บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ โรงเรยี นทุ่งมะพรา้ ววิทยา อาเภอท้ายเหมือง จังหวัดพงั งา วนั ท่ี 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565
ที่ ..................................................
เรื่อง ขออนุมตั ใิ ช้แผนการจัดการเรยี นรู้
เรียน ผอู้ านวยการโรงเรียนทุ่งมะพร้าววทิ ยา
ตามท่ขี ้าพเจา้ นางสาวเอมอร เพง่ กจิ ตาแหน่งครู พนกั งานราชการ
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา ไดร้ ับมอบหายใหป้ ฏบิ ัติงานสอนในระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 รหัสวิชา
พ 31101 รายวชิ าสขุ ศึกษา จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 นั้นข้าพเจา้ จึงได้วเิ คราะห์ตวั ชวี ัด /
ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพ่ือจัดทาแผนการจดั การเรียนรู้รายหน่วยการเรียนรแู้ ละรายชั่วโมงซ่ึง
สอดคลอ้ งกับหลกั สูตรสถานศกึ ษาเทยี บเคียงมาตรฐานสากลโรงเรยี นทงุ่ มะพร้าววิทยาพุทธศกั ราช 2555 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั และได้นาไปใช้ใน
การจัดการเรียนร้เู พือ่ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุเปา้ หมายของหลักสตู รตอ่ ไป
จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดทราบ
( นางสาวเอมอร เพ่งกิจ )
ตาแหนง่ พนักงานราชการ
ความคิดเหน็ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(..........................................................)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................................
(.....................................................)
เสนอเพ่อื พจิ ารณา
อนมุ ัติ ไม่อนุมัติ
ลงชอ่ื ............................................................
(นางพรณภทั ร์ เอกนิพนธ์คงแสน)
ผู้อานวยการโรงเรียนทงุ่ มะพรา้ ววิทยา
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน/เพมิ่ เตมิ
รหัสวชิ า พ 31101 ชื่อวิชา สุขศึกษาและพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศกึ ษาเกี่ยวกบั ความสาคญั หนา้ ที่ และกระบวนการทางานของระบบอวัยวะของร่างกายอนั ประกอบไปดว้ ย
ระบบผิวหนงั ระบบโครงกระดูก และระบบกลา้ มเน้อื ตลอดจนมที กั ษะในการดแู ลและสร้างเสริมและดารง
ประสทิ ธภิ าพการทางานของระบบอวยั วะของรา่ งกายให้มสี ุขภาพดี เรียนรคู้ วามหมายและความสาคัญของการวางแผน
พัฒนาสขุ ภาพตนเอง โดยเร่ิมจากการประเมินภาวะสขุ ภาพทางกาย ทางจิต
ทางสงั คม และทางปญั ญาเพื่อนามาจัดทาแผนพฒั นาสุขภาพต่อไป มแี นวคดิ เรอื่ งเพศโดยกาเนิดและเพศวถิ ี ความ
หลากหลายทางเพศท่ีถกู ตอ้ ง และมพี ฤตกิ รรมทางเพศท่เี หมาะสม ตลอดจนเรียนรู้ถงึ ปญั หาพฤติกรรมทางเพศในวยั รนุ่
และสทิ ธทิ างเพศ ศึกษาเรอ่ื งสิทธผิ ู้บริโภค การปฏิบตั ิตนตามสิทธผิ ู้บริโภค และหน่วยงานที่เกยี่ วข้องกับการคุ้มครอง
ผบู้ ริโภค เข้าใจอิทธิพลของสอ่ื โฆษณาเก่ยี วกับสขุ ภาพ ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ และหลักการพจิ ารณาส่อื โฆษณาเกยี่ วกบั
สุขภาพ โรคทเี่ กิดจากการประกอบอาชพี แนวทางการสง่ เสริมสขุ ภาพ ควบคุมและปอ้ งกันโรคจากการประกอบอาชพี
สุขภาพชุมชนโดยเรียนรถู้ ึงแนวคดิ ของการสร้างเสรมิ สขุ ภาพและการป้องกนั โรคในชุมชน บทบาทและความรับผิดชอบ
ของตนเองทีม่ ตี ่อการสร้างเสรมิ สุขภาพและการปอ้ งกนั โรคในชุมชน ใสใ่ จความปลอดภยั และแนวทางการลดอุบัติเหตุ
และสรา้ งเสริม
ความปลอดภยั ในสถานศึกษา การเดินทาง การประกอบอาชพี และภัยทีไ่ ม่คาดคิด การป้องกันความเส่ียงตอ่ การใช้ยา
โดยมีแนวทางปฏบิ ัติในการใช้ยาท่ถี ูกต้อง การศึกษาเรอ่ื งสารเสพติดใหโ้ ทษประเภทตา่ ง ๆ
การปอ้ งกันความเสย่ี งตอ่ การใช้สารเสพตดิ และสภาพปัญหาสารเสพติดในประเทศไทย เรยี นรู้วธิ ีการสรา้ งสมั พันธภาพ
ทีด่ ตี อ่ บุคคล และการปอ้ งกันปัญหาความขัดแย้ง ตลอดจนศึกษาแนวทางการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพอ่ื สขุ ภาพ
วางแผน ปฏบิ ตั ิตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย และสมรรถภาพทางกลไก
กระบวนการเรียนรู้เน้นทักษะการดแู ลสขุ ภาพ การแสวงหาความรู้ สร้างเสริมพฤตกิ รรมสุขภาพที่ดี เห็น
ความสาคัญและตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเอง การหลกี เลย่ี งพฤติกรรมเสย่ี งทางสขุ ภาพ
สร้างเสริมความปลอดภัย และตระหนักถึงผลกระทบจากการมีพฤติกรรมสุขภาพทไี่ มถ่ ูกต้อง สามารถอย่รู ว่ มกับบุคคล
ทกุ เพศในสังคมได้อยา่ งราบรนื่ และมคี วามสขุ เพือ่ การมีสขุ ภาพท่ีดี
รหสั ตวั ช้ีวัด
พ. 1.1 ม. 4-6/1, 2 พ. 4.1 ม. 4-6/1, 2, 3, 4, 5, 6, 7
พ. 2.1 ม. 4-6/3, 4 พ. 5.1 ม. 4-6/1, 2, 3, 6
รวม 15 ตวั ชีว้ ดั
ตารางวเิ คราะห์คาอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา พ 31101 รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา
เนอื้ หา จุดประสงค์ กจิ กรรม/กระบวนการ
(ศกึ ษา,วเิ คราะห์,.......)
เร่อื งที่ 1 (เพื่อ........) (โดย.........)
ระบบอวยั วะของร่างกาย
พ1.1 ม.4/1 1.กระบวนการทางสงั คม
อธบิ ายกระบวนการสรา้ งเสรมิ และดารง 2.กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้
ประสิทธภิ าพการทางานของระบบอวยั วะต่าง ๆ 3.กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ
เร่ืองที่ 2 พ 1.1 ม.4-6/2 1.กระบวนการทางสังคม
การวางแผนพัฒนาสุขภาพ วางแผนดแู ลสขุ ภาพตามภาวะการเจริญเติบโต 2.กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้
และพฒั นาการของตนเองและบุคคลใน 3.กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง
เรอื่ งที่ 3 ครอบครัว
เพศวถิ กี บั ความหลากหลายและ พ.4.1 ม.4/5 1.กระบวนการทางสังคม
พฤติกรรมทางเพศ วางแผนและปฏบิ ัติตามแผนการพัฒนาสขุ ภาพ 2.กระบวนการสร้างองค์ความรู้
ของตนเองและครอบครวั 3.กระบวนการคิดวเิ คราะห์
เรอ่ื งท่ี 4 พ 2.1 ม.4/1 4.กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ
สทิ ธิผบู้ รโิ ภค วเิ คราะหอ์ ทิ ธิพลของครอบครัว เพือ่ น สังคม
และวัฒนธรรมที่มีผลตอ่ พฤติกรรมทางเพศและ 1.กระบวนการทางสงั คม
การดาเนนิ ชีวติ 2.กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้
พ 2.1 ม.4/2 3.กระบวนการคดิ วิเคราะห์
วเิ คราะห์อิทธิพลของทีม่ ผี ลต่อพฤติกรรมทาง 4.กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง
เพศท้ังทางและทางอ้อมและการดาเนินชีวิต
พ 4.1 ม.4-6/3
ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธิของผู้บรโิ ภค
ตารางวเิ คราะห์คาอธิบายรายวชิ า
รหัสวิชา พ 31101 รายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา
เนอ้ื หา จดุ ประสงค์ กจิ กรรม/กระบวนการ
(ศึกษา,วิเคราะห์,.......)
เรื่องท่ี 5 (เพ่ือ........) (โดย.........)
สอ่ื โฆษณากับสุขภาพ
พ.4.1 ม.4/2 1.กระบวนการทางสงั คม
เรอ่ื งท่ี 6
โรคท่ีเกิดจากการประกอบอาชพี วเิ คราะห์อิทธพิ ลของสือ่ โฆษณาเก่ียวกบั สขุ ภาพ 2.กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้
เพื่อการเลอื กบริโภค 3.กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ
พ 5.1 ม.4-6/2
วเิ คราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กดิ จากการครอบครองการ
ใช้และการจาหน่ายสารเสพตดิ
พ 4.1 ม.4-6/1 1.กระบวนการทางสงั คม
วเิ คราะหส์ าเหตแุ ละเสนอแนวทางการป้องกัน 2.กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้
การเจ็บปว่ ยและการตายของคนไทย
พ 4.1 ม.4-6/2 3.กระบวนการคดิ วเิ คราะห์
วเิ คราะห์ทักษะในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การ 4.กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
ดารงสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรคและการสรา้ งเสรมิ
สมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ
โครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน/เพิ่มเตมิ
รหัสวชิ า พ 31101 รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
ลาดบั ท่ี รหัสตัวช้ีวดั / สาระสาคัญ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
ผลการเรียนรู้
4 7
1 พ 1.1 ม.4/1 ร่างกายของมนุษย์ ประกอบด้วย ระบบอวัยวะต่าง ๆ ระบบอวยั วะของ
2 7
๑๐ ระบบแต่ละระบบมีการทางานเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ร่างกาย
4 7
กันผิวหนังทาหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันส่ิงต่าง ๆ ท่ี
2 10
อาจทาอนั ตรายต่อร่างกายกระดูกเป็นอวัยวะสาคญั ใน
การช่วยพยุงร่างกายและประกอบเป็นโครงร่างเป็นท่ี
ยดึ เกาะของกล้ามเน้ือทาให้เกิดการเคลื่อนไหวจึงต้อง
มีการสรา้ งเสริมและดารงประสิทธภิ าพการทางานของ
ระบบผิวหนัง โครงกระดูก และกล้ามเนื้อให้ทางาน
เป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
2 พ 1.1 ม.4-6/2 การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลใน การวางแผนพฒั นา
พ 4.1 ม.4/5 ครอบครัว เป็นเรอ่ื งท่ีมีคณุ คา่ อย่างยิ่งเพราะนอกจาก สุขภาพ
จะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลใน
ครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพ
แล้ว ยังเป็นส่ิงที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่าง
สมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัว
ซึ่งจะช่วยแก้ปญั หาตา่ งๆ
ได้อย่างดี อันจะนาไปสู่การมีคุณภาพชีวิตท่ีดีใน
อนาคต
3 พ 2.1 ม.4/1 พฤตกิ รรมทางเพศของวัยร่นุ มีปจั จยั ทเี่ กย่ี วข้อง เพศวิถีกับความ
พ 2.1 ม.4/2 คือ อทิ ธพิ ลจากฮอร์โมนเพศในร่างกาย อิทธพิ ลจาก หลากหลายและ
ครอบครวั อทิ ธพิ ลจากเพื่อน อทิ ธิพลจากสงั คม และ พฤตกิ รรมทางเพศ
อทิ ธิพลจากวฒั นธรรม ปัจจัยต่าง ๆ เหลา่ นสี้ ง่ ผลตอ่
พฤติกรรมทางเพศและการดาเนินชีวติ ดงั น้ันนกั เรียน
จึงควรเรียนรู้ปัจจัยต่างๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกับพฤติกรรมทาง
เพศ เพ่อื การปฏิบตั ติ นและแสดงพฤตกิ รรมทางเพศ
อยา่ งเหมาะสม
4. พ 4.1 ม.4-6/3 ผ้บู ริโภคหมายถงึ ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ สทิ ธผิ ูบ้ รโิ ภค
ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอ หรือการ
ชกั ชวน จากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซอ้ื สินค้าหรือรับ
บริการ จะเห็ นได้ว่ารัฐบาลและเอกชน ได้ให้
ความสาคัญและส่งเสริมให้ประชาชน ในฐานะ
ผู้บริโภค ได้รู้จักคุ้มครองสิทธิของตนเอง โดยไม่ตก
เปน็ ฝา่ ยเสียเปรยี บ ทต่ี อ้ งทนอย่ใู นภาวะจายอมไปโดย 1 20
ตลอด ผู้บรโิ ภคควรคานงึ ถึงบทบาท หรอื หน้าที่ในการ 10
ปฏิบัติตนตามสิทธิผู้บริโภคที่พึงกระทา ท้ังน้ีผ้บู ริโภค
จะได้มีส่วนได้รับผิดชอบในการคุ้มครองสิทธิของ 11
ตนเอง
20
สอบกลางภาค 100
5 พ 4.1 ม.4/2 สื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพมีความสาคัญและมี ส่ือโฆษณากับสุขภาพ 4
