นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (Concept Based Teaching) 2.3 ฟงั กช์ นั กา� ลงั สอง (Quadratic Function)
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) 1. กราฟของฟงั กช์ นั กา� ลงั สอง (Graph of Quadratic Function)
1. ครทู บทวนความรู เรอ่ื ง ฟง กช นั เชงิ เสน โดยครู จากหัวข้อที่ผ่านมา นักเรียนทราบแล้วว่าฟังก์ชันเชิงเส้นมีลักษณะของกราฟเป็นเส้นตรง
อธิบายวา ฟงกชันเชิงเสน คือ ฟงกชันท่ีมี ในหัวข้อน้ีนักเรียนจะศึกษาเกี่ยวกับกราฟของฟังก์ชันก�าลังสองซึ่งมีชื่อเรียกว่า พำรำโบลำ
(parabola)
สมการอยูในรปู y = ax + b เมือ่ a, b เปน
จํานวนจริง และ a 0 จากฟงกชัน y = ฟงั กช์ ันกำ� ลังสอง คือ ฟงั กช์ นั ทอ่ี ยใู่ นรปู y = ax2 + bx + c เมอื่ a, b และ c เป็นจ�านวนจรงิ
ax + b ถา a = 0 จะไดฟ ง กช ันทอ่ี ยูในรปู ใด ๆ และ a ≠ 0 ซึง่ ลักษณะกราฟของฟังก์ชนั กา� ลังสองขนึ้ อยูก่ ับค่าของ a, b และ c
y = b ซง่ึ มกี ราฟเปน เสน ตรงทข่ี นานกบั แกน X 1) กรำฟของ y = ax2 เม่ือ a ≠ 0
จะเรียกฟงกชันแบบน้ีวา ฟงกชันคงท่ี กราฟ
Investigation
ของเสนตรงจะขนานกัน เม่ือ a มีคาเทากัน
ให้นักเรยี นตอบคำ� ถำมต่อไปน้ี
และตัดแกน Y ที่จุด b โดยจุดท่ีกราฟตัด
แกน X จะใหคา y = 0 และจุดท่ีกราฟตัด 1. เขียนกราฟต่อไปนี้โดยใช้โปรแกรมคณิตศาสตร์เชงิ พลวตั
แกน Y จะใหคา x = 0 1) y = x2 2) y = -x2
2. ครยู กตัวอยา งฟง กช นั y = x2 + 2x + 1 แลว
ถามนักเรียนวา ฟงกชันดังกลาวเปนฟงกชัน 2. จากขอ้ 1. ให้สงั เกตลกั ษณะของกราฟในแตล่ ะขอ้ แล้วตอบค�าถามตอ่ ไปนี้
เชงิ เสน หรือไม 1) กราฟในขอ้ 1. ทง้ั สองกราฟจะลากผา่ นจดุ ใดจุดหน่งึ ที่เป็นจดุ เดยี วกันคือจดุ ใด
(แนวตอบ ไมเ ปน ฟงกช ันเชงิ เสน ) 2) ให้หาจุดต่�าสดุ และจดุ สูงสุดของกราฟ
3. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ วา ฟง กช นั ดงั กลาว เรยี กวา 3) ให้หาแกนสมมาตรของกราฟ
ฟง กชนั กําลังสอง หรือ พาราโบลา
จาก Investigation จะเห็นว่า กราฟของ y = x2 และ y = -x2 จะผ่านจุดก�าเนดิ หรอื
ขนั้ สอน จดุ (0, 0) และมีแกนสมมาตรของกราฟ คอื แกน Y หรอื เส้นตรง x = 0 ดงั รปู
รู้ (Knowing) Y Y จุดวกกลบั X
y = x2 0
1. ครูอธิบายความหมายของฟงกชันกําลังสอง
ใหนักเรียนเขาใจวา ฟงกชันกําลังสอง คือ y = -x2
ฟงกชนั ท่ีอยูใ นรปู y = ax2 + bx + c เมอื่ แกนสมมาตร แกนสมมาตร
a, b และ c เปนจาํ นวนจรงิ ใดๆ และ a 0
0 จุดวกกลบั X
ซ่ึงลักษณะกราฟของฟงกชันกําลังสองขึ้นอยู
จากกราฟของ y = x2 จะมจี ดุ วกกลบั เปน็ จดุ ตา่� สดุ คอื จดุ (0, 0) และกราฟไมม่ จี ดุ สงู สดุ
กับคาของ a, b และ c และกราฟของ y = -x2 จะมจี ดุ วกกลบั เปน็ จดุ สงู สดุ คอื จดุ (0, 0) และกราฟไมม่ จี ดุ ตา�่ สดุ
2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม “Investigation”
86
ในหนังสือเรยี น หนา 86 พรอมท้งั ใหน ักเรียน
สังเกตความแตกตางของกราฟทั้งสองกราฟ
แลวตอบคําถามกจิ กรรม “Investigation”
เฉลย Investigation กจิ กรรม สรา งเสริม
1. 1) เขียนกราฟของ y = x2 ได ดงั น้ี 2) เขียนกราฟของ y = -x2 ได ดงั น้ี ครูใหน ักเรยี นจบั คู แลว ปฏบิ ตั ิตามขัน้ ตอนตอ ไปนี้
Y Y • เขียนกราฟของฟงกช ันกําลังสอง
5 y = x2
2 y = 12 x2 และ y = - 12 x2
43 1 X • กราฟจากขอ 1) และ 2) ท้ังสองกราฟจะลากผานจดุ ใดจดุ หน่ึง
-4 -3 -2 -1-10
2 -2 1234 ที่เปน จุดเดียวกันคอื จุดใด
1 -3 • ใหห าจดุ ตาํ่ สุดและจุดสูงสดุ ของกราฟ
-4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 X -4 y = -x2 • ใหห าแกนสมมาตรของกราฟ
-5 หมายเหตุ : ครูควรใหน กั เรียนเกง และนกั เรยี นออนจบั คกู ัน
2. 1) กราฟของสมการ y = x2 และ y = -x2 จะลากผา นจดุ เดยี วกนั
คอื จดุ (0, 0)
2) จุดต่าํ สดุ ของกราฟ y = x2 และจดุ สูงสุดของกราฟ y = -x2
คอื จุด (0, 0)
3) แกน Y หรือเสนตรง x = 0
T92
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (knowing)
กรณีทั่วไป กรำฟของ y = ax2 เม่อื a ≠ 0 สรุปได้ ดงั น้ี 3. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั สรปุ กรณที ว่ั ไป กราฟของ
(1) กราฟของ y = ax2 มจี ดุ วกกลับทีจ่ ุด (0, 0) y = ax2 เมือ่ a 0 ในหนังสือเรยี น หนา 87
(2) แกนสมมาตรของกราฟ คอื แกน Y หรือเส้นตรง x = 0 4. ครใู หนกั เรยี นศกึ ษาตวั อยางท่ี 25 ในหนังสือ-
(3) ถ้า a > 0 กราฟเปน็ เสน้ โค้งเปดิ ขึ้นด้านบนและมจี ุดวกกลับเป็นจดุ ต�่าสุด คือ เรียน หนา 87 จากน้ันครูอธิบายซ้ําอีกครั้ง
แลวถามคําถามนักเรียนเพื่อตรวจสอบความ
จุด (0, 0) และมคี ่าตา�่ สดุ เท่ากับ 0 เขา ใจ ดังน้ี
ถา้ a < 0 กราฟเปน็ เส้นโค้งเปิดลงด้านลา่ งและมีจดุ วกกลับเป็นจุดสูงสุด คือ • จากขอ 1) ถา y4 = 8x2 และ y5 = 10x2
จุด (0, 0) และมีค่าสงู สดุ เทา่ กับ 0 นกั เรียนสามารถเขยี นกราฟไดอยางไร
ตวั อยา่ งท ี่ 25 (แนวตอบ Y y5 y4
ใหเ้ ขียนกรำฟของฟงั กช์ นั ก�ำลงั สองต่อไปน้บี นระนำบเดียวกนั พรอ้ มทั้งหำจดุ วกกลบั 35
1) y1 = -22xx2,2,yy22==4-x42x, 2y, 3y=3 6x2 30
2) y1 = = -6x2 25
20
15
วธิ ที �ำ 1) จาก y1 = 2x2, y2 = 4x2, y23x2=, 6x2 4x2, y3 = 6x2 คือ จุด (0, 0) 10
จะได้ จดุ วกกลบั ของ y1 = y2 = 5
เขียนตารางคู่อนั ดับ (x, y) ได้ ดงั นี้
-4 -3 -2 -1-50 1 2 3 4 X )
x -2 -1 0 1 2 • เม่ือสัมประสทิ ธขิ์ อง x หรอื a มคี ามากขน้ึ
y1 8 2 0 2 8 กราฟจะมีลกั ษณะอยางไร
y2 16 4 0 4 16 (แนวตอบ กราฟจะลูเ ขา หาแกน Y)
y3 24 6 0 6 24 • จากขอ 2) ถา y4 = -8x2 และ y5 = -10x2
นกั เรยี นสามารถเขยี นกราฟไดอ ยา งไร
จากตารางคู่อนั ดบั เขยี นกราฟได้ ดงั นี้ (แนวตอบ Y
Y ATTENTION 5 X
35 y3y2 y1 กราฟของ y = ax2, a > 0 -4 -3 -2 -1-50 1 2 3 4
30 ถา้ สมั ประสิทธ์ขิ อง x หรือ a -10
25 มีค่ามากขึ้น แล้วกราฟจะลู่ -15
20 เข้าหาแกน Y -20
15 -25
10 -30
5 -35 y5 y4
-5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 X )
• เมอ่ื สมั ประสทิ ธ์ิของ x หรือ a มีคานอยลง
กราฟจะมลี กั ษณะอยางไร
ฟังก์ชัน 87 (แนวตอบ กราฟจะลูเ ขาหาแกน Y)
กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ ครูควรสรุปความรูจ ากตัวอยา งท่ี 25
ทางคณติ ศาสตร (ออน ปานกลาง และเกง) แลว ใหนักเรยี นสรา ง
กราฟตอไปน้ี โดยใชโ ปรแกรม GSP (Geometer’s Sketchpad) กราฟของ y = ax2 เมอ่ื a > 0
12 x2, y2 = -2x2, ถา สมั ประสิทธิ์ของ x หรือ a มคี า เพ่มิ มากขึ้นแลว กราฟจะลูเ ขา หาแกน Y
• y1 = - x2, y2 = 2x2, y3 y3 = -6x2 กราฟของ y = ax2 เมื่อ a < 0
• y1 = 21 = 6x2 ถา สมั ประสทิ ธิ์ของ x หรอื a มคี า นอยลงแลวกราฟจะลเู ขา หาแกน Y
จากน้ันใหหาจุดตํ่าสุดและจุดสูงสุดของกราฟ และหาแกน
สมมาตรของกราฟ แลวใหนักเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอ
หนา ชัน้ เรยี น
T93
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 2) จจะาไกด้yจ1ดุ =วก-ก2xล2ับ,ขyอ2ง=y1-4=x2-,2yx32,=y2-6=x2-4x2, y3 = -6x2 คือ จดุ (0, 0)
เขียนตารางคอู่ ันดบั (x, y) ได้ ดงั น้ี
เขา้ ใจ (Understanding) x -2 -1 0 1 2
y1 -8 -2 0 -2 -8
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน y2 -16 -4 0 -4 -16
หนา 88 จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอ y3 -24 -6 0 -6 -24
การเขยี นกราฟของฟง กช นั กาํ ลงั สอง พรอ มทง้ั
หาจุดวกกลับบนกระดาน โดยครูตรวจสอบ จากตารางค่อู ันดบั เขียนกราฟได้ ดังนี้
ความถูกตอ ง
Y
2. ครูใหน ักเรียนแบงกลุม กลมุ ละ 3-4 คน คละ
ความสามารถทางคณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง -5 -4 -3 -2 -1 -50 12345 X
และเกง) ทาํ แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ก ขอ 1.1)-3) -10 y3 y2 y1
ในหนังสือเรียน หนา 95 แลวแลกเปล่ียน -15 ATTENTION
ความรูภายในกลุม จากนั้นครูใหนักเรียน -20 กราฟของ y = ax2, a < 0
แตละกลุมสงตัวแทนออกมาเฉลยคําตอบ -25 ถ้าสมั ประสทิ ธิข์ อง x หรอื a
หนาชน้ั เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง -30 มีค่าน้อยลง แล้วกราฟจะลู่
-35 เขา้ หาแกน Y
รู้ (Knowing)
ลองทําดู
1. ครูอธิบายวา จากตัวอยางท่ี 25 ถาเลื่อน
กราฟของ y = 2x2 ขนึ้ จากแกน X เปนระยะ ให้เขยี นกราฟของฟังก์ชนั ก�าลังสองตอ่ ไปนีบ้ นระนาบเดยี วกนั พร้อมท้ังหาจุดวกกลบั
1 หนวย จะไดสมการ y = 2x2 + 1 และ 1) y1 = 3-3xx2,2,yy22==5-x52x, 2y,3y=3 7x2
เล่อื นกราฟของ y = 2x2 ลงจากแกน X เปน 2) y1 = = -7x2 ฝกทําตอ
ระยะ 1 หนวย จะไดสมการ y = 2x2 - 1
จะไดก ราฟ ดงั รปู ในหนังสอื เรยี น หนา 88 แบบฝกทักษะ 2.3 ก
ขอ 1(1)-(3)
2. ครูตั้งขอสังเกตของรูปแบบของฟงกชันท้ัง
2 ขอ ใหนักเรียนเห็นวา กราฟในลักษณะน้ี 2) กรำฟของ y = ax2 + k เมื่อ a ≠ 0
จากตัวอย่างที่ 25 ถ้าเลื่อนกราฟของ y = 2x2 ขึ้นจากแกน X เป็นระยะ 1 หน่วย
จะมฟี ง กช ันอยูในรูป y = ax2 + k เมื่อ a 0 และเล่ือนกราฟของ y = 2x2 ลงจากแกน X เปน็ ระยะ 1 หนว่ ย จะไดก้ ราฟ ดงั รปู
YY
8 y = 2x2 + 1 8
6
6 4 y = 2x2 - 1
2
4
-3 -2 -1 0
2 -2
1 หนว่ ย
-3 -2 -1 0 1 2 3 X 12 3 X
1 หนว่ ย
88 -2
ส่ือ Digital กจิ กรรม สรางเสริม
ครอู าจใหน กั เรยี นใชโปรแกรม GeoGebra เพื่อตรวจสอบการเขียนกราฟ 1. ครใู หน ักเรียนจบั คู แลวเขยี นกราฟของฟง กชนั กาํ ลงั สอง
ตอ ไปน้ี
ของ “ลองทําดู” จากตวั อยา งท่ี 25 ในหนังสอื เรียน หนา 88 วา สัมประสทิ ธิ์ 41
• y1 = - x2, y2 = 1.5x2, y3 = 4x2
ของ a > 0 และ a < 0 กราฟมีลักษณะและความสัมพนั ธเปน อยางไร จาก • y1 = 14 x2, y2 = -1.5x2, y3 = -4x2
www.geogebra.org/graphing
2. ใหห าจุดตา่ํ สดุ และจดุ สงู สุดของกราฟ
3. ใหห าแกนสมมาตรของกราฟ
หมายเหตุ : ครคู วรใหน ักเรยี นเกงและนักเรียนออนจบั คูกนั
T94
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (knowing)
กรณีทว่ั ไป กรำฟของ y = ax2 + k เม่อื a ≠ 0 สรุปได้ ดังน้ี 3. ครูใหนักเรียนสังเกตความแตกตางของกราฟ
(1) กราฟของ y = ax2 + k มีจุดวกกลับท่ีจุด (0, k) y = 2x2 + 1 และ y = 2x2 - 1 แลว รว มกัน
(2) แกนสมมาตรของกราฟ คือ แกน Y หรอื เส้นตรง x = 0
(3) ถ้า a > 0 กราฟเปน็ เส้นโค้งเปิดขนึ้ ด้านบนและมจี ุดวกกลับเป็นจดุ ต่า� สุด คอื สรุปกรณที ว่ั ไป กราฟของ y = ax2 + k เมื่อ
a 0 ได ดังน้ี
จุด (0, k) และมคี า่ ต�่าสุดเทา่ กบั k - กราฟของ y = ax2 + k มีจุดวกกลับท่ีจุด
ถ้า a < 0 กราฟเป็นเสน้ โคง้ เปิดลงดา้ นลา่ งและมจี ุดวกกลบั เป็นจุดสูงสดุ คอื
จดุ (0, k) และมีค่าสูงสดุ เทา่ กับ k (0, k)
- แกนสมมาตรของกราฟ คือ แกน Y หรือ
ตวั อย่างท่ ี 26
เสน ตรง x = 0
ใหเ้ ขียนกรำฟของฟงั กช์ ันก�ำลังสองต่อไปนบี้ นระนำบเดยี วกนั พรอ้ มทงั้ หำจดุ วกกลับ
1) y1 = x2 + 2, y2 = x2 - 2 - ถา a > 0 กราฟเปน เสนโคง เปด ขนึ้ ดา นบน
2) y1 = -x2 + 2, y2 = -x2 - 2
และมจี ุดวกกลบั เปนจดุ ต่าํ สดุ คือ จดุ (0, k)
วธิ ที �ำ 1) จาก y1 = x2 + 2, y2 = x2 - 2 และ y2 = x2 - และมีคา ตํ่าสดุ เทา กบั k
จะได้ จุดวกกลบั ของ y1 = x2 +
และจุด (0, -2) ตามลา� ดบั 2 2 คือ จุด (0, 2) ถา a < 0 กราฟเปนเสนโคง เปดลงดานลา ง
เขยี นกราฟได้ ดงั นี้ และมจี ุดวกกลบั เปนจุดสูงสุด คอื จดุ (0, k)
และมีคาสงู สุดเทา กับ k
Y y1 SOPLRVOIBNLGETMIP 4. ครใู หนกั เรยี นศกึ ษาตวั อยางที่ 26 ในหนังสือ-
10 ในการเขียนกราฟ จะตอ้ ง เรียน หนา 89 จากน้นั ครอู ธบิ ายตวั อยา งที่ 26
8 สร้างตารางคอู่ ันดับกอ่ น อีกคร้ัง เพื่อใหนักเรียนเขาใจมากยิ่งข้ึน โดย
6 y2 เชน่ เดยี วกับตัวอยา่ งที่ 25 ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา ในการเขยี นกราฟจะตอ ง
สรา งตารางคอู นั ดบั กอ น จากนน้ั ครถู ามคาํ ถาม
4 นักเรยี น ดังน้ี
2 • จากขอ 1) นักเรียนสามารถเขียนตาราง
คูอันดบั (x, y) ไดอยางไร
-4 -3 -2 -1-20 1 2 3 4 X (แนวตอบ
-4
x -2 -1 0 1 2
yy21 63236
2) จาก y1 = -x2 + 2, y2 = -x2 - 2 2 -1 -2 -1 2 )
จะได้ จุดวกกลบั ของ y1 = -x2 + 2 และ y2 = -x2 - 2 คอื จดุ (0, 2)
และจดุ (0, -2) ตามล�าดบั • จากขอ 2) นักเรียนสามารถเขียนตาราง
เขียนกราฟได้ ดังนี้ คอู ันดับ (x, y) ไดอ ยางไร
(แนวตอบ
ฟังก์ชัน 89 x -2 -1 0 1 2
yy12 -2 1 2 1 -2
-6 -3 -2 -3 -6 )
กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหนกั เรียนจับคู แลว ปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนตอไปนี้ ครใู หความรูเพิ่มเติมจากตวั อยางท่ี 26 ขอ 1) วา
• เขยี นกราฟของ y1 = x2 + 4 และ y2 = x2 - 4 บนระนาบ กราฟ y1 = x2 + 2 เปนกราฟเสน โคง เปด ข้นึ ดา นบนและมีจดุ วกกลับเปน
จดุ ตํ่าสดุ คอื (0, 2) และเกดิ จากการเลอ่ื นกราฟ y = x2 ไปดานบนเปนระยะ
เดียวกนั 2 หนวย
• หาระยะทางระหวา งจุดวกกลบั ของท้งั 2 กราฟ กราฟ y2 = x2 - 2 เปน กราฟเสนโคง เปดขึน้ ดานบนและมีจุดวกกลบั เปน
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรยี นเกงและนักเรยี นออนจบั คกู ัน จดุ ตา่ํ สดุ คือ (0, -2) และเกดิ จากการเลือ่ นกราฟ y = x2 ไปดา นลางเปนระยะ
2 หนวย
T95
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน Y
เขา้ ใจ (Understanding) 4 1 234 X
2
ครใู หน ักเรยี นจับคูท าํ “ลองทําด”ู ในหนงั สือ- -4 -3 -2 -1-20 y1
เรยี น หนา 86 และแบบฝกทกั ษะ 2.3 ก ขอ 2. -4 y2
หนา 96 แลวแลกเปล่ียนความรูจนเปนท่ีเขาใจ -6
รว มกนั จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นออกมาเฉลยคาํ ตอบ -8
บนกระดาน โดยครตู รวจสอบความถูกตอ ง -10
รู้ (Knowing) ลองทาํ ดู
1. ครใู หน ักเรยี นศึกษากจิ กรรม “Investigation” ใหเ้ ขยี นกราฟของฟงั กช์ นั กา� ลังสองตอ่ ไปนบ้ี นระนาบเดยี วกนั พร้อมท้ังหา ฝกทําตอ
จุดวกกลับ แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ก
ในหนงั สอื เรียน หนา 90 พรอ มทงั้ ตอบคาํ ถาม
1) y1 = x2 + 5, y2 = x2 - 5 2) y1 = -x2 + 3, y2 = -x2 - 3 ขอ 1(4)-(5)
กิจกรรม “Investigation” ใหนักเรียนสังเกต
ความแตกตา งของกราฟทง้ั สองกราฟ
3) กรำฟของ y = a(x - h)2 + k เม่ือ a ≠ 0
Investigation
เฉลย Investigation yyyy3542 yyyyy24135 = (x - 22))22 - 4 ให้นักเรียนตอบคำ� ถำมตอ่ ไปนี้
1. 1) Y y1 = (x - 2)2 - 1 1. เขียนกราฟที่กา� หนดต่อไปนี้
X = (x - 22))22 + 1
11860242 = (x - + 4 1) y = (x - 2)2 + k เม่ือ k = -4, -1, 0, 1 และ 4
-2 -1--240 1 2 3 4 5 = (x - 2) y = -(x - h)2 + 1 เมอ่ื h = -4 และ 2
2. จากขอ้ 1. ใหส้ ังเกตลกั ษณะของกราฟในแตล่ ะข้อ แลว้ ตอบคา� ถามตอ่ ไปนี้
1) กราฟในข้อ 1. เปน็ กราฟเส้นโคง้ เปิดข้ึนด้านบนหรอื เส้นโคง้ เปดิ ลงดา้ นลา่ ง
2) กราฟตดั แกน X ที่จุดใด และแกน Y ที่จุดใด
3) ให้หาแกนสมมาตรของกราฟ
4) ใหห้ าจุดต่�าสดุ และจุดสงู สุดของกราฟ
จาก Investigation จะเห็นว่า กราฟของ y = (x - 2)2 + k เม่ือ k = -4, -1, 0, 1 และ 4
แสดงได้ ดงั รูป Y
2) Y 12 yyyy5423 yyy213 = (x - 2)2 - 4
1 y2 = -(x - 2)2 + 1 10 y1 yy54 = (x - 2)2 - 1
y1 = -(x + 4)2 + 1 8 = (x - 2)2 + 1
6 = (x - 2)2 + 4
4 = (x - 2)2
2
-2 -1-20 1 2 3 4 5 X
-6 -5 -4 -3 -2 -1 -10 1 2 3 4 X 90 -4
-2
-3
2. 1) จากขอ 1. กราฟ y = (x - 2)2 + k เปน กราฟเสนโคงเปดขน้ึ ดา นบน และกราฟ y = -(x - h)2 + 1 เปนกราฟเสน โคง เปดลงดา นลา ง
2) กราฟของ y1 = (x - 2)2 - 4 ตัดแกน X ที่จุด (0, 0) และ (4, 0) และตัดแกน Y ท่จี ดุ (0, 0)
y2 = (x - 2)2 - 1 ตัดแกน X ทจ่ี ดุ (1, 0) และ (3, 0) และตดั แกน Y ท่จี ุด (0, 3)
y3 = (x - 2)2 ตัดแกน X ที่จุด (2, 0) และตดั แกน Y ทจ่ี ดุ (0, 4)
y4 = (x 2)2 + 1 กราฟไมต ดั แกน X และตัดแกน Y ทจ่ี ดุ (0, 5)
y5 = (x - 2)2 + 4 กราฟไมตดั แกน X และตดั แกน Y ทีจ่ ดุ (0, 8)
-
กราฟของ y1 = -(x + 4)2 + 1 ตัดแกน X ที่จดุ (-5, 0) และ (-3, 0) และตดั แกน Y ท่ีจดุ (0, -15)
y2 = -(x - 2)2 + 1 ตดั แกน X ทจ่ี ดุ (1, 0) และ (3, 0) และตดั แกน Y ทีจ่ ุด (0, -3)
3) จากรูปขอ 1) แกนสมมาตรของกราฟ คือ เสน ตรง x = 2
จากรูปขอ 2) แกนสมมาตรของกราฟ คอื เสน ตรง x = -4 และเสน ตรง x = 2
4) จากรูปขอ 1) จุดต่าํ สดุ ของกราฟอยทู ่ีจดุ (2, k) เม่อื k = -4, -1, 0, 1 และ 4
จากกราฟของ y1 = -(x + 4)2 + 1 และ y2 = -(x - 2)2 + 1
มจี ุดสูงสดุ ของกราฟอยทู ่ีจดุ (-4, 1) และจุด (2, 1) ตามลําดบั
T96
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
จากกราฟของ y = (x - 2)2 + k เมอื่ k = -4, -1, 0, 1 และ 4 เป็นกราฟเส้นโค้งเปดิ ขึ้น ขน้ั สอน
ด้านบน และมีจุดวกกลับเป็นจุดต่�าสุดของกราฟอยู่ที่จุด (2, k) และมีแกนสมมาตรของกราฟ รู้ (knowing)
คอื เส้นตรง x = 2
และกราฟของ y = -(x - h)2 + 1 เมอ่ื h = -4 และ 2 แสดงได ้ ดังรูป 2. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ จาก “Investigation” จะเหน็
Y
y1 = -(x + 4)2 + 1 1 y2 = -(x - 2)2 + 1 วา กราฟของ y = (x - 2)2 + k เมือ่ k = -4,
-1, 0, 1, 4 มีลักษณะเปนเสนโคงเปดข้ึน
-6 -5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4X ดานบน และมีจุดตํ่าสุดอยูท่ี (2, k) และมี
-1 แกนสมมาตรของกราฟ คือ เสนตรง x = 2
และกราฟของ y = -(x - h)2 + 1 เมื่อ h = -4
-2 และ 2 มีลักษณะเปนเสนโคงเปดลงดานลาง
และมีจุดสูงสุดอยูที่ (-4, 1) และ (2, 1)
-3 มีแกนสมมาตรของกราฟ คือ x = -4 และ
x = 2 ตามลําดับ
จากกราฟของ y = -(x - h)2 + 1 เมือ่ h = -4 และ 2 เป็นกราฟเสน้ โคง้ เปดิ ลงดา้ นลา่ ง 3. ครูตั้งขอสังเกตรูปแบบของฟงกชันท้ัง 2 ขอ
และมีจุดวกกลับเป็นจุดสูงสุดของกราฟอยู่ที่จดุ (-4, 1) และจดุ (2, 1) มีแกนสมมาตรของกราฟ ใหนักเรียนเห็นวา กราฟในลักษณะนี้ จะมี
คอื x = -4 และ x = 2 ตามลา� ดบั
ฟงกชันอยูในรูป y = a(x - h)2 + k เมื่อ
กรณีทว่ั ไป กราฟของ y = a(x - h)2 + k เมอ่ื a ≠ 0 สรปุ ได้ ดังนี้ a0
(1) กราฟของ y = a(x - h)2 + k มจี ดุ วกกลับท่จี ุด (h, k) 4. ครอู ธิบายกรณีทวั่ ไปของกราฟ y = a(x - h)2
(2) แกนสมมาตรของกราฟ คือ เสน้ ตรง x = h + k เม่ือ a 0 สรุปได ดงั น้ี
