นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สรปุ 3แบบฝกึ ทกั ษะประจ�ำ หนว่ ยก�รเรยี นรทู้ ่ี
ค�ำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนตอบคำ� ถำมตอ่ ไปนี้
ฝก ปฏบิ ตั ิ
1. ใหเ้ ขยี นห้าพจน์แรกของลา� ดบั ตอ่ ไปน้ี 2) aann == 5(n-n1 3+) n + +5 1n - 2
ครใู หนกั เรยี นทํากิจกรรม ดังน้ี 1) an = 3n2 - 1 4)
• ใหนกั เรียนแบง กลุม กลุมละ 3-4 คน คละ 3) an = 34nn +- 31
ความสามารถทางคณิตศาสตร (ออน 2. ใหห้ าพจนท์ ว่ั ไปของลา� ดบั ต่อไปน้ี
ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลุมเดยี วกัน
• ครูใหนักเรียนแตละกลุมเขียนผังมโนทัศน 1) -1, 2, 7, 14, … 2) 0, 7, 26, 63, …
หนวยการเรียนรูที่ 3 ลําดับและอนุกรม 3) 0, 1, 2 , 3 , … 4) 51 , 72 , 13 , 141 , …
ลงในกระดาษ A4
• ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมา 3. ใหเ้ ขยี นหา้ พจนแ์ รกของลา� ดบั เลขคณติ ทกี่ า� หนดตอ่ ไปน้ี
นําเสนอผังมโนทศั นของกลุมตนเอง
• ครูใหนักเรียนแตละกลุมทําแบบฝกทักษะ 1) a1 = -2, d = 2 2) aa11 == -4 ,34 d, d= =-1 - 14
ประจาํ หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 แลว แลกเปลยี่ น 3) a1 = 10, d = -5.5 4)
ความรูภายในกลุม สนทนาซักถามจนเปน
ทีเ่ ขา ใจรว มกนั 4. ใหเ้ ขยี นหา้ พจนแ์ รกของลา� ดบั เรขาคณติ ทก่ี า� หนดตอ่ ไปนี้
• ครูสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบหนา
ช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในช้ันเรียน
รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอง
1) a1 = 1, r = 3 2) aa11 == -1 0710 ,, rr == -1 27.2
3) a1 = 21, r = -3 4)
5. ใหห้ าพจนท์ ี่ 12 ของล�าดบั เลขคณิตทีม่ ี a5 = 5a1 และ a1 = 8
6. ถ้า 10, a, b, c, 30 เป็นจา� นวนจรงิ ซ่งึ เรียงกันเป็นล�าดับเลขคณิต ให้หา a + b - c
7. จ�านวนเตม็ ทอี่ ย่รู ะหว่าง 30 ถึง 300 ที่หารด้วย 9 ลงตัวมที ง้ั หมดก่จี า� นวน
8. จ �านวนเต็มต้ังแต่ 10 ถึง 500 ที่หารด้วย 3 และ 4 ลงตัว แต่หารด้วย 7 ไม่ลงตัว
มที ง้ั หมดก่ีจา� นวน
9. ให้หาพจนท์ ี่ 20 ของล�าดับเรขาคณิตท่มี ี a6 = 128 และ a4 = 32
10. ผ ลบวกของสามพจน์แรกของล�าดับเรขาคณิตล�าดับหนึง่ เป็น 35 และผลคูณของสามพจน์น้ี
เป็น 1,000 ให้หาสามพจน์แรกของลา� ดับเรขาคณิตนี้
182
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
พจนท ่ี 10 ของลําดบั เรขาคณติ 3, 6, 2 3, ... มีคา เทา ไร
ครูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดทําความเขาใจกับแบบฝกทักษะประจํา 1. 8 3 2. 16 3 3. 16 6
หนวยการเรียนรูท่ี 3 จากนั้นครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาแสดงวิธีการ 4. 32 3 5. 32 6
หาคาํ ตอบในแตล ะขอ แลว เนน ยาํ้ กบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั สญั ลกั ษณแ ละสตู รในการ
หาลําดบั และอนกุ รมในหนว ยการเรียนรนู ้ี (เฉลยคําตอบ
จากโจทย a1 = 3 และ r = 63 = 2
จะไดว า a10 = 3 ( 2)10 - 1
3 ( 2)9
=
= 3 (16 2)
นนั่ คอื a10 = 16 6)
ดังนัน้ คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
T192
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
11. ถา้ 10, x, y, 80 เป็นจา� นวนจรงิ 4 จา� นวน ซ่ึงเรยี งกนั เปน็ ลา� ดบั เรขาคณิต แลว้ x + y ขน้ั ประเมนิ
มีค่าเทา่ ใด
1. ครูตรวจแบบฝกทกั ษะ 3.3
12. ใหห้ าผลบวกของอนกุ รมต่อไปน้ี 2) Σi2=51 (i3 + 10) 2. ครูตรวจ Exercise 3.3
1) Σi2=01 (5i2 - 10i + 1) 3. ครูตรวจแบบฝกทักษะประจาํ หนว ยการเรยี นรู
3) kΣ=3100 (2k + 6)2 4) kΣ=3105 (2k3 - 3k + 1) ท่ี 3
4. ครตู รวจผังมโนทัศนห นว ยการเรียนรทู ่ี 3
13. อนุกรมเลขคณติ อนุกรมหนง่ึ ถา้ S12 มีคา่ มากกว่า S11 อยู่ 40 และพจนแ์ รกเทา่ กับ 7
ใหห้ าผลบวก 30 พจน์แรกของอนุกรมนี้ ลําดบั และอนกุ รม
5. ครูประเมนิ การนําเสนอผลงาน
14. อนุกรมเลขคณิตอนกุ รมหนึง่ มีผลบวก 5 พจน์แรกเปน็ 150 และพจน์ท ี่ 7 ของอนกุ รมน ี้ 6. ครูสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล
คือ 70 ให้หาผลบวก 12 พจน์แรกของอนุกรมน้ี 7. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
8. ครูสงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ รียนรู
มุงมน่ั ในการทาํ งาน
15. ถ้า x - 4, 2x, 4x - 1 เปน็ สามพจนแ์ รกของลา� ดบั เลขคณติ ล�าดบั หน่งึ ให้หาผลบวก 25
พจนแ์ รกของลา� ดับนี้
16. ใหห้ าผลบวก 15 พจนแ์ รกของอนกุ รมเรขาคณิต 10 + 20 + 40 + … + 10(2)n - 1 + …
17. ใหห้ าผลบวก 20 พจนแ์ รกของอนกุ รมเรขาคณติ 625 + 125 + 25 + … + 625 (51)n - 1 + ...
18. อนุกรมเรขาคณติ 9 + 18 + 36 + … ต้องบวกกนั กี่พจน์ถงึ จะได้ผลบวกเปน็ 1,143
19. อนกุ รมเรขาคณติ 3 + (-9) + 27 + … ตอ้ งบวกกนั กี่พจนถ์ งึ จะได้ผลบวกเปน็ 1,641
20. พอ นจุนกร์ทมี่ 3เร ขใหา้หคาณผิตลอบนวุกกขรมอหง น5ึ่ง มพีพจนจ์แนร์แกรขกอเปงอ็นน กุ 51ร มแนล้ี ะพจน์ท่ี 4 มีค่าเป็น 10 เท่าของ
21. จา� นวนจรงิ 6 จ�านวนเรียงกนั เป็นล�าดบั เรขาคณิต มีจ�านวนท่ีนอ้ ยท่สี ุด คอื 7 และจา� นวน
ทมี่ ากทสี่ ุด คอื 224 ให้หาผลบวกของจา� นวนทง้ั 6 จา� นวน
ล�ำดับและอนุกรม 183
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล
ถาผลบวกของ n พจนแ รกของอนุกรมหนง่ึ คือ Sn = 3n2 + 2
แลว พจนท ่ี 10 ของอนุกรมน้มี ีคา เทา กบั ขอใด ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม จากการทําผัง
1. 57 2. 82 3. 117 มโนทัศน หนว ยการเรียนรูท ี่ 3 ลาํ ดับและอนุกรม ในข้นั ฝกปฏิบัติ โดยศึกษา
4. 272 5. 307 เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมินของแผนการจัดการเรียนรูใน
หนว ยการเรียนรูท ่ี 3
(เฉลยคําตอบ S10 = 3(10)2 + 2 = 302
S9 = 3(9)2 + 2
การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ท่ี 7
แบบประเมนิ ผังมโนทัศน์
คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินชน้ิ งาน/ภาระงานของนักเรยี นตามรายการทกี่ าหนด แลว้ ขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน
= 245 ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
เนอื่ งจาก S10 - S9 = a10 1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
นนั่ คอื a10 = 302 - 245 2 ความถกู ต้องของเนือ้ หา
3 ความคิดสรา้ งสรรค์
= 57 4 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/................./................
เกณฑ์การประเมินผังมโนทัศน์
ประเด็นท่ปี ระเมนิ ระดับคะแนน
ดงั นัน้ คาํ ตอบ คือ ขอ 1.) 1. ความสอดคล้อง 4 3 2 1
กบั จุดประสงค์ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไม่สอดคลอ้ งกับ
จุดประสงค์ทุกประเด็น จุดประสงค์เปน็ ส่วนใหญ่ จดุ ประสงค์บางประเดน็ จุดประสงค์
2. ความถูกตอ้ งของ เนอ้ื หาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงานไม่
เน้อื หา เน้อื หาสาระของผลงาน เน้อื หาสาระของผลงาน ถูกตอ้ งบางประเดน็ ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่
ถกู ต้องครบถ้วน ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ผลงานมคี วามนา่ สนใจ แต่ ผลงานไม่มคี วามน่าสนใจ และ
3. ความคดิ ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานแสดงถงึ ความคดิ ยังไม่มีแนวคดิ แปลกใหม่ ไมแ่ สดงถึงแนวคิดแปลกใหม่
สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แต่
และเปน็ ระบบ ยงั ไม่เป็นระบบ สง่ ชนิ้ งานชา้ กว่าเวลาท่ี สง่ ชิน้ งานช้ากวา่ เวลาทก่ี าหนด
4. ความตรงต่อเวลา กาหนด 2 วนั 3 วนั ขน้ึ ไป
ส่งชิน้ งานภายในเวลาท่ี ส่งช้ินงานชา้ กวา่ เวลาท่ี
กาหนด กาหนด 1 วนั
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10
พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
T193
Chapter Overview
แผนการจัด ส่ือท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ - หนังสอื เรียน อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 1 รายวิชาพื้นฐาน
ดอกเบยี้ คณติ ศาสตร์ ม.5 1. บอกความหมาย แบบนิรนัย - ตรวจแบบฝึกทักษะ 4.1 - ท ักษะการ 1. มวี นิ ัย
- แ บบฝกึ หดั ของดอกเบ้ียคงต้น (Deductive - ตรวจ Exercise 4.1 สังเกต 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4 และดอกเบ้ียทบต้นได้ Method) - การนำ� เสนอผลงาน - ทักษะการตคี วาม 3. มงุ่ มั่น
รายวชิ าพนื้ ฐาน (K) - สังเกตพฤติกรรม - ทกั ษะกระบวน ในการทำ� งาน
ช่วั โมง คณิตศาสตร์ ม.5 2. ห าเงนิ รวม เงินต้น การทำ� งานรายบุคคล การคดิ ตดั สนิ ใจ
- สงั เกตพฤติกรรม - ทกั ษะการ
แผนฯ ท่ี 2 - ห นังสือเรยี น อัตราดอกเบี้ยได้ (K) การท�ำงานกลุ่ม เช่อื มโยง
มลู ค่าของเงิน รายวิชาพ้ืนฐาน 3. ห าระยะเวลาแบบ - สงั เกตความมีวนิ ยั - ท กั ษะการ
คณติ ศาสตร์ ม.5 ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มัน่ ในการ เปรยี บเทยี บ
3 - แบบฝึกหัด อตั ราดอกเบีย้ คงต้น ท�ำงาน - ท กั ษะการ
และดอกเบี้ยทบต้นได้ วิเคราะห์
ชั่วโมง รายวิชาพ้ืนฐาน (K)
คณิตศาสตร์ ม.5 4. น ำ� ความรู้เก่ียวกบั
- ใบงานท่ี 4.1 ดอกเบยี้ คงตน้ และ
ดอกเบี้ยทบตน้ ไปใช้
ในการแกป้ ญั หาได้ (K)
5. เขียนขน้ั ตอนแสดง
การหาเงนิ รวม เงนิ ต้น
อัตราดอกเบยี้ แบบ
คงต้นและทบตน้ ได้ (P)
6. รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี
ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)
1. บอกความหมาย Concept - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ท กั ษะการ 1. มีวินัย
ของมูลค่าของเงินได้ Based - ตรวจแบบฝึกทักษะ 4.2 สังเกต 2. ใฝเ่ รยี นรู ้
(K) Teaching - ตรวจ Exercise 4.2 - ท กั ษะการตคี วาม 3. ม่งุ ม่ัน
2. บอกความหมาย - การนำ� เสนอผลงาน - ท ักษะกระบวน ในการทำ� งาน
ของมูลค่าปจั จุบนั - สังเกตพฤตกิ รรม การคิดตัดสินใจ
และมูลคา่ อนาคตได้ (K) การท�ำงานรายบุคคล - ทกั ษะการ
3. ห ามลู คา่ ปัจจุบันและ - สงั เกตพฤติกรรม เชือ่ มโยง
การท�ำงานกลุ่ม - ทักษะการ
มลู ค่าอนาคตได้ (K) - สงั เกตความมวี นิ ัย เปรียบเทียบ
4. นำ� ความรเู้ กย่ี วกับ ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการ - ทักษะการ
มลู ค่าของเงนิ ท�ำงาน วิเคราะห์
เปรียบเทยี บค่าเงนิ - ทักษะการ
ในเวลาทตี่ า่ งกนั ได้ (K) ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
5. นำ� ความรู้เกย่ี วกับ
มูลคา่ ปัจจบุ ันและ
มลู ค่าอนาคตไปใช้
แกโ้ จทยป์ ญั หาได้ (K)
6. เ ขียนขัน้ ตอนแสดง
การหามูลค่าปจั จุบนั
และมูลค่าอนาคตได้ (P)
7. รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ี
ที่ได้รบั มอบหมาย (A)
T194
แผนการจัด สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ - ห นังสือเรียน อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 3 รายวิชาพ้นื ฐาน
ค่ารายงวด คณติ ศาสตร์ ม.5 1. บอกความหมาย Concept - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ท กั ษะการ 1. มวี ินัย
- แบบฝกึ หดั ของคา่ รายงวดได้ (K) Based - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 4.3 สังเกต 2. ใฝเ่ รียนรู้
3 2. บอกความหมาย Teaching - ตรวจ Exercise 4.3 - ทักษะกระบวน 3. มุ่งมั่น
รายวิชาพ้ืนฐาน ของค่ารายงวดกรณี - การนำ� เสนอผลงาน การคิดตดั สินใจ ในการทำ� งาน
ชัว่ โมง คณิตศาสตร์ ม.5 ตน้ งวดและปลายงวดได้ - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ - ท ักษะการตีความ
- ใบงานท่ี 4.2 (K) ประจำ� หน่วยการเรยี นรู้ - ท กั ษะการ
3. หาเงนิ รวมทั้งหมดจาก ที่ 4 เชอื่ มโยง
- ตรวจผงั มโนทศั น์ - ท กั ษะการ
ค่ารายงวดกรณตี น้ งวด หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เปรียบเทียบ
ได้ (K) ดอกเบี้ยและมูลค่า - ทักษะการ
4. ห าเงินรวมทง้ั หมด ของเงิน วิเคราะห์
จากคา่ รายงวดกรณี - สังเกตพฤติกรรม - ทักษะการ
ปลายงวดได้ (K) การท�ำงานรายบุคคล ประยกุ ต์ใช้ความรู้
5. น�ำความรเู้ กยี่ วกับ - สงั เกตพฤติกรรม
คา่ รายงวดกรณีตน้ งวด การท�ำงานกลุม่
และปลายงวดไปใช้ - สงั เกตความมีวินัย
แก้โจทยป์ ญั หาได้ (K) ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มั่นในการ
6. เขยี นขน้ั ตอนแสดง ท�ำงาน
การหาเงินรวมทัง้ หมด
จากค่ารายงวดกรณี
ตน้ งวดได้ (P)
7. เขยี นขนั้ ตอนแสดง
การหาเงนิ รวมทง้ั หมด
จากคา่ รายงวดกรณี
ปลายงวดได้ (P)
8. รับผิดชอบต่อหน้าที่
ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)
T195
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (Deductive Method)
กาํ หนดขอบเขตของปญ หา
1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียน โดยให
นักเรียนดูภาพหนาหนวยการเรียนรูที่ 4 ใน
หนังสือเรียน หนา 184 แลวรวมกันสนทนา
ในช้นั เรยี น
2. ครใู หน กั เรยี นยกตวั อยา งสถานการณท เ่ี กยี่ วขอ ง
กบั การเงิน
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบไดหลากหลาย
ตามพนื้ ฐานความรู เชน การฝากเงนิ กบั ธนาคาร
การยืมเงิน การกูเงนิ กับธนาคาร)
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค
การเรยี นการสอนของหนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง ดอกเบยี้ และมลู คา ของเงนิ ครูควรปลูกฝงใหนักเรียนมีระเบียบวินัย เชน การแตงกายมา
ครูควรยกตัวอยางสถานการณใกลตัว หรือสถานการณในชีวิตประจําวันของ โรงเรียนใหถูกระเบียบ และกอนเร่ิมเรียนชั่วโมงแรกครูอาจสราง
นักเรียนเปนกรณีศึกษา จนเกิดเปนความรูความเขาใจและนําความรูท่ีได ขอ ตกลงกบั นักเรียนเกย่ี วกบั ความมวี ินยั เชน การสงการบานหรอื
ไปประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ประจําวนั ชิ้นงานควรสงตรงตามเวลาท่ีกําหนด หากใครสงไมตรงตามเวลา
อาจถูกตัดคะแนนความรับผิดชอบ (ครูและนักเรียนรวมกันสราง
ขอ ตกลงดังกลา ว)
T196
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
หนว ยการเรียนรทู ี่ 4 ขน้ั นาํ
ดอกเบยี้ และ กาํ หนดขอบเขตของปญ หา
มลู คา ของเงนิ
3. ครูกลาวถึงการฝากเงินหรือการกูยืมเงินกับ
ในปจั จบุ นั สนิ คำ้ อปุ โภค1และบรโิ ภค2มรี ำคำสงู ขน้ึ ธนาคารในชีวิตประจําวัน ซ่ึงการฝากเงินหรือ
ปัจจัยหนึ่งเป็นเพรำะมูลค่ำของเงินลดลงไป การยืมเงิน ผูใหยืมจะไดรับผลตอบแทนจาก
เร่ือย ๆ ตำมกำลเวลำ กล่ำวคอื มูลคำ่ ของเงนิ เงินท่ีใหยืมไปและผลตอบแทนนั้น เรียกวา
ย่อมเปล่ียนแปลงไปตำมระยะเวลำ เช่น เงิน ดอกเบ้ีย ซ่ึงดอกเบ้ียจะขึ้นอยูกับขอตกลง
100 บำท ในวันน้ีจะมีมูลค่ำมำกกว่ำเงิน ระหวา งผใู หย ืมกบั ผขู อยืม
1ข0อ0ง เงบินำจทะ ถใูกนลอดนลำงคไตป ตเำพมรอำัตะรมำูลเคงิน่ำทเฟ่ีแอท3 ้จซรึ่ิงง
ท�ำให้มูลค่ำท่ีแท้จริงของเงินจ�ำนวนท่ีเท่ำกัน 4. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวาดอกเบ้ียที่
ในอนำคตย่อมไม่เท่ำกับมูลค่ำของเงินใน นกั เรยี นเคยไดศึกษามามีกป่ี ระเภท อะไรบา ง
ปจั จุบัน (แนวตอบ ดอกเบ้ียมี 2 ประเภท ไดแ ก ดอกเบยี้
คงตน (simple interest) และดอกเบี้ยทบตน
(compound interest)
หมายเหตุ : ครอู าจใหนกั เรยี นทําแบบทดสอบ
พ้ืนฐานกอ นเรยี น โดยสแกน QR Code ใน
หนังสือเรยี น หนา 185
ตวั ช้ีวดั
• เข้ำใจและใชค้ วำมรู้เกี่ยวกับดอกเบยี้ และมูลคำ่ ของเงิน
ในกำรแกป้ ญั หำ (ค 1.3 ม.5/1)
สาระการเรยี นรแู กนกลาง Recall
• ดอกเบ้ยี
• มูลคำ่ ของเงิน
• ค่ำรำยงวด
กิจกรรม สรางเสรมิ นักเรียนควรรู
ครใู หนักเรยี นจับคแู ลว ชว ยกนั ยกตัวอยางสถานการณใกลต วั 1 อปุ โภค คอื การนํามาใชใหเกิดประโยชน
หรอื สถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ทเี่ กยี่ วขอ งกบั ดอกเบยี้ พรอ มทงั้ 2 บรโิ ภค คือ บรโิ ภคอาหารสําหรับการกนิ หรอื บริโภคเส้ือผาสําหรบั ใชส อย
อภิปรายหนาชนั้ เรยี น
หมายเหตุ : ครูควรใหน กั เรยี นเกงและนักเรียนออนจบั คูกัน 3 เงินเฟอ (inflation) หมายถึง ภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียน
ในประเทศมากเกนิ ไป ทาํ ใหร าคาสินคาแพงและเงินเส่ือมคา
T197
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 4.1 ดอกเบย้ี (Interest)
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ ในชีวิตประจ�ำวัน นักเรียนอำจพบเห็นสถำนกำรณ์ท่ีเก่ียวข้องกับกำรเงิน เช่น กำรฝำกเงิน
กับธนำคำร กำรยืมเงินเพ่ือมำลงทุนท�ำธุรกิจ ซึ่งกำรฝำกเงินหรือกำรยืมเงิน ผู้ให้ยืมจะได้รับ
1. ครูกลาววาในหัวขอน้ีนักเรียนจะไดศึกษาวิธี ผลตอบแทนจำกเงนิ ทใี่ หย้ มื ไปและผลตอบแทนดงั กลำ่ ว เรยี กวำ่ ดอกเบย้ี ซง่ึ ดอกเบย้ี จะขนึ้ อยกู่ บั
การหาดอกเบ้ยี 2 ประเภท คือ ดอกเบ้ยี คงตน ขอ้ ตกลงระหว่ำงผใู้ ห้ยมื กับผู้ขอยมื ในหวั ข้อนีจ้ ะศกึ ษำวธิ กี ำรคิดดอกเบ้ยี 2 ประเภท คือ ดอกเบี้ย
และดอกเบยี้ ทบตน คงตน้ (simple interest) และดอกเบยี้ ทบต้น (compound interest)
2. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาดอกเบยี้ คงตน ในหนงั สอื - 1. ดอกเบย้ี คงตน้ (Simple Interest)
เรียน หนา 186 จากนน้ั ครถู ามคาํ ถามนักเรยี น
ดงั น้ี ดอกเบย้ี คงตน้ คือ ดอกเบี้ยทก่ี �ำหนดให้เงนิ ต้นมคี ำ่ คงทต่ี ลอดระยะเวลำของกำรฝำกเงินหรือ
• ดอกเบีย้ คงตน มคี วามหมายวา อยางไร กำรกู้ยมื เงนิ ซึ่งดอกเบี้ยดังกลำ่ วจะมคี ำ่ เท่ำกันทุกป ี โดยสำมำรถคำ� นวณไดจ้ ำก
(แนวตอบ ดอกเบี้ยคงตน คือ ดอกเบ้ียที่
กําหนดใหเงินตนมีคาคงท่ีตลอดระยะเวลา ดอกเบย้ี คงต้น = เงนิ ตน้ × อตั รำดอกเบีย้ × ระยะเวลำ
ของการฝากเงิน หรอื การกยู มื เงนิ ) จำก เงนิ รวม = เงนิ ต้น + ดอกเบี้ย
• ดอกเบย้ี คงตน สามารถหาไดอ ยางไร A = P + I
(แนวตอบ ดอกเบ้ยี คงตน หาไดจ าก = P + (P × r × t)
เงนิ ตน × อัตราดอกเบย้ี × ระยะเวลา)
• เงินรวมสามารถหาไดอ ยา งไร ดังนน้ั A = P(1 + rt)
(แนวตอบ เงินรวม = เงนิ ตน + ดอกเบี้ย)
• สูตรทีใ่ ชห าดอกเบี้ยคงตน โดยท ี่ A แทนเงินรวมทัง้ หมด (total amount)
(แนวตอบ สตู รดอกเบี้ยคงตน A = P(1 + rt) P แทนเงนิ ตน้ (principle)
โดยท่ี A แทนเงินรวมทง้ั หมด I แทนดอกเบยี้ (interest)
P แทนเงนิ ตน r แทนอัตรำดอกเบย้ี ตอ่ ปี (annual interest rate)
r แทนอัตราดอกเบี้ยตอ ป t แทนจำ� นวนระยะเวลำเป็นปี (time)
t แทนจํานวนระยะเวลาเปน ป)
หมายเหตุ : ใ นหนว่ ยกำรเรยี นรนู้ ี้ กำรฝำกเงนิ กบั ธนำคำรใหถ้ อื วำ่ ฝำกเงนิ จนครบกำ� หนดเวลำ
โดยไมม่ ีกำรถอนเงนิ ออกมำก่อน
186
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม
ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับดอกเบี้ยคงตน (simple interest) หรือเรียก ใหน ักเรียนเติมคําตอบใหถ ูกตอ ง
อีกอยางวา ดอกเบยี้ เชิงเดยี ว เปน การคิดดอกเบ้ียจากเงนิ ตนท่ีเวลาเรม่ิ ตนคูณ กาํ หนดใหเวลา t = 3 ป
กับอัตราดอกเบี้ยเทานั้น ทําใหดอกเบี้ยเทาเดิมเสมอ เชน เงินตน 100 บาท เงนิ ตน ดอกเบย้ี เงนิ รวม
อัตราดอกเบ้ีย 3% ตอป 1,500 2.5%
13,025 ........................................
