The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร - 2552

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร - 2552

Keywords: วิจัย,สภาวะน้ำท่วม,ท่าตะเภา,ชุมพร

การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-76 บทที่2 การตรวจเอกสาร ADO หรื อ ActiveX Data Object เป็ นการติดต่อระดับสูงของ OLE DB มีบทบาทใกล้เคียง RDO ในท างานกับ API ของ ODBC ในขณะที่ OLE DB คล้ายกับ API ของ ODBC ที่เป็ นการติดต่อ ระดับล่างที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากภาษาระดับสูง เช่น Visual Basic เป็ นต้น ADO สร้างบน OLE DB เพื่อให้การท างานที่ไม่ให้ติดต่อโดยตรง ODBC หรือทา ให้ผูใ้ช้เขียนคา สั่งที่มีความสามารถ ADO สามารถเปรียบเทียบความสามารถกับ ADO คือท้ังคู่สามารถสร้างคิวรี่แบบ Asynchronous และการ ติดต่อ ADO เพิ่มส่วนใหญ่จ านวนมาก เช่น File - based และ Stand - alone Recordset, Hierarchical Recordset และอื่นๆ ส่วนส าคัญของ ADO คือ ส่วนขยายแทนที่จะซับซ้อนและลา ดบัช้นัของอ๊อบเจคที่ แข็งตัว ซึ่ง DAO และ RDO เป็ นอยู่ ADO ประกอบด้วยอ๊อบเจคจ านวนน้อยที่สามารถรวมได้ในหลาย วิธีส่วนใหญ่สามารถเพิ่ม ADO ในรูปแบบพิเศษของ OLE DB Provider เช่น Data Shape Provider ซึ่ ง เสนออ๊อบเจค Hierarchical Recordset ไปให้ Provider อื่นๆ Microsoft ก าลังสร้างส่วนใหม่ให้ ADO ใน รูปแบบพิเศษของไลบรารีแบบแยกที่เชื่อมแบบ Dynamic ไปยังแกนไลบรารีรี่ของ ADO เช่น ไลบรารี ADO 2.1 ได้สนับสนุ น Data Definition Language และความปลอดภัย (ในการสร้าง Table ของ ฐานข้อมูล, ผู้ใช้ และกลุ่มของผู้ใช้), Jet Replica และ Recordset แบบหลายมิติ เพราะตรงข้ามกับ DAO และ RDO ซึ่ งจะฝัง DLL ขนาดใหญ่ในทุกส่วน ส่วนพิเศษของ ADO ที่ผู้ใช้สามารถใช้ภายในเพ็จ HTML ใน Browser เช่ น Internet Explorer ห รื อด้าน แม่ ข่ายด้วย Active Server Page บ น Internet Information Server 2.6 การทบทวนวรรณกรรมกระบวนการการมีส่วนร่วม การตรวจเอกสารเพื่อรวบรวมแนวคิดหลัก ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยคร้ังน้ีซึ่ งควรน ามา พิจารณาประกอบไปด้วย 1) กฎหมายและพรบ.ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม 2) แนวนโยบายแห่งรัฐ: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ 3) ความหมายและแนวคิดเกี่ยวกับ กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนกับภาครัฐ 2.6.1 กฎหมายและ พรบ.ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม ระบบกฎหมายของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิเสธเรื่ องการมีส่วนร่วมของ ประชาชน เพราะการกระท ากิจกรรมของรัฐบางประเภท หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จา ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนตัดสินใจกระทา การใด ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิการบ ารุง ผลประโยชน์ในการเล้ียงชีพของราษฎรการป้องกนัภยนัตรายมิให้เกิดแก่การหาเล้ียงชีพของราษฎร ซ่ึง ต้องการความพร้อมเพรียงช่วยกันในหมู่ราษฎร เช่น การทา ทา นบปิดน้า และการระบายน้า นายอ าเภอ จะต้องเรียกก านันประชุมปรึกษาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกบ้านให้เหมาะสมตามความจา เป็นก่อน การด าเนินการใดๆ หรือการจดัทา ชลประทานส่วนราษฎรในแม่น้า ลา ธาร ห้วย หนองคลอง บึง บาง หรือทางน้า แหล่งน้า ใด ๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องด าเนินการให้เป็ นไปตามความเห็นชอบของราษฎร


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-77 บทที่2 การตรวจเอกสาร ส่วนมากที่จะได้รับประโยชน์จากการชลประทาน การจัดท าผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะในท้องที่ใด ท้องที่หนึ่ง นอกจากราชการส่วนกลางจะตอ้งแจง้เจา้พนักงานทอ้งถิ่นซ่ึงเป็นผูแ้ทนของประชาชนใน ทอ้งถิ่นและโฆษณาต่อประชาชนในทอ้งถิ่นน้ันๆได้ทราบ รวมท้งัตอ้งจดัให้มีการประชุมเพื่อแสดง ความคิดเห็นและน าไปใช้ประกอบการพิจารณา การด าเนินงานโครงการของรัฐที่มีผลกระทบอย่างกวา้งขวางต่อคุณภาพสิ่งแวดลอ้ม สุขภาพ อนามัย วิถีชีวิต หรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่น ที่มิได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนก่อนเริ่มด าเนินการโครงการของรัฐ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ หน่วยงานของรัฐที่เป็ น ผู้รับผิดชอบโครงการอาทิรัฐมนตรีส าหรับราชการส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดส าหรับราชการส่วน ภูมิภาคหรือราชการส่วนทอ้งถิ่น หรือผูว้า่ราชการกรุงเทพมหานครสา หรับราชการของกรุงเทพมหานคร จะสั่งหน่วยงานของรัฐให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนก็ได้ในกรณีเช่นน้ันให้หน่วยงานของ รัฐด าเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยเร็ว และจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยวิธี ใดวิธีหนึ่ งหรือหลายวิธีตามระเบียบก าหนดก็ได้ เป็ นต้น และเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นยังคงถือเป็ น ภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ หรือเจา้หน้าที่ที่เกี่ยวขอ้งที่จะตอ้งจดัให้มีข้ึนก่อนการตดัสินใจออก คา สั่งหรือดา เนินการใดๆของรัฐภายใตก้ฎหมาย เช่นว่าน้นัอยู่จนถึงปัจจุบนั ในการบริหารราชการเพื่อ ประโยชน์สุขของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาไทย พ.ศ.2550 พระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546จึงต่างให้ความส าคัญต่อการบริหารราชการอย่างโปร่งใส สุจริต เปิ ดเผย ข้อมูล และการเปิ ดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดนโยบายสาธารณะ การ ตัดสินใจทางการเมือง รวมถึงการตรวจสอบ การใช้อ านาจรัฐในทุกระดับ โดยเฉพาะ มาตรา ๘๗ แห่ง รัฐธรรมนูญไทย พ.ศ.2550 รัฐต้องด าเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดงัต่อไปน้ี 1) ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก าหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมท้งัในระดบัชาติและระดบัทอ้งถิ่น 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การวาง แผนพฒันาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมท้งัการจดัทา บริการสาธารณะ 3) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐทุก ระดับในรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลายหรือรูปแบบอื่น 4) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเขม้แข็งในทางการเมือง และจดัให้มีกฎหมายจดัต้งักองทุน พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเพื่อช่วยเหลือการด าเนิน กิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมท้งัสนับสนุน การด าเนินการของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถแสดงความ คิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพ้ืนที่


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-78 บทที่2 การตรวจเอกสาร 5) ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกบัการพฒันาการเมืองและการปกครองระบอบ ประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข รวมท้งัส่งเสริมให้ประชาชนไดใ้ช้สิทธิเลือกต้งั โดยสุจริตและเที่ยงธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตราน้ีตอ้งคา นึงถึงสัดส่วนของหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน 2.6.2 แนวนโยบายแห่งรัฐ: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อมองยอ้นไปสู่ทิศทางการจดัการสิ่งแวดลอ้มในอดีตที่ผ่านมา ภายใตแ้ผนพฒันาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติซ่ึงเป็นแผนแม่บทในการบริหารและปกครองประเทศหลายฉบบันบัต้งแต่ช่วงเวลา ั ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2505 – 2509) เป็ นต้นมา การเปิ ดโอกาสให้ ประชาชนเขา้มีส่วนร่วมน้ัน เพิ่งจะปรากฏให้เห็นชดัเจนในช่วงเวลาของแผนพฒันา ฯ ฉบบัที่5 (พ.ศ. 2525 – 2529) ต่อเนื่ องเรื่ อยมาจนถึงฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550 – 2554) ซ่ึงก าหนดแนวทางปฏิบัติแก่ ห น่ วยงาน ของรัฐที่ เกี่ ยวข้องมุ่ งเน้น ให้ ป ระช าช น เข้ามี ส่ วน ร่ วม กับ ภาครัฐ ใน การพัฒ น า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้มมากข้ึน ไม่ว่าจะโดยการสนบัสนุนให้องคก์รในระดบัภูมิภาคและ ทอ้งถิ่นมีบทบาทและส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมให้มากที่สุด โดยอาศัย ้ ระบบการบริหารองค์กรในการพัฒนาชนบท หรือการออกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับใหม่ๆ เพื่อจูง ใจให้เอกชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐบาลมากยิ่งข้ึน หรือจัดต้ังองค์กรร่วม 3ฝ่ าย คือ ชุมชน สถาน ประกอบการและภาครัฐบาล เพื่อท าหน้าที่เฝ้าระวังและก ากับดูแลป้องกนัรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ม ให้ เป็ นไปตามมาตรฐานที่ก าหนดไว้ โดยเฉพาะในเขตเมือง เขตอุตสาหกรรม และท่องเที่ยว หรือโดยการ ส่งเสริมองค์กรประชาชน และองค์กรพฒันาเอกชนท้งัในส่วนกลางและทอ้งถิ่นให้มีบทบาทในการ ก าหนดโครงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการติดตาม ดูแลและการประเมินผลความส าเร็จ ของโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540 – 2544) รัฐได้ให้ความส าคัญกับการเสริมสร้าง และสนับสนุนประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมและสามารถบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นข้ันตอนที่ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการปรับทัศนคติและปรับปรุงขีด ความสามารถของหน่วยงานของรัฐให้สามารถร่วมมือและเก้ือหนุนชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมทางการ พัฒนาเป็ น 2ระบบควบคู่กันไป คือ ระบบการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการพัฒนาร่วมกับภาครัฐซึ่ง เป็ นระบบที่มีการปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันและระบบการจัดการกิจกรรมการพัฒนาใหม่ โดยให้ประชาชนมี ส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ ซึ่ งภาครัฐเป็ นฝ่ ายสนับสนุนในด้านนโยบาย มาตรการ และงบประมาณ สนับสนุน มีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผน ตัดสินใจและติดตามประเมินผลในโครงการพัฒนาของ รัฐที่จะมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ม โดยรัฐจะตอ้งจดัให้มีข้นัตอนประชาพิจารณ์ โครงการอยา่งต่อเนื่องต้งัแต่การริเริ่มแนวคิดโครงการจดัเตรียมโครงการและการดา เนินโครงการการ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-79 บทที่2 การตรวจเอกสาร จัดให้มีกระบวนการหรือกลไกการบริหารจัดการของรัฐที่เปิ ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การจัดท าแผน และด าเนินการแก้ไขปัญหาของชุมชน การสนับสนุนให้มี คณะกรรมการของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นให้ร่วมคิด ร่วมทา งาน และเรียนรู้ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถซึ่งกันและกัน การส่งเสริมให้มีเครือข่ายความร่วมมือระหวา่งชุมชนหรือทอ้งถิ่นใน การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านต่างๆ และผลกระทบจากการพัฒนา เสริมสร้าง วิสัยทศัน์และสร้างขีดความสามารถในการจดัการหรือการมีส่วนร่วมให้แก่องค์กรประชาชน องค์กร พัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สาธารณชน ภาคธุรกิจเอกชน เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินแผนงาน โครงการของรัฐหรือของชุมชน เช่น การใช้มาตรการจูงใจทางภาษี การสนับสนุนการฝึ กอบรมด้านการ จัดการ และการส่งเสริมความร่วมมือกับฝ่ ายอื่น ๆ ในสังคม เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545 – 2549) รัฐได้เน้นให้มีการพัฒนากลไกและ กระบวนการจดัการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้มในเชิงบูรณาการที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุก ฝ่ าย โดย 1) ปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนทอ้งถิ่นและประชาชนให้มีส่วนร่วมในการบริหารจดัการ ทรัพยากรธรรมชาติรับรองสิทธิชุมชน และให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกข้ันตอน อาทิ การออก พระราชบัญญตัิทรัพยากรน้า พระราชบญัญตัิป่าชุมชน แกไ้ขปรับปรุงพระราชบญัญตัิประมง พ.ศ. 2490 แกไ้ขปรับปรุงพระราชบญัญตัิส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้มแห่งชาติพ.ศ. 2535 เพื่อสนับสนุน การกระจายอ านาจการบริหารจัดการ และประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม รวมท้งัทบทวนกฎหมายป่าไม้เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ตลอดจน ปรับปรุงกฎหมาย ที่ เกี่ยวขอ้งกบัการควบคุมการใชท้ ี่ดินและการขยายตวัของเมืองใหส้อดคลอ้งสัมพนัธ์กนัท้งัระบบ 2) เสริมสร้างเครือข่ายการประสานงานและการทา งานร่วมกนัขององคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่น องค์กรพฒันาเอกชน องค์กรชุมชน และประชาชนในทอ้งถิ่น ในการอนุรักษ์ฟ้ืนฟูและใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้มอย่างยงั่ยนื โดยให้ความสา คญักบัการฝึกอบรมให้ความรู้แก่แกนนา ชุมชน เพื่อเพิ่มศกัยภาพ ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และริเริ่มในชุมชน พัฒนาระบบรวบรวมและ จดัทา ขอ้มูลระดับทอ้งถิ่นให้สอดคลอ้งกัน รวมท้งัให้มีเวทีประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็น สร้าง กระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมคิด ร่วมท า พร้อมกับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและแนวคิดอย่าง ต่อเนื่อง เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการใช้แผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550 – 2554) แนวทางการ พัฒนาในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ฟ้ืนฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติและควบคุมดูแลคุณภาพ สิ่งแวดลอ้มอยา่งจริงจงัและต่อเนื่องก็ยงัคงเป็นไปในทิศทางเดียวกนักบัแผนพฒันา ฯ ฉบบัที่9 ดังกล่าว ข้างต้น โดยเฉพาะภาครัฐ ท้งัในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนทอ้งถิ่น จะต้องปรับบทบาทจากผู้ ควบคุมและสั่งการ มาเป็นผปู้ระสานงานและอา นวยความสะดวก พร้อมท้งักระจายอา นาจการเขา้มีส่วน ร่วมในการบริหารจดัการไปยงัภาคีร่วมพฒันาอื่นๆ โดยเฉพาะอยา่งยงิ่ชุมชน รวมท้งัตอ้งสนบัสนุนการ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-80 บทที่2 การตรวจเอกสาร ใชส้ิทธิการดูแลทรัพยากรและพฒันาองคค์วามรู้แก่ชุมชน ตลอดจนสร้างกติกาความยุติธรรมในการใช้ ประโยชน์ของภาคการผลิตและชุมชน โดยปรับปรุ งกฎหมาย กฎ ระเบียบ และใช้กลไกทาง เศรษฐศาสตร์รวมท้งัสร้าง เชื่อมโยงและส่งเสริมการเขา้ถึงขอ้มูลที่เกี่ยวขอ้งให้ภาคีร่วมพฒันาและใช้ กลไกและการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็ นจริงและถูกต้องเป็ นเครื่องมือในการบริหารจัดการโดยกระบวนการ มีส่วนร่วม ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขยายบทบาทการจัดการและอนุรักษ์ฟ้ืนฟู ทรัพยากรธรรมชาติให้มากข้ึน โดยพฒันาท้ังองค์ความรู้ขีดความสามารถในการบริหารจดัการและ แนวทางกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรมใหแ้ก่ชุมชน แต่อย่างไรก็ตาม แผนนโยบายดังกล่าวเป็ นเพียงแนวทางการแปลงไปสู่ภาคปฏิบัติโดย เจ้าหน้าที่ของรัฐภายใต้การบริหารปกครองของผู้บริหารแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่จะบัญชาให้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด าเนินการอย่างจริงต่อเนื่องเพียงใด โดยไม่ขัดแย้งกับนโยบายอื่นของรัฐบาลหรือ คณะรัฐมนตรีการน าเอาหลักการเปิ ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมลงสู่ภาคปฏิบัติเป็ นดุลพินิจของ ผู้บริหารที่ปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมและวิสัยทัศน์ของตนเอง มิใช่เป็ นพันธร กรณีที่จะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังเช่นพันธกรณีที่ก าหนดโดยบทบัญญัติของกฎหมาย 2.6.3 ความหมายและแนวคิดเกยี่วกบักระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนกบัภาครัฐ การมีส่วนร่วมของประชาชน ถือเป็ นหลักการสากลที่อารยประเทศให้ความส าคัญ และเป็ น ประเด็นหลักที่สังคมไทยให้ความสนใจเพื่อพัฒนาการเมืองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ตามหลักการธรรมมาภิบาลที่ภาครัฐจะต้องเปิ ดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนรับรู้ ร่วม คิด ร่วมตดัสินใจ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเพิ่มคุณภาพการตดัสินใจของภาครัฐให้ดีข้ึน และเป็นที่ ยอมรับร่วมกันของทุก ๆ ฝ่ าย หลักการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน หมายถึง การเปิ ดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่ เกี่ยวขอ้งทุกภาคส่วนของสังคมได้เขา้มามีส่วนร่วมกับภาคราชการน้ัน International Association for Public Participation ได้แบ่งระดับของการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็ น 5ระดบัดงัน้ี 1) การให้ข้อมูลข่าวสาร ถือเป็ นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต ่าที่สุด แต่เป็ นระดับที่ ส าคัญที่สุด เพราะเป็ นก้าวแรกของการที่ภาคราชการจะเปิ ดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการมีส่วน ร่วมในเรื่องต่าง ๆ วิธีการให้ขอ้มูลสามารถใช้ช่องทางต่าง ๆ เช่น เอกสารสิ่งพิมพ์การเผยแพร่ขอ้มูล ข่าวสารผ่านทางเสื่อต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ จดหมายข่าว การจัดงานแถลงข่าว การติดประกาศ และ การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ เป็ นต้น 2) การรับฟังความคิดเห็น เป็ นกระบวนการที่เปิ ดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การรับฟัง ความคิดเห็น การส ารวจความคิดเห็น การจัดเวทีสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ เป็ นต้น


