การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-59 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.5-4 อุปกรณ์ตรวจวดัปริมาณฝนตกที่ติดต้งั รูปที่4.5.5-5 อุปกรณ์ตรวจวดัปริมาณฝนตกที่ติดต้งัถูกบดบงัโดยตน้ ไมสู้ง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-60 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.5-6 แผ่นระดบัน้า ที่ติดต้งัคลาดเคลื่อนเมื่ออ่านค่าระดบัน้า แลว้ไม่ตรงกบัค่าจากสถานีโทรมาตร รูปที่4.5.5-7 สถานีโทรมาตรสนามที่ใชอุ้ปกรณ์แปลงค่าระดบัน้า
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-61 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.5-8 การติดต้งัอุปกรณ์วดัระดบัน้า ในต าแหน่งที่ได้รับผลกระทบทางด้านชลศาสตร์ จากตอม่อสะพาน รูปที่4.5.5-9 อุปกรณ์ภายในสถานีโทรมาตรสนาม (RTU)
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-62 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.5-10 สถานีโทรมาตรบ้านคีรีล้อม รูปที่4.5.5-11 ป้ายสถานีโทรมาตร
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-63 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.5.6 การศึกษาความสัมพันธ์ของการมีส่วนร่วม คณะผู้วิจัย ฯ ได้ใช้เทคนิคการส ารวจความคิดเห็น (Survey and Telephone Polls) โดยใช้ เครื่องมือเป็ นแบบสอบถามรายบุคคลโดยในเบ้ืองตน้ ไดก้า หนดกลุ่มเป้าหมายในการตอบแบบสอบถาม เป็นจา นวนร้อยละ 25 จากจา นวนครัวเรือนท้งัหมดที่ข้ึนทะเบียนไวก้บัหน่วยงานองค์กรปกครองส่วน ทอ้งถิ่น ซ่ึงเมื่อได้ไปลงส ารวจในพ้ืนที่จริง ประกอบกับการไปทดสอบแบบสอบถามจา นวน 50 ชุด (ตามรายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 3) พบว่า สถานีโทรมาตรหลายสถานีด้วยกันที่อยู่ในพ้ืนที่ซ่ึง ประชาชนไม่สามารถเขา้ถึงได้เช่น สถานีโทรมาตรบา้นคีรีลอ้ม อยู่ในพ้ืนที่ของเขตรักษาพนัธ์สัตวป์่าฯ กรมอุทยานฯ สถานีโทรมาตรบา้นบางเจริญ อยใู่นที่ทา การสถานีอนามยัตา บลบางเจริญ หรือแมก้ระทงั่ สถานีโทรมาตรสามแกว้ต้งัอยใู่นหัวงานโครงการชลประทานชุมพร ทา ใหค้ณะผวู้ิจยัฯ พบเห็นวา่การที่ ประชาชนโดยทวั่ ไปจะเขา้มามีส่วนในการดูแล บา รุงรักษา หรือติดตามผลการใชง้านของโทรมาตร มี โอกาสที่จะเป็ นไปได้น้อย ประกอบกับผลจาการทดสอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่ายังเป็ นหน้าที่ ของหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งจะตอ้งมีหน้าที่ในการดูแล ดงัน้ัน คณะผูว้ิจยัฯ จึงไดป้รับแบบสอบถามและ กลุ่มเป้าหมายให้แคบลง โดยพิจารณาในส่วนของสถานีโทรมาตรที่อยู่ในชุมชน หรือใกล้ชิดกับชุมชน มากที่สุด ซึ่งจะท าให้ข้อมูลที่ได้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็ นจริงมากที่สุด ผลที่ไดจ้ากการทา แบบสอบถามในคร้ังน้ีคณะผูว้ิจยัไดน้า มาประมวลโดยใชการวิเคราะห์ด้วย ้ วิธี ANOVA ซ่ึงผลจากการวิเคราะห์และประมวลผลไดข้อ้มูล ดงัน้ี 1) ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม (1.1)จ านวนผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการส ารวจ การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตรที่ติดต้งัในลุ่มน้ าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร ในคร้ังน้ีมี จา นวนท้งัสิ้น 171 คน สามารถจ าแนกเป็ นรายต าบลโดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-1 จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกเป็ นรายต าบล ต าบล จ านวน ร้อยละ บางเจริญ 57 33.3 นากระตาม 33 19.3 สลุย 62 36.3 สองพี่น้อง 19 11.1 รวม 171 100.0
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-64 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากตารางที่ 4.5.6-1 จ านวนตัวอย่างในต าบลบางเจริญ นากระตาม และ สลุย มากกว่า 30 กลุ่มตัวอย่างซึ่งในทางทฤษฎีสามารถรับรองผลได้ แต่ในต าบลสองพี่น้อง จ านวนกลุ่มตัวอย่างมี เพียง 19 กลุ่มตวัอย่าง เนื่องจากในพ้ืนที่ตา บลสองพี่น้องมีสถานีโทรมาตรคลองท่าแซะอยู่สถานีเดียว และต้งัอยใู่นพ้ืนที่สา นกัสงฆร์ิมคลองท่าแซะห่างจากชุมชนที่ใกลท้ ี่สุดซ่ึงผวู้ิจยัคาดวา่น่าจะมีผลกระทบ กบักรณีน้ีประมาณ 1-2 กิโลเมตร ส่วนชุมชนใหญ่ หรือตัวต าบลจริง ๆ ห่างจากจุดน้ีออกไปอีกมาก พอสมควร รูปที่4.5.6-1แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจ าแนกเป็ นรายต าบล จากข้อมูลข้างต้น สรุปไดว้า่ ในจา นวนของผูต้อบแบบสอบถามท้งัสิ้น 171 คนน้นั ส่วน ใหญ่เป็ นประชากรที่อาศัยอยู่ในต าบลสลุยจ านวน 62 คน คิดเป็ นร้อยละ 36.30อาศัยอยู่ในต าบลบาง เจริญจ านวน 57 คน คิดเป็ นร้อยละ 33.30 ต าบลนากระตามจ านวน 33 คน คิดเป็ นร้อยละ 19.30 ต าบล สองพี่น้องจ านวน 19 คน คิดเป็ นร้อยละ 11.10 (1.2) เพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการส ารวจ คร้ังน้ีสามารถจา แนกตามเพศโดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-2จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามเพศ เพศ จ านวน ร้อยละ ชาย 90 52.9 หญิง 81 47.1 รวม 171 100.0
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-65 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.6-2แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามเพศ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจา นวนของผูต้อบสอบถามท้งัสิ้น 171 คนน้ัน เป็ นเพศ ชาย90 คน คิดเป็ นร้อยละ 52.90 และเพศหญิง 81 คน คิดเป็ นร้อยละ 47.10 (1.3)อายุของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการส ารวจ คร้ังน้ีสามารถจา แนกตามอายโุดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่ 4.5.6-3 จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามช่วงอายุ ช่วงอายุจ านวน ร้อยละ น้อยกว่า 30 ปี 11 6.9 30-40 ปี 38 23.8 40-50 ปี 45 28.1 50-60 ปี 30 18.8 60 ปีข้ึนไป 36 22.5 รวม 160 100.0 หมายเหต:ุ ในจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ านวน 171 คน มี 11 คนไม่ได้ให้ข้อมูลช่วงอายุ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-66 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 10 20 30 40 50 น้อยกวา่ 30 ปี 30-40 ปี 40-50 ปี 50-60 ปี 60 ปีข้ึนไป จา นวน รูปที่4.5.6-3แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามช่วงอายุ จากข้อมูลข้างต้น สรุปไดว้า่ ในจา นวนของผตู้อบสอบถามท้งัสิ้นจา นวน 171 คนน้นัมีผู้ ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลช่วงอายุเป็ นจ านวน 11 คน ซึ่งในจ านวนท้งหมดขอั งผู้ที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่มีช่วง อายุ40-50 ปีจ านวน 45 คน คิดเป็ นร้อยละ 28.10 ช่วงอายุ30-40 ปีจ านวน 38 คน คิดเป็ นร้อยละ 23.80 ช่วงอายุ60 ปีข้ึนไป จ านวน 36 คน คิดเป็ นร้อยละ22.50 ช่วงอายุ50-60 ปีจ านวน 30 คน คิดเป็ นร้อยละ 18.80 ช่วงอายุน้อยกว่า 30 ปีจ านวน 11 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.90 (1.4) ระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือ ในการสา รวจคร้ังน้ีสามารถจา แนกตามระดบัการศึกษา โดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-4 จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จ านวน ร้อยละ ไม่ได้รับการศึกษา 3 1.8 ประถมศึกษา 57 34.8 มัธยมต้น 28 17.1 มัธยมปลาย 30 18.3 ปวช. 15 9.1 ปวส. 7 4.3 ปริญญาตรี 23 14.0 อื่นๆ 1 0.6 รวม 164 100.0 หมายเหต:ุ ในจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ านวน 171 คน มี 7 คนไม่ได้ให้ข้อมูลระดับการศึกษา
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-67 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.6-4แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามระดับการศึกษา จากข้อมูลข้างต้น สรุปไดว้า่ ในจา นวนของผตู้อบสอบถามท้งัสิ้นจา นวน 171 คนน้นัมีผู้ ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลระดับการศึกษาเป็ นจ านวน 7 คน ซ่ึงในจา นวนท้งัหมดของผที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่ ู้ จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาจ านวน 57 คน คิดเป็ นร้อยละ 34.80 ระดับมัธยมปลายจ านวน 30คน คิดเป็ นร้อยละ 18.30 ระดับมัธยมต้นจ านวน 28 คน คิดเป็ นร้อยละ 17.10 ระดับปริญญาตรีจ านวน 23 คน คิดเป็ นร้อยละ 14.00 ไม่ได้รับการศึกษาจ านวน ร้อยละ 1.80 ระดับ ปวช.จ านวน 15 คน คิดเป็ นร้อย ละ9.10 ระดับปวส.จ านวน 7 คน คิดเป็ นร้อยละ 4.3 และอื่นๆจ านวน 1คน คิดเป็ นร้อยละ 0.6 (1.5)อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจ การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภาจังหวัดชุมพร สามารถจ าแนกตามราย อาชีพ โดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-5 จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามรายอาชีพ อาชีพ จ านวน ร้อยละ ท าไร่ 24 14.1 ท านา 7 4.1 ท าไม้ผล 33 19.4 ท าสวนพืชผัก 20 11.8 ท าไม้ดอก 0 0 รับราชการ 5 2.9
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-68 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ อาชีพ จ านวน ร้อยละ รับจ้าง 52 30.6 ค้าขาย 14 8.2 การเล้ียงสัตวน์ ้า 8 4.7 เล้ียงสัตวบ์ก 1 0.6 เก็บของป่ า 0 0 หตัถกรรมพ้ืนบา้น 0 0 อื่นๆ 6 3.5 รวม 170 100 หมายเหต:ุ ในจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ านวน 171 คน มี1 คนไม่ได้ให้ข้อมูลอาชีพ 0 10 20 30 40 50 60 ท าไร ท านา ท าไม้ผล ท าสวนพืชผัก ท าไม้ดอก รับราชการ รับจ้าง ค้าขาย การเลีย้งสัตว์น า้ เลีย้งสัตว์บก เก็บของป่า หัตถกรรมพืน้บ้าน อื่นๆ จา นวน รูปที่4.5.6-5 แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามรายอาชีพ จากข้อมูลข้างต้น สรุปไดว้่าในจา นวนของผตู้อบสอบถามท้งัสิ้นจา นวน 171 คนน้นัมี ผู้ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลอาชีพเป็ นจ านวน 1 คน ซ่ึงในจา นวนท้งัหมดของผูท้ี่ให้ขอ้มูลพบว่าส่วนใหญ่มีอาชีพ รับจ้างจ านวน 52 คน คิดเป็ นร้อยละ 30.60 ท าไม้ผลจ านวน 33 คนร้อยละ 19.40 ท าไร่จ านวน 24 คน ร้อยละ 14.10 ท าสวนพืชผักจ านวน 20 คน คิดเป็ นร้อยละ 11.80 ค้าขายจ านวน 14 คน คิดเป็ นร้อยละ 8.20 การเล้ียงสัตว์น้ าจา นวน 8 คน คิดเป็ นร้อยละ 4.70 ท านาจ านวน 7 คน คิดเป็ นร้อยละ 4.1อื่นๆ จ านวน 6 คน คิดเป็ นร้อยละ 3.50 รับราชการจ านวน 5 คน คิดเป็ นร้อยละ 2.90 เล้ียงสัตวบ์กจา นวน 1 คน คิดเป็ นร้อยละ0.60 โดยไม่มีผู้ตอบแบบสอบถามคนใดท าอาชีพท าไม้ดอก เก็บของป่ า และ หตัถกรรมพ้ืนบา้น
