The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิธีวิทยาการวิจัย Research Methodology

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chutiman.tasu, 2022-11-06 03:10:12

วิธีวิทยาการวิจัย Research Methodology

วิธีวิทยาการวิจัย Research Methodology

195

ขน้ั ท่ี 2 เป็นผลงานซึ่งผลิตออกมาโดยผลงานนนั้ จำเปน็ ต้องอาศัยทักษะบางประการ แต่ไม่จำเป็นต้อง
เปน็ สงิ่ ใหม่

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างสรรค์ เป็นขั้นที่แสดงถึงความคิดใหม่ของบคุ คล ไม่ได้ลอกเลียนแบบมาจากใครแม้วา่
งานนน้ั จะมคี นอน่ื คิดแล้วก็ตาม

ขั้นที่ 4 เป็นขัน้ ความคิดสรา้ งสรรค์ ขั้นประดษิ ฐ์สงิ่ ใหม่ๆ โดยไม่ซ้ำแบบใคร เป็นขนั้ ท่ีผู้กระทำได้แสดง
ให้เห็นความสามารถทีแ่ ตกต่างไปจากผ้อู ่ืน

ขนั้ ที่ 5 เปน็ ข้นั พฒั นาปรบั ปรงุ ผลงานในขัน้ ทส่ี ่ีให้มีประสิทธิภาพมากขึน้
ขั้นที่ 6 เป็นขั้นความคิดสร้างสรรค์สุดยอด สามารถคิดสิ่งที่เป็นนามธรรมสูงสุดได้ เช่น ชาร์ล ดาร์วิน
คิดตง้ั ทฤษฎีววิ ฒั นาการข้ึน
3. ทฤษฎีของความคิดสร้างสรรค์ในรูปของการโยงสัมพันธ์ (Associative Theory) ความคิด
สร้างสรรค์ประกอบด้วยการสร้างแนวคิดใหม่ โดยการรวมสิ่งที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน ซึ่งการรวมกันนี้จะต้อง
เป็นไปตามเงื่อนไขเฉพาะอย่าง หรือรวมกันแล้วต้องเกดิ ประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง หรือเมื่อระลึกสิ่งใดได้ก็เปน็
แนวทางในการระลึกถึงสิ่งอ่ืนๆ ตอ่ ๆ กนั ไป สัมพนั ธก์ ันเปน็ ลกู โซ่ เช่น เม่อื นกึ ถึงโตะ๊ ก็ทำให้นึกถึงเก้าอ้ีไปใช้วาง
ของ เป็นต้น
4. ทฤษฎีโครงสร้างทางสมอง (The Structure of Intellect theory) ทฤษฎีนี้ สร้างโดย Guilford
นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เข้าได้อธิบายโครงสร้างทางสมอง ในรูปแบบจำลองสามมิติ (Three Dimensional
Model ) ดังน้ี
มิติท่ี 1 วิธีการคิด (Operations) แบ่งออกเป็นห้าด้าน คือ การรู้จักและเข้าใจ (Cognition) การจำ
(Memory) การคิดอเนกนัย (Divergent Production) การคิดเอกมัย (Convergent Production) และการ
ประเมนิ ค่า (Evaluation)
มิติที่ 2 เนื้อหา (Contents) แบ่งออกเป็นสี่แบบ คือ ภาพ (Figural) สัญลักษณ์ (Symbolic) ภาษา
(Semantic) และพฤตกิ รรม (Behavioral)
มิติที่ 3 ผลการคิด (Products) แบ่งออกเป็นหกแบบ คือ หน่วย (Units) จำพวก (Classes)
ความสมั พันธ์ (Relation) ระบบ (System) การแปลงรปู (Transformation) และการประยุกต์ (Implications)
5. ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ ของ Torrance กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์จะแสดงออกตลอด
กระบวนการของความรสู้ ึกหรือการเหน็ ปญั หา การรวบรวมความคิดเพื่อก่อต้ังเปน็ สมมติฐาน การทดสอบและ
การแปลงสมมตฐิ าน ตลอดจนการเผยแพร่ถึงผลผลิตท่ีไดร้ ับ ซง่ึ ทฤษฎขี อง Torrance อาจขยายความได้ว่าผู้ท่ี
มีความคดิ ริเร่มิ เพ่ือแสวงหาวธิ ีใหมใ่ นการเผชญิ หรอื แก้ปญั หา (อ้างถงึ ในธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์, 2538)

2.3.2 ความหมายของความคิดสร้างสรรค์
ได้มผี ้ใู ห้ความหมายของความคดิ สรา้ งสรรค์ไวห้ ลายทา่ น ดังน้ี
ยุบล บุญชื่น (2525) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการคิดที่กว้างขว้างอาจอยู่ในรูปแบบ
การผลิตสิ่งใหมๆ่ ที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น หรือความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้วให้เป็นส่ิงใหม่ด้วยการ
ใชค้ วามคิดอยา่ งอิสระ
พรพรรณ อินทสงค์ (2532) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถของบุคคลในการคิด
ดัดแปลงสิ่งเดิมให้ดีและแปลกใหม่ หรือผลิตสิ่งแปลกใหม่ขึ้นและเมื่อมีปัญหาก็สามารถคิดแก้ปัญหาได้อย่าง
รวดเร็ว ด้วยวธิ แี ปลกใหมข่ ึ้น และเมือ่ มปี ญั หากส็ ามารถคดิ แกป้ ัญหาไดอ้ ย่างรวดเรว็ ด้วยวธิ แี ปลกใหม่ และเป็น
วิธีเฉพาะของตนเอง ความคิดสร้างสรรคป์ ระกอบด้วยความยดื หยนุ่ ความคิดรเิ ริม่ และความคล่องในการคิด