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-81 บทที่2 การตรวจเอกสาร 3) การเกี่ยวข้อง เป็ นการเปิ ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน หรื อร่วม เสนอแนะทางที่นา ไปสู่การตดัสินใจเพื่อสร้างความมนั่ใจให้ประชาชนว่าขอ้มูลความคิดเห็นและความ ต้องการของประชาชนจะถูกน าไปพิจารณาเป็ นทางเลือกในการบริหารงานของภาครัฐ เช่น การประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาประเด็นนโยบายสาธารณะ ประชาพิจารณ์การจัดต้ังคณะท างานเพื่อ เสนอแนะประเด็นนโยบาย เป็ นต้น 4) ความร่วมมือ เป็ นการให้กลุ่มประชาชนผู้แทนภาคสาธารณะมีส่วนร่วม โดยเป็ นหุ้นส่วนกับ ภาครัฐในทุกข้ันตอนของการตัดสินใจ และมีการด าเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการที่มีฝ่ ายประชาชนร่วมเป็ นกรรมการ เป็ นต้น 5) การเสริมอา นาจแก่ประชาชน เป็นข้ันที่ให้บทบาทประชาชนในระดับสูงที่สุด โดยให้ ประชาชนเป็ นผู้ตัดสินใจ เช่น การลงประชามติในประเด็นสาธารณะต่าง ๆ โครงการกองทุนหมู่บ้านที่ มอบอา นาจใหป้ระชาชนเป็นผตู้ดัสินใจท้งัหมด เป็นตน้ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจท าได้หลายระดับและหลายวิธี ซึ่งบางวิธีสามารถท า ไดอ้ย่างง่าย ๆ แต่บางวิธีก็ตอ้งใชเ้วลาข้ึนอยู่กบัความตอ้งการเขา้มามีส่วนร่วมของประชาชน ค่าใชจ่าย ้ และความจ าเป็ นในการเปิ ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็ นเรื่อง ละเอียดอ่อน จึงตอ้งมีการพฒันาความรู้ความเขา้ใจในการให้ขอ้มูลข่าวสารที่ถูกตอ้งแก่ประชาชน การ รับฟังความคิดเห็น การเปิดโอกาสให้ประชาชนเขา้มามีส่วนร่วม รวมท้งัพฒันาทกัษะและศักยภาพของ ข้าราชการทุกระดับควบคู่กันไปด้วย จากหลักการและความจ าเป็ นดังกล่าวท าให้การพัฒนาระบบราชการที่ผ่านมาได้รับการพัฒนา กระบวนการบริหารราชการที่สนับสนุนการปรับกระบวนการท างานของส่วนราชการที่เปิ ดโอกาสให้ ประชาชนเขา้มามีส่วนร่วมมากข้ึน หรือที่เรียกวา่ “การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม” ในส่วนภาคราชการ การส่งเสริมการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ถือได้ว่าเป็ นเงื่อนไข และ เป็ นกุญแจดอกส าคัญของความส าเร็จของการพัฒนาระบบราชการให้สามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนและเอ้ือต่อประโยชน์สุขของประชาชน เพราะกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นปัจจัยส าคัญที่ สนับสนุน และส่งเสริมให้ระบบราชการมีพลังในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ อันเป็ นเป้าหมาย หลักของการพัฒนาราชการยุคใหม่ที่เป็ นราชการระบบเปิ ด การมีส่วนร่วมในการด าเนินงานของภาคราชการที่มาจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ประชาชนผูม้ีส่วนไดส้ ่วนเสียและชุมชนทอ้งถิ่น จะช่วยทา ให้เจา้หน้าที่ของรัฐมีความใกลช้ิด กบั ประชาชนไดร้ับทราบความตอ้งการและปัญหาที่แทจ้ริงลดความขดัแยง้และต่อตา้น ท้งัยงัเป็นการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เสริมสร้างให้ประชาชน ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในประเด็นสาธารณะ ซึ่งเป็ น บทบาทที่หน่วยงานภาคราชการจะตอ้งดา เนินการให้เกิดข้ึน อย่างไรก็ตาม การบริหารราชการแบบมี ส่วนร่วมที่เปิ ดโอกาสให้ประชาชนและเครือข่ายภาคประชาสังคมทุกภาคส่วนเข้ามาเป็ นหุ้นส่วน จะ ประสบความส าเร็จหรือไม่น้ัน ข้ึนอยู่กบัหน่วยงานราชการต่าง ๆ จะสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วม


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-82 บทที่2 การตรวจเอกสาร ของประชาชนมากน้อยเพียงใด รวมท้งัตอ้งอาศยักระบวนการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทุก ฝ่ ายในสังคมที่เป็ นพันธมิตรของภาคราชการ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ภาคราชการจะต้องร่วมมือกันเปิ ดระบบ ราชการให้ประชาชน มีส่วนร่วม เพื่อท าให้เกิดการบริ หารกิจการบ้านเมืองที่ดี เกิดการแบ่งสรร ทรัพยากรอย่างยุติธรรม และลดความขัดแย้งในสังคม และที่ส าคัญที่สุดคือการสร้างกลไกของการ พฒันาระบบราชการที่ยงั่ยนืเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 2.7 การกา หนดเกณฑ ์ ความรุนแรงของอุทกภัย จะใช้หลักเกณฑ์ตามข้อเสนอของ ธวัชชัยและคณะ (1984) ในการก าหนดความรุนแรงของ สภาวะภัยน้ าท่วม โดยมีหลักเกณฑ์การกา หนดการแจ้งเตือนระดับความรุนแรงของน้ าท่วม (Flood Hazard Level) เป็น 4ระดบัดงัน้ี ระดับที่ 1 หมายถึง สภาวะน้า ท่าปกติหรือไม่มีภยัน้า ท่วม (No hazard flooding) ซึ่งเป็ นกรณีที่ ปริมาณน้ าท่าไม่เกิน 1.25 เท่าของสภาวะน้ าท่าปกติโดยกา หนดให้ค่าเฉลี่ยของปริมาณน้ าท่ารายวนั ในช่วงฤดูน้า หลากเป็นค่าสภาวะน้า ท่าปกติ ระดับที่ 2 หมายถึง สภาวะน้ าท่วมรุนแรงน้อย (Low Flood) ซ่ึงเป็นกรณีที่ปริมาณน้ าท่าอยู่ ระหว่าง 1.25 เท่าแต่ไม่เกิน 1.5 เท่าของสภาวะน้า ท่าปกติ(ซ่ึงอาจเทียบเท่าคาบยอ้นกลบัของสภาวะน้า ท่วมโดยประมาณระหว่าง 2 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี ) ระดับที่ 3 หมายถึง สภาวะน้ าท่วมรุนแรงปานกลาง (Medium Flood Hazard) ซึ่ งเป็ นกรณีที่ ปริมาณน้า ท่าอยู่ระหว่าง 1.5 เท่าแต่ไม่เกิน 2 เท่าของสภาวะน้า ท่าปกติ(ซ่ึงอาจเทียบเท่าคาบยอ้นกลบั ของสภาวะน้า ท่วมโดยประมาณระหวา่ง 5 ปีแต่ไม่เกิน 25 ปี ระดับที่ 4 หมายถึง สภาวะน้า ท่วมรุนแรงมาก(High Flood Hazard) ซ่ึงเป็นกรณีที่ปริมาณน้า ท่า เท่ากบัหรือมากกวา่2 เท่าของสภาวะน้า ท่า (ซ่ึงอาจเทียบเท่าคาบยอ้นกลบัของสภาวะน้า ท่วมเท่ากบัหรือ มากกว่า 25 ปี ) 2.8 การทบทวนรายงาน การท างานเชิงรุกด้านป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน ้าในพื้นที่ จังหวัดชุมพร กรมชลประทาน ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ไว้ว่า “น้ าสมบูรณ์สนับสนุนการผลิต เสริมสร้างคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจมนั่คง” โดยมีพนัธกิจหรือหน้าที่ที่ตอ้งดา เนินการเพื่อที่จะขบัเคลื่อน ให้มุ่งสู่วิสัยทศัน์ที่ต้งัใจไว้อยู่ 4 ประการคือ ประการที่หน่ึง พฒันาแหล่งน้า ตามศกัยภาพของลุ่มน้า ให้ สมดุล ประการที่สอง บริหารจดัการน้า อย่างมีประสิทธิภาพ ทวั่ถึง เป็นธรรมและยงั่ยืน ประการที่สาม เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพฒันาและบริหารจดัการน้า ทุกระดบัอย่างบูรณาการ ประการ สุดท้าย ดา เนินการป้องกนัและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้ า ภายใตยุ้ทธศาสตร์ที่กา หนดไวส้ามประเด็น


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-83 บทที่2 การตรวจเอกสาร ยุทธศาสตร์ดว้ยกนัคือ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่หน่ึงการพฒันาแหล่งน้ า ประเด็นยุทธศาสตร์ที่สองการ บริหารจดัการน้า และประเด็นยุทธศาสตร์สุดทา้ยคือการป้องกนัและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า สิ่งที่น่า พิจารณาคือ“พ้ืนที่ชลประทาน” ซ่ึงเป็นพ้ืนที่เป้าหมายที่ตอ้งดา เนินการตามพนัธกิจและมุ่งสู่วิสัยทศัน์ ซึ่งได้ก าหนดไว้ในยุทธศาสตร์ของกรมชลประทานปี พ.ศ.2552 ขาดประเด็นยุทธศาสตร์ด้าน “การรักษา พ้ืนที่ท าการเกษตรในเขตชลประทาน” พ้ืนที่ชลประทาน ตามคา รับรองปฏิบัติราชการของกรม ชลประทานจะเพิ่มข้ึนทุกปี ส าหรับในปี พ.ศ.2552 ก าหนดพ้ืนที่ชลประทานหรือรับบริการน้ าจาก ระบบชลประทาน จ านวน 23.925 ล้านไร่จากพ้ืนที่ทา การเกษตรกรรมท้งัหมดของประเทศไทย จ านวน ประมาณ 131 ล้านไร่ นอกจากยุทธศาสตร์ของกรมชลประทานที่ก าหนดไว้แล้ว ก็ยังมีค่านิยมขององค์กรที่ได้ก าหนด ข้ึนมาเพื่อที่ให้บุคลากรภายในกรมชลประทาน ใช้เป็นแนวปฏิบตัิส าหรับการให้บริการแก่ผูม้ีส่วนได้ เสีย (Stakeholder) ทุกภาคส่วน ดังค าที่ว่า “Water for all” W: Work Hard ทุ่มเทในการท างาน A: Attitude มีความคิดสร้างสรรค์ T: Teamwork เรียนรู้และท างานร่วมกัน E: Ethics มีจริยธรรมในการ ปฏิบัติงาน และ R: Relationship มีความผูกพนัและความสามคัคีทุกสิ่งทุกอย่างที่ผูเ้ขียนไดก้ล่าวมา ข้างต้น เป็ นปัจจัยที่ใช้ในการขับเคลื่อนให้ภารกิจของกรมชลประทานมุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่ก าหนดไว้ ส าหรับการทา งานเชิงรุกดา้นป้องกันและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้ า ซ่ึงกา หนดไวใ้นพนัธกิจ และประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมชลประทาน ปี พ.ศ.2552 ในการป้องกนัและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า น้ีครอบคลุมท้งัในพ้ืนที่การเกษตรในเขตชลประทานและชุมชนเมืองที่ระบบการป้องกนัและบรรเทาภยั อนัเกิดจากน้า ที่กรมชลประทานไดด้า เนินการจดัทา ข้ึนและยงัมีหนา้ที่ในการบริหารจดัการในระบบน้นั อยู่สิ่งที่ผูเ้ขียนจะกล่าวถึงต่อไปน้ีเป็นแนวทางที่ผเู้ขียนไดใ้ชป้ฏิบตัิงานในพ้ืนที่จงัหวดัชุมพร ซ่ึงเป็นที่ เสี่ยงต่อภยัพิบตัิด้านน้ า โดยมีโครงการตน้แบบคือ“โครงการป้องกนัและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตามแนวพระราชด าริ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชด าริ เกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยไว้หลายประการ เช่น การใช้แก้มลิง การใช้คลองลัดหรือคลอง ผนัน้า การใช้อาคารควบคุมบงัคบัน้า การศึกษาปริมาณน้า และการเตือนภัยในสภาวะวิกฤติ ตลอดจน แหล่งเก็บกักน้ าขนาดต่างๆ เป็นต้น พร้อมน้ีได้น้อมน าแนวพระราชดา ริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ไปขยายผลในพ้ืนที่การเกิดอุทกภยัในลุ่มน้า ยอ่ยต่าง ๆ เช่น คลองชุมพร คลองสวี คลองตะโก คลองหลังสวน และคลองละแม โดยมุ่งหวังสูงสุด คือ “ให้ประชาชนในพ้ืนที่มีชีวิตความเป็นอยทู่ ี่ดี” 2.8.1 ความหมายของการท างานเชิงรุก การท างานเชิงรุก (Proactive) เป็ นการกระท าที่ก้าวไปล่วงหน้า แต่ไม่ใช่เป็ นการลุยท างานที่ ค่อนข้างก้าวร้าว ไม่สนใจผู้ใด มุ่งประโยชน์ของตนเป็ นส าคัญ การท างานเชิงรุกมิใช่ลุยท าโดยที่ไม่มี ขอ้มูลสนบัสนุนหรือการวางแผนล่วงหนา้เพราะการทา งานแบบน้นัอาจส่งผลทา ให้งานประสบความ ล้มเหลวได้


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-84 บทที่2 การตรวจเอกสาร ดงัน้ัน การทา งานเชิงรุกจึงมีความหมายว่า การทา งานที่มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด รอบคอบ รู้จักและรับผิดชอบตนเอง โดยสามารถที่จะเลือกตอบสนองแรงกระตุ้นภายนอก ในมุมมอง และคุณค่าของตนเองที่ไม่ยอมตกอยู่ภายใตอ้ิทธิพลสิ่งแวดลอ้มรอบขา้งและสถานการณ์ภายนอกบีบ บงัคบั ให้ตอ้งจา ใจทา รวมถึงมีสติไม่จมปลกักบั ปัญหา แต่ตอบสนองดว้ยสติในคุณค่าที่เชื่อมนั่ซ่ึงมี ความแตกต่างจากการท างานแบบตั้งรับ (Reactive Approach) ที่จะกระท าเมื่อสถานการณ์ บีบบังคับให้ ตอบสนอง ในบางครั้งอาจมีความรู้ สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อเกิดข้อผิดพลาดจะโทษสิ่งแวดล้อมรอบ ข้างและเงื่อนไขข้อจ ากัดต่างๆ โดยไม่พิจารณาตนเองเป็ นหลัก การท างานเชิงรุก จึงเป็ นการท างานที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีการวางแผนล่วงหน้า และ จัดการสิ่งหน่ึงสิ่งใดด้วยวิจารณญาณอย่างรอบคอบ ทา ให้ไม่ค่อยมีความผิดพลาด ท้ังน้ียงัสามารถ คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดข้ึนล่วงหน้าได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่และพร้อมตอบสนองต่อความต้องการที่ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2.8.2 พฤติกรรมของบุคคลที่ท างานเชิงรุก การท างานเชิงรุก จ าเป็ นต้องมีบุคลากรที่มีพฤติกรรมการท างานเชิงรุก (Proactive Approach) จึงจะท าให้งานภายใต้พันธกิจขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์ที่ก าหนดไว้ได้ ซึ่งพฤติกรรมของบุคลากรต้องมี อิสรภาพในการเลือก (Freedom to Choose) ตอบสนองต่อพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ ง โดยมีความ เชื่อมนั่ในคณค่า ุ 4 ประการ คือ 1) การรู้จักตนเอง (Self-Awareness) ตดัสินใจเลือกที่จะทา ใหส้ิ่งใดมีที่อิทธิพลต่อตวัเราเอง 2) มีจินตนาการ (Imagination) สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดข้ึนในอนาคตได้ 3) มีวิจารณญาณ (Conscious) ตระหนักรู้อยู่ในใจว่าสิ่งใดถูกหรือผิด มีวินัยควบคุมพฤติกรรม ของตนเองได้อีกท้งัมีความคิดและการกระทา ที่สอดคลอ้งกนั 4) มีความมุ่งมั่นที่เป็นอิสระ (Independent Will) เลือกที่กระท าสิ่งใดตามที่ตนเองตระหนัก (Self-Awareness) โดยไม่ตกอยภู่ายใตอ้ิทธิพลของสิ่งแวดลอ้มรอบขา้ง 2.8.3 คุณสมบัติของผู้ท างานเชิงรุก จากพฤติกรรมของบุคคลที่ทา งานเชิงรุก ตอ้งมีความเชื่อมนั่ในคุณค่า 4 ประการ ดังที่กล่าว มาแลว้ผทู้ี่ปฏิบตัิงานเชิงรุกควรมีทกัษะและคุณสมบตัิดงัน้ี 1) คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า (Foreseen) สามารถมองเห็นภาพในอดีต ปัจจุบัน และ คาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดข้ึนในอนาคตได้เช่น มองเห็นปัญหาที่เคยเกิดข้ึนในอดีต ปัจจุบนัยงัเกิด ปัญหาข้ึนอีกและคาดการณ์วา่ ปัญหาน้ีจะทวีความรุนแรงหรืออาจเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบอื่นๆ โดย ไม่ประเมินสถานการณ์ต่า กวา่หรือสูงเกินจริง เพื่อวางแผนป้องกนั ปัญหาที่จะเกิดข้ึนในอนาคต


