The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0”

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Keywords: พัฒนาแหล่งน้ำ,ชลประทาน,THAILAND 4.0

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

การสำรวจปฐพกี ลศาสตรใ นพนื้ ที่ การเจาะสำรวจดนิ ฐานราก

รปู ท่ี 2-10 กระบวนการงานสำรวจปฐพกี ลศาสตร

49

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ของงานดานการสำรวจทางวิศวกรรมและวิทยาการธรณี แบงออกเปน 3 ดาน ไดแก การปฏิบัติงานสำรวจ
ทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี การบรหิ ารจดั การฐานขอ มลู และวเิ คราะหข อ มลู สารสนเทศสำรวจ และการวจิ ยั
และพฒั นานวตั กรรมสำรวจ ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปนี้

ตารางที่ 2.2.1 การปฏบิ ตั งิ านสำรวจทางวศิ วกรรมและวทิ ยาการธรณี

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. ขอ มลู หมดุ หลกั ฐานในพน้ื ทจี่ รงิ มี ตอ งไมใ ชข อ มลู หมดุ หลกั ฐาน หากพบขอสงสัยในขอมูลใหประสาน
ความคลาดเคลื่อนทางตำแหนง ท่ีไมชัดเจน
เพื่อตรวจสอบไดท่ีสำนักสำรวจดาน

เปนสงผลใหขอบเขตพื้นที่ การ วศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา ซงึ่ มโี ครงการ

ถายระดับของอาคารประกอบ ปรับปรุงโครงขายหมุดหลักฐานทาง

ตา งๆ ของโครงการมคี วามคาด ราบและทางดงิ่ ดงั น้ี

เคลื่อนตาม ระยะที่ 1 ดำเนินการไปแลวในปงบ

ประมาณ พ.ศ. 2561 บรเิ วณพน้ื ทล่ี มุ

นำ้ เจา พระยาตอนลา ง

ระยะที่ 2 กำลังดำเนินการในปงบ

ประมาณ พ.ศ. 2562 บรเิ วณพนื้ ทลี่ มุ

น้ำเจา พระยาตอนบน

ระยะท่ี 3 แผนดำเนินการในปงบ

ประมาณ พ.ศ. 2563 บรเิ วณพน้ื ทล่ี มุ

น้ำทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

2. การบริหารจัดการนำ้ ในพ้ืนท่ี ในการบริหารจัดการน้ำท่ีมี ควรทำการโยงคา ระดบั ทะเลปานกลาง
โครงการทมี่ กี ารใชค า ระดบั สมมตุ ิ การเช่ือมโยงกัน ตองใชคา (รทก.) เขา ไปยงั อาคารชลประทานตา งๆ
(รสม.) ซ่ึงเปนคาระดับเฉพาะ ระดับฐานเดียวกัน โดยควร เพอื่ ใหอ ยบู นฐานคา ระดบั เดยี วกนั เพอื่
ของโครงการน้ันๆเทาน้ัน ไม อางอิงจากระดับนำ้ ทะเล การบรหิ ารจดั การนำ้ ไดอ ยา งถกู ตอ ง โดย
สามารถเชอ่ื มโยงกบั โครงการหรอื ปานกลาง (รทก.)
สสธ. มหี มดุ หลกั ฐานคา ระดบั น้ำทะเล

พื้นที่อื่นได เน่ืองจากไมทราบ ปานกลาง (รทก.) กระจายอยทู ว่ั ประเทศ

ระดบั ทแี่ ทจ รงิ ทอี่ า งองิ จากระดบั สำ ห รั บ บ ริ ก า ร ใ ห ห น ว ย ง า น ข อ ง

นำ้ ทะเลปานกลาง (รทก.) ชลประทานใชใ นการปฏบิ ตั งิ านอยแู ลว

หรอื รอ งขอมาท่ี สสธ. ใหท ำการโยงคา

ระดับทะเลปานกลาง (รทก.) ไปยัง

อาคารชลประทานตา งๆ ทย่ี งั ใชค า ระดบั

สมมตุ ิ (รสม.)

50

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ปจ จยั ความสำเรจ็
1) สำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยามโี ครงการปรบั ปรงุ โครงขา ยหมดุ หลกั ฐานทางราบและทาง
ดง่ิ เปน ระยะๆ และไดจ ดั ทำเปน ระบบและ Application สำหรบั การคน หาหมดุ หลกั ฐาน ผา นQR Code
เพอื่ ใหบ รกิ ารขอ มลู หมดุ หลกั ฐานแผนที่
2) สำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยามกี ารนำเทคโนโลยแี ละพฒั นานวตั กรรมดา นงานสำรวจ เพอื่
นำมาใชใ นการปฏบิ ตั งิ านและมแี นวคดิ ทจี่ ะกระจายนวตั กรรมงานสำรวจไปสหู นว ยงานภมู ภิ าคทกุ พน้ื ท่ี
เพอ่ื สนบั สนนุ ภารกจิ ตา งๆ เชน นวตั กรรมการสำรวจเพอื่ งานชลประทานแบบเทคนคิ บรู ณาการ ทเ่ี ปน
กระบวนการสำรวจทงั้ บนฟา บนดนิ และใตน ้ำ ดว ยอากาศยานไรค นขบั (Drone) เครอ่ื งมอื รงั วดั คา พกิ ดั
จากดาวเทยี มแบบ RTK-GNSS และเรอื วดั ความวดั ลกึ ของนำ้ ตามลำดบั ซงึ่ นวตั กรรมดงั กลา วน้ี ทำให
ไดม าซงึ่ ขอ มลู สำรวจตา ง ๆ ทม่ี คี วามชดั เจน ถกู ตอ ง แมน ยำ รวดเรว็ และประหยดั งบประมาณในการ
ดำเนินการ

3. การหมายสี (ทำสญั ลกั ษณ) ของ การชี้แนวเขตชลประทาน ควรทำความเขา ใจหรอื ชแี้ จงกระบวน
งานสำรวจวางหมดุ หลกั เขต เพอื่ ตองมีหลักฐาน/แผนท่ีแนว การวธิ กี ารสำรวจทำแผนทก่ี นั เขต หรอื
แสดงแนวเขต หรอื ขอบเขตพนื้ ท่ี เขตหรือแผนท่ีรูปแปลงที่มี แผนที่อื่นๆ ท่ีนำมาใชเพ่ือการศึกษา
โครงการ ซงึ่ เปน แนวกนั เขตทใ่ี ช การรบั รองของหนว ยงานทร่ี บั โครงการนนั้ ซง่ึ จะตอ งทำการสำรวจ
สำหรบั ขนั้ ตอนการศกึ ษาพจิ ารณา ผดิ ชอบขอ มลู ขอบเขตใดอยู ใหครอบคลุมพ้ืนท่ีโครงการมากที่สุด
โครงการ หรอื ศกึ ษาตรวจสอบดา น ในข้ันตอนการดำเนินงานใด เพอื่ กำหนดหรอื นำไปหาทางเลอื กของ
ภมู ปิ ระเทศ โดยอาจจะไมใ ชข อบ โครงการทเ่ี หมาะสมใหม ากทสี่ ดุ

เขตที่น้ำจะทวมจริงเมื่อเกิด

โครงการ แตก ารทง้ิ รอ งรอยไวอ าจ

ทำใหเ กดิ ความเขา ใจผดิ หรอื ตงั้ ใจ

เขาใจผิดของคนในพื้นที่ และ

นำไปสูการนำมาเปนขอตอตาน

การเกดิ โครงการได

4. งานเตรียมความพรอมของ ตองมีขอมูลตางๆท่ีเกี่ยวของ สสธ. และสว นวศิ วกรรม สชป.1-17
โครงการพัฒนาแหลงนำ้ หรือ ใหครบถวนในงานเตรียม ควรดำเนินการสำรวจและเก็บรวบ
งานบรหิ ารจดั การน้ำชลประทาน ความพรอมของโครงการ รวมขอ มลู ทง้ั ดา นภมู ปิ ระเทศ ปฐพแี ละ
ทผี่ า นมา ไมใ หค วามสำคญั หรอื พัฒนาแหลงนำ้ ธรณวี ทิ ยา ใหค รอบคลมุ เพอื่ นำไปใช

นำขอมูลสำรวจดานปฐพีและ ในการวางแผน ออกแบบโครงการ

ธรณวี ทิ ยา มารว มพจิ ารณา ซง่ึ หรือวิเคราะหหาสาเหตุแหงปญหาท่ี

อาจเกดิ ปญ หาหรอื สง ผลกระทบ เกดิ ขน้ึ กบั โครงการ โดยเฉพาะ สสธ.

51

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ตอ โครงการภายหลงั เชน การกอ มีหนาที่รับผิดชอบในการสนับสนุน
สรางไมสามารถดำเนินการตาม
แบบรูปไดเม่ือกอสรางเสร็จอาง ขอมูลสำรวจภูมิประเทศ ปฐพีและ
เกบ็ น้ำไมส ามารถเกบ็ น้ำได โดย ธรณวี ทิ ยา รวมถงึ ผลการวเิ คราะหแ ละ

เฉพาะโครงการขนาดเล็กท่ี แนวทางการดำเนนิ การใหก บั โครงการ
จะถา ยโอนใหก บั องคก รปกครอง
สวนทองถ่ินในภายหลัง หรอื หนว ยงานทตี่ อ งการขอ มลู ประกอบ
เหลา นี้ แตอ ยา งไรกต็ าม การดำเนนิ

การแกไขปญหา หรือการตัดสินใจ

ต อ ง อ ยู ใ น ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ข อ ง
โครงการหรอื หนว ยงานนน้ั ๆ

5. การดำเนินการโครงการ โดย การดำเนนิ การโครงการจำเปน สสธ. และสว นวศิ วกรรม สชป.1-17
เฉพาะในขั้นตอนการออกแบบ ตองมีขอมูลที่พรอมและมี ควรพจิ ารณาการสำรวจหาขอ มลู ตา งๆ
ไ ม ไ ด นำ ข อ มู ล ด า น สำ ร ว จ ความถกู ตอ งเพอื่ เปน ขอ มลู ใน ที่เก่ียวของ ใหเพียงพอกับความตอง
ภมู ปิ ระเทศ สำรวจปฐพแี ละธรณี การศึกษาออกแบบกอสราง การมากทส่ี ดุ
วทิ ยา มาพจิ ารณารว ม
ทงั้ ระยะกอ น ระหวา ง และ

หลังโครงการ โดยเฉพาะ

อยา งยงิ่ ขอ มลู ดา นการสำรวจ

ภมู ปิ ระเทศ สำรวจปฐพแี ละ

ธรณวี ทิ ยา

6. สภาพพ้ืนที่สำหรับงานพัฒนา โครงการทมี่ สี ภาพพน้ื ทมี่ คี วาม สสธ. และสว นวศิ วกรรม สชป.1-17
แหลงน้ำมีความทาทายและยุง ยงุ ยาก ในขน้ั ตอนของงานดา น ควรพจิ ารณาการสำรวจหาขอ มลู ตา งๆ
ยาก สำรวจ ตอ งดำเนนิ การเพอ่ื ให ที่เก่ียวของ ใหเพียงพอกับความตอง
ไดม าซง่ึ ขอ มลู ทค่ี รอบคลมุ และ การมากทส่ี ดุ
ส ร า ง ค ว า ม ม่ั น ใ จ ใ ห กั บ ผู
พจิ ารณาโครงการหรอื ผอู อก
แบบ เชน การสำรวจสภาพ
พนื้ ทท่ี างปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา
เพอื่ ใหไ ดข อ มลู ฐานรากหรอื หา
แหลงน้ำใตดิน ตองดำเนิน
การดวยวิธีการสำรวจธรณี
ฟส กิ ส และจำเปน ตอ งมกี าร
เจาะสำรวจอยา งเพยี งพอควบ
คไู ปดว ย

52

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

7. งบประมาณดานการสำรวจของ 1) ฝผง.ชป.1-17 ควรรวมตวั จดั ทำ
โครงการถูกจำกัด(โดยเฉพาะ MTEF หรอื แผนแมบ ท 5 ป ใหถ กู ตอ ง
โครงการในสว นภมู ภิ าค)ทำใหไ ม สอดคลอง เรียงลำดับความสำคัญ
สามารถสำรวจเพอ่ื ใหไ ดข อ มลู ที่ เสนอขอความเหน็ ชอบจากผมู อี ำนาจ
ตองการไมมากพอท่ีจะนำมา เพื่อขอเพ่ิมกรอบวงเงินใหเพียงพอ
พิจารณางานโครงการ หรือ จากกองแผนงานตอ
งานออกแบบ ไดอ ยา งละเอยี ด 2) โครงการทม่ี คี วามจำเปน ตอ งทำสำรวจ
อยา งละเอยี ด ควรเสนอเพอ่ื ขอรบั การจดั
สรรงบประมาณเพม่ิ เตมิ หรอื ประสาน
ขอรบั การสนบั สนนุ การดำเนนิ การสำรวจ
จากสว นอนื่ ทเี่ กยี่ วขอ ง เชน สำนกั สำรวจ
ดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา

8. การรายงานผลของแผน ดนิ ไหวที่ การรายงานความรนุ แรงของ ควรทำความเขา ใจภายในองคก รผเู กยี่ ว
มผี ลกระทบกบั ตวั เขอ่ื น แผนดินไหวที่เกิดข้ึนจะเปน ขอ ง และประชาชน เรอื่ งของแผน ดนิ ไหว

แบบรกิ เตอร มกั จะโยงไปถงึ ทม่ี ผี ลกระทบกบั ตวั เขอ่ื น จะรายงานใน
ความสามารถตานทานแรง ลกั ษณะของคา ความเรง (a) ทตี่ รวจวดั
แผนดนิ ไหวของเข่อื น ซึง่ ไม ไดจ ากโครงขา ยสถานตี รวจวดั แผน ดนิ
สามารถพจิ ารณาผลกระทบท่ี ไหวของกรมชลประทาน เปรยี บเทยี บกบั
จะเกดิ ขน้ึ กบั ตวั เขอื่ นไดอ ยา ง คา สมั ประสทิ ธแิ์ รงสนั่ สะเทอื น (k) ทอ่ี อก
ชัดเจนได เน่ืองจากมีองค แบบไวข องแตล ะเขอ่ื น หากคา a<k ไม
ประกอบอน่ื ๆควบคมุ อยดู ว ย สง ผลตอ ความมนั่ คงของตวั เขอื่ น(จาก
เชน ระยะหา งของเขอื่ นจาก สถติ ทิ ผ่ี า นมาคา a จะนอ ยกวา คา k มาก
จุดศูนยกลางแผนดินไหว กลา วคอื เขอื่ นของกรมชลประทานได
สภาพทาธรณวี ทิ ยา เปน ตน ออกแบบเพอ่ื รองรบั แผน ดนิ ไหวทเ่ี กดิ ขน้ึ
ในพน้ื ทไ่ี ดอ ยา งปลอดภยั )