100 บาท 103 บาท 106 บาท r = 0.03 ............................ บาท
ปท ี่ 1 2 3 ........................................ 0.002 15,300
6,500
ตน ปท ี่ 1 ส้นิ ปท ่ี 1 หรอื ตน ปท่ี 2 ส้ินปที่ 2 หรือตนปท ่ี 3
เงินตน
100 บาท เงินตน 100 1บ30า0ท× 100 = 3 เงินตน 100 1บ30า0ท× 100 = 3
ดอกเบยี้ = ดอกเบ้ีย =
เงนิ รวม = 100 + 3 = 103 บาท เงนิ รวม = 103 + 3 = 106 บาท
T198
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อยา่ งท ่ี 1 ขนั้ สอน
คมสันต์ฝากเงนิ ที่ธนาคารแหง่ หนึง่ เปน็ จ�านวน 10,000 บาท ธนาคารให้ดอกเบี้ย 1.5% ตอ่ ปี แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
โดยคดิ ดอกเบยี้ แบบคงตน้ ใหห้ าวา่ เมอื่ สน้ิ ปที ่ี 3 คมสนั ตจ์ ะมเี งนิ ฝากในธนาคารเปน็ เงนิ ทง้ั หมด
เทา่ ใด 3. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาตวั อยา งท่ี 1-2 ในหนงั สอื -
เรียน หนา 187 จากน้ันครยู กตวั อยา งเพ่ิมเติม
วธิ ที า� จำกโจทย์ จะได ้ P = 10,000, r = 0.015 และ t = 3 แลวถามคําถาม ดังน้ี
และจำกสูตรดอกเบ้ียคงต้น A = P(1 + rt) กลว ยฝากเงนิ ที่ธนาคารแหง หนึง่
เปนเงนิ จาํ นวน 50,000 บาท ธนาคารให
จะได ้ เมือ่ สิ้นปีที ่ 3 คมสันต์จะมเี งินฝำก คอื 10,000[1 + (0.015)(3)] ดอกเบ้ยี 1.2% ตอป โดยคดิ ดอกเบย้ี
แบบคงตน ใหหาวา เมอื่ สน้ิ ปที่ 5 กลว ย
= 10,000(1.045) จะมเี งินฝากในธนาคารเปนเงนิ ทงั้ หมด
เทา ใด
= 10,450 บำท
• จากโจทย กําหนดคา ใดบา ง
ดงั นน้ั เมอ่ื ส้นิ ปีท่ี 3 คมสันตจ์ ะมีเงินฝำกในธนำคำรเป็นเงินทัง้ หมด 10,450 บำท (แนวตอบ จากโจทย กาํ หนดคา P = 50,000
r = 0.012 และ t = 5)
ลองทําดู ฝกทําตอ
• จากโจทย ใหห าคา ของอะไร
ณเดชนฝ์ ำกเงนิ ท่ธี นำคำรแห่งหน่ึงเปน็ จำ� นวน 20,000 บำท ธนำคำร แบบฝก ทักษะ 4.1 (แนวตอบ จากโจทย ใหหาคาของ A คือ
ใหด้ อกเบย้ี 1.25% ตอ่ ป ี โดยคดิ ดอกเบยี้ แบบคงตน้ ใหห้ ำวำ่ เมอื่ สน้ิ ปี ขอ 1 เงินรวม)
ที ่ 5 ณเดชน์จะมีเงินฝำกในธนำคำรเป็นเงินทัง้ หมดเท่ำใด
• กลว ยไดร บั เงนิ พรอ มดอกเบย้ี เปน เงนิ ทง้ั หมด
ตวั อย่างท ่ี 2 เทาใด
(แนวตอบ กลวยไดรับเงินพรอมดอกเบี้ย
นิธิศฝากเงินกับธนาคารเป็นเงนิ จา� นวนหนงึ่ ธนาคารใหด้ อกเบ้ีย 1.3% ต่อป ี โดยคิดดอกเบ้ีย เปนเงินท้ังหมด 53,000 บาท)
แบบคงต้น เม่ือสิ้นปีท่ี 5 นิธิศได้รับเงินพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดเป็นเงินจ�านวน 8,520 บาท
อยากทราบวา่ นธิ ศิ ฝากเงินไวก้ บั ธนาคารเปน็ เงินจ�านวนเทา่ ใด • นกั เรยี นสามารถหาดอกเบย้ี ทกี่ ลว ยจะไดร บั
อยา งไร
วิธที า� จำกโจทย์ จะได ้ A = 8,520, r = 0.013 และ t = 5 (แนวตอบ เงนิ รวม - เงนิ ตน = ดอกเบย้ี )
และจำกสตู รดอกเบยี้ คงตน้ A = P(1 + rt) • กลว ยไดรับดอกเบี้ยทงั้ หมดกบี่ าท
(แนวตอบ 3,000 บาท)
จะได้ 8,520 = P[1 + (0.013)(5)]
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
8,520 = 1.065P
ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
P = 8,000 หนา 187 และแบบฝก ทกั ษะ 4.1 ขอ 1. ในหนงั สอื -
เรยี น หนา 198 จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลย
ดังนน้ั นิธิศฝำกเงนิ ไว้กับธนำคำรเป็นเงินจำ� นวน 8,000 บำท คาํ ตอบบนกระดาน โดยครแู ละนกั เรยี นในชนั้ เรยี น
รวมกันตรวจสอบความถูกตอง
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 187
กจิ กรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู
ครใู หน กั เรยี นจบั คู แลว ชว ยกนั คาํ นวณเงนิ ฝากจากสถานการณ ครอู าจอธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การฝากเงนิ กบั ธนาคารเมอ่ื ครบกาํ หนดเวลา
ตอไปน้ี กจ็ ะไดร บั ดอกเบย้ี (interest) เปน ผลตอบแทน ในขณะเดยี วกนั การกยู มื เงนิ จาก
ธนาคารกต็ อ งจา ยดอกเบยี้ เปน คา ใชจ า ยในการกยู มื เงนิ ซง่ึ การคดิ ดอกเบยี้ จะมี
เมธีฝากเงินกับธนาคารเปนเงินจํานวน 24,000 บาท ธนาคาร
ใหดอกเบีย้ 0.75% ตอป โดยคดิ ดอกเบีย้ แบบคงตน การกําหนดอัตราดอกเบ้ีย (interest rates) ไวกอนการฝากหรือการกูยืมเงิน
• เมอื่ ครบ 1 ป เมธจี ะเงนิ ฝากในธนาคารเปน เงนิ ทง้ั หมดเทา ใด จากธนาคาร โดยคดิ จากจาํ นวนเงนิ ทนี่ าํ ไปฝากหรอื จาํ นวนเงนิ ทกี่ ยู มื มา เรยี กวา
• เมอื่ ครบ 5 ป เมธจี ะเงนิ ฝากในธนาคารเปน เงนิ ทง้ั หมดเทา ใด
เงินตน (principal) ซึ่งจํานวนเงินตนรวมกับดอกเบี้ยจะเปนเงินรวม (total
(ไมมกี ารถอนเงินระหวา งฝาก) amount) ทีจ่ ะไดร บั หรอื ตอ งชาํ ระเงินคนื
หมายเหตุ : ครคู วรใหนักเรียนเกงและนกั เรยี นออนจับคกู นั
T199
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ลองทําดู ฝกทําตอ
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ ปริญฝากเงินกับธนาคารเปนเงินจ�านวนหน่ึง ธนาคารให้ดอกเบี้ย แบบฝก ทกั ษะ 4.1
0.75% ต่อปี โดยคดิ ดอกเบ้ียแบบคงต้น เมื่อสนิ้ ปีที่ 6 ปรญิ ไดร้ บั เงนิ ขอ 2(1)
1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 3 ในหนังสือ- พร้อมดอกเบีย้ ทั้งหมดเปนเงินจ�านวน 15,675 บาท อยากทราบว่า
เรยี น หนา 188 ปริญฝากเงนิ ไว้กบั ธนาคารเปนเงนิ จ�านวนเทา่ ใด
2. ครอู ธบิ ายซํ้าอกี ครง้ั แลวถามคําถาม ดงั นี้ ตวั อยางที่ 3
• จากตัวอยา งที่ 3 โจทยใหห าคาของอะไร
(แนวตอบ หาคา ของ t คอื เวลา) น�้ำทิพย์กู้เงินจำกธนำคำรเปน็ เงินจ�ำนวน 300,000 บำท เพอ่ื ไปลงทุนเปด รำ้ นอำหำร ธนำคำร
• จากตัวอยางท่ี 3 นักเรียนตองรูคาใดบาง คิดดอกเบี้ย 9% ต่อปี โดยคิดดอกเบ้ียแบบคงต้น ธนำคำรแจ้งว่ำเมื่อครบก�ำหนดที่น้�ำทิพย์
ในการหาคา t ได้ตกลงไว้กบั ธนำคำร น�ำ้ ทิพย์จะต้องช�ำระเงนิ ทง้ั หมด 435,000 บำท อยำกทรำบว่ำนำ้� ทพิ ย์
(แนวตอบ ในการหาคา t ตอ งรูคา A, P, r) กเู้ งินจำกธนำคำรเป็นเวลำเทำ่ ใด
• ถานํ้าทิพยกูเงินจากธนาคาร โดยธนาคาร
คิดดอกเบยี้ รอ ยละ 3 ตอป ภายในเวลา 6 ป วิธีท�ำ จากโจทย์ จะได้ A = 435,000, P = 300,000 และ r = 0.09
ตอมา ธนาคารแจงวานํ้าทิพยตองจายเงิน และจากสูตรดอกเบยี้ คงต้น A = P(1 + rt)
590,000 บาท นํา้ ทพิ ยก ูเงนิ เปนเงนิ จาํ นวน จะได้ 435,000 = 300,000[1 + (0.09)t]
เทา ใด 0.09t = 0.45
(แนวตอบ จากโจทย จะได A = 590,000 t=5
r = 0.03 และ t = 6 ดงั นน้ั นา้� ทิพย์กู้เงินจากธนาคารเปน เวลา 5 ปี
จากสูตร ดอกเบยี้ คงตน
A = P(1 + rt) ลองทาํ ดู ฝกทําตอ
590,000 = P[1 + 0.03(6)]
P = 500,000 นิภากู้เงินจากธนาคารเปนเงินจ�านวน 250,000 บาท เพ่ือไปลงทุน แบบฝกทักษะ 4.1
ดังน้นั นาํ้ ทพิ ยก เู งนิ จากธนาคารเปน จาํ นวน ทา� ธุรกิจ ธนาคารคิดดอกเบี้ย 8.5% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยแบบคงต้น ขอ 3
500,000 บาท) ธนาคารแจ้งว่าเม่ือครบก�าหนดที่นิภาได้ตกลงไว้กับธนาคาร นิภา
จะต้องช�าระเงนิ ท้ังหมด 377,500 บาท อยากทราบวา่ นิภากเู้ งนิ จาก
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ ธนาคารเปน เวลาเท่าใด
ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 188 และแบบฝก ทกั ษะ 4.1 ขอ 3. ในหนงั สอื -
เรยี น หนา 198 จากนนั้ ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลย
คาํ ตอบบนกระดาน โดยครแู ละนกั เรยี นในชนั้ เรยี น
รวมกันตรวจสอบความถกู ตอง
188
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรา งเสรมิ
ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับตวั อยา งที่ 3 โดยใหนักเรยี นอภปิ รายวาคาํ ตอบ ครใู หนกั เรยี นจับคู แลวตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
ที่ไดส มเหตุสมผลหรอื ไม ใหน ักเรียนตรวจคําตอบ โดยการแทนคา P = 300,000 วริ ยิ ะกเู งนิ จากธนาคารเปน จํานวนเงนิ 25,000 บาท ธนาคาร
r = 0.09 และ t = 5 ในสูตร A = P(1 + rt)
คดิ ดอกเบ้ยี 7.5% ตอ ป วริ ิยะจะตอ งชําระเงินท้ังหมดเทาไร
จะได A = 300,000[1 + 0.09(5)] • เมือ่ เวลาผานไป 1, 2, 3, 4 และ 5 ป
= 300,000(1.45) • จากสถานการณขางตน นักเรียนคิดวา A และ t มีความ
= 435,000 สัมพันธก นั อยางไร
ซ่ึงตรงกับทโี่ จทยก ําหนด แสดงวา การคาํ นวณถูกตอ ง หมายเหตุ : ครูควรใหนกั เรียนเกงและนักเรยี นออ นจบั คกู นั
T200
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
ตวั อยา่ งท ี่ 4 1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 4 ในหนังสือ-
เรยี น หนา 189
สนิ ฝี ากเงนิ กบั ธนาคารเปน็ เงนิ จา� นวน 20,000 บาท ธนาคารใหด้ อกเบย้ี 0.1% ตอ่ เดอื น โดยคดิ 2. ครอู ธิบายซา้ํ อีกคร้งั แลวถามคาํ ถาม ดงั น้ี
ดอกเบยี้ แบบคงตน้ ใหห้ าวา่ เมอื่ สน้ิ ปที ่ี 2 สนิ จี ะมเี งนิ ฝากในธนาคารเปน็ เงนิ จา� นวนทงั้ หมดเทา่ ใด • จากตัวอยาง เพราะเหตุใดดอกเบ้ียจึงตอง
วธิ ีท�า จำกโจทย ์ จะได้ P = 20,000 และ t = 2 คูณ 12
(แนวตอบ เพราะธนาคารให r เปนอัตรา
เนอ่ื งจำกธนำคำรใหด้ อกเบ้ีย 0.1% ตอ่ เดอื น ดงั นั้น r = 0.001 × 12 = 0.012 ดอกเบ้ียตอเดือน แตระยะเวลาในการฝาก
และจำกสูตรดอกเบีย้ คงตน้ A = P(1 + rt) เงินเปนป จึงตองทําใหคา r เปนอัตรา
จะได ้ A = 20,000[1 + (0.012)(2)] ดอกเบี้ยตอ ป)
A = 20,480 3. ครูกลาววาจากตัวอยางท่ี 4 โจทยกําหนดให
ดงั น้นั เม่อื สิ้นปที ่ี 2 สินีจะมเี งนิ ฝำกในธนำคำรเป็นเงินทง้ั หมด 20,480 บำท r เปนอัตราดอกเบ้ียตอเดือน และ t เปน
ลองทําดู ระยะเวลาเปนป จึงตองทาํ ใหคา r เปน อตั รา
ดอกเบ้ียตอ ป เพอื่ ใหสมั พนั ธกับคา t จากน้ัน
สุนีย์ฝำกเงินกับธนำคำรเป็นเงินจ�ำนวน 50,000 บำท ธนำคำรให้ ครถู ามคําถามนักเรยี น ดังน้ี
ดอกเบย้ี 0.15% ต่อเดอื น โดยคิดดอกเบยี้ แบบคงตน้ ใหห้ ำวำ่ เม่อื ฝกทําตอ • ถาคา t มีหนว ยเปน เดอื น สามารถทําใหมี
ส้นิ ปีท่ ี 3 สุนีย์จะมเี งินฝำกในธนำคำรเปน็ เงนิ จ�ำนวนทัง้ หมดเทำ่ ใด หนวยเปน ปไดอยา งไร
แบบฝกทักษะ 4.1
ขอ 7
จำกตวั อยำ่ งท ่ี 4 จะเหน็ ว่ำ โจทยก์ ำ� หนด r เปน็ อัตรำดอกเบี้ยตอ่ เดือน และ t เป็นระยะเวลำ (แนวตอบ คา t มหี นว ยเปน เดอื น สามารถทาํ
เป็นป ี จึงต้องท�ำใหค้ ่ำ r เปน็ อตั รำดอกเบ้ยี ตอ่ ปี เพื่อใหส้ มั พนั ธ์กบั คำ่ t โดยท่ัวไป จะมกี ำรก�ำหนด ใหมีหนว ยเปน ปได คือ t = จาํ นว1น2เดอื น )
ค่ำ r เปน็ อตั รำดอกเบยี้ ต่อป ี ดงั นน้ั ในกำรคำ� นวณดอกเบ้ยี จึงนยิ มใหค้ ่ำ r และ t มีหนว่ ยเปน็ ปี • ถาคา t มีหนวยเปนวัน สามารถทําใหมี
ซง่ึ กำรท�ำให้ค่ำ t มหี นว่ ยเปน็ ปสี ำมำรถทำ� ได้ ดังนี ้ หนวยเปนปไ ดอ ยา งไร
กรณที ี่ 1 คำ่ t มีหนว่ ยเปน็ เดอื น สำมำรถท�ำใหห้ นว่ ยเป็นปไี ด้ ดังน้ี (แนวตอบ คา t มหี นว ยเปน วนั สามารถทาํ ให
จาํ นวนวัน
t = จำ� นว1น2เดอื น มหี นว ยเปน ปไ ด คอื t = จํานวนวันใน 1 ป )
กรณที ่ี 2 คำ่ t มหี น่วยเปน็ วัน สำมำรถทำ� ให้หนว่ ยเปน็ ปไี ด้ ดงั น้ี ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
t = จ�ำนจวำ� นนววันนใวนนั 1 ปี ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 189 และแบบฝก ทกั ษะ 4.1 ขอ 7. ในหนงั สอื -
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 189 เรยี น หนา 199 จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลย
คาํ ตอบบนกระดาน โดยครแู ละนกั เรยี นในชน้ั เรยี น
รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู
ครูใหน กั เรยี นจับคู แลว ชว ยกนั หาวา ถาวไิ ลกเู งินจากธนาคาร ครอู าจจะอธบิ ายเพมิ่ เติมจากตวั อยางที่ 4 วา การคดิ อตั ราดอกเบ้ีย
เปนจํานวนเงิน 25,000 บาท ธนาคารคิดดอกเบ้ีย 7.5% ตอป ตอ 3 เดือน และการคดิ อัตราดอกเบ้ียตอ 6 เดอื น ดงั น้ี
วิไลจะตองชําระเงินทั้งหมดเทาใด โดยใหนักเรียนใชโปรแกรม
ธนาคารใหอตั ราดอกเบี้ย 1.2% มกี ารคดิ อัตราดอกเบย้ี r = 0.012 × 4
WebMATH ตรวจสอบคําตอบจาก http://www.webmath. ตอ 3 เดอื น ทง้ั หมด 4 คร้ัง = 0.048
ธนาคารใหอตั ราดอกเบย้ี 1.2% มกี ารคิดอัตราดอกเบ้ีย
com/simpinterest.html พรอมท้ังอภิปรายวาคําตอบสมเหตุ ตอ 6 เดือน ท้งั หมด 2 คร้งั r = 0.012 × 2
สมผลหรือไม = 0.024
หมายเหตุ : ครคู วรใหน ักเรยี นเกงและนักเรยี นออ นจบั คกู ัน T201
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน โดยที่จ�ำนวนวันใน 1 ปี สำมำรถก�ำหนดได้ 2 แบบ คอื
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ 1) การคิดดอกเบ้ียแบบธรรมดา (ordinary interest) ซึ่งจะสมมติให้จ�ำนวนวันใน 1 ปี
มี 365 วนั
1. ครใู หน ักเรยี นศกึ ษาการนับจํานวนวนั ใน 1 ป
ในหนังสือเรียน หนา 190 จากนั้นครูถาม ควำม2เ)ป ็นกจารรคงิ ิดนดนั่ อคกอื เบ1ี้ยแปบี บมแี 3ท6้จ5ริงวัน(eหxรaือct36in6teวreนั stใ)นปซอี ึ่งธจกิะสสุรมทมนิ ต1ิให้จ�ำนวนวันใน 1 ปี ตำม
คาํ ถามนกั เรียน ดังน้ี
• การคดิ ดอกเบี้ยของจํานวนวันใน 1 ป และจ�ำนวนวนั สำมำรถนบั ได้ 2 วิธี คอื
สามารถกาํ หนดไดก ีแ่ บบ
(แนวตอบ 2 แบบ คอื (1) การนบั จ�านวนวนั แบบแท้จรงิ (exact time) เป็นกำรนบั จำ� นวนวันตำมท่เี ป็นจริง ซึง่
1) การคิดดอกเบ้ียแบบธรรมดา จะรวมวนั แรกหรอื วนั สดุ ทำ้ ยวนั ใดวนั หนง่ึ เชน่ กำรนบั จำ� นวนวนั แบบแทจ้ รงิ ของกำรฝำกเงนิ ตง้ั แต่
2) การคิดดอกเบ้ียแบบแทจริง) วันที่ 10 มีนำคมถึงวันท่ี 25 พฤษภำคม ซึง่ นับได้ ดงั น้ี
• การคดิ ดอกเบ้ียแบบธรรมดาจะมีจาํ นวนวัน
ใน 1 ป ก่ีวัน มีนำคม 21 วนั (วันที่ 10 ถึงวันที่ 31)
(แนวตอบ 360 วัน)
• การคิดดอกเบ้ียแบบแทจริงจะมีจํานวนวัน เมษำยน 30 วัน
ใน 1 ป ก่ีวนั
(แนวตอบ นบั ตามความเปน จรงิ พฤษภำคม 25 วัน
น่ันคือ 1 ป มี 365 วัน หรอื 366 วัน
ในปอ ธกิ สรุ ทนิ ) รวมทั้งหมด 76 วนั
2. ครูกลาววา การคดิ ดอกเบย้ี แบบแทจ รงิ (2) การนบั จา� นวนวันแบบกะประมาณ (approximate time) เปน็ กำรนบั จำ� นวนวนั โดย
สามารถนับจํานวนวันได 2 วิธี คือ การนับ กำ� หนดให้ 1 เดอื น มี 30 วนั เทำ่ กนั ทกุ เดอื น เชน่ กำรนบั จำ� นวนแบบกะประมำณของกำรฝำกเงนิ
จํานวนวันแบบแทจริง เปนการนับจํานวนวัน ต้งั แตว่ ันที่ 10 มีนำคมถึงวันท่ี 25 พฤษภำคม ซงึ่ นับได้ 2 วิธี ดงั น้ี
ตามทเี่ ปน จรงิ ซงึ่ จะรวมวนั แรกหรอื วนั สดุ ทา ย
วนั ใดวนั หนง่ึ แลว ครถู ามวา ถา นกั เรยี นฝากเงนิ วธิ ีท่ี 1 มนี ำคม 20 วัน (วันท่ี 10 ถึงวันท่ี 30)
ตง้ั แตว นั ท่ี 12 พฤษภาคม ถงึ วนั ท่ี 20 กรกฎาคม เมษำยน 30 วัน
นกั เรยี นสามารถนบั วันแบบแทจ ริงไดอยา งไร พฤษภำคม 25 วนั
(แนวตอบ พฤษภาคม 19 วัน (วนั ที่ 12 รวมทั้งหมด 75 วนั
ถงึ วนั ที่ 31)
มถิ นุ ายน 30 วัน วธิ ีท่ี 2 วนั ท่ี 10 มีนำคม ถึง 10 พฤษภำคม เปน็ ระยะเวลำ 2 เดอื น เท่ำกับ 60 วัน
กรกฎาคม 20 วนั วนั ท่ี 11 มนี ำคม ถึง 25 พฤษภำคม เปน็ ระยะเวลำ 15 วัน
รวมทัง้ หมด 69 วนั ) รวมทง้ั หมด 75 วัน
190
นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรางเสรมิ
1 ปอ ธิกสรุ ทนิ (leap year) คอื ป 366 วัน โดยเพ่ิมวนั ท่ี 29 กุมภาพนั ธ ครูใหนักเรียนจับคู แลวชวยกันหาวา ค.ศ. เกิดของนักเรียน
และเพื่อนทีจ่ บั คู เปน ปอ ธิกสรุ ทินหรอื ไม