พ 5.1 ม.4-6/2 อิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้า
และใชบ้ ริการเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ของประชาชน การ
รับข้อมูลข่าวสารโฆษณาท่ีเกี่ยวกับสุขภาพในสังคม
ผบู้ ริโภค (Consumer Society) ภายใต้การแขง่ ขันทาง
การตลาด มีการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินความ
จาเป็น และเกิดความฟุ่มเฟือย เราจึงควรรู้เท่าทันสื่อ
โฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถวิเคราะห์และรู้จัก
พิจารณาเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการสุขภาพที่มี
คุณภาพตอ่ ไป
6 พ 4.1 ม.4-6/1 สถาน การณ์ การเจ็บ ป่ วยและการ โรคท่ีเกิดจากการ 4
พ 4.1 ม.4-6/2 เสยี ชวี ติ ของคนไทยส่วนหนึ่งลว้ นเกิดจากการประกอบ ประกอบอาชพี
อาชีพเน่ืองจากบุคคลส่วนมากมักใช้เวลาในแต่ละวัน
ไปกับการประกอบอาชีพของตนเอง ในการประกอบ
อ า ชี พ นั้ น มี ปั จ จั ย ห ล า ย อ ย่ า ง ที่ อ า จ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด โ ร ค
อุบัติเหตุ และผลเสียต่างๆที่เกิดจากการประกอบ
อาชีพ รวมท้ังโรคท่ีเก่ียวเน่ืองจากการประกอบอาชีพ
ดงั นั้นนักเรียนจึงจาเป็นท่ีจะต้องศึกษาเกี่ยวกบั ปัจจัย
ส่ิงคุกคามต่างๆท่ีส่งผลต่อสุขภาพ เพ่ือที่จะสามารถ
วางแนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุหรือผลเสียที่อาจ
เกิดข้ึนในการประกอบอาชีพและสามารถนาสิ่งท่ีได้
เรยี นร้ไู ปประยุกต์ใช้ในอนาคตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
สอบปลายภาคเรียน 1
รวม 20
โครงการสอนรายวชิ าสุขศกึ ษา รหัสวชิ า พ พ 31101
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ย คาบ การประเมิน/ภาระงาน/ สาระการเรยี นรู้ สื่อ กิจกรรมการเรียนรู้ คะแนน หมาย
ที่ ที่ คณุ ลกั ษณะ/สมรรถนะ เหตุ
1 1-4 1. การสรปุ เนื้อหาใน 1.ระบบผิวหนัง 1. หนังสอื เรียน 1.ข้ันนาเข้าสู่เนอ้ื หา 15
สมดุ จดงาน 2.ระบบโครงกระดกู สุขศกึ ษาชั้น ม.4 2.ศึกษาใบความรู้
2. ใบงาน 3.ระบบกล้ามเนื้อ 2. ใบความรู้ แบบเรยี น
3. การสงั เกต 3. ใบงาน สุขศกึ ษา
4. การตอบคาถาม 4. PPT เรือ่ ง 3.อภปิ ราย
5. การรายงานหน้าชัน้ ระบบอวัยวะของ กลมุ่ ยอ่ ย
เรยี น ร่างกาย 4.นาเสนอหน้า
ชน้ั เรียน
5.ขั้นสรปุ และการตอบ
คาถามท้ายหนว่ ยการ
เรยี นรู้
2 5-6 1. การสรปุ เนือ้ หาในสมุด 1.ความหมายของสขุ ภาพ 1. หนงั สือเรียน 1.ข้ันนาเข้าสูเ่ นอื้ หา 15
2.ความหมายของการวางแผน สุขศกึ ษาชน้ั ม.4
จดงาน พฒั นาสุขภาพ 2.ศึกษาใบความรู้
2. ใบงาน 3.ความสาคัญของการวางแผน 2. ใบความรู้ แบบเรียนสขุ ศึกษา
3. การสงั เกต พฒั นาสขุ ภาพ 3. ใบงาน 3.อภิปรายกลุม่ ย่อย
4. การตอบคาถาม 4.การวางแผนพัฒนาสุขภาพ 4. PPT เรอื่ ง 4.นาเสนอหน้าชั้น
5. การรายงานหน้า เรียน
ตนเอง การวาง
ชน้ั เรียน แผนพฒั นาสขุ ภาพ 5.ข้ันสรุปและการตอบ
คาถามท้ายหนว่ ยการ
เรยี นรูต้ า่ งๆ
3 7-10 1. การสรุปเน้อื หาในสมดุ 1.แนวคดิ เรื่องเพศโดยกาเนิด 1. หนงั สือเรียน 1.ข้ันนาเข้าสเู่ นื้อหา 20
จดงาน (Sex) และเพศวิถี (Sexuality) สขุ ศกึ ษาชน้ั ม.6 2.ศึกษาใบความรู้
2. ใบงาน 2. ใบความรู้ แบบเรียนสุขศกึ ษา
3. การสังเกต 3. ใบงาน 3.อภปิ รายกลมุ่ ย่อย
4. การตอบคาถาม 4. PPT เร่อื ง 4.นาเสนอหนา้ ชนั้
5. การรายงานหน้า เพศวถิ กี บั ความ เรยี น
ช้ันเรียน หลากหลายและ 5.ข้ันสรปุ และการตอบ
พฤติกรรมทางเพศ คาถามท้ายหนว่ ยการ
เรยี นรู้
4 11-12 1. การสรปุ เนอื้ หาในสมดุ 1.ความหมายของการบรโิ ภค 1. หนังสือเรียน 1.ขั้นนาเขา้ สู่เนื้อหา 15
จดงาน และผ้บู ริโภค สุขศึกษาชน้ั ม.6 2.ศึกษาใบความรู้
2. ใบงาน 2.สถานการณม์ ปี ญั หาของ 2. ใบความรู้ แบบเรียนสุขศกึ ษา
3. การสังเกต 3.อภปิ รายกลุ่มย่อย
4. การตอบคาถาม ผ้บู รโิ ภค 3. ใบงาน 4.นาเสนอหน้าชนั้
5. การรายงานหน้า เรยี น
ชั้นเรยี น 3.สทิ ธผิ ูบ้ รโิ ภค 4. PPT เรอ่ื ง 5.ข้ันสรุปและการตอบ
คาถามท้ายหนว่ ยการ
4.แนวทางการเลอื กบริโภค สทิ ธผิ ้บู ริโภค เรยี นรู้
อย่างฉลาดและปลอดภัย
5.การปฏบิ ัติตนตามสทิ ธิ
ผู้บรโิ ภค
6.หนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งกบั การ
คุม้ ครองผบู้ รโิ ภค
7.กฎหมายทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับการ
ค้มุ ครองผู้บรโิ ภค
5 13-16 1. การสรุปเนื้อหาในสมดุ 1.ความหมายของสอื่ โฆษณา 1. หนงั สอื เรยี น 1.ข้ันนาเขา้ สู่เนอ้ื หา 20
จดงาน เก่ยี วกับสุขภาพ สขุ ศกึ ษาช้ัน ม.6 2.ศึกษาใบความรู้
2. ใบงาน 2.ความสาคัญของสื่อโฆษณา 2. ใบความรู้ แบบเรียนสุขศกึ ษา
3. การสงั เกต 3.ประเภทของสื่อโฆษณา 3. ใบงาน 3.อภิปรายกลมุ่ ยอ่ ย
4. การตอบคาถาม 4.ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 4. PPT เร่อื ง 4.นาเสนอหน้าชนั้
5. การรายงานหนา้ 5.อิทธิพลของส่อื โฆษณา สื่อโฆษณากบั เรยี น
ชนั้ เรียน เก่ียวกบั สขุ ภาพ สุขภาพ 5.ขั้นสรุปและการตอบ
6.หลักการพจิ ารณาสือ่ โฆษณา คาถามทา้ ยหนว่ ยการ
7.การควบคมุ การโฆษณาโดย เรียนรู้
รัฐ
6 17-20 1. การสรุปเนอ้ื หาในสมดุ 1.โรคที่เกดิ จากการประกอบ 1. หนังสอื เรียน 1.ขั้นนาเข้าสู่เนื้อหา 15
จดงาน อาชพี สขุ ศกึ ษาชน้ั ม.6 2.ศกึ ษาใบความรู้
2. ใบงาน 2. ใบความรู้ แบบเรียนสขุ ศึกษา
3. การสังเกต 3. ใบงาน 3.อภปิ รายกลมุ่ ยอ่ ย
4. การตอบคาถาม 4. PPT เรอื่ ง 4.นาเสนอหน้าช้นั
5. การรายงานหนา้ โรคทีเ่ กิดจากการ เรียน
ช้ันเรยี น ประกอบอาชพี 5.ข้ันสรปุ และการตอบ
คาถามท้ายหน่วยการ
เรยี นรู้
แบบบนั ทกึ การออกแบบการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา พ 31101 รายวิชาสขุ ศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
คณุ ครูผสู้ อน นางสาวเอมอร เพง่ กจิ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค: ปลายภาค 80:20
หน่วยท่ี ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐาน/ ภาระงาน/ คะแนน เช็คภาระ ระหวา่ ง คะแนน(100)
เรียนรู้ ตัวชว้ี ดั ชิน้ งาน 15 งานทีไ่ มส่ ่ง ภาค กลางภาค ปลายภาค
15 แล้วตดิ ร 10
1 -ระบบอวยั วะของ พ 1.1 ม.4/1 - แบบฝึกหดั 20 5-
รา่ งกาย - ใบงาน 15
20
2 การวางแผนพฒั นา พ 1.1 ม.4-6/2 - แบบฝกึ หัด 15 10 5 -
สขุ ภาพ พ.4.1 ม.4/5 - ใบงาน
3 เพศวิถกี บั ความ พ 2.1 ม.4/1 - แบบฝกึ หัด 15 5 -
หลากหลายและ พ 2.1 ม.4/2 - ใบงาน
พฤตกิ รรมทางเพศ
4 สทิ ธิผู้บริโภค พ 1.1 ม.4-6/3 - แบบฝกึ หัด 10 5 -
- ใบงาน
5 ส่ือโฆษณากับ พ 4.1 ม.4/2 - แบบฝกึ หดั 10 - 10
สุขภาพ พ 5.1 ม.4-6/2 - ใบงาน
6 โรคทเ่ี กดิ จากการ พ 4.1 ม.4-6/1 - แบบฝกึ หัด 5 - 10
ประกอบอาชพี พ 4.1 ม.4-6/2 - ใบงาน
รวม 100 60 20 20
โครงสรา้ งการจัดเวลาเรียน
รหัสวิชา พ 31101 รายวิชาสุขศึกษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้/แผนการจดั การเรียนรู้ เวลาเรยี น(ชวั่ โมง)
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 ระบบอวัยวะของร่างกาย 4
2
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 ระบบอวัยวะต่างๆของรา่ งกาย 2
2
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ระบบโครงกระดกู 2
4
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การวางแผนพฒั นาสุขภาพ 2
2
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 ความหมายของสภุ าพ 2
2
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เพศวิถกี บั ความหลากหลายและพฤตกิ รรมทางเพศ 4
2
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 4 แนวคิดเรื่องเพศ เพศโดยกาเนนิ ด และเพศวถิ ี 2
4
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5 ปญั หาพฤตกิ รรมทางเพศในวยั รุ่น 2
2
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 สิทธิผบู้ ริโภค
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 ความหมายของการบรโิ ภคและผู้บรโิ ภค
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 สือ่ โฆษณากบั สขุ ภาพ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 ความหมายของส่อื โฆษณาเก่ยี วกับสขุ ภาพ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8 ผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 โรคทเ่ี กดิ จากการประกอบอาชพี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9 ปจั จยั ทเ่ี ป็นสาเหตุใหเ้ กิดโรคจากการประกอบอาชพี
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 10 การสรา้ งความปลอดภัยเก่ียวกับงานอุตสาหกรรม
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรื่อง ระบบอวยั วะของร่างกาย
รายวิชาสขุ ศกึ ษา รหสั วิชา พ 31101 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
เวลา 4 ชว่ั โมง (นก./ชม.) ผ้สู อน นางสาวเอมอร เพ่งกิจ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน
พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชี้วัด
พ 1.1 ม.4/1 อธิบายกระบวนการสรา้ งเสรมิ และดารงประสทิ ธิภาพการทางานของระบบอวยั วะต่าง ๆ
สาระสาคัญ
ร่างกายของมนษุ ย์ ประกอบดว้ ย ระบบอวัยวะตา่ ง ๆ 10 ระบบแต่ละระบบมีการทางานเก่ยี วขอ้ งสมั พนั ธก์ ันผิวหนัง
ทาหนา้ ทเี่ หมอื นเกราะปอ้ งกันสิ่งตา่ ง ๆ ทอี่ าจทาอนั ตรายตอ่ ร่างกายกระดูกเป็นอวัยวะสาคัญในการชว่ ยพยุงรา่ งกายและ
ประกอบเป็นโครงรา่ งเป็นท่ียดึ เกาะของกลา้ มเน้อื ทาให้เกิดการเคลื่อนไหวจึงต้องมีการสร้างเสริมและดารงประสิทธภิ าพการ
ทางานของระบบผิวหนัง โครงกระดูก และกลา้ มเน้อื ให้ทางานเปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ระบบผิวหนัง
2. ระบบโครงกระดกู
3. ระบบกล้ามเน้อื
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
ระบขุ ั้นตอนการทางานของระบบผวิ หนัง ระบบโครงกระดกู และระบบกล้ามเนอื้ ไดถ้ ูกต้อง
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยูอ่ ย่างพอเพียง ซ่อื สตั ย์สจุ ริต
รกั ความเป็นไทย
มุ่งมั่นในการทางาน มีวนิ ัย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร : สามารถฟงั และดเู พอื่ การสอ่ื สารอย่างมีสมั ฤทธ์ิผล
ความสามารถในการคิด : วเิ คราะห์ความความสมดุลของระบบโครงกระดกู , กล้ามเนื้อและผวิ หนงั
ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้ปัญหาทางด้านปัจจัยท่ีมีผลต่อระบุขั้นตอนการทางานของระบบผิวหนัง ระบบโครง
กระดกู และระบบกล้ามเน้อื ได้ถกู ต้อง
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : การอธปิ รายกลุ่มตามศกั ยภาพตนเองได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สามารถนาเทคโนโลยมี าใช้ให้เกดิ ประโยชน์
ดา้ นคุณลักษณะของผเู้ รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สอ่ื สารสองภาษา ลา้ หน้าทางความคดิ
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์
รว่ มกันรับผิดชอบต่อสงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ :ดแู ลสุขภาพของตนเองใน 4 ด้าน ตามสภาพทางเศรษฐกจิ
2. หลกั ความมีเหตผุ ล :การพฒั นาตนเองใน 4 ด้านอย่างสมเหตุสมผล
