 โครงขา ยระบบประชมุ ทางไกลผา นระบบเครอื ขา ย RID-VPN ผา น Applications

รปู ที่ 2-35 โครงขา ยระบบโทรศพั ทก รมชลประทานสว นกลาง (สามเสน)

126

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ทงั้ น้ี ศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร มกี ารใหบ รกิ ารอน่ื ๆ ทมี่ กี ารใหบ รกิ ารและอยรู ะหวา ง
การจดั ทำหลกั เกณฑก ารใหบ รกิ าร ดงั น้ี

1) งานดา นการพฒั นาระบบ/พฒั นาโปรแกรม ทง้ั ทเ่ี ปน ระบบงานสารสนเทศ (Application) ระบบงาน
สารสนเทศผา นเวบ็ (WEB Application) ระบบงานสารสนเทศสำหรบั อปุ กรณเ คลอื่ นที่ (Mobile Application)

2) งานดา นระบบเครอื ขา ย เชน ใหบ รกิ ารสญั ญาณอนิ เทอรเ นต็ ระบบเครอื ขา ยเสมอื นสว นบคุ คลของ
กรมชลประทาน (RID-VPN) ใหบริการพ้ืนท่ีจัดเก็บขอมูลเว็บไซตของหนวยงานภายในกรมชลประทาน (WEB
Hosting) ใหบ รกิ ารชอ่ื เวบ็ ไซตภ ายใต Domain Name rid.go.th (ชอ่ื หนว ยงาน.rid.go.th) ใหบ รกิ ารพน้ื ทร่ี บั ฝาก
ขอ มลู ผา นระบบเครอื ขา ยอนิ เทอรเ นต็ (RID-Cloud) ใหบ รกิ ารเครอื่ งคอมพวิ เตอรแ มข า ย (RID-Server) ใหบ รกิ าร
ออกแบบติดต้ังซอมบำรุงและปรับปรุงระบบเครือขายภายใน(LAN) ใหบริการรับฝากคอมพิวเตอรแมขาย
(RID CoLocation) ใหบ รกิ ารมลั ตมิ เี ดยี ผา นระบบเครอื ขา ยอนิ เทอเนต็ (RID Streaming Video) ใหบ รกิ ารดา น
การรกั ษาความปลอดภยั และเสรมิ สรา งความมน่ั คงทางคอมพวิ เตอร ใหบ รกิ ารระบบควบคมุ ระยะไกลผา นเครอื ขา ย
อนิ เทอรเ นต็ เปน ตน

3) งานดานระบบโทรศัพท เชน โทรศัพทเคล่ือนท่ีสำหรับผูบริการกรมชลประทาน(Mobile Phone)
โทรศัพทผานระบบเครือขาย RID-VPN (IP Vedio Phone/IP Phone) ใหบริการออกแบบติดตั้งซอมบำรุง
และปรบั ปรงุ ระบบโทรศพั ทพ นื้ ฐานและตสู าขาโทรศพั ท เปน ตน

4) งานดา นระบบภาพ/เสยี ง เชน ระบบเครอ่ื งเสยี งและขยายเสยี งตา งๆ ทง้ั ภายในและภายนอกอาคาร
ระบบกลอ งวงจรปด เปน ตน

5) งานดา นระบบวทิ ยสุ อื่ สาร เชน ใหบ รกิ ารออกแบบตดิ ตง้ั ซอ มบำรงุ และปรบั ปรงุ โครงขา ยวทิ ยสุ อ่ื สาร
กรมชลประทานทง้ั แบบสถาน/ี ตดิ รถยนต/ มอื ถอื เปน ตน

127

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารแบง ออกเปน ดา นตา งๆ ไดแ กก ารพฒั นาระบบสารสนเทศ การใหบ รกิ าร
โครงสรา งพน้ื ฐานระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ยการใหบ รกิ ารดา นสอ่ื สารโทรคมนาคม และอนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วขอ งกบั

ดา นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปนี้

ตารางท่ี 2.5.1 การพฒั นาระบบสารสนเทศ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. แนวทางการจดั เกบ็ ขอ มลู ปจ จบุ นั 1) ทุกหนวยงานตองจัด จัดทำระบบฐานขอมูลควรทำใน 2
ยงั ไมเ ปน ระบบเทา ทค่ี วร เชน ทำระบบฐานขอ มลู สารสนเทศ รปู แบบ คอื
1) การจดั เกบ็ ขอ มลู รายละเอยี ด เพ่ือสามารถนำไปใชขอมูล ระบบฐานขอมูลกลางในภาพรวม
ของอาคารชลประทานตา งๆ อยู อา งองิ ในการปฏบิ ตั งิ าน ของกรมดแู ลโดย ศทส. และระบบ
ในรปู แบบทห่ี ลากหลาย ทำใหก าร 2) ตอ งจดั เกบ็ ขอ มลู แบบราย ฐานขอ มลู เฉพาะดา นซงึ่ ดโู ดย ศทส.
นำขอ มลู ไปใชม คี วามยงุ ยากตอ ผู ละเอียดอาคารชลประทาน หรือหนวยงานเจาของขอมูลดาน
ใชงาน ในหลายๆ รูปแบบ เพื่อลด นน้ั ๆ โดยระบบฐานขอ มลู ขา งตน นี้
2) ขอ มลู แบบรายละเอยี ดอาคาร ความเส่ียงตอการสูญหาย เชอื่ มโยงกนั
ชลประทานของโครงการสญู หาย ความเสียหายจากสภาวะ 1) ควรมกี ารพฒั นาระบบฐานขอ มลู
ทำใหไ มส ามารถคน หาขอ มลู แบบ ตา งๆ เชน ความชน้ื ความ ตน แบบทเี่ ปน มาตรฐานของกรม เพอ่ื
มาอา งองิ เมอ่ื มคี วามจำเปน ได รอ น สตั วแ มลง เปน ตน ใหห นว ยงานภายใตก รมสามารถนำไป
ใชงานและตอยอดระบบฐานขอมูล
เชน
2) ควรพฒั นาการจดั เกบ็ ขอ มลู ตา งๆ
ของอาคารชลประทาน ใหอ ยใู นระบบ
ฐานขอ มลู ใหม รี ปู แบบทเ่ี ปน มาตรฐาน
และเปน ไปในแนวทางทส่ี อดคลอ งกนั
เพื่อเตรียมความพรอมสูการใชงาน
สนบั สนนุ ระบบ Big Data
3) ควรจัดเก็บแบบกอสรางของ
โครงการทไี่ ดร บั การอนมุ ตั ใิ หอ ยใู นรปู
แบบ digital file และสามารถใช
บรกิ ารระบบรบั ฝากไฟลข อ มลู กลาง
(ระบบ RIDCloud)ของกรมชลประทาน

2. ขาดระบบฐานขอ มลู ดา นพฒั นา 1) โครงการ ตอ งมกี ารดำเนนิ
แหลงน้ำท่ีอยูในรูปแบบไฟลดิจิ การจดั ทำระบบฐานขอ มลู ใน

ทลั ทบี่ นั ทกึ ตงั้ แตเ รม่ิ ศกึ ษา รูปแบบไฟลดิจิทัล

128

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

โครงการ สำรวจ ออกแบบ กอ 2) ตอ งมอบหมายผรู บั ผดิ ชอบ
สรา ง จนถงึ การบำรงุ รกั ษา เชน ในรูปแบบของคณะทำงาน
กรณีที่เจาหนาท่ีคนเดิมเกษียณ รวมกันระหวางหนวยงานที่
อายุราชการหรือยายหนวยงาน เกี่ยวของกับศูนยเทคโนโลยี
เจา หนา ทคี่ นใหมท มี่ าปฏบิ ตั งิ าน สารสนเทศและการสื่อสาร
แทนจะไมทราบขอมูลที่มาของ เพื่อทำหนาท่ีพัฒนาระบบ
งาน ทำใหมีผลกระทบตอการ ฐานขอมูลดานพัฒนาแหลง
บรหิ ารจดั การโครงการ และการ นำ้ ใหม รี ปู แบบของการบนั ทกึ
เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพโครงการ ขอ มลู ปญ หา และแนวทาง

การแกไขปญหา ใหเปน
มาตรฐานเดยี วกนั

3. การเชอ่ื มโยงขอ มลู ทใี่ ชส นบั สนนุ ทกุ หนว ยงานตอ งจดั ทำระบบ ควรมีการออกแบบฐานขอมูลให
การปฏบิ ตั งิ านตามภารกจิ กรม ยงั ฐานขอมูล ใหเปนไปตาม สามารถรองรับการเชื่อมโยงระบบ
ไมค รอบคลมุ ทกุ ดา นและยงั ไมม ี มาตรฐานดานรูปแบบฐาน ตา งๆ ของกรม ได เชน
ประสทิ ธภิ าพเพยี งพอ เนอื่ งจาก ขอมูลกลางของกรม เพื่อให 1) ในการจัดเก็บขอมูลการตรวจวัด
ขาดการนำมาตรฐานดา นรปู แบบ สามารถเช่ือมโยงกับระบบ พฤตกิ รรมเขอื่ น ซง่ึ มที ง้ั แบบทผ่ี รู บั ผดิ
ช อ บ ต อ ง ก ร อ ก ผ ล ก า ร ต ร ว จ วั ด
ฐานขอมูลกลางของกรมไปใช อน่ื ๆ ของกรมได เอง(Manual) และแบบทมี่ กี ารรบั สง
ขอมูลจากเคร่ืองมือโดยอัตโนมัติ
ดำเนินการ

