The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร - 2552

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร

รายงานการวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำ โดยการบริหารอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม และการพยากรณ์แเตือนภัย ณ เวลาจริง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำท่าตะเภา จังหวัดชุมพร - 2552

Keywords: วิจัย,สภาวะน้ำท่วม,ท่าตะเภา,ชุมพร

การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-9 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ลบ.ม./วินาที)แต่เมื่อปริมาณน้า เพิ่มข้ึนตอ้งปรับบานประตูให้ระบายน้า มากข้ึนเพื่อป้องกนัน้า ท่วมใน คลองหัววัง-พนังตกัและคลองสามแกว้และเมื่อปริมาณน้า มีปริมาณมากดงัเช่น พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2549 (1,090.30และ1,076.00 ตามลา ดบั ) พบวา่แบบจา ลองระบายน้า ให้ผา่นตวัเมืองสูงสุดโดยไม่เกิดน้า ท่วมตวัเมือง (300ลบ.ม./วินาที)แต่พ้ืนที่ที่ถูกน้า ท่วมคือคลองหัววงั-พนังตกั (ระบายน้า ไดสู้งสุด 420 ลบ.ม./วินาที) ปริมาณน้า ไหลผา่นคลองต่างๆ ซ่ึงแบบจา ลอง GAs แนะน าแสดงดังภาพที่ 4.2-1 เมื่อสร้างกราฟเปรียบเทียบระหว่างปริมาณน้ าผ่านประตูระบายน้ าเทียบกับปริมาณน้ าผ่าน สถานี X.158 (เรียงจากมากไปน้อย) ที่แบบจ าลอง GAs แนะน าแสดงดังภาพที่ 4.2-2 พบว่าเมื่อปริมาณ น้ าที่ไหลผ่านสถานีX.158 มากกว่า 940 ลบ.ม./วินาที แบบจ าลอง GAs จะระบายน้ ามากกว่า ความสามารถในการระบายน้า สูงสุดของคลองหัววงั-พนงัตกั (420ลบ.ม./วินาที) ซ่ึงจะก่อให้เกิดปัญหา น้า ท่วมในบริเวณพ้ืนที่คลองดงักล่าว ส่วนตวัเมืองชุมพรและคลองสามแกว้พบว่าไม่ประสบปัญหาน้า ท่วมแต่อย่างใด พ.ศ. - 200.00 400.00 600.00 800.00 1,000.00 1,200.00 2532 2534 2536 2538 2540 2542 2544 2546 2548 2550 Q(cms) X.158 ทา่ตะเภา(1) หวัวงั-พนังตัก สามแกว้ตัวเมอืงชมุพร รูปที่ 4.2-1 ปริมาณน้า ไหลผ่านสถานีX.158 เทียบกับตัวเมือง ซึ่งแบบจ าลอง GAs แนะน า


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-10 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ - 100.00 200.00 300.00 400.00 500.00 600.00 1,200 1,100 1,000 900 800 700 600 500 400 300 200 X.158 (cms) Q(cms) ทา่ตะเภา(1) หวัวงั-พนังตัก สามแกว้ตัวเมอืงชมุพร รูปที่ 4.2-2 ปริมาณน้า ผา่นประตูระบายน้า เทียบกบั ปริมาณน้า ผา่นสถานีX.158 ที่แบบจ าลอง GAs แนะน า 4.3 ผลการปรับปรุงแบบจ าลองทางคณิตศาสตร ์ MIKE 11 ส าหรับพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา 4.3.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1) ข้อมูลรูปตัดล าน้ า แปลงให้อยู่ในระบบพิกัด WGS84 UTM Zone 47 พร้อมจัดเก็บไว้ใน รูปแบบของฐานข้อมูล สามารถเรียกใช้งานและแสดงผลที่ต าแหน่งต่าง ๆ ได้ (รูปที่ 4.3.1-1) 2) ขอ้มูลการตรวจวดัจากสถานีโทรมาตร ต้งัแต่ปี2546ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ข้อมูล ระดบัน้า และปริมาณน้า จดัเก็บไวใ้นระบบฐานขอ้มูลสามารถเรียกขอ้มูลและแสดงผลในรูปแบบกราฟ ต่าง ๆ ได้(รูปที่ 4.3.1-2) 3)ข้อมูลการระเหย จากสถานีตรวจอากาศชุมพร 4)ขอ้มูลระดบัน้า และปริมาณการไหลของน้า ที่สถานีX.158 บ้านวังครก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 5) ขอ้มูลกราฟความสัมพนัธ์ระหวา่งระดบัและปริมาณน้า ที่สถานีX.158 6) ขอ้มูลตา แหน่งอาคารชลศาสตร์ในลา น้า ที่สา คญั 4.3.2 การพัฒนาโครงข่ายและขอบเขตของแบบจ าลอง 1)โครงข่ายแบบจา ลองน้า ฝน-น้า ท่า (1)แบ่งลุ่มน้า ท่าตะเภาออกเป็น 13ลุ่มน้า ยอ่ย (2) สร้างรูปเหลี่ยมธีเอสเสน ส าหรับหาแฟคเตอร์อิทธิพลของสถานีวดัน้า ฝนในระบบ โทรมาตร แสดงไว้ในรูปที่ 4.3.2-1


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-11 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.1-1ฐานขอ้มูลรูปตดัลา น้า รูปที่ 4.3.1-2ฐานข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากระบบโทรมาตร 2) โครงข่ายด้านชลศาสตร์ (1) นา เขา้รูปตดัลา น้า จา นวน 113รูปตัด แสดงไว้ในรูปที่ 4.3.2-2 (2) พฒันาโครงข่ายลา น้า ที่ต่อเชื่อมกบัแบบจา ลอง NAM แสดงไว้ในรูปที่ 4.3.2-3


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-12 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.2-1การกา หนดรูปเหลี่ยมธีเอสเสนเพื่อหาแฟคเตอร์ถ่วงน้า หนกั


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-13 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.2-2 ตวัอยา่งรูปตดัลา น้า ที่นา เขา้ในแบบจา ลอง รูปที่ 4.3.2-3 โครงข่ายลา น้า ที่พฒันาข้ึนสา หรับแบบจา ลองชลศาสตร์


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-14 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.3.3 ผลการทดสอบแบบจ าลอง 1) พารามิเตอร์ของแบบจา ลองน้ าฝน-น้ าท่า และแบบจา ลองการไหลทางชลศาสตร์ของลุ่ม น้า ท่าตะเภารวบรวมจากรายงานการศึกษา “โครงการศึกษาวางระบบและติดต้งัระบบโทรมาตรเพื่อการ พยากรณ์น้ าและเตือนภัย ลุ่มน้ าท่าตะเภา” กรมชลประทาน 2545. แสดงไว้ในตารางที่ 4.3.3-1 และ 4.3.3-2 ตามล าดับ 2) ทา การสอบเทียบพารามิเตอร์ของแบบจา ลอง ในข้นัแรกใชแ้บบจา ลอง NAM Model ในการ คา นวณน้า ท่าจากน้า ฝน โดยใชข้อ้มูลปริมาณฝนที่ไดจ้ากการตรวจวดัจากสถานีโทรมาตรท้งั 12 สถานี ต้ังแต่ปี2003 - 2007 จากน้ันเชื่อมโยงผลที่ได้เข้าสู่แบบจ าลองการเคลื่อนตัวของน้ าในล าน้ า (HD Model) แลว้ทา การเปรียบเทียบขอ้มูลปริมาณน้า ท่ากบัขอ้มูลที่ตรวจวดัไดจ้ริง ณ ตา แหน่งสถานีบา้นวงั ครก(X.158) อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แสดงผลการเปรียบเทียบไว้ในรูปที่ 4.3.3-1ถึง 4.3.3-5 3) ค านวณค่าดัชนีในการตรวจสอบผลการค านวณจากแบบจ าลอง MIKE 11 NAM-HD เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานีบ้านวังครก (X.158) ได้ผลเฉลี่ยในช่วงปี ค.ศ. 2003-2007 (พ.ศ. 2546-2550) ดังน้ีr = 0.9178, RMSE = 45.31ลบ.ม./วินาที หรือคิดเป็ นร้อยละ 4.48ของปริมาณ น้า หลากสูงสุด (1,004ลบ.ม./วินาที) และ Efficiency Index (E.I.) = 80.03% ผลที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถที่จะนา ค่าพารามิเตอร์และโครงข่ายระบบลุ่มน้า ที่พฒันาข้ึน ไปใชใ้นการพยากรณ์และบริหาร จดัการน้า หลากตามวตัถุประสงคข์องโครงการต่อไปได้ 4) แต่ท้งัน้ีจากผลที่คา นวณไดอ้าจจะมีบางช่วงที่มีความแตกต่างกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงบ้าง สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องมาจากข้อมูลปริมาณฝนที่ตรวจวัดจากระบบโทรมาตรมีความเคลื่อนหรือขาด หายไป ผู้วิจัยจึงได้ท าการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝนด้วยวิธี Double Mass Curve กับข้อมูล ทุกปี ที่ใช้ท าการศึกษา แล้วน ากลับไปเปรียบเทียบกับผลการจ าลองแบบ พบว่า ในช่วงที่มีความผิดพลาด ของผลการคา นวณปริมาณน้ าท่า เป็นช่วงที่ขอ้มูลฝนจากระบบโทรมาตรมีความคลาดเคลื่อนอยู่จริง แสดงผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝนด้วยวิธี Double Mass Curve ไว้ในรูปที่ 4.3.3-6 5) ผลการวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนที่เกิดข้ึนในช่วงที่อตัราการไหลของน้า จากการเก็บข้อมูล จริง มีค่าสูงกว่าผลการค านวณที่ได้จากแบบจ าลองค่อนข้างมาก ซึ่งมีช่วงเวลาต่าง ๆ ดงัน้ี - ปี 2004 ในช่วงวันที่ 19-21 ส.ค. - ปี 2007 ในช่วงวันที่ 2-9ก.ค., 8-10 ส.ค., 3-5 ต.ค. และ23-25 ต.ค.


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-15 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่ 4.3.3-1 พารามิเตอร์ของแบบจ าลอง MIKE 11 NAM สา หรับแต่ละลุ่มน้า ยอ่ย Sb Umax Lmax CQOF CKIF CK1,2 TOF TIF TG CKBF Carea Sy GWLBF0 Cklow TP1 10.7 209 0.86 600 18 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 1000 TP2-1 10.7 209 0.86 600 12 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 10000 TP2-2 10.7 209 0.86 600 5 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 10000 TP3 10.7 209 0.86 600 15 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 10000 TP4-1 11 110 0.55 700 15 0.4 0 0 600 1 0.1 10 10000 TP4-2 11 110 0.55 700 10 0.4 0 0 600 1 0.1 10 10000 TP5 11 110 0.55 700 7 0.4 0 0 600 1 0.1 10 10000 TP6 10.7 209 0.86 600 12 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 10000 TP7 11 210 0.8 600 10 0.5 0 0.15 600 0.7 0.1 10 10000 TP8 11 210 0.8 600 5 0.5 0 0.2 600 0.7 0.1 10 10000 TP9 11 210 0.8 600 12 0.5 0 0.2 600 0.7 0.1 10 10000 TP10 11 210 0.8 600 12 0.5 0 0.2 600 0.7 0.1 10 10000 TP11 11 210 0.8 600 7 0.5 0 0.2 600 0.7 0.1 10 10000 ตารางที่ 4.3.3-2 สัมประสิทธิ์ ความเสียดทาน (Manning’s n) ส าหรับแบบจ าลอง MIKE 11 HD แม่น้า ระยะทางจากเหนือน้า ในลา น้า Relative (เมตร) Manning's M Manning's n Resistant คลองรับร่อ 0 15 0.07 1 31,507 19 0.05 1 คลองท่าแซะ 0 15 0.07 1 60,072 19 0.05 1 72,843 20 0.05 1 คลองท่าตะเภา 0 19 0.05 5 42,226 20 0.05 5 คลองสามแก้ว 101 30 0.03 5 9,707 30 0.03 5 คลองหัววัง-พนังตัก 66 40 0.03 5 7,833 40 0.03 5


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-16 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่ 4.2 สัมประสิทธิ์ ความเสียดทาน (Manning’s n) ส าหรับแบบจ าลอง MIKE 11 HD (ต่อ) แม่น้า ระยะทางจากเหนือน้า ในลา น้า Relative (เมตร) Manning's M Manning's n Resistant คลองละมุ 0 40 0.03 3 1,500 40 0.03 3 1,600 50 0.02 5 11,059 20 0.05 5 คลองบางโหลง 0 25 0.04 5 1,230 25 0.04 5 0 100 200 300 400 500 600 700 20 May 3 Jun 17 Jun 1 Jul 15 Jul 29 Jul 12 Aug 26 Aug 9 Sep 23 Sep 7 Oct 21 Oct 4 Nov 18 Nov 2 Dec 16 Dec 30 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-1ผลการค านวณอัตราการไหลเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.158 ปี 2003 2003