3. หลักภมู ิคมุ้ กนั :มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเองตามหลักวิชา
4. เงื่อนไขความรู้ :วยั รุ่นมพี ฒั นาการใน 4 ด้าน คอื รา่ งกาย อารมณ/์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
5. เง่อื นไขคุณธรรม :ความสัมพนั ธข์ องสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิต
ชิ้นงาน/ภาระงาน
1.Mind Mappimg แผนผังความคดิ เร่ือง ระบบผวิ หนัง ระบบโครงกระดูก และระบบกลา้ มเน้ือ
2.แบบ Rubric อภิปรายหัวขอ้ ทีก่ าหนดใหแ้ ตล่ ะกลุ่ม
กิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
2.ขนั้ สอน/กิจกรรมการเรียนรู้
3.ข้ันสรปุ และประเมินผล
ส่อื /วัสดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น สุขศกึ ษาชนั้ ม.4
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. PPT
อุปกรณ์
1.โปรแกรม PowerPoint เรือ่ ง ใบงาน ระบบผิวหนงั ระบบโครงกระดกู และระบบกลา้ มเนอ้ื
2.กระดาษ A4
แหลง่ เรยี นรู้
1.โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลท่งุ มะพรา้ ว
การวดั ผลและประเมนิ ผล
1.การทดสอบกอ่ น – หลังเรียน
2.ประเมนิ ชิ้นงาน
เครอ่ื งมอื การวัดและประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ กระบวนการกลมุ่
2.แบบทดสอบ กอ่ น – หลังเรียน
3.แบบประเมินชนิ้ งาน
เกณฑ์การวัดผลและประเมนิ ผล
1.ไดค้ ะแนนรวมทกุ กจิ กรรม รอ้ ยละ 50 ถือวา่ ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1
รหสั วิชา พ 31101 รายวิชาสุขศกึ ษา ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 1 เรือ่ ง ระบบอวัยวะของรา่ งกาย เวลา 4 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 1 เร่อื ง ระบบอวัยวะตา่ งๆ ของร่างกาย เวลา 2 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวเอมอร เพ่งกิจ สอนวันที่...................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน
พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตวั ชี้วัด
พ 1.1 ม.4/1 อธบิ ายกระบวนการสร้างเสรมิ และดารงประสิทธภิ าพการทางานของระบบอวัยวะตา่ ง ๆ
สาระสาคัญ
รา่ งกายของมนษุ ย์ ประกอบดว้ ย ระบบอวยั วะต่าง ๆ 10 ระบบแตล่ ะระบบมกี ารทางานเกย่ี วข้องสมั พนั ธก์ ันผิวหนังทา
หน้าทเี่ หมอื นเกราะป้องกนั ส่ิงตา่ ง ๆ ท่ีอาจทาอันตรายต่อร่างกายกระดกู เปน็ อวัยวะสาคญั ในการช่วยพยุงร่างกายและประกอบ
เปน็ โครงร่างเป็นท่ียดึ เกาะของกล้ามเนอ้ื ทาให้เกดิ การเคลอ่ื นไหวจงึ ตอ้ งมกี ารสร้างเสรมิ และดารงประสทิ ธภิ าพการทางานของ
ระบบผวิ หนัง โครงกระดกู และกลา้ มเนอื้ ใหท้ างานเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
สาระการเรียนรู้
1.ระบบผวิ หนัง
2.ระบบโครงกระดกู
3.ระบบกล้ามเนื้อ
ด้านความรู้ (Knowledge)
-อธบิ ายหลกั การทางานของระบบผิวหนัง ระบบโครงกระดูก และระบบกล้ามเน้อื ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
-อธบิ ายหลกั การดารงและเสรมิ สรา้ งประสิทธิภาพการทางานของระบบผิวหนัง ระบบ โครงกระดูกและระบบ
กลา้ มเน้ือได้อย่างถูกตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
-ระบขุ น้ั ตอนการทางานของระบบผวิ หนงั ระบบโครงกระดกู และระบบกลา้ มเน้ือได้ถูกต้อง
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซ่ือสตั ย์สจุ รติ
รักความเป็นไทย
มงุ่ มนั่ ในการทางาน มีวินยั
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร : สามารถฟงั และดูเพอื่ การสอ่ื สารอยา่ งมีสัมฤทธ์ิผล
ความสามารถในการคดิ : วิเคราะหค์ วามความสมดลุ ของระบบโครงกระดูก, กลา้ มเนื้อและผิวหนัง
ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้ปัญหาทางด้านปัจจัยที่มีผลต่อระบุข้ันตอนการทางานของระบบผิวหนัง ระบบโครง
กระดูก และระบบกลา้ มเนือ้ ไดถ้ กู ตอ้ ง
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การอธปิ รายกลมุ่ ตามศกั ยภาพตนเองได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : สามารถนาเทคโนโลยมี าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
ด้านคณุ ลักษณะของผ้เู รยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลศิ วชิ าการ สอ่ื สารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.หลักความพอประมาณ :ดูแลสขุ ภาพของตนเองใน 4 ด้าน ตามสภาพทางเศรษฐกิจ
2.หลักความมีเหตผุ ล :การพัฒนาตนเองใน 4 ดา้ นอยา่ งสมเหตุสมผล
3.หลักภูมคิ ้มุ กนั :มีความรู้ ความเข้าใจในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองตามหลักวชิ า
4. เงอ่ื นไขความรู้ :วยั รนุ่ มพี ัฒนาการใน 4 ด้าน คือ รา่ งกาย อารมณ์/จิตใจ สังคม และสติปัญญา
5. เง่อื นไขคุณธรรม :มีความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว และสังคม
ช้นิ งาน/ภาระงาน
1.โปรแกรม PowerPoint เรอ่ื ง ระบบผิวหนงั ระบบโครงกระดูก และระบบกลา้ มเนอ้ื
2.กระดาษ A4
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขั้นนา
กจิ กรรมการเรยี นรนู้ ี้ใชว้ ิธกี ารบูรณาการทหี่ ลากหลาย คือการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบแบบศนู ยก์ ารเรียน
ชว่ั โมงที่ 1
ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ (5 นาท)ี
1.นกั เรยี นรับฟงั คาชแี้ จงเกีย่ วกบั การเรยี นรูว้ ชิ าพน้ื ฐาน สขุ ศกึ ษา 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ในเร่อื งของเวลาเรยี น
การประเมินผล และการปฏบิ ัติตน พร้อมทงั้ ร่วมกนั ซกั ถามปญั หา และรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั การเรียนวชิ านี้
2.ครใู ห้นกั เรยี นชีอ้ วยั วะตามที่ครบู อกโดยให้ชไ้ี ปตามจังหวะท่ีครูบอก เชน่ ตา หู จมูก ปาก
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น (5 นาที)
3.ครูชนู ้วิ ชแี้ ละถามคาถามนักเรียนว่า “ถา้ นักเรยี นเปน็ นักวทิ ยาศาสตรแ์ ละต้องสรา้ งนวิ้ ชขี้ องหุ่นยนต์ให้เหมือน
มนุษย์มากท่สี ุด นกั เรียนตอ้ งสร้างระบบอะไรบา้ ง” ตวั อย่างคาตอบ เชน่ ระบบการรบั ความรู้สกึ ระบบขับถ่ายของเสีย
รอยน้ิวมอื และอืน่ ๆ
ขนั้ สอน (30 นาท)ี
4.ครทู าความเขา้ ใจ ทาความตกลงกบั ผู้เรยี น แบ่งผู้เรยี นเปน็ 3 กลุ่ม จานวนตามความเหมาะสม
5.ครอู ธิบายเรอื่ งการเรียนแบบฐาน/การเรียนแบบศนู ยก์ ารเรยี น
6.แบ่งนักเรยี นน่ัง 3 กล่มุ แต่ละกลุ่มได้รบั ใบความรู้แตล่ ะเรอ่ื ง
กลุ่มท่ี 1 ใบความรู้เกย่ี วกบั เรือ่ งผวิ หนัง
กลุ่มท่ี 2 ใบความรูเ้ ก่ยี วกบั เรื่องโครงกระดกู
กล่มุ ที่ 3 ใบความรู้เก่ยี วกับเรือ่ งกล้ามเนื้อ
7.ครใู ห้เวลาแตล่ ะกล่มุ อา่ นใบความรูแ้ ละศกึ ษาแสวงหาความรูท้ างอนิ เตอร์เน็ต จากมอื ถือของนกั เรียนเอง ในหัว
ข้อที่ตนเองกาลังแสวงหาความรตู้ ามฐานแลว้ ตอบคาถามตามใบงาน จากนน้ั เกบ็ รวบรวมใบความรู้ สง่ กระดาษคาตอบ
ให้หัวหน้ากล่มุ เมือ่ ไดป้ ฏิบตั คิ รบ 3 ฐานการเรียนรู้ ตอบคาถามครบแล้วทงั้ 3 ฐาน
8.หวั หนา้ กล่มุ เกบ็ กระดาษคาตอบของสมาชกิ แลว้ แลกกนั ตรวจ โดยหัวหนา้ กลุ่มมีแผ่นเฉลยคาตอบตรวจกนั ใน
กลุม่ ยอ่ ย แลว้ หัวหน้ากลมุ่ เก็บบันทกึ คะแนน สง่ แบบบนั ทกึ คะแนนใหผ้ สู้ อน
ข้ันสรุป (5 นาที)
9.ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรทู้ ีไ่ ด้จากการเรยี นในวันนร้ี ว่ มกนั ดังนี้ ระบบตา่ ง ๆ ในร่างกายมคี วามสาคญั
และทางานสมั พนั ธก์ ัน ถา้ มรี ะบบใดระบบหน่ึงทางานผดิ ปกติ จะสง่ ผลใหร้ า่ งกายเจบ็ ป่วย หรืออาจเสยี ชีวติ ไดก้ าร
สรา้ งเสริมและดารงประสทิ ธภิ าพการทางานของระบบอวัยวะต่าง ๆ อยา่ งถูกวิธแี ละสม่าเสมอจะทาให้ทกุ ระบบทางาน
ไดเ้ ป็นปกติ
ขน้ั ตรวจสอบการเรียนรู้ (5นาท)ี
10.ตรวจสอบและประเมนิ ใบงาน เรอื่ ง ระบบผิวหนัง ระบบโครงกระดูก และระบบกล้ามเน้อื
ชั่วโมงท่ี 2
ขั้นกระตุ้นความสนใจ (5 นาท)ี
1.นักเรยี นรว่ มกันสังเกตความเปลี่ยนแปลง หรอื สงิ่ ผดิ ปกติบนผิวหนงั ใบหน้า เล็บและผม หลงั จากนั้นรว่ มกนั พูดถงึ สงิ่
ทส่ี ังเกตได้จากกจิ กรรมดังกลา่ ว
ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรยี น (5 นาที)
2.ครฉู ายภาพขึ้นบนเคร่ืองฉาย แสดงภาพชว่ งวยั ต่าง ๆ ให้นักเรยี นเห็น แล้วใช้คาถามกระต้นุ ความคิดวา่ “นักเรยี นเห็น
ความแตกตา่ งใดบา้ งระหว่างชว่ งวัยต่าง ๆ ตามท่นี กั เรยี นเหน็
ข้ันสอน (30 นาท)ี
3.ครูนาตัวอย่างภาพการโฆษณา หรือภาพจาก ผทู้ ่กี าลงั เปน็ ที่นยิ มในสังคม ภาพดารา ภาพคนมชี อ่ื เสยี งต่าง ๆ
เก่ียวกับบุคลกิ ภาพทบี่ ง่ บอกถึงการมสี ขุ ภาพดีให้นักเรียนช่วยกันตอบวา่ การมีสขุ ภาพผวิ พรรณดีเชน่ น้คี วรปฏิบัติตนอย่างไร
4.นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายในหัวข้อเรื่อง ระหวา่ งการรับประทานอาหารเสรมิ กับการออกกาลงั กาย สิง่ ใดจะทาให้นักเรียน
มีผวิ พรรณทดี่ ีกวา่ กนั
5.ครูกระตุ้นด้วยคาถามว่า จากการโฆษณาว่านักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไร เปน็ ไปได้หรือไม่ทส่ี รรพคุณตาม
คาโฆษณา เก่ียวกับครีมทีท่ าใหผ้ วิ ขาว ครมี ที่ทาใหผ้ ิวเตง่ ตึง หรือเนยี นใส ท่ีพบได้ท่ัวไปตามทอ้ งตลาด จะทาใหผ้ ู้ใชส้ ามารถ
เปล่ียนสภาพผวิ จากกรรมพันธุ์ ได้อย่างชัดเจน
ขน้ั สรปุ (5นาท)ี
6.นักเรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ท่ีไดจ้ ากการเรยี นในวันน้แี ละใหน้ ักเรียนทา
ใบงานที่ 1.3 เร่อื ง ระบบผิวหนัง (ตวั อยา่ งใบงานแสดงท่ภี าคผนวก)
ขนั้ ตรวจสอบการเรียนรู้ (5 นาท)ี
7.ตรวจสอบและประเมินใบงานในหนงั สอื เสริมฝึกประสบการณส์ ุขศกึ ษา 4
เรื่อง ระบบผวิ หนัง ตามเกณฑก์ ารประเมินชนิ้ งาน
สอ่ื /วัสดอุ ุปกรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน สุขศกึ ษาช้นั ม.4
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. PPT เรอ่ื ง เรอ่ื ง ระบบผิวหนงั ระบบโครงกระดกู และระบบกล้ามเนื้อ
วสั ดุอปุ กรณ์ -
แหลง่ เรยี นรู้ 1.หอ้ ง 234
2.ห้องสมุด
การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
วิธวี ัด -แบบประเมินภาระงาน ถา้ นกั เรียนทาถกู ต้อง 60% ถือ
ว่าผา่ นเกณฑ์
K ความรู้ ความเขา้ ใจ
1.อธิบายความสาคญั ของ -แบบประเมินพฤตกิ รรมนกั เรยี นในช้ัน ถ้านกั เรียนตอบคาถามถกู ตอ้ ง
การช่วยฟน้ื คืนชพี ข้นั พืน้ ฐานได้ เรยี น
P ความรู้ ความเข้าใจ
1.เสนอแนวทางการชว่ ยฟ้นื -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ พจิ ารณาตามความเหมาะสม
คนื ชพี ขั้นพน้ื ฐานในกรณตี ่างๆ ประสงค์
2.ประยกุ ต์นาองคค์ วามร้ทู ่ีไดไ้ ป
ใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั
A คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวนิ ัย
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.มุ่งมนั่ ในการทางาน
ความคิดเหน็ (รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ / ผบู้ รหิ าร / ผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย)
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................