(Automatic) ควรมกี ารออกแบบฐาน
ขอ มลู ใหส ามารถรองรบั ไดท งั้ 2 รปู
แบบ โดยอาจตองแยกในสวนของ
GUI ที่ใหผูใชงานสามารถใชงานได
อยา งสะดวก และในสว นทเี่ ปน Au-
tomatic ควรใชก ารรบั -สง ขอ มลู เปน
แบบ Web Service
2) ควรมรี ะบบการเชอ่ื มโยงขอ มลู การ
ตรวจวดั พฤตกิ รรมเขอ่ื นจาก สชป.1-
17 และสวนความปลอดภัยเข่ือน
โดยเชื่อมโยงกับฐานขอมูล SWOC
ใหสามารถแสดงผลใน Big Data
เพอ่ื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านและการ
ตดั สนิ ใจของผบู รหิ าร

129

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) การเชอื่ มโยงฐานขอ มลู อนื่ ๆ ใน
ระบบ SWOC ควรจะเปน ลกั ษณะ
การเชอื่ มโยงแบบ Web Service และ
Web Map Service

4. ด า น ลิ ข สิ ท ธ์ิ โ ป ร แ ก ร ม 1) ตองไมใชโปรแกรมท่ี 1) กรมฯ ควรสง เสรมิ และสนบั สนนุ

(Softwarelicense)เพื่อการ ไมมีลิขสิทธิถูกตองในการ การใชโ ปรแกรมทมี่ ลี ขิ สทิ ธถิ กู ตอ งมา

ปฏบิ ตั งิ าน ปฏบิ ตั งิ าน ใชในการปฏิบัติงาน

2) ศทส. ตอ งสนบั สนนุ และ 2) กรมฯ โดย ศทส ควรผลกั ดนั ดา น

รวมดำเนินการผลักดันดาน การจดลิขสิทธ์ิการใชงานชุดคำส่ังท่ี

ลขิ สทิ ธกิ์ ารใชง านชดุ คำสง่ั ที่ พฒั นาขน้ึ เอง เพอ่ื สง เสรมิ ภาพลกั ษณ

พัฒนาขึ้นใชเองในภารกิจ องคก ร

ของกรมชลประทาน 3) ควรมีการใชโปรแกรมที่เปน

Opensource ทดแทน

5. การพฒั นา Mobile Application การจัดเก็บขอมูลควรจัดเก็บ 1) ควรเพม่ิ เตมิ Server เพอื่ เกบ็ ขอ มลู

ทนี่ ำมาใชใ นการปฏบิ ตั งิ าน ยงั ไม ในรปู แบบของฐานขอ มลู เพอ่ื ไดอ ยา งตอ เนอ่ื ง และนำมาวเิ คราะห

สามารถตรวจสอบขอ มลู ยอ นหลงั ใหง า ยตอ การนำไปใชง านกบั ในการวางแผนในการปฏิบัติงานได

ได การพฒั นาระบบตรวจวดั ยงั ระบบอน่ื ๆรวมถงึ การนำไประ อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

ไมเ ปน มาตรฐานเดยี วกนั และมี ยกุ ตใ ชง านอกี ดว ย 2) ควรใหระบบตรวจวัดเปน

ขอจำกัดในเรื่องของ Platform มาตรฐานเดยี วกนั โดยกำหนดระยะ

การใชงานบนอุปกรณประเภท เวลาการแจงเตือนตามสถานการณ

ตางๆ ตัวอยางเชน Mobile และใหเจาหนาที่เขาใจในทิศทาง

Application ในการตดิ ตามความ เดียวกัน

หนาแนน ของผกั ตบชวา ทย่ี งั ขาด 3) ควรเพ่ิมขยาย Application ใน

ขอ มลู ยอ นหลงั และขาดขอ มลู เชงิ Platform อน่ื ดว ยเพอ่ื ใหป ระชาชนใน

กวางท่ีจะนำมาวิเคราะหในการ พนื้ ทสี่ ามารถใหข อ มลู โดยมผี ตู รวจ

วางแผนการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งมี สอบแหลง ทมี่ าขอ มลู และสามารถเผย

ประสทิ ธภิ าพ แพรตอสาธารณชนได

130

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.5.2 การใหบ รกิ ารโครงสรา งพนื้ ฐานระบบคอมพวิ เตอรแ ละเครอื ขา ย

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การจัดการระบบควบคุมการ ควรพิจารณาเทคโนโลยีที่ 1) หากมีงบประมาณเพ่ิมเติมควร

เปด-ปดบานระบายน้ำในพื้นที่ นำมาใชควบคุมระยะไกลให พจิ ารณาความเหมาะสมในการตดิ ตงั้

หา งไกล มขี อ จำกดั ในการปฏบิ ตั ิ เหมาะสม เนอื่ งจากการลงทนุ อปุ กรณก ลอ งวงจรปด เพอ่ื ตรวจสอบ

งานของบคุ ลากร จงึ ไมส ามารถ ในโครงสรางพ้ืนฐานมีมูล การทำงานของอปุ กรณ

ตรวจสอบการทำงานของระบบ คา สงู 2) ควรพิจารณาเง่ือนไขการทำงาน

ไดตลอดเวลา กอนติดต้ังอุปกรณวัดระดับน้ำเหนือ

และทา ยบาน เพอื่ ใหส ามารถเปด -ปด

บานใหไ ดต ามระดบั น้ำทต่ี อ งการ (ซง่ึ

ปจจุบันบางโครงการมีอุปกรณชุดเ

ปด -ปด บานทส่ี ามารถสง ขอ มลู ผา นเครอื

ขา ยแสดงผลบนหนา Webpage ได)

2. โครงการประเภทอางเก็บนำ้ ท่ีมี ควรพิจารณาเทคโนโลยีที่ ควรใชระบบ VDO Conference

ระบบสงนำ้ เชื่อมโยงถึงกันเปน นำมาใชประสานงานระยะ มาชว ยสนบั สนนุ การดำเนนิ งานของ

เครอื ขา ย (โครงการอา งพวงฯ) มี ไกลใหเหมาะสม เน่ืองจาก โครงการอา งพวงฯ เพอื่ ใหก ารตดิ ตอ

สำนกั งานตง้ั อยหู า งไกลกนั ทำให การลงทุนในโครงสรางพ้ืน ประสานงานตา งๆ สะดวกรวดเรว็ ยงิ่

ไมสะดวกในการติดตอประสาน ฐานมีมูลคาสูง ขนึ้ โดย ศทส. มกี ารใหบ รกิ ารระบบ

งานตางๆ ดังกลาว

3. 1) สญั ญาณอนิ เตอรเ นต็ ไมค รอบ 1) ตอ งทำความเขา ใจระบบ ค ว ร บั น ทึ ก อ ง ค ค ว า ม รู แ ล ะ
คลมุ ทำใหร ะบบ QR Code ที่ QR Code ในการนำไปใช ประสบการณดานการประยุกตใช
ติดตั้งไวกับโครงสราง/อุปกรณ งานท่ีเหมาะสมกับงานมาก ระบบ QR Code ในงานตามภารกจิ
ตา งๆ ไมส ามารถใชง านไดใ นทกุ ท่ีสุด เนื่องจาก QR Code เขา สรู ะบบการจดั การความรภู ายใน
พื้นที่ สามารถใชง านไดห ลากหลาย กรมชลประทาน (RID-KM: https://
2) ขาดการจดั ทำบญั ชตี ำแหนง ขอมูลท่ีมีความจำเปนตอง km.rid.go.th/workgroups/group/

สถานที่ติดตั้ง QR Code ปรบั ปรงุ /เปลยี่ นแปลงบอ ยๆ 552/) เพ่ือแบงปนความรูและ
บนโครงสรา ง/อปุ กรณ เมอื่ มกี าร ไมค วรใชร ะบบ QR Code ประสบการณใ หก บั ผทู สี่ นใจ

เปลี่ยนแปลงหรือเคล่ือนยาย 2) ตองจัดทำบัญชีตำแหนง

โครงสราง/อุปกรณนั้น ทำให สถานที่ติดตั้ง QR Code
ขอ มลู ทไ่ี ดไ มต รงกบั ความเปน จรงิ ในกรณที มี่ กี ารปรบั ปรงุ /แกไ ข

ขอ มลู จะสามารถตดิ ตามและ

ดำเนนิ การไดอ ยา งครบถว น

131

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางท่ี 2.5.3 การสอ่ื สารโทรคมนาคม