9. ปญ หาเกย่ี วกบั ความเสยี หายของ 1) ไมใชประสบการณหรือ ผทู เ่ี กย่ี วขอ งหรอื ผเู ชย่ี วชาญ เขา ตรวจ
ฐานยนั เขอ่ื น (หรอื ตวั เขอ่ื น) ที่ ความรสู กึ ในการสรปุ ปญ หา สอบสภาพในพนื้ ท่ี สำรวจและเกบ็ รวบ
อาจสงผลกระทบตอตัวเขื่อนใน 2)การวเิ คราะหต รวจสอบเพอื่ หา รวมขอ มลู ตา งๆ ทเี่ กย่ี วขอ งใหค รบถว น
อนาคต สาเหตแุ ละแนวทางแกไ ขปญ หา เพ่ือนำไปวิเคราะหสาเหตุแหงปญหา
ตอ งวเิ คราะห Mode of failure ใหถ กู ตอ ง
ใหถ กู ตอ งซงึ่ ขอ มลู ทสี่ ำคญั ในการ
วเิ คราะหคอื ขอ มลู ดา นปฐพแี ละ
ธรณวี ทิ ยา รวมถงึ สภาพความ
เสยี หายทปี่ รากฏ

53

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

11. ปญ หาแตก หกั รว่ั เปน สนมิ ของ ไมป ลอ ยปละละเลยโครงการ ตอ งใหค วามสำคญั ของการบำรงุ รกั ษา
โครงสรางอาคารชลประทาน และหัวงานไมวาจะเปน หากพบความผดิ ปกตติ อ งทำการสำรวจ
ระบบทอที่เปนคอนกรีตเสริม โครงการขนาดใหญหรือ และเก็บรวบรวมขอมูลที่เก่ียวของ
เหล็ก ท่ีมีอายุการใชงานมา ขนาดเล็ก สำหรบั การวเิ คราะห ตรวจสอบ และ
แลว กวา 50 ป นำไปสวู บั ตั ติ วั ซอ มแซม
เขอื่ นและอาคารชลประทาน

12. ขาดความรูความเขาใจเก่ียวกับ ไมนำดินท่ีไมเปนไปตามขอ ควรจดั หลกั สตู รฝก อบรมเกย่ี วกบั ความ
ปญ หาทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั เขอื่ นเนอ่ื งจาก กำหนดในแบบมาใชง าน โดย รูพ้ืนฐานดานการสำรวจและการใช
Dispersive Clay เฉพาะอยางย่ิง Dispersive ขอ มลู เชน โครงการในพนื้ ทที่ มี่ ปี ญ หา
clay หากจำเปนท่ีจะตอง วัสดุกอสรางเปนดินกระจายตัว ควร
นำมาใชงานตองมีการปรับ นำขอ มลู ทางธรณวี ทิ ยามาชว ยในการ
ปรงุ คณุ ภาพกอ น พจิ ารณาพนื้ ทเ่ี บอื้ งตน เชน หมวดหนิ
ทม่ี ศี กั ยภาพเปน Dispersive ซงึ่ ไดแ ก
หมวดหนิ เสาขวั และ หมวดหนิ ภพู าน

13. การตรวจสอบและควบคุมคุณ งาน Para Soil Cement ตอ ง การเก็บตัวอยางเพ่ือทดสอบในหอง
สมบตั ดิ า นความแขง็ แรงของดนิ มีการควบคุมคุณภาพและ ปฏบิ ตั กิ าร หรอื ทดสอบในสนาม ซง่ึ สวพ.
เดมิ หรอื คนั ทางเดมิ ในงาน Para ตรวจสอบคณุ สมบตั ดิ า นความ และ สสธ. สามารถสนบั สนนุ ในสว นนไ้ี ด
Soil Cement ไมส ามารถทำได แขง็ แรงของดนิ เดมิ หรอื คนั ทาง เชน การนำนวตั กรรมเครอ่ื งตอกทดลอง
เนอ่ื งจากไมม เี ครอื่ งมอื หรอื หาก เดิมกอน เพ่ือท่ีจะสามารถ ขนาดเลก็ ของสำนกั สำรวจฯ ไปใชใ นการ
ตอ งทำจะตอ งใชง บประมาณสงู กำหนดรปู แบบทชี่ ดั เจนได สำรวจหาขอ มลู เพอ่ื ใหไ ดค า CBR และ
Bearing Capacity เปน ตน

ปจ จยั ความสำเรจ็
การนำนวตั กรรมเครอ่ื งตอกทดลองขนาดเลก็ มาใชใ นการสำรวจหาขอ มลู เพอ่ื ใหไ ดค า CBR และ Bearing
Capacity ทจี่ ะชว ยสนบั สนนุ การทำงานทเ่ี กยี่ วขอ งได

14. วศิ วกรโยธาสว นใหญ มคี วามรดู า น ตองพิจารณาชนิดของวัสดุ ควรมกี ารใหค วามรคู วามเขา ใจในเรอื่ ง
กลศาสตรข องดนิ ดา นวศิ วกรรม ใหถูกตองเพื่อนำไปสูการ Rock mechanic และ Rock Slope
(Soil mechanic) แตไ มม คี วามรู วเิ คราะหต รวจสอบใหถ กู ตอ ง Engineering แกวิศวกรผูปฏิบัติงาน
ดานกลศาสตรของหิน (Rock โดยจัดหลักสูตรฝกอบรมในเร่ือง
mechanic)และเสถยี รภาพเชงิ ลาด ดังกลาว
ของหนิ (Rock Slope Engineering)
ทำใหการวิเคราะหตรวจปญหา
เสถียรภาพเชิงลาดหรือความ
สามารถรบั น้ำหนกั ผดิ พลาดได

54

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

15. การใชว สั ดกุ อ สรา งทไ่ี มเ ปน ไปตาม ตอ งพจิ ารณาวสั ดกุ อ สรา งให ควรระบุแหลงวัสดุกอสรางท่ีนำมาใช
แบบทก่ี ำหนด อาจสง ผลตอ ความ เปน ไปตามแบบทกี่ ำหนด งาน เพอ่ื สอบทานกบั ผลสำรวจ หรอื
ม่ันคงของอาคารชลประทาน ขอ กำหนดของแบบกอ สรา ง
การดำเนนิ การใดทไี่ มเ ปน ไปตาม
รูปแบบนั้น อาจเปนปจจัยของ ในพน้ื ทโี่ ครงการทมี่ ลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศที่
ความเสยี หายได บง บอกถงึ แปรปรวนทางดา นธรณวี ทิ ยา
หรอื พนื้ ทท่ี ม่ี คี วามยงุ ยากทางดา นธรณี
16. งานกอ สรา งกำแพงตงั้ (ตดิ ตง้ั เสา ตองตรวจสอบหาสาเหตุให ควรพจิ ารณาเจาะสำรวจปฐพแี ละธรณี
เข็ม) ไมสามารถดำเนินการได ชัดเจนกอนท่ีจะดำเนินการ วทิ ยา ใหล ะเอยี ดมากขน้ึ หรอื ใชก าร
ตามแบบ (ตอกไมล ง) เนอ่ื งจาก ตอ ไป สำรวจธรณฟี ส กิ สเ สรมิ หรอื เปลย่ี นรปู
ความแปรปรวนทางดานธรณี แบบโครงสรา ง ซงี่ เปน วธิ กี ารทป่ี ระหยดั
วทิ ยาฐานรากในพนื้ ทโ่ี ครงการ และดำเนนิ การไดง า ยกวา

17. การดำเนินการพัฒนาโครงการ หากเกิดความไมชัดเจนใน ควรมกี ารจดั ทำแบบแปลนใหม (Re-
ชลประทานท่ีมีโครงสรางหรือ ขอมูลหรือการแปรผลขอมูล Drawing) โดยดำเนนิ การสำรวจตรวจวดั
อาคารเดิม ยุงยาก เน่ืองจาก ตองมีการเจาะสำรวจหา มติ ทิ างกายภาพของโครงสรา งหรอื อาคาร
ขอ มลู แบบ หรอื ขอ กำหนดตา งๆ ขอ มลู เพม่ิ เตมิ กอ นดำเนนิ การ และสำหรบั ขอ มลู ดา นปฐพฐี านรากทไี่ ม
ทตี่ อ งใชใ นการพจิ ารณาปรบั ปรงุ ตอ ไป สามารถตรวจวดั ไดด ว ย Scaleตอ งดำเนนิ
หรอื เสรมิ ศกั ยภาพ มไี มค รบถว น การดว ยวธิ เี จาะสำรวจหรอื ใชก ระบวนการ
หรอื สญู หาย ตรวจสอบแบบไมท ำลาย ซงึ่ ทาง สสธ. มี
ชุดเครื่องมือตรวจสอบงานฐานราก
18. การใชงานขอมูลสำรวจดาน คอนกรตี แบบไมท ำลาย ใหบ รกิ าร
ปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา เชน ขอ มลู
ทางธรณีฟสิกส เปนขอมูลท่ีมี ควรพิจารณาขอมูลจากการสำรวจ
ความตอ เนอื่ ง และใชง บประมาณ ตรวจสอบดวยหลายวิธีการ เพื่อเปน
ไมม าก แตอ าจจะไมส ามารถใช การสอบทานหรือวิเคราะหผลการ
ประโยชนไ ด เนอื่ งจากคณุ สมบตั ิ สำรวจใหมีความถูกตองมากข้ึน เชน
ทใี่ กลเ คยี งกนั ของชนั้ ดนิ ฐานราก ขอ มลู จากการสำรวจธรณฟี ส กิ ส หรอื
และทกั ษะประสบการณข องผแู ปล จากการตรวจสอบแบบไมท ำลาย หาก
ผลขอ มลู ดว ย มขี อ มลู หลมุ เจาะในพนื้ ทป่ี ระกอบดว ย
จะทำใหการวิเคราะหและประเมิน
ผลมคี วามถกู ตอ งมากยงิ่ ขน้ึ

55

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

19. การประสานงาน สอ่ื สาร พดู คยุ ควรมกี ารสอื่ สาร พดู คยุ รบั ฟง แสดง
ระหวา งผดู ำเนนิ การหรอื ผปู ฏบิ ตั ิ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ใ น เ รื่ อ ง ก า ร ดำ เ นิ น
งานโครงการยังมีไมมากพอ ซ่ึง โครงการ รวมทั้งนำกรณีศึกษาจาก
อาจจะเกดิ ความเขา ใจไมต รงกนั โครงการทดี่ ำเนนิ งานแลว มปี ญ หามา
ได ทำใหก ารทำงานในบางขน้ั ตอน ศกึ ษารวบรวมเปน ขอ มลู เบอื้ งตน หรอื
ผดิ พลาดไดง า ย รบั ทราบปญ หาตา งๆทเ่ี กดิ ขนึ้ การเปด
ใจรับทราบในเร่ืองเหลาน้ี จะเปน
บทเรียนที่ดีสำหรับการดำเนินงาน
โครงการใหมๆ เพอื่ หลกี เลยี่ งปอ งกนั
ปญ หาทจี่ ะตามมา หรอื แกไ ขปญ หาท่ี
ตรงประเดน็ ตอ ไป

ปจ จยั ความสำเรจ็
การนำนวตั กรรมเครอ่ื งตอกทดลองขนาดเลก็ มาใชใ นการสำรวจหาขอ มลู เพอื่ ใหไ ดค า CBR และ Bearing
Capacity ทจี่ ะชว ยสนบั สนนุ การทำงานทเี่ กยี่ วขอ งได

56

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางที่ 2.2.2 การบรหิ ารจดั การฐานขอ มลู และวเิ คราะหข อ มลู สารสนเทศสำรวจ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. ขอ มลู สำรวจไมค รอบคลมุ กบั ความ - ควรดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูล
ตอ งการของผใู ชง าน เชน ขอ มลู ทั้งดานสำรวจภูมิประเทศ สำรวจ
ภมู ปิ ระเทศ ขอ มลู ปฐพแี ละธรณี ปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา รวมถงึ ขอ มลู ดา น
วทิ ยาบรเิ วณพนื้ ทโี่ ดยรอบ เปน ตน วิชาการหรือการเตรียมพรอมที่เก่ียว
ของตางๆ โดยจัดทำเปนฐานขอมูล
2. รปู แบบหรอื ชนดิ ของขอ มลู สำรวจ - สำรวจใหเ ปน ระบบและเปน มาตรฐาน
ไมสามารถนำไปใชวิเคราะห - เพอ่ื การนำไปสกู ารใชง านไดอ ยา งทวั่ ถงึ
ตอยอดในงานแบบจำลองทาง - และครอบคลมุ
คณติ ศาสตรไ ดอ ยา งสะดวก เชน ควรจดั ทำรปู แบบขอ มลู สำรวจ ใหต รง
ขอ มลู รปู ตดั ทางนำ้ ทอี่ ยใู นรปู แบบ ตามความตอ งการของผใู ชข อ มลู ซง่ึ ควร
CAD file แตม คี วามตอ งการใช มกี ารประสานงานกอ นการดำเนนิ งาน
งานในรปู แบบของ Worksheet
เปน ตน ควรมกี ารใหค วามความรแู ละความเขา
ใจทั้งเร่ืองพื้นฐานและการนำขอมูล
3. ผูใชงานมีขอจำกัดในการนำ สำรวจไปใชงานตามวัตถุประสงคใน
ขอ มลู ไปใชใ นเชงิ กวา ง หรอื ผใู ช ดานตางๆ
ขอมูลสำรวจขาดประสบการณ
ในการวิเคราะหและสังเคราะห ควรมีการเก็บขอมูลประวัติโครงการ
ขอมูลสำรวจเพ่ือนำไปสูงาน ขอมูลดานวิศวกรรมของเข่ือน และ
พจิ ารณาโครงการ ออกแบบ และ อาคารชลประทานไวท โ่ี ครงการ เพอื่
กอ สรา ง เปนขอมูลในการวิเคราะหตรวจสอบ
หากเกดิ ปญ หา
4. ไมสามารถสืบคนหาขอมูลดาน
สำรวจที่จะนำมาประกอบการ
วิเคราะหตรวจสอบในกรณีท่ี
โครงการจำเปน ตอ งแกไ ขปญ หา
ดานวิศวกรรมได โดยเฉพาะ
อยา งยง่ิ เปน โครงการทผ่ี า นการใช
งานมานาน

57

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

5. ไมม ขี อ มลู พน้ื ฐานดา นการสำรวจ - ประสานขอใชข อ มลู ภาพถา ยหรอื ภาพ
ภูมิประเทศ สำหรับงานวาง ดาวเทยี มทมี่ ใี นคลงั ของ สสธ. ได แต
โครงการเบอื้ งตน หรอื งานวเิ คราะห หากไมม ี สามารถใชข อ มลู ภาพถา ยดาว
ปญ หาทเี่ กดิ ขน้ึ ในพนื้ ทเ่ี บอื้ งตน เชน เทยี มจาก Google Earth หรอื Google
การเปลยี่ นแปลงการใชท ดี่ นิ ทำให Map ในลักษณะของ Timeline ซึ่ง
เกดิ การเปลย่ี นแปลงของระดบั นำ้ จะสามารถเหน็ ขอ มลู การเปลย่ี นแปลง
ใตด นิ หรอื การรว่ั ซมึ ทฐี่ านยนั เขอื่ น ของพ้ืนท่ี เพ่ือนำไปวิเคราะหและ
เปน ตน ตดิ ตาม สภาพพนื้ ที่ และแกไ ขปญ หา
ทเี่ กดิ ขนึ้ ของโครงการได