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-17 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 1 May 15 May 29 May 12 Jun 26 Jun 10 Jul 24 Jul 7 Aug 21 Aug 4 Sep 18 Sep 2 Oct 16 Oct 30 Oct 13 Nov 27 Nov 11 Dec 25 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-2ผลการค านวณอัตราการไหลเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.158 ปี 2004 0 200 400 600 800 1,000 1,200 1 Jun 15 Jun 29 Jun 13 Jul 27 Jul 10 Aug 24 Aug 7 Sep 21 Sep 5 Oct 19 Oct 2 Nov 16 Nov 30 Nov 14 Dec 28 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-3ผลการค านวณอัตราการไหลเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.158 ปี 2005 2004 2005


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-18 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 200 400 600 800 1,000 1,200 10 May 24 May 7 Jun 21 Jun 5 Jul 19 Jul 2 Aug 16 Aug 30 Aug 13 Sep 27 Sep 11 Oct 25 Oct 8 Nov 22 Nov 6 Dec 20 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-4ผลการค านวณอัตราการไหลเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.158 ปี 2006 0 100 200 300 400 500 600 700 800 20 Apr 4 May 18 May 1 Jun 15 Jun 29 Jun 13 Jul 27 Jul 10 Aug 24 Aug 7 Sep 21 Sep 5 Oct 19 Oct 2 Nov 16 Nov 30 Nov 14 Dec 28 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-5ผลการค านวณอัตราการไหลเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงที่สถานี X.158 ปี 2007 2006 2007


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-19 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - m m. cum. rainfall, stn.01 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.02 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.03 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.04 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.05 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.06 - mm. 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 รูปที่ 4.3.3-6ผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝนด้วยวิธี Double Mass Curve


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-20 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 14,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 14,000 11 stations avg. cum. Rainfall - m m. cum. rainfall, stn.07 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 14,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 14,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.08 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.09 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.10 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.11 - mm. 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 0 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 11 stations avg. cum. Rainfall - mm. cum. rainfall, stn.12 - mm. 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 2004 2005 2006 2007 2008 รูปที่ 4.3.3-6ผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝนด้วยวิธี Double Mass Curve (ต่อ) คณะทา งานวิจยั ไดต้้งัขอ้ สังเกตไว้2 กรณี คือ 1) มีบางสถานีที่ปริมาณฝนในช่วงเวลาดังกล่าว ขาดหายไป และ 2) อัตราการไหลที่ได้จากการตรวจวัดจริ งในช่วงที่ระดับน้ าสูง น่าจะมีความ คลาดเคลื่อนอยู่พอสมควร จากน้นั ไดท้า การทดสอบสมมุติฐานที่ไดต้้งัไว้ผลที่ไดป้รากฎดงัน้ี (1) ในกรณีแรก ได้ท าการเติมข้อมูลฝนของบางสถานีที่ขาดหายไปในช่วงเวลาดังกล่าว จากสถานีที่อยู่ข้างเคียง แลว้ทา การคา นวณใหม่อีกคร้ังแต่ผลที่ไดป้รากฎวา่ อัตราการไหลที่ได้จากการ คา นวณใหม่เพิ่มข้ึนไม่มากนกัเมื่อเทียบกบัการคา นวณคร้ังที่ผา่นมา


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-21 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ (2) ท าการตรวจสอบข้อมูลอัตราการไหลที่ใช้ในการสอบเทียบแบบจ าลองกับค่าระดับ น้ าในช่วงเวลาเดียวกัน ท าการแปลงค่าระดับน้ าไปเป็นอตัราการไหลจากโคง้ความสัมพนัธ์ระหว่าง ระดับและอัตราการไหลจากศูนย์อุทกวิทยา กรมชลประทาน (รูปที่ 4.3.3-7) จะพบโค้งความสัมพันธ์ฯ ของปี 2004 มีช่วงห่างของค่าระดบัน้า มาก ทา ให้การแปลงค่ามาเป็นอตัราการไหลมีความคลาดเคลื่อน สูงคณะผู้วิจัย ได้ท าการเปลี่ยนมาใช้โค้งความสัมพันธ์ฯ ของปี 2007 ซึ่งเป็ นข้อมูลปี ล่าสุดและมีช่วง ความถี่ของการเก็บข้อมูลระดับน้ ามากกว่า โดยน ามาประยุกต์ใช้กับข้อมูลปี 2004 และปี 2007 เอง ปรากฎว่าอตัราการไหลที่ไดจ้ากการแปลงค่าระดบัน้า มีค่าน้อยลงกว่าเดิม เป็นผลทา ให้ความแตกต่าง ระหว่างผลการคา นวณกับข้อมูลตรวจวดัในช่วงเวลาน้ าสูงลดลงเป็นที่น่าพอใจ ดังแสดงไวใ้นรูปที่ 4.3.3-8และ 4.3.3-9 0.00 1.00 2.00 3.00 4.00 5.00 6.00 7.00 8.00 9.00 10.00 11.00 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 Discharge, cms Elevation, m (msl) 2007 2004 2004 2007 Ele.(msl) Disc.(cms) Ele.(msl) Disc.(cms) 3.00 3 7.00 284 3.20 7 7.20 291 3.40 13 7.40 300 3.80 29 7.60 310 4.00 39 7.80 320 4.20 51 8.00 331 4.60 77 8.40 359 5.00 105 8.60 375 5.60 150 8.80 395 6.00 182 9.00 418 7.20 290 9.20 445 9.00 470 9.40 477 10.40 624 9.60 516 9.80 572 10.00 656 10.20 789 รูปที่4.3.3-7 โค้งความสัมพันธ์ระหวา่งระดบัน้า และปริมาณน้า ของสถานีX.158


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-22 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 1 May 15 May 29 May 12 Jun 26 Jun 10 Jul 24 Jul 7 Aug 21 Aug 4 Sep 18 Sep 2 Oct 16 Oct 30 Oct 13 Nov 27 Nov 11 Dec 25 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-8ผลค านวณเปรียบเทียบกับอัตราการไหล ปี 2004 ที่ได้จากการใช้Rating Curve ปี 2007 0 100 200 300 400 500 600 700 800 20 Apr 4 May 18 May 1 Jun 15 Jun 29 Jun 13 Jul 27 Jul 10 Aug 24 Aug 7 Sep 21 Sep 5 Oct 19 Oct 2 Nov 16 Nov 30 Nov 14 Dec 28 Dec Discharge (cms.) Model Obs. รูปที่ 4.3.3-9ผลค านวณเปรียบเทียบกับอัตราการไหล ปี 2007 ที่ได้จากการใช้ Rating Curve ปี 2007 2004 2007


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-23 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.3.4 การพัฒนาระบบพยากรณ์ฝน จากข้อมูลปริมาณฝนปี พ.ศ.2549 ซึ่งเป็ นปี ที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ด้วย ระบบโทรมาตรคณะวิจัย ได้ใช้ข้อมูลฝนราย 15 นาที น ามาจัดท าเป็ นกราฟหนึ่งหน่วยน้า ฝน หรือ Unit Hyetograph เพื่อเป็ นตวัแทนของพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภาซ่ึงแบ่งออกเป็น พ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบน และพ้ืนที่ลุ่ม น้ าตอนล่าง โดยพ้ืนที่ลุ่มน้ าตอนบนใช้สถานีคลองท่าแซะเป็นตัวแทน โดยท าการคัดเลือกพายุฝน ท้งัหมด 15 เหตุการณ์แล้วก าหนดให้ใช้กับสถานีที่ 1-6แสดงผลได้ในรูปที่ 4.3.4-1และส าหรับพ้ืนที่ลุ่ม น้า ตอนล่าง ใช้สถานี ปตร.สามแก้ว เป็ นตัวแทนในการพฒันากราฟหน่ึงหน่วยน้า ฝน คัดเลือกเหตุการณ์ พายุฝน 11 เหตุการณ์ และก าหนดให้ใช้กับสถานีที่ 7-12 แสดงผลการพัฒนาไว้ในรูปที่ 4.3.4-2 0.09 0.13 0.18 0.13 0.09 0.37 0.00 0.05 0.10 0.15 0.20 0.25 0.30 0.35 0.40 0.00 0.25 0.50 0.75 1.00 1.25 1.50 Hour Rainfall, mm. รูปที่ 4.3.4-1 Unit Hyetograph ตวัแทนพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภาตอนบน 0.00 0.07 0.23 0.33 0.15 0.12 0.10 0.00 0.05 0.10 0.15 0.20 0.25 0.30 0.35 0.40 0.00 0.25 0.50 0.75 1.00 1.25 1.50 Hour Rainfall, mm. รูปที่ 4.3.4-2 Unit Hyetograph ตวัแทนพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภาตอนล่าง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-24 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.3.5 ผลการก าหนดเกณฑ์การเปิ ด-ปิ ดบานระบายน ้า 1) เกณฑ์ก าหนดการเปิ ด-ปิ ดบานระบายน ้า (1)ขอ้มูลพ้ืนฐานของ ปตร.ท่าตะเภาและ ปตร.สามแกว้ที่ใช้ในการคา นวณ แสดงได้ ดังตารางที่ 4.3.5-1 ตารางที่ 4.3.5-1ขอ้มูลพ้ืนฐานของประตูระบายน้า ที่ใช้ในการก าหนดเกณฑ์การเปิ ด-ปิ ดประตูระบาย รายละเอียดข้อมูล หน่วย ประตูระบายน้า สามแก้ว ท่าตะเภา ระดับธรณีประตู ม.รทก. -0.500 -2.000 ระดบัทอ้งคลองดา้นเหนือน้า ม.รทก. -0.500 -2.000 ระดบัทอ้งคลองดา้นทา้ยน้า ม.รทก. -2.500 -3.000 จา นวนบานประตูระบายน้า บาน 6 6 ความกว้างบานประตูระบายน้า เมตร 6 6 ระดับเฝ้าระวัง เมตร +2.000 +2.000 (2) สมการที่ใช้ในการคา นวณ จะใช้สมการการไหลของน้ าผ่านประตูระบายน้ า ในขณะที่ไม่ยกบานพน้น้า แสดงสมการไดด้งัน้ี 0.667 2 ( ) 3/ 2 2 3/ 2 Q = CL g H1 − H เมื่อ Q = อัตราการไหล, ลบ.ม./วินาที C = สัมประสิทธ์ิการไหลของน้า ผา่นอาคาร L = ความกวา้งของช่องทางระบายน้า , ม. d = ระยะยกบาน, ม. H1= ความสูงน้า ดา้นเหนือน้า , ม. H2= ผลต่างระหวา่งความสูงน้า ดา้นเหนือน้า กบัระยะยกบาน, ม. (H1 -d) (3) ผลการค านวณ ผลการคา นวณระยะเปิดบานของท้งัสองประตูระบายน้า โดยก าหนระดับเฝ้าระวังไว้ที่ +2.00 ม.รทก. ซึ่งเป็ นระดับที่ทางโครงการชลประทานชุมพรใช้เป็ นเกณฑ์ในการเฝ้าระวังอุทกภัยอยู่ใน ปัจจุบัน ระยะเปิดบานของท้งั2 ปตร.จะเท่ากบั1.50 ม. โดยจะควบคุมปริมาณการระบายน้า ของ ปตร. ท่าตะเภาไว้ไม่เกิน 300 ลบ.ม./วินาที และ 220 ลบ.ม./วินาที ส าหรับ ปตร.สามแก้ว