(3) ถ ้า a > 0 กราฟเป็นเสน้ โคง้ เปิดขน้ึ ดา้ นบนและมจี ุดวกกลับเปน็ จุดต่า� สดุ คอื
- กราฟมจี ดุ วกกลบั ท่จี ดุ (h, k)
จุด (h, k) และมคี ่าตา่� สดุ เท่ากบั k - แกนสมมาตรของกราฟ คือ เสนตรง x = h
ถ า้ a < 0 กราฟเปน็ เสน้ โคง้ เปิดลงด้านล่างและมจี ดุ วกกลบั เปน็ จดุ สงู สุด คอื
จุด (h, k) และมีคา่ สงู สุดเทา่ กับ k - ถา a > 0 กราฟเปน เสน โคงเปด ขึน้ ดา นบน
ตัวอย่างท่ ี 27 และมจี ดุ วกกลบั เปน จดุ ตาํ่ สดุ คอื จดุ (h, k)
และมีคาตํ่าสดุ เทา กับ k
ให้เขียนกราฟของฟงั กช์ ันกา� ลงั สองตอ่ ไปนี้ พร้อมทง้ั หาจดุ วกกลับ
ถา a < 0 กราฟเปน เสน โคงเปดลงดานลา ง
และมีจุดวกกลับเปนจดุ สงู สดุ คอื จุด (h, k)
และมีคาสูงสดุ เทากบั k
1) y = x2 2) y = (x - 3)2 3) y = (x - 3)2 + 2
วธิ ีทา� 1) จาก y = x2 จะไดจ้ ุดวกกลบั ทจ่ี ดุ (0, 0)
เขยี นกราฟได ้ ดังนี้
ฟังก์ชัน 91
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอใดกลา วไมถ ูกตอ ง ถา y เปนสมการของกราฟ ครูควรอธบิ ายเพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั การหาจดุ ตัดแกน X และแกน Y ดงั นี้
1. y = -(x + 2)2 + 3 มีจดุ สูงสุด คือ (-2, 3) การหาจุดตดั แกน X ของกราฟ ทําไดโ ดยใหคา y = 0
2. y = (x - 3)2 - 4 มีจดุ ต่าํ สดุ คอื (3, -4) การหาจุดตดั แกน Y ของกราฟ ทาํ ไดโ ดยใหคา x = 0
3. y = -x2 - 2 มีจดุ สงู สุด คอื (0, -2)
4. y = (x + 1)2 มจี ุดสูงสดุ คือ (-1, 0) สื่อ Digital
(เฉลยคําตอบ จากรูปท่ัวไป y = a(x - h)2 + k ครูใหนักเรียนใชโปรแกรม GeoGebra ในการเขียนกราฟ y1 = x2,
1. เปน กราฟเสน โคง เปด ลงดา นลาง มจี ดุ ยอดเปนจดุ สูงสุด y2 = (x - 2)2 และ y3 = (x - 2)2 + 3 แลว พจิ ารณาวา จดุ วกกลับของทั้งสองกราฟ
คอื (-2, 3)
มีความสมั พันธก นั อยา งไร จาก www.geogebra.org/graphing
2. เปนกราฟเสน โคงเปดขึน้ ดา นบน มจี ุดยอดเปน จุดตาํ่ สุด
คอื (3, -4) T97
3. จัดใหอ ยูในรูปทัว่ ไปจะได y = -(x - 0)2 - 2 เปนกราฟ
เสนโคงเปด ลงดานลา ง มีจุดยอดเปน จดุ สงู สุด คือ (0, -2)
4. เปน กราฟเสน โคงเปด ข้ึนดานบน มจี ุดยอดเปน จดุ ต่ําสดุ
คือ (-1, 0)
ดงั นั้น คําตอบ คอื ขอ 4.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน Y SOPLRVOIBNLGETMIP
7 y = x2 เนอื่ งจากสมการ y = (x - 3)2
รู้ (knowing) 6 และ y = (x - 3)2 + 2
5 อยใู่ นรปู y = a(x - h)2 + k
5. ครูใหน ักเรยี นศกึ ษาตวั อยางที่ 27 ในหนงั สือ- 4 จึงจะไดจ้ ุดวกกลับอยูท่ ี่จุด
เรยี น หนา 91 จากน้นั ครูอธิบายตวั อยางท่ี 27 3 (h, k)
อีกคร้ัง เพื่อใหนักเรียนเขาใจมากยิ่งขึ้น และ 2
ชแี้ นะในนกั เรยี นดกู รอบ PROBLEM SOLVING 1
TIP เพื่อใหนักเรยี นเหน็ วา สมการ y = (x - 3)2 -4 -3 -2 -1-10 1 2 3 4 X
และ y = (x - 3)2 + 2 อยใู นรปู y = a(x - h)2 2) จาก y = (x - 3)2 จะได้จดุ วกกลับอยทู่ จ่ี ดุ (3, 0)
เขยี นกราฟได้ ดังน้ี
+ k จะไดจุดวกกลบั อยูท ี่จดุ (h, k)
6. ครูถามคําถามเพ่ือตรวจสอบความเขาใจของ Y
7 y = (x - 3)2
นกั เรียน ดงั นี้ 6
• y = (x - 5)2 + 3 กราฟมีจดุ วกกลบั ทีจ่ ุดใด 5
4
(แนวตอบ จุดวกกลับอยทู ี่ จุด (5, 3)) 3
• y = (x + 5)2 + 3 กราฟมีจุดวกกลบั ท่จี ุดใด 2
1
(แนวตอบ จุดวกกลบั อยูที่ จุด (-5, 3)) -2 -1-10 1 2 3 4 5 6 X
• y = (x + 3)2 - 6 กราฟมจี ดุ วกกลับที่จุดใด
3) จาก y = (x - 3)2 + 2 จะไดจ้ ุดวกกลบั อยู่ท่จี ุด (3, 2)
(แนวตอบ จุดวกกลบั อยทู ี่ จุด (-3, -6)) เขียนกราฟได้ ดงั นี้
• y = (x - 3)2 - 6 กราฟมจี ุดวกกลบั ทจี่ ดุ ใด
Y
(แนวตอบ จดุ วกกลับอยทู ่ี จุด (3, -6))
9 y = (x - 3)2+ 2
เขา้ ใจ (Understanding) 8
7
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน 6
หนา 92 จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมา 5
นําเสนอการเขียนกราฟของฟงกชันกําลังสอง 4
พรอมท้ังหาจุดวกกลับบนกระดาน โดยครู 3
ตรวจสอบความถูกตอ ง 2
1
2. ครูใหน ักเรยี นแบงกลุมละ 3-4 คน คละความ -2 -1-10 1 2 3 4 5 6 X
สามารถทางคณิตศาสตร (ออน ปานกลาง
และเกง ) ทาํ แบบฝกทกั ษะ 2.3 ก ขอ 1.6)-12) ลองทาํ ดู ฝกทําตอ
ในหนังสือเรียน หนา 96 แลวแลกเปลี่ยน
ความรูภายในกลุม จากนั้นครูใหนักเรียน ให้เขยี นกราฟของฟังก์ชนั ก�าลงั สองต่อไปนี้ พรอ้ มทัง้ หาจดุ วกกลบั แบบฝกทกั ษะ 2.3 ก
แตละกลุมสงตัวแทนออกมาเฉลยคําตอบ 1) y = -x2 2) y = -(x - 4)2 3) y = -(x - 4)2 + 3 ขอ 1(6)-(12)
หนา ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
92
เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills
ครูใหความรูเพิ่มเติมจากตัวอยางที่ 27 วา กราฟ y = (x - 3)2 + 2 ครูแบงกลุมใหนักเรยี น กลุม ละ 3 คน แลว ปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอน
เปนกราฟเสนโคงเปดข้ึนดานบนและมีจุดวกกลับเปนจุดต่ําสุด คือ (3, 2) ซ่ึง ตอไปนี้
เกิดจากการเล่อื นกราฟ y = x2 ไปดานขวาเปน ระยะ 3 หนวย แลวเลือ่ นกราฟ
ขึ้นไปดานบนเปนระยะ 2 หนวย • เขียนกราฟ y = -x2 และ y = -(x - 3)2 - 2
• อธบิ ายวา กราฟทัง้ 2 มคี วามสมั พันธกันอยางไร
• ตรวจสอบคําตอบโดยใชโปรแกรม GeoGebra
• สงตวั แทนออกมานาํ เสนอหนาชนั้ เรียน
หมายเหตุ : ครคู วรจดั กลมุ โดยคละความสามารถทางคณติ ศาสตร
ของนักเรยี น (ออ น ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลุม เดยี วกัน
T98
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
รู้ (knowing)
4) กรำฟของ y = ax2 + bx + c เม่อื a ≠ 0 1. ครูใหน กั เรยี นศึกษากจิ กรรม “Investigation”
ในหนังสือเรียน หนา 93 แลวครูอธิบาย
Investigation เพ่ิมเติมจากกิจกรรม “Investigation” วา
ฟงกชันกําลังสองที่อยูในรปู y = ax2 + bx + c
เตมิ คำ� ตอบลงในตำรำงใหถ้ กู ต้อง เมอื่ a 0 สามารถเขยี นใหอ ยใู นรปู ของสมการ
y = ax2 + bx + c y = a(x - h)2 + k ค่ำ a กรำฟเปิดขนึ้ จดุ ต�่ำสุด สมกำร y = a(x - h)2 + k ได คอื b2 จากน้ัน
ดำ้ นบน/เปิดลง /จุดสูงสดุ แกนสมมำตร y = a x- - 2ba +
2 4ac4a-
ด้ำนลำ่ ง
y = x2 - 4x + 3 y = (x - 2)2 - 1 1 เปดิ ขึน้ ดา้ นบน (2, -1) x = 2
ใหนักเรียนเขียนกราฟที่ไดจากสมการใน
y = -x2 - 2x + 3 หนงั สือเรยี น หนา 93 ลงในสมุด
y = x2 - 4x + 4 2. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั สรปุ กรณที วั่ ไปของกราฟ
y = -4x2 + 12x - 9 y = ax2 + bx + c เม่อื a 0 แลวตอบคําถาม
y = 2x2 + 2x + 1 ดงั น้ี
y = -3x2 + x - 4 • กราฟมจี ุดวกกลบั ทจี่ ุดใด
จาก Investigation จะเหน็ ว่า ฟงั กช์ นั ก�าลังสองทอ่ี ยใู่ นรปู y = ax2 + 2bbax)+]2c+เม4ื่อac4aa-≠b02 (แนวตอบ - 2ba , 4ac4a- b2 )
สามารถเขียนใหอ้ ย่ใู นรปู สมการของ y = a(x - h)2 + k ได้ คือ y = a[x - (-
เขยี นกราฟได้ ดังนี้ • ใหหาแกนสมมาตรของกราฟ
(แนวตอบ xแก=น-ส2bมaม)าตรของกราฟ คือ
เสน ตรง
YY
• ถา a > 0 กราฟจะมลี กั ษณะเปนอยางไร
y = ax2 + bx + c, a > 0 จดุ วกกลบั (แนวตอบ กราฟเปนเสนโคงเปดข้ึนดานบน
จุดตัดแกน X จุดตดั y = ax2 + bx + c, a < 0 และมีจุดวกกลับเปนจดุ ตํ่าสุด คือ
แกน Y
X 0X - 2ba , b42a)c4a- b2 และมีคา ตํ่าสุดเทากับ
แกนสมมาตร จุดตัดแกน X 4ac4a-
จดุ ตดั 0
แกน Y แกนสมมาตร
จุดวกกลับ • ถา a < 0 กราฟจะมีลักษณะเปน อยางไร
กรณีทว่ั ไป กรำฟของ y = ax2 + bx + c เม่อื a ≠ 0 สรปุ ได้ ดงั น้ี b2) (แนวตอบ กราฟเปนเสนโคงเปดลงดานลาง
กราฟของ y = ax2 + bx + c มจี ดุ วกกลบั ทจ่ี ุด (- 2ba 4ac4a- และมีจุดวกกลับเปนจดุ สงู สดุ คือ
(1) แกนสมมาตรของกราฟ คอื เสน้ ตรง x = - 2ba , - 2ba , b42a)c4a- b2
(2) 4ac4a-
และมีคาสูงสดุ เทา กับ
(3) ถ้า a > 0 กราฟเป็นเส้นโค้งเปดิ ขนึ้ ด้านบนและมีจดุ วกกลับเปน็ จดุ ต�า่ สุด คือ
(- 2ba , 4ac4a- b2) และมีคา่ ตา่� สดุ เทา่ กับ 4ac4a- b2
ฟังก์ชัน 93 • กราฟจะตดั แกน X และแกน Y ไดก ่ีจุด
(แนวตอบ ตัดแกน X ได 0, 1 หรอื 2 จุด
และตดั แกน Y ไดเพยี งจดุ เดยี ว)
เฉลย Investigation
กราฟเปด ขึน้ จุดตาํ่ สุด สมการ
/จดุ สูงสุด แกนสมมาตร
y = ax2 + bx + c y = a(x - h)2 + k คา a ดานบน/เปดลง (2, -1)
x=2
ดา นลาง
y = x2 - 4x + 3 y = (x - 2)2 - 1 1 เปดข้ึนดา นบน
y = -x2 - 2x + 3 y = -(x + 1)2 + 4 -1 เปดลงดานลาง (-1, 4) x = -1
y = x2 - 4x + 4 y = (x - 2)2 1 เปดขน้ึ ดานบน (2, 0) x=2
y = -4x2 + 12x - 9 y = -4 x - 23 2 -4 เปด ลงดานลา ง 32 , 0 x = 32
x = - 21
y = 2x2 + 2x + 1 y = 2 x + 21 2 + 21 2 เปด ขนึ้ ดา นบน - 21 , 12 x = 61
y = -3x2 + x - 4 y = -3 x - 16 2 - 1427 -3 เปดขนึ้ ดา นบน 61 , - 1472
T99
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ถ้า a < 0 กราฟเปน็ เสน้ โคง้ เปดิ ลงดา้ นลา่ งและมีจุดวกกลบั เป็นจุดสงู สดุ คอื
(- 2ba , 4ac4a- b2) และมีคา่ สงู สุดเท่ากับ 4ac4a- b2
รู้ (knowing) (4) แกนสมมาตรของกราฟจะผา่ นจดุ ตา่� สุดหรือจุดสูงสดุ เสมอ
(5) กราฟจะตัดแกน X ได้ 0, 1 หรือ 2 จดุ และตัดแกน Y ได้เพียงจุดเดียว
3. ครูใหนักเรียนศกึ ษาตัวอยางท่ี 28 ในหนงั สอื -
เรยี น หนา 94 แลว ครูอธิบายซ้ําอีกครั้ง เพอื่ ให ตวั อย่างท ี่ 28
นกั เรยี นเขา ใจมากยงิ่ ขนึ้ จากนนั้ ครยู กตวั อยา ง
เพ่ิมเติมแลวถามคําถาม เพ่ือตรวจสอบความ ให้หำจุดวกกลบั ของกรำฟของฟังกช์ นั ตอ่ ไปน้ี พร้อมท้งั เขยี นกรำฟ
เขา ใจของนกั เรียน ดังนี้ 1) y = x2 - 2x + 6 2) y = -2x2 + 3x + 1
1) y = x2 - 4x + 7
2) y = -2x2 + 12x - 17 วิธที ำ� 1) วิธที ี่ 1 จาก y = x2 - 2x + 6
• จากขอ 1) นกั เรียนสามารถจดั ใหอยใู นรูป จัดสมการ y = x2 - 2x + 6 ให้อยู่ในรูปก�าลังสองสมบูรณ์
กาํ ลังสองสมบูรณไ ดอ ยา งไร จะได้ y = (x2 - 2x + 1) + 5
(แนวตอบ y = x2 - 4x + 7 y = (x - 1)2 + 5
= (x2 - 4x + 4) + 3 ดงั นัน้ กราฟจะมจี ุดวกกลบั อย่ทู ี่จุด (1, 5)
= (x - 2)2 + 3) วธิ ีท่ี 2 จาก y = x2 - 2x + 6
จะได้ a = 1, b = - 2 และ c =6
• จากขอ 1) a, b และ c มีคา เทาใด ทจี่ ะใช พกิ ดั ของจุดวกกลบั คอื (- 2ba , 4ac4a- b2 )
ในการหา - 2ba, 4ac4a- b2
(แนวตอบ a = 1, b = -4 และ c = 7) จะได้ - 2ba = - 2(-(21)) = 1
และ 4ac4a- b2 = 4(1)(64)(1-) (-2)2 = 5
• จากขอ 1) มีจดุ วกกลบั อยทู จี่ ุดใด
(แนวตอบ มีจุดวกกลบั อยูท ่ีจุด (2, 3)) ดังนนั้ กราฟจะมีจุดวกกลบั อยู่ท่ีจดุ (1, 5)
• จากขอ 2) นักเรียนสามารถจดั ใหอยูในรูป เขยี นกราฟได้ ดังน้ี
กําลังสองสมบูรณไ ดอ ยางไร
(แนวตอบ y = -2x2 + 12x - 17 Y
= -2x2 + 12x - 18 + 1
= -2(x2 - 6x + 9) + 1 16 y = x2 - 2x + 6
= -2(x - 3)2 + 1) 14
12
• จากขอ 2) a, b และ c มคี า เทาใด ท่จี ะใช 10
ในการหา - 2ba, 4ac4a- b2 8
(แนวตอบ a = -2, b = 12 และ c = -17) 6
4 (1, 5)
• จากขอ 2) มจี ุดวกกลบั อยูทจ่ี ดุ ใด
(แนวตอบ มีจุดวกกลบั อยูที่จดุ (3, 1)) 2
-5 -4 -3 -2 -1-20 1 2 3 4 5 X
94
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูควรทบทวนความรู เรื่อง การจัดพหุนามใหอยูในรูปกําลังสองสมบูรณ ใหพ ิสจู นวา สมการในรปู y = ax2 + bx + c เมอ่ื a 0 เปน
กอนที่จะใหนกั เรียนฝกหาจุดวกกลบั โดยรูปกาํ ลงั สองสมบรู ณ คือ 0 ได คอื y = a x - - 2ba 2
y = a(x - h)2 + k เมือ่ a
(x - a)2 = x2 - 2ax + a2 และ (x + a)2 = x2 + 2ax + a2 + 4ac4a- b2
เชน (x - 3)2 = (x - 3)(x - 3) = x2 - 2(3)x + 32 = x2 - 6x + 9 (เฉลยคําตอบ จาก y = ax2 + bx + c
(x + 3)2 = (x + 3)(x + 3) = x2 + 2(3)x + 32 = x2 + 6x + 9 = a x2 + ba x + ca
= a x2 + ba x + 2ba 2 - 2ba 2 + ca
T100 2ba 2 + ca 4ba22
=a x + - 2ba 2 - 4ac4a- b2
=a x - +
ดงั น้ัน y = a x - - 2ba 2 + 4ac4a- b2 )
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
2) จาก y = -2x2 + 3x + 1 ขน้ั สอน
จะได้ a = -2, b = 3 และ c = 1
พกิ ดั ของจุดวกกลบั คอื (- 2ba , 4ac4a- b2) เขา้ ใจ (Understanding)
จะได้ - 2ba = - 2(3-2) = 43
และ 4ac4a- b2 = 4(-24)((1-2))- 32 = 187 1. ครูใหนักเรียนจับคูทํากิจกรรมโดยใชเทคนิค
ดงั นั้น กราฟจะมีจดุ วกกลบั อยทู่ ีจ่ ดุ (43 , 187)
เขยี นกราฟได้ ดังน้ี คคู ดิ (Think Pair Share) ดังนี้
Y • ใหนักเรียนแตละคนคิดคําตอบของตนเอง
โดยทําคนละวิธีกับเพื่อน จาก “ลองทําดู”
6 (34, 187) ในหนังสอื เรยี น หนา 95
4
2 1234 X • ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนคําตอบกับคูของ
-3 -2 -1-20 y = -2x2 + 3x + 1 ตนเองวา ตรงกนั หรอื ไม แลว สนทนาซกั ถาม
-4 จนเปน ทเี่ ขาใจรวมกัน
ลองทาํ ดู • ครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบ
หนา ชนั้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ ง
ใหห้ าจุดวกกลับของกราฟของฟังก์ชนั ตอ่ ไปน้ี พร้อมทงั้ เขียนกราฟ ฝกทําตอ
1) y = x2 - 4x + 11 2) y = -2x2 + 6x + 5 2. ครูใหน กั เรียนทาํ Exercise 2.3 A เปน การบา น
แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ก
ขอ 2-4 ลงมอื ทาํ (Doing)
แบบฝึกทกั ษะ 2.3ก ครูใหนักเรียนคูเดิมชวยกันทําแบบฝกทักษะ
2.3 ก ขอ 3-4 ในหนังสือเรียน หนา 96 จากนั้น
ระดบั พน้ื ฐาน ครูสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบหนาชั้นเรียน
โดยครูและนักเรียนในช้ันเรียนรวมกันตรวจสอบ
1. ใหเ้ ขียนกรำฟของฟงั กช์ ันก�ำลังสองตอ่ ไปนบี้ นระนำบเดียวกนั พร้อมทัง้ หำจดุ วกกลบั ความถกู ตอ ง
-6313xxx22,2,,yyy222===715-x52xx,22,y,3yy3=3 ==8x71-27xx22
1) y1 = ขน้ั สรปุ
2) y1 =
3) y1 = ครถู ามคําถามนักเรยี น เพ่ือสรุปความรู เรอ่ื ง
4) y1 = 2x2 - 1, y2 = 2x2 + 1, y3 = 2x2 + 3 ฟง กชันกําลงั สอง ดังนี้
ฟังก์ชัน 95
• กราฟของฟงกชันกําลังสอง ถา a > 0
กราฟจะมลี ักษณะอยางไร
(แนวตอบ กราฟจะเปนเสนโคง เปดขน้ึ
ดา นบน)
• กราฟของฟงกชันกําลังสอง ถา a < 0
กราฟจะมีลักษณะอยางไร
(แนวตอบ กราฟจะเปน เสนโคง เปด ลง
ดา นลาง)
กิจกรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู
1. ครูใหน กั เรียนจับคู แลวเขยี นกราฟของฟง กชันกาํ ลงั สอง เมือ่ ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมวา การมจี ดุ ตดั แกน X หรอื ไมม ีจดุ ตดั แกน X สามารถ
ตรวจสอบไดจ ากสูตรของการหาคาํ ตอบของสมการกําลงั สอง
1) a > 0
x = -b ± 2ba2 - 4ac ดงั นี้
• h = 0 และ k = 0 กรณที ี่ b2 - 4ac > 0 กราฟจะตดั แกน X สองจดุ
• h = 0 และ k 0 กรณที ่ี b2 - 4ac = 0 กราฟจะตดั แกน X เพียงจดุ เดียว
• h 0 และ k 0 กรณีที่ b2 - 4ac < 0 กราฟจะไมตดั แกน X
2) a < 0 T101
• h = 0 และ k = 0
• h = 0 และ k 0
• h 0 และ k 0
2. จากขอ 1. พจิ ารณาเง่อื นไขในแตละขอวา กราฟมลี กั ษณะ
อยา งไร
หมายเหตุ : ครูควรใหน ักเรียนเกงและนกั เรียนออ นจบั คกู นั
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สรปุ 5) y1 = -3x2 - 5, y2 = -3x2 - 3, y3 = -3x2 - 1
6) y1 = (x - 1)2, y2 = (x - 2)2, y3 = (x - 3)2
• กราฟของ y = 5x2 สามารถเขียนใหอยู 7) y1 = -(x + 2)2, y2 = -(x + 3)2, y3 = -(x + 5)2
ในรูปทั่วไปไดอยางไร และมีจุดวกกลับที่ 8) y1 = -2x2, y2 = -2(x + 3)2, y3 = -2(x + 3)2 + 1
จดุ ใด 9) y1 = x2, y2 = (x + 6)2, y3 = 2(x + 6)2, y4 = 2(x + 6)2 + 1
10) y = 2(x + 1)2 - 7
(แนวตอบ เขยี นในรปู ทว่ั ไปไดเ ปน y = ax2 11) y = -3(x - 5)2 + 1
12) y = - 12 (x + 1)2 - 3
จดุ วกกลับทจี่ ุด (0, 0))
• กราฟของ y = 2x2 + 3 สามารถเขยี นให ระดับกลาง
อยูในรูปท่ัวไปไดอยางไร และมีจุดวกกลับ 2. ใหเ้ ขียนกรำฟของฟังก์ชันกำ� ลงั สองตอ่ ไปน้ี พร้อมทั้งบอกจดุ ต�่ำสดุ หรือจดุ สงู สดุ ของกรำฟ
ท่ีจดุ ใด 1) y = 4x2 - 4x 2) y = 2x2 + 5x - 1
(แนวตอบ เขยี นในรปู ท่วั ไปไดเ ปน 3) 3x2 + 6x = 2y - 10 4) y + 2x = 2x2 + 5x - 5
5) -x2 + 4x = 2y - 1
y = ax2 + k จุดวกกลบั ท่ีจุด (0, 3))
ระดบั ท้าทาย
• กราฟของ y = (x - 5)2 + 2 สามารถ
เขียนใหอยูในรูปทั่วไปไดอยางไร และมี 3. ให้เขียนกรำฟของสมกำร y = x2 + 6x และ y = -(x + 3)2 - 1 บนระนำบเดยี วกัน
จดุ วกกลบั ที่จุดใด แล้วกรำฟทั้งสองสมกำรมีจดุ ตดั กนั ทง้ั หมดกีจ่ ุด คอื จดุ ใดบำ้ ง
(แนวตอบ เขยี นในรูปทว่ั ไปไดเ ปน
4. ใหเ้ ขยี นสมกำรก�ำลังสองที่อย่ใู นรูป y = ax2 + bx + c เม่อื a ≠ 0
y = a(x - h)2 + k จุดวกกลบั ทจ่ี ุด (5, 2)) โดยพจิ ำรณำจุดวกกลบั และจุดตัดแกน X จำกกรำฟ ดงั รูป
• กราฟของ y = x2 - 2x + 1 สามารถ Y
เขยี นใหอ ยูในรปู ทัว่ ไปไดอ ยางไร และมจี ดุ
วกกลับท่ีจดุ ใด 4
(แนวตอบ เขียนในรูปท่ัวไปไดเปน 3
2
y = ax2 + bx + c จุดวกกลับที่จุด (1, 0)) (-3, 0) 1
-4 -3 -2 -1-10 (1, 0) X
ขนั้ ประเมนิ 12
-2
1. ครตู รวจแบบฝก ทกั ษะ 2.3 ก -3
2. ครตู รวจ Exercise 2.3 A (-1, -4)-4
3. ครูประเมนิ การนําเสนอผลงาน
4. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
5. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม
6. ครสู ังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู
มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
96
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม จากการทําแบบฝก ถา x = 4 เปนสมการแกนสมมาตรของกราฟ y = x2 + (k - 4)x
ทกั ษะ 2.3 ก ในขั้นลงมือทํา โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมนิ ผลจากแบบ + (k2 + 1) แลว k มคี า เทา ใด
ประเมินของแผนการจดั การเรยี นรใู นหนว ยการเรยี นรูท่ี 2
(เฉลยคําตอบ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ สมการแกนสมม4xาต==รขอ--ง2(กbka2ร(า-1ฟ)4)
คาชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องทีต่ รงกบั k - 4 = -8
ระดับคะแนน k = -4
ลาดบั ชือ่ – สกลุ การแสดง การยอมรบั ฟัง การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม ดังนน้ั k = -4)
ท่ี ของนกั เรยี น ความคิดเห็น คนอนื่ ตามทีไ่ ด้รับ สว่ นรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
43214321432143214321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............/................./................