196

สุนทรีย์ สราญชาติ (2533) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถของสมองในการคิด
ผสมผสาน และดัดแปลงจากความรู้และประสบการณ์แล้วแปรความคิดออกมาใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะ
อยใู่ นรปู ของการกระทำหรือผลผลติ ทีแ่ ปลกใหม่ออกไปจากเดิม

Torrance (อ้างถึงใน สุภาวดี, 2533) ได้ให้ความหมายของความคิดสร้างสรรค์ว่า เป็นความสามารถ
ของบุคคลในการคิดสร้างสรรค์ ผลผลิตหรือสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักมากอ่ น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจเกิดจาก
การรวบรวมเอาความรู้ต่างๆ ที่ได้จากประสบการณ์แล้วรวบรวมเป็นสมมติฐาน และทำการทดสอบสมมติฐาน
แล้วรายงานผลที่ไดร้ บั จากการคน้ พบ

อารี (2526) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการทางสมองที่คิดได้หลายแนวทาง ซึ่งรวมท้งั
การประดิษฐค์ ดิ คน้ พบส่งิ แปลกใหม่ ดว้ ยการดัดแปลง ตลอดจนความเดมิ ผสมผสานกนั ให้เกิดสง่ิ ใหม่ ซง่ึ รวมถึง
การประดษิ ฐ์คิดค้นพบสิ่งตา่ งๆ ตลอดจนมีการคดิ ทฤษฎหี ลักการได้สำเร็จ ความคดิ สร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้น้ัน
ไม่ใช่การคิดสิ่งที่เป็นไปได้ หรือสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ความคิดจินตนาการก็เป็นสิ่ง
สำคัญยง่ิ ท่ีจะกอ่ ให้เกดิ ความแปลกใหม่ แต่ตอ้ งควบคู่กนั ไปกับความพยายามทีจ่ ะสรา้ งจินตนาการให้เป็นไปได้

กรมวิชาการ (อ้างถึง อรอนงค์ ประมูลใหม่, 2539) ได้ให้ความหมายของความคิดสร้างสรรค์ว่า
ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยมีสิ่งเร้าเป็น
ตัวกระตุ้น ทำให้เกิดความคิดใหม่ต่อเนื่องกันไป และความคิดสร้างสรรคน์ ้ี ประกอบด้วยความคล่องในการคิด
ความยดื หย่นุ และความคิดท่เี ป็นของตนเองโดยเฉพาะหรือความคิดริเรมิ่

กุลนิษก์ สอนวิทย์ (2524) ได้ให้ความหมายว่า ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถในการ
แก้ปัญหาต่างๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งมีผลมาจากการเรียนรู้ การริเริ่มและประสบการที่สะสมมา อีกทั้ง
ประสบการใหมท่ ีไ่ ด้รับการสง่ เสรมิ โดยการจดั สภาพแวดล้อมท่ีเออ้ื อำนวยต่อการแสดงออก

จากนิยามข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถในการมองเห็น
ความสัมพันธข์ องสิ่งต่างๆ คิดไดห้ ลากหลายทิศทาง โดยอาศัยประสบการณเ์ ดิมหรอื ประสบการใหม่ท่ีได้รับการ
ส่งเสรมิ ความคิดสร้างสรรคน์ ี้ประกอยดว้ ย ความคลอ่ งในการคิด ความยดื หยุน่ และความคิดท่ีเป็นของตนเอง
โดยเฉพาะหรือความคิดรเิ ริ่ม

จากความหมายของความคิดสร้างสรรค์ทีได้กล่าวมาจึงพอสรุปได้ว่า ความคิดสร้างสรรค์ เป็น
ความสามารถในการคดิ สิง่ ท่ีแปลกใหมอ่ อกไปจากเดิมโดยอาศยั ประสบการณท์ ี่มีอยู่ออกมาดดั แปลงแก้ไขและ
นำไปใช้แก้ปัญหาได้ สามารถนึกคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ตลอดจนโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุหรือเหตุการณ์
ต่างๆ ได้อย่างรอบคอบและมีความถกู ต้อง

1. ความเป็นอิสระ กิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์จะเป็นการส่งเสริมอิสรภาพในการทำงาน
เช่น กจิ กรรมทางดนตรี วาดภาพ การแสดง เปน็ ต้น

2. สุนทรียภาพ เด็กจะรู้สึกชื่นชมและมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งต่างๆ ซึ่งผู้ใหญ่ควรทำเป็นตัวอย่างโดยการ
ยอมรับและชื่นชมในผลงานของเด็ก การพัฒนาสุนทรียภาพทำโดยให้เด็กเห็นว่าทุกๆ อย่างมีความหมาย
สำหรับเขา