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-25 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 2) การทดสอบเกณฑ์การเปิ ด-ปิ ดบานระบายน ้า จากเกณฑ์ก าหนดการเปิ ด-ปิดบานระบายของท้งั 2 ปตร.ดังกล่าว น ามาทดสอบผลการค านวณ เพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปี2549 ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงข้ึนในพ้ืนที่จงัหวดัชุมพร เพื่อ พิสูจน์ว่า หากมี ปตร.ท่าตะเภาที่คอยควบคุมปริมาณน้า ไม่ให้เขา้ตวัเมืองชุมพร โดยกา หนดเกณฑ์การ ระบายไวไ้ม่เกิน 300ลบ.ม./วินาทีแลว้น้นัจะสามารถช่วยบรรเทาอุทกภยัที่เกิดข้ึนไดอ้ย่างไรบา้ง โดย ไดก้า หนดเงื่อนไขในการจา ลองสถานการณ์ไวด้งัน้ี (1) เพิ่ม ปตร.ท่าตะเภา เขา้ไปในระบบของแบบจ าลอง และก าหนดเงื่อนไขการปล่อย น้า ไวไ้ม่เกิน 300ลบ.ม./วินาทีที่ระดบัเฝ้าระวงั (+2.00 ม.รทก.) (2) ปรับเกณฑ์การเปิดบานของ ปตร.สามแก้ว โดยเมื่อระดับน้ าหน้า ปตร. สูงกว่า +2.00 ม. ให้ยกบานมีช่องเปิ ดเท่ากบั1.5 ม. เพื่อควบคุมการระบายน้า ไวไ้ม่เกิน 220ลบ.ม./วินาที (3) จา ลองสถานการณ์ต้งัแต่เดือนพฤษภาคม ถึงธนัวาคม ปี2549 ใชข้อ้มูลนา เขา้ราย ชวั่โมงจากผลการตรวจวดัของสถานีโทรมาตรลุ่มน้า ท่าตะเภา แสดงโครงข่ายลา น้า ในแบบจา ลอง MIKE 11 และแผนภูมิต าแหน่งอาคารชลศาสตร์ต่าง ๆ ใน พ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภาไวใ้นรูปที่4.3.5-1 และ 4.3.5-2 ตามล าดับ และสรุปผลการจ าลองแบบเปรียบเทียบ กับสถานการณ์จริงปี 2006 (พ.ศ.2549) ไดด้งัน้ี (1) ปริมาณน้า ไหลเขา้ตวัเมืองชุมพร ที่สถานีX.158 บ้านวังครก อ.ท่าแซะ สูงสุดเมื่อ วันที่16 ส.ค. 2549 เท่ากับ 956 ลบ.ม./วินาที (2)ระดบัน้า ที่สถานีเทศบาล2 (กม. 24+306) สูงสุดเท่ากับ 3.63 ม.รทก. ลดลงจากเดิม 0.33 ม. ซ่ึงจากขอ้มูลของโครงการชลประทานชุมพรระดบัน้า ท่วมในเขตตวัเมืองชุมพร ปี2006 เท่ากบั 0.20 ม.ก็แสดงไดว้่า ปตร.ท่าตะเภา สามารถที่จะบรรเทาปัญหาน้า ท่วมในเขตตวัเมืองไดเ้ป็นอย่างดีดงั แสดงผลการเปรียบเทียบระดับน้า เมื่อปี2006และจากแบบจา ลองไวใ้นรูปที่4.3.5-3 (3) ปริมาณการระบายสูงสุดที่ ปตร.ท่าตะเภา เท่ากับ 250ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเดิม 10 ลบ.ม./วินาทีดังแสดงไว้รูปที่ 4.3.5-4 ซ่ึงจากกราฟดงักล่าวเป็นการพล๊อตจากค่าระดบัน้า และอตัรา การไหลสูงสุดที่เกิดข้ึน โดยเป็นอัตราการไหลตามระยะทางตามแนวลา น้ า จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการ ก่อสร้าง ปตร.ท่าตะเภาและควบคุมปริมาณการระบายออกอยู่ที่300ลบ.ม./วินาทีจะทา ให้ปริมาณน้า เทอ้กลบัข้ึนไปทางดา้นเหนือน้า และเนื่องจากมีการควบคุมปริมาณการระบายออกที่ปตร.สามแกว้ ไว้ เท่ากับ 220 ลบ.ม./วินาทีจึงส่งผลให้มีการระบายออกที่ปตร.หัววงัมากข้ึน และทา ให้ปริมาณน้า ในช่วง เหนือ ปตร.ท่าตะเภาลดลงตามไปด้วย


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-26 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 500000 510000 520000 530000 540000 1150000 1155000 1160000 1165000 1170000 1175000 1180000 1185000 1190000 1195000 1200000 1205000 1210000 1215000 Chumphon MIKE11 River Network รูปที่ 4.3.5-1 โครงข่ายลา น้า ในแบบจา ลอง MIKE 11 คลองรับร่อ คลองท่าแซะ คลองสามแก้ว คลองท่าตะเภา คลองละมุ คลองหัววัง-พนังตัก จุดออกทะเล


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-27 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ สัญลักษณ์ สถานีตรวจวัดนา ้ทา่ความยาวลา นา ้เป็นกิโลเมตร สถานีตรวจวัดนา ้ฝนแบบธรรมดา ประตรูะบายนา ้ (300 cms) เกณฑก์า หนดปริมาณนา ้ระบายสงูสดุ บ านคีรีล ม หนอง หญ่ บ านบางเจริ บ านเนินท ง ส าน X.219 นามัยสลุย 64.7คล งบางทะลาย 41.2 บ านท่าแ ะ ส าน X.64 12.4 บ านนากระตาม คล งละมุ ส าน X.220 บ านละมุ บ านเ าลูกกลางคล งกูดคล งละมุ ฝาย กส บ านท่ารัง 6.8 คล งลับล่ บ านหาดแตง ส าน X.46A บ านหน งบัว คล ง วง 10.5 คลองหัววัง-พนังตัก ปตร คล งหัววัง- นังตักคล งท่าแ ะคลองท่าตะเภา 7.5 ปตร สามแก ว 5.0 สะ านเท บาล ส าน X.180 คลองสามแก้ว 14.0 บ าน นังตัก ส าน X.221 คล งท่าตะเ า 17.3 บ านท่ายาง ส าน X.223 คล งท่านางสัง บ านปากคล ง ส าน X.222 อ่าว ท 17.3 คล ง าธรรม บ าน ่ งกะมิ ้ว นามัยธรรมเจริ บ าน ่ งหินหมู คล งรับร่ 22.2 บ าน ่ งหินเ ียว คล ง ันวาน คล งละมะ บ านยาย ท สถานีตรวจ ากา บ านวังครก บ านท่า าม ส าน X.158 ส าน X.46 10.7 41.5 ปตร ท่าตะเ า เ ตตัวเม อง ุมพร 300 cms 220 cms รูปที่4.3.5-2แผนภูมิโครงข่ายลา น้า และตา แหน่งอาคารชลศาสตร์ต่าง ๆ ในลุ่มน้า ท่าตะเภา (4) ปริมาณการระบายสูงสุดที่ ปตร.สามแก้ว เท่ากับ 230 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเดิม 50 ลบ.ม./วินาทีดังแสดงในรูปที่ 4.3.5-5


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-28 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ (5) ปริมาณการระบายสูงสุดที่ปตร.หัววงัเท่ากบัลบ.ม./วินาทีเพิ่มข้ึนจากเดิม 20ลบ. ม./วินาที(รูปที่ 4.3.5-6) เป็ นผลอันเนื่องมาจากการจ ากัดการระบายที่ ปตร.ท่าตะเภา และ ปตร.สามแก้ว ดังกล่าวข้างต้น จากผลการค านวณดังกล่าว สรุปได้ว่า ปตร.ท่าตะเภา ที่ไดด้า เนินการก่อสร้างแลว้เสร็จและได้ เริ่มใช้งานไปแลว้น้ัน สามารถที่จะช่วยในการบรรเทาอุทกภยัที่จะเกิดข้ึนกบัตวัเมืองชุมพรไดอ้ย่างมี ประสิทธิภาพ โดยอาศัยการบริหารจดัการน้า และการควบคุมปริมาณน้า ระบายออกจากอาคารชลศาสตร์ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งสามารถที่จะคาดการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าได้ โดยการ น าเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการตรวจวัดและรับส่งข้อมูลมาประยุกต์ใช้ร่วมกับแบบจ าลองคณิตศาสตร์ ส าหรับการพยากรณ์น้า เพื่อการเตรียมพร้อมสา หรับการรับมือกบั ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดข้ึน ต่อไปในอนาคตได้เป็ นอย่างดี 9-8-2006 19-8-2006 29-8-2006 8-9-2006 18-9-2006 28-9-2006 8-10-2006 18-10-2006 28-10-2006 -1.0 0.0 1.0 2.0 3.0 4.0 5.0 [meter] Time Series Water Level (ChumphonHD_add-TT-Reg_2006.RES11) External TS 1 X180_WL Water Level THATAPAO 24306.00 รูปที่ 4.3.5-3ผลการเปรียบเทียบระดบัน้า บริเวณตวัเมืองชุมพรที่สถานีเทศบาล2 ปี 2006


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-29 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0.0 20000.0 40000.0 60000.0 80000.0 100000.0 ระยะทางตามแนวลา น้ า(เมตร) [m] -10.0 0.0 10.0 20.0 30.0 40.0 50.0 60.0 70.0 80.0 [meter] ระดับ(ม.รทก.) 0.0 100.0 200.0 300.0 400.0 500.0 600.0 700.0 800.0 900.0 [m^3/s] ปริมาณการไหล(ลบ.ม./วินาที) Maximum THASAE 0 - 70757 THATAPAO THATAPAO 18906 - 42226 สถานคีลองท่าแซะ สถานบี้านสลยุ สถานบี้านวงัมะปราง สถานีX.64 สถานบี้านวงัครก สถานปีตร.หวัวงั ปตร.สามแกว้ ปตร.ท่าตะเภา สถานสีะพานเทศบาล2 สถานปีากน้ า จุดออกทะเล รูปที่ 4.3.5-4การเปรียบเทียบระดบัน้า และปริมาณการไหลสูงสุดที่ ปตร.ท่าตะเภาจากแบบจ าลอง MIKE 11 หมายเหตุ: ปริมาณน้า ที่แสดงเป็นปริมาณน้า ตามระยะทางตามแนวลา น้า ท่าตะเภา 0.0 2000.0 4000.0 6000.0 8000.0 10000.0 12000.0 14000.0 16000.0 ระยะทางตามแนวลา น้ า(เมตร) [m] -4.0 -2.0 0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 10.0 [meter] ระดับ(ม.รทก.) 0.0 100.0 200.0 300.0 400.0 500.0 600.0 700.0 800.0 [m^3/s] ปริมาณการไหล(ลบ.ม./วินาที) Maximum THATAPAO 12118 - 18906 SAMKIEO 101 - 4961 SAMKIEO SAMKIEO ปตร.หวัวงั ปตร.สามแกว้ จุดบรรจบคลองหวัวงั-พนงัตกั จุดออกทะเล รูปที่ 4.3.5-5การเปรียบเทียบระดบัน้า และปริมาณการไหลสูงสุดที่ปตร.สามแก้วจากแบบจ าลอง MIKE 11 หมายเหตุ: ปริมาณน้า ที่แสดงเป็นปริมาณน้า ตามระยะทางตามแนวลา น้า ท่าตะเภาถึง ปตร.สามแก้ว และตามคลองสามแก้ว จาก ปตร.สามแก้ว ถึงจุดออกทะเล ปริมาณการไหล ปริมาณการไหล ระดบัตลิ่ง ทอ้งน้า ระดบัน้า ระดบัตลิ่ง ระดบัน้า คลองท่าตะเภา คลองสามแก้ว


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-30 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0.0 1000.0 2000.0 3000.0 4000.0 5000.0 6000.0 7000.0 8000.0 9000.0 10000.0 ระยะทางตามแนวลา น้ า(เมตร) [m] -2.0 0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 10.0 12.0 [meter] ระดับ(ม.รทก.) 0.0 100.0 200.0 300.0 400.0 500.0 600.0 700.0 800.0 900.0 [m^3/s] ปริมาณการไหล(ลบ.ม./วินาที) Maximum THATAPAO 10021 - 12118 HUAWANG 66 - 2033 HUAWANG 2033 - 7833 คลองท่าตะเภา ปตร.หวัวงั แกม้ลงิหนองใหญ่ จุดบรรจบคลองสามแกว้ รูปที่ 4.3.5-6การเปรียบเทียบระดบัน้า และปริมาณการไหลสูงสุดที่ปตร.หัววังจากแบบจ าลอง MIKE 11 หมายเหตุ: ปริมาณน้า ที่แสดงเป็นปริมาณน้า ตามระยะทางตามแนวลา น้า ท่าตะเภา และคลองหัววัง-พนังตัก 4.3.6 ผลการจัดท าแผนที่น ้าท่วม จากผลการคา นวณปริมาณการไหลที่หนา้ตดัต่าง ๆ ในบริเวณพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภา ช่วงฤดูฝนปี 2549 นา มาจดัทา เป็นแผนที่น้า ท่วม ณ ช่วงเวลาการเกิดน้า หลากสูงสุด คือเวลา 16.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2549 แสดงได้ดังรูปที่ 4.3.6-1 ซึ่งการตรวจสอบความถูกต้อง สามารถท าได้โดยการซ้อนทับ กับต าแหน่งผลการสา รวจสภาพพ้ืนที่น้า ท่วมในช่วงเหตุการณ์ดงักล่าว ที่ได้รับจากโครงการชลประทาน ชุมพรผลปรากฎว่าตา แหน่งที่เกิดน้ าท่วมส่วนใหญ่ใกลเ้คียงกับผลที่ได้จากการส ารวจจริงในสนาม แสดงผลการเปรียบเทียบต าแหน่งดังกล่าวไว้ในรูปที่ 4.3.6-2 ปริมาณการไหล ระดบัตลิ่ง ระดบัน้า คลองท่าตะเภา คลองหัววัง-พนังตัก


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-31 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.6-1ผลการจดัทา แผนที่น้า ท่วมที่ไดจ้ากแบบจา ลอง MIKE 11 GIS


