The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0”

RID TIP BOOK “ข้อควรระวังในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในยุค THAILAND 4.0” โดย กรมชลประทาน มิถุนายน 2563

Keywords: พัฒนาแหล่งน้ำ,ชลประทาน,THAILAND 4.0

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1) ในงานกอ สรา งทต่ี อ งทำหนงั สอื
13. ขอ ปลกี ยอ ยของการควบคมุ งาน 1)การขออนุญาติใชพื้นที่เกิน ขอใชพ้ืนท่ีปาไม ควรระวังไมให
กอ สรา ง กวาขอมูลตามผลการศึกษา พ้ืนท่ีท่ีขออนุญาตมากกวาผลการ
อาจมีผลตองดำเนินการศึกษา ศกึ ษาวางโครงการการขอใชพ นื้ ท่ี
ใหม และมผี ลใหง านลา ชา กวา ปาไม/พ้ืนท่ีอนุรักษมากเกินกวา
แผนงานท่ีวางไว ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า อ า จ มี ผ ล ทำ ใ ห
2) ตองระมัดระวังตำแหนงที่ ตอ งกลบั มาศกึ ษาดา นสง่ิ แวดลอ ม
เปนรองนำ้ เดิมในงานกอสราง (IEE และ EIA)(เพมิ่ เตมิ )
อาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดมิ 2) ควรศกึ ษาหมายเหตใุ นแบบให
ละเอียดเพ่ือเปนแนวทางในการ
ระยะหลังการกอสราง ปฏบิ ตั งิ านควรทำความสะอาด/ลา ง
หนิ ฐานราก กอ นเท Lean concrete
ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั
ขอ เสนอแนะ
1. การทดสอบการใชงานและการ - ตอ งทำการทดสอบการใชง าน - ควรดำเนนิ การตรวจสอบอยา ง
บำรงุ รกั ษา หลงั การกอ สรา ง มี และศกึ ษาทำความเขา ใจวธิ กี าร ตอ เนอ่ื งหลงั การกอ สรา งแลว เสรจ็
การดำเนินการในชวงหวงเวลา บำรุงรักษาใหเปนไปตามคูมือ - พิจารณากำหนดในเง่ือนไข
ไมเ หมาะสม การกอ สรา ง เพอื่ ใหอ าคารหรอื และความรบั ผดิ ชอบของผรู บั จา ง
อปุ กรณ ตา งๆ ไดม กี ารทำงาน ในการตรวจรับงานกอสรางใน
และไดรับการตรวจสอบอยู กรณีที่ไมสามารถทดสอบไดเต็ม
ตลอดเวลา รูปแบบโดยมิใชความผิดของ
ผรู บั จา ง
2. การบูรณาการทำงานรวมกัน การทำงานรวมกันอยางไม
ระหวางหนวยงานเตรียมความ ประสานสอดคลองอาจทำให ควรมกี ารตดิ ตามและประสานงาน
พรอ มและหนว ยงานกอ สรา ง ยงั เกดิ ความลา ชา สง ผลใหง านไม โดยผทู ด่ี ำเนนิ การกอ สรา งรว มกบั
ไมเ ปน ระบบ สำเร็จตามแผนงานที่วางไวได หนวยงานเตรียมความพรอม
(พิจารณาวางโครงการ สำรวจ
ออกแบบ วจิ ยั และพฒั นา) เพอื่
ตรวจสอบความถูกตองในการใช
งาน รวมทง้ั การแลกเปลย่ี นความ
รู แกไ ขปญ หา เพอ่ื นำมาพฒั นา
และตอ ยอดสำหรบั การกอ สรา งใน
โครงการตา งๆ ตอ ไป

149

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3. ไมม คี มู อื และการฝก อบรมการใช - ขอความรว มมอื ในการจดั ทำคู - ควรจดั เตรยี มบคุ ลากรทเี่ กยี่ วขอ ง
เพ่ือเขารับการอบรมการใชงาน
งานและการบำรุงรักษาของ มอื และจดั หลกั สตู รฝก อบรมการ และการบำรงุ รกั ษาของเครอ่ื งจกั ร/
เคร่ืองมือเพ่ือทำใหงานดำเนินไป
เครอ่ื งจกั ร/เครอื่ งมอื ทตี่ ดิ ตง้ั กบั ใชงานและการบำรุงรักษาของ อยา งประสทิ ธภิ าพ
- ตอ งกำหนดเงอื่ นไขการฝก อบรม
อาคาร เพอื่ เปน เอกสารประกอบ เครอ่ื งจกั ร/เครอ่ื งมอื ทตี่ ดิ ตง้ั กบั การใชเ ครอ่ื งจกั ร/เครอื่ งมอื ไวใ น
สญั ญาใหผ รู บั จา งถอื ปฏบิ ตั ิ
การสง มอบใหแ กผ ใู ชง าน ทำให อาคารอยา งละเอยี ด เพอื่ ใหผ ใู ช
- เตรยี มความพรอ มในทกุ ๆดา นที่
ผูใชงานขาดความเขาใจในการ งานมคี วามเขา ใจในการใชง าน เก่ียวของกอนการสงมอบงานให
หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ ง เชน การแตง
ใชง านและการบำรงุ รกั ษาอยา ง และการบำรงุ รกั ษาอยา งถกู ตอ ง ตงั้ กรรมการสง มอบ - รบั มอบงาน
การตรวจสอบความเรยี บรอ ยของ
ถูกวิธี และสงผลใหอายุการใช - หา มผทู ไ่ี มม คี วามรคู วามเขา งานรว มกนั รวมทง้ั เอกสารการสง
และเรง รดั การสง มอบงาน
งานนอยลง ใจในเคร่ืองมืออุปกรณเขาใช - กอ นสง มอบงานจากผรู บั จา งทง้ั
สัญญาฝายกอสรางควรเชิญฝาย
อปุ กรณโ ดยเดด็ ขาด บำรงุ รกั ษาทจี่ ะตอ งรบั มอบงาน มา
รว มรบั ทราบและตรวจสอบพรอ ม
4. การสงมอบงานใหหนวยงานท่ี ในระหวา งการกอ สรา งผคู วบคมุ ใหความเห็นกอนการสงมอบงาน
เกี่ยวของลาชา เกินระยะเวลา งานตอ งควบคมุ คณุ ภาพงานให ทำสญั ญาเพอื่ จะไดใ หก าร สง มอบ
- รับมอบงาน เปนไปดวยความ
ประกนั ผลงานทำใหม คี า ใชจ า ย เปนไปตามมาตรฐานการ เรยี บรอ ยมากยงิ่ ขนึ้
ในการแกไ ขกอ นการสง มอบงาน ทดสอบ และหากพบความชำรดุ
ตอ ไป บกพรอ งของงานตอ งรบี ดำเนนิ - ควรมกี ารจดั การฝก อบรมการใช
งานอาคาร ตลอดจนการดูแล
แกไขใหเรียบรอยภายในระยะ บำรงุ รกั ษาใหก บั หนว ยงานทจ่ี ะรบั
เวลาการประกันผลงานของผู มอบงาน
- ควรมีการวางแผนการบริหาร
รับจาง และตองเรงรัดการจัด จดั การอาคารใหส อดคลอ งกบั พนื้ ที่
และชนิดพืชที่ปลูก
ระบบงานจากโครงการกอ สรา ง
เม่ือโครงการลาชา และบำรุง

รกั ษาโดยเรว็ เพอ่ื แกไ ขปญ หาที่

อาจจะเกดิ ขนึ้

5. อ า ค า ร ที่ ส ง ม อ บ ง า น ใ ห กั บ กอนการสงมอบงาน จะตองมี
หนว ยงานบำรงุ รกั ษาไมส ามารถ การทดสอบอาคารตางๆกอน

บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ไ ด เ ต็ ม โดยมหี นว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งรว ม
ประสิทธิภาพ และตามวัตถุ หารือกัน เพื่อใหการทดสอบ
ประสงคเนื่องจากการบริหาร
จัดการน้ำจะเกิดจากการปฏิบัติ อาคาร เปน ไปในแนวทางของ
การบริหารจัดการนำ้ ตามที่ได
งานจรงิ ตามสภาพภมู ปิ ระเทศ ออกแบบไว

150

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

และพนื้ ทปี่ ลกู จรงิ และตอ งผา น ผทู เี่ กยี่ วขอ งมหี นา ทจี่ ดั เกบ็ เอกสาร
ทงั้ หมด ควรจดั เกบ็ เอกสารหลกั ฐาน
การใชงานกอนถึงจะทราบ ทั้งที่เปนแบบฟอรมและแบบ
ปญ หาของอาคารตา งๆ Digital file เพอ่ื งา ยตอ การคน หา
และสะดวกในการใชงาน
6. ระหวางการกอสรางสายงาน - ผูที่เก่ียวของตองจัดเก็บ
- เรง รดั ตดิ ตามการอนญุ าตใหใ ช
ตา งๆทนี่ อกเหนอื จากหนว ยงาน เอกสารทั้งหมดท่ีเก่ียวของไว พน้ื ที่ เพอ่ื ทำใหไ ดร บั อนญุ าตโดยเรว็
- ในการดำเนนิ การในอนาคตตอ ง
กอสราง เชนหนวยงานพัสดุ เปนหลักฐาน ดำเนนิ การทกุ กระบวนการใหค รบ
ถว นถกู ตอ งตามระเบยี บ
ธรุ การ การเงนิ ไมม กี ารจดั เกบ็ - หากมกี ารตรวจสอบหรอื ขอดู 1.ควรมีการพูดคุยกับชาวบาน
เจา ของทดี่ นิ ใหร บั รแู ละเขา ใจรวม
เอกสารตา งๆทเ่ี กย่ี วขอ งกบั งาน เอกสาร หากไมมีเอกสารให ถงึ ทราบวา สามารถจา ยไดเ มอ่ื ไร
2.เรงรัดกระบวนการจัดหาที่ดิน/
กอ สรา งไวเ ปน หลกั ฐาน หนว ยงานตรวจสอบผปู ฏบิ ตั งิ าน กระบวนการงบประมาณเพื่อเบิก
จา ยใหก บั ราษฎร
อาจมคี วามผดิ ได - ควรบำรุงรักษาฝายใหมีระยะ
เวลาการใชงานใหนานท่ีสุด
7. สง มอบโครงการไมไ ด เนอ่ื งจาก -จะตอ งไดร บั อนญุ าตใหใ ชพ น้ื ท่ี - ตอ งตรวจสอบความมนั่ คงของฝาย
โครงการยังไมไดรับอนุญาตให กอ นทำการกอ สรา ง การดำเนนิ เดมิ วา สามารถรองรบั นำ้ ในฤดนู ้ำ
ใชพ้ืนท่ี และอาจถูกดำเนินคดี การโดยไมไดรับอนุญาตเจา หลากไดห รอื ไมเ พอ่ื พจิ ารณากำหนด
จากหนว ยงานเจา ของพนื้ ที่ หนา ทผี่ ปู ฏบิ ตั จิ ะมคี วามผดิ ตาม แนวทางการดำเนนิ งานตอ ไป
กฎหมายของพนื้ ทนี่ นั้ - กอ นการรอ้ื ถอนอาคารเดมิ ตอ ง
ไดร บั การประชาคมในพน้ื ที่ และ
8. โครงการทก่ี อ สรา งแลว เสรจ็ แต ติดตาม/เรงรัดงบประมาณให แจง เจา ของอาคารและหนว ยงาน
เดิมกอนดำเนินการร้ือถอน โดย
ยงั จา ยคา ทด่ี นิ ไมเ รยี บรอ ย หรอื สามารถจายคาท่ีดินใหกับ เปน ไปตามระเบยี บทางราชการ

ลา ชา อาจทำใหร าษฎรเจา ของ ราษฎรโดยดว น พรอ มทง้ั ชแ้ี จง

พ้ืนที่รวมตัวกันชุมนุมประทวง เจา ของทดี่ นิ ใหเ ขา ใจเพอ่ื ปอ งกนั

หรอื ฟอ งรอ ง การชมุ นมุ ประทว งหรอื ฟอ งรอ ง

ในกรณที ไี่ ดร บั เงนิ ลา ชา

9. เมอ่ื ใชง านแลว ตวั ฝายชำรดุ ไม - ตอ งตรวจสอบตวั ฝายเกยี่ วกบั
ตอ งการจะซอ มแซมฝายเดมิ ความม่ันคงแข็งแรงและตองชี้
แจงราษฎรทอ่ี าศยั ในพน้ื ที่ เพอื่
จะไดเตรียมการ ในกรณีเกิด
เหตกุ ารตา งๆ
- ผลกระทบถา หากไมส ามารถ
เก็บกักน้ำไวใชชวงปลายฤดู
ฝนจะตอ งเตรยี มการเพอ่ื แกไ ข
ปญหาในชวงฤดูแลง

151

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

2.6.2 การบรหิ ารจัดการน้ำและสง นำ้ บำรุงรักษา
หนวยงานภายในกรมชลประทานที่มีภารกิจโดยตรงในการบริหารจัดการน้ำ ไดแก สำนักบริหาร

จัดการนำ้ และอุทกวิทยา และสวนบริหารจัดการนำ้ และบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานท่ี 1-17 รับผิดชอบ
ในการดําเนินการบริหารจัดการน้ำ ปรับปรุงและบำรุงรักษาโครงการหรืออาคารชลประทานขนาดเล็กตางๆ
โดยในสว นของสำนกั บรหิ ารจดั การน้ำและอทุ กวทิ ยามหี นา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ ตามกฎกระทรวงแบง สว นราชการ
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.2557 ดงั น้ี

(1) ศึกษา วิเคราะห เสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนยุทธศาสตรเก่ียวกับการบริหารจัดการนำ้
เพอ่ื เกษตรกรรมการสาธารณปู โภคการอตุ สาหกรรมการคมนาคมทางน้ำการพลงั งานและการรกั ษาระบบนเิ วศน
ตลอดจนการปอ งกนั และบรรเทาภยั อนั เกดิ จากนำ้ รวมทง้ั กำหนดแผนมาตรการ มาตรฐานและหลกั เกณฑท างวชิ าการ
เกย่ี วกบั อทุ กวทิ ยาการปรบั ปรงุ บำรงุ รกั ษาอาคารชลประทานและความปลอดภยั ของเขอื่ นและอาคารประกอบ

(2) ศกึ ษาคน ควา ทดลองวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยเี กย่ี วกบั อทุ กวทิ ยาการบรหิ ารจดั การนำ้ การปรบั ปรงุ
บำรงุ รกั ษาอาคารชลประทานเกษตรชลประทานและวศิ วกรรมเพอ่ื ใหไ ดน วตั กรรม วเิ คราะห ตดิ ตาม และประเมนิ
ผลดา นสงิ่ แวดลอ ม สขุ ภาพ และดา นอนื่ ๆ รวมทงั้ ผลสมั ฤทธขิ์ องโครงการชลประทาน

(3) สำรวจวเิ คราะหร วบรวมเกบ็ ขอ มลู และสถติ ติ า งๆดา นอทุ กวทิ ยาอตุ นุ ยิ มวทิ ยา การบรหิ ารจดั การนำ้
เกษตรชลประทานและการปรบั ปรงุ บำรงุ รกั ษาอาคารชลประทานรวมทง้ั การพฒั นาฐานขอ มลู ของกรม

(4) เฝาระวังวิเคราะหพยากรณกำกับตรวจสอบติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการน้ำในระดับ
ลมุ นำ้ และโครงการชลประทานของกรม

(5) เผยแพรใ หก ารสนบั สนนุ และคำแนะนำดา นเทคนคิ วชิ าการเกย่ี วกบั เรอ่ื งน้ำและวศิ วกรรมชลประทาน
แกห นว ยงานของรฐั องคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ และประชาชน

(6) ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งหรอื ทไ่ี ดร บั มอบหมาย

152

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็ ดา น
การบรหิ ารจดั การน้ำและสง น้ำบำรงุ รกั ษา ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปนี้

ตารางที่ 2.6.2 การบรหิ ารจดั การน้ำและสง นำ้ บำรงุ รกั ษา

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. โครงการ 1 โครงการ 1 ลา นบาท ควรจัดสรรงบประมาณในการ
ปจ จบุ นั เปน งานจา งผรู บั เหมาใน ดำเนนิ การเอง งานซอ มแซมระบบ
การซอมแซมระบบตางๆ ทำให ชลประทานตามขอ เสนอกลมุ ผใู ชน ้ำ
เกษตรกรและประชาชนขาด ตามแนวคดิ เดมิ เนอื่ งจากจะชว ยให
ความรสู กึ เปน เจา ของ และรบั ผดิ เจา หนา ทฝ่ี า ยสง นำ้ ฯ สามารถชว ย
ชอบรว ม เหลอื เกษตรกรซอ มแซมอาคารเลก็ ๆ
ไดอ ยา งรวดเรว็ และทนั การณ
2. 1) ขาดแคลนบคุ ลากรดา นการสง
น้ำ และโครงการพระราชดำริ 1) สรางเครือขายชลประทานชวย
2 ) โ ค ร ง ก า ร ที่ เ ป ด ใ ห ม บ า ง งานสง นำ้ ใหม ากขน้ึ
โครงการไมมีอัตรากำลังในการ 2) โครงการทเ่ี ปด ใหมต อ งมอี ตั รากำลงั
บำรุงรักษา ทำใหขาดการดูแล ใหมในการบำรุงรักษาแทนการควบ
บำรงุ รกั ษา รวมโครงการ โดยควรกำหนดอตั รา
3) งบประมาณและบคุ ลากรดา น กำลงั ทค่ี วรจะเปน ในแตล ะโครงการ
การสง นำ้ และบำรงุ รกั ษามอี ยา ง สว น งาน โดยเหมาะสม บนพน้ื ฐาน
จำกดั สง ผลกระทบใหก ารบรหิ าร ของการประยุกตใชเทคโนโลยี
จดั การนำ้ ไมเ ตม็ ประสทิ ธภิ าพ สารสนเทศ ซึ่งเปนสวนท่ีจะนำมา
ทดแทนกำลงั คนของกรมชลประทาน
3) ควรใชร ะบบอตั โนมตั ิ เชน ระบบ
โทรมาตรควบคุมบานระบายโดยใช
พลังงานทดแทน เชน Solar cell
หรือการนำเทคโนโลยี GIS และ
Application ตา ง ๆ มาใชใ นการสง
นำ้ และบำรงุ รกั ษา รวมทง้ั การสรา ง
ความเขม แขง็ ใหก ลมุ ผใู ชน ำ้ มสี ว นรว ม
ในการสง น้ำและบำรงุ รกั ษาเพอื่ ชว ย
แกไขปญหาการขาดแคลนบุคลากร
และงบประมาณทมี่ อี ยอู ยา งจำกดั

153

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
4) ควรมกี ารทบทวนบทบาทหนา ทใี่ น
JMC เพ่ือใหกรมชลประทานใน
ฐานะเลขานกุ าร มบี ทบาทในการให
คำปรกึ ษาและอำนาจดา นการบรหิ าร
จดั การนำ้ จดั สรรนำ้ เพมิ่ ขน้ึ

ปจจัยความสำเร็จดานการใชเทคโนโลยีในการบริหารจัดการน้ำ
การนำเทคโนโลยมี าใชใ นการบรหิ ารจดั การน้ำ เพอื่ ลดกำลงั คนและเกดิ ความแมน ยำในการบรหิ ารจดั การ
น้ำ มคี วามทา ทา ยและสอดคลอ งกบั Road Map ของกรมชลประทาน เพอื่ มงุ สอู งคก รอจั รยิ ะ ควรมี
การทำงานในรปู แบบ Project Assignment โดยบรู ณาการหนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งมารว มดำเนนิ การ เชน
การตอ ยอดระบบการพฒั นาการบรหิ ารจดั การขอ มลู เพอ่ื การชลประทาน (RIDIMIS-KRC) ของโครงการ
สง น้ำและบำรงุ รกั ษาปราณบรุ โี ดยมหี นว ยงานภายในทเี่ กย่ี วขอ ง ไดแ ก โครงการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษา
ปราณบรุ สี ชป.14 สำนกั บรหิ ารจดั การน้ำและอทุ กวทิ ยา และศนู ยส ารสนเทศและการสอ่ื สาร เปน ตน
ควรมกี ารประเมนิ ผลโครงการทมี่ กี ารนำรอ งประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยใี นการบรหิ ารจดั การนำ้ ในระดบั ดใี ห
โครงการชลประทานอนื่ ๆ นำไปประยกุ ตใ ชต ามแบบอยา งตน แบบ โดยกรมชลประทานใหก ารสนบั สนนุ
งบประมาณตามยทุ ธศาสตรก ารปรบั เปลยี่ นสอู งคก รอจั ฉรยิ ะ เนอื่ งจากการพฒั นาแบบตา งคดิ ตา งทำ
ยอ มทำใหก ารเชอื่ มโยงระบบเขา ดว ยกนั ทำไดย ากขนึ้