3. ความพอใจและความสนุกสนานขณะทีเ่ ด็กทำกิจกรรมสรา้ งสรรค์ต่างๆ การเปดิ โอกาสให้เด็กแสดง
ความสามารถทางสร้างสรรค์จะช่วยให้เด็กตระหนักถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ ช่วยส่งเสริมให้เขามีกำลังใจ
เขา้ ใจตนเองวา่ มคี วามคดิ ทด่ี แี ละมคี วามสามารถ

4. การผ่อนคลายอารมณ์ การทำงานสร้างสรรค์เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความกดดันความคับ
ข้องใจและความก้าวรา้ วลง

5. สรา้ งนิสัยการทำงานทีด่ ี มีระเบยี บ

197

6. การพัฒนากล้ามเนื้อมือเด็กทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เด็กจะพัฒนากล้ามเนื้อมือ
กลา้ มเนอื้ เล็กและใหญไ่ ด้

7. การค้นคว้าทดลองและการสำรวจ เด็กชอบทำกิจกรรมที่ใช้วัสดุต่างๆ ซ้ำๆ กัน เพื่อสร้างสิ่งต่างๆ
ซึง่ เป็นโอกาสทเี่ ด็กจะใชค้ วามคดิ รเิ รม่ิ และจินตนาการของเขาสำรวจฝึกฝนสิ่งทส่ี รา้ งขนึ้ มาใหม่

ปราโมทย์ ขันติลาภาพันธ์ (2530) กล่าวถึง ความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้บุคคลกระทำ
สิ่งต่างๆ ได้ประสบผลสำเร็จ รู้จักวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ดังนั้น ความคิด
สรา้ งสรรคจ์ งึ เป็นคุณสมบัติที่ทุกหน่วยงานและสังคมต้องการ เพราะบคุ คลที่มีความคิดสร้างสรรค์ จะพยายาม
หาโอกาสปรับปรุงและแก้ไขสภาพการทำงานในรูปแบบเดิมด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
นอกจากนย้ี งั สามารถดำรงตนในสงั คมได้อย่างมีความสุขอีกดว้ ย

2.4 ทฤษฎคี วามพึงพอใจ
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ หมายถึง พึงใจ พอใจ ชอบ

ใจ ในการปฏิบัติงานเป็นเรื่องของความรู้สึกของบุคคลที่มีต่องานที่ปฏิบัติอยู่ และความพึงพอใจส่งผลต่อการ
ปฏบิ ัติงาน อยา่ งไรกด็ ีความพึงพอใจแต่ละบุคคลไม่มีวันสิ้นสุดเปล่ยี นได้เสมอตามกาลเวลาและสภาพแวดล้อม
( พจนานกุ รม ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน, 2542: 775)

จากการศึกษาค้นคว้างานเอกสารและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ และมีผู้วิจัยหลาย
ทา่ น ได้ให้ความหมายแนวคดิ และทฤษฎี ไว้ดังน้ี

ดิเรก ฤกษ์หร่าย (2528) กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ทัศนคติทางบวกของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่ง
หนง่ึ เป็นความร้สู กึ หรือทัศนคติที่ดตี ่องานท่ที ำของบุคคลท่ีมีต่องานในทางบวก ความสุขของบุคคลอันเกิดจาก
การปฏิบัติงานและได้รับผลเป็นที่พึงพอใจ ทำให้บุคคลเกิดความกระตือรือร้น มีความสุข ความมุ่งมั่นที่จะ
ทำงาน มีขวัญและมีกำลังใจ มีความผูกพันกบั หน่วยงาน มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของงานที่ทำ และสิ่ง
เหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานส่งผลต่อถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จของ
องค์การอกี ด้วย

วิรุฬ พรรณเทวี (2542) กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่ไม่เหมือนกัน
ขึ้นอย่กู บั แตล่ ะบุคคลว่าจะมีความคาดหมายกบั สงิ่ หน่ึงสง่ิ ใดอย่างไร ถา้ คาดหวังหรือมคี วามต้ังใจมากและได้รับ
การตอบสนองด้วยดีจะมีความพึงพอใจมากแต่ในทางตรงกันข้ามอาจผิดหวังหรือไม่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เม่ือ
ไมไ่ ดร้ ับการตอบสนองตามทีค่ าดหวงั ไวท้ ้ังนี้ขนึ้ อยู่กบั สิง่ ท่ีตั้งใจไวว้ ่าจะมมี ากหรอื น้อยสอดคล้องกบั

ฉตั รชยั คงสขุ (2535) กลา่ ววา่ ความพึงพอใจหมายถงึ ความรู้สึกหรือทัศนคติของบุคคลท่ีมีต่อส่ิงหนึ่ง
หรือปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ความรู้สึกพอใจจะเกิดข้ึนเมื่อความต้องการของบุคคลได้รับการตอบสนองหรือ
บรรลุจดุ มงุ่ หมายในระดบั หนงึ่ ความร้สู กึ ดังกล่าวจะลดลงหรอื ไม่เกดิ ขนึ้ หากความตอ้ งการหรอื จดุ ม่งุ หมายน้ัน
ไมไ่ ด้รบั การตอบสนอง