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-32 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.6-2ผลการเปรียบเทียบพ้ืนที่น้า ท่วมจากแบบจา ลอง MIKE 11 GIS กับต าแหน่งจริงที่ได้จาก การส ารวจภาคสนาม


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-33 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.3.7 ผลการทดสอบการประยุกต์ใช้งาน ณ เวลาจริง 1) ข้อก าหนดในการศึกษา การทดสอบการประยุกต์ใช้งาน ณ เวลาจริง โดยการน าเหตุการณ์น้ าท่วมใหญ่ช่วงเดือน สิงหาคม 2549 มาใช้ในการทดสอบกับสถานการณ์ของโครงการในปัจจุบัน ซึ่งได้มีการก่อสร้างปตร.ท่า ตะเภา และก าหนดให้ท างานร่วมกับเกณฑ์ก าหนดการเปิ ด-ปิ ดบานระบายน้า ที่ได้ผลมาจากแบบจ าลอง MIKE 11 และแบบจ าลอง GAs ดังได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ซึ่ งผลการก าหนดเกณฑ์การเปิ ด-ปิ ดบาน ระบายของ ปตร.ท่าตะเภาและปตร.สามแกว้ท้งัในกรณีเพื่อการบรรเทาอุทกภัยและการเก็บกกัน้า ไวใ้น พ้ืนที่ลุ่มน้ าเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรกรรมน้ัน สามารถสรุปเกณฑ์ก าหนดการเปิ ดบาน ระบายน้า ของแต่ละประตูระบายน้า ไดด้งัน้ี ประตูระบายน ้าท่าตะเภา (1)กรณีระดบัน้า ต่า กว่า+2.00 ม.รทก. เปิดบานระบายน้า 0.20 เมตรควบคุมปริมาณ น้า ระบายออกไม่ให้ต ่ากว่า 40 ลบ.ม./วินาที (2)กรณีระดบัน้า สูงกว่า+2.00 ม.รทก.ควบคุมปริมาณน้า ระบายออกไม่มากกว่า 300 ลบ.ม./วินาทีโดยมีรายละเอียดการปรับบานระบายน้า ตามระดบัน้า ที่เปลี่ยนแปลง เริ่มจากค่าระดบัน้า ที่ +2.00 ม.รทก. ไปทีละ20 เซนติเมตรจนถึงปริมาณน้า ที่กา หนด ซึ่งเท่ากับ 300 ลบ.ม./วินาที ได้ดงัน้ี ระดบัน้า หน้า ปตร. ระยะยกบาน ปริมาณน้า ผ่าน (ม.รทก.) (เมตร) (ลบ.ม./วินาที) 2.00 0.40 87.03 2.20 0.60 132.23 2.40 0.80 178.52 2.60 1.00 225.88 2.80 1.20 274.27 3.00 1.30 302.37


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-34 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0.40 0.60 0.80 1.00 1.20 1.40 0 100 200 300 400ระยะยกบาน ม ปริมาณน ้า หล ่าน าคาร ลบ ม วินาที ตร ท่าตะเภา 3.00 2.80 2.60 2.40 2.20 2.00 ระด ั บน ้ า, ม.รทก. รูปที่ 4.3.7-1กราฟความสัมพนัธ์ระหวา่งระดบัน้า -ระยะยกบาน-ปริมาณน้า ไหลผา่น ปตร.ท่าตะเภา ประตูระบายน ้าสามแก้ว (1) กรณีระดบัน้า ต่า กว่า+2.00 ม.รทก.จะไม่มีการควบคุมการเปิด-ปิ ดบานระบาย (ยก บานพน้น้า ) (2) กรณีระดบัน้า สูงกว่า+2.00 ม.รทก.ควบคุมปริมาณน้า ระบายออกไม่มากกว่า 300 ลบ.ม./วินาทีโดยมีรายละเอียดการปรับบานระบายน้า ตามระดบัน้า ที่เปลี่ยนแปลง เริ่มจากค่าระดบัน้า ที่ +2.00 ม.รทก.ไปทีละ20 เซนติเมตรจนถึงปริมาณน้า ที่กา หนด ซ่ึงเท่ากบั220ลบ.ม./วินาทีไดด้งัน้ี ระดบัน้า หน้า ปตร. ระยะยกบาน ปริมาณน้า ผ่าน (ม.รทก.) (เมตร) (ลบ.ม./วินาที) 2.00 0.40 67.69 2.20 0.60 103.69 2.40 0.80 141.04 2.60 1.00 179.71 2.80 1.20 219.64


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-35 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0.4 0 0.6 0 0.80 1.00 1.20 0 50 100 150 200 250ระยะยกบาน ม ปริมาณน ้า หล ่าน าคาร ลบ ม วินาที ตร สามแก้ว 2.80 2.60 2.40 2.20 2.00 ระด ั บน ้ า, ม.รทก. รูปที่ 4.3.7-2กราฟความสัมพนัธ์ระหวา่งระดบัน้า -ระยะยกบาน-ปริมาณน้า ไหลผา่น ปตร.สามแกว้ 2) เกณฑ์การเตือนภัยในระดับต่าง ๆ การศึกษาใช้เกณฑ์ในการเตือนภัยที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันของโครงการชลประทานชุมพร น ามา ปรับปรุงให้มีสอดคล้องกับแนวทางในการก าหนดเกณฑ์การเตือนภัยของงานวิจัยที่ได้ด าเนินการไว้แล้ว และน ามาประยุกต์ใช้กับการจ าลองสถานการณ์ปี 2549 ดังแสดงเกณฑก์ารเตือนภยัระดบัน้า ณ ตา แหน่ง สถานีสา คญั ในแม่น้า ท่าตะเภาไว้ในรูปที่ 4.3.7-3และสรุปไดด้งัน้ี (1) การเฝ้าระวังจากข้อมูลน ้าฝน - เริ่มเฝ้าระวงั ในกรณีปริมาณฝนตกอยใู่นช่วง 60-80 มม. - เตือนให้เฝ้าระวังภัย ในกรณีปริมาณฝนตกอยู่ในช่วง 80-100 มม. -แจ้งทางจังหวัด ในกรณีปริมาณฝนตกมากกว่า 100 มม. (2) การเฝ้าระวังจากระดับน ้า (2.1) สถานีวงัครก(ระดบัตลิ่ง ซา้ย+10.326 /ขวา+12.05 ม.รทก.) เฝ้าระวัง +9.00 ม.รทก. เตือนภัย +10.00 ม.รทก. วิกฤติ +11.50 ม.รทก. (2.2) สถานีปตร.สามแกว้ (ระดบัตลิ่ง ซา้ย+6.876 /ขวา+6.874 ม.รทก.) เฝ้าระวัง +3.50 ม.รทก. เตือนภัย +4.00 ม.รทก. วิกฤติ +5.00 ม.รทก.


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-36 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.7-3 เกณฑก์ารเตือนภยัระดบัน้า ณ ตา แหน่งสถานีสา คญั ในแม่น้า ท่าตะเภา เทศบาล2 ปตร.สามแก้ว ปตร.วังครก


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-37 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ (2.3) สถานีเทศบาล2 (ระดบัตลิ่ง ซา้ย+5.01 /ขวา+2.67 ม.รทก.) เฝ้าระวัง +2.50 ม.รทก. เตือนภัย +3.00 ม.รทก. วิกฤติ +3.50 ม.รทก. ซ่ึงจากการตรวจสอบการเกิดระดบัน้า สูงสุดของสถานีดชันีท้งัสามสถานีจากขอ้มูลราย 15 นาที ที่บันทึกไว้โดยระบบโทรมาตร ต้งัแต่เริ่มมีการบนัทึกขอ้มูลจนถึงปัจจุบนัพบว่า ระดบัน้ าสูงสุดที่เคย เกิดข้ึนของท้ง 3 สถานี อยู่ในช่วงเกณฑ์การเฝ้าระวังที่ก าหนดไว้ จึงสรุปได้ว่า เกณฑ์ดังกล่าวสามารถที่ ั จะนา มาใชใ้นการแจง้เตือนภยัได้แสดงตารางสถิติระดบัน้า สูงสุดที่เคยเกิดข้ึนจากขอ้มูลที่บนัทึกไวโ้ดย ระบบโทรมาตรในตารางที่ 4.3.7-1 ตารางที่ 4.3.7-1 สถิติระดบัน้า สูงสุดที่เคยเกิดข้ึนจากขอ้มูลที่บนัทึกไวโ้ดยระบบโทรมาตร ปี 8-บ้านวังครก 10-ปตร.สามแก้ว 11-เทศบาล2 พ.ศ. ปริมาณน้า ระดบัน้า วันที่เกิด ปริมาณน้า ระดบัน้า วันที่เกิด ปริมาณน้า ระดบัน้า วันที่เกิด (ลบ.ม./วินาที) (ม.รทก.) (ลบ.ม./วินาที) (ม.รทก.) (ลบ.ม./วินาที) (ม.รทก.) 2546 902.2 11.6 21 ต.ค.46 338.7 3.9 27 ต.ค.46 229.0 2.7 27 ต.ค.46 2547 416.5 9.2 27 พ.ย.47 318.7 3.7 18 ส.ค.47 201.3 2.4 18 ส.ค.47 2548 848.8 11.5 23 ต.ค.48 409.2 4.3 23 ต.ค.48 320.9 3.5 23 ต.ค.48 2549 746.0 11.2 16 ส.ค.49 524.7 5.0 16 ส.ค.49 591.5 4.1 17 ส.ค.49 2550 506.7 10.0 26 ต.ค.50 308.7 3.6 26 ต.ค.50 256.9 3.0 26 ต.ค.50 2551 245.8 7.4 12 พ.ย.51 220.5 2.9 21 พ.ค.51 177.9 2.1 12 พ.ย.51 2552 375.3 8.7 3 ต.ค.52 283.7 3.4 8 ต.ค.52 218.6 2.6 8 ต.ค.52 3) ฝนพยากรณ์การพยากรณ์ฝนได้จากวิธี Profile Method (กรมชลประทาน, 2545) ซึ่งจากการ ทดสอบเทคนิคด้วยวิธีการน้ีจะตอ้งเพิ่มข้นัตอนในส่วนของการปรับแก้แฟคเตอร์ฝนสูงสุดในช่วงพายุ ฝนโดยไม่ให้มีค่าเกินกว่าสถิติฝนสูงสุดที่เคยเกิดข้ึนในช่วงเวลา 15 นาทีซ่ึงจากการวิเคราะห์ค่าปริมาณ ฝนสูงสุดของท้งั12 สถานีได้เลือกค่าฝนสูงสุดที่ใช้ในการปรับแก้เท่ากับ 10 มม. ซ่ึงสามารถแสดง ตัวอย่างการพยากรณ์ฝนด้วยเทคนิค Profile Method ต้งัแต่วนัที่15 ส.ค. 2549 เวลา 3.00 น.ล่วงหน้า 3 ชวั่โมง ได้ดังรูปที่ 4.3.7-4และสรุปรายละเอียดในแต่ละข้นัตอนไดด้งัน้ี


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-38 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.7-4 ตัวอย่างการพยากรณ์ฝนด้วยเทคนิค Profile Method (1) ปริมาณฝน ณ เวลาปัจจุบันเท่ากับ 9 มม. ซึ่งมากกว่าค่าปริมาณฝนที่ 4 มม. ซึ่งเป็ น ค่าที่ใช้ในการเริ่มตน้การพยากรณ์ด้วยเทคนิคProfile Method (ซึ่งหากน้อยกว่า 4 มม. จะให้ค่าเท่ากัน ตลอดช่วงการพยากรณ์) (2) ส าหรับล าดับถัดมา ซึ่งเป็ นล าดับที่ 2 ในช่วงพายุฝน ประยุกต์ใช้กราฟหนึ่งหน่วย น้า ฝน โดยการน า 9 ไปหารด้วย 0.07 แลว้คูณดว้ย 0.23 จะไดป้ริมาณฝนในช่วงเวลาต่อไปเท่ากบั28 มม. (3) ด าเนินการต่อจนครบช่วงเวลาฝนตกใน Unit Hyetograph (4) หาค่าปริมาณฝนสูงสุด จะได้ Factor ปรับแก้ ซึ่งเท่ากับ 10 หารด้วยค่าฝนสูงสุด (5) ปรับแก้ฝนพยากรณ์ด้วย Factor ปรับแก้ค่าฝนสูงสุด ก็จะได้ปริมาณฝนพยากรณ์ที่ น าไปใช้งานจริง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-39 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ส าหรับระบบการพยากรณ์ฝนน้ัน จะท างานร่วมกับโปรแกรมการเรียกข้อมูล ณ เวลาจริงแบบ อัตโนมัติจากระบบโทรมาตรลุ่มน้ าท่าตะเภา ซึ่งมีการแสดงผลในระบบอินเตอร์เน็ต ได้ท าการติดต้งั Server ไว้ที่สถาบันพัฒนาการชลประทาน ซึ่งเป็ นโปรแกรมส าหรับรับข้อมูลจากโทรมาตรชุมพรแบบ อัตโนมัติ โดยอ่านข้อมูลซึ่งอยู่ในรูปแบบของ html จากเครื่อง Server และแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแฟ้ม ข้อความ (Text files) และบันทึกลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดต้ังโปรแกรมรับข้อมูลจากโทรมาตร ชุมพรแบบอัตโนมัติ โดยบันทึกข้อมูลจากการตรวจวัดของระบบโทรมาตรแยกตามสถานี ลักษณะของ โปรแกรมรับข้อมูลจากโทรมาตรชุมพรแบบอัตโนมัติ แสดงดังรูปที่ 4.3.7-5และแสดงผลการพยากรณ์ ฝนด้วยเทคนิค Profile Method ในช่วงวันที่ 14-20 สิงหาคม 2549 ในแต่ละสถานีไว้ในรูปที่ 4.3.7-6 รูปที่ 4.3.7-5 ตัวอย่างโปรแกรมรับข้อมูลจากโทรมาตรชุมพรแบบอัตโนมัติ U/S = ระดับน ้าหน าประตูระบายน ้า D/S = ระดับน ้าท ายประตูระบายน ้า