(...................................................)
ตาแหน่ง.................................................
วันที่......................................................
บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
รหัสวิชา พ 31101 รายวชิ าสขุ ศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
วนั ท่ี.....................................................................................ใชส้ อนห้อง.......................เวลา.......................................
วนั ที่.....................................................................................ใชส้ อนหอ้ ง.......................เวลา.......................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...................................................................ผ้สู อน
(นางสาวเอมอร เพง่ กิจ)
........................../........................../.......................
บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
รหสั วชิ า พ 31101 รายวิชาสขุ ศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4
วนั ท่ี..................................................................................ใช้สอนห้อง.......................เวลา.......................................
วนั ท่ี.................................................................................ใช้สอนห้อง........................เวลา.......................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวเอมอร เพง่ กิจ)
........................../........................../.......................
ใบงานท่ี ๑
เรื่อง ระบบโครงกระดกู
คาช้ีแจง ให้ทาเคร่ืองหมาย หน้าขอ้ ความท่ีถกู ตอ้ ง และทาเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทีผ่ ดิ
……..1.กระดกู ของมนุษย์ เมอ่ื เติบโตเปน็ ผูใ้ หญ่จะมที ัง้ หมด 208 ชิน้
……..2. กระดูกในรา่ งกาย คือ ที่สะสมแคลเซยี ม
……..3. ถ้าปริมาณแคลเซยี มในเลือดในรา่ งกายลดลง ทาใหเ้ กดิ อาการชกั
……..4. สว่ นท่ีทาหนา้ ทใี่ นการสรา้ งเม็ดเลือดแดง คือ ไขกระดูก
……..5. การออกกาลงั กายกลางแจง้ ในวยั เด็ก ไมค่ วรทาเพราะอาจทาให้เปน็ ลมได้
……..6. กระดกู มหี น้าทปี่ อ้ งกันการกระทบกระเทอื นท่ีอาจเกดิ ภายในร่างกายได้
……..7. กระดกู หลายๆ ชิ้นมาตอ่ กนั ทาให้เปน็ ข้อตอ่ และชว่ ยในการเคลอ่ื นไหวของรา่ งกาย
……..8. ภายในชอ่ งโพรงกระดกู จะมสี ่วนทเี่ รียกวา่ ไขกระดกู
……..9. ผ้ใู หญ่ทก่ี ระดกู พรนุ แสดงวา่ มีแคลเซียมในร่างกายนอ้ ย
…….10. กระดูกจะแข็งแรงหรอื ไม่ ขน้ึ อยู่กบั การออกกาลงั กายและการไดร้ บั สารอาหารครบถ้วน
เม่อื อ่านใบงานความรู้ ทาใบงานเรียบร้อย เกบ็ วางใบงาน ใบความรู้ แล้วจึงเคลือ่ นยา้ ยไปปฏบิ ัติการในฐานการเรยี น
ต่อไปจนครบ 3 ฐานการเรยี นรู้
ใบงานที่ 2
เรื่อง ระบบกล้ามเน้อื
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นอา่ นขอ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ละทาเครือ่ งหมาย หน้าคาตอบทถี่ กู ต้อง
คาถาม คาตอบ
1. เปน็ กล้ามเนือ้ ชนิดพเิ ศษ กล้ามเนือ้ เรียบ กลา้ มเนอื้ ลาย กลา้ มเนือ้ หัวใจ
2. เป็นกลา้ มเนอ้ื ของลาตัว และศีรษะ กลา้ มเนอื้ เรยี บ กล้ามเนอื้ ลาย กลา้ มเน้อื หวั ใจ
3. เปน็ กล้ามเนื้อมปี ระมาณ 600 มดั กล้ามเนอื้ เรียบ กลา้ มเนอื้ ลาย กลา้ มเนื้อหัวใจ
4. เป็นกล้ามเนือ้ ของอวัยวะภายใน กล้ามเนื้อเรยี บ กลา้ มเนอ้ื ลาย กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ
5. รวมตัวกันเป็นมดั ลกั ษณะเปน็ ทางยาว กลา้ มเน้อื เรียบ กลา้ มเนื้อลาย กลา้ มเนื้อหัวใจ
เม่อื อ่านใบงานความรู้ ทาใบงานเรยี บรอ้ ย เก็บวางใบงาน ใบความรู้ แล้วจงึ เคลอ่ื นย้ายไปปฏบิ ตั กิ ารในฐาน
การเรียนต่อไปจนครบ 3 ฐานการเรยี นรู้
ใบงานท่ี ๓
เรอื่ ง ระบบผวิ หนัง
คาช้แี จง ให้นักเรยี นอา่ นขอ้ ความตอ่ ไปน้ีและทาเครอื่ งหมาย หนา้ คาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
คาถาม คาตอบ หนังแท้
หนังแท้
1. หนงั ทห่ี ลดุ ลอกออกมาเป็นข้ไี คล หนงั กาพรา้ หนงั แท้
2. หนงั ทเ่ี ปน็ ทอ่ี ยู่ของเส้นประสาท หนังกาพรา้ หนงั แท้
3. ฝา่ มอื ฝ่าเท้าเป็นหนังชนดิ ใด หนงั กาพรา้ หนังแท้
4. หนังท่ีมีชน้ั ความหนามากกวา่ หนังกาพรา้
5. หนังที่มีเซลลส์ รา้ งผิวหนงั หนงั กาพร้า
เม่ืออา่ นใบงานความรู้ ทาใบงานเรยี บร้อย เกบ็ วางใบงาน ใบความรู้ แลว้ จึงเคล่ือนย้ายไปปฏบิ ตั ิการในฐานการเรียน
ต่อไปจนครบ 3 ฐานการเรียนรู้
ใบความรู้เรอื่ ง ระบบโครงกระดกู
ระบบโครงกระดูกมีความสาคัญต่อระบบการทางานในรา่ งกายมนษุ ย์ทาหนา้ ท่ีพยุงและปอ้ งกันอวัยวะภายในของ
รา่ งกายตลอดจนเป็นทีย่ ึดเกาะของกลา้ มเน้ือ และชว่ ยในการเคลื่อนไหวและเคลอื่ นที่ จึงจาเป็นตอ้ งดแู ลมใิ หเ้ สอื่ มสลาย และ
รักษาสขุ ภาพกระดูกไว้ ระบบโครงกระดูกมีหน้าที่ค้าจุนรา่ งกายใหค้ งรปู ร่างอยู่ได้ กระดูกของมนุษย์ทง้ั ร่างกาย มอี ย่ทู งั้ สนิ้ 206
ชน้ิ แบง่ ออกเปน็ 2 กลุ่ม คอื
กระดกู แกน (Axial Skeleton)
เปน็ โครงกระดูกท่เี ป็นแกนกลางของร่างกาย ทาหนา้ ท่ีค้าจนุ และป้องกันอันตรายให้แกอ่ วยั วะสาคัญภายในร่างกาย มี
จานวนทงั้ ส้ิน 80 ชนิ้ ประกอบดว้ ย
๑. กะโหลกศรี ษะ (Skull) มีจานวน 29 ชน้ิ
๒. กระดูกสนั หลงั (Vertebrae) มจี านวน 26 ชิน้
๓. กระดูกซี่โครง (Ribs) มีจานวน 24 ช้ิน
๔. กระดกู อก (Sternum) มจี านวน 1 ชน้ิ
กระดูกรยางค์ (Appendicular Skeleton)
เป็นกระดูกทีเ่ ชอ่ื มตอ่ กับกระดูกแกน ทาหน้าท่ีค้าจนุ และเกย่ี วข้องกับการเคล่อื นไหวของร่างกาย มจี านวนทง้ั ส้นิ ๑๒๖
ช้นิ ประกอบด้วย
๑. กระดูกแขน มจี านวน 64 ชน้ิ (ข้างละ 32 ชิน้ )
๒. กระดูกขา มจี านวน 62 ช้นิ (ขา้ งละ 31 ชน้ิ )
เมอ่ื ศึกษาถงึ โครงสร้างของกระดูกแล้วพบวา่ กระดกู ของมนุษย์แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คือ
๑. กระดกู ออ่ น (Cartilage) เป็นเนอ้ื เย่ือเกีย่ วพนั ซึง่ ประกอบด้วยเซลลก์ ระดูกอ่อน
(Chondrocyte) สารระหว่างเซลล์ และเสน้ ใยชนดิ ต่างๆ โดยท่ัวไปกระดูกออ่ นจะได้รบั อาหาร
ซึง่ แทรกซึมผ่านสารระหวา่ งเซลล์มา เน่ืองจากไมม่ หี ลอดเลือดฝอยมาหลอ่ เลยี้ งกระดูกออ่ น
๒. กระดูก (Bone) เป็นโครงสร้างที่เจริญมาจากเนื้อเยื่อเก่ียวพัน (Membrane Bone) หรือกระดูกอ่อน
(Cartilaginous Bone) ก็ได้ ประกอบดว้ ยเซลล์กระดูก (Osteocyte) เส้นใยชนดิ ตา่ งๆและสารระหว่างเซลล์ ซ่ึงมีผลึกไฮดรอก
ซีอะพาไทต์ (Hydroxyapatite ; Ca10(PO4)6(OH)2) มาเสริมทาให้กระดกู มีความแขง็ แรงมากกว่ากระดกู อ่อน เมอื่ ผ่ากระดกู ดู
โครงสร้างภายในจะพบว่า เนื้อกระดกู สว่ นนอกจะแนน่ ทึบ (Compact Bone) อาหารไม่สามารถซึมผา่ นเขา้ ไปเลีย้ งเซลลก์ ระดูก
ได้ บรเิ วณนจ้ี ึงมหี ลอดเลือดแทรกเขา้ ไปทางชอ่ งวา่ งระหวา่ งเซลล์ ซ่ึงเรยี กว่า ช่องว่างฮาเวอร์เซียน (Haversian Canal) โดยจะ
ทอดไปตามความยาวของกระดกู ส่วนตรงกลางของกระดกู นน้ั จะมีลักษณะโปร่งเป็นโพรงคล้ายฟองน้า (Spongy Bone) ซึง่ เป็น
ท่ีอยู่ของไขกระดูก (Bone Marrow) ที่ทาหน้าท่ีสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวให้แก่ร่างกายโครงกระดูกของมนุษย์จะ
เชื่อมตอ่ กันด้วยขอ้ ตอ่ ซึง่ จะทาใหร้ ่างกายของมนษุ ยเ์ คล่อื นไหว ได้หลายทศิ ทาง จากการศึกษาพบว่า ขอ้ ต่อทเี่ ชอ่ื มต่อกระดูกแต่
ละชิน้ ในรา่ งกายมนษุ ย์แบ่งออก เป็น 2 ประเภท คือ
๑. ข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้ (Immovable Joint) เป็นขอ้ ต่อทีท่ าหน้าท่ียึดกระดกู เอาไว้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย
เช่น ขอ้ ตอ่ กะโหลกศรี ษะทเี่ รยี กว่า ซเู จอร์ (Suture) เปน็ ตน้
๒. ข้อต่อที่เคล่ือนไหวได้ (Movable Joint) เป็นข้อต่อท่ีเชื่อมต่อกระดูกแล้วทาให้เคลื่อนไหวไดซ้ ึ่งมอี ยู่หลายรปู แบบ
เช่น ข้อต่อท่ีทาให้เคล่ือนไหวเพียงทิศทางเดียวเหมือนบานพับ (Hinge) พบที่ข้อต่อกระดูกน้ิวมือ น้ิวเท้า ส่วนข้อต่อท่ีทาให้
เคลื่อนไหวได้อิสระหลายทิศทางเนื่องจากมีการเช่ือมต่อของกระดูกคล้ายลูกกลมในเบ้า (Ball and Socket) พบท่ีข้อต่อของ
หัวไหล่และสะโพก สาหรับข้อต่อท่ีต้นคอกับฐานของกะโหลกศีรษะนั้นเป็นข้อต่อท่ีมีเดือยสวมประกบกัน (Pivotal) ทาให้
สามารถก้มเงยและบิดไปซ้ายขวาได้ ส่วนข้อต่อที่ข้อมือนั้นก็หมุนได้หลายทิศทางเช่นกันแต่เป็นข้อต่อแบบท่ีเรียกว่า ไกลดิง
(Gliding) จากการศกึ ษาพบวา่ บรเิ วณขอ้ ต่อจะมีการสร้างของเหลวเป็นเมือกคล้ายไข่ขาวหล่อลนื่ อยู่เพ่ือไม่ให้กระดกู เสียดสกี ัน