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-69 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ (1.6)การถือครองที่ดินของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จาก การส ารวจการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตรในลุ่มน้ าท่าตะเภา จงัหวดัชุมพร สามารถ จา แนกตามสภาพการถือครองที่ดิน โดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-6 จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสภาพการถือครองที่ดิน การถือครองที่ดิน จ านวน ร้อยละ มีที่ดินเป็ นของตนเอง 156 91.2 ไม่มีที่ดิน 15 8.8 รวม 171 100.0 รูปที่4.5.6-6แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสภาพการถือครองที่ดิน จากข้อมูลข้างต้น สรุปไดว้่าในจา นวนของผูต้อบสอบถามท้งัสิ้นจา นวน 171 คนน้ัน พบว่าส่วนใหญ่มีที่ดินเป็ นของตนเองจ านวน 156 คน คิดเป็ นร้อยละ 91.20 ไม่มีที่ดินเป็ นของตนเอง จ านวน 15 คน คิดเป็ นร้อยละ 8.80 2) ข้อมูลเกยี่วกบัการใช้ประโยชน์และปัญหาต่างๆ ในลุ่มน ้าท่าตะเภา (2.1)การใช้ประโยชน์จากลุ่มน ้าตะเภาการใชป้ระโยชน์จากลุ่มน้า ตะเภา สามารถแบ่ง ลกัษณะการใชน้ ้า ออกเป็น 6 ประเภท 1. ใชน้ ้า ในการทา อาชีพเกษตรกรรม 2. ใช้น้า ในการทา อาชีพประมงและเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า 3. ใชน้ ้า ในครัวเรือน (ดื่ม กิน ซักล้าง) 4. ใช้ในการท าอุตสาหกรรมรายย่อยในครัวเรือน
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-70 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 5. ใช้ในการท าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 6. ใชน้ ้า เพื่อการคมนาคม จา นวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจในคร้ังน้ีมีจ านวนท้ังสิ้น 171 คน สามารถจ าแนกตามลักษณะการใชป้ระโยชน์ของน้า ไดโ้ดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-7จา นวนผใู้ชป้ระโยชน์จากลุ่มน้า ท่าตะเภา การใช้ประโยชน์ลุ่มน ้า จ านวน ร้อยละ ใชน้ ้า ในการทา อาชีพเกษตรกรรม 118 69 ใชน้ ้า ในการทา อาชีพประมงและเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า 46 26.9 ใชน้ ้า ในครัวเรือน (ดื่ม กิน ซักล้าง) 126 73.7 ใช้ในการท าอุตสาหกรรมรายย่อยในครัวเรือน 30 17.5 ใช้ในการท าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 6 3.5 ใชน้ ้า เพื่อการคมนาคม 35 20.5 รูปที่4.5.6-7แผนภูมิแสดงจา นวนผตู้อบแบบสอบถามจา แนกตามการใชป้ระโยชน์จากลุ่มน้า ท่าตะเภา จากข้อมูลข้างต้น จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามสามารถจ าแนก ออกเป็นตามลกัษณะการใชป้ระโยชน์จากลุ่มน้า ท่าตะเภาไดห้ลายกลุ่ม ซ่ึงพบวา่ส่วนใหญ่เป็นผูท้ี่ใชน้ ้า เพื่อการท าอาชีพเกษตรกรรม จ านวน 118 ราย คิดเป็ นร้อยละ 69.0 รองลงมาเป็นผูท้ ี่ใช้น้ าเพื่อการทา อาชีพประมงและเพาะเล้ียงสัตว์น้ าจา นวน 46 ราย คิดเป็ นร้อยละ 29.9 เป็นผูท้ ี่ใช้น้ าส าหรับอุปโภค บริโภคในครัวเรือน (ดื่ม กิน ซักล้าง) จ านวน 126 ราย คิดเป็ นร้อยละ73.3 เป็นผูท้ ี่ใช้น้ าเพื่อการท า
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-71 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ อุตสาหกรรมรายย่อยในครัวเรื อน จ านวน 30 ราย คิดเป็ นร้อยละ 17.5 เป็ นผู้ใช้น้ าในการท า อุตสาหกรรมขนาดใหญ่จ านวน 6 รายคิดเป็ นร้อยละ 3.5 และเป็นผูใ้ช้น้า เพื่อการคมนาคม จ านวน 35 รายคิดเป็ นร้อยละ 20.5 จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ในภาพรวมสามารถสรุปวิเคราะห์ได้ว่า การใช้ประโยชน์ ของน้ าจากลุ่มน้ าท่าตะเภาน้ันน าไปใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค เป็นส่วนใหญ่รองลงมาคือการใช้ ประโยชน์ของน้า เพื่อการเกษตรกรรม การใชน้ ้า เพื่อทา ประมงและเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า การใช้น้า เพื่อการ คมนาคม การใช้น้า เพื่อการทา อุตสาหกรรมรายย่อยในครัวเรือน และการใช้น้ าเพื่อการอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ ตามล าดับ (2.2) ปัญหาและอุปสรรค กรณีที่เกิดอุทกภยัในเขตลุ่มน้า ท่าตะเภาในปี ที่ผ่านๆ มาโดย แบ่งผลกระทบออกเป็ น ผลกระทบทางตรงและผลกระทบทางอ้อม โดยผลกระทบทางตรงบอกถึงพ้ืนที่ ความเสียหายและประเมินมูลค่าของความเสียหาย ตารางที่4.5.6-8จ านวนผู้ไดร้ับผลกระทบในกรณีที่เกิดอุทกภยัในเขตลุ่มน้า ท่าตะเภาในอดีต ผลกระทบจากอุทกภัย จ านวน ร้อยละ ไม่ได้รับผลกระทบ 106 62.0 ได้รับผลกระทบ 65 38.0 โดยทางตรง 7 10.8 โดยทางอ้อม 58 89.2 รูปที่4.5.6-8แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามการได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยในอดีต
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-72 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.6-9แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามการได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทางตรงและทางอ้อม จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนมากจะไม่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย ซึ่งมีจ านวน 106 ราย จากจา นวนผูต้อบแบบสอบถามท้งัสิ้น 171 รายซึ่งคิดเป็ นร้อยละ 62.0 ใน ขณะเดียวกันมีผู้ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากภยัธรรมชาติน้ีเป็นจา นวน 65 คน คิดเป็ นร้อยละ38.0 ใน จา นวนน้ีสามารถแบ่งเป็นผูท้ี่ไดร้ับผลกระทบทางตรงจากภยัน้า ท่วมจา นวน 7 รายคิดเป็ นร้อยละ 10.8 และเป็ นผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมเป็ นจ านวน 58 รายคิดเป็ นร้อยละ 89.2 โดยผลกระทบทางอ้อม ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการขาดแคลนน้า เพื่อการเกษตรกรรม นอกจากน้ัน การส ารวจในคร้ังน้ียงัเปิดโอกาสให้ผูต้อบแบบสอบถามได้ระบุปัญหา และอุปสรรคอื่น ๆ ที่พบเห็นในลุ่มน้า ท่าตะเภา ซ่ึงจากการส ารวจพบว่าปัญหาที่พบเห็นเป็นประจา คือ ปัญหาการต้ืนเขินของลา น้า ซ่ึงผูต้อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่ามีสาเหตุมาจากขาดการขุดลอกล า น้า มาเป็นเวลานาน นอกจากน้ันยงัประสบกบั ปัญหาการขาดแคลนน้า เพื่อทา การเกษตรในช่วงฤดูแลง้ ปัญหาการปนเป้ือนของสารเคมีในลา น้ าและการกา จดัสารเคมีที่ไม่ถูกวิธีซ่ึงเป็นผลกระทบที่เกิดจาก โรงงานอุสาหกรรม และผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุว่ามีการตัดไม้ท าลายป่ าซึ่งเป็ นส่วนประกอบส าคัญ ของระบบนิเวศน์ของลุ่มน้า 3) ความรู้ความเข้าใจเกยี่วกบัการจัดท าระบบเตือนภัยในลุ่มน ้าท่าตะเภา (3.1) ความรู้เกี่ยวกับการติดต้ังระบบโทรมาตร(เตือนภัย) ในลุ่มน ้าท่าตะเภา มีจ านวน ผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในระบบโทรมาตร (เตือนภัย) ในลุ่ม น้า ท่าตะเภาจ.ชุมพร มีจา นวนท้งัสิ้น 170 คน โดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-73 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-9จา นวนผทู้ี่มีความรู้เกี่ยวกบัการติดต้งัระบบโทรมาตร (เตือนภัย) ในลุ่มน้า ท่าตะเภา ความรู้ความเข้าใจ จ านวน ร้อยละ ทราบ 53 31.2 ไม่ทราบ 117 68.8 รวม 170 100.0 หมายเหต:ุ จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามให้ข้อมูลด้านความรู้ความเข้าใจในเรื่องการ ติดต้งัระบบโทรมาตรไม่ครบทุกคน ข้อมูลที่ได้จึงไม่ครบตามจ านวนประชากรที่ได้ 0 20 40 60 80 ทราบ ไม่ทราบ จา นวน รูปที่4.5.6-10แผนภูมิแสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องระบบโทรมาตร จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจ าแนก ตาความรู้ความเข้าใจในระบบโทรมาตร (เตือนภัย) ในลุ่มน้ าท่าตะเภา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีการ จดัต้งัระบบโทรมาตร จ านวน 117 คิดเป็ นร้อยละ 68.8 และมีจ านวนผู้ทราบว่ามีการจดัต้งัระบบโทร มาตร จ านวน 53 คิดเป็ นร้อยละ 31.2 แต่ส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงหน่วยงานที่เข้ามาดูแลระบบโทรมาตรที่ ติดต้งัในลุ่มน้า ท่าตะเภา จ.ชุมพร
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-74 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-10จา นวนผทู้ี่เห็นวา่การติดต้งัระบบโทรมาตรเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและครอบครัว ความรู้ความเข้าใจ จ านวน ร้อยละ มีประโยชน์ 126 74.1 ไม่มีประโยชน์ 44 25.9 รวม 170 100 หมายเหตุ: จ านวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามให้ข้อมูลด้านความรู้ความเข้าใจในเรื่องการ ติดต้งัระบบโทรมาตรไม่ครบทุกคน ข้อมูลที่ได้จึงไม่ครบตามจ านวนประชากรที่ได้ 0 50 100 150 มีประโยชน์ ไม่มีประโยชน์ จา นวน รูปที่4.5.6-11แผนภูมิแสดงจา นวนตอบแบบสอบถามเกี่ยวกบัการติดต้งัระบบโทรมาตร ในลุ่มน้า ท่าตะเภา จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดย จ าแนกตความรู้ความเข้าใจในระบบโทรมาตร (เตือนภัย) ในลุ่มน้ าท่าตะเภา ซ่ึงส่วนใหญ่เห็นว่าการ ติดต้งัระบบโทรมาตร ในลุ่มน้ าท่าตะเภามีประโยชน์ต่อชุมชนและครอบครัวเป็นส่วนใหญ่มีจา นวน 126 ราย คิดเป็ นร้อยละ 74.1 เพราะเป็นประโยชน์ในการอพยพประชาชนในเขตพ้ืนที่อุทกภัยได้ ทันท่วงที และมีจ านวนผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ของระบบโทรมาตร จ านวน 44 ราย คิดเป็ นร้อยละ 25.9 4)แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชน (4.1) แนวทางการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร จ านวนผู้ตอบ แบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ดูแลรักษาระบบโทรมาตร ในลุ่มน้ าท่าตะเภา จ.ชุมพร มีจา นวนท้ังสิ้น 171 คน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปน้ี