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-85 บทที่2 การตรวจเอกสาร 2) มีทักษะการวิเคราะห์ปัญหาได้ดี (Analytical Skill) เลือกได้ว่าปัญหาใดมีแนวโน้มวิกฤตใน อนาคต พร้อมท้งัวิเคราะห์สาเหตุและอุปสรรคของปัญหา 3) รู้จักองค์กร (Organization Awareness) ตอ้งรู้จกัองค์กรท้งั 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านพันธ กิจขององค์กร พฤติกรรมของคนในองค์การ วัฒนธรรมภายในองค์กร และการบริหารภายในองค์กร ซึ่ง ท้งั 4 ด้าน เป็ นตัวแปรส าคัญที่ท าให้สามารถเลือกวางแผนกลยุทธ์และวิธีท างานให้เหมาะสมกับกลุ่ม บุคคล 4) มีเทคนิคการน าเสนอที่มีประสิทธิภาพ (Presentation Skill) มีทักษะการถ่ายทอดความคิดที่ วางแผนไว้ให้ผู้บริหารเข้าใจและยินดีสนับสนุน 5) มีบุคคิกภาพน่าเชื่อถือ (Creditability) การเป็ นผู้น ากลยุทธ์ หรือผู้น าการเปลี่ยนแปลง (Changed Agent) ไดด้ีในองค์กรน้ัน สิ่งที่ส าคญัคือไดร้ับการยอมรับ และความน่าเชื่อถือจากบุคลากร ส่วนใหญ่ในองค์กร เพราะมีส่วนท าให้บุคลากรทุกคนยินดีให้ความร่วมมือและเปลี่ยนแปลงตาม 2.8.4 การท างานเชิงรุกด้านป้องกนัและบรรเทาภัยอนัเกดิจากน ้าในพื้นที่จังหวัดชุมพร จากประสบการณ์ด้านการท างานในกรมชลประทานร่วม 23 ปี ของผู้เขียน ซึ่งผ่านการท างาน ดา้นการพฒันาการใช้น้ าในระดบัแปลงนา งานก่อสร้างระบบชลประทานในไร่นา (งานคนัคูน้า ) งาน ด้านการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในงานชลประทาน งานดา้นการส่งน้ าและบา รุงรักษา ตลอดจนงาน ด้านแผนงานและงบประมาณ และองค์ความรู้ได้ร ่าเรียนและฝึ กอบรมจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ผู้เขียน ได้น ามาประยุกต์ใช้เป็ นแนวทางในการท างานเชิงรุกภายใต้พันธกิจของกรมชลประทาน โดยเฉพาะด้าน การป้องกันและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า ในพ้ืนที่จงัหวดัชุมพร ไดด้งัน้ี 1) ท าความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์และเป้าหมายของกรม ชลประทาน เพื่อสามารถด าเนินการจัดท าแผนงาน/แผนงบประมาณด้านการป้องกันและบรรเทาอันเกิด จากน้ าในพ้ืนที่จงัหวดัชุมพร ให้สอดคล้องกับนโยบายและประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมชลประทาน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ การรู้จักองค์กร 2) ใช้หลัก“รู้เขา รู้เรา รบร้อยคร้ังชนะร้อยคร้ัง” ตามที่ ซุนวู นักปราชญ์ชาวจีนผู้ขียนต าราพิชัย สงครามได้กล่าวไว้ นา มาประยกุตใ์ช้ดงัน้ี (1)รู้เขา ในที่น้ีหมายถึง งานที่เราจะด าเนินการคือ “การป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิด จากน้า ” ซ่ึงประกอบดว้ย (1.1) สภาพภูมิประเทศ โดยใช้แผนที่ 1:50000 เป็นเครื่องมือเบ้ืองตน้หากจะ สูงกวา่น้นัก็ใชเ้ทคโนโลยเีขา้มาช่วยคือ GIS เพื่อจะไดท้ราบถึงลกัษณะภูมิประเทศแหล่งน้า ลา น้า ถนน หมู่บ้าน เป็ นต้น


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-86 บทที่2 การตรวจเอกสาร (1.2) สภาพภูมิอากาศ โดยศึกษาจากลักษณะภูมิอากาศที่ผ่านมา เช่น สถิติ ปริมาณฝนที่ตกแต่ละเดือน สถิติปริมาณฝนที่ตกแต่ละปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดจนเส้นทางพายุ ซึ่งสามารถศึกษาได้จาก Website ต่าง ๆ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา (www.tmd.go.th) สถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้า และการเกษตร, สสนก. (www.thaiweather.net) เป็ นต้น (1.3) พ้ืนที่ประสบภยัพิบัติที่เกิดข้ึนบ่อยคร้ัง ท้ังน้ าแล้งและน้ าท่วมซ้ าซาก ข้อมูลดังกล่าวมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดา เนินการอยู่แลว้เรามิตอ้งออกไปส ารวจขอ้มูลให้สิ้นเปลือง งบประมาณ โดยสามารถใช้เป็นขอ้มูลพ้ืนฐาน หากตอ้งการความละเอียดคงตอ้ง X-Ray หรือลงพ้ืนที่ ส ารวจ ขอ้มูลพ้ืนที่ประสบภยัพิบตัิสามารถ Down Load ได้จาก website ของกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย (www.dpm.moi.go.th) โดยมีการแบ่งระดับความรุนแรงของพ้ืนที่เสี่ยงภัยต่ออุทกภัย ออกเป็ น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ความเสี่ยงต ่า ระดับที่ 2 ความเสี่ยงปานกลาง และระดับที่ 3 ความเสี่ยง สูง นอกจากน้ียงัมีพิกดั UTM แบบจุด (Point) ของหมู่บ้านต่างๆ ด้วย (1.4) ระบบการเตือนภยัของส่วนราชการต่างๆ เช่น เครื่องมือวดัน้ าฝนของ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบบ Early Warning ของกรมทรัพยากรน้ าและ Mister เตือนภัย ของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เพื่อใช้ในการติดตามสถานการณ์หรือสอบทานสถานการณ์กับเครื่องมือของ กรมชลประทาน (1.5) หมายเลขโทรศัพท์ของผู้น าท้องที่ (ก านันและผู้ใหญ่บ้าน) และผู้น า ท้องถิ่น (นายก อบต., สมาชิก อบต. และหัวหน้าส่วนโยธา อบต.) เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ ประสานงานและสอบถามข้อมูล ประกอบการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยพิบัติ (1.6) องค์ประกอบของกองอ านวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ จังหวัด เพื่อประโยชน์ในการประสานงานในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และรายงาน สถานการณ์ต่างๆ ต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัด (2) รู้เรา ในที่น้ีหมายถึงองคป์ระกอบต่างๆ ที่เกี่ยวกบัโครงการชลประทาน ดงัน้ี (2.1) ความพร้อมของเครื่องจักร-เครื่องมือ - เครื่องจักรกลหนัก เช่น รถ Back hoe หรือรถตักหน้า-ขุดหลัง เพื่อ ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หากไม่มีต้องเตรียมหาแหล่งที่จะประสานงานในการใช้ได้ -ยานพาหนะ เช่น รถบรรทุกเทท้าย รถบรรทุกขนาดต่างๆ หรือเรือ เพื่อใช้ในการล าเลียงวัสดุหรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย - เครื่องสูบน้า ขนาดต่างๆ โดยการประสานกบัหน่วยสูบน้า ของส านกั เครื่องจักรกล กรมชลประทาน - เครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่เพื่อใช้เป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าส าหรับ เปิ ด/ปิดประตูระบายน้า ขนาดใหญ่ในกรณีกระไฟฟ้าขดัขอ้งเป็นเวลานาน


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-87 บทที่2 การตรวจเอกสาร - เครื่องมือสื่อสาร ในที่คือ วิทยุสื่อสารชนิดมือถือ เพื่อใช้ติดต่อ/ สื่อสารในกรณีระบบการสื่อสารอื่นๆ ใช้ไปได้ หรือกรณีที่เกิดวาตภัยรุนแรง เช่น พายุไต้ฝุ่ น ซึ่งจะท าให้ เครือข่ายการสื่อสารต่างๆ ล่มหมดไม่สามารถติดต่อกันได้ ต้องพึ่งวิทยุสื่อสารอย่างเดียว (2.2) ความพร้อมของอาคารควบคุมและบงัคบัน้า ต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าของ ประตูระบายน้า ระบบเครื่องกวา้น และบานระบายทา งานปกติสามารถใชง้านไดห้รือไม่ (2.3) ความพร้อมของระบบการเตือนภัย (ระบบโทรมาตร) ของสถานีหลัก และสถานีสนามสามารถใช้งานได้หรือไม่ หากเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องของแต่ละสถานีจะใช้มาตรการ อยา่งไรเป็นแผนสา รอง เพื่อจะไดรู้้สภาพของน้า ท่า ณ จุดน้นัๆ (2.4) ความพร้อมของวัสดุที่จ าเป็นในการใช้งาน เช่น น้ ามันเช้ือเพลิง กระสอบบรรจุทราย และทราย เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินในการป้องกนัน้า ไหลลน้ขา้มคนัก้นัน้ าหรือคนั คลองระบายต่างๆ (2.5) ความพร้อมด้านอัตราก าลัง ซ่ึงรับผิดชอบในแต่ละพ้ืนที่และอาคาร ควบคุมบังคับน้ าแต่ละแห่ง ต้องซักซ้อมการท างาน แบ่งงานกันท า และท างานเป็นทีม พร้อมท้ัง สามารถติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้ตลอด 24 ชวั่โมง (2.6) ความพร้อม/ความสามารถในการระบายน้า ของระบบระบายน้า ในคลอง ระบายต่างๆ ตรวจสอบดูวา่มีสภาพเป็นอยา่งไร มีวชัพืช มีการต้ืนเขิน หรือมีสวะขวางลา น้า หรือไม่หาก มีก็ดา เนินการกา จดัออกเพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายน้า 3) การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า ในการท างานเชิงรุกด้านการป้องกันและบรรเทาอันเกิด จากน้ าน้ี การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้านับว่าเป็ นกลยุทธ์ที่ส าคัญที่ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเรา สามารถใช้เครื่องมือ (Tools) ซ่ึงหน่วยราชการต่างๆ ไดจ้ดัทา ข้ึนนา มาบูรณาการเพื่อใชใ้นการคาดการณ์ เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เช่น (1) การคาดการณ์ฝนตก (1.1) พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 1-7 วัน โดยดูจาก Hamweather ของ Weather National Company ซึ่งสามารถเปิ ดจาก Website ของส านักชลประทานที่ 14 ท าให้ทราบโอกาสในการ เกิดฝนตกในพ้ืนที่เป็นอยา่งไร (1.2) แผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ท าให้ทราบว่ามีย่อมความกดอากาศ ต ่า (L) หรือร่องความกดอากาศต ่าพาดผ่านบริเวณใด ซ่ึงท้งัสองกรณีจะทา ให้เกิดฝนตกในบริเวณที่มี ปรากฎการณ์ดังกล่าว (1.3) ภาพถ่ายดาวเทียม ของกรมอุตุนิยมวิทยา ท าให้ทราบกลุ่มของเมฆฝนว่า มีความหนาแน่นอย่างไร และทิศทางไปทางไหน (1.4) การพยากรณ์อากาศประจ าวัน และประจ าสัปดาห์ของกรมอุตุนิยมวิทยา


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-88 บทที่2 การตรวจเอกสาร (1.5) การพยากรณ์อากาศด้วย WRF (Weather Research and Forecast) หรือใช้ Thailand Model ของกรมอุตุนิยมวิทยา (2) การคาดการณ์การเกิดพายุ ใช้ข้อมูลจาก Website ของกรมอุตุนิยมวิทยา ท าให้ ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ (3) การคาดการณ์น้า ท่า เราสามารถใช้เครื่องมือของกรมชลประทานที่มีอยู่ในลา น้า มา คาดการณ์น้า ท่า เช่น ระดบัน้ า ปริมาณน้ าท่า และระยะเวลาเดินทางของน้ าแต่ละลูก(Flood) ส าหรับ เครื่องมือที่ใช้คือ สถานีอุทกวิทยาของส านักอุทกวิทยาและบริหารน้า และสถานีโทรมาตร ซ่ึงสามารถ บอกระดบัน้า ท่า ปริมาณน้า ท่าและการพยากรณ์น้า ในแต่ละจุด ซึ่งจะมีโปรแกรมส าหรับการพยากรณ์ น้า (กรณีที่เป็นระบบโทรมาตรขนาดใหญ่)กรณีที่เป็นสถานีอุทกวิทยาของส านักอุทกวิทยาฯ ตอ้งนา ขอ้มูลมาหาความสัมพนัธ์ของระดบัน้า จุดสังเกตและจุดเฝ้าระวงั (ส านกัอุทกวิทยาฯ ไดด้า เนินการจดัทา ไว้แล้ว สามารถน ามาใช้งานได้เลย) 4)การติดตามสถานการณ์เมื่อเราคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหนา้ของสภาพฝนและน้า ท่าแลว้ตอ้ง มีการติดตามสถานการณ์โดยใชช้่องทางหรือเครื่องมือของหน่วยราชการต่างๆ จดัทา ข้ึนและที่ส าคญัคือ เครื่องมือของกรมชลประทานที่ไดม้ีการติดต้งัในลา น้า ต่างๆ ดงัน้ี (1) ติดตามสถานการณ์ฝนตก (1.1) สถานีเรดาห์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจะเป็ นภาพแสดงฝนตก โดยแสดง ในแถบสีต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทุกชวั่โมง (1.2) สถานีวัดน้ าฝนอัตโนมัติของกรมอุตุนิยมวิทยา ซ่ึงเป็นโปรแกรม แสดงผลและรายงานออนไลน์ติดต้งัที่ตา บลต่างๆ (1.3) สถานีวดัน้า ฝนอตัโนมตัิที่ http://www.thaiwater.net (1.4) โทรมาตรขนาดเลก็ของสา นกัอุทกวิทยาและบริหารน้า (1.5) สถานีโทรมาตรของโครงการชลประทาน เช่น สถานีโทรมาตรชุมพร (ลุ่มท่าตะเภา) และระบบโทรมาตรเพชรบุรี เป็ นต้น (2) การติดตามเกิดพายุ จาก Website ของกรมอุตุนิยมวิทยา ส านักชลประทานที่ 14 และ thaiwater.net เป็ นต้น (3) การติดตามระดับน้ าท่า โดยการติดตามจากสถานีโทรมาตรขนาดใหญ่ และโทร มาตรขนาดเล็ก สามารถดูจาก Website ของโครงการชลประทานชุมพร หรือ website ส านักชลประทาน ที่ 14 ตลอดจนใช้เทคโนโลยีเขา้มาช่วย เช่น การติดต้งักลอ้งโดยใช้ระบบโครงข่ายไร้สาย (WiFi) เพื่อ ติดตามสภาพน้า ท่าในจุดที่ส าคญัอาทิเช่น บริเวณประตูระบายน้ า หรืออาคารควบคุมบงัคบัน้ าต่าง ๆ ซ่ึงไดด้า เนินการติดต้งัในโครงการป้องกนัและบรรเทาอุทกภยัเมืองชุมพรตามแนวพระราชดา ริแลว้ 5) การวิเคราะห์ ปั ญ หาที่เกิดขึ้น จากที่กล่าวมาแล้วต้ังแต่ข้อที่ 1-4 ท าให้มีข้อมูลเพื่ อ ประกอบการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดข้ึน รู้สาเหตุและอุปสรรคของปัญหา ตลอดจนแนวทางแกไ้ขปัญหา


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-89 บทที่2 การตรวจเอกสาร 6) การน าเสนอ/ประชาสัมพันธ์ในสภาวะวิกฤติประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ย่อม ให้ความสนใจเกี่ยวกบัเหตุการณ์น้า ท่วมหรือภัยแล้ง หากไม่มีการนา เสนอขอ้มูลข่าวสารให้แก่ผูม้ีส่วน ได้เสียได้รับทราบ ก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ซึ่ งจะท าให้ประชาชนเกิดการสับสนได้ ดงัน้นัผูท้ี่ทา งานเชิงรุกดา้นการป้องกนัและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า ตอ้งทา การบา้นตลอด พร้อมที่จะ ใหข้อ้มูลแก่สื่อมวลชนในกรณีที่มีการสอบถามมา ถ้าให้ดีควรสร้างช่องทางในการให้ผู้มีส่วนได้เสียได้ รับทราบข้อมูลในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติ เช่น ใช้สื่อวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ วิทยุชุมชน หรือ ทาง website ของโครงการชลประทาน เป็ นต้น 2.8.5 บทสรุป จากความหมายของการท างานเชิงรุก (Proactive Approach) มีความหมายว่า “การท างานที่มีการ วางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด รอบคอบ รู้จกัและรับผิดชอบตนเอง โดยปราศจากอิทธิพลสิ่งแวดลอ้ม รอบข้างและสถานการณ์ภายนอกบีบบังคับให้ต้องจ าใจท าและมีสติ” ผู้ที่ท างานเชิงรุก ต้องมีความ เชื่อมนั่ในคุณค่า 4 ประการ คือ รู้จักตนเอง (Self-Awareness) จินตนาการ (Imagination) มีวิจารณญาณ (Conscious) และ มีความมุ่งมนั่ที่เป็นอิสระ(Independent Will) ประกอบกับต้องมีทักษะและคุณสมบัติ 5 อย่าง คือ การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า (Foreseen) มีทักษะการวิเคราะห์ปัญหาได้ดี (Analytical Skill) รู้จักองค์กร (Organization Awareness) มีเทคนิคการน าเสนอที่มีประสิทธิภาพ (Presentation Skill) และมีบุคคิกภาพน่าเชื่อถือ (Creditability) หากสามารถพัฒนาตนเองให้มีทักษะ ก็จะท าให้ สามารถท างานในเชิงรุกได้ ดังเช่นผู้เขียนได้ยกตัวอย่างตาม “กรณีการท างานเชิงรุกด้านป้องกันและ บรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า ในพ้ืนที่จงัหวดัชุมพร” ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-90 บทที่2 การตรวจเอกสาร รูปที่ 2.8.5-1แนวทางในการทา งานเชิงรุกดา้นการป้องกนัและบรรเทาภยัอนัเกิดจากน้า ท าความเข้าใจนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์และเป้าหมายของกรมชลประทาน รู้เรา ความพร้อมดา้นต่างๆ ดงัน้ีเครื่องจกัรกลหนกั, ยานพาหนะ, เครื่องสูบน้า , เครื่องปั่นไฟ เครื่องมือสื่อสาร,อาคารควบคุมบงัคบัน้า , ระบบการเตือนภัย(โทรมาตร) ,วัสดุที่จ าเป็ น ในการใช้งาน, อัตราก าลังและความพร้อมด้าน ระบบระบายน้า การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า การเกิดฝนตก การเกิดพายุระดบัน้า ท่า การติดตามสถานการณ์ การเกิดฝนตก การเกิดพายุระดบัน้า ท่า การวิเคราะห์ปัญหา น าเสนอ/ประชาสัมพันธ์ น าเสนอ:ศูนยป์ระมวลวิเคราะหส์ถานการณ์น้า กรมชลประทาน สา นกัชลประทานที่14 กองอ านวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประชาสัมพันธ์ :วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, วิทยุชุมชน, สถานีโทรทัศน์ และสื่อมวลชน ต่างๆ เป็นต้น รู้เขา สภาพภูมิประเทศ, สภาพภูมิอากาศ, พ้ืนที่ ประสบภยัพิบตัิซ้า ซาก,ระบบการเตือนภัย, Mister เตือนภัย,ผู้น าท้องที่,ผนู้า ทอ้งถิ่น และ องค์ประกอบของกองอ านวยการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด No Yes