ข้ึนมาอีกหน่ึงวัน การใหมีปอธิกสุรทิน เพราะโลกหมุนรอบดวงอาทิตยหน่ึง หมายเหตุ : ครูควรใหน ักเรียนเกง และนักเรยี นออ นจับคกู ัน
รอบใชเวลา 365.24218... วัน ดังน้ัน จึงตองมีการปรับใหจํานวนวันตอป
ไมคลาดเคลื่อนกับวิถีการโคจร เพ่ือใหหลักการของปอธิกสุรทินมีความชัดเจน
จงึ กําหนดเปน สูตรไว ดังนี้
1. ใหเ ดอื นกมุ ภาพนั ธม ี 29 วนั ทกุ ๆ 4 ป โดยนาํ เอาป ค.ศ. หารดวย 4 ลงตวั ถือวา เปน ปอธิกสุรทนิ
2. ใหป รบั โดยถา ปห ารดว ย 100 ลงตัวใหเปน ปป กติ
3. ถาปหารดว ย 400 ลงตวั ใหป รับไปเปน ปอ ธิกสรุ ทินอีก
จากกฎเกณฑนี้ ป ค.ศ. 2000 เปน ปอ ธกิ สรุ ทิน มี 366 วัน ป ค.ศ. 1900
และ 2100 เปนปป กตทิ ีม่ ี 365 วนั
ท่ีมา : https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet2/knowledge_math/
leapyear.htm
T202
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
กำรคำ� นวณดอกเบย้ี โดยก�ำหนดให้ t มีหน่วยเปน็ วัน สำมำรถท�ำได ้ 4 แบบ ดังนี้ 3. ครกู ลา ววา การนบั จาํ นวนวนั แบบกะประมาณ
แบบที ่ 1 กำรคิดดอกเบ้ียแบบธรรมดำและกำรนับจ�ำนวนวันแบบแท้จริง ซึ่งค�ำนวณ เปนการนบั จาํ นวนวัน โดยกาํ หนดให 1 เดือน
มี 30 วัน เทากันทุกเดือน แลวครูถามวา
ได้จำก ถา นกั เรียนฝากเงินตั้งแตวนั ที่ 12 พฤษภาคม
t = จ�ำนวนวนั3แ60บบแท้จรงิ ถึงวันท่ี 20 กรกฎาคม นกั เรยี นสามารถนับวัน
แบบที่ 2 ก ำรคดิ ดอกเบยี้ แบบธรรมดำและกำรนบั จำ� นวนวนั แบบกะประมำณ ซงึ่ คำ� นวณ แบบกะประมาณไดอ ยางไร
(แนวตอบ พฤษภาคม 18 วนั (วันท่ี 12
ไดจ้ ำก ถงึ วันที่ 30)
t = จ�ำนวนวันแ3บ6บ0กะประมำณ มิถนุ ายน 30 วนั
กรกฎาคม 20 วนั
แบบท่ ี 3 ก ำรคิดดอกเบี้ยแบบแท้จริงและกำรนับจ�ำนวนวันแบบแท้จริง ซึ่งค�ำนวณ รวมท้งั หมด 68 วนั )
ได้จำก 4. ครูใหนักเรียนศึกษาการคํานวณดอกเบ้ีย
t = จ�ำนวนวนั3แ65บบแท้จรงิ หรือ t = จำ� นวนวนั3แ66บบแทจ้ รงิ โดยกาํ หนดให t มหี นว ยเปน วนั ในหนงั สอื เรยี น
หนา 191 จากนน้ั ครูถามคําถาม ดงั น้ี
แบบท่ี 4 ก ำรคดิ ดอกเบยี้ แบบแทจ้ รงิ และกำรนบั จำ� นวนวนั แบบกะประมำณ ซงึ่ คำ� นวณ • การคิดดอกเบี้ยแบบธรรมดาและการนับ
ไดจ้ ำก จํานวนวันแบบแทจริง สามารถคํานวณ
• ไก(แดานจรวาคตกิอดอบดะอtไรก=เบจ้ีํายนแวบนบวธัน3รแ6ร0บมบดแาทแจลระงิ ก)ารนับ
t = จ�ำนวนวันแ3บ6บ5กะประมำณ หรอื t = จำ� นวนวนั แ3บ6บ6กะประมำณ จาํ นวนวนั แบบกะประมาณ สามารถคาํ นวณ
กไ(แดานจรวาคตกอิดอบดะtอไร=กเจบําี้ยนแวบนบวแันทแ3บจ6บร0กิงะแปลระะกมาารณนั
ตัวอยา่ งท่ ี 5 • )
บ
ณภทั รกเู้ งนิ จากธนาคารจา� นวน 100,000 บาท เพือ่ นา� ไปลงทนุ ท�าธรุ กจิ เมอ่ื วันที่ 15 มถิ นุ ายน จํานวนวันแบบแทจริง สามารถคํานวณ
พ.ศ. 2560 โดยมกี า� หนดชา� ระคนื ในวนั ท่ ี 10 มกราคม พ.ศ. 2561 และธนาคารคดิ ดอกเบยี้ แบบ ไดจ ากอะไร
คงตน้ ในอัตรา 7.5% ต่อป ี ใหห้ าจ�านวนดอกเบ้ียทณ่ี ภัทรตอ้ งจา่ ยให้กบั ธนาคารโดยวธิ ี จt าํ=นจวนํานวันว3นแ66วบันบ3แ6แ5บทบจ แรทงิ จ) รงิ
1) คิดดอกเบี้ยแบบธรรมดาและนบั จา� นวนวันแบบแทจ้ รงิ (แนวตอบ
2) คดิ ดอกเบยี้ แบบธรรมดาและนบั จา� นวนวันแบบกะประมาณ หรือ t =
3) คิดดอกเบ้ียแบบแทจ้ ริงและนับจ�านวนวนั แบบแท้จริง
4) คิดดอกเบีย้ แบบแทจ้ รงิ และนบั จ�านวนวนั แบบกะประมาณ • การคิดดอกเบี้ยแบบแทจริงและการนับ
จาํ นวนวนั แบบกะประมาณ สามารถคาํ นวณ
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 191 ไดจากอะไร
tจาํ=นจวนํานวันวนแว3บ6ันบ6แก3บะ6บป5กระะมปารณะม)าณ
(แนวตอบ
หรอื t =
กิจกรรม 21st Century Skills ส่อื Digital
ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ ครอู าจใหน กั เรยี นตรวจสอบคาํ ตอบในการคาํ นวณดอกเบย้ี โดยใชโ ปรแกรม
ทางคณติ ศาสตร (ออน ปานกลาง และเกง ) แลวทํากิจกรรม ดังนี้
WebMATH จาก http://www.webmath.com/simpinterest.html
• ใหนกั เรียนแตละกลมุ สบื คนขอมลู เพม่ิ เติมเกยี่ วกบั
สถานการณในชวี ิตประจาํ วัน เรอ่ื ง การคิดดอกเบี้ยคงตน
• ใหนักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่ไดมาสรางเปนโจทยปญหา
พรอมท้งั แสดงวิธีทาํ อยางละเอียด
• สง ตวั แทนกลมุ ออกมานาํ เสนอขอ มลู ผา นโปรแกรม Microsoft
PowerPoint หรอื โปรแกรมนาํ เสนออนื่ ๆ ตามทน่ี กั เรยี นถนดั
T203
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน วธิ ที ำ� จากโจทย์ จะนบั จ�านวนวันแบบแท้จรงิ ได้ ดังนี้
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ พ.ศ. 2560 มถิ ุนายน 15 วัน (วันท่ี 15 ถึงวันที่ 30)
5. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 5 ในหนังสือ- กรกฎาคม 31 วนั
เรยี น หนา 191-193 แลว ยกตัวอยา งเพ่ิมเติม สิงหาคม 31 วัน
บนกระดาน ดังน้ี
กรองแกว ฝากเงนิ กับธนาคารจาํ นวน กันยายน 30 วนั
150,000 บาท เมอ่ื วนั ท่ี 10 สิงหาคม ตลุ าคม 31 วนั
พ.ศ. 2560 โดยจะถอนเงนิ ทงั้ หมดออก
ในวนั ที่ 25 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2561 และ พฤศจิกายน 30 วนั
ธนาคารคิดอัตราดอกเบยี้ แบบคงตน ธันวาคม 31 วัน
ในอตั รา 4.5% ตอ ป
จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี น 2 คน ออกมาหาจาํ นวน พ.ศ. 2561 มกราคม 10 วัน
วนั แบบแทจ รงิ และจาํ นวนวนั แบบกะประมาณ รวมทั้งหมด 209 วัน
(แนวตอบ จาํ นวนวนั แบบแทจ รงิ เทา กบั 199 วนั
จาํ นวนวนั แบบกะประมาณเทากบั 195 วนั ) และจากโจทย์ จะนบั จา� นวนวันแบบกะประมาณได้ ดังนี้
6. ครถู ามคําถามนักเรยี น ดงั นี้ พ.ศ. 2560 มถิ นุ ายน 15 วัน (วนั ท่ี 15 ถงึ วันที่ 30)
• จากโจทยท กี่ าํ หนด นกั เรยี นทราบคา ใดบา ง
(แนวตอบ เงนิ ตน P = 150,000 บาท และ กรกฎาคม 30 วัน
อัตราดอกเบย้ี r = 0.045) สงิ หาคม 30 วัน
• ใชสตู รใดในการหาดอกเบีย้ แบบคงตน
(แนวตอบ I = P × r × t ) กันยายน 30 วัน
ตุลาคม 30 วนั
พฤศจกิ ายน 30 วัน
ธันวาคม 30 วัน
พ.ศ. 2561 มกราคม 10 วัน
รวมทั้งหมด 205 วนั
1) คดิ ดอกเบ้ียแบบธรรมดาและนับจ�านวนวนั แบบแทจ้ รงิ
จากโจทย์ จะได้ P = 100,000, r = 0.075 และ t = 320690
และจากสตู ร I = P × r × t
จะได้ I = 100,000 × 0.075 × 326090
I ≈ 4,354.17
ดงั นั้น ณภทั รต้องจา่ ยดอกเบ้ียให้กับธนาคารประมาณ 4,354.17 บาท
192
สอื่ Digital กจิ กรรม สรางเสริม
ครูอาจใหนักเรียนคํานวณจํานวนวันท่ีแทจริง โดยใชโปรแกรมคํานวณวัน ครูใหน ักเรยี นจบั คู แลวชวยกนั หาวา ต้งั แตวันที่ 23 มนี าคม
พ.ศ. 2560 ถึง 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มที ง้ั หมดกี่วนั โดยใช
(Between Date Calculator) จาก http://www.thaifranchisecenter.com/ วิธีการนับวันท่ีแทจริง พรอมท้ังชวยกันตรวจสอบคําตอบที่ได
calculator/betweendate.php
โดยใชโปรแกรมคํานวณวัน (Between Date Calculator)
หมายเหตุ : ครคู วรใหน ักเรยี นเกงและนกั เรยี นออนจบั คูกนั
T204
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
2) คิดดอกเบยี้ แบบธรรมดำและนับจำ� นวนวนั แบบกะประมำณ 7. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ 4 กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั
คิดดอกเบีย้ ทกี่ รองแกว จะไดรับ ดังนี้
จำกโจทย ์ จะได้ P = 100,000, r = 0.075 และ t = 320605 • กลุมที่ 1 คิดดอกเบ้ียแบบธรรมดาและ
และจำกสูตร I = P × r × t
236050 นับจาํ นวนวันแบบแทจริง
จะได้ I = 100,000 × 0.075 × (แนวตอบ I = 150,000 × 0.045 × 136909
I ≈ 4,270.83 = 3,731.25 บาท)
ดงั น้นั ณภัทรต้องจำ่ ยดอกเบี้ยให้กับธนำคำรประมำณ 4,270.83 บำท
• กลุมที่ 2 คิดดอกเบ้ียแบบธรรมดาและ
3) คดิ ดอกเบยี้ แบบแท้จรงิ และนับจ�ำนวนวนั แบบแท้จริง นับจํานวนวันแบบกะประมาณ
320695 (แนวตอบ I = 150,000 × 0.045
จำกโจทย์ จะได้ P = 100,000, r = 0.075 และ t = = 3,656.25 บาท) × ≈139605
และจำกสูตร I = P × r × t
230659
จะได้ I = 100,000 × 0.075 × • กลุมที่ 3 คิดดอกเบี้ยแบบแทจริงและ
I ≈ 4,294.52
ดงั นนั้ ณภัทรต้องจำ่ ยดอกเบยี้ ใหก้ บั ธนำคำรประมำณ 4,294.52 บำท นับจํานวนวันแบบแทจ รงิ
(แนวตอบ I = 150,000 × 0.045 × ≈139695
4) คดิ ดอกเบีย้ แบบแทจ้ รงิ และนบั จำ� นวนวันแบบกะประมำณ ≈ 3,680.14 บาท)
326055
จำกโจทย์ จะได้ P = 100,000, r = 0.075 และ t = • กลุมที่ 4 คิดดอกเบี้ยแบบแทจริงและ
และจำกสตู ร I = P × r × t
326055 นบั จํานวนวนั แบบกะประมาณ
จะได ้ I = 100,000 × 0.075 × (แนวตอบ I = 150,000 × 0.045 × ≈136955
I 4,212.33 ≈ 3,606.16 บาท)
≈
ดงั นน้ั ณภทั รตอ้ งจ่ำยดอกเบี้ยให้กับธนำคำรประมำณ 4,212.33 บำท
ลองทําดู ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
วิทยำกเู้ งินจำกธนำคำรจ�ำนวน 200,000 บำท เพอ่ื น�ำไปดำวนห์ อ้ งชุดหอ้ งหนึง่ เมอื่ วนั ท่ ี 7 ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
กรกฎำคม พ.ศ. 2560 โดยมีกำ� หนดชำ� ระคืนในวนั ท่ ี 20 มนี ำคม พ.ศ. 2561 และธนำคำร หนา 193 และแบบฝก ทกั ษะ 4.1 ขอ 4. ในหนงั สอื -
คดิ ดอกเบยี้ แบบคงตน้ ในอตั รำ 12% ตอ่ ป ี ใหห้ ำจำ� นวนดอกเบย้ี ทวี่ ทิ ยำตอ้ งจำ่ ยใหก้ บั ธนำคำร เรยี น หนา 198 จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลย
โดยวธิ ี คาํ ตอบบนกระดาน โดยครแู ละนกั เรยี นในชนั้ เรยี น
1) คดิ ดอกเบี้ยแบบธรรมดำและนับจ�ำนวนวนั แบบแทจ้ ริง รวมกันตรวจสอบความถกู ตอ ง
2) คิดดอกเบย้ี แบบธรรมดำและนบั จำ� นวนวันแบบกะประมำณ ฝกทําตอ
3) คิดดอกเบีย้ แบบแท้จริงและนบั จำ� นวนวันแบบแทจ้ รงิ
4) คดิ ดอกเบยี้ แบบแทจ้ ริงและนับจำ� นวนวนั แบบกะประมำณ แบบฝกทกั ษะ 4.1
ขอ 4
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 193
กจิ กรรม สรา งเสริม บูรณาการอาเซียน
ครใู หนักเรยี นจับคู แลว ชวยกนั วเิ คราะหส ถานการณ ดงั น้ี การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในหนวยการเรียนรูที่ 4 ดอกเบ้ียและ
ถา กเู งนิ จาํ นวน 500,000 บาท กบั ธนาคารเพือ่ ลงทนุ ทําธรุ กิจ มูลคาของเงิน ครูสามารถเช่ือมโยงบูรณาการความรูกบั กลุมประเทศอาเซยี นได
เมื่อวนั ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560 โดยครบกาํ หนดชาํ ระคืนในวนั ที่ โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลที่แสดงใหเห็นถึงการนําดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน
25 ตุลาคม พ.ศ. 2561 คิดอัตราดอกเบ้ียแบบคงตน 8% ตอป มาประยุกตใชท่ีเก่ียวของกับอาเซียน เชน อัตราเงินฝากประจํา 12 เดือน
ใหหาดอกเบ้ียทีต่ อ งจา ยใหก ับธนาคารโดยวธิ ี ของบัญชเี งินฝากเงินตราตางประเทศ
• คดิ ดอกเบี้ยแบบธรรมดาและนับจํานวนวนั แบบแทจ รงิ
• คิดดอกเบย้ี แบบธรรมดาและนับจํานวนวันแบบกะประมาณ สงิ คโปรม อี ตั ราเงนิ ฝากประจาํ 6 เดอื น สาํ หรบั บคุ คลธรรมดา เทา กบั 0.20%
• คิดดอกเบ้ยี แบบแทจ รงิ และนบั จํานวนวันแบบแทจ รงิ สงิ คโปรม อี ตั ราเงนิ ฝากประจาํ 12 เดอื น สาํ หรบั บคุ คลธรรมดา เทา กบั 0.25 %
• คิดดอกเบี้ยแบบแทจริงและนบั จํานวนวันแบบกะประมาณ ถา นกั เรียนเปน นักลงทุนจะเลอื กฝากประจํา 6 เดือน หรอื 12 เดอื น
พรอมทั้งวิเคราะหวา การคิดดอกเบี้ยท้ัง 4 แบบนั้น แบบใด เพราะเหตุใด
เปนประโยชนต อ ผูก แู ละผูใ หกูมากทีส่ ดุ
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรียนเกง และนักเรยี นออนจับคกู นั ที่มา : https://kasikornbank.com/th/rate/FCDHistory/FCD_
17072018.pdf
T205
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 2. ดอกเบยี้ ทบตน้ (Compound Interest)
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ ดอกเบยี้ ทบตน้ คือ ดอกเบี้ยท่ีกำ� หนดให้มกี ำรน�ำเอำดอกเบย้ี ท่ีเกิดข้ึนในแต่ละครง้ั ทมี่ กี ำรคดิ
ดอกเบยี้ ไปรวมกบั เงนิ ตน้ เพอื่ นำ� มำเปน็ เงนิ ตน้ ของงวดถดั ไป กลำ่ วคอื ถำ้ มกี ำรคดิ ดอกเบยี้ ทบตน้
1. ครูกลาววา ดอกเบ้ียทบตน คือ ดอกเบี้ยท่ี ไปเร่อื ย ๆ จะท�ำให้เงินต้นของงวดตอ่ ไปมจี ำ� นวนมำกข้ึน
กําหนดใหมีการนําเอาดอกเบี้ยท่ีเกิดขึ้นใน
แตละครั้งทมี่ กี ารคดิ ดอกเบย้ี ไปรวมกับเงินตน Investigation
เพ่ือนํามาเปนเงินตนของงวดถัดไป กลาวคือ
ถามีการคิดดอกเบี้ยทบตนไปเรื่อยๆ ทําให ใหน้ ักเรยี นตอบค�าถามตอ่ ไปน้ี
เงินตนของแตละงวดจะเพิม่ มากขึ้น ปงิ ปองตอ้ งกำรฝำกเงนิ จำ� นวน 10,000 บำท เปน็ ระยะเวลำ 3 ป ี โดยมขี ้อเสนอจำกธนำคำร
2. ครูใหนกั เรียนตอบคําถาม Investigation ใน สองแหง่ ดงั นี้
หนังสือเรียน หนา 194 จากนั้นใหนักเรียน ธนาคารอกั ษรไทยให้ดอกเบ้ีย 2% ตอ่ ป ี โดยคิดดอกเบี้ยแบบคงต้น
ธนาคารสยามไทยใหอ้ ตั ราดอกเบี้ย 2% ต่อป ี โดยคดิ ดอกเบ้ยี ทบตน้ ตอ่ ปี
รวมกันเฉลยคาํ ตอบ Investigation
1. ใหห้ ำดอกเบ้ยี และเงนิ รวมทงั้ หมดทไี่ ดร้ ับจำกธนำคำรอกั ษรไทย เมื่อฝำกครบ 3 ปี
2. ใหห้ ำดอกเบย้ี และเงนิ รวมทัง้ หมดที่ไดร้ บั จำกธนำคำรสยำมไทย เม่ือฝำกครบ 3 ปี ดงั นี้
สน้ิ ปีที ่ 1 : เงินต้น P1 = 10,000
ดอกเบ้ีย I1 = 10,000 × 2% = ...................................................
จำ� นวนเงินรวมทง้ั หมดเม่ือส้ินปีท่ี 1, A1 = P1 + I1
= 10,000 + .............................
= 10,200
สน้ิ ปีที ่ 2 : เงนิ ตน้ P2 = A1 = 10,200
ดอกเบี้ย I2 = ............................. × 2% = ...................................................
จำ� นวนเงินรวมทั้งหมดเมื่อสน้ิ ปีที่ 2, A2 = P2 + I2
= 10,200 + .............................
= ...................................................
ส้นิ ปที ่ ี 3 : เงินตน้ P3 = A2 = .............................
ดอกเบยี้ I3 = ............................. × 2% = ...................................................
จ�ำนวนเงินรวมทั้งหมดเม่อื ส้นิ ปีท่ ี 3, A3 = P3 + I3
= ...................................................
3. ธนำคำรไหนใหด้ อกเบ้ียมำกกว่ำกัน และมำกกว่ำอยู่เท่ำใด
194
เฉลย Investigation สิ้นปท ี่ 2 : เงินตน P2 = A..1..1.0...,=.2...0..1.0.0...,2×002% = ......2...0...4.......
1. จากโจทย จะได P = 10,000, r = 0.02 และ t = 3 ดอกเบีย้ = = P2 + I2
I2 = 10,200
และจากสตู รดอกเบ้ยี คงตน A = P(1 + rt) จาํ นวนเงนิ รวมทง้ั หมดเมื่อสิ้นปท ี่ 2, A2
จะได เม่ือส้นิ ปท ี่ 3 ปงปองจะมเี งินฝาก คอื 10,000[1 + (0.02)(3)] + ...2..0...4.......
= ..1...0...,.4...0...4....
= 10,000(1.06) สนิ้ ปท่ี 3 : เงินตน P3 = A..1..2.0...,=.4...0.....4.1.....0....,.×4...0..2.4..%..
= 10,600 บาท ดอกเบย้ี = = ...2...0..8......0..8....
และจะไดดอกเบ้ยี ทง้ั หมดเทากับ 10,600 - 10,000 = 600 บาท I3
ดังน้ัน ปงปองไดร ับดอกเบี้ยทง้ั หมด 600 บาท และไดร ับเงินท้งั หมด จาํ นวนเงนิ รวมทงั้ หมดเม่ือส้ินปที่ 3, A3 = P.1..03...,..+4..0...I4..3...+.....2...0...8.....0...8..
10,600 บาท =
2. สน้ิ ปท ่ี 1 : เงนิ ตน P1 = 10,000 = .1..0...,..6..1...2.....0...8..................
ดอกเบ้ีย = 10,000 × 2% = ...2...0...0....