3. โครงการอางเก็บน้ำเกาหาแบบ 1) การสง มอบโครงการเมอื่ 1) ทำบันทึกเปนเอกสารเพ่ือสงตอ
ไมเ จอ ง า น ก อ ส ร า ง แ ล ว เ ส ร็ จ ขอ มลู ผรู บั ชว งตอ เพอื่ ใหก ารทำงาน
หนว ยงานสง น้ำยแุ ละบำรงุ ตอ เปน ไปอยา งราบรนื่
รักษาตองตรวจสอบใหมี 2) ควรมกี ารทำ 1 โครงการ 1 แฟม
แบบครบถวน และควรมี ประวตั ิ เพอ่ื รกั ษาและสบื ทอดขอ มลู
หนว ยงานกลางทดี่ แู ลรบั ผดิ 3) สำนกั งานชลประทานควรมขี อ มลู
ชอบรวบรวมฐานขอ มลู แบบ รายละเอียดพื้นฐานของอางเก็บนำ้
เชน ศทส. ขนาดกลางแตล ะอา งทอ่ี ยภู ายใตก าร
2) ตอ งมกี ารจดั ทำขนั้ ตอน ดแู ล ทอ่ี พั เดตและทนั สมยั
การสวมอบอาคารและส่ิง 4) โครงการไมม แี บบทใ่ี ชใ นการกอ
กอ สรา ง สรางจะทำใหเกิดปญหาดานการ
บรหิ ารจดั การนำ้
5) โครงการควรจัดทำแบบหัวงาน
และระบบสงนำ้ ขึ้นมาใหม โดย
สำรวจขอมูลที่ตองใชในการดำเนิน
การอยา งถกู ตอ ง เชน รปู รา งลกั ษณะ

154

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

โครงการ ขอมูลโคงความจุ ขอมูล
สำรวจภมู ปิ ระเทศ/ปฐพ/ี ธรณวี ทิ ยา
หากในกรณีท่ีตองใชขอมูลที่สำคัญ
และไมส ามารถจดั ทำเองได ควรขอรบั
การสนับสนุนจากหนวยงานท่ีเกี่ยว
ขอ ง เชน สสธ. สอส. สบอ. และ
ปข. เปน ตน
6) สำนกั งานชลประทานควรมกี าร
ตรวจสอบวา โครงการใดทอ่ี ยใู นความ
ดูแลไมมีแบบ และใหจัดทำแบบ
ทดแทนเพอื่ ใชใ นการบรหิ ารจดั การ

4. ระบบการจัดเก็บขอมูลคอนขาง เนอ่ื งจากแตล ะโครงการมรี ะบบการ

หลากหลาย (ขอมูลจากฝาย จดั เกบ็ ขอ มลู คอ นขา งหลากหลาย โดย
วศิ วกรรม จดั สรรน้ำ สง น้ำ ฯลฯ
โดยรูปแบบขอมูลมีต้ังแตขอมูล ขอ เทจ็ จรงิ การจดั เกบ็ ขอ มลู ควรเกบ็
พื้นฐานจนไปถึงขอมูลสถิติที่ และบรหิ ารจดั การโดยเครอ่ื ง Server
สำคญั ตา งๆ ของทกุ ฝา ยงาน) เพอ่ื ใหร ะบบขอ มลู ตา งๆ ทกุ ฝา ยงาน

รวมอยูในที่เดียวกัน และทุกคน

สามารถเขา ถงึ ไดจ ากทกุ ทแี่ ละทกุ เวลา

ซึ่ง Clould Server เปนPlatform

ทเ่ี หมาะสม เนอื่ งจากขอ มลู สามารถ

อพั เดต และซงิ ค ไดจ ากทกุ เครอ่ื งใน

ฝายงานที่ตอเช่ือมระบบอยู ทุก

คนจะสามารถเขาถึงขอมูลไดทุกรูป

แบบ ไมวาจะเปนขอมูลจากฝาย

วศิ วกรรม จดั สรรน้ำ สง น้ำ ฯลฯ โดย

รูปแบบขอมูลมีต้ังแตขอมูลพ้ืนฐาน

จนไปถงึ ขอ มลู สถติ ทิ ส่ี ำคญั ตา งๆ ของ

ทกุ ฝา ยงาน

5. 1) การพังทลายของลาดเข่ือน ผปู ฏบิ ตั จิ ะตอ งพจิ ารณาความ 1) ควรใหเ จา หนา ทจ่ี ดั ทำแผนการพรอ ง
เนื่องจากการพรองนำ้ อยางรวด เสียหายท่ีอาจจะเกิดข้ึนจาก น้ำไวล ว งหนา โดยอาจใชห ลกั การพรอ ง
เรว็ (มากกวา 15 ซม. ตอ วนั ) การดำเนินการ หรือตองหา ไมเ กนิ 15 ซม.ตอ วนั เพอื่ เปน ขอ มลู ให
เพราะไดรับคำส่ังพรองนำ้ ให เหตผุ ลทไ่ี มอ าจดำเนนิ การได ผบู รหิ ารไวว า ตอ งใชเ วลาในการพรอ งน้ำ
เหลอื 80% ในเวลาสนั้ ตามขอ สง่ั การโดยชแี้ จงเหตผุ ล ตามปรมิ าณทก่ี ำหนดเทา ไร

155

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

2) ไมม แี นวทางในการลดระดบั และความจำเปน ทสี่ อดคลอ ง 2) จัดทำแนวทางนำรองในการ
นำ้ ของเขื่อนแตละเขื่อนให กัน ซ่ึงในแตละสภาพพื้นที่ ลดระดับนำ้ ของเข่ือนเพ่ือปองกัน
เกิดความปลอดภัยจาก Rapid ของอา งเกบ็ น้ำยอ มไมเ หมอื น Rapid Drawdown และขยายผลให
Drawdown ครอบคลุมของแตละเขื่อนใหสอด
กันในทางวิศวกรรม ธรณี คลอ งกบั วสั ดถุ มเขอ่ื น โดย สบอ.เปน
หนวยงานหลัก ตามแนวทางของ
วทิ ยา และอทุ กวทิ ยา "Reinins, E (1948): The stability
of the upstream slope of earth
6. การชแ้ี จงเรอื่ งเขอื่ นมปี ญ หาการ dams"
ทำความเขาใจทั้งเจาหนาที่และ 3) การบรหิ ารจดั การน้ำเพอื่ ปอ งกนั
ประชาชน ปญ หาการเกดิ Rapid Drawdown
ใหควบคุมการลดลงของระดับนำ้ ใน
7. โครงการท่ีมีหัวงานทำจากวัสดุ ตองมีการดูแลบำรุงรักษา เขื่อนในเบื้องตนไมควรเกิน 15
ถมประเภท Dispersive Clay ไม ท้ังบริเวณสันเขื่อนและลาด เซนติเมตร/วัน อยางไรก็ตามตองมี
มกี ารดแู ลบำรงุ รกั ษาทดี่ ี ทำใหม ี เขื่อน เพื่อไมใหเกิดหลุมบอ การวเิ คราะหต วั เลขทเ่ี หมาะสมของ
ตนไมใหญขึ้นบริเวณลาดเขื่อน และมีนำ้ ขัง รวมท้ังไมใหมี แตล ะเขอ่ื นใหเ หมาะสมกบั วสั ดตุ อ ไป
รากตน ไมช อนไช Lime Treat- ตน ไมใ หญข น้ึ บรเิ วณลาดเขอ่ื น 4) การพรอ งนำ้ ตามนโยบายกรม ตอ ง
ment ชำรดุ เสยี หาย คำนึงถึงปริมาณน้ำตนทุน(ตามหลัก
เพ่ือปองกันมิใหรากตนไม วศิ วกรรม) เปน สำคญั ดว ย

ชอนไช Lime Treatment รวบรวมขอมูลเพื่อนำไปตอบปญหา
และมีการส่ือสารหลายทางใชขอ
ชำรดุ เสยี หาย ความเขา ใจงา ย

1) ควรมีคูมือบำรุงรักษาเข่ือนและ
อาคารประกอบท่ีอยูบนพื้นที่ที่เปน
Dispersive clay โดยเฉพาะ วา ตอ ง
ระวังอะไรบางหากเกิดเหตุเบ้ืองตน
ตอ งแกไ ขอยา งไร เชน เกดิ รอยแตก
ใหใชทรายกับนำ้ ปูนกรอกรูและใช
ยางมะตอยรอนราด หากตรวจ
พบหลุมใหหาทรายมาปดหลุมทันที
หรอื ถา หลมุ ใหญม ากใหใ ชล กู รงั และ
หมั่นตัดหญาและตนไมใหญ

156

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

8. ถนนคันคลองที่เกิดการชำรุด 1) ตอ งเกบ็ เกย่ี วทกุ แปลงใหท นั 2) เพมิ่ งบประมาณดแู ลรกั ษาเขอื่ น
เชน การทรุดตัว การแตกราว กอ นปลอ ยนำ้ เขา ทงุ เพอ่ื ลด ทเ่ี ปน Dispersive clay โดยเฉพาะ
เปนตน การเนา เสยี ของอนิ ทรยี วตั ถุ 3) ควรดำเนนิ การตรวจสภาพเขอื่ น
2) ตองพิจารณาพื้นที่ที่มีภูมิ ใหครอบคลุมพ้ืนที่บริเวณทายและ
ประเทศลมุ ต่ำ เหมาะสมเปน ฐานยนั เขอื่ นดว ย
แกม ลงิ
3) ตองปรับแผนการบำรุง 1) การถายโอนผิวทางควรกำหนด
รักษาอาคารชลประทานให น้ำหนกั บรรทกุ ของคนั คลอง เพอื่ ปอ งกนั
เหมาะสมกบั การปรบั พน้ื ทลี่ มุ การใชง านเกนิ นำ้ หนกั บรรทกุ
ต่ำเพอ่ื ทำเปน แกม ลงิ 2) หากระดบั นำ้ ในคลองสง นำ้ บนพนื้ ที่
ทชี่ น้ั ดนิ ฐานรากทเี่ ปน ดนิ เหนยี วออ น
7. น้ำเสียในพื้นที่ลุมต่ำ 1) ตองเก็บเก่ียวทุกแปลง การลดระดบั นำ้ ลงจากปกติ มากกวา
ใหท นั กอ นปลอ ยน้ำเขา ทงุ เพอ่ื 1 เมตร ควรเตรยี มการเฝา ระวงั ปญ หา
ลดการเนา เสยี ของอนิ ทรยี วตั ถุ ถนนบนคนั คลองทรดุ ตวั และหากเกดิ
2) ตองพิจารณาพื้นที่ท่ีมีภูมิ การทรดุ ตวั ของถนนบนคนั คลอง ควร
ประเทศลมุ ต่ำ เหมาะสมเปน มกี ารเกบ็ ขอ มลู สภาพความเสยี หาย เพอ่ื
แกม ลงิ ประโยชนใ นการวเิ คราะห ตรวจสอบ
3) ตอ งปรบั แผนการบำรงุ รกั ษา และหาแนวทางปรบั ปรงุ ซอ มแซมตอ ไป
อาคารชลประทานใหเหมาะ อยางไรก็ดี ควรจัดทำเอกสารหรือ
สมกบั การปรบั พนื้ ทล่ี มุ ต่ำเพอื่ รายงานวเิ คราะหแ ละชแ้ี จงสาเหตขุ อง
ทำเปน แกม ลงิ การทรดุ ตวั ของถนนบนคนั คลอง เพอ่ื
ประชาสัมพันธใหผูเก่ียวของและ
ประชาชนไดร บั รแู ละเขา ใจ

1) ควรมจี ดุ วดั คณุ ภาพนำ้ กอ นปลอ ย
น้ำออกจากทงุ และปรบั ปรงุ คณุ ภาพ
น้ำหากไมไ ดม าตรฐาน
2) ควรรกั ษาคณุ ภาพนำ้ ทเี่ หลอื คา ง
ทุงเพื่อนำไปใชเพาะปลูกในฤดูกาล
ถัดไป
3) ควรวางแผนกำหนดหนา ทผ่ี รู บั ผดิ
ชอบหลกั ในการสงั่ การและประสาน
งานระหวา งสว นกลางและพนื้ ท่ี เพอ่ื
จดั หามาตรการ/ชอ งทางในการรบั น้ำ

157

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

และระบายน้ำ รวมทงั้ รายงานขอ มลู
สถานการณท่ีอัพเดตทันสมัยเปนไป
ในแนวทางเดยี วกนั สามารถรายงาน
ผบู รหิ ารกรมชลประทานเพอื่ ประกอบ
การตดั สนิ ใจไดอ ยา งทนั ทว งที

ปจจัยของความสำเร็จการบริหารจัดการพ้ืนท่ีลุมตำ่
1) การประชาสมั พนั ธใ หป ระชาชนในพนื้ ทแี่ กม ลงิ ทราบและเขา ใจประโยชนข องโครงการโดยจะตอ งลง
ถงึ ระดบั หมบู า น มเี บอรโ ทรศพั ทเ พอื่ ตดิ ตอ สอบถามในกรณมี ขี อ สงสยั พรอ มทง้ั ประชาสมั พนั ธโ ดยใชส อื่
ตา งๆเชน รถโมบาย แผน พบั เสยี งตามสายผา นผนู ำชมุ ชน ฯลฯ
2) การปรบั ปฏทิ นิ เพาะปลกู ฤดฝู นในพนื้ ทลี่ มุ ต่ำ เปน 1 เมษายนเพอื่ เกบ็ เกย่ี วใหท นั เดอื นสงิ หาคม โดย
ทกุ หนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ งตอ งปรบั ภารกจิ ใหส อดคลอ งดว ย
3) ตอ งมนี ้ำตน ทนุ สง ใหเ กษตรกรในพน้ื ทล่ี มุ ต่ำในวนั ที่ 1 เมษายน และหลงั ปลอ ยนำ้ ออกจากทงุ เดอื น
พฤศจกิ ายน
4) ตอ งสามารถสง น้ำใหถ งึ พน้ื ทลี่ มุ ต่ำ โดยไมถ กู ตน น้ำขโมยน้ำเพอื่ ใหเ กษตรกรในพน้ื ทป่ี ลกู เดอื นเมษายน
และเกบ็ เกย่ี วทนั สงิ หาคมและชว งเดอื นพฤศจกิ ายนเพอื่ เกบ็ เกยี่ วกอ นเมษายน
5) ตอ งมกี ารทำ MOU กบั หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งเพอ่ื ดำเนนิ การบรหิ ารจดั การนำ้ และสง เสรมิ กจิ กรรม
อน่ื ๆอยา งเปน ระบบ ตอ งมกี ารถอดบทเรยี นหลงั ดำเนนิ การเพอ่ื ปรบั การทำงานใหเ หมาะสมโดยแบง เปน
2 สว นคอื กลมุ หนว ยงานและกลมุ เกษตร

10. 1) ยังไมมีระบบโทรมาตรใน 1) ควรตดิ ตงั้ ระบบโทรมาตรในแตล ะ
โครงการประเภทอา งพวง ทำให อา งของโครงการประเภทอา งพวง
2) ควรมกี ารวางแผนการจดั สรรน้ำ
ขาดขอมูล Outflow ที่จะใชใน สำหรบั โครงการประเภทอา งพวง ไว
การทำความเขาใจหรือชี้แจงให ลว งหนา โดยเปน การจดั สรรน้ำตน ทนุ
ทม่ี อี ยู
กับคนในพ้ืนที่ 3) ควรมกี ารเกบ็ บนั ทกึ ขอ มลู สถติ นิ ำ้
ฝนปรมิ าณน้ำสงู สดุ -ต่ำสดุ ทเี่ คยเกดิ
2) สภาพพื้นท่ี เชน บนเขา ในพ้ืนที่รวมทั้งควรทำความเขาใจ
ปาทึบ หางไกลเปนอุปสรรคตอ เกยี่ วกบั ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ลกั ษณะ
ภูมิอากาศและทิศทางลมและฝน
สญั ญาณสอื่ สารสำหรบั การตดิ ตง้ั ในพนื้ ที่ เพอ่ื นำมาเปน ขอ มลู พจิ ารณา
ในการบรหิ ารจดั การนำ้
ระบบโทรมาตร
3) เคร่ืองมือและขอมูลท่ีจะใช

ในการบริหารจัดการนำ้ เชน

สถานีตรวจวัดนำ้ ฝน ขอมูล
น้ำฝน ปริมาณน้ำสูงสุด-ตำ่ สุด

158

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ยงั ไมค รอบคลมุ และผปู ฏบิ ตั งิ าน 4) การจัดต้ัง JMC ของโครงการ
ไมทราบแหลงไดมาของขอมูล ประเภทอา งพวง ควรจดั ตง้ั เปน JMC
เหลานี้ ในภาพรวมเพื่อใหมีการบูรณาการ
การบรหิ ารจดั การระหวา งหนว ยงาน
หรอื ผมู สี ว นเกยี่ วขอ งทง้ั หมดรว มกนั
เชน หนวยงานสายการปกครอง
หนวยงานภายใตกระทรวงเกษตร
และสหกรณท เี่ กย่ี วขอ ง (กรมสง เสรมิ
การเกษตร กรมประมง เปน ตน )

แบบอยา งความสำเรจ็
หนว ยงานดา นการบรหิ ารจดั การนำ้ โครงการสง น้ำและบำรงุ รกั ษา ของกรมชลประทานสามารถสรา งความ
เขา ใจในเรอื่ งการบรหิ ารจดั การนำ้ การจดั สรรน้ำ และการใชน ำ้ ใหก บั คนในพน้ื ท่ี เมอื่ คนในพนื้ ทเี่ ขา ใจ
ยอมรบั และแบง ปน น้ำใหก บั พน้ื ทใี่ กลเ คยี งไดอ ยา งเตม็ ใจ

10. การบรหิ ารจดั การนำ้ โดยภาพรวม 1)เจาหนาที่ชลประทาน 1) การจัดตั้งคณะกรรมการ JMC
(ผอ. และ สบ.)ทพ่ี ง่ึ เขา มารบั ควรมองบริบทของตนเองอยางรอบ
ดา น ระมดั ระวงั กลมุ คนทเี่ กย่ี วขอ ง
หนา ทใ่ี นพน้ื ทตี่ อ งเรง ทำความ กบั การเมอื งทอี่ าจสง ผลกบั การบรหิ าร
จัดการน้ำ และควรให JMC ตั้ง
เขาใจในภาพรวมของการ กฎเกณฑท ใี่ ชใ นการบรหิ ารจดั การน้ำ
บรหิ ารจดั การนำ้ ของโครงการ เพ่ือใหเปนที่ยอมรับสำหรับทุกภาค
สวน
ท่ีรับผิดชอบท้ังในเรื่องของ 2) ควรจัดการฝกอบรมความรูที่
จำเปน ใหก บั อาสาสมคั รชลประทาน
ลักษณะโครงการและสภาพ อยา งนอ ยปล ะ 1 ครงั้ เพอื่ ทบทวน
พื้นที่ สภาพทางภูมิศาสตร บทบาทหนาที่ในดานการสงน้ำและ
พ้ืนฐานดานการชลประทาน เพื่อ
ภู มิ อ า ก า ศ ฤ ดู ก า ล ก า ร ใ ช จะไดตระหนักรูวา อาสาสมัคร
ชลประทาน ถือเปนหนวยหน่ึง
ประโยชนที่ดินรวมถึงเรื่อง ของกรมชลประทาน ในการขับ
คณุ ภาพน้ำ เคลอ่ื นโครงการชลประทานตา งๆให
บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
2) ตอ งจดั ทำแผนการดแู ลและ