6. ในการพจิ ารณาการบรหิ ารจดั การ - กรมควรสนบั สนนุ ใหน ำขอ มลู เชงิ พน้ื ที่
ในระดบั ลมุ นำ้ ยงั ขาดขอ มลู ดา น ทม่ี อี ยไู ปใชง านในรปู ของ คณะทำงาน
สำรวจ รวมทง้ั ขาดการจดั การเกยี่ ว จากหนวยงานท่ีเกี่ยวของเพ่ือใหเกิด
กบั ขอ มลู เชงิ พน้ื ทที่ มี่ อี ยู เชน ขอ มลู การใชป ระโยชนข อ มลู สงู สดุ เชน การ
ความสงู ภมู ปิ ระเทศ (DEM) ดว ย ใชป ระโยชนข อ มลู DEM Lidar เพอ่ื
ระบบ Lidar ทอี่ ยภู ายใตก ารดแู ล การบริหารจัดการน้ำในลุมนำ้ เจา
ของ สสธ. ทำใหไ มส ามารถนำไป พระยา
ใชง านไดอ ยา งตอ เนอ่ื ง

7. โครงการชลประทานขนาดเล็ก โครงการชลประทานขนาด
ขาดขอมูลสำรวจธรณีฐานราก เลก็ จำเปน ตอ งมขี อ มลู สำรวจ
สำหรบั การออกแบบหรอื การกอ ธรณฐี านราก เพอ่ื ใหก ารออก
สรา งเพอ่ื ใหเ ปน ไปตามหลกั วชิ าการ แบบกอสรางใหเปนไปตาม
หลักวิชาการและเพ่ือการ
และเพอ่ื บรหิ ารความเสย่ี ง
บรหิ ารความเสย่ี ง

8. โครงการ/เขอื่ นเกา ขาดบมู ประวตั ิ การจัดทำฐานขอมูล สามารถดำเนิน
การในระดบั ยอ ยตง้ั แตโ ครงการหรอื แต
ทางวิชาการทุกดานสำหรับการ ละงาน แตละสวน แตละสำนัก ซึ่ง
นำไปใชง านในอนาคต จะสามารถนำไปสูฐานขอมูล BIG

DATA ของระดบั กรมได

58

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.2.3 การวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมสำรวจ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การสำรวจโดยใช Drone เพ่ือ 1) การสำรวจโดยใช Drone ของหนว ย ก อ น ป ฏิ บั ติ ก า ร บิ น ค ว ร
งานภายใตก ระทรวงเกษตรและสหกรณ ดำเนินการแจงลงบันทึก
งานชลประทาน ประจำวนั ณ สถานตี ำรวจ
ไดรับการยกเวนข้ึนทะเบียน Drone เพอื่ เปน การปอ งกนั ตนเอง

สำหรบั การใชง านในเขตพน้ื ทชี่ ลประทาน

2) ตองมีการประกันภัยอากาศยาน

บคุ คลที่ 3 ในวงเงนิ ไมต ำ่ กวา 1 ลา น

บาท/อบุ ตั เิ หต/ุ ครงั้

3) ตอ งทำการเสนอแผนการบนิ ตอ บรษิ ทั

วทิ ยกุ ารบนิ เพอ่ื ขออนญุ าตเิ ขา ปฏบิ ตั งิ าน

ในพน้ื ทท่ี กุ ครง้ั และใหน ำสำเนาหนงั สอื

การขออนุญาติทำการบินพรอมแนบ

หนงั สอื ขออนญาตไิ ปราชการ ตดิ ตวั ไว

ตลอดเวลาทที่ ำการบนิ

4) หา มทำการบนิ ในเขตหา มบนิ เดด็ ขาด

เขตกำกบั การบนิ และเขตการบนิ อนั ตราย

ตามที่ประกาศในเอกสารแถลงขาว

การบนิ ของประเทศไทย (Aeronautical

Information Publication - Thailand

หรือ AIP-Thailand) รวมทั้ง สถานท่ี

ราชการ หนว ยงานของรฐั โรงพยาบาล

เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตจากหนว ยงานเจา

ของพนื้ ที่

5) หา มทำการบนิ ในระยะ 9 กโิ ลเมตร

รศั มรี อบสนามบนิ

6) ตอ งมองเหน็ Drone ไดต ลอดเวลา

ทที่ ำการบนิ และหา มบนิ เขา ไปใกลห รอื

เขา ไปในเมฆ หา มบนิ ในเวลากลางคนื

*รายละเอียดเพ่ิมเติมของเงื่อนไข

การบงั คบั หรอื ปลอ ยอากาศยานไรค นขบั

ออกตามมาตรา 24 แหง พระราชบญั ญตั ิ

การเดนิ อากาศ พ.ศ. 2597

59

กรมชลประทาน ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
-
Royal Irrigation Department การสรางนวัตกรรมของแตละ
- สำนักฯ หากสามารถบูรณาการ
ขอ สงั เกต นวตั กรรมรว มกนั ระหวา งสำนกั ฯ
2. การสรางนวัตกรรมของแตละ ได จะสามารถทำใหง านหรอื การ
ดำเนินงานพัฒนาอยางสมบูรณ
สำนกั ฯ เปน การชว ยพฒั นางาน แบบมากขึ้น และนำไปสูการ
หรือทำใหการดำเนินงานเปนไป พฒั นาในระดบั กรมฯได เชน การ
ไดอ ยา งสะดวกรวดเรว็ งา ย และ บรู ณาการระหวา งนวตั กรรมการ
มีประสิทธิภาพดีข้ึน แตยังไมมี พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอรร
การบรูณาการรวมกันระหวาง เพอื่ การจดั เกบ็ สถติ ขิ อ มลู รายวนั
สำนกั ดา นจดั สรรน้ำ ประเภทโครงการ
ชลประทานอางเก็บน้ำ (Water
3. การสรา งสรรคน วตั กรรมยงั ไมไ ด Daily Program) ของ สชป.8 กบั
รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น ใ น ด า น ง บ นวัตกรรมโทรมาตรเพ่ือการ
ประมาณอยางเต็มท่ี เชน นวัต ชลประทาน ของสำนักสำรวจฯ
กรรมของสำนกั สำรวจทผี่ า นมา มี ซง่ึ อาจขอรบั การสนบั สนนุ ในเรอื่ ง
การลงทนุ และดำเนนิ การโดยจดั การพฒั นาโปรแกรมเพม่ิ เตมิ จาก
หางบประมาณดว ยตวั เอง ทำให ศูนยสารสนเทศและการสื่อสาร
ผลงานนวตั กรรมทจี่ ะถกู นำไปใช เพอื่ ใหเ กดิ ประโยชนใ นการนำไป
ประโยชนตอมีราคาสูง ซึ่งเปน ใชง านไดอ ยา งกวา งขวาง
ภาระในการหางบประมาณของ
โครงการหรอื สำนกั อนื่ หากสนใจ นวัตกรรมตางๆที่ถูกสรางสรรค
ที่จะนำนวัตกรรมไปใชงานตอ ขึ้นมา ตองเปนสิ่งท่ีจับตองได
ใชงบประมาณนอย (ราคาถูก)
จะทำใหมีการนำไปใชงานหรือ
ตอ ยอดมากขนึ้ ดงั นน้ั การสรา ง
นวตั กรรมควรไดร บั การสนบั สนนุ
งบประมาณจากกรมฯ รวมทงั้ ผทู ี่
สรางสรรคนวัตกรรมควรไดรับ
การสนับสนุนหรือใหรางวัลท่ี
เหมาะสม

60

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
-
4. องคความรูและนวัตกรรมเชิง สำนัก/กอง/ศูนย/กลุม ควรพิจารณารวบ
ประจกั ษข องกรมชลประทาน ยงั - รวมองคค วามรแู ละนวตั กรรมเชงิ ประจกั ษ
กระจายอยกู บั บคุ คล สำนกั /กอง/ ทมี่ ขี องตวั เอง เพอ่ื รองรบั การเชอื่ มโยงกบั
ศนู ย/ กลมุ ยงั ไมพ รอ มใชง านตาม RID BIG DATA
แนวทาง RID BIG DATA
นวตั กรรมโทรมาตรสำหรบั การชลประทาน ท่ี
5. ปญหาเร่ืองการขาดแคลน สามารถเกบ็ บนั ทกึ ขอ มลู และรายงานผลในรปู
บุคลากรในการเก็บบันทึกและ แบบ Real time ผา น Application บน Smart
รายงานขอ มลู สำหรบั การบรหิ าร Phone ชว ยลดปญ หาเรอ่ื งการขาดแคลน
จดั การนำ้ บคุ ลากรในการเกบ็ บนั ทกึ และรายงานขอ มลู
สำหรบั การบรหิ ารจดั การน้ำ เชน รทก.ผวิ นำ้
6. การใชนวัตกรรมเพื่อการปฏิบัติ - ปรมิ าตรน้ำในอา งฯ พนื้ ทผ่ี วิ น้ำ ปรมิ าณนำ้ ฝน
อณุ หภมู ิ และ ความชน่ื เปน ตน
งาน จะทำใหไ ดข อ มลู บมู ประวตั ิ
วชิ าการตา งๆ ของโครงการได สสธ. มนี วตั กรรมทส่ี ามารถนำมาใชใ นการ
ปฏบิ ตั งิ าน เพอื่ ใหไ ดข อ มลู สำรวจตา งๆ เชน
นวตั กรรมสอบเทยี บโคง ความจุ ทท่ี ำใหไ ดข อ มลู
คา ระดบั ความจุ และพน้ื ทผี่ วิ นำ้ ของอา งเกบ็
น้ำ และนวตั กรรมตรวจสอบสภาพเขอ่ื นดนิ
ถมธรณฟี ส กิ ส ทที่ ำใหไ ดข อ มลู ความแขง็ แรง
แนน ทกึ เปน เนอ้ื เดยี ว และการทรดุ ตวั ของ
Freeboard เปน ตน

ปจ จยั แหง ความสำเรจ็
1) สำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยามกี ารนำเทคโนโลยแี ละพฒั นานวตั กรรมดา นงานสำรวจ เพอื่
นำมาใชใ นการปฏบิ ตั งิ านและมแี นวคดิ ทจ่ี ะกระจายนวตั กรรมงานสำรวจไปสหู นว ยงานภมู ภิ าคทกุ พน้ื ทเี่ พอ่ื
สนบั สนนุ ภารกจิ ตา งๆ เชน นวตั กรรมการสำรวจเพอ่ื งานชลประทานแบบเทคนคิ บรู ณาการ ทเ่ี ปน กระบวน
การสำรวจทง้ั บนฟา บนดนิ และใตน ้ำ ดว ยอากาศยานไรค นขบั (Drone) เครอ่ื งมอื สำรวจรงั วดั แบบ RTK-
GNSS และเรอื วดั ความวดั ลกึ ของน้ำ ตามลำดบั ซงึ่ นวตั กรรมดงั กลา วน้ี ทำใหไ ดม าซงึ่ ขอ มลู สำรวจตา ง ๆ
ทม่ี คี วามชดั เจน ถกู ตอ ง แมน ยำ รวดเรว็ และประหยดั งบประมาณในการดำเนนิ การ
2) สำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา ไดม กี ารพฒั นานวตั กรรมตา งๆ เพอ่ื นำมาใชใ นการปฏบิ ตั งิ าน
สำรวจและพฒั นาตอ ยอดสง ประกวดผลงานทง้ั ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ เพอ่ื ใหไ ดร บั การยอมรบั ในระดบั
สากล และมคี วามพรอ มทจี่ ะบรู ณาการทำงานดา นนวตั กรรมกนั ใหม คี วามเชอ่ื มโยงในทกุ ภาคสว น ดงั เชน

- 61

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

- ผลงาน "ชดุ โปรแกรมพรอ มอปุ กรณค วบคมุ อากาศยานไรค นขบั แบบปก หมนุ และเรอื สำรวจหยงั่
ลกึ นำ้ สำหรบั การสำรวจแผนทรี่ ายละเอยี ดสงู "ไดร บั รางวลั จากการเขา รว มประกวดผลงาน รางวลั
"เจา ฟา ไอที รตั นราชสดุ า สารสนเทศ" ครงั้ ที่ 11 (ป 2559 ) เมอื่ วนั ท่ี 18 มกราคม 2560

- นวตั กรรม "โทรมาตรเพอื่ การชลประทาน ไดร บั รางวลั IFIA Special Award for the Best
Invention จากสหพนั ธส มาคมนกั ประดษิ ฐน านาชาติ - International Federation of Inventors'
Association (IFIA) เมอื่ เดอื นกมุ ภาพนั ธ 2562

3) สำนกั สำรวจดา นวศิ วกรรมและธรณวี ทิ ยา อยรู ะหวา งดำเนนิ การพฒั นางานสำรวจอกี หลายดา น เชน
พฒั นาแอพพเิ คชนั่ สนบั สนนุ งานระวงั ชแ้ี นวเขตงานชลประทาน การคน หาหลกั เขตชลประทานในภมู ิ
ประเทศโดยสงั เขประบบIoT Big Data เพอ่ื สนบั สนนุ งานดา นชลประทาน ระบบฐานขอ มลู ภมู สิ ารสนเทศ
ทางการสำรวจระบบการแจง เหตุ และการทรดุ ตวั ของลาดดนิ เปน ตน

2.3 การออกแบบ

หนวยงานภายในกรมชลประทานที่มีภารกิจโดยตรงในการออกแบบ ไดแก สำนักออกแบบวิศวกรรม
และสถาปต ยกรรม รบั ผดิ ชอบในการออกแบบโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ และฝา ยออกแบบ สว นวศิ วกรรม
สำนกั งานชลประทานท่ี 1-17 รบั ผดิ ชอบในการออกแบบโครงการขนาดเลก็ และอน่ื ๆตามทก่ี รมมอบหมาย โดยใน
สว นของสำนกั ออกแบบวศิ วกรรมและสถาปต ยกรรม มหี นา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ ตามกฎกระทรวงแบง สว นราชการ
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.2557 ดงั น้ี

(1) ดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การออกแบบและคาํ นวณงานดา นวศิ วกรรมและสถาปต ยกรรม เพอ่ื การพฒั นา
แหลง นำ้ เขอ่ื นกกั เกบ็ นำ้ เขอ่ื นทดน้ำ ระบบชลประทาน ระบบระบายนำ้ และงานดา นโยธาอน่ื ๆ

(2) ดาํ เนนิ การเกยี่ วกบั การใหค าํ ปรกึ ษา กาํ กบั ดแู ล และกาํ หนดมาตรฐานงานออกแบบ

(3) ดําเนินการเก่ียวกับการจัดทําเอกสารประกอบการจางงานกอสราง งานจางสํารวจ ออกแบบ
คาํ นวณปรมิ าณและราคางานกอ สรา ง และกาํ หนดรายละเอยี ดวสั ดแุ ละครภุ ณั ฑ

(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเ่ี กย่ี วขอ งหรอื ทไี่ ดร บั มอบหมาย

พนั ธกจิ ของสำนกั ออกแบบวศิ วกรรมและสถาปต ยกรรม ดงั นี้ ปฏบิ ตั งิ านดา นการออกแบบ และใหค ำปรกึ ษา
เพอ่ื การจดั หา พฒั นา บรหิ ารจดั การ การปอ งกนั บรรเทาภยั อนั เกดิ จากน้ำและแกไ ขปญ หาเรอ่ื งแหลง น้ำ ตามภารกจิ
ของกรมชลประทาน

สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปตยกรรมมีขอกำหนดในการปฏิบัติงาน ไดแกผูลงลายมือชื่อใน
กรอบชอื่ แบบ (Title Block) ของแบบดา นวศิ วกรรม ดงั ตอ ไปนี้

62

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รายละเอยี ดการลงลายมอื ชอ่ื ในกรอบชอื่ แบบ (Title Block) ของแบบดา นวศิ วกรรม

เจา หนา ที่ หนา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ หมายเหตุ
ผลู งลายมอื ชอื่ ตำแหนง นายชา งโยธาสามารถ
ไวในชอง นายชา งโยธา ลงนามในลักษณะ
ออกแบบ คำนวณงาน และกำหนดรปู รา ง วศิ วกรโยธา งานทไ่ี มเ ขา ขา ยของ
ออกแบบ ของแบบ เปน เคา โครง โดยใชค วามรใู น วศิ วกรรมควบคมุ
วชิ าชพี สาขาตา งๆ เพอ่ื ใหไ ดร ายละเอยี ด วศิ วกรโยธา ในกรณที เ่ี ขยี นแบบ
และขอ กำหนด นายชา งโยธา โดยใช Computer ให
นำแบบเคาโครงมาดำเนินการลงสัดสวน ชา งเขยี นแบบ ผูเขียนแบบลงนามใน
เขยี น รายละเอยี ด ใหเ ปน แบบตน รา ง ทำแบบ ชา งกอ สรา ง ชอ ง "เขยี น" และ
แปลน แบบรปู ตดั ตามยาวและตามขวาง "ลอก" ดว ย
รวมทง้ั เขยี นแบบขยายตา งๆใหช ดั เจน ในกรณีที่ใชวิธีลอก
(Trace) จากแบบตน
นำแบบตน รา งทผี่ า นการตรวจหรอื แกไ ข นายชา งโยธา รา ง
ลอก ใหถ กู ตอ งแลว มาดำเนนิ การลงหมกึ พรอ ม ชา งเขยี นแบบ ใบอนญุ าตประกอบ
จดั รปู แบบใหไ ดม าตรฐานการเขยี นแบบ ชา งกอ สรา ง วชิ าชพี ฯ ตอ งไมต ำ่
ตรวจ ตามทกี่ รมชลประทานกำหนดเพอื่ ใหเ ปน ชา งฝม อื สนาม กวา ระดบั สามญั
เสนอ แบบทสี่ มบรู ณ วศิ วกร
ผาน ตรวจสอบรายการคำนวณ และการเขยี น วศิ วกรฯทมี่ ใี บอนญุ าต
เหน็ ชอบ แบบตน รา งใหถ กู ตอ งสมั พนั ธก บั การ ประกอบวชิ าชพี ท่ี โดยมคี ำสงั่ สำนกั ฯ
อนุมัติ คำนวณเพอื่ ใหไ ดเ ปน แบบรายละเอยี ด ทำหนา ทห่ี วั หนา ทมี โดยมคี ำสงั่ กรมฯ
ทถ่ี กู ตอ งตามหลกั วชิ า หรอื หวั หนา ฝา ย
เปน ผมู อบหมายงาน พรอ มใหค ำแนะนำ วศิ วกรโยธาท่ี
เบอ้ื งตน แกผ อู อกแบบ ตรวจสอบแบบ ทำหนา ทห่ี วั หนา ฝา ย
รายละเอยี ดทด่ี ำเนนิ การเสรจ็ แลว อยา ง
ละเอยี ดรอบคอบแลว นำเสนอตอ ไป
ตรวจสอบ ทบทวน กลน่ั กรองงานทกุ วศิ วกรโยธาทที่ ำหนา ท่ี
ขน้ั ตอนอยา งปราณตี และรอบคอบ ทว งตงิ ผอู ำนวยการสว น
ขอ บกพรอ งทส่ี มควรปรบั ปรงุ แกไ ขในฐานะ
วศิ วกรทมี่ ปี ระสบการณส งู
ตรวจสอบแบบรายละเอยี ดทผี่ า นการ ผเู ชยี่ วชาญฯ ทไี่ ดร บั
ทบทวนแลว พจิ ารณาทบทวนดา นวชิ าการ มอบหมายปฏบิ ตั หิ นา ท่ี
ดา นนโยบายและความเหมาะสมขน้ั สดุ ทา ย แทนผอู ำนวยการสำนกั
กอ นนำเสนออนมุ ตั แิ บบ
อนมุ ตั แิ บบทด่ี ำเนนิ การสมบรู ณแ ลว เพอ่ื ให ผอู ำนวยการสำนกั
สามารถนำไปใชใ นการกอ สรา งไดต อ ไป ปฏบิ ตั หิ นา ทแี่ ทนอธบิ ดี

63

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

สำหรบั Work Flow กระบวนการออกแบบอาคารตา งๆ ไดแ สดงตวั อยา งกระบวนการออกแบบอาคาร
ตา งๆ ไดแ ก เขอื่ นดนิ หวั งานและอาคารประกอบ ระบบชลประทานและอาคารประกอบ ดงั รปู ท่ี 2-11- รปู ท่ี
2-13 ตามลำดบั ตอ ไปน้ี

รปู ที่ 2-11 กระบวนการออกแบบเขอื่ นดนิ ในภาพรวม

64

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-11 กระบวนการออกแบบเขอื่ นดนิ ในภาพรวม (ตอ )

65

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-12 กระบวนการออกแบบหวั งานและอาคารประกอบ

66

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-12 กระบวนการออกแบบหวั งานและอาคารประกอบ (ตอ )

67

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-13 กระบวนการออกแบบระบบชลประทานและอาคารประกอบ

68

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-13 กระบวนการออกแบบระบบชลประทานและอาคารประกอบ (ตอ )

69

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ดา นออกแบบ แบง ออกเปน ดา นตา งๆ ไดแ ก การออกแบบเขอื่ น การออกแบบอาคารทางระบายน้ำลน การออกแบบ
อาคารทอ สง น้ำ การออกแบบประตรู ะบายนำ้ การออกแบบอาคารหวั งานและระบบชลประทาน และการออกแบบอน่ื ๆ
ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปน้ี

ตารางท่ี 2.3.1 การออกแบบเขอื่ น

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. ผลสำรวจทใี่ ชใ นการออกแบบอาจ ตอ งพจิ ารณาตรวจสอบสภาพ อางเก็บน้ำขนาดเล็ก ควรมีการเจาะ
ไมค รบถว นขอ มลู ทส่ี ำคญั เชน ไม ภมู ปิ ระเทศในพนื้ ทจ่ี รงิ อยา ง สำรวจธรณวี ทิ ยา ในกรณที สี่ ภาพพน้ื ที่
ครอบคลมุ รอ งน้ำเดมิ ไมค รอบ รอบคอบควบคูกับผลสำรวจ ไมค อ ยเหมาะสม
คลมุ ถนนในพนื้ ที่ เปน ตน ภมู ปิ ระเทศ หากพบวา มคี วาม
คลาดเคลอื่ นใหป ระสานไปยงั

ผูเ ก่ียวขอ งโดยดว น

2. การออกแบบโครงการชลประทาน ตองกำหนดอาคารประกอบ 1) ในการออกแบบรอบการเกิดซ้ำ
ประเภทอางเก็บนำ้ กรณีท่ีมี ระบบระบายน้ำสว นเกนิ ใหม ี (Return period) ของโครงการชลประทาน
Inflow เขาอางมากกวาความจุ ประสทิ ธภิ าพเพยี งพอ เชน มี ขนาดเลก็ ตอ งพจิ ารณารอบการเกดิ ซ้ำ
อา งมาก กอ ใหเ กดิ ความเสยี่ งใน อาคารทางระบายน้ำลน ฉกุ เฉนิ ใหร อบคอบ อาจตอ งใชถ งึ 50 ป
การบริหารจัดการน้ำ อาจเกิด อาคารทอ สง นำ้ เปน ตน เพอ่ื ชว ย 2)การออกแบบเขอ่ื นทม่ี คี วามยาวนอ ย
ระบายน้ำในกรณที อ่ี าคารทาง และสูงมาก ควรพิจารณา Wave
ปญ หาใหญใ นอนาคตได ระบายน้ำลน ใชง าน ไมส ามารถ Overtop สนั เขอ่ื นอยา งรอบคอบ

ระบายน้ำไดอ ยา งเพยี งพอ

3. ปญหาท่ีเกิดบริเวณตัวทำนบดิน ตอ งกลบั ไปทบทวนรายละเอยี ด การกอสรางผิวทางบนสันเขื่อน
(เขอื่ น) เชน นำ้ รว่ั ซมึ Abutment ในแบบกอ สรา งเพอ่ื พจิ ารณา เพื่อปองกันการแตกราว ควรปลอย
ถนนบนสนั เขอื่ นแตกรา ว เปน ตน หาแนวทางออกแบบแกไ ข ผวิ สนั เขอื่ นใหม กี ารปรบั ตวั กอ นกอ สรา ง
ผิวทางบนสันเขื่อน

4. การปรบั ปรงุ ดนิ กระจายตวั โดยวธิ ี ตอ งกำหนดคณุ สมบตั ขิ องวสั ดุ ควรหลกี เลย่ี งการใชด นิ Dispersive Clay
Lime Treatment เกดิ การชำรดุ ปกคลมุ ผวิ หนา Lime Treat- มาเปน วสั ดใุ นการกอ สรา งตวั เขอื่ น แต
เสยี หาย ยบุ ตวั เกดิ หลมุ โพรงเปน ment ใหม คี วามแขง็ แรงเพยี ง หากไมส ามารถหลกี เลยี่ งได ควรพจิ ารณา
บรเิ วณกวา ง เนอื่ งจาก พอ เพ่ือปองกันไมให Lime ปรบั ปรงุ คณุ สมบตั ดิ นิ โดยใชว ธิ กี ารตา งๆ
1) มีตนไมใหญขึ้นบริเวณลาด Treatment สมั ผสั อากาศหรอื เชน การผสมดว ยปนู ขาว หรอื สารสม ทงั้
เข่ือน รากพืชชอนไชลึก ทำให ฝนโดยตรง เชน ใชกรวด นี้ ตอ งเปน ไปตามมาตรฐานทสี่ ำนกั วจิ ยั
นำ้ รว่ั ซมึ ผา น ทรายทบั หนา หรอื มดี นิ ปกคลมุ และพฒั นาไดก ำหนดไว หรอื อาจปรบั
2) วสั ดปุ ด ผวิ หนา มคี วามแขง็ แรง กอ นปลกู หญา เปน ตน อยา ง เปลย่ี นโดยนำนวตั กรรมสมยั ใหมม าใช
ไมเ พยี งพอ ไรกต็ าม ตอ งไมน ำ Dispersive เชน Geosynthetic Clay Liner เปน ตน

70

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) การกำหนดวธิ กี ารดำเนนิ การ Clay มาใชเปนวัสดุปกคลุม
ในหมายเหตปุ ระกอบแบบกอ สรา ง ผิวหนา และตองกำหนดวิธี
ไมช ดั เจน ไมม กี าร Warning ใน การดำเนินการในหมายเหตุ
แบบกอ สรา ง ทำใหก ารดำเนนิ ใหชัดเจน
การกอสรางและบำรุงรักษาไม

เปน ไปตามแนวทางทถ่ี กู ตอ ง

5. ตวั เขอื่ นทที่ ำจากวสั ดทุ เ่ี ปน Dis- ตัวเขื่อนที่ทำจากวัสดุท่ีเปน
persive Clayไมม กี ารทำ Lime Dispersive Clay ตอ งทำ Lime
Treatment บริเวณถนนบนสัน Treatment บรเิ วณใตผ วิ ทาง
เข่ือน ทำใหน้ำร่ัวซึมผานผิว ของถนนบนสนั เขอ่ื นเพอ่ื ปอ งกนั
จราจรลงสตู วั เขอ่ื น สง ผลกระทบ ไมใ หน ้ำรว่ั ซมึ ผา นผวิ จราจรลง
ตอความมั่นคงตอตัวเขื่อน สตู วั เขอื่ น ซง่ึ จะสง ผลกระทบตอ
ความมนั่ คงของตวั เขอื่ นได

6. ขอมูลสำหรับการพิจารณาออก ในการออกแบบ หากพบวา
แบบประเภทอา งเกบ็ นำ้ ไมเ พยี ง บรเิ วณ Abutment เปน หนิ ปนู
พอ ทำใหบ รเิ วณ Abutment ทมี่ ี ตอ งมกี ารตรวจสอบขอ มลู ใหค รอบ
สภาพเปน หนิ ปนู เกดิ การรว่ั ซมึ คลมุ ไหลเ ขา เพอ่ื ปอ งกนั น้ำรว่ั ซมึ
ผา นไหลเ ขาโดยการเจาะทดสอบ
เพอ่ื หาขอ มลู ตอ งพจิ ารณาใหม ี

ความลกึ และจำนวนใหเ พยี ง

พอเพอ่ื การประเมนิ และปรบั ปรงุ
ใหเ หมาะสม

7. ความม่ันคงของโครงสรางของ ตองพิจารณาปรับปรุงฐาน ควรหลกี เลย่ี งการตดั ลาดไหลเ ขา หรอื หาก
ลาดไหลเ ขาไดร บั ผลกระทบจาก รากใหเ หมาะสม
จำเปน ตอ งตดั ลาดไหลเ ขา จะตอ งมกี าร

การเปด หนา ดนิ ออกแบบปอ งกนั เสรมิ ความมนั่ คงของ

โครงสรา งลาดไหลเ ขาทเ่ี หมาะสม

8. ปริมาณฝนตกในพื้นที่รับนำ้ เกิน ใชเ กณฑก ารออกแบบปรมิ าณ การออกแบบระยะพน น้ำ (Freeboard)
น้ำผา นอาคารทางระบายน้ำลน ของเขอ่ื น ควรใช Return Periods ที่
เกณฑท อี่ อกแบบไว ตามมาตรฐานของโครงการแต สูงกวามาใชพิจารณาเพ่ิมระดับสัน

ละประเภท เชน โครงการ เขอื่ น
ขนาดกลางควรใช Return

Periods 500 ป

71

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

9. น้ำลน ขา มสนั เขอ่ื นทำใหเ กดิ การ ตองออกแบบใหมีอาคาร ควรบำรุงรักษาดูแลเขื่อน/อางเก็บนำ้
กัดเซาะตัวเข่ือนบริเวณจุดท่ี สำหรับระบายนำ้ ไดอยาง อยางสม่ำเสมอ ใหระบบระบายน้ำ
ออ นแอ เพยี งพอ สามารถทำงานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

10. อา งเกบ็ นำ้ กอ สรา งมานาน ขาด ควรมกี ารดแู ลบำรงุ รกั ษาเขอ่ื น/อา งเกบ็
การดแู ลรกั ษา เชน มวี ชั พชื ขนึ้ นำ้ อยา งสมำ่ เสมอ เชน กำจดั วชั พชื ท่ี
ปกคลุมบริเวณดานหนาอาคาร ปกคลมุ ดา นหนา ของอาคารตา งๆ
ระบายน้ำลน