และทาให้เคลื่อนไหวได้สะดวก นอกจากน้ีบริเวณข้อต่อยังมีเส้นเอ็น (Tendon) หรือลิกาเมนต์ (Ligament) ซ่ึงเป็นเน้ือเยื่อ
เกย่ี วพันท่ีเหนียวแน่น และทนทานชว่ ยยึดกระดูกไว้อีกด้วย
ข้อตอ่ เคล่ือนไหวทางเดยี ว ขอ้ ต่อเคล่ือนไหวหลายทาง
ความสาคญั ของระบบโครงกระดูก
ความสาคัญของระบบโครงกระดกู มีดงั น้ี
๑. ประกอบเปน็ โครงรา่ งสว่ นท่แี ขง็ ของร่างกาย
๒. เปน็ ที่รองรับอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
๓. เปน็ ทยี่ ดึ เกาะของกล้ามเนือ้ ทาให้มีการเคล่อื นไหวได้
๔. เป็นที่สร้างเมด็ เลือด
๕. เป็นทเ่ี ก็บและจา่ ยแคลเซยี ม ฟอสเฟต และแมกนเี ซียม
๖. ปอ้ งกนั อวยั วะภายในรา่ งกาย เช่น ปอด หวั ใจ ตับสมอง และประสาท เป็นตน้
การสรา้ งเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบโครงกระดูก
๑. รับประทานอาหารให้ครบ 6 หมู่โดยเฉพาะอาหารทม่ี ีสารแคลเซียม (Calcium) และวิตามินดี (Vitamin D) ได้แก่
เนื้อสัตว์ นม และผักผลไม้ต่างๆ รับประทานให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อไปสร้างเสริมและบารุงกระดูกให้
แข็งแรงสามารถทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๒. ออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระดูกและกล้ามเนื้อที่ได้รับการบริหารหรือทางานสม่า
เสมอ จะมคี วามแข็งแกรง่ มากขน้ึ มีการยืดหยุ่น และทางานได้อยา่ งเต็มท่ี
๓. ระมัดระวังการเกิดอบุ ัติเหตกุ ับกระดกู เช่น สวมหมวกนริ ภยั ในขณะขับขี่จกั รยานยนต์คาดเข็มขดั นริ ภัยในขณะขับ
ข่ีหรือโดยสารรถยนต์ หากได้รับอุบัติเหตุโดยถูกตี กระแทก ชน หรือ ตกจากท่ีสูงจนทาให้กระดูกแตกหรือหัก ต้องรีบปฐม
พยาบาลอย่างถกู วธิ แี ละพบแพทย์ เพื่อรกั ษาให้กระดกู กลับสูส่ ภาพปกติและใชง้ านไดด้ ีอยา่ งปกติ
ใบความรูเ้ ร่อื ง ระบบกลา้ มเน้อื
ระบบกลา้ มเนือ้ (Muscular System) จะทางานร่วมกบั ระบบโครงกระดกู เพื่อชว่ ยใหร้ า่ งกายสามารถเคลอื่ นไหวได้
นอกจากนย้ี ังทาหนา้ ทเี่ ป็นโครงร่างของร่างกายอกี ด้วย ประกอบด้วย
1. กล้ามเน้ือลาย (Striated Muscle or Crosstripe Muscle) มลี ายตามขวางตลอดความยาว เกาะตดิ กับ
กระดูกหรอื โครงกระดูกชว่ ยทาใหเ้ ป็นรปู ร่างของร่างกายและอย่ภู ายใต้อานาจจิตใจ กล้ามเนือ้ ลายนบั ว่าเป็นกล้ามเนอื้ ท่ใี ช้ใน
การเคลือ่ นไหวของรา่ งกายท้งั หมด เชน่ กล้ามเน้อื แขน กลา้ มเนอื้ ขา กล้ามเนอ้ื ทรวงอก เปน็ ตน้ และเป็นกลา้ มเน้อื ที่แขง็ แรง
ท่สี ุด ลกั ษณะในการทางานของกลา้ มเนื้อลายคอื ดึงรั้งกระดูกให้มกี ารเคลอื่ นไหวตามที่ใจต้องการ
2. กล้ามเน้ือเรียบ (Smooth Muscle) เป็นกล้ามเนื้อทีม่ ีลกั ษณะเรยี บ ไม่มีลาย และไมอ่ ยใู่ นอานาจของจติ ใจ เป็น
สว่ นประกอบของอวัยวะภายในของรา่ งกาย เชน่ กลา้ มเนอื้ ทห่ี ลอดลมปอด กลา้ มเนอ้ื ในกระเพาะอาหาร ลาไสแ้ ละมดลูก เป็น
ตน้ กลา้ มเนือ้ เรยี บสนองตอบสิง่ เร้านานาชนิดได้ดี เช่น การขยายตวั การเปล่ยี นแปลงของอุณหภมู แิ ละกระแสประสาท ความ
เยน็ จะทาใหก้ ลา้ มเนอ้ื หดตัวได้ดี สาหรบั ความร้อนน้นั ขึ้นอยู่กับอัตราการใหว้ า่ เรว็ หรอื ช้า คือ ถ้าหากประคบความร้อน
ทนั ทที ันใด ความร้อนจะกระตุ้นใหก้ ลา้ มเนือ้ หดตวั แตใ่ หค้ วามรอ้ นทีละนอ้ ยกลา้ มเน้ือจะคลายตัว กลา้ มเน้ือเรยี บมีความไวตอ่
การเปลี่ยนแปลง
ของส่วนประกอบของเลอื ดหรอื น้าในเนื้อเย่ือ ฮอร์โมน วิตามนิ ยา เกลอื กรด ดา่ ง
3. กลา้ มเนอ้ื หัวใจ (Cardiac Muscle) กล้ามเนือ้ หวั ใจจะพบทบี่ รเิ วณหวั ใจและผนงั เสน้ เลอื ดดาใหญ่ทนี่ าเลอื ดเขา้
สู่หวั ใจเทา่ นั้น เซลลก์ ลา้ มเนื้อหัวใจมลี ักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงกับเซลล์กลา้ มเนอื้ ลายคอื มกี ารเรียงตวั ให้เห็นเปน็ ลายเม่ือดู
ดว้ ยกล้องจุลทรรศน์ กลา้ มเนอ้ื หวั ใจมลี ักษณะแตกก่ิงก้านและสานกัน มรี อยตอ่ และชอ่ ง (Gap Junction) ระหว่างเซลลซ์ ง่ึ เปน็
บรเิ วณท่มี คี วามตา้ นทานไฟฟา้ ต่าทาให้เซลล์กลา้ มเนอื้ หวั ใจสามารถสง่ กระแสไฟฟา้ ผ่านจากเซลล์หน่งึ ไปยังอกี เซลล์หนง่ึ ได้
ความสาคัญของระบบกล้ามเน้ือ
1. ช่วยใหร้ า่ งกายสามารถเคล่ือนไหวไดจ้ ากการทางาน ซ่งึ ในการเคล่ือนไหวของ
รา่ งกายน้ี ตอ้ งอาศยั การทางานของระบบโครงกระดูกและขอ้ ตอ่ ต่างๆ ด้วย โดยอาศัยการยดื
และหดตวั ของกลา้ มเน้ือ
2. ช่วยให้อวยั วะภายในต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร ลาไส้เลก็ ลาไสใ้ หญ่
หลอดเลือด ทางานไดต้ ามปกติและมีประสทิ ธภิ าพ เนื่องจากการบบี รดั ตัวของกลา้ มเนอ้ื ของอวัยวะ
ดงั กลา่ ว
3. ผลติ ความร้อนใหค้ วามอบอุ่นแก่ร่างกาย ซงึ่ ความรอ้ นน้เี กดิ จากการหดตัวของ
กล้ามเนอื้ แลว้ เกดิ ปฏกิ ริ ิยาทางเคมี
4. ช่วยป้องกันอวัยวะภายในไมใ่ ห้ได้รับความกระทบกระเทอื น
5. เป็นท่เี กิดพลังงานของรา่ งกาย
หนา้ ท่ีของระบบกลา้ มเนอื้
1. ช่วยใหร้ า่ งกายสามารถเคล่อื นไหวไดจ้ ากการทางาน ซง่ึ ในการเคลอ่ื นไหวของร่างกายน้ี ต้องอาศัยการทางานของ
ระบบโครงกระดกู และขอ้ ตอ่ ตา่ งๆ ดว้ ย โดยอาศัยการยดื และหดตวั ของกล้ามเนือ้
2. ชว่ ยใหอ้ วยั วะภายในต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่
หลอดเลอื ด ทางานได้ตามปกติและมีประสิทธภิ าพ เนื่องจากการบบี รัดตัวของกลา้ มเนอ้ื ของอวัยวะดังกล่าว
3. ผลิตความรอ้ นให้ความอบอุ่นแกร่ ่างกาย ซง่ึ ความร้อนนเ้ี กิดจากการหดตัวของกลา้ มเนอ้ื แลว้ เกิดปฏิกริ ยิ าทางเคมี
4. ช่วยป้องกนั อวัยวะภายในไมใ่ ห้ไดร้ บั ความกระทบกระเทือน
5. เปน็ ที่เกดิ พลังงานของร่างกาย
การสรา้ งเสรมิ และดารงประสิทธภิ าพการทางานของระบบกล้ามเนอ้ื
1. รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ และมปี รมิ าณทเ่ี พยี งพอตอ่ ความต้องการของรา่ งกาย
2. ออกกาลังกายอย่างสมา่ เสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วนั ละอย่างนอ้ ย 30 นาทีโดยเนน้ การออกกาลงั กายดว้ ย
รปู แบบวธิ กี ารบรหิ ารกล้ามเนื้อ จะทาใหก้ ล้ามเนื้อในสว่ นต่างๆ ของร่างกายมีความแข็งแรง
3. ทาจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ดูแลสุขภาพจิตของตนเองใหด้ ี
4. ควรมเี วลาพกั ผอ่ นที่เพียงพอ ไมท่ างานหนักหรอื หกั โหมจนเกนิ ไปโดยเฉพาะลักษณะ
งานท่ตี อ้ งทางานอยใู่ นทา่ เดิมนานๆ จะทาให้กล้ามเนอื้ บริเวณนั้นออ่ นล้าและเกดิ ความไมแ่ ขง็ แรงได้
5. เมื่อเกิดความผิดปกตเิ กยี่ วกับระบบกล้ามเนื้อ เช่น มีอาการปวดหลังเรอื้ รงั กลา้ มเนื้อกระตกุ เปน็ ประจา ควรรีบไป
ปรึกษาแพทย์
6. ระมดั ระวงั และป้องกนั การเกดิ อุบัติเหตุทจี่ ะทาให้กลา้ มเน้อื ได้รบั อันตราย เช่น การรบั แรงกระแทกโดยตรงจนเกิด
การฟกชา้ หรือถูกกระทบกระแทกอย่างรนุ แรง ทาให้มอี าการเจ็บ ปวด บวม
7. ระมดั ระวังการเล่นกฬี าทห่ี ักโหมรนุ แรง ท่อี าจทาให้กลา้ มเนื้อหรือเอ็นกล้ามเน้ือถูกยืดออก กลา้ มเนอื้ ฉกี ขาดซ่ึงเกดิ
จากการเคลอื่ นไหวอย่างรวดเรว็ หรือการยกของหนักมากเกินไปควรรับการปฐมพยาบาลด้วยการใชผ้ า้ ยืดพนั บรเิ วณที่บาดเจ็บ
เพือ่ จากดั การเคลื่อนไหวและพบแพทย์
เพ่อื รับการรักษา
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
รหสั วิชา พ 31101 รายวิชาสขุ ศึกษา ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 1 เรื่อง ระบบอวัยวะของรา่ งกาย เวลา 4 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 2 เรือ่ ง ระบบโดรงกระดกู เวลา 2 ชวั่ โมง
ผู้สอน นางสาวเอมอร เพง่ กิจ สอนวันท.ี่ .................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน
พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตวั ชว้ี ัด
พ. 1.1 ม.4/1 อธบิ ายกระบวนการสร้างเสรมิ และดารงประสิทธภิ าพการทางานของระบบอวยั วะตา่ งๆ
สาระสาคญั
ร่างกายของเรามผี ิวหนงั เป็นส่วนหอ่ หุ้ม มีกระดูกเปน็ แกนประกอบเป็นโครงรา่ งเปน็ ทีย่ ึดเกาะของกลา้ มเนอ้ื ตา่ งๆ ทา
ใหเ้ คลอื่ นไหวได้ ดังนนั้ ตอ้ งสรา้ งเสริมหรอื ดารงใหร้ ะบบทั้ง 3 ส่วน ทางานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1.ระบบโครงกระดกู
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1.นักเรยี นเลอื กวธิ กี ารดูแลรกั ษาระบบกระดกู ท่ีเหมาะกบั ตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซอื่ สัตยส์ จุ ริต
รักความเปน็ ไทย
ม่งุ มน่ั ในการทางาน มวี ินยั
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : สามารถฟงั และดเู พอ่ื การสือ่ สารอย่างมีสมั ฤทธิผล
ความสามารถในการคดิ : วเิ คราะห์ความความสมดลุ ของระบบโครงกระดูก, กลา้ มเน้อื และผิวหนัง
ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้ปัญหาทางด้านปัจจัยที่มีผลต่อระบุขั้นตอนการทางานของระบบผิวหนัง ระบบโครง
กระดกู และระบบกลา้ มเน้อื ไดถ้ กู ต้อง
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : การอธิปรายกลุ่มตามศกั ยภาพตนเองได้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สามารถนาเทคโนโลยีมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
ดา้ นคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วชิ าการ สื่อสารสองภาษา ลา้ หนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ :ดูแลสขุ ภาพของตนเองใน 4 ดา้ น ตามสภาพทางเศรษฐกจิ
2. หลักความมเี หตุผล :การพัฒนาตนเองใน 4 ดา้ นอย่างสมเหตสุ มผล
3.หลักภูมิคุ้มกนั :มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการดูแลสขุ ภาพของตนเองตามหลักวิชา
4. เง่อื นไขความรู้ :วัยรุ่นมีพัฒนาการใน 4 ด้าน คอื รา่ งกาย อารมณ์/จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญา
5. เงื่อนไขคุณธรรม :มคี วามรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั และสงั คม
ช้ินงาน/ภาระงาน
1.โปรแกรม PowerPoint
2.กระดาษ A4
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นากิจกรรมการเรยี นรูน้ ี้ใชว้ ิธกี ารบูรณาการท่หี ลากหลาย คือการจัดกิจกรรมการเรยี นร้แู บบแบบการบรรยาย
ช่วั โมงที่ 3
ข้นั กระตุ้นความสนใจ (5 นาที)
1.นักเรียนร่วมกนั ทากิจกรรมตา่ ง ๆ ดงั น้ี ตามคาสงั่ ของครู
-กระโดด
-หมุนคอ
-หมนุ หวั ไหล่
-กางมอื และหมนุ ขอ้ มอื
-พับแขนไปมา
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน (5 นาท)ี
2.นกั เรียนร่วมกันตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ว่า “สว่ นใดของรา่ งกายเป็นสว่ นท่ีแขง็ แรงท่สี ดุ เพราะเหตุใด”
ขน้ั สอน (30 นาท)ี
3.นักเรยี นชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็นในหวั ข้อทว่ี ่า “หากเราอายมุ ากขึ้น กระดกู ของเราจะเปน็ อย่างไร”
4.นักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือช่วยกันสืบค้นว่าอาหารชนิดใดช่วยเสริมสร้างการทางานของระบบกระดูกให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งข้นึ
5.ครูเพิ่มเตมิ ข้อ เสนอแนะขอ้ ควรปฏิบัติเพ่ิมเตมิ ให้กับนักเรียนในเร่ืองของการดารงรักษาประสทิ ธิภาพการทางาน
ของระบบกระดกู
ขั้นสรปุ (5 นาท)ี
6.นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปความร้ทู ่ไี ดจ้ ากการเรยี นในวันนแ้ี ละใหน้ ักเรยี นทา
ใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง ระบบโครงกระดูก (ตัวอย่างใบงานแสดงท่ีภาคผนวก)
ขนั้ ตรวจสอบการเรียนรู้ (5 นาที)
7.ตรวจใบงานในหนงั สือเสรมิ ฝึกประสบการณ์ เรือ่ ง ระบบโครงกระดูก
กิจกรรมการเรยี นรู้
กิจกรรมการเรยี นรนู้ ้ีใช้วธิ ีอภปิ รายร่วมกนั ในช้นั เรยี น
ชว่ั โมงที่ 4
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ (5 นาท)ี
1.ครเู ปิดวิดีโอทีเ่ กยี่ วข้องกบั การออกกาลงั กาย แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกันวิเคราะห์วา่ ใช้อวัยวะ กล้ามเนอ้ื สว่ นใดในการ
ออกกาลังกายจากวิดโี อทีไ่ ด้รบั ชมไป
ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรียน (5 นาท)ี
2.นกั เรียนและครูร่วมกนั ทากิจกรรมผอ่ นคลายกล้ามเน้อื โดยการยดื เหยยี ดและนวดกล้ามเนื้อส่วนตา่ งๆดังน้ี
*.ท่าบรหิ ารคอ คอื เอียงศรี ษะไปด้านขา้ งซ้าย ขวา กม้ ศรี ษะและแหงนหน้าไปด้านหลงั
*.ทา่ บรหิ ารลาตัวคือ ยนื แยกขา ยกข้อศอกไขวก้ ันดา้ นหลังศรี ษะ โน้มลาตัวตั้งแตส่ ะโพกไปทางด้านข้าง ทลี ะข้าง
*.ทา่ บริหารต้นแขนคอื งอแขนขา้ มศีรษะ มือข้างหน่ึงจับขอ้ ศอกอกี ข้างหน่ึง ค่อยๆ ดึงข้อศอกลงจนรู้สึกตงึ ที่บริเวณ
แขน
*.ท่าบริหารอกคอื ประสานน้ิวไปดา้ นหลงั คอ่ ยๆ ยกแขนขึ้นคา้ งไว้แลว้ ปลอ่ ยลง
*.ทา่ บรหิ ารหลงั ส่วนบนคอื ประสานนิว้ มอื ย่นื ไปด้านหน้าระดบั หวั ไหล่ หันฝ่ามือออกด้านนอกยืดแขนตึง
*.ให้นกั เรียนจับคู่กับเพื่อนและสลับกันบบี นวดบรเิ วณกลา้ มเนอ้ื ส่วนตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย
ขั้นสอน (30 นาท)ี
3.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ในขณะที่เรายืดเหยียดกล้ามเน้ือ กล้ามเนื้อมีลักษณะอย่างไร (กล้ามเน้ือ
สามารถยดื และหดตวั ไดจ้ ากกการทางานของเส้นใยกลา้ มเนอื้ )
4.ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับระบบกล้ามเน้ือและจดบันทึกความรู้ที่ได้ลงใบงาน ดังนี้ ระบบกล้ามเนื้อ (Muscular
System) ประกอบดว้ ยเซลล์กล้ามเนอื้ เรียงชิดติดกันเรียกวา่ เส้นใยกล้ามเนื้อ จะทางานร่วมกบั ระบบโครงกระดูก เพ่ือชว่ ยให้
รา่ งกายสามารถเคลื่อนไหวได้ นอกจากนย้ี ังทาหนา้ ท่ีเป็นโครงร่างของรา่ งกาย คนเรามกี ลา้ มเน้ือมากกวา่ 600 มัด
คณุ สมบตั ิของกลา้ มเนือ้
1.ความรูส้ กึ ตอ่ สงิ่ เรา้ (Irritability) ซงึ่ เป็นคาสงั่ จากสมองทมี่ าตามเส้นประสาท
2.การหดตวั (Contractility) ซง่ึ จะอาศยั การเคลอ่ื นทีข่ องโปรตีน 2 ชนิด คอื แอคตนิ (Actin)
และมยั โอซิน (Myosin)
3.ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนือ้ (Muscle tone) หมายถึง การหดตวั ของกลา้ มเนื้อบางสว่ น เช่น ผปู้ ว่ ยท่ี
นอนเตยี งนาน ๆ ความตงึ ตวั จะลดลงเร่อื ย ๆ
4.การยึดและคลายสู่สภาพเดิม (Extensibility and Elasticity) เป็นคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันการฉีกขาดของ
กลา้ มเนือ้ เม่ือมแี รงกระตุน้ มาก ๆ
ชนิดของกลา้ มเนอื้ แบง่ เป็น 3 ชนดิ ไดแ้ ก่
1. กลา้ มเนอื้ หวั ใจ อย่ภู ายนอกอานาจจิตใจ พบได้เฉพาะทหี่ ัวใจ
2. กลา้ มเน้ือลาย อย่ภู ายใตอ้ านาจจิตใจ พบไดท้ ่ีกลา้ มเน้อื ท่วั ไปในร่างกาย
3. กลา้ มเนอื้ เรียบ อย่ภู ายใตอ้ านาจจิตใจ พบได้ตามอวัยวะภายในรา่ งกาย เชน่ ทางเดนิ อาหาร
การทางานของระบบกล้ามเนอ้ื
การหดตัวของกล้ามเน้ือลาย ไดร้ บั คาสง่ั จากเส้นประสาทสั่งการลงมา ใหเ้ กดิ การสไลดเ์ ขา้ หากนั ของเซลลก์ ล้ามเนื้อ (sliding-
filament theory) ซ่ึงเซลล์กล้ามเนอื้ ท่ีมคี วามสาคญั คือ Actin (แอคตนิ ) และ Myosin (ไมโอซนิ ) โดยมีสารสอ่ื ประสาท
พลงั งาน และ แคลเซยี มทางานรว่ มกัน
5. นักเรยี นร่วมกันตอบคาถามกระตุ้นความคิดว่า “ตะครวิ เกดิ จากอะไร หากนกั เรยี นเกดิ ตะครวิ ทก่ี ล้ามเนอ้ื
นักเรียนจะแก้ไขอยา่ งไร” (ตะครวิ เกิดจากกลา้ มเนือ้ หมดพลังงานสะสม ทาใหไ้ ม่มีพลังงานไปปลดพนั ธะของ Acto-Myosin
Complex ทจี่ ับกันแนน่ ในสภาวะหดตวั กล้ามเน้อื จงึ เกิดการหดตัวคา้ ง และปวดจากการหดตัว ถามวา่ ถา้ เกิดแลว้ ทาอยา่ งไร ก็
หยุดการใชพ้ ลงั งานคอื การหยดุ พกั และ ดึงยืดกล้ามเน้อื ที่หด ให้คลายออกด้วยมอื ของเราเอง หรอื การปรับเปล่ียนทา่ ทาง)
ขั้นสรุป (5 นาที)
6.นักเรียนร่วมกันสรุปความรูท้ ี่ได้จากการเรียนในวันนี้ โดยครเู ดินสอบถามตัวแทนนักเรียนให้ยกตวั อยา่ งกล้ามเนื้อ
แต่ละชนดิ
7.นักเรยี นรว่ มกันยกตัวอย่างความสาคัญของกล้ามเน้ือและการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพทางานของระบบ
กลา้ มเน้อื
8.ครูให้นกั เรียนทาใบงานท่ี 1.6 เร่ือง ระบบกลา้ มเนือ้ (ตวั อย่างใบงานแสดงทภ่ี าคผนวก)
ขัน้ ตรวจสอบการเรียนรู้ (5 นาท)ี
9.ตรวจสอบแบบฝึกหดั ในหนังสือเสรมิ ฝึกประสบการณ์เรื่อง ระบบกล้ามเนื้อ
ส่ือ/วัสดุอุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียน สขุ ศกึ ษาชัน้ ม.4
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. PPT เร่ือง
วสั ดอุ ปุ กรณ์ -
แหลง่ เรยี นรู้ 1. ห้อง 234
2. ห้องสมดุ
การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
วธิ ีวัด -แบบประเมนิ ภาระงาน ถา้ นักเรียนทาถูกตอ้ ง 60% ถอื
ว่าผา่ นเกณฑ์
K ความรู้ ความเขา้ ใจ
1.อธิบายความสาคัญของ -แบบประเมนิ พฤตกิ รรมนักเรยี นใน ถา้ นกั เรยี นตอบคาถามถูกต้องถอื
การชว่ ยฟื้นคืนชพี ขน้ั พน้ื ฐานได้
P ความรู้ ความเขา้ ใจ ช้ันเรยี น วา่ ผา่ นเกณฑ์
1.เสนอแนวทางการชว่ ยฟน้ื คืนชพี
ข้ันพ้นื ฐานในกรณตี า่ งๆ ได้ -แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ พิจารณาตามความเหมาะสม
2.ประยุกต์นาองค์ความรทู้ ่ีได้ ประสงค์
ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ได้
A คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.มวี ินยั
2.ใฝ่เรยี นรู้
3.มงุ่ ม่ันในการทางาน
ความคิดเห็น (รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ / ผู้บริหาร / ผูท้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย)
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................