I1 P1 + I1 3. ปง ปองไดรบั ดอกเบี้ยจากธนาคารอักษรไทยเปน เงิน 600 บาท
จาํ นวนเงินรวมท้งั หมดเม่อื ส้ินปที่ 1, A1 = 10,000 และไดรบั ดอกเบี้ยจากธนาคารสยามไทยเปนเงิน 612.08 บาท
= + ...2...0..0..... ดังนน้ั ปงปองไดรับดอกเบย้ี จากธนาคารสยามไทยมากกวา
= 10,200 และมากกวาอยู 612.08 - 600 = 12.08 บาท
T206
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
จำก Investigation จะเห็นว่ำ สำมำรถค�ำนวณเงินรวมในสำมปแี รกได ้ ดังนี้ 3. ครกู ลา ววา จาก Investigation สามารถเขียน
รปู แบบของเงินรวมในแตละปถึงสิน้ ปท่ี n ใน
เงนิ รวมในส้ินปีท ่ี 1 คือ A1 = P11001 ,,00+00 I001( 1+ +(1 01,02000)0 × 1020) กรณีทว่ั ไปได ดังนี้
= เม่อื สิ้นปท ี่ 1 จะไดเ งนิ รวม A1 = P(1 + i)
เมือ่ ส้นิ ปท่ี 2 จะไดเงินรวม A2 = A1(1 + i)
=
= P(1 + i)2
เงนิ รวมในสนิ้ ปีที่ 2 คือ A2 = P2 + I2 เมือ่ ส้นิ ปท ่ี 3 จะไดเ งินรวม A3 = AP(21(1++i)i3)
111000,,,000000000(((111 +++ 111000222000)))( 21+ +[1 01,02000)0(1 + 1200) × 1200] =
=
= เมื่อส้ินปท ่ี n จะไดเงินรวม An = An-1(1 + i )
= = P(1 + i)n
เ งนิ ร ว มในสิน้ ปที ่ ี 3 คอื A3 ==== 111 P000,,,3000 +000000 I(((3111 +++ 111022002000)))232 (1+ +[1 01,02000)0(1 + 1200)2 × 1020] จากน้ันครูถามนักเรียนวา สามารถเขียนสูตร
การหาเงินรวมแบบดอกเบ้ียทบตนไดอยา งไร
(แนวตอบ A = P(1 + i)n
โดยที่ A แทนเงินรวมท้ังหมด
ในกรณีท่วั ไป สำมำรถเขยี นรูปแบบของเงินรวมในแต่ละปีถึงสน้ิ ปที ่ี n ได้ ดงั น้ี P แทนเงนิ ตน
i แทนอตั ราดอกเบี้ยตองวด
เมือ่ สิน้ ปีที ่ 1 จะไดเ้ งินรวม A1 = P(1 + i) n แทนจาํ นวนงวดทค่ี ดิ ดอกเบยี้ ทบตน )
เม่ือสิ้นปที ี่ 2 จะไดเ้ งนิ รวม A2 = A1(1 + i) = P(1 + i)2
เมือ่ ส้นิ ปีที ่ 3 จะไดเ้ งินรวม A3 = A2(1 + i) = P(1 + i)3
︙ ︙ ︙
เม่ือสนิ้ ปีที ่ n จะได้เงินรวม An = An -1(1 + i) = P(1 + i)n
สำมำรถเขยี นเป็นสูตรกำรหำเงินรวมแบบดอกเบ้ยี ทบต้นได้ ดงั น้ี
A = P(1 + i)n
โดยท่ ี A แทนเงนิ รวมทั้งหมด (total amount)
P แทนเงนิ ตน้ (principle)
i แทนอัตรำดอกเบีย้ ตอ่ งวด (periodic interest rate)
n แทนจำ� นวนงวดทีค่ ดิ ดอกเบย้ี ทบต้น (number of periods)
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 195
กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนจับคู แลวชวยกันพิจารณาสูตรการหาเงินรวม ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกบั ดอกเบี้ยแบบทบตน จากสูตร A = P(1 + i)n
แบบดอกเบีย้ ทบตน A = P(1 + i)n นกั เรยี นคดิ วา ถาเขยี นกราฟ สามารถหาดอกเบยี้ I = A - P
ของความสัมพนั ธโ ดยให n อยใู นแกน X และ A อยใู นแกน Y
จะไดก ราฟของความสมั พันธเปนแบบใด = P(1 + i)n - P
หมายเหตุ : ครคู วรใหนักเรียนเกงและนักเรยี นออนจบั คูก นั
= P[(1 + i)n - 1]
T207
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตวั อยา่ งท ี่ 6
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ บุษบาฝากเงินท่ธี นาคารแหง่ หนึ่งเป็นจ�านวน 50,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี ธนาคารใหด้ อกเบยี้
1.6% ตอ่ ปี
4. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 6 ในหนังสือ- 1) ให้หาเงนิ รวมทง้ั หมด โดยธนาคารคิดดอกเบ้ยี ทบต้นตอ่ ปี
เรียน หนา 196 แลว ถามคาํ ถาม ดังน้ี 2) ให้หาเงินรวมทัง้ หมด โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยทบต้นทุก 3 เดือน
• จากตวั อยา ง โจทยใ หน กั เรยี นหาคา ของอะไร
(แนวตอบ 1) ใหหาเงนิ รวมท้ังหมด วิธีท�า 1) จำกโจทย์ จะได ้ P = 50,000, i = 0.016 และ n = 3
โดยธนาคารคิดดอกเบีย้ ทบตน ตอ ป และจำกสตู รดอกเบีย้ ทบตน้ A = P(1 + i)n
2) ใหห าเงนิ รวมทง้ั หมด A = 50,000(1 + 0.016)3
โดยธนาคารคดิ ดอกเบย้ี ทบตน ทกุ 3 เดือน) ดังนั้น A = 50,000(1.016)3
• จากตัวอยาง ในการหาเงินรวมท้ังหมด
โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยทบตนตอป โจทย
กําหนดคาอะไรบา ง
(แนวตอบ โจทยกาํ หนดคา P = 50,000 A ≈ 52,438.60
i = 0.016 และ n = 3)
• จากตวั อยา ง ใชส ตู รอะไรในการหาดอกเบยี้ ดงั น้ัน เมือ่ สิ้นปที ่ี 3 บุษบำจะมีเงนิ รวมทั้งหมดประมำณ 52,438.60 บำท
ทบตน
(แนวตอบ ใชสูตร A = P(1 + i)n) 2) เนอื่ งจำกธนำคำรคดิ ดอกเบ้ียทบตน้ ทกุ 3 เดอื น
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา การคิดดอกเบี้ยทบตน จะได้ว่ำ ในเวลำ 1 ป ี จะมกี ำรคดิ ดอกเบี้ยทบตน้ ทงั้ หมด 4 ครง้ั
ทกุ 3 เดอื น แสดงวา ในเวลา 1 ป มีการคิด
ดอกเบยี้ ทบตนทั้งหมด 4 คร้ัง ดงั น้นั ในเวลา ดงั นั้น ในเวลำ 3 ปี จะมีกำรคดิ ดอกเบี้ยทบต้นท้งั หมด 12 ครั้ง
3 ป จะมีการคิดดอกเบ้ียทบตน ทง้ั หมด 3 × 4 จะได้ n = 12 และ i = 0.0416 = 0.004
= 12 ครั้ง นักเรยี นคดิ วาถา ในระยะเวลา 10 ป ดังนน้ั A = 50,000(1 + 0.004)12
จะมีการคิดดอกเบี้ยก่ีครง้ั
(แนวตอบ ในเวลา 1 ป มีการคิดดอกเบ้ีย A ≈ 52,453.51
ทบตนทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนน้ั ในเวลา 10 ป
จะมกี ารคดิ ดอกเบ้ียทบตน ทงั้ หมด 10 × 4 = ดงั น้ัน เมื่อสิ้นปีท่ี 3 บุษบำจะมเี งนิ รวมทั้งหมดประมำณ 52,453.51 บำท
40 ครั้ง)
ลองทําดู
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
นำ� โชคฝำกเงนิ ทธ่ี นำคำรแหง่ หนงึ่ เปน็ จำ� นวน 100,000 บำท เปน็ เวลำ
ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 196 และแบบฝก ทักษะ 4.1 ขอ 5. และขอ 9. 5 ป ี ธนำคำรใหด้ อกเบี้ย 1.65% ตอ่ ป ี ฝกทําตอ
ในหนังสือเรยี น หนา 199 จากนั้นครูสุมนกั เรยี น
ออกมาเฉลยคําตอบบนกระดาน โดยครูและ 1) ให้หำเงนิ รวมท้งั หมด โดยธนำคำรคดิ ดอกเบ้ียทบต้นต่อปี แบบฝกทักษะ 4.1
นกั เรยี นในชนั้ เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง 2) ใหห้ ำเงนิ รวมทง้ั หมด โดยธนำคำรคดิ ดอกเบย้ี ทบตน้ ทกุ เดอื น ขอ 5, 9-10
196
สอื่ Digital กิจกรรม 21st Century Skills
ครอู าจใหน กั เรยี นใชโ ปรแกรมคาํ นวณดอกเบย้ี จาก http://www.money- ครใู หน กั เรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถทาง
คณติ ศาสตร แลว ทาํ กิจกรรม ดงั นี้
chimp.com/calculator/compound_interest_calculator.htm หาคําตอบ
• ใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดอกเบี้ย
ตัวอยา งตอไปน้ี เงนิ ฝากประจําของแตละธนาคาร พรอ มทงั้ วิเคราะห
ฐานวุ ชั รต องการฝากเงินจาํ นวน 200,000 บาท เปนระยะเวลา 5 ป โดย ผลตอบแทนของแตล ะธนาคาร
ธนาคารใหอัตราดอกเบ้ีย 0.25% ตอป และคิดดอกเบี้ยทบตนตอป เมื่อครบ • ใหนักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่ไดมาสรางเปนโจทยปญหา
กําหนด ฐานุวัชรจะไดรับเงนิ รวมเทา ใด พรอมท้ังแสดงวิธีทําอยางละเอยี ด
• สง ตวั แทนกลมุ ออกมานาํ เสนอขอ มลู ผา นโปรแกรม Microsoft
PowerPoint หรอื โปรแกรมนาํ เสนออนื่ ๆ ตามทน่ี กั เรยี นถนดั
T208
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อยางที่ 7 ขนั้ สอน
ตะวนั ฝากเงินกบั ธนาคารเปน เงินจาํ นวนหนงึ่ ธนาคารใหด อกเบีย้ 1.5% ตอ ป โดยคิดดอกเบย้ี แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
แบบทบตน ตอ ป เมอ่ื สนิ้ ปท ี่ 2 ตะวนั ไดร บั เงนิ พรอ มดอกเบย้ี ทงั้ หมดเปน เงนิ จาํ นวน 103,022.50
บาท อยากทราบวา ตะวันฝากเงินไวก ับธนาคารเปน เงินจํานวนเทา ใด 1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 7 ในหนังสือ-
วธิ ีทาํ จากโจทย จะได A = 103,022.50, i = 0.015 และ n = 2 เรยี น หนา 197 จากนน้ั ครถู ามคาํ ถามเพม่ิ เตมิ
วา ถาตะวันฝากเงินไวกับธนาคารเปนเงิน
และจากสตู รดอกเบี้ยทบตน A = P(1 + i)n จาํ นวนหน่งึ ธนาคารใหด อกเบยี้ รอยละ 5 ตอป
จะได 103,022.50 = P(1 + 0.015)2 โดยคดิ ดอกเบ้ียแบบทบตน ตอป เม่ือสน้ิ ปที่ 3
ตะวันจะไดรับเงินพรอมดอกเบี้ยเปนเงิน
103,022.50 = (1.015)2P จํานวน 92,610 บาท ตะวันฝากเงินไวกับ
103,022.50 = 1.030225P ธนาคารเปนเงนิ จาํ นวนเทา ใด
• จากโจทย ใหหาคาของอะไร
P = 100,000 (แนวตอบ จากโจทย ใหหาคาของเงินตน
ดังน้นั ตะวันฝากเงนิ ไวก ับธนาคารเปน เงินจํานวน 100,000 บาท หรอื คา P)
• จากโจทย ธนาคารใหดอกเบ้ียท้ังหมด
ลองทาํ ดู ฝกทําตอ กีเ่ ปอรเซน็ ตต อป
(แนวตอบ ธนาคารใหดอกเบี้ยทั้งหมด 5%
มานะฝากเงินกับธนาคารเปนเงินจํานวนหน่ึง ธนาคารใหดอกเบี้ย แบบฝกทักษะ 4.1 ตอป)
0.5% ตอป โดยคิดดอกเบี้ยแบบทบตนตอป เมื่อส้ินปท่ี 3 มานะ ขอ 8 • จากโจทย นกั เรียนทราบคาอะไรบาง
ไดรับเงินพรอมดอกเบ้ียท้ังหมดเปนเงินจํานวน 57,881.25 บาท (แนวตอบ โจทยก ําหนดคา A = 92,610 บาท
อยากทราบวา มานะฝากเงินไวก ับธนาคารเปนเงินจาํ นวนเทา ใด i = 0.05 และ n = 3)
• จากโจทย ตะวันฝากเงินไวกับธนาคารเปน
ตัวอยางท่ี 8 เงนิ จาํ นวนทงั้ หมดเทาใด จงแสดงวธิ ที ํา
(แนวตอบ จากโจทย จะได A = 92,610
อาทิตยกูเงินจากธนาคารเปนเงินจํานวน 1,000,000 บาท เพ่ือไปลงทุนเปดรานกาแฟ โดย i = 0.05 และ n = 3
ธนาคารคิดดอกเบี้ยแบบทบตน เมอื่ ครบกาํ หนด 10 ปท ่อี าทิตยไดต กลงชําระหนไี้ วก ับธนาคาร จากสตู ร A = P(1 + i)n
อาทิตยจะตองชําระเงินท้ังหมด 2,158,925 บาท อยากทราบวาธนาคารคิดอัตราดอกเบ้ีย 92,610 = P(1 + 0.05)3
รอ ยละเทา ใดตอป 92,610 = P(1.05)3
วธิ ที ํา จากโจทย จะได A = 2,158,925, P = 1,000,000 และ n = 10 1.9125,7661025 = P
P = 80,000 บาท
และจากสูตรดอกเบีย้ ทบตน A = P(1 + i)n ดงั น้ัน ตะวันฝากเงนิ ไวก บั ธนาคารเปนเงิน
จะได 2,158,925 = 1,000,000(1 + i)10 จาํ นวนทงั้ หมด 80,000 บาท)
2.158925 = (1 + i)10
i ≈ 0.08
ดงั นน้ั ธนาคารคดิ อัตราดอกเบี้ยรอ ยละ 0.08 ตอป
ดอกเบ้ียและมูลคาของเงิน 197
กจิ กรรม สรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหน กั เรียนจับคู แลว วิเคราะหส ถานการณตอ ไปนี้ ครกู ลา วเพิ่มเติมในตวั อยา งท่ี 8 เกีย่ วกบั การแกสมการ
เอมม่ีกูเงินจากธนาคารจํานวน 300,000 บาท เพ่ือนําเงินไป 2.158925 = (1 + i)10 โดยแสดงใหน ักเรียนดอู ยางละเอยี ด ดังนี้
(1 i+)10i))11100 = (2((222.1...11155558888999922225555)))111111000
ลงทุนโดยธนาคารคิดดอกเบ้ียแบบทบตนตอป เม่ือครบกําหนด ((1 + 1+i =
8 ป เอมมี่ตองชําระเงินท้ังหมดประมาณ 643,076.64 บาท =
อยากทราบวา ธนาคารคดิ อตั ราดอกเบ้ยี รอ ยละเทาใดตอป i = - 1
หมายเหตุ : ครคู วรใหน กั เรยี นเกง และนักเรยี นออนจับคูกนั ≈ 0.08
T209
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ณลอิชงากทู้เาํ งดิน1ู จากธนาคารเปน็ เงินจ�านวน 5,000,000 บาท โดยธนาคาร ฝกทําตอ
คิดดอกเบ้ียแบบทบต้น เม่อื ครบก�าหนด 7 ปท ่ณี ิชาไดต้ กลงชา� ระหนี้
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ ไว้กับธนาคาร ณิชาจะต้องช�าระเงินทั้งหมด 9,140,196 บาท แบบฝกทกั ษะ 4.1
อยากทราบวา่ ธนาคารคดิ อตั ราดอกเบ้ียร้อยละเทา่ ใดต่อป ขอ 6
2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 8 ในหนังสือ-
เรียน หนา 197 จากน้ันครูอธิบายซ้ําอีกคร้ัง แบบฝกทักษะ 4.1
เพือ่ ใหนกั เรียนเขาใจมากย่งิ ขน้ึ
ระดบั พน้ื ฐาน
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
1. นธิ ศิ ฝำกเงนิ กบั ธนำคำรแหง หนงึ่ เปน จำ� นวน 30,000 บำท เปน เวลำ 5 ป ธนำคำรใหด อกเบย้ี
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน 1.25% ตอป โดยคิดดอกเบ้ยี แบบคงตน
หนา 197-198 และแบบฝกทักษะ 4.1 ขอ 6. 1) ใหห้ าเงนิ รวมทง้ั หมด
และขอ 8. ในหนังสือเรียน หนา 199 จากน้ัน 2) ใหห้ าดอกเบ้ยี ทไี่ ดร้ ับในเวลา 5 ป
ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลยคาํ ตอบบนกระดาน
โดยครแู ละนกั เรยี นในชน้ั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบ 2. มิกกฝ้ี ำกเงินกับธนำคำรเปนเงินจำ� นวนหน่งึ ธนำคำรใหด อกเบ้ยี 0.5% ตอ ป เมอื่ ส้ินปที่ 4
ความถกู ตอ ง มิกกไี้ ดร บั เงินพรอ มดอกเบยี้ ทง้ั หมดเปน เงินจ�ำนวน 10,150.75 บำท
1) ให้หาเงนิ ตน้ เมือ่ ธนาคารคิดดอกเบยี้ แบบคงต้น
2. ครูใหน ักเรียนทํา Exercise 4.1 เปนการบา น 2) ใหห้ าเงินต้น เมอ่ื ธนาคารคิดดอกเบ้ยี แบบทบต้นต่อป
ขน้ั สรปุ 3. พ ีระกูเงินจำกธนำคำรเปนเงินจ�ำนวน 75,000 บำท ธนำคำรคดิ ดอกเบย้ี 5% ตอป โดยคดิ
ดอกเบ้ียแบบคงตน ธนำคำรแจงวำเมือ่ ครบก�ำหนดท่พี รี ะไดต กลงไวกับธนำคำร พีระจะตอ ง
ตรวจสอบและสรปุ ชำ� ระเงนิ ท้งั หมด 93,750 บำท อยำกทรำบวำ พีระกูเ งนิ จำกธนำคำรเปน เวลำเทำใด
ครูถามคาํ ถามนักเรยี น เพื่อสรปุ ความรู เรอ่ื ง 4. ร พีกเู งินจำกธนำคำรจำ� นวน 500,000 บำท เมอ่ื วนั ท่ ี 22 สงิ หำคม พ.ศ. 2561 โดยมกี ำ� หนด
ดอกเบย้ี ดงั นี้ ชำ� ระคนื ในวนั ท่ี 16 เมษำยน พ.ศ. 2562 และธนำคำรคดิ ดอกเบีย้ แบบคงตน ในอตั รำ 6.5%
ตอป ใหหำจ�ำนวนดอกเบย้ี ทรี่ พตี อ งจำยใหก บั ธนำคำรโดยวธิ ี
• ดอกเบย้ี คงตนเปน การคิดดอกเบ้ยี 1) คิดดอกเบ้ียแบบธรรมดาและนบั จ�านวนวนั แบบแท้จริง
ลักษณะใด 2) คดิ ดอกเบี้ยแบบธรรมดาและนบั จ�านวนวันแบบกะประมาณ
(แนวตอบ เปนการคิดดอกเบ้ียท่ีกําหนด 3) คดิ ดอกเบ้ยี แบบแทจ้ รงิ และนับจ�านวนวนั แบบแท้จริง
เงินตนมีคาคงที่ตลอดระยะเวลาของการ 4) คิดดอกเบี้ยแบบแทจ้ รงิ และนับจ�านวนวนั แบบกะประมาณ
ฝากเงินหรือกูยืมเงิน ซ่ึงดอกเบ้ียเทากัน
ทกุ ป) 198
• สตู รการคํานวณดอกเบ้ยี คงตนคอื อะไร
(แนวตอบ A = P(1 + rt)
โดยที่ A แทนเงนิ รวมท้งั หมด
P แทนเงินตน
r แทนอตั ราดอกเบี้ยตอป
t แทนจาํ นวนระยะเวลาเปน ป)
นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรา งเสริม
1 กเู งนิ เปน สญั ญาอยา งหนง่ึ ซง่ึ เกดิ จากบคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ ซงึ่ เรยี กวา “ผกู ”ู ครูใหนักเรียนจบั คู แลว ปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนตอ ไปน้ี
มคี วามตอ งการจะใชเ งนิ แตต นเองมเี งนิ ไมพ อ หรอื ไมม เี งนิ ไปขอกยู มื จากบคุ คล • ปน ปน กเู งนิ จากธนาคารจาํ นวน 1,000,000 บาท เพอื่ ขยายกจิ การ
อกี คนหนงึ่ เรยี กวา “ผใู หก ”ู และผกู ตู กลงจะใชค นื ภายในกาํ หนดเวลาใดเวลาหนงึ่
การกยู มื จะมผี ลสมบรู ณก ต็ อ เมอื่ มกี ารสง มอบเงนิ ทย่ี มื ใหแ กผ ทู ย่ี มื ในการกยู มื น้ี โดยธนาคารคดิ ดอกเบ้ียแบบคงตนรอ ยละ 8 ตอ ป ใหนักเรียน
ผูใหก จู ะคดิ ดอกเบีย้ หรือไมกไ็ ด หาดอกเบ้ียที่ปนปนตองจายใหธนาคารในเวลา t = 1, 2, 3,
…, 10 ป
ตวั อยา ง นายดําตองการจะซอ้ื รถราคา 650,000 บาท แตนายดําไมมเี งิน
นายดําจึงไปขอยืมเงินจากนายแดง โดยตกลงจะใชคืนภายใน 1 ป นับตั้งแต t ป 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
วนั ทีก่ ูยมื ดังนั้น เม่อื ครบกาํ หนด 1 ปแ ลว นายดํา (ผูกู) ตองใชเ งินคืนใหแก A (บาท)
นายแดง
• นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดจ ากขอ 2 วาดกราฟแสดงความสมั พนั ธร ะหวา ง A
และ t พรอ มทัง้ อภปิ รายแนวโนมของขอมูล
หมายเหตุ : ครูควรใหนกั เรียนเกง และนักเรียนออนจบั คูกัน
T210
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
5. วนั เฉลิมฝำกเงินกบั ธนำคำรแห่งหนึง่ เป็นเงิน 250,000 บำท เปน็ เวลำ 2.5 ปี ธนำคำรให้ ขนั้ สรปุ
ดอกเบ้ยี 0.8% ตอ่ ปี
1) ใหห้ าเงินรวมทัง้ หมด ถ้าธนาคารคดิ ดอกเบ้ียทบตน้ ตอ่ ปี ตรวจสอบและสรปุ
2) ให้หาเงินรวมทัง้ หมด ถา้ ธนาคารคิดดอกเบีย้ ทบตน้ ทกุ 3 เดอื น
• ดอกเบ้ยี ทบตนเปนการคิดดอกเบย้ี
6. ยุวดีกู้เงินจำกธนำคำรเป็นเงินจ�ำนวน 400,000 บำท โดยธนำคำรคิดดอกเบ้ียแบบทบต้น ลักษณะใด
ธนำคำรแจ้งว่ำเม่อื ครบก�ำหนดทย่ี วุ ดไี ดต้ กลงไวก้ บั ธนำคำร 6 ปี ยวุ ดจี ะตอ้ งชำ� ระหน้เี ปน็ เงนิ (แนวตอบ เปนการคิดดอกเบ้ียจากงวดกอน
ทงั้ หมด 600,292 บำท อยำกทรำบว่ำธนำคำรคดิ อตั รำดอกเบ้ยี ร้อยละเทำ่ ใดตอ่ ปี รวมกับเงินตนของงวดตอไป และจะมี
การคิดดอกเบี้ยจากเงินตนงวดใหม นั่นคือ
ระดับกลาง ถามีการคิดดอกเบี้ยทบตนไปเรื่อยๆ จะ
ทาํ ใหเ งนิ ตน ของงวดตอ ไปมจี าํ นวนมากขน้ึ )
7. ปกรณฝ์ ำกเงินกับธนำคำรเปน็ เงนิ จ�ำนวน 55,000 บำท เป็นระยะเวลำ 4 ปี โดย 3 ปแี รก
ธนำคำรให้ดอกเบีย้ 0.5% ตอ่ ปี และในปีสดุ ท้ำยธนำคำรให้อตั รำดอกเบี้ยพเิ ศษ 1.2% ต่อปี • สูตรการคํานวณดอกเบี้ยทบตน คืออะไร
โดยคดิ ดอกเบยี้ แบบคงตน้ อยำกทรำบวำ่ เมอื่ สนิ้ ปที ่ี 4 ปกรณจ์ ะไดร้ บั เงนิ ฝำกเปน็ เงนิ ทง้ั หมด (แนวตอบ A = P(1 + i)n
เท่ำใด โดยที่ A แทนเงนิ รวมทง้ั หมด
P แทนเงินตน
8. ส มจิตรต้องกำรใช้เงิน 10,000,000 บำท ในอีก 5 ปีข้ำงหน้ำ จึงน�ำเงินไปฝำกธนำคำร i แทนอัตราดอกเบีย้ ตองวด
แห่งหนึง่ ซ่งึ ให้ดอกเบ้ีย 1.75% ตอ่ ปี โดยคดิ ทบต้นทกุ 6 เดือน อยำกทรำบวำ่ สมจิตรตอ้ ง n แทนจํานวนงวดท่ีคดิ ดอกเบ้ยี
นำ� เงนิ ไปฝำกธนำคำรจ�ำนวนเท่ำใด ทบตน)
9. ชูใจต้องกำรเก็บเงินเพ่ือดำวน์ห้องชุดในอีก 3 ปีข้ำงหน้ำ เป็นเงินจ�ำนวน 300,000 บำท ฝก ปฏบิ ตั ิ
โดยฝำกเงินกับธนำคำร 250,000 บำท เป็นเวลำ 3 ปี ธนำคำรให้ดอกเบ้ีย 1.3% ต่อปี
โดยคิดทบต้นทุก 3 เดือน อยำกทรำบว่ำเม่ือครบก�ำหนด 3 ปี ชูใจจะมีเงินพอท่ีจะดำวน์ ครใู หน กั เรยี นจบั คทู าํ แบบฝก ทกั ษะ 4.1 ขอ 10.
ห้องชุดหรือไม่ ในหนังสอื เรยี น หนา 199 จากนน้ั ครสู มุ นักเรยี น
ออกมาเฉลยคําตอบบนกระดาน โดยครูและ
ระดับทา้ ทาย นกั เรยี นในชนั้ เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง
10. จันจติ อ้ งกำรน�ำเงนิ 200,000 บำท ไปลงทนุ เปน็ เวลำ 4 ปี โดยมีบรษิ ัท A และบรษิ ัท B ขนั้ ประเมนิ
ยื่นขอ้ เสนอ ดงั น้ี
บรษิ ัท A : ให้อัตราดอกเบี้ย 4.5% ตอ่ ปี โดยคดิ ดอกเบี้ยทบตน้ ทุก 3 เดือน 1. ครตู รวจแบบฝก ทักษะ 4.1
บรษิ ทั B : ใหอ้ ัตราดอกเบ้ีย 4.6% ตอ่ ปี โดยคิดดอกเบย้ี ทบตน้ ทกุ 6 เดือน 2. ครตู รวจ Exercise 4.1
1) จนั จิควรจะลงทุนกบั บรษิ ทั ใดทใ่ี ห้ผลตอบแทนมากกวา่ กนั 3. ครปู ระเมินการนําเสนอผลงาน
2) เมอ่ื ลงทนุ ครบ 4 ปี บรษิ ัททัง้ สองแห่งจะใหด้ อกเบี้ยต่างกนั เทา่ ใด 4. ครสู งั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล
5. ครูสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 199 6. ครสู ังเกตความมีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
มุงมั่นในการทํางาน
ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
สาวทิ ยนาํ เงนิ 200,000 บาท ไปลงทนุ กับบรษิ ทั แหง หน่งึ โดย ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม จากการทําแบบฝก
บริษัทคิดดอกเบ้ียแบบทบตนทุกไตรมาส เม่ือส้ินปท่ี 4 สาวิทย ทักษะ 4.1 ขอ 10. ในขั้นฝกปฏิบัติ โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผล
ไดร บั เงนิ พรอ มดอกเบย้ี ทงั้ หมด 918,995 บาท อยากทราบวา บรษิ ทั จากแบบประเมินของแผนการจัดการเรยี นรใู นหนวยการเรียนรทู ี่ 4
คิดดอกเบีย้ ก่ีเปอรเซ็นตตอ ป
(เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย A = 918,995, P = 200,000 แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน
และ n = 16 ลาดบั ช่ือ – สกุล การแสดง การยอมรบั ฟงั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ท่ี ของนักเรยี น ความคดิ เหน็ คนอ่นื ตามทไ่ี ด้รบั สว่ นรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม
A = P(1 + i)n
จากสตู ร 43214321432143214321
918,995 = 200,000(1 + i)16
4.594975 = ((14.5+94i)91675)116 - 1
i = เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมนิ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ............/................./................