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. ดานสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร หนว ยงานทมี่ กี ารพฒั นานวตั ศทส. ควรรว มดำเนนิ การในการพฒั นา
นวตั กรรมหรอื เครอื่ งมอื /อปุ กรณท ใี่ ชใ น
ของนวัตกรรม หรือเคร่ืองมือ/ กรรมหรอื เครอื่ งมือ/อปุ กรณ การตรวจวดั /รบั -สง ขอ มลู /ควบคมุ ระยะ
ไกล และเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของระบบ
อปุ กรณ ตองคำนึงถึงการละเมิดสิทธิ เครอื ขา ยใหส ามารถรองรบั การใชง านได
เปน อยา งดี
ของผูอ่ืน และการคุมครอง
ควรพจิ ารณาทางเลอื กในการใชง าน
การละเมดิ สทิ ธขิ องผลงานท่ี ระบบส่ือสารขอมูลของระบบโทร
มาตรทเี่ ปน แบบใช SIM ใหเ ปน ระบบ
พัฒนาข้ึนน้ัน อน่ื ๆ ทเ่ี หมาะสม เชน ระบบสอ่ื สาร
แบบ WIMAX ระบบวทิ ยุ ระบบดาว
2. ระบบสื่อสารขอมูลของระบบ แนวโนมความตองการใช เทยี ม และระบบ VPN เพอื่ เพม่ิ ประ
โทรมาตรทเ่ี ปน แบบใช SIM มขี อ งานในอนาคตสามารถสง สทิ ธภิ าพการสอื่ สารขอ มลู
จำกัดดานสภาพภูมิประเทศที่มี ขอ มลู ไดม ากขนึ้ เชน สง ภาพ
สัญญาณไมครอบคลุม และ วดี โี อ ณ เวลาจรงิ
ปรมิ าณการสง ขอ มลู ไดน อ ย รวม
ทง้ั ภาระคา บรกิ ารรายเดอื นสงู

ตารางที่ 2.5.4 อนื่ ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. หนวยงานสวนภูมิภาคขาดการ 1) ศทส.ตองมีการประชา 1) ศทส. ควรประชาสมั พนั ธเ ชงิ รกุ ใน

รับรูเกี่ยวกับการใหบริการดาน สมั พนั ธข อ มลู ขา วสาร และ ภารกจิ ตา งๆทร่ี บั ผดิ ชอบและใหบ รกิ าร

เทคโนโลยีสารสนเทศของกรม การใหบ รกิ ารดา นเทคโนโลยี อยูเชน ระบบคอมพวิ เตอรแ มข า ยระบบ

ท่ี จ ะ นำ ม า ใ ช ป ร ะ ก อ บ ก า ร สารสนเทศทจ่ี ะนำมาใชส นบั เครอื ขา ย ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร

ปฏบิ ตั งิ าน สนนุ การปฏบิ ตั งิ าน ระบบงานสารสนเทศตา งๆ และระบบ

2) ศทส. ตองขอรับทราบ สอื่ สารโทรคมนาคม เปน ตน เพอ่ื ให

ความตอ งการของผใู ชบ รกิ าร หนว ยงานตา งๆภายในกรมชลประทาน

วามีความตองการรับบริการ ไดร บั ทราบโดยทวั่ ถงึ

และพัฒนาในเรื่องใด เปน 2) ศทส. เปน หนว ยงานสนบั สนนุ ในการ

ป ร ะ จำ อ ย า ง ต อ เ น่ื อ ง อำนวยความสะดวกและประสานงาน

ขณะเดยี วกนั หนว ยงาน ตอ ง ในการจัดหาบุคลากรหรือวิทยากรท่ี

แสดงความความตอ งการมา ความรสู ำหรบั การเผยแพรอ งคค วามรู

ยงั ศทส. ภายในระยะเวลาท่ี เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

กำหนด ใหตรงกับความตองการของกลุม

132

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) ทุกหนวยงานตองศึกษา เปา หมาย เชน โครงการสามารถเขา รว ม
แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ด า น โครงการฝก อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร หลกั
เทคโนโลยีดิจิทัลจากคูมือ สตู รการจดั ทำ Infographic เพอ่ื นำไป
ส ถ า ป ต ย ก ร ร ม อ ง ค ก ร ใชใ นงานเผยแพรแ ละประชาสมั พนั ธ
(Enterprise Architecture : โครงการไดอ ยา งชดั เจน
EA) ของกรมชลประทาน 3) ศทส. เปน หนว ยงานกลางในการรวบ
เพื่อเปนแผนการดำเนินการ รวมชดุ คำสง่ั (Application) ประกอบ
ล ง ทุ น ด า น เ ท ค โ น โ ล ยี การปฏบิ ตั งิ านซง่ึ หนว ยงานตา งๆ ได
สารสนเทศและการส่ือสาร พฒั นาขน้ึ ใชพ รอ มสนบั สนนุ ในการปรบั
ลดความซ้ำซอ นในการใชจ า ย ปรงุ เขา สรู ปู แบบ WEB Application
งบประมาณในดานพัฒนา หรอื Mobile Application เพอื่ ทำการตดิ
ระบบงาน ดานการบริหาร ตงั้ ในระบบคอมพวิ เตอรแ มข า ยของกรม
จดั การระบบฐานขอ มลู ดา น ชลประทานซงึ่ จะชว ยขยายขอบเขตการ
โครงสรา งดจิ ทิ ลั พน้ื ฐาน รวม ใชง านไดก วา งขวางขนึ้
ทง้ั ดา นการรกั ษาความความ 4) ศทส. ควรมกี ารเผยแพรก ารใหบ รกิ าร
มั่นคงปลอดภัยทั้งของระบบ ระบบตางๆ อยางท่ัวถึง เชน
และของขอมูลโดยมีทิศทาง ระบบCLOUD โทรศพั ทผ า นอนิ เตอร
สอดประสานกนั เปน อยา งดี เนต็ (VoIP) หอ งรบั ฝากServer ระบบ
เครอื ขา ยVPN, VDO Conference,
VDO Streaming ระบบวทิ ยสุ อ่ื สาร การ
ออกแบบระบบเครอื ขา ยในอาคาร รวม
ถงึ การพฒั นาโปรแกรมตา งๆ เปน ตน
ปจ จบุ นั ระบบ VPN มกี ารขยายปรมิ าณ
สัญญาณข้ันตำ่ ใหสอดคลองกับ
พฒั นาการทางเทคโนโลยี พรอ มแยก
ชอ งทางการจราจรสญั ญาณ เพอื่ ใหเ กดิ
ความคลอ งตวั และงา ยตอ การบรหิ าร
จดั การ
5) ศทส. เปน หนว ยงานหลกั ในการขบั
เคล่ือนเพ่ือจัดทำสถาปตยกรรม
องคกร(EA) ในภาพรวมของกรม
ชลประทานใหม ที ศิ ทางเดยี วกนั และ
สอดคลอ งกบั ยทุ ธศาสตรข องประเทศ

133

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ในขณะเดยี วกนั หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ ง
ควรใหก ารสนบั สนนุ ขอ มลู ตา งๆ ทถี่ กู
ตองครบถวน ใหกับศูนยเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร เพ่ือท่ี
จะสามารถนำไปใชใ นการขบั เคลอ่ื นการ
จดั ทำ Big Data ของกรมชลประทาน

2. ขาดแรงจูงใจในการพัฒนาดาน ศทส. ควรเปน หนว ยงานหลกั ในการ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการ จั ด กิ จ ก ร ร ม ท่ี เ กี่ ย ว ข อ ง กั บ ด า น
สอ่ื สารเพอื่ การปฏบิ ตั งิ าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ
สารเพื่อสงเสริมภาพลักษณตางๆ
ของกรมชลประทาน เชน การ
ประกาศเกยี รตคิ ณุ บคุ ลากรทป่ี ระดษิ ฐ
คิดคนเคร่ืองมือ/อุปกรณ/นวัตกรรม
ดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอื่ สารและนำมาประยกุ ตใ ชป ระกอบ
การปฏบิ ตั งิ านไดเ ปน อยา งดี การสง
เสริมการใหมีการผลิตเคร่ืองมือ/
อุปกรณ/นวัตกรรมดานเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารในนาม
กรมชลประทาน เปน ตน

3. กำหนดรายละเอยี ดครภุ ณั ฑข อง การกำหนดรายละเอียด ควรช้ีแจงทำความเขาใจกับหนวย
อปุ กรณด า นสารสนเทศและการ ครภุ ณั ฑ (Spec) อปุ กรณด า น งานผูขอรับบริการดานการกำหนด
สอื่ สาร (ICT Spec.)แตล ะหนว ย สารสนเทศและการสื่อสาร รายละเอยี ดครภุ ณั ฑข องอปุ กรณด า น
งาน ยังไมสอดคลองกับการใช ตอ งให ศทส. เปน หนว ยงาน สารสนเทศและการส่ือสาร (ICT
งาน และขอกำหนดของหลัก กำหนดหรือรวมพิจารณา Spec.)เกี่ยวกับหลักเกณฑและแนว
เกณฑแ ละแนวทางปฏบิ ตั ใิ นดา น กำหนดฯ ทง้ั นตี้ อ งใหเ ปน ไปตาม ทางปฏิบัติในดานการกำหนดคุณ
การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ ขอ กำหนดของคณะกรรมการ ลักษณะเฉพาะครุภัณฑของภาครัฐ
ครภุ ณั ฑข องภาครฐั กำหนดคณุ ลกั ษณะเฉพาะทงั้ และหาแนวทางแกไขรวมกันวา
ระดบั กรมและระดบั หนว ยงาน ทำอยางไรรายละเอียดคุณลักษณะ
ผูควบคุมครุภัณฑ หรือหลัก เฉพาะที่ถูกกำหนดขึ้นจึงจะตอบ
เกณฑแ ละแนวทางปฏบิ ตั ใิ น สนองตอ ความตอ งการมากทสี่ ดุ และ
ดานการกำหนดคุณลักษณะ เปน ไปตามกฎหมาย ระเบยี บ หลกั
เฉพาะครภุ ณั ฑข องภาครฐั เกณฑท เ่ี กยี่ วขอ ง