บำรงุ รกั ษาอาคารชลประทาน
และระบบสง นำ้ ตามคมู อื บำรงุ

รกั ษาและการบรหิ ารจดั การน้ำ

เพอื่ ใหม คี วามพรอ มในการใช
งานและบรหิ ารจดั การน้ำอยา ง

มปี ระสทิ ธภิ าพ

159

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3) สำนกั งานชลประทานควรเอาหลกั
แนวความคดิ และหลกั การทำงาน มา
ประยกุ ตใ ชก บั หนว ยงานของตนเพอ่ื
เปน การสรา งการรบั รู ความเขา ใจให
กบั เจา หนา ทข่ี องกรมชลประทานเอง
และประชาชนผทู สี่ นใจเกย่ี วกบั กรม
ชลประทาน
4) โครงการชลประทานทมี่ อี า งเกบ็ น้ำ
ขนาดเล็กอยูภายใตการกำกับดูแล
ควรมีการตรวจสอบสภาพความ
พรอ มใชง านของอา งเกบ็ นำ้ รวมทงั้
สภาพทางระบายนำ้ ดา นทา ยน้ำ สง่ิ
กีดขวางการระบายน้ำตางๆ และ
รายงานขอ มลู ปรมิ าณนำ้ การระบาย
นำ้ ใหก บั สำนกั งานชลประทาน เพอ่ื
รายงานสว นกลางอยา งสมำ่ เสมอเพอื่
ใชใ นการบรหิ ารจดั การนำ้

ปจจัยความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำในสภาวะวิกฤติ
1) ตองมีขอมูลเพ่ือใชบริหารจัดการนำ้ เชน ปริมาณนำ้ เวลาในการไหลมาถึงจุดตางๆหนาตัดลำนำ้ ท่ี
สามารถคาดการณไ ดอ ยา งถกู ตอ งเมน ยำ
2) ตอ งมกี ารบรหิ ารจดั การน้ำทง้ั ระบบอาจจะตอ งพจิ ารณาลมุ น้ำใกลเ คยี งรว มดว ย
3) ผปู ฏบิ ตั ติ อ งพรอ มดำเนนิ การตามขอ สง่ั การอยา งเครง ครดั หากมปี ญ หาอปุ สรรคไมส ามารถดำเนนิ การ
ไดอยางทันทวงทีใหแจงหรือชี้แจงอยางเรงดวนเพ่ือจะไดปรับแผนใหทันเหตุการณและแกไขปญหาได
ทนั ทว งที
4) การสรางความนาเช่ือถือใหหนวยงานมีภาพลักษณเปนหนวยงานดานวิชาการชวยใหเกิดความ
นา เชอื่ ถอื กบั ทอ งถน่ิ และดำเนนิ การโดยไมม ขี อ ขดั แยง

160

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

2.6.3 ความปลอดภยั เขอ่ื น

งานดา นความปลอดภยั เขอ่ื นของกรมชลประทาน เปน ภารกจิ หนง่ึ ของสำนกั ชลประทานที่ 1 ถงึ 17 และ
สว นความปลอดภยั เขอื่ น สำนกั บรหิ ารจดั การนำ้ และอทุ กวทิ ยาจากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั
ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็ ดา นความปลอดภยั เขอ่ื น ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปนี้

ตารางที่ 2.6.3 ความปลอดภยั เขอื่ น

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
1. โครงการไมม แี บบ 1) ไมส ามารถวเิ คราะหห าสาเหตุ 1) สบื คน แบบกอ สรา งของโครงการอนื่
ของความบกพรอ งหรอื สงิ่ ผดิ ปกติ ในชวงระยะเวลาของการออกแบบ
ทต่ี รวจพบ และ/หรอื กอ สรา งใกลเ คยี งกนั (+5 ป)
2) ไมสามารถวิเคราะหหาทาง เพ่ือตรวจสอบความสอดคลองและ
แกไ ข สง่ิ ผดิ ปกติ และ/หรอื เสรมิ เทยี บเคยี งกบั สภาพทางกายภาพของ
สรา งความมน่ั คงปลอดภยั ของตวั เข่ือนและ/หรืออาคารประกอบที่ไม
เข่ือนและอาคารประกอบเขื่อน สามารถมองเหน็ ไดเ ชน ทอ ในตวั เขอื่ น
นั้นๆได 2) จัดทำแบบขึ้นมาใหม โดยใช
3) ไมสามารถพิจารณาหรือ ภาพถา ยดาวเทยี ม ภาพถา ยทางอากาศ
ดำเนนิ การซอ มแซมหรอื ปรบั ปรงุ ดวยอากาศยานไรคนขับ (Drone)
ในอนาคตได การสำรวจ การวดั ระดบั และมติ ติ า งๆ
ตามสภาพจรงิ

2. ปญ หาการเพมิ่ ระดบั เกบ็ กกั 1) การเพม่ิ ระดบั เกบ็ กกั น้ำไมว า สำรวจและตรวจสอบประสิทธิภาพ
จะเปนการเพิ่มแบบชั่วคราว การระบายน้ำของ Spillway และ

(เฉพาะชว งปลายฤดฝู น) จะตอ ง Outlet

ทำการศึกษาถึงเสถียรภาพและ
ความม่ันคงของตัวเขื่อนและ

อาคารประกอบ (การเพมิ่ การเกบ็

กกั แบบถาวรตอ งเขา สขู บวนการ
พจิ ารณาความเหมาะสม วเิ คราะห

สำรวจ และออกแบบ เพ่ือการ

ปรบั ปรงุ โครงการ)
2) การเพมิ่ ปรมิ าณการเกบ็ กกั แบบ
ชว่ั คราว ควรมรี ะยะเวลาเกบ็ กกั
ชวั่ คราว(ทเ่ี กนิ จากปกต)ิ ไมเ กนิ
1 เดอื น ขนึ้ อยกู บั สภาพน้ำหลาก
ของแตล ะเขอื่ น

161

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

3. Dam Instrument และ 3) ผลกระทบดานอื่นท่ีจะตอง 1) โครงการพระราชดำริขนาดเล็ก
เครื่องวัดแผนดินไหว พจิ ารณาเพมิ่ เตมิ ประกอบดว ย กลาง ควรตดิ เครอ่ื งมอื เทา ทจ่ี ำเปน
3.1) ระดับนำ้ สูงสุด (ร.น.ส.) เชน Piezometer, Seepage Flow
Meter (SFM), OW และ BM &
ตอ งไมม กี ารเปลย่ี นแปลง Surface Settlement Point
3.2) ระดบั เกบ็ กกั ชวั่ คราวไมค วร 2) เครอื่ งวดั แผน ดนิ ไหวใหพ จิ ารณา
ที่เคยติดต้ังไวแลว (ใกลเคียงกัน
สงู กวา ระดบั น้ำสงู สดุ (รนส.) ใชแทนกันได) ไมควรติดตั้งเพิ่ม
กรณที ไี่ มม ขี อ มลู ระดบั สนั Chim- ในกรณีไมมีในพ้ืนท่ีใกลเคียงให
ney Drain และ/หรอื มกี ารตรวจ ติดต้ังเพ่ิม
พบการไหลซมึ หรอื ไหลรวั่ บนลาด 3) แมจ ะมมี าตรการ/เครอ่ื งมอื ทด่ี ี แต
เขอื่ นดา นทา ยน้ำจะตอ งระงบั การ ผูดูแลบำรุงรักษาเข่ือนควรใหความ
เพิ่มการเก็บกักทันทีเพื่อทำการ สนใจ ใสใจดูแลรักษาเครื่องมือ
ซอ มแซมหรอื ปรบั ปรงุ สภาพการ และตัวเข่ือนเพ่ือใหเขื่อนเกิดความ
ไหลซึม/ไหลร่ัว รวมถึงการเพิ่ม ปลอดภยั เขอื่ น (ผดู แู ล หมายถงึ ทกุ
ระดบั สนั Chimney Drain ดว ย ฝา ยทเ่ี กย่ี วขอ ง)
จึงจะสามารถพิจารณาเพิ่มการ
เกบ็ กกั ตอ ไปได

162

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

4. ลาดไหลเขา(Abutment) บรเิ วณพนื้ ทที่ ม่ี กี ารตรวจพบการ 4) ควรมกี ารตรวจสอบสภาพเขอ่ื น
ที่เปนการตัดลาด Slope เคลอื่ นตวั ถอื เปน "พนื้ ทอ่ี นั ตราย" และเคร่ืองมือตรวจวัดพฤติกรรม
พรอมชานพัก เชน เขื่อน ต อ ง มี ม า ต ร ก า ร ด า น ค ว า ม เขอ่ื นใหอ ยใู นเกณฑม าตรฐาน
หว ยชา ง จ.เชยี งราย หรอื ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร เ ข า สู พ้ื น ท่ี 5) การตรวจตดิ ตามพฤตกิ รรมเขอื่ น
ดวยวิธีการทำ Shotcrete อนั ตรายน้ี จากเครื่องมือวัดฯในสภาวะปกติ
เชน เขื่อนแควนอยฯ มรี ะยะเวลาในการตรวจวดั ดงั นี้
จ.พษิ ณโุ ลก แลว ตอ มามกี าร - เข่ือนอายุไมเกิน 2 ป อานคา
ตรวจพบวา มกี ารเคลอ่ื นตวั
ของลาดไหลเ ขาลงสอู าคาร อาทติ ยล ะ 1 ครง้ั
ควบคมุ (Control Room) - เข่ือนอายุ 2-5 ป อานคา 2
ทอสงน้ำฝงขวาของเขื่อน
หว ยชา ง หรอื Shortcrete อาทติ ย/ ครงั้
ท่ี Abutment ฝงขวาของ - เขอื่ นอายมุ ากกวา 5 ป อา นคา 1
เขอื่ นแควนอ ยเกดิ การแตก
รา วและมกี ารตรวจพบวา เดือน/ครั้ง
ยกเวน หมดุ วดั การทรดุ ตวั (Surface
Settlement Point - ssp) ใหต รวจ
วดั อยา งนอ ย 6 เดอื น/ครง้ั กรณเี ขอ่ื น
อายไุ มเกนิ 5 ป และปล ะ 1 ครงั้ ใน
กรณเี ขอ่ื นอายมุ ากกวา 5 ป

1) ตองมีการติดตามและวิเคราะห
พฤตกิ รรมของการเคลอ่ื นตวั ของไหล
เขา พรอ มทงั้ พฤตกิ รรมของเขอื่ นดว ย
เครื่องมือสำรวจฯและ/หรือ อาจ
เสริมดวยการติดตั้งเคร่ืองมือวัด
พฤติกรรมเขื่อนเพิ่มเติมตามความ
จำเปน

2) หากพบวา การเคล่ือนตัวของ
ไหลเขามหี รอื อาจมผี ลกระทบกบั ตวั
เขอ่ื นตอ งรบี ดำเนนิ การวเิ คราะหห า
สาเหตุ (Deficiency Verifification
Analysis) และวเิ คราะหห าแนวทาง
การแกป ญ หา (Corrective Action
Analysis) ซงึ่ อาจมมี ากกวา 1 แนว
ทาง เพอ่ื นำไปสกู ารคดั เลอื กแนวทาง

163

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

5. 1) การตรวจพบลกั ษณะการ สิ่งท่ีตรวจพบอาจเปนจุดเริ่มตน ทดี่ ที สี่ ดุ เพอื่ ดำเนนิ การออกแบบปรบั
ไหลร่ัว/ไหลซึม(Leakage/ ของความบกพรองที่อาจพัฒนา ปรุงตอไป ซ่ึงการดำเนินการดังได
Seepage) บนลาดเขื่อน หรือลุกลามบานปลายจนถึงขั้น กลาวมาแลวขางตน อาจตอง
ดา นทา ยน้ำ ซงึ่ สนั นษิ ฐาน เปนอันตรายตอตัวเขื่อนในท่ีสุด พจิ ารณารว มกบั หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ ง
วาเปนการไหลทะลุผาน เชน สสธ.และสอส. เปน ตน
ตัวเข่ือนก็ดี หรือผาน 3) การออกแบบแกไ ข ซอ มแซม ปรบั
Chimney Drain กด็ ี ปรุงตองพิจารณาอยางละเอียด
2) วสั ดหุ นิ ถมดา นทา ยเขอื่ น รอบคอบและเหมาะสมโดยอาจรวม
บางสวน มีสภาพผุกรอน ถึงการออกแบบเพ่ือตดิ ต้งั เครือ่ งมือ
โดยเฉพาะบริเวณท่ีมีรอง สำหรับติดตามพฤติกรรมรวมถึง
รอยวา เคยมนี ้ำไหลผา น ผลสมั ฤทธข์ิ องการแกไ ข/ปรบั ปรงุ
4) หากจำเปนตองใชเครื่องมือเพื่อ
วเิ คราะหด า นปฐพแี ละธรณวี ทิ ยาควร
ประสานและขอความรว มมอื จาก สสธ.

1) ตอ งทำการตดิ ตาม เกบ็ ขอ มลู ปรมิ าณ
และตำแหนงของการรั่ว/ซึมโดยวัด
อตั ราการไหลแบบงา ยๆ เบอื้ งตน แลว
นำขอ มลู มาวเิ คราะหห าความสมั พนั ธ
กบั ระดบั น้ำในอา งฯเพอ่ื การยนื ยนั วา
เปน นำ้ จากในอา งเกบ็ นำ้ และเพอื่ หา
ความเร็วของการตอบสนอง (Re-
sponse Time) วา เรว็ หรอื ชา ขนาดไหน
เพอื่ ใชเ ปน แนวทางในการวเิ คราะหห า
จดุ บกพรอ งและแนวทางการปอ งกนั
แกไ ขใหเ กดิ ผลกระทบดา นทา ยเขอ่ื น
ใหน อ ยทสี่ ดุ
2) หากผลการตดิ ตามพฤตกิ รรมการ
ไหลรั่ว/ไหลซึมมีแนวโนมวากำลัง
พฒั นาในทางทร่ี นุ แรงมากขนึ้
ควรดำเนนิ การวเิ คราะหห าสาเหตุ แนว
ทางการแกไ ข ซอ มแซม ปรบั ปรงุ ฯลฯ
เชน เดยี วกบั ทไ่ี ดก ลา วไวใ นขอ ท่ี 5

164

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
7. มาตรฐานการตรวจสอบ
1) รอยแตกราวที่เกิดข้ึนบนสัน กรมฯ ควรมมี าตรฐานการตรวจสอบ
สภาพเขื่อนและเคร่ืองมือ เขอ่ื นอาจเกดิ จากการขยายตวั หรอื สภาพเข่ือนและเคร่ืองมือตรวจวัด
ตรวจวดั พฤตกิ รรมเขอื่ น ใน หดตัวของวัสดุผิวทางที่เกิดจาก พฤตกิ รรมเขอ่ื น ทง้ั ในกรณปี กติ และ
กรณปี กติ และกรณฉี กุ เฉนิ ค ว า ม ร อ น จ า ก แ ส ง แ ด ด ใ น กรณีฉุกเฉิน โดยโครงการที่รับผิด
ตอนกลางวนั และอากาศทเี่ ยน็ ลง ช อ บ ดู แ ล ค ว ร ดำ เ นิ น ก า ร ต า ม
8. การสังเกตรอยแตกราว ในเวลากลางคนื รอยแตกรา วน้ี มาตรฐานของกรมและจัดสงขอมูล
บนสนั เขอื่ นหรอื ลาดเขอื่ น อาจไมมีผลตอเสถียรภาพหรือ ให ปข.ของสำนกั พจิ ารณาเบอ้ื งตน
ความมน่ั คงปลอดภยั ของตวั เขอ่ื น และสรุปเสนอสวนความปลอดภัย
แตหากปลอยทิ้งรอยแตกราวให เขอ่ื น สบอ. ตอ ไป
ขยายตัวมากขึ้นและไมมีการ
ปกปด แกไ ข หรอื ปอ งกนั กอ็ าจ การสงั เกตรอยแตกรา วบนสนั เขอ่ื น
ทำใหนำ้ ฝนที่ไหลผานรอยแตก หรอื ลาดเขอ่ื นแบง เปน 2 กรณี ดงั น้ี
รา วนลี้ งไปในตวั เขอื่ นจนเกดิ เปน 1) รอยแตกรา วเปน เสน ตรงตามยาว
รโู พรงขนึ้ ภายใน โดยเฉพาะเขอื่ น สนั เขอื่ น หมายถงึ เกดิ จากทรดุ ตวั ที่
ที่มีดินกระจายตัว (Dispersive แ ต ก ต า ง กั น ต า ม แ น ว สั น เ ข่ื อ น
Soil) อยภู ายในจนอาจเกดิ การกดั พบมากในเขอ่ื นประเภท Zone Type
เซาะ/กัดพา (Piping) จนเกิด และเขอื่ นทม่ี สี นั Chimney Drain สงู
ความเสียหายใหญโตได จนเกอื บถงึ สนั เขอื่ น
2) รอยแตกรา งอาจเกดิ จากการ 2) รอยแตกรา วเปน เสน โคง หมาย
เคลื่อนตัว (Sliding) ของลาด ถงึ การแตกรา วทเ่ี กดิ จากการเคลอื่ น
เ ข่ื อ น จ น ทำ ใ ห สั น เ ข่ื อ น ข า ด ตวั แบบ Sliding ของลาดเขอื่ นซง่ึ ใน
เสถียรภาพ ซ่ึงแนวเคลื่อนตัวนี้ การทจ่ี ะแกไ ข ซอ มแซม หรอื ปรบั ปรงุ
อาจไมลึกจากสันเขื่อนมากนัก จะตอง ทำการติดตามพฤติกรรม
ความลกึ ความยาว และอตั ราของ
การแตกราวท่ีเพ่ิมข้ึนจนสามารถ
วิเคราะหหาแนวของการเคล่ือนตัว
บนลาดเขอื่ น เพอื่ ใชป ระกอบการวิ
เคราะหเพื่อออกแบบน้ำหนักถวง
(Counter Weight) เพอื่ ตา นทานการ
เคล่ือนตัวของลาดเขื่อนตอไป

จากการสบื คน วรรณกรรมและ
หลักฐานของการเกิดการเคล่ือนตัว
ของลาดเข่ือนพบวา สวนใหญเกิด

165

กรมชลประทาน ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

Royal Irrigation Department (Shallow Slide) ทำใหเ กดิ รอย จากการลดระดับนำ้ แบบรวดเร็ว
แตกราวเฉพาะบริเวณขอบผิว (Sudden หรอื Rappid Drawdown)
ขอ สงั เกต จราจร หรอื อาจเปน แนวเคลอ่ื น ซึ่งสามารถสรุปไดวาไมควรทำการ
ตัวแบบลึก (Deep Slide) ลดระดบั น้ำในอา งฯเกนิ หรอื มากกวา
จนทำใหแ นวหรอื รอยแตกรา วกนิ 15 ซม./วนั
บรเิ วณกวา งไปจนถงึ ลาดเขอ่ื นอกี
ดานหนึ่ง จนทำใหสันเข่ือนท้ัง
หมดหรือเกือบท้ังหมดเกิดการ
เคล่ือนตัวตามลาดลงมาจนอาจ
ทำใหนำ้ ในอางฯเกิดการไหลลน
ขา มรอยรา วนำ้ จนเกดิ การกดั ขาด
(Breaching) ของตัวเขื่อนในท่ี
สึดได
3) รอยแตกรา วยงั อาจเกดิ จากการ
ทรดุ ตวั ทไ่ี มเ ทา กนั (Differentisl
Settlement) ของวสั ดถุ มตวั เขอ่ื น
เองหรือลงไปถึงฐานรากของตัว
เขอ่ื น ซง่ึ รอยแตกรา วจากสาเหตุ
น้ีมักเกิดเปนแนวขวางตัวเขื่อน
(แนวเหนือนำ้ -ทายน้ำ) หรือท่ี
เรยี กวา Transverse Crack ซง่ึ
เปน อนั ตราบมากเนอ่ื งจากนำ้ ใน
อางฯอาจไหลและกัดเซาะเปด
ท า ง ไ ป สู ท า ย น้ำ จ น เ กิ ด ก า ร
Breaching และนำไปสกู ารพบิ ตั ิ
ของเขอ่ื นได