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-75 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-11 เปรียบเทียบความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ผล รวม ต. บางเจริญ ต. นากระตาม ต. สลุย ต. สองพี่น้อง n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 ถ้าหากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วน ร่ วมในการดูแลรักษาจะท าให้ ระบบโทรมาตรในลุ่มน้า ดีข้ึน 2.93 3.00 2.42 2.79 2.74 หมายเหตุ: - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนยังไม่มีความแน่ใจใน การเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตร จะทา ใหร้ะบบโทรมาตรดีข้ึน -ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนเห็นว่าหากมีการเข้า มามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตร จะท าให้ระบบโทรมาตรไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่าหากมีการเข้ามามีส่วนร่วมใน การดูแลระบบโทรมาตรจะทา ใหร้ะบบโทรมาตรดีข้ึน จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้ามา มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตรในภาพรวมคิดเป็ นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.74 ซึ่งแปลความหมาย ไดว้่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภาอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทร มาตรโดยมีความเชื่อวา่น่าจะทา ใหร้ะบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภาดีข้ึน ข้อมูลจากตารางที่4.5.6-12 เป็ นการแสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูล ระดับความคิดเห็นที่ได้จากการส ารวจ ซึ่งในภาพรวมค่าเฉลี่ยมีค่าเท่ากับ 2.74 ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าการเข้ามามีส่วนร่วมน่าจะทา ให้ระบบโทรมาตรดีข้ึนและมีค่าเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 0.588 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 1.00 แปลความหมายได้ว่าชุดขอ้มูลชุดน้ีมีความใกลเ้คียงและ สอดคล้องไปในทางเดียวกัน ในส่วนของค่าเฉลี่ยของระดับความคิดเห็นจา แนกรายตา บลน้นั ไดค้่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของต าบลบางเจริญเท่ากับ 2.93 และ0.258ของต าบลนากระตาม เท่ากับ 3.00 และ 0.000 ค่าเฉลี่ย ของต าบลสลุยเท่ากับ 2.42 และ 0.780 และของต าบลสองพี่น้องเท่ากับ 2.79 และ 0.631 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว สามารถอธิบายได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามจากต าบลบางเจริญ ต าบลนากระ ตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนน่าจะท าให้ระบบโทรมาตรในลุ่ม น้า ท่าตะเภาดีน้นัดีข้ึน แต่อย่างไรก็ดีข้อมูลที่ได้จากต าบลสลุยพบว่าประชาชนมีความเห็นว่าการเข้ามามี ส่วนร่วมไม่เกิดผลใดๆ กับระบบโทรมาตร ดงัน้นัภาครัฐจึงควรหามาตรการในการประชาสัมพนัธ์ทา ความเข้าใจกับประชาชนถึงข้อดีของการมีส่วนร่วม
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-76 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ผลรวม ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 n = 171 S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ถ้าหากทุกภาค ส่วนเข้ามามีส่วน ร่วมในการดูแล รักษาจะท าให้ ระบบโทรมาตร ในลุ่มน า้ดีขึน้ 2.93 0.258 ดีขึน้ 3 0 ดีขึน้ 2.42 0.78 ดีขึน้ 2.79 0.631 ดีขึน้ 2.74 0.588 ดีขึ้น หมายเหต: ุ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนยังไม่มีความแน่ใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรจะท าให้ระบบโทรมาตรดีขึน้ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนเห็นว่าหากมีการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรจะท าให้ระบบโทรมาตรไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่าหากมีการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรจะท าให้ระบบโทรมาตรดีขึน้ X X X X X ตารางที่4.5.6-12 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตรโดยจ าแนกตามต าบล
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-77 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-13 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ระบบโทรมาตรด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) (สุชาติ, 2539) Sum of Squares df.* Mean Square F * Sig. ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง ระหว่างกลุ่ม 10.704 3 3.568 12.421 .000 ภายในกลุ่ม 47.974 167 .287 Total 58.678 170 หมายเหต: ุ - df. หมายถึง degree of freedom -F หมายถึง ค่าที่ได้จากการทดสอบ F-Test ข้อมูลจากตาราง 4.5.6-13 เป็ นข้อมูลการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความ แตกต่างของค่าความคิดเห็นที่มีต่อการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์ ความแปรปรวน ทางเดียว ( One Way ANOVA) ซึ่งสมมุติฐานของการวิเคราะห์คือ H0 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่ต่างกันมีความคิดเห็นเหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = ) H1 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 3 4 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.บางเจริญ 2 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.นากระตาม 3 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สลุย 4 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สองพี่น้อง จากตารางที่ 4.5.6-13 พ บ ว่าค่า Sig. ห รื อค่า P-Value มี ค่าเท่ ากับ 0.000 ซึ่ งเมื่ อ เปรียบเทียบกับค่าระดับนัยส าคัญซึ่งในการศึกษาวิจยัในคร้ังน้ีกา หนดเท่ากบั 0.05 พบว่ามีค่าน้อยกว่าจึง ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนมีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = )แปล ความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลอย่างน้อย 2 ต าบล มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของการเข้า มามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ดังน้ันจึงจา เป็นต้องมีการศึกษาเปรียบเทียบความ แตกต่างของระดับความคิดเห็นรายต าบล ซ่ึงไดข้อ้มูลดงัน้ี
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-78 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-14 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบ โทรมาตรเปรียบเทียบจ าแนกรายต าบลด้วยระเบียบวิธีของ Scheffe (บุญธรรม, 2545) (I) ต าบล (J) ต าบล Mean Difference (I-J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม -.07 .117 .949 -.40 .26 ต าบลสลุย .51 .098 .000* .23 .79 ต าบลสองพี่น้อง .14 .142 .807 -.26 .54 ต าบลนากระตาม ต าบลบางเจริญ .07 .117 .949 -.26 .40 ต าบลสลุย .58 .115 .000* .25 .91 ต าบลสองพี่น้อง .21 .154 .603 -.23 .65 ต าบลสลุย ต าบลบางเจริญ -.51 .098 .000* -.79 -.23 ต าบลนากระตาม -.58 .115 .000* -.91 -.25 ต าบลสองพี่น้อง -.37 .141 .078 -.77 .03 ต าบลสองพี่น้อง ต าบลบางเจริญ -.14 .142 .807 -.54 .26 ต าบลนากระตาม -.21 .154 .603 -.65 .23 ต าบลสลุย .37 .141 .078 -.03 .77 * The mean difference is significant at the .05 level. การเปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาระบบโทรมาตร การศึกษาวิจยัในคร้ังน้ีได้ทา การต้งัสมมุติฐานเพื่อทา การหาความแตกต่าง ของความคิดเห็นของคนในตา บลต่างๆ เปรียบเทียบกนัดงัน้ี (1) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.949 ซึ่ง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-79 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความ คิดเห็นที่เหมือนกันในการส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร (2) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่าน้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ คือ 0.05 จึงปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนใน ต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริ ญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปล ความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร (3) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.807 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ คือ 0.05 จึงยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนใน
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-80 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกันในการส่วนเข้ามามีส่วน ร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร (4) H0 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่าน้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ คือ 0.05 จึงปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนใน ต าบลนากระตาม และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน (5) H0 : ประชาชนในต าบลสองพี่น้องและต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสองพี่น้อง และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.949 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ คือ 0.05 จึงยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนใน ต าบลสองพี่น้อง และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ ว่า ประชาชนในต าบลสองพี่น้อง และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกันในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-81 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ (6) H0 : ประชาชนในต าบลสองพี่น้องและต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสองพี่น้อง และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.949 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ คือ 0.05 จึงยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนใน ต าบลสองพี่น้อง และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลสองพี่น้อง และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกันในการส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน การดูแลรักษาระบบโทรมาตร (4.2) แนวทางการมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุม ภายหลังมีการติดตั้งระบบเตือนภัย เรียบร้อยแล้ว จ านวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการมี ส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ในลุ่มน้ าท่าตะเภา จ.