134

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

4. การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ 1) โครงการสามารถขอรบั บรกิ ารรถ
และการส่ือสารมาใชในการ Fast01 ของ ศทส. เพอื่ ตดิ ตง้ั สถานี
ติดตามสถานการณหรือการ วทิ ยแุ มข า ย ระบบการประชมุ ทางไกล
บริหารจัดการน้ำในชวงเผชิญ แบบเคลอ่ื นท่ี (Mobile VDO Con-
เหตุ ยังไมแพรหลาย ทำใหไม ference) และถายทอดสดผาน
สามารถรายงานสถานการณใน อนิ เตอรเ นต็ (VDO Streaming) เพอ่ื
พนื้ ทไ่ี ดอ ยา งทนั ทว งที รายงานสถานการณใ นพนื้ ทอี่ ยา งทนั
ทว งที
2) กรณพี น้ื ทป่ี ระสบเหตอุ ทุ กภยั หรอื
ภยั แลง สามารถใชข อ มลู จากเวบ็ ไซ
ต http://gis.rid.go.th/pump เพอ่ื คน
หา พกิ ดั จำนวนเครอื่ งสบู นำ้ ของกรม
ชลประทาน ในการวางแผนการใช
เครอ่ื งจกั รเครอื่ งมอื
3) กระบวนการทำงานทเี่ กย่ี วขอ งกบั
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการ
สอื่ สาร ควรมกี ารบรู ณาการระหวา ง
หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ ง และ ศทส. เพอื่
ใหสามารถดำเนินการไดตามวัตถุ

ประสงค และพฒั นาตอ ยอดใหร ะบบ
สามารถทำงานไดครอบคลุมทุก
ดาน(การบริหารจัดการน้ำ) และ
ความยงั่ ยนื ของระบบงาน

5. ปญหาการคัดคานหรือตอตาน หนวยงานตางๆของกรม ควรมชี อ งทางดา นเทคโนโลยสี อ่ื สาร
โครงการพัฒนาแหลงนำ้ เนื่อง ชลประทานอาจยังไมทราบวา เชน Website, Social Network เพอื่
จากผูที่ไดรับผลกระทบจาก กรมชปลระทานหรือศทส. มี ใหข อ มลู โครงการพฒั นาแหลง นำ้ ทถ่ี กู
โครงการไมไ ดร บั ทราบขอ มลู ทถ่ี กู เครอ่ื งมอื ดา นเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ตองกับผูมีสวนไดสวนเสียในพื้นที่
และประชาชนทวั่ ไปอยา งตอ เนอ่ื ง
ตอ งและครบถว น อะไรใหบ รกิ ารอยบู า ง

135

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

2.6 สายงานอนื่ ๆทเี่ กย่ี วขอ ง
2.6.1 การกอ สรา ง
หนว ยงานภายกรมชลประทานทม่ี ภี ารกจิ โดยตรงในการพฒั นาแหลง นำ้ ไดแ ก สำนกั งานชลประทานท่ี

1-17 กองพฒั นาแหลง น้ำขนาดกลาง สำนกั พฒั นาแหลง นำ้ ขนาดใหญ โดยรบั ผดิ ชอบในการดำเนนิ การโครงการ
พฒั นาแหลง น้ำขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ ตามลำดบั โดยในสว นของกองพฒั นาแหลง นำ้ ขนาดกลาง
สำนักพัฒนาแหลงน้ำขนาดใหญ มีหนาที่ความรับผิดชอบ ตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการกรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.2557 ดงั น้ี

กองพฒั นาแหลง น้ำขนาดกลาง
(1) ศกึ ษา วเิ คราะห และจดั ทำแผนยทุ ธศาสตรด า นการพฒั นาแหลง น้ำขนาดกลาง การปอ งกนั และ
บรรเทาภยั จากนำ้ และการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพโครงการชลประทานใหส อดคลอ งกบั ยทุ ธศาสตรข องกรม
(2) ควบคมุ และดำเนนิ การโครงการพฒั นาแหลง น้ำขนาดกลาง โครงการปอ งกนั และบรรเทาภยั จากน้ำ
การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการชลประทาน โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ และโครงการอน่ื ตามทกี่ รมมอบหมาย
(3) ตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำเนนิ งานโครงการพฒั นาแหลง น้ำขนาดกลางในขนั้ ตอนการเตรยี มความ
พรอ มของโครงการและขน้ั ตอนการกอ สรา งโครงการใหเ ปน ไปตามแผน
(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งหรอื ทไ่ี ดร บั มอบหมาย
สำนักพัฒนาแหลงนำ้ ขนาดใหญ
(1) ศึกษา วิเคราะห และจัดทำแผนยุทธศาสตรดานการพัฒนาแหลงน้ำขนาดใหญใหสอดคลองกับ
ยทุ ธศาสตรข องกรม
(2) ควบคมุ และดำเนนิ การโครงการพฒั นาแหลง นำ้ ขนาดใหญ โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ และ
โครงการอนื่ ตามทก่ี รมมอบหมาย
(3) ตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำเนนิ งานโครงการพฒั นาแหลง นำ้ ขนาดใหญใ นขนั้ ตอน การเตรยี มความ
พรอ มของโครงการและขนั้ ตอนการกอ สรา งโครงการใหเ ปน ไปตามแผน
(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเ่ี กยี่ วขอ งหรอื ทไี่ ดร บั มอบหมาย
จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ดา นการกอ สรา ง โดยแบง เปน 3 ระยะ ไดแ ก ระยะกอ นการกอ สรา ง ระยะระหวา งการกอ สรา ง และระยะหลงั
การกอ สรา ง ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปน้ี

136

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.6.1 การกอ สรา ง

ระยะกอนการกอสราง

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) กระบวนการศกึ ษาความเหมาะ
1. กระบวนการเตรียมความพรอม จากการดำเนินการกอสราง สม/ศกึ ษาสงิ่ แวดลอ ม สายงานกอ
กอนการกอสราง แบงออกเปน บางคร้ัง พบวา รูปแบบการ สรา ง ควร ตอ งเขา มารว มดำเนนิ
4 ขน้ั ตอน ไดแ ก กระบวนการ กอสรางพื้นท่ีรับประโยชน ไม การ ดงั น้ี
ศึกษาความเหมาะสม/ศึกษาส่ิง สอดคลองกับความตองการของ 1.1) ประสานพื้นท่ีเพ่ือทราบ
แวดลอม กระบวนการสำรวจ/ ประชาชนในพนื้ ท่ี กระบวนการ ความตอ งการและรปู แบบอาคาร
ออกแบบ กระบวนการจัดทำ กอ สรา งมปี ญ หาในการดำเนนิ การ 1.2) ตรวจสอบผลกระทบ สภาพ
เอกสารประกวดราคา/จัดจาง ทงั้ การกอ สรา ง และการบรหิ าร ทดี่ นิ สภาพการใชท ดี่ นิ
และกระบวนการกอ นสงั่ ผรู บั จา ง สัญญาทำใหเกิดความลาชาใน 1.3) ตรวจสอบผลกระทบ ทเ่ี กดิ
เขา ปฏบิ ตั งิ านกอ สรา งทสี่ ายงาน การดำเนินงาน ดังนั้นเพื่อให กับชุมชน
กอสรางควรเขาไปรวมดำเนิน การดำเนนิ งานเปน ไปดว ยความ 1.4) ตรวจสอบแหลงวัสดุใช
การเพอ่ื ใหง านกอ สรา งบรรลวุ ตั ถุ ถูกตองรวดเร็ว สอดคลองกับ กอ สรา ง
ประสงคต ามทว่ี างไว ความตองการของประชาชนใน 1.5) ตรวจสอบพน้ื ทรี่ บั ประโยชน
พื้นท่ี เห็นสมควรใหสายงาน 1.6) ต ร ว จ ส อ บ ข้ั น ต อ น
กอ สรา งเขา มารว มรบั ทราบตง้ั แต ขออนุญาตหนวยงานตางๆ เชน
กระบวนการเรมิ่ ตน โครงการ ปา สงวนแหง ชาติ เขตรกั ษาพนั ธุ
สตั วป า เขตอทุ ยานแหง ชาติ พนื้
ท่ี สปก. พน้ื ทก่ี รมเจา ทา เปน ตน
2) กระบวนการสำรวจ/ออกแบบ
สายงานกอสรางควรเขามารวม
ประสานดังนี้
2.1) งานดานการสำรวจ ตองมี
การดำเนินการสำรวจใหครอบ
คลุมทั้งการสำรวจภูมิประเทศ
สำรวจปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา
2.2) งานดา นการออกแบบ
2.2.1) ขอแบบรา ง มาตรวจสอบ
- ขอบเขตพื้นท่ีกอสรางมีผล
กระทบอยา งไร
- ประสานสว นราชการฯ รบั ทราบ
ขอมูลในเบอ้ื งตน
- วางแผนการกอ สรา ง