166

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

2.6.4 การมสี ว นรว มของประชาชน

สำนกั สง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชน เปน หนว ยงานภายในทถ่ี กู ตงั้ ขน้ึ เมอ่ื ป พ.ศ. 2551 เพราะ
กรมชลประทานเลง็ เหน็ ความสำคญั ของการมสี ว นรว มกบั ประชาชนซง่ึ สำนกั สง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชน
มบี ทบาทหนา ทด่ี งั น้ี

1. ศกึ ษา วเิ คราะห เสนอแนะนโยบาย จดั ทำยทุ ธศาสตร กำหนดมาตรฐาน หลกั เกณฑท างวชิ าการ
ใหค ำปรกึ ษา กำกบั ดแู ล และพฒั นาขดี ความสามารถบคุ ลากรเกยี่ วกบั การมสี ว นรว มของประชาชนการประชาสมั พนั ธ
และเผยแพร การสรา งภาพลกั ษณอ งคก ร และการจดั การขอ รอ งเรยี น

2. จดั ทำแผนปฏบิ ตั กิ ารการสง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชน ในระยะกำหนดโครงการ ระยะกอ น
การกอ สรา ง ระยะระหวา งการกอ สรา ง และระยะหลงั การกอ สรา ง ตลอดทง้ั ประสาน ตดิ ตาม และประเมนิ ผล
การปฏบิ ตั งิ าน

3. ศกึ ษา วเิ คราะหแ ละเสนอแนะแนวทางในการรวมกลมุ การมสี ว นรว ม การสรา งเครอื ขา ย การดำเนนิ
งานอาสาสมคั รชลประทาน การพฒั นาและเสรมิ สรา งองคก รผใู ชน ำ้ ชลประทานใหม คี วามเขม แขง็

4. ดำเนนิ การเกยี่ วกบั การจดั การขอ เสนอแนะ และขอ รอ งเรยี น จากผรู บั บรกิ ารและผมู สี ว นไดส ว นเสยี
และเสนอแนะแนวทางการปรบั ปรงุ กระบวนการทำงาน

5. ดำเนนิ การเกย่ี วกบั การประชาสมั พนั ธแ ละเผยแพรก จิ กรรม ความรู ความกา วหนา และผลงานของ
กรมชลประทาน

6. ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหนว ยงานอนื่ ทเี่ กยี่ วขอ ง หรอื ทไี่ ดร บั มอบหมาย

ซึ่งกรมชลประทานพยายามเพิ่มระดับของการมีสวนรวม ใหมากที่สุด หากประชาชนมีสวนรวมใน
ระดบั สงู ตงั้ แตต น กจ็ ะเกดิ ความรสู กึ เปน เจา ของโครงการทำใหภ ารกจิ ของกรมชลประทาน ไมเ กดิ ปญ หาในทกุ
ข้ันตอน

ระดบั การมสี ว นรว มของประชาชน ตามระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรี วา ดว ยการรบั ฟง ความคดิ เหน็ ของ
ประชาชน พ.ศ. 2548 ซงึ่ ไดอ า งถงึ International Association for Public Participation (IAP2) ซง่ึ เปน สถาบนั
ฝกอบรมการมีสวนรวมของประชาชนที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา ไดจัดระดับการมีสวนรวมของประชาชนไว
5 ระดบั ดงั นี้

ระดับที่ 1 ใหขอมูลขาวสาร (Inform) ซ่ึงเปนระดับเริ่มตนประชาชนมีบทบาทนอย เปาหมายคือ
การใหขอมูลขาวสารที่จำเปนและถูกตองแกประชาชน รวมท้ังเสริมสรางความเขาใจเก่ียวกับประเด็นปญหา
ทางเลอื ก และทางแกไ ข ตวั อยา งเชน แผน พบั เสยี งตามสาย สง่ิ สำคญั ของการใหข อ มลู ขา วสารคอื การใหป ระชาชน
ไดร บั ขอ มลู ขา วสารทจ่ี ำเปน และถกู ตอ ง

ระดับที่ 2 การปรึกษาหารือ (Consult) ระดับน้ีประชาชนจะมีสวนรวมในการใหขอมูล ขอเท็จจริง
ความรสู กึ และแสดงความคดิ เหน็ ประกอบการตดั สนิ ใจ เปา หมายคอื การไดร บั ขอ มลู และแสดงความคดิ เหน็ ของ
ประชาชนเกย่ี วกบั สภาพปญ หา ทางเลอื ก และแนวทางแกไ ข ตวั อยา งเชน การสำรวจความคดิ เหน็ การสนทนา

167

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

กลุมยอย การจัดเวทีสาธารณะ ฯลฯ สิ่งสำคัญคือ การใหขอมูลขาวสารกับประชาชนท้ังผูมีสวนไดสวนเสีย
โดยการรบั ฟง ความคดิ เหน็ ตระหนกั ถงึ ขอ มลู และความคดิ เหน็ ของประชาชนในการตดั สนิ

ระดบั ที่ 3 การเขา มามบี ทบาท (Involve) เปน การเปด โอกาสใหป ระชาชนมสี ว นรว มทำงาน ตลอด
กระบวนการตดั สนิ ใจ มกี ารแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และขอ มลู ขา วสารระหวา งรฐั และประชาชนอยา งจรงิ จงั เปา
หมายคอื การทำงานรว มกบั ประชาชน เพอ่ื สรา งความมน่ั ใจวา ความตอ งการและความคดิ เหน็ ของประชาชนจะได
รบั การพจิ ารณา ตวั อยา งเชน การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร การสำรวจความคดิ เหน็ โดยการปรกึ ษาหารอื ฯลฯ สงิ่ สำคญั
คอื การทำงานกบั ประชาชนเพอ่ื ใหค วามคดิ เหน็ และขอ มลู จากประชาชนสะทอ นในทางเลอื ก

ระดับท่ี 4 สรางความรวมมือ (Collaborate) เปนบทบาทแกประชาชนในระดับสูง โดยประชาชน
และรฐั ทำงานรว มกนั ในกระบวนการตดั สนิ ใจ เปา หมายคอื การเปน หนุ สว นกบั ประชาชนในทกุ ขนั้ ตอนของการตดั สนิ
ใจ ตง้ั แตก ารระบปุ ญ หา พฒั นาทางเลอื ก และแนวทางแกไ ข ตวั อยา ง เชน การตงั้ เปน คณะทปี่ รกึ ษาฝา ยประชาชน
การสรา งฉนั ทามติ กระบวนการตดั สนิ ใจแบบมสี ว นรว ม ฯลฯ สง่ิ สำคญั คอื การรว มงานกบั ประชาชน เพอื่ ใหไ ด
ขอ เสนอแนะและแนวคดิ ใหมจ ากประชาชน โดยสญั ญาวา จะนำขอ มลู เหลา นน้ั มาตดั สนิ ใจทางออกของปญ หาให
มากทส่ี ดุ เทา ทจี่ ะทำได

ระดบั ที่ 5 การใหอ ำนาจแกป ระชาชน (Empower) ถอื เปน ระดบั ทใี่ หป ระชาชนเขา มามสี ว นรว มสงู
สดุ เปา หมายคอื การใหป ระชาชนเปน ผตู ดั สนิ ใจลงมอื ดว ยตนเองโดยรฐั จะดำเนนิ การตามการตดั สนิ ใจนน้ั การตดั สนิ
ใจนค้ี อื การสรา งการเรยี นรรู ว มกนั เขา ใจและความรสู กึ เปน เจา ของรว มกนั สง่ิ สำคญั คอื การปฎบิ ตั ติ ามสง่ิ ทป่ี ระชาชน
ตัดสินใจเลือก

กรมชลประทานใหค วามสำคญั กบั การมสี ว นรว มของประชาชนเปน อยา งมาก และไดผ ลกั ดนั ใหม กี ารยกระดบั
การมสี ว นรว มมากทสี่ ดุ เหน็ ไดว า ไดก ำหนดเรอ่ื งนไี้ วเ ปน สว นหนง่ึ ใน พนั ธกจิ และ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร ดงั น้ี

พนั ธกจิ

1. พฒั นาแหลง นำ้ และเพม่ิ พน้ื ทช่ี ลประทานตามศกั ยภาพของลมุ นำ้ ใหเ กดิ ความสมดลุ
2. บรหิ ารจดั การนำ้ อยา งบรู ณาการใหเ พยี งพอ ทว่ั ถงึ และเปน ธรรม
3. ดำเนนิ การปอ งกนั และบรรเทาภยั อนั เกดิ จากน้ำตามภารกจิ อยา งเหมาะสม
4. เสรมิ สรา งการมสี ว นรว มในกระบวนการพฒั นาแหลง นำ้ และการบรหิ ารจดั การนำ้

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร

1. การพฒั นาแหลง น้ำและเพมิ่ พน้ื ทชี่ ลประทานตามศกั ยภาพลกั ษณะลมุ น้ำ(Basin-based Approach)
2. การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การนำ้ อยา งบรู ณาการ ตามวตั ถปุ ระสงคก ารใชน ้ำ
3. การปอ งกนั ความเสยี หายและสนบั สนนุ การบรรเทาภยั อนั เกดิ จากน้ำ
4. การเสรมิ อำนาจประชาชนในระดบั พน้ื ท่ี (Empowering) การสรา งเครอื ขา ย และการมสี ว นรว ม
ของทกุ ภาคสว นในงานบรหิ ารจดั การนำ้ ชลประทาน (Networking Collaboration Participation)
5. การปรบั เปลยี่ นสอู งคก รอจั ฉรยิ ะ (Turnaround to Intelligent Organization)

168

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

กองสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน มีบทบาทหนาที่หลักในการสงเสริมใหหนวยงานตางๆ ของ
กรมชลประทาน (ดังรูปท่ี 2-36) ที่มีบทบาทหนาที่ดานชลประทาน เพ่ิมระดับการมีสวนรวมกับประชาชนใหมี
มากขนึ้ ในทกุ กระบวนการดำเนนิ งาน ตง้ั แตข นั้ ตอนการวางโครงการ การสำรวจ การออกแบบ การกอ สรา ง จนถงึ
การสงนำ้ และบำรุงรักษา และสนับสนุนใหเกิดเครือขายประชาชนตามประเด็นยุทธศาสตรของกรมชลประทาน
ขอ 4 คอื ตอ งใหเ กดิ การมสี ว นรว มถงึ ระดบั ทม่ี กี ารเสรมิ อำนาจประชาชน (Empowering) พรอ มทงั้ การสรา ง
เครือขายและการมีสวนรวมทุกภาคสวนในการบริหารจัดการน้ำชลประทาน (Networking Collaboration
Participation) โดยการใหค วามรู และการสนบั สนนุ งบประมาณดา นการมสี ว นรว ม รวมทง้ั การจดั การขอ รอ งเรยี น
ใหเ หลอื นอ ยทสี่ ดุ เพอ่ื ใหโ ครงการเปน ทย่ี อมรบั ของประชาชน

ซง่ึ ในปจ จบุ นั พบวา ในการพฒั นาแหลง น้ำ ประชาชนบางสว น ตอ ตา นใหย กเลกิ โครงการ สว นหนง่ึ มา
จากขาดความรคู วามเขา ใจรายละเอยี ดโครงการ ทำใหเ กดิ ความวติ กหากโครงการเกดิ จะทำใหไ ดร บั ผลกระทบและ
อาจจะไดร บั การเยยี วยาทไ่ี มเ ปน ธรรม หลายครงั้ ไดร บั การสนบั สนนุ จาก NGO สอ่ื ตา งๆ หนว ยงานดา นการอนรุ กั ษ
ประชาชนนอกพนื้ ที่ นกั การเมอื ง ฯลฯ รว มคดั คา นโครงการ และในสว นของผทู ไี่ ดร บั ผลประโยชนจ ากโครงการ
ไมร ว มสนบั สนนุ โครงการ โดยมองวา เปน หนา ทข่ี องกรมชลประทานทตี่ อ งผลักดนั ใหเ กดิ โครงการ ปญ หาเหลา นี้
บางสว น เกดิ มาจากการทป่ี ระชาชน หนว ยงานตา งๆ ไมไ ดเ ขา มามสี ว นรว มทเ่ี พยี งพอและทว่ั ถงึ พบวา หากเรม่ิ ตน
การมสี ว นรว มจากการใหผ ไู ดร บั ผลประโยชน เขา มารว มสนบั สนนุ ผลกั ดนั โครงการตง้ั แตต น รว มมอื ชว ยกนั แกไ ข
ปญ หาอปุ สรรคในการพฒั นาโครงการ โดยการสง เสรมิ ใหเ ขา มามบี ทบาท สรา งความรว มมอื และเสรมิ อำนาจแก
ประชาชน จากเดมิ ทเี่ พยี งรบั รขู อ มลู และเสนอความคดิ เหน็ กจ็ ะทำใหเ ขา ใจขอ มลู โครงการอยา งแทจ รงิ มคี วาม
รสู กึ เปน เจา ของโครงการและรว มกนั แกไ ขปญ หา เพอื่ สนบั สนนุ ใหเ กดิ โครงการชลประทาน

ในดา นการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษา เกษตรกรในพน้ื ทมี่ คี วามเขา ใจวา กรมชลประทานมหี นา ทจ่ี ดั หานำ้ ให
ถงึ แปลงเพาะปลกู ตลอดเวลา ไมเ ขา ใจถงึ ปญ หาอปุ สรรคในการสง นำ้ ทงั้ ปรมิ าณนำ้ ตน ทนุ ทบ่ี างปอ าจจะไมเ พยี ง
พอ หรอื บางครง้ั เพยี งพอ แตก ย็ งั มกี ารแยง ชงิ นำ้ เมอ่ื เกดิ ปญ หาการสง น้ำกจ็ ะเขา ใจวา เปน ความผดิ พลาดของกรม
ชลประทาน ดงั นนั้ หากใหเ กษตรกรในพน้ื ทม่ี คี วามรสู กึ เปน เจา ของโครงการ โดยเขา มามบี ทบาท รว มมอื และ
มอี ำนาจในการตดั สนิ ใจในการบรหิ ารจดั การน้ำ ซง่ึ จะทำใหล ดปญ หาการรอ งเรยี นโครงการได

169

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ท่ี 2-36 บทบาทหนา ทห่ี ลกั ของกองสง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชน

170

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

จากการสมั มนาฯ สามารถสรปุ เปน ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ และปจ จยั แหง ความสำเรจ็
ดา นการมสี ว นรว มของประชาชน แบง ออกเปน ดา นตา งๆ ไดแ ก การมสี ว นรว มของประชาชนดา นพฒั นาแหลง นำ้
การมสี ว นรว มของประชาชนดา นบรหิ ารจดั การนำ้ และการประชาสมั พนั ธ ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางตอ ไปนี้

ตารางที่ 2.6.4 การมสี ว นรว มของประชาชน

ดา นพฒั นาแหลง นำ้

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

1. 1) ผูที่ไดรับผลกระทบจาก 1) ตอ งสรา งกระบวนการมสี ว น 1) ควรสรา งการกระบวนการมี
ส ว น ร ว ม ตั้ ง แ ต ก อ น ก า ร
โครงการไมไ ดร บั ทราบขอ มลู ทถี่ กู รวมกับผูมีสวนไดเสีย โดยใหมี พิจารณาวางโครงการโดยการ
ลงพื้นที่เพ่ือพบปะผูมีสวนได
ตอ งและครบถว น ทำใหเ กดิ การ ความรู ความเขาใจ เก่ียวกับ เสยี พดู คยุ ใหเ หน็ ถงึ ปญ หาเรอ่ื ง
น้ำและความสำคัญของการ
ตอตานและคัดคานโครงการ ขอ มลู ของโครงการทคี่ รบถว นถกู พัฒนาแหลงนำ้ อยางชัดเจน
ดว ยการนอ มนำพระราชดำรสั
เชน ขอมูลการสำรวจระดับ ตอ ง เชน ประเดน็ ปญ หา แนว ของในหลวง รชั กาลท่ี 9 เรอ่ื ง
การเขา ถงึ เขา ใจ และพฒั นา
เกบ็ กกั ของอา งเกบ็ นำ้ ทมี่ หี ลาย ทางเลอื กตา งๆ ขอ ดขี อ เสยี ของแต มาสรางความตระหนักเพ่ือให
คนในพื้นที่เห็นถึงความสำคัญ
ท า ง เ ลื อ ก ใ น ข้ั น ต อ น ก า ร ละทางเลอื ก และแนวทางในการ เ ป น ผู เ ส น อ แ ล ะ ผ ลั ก ดั น
โครงการทจี่ ะแกไ ขปญ หา
พจิ ารณาโครงการเมอื่ เหน็ แนว พจิ ารณาสรปุ ทางเลอื กในการแก 2) ควรมชี อ งทางดา นเทคโนโลยี
สอ่ื สาร เชน Website, Social
สำรวจระดบั ทมี่ ผี ลกระทบมาก ปญ หา เปน ตน Network เพอ่ื ใหข อ มลู โครงการ
จึงมีความกังวลและคัดคาน 2) ตอ งเปด โอกาสใหป ระชาชนมี พฒั นาแหลง นำ้ ทถี่ กู ตอ งกบั ผมู ี
โครงการ ไมเช่ือขอมูลท่ีกรม สวนรวมในการตัดสินใจ และมี สวนไดสวนเสียในพ้ืนที่และ
ชลประทานชแี้ จง ประชาชนทวั่ ไปอยา งตอ เนอ่ื ง
การแลกเปล่ียนความคิดเห็น
2) ผูคัดคานโครงการรวมมือ ขอ มลู ขา วสาร โดยมเี ปา หมายคอื 1) ภาครฐั ควรหาแนวทางในการ
กับองคกรภาคนอกราชการ การทำงานรว มกบั ประชาชน เพอื่ กำหนดอตั ราคา ชดเชยและระยะ
(NGO) นำขอ มลู ทไ่ี มถ กู ตอ งและ สรางความม่ันใจวาประชาชน เวลาในการชดเชย ใหชัดเจน
ครบถว นในภาพของผลกระทบ จะไดร บั ขอ มลู ทคี่ รบถว นถกู ตอ ง เนอ่ื งจากปญ หานเี้ กดิ ขน้ึ กบั หลาย
ทางลบไปขยายผลสื่อมวล โครงการและยงั ไมไ ดร บั การแกไ ข
มานาน เปนอุปสรรคในการ
ชนทำใหเกิดแนวรวมตอตาน

โครงการขยายวงมากขนึ้

2. 1) ผทู ไี่ ดร บั ผลกระทบดา นทอี่ ยู โครงการทต่ี อ งใชพ นื้ ทปี่ า เพอ่ื ดำเนนิ
อาศัยและท่ีทำกินในพ้ืนท่ี การ หนว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ งตอ งเฝา
โครงการ (พนื้ ทน่ี ้ำทว ม/บรเิ วณ ระวงั การแสวงหาผลประโยชนจ าก
หวั งาน ฯลฯ) ไมไ วว างใจภาค โครงการ เชน การบกุ รกุ ปา เพอื่ หวงั
รฐั เรอ่ื งคา ชดเชยทไี่ มส ามารถ คา ชดเชย ซงึ่ เปน การกระทำทม่ี ี
กำหนดอัตราที่ชัดเจนได ความผดิ ทางกฎหมาย เปน ตน