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
≈ 0.1 เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ดงั นน้ั บรษิ ัทคดิ ดอกเบี้ย 0.1 × 100 = 10% ตอป) ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
T211
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching) 4.2 มลู คา่ ของเงนิ (Value of Money)
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) ในชวี ติ ประจำ� วนั กำรวำงแผนเกย่ี วกบั กำรเงนิ เปน็ เรอื่ งทสี่ ำ� คญั เชน่ กำรวำงแผนเกบ็ เงนิ เพอ่ื
ซอ้ื ท่ีอยอู่ ำศยั กำรวำงแผนเก็บเงินเพ่อื ลงทุนท�ำธรุ กจิ กำรวำงแผนชวี ติ หลงั เกษียณ แต่เน่อื งจำก
ครูกลาววา ในปจจุบันการวางแผนเกี่ยวกับ มลู คำ่ ของเงนิ มกี ำรเปล่ียนแปลงตำมเวลำ ดงั นนั้ นกั เรยี นจึงตอ้ งศกึ ษำและทำ� ควำมเขำ้ ใจ เพอื่ ให้
การเงินเปนเรื่องสําคัญ เพราะมูลคาของเงิน สำมำรถน�ำไปใชว้ ำงแผนและตัดสินใจในอนำคตได้
มกี ารเปลย่ี นแปลงตามเวลา จากนน้ั ครใู หน กั เรยี น
ศึกษาเสนเวลา ในหนังสือเรียน หนา 200 แลว 1. เสน้ เวลา (Time Line)
ถามคําถาม ดงั นี้
ในกำรศกึ ษำเรอื่ งมลู คำ่ ของเงนิ ตำมเวลำ จะใหเ้ สน้ เวลำเปน็ เครอ่ื งมอื เพอื่ แสดงใหเ้ หน็ วำ่ มลู คำ่
• เสนเวลาเปนเครื่องมือแสดงใหเห็นมูลคา ของเงินในอนำคตจะเกดิ ขึน้ เม่ือใด และจำ� นวนเท่ำใด ซ่งึ เสน้ เวลำจะมีตวั เลขก�ำกับอยู่ดำ้ นบนและ
ของอะไร ด้ำนล่ำง ดงั รูป
(แนวตอบ เสนเวลาเปนเครื่องมือแสดงให
เห็นวา มูลคาของเงินในอนาคตจะเกิดขึ้น สิน้ ปที ี ่ 0 หรอื ตน้ ปที ี่ 1
เมอื่ ใด และจํานวนเทาใด) ส้ินปที ่ี 1 หรอื ตน้ ปที ี่ 2
สิน้ ปที ี่ 2 หรอื ต้นปีท ่ี 3
• จากรปู ตวั เลขดา นบนของเสน เวลา ณ เวลา 0 สนิ้ ปที ่ ี 3 หรอื ต้นปที ี่ 4
หมายถึงอะไร
(แนวตอบ เวลา 0 หมายถึง เวลาปจ จุบนั ) เวลำ 0 1 2 3 4 . . . n
1,000 1,000 1,000 1,000 1,000 . . . 1,000
• จากรปู ตวั เลขดา นบนของเสน เวลา ณ เวลา 1
หมายถงึ อะไร จำกรูป ตัวเลขด้ำนบนของเส้นเวลำแสดงถึงจุดสิ้นสุดเมื่อเวลำท่ีเกี่ยวข้อง เช่น เวลำ 0
(แนวตอบ เวลา 1 หมายถึง เวลา 1 งวด หมำยถงึ ปจั จบุ ัน เวลำ 1 หมำยถึง เวลำ 1 งวดจำกปัจจบุ ัน และเวลำ 2 หมำยถงึ เวลำ 2 งวด
จากปจจบุ นั ) จำกปัจจุบัน โดยทั่วไป งวดเวลำจะเป็นปี หรือเดือน หรือวัน เช่น ถ้ำงวดเวลำเป็นปีจะได้ว่ำ
เวลำ 1 หมำยถึง สิ้นปีที่ 1 นับจำกปัจจุบัน หรือต้นปีท่ี 2 และตัวเลขด้ำนล่ำงของเส้นเวลำ
• ถา งวดเวลาเปนป เวลา 1 หมายถงึ อะไร แสดงถงึ มูลคำ่ ของเงินท่ีเกดิ ข้นึ ณ เวลำต่ำง ๆ
(แนวตอบ งวดเวลาเปน ป เวลา 1 หมายถงึ
สิน้ ปที่ 1 นับจากปจจุบนั หรอื ตน ปที่ 2)
200
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม
ครูกลาวเพิ่มเติมเก่ียวกับความหมายของมูลคาของเงิน โดยยกตัวอยาง ครใู หน กั เรยี นจบั คู แลว ชว ยกนั วาดเสน เวลาแสดงมลู คา ของเงนิ
การลงทุนในหุน ใชแนวคิดที่วาเงินท่ีจะไดรับในวันนี้มีมูลคานอยกวาเงินท่ีจะ โดยมีสถานการณ ดังน้ี
ไดรับในอนาคต เพราะเราสามารถสรางผลตอบแทนไดจากเงินท่ีไดรับในวันน้ี
เชน เงิน 100,000 บาท ในวนั น้ี หากนําไปลงทนุ ในหนุ ไดผ ลตอบแทน 5% ตอ ป นักเรียนฝากเงิน 1,000 บาท ไวกับธนาคาร โดยธนาคารคิด
ในอกี 1 ปข า งหนา เราก็จะไดร บั เงนิ ท้งั สนิ้ 105,000 บาท แนวคดิ เรื่องมูลคา ดอกเบ้ียแบบทบตนรอ ยละ 1.5 ตอ ป เมือ่ ครบ 3 ป นกั เรยี นจะได
ของเงินตามระยะเวลาจะชวยใหเราสามารถเปรียบเทียบมูลคาของเงินในเวลา รับเงนิ รวมเทาใด
ที่แตกตา งกันไดอ ยางเหมาะสม หมายเหตุ : ครูควรใหน กั เรยี นเกงและนักเรียนออนจบั คกู นั
T212
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2. มลู คา่ ของเงนิ (Value of Money) ขน้ั สอน
มูลค่ำของเงินจะมีกำรเปลี่ยนแปลงไปตำมระยะเวลำ ดังนั้น กำรเปรยี บเทยี บคำ่ เงนิ ณ เวลำ รู้ (knowing)
ทต่ี ำ่ งกนั สำมำรถท�ำได้โดยกำรแปลงจ�ำนวนเงนิ นัน้ ๆ ให้กลบั มำเปน็ คำ่ เงินปจั จบุ ัน แลว้ จึงท�ำกำร
เปรียบเทียบคำ่ เงนิ ณ ปจั จุบนั 1. ครูใหน ักเรยี นตอบคาํ ถาม Investigation ใน
Investigation หนงั สือเรยี น หนา 201
ใหน้ ักเรยี นตอบคา� ตอบต่อไปนี้ 2. ครูใหนักเรียนรวมกันเฉลย Investigation
ตะวนั น�ำเงิน 10,000 บำท ไปลงทุนกบั บรษิ ัท A โดยได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบีย้ แบบ
ทบตน้ 2% ตอ่ ป ี ในเวลำ 1 ปี ดังน้ี แลว ถามคําถามนักเรียน ดังน้ี
• เงนิ 10,000 บาท จะเรียกวาอะไร
ปี เงินตน้ ณ ต้นปี ดอกเบย้ี ของปี เงินรวม
10,000 (แนวตอบ เงนิ 10,000 บาท เรียกวา มูลคา
0 10,000 0 10,200 ปจ จุบัน)
• เงิน 10,200 บาท จะเรยี กวาอะไร
1 10,000 200 (แนวตอบ เงนิ 10,200 บาท เรยี กวา มูลคา
ในอนาคต)
คำ่ เงนิ 10,000 บำท ณ ปจั จบุ ัน กับค่ำเงนิ 10,200 บำท เมือ่ เวลำผ่ำนไป 1 ปี นกั เรยี น 3. ครูกลา ววา มูลคา อนาคต คอื มลู คา ของเงิน
คิดวำ่ เงินสองจ�ำนวนนม้ี คี ่ำเท่ำกนั หรือไม่ เพรำะเหตุใด ในอนาคตภายใตช ว งเวลา หรอื อตั ราตอบแทน
ท่ีไดกําหนดไว ซ่ึงมีกระบวนการเริ่มจากเงิน
จำก Investigation จะเห็นว่ำ เม่ือน�ำเงินต้น 10,000 บำท ไปฝำกธนำคำรจะได้เงินรวม จํานวนหนึ่ง ณ ปจจุบัน มีคาเพิ่มมากขึ้นใน
ทงั้ หมด 10,200 บำท ในอกี 1 ปขี ้ำงหนำ้ จงึ สำมำรถเปรียบเทียบไดว้ ำ่ เงนิ 10,200 บำท ในอกี อนาคต จะเรยี กวา การทบตนของคาเงนิ ดว ย
1 ปขี ำ้ งหนำ้ จะมคี ำ่ เทำ่ กบั 10,000 บำท ณ ปจั จบุ นั ซงึ่ เงนิ 10,000 บำท จะเรยี กวำ่ มลู คา่ ปจั จบุ นั ดอกเบ้ียท่ีไดรับ จากนั้นครูถามนักเรียนวา
(present value) และเงนิ 10,200 บำท จะเรียกวำ่ มลู คา่ อนาคต (future value) มูลคาของเงินในอนาคตจะมีคามากหรือนอย
ขึน้ อยกู บั ตัวแปรใด
1) มลู ค่าอนาคต (Future Value) (แนวตอบ ขนึ้ อยกู บั ตวั แปรสองตวั แปร คอื อตั รา
ผลตอบแทน และระยะเวลา)
มูลค่ำอนำคต คือ มูลค่ำของเงินในอนำคตภำยใต้ช่วงเวลำ หรืออัตรำผลตอบแทนท่ีได้
ก�ำหนดไว้ โดยมีกระบวนกำรเร่ิมจำกเงินจ�ำนวนหนึ่ง ณ ปัจจุบัน มีค่ำเพ่ิมมำกข้ึนในอนำคต เฉลย Investigation
จะเรียกว่ำ กำรทบตน้ ของค่ำเงนิ ดว้ ยดอกเบี้ยทไ่ี ด้รบั (compounding) ซ่งึ มลู คำ่ ของเงินในอนำคต เงนิ 10,200 บาท ในอกี 1 ปข างหนา จะมีคา
จะมคี ำ่ มำกหรอื นอ้ ยขึน้ อยกู่ บั ตัวแปรสองตวั คือ อตั รำผลตอบแทน และระยะเวลำ เทากับเงิน 10,000 บาท ณ ปจ จุบัน เพราะตอง
นาํ เงนิ ตน 10,000 บาท ไปลงทนุ เปน เวลา 1 ปเ ตม็
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 201 จึงจะไดร ับเงนิ 10,200 บาท
กจิ กรรม สรางเสริม
ครใู หน ักเรียนจบั คู แลวชว ยกันอธิบายถึงมลู คาอนาคต
จากภาพ ดังน้ี
ที่มา : https://thaipublica.org/2018/03/kkp-financial-
literacy-07/
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรียนเกง และนักเรยี นออ นจบั คกู ัน
T213
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน การคา� นวณมลู คา่ อนาคต
รู้ (knowing) FV = PV(1 + i)n
4. ครกู ลา ววา สตู รทีใ่ ชในการคํานวณมลู คา โดยที่ FV แทนมูลค่ำในอนำคต (future value)
อนาคต FV = PV(1 + i)n PV แทนมลู ค่ำปจั จุบนั ของเงนิ จ�ำนวนหนง่ึ (present value)
โดยที่ FV แทนมูลคาในอนาคต i แทนอตั รำดอกเบย้ี ต่องวด (periodic interest rate)
PV แทนมูลคาปจ จบุ นั ของเงนิ n แทนจำ� นวนงวดเวลำ (number of periods)
จาํ นวนหน่ึง
i แทนอตั ราดอกเบ้ียตองวด ตวั อย่างที ่ 9
n แทนจํานวนงวดเวลา
วนั วสิ าฝากเงนิ กบั ธนาคารจา� นวน 100,000 บาท ธนาคารคดิ ดอกเบยี้ 1.5% ตอ่ ป ี โดยคดิ ดอกเบย้ี
5. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 9 ในหนังสือ- แบบทบตน้ ตอ่ ป ี อยากทราบว่าเมอ่ื ส้ินปที ่ี 5 วันวสิ าจะได้รับเงินตน้ พรอ้ มดอกเบ้ียทัง้ หมดเทา่ ใด
เรยี น หนา 202 จากนั้นครูยกตวั อยางเพม่ิ เติม วธิ ที า� พิจำรณำโดยใช้เสน้ เวลำ ดังน้ี
แลว ถามคาํ ถามนักเรยี น ดงั น้ี
0 1 2 3 4 5 i = 0.015
สมศรีฝากเงินกบั ธนาคารจาํ นวน
200,000 บาท โดยธนาคารคิดดอกเบีย้ 2% PV = 100,000
ตอ ป ธนาคารคิดดอกเบย้ี แบบทบตน ตอป
อยากทราบวา เม่ือสิ้นปท ี่ 3 สมศรีจะได จำกโจทย์ จะได้ PV = 100,000, i = 0.015 และ n = 5
รบั เงนิ พรอ มดอกเบีย้ ท้งั หมดเทา ใด และจำกสตู ร FV = PV(1 + i)n
จะได้ FV = 100,000(1 + 0.015)5
• จากโจทย กําหนดคาใดบา ง FV ≈ 107,728.40
(แนวตอบ จากโจทย กําหนดคา ดงั นน้ั เมื่อสิ้นปที ี่ 5 วนั วิสำจะได้รับเงนิ ตน้ พรอ้ มดอกเบ้ยี ประมำณ 107,728.40 บำท
PV = 200,000, i = 0.02 และ n = 3)
ลองทาํ ดู
• จากโจทย ใชสูตรใดในการหาคา ของมลู คา
ในอนาคต วนำลีฝำกเงนิ กบั ธนำคำรจำ� นวน 250,000 บำท ธนำคำรคิดดอกเบยี้ ฝกทําตอ
(แนวตอบ จากโจทย ใชส ูตร 1.25% ต่อปี โดยคิดดอกเบย้ี แบบทบตน้ ต่อป ี อยำกทรำบวำ่ เมื่อสิ้นปี
FV = PV(1 + i)n) ท่ี 7 วนำลจี ะไดร้ บั เงนิ ต้นพร้อมดอกเบยี้ ทั้งหมดเท่ำใด แบบฝก ทกั ษะ 4.2
ขอ 1
• สมศรีจะไดรับเงินพรอมดอกเบี้ยทั้งหมด
เทาใด 202
(แนวตอบ สมศรีจะไดรับเงินพรอมดอกเบ้ีย
ทั้งหมด 212,241.6 บาท)
เขา้ ใจ (Understanding)
ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 202 และแบบฝก ทกั ษะ ขอ 1. ในหนงั สือ-
เรียน หนา 205 จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมา
แสดงวิธีทําบนกระดาน โดยครูและนักเรียนใน
ชน้ั เรียนรวมกันตรวจสอบความถูกตอง
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ
ครูควรอธิบายถงึ ความสัมพนั ธร ะหวางคาของ FV กับ n วามีความสมั พนั ธ ครใู หน ักเรียนจบั คู แลวชวยกนั วาดเสนเวลาและหามลู คา
แบบเอกซโ พเนนเชยี ล ของเงนิ โดยมีสถานการณ ดงั น้ี
ฟง กชันเอกซโพเนนเชยี ล f = { (x, y)∊R × R+ ͉ y = ax, a > 0, a 1 } เดชฝากเงินกับธนาคารจํานวน 150,000 บาท ธนาคารคิด
ดอกเบี้ย 0.25% ตอป โดยคิดดอกเบี้ยแบบทบตนตอป อยาก
ขอ สงั เกต ฐานของเลขยกกาํ ลงั ตองมากกวา 0 และไมเ ทากบั 1 ทราบวา เมอ่ื ครบปท่ี 4 เดชจะไดรับเงนิ ตน พรอมดอกเบี้ยท้ังหมด
โดเมน (คา ของ x) เปน จํานวนจริง เทาใด
เรนจ (คา ของ y) เปนจํานวนจริงบวก หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรยี นเกงและนักเรียนออนจับคกู ัน
T214
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2) มลู ค่าปจั จบุ ัน (Present Value) ขนั้ สอน
มลู ค่ำปจั จุบนั คือ มลู คำ่ ของเงิน ณ ปัจจุบนั ท่ีเกิดขนึ้ ในอนำคต และมคี ำ่ เท่ำกบั จำ� นวน รู้ (knowing)
เงินจ�ำนวนหนึ่ง ณ ปัจจุบัน ซึ่งกำรหำค่ำเงินปัจจุบันมีกระบวนกำรคิดตรงกันข้ำมกำรคิดทบต้น
ซึ่งจะเป็นกำรค�ำนวณเอำดอกเบี้ยออกไปเพื่อให้เหลือเงินเริ่มต้น จะเรียกว่ำ กำรคิดลดค่ำเงิน 1. ครูใหนักเรียนศกึ ษามลู คาปจ จุบัน ในหนังสอื -
(discounting) เช่น กำรเปรียบเทยี บว่ำเงิน 1,000 บำท ณ สิ้นปที ่ี 3 กับเงนิ 1,200 บำท ณ ส้ินปี เรยี น หนา 203 แลวถามคําถามนกั เรียน ดังน้ี
ท ่ี 5 เงนิ จำ� นวนใดมคี ำ่ มำกกวำ่ กนั ซงึ่ สำมำรถคำ� นวณไดจ้ ำกกำรคดิ ลดคำ่ เงนิ เพอ่ื หำมลู คำ่ ปจั จบุ นั • มูลคา ปจจบุ นั มคี วามหมายวาอยา งไร
ของเงนิ ท้งั สองจำ� นวน แลว้ จึงน�ำมำเปรยี บเทยี บกนั (แนวตอบ มลู คา ปจ จบุ นั คอื มลู คา ของเงนิ ณ
ปจ จบุ นั ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในอนาคต และมคี า เทา กบั
การคา� นวณมลู คา่ ปัจจบุ ัน FV = PV(1 + i)n จาํ นวนเงนิ จาํ นวนหนง่ึ ณ ปจ จบุ นั ซง่ึ การหา
จำก คา เงนิ ปจ จบุ นั มกี ระบวนการคดิ ตรงกนั ขา ม
กับการคิดทบตน ซ่ึงจะเปนการคํานวณ
นำ� (1 + i)n หำรทัง้ สองข้ำงของสมกำร เอาดอกเบ้ียออกไปเพื่อใหเหลือเงินเริ่มตน
จะเรียกวา การคิดลดคาเงิน)
จะได ้ (1 F+V i)n = P(V1( 1+ +i) ni)n • นักเรียนใชสูตรใดในการคํานวณหามูลคา
ปจ จบุ ัน
PV = (1 F+V i)n (แนวตอบ ในการคํานวณมลู คาปจ จุบนั
ดงั น้นั จะใชส ูตร PV = FV(1 + i)-n หรอื (1 F+Vi)n
โดยท่ี PV แทนมูลคา ปจ จุบันของเงนิ
จํานวนหนง่ึ
หรอื PV = FV(1 + i)-n FV แทนมลู คา ในอนาคต
i แทนอัตราดอกเบี้ยตองวด
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมูลคา่ ปัจจุบันและมลู คา่ อนาคต n แทนจํานวนงวดเวลา)
มลู ค่าอนาคต
Future Value 2. ครูเขียนความสัมพันธระหวางมูลคาปจจุบัน
และมูลคาอนาคตบนกระดานเพ่ือใหนักเรียน
0 1 2 3 ... n เขาใจมากย่ิงข้ึน
3. ครยู กตวั อยางท่ี 10 ในหนังสือเรยี น หนา 204
บนกระดาน
มูลค่าปัจจบุ ัน
Present Value
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 203
กจิ กรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรยี นจับคู แลวชว ยกันวิเคราะหความสัมพนั ธร ะหวา ง ครคู วรทบทวนเกีย่ วกบั สมบตั ขิ องเลขยกกําลงั เพื่อใชใ นการพสิ จู น
มลู คา ปจ จบุ นั และมลู คา อนาคต พรอ มทง้ั ยกตวั อยา งสถานการณจ รงิ PV = FV(1 + i)-n ดังนี้
หมายเหตุ : ครคู วรใหนกั เรยี นเกงและนกั เรียนออนจับคกู ัน สมบัติเลขยกกาํ ลงั
1) am × an = am + n 2) am ÷ an = am-n เม่ือ a 0
3) (am)n = amn 4) (ab)n = an • bn 0
ba n baa1nnn
5) a-n = n am เมื่อ b 0 6) a0 = 1 เมอ่ื a
7) amn = 0
9) = เมื่อ a 8) an1 = n a
T215
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ตวั อย่างที ่ 10
รู้ (knowing) สมใจต้องการใช้เงนิ 5,000,000 บาท ในอีก 8 ปีข้างหนา้ อยากทราบวา่ ณ ปจั จุบัน สมใจ
ต้องฝากเงนิ กับธนาคารเปน็ เงนิ จ�านวนเท่าใด ถา้ ธนาคารใหด้ อกเบ้ีย 3% ตอ่ ป ี โดยคดิ ดอกเบีย้
4. ครูยกตัวอยา งเพมิ่ เตมิ แลว ถามคาํ ถาม ดงั นี้ ทบตน้ ตอ่ ปี
สมหมายตองการใชเ งนิ 10,000,000 บาท วธิ ีท�า พิจำรณำโดยใชเ้ สน้ เวลำ ดังน้ี
ในอกี 10 ปข างหนา จงึ นําเงนิ ไปฝาก
ธนาคาร ซึ่งธนาคารใหดอกเบย้ี 2.5% ตอป 0 1 2 3 4 5 6 7 8 i = 0.03
โดยคิดดอกเบ้ยี ทบตน ตอ ป อยากทราบวา PV FV
ณ ปจ จุบนั สมหมายตอ งนําเงนิ ไปฝาก
ธนาคารเปนจาํ นวนเทาใด = 5,000,000
• จากโจทย นักเรียนสามารถเขียนเสนเวลา จำกโจทย ์ จะได ้ FV = 5,000,000, i = 0.03 และ n = 8
ไดอยา งไร และจำกสูตร PV = (1 F+V i)n
(แนวตอบ
จะได ้ PV = (51, 0+0 00,.00030)8
0 1 2 3 ... 8 9 10 i = 0.025
PV ≈ 3,947,046.17 บำท
PV = 10,F0V00,000 )
• จากโจทย นักเรยี นทราบคา ใดบาง ดงั นั้น สมใจตอ้ งน�ำเงนิ ประมำณ 3,947,046.17 บำท ไปฝำกธนำคำรเพอื่ ให้ได้เงิน
(แนวตอบ FV = 10,000,000, i = 0.025 5,000,000 บำท ในอกี 8 ปีขำ้ งหนำ้
และ n = 10)
• นักเรียนสามารถหาเงินท่ีสมหมายตองนํา IT CORNER
มาฝากธนาคารไดจากสูตรใด จำกตวั อย่ำงท่ี 10 สำมำรถคำ� นวณ โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel ดงั น้ี
(PแVนว=ตอFบV(P1V+=i)-(n1)F+Vi)n หรอื 1. เลอื ก Formulas
• สมหมายตองนําเงินไปฝากธนาคารเปน 2. เลือก Financial
จาํ นวนเทาใด 3. เลอื กฟังกช์ นั PV
(แนวตอบ ประมาณ 7,811,984 บาท) โดยกำ� หนด rate = 0.03, nper = 8, pmt = 0, FV = 5,000,000 และ Type = 1
5. ครูกลา ววา การหามูลคา ปจจุบัน นกั เรยี น
สามารถใชโ ปรแกรม Microsoft Excel คาํ นวณ ลองทาํ ดู
ไดตามขั้นตอนในหนงั สอื เรียน หนา 204
โชคชยั ตอ้ งกำรใชเ้ งนิ 1,000,000 บำท ในอกี 5 ปขี ำ้ งหนำ้ อยำกทรำบวำ่ ฝกทําตอ
เขา้ ใจ (Understanding) ณ ปัจจุบัน โชคชัยต้องฝำกเงินกับธนำคำรเป็นเงินจ�ำนวนเท่ำใด
แบบฝกทกั ษะ 4.2
ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน ถ้ำธนำคำรให้ดอกเบย้ี 2.75% ต่อปี โดยคดิ ดอกเบยี้ ทบต้นตอ่ ปี ขอ 2-4
หนา 204 และแบบฝก ทักษะ ขอ 2.-4. ในหนงั สือ-
เรียน หนา 206 จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมา 204
เฉลยคําตอบบนกระดาน โดยครตู รวจสอบความ
ถูกตอ ง
สือ่ Digital ขอสอบเนน การคิด
ครูอาจใหนักเรียนตรวจสอบคําตอบในการคํานวณมูลคาปจจุบันโดยใช พรรณีตองการผลตอบแทนจากการลงทุน 200,000 บาท
ในอีก 4 ปขางหนา ถาธนาคารคิดดอกเบ้ีย 5% ตอป โดยคิด
โปรแกรมชวยคํานวณ จาก https://www.calculator.net/present-value- ดอกเบยี้ ทบตน ทกุ 4 เดอื น อยากทราบวา ณ ปจ จุบัน พรรณตี อง
calculator.html ลงทุนครงั้ นี้เปน จาํ นวนเงินเทาใด
T216 (เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย จะได FV = 200,000, i = 0.05
และ n = 4 × 3 = 12
PV = (1 F+Vi)n
จากสตู ร = (12+000,0.0050)12
≈ 111,367.48
ดงั น้นั พรรณตี อ งลงทุนครง้ั นเี้ ปนจาํ นวนเงนิ ประมาณ
111,367.48 บาท)
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน
รู้ (knowing)
ตวั อย่างท ี่ 11 ครูใหน กั เรียนศึกษาตัวอยางที่ 11 ในหนังสือ-
เรียน หนา 205 จากนัน้ ครถู ามคําถาม ดงั นี้
ถ้าพัชรตี อ้ งการผลตอบแทนในการลงทุนจ�านวน 1,000,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปีขา้ งหนา้ • ถาการลงทุนครั้งนี้ไดผลตอบแทนแบบ
โดยการลงทนุ ครั้งน้ีได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี แบบทบต้นทุก 3 เดอื น อยากทราบวา่ พชั รจี ะตอ้ ง ทบตน ทกุ เดอื น อยากทราบวา พชั รจี ะตอ งใช
ใชเ้ งนิ ลงทนุ ในปัจจุบันเทา่ ใด เงินลงทนุ ในปจ จุบนั เทา ใด
(แนวตอบ FV = 1,000,000, i
วิธที �า พจิ ำรณำโดยใช้เส้นเวลำ ดงั น้ี และ n = 5 × 12 = 60 = 01.026 = 0.005
01234 ︙ 20 i = 0.015
PV FV ดงั น้ัน พชั รีจะตองใชเงนิ ลงทนุ ในปจ จุบัน
= 1,000,000 ประมาณ 741,372.20 บาท)
จแำลกะจโจำทกยส์ ูตจระ ได้ FV =P 1V, 00=0 ,0(010 F+,V i i)=n 0 .40 6 = 0.015 และ n = 5 × 4 = 20 เขา้ ใจ (Understanding)
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
จะได้ PV = (11 ,+0 000.0,01050)20 หนา 205 และแบบฝกทักษะ ขอ 5.-6. ใน
PV ≈ 742,470.42 หนังสือเรียน หนา 206 จากน้ันครูสมุ นักเรยี น
ออกมาเฉลยคําตอบบนกระดาน โดยครู
ดงั นน้ั พัชรจี ะต้องใชเ้ งนิ ลงทนุ ในปัจจุบนั ประมำณ 742,470.42 บำท ตรวจสอบความถูกตอง
ลองทําดู 2. ครใู หน ักเรียนทํา Exercise 4.2 เปน การบาน
ถำ้ รสิ ำตอ้ งกำรผลตอบแทนในกำรลงทุนจำ� นวน 3,500,000 บำท ใน ลงมอื ทาํ (Doing)
ระยะเวลำ 4 ปีข้ำงหน้ำ โดยกำรลงทุนครั้งนี้ได้ผลตอบแทน 7.5%
ตอ่ ปี แบบทบตน้ ทกุ 6 เดอื น อยำกทรำบวำ่ รสิ ำจะต้องใช้เงนิ ลงทุน ฝกทําตอ ครใู หน กั เรยี นจบั คทู าํ ใบงานที่ 4.1 และแบบฝก
ในปัจจุบันเท่ำใด ทักษะ ขอ 7. ในหนงั สอื เรียน หนา 206 จากนน้ั
แบบฝก ทกั ษะ 4.2 ครูสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบบนกระดาน
ขอ 5-7 โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ ง
แบบฝก ทกั ษะ 4.2 ขน้ั สรปุ
ร ะดับพื้นฐาน ครถู ามคําถามนกั เรยี น เพือ่ สรุปความรู เร่อื ง
มลู คา ของเงนิ ดงั นี้
1. วิโรจน์ฝากเงินกบั ธนาคารจ�านวน 55,000 บาท ธนาคารคดิ ดอกเบ้ีย 0.75% ต่อปี โดยคิด
ดอกเบ้ียแบบทบต้นต่อปี อยากทราบว่าเม่ือส้ินปีที่ 3 วิโรจน์จะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย • มูลคาอนาคตคอื อะไร
ทงั้ หมดเทา่ ใด (แนวตอบ มูลคาของเงินในอนาคตภายใต
ชวงเวลา หรืออตั ราตอบแทนที่ไดก าํ หนดไว
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 205 โดยมีกระบวนการเร่ิมจากเงินจํานวนหนึ่ง
ณ ปจจุบัน มีคาเพ่ิมมากขึ้นในอนาคตจะ
เรียกวา การทบตนของคาเงินดวยดอกเบ้ีย
ทีไ่ ดร ับ)
กิจกรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู
ครใู หน กั เรยี นจับคู แลวชวยกันใชโ ปรแกรม Microsoft Excel ครูควรเนนยํ้ากับนักเรียนวา โจทยในตัวอยางที่ 11 กําหนด i เปนอัตรา
หาคําตอบจากโจทยตอ ไปนี้ ดอกเบยี้ ตอป แบบทบตนทกุ 3 เดือน
จะไดว า ในเวลา 1 ป จะมกี ารคดิ ดอกเบย้ี ทบตนทง้ั หมด 4 ครงั้
สาวิตรีตองการใชเงิน 6,000,000 บาท ในอีก 10 ปขางหนา ในเวลา 5 ป จะมกี ารคิดดอกเบีย้ ทบตนทง้ั หมด 5 × 4 = 20 ครั้ง
อยากทราบวา ณ ปจจุบัน สาวิตรีตองฝากเงินกับธนาคารเปน 0.406
จํานวนเงินเทาใด ถาธนาคารคิดดอกเบี้ย 2.5% ตอป โดยคิด ดังนนั้ อตั ราดอกเบีย้ ตอ งวดเทากับ = 0.015 และจํานวนงวดเวลา
ดอกเบยี้ ทบตน 3 เดอื น เทากับ 20 งวด
หมายเหตุ : ครคู วรใหน ักเรียนเกง และนกั เรยี นออนจบั คูกัน
T217
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ ใชข้ ้อมลู ตอ่ ไปน้ีตอบค�าถามขอ้ 2. - 4.