11. นำ้ ทาจากพ้ืนที่รับน้ำไมไหลเขา วิเคราะหหาสาเหตุที่น้ำทา
อางเก็บนำ้ เพราะมีการร่ัวซึม จากพนื้ ทร่ี บั น้ำไมไ หลเขา อา ง
ระหวา งทาง เกบ็ น้ำ และหาแนวทางตา งๆ
ท่ีเหมาะสมในการนำนำ้ เขา
อา ง เชน การตอ ทอ เพอื่ นำนำ้
ผิวดินจากดานบนเขาสูอาง
การปม นำ้ ใตด นิ การหาแหลง
นำ้ บรเิ วณขา งเคยี ง เปน ตน

12. อางเก็บน้ำไมสามารถเก็บน้ำได หาวธิ อี อกแบบปอ งกนั การรว่ั ซมึ
เพราะวสั ดใุ นอา งเกบ็ นำ้ มกี ารรว่ั ของน้ำในอา ง โดยการใชว สั ดทุ ี่
ซมึ สงู เหมาะสม สำหรบั ปพู น้ื และลาด
ของอา งเกบ็ นำ้ ไดแ ก GCL,
Clay Blanket และ คอนกรตี
เปน ตน รวมทง้ั หากวสั ดทุ ใี่ ช
ปองกันการรั่วซึมจำเปนตอง
มีวัสดุทับหนา เพ่ือเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพในการใชง าน เชน
GCL ไมทนทานตอแสงยูวี
กต็ อ งพจิ ารณาในสว นนดี้ ว ย

13. อา งเกบ็ นำ้ มฐี านรากทเี่ ปน หนิ ปนู กรณีอางเก็บน้ำมีฐานราก
มรี โู พรงมาก เกดิ การทรดุ ตวั ท่ีเปนหินปูน มีรูโพรงมาก
เกดิ การทรดุ ตวั ใหส ำรวจฐาน
ราก เพ่ือวิเคราะหหาชั้นหิน
บรเิ วณทมี่ รี โู พรงมาก และออก
แบบปอ งกนั เฉพาะจดุ ใหแ ขง็
แรง มนั่ คง ปอ งกนั การยบุ ตวั

72

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

14. ลาดไหลเขาบริเวณท่ีอยูในแนว ในการออกแบบปองกันลาด
รอยเลอ่ื น เกดิ การเคลอ่ื นตวั ทรดุ ไหลเ ขา หากการสำรวจเบอ้ื ง
ตน พบวาบริเวณพ้ืนท่ีอาจ
ตวั และ พงั เสยี หาย
จะอยใู น แนวรอยเลอ่ื น ผอู อก

แบบตองขอใหทำการสำรวจ

ขอ มลู ใหม รี ายละเอยี ดเพยี งพอ

และการออกแบบจะตอง

พจิ ารณาขอ มลู ทไี่ ดร บั มาอยา ง

ละเอยี ดรอบคอบ เพอ่ื ใหก าร

ปอ งกนั ลาดไหลเ ขามคี วามมน่ั

คงแขง็ แรง

15. ทอระบายนำ้ ใตดินบริเวณลาด การออกแบบตองพิจารณา
ไหลเ ขา ไมส ามารถระบายน้ำได ขอมูลคุณลักษณะของฐาน
ตามวัตถุประสงคที่ออกแบบไว ราก หากเปนดินหรือหินท่ีมี
เกดิ แรงดนั น้ำสะสมและดนั ลาด คุณสมบัติยอยสลายงายเม่ือ
โดนน้ำ ทำใหมีสภาพความ
ไหลเ ขาพงั เสยี หาย
เหลวสงู สามารถไหลเขา ทอ

ระบายนำ้ ไดงาย เกิดการ

อุดตันของทอระบาย ดังนั้น

ตองหาแนวทางออกแบบให

สามารถระบายนำ้ ออกได

เชน เปลยี่ นวสั ดสุ ำหรบั การ

ระบายน้ำ หรือ เปลี่ยนวิธี

การระบายนำ้ ออกจากลาด

ไหลเ ขา เปน ตน

16. ไมสามารถวิเคราะหพฤติกรรม ตอ งพจิ ารณาออกแบบเครอื่ ง
ตางๆ ของเขื่อนและอาคาร มอื ตรวจวดั พฤตกิ รรมเขอ่ื นท่ี
ประกอบแบบ Real Time ได จำเปนแบบ Online เพื่อให
สามารถตดิ ตามและวเิ คราะห
พฤติกรรมเข่ือนไดในเวลา
ตา งๆ ได และสามารถเตอื น
ภยั ไดอ ยา งรวดเรว็

73

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

17. ขาดขอมูลในการปรับปรุงเขื่อน ใหค น หาไปยงั สชป. ตา งๆ เพราะ อาจ
และอาคารประกอบ เนอ่ื งจากไม มกี ารเคลอื่ นยา ยแบบจากสว นกลางไป

มแี บบกอ สรา ง ไวที่ สชป. หากไมสามารถหาได ให

ทำการสำรวจทางกายภาพ/ภมู ปิ ระเทศ
เพ่ือทำแบบเบื้องตน ทำโคงความจุ

เจาะทดสอบคุณสมบัติวัสดุของตัว

เขอื่ นและอาคารประกอบเพอ่ื หาความ
มนั่ คงของตวั เขอื่ นและอาคารประกอบ

18. บรเิ วณทมี่ เี นนิ ดนิ ตอ เชอื่ มกบั ดนิ การออกแบบบรเิ วณทม่ี เี นนิ ดนิ
ถมบดอดั แนน ของตวั เขอื่ น เกดิ ตอ เชอื่ มกบั ดนิ ถมบดอดั แนน
การรว่ั ซมึ ของน้ำผา นตวั เขอ่ื น ของตวั เขอื่ นตอ งพจิ ารณาขอ มลู
ฐานรากใหล ะเอยี ด รอบคอบ
และออกแบบระบบระบายนำ้
และฐานราก ใหครอบคลุม
เพอ่ื ปอ งกนั การรวั่ ซมึ ของนำ้
ผา นบรเิ วณรอยตอ

19. วธิ กี ารปรบั ปรงุ ลาด Slope ของ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามขอ กำหนดของ
เข่ือนที่มีการทรุดตัวและการ วิธีการปรับปรุงลาด Slope
เคลอื่ นตวั โดยการทง้ิ หนิ บรเิ วณ ของเขอื่ น โดยการทำ Counter
ลาดเขอื่ น กอ ใหเ กดิ Surcharge Weight บรเิ วณตนี เขอ่ื น อยา ง
Load ซงึ่ อาจนำไปสู Slope Fail- เครง ครดั เพอื่ ปอ งกนั ไมใ หว สั ดุ
ure ทท่ี ำใหม วี สั ดตุ วั เขอ่ื นไหลลง ตวั เขอื่ นไหลลงมาดา นลา ง
ไปสูดานลาง

20. วสั ดทุ ใี่ ชบ ดอดั ในการทำตวั เขอื่ น ตองพิจารณาคุณสมบัติของ
มีกำลังรับแรงเฉือนนอยกวาท่ี วัสดุที่จะนำมาบดอัดเปนตัว
ออกแบบไว สาเหตเุ นอื่ งจากมกี าร เข่ือน ใหเปนไปตามขอ
ลดระดบั น้ำอยา งรวดเรว็ และมี กำหนดทร่ี ะบไุ วใ นแบบ เพอื่
การสะสมพฤตกิ รรมการกดั เซาะ ใหวัสดุที่ใชในการบดอัดตัว
อยา งตอ เนอื่ ง ทำใหล าด Slope เขอ่ื นมกี ำลงั รบั แรงเฉอื นตาม
ของเขอื่ นทรดุ และเคลอ่ื นตวั ทอ่ี อกแบบไว

74

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

21. การวางแผนการดำเนินงานใน การปรบั ปรงุ ลาดเขอื่ นโดยการ
การปรบั ปรงุ ลาด Slope ของตวั ทำ Counter Weight บรเิ วณ
เข่ือนที่มีการทรุดและเคลื่อนตัว ตนี เขอ่ื น ตอ งมกี ารวางแผนให
โดยวธิ กี ารทำ Counter Weight มนี ้ำหนกั ของ Counter Weight
เชน การนำกลอ ง Gabion บรรจุ รวมกบั น้ำหนกั อนื่ ๆ ทช่ี ว ยตา น
หนิ เปน Counter Weight บรเิ วณ ใหสามารถตานทานน้ำหนัก
ตนี เขอื่ น หากมนี ้ำหนกั ตา นนอ ย ลาดเขอ่ื นทไ่ี หลลงมา เชน การ
กวา น้ำหนกั ทไี่ หลลงมา จะทำให ทำสมดุลการลดระดับนำ้ ใน
ลาด Slope ของตัวเข่ือนตอน อางเก็บนำ้ และการถมวัสดุ
บนเกดิ การเคลอื่ นตวั ลงมาได Counter Weight เปน ตน

22. การกอ สรา งปรบั ปรงุ ลาด Slope หมายเหตุของแบบกอสราง
ของตวั เขอ่ื นโดยการทำ Counter ปรบั ปรงุ ลาด Slope ของตวั
Weight ในกรณที ไี่ มส ามารถกอ เข่ือนโดยการทำ Counter
สรางใหตอเน่ืองแลวเสร็จตาม Weight จะตอ งระบใุ นแบบ
แบบในคราวเดยี วกนั เนอ่ื งจาก ใหชัดเจน ใหมีการกอสราง
ขอจำกัดดานงบประมาณ อาจ ปรับปรุงฯ อยางตอเนื่อง
ทำใหลาด Slope ของตัวเข่ือน จนแลวเสร็จตามแบบ เพ่ือ
เสียหายได และตองทำการ ปองกันไมใหเกิดความเสีย
พจิ ารณาออกแบบปรบั ปรงุ ใหมใ ห หายของลาดเขอื่ น ทงั้ นเ้ี พอื่ ให
เหมาะสมกบั สถานการณท เี่ กดิ ขน้ึ ผูมีอำนาจในการอนุมัติ
ซงึ่ สง ผลใหร ะยะเวลาดำเนนิ การ งบประมาณไดเ หน็ ถงึ ความ
และคาใชจายท่ีเพ่ิมมากขึ้น ใน สำคัญและความจำเปนใน
ขณะที่ราษฎรไววางใจในกรม การจัดสรรงบประมาณใน
คราวเดยี วกนั
ชลประทานลดลง

23. ขาดเคร่ืองมือการตรวจวัด ตองติดตั้งเครื่องมือการ
พฤตกิ รรมเขอ่ื น ทำใหไ มส ามารถ ตรวจวดั พฤตกิ รรมเขอ่ื นแบบ
วเิ คราะห ตดิ ตาม และแจง เตอื น อัตโนมัติ และ Real Time
ดา นความปลอดภยั ของเขอ่ื นได เพอื่ ใหส ามารถวเิ คราะห และ
ตดิ ตามพฤตกิ รรมของเขอื่ นได
รวมทั้งสามารถแจงเตือน
ราษฎรไดอ ยา งรวดเรว็

75

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบเขอื่ น
1. การหาวธิ อี อกแบบปอ งกนั การรว่ั ซมึ ของนำ้ ในอา ง โดยการใชว สั ดทุ เี่ หมาะสม สำหรบั ปพู นื้ และลาด
ของอา งเกบ็ น้ำ ไดแ ก GCL, Clay Blanket และ คอนกรตี เปน ตน รวมทง้ั หากวสั ดทุ ใ่ี ชป อ งกนั การรวั่
ซมึ จำเปน ตอ งมวี สั ดทุ บั หนา เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการใชง าน เชน GCL ไมท นทานตอ แสงยวู ี กต็ อ ง
พิจารณาในสวนนี้ดวย
2. กรณอี า งเกบ็ น้ำมฐี านรากทเี่ ปน หนิ ปนู มรี โู พรงมาก เกดิ การทรดุ ตวั ใหส ำรวจฐานราก เพอ่ื วเิ คราะห
หาชน้ั หนิ บรเิ วณทมี่ รี โู พรงมาก และออกแบบปอ งกนั เฉพาะจดุ ใหแ ขง็ แรง มนั่ คง ปอ งกนั การยบุ ตวั
3. การออกแบบปรบั ปรงุ ลาดเขอ่ื นโดยการทำ Counter Weight บรเิ วณตนี เขอื่ น ตอ งมกี ารวางแผนให
มีน้ำหนักของ Counter Weight รวมกับน้ำหนักอ่ืนๆ ที่ชวยตาน ใหสามารถตานทานนำ้ หนักลาด
เขอ่ื นทไี่ หลลงมา เชน การทำสมดลุ การลดระดบั นำ้ ในอา งเกบ็ น้ำ และการถมวสั ดุ Counter Weight
เปนตน
4. วเิ คราะหห าสาเหตทุ นี่ ำ้ ทา จากพน้ื ทร่ี บั น้ำไมไ หลเขา อา งเกบ็ นำ้ และหาแนวทางตา งๆ ทเ่ี หมาะสมใน
การนำนำ้ เขา อา ง เชน การตอ ทอ เพอ่ื นำนำ้ ผวิ ดนิ จากดา นบนเขา สอู า ง การปม น้ำใตด นิ การหาแหลง
น้ำบรเิ วณขา งเคยี ง

76

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.3.2 การออกแบบอาคารทางระบายนำ้ ลน

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ค ว ร มี ก า ร จั ด ทำ แ บ บ จำ ล อ ง ท า ง
1. อาคารทางระบายนำ้ ลนท่ีออก พจิ ารณาศกั ยภาพการระบาย กายภาพ เพอ่ื หาตำแหนง ทเ่ี หมาะสม
แบบเปน U-Shaped Spillway นำ้ ของอาคารทางระบายน้ำ ของอาคารทางระบายน้ำลนที่อยู
ที่อยูใกลลาดไหลเขา อาจไม ลน วา สามารถระบายไดเ ตม็ ใกลลาดไหลเขา ซึ่งจะทำใหสามารถ
สามารถระบายน้ำไดอยางมี ศกั ยภาพหรอื ไม หากไมเ ปน ระบายน้ำไดอยางมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพ และกอใหเกิดน้ำ ไปตามท่ีออกแบบไว ให เพ่ือจะนำไปประยุกตใชในโครงการ
พิจารณาหาชองทางการ อนื่ ๆ ในอนาคต
ลนสันเข่ือน
ระบายน้ำอน่ื ๆ มาชว ยเสรมิ การออกแบบ Stilling Basin ควรออก
แบบกำแพงปกดานทายน้ำดวย เปน
เพื่อปองกันมิใหน้ำลนสัน การเพม่ิ ความยาวการไหลของน้ำ เพอื่
ปอ งกนั การกดั เซาะดา นทา ยน้ำ
เขอ่ื น ควรใชเทคโนโลยีในการตัดคอนกรีต
เพอ่ื ยน ระยะเวลาในการดำเนนิ งานให
2. การออกแบบทไี่ มค รอบคลมุ อาจ พิจารณาออกแบบใหมีการ สนั้ ลง แทนการทบุ หรอื สกดั คอนกรตี
เกดิ การกดั เซาะดา นทา ย Stilling สลายพลังงานใน Stilling
Basin Basin ใหส มบรู ณ รอยตอระหวางคอนกรีตเกาและใหม
เมอื่ เสรมิ ดว ย Anchor Bar เพอ่ื รบั แรง
3. เนอื่ งจากในการกอ สรา งเพอื่ เสรมิ ดึงแลว ควรใสยางบวมนำ้ หรือ
อาคารทางระบายนำ้ ลนตองมี Bonding Agent เสรมิ ระหวา งรอยตอ
การปลอ ยนำ้ ออกจากอา งเกบ็ น้ำ เพอื่ กนั น้ำรว่ั ซมึ
จึงทำใหมีการหยุดสงน้ำใหแก
พนื้ ท่ี เพอื่ มใิ หเ กดิ ปญ หาตามมา
จึงจำเปนตองรีบกอสรางให
เสรจ็ ในระยะเวลาสน้ั มขี อ จำกดั
ดานเวลา