(...................................................)
ตาแหนง่ .................................................
วันที่.......................................................
บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
รหสั วชิ า พ 31101 รายวชิ าสุขศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
วันท่ี..................................................................................ใชส้ อนหอ้ ง.......................เวลา.......................................
วันที่..................................................................................ใช้สอนหอ้ ง......................เวลา.......................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวเอมอร เพ่งกิจ)
........................../........................../.......................
บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
รหัสวชิ า พ 31101 รายวชิ าสขุ ศกึ ษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
วันท่ี..................................................................................ใชส้ อนหอ้ ง.......................เวลา.......................................
วันท่ี..................................................................................ใช้สอนหอ้ ง......................เวลา.......................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวเอมอร เพ่งกจิ )
........................../........................../.......................
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง การวางแผนพัฒนาสุขภาพ
รายวชิ าสุขศกึ ษา รหสั วชิ า พ 31101 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
เวลา 2 ชัว่ โมง (นก./ชม.) ผ้สู อน นางสาวเอมอร เพ่งกจิ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน
พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
พ 4.1 เหน็ คณุ ค่าและมที ักษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสริม
สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ
ตวั ชี้วดั
พ 1.1 ม.4-6/2 วางแผนดูแลสขุ ภาพตามภาวะการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของตนเองและบคุ คลในครอบครัว
พ.4.1 ม.4/5 วางแผนและปฏิบัติตามแผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครัว
สาระสาคญั
การวางแผนดูแลสขุ ภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เปน็ เร่ืองทม่ี คี ุณคา่ อย่างยงิ่ เพราะนอกจากจะเปน็ สง่ิ ที่ชว่ ย
กระตนุ้ ใหต้ วั ของเราเองและบคุ คลในครอบครัวเกดิ ความกระตอื รอื ร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยงั เป็นสิ่งท่ชี ว่ ยใหเ้ กดิ
สัมพนั ธภาพอนั ดรี ะหวา่ งสมาชกิ ทุกคนในครอบครวั เกิดความรักในครอบครวั ซงึ่ จะชว่ ยแกป้ ัญหาตา่ งๆ
ไดอ้ ย่างดี อนั จะนาไปส่กู ารมีคณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีในอนาคต
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1.ความหมายของสุขภาพ
2.ความหมายของการวางแผนพฒั นาสขุ ภาพ
3.ความสาคญั ของการวางแผนพฒั นาสขุ ภาพ
4.ารวางแผนพฒั นาสุขภาพตนเอง
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1.การนาเสนอผังกราฟกิ เร่อื งแนวทางการวางแผนในการดแู ลสุขภาพของตนเองและครอบครัวไดอ้ ย่างเหมาะสม
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซื่อสตั ย์สจุ ริต
มุ่งม่นั ในการทางาน มวี ินัย รักความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รียนรู้
มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร :สามารถฟงั และดเู พอ่ื การสือ่ สารอยา่ งมสี ัมฤทธผิ ล
ความสามารถในการคิด :วิเคราะหค์ วามความสมดุลของกระบวนการเจริญเติบโต และพฒั นาการตามวัยได้
ความสามารถในการแกป้ ญั หา :แก้ปญั หาทางดา้ นปัจจัยท่มี ผี ลต่อการดแู ลสุขภาพของตนเอง และบุคคลในครอบครวั ได้
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ :การอธปิ รายกลุ่มตามศักยภาพตนเองได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี :สามารถนาเทคโนโลยีมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ด้านคุณลักษณะของผ้เู รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วชิ าการ สือ่ สารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคดิ
ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์
รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ :ดแู ลสุขภาพของตนเองใน 4 ด้าน ตามสภาพทางเศรษฐกิจ
2. หลักความมเี หตุผล :การพฒั นาตนเองใน 4 ด้านอยา่ งสมเหตุสมผล
3.หลกั ภูมิคุ้มกัน :มีความรู้ ความเขา้ ใจในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองตามหลกั วิชา
4. เงอื่ นไขความรู้ :วัยรุ่นมีพฒั นาการใน 4 ด้าน คอื รา่ งกาย อารมณ/์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ัญญา
5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม :ความสัมพนั ธข์ องสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1.ใบงานแผนผังความคิดเร่ือง ใบงานสรุปเน้ือหาเกย่ี วกับแนวทางการวางแผนในการดแู ลสุขภาพของตนเองและ
ครอบครวั
กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
2.ข้นั สอน/กิจกรรมการเรยี นรู้
3.ขัน้ สรุปและประเมินผล
สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น สขุ ศกึ ษาชน้ั ม.4
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. PPT เรอื่ ง ใบงาน สรุปเนอ้ื หาเกีย่ วกับแนวทางการวางแผนในการดแู ลสุขภาพของตนเองและครอบครวั
แหลง่ เรยี นรู้
1.ห้องสมุด
2.ฐานข้อมลู ออนไลน์
3.ห้องเรยี น
การวัดผลและประเมนิ ผล
1.สังเกต
2.การทดสอบก่อน – หลงั เรียน
3.ประเมนิ ชิน้ งาน
เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
1.แบบประเมินกระบวนการกลมุ่
2.แบบทดสอบ ก่อน – หลงั เรยี น
3.แบบประเมนิ ชิน้ งาน
เกณฑก์ ารวดั ผลและประเมินผล
1.ได้คะแนนรวมทุกกิจกรรม ร้อยละ 50 ถือวา่ ผ่าน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 3
รหัสวิชา พ 31101 รายวิชาสุขศกึ ษา ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นท่ี 2 เรอื่ ง การวางแผนพัฒนาสุขภาพ เวลา 2 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนท่ี 3 เรือ่ ง ความหมายของสุขภาพ เวลา 2 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวเอมอร เพ่งกิจ สอนวนั ท.่ี .........................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน
พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทกั ษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกนั โรคและการสรา้ งเสริม
สมรรถภาพเพ่อื สขุ ภาพ
ตัวชีว้ ัด
พ 1.1 ม.4-6/2 วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว
พ 4.1 ม.4/5 วางแผนและปฏบิ ตั ติ ามแผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครัว
สาระสาคัญ
การวางแผนดแู ลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรือ่ งที่มคี ุณค่าอย่างย่งิ เพราะนอกจากจะเปน็ สงิ่ ที่ช่วย
กระตุ้นให้ตวั ของเราเองและบคุ คลในครอบครัวเกิดความกระตอื รือรน้ ในการดแู ลสุขภาพแล้ว ยงั เปน็ สิง่ ทช่ี ว่ ยใหเ้ กิด
สัมพนั ธภาพอนั ดีระหวา่ งสมาชกิ ทุกคนในครอบครวั เกิดความรักในครอบครัวซึง่ จะชว่ ยแก้ปัญหาตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งดี อันจะนาไปส่กู ารมคี ุณภาพชีวติ ทด่ี ีในอนาคต
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1.ความหมายของสขุ ภาพ
2.ความหมายของการวางแผนพัฒนาสุขภาพ
3.ความสาคญั ของการวางแผนพฒั นาสุขภาพ
4.การวางแผนพัฒนาสุขภาพตนเอง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1.การนาเสนอผงั กราฟิก เรอ่ื งแนวทางการวางแผนในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อย่อู ย่างพอเพยี ง ซ่ือสัตย์สุจริต
รกั ความเป็นไทย
มงุ่ มั่นในการทางาน มวี ินัย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสือ่ สาร :สามารถฟงั และดูเพื่อการสือ่ สารอย่างมีสัมฤทธิผล
ความสามารถในการคดิ :วิเคราะห์ความความสมดลุ ของกระบวนการเจริญเติบโต และพฒั นาการตามวยั ได้
ความสามารถในการแกป้ ัญหา :แกป้ ญั หาทางด้านปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การดแู ลสุขภาพของตนเอง และบคุ คลในครอบครวั ได้
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต :การอธปิ รายกลุม่ ตามศกั ยภาพตนเองได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี :สามารถนาเทคโนโลยมี าใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
ด้านคณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วิชาการ สือ่ สารสองภาษา ลา้ หน้าทางความคิด
ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ :ดูแลสขุ ภาพของตนเองใน 4 ดา้ น ตามสภาพทางเศรษฐกิจ
2. หลักความมเี หตุผล :การพฒั นาตนเองใน 4 ด้านอย่างสมเหตสุ มผล
3.หลกั ภมู ิคุ้มกนั :มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการดแู ลสุขภาพของตนเองตามหลักวิชา
4. เง่ือนไขความรู้ :วัยรนุ่ มีพัฒนาการใน 4 ดา้ น คือ รา่ งกาย อารมณ/์ จิตใจ สังคมและสติปญั ญา
5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม :มีความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั และสงั คม
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1.ใบงานสรปุ เนือ้ หาเก่ยี วกบั แนวทางการวางแผนในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครวั
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นา
กิจกรรมการเรียนร้นู ใ้ี ชว้ ธิ ีการบรู ณาการทห่ี ลากหลาย คือการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบกระบวนการ
Active Learning 5 Step
ชว่ั โมงที่ 5
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ (5 นาที)
Step ที่ 1 ครูนาแผน่ โฆษณา เกีย่ วกับโปรแกรมเชญิ ชวนใหต้ รวจสุขภาพประจาปขี ้ึนมา เพือ่ ให้นกั เรยี นแสดงความ
คิดเห็น ว่าใครควรใช้บรกิ ารตามการโฆษณาในแผน่ นบ้ี ้าง เพราะเหตุใด ครูสุ่มนกั เรยี นจานวน 2-3 คน เพอื่ แสดงความคดิ เหน็
ขน้ั นาการสอน
Step ท่ี 2 ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกล่มุ ตามความเหมาะสม และดาเนินงานตามการเรียนรแู้ บบกระบวนการกลมุ่ คือมี
ประธาน เลขา ผู้นาเสนอ มอบหมายใหท้ กุ กลุ่มแสวงหาขอ้ มลู เก่ยี วกบั เรือ่ ง การดแู ลสุขภาพตนเอง โดยครอบคลุมทุกหวั ข้อท่ี
นกั เรยี นควรรู้ พรอ้ มท้งั สบื ค้นหาข้อมลู มาให้ได้มากที่สดุ
ขนั้ สอน (30 นาที)
Step ท่ี 3 นักเรียนรวบรวมข้อมลู ทที่ างกลุ่มได้สืบค้นมา โดยจดั ลาดับความสาคัญของข้อมูลก่อนนามาสรุปลงในผัง
กราฟกิ เรือ่ ง แนวทางการวางแผนในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว แลว้ จัดการมอบหมายหน้าท่ีในการทางานกลมุ่
หาวิธกี ารวางแผนดูแลสขุ ภาพของตนเอง และบคุ คลในครอบครัวเบอ้ื งตน้
ขั้นสรปุ (5 นาที)
Step ท่ี 4 นักเรียนในแตล่ ะกลุ่มนาเสนอแนวคิดการวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว โดยสรปุ
องค์ความร้มู าในรปู แบบและวิธีการของกลมุ่ ตนเอง
ขั้นตรวจสอบการเรียนรู้ (5 นาที)