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-1 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย 3.1 การประยุกต ์ใช้Artificial Neural Networks ส าหรับการพยากรณ์ปริมาณน ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อจะศึกษาการท างานของแบบจ าลองโครงข่ายใยประสาทเทียม Artificial Neural Networks (ANNs) ในการพยากรณ์น้ าล่วงหน้า 1 วนั โดยใช้วิธี Back Propagation ซึ่ งจะน ามา ประยุกต์ใช้กับข้อมูลปริมาณการไหลรายวนัณ จุดออกของลุ่มน้ าคลองท่าตะเภา ที่สถานีเทศบาล2 (X.180)จ.ชุมพร 3.1.1 ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษา 1) ขอ้มูลปริมาณน้า ท่ารายวนัจากสถานีวดัน้า ท่าของกรมชลประทาน ที่อยู่ในพ้ืนที่ลุ่มน้า คลอง ท่าตะเภา จ.ชุมพร จ านวน 3 สถานีได้แก่สถานีวดัน้ าคลองท่าที่บ้านท่าแซะ (X.64), สถานีคลองท่า ตะเภาที่บ้านวังครก (X.158)และ สถานีคลองท่าตะเภาที่ต าบลตากแดด หรือสถานีเทศบาล2 (X.180) ช่วงปี 2003 - 2007 2)ขอ้มูลปริมาณน้ าฝนรายวนั ในพ้ืนที่ลุ่มน้ าคลองท่าตะเภา ไดแ้ก่สถานีอ.ท่าแซะ (11091) และสถานีบ้านวังครก (10310) ช่วงปี ช่วงปี 2003 - 2007 แสดงต าแหน่งสถานีตรวจวัดข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในรูปที่ 3.1.1-1และแสดงกราฟได้ในรูปที่ 3.1.1-2 3.1.2 ขั้นตอนในการพัฒนาแบบจ าลอง 1) คัดเลือกปี ที่จะท าการฝึ กและทดสอบแบบจ าลอง (Trainingand Testing period) เนื่องจาก ANNs Model เป็ นแบบจ าลองกล่องด า (Black Box Model) ซึ่ งเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง Input และ Output เป็ น สา คญั โดยไม่เนน้ทางดา้นกายภาพมากนกัดงัน้นัจึงตอ้งพิจารณาเลือกใชข้อ้มูลที่มีความสัมพนัธ์กนั โดยมี หลักเณฑ์ที่ว่า ในช่วงของการฝึ กหัดแบบจ าลอง จะคัดเลือกปีที่ครอบคลุมปริมาณน้ าสูงสุด เพื่อให้ แบบจา ลองไดเ้รียนรู้ขีดจา กดัของขอ้มูล ส่วนปีที่ใชใ้นการทดสอบน้นัจะเลือกปีที่ใกลเ้คียงปัจจุบนัสรุป ช่วงเวลาที่ใชใ้นการฝึกหัดและทดสอบแบบจา ลองไดด้งัน้ี - ช่วงการฝึ กแบบจ าลอง (Training period) ใช้ช่วงฤดูฝนปี 2003, 2004และ2006 - ช่วงการทดสอบแบบจ าลอง (Testing period) ใช้ช่วงฤดูฝนปี 2005 และ2007 ค่าสัมประสิทธิ์ ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่สถานีต่าง ๆ กับข้อมูล ณ ต าแหน่งพิจารณา ซึ่ ง ไดแ้ก่สถานีX.180 ที่เวลา t+1 ท้งัในช่วงการฝึกและทดสอบแบบจา ลองแสดงไดด้งัตารางที่3.1.1-1


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-2 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.1.1-1 ที่ต้งัสถานีตรวจวดัขอ้มูลน้า ฝนและน้า ท่าในลุ่มน้า ท่าตะเภา


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-3 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 1000 1 Jan 03 11 Apr 03 20 Jul 03 28 Oct 03 5 Feb 04 15 May 04 23 Aug 04 1 Dec 04 11 Mar 05 19 Jun 05 27 Sep 05 5 Jan 06 15 Apr 06 24 Jul 06 1 Nov 06 9 Feb 07 20 May 07 28 Aug 07 6 Dec 07 อัตราการไหล, ลบ.ม./วินาที 0 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 ปริมาณฝน, มม. rainfall X64 X158 X180 รูปที่ 3.1.1-2 สถิติขอ้มูลน้า ฝนและน้า ท่าที่จะใชน้า เขา้แบบจา ลอง ANNs ระหว่างปี 2003 –2007 ตารางที่ 3.1.1-1ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ (r)ระหว่างปริมาณการไหลของสถานี X.180 ที่เวลาล่วงหน้า 1 วัน และ2 วนักบั ปริมาณน้า ฝนและปริมาณน้า ท่าของแต่ละสถานี ความสัมพันธ์ระหว่าง X.180(t+1) X.180(t+2) X.180 กับสถานีต่าง ๆ Training Testing Training Testing X.180(t) 0.92 0.90 0.80 0.76 X.158(t) 0.77 0.74 0.66 0.60 X.64(t) 0.80 0.78 0.70 0.64 10191(t) 0.31 0.51 0.41 0.63 10310(t) 0.38 0.51 0.47 0.64 หมายเหตุ : t+1 หมายถึง ข้อมูลที่เวลาล่วงหน้า 1 วัน t+2 หมายถึง ข้อมูลที่เวลาล่วงหน้า 2วัน 3.1.3 การศึกษาความสัมพันธ์ของแบบจ าลอง จากข้อก าหนดในการศึกษาการพยากรณ์ปริมาณการไหลของสถานีวดัน้า ท่า X.180 ที่สะพาน เทศบาล2 ล่วงหน้า 1 วัน และ 2 วัน โดยใชข้อ้มูลท้งัจากปริมาณน้า ท่าจากสถานีวดัน้า ท่าและขอ้มูลฝน จากสถานีวดัน้ าฝนภายในพ้ืนที่ลุ่มน้ าท่าตะเภา สามารถน ามาจัดท าเป็นฟังก์ชั่นของความสัมพันธ์ ระหวา่งขอ้มูลไดด้งัน้ี Qt+1,2(X.180) = f(Qt (X.180), Qt (X.158), Qt (X.64), Rt10191, Rt10311) (3-1)


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-4 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย เมื่อ f หมายถึง ความสัมพันธ์แบบไม่เป็ นเส้นตรง Qt (X.180) หมายถึง ปริมาณน้า สะพานเทศบาล2วันปัจจุบัน, ลบ.ม./วินาที Qt (X.158) หมายถึง ปริมาณน้า บ้านวังครกวันปัจจุบัน, ลบ.ม./วินาที Qt (X.64) หมายถึง ปริมาณน้า คลองท่าแซะวนั ปัจจุบนั , ลบ.ม./วินาที Rt10191 หมายถึง สถานีน้า ฝน อ.ท่าแซะ วันปัจจุบัน, มม. Rt10311 หมายถึง สถานีน้า ฝนบา้นวงัครกวนั ปัจจุบนั , มม. Qt+1,2(X.180) หมายถึง ปริมาณน้า สะพานเทศบาล2ล่วงหน้า 1 วันและ 2วัน, ลบ.ม./วินาที 3.1.4 แนวทางในการศึกษาแบบจ าลอง ท าการก าหนดโครงสร้างของแบบจ าลอง ANNs เป็ นลักษณะ 3 Layers ไดแ้ก่ Input, Hiddenและ Output Layer ซึ่งอธิบายความหมายของแต่ละ Layer ไดด้งัน้ี 1) Input Layer หรือขอ้มูลน าเขา้ ไดแ้ก่ขอ้มูลปริมาณน้า ท่าที่สถานีX.180, X.158, X.64 ปริมาณ ฝนที่ อ.ท่าแซะ (10191) และ บ้านวังครก (10311) ซึ่ง Layer น้ีจะมีค่าคงที่เท่ากบั5 2) Hidden Layer จะเป็ น Layer ที่จะตอ้งทา การสุ่มเปลี่ยนค่ากา หนดไวต้้งัแต่1ถึง5 3) Output Layer หรือผลการพยากรณ์ได้แก่ ปริมาณน้ าท่าที่สถานีX.180 ล่วงหน้า 1 วัน ซึ่ ง Layer น้ีจะมีค่าคงที่เท่ากบั1เสมอ 4) ใชแ้นวทางการดา เนินงานดงักล่าว กบัการพยากรณ์ปริมาณน้า ล่วงหนา้2วนั ซ่ึงจากการกา หนดดงักล่าวการศึกษาในคร้ังน้ีจะทา การฝึกแบบจา ลองดว้ยกนัท้งัหมด 5รูปแบบ คือ 5-1-1, 5-2-1, 5-3-1, 5-4-1และ5-5-1เพื่อหาแนวโน้มในการพยากรณ์ปริมาณการไหลของน้า ที่ดีที่สุดต่อไป 3.2 การประยุกต ์ใช้Genetic Algorithm (GAs) ในการสร้างแนวทางการปฏิบัติงาน การจัดการน ้าในพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา 3.2.1 วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อศึกษาแนวทางการควบคุมประตูระบายน้า ประกอบดว้ย ปตร.หัววงั-พนังตัก ปตร.สามแก้ว ใหม่ ปตร.ท่าตะเภา โดยประยุกต์ใช้แบบจ าลอง GAs ในการวิเคราะห์ปริมาณน้า ที่ควรระบายผ่านประตู ระบายน้ าดังกล่าว โดยให้เกิดผลกระทบจากอุทกภัยน้อยที่สุดและมีน้ าเก็บกักไวใ้นลา คลองเพื่อใช้ ประโยชน์ต่อไป ผลลพัธ์ที่ได้จะใช้เป็นแนวทางการระบายน้ าในกรณีต่างๆ เพื่อเป็นขอมูลน าเข้าใน ้ โปรแกรม MIKE 11 ในการควบคุมอาคารต่าง ๆ ต่อไป 3.2.2 แนวทางการศึกษา 1) ศึกษาระบบกระจายน้า และแนวทางการบริหารจดัการน้า ในพ้ืนที่ศึกษา


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-5 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 2) ก าหนดวัตถุประสงค์ของการใช้แบบจ าลอง แนวทางการประยุกต์ใช้ สมการเป้าหมาย (Objective Function) และสมการข้อจ ากัด (Constraints) 3) พัฒนาแบบจ าลอง 4) ทดสอบแบบจ าลองกับข้อมูลจริง รูปที่ 3.2.2-1แบบจ าลอง GAs ที่พฒันาข้ึนสา หรับการศึกษาแนวทางการบริหารจดัการน้า จากรูปที่ 3.2.2-1การพัฒนาแบบจ าลอง GAs เพื่อใช้วิเคราะห์ปริมาณการระบายน้า ผ่านอาคาร ควบคุมน้ าที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยและการขาดแคลนน้ า ในการศึกษาคร้ังน้ี ประยุกต์ใช้โปรแกรม Genetik (Nonyon, 1996) ซึ่งท างานภายใต้โปรแกรม Microsoft Excel และเป็ น โปรแกรมที่สามารถน าไปใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Freeware) 3.2.3 การพัฒนาแบบจ าลอง จากขอ้มูลพ้ืนที่ศึกษาสามารถสร้างแผนผงัลุ่มน้ า (Schematic Diagram) แสดงดังรูปที่ 3.2.3-1 โดยในกรณีปริมาณน้า อยู่ในสภาวะวิกฤติ(เกิดอุทกภยั) พ้ืนที่ที่ยอมให้เกิดน้า ท่วมคือพ้ืนที่คลองหัววงั- พนงัตกัและจะควบคุมปริมาณน้า ที่ไหลผ่านตวัเมืองชุมพรให้ไม่เกิน 300ลบ.ม./วินาทีในสภาวะปกติ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-6 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย จะเก็บน้ าไวใ้นคลองท่าตะเภาโดยการปรับลดระยะเปิดบานของประตูระบายน้า ท่าตะเภา ซึ่งปริมาณ ความตอ้งการระบายน้า ผา่นประตูระบายน้า ท่าตะเภาต่า สุดคือ 40ลูกบาศกเ์มตรต่อวินาที รูปที่ 3.2.3-1แผนผงัลุ่มน้า (Schematic Diagram) ของลุ่มน้า ท่าตะเภา เนื่องจากการพัฒนาแบบจ าลอง GAs ใช้โปรแกรม Genetik คณะผู้ศึกษาจึงท าการวิเคราะห์ สมการเป้าหมาย (Objective Function) สมการขอ้จา กดัการทา สมดุลน้ า โดยบนัทึกขอ้มูลและสูตรใน โปรแกรม Microsoft Excel โดยมีขอ้มูลน้า เขา้ประกอบดว้ย 1) ปริมาณน้า ไหลผา่นสถานีX.158 สูงสุดรายปี 2)ค่าสูงสุดและต่า สุดของปริมาณน้า ที่จะระบายในคลองแสดงดงัตารางที่3.2.3-1 ปตร.สามแก้วใหม่ (max. design 220 cms) ปตร.ท่าตะเภา (max. design 570 cms) ปตร.หัววัง-พนังตัก ( max. design 420 cms) ตัวเมืองชุมพร (รองรับอัตราการไหลได้สูงสุดที่ 300 cms) คลองท่าตะเภา 1(max design 570 cms) คลองหัววัง-พนังตัก คลองสามแก้ว คลองท่าตะเภา 2(max design 300 cms)


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-7 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย ตารางที่ 3.2.3-1ค่าสูงสุดและต่า สุดของปริมาณน้า ที่จะระบายในคลอง ล าดับ ที่ คลอง /ลา น้า ค่าสูงสุดของอัตราการไหล ในคลอง หรือลา น้า (ลบ.ม./วินาที) ค่าต ่าสุดของอัตราการไหล ในคลอง หรือลา น้า (ลบ.ม./วินาที) 1 ท่าตะเภา(1) 800 0 2 หัววัง-พนังตัก 800 0 3 ท่าตะเภา(2) 300 40 4 สามแก้ว 220 0 1) คลองหรือลา น้า ที่ตอ้งการระบายน้า ให้ใกลเ้คียงกบัความตอ้งการน้า ต่า สุด ซ่ึงในแบบจา ลอง มีเพียง คลองท่าตะเภา(2) 2) พ้ืนที่รับน้า (node) ที่ประเมินผลกระทบจากน้า ท่วมแสดงดังตารางที่ 3.2.3-2 3) อตัราการไหลสูงสุด (ที่ระดบัน้า สูงสุด) / ต่า สุดของคลองแสดงดังตารางที่ 3.2.3-3 ตารางที่ 3.2.3-2 พ้ืนที่รับน้า (node) ที่ประเมินผลกระทบจากน้า ท่วม ที่ พ้ืนที่รับน้า ความสามารถในการรับน้า สูงสุด โดยไม่เกิดน้า ท่วม (ลบ.ม./วินาที) ความส าคัญ 1 ตัวเมืองชุมพร 300 3,000 2 คลองสามแก้ว 220 3,000 3 คลองหัววัง-พนังตัก 420 0.00001 ตารางที่ 3.2.3-3อัตราการไหลสูงสุด / ต ่าสุดของคลอง ที่ คลอง /ลา น้า อัตราการไหลสูงสุด (ลบ.ม./วินาที) อัตราการไหลต ่าสุด (ลบ.ม./วินาที) 1 ท่าตะเภา(1) 570 0 2 หัววัง-พนังตัก 420 0 3 ท่าตะเภา(2) 300 0 4 สามแก้ว 220 0 4) ค่า Parameters ส าหรับแบบจ าลอง GAs ประกอบด้วย (1) Population Size (2) Probability of Crossover (3) Probability of Mutation (4) Maximum Generations


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-8 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 5) ค่า Parameter ส าหรับโปรแกรม Genetik ประกอบด้วย (1) เซลล์ส าหรับหาค่าต ่าสุด (Fitness)ของสมการที่ใช้ในแบบจ าลอง GAs (2) เซลล์ที่เป็ นตัวแปร (Variable Cells) (3) เซลล์ที่เป็ นค่าต ่าสุดของตัวแปร (Lower Bounds) (4) เซลล์ที่เป็ นค่าสูงสุดของตัวแปร (Upper Bounds) 3.2.4 สมการที่ใช้ในแบบจ าลอง GAs Min Z = R1Obj+ R2P2 + R3P3 (3-2) โดยที่ Min Z คือ การหาค่าต ่าสุดของค่า Z Obj คือ ค่าของสมการเป้าหมาย (Objective Function) R1 , R2 , R3 คือ สัมประสิทธิ์ ของสมการเป้าหมายและสมการข้อจ ากัด P2 , P3 คือ ค่าของสมการข้อจ ากัด 1) สมการเป้าหมาย (Objective Function): Obj สมการเป้าหมายคือ จัดสรรน้ าโดยให้เกิดผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยน้อยที่สุด กรณีที่ ปริมาณน้า ซ่ึงไหลเขา้โหนด (Node) มากกว่าปริมาณน้า ที่โหนด (Node) รับได้สูงสุดโดยไม่เกิดปัญหา น้า ท่วม แสดงดังสมการที่ (2) ถ้า Qin Qmax ( ) Qmax Qin Qmax O 2 − bj = (3-3) โดยที่ Obj คือ ค่าของสมการเป้าหมายซ่ึงเกิดข้ึนหากอัตราการไหลของน้า เขา้พ้ืนที่ มากกว่าความสามารถในการรับน้า สูงสุดโดยไม่เกิดน้า ท่วม Qin คือ อัตราการไหลของน้า เขา้สู่พ้ืนที่ (cms) Qmax คือ ความสามารถในการรับน้า สูงสุดโดยไม่เกิดน้า ท่วม (cms) ถ้า Qin Qmax จะไม่ค านวณสมการเป้าหมาย 2) สมการขอ้จา กดัเนื่องจากการระบายน้า มากกวา่ความตอ้งการน้า P2 สมการขอ้จา กดัที่เกิดข้ึนหากมีการระบายน้า มากกวา่ความตอ้งการน้า ถ้า Qin Qdem