ชุมพร มีจา นวนท้งัสิ้น 171 คน โดยมีรายละเอียดดงัต่อไปน้ี ตารางที่4.5.6-15 เปรียบเทียบความคิดเห็นในการมีส่วนร่วม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยั เรียบร้อยแล้ว หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง ผลรวม n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 แนวทางการเข้าร่วม ภายหลังมี การติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อย แล้วหากมีการเชิญเข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ 2.61 3.00 2.53 2.95 2.70 หมายเหต: ุ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่สามารถที่ จะเข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่แน่ใจในการ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-82 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ เข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่าประชาชนมีความยินดีที่จะ เข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้า มามีส่วนร่วมความคิดเห็นเกี่ยวกบัการเขา้ร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ โดยรวมมีค่า 2.70 ซึ่ งแปลความหมายได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากที่จะเข้าร่วมเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ ข้อมูลจากตารางที่4.5.6-16 เป็ นการแสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูล ระดับความคิดเห็นที่ได้จากการส ารวจ ซึ่งในภาพรวมค่าเฉลี่ยมีค่าเท่ากับ 2.70 ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ ประชาชนมีความยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการ เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.498 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 1.00 แปลความหมายได้ว่าชุดขอ้มูลชุดน้ีมีความใกลเ้คียงและสอดคลอ้งไปในทางเดียวกนั ในส่วนของ ค่าเฉลี่ยของระดบัความคิดเห็นจา แนกรายตา บลน้นั ได้ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของต าบลบาง เจริญเท่ากับ 2.61 และ0.526ค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของต าบลนากระตามเท่ากับ 3.00 และ0.000 ค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ ต าบลสลุย เท่ากับ 2.53 และ0.564 และค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของต าบลสองพี่น้องเท่ากับ 2.95 และ 0.229 ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว สามารถ อธิบายได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามจากต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง หากมีการ เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ ประชาชนส่วนใหญ่ยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม ภายหลังมีการ ติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-83 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ผลรวม ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 n = 171 S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น แนวทางการเข้าร่วม ภายหลังมีการ ติดตัง้ระบบเตือนภัย เรียบ ร้อยแล้ว หาก มีการเชิญเข้าร่วม ประชุมเพื่อ รับทราบข้อมูลต่างๆ 2.61 0.526 ยินดี 3 0 ยินดี 2.53 0.564 ยินดี 2.95 0.229 ยินดี 2.7 0.498 ยินดี หมายเหต: ุ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่สามารถที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่แน่ใจในการเข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่าประชาชนมีความยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ X X X X X ตารางที่ 4.5 6-16 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน งระดับความคิดเห็นในการมีส่วนร่วม ายหลังมีการติดตั้งระบบเตื น ัยเรียบร ยแล ว หากมีการเ ิ เ าร่วมประ ุมเ ื่ รับทราบ มูลต่างๆ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-84 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-17 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการมีส่วนร่วมต่อการเข้าร่วมภายหลัง การติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบ ข้อมูลต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) (สุชาติ, 2539) Sum of Squares df.* Mean Square F * Sig. ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง ระหว่างกลุ่ม 6.296 3 2.099 9.764 .000 ภายในกลุ่ม 35.892 167 .215 Total 42.187 170 หมายเหต: ุ - df. หมายถึง degree of freedom -F หมายถึง ค่าที่ได้จากการทดสอบ F-Test ข้อมูลจากตาราง 4.5.6-17 เป็ นขอมูลการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความ แตกต่างของค่าความคิดเห็นที่มีต่อแนวทางการเข้าร่วมประชุมภายหลังมีการติดต้ังระบบเตือนภัย เรียบร้อยแล้ว หากมีการเชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว (One Way ANOVA) ซึ่งสมมุติฐานของการวิเคราะห์คือ H0 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่ต่างกันมีความคิดเห็นเหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = ) H1 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 3 4 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.บางเจริญ 2 หมายถึง ค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.นากระตาม 3 หมายถึง ค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สลุย 4 หมายถึง ค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สองพี่น้อง จากตารางที่ 4.5.6-17 พ บ ว่าค่า Sig. หรื อค่า P-Value มีค่าเท่ากับ 0.000 ซึ่ งเมื่อ เปรียบเทียบกบัค่าระดบันัยส าคญัซ่ึงในการศึกษาวิจยัในคร้ังน้ีกา หนดเท่ากบั 0.05 พบว่ามีค่าน้อยกว่า จึงปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนมีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = )แปล ความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลอย่างน้อย 2 ต าบล มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของการเข้า ร่วมประชุมภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้หากมีการเชิญเขา้ร่วมประชุมเพื่อรับทราบ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-85 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ข้อมูลต่างๆ ดงัน้นัจึงจา เป็นตอ้งมีการศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของระดบัความคิดเห็นรายตา บล ซ่ึงไดข้อ้มูลดงัน้ี ตารางที่ 4.5.6-18 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการเขา้ร่วมประชุมภายหลงัมีการติดต้งั ระบบเตือนภัยเรียบร้อยแล้ว เปรียบเทียบจ าแนกรายต าบลด้วยระเบียบวิธีของ Scheffe (บุญธรรม, 2545) (I) ต าบล (J) ต าบล Mean Difference (I-J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม -.39 .101 .003* -.67 -.10 ต าบลสลุย .08 .085 .820 -.16 .32 ต าบลสองพี่น้อง -.33 .123 .065 -.68 .01 ต าบลนากระตาม ต าบลบางเจริญ .39 .101 .003* .10 .67 ต าบลสลุย .47 .100 .000* .19 .75 ต าบลสองพี่น้อง .05 .134 .984 -.32 .43 ต าบลสลุย ต าบลบางเจริญ -.08 .085 .820 -.32 .16 ต าบลนากระตาม -.47 .100 .000* -.75 -.19 ต าบลสองพี่น้อง -.42 .122 .010* -.76 -.07 ต าบลสองพี่น้อง ต าบลบางเจริญ .33 .123 .065 -.01 .68 ต าบลนากระตาม -.05 .134 .984 -.43 .32 ต าบลสลุย .42 .122 .010* .07 .76 * The mean difference is significant at the .05 level. การเปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในแนว ทางการเขา้ร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ ไดท้า การต้งัสมมุติฐานเพื่อทา การหาความแตกต่างของความคิดเห็นของคนในต าบลต่างๆ เปรียบเทียบกัน (1) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-86 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็น ในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.003 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความ คิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนา กระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแนวทางการเข้าร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยั เรียบร้อยแล้ว (2) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.820 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ ที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริ ญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่ เหมือนกนั ในแนวทางการเขา้ร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ (3) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-87 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.065 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ ที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความ คิดเห็นที่เหมือนกนั ในแนวทางการเขา้ร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแล้ว (4) H0 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่ แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแนวทางการเข้าร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อย (5) H0 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-88 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.984 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ ที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความ คิดเห็นที่เหมือนกนั ในแนวทางการเขา้ร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัเรียบร้อยแลว้ (6) H0 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.010 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่ แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแนวทางการเข้าร่วมประชุม ภายหลงัมีการติดต้งัระบบเตือนภยัแลว้ (4.3) แนวทางการมีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ จ านวน ผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการมีส่วนร่วมในการดูแล ระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ ในลุ่มน้ าท่าตะเภา จ.ชุมพร มีจ านวนท้ังสิ้น 171 คน โดยมี รายละเอียดดงัต่อไปน้ี