กาญจนา อรณุ สุขรจุ ี (2546) กลา่ วว่า ความพงึ พอใจของมนุษยเ์ ป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมท่ีเป็น
นามธรรม ไม่สามารถมองเห็นเปน็ รูปรา่ งได้ การที่เราจะทราบว่าบุคคลมีความพึงพอใจหรอื ไม่ สามารถสังเกต
โดยการแสดงออกที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนและต้องมีสิ่งเร้าที่ตรงต่อความต้องการของบุคคล จึงจะทำให้บุคคล
เกิดความพึงพอใจ ดังน้นั การสิง่ เร้าจงึ เป็นแรงจูงใจของบุคคลน้นั ใหเ้ กิดความพงึ พอใจในงานนนั้

นภารัตน์ เสือจงพรู (2544) กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกทางบวกความรู้สึกทางลบและ
ความสขุ ที่มคี วามสมั พันธ์กันอย่างซับซ้อน โดยความพึงพอใจจะเกดิ ข้ึนเมอื่ ความรู้สกึ ทางบวกมากกว่าทางลบ

198

เทพพนม เมืองแมน และสวิง สุวรรณ (2540) กลา่ วว่า ความพงึ พอใจเป็นภาวะของความพงึ พอใจหรือ
ภาวะที่มีอารมณ์ในทางบวกที่เกิดขึ้น เนื่องจากการประเมินประสบการณ์ของคนๆ หนึ่ง สิ่งที่ขาดหายไป
ระหวา่ งการเสนอใหก้ ับสิ่งทีไ่ ด้รับจะเปน็ รากฐานของการพอใจและไมพ่ อใจได้

สง่า สณู้ รงค์ (2540) กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถงึ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อไดร้ บั ผลสำเร็จตามความ
มงุ่ หมายหรอื เป็นความร้สู กึ ขั้นสุดทา้ ยที่ได้รบั ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์จากการตรวจเอกสารข้างต้น สรุปได้ว่า
ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่ดีหรือทัศนคติที่ดีของบุคคล ซึ่งมักเกิดจากการได้รับการตอบสนองตามท่ี
ตนต้องการ ก็จะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อส่ิงน้ัน ตรงกันข้ามหากความต้องการของตนไม่ได้รับการตอบสนองความ
ไมพ่ งึ พอใจกจ็ ะเกดิ ขึ้น

Wolman (1973) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึก (Feeling) มีความสุขเม่ือ
ไดร้ ับผลสำเร็จตามความมุง่ หมายทตี่ ้องการหรือตามแรงจูงใจ

Vroom (1964) ได้กล่าวว่า ทัศนคติและความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งสามารถใช้แทนกันได้เพราะทั้งสอง
คำนี้หมายถึง ผลที่ได้จากการที่บุคคลเข้าไปมีส่วนร่วมในสิ่งนั้น ทัศนทคติด้านบวกจะแสดงให้เห็นถึงสภาพ
ความพึงพอใจในส่ิงนั้นและทัศนคติดา้ นลบจะแสดงให้เหน็ ถึงสภาพความไม่พึงพอใจ

Morse (1955) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถลดความตึงเครียดของ
บุคคลให้น้อยลงได้ ถ้าความตึงเครียดมีมากก็จะทำให้เกิดความไม่พอใจ ซึ่งความตึงเครียดนี้มีผลมาจากความ
ต้องการของมนุษย์ หากมนุษย์มีความต้องการมากก็จะเกิดปฏิกิริยาเรียกร้อง แต่ถ้าเมื่อใดความต้องการได้รบั
การตอบสนอง กจ็ ะทำให้เกิดความพอใจ

Wolman (1973) ไดใ้ หแ้ นวคดิ ความพึงพอใจวา่ การวดั ความพงึ พอใจเป็นวธิ หี นงึ่ ทใ่ี ช้กันอยเู่ พื่อทราบ
ผลของการให้บรกิ ารที่ดเี ลิศ ทำใหล้ ูกค้าเกดิ ความพงึ พอใจเปน็ ส่ิงที่บรษิ ัทเชื่อว่ามคี ุณคา่ และควรให้ความเข้าใจ
ในความต้องการและปัญหาของลูกค้าในการให้บริการด้านสุขภาพ ผู้บริหารขององค์กรจึงต้องมีความ
รบั ผดิ ชอบในการปรับปรงุ คุณภาพให้เกิดประสิทธผิ ลและใหผ้ ลดีอย่างต่อเนอื่ ง

2.5 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ยี วข้อง
2.5.1 งานวจิ ัยในประเทศ
อัญชลี เท็งตระกูล (2552) ศึกษาผลการใช้การเรียนแบบเป็นทีมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการ

ทำงานกลุ่มของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จากการทดลองพบว่านักเรียนที่เรียน
ด้วยการเรียนรแู้ บบเนน้ ทีมเปน็ ฐาน มผี ลการเรยี นดขี ้นึ และยงั มีทศั นะคตทิ ีด่ ีต่อการเรียนมากขึ้นดว้ ย