ครูถามคําถามนกั เรยี น เพื่อสรุปความรู เรอ่ื ง ธนำคำรสยำมไทยให้ดอกเบ้ีย 2.5% ตอ่ ป ี โดยคดิ ดอกเบีย้ ทบตน้ ตอ่ ปี
มูลคา ของเงนิ ดังนี้
2. เงนิ 30,000 บาท ในอกี 5 ปขี ้างหนา้ เทยี บไดก้ บั ค่าเงินปจั จบุ นั เป็นจ�านวนเทา่ ใด
• มูลคาปจจบุ ันคืออะไร 3. เงนิ 50,000 บาท ในอีก 7 ปีข้างหน้า เทยี บได้กับค่าเงนิ ปจั จุบนั เปน็ จ�านวนเทา่ ใด
(แนวตอบ มลู คา ของเงนิ ณ ปจ จบุ นั ทเี่ กดิ ขนึ้ 4. นติ ิตอ้ งการใชเ้ งิน 100,000 บาท ในอีก 3 ปีขา้ งหนา้ ให้หาคา่ เงนิ ปัจจุบนั ท่ีนติ ติ อ้ งน�าไป
ในอนาคตและมีคาเทากับจํานวนเงิน
จํานวนหน่ึง ณ ปจจุบัน ซึ่งการหาคาเงิน ฝากธนาคาร โดยไม่มกี ารถอนจนกว่าจะครบ 3 ปี
ปจจุบันมีกระบวนการคิดตรงกันขามกับ 5. จ ากขอ้ 4. ถา้ ธนาคารให้ดอกเบย้ี 2.25% ต่อป ี โดยคิดดอกเบี้ยทบตน้ ทกุ 6 เดอื น
การคิดทบตน ซ่ึงจะเปนการคํานวณเอา ใหห้ าคา่ เงนิ ปจั จุบนั ท่นี ติ ิจะน�าไปฝาก
ดอกเบี้ยออกไปเพ่ือใหเหลือเงินเริ่มตน
จะเรยี กวา การคิดลดคา เงิน) ระดบั กลาง
• การคาํ นวณมลู คา อนาคต จะคาํ นวณโดยใช 6. สชุ าตไิ ดร้ บั คา่ จา้ งจากการแสดงคอนเสริ ต์ เปน็ เงนิ 500,000 บาท และตอ้ งการนา� เงนิ ไปลงทนุ
สูตรใด กบั บรษิ ัท A ซงึ่ ให้ผลตอบแทน 7% ต่อปี โดยคดิ ดอกเบีย้ ทบตน้ ทกุ 3 เดือน อยากทราบวา่
(แนวตอบ สตู ร FV = PV(1 + i)n) ในอีก 20 ปขี ้างหนา้ เขาจะมเี งนิ รวมทัง้ หมดเท่าใด
• การคาํ นวณมลู คา ปจ จบุ นั จะคาํ นวณโดยใช ร ะดบั ท้าทาย
สูตรใด
(แนวตอบ สตู ร PV = FV(1 + i)-n 7. ส มชายและสมหญิงต้องการน�าเงินไปลงทุนกับสองบริษัท โดยสมชายเลือกลงทุนบริษัท A
หรือ PV = (1 F+Vi)n) และสมหญงิ เลอื กลงทุนบรษิ ทั B ซ่งึ ทง้ั สองบรษิ ัทมขี อ้ เสนอ ดงั นี้
• i และ n แทนความหมายวาอยา งไร อัตรำดอกเบี้ยต่อปี บริษทั A บรษิ ทั B
(แนวตอบ i แทนอตั ราดอกเบีย้ ตอ งวด กำรคิดดอกเบยี้ ทบต้น 3% 2%
n แทนจาํ นวนงวดเวลา)
ระยะเวลำ ทบตน้ ทกุ 3 เดือน ทบต้นทกุ 6 เดือน
ขนั้ ประเมนิ เงินรวมที่ได้รับท้งั หมด 5 ปี 4 ปี
1. ครตู รวจใบงานที่ 4.1 116,118.41 บำท 113,699.95 บำท
2. ครูตรวจแบบฝกทักษะ 4.2
3. ครตู รวจ Exercise 4.2 อยากทราบวา่ จา� นวนเงินตน้ ของใครมีคา่ มากกวา่ กนั
4. ครปู ระเมนิ การนําเสนอผลงาน
5. ครสู งั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล 206
6. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม
7. ครสู งั เกตความมวี นิ ัย ใฝเรยี นรู
มงุ มั่นในการทาํ งาน
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคิด
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม จากการทําใบงาน อําไพตองการผลตอบแทนจากการลงทุน 500,000 บาท
ท่ี 4.1 เรื่อง มูลคาของเงิน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบ ในอกี 10 ปข า งหนา ถา ธนาคารคดิ ดอกเบี้ย 3% ตอ ป โดยคิด
ประเมนิ ของแผนการจดั การเรยี นรใู นหนวยการเรยี นรูท่ี 4 ดอกเบีย้ ทบตนทุก 3 เดอื น อยากทราบวา ณ ปจ จุบนั อาํ ไพตอ ง
ลงทนุ ครง้ั นเ้ี ปน จาํ นวนเงินเทาใด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ (เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย จะได FV = 500,000, i = 0.03
และ n = 10 × 4 = 40
คาชีแ้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องที่ตรงกบั
ระดบั คะแนน
ลาดับ ชอื่ – สกลุ การแสดง การยอมรบั ฟงั การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ท่ี ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ คนอ่นื ตามท่ีได้รบั ส่วนรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321 PV = (1 F+Vi)n
= (15+000,0.0030)40
จากสตู ร
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน ≈ 153,278.42
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............/................./................
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ดังนัน้ อาํ ไพตองลงทนุ ครงั้ นีเ้ ปนจาํ นวนเงนิ ประมาณ
18 - 20 ดมี าก 153,278.42 บาท)
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
T218
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
4.3 คา่ รายงวด (Annuity) ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
ค่ำรำยงวด หมำยถงึ กำรจำ่ ยเงนิ หรอื ฝำกเงนิ เปน็ งวด ๆ ตดิ ตอ่ กันหลำยงวด โดยกำรจำ่ ยเงิน การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
แต่ละงวดมีระยะเวลำห่ำงเท่ำ ๆ กัน เช่น กำรซื้อสินค้ำเงินผ่อน กำรออมเงินแบบฝำกประจ�ำ
กบั ธนำคำร 1. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนพบอัตราดอกเบี้ย
มูลคำ่ ในอนำคตของเงินงวดสำมำรถแบง่ ได้เปน็ 2 กรณี คอื ในชีวติ ประจําวนั อะไรบา ง
1. เงินงวดเกดิ ขน้ึ ณ วันปลำยงวด (ordinary annuities) หมำยถงึ มลู คำ่ รวมในอนำคตของ (แนวตอบ ฝากเงินในธนาคาร กยู มื เงนิ
เงนิ งวด ซ่งึ เทำ่ กับผลรวมของเงนิ งวดแต่ละงวดทบตน้ ด้วยดอกเบี้ยตำมระยะเวลำ ผอนสินคา)
2. เงินงวดเกิดข้ึน ณ วนั ตน้ งวด (annuities due) หมำยถึง มูลค่ำรวมในอนำคตท่เี กดิ ข้นึ ณ
วนั ตน้ งวด โดยแต่ละงวดจะเกิดขน้ึ เร็วกวำ่ กรณีทีเ่ กิด ณ วนั ปลำยงวด ซึ่งมีผลท�ำให้เงนิ งวดแตล่ ะ 2. ครูอธิบายวา ในการผอนสินคาหรือฝากเงิน
งวดมกี ำรทบต้นดอกเบีย้ เพ่ิมขึ้นอกี 1 งวด ทำ� ให้มลู ค่ำรวมมคี ่ำมำกกว่ำกรณปี ลำยงวด จะมีการกําหนดจายเงินเปนงวดๆ เราจะ
เรียกวา คา รายงวด และมลู คาในอนาคตของ
Investigation เงินงวด สามารถแบงไดเปน 2 กรณี คือ
• เงินงวดเกิดขึ้น ณ วันปลายงวด หมายถึง
ใหน้ กั เรยี นตอบค�าตอบตอ่ ไปน้ี มูลคา รวมในอนาคตของเงินงวด ซึ่งเทา กับ
ชำญชัยต้องกำรออมเงินโดยกำรฝำกประจ�ำกับธนำคำรแห่งหนึ่ง โดยมีเง่ือนไขว่ำจะต้อง ผลรวมของเงินงวดแตละงวดทบตนดวย
ฝำกเงิน เดือนละ 1,000 บำท เท่ำ ๆ กันทุกเดือน และฝำกต่อเน่ืองเป็นระยะเวลำ 1 ปี โดย ดอกเบย้ี ตามระยะเวลา
ไม่มีกำรถอนเงินออก ซึ่งธนำคำรจะให้ดอกเบ้ีย 1.2% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อเดือน • เงนิ งวดเกดิ ขน้ึ ณ วนั ตน งวด หมายถงึ มลู คา
อยำกทรำบวำ่ เมื่อครบกำ� หนด 1 ปี ชำญชยั จะไดร้ ับเงินรวมท้งั หมดเท่ำใด ถ้ำพิจำรณำกรณี รวมในอนาคตทเ่ี กดิ ขึ้น ณ วนั ตนงวด โดย
แตละงวดจะเกิดข้ึนเร็วกวากรณีท่ีเกิด ณ
1) กรณเี งนิ งวดเกดิ ข้นึ ณ วันปลำยงวด วนั ปลายงวด ซง่ึ มผี ลทาํ ใหเ งนิ งวดแตล ะงวด
2) กรณีเงินงวดเกิดข้นึ ณ วนั ต้นงวด มกี ารทบตน ดอกเบย้ี เพมิ่ ขนึ้ อกี 1 งวด ทาํ ให
มลู คา รวมมีคา มากกวากรณปี ลายงวด
จำก Investigation ขอ้ 1) จะเห็นว่ำ ชำญชยั ฝำกเงินท้ังหมด 12 งวด ณ วันปลำยงวด
โดยแตล่ ะงวดสำมำรถค�ำนวณได ้ ดงั นี้
0123 . . . 10 11 12 i = 1.2% ต่อปี
1,000 1,000 1,000 = 11.22 = 0.1% ตอ่ เดือน
1,000 1,000 1,000
1,000(1 + 0.001)0
1,000(1 + 0.001)1
1,000(1 + 0.001)2
••• •••
1,000(1 + 0.001)9
1,000(1 + 0.001)10
1,000(1 + 0.001)11
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 207
เฉลย Investigation 2) พิจารณากรณีฝากเงนิ ตนงวด ตชอ าปญ ชจัยะฝเทาากกเงับนิ เ11ด.22อื น=ล0ะ.11%,00ต0อเบดาือทน
1) พ12จิ าเดรณอื นากจราณกฝี ดาอกกเงเบนิ ้ียปล1า.2ย%งวตดอ ชปา ญจะชเยั ทฝาากกบั เงนิ11.เ22ดอื =น0ล.ะ1%1,0ต0อ0เดบือาทน 12 เดอื น จากดอกเบีย้ 1.2%
เงนิ ปลายงวดที่ 1 คดิ ดอกเบย้ี ทบตน 11 คร้ัง จะไดเงินรวมเทา กบั เงินตน งวดท่ี 1 คดิ ดอกเบย้ี ทบตน 12 ครัง้ จะไดเ งนิ รวมเทา กบั
1,000(1 + 0.001)11 1,000(1 + 0.001)12
เงนิ ตนงวดท่ี 2 คิดดอกเบ้ียทบตน 11 ครง้ั จะไดเงนิ รวมเทา กับ
เงนิ ปลายงวดท่ี 2 คดิ ดอกเบย้ี ทบตน 10 คร้งั จะไดเงินรวมเทากับ 1,000(1 + 0.001)11
1,000(1 + 0.001)10
เงนิ ตนงวดท่ี 12 คดิ ดอกเบี้ยทบตน 1 ครัง้ จะไดเงนิ รวมเทากบั
เงินปลายงวดที่ 12 คิดดอกเบยี้ ทบตน 0 ครั้ง จะไดเงนิ รวมเทา กับ 1,000(1 + 0.001)1
1,000(1 + 0.001)0 ดงั นั้น เงนิ รวมท้งั หมด เทา กับ
1,000(1 + 0.001)12 + 1,000(1 + 0.001)11 + ... + 1,000(1 + 0.001)1
ดังนั้น เงนิ รวมท้งั หมด เทา กบั = 1,000(1 + 0.001)[(1 + 0.001)11 + (1 + 0.001)10 + ... + 1]
1,000(1 + 0.001)11 + 1,000(1 + 0.001)10 + … + 1,000 = 1,000(1 + 0.001) (1 + 00.0.00011)12 - 1
= 1,000[(1 + 0.001)11 + (1 + 0.001)10 + … + 1] ≈ 12,078.29 บาท T219
= 1,000 (1 + 00.0.00011)12 - 1
≈ 12,066.22 บาท
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน เงินปลายงวดท่ี 1 คดิ ดอกเบย้ี ทบต้น 11 คร้ัง จะไดเ้ งนิ รวมเท่ากับ 1,000(1 + 0.001)11
เงินปลายงวดที่ 2 คดิ ดอกเบย้ี ทบต้น 10 คร้ัง จะไดเ้ งนิ รวมเท่ากบั 1,000(1 + 0.001)10
รู้ (knowing)
︙
1. ครใู หน กั เรยี นตอบคาํ ถามใน Investigation ใน
เงนิ ปลายงวดที่ 12 คิดดอกเบี้ยทบต้น 0 คร้ัง จะไดเ้ งินรวมเทา่ กบั 1,000(1 + 0.001)0
หนังสือเรยี น หนา 207 จากนั้นครูสุมนักเรยี น ดังน้นั เงิน1รว,0ม0ท0งั้(1หม+ด0(.0F0V1A)102)+เท1,่า0ก0บั0(1 + 0.001)1 + … + 1,000(1 + 0.001)11
ออกมาเฉลยคําตอบหนาชน้ั เรียน
2. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุป เงินงวดเกิดข้ึน = 1,000[1 + (1 + 0.001) + (1 + 0.001)2 + … + (1 + 0.001)11]
ณ วันปลายงวด ในกรณีทั่วไป ถาฝากเงิน
A บาท และฝากตอ เน่อื งเปนจาํ นวน n งวด = 1,000[1(11 -- ((11 ++ 00..000011))12)]
โดยมีอตั ราดอกเบยี้ ทบตน ในแตละงวดเทา กบั = 1,000[(1 + 00.0.00011)12 - 1]
i สามารถคํานวณหาเงินรวมทั้งหมด (FVAn)
เม่ือส้ินงวดที่ n สามารถคํานวณมูลคารวม ≈ 12,066.22
ในอนาคตของเงินงวดปลายงวดไดจากสูตร ในกรณีทัว่ ไป ถา้ ฝากเงนิ A บาท และฝากต่อเนื่องเปน็ จา� นวน n งวด โดยมีอัตราดอกเบี้ย
FVAn = A (1 + ii)n - 1 ทบต้นในแตล่ ะงวดเทา่ กับ i สามารถค�านวณหาเงินรวมทั้งหมด (FVAn) เมอ่ื ส้นิ งวดท่ี n สามารถ
ค�านวณมลู ค่ารวมในอนาคตของเงินงวดปลายงวดได้ ดังนี้
FVAn = A [(1 + ii)n - 1]
จาก Investigation ข้อ 2) จะเห็นว่า ชาญชัยฝากเงินท้ังหมด 12 งวด ณ วันต้นงวด
โดยแต่ละงวดสามารถคา� นวณได้ ดังน้ี 10 11 i = 1.2% ตอ่ ปี
0123 1,000 1,000 12 = 11.22 = 0.1% ตอ่ เดอื น
...