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรับปรงุ
T102
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
2. การนา� กราฟไปใชใ้ นการแกส้ มการและอสมการ ขน้ั นาํ (Concept Based Teaching)
1) กำรแก้สมกำรโดยใช้กรำฟ การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
การหาค�าตอบของสมการก�าลังสอง y = ax2 + bx + c สามารถท�าได้โดยการเขยี นกราฟ
ครทู บทวนความรู เรอื่ ง ฟง กช นั เชงิ เสน แลว ครู
สมการกา� ลังสองแลว้ หาจุดท่กี ราฟตัดกบั แกน X หรือกา� หนดให้ y = 0 ถามนักเรียนวา
Investigation • ถานํากราฟในลักษณะตางๆ มาใชในการ
แกสมการหรืออสมการ นักเรียนคิดวา
ใหน้ ักเรียนตอบค�ำถำมต่อไปนี้ สามารถทาํ ไดหรือไม
1. เขียนกราฟสมการกา� ลงั สองทก่ี �าหนดต่อไปนี้ (แนวตอบ ทําได)
1) y = x2 + 1 2) y = -x2 - 1
3) y = 2(x - 4)2 4) y = -3(x + 1)2 จากนนั้ ครอู ธบิ ายวา การหาคาํ ตอบของสมการ
5) y = (x - 3)2 - 1 6) y = -x2 + 6x - 5
2. จากข้อ 1. ให้พจิ ารณาวา่ กราฟตัดแกน X กจี่ ุด และตดั จุดใดบ้าง กําลังสอง y = ax2 + bx + c สามารถทาํ ไดโ ดย
จาก Investigation จะเขียนกราฟของแต่ละสมการได้ ดงั น้ี การเขยี นกราฟสมการกาํ ลงั สองแลว หาจดุ ทก่ี ราฟ
ตัดกบั แกน X โดยกาํ หนดให y = 0
1) Y 2) Y
5 1 ขนั้ สอน
4 -3 -2 -1-10 1 2 3 X
3 y = x2 + 1 -2 รู้ (knowing)
2 123 X -3 y = -x2 - 1
1 -4 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม “Investigation”
-3 -2 -1 0 -5
ในหนังสือเรียน หนา 97 และชวยกันเขียน
3) Y 4) Y กราฟท้ัง 6 ขอใหถูกตอง จากน้ันครูเฉลย
บนกระดานอีกครั้งหนึ่ง และครูใหนักเรียน
5 1 สังเกตวา กราฟในขอ 1) และ 2) ไมตัด
แกน X นนั่ คอื ไมม คี าํ ตอบของสมการที่เปน
จาํ นวนจรงิ กราฟในขอ 3) และ 4) ตัดแกน
X เพียงจุดเดยี ว น่นั คือ มีคาํ ตอบของสมการ
ที่เปนจํานวนจริง 1 คําตอบ กราฟในขอ 5)
และ 6) ตดั แกน X สองจดุ น่ันคอื คําตอบของ
สมการท่ีเปน จํานวนจริง 2 คําตอบ
4 y = 2(x - 4)2 -3 -2 -1-10 1 2 3 X
3
2 -2 y = -3(x + 1)2
1 -3
-1 0 1 2 3 4 5 6 X -4
ฟังก์ชัน 97
กจิ กรรม สรา งเสรมิ เฉลย Investigation
1. กราฟ 1)-6) ในหนังสอื เรยี น หนา 97-98
ครใู หน กั เรียนจับคู แลว ปฏบิ ตั ิตามข้นั ตอนตอ ไปนี้ 2. กราฟของขอ 1) และ 2) ไมต ัดแกน X
• เขยี นกราฟของ y = x2, y = x2 - 4 และ y = x2 + 4
• หาจดุ ตดั แกน X ของกราฟน้ี กราฟของขอ 3) และ 4) ตัดแกน X เพียงจดุ เดียว คือ จดุ (4, 0)
• ใหนักเรียนรว มกนั อภปิ รายวา กราฟนตี้ ดั แกน X หรือไม และ (-1, 0) ตามลําดับ
เพราะเหตุใด กราฟของขอ 5) และ 6) ตดั แกน X สองจุด คอื (2, 0), (4, 0)
หมายเหตุ : ครคู วรใหน ักเรยี นเกงและนักเรียนออ นจับคูกัน และ (1, 0), (5, 0) ตามลําดบั
T103
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
รู้ (knowing)
2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยา งท่ี 29 ในหนงั สอื - 5) Y 6) Y X
เรยี น หนา 98 จากน้ันครูอธิบายตัวอยางที่ 29 y = -x2 + 6x - 5
อีกคร้ัง เพื่อใหนักเรียนเขาใจมากยิ่งขึ้น โดย 3 y = (x - 3)2 - 1 6
ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา นักเรียนสามารถหา 2 4
คําตอบของสมการโดยใชวิธีการแกสมการ 1 2
ไดจากตัวอยางท่ี 29 สมการ x2 + 2 = 0 -1-10 1 2 3 4 5 6 X -2 -1-20 1 2 3 4 5
จะได x2 = -2 เนื่องจากจํานวนจริงที่ -2 -4
ยกกําลังสองจะมีคาไมนอยกวา 0 ดังน้ัน -6
x2 + 2 = 0 ไมม ีคาํ ตอบท่ีเปน จํานวนจริง
จากกราฟข้างต้น จะเห็นวา่
3. ครใู หนกั เรียนยกตัวอยา งสมการทไ่ี มม คี าํ ตอบ • กราฟของข้อ 1) และ 2) ไม่ตัดแกน X
ที่เปนจํานวนจริง พรอมทั้งเขียนกราฟของ
สมการ นน่ั คอื ไม่มีคา� ตอบของสมการทเี่ ป็นจ�านวนจริง
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบไดหลากหลาย • กราฟของขอ้ 3) และ 4) ตดั แกน X เพียงจุดเดียว
ขึ้นอยูกับพ้ืนฐานความรูของนักเรียนแตละคน
เชน y = -x2 - 1 เขยี นกราฟของสมการได นัน่ คือ มคี า� ตอบของสมการท่เี ปน็ จ�านวนจริง 1 ค�าตอบ
ดงั น้ี • กราฟของข้อ 5) และ 6) ตดั แกน X สองจุด
Y น่นั คอื มีคา� ตอบของสมการทเี่ ป็นจา� นวนจริง 2 ค�าตอบ
1 X ตวั อยา่ งท ่ี 29 ATTENTION
-5 -4 -3 -2 -1-10 1 2 3 4 5 จากตัวอย่างท่ี 29 นักเรียน
-2 ใหห้ ำค�ำตอบของสมกำร x2 + 2 = 0 โดยใช้กรำฟ สามารถหาคา� ตอบของสมการ
-3 วธิ ีทำ� เขียนกราฟของสมการได้ ดงั น้ี โดยใช้วิธีการแก้สมการได้
-4 ดังน้ี
-5 Y y = x2 + 2 จาก x2 + 2 = 0
-6 7 จะได้ x2 = -2
-7 6 เนอื่ งจากจา� นวนจรงิ ทยี่ กกา� ลงั
-8 ) 5 สองจะมคี ่าไม่น้อยกวา่ 0
4 ดงั นั้น x2 + 2 = 0 ไม่มี
3 ค�าตอบทเ่ี ป็นจ�านวนจรงิ
2
1
-4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 X
จากกราฟ จะเหน็ วา่ กราฟของ y = x2 + 2 ไม่ตดั แกน X
ดังน้ัน สมการ x2 + 2 = 0 ไม่มคี า� ตอบที่เปน็ จา� นวนจริง
98
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรา งเสริม
ครูใหความรูเพิ่มเติมจากตัวอยางที่ 29 วา สมการ x2 + 2 = 0 ถาหา ครูใหน ักเรียนปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนตอไปน้ี
คําตอบดวยวิธีพีชคณิต สมการนี้ไมมีคําตอบเปนจํานวนจริง ซึ่งสอดคลองกับ • แบงนกั เรยี นออกเปน 2 กลุม ดังนี้
วธิ ที ี่ใชก ราฟ
กลุมที่ 1 : ใหนกั เรยี นหาคําตอบของสมการ x2 + 9 = 0
ส่อื Digital โดยใชก ราฟ
ครอู าจยกตัวอยา งเพิ่มเตมิ แลว ใหน ักเรยี นใชโ ปรแกรม GeoGebra เพื่อ กลมุ ที่ 2 : ใหนกั เรยี นหาคาํ ตอบของสมการ x2 + 9 = 0
ตรวจสอบลกั ษณะของกราฟและความสมั พนั ธข องกราฟ จาก www.geogebra. โดยใชวิธที างพีชคณติ
org/graphing
• ใหน กั เรียนรว มกันอภปิ รายวา คําตอบของสมการท่หี าไดจ าก
ทั้งสองวิธีตา งกันหรือไม อยางไร
T104
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (knowing)
ลองทําดู 4. ครใู หนักเรยี นศึกษาตัวอยา งที่ 30 ในหนังสือ-
เรียน หนา 99 จากน้ันครอู ธิบายตวั อยา งที่ 30
ใหห้ าคา� ตอบของสมการต่อไปน้ี โดยใชก้ ราฟ ฝกทําตอ อีกครง้ั เพอื่ ใหน กั เรยี นเขาใจมากย่งิ ขึ้น
1) 2x2 + 5 = 0 2) -3x2 - 7 = 0
แบบฝกทกั ษะ 2.3 ข 5. ครูยกตัวอยางเพ่ิมเติมแลวถามคําถาม เพื่อ
ขอ 1(1)-(4)
ตัวอย่างที่ 30 ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียน ดังนี้
• เขยี นกราฟของสมการ x2 + 8x + 16 = 0
ใหห้ ำคำ� ตอบของสมกำร x2 + 6x + 9 = 0 โดยใช้กรำฟ ไดอยางไร
วิธที �ำ เขยี นกราฟของสมการได้ ดงั น้ี (แนวตอบ Y
Y 8 12 X
10 y = x2 + 6x + 9 7
8 6 )
6 5
4 4
2 3
-8 -6 (--43,-02) 0 2 X 2
1
จากกราฟ จะเหน็ วา่ กราฟของ y = x2 + 6x + 9 ตดั แกน X เพยี งจดุ เดยี ว คือ -10 -9 -8 -7 -6 -5 -4 -3 -2 -1-10
จุด (-3, 0) น่นั คือ เมอื่ y = 0 จะได้ x = -3
ดังนัน้ คา� ตอบของสมการ x2 + 6x + 9 = 0 มคี า� ตอบเดียว คือ -3 • กราฟตัดแกน X ทจี่ ดุ ใด
(แนวตอบ กราฟตดั แกน X ที่จดุ (-4, 0))
ลองทาํ ดู ฝกทําตอ
• คําตอบของสมการ x2 + 8x + 16 = 0
ให้หาคา� ตอบของสมการ x2 - 8x + 16 = 0 โดยใช้กราฟ แบบฝกทกั ษะ 2.3 ข มกี ี่คําตอบ อะไรบาง
ขอ 1(5)-(8) (แนวตอบ มคี าํ ตอบเดยี ว คือ -4)
ตัวอยา่ งท่ี 31
ฟังก์ชัน 99 เขา้ ใจ (Understanding)
ใหห้ ำค�ำตอบของสมกำร 3(x - 1)2 - 12 = 0 โดยใชก้ รำฟ
วธิ ีท�ำ วิธีที่ 1 เขยี นกราฟของสมการได้ ดังนี้ ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 99 แลวสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบ
Y y = 3(x - 1)2 - 12 หนาช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในช้ันเรียน
2 รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
(-1,-20)-1--420 1 2 3(3,40) X
-6
-8
-10
-12
กิจกรรม สรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนตอไปน้ี ครใู หค วามรูเ พ่ิมเติมจากตัวอยางที่ 31 วา สมการ 3(x - 1)2 - 12 = 0
• แบง นกั เรยี นออกเปน 2 กลุม ดงั นี้ ถาหาคาํ ตอบของสมการโดยวธิ ีทางพชี คณติ ทําได ดงั นี้
กลมุ ที่ 1 : ใหนักเรยี นหาคาํ ตอบของสมการ 3(x - 1)2 - 12 = 0
2(x + 1)2 - 18 = 0 โดยใชกราฟ ตามวธิ ีที่ 1 (x - 1)2 - 4 = 0
ในตวั อยา งท่ี 31
x2 - 2x + 1 - 4 = 0
กลมุ ที่ 2 : ใหนักเรยี นหาคาํ ตอบของสมการ x2 - 2x - 3 = 0
2(x + 1)2 - 18 = 0 โดยใชว ธิ ที างพชี คณติ
(x - 3)(x + 1) = 0
• ใหนกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายวา คําตอบของสมการทห่ี าไดจาก x = -1, 3
ทงั้ สองวิธตี างกนั หรือไม อยา งไร
ซึง่ สอดคลองกบั วธิ ีการหาคาํ ตอบของสมการโดยใชก ราฟ
T105
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (knowing)
1. ครยู กตัวอยา งเพิ่มเตมิ ดงั น้ี จากกราฟ จะเห็นว่า กราฟของ y = 3(x - 1)2 - 12 ตัดแกน X สองจุด คอื
ใหหาคําตอบของสมการ x2 - 5x + 6 = 0 จดุ (-1, 0) และจุด (3, 0) นัน่ คือ เม่ือ y = 0 จะได้ x = -1 และ 3
โดยใชกราฟ ดงั นนั้ คา� ตอบของสมการ 3(x - 1)2 - 12 = 0 มีสองคา� ตอบ คือ -1 และ 3
วธิ ีทาํ เขียนกราฟของสมการได ดงั นี้ วธิ ที ่ี 2 จาก 3(x - 1)2 - 12 = 0
จดั สมการใหอ้ ย่ใู นรปู 3(x - 1)2 = 12
Y ก�าหนด y1 = 3(x - 1)2 และ y2 = 12
เขียนกราฟของ y1 และ y2 ได้ ดงั นี้
6
5 Y
4
3 1 23 4 56 X 16 y1
2 14 (3, 12)y2
1 (-1, 12)1120
-3 -2 -1-10 8 1234 X
6
จากกราฟ จะเห็นวากราฟ x2 - 5x + 6 = 0 4
ตดั แกน X ที่จดุ 2 และ 3 ดังน้ัน มีคาํ ตอบของ 2
สมการที่เปนจํานวนจริง 2 คําตอบ ไดแก -2 -1-20
x = 2 และ x = 3
2. ครใู หน ักเรยี นศกึ ษาตัวอยางท่ี 31 ในหนังสอื - จจุดาก(ก3ร,า1ฟ2)จดุซทึ่งเีก่ ปร็นาจฟดุ ขทอี่ งy1y1=ตyดั 2กหบั รกอื รา3ฟ(xขอ-ง1y)22 คือ จุด (-1, 12) และ
เรยี น หนา 99-100 จากนน้ั ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา = 12
ข้ันตอนแรกของการเขียนกราฟเราตองจัดรูป จะได้ x = -1 และ 3
สมการท่ีโจทยกําหนดใหอยูในรูปแบบของ ดงั นน้ั ค�าตอบของสมการ 3(x - 1)2 - 12 = 0 คือ -1 และ 3
กราฟท้ัง 4 รูปแบบ (แบบใดแบบหน่ึง) จาก
ตัวอยา งนี้ สามารถจดั รูปแบบสมการใหอยใู น ลองทําดู ฝกทําตอ
รปู แบบ y = a(x - h)2 + k นั่นคือ ถา y = 0 ให้หาค�าตอบของสมการ 2(x + 3)2 - 8 = 0 โดยใช้กราฟ แบบฝกทกั ษะ 2.3 ข
ขอ 1(9)-(10)
เราสามารถจัดสมการได 2 แบบ คือ
y = 3(x - 1)2 - 12 และ 3(x - 1)2 = 12 ซง่ึ ตัวอยา่ งที ่ 32
ทั้งสองรูปแบบ การเขียนกราฟจะเขียนไดใน
ลักษณะเดียวกนั ใหเ้ ขยี นกรำฟของ f(x) = -x2 - 4x + 5 และใหห้ ำ
1) จดุ วกกลบั ของกรำฟ พรอ้ มทงั้ บอกค่ำต�่ำสุดหรอื ค่ำสูงสุดของฟังกช์ นั
2) จุดที่กรำฟตดั แกน X
3) โดเมนและเรนจ์ของฟังกช์ ัน
100
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรา งเสรมิ
ครูควรอธิบายเพ่ิมเติมจากตัวอยางท่ี 31 เกี่ยวกับการวาดกราฟฟงกชัน ครูใหน ักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนตอ ไปนี้
• แบง นักเรียนออกเปน 2 กลมุ ดังนี้
คงตวั y = a เมอื่ a เปนคาคงตัว
กลุมที่ 1 : ใหน กั เรียนหาคําตอบของสมการ x2 = x
สอื่ Digital โดยใชก ราฟ
ครอู าจใหนักเรียนใชโ ปรแกรม GeoGebra เพอื่ ตรวจสอบการเขียนกราฟ กลุมที่ 2 : ใหน กั เรยี นหาคําตอบของสมการ x2 = x
ใน “ลองทาํ ดู” ในหนงั สือเรยี น หนา 100 จาก www.geogebra.org/graphing โดยใชวิธที างพชี คณติ
• ใหน กั เรยี นรวมกนั อภปิ รายวา คําตอบของสมการทหี่ าไดจาก
ทงั้ สองวธิ ตี างกนั หรือไม อยา งไร
T106
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
วธิ ที ำ� จาก f(x) = -x2 - 4x + 5 ขน้ั สอน
จะได้ a = -1, b = -4 และ c = 5
พิกัดของจดุ วกกลบั คอื (- 2ba , 4ac4a- b2) เขา้ ใจ (Understanding)
จะได้ - 2ba = - 2(--41) = -2
และ 4ac4a- b2 = 4(-1)(45()-1-) (-4)2 = 9 1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 100 แลว สุมนักเรยี นออกมาเฉลยคาํ ตอบ
เน่อื งจาก a < 0 จะได้ว่า กราฟของฟงั ก์ชันจะเป็นเส้นโค้งเปดิ ลงด้านลา่ ง หนาช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในช้ันเรียน
และมจี ดุ วกกลับอยู่ทจ่ี ุด (-2, 9) รว มกนั ตรวจสอบความถูกตอง
เขยี นกราฟได้ ดงั น้ี
Y 2. ครใู หนักเรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ข ขอ 1.
(-2, 9) ในหนังสือเรยี น หนา 102 เปน การบาน
8 รู้ (knowing)
6
4 1. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา ในการเขียนกราฟจะมี
(-5, 0) 2 (1, 0) สว นประกอบที่สําคญั ตา งๆ ของกราฟ ดงั นี้
-6 -5 -4 -3 -2 -1-20 1 2 3 4 X - จุดวกกลบั คือ จุดตาํ่ สดุ หรือจุดสงู สดุ ของ
กราฟ หรืออาจเรยี กวา จดุ ยอด
-4 f(x) = -x2 - 4x + 5 - จดุ ตดั แกน X หรอื แกน Y คือ จดุ ท่กี ราฟ
-6 ตดั แกน X หรือแกน Y ที่จุดๆ น้ัน อาจจะมี
1 คา หรอื 2 คา ก็ได
1) จากกราฟ จะเห็นวา่ จุดวกกลบั ของกราฟจะเป็นฟังกช์ ันทีม่ คี ่าสูงสดุ และค่าสงู สุด - คาสูงสุดของฟงกชัน กราฟจะมีคาสูงสุด
คือ 9 ก็ตอเม่ือเปนกราฟเสนโคงเปดลงดานลาง
โดยคาสูงสุดของฟงกชันจะอยูตําแหนงท่ี
2) กราฟตดั แกน X สองจดุ คอื จุด (-5, 0) และจุด (1, 0) เปน จดุ สงู สดุ ของกราฟ
3) Df = R และ Rf = (-∞, 9] - คาต่ําสุดของฟงกชัน กราฟจะมีคาต่ําสุด
ก็ตอเม่ือเปนกราฟเสนโคงเปดขึ้นดานบน
ลองทําดู ฝกทําตอ โดยคาต่ําสุดของฟงกชันจะอยูตําแหนงที่
เปนจดุ ตํ่าสุดของกราฟ
ใหเ้ ขียนกราฟของ f(x) = -x2 - 2x + 3 และใหห้ า แบบฝกทกั ษะ 2.3 ข - โดเมนของฟง กช นั พจิ ารณาตามแนวแกน X
1) จุดวกกลับของกราฟ พรอ้ มทัง้ บอกค่าตา่� สุดหรอื ค่าสงู สุด ขอ 2-6 จากทางดา นซา ยไปทางดา นขวาวา เสน กราฟ
ของฟงั กช์ นั เริ่มตน จากจํานวนใดไปยงั จาํ นวนใด
2) จุดท่กี ราฟตัดแกน X - เรนจข องฟง กช นั คอื พจิ ารณาตามแนวแกน
3) โดเมนและเรนจ์ของฟงั ก์ชัน Y จากทางดานลา งข้ึนดานบนวา เสนกราฟ
เริ่มตนจากจาํ นวนใดไปยังจํานวนใด
ฟังก์ชัน 101
2. ครใู หน กั เรยี นศึกษาตวั อยางที่ 32 ในหนงั สอื -
เรยี น หนา 100-101 จากนน้ั ครอู ธบิ ายตวั อยา ง
ที่ 32 อกี ครงั้ เพอื่ ใหน ักเรียนเขาใจมากยิง่ ข้นึ
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
เสนโคง y = x2 - x - 5 ตัดกับเสน ตรง y - x - 3 = 0 ทจ่ี ดุ ในขอ ใด
1. (-2, 1) และ (-4, 7) 2. (1, -2) และ (-7, 4) ครใู หความรูเพิม่ เติมจากตวั อยา งที่ 32 เก่ียวกบั การหาจดุ ตดั แกน X ดงั น้ี
3. (-2, 1) และ (4, 7) 4. (1, -2) และ (4, 7) หาจุดตัดแกน X ให y = 0 จะไดว า -x2 - 4x + 5 = 0
(เฉลยคําตอบ สมการเสน โคง y = x2 - x - 5 และ x2 + 4x - 5 = 0
สมการเสน ตรง y = x + 3 มีจดุ ตดั คือ จดุ รว มท่สี อดคลอ งกัน (x + 5)(x - 1) = 0
ทาํ ใหไดค วามสมั พนั ธท ่เี กดิ ขนึ้ ดงั น้ี
x = -5, 1
x2 - x - 5 = x + 3 ดงั นนั้ กราฟตดั แกน X สองจดุ คือ จดุ (-5, 0) และจุด (1, 0)
x2 - 2x - 8 = 0
(x - 4)(x + 2) = 0 T107
x = 4, -2
นนั่ คอื เมื่อแทนคา x = 4, -2 ลงในสมการเสน ตรงแลว
จะไดคา y = 7, 1 ตามลาํ ดบั
ดงั นั้น จดุ ตดั คอื (-2, 1) และ (4, 7))
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน แบบฝึกทกั ษะ 2.3 ข
เขา้ ใจ (Understanding) ระดับพื้นฐาน
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน 1. ให้หำคำ� ตอบของสมกำรตอ่ ไปนี้ โดยใชก้ รำฟ 2) 2x2 + 6 = 0
หนา 101 แลว สมุ นกั เรียนออกมาเฉลยคําตอบ 1) x2 + 7 = 0
หนาช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในชั้นเรียน 3) 3x2 + 5 = 0 4) -4x2 - 10 = 0
รวมกันตรวจสอบความถูกตอ ง 5) x2 + 12x + 36 = 0 6) x2 - 10x + 25 = 0
7) -2x2 + 12x - 18 = 0 8) 3x2 + 24x + 48 = 0
2. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ ออกเปน 2 กลมุ เทา ๆ กนั 9) 4(x - 1)2 - 1 = 0 10) -5(x + 2)2 + 10 = 0
โดยคละความสามารถทางคณิตศาสตร ทํา
แบบฝกทักษะ 2.3 ข ในหนังสือเรียน หนา 2. พิจำรณำฟงั ก์ชนั ต่อไปนี้ ใหห้ ำ
102-103 ดงั น้ี
• กลุมท่ี 1 ทําขอ 2. (1), (3), (5) และขอ 3. 1) จุดวกกลับของกราฟ พรอ้ มทัง้ บอกค่าต่า� สดุ หรอื ค่าสูงสดุ ของฟงั กช์ ัน
• กลมุ ท่ี 2 ทําขอ 2. (2), (4), (6) และขอ 3.
จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบ 2) จดุ ท่กี ราฟตัดแกน X
หนาช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในชั้นเรียน
รวมกันตรวจสอบความถูกตอง 3) โดเมนและเรนจข์ องฟังก์ชนั (2) y = -x2 + 3x - 15
(1) y = x2 - 8x + 54
3. ครใู หน กั เรยี นทํา Exercise 2.3 B เปนการบา น
(3) y = (x - 1)2 - 11 (4) y = -(x + 2)2 + 8
(5) y = (x + 2)(x + 3) (6) y = (x + 1)(x - 1)
ระดับกลาง
3. พิจำรณำกรำฟของสมกำร y = x2 - 4x + 3 ดงั รูป
Y X
6
5
4
3C
2
1A B
-3 -2 -1-10 1 2 3 4 5 6
102
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูควรอธิบายเพ่มิ เติมเก่ยี วกบั ลกั ษณะของกราฟ โดยพจิ ารณาจาก ถากราฟของฟง กช นั f(x) = x2 + kx - (k + 1) ผา นจุด (2, 4)
แลวกราฟน้ตี ดั แกน X ทจ่ี ดุ ใด
b2 - 4ac ดังน้ี
(เฉลยคาํ ตอบ จากโจทย กราฟผา นจดุ (2, 4)
Y YY จะไดว า f(2) = 4
0X 0X 0X 22 + k(2) - (k + 1) = 4
4 + 2k - k - 1 = 4
Y YY k+3 = 4
k=1
0 X 0X 0X
นั่นคอื f(x) = x2 + x - 2 หาจดุ ตดั แกน X ให y = 0
b2 - 4ac > 0 b2 - 4ac = 0 b2 - 4ac < 0 จะไดวา x2 + x - 2 = 0
กราฟตดั แกน X สองจุด กราฟตัดแกน X เพียง กราฟไมตดั แกน X
จดุ เดียว (x + 2)(x - 1) = 0
x = -2, 1
T108
ดงั นัน้ กราฟตดั แกน X ท่จี ดุ (-2, 0) และ (1, 0))
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
เขา้ ใจ (Understanding)
4. ครยู กตวั อยา งโจทย แลว ใหน กั เรยี นหาคาํ ตอบ
ดงั น้ี
f(x) = x2 - 7x + 12 ใหหา
ให้หำ - จดุ วกกลบั ของกราฟ พรอ มทงั้ บอกคา ตา่ํ สดุ
หรอื คา สูงสดุ
1) พิกดั ของจุด A จดุ B และจุด C - จดุ ทก่ี ราฟตัดแกน X
2) จดุ ต่า� สุดและค่าตา่� สดุ ของกราฟ - โดเมนและเรนจข องฟง กชัน
3) แกนสมมาตรของกราฟ (แนวตอบ จาก f(x) = x2 - 7x + 12
4) ถา้ กราฟของ y = x2 - 4x + 3 เลอื่ นลงจากแกน X เปน็ ระยะ 1 หนว่ ย แลว้ สมการ จะได a = 1, b = -7, c = 12
- 2ba , 4ac4a- b2
ก�าลังสองที่ได้จากการเล่ือนกราฟคือสมการใด ให้ตอบในรูป y = ax2 + bx + c พิกัดของจุดวกกลบั คอื
พรอ้ มท้งั บอกจดุ ท่กี ราฟตัดแกน X จะได 27 , - 14
ระดับทา้ ทาย
4. กรำฟของ y = (x - h)2 + k มีจุดต่ำ� สดุ อยูท่ ี่จดุ (- 21 , 43) เน่อื งจาก a > 0 จะไดวา กราฟของฟง กช นั
1) ใหห้ าค่าของ h และ k
2) ใหเ้ ขยี นกราฟของ y = (x - h)2 + k และหาพกิ ัดของจดุ ที่กราฟตัดกับแกน Y จคและือเะป-น(441เ,ส0นจ)ุดโคทง ี่กเปราด ฟขตนึ้ ัดดแา นกบนนXจะคมือคี า (ต3าํ่, ส0ดุ )
5. ก�ำหนดสมกำร y = -x2 + 10x - 4 โดเมน คอื จํานวนจรงิ และเรนจ คอื
1) ให้จดั สมการในรูป y = -(x - h)2 + k - 14 , ∞ )
2) ให้หาคา่ h และ k
3) ให้เขียนกราฟของ y = -x2 + 10x - 4 และหาจุดสูงสดุ ของกราฟ
6. ก�ำหนดสมกำร y = x2 - 2x โดยมตี ำรำงคู่อันดบั ดังน้ี
x -2 -1 0 1 2 3 4
y 8 3 0 -1 0 3 8
1) ใหเ้ ขยี นกราฟของ y = x2 - 2x เมื่อ -2 ≤ x ≤ 4 และหาค่าตา�่ สุดของกราฟ
2) จากกราฟในขอ้ 1) ใหห้ าค่า x เมือ่ y = 1
3) ใหห้ าแกนสมมาตรของกราฟ
4) จากกราฟในข้อ 1) ใหห้ าค�าตอบของสมการ x2 - 2x = x โดยใช้กราฟ
ฟังก์ชัน 103
กําหนดให f(x) = x2 - 5x + 6 ขอใดไมถูกตอ ง ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
1. กราฟของ f เปน พาราโบลาหงาย 2. กราฟของ f ตัดแกน Y ท่ีจุด (0, 6)
3. กราฟของ f ตัดแกน X ท่จี ุด (0, 2) และ (0, 3) 4. จุดวกกลับของกราฟ คอื 52, - 14
5. เรนจของ f คือ { y͉y∊R และ y ≥ 41 }
(เฉลยคําตอบ พจิ ารณาขอ 1. เนอ่ื งจาก a > 0 ดงั น้นั เปน พาราโบลาหงาย
ขอ 2. หาจดุ ตดั แกน Y ให x = 0 ดังน้นั y = 02 - 5(0) + 6 = 6 กราฟของ f ตัดแกน Y ท่จี ดุ (0, 6)
ขอ 3. หาจุดตัดแกน X ให y = 0 ดงั นน้ั x2 - 5x + 6 = 0
(x - 2)(x - 3) = 0
x = 2, 3
กราฟของ f ตดั แกน X ทจ่ี ุด (0, 2) และ (0, 3)
- 2(-(51)) ,≥4-(114)(}64)(1-) (-5)2 25 , - 41
ขอ 4. จดุ วกกลับของกราฟ คอื และ y =
ขอ 5. เรนจของ f คือ { y͉y∊R
ดังน้ัน คาํ ตอบ คือ ขอ 5.) T109
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (knowing)
1. ครอู ธบิ ายวา นกั เรยี นสามารถนําความรู เรอ่ื ง 2) กำรแกอ้ สมกำรโดยใช้กรำฟ
กราฟของสมการมาชวยในการหาคําตอบของ นกั เรยี นสามารถนา� ความรู้เรื่องกราฟของอสมการมาชว่ ยในการแกป้ ัญหาได้ ดังตวั อยา่ ง
อสมการได โดยใหจัดรูปสมการท่ีกําหนดให
อยูในรูปฟงกชันกําลังสอง เพ่ือหาคาตัวแปร ต่อไปน้ี
กอน แลวจึงนํามาใสเครื่องหมายอสมการ
เพื่อพิจารณาหาคําตอบของอสมการ ตวั อย่างท ี่ 33
2. ครูยกตัวอยา งบนกระดาน ดังนี้ ให้ใชค้ วำมรู้เรือ่ งกรำฟหำค�ำตอบของอสมกำร x2 - 1 < 0
จงหาคําตอบของอสมการโดยใชกราฟ เมื่อ วธิ ที ำ� ให้ y = x2 - 1
กําหนดอสมการ x2 - 4 < 0
เขยี นกราฟของ y = x2 - 1 และมจี ุดวกกลบั อยทู่ ีจ่ ุด (0, -1) ได้ ดงั น้ี
Y หาจดุ ที่กราฟตัดแกน X โดยให้ y = 0
จะได้ x2 - 1 = 0
8 1234 X
6 (x - 1)(x + 1) = 0
4 x = -1, 1
2
-4 -3 -2 -1-10 จะไดว้ ่า กราฟตดั แกน X ท่ีจดุ (-1, 0) และจดุ (1, 0) ดงั รูป
-2
-3 Y
-4 4 y = x2 - 1
วธิ ีทาํ ให y = x2 - 4 2
หาจดุ ทกี่ ราฟตัดแกน X จะได y = 0
ทําให x2 - 4 = 0 -3 -2 -1 0 1 2 3 X
-2 (0, -1)
(x - 2)(x + 2) = 0
x = 2, -2 พิจารณาหาคา่ x เม่อื y < 0 ดงั รปู
จะไดว า กราฟตัดแกน X ทีจ่ ุด (-2, 0) และ Y
(2, 0) ดงั รปู
จากกราฟ เม่ือพิจารณาหาคา x เมือ่ y < 0 4
จะได y < 0 เม่ือ -2 < x < 2
ดังน้นั เซตคําตอบของอสมการ x2 - 4 < 0 2
คอื { x ͉ -2 < x < 2 } หรือ (-2, 2)
3. ครูใหน กั เรยี นศึกษาตวั อยา งท่ี 33 ในหนงั สอื - -3 -2 -1 0 1 2 3X
เรยี น หนา 104 จากนน้ั ครอู ธบิ ายตวั อยา งท่ี 33 -2
อกี คร้ัง เพื่อใหน กั เรียนเขา ใจมากยงิ่ ขึ้น
จากกราฟ จะได้ y < 0 เม่อื -1 < x < 1
ดงั น้ัน เซตคา� ตอบของอสมการ x2 - 1 < 0 คอื { x ∙ -1 < x < 1 } หรือ (-1, 1)
104
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสรมิ
ครคู วรทบทวนความรูเ กย่ี วกบั การแกส มการกําลังสอง ax2 + bx + c = 0 ครใู หน ักเรียนปฏบิ ัติตามข้ันตอนตอ ไปนี้
• แบง นักเรยี นออกเปน 2 กลุม ดังนี้
โดยวิธกี ารแยกตัวประกอบ ในกรณีท่ัวไป ถา ให A แทนพจนห นา และ B แทน
พจนหลัง จะแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เปนกําลังสองสมบูรณได กลมุ ที่ 1 : ใหน กั เรียนหาคําตอบของอสมการ x2 - 9 < 0
ดังนี้ โดยใชกราฟ
(A + B)2 = A2 + 2AB + B2 กลมุ ที่ 2 : ใหน กั เรยี นหาคําตอบของอสมการ x2 - 9 < 0
(A - B)2 = A2 - 2AB + B2 โดยใชว ธิ ที างพีชคณิต
เพ่อื ใหงายตอ การจาํ และนําไปใช ดงั นี้
(หนา + หลงั )2 = (หนา)2 + 2(หนา)(หลัง) + (หลงั )2 • ใหนกั เรยี นรวมกนั อภปิ รายวา คาํ ตอบของสมการที่หาไดจาก
(หนา - หลัง)2 = (หนา)2 - 2(หนา)(หลงั ) + (หลงั )2 ทัง้ สองวธิ ตี างกนั หรอื ไม อยา งไร
และการใชสูตร x = -b ± 2ba2 - 4ac สาํ หรับการแกส มการ
T110
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ลองทําดู ฝกทําตอ ขน้ั สอน
ใหใ้ ชค้ วามรเู้ รื่องกราฟหาค�าตอบของอสมการ x2 - 4 > 0 แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ค เขา้ ใจ (Understanding)
ขอ 1(1)-(4)
ครใู หน ักเรียนจบั คูทาํ “ลองทาํ ด”ู ในหนงั สือ-
ตัวอย่างท ี่ 34 2) x2 - 2x - 3 ≥ 0 เรียน หนา 105 แลวแลกเปล่ียนความรูสนทนา
ซักถามจนเปนท่ีเขาใจรวมกัน จากนั้นครูสุม
ให้แก้อสมกำรตอ่ ไปนีโ้ ดยใช้กรำฟ นักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคําตอบของ
1) x2 - 2x - 3 ≤ 0 อสมการโดยใชกราฟบนกระดาน
วธิ ที ำ� 1) เขียน x2 - 2x - 3 ให้อยู่ในรปู a(x - h)2 + k ได้ ดังน้ี รู้ (Knowing)
x2 - 2x - 3 = (x2 - 2x + 1) - 1 - 3
= (x - 1)2 - 4 1. ครูยกตัวอยางท่ี 34 ในหนังสือเรียน หนา
105-106 บนกระดาน พรอมท้ังอธิบายอยาง
เมอ่ื เทยี บกับ a(x - h)2 + k จะได้ a = 1, h = 1 และ k = -4 ละเอียดและเปดโอกาสใหนักเรียนซักถาม
เขียนกราฟของ y = x2 - 2x - 3 และมจี ุดวกกลับอยทู่ ีจ่ ดุ (1, -4) ได้ ดังน้ี เมื่อเกิดขอสงสยั
หาจุดที่กราฟตัดแกน X
โดยให้ y = 0 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ในตัวอยางที่ 34
จะได้ x2 - 2x - 3 = 0 การหาจุดวกกลับนอกจากจะจัดใหอยูในรูป
(x + 1)(x - 3) = 0 a(x - h)2 + k จะไดจ ดุ วกกลับอยูท่ี (h, k) ยัง
x = -1, 3 สามารถหาไดจ ากสตู ร - 2ba , 4ac4a- b2 =
จะได้ว่า กราฟตัดแกน X ที่จดุ (-1, 0) และจุด (3, 0) ดังรูป (h, k) จากน้ันหาจุดทีก่ ราฟตัดแกน X โดยให
y = 0 แลว แยกตวั ประกอบหาคา x แลว นํา x
Y มาพิจารณาหาคําตอบของอสมการ
2 y = x2 - 2x - 3 3. ครยู กตวั อยา งเพ่มิ เตมิ แลวถามคาํ ถาม ดังน้ี
1) x2 - 6x + 8 < 0 2) x2 - 6x + 8 > 0
-2 -1 0 1 2 3X • x2 - 6x + 8 สามารถจัดใหอยูในรูป
-2 (1, -4)
a(x - h)2 + k ไดอ ยางไร และมีจุดวกกลบั
-4
อยทู ีจ่ ุดใด
ฟังก์ชัน 105 (แนวตอบ
x2 - 6x + 8 = (x2 - 6x + 8) + 1 - 1
= (x2 - 6x + 9) - 1
= (x - 3)2 - 1
มีจดุ วกกลบั อยทู จ่ี ดุ (3, -1))
• y = x2 - 6x + 8 แกน X ท่จี ุดใด
(แนวตอบ กราฟตดั แกน X ทจี่ ุด (2, 0) และ
จดุ (4, 0))
กิจกรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรยี นปฏิบัตติ ามข้นั ตอนตอไปนี้ ครูใหความรูเพ่ิมเติมจากตัวอยางท่ี 34 ขอ 2) เกี่ยวกับคําตอบอสมการ
• แบง นกั เรยี นออกเปน 2 กลมุ ดังนี้ โดยเลือกตัวอยางคา x = -2, -1, 0, 1, 2 แทนลงในอสมการ x2 - 2x - 3 ≥ 0
แลว พิจารณาวา คา x ทก่ี าํ หนดใหน น้ั เปนคาํ ตอบของอสมการหรอื ไม จะพบวา
กลุม ท่ี 1 : ใหน กั เรียนหาคําตอบของอสมการ x = -2, -1 เทานั้นท่เี ปนคําตอบของอสมการนี้ เพราะแทนคา ลงในอสมการแลว
x2 - 7x + 12 ≥ 0 โดยใชก ราฟ ทําใหอสมการเปนจรงิ
กลมุ ที่ 2 : ใหนักเรยี นหาคําตอบของอสมการ
x2 - 7x + 12 ≥ 0 โดยใชว ธิ ีทางพชี คณติ
• ใหนกั เรยี นรว มกันอภิปรายวา คําตอบของสมการทห่ี าไดจาก
ท้งั สองวธิ ีตา งกนั หรอื ไม อยางไร
T111
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน พิจารณาหาค่า x เมอื่ y ≤ 0 ดงั รปู
รู้ (knowing) Y
• จากขอ 1) เซตคําตอบของอสมการคือ 2
เทา ใด
(แนวตอบ เซตคําตอบของอสมการ คือ -2 -1 0 1234 X
{ x ͉ 2 < x < 4 } หรือ (2, 4)) -2
• จากขอ 2) เซตคําตอบของอสมการคือ -4
เทาใด
(แนวตอบ เซตคาํ ตอบของอสมการ คอื จากกราฟ จะได ้ y ≤ 0 เม่อื -1 ≤ x ≤ 3
{ x ͉ x < 2 หรอื x > 4 } หรือ ดังนั้น เ ซตคา� ตอบของอสมการ x2 - 2x - 3 ≤ 0 คอื { x ∙ -1 ≤ x ≤ 3 }
(-∞, 2) (4, ∞))
หรอื [-1, 3]
เขา้ ใจ (Understanding)
2) ให ้ y = x2 - 2x - 3
1. ครูใหน ักเรยี นจบั คูทํา “ลองทาํ ดู” ในหนงั สอื - พิจารณาหาคา่ x เมือ่ y ≥ 0
เรียน หนา 106 แลวแลกเปล่ียนความรู จะได้ y ≥ 0 เมื่อ x ≤ -1 หรือ x ≥ 3
สนทนาซักถามจนเปน ทเ่ี ขา ใจรว มกนั จากนน้ั ดงั น้นั x2 - 2x - 3 ≥ 0 เมอ่ื x ≤ -1 หรอื x ≥ 3
ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาแสดงวิธีทํา ดังรปู
บนกระดาน
Y
2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกทักษะ 2.3 ค ใน
หนงั สือเรยี น หนา 107 เปน การบา น 2
-2 -1 0 1234 X
-2
-4
ดงั นั้น เซตคา� ตอบของอสมการ x2 - 2x - 3 ≥ 0 คอื { x ∙ x ≤ -1 หรอื x ≥ 3 }
หรอื (-∞, -1] [3, ∞)
ลองทาํ ดู 2) 2x2 + x - 3 ≥ 0 ฝกทําตอ
ให้แกอ้ สมการต่อไปน้ ี โดยใชก้ ราฟ แบบฝก ทักษะ 2.3 ค
1) 2x2 + x - 3 ≤ 0 ขอ 1(5)-(8), 2
106
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET
จากกราฟขา งตน ขอใดไมถกู ตอง
5 Y 9y1 = 2(x - 3)2 + 9 1. 2x2 - 12x + 27 > 0
2. y1 < y2 กต็ อ เมอื่ 0 < x < 6
4 y2 = 3 3. ถา ให y1 = f(x) แลว f(0) = f(6)
3
2 4. f(3 + a) = f(3 - a) ทุกๆ จาํ นวนจรงิ a ใดๆ
1
-1-10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 X 5. 2x2 - 12x + 27 = 0 มีคาํ ตอบเปนจํานวนจริง 2 คําตอบ
(เฉลยคําตอบ - 3)2 + 9 เขยี นไดใ หมเ ปน 9y1 = 2x2 - 12x + 27
ขอ 5. ไมถ กู ตอ ง เพราะจาก 9y1 = 2(x 27 ซึ่งจดุ หรือคอู ันดบั ทอ่ี ยบู นพาราโบลาที่สอดคลองกับสมการจะเปน
ถาให y1 = 0 จะไดว า 0 = 2x2 - 12x +
คําตอบของสมการ แตจากกราฟพบวา ไมมจี ดุ ดังกลา วเลย น่นั แสดงวา ไมม คี า x ใดทจ่ี ะทําให y1 เปน 0 ได
จงึ ไมมคี ําตอบเปนจํานวนจริง
ดงั นั้น คําตอบ คอื ขอ 5.)
T112
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
แบบฝึกทกั ษะ 2.3 ค 2) x2 - 16 > 0 ขนั้ สอน
4) -4x2 + 8 < 0
ระดบั พนื้ ฐาน 6) x2 - 13x + 42 > 0 ลงมอื ทาํ (Doing)
8) 2x2 + x - 28 > 0
1. ให้แกอ้ สมกำรต่อไปนี้ โดยใชก้ รำฟ 2) 2 - x - x2 < 0 ครใู หนักเรียนแบงกลุม กลุม ละ 3-4 คน โดย
1) x2 - 7 > 0 4) 2x(2 - x) < 3(x - 2) คละความสามารถทางคณิตศาสตร แลวชวยกัน
3) 2x2 - 32 < 0 6) (x + 2)2 > 2x + 7 ทาํ แบบฝก ทักษะ ในหนงั สือเรยี น หนา 103 ขอ
5) x2 + 7x + 10 < 0 8) (2x + 1)(3x - 1) < 14 4.-6. จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอ
7) 2x2 - 3x - 54 > 0 หนาชัน้ เรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ ง
ระดบั กลาง ขน้ั สรปุ
2. ใหแ้ ก้อสมกำรต่อไปนี้ โดยใชก้ รำฟ สรปุ
1) 4(2x - 3)2 ≥ x2
3) 3x2 ≤ x2 - x + 3 ครูถามคาํ ถามนกั เรียน เพือ่ สรปุ ความรู เรอ่ื ง
5) 2 + 3x < 5x2 การนํากราฟไปใชในการแกสมการและอสมการ
7) 4(x + 1)(x - 4) + 25 ≥ 0 ดังน้ี
3. การแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามรเู้ รอ่ื งฟงั กช์ นั กา� ลงั สองและกราฟ • ถากราฟไมตัดแกน X คําตอบของสมการ
จะเปนอยางไร
กราฟของฟังก์ชนั กา� ลังสองท่อี ยูใ่ นรปู f(x) = ax2 + bx + c เม่อื a ≠ 0 สามารถนา� ไป (แนวตอบ จะไมมีคําตอบของสมการท่ีเปน
ประยุกต์ใช้ในการแกป้ ัญหาเกยี่ วกับชีวิตจริงได้ ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้ จํานวนจรงิ )
ตวั อยา่ งที่ 35 • ถากราฟตัดแกน X เพียงจุดเดียว คําตอบ
ของสมการจะเปนอยา งไร
ก�ำหนด x เปน็ จำ� นวนนับ ซึง่ เม่ือนำ� มำรวมกับจ�ำนวนนับอีกจำ� นวนหนง่ึ จะมีค่ำเทำ่ กับ 10 ใหห้ ำ (แนวตอบ มคี ําตอบของสมการทีเ่ ปน
ค่ำสูงสุดของผลคณู ระหวำ่ งจำ� นวนนับสองจ�ำนวนนี้ จาํ นวนจริงเพียง 1 คําตอบ)
วธิ ที �ำ ให้ x เปน็ จา� นวนนับจ�านวนแรก
• ถากราฟตัดแกน X สองจุด คําตอบของ
จะได้ จา� นวนนับจ�านวนทสี่ อง คือ 10 - x สมการจะเปน อยางไร
ให้ y แทนผลคูณระหวา่ งจา� นวนนบั สองจา� นวน (แนวตอบ มคี ําตอบของสมการท่เี ปน
จะได้ y = x(10 - x) จํานวนจริงเพยี ง 2 คาํ ตอบ)
y = 10x - x2 ขน้ั ประเมนิ
ฟังก์ชัน 107 1. ครูตรวจแบบฝก ทกั ษะ 2.3 ข-2.3 ค
2. ครตู รวจ Exercise 2.3 B-2.3 C
3. ครูประเมินการนาํ เสนอผลงาน
4. ครสู งั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
5. ครสู งั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม
6. ครสู ังเกตความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู
มงุ มน่ั ในการทํางาน
41 x2 ขอสอบเนน การคิด
ตน ทนุ ในการผลติ วิทยจุ ํานวน x เครอื่ งตอวนั เปนเงิน + 55x 550 บาท และขายไปในราคาเครื่องละ 50 + 21 x บาท
จะตอ งผลิตวทิ ยุกเี่ ครือ่ งตอ วันจงึ จะไดกาํ ไรสงู สุด -
41 (เฉลยคาํ ตอบ -ต5น 5ท0นุ บกาาทรผแลติตถ xาใเหครyือ่ งแตทอนวกนั ําไเรปทนี่ขเงานิยว41ิทยx2ุได+ ข5า5ยxใ-นร5า5ค0าหเคมราอ่ื ยงถลงึ ะถ5า0ผ+ลิต21ไดx 5 เครอื่ งตอ วัน กจ็ ะมีตน ทุน
(5)2 + 55(5) บาท ซ่ึงมวี ิทยุให x เคร่อื ง
ดังน้นั จะขายไดเงินทั้งหมด x 50 + 21 x บาท
นั่นคอื กําไรทเ่ี กดิ ขน้ึ คาํ นวณไดจาก
จะได A = -142B,AB = -5 , C = 550
กําไร = ราคาขาย - ตนทุน h = = -
y = x 50 + 12 x - 14 x2 + 55x - 550 2(-514)
y = A14 xx22 5x + 550 k = =4 = 10
y = - Bx + C = 4AC4A- B2 14 - (-5)2
+ 550 - 25 (550)
4 41
= 525
ดงั น้นั จุดยอดอยูท คี่ อู นั ดบั (10, 525) เปนพาราโบลาควํ่า จงึ ตอ งผลิตวทิ ยุ 10 เครอ่ื งตอวนั จะทําใหไ ดกาํ ไร 525 บาทตอ วัน) T113
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Inductive Method) จดุ วกกลับของฟังกช์ นั y = ax2 + bx + c คือ (- 2ba , 4ac4a- b2)
จาก y = 10x - x2
เตรยี ม จะได้ - 2ba = - 21(-01) = 5
และ 4ac4a- b2 = 4(-1)4(0(-)1-) 102 = 25
ครูถามคําถามเพื่อทบทวนความรูเก่ียวกับ จะไดจ้ ุด (5, 25) เปน็ จดุ วกกลบั ของกราฟและเปน็ จุดสงู สุดของกราฟ
ฟงกชันกําลังสอง ดงั น้ี ดังนัน้ ผลคูณท่ีมีค่าสงู สดุ เทา่ กับ 25
• ฟงกชนั กาํ ลงั สอง เขียนอยูในรูปแบบใด ลองทาํ ดู ฝกทําตอ
(แนวตอบ ฟงกช ันทีอ่ ยใู นรูป
กา� หนด x เปน็ จา� นวนนบั ซง่ึ เมอ่ื นา� มารวมกบั จา� นวนนบั อกี จา� นวนหนง่ึ แบบฝกทกั ษะ 2.3 ง
y = ax2 + bx + c เม่อื a, b, c เปน จะมีค่าเท่ากับ 40 ให้หาค่าสูงสุดของผลคูณระหว่างจ�านวนนับ ขอ 1-2
จาํ นวนจริงใดๆ และ a 0) สองจ�านวนน้ี
• กราฟของสมการ y = ax2 + bx + c
เม่ือ a 0 มีจดุ วกกลบั ท่จี ุดใด ตัวอย่างท ี่ 36
(แนวตอบ มีจุดวกกลับท่ีจดุ วศนิ เตะลกู ฟุตบอลลูกหนงึ่ ข้ึนไปในอำกำศในแนวดงิ่ ถำ้ ควำมสูง (เป็นฟุต) ของลกู ฟุตบอล
ที่ถกู เตะข้ึนไปคำ� นวณไดจ้ ำกสูตร h(t) = 27t - 6t2 เม่ือ t แทนเวลำเป็นวินำที
- 2ba , 4ac4a- b2 )
1) ให้เขียนกรำฟของฟังกช์ นั h(t) = 27t - 6t2 เมือ่ 0 ≤ t ≤ 4.5
ขนั้ สอน 2) ให้หำเวลำในขณะที่ลูกฟุตบอลอยูท่ จ่ี ดุ สงู สดุ จำกพ้ืน
3) ให้หำว่ำนำนเท่ำใดลูกฟุตบอลจงึ ตกลงถงึ พ้นื
สอนหรอื แสดง วิธที ำ� 1) จาก h(t) = 27t - 6t2
1. ครูกลาววา กราฟของฟงกชันกําลังสองที่อยู เขยี นตารางคูอ่ นั ดับและกราฟได้ ดงั น้ี
ในรูป f(x) = ax2 + bx + c เม่ือ a 0 t (วินำที) 0 0.5 1 2 3 4 4.5
h(t) (ฟุต) 0 12 21 30 27 12 0
สามารถนําไปประยุกตใชในการแกปญหา
เก่ยี วกับชวี ิตจรงิ ได Y
2. ครูยกตัวอยางที่ 35 ในหนังสือเรียน หนา
107-108 บนกระดาน แลว อธบิ ายอยา งละเอยี ด 40
30
เปรยี บเทยี บและรวบรวม 20
10
ครูใหน กั เรยี นจับคูทาํ “ลองทําดู” ในหนงั สอื - -1 0 1 2 3 4 5 X
เรียน หนา 108 และแบบฝกทักษะ 2.3 ง ขอ 1.-2. -10
ในหนงั สอื เรยี น หนา 111 แลวแลกเปล่ยี นความรู
และสนทนาซกั ถามจนเปน ทเี่ ขา ใจรว มกนั จากนน้ั 108
ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครู
ตรวจสอบความถูกตอง
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ครูอาจใหนักเรียนยกตัวอยางการแกปญหาโดยใชความรู เร่ือง ฟงกชัน กําหนดให M และ N เปนจาํ นวนจรงิ สองจํานวนท่รี วมกันได 2
กาํ ลังสอง เชน สนิ คากับราคาของสนิ คา การเคลื่อนที่ของวตั ถุที่มคี วามสมั พันธ แลวคา สูงสดุ ของ M2 + 2N2 มคี าเทา ใด
กบั เวลา พรอ มทง้ั รว มกนั อภปิ รายในชน้ั เรยี น แลว ใชก ารถาม-ตอบเพอ่ื ตรวจสอบ
ความเขา ใจของนักเรยี น 1. 12 2. 15 3. 20 4. 24 5. 30
(เฉลยคาํ ตอบ เนอ่ื งจาก M + N = 2 ดงั นัน้ N = 2 - M
T114 ให y เปนคา สูงสดุ ของ M2 + 2N2
จะได y = M2 + 2(2 - M)2
= M2 + 2(4 - 4M - M2)
= M2 + 8 - 8M - 2M2
= -M2 - 8M + 8
นัน่ คือ คา สงู สดุ เทากบั 4ac4a- b2 = 4(-1)(48()-1-) (-8)2
= --946 = 24
ดังนั้น คาํ ตอบ คอื ขอ 4.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2) จุดวกกลบั ของฟังก์ชัน y = ax2 + bx + c คอื (- 2ba , 4ac4a- b2) ขน้ั สอน
จาก h(t) = 27t - 6t2
จะได้ - 2ba = - 22(-76) = 2.25 สอนหรอื แสดง
และ 4ac4a- b2 = 4(-6)4(0(-)6-) 272 = 30.375
1. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาตัวอยา งท่ี 36 ในหนังสือ-
ดังนั้น เม่ือเวลาผ่านไป 2.25 วินาที ลูกฟุตบอลจะอยู่สูงท่ีสุดและอยู่สูงจากพ้ืน เรยี น หนา 108-109
30.375 ฟตุ 2. ครูถามคําถามนักเรยี นจากตัวอยา ง 36 ดังน้ี
• โจทยใหนกั เรียนหาอะไร
3) เมื่อลกู ฟุตบอลตกถึงพื้น แสดงวา่ h(t) จะตอ้ งมีค่าเปน็ ศูนย์ (แนวตอบ
จะได้ 27t - 6t2 = 0 1) ใหเ ขียนกราฟของฟง กชัน h(t)
6t2 - 27t = 0 2) ใหหาเวลาในขณะท่ีลูกฟุตบอลอยูท่ีจุด
3t(2t - 9) = 0 สงู สดุ จากพ้ืน
t(2t - 9) = 0 3) ใหห าวา นานเทา ใดลกู ฟตุ บอลจงึ ตกลง
จะได้ t = 0 หรอื 2t - 9 = 0 ถึงพ้นื )
t = 0 หรือ t = 92 • ในการหาคาํ ตอบ นกั เรยี นตอ งทาํ สง่ิ ใดกอ น
ดงั นัน้ ลกู ฟุตบอลจะตกถงึ พน้ื เมื่อเวลาผ่านไป 4.5 วนิ าที เปนลําดบั แรก
(แนวตอบ เขยี นตารางคอู ันดบั และกราฟ)
ลองทาํ ดู ฝกทําตอ • กราฟมลี กั ษณะอยางไร
(แนวตอบ กราฟมีลักษณะเปนเสนโคงเปด
หินกอ้ นหน่งึ ถกู โยนจากหน้าผาซงึ่ มีความสงู h เมตร จากพนื้ ดนิ แบบฝก ทกั ษะ 2.3 ง ลงดา นลาง)
ถ้าความสงู ของกอ้ นหนิ ทีถ่ ูกโยนขน้ึ ไป คา� นวณไดจ้ ากสตู ร ขอ 3 • ใชค วามรูเ รอื่ งใดในการหาคาํ ตอบขอ 2)
h(t) = 28 + 42t - 12t2 เมอื่ t แทนเวลาเป็นวนิ าที (แนวตอบ โจทยตองการหาเวลาในขณะที่
ลูกฟุตบอลอยูท่ีจุดสูงสุด จึงใชการหาจุด
1) ใหห้ าความสงู ของหนา้ ผา วกกลบั ของฟง กชนั ซึ่งหาไดโดย
2) ให้เขียนกราฟของฟงั กช์ นั h(t) = 28 + 42t - 12t2
- 2ba , 4ac4a- b2 )