ชลยา เมาะราษี (2556) ได้ทดลองการสอนแบบย้อนกลับ (Backward Design) ร่วมกับหอ้ งเรยี นกลับ
ด้าน (Flipped Classroom) กล่าวว่าการสอนด้วย 2 วิธีนี้สามารถทำให้นักเรียน มีผลการเรียนที่ดีขึ้นและยัง
ช่วยเพิม่ ความพงึ พอใจต่อการเรียนอีกด้วย

ลัลน์ลลิต เอี่ยมอำนวยสุข (2556) ศึกษาการสร้างสื่อบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาเรื่องการ
เคลอ่ื นไหวในระบบดจิ ติ อลเบอื้ งตน้ ท่ีใช้วธิ ีการสอนแบบห้องเรยี นกลับด้าน พบว่า ผเู้ รียนมีผลคะแนนหลังเรียน
มากกว่าก่อนเรียน และผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อใช้สื่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาในการเรียน
ห้องเรยี นกลับดา้ น

ฉันท์ทิพย์ ลีลิตธรรม และมนต์ชัย เทียนทอง [6] ศึกษาวิจัยเรื่อง การสังเคราะห์กรอบแนวคิดการ
เรยี นรูใ้ นหอ้ งเรียนกลบั ทางร่วมกับเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบภควันตภาพโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ
ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพ่อื 1) สังเคราะห์กรอบแนวคิดการเรียนรู้ห้องเรยี นกลบั ทางร่วมกบั เทคโนโลยีการ
เรียนรู้แบบภควนั ตภาพโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบรว่ มมือผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนต็ กรอบแนวคิดท่ีมีช่ือว่า

199

“DeFlipp With UL Model” ประกอบด้วย 5 ส่วนดังนี้ 1) ออนไลน์ เลิร์นนิ่ง (Online-Learning) 2)
หอ้ งเรยี นกลับทาง (Flipped Classroom) 3) การศกึ ษาภควันตภาพ (Ubiquitous Learning) เป็นการเรียนรู้
ทีส่ ามารถจัดกระทำได้ท่วั ไปทุกแห่งไมจ่ ำกัดทั้งเวลาและสถานท่ีเรยี น การเรียนรู้แบบรว่ มมือ (Collaborative
Learning) 4) เป็นวิธีการจัดเตรียมการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติงานเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยมี
สมาชิกกลุ่มทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน 5) การประเมินผลตามแนวทางของเคิร์ก แพทริก
(Kirkpatrick Evaluation) ซึ่งประเมนิ ผล 4 ดา้ นไดแ้ ก่ 1) ปฏิกริ ยิ าการตอบสนอง (Reaction Evaluation) 2)
ผลการเรียนรู้ (Learning Evaluation) 3) พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป (Behavior Evaluation) แล ะ 4) ผลลัพธ์ที่
เกิดขึ้นกับผู้เรียน (Results Evaluation) และ 2) ผลการประเมินความเหมาะสมรูปแบบกรอบแนวคิดการ
เรียนรู้ที่สังเคราะห์ขึ้น จากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง 10 ท่านโดยการใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้น ปรากฏว่า
ผ้เู ชย่ี วชาญประเมนิ ผลและหาค่าเฉลย่ี การยอมรับทั้งหมดมีค่าเฉล่ียเท่ากบั 4.63 ถือว่า “ยอมรบั ” รูปแบบการ
เรยี นรทู้ ี่สังเคราะหข์ นึ้ สามารถนำไปเปน็ ต้นแบบได้ และนอกจากนย้ี งั พบวา่ ขอ้ ท่ี 5 ค่าเฉลย่ี ด้านความเหมาะสม
ของ Flipped Classroom ข้อที่ 7 Collaborative Learning และข้อที่ 8 ความเหมาะสมของการประเมิน
ตามแนวทางเคิร์ก มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.80 ถือว่า พึงพอใจในระดับมากที่สุด ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่
เกี่ยวข้องยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรนำกรอบแนวคิดการเรียนรู้ที่สังเคราะห์ขึ้นจากการการวิจัยในครั้งนี้ไป
พัฒนาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบการสอนห้องเรียนกลับทาง อันเป็น
ประเดน็ ทีน่ ่าสนใจในกาจัดการศกึ ษาที่มีเทคโนโลยีท่ีก้าวหนา้ สำหรับสถานศึกษาที่มีความพร้อมทางด้านระบบ
เครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็