137

กรมชลประทาน ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
138 - ตรวจสอบความสัมพันธของแบบ
Royal Irrigation Department กบั สถานพน้ื ที่
- แหลงวัสดุกอสรางมีความเหมาะสม
ขอ สงั เกต หรอื ไม
- การรอื้ ยา ย ระบบสาธารณปู โภคตา งๆ
- ทกี่ องวสั ดกุ อ สรา ง/ทงิ้ ดนิ
2.2.2) ขอแบบจรงิ มาดำเนนิ การ
- ประสานชแ้ี จง ผไู ดร บั ผลกระทบ/ชแ้ี จง
ฝา ยปกครอง
- นำแบบประกอบการขออนุญาต
สว นราชการทเ่ี กย่ี วขอ ง
- ถา แบบออกแบบไวน านแลว ควรตรวจ
สอบกบั พน้ื ทท่ี จี่ ะกอ สรา งจรงิ
3) กระบวนการทำเอกสารประกวดราคา/
จดั จา ง
3.1) ตรวจสอบจัดทำปริมาณงาน และ
ราคากลาง
3.2) จัดทำรายการรายละเอียดดาน
วิศวกรรมใหสอดคลองกับแบบ และ
ปรมิ าณงานทจี่ ะกอ สรา งจรงิ
4) กระบวนการกอนสั่งผูรับจางเขา
ปฏิบัติงานกอสราง ผูรับผิดชอบงาน
ตอ งดำเนนิ การ ดงั นี้
4.1) ตองมีสัญญา แบบรายละเอียด
รายละเอยี ดดา นวศิ วกรรม ไวต รวจสอบ
กำกบั ในการบรหิ ารสญั ญา
4.2) จดั ทำ Check List ทตี่ อ งดำเนนิ การ
ตามสญั ญา
4.3) กำหนดแบบฟอรม รายงานตา งๆ
4.4) ตรวจสอบหมดุ หลกั ฐานทจ่ี ะสง มอบ
4.5) พิจารณาจุดท่ีจะกอสราง อาคาร
Camp site ตา งๆ
4.6) หารือรูปแบบการดำเนินงาน การ
ประชมุ การสง รายงาน การตรวจรบั งาน
การบริหารสัญญา กำหนดเสนทางการ
จดั สง เอกสาร

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

4.7) ตรวจสอบความพรอ มเรอื่ งทดี่ นิ
ขอแนะนำท่ีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ตอ งดำเนนิ การ
(1) จัดหา สัญญา แบบกอสราง ราย
ละเอียดดานวิศวกรรม ไวใชในการ
ปฏิบัติหนาที่ไดตลอดเวลา
(2) มีการประชุมแนะนำตัวผูเก่ียวของ
ของทกุ ฝา ย
(3) กำหนดเสน ทางการสง เอกสาร
(4) จดั ทำตวั อยา งแบบฟอรม ใหผ รู บั จา ง
(5) จดั สง ขอ มลู หมดุ หลกั ฐาน
(6) จดั สง พนื้ ทกี่ อ สรา งใหผ รู บั จา ง
(7) หารอื กำหนดการประชมุ
(8) หารือการจัดทำขอมูลกอน การเบิก
จา ยเงนิ

ขอเตือนใจที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ควรทำ
(1) ในการประชมุ งานสญั ญาทกุ ครง้ั ตอ ง
เขา รว มประชมุ
(2) การสงมอบงานทุกคร้ังตองดู ราย
ละเอียด การคำนวณ และลงนามโดย
ผูเก่ียวของ และลงพ้ืนท่ีเพ่ือดูผลงาน
กอ สรา ง พรอ มสมุ ตรวจคา ระดบั ความกวา ง
ความยาว เปนตน
(3) การสง มอบงานทกุ ครง้ั ควรดเู งอ่ื นไข
การจา ยเงนิ ใหช ดั เจน
(4) กรณเี อกสารขดั แยง กนั ตอ งเรง หารอื
ผเู กยี่ วขอ งเพอื่ แกไ ขปญ หา
(5) การทำงานสำรวจภมู ปิ ระเทศ ตอ งมี
เจา หนา ทโ่ี ครงการรว ม สงั เกตการณท กุ ครงั้
(6) เอกสารทกุ อยา งตอ งเรง พจิ ารณาตอบ
เปน ทางการโดยเรว็

139

กรมชลประทาน ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
140 (7) กรณีผูรับจาง ไมปฏิบัติตามเงื่อนไข
Royal Irrigation Department สัญญา ตองมีเอกสารเรงรัดลงนามโดย
ประธานกรรมการฯ
ขอ สงั เกต (8) หากตรวจรบั แลว พบวา มคี วามเสยี
หาย ตอ งเรง รดั ผรู บั จา ง แกไ ข โดยดว น
(9) กรรมการฯ ผคู วบคมุ งาน เจา หนา ที่
โครงการ ควรมกี ารออกตรวจงานสนามทกุ
สัปดาห เปนกรณีเฉพาะเพิ่มข้ึนมาและ
จดั ทำบนั ทกึ ชว ยจำในขอ แนะนำตา งๆ
(10) งานทผี่ า นพนื้ ทช่ี มุ ชน โรงเรยี น ควร
กำชับใหผูเก่ียวของใหความสำคัญเปน
พิเศษ เพ่ือไมใหเกิดผลกระทบหรือเกิด
ผลกระทบนอ ยทสี่ ดุ
(11) งานสาธารณปู โภค ดเู งอื่ นไขสญั ญา
ท่ีระบุไวใหชัดเจน
(12) ถา โดยขอ เทจ็ จรงิ สภาพเปลย่ี นแปลง
หากตอ งมกี ารแกไ ขแบบ ควรเรง รดั ดำเนนิ
การใหเ ปน ไปตามระเบยี บ
(13) กรณงี านใหญๆ กอ นสง มอบงานทง้ั
สญั ญาควรมคี ณะทำงานรว มกบั ฝา ยสง น้ำ
เปนการภายใน ในการตรวจสอบความ
เรยี บรอ ยงานกอ นประมาณ 6 เดอื นกอ น
การสงมอบงานท้ังสัญญาเพื่อตรวจสอบ
ความเรยี บรอ ยของงาน
(14) รายการ งานเครื่องกล ระบบ โทร
มาตร สกาดา ตรวจสอบเรื่อง คูมือ
การอบรม การทดสอบ ใหค รบถว น
(15) การตรวจสอบคา k ตอ งมกี ารตรวจ
สอบทกุ ครง้ั ทม่ี กี ารสง มอบงาน
(16) แผนงานกอ สรา งของผรู บั จา ง ตอ งลง
นามโดย วศิ วกรโยธา ไมต ่ำกวา สามญั วศิ วกร
(17) กรณจี า งทปี่ รกึ ษาควบคมุ งาน ความ
เหน็ หรอื ผลการพจิ าณาตอ งให ทปี่ รกึ ษา
ระบุใหชัดเจน

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

(18) คณะกรรมการฯ ตองเรงรัดการไข
ปญหา เร่ืองที่ดิน หนังสือ อนุญาตจาก
หนว ยงานภายนอก
(19) การเสนอขอแกไขแบบเพ่ือขอแกไข
สญั ญาตอ งระบรุ ายการหลกั ใหค รบถว น
(20) เรง จดั ทำปรมิ าณงานทง้ั สญั ญา

ขอ คดิ เหน็ /ขอ ควรระวงั
(1) อยา ชะลา ใจ ในการตรวจรบั งาน
(2) อยา รบั งานดว ยความเกรงใจ
(3) ตอ งใหค วามสำคญั กบั หนา ทท่ี ไ่ี ดร บั มอบ
หมาย
(4) อยา ปด ความรบั ผดิ ชอบ
- เพอ่ื จะไดเ กดิ ความตระหนกั ในการทำงาน
ควรศกึ ษารายละเอยี ดเกยี่ วกบั ความรบั ผดิ
ชอบทางละเมดิ จะไดเ กดิ ความรอบคอบใน
การดำเนินงานดวย

2. แบบกอ สรา งทไ่ี ดอ อกแบบ การไมตรวจสอบขอเท็จจริง ตองพิจารณาตรวจสอบแบบเพื่อเตรียม
แลวเสร็จเปนระยะเวลา ระหวางแบบกอสรางกับ ความพรอมกอนการกอสรางวาตรงกับ
นาน จงึ ไดน ำแบบมาใชก อ สภาพภูมิประเทศจริง หรือ ส ภ า พ พ้ื น ท่ี โ ค ร ง ก า ร แ ล ะ ข อ กำ ห น ด
สรา ง ทำใหแ บบกอ สรา งไม ตามหลุมเจาะ ธรณีวิทยา มาตรฐานการออกแบบตา งๆ เปน ปจ จบุ นั
มคี วามสอดคลอ ง เหมาะสม อาจกอ ใหเ กดิ ปญ หาอปุ สรรค หรือไม เชนตรวจสอบแบบ ถนนรองน้ำ
กับสภาพภูมิประเทศที่ ระหวางการกอสราง อาจมี ระดบั รอ งแกน เปรยี บเทยี บกบั สภาพขอ มลู
เปล่ียนแปลงไป และขอ ถนน หรอื รอ งน้ำ ระบบไฟฟา ฐานรากจากขอมูลหลุมเจาะธรณีวิทยา
กำหนดมาตรฐานการออก ประปา เพม่ิ ขน้ึ มา ทำใหเ ปน ตรวจสอบระบบสาธารณปู โภคตา งๆ จะมี
แบบตางๆไมเปนปจจุบัน ปญหาระหวางการกอสราง ผลกระทบกบั การกอ สรา งหรอื ไม ขอ กำหนด
รวมทงั้ ทำใหป รมิ าณงานท่ี และสำหรับหลุมเจาะธรณี ตางๆ มาตรฐานการผลิต เปนตน ใหมี
จะตองทำจริง สูงกวา วิทยา ควรนำมาตรวจสอบ ความถกู ตอ ง ตรงกนั หากมขี อ มลู สว นใด
ปรมิ าณงานใน BOQ สง กับแนวรองแกนที่ไดออก ท่ีเปลี่ยนแปลงไป จะตองประสานหนวย
ผลทำใหงบประมาณไม แบบไว หากไมมีการตรวจ งานทเ่ี กย่ี วขอ งจดั ทำขอ มลู ใหถ กู ตอ ง เปน
เพยี งพอ สอบอาจจะมปี ญ หาเกยี่ วกบั ปจจุบัน นำไปสูการแกไขแบบใหถูกตอง
ปริมาณงานในระหวางการ กอ นการดำเนนิ การกอ สรา ง
ดำเนนิ การกอ สรา งได