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-89 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-19 เปรียบเทียบความคิดเห็นในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ต.บางเจริญ ต.นากระตาม ต.สลุย ต.สองพี่น้อง ผลรวม n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 ความคิดเห็นในการส่ วนในการดูแล ระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล 2.39 3.00 2.48 2.89 2.60 หมายเหต: ุ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนเห็นว่าการดูแลระบบ โทรมาตรเป็ นหน้าที่ของทางราชการ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่แน่ใจในการดูแล ระบบโทรมาตร ร่วมกับทางราชการ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง 2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนมีความยินดีในการดูแล ระบบโทรมาตร ร่วมกับทางราชการ จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามในการ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ ใน ภาพรวมคิดเป็ นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.60 ซ่ึงแปลความหมายได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพ้ืนที่ลุ่มน้ าท่า ตะเภาอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ จากข้อมูลจากตารางที่ 4.5.6-20 เป็ นการแสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ ข้อมูลระดับความเห็นใจที่ได้จากการส ารวจ ซึ่งในภาพรวมค่าเฉลี่ยมีค่าเท่ากับ 2.60 ซึ่งแปลความหมาย ได้ว่าประชาชนยินดีอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตร ร่วมกับทางราชการและมีค่า เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.538 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 1.00 แปลความหมายไดว้า่ชุดขอ้มูลชุดน้ีมีความใกลเ้คียง และสอดคล้องไปในทางเดียวกัน ในส่วนของค่าเฉลี่ยของระดบัความคิดเห็นจา แนกรายตา บลน้ันได้ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของต าบลบางเจริญเท่ากับ 2.39 และ 0.491ของต าบลนากระตาม คือ 3.00 และ 0.000 ค่าเฉลี่ย ขอต าบลสลุย คือ 2.48 และ 0.620 และของต าบลสองพี่น้อง เท่ากับ 2.89 และ 0.315 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวสามารถอธิบายได้ว่าได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามจากต าบลบางเจริญ ต าบลนา กระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนน่าจะยินดีอยากที่จะเข้าร่วมใน การดูแลรักษาระบบโทรมาตรร่วมกบัทางราชการโดยหวงัวา่จะทา ใหร้ะบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภา ดีข้ึน แต่อย่างไรก็ดีขอ้มูลที่ไดจ้ากตา บลบางเจริญและตา บลสลุย พบว่าประชาชนมีความเห็นว่าการเขา้ มามีส่วนร่วมไม่เกิดผลใดๆ กับการดูแลระบบโทรมาตร ดังน้ันภาครัฐจึงควรหามาตรการในการ ประชาสัมพันธ์ท าความเข้าใจกับประชาชนถึงข้อดีของการมีส่วนร่วม
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-90 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจ าแนกรายต าบล ผลรวม ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง n = 57 n = 33 n = 62 n = 19 n = 171 S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ S.D. ระดับ ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็นใน การส่วนในการ ดูแลระบบโทร มาตรร่วมกับรัฐบาล 2.39 0.491 ยินดี 3 0 ยินดี 2.48 0.62 ยินดี 2.89 0.315 ยินดี 2.6 0.538 ยินดี หมายเหต: ุ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.00 – 1.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนเห็นว่าการดูแลระบบโทรมาตรเป็นหน้าที่ของทางราชการ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง1.51 – 2.50 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนไม่แน่ใจในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ - ระดับค่าความคิดเห็นระหว่าง2.51 – 3.00 แปลความหมายได้ว่า ประชาชนมีความยินดีในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับทางราชการ X X X X X ตารางที่ 4.5 6- 0ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาลจ าแนกตามต าบล
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-91 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่ 4.5.6-21 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการดูแลระบบโทรมาตร ร่วมกับรัฐบาลด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) (สุชาติ, 2539) Sum of Squares df.* Mean Square F * Sig. ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม ต าบลสลุย ต าบลสองพี่น้อง ระหว่างกลุ่ม 10.376 3 3.459 14.893 .000 ภายในกลุ่ม 38.782 167 .232 Total 49.158 170 หมายเหต: ุ - df. หมายถึง degree of freedom -F หมายถึง ค่าที่ได้จากการทดสอบ F-Test ข้อมูลจากตาราง 4.5.6-21 เป็ นข้อมูลการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความ แตกต่างของค่าความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์ความ แปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) ซึ่งสมมุติฐานของการวิเคราะห์คือ H0 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่ต่างกันมีความคิดเห็นเหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = ) H1 : ประชาชนที่มาจากต าบลที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 3 4 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.บางเจริญ 2 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.นากระตาม 3 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สลุย 4 หมายถึงค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนใน ต.สองพี่น้อง จากตารางที่ 4.5.6-21 พ บ ว่าค่า Sig. หรื อค่า P-Value มีค่าเท่ากับ 0.000 ซึ่ งเมื่อ เปรียบเทียบกบัค่าระดบันยัสา คญัซ่ึงในการศึกษาวิจยัในคร้ังน้ีกา หนดเท่ากบั 0.05 พบว่ามีค่าน้อยกว่าจึง ปฏิเสธสมมุติฐา H0 : ประชาชนมีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 3 4 H : = = = ) แปล ความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลอย่างน้อย 2 ต าบล มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของการส่วน ในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล ดงัน้ันจึงจา เป็นตอ้งมีการศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่าง ของระดับความคิดเห็นรายต าบล ซ่ึงไดข้อ้มูลดงัน้ี
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-92 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่4.5.6-22 เปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล โดยเปรียบเทียบจ าแนกรายต าบลด้วยระเบียบวิธีของ Scheffe (บุญธรรม, 2545) (I) ต าบล (J) ต าบล Mean Difference (I-J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ต าบลบางเจริญ ต าบลนากระตาม -.61 .105 .000* -.91 -.32 ต าบลสลุย -.10 .088 .747 -.35 .15 ต าบลสองพี่น้อง -.51 .128 .002* -.87 -.15 ต าบลนากระตาม ต าบลบางเจริญ .61 .105 .000* .32 .91 ต าบลสลุย .52 .104 .000* .22 .81 ต าบลสองพี่น้อง .11 .139 .902 -.29 .50 ต าบลสลุย ต าบลบางเจริญ .10 .088 .747 -.15 .35 ต าบลนากระตาม -.52 .104 .000* -.81 -.22 ต าบลสองพี่น้อง -.41 .126 .016 -.77 -.05 ต าบลสองพี่น้อง ต าบลบางเจริญ .51 .128 .002* .15 .87 ต าบลนากระตาม -.11 .139 .902 -.50 .29 ต าบลสลุย .41 .126 .016* .05 .77 * The mean difference is significant at the .05 level. การเปรียบเทียบความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตร ร่วมกับรัฐบาล ไดท้า การต้งัสมมุติฐานเพื่อทา การหาความแตกต่างของความคิดเห็นของคนในตา บล ต่างๆ เปรียบเทียบกนัดงัน้ี (1) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-93 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนากระตาม มีความ คิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลนา กระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล (2) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่า Sig. เท่ากับ 0.747 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติ ที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริ ญ และต าบลสลุย มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสลุย มียินดีที่จะมีส่วน ในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล (3) H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลบางเจริญ 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-94 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากค่าระดับนัยส าคัญ ที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.002 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบลสองพี่น้อง มีความ คิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลบางเจริญ และต าบล สองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล (4) H0 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม จากค่าระดับนัยส าคัญ ที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลนากระตาม มีความคิดเห็นที่ แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลนากระตาม มี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล (5) H0 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลนากระตาม 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-95 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากค่าระดับนัยส าคัญที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.902 ซึ่ง มีค่า มากกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ยอมรับสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลนากระตาม และต าบลสองพี่น้อง มียินดีที่จะ มีส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล (6) H0 : ประชาชนในต าบลสลุยและต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = ) H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : ) โดยที่ 1 หมายถึงความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสลุย 2 หมายถึง ความคิดเห็นในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในต าบลสองพี่น้อง จากค่าระดับนัยส าคัญ ที่ได้ท าการความแตกต่างของความคิดเห็นในการส่วนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาระบบโทรมาตร ด้วยการวิเคราะห์จ าแนกรายต าบล มีค่าSig. เท่ากับ 0.000 ซึ่ง มีค่า น้อยกว่าค่านัยส าคัญที่สามารถยอมรับได้ทางสถิติที่ก าหนดไว้คือ 0.05 ดังน้ันจึงสรุปผลได้ว่า ปฏิเสธสมมุติฐาน H0 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน ( 0 1 2 H : = )ยอมรับสมมุติฐาน H1 : ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มีความคิดเห็นที่ แตกต่างกัน ( 1 1 2 H : )แปลความหมายได้ว่า ประชาชนในต าบลสลุย และต าบลสองพี่น้อง มี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการส่วนในการดูแลระบบโทรมาตรร่วมกับรัฐบาล 4.5.7 สรุปผลการวิเคราะห์แบบสอบถาม จากการวิเคราะห์ขอ้มูลท้งั4 ส่วนในเชิงปริมาณ คณะผูว้ิจยัฯ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อย ละ 74.1 เห็นว่าการที่ให้ชุมชนได้รับรู้ รับทราบ และเข้ามารับรู้เกี่ยวกับระบบการท างานของสถานีโทร มาตรจะทา ให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจและเขา้มามีส่วนร่วมในการบริหารจดัการไดม้ากข้ึน พร้อม ท้งัอยากเขา้มามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตร ดว้ยมีความเชื่อวา่น่าจะทา ให้การบริหารจดัการน้า ในลุ่มน้า ดีข้ึน ท้งัน้ีสามารถสรุปสาระสา คญั ในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวขอ้งเพิ่มเติมไดด้งัน้ี 