นวพัฒน์ เก็มกาแมน กฤษณา คิดดี และสมเกียรติ ตันติวงศ์วาณิช [7] ศึกษาวิจัยเรื่องผลของการ
จัดการเรยี นร้แู บบห้องเรยี นกลับดา้ นดว้ ยบทเรยี นอเิ ล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2 ของนักเรียนชั้น
มะยมศึกษาปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับ
ด้านด้วยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทฺธิภาพบทเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบทางเลือก ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่องการเขียน
โปรแกรมแบบทางเลือก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านด้วย
บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ โดยผลการวิจัยพบว่า 1) การหาคุณภาพของแผนการ
จัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านด้วยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่องการเขียน
โปรแกรมแบบทางเลือก ผลการวิจัยพบว่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านด้วยบทเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่องการเขียนโปรแกรมแบบทางเลือก มีคุณภาพอยู่ในระดับดี (x̄
= 4.41) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านและ
องค์ประกอบการของแผนจัดการเรียนรู้ที่ดี และได้วิเคราะห์โครงสร้างเนื้อหาของรายวิชาเป็นอย่างดี และได้
แก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของอาจารยท์ ี่ปรึกษาและผู้เช่ยี วชาญจงึ ทำให้แผนการจัดการเรียนรู้ มีคุณภาพ
อยู่ในระดับดี 2) การหาประสิทธิภาพของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ จากแผนการวิจัยพบว่า บทเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่องการเขียนโปรแกรมแบบทางเลือก มีประสิทธิภาพเท่ากับ
80.37/81.93 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือไม่ต่ำกว่า 80/80 3) การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน
ของนักเรียน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านด้วย
บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่องการเขียนโปรแกรมแบบ
ทางเลือก สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้
ผู้วิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะในการนำผลงานวิจัยไปใช้และการทำวิจัยต่อไปว่า 1) ครูผู้สอนสามารถนำบทเรียน

200

อิเลก็ ทรอนิกส์ วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เร่ืองการเขยี นโปรแกรมแบบทางเลือก ไปประยุกตใ์ ช้ประกอบเป็น
สือ่ การสอนในหอ้ งเรียนได้ และยังสามารถให้นกั เรียนใช้ทบทวนที่บา้ นได้ 2) ครูผสู้ อนสามารถนำวธิ กี ารจัดการ
เรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านด้วยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ไปประยุกต์ใช้กับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่
หลากหลายได้ 3) ควรมีการทำวิจัยซึ่งใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านไปใช้กับรายวิชาอื่นๆ ท่ี
เนน้ การปฏิบตั ิซ่งึ เวลาภายในหอ้ งเรียนไมเ่ พียงพอในการทำกจิ กรรม และ 4) ควรเพิ่มการนำเสนอสื่อมัลติมีเดีย
ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มให้กับการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เกม สถานการณ์จำลอง เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน
และกระต้นุ การเรยี นรู้มากยงิ่ ขึน้

2.5.2 งานวิจยั ต่างประเทศ
Lage M., Platt G. & Treglia M. (2000) ได้ศึกษาเรื่อง Inverting the classroom : Agateway to
creating an inclusive learning environment พบวา่ รูปแบบการสอนทมี่ ีความคลา้ ยคลงึ กนั คอื ห้องเรยี น
กลับทาง (Inverted Classroom) Maureen Lage, Glenn Platt, and Michael Treglia ได้ทำการทดลอง
กับนกั ศกึ ษาวชิ าเศรษฐศาสตร์ เพอ่ื เปรยี บเทียบการเรียนแบบเดิม กับ Inverted Classroom โดยจุดมุ่งหมาย
ของการทดลองเพ่ือหาความเข้ากันได้ของการใชว้ ิธกี ารสอนแบบห้องเรียนกลับทางกับทักษะการเรยี น (Study
Skills) ที่หลากหลายของนักเรียนในช้ันเรียน ซึ่งพวกเขาได้ออกแบบสือ่ ที่ใช้ในการเรียนการสอนทีห่ ลากหลาย
เช่น ตำราเรียน เสียงบรรยาย วีดโี อ PowerPoint ในขณะทีใ่ นห้องเรยี นเปน็ การทำกิจกรรม และการให้ความรู้
ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม การอภิปรายและการนำเสนอในชั้นเรียน ซึ่งผลที่ได้ ทั้งอาจารย์และนักเรียน มี
ทัศนะคติที่เป็นบวก และสามารถเพิ่มแรงจูงใจต่อการเรียน ในห้องเรียนแบบห้องเรียนกลับทาง มากกว่าการ
เรียนแบบเดิม
Mazur E. (2009) ศึกษาเรื่อง Farewell, Lecture? สาระสำคัญของ ห้องเรียนกลับด้าน คือการที่
นักเรียนได้รับรู้เนื้อหาก่อนเข้าชั้นเรียน โดยการอ่าน ฟัง หรือ ดูวิดีโอ แล้วจะใช้เวลาในห้องเรียน ในส่วนของ
กิจกรรม ทำงานร่วมกัน ทั้งครูและนักเรียน การแก้ไขปัญหา เพราะนักเรียนจะต้องการครู ในขณะที่เขาเจอ
ปัญหา ส่วนเรื่องการเรียนนักเรียนสามารถเข้าไปดูศึกษาได้เอง ซึ่งตรงกับ Bloom’s revised taxonomy
(2001) ที่ได้กล่าวไว้ว่า นักเรียนสามารถทำกิจกรรมในลำดับพื้นฐาน ของตารางของ Bloom จากนอก
ห้องเรยี น คอื การเพมิ่ ความรู้ ( Gain Knowledge) และทำความเข้าใจ (Comprehension) เกี่ยวกับเน้ือหาท่ี
เรียนได้จากนอกห้องเรียน ส่วนทักษะขั้นที่สูงขึ้นคือ การนำไปใช้ (Application) การคิดวิเคราะห์ (Analysis)
การสังเคราะห์ (Synthesis) และการประเมินค่า (Evaluation) นั้น กลับมาทำในห้องเรียนร่วมกับเพื่อน และ
อาจารย์ผู้สอน ซึ่งรูปแบบการสอนนี้ ตรงข้ามกับรูปแบบการสอนแบบดั้งเดิม ตั้งแต่เริ่มที่ การจดบันทึกการ
สอนในห้องเรยี น แล้วกลับไปทำแบบฝึกหดั ดว้ ยตัวเอง
Berrett D. (2012) ศึกษาเรื่ อง How “flipping” the classroom can improve traditional
lecture พบว่า ห้องเรียนแบบดั้งเดิมทำให้นักเรียนไม่คอ่ ยตื่นตัวขณะเรียนเท่าท่ีควร แต่ห้องเรียนกลับด้านทำ
ให้นกั เรียนต้องต่ืนตัวตลอดเวลา ซึง่ บางครง้ั นักเรียนก็ไมค่ อ่ ยชอบ แต่ผลการเรยี นแสดงใหเ้ หน็ วา่ นกั เรยี น เรยี น
ได้ดีขึ้นเมอื่ เรยี นกับห้องเรียนกลบั ด้าน
Muldrow K. (2013) ครูสอนภาษาสเปนได้ศึกษาเร่ื อง A New Approach to Language
Instruction –Flipping the Classroom พูดถึงการใช้ห้องเรียนกลับด้านในการสอนวิชาภาษาอังกฤษ พบว่า
นกั เรียนสนใจการเรียนแบบใหม่ และทำให้นกั เรยี นเขา้ ใจการเรียนเก่ียวกับไวยากรณ์ของภาษาได้มากขึ้น และ
ได้ให้ข้อสังเกตว่า ยังไม่ควรทิ้งการสอนแบบเดิม คือการสอนหน้ากระดานไปทันทีเพราะนักเรียนยังต้องการ
ความเข้าใจและต้องการใหค้ รสู อนในบางเรื่องอยู่