141

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3. การวางแผนการควบคุมน้ำ - หากไมมีขอมูลท่ีถูกตองการ ควรประสานกับ สบอ. ในเรื่อง
ระหวางการกอสรางในชวงฤดู ดำเนินงานอาจจะเกิดความ ขอ มลู นำ้ ฝน น้ำทา บรเิ วณพนื้ ที่
แลง และฤดูฝน ไมมีประสิทธิ ผิดพลาดเกิดความเสียหาย กอ สรา ง ทงั้ ในกรณที ม่ี สี ถานวี ดั นำ้
และกรณไี มม สี ถานวี ดั น้ำหากไมม ี
ภาพ เนอื่ งจากขาดขอ มลู ปรมิ าณ กอ สรา งไมแ ลว เสรจ็ และอาจ เครื่องมือควรประสานให สบอ.
นำ้ ฝน น้ำทา ทถี่ กู ตอ ง เปน จรงิ เกิดอันตรายตอชีวิต และ ดำเนนิ การตดิ ตงั้ เปน การชว่ั คราว
ในบรเิ วณพนื้ ทกี่ อ สรา ง เชน การ ทรพั ยส นิ ตอ ไปหรอื อาจเกดิ การ หรือถาวร หรือดูขอมูลจาก
ขา งเคยี ง เพอ่ื จะทำใหก ารวางแผน
นำขอมูลจากพื้นท่ีใกลเคียง มา สน้ิ เปลอื งคา กอ สรา งเกนิ ความ งานกอสรางและการบำรุงรักษา
วางแผนการผันน้ำในพื้นที่ จำเปนได ในอนาคตไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
โครงการ ทำใหไ ดป รมิ าณน้ำและ
- ควรใชงานเคร่ืองมือและ
ระดับนำ้ ท่ีคลาดเคล่ือน ไม อปุ กรณก อ สรา งใหถ กู วธิ ี
- ตอ งตรวจสอบสภาพและความ
สามารถระบายน้ำไดท นั เกดิ น้ำ สมบรู ณข องเครอ่ื งมอื และอปุ กรณ
ทว มพนื้ ทกี่ อ สรา ง เปน ตน กอ สรา งและทำการบำรงุ รกั ษาให
พรอ มใชง านกอ นการกอ สรา ง
4. เครอื่ งมอื และอปุ กรณท ใี่ ชส ำหรบั - หากมีการใชเครื่องมือ หรือ
ตอ งมกี ารวางแผนเตรยี มบคุ ลากร
การกอสรางหากชำรุดเสียหาย อุปกรณที่ชำรุดในการกอสราง ใหเ หมาะสมกบั งาน
1) ควรคัดเลือกบุคลการท่ีมี
อาจกอ ใหเ กดิ อนั ตรายตอ บคุ ลากร อาจกอใหเกิดอันตราย เกิด ประสบการณที่มีความรูความ
สามารถใหเหมาะสมกับประเภท
ในระหวา งการทำงานได ความเสยี หาย ทงั้ ตอ ชวี ติ และ ของงาน โดยเฉพาะตอ งเปน ผทู ม่ี ี
ความรบั ผดิ ชอบสงู
ทรพั ยส นิ ได 2) เปนผูมีความมุงมั่นในการ
ปฏบิ ตั /ิ ใฝร /ู อดทนและมคี วามขยนั
5. บคุ ลากรทกี่ ำกบั ดแู ลงานกอ สรา ง - ไมค วรใหผ ทู ไี่ มม คี วามร/ู ไมม ี หมน่ั เพยี รเสมอ
หากยงั ไมม ปี ระสบการณเ พยี งพอ ประสบการณ ทำงานไปทำงาน 3) ควรมกี ารอมรมแนะนำวธิ กี าร
เหมาะสมกับงานที่ดำเนินการ โดยไมอ ยภู ายใตก ารกำกบั ของผู ทำงานกบั ผทู มี่ ปี ระสบการณ

จะทำใหงานไมมีประสิทธิ ภาพ มคี วามร/ู มปี ระสบการณ

และไมส ามารถแลว เสรจ็ ไดต าม
แผน

142

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

6. การกำหนดรายละเอียดและ ไมค วรกำหนดรายละเอยี ดและ - การกำหนดผูผลิตในแตละงาน
ควรมผี ดู ำเนนิ การไดไ มน อ ยกวา 3
คุณลักษณะเฉพาะของงานที่มี คุณลักษณะเฉพาะของงานท่ีมี ราย เพอ่ื ใหก ารดำเนนิ งานเปน ไป
ตามระเบยี บ
ผผู ลติ รายเดยี ว ยงั มรี ายละเอยี ด ผูดำเนินการไดเพียงรายเดียว - แตถ า หากงานนนั้ มคี วามจำเปน
จะตองดำเนินการเปนงานท่ีมีผู
ขอกำหนดที่ไมชัดเจนและไม อาจมผี ลทำใหห นว ยตรวจสอบ ดำเนนิ การไดร ายเดยี ว ควรตรวจ
ครอบคลุมทำใหเปนอุปสรรคใน เขามาตรวจสอบเกี่ยวกับการ สอบขอ เทจ็ จรงิ ใหค รบถว นวา มผี ผู ลดิ
รายเดยี ว และเกบ็ หลกั ฐานไวช แ้ี จง
การกอ สรา ง เออ้ื ผลประโยชนใ หก บั ผรู บั จา ง กรณมี กี ารเขา ตรวจสอบจากหนว ย
ตรวจสอบ
รายนนั้ อาจมผี ลใหก ารดำเนนิ
งานเกิดความผิดตอผูปฏิษัต ควรวางแผนงานงบประมาณ
บคุ ลากร เครอื่ งจกั รเครอื่ งมอื วสั ดุ
ิงานได ทใี่ ชใ นการกอ สรา งพรอ มทงั้ มกี าร
ตดิ ตามกำกบั การดำเนนิ งาน และ
7. การเปดงานพรอมกันหลายๆที่ การเปด งานหลายๆโครงการทง้ั ถาหากงานใดไมเปนไปตามแผน
งานตอ งมกี ารปรบั แผนเรง รดั การ
พรอ มกนั พนื้ ทแี่ ตล ะโครงการอยู งานดำเนนิ การเองและงานจา ง ดำเนนิ งาน เพอ่ื ใหง านกอ สรา งเปน
หา งไกลกนั มที ง้ั งานดำเนนิ การ กอสรางตองคำนึงถึงความ ไปตามแผนงานท่ีวางไวตอไป
เองและงานที่ตองควบคุมงาน สามารถในการควบคมุ คณุ ภาพ
ควรวางแผนศึกษา สำรวจ ออก
จา งกอ สรา ง ทำใหเ ปน จดุ ออ นใน ของงานรวมทง้ั เครอื่ งจกั รเครอื่ ง แบบ และกอ สรา งใหส อดคลอ งกนั
การควบคมุ งานไมท วั่ ถงึ และเปน มอื ทใ่ี ชใ นการทำงานดว ย และมีการประสานงานรวมกัน
ปญ หา ตั้งแตเริ่มตนโครงการจนนำไปสู
การกอ สรา ง และควรมกี ารตดิ ตาม
8. รายงานการประเมินผลกระทบ หากรายงานการประเมิน เรง รดั เรอ่ื งการขออนญุ าตใชพ นื้ ท่ี
สง่ิ แวดลอ มทไี่ ดร บั ความเหน็ ชอบ ผลกระทบส่ิงแวดลอมท่ีไดรับ
จากคณะกรรมการผชู ำนาญการ ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ จ า ก
แลว หากระยะเวลาเกนิ 5 ป และ คณะกรรมการผชู ำนาญการแลว
กรมยงั ไมม กี ารขออนญุ าตใชพ น้ื ที่ จะตอ งดำเนนิ การขออนญุ าตใช
โครงการจะตองมีการทบทวน พื้นท่ีภายในระยะเวลา 5 ป
รายงานใหมใหสอดคลองเปน นบั จากวนั ทส่ี ำนกั งานนโยบาย
ปจ จบุ นั และแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ มไดม หี นงั สอื แจง
ความเห็นของคณะกรรมผู
ชำนาญการ หากไมรีบดำเนิน
การขออนุญาตใชพื้นท่ีอาจมี
ผลทำใหต อ งมกี ารศกึ ษาใหม เกดิ
ความเสยี หายกบั ราชการได