1) การใชป้ระโยชน์ของน้า จากลุ่มน้า ท่าตะเภาน้นันา ไปใชเ้พื่อการอุปโภค บริโภคเป็ นส่วน ใหญ่รองลงมาคือการใช้ประโยชน์ของน้ าเพื่อการเกษตรกรรม การใช้น้า เพื่อทา ประมงและเพาะเล้ียง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-96 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ สัตวน์ ้า การใชน้ ้า เพื่อการคมนาคม การใชน้ ้า เพื่อการทา อุตสาหกรรมรายยอ่ยในครัวเรือน และการใชน้ ้า เพื่อการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตามล าดับ 2) ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีการจัดต้ังระบบโทรมาตร คิดเป็ นร้อยละ 68.8 จาก จา นวนผตู้อบแบบสอบถามท้งัหมด 3) ปัญหาที่ประชาชนส่วนใหญ่พบเห็นเกี่ยวกบัลุ่มน้า ท่าตะเภา เป็นปัญหาที่เกี่ยวขอ้งกบัการ ขาดแคลนน้า เพื่อการเกษตรในช่วงแลง้ ปัญหาลา น้า ต้ืนเขิน ปัญหาการปนเป้ือนของสารเคมี 4) จากภยัพิบตัิที่เกิดข้ึนในอดีต พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 89.2 ได้รับผลกระทบ ทางอ้อมจากอุทกภัย หรือ ภัยแล้ง เช่น ความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวม เป็ นต้น 4.5.8 ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาในคร้ังน้ีคณะผูว้ิจยัฯ มีขอ้เสนอแนะเพื่อที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดข้ึนใน การดูแลและบา รุงรักษาตลอดจนบริหารจดัการระบบโทรมาตร ออกเป็น 2แนวทาง ดงัน้ี 1) ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเข้ามาช่วยเหลือภาครัฐในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการได้อย่างไรบ้าง หน่วยงาน ที่เกี่ยวขอ้ง หรือโครงการชลประทานชุมพรควรเนน้การประชาสัมพนัธ์และสร้างความเขา้ใจใหม้ากข้ึน ท้งัก่อนมีการดา เนินการก่อสร้าง ระหวา่งการก่อสร้างและภายหลงัจากการก่อสร้างแลว้เสร็จ 2) ข้อเสนอแนะในเชิงปฏิบัติหน่วยงานภาครัฐ ควรจะมีระบบการตรวจสอบและติดตามผลใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น การลงไปจัดเวทีรับฟังหรือแสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนที่มีสถานีโทรมาตรติดต้งัอยู่ว่าแต่ละชุมชนไดม้ีส่วนเขา้มาร่วมบริหาร จัดการ หรือ เกี่ยวข้องกับโครงการชลประทานได้อย่างไรบ้าง ให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความเห็น หาแนวทางและวิธีการที่เหมาะสมกับชุมชนเอง
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-1 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา การศึกษาวิจัยโครงการ “การปรับปรุงระบบการจดัการสภาวะน้า ท่วมในลุ่มน้า โดยการบริหาร อ่างเก็บน้า ที่เหมาะสมและการพยากรณ์เตือนภยัณ เวลาจริง:กรณีศึกษาลุ่มน้า ท่าตะเภาจงัหวดัชุมพร” ระยะเวลาของการศึกษา 540 วัน คณะท างานวิจัยได้ด าเนินงานมาเป็ นเวลาครบก าหนดตามวัตถุประสงค์ ที่ไดต้้งัไว้ซึ่งผลจากการด าเนินงานท้งัหมด สรุปได้ดงัน้ี 1) สาเหตุของปัญหาน้า ท่วมในพ้ืนที่ตวัเมืองชุมพร มาจากปริมาณฝนที่ตกหนักในพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบน ไหลลงมาสู่พ้ืนที่ราบลุ่มทางตอนล่างของลุ่มน้ าท่าตะเภา ซ่ึงเป็นที่ต้งัของตวัเมืองชุมพร ซ่ึง อุทกภยัที่เกิดข้ึนในแต่ละคร้ัง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพยส์ ินของราษฎรที่อยู่อาศยัในบริเวณ พ้ืนที่ริมฝั่งลา น้า อยู่เป็นประจา กรมชลประทาน ไดด้า เนินการติดต้งัระบบโทรมาตรอุทกวิทยาเพื่อการ พยากรณ์และเตือนภัยน้ าท่วมข้ึนในปี 2545 และใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 โครงการ ชลประทานชุมพรไดท้า การก่อสร้าง ปตร.ท่าตะเภาแลว้เสร็จ ซ่ึงสามารถที่จะป้องกนั ปริมาณน้า หลาก จากพ้ืนที่ลุ่มน้ าตอนบนไม่ให้น้ าไหลเขา้ท่วมตัวเมืองชุมพรได้เป็ นอย่างดี การศึกษาวิจยัในคร้ังน้ีจะ ท าการศึกษาถึงแนวทางในการบริหารจดัการน้า อย่างเป็นระบบท้งัในดา้นของการบรรเทาอุทกภยัที่จะ ไหลเขา้สู่ตวัเมืองชุมพรและการเก็บกกัน้า ไวใ้นพ้ืนที่ลุ่มน้า เพื่อกิจกรรมการใชน้ ้า ต่าง ๆ 2) ระบบโทรมาตรลุ่มน้า ท่าตะเภาจงัหวดัชุมพรจา นวน 12 สถานีติดต้งัอยทู่วั่บริเวณลุ่มน้า ท่า ตะเภา ท าการตรวจวัดข้อมูลฝนท้งั12 สถานีและตรวจวัดระดบัน้ า 8 สถานี ท างานโดยอัตโนมัติตาม เวลาที่ต้งัไวหรือเมื่อเกิดสถานการณ์ข้อมูลตามเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ ้จากน้นัจะส่งข้อมูลมายังสถานีหลักซึ่ง อยู่ที่โครงการชลประทานชุมพร จากการตรวจสอบการทา งานท้งัระบบ ทุกสถานียังสามารถท าการ ตรวจวัดและรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้อง มีประโยชน์อยา่งยงิ่ต่อการติดตามสถานการณ์น้า ตลอดช่วงแม่ น้า ท่าแซะรับร่อและท่าตะเภาสายหลกัขอ้มูลที่ไดจ้ากการตรวจวดัจะถูกจดัเก็บไวใ้นระบบฐานขอ้มูล สามารถน ามาใช้ในการติดตาม การวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโนม้ของปริมาณน้า ที่จะเกิดข้ึน และใช้ เป็นขอ้มูลนา เขา้แบบจา ลองเพื่อการพยากรณ์น้า ไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ 2)การพยากรณ์ปริมาณน้า รายวันที่สถานี X.180 สะพานเทศบาล2 ซ่ึงอยใู่นพ้ืนที่ตวัเมืองชุมพร ด้วยแบบจ าลอง ANN ใช้ขอ้มูลรายวนัจากสถานีวดัน้ าในพ้ืนที่ลุ่มน้ าตอนบน 2 สถานีและสถานีวัด น้ าฝน 2 สถานีรวมกับสถานีที่ต าแหน่งพยากรณ์คือ X.180 อีก 1 สถานี ซึ่ งมีการฝึ กแบบจ าลอง (Training) จากข้อมูลปี 2003 2004 และ 2006 และการทดสอบแบบจ าลอง (Training)จากข้อมูลปี 2005 และ 2007 ให้ผลการพยากรณ์ในช่วงเวลา 1 วันล่วงหน้าได้อย่างแม่นย า สามารถน าไปใช้เพื่อ ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจดัการน้า ไดจริง ้ และในกระบวนการวิจัย คณะผู้วิจัยได้ทดสอบผล
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-2 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ การพยากรณ์น้า ล่วงหนา้2วนัซ่ึงผลที่ไดถ้ือวา่อยู่ในเกณฑท์ ี่ยอมรับได้หากเกิดมีสถานการณ์ที่ตอ้งการ ผลการพยากรณ์ในระยะยาวนานกว่า 1 วัน ก็สามารถที่จะน าโครงสร้างของแบบจ าลองที่ได้จัดท าไว้ไป ใช้งานได้เช่นเดียวกัน เนื่องด้วยแบบจ าลอง ANN มีข้นัตอนการท างานที่ไม่ซับซ้อน มีประโยชน์ในการ ใช้เป็ นแบบจ าลองส ารองในกรณีฉุกเฉินที่ข้อมูลจากระบบโทรมาตรเกิดการขัดข้อง ไม่สามารถที่จะส่ง ข้อมูลมายังสถานีหลักได้ ซึ่ งจะส่งผลท าให้แบบจ าลอง MIKE 11 ไม่สามารถทา การพยากรณ์น้ าได้ เช่นกัน ทางโครงการฯ หรือผู้ปฏิบัติงานยังสามารถที่จะใช้แบบจ าลอง ANN ในการคาดการณ์ปริมาณ น้า ไหลเขา้บริเวณตวัเมืองชุมพรได้ 3) การประยุกต์ใช้แบบจ าลอง GAs ในการสร้างแนวทางการระบายน้า ในพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภา โดยจา ลองการระบายน้า ผ่าน ปตร.หัววัง-พนังตัก ปตร.สามแก้ว และ ปตร.ท่าตะเภา มีวัตถุประสงค์ใน การป้องกนัและบรรเทาน้า ท่วมในตวัเมืองและในพ้ืนที่ลุ่มน้า ในกรณีที่น้า ปริมาณน้า ผ่านสถานีX.158 น้อยกว่า 940 ลบ.ม./วินาที แบบจ าลองจะท าการระบายน้า ตามศกัยภาพของคลองแต่ละแห่งและระบาย น้า ผ่าน ปตร.ท่าตะเภาให้น้อยที่สุโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัย แต่ในกรณีที่ปริมาณน้า ไหลผ่านสถานี X.158 มากกว่า 940 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการป้องกนัน้า ท่วมตวัเมืองชุมพรแบบจ าลอง GAs จะระบาย น้า ผ่าน ปตร.หัววงั-พนงัตกัมากกว่าความสามารถในการรับน้า สูงสุด ซ่ึงอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้า ท่วมอยภู่ายในบริเวณพ้ืนที่ดังกล่าว 4) การพัฒนาแบบจ าลองการไหลของน้า MIKE 11 ประกอบไปด้วยแบบจ าลองย่อย (Module) ได้แก่แบบจ าลองการเปลี่ยนน้ าฝนเป็นน้ าท่า (NAM Module) แบบจา ลองการเคลื่อนตัวน้ าหลาก (MIKE 11 HD)แบบจา ลองการพยากรณ์น้า (MIKE 11 FF) และแบบจ าลองส าหรับแสดงแผนที่น้า ท่วม (MIKE 11 GIS) ซ่ึงเป็นการนา ผลการจา ลองปริมาณน้า หลากในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไดจ้ากแบบจา ลอง MIKE 11 มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเส้นช้ันความสูงเชิงเลข (Digital Elevation Model, DEM) และข้อมูล สารสนเทศภูมิศาสตร์อื่น ๆ เพื่อน าเสนอผลของแบบจ าลองในลักษณะของแผนที่น้ าท่วม โดย แบบจา ลองย่อยท้งัหมดดังกล่าวสามารถที่จะทา งานและส่งต่อผลการค านวณไปยังแบบจ าลองอื่นได้ อย่างสมบูรณ์ ได้ผลเป็ นที่น่าพอใจ ข้อมูลน าเข้าในการพัฒนาแบบจ าลองส่วนใหญ่ ใช้ข้อมูลที่ได้รับจาก ทางโครงการชลประทานชุมพร แต่ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยในบางส่วน เช่น การแบ่งลุ่มน้ าย่อย ระบบพิกดัของรูปตดัลา น้า ภาพถ่ายดาวเทียม และเส้นช้นัความสูง เป็นตน้ 5) การพยากรณ์ฝนส าหรับใช้เป็ นข้อมูลน าเข้าส าหรับการพยากรณ์ด้วยแบบจ าลอง MIKE 11 ใช้เทคนิควิธี Profile Method ซึ่งได้น ามาปรับปรุงในส่วนของข้อมูลที่ใช้ในการสร้างกราฟหนึ่งหน่วย น้ าฝน (Unit Hyetograph) โดยใช้ข้อมูลฝนราย 15 นาทีที่เกิดข้ึนในปีพ.ศ.2549 และเนื่องจากความ หนาแน่นของปริมาณฝนและรูปแบบพายุฝนที่แตกต่างกันจึงได้ท าการแบ่งพ้ืนที่พยากรณ์ออกเป็ นสอง พ้ืนที่โดยแบ่งเป็นพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบนและพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนล่าง โดยการพยากรณ์จะน าค่าปริมาณฝน ณ เวลาปัจจุบันมาประยุกใชก้บักราฟหน่ึงหน่วยน้า ฝนที่พฒันาข้ึน ซึ่งผลที่ออกมาอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดี ในช่วงระยะเวลาส้ัน ๆ ประมาณ 3-6 ชวั่โมงล่วงหนา้