201

Fischer G. (2014) ได้ทดลองใช้ห้องเรียนกลับด้าน ในวิชาประกันภัย โดยเขาใช้สื่อออนไลน์ในการ
สอน จาก ฐานข้อมลู MOOCs และเขากอ็ ดั วิดที ัศนท์ เ่ี ขาสอนเองเพื่อใหน้ ักเรยี นได้เรยี นจากท่บี ้าน ในตอนท้าย
ของวิชานี้ นกั เรียนได้มาขอบคณุ เขาที่ทำใหน้ กั เรยี นเข้าใจบทเรยี นไดอ้ ย่างดี

Westermann, Edward B. (2014) ศึกษาเรื่อง A half-flipped classroom or a alternative
approach? : Primary sources and blended learning. พบว่า การใช้บทเรียนออนไลน์ให้นักเรียนกลับไป
เรียนเองทีบ่ า้ นเป็นการส่งเสรมิ ให้นักเรยี นรับผดิ ชอบและการทำอภปิ รายในห้องเรียนยังทำให้เปน็ การเรียนโดย
ยึดผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญอย่างแท้จรงิ

Evseeva A. & Solozhenko A. (2015) ศึกษาเรื่อง Use of flipped classroom technology in
language learning พบว่า การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการสอนภาษานั้น มีประโยชน์ทั้งกับตัวนักเรียนและ
ผู้สอน คือนักเรียนให้ความสนใจต่อการเรียนมากขึ้นและยังช่วยให้ความสามารถด้านภาษาของนักเรียนเพิ่ม
มากขนึ้ ดว้ ย

Sohrabi B. & Iraj H. (2016) ศึกษาเรื่อง Implementing flipped classroom using digital
media: A comparison of two demographically different groups perceptions พบวา่ นกั เรยี นทงั้ สอง
กลุม่ มที ัศนะคตทิ ่ีดตี ่อการเรียนโดยใช้เน้ือหาการสอนท่ีหลากหลาย เช่น วดิ ีทศั น์และหนังสือหรือบทความสั้นๆ
อกี ท้งั นักเรียนยังชน่ื ชอบการสอนโดยใช้ วดี ิทศั นจ์ าก เว็บไซต์ Tedtalks อกี ด้วย

Hao Y. (2016) ศึกษาเรื่อง Middle school students' flipped learning readiness in foreign
language classrooms: Exploring its relationship with personal characteristics and individual
circumstances พบว่า บุคลิกภาพส่วนตัวและสภาวะแวดลอ้ มส่วนตัวสร้างความแตกตา่ งให้แกผ่ ู้เรียนในมิตทิ ่ี
ต่างกัน กล่าวคือปัจจัยทง้ั สองอยา่ งมอี ทิ ธพิ ลต่อความพรอ้ มการภาษาองั กฤษในห้องเรียนกลบั ด้าน

202

บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนินการวจิ ยั

ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐาน เพื่อ
สง่ เสรมิ ความสามารถด้านความคิดสร้างสรรคข์ องนักเรียนระดับอาชีวศึกษา ครัง้ นีผ้ วู้ ิจัยได้ดำเนินการ
ศกึ ษา
ค้นคว้าตามลำดับขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี

1. ประชากรและกลุ่มเป้าหมายการวิจัย
2. รปู แบบการวจิ ัย
3. เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการวิจัย
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวเิ คราะห์ข้อมลู และสถิตทิ ีใ่ ช้วิเคราะห์ข้อมูล