143

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

9. กระบวนการขออนญุ าตใชพ น้ื ทม่ี ี ตองตรวจสอบพื้นที่ที่จะขอ ประสานหนวยงานเจาของพ้ืนที่
เพอ่ื ทจ่ี ะแจง ใหท ราบ เนอื้ ทท่ี จี่ ะขอ
ความลาชา เน่ืองจากการสง อนญุ าต และตรวจสอบเอกสาร อนุญาตใชพ้ืนท่ี และ เอกสารที่
ตอ งนำไปประกอบการขออนญุ าต
เอกสารประกอบคำขออนญุ าตใช ประกอบการขออนญุ าตใชพ น้ื ที่ และติดตามการดำเนิการเปน
ระยะๆ
พื้นท่ีไมครบถวน ใหค รบถว น เพอ่ื ไมใ หเ กดิ ความ
ตอ งตรวจสอบขอ มลู ใหค รบถว น
ลาชา ตรงกัน กอนเสนอเร่ืองและหาก
พบวาขอมูลมีความคลาดเคล่ือน
10. ขอมูลในเรื่องการจัดทำเปด หากไมม กี ารตรวจสอบขอ มลู ให ควรประสานหนว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ ง
โครงการ ไมตรงกับ ขอมูลใน ถกู ตอ งครบถว น อาจทำใหเ กดิ เพอ่ื ตรวจสอบและปรบั แกข อ มลู ดงั
MTEF และขอมูลการขอต้ัง ความลาชาในการดำเนินงาน กลา ว ใหค รบถว น ตรงกนั

งบประมาณ เชน ชื่อโครงการ ตอ งประสานกบั สำนกั สำรวจดา น
วศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา เรอื่ งวนั
ปกอสราง วงเงินงบประมาณ ที่จะเขาปกหลักเขต เพ่ือที่จะได
เปน ตน จะทำใหเ กดิ ปญ หาความ ทำการประกาศวันเริ่มโครงการ
ลวงหนา และควรประสานกับ
ลาชาในการดำเนินการ ผู อ า ศั ย ใ น เ ข ต พื้ น ที่ ที่ บ ริ เ ว ณ
ทที่ ำการปก หลกั เขตกอ น
11. การเขา พนื้ ทไ่ี ปดำเนนิ การสำรวจ หากเขาดำเนินการสำรวจ
1) ในการประมลู งานกอ สรา ง หาก
ปกหลักเขต จะตองดำเนินการ ปกหลักเขตกอนการประกาศ ตรวจสอบพบวา มผี รู บั เหมารายใด
เคยมีประวัติการทิ้งงานของกรม
หลังจากที่ไดทำการประกาศวัน เริ่มโครงการอาจมีผลกระทบ ชลประทานหรอื หนว ยงานราชการ
อนื่ ๆ ควรตดั สทิ ธใ์ิ นการเขา รบั การ
เรม่ิ โครงการแลว ตอ การกำหนดวนั จา ยคา ทด่ี นิ ให ประมลู ทงั้ นจ้ี ะตอ งระบใุ หช ดั เจน
ในเง่ือนไขการประมูลกอสราง
กบั ราษฏรได เพื่อปองกันมิใหเกิดปญหาการ
ท้ิงงาน ดังท่ีเคยเกิดข้ึนใน
12. กรณีผูรับเหมาควบคุมงานกอ - ผคู วบคมุ งานกอ สรา งตอ งจดั หลายโครงการของงานของ
กรมชลประทาน
สรางโครงการละท้ิงงาน ทำให ทำรายงานใหครบถวน ตลอด

งานไมสำเร็จตามวัตถุประสงค การดำเนินงานตามขอเท็จจริง

ของสัญญา สงผลใหมีการฟอง ตั้งแตเริ่มตนสัญญา เชน

รอ งกนั ในภายหลงั รายงานจำนวนคนงาน เครอ่ื ง

จกั รทผ่ี รู บั เหมานำมาใชใ นการ

กอ สรา งโครงการ เปน ตน ทงั้

น้ีหากมีจำนวนนอยกวาแผนที่

เสนอ ตองมีบันทึกแจงเรงรัด

เปนระยะ ๆ เผื่อใชเปนหลัก

ฐานประกอบการฟอ งรอ งกรณี

เกดิ ผรู บั เหมาทงิ้ งาน(ถา ม)ี

144

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

-ผคู วบคมุ งานและคณะกรรมการ 2) ควรหาแนวทางทำการมีสวน
ตรวจรบั พสั ดตุ อ งดำเนนิ งานให รวมรวมกัน ตั้งแตเร่ิมตนสัญญา
เปน ไปตามเงอื่ นไขสญั ญาอยา ง ระหวางผูเกี่ยวของ ไดแก ผูรับ
เครง ครดั หากปฏบิ ตั ไิ มเ ปน ไป เหมา ผคู วบคมุ โครงการ เปน ตน
ตามเงอื่ นไขสญั ญา หากมกี าร ในการหาสาเหตุ ปญหาท่ี อาจ
ฟองรองอาจแพคดี และเกิด จะเกดิ ขนึ้ ไดใ นระหวา งการดำเนนิ
ความผิดตอผูปฎิษัติงานได งานกอ สรา ง ซงึ่ อาจจะนำไปสกู าร
ละทงิ้ งาน และหาแนวทางปอ งกนั
ใหท นั ทว งที เพอื่ มใิ หเ กดิ ปญ หาขน้ึ
3) ควบคุมการบริหารสัญญาให
เปนไปตามเง่ือนไขสัญญา และ
ระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ ง จดั เกบ็ เอกสาร
ใหเ ปน ระบบเพอื่ ไวเ ปน หลกั ฐานชี้
แจงในกรณีมีการฟองรองใน
อนาคต(ถามี)

ระยะระหวางการกอสราง

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การกองเก็บวัสดุ และการจอด - ตอ งตรวจสอบสภาพพน้ื ทแ่ี ละ - กอนการกองวัสดุ/เคล่ือนยาย

เครื่องจักรท่ีมีน้ำหนักมาก อาจ การเปล่ียนแปลงของพื้นที่ใน เครอ่ื งจกั รเครอ่ื งมอื ตอ งตรวจสอบ

ทำใหเ กดิ การทรดุ ตวั หรอื เคลอ่ื น ระหวา งการกอ สรา ง ท่ีอาจเกดิ ฐานรากบรเิ วณดงั กลา ว และใน

ตัวของดินบริเวณพื้นที่ได ผลกระทบกับอาคารขางเคียง ขณะปฏิบัติงานตองมีการสำรวจ

เกดิ ความเสยี หายได เมอื่ เกดิ การ ตรวจสอบฐานรากเปน ระยะๆ

กองวัสดุหรือจอกเคร่ืองจักร

เครอื่ งมอื ขนาดใหญ

2. วสั ดทุ ข่ี าดคณุ ภาพอาจทำใหง าน - หนว ยงานกอ สรา งตอ งดำเนนิ - ควรดำเนนิ การตรวจสอบวสั ดทุ ี่
ไดร บั ความเสยี หายไดใ นภายหลงั การตรวจสอบและทดสอบ ใชใ นการกอ สรา งทไ่ี ดม าจากแหลง
คณุ สมบตั ขิ องวสั ดใุ หเ ปน ไปตาม ใหมท กุ ครง้ั
ขอ กำหนด กอ นทน่ี ำมาใช หาก - วัสดุกอสรางกอนนำมาใชงาน
ปลอยปละละเลยขาดการควบ ตองตรวจสอบใหเปนไปตามขอ
คมุ กำกบั ทด่ี อี าจเกดิ ความเสยี กำหนด
หายข้ึนในอนาคตได
145

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
- ควรจดั เตรยี มบคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ ง
3. บุคลากรยังมีความชำนาญใน - การจัดหาอุปกรณและ เพ่ือเขารับการอบรมการใชงาน
เครอื่ งมอื และเทคโนโลยใี หมๆ ที่
การใชง านอปุ กรณแ ละเครอ่ื งมอื เคร่ืองมือท่ีทันสมัยมาใชงาน ทันสมัยเพ่ือทำใหงานดำเนินไป
อยา งประสทิ ธภิ าพ
ทท่ี นั สมยั รวมถึงการถายทอดเทคโนโลยี
- ควรมกี ารพจิ ารณาวางแผนงาน
แ ล ะ อ บ ร ม วิ ธี ก า ร ใ ช ง า น ที่ โครงการกอ สรา งเปน ระยะๆ ของ
การดำเนินการ เพ่ือปองกัน
ถกู ตอ งกอ นดำเนนิ งาน ผลกระทบในดานตางๆ หากเกิด
ก า ร ช ะ งั ก ห รื อ ล า ช า ข อ ง
- หากมีการใชเครื่องมือตางๆ งบประมาณ

ไมถ กู ตอ งอาจเกดิ ความเสยี หาย - ควรประสานหนวยงานที่เกี่ยว
ขอ งดา นขอ มลู ดา นการแกไ ขแบบ
ตอการดำเนินงานได และการแกไขสัญญา เพ่ือเรง
ดำเนินการใหแลวเสร็จโดยดวน
4. ก า ร ช ะ งั ก ห รื อ ล า ช า ข อ ง 1) การวางแผนงานและการใช เพอ่ื มใิ หม ผี ลกระทบตอ สญั ญากอ
สรา ง
งบประมาณ จะทำใหงานบาง งบประมาณตอ งมคี วามชดั เจน - ชแี้ จงทำความเขา ใจกบั ราษฎร
- สำหรับโครงการที่เปดใหมควร
สว นเกดิ ความเสยี หาย และอาจ และใหสอดคลองกับแผนการ ทำการตรวจสอบแบบกอ สรา ง กบั
สภาพภมู ปิ ระเทศ และสภาพธรณี
ทำใหตองเพ่ิมงบประมาณเพื่อ ทำงาน