4. ขน้ั ตอนในการดำเนนิ งาน มกี าร พิจารณาการเสริมความมั่น
เสรมิ สนั อาคารทางระบายนำ้ ลน คงของตวั เขอื่ นใหแ ขง็ แรงกอ น
กอนการเสริมความม่ันคงตัว จงึ เขา สกู ระบวนการเสรมิ สนั
เขอื่ น อาคารทางระบายน้ำลน

5. รอยตอ ระหวา งคอนกรตี เกา และ
ใหม ในการเสรมิ สนั อาคารทาง
ระบายน้ำลน อาจมชี อ งวา งทำให
นำ้ ไหลซึมผานได

77

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
6. อาคารทางระบายนำ้ ลน 1) หาแนวทางในการระบายนำ้ ในชอ ง 1) ควรมกี ารดแู ลบำรงุ รกั ษาเขอื่ น/
ทางอนื่ ทดแทน เชน ระบายน้ำออกทาง อา งเกบ็ นำ้ และอาคารประกอบอยา ง
ร ะ บ า ย นำ้ ไ ด ไ ม เ ต็ ม อาคารทอสงน้ำ การทำกาลักน้ำ สม่ำเสมอ เชน ขดุ ลอกคลองระบาย
ศกั ยภาพ เนอ่ื งจากเกดิ น้ำ เปน ตน นำ้ ดานทายนำ้ มิใหต้ืนเขิน เพ่ือ
ทวมบริเวณดานทายนำ้ 2)ตองพิจารณาออกแบบปรับปรุง ปองกันนำ้ ทวมดานทายนำ้ ทำให
เนื่องจากมีขอจำกัดจาก คลองระบายน้ำดา นทา ยนำ้ กรณเี ปน อาคารทางระบายน้ำลนสามารถ
สภาพลำน้ำเดิม คลองธรรมชาติ ใหส ามารถระบายน้ำ ระบายน้ำไดเ ตม็ ศกั ยภาพ
ไดอ ยา งเพยี งพอ 2) การออกแบบคลองระบายนำ้ ดา น
7. คลองระบายนำ้ ดานทาย ทา ยนำ้ ในกรณเี ปน คลองธรรมชาติ
อาคารทางระบายนำ้ ลนมี ตอ งขดุ ลอกลำน้ำเดมิ ใหม ขี นาดเพยี ง ควรพจิ ารณาปอ งกนั การบกุ รกุ ดว ย
ขนาดเลก็ ระบายน้ำไดไ มท นั พอกบั ปรมิ าณน้ำทตี่ อ งการระบาย
ตอ งมกี ารตรวจสอบความมนั่ คงของ พิจารณาความเหมาะสมในการ
8. การเพ่ิมระดับสันฝายของ เขื่อนใหไดตามเกณฑที่กำหนดไว ออกแบบไมใหมีตอมอบนสันฝาย
อาคารทางระบายนำ้ ลน เดิม กรณีมีการเสริมสันฝายแบบ
ถาวร อาจทำใหเขื่อนไมมี พจิ ารณาวา ศกั ยภาพการระบายนำ้ ลด พบั ไดเ พอื่ เพม่ิ ความจุ
ความม่ันคง ลงจากเดมิ ปรมิ าณเทา ไร หาแนวทาง
ในการระบายนำ้ ในชองทางอื่น
9. ศกั ยภาพของการระบายน้ำ ทดแทน เชน ระบายนำ้ ออกทางอาคาร
ลดลง เนื่องจากมีตอมอ ทอ สง น้ำ การทำกาลกั นำ้ เปน ตน โดย
วางอยบู นสนั ฝายเดมิ จาก ในหมายเหตุของแบบจะตองระบุให
การเพิ่มความจุโดยการ ชดั เจน เพอ่ื ใหเ จา หนา ทบี่ ำรงุ รกั ษา
เสรมิ สนั ฝายดว ยฝายพบั ได ทราบถงึ แนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบอาคารทางระบายน้ำลน
1. การเพม่ิ ความจโุ ดยการเสรมิ สนั ฝายดว ยฝายพบั ได พจิ ารณาวา ศกั ยภาพการระบายน้ำลดลงจากเดมิ

ปรมิ าณเทา ไร หาแนวทางในการระบายน้ำในชอ งทางอน่ื ทดแทน เชน ระบายน้ำออกทางอาคารทอ
สง น้ำ การทำกาลกั นำ้ เปน ตน โดยในหมายเหตขุ องแบบจะตอ งระบใุ หช ดั เจน เพอ่ื ใหเ จา หนา ทบ่ี ำรงุ
รกั ษาทราบถงึ แนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน
2. พจิ ารณาศกั ยภาพการระบายนำ้ ของอาคารทางระบายน้ำลน ทอี่ อกแบบเปน U-Shaped Spillway ที่
อยใู กลล าดไหลเ ขา วา สามารถระบายไดเ ตม็ ศกั ยภาพหรอื ไม หากไมเ ปน ไปตามทอ่ี อกแบบไว ใหพ จิ ารณา
หาชอ งทางการระบายน้ำอน่ื ๆ มาชว ยเสรมิ เพอื่ ปอ งกนั มใิ หน ำ้ ลน สนั เขอ่ื น

78

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.3.3 การออกแบบอาคารทอ สง นำ้

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
การออกแบบโครงการอา งเกบ็ นำ้ ควร
1. Conduit ของอาคารทอสงนำ้ มี ตองพิจารณาการปรับปรุง ใหนักธรณีวิทยาตรวจสอบตำแหนงท่ี
ฐานรากใต Conduit ให ใชว างอาคาร River Outlet วา สภาพ
การรวั่ ซมึ หนิ ฐานรากเปน ชนดิ ใด เชน ในกรณี
เหมาะสม มีการทรุดตัวใกล ทเ่ี ปน หนิ บางชนดิ เสอ่ื มสภาพเรว็ ควร
วางแผนไมใหโดนอากาศ/บดอัดแนน
เคียงกัน พเิ ศษดว ยเครอื่ งมอื ขนาดเลก็ ควรระบุ
ไวในหมายเหตุในแบบดวย
2. น้ำที่ระบายจากคลองระบายน้ำ พิจารณาออกแบบใหระดับ พิจารณาออกแบบปองกันมิใหนำ้ ไหล
ดา นทา ยอาคารทางระบายนำ้ ลน ของ Control House ของ ยอนมาทวม Control House เชน
ไหลบาเขาทวมขัง Control อาคารทอสงน้ำสูงกวาระดับ ออกแบบ Dike และอาคารทเี่ หมาะสม
House ของอาคารทอ สง นำ้ นำ้ ดานทายคลองระบายน้ำ เปนตน
ของอาคารทางระบายนำ้ ลน
ในกรณที อ่ี าคารทอ สง น้ำและ หลกี เลยี่ งการวางแนวอาคารทอ สง นำ้
อาคารทางระบายน้ำลน อยใู น ตัดกับคลองระบายน้ำของอาคารทาง
ตำแหนง ใกลก นั และน้ำจาก ระบายน้ำลน หากจำเปน ควรวางแผน
อาคารทางระบายนำ้ ลน อาจมี ออกแบบใหต อมอ รมิ และตอมอ ตวั ถดั
ผลตอ อาคารทอ สง นำ้ ไปของสะพานนำ้ มตี ำแหนง และระยะ
หา งทสี่ ามารถเออื้ ตอ การปรบั ปรงุ คลอง
3. การวางแนวอาคารทอ สง นำ้ ตดั ผา น ระบายนำ้ ซงึ่ จะทำใหล ดปญ หาความ
คลองระบายนำ้ ของอาคารทาง ยุงยากในกรณีท่ีมีการปรับปรุงคลอง
ระบายน้ำลน โดยออกแบบใหท อ สง ระบายนำ้ ในภายหลงั
น้ำชว งทผ่ี า นคลองระบายน้ำเปน
อาคารสะพานน้ำ หากในภายหลงั
มกี ารปรบั ปรงุ ขยายคลองระบายน้ำ
ใหก วา งขนึ้ จะกอ ใหเ กดิ ความยงุ ยาก
ในการปรบั ปรงุ ทง้ั คลองระบายนำ้
และสะพานนำ้ เนอื่ งจากมตี อมอ ของ
สะพานนำ้ กดี ขวางในคลองระบาย
นำ้ รวมทง้ั ความยาวของสะพานน้ำ
อาจจะไมเ พยี งพอกบั ความกวา งของ
คลองระบายน้ำทปี่ รบั ปรงุ ใหม

79

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

4. ไมม อี าคารทอ สง น้ำลงลำนำ้ เดมิ ตองมีการออกแบบอาคาร
ราษฎรทอ่ี ยดู า นทา ยนำ้ ไมส ามารถ สงนำ้ ลงลำนำ้ เดิม (River
ใชน้ำจากคลองธรรมชาติได Outlet) ของอางเก็บนำ้
ทกุ แหง
ตามปกติ

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบอาคารทอ สง นำ้
การพจิ ารณาปรบั ปรงุ ฐานรากใต Conduit ใหเ หมาะสม มกี ารทรดุ ตวั ใกลเ คยี งกนั เพอ่ื มใิ หต วั

ทอ Conduit มกี ารเคลอื่ นตวั หกั พงั เสยี หาย และทำใหน ้ำรวั่ ซมึ ออกมา และยากตอ การแกไ ข

80

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.3.4 การออกแบบประตรู ะบายน้ำ

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. อปุ กรณไ ฟฟา เปด ปด บานระบาย พิจารณาการออกแบบโครง การออกแบบโครงหลงั คาเพอ่ื คลมุ
อปุ กรณไ ฟฟา เปด ปด บานระบายนำ้
ตดิ ตงั้ ไวก ลางแจง อาจทำใหอ ายุ หลังคาเพ่ือคลุมอุปกรณไฟฟา ควรทำการออกแบบใหม อี ตั ลกั ษณ
ทอ งถน่ิ รว มดว ย
การใชงานสั้นลง เปด ปด บานระบายน้ำ

2. ปรมิ าณน้ำสงู สดุ ในการออกแบบ ตอ งพจิ ารณาขอ มลู ใหค รอบคลมุ

มคี วามเหมาะสมหรอื ไม หลายมติ ิ กอ นการพจิ ารณาเลอื กใช

ปรมิ าณน้ำสงู สดุ ในการออกแบบ

3. ความเหมาะสมของจุดท่ีตั้ง หาก Site งานไมเ หมาะสม ตอ ง
อาคาร Spillway (ดา นทา ยน้ำมี ปรับแกแนว หรือเปล่ียน Site

ความตา งระดบั มาก) ใหมีความเหมาะสมทางดาน

วศิ วกรรม

4. ความสามารถในการระบายนำ้ ขนาดของอาคารตอ งเพยี งพอกบั

ผานอาคารชลประทานเพียง ปรมิ าณน้ำสงู สดุ ในรอบปก ารเกดิ
พอกบั ปรมิ าณน้ำสงู สดุ ที่ Return ซ้ำ (Return Period) ทใี่ ชใ นการ
Period ทใี่ ชอ อกแบบหรอื ไม ออกแบบ

5. มีการกัดเซาะดานทายน้ำของ อาคารสลายพลังงาน (Stilling

อาคารชลประทาน Basin) จะตองออกแบบใหถูก

ตอ งตามหลกั วศิ วกรรม เชน พนื้

Stilling Basin จะตอ งตำ่ กวา หรอื

เทา กบั พนื้ คลองระบายนำ้ เพอื่ ให

เกิดการสลายพลังงานไดเต็มท่ี

ปอ งกนั การกดั เซาะ คลองระบาย

ดา นทา ยน้ำจะตอ งมขี นาดเพยี ง

พอที่จะรองรับปริมาณนำ้ ที่

ระบายออกจากอาคารไดโดย

สะดวก และหากความเรว็ ของนำ้

ที่ไหลผานอาคารมีความเร็วสูง

อันจะกอใหเกิดการกัดเซาะ

จะตอ งมกี ารออกแบบเพอ่ื ปอ งกนั

การกดั เซาะไว

81

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
มีการบำรุงรักษาอุปกรณลวดสลิง
6. อุปกรณลวดสลิงท่ีใชแขวนบาน ตอ งออกแบบใหม ี Support รบั อยา งสม่ำเสมอ เพอื่ ใหส ามารถใช
งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ระบายของอาคารเสื่อมสภาพ บานระบายของอาคาร เพอ่ื ปอ งกนั
มกี ารควบคมุ งานใหไ ดต ามแบบ
(Fatigue) เน่ืองจากการแขวน การเสอ่ื มสภาพของอปุ กรณล วด

บานระบายไวนาน โดยไมมีตัว สลิงที่ใชแขวนบานฯ ในกรณีที่

Support ชว ยยดึ ตอ งใชแ ขวนบานระบายไวน านๆ

7. ไมสามารถหยอน Stop Log ในการออกแบบอาคารตอง
ลงไปในชอ ง Groove เพอ่ื ซอ ม พจิ ารณาโครงสรา งเผอื่ การบำรงุ
แซมบานระบายของอาคารได รกั ษา โดยใหส ามารถนำ Stop
Log ลงไปในชอ ง Groove ได

อยา งสะดวก เชน การออกแบบ
สะพาน หรือ Grantry Crane

เปนตน

8. การออกแบบโครงสรางปองกัน การออกแบบโครงสรางปองกัน
ตลิ่ง ใชวัสดุไมเหมาะสมกับ ตลงิ่ ตอ งออกแบบวสั ดใุ หเ หมาะ
ลกั ษณะการกอ สรา ง ทำใหก ารรบั สมกบั ลกั ษณะการกอ สรา ง และ

แรงของฐานรากไมมีประสิทธิ เพอ่ื ใหก ารรบั แรงของฐานรากมี
ภาพ เน่ืองจากวัสดุไมฟอรมตัว ประสทิ ธภิ าพ กรณวี สั ดไุ มฟ อรม
ใตน้ำ ตัวใตน้ำ

9. การออกแบบอาคารในบริเวณ การออกแบบอาคารในบริเวณ
ชองลัดหรือกระเพาะหมู Inlet- ชองลัดหรือกระเพาะหมู ตอง
Outlet Transition ไมส อดคลอ ง พจิ ารณา Inlet-Outlet Transition