1,000 1,000 1,000 1,000 1,000(1 + 0.001)1
1,000(1 + 0.001)2
••• •••
1,000(1 + 0.001)11
1,000(1 + 0.001)12
เงนิ ต้นงวดท่ี 1 คดิ ดอกเบีย้ ทบตน้ 12 คร้ัง จะได้เงนิ รวมเท่ากบั 1,000(1 + 0.001)12
เงินตน้ งวดท่ี 2 คิดดอกเบี้ยทบต้น 11 ครงั้ จะไดเ้ งินรวมเทา่ กบั 1,000(1 + 0.001)11
︙
เงนิ ตน้ งวดที่ 12 คดิ ดอกเบ้ียทบตน้ 1 ครง้ั จะได้เงินรวมเทา่ กบั 1,000(1 + 0.001)1
208
เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills
ครคู วรพสิ ูจนท ีม่ าของสูตร FVAn = A (1 + ii)n - 1 ดงั น้ี ครูใหน ักเรียนแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถทาง
เนือ่ งจาก FVAn = A(1 + i) + A(1 + i)2 + A(1 + i)3 + ... + A(1 + i)n คณิตศาสตร แลวทํากิจกรรม ดังน้ี
= A[(1 + i) + (1 + i)2 + (1 + i)3 + ... + (1 + i)n] • ใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับคาเงิน
= A[((11 ++ ii))n--11] รายงวด (Annuity)
= A (1 + ii)n - 1
• ใหนักเรียนแตละกลุมนําขอมูลท่ีไดมาสรางเปนโจทยปญหา
พรอมท้ังแสดงวิธที ําอยางละเอียด
• สง ตวั แทนกลมุ ออกมานาํ เสนอขอ มลู ผา นโปรแกรม Microsoft
PowerPoint หรอื โปรแกรมนาํ เสนออน่ื ๆ ตามทน่ี กั เรยี นถนดั
T220
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
รู้ (knowing)
ดังนน้ั เงินรวมท้ังหมด (FVA12) เทา่ กบั + 0.001)2 + … + 1,000(1 + 0.001)12 3. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปเงินงวดเกิดข้ึน
1,000(1 + 0.001) + 1,000(1 ณ วันตนงวด ในกรณีทั่วไป ถาฝากเงิน
= 1,000(1 + 0.001)[1 + (1 + 0.001) + … + (1 + 0.001)11] A บาท และฝากตอ เน่ืองเปนจาํ นวน n งวด
= 1,000(1 + 0.001)[1(11 -- ((11 ++ 00..000011))12)] โดยมีอตั ราดอกเบีย้ ทบตนในแตละงวดเทากบั
= 1,000(1 + 0.001)[(1 + 00.0.00011)12 - 1] i สามารถคํานวณหาเงินรวมทั้งหมด (FVAn)
≈ 12,078.29 เมื่อสิ้นงวดท่ี n สามารถคํานวณมูลคารวม
ในอนาคตของเงินงวดตนงวดได จากสูตร
ในกรณีทวั่ ไป ถ้าฝากเงนิ A บาท และฝากต่อเน่ืองเป็นจา� นวน n งวด โดยมอี ัตราดอกเบีย้ FVAn = A(1 + i) (1 + ii)n - 1
ทบตน้ ในแต่ละงวดเท่ากบั i สามารถคา� นวณหาเงินรวมท้งั หมด (FVAn) เม่ือสิ้นงวดท่ี n
4. ครูใหนักเรียนศกึ ษาตัวอยางท่ี 12 ในหนังสือ-
สามารถคา� นวณมลู ค่ารวมในอนาคตของเงนิ งวดตน้ งวดได้ ดงั นี้ เรียน หนา 209 จากนน้ั ครูถามคําถาม ดงั นี้
FVAn = A(1 + i)[(1 + ii)n - 1] • จากตัวอยาง โจทยก าํ หนดคาใดบา ง
i(แ=นว0ต.10อ22บ4โจ=ท0ย.0ก0าํ 2หนแลดะคาn A = 6,000
= 5 × 12 = 60)
ตวั อยา่ งท่ ี 12 • จากตวั อยาง ตัวแปร n มคี วามหมายวา
อยา งไร
สมศกั ดฝิ์ ากเงินกบั ธนาคารโดยฝากประจ�าทุกเดือน เดือนละ 6,000 บาททุกปลายงวดเป็นเวลา (แนวตอบ ตวั แปร n หมายถงึ จํานวนงวด
5 ปี ธนาคารใหด้ อกเบย้ี 2.4% ตอ่ ปี โดยคดิ ดอกเบย้ี ทบตน้ ทกุ เดอื น เมอื่ ครบก�าหนด 5 ปี เวลา)
สมศกั ดิจ์ ะได้รับเงนิ ทงั้ หมดเท่าใด
วิธีทา� พจิ ารณาโดยใช้เส้นเวลา ดงั น้ี • จากตัวอยาง ตวั แปร A มีความหมายวา
อยา งไร
0 1 2 3 4 . . . 60 i = 0.002 (แนวตอบ ตวั แปร A หมายถงึ เงินฝาก
6,000 6,000 6,000 6,000 . . . 6,000 แตล ะงวด)
จากโจทย์ จะได้ A = 6,000, i = 0.10224 = 0.002 และ n = 5 × 12 = 60 • จากตัวอยาง ใชสูตรใดในการคํานวณหา
เงนิ รวมทั้งหมด
และจากสตู ร FVAn = A [(1 + ii)n - 1] (แนวตอบ ใชสูตร FVAn = A (1 + ii)n - 1 )
จะได้ FVA60 = 6,000 [(1 + 00.0.00022)60 - 1]
FVA60 ≈ 382,085.22
ดังน้ัน เมื่อครบก�าหนด 5 ปี สมศักด์ิจะไดร้ บั เงนิ ทง้ั หมดประมาณ 382,085.22 บาท
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 209
กิจกรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนจับคู แลวพิจารณาวา ถานักเรียนฝากเงินกับ ครูอาจใหความรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการฝากเงินประจํา คือ การฝากเงินเขา
ธนาคารโดยฝากประจําทกุ เดือน เดือนละ 1,000 บาท เปน เวลา บญั ชขี องตนเอง โดยจะฝากคร้ังละเทา ๆ กัน ตามท่ีเราไดตกลงฝากกับธนาคาร
4 ป ธนาคารใหดอกเบ้ีย 2.5% ตอป โดยคิดดอกเบ้ียทบตน เชน ฝากเดือนละ 10,000 บาท ก็ตองฝากเดอื นละ 10,000 บาท ทกุ ๆ เดือน
ทกุ เดอื น ถานักเรียนฝากเงินปลายงวดจะไดร บั เงินทัง้ หมดเทา กบั ไปเร่ือยๆ ตามเง่ือนไขทีท่ างธนาคารไดก ําหนดเอาไว เงินฝากประจาํ มขี อดอี ยู
การฝากเงนิ ตนงวดหรอื ไม อยางไร หลายอยา ง เชน ดอกเบ้ยี สูงกวา เงนิ ฝากปกติ อีกทั้งยงั ชว ยใหเรารจู กั ประหยดั
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรียนเกง และนักเรียนออนจบั คูกัน อดออม เพราะเงินฝากประจําไมสามารถถอนไดจ นกวาจะครบกําหนด
T221
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตวั อยางที่ 13
รู้ (knowing) นําชัยฝากเงินกับธนาคารโดยฝากประจําทุกเดือน เดือนละ 1,500 บาททุกตนงวด เปนเวลา
2 ป ธนาคารใหด อกเบยี้ 1.8% ตอป โดยคดิ ดอกเบี้ยทบตนทกุ เดือน เมื่อครบกําหนด 2 ป
5. ครูใหนักเรยี นศึกษาตัวอยางท่ี 13 ในหนังสอื - นําชัยจะไดรับเงนิ ทั้งหมดเทา ใด
เรียน หนา 210 จากนั้นยกตัวอยางเพ่ิมเติม
แลวถามคาํ ถาม ดังน้ี วธิ ที าํ พจิ ารณาโดยใชเสน เวลา ดังน้ี 4 23 24 i = 0.0015
ถานําชัยฝากเงนิ กับธนาคารโดยฝากเงนิ
ประจําทุกเดอื น เดือนละ 2,000 บาท 0123
ทุกตนงวดเปน เวลา 2 ป ธนาคารให
ดอกเบย้ี 2.4% ตอ ป โดยคิดดอกเบี้ย 1,500 1,500 1,500 1,500 1,500 1,500
ทบตนทกุ เดือน เม่อื ครบกําหนด 2 ป
นาํ ชัยจะไดรับเงินทง้ั หมดเทาใด จากโจทย จะได A = 1,500, i= 1A0,(.51100210+8(1i=) +(01.00+.0010ii)51n5-แ)ล1(ะ1 n = 2 × 12 = 24
• จากตวั อยา ง โจทยกาํ หนดคา ใดบาง = 36,682.83 บาท + 00.0.0001155)24 - 1
(แนวตอบ โจทยก าํ หนดคา A = 2,000 และจากสตู ร FVA24 =
i = 0.10224 = 0.002 และ n = 2 × 12 = 24) จะได FVA24
• จากตัวอยาง ใชสูตรใดในการคํานวณหา ดงั นัน้ เมอ่ื ครบกําหนFดV2A2ป4 ≈
เงินรวมทัง้ หมด
(แนวตอบ ใชส ูตร นําชัยจะไดรบั เงนิ ทง้ั หมดประมาณ 36,682.83 บาท
FVAn = A(1 + i) (1 + ii)n - 1 )
• เม่ือครบกําหนด 2 ป นําชัยจะไดรับเงิน ลองทาํ ดู
ท้ังหมดกบี่ าท
(แนวตอบ นาํ ชยั จะไดร บั เงนิ ทงั้ หมดประมาณ 1) สุชาติฝากเงินกับธนาคารโดยฝากประจําทุกเดือน เดือนละ 7,500 บาททุกปลายงวด
49,218.60 บาท) ธนาคารใหดอกเบีย้ 1.2% ตอ ป โดยคดิ ดอกเบีย้ ทบตนทกุ เดอื น เมอ่ื ครบกาํ หนด 4 ป
สุชาติจะไดรับเงินทงั้ หมดเทา ใด
เขา้ ใจ (Understanding) 2) ธานนิ ฝากเงนิ กบั ธนาคารโดยฝากประจาํ ทกุ เดอื น เดอื นละ 2,000 บาททกุ ตน งวด เปน เวลา
3 ป ธนาคารใหด อกเบย้ี 2.4% ตอ ป โดยคดิ ดอกเบยี้ ทบตน ทกุ เดอื น ฝกทําตอ
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน เมอื่ ครบกาํ หนด 3 ป ธานินจะไดรับเงินทง้ั หมดเทา ใด แบบฝก ทักษะ 4.3
หนา 210 จากน้ันครูสมุ นักเรียนออกมาเฉลย
คําตอบหนาช้ันเรียน โดยครูตรวจสอบความ แบบฝกทกั ษะ 4.3
ถกู ตอง
ระดบั พ้ืนฐาน
2. ครใู หนักเรียนทาํ Exercise 4.3 เปนการบาน
ใชขอ มลู ตอ ไปนีต้ อบคาํ ถามขอ 1. - 2.
ธนาคารอักษรไทยใหดอกเบย้ี 3% ตอ ป โดยคดิ ดอกเบย้ี ทบตนทุกเดอื น
1. เจมสฝ ากเงนิ ทกุ เดอื น เดอื นละ 1,200 บาททกุ ตน งวด เปน เวลา 2 ป ใหห าจาํ นวนเงนิ ทง้ั หมด
ท่ีเจมสจะไดร บั เม่อื ส้ินปท่ี 1 และสนิ้ ปท ี่ 2
210
ขอสอบเนน การคดิ
นพดลฝากเงินไวก บั ธนาคาร A และธนาคาร B เปน เวลา 3 ป โดยมเี งอื่ นไขตอไปน้ี
ธนาคาร A : ฝากเงนิ จํานวน 72,000 บาท ธนาคารใหด อกเบ้ีย 2.5% โดยคิดดอกเบีย้ ทบตน ทกุ 3 เดือน
ธนาคาร B : ฝากประจําทุกเดือน เดอื นละ 2,000 บาท ทุกตน งวด ธนาคารใหด อกเบ้ยี 1.5% โดยคดิ ดอกเบ้ยี ทบตนทกุ เดอื น
เมอื่ ครบกําหนด นพดลจะไดรับเงินพรอมดอกเบีย้ กบั ธนาคารใดมากกวา กนั และมากกวาเทาใด
จากโจทย ธนาคาร B จะได A = 2,000, i = 0.10215 = 0.00125
(เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย ธนาคาร A จะได PV = 72,000 และ n = 3 × 12 = 36
0.0425 = จากสูตร FVA36 = A(1 + i) (1 + ii)n - 1
i = จากสูตร 0.00625 และ n = 3 × 4 = 12 = 2,000(1 + 0.00125) (1 + 00.0.000112255)36 - 1 ≈ 73,690
FV = PV(1 + i)n
= 72,000(1 + 0.00625)12
≈ 77,590
น่ันคือ เมอ่ื ครบกาํ หนด 3 ป นพดลจะไดรับเงนิ ทั้งหมด น่ันคือ เม่ือครบกาํ หนด 3 ป นพดลจะไดรบั เงินทงั้ หมดประมาณ
ประมาณ 77,590 บาท 73,690 บาท
T222 ดงั น้ัน เมอื่ ครบกําหนด 3 ป นพดลจะไดรับเงินพรอมดอกเบีย้ กบั ธนาคาร A มากกวาธนาคาร B
เทา กับ 77,590 - 73,690 = 3,900 บาท)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2. เจมส์ฝากเงนิ ทุกเดอื น เดอื นละ 2,000 บาททกุ ปลายงวด เปน็ เวลา 3 ปี เขาจะได้รับเงนิ ขนั้ สอน
ทั้งหมดเทา่ ใด
ลงมอื ทาํ (Doing)
ร ะดับกลาง
ครูใหนกั เรยี นทํากิจกรรมตอ ไปนี้
3. ต ะวนั ฝากเงนิ กบั ธนาคารแหง่ หนงึ่ ทกุ ตน้ เดอื น เปน็ เวลา 12 ป ี ธนาคารใหด้ อกเบยี้ 3.6% ตอ่ ปี 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละ
โดยคิดดอกเบ้ียทบต้นทกุ เดอื น ถ้าสนิ้ ปีท ่ี 12 ตะวนั อยากมีเงนิ รวมทง้ั หมด 200,000 บาท
เขาจะตอ้ งฝากเงนิ เดือนละเท่าใด ความสามารถทางคณติ ศาสตร
2. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันทําใบงานที่ 4.2
ระดับทา้ ทาย
และแบบฝกทักษะ 4.3 ในหนงั สอื เรียน หนา
4. นศุ ราทา� สญั ญาเช่าตึกแถวเป็นรายป ี เป็นเวลา 5 ปี โดยมีค่าเช่างวดละ 180,000 บาท อตั รา 210-211 แลวแลกเปลี่ยนความรูภายในกลุม
ดอกเบีย้ เทา่ กับ 5% ต่อป ี ทบตน้ ทกุ ปี และสนทนาซกั ถามจนเปน ท่ีเขาใจรวมกัน
3. ครูสุมนักเรียนออกมาแสดงวิธีทําบนกระดาน
1) ถา้ มกี ารกา� หนดใหจ้ า่ ยคา่ เชา่ งวดแรกทนั ทที ม่ี กี ารทา� สญั ญา นน่ั คอื จา่ ยทกุ ตน้ งวด ใหห้ า โดยครแู ละนกั เรยี นในชน้ั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบ
คา่ เช่ารวมท้งั หมด ความถกู ตอง
2) ถา้ มกี ารกา� หนดใหจ้ า่ ยคา่ เชา่ ในวนั ครบกา� หนดสญั ญาของทกุ ป ี นนั่ คอื จา่ ยทกุ ปลายงวด
ใหห้ าค่าเช่ารวมทงั้ หมด
3) ถา้ นกั เรยี นเปน็ ผเู้ ชา่ นกั เรยี นจะเลอื กจา่ ยคา่ เชา่ วธิ ใี ด และถา้ นกั เรยี นเปน็ ผใู้ หเ้ ชา่ นกั เรยี น
จะเลือกเก็บค่าเชา่ วิธีใด
3 Self-Check
หลงั จากเรยี นจบหน่วยนแ้ี ลว้ ให้นักเรยี นบอกสญั ลักษณท์ ตี่ รงกบั ระดับความสามารถของตนเอง
ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
1. ส ามารถหาเงนิ รวมทงั้ หมด เงนิ ตน้ อตั ราดอกเบยี้
ระยะเวลาแบบอตั ราดอกเบยี้ คงตน้ และดอกเบยี้ ทบตน้ ได้
2. สามารถหามูลค่าปจั จบุ นั และมลู ค่าอนาคตได้
3. สามารถเปรียบเทยี บคา่ เงินในเวลาที่ตา่ งกันได้
4. สามารถหาเงนิ รวมทงั้ หมดจากคา่ รายงวดกรณตี น้ งวดและ
ปลายงวดได้
ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน 211
กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครใู หน ักเรียนจบั คู แลว ชวยกนั ตอบคําถามจากโจทยตอไปน้ี ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การซอื้ สนิ คา เงนิ ผอ น คอื ผซู อื้ สนิ คา กจ็ ะสามารถ
ทวีศักดิ์วางแผนเก็บเงินเพ่ือใหมีเงินจํานวน 400,000 บาท ทยอยชําระเงินคาสินคาทีละงวด ไดทําใหผูซื้อไมตองเสียเงินจํานวนมากใน
ครั้งเดียว สวนผูขายสินคาก็จะไดรับผลประโยชนจากการทยอยชําระเงิน
ในอีก 5 ปข างหนา โดยฝากเงินกบั ธนาคารทกุ เดอื น ทางธนาคาร คา สินคา ดว ยการคิดดอกเบ้ียกบั ผซู ื้อ
จะใหดอกเบ้ียรอยละ 6 ตอป และคิดดอกเบ้ียทบตนทุกเดือน
อยากทราบวาทวีศักดิ์ควรฝากเงินกับธนาคารเดือนละเทาใด
เพือ่ ใหมเี งนิ ครบตามจํานวนทีต่ องการ
หมายเหตุ : ครูควรใหน ักเรียนเกง และนักเรยี นออ นจับคกู ัน
T223
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ สรปุ แนวคดิ หลกั
1. ครูใหนักเรียนศึกษา “สรุปแนวคิดหลัก” ใน ดอกเบย้ี และมลู คา ของเงนิ
หนังสือเรียน หนา 212 จากน้ันใหนักเรียน
นําความรูที่ไดมาเขียนเปนผังมโนทัศนหนวย 1. ดอกเบยี้ คงตน้ คือ ดอกเบี้ยที่กำ� หนดใหเ้ งนิ ต้นมคี ่ำคงทีต่ ลอดระยะเวลำของกำรฝำกเงนิ
การเรียนรูท่ี 4 ดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน หรือกำรก้ยู ืมเงนิ ซึ่งดอกเบ้ียดังกล่ำวจะมคี ำ่ เท่ำกนั ทุกปี โดยสำมำรถคำ� นวณได้จำก
ลงในกระดาษ A4 ตกแตง ใหส วยงาม เมื่อทํา A = P(1 + rt)
เสร็จแลว นําสงครูเพอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอง
โดยที ่ A แทนเงนิ รวมท้งั หมด (total amount)
P แทนเงนิ ตน้ (principle)
I แทนดอกเบย้ี (interest)
r แทนอตั รำดอกเบี้ยตอ่ ป ี (annual interest rate)
t แทนจำ� นวนระยะเวลำเป็นปี (time)
2. กำรค�ำนวณดอกเบยี้ โดยกำ� หนดให ้ t มหี นว่ ยเปน็ วัน สำมำรถทำ� ได้ 4 แบบ ดังน้ี
แบบท ่ี 1 กำรคิดดอกเบย้ี แบบธรรมดำและกำรนบั จ�ำนวนวนั แบบแท้จริง ซึ่งค�ำนวณไดจ้ ำก
t = จา� นวนวนั3แ60บบแทจ้ รงิ
แบบท ี่ 2 กำรคิดดอกเบ้ียแบบธรรมดำและกำรนับจ�ำนวนวันแบบกะประมำณ ซ่ึงค�ำนวณได้
จำก
t = จ�านวนวันแ3บ6บ0กะประมาณ
แบบท ่ี 3 กำรคดิ ดอกเบี้ยแบบแทจ้ ริงและกำรนบั จำ� นวนวนั แบบแทจ้ รงิ ซึ่งค�ำนวณไดจ้ ำก
t = จ�านวนวนั3แ65บบแท้จริง หรือ t = จา� นวนวนั3แ66บบแทจ้ รงิ
แบบท ่ี 4 กำรคดิ ดอกเบยี้ แบบแทจ้ รงิ และกำรนบั จำ� นวนวนั แบบกะประมำณ ซง่ึ คำ� นวณไดจ้ ำก
t = จ�านวนวันแ3บ6บ5กะประมาณ หรือ t = จา� นวนวนั แ3บ6บ6กะประมาณ
212
บูรณาการอาเซียน ขอสอบเนน การคดิ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในหนวยการเรียนรูที่ 4 ดอกเบ้ียและ นักลงทุนรายหนึ่งซื้อหุนกูอายุ 10 ป โดยท่ีนักลงทุนตองการ
มลู คา ของเงิน ครูสามารถเชอื่ มโยงบูรณาการความรูกับกลมุ ประเทศอาเซยี นได ผลตอบแทนคืนทั้งหมดเม่ือครบกําหนด 10 ป เปนจํานวนเงิน
โดยใหนักเรียนสืบคนขอมูลที่แสดงใหเห็นถึงการนําดอกเบ้ียและมูลคาของเงิน 450,000 บาท ถาผูออกหุนกูใหผลตอบแทน 5% ตอป โดยคิด
มาประยุกตใชท่ีเกี่ยวของกับอาเซียน เชน ธนาคารในประเทศไทยแหงหน่ึง ดอกเบี้ยแบบคงตน นักลงทุนควรจะลงทุนซื้อหุนกูเปนจํานวน
ใหอ ัตราดอกเบยี้ บญั ชีเงินฝากเงินตราตา งประเทศ (รอ ยละตอป) ของนิตบิ ุคคล เทา ใด
ที่อยใู นประเทศไทย ของสกุลเงินประเทศอนิ โดนเี ซีย ดังนี้
(เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย จะได A = 450,000, r = 0.05
ฝากประจํา อัตราดอกเบ้ีย และ t = 10 ตองการหาคาของ P
ทุกเดือน 1.15
1.25 จากสตู ร ดอกเบี้ยคงตน A = P(1 + rt)
3 1.4 450,000 = P[1 + 0.05(10)]
6 1.5 450,000 = P(1.5)
9 1.6 P = 300,000
12
ดังนนั้ นกั ลงทุนควรจะลงทนุ ซอ้ื หนุ กเู ปน จํานวน
ทีม่ า : https://www.scb.co.th/content/dam/scb/personal-banking/ 300,000 บาท)
Trates-fees/foreign-cash-deposit/fcd-rates/fcd-rates.pd
224
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
3. ดอกเบย้ี ทบตน้ คอื ดอกเบยี้ ทกี่ า� หนดใหม้ กี ารนา� เอาดอกเบยี้ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในแตล่ ะครง้ั ทม่ี กี ารคดิ ขนั้ สรปุ
ดอกเบย้ี ไปรวมกบั เงินต้นเพื่อน�ามาเปน็ เงินตน้ ของงวดถัดไป โดยสามารถค�านวณไดจ้ าก
A = P(1 + i)n 2. ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
โดยที่ A แทนเงนิ รวมทง้ั หมด (total amount) นักเรยี น ดังนี้
P แทนเงนิ ต้น (principle) • ดอกเบ้ียคงตนกับดอกเบ้ียทบตนมีความ
i แทนอัตราดอกเบีย้ ตอ่ งวด (periodic interest rate) แตกตา งกันอยา งไร
n แทนจ�านวนงวดท่ีคิดดอกเบี้ยทบตน้ (number of periods) (แนวตอบ ดอกเบ้ียคงตนจะมีเงินตนเปน
คา คงทตี่ ลอด แตด อกเบยี้ ทบตน จะมเี งนิ ตน
4. มูลค่าอนาคต คือ มูลค่าของเงินในอนาคตภายใต้ช่วงเวลา หรืออัตราผลตอบแทนที่ได้ ของงวดตอ ไปมีจํานวนมากขน้ึ )
ก�าหนดไว้ โดยมกี ระบวนการเรม่ิ จากเงินจ�านวนหนึ่ง ณ ปัจจบุ นั มีคา่ เพิ่มมากข้ึนในอนาคต • มูลคา อนาคตคืออะไร
จะเรียกวา่ การทบตน้ ของคา่ เงินด้วยดอกเบี้ยท่ีได้รับ โดยสามารถค�านวณไดจ้ าก (แนวตอบ มูลคาของเงินในอนาคตภายใต
FV = PV(1 + i)n ชว งเวลา หรอื อตั ราตอบแทนทไ่ี ดก ําหนดไว
โดยท่ี FV แทนมลู ค่ารวมในอนาคต (future value) ซึ่งมีกระบวนการเริ่มจากเงินจํานวนหนึ่ง
PV แทนมลู ค่าปัจจุบนั ของเงนิ จา� นวนหน่ึง (present value) ณ ปจจุบัน มีคาเพ่ิมมากข้ึนในอนาคตจะ
i แทนอัตราดอกเบ้ยี ตอ่ งวด (periodic interest rate) เรียกวา การทบตนของคาเงินดวยดอกเบ้ีย
n แทนจา� นวนงวดเวลา (number of periods) ทีไ่ ดร บั )
• มลู คาปจ จุบันคืออะไร
5. มูลคา่ ปจั จุบนั คอื มูลคา่ ของเงิน ณ ปจั จบุ นั ทเี่ กิดข้นึ ในอนาคตและมคี ่าเทา่ กับจา� นวนเงนิ (แนวตอบ มลู คา ของเงนิ ณ ปจ จบุ นั ทเี่ กดิ ขน้ึ
จ�านวนหน่งึ ณ ปจั จบุ ัน ซึ่งการหาค่าเงนิ ปัจจบุ นั มีกระบวนการคิดตรงกนั ขา้ มการคดิ ทบตน้ ในอนาคตและมีคาเทากับจํานวนเงิน