แกไ ขปญ หา 2) งบประมาณทนี่ ำมาใชใ นการ

ทำงาน ตอ งมคี วามตอ เนอื่ งและ

เพยี งพอตามทว่ี างแผนไว

3) ในกรณมี ผี ลกระทบทางดา น

วิศวกรรมจำเปนตองปรับรูป

แบบมผี ลใหต อ งใชง บประมาณ

เพม่ิ มากขน้ึ ตอ งพจิ ารณาเสนอ

ของบประมาณและแนวทางใน

การแกไ ข เพอ่ื ใหอ าคารมคี วาม

มนั่ คงแขง็ แรงเพม่ิ เตมิ

5. ใ น ร ะ ห ว า ง ก า ร ก อ ส ร า ง ผคู วบคมุ งานตอ งรบี ตรวจสอบ
พบปญหาทำใหไมสามารถ และรวบรวมปญหา อุปสรรค

ดำเนนิ การกอ สรา งตามแบบเดมิ ตา งๆ ทจี่ ะตอ งดำเนนิ การแกไ ข
ในสัญญาได เน่ืองจากสภาพ แจงคณะกรรมการตรวจรับ
ธรณีฐานรากท่ีเปล่ียนแปลงไป พัสดุเพื่อนำไปสูการขอความ

มาก ซง่ึ จะตอ งเปด งานกอ นถงึ เห็นชอบในหลักการแกไขแบบ
จะพบปญหา เชน สภาพธรณี และการอนมุ ตั ใิ นหลกั การแกไ ข
วทิ ยาฐานรากทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป สัญญาตอไป โดยจะตองเรง

จากการสำรวจไวเดิม มีระยะ แกไ ขใหแ ลว เสรจ็ โดยเรว็

การสำรวจทไี่ มเ พยี งพอ ปญ หา

146

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ราษฎรไมยินยอมใหใชพ้ืนที่ กับแบบรองแกนวามีความสอด
คลอ งกนั หรอื ไม หากมคี วามขดั แยง
จำเปน ตอ งแกไ ขแบบ และแกไ ข ตองดำเนินการแกไขกอนดำเนิน
สัญญาทำใหระยะเวลาการกอ การจา งกอ สรา ง

สรางลาชา ไมเปนไปตามแผน กอ นการดำเนนิ การกอ สรา งทเี่ กยี่ ว
ขอ งกบั หนว ยงานอน่ื ควรประสาน
งานกอสรางและไมแลวเสร็จ งานทกุ ดา นเชน การขออนญุ าตใช
ตามระยะเวลาทกี่ ำหนด พ้ืนที่ แผนงานกอสรางรวมทั้ง
ระเบยี บตา งๆทเ่ี กย่ี วขอ งกบั หนว ย
6. การกอ สรา งทตี่ อ งดำเนนิ การใน การวางแผนงานกอ สรา งอาคาร งานนั้นๆ อาจเปนในรูปแบบการ
พ้ืนท่ีของหนวยงานอ่ืนไมสอด ตา งๆทตี่ อ งดำเนนิ การในพน้ื ทขี่ อง ประชมุ รว มกนั จนนำไปสกู ระบวน
คลองกับแผนงานงบประมาณ หนว ยงานอน่ื หากขาดการตดิ ตอ การอนญุ าต

กอ สรา ง ขาดการตดิ ตอ ประสาน ประสานงานในดา นตา งๆ และ - กอ นการดำเนนิ การกอ สรา งควร
งานทำใหง านกอ สรา งลา ชา ตอ งไดร บั อนญุ าตกอ นดำเนนิ การ มีการซอมบำรุงเครื่องจักรใหมี
สภาพพรอมใชงานหรือใชเครื่อง
กอสราง อาจมีผลทำใหการ จกั รใหม ในกรณหี นว ยงานทเี่ กยี่ ว
ของไมสามารถสนับสนุนเคร่ือง
ดำเนนิ งาน ไมเ ปน ไปตามระเบยี บ จกั รมาใชใ นการดำเนนิ การไดอ าจ
ปฏบิ ตั ขิ องหนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ ง จะตองเชาเครื่องจักรบางสวนมา
ดำเนินงานแทน
อาจเกดิ คดคี วามตอ ผปู ฏบิ ตั ไิ ด - ประสานการใชเ ครอื่ งจกั ร/เครอ่ื งมอื
กบั สำนกั เครอื่ งจกั รกลอยา งใกลช ดิ
7. เครอ่ื งจกั รในงานดำเนนิ การเอง - การวางแผนการใชเ ครอื่ งจกั ร อาจจะเปนรูปแบบการประชุม
รวมกันเพื่อกำหนดแผนการใช
เกามีอายุการใชงานหลายป เครอ่ื งมอื ไมเ หมาะสม มปี ญ หา เครอ่ื งจกั ร/เครอื่ งเครอื่ งมอื รว มกนั

ทำใหง านกอ สรา งลา ชา ไมแ ลว ระหวางหนวยงานกอสรางกับ ควรวางแผนกอ สรา งรองรบั ปญ หา
ท่ีจะเกิดข้ึนโดยศึกษาจากขอมูลท่ี
เสร็จตามแผน หนวยงานที่ควบคุมเคร่ืองจักร ไดมีการศึกษาหรือขอมูลจากการ
ออกแบบเพอ่ื มาวางแผนงานเชน
เครอ่ื งมอื เครอื่ งจกั รไมค รบ ไม

สมบรู ณข าดประสทิ ธภิ าพ

- มีผลใหการดำเนินการกอ

สรา ง ไมแ ลว เสรจ ตามแผน

- หมดความนาเช่ือถือจาก

บคุ คลหรอื หนว ยงานภายนอก

8. ปญหาจากภัยธรรมชาติตางๆ การวางแผนกอสรางอาคารไม

ทำใหงานกอสรางไมแลวเสร็จ สอดคลองกับฤดูกาลทำใหเปน

ตามแผน อปุ สรรคในการกอ สรา ง

147

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

9. การรายงานผลการปฏิบัติงาน ในการปฏบิ ตั งิ านกอ สรา งไมว า การวางแผนผนั น้ำในระหวา งการ
กอ สรา ง จะเปนงานจางเหมาหรืองาน กอ สรา ง การวางแผนงานกอ สรา ง
ดำเนินการเอง ผูควบคุม อาคารใหสอดคลองกับฤดูกาล
10. ในกรณี โครงการกอ สรา งทตี่ อ ง งานตองจัดทำรายงานผลการ ตางๆในแตละป
จั ด ทำ ร า ย ง า น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ป ฏิ บั ติ ง า น ต า ม เ ง่ื อ น ไ ข ข อ
ผ ล ก ร ะ ท บ ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม เ พื่ อ กำ ห น ด ใ น ร ะ เ บี ย บ ห า ก ไ ม ผูท่ีไดรับแตงตั้งใหเปนผูควบคลุม
ประกอบการขออนญุ าตใชพ น้ื ท่ี ดำเนินการจะมีความบกพรอง งานและคณะกรรมการตรวจรับ
หากจะดำเนนิ โครงการจะตอ งมี และมีความผิดได ทจี่ ะตอ งรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน
เลมรายงานท่ีไดรับความเห็น ตองรายงานผลงานแตละงวด
ชอบกอ น ถาไมมีรายงานการประเมิน ใหผ ทู เี่ กย่ี วขอ งทราบตามระเบยี บที่
ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล อ ม กำหนด
11. การวางแผนการจดั หาทด่ี นิ กอ น ท่ี ไ ด รั บ ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ จ า ก
การกอ สรา ง คณะกรรมการผูชำนาญการฯ ควรวางแผนศึกษา สำรวจ ออก
โครงการจะถกู ระงบั การดำเนนิ แบบ และกอ สรา งใหส อดคลอ งกนั
การโครงการ เพ่ือจะไดมีความสมบูรณในขั้น
ตอนการกอ สรา ง สามารถดำเนนิ
จดั หาทด่ี นิ ไมท นั ทำใหส ง มอบ การไดเปนระบบในกระบวนการ
พน้ื ทใี่ นการกอ สรา งไมไ ด การ ตางๆ งานแลวเสร็จตามแผนท่ี
กอ สรา งจงึ หยดุ ชะงกั ลง วางไว

12. ชวงรอยตอของโครงการที่ ชว งรอยตอ ระหวา งการสง มอบ ควรมีการวางแผนการจัดหาที่ดิน
ดำเนนิ การกอ สรา งแลว เสรจ็ ยงั เปนโครงการสงน้ำและบำรุง ใหร อบคอบรดั กมุ สามารถสง มอบ
ไมมีหนวยงานสงน้ำและบำรุง รักษา หากขาดการดูแลบำรุง พน้ื ทใี่ นการกอ สรา ง ใหด ำเนนิ การ
รกั ษามารบั มอบงาน หากมรี ะยะ รกั ษาโครงการ อปุ กรณ เครอื่ ง ไดโดยไมสะดุด ใหสอดคลองกับ
เวลาเกนิ กวา ระยะเวลาประกนั มอื อาจเกดิ ความเสยี หายได งานกอ สรา ง
ผลงาน โครงการจะขาดการ
บำรงุ รกั ษา - ชว งรอยตอ ของกระบวนการรบั
มอบงานควรมีความชัดเจนของผู
รับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา
โครงการ
- ในชว งทร่ี อการ สง มอบ รบั มอบ
สว นกอ สรา งตอ งเขา มาดแู ลบำรงุ
รกั ษาในเบอื้ งตน กอ น

148


Click to View FlipBook Version