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-9 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย ( ) Qdem Qin Qdem 2 2 − P = (3-4) โดยที่ P2 คือ ค่าของสมการข้อจ ากัดซ่ึงเกิดข้ึนหากอัตราการไหลของน้ าเข้า พ้ืนที่มากกวา่ความตอ้งการน้า ของพ้ืนที่ Qin คือ อัตราการไหลของน้า เขา้สู่พ้ืนที่ (cms) Qdem คือ อัตราความตอ้งการน้า ของพ้ืนที่ (cms) 3) สมการขอ้จา กดัเนื่องจากการระบายน้า มากกวา่ความสามารถในการระบายน้า สูงสุดหรือนอ้ย กวา่ ปริมาณน้า ที่ตอ้งระบายต่า สุด P3 สมการขอ้จา กดัที่เกิดข้ึนหากมีการระบายน้า มากกว่าความสามารถในการระบายน้า สูงสุดหรือ นอ้ยกวา่ ปริมาณน้า ที่ตอ้งระบายต่า สุด ถ้า Q Qmax ( ) Qmax Q Qmax 2 ' 3 − P = (3-5) ถ้า Q Qmin ( ) min Qmin Q 2 " 3 Q P − = (3-6) สมการข้อจ ากัด P3 " 3 ' P3 = P3 + P (3-7) โดยที่ P3 คือ ค่าของสมการข้อจ ากัดซ่ึงเกิดข้ึนหากมีการระบายน้า มากกวา่ ความสามารถในการระบายน้า สูงสุดหรือนอ้ยกวา่อตัราการะบายน้า ที่ ต้องระบายต ่าสุด P3 ’ คือ ค่าของสมการขอ้จา กดัเนื่องจากการระบายน้า มากกวา่ความสามารถ ในการระบายน้า สูงสุด P3 ” คือ ค่าของสมการข้อจ ากัดของการระบายน้า ซึ่งนอ้ยกวา่ ปริมาณน้า ที่ตอ้ง ระบายน้า ต่า สุด Q คือ อตัราการไหลของน้า ผา่นลา น้า (cms) Qmax คือ ความสามารถในการระบายน้า สูงสุดของลา น้า (cms) Qmin คือ ความสามารถในการระบายน้า ต่า สุดของลา น้า (cms)


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-10 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 3.3 การปรับปรุงแบบจ าลองทางคณิตศาสตร ์ MIKE 11 ส าหรับพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา 3.3.1 การพัฒนาแบบจ าลอง MIKE 11 1)การรวบข้อมูล (1) ขอ้มูลรูปตดัลา น้า ต้งัแต่บริเวณก่อนจุดบรรจบคลองท่าแซะ–รับร่อ ถึงบริเวณปาก แม่น้า ออกสู่ทะเล (2) ขอ้มูลการตรวจวดัจากสถานีโทรมาตร ต้งัแต่ปี2546ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ข้อมูลน้า ฝน ระดบัน้า และปริมาณน้า (3) ข้อมูลการระเหย จากสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (4) ขอ้มูลระดบัน้ าและปริมาณการไหลของน้ าที่สถานีX.158 บ้านวังครก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร (5) ข้อมูลระดับน้ าทะเลรายชั่วโมง ที่เกาะมัตโพน จ.ชุมพร จากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ (6) ขอ้มูลตา แหน่งอาคารชลศาสตร์ในลา น้า ที่สา คญั 2) การพัฒนาโครงข่ายและขอบเขตของแบบจา ลอง แบ่งข้ันตอนของการพัฒนาโครงข่าย ส าหรับแบบจ าลอง MIKE 11ออกได้เป็ น 2ข้นัตอน ไดแ้ก่ (1)การพัฒนาโครงข่ายของแบบจ าลองน้ าฝน-น้ าท่า (MIKE 11 NAM) ซึ่ งเป็ น แบบจ าลองย่อยที่ใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพนัธ์ระหว่างปริมาณน้า ฝนและปริมาณน้ าท่า (RainfallRunoff Relationship) โดยจา ลองพฤติกรรมทางกายภาพของลุ่มน้ า เพื่อคา นวณหาปริมาณน้ าท่าจาก ขอ้มูลปริมาณน้ าฝนที่ตกในบริเวณพ้ืนที่ลุ่มน้า ซ่ึงตอ้งมีการปรับเทียบกบัขอ้มูลที่ได้จากการตรวจวดั เพื่อปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ในแบบจา ลองใหเ้หมาะสมกบัสภาพทางกายภาพของพ้ืนที่ลุ่มน้า ข้นัตอนในการพฒันา จะทา การแบ่งพ้ืนที่ลุ่มน้า ที่ศึกษาออกเป็นลุ่มน้า ย่อยต่างๆ และ เชื่อมต่อกนัเป็นระบบลุ่มน้า โดยการแบ่งขอบเขตลุ่มน้า ท่าตะเภาออกเป็นลุ่มน้า ย่อย ส าหรับการเปลี่ยน น้า ฝนเป็นน้า ท่า พร้อมท้งัการคา นวณหาตวัปรับแกพ้ ้ืนที่อิทธิพลของสถานีวดัน้า ฝนในระบบโทรมาตร แต่ละสถานีด้วยวิธีรูปเหลี่ยมธีเอสเสน (Thiessen Polygon) (2)การพฒันาโครงข่ายส าหรับการไหลในลา น้ า (MIKE 11 HD) ซึ่งเป็ นแบบจ าลอง ย่อยที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลของน้ าในแม่น้ าและพ้ืนที่ราบริมฝั่งแม่น้ า โดยสามารถ วิเคราะห์ระดบัน้า และปริมาณน้า ที่ตา แหน่งต่าง ๆ ของแม่น้า ที่ตอ้งการพิจารณา นอกจากน้ียงัสามารถ รับขอ้มูลปริมาณน้า ท่า ที่วิเคราะห์จากปริมาณน้า ฝน (จาก NAM) ได้โดยตรงด้วย แบบจ าลองใช้ข้อมูล รูปตดัขวางลา น้ าที่ศึกษา และมีการปรับเทียบกับข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดจากภาคสนาม เพื่อปรับ ค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในแบบจา ลองใหเ้หมาะสมกบัสภาพลา น้า


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-11 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย ข้นัตอนการพฒันา เริ่มจากการนา เขา้รูปตดัลา น้า ลงในแบบจา ลองและทา การกา หนด จุดต่อเชื่อมปริมาณน้า ที่ไดจ้ากแบบจา ลอง NAM Model รวมถึงขอบเขตเงื่อนไขทางดา้นเหนือน้ าและ ดา้นทา้ยน้า (3)การจ าลองการไหลผ่านอาคารชลศาสตร์ (MIKE 11 SO) เป็ นแบบจ าลองย่อยที่ใช้ ในการควบคุมอตัราการไหลและ/หรือระดบัน้า ในลา น้า ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ตรงจุดที่กา หนด ซ่ึงอาจเป็น ประตูระบายน้า ฝายและอาคารชลศาสตร์อื่น ๆ โดยสามารถใหแ้บบจา ลองท าการค านวณแบบอัตโนมัติ เมื่อก าหนดข้อมูลขนาดและระดับ ของอาคารชลศาสตร์ หรือใส่ข้อก าหนดในการควบคุม เช่น ให้ระบาย น้า ดว้ยอตัราการระบายต่าง ๆ เมื่อระดบัน้ าอยู่ที่ระดบัที่กา หนดไว้เป็นตน้ซ่ึงแบบจา ลองน้ีจะคา นวณ ตามผลลัพธ์ของการค านวณด้วยโปรแกรม MIKE 11 HD และเป็ นข้อมูลกลับไปยังแบบจ าลอง HD อีก คร้ังหน่ึง 2) การตรวจพิสูจน์แบบจา ลอง จะเป็นการตรวจพิสูจน์พารามิเตอร์ที่ใช้ท้งัในแบบจา ลองการ เปลี่ยนน้า ฝนเป็นน้า ท่า (NAM Model) และแบบจ าลองทางชลศาสตร์ (HD Model) ว่าสามารถที่จะน ามา ประยุกต์ใช้งานภายใตโ้ครงการฯน้ีได้จริงและมีประสิทธิภาพ โดยจะทดลองท าการจ าลองแบบด้วย ขอ้มูลจริงที่ไดจ้ากการตรวจวดัดว้ยสถานีโทรมาตร มีแนวทางในดา เนินงานดงัน้ี (1) พิจารณาคัดเลือกช่วงเวลาในการตรวจพิสูจน์แบบจ าลอง เนื่องจากระบบโทรมาตร ลุ่มน้ าท่าตะเภา ได้ด าเนินการมาเป็นระยะเวลา 6 ปี แต่ข้อมูลที่ได้ส่วนใหญ่ จะมีความถูกต้องไม่ สม่า เสมอและไม่แน่นอน ซ่ึงจะมีผลต่อการคา นวณของแบบจา ลอง ดังน้ัน จึงจะดา เนินการพิจารณา คัดเลือกช่วงเวลาที่จะน ามาใช้ในศึกษา โดยจะเน้นไปที่ข้อมูลฝนซึ่ งเป็ นข้อมูลส าคัญในการน าเข้า แบบจ าลองด้วยวิธี Double Mass Curve ซึ่ งเป็ นวิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝนที่ใช้กัน ทวั่ ไป (2) ใช้ข้อมูลปริมาณการไหลของน้ าที่สถานีบ้านวงัครก (X.158) ส าหรับการตรวจ พิสูจน์แบบจา ลองในคร้ังน้ีเนื่องจากเป็นตา แหน่งที่ปริมาณน้า ที่ไหลมาจากคลองรับร่อคลองท่าแซะ มา บรรจบกนัเป็นคลองท่าตะเภา ทา ใหก้ารตรวจพิสูจน์ครอบคลุมลา น้า ที่สา คญัท้งั 3ลา น้า (3) ท าการจ าลองแบบร่วมกันระหว่าง MIKE 11 NAM และ HD Model โดยใช้ค่า ปริมาณฝนที่ได้จากการตรวจวัดด้วยสถานีโทรมาตรตามช่วงเวลาที่ก าหนด ผลลัพธ์จะได้ออกมาเป็ น ระดบัน้า และปริมาณการไหล ณ ตา แหน่งต่าง ๆ บนลา น้า นา มาเปรียบเทียบกบัค่าที่ตรวจวดัไดจ้ริงจาก สถานี X.158ของกรมชลประทาน (4) ในการตรวจสอบความถูกต้องและประสิทธิภาพของแบบจ าลอง จะต้องมีการ เปรียบเทียบระหว่างปริมาณน้า ที่ไดจ้ากการคา นวณดว้ยแบบจา ลองคณิตศาสตร์กบัขอ้มูลที่ไดจ้ากการ ตรวจวดัจริงในสนาม ในการศึกษาน้ีไดพ้ ิจารณาใชต้วัแปรทางสถิติจา นวน 3 ตัวแปร มาใช้เป็ นเกณฑ์ใน การประเมินประสิทธิผลของพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของแบบจา ลองท้งั 2 (NAM และ HD Model) ดงัน้ี


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-12 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย ตัวแปรทางสถิติ สมการ สัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient, r) ( ) ( ) ( ) ( ) − − − − = = = = N i ci c N i m i m N i m i m ci c Q Q Q Q Q Q Q Q r 1 2 1 2 1 Root Mean Square Error (RMSE) 0.5 1 2 ( ) − = = N Q Q RMSE N i m i ci Efficiency Index (EI) ( ) ( ) ( ) 100% 1 2 1 2 1 2 − − − − = = = = N i m i m N i m i ci N i m i m Q Q Q Q Q Q EI เมื่อ Qmi = อัตราการไหลที่ได้จากการตรวจวัดที่เวลา i Qm = ค่าเฉลี่ยของอัตราการไหลที่ได้จากการตรวจวัด Qci = อัตราการไหลที่ได้จากแบบจ าลองที่เวลา i Qc = ค่าเฉลี่ยของอัตราการไหลที่ได้จากแบบจ าลอง N = จ านวนของข้อมูล สา หรับรายละเอียดของตวัแปรทางสถิติแต่ละตวัแปร แสดงไดด้งัน้ี สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์(Correlation Coefficient, r) โดยปกติแล้วค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ (r) มีค่าอยู่ระหว่าง -1ถึง 1ถ้า r มีค่าเข้าใกล้ 1 แสดงว่าข้อมูลที่ค านวณได้และที่ตรวจวัดได้จาก ภาคสนามมีความสัมพันธ์แบบปฏิภาคโดยตรงที่ดีแต่เมื่อไรก็ตามที่ r มีค่าเข้าใกล้ 0แสดงว่าขอ้มูลท้งั สองมีความสัมพนัธ์กนันอ้ยหรือแทบไม่มีเลย โดยทวั่ ไปแล้วในการศึกษาด้านอุทกวิทยาและชลศาสตร์ ค่า r ควรมีค่ามากกว่า 0.7จึงจะถือวา่ขอ้มูลท้งัสองมีความสัมพนัธ์กนัอยใู่นเกณฑท์ ี่ยอมรับได้ Root Mean Square Error (RMSE) เป็ นตัวแปรทางสถิติที่แสดงความคลาดเคลื่อนสมบูรณ์ (absolute error) ระหว่างข้อมูลที่ได้จากการค านวณด้วยแบบจ าลองและข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัด ใน กรณีที่มีค่าเข้าใกล้ศูนย์แสดงว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก Efficiency Index (EI) เป็ นตัวแปรทางสถิติที่แสดงระดับความสัมพันธ์ (degree of association) ระหว่างข้อมูลที่ได้จากการค านวณด้วยแบบจ าลองและข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัด ถ้ามีค่าเท่ากับ 100% แสดงว่าผลการวิเคราะห์ที่ได้จากแบบจา ลองมีค่าเท่ากับปริมาณน้ าท่าที่ไดจ้ากการตรวจวดัทุกขอ้มูล (3-7) (3-8) (3-9)


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-13 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย โดยทวั่ ไปแลว้ในการศึกษาดา้นอุทกวิทยาและชลศาสตร์ค่า EI ควรมีค่ามากกว่า 70% จึงจะถือว่าข้อมูล ท้งัสองมีความสัมพนัธ์กนัอยใู่นเกณฑท์ ี่ยอมรับได้ 3.3.2 การพัฒนาระบบพยากรณ์น ้าด้วยแบบจ าลอง MIKE 11 FF 1) การก าหนดแนวทางการพยากรณ์ แบบจ าลอง MIKE 11 FF เป็นแบบจา ลองที่นา ความสามารถของแบบจา ลองน้า ฝน-น้า ท่าและ แบบจา ลองชลศาสตร์การไหลในลา น้า มาใช้ส าหรับคา นวณปริมาณน้า ตามจุดต่าง ๆ ล่วงหน้าออกไป โดยจะท าการปรับผลการคา นวณจากแบบจา ลองที่ได้และค่าที่ไดจ้ากการตรวจวดัที่สถานีวดัปริมาณน้า ให้มีค่าตรงกัน ก่อนที่จะทา การพยากรณ์ล่วงหน้าออกไป (Updating Mode) ซ่ึงด้วยวิธีการน้ีจะทา ให้ การพยากรณ์มีความถูกตอ้งแม่นยา สูงการปรับผลการคา นวณจากขอ้มูลที่ตรวจวดัได้จริงน้ีจะทา ได้ เฉพาะต าแหน่งที่มีการตรวจวัดข้อมูลจริง ซึ่งสามารถที่จะ Update ไดท้ ้งัขอ้มูลระดบัน้า และปริมาณน้า แต่โดยปกติจะท าการ Update ระดับน้ าเนื่องจากมีความไม่แน่นอน (Uncertainty) น้อยกว่าปริมาณน้ า เพราะข้อมูลปริมาณน้ าที่ได้จะมีความคลาดเคลื่อนที่เกิดข้ึนจาก Rating Curve รวมอยู่ด้วย ซึ่ ง แบบจา ลองการพยากรณ์น้า ของโครงการโทรมาตรชุมพรไดก้า หนดจุดที่จะทา การ Update ไว้ 1จุด คือ ที่สถานีโทรมาตร CPN.8 บ้านวังครก (X.158) แบบจ าลอง MIKE 11 FF พิจารณาความคลาดเคลื่อน เป็ น 2ลักษณะคือ Amplitude Error และ Phase Error ดังแสดงไว้ในรูปที่ 3.3.2-1 โดยที่ค่า Amplitude Error เกิดข้ึนเนื่องจากปริมาณน้า ที่คา นวณ ได้มีค่าต ่าหรือสูงกว่าค่าที่ตรวจวัดได้จริง ส่วนค่า Phase Error เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการค านวณ เวลาการเดินทางของกราฟน้า ท่า 2) การน าเข้าข้อมูลปริมาณฝนล่วงหน้า ข้อมูลปริมาณฝนล่วงหน้า เป็ นข้อมูลที่มีความส าคญัส าหรับผลการพยากรณ์การไหลของน้า ใน ล าน้ า เนื่องจากเป็นข้อมูลหลักที่อยู่ในแบบจ าลองการเปลี่ยนน้ าฝนเป็นน้ าท่า ก่อนจะส่งต่อให้ แบบจ าลองการไหลทางชลศาสตร์ต่อไป แบบจ าลอง MIKE 11 FF สามารถที่จะน าเข้าข้อมูลฝน พยากรณ์ ได้ใน 4ลกัษณะดงัน้ี (1) Zero Rainfall คือแบบจ าลองก าหนดให้ปริ มาณฝนคาดการณ์เท่ากับ 0 เหมาะ สา หรับในช่วงที่มีฝนทิ้งช่วงนาน ๆ หรือไม่มีแนวโนม้ของการเกิดฝนตก (2) Constant วิธีการน้ีจะกา หนดให้ปริมาณฝนคาดการณ์มีค่าคงที่เท่ากบัค่าปริมาณฝน ที่ตกในขณะทา การพยากรณ์เหมาะส าหรับในช่วงที่สถานการณ์น้า ยงัไม่ถึงข้นัที่จะตอ้งเฝ้าระวงัหรือไม่ ต้องการความถูกต้องแม่นย าของผลการพยากรณ์มากนัก