เมื่อ 0 ≤ t ≤ 4
3) ให้หาเวลาในขณะท่กี ้อนหินอยู่ทจี่ ุดสงู สุดจากพ้ืน 3. ครูอธิบายวา ในการหาคาํ ตอบขอ 3) นกั เรียน
4) ใหห้ าวา่ นานเท่าใดก้อนหนิ จึงตกลงถงึ พน้ื ตอ งทราบวา เมอ่ื ลกู ฟตุ บอลตกถึงพ้นื แสดงวา
h(t) = 0
ฟังก์ชัน 109
เปรยี บเทยี บและรวบรวม
ครใู หนักเรียนจับคทู ํา “ลองทําดู” ในหนงั สอื -
เรียน หนา 109 จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมา
นําเสนอหนาช้ันเรียน โดยครูตรวจสอบความ
ถูกตอ ง
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET ส่ือ Digital
จากการวิเคราะหความสัมพันธระหวางจํานวนสินคาท่ีขายได
x (หนวย : พนั ชนิ้ ) และกําไร (หนว ย : หมื่นบาท) ของโรงงาน ครูอาจใหนักเรยี นใชโ ปรแกรม GeoGebra เพือ่ ตรวจสอบการเขยี นกราฟ
แหง หนึง่ เปนไปตามสมการ P(x) = -x2 + 4x - 3 โรงงานแหง น้ี ใน “ลองทาํ ดู” ในหนงั สอื เรยี น หนา 109 จาก www.geogebra.org/graphing
ตองผลิตสนิ คาทั้งหมดกช่ี น้ิ จึงจะไดกาํ ไรสูงที่สุด
1. 1,500 ช้นิ 2. 2,000 ชิ้น T115
3. 2,200 ชิ้น 4. 2,250 ชิ้น
5. 2,500 ชน้ิ
(เฉลยคาํ ตอบ เนอ่ื งจาก P(x) = -x2 + 4x - 3
คา สูงสุดของ P(x) เกิดขึน้ ที่ x = - 2ba = - 2(4-1) = 2
โรงงานแหงนตี้ อ งผลติ สินคา ทัง้ หมด 2,000 ชิน้ จึงจะไดกําไร
สูงที่สุด
ดังน้นั คาํ ตอบ คอื ขอ 2.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตัวอย่างที่ 37
สอนหรอื แสดง นิตมิ ีลวดยำว 100 เมตร ต้องกำรล้อมรว้ั ทีด่ นิ รมิ แม่น้�ำให้เป็นรูปส่ีเหล่ียมมุมฉำก โดยลอ้ มแค่
3 ดำ้ น ยกเว้นด้ำนท่ีตดิ ริมแมน่ ้�ำ ให้หำว่ำจะล้อมรัว้ ใหม้ พี น้ื ที่มำกทส่ี ุดเป็นเท่ำใด
ครูใหน ักเรียนศกึ ษาตวั อยา งท่ี 37 ในหนังสอื -
เรียน หนา 110 แลวครูอธบิ ายซ้าํ อกี ครั้ง เพอ่ื ให วธิ ที �ำ
นักเรียนเขา ใจมากยิ่งขึ้น
xx
เปรยี บเทยี บและรวบรวม
100 - 2x
ครูใหนกั เรยี นจับคูทาํ “ลองทําด”ู ในหนังสอื -
เรียน หนา 110 และแบบฝกทกั ษะ 2.3 ง ขอ 3.-6. ให้ x แทนความกวา้ งของรปู สีเ่ หลีย่ มมุมฉาก
ในหนังสอื เรยี น หนา 111 แลวแลกเปล่ยี นความรู จะได้ ความยาวของรปู สีเ่ หล่ยี มมมุ ฉาก คือ 100 - x - x = 100 - 2x
และสนทนาซกั ถามจนเปน ทเ่ี ขา ใจรว มกนั จากนน้ั
ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครู ให้ y แทนพ้นื ที่ของรปู สเ่ี หลี่ยมมมุ ฉาก
ตรวจสอบความถกู ตอ ง จะได้ y = x(100 - 2x)
y = 100x - 2x2
ขน้ั สรปุ เน่ืองจาก จดุ วกกลับของฟงั กช์ นั y= ax2 + bx + c คือ (- 2ba , 4ac4a- b2)
จาก 2x2
สรปุ y = 100x -
ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปกราฟของฟงกชัน จะได้ - 2ba = - 21(0-20) = 25
และ 4ac4a- b2 = 4(-2)(40()-2-) 1002 = 1,250
กําลังสองทอ่ี ยใู นรูป f(x) = ax2 + bx + c เมอื่
a 0 สามารถนําไปประยกุ ตใ ชใ นการแกป ญหา ดงั น้นั นิติต้องล้อมร้ัวให้ด้านกว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากยาว 25 เมตร จะได้พ้ืนที่
เกี่ยวกับชีวิตจริงไดและวิธีการแกโจทยประยุกต มากทสี่ ดุ คอื 1,250 ตารางเมตร
เกี่ยวกับคาสูงสุดหรือต่ําสุดของฟงกชันกําลังสอง
มหี ลกั การ ดงั นี้ ลองทําดู ฝกทําตอ
1) อา นโจทยแ ลว กาํ หนดคา ทโี่ จทยต อ งการหา เรยาต้องการล้อมร้ัวทด่ี ินรูปสเ่ี หลย่ี มมุมฉากเพ่อื เลีย้ งไก่ โดยท่ดี า้ น แบบฝกทักษะ 2.3 ง
คาสูงสดุ หรือต่าํ สุดใหเปน y หรือ f(x) หนง่ึ ของพนื้ ทตี่ ดิ กบั แมน่ า้� ถา้ เรยามลี วดยาว 80 เมตร และไกต่ วั หนงึ่ ขอ 4-7
ใช้พืน้ ท่ี 5 ตารางเมตร ให้หาว่าเรยาจะเลี้ยงไกไ่ ดม้ ากทสี่ ุดกีต่ วั
2) สรางสมการหรือฟงกชันกําลังสอง ซึ่งจะ
ตองขึ้นอยูกับตัวแปรอีกตัวหนึ่งก็คือ x
โดยสวนมาก x จะเปนตัวที่โจทยถามหา
หรือมีความสมั พนั ธก ับ y
110
เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills
ครใู หความรเู พ่ิมเติมจากตวั อยา งท่ี 37 ในเร่อื ง การหาคาสงู สดุ ของ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ
ทางคณิตศาสตรแ ลวทาํ กิจกรรม ดงั นี้
y = -2x2 + 100x โดยจดั ใหอ ยใู นรูป y = a(x - h)2 + k
• ใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลฟงกชันกําลังสองเกี่ยวกับ
จากสมการ y = -2x2 + 100x ชีวิตจรงิ
= -2(x2 - 50x + 252) + 252(2)
= -2(x2 - 50x + 625) + 1,250 • นําขอมูลที่สืบคนมาสรางโจทยปญหาพรอมท้ังหาคําตอบ
= -2(x - 25x)2 + 1,250 แลวนักเรียนภายในกลุมแลกเปล่ียนความรูและสนทนา
ซักถามจนเปนที่เขา ใจรวมกัน
ดงั น้ัน คาสูงสุดเทากับ 1,250 ซึ่งสอดคลองกับวธิ ใี ชส ตู ร
• ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอขอมูลผาน
โปรแกรม Microsoft PowerPoint หรือโปรแกรมนําเสนอ
อื่นๆ ตามที่นักเรียนถนดั
T116
นาํ สอน สรุป ประเมิน
แบบฝก ทักษะ 2.3 ง ขน้ั สรปุ
ร ะดับพนื้ ฐาน สรปุ
1. จา� นวนจรงิ สองจ�านวนบวกกนั มคี า่ เทา่ กับ 50 ให้เขียนสมการของฟงั กช์ ัน f ซ่งึ เป็นผลคูณ 3) สมการ y ท่ีกราฟมีลักษณะเปนเสนโคง
ของจา� นวนจรงิ สองจา� นวนน้ี เปดขึ้นดานบนจะบอกคาสูงสุดของกราฟ
ถากราฟมีลักษณะเปนเสนโคงเปดลง
2. ก�าหนด x เปน็ จ�านวนนบั ซ่งึ เมอ่ื น�ามารวมกบั จา� นวนนบั อกี จ�านวนหนึ่งจะมีคา่ เท่ากบั 80 ดา นลา งจะบอกคา ตา่ํ สดุ ของกราฟ ซง่ึ จะใช
ให้หาค่าสูงสุดของผลคณู ระหว่างจา� นวนนับสองจ�านวนน้ี
จุดวกกลับ - 2ba, 4ac4a- b2 เปน ตัวชวย
3. นุดาโยนลูกบอลลูกหนึ่งขึ้นไปบนอากาศในแนวดิ่ง ถ้าความสูง (เป็นฟุต) ของลูกบอลท่ี
โยนขึ้นไปคา� นวณได้จากสูตร f(t) = -t2 + 5t เมื่อ t แทนเวลาเปน็ วนิ าที ในการหาคําตอบ
1) ใหเ้ ขยี นกราฟของฟงั กช์ ัน f(t) = -t2 + 5t เม่อื 0 ≤ t ≤ 5 นาํ ไปใช้
2) ให้หาเวลาในขณะทลี่ กู บอลอย่ทู ีจ่ ุดสูงสดุ จากพนื้
3) ให้หาว่านานเทา่ ใดลกู บอลจงึ ตกลงถึงพื้น 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน โดย
4. ฝนทิพย์มีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ริมแม่น้�าและต้องการล้อมร้ัวลวดหนามรอบ ๆ ที่ดินแปลงนี้ คละความสามารถทางคณติ ศาสตร แลว ชว ยกนั
ทําใบงานที่ 2.5 และแบบฝกทักษะ 2.3 ง
ซ่ึงเป็นรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก โดยด้านที่อยู่ติดริมน�้าไม่ต้องมีรั้วก้ัน ถ้าลวดยาว 250 เมตร ขอ 7. ในหนงั สอื เรยี น หนา 111 แลว แลกเปลย่ี น
จะลอ้ มร้วั ให้มีพนื้ ทีม่ ากที่สดุ เปน็ เท่าใด ความรูกันภายในกลุม จากนั้นครูสุมนักเรียน
ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบ
ระดับกลาง ความถกู ตอ ง
5. โบดรยิษจัทะผขลาติยขขอองงเเลลน่่นชแหนิ้ ่งลหะน1ึง่7ม0ตี บ้นาททุนถใา้นบกราษิ รทัผลแิตหง่ นxต้ี ชอ้ งน้ิ กาเรทไา่ ดกก้ ับา� ไร21สxงู 2สดุ - 30x - 100 บาท 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 2.3 D เปน การบา น
จะตอ้ งขายของเลน่
จา� นวนกี่ช้นิ ขน้ั ประเมนิ
6. บรษิ ทั แห่งหน่งึ มีกา� ไรใน 10 ปแ รก เปน็ เงนิ P ล้านบาท สามารถค�านวณไดจ้ ากสูตร 1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.5
P = 2.5 - 0.1(x - 3)2 เม่ือ x แทนจ�านวนป ใหห้ าคา่ x เม่ือบริษทั ไมม่ ผี ลก�าไร 2. ครตู รวจแบบฝก ทักษะ 2.3 ง
3. ครูตรวจ Exercise 2.3 D
ร ะดับทา ทาย 4. ครูประเมนิ การนําเสนอผลงาน
5. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล
7. จากการวิเคราะห์ของโรงงานแห่งหนงึ่ พบวา่ เมอ่ื ผลติ สนิ ค้า x ช้ิน โรงงานจะไดก้ า� ไร P(x) 6. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม
โดยท่ี P(x) = ax2 + bx + c (หนว่ ยเปน็ บาท) ถ้าโรงงานนไ้ี มผ่ ลิตสนิ ค้าเลย จะขาดทุน 7. ครสู งั เกตความมวี นิ ยั ใฝเรียนรู
3,000 บาท ถ้าผลิตได้ 150 ช้ิน จะไดก้ �าไร 1,000 บาท และถ้าผลิต 200 ชิ้น จะเทา่ ทนุ
ถา้ โรงงานแหง่ นตี้ ้องการไดก้ า� ไรสงู สุด จะต้องผลิตสนิ ค้ากช่ี น้ิ และไดก้ า� ไรสูงสดุ เป็นเทา่ ใด มุงมน่ั ในการทํางาน
ฟังก์ชัน 111
ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
กาํ ไรของบริษัทแหง หนึ่ง สามารถแทนดว ยสมการ ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม จากการทําใบงาน
P = -2x2 + nx เมือ่ P แทนกําไร (หนวย : หมน่ื บาท) ท่ี 2.5 เรอ่ื ง การแกป ญหาโดยใชค วามรูเ รือ่ งฟง กชนั กาํ ลงั สองและกราฟ ในขัน้
x แทนจาํ นวนสนิ คา (หนวย : รอยช้ิน) นําไปใช โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมินของแผนการ
ถา ขายสนิ คา ได 25 ชนิ้ จะทาํ ใหม กี าํ ไรสงู สดุ แลว ถา ขายสนิ คา ได จัดการเรยี นรูใ นหนว ยการเรยี นรทู ่ี 2
30 ชิ้น จะไดกําไรหรือขาดทนุ เทา ใด
(เฉลยคาํ ตอบ จากจุดวกกลบั ของฟง กชัน y = ax2 + bx + c แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ
คือ - 2ba , 24(a--nc24)a- b2
จะได x = = n4 คาชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องทต่ี รงกับ
2นถ5า่นั คชxือ้นิ =n430= ระดับคะแนน
ลาดับ ช่ือ – สกุล การแสดง การยอมรับฟงั การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ที่ ของนักเรียน ความคดิ เห็น คนอื่น ตามท่ไี ด้รบั สว่ นรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ทําให P มคี าสงู สุด เมอ่ื ขายสนิ คาได
ดงั น้ัน P = -2x2 + 100x
25 จะได n = 100 + 100(30) = 1,200 เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
จะได P = -2(30)2 ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............/................./................
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ดงั น้นั ขายสินคา ได 3,000 ช้นิ จะไดกําไร 12,000,000 บาท) ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรับปรุง
T117
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Deductive Method)
กาํ หนดขอบเขตของปญ หา
1. ครยู กตัวอยางฟง กช ัน y = 2x-3, y = 2x+1, 2.4 ฟงั กช์ นั เอกซ โพเนนเชยี ล (Exponential Function)
y = 2-x และ y = 12 -x
2. ครถู ามคําถามนกั เรียน ดงั นี้ ฟงั ก์ชันเอกซ์โพเนนเชยี ล คือ ฟงั ก์ชันที่อยใู่ นรปู y = ax เมือ่ a > 0 และ a ≠ 1 ซงึ่ มี
• จากฟงกชันที่ยกตัวอยางขางตน สามารถ ลกั ษณะของกราฟของฟังก์ชันดงั ต่อไปน้ี
เขียนใหอ ยใู นรูปทัว่ ไปไดอยา งไร
พิจารณากราฟของ y = 2x เมื่อ x เป็นจา� นวนจรงิ ใด ๆ
(แนวตอบ y = ax) x y = 2x Y
• จากฟงกชันท่ียกตัวอยางขางตน เลขฐาน
ตอ งเปนจํานวนจรงิ บวกเทา นนั้ ใชหรือไม -3 81112 8
(แนวตอบ ใช) -1 7
• ใหน ักเรียนเขยี นกราฟของฟง กช นั y= 2x 0 6
(แนวตอบ Y 12 5
4
54 38 3 X
32 2
1 1
-6 -5 -4 -3 -2 ---1120 1 2 3 4 5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3
X จากกราฟ จะเหน็ ว่า เมอื่ x มคี า่ มากขนึ้ y = 2x จะมีค่ามากขึ้น ซึ่งมีโดเมนของฟงั กช์ นั เป็น
เซตของจ�านวนจริง และเรนจข์ องฟงั ก์ชันเป็นจ�านวนจรงิ ทม่ี ากกว่าศูนย์
)
3. ครกู ลาววา จากกราฟ จะเหน็ วา เมอ่ื x มีคา ตัวอยา่ งท่ี 38
มากขึ้น y = 2x จะมีคามากข้ึน ซ่ึงโดเมน
ของฟง กชนั เปน เซตจาํ นวนจรงิ และเรนจของ ใหเ้ ขียนกรำฟของฟงั กช์ นั ตอ่ ไปน้บี นระนำบเดยี วกนั
ฟง กชันเปนจาํ นวนจริงที่มากกวาศูนย 2) y1 = (21)x และ y2 = (13)x
1) y1 = 2x และ y2 = 3x
ขน้ั สอน วธิ ีทำ� 1) y1 = 2x และ y2 = 3x
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ x -2 -1 0 1 2
y1 = 2x 41 12 1 2 4
1. ครใู หนักเรยี นศกึ ษาตวั อยางที่ 38 ในหนงั สอื - y2 = 3x 19 13 1 3 9
เรยี น หนา 112
2. ครูใหนักเรียนต้ังขอสังเกตจากขอ 1) เปน
กราฟ y = ax โดย a > 1 กราฟมีลกั ษณะเปน
ฟงกชันเพิ่ม ถา x1 > x2 แลว ax1 > ax2
เพราะฉะน้ันกราฟของ y = ax (จากซาย จากตาราง จะเห็นว่า เมอ่ื x มีคา่ เพิ่มขึ้น จะท�าให้ 2x และ 3x มีค่าเพ่ิมขน้ึ
ไปขวา) จะสูงข้ึนเรื่อยๆ โดยไมมีขอบเขต
(น่ันคือไมมีคาสูงสุดของฟงกชัน) หรือใน
112
ขณะทค่ี า x เพ่ิมขน้ึ คาของ y ก็จะเพิม่ ขึน้
ขอ สอบเนน การคดิ
ขอใดไมใ ชฟงกช นั เอกซโพเนนเชยี ล 2. y = 21 x
1. y - 5x = 0 4. y = (-cos 30 ํ)x
3. y = (sin 45 )ํ x
(เฉลยคําตอบ
ขอ 1. y - 5x = 0 จัดรปู จะได y = 5x เปน ฟงกช ันเอกซโพเนนเชยี ล เพราะเลขฐาน 5 > 0
และไมเทา กบั 1 5 > 0 และไมเ ทา กับ 1
12 x เปน ฟง กชนั เอกซโ พเนนเชยี ล เพราะเลขฐาน 12 > 0
ขอ 2. y = (sin 45 ํ)x เปนฟง กช นั เอกซโพเนนเชียล เพราะเลขฐาน และไมเ ทากบั 1 = 22
ขอ 3. y = 1 22 > 0 sin 45 ํ
และไมเ ทากับ
23
ขอ 4. y = (-cos 30 )ํ x ไมเ ปน ฟงกชนั เอกซโพเนนเชียล เพราะเลขฐาน - < 0
-cos 30 ํ = - 23
T118 ดังนั้น คาํ ตอบ คอื ขอ 4.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
เขยี นกราฟได้ ดังนี้ ATTENTION ขน้ั สอน
กราฟของ y = ax, a > 0 และ
Y a ≠ 0 จะผา่ นจดุ (0, 1) เสมอ แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
และถา้ a > 1 เมอื่ x มีค่า
10198654327 y2 = 3x เพิ่มข้ึน y จะมีคา่ เพิ่มขึ้น จากนัน้ ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี นวา
-3 -2 -1 0 y1 = 2x • เพราะเหตใุ ดเสน โคง ของกราฟ y2 ลเู ขา ใกล
1 23 X
แกน Y มากกวาเสน โคง ของกราฟ y1
จากกราฟ จะเห็นว่า เมอื่ x มคี า่ เพม่ิ ขึ้น y จะมีคา่ เพม่ิ ขึ้น และเสน้ โค้งของกราฟ
y2 = 3x จะลเู่ ขา้ ใกล้แกน Y มากกว่าเส้นโค้งของกราฟ y1 = 2x (แนวตอบ เพราะ a ของกราฟ y2 > y1)
2) y1 = (21)x และ y2 = (13)x
3. ครูใหนักเรียนดูกรอบ ATTENTION ขอมูลที่
x -2 -1 0 1 2 สาํ คัญทนี่ ักเรยี นควรรูเพ่ิมเตมิ ดงั น้ี กราฟของ
y1 = (12)x 4 2 1 12 41 y = ax, a > 0 และ a 0 จะผา นจดุ (0, 1)
y2 = (31)x 9 3 1 13 91 เสมอ และถา a > 1 เม่ือ x มคี าเพิม่ ข้นึ y
จากตาราง จะเหน็ ว่า เมื่อ x มีค่าเพ่มิ ขึน้ จะท�าให้ (21)x และ (31)x มีคา่ ลดลงY จะมีคา เพม่ิ ขึน้
4. ครูใหนักเรียนต้ังขอสังเกตจากขอ 2) เปน
y2 = (13)x 1054629873 ATTENTION
y1 = (12)x กราฟของ y = ax, a > 0 และ กราฟ y = ax โดย 0 < a < 1 กราฟมีลกั ษณะ
a ≠0 จะผา่ นจดุ (0, 1) เสมอ เปน ฟงกชนั ลด ถา x1 < x2 แลว ax1 > ax2
และถา้ 0 < a < 1 เม่อื x เพราะฉะน้ันกราฟของ y = ax (จากขวา
มคี า่ เพ่มิ ขนึ้ y จะมคี า่ ลดลง
ไปซาย) จะสูงข้ึนเรื่อยๆ โดยไมมีขอบเขต
1 123 X (นั่นคือไมมีคาสูงสุดของฟงกชัน) หรือใน
-3 -2 -1 0 ขณะท่ีคา x เพมิ่ ข้ึน คา ของ y ก็จะลดลงและ
เม่อื x ลดลง คา ของ y ก็จะเพ่ิมขึน้ จากนนั้
ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี นวา เพราะเหตใุ ดเสน โคง
ของกราฟ y2 ลเู ขา ใกลแ กน Y มากกวา เสน โคง
ของกราฟ y1
(แนวตอบ เพราะ a ของกราฟ y2 < y1)
5. ครูใหนักเรียนดูกรอบ ATTENTION ขอมูล
ที่สําคัญที่นักเรียนควรรูเพ่ิมเติม ดังนี้ กราฟ
y = ax, a > 0 และ a 0 จะผา นจดุ (0, 1)
เสมอ และถา 0 < a < 1 เมื่อ x มคี าเพิ่มขนึ้
y จะมคี า ลดลง
จากกราฟ จะเหน็ ว่า เม่ือ x มีคา่ เพิม่ ขึน้ y จะมีคา่ ลดลง และเมื่อ x มคี า่ ลดลง
(31)x
y จะมีค่าเพ่ิมขึน้ และเส้นโค้งของกราฟ y2 = จะลเู่ ขา้ ใกลแ้ กน Y มากกว่า
เส้นโค้งของกราฟ y1 = (21)x
ฟังก์ชัน 113
กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรยี นจบั คู yแล=ว ป12ฏิบx ตั +ติ า1มแขลั้นะตอyน=ตอ ไ21ปxน้ี- 1 บนระนาบ ครูอธิบายความรเู พมิ่ เตมิ จากตัวอยา งท่ี 38 วา การหาจุดตดั แกน X ของ
• เขียนกราฟของ
กราฟของฟงกช ันในขอ 1) และ 2) ตองให y = 0 จะไดสมการ ax = 0 ซงึ่ ไมม ี
เดยี วกนั
คําตอบ ดงั นนั้ กราฟของฟงกชนั ในขอ 1) และ 2) จงึ ไมต ัดแกน X
• กราฟท้งั สองตดั แกน Y ท่จี ดุ ใด
หมายเหตุ : ครคู วรใหน กั เรยี นเกงและนกั เรียนออ นจบั คูกัน
T119
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ลองทาํ ดู
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ ให้เขียนกราฟของฟังก์ชนั ตอ่ ไปน้บี นระนาบเดียวกัน
1) y1 = (414x)แx ลแะละy2y=2 5x ฝกทําตอ
6. ครูอธิบายวา นักเรียนสามารถนําสมบัติของ 2) y1 = = (51)x
แบบฝกทกั ษะ 2.4 ขอ 1,
ax = ay ก็ตอ เมื่อ x = y มาใชในการแกส มการ 3, 6
เอกซโพเนนเชยี ลได การแกส้ มการเอกซโ์ พเนนเชียล สามารถจดั ใหอ้ ยใู่ นรูปทม่ี ฐี านเป็นจา� นวนเดียวกนั ได้ ดงั นี้
7. ครูใหน ักเรยี นศึกษาตัวอยางท่ี 39 ในหนงั สือ- ax = ay ก็ตอ่ เมอ่ื x = y
เรยี น หนา 114 จากนนั้ ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี น ตวั อยา่ งที่ 39 2) (71)x = 2,401
ดงั น้ี
• ขอ 1) นกั เรยี นสามารถแกส มการไดอ ยา งไร ใหแ้ ก้สมกำรตอ่ ไปน้ี SOPLRVOIBNLGETMIP
1) 3x = 243 จากบทนิยาม
(แนวตอบ ทําฐานของเลขยกกําลังใหเปน
ฐานเดียวกัน คือ ทํา 243 ใหฐานเปน 3 วธิ ีท�ำ 1) จาก 3x = 243 a-n = (1a)n
จากนน้ั แกส มการหาคา ตวั แปร โดยใชส มบตั ิ จะได้ 3x = 35 เมื่อ a แทนจ�านวนใด ๆ ท่ี
ดงั นนั้ x = 5 ไมเ่ ท่ากับศนู ย์ และ n แทน
ของ ax = ay ก็ตอเม่อื x = y) จ�านวนเตม็ บวก
2) จาก (71)x = 2,401
• ขอ 2 นกั เรียนสามารถแกส มการไดอยา งไร จะได้ (71)x = 74
ฐจ(แาานนกวนเตดนั้ อียแบวกกส ทนั มํากฐคาาือรนหทขาําอคงา 2เตล,4วั ข0แย1ปกรใกหโดําฐลยาใังนชใเสหปมนเปบนตั17ิ (17)x = (71)-4
ดังนนั้ x = -4
ของ ax = ay ก็ตอ เมอ่ื x = y)
ลองทาํ ดู 2) (12)x = 2,048 ฝกทําตอ
8. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา สมบัติของเลขยกกําลัง
ทส่ี าํ คญั ทใี่ ชในตัวอยางที่ 39 ขอ 2) คือ ให้แกส้ มการตอ่ ไปน้ี แบบฝก ทกั ษะ 2.4 ขอ 2
1) 5x = 625
a-n = a1 n เมอื่ a แทนจาํ นวนใดๆ ทไ่ี มเ ทา กบั
0 และ n แทนจาํ นวนเตม็ บวก
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
ครใู หน ักเรียนจบั คูทํา “ลองทาํ ดู” ในหนังสือ-
เรยี น หนา 114 และแบบฝกทกั ษะ 2.4 ขอ 1.-3.
ในหนังสอื เรียน หนา 117 แลว แลกเปล่ยี นความรู
และสนทนาซกั ถามจนเปน ทเี่ ขา ใจรว มกนั จากนนั้
ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครู
ตรวจสอบความถูกตอ ง
114
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสริม
ครูใหค วามรูเพม่ิ เตมิ จากตัวอยางที่ 39 ขอ 1) วา สามารถแกส มการโดยใช ครูใหน ักเรยี นจับคู แ17ลวxปแฏลิบะัตyติ =าม2ข,4้นั 0ต1อบนนตรอ ะไนปานบี้ เดียวกัน
วธิ เี ขยี นกราฟ y = 3x และ y = 243 กราฟท้ังสองเสน ตัดกนั ที่จดุ (5, 243) • เขียนกราฟ y =
ดังนนั้ คาํ ตอบของสมการ คือ x = 5
• กราฟทงั้ สองตัดกันท่ีจุดใด และจดุ ตัดของท้ังสองสมการ
สือ่ Digital มคี วามหมายวาอยางไร
หมายเหตุ : ครูควรใหน ักเรียนเกงและนกั เรียนออนจับคูกัน
ครอู าจใหน กั เรียนใชโ ปรแกรม GeoGebra เพ่อื ตรวจสอบการเขียนกราฟ
“ลองทําดู” ในหนงั สือเรียน หนา 114 จาก www.geogebra.org/graphing
T120
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อย่างท ี่ 40 ขนั้ สอน
กำรเพิ่มของจ�ำนวนประชำกร สำมำรถค�ำนวณไดจ้ ำกสมกำร แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
n(t) = n0(1 + r)t 1. ครอู ธบิ ายวา เราสามารถนาํ ความรู เรอื่ ง ฟง กช นั
เอกซโพเนนเชยี ล มาเชอ่ื มโยงกับสถานการณ
เมือ่ n0 แทนจำ� นวนประชำกร ณ เวลำเริม่ ตน้ ในชีวิตประจําวัน และสามารถแกโ จทยปญหา
r แทนอัตรำกำรเพิ่มขนึ้ ของจ�ำนวนประชำกรต่อเวลำ ตางๆ ไดอ ีกดวย
n(t) แทนจ�ำนวนประชำกรเมอื่ เวลำผ่ำนไป t ปี
2. ครูยกตัวอยางโจทยปญหาที่ใชฟงกชันเอกซ-
ถำ้ ในปี พ.ศ. 2556 จังหวัดนนทบรุ มี ีประชำกร 1 ล้ำนคน และมอี ัตรำกำรเพิม่ 2.8% ตอ่ ปี ให้หำ โพเนนเชียลในการแกปญหา เชน โจทย
จ�ำนวนประชำกรเมอ่ื เวลำผำ่ นไป 3 ปี และ 5 ปี เก่ียวกับการเพิ่มข้ึนของจํานวนประชากร
การลดลงของปริมาณวัชพืชในสวน และการ
วิธีทำ� จาก n(t) = n0(1 + r)t rn=(31)20.80= เพ่มิ ขนึ้ ของราคานํา้ มนั
จะได้ n0 = 1,000,000,
ให้ =3 = 0.028 0.028)3 3. ครถู ามคําถามนกั เรียนวา
t จะได้ 1,000,000(1 + • สมการฟงกชันเอกซโพเนนเชียลมีลักษณะ
= 1,000,000(1.028)3 อยา งไร
≈ 1,086,374 คน (แนวตอบ y = ax)
ให้ t = 5 จะได้ n(5) = 1,000,000(1 + 0.028)5
= 1,000,000(1.028)5 4. ครูยกตัวอยา งที่ 40 ในหนงั สือเรียน หนา 115
บนกระดาน พรอ มอธบิ ายอยางละเอยี ด
≈ 1,148,063 คน
5. ครูอธิบายวา โจทยการเพ่ิมขึ้นของประชากร
ดงั น้นั จงั หวัดนนทบุรจี ะมปี ระชากรประมาณ 1,086,374 คน เมือ่ เวลาผ่านไป 3 ปี เปนโจทยที่นําความรูของฟงกชันเอกซโพ-
เนนเชียลมาใชในการแกโจทยปญหา โดย
และมปี ระชากรประมาณ 1,148,063 คน เม่อื เวลาผ่านไป 5 ปี ขั้นตอนแรกของการแกโจทยปญหา ตอง
แทนคาตัวแปรจากส่ิงที่โจทยกําหนดมาให
ลองทาํ ดู ถกู ตอ ง จากนน้ั แกร ะบบสมการเพอ่ื หาคาํ ตอบ
ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีประชากร 64.6 ล้านคน และมีอัตรา ฝกทําตอ ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
การเพ่มิ 0.15% ต่อปี ใหห้ าจ�านวนประชากรเมือ่ เวลาผ่านไป 5 ปี แบบฝก ทกั ษะ 2.4 ขอ 4
ครูใหน กั เรียนจบั คทู ํา “ลองทําด”ู ในหนังสือ-
เรียน หนา 115 และแบบฝกทักษะ 2.4 ขอ 4.