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-3 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 6) การก าหนดเกณฑ์การเปิ ด-ปิดบานระบาย ของท้ังปตร.สามแก้วและปตร.ท่าตะเภาที่ ดา เนินการก่อสร้างใหม่ โดยใช้ผลจากแบบจ าลอง GA ในการกา หนดเกณฑก์ารเก็บกกัน้า ไวใ้ชใ้นพ้ืนที่ ลุ่มน้ าตอนบน โดยผลการวิเคราะห์ก าหนดให้มีการเก็บกักน้ าบริเวณด้านเหนือน้ าไว้ที่ระดับ 2.00 ม.รทก.ของท้งัสองประตูระบายน้า ซ่ึงถือเป็นระดบัที่ใชใ้นการเก็บกกัน้า ไวใ้นพ้ืนที่ลุ่มน้า แต่ยังคง มีการระบายน้า ออกไปยงัพ้ืนที่ดา้นทา้ยน้า ในปริมาณ 40ลบ.ม./วินาทีแต่หากในกรณีที่ระดบัน้า เริ่มสูง กว่าระดับเก็บกกัดงักล่าว จะทา การเปิดประตูระบายน้า ตามระดบัน้า ที่เพิ่มสูงข้ึนเพื่อระบายน้า สู่พ้ืนที่ ด้านล่างในอัตราไม่เกินความจุคลองที่ 300 ลบ.ม./วินาที ส าหรับปตร.ท่าตะเภา และระบายน้ าไม่เกิน 220ลบ.ม./วินาทีที่ปตร.สามแกว้ซ่ึงเท่ากบัความจุคลองสูงสุดที่จะไม่ทา ใหเ้กิดน้า ลน้ตลิ่ง 7)การประยุกต์ใช้งาน ณ เวลาจริง จากการตรวจสอบขอ้มูลปริมาณฝนที่ตกพ้ืนที่ลุ่มน้ าท่า ตะเภามีในช่วงระยะเวลาของการดา เนินงานศึกษาวิจยัน้ีปริมาณฝนมีค่าน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ส่งผล ทา ให้ไม่มีปริมาณน้ าท่าที่มากพอจะใช้ทดสอบระบบที่พฒันาข้ึน คณะผูว้ิจยัจึงได้เลือกใช้ขอ้มูลจาก สถานการณ์น้ าท่วมใหญ่ที่เกิดข้ึนช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2549กบัสถานภาพโครงการจริงในปัจจุบนั ซึ่ งมี ปตร.ท่าตะเภา และมีการก าหนดเกณฑ์ในการบริหารจัดการประตูระบายน้ า ท าการพยากรณ์ ปริมาณน้ าที่สถานีX.180 สะพานเทศบาล 2 ซึ่งอยู่ในบริเวณตัวเมืองชุมพร ท าการจ าลองสถานการณ์ โดยการพยากรณ์น้า ทุก ๆ 3 ชวั่โมง ต้งัแต่วนัที่14 – 20 สิงหาคม 2549 ผลปรากฎว่า ค่าการพยากรณ์มี ความถูกต้องแม่นย าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เจ้าหน้าที่ของโครงการฯ สามารถน าระบบการพยากรณ์และ การแสดงแผนที่น้า ท่วมที่ไดพ้ฒันาข้ึนน้ีไปใชไ้ดอ้ย่างมนั่ใจในประสิทธิภาพของการผลการพยากรณ์ ซ่ึงในการปฏิบตัิงานจริง ไดเ้สนอใหท้า การพยากรณ์ปริมาณน้า ที่สถานีบา้นวงัครก สถานีปตร.สามแกว้ และสถานีสะพานเทศบาล 2 8)การบูรณาการส่วนต่าง ๆ ของระบบและการทดลองประยุกต์ใช้ ณ เวลาจริง ได้น าผลจากการ จ าลองสถานการณ์มาจัดท าเป็ นตารางแผนการแจ้งข้อมูลเตือนภัย และการให้สัญญาณไฟที่ได้ท าการ ติดต้งัอุปกรณ์สัญญาณไฟส าหรับเตือนภยัไว้ที่สถานี X.180 สะพานเทศบาล2 ซ่ึงต้งัอยู่บริเวณตวัเมือง ชุมพร ซึ่ งจากการด าเนินการดังกล่าวจะท าให้มองเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน สามารถ ก าหนดเวลาในการแจ้งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อีกท้งัยงัน าไปประยุกต์เข้ากับมาตรการในการบรรเทาอุทกภัยในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที 9) สรุปประโยชน์ของระบการพยากรณ์น้า ไดด้งัน้ี1) ในกรณีก่อนน้า มาจะท าให้ทราบถึงขนาด ของอุทกภัย (เล็ก-ปานกลาง-ใหญ่) แสดงแผนที่ขอบเขตพ้ืนที่เสี่ยงต่อการประสบภัยใช้ส าหรับ เตรียมการอพยพเคลื่อนย้าย และสามารถที่จะบอกช่วงเวลาที่จะเกิดภัยได้2) ในระหว่างเกิดภัย ท าให้รู้ แนวโน้มของสถานการณ์(เพิ่มข้ึน –ลดลง) ระยะเวลาของการเกิดภัย และสามารถที่จะประมาณเวลา การสิ้นสุดภยัได้ และ 3) ภายหลังเกิดภัย จะใช้ส าหรับแจ้งเตือนภัยที่จะตามมาในระยะเวลาอันใกล้ ส าหรับในกรณีที่ฝนตกหนักต่อเนื่องกันเป็ นเวลานาน
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-4 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 10) การประชาสัมพันธ์และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางคณะวิจัยเดินทางไปศึกษา พ้ืนที่จริงจา นวน 3คร้ัง มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานชุมพรการให้ข้อมูล ข่าวสาร และการรับฟังความคิดเห็น โดยการใช้แบบสอบถามและการสอบถามข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ เพิ่มเติมจากประชาชนซ่ึงอยู่ในพ้ืนที่ที่ได้รับผลกระทบหรือเกี่ยวข้อง ซึ่งผลที่ได้จากแบบสอบถามด้วย การวิเคราะห์ทางสถิติ สรุปได้ว่า ราษฎรส่วนใหญ่เห็นว่าการที่ให้ชุมชนได้รับทราบและเข้ามารับรู้ เกี่ยวกับระบบการท างานของสถานีโทรมาตร จะท าให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจและเข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการน้า ไดม้ากข้ึน พร้อมท้งัอยากเขา้มามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตร เนื่องจาก มีความเชื่อว่าน่าจะทา ให้การบริหารจดัการน้า ในลุ่มน้า ดีข้ึน แต่ท้งัน้ีมีผูต้อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่ ไม่ทราบว่ามีการติดต้งัระบบโทรมาตรเพื่อการเตือนภยัน้า ท่วม ซึ่งเป็ นหน้าที่ของทางกรมชลประทานที่ จะต้องเร่งด าเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ราษฎรซึ่งเป็ นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยได้รับรู้ เกี่ยวกับเครื่องมือที่จะช่วยในการเตือนภัยให้กับชุมชน 5.2 ข้อเสนอแนะ 1) จากการตรวจสอบระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณ์และเตือนภยัลุ่มน้ าท่าตะเภา เห็นควรมี การตรวจสอบตา แหน่งของการติดต้งัอุปกรณ์ตรวจวดัดงัน้ี (1) ตา แหน่งการติดต้งัอุปกรณ์วดัระดบัน้า ในกรณีเป็นลูกลอย หรือFloat Gauge ส่วน ใหญ่แล้วจะติดท่อ หรือ Column Pipe ไวก้บัตอม่อสะพาน ซ่ึงการติดต้งัในลกัษณะน้ีจะมีผลโดยตรงต่อ ความถูกตอ้งในการวดัระดบัน้า (2) ต าแหน่งของการติดต้งัอุปกรณ์ตรวจวดัน้า ฝน บางแห่งมีกิ่งของตน้ ไมเ้ขา้มาในรัศมี เกินกว่ามาตรฐานที่ก าหนด ท าให้ปริมาณฝนที่ตรวจวัดมีความผิดพลาดได้สูง 2) เพื่อประโยชน์ที่มากยิ่งข้ึนของสถานีสนามในระบบโทรมาตร เสนอให้มีการติดต้งัอุปกรณ์ เพิ่มเติมที่สามารถแสดงขอ้มูลที่ตรวจวดัณ เวลาปัจจุบัน (On Site Monitoring) เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณ ใกลเ้คียงไดร้ับรู้ถึงขอ้มูลในตา แหน่งน้นัๆ รวมถึงมีการจดัประชุมเพื่อฝึกอบรมหรือแนะนา วิธีการอ่าน และการวิเคราะห์ขอ้มูลดว้ยตนเองในเบ้ืองตน้ 3) จดัทา แผนปฏิบตัิการบา รุงรักษาระบบและการจดัซ้ืออุปกรณ์ส ารองของระบบโทรมาตรเข้า ในแผนงบประมาณประจ าปี จะช่วยให้ลดปัญหาอุปกรณ์ช ารุดเสียหาย หรืออุปกรณ์ส ารองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาน้า หลาก 4) ฝึ กอบรมและถ่ายทอดความรู้รวมถึงท าการซักซ้อมเกี่ยวกับการใช้งาน การบ ารุงดูแลรักษา ระบบโทรมาตร การอ่านข้อมูลและวิเคราห์ผลจากแบบจา ลองคณิตศาสตร์เพื่อการพยากรณ์น้า ข้นัตอน การปฏิบตัิงานในช่วงเวลาน้า หลากในช่วงเวลาต่าง ๆ ให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในทุก ๆ ภาคส่วน ไม่เฉพาะแต่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง อันจะท าให้เกิดความเข้าใจต่ออุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-5 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ ส านักงานได้ดียิ่งข้ึน อีกท้ังในช่วงภาวะวิกฤติที่จะต้องปฏิบัติงานติดต่อกันเป็ นเวลานาน จะได้มี บุคลากรสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้อย่างเพียงพอ 5) พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลของระบบโทรมาตรลุ่มน้ าท่าตะเภา ให้อยู่ในรูปแบบของ ฐานข้อมูลที่มีโครงสร้างในการจัดเก็บที่ถูกต้องตามหลักการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ โดยการออกแบบ โครงสร้างข้อมูลใหม่ จะท าให้สามารถเรียกใช้หรือสืบค้นข้อมูลแบบมีเงื่อนไขต่าง ๆ (Query) ได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยงิ่ข้ึน 6) การใช้แบบจ าลอง GAs ในพ้ืนที่ศึกษายงัมีขอ้จา กดัในส่วนของแบบจา ลองและขอ้มูลนา เขา้ กล่าวคือแบบจา ลองที่พฒันาข้ึนใช้หลกัสมดุลน้า แต่ไม่ได้ใช้หลักการด้านชลศาสตร์ (Hydraulic) เช่น ระดบัน้า ในคลองมาพิจารณา ดงัน้นั ปริมาณการระบายน้า อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงขอ้มูลของ คลองอาคารชลประทานต่างๆ ควรมีการสอบเทียบเพื่อเพิ่มความถูกตอ้งในการนา ไปใชง้าน 7) เนื่องจากรูปตดัลา น้า มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เสนอให้มีการส ารวจรูปตดัลา น้า ใหม่ หรือส ารวจเพิ่มเติมในบางช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชดัเจน จะทา ให้แบบจา ลองการไหลของน้า ใน ลา น้า มีความถูกตอ้งแม่นยา มากยงิ่ข้ึน 8) เสนอให้ท าการสอบเทียบค่าสัมประสิทธ์ิของประตูระบายน้า และท าการตรวจวัดปริมาณน้า เพื่อจัดท า Rating Curve ณ สถานีวดัระดบัน้า ใหม่จะทา ให้ผลการคา นวณปริมาณน้า มีความถูกตอ้งมาก ยงิ่ข้ึน 9) เสนอให้จัดท าแผนและแนวทางในการแจ้งเตือนภัยที่มีรูปแบบที่ชัดเจน ราษฎรที่ได้รับ ผลกระทบจากปัญหาน้า ท่วมสามารถเขา้ใจและรับรู้ไดท้นัทีโดยขอ้มูลที่ส่งออกไปจะต้องบอกได้ถึง เวลาการเกิด ขนาดของภัย และระยะเวลาที่จะเกิดภัย รวมถึงแผนและมาตรการในการบรรเทาอุทกภัย ต่าง ๆ ตลอดจนการซักซ้อมทา ความเขา้ใจกบัชุมชนในการอพยพเคลื่อนยา้ยสิ่งของจากภยัในระดบัที่ แตกต่างกัน 10) ในกรณีที่ปริมาณน้ าไหลผ่านสถานีX.158 มีค่าเท่ากับ Flood ที่ Return Period 50 ปี หรือ 1,234.56ลบ.ม./วินาทีจะตอ้งระบายน้า ส่วนเกินผ่านคลองหัววงั-พนังตักเท่ากับ 714.56 ลบ.ม./วินาที แต่คลองหัววัง-พนังตัก สามารถรองรับน้า ไดเ้พียง 420 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะท าให้เกิดปัญหาน้า ท่วมใน พ้ืนที่โดยรอบคลองหวัวงั-พนังตัก ท้งัน้ีมาตรการในการลดผลกระทบจากปัญหาดงักล่าวมีดงัน้ี 1) มาตรการไม่ใชส้ิ่งก่อสร้าง (1) เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจดัการน้ าโดยการศึกษารูปแบบการใช้ แกม้ลิงหนองใหญ่เป็นพ้ืนที่เก็บน้า ชวั่คราวในสภาวะที่ปริมาณน้า มากและเมื่อปริมาณน้า กลบัสู่สภาวะ ปกติควรเร่งระบายน้า ออกจากหนองใหญ่เพื่อรองรับน้า ต่อไป (2) ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพและเน้นการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการหาแนวทางลดผลกระทบจากอุทกภัย เช่น แนวทางการอพยพเมื่อเกิดอุทกภัย เป็ นต้น
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-6 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 2) มาตรการใชส้ิ่งก่อสร้าง (1) ควรเพิ่มศกัยภาพในการระบายน้า ของคลองหัววงั-พนังตัก, คลองสามแก้ว และคลองท่าตะเภา โดยการขุดลอกคลอง และเสริมคนั ในช่วงคลองที่ตลิ่งต่า นอกจากน้ีควรหาแนว ทางการเพิ่มศกัยภาพในการระบายน้า ของคลองหัววงัพนังตกั ช่วงที่บรรจบกับคลองสามแก้ว เช่น การ ขยายคลองสามแก้วในช่วงหลังจากจุดบรรจบกับคลองหัววัง-พนังตัก การขุดคลองพนังตัก-หูรอ (2) การลดปริมาณน้ าที่ไหลผ่านคลองท่าแซะ โดยการก่อสร้างหรือขุดลอก คลองที่สามารถผนัน้า ลงสู่ทะเลก่อนไหลลงสู่คลองท่าตะเภา (3) การใชเ้ครื่องจกัรในการผลกัดนัน้า ในช่วงวิกฤติเช่น เรือผลกัดนัน้า เครื่อง สูบน้า โดยเฉพาะอยา่งยงิ่บริเวณปลายคลองสามแก้วและคลองท่าตะเภา 5.3 การศึกษาต่อยอดโครงการวิจัย 1) การพยากรณ์ฝนโดยใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศในรูปแบบ Grid Base Model จะช่วยใน การลดข้อจ ากัดของการพยากรณ์ฝนตามต าแหน่งสถานีที่มีอยู่ในปัจจุบัน 2) ศึกษาถึงการน าหลักทางสถิติหรือทฤษฎีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับข้อมูลที่จัดเก็บไว้โดย ระบบโทรมาตร เพื่อประโยชน์ในการพยากรณ์ฝนและปริมาณน้า ท่าที่สถานีต่าง ๆ 3) การพัฒนาแบบจ าลอง GAs ให้สอดคลอ้งกบัหลกัการดา้นชลศาสตร์มากยิ่งข้ึนเพื่อเพิ่มความ ถูกต้องในการควบคุมอาคารบังคับน้า 4) ศึกษาถึงเทคนิคในการเติมข้อมูลราย 15 นาทีที่ขาดหายไปจากระบบโทรมาตรซึ่ งเก็บอยู่ ภายในฐานขอ้มูล โดยศึกษาถึงความสัมพนัธ์ของข้อมูลเดียวกัน (น้ าฝน-น้ าฝน, ระดับน้ า-ระดับน้ า) ระหว่างสถานีข้างเคียงที่มีความสัมพันธ์กัน และศึกษาในกรณีที่คนละขอ้มูล (น้ าฝน-ระดับน้ า) ท้ัง ภายในสถานีเดียวกัน และสถานีที่อยู่ข้างเคียง 5) ศึกษาถึงผลกระทบและมาตรการบรรเทาภยัน้ าท่วม กรณีที่ตอ้งผนัน้ าที่มากเกินเขา้ไปใน คลองหัววัง – พนังตัก หรือคลองสามแก้ว 6) ศึกษาแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้า ของคลองหัววัง-พนังตัก คลอง สามแก้ว และท่าตะเภา เช่น การขุดลอกลา น้ าและปรับระดับท้องน้ าการขุดคลองผนัน้ า และการขุด คลองลัดออกสู่ทะเล เป็ นต้น 7) ศึกษาแนวทางการชะลอน้า หลากเหนือบา้นวงัครก 8) ประยุกต์ใช้แบบจ าลอง ANN ส าหรับการพยากรณ์ปริมาณน้ าที่สถานีอื่น ๆ จากขอ้มูลใน อดีตราย 15 นาทีที่ตรวจวดัและจดัเก็บไวด้ว้ยระบบโทรมาตรลุ่มน้า ท่าตะเภา