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-14 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.3.2-1 ประเภทของความคลาดเคลื่อนที่แบบจ าลอง MIKE 11 น ามาใช้ Update ที่มา: กรมชลประทาน (2545) (3) Profile Method เป็ นวิธีการที่ทางผู้พัฒนาแบบจ าลองในรายงานโครงการศึกษาวาง ระบบและติดต้งัระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณ์น้ าและเตือนภัยลุ่มน้ าท่าตะเภา (กรมชลประทาน, 2545) ได้น ารูปแบบการกระจายตัวของฝนจากข้อมูลในอดีตมาใช้ส าหรับการพยากรณ์ล่วงหน้า โดยคิด เป็ นอัตราส่วนเทียบกับฝน ณ เวลาปัจจุบัน โดยการน ารูปแบบของการกระจายตัวของฝน (Storm Pattern) จากข้อมูลในอดีต มาจัดท ากราฟตัวแทนพายุฝน (Unit Hyetograph) ส าหรับการพยากรณ์ ปริมาณน้า ฝน เมื่อผูใ้ชง้านเลือกใชว้ิธีProfile method ในแบบจ าลองการพยากรณ์แล้ว การประมาณค่า โดยวิธีน้ีจะเริ่มตน้เมื่อ -ถ้าปริมาณน้ าฝนที่ตรวจวดัจากระบบโทรมาตรมีอัตราความเข้มฝนมากกว่า 4 มม./ชวั่โมง แบบจา ลองจะประมาณค่าในช่วงการพยากรณ์ใหเ้ท่ากบั ปริมาณน้า ฝนที่ตกจริง -ถ้าช่วงระยะเวลาเวลาถัดมา (15 นาทีต่อมา) ปริมาณน้ าฝนยงัมีอัตราความเข้มฝน มากกว่า 4 มม./ชวั่โมง แบบจา ลองจะประมาณค่าในช่วงการพยากรณ์โดยใช้สัดส่วนของกระจายตวั ของฝน (Unit Hyetograph) ดังแสดงในรูปที่ 3.3.2-2 มาค านวณหาปริมาณฝนคาดการณ์ในช่วงการ พยากรณ์รายละเอียดของการคา นวณสามารถดูเพิ่มเติมได้จากเอกสารอ้างอิง ของกรมชลประทาน (2545) (4) Manual หรือแบบผู้ใช้งานป้อนค่าปริมาณฝนคาดการณ์เอง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-15 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.3.2-2 Unit Hyetograph ที่พฒันาข้ึนสา หรับลุ่มน้า คลองท่าตะเภา ที่มา: กรมชลประทาน (2545) ส าหรับวิธี Profile Method น้ัน ทางคณะวิจยัไดท้า การพฒันา Unit Hyetograph ข้ึนมา ใหม่ จากข้อมูลฝนที่รวบรวมได้จากระบบโทรมาตรราย 15 นาที ในช่วงเหตุการณ์ฝนตกหนักปี 2549 โดยท าการพัฒนา Unit Hyetograph ของท้งัพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบนและพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนล่าง ซึ่งสามารถสรุป ข้นัตอนในการพยากรณ์ปริมาณฝนล่วงหนา้แสดงไดใ้นแผนภูมิรูปที่3.3.2-3 3) ข้อก าหนดและเงื่อนไขในการพยากรณ์ (1) ระดับน้ าทะเลพยากรณ์การประมาณค่าระดับน้ าทะเล ในช่วงการพยากรณ์น้ า ล่วงหน้า 24 ชวั่โมง ไดถู้กวิเคราะห์โดยแบบจา ลอง MIKE 21 โดยใชข้อ้มูลระดบัน้า ทะเลที่ตรวจวดัได้ จริง (Observed Tidal) ที่สถานีเกาะมัตโพน ช่วงปี 2540-2544ผลของการวิเคราะห์จะได้ค่าคงที่ต่าง ๆ ที่ ใชใ้นการคา นวณระดบัน้า ทะเล หรือเรียกว่า “Constituent” จ านวน 60ค่าคงที่และนา ค่าคงที่เหล่าน้ีไป ใช้ในการสร้างขอ้มูลระดบัน้ าทะเลพยากรณ์ล่วงหน้าระหว่างปี2545-2563 หรือ 18 ปี ล่วงหน้า เพื่อใช้ เป็นค่าประมาณของระดับน้ าทะเลส าหรับขอบเขตด้านท้ายน้ า (Downstream Boundary Condition) ส าหรับแบบจ าลอง MIKE11และเมื่อมีการตรวจวดัค่าได้จริงจากสถานีโทรมาตรปากน้ าก็จะทา การ แทนค่าระดบัน้ าทะเลพยากรณ์ในช่วง Hindcast period ดว้ยค่าระดับน้ าทะเลที่ไดจ้ากการตรวจวดัจริง ต่อไป mm second


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-16 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.3.2-3 ข้นัตอนในการพยากรณ์ปริมาณฝนล่วงหนา้ด้วยวิธี Profile Method (2) แนวทางในการก าหนดการเปิ ด-ปิดอาคารระบายน้า การประมาณค่าระดบัของการ เปิ ด-ปิดประตูระบายน้ า (ปตร.) ในช่วงการพยากรณ์น้ าล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เป็นทางเลือกส าหรับผู้ ปฏิบัติการ (Operator) ในการทดลองเลือกการเปิดประตูระบายน้ าที่ระดับต่าง ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมง ขา้งหนา้เพื่อให้แบบจา ลองทา การคา นวณระดบัน้า และอัตราการไหลที่เกิดจากการเปิดประตูระบายน้า แต่ละแห่งที่ระดบัน้า ต่าง ๆ เพื่อการบริหารจดัการน้า หลากแต่ละทางเลือก ช่วยให้สามารถตดัสินใจเลือก ระดบัของการเปิดประตูระบายน้า เหมาะสมที่สุด ส าหรับการบริหารจดัการน้า หลากในแต่ละเหตุการณ์ ซ่ึงประตูระบายน้า ที่สามารถเลือกระดบัการเปิด-ปิดในแบบจา ลอง ไดแ้ก่ปตร.หวัวงั, ปตร.พนังตัก และ ปตร.สามแก้ว (ใหม่) โดยได้มีการก าหนดแนวทางในการเปิ ด-ปิ ดที่สถานการณ์ต่าง ๆ ในแต่ละปตร.ไว้ ดงัน้ี Profile Method - พ.ท.ตอนบน - พ.ท.ตอนล่าง ข้อมูลฝนจาก ระบบโทรมาตร ปริมาณฝน ณ เวลาปัจจุบัน เทียบล าดับของข้อมูลฝนในปัจจุบัน กับ ต าแ ห น่ งใน Unit Hyetograph แล้วปรับแก้ด้วย Factor ฝนสูงสุด ฝนพยากรณ์ล่วงหน้า 3 ชวั่โมง ส าหรับน าเข้าแบบจ าลอง MIKE 11 FF Constant Rainfall มากกว่า หรือเท่ากับ 4 มม. น้อยกว่า 4 มม.


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-17 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย (2.1) ประตูระบายน้า หวัวงั - เมื่อระดบัน้า หนา้ปตร. ต ่ากว่า +4.00 ม.รทก. ใหป้ิดบานระบายท้งัหมดได้ - เมื่อระดบัน้า หนา้ปตร. สูงกวา่+4.00 ม.รทก. ใหเ้ปิดบานระบายท้งัหมด (2.2) ประตูระบายน้า พนงัตกั - เมื่อระดบัน้า หน้าปตร.หัววงั-พนังตัก (กม.8+015) สูงกว่า +4.00 ม.รทก. ให้ เปิดบานระบายท้งัหมด (2.3) ประตูระบายน้า คลองสามแกว้ (ใหม่) - เมื่อระดบัน้า หนา้ปตร. ต่า กวา่+2.00 ม.รทก. ใหป้ิดบานระบายท้งัหมด - เมื่อระดบัน้า หนา้ปตร. สูงกวา่+2.00 ม.รทก. ใหเ้ปิดบานระบายท้งัหมด (2.4) ประตูระบายน้า ท่าตะเภาจะทา การศึกษาถึงแนวทางในการเปิด-ปิ ดอาคารระบาย จากข้อก าหนดการบริหารจดัการน้ าของโครงการชลประทานชุมพร ในกรณีที่มีปริมาณน้ าที่สถานี X.158 อ.วังครก มาเกินกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาทีจะตอ้งรักษาปริมาณน้ าที่ระบายไม่เกิน 300ลบ.ม./ วินาทีนอกน้นัจะทา การระบายน้า ตามสภาพการไหลตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ค่า Operation Rule ของแต่ละปตร.ที่ก าหนดไว้ในแบบจ าลองน้ัน ผู้ใช้งาน สามารถพิจารณาเปลี่ยนแปลงได้ข้ึนอยกู่บัความเหมาะสมกบัระดบัการเปิดของปตร.จริง ณ เวลาน้นัๆ 3.3.3 การแสดงแผนที่น ้าท่วมด้วยแบบจ าลอง MIKE 11 GIS MIKE 11 GIS เป็นแบบจา ลองยอ่ยที่พฒันาข้ึนในโปรแกรม ArcView โดยจะน าผลการค านวณ ที่ได้จากโปรแกรม MIKE 11 มาสร้างเป็นแผนที่น้ าท่วมที่เวลาต่าง ๆ กัน ข้อมูลพ้ืนฐานที่ส าคัญที่ ตอ้งการคือระดับความสูงของพ้ืนที่เชิงตัวเลข (Digital Elevation Model, DEM) ซึ่งถ้าข้อมูล DEM มี ความละเอียดสูงก็จะทา ให้ขอบเขตพ้ืนที่น้า ท่วมที่ไดม้ีความถูกตอ้งมากยงิ่ข้ึน นอกจากน้ียงัสามารถใช้ ภาพถ่ายทางอากาศเป็นช้ันขอ้มูลซ้อนทบัเพื่อแสดงขอบเขตพ้ืนที่น้ าท่วมบริเวณที่มีความส าคญัทาง เศรษฐกิจได้อีกด้วย ภายหลังจากการพัฒนาแบบจ าลองด้านน้ าท่วมด้วยแบบจ าลอง MIKE 11 (NAM/HD/SO Module) เสร็จเรียบร้อยแลว้ต่อจากน้นัจะทา การพฒนาแบบจ าลอง ั MIKE 11 GIS เพื่อใช้ในการน าผล การคา นวณจากแบบจา ลองดา้นน้า ท่วมดงักล่าว มาจดัทา แผนที่น้า ท่วม (Flood Map) โดยใช้แผนที่ความ สูงเชิงตัวเลขที่รวบรวมได้นอกจากน้ียงัไดร้วบรวมช้นัขอ้มูล(Layer) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น แนวเส้นทางถนน เส้นแม่น้า ที่ต้งัอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและขอบเขตตา บลเป็นตน้เพื่อนา มาร่วมกบั การแสดงผลขอบเขตพ้ืนที่น้า ท่วม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลการคา นวณขอบเขตน้า ท่วมที่ไดน้ ้ัน จะข้ึนอยู่กบัความละเอียดและ ถูกตอ้งของแผนที่ฐานภูมิประเทศเป็นหลกัรวมท้งัขอ้มูลประกอบ ยกตวัอย่างเช่น ระดับความสูงของ ถนนต่าง ๆ ในขอบเขตพ้ืนที่ที่จดัทา ดงัน้นัผลที่ไดจ้ากแบบจา ลอง MIKE 11 GIS จึงสามารถใช้ได้เป็ น


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-18 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย เพียงขอ้มูลสนับสนุนประกอบการตดัสินใจในการบริหารจดัการน้า ท่วมในแต่ละทางเลือก(Scenario) เพื่อให้ทราบแนวโน้มของเหตุการณ์เท่าน้ัน โดยในสภาพความเป็นจริงลักษณะและขอบเขตการท่วม อาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ท้งัน้ีแบบจา ลอง MIKE 11 GIS จะต้องได้รับการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ และเมื่อได้รับข้อมูลผลการส ารวจสภาพภูมิประเทศที่ปรับปรุงใหม่ ก็สามารถน ามาใช้งานกับแผนที่ฐาน ภูมิประเทศเดิมที่มีอยู่ได้ การพัฒนาแบบจ าลอง MIKE 11 GIS ท างานโดยการน าผลการค านวณจากแบบจ าลอง MIKE 11 หรือที่เรียกว่า Result file มาเปรียบเทียบระดบัน้า ร่วมกบัขอ้มูลความสูง-ต่า ของพ้ืนที่ที่ไดจ้ากแผนที่ ฐานภูมิประเทศ หรือ Digital Elevation Model (DEM) ซึ่ งการสร้างข้อมูล DEM น้ัน สามารถที่จะใช้ โปรแกรม MIKE 11 - GIS หรือโปรแกรมทางด้าน GIS อื่น ๆ สร้างข้ึนมาก็ได้โดยการสร้างเพียงคร้ัง เดียวก็สามารถใช้ได้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ แสดงแผนภูมิการท างานของแบบจ าลอง MIKE 11 GIS ใน รูปที่ 3.3.3-1 Flood Map Digital Elevation Model 16.00 18.00 20.00 22.00 24.00 5/1 10/1 15/1 20/1 25/1 MIKE11 River Model + + = Flood Mapping facilities applying MIKE 11 GIS รูปที่ 3.3.3-1แผนภูมิแสดงข้นัตอนการทา งานของแบบจา ลอง MIKE 11 GIS ที่มา: กรมชลประทาน (2545) ส าหรับขอ้มูลส าคญัที่จะตอ้งใชใ้นการสร้างแผนที่น้า ท่วม ไดแ้ก่ขอ้มูลเส้นช้นัความสูงคณะผุ้ วิจยัไดแ้บ่งขอ้มูลออกเป็น 2 ส่วน ไดแ้ก่เส้นช้นัความสูงจากแผนที่1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ซึ่งมี ช่วงระดับความสูง 10 – 20 เมตรจะใชส้า หรับพ้ืนที่ภูเขาสูงและบริเวณลุ่มน้า ทวั่ ไป และเส้นช้นัความสูง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-19 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย จากแผนที่ 1:10,000 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีช่วงระดับความสูง 1-2 เมตร จะใช้ในพ้ืนที่ ราบลุ่มทา้ยจุดบรรจบคลองท่าแซะและคลองรับร่อลงมาจนถึงปากน้ าและในเขตพ้ืนที่ตวัเมืองชุมพร บริเวณสองฝั่งแม่น้า ท่าตะเภา ดังแสดงแผนที่เส้นช้นัความสูงไวใ้นรูปที่3.3.3-2 และผลการจ าลองแผน ที่สามมิติจากขอ้มูลเส้นช้นัความสูงดงักล่าวแสดงไวใ้นรูปที่3.3.3-3 รูปที่ 3.3.3-2ขอ้มูลเส้นช้นัความสูงที่นา เขา้ในแบบจา ลอง MIKE 11 GIS


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-20 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.3.3-3แผนที่แสดงสภาพภูมิประเทศแบบสามมิติที่สร้างข้ึนจากเส้นช้นัความสูง 3.4 การบูรณาการส่วนต่างๆ ของระบบและการประยุกต ์ใช้งาน ณ เวลาจริง เนื่องมาจากช่วงฤดูฝนปี2552 ที่ผ่านมา ในพ้ืนที่ภาคใตบ้ริเวณลุ่มน้ าท่าตะเภา โดยเฉพาะตวั เมืองจังหวัดชุมพร ปริมาณฝนมีค่าน้อยเมื่อเทียบกบัค่าเฉลี่ยที่เคยเกิดข้ึนในอดีต ทา ใหไ้ม่สามารถที่จะทา การจา ลองสถานการณ์จริงที่เกิดข้ึนในขณะน้ันได้ดงัน้ัน คณะทา งานวิจยัจึงเลือกใช้เหตุการณ์ในอดีต มาทา การจา ลองสถานการณ์เพื่อทดสอบระบบโดยรวมแทน โดยเลือกใชเ้หตุการณ์น้า ท่วมใหญ่ระหวา่ง วันที่ 14 - 20 สิงหาคม 2549 ในการทา การจา ลองสถานการณ์น้า ท่วม โดยมีข้นัตอนในการศึกษาวิจยั ดงัน้ี 1) ทา การจา ลองสถานการณ์น้า ทุก3 ชวั่โมง ในช่วงระหว่างวนัที่14 -20 สิงหาคม 2549 โดยมี ขอ้กา หนดการบริหารจดัการน้า ตามสภาพจริงในปัจจุบนัและใชเ้กณฑก์า หนดการบริหารจดัการน้า ตาม ผลการศึกษาที่ปตร.สามแกว้และ ปตร.ท่าตะเภาในช่วงระดบัน้า ต่าง ๆ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-21 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 2)ข้อมูลฝนพยากรณ์ (QPF) ใช้เทคนิค Profile Method จากโปรแกรมที่ได้ทา การพฒันาข้ึน โดยมีเงื่อนไขในการพยากรณ์ฝนดงัน้ี (1)แบ่งพ้ืนที่ในการวิเคราะห์ออกเป็นพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบนและพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนล่าง (2)กา หนดปริมาณฝนที่จะเริ่มพยากรณ์ในกรณีเป็นพายุฝนที่4 มม. ในช่วงเวลา 15 นาที (3) ในกรณีที่ปริมาณฝน ณ เวลาพยากรณ์มากกว่าหรือเท่ากับ 4 มม. ในช่วงเวลา 15 นาที จะประยุกต์ใช้เทคนิคของ Unit Hyetograph ที่ไดพ้ฒันาข้ึนในแต่ละพ้ืนที่ลุ่มน้า (4) ในกรณีที่ปริมาณฝน ณ เวลาพยากรณ์น้อยกว่า 4 มม. ในช่วงเวลา 15 นาที จะ ก าหนดให้เท่ากับปริมาณ ณ เวลาปัจจุบัน (Constant Rainfall) 3) เปรียบเทียบผลการพยากรณ์ในสถานการณ์จ าลอง หมายถึง มีปตร.ท่าตะเภา และมีเกณฑ์ใน การบริหารจดัการน้ ากบัขอ้มูลตรวจวดัจริงปี2549 ซ่ึงในขณะน้ัน ไม่มีปตร.ท่าตะเภา และไม่ได้ใช้ เกณฑใ์นการบริหารจดัการน้า 4) เปรียบเทียบแผนที่น้า ท่วมของท้งั2กรณีในขอ้3) 5) สรุปแนวการปฏิบตัิงานท้งัในกรณีก่อนน้า หลากขณะน้า หลากและหลงัน้า ลดในดา้นต่าง ๆ เช่น มาตรการการบรรเทาอุทกภัย สัญญาณเตือนภัย และการแจ้งข้อมูลข่าวสารสภาวะน้า ท่วม เป็ นต้น 3.5 การประยุกต ์ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา 3.5.1 ความส าคัญของปัญหา เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าหลักการจัดการทรัพยากรน้ าอย่างบูรณาการ (Integrated Water Resources Management) มีความส าคัญเป็ นแนวทางที่ถูกต้องและน าไปสู่การพฒันาที่ยงั่ยืนและสามารถ แกไ้ขปัญหาแบบองค์รวมได้การจดัการน้า ในยุคใหม่น้ีจึงมีความสัมพนัธ์กบัทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจสังคมในลุ่มน้า น้นัๆ อยา่งผสมผสาน ลุ่มน้า คลองท่าตะเภา จงัหวดัชุมพร โดยเฉพาะตอนกลางถึงตอนล่างจะมีการเกิดอุทกภยัข้ึน ทุกๆ ปี ท าให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินเป็ นอย่างมาก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 เกิดพายุ ไตฝุ้่นเกยพ์ดัผ่านจงัหวดัชุมพร ทา ให้เกิดน้า ท่วมเมืองชุมพรเป็นจุดเริ่มตน้การดา เนินงานโครงการที่จะ บรรเทาอุทกภยัชุมชนเมืองชุมพรเกิด ข้ึน แต่โครงการยงัไม่แลว้เสร็จไดเ้กิดพายุซีตา้ที่ทา ใหเ้กิดน้า ท่วม ชุมชนเมืองชุมพรมากที่สุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 เกิดความเสียหายมูลค่านับพันล้านบาทชาวเมือง ชุมพรตอ้งอยู่กบัความหวาดวิตกจนกระทงั่พระบาทสมเด็จพระเจา้อยู่หวัทรงมีความห่วงใยในทุกขเ์ข็ญ ของชาวชุมพร ได้ทรงมีพระราชด าริให้เร่งการขุดคลอง หัววัง-พนังตัก ของโครงการป้องกันและ บรรเทาอุทกภยัจากพายุไตฝุ้่นเกยใ์ห้แลว้เสร็จโดยเร็ว จนสามารถรองรับน้า หลากจากพายุลินดา ทา ให้ ไม่เกิดน้า ท่วมเมืองชุมพรและไดเ้กิดโครงการป้องกนัและบรรเทาอุทกภยัในชุมชนเมืองชุมพร ตามแนว พระราชดา ริเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้า ต่อเนื่องจากโครงการป้องกนัและบรรเทาอุทกภยัจาก