171

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
จนกวา จะมกี ารแตง ตง้ั คณะกรรม
การพจิ ารณาคา ชดเชย ตอ งระวงั ขอ ขดั แยง จากการเมอื ง พัฒนาดานแหลงน้ำ
2) ในกรณที มี่ กี ารจา ยคา ชดเชย ทอ งถนิ่ ทอ่ี าจจะสง ผลกระทบตอ ควรใหขอมูลที่ถูกตองและ
ในพื้นท่ีปา อาจทำใหมีการรุก การดำเนนิ โครงการได สมำ่ เสมอดานกฎหมาย แก
พน้ื ทป่ี า เพอ่ื หวงั คา ชดเชย ประชาชนในพน้ื ทไ่ี ดร บั ผลกระทบ
3. ผูท่ีไดรับผลประโยชนจาก ตอ งสรา งเครอื ขา ยการมสี ว นรว ม เพอ่ื คลายความกงั วล
โครงการไมรวมผลักดันใหเกิด ดานพัฒนาแหลงนำ้ จากผูไดรับ
โครงการ เนื่องจากภูมิสังคม ประโยชนจากโครงการใหมีสวน การมสี ว นรว มควรพจิ ารณาภมู ิ
ของบางพน้ื ทท่ี ไ่ี มต อ งการสรา ง รว มในโครงการตง้ั แตเ รมิ่ จะชว ย สงั คมหรอื บรบิ ทของคนในพนื้ ท่ี
ความขดั แยง ใหเ กดิ ความตอ เนอ่ื ง เชน คนในชมุ ชนภาคเหนอื มี
ความเช่ือมั่นในผูนำ ดังนั้น
4. การใหข อ มลู ของภาคการเมอื ง การมสี ว นรว มควรตอ งเขา หาผู
ทองถ่ิน มีผลตอโครงการของ นำกอน และคนในชุมชนใน
ภาครฐั โดยเฉพาะขอ มลู ทไ่ี มถ กู ภาคใต จะหลีกเล่ียงความขัด
ตอ ง หรอื ปด บงั ขอ มลู บางสว น แยง ทำใหไ มอ ยากรว มผลกั ดนั
โครงการ ดงั นนั้ การมสี ว นรว ม
5. การทำการมสี ว นรว มไมม คี วามตอ ควรดำเนินการแบบกลุมยอย
เนอ่ื งในทกุ ขน้ั ตอนในการพฒั นา เพอื่ ไดข อ มลู ทถ่ี กู ตอ งทส่ี ดุ
แหลง น้ำเนอื่ งจากมหี ลายหนว ย
งานรบั ผดิ ชอบ เชน วางโครงการ 1) ไมควรใหนักการเมืองชวย
สำรวจ ออกแบบ กอ สรา ง และ ผลกั ดนั โครงการ เพยี งอยา งเดยี ว
บรหิ ารจดั การนำ้ ทำใหไ มต อ เนอื่ ง เพราะอาจทำใหข้ัวการเมือง
และขาดการสง ตอ ขอ มลู ตรงขา ม คดั คา นโครงการได
2) ควรใหประชาชนที่มีความ
เดอื ดรอ นเรอ่ื งนำ้ เปน ผผู ลกั ดนั
โครงการ ซึ่งจะทำใหนักการ
เมอื งทกุ ขวั้ มาเขา รว มสนบั สนนุ
โครงการดว ย

ควรมผี แู ทนแตล ะหนว ยงานท่ี
เก่ียวของ เชน วางโครงการ
ออกแบบ สำรวจ กอสราง
บริหารจัดการนำ้ เขารวม
ดำเนนิ งานการมสี ว นรว มแบบ
บูรณาการในทุกกระบวนงาน
โดยใหห นว ยงานรบั ผดิ ชอบหลกั

172

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

6. รปู แบบของโครงการไมเ หมาะ กอนเสนอโครงการเพื่อของบ เปน เจา ภาพในการดำเนนิ งาน
สมกบั สภาพการใชง านในพน้ื ท่ี ประมาณในการกอสราง ตองมี และมีการบันทึกและสงตอ
จรงิ เพราะขาดการมสี ว นรว ม การนำเสนอบทสรปุ ตอ ประชาชน ขอ มลู อยา งตอ เนอื่ ง
ของประชาชนในกระบวนการ ในพนื้ ทอี่ กี ครงั้ เพอ่ื ใหผ มู สี ว นได
ออกแบบ เชน ประตรู ะบายนำ้ สวนเสียยืนยันวา โครงการกอ ค ว ร ทำ ก า ร มี ส ว น ร ว ม ข อ ง
ท่ีเปดจากดานลาง อาจไม สรางท่ีจะเกิดข้ึน ตรงกับความ ประชาชน ในทกุ กระบวนการ
เหมาะสมกับพื้นท่ีท่ีมีอิทธิพล ตอ งการและเหมาะสมกบั การใช ของงานพฒั นาแหลง น้ำ เพอื่ ให
ของนำ้ ข้ึนนำ้ ลงของนำ้ ทะเล งานของประชาชนในพนื้ ที่ จะได เกิดความเขาใจและมีความ
เ พ ร า ะ จ ะ ทำ ใ ห ต ะ ก อ น ฟุ ง ไมเกิดปญหาขอขัดแยงในพ้ืนท่ี เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม
กระจายทำใหท า ยน้ำเกดิ น้ำเสยี หลังจากเปดใชงานแลว และเกดิ ประโยชนส งู สดุ ในการ
ใชงาน

ปจ จยั แหง ความสำเรจ็
โครงการอา งเกบ็ น้ำแมต าชา ง ผไู ดร บั ผลประโยชนแ ละผลกระทบของโครงการเปน ผจู ดั ทำขอ มลู และ

วเิ คราะหป ญ หา ทำใหท ราบถงึ ประโยชนท จี่ ะเกดิ ขนึ้ หากมอี า งเกบ็ นำ้ และสง ผลใหช วี ติ ดขี นึ้ อยา งไร เขา ใจ
โครงการ และผลกระทบหากมโี ครงการไดเ ปน อยา งดี โดยมเี จา หนา ทขี่ องกรมชลประทานเปน ทปี่ รกึ ษา รว ม
แกไ ขผลกระทบของโครงการใหก บั กลมุ ผมู สี ว นเสยี เพอ่ื ไมใ หม กี ารคดั คา นโครงการโดยจดั ตงั้ กองทนุ เพอื่ จา ย
คา ชดเชยเพม่ิ เตมิ ใหก บั กลมุ ผมู ที ท่ี ำกนิ ในพน้ื ทป่ี า สงวน ใหส ามารถยา ยออกจากพนื้ ทไี่ ด จดั ทำโครงการฟน ฟู
และอนรุ กั ษป า ตน น้ำเพอ่ื ปอ งกนั ตะกอนไหลลงอา งเกบ็ น้ำในอนาคต และทำความเขา ใจกบั กลมุ เกษตรทอ่ี ยพู นื้ ที่
เหนอื อา งเกบ็ นำ้ เกยี่ วกบั เรอื่ งสารเคมที มี่ ผี ลตอ คณุ ภาพน้ำในอา งฯ ทำใหผ มู สี ว นไดส ว นเสยี มคี วามรสู กึ เปน เจา
ของ พรอมรวมผลักดันโครงการใหเกิดข้ึนสามารถตอบคำถามถึงประโยชนโครงการวิธีการแกไขผลกระทบ
โครงการ และรว มดำเนนิ การแกไ ขผลกระทบจากโครงการ

173

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ดา นพฒั นาแหลง นำ้ ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
ขอ สงั เกต
โครงการท่ีตองบริหารจัดการน้ำ 1) ควรสนบั สนนุ และสง เสรมิ
1. งานดานสงนำ้ และบำรุงรักษา รว มกนั ตอ งใหเ จา หนา ทขี่ องทกุ กลมุ ผใู ชน ้ำใหม สี ว นรว มในการ
ของโครงการชลประทาน มี โครงการทำความเขาใจกันใน บริหารจัดการนำ้ และชวยกัน
งบประมาณและบคุ ลากรจำกดั เร่ืองการบริหารจัดการนำ้ เปน บำรงุ รกั ษาโครงการ
ทำใหไมสามารถดำเนินการได อันดับแรกและตองทำความเขา 2) ควรสรา งเครอื ขา ยการมสี ว น
อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ใจกับเกษตรกรในพ้ืนที่ทั้งหมด รว มของประชาชน เพอ่ื ใหเ กดิ
เพอื่ นำไปสขู อ ตกลงรว มกนั ในการ ความรูสึกในการเปนเจาของ
2. โครงการชลประทานที่มีแหลง บรหิ ารจดั การน้ำปอ งกนั ความขดั โครงการ และรวมสนับสนุน
นำ้ ตน ทนุ รว มกนั อาจเกดิ การ แยง ทอ่ี าจจะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต งานดานสงน้ำและบำรุงรักษา
แยง น้ำได ถา ไมม ขี อ ตกลงในการ ใหม ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขนึ้
แบง นำ้ ตงั้ แตเ รมิ่ ตน โครงการ โครงการทม่ี ลี กั ษณะเฉพาะ เชน
ระบบทอ ตอ งทำความเขา ใจกบั โครงการทตี่ อ งบรหิ ารจดั การน้ำ
3. โครงการชลประทานทอี่ อกแบบ ประชาชนและจัดต้ังกลุมผูใชนำ้ รว มกนั ควร
เฉพาะ เชน ระบบทอ ซง่ึ สว น ใหพรอมในชวงระหวางการกอ 1) ทบทวนขอตกลงในการ
มากออกแบบใหส ง น้ำแบบหมนุ สรา ง เพอื่ จะไดท ดสอบการใชง าน บริหารจัดการนำ้ รวมกันเปน
เวยี น แตเ กษตรกรสว นมากเขา ใหตรงตามวัตถุประสงคท่ีออก ประจำ เพอ่ื ใหเ กดิ ความเหมาะ
ใจวาสามารถเปดน้ำพรอมกัน แบบไวห ลงั จากการกอ สรา งแลว สมกบั สถานการณเ สมอ
ทุกหัวจายไดเหมือนนำ้ ประปา เสรจ็ และเปน การปอ งกนั ปญ หา 2) สรางกิจกรรมรวมกัน
ตลอดเวลา ซงึ่ ทำใหป รมิ าณนำ้ การสง น้ำไมเ พยี งพอ ระหวา งเจา หนา ที่ ประชาชนท่ี
มีไมเพียงพอ สงผลใหเกิด เ ก่ี ย ว ข อ ง กั บ โ ค ร ง ก า ร ทุ ก
ปญ หาการแยง นำ้ โครงการ อยา งสมำ่ เสมอ เพอื่
สรา งความสมั พนั ธร ว มกนั

174

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
4. การบรหิ ารจดั การนำ้ ในพนื้ ทล่ี มุ
ตอ งทำความเขา ใจกบั เกษตรกรทง้ั ควรจดั สรรงบประมาณในการ
ต่ำ เกิดปญหาการแยงน้ำจาก โครงการ ใหเขาใจถึงวิธีการ ดำเนินการเอง มีการประชุม
พน้ื ทส่ี ูงท่อี ยูตนนำ้ บรหิ ารจดั การนำ้ ทจ่ี ะตอ งสง น้ำ รว มกนั และสรปุ เปน ขอ เสนอ
ใหพ นื้ ทลี่ มุ ต่ำกอ น เพอื่ ใหป ลกู ได ของกลุมผูใชนำ้ โดยใหมีการ
5. 1 โครงการ 1 ลา นบาท ปจ จบุ นั ในชวงเดือนมีนาคม และใหทัน จางงานเกษตรกรเพ่ือดำเนิน
เปนงานจางผูรับเหมาในการ เก็บเก่ียวกอนนำ้ หลากในเดือน การซอ มแซมระบบชลประทาน
ซอ มแซมระบบตา งๆ ขาดการมี กนั ยายน เพราะถา ไมท ำความเขา ตามแนวคิดเดิม ซ่ึงจะทำให
สวนรว มของเกษตรกรในพ้นื ท่ี ใจกบั เกษตรกรอยา งทว่ั ถงึ จะทำให เกษตรกรมีความรูสึกเปนเจา
ทำใหข าดความรสู กึ เปน เจา ของ พน้ื ทส่ี งู ทอ่ี ยตู น นำ้ แยง นำ้ ทสี่ ง ไป ของ และรบั ผดิ ชอบรว ม และ
และรบั ผดิ ชอบรว ม ใหพ น้ื ทลี่ มุ ต่ำ ในชว งทตี่ อ งปลกู สามารถซอมแซมอาคารได
ขา วเดอื นมนี าคม ได อยา งรวดเรว็ และทนั การณ
6. การจดั ตง้ั คณะกรรมการ JMC การพจิ ารณาจดั ตง้ั คณะกรรมการ
บางกลุม มีกลุมกอนทางการ JMC แตละพื้นท่ีโครงการ
เมือง โดยเฉพาะในระดับ ชลประทาน ควรมองบรบิ ทของ
ทอ งถนิ่ เขา มาเกย่ี วขอ ง ซงึ่ สง ตนเองอยา งรอบดา น เพอื่ ไมใ ห
ผ ล ก ร ะ ท บ ต อ ก า ร บ ริ ห า ร เกดิ ปญ หาในการบรหิ ารจดั การนำ้
จดั การนำ้ ซงึ่ พนื้ ทโี่ ครงการชลประทานใน
แตละแหง ควรประเมินและ
วเิ คราะหใ หช ดั เจนวา มคี วาม
จำเปน ทจ่ี ะตอ งยกระดบั กลมุ ให
เปน JMC หรอื ไม

175

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ
7. อาสาสมคั รชลประทาน
ควรมรี อบการฝก อบรมความรทู ่ี
จำเปน อยา งนอ ย ปล ะ 1 ครงั้ เพอื่
ทบทวนบทบาทหนา ทใี่ นดา นการ
สง นำ้ และหลกั พน้ื ฐานดา นการ
ชลประทาน เพอื่ จะไดต ระหนกั รู
วา อส.ชป. ถอื เปน หนว ยหนง่ึ
ของกรมชลประทานในการชว ย
ขบั เคลอ่ื นโครงการชลประทาน
ตา งๆ ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค

ปจ จยั แหง ความสำเรจ็
1. กลุมบริหารการใชน้ำชลประทานรวมใจพัฒนาเมืองสามนำ้ แพรกหนามแดง รับรางวัลกลุมบริหารการ
ใชน ำ้ ชลประทานดเี ดน ระดบั ประเทศ ป พ.ศ. 2562

1) กลมุ บรหิ ารการใชน ้ำมคี วามเขม แขง็ ใชข อ มลู ในการบรหิ ารจดั การน้ำ และมกี ารถอดบทเรยี นเพอ่ื ปรบั
ปรงุ ขอ มลู เสมอ

2) ชลประทานสมทุ รสงคราม ไดส นบั สนนุ ใหเ กดิ การตง้ั กลมุ และเสรมิ สรา งความเขม แขง็ จนตง้ั เปน JMC
ซึ่งกลุมไดมองในภาพรวมที่เก่ียวของท้ังระบบ จึงรวมเอากลุมเหนือนำ้ (ฟารมหมูราชบุรี)และทายน้ำ
(กลมุ เลย้ี งหอยแครงทที่ ะเล) เขา รว มJMC ดว ย เพอ่ื รว มรบั ผดิ ชอบบรหิ ารจดั การน้ำทงั้ ระบบตง้ั แตต น
น้ำถงึ ทะเลไมใ หเ กดิ ผลกระทบ

3) กลุมบริหารการใชน้ำไดมีนวัตกรรมจากภูมิปญญาทองถิ่นเพื่อบริหารจัดการนำ้ ใหเหมาะสมกับพ้ืนที่
น้ำขนึ้ นำ้ ลง น้ำเคม็ น้ำจดื และน้ำกรอ ย เชน บานหบั เผย (บานปรบั ระดบั น้ำ) เรอื ดูดเลน เปน ตน

4) กลุมไดพัฒนาวิสาหกิจชุมชน นำผลผลิตไปขายโดยผาน Social media และสงเปนวัตถุดิบราน
ขา วใหมป ลามนั และนำกำไรจากรา นขา วใหมป ลามนั รอ ยละ 1 กลบั มาพฒั นาชมุ ชน

2.โครงการบรหิ ารจดั การนำ้ ในพน้ื ทลี่ มุ ตำ่ (บางระกำโมเดล)
1) การทำความเขา ใจกบั เกษตรกรในพน้ื ท่ี เพอื่ ใหร บั ทราบและเขา ใจการบรหิ ารจดั การพนื้ ทลี่ มุ ตำ่ ใหเ ปน
แกม ลงิ ในชว งน้ำทว มเดอื นกนั ยายน-พฤศจกิ ายน เกษตรกรในพนื้ ทล่ี มุ ตำ่ ตอ งปลกู ขา วชว งเดอื นมนี าคม
โดยโครงการจะสง นำ้ ใหพ น้ื ทลี่ มุ ตำ่ ในชว งเวลาดงั กลา ว ถา ไมท ำความเขา ใจจะทำใหเ กษตรกรบรเิ วณ
ตนน้ำแยงน้ำและนำ้ ไปไมถึงพ้ืนที่ลุมตำ่ น้ัน
2) ทกุ หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งรว มมอื กนั สนบั สนนุ โครงการพนื้ ทล่ี มุ ต่ำ ทำใหป ระชาชนเขา ใจและสนบั สนนุ
โครงการ
3) มคี วามรว มมอื แลกเปลยี่ นความรู (Knowledge Exchange) ระหวา งประเทศไทยกบั ประเทศฮงั การี
ดานการบริหารจัดการนำ้ ในพ้ืนท่ีลุมต่ำ โดยประเทศไทยไดนำเสนอโครงการบางระกำโมเดลในเวที
การประชมุ และประเทศฮงั การจี ะเขา มาชว ยเหลอื ดา นวชิ าการตอ ไป

3. JMC เขม แขง็ สามารถบรหิ ารจดั การน้ำในลกั ษณะโครงการอา งพวง (จำนวน 6 อา ง) ไดด ี

176

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

ดา นการประชาสมั พนั ธ ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

ขอ สงั เกต 1) การประชาสมั พนั ธใ นสภาวะ 1) โครงการควรประชาสมั พนั ธ
วกิ ฤติ จะตอ งรวดเรว็ และถกู ตอ ง เชงิ รกุ ซงึ่ ควรทำกอ นและหลงั
1. 1) ในชว งสภาวะวกิ ฤติ เชน ตอ ง ตรงประเดน็ อาจใชก ารซอ้ื โฆษณา เหตกุ ารณ ในกรณที โี่ ครงการได
พรอ งนำ้ จากเขอื่ นอยา งเรง ดว น ใน Facebook ชว ยประชาสมั พนั ธ ทำใหเ กดิ ประโยชนต อ ชมุ ชน เชน
ทำใหป ระชาชนเขา ใจผดิ วา การ และตองมีสายดวนชวยตอบขอ เมอ่ื เขอื่ นไดเ กบ็ นำ้ ไดท ำหนา ทช่ี ว ย
ระบายน้ำจากเขอ่ื นเปน สาเหตุ สงสยั และขอ กงั วลใจ การปอ งกนั นำ้ ทว มใหก บั เขตเมอื ง
ทำใหเ กดิ น้ำทว มในพน้ื ที่ 2) หากตองพรองนำ้ ในภาวะ ตอ งแจง ใหข อ มลู ประจำกบั พนื้ ทรี่ บั
2) ในชวงปกติ ไมมีการประ วิกฤติตองทำความเขาใจกับ ประโยชน สรา งความรคู วามเขา
ชาสัมพันธเร่ืองประโยชนของ ประชาชนทา ยนำ้ อยา งเรง ดว น ใจใหเ หน็ ประโยชนข องโครงการ
เขอ่ื นใหป ระชาชนไดร บั ทราบ เพอ่ื ใหป ระชาชนเตรยี มตวั ไดท นั และสรา งความนา เชอื่ ถอื ใหก บั
เหตกุ ารณ หนว ยงาน แตถ า ชแ้ี จงเมอื่ นำ้ เกนิ
ขดี จำกดั ของเขอ่ื นกกั เกบ็ จนตอ ง
ระบายจะทำใหป ระชาชนเขา ใจวา
เขอื่ นเกบ็ น้ำระบายนำ้ ใหเ กดิ นำ้
ทว ม และไมน า เชอื่ ถอื
2) การประชาสมั พนั ธเ ชงิ รกุ อาจ
ตองทำหลายทาง เชนส่ือ
ทองถ่ิน (วิทยุ หนังสือพิมพ
สอ่ื online ) ชว ยประชาสมั พนั ธ
หรอื ใหเ ครอื ขา ยชลประทานทมี่ อี ยู
เชน JMC อาสาสมคั รชลประทาน
ชวยอีกทางหนึ่งและจะตองให
ขอ มลู กบั หนว ยงานในทอ งถนิ่ เปน
ประจำ เพอ่ื สรา งความนา เชอ่ื ถอื
ใหก บั โครงการ
3) โครงการทม่ี คี วามสำคญั มาก
ชว ยปอ งกนั ผลกระทบกบั ชมุ ชน
เปน อยา งมากตวั อยา งเชน "การ
ทำคันดินเรงดวนสามารถชวย
ปอ งกนั น้ำทว มเมอื งสกลนครได"
อาจจะใชการซื้อโฆษณาบน
facebook ชว ยประชาสมั พนั ธ