กบั โคง นำ้ ทำใหอ าคารถกู กดั เซาะ ใหสอดคลองกับโคงนำ้

10. ประตรู ะบายนำ้ ทสี่ รา งขนึ้ กอ ให การออกแบบตอ งใหส อดคลอ งกบั
เกิดความขัดแยงในชุมชน ภูมิสังคม ทั้งดานวิศวกรรม
สงั คม เศรษฐศาสตร และ สงิ่

แวดลอ ม เชน การพจิ ารณา รปู
แบบอาคาร คณุ ภาพน้ำ ตะกอน

ทท่ี บั ถม การขน้ึ ลงของนำ้ การลง

ทุน การมีสวนรวม เปนตน
พิจารณาดานตางๆ บูรณาการ

งานรว มกนั

82

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

11. ลาดตลิ่งของประตูระบายน้ำ หาแนวทางออกแบบปอ งกนั ลาด 1) ออกแบบเคร่ืองสูบน้ำโดยใช
ทรดุ ตวั ตลงิ่ โดยใชว ธิ ที เ่ี หมาะสม เชน ใช พลงั งานสะอาด เชน Solar Cell
กลอ ง Gabion หรอื การตอกเสา และใชระบบอัตโนมัติมาควบคุม
การทำงานแทนคน
เขม็ เปน ตน 2) การออกแบบเคร่ืองสูบนำ้ ควร
คำนงึ ถงึ ขนาดพนื้ ทร่ี บั ประโยชนใ ห
12. บานระบายนำ้ สว นทจ่ี มอยใู นน้ำ เลอื กใชบ านระบานทท่ี ำจากวสั ดุ สอดคลองกับขนาดเคร่ืองสูบน้ำ
และการบริหารจัดการนำ้ ในพ้ืนที่
เค็ม จะถูกนำ้ เค็มกัดกรอนบาน ทเี่ หมะสมกบั คณุ ภาพนำ้ เชน ใช เพอื่ ไมใ หเ ปน ภาระของเครอ่ื งสบู นำ้
มากเกนิ ไป
เปนสนิม บานระบายทท่ี ำจาก Fiber Glass
ควรออกแบบใหร ะดบั ธรณบี าน อยู
เปนตน ทร่ี ะดบั ทอ งน้ำหรอื สงู กวา เลก็ นอ ย

13. เครื่องสูบนำ้ ของโครงการประตู
ระบายนำ้ พงั เสยี หาย เนอ่ื งจากมี
การสบู นำ้ ตลอดเวลา เพราะขาด
เจา หนา ทบ่ี ำรงุ รกั ษา

14. การปรบั ปรงุ รปู แบบประตรู ะบาย ตอ งพจิ ารณาตรวจสอบความมน่ั
นำ้ โดยมกี ารตดิ ตง้ั Pump ทบ่ี าน คงของโครงสรา งอาคารและฐาน
ระบายน้ำ (Gate Pump) อาจ ราก เชน อาคารตอ งสามารถรบั
ทำใหโ ครงสรา งเดมิ ไมส ามารถรบั น้ำหนักเคร่ืองสูบน้ำท่ีติดต้ังกับ
แรงทเ่ี พมิ่ ขน้ึ ได ทำใหไ มม คี วาม บานระบายน้ำ และความสามารถ
มนั่ คงเพยี งพอเกดิ การพงั เสยี หาย รบั แรงสน่ั สะเทอื นเมอื่ อายกุ ารใช
งานเครอื่ งสบู น้ำมากขนึ้ รวมทงั้
พิจารณารูปแบบการบริหาร
จัดการน้ำ เพ่ือจะไดติดต้ังชนิด
Pump ไดเ หมาะสม เชน อาจมี
การตดิ ตง้ั ระบบสบู น้ำแบบ 2 ทาง
แทนระบบการสบู น้ำแบบปกติ

15. ระดับพื้นธรณีประตูอยูสูงกวา
ลำหว ยมากเกนิ ไป ไมเ หมาะสม

83

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

16. ในกรณี ปตร. เดมิ ระบายนำ้ ไม ควรออกแบบอาคารใหมีขนาด กรณที มี่ อี ทิ ธพิ ลของระดบั น้ำทะเล
เพียงพอเม่ือมีปริมาณนำ้ เกิน ใหญต ามปรมิ าณน้ำทเี่ พมิ่ ขน้ึ สูงข้ึน ควรติดตั้งปมสูบนำ้ เพื่อ
Return Period ทอ่ี อกแบบไว ระบายนำ้ ในพน้ื ทอี่ อกไป

17. วัสดุที่ใชในการกอสรางบาน สำหรับบานระบายที่จะนำไปใช
ระบายน้ำทนี่ ำไปตดิ ตง้ั บรเิ วณที่ ในบรเิ วณทเ่ี ปน น้ำเคม็ ตอ งประ

เปนนำ้ เค็มไมเหมาะสม ทำให ยุกตใชนวัตกรรมสมัยใหมดาน

บานระบายเกดิ การกดั กรอ นเสยี วัสดุกอสรางที่สามารถปองกัน

หายไมส ามารถใชก ารได การกดั กรอ นของน้ำเคม็ มาเปน

วสั ดใุ นการกอ สรา งบานระบาย

18. การเปดปด (Operate) บาน ออกแบบใหม บี านระบายในการ
ระบายในเวลาเดียวกัน เพื่อ ควบคุมเปน 2 ชนิด เพื่อแก
ระบายนำ้ และแกป ญ หาตะกอนที่ ปญหาการระบายน้ำและแก

ตกคา งจะมคี วามยงุ ยาก ในกรณี ปญ หาตะกอนทตี่ กคา ง โดยบาน
ที่ใชบานระบายชนิดเดียวกัน ระบายเดี่ยวเพ่ือแกปญหาการ

ระบายน้ำ และบานระบายคเู พอ่ื

แกป ญ หาตะกอนทตี่ กคา ง

19. สะพานโครงยกเครอื่ งกวา นบาน ออกแบบความกวา งสะพานโครง
ระบายกวา งไมเ พยี งพอ ทำใหไ ม ยกเครอื่ งกวา นบานระบาย ใหม ี
สะดวกในการบำรงุ รกั ษาอาคาร ความเหมาะสมกบั ขนาดอปุ กรณ
และเกิดความสะดวกในการ

บำรงุ รกั ษา

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบประตรู ะบายน้ำ
1. การออกแบบใหม บี านระบายในการควบคมุ เปน 2 ชนดิ เพอ่ื แกป ญ หาการระบายน้ำและแกป ญ หาตะกอน

ทตี่ กคา ง โดยบานระบายเดย่ี วเพอื่ แกป ญ หาการระบายนำ้ และบานระบายคเู พอื่ แกป ญ หาตะกอนท่ี
ตกคา ง
2. การเลือกใชบานระบานท่ีทำจากวัสดุที่เหมะสมกับคุณภาพน้ำ เชน ใชบานระบายท่ีทำจาก Fiber
Glass เปน ตน
3. การพจิ ารณาตรวจสอบความมน่ั คงของโครงสรา งอาคารและฐานราก เชน อาคารตอ งสามารถรบั นำ้ หนกั
เครอื่ งสบู นำ้ ทต่ี ดิ ตง้ั กบั บานระบายนำ้ และความสามารถรบั แรงสน่ั สะเทอื นเมอื่ อายกุ ารใชง านเครอ่ื ง
สบู น้ำมากขน้ึ รวมทงั้ พจิ ารณารปู แบบการบรหิ ารจดั การน้ำ เพอื่ จะไดต ดิ ตง้ั ชนดิ Pump ไดเ หมาะสม
เชน อาจมกี ารตดิ ตัง้ ระบบสบู นำ้ แบบ 2 ทาง แทนระบบการสบู น้ำแบบปกติ

84

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ตารางท่ี 2.3.5 การออกแบบอาคารหวั งานและระบบชลประทาน

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ควรกำหนดคุณสมบัติของยางที่
1. การใชงานฝายยางในระยะยาว ตองเลือกวัสดุท่ีมีคุณภาพ มี จะนำมาใชทำตัวฝายใหมีอายุ
คุณภาพยางที่ใชทำตัวฝาย มาตรฐานรองรบั และการตดิ ตง้ั ที่ ยาวขึ้น และมีการตรวจสอบ
ถกู ตอ ง คุณสมบัติกอนนำมากอสรางให
เสอ่ื มเรว็ เปน ไปตามมาตรฐานทก่ี ำหนดไว

2. การใชง านฝายยาง มตี ะกอนทบั ตอ งใสใ จในการบำรงุ รกั ษาอาคาร ควรมเี จา หนา ทป่ี ระจำการตรวจ
ถมตวั ฝาย ทำใหร ะบบการทำงาน เชน หมน่ั ปด เปด บานใหใ ชง านได สอบตัวฝายยาง อุปกรณยึดตัว
เปด ปด ฝายไมม ปี ระสทิ ธภิ าพ ตามปกติ ซึ่งจะเปนการระบาย ฝายยาง และอปกุ รณใ นหอ งควบ
ตะกอนไดในขณะเดียวกัน เปน คุมเปนประจำทุกวัน และตรวจ
ตน หรืออาจออกแบบใหตัวฝาย สอบความผดิ ปกตขิ องฝายยางทกุ
แบงเปนหลายชวง เม่ือชวงใดมี 6 เดอื น
ปญ หาตะกอนทบั ถม ชว งทเี่ หลอื
ยงั สามารถชว ยทำงานได ควรพิจารณาสาเหตุของการ
ชำรดุ ของถงุ ฝายยาง เพอ่ื หาแนว
3. เมอ่ื ใชง านแลว ตวั ฝายชำรดุ ไม เมอ่ื ใชง านแลว ตวั ฝายชำรดุ ไมต อ ง ทางในการปองกันและแกไขใน
ตอ งการจะซอ มแซมฝายเดมิ การจะซอ มแซมฝายเดมิ พจิ ารณา ระยะยาว
ทางเลอื กในการออกแบบรปู แบบ
อาคารใหเ หมาะสมกบั สภาพความ
เปน จรงิ รวมทงั้ นำวสั ดตุ า งๆ มา
ใชใ นการออกแบบใหเ หมาะสม

4. ลาดคลองดาดคอนกรีต (กรณี ในกรณที มี่ กี ารออกแบบคลองสง น้ำ
คลองจม) พงั เนอื่ งจากมแี รงดนั ดาดคอนกรตี ทเี่ ปน คลองจม ตอ ง
หาแนวทางตา งๆ ในการระบายนำ้
น้ำใตดินสูง
ใตด นิ ออกใหเ พยี งพอ เพอ่ื ลดแรง

ดนั นำ้ ไมใ หด นั ลาดคลองเสยี หาย

5. การระบายน้ำของ Bottom Drain เพม่ิ การระบายนำ้ ออกจากอา งฯ โดย
เปด ไมไ ด หรอื ไมม ี Bottom Drain ขยายขนาดคลองสง นำ้ ชลประทาน
ทำใหไ มส ามารถพรอ งน้ำไดก อ น ชว งตน ใหใ หญข นึ้ พรอ มทงั้ ออกแบบ
อาคารทง้ิ นำ้ (Wasteway) และ
ฤดนู ้ำหลาก
อาคารทดน้ำ (Check Structure)

ในคลองสง น้ำ

85

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

6. โครงการพระราชดำริ ดำเนนิ การ พจิ ารณาออกแบบโครงการใหต รง คำนวณออกแบบ Q ระบายท่ี
ศึกษา ออกแบบไมตรงกับแนว ตามแนวทางพระราชดำริ Return Period ไมน อ ยกวา 25 ป
ทางพระราชดำริ

7. การออกแบบโครงการผนั นำ้ ขา ม พิจารณาออกแบบโครงการผัน
ลุมน้ำไมมีความชัดเจนในการ น้ำขามลุมน้ำใหสามารถจัดสรร

บรหิ ารน้ำตน ทนุ นำ้ ไดอ ยา งถกู ตอ งและเปน ธรรม

8. โครงการทม่ี พี น้ื ทลี่ มุ ต่ำ มกั เกดิ นำ้ การออกแบบนอกจากการ

ทวมซำ้ ซากในพ้ืนท่ี พจิ ารณาทางดา นวศิ วกรรม และ

ดานเศรษฐศาสตร แลว ตอง

พิจารณาใหสอดคลองกับภูมิ

สงั คม เชน การพจิ ารณาหาพนื้ ท่ี

ลมุ ต่ำเพอ่ื ทำแกม ลงิ หารปู แบบ

อาคารใหเ หมาะสมในการบรหิ าร

จดั การนำ้ การมสี ว นรว ม เปน ตน

โดยการพิจารณาดานตางๆ

จะตอ งบรู ณาการงานรว มกนั

9. บริเวณหนาฝายสันหยัก มักมี พิจารณาออกแบบปองกันการ
ตะกอนมาทับถม ไมสามารถ ตกตะกอนบริเวณหนาฝายสัน
ระบายนำ้ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ หยัก เชน มีการทำ Bottom
Drain และ การทำ Ramp หนา

ฝาย (แผน พนื้ ลาดจากสนั ฝายมา

ยงั หนา ฝาย โดยใชค วามลาดชนั
ทเี่ หมาะสม 1 : 3 ซง่ึ เปน อตั รา

สว นทมี่ ผี ลการวจิ ยั รองรบั ) เปน

ตน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการ
ระบายตะกอน

10. การคำนวณออกแบบ Q ระบาย
ที่ใช Return Period นอยไป
จะทำใหเ กดิ นำ้ ทว มกรณที ่ี Flood
มามากกวา Return Period
ดังกลาว

86

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

11. การสง นำ้ โดยใชร ะบบทอ จากอา ง ตอ งพจิ ารณาทางเลอื กตา งๆ เพอื่ แกป ญ หา
เก็บนำ้ ไมสามารถสงนำ้ ใหแก ความดนั นำ้ ไมเ พยี งพอ ใหส ามารถสง นำ้
ราษฎรไดอ ยา งทว่ั ถงึ เนอ่ื งจากความ ใหแ กร าษฎรไดอ ยา งทว่ั ถงึ เชน การหา

ดนั นำ้ ไมเ พยี งพอ จากขอ จำกดั เรอ่ื ง แหลง นำ้ จากแหลง อน่ื มาชว ยเสรมิ การ

สภาพภูมิประเทศ ปริมาณน้ำ ใชระบบรอบเวรในการสงนำ้ การใช

ตน ทนุ และคณุ ภาพน้ำ ประปาเฉพาะจดุ มาชว ยโดยมถี งั สงู และ

การจดั ตงั้ กลมุ ผใู ชน ำ้ มาบรหิ ารน้ำและมี

การแบง ปน น้ำ เปน ตน

12. ปญ หารอย crack ของทอ AC ตองควบคุมกระบวนการตั้งแตจัดสงทอ
(Asbestos Cement) ระหวา งการ และระหวา งกอ สรา ง มใิ หเ กดิ รอย crack
ขนสง และในขนั้ ตอนกอ สรา ง ซงึ่ ของทอ มกี ารตรวจสอบลกั ษณะทวั่ ไป
เมื่อนำมาใชงานสงน้ำดวยแรง ภายนอกกอนการนำมาใช หากพบวามี
ดันแลวในระยะยาวทออาจปริ รอย crack ดงั กลา วหา มมใิ หน ำมาใชง าน