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-22 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย พายุไต้ฝุ่นเกย์และโครงการที่ส าคัญ คือ โครงการพัฒนาพ้ืนที่หนองใหญ่ (แก้มลิงหนองใหญ่) เหตุการณ์น้า หลากที่สา คญัหลายเหตุการณ์ในอดีตที่มีปริมาณฝนตกลงในลุ่มน้า ท่า ตะเภาจา นวนมาก กรมชลประทานได้ด าเนินการสนองพระราชดา ริโดยในส่วนของการหาปริมาณน้า ท่าที่ไหลสู่ คลองท่าตะเภาน้ัน ในปีพ.ศ. 2545กรมชลประทาน ไดต้ิดต้งัระบบโทรมาตรเพื่อพยากรณ์น้า และเฝ้า ระวังภัย ซึ่งในปี พ.ศ. 2549 เกิดน้า ท่วมในพ้ืนที่จ.ชุมพรอนัเป็นผลต่อเนื่องมาจากหย่อมความกดอากาศ ต ่าก าลังแรงเข้าปกคลุมภาคใต้จนทา ใหม้ีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนกัถึงหนกัมากในหลายพ้ืนที่น้า ได้เข้าท่วมในหลายต าบลของ อ.ท่าแซะ และได้มีการน าผลการพยากรณ์จากระบบโทรมาตรมาใช้เตรียม ความพร้อมและแจ้งประชาชนด้วย ผลการพยากรณ์เป็ นที่น่าพอใจระดับหนึ่งและหากมีการปรับปรุง แบบจ าลองให้สอดคลอ้งกบัสภาพภูมิประเทศหรือสภาพพ้ืนที่ที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบนัคาดว่าจะ สามารถทา ใหก้ารพยากรณ์ไดผ้ลดียงิ่ข้ึน ปัจจุบนัถึงแมว้่าไดม้ีการพฒันาระบบพยากรณ์น้ าในลุ่มน้ าท่าตะเภาแลว้ก็ยงัคงมีปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ ที่ยังคงต้องได้รับการดูแล และแก้ไขอยู่ อาทิเช่น 1)ขาดการปรับปรุงฐานขอ้มูลที่ใช้กบัแบบจา ลอง ให้ตรงตามสภาพความเป็นจริงของพ้ืนที่ที่ เปลี่ยนไป อาทิสภาพสิ่งก่อสร้างที่เกิดข้ึนใหม่เส้นช้นัความสูงของแผนที่ที่ละเอียดไม่พอที่จะแสดงผล น้า ท่วมไดอ้ย่างถูกตอ้ง ซ่ึงจะตอ้งทา การปรับปรุงฐานขอ้มูลโดยใช้ขอ้มูลที่ทนัสมยัข้ึนและสอบเทียบ แบบจ าลองใหม่ (Calibration) ซ่ึงจะทา ให้สามารถเตือนภยัคา นวณและประเมินผลเป็นภาพแผนที่น้ า ท่วมได้ถูกต้องชัดเจน และควรมีการตรวจสอบยืนยันผลด้วยแบบจ าลอง Artificial Neural Network (ANN) 2) ขาดระบบการพยากรณ์ฝนล่วงหน้าในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าระยะเวลา ที่ระบบโทรมาตร สามารถให้ข้อมูลได้เนื่องจากการใช้ระบบโทรมาตรสามารถให้ผลการพยากรณ์ได้เพียง 1-2วันล่วงหน้า ค. กระบวนการในการสร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการและดูแล บ ารุงรักษา ระบบโทรมาตร 3.5.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัยกระบวนการมีส่วนร่วม 1) เพื่อศึกษาข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล ข้อมูลของชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการ บริหารจดัการระบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภา 2) เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดข้ึนเกี่ยวกบัการบริหารจดัการระบบโทรมาตรโดยผูท้ี่ มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการมี ส่วนร่วมใน 2 ด้าน คือ ร่วมใช้ และร่วมดูแลรักษา ต่อ ข้อมูลส่วนบุคคลบางประการและต่อการประเมินผลการใช้ประโยชน์


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-23 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 3.5.3 ขอบเขตการศึกษา การศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจดัการระบบโทรมาตร:กรณีศึกษาลุ่มน้า ท่า ตะเภาคร้ังน้ีทา การศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ดงัน้ี 1) รูปแบบการบริหารจัดการระบบโทรมาตรโดยหน่วยงานเจ้าของโครงการ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง (1)ผู้รับผิดชอบ (2)ขอบเขตความรับผิดชอบ (3)กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ 2) ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดข้ึนในการบริหารจดัการระบบโทรมาตรของลุ่มน้า ท่าตะเภา 3) การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการระบบโทรมาตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด 4) ความพึงพอใจของผรู้ับบริการและผมู้ีส่วนไดส้ ่วนเสียในพ้ืนที่ 3.5.4 นิยามศัพท์ 1) หน่วยงานเจ้าของโครงการ หมายถึง หน่วยงานที่เป็นเจ้าของงบประมาณในการก่อสร้าง ระบบโทรมาตร ตลอดจนบริหารจัดการและดูแลรักษาระบบโทรมาตร 2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หมายถึง หน่วยงานของรัฐที่มีส่วนในการเตรียมชุมชน การรวมกลุ่ม ประชาชน เพื่อให้มีความพร้อมที่จะบริหารกิจการและบ ารุงรักษาระบบโทรมาตร เช่น กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนต าบล เป็นต้น 3) ร่วมใช้ / ร่วมรับประโยชน์ หมายถึง การมีส่วนร่วมรับรู้และออกความคิดเห็น ในกิจกรรม ต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบโทรมาตร 4) ร่วมดูแลรักษา หมายถึง การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ สร้างรูปแบบ กฎระเบียบ การ ท าการบ ารุงรักษาระบบและอุปกรณ์ระบบโทรมาตร โดยลักษณะการมีส่วนร่วม อาจท าได้โดยตนเอง หรือตวัแทนหรือให้เงินจา้งบุคคลอื่นกระทา แทน รวมถึงการบริจาคสิ่งของวสัดุที่จา เป็นต่อการดูแล รักษา 3.5.5 ค าถามการวิจัย การศึกษาในคร้ังน้ีก่อให้เกิดคา ถามการวิจัยตามมาได้ว่า หากมีกระบวนการมีส่วนร่วมข้ึน มาแล้วจะท าให้ระบบโทรมาตรในลุ่มน้ าท่าตะเภาดีข้ึนอย่างไร โดยสามารถแจกแจงออกมาเป็ น เป้าหมายที่ต้องการหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ 1) การเตือนภัย และการเตรียมพร้อมที่จะรับภัย 2) การดูแล บ ารุงรักษาโทรมาตร และการสร้างความเป็ นเจ้าของระบบโทรมาตร 3) การร่วมมือร่วมใจกันต้านภัย ในกรณีที่มีภัยมาถึง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-24 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 4) ข้อดี ข้อเสี ยเพื่อน ามา ปรับปรุงเทคนิค วิธีการของระบบโทรมาตรต่อการตอบสนอง เหตุการณ์และภยัทางดา้นน้า เช่น น้า ท่วม น้า แลง้น้า เสีย 3.5.6 ความหมายและลักษณะของการมีส่วนร่วม องค์การสหประชาชาติ ได้ให้ความหมายของการมีส่ วนร่ วมของประชา ชนไว้ว่า เป็ น กระบวนการเกี่ยวกับการกระท าและเกี่ยวข้องกับมวลชน ในระดับต่าง ๆ กระบวนการตัดสินใจ ซึ่ ง ตัดสินใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ทางสังคมและการจัดสรรทรัพยากรในการกระท าโดยสมัครใจต่อกิจกรรม และโครงการการมีส่วนร่วมแบ่งออกเป็ น 5ข้นัตอน ดงัต่อไปน้ี 1) ข้นักา หนดความต้องการ 2) ข้นัวางแผนการดา เนินการ 3) ข้นัตดัสินใจ 4) ข้นัดา เนินการ 5) ข้นัติดตามผลงาน ดงัน้นั ในการพิจารณาถึงข้นัตอนการมีส่วนร่วม สามารถแบ่งออกเป็น 4ข้นัตอน ดงัน้ี 1) การมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหาและวางแผนป้องกัน หมายถึง การตัดสินใจว่าอะไรเป็ น ปัญหาของตนเองอะไรคือสาเหตุและจะแกป้ ัญหาน้นัอยา่งไรโดยกา หนดแนวทางแกไ้ขปัญหาพร้อมกนั ไปด้วย 2) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามแผนป้องกันรักษา หมายถึง การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ร่วมกนัตามวิถีทางและแนวทางและแนวทางใหเ้ป็นไปตามโครงการ และแผนการที่ไดก้า หนดข้ึน 3)การมีส่วนร่วมในการบ ารุงรักษา ซึ่งเกิดจากกิจกรรมหรือการด าเนินงาน 4) การมีส่วนรวมในการติดตามและประเมินผล (Evaluation) เป็ นการประเมินการท างานของ ตนเองและประเมินสภาพการณ์ภายนอก 3.5.7 วิธีด าเนินการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีเป็นการวิจยัเชิงสา รวจ(Survey Research) โดยท าการศึกษาข้อมูลส่วนบุคคลบาง ประการที่สา คญัต่อการมีส่วนร่วมของผมู้ีส่วนไดส้ ่วนเสียในระบบโทรมาตรลุ่มน้า ท่าตะเภา โดย 1) ใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง (document research ) 2) การสา รวจสภาพพ้ืนที่ศึกษา (survey study) และการใช้แบบสัมภาษณ์ 3) ศึกษาเชิงลึก (focus group & depth interview) โดยจดั ประชุมสมาชิกผู้ใช้น้า เพื่อสร้างความ เขา้ใจกระบวนการและวตัถุประสงคข์องการวิจยัคร้ังน้ีและขอความร่วมมือในการตอบแบบสัมภาษณ์ และให้ข้อมูลที่เป็ นประโยชน์ต่อการวิจัยตามความเป็ นจริง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-25 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย 3.5.8 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใชใ้นการศึกษาวิจยัคร้ังน้ีไดแ้ก่แบบสัมภาษณ์(Questionnaire) ที่ผวู้ิจยัสร้างข้ึนเป็น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอ้มูล ซ่ึงไดส้ร้างข้ึนจากการศึกษาแนวคิด เอกสารผลงานวิจยัหลกัการและ ทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยแบ่งออกเป็ น 5 ส่วนดงัน้ี ส่วนที่1 ขอ้มูลพ้ืนฐานของผตู้อบแบบสัมภาษณ์และของครัวเรือน ส่วนที่ 2 ขอ้มูลเกี่ยวกบัการใชป้ระโยชน์และปัญหาอุปสรรค ต่างๆ ในลุ่มน้า ท่าตะเภา ส่วนที่ 3 ความรู้ความเขา้ใจเกี่ยวกบัการจดัทา ระบบเตือนภยัในลุ่มน้า ท่าตะเภา ส่วนที่ 4 แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่วนที่5ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง 3.5.9 ประชากรเป้าหมายการวิจัย ประชากรในการวิจยัคร้ังน้ีแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม คือ 1) ครัวเรือนท้งัหมดที่เกี่ยวขอ้งและอยู่ในพ้ืนที่ความรับผิดชอบของสถานีโทรมาตรในลุ่มน้า ท่า ตะเภาท้งั 12 สถานี และมีการสุ่มตัวอย่าง ดังปรากฏในตารางที่ 3.5.9-1 2) หน่วยงานภาครัฐหรือตวัแทนที่ได้รับแต่งต้งัจากภาครัฐซ่ึงเกี่ยวขอ้งกับการบริหารจดัการ ระบบโทรมาตรและการเตือนภัย 3) ผแู้ทนจากองคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่นในเขตพ้ืนที่ซ่ึงระบบโทรมาตรต้งัอยู่ 3.5.10 การเกบ็รวบรวมข้อมูล 1) ขอความร่วมมือจากประชาชน และผูแ้ทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเก็บ รวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ 2) ผู้วิจัยน าแบบสัมภาษณ์ไปเก็บข้อมูลและเก็บคืนด้วยตนเอง 3.5.11 แผนการด าเนินงานวิจัย คณะผู้วิจัย ฯ ได้เตรียมแผนงานที่จะด าเนินการออกเป็ น 4ข้นัตอน ดงัน้ี ขั้นตอนที่ 1รวบรวมแบบสัมภาษณ์ท้งั 50 ชุด เพื่อน ามาประมวล และวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน ขั้นตอนที่ 2ลงพ้ืนที่กบัโครงการชลประทานชุมพรเพื่อดา เนินการจดัทา เวทีการมีส่วนร่วมของ ชุมชนที่เกี่ยวข้องในแต่ละสถานีโทรมาตร ตลอดจนรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการในส่วนที่ เพิ่มเติมจากแบบสัมภาษณ์อีกคร้ัง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-26 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย ขั้นตอนที่ 3 รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) ตลอดจนขยายกลุ่มเป้าหมายให้ ครอบคลุมมากยิ่งข้ึน ท้งัในส่วนของพ่อคา้ ประชาชน เจา้หน้าที่ภาครัฐ พระสงฆ์มสัยิด มิสเตอร์เตือน ภัย ฯลฯ ขั้นตอนที่ 4 น าข้อเสนอแนะ และแนวทางเพื่อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบโทรมาตรต่อไป ตารางที่ 3.5.9-1การสุ่มตัวอย่างประชากรเพื่อการสัมภาษณ์ ที่ สถานีโทรมาตร สถานที่ต้งั จ านวน จ านวนประชากร สุ่มตัวอย่าง ครัวเรือน ชาย หญิง รวม ครัวเรือน 1 บ้านคีรีล้อม บ้านไร่ใน ม.4 ต. ช้างแรก อ. บางสะพานน้อย จ. ประจวบคีรีขันธ์ 140 263 242 505 35 2 อนามัยบ้านบาง เจริญ บ้านบางเจริญ ม.3 ต.ไชยราช อ. บาง สะพานน้อย จ. ประจวบคีรีขันธ์ 275 318 346 664 69 3 คลองท่าแซะ บ้านร้านตัดผม ม. 4 ต.สองพี่น้อง อ. ท่าแซะ จ. ชุมพร 244 434 468 902 61 4 บ้านวังมะปราง บ้านวังมะปราง ม.3 ต.คุริง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 183 331 383 714 46 5 อนามัยบ้านสลุย บ้านเนินทอง ม.6 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ. ชุมพร 318 549 560 1109 80 6 อนามัยบ้านธรรม เจริญ บ้านธรรมเจริญ ม.10 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 115 119 157 276 29 7 คลองรับร่อ บ้านรับร่อ ม.1 ต.รับร่อ อ. ท่าแซะ จ.ชุมพร 62 123 102 225 16 8 บ้านวังครก บ้านวังครก ม.9 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ. ชุมพร 137 250 202 452 34 9 ปตร.หัววัง บ้านศาลาลอย ม.8 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร 99 187 163 350 25 10 ปตร.สามแก้ว บ้านนาชะอัง ม.2 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ. ชุมพร 113 249 195 444 28 11 สะพานเทศบาล2 ชุมชนวัดชุมพรรังสรรค์ต.ท่าตะเพา อ.เมือง จ.ชุมพร 135 243 235 478 34 12 ปากน้า บ้านคอหมู ม.4 ต.ปากน้า อ.เมือง จ. ชุมพร 124 187 193 380 31 รวมท้งัสิ้น 1,945 6,499 486