177

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ขอ สงั เกต ขอ ควรระวงั ขอ เสนอแนะ

2. การประชาสัมพันธ ขอมูลถูก 1) ตองสรางความนาเช่ือถือ เพราะสามารถกำหนดกลมุ ผรู บั
ตอ ง ชดั เจน นา สนใจ และการ ใหหนวยงานโดย การใชขอมูล รขู า วสารได ทง้ั เพศ อายุ สถาน
สงขอมูลใหกลุมเปาหมายตอง การบริหารจัดการน้ำที่ถูกตอง ที่ ฯลฯ ควรใหเ นอื้ หามคี วามนา
รวดเรว็ และทว่ั ถงึ ผานการประชุมกับหนวยงาน สนใจ
ปกครอง/ประชาชน เพอ่ื ใหก รม
3. 1) การประชาสมั พนั ธผ า นสอ่ื ชลประทานมีภาพลักษณเปน
Social ควรมหี วั ขอ ขา วทน่ี า สนใจ หนว ยงานดา นวชิ าการ มคี วามนา
ใชภ าษาเขา ใจงา ย ตรงกลมุ เปา เชอื่ ถอื
หมาย 2) การใชส อ่ื ประชาสมั พนั ธท เ่ี ขา
2) แผนพับใชประชาสัมพันธ ใจงาย เชน การใชระบบมัลติมี
โครงการ ควรใชร ปู แบบงา ยๆ เชน เดีย ใหเห็นลักษณะโครงการที่
การต นู และใชภ าษาทเี่ ขา ใจงา ย ชัดเจน ชวยใหประชาชนเขาใจ
ลกั ษณะโครงการ
4. ประชาชนไมเ ขา ใจหรอื ไมท ราบ
ในขอจำกัดของการออกแบบ ตองใหประชาชนทราบขอจำกัด
ทำใหใ ชง านอาคารชลประทาน ในการออกแบบของโครงการ โดย
อยางไมถูกตอง เกิดความเสีย การประชาสมั พนั ธใ หท วั่ ถงึ เชน
หายตอ อาคารได เชน นำรถสบิ ถนนคันคลองชลประทานจะไม
ลอ มนี ำ้ หนกั บรรทกุ มาก ไปวง่ิ แขง็ แรงเทา ถนนทางหลวง อาจ
บนถนนคันคลองชลประทาน ตอ งตดิ ปา ยเตอื นน้ำหนกั บรรทกุ
เปนตน

178

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

บทที่ 3

โครงการนวัตกรรม

3.1 การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการจัดเก็บสถิติขอมูลรายวันดานจัดสรรน้ำประเภทโครงการ
ชลประทานอา งเกบ็ นำ้ (Water Daily Program)

3.1.1 ความเปน มาและความสำคญั
ขอ มลู ดา นการจดั สรรน้ำถอื ไดว า เปน สงิ่ ทส่ี าํ คญั และจำเปน ตอ การปฏบิ ตั งานและการตดั สนิ ใจในการบรหิ าร
จดั การนำ้ ของโครงการชลประทานตา งๆ สำหรบั ขอ มลู ทเ่ี ปน องคป ระกอบสำคญั สำหรบั การบรหิ ารจดั การน้ำในอา ง
เกบ็ น้ำ เชน ขอ มลู ระดบั นำ้ ในอา งฯปรมิ าณนำ้ ในอา งฯ ปรมิ าณฝนตก ปรมิ าณการระเหยของนำ้ ปรมิ าณน้ำทรี่ ว่ั
ซมึ ออกจากอา งฯ การระบายน้ำจากอา งฯ ปรมิ าณน้ำไหลเขา อา ง และปรมิ าณนำ้ ทา เปน ตน จำเปน อยา งยง่ิ ทต่ี อ ง
ดำเนนิ การเกบ็ รวบรวมในระดบั รายวนั เปน อยา งนอ ย เพอื่ นำมาวเิ คราะหห รอื คาดการณส ถานการณน ำ้ ทมี่ อี ยใู น
ปจ จบุ นั และในอนาคต เพอื่ ใหก ารบรหิ ารจดั การไดอ ยา งเหมาะสมตอ ไป หากไมม ขี อ มลู หรอื ขอ มลู ขาดหายไมม คี วาม
ตอ เนอ่ื ง กจ็ ะมผี ลตอ การบรหิ ารจดั การนำ้ ของโครงการชลประทานนนั้ ประกอบกบั ยคุ ปจ จบุ นั ในเรอ่ื งของความแมน
ยาํ และความรวดเรว็ ของการไดม าซงึ่ ขอ มลู มมี ากขน้ึ ดงั นน้ั การเลอื กใชเ ทคโนโลยที เ่ี หมาะมาใชเ พอื่ ใหต อบสนอง
ความตอ งการดงั กลา ว จงึ เปน แนวทางหนง่ึ ทจ่ี ะแกไ ขปญ หาของโครงการชลประทานได
การจดั เกบ็ ขอ มลู ดา นการบรหิ ารจดั การน้ำในอา งเกบ็ น้ำทผ่ี า นมา เปน การจดั เกบ็ ในรปู แบบของสมดุ บนั ทกึ
สภาพนำ้ ซงึ่ เปน ลกั ษณะการจดั เกบ็ เพยี งอยา งเดยี ว และตอ มาดว ยเทคโนโลยแี ละระบบสารสนเทศทอ่ี าํ นวยความ
สะดวกในการจดั เกบ็ สบื คน วเิ คราะห และนำเสนอ ทท่ี นั สมยั ขน้ึ การจดั เกบ็ ขอ มลู จงึ พฒั นาเปน การจดั เกบ็ ขอ มลู
ในรปู แบบไฟลด จิ ติ อล ซง่ึ สว นใหญอ ยใู นลกั ษณะของตารางขอ มลู บนโปรแกรมMicrosoft Excel เชน ขอ มลู ดา น
จดั สรรน้ำ 1 ป จดั เกบ็ บนั ทกึ เปน 1 ไฟลข อ มลู โดยรายละเอยี ดของแตล ะเดอื น12 เดอื น บนั ทกึ ในแตล ะแผน งาน
(sheet) 12แผน งานแตก ารจดั เกบ็ ลกั ษณะนก้ี ย็ งั ไมใ ชก ารจดั เกบ็ ขอ มลู ทเ่ี ปน ระบบฐานขอ มลู ทาํ ใหเ กดิ ปญ หาการ
ใชง านอยหู ลายประการ เชน ขอ มลู ขาดความตอ เนอ่ื ง เพราะขอ มลู ถกู แยกจดั เกบ็ ออกเปน แตล ะแผน งาน แตล ะ
ไฟล แตล ะเดอื น แตล ะป ทาํ ใหก ารนาํ ขอ มลู ไปวเิ คราะห หรอื แสดงผลแบบตอ เนอื่ งหลายชว งเวลา ไมส ามารถทาํ
ไดง า ยหรอื หากทาํ ไดต อ งใชเ วลาในการดงึ ขอ มลู มาเรยี บเรยี งใหม นอกจากนข้ี อ มลู ไมถ กู ตอ งครบถว น ซง่ึ อาจเกดิ
การผดิ พลาดจากการบนั ทกึ ขอ มลู ของผปู ฏบิ ตั งิ าน เปน ตน
3.1.2 วตั ถปุ ระสงค/ ขอบเขตของงาน
พฒั นาโปรแกรมเพอ่ื แกป ญ หาการจดั เกบ็ สถติ ขิ อ มลู รายวนั ดา นจดั สรรน้ำประเภทโครงการชลประทานอา ง
เกบ็ นำ้ ใหเ ปน ระบบและงา ยตอ การใชง าน
3.1.3 วธิ ดี ำเนนิ การ
ดำเนนิ การสรา งฟอรม สาํ หรบั บนั ทกึ คน หาและแกไ ขขอ มลู สรา งฟอรม รายงานและกราฟแสดงผลราย
วนั รายสปั ดาห รายเดอื น และรายป รวมถงึ เครอื่ งมอื ชว ยในการวเิ คราะหข อ มลู น้ำเบอ้ื งตน และการคาํ นวณดา น
ตางๆ เชน ปริมาณน้ำสูงสุดและตำ่ สุดในอดีตปริมาตรนำ้ ใชการในอางปริมาตรนำ้ ไหลผานอาคารชลประทาน

179

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

หวั งาน ปรมิ าณฝนตก น้ำทา การระเหย การรว่ั ซมึ เฉลยี่ ในชว งเวลาทก่ี าํ หนด และการคาดการณป รมิ าตรนำ้ ใน
อา งแบบรายเดอื น แบบรายวนั ตามหลกั การ Reservoir Operation Simulation (ROS) เปน ตน การพฒั นาโปรแกรม
ทำไดโ ดยการเขยี นโปรแกรมเสรมิ ในโครงสรา งภาษา VisualBasic for Applications (VBA) บนโปรแกรม Microsoft
Excel ซง่ึ โครงสรา งของโปรแกรมยงั ทาํ งานอยบู นพน้ื ฐานของ Microsoft Excel ทาํ ใหผ ใู ชโ ปรแกรมยงั สามารถ
นาํ ขอ มลู ดา นจดั สรรน้ำทมี่ กี ารจดั เกบ็ บนตารางMicrosoft Excel เดมิ (ดงั รปู ที่ 3-1) มาตอ ยอดขอ มลู ใหเ ปน ประโยชน
งา ยตอ ความเขา ใจและการใชง าน เพราะผใู ชส ว นใหญม พี น้ื ฐานการใชโ ปรแกรม Microsoft Excel อยแู ลว

รปู ท่ี 3-1 ลกั ษณะการจดั เกบ็ ขอ มลู (เดมิ ) ในตารางขอ มลู บนโปรแกรมMicrosoft Excel

รปู ที่ 3-2 เครอื่ งมอื วเิ คราะหข อ มลู น้ำเบอ้ื งตน และการคาํ นวณดา นตา งๆ ในโปรแกรม Water Daily Program
180

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

3.1.4 ประโยชนข องงาน
1) สรา งความสะดวก รวดเรว็ และงา ยตอ การใชง าน ใหก บั เจา หนา ทบี่ นั ทกึ ขอ มลู
2) ลดความผิดพลาดในการบันทึกสถิติขอมูลรายวันดานจัดสรรน้ำ
3) ระบบสบื คน ตรวจสอบ และแกไ ขขอ มลู ทม่ี กี ารจดั เกบ็ ไวแ ลว
4) สามารถคำนวณปรมิ าณนำ้ ไหลผา นอาคารหวั งาน
5) สรา งตารางการรายงาน และกราฟไดห ลายชนดิ ขอ มลู
6) สามารถวเิ คราะหข อ มลู น้ำในเบอื้ งตน ไดเ ชน ขอ มลู ปรมิ าณฝน ปรมิ าณน้ำทา เฉลย่ี ทงั้ แบบรายเดอื น
และรายป
7) สามารถวเิ คราะหข อ มลู น้ำทม่ี คี วามซบั ซอ น เชน การจำลองสถานการณน ำ้ ในอา งเกบ็ นำ้ แบบรายเดอื น
รายวัน ตามหลักการ Reservoir Operation Simulation (ROS), การวิเคราะหเพ่ือสรางโคงปฏิบัติการของ
อา งเกบ็ น้ำ ตามหลกั การ Probability Based Rule Curve
8) เครอ่ื งมอื ชว ยสรา งการนำเสนอขอ มลู ผา นโปรแกรม Microsoft PowerPoint
9) มรี ะบบคดั ลอกขอ มลู ในกรณที มี่ กี าร Upgrade Version โปรแกรม Water Daily และผใู ชโ ปรแกรม
ตอ งการนำขอ มลู จากเวอรช นั่ ไปใชง านในเวอรช นั่ ใหม
10) มกี ารพฒั นาโปรแกรมอยอู ยา งตอ เนอื่ ง ปจ จบุ นั ไดร บั การพฒั นาเปน เวอรช น่ั 5.2
11) เปน เครอื่ งมอื ชว ยในการจดั เตรยี มขอ มลู เพอ่ื นำไปใชร ว มกบั โปรแกรมอน่ื ๆ เชน โปรแกรม ROS,
โปรแกรม ROS Simulation ของสำนกั บรหิ ารจดั การน้ำและอทุ กวทิ ยา
3.1.5 ผจู ดั ทำ/หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ
นายพพิ ฒั น นม่ิ เจรญิ นยิ ม นายชา งชลประทานอาวโุ ส หวั หนา ฝา ยวศิ วกรรมโครงการสง น้ำและบำรงุ
รกั ษาลำตะคอง เลขท่ี 610 ถ.โพธกิ์ ลาง ต.ในเมอื ง อ.เมอื ง จ.นครราชสมี า 30000

3.2 ระบบฐานขอ มลู กลางดา นวศิ วกรรม ในยคุ Thailand 4.0
3.2.1 ความเปน มาและความสำคญั
สว นวศิ วกรรม สำนกั งานชลประทานที่ ๗ รบั ผดิ ชอบงานดา นเตรยี มความพรอ มเพอื่ งานกอ สรา งอาคาร

ชลประทาน และงานปรบั ปรงุ อาคารชลประทานตา งๆ ในพน้ื ท่ี ประกอบไปดว ยฝา ยพจิ ารณาโครงการ ฝา ยสำรวจ
ภมู ปิ ระเทศ ฝา ยออกแบบ ฝา ยปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา และฝา ยตรวจสอบและวเิ คราะหด า นวศิ วกรรม

การดำเนินงานในข้ันตอนของฝายตางๆ มีเอกสาร ขอมูลท่ีตองดำเนินการจัดเก็บ เชน แบบกอสราง
แบบสำรวจ ผลการพจิ ารณาโครงการ ผลสำรวจดา นปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา เปน จำนวนมาก แตล ะฝา ยเจา ของงาน
จะมวี ธิ จี ดั เกบ็ ทแ่ี ตกตา งกนั ไป สว นมากจะดำเนนิ การไปตามทเี่ คยทำตอ เนอื่ งกนั มา โดยทว่ั ไปขอ มลู หรอื เอกสาร

181

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

จำพวกแบบกอ สรา ง แบบสำรวจภมู ปิ ระเทศ และแบบสำรวจดา นปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา จะเกบ็ ตน ฉบบั ไวใ นตเู กบ็ ที่
มหี ลายๆชนั้ แยกแยะตามสถานที่ หรอื ป พ.ศ.ดำเนนิ การ สว นเอกสารจำพวกผลพจิ ารณาโครงการจะเกบ็ มดั รวม
กันเก็บไวในหองเก็บของหรือตูเก็บ ปจจุบันบางฝายมีการ scan เอกสารเก็บเปนดิจิตอลไฟลไวดวย ซึ่งแลวแต
ความพรอ มของอปุ กรณท ม่ี ี

เนอ่ื งจากสำนกั งานชลประทานท่ี 7 ไดก อ ตงั้ มาตง้ั แตป ระมาณป พ.ศ. 2518 ขอ มลู ทางดา นวศิ วกรรม
ไดม กี ารเกบ็ ตอ เนอื่ งมาโดยตลอด เอกสารทจี่ ดั เกบ็ มเี ปน จำนวนมากเกนิ ตเู กบ็ ทมี่ อี ยู และแตล ะชน้ั ตเู กบ็ มนี ้ำหนกั
มาก อนั เนอ่ื งมาจากนำ้ หนกั ของกระดาษ ทำใหก ารปด เปด ชน้ั ตเู พอ่ื นำเอกสารมาใชง านหรอื มาเปน ขอ มลู เปน ไปดว ย
ความลำบาก เกดิ ปญ หาการฉกี ขาด การถกู ปลวกเขา ทำลาย เปน ปญ หาของการจดั เกบ็ และยากในการคน หา

ลักษณะของการเก็บขอมูลท่ีไมมีการเช่ือมโยงกัน ทำใหเกิดปญหาในการสืบคนขอมูลท่ีเปนขอมูลใน
เชงิ บรู ณาการของแตล ะฝา ยทเี่ กย่ี วขอ งเปน อยา งมาก ดว ยมกี ารเชอ่ื มโยงเพยี งชอ่ื โครงการ สถานท่ี ซงึ่ มกี ารซ้ำซอ น
กนั มาก ทำใหข อ มลู ไมถ กู ตอ งและใชเ วลานานในการคน หา ไมเ หมาะสมในยคุ ปจ จบุ นั ทค่ี วรรวดเรว็ และเปน ขอ มลู
ทถี่ กู ตอ ง

3.2.2 วตั ถปุ ระสงค/ ขอบเขตของงาน

สวนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ ๗ ไดจัดทำระบบฐานขอมูลรวม เปนฐานขอมูลกลางใชเปน
การภายในสวนวิศวกรรมโดยสรางรหัสงานเปนตัวเลข ใหแตละฝายระบุไวในเอกสารท่ีสังเกตไดชัดเจน เชน
ผลพจิ ารณาโครงการ ระบไุ วท มี่ มุ ลา งขวาของปกรายงาน ผลสำรวจและแบบกอ สรา ง ระบไุ วท มี่ มุ ลา งขวาของแบบ
ทกุ แผน โดยทช่ี อ่ื โครงการ ชอื่ สถานทอ่ี าจผดิ เพย้ี นกนั ไปดว ยเหตจุ ากการทำงานทต่ี า งชว งเวลา และตา งฝา ยดำเนนิ การ
แตข อ มลู ทเี่ ปน รหสั งานเดยี วกนั ตอ งเปน โครงการหรอื งานเดยี วกนั

ทกุ ฝา ยเมอื่ ดำเนนิ การแลว เสรจ็ ตอ งนำขอ มลู เขา เกบ็ ในฐานขอ มลู กลาง ในรหสั งานเดยี วกนั เอกสารที่
เปน ไฟลด จิ ติ อลใหต งั้ ชอ่ื ไฟล ทนี่ ำหนา ดว ยรหสั งานแลว ตามดว ยชอ่ื โครงการ นำเขา เกบ็ ในคอมพวิ เตอรซ ง่ึ จะเรยี ง
เปน ลำดบั ๆ ไป เพอ่ื ใหง า ยตอ การคน หา

3.2.3 วธิ กี ารดำเนนิ การ

ในการจดั เกบ็ เอกสารทเ่ี ปน ตน ฉบบั มกี ารเกบ็ รวมเปน ชว งกลมุ เลขรหสั แทนการจดั กลมุ ตามสถานที่ หรอื
ตามป พ.ศ. ดำเนนิ การอยา งทเ่ี คยปฏบิ ตั มิ า

วธิ กี ารคน หางานจะคน หาจากฐานขอ มลู ในคอมพวิ เตอร เพอ่ื ใหร รู หสั งาน เมอ่ื รรู หสั งานหรอื โครงการ
กส็ ามารถไปคน หาตน ฉบบั จากทเี่ กบ็ ไดง า ย และสามารถดขู อ มลู จากไฟลด จิ ติ อลทเ่ี กบ็ ไวก ส็ ะดวกมาก

เพอื่ ใหใ ชง านไดง า ย ไดเ ขยี นโปรแกรมบน EXCEL โดยใชภ าษา Visual Basic ใน Excel สรา งฟอรม
โตตอบและกรอกขอมูล ใหผูใชดูรายละเอียดของงานไดทุกฝายที่เก่ียวของในหนาแสดงผลเดียว สามารถรูไดวา
โครงการนี้ มีที่มาอยางไร ดำเนินการพิจารณาโครงการแลวเสร็จ เม่ือใด ใครเปนผูดำเนินการไดงบประมาณ
หรือไม ทะเบียนงานอะไร รวมทั้งผลการสำรวจและแบบกอสรางในลักษณะเดียวกันรูปแบบของโปรแกรม
แสดงดงั รปู ที่ 3-3

182

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

สว นท่ี 1 คอื สว นการคน หา
สามารถเลอื กคน หางานในฐานขอ มลู ได 14 รปู แบบเชน คน หา