ในหนงั สือเรยี น หนา 117 แลว แลกเปล่ียนความรู
และสนทนาซกั ถามจนเปน ทเ่ี ขา ใจรว มกนั จากนน้ั
ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครู
ตรวจสอบความถูกตอง
ฟังก์ชัน 115
กจิ กรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู
ครใู หนกั เรยี นปฏิบัติตามข้นั ตอนตอไปนี้ ครใู หความรูเ ก่ยี วกับการเพิม่ ขึน้ ของจํานวนประชากรวา ประชากรโลกน้นั
• ใหน กั เรียนแบงกลมุ กลุม ละ 3-4 คน คละความสามารถทาง มีแนวโนมจะมีวัยเด็กลดนอยลง โดยจํานวนของประชากรผูสูงอายุมีแนวโนม
ท่ีจะสูงขึ้น แสดงวา โครงสรางของประชากรไดเปล่ียนแปลงเขาไปสูสังคม
คณติ ศาสตรของนักเรยี น (ออ น ปานกลาง และเกง) ผสู งู อายุ (Anging Society) ซง่ึ ขณะนย้ี โุ รปกลายเปน ภมู ภิ าคทมี่ ผี สู งู อายมุ ากทสี่ ดุ
• ใหแตละกลมุ เขียนกราฟจากโจทย “ลองทําด”ู ในหนงั สือเรียน ในโลก โดยเฉพาะอิตาลี กรีซ เยอรมนี สวติ เซอรแลนด หลายตอ หลายประเทศ
จึงพยายามศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับผูสูงอายุมากข้ึน เพ่ือพัฒนาประเทศของตน
หนา 115 ใหม คี ณุ ภาพ กลายเปน “สงั คมผูส ูงอายทุ ม่ี ีคณุ ภาพ” ตอไปในอนาคต
• นกั เรียนพิจารณาวา กราฟของขอ 2. สามารถแทนดว ยฟง กชัน
เชิงเสน ไดห รอื ไม จงอธบิ าย
T121
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตัวอยางที่ 41
แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ สุนียฝากเงิน 500,000 บาท โดยไมมีการถอน ซึ่งไดรับดอกเบ้ีย 2.5% ตอป ใหหาวาเม่ือ
ฝากครบ 3 ป จะไดร ับเงินรวมท้ังหมดเปนจํานวนเทาใด โดยสามารถคาํ นวณไดจ ากสตู ร
ครูเขียนโจทยตัวอยางท่ี 41 ในหนังสือเรียน
หนา 116 บนกระดาน แลวครูอธิบายวา โจทย f(t) = 500,000(1 + 0.025)t
ในลกั ษณะนี้ เปน โจทยท ่นี ําความรู เรื่อง ฟง กชนั
เอกซโพเนนเชียลมาใชในการแกโจทยปญหา เมื่อ t เปน จํานวนปท ฝี่ าก และ f(t) เปน เงนิ รวมท่ไี ดรบั เม่ือฝากครบ t ป
โดยขั้นตอนแรกของการแกโจทยปญหาตอง วธิ ที ํา ให t = 3
แทนคา ตวั แปรจากสง่ิ ทโี่ จทยก าํ หนดมาใหถ กู ตอ ง
จากนนั้ แกสมการเพอ่ื หาคําตอบ จะได t(3) = 500,000(1 + 0.025)3
= 500,000(1.025)3
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ ≈ 500,000(1.0769)
= 538,445
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 115 และแบบฝก ทักษะ 2.4 ขอ 5. ใน ดงั นน้ั เมื่อครบ 3 ป จะไดรบั เงินท้งั หมดประมาณ 538,445 บาท
หนังสอื เรยี น หนา 118 จากนัน้ ครสู ุมนักเรียน
ออกมานาํ เสนอหนา ชนั้ เรยี น โดยครตู รวจสอบ ลองทาํ ดู
ความถูกตอง
นชิ าฝากเงนิ 50,000 บาท โดยไมมกี ารถอน ซึ่งไดรับดอกเบีย้ 3% ตอป ใหหาวาเม่อื
2. ครใู หนักเรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน ตอบ ฝากครบ 5 ป จะไดร บั เงนิ รวมท้งั หมดเปนจํานวนเทา ใด โดยสามารถคาํ นวณไดจากสตู ร
คาํ ถามในกจิ กรรม “Journal Writing” พรอ มทง้ั f(t) = 50,000(1.03)t
เม่อื t เปน จาํ นวนปทีฝ่ าก และ f(t) เปน เงนิ รวมทไ่ี ดร บั เมอื่ ฝากครบ ฝกทําตอ
สงตัวแทนกลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน t ป แบบฝก ทักษะ 2.4 ขอ 5
โดยครูตรวจสอบความถูกตอง
เฉลย Journal Writing Journal Writing
1) ถา x เพ่ิมข้ึน แลว y จะเพิ่มข้ึนอยาง
รวดเร็ว และกราฟจะมีแนวโนมลูเขาหา จากการวิเคราะห พบวา จํานวนของผูท่ีใชเครือขายสังคม (social network) มีอัตราการ
แกน Y เมือ่ x มคี า มากขึ้น กลาวคอื เม่อื เพิ่มขนึ้ แบบเอกซโ พเนนเชยี ล และเขยี นแทนดว ยสมการ y = 28x เมอ่ื x เปน จาํ นวนเดือน
เวลาเปลี่ยนแปลงไป จะมีจํานวนผูที่ใช และ y เปน จาํ นYวนผทู ่ใี ชเ ครอื ขายสังคม 1) ใหอ ธิบายความสัมพันธร ะหวา งจํานวนผูทใี่ ช
เครอื ขายสงั คมเพิม่ ขนึ้ อยางรวดเรว็ เครือขายสังคมกับเวลาท่ีเปลีย่ นแปลงไป
2) เร่ืองหรือเหตุการณที่มีลักษณะกราฟเปน y = 28x 2) ใหส บื คน ขอ มูลจากอินเทอรเ นต็ วา ในชีวิตจริง
แบบเอกซโ พเนนเชยี ล เชน การคดิ ดอกเบยี้
ทบตน การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย 1 มเี รือ่ งใดหรอื เหตกุ ารณใดบา งที่มลี กั ษณะกราฟ
การเพิม่ ของจาํ นวนประชากร 0X เปนแบบเอกซโพเนนเชยี ล
116
เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills
กอนที่ครูจะอธิบายการหาเงินรวมของเงินฝาก ครูควรอธิบายความหมาย ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-5 คน คละความสามารถ
ของคาํ ตา งๆ กับนกั เรยี น ดังน้ี ทางคณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง ) จากนั้นใหแ ตล ะกลมุ
เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารแหงประเทศไทย
- เงินฝาก คือ เงนิ ทเ่ี รานาํ ไปฝากกบั สถาบันการเงิน ที่ใหผ ลตอบแทนสูงสดุ ในการฝากเงนิ 10,000 บาท ในระยะเวลา
- ดอกเบยี้ คอื เงนิ ที่สถาบันการเงินตอ งจา ยใหแ กเจา ของเงนิ ที่นาํ มาฝาก 3 ป โดยใหนักเรียนเปรียบเทยี บจาก 4 ธนาคาร แลวนาํ มาเสนอ
- อตั ราดอกเบย้ี เงนิ ฝาก คือ ผลตอบแทนที่สถาบันการเงินจายใหก บั หนาชน้ั เรียน
ผูฝ ากเงิน
- เงนิ รวม คือ เงนิ ฝากรวมกบั ดอกเบ้ีย
- รอ ยละหรอื เปอรเ ซน็ ต คอื การเปรยี บเทยี บจาํ นวนใดจาํ นวนหนงึ่ กบั 100
T122
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ
ตรวจสอบและสรปุ
แบบฝกึ ทกั ษะ 2.4 ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี น เพ่ือสรุปความรู เรื่อง
ฟง กช ันเอกซโ พเนนเชยี ล ดงั นี้
• ฟงกชันเอกซโพเนนเชียลคือฟงกชันที่อยูใน
ระดบั พ้ืนฐาน รปู แบบใด
(แนวตอบ ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล คือ
1. ให้เขียนกรำฟของฟงั กช์ นั ที่ก�ำหนดต่อไปนี้ 2) y = (17)x ฟงกช ันท่อี ยูในรูป y = ax เมอ่ื a > 0 และ
1) y = 7x 4) y = (15)x + 1 a 1)
2) 3(5x) = 1,875 • โดเมนและเรนจข องฟง กช นั เอกซโ พเนนเชยี ล
3) y = 3x - 1 4) (49)x-1 = (8116)x คอื จาํ นวนใด
2. ให้แกส้ มกำรตอ่ ไปน้ี (แนวตอบ โดเมนเปนจํานวนจริง และเรนจ
1) 2x-1 = 256
3) 5(3x+1) = 1,215
ระดบั กลาง เปนจาํ นวนจรงิ บวก)
• กราฟของฟงกชันเอกซโพเนนเชียลจะตัด
3. ก�ำหนดสมกำร y = 2 + 2x โดยเขยี นตำรำงคู่อันดบั ดังน้ี แกนใดทจ่ี ดุ ใด และไมต ดั แกนใด
(แนวตอบ กราฟจะตดั แกน Y ทีจ่ ดุ (0, 1)
x -1 -0.5 0 1 1.5 2 2.5 3 และไมต ดั แกน X)
y a 2.7 3 4 4.8 6 b 10 287 x + 2 = 94
1) ใหห้ าคา่ a และ b • นกั เรียนสามารถแกสมการ
2) ใหเ้ ขียนกราฟ y = 2 + 2x เมอ่ื 1 ≤ x ≤ 3 หาคา x ไดอ ยา งไร
3) จากขอ้ 2) ใชก้ ราฟหาคา่ ประมาณของ y เมอ่ื x = 1.6 และหาคา่ ประมาณของ x (แนวตอบ
287 x + 2 94
เมอ่ื y = 5.5 32 3 x + 2 = 32 2
32 3 x + 2 = 23-1 2
4. กำรเพ่มิ ของจ�ำนวนแบคทีเรยี สำมำรถคำ� นวณไดจ้ ำก 32 3x + 6 = 32 -2
=
n(t) = n0(2.718)rt
เม่ือ n(t) แทนจำ� นวนแบคทเี รยี เมอื่ เวลำผ่ำนไป t ช่วั โมง
n0 แทนจ�ำนวนแบคทเี รีย ณ เวลำเร่ิมต้น
r แทนอัตรำกำรเพมิ่ ขึน้ ของจำ� นวนแบคทเี รียต่อเวลำ 3x + 6 = --832 )
ถำ้ จ�ำนวนของแบคทีเรยี มอี ตั รำกำรเตบิ โต 45% ตอ่ ชั่วโมง x =
1) ให้หาจา� นวนแบคทีเรียเมือ่ เวลาผา่ นไป 3 ช่วั โมง เมื่อมจี า� นวนแบคทเี รยี ณ เวลาเริ่มตน้
เทา่ กบั 500 เซลล์
2) ใหห้ าจ�านวนแบคทีเรยี ณ เวลาเรมิ่ ตน้ ถ้าเวลาผ่านไป 5 ช่ัวโมง แล้วมีจ�านวนแบคทเี รีย
เทา่ กบั 1,000 เซลล์
ฟังก์ชัน 117
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถา 4x-y = 128 และ 32x+y = 81 แลว ͉ x + y ͉ มีคาเทาใด
กอ นทจ่ี ะใหน กั เรียนทาํ แบบฝก ทักษะ 2.4 ครูควรเนน ยา้ํ กับนักเรยี น ดงั นี้
(เฉลยคําตอบ • ฟง กช นั เอกซโ พเนนเชยี ลใดๆ ตอ งมฐี านเปน จาํ นวนบวกทไี่ มใ ช 1 นนั่ คอื
จาก 4 x - y = 128
จะได 22(x - y) = 27 a ตอ งมคี า มากกวา 0 และไมเ ทากับ 1
2x - 2y = 7 .....(1)
จาก 32x + y = 81 • โดเมนของฟงกชนั เอกซโพเนนเชยี ลเปนจาํ นวนจรงิ
จะได 32x + y = 34 • เรนจข องฟง กช ันเอกซโพเนนเชียลเปน จาํ นวนจรงิ บวก
2x + y = 4 .....(2) • กราฟของฟงกช ันจะไมม ีจุดตัดแกน X แตมจี ดุ ตดั แกน Y ที่จดุ (0, 1)
นํา (1) - (2) จะได -3y = 3
ดงั น้ัน y = -1 แทนลงใน (2) T123
จะได 2x + (-1) = 4
2x = 5
x = 2.5
ดังนัน้ ͉ x + y ͉ = ͉2.5 - 1͉ = 1.5)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ 5. นุดำตอ้ งกำรฝำกเงนิ 10,000 บำท โดยไดร้ บั ดอกเบีย้ 1.5% ต่อปี ถ้ำเงนิ รวมทัง้ หมดทนี่ ดุ ำ
จะได้รับเม่ือเวลำผำ่ นไป t ปี สำมำรถค�ำนวณไดจ้ ำกสูตร
ฝก ปฏบิ ตั ิ f(t) = k(1.015)t
เม่อื t เป็นจำ� นวนปีที่ฝำก
1. ครูใหนักเรียนจับคูทํากิจกรรมโดยใชเทคนิค k เปน็ จ�ำนวนเงนิ ตน้
และ f(t) เปน็ เงนิ รวมทไี่ ดร้ บั เม่ือฝำกครบ t ปี
คูคดิ (Think Pair Share) ดังนี้ 1) ใหห้ าเงินรวมทีไ่ ด้รบั เมือ่ เวลาผ่านไป 2 ปี
2) ถ้านดุ าฝากเงนิ 300,000 บาท โดยได้รับอตั ราดอกเบยี้ เท่าเดมิ เม่ือเวลาผ่านไป 3 ปี
• ใหนักเรียนแตละคนคิดคําตอบของตนเอง จะได้รับเงินรวมเท่าใด
จากแบบฝก ทกั ษะ 2.4 ขอ 6. ในหนงั สอื เรยี น 3) ถ้านดุ าอยากได้รบั เงนิ รวมท้ังหมด 1,000,000 บาท ในอกี 5 ปขี า้ งหนา้ นดุ าจะต้อง
หนา 118 ฝากเงนิ จ�านวนเทา่ ใด
• ใหนักเรียนจับคูกับเพ่ือนเพื่อแลกเปลี่ยน ระดบั ท้าทาย
คําตอบกัน สนทนาซักถามซึ่งกันและกัน
จนเปน ท่เี ขา ใจรว มกนั 6. กรำฟของ y = kax เมื่อ a > 0 แสดงได้ ดังรูป
• ครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบหนา Y y = kax
ชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนในช้ันเรียน
รว มกันตรวจสอบความถกู ตอง 3
0X
2. ครูใหนกั เรยี นทาํ Exercise 2.4 เปนการบา น
ขนั้ ประเมนิ
1. ครตู รวจแบบฝก ทักษะ 2.4
2. ครตู รวจ Exercise 2.4
3. ครูประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
4. ครสู งั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล
5. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม
6. ครสู ังเกตความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู
มงุ มน่ั ในการทํางาน
ใหห้ ำคำ่ k จำกกรำฟของ y = kax
118
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด
จํานวนแบคทีเรยี ในการเพาะเชื้อจลุ นิ ทรยี ใน t ชวั่ โมง เปนไป
ครูสามารถวดั และประเมนิ พฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ จากการทาํ กจิ กรรม ตามสมการ n = 250e0.32t เม่อื e ≈ 2.718
“Journal Writing” ในขั้นเปรียบเทียบและรวบรวม โดยศึกษาเกณฑการวัด 1) เร่มิ ตน มีแบคทเี รยี ท้ังหมดก่ีตัว
2) จงหาจาํ นวนแบคทีเรียเม่ือเวลาผา นไป 10 ช่วั โมง
และประเมินผลจากแบบประเมินของแผนการจัดการเรียนรูในหนวยการเรียนรู (เฉลยคําตอบ
ที่ 2 1) เริม่ ตน t = 0
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ จะไดวา n = 250e0.32(0) = 250(1) = 250 ตวั
ดังนัน้ เรม่ิ ตน มีแบคทเี รียท้งั หมด 250 ตวั
คาชีแ้ จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องทต่ี รงกบั 2) ให t = 10
ระดบั คะแนน จะไดวา n = 250e0.32(10) = 250e3.2 ≈ 6,133
ดังนนั้ เมอื่ เวลาผานไป 10 ช่ัวโมง จาํ นวนแบคทีเรยี
ลาดับ ชื่อ – สกุล การแสดง การยอมรบั ฟงั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
ท่ี ของนักเรยี น ความคดิ เห็น คนอื่น ตามทไ่ี ดร้ ับ ส่วนรว่ มใน 20 มปี ระมาณ 6,133 ตวั )
มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............/................./................
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรับปรุง
T124
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
2.5 ฟงั กช์ นั ขน้ั บนั ได (Step Function) ขน้ั นาํ (Deductive Method)
ฟังก์ชันขั้นบันได คือ ฟังก์ชันท่ีมีโดเมนเป็นสับเซตของจ�านวนจริง และมีค่าของฟังก์ชัน กาํ หนดขอบเขตของปญ หา
เป็นคา่ คงตวั เปน็ ช่วง ๆ มากกว่าสองชว่ ง ตัวอย่างของฟังก์ชนั ขัน้ บันไดทพ่ี บเห็นในชวี ิตประจ�าวนั
เชน่ อตั ราค่าบรกิ ารไปรษณีย์ อตั ราค่าจอดรถ อัตราคา่ จ้างแรงงาน 1. ครยู กตวั อยา งสถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั เชน
การหาอัตราคาบริการรถโดยสารประจําทาง
ตัวอยา่ งท่ ี 42 การหาอตั ราคา จอดรถ และการหาอตั ราคา จา ง
แรงงาน โดยครกู ลา ววา การหาคาํ ตอบของโจทย
ใหเ้ ขยี นฟงั กช์ ันและกรำฟของฟังก์ชนั แทนอตั รำคำ่ ขนสง่ ไปรษณียแ์ บบดว่ นพิเศษ (EMS) ในลักษณะน้ี จะตองใชค วามรู เร่ือง ฟงกช ัน
ตอ่ ไปน้ี ขน้ั บนั ได
พิกัดน้�ำหนัก ค่ำบรกิ ำร (บำท) 2. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวา ฟงกชัน
ขนั้ บนั ไดมีลกั ษณะกราฟเปนอยา งไร
ไมเ่ กิน 20 กรัม 32 (แนวตอบ กราฟจะมลี กั ษณะคลา ยขนั้ บนั ไดเปน
เกิน 20 กรมั แต่ไมเ่ กนิ 100 กรมั 37 ฟงกชันท่ีมีโดเมนเปนสับเซตของจํานวนจริง
เกิน 100 กรมั แตไ่ ม่เกนิ 250 กรัม 42 และมีคาของฟงกชันเปนคาคงตัวเปนชวงๆ
เกนิ 250 กรมั แต่ไม่เกนิ 500 กรัม 52 มากกวาสองชวง)
เกิน 500 กรมั แตไ่ มเ่ กนิ 1,000 กรัม 67
ขนั้ สอน
วธิ ที ำ� เขียนฟังก์ชันในรูป f(x) เม่อื x เป็นนา้� หนกั ของพสั ดุ (กรัม) และ f(x) เปน็ อัตรา
ค่าบริการในการส่งพสั ดุแบบดว่ นพเิ ศษได้ ดังน้ี แสดงและอธบิ ายทฤษฎี หลกั การ
32, 0 < x ≤ 20 1. ครูอธิบายความหมายของฟงกชันข้ันบันได
37, 20 < x ≤ 100 โดยครอู ธบิ ายวา ฟงกชันขั้นบันไดเปนฟง กช นั
f(x) = 42, 100 < x ≤ 250 ท่ีมีโดเมนเปนสับเซตของจํานวนจริงและมีคา
52, 250 < x ≤ 500 ของฟงกชันเปนคาคงตัวเปนชวงๆ มากกวา
67, 500 < x ≤ 1,000 สองชว ง ซง่ึ กราฟของฟง กช นั นม้ี ลี กั ษณะคลา ย
ขน้ั บนั ได ดงั น้ี
ฟังก์ชัน 119
Y (เกรด)
A
B
C
D
E
0 40 60 80 100 X (คะแนน)
2. ครูอธิบายตัวอยางที่ 42 โดยครูอธิบายวา
ขั้นตอนแรกควรเขยี น f(x) เปนชวงตา งๆ ให
ครบถว น แลวจึงลงจุดตา งๆ ในกราฟ
กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู
ครูใหน กั เรยี นปฏิบัตติ ามข้ันตอนตอไปนี้ ครูใหความรูเพ่มิ เติมเกย่ี วกับฟง กช นั ข้ันบันไดในชวี ิตประจําวัน
• ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถทาง โดยยกตวั อยา งจากภาษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา
คณิตศาสตร (เกง ปานกลาง ออน) - รายได 0-150,000 บาท ยกเวน อตั ราภาษี
• ใหนกั เรยี นแตล ะกลมุ ยกตัวอยางฟงกชนั ข้นั บันไดในชีวิต - รายได 150,001 ถึง 300,000 บาท อัตราภาษี 5%
- รายได 300,001 ถึง 500,000 บาท อัตราภาษี 10%
ประจําวนั 1 สถานการณ - รายได 500,001 ถงึ 750,000 บาท อตั ราภาษี 15%
• นําขอ มูลท่ีไดมาวาดกราฟของฟง กช นั ขัน้ บนั ได - รายได 750,001 ถงึ 1,000,000 บาท อัตราภาษี 20%
• ใหนกั เรยี นสง ตัวแทนออกมานําเสนอหนาชน้ั เรยี นผา นโปรแกรม - รายได 1,000,001 ถึง 2,000,000 บาท อัตราภาษี 25%
- รายได 2,000,001 ถึง 5,000,000 บาท อตั ราภาษี 30%
Microsoft PowerPoint หรือโปรแกรมนําเสนออ่ืนๆ ตามท่ี - รายได 5,000,001 บาทขนึิ้ ไป อตั ราภาษี 35%
นกั เรียนถนดั
T125
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน เขยี นกราฟของฟังก์ชันได้ ดงั น้ี
ใชท้ ฤษฎี หลกั การ Y (บาท)
1. ครใู หน ักเรยี นจบั คูทาํ “ลองทําด”ู ในหนังสือ- 70
เรียน หนา 120 แลวแลกเปล่ียนความรูและ 60
สนทนาซกั ถามจนเปน ที่เขาใจรวมกนั แลว ครู 50
ถามคาํ ถามนกั เรียน ดงั นี้ 40
• จาก “ลองทาํ ด”ู กราฟของฟง กช นั ขนั้ บนั ได 30
จะมที ั้งหมดก่ขี ัน้ 20
(แนวตอบ 5 ข้ัน) 10
• นกั เรยี นสามารถเขยี นฟง กช นั f(x) และแบง
เปน ชว งทงั้ หมดไดก ช่ี ว งทเ่ี ขยี นเปน อสมการ 0 20 100 250 500 1,000 X (กรัม)
(แนวตอบ 5 ชว ง ไดแ ก
f(x) = 20 เมอ่ื 0 < x ≤ 1 ลองทาํ ดู
f(x) = 35 เมื่อ 1 < x ≤ 2
f(x) = 50 เมอ่ื 2 < x ≤ 3 ให้เขียนฟังก์ชนั และกราฟของฟังก์ชนั แทนอตั ราคา่ ขนสง่ ไปรษณียแ์ บบธรรมดาตอ่ ไปน้ี
f(x) = 65 เม่อื 3 < x ≤ 4
f(x) = 80 เมอ่ื 4 < x ≤ 5) พกิ ัดน้ำ� หนัก ค่ำบริกำร (บำท)
จากน้ันครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอหนา
ช้ันเรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกตอง ไม่เกนิ 1 กิโลกรัม 20
เกิน 1 กโิ ลกรัม แต่ไม่เกิน 2 กิโลกรมั 35
2. ครูใหน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 2.5 ขอ 1.-3. เกิน 2 กโิ ลกรมั แตไ่ มเ่ กิน 3 กิโลกรมั 50
ในหนงั สอื เรยี น หนา 121 จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี น เกนิ 3 กิโลกรัม แต่ไม่เกนิ 4 กิโลกรัม 65
ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบ เกนิ 4 กิโลกรัม แตไ่ มเ่ กิน 5 กิโลกรัม 80
ความถูกตอ ง
3. ครูใหนักเรยี นทาํ Exercise 2.5 เปนการบาน
ฝกทําตอ
แบบฝกทกั ษะ 2.5
ขอ 1-4
120
เกร็ดแนะครู
ครอู าจยกตวั อยา งเพิ่มเตมิ บนกระดาน แลวสมุ นักเรียนออกมาเขียนกราฟ
ของฟงกช ัน เพื่อตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น เชน
คะแนนเต็ม 100 คะแนน เกรด
ไมเกนิ 49 คะแนน 0
เกิน 49 คะแนน แตไ มเกิน 59 คะแนน 1
เกิน 59 คะแนน แตไมเกิน 69 คะแนน 2
เกนิ 69 คะแนน แตไ มเกิน 79 คะแนน 3
เกิน 79 คะแนนขึน้ ไป 4
T126
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
แบบฝึกทกั ษะ 2.5 ขนั้ สอน
ระดบั พื้นฐาน ใชท้ ฤษฎี หลกั การ
1. ให้เขยี นฟังก์ชันและกรำฟของฟงั กช์ นั แทนอตั รำคำ่ จอดรถบรเิ วณสยำมสแควรต์ ่อไปนี้ 4. ครยู กตวั อยา งเพม่ิ เตมิ แลว ถามคาํ ถามนกั เรยี น
ดงั นี้
อัตราคาไปรษณียากร สําหรับสงจดหมายใน
ประเทศ มีดังน้ี
ระยะเวลำ ค่ำบรกิ ำร (บำท) นํา้ หนัก (คบา าสทง)
ไมเกิน 40 กรัม 2
ไม่เกนิ 15 นาที 0 เกิน 40 กรมั 3
เกนิ 15 นาที แต่ไม่เกิน 1 ชัว่ โมง 10 แตไ มเกิน 100 กรมั
เกิน 1 ช่วั โมง แต่ไมเ่ กิน 2 ชั่วโมง 40 เกิน 100 กรมั 5
เกนิ 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกนิ 3 ชว่ั โมง 60 แตไมเกิน 300 กรมั
เกนิ 3 ช่ัวโมง แต่ไม่เกนิ 4 ชว่ั โมง 80 เกิน 300 กรัม 7
เกิน 4 ชั่วโมง แตไ่ ม่เกิน 5 ชว่ั โมง 150 แตไมเ กนิ 600 กรัม
2. รำ้ นเชำ่ รถจกั รยำนยนต์แห่งหนึง่ คดิ อัตรำคำ่ บริกำร ดงั นี้ • จากโจทย นกั เรียนสามารถกาํ หนด f(x)
2 ช่ัวโมงแรก คิดคำ่ บริกำร 100 บำท และ x ไดอยา งไร
ช่วั โมงท่ี 3 ขึน้ ไป คดิ ค่ำบริกำรชวั่ โมงละ 30 บำท (แนวตอบ f(x) = ราคาสงจดหมาย
x = น้าํ หนกั ของจดหมาย)
ให้เขียนฟังก์ชันและกรำฟของฟังก์ชันแทนอัตรำค่ำบริกำร เมื่อเช่ำรถจักรยำนยนต์เป็นเวลำ
5 ชว่ั โมง
ระดับกลาง • จากโจทย นกั เรยี นสามารถเขยี นฟง กช นั f(x)
ไดอ ยา งไร
3. บรษิ ัท อกั ษรทรำนสปอรต์ จ�ำกดั คิดอัตรำคำ่ ขนสง่ สนิ คำ้ แสดงดว้ ยกรำฟของฟังกช์ นั ดังนี้ (แนวตอบ
2 เมื่อ 0 < x ≤ 40
Y (บาท) 3 เมือ่ 40 < x ≤ 100
f(x) = 5 เม่อื 100 < x ≤ 300
280
240 7 เม่อื 300 < x ≤ 600)
200 • จากโจทย นกั เรยี นสามารถเขยี นกราฟ
160 ฟงกช ัน f(x) ไดอ ยา งไร
120 (แนวตอบ
80
40 Y
0 5 10 15 20 X (กโิ ลกรัม) 3216754
0 100
1) ใหเ้ ขียนฟังก์ชันแทนอัตราคา่ บริการของบรษิ ัท อักษรทรานสปอรต์ จา� กัด
2) ถ้าต้องการขนสง่ พสั ดุน�า้ หนัก 17 กโิ ลกรมั จะต้องจ่ายคา่ บรกิ ารท้ังหมดกี่บาท
ฟังก์ชัน 121
300 600 X )
กิจกรรม สรางเสรมิ สอ่ื Digital
ครใู หน กั เรียนปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนตอ ไปนี้ ครูใหนักเรียนใชโปรแกรม Microsoft Excel เพื่อคํานวณโจทยปญหา
• จากแบบฝกทักษะ 2.5 ขอ 3 ถาตอ งการขนสงพัสดุหนกั แบบฝกทกั ษะ 2.5 ขอ 1 โดยใชค าํ สงั่ IF
12 กโิ ลกรมั ตองเสียเงนิ กบี่ าท
• นักเรียนคิดวา คาบริการของอักษรทรานสปอรตสามารถแทน
ดวยฟงกช ันอน่ื ๆ ไดห รือไม จงอภปิ ราย
T127
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สรปุ
ตรวจสอบและสรปุ
ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรู เร่ือง ฟงกชัน ร ะดบั ทา้ ทาย
ขัน้ บนั ได ดังน้ี
4. บรษิ ัท A ใหเ้ ชา่ หอ้ งประชมุ คิดอตั ราค่าบริการ ดังน้ี
• ฟง กชันข้ันบนั ได มีลักษณะเปน อยางไร 3 ชั่วโมงแรก คดิ ค่าบริการชวั่ โมงละ 2,500 บาท
(แนวตอบ ฟงกชันข้นั บันได คือ ฟง กชนั ทีม่ ี ช่ัวโมงท่ี 4 ขึน้ ไป คิดคา่ บรกิ ารช่วั โมงละ 2,400 บาท
โดเมนเปน สับเซตของจาํ นวนจริง และมีคา
ของฟง กช นั เปน คา คงตวั เปน ชว งๆ มากกวา บรษิ ัท B ใหเ้ ช่าห้องประชุม คิดอัตราค่าบรกิ าร ดงั น้ี
สองชว ง) 6 ชัว่ โมงแรก คิดคา่ บริการช่วั โมงละ 3,000 บาท
ช่ัวโมงท ่ี 7 ข้นึ ไป คดิ ค่าบรกิ ารชัว่ โมงละ 1,800 บาท
• ใหนักเรียนยกตัวอยางฟงกชันข้ันบันได ถ า้ นกั ลงทนุ คนหนง่ึ ต้องการเชา่ ห้องประชมุ เป็นเวลา 7 ชวั่ โมง บรษิ ัทใดจะคดิ อัตรา
ในรูป f(x)
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดห ลากหลาย ค่าบรกิ ารถกู กวา่ กนั
ตามพ้นื ฐานความรู เชน
3 Self-Check
3 เม่ือ 0 < x ≤ 4 หลงั จากเรยี นจบหน่วยแลว้ ใหน้ ักเรยี นบอกสญั ลกั ษณท์ ตี่ รงกบั ระดบั ความสามารถของตนเอง
f(x) = 4 เมื่อ 4 < x ≤ 8
เมอ่ื 8 < x ≤ 12) ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
5
1. ส ามารถเขียนความสัมพันธแ์ บบแจกแจงสมาชกิ และ
• ใหนักเรียนยกตัวอยางฟงกชันขั้นบันไดท่ี แบบบอกเงื่อนไขได้
พบเหน็ ในชวี ิตประจําวัน
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดห ลากหลาย 2. สามารถเขยี นกราฟของความสมั พนั ธ์ได้
ตามพ้ืนฐานความรู เชน อัตราคาบริการ 3. สามารถหาโดเมนและเรนจ์ของความสัมพนั ธ์ได้
ไปรษณยี ภณั ฑป ระเภทตา งๆ เชน จดหมาย 4. สามารถตรวจสอบความสัมพนั ธ์ทเี่ ป็นฟงั ก์ชนั ได้
พัสดุ พัสดุไปรษณีย อัตราคาธรรมเนียม 5. สามารถหาค่าของฟงั กช์ ัน เม่ือก�าหนดคา่ โดเมนได้
ในการสงธนาณัติ อัตราภาษีเงินไดบุคคล 6. สามารถเขียนกราฟของฟังก์ชันเชิงเส้นได้
ธรรมดา) 7. สามารถเขียนกราฟของฟงั กช์ นั ก�าลงั สองได้
8. ส ามารถแกส้ มการและอสมการของฟงั ก์ชนั กา� ลงั สอง
โดยใชก้ ราฟได้
9. ส ามารถเขียนกราฟของฟงั ก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลได้
10. สามารถเขยี นกราฟของฟังกช์ ันขน้ั บันไดได้
11. ส ามารถแก้โจทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั ฟงั กช์ นั ต่าง ๆ ได้
122
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
กราฟในขอ ใดไมเ ปน ฟงกชนั
ครูอาจใหนักเรียนแตละคนทํา “Self-Check” ในหนังสือเรียน หนา 122
เพอ่ื ตรวจสอบความสามารถของตนเองใน เร่อื ง ฟง กชัน ถา นกั เรียนยงั ไมเ ขา ใจ 1. Y 2. Y 3. Y
ในหวั ขอ ใด ครคู วรอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในหวั ขอ นน้ั ๆ หรอื ใหน กั เรยี นจบั คู แลว รว มกนั
อภปิ รายรายละเอยี ดในหวั ขอ น้ันๆ เพอ่ื ใหเขาใจมากยิง่ ขนึ้ 0X 0X 0X
T128 4. Y 5. Y
0X 0X
(เฉลยคาํ ตอบ เมื่อลากเสนตรงต้งั ฉากแกน X ของกราฟ ขอ 5.