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-40 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0 50 100 150 200 250 300 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. บา้นครีลีอ้ม 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. บา้นบางเจรญิ 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. 0 50 100 150 200 250 300 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. คลองทา่แซะ วงัมะปราง 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. 0 20 40 60 80 100 120 140 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict บา้นสลยุ Obs. อนามยับา้นธรรมเจรญิ 0 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs.คลองรบัรอ่ 0 20 40 60 80 100 120 140 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. บา้นวงัครก 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. ปตร.หวัวงั ปตร.สามแกว้ 0 50 100 150 200 250 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. 0 50 100 150 200 14 Aug 15 Aug 16 Aug 17 Aug 18 Aug 19 Aug ปริมาณฝน, มม. Predict Obs. สะพานเทศบาล2 ปากนา ้ รูปที่4.3.7-6ผลการพยากรณ์ฝนด้วยเทคนิค Profile Method วันที่ 14-20 สิงหาคม 2549 ในแต่ละสถานี


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-41 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากรูปที่ 4.3.7-6 จะเห็นได้ว่า ในบางสถานีมีค่าความแตกต่างของผลการพยากรณ์อยู่บ้าง เนื่องจากการพยากรณ์ฝนด้วยวิธี Profile Method จะใช้ Unit Hyetograph ซึ่ งเป็ นกราฟตัวแทนของ ปริมาณฝนในช่วงเวลาถดัไป ซ่ึงในโครงการวิจยัน้ีใชข้อ้มูลจากเพียงสองสถานีคือ พ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบน ใช้สถานีคลองท่าแซะเป็นตัวแทน และลุ่มน้ าตอนล่างใช้สถานีปตร.สามแก้ว เป็นตัวแทน และใช้ เหตุการณ์ฝนตกหนักปี 2549 ในการพัฒนา ท าให้ผลการพยากรณ์ในบางสถานีมี error สูง ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้ ในการพิจารณาความเหมาะสมของการเลือกใช้วิธีในการพยากรณ์ฝน ผู้วิจัยพิจารณาจากภาพรวมความ แตกต่างของปริมาณน้า ฝนสะสมระหว่างค่าพยากรณ์กบัค่าที่ตรวจวดัไดจ้ริงในช่วงเวลาท้งัหมดที่ใชใ้น การพยากรณ์ (14-19 สิงหาคม 2549) โดยเฉลี่ยแล้วมีค่าความแตกต่างเท่ากับ 12 % ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ ยอมรับได้ และประเด็นในการพิจารณาอีกประการหนึ่ง ผู้วิจัยพิจารณาจากอัตราการเพิ่มข้ึนของปริมาณ ฝนต่อ 1 หน่วยเวลา ซึ่งก็คือการเปรียบเทียบความชันของเส้นกราฟ โดยพิจารณาในภาพรวมจะเห็นได้ ว่าเส้นกราฟการพยากรณ์มีค่าความชันที่สอดคล้องกับค่าที่ตรวจวัดได้จริง และเนื่องจากลกัษณะของภูมิประเทศที่แตกต่างกนั โดยมีบางสถานีต้งัอยู่ในพ้ืนที่ภูเขาสูง และ บางสถานีอยใู่นพ้ืนที่ราบลุ่มตอนล่างการแปรเปลี่ยนของปริมาณฝนและความเขม้ฝนในแต่ละช่วงเวลา จึงแตกต่างกนัขอ้เสนอแนะเพิ่มเติมของคณะผวู้ิจยัในกรณีน้ีคือการพฒันา Unit Hyetograph ของสถานี โทรมาตรท้งั12 สถานีจากขอ้มูลฝนราย 15 นาทีบนัทึกไว้โดยการเลือกขอมูลมากกว่า 1 ปี ก็จะช่วย ้ ใหผ้ลการพยากรณ์ของแต่ละสถานีใกลเ้คียงกบัความเป็นจริงมากยงิ่ข้ึน 4) สรุปผลการจ าลองสถานการณ์น ้า ปี2549 (1)การแจ้งเตือนภัยจากข้อมูลปริมาณฝน โดยแบ่งระดับการเตือนภัยออกเป็ น 3 ระดับ ตามปริมาณน้า ฝนสะสมที่60 มม. 80 มม.และ 100 มม.ผลการพยากรณ์ปรากฎว่า สถานีอนามัยบ้าน ธรรมเจริญ ซ่ึงต้งัอยบู่ริเวณ ซ่ึงต้งัอยู่บริเวณตอนกลางของลุ่มน้า มีปริมาณฝนตกสะสมที่ระดบัต่าง ๆ เร็ว ที่สุดและมีปริมาณฝนตกสะสมตลอด 7วนัมากที่สุดดว้ยเช่นเดียวกนัการแจง้เตือนส่วนใหญ่ในพ้ืนที่ลุ่ม น้ าตอนบน จะอยู่ในช่วงระหว่างวนัที่14 ส.ค. 2549 เวลา 18.00 น. เป็นต้นมา ส่วนในพ้ืนที่ลุ่มน้ า ตอนล่างจะเริ่มแจง้เตือน ต้งัแต่เที่ยงคืนของวนัที่15 ส.ค. 2549 เป็นตน้มา เวลาจะห่างกนัอยู่ประมาณ 6 ชวั่โมง สรุประยะเวลาในการแจง้เตือนภยัของสถานีต่าง ๆ ไดด้งัตารางที่4.3.7-2


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-42 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่ 4.3.7-2วันและเวลาที่ปริมาณฝนตามสถานีต่าง ๆ มีปริมาณตามข้อก าหนดในการเฝ้าระวัง รหัส ชื่อสถานี เริ่มเฝ้าระวงัเริ่มเตือนใหเ้ฝ้าระวงั มีโอกาสเกิดน้า ท่วม และแจ้งทางจังหวัด สถานี (ฝน > 60 มม.) (ฝน > 80 มม.) (ฝน > 100 มม.) Stn01 บ้านคีรีล้อม 14 ส.ค. 49 - 18:45 15 ส.ค. 49 - 03:30 15 ส.ค. 49 - 06:30 Stn02 อนามัยบ้านบางเจริญ 14 ส.ค. 49 - 23:45 15 ส.ค. 49 - 08:15 15 ส.ค. 49 - 15:15 Stn03 คลองท่าแซะ 14 ส.ค. 49 - 19:00 15 ส.ค. 49 - 06:15 15 ส.ค. 49 - 08:45 Stn04 วังมะปราง 14 ส.ค. 49 - 23:45 15 ส.ค. 49 - 12:15 15 ส.ค. 49 - 12:30 Stn05 บ้านสลุย 14 ส.ค. 49 - 18:30 14 ส.ค. 49 - 18:45 14 ส.ค. 49 - 19:00 Stn06 อนามัยบ้านธรรมเจริญ 14 ส.ค. 49 - 01:15 14 ส.ค. 49 - 09:45 14 ส.ค. 49 - 14:45 Stn07 คลองรับร่อ - 15 ส.ค. 49 - 03:15 15 ส.ค. 49 - 03:30 Stn08 บ้านวังครก 15 ส.ค. 49 - 02:45 15 ส.ค. 49 - 07:45 - Stn09 ประตูระบายน้า หวัวงั 15 ส.ค. 49 - 02:00 15 ส.ค. 49 - 03:15 15 ส.ค. 49 - 04:30 Stn10 ประตูระบายน้า สามแกว้ 15 ส.ค. 49 - 01:45 15 ส.ค. 49 - 03:15 15 ส.ค. 49 - 03:30 Stn11 สะพานเทศบาล2 15 ส.ค. 49 - 00:30 15 ส.ค. 49 - 01:00 15 ส.ค. 49 - 03:15 Stn12 ปากน้า - 15 ส.ค. 49 - 00:30 15 ส.ค. 49 - 01:00 (2)การแจ้งเตือนภัยจากข้อมูลระดับน ้า จากผลการค านวณจากแบบจ าลอง MIKE 11 สรุปวันและเวลาในการแจ้งเตือนภัยที่ ระดบัต่าง ๆ ของสถานีวงัครกและสถานีเทศบาล2ไดด้งัน้ี (2.1) สถานีวังครก - เริ่มเฝ้าระวงั (9.00 ม.รทก.)วนัที่15 ส.ค. 2549 เวลา 5.00 น. - เริ่มแจง้เตือนภยั (10.00 ม.รทก.)วนัที่15 ส.ค. 2549 เวลา 12.00 น. -ระดับวิกฤติ (11.50 ม.รทก.) วันที่ 15 ส.ค. 2549 เวลา 22.00 น. -ระดับสูงสุด 13.03 ม.รทก. วันที่16 ส.ค. 2549 เวลา 09.00 น. (2.2) สถานีเทศบาล 2 - เริ่มเฝ้าระวงั (2.50 ม.รทก.)วนัที่14 ส.ค. 2549 เวลา 23.00 น. - เริ่มแจง้เตือนภยั (3.00 ม.รทก.)วนัที่15 ส.ค. 2549 เวลา 11.00 น. -ระดับวิกฤติ (3.50 ม.รทก.) วันที่ 16 ส.ค. 2549 เวลา 03.00 น. -ระดับสูงสุด 4.133 ม.รทก. วันที่ 17 ส.ค. 2549 เวลา 09.00 น.


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-43 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ จากข้อมูลดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า ระยะเวลาในการเฝ้าระวังจากข้อมูลฝน จะเร็ว กว่าระดับน้ าอยู่ประมาณ 3-5 ชวั่โมง และระยะเวลาในการแจ้งเตือนภัยดว้ยระดบัน้ า ต้งัแต่ระดบัแรก จนถึงภาวะวิกฤติ และระดับน้ าสูงสุด ส าหรับสถานีวังครก จะมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 7 - 11 ชั่วโมง และส าหรับสถานีเทศบาล 2 จะมีระยะเวลาในการเฝ้าระวังห่างกันประมาณ 12-24 ชั่วโมง สามารถแสดงกราฟเปรียบเทียบผลการพยากรณ์จากสถานการณ์ปี 2549 ที่น ามาใช้จ าลองเหตุการณ์กับ สถานภาพโครงการปัจจุบันไว้ในรูปที่ 4.3.7-7 ซึ่งจากกราฟจะเห็นว่า ในช่วงขาข้ึนของระดบัน้า ผลการ พยากรณ์มีความถูกต้องแม่นย าสูงแต่ในช่วงที่ระดบัน้า เริ่มลดลง โดยเฉพาะในช่วงวันที่18-19 สิงหาคม 2549 จะมีความแตกต่างของระดบัน้า อยู่พอสมควร เนื่องจากในช่วงเวลาดงักล่าวระดบัน้า ทะเลที่ใชเ้ป็ น ขอบเขตด้านท้ายน้ าของแบบจ าลองซ่ึงได้มาจากผลลการพยากรณ์ล่วงหน้า มีความแตกต่างกับ ระดบัน้า ทะเลจริงซ่ึงทางผูว้ิจยัใชส้ถานีปากน้า เป็นขอ้มูลในการเปรียบเทียบ จึงทา ให้ผลการพยากรณ์มี ความแตกต่างกนั ในช่วงเวลาดงักล่าวแต่เนื่องจากเป็นช่วงขาลงของระดบัน้า จึงไม่มีผลต่อการแจ้งเตือน อุทกภัยเท่าไรนัก และรูปขยายด้านล่างแสดงไว้เพื่อให้เห็นไดช้ดัเจนข้ึนวา่ช่วงห่างของเส้นพยากรณ์แต่ ละเส้นจะห่างกัน 3 ชวั่โมงตามเวลาที่ท าการพยากรณ์ สา หรับแผนที่น้า ท่วมน้นั ไดน้า มาเปรียบเทียบกบัผลการวิเคราะห์จากแบบจ าลองกรณี เหตุการณ์ปี 2549 ในช่วงเวลาเดียวกัน คือ วันที่ 16 สิงหาคม 2549 เวลา 16.00 น. ซ่ึงในขณะน้ันยงัไม่มี ปตร.ท่าตะเภา และไม่มีเกณฑ์ในการควบคุมระดับน้ า แสดงไว้ในรูปที่ 4.3.7-8 ซึ่ งจะสังเกตได้ว่า ขอบเขตของพ้ืนที่น้า ท่วมในบริเวณตวัเมืองมีขนาดเล็กลง ในขณะที่พ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบนมีขนาดพ้ืนที่น้า ท่วมมากเพิ่มข้ึนในบางพ้ืนที่สาเหตุอนัเนื่องมาจากการก่อสร้างประตูระบายน้า ท่าตะเภาและเกณฑ์ใน การระบายน้า ที่ค่อย ๆ ระบายตามข้อก าหนดที่ได้น าเข้าแบบจ าลอง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-44 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 0.00 0.50 1.00 1.50 2.00 2.50 3.00 3.50 4.00 4.50 14 Aug 06 15 Aug 06 16 Aug 06 17 Aug 06 18 Aug 06 19 Aug 06 20 Aug 06 21 Aug 06 ระดับ, ม.รทก. 3.00 3.20 3.40 3.60 3.80 4.00 4.20 15 Aug 06 16 Aug 06 17 Aug 06 ระดับ, ม.รทก.รูปที่ 4.3.7-7กราฟเปรียบเทียบผลการพยากรณ์ระดบัน้า จากสถานภาพโครงการปัจจุบนักบัขอ้มูลที่ เกิดข้ึนจริงในปี2549 ที่สถานีสะพานเทศบาล 2 ภาพขยาย ช่วงวันที่ 15-17 ส.ค. 2549