จากระบุสถานท่ี จากหมายเลขแบบ หมายเลขผลสำรวจ ผลพิจารณา
โครงการ จากปง บประมาณทไ่ี ดร บั งบประมาณ จากหมายเหตทุ เี่ คยระบใุ น
ขอ มลู ไว รวมทง้ั หารายการงานทอ่ี ยใู นรศั มพี กิ ดั UTM โดยเลอื กรายการ
ตามทป่ี รากฏ กรอกขอ มลู คำทตี่ อ งการคน แลว กด Enter ทง้ั นเ้ี ราสามารถ
ระบบุ างสว นของคำทต่ี อ งการคน หาได โดยโปรแกรม
สว นท่ี 2 การแสดงขอ มลู ทไี่ ดจ ากการคน หา

เมอื่ เลอื กรายการคน หาแลว กด Enter ผลจากการคน หาจะแสดงเปน ขอ มลู ทคี่ น พบจากฐาน
ขอ มลู ทม่ี ี ดงั ตวั อยา ง ทเี่ ลอื กการคน หาจากชอ่ื หมบู า น ทมี่ คี ำวา "หว ยแคน" จะพบวา โครงการ/งาน
ทช่ี อื่ หมบู า นบางสว นหรอื ทง้ั หมดวา "หว ยแคน" จะแสดงผลออกมาทง้ั หมด

183

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

สว นที่ 3 แสดงขอ มลู การดำเนนิ การ

เมื่อเลือกโครงการ/งาน ขอมูลการดำเนินการของฝายตางๆ ท่ีเก่ียวของที่ประกอบดวย
ฝา ยพจิ ารณาโครงการ ฝา ยสำรวจ ฝา ยออกแบบ และฝา ยปฐพแี ละธรณวี ทิ ยา จะปรากฏขน้ึ เชน ตวั อยา ง
เลอื กงานประตรู ะบายน้ำหว ยแคนใหญ ขอ มลู แตล ะฝา ยจะปรากฏขนึ้ วา ดำเนนิ การในชอื่ งานวา อยา งไร
ใครเปน ผดู ำเนนิ การ วนั เดอื นปอ นมุ ตั ิ หมายเลขทะเบยี นงานของฝา ย พกิ ดั ดำเนนิ การทตี่ ำแหนง ใด
ไดร บั งบประมาณแลว หรอื ไมแ ละไดม กี าร scan และเกบ็ ไวใ นฐานขอ มลู กลางแลว หรอื ไมท งั้ นค้ี วาม
สมบรู ณข องขอ มลู ขนึ้ อยกู บั การลงขอ มลู วา ละเอยี ดเพยี งใด ดงั เชน ทภ่ี าพปรากฏ ขอ มลู แตล ะฝา ยนนั้
ลงไมครบถวน หากมีขอมูลครบถวนและถูกตอง จะไดทราบถึงตำแหนงท่ีดำเนินการของแตละฝาย
ระยะหา งกนั เทา ใด
สว นท่ี 4 สว นลงขอ มลู /แกไ ขขอ มลู

สว นนเ้ี ปน พนื้ ท่ี ใหผ ลู งขอ มลู ดำเนนิ การวา ลงขอ มลู ฝา ยใด ถา ตรวจสอบแลว ปรากฏวา เปน
งานใหม ไมม ใี นฐานขอ มลู กเ็ ลอื กเปน "ลงทะเบยี นงานใหม" ถา เปน งานทม่ี ใี นฐานขอ มลู เชน ตวั อยา ง
ทแ่ี สดง เปน งานทะเบยี นงานที่ 7193 เมอ่ื เลอื ก "ขอ มลู ออกแบบ" pop up ของฝา ยออกแบบจะแสดง
ขน้ึ มาให ลงขอ มลู พม่ิ เตมิ หรอื แกไ ขตอ ไป

รปู ท่ี 3-3 หนา ตา งการใชง านโปรแกรมระบบฐานขอ มลู ดา นวศิ วกรรม
184

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

3.2.4 ประโยชนข องงาน

1. ระบบงานในการบรหิ ารจดั การขอ มลู โครงการบนพนื้ ฐานดจิ ทิ ลั ทำใหส ามารถบรหิ ารจดั การไดส ะดวก
และนำไปใชงานไดอยางท่ัวกัน

2. บคุ คลากรมกี ารพฒั นาองคค วามรแู ละทกั ษะดา นสารสนเทศและระบบฐานขอ มลู

3.2.5 ผจู ดั ทำ/หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ

นายนวิ ตั ิ คำแนน วศิ วกรชลประทานชำนาญการพเิ ศษ ผอู ำนวยการสว นวศิ วกรรม สำนกั งานชลประทาน
ท่ี ๗เลขที่ 3 ถ.แจง สนทิ อ.เมอื ง จ.อบุ ลราชธานี 34000

3.3 งานปรบั ปรงุ กำแพงปอ งกนั ตลงิ่ ฝง ขวาประตรู ะบายน้ำคลองลดั โพธิ์ ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง
จังหวัดสมุทรปราการ

3.3.1 ความเปน มาและความสำคญั

พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ไดพ ระราชทานพระราชดำริ เมอื่ วนั ท่ี 7 พฤศจกิ ายน 2523 ใหป รบั ปรงุ
คลองลัดโพธิ์ บริเวณคุงนำ้ ชวงท่ีไหลผานเขตพื้นท่ีบางกะเจา จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 18 กิโลเมตร
ใหเ หลอื เพยี ง 600 เมตร เพอื่ ยน ระยะทางการไหลของน้ำในแมน ้ำเจา พระยาใหไ หลลดั ลงสทู ะเลไดส ะดวกและ
รวดเร็วขึ้น จึงไดมีโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธ์ิข้ึน เพ่ือปรับปรุงคลองลัดโพธ์ิจากเดิมท่ีมีสภาพต้ืนเขิน
มคี วามกวา งเพยี ง 12 เมตร ใหส ามารถรบั ปรมิ าณน้ำไดเ พมิ่ ขนึ้ รวมทง้ั ไดก อ สรา งประตรู ะบายนำ้ บรเิ วณตน คลอง
ทางดา นทศิ เหนอื ขนาด กวา ง 14 เมตร จำนวน 4 บาน ขดุ คลองกวา ง 65 เมตร ความยาวรวม 600 เมตร
สามารถชวยแกไขปญหานำ้ ทวมบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยชวยลดระดับน้ำทวมสูงสุดได 5-6
เซนตเิ มตร และลดระยะเวลานำ้ ทว มลงได 1 - 2 วนั

การปรบั ปรงุ คลองลดั โพธเ์ิ ดมิ เพอื่ ใหค ลองมขี นาดลกึ และกวา งมากขน้ึ จำเปน ตอ งมเี ขอื่ นปอ งกนั ตลง่ิ ที่
บรเิ วณทง้ั สองฝง ของคลอง การออกแบบเขอ่ื นปอ งกนั ตลง่ิ ไดเ ลอื กใชว ธิ กี ารปรบั ปรงุ คณุ ภาพดนิ ฐานรากดว ยการผสม
Cement ในชน้ั ดนิ ฐานราก (Deep Cement Mixing , DCM) รว มกบั เขม็ พดื คสล. ซงึ่ ระหวา งการกอ สรา งและ
ภายหลงั เปด ใชง าน พบวา เกดิ ปญ หาดา นเสถยี รภาพของเขอ่ื นปอ งกนั ตลงิ่ กรมชลประทานจงึ มคี ำสง่ั ท่ี ข 716/255
ลงวนั ที่ 12 กรกฎาคม 2555 แตง ตงั้ คณะทำงานเพอื่ ตรวจสอบและประเมนิ ความมน่ั คงแขง็ แรงของประตรู ะบาย
นำ้ คลองลดั โพธิ์ คณะทำงานไดส รปุ ปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั โครงการประตรู ะบายน้ำคลองลดั โพธิ์ ในการประชมุ วนั ที่
12 กนั ยายน 2555 คอื เขอ่ื นปอ งกนั ตลง่ิ แบบ DCM และเขม็ พดื คสล. ดา นเหนอื น้ำฝง ขวาเกดิ ความเสยี หาย มกี าร
กดั เซาะดนิ ถมอาคารบรเิ วณตอ จากสว นทพี่ งั และมกี ารทรดุ ตวั ทแ่ี ตกตา งของแนวรวั้ ดา นเหนอื นำ้ ของประตรู ะบายน้ำ

สำหรบั ประเดน็ ปญ หา (จากการประเมนิ เบอื้ งตน )เกดิ จากความไมม เี สถยี รภาพของเขอ่ื นปอ งกนั ตลง่ิ
รวมถงึ การทรดุ ตวั เนอื่ งจากการคายน้ำของชนั้ ดนิ เหนยี วออ นทไี่ มไ ดท ำ DCM ใหถ งึ ระดบั ดนิ เหนยี วแขง็ เปน ผลตอ
เนอ่ื งใหเ กดิ การกดั เซาะจากกระแสนำ้ และกระแสคลนื่ เสถยี รภาพของลาดตลงิ่ ฝง ขวาดา นเหนอื นำ้ ทไี่ ดด ำเนนิ การ
เสรมิ ความแขง็ แรงใหก บั ลาดตลง่ิ ของเขม็ พดื คสล. ไปแลว ยงั อยใู นภาวะสมดลุ แตย งั คงมกี ารทรดุ ตวั ในบรเิ วณ

185

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

ทม่ี ปี ลายดา นลา ง DCM อยสู งู กวา รอยตอ ของชนั้ ดนิ เหนยี วออ นและชน้ั ดนิ เหนยี วแขง็ และการกดั เซาะยงั คงเกดิ
ขนึ้ เพราะไมม วี สั ดปุ อ งกนั การกดั เซาะดนิ ถมอาคารบรเิ วณตอ จากสว นทพี่ งั จงึ ไดห าแนวทางในการปรบั ปรงุ เพอ่ื
แกไ ขปญ หาตา งๆ ดงั กลา ว

ภาพถา ยมมุ สงู (Top View)

ภาพถา ยดา นหนา (Front View)
รปู ท่ี 3-4 ภาพถา ยบรเิ วณเขอื่ นปอ งกนั ตลง่ิ ฝง ขวา ปตร.คลองลดั โพธ์ิ (กอ นดำเนนิ การ)
3.3.2 วตั ถปุ ระสงคแ ละขอบเขตงาน
1.วตั ถปุ ระสงค

1.1 เพอ่ื แกไ ขปญ หาการทรดุ ตวั ของลาดตลง่ิ จากชนั้ ฐานรากดนิ เหนยี วออ นทไี่ มไ ดท ำ DCM
1.2 เพอื่ ปอ งกนั การกดั เซาะบรเิ วณหนา อาคาร
1.3 เพอื่ ปรบั ปรงุ ภมู ทิ ศั นฝ ง ขวาของประตรู ะบายน้ำใหส วยงามและปลอดภยั

186

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

2. สถานทก่ี อ สรา ง

ประตรู ะบายนำ้ คลองลดั โพธิ์ หมู 9 ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง จงั หวดั สมทุ รปราการ โดย
บรเิ วณกอ สรา งอยรู มิ ตลง่ิ ฝง ขวาดา นเหนอื น้ำของคลองลดั โพธ์ิ มสี ภาพเปน ลาดคลองทเ่ี กดิ จากการพงั ทลายลงของ
กำแพงปอ งกนั ตลงิ่ เดมิ โดยแนวขอบบนหา งจากแนวกำแพงเดมิ เขา มาในตลง่ิ ประมาณ 6 เมตร มกี ารทงิ้ หนิ เพอื่
ปอ งกนั การกดั เซาะเพมิ่ เตมิ โดยยงั มแี ทง DCM ปรากฏใหเ หน็ หลายจดุ สภาพทอ งคลองมคี วามตน้ื เขนิ มตี ะกอน
ทบั ถม โดยลาดทอ งคลองเอยี งจากฝง ขวาไปหาฝง ซา ย และแนวกำแพงเดมิ หา งจากแนวเขตประมาณ 7 เมตร เนอื่ ง
จากพนื้ ทใ่ี นการทำงานจำกดั จำเปน ตอ งใชว ธิ กี ารทำงานและการขนสง ทางน้ำ รวมทง้ั จำเปน ตอ งใชเ ครอ่ื งจกั รเครอื่ ง
มอื หนกั ทท่ี ำงานในนำ้ เชน เรอื โปะ ฯลฯ ทง้ั นส้ี ภาพทางธรณวี ทิ ยาบรเิ วณกอ สรา งเปน ดนิ ออ นมาก และในสว น
ชว งระยะเวลาทเ่ี หมาะสมแกก ารกอ สรา งอยรู ะหวา ง เดอื นพฤศจกิ ายน ถงึ เดอื นพฤษภาคม

3. ขอบเขตงานกอ สรา งประกอบดว ย
3.1 งานเจาะสำรวจดนิ บรเิ วณฐานราก ตามแนวเสาเขม็ เหลก็ และเสาเขม็ กลมแรงเหวย่ี ง ความลกึ
หลมุ เจาะถงึ ระดบั ลกึ ไมน อ ยกวา 30 เมตร จำนวน 4 หลมุ
3.2 งานสำรวจใตน ำ้ และรอ้ื ถอนโครงสรา งเดมิ และระบบสาธารณปู โภคอน่ื ๆ เฉพาะสว นทกี่ ดี ขวาง
แนวกอสราง
3.3 งานเจาะ DCM ดว ย Crawler Rig ขนาด ศก 0.60 เมตร ความลกึ ไมน อ ยกวา 15 เมตร เพอื่ ตอก
เสาเขม็ เหลก็ และเสาเขม็ ของนง่ั รา นเหลก็ รปู พรรณจำนวน 83 แหง
3.4 การจดั ทำนง่ั รา นเหลก็ รปู พรรณ
3.5 งานกอ สรา งกำแพงปอ งกนั ตลง่ิ

3.3.3 วธิ กี ารดำเนนิ การ

1. ตอกเสาเขม็ กลมแรงเหวย่ี ง ขนาด ศก 0.60 เมตร ความยาว 24 เมตร จำนวน 166 ตน พรอ มทำ
การทดสอบความมสมบรู ณข องเสาเขม็ Seismic Test ทกุ ตน

2. ตอกเสาเขม็ เหลก็ ขนาด ศก 0.35 เมตร ความยาว 24 เมตร จำนวน 33 ตน พรอ มทำการทดสอบ
ความสมบรู ณข องเสาเขม็ Seismic Test ทกุ ตน

3. ประกอบตดิ ตง้ั TIED BEAM H - 200x200x49.9 กก/ม

4. ประกอบตดิ ตงั้ เขม็ พดื เหลก็ TYPE III , ความยาว 2.55 เมตร/แผน

5. ประกอบตดิ ตง้ั เหลก็ รปู พรรณ L - 100x100x13 มลิ ลเิ มตร

6. ประกอบตดิ ตงั้ เหลก็ รปู พรรณ L - 50x50x5 มลิ ลเิ มตร

7. งานคอนกรตี ไมร วมเหลก็ เสรมิ

8. งานเหลก็ เสรมิ คอนกรตี

9. ติดตั้งงานติดตั้งราวกันตก

10. ตดิ ตงั้ แผน ปา ยแสดงรายละเอยี ดเกย่ี วกบั งานกอ สรา ง

187

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 3-5 รปู แปลนกำแพงปอ งกนั ตลงิ่ ฝง ขวาระบบ Platform

รปู ท่ี 3-6 รปู ตดั โครงการประตรู ะบายนำ้ คลองลดั โพธ์ิ

รปู ที่ 3-7 การวเิ คราะหเ สถยี รภาพของตลงิ่ ฝง ขวา (Slope Stability Analysis)
188

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

3.3.4 ประโยชนข องงาน

1) สามารถแกไขปญหาการทรุดตัวของฐานราก ทำใหเข่ือนปองกันตลิ่งเกิดเสถียรภาพ มีความม่ันคง
แขง็ แรง ไมท รดุ ตวั และสามารถปอ งกนั นำ้ มใิ หไ หลลน ตลงิ่ ไปทว มบา นเรอื นราษฎรได

2) สามารถปอ งกนั และลดปญ หาการกดั เซาะพงั ทลายบรเิ วณหนา อาคาร
3) ทำใหก ารบรหิ ารจดั การน้ำโดยอาคารบงั คบั น้ำเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
4) ภมู ทิ ศั นฝ ง ขวาของประตรู ะบายน้ำเกดิ ความสวยงามและปลอดภยั

ดานหนา

ดา นขา ง มมุ สงู

รปู ท่ี 3-8 ภาพถา ยเขอื่ นปอ งกนั ตลง่ิ ฝง ขวา (หลงั ดำเนนิ การแลว เสรจ็ )

3.3.5 ผจู ดั ทำ/หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ

นายสบื สกลุ แสนเตปน วศิ วกรชลประทานชำนาญการ หวั หนา ฝา ยสง น้ำและบำรงุ รกั ษาที่ 1 โครงการ
ชลประทานสมทุ รปราการ เลขที่ 367 หมู 5 ถ.สขุ มุ วทิ ต.บางปใู หม อ.เมอื ง จ.สมทุ รปราการ 10280

189

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

3.4 การปรบั ปรงุ คณุ ภาพดนิ โดยวธิ ซี อยซเี มนต (SOIL CEMENT)

3.4.1 ความเปน มาและความสำคญั

ในงานขนาดเลก็ ทม่ี รี ะยะเวลาดำเนนิ การและงบประมาณทจ่ี ำกดั เพอ่ื ใชท ดแทนวสั ดฯุ ทม่ี ี หายากหรอื
อาจไมม ใี นทอ งถนิ่ หรอื มคี วามลำบากในการจดั หาและขนสง หรอื ทำใหค า กอ สรา งมรี าคาสงู ขนึ้ เพอ่ื จะทำใหง าน
มคี วามประหยดั รวดเรว็ มคี วามสะดวก ไดผ ลสมั ฤทธจิ์ รงิ ในเชงิ ปฏบิ ตั ิ (ดว ยแรงงานในทอ งถน่ิ ) ซง่ึ ในปจ จบุ นั นี้
ยังไมมีวิธีอื่นใดท่ีสามารถลดข้ันตอน ลดระยะเวลา ลดตนทุน และไมมีผลกระทบกับส่ิงแวดลอมท้ังในระยะสั้น
และระยะยาว

เทคโนโลยที างดา นซอยซเี มนตน ้ี ไดร บั การยอมรบั จากประเทศทพ่ี ฒั นาแลว มาเปน นานกวา 50 ป วา
ดว ยการปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดนิ โดยการผสมกบั ผงปนู ซเี มนตท เี่ รยี กวา "ซอยซเี มนต" แทจ รงิ แลว เราตอ งยอมรบั
วา เปน ภมู ปิ ญ ญาของคนไทยมาตงั้ แตโ บราณกาลทใี่ ชป นู ผสมกบั ดนิ เพอื่ ใชท ำกำแพงเมอื ง วดั วาอาราม ปราสาท
ราชวงั แมก ระทงั่ การนำมาผสมทำพระเครอื่ ง เพอื่ ใหม คี วามคงทนถาวร ซง่ึ มมี านานนบั หลายรอ ยปแ ลว เชน กนั
สง่ิ ละอนั พนั ละนอ ยเหลา น้ี หากเรานำมาใชด ว ยความเขา ใจ ดว ยจติ สำนกึ ทด่ี ี กจ็ ะกอ ใหเ กดิ คณุ ประโยชนต อ สว น
รวมและประเทศชาตอิ ยา งยงั่ ยนื ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสบื ไป

3.4.2 วตั ถปุ ระสงค/ ขอบเขตของงาน

เพอ่ื นำซอยซเี มนต (Soil Cement) มาใชใ นการปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดนิ และเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของดนิ โดย

1) เพิ่มความสามารถของดินในการรับน้ำหนัก (Load) รับแรงอัด (Compression) ตานแรงเฉือน
(Shear)และอน่ื ๆ สำหรบั งานทม่ี งี บประมาณจำกดั

2) ลดอตั ราการซมึ ผา น (Permeation) ของนำ้ เพมิ่ คณุ สมบตั คิ วามทบึ นำ้ (Density) ใหม ากขน้ึ เปน
การลดคา ใชจ า ยทจี่ ะตอ งใชว สั ดทุ ม่ี รี าคาแพงและการจดั หาทยี่ งุ ยาก