Step ที่ 5 นกั เรียนรวบรวมแนวทางในการปฏบิ ัตกิ ารดแู ลสขุ ภาพตนเองจากขอ้ มูลท่ที ุกกลุม่ นาเสนอมาเผยแพรเ่ ปน็
เอกสารแผน่ พับ ใบความรู้ จัดบอร์ดหลังห้อง หรือทาพาวเวอรพ์ อยนาเสนอเพอื่ นในหอ้ ง
Step ท่ี 6 นกั เรยี นทาใบงานสรปุ เนื้อหา เร่ือง แนวทางการวางแผนในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว
กิจกรรมการเรียนรู้น้ใี ชว้ ิธีการบรู ณาการท่หี ลากหลาย คอื การจดั กจิ กรรมการเรียนร้แู บบการบรรยาย
ชวั่ โมงท่ี 6
ขัน้ กระตุน้ ความสนใจ (5 นาท)ี
1.ครูนาตัวอยา่ งภาพบุคคลและภาพอาหารให้นักเรียนดูและครูตั้งคาถามกระต้นุ ใหน้ ักเรียนคิดแสวงหาคาตอบเอง
เช่น การถามว่า หากปฏิบตั ิตนอย่างในภาพน้จี ะเกิดประโยชนอ์ ย่างไร, ใครเคยมพี ฤติกรรมแบบนี้บา้ ง เคยมีความคิดจะปฏิบตั ิหรอื
ไม่ เพราะเหตุใดนกั เรียนดูภาพบุคคลรับประทานผักสลัดและอาหารท่ีมีประโยชนต์ า่ งๆ พร้อมตัง้ คาถามกับนักเรียนว่า
นกั เรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกบั การรับประทานเชน่ นี้ ถ้าเป็นนกั เรียนจะรับประทานหรือไม่ เพราะเหตุใด
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน (5 นาที)
2.นักเรียนทาใบงาน เรื่องวธิ ีการวางแผนดแู ลสุขภาพตนเอง ในระยะเวลา ๑ สปั ดาห์ พร้อมกับใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ิ
แล้วรายงานผลเมื่อครบ 1 สัปดาห์แลว้
ขน้ั สอน (30 นาท)ี
3.ครอู ธบิ ายเร่ืองโปรแกรมสุขภาพว่ามีรายละเอียดอะไรบา้ ง พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบงานท่ีนกั เรยี นได้ปฏิบัติมา
4.ครสู ุ่มเรียกนักเรียนมานาเสนอผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม จากการวางแผนในโปรแกรมการดูแลสุขภาพทผ่ี ่านมา 1
สปั ดาห์ ว่ามผี ลต่อสุขภาพอยา่ งไร นกั เรยี นคิดจะปฏบิ ัติต่อไปหรือไม่
5. ครูคอยให้คาแนะนาในขณะทน่ี กั เรียนนาเสนอ เช่น ในโปรแกรมของนักเรยี นยังขาดเรอ่ื งใดบ้าง อาทิ
การออกกาลังกาย ตามหลกั ออกกาลงั กาย ต้องออกกาลังอยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ 3 ครั้ง และแตล่ ะครั้งตอ้ งไมน่ ้อยกว่า 30 นาทีหรือ
ยงั ไมม่ ีโปรแกรมดแู ลด้านการพักผอ่ น ด้านการบริโภคอาหาร ดา้ นการตรวจสุขภาพร่างกายประจาปี เสนอแนะเพ่ือให้
นักเรียนวางแผนดูแลสุขภาพไดถ้ ูกต้องในทุกๆ เร่ือง
6.แนะนานกั เรียน แสวงหาความรู้ด้วยตนเองทางสือ่ เทคโนโลยีและโซเชยี ลมีเดีย
7.ครูสอบถามถงึ บุคคลในครอบครวั ของนกั เรียน ให้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ ว่าความ
ตอ้ งการด้านการบริโภค ดา้ นการออกกาลังกาย และดา้ นความเปน็ อยทู่ ั่วไปของบุคคลในวยั ตา่ งๆเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
8.นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ในเรอ่ื งการดแู ลสุขภาพของบุคคลต่างวัย ยอ่ มมคี วามแตกตา่ งกันอย่างไรบา้ ง
9.นักเรียนแต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนมาทาการจับฉลาก หัวข้อท่ีแตล่ ะกลมุ่ ต้องทาการศึกษาคน้ คว้าเพม่ิ เติม
10.ครมู อบหมายให้แตล่ ะกลุ่มปฏบิ ัติตามใบงานเรื่องวิธกี ารดูแลสุขภาพบุคคลตามวัย
ขั้นสรปุ (5 นาท)ี
11.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปและอภิปรายความรู้ โดยครูมอบหมายให้นกั เรียนตั้งเป้าหมายเก่ียวกับการพฒั นา
สุขภาพของตนเอง และ ตอบคาถามวา่ “นกั เรียนคดิ วา่ ปจั จัยใดบ้างทจ่ี ะทาให้เราสามารถปฏิบตั ิได้ตามแผนพฒั นาสุขภาพทีเ่ ราตั้ง
ข้ันตรวจสอบการเรยี นรู้ (5 นาท)ี
12.ครูตรวจสอบและประเมนิ ใบงาน เร่ือง การวางแผนพัฒนาสุขภาพและใบงานเรอื่ งวธิ ีการดแู ลสุขภาพบุคคล
ตามวยั
สื่อ/วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียน สขุ ศกึ ษาชน้ั ม.4
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. PPT เรือ่ ง ผลกระทบจากสารเสพตดิ
วสั ดุอปุ กรณ์
1.แบบฝกึ หดั
2.สมดุ บนั ทึก
3.อปุ กรณเ์ ครอื่ งเขียน
แหลง่ เรยี นรู้
1.หอ้ งสมุด
2.ฐานขอ้ มลู ออนไลน์
3.หอ้ งเรียน
การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธวี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ถา้ นักเรยี นทาถูกต้อง 70% ถือ
K ความรู้ ความเข้าใจ แบบประเมินการนาเสนอ วา่ ผา่ นเกณฑ์
1.การแบบประเมินแผนภาพ ถา้ นักเรียนตอบคาถามถูกต้องถอื
ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์
พจิ ารณาตามความเหมาะสม
P ความรู้ ความเข้าใจ แบบประเมินการนาเสนอ
การถาม – ตอบ
A คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
-มีวินัย
-ใฝ่เรยี นรู้
-มงุ่ มน่ั ในการทางาน
ความคิดเหน็ (รองผ้อู านวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ / ผ้บู รหิ าร / ผูท้ ่ีได้รบั มอบหมาย)
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(...................................................)
ตาแหนง่ .................................................
วันที่......................................................
ใบงาน
สรปุ เน้อื หาเกยี่ วกบั แนวทางการวางแผนในการดแู ลสุขภาพของตนเองและครอบครวั
ช้แี จง สรุปเน้อื หาเก่ียวกบั แนวทางการวางแผนในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว
ช่อื นามสกลุ ............................................................................................................ช้นั .............เลขท่.ี ................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
เกณฑก์ ารประเมินการนาเสนอ
หวั ขอ้ การ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
การนาเสนอผงั 5 4 3 21
กราฟิก
เรือ่ งแนวทาง 1. นาเสนอเนอ้ื หา 1. นาเสนอเน้อื หา 1. นาเสนอเนอ้ื หา 1. นาเสนอเน้ือหา 1. นาเสนอเนือ้ หา
การวางแผนใน
การดูแลสุขภาพ เรอ่ื งแนวทางการ เรื่องแนวทางการ เร่อื งแนวทางการ เร่ืองแนวทางการ เรือ่ งแนวทางการ
ของตนเองและ
ครอบครัว วางแผนในการดูแล วางแผนในการดูแล วางแผนในการดูแล วางแผนในการ วางแผนในการ
สุขภาพของตนเอง สุขภาพของตนเอง สุขภาพของตนเอง ดแู ลสุขภาพของ ดแู ลสุขภาพของ
และครอบครัวได้ และครอบครัวได้ และครอบครัวได้ ตนเองและ ตนเองและ
อยา่ งถูกตอ้ ง อยา่ งถูกต้อง อย่างถกู ต้อง ครอบครวั ได้อยา่ ง ครอบครัวได้
2. วธิ ีการนาเสนอ 2. วธิ ีการนาเสนอ 2. วิธีการนาเสนอ ถูกต้องบางสว่ น ถกู ต้องบางสว่ น
มคี วามน่าสนใจ มคี วามน่าสนใจ มคี วามนา่ สนใจ 2. วธิ กี ารนาเสนอ 2. วิธกี ารนาเสนอ
3. ใชเ้ วลาในการ 3. ใช้เวลาในการ ไม่มาก มคี วามน่าสนใจ ไม่มคี วาม
นาเสนอตรง นาเสนอเกนิ 3. ใชเ้ วลาในการ ไมม่ าก น่าสนใจ
ตามที่กาหนด กาหนด นาเสนอเกนิ 3. ใช้เวลาในการ 3. ใช้เวลาในการ
4. นกั เรียนในกลุ่ม 4. นกั เรียนในกลุ่ม กาหนด นาเสนอตรง นาเสนอเกิน
ให้ความร่วมมือ ให้ความร่วมมือ 4. นกั เรยี นในกลมุ่ เกนิ กาหนด กาหนด
ในการนาเสนอ ในการนาเสนอ ให้ความร่วมมือ 4. มีนักเรียนใน 4. มีนกั เรียนใน
เปน็ อย่างดี เปน็ อย่างดี ในการนาเสนอ กล่มุ บางคนไม่ให้ กล่มุ บางคนไมใ่ ห้
เป็นอย่างดี ความรว่ มมือ ความรว่ มมอื
ในการนาเสนอ ในการนาเสนอ
แบบประเมนิ ใบงาน/ช้ินงาน
กลุ่มที่.............เร่อื ง................................................................................................................
รายวชิ า................................รหสั วชิ า.....................................................ช้นั มัธยมศึกษาปีที.่ .......................
คาชแี้ จง ใหค้ รผู ้สู อนทาเครื่องหมาย ลงในช่องระดบั คะแนนตามเกณฑก์ ารประเมิน
ประเด็นการประเมิน 5 ระดับคะแนน 1 รวม หมายเหตุ
432
1. รปู แบบของใบงาน/ชน้ิ งาน
2. ความถกู ตอ้ งของข้อมลู เน้อื หาสาระ
3. ความตรงตอ่ เวลา
คะแนนรวม
ลงชือ่ ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ
(………………………….……)
…………/…………/……….
เกณฑก์ ารประเมิน
หวั ข้อการ 5 4 ระดับคะแนน 2 1
ประเมนิ เขียนคาตอบ เขียนคาตอบ 3 เขียนคาตอบ เขียนคาตอบ
ใบงานเรอื่ ง เกี่ยวกับเรอ่ื ง เก่ยี วกับเร่ือง เก่ยี วกบั เรือ่ ง เกี่ยวกบั เร่อื ง
วธิ กี ารวางแผน วิธีการวางแผน วธิ กี ารวางแผน เขยี นคาตอบ วธิ กี าร วิธกี ารวางแผน
ดูแลสขุ ภาพตนเอง ดูแลสขุ ภาพ ดูแลสขุ ภาพ เกย่ี วกบั เรอ่ื ง วางแผนดแู ล ดูแลสขุ ภาพ
ตนเองได้อย่าง ตนเองได้ วธิ กี ารวางแผน สขุ ภาพ ตนเองได้ถกู ต้อง
ใบงานเรอ่ื ง ถกู ต้องชดั เจน ถกู ต้อง ชัดเจน ดแู ลสขุ ภาพ ตนเองได้ บางสว่ น
วธิ ีการดูแลสุขภาพ ครบถ้วน แตไ่ ม่ ครบถ้วน ตนเองได้ ถกู ต้อง
บคุ คลตามวัย ถกู ต้อง แต่ไม่ เขยี นคาตอบ
เขยี นคาตอบ เขียนคาตอบ ชัดเจน เขยี นคาตอบ เกี่ยวกบั เรื่อง
เกย่ี วกับเร่ือง เกย่ี วกับเรอ่ื ง ครบถว้ น เก่ียวกบั เรอ่ื ง วธิ กี ารดแู ล ใบงาน
วธิ ีการดแู ล วิธกี ารดแู ล เขยี นคาตอบ วธิ กี ารดูแล สขุ ภาพบุคคล เรอื่ ง วิธีการ
สขุ ภาพบุคคล สขุ ภาพบคุ คล เกี่ยวกับเรอ่ื ง สุขภาพ ตามวยั ได้ วางแผนดูแล
ตามวัยได้อย่าง ตามวยั ได้ วธิ กี ารดูแล บคุ คลตามวัย ถกู ต้องบางส่วน
ถกู ต้องชดั เจน ถูกต้อง ชดั เจน สุขภาพบุคคล ไดถ้ กู ต้อง
ครบถ้วน แต่ไม่ ครบถว้ น ตามวยั ได้
ถกู ตอ้ ง แต่ไม่
ชัดเจน
ครบถ้วน
สขุ ภาพตนเอง
คาชแี้ จง ให้นักเรยี นคิดโปรแกรมวางแผนดแู ลสุขภาพตนเองเบ้อื งต้นในระยะเวลา 1 สปั ดาห์
เวลา รายการการดูแลสขุ ภาพ ผลทเ่ี กิดขนึ้
- เร่ิมปฏิบัตอิ อกกาลังกาย ว่งิ - หายใจเรว็ และแรงมาก
วนั ท่ี รอบสนามโรงเรียน 1 รอบ = เพราะไม่เคยปฏิบัตมิ าก่อน
(ตัวอย่าง) 400 เมตร - มอี าการหิวบ้างเล็กนอ้ ย เลย
- ลดจานวนปริมาณการ ด่ืมนมแทน 1 แก้ว
รบั ประทานข้าวให้นอ้ ยลง
วันท่ี 2
วันที่ 3
วันท่ี 4
วันท่ี 5
วันที่ 6
วนั ท่ี 7
ใบงาน
เรอ่ื ง วธิ ีการดแู ลสขุ ภาพบคุ คลตามวยั
คาช้ีแจง ให้แตล่ ะกลุม่ ศึกษาหาความรตู้ ามเรือ่ งทกี่ ลมุ่ จบั ฉลากได้
กลุ่มท่ี 1 การดแู ลสขุ ภาพบุคคลในวยั รนุ่
กล่มุ ท่ี 2 การดแู ลสขุ ภาพบคุ คลในวัยผู้ใหญ่
กลุ่มที่ 3 ดูแลสุขภาพบุคคลในวัยชรา
ใหศ้ กึ ษาคน้ ควา้ ดา้ นการออกกาลังกาย
ดา้ นการพักผอ่ น
ดา้ นความตอ้ งการบรโิ ภคอาหาร
แล้วเตรยี มนาเสนอในชั้นเรียน
บนั ทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหัสวชิ า พ 31101 รายวชิ าสขุ ศึกษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
วนั ท่ี..................................................................................ใชส้ อนห้อง.......................เวลา.......................................
วันท่ี...................................................................................ใชส้ อนห้อง......................เวลา.......................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวเอมอร เพ่งกจิ )
........................../........................../.......................
บันทกึ หลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
รหสั วชิ า พ 31101 รายวิชาสขุ ศกึ ษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
วนั ที่.................................................................................ใช้สอนหอ้ ง.......................เวลา.......................................
วนั ท่ี.................................................................................ใชส้ อนหอ้ ง......................เวลา.......................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................