แตกได

13. ในการผันน้ำกรณีโครงการอาง ควรออกแบบติดตั้งเคร่ืองมือวัดปริมาณ
พวงฯ ไมส ามารถวดั ปรมิ าณนำ้ น้ำทท่ี อ สง น้ำ เพอื่ จะไดท ราบปรมิ าณน้ำ
ทที่ อ สง น้ำทผี่ นั ไปยงั แตล ะอา งได ท่ีทอสงน้ำผันน้ำใหแตละอาง และ
สามารถบริหารจัดการนำ้ ไดอยางมีประ
สทิ ธภิ าพมากขน้ึ

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบอาคารหวั งานและระบบชลประทาน
1. การออกแบบใหต วั ฝายแบง เปน หลายชว ง เมอ่ื ชว งใดมปี ญ หาตะกอนทบั ถม ชว งทเี่ หลอื ยงั สามารถ

ชวยทำงานได
2. การออกแบบปองกันการตกตะกอนบริเวณหนาฝายสันหยัก เชน มีการทำ Bottom Drain และ

การทำ Ramp หนาฝาย (แผนพ้ืนลาดจากสันฝายมายังหนาฝาย โดยใชความลาดชันท่ีเหมาะสม
1 : 3 ซง่ึ เปน อตั ราสว นทม่ี ผี ลการวจิ ยั รองรบั ) เปน ตน เพอื่ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการระบายตะกอน
3. การออกแบบนอกจากการพจิ ารณาทางดา นวศิ วกรรม และดา นเศรษฐศาสตร แลว ตอ งพจิ ารณา
ใหส อดคลอ งกบั ภมู สิ งั คม เชน การพจิ ารณาหาพนื้ ทล่ี มุ ตำ่ เพอ่ื ทำแกม ลงิ หารปู แบบอาคารใหเ หมาะ
สมในการบรหิ ารจดั การนำ้ การมสี ว นรว ม เปน ตน โดยการพจิ ารณาดา นตา งๆ จะตอ งบรู ณาการงาน
รว มกนั

87

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ตารางที่ 2.3.6 การออกแบบอาคารอนื่ ๆ ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ควรมกี ารเตรยี มความพรอ มเกยี่ ว
ขอ สงั เกต กับอุปกรณในการตรวจสอบคา
CBR ไวล ว งหนา รวมทงั้ นำนวตั
1. การทำผิวจราจรดินซีเมนตผสม กรรมสมัยใหมเขามาชวยในการ
ยางพาราบนพนื้ ผวิ จราจรเกา การ ตรวจสอบ เพอื่ ใหส ามารถตรวจ
ทดสอบหาคา CBR คอนขาง สอบไดเ รว็ ขน้ึ
ทำไดย าก เพราะสว นใหญส ภาพ
พื้นผิวจราจรเดิมคอนขางแข็ง ตอ งหาวธิ กี ารทมี่ น่ั ใจวา สามารถ
ตองใชเครื่องมือในการทดสอบ ผสมวัสดุเพื่อทำผิวทางใหเปน
ซ่ึงมีปญหาคือขาดเคร่ืองมือใน เน้ือเดียวกันได
การทดสอบ รวมทง้ั การทดสอบ
ตองรีบดำเนินการในระยะเวลา
เรงดวน

2. การผสมวัสดุเพ่ือทำผิวทางให
เปนเน้ือเดียวกัน

3. การจดั ทำ TOR ในการกอ สรา ง ตอ งมกี ารจดั ทำ TOR หรอื เงอ่ื นไข
ถนนดินซีเมนตผสมยางพารา การกอ สรา งใหเ ปน รปู แบบเดยี วกนั
รวมทงั้ มกี ารปรบั ปรงุ แบบมาตรฐาน
ถนนซเี มนตผ สมยางพาราใหค รอบ
คลมุ เงอ่ื นไขตา งๆ

4. โครงการท่ีมีการปรับปรุงแบบ โครงการที่มีการปรับปรุงแบบ
ระหวางการกอสราง แตไมมี ระหวา งการกอ สรา ง ตอ งมกี ารจดั
ขอ มลู แบบ Shop Drawing และ ทำแบบ Shop Drawing และ
Asbuilt Drawing ทำใหการ Asbuilt Drawing ระหวา งการกอ
พิจารณาปรับปรุงโครงการใน สรา ง และตอ งสง มอบแบบดงั กลา ว
อนาคตทำไดอ ยา งไมถ กู ตอ ง ไปยังหนวยงานสงนำ้ และบำรุง
รกั ษา (โดยขอใหห นว ยงานทสี่ ง มอบ
แนบแบบ Shop Drawing และ
Asbuilt Drawing ไปพรอ มเอกสาร
สงมอบใหแกหนวยงานรับมอบ
และสงสำเนาใหสำนักออกแบบ
วศิ วกรรมและสถาปต ยกรรม 1 ชดุ
เพอ่ื เกบ็ ไวใ ชห ากมกี ารแกไ ขปรบั ปรงุ
โครงการในอนาคต)

88

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

5. อาคารท่ีออกแบบโดยขาดการมี การออกแบบอาคารจะตองอยู
สว นรว มของราษฎร หรอื ไมเ ปน ภายใตก ารมสี ว นรว มของราษฎร
ไปตามความตอ งการของราษฎร โดยมีการนำเสนอรูปแบบ
มักกอใหเกิดอุปสรรคในการกอ โครงการใหราษฎรเขาใจไดงาย
เชน ใชร ปู แบบ 3D หรอื Sketch
สรา ง รวมทง้ั กอ ใหเ กดิ ความขดั Up เปนตน และนำขอคิดเห็น
แยงในชุมชน จากความตองการจากราษฎรท่ี
เปน ไปไดท างวศิ วกรรมมาผสาน

ปรับแก เปนการออกแบบแบบ

บรู ณาการ รวมทง้ั การออกแบบ

ควรเพม่ิ ใหม รี ปู แบบอาคารทมี่ เี อก

ลักษณทองถ่ิน เพ่ือสรางความ
ภมู ใิ จและความรสู กึ เปน เจา ของ

ในทอ งถน่ิ แกร าษฎร

6. ชื่อโครงการในการออกแบบตั้ง ในการออกแบบควรใหม กี ารปรบั
ตามการศกึ ษาวางโครงการ บาง ชอ่ื ใหต รงกบั ลกั ษณะอาคารกอ น
ค รั้ ง มี ป ญ ห า ใ น ก า ร ข อ ต้ั ง การขอต้ังงบประมาณออกแบบ
งบประมาณเน่ืองจากชื่อไมตรง โดยไมจำเปนตองใชช่ือลักษณะ
อาคารตามขั้นตอนการศึกษา
กบั ลกั ษณะอาคาร
โครงการ

ปจ จยั ความสำเรจ็ ดา นการออกแบบอนื่ ๆ
การออกแบบอาคารจะตอ งอยภู ายใตก ารมสี ว นรว มของราษฎร โดยมกี ารนำเสนอรปู แบบโครงการ

ใหร าษฎรเขา ใจไดง า ย เชน ใชร ปู แบบ 3D หรอื Sketch Up เปน ตน และนำขอ คดิ เหน็ จากความตอ ง
การจากราษฎรทเ่ี ปน ไปไดท างวศิ วกรรมมาผสานปรบั แก เปน การออกแบบแบบบรู ณาการ รวมทง้ั การออก
แบบควรเพม่ิ ใหม รี ปู แบบอาคารทม่ี เี อกลกั ษณท อ งถน่ิ เพอื่ สรา งความภมู ใิ จและความรสู กึ เปน เจา ของใน
ทอ งถนิ่ แกร าษฎร

89

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

2.4 การวจิ ยั และพฒั นา
สำนักวิจัยและพัฒนา มีภารกิจโดยตรงในการดำเนินการดานวิจัยและพัฒนาของกรมชลประทาน

โดยหนา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ตามกฎกระทรวงแบง สว นราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.2557
ดังน้ี

(1) ศกึ ษา คน ควา วจิ ยั พฒั นา และเผยแพรง านดา นวศิ วกรรมศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตรข องกรม
(2) ดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั งานทดสอบ และตรวจสอบคณุ ภาพวสั ดแุ ละอปุ กรณท เ่ี กยี่ วขอ งกบั งานของกรม
ใหเ ปน ไปตามหลกั วชิ าการ
(3) ถายทอดและประยุกตใชเทคโนโลยีสมัยใหม รวมท้ังผลงานวิจัยดานการชลประทานเพ่ือพัฒนา
บคุ ลากรของกรมและบคุ คลภายนอกทเี่ กย่ี วขอ งกบั งานของกรม
(4) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอนื่ ทเี่ กย่ี วขอ งหรอื ทไ่ี ดร บั มอบหมาย
พนั ธกจิ ของสำนกั วจิ ยั และพฒั นาประกอบดว ย
(1) สรา งผลงานวจิ ยั และนวตั กรรมในงานกอ สรา งแหลง นำ้ และระบบการชลประทาน รวมทงั้ การวจิ ยั
เพอื่ รกั ษาสมดลุ ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม ทต่ี อบสนองการบรหิ ารจดั การนำ้
(2) สงเสริมและพัฒนาบุคลากรใหมีขีดความสามารถสูงในการผลิตผลงานวิจัย และการดําเนินงาน
โครงการวจิ ยั แบบบรู ณาการ
(3) ปรบั ปรงุ และเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพงานการทดสอบวสั ดแุ ละคณุ ภาพนำ้ สมู าตรฐานสากล
(4) สรา งผลงานวจิ ยั และพฒั นาโดยการมสี ว นรว มของประชาชน และหนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ ง
(5) ถา ยทอดองคค วามรเู ทคโนโลยี และการประยกุ ตใ ชผ ลงานวจิ ยั ไปสสู าธารณะ
การดำเนินงานของสำนักวิจัยและพัฒนา ถือวาเปนการดำเนินงานที่มีความสำคัญสำหรับสนับสนุน
การปฏบิ ตั งิ านของกรมชลประทานในดา นตา งๆ ใหส ามารถดำเนนิ การไปไดอ ยา งมคี วามถกู ตอ งครบถว นตามหลกั
วชิ การ โดยผลการวจิ ยั ขอ มลู และขอ เทจ็ จรงิ จากการวเิ คราะห คน ควา ทดลอง วจิ ยั เขา มาชว ยประกอบการ
ตัดสินใจ แกไขปญหาในการปฏิบัติงานงานดานพิจารณาวางโครงการ ออกแบบ กอสรางและบำรุงรักษางาน
ชลประทาน ใหม คี วามเหมาะสม และพฒั นางานตามภารกจิ หลกั ของกรมชลประทานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพตอ ไป
กระบวนการดำเนนิ งานของสำนกั วจิ ยั และพฒั นา ไดแ ก กระบวนงานงบประมาณและการเบกิ จา ย กระบวนงาน
โครงการวจิ ยั เพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ กระบวนงานโครงการวจิ ยั การเผยแพรผ ลงานวจิ ยั โดยการจดั นทิ รรศการของ
สำนกั วจิ ยั และพฒั นา กระบวนการตรวจรบั ตวั อยา งกระบวนการสง่ั งาน กระบวนการจดั ทำรายงานผลการทดสอบ
ดงั รปู ที่ 2-14 - รปู ท่ี 2-19 ตามลำดบั

90

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-14 กระบวนงานงบประมาณและการเบกิ จา ย

91

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-15 กระบวนงานโครงการวจิ ยั เพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ

92

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-15 ระบวนงานโครงการวจิ ยั เพอื่ ขอรบั การสนบั สนนุ (ตอ )

93

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-16 กระบวนงานโครงการวจิ ยั การเผยแพรผ ลงานวจิ ยั
โดยการจัดนทิ รรศการของสำนกั วิจัยและพัฒนา

94

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ท่ี 2-17 กระบวนการตรวจรบั ตวั อยา ง

95

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 2-18 กระบวนการสง่ั งาน

96

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 2-19 กระบวนการจดั ทำรายงานผลการทดสอบ

97

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็ ดา น
วจิ ยั และพฒั นาแบง ออกเปน ดา นตา ง ๆ ไดแ กก ารกอ สรา งอาคารชลประทาน การกอ สรา งถนนและงานปรบั ปรงุ
ฐานราก การปรบั ปรงุ ดนิ คณุ ภาพดนิ กระจายตวั งานกำจดั วชั พชื งานคณุ ภาพนำ้ และนวตั กรรมและการเผยแพร
ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปน้ี

ตารางที่ 2.4.1 การกอ สรา งอาคารชลประทาน

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. การวิเคราะหคำนวณและออก 1) ตอ งทบทวนขอ มลู สภาพแวด การออกแบบอาคารชลประทานที่
แบบดานชลศาสตรของอาคาร ลอ ม และสมมตุ ฐิ านใหค รบถว น มคี วามยงุ ยากซบั ซอ น นอกจาก
2) ตองตรวจสอบความถูกตอง ใชแบบจำลองทางคณิตศาสตร
ชลประทาน ไมเ หมาะสม (Mathematical Model) แลว
ของผลการวเิ คราะหค ำนวณ ควรใชแบบจำลองทางกายภาพ
(Physical Model) ซงึ่ ทำใหท ราบ
3) หากจำเปน ตอ งใชแ บบจำลอง ถงึ พฤตกิ รรมและผลกระทบอน่ื ๆ
ที่ไมสามารถวิเคราะหและคาด
ทางกายภาพ (Physical Model) หวงั จากการคำนวณได เชน การ
กดั เซาะตลงิ่ ทา ยน้ำ กระแสน้ำวน
เพ่ือพิสูจนทราบพฤติกรรมและ เปนตน

ยืนยันผลการวิเคราะหคำนวณ

2. การใชแบบจำลองทางกายภาพ 1) ระดบั พนื้ อาคารสลายพลงั งาน ค ว ร จั ด ทำ แ บ บ จำ ล อ ง ท า ง
เพ่ือศึกษาแนวทางในการแกไข ตอ งอยตู ่ำกวา ระดบั ทอ งนำ้
ปรบั ปรงุ ประตรู ะบายนำ้ ทมี่ คี วาม 2) ความยาวของอาคารสลาย กายภาพเพ่ือศึกษาแนวทางใน
พลังงาน ตองมีความยาวเพียง การแกไ ขปรบั ประตรู ะบายนำ้ ทม่ี ี
เสยี หาย
พอท่ีจะสลายพลังงานได ความเสยี หาย ดงั นี้

3) Conjugated depth จะตอ ง 1) การลดระดบั พนื้ อาคารสลาย
พลงั งาน ใหอ ยตู ่ำกวา ระดบั ทอ ง
ทำหนา ทคี่ วบคมุ ใหเ กดิ การสลาย
นำ้ ทง้ั น้ี ตอ งคำนงึ ถงึ ความมนั่
พลงั งานในอาคารสลายพลงั งาน
คงปลอดภัยของโครงสรางสวน
ซงึ่ อาจมคี วามจำเปน ตอ งใชแ บบ อื่นๆ

จำลองทางกายภาพในการยนื ยนั 2) การเพม่ิ ความยาวของอาคาร

การสลายพลงั งาน สลายพลังงาน ใหมีความยาว
เพยี งพอทจี่ ะสลายพลงั งานได

3) การควบคุม Conjugated

depthใหเกิดการสลายพลังงาน
ในอาคารสลายพลังงาน

98


Click to View FlipBook Version