(วธิ กี ารตรวจสอบการเปน ฟง กช นั สาํ หรบั กราฟ) แลว เลอ่ื นเสน ตรง
จากซา ยไปขวาจะพบวา เสนตรงตดั กราฟมากกวา 1 จดุ
ดงั น้นั คาํ ตอบ คือ ขอ 5.)
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
สรปุ แนวคดิ หลกั ขนั้ สรปุ
ฟงั กช์ นั ตรวจสอบและสรปุ
1. คอู่ ันดับ (a, b) = (c, d) ก็ตอ่ เม่ือ a = c และ b = d ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
2. ผลคูณคาร์ทีเซยี นของเซต A และเซต B คือ เซตของคู่อันดบั (a, b) ทงั้ หมด โดยที่ a นักเรยี น ดังนี้
เปน็ สมาชิกของเซต A และ b เป็นสมาชกิ ของเซต B เขยี นแทนดว้ ย A × B • คอู นั ดบั (a, b) และ (c, d) จะเทา กนั เมอ่ื ใด
A × B = { (a, b) ∙ a∊A และ b∊B } (แนวตอบ เมื่อ a = c และ b = d)
3. ความสัมพนั ธ์ • ผลคูณคารทีเซียนของเซต A และเซต B
• r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B กต็ อ่ เมอื่ r ⊂ A × B มคี วามหมายวา อยา งไร
• r เปน็ ความสัมพนั ธจ์ าก A ไป A หรอื ความสมั พนั ธ์บนเซต A ก็ต่อเม่ือ r ⊂ A × A
(แนวตอบ เซตของคูอันดับ (a, b) ท้ังหมด
4. กราฟของความสมั พนั ธ์ โดยท่ี a เปน สมาชกิ ของเซต A และ b เปน
• ให้ r เป็นสับเซตของ R × R กราฟของความสัมพันธ์ r คือ เซตของจุดในระนาบท่ี
แสดงค่อู นั ดบั ท่ีเป็นสมาชกิ ของความสัมพันธ์ r สมาชกิ ของเซต B เขียนแทนดว ย A × B)
• ผลคูณคารทีเซียนของเซต A และเซต B
5. โดเมนและเรนจข์ องความสัมพนั ธ์
ให้ r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B สามารถเขียนใหอยูในรูปเซตแบบบอก
• โดเมนของ r คอื เซตของสมาชกิ ตวั หนา้ ของคูอ่ ันดับทั้งหมดใน r เขียนแทนด้วย Dr เง่อื นไขไดอ ยา งไร
Dr = { x∊A ∙ มี y∊B ซงึ่ (x, y)∊r }
• เรนจ์ของ r คือ เซตของสมาชิกตวั หลังของคู่อนั ดับท้งั หมดใน r เขยี นแทนด้วย Rr (แนวตอบ A × B = { (a, b) ͉ a∊A และ
Rr = { y∊B ∙ มี x∊A ซึ่ง (x, y)∊r }
• พิจารณา Dr และ Rr ของความสัมพันธแ์ บบบอกเงือ่ นไข b∊B })
- Dr : จัดตวั แปร y ในรปู ของ x แลว้ พิจารณาค่า x ท่ที �าให้ค่า y สอดคลอ้ งกับเง่อื นไข • ให r เปนความสัมพันธ A ไป B โดเมน
- Rr : จัดตัวแปร x ในรปู ของ y แลว้ พจิ ารณาคา่ y ท่ีทา� ให้ค่า x สอดคล้องกบั เงอื่ นไข
ของ r มคี วามหมายวา อยา งไร และสามารถ
ฟังก์ชัน 123 เขียนใหอยูในรูปเซตแบบบอกเงื่อนไขได
อยา งไร
(แนวตอบ โดเมนของ r คือ เซตของสมาชิก
ตัวหนาของคูอันดับท้ังหมดใน r เขียน
แทนดวย Dr เขยี นใหอยูในรูปเซตแบบบอก
เงือ่ นไขได ดังน้ี Dr = { x∊A ͉ มี y∊B
ซงึ่ (x, y)∊r })
• ให r เปนความสัมพนั ธ A ไป B เรนจของ r
มคี วามหมายวา อยา งไร และสามารถเขียน
ใหอยูใ นรปู เซตแบบบอกเงื่อนไขไดอยางไร
(แนวตอบ เรนจของ r คือ เซตของสมาชิก
ตัวหลังของคูอันดับทั้งหมดใน r เขียน
แทนดวย Rr เขียนใหอยูในรูปเซตแบบ
บอกเง่ือนไขได ดงั น้ี Rr = { y∊B ͉ มี x∊A
ซงึ่ (x, y)∊r })
กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรยี นจับคู แลว พจิ ารณาหาโดเมนและเรนจของความ ครคู วรตง้ั คาํ ถามเพอื่ สรปุ ความรรู วบยอดของนกั เรยี น เพอ่ื ปอ งกนั ไมใ หเ กดิ
สัมพนั ธต อ ไปน้ี ความเขาใจทผี่ ดิ พลาด ครจู ะตอ งใหนักเรียนทุกคนตอบคําถาม เพอ่ื ตรวจสอบ
ความเขาใจของนักเรียนทุกคนและพรอมท่ีจะนําความรูไปตอยอดในการเรียน
ความสมั พนั ธ โดเมน เรนจ เรื่องตางๆ ตอ ไป
r1 = {Â (1, 4), (3, 4), (5, 4) }
r2 = {Â (2, 4), (3, 4), (4, 4) } T129
r3 = {Â (4, 4), (5, 3), (5, 2) }
r4 = {Â (1, 2), (3, 4), (5, 6), (6, 7) }
r5 = {Â (1, 2), (2, 4), (1, 3), (2, 7) }
หมายเหตุ : ครูควรใหนักเรยี นเกงและนักเรยี นออ นจับคกู นั
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สรปุ
ตรวจสอบและสรปุ
ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ
นกั เรียน ดงั นี้
• ฟง กช นั มคี วามหมายวาอยางไร 6. การหาโดเมนและเรนจข์ องความสมั พนั ธ์ทก่ี า� หนดดว้ ยกราฟ
(แนวตอบ ฟง กช นั คอื ความสมั พนั ธท สี่ มาชกิ • การหาโดเมน จะพิจารณาตามแนวแกน X จากทางดา้ นซ้ายไปทางดา้ นขวาว่า เส้นกราฟ
ในโดเมนแตละตัวจับคูกับสมาชิกในเรนจ เร่ิมต้นจากจา� นวนใดไปยงั จา� นวนใด
ของความสัมพนั ธเพยี งตวั เดยี วเทาน้ัน) • การหาเรนจ์ จะพจิ ารณาตามแนวแกน Y จากดา้ นลา่ งขน้ึ ดา้ นบนวา่ เสน้ กราฟเรมิ่ ตน้ จาก
• ฟงกช ันเชงิ เสน มีความหมายวา อยางไร จา� นวนใดไปยงั จ�านวนใด
(แนวตอบ ฟงกชันเชิงเสน คือ ฟงกชันที่มี
สมการอยใู นรูป y = ax + b เม่ือ a, b เปน 7. ฟงั กช์ นั คอื ความสมั พนั ธท์ สี่ มาชกิ ในโดเมนแตล่ ะตวั จบั คกู่ บั สมาชกิ ในเรนจข์ องความสมั พนั ธ์
จาํ นวนจรงิ และ a 0) เพียงตวั เดียว
• ฟงกชันเชิงเสน ถา a > 0 กราฟจะมี
สำ� หรบั x, y และ z ใด ๆ ถ้ำ (x, y)∊f และ (x, z)∊f แล้ว y = z
ลกั ษณะใด 8. ฟงั กช์ ันเชงิ เส้น
(แนวตอบ กราฟจะทํามุมแหลมกับแกน X • ฟงั กช์ ันเชงิ เสน้ คอื ฟงั กช์ นั ท่มี ีสมการอยู่ในรปู y = ax + b เมื่อ a, b เป็นจา� นวนจริง
ในทศิ ทวนเข็มนาฬกา) และ a ≠ 0
• ฟงกชันเชิงเสน ถา a < 0 กราฟจะมี • ถา้ a > 0 กราฟจะท�ามมุ แหลมกับแกน X ในทิศทวนเข็มนาฬกิ า
ลกั ษณะใด ถ้า a < 0 กราฟจะทา� มมุ ป้านกับแกน X ในทิศทวนเข็มนาฬกิ า
(แนวตอบ กราฟจะทํามุมปานกับแกน X • กรณีท่ี a = 0 ฟงั กช์ นั อยใู่ นรูป y = b ซ่งึ เป็นกราฟที่ขนานแกน X เรยี กว่า ฟังกช์ ันคงตัว
ในทศิ ทวนเข็มนาฬก า) • จุดที่กราฟตดั แกน X จะใหค้ า่ y ทจี่ ุดน้ันเทา่ กับ 0 และจุดทก่ี ราฟตดั แกน Y จะใหค้ ่า x
• ฟงกชันเชิงเสน ถา a = 0 กราฟจะมี ท่จี ุดนน้ั เท่ากบั 0
ลกั ษณะใด
(แนวตอบ ฟง กช นั จะอยใู นรูป y = b ซง่ึ เปน YY
กราฟที่ขนานแกน X เรียกวา ฟงกชนั คงตวั ) y = ax + b
• ฟง กช ันเชิงเสน y = ax + b จะตัดแกน X (0, b)
และแกน Y ที่จุดใด b y=b
(แนวตอบ ตัดแกน X ทจ่ี ุด
แกน Y ที่จุด (0, b)) - ba , 0 และตดั X 0X
(- ab , 0) 0
124
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม
ครอู าจใหข อสังเกตเก่ยี วกับสมการในรูป y = ax + b ดงั นี้ ครูใหนักเรียนจับคู แลวพิจารณาความสัมพันธวาเปนฟงกชัน
หรอื ไม เพราะเหตใุ ด
ขอสังเกต ถาเพิม่ คา x จะทาํ ใหค า y เพ่ิมตาม แตบ างครัง้ คา x เพม่ิ ข้ึน
ความสัมพันธ เปน ฟง กชนั /
กอ็ าจจะทาํ ใหค า y ลดลงก็เปน ได ขึน้ อยูกบั คา a (ความชัน) ดังน้ี ไมเ ปน เหตผุ ล
• y = ax + b จะไดกราฟเปน เสนตรงตัดแกน y ท่คี า b ฟง กชัน
• ถา a > 0 กราฟจะมีลกั ษณะคลา ยๆ เดนิ ขนึ้ ภเู ขา (จากซา ยไปขวา)
• ถา a < 0 กราฟจะมีลักษณะคลา ยๆ เดนิ ลงภูเขา (จากซา ยไปขวา) r1 = {Â (1, 4), (3, 4), (5, 4) }
r2 = {Â (2, 4), (3, 4), (4, 4) }
YY r3 = {Â (4, 4), (5, 3), (5, 2) }
r3 = {Â (1, 2), (3, 4), (5, 6), (6, 7) }
0 m>0 X 0 m <X0 r3 = {Â (1, 2), (2, 4), (1, 3), (2, 7) }
• สมการ y = ax + b สามารถเขยี นเสน ตรงแทนจุดที่เรยี งตวั กันมากมาย
ได
T130 หมายเหตุ : ครคู วรใหนกั เรียนเกงและนักเรยี นออนจับคูกัน
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ
ตรวจสอบและสรปุ
ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
นักเรียน ดังนี้
9. ฟงั ก์ชันก�าลังสอง • ฟง กช นั กาํ ลังสอง มีความหมายวา อยางไร
• ฟังกช์ ันกา� ลงั สอง คือ ฟงั กช์ นั ที่อยู่ในรูป y = ax2 + bx + c เมื่อ a, b และ c (แนวตอบ ฟงกชันกําลังสอง คือ ฟงกชันท่ี
เป็นจ�านวนจริงใด ๆ และ a ≠ 0 อยใู นรูป y = ax2 + bx + c เม่ือ a, b
• ในกรณีทั่วไป กราฟของ y = ax2 + bx + c เมอ่ื a ≠ 0 และ c เปน จํานวนจริงใดๆ และ a 0)
1) กราฟของ y = ax2 + bx + c มจี ุดวกกลับอย่ทู ี่จุด (- 2ba , 4ac4a- b2) • กราฟของ y = ax2 + bx + c มจี ุดวกกลบั
2) ถ้า a > 0 กราฟเปน็ เส้นโค้งเปดิ ข้นึ ด้านบนและมจี ุดวกกลับเปน็ จุดตา่� สุด คอื ท่ีจดุ ใด
(- 2ba , 4ac4a- b2) และมคี ่าต�า่ สดุ คอื 4ac4a- b2 (แนวตอบ มจี ดุ วกกลบั ท่จี ดุ
ถ้า a < 0 กราฟเป็นเสน้ โค้งเปดิ ลงด้านลา่ งและมีจุดวกกลบั เปน็ จุดสูงสุด คือ - 2ba , 4ac4a- b2 )
(- 2ba , 4ac4a- b2) และมคี า่ สูงสุด คอื 4ac4a- b2 • ถา a > 0 กราฟของ y = ax2 + bx + c
3) แกนสมมาตรของกราฟจะผา่ นจุดต�่าสุดหรือจดุ สูงสุดเสมอ จะมลี ักษณะเปนอยา งไร
4) แกนสมมาตรของกราฟ คอื x = - 2ba (แนวตอบ กราฟเปน เสน โคง เปด ขนึ้ ดา นบน)
5) กราฟจะตัดแกน X ได้ 0, 1 หรือ 2 จดุ และตัดแกน Y ไดเ้ พยี งจุดเดียว • ถา a < 0 กราฟของ y = ax2 + bx + c
จะมลี ักษณะเปน อยา งไร
(แนวตอบ กราฟเปน เสนโคงเปด ลงดา นลาง)
YY • กราฟของ y = ax2 + bx + c จะตัดแกน X
y = ax2 + bx + c, a > 0 จดุ ตัด จุดวกกลับ และแกน Y ไดก่จี ดุ
จุดตัดแกน X แกน Y y = ax2 + bx + c, a < 0 (แนวตอบ กราฟจะตดั แกน X ได 0, 1 หรอื
0 X 0X 2 จุด และตดั แกน Y ไดเพียงจุดเดยี ว)
แกนสมมาตร จดุ ตัดแกน X • แกนสมมาตรของกราฟ y = ax2 + bx + c
จดุ ตัด
แกน Y แกนสมมาตร
จุดวกกลับ คือที่ใด
x(แน=ว-ตอ2bบa แกนสมมาตรของกราฟ คอื
)
10. การแก้สมการก�าลังสองโดยใช้กราฟ สามารถท�าไดโ้ ดยการเขียนกราฟสมการก�าลงั สอง
แล้วหาจดุ ที่กราฟตัดกบั แกน X หรอื กา� หนดให้ y = 0
• กราฟไม่ตัดแกน X แสดงวา่ ไมม่ คี า� ตอบของสมการท่ีเปน็ จ�านวนจริง
• กราฟตดั แกน X เพยี งจดุ เดียว แสดงวา่ มคี �าตอบของสมการท่ีเปน็ จา� นวนจรงิ 1 คา� ตอบ
• กราฟตดั แกน X สองจดุ แสดงวา่ มีค�าตอบของสมการที่เป็นจ�านวนจรงิ 2 คา� ตอบ
ฟังก์ชัน 125
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
กาํ หนดให คูอ ันดบั (y - 2, 2x + 1) = (x - 1, y - 2) แลว ครคู วรทบทวนฟงกช นั กําลังสองใหค รบทัง้ 4 รูปแบบ ดังน้ี
y - x มคี าเทาไร
เม่อื a, b, c เปนจํานวนจรงิ และ a 0
(เฉลยคําตอบ เนอื่ งจาก (y - 2, 2x + 1) = (x - 1, y - 2) • y = ax2
จะไดวา • y = ax2 + k
y - 2 = x - 1 และ 2x + 1 = y - 2 • y = a(x - h)2 + k
จะไดว า x - 1 = 2x + 1 • y = ax2 + bx + c
x = -2
แทนคา x = -2 หา y ครูอาจใหนักเรียนยกตัวอยางที่สอดคลองกับฟงกชันกําลังสอง พรอมท้ัง
เขยี นกราฟของสมการ
จะไดวา y - 2 = -2 - 1
y = -1
ดงั นนั้ y - x = (-1) - (-2) = 1)
T131
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ 11. ฟงั ก์ชันเอกซโ์ พเนนเชยี ล
• ฟงั กช์ ันเอกซ์โพเนนเชียล คอื ฟังกช์ ันที่อยใู่ นรปู y = ax เม่ือ a > 0 และ a ≠ 1
ตรวจสอบและสรปุ • กรณีท่วั ไป กราฟของ y = ax เม่อื a ≠ 0
1) กราฟของ y = ax เมือ่ a > 0 และ a ≠ 1 จะผา่ นจุด (0, 1) เสมอ
ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ 2) ถา้ a > 1 เมือ่ x มีค่าเพมิ่ ข้ึน y จะมคี ่าเพ่ิมขน้ึ
นกั เรยี น ดังนี้ ถา้ 0 < a < 1 เมอ่ื x มคี า่ เพ่มิ ข้นึ y จะมคี า่ ลดลง
• ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล คือ ฟงกชันท่ีอยู Y Y
ในรปู ใด y = ax, a > 0 y = ax, 0 < a < 1
(แนวตอบ ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล คือ
(0, 1) X (0, 1) X
ฟง กช ันท่อี ยูใ นรูป y = ax เม่ือ a > 0 และ 0 0
a 1)
• กราฟของ y = ax เมอื่ a > 0 และ a 1 12. การแกส้ มการเอกซ์โพเนนเชียล
ax = ay ก็ต่อเมือ่ x = y
จะผานจดุ ใดเสมอ
(แนวตอบ จะผานจดุ (0, 1) เสมอ)
• สมบตั ิใดทีใ่ ชในการแกส มการเอกซโ พเนน-
เชียล
(แนวตอบ ax = ay กต็ อเมือ่ x = y)
• ฟง กชนั ขน้ั บันไดมคี วามหมายวาอยา งไร
(แนวตอบ ฟงกช นั ข้นั บนั ได คอื ฟง กชันที่มี
โดเมนเปน สับเซตของจํานวนจริง และมีคา
ของฟง กช นั เปน คา คงตวั เปน ชว งๆ มากกวา
สองชว ง)
13. ฟงั ก์ชันขั้นบนั ได คือ ฟงั กช์ นั ที่มโี ดเมนเป็นสบั เซตของจา� นวนจรงิ และมคี ่าของฟังก์ชัน
เปน็ คา่ คงตวั เป็นช่วง ๆ มากกว่าสองช่วง เชน่
ฟงั กช์ ันขน้ั บันได Y กราฟขัน้ บันได
2, 0 ≤ x < 2 8
3, 2 ≤ x < 4 6
f(x) = 4, 4 ≤ x < 6 4
2
5, 6 ≤ x < 8
0 2468 X
126
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสริม
ครูใหความรูเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับการแกส มการเอกซโ พเนนเชียล ถา ax = bx ครใู หน กั เรยี นจับคู แลวปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนตอ ไปนี้
กต็ อเมือ่ x = 0 เม่อื a, b > 0 และ a, b 1 • เขียนกราฟของ y = x2 และ y = 2x บนระนาบเดยี วกนั
• นกั เรยี นคิดวา สมการ x2 = 2x มีท้ังหมดกค่ี าํ ตอบ
หมายเหตุ : ครูควรใหน ักเรียนเกง และนกั เรยี นออนจบั คูกนั
T132
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2แบบฝกึ ทกั ษะประจาำ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ขนั้ สรปุ
ค�ำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนตอบค�ำถำมตอ่ ไปน้ี
ฝก ปฏบิ ตั ิ
1. กา� หนด A = { 5, 10, 20 } และ B = { s, t } ให้หา
1. ครูใหนักเรียนจับคูทํากิจกรรมโดยใชเทคนิค
1) A × B 2) B × A
คูคดิ (Think Pair Share) ดงั น้ี
3) A × A 4) B × B
• ใหนักเรียนแตละคนคิดคําตอบของตนเอง
2. ก�าหนด A = { 1, 2, 3, 4, 5 } และ B = { 1, 3, 5, 7, 9 } ใหเ้ ขยี นความสัมพันธท์ กี่ า� หนด จากใบงานที่ 2.6 และแบบฝกทักษะ 2.5
แบบแจกแจงสมาชิกและแบบบอกเงือ่ นไข ขอ 4. ในหนังสอื เรียน หนา 122
1) ความสมั พนั ธ์นอ้ ยกว่าจาก A ไป B
2) ความสมั พันธ์เท่ากับจาก B ไป A • ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนเพ่ือแลกเปลี่ยน
3) ความสัมพนั ธร์ ากท่สี องจาก A ไป A คําตอบกัน สนทนาซักถามซ่ึงกันและกัน
4) ความสมั พนั ธก์ า� ลังสองจาก B ไป B จนเปนทีเ่ ขา ใจรวมกนั
• ครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบหนา
ช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนในชั้นเรียน
รว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
2. ครใู หนักเรยี นทาํ Exercise 2.5 เปน การบา น
3. ให้เขยี นกราฟของความสมั พันธต์ อ่ ไปน้ี
{ (x, y)∊R -2x }
1) r1 = { (x, y)∊R × R∙ y = x4 }
2) r2 = { (x, y)∊R × R∙ y = -x3 }
3) r3 = × R∙ y =
4) r4 = { (x, y)∊R × R ∙ y = ∙x∙ + 1 }
5) r5 = { (x, y)∊R × R ∙ -1 ≤ x ≤ 5 }
4. ให้หาโดเมนและเรนจข์ องความสัมพันธท์ ี่ก�าหนดตอ่ ไปนี้
1) r = { (x, y)∊I × I ∙ 5x - 2y = 10 }
2) r = { (x, y)∊R × R ∙ 3y = 6 - x }
3) r = {(x, y)∊R × R ∙ y = 2xx -+51}
4) r = { (x, y)∊R × R ∙ (x + 3)y = 4x }
5) r = { (x, y) ∙ y = ∙x∙ + 2 }
6) r = { (x, y) ∙ y = 49 - 9x2 }
5. ก�าหนด f(x) = ax + b ซง่ึ f(3) = -2 และ f(1) = 6 ใหห้ าคา่ ของ a และ b
ฟังก์ชัน 127
ขอ สอบเนน การคดิ
เมื่อจุดเยือกแขง็ ของนาํ้ เทา กับ 0 Cํ หรอื 32 Fํ จดุ เดือดของน้ําเทากับ 100 Cํ หรอื 212 Fํ
จงเขยี นความสมั พนั ธของอณุ หภมู ทิ เี่ ปน องศาเซลเซียส ( ํC) และองศาฟาเรนไฮต ( ํF) ในรูป
ฟง กชันเชิงเสน
(เฉลยคาํ ตอบ กําหนดให C = aF + b เม่ือ C แทน อุณหภมู ิที่เปนองศาเซลเซียส ( ํC)
F แทน องศาฟาเรนไฮต ( Fํ )
เมอื่ จดุ เยอื กแขง็ ของนาํ้ เทากบั 0 Cํ หรอื 32 Fํ จะไดวา 0 = a(32) + b …..(1)
จดุ เดอื ดของน้าํ เทากบั 100 Cํ หรือ 212 Fํ จะไดวา 100 = a(212) + b …..(2)
a = 110800 = 95
(2) - (1); 100 = 180a จะได
แทน a = 95 ลงใน (1)
95 (32) + b = 0 ดังนั้น b = - 1960
จะได
ดงั นั้น คในวราปูมฟสมัง กพช ันันธเขชองิ งเสอนุณหคภอื ูมCทิ เี่ =ปน 95อFงศ-า1เซ960ลเ)ซียส ( ํC) และองศาฟาเรนไฮต ( ํF) T133
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ 6. กา� หนดฟงั กช์ ัน x2 + 3, x<0
2x - 5, 0≤x<3
ฝก ปฏบิ ตั ิ f(x) = 7, x≥3
3. ครใู หนกั เรยี นทาํ กิจกรรม ดังน้ี ให้หา 2) f(-1) - f(3)
• ใหน ักเรยี นแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละ 1) f(0) + f(1) 4) f(-5) + f(2) - f(5)
ความสามารถทางคณิตศาสตร (เกง 3) f(-2) + f(-1) + f(3.5)
ปานกลาง และออน)
• ครูใหนักเรียนแตละกลุมเขียนผังมโนทัศน 7. ใหเ้ ขียนกราฟของฟงั ก์ชนั ตอ่ ไปน้ี พร้อมท้ังหาเรนจ์ของฟงั ก์ชนั
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 ฟงกชนั ลงในกระดาษ
A4 1) y = 6 - x, -3 ≤ x ≤ 3 2) y = 0.02x2 - 1, x ≥ 5
• ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมา
นําเสนอผงั มโนทัศนของกลมุ ตนเอง 3) y = (x + 4)(x - 9) 4) y = 7x, x∊R-
• ครูใหนักเรียนแตละกลุมทําแบบฝกทักษะ
ประจาํ หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 แลว แลกเปลยี่ น 8. กา� หนด y = x2 - 10x + 9
ความรูภายในกลุม สนทนาซักถามจนเปน
ท่เี ขาใจรวมกัน 1) ให้เขยี นตารางคู่อันดับ
• ครูสุมนักเรียนออกมาเฉลยคําตอบหนา
ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกตอ ง x -2 0 1 3 6 9 10
y
2) ให้เขียนกราฟของฟังกช์ นั y = x2 - 10x + 9
3) ให้แกส้ มการ x2 - 10x + 9 = 0 โดยใชก้ ราฟ
9. ใหเ้ ขียนฟงั กช์ นั และกราฟของฟงั กช์ นั แทนอตั ราค่าบรกิ ารทา� ความสะอาดของบริษทั
แห่งหนง่ึ ต่อไปน้ี
เวลำ (ช่ัวโมง) รำคำตอ่ ชัว่ โมง (บำท/ช่ัวโมง)
0<x≤2 250
2<x≤4 220
4<x≤5 200
5<x≤6 180
128
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครูควรอธิบายเพ่ิมเติมในการแกสมการ ax2 + bx + c = 0 หาคา x จากสมการ y = 2 - 2x มคี วามสัมพนั ธก นั ดงั ตารางตอไปนี้
สามารถหาได 2 วิธี คือ การแยกตัวประกอบเปนสองวงเลบ็ และการใชสูตร x1B2
yA2C
x = -b ± 2ba2 - 4ac เชน y = x2 - 10x + 9
การแยกตัวประกอบ การใชส ตู ร จงหาคาของ A + B - C
x2 - 10x + 9 = 0 x = -b ± 2ba2 - 4ac (เฉลยคําตอบ
(x - 1)(x - 9) = 0 ถา x = 1 แลว A = 2 - 2(1) = 0 ดังน้นั A = 0
= 1, 9 = -(-10) ± (2-(110))2 - 4(1)(9) ถา x = B แลว 2 = 2 - 2B ดงั นน้ั B = 0
x ถา x = 2 แลว C = 2 - 2(2) ดังนั้น C = -2
= 10 ± 1200 - 36
ดังนั้น A + B - C = 0 + 0 - (-2) = 2)
= 10 ±2 64
= 10 2± 8
T134 = 1, 9
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
10. หนิ ก้อนหน่ึงถูกโยนจากบนยอดตกึ ลงไปในทะเล ซึ่งต�าแหนง่ การเคลอ่ื นทขี่ องหนิ ขน้ั ประเมนิ
สามารถค�านวณไดจ้ ากสูตร
y = 60 + 25x - x2 1. ครตู รวจใบงานที่ 2.6
เมอื่ y แทนความสูงของก้อนหนิ มีหนว่ ยเปน็ เมตร 2. ครูตรวจแบบฝก ทกั ษะ 2.5
และ x แทนระยะทางในแนวราบท่ีขว้างก้อนหินไปได้ มีหน่วยเปน็ เมตร 3. ครูตรวจ Exercise 2.5
1) ใหแ้ กส้ มการ 60 + 25x - x2 = 0 และเขยี นค�าตอบให้อยู่ในรูปทศนิยม 1 ต�าแหนง่ 4. ครูประเมินการนาํ เสนอผลงาน
2) ให้อธบิ ายค�าตอบท่ีเป็นคา่ บวกทไี่ ด้จากขอ้ 1) 5. ครูตรวจแบบฝกทกั ษะประจาํ หนวยการเรียนรู
3) ก�าหนดตารางค่อู นั ดับ
x 0 2 4 6 8 10 ที่ 2
y 60 106 144 174 196 210 6. ครูตรวจผังมโนทัศนหนว ยการเรยี นรทู ่ี 2
x 12 14 16 18 20 22 เรื่อง ฟงกชัน
y 216 214 204 186 160 126 7. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
ให้เขียนกราฟของ y = 60 + 25x - x2 เมอ่ื 0 ≤ x ≤ 22 และ 0 ≤ y ≤ 220 8. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ
4) ให้หาจุดทีก่ อ้ นหนิ อยู่ทจ่ี ุดสงู สุดจากระดับนา้� ทะเล 9. ครสู งั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ รียนรู
5) ใหห้ าระยะทางในแนวราบ เมือ่ กอ้ นหนิ อยู่สูงจากระดบั น�้าทะเล 180 เมตร
มุงมนั่ ในการทํางาน
ฟังก์ชัน 129
ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
ชายผหู นงึ่ โยนลกู บอลในแนวด่งิ ถา ความสูงของลกู บอลหาได
จากสตู ร f(t) = -t2 + 8t เมอ่ื t แทนวินาที ครสู ามารถวดั และประเมนิ พฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ จากการทาํ ผงั มโนทศั น
จงหา 1) เวลาในขณะที่ลูกบอลอยูสงู ทส่ี ดุ จากพน้ื หนวยการเรียนรูท่ี 2 ฟงกชัน ในข้ันฝกปฏิบัติ โดยศึกษาเกณฑการวัดและ
ประเมนิ ผลจากแบบประเมินของแผนการจดั การเรยี นรูใ นหนวยการเรียนรทู ี่ 2
2) นานเทาใดลกู บอลจะตกถึงพนื้ ดิน
(เฉลยคาํ ตอบ การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ที่ 10
ขอ 1) เวลาในขณะท่ีลูกบอลอยสู ูงท่ีสดุ จากพ้นื
2(8-1) แบบประเมนิ ผังมโนทัศน์
คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงานของนักเรยี นตามรายการทก่ี าหนด แล้วขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดับ
คะแนน
= - = 4 ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432
ดงั นน้ั วินาทที ี่ 4 ทลี่ กู บอลอยสู งู ที่สดุ จากพ้นื 1 ความสอดคล้องกับจุดประสงค์
2 ความถูกต้องของเนือ้ หา รวม
3 ความคิดสรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา
ขอ 2) ลกู บอลจะตกถึงพื้นดนิ แสดงวา f(t) = 0 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
................./................../..............