3.4.3 วธิ กี ารดำเนนิ การ

จากการศกึ ษาขอ มลู ทงั้ ทางภาคทฤษฎี ภาคการทดลอง และผลลพั ธข องการใชง านจรงิ ในภาคสนาม
มาเปนระยะเวลากวา 20 ป พรอมทั้งการนำผลลัพธที่ไดมาเปรียบเทียบกับวิธีอ่ืนๆ ในตนทุนและประโยชนท่ี
ใกลเ คยี งกนั งานซอยซเี มนต พบวา ไมเ กดิ ผลกระทบตอ สง่ิ แวดลอ มใด คา ใชจ า ยนน้ั เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั แบบอนื่ ๆ
กถ็ อื วา คมุ คา กบั ประโยชนท ไี่ ดร บั เปน อยา งมาก ปจ จบุ นั ตอ งยอมรบั วา เราไดร บั ผลดที เ่ี กดิ ขน้ึ จาก "ซอยซเี มนต"
อกี หลายประการ ซงึ่ กล็ ว นแตก อ ใหเ กดิ ประโยชนใ นการใชง านในหลายแขนง โดยเฉพาะอยา งยงิ่ แขนงวศิ วกรรม
โยธา สรปุ ไดว า ในงานขนาดเลก็ ทม่ี รี ะยะเวลาดำเนนิ การและงบประมาณทจ่ี ำกดั เพอื่ ใชท ดแทนวสั ดฯุ ทมี่ ี หายาก
หรอื อาจไมม ใี นทอ งถน่ิ หรอื มคี วามลำบากในการจดั หาและขนสง หรอื ทำใหค า กอ สรา งมรี าคาสงู ขน้ึ เพอื่ จะทำให
งานมคี วามประหยดั รวดเรว็ มคี วามสะดวก ไดผ ลสมั ฤทธจิ์ รงิ ในเชงิ ปฏบิ ตั ิ (ดว ยแรงงานในทอ งถนิ่ ) ซง่ึ ในปจ จบุ นั
นย้ี งั ไมม วี ธิ อี น่ื ใดทสี่ ามารถลดขนั้ ตอน ลดระยะเวลา ลดตน ทนุ และไมม ผี ลกระทบกบั สงิ่ แวดลอ มทง้ั ในระยะสน้ั
และระยะยาว

190

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง นำ้ และการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

รปู ที่ 3-9 การทดสอบความแนน ของฐานรากอาคารหลงั การทำซอยซเี มนต
และกำลงั อดั ตอ รอ ยละของซเี มนต

รปู ที่ 3-10 การทำซอยซเี มนตฐ านรากสภาพพน้ื ทเี่ ปน ดนิ ทราย
191

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

รปู ที่ 3-11 การทำซอยซเี มนตแ ละบดอดั ซอยซเี มนตก ำแพงขา ง

รปู ท่ี 3-12 สระซอยซเี มนต (Soil Cement Pool)
3.4.4 ประโยชนข องซอยซเี มนต
"ซอยซเี มนต" (Soil cement) มหี ลายประเภท ไดแ ก ดนิ รว นซเี มนต, ดนิ ทรายซเี มนต, ดนิ ลกู รงั ซเี มนต,
ดินเหนียวซีเมนต,หินคลุกซีเมนต,และดินประเภทอ่ืนๆท่ีเปนอนินทรียวัตถุ (อัตราสวนผสมนั้นจะขึ้นอยูกับขอมูล
จากผลการทดสอบของดนิ แตล ะประเภท) การนำนวตั กรรมซอยซเี มนตม าใชป รบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ (Efficiency)
ของดนิ ทางวศิ วกรรม ดว ยการนำมาประยกุ ตใ ชใ หเ กดิ ประโยชนแ ก "งานกอ สรา ง" โดยเฉพาะวศิ วกรรมงานดนิ
งานปรบั ปรงุ ฐานราก และงานทางดา นวศิ วกรรมโยธา ดงั น้ี
1.การปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดนิ เพอื่ เพมิ่ ขดี ความสามารถในการรบั น้ำหนกั (Load) รบั แรงอดั (Compression)
ตา นแรงเฉอื น (Shear) เพอื่ ลดอตั ราการซมึ ผา น (Permeation) ของนำ้ เพม่ิ คณุ สมบตั คิ วามทบึ นำ้ (Density)
ใหม ากขน้ึ
2.เปน การลดคา ใชจ า ยทจี่ ะตอ งใชว สั ดทุ มี่ รี าคาแพง การจดั หาทางดา นปรมิ าณทค่ี อ นขา งยงุ ยาก เพอื่ ให
ไดค ณุ สมบตั ิ (Property) ตามขอ กำหนดใหส ามารถนำไปใชเ ปน แกนเขอ่ื น แกนฝาย หรอื ใชเ ปน วสั ดแุ ทน Clay
Blanket บรเิ วณหนา เขอ่ื นดว ยคณุ สมบตั ทิ างดา นวชิ าการเปน ทย่ี อมรบั

192

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

3. การทำสระซอยซีเมนต (Soil Cement Pool) เพ่ือเก็บกักน้ำผิวดินเอาไวใชในการเกษตรกรรม
การอปุ โภค-บรโิ ภค และเลย้ี งสตั ว ชว ยลดอตั ราการรว่ั ซมึ ของน้ำใหน อ ยลง ดว ยราคาทปี่ ระหยดั

4. การปรับปรุงดินลาดสโลป (Slope) เพ่ือลดอัตราเส่ียงตอการพังทลาย หรือใชในดินถมบดอัดแนน
ดา นขา งกำแพง เพอ่ื ทำใหเ มด็ ดนิ ยดึ เหนยี่ วกนั และแขง็ ตวั เปน เนอ้ื เดยี วกนั (homogeneous) เปน แนวกำแพงใต
ดินเพ่ือหยุดหรือลดแรงดันของดินเหลวที่มากระทำตอดานขางของตัวอาคาร เชน กำแพง คสล. ไดดีมากดวย
งบประมาณทจ่ี ำกดั

5. การบดอัดซอยซีเมนตโดยทำเปนสันฝายและรองแกนลึก เชน รองแกนฝายเพื่อการเก็บกักนำ้
ทง้ั นำ้ บนดนิ และนำ้ ใตด นิ ในกรณนี ส้ี ามารถทำไดใ นหลายรปู แบบ ทงั้ นใ้ี หพ จื ารณาจากหลกั ในการออกแบบดว ยวา
เปน วธิ ใี ชง บประมาณท่ี พอเพยี ง เหน็ ผล รวดเรว็ และยงั่ ยนื ดว ย

6. ทำเปน รอ งแกนลกึ กน้ั เปน แนวขวางเพอื่ ทางเดนิ ของนำ้ ใตด นิ ทำใหน ำ้ ฝนทซ่ี มึ ลงสชู นั้ ใตด นิ รวมกนั
เปน ธนาคารน้ำใตด นิ (Water Bank) โดยการเกบ็ กกั น้ำใหอ ยภู ายในขอบเขตทจ่ี ำกดั ทำใหก ารเกบ็ กกั นำ้ ไดป รมิ าณ
ทมี่ ากกวา วธิ อี น่ื ๆ ทใี่ ชต น ทนุ เทา กนั

7. การบดอัดดินภายพื้นท่ีที่คอนขางจำกัดน้ัน เคร่ืองมือบดอัดไมสามารถทำการบดอัดดินไดอยางเต็ม
ประสทิ ธภิ าพ การใชค ณุ สมบตั ขิ องซอยซเี มนตเ ขา ชว ยนน้ั จะทำใหไ ดค วามแขง็ แรงตามทตี่ อ งการ ภายใตเ งอ่ื นไข
ในการทำงานทจี่ ำกดั นนั้ นบั เปน อกี ทางเลอื กหนง่ึ

8. การทำซอยซเี มนตฐ านรากอาคาร เพอ่ื ชว ยยดื ระยะทางเดนิ ของน้ำทเ่ี ดนิ ทางผา นภายใตต วั อาคาร และ
ดว ยการยดึ เหนยี่ วกนั ของเมด็ ดนิ ทำใหน ำ้ ใตด นิ ไมส ามารถนำพาเมด็ ดนิ ออกไปได จงึ ไมเ กดิ เปน ชอ งวา งหรอื รโู พรง
ที่มีผลตอความม่ันคงในระยะยาว

9. ใชน ้ำปนู ทรายผสมเหลวอดั ฉดี เขา ไปในฐานรากทำนบดนิ หรอื ดา นขา งกำแพงคอนกรตี ทเ่ี ปน รโู พรงดว ย
เครอื่ งอดั แรงดนั หรอื งานการซอ มแซมตา ง ๆ ทไ่ี มต อ งทบุ รอ้ื ทำลายอาคาร เพอื่ การซอ มแซม และการปรบั ปรงุ
ฐานรากของเสนทางลำเลียงอยางเรงดวน ดวยซอยซีเมนตชนิดผสมแหง ภายใตสภาพภูมิอากาศท่ีช้ืนแฉะและ
ยงั มกี รอบระยะเวลาทคี่ อ นขา งจำกดั

10. การจดั ทำลานอเนกประสงค ลานตากขา ว หรอื ลานกลางแจง ขนาดใหญ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ งานปรบั
ปรงุ ฐานรากของบาทวถิ ี และงานซอยซเี มนตบ ดอดั แนน รอบทอ ระบายนำ้ ภายใตบ าทวถิ ี ในตวั เมอื งใหญท ม่ี กี าร
สญั จรอยา งหนาแนน ทกุ วนั จะตอ งการบาทวถิ ที ม่ี คี วามมนั่ คงถาวรอยา งยาวนานดว ย

3.4.5 ผจู ดั ทำ/หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ
นายภทั รพล ณ หนองคาย ผอู ำนวยการสำนกั งานกอ สรา งชลประทานขนาดกลางท่ี 6 สำนกั งานกอ สรา ง
ชลประทานท่ี 6 เลขท่ี 220 หมู 6 ต.ในเมอื ง อ.เมอื ง จ.ขอนแกน 40000

193

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

3.5 เครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำ
3.5.1 ความเปน มาและความสำคญั
เนอื่ งจากกรมชลประทานเปน หนว ยงานหลกั ในการบรหิ ารจดั การนำ้ ซง่ึ ในการบรหิ ารจดั การนำ้ นนั้ ได

พบปญ หาวา มวี ชั พชื กดี ขวางทางนำ้ เชน ผกั ตบชวา จอกแหน ซงึ่ ไดข ยายพนั ธเ ปน บรเิ วณกวา ง ตามเขอื่ นและ
อา งเกบ็ น้ำตา งๆ สง ผลกระทบตอ การบรหิ ารจดั การน้ำอยา งมาก จงึ ตอ งมกี ารดำเนนิ การกำจดั วชั พชื อยตู ลอดทกุ ป
และทผี่ า นมาในการกำจดั วชั พชื ประเภท ผกั ตบชวา และจอกแหนนนั้ ตอ งใชเ ครอ่ื งจกั รและแรงงานคนเปน จำนวน
มาก ทำใหเ กดิ คา ใชจ า ยทส่ี งู ดงั นน้ั ทางสว นเครอื่ งจกั รกล สำนกั งานชลประทานที่ 5 จงึ ไดค ดิ คน และสรา งนวตั
กรรมใหมข น้ึ มา คอื เครอ่ื งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำ เพอ่ื ลดจำนวนการใชเ ครอื่ งจกั รและแรงงานคนใน
การกำจดั วชั พชื กนั ตอ ไป

3.5.2 วตั ถปุ ระสงค
1) เพอ่ื กำจดั ผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำ ไมใ หก ดี ขวางทางไหลของนำ้
2) เพอื่ ลดจำนวนการใชเ ครอ่ื งจกั รกล และแรงงานคนในการกำจดั วชั พชื ลอยนำ้
3) ทำใหป ระหยดั คา ใชจ า ยในการกำจดั วชั พชื ลอยนำ้ และคา ซอ มบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งจกั รกล
4) ทำใหม เี ครอื่ งจกั รทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพในการกำจดั วชั พชื ลอยนำ้ ไวใ ชง านในกรมชลประทาน
3.5.3 ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน
จากการประชมุ วางแผนและออกแบบเครอ่ื งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำแลว นน้ั สามารถกำหนด
รายละเอยี ดวสั ดอุ ปุ กรณแ ละเครอื่ งมอื ดงั รปู ที่ 3-13 เพอ่ื ดำเนนิ การสรา งชนิ้ งาน ตามลำดบั ขน้ั ตอนดงั ตอ ไปนี้

1. ชดุ รางลำเลยี ง ยาว 8 เมตร จำนวน 2 ชดุ

194

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

2. ชดุ ระบบขบั เคลอ่ื น

195

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

3. ชุดโครงฐานลางตัวหนาและตัวหลัง
โครงฐานลา งตวั หนา
โครงฐานลางตัวหลัง

196

RID Tip book "ขอ ควรระวงั ในการปฏบิ ตั งิ านดา นการพฒั นาแหลง น้ำและการชลประทาน
ในยคุ THAILAND 4.0"

4. ชดุ เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา

รปู ท่ี 3-13 วสั ดอุ ปุ กรณแ ละเครอื่ งมอื สำหรบั จดั ทำเครอ่ื งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยนำ้

3.5.4 ประโยชนท ค่ี าดวา จะไดร บั
จากผลการทดสอบประสทิ ธภิ าพการใชง าน ของเครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวา และวชั พชื ลอยน้ำ พบวา สามารถ
ใชง านในการลำเลยี งวชั พชื ไดด แี ละรวดเรว็ และยงั ชว ยลดจำนวนการใชเ ครอื่ งจกั รและแรงงานคน ประหยดั คา
ใชจายและเวลาในการปฏิบัติงาน

รปู ท่ี 3-14 ภาพการใชง านเครอื่ งลำเลยี งผกั ตบชวาและวชั พชื ลอยน้ำ
3.5.5 ผจู ดั ทำ/หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ
นายสมศกั ดิ์ พอ คา ชำนาญ ผอู ำนวยการสว นเครอื่ งจกั รกล สำนกั งานชลประทานที่ 5 เลขท่ี 327 หมู 1
ต.หมมู น อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี 41000

197

กรมชลประทาน

Royal Irrigation Department

3.6 โครงการปรบั ปรงุ ประตรู ะบายน้ำเพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการระบายนำ้ โดยใช Gate Pump
3.6.1 ความเปน มาและความสำคญั
โครงการบางระกำโมเดล เปนการบริหารจัดการน้ำในพ้ืนที่ลุมต่ำโดยมีการบูรณาการรวมกันระหวาง

ประชาชนและหนว ยงานตา งๆ ของภาครฐั รว มดำเนนิ การ พนื้ ทโี่ ครงการอยใู นเขตโครงการสง นำ้ และบำรงุ รกั ษา
ยมนา น นเรศวร และพลายชมุ พล ซงึ่ จะอยรู ะหวา งมน ้ำยมและแมน ำ้ นา น รวมทง้ั คลองธรรมชาตติ า งๆ ทใี่ ชใ น
การบรหิ ารจดั การ มกี ารปรบั ปฏทิ นิ การเพาะปลกู ใหเ กษตรกรทำนาไดเ รว็ ขนึ้ ซง่ึ จะสามารถทำนาได 2 ครง้ั ตอ ป
อาศยั นำ้ ตน ทนุ จากแมน ำ้ นา น เมอ่ื เกบ็ เกย่ี วแลว พนื้ ทท่ี งุ นาจะเปน ทรี่ องรบั นำ้ หลากจากแมน ้ำยม เกษตรกรในพน้ื ที่
จะประกอบอาชพี ทำการประมงแทน โครงการบางระกำโมเดลเรมิ่ ตน ในป 60 มพี นื้ ท่ี 265,000 ไร ใชเ ปน ทร่ี บั นำ้
ได 400 ลา น ลบ.ม. ตอ มาในป 61 ขยายพนื้ ทเี่ ปน 382,000 ไร สามารถรองรบั นำ้ ไดเ ปน 550 ลา น ลบ.ม.

การบริหารจัดการน้ำจะใชเข่ือนนเรศวรในการทดน้ำยกระดับน้ำเขาคลองสงน้ำของโครงการสงน้ำฯ
ยมนา นและกระจายตามระบบคลองและอาคารบงั คบั น้ำตา งๆ ในพนื้ ท่ี และจะระบายน้ำจากพนื้ ทโ่ี ครงการผา น
ปตร.บางแกว ลงสแู มน ้ำยม และเรง ระบายน้ำจากแมน ้ำยมผา นคลองระบายน้ำ DR-2.8 ของโครงการสง นำ้ ฯ
พลายชมุ พล โดยระบายน้ำผา น ปตร.DR-2.8ลงสแู มน ้ำนา นตอ ไป ซงึ่ ปกตกิ ารระบายน้ำจากพน้ื ทล่ี มุ ตำ่ บางระกำ
และแมน ้ำยมจะสามารถระบายนำ้ โดยแรงโนม ถว งของโลกได เนอื่ งจากลมุ น้ำนา นมเี ขอื่ นสริ กิ ติ ิ์ เขอ่ื นแควนอ ย
บำรุงแดน และเข่ือนทดนำ้ นเรศวรเปนเคร่ืองมือสำคัญในการบริหารจัดการ แตในป 60 เปนปท่ีเริ่มโคงการ
บางระกำโมเดล ชว งฤดฝู นกอ นทจี่ ะมกี ารเกบ็ เกยี่ วผลผลติ เสรจ็ มปี รมิ าณฝนตกในพน้ื ทลี่ มุ นำ้ ยมและลมุ นำ้ นา น
เปน ปรมิ าณมาก น้ำในแมน ำ้ นา นมรี ะดบั สงู การระบายน้ำในพน้ื ทโี่ ครงการผา น ปตร.DR-2.8 ซงึ่ ปกตจิ ะสามารถ
ระบายนำ้ โดยแรงโนม ถว งของโลกไดป ระมาณ 270-360 ลกู บาศเ มตรตอ วนิ าที ระบายไดน อ ยลง จงึ จำเปน ตอ ง
ใชเ ครอื่ งสบู นำ้ ชว ยในการระบายนำ้ เพอื่ ใหเ กษตรกรในพนื้ ทโ่ี ครงการฯ สามารถเกบ็ เกยี่ วใหแ ลว เสรจ็ ดงั นน้ั จงึ เปน
เหตปุ จ จยั ทมี่ แี นวความคดิ ทจ่ี ะปรบั ปรงุ ตดิ ตงั้ ปม น้ำท่ี ปตร.DR-2.8

ประตรู ะบายน้ำ DR-2.8 ตงั้ อยทู ่ี บา นไร ตำบลบา นไร อำเภอบางกระทมุ จงั หวดั พษิ ณโุ ลก หรอื พกิ ดั
ประมาณ 633113E, 1837986N ระวาง 5042-III อยหู า งไปทางทศิ ใตข องอำเภอเมอื ง จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ประมาณ
32.00 กโิ ลเมตรลกั ษณะโครงการเปน ประตรู ะบายนำ้ ขนาด 6.00 x 7.00เมตร จำนวน 4 ชอ งบาน อยปู ลายคลอง
ระบายนำ้ DR.2.8 สามารถระบายน้ำโดยแรงโนม ถว งของโลกไดป ระมาณ 270-360 ลกู บาศเ มตรตอ วนิ าที โดย
จะพฒั นาปรบั ปรงุ ตดิ ตงั้ Gate Pump ซง่ึ มลี กั ษณะเปน Horizontal Pump มคี วามสน่ั สะเทอื นนอ ยเวลาเดนิ เครอื่ ง
ทำงาน และสามารถสบู น้ำไดท รี่ ะดบั แตกตา งกนั ระหวา งระดบั นำ้ ดา นเหนอื นำ้ และดา นทา ยน้ำไมเ กนิ 3.00 เมตร
จำนวน 2 เครอื่ ง ทป่ี ระตรู ะบายจำนวน 2 ชอ งกลางของอาคาร โดยอาศยั เทคโนโลยดี า นเครอ่ื งกลมาแทนเพอื่
ลดผลกระทบกบั โครงสรา งหลกั ของตวั อาคารใหม ากทส่ี ดุ จดุ ทตี่ ง้ั ขอบเขตโครงการ และลกั ษณะโครงการดงั แสดง
ในรปู ที่ 3-15 - รปู ที่ 3-17

198


Click to View FlipBook Version