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 5-7 บทที่5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 9) ศึกษาถึงแนวทางในการพฒันาระบบพยากรณ์และเตือนภยัน้า ท่วม เช่นเดียวกบัผลที่ไดจ้าก งานวิจยัชิ้นน้ีนา มาพฒันาดว้ยแบบจา ลองที่ไม่เสียค่าลิขสิทธ์ิ(Public Domain) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนใน การทา งานวิจยัรวมถึงเป็นการเพิ่มศกัยภาพของนกัวิจยัในการต่อยอดผลงานโดยไม่ติดเงื่อนไขดานการ้ ใช้งานแบบจ าลองที่มีลิขสิทธิ์ 10) ลุ่มน้ าต่าง ๆ หลายลุ่มน้ ายงัขาดการบริหารจัดการน้ าที่ดีควรน าไปท าวิจัยในรูปแบบ เดียวกนัเพื่อใหม้ีการบริหารจดัน้า ที่ยงั่ยนืในลุ่มน้า ต่าง ๆ ใหค้รอบคลุมใหม้ากที่สุดต่อไป
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ (1) บรรณานุกรม บรรณานุกรม Baribaud G. 1997. Recommendations for the Use of Field Buses at CERN in the LHC Era. International Conference on Accelerator and Large Experimental Physics Control Systems, 1997: 285. Barillere R. 1999. Results of the OPC Evaluation Done within the JCOP for the Control of the LHC Experiments. International Conference on Accelerator and Large Experimental Physics Control Systems, 999: 511. Bordin K. 2003. Application of neural network model for daily flood forecasting of inflow and release of Sirikit reservoir and downstream flood discharges. Thesis of School of Engineering and Technolog. Asian Institute of Technology, 2003 Bhaktikul. 2001. Application of genetic algorithms for irrigation water scheduling. Institute for Infrastructure and Environment, School of Engineering and Electronics, University of Edinburgh, Scotland, UK. Campolo M., Andeussi P., Soldati A. 1999. River flood forecasting with a neural networks model. Water Resources Research, 35(4): 1191-1197. Cieniawski, S. E., Eheart, J. W., and Ranjithan, S. 1995. Using genetic algorithms to solve a multiobjective groundwater monitoring problem. Water Resources Research, 31(2), 399- 409. Crespo, J.L. and Mora . E. 1993. Drought estimation with neural networks. Advances in Engineering Software, 18. Dandy e.t al. 1996. An Improved Genetic Algorithm for Pipe Network Optimization. Department of Civil and Environmental Engineering, University of Adelaide, Adelaide, Australia.
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ (2) บรรณานุกรม บรรณานุกรม (ต่อ) Daneels A. and W.Salter. 1999. Selection and Evaluation of Commercial SCADA Systems for the Controls of the CERN LHC Experiments. International Conference on Accelerator and LargeExperimental Physics Control Systems, 1999: 353. Darwin, C. 1959. The origin of species. University of Pennsylvania Press,Philadelphia. DHI. 2002. MIKE11, A modelling system for rivers and channels, Reference manual. DHI Water & Environment, Hørsholm. Denmark. Dooge J.C.I. 1986. Looking for hydrologic laws. Water Resources Research, 22(9): 465-585. Esat and Hall (1994) Fahmy, H.S., King, J.P., Wentzel, M.W., Seton, J.A. 1994. Economic Optimization of River Management Using Genetic Algorithms. Present at the American Society of Agricultural Engineers. St. Joseph: MI. Franchini, M. 1996. Use of a genetic algorithm combined with a local search method for the automatic calibration of conceptual rainfall-runoff models. Hydrol. Sci. J. 41(1), 21-39. French, M. N., Krajewski, W. F., Cuykendall, R.R. 1992. Rainfall Forecasting in Space and Time Using a Neural Network. Journal of Hydrology, 137: 1-31. Goldberg, D.E. 1989. Genetic Algorithms in Search Optimization & Machine Learning. Addison Wesley Publishers: Mass., USA. Goldberg, D.E., Kuo, C.H. 1987. Genetic Algorithms in Pipeline Optimization. Journal of Computing in Civil Engineering, 1(2): 128-141.
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ (3) บรรณานุกรม บรรณานุกรม (ต่อ) Halhal, D., Walters, G. A., Ouazar, D. & Savic, D. A. 1997. Water Network Rehabilitation with Structure Messy Genetic Algorithm. Journal of Water Resources Planning and Management, 123(3), pp. 137-146. Heidari, M., Chow, V. T., Kokotovic, P. V., and Meredith, D. D. 1971. Discrete differential dynamic programming approach to water resources systems optimization. Water Resour. Res., 7.2., 273–282. Holland, J.H. 1975. Adaption in Natural and Artificial Systems. MIT Press: Cambridge, Mass.Liong et. al. (2001) Michalewicz, Z. 1992. Genetic Algorithms + Data Structures = Evolution Programs. SpringerVerlag: New York. Pranee Charoenying.1999. Flood analysis and flood prone areas in Amphoe Muang, Chumphon Province. M.S. Thesis, Chulalongkorn University. Principe, J.C., Euliano, N.R and Lefebvre, W.C. (1 9 9 9 ) . Neural and Adaptive Systems: Fundamentalsthrough Simulations. . John Wiley & Sons, INC, New York. Ritzel, B.J., J.W. Eheart, and S. Ranjithan. (1994). Using genetic algorithms to solve a multiple objective groundwater pollution containment problem. Water Resources Research, 30(5), 1589-1603. Rumelhart, 1986 Wang, Q. J 1991. The genetic algorithm and its application to calibrating conceptual rainfallrunoff models. Water Resources Research, 27(9), 2467-2471.
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ (4) บรรณานุกรม บรรณานุกรม (ต่อ) Wardlaw, R.B., Bhaktikul, K. 2001 Application of a Genetic Algorithm for Water Scheduling Problem in an Irrigation System. Journal of Irrigation and Drainage Engineering, 50(2):159-170. Wardlaw, R.B., Barnes, J.M. 1998. Improved Irrigation System Planning and Management, OptimalAllocation of Irrigation Water Supplies. DFID TFR Research Project No. 6261, Phase III Report. Wardlaw, R.B. and Sharif, M. 1999. Evaluation of Genetic Algorithms for Optimal Reservoir System Operation. Journal of Water Resources Planning and Management, 125(3): 25-33. ก ร ม ช ล ป ร ะ ท า น . ม .ป .ป .. ร ะ บ บ โ ท ร ม า ต ร ก ร ม ช ล ป ร ะ ท า น . ค้ น จ า ก :URL: http://kromchol.rid.go.th/cmd/telemeterring.html. ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2550 กรมชลประทาน. 2542[ข]. คู่มือระบบโทรมาตรโครงการพฒันาลุ่มน ้าป่าสัก.กรมชลประทาน, กรุงเทพฯ. กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2545. โครงการศึกษาวางระบบและติดตั้งระบบโทร มาตรเพื่อการพยากรณ์น ้าและเตือนภัยลุ่มน ้าท่าตะเภา ก ร ม ช ล ป ร ะ ท าน . 2 5 4 7 .โค ร งก าร พั ฒ น าร ะ บ บ โท ร ม าต ร เค ลื่ อ น ที่ ข น าด เล็ ก. ค้น จ าก : URL:http://www.thaiweather.net/fs_rid.pdf. ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2550 กรมชลประทาน. 2549. ค้นจาก: URL: www.rid.go.th กรมอุตุนิยมวิทยา. 2552. Weather & Climate Prediction. ค้นจาก URL: http://www2.tmd.go.th/program/frames/nwp.html.ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2552 ณรงค์ ตันชีวะวงศ์. 2541. ระบบ PLC (Programmable Logic Controller). ส านักพิมพ์ ส.ส.ท. (สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย – ญี่ปุ่ น)), กรุงเทพฯ.
การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ (5) บรรณานุกรม บรรณานุกรม (ต่อ) ธวัชชัย ติงสัญชลีและคณะ. 2546. การพัฒนาแผนหลักการจัดการภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับน ้า: น ้า ท่วม น ้าแล้ง และแผ่นดินถล่ม. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. ส านักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย (สกว.) ธวัชชัย ติงสัญชลีและคณะ. 2550. การพัฒนาระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้าโดยการบริหาร อ่างเกบ็น ้าที่เหมาะสมและการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง:กรณีศึกษาลุ่มน ้าป่าสัก. รายงาน การวิจัยฉบับสมบูรณ์ ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พูนทรัพย์ สมประเสริฐพร. 2540. การวางแผนการใช้ที่ดินและจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่ม น ้าคลองท่าตะเภาจังหวัดชุมพร. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วราวุธ วุฒิวณิชย์ และวิชญ์ ศรีวงษา. 2547. ประตูยนต์. วนัชูชาติ4 มกราคม 2547. สมาคมศิษยเ์ก่า วิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ วิชญ์ ศรีวงษา และ วราวุธ วุฒิวณิชย์. 2546. การพัฒนาระบบวัดระดับน ้าและควบคุมการเปิด-ปิดประตู ระบายน ้าระยะไกล. การประชุมวิชาการประจ าปี 2546 สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศ ไทย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. สุวัฒน์ ปุณณชัยยะ และคณะ. 2545. เปิ ดโลก TCP / IP และโปรโตคอลของอินเตอร์เน็ต. บริษทัโปรวิชนั่ จ ากัด, กรุงเทพฯ. เส รี ศุภราทิ ตย์. 2542. การค านวณ สน าม การไหลบ ริเวณ ป ากแม่ น ้ าโดยวิธี Tayler Galerkin FiniteElement Method. การประชุมวิศวกรรมโยธาแห่งชาติคร้ังที่5. หนา้ WRE13-18 เสรี ศุภราทิตย์. 2543. ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน ้ากับอัตราการไหล ส าหรับแม่น ้าที่ได้รับอิทธิพลน ้า ทะเลหนุน (กรณีศึกษาแม่น ้าเจ้าพระยา).การประชุมวิศวกรรมโยธาแห่งชาติคร้ังที่6. หน้า WRE55-60