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 3-27 บทที่3 วิธีการด าเนินการวิจัย รูปที่ 3.5.11-1ข้นัตอนการดา เนินงานวิจยัการมีส่วนร่วม Pretest แบบสัมภาษณ์และสา รวจเบ้ืองตน้ รวบรวมเอกสารพ้ืนที่ศึกษา /โครงการ ปรับแบบสัมภาษณ์ ก าหนดจุดสา รวจและวางแผนลงพ้ืนที่จริง ลงพ้นที่จริง จัดเวทีการมีส่วนร่วมในเขตสถานีโทรมาตรต่าง ๆ ื ในเดือนกนัยายน พ.ศ.2552 จา นวน 5 คร้ัง Pretest Ownership Participation ปรับแบบ Ownership Participation และลงพ้ืนที่จริง จัดท ารายงานผลการศึกษา จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อน าเสนอผลการศึกษาวิจัย ต่อชุมชน จา นวน 1คร้ัง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-1 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.1 ผลการประยุกต์ใช้แบบจ าลอง ANNs ส าหรับการพยากรณ์น ้าล่วงหน้า 4.1.1 ขั้นตอนการฝึ กแบบจ าลอง 1) ข้อมูลที่ใช้ในช่วงของการฝึ กแบบจ าลอง (Testing period) ได้แก่ขอ้มูลอตัราการไหลของ น้า ท่าสถานีX.180, X.158, X.64 และข้อมูลฝนของสถานี 10191 และ 10311 ในช่วงฤดูฝน (เดือนก.ค. - พ.ย.) ปี 2003, 2004และ 2006 2) โครงสร้างของแบบจ าลองที่จะท าการตรวจสอบหาผลการพยากรณ์ที่ดีที่สุดในช่วงของการ ฝึกแบบจา ลอง ไดแ้ก่รูปแบบ 5-1-1, 5-2-1, 5-3-1, 5-4-1และ5-5-1(Input, Hidden, Output) 3) เมื่อไดรู้ปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมแลว้ต่อจากน้ัน จะท าการปรับแก้ค่าพารามิเตอร์ ซึ่ ง พารามิเตอร์หลักที่จะต้องท าการปรับแก้ไดแ้ก่ Learning Rate และ Momentum Rateโดยที่ค่า Learning Rate (LR)จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าถ่วงน้า หนกัของ Node ถ้าค่าสูงจะท าให้การค านวณแบบจ าลอง เร็วข้ึน แต่ถา้สูงมากเกินไปจะเกิดการแกว่งของความแตกต่างระหว่างค่าพยากรณ์กับค่าตรวจวดัจริง ส าหรับค่า Momentum Rate(MR) จะใช้แก้ปัญหากาการแกว่งของความแตกต่างระหว่างค่าพยากรณ์กับค่า ตรวจวัดจริงดังกล่าว จะใช้วิธีการปรับแก้เพื่อค่า LR ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 0.01-1.0 และค่า MR ระหว่าง 0-1 ซึ่งจะท าการ เพิ่มค่าของท้งั2 พารามิเตอร์ทีละ 0.1 เท่า ๆ กนั คือ 0.13, 0.14, 0.15, 0.16และ0.17ไปตามล าดับเพื่อหาผลการ พยากรณ์ที่ดีที่สุด 4) สา หรับค่าพารามิเตอร์อื่น ๆ กา หนดใหใ้ชค้่าดงัต่อไปน้ี (1) Target Error เป็ นค่าของความผิดพลาดที่ยอมรับได้ของข้อมูล Input และ Output ยิ่ง มีค่าน้อย จะท าให้ Output ที่ได้มีความถูกต้องมากข้ึน แต่ก็จะท าให้ใช้เวลาในการค านวณนานข้ึน ในที่น้ี เลือกใช้เท่ากับ 0.05 (2) Transfer function เลือกใช้ Sigmoid function (3) Input Noise = 0 (4) Weight Noise = 0 (5) Temp. = 1 (6) Iter./ Cal = 5 (7) Clip Patterns = 0 5) ท าการ Normalize ข้อมูลให้อยู่ในช่วง 0.05 -0.95


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-2 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ แสดงหน้าต่างการน าเข้าข้อมูลของโปรแกรม WinNN97 ไว้ในรูปที่ 4.1.1-1และหน้าต่างแสดง รูปแบบโครงสร้างของแบบจ าลอง 5-5-1 ไว้ในรูป 4.1.1-2 รูปที่ 4.1.1-1 หน้าต่างการน าเข้าข้อมูลในโปรแกรม WinNN97 รูปที่ 4.1.1-2แบบจ าลองโครงสร้าง 5-5-1


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-3 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.1.2 ผลการฝึ กแบบจ าลอง จากช่วงการฝึ กแบบจ าลอง หรือ Training period ตามโครงสร้างในรูปแบบต่าง ๆ และการ ปรับแก้พารามิเตอร์ที่ส าคัญ สรุปได้ว่า รูปแบบโครงสร้างที่ให้ผลการพยากรณ์ที่ดีที่สุด ไดแ้ก่รูปแบบ 5-5-1 และค่าพารามิเตอร์ LR และ MR ท้งัสองค่าเท่ากับ 0.17จะให้ผลการค านวณที่ดีที่สุดเช่นกัน โดยมี ค่าสัมประสิทธ์ิความถูกตอ้งต่าง ๆ ไดแ้ก่ r = 0.961, RMSE = 9.029ลบ.ม./วินาที และ EI= 0.919 ดัง แสดงผลการฝึ กแบบจ าลองตามโครงสร้างต่าง ๆ ไว้ในตารางที่ 4.1.2-1และผลการฝึ กแบบจ าลองจาก การปรับแก้ค่าพารามิเตอร์ไว้ในตารางที่ 4.1.2-2 พร้อมท้งัแสดงผลการเปรียบเทียบอตัราการไหลของน้า ที่ได้จากแบบจ าลองกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.180 ในช่วงฝึ กแบบจ าลอง ไว้ในรูปที่ 4.1.2-1 ซึ่ง จะได้น าโครงสร้างและพารามิเตอร์ดังกล่าวไปใช้ในการทดสอบแบบจ าลอง (Testing) ต่อไป ตารางที่4.1.2-1 สรุปผลการฝึ กแบบจ าลองตามโครงสร้างรูปแบบต่าง ๆ Input Layers Hidden Layers Output Layers r RMSE (cms) EI 5 1 1 0.932 11.310 0.867 5 2 1 0.933 11.202 0.870 5 3 1 0.952 9.478 0.907 5 4 1 0.955 9.196 0.912 5 5 1 0.961 9.029 0.919 ตารางที่4.1.2-2 สรุปผลการฝึ กแบบจ าลองจากการปรับแก้ค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ Input Layers Hidden Layers Output Layers Learning Rate Momentum Rate r RMSE (cms) EI 5 5 1 0.13 0.13 0.924 9.150 0.913 5 5 1 0.14 0.14 0.956 9.544 0.926 5 5 1 0.15 0.15 0.962 9.586 0.926 5 5 1 0.16 0.16 0.961 9.884 0.921 5 5 1 0.17 0.17 0.961 9.029 0.919


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-4 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 220 240 260 280 300 1 Jul 03 21 Jul 03 10 Aug 03 30 Aug 03 19 Sep 03 9 Oct 03 29 Oct 03 18 Nov 03 8 Jul 04 28 Jul 04 17 Aug 04 6 Sep 04 26 Sep 04 16 Oct 04 5 Nov 04 25 Nov 04 15 Jul 06 4 Aug 06 24 Aug 06 13 Sep 06 3 Oct 06 23 Oct 06 12 Nov 06 Discharge - cms Obs. Forecast 2003 2004 2006 missing data missing data รูปที่ 4.1.2-1 กราฟเปรียบเทียบอตัราการไหลของน้า ที่ไดจ้ากแบบจา ลองกบัขอมูลที่ตรวจวัดจริง ้ ที่สถานี X.180 ในช่วงฝึ กแบบจ าลอง 4.1.3 ผลการทดสอบแบบจ าลอง ช่วงของการทดสอบแบบจ าลอง หรือ Testing period จะใช้ข้อมูลเดียวกันกับการฝึ กแบบจ าลอง ไดแ้ก่ขอ้มูลอตัราการไหลของน้า ท่าที่สถานีX.180, X.158, X.64 และข้อมูลฝนของสถานี10191 และ 10311 ในช่วงฤดูฝน (เดือนก.ค. - พ.ย.) ปี 2005 และ 2007 และน าโครงสร้างในรูปแบบ 5-5-1 และ พารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่ท าการปรับเทียบแล้วในช่วงของการฝึ กแบบจ าลองมาเป็ นข้อมูลน าเข้า โดยคัดเลือก ข้อมูลในช่วงฤดูฝนปี 2005 และ 2007 ผลการทดสอบการพยากรณ์น้า ล่วงหน้า 1 วนัที่สถานีวดัน้า ท่า สะพานเทศบาล2 ในเขตตัวเมืองจังหวัดชุมพร (X.180) ได้ผลออกมาเป็ นที่น่าพอใจ ค่าสัมประสิทธิ์ ความถูกต้องต่าง ๆ มีดังน้ีr = 0.928, RMSE = 13.02 ลบ.ม./วินาที และ EI= 0.848 ดังแสดงผลการ เปรียบเทียบอตัราการไหลของน้ าที่ไดจ้ากแบบจา ลองกบัขอ้มูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.180 ในช่วง ทดสอบแบบจ าลอง ไว้ในรูปที่ 4.1.3-1


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-5 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 220 240 260 1 Jul 05 21 Jul 05 10 Aug 05 30 Aug 05 19 Sep 05 9 Oct 05 29 Oct 05 18 Nov 05 8 Jul 07 28 Jul 07 17 Aug 07 6 Sep 07 26 Sep 07 16 Oct 07 5 Nov 07 25 Nov 07 Discharge - cms Obs. Forecast 2005 2007 Testing Period (2005, 2007) รูปที่ 4.1.3-1 กราฟเปรียบเทียบอตัราการไหลของน้า ที่ไดจ้ากแบบจา ลองกบัขอ้มูลที่ตรวจวดัจริง ที่สถานี X.180 ในช่วงทดสอบแบบจ าลอง 4.1.4 ผลการพยากรณ์น ้าล่วงหน้า 2 วัน ส าหรับผลการพยากรณ์น้ าล่วงหน้า 2 วัน เพื่อทดสอบความสามารถในการพยากรณ์ของ แบบจ าลอง ANNs น้ัน จะใช้แนวทางและโครงสร้างของแบบจ าลองเช่นเดียวกันกับการพยากรณ์ ล่วงหน้า 1 วัน ที่ได้ด าเนินการไปแล้ว ผลการศึกษาเลือกใช้ค่าพารามิเตอร์ที่ให้ประสิทธิภาพใน การพยากร์ดีที่สุด ไดแ้ก่ LR = 0.2และ MR = 0.5 ซึ่งในช่วงการฝึ กแบบจ าลอง (Training Period)ได้ค่า R = 0.74, RMSE = 7.03 ลบ.ม./วินาที และ E.I. = 0.94 โดยมีค่าปริมาณการไหลสูงสุด = 220 ลบ.ม./ วินาที และช่วงการทดสอบแบบจ าลอง (Testing Period) ได้ค่า R = 0.80, RMSE = 21.18 ลบ.ม./วินาที และ E.I.= 0.61 โดยมีค่าปริมาณการไหลสูงสุด = 211 ลบ.ม./วินาทีดังแสดงในรูปแบบของกราฟ แสดงผลการเปรียบเทียบอัตราการไหลของน้ าที่ได้จากแบบจา ลองกับขอ้มูลที่ตรวจวดัจริงที่สถานี X.180 ล่วงหน้า 2 วัน ในช่วงของการฝึ กแบบจ าลองและช่วงการทดสอบแบบจ าลองไว้ในรูปที่ 4.1.4-1 และ 4.1.4-2 ตามล าดับ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-6 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 220 240 1 Jul 03 21 Jul 03 10 Sep 03 30 Sep 03 20 Oct 03 9 Nov 03 29 Nov 03 19 Jul 04 8 Aug 04 28 Aug 04 17 Sep 04 7 Oct 04 27 Oct 04 16 Nov 04 6 Aug 06 26 Aug 06 15 Sep 06 5 Oct 06 25 Oct 06 14 Nov 06 Discharge - cms Obs. Forecast 2003 2004 2006 Trainging 2003, 2004, 2006 รูปที่ 4.1.4-1 กราฟเปรียบเทียบอตัราการไหลของน้า ที่ไดจ้ากแบบจา ลองกบัขอ้มูลที่ตรวจวดัจริง ที่สถานี X.180 ล่วงหน้า 2 วัน ในช่วงฝึ กแบบจ าลอง 0 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 220 240 1 Jul 05 21 Jul 05 10 Aug 05 30 Aug 05 19 Sep 05 9 Oct 05 29 Oct 05 18 Nov 05 8 Jul 07 28 Jul 07 17 Aug 07 6 Sep 07 26 Sep 07 16 Oct 07 5 Nov 07 25 Nov 07 Discharge - cms Obs. Forecast 2005 2007 Testing 2005, 2007 รูปที่ 4.1.4-2 กราฟเปรียบเทียบอตัราการไหลของน้า ที่ไดจ้ากแบบจา ลองกบัขอ้มูลที่ตรวจวดัจริง ที่สถานี X.180 ล่วงหน้า 2 วัน ในช่วงทดสอบแบบจ าลอง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-7 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.1.5 สรุปผลการประยุกต์ใช้แบบจ าลอง ANNs ในการพยากรณ์น ้าล่วงหน้า การน าแบบจ าลอง ANNs มาประยุกต์ใช้น้ันมีวตัถุประสงค์เพื่อให้เป็นแบบจา ลองส ารองใน กรณีที่ระบบโทรมาตรหรือแบบจ าลอง MIKE 11 – GISไม่สามารถที่จะให้ผลการพยากรณ์ได้ไม่ว่าจะ เกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ซึ่งจากผลการวิจัยในการสร้างแบบจ าลองในการพยากรณ์ปริมาณน้า ไหลออก จากลุ่มน้ าคลองท่าตะเภา โดยแบบจา ลอง ANN ดังกล่าวเป็ นแบบ Black Box Model น้ัน สามารถ อภิปรายและวิจารณ์ผลการวิจยัไดด้งัน้ี 1)การพยากรณ์อตัราการไหลของน้า ผลจากการพยากรณ์ แบบ ANNs ที่ดีที่สุด คือ ล่วงหน้า 1 วนัเนื่องจากยิ่งพยากรณ์ล่วงหน้าไกลออกไป เช่น 2 วันล่วงหน้า จะมีอิทธิพลอื่นเข้ามามีผลต่อ แบบจ าลองท าให้ความแม่นย าในการพยากรณ์ลดลง 2) การประยุกต์ใช้แบบจ าลอง ANNs จะต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิทธิพลต่อ ผลลัพธ์เป็นสา คญัดง้น้นัจึงมีความเขา้ใจตวัแปรแต่ละตวัในการเลือกขอ้มูลนา เขา้ต่างๆ 3) ในการสร้างแบบจา ลองเพื่อให้ได้ผลพยากรณ์ที่ดีที่สุด การเลือกสถานีวดัน้ าฝน สถานีวดั น้า ท่าที่ส าคญัและขอ้มูลน้า ฝน น้า ท่าวนัที่ยอ้นหลงัมีผลต่อการพยากรณ์ปริมาณน้า สถานีวดัน้า ฝนที่ใช้ จ านวน 2 สถานีไดแ้ก่10191และ10310 สถานีวดัน้า ท่าไดแ้ก่จา นวน 3 สถานีไดแ้ก่X.64, X.158และ X.180 4) เนื่องจากแบบจ าลอง ANNs เป็ นจ าลองประเภท Black Box Model ซึ่ งเน้นความสัมพันธ์ ระหว่าง Input และ Output เป็นส าคญั โดยไม่เน้นปัจจยัทางดา้นกายภาพ ดงัน้ันการเลือกใช้ข้อมูลที่มี ความสัมพันธ์กันตามนัยส าคัญ จึงมีผลต่อความแม่นย าของการพยากรณ์ 5) แบบจ าลอง ANNs ต้องมีการลองผิดลองถูกเพื่อหาจ านวน Node ในช้ันซ่อน (Hidden Layers)รวมถึงการทดลองหาจา นวนช้นั Hidden Layers ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้โครงสร้างที่เหมาะสมใน การพยากรณ์ จ านวน Node ที่เหมาะสมคือ 5-5-1 จา นวนช้นัของ Hidden Layers ที่เหมาะสมคือ 5 6) เนื่องจากสภาพลา น้ ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว โดยมีสาเหตุมาจากการ ตกตะกอน หรือการกดัเซาะของลา น้า ทา ให้พฤติกรรมการเรียนรู้จากแบบจา ลอง ANNs ต่างไปจากเดิม จ าเป็ นต้องน าข้อมูลใหม่มาน าเข้าเพื่อปรับปรุงแบบจ าลองเพื่อให้ได้ผลพยากรณ์ที่น่าพอใจ จากการศึกษาดังกล่าว จะเห็นว่าแบบจ าลองที่สร้างจาก ANNs ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน โดยใช้ขอ้มูลนา เขา้ไม่มากแต่มีขอ้จา กดัส าหรับการศึกษาน้ีคือถา้สภาพลุ่มน้า เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อย่างรวดเร็วจะท าให้แบบจ าลองผลไม่แม่นย า โดยทวั่ๆ ไป จา เป็นตอ้งมีการปรับแบบจา ลอง ANNs ทุกๆ 3-5 ปี


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-8 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.2 การประยุกต ์ใช้Genetic Algorithm ในการสร้างแนวทางการระบายน ้าในพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา การพัฒนาโปรแกรมโดยประยุกต์ใช้แบบจ าลอง Genetic Algorithm (GAs) เพื่อสร้างแนว ทางการระบายน้ าในพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบดา้นอุทกภยัในพ้ืนที่ศึกษา และเก็บกกัน้า ในลา คลองเพื่อนา น้า ไวใ้ชต้ ่อไปในฤดูแล้งผลการวิเคราะห์แนวทางการระบายน้า แสดง ดังตารางที่ 4.2-1 ตารางที่ 4.2-1ผลการวิเคราะห์แนวทางการระบายผา่นประตูระบายน้า โดยประยุกต์ใช้แบบจ าลอง GAs ที่ พ.ศ. ปริมาณน้า X.158 (cms.) ท่าตะเภา(1) (cms.) หัววัง-พนังตัก (cms.) สามแก้ว (cms.) ปริมาณน้า ผา่น ตัวเมือง (cms.) 1 2536 286.00 163.00 123.00 123.00 40.00 2 2535 330.60 185.30 145.30 145.30 40.00 3 2547 486.50 260.00 226.50 220.00 40.00 4 2534 501.40 260.00 241.40 220.00 40.00 5 2545 504.80 260.00 244.80 220.00 40.00 6 2542 516.40 260.00 256.40 220.00 40.00 7 2541 526.60 260.00 266.60 220.00 40.00 8 2546 557.80 260.00 297.80 220.00 40.00 9 2537 595.00 260.00 335.00 220.00 40.00 10 2533 672.00 260.00 412.00 220.00 40.00 11 2544 677.50 260.00 417.50 220.00 40.00 12 2538 718.40 300.34 418.06 220.00 80.35 13 2548 737.80 317.80 420.00 220.00 97.80 14 2550 762.40 342.40 420.00 220.00 122.40 15 2539 865.00 445.00 420.00 220.00 225.00 16 2543 882.01 462.01 420.00 220.00 242.01 17 2549 1,076.00 520.00 556.00 220.00 300.00 18 2540 1,090.30 520.00 570.30 220.00 300.00 19 25* 1,111.91 520.00 591.91 220.00 300.00 20 50* 1,234.56 520.00 714.56 220.00 300.00 หมายเหตุ * รอบปี การเกิดซ้า (Return period) จากตารางที่ 4.2-1 พบว่ากรณีที่น้ าไหลผ่านสถานีX.158 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 677.50 ลบ.ม./ วินาทีประตูระบายน้า ท่าตะเภาจะสามารถปรับบานประตูให้ระบายน้า เท่ากบัความตอ้งการน้า ต่า สุด (40


Click to View FlipBook Version