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-45 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่ 4.3.7-8ผลการเปรียบเทียบพ้ืนที่น้า ท่วมตามเงื่อนไขที่กา หนดจากการจา ลองสถานการณ์ปี2549 5) แผนปฏิบัติการในช่วงเวลาน ้าท่วม จากแผนและข้นัตอนการปฏิบตัิงานของโครงการชลประทานชุมพรในช่วงสถานการณ์อุทกภัย ที่ได้ท าการรวบรวมไว้ น ามาประยุกต์ใช้จัดท าตารางแสดงระยะเวลาและแนวทางการให้ข้อมูลข่าวสาร ส าหรับพ้ืนที่ในเขตตวัเมืองชุมพรที่สถานีเทศบาล2จากผลการจา ลองสถานการณ์น้า ท่วมปี2549 ดว้ย แบบจ าลอง MIKE 11 FF ซึ่ งประกอบไปด้วย ผลการคาดการณ์ปริ มาณฝนด้วยวิธี Profile Method ร่วมกับเกณฑ์ในการบริหารจัดการน้ าในเขตพ้ืนที่ลุ่มน้ า สามารถสรุปเป็นกราฟปริมาณน้ าที่สถานี เทศบาล 2 ระหว่างวันที่ 14 – 20 สิงหาคม 2549 โดยมีการรายงานขอ้มูลตามระดบัน้า ที่เปลี่ยนแปลงไป ท้งัหมดจา นวน 9คร้ัง ดงัแสดงการรายงานขอ้มูลระดบัน้า ที่สถานีเทศบาล2 ในช่วงอุทกภัยปีพ.ศ.2549 ไว้ในรูปที่ 4.3.7-9 พร้อมท้งัแสดงรายละเอียดของการรายงานขอ้มูลไวใ้นตารางที่4.3.7-3 จ าล งสถานการณ์ ปี 2549จากแบบจ าล ง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-46 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ การด าเนนิงาน 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8 แจง้ขอ้มูล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 สัญญาณไฟ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + 0.00 0.50 1.00 1.50 2.00 2.50 3.00 3.50 4.00 4.50 14 Aug 06 15 Aug 06 16 Aug 06 17 Aug 06 18 Aug 06 19 Aug 06 20 Aug 06 21 Aug 06 ระดับ, ม.รทก. ชว่งเฝ้าระวงั ชว่งเตอืนภัย ชว่งวกิฤต ชว่งปกติ รูปที่ 4.3.7-9การรายงานขอ้มูลระดบัน้า ที่สถานีเทศบาล2 ในช่วงอุทกภยัปีพ.ศ.2549 ตารางที่ 4.3.7-3รายละเอียดการรายงานขอ้มูลระดบัน้า ที่สถานีเทศบาล 2 ในช่วงอุทกภัยปีพ.ศ.2549 คร้ังที่วัน-เวลา การรายงานขอ้มูลระดบัน้า สถานีเทศบาล2 สัญญาณไฟ 1 14 ส.ค. 2549 00.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า จะถึงระดบัเฝ้าระวงัในอีก24 ชวั่โมงขา้งหนา้ เขียว 2 14 ส.ค. 2549 23.00 น. -แจ้งเตือนปริมาณฝนพ้ืนที่ลุ่มน้า ตอนบนมากกว่า 100 มม./วัน -แจ้งระดบัน้า อยทู่ ี่ระดบัเฝ้าระวงั (+2.50 ม.รทก.) จะถึงระดับ เตือนภัยในอีก12 ชวั่โมงขา้งหนา้ เหลือง 3 15 ส.ค. 2549 11.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า อยทู่ ี่ระดบัเฝ้าระวงั (+3.00 ม.รทก.) แดง 4 16 ส.ค. 2549 00.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า อยทู่ ี่ระดับวิกฤติ (+3.50 ม.รทก.) แดง+เสียงไซเรน 5 16 ส.ค. 2549 12.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า สูงสุดจะอยทู่ ี่ระดบั+4.13 ม.รทก. ในอีก 24 ชวั่โมงล่วงหนา้ แดง+เสียงไซเรน 6 17 ส.ค. 2549 11.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า สูงสุดอยู่ที่ระดบั+4.13 ม.รทก. แดง+เสียงไซเรน


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-47 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ คร้ังที่วัน-เวลา การรายงานขอ้มูลระดบัน้า สถานีเทศบาล2 สัญญาณไฟ 7 18 ส.ค. 2549 06.00 น. -แจง้เตือนระดบัน้า ยงัอยใู่นสภาวะวิกฤติแต่มีแนวโนม้ลดลง แดง+เสียงไซเรน 8 19 ส.ค. 2549 15.00 น. - ระดบัน้า ยงัอยใู่นระดบัเฝ้าระวงัแต่มีแนวโน้มลดลงอยา่ง ต่อเนื่องและจะกลับสู่สภาวะปกติอีกประมาณ 18 ชม. ข้างหน้า เหลือง 9 20 ส.ค. 2549 09.00 น. - ระดบัน้า เขา้สู่ภาวะปกติ เขียว 6) สรุปผลการจ าลองสถานการณ์ จากการประยุกต์ใช้แบบจ าลอง MIKE 11 ที่ไดพ้ฒันาข้ึน โดยอาศัยข้อมูล ณ เวลาจริงจากระบบ โทรมาตร ร่วมกับการพยากรณ์ฝน และข้อกา หนดในการบริหารจดัการน้า ในพ้ืนที่ลุ่มน้า ท่าตะเภา โดย ใช้เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจริงในช่วงเดือนสิงหาคม 2549 เป็ นตัวแทนของสถานการณ์ที่ใช้ในการทดสอบ ระบบการพยากรณ์และเตือนภัยน้ัน สามารถสรุปผลได้ว่า ระบบการพยากรณ์และเตือนภัยที่จะ พฒันาข้ึน สามารถที่จะใชส้ าหรับการพยากรณ์ระดบัน้า และปริมาณการไหลที่จุดส าคญัต่าง ๆ เพื่อเป็น การเตรียมความพร้อมในการรับมือกบัสถานการณ์ที่กา ลงัจะเกิดข้ึนในอีก1-3 วันล่วงหน้าได้เป็ นอย่างดี เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะใช้เป็ นเครื่องมือในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ ได้จัดเตรียมไวอ้ย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรู้ถึงช่วงเวลาของการเกิดน้ าท่วมที่สถานีส าคัญต่าง ๆ ได้ อย่างแม่นยา รู้แนวโน้มของเหตุการณ์ระดับน้ าสูงสุด และระยะเวลาที่จะเกิดน้ าท่วม เพื่อแจ้งให้กับ ราษฎรที่อาศยัอยู่ในพ้ืนที่ประสบภยัไดเตรียม ้ รับมือกบัสถานกาณณ์ที่จะเกิดข้ึน และปฏิบัติตนได้อย่าง ถูกต้อง มีการเตรียมการอพยพเคลื่อนย้าย อันเป็ นการลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.4 การปรับปรุงและพฒันาโครงข่ายระบบเชื่อมโยงระบบโทรมาตรในลุ่มน ้าท่าตะเภา การปรับปรุงและพัฒนาโครงข่ายระบบเชื่อมโยงระบบ SCADA ขณะน้ีไดด้า เนินการในส่วน ของการเชื่อมต่อข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมชลประทานเพื่อจัดเตรียมฐานข้อมูลแบบ Real Time ทุกๆ 15 นาทีเป็ นที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว คณะผูว้ิจยัสามารถที่จะทา การพยากรณ์น้า โดยใชผ้ลเกณฑก์า หนดการ เปิ ด-ปิดบานระบายจากท้งัแบบจา ลอง MIKE 11 และแบบจ าลอง GAs มาคาดการณ์สถานการณ์น้า แบบ เวลาจริงได้เป็ นอย่างดีและนอกจากการก าหนดระดับความรุนแรงของน้ าท่วม 4 ระดับแล้วทาง คณะผู้วิจัยยังได้เสนอการใช้สัญญาณดวงไฟและเสียงไซเรนควบคู่กันในการสื่อสารข้อมูลการแจ้งเตือน ภัยกับสาธารณะชน โดยได้ก าหนดระดับในการแจ้งเตือนภัยไว้ 4 ระดับ ดังแสดงไว้ในตารางที่ 4.4-1 และแสดงรูปการติดต้งัสัญญาณไฟซึ่งอยู่ระหว่างด าเนินการไว้ในรูปที่ 4.4-1 ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก สภาวะน้ าท่วม ผูท้ี่เกี่ยวขอ้ง รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องได้รับทราบและเข้าใจการให้