เกณฑ์การประเมนิ ผังมโนทัศน์
ประเดน็ ท่ปี ระเมนิ ระดับคะแนน
1. ความสอดคลอ้ ง 4 32 1
กบั จดุ ประสงค์ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานไม่สอดคล้องกบั
-t2 + 8t = 0 จุดประสงค์ทุกประเด็น ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกบั จุดประสงค์
2. ความถกู ตอ้ งของ
เนื้อหา จุดประสงคเ์ ปน็ ส่วนใหญ่ จุดประสงค์บางประเดน็ เนอื้ หาสาระของผลงานไม่
ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่
3. ความคิด เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอ้ื หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
สรา้ งสรรค์ ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องบางประเดน็ ผลงานไมม่ ีความนา่ สนใจ
และไมแ่ สดงถงึ แนวคิด
t2 - 8t = 0 4. ความตรงต่อเวลา ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานมีความน่าสนใจ แต่ แปลกใหม่
สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ แต่ ยงั ไม่มีแนวคดิ แปลกใหม่
เป็นระบบ ยงั ไม่เป็นระบบ สง่ ชิ้นงานช้ากว่าเวลาที่
ส่งช้นิ งานช้ากวา่ เวลาที่ กาหนด 3 วันข้นึ ไป
สง่ ชน้ิ งานภายในเวลาท่ี ส่งช้ินงานชา้ กว่าเวลาที่ กาหนด 2 วนั
กาหนด กาหนด 1 วัน
t(t - 8) = 0 เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14 - 16 ดีมาก
11 - 13 ดี
t = 0, 8 8 - 10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
เนื่องจาก t = 0 เปนเวลาเร่มิ ตน จึงตอบ t = 8 T135
ดังนน้ั วนิ าทีท่ี 8 ลกู บอลจะตกถงึ พน้ื ดิน)
Chapter Overview
แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ - หนังสือเรยี น อันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 1 รายวิชาพ้ืนฐาน
ความหมาย คณิตศาสตร์ ม.5 1. บ อกความหมาย Concept - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ - ทกั ษะการ 1. มีวินยั
ของลำ� ดบั - แ บบฝกึ หดั ของลำ� ดับได้ (K) Based 3.1 ก สังเกต 2. ใฝ่เรยี นรู ้
- ตรวจ Exercise 3.1 A - ทักษะการจ�ำแนก 3. มงุ่ มั่น
3 รายวชิ าพื้นฐาน 2. บ อกได้ว่าลำ� ดับ Teaching - การนำ� เสนอผลงาน ประเภท ในการทำ� งาน
คณิตศาสตร์ ม.5 ทีก่ �ำหนดให้เปน็ ลำ� ดับ - สังเกตพฤติกรรม - ท กั ษะการหา
ชว่ั โมง จำ� กัดหรอื ลำ� ดับอนนั ต์ การท�ำงานรายบคุ คล แบบแผน
(K) - สังเกตพฤตกิ รรม - ท กั ษะการ
การท�ำงานกลมุ่ เชือ่ มโยง
3. เ ขียนลำ� ดบั แบบ - สงั เกตความมวี ินัย - ท ักษะการ
แจกแจงพจน์ ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่นั ในการ วเิ คราะห์
เม่อื กำ� หนดพจนท์ ่ัวไป ท�ำงาน - ท ักษะการน�ำ
ใหไ้ ด้ (K) ความรไู้ ปใช้
4. เขยี นพจนท์ ว่ั ไป
ของลำ� ดบั เม่อื ก�ำหนด
ลำ� ดับแบบแจกแจงพจน์
ใหไ้ ด้ (P)
5. รบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ี
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)
แผนฯ ที่ 2 - ห นงั สือเรยี น 1. บอกความหมายของ Concept - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ - ท กั ษะการ 1. มวี นิ ยั
ล�ำดับเลขคณติ รายวิชาพื้นฐาน ลำ� ดับเลขคณิตได้ (K) Based 3.1 ข สงั เกต 2. ใฝ่เรียนร ู้
คณติ ศาสตร์ ม.5 - ตรวจ Exercise 3.1 B - ท กั ษะการระบุ 3. มุง่ ม่นั
5 - แ บบฝึกหัด 2. หาผลต่างรว่ มของลำ� ดบั Teaching - การนำ� เสนอผลงาน - ทักษะการหา ในการทำ� งาน
เลขคณิตได้ (K) - สังเกตพฤติกรรม แบบแผน
ชว่ั โมง รายวิชาพน้ื ฐาน การท�ำงานรายบคุ คล - ทักษะการ
คณติ ศาสตร์ ม.5 3. หาพจนต์ ่าง ๆ ของ
- QR Code ลำ� ดบั เลขคณิตได้ (K) - สังเกตพฤตกิ รรม เชือ่ มโยง
การท�ำงานกลมุ่ - ทกั ษะการ
4. ประยุกต์ใช้ความรู้ - สงั เกตความมวี นิ ัย วเิ คราะห์
เก่ยี วกบั ลำ� ดบั เลขคณติ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการ - ทักษะการน�ำ
ในการแกโ้ จทยป์ ญั หาได้ ท�ำงาน ความรไู้ ปใช้
(K) - ทกั ษะการประยุกต์
5. เขียนแสดงขนั้ ตอน ใชค้ วามรู้
การหาพจน์ทว่ั ไปของ
ลำ� ดับเลขคณติ ได้ (P)
6. รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่
ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)
T136
แผนการจดั ส่ือที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 3 - หนังสอื เรียน 1. บอกความหมายของ Concept - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ท ักษะการ 1. มวี ินัย
ล�ำดบั เรขาคณติ รายวิชาพ้ืนฐาน ล�ำดบั เรขาคณิตได้ (K) Based 3.1 ค สงั เกต 2. ใฝ่เรียนรู้
คณติ ศาสตร์ ม.5 - ตรวจ Exercise 3.1 C - ทักษะการระบุ 3. มุง่ มั่น
5 - แบบฝึกหัด 2. หาอตั ราส่วนร่วมของ Teaching - การนำ� เสนอผลงาน - ทักษะการหา ในการทำ� งาน
รายวิชาพน้ื ฐาน ล�ำดบั เรขาคณิตได้ (K) - สังเกตพฤตกิ รรม แบบแผน
ชัว่ โมง คณิตศาสตร์ ม.5 การท�ำงานรายบคุ คล - ท กั ษะการ
3. ห าพจน์ต่าง ๆ ของ
ล�ำดบั เรขาคณิตได้ (K) - สงั เกตพฤตกิ รรม เชือ่ มโยง
การทำ� งานกล่มุ - ทักษะการ
4. ป ระยกุ ต์ใช้ความรู้ - สังเกตความมวี ินัย วเิ คราะห์
เก่ยี วกับลำ� ดบั เรขาคณิต ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่ันในการ - ท ักษะการน�ำ
ในการแก้โจทย์ปญั หาได้ ท�ำงาน ความรไู้ ปใช้
(K) - ทักษะการประยกุ ต์
ใช้ความรู้
5. เขยี นแสดงข้นั ตอน
การหาพจน์ท่ัวไป
ของลำ� ดับเรขาคณติ ได้
(P)
6. รับผิดชอบตอ่ หน้าที่
ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
แผนฯ ที่ 4 - หนังสือเรยี น 1. บ อกความหมายของ Concept - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ทักษะการ 1. มวี ินยั
อนกุ รม รายวชิ าพ้นื ฐาน อนกุ รมได้ (K) Based 3.2 ก สังเกต 2. ใฝเ่ รียนรู้
คณติ ศาสตร์ ม.5 2. บอกสมบตั ขิ อง Teaching - ตรวจ Exercise 3.2 A - ท ักษะการระบุ 3. มุ่งม่ัน
4 - แ บบฝกึ หัด สญั ลักษณแ์ ทนการบวก - การนำ� เสนอผลงาน - ท กั ษะการหา ในการทำ� งาน
(Σ) ได้ (K) - สงั เกตพฤติกรรม แบบแผน
ชั่วโมง รายวชิ าพื้นฐาน
คณติ ศาสตร์ ม.5
3. ห าผลบวก n ของ การท�ำงานรายบคุ คล - ทักษะการ
อนุกรมทก่ี �ำหนดใหไ้ ด้ - สังเกตพฤติกรรม เช่อื มโยง
(K) การท�ำงานกลมุ่ - ทกั ษะการ
4. เขียนแสดงขน้ั ตอน - สังเกตความมวี นิ ัย วเิ คราะห์
การหาค่าของจ�ำนวน ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่นั ในการ - ทักษะการน�ำ
ทีอ่ ยูใ่ นรปู สัญลกั ษณ์ ทำ� งาน ความรู้ไปใช้
แทนการบวก (Σ) ได้
(P)
5. รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี
ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย (A)
T137
แผนการจดั สอื่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ - ห นังสอื เรียน อันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 5 รายวิชาพ้ืนฐาน
อนกุ รม คณิตศาสตร์ ม.5 1. บ อกความหมายของ Concept - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ - ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
เลขคณติ - แ บบฝกึ หัด อนุกรมเลขคณติ ได้ (K) Based 3.2 ข สงั เกต 2. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตรวจ Exercise 3.2 B - ท กั ษะการระบุ 3. มุ่งม่ัน
5 รายวิชาพน้ื ฐาน 2. แ กโ้ จทย์ปญั หาเกี่ยวกบั Teaching - การนำ� เสนอผลงาน - ทักษะการหา ในการทำ� งาน
คณิตศาสตร์ ม.5 อนกุ รมเลขคณิตได้ (K) - สังเกตพฤติกรรม แบบแผน
ชว่ั โมง การทำ� งานรายบคุ คล - ทักษะการ
- หนังสือเรยี น 3. เขียนแสดงขัน้ ตอน - สังเกตพฤติกรรม เชื่อมโยง
แผนฯ ท่ี 6 รายวิชาพน้ื ฐาน การหาผลบวก n พจน์ การท�ำงานกลุ่ม - ทักษะการ
อนกุ รม คณิตศาสตร์ ม.5 ของอนกุ รมเลขคณติ ได้ - สงั เกตความมวี ินยั วิเคราะห์
เรขาคณิต - แบบฝกึ หัด (P) ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมนั่ ในการ - ทักษะการน�ำ
ท�ำงาน ความรูไ้ ปใช้
5 รายวิชาพืน้ ฐาน 4. รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ี
คณติ ศาสตร์ ม.5 ท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
ช่ัวโมง
- ท กั ษะการประยุกต์
ใชค้ วามรู้
1. บ อกความหมายของ Concept - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ - ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
อนกุ รมเรขาคณิตได้ Based 3.2 ค สงั เกต 2. ใฝ่เรยี นร ู้
(K) Teaching - ตรวจ Exercise 3.2 C - ท ักษะการระบุ 3. ม่งุ มั่น
- การนำ� เสนอผลงาน - ทักษะการหา ในการทำ� งาน
2. แกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกบั - สังเกตพฤติกรรม แบบแผน
อนกุ รมเรขาคณิตได้ (K) การทำ� งานรายบุคคล - ท ักษะการ
- สงั เกตพฤตกิ รรม เช่อื มโยง
3. เขียนแสดงข้ันตอน การท�ำงานกลมุ่ - ทักษะการ
การหาผลบวก n พจน์ - สังเกตความมีวินยั วิเคราะห์
ของอนุกรมเรขาคณติ ได้ ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่ันในการ - ท ักษะการน�ำ
(P) ทำ� งาน ความรูไ้ ปใช้
- ทกั ษะการประยุกต์
4. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่
ท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
ใช้ความรู้
T138
แผนการจดั สือ่ ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรยี นรู้ อนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
แผนฯ ท่ี 7 - หนังสอื เรียน 1. หาพจน์ทั่วไป แบบนิรนยั - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ 3.3 - ทกั ษะการ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
การหาพจนท์ วั่ ไป รายวชิ าพน้ื ฐาน ของลำ� ดับจ�ำกดั (Deductive - ตรวจ Exercise 3.3 สงั เกต 3. มุง่ มนั่
ของลำ� ดบั คณิตศาสตร์ ม.5 ทก่ี ำ� หนดให้ได้ (K) Method) - การนำ� เสนอผลงาน - ท กั ษะการระบุ ในการทำ� งาน
3 - แ บบฝกึ หดั 2. หาพจนท์ ว่ั ไป - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ทกั ษะการหา
รายวิชาพ้นื ฐาน ของลำ� ดับอนันต์ ประจ�ำหนว่ ยการเรยี นรู้ แบบแผน
คณติ ศาสตร์ ม.5 ท่กี ำ� หนดให้ได้ (K) ที่ 3 - ทักษะการ
ช่วั โมง 3. หาพจน์ทั่วไปของล�ำดบั - ตรวจผังมโนทัศน์ เชอ่ื มโยง
ท่กี ำ� หนดให้ โดยใช้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 - ทกั ษะการ
ฟังกช์ ันพหนุ ามได้ (K) ลำ� ดับและอนกุ รม วิเคราะห์
4. หาความสัมพันธ์ของ - สังเกตพฤตกิ รรม - ทักษะการน�ำ
พจน์ตา่ ง ๆ และความ การทำ� งานรายบคุ คล ความรู้ไปใช้
สมั พันธร์ ะหวา่ งพจน์ - สังเกตพฤตกิ รรม
กับลำ� ดบั ท่ีโจทย์ การท�ำงานกลุ่ม
กำ� หนดให้ได้ (K) - สงั เกตความมีวนิ ัย
5. เขียนแสดงพจนท์ วั่ ไป ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการ
ของล�ำดับที่ก�ำหนดให้ ท�ำงาน
อยู่ในรูปทมี่ ี n เปน็
ตวั แปรได้ (P)
6. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี
ที่ได้รบั มอบหมาย (A)
T139
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
1. ครกู ระตุนความสนใจนักเรียน โดยใหน ักเรยี น
ดภู าพหนา หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ในหนงั สอื เรยี น
หนา 130 แลวรวมกันสนทนาในช้ันเรียนถึง
ตัวโนต (Note) ในทางดนตรีเปนสัญลักษณ
ที่ใชบอกระดับเสียงและความยาวเสียง ซ่ึง
ระดับเสียงของตัวโนตวัดไดจากตําแหนงที่
วางอยูบนบรรทัด 5 เสน และความยาวของ
เสยี งวดั ไดจ ากลกั ษณะของตวั โนต ซงึ่ มลี กั ษณะ
ดงั น้ี
โนตตัวกลม มีความยาวเสียงเทากับ
โนตตวั ขาว 2 ตัว
โนตตัวขาว มีความยาวเสียงเทากับ 12
ของโนตตัวกลม
โนตตัวดํา มีความยาวเสียงเทากับ 41
ของโนต ตวั กลม
โเทนาตกตบั ัวเ81ขบข็ตองโ1นต ชตั้นัวกมลีคมวามยาวเสียง
โเทนาตกตบั ัวเ1ข16บข็ตอง2โนชต ้ันตวั มกีลคมวามยาวเสียง
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรางคุณลักษณะอันพงึ ประสงค
การเรยี นการสอนของหนว ยการเรียนรูท ี่ 3 เรอ่ื ง ลําดบั และอนกุ รม ครคู วร ครูควรปลูกฝงใหนักเรียนมีระเบียบวินัย เชน การแตงกายมา
ยกตัวอยางสถานการณใกลตัว หรือสถานการณในชีวิตประจําวันของนักเรียน โรงเรียนใหถูกระเบียบ และกอนเริ่มเรียนช่ัวโมงแรกครูอาจสราง
เปน กรณศี กึ ษา จนเกิดเปน ความรูค วามเขา ใจและนําความรทู ่ไี ดไปประยกุ ตใช ขอตกลงกบั นักเรียนเก่ียวกบั ความมีวินยั เชน การสงการบานหรอื
ในชีวิตประจาํ วนั ชิ้นงานควรสงตรงตามเวลาท่ีกําหนด หากใครสงไมตรงตามเวลา
อาจถูกตัดคะแนนความรับผิดชอบ (ครูและนักเรียนรวมกันสราง
ขอตกลงดังกลา ว)
T140
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ขนั้ นาํ
ลาํ ดบั และ การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
อนกุ รม
2. ครูถามคําถาม เพื่อกระตุนความสนใจของ
ตัวโนต (Note) ในทางดนตรีเปนสัญลักษณท่ี นักเรียนจากการศึกษาภาพหนาหนวยการ
ใชบ อกระดับเสยี งและความยาวเสยี ง ซง่ึ ระดับ เรียนรทู ่ี 3 ในหนังสอื เรยี น หนา 130 ดังน้ี
เสยี งของตวั โนต วดั ไดจ ากตาํ แหนง ทวี่ างอยบู น • นกั เรยี นเคยเลน เครอื่ งดนตรปี ระเภทใดบา ง
บรรทัด 5 เสน และความยาวเสียงวัดไดจาก (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดห ลากหลาย
ลักษณะของตัวโนต ซึ่งสามารถเปรียบเทียบ เชน กตี าร ไวโอลิน แซ็กโซโฟน)
ความยาวเสียงของตัวโนตแตละตัวกับโนต • นักเรียนทราบหรือไมวาโนตดนตรีแตละตัว
โตโโนนนัวตตตกตตตลวััวัวมขดเไขาําดบว ต็ดมมโโังนน1ีีนคคตตววี้ ชตตาา้นัวัวั มมกกยยขมลลาาอคีมมววงวเเโาสสนมีียยต ยงงตาเเวัวททกเาาสลกกยีมัับบงเท1214ากขขบั ออ81งง มคี วามยาวเสียงแตกตางกนั อยา งไร
โนตตวั เขบต็ 2 ชจะั้นเหม1็น16ีคววาขาอมคงวยโนาามตวยตเสาวั ีวยกเลงสเมียทงาขกอับง (แนวตอบ โนต ตวั กลม โนต ตวั ขาว โนต ตวั ดาํ
จากที่กลาวมา คโตนวาตมามตลยวัาํ เาดขวบั บเ)ส็ตีย1งลชด้นั ลโงนเปต นตวั 21เขขบอต็ งโ2นตชตั้นัวจแะรมกี
ตัวโนตแตละตวั จะเรยี งกนั เปน ลําดับเรขาคณิต
3. ครูกลาววา เมื่อนําความยาวเสียงของโนต
แตล ะตวั มาเรียงกนั จะได ดงั น้ี
1 21 41 81 116
จากความสัมพันธขางตน ความยาวเสียงของ
โนตตัวถัดไปจะลดลงเปนคร่ึงหนึ่งเสมอ และ
เรียกความสัมพันธน้ีวาเปนลําดับเรขาคณิต
ซงึ่ นกั เรยี นจะไดศกึ ษาในหนว ยการเรยี นรูท่ี 3
หมายเหตุ : ครอู าจใหน กั เรยี นทาํ แบบทดสอบ
พน้ื ฐานกอนเรยี น โดยสแกน QR Code ใน
หนงั สือเรยี น หนา 131
ตัวชวี้ ัด
• เขาใจและนาํ ความรเู ก่ยี วกบั ลาํ ดบั และอนกุ รมไปใช
(ค 1.2 ม.5/2)
สาระการเรยี นรแู กนกลาง Recall
• ลาํ ดับเลขคณิตและลําดบั เรขาคณิต
• อนกุ รมเลขคณติ และอนกุ รมเรขาคณติ
กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู
ครแู บงกลมุ ใหน ักเรยี น กลมุ ละ 3-4 คน แลว ทาํ กิจกรรม ดังนี้ ครูกลา วเพิ่มเติมเก่ยี วกับตวั โนต เรือ่ ง ลาํ ดับและอนกุ รมวา ความยาวเสียง
• ใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเพิ่มเติม เร่ือง ลําดับและ ของโนตแตละตัวมีความยาวตางกัน ซ่ึงเปรียบเทียบคาความยาวเสียงของ
ตัวโนต ได ดงั นี้
อนกุ รมในชีวิตประจาํ วัน มากลุม ละ 1 เรอ่ื ง
• ใหน ักเรยี นแตล ะกลุมรวมกนั สรุปแลว นาํ มาจัดทาํ เปนรายงาน เปรียบเทยี บคาความยาวเสยี งของตวั โนต
• สงตัวแทนกลุมออกมานําเสนอขอมูลผานโปรแกรม Microsoft
PowerPoint หรอื โปรแกรมนําเสนออื่นๆ ตามท่นี กั เรยี นถนัด
หมายเหตุ : ครคู วรจดั กลุมโดยคละความสามารถทางคณิตศาสตร
ของนกั เรยี น (ออน ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลมุ เดียวกัน
T141