ซง่ึ จะเปน็ การคา� นวณเอาดอกเบย้ี ออกไปเพอื่ ใหเ้ หลอื เงนิ เรมิ่ ตน้ จะเรยี กวา่ การคดิ ลดคา่ เงนิ จํานวนหน่ึง ณ ปจจุบัน ซ่ึงการหาคาเงิน
โดยสามารถคา� นวณไดจ้ าก ปจจุบันมีกระบวนการคิดตรงกันขามกับ
PV = (1 F+V i)n หรือ PV = FV(1 + i)-n การคิดทบตน ซ่ึงจะเปนการคํานวณเอา
โดยที่ FV แทนมูลคา่ รวมในอนาคต (future value) ดอกเบ้ียออกไปเพ่ือใหเหลือเงินเร่ิมตน
PV แทนมลู คา่ ปจั จบุ ันของเงนิ จา� นวนหน่งึ (present value) จะเรียกวา การคดิ ลดคาเงิน)
i แทนอตั ราดอกเบ้ยี ต่องวด (periodic interest rate) • การคาํ นวณมลู คา อนาคต จะคาํ นวณโดยใช
n แทนจา� นวนงวดเวลา (number of periods) สูตรอะไร
(แนวตอบ สตู ร FV = PV(1 + i)n)
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน 213 • การคาํ นวณมลู คา ปจ จบุ นั จะคาํ นวณโดยใช
สตู รอะไร
(แนวตอบ =สตู FรV(P1V+=i)-(n1) F+Vi)n
หรือ PV
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
นาย ก ฝากเงินกับธนาคาร 300,000 บาท โดยธนาคาร ครูอาจอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนทางการเงิน (fifinancial invest-
ใหดอกเบ้ีย 12% ตอป และคิดดอกเบี้ยทบตนทุก 3 เดือน
อยากทราบวาเมอ่ื สนิ้ ป นาย ก จะไดเ งนิ ตน พรอ มดอกเบ้ียเปน เงนิ ments) หมายถงึ การทผ่ี ลู งทนุ นาํ เงนิ ทม่ี อี ยไู ปซอ้ื หลกั ทรพั ยต า งๆ ซงึ่ หลกั ทรพั ย
เทาใด ดงั กลา วกอ ใหเ กดิ รายไดก บั ผลู งทนุ นนั้ ซง่ึ การลงทนุ ทางการเงนิ โดยทว่ั ไปมกั จะ
ทําผา นกลไกของตลาดการเงนิ วัตถุประสงคข องการลงทนุ ทางการเงนิ เพอ่ื จะ
(เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย จะได P = 300,000, r = 0.03 ไดรับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบของดอกเบ้ีย (interest) เงินปนผล
และ n = 4 ตองการหาคาของ A
dividend) กําไรจากการซื้อขายหุน (capital gain) และสิทธิพิเศษอื่นๆ
จากสูตร ดอกเบ้ยี ทบตน A = P(1 + i)n
= 300,000(1 + 0.03)4 กลาวโดยสรุปก็คือ มุงผลตอบแทนจากการใชทุนในรูปแบบของผลตอบแทน
= 300,000(1 + 0.03)4
≈ 337,652.64 ทางการเงิน (monetary return)
ดงั น้ัน เมื่อสิน้ ป นาย ก จะไดเ งนิ ตน พรอ มดอกเบี้ยเปนเงิน T225
ประมาณ 337,652.64 บาท)
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สรปุ 6. เ งินงวดเกดิ ข้นึ ณ วนั ปลำยงวด (ordinary annuities) หมำยถึง มลู ค่ำรวมในอนำคตของ
เงนิ งวด ซง่ึ เทำ่ กบั ผลรวมของเงนิ งวดแตล่ ะงวดทบตน้ ดว้ ยดอกเบยี้ ตำมระยะเวลำ โดยสำมำรถ
• คางวดหมายถึงอะไร ค�ำนวณได้จำก
(แนวตอบ การจายเงินหรือฝากเงินเปน
งวดๆ ตดิ ตอกนั หลายงวด โดยการจายเงิน FVAn = A [(1 + i)in - 1]
แตละงวดมีระยะเวลาหา งเทาๆ กนั )
โดยท่ ี FV แทนมูลคำ่ รวมในอนำคต ณ งวดที่ n (Future Value of Annuity at n periods)
• เงินงวดเกิดข้ึน ณ วันปลายงวด หมายถึง A แทนเงินงวดแตล่ ะงวด (Annuity)
อะไร i แทนอตั รำดอกเบี้ยต่องวด (periodic interest rate)
(แนวตอบ เงินงวดเกิดข้ึน ณ วันปลายงวด n แทนจำ� นวนงวดเวลำ (number of periods)
หมายถึง มูลคารวมในอนาคตของเงินงวด
ซึ่งเทากับผลรวมของเงินงวดแตละงวด 7. เงินงวดเกิดข้นึ ณ วันตน้ งวด (annuities due) หมำยถึง มูลคำ่ รวมในอนำคตทเ่ี กิดข้ึน ณ
ทบตน ดวยดอกเบี้ยตามระยะเวลา) วนั ต้นงวด โดยแต่ละงวดจะเกิดข้นึ เรว็ กว่ำกรณที เ่ี กดิ ณ วนั ปลำยงวด ซง่ึ มผี ลทำ� ใหเ้ งนิ งวด
แตล่ ะงวดมกี ำรทบตน้ ดอกเบย้ี เพม่ิ ขนึ้ อกี 1 งวด ทำ� ใหม้ ลู คำ่ รวมมคี ำ่ มำกกวำ่ กรณปี ลำยงวด
• เงินงวดเกดิ ข้ึน ณ วันตนงวด หมายถงึ อะไร โดยสำมำรถค�ำนวณได้จำก
(แนวตอบ เงินงวดเกิดขึ้น ณ วันตนงวด
หมายถึง มูลคารวมในอนาคตท่ีเกิดขึ้น ณ FVAn = A(1 + i) [(1 + i)in - 1]
วันตนงวด โดยแตละงวดจะเกิดข้ึนเร็วกวา
กรณีที่เกิด ณ วันปลายงวด ซึ่งมีผลทําให โดยที่ FV แทนมูลคำ่ รวมในอนำคต ณ งวดท่ ี n (Future Value of Annuity at n periods)
เงินงวดแตละงวดมีการทบตนดอกเบ้ีย A แทนเงินงวดแต่ละงวด (Annuity)
เพิ่มขึ้นอีก 1 งวด ทําใหมูลคารวมมีคา i แทนอัตรำดอกเบีย้ ต่องวด (periodic interest rate)
มากกวากรณปี ลายงวด) n แทนจ�ำนวนงวดเวลำ (number of periods)
• การคํานวณมูลคารวมในอนาคตของเงิน
ณ วันปลายงวดควรใชส ูตรใด
(แนวตอบ FVAn = A (1 + ii)n - 1 )
• การคํานวณมูลคารวมในอนาคตของเงิน
ณ วันตน งวดควรใชส ูตรใด
(แนวตอบ FVAn = A(1 + i) (1 + ii)n - 1 )
214
กจิ กรรม สรางเสรมิ
ครใู หน กั เรยี นจบั คู แลว ชว ยกนั ตอบคาํ ถามจากโจทย กาํ หนดให
อัตราดอกเบีย้ 6% ตอป คดิ ดอกเบี้ยทบตนทุก 6 เดือน
• เงิน 20,000 บาท ในอีก 2 ปขางหนา เทียบไดกับเงิน
ณ ปจ จุบันเปนจาํ นวนเงนิ เทาใด
• เงิน 20,000 บาท ในอกี 2 ปขางหนา กับเงนิ 30,000 บาท
ในอีก 10 ปขา งหนา เงนิ จาํ นวนใดมีคามากกวากนั
• นาย ก ตอ งการใชเงิน 200,000 บาท ในอกี 4 ปข า งหนา
จงหาจํานวนเงินปจจุบันท่ีนาย ก ตองนําไปฝากธนาคาร
โดยจะไมมีการถอนจนกวาจะครบ 4 ป
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรยี นเกง และนกั เรียนออนจับคูก นั
T226
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
4แบบฝก ทกั ษะประจาํ หนว ยการเรยี นรทู ่ี ขนั้ สรปุ
คําชแ้ี จง : ใหน ักเรยี นตอบคาํ ถามตอไปน้ี 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม ออกเปน 7 กลุม
1. ตะวนั ฝากเงินกับธนาคารแหง หนง่ึ เปนจํานวน 40,000 บาท เปนเวลา 3 ป โดยธนาคารให กลุมละเทาๆ กัน จากน้ันสงตัวแทนออกมา
จับสลากโจทยปญหาจากแบบฝกทักษะ
ดอกเบ้ีย 1.2% ตอ ป ประจําหนวยการเรียนรูที่ 4 ในหนังสือเรียน
1) ใหห าเงินรวมทงั้ หมดและดอกเบ้ยี ท่ีไดรบั ถาธนาคารคดิ ดอกเบยี้ แบบคงตน หนา 215 เมอื่ ทาํ เสรจ็ แลว ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ
2) ใหหาเงนิ รวมทั้งหมดและดอกเบ้ยี ท่ไี ดรบั ถาธนาคารคดิ ดอกเบ้ียทบตนตอ ป สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอคาํ ตอบหนา ชน้ั เรยี น
3) ใหห าเงินรวมทง้ั หมดและดอกเบย้ี ท่ไี ดร ับ ถา ธนาคารคิดดอกเบี้ยทบตนทกุ 3 เดือน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ ง
2. ชะเอมนาํ เงนิ ไปฝากธนาคารเปน เงนิ 50,000 บาท เมอ่ื 3 ปท แ่ี ลว ปจ จบุ นั ชะเอมตรวจสอบ
เงนิ ในบญั ชปี รากฏวามเี งิน 51,209.63 บาท อยากทราบวาธนาคารจะใหดอกเบย้ี เงนิ ฝาก
รอยละเทาใด ถา ธนาคารคดิ อัตราดอกเบย้ี ทบตน ตอป
3. สดใสกูเงินจากเพือ่ นจาํ นวน 10,000 บาท โดยมีเง่ือนไขวาจะตองจายดอกเบย้ี 10% ตอ ป
โดยคิดดอกเบยี้ ทบตน ตอ ป ถา สดใสจายเงนิ เพ่อื นทัง้ หมดเปนเงนิ จํานวน 16,105.10 บาท
อยากทราบวา เขาจะกูเงินมาเปน เวลากป่ี
ใชข อ มูลตอ ไปนีต้ อบคําถามขอ 4. - 6.
ธนาคารอกั ษรไทยใหดอกเบย้ี 1.8% ตอป โดยคดิ ดอกเบ้ยี ทบตนตอ ป
4. เงนิ 15,000 บาท ในอกี 3 ปข า งหนา เทียบไดกบั คา เงนิ ปจ จุบนั เปนจาํ นวนเทา ใด
5. ถา ตอ งการใชเ งิน 100,000 บาท ในอกี 10 ปขางหนา ใหห าคาเงินปจจุบันทตี่ อ งนาํ ไปฝาก
ธนาคาร โดยไมมีการถอนจนกวา จะครบ 10 ป
6. ยุทธฝากเงนิ ทกุ เดือน เดอื นละ 2,000 บาททกุ ปลายงวด เปนเวลา 4 ป ใหหาจาํ นวนเงิน
ท้งั หมดที่ยทุ ธจะไดรับเม่อื ส้นิ ปท ี่ 3 และส้ินที่ป 4
7. นธิ ศิ ลงทนุ กบั บรษิ ัทแหง หนึ่งทุกตนเดือน เปน เวลา 5 ป ไดร บั ผลตอบแทน 6% ตอป โดย
คิดอัตราดอกเบี้ยทบตน ทุกเดือน ถา สน้ิ ปท ่ี 5 นธิ ิศอยากมีเงินรวมทงั้ หมด 100,000 บาท
เขาจะตอ งลงทนุ เดอื นละเทา ใด
ดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน 215
เกร็ดแนะครู
ครคู วรแนะนําการใชต าราง FVA ใหน กั เรียนเพ่อื ชว ยในการคํานวณ
T227
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ A (B C) Math in
4. ครูใหนักเรียนจับคูทํากิจกรรมโดยใชเทคนิค Real Life คณิตศาสตรในชีวิตจริง
คคู ดิ (Think Pair Share) ดังนี้ อตั ราคา่ โดยสาร
• ใหนักเรียนแตละคนคิดคําตอบของตนเอง ในปจจุบันกรุงเทพมหานคร มีระบบ
การขนส่งสาธารณะที่ได้มาตรฐานและทันสมัย
จาก “Math in Real Life” คณิตศาสตร มที ง้ั เสน้ ทางบกและเสน้ ทางนา้� ไดแ้ ก ่ รถแทก็ ซี่
มิเตอร รถโดยสารประจา� ทาง รถจักรยานยนต
ในชวี ติ จรงิ เรอื่ ง อตั ราคา โดยสาร ในหนงั สอื - รบั จา้ ง รถสามลอ้ รถไฟ รถไฟฟา บที เี อส (BTS)
เรียน หนา 216-217 รถไฟฟาใตด้ ิน (MRT) และเรือด่วน ซึง่ ในการ
• ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนเพ่ือแลกเปลี่ยน เดินทางต่างก็มีอัตราค่าโดยสารที่แตกต่างกัน
คําตอบกัน สนทนาซักถามจนเปนที่เขาใจ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ใช้บริการ เช่น
รวมกนั อัตราค่ารถแท็กซ่ีมิเตอรและอัตราค่าโดยสาร
• ครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบหนา รถประจ�าทางปรับอากาศ
ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
5. ครูใหนักเรียนแตละคนสํารวจระยะทางจาก อตั ราค่าโดยสารรถแท็กซี่มเิ ตอร์
บานมาโรงเรยี น แลวนาํ มาคาํ นวณคาโดยสาร
ระยะทาง (กิโลเมตร) ค่าโดยสาร (บาท)
ตามอัตราคา โดยสารของขอมลู Math in Real
กโิ ลเมตรแรก 35
Life ดงั นี้
• เดินทางโดยสารรถแทก็ ซมี่ เิ ตอร
• เดนิ ทางโดยสารรถประจาํ ทางปรบั อากาศ
• กําหนดเสนทางเดินทางโดยสารรถแท็กซี่
มเิ ตอรแ ละโดยสารรถประจาํ ทางปรบั อากาศ
ท่ีคาใชจายนอ ยทสี่ ดุ
เกนิ กว่า 1 กโิ ลเมตรถงึ 10 กโิ ลเมตร กิโลเมตรละ 5.50
เกินกว่า 10 กโิ ลเมตรถงึ 20 กโิ ลเมตร กิโลเมตรละ 6.50
เกินกวา่ 20 กิโลเมตรถงึ 40 กิโลเมตร กโิ ลเมตรละ 7.50
เกินกว่า 40 กโิ ลเมตรถึง 60 กโิ ลเมตร กโิ ลเมตรละ 8
เกนิ กว่า 60 กิโลเมตรถงึ 80 กโิ ลเมตร กโิ ลเมตรละ 9
เกนิ กวา่ 80 กโิ ลเมตรขึน้ ไป กโิ ลเมตรละ 10.50
ที่มา : www.thaipublic.org
216
เฉลย Math in Real Life 2. คา โดยสารรถประจําทางปรบั อากาศสาย 80 เปนระยะทาง
22 กโิ ลเมตร
1. คาโดยสารรถประจําทางปรบั อากาศสาย 80 เปนระยะทาง 30 กิโลเมตร
จะตองจายคา โดยสาร 25 บาท และคาโดยสารรถแท็กซี่มเิ ตอร ระยะทาง (กิโลเมตร) คาโดยสาร (บาท)
เปนระยะทาง 12 กโิ ลเมตร 4 กิโลเมตรแรก 13
กิโลเมตรที่ 5-8 2
ระยะทาง (กิโลเมตร) คา โดยสาร (บาท) กิโลเมตรท่ี 9-12 2
กิโลเมตรแรก 35 × 1 = 35 กโิ ลเมตรท่ี 13-16 2
กโิ ลเมตรที่ 2-10 5.50 × 9 = 49.50 กิโลเมตรที่ 17-20 2
กิโลเมตรที่ 11-12 6.50 × 2 = 13 กิโลเมตรท่ี 21-22 2
รวม 97.50 รวม 23
ดงั นนั้ นกั เรียนจะตองจา ยคา โดยสารท้ังหมดเทา กบั
25 + 97.50 = 122.50 บาท
T228
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
อตั ราคา่ โดยสารรถประจําทางปรบั อากาศ ขน้ั ประเมนิ
ในเขตกรงุ เทพมหานครและจงั หวดั ทีม่ ีสายตอ่ เนอ่ื ง
หมวดท่ี 1 สายท่ี 80 ชื่อเสน้ ทาง โรงเรยี นศึกษานารีวทิ ยา–สนามหลวง 1. ครตู รวจใบงานที่ 4.2
2. ครูตรวจแบบฝก ทักษะ 4.3
ส�าหรับการเดินรถช่วง วดั ศรนี วลธรรมวิมล-สนามหลวง 3. ครตู รวจ Exercise 4.3
อัตราคา่ โดยสารรถประจา� ทางปรับอากาศใหม่ (ชนดิ EURO I และ EURO II) ดังน้ี 4. ครตู รวจแบบฝก ทักษะประจําหนวยการเรียนรู
อตั ราค่าโดยสารรถประจา� ทางปรบั อากาศ ท่ี 4
5. ครตู รวจผังมโนทศั นห นว ยการเรียนรูท่ี 4
ระยะทาง (กิโลเมตร) ค่าโดยสาร (บาท)
ดอกเบีย้ และมูลคาของเงิน
4 กโิ ลเมตรแรก 13 6. ครูประเมนิ การนําเสนอผลงาน
7. ครสู ังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
ทกุ ๆ 4 กโิ ลเมตรต่อไป เก็บเพ่ิมอีก 2 บาท 8. ครูสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม
9. ครูสงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ รียนรู
เกนิ 26 กิโลเมตรข้นึ ไป 25
มงุ ม่ันในการทํางาน
ทีม่ า : www.bmta.co.th
จากขอมลู ขางตน
1. ถ า้ นักเรียนโดยสารรถประจ�าทางปรบั อากาศสาย 80 เป็นระยะทางท้งั หมด 30 กิโลเมตร และ
โดยสารดว้ ยรถแทก็ ซมี่ เิ ตอรต อ่ ไปอกี 12 กโิ ลเมตร นกั เรยี นจะตอ้ งจา่ ยคา่ โดยสารทงั้ หมดเทา่ ใด
2. ถ ้านักเรยี นต้องการเดินทางซ่ึงมีระยะทางทัง้ หมด 22 กโิ ลเมตร อยากทราบวา่ ถ้าโดยสารด้วย
รถแท็กซี่มิเตอรจ ะต้องจา่ ยค่าโดยสารมากกว่ารถประจ�าทางปรบั อากาศสาย 80 เท่าใด
3. ใ นการเดนิ ทางทมี่ รี ะยะทางทงั้ หมด 56 กโิ ลเมตร นกั เรยี นโดยสารดว้ ยรถประจา� ทางปรบั อากาศ
สาย 80 เป็นระยะทาง 1 ใน 4 ของระยะทางทั้งหมด โดยระยะทางทีเ่ หลือจะโดยสารดว้ ยรถ
แท็กซ่มี เิ ตอร นกั เรียนจะต้องจา่ ยค่าโดยสารรวมทัง้ หมดเท่าใด
4. บา้ นของนกั เรียน A และ นกั เรยี น B มรี ะยะทางห่างจากโรงเรียน 24 กิโลเมตร เป็นระยะทาง
เทา่ กัน โดยมเี สน้ ทางในการเดนิ ทาง ดงั น้ี
เสน้ ทางที ่ 1 15 กิโลเมตรแรกโดยสารด้วยรถประจ�าทางปรับอากาศสาย 80
และระยะทางทเ่ี หลอื โดยสารด้วยรถแทก็ ซม่ี ิเตอร์
เส้นทางท่ ี 2 7 กิโลเมตรแรกโดยสารด้วยรถแทก็ ซ่มี ิเตอร ์ และระยะทางทเี่ หลอื
โดยสารด้วยรถประจา� ทางปรับอากาศสาย 80
ถ ้านกั เรยี น A เลือกเส้นทางท่ี 1 และนกั เรียน B เลือกเสน้ ทางท่ ี 2 นกั เรียนคนใดจะต้องจา่ ย
ค่าโดยสารมากกวา่ กนั และมากกวา่ อยเู่ ท่าใด
217
คา โดยสารรถแท็กซม่ี เิ ตอร เปน ระยะทาง 22 กโิ ลเมตร 3. จากโจทย จะตอ งเดนิ ทางระยะทางทงั้ หมด 56 กิโลเมตร จะตอ งเดนิ ทาง
ดว ยรถโดยสารปรับอากาศสาย 80 เปนระยะ 1 ใน 4 ของระยะทางทงั้ หมด
ระยะทาง (กโิ ลเมตร) คา โดยสาร (บาท) นน่ั คือ เจอทีกะาตเกปอ ับน งรเ5ดะ46ินยะท=ทา1งา4ดงว ก5ยโิ6รลถ-เมโ1ดต4ยรส=แาล4ร2ปะเรกดับโินิ อลทาเมากงตาตศรอ สดาวยย8ร0ถแเปทน็กซระีม่ ยิเตะทอราง
กิโลเมตรแรก 35 × 1 = 35 คาโดยสารรถประจําทางปรบั อากาศสาย 80 เปน ระยะทาง 14 กโิ ลเมตร
กโิ ลเมตรที่ 2-10 5.50 × 9 = 49.50
กโิ ลเมตรท่ี 11-12 6.50 × 10 = 65 ระยะทาง (กิโลเมตร) คา โดยสาร (บาท)
กิโลเมตรที่ 21-22 7.50 × 2 = 15 4 กโิ ลเมตรแรก 13
กโิ ลเมตรท่ี 5-8 2
รวม 164.50 กโิ ลเมตรที่ 9-12 2
กิโลเมตรที่ 13-14 2
ดังนัน้ ถาโดยสารดวยรถแท็กซีม่ เิ ตอรจ ะตองจายคา โดยสารมากกวา
รถประจําทางปรับอากาศสาย 80 เปนเงิน รวม 19
164.50 - 23 = 141.50 บาท
T229
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
อภิธานศัพท
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง เลขยกกาํ ลงั
จา� นวนตรรกยะ สจำ�ำนมวำนรถทเเี่ขขียยี นนจไดำ� นใ้ นวรนปู ต รbaร กโดยยะทใน ี่ aร ปูแทละศ นb ิยเมปน็ไดจ ้ำ� แนลวะนเปเต็นม็ ท แศลนะิย มb ซำ้� 0
(rational number)
เลขยกก�าลงั จำ� นวนจรงิ ท่เี ขียนอยใู่ นรูป xn โดยท่ ี x เป็นจ�ำนวนจรงิ ใด ๆ ที่ไม ่
(power) เทำ่ กบั ศูนย ์ และ n เปน็ จ�ำนวนนับใด ๆ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง ฟงั กช์ ัน
ความสัมพันธ์ ควำมสัมพันธ์ r จำกเซต A ไปยังเซต B คอื เซตย่อยของผลคูณ
(relation) คำร์ทเี ซียนของเซต A กบั เซต B
โดเมน โดเมนของ r คอื เซตของสมำชกิ ตัวแรกของคอู่ ันดบั ทัง้ หมดท่ีเป็น
(domain) สมำชกิ ของ r
ผลคูณคารท์ เี ซยี น ผลคณู คำร์ทีเซยี นของเซต A และเซต B เขียนแทนดว้ ย A × B
(Cartesian product) คอื เซตของคู่อันดับ (x, y) ท้งั หลำยซ่ึง x เปน็ สมำชิกของเซต A
และ y เปน็ สมำชกิ ของเซต B
ฟังกช์ นั ควำมสมั พนั ธ์ซง่ึ สำ� หรับคูอ่ นั ดับใด ๆ ในควำมสัมพันธน์ ้ัน สมำชกิ
(function) ตวั แรกต้องจับคกู่ ับสมำชกิ ตัวหลังเพยี งตวั เดียวเทำ่ นั้น
ฟงั กช์ ันกา� ลงั สอง ฟงั กช์ นั คำ่ จรงิ ของจำ� นวนจรงิ ทอี่ ยใู่ นรปู f(x) = ax2 + bx + c โดยที ่
(quadratic function) a, b และ c เปน็ คำ่ คงตวั และ a 0
ฟงั ก์ชนั เอกซโ์ พเนนเชียล ฟังก์ชนั ค่ำจริงของจำ� นวนจรงิ ท่เี ขยี นได้ในรูป f(x) = ax เมอื่ a > 0
(exponential function) และ a 1 เรยี ก a วำ่ ฐำน (base) และเรยี ก x ว่ำ เลขชก้ี �ำลัง
(exponent)
ฟังกช์ นั ขน้ั บนั ได ฟังก์ชันค่ำจริงที่มีโดเมนเป็นช่วงและค่ำของฟังก์ชันเป็นค่ำคงตัว
(step function) ในแต่ละช่วงย่อย โดยท่ียูเนียนของช่วงย่อยเหล่ำนั้นเท่ำกับโดเมน
และแต่ละคขู่ องช่วงยอ่ ยไม่มสี มำชกิ รว่ มกัน
ฟังก์ชันเชิงเสน้ ให้ f เป็นฟังก์ชันค่ำจริงของจ�ำนวนจริง f เป็นฟังก์ชันเชิงเส้น
(linear function) ก็ตอ่ เมือ่ ค่ำของฟังก์ชัน f ท่ ี x เขยี นไดใ้ นรูป f(x) = ax + b โดยท่ ี
a, b เป็นค่ำคงตวั
เรนจ์ เรนจข์ อง r คอื เซตของสมำชกิ ตวั หลงั ของคู่อันดบั ท้งั หมดทีเ่ ปน็
(range) สมำชกิ ของ r
218
คาโดยสารรถแท็กซ่ีมเิ ตอร เปนระยะทาง 42 กโิ ลเมตร 4. คาโดยสารเสน ทางท่ี 1 ของนกั เรยี น A
คาโดยสารรถประจําทางปรบั อากาศสาย 80 เปนระยะทาง 15 กโิ ลเมตร
ระยะทาง (กโิ ลเมตร) คา โดยสาร (บาท)
กโิ ลเมตรแรก 35 × 1 = 35 ระยะทาง (กโิ ลเมตร) คาโดยสาร (บาท)
กโิ ลเมตรที่ 2-10 5.50 × 9 = 49.50 4 กิโลเมตรแรก 13
กโิ ลเมตรที่ 11-20 6.50 × 10 = 65 กโิ ลเมตรท่ี 5-8 2
กโิ ลเมตรท่ี 21-40 7.50 × 20 = 150 กิโลเมตรที่ 9-12 2
กิโลเมตรท่ี 41-42 8 × 2 = 16 กิโลเมตรที่ 13-15 2
รวม 315.50 รวม 19
ดังนนั้ จะตอ งจา ยคา โดยสารทง้ั หมด 19 + 315.50 = 334.50 บาท
T230