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-48 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ สัญญาณดังกล่าว รวมถึงการปฏิบัติตัวในสภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยดังกล่าวช่วยลดความ สูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรณ์ที่ได้รับผลกระทบให้มากที่สุดตามวัตถุประสงค์ของการ ด าเนินการ ตารางที่ 4.4-1 การก าหนดสัญญาณไฟและเสียงไซเรนในการแจง้เตือนระดบัความรุนแรงของน้า ท่วม ระดับที่ สภาวะความรุนแรงของภยัน้า ท่วม สัญญาณดวงไฟสี สัญญาณเสียงไซเรน 1 ไม่มีภยัน้า ท่วม (สภาวะน้า ท่าปกติ) สีเขียว - 2 สภาวะน้า ท่วมรุนแรงนอ้ย สีเหลือง - 3 สภาวะน้า ท่วมรุนแรงปานกลาง สีแดง - 4 สภาวะน้า ท่วมรุนแรงมาก สีแดง เปิ ดเสียงหวอไซเรน รูปที่ 4.4-1การติดต้งัสัญญาณเตือนภยัณ สถานีเทศบาล2 ลุ่มน้า ท่าตะเภาจ.ชุมพร หมายเหตุ: เป็ นรูปถ่ายวนัที่26กนัยายน 2552 ซ่ึงอยใู่นระหวา่งดา เนินการติดต้งัสัญญาณไฟ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-49 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.5 การประยุกต ์ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในพื้นที่ลุ่มน ้าท่าตะเภา 4.5.1 ผลการออกภาคสนามในพื้นที่จริง คณะทา งานกลุ่มยอ่ยดา้นกระบวนการมีส่วนร่วม ไดม้ีการลงพ้ืนที่จริงในเบ้ืองตน้จา นวน 2คร้ัง (คร้ังที่1วันที่ 15 – 17 พ.ค. 2552และคร้ังที่2วันที่ 22 – 24ก.ค.2552) โดยใช้วิธีประเมินชุมชนอย่าง เร่งด่วน (Rural Rapid Appraisal, RRA) โดยศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนในพ้ืนที่ซ่ึงมีการติดต้งั ระบบโทรมาตรไวแ้ลว้พร้อมท้งัมีการ pretest แบบสัมภาษณ์จ านวนรวม 50 ชุด โดยแบ่งออกเป็ น 2 กลุ่มคือ กลุ่มชาวบ้าน และผูน้ าชุมชน กลุ่มบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนทอ้งถิ่นที่เกี่ยวขอ้ง ซ่ึง ภายหลังจากการด าเนินการ พบว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการของหน่วยงานที่ดูแลตลอดจน ปัญหาที่กลุ่มชาวบ้านและกลุ่มองค์กรในชุมชนซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบโทรมาตรได้พบว่ามีแนวโน้มไป ในทิศทางเดียวกนัดงัน้ี 1) ความคิดเห็นเกยี่วกบัหน่วยงานที่ดูแล (กรมชลประทาน) (1) มีการมาประชาสัมพนัธ์ใหข้อ้มูลเบ้ืองตน้ 2) ความคิดเห็นเกยี่วกบัปัญหาของระบบโทรมาตร (เจ้าหน้าที่/กลุ่มชาวบ้าน /กลุ่มองค์กร) (1) อุปกรณ์ และเครื่องมือช ารุดเสียหายบ่อย (2) การคาดการณ์จะแม่นยา ในระยะเวลาส้ัน ๆ (3) ควรมีการสอบเทียบและปรับแก้ค่าต่าง ๆ ให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา (4) ควรมีการนา ปัจจยัอื่น ๆ ที่เกี่ยวขอ้งมาศึกษาดว้ย เช่น การตกตะกอนในลุ่มน้า ท่า ตะเภาและลา น้า ท่าตะเภา จากประเด็นหลักข้างต้น เกิดคา ถามการวิจยัตามมา คือ หากมีกระบวนการมีส่วนร่วมข้ึน มาแลว้จะทา ให้ระบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภาดีข้ึนอย่างไร ? ท้งัน้ีคณะทา งาน ฯ ไดม้ีการกา หนด แนวทางการดา เนินงานในช่วงต่อไป ดงัน้ี 1) รวบรวมข้อมูลจ านวนครัวเรือนที่อยู่ในขอบเขตรับผิดชอบของระบบโทรมาตร 2) ท าการสุ่มตัวอย่างจ านวนครัวเรือนเพื่อท าแบบสัมภาษณ์ 3) ปรับแก้แบบสัมภาษณ์ โดยมองจากประเด็นหลัก และความคิดเห็นที่ได้จากการไปท า Pretest 4) เตรียมการลงพ้ืนที่จริงเพื่อดา เนินการในการสัมภาษณ์ผมู้ีส่วนไดส้ ่วนเสียที่เกี่ยวขอ้งท้งหมดั 4.5.2 สรุปผลการสุ่มตัวอย่างแบบสอบถาม ในระหว่างเดือนสิงหาคม 2552 ถึง เดือน ตุลาคม 2552 คณะท างานด้านการสร้างกระบวนการ มีส่วนร่วมฯ ไดจ้ดัทา แบบสอบถามจา นวน 50 ชุด เพื่อนา ไปทดสอบกบักลุ่มตวัอย่างในพ้ืนที่โดยแบ่ง ออกตามสถานีโทรมาตรต่าง ๆ 12 สถานี (สถานีละ 4 - 5 ชุด) ซึ่งสามารถสรุปแบบสอบถามออกมาได้ ในเบ้ืองตน้ดงัน้ี


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-50 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 1) เพศ ชาย 33 เปอร์เซ็นต์ หญิง 67 เปอร์เซ็นต์ 2) ช่วงอายุ น้อยกว่า 30 ปี 8 เปอร์เซ็นต์ 31 -40 ปี 31 เปอร์เซ็นต์ 41 -50 ปี 19 เปอร์เซ็นต์ 51 -60 ปี 19 เปอร์เซ็นต์ 61 ปีข้ึนไป 23 เปอร์เซ็นต์ 3) การศึกษา ประถมศึกษา 8 เปอร์เซ็นต์ ม.ต้น 25 เปอร์เซ็นต์ ม.ปลาย / ปวช. 29 เปอร์เซ็นต์ ปวส. / อนุปริญญา 13 เปอร์เซ็นต์ ปริญญาตรี 25 เปอร์เซ็นต์ 4) อาชีพหลัก ท าสวนปาล์ม / ยางพารา 44 เปอร์เซ็นต์ รับราชการ 15 เปอร์เซ็นต์ ท าสวนผลไม้ 19 เปอร์เซ็นต์ รับจ้าง 11 เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ 11 เปอร์เซ็นต์ รายได้โดยเฉลี่ย 20,043 บาท/ปี 5) การถือครองที่ดิน มีที่ดิน สปก. 52 เปอร์เซ็นต์ มีที่ดินเป็ นโฉนด 22 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีที่ดินของตนเอง 26 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 2ข้อมูลการใช้ประโยชน์ ปัญหาและอุปสรรคในลุ่มน้า ท่าตะเภา 1) การใชป้ระโยชน์จากแม่น้า ใช้ท าการเกษตร 26 เปอร์เซ็นต์ ท าอาชีพประมง 0 เปอร์เซ็นต์


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-51 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ใช้ในครัวเรือน 32 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในอุตสาหกรรมขนาดย่อย 5 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 2 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในการคมนาคม 5 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ 30 เปอร์เซ็นต์ 2) การได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ได้รับ 84 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้รับ 16 เปอร์เซ็นต์ 3) ปัญหา อุปสรรคที่พบเห็นในลุ่มน้า ปัญหา 1 มีน้า ลน้ ในบางฤดูกาล น้า ท่วมขงัในที่ลุ่ม พืชผลเสียหาย 2 วัชพืชปกคลุมมาก 3 น้า นอ้ยไม่พอใช้ 4 น้า เสีย 5 ทางน้า แคบลง 6 น้า เสียเป็นสีเขียวเขม้มีตะไคร่น้า มาก 7 น้า ข่นุช่วงฝนตก 8 มีขยะมากข้ึน สาเหตุ 1 ไม่มีทางระบายน้า เพราะพ้ืนที่ลุ่ม 2 ป่ าไม้ถูกท าลายจนเหลือน้อย 3 สิ่งแวดลอ้มเปลี่ยนไป 4 สวนปาล์ม ฟาร์มสุกร 5 สิ่งปฏิกูลจากครัวเรือน 6 น้า เสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนที่ 3 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบโทรมาตร 1) ท่านทราบหรือไม่วา่มีระบบโทรมาตรมาติดต้งัในบริเวณชุมชนของท่าน ทราบ 56 เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบ 44 เปอร์เซ็นต์


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-52 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 2) ท่านคิดว่าระบบโทรมาตรมีประโยชน์กับชุมชนหรือไม่ มี 93 เปอร์เซ็นต์ ไม่มี / ไม่แน่ใจ 7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 4 แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชน 1) หากทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลระบบโทรมาตรท่านคิดว่าเป็ นอย่างไร ระบบดีข้ึน 85 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิม 4 เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจ 11 เปอร์เซ็นต์ 2) หลังจากมีการประชาสัมพันธ์เรื่องระบบโทรมาตรแล้ว ท่านยินดีเข้ามามีส่วนร่วมวางแผน หรือดูแลรักษาหรือไม่ ยินดี 67 เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจ 26 เปอร์เซ็นต์ ทางราชการต้องดูแลเอง 7 เปอร์เซ็นต์ ซ่ึงจากการสรุปแบบสอบถามโดยรวมจะพบวา่ ประชาชนในพ้ืนที่ระบบโทรมาตรเกือบถึงคร่ึง ที่ยงัไม่รับทราบว่ามีระบบโทรมาตรมาติดต้ังในพ้ืนที่ของตนเอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะให้ความ ร่วมมือหากทางราชการขอความช่วยเหลือในบางเรื่อง ท้ังน้ีคณะท างานจะได้ด าเนินการจัดท า แบบสอบถามใหม้ีความละเอียดมากข้ึนประมาณ 480 ตวัอยา่งในพ้ืนที่12 สถานีโทรมาตรและจะนา มา ประมวลผลตลอดจนวิเคราะห์อีกคร้ัง


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-53 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ 4.5.3 การด าเนินงานด้านการส่วนร่วมของชุมชน การด าเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานของรัฐที่เป็ นงานที่มีความใกล้ชิด และมีผลกระทบต่อ ประชาชนโดยตรงท้ังในด้านบวกและด้านลบน้ัน จ าเป็ นต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหารภาครัฐแนวใหม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งชาติพระราชบัญญัติระเบียบบริหารการแผ่นดิน (ฉบับที่5) พุทธศักราช 2545 ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการด าเนินงานต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะท าให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและแสดงความคิดเห็น รวมท้งัมีความเขา้ใจอนัดีต่อการดา เนินงาน ของหน่วยงานของรัฐ เกิดความรู้สึกรักผูกพัน และมีจิตส านึกเป็นเจา้ของทอ้งถิ่นของตนเองลดปัญหา การขัดแย้ง ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับชุมชน หรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และโครงการของรัฐ สามารถ บรรลุผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์เกิดผลใหก้ารพฒันาประเทศเป็นไปอยา่งต่อเนื่องและยงั่ยนื การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็ นกระบวนการที่ประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีโอกาสได้ เข้าร่วมในการเรียนรู้ท าความเข้าใจร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหาและประเด็นส าคัญที่เกี่ยวข้อง ร่วมคิดแนวทาง ร่วมการแก้ไขปัญหา ร่วมในกระบวนการตัดสินใจและร่วมกระบวนการพัฒนาใน ฐานะผู้มีส่วนร่วมการพัฒนา โดยระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนน้ันสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ระดับ ตามแนวความคิดของระดับการมีส่วนร่วมที่เสนอโดย International Association for Public Participation (IAP2) 1) การมีส่วนร่วมในระดับให้ข้อมูลข่าวสาร (Inform) 2) การมีส่วนร่วมในระดับรับฟังความคิดเห็น (Consult) 3) การมีส่วนร่วมในระดับการเกี่ยวข้อง (Involve) 4) การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ (Collaboration) 5) การมีส่วนร่วมในระดับเสริมอ านาจแก้ประชาชน (Empower) คณะผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัยในส่วนของการมีส่วนร่วมของประชาชน ในเขตโครงการ ชลประทานชุมพร2 ระดับ คือการมีส่วนร่วมในระดับให้ข้อมูลข่าวสาร (Inform) และการมีส่วนร่วมใน ระดับรับฟังความคิดเห็น (Consult) ในระดบั ให้ขอ้มูลข่าวสารน้ันเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนใน ระดับต ่าสุด บทบาทของประชาชนน้อยมาก เพียงแต่รับทราบว่าเกิดอะไรข้ึนที่ไหน ดังน้ันจึงเป็น รูปแบบของการมีส่วนร่วมของประชาชนในลักษณะการให้ข้อมูลทางเดียว จากหน่วยงานของรัฐ สู่ ประชาชน เช่นการจัดท าสื่อเผยแพร่การท าวารสาร ป้ายการใช้สื่อวิทยุโทรทัศน์การทัศนศึกษา การ ให้ข้อมูลข่าวสารเหล่าน้ีเป็นสิ่งที่จา เป็นอยา่งยงิ่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน ในระดบัที่สูงข้ึน สิ่ง ส าคญั ประการหน่ึงของการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดบัน้ีการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็ นข้อเท็จจริง ถูกต้องไม่บิดเบือน ให้แก่ประชาชนผูร้ับขอ้มูลข่าวสารน้ัน ในส่วนการมีส่วนร่วมของการรับฟังความ คิดเห็นเป็ นไปในแบบลักษณะการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงการตัดสินใจโดย ใช้ความรู้สึกและความคิดเห็นประกอบ ประชาชนเป็ นผู้มีบทบาทในฐานะผู้ให้ข้อมูลการตัดสินใจยังคง เป็ นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่ งจะเป็ นไปในรูปแบบของการส ารวจความคิดเห็นการประชุม


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-54 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ สาธารณะ โดยมีเป้าหมายส าคัญอยู่ที่การได้รับข้อมูลและความคิดเห็นจากประชาชนที่เกี่ยวกับสภาพ ปัญหาทางเลือกและแนวทางการแก้ไข ดงัน้นัการมีส่วนร่วมในระดบัน้ี เป็ นการตกลงกับประชาชนผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียว่าหน่วยงานภาครัฐ จะให้ข่าวสารข้อเท็จจริง รับฟังความคิดเห็น รวมท้ังให้ความ คิดเห็นจากการตัดสินใจด าเนินงาน คณะผู้วิจัยฯ ได้ด าเนินงานในส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในระดับการให้ข้อมูลข่าวสาร โดยใช้เทคนิคการสื่อสารทางเดียวในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารจากเอกสารข้อเท็จจริง เป็ นการสร้าง ความเขา้ใจเบ้ืองตน้ทวั่ ไปในหลกัวิชาการแนวทางปฏิบตัิระเบียบ รวมท้งัทา ความเขา้ใจให้แก่ผมู้ีส่วนได้ เสีย เพื่อป้องกันการขดัแยง้ที่จะเกิดข้ึน ท าให้เกิดความเข้าใจในแนวทางที่เป็ นไปในลักษณะเดียวกัน ระหว่างหน่วยภาครัฐและประชาชนผู้มีส่วนร่วม อีกท้งัยงัไดม้ีการจดัการช้ีแจงให้กับผู้รับบริการของ โครงการฯ ได้รับทราบการด าเนินงานของโครงการชลประทานชุมพรในการประชุมเกษตรกลุ่มผูใ้ชน้ ้า ซึ่งโครงการชลประทานชุมพรจดัข้ึนเป็นประจา ทุกเดือน เป็ นการสร้างฐานแห่งความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน การมีส่วนร่วมในระดับรับฟังความคิดเห็น คณะผู้วิจัยฯและโครงการชลประทานชุมพรได้ ด าเนินการโดยใช้เทคนิคการสัมภาษณ์รายบุคคล (Community Interview) เพื่อให้ได้ข้อมูลความเป็ นจริง ความคิดเห็นในเรื่อง ปัญหาอุปสรรค ที่เกิดข้ึน การศึกษาความสัมพันธ์ของการมีส่วนร่วม และการมี ส่วนร่วมทา ให้ระบบโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภาดีข้ึนอย่างไรคณะผู้วิจัยฯไดศ้ึกษาถึงสภาพโดยทวั่ ไป ของสถานีโทรมาตรรวมท้งัอุปกรณ์ที่ติดต้งัและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนของสถานีโทรมาตรในลุ่มน้า ท่า ตะเภา 12 สถานีส่วนเทคนิคการส ารวจความคิดเห็น (Surveys and Telephone Polls) คณะผู้วิจัยได้จัดท า แบบสอบถามเพื่อใช้เป็ นช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนกลับ (feedback) ของชุมชน โดยรอบ บริเวณที่ต้งัสถานีโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภาท้งั12 สถานีผลสรุปที่ได้จากการเก็บข้อมูลภาคสนาม แสดงไดด้งัหวัขอ้ต่อไปน้ี 4.5.4 การบริหารจัดการระบบโทรมาตรในลุ่มน ้าท่าตะเภา สถานีในลุ่มน้า ท่าตะเภาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สถานีสนามและสถานีหลัก โดย สถานีสนามน้นัย่อยออกเป็น 2 ประเภท คือ สถานีสนามที่รายงานข้อมูลเพียงอย่างเดียวและสถานีสนาม ที่ทา หน้าที่รายงานขอ้มูลและเพิ่มหนา้ที่เป็นสถานีทวนสัญญา เนื่องจากระยะห่างระหว่างสถานีสนาม บางสถานีกับสถานีหลักมีระยะทางไกลเกินกว่าสัญญาณวิทยุVHF จะส่งถึงความเชื่อมนั่ในการรับ–ส่ง น้อยลง ท้งัน้ีข้ึนกบัความสูงของเสาก าลังส่งและเกณฑ์ขนาดของสายอากาศ


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-55 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ตารางที่ 4.5.4-1แสดงขอ้มูลของสถานีโทรมาตรในลุ่มน้า ท่าตะเภา ล าดับ ชื่อสถานี ประเภทสถานี ข้อมูลที่วัดได้ น้า ฝน ระดบัน้า 1 บ้านคีรีล้อม สถานีสนาม ✓ 2 บ้านบางเจริญ สถานีสนาม ✓ 3 คลองท่าแซะ สถานีสนามและทวนสัญญาณ ✓ ✓ 4 บ้านวังมะปราง สถานีสนามและทวนสัญญาณ ✓ ✓ 5 บ้านสลุย สถานีสนาม ✓ 6 บ้านธรรมเจริญ สถานีสนาม ✓ 7 คลองรับร่อ สถานีสนาม ✓ ✓ 8 บ้างวังครก สถานีสนาม ✓ ✓ 9 ปตร.หัววัง สถานีสนาม ✓ ✓ 10 ปตร.สามแก้ว สถานีสนามและสถานีหลัก ✓ ✓ 11 สะพานเทศบาล 2 สถานีสนาม ✓ ✓ 12 สถานีปากน้า สถานีสนาม ✓ ✓ การบริหารและจดัการระบบโทรมาตรในลุ่มน้ าท่าตะเภา ซึ่งมีสถานีโทรมาตรประเภทต่างๆ จ านวน 12 สถานีได้กล่าวรายละเอียดการด าเนินงานบริหารจัดการไว้ในบทที่ 2 เรื่องเกี่ยวกับแผนการ บริหารจดัการน้า หลากของโครงการชลประทานชุมพรไว้แล้ว 4.5.5 ปัญหาและอุปสรรคที่เกดิขึน้จากการใช้งานระบบโทรมาตรของลุ่มน ้าท่าตะเภา คณะผู้วิจัยฯ ได้เก็บข้อมูลจากการส ารวจสภาพพ้ืนที่ศึกษา (SurveyStudy) และการสัมภาษณ์ รายบุคคล(Community Interview) ไดผ้ลสรุปดงัน้ี 1) ปัญหาการความช้ืน น้า นองและน้า ฝนที่เกิดจากการติดต้งัสถานีภาคสนามระบบโทรมาตร (1) ติดต้งัสถานีภาคสนามบนพ้ืนดินเดิมด้วยการทา พ้ืนซีเมนต์จะเกิดปัญหาน้ าไหล นองขณะฝนตกซ่ึงมีน้ าส่วนหน่ึงลอดเขา้อาคารสถานีทา ให้เกิดความช้ืนสะสมภายใน อุปกรณ์ทาง อิเลคทรอนิคส์เกิดขัดข้อง และอุปกรณ์เกิดสนิมในบริเวณที่เป็ นโลหะ (รูปที่ 4.5.5-1 และ 4.5.5-2 ) (2) ติดต้งัสถานีภาคสนามบนอาคารยกระดับพ้ืนสูง แบบน้ีมีขอ้ดีไม่เกิดปัญหาเรื่อง ความช้ืนภายในสถานีน้นัแต่มีปัญหาที่ราคาค่าก่อสร้างแพง (รูปที่ 4.5.5-3 ) 2) อุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณฝนตก มีปัญหา 2 ประการคือ (1) ในส่วนอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณฝนตก (Rain Gauge)ถูกติดต้งัไวบ้นหลงัคาสถานี ภาคสนามเนื่องจากแบบก่อสร้างในสัญญาว่าจา้งระบุไว้ทา ให้ไม่สะดวกในการดูแลสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-56 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ เป็ นสาเหตุท าให้เกิดความคลาดเคลื่อนในระหว่างตรวจวัด มีผลเสียอย่างมากต่อข้อมูลที่ส่งให้สถานีภาค ที่ท าการ(รูปที่ 4.5.5-4) (2) ในส่วนทา เลที่ต้ังอุปกรณ์ตรวจวดั ปริมาณฝนตก ที่ไม่เป็ นไปตามหลักวิชาการ สา หรับการติดต้งั เช่น ใกล้ต้นไม้ใกล้อาคารสูง (รูปที่ 4.5.5-5 ) 3) ระบบพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ส าหรับสถานีภาคสนาม ซึ่งมีอยู่2 แบบคือ (1) แบบที่ใช้ไฟฟ้าพ้ืนฐานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยตรง มักเกิดปัญหาเรื่องไฟ กระชาก(Surge) ท าให้อุปกรณ์ส่วน Power Supply ได้รับความเสียหายเป็ นประจ า ทางแก้ไขควรจัดหา อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก(surge protection) (2) แบบที่ใชไ้ฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ไดไ้ฟฟ้าจากการชารจ์ทดว้ยไฟฟ้าพ้ืนฐาน แบบน้ีมี ปัญหาเรื่องไฟกระชากน้อยกว่าแบบแรก แต่มีปัญหาในส่วนที่ไม่มีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุการใช้ งาน ท าให้การท างานของสถานีภาคสนามขัดข้อง 4) อุปกรณ์ประกอบของระบบสื่ อสารด้วยคลื่นวิทยุ VHF ของสถานีภาคสนามในส่ วน สายล่อฟ้า และสายน าสัญญาณ ที่มักถูกลักขโมยเป็ นประจ า ท าให้สถานีภาคสนามเกิดความเสียหาย เนื่องจากฟ้าผ่าและฟ้าคะนอง 5) อุปกรณ์ประกอบส าหรับสถานีภาคสนามของระบบโทรมาตร จากการส ารวจพบมีปัญหา 6 ประการคือ (1) Staff Gauge หรือแผ่นระดับน้ า ที่การติดต้งัคลาดเคลื่อนกบัขอ้มูลระดับพ้ืนดินที่ โยงจากหมุดหลักฐาน ทา ใหก้ารตรวจวดัระดบัน้า มีความคลาดเคลื่อนจากค่าระดบัน้า ที่อ่านไดจ้ริง (รูปที่ 4.5.5-6) (2) อุปกรณ์แปลงค่าระดับน้ าเป็นค่าทางไฟฟ้า หรือ Water Level Sensor ที่ใช้งานกับ ระบบโทรมาตรลุ่มน้า ท่าตะเภามี2 ชนิดคือ ชนิดหลักการท างานด้วยลูกลอยที่ไม่ค่อยเกิดปัญหามากนัก เนื่องจากอุปกรณ์Sensor ไม่สัมผสักบัน้า โดยตรง และอีกชนิดคือแบบหลักการแรงดันอากาศในท่อที่ ติดต้งัในน้า โดยแช่ไวใ้นน้า ตลอดเวลา เพื่อเปรียบเทียบเป็นความลึกของน้า ที่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการ อุดตันจากสิ่งปฏิกูลหรือดินตะกอนหรือโคลนบริเวณส่วนหัวท่อแรงดันอากาศ ท าให้เกิดความ คลาดเคลื่อนในการตรวจวัด (รูปที่ 4.5.5-7) (3) การติดต้ัง Water Level Sensor ในต าแหน่งที่มีผลกระทบทางด้านชลศาสตร์ โดยตรงจากอาคารในน้า เช่น ตอหม้อสะพาน ท าให้การตรวจวัดเกิดความคลาดเคลื่อนสูง (รูปที่ 4.5.5-8) (4) อุปกรณ์ภายในสถานีภาคสนาม หรือ Remote Terminal Unit (RTU) ที่เป็ นอุปกรณ์ อิเลคทรอนิคส์ที่หมดอายุการใช้งาน หรือได้รับความเสียหายจากปัจจัยต่างๆ มีปัญหาเรื่องการจัดหา อะไหล่ทดแทน หรือเพื่อการซ่อม เนื่องจากอุปกรณ์บางชิ้นไดเ้ลิกผลิตไปแลว้ (รูปที่ 4.5.5-9) (5) สถานที่หรือทา เลที่ต้งัสถานีภาคสนามระบบโทรมาตรไม่เหมาะสม ต้งัอยู่บริเวณที่ ห่างไกลชุมชน หรือหมู่บ้าน เช่น สถานีโทรมาตรคีรีล้อม ต้งัอยใู่นเขตหน่วยพิทกัษป์่าบา้นคีรีลอ้ม (รูป


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-57 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ ที่ 4.5.5-10) สถานีโทรมาตรบ้านบางเจริญ ต้งัอยู่ในสถานีอานามยับา้นบางเจริญ ท าให้ขาดผู้มีส่วนร่วม ในการดูแลบ ารุงรักษา เนื่องจากอยู่ไกลชุมชน หรือไม่มีคนอยู่ในช่วงวันหยุดราชการ จากสาเหตุที่กล่าว ถือเป็นสาเหตุปัจจยัสา คญัที่ทา ใหก้ารติดต้งัอุปกรณ์ตรวจวดัน้า ฝนไม่เป็นไปตามหลกัวิชาการ (6) ป้ายชื่อสถานีภาคสนามของระบบโทรมาตร มีการแจ้งรายละเอียดว่าเป็ นของ หน่วยงานของรัฐและชื่อโครงการ พร้อมจุดที่ต้งัเท่าน้นัซ่ึงไม่สมบูรณ์ครอบคลุมกบัความตอ้งการควร ช้ีแจงเพิ่มเติมวา่เป็นสถานีที่ใชท้า อะไรและก่อใหเ้กิดประโยชน์ต่อชุมชนอยา่งไร (รูปที่ 4.5.5-11) รูปที่4.5.5-1 สถานีโทรมาตรสนามบนพ้ืนดินเดิม


การปรับปรุงระบบการจัดการสภาวะน ้าท่วมในลุ่มน ้า โดยการบริหารอ่างเก็บน ้าที่เหมาะสม และการพยากรณ์เตือนภัย ณ เวลาจริง: กรณีศึกษาลุ่มน ้าท่าตะเภา จังหวัดชุมพร รายงานฉบับสมบูรณ์ 4-58 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์วิจารณ์ รูปที่4.5.5-2 ความช้ืนสะสมภายใน ทา ใหอุ้ปกรณ์ได้รับความเสียหาย รูปที่4.5.5-3 สถานีโทรมาตรสนามบนอาคารยกระดบัพ้ืนสูง


Click to View FlipBook Version