1. ประชากรและกลุ่มเป้าหมายการวิจัย
ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง
1) ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเกี่ยวกับรูปแบบการสอนห้องเรียนกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐานเพื่อ

สง่ เสริมความสามารถด้านความคดิ สรา้ งสรรค์นักศกึ ษาระดบั อาชวี ศกึ ษา จำนวน 5 คน
2) นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์กราฟิกระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 2 วิทยาลัย

เทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 1 ห้อง ในรายวิชาที่คัดเลือกแบบเจาะจง
(Purposive Selection) ) โดยพิจารณาคัดเลือกลักษณะรายวิชาที่เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนการ
สอนแบบห้องเรียนกลับด้านที่สามารถบูรณาการเทคนิคกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกและทักษะปฏิบัติรวมไปถึง
ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปในรายวิชา และนักศึกษาสามารถแสดงถึงพัฒนาการทางการเรียนรู้
ผ่านกิจกรรมเชิงรุกออกมาอย่างเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน กำหนดการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านตามรูปแบบที่
พัฒนาข้นึ จำนวนประชากรทัง้ สิน้ 55 คน

2. รปู แบบการวจิ ัย
-

3. เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการวิจัย
1. การสังเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถ

ด้านความคิดสร้างสรรค์นักศึกษาระดับอาชวี ศึกษา ผ้วู จิ ยั ได้นำกรอบแนวคิดของ วจิ ารณ์ พานชิ (2556), นภา
เพ็ญ ภูหาด (2558), ปิยะวดี พงษ์สวัสดิ์ และณมน จีรังสุวรรณ (2558), สุรศักดิ์ ปาเฮ (2559) มาปรับเป็น
กรอบแนวคดิ เพ่อื ใชใ้ นการวจิ ัย

2. ตรวจสอบโครงร่างของรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐานเพื่อส่งเสริม
ความสามารถดา้ นความคดิ สรา้ งสรรคน์ ักศึกษาระดับอาชวี ศึกษาท่สี ังเคราะห์ขึ้นโดยผ้เู ชย่ี วชาญ

3. การทดลองใช้และหาประสิทธิผลของรปู แบบการเรยี นรู้ห้องเรยี นกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐานเพ่ือ
ส่งเสรมิ ความสามารถด้านความคดิ สรา้ งสรรค์นักศกึ ษาระดบั อาชีวศึกษา

203

4. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธค์ิ วามสามารถด้านความคดิ สร้างสรรค์ที่เรียนดว้ ยห้องเรียนกลับด้านโดย
เน้นทีมเป็นฐาน แบบเลือกตอบจำนวน 100 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามอยู่ระหว่าง 0.8-1.00
มคี า่ ความยากง่ายรายขอ้ ต้งั แต่ 0.20-0.80 มอี ำนาจจำแนกต้งั แต่ 0.29 ขน้ึ ไป และมีค่าความเช่อื มั่นเทา่ กบั 0.8

4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
1. ผูเ้ ชี่ยวชาญดา้ นรปู แบบการเรยี นรู้ห้องเรียนกลบั ด้านโดยเนน้ ทีมเป็นฐานเพ่ือส่งเสริมความสามารถ

ด้านความคิดสรา้ งสรรค์จำนวน 5 ทา่ น ตรวจสอบรูปแบบ
2. ดำเนินการใช้รูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านโดยเน้นทีมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถ

ด้านความคิดสรา้ งสรรค์กบั กลมุ่ ตัวอยา่ งจำนวน 45 คน
3. ดำเนินการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ที่เรียนด้วยห้องเรียนกลับ

ดา้ นโดยเน้นทีมเป็นฐาน แบบเลอื กตอบจำนวน 100 ข้อ

5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถิตทิ ีใ่ ช้วเิ คราะหข์ ้อมูล
1. การหาค่าเฉล่ยี
2. การหาคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
3. การหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (IOC) ระหว่างขอ้ คำถามกับวัตถุประสงค์ของผู้เชีย่ วชาญ
4. การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของผเู้ รยี น

204

บรรณานกุ รม

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2557). การเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 [Online]. เขา้ ถึงไดจ้ าก :
http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=38880&Key=news_r
esearch [2565, ตุลาคม 14]

_______.(2557). สารสนเทศเพ่อื การพัฒนาการศกึ ษาแห่งชาติแผนยุทธศาสตร์การพฒั นา คลังขอ้ มลู
การศกึ ษา 2557 -2561. กรงุ เทพฯ : องคก์ ารรบั ส่งสินค้าและพสั ดุภณั ฑ.์

_______.(2542). พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพิม่ เตมิ ฉบบัที่ 2 ปี 2545 พร้อม
กฎกระทรวงทเ่ี ก่ียวขอ้ งและพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคบั พ.ศ. 2545. กรงุ เทพฯ : ร.ส.พ

กุลธิดา ปัญญาจริ วุฒ.ิ (2558). Flipped Classroom หอ้ งเรียนกลับด้าน [Online]. เขา้ ถึงได้จาก :
http://school.esanpt1.go.th/nites/km/56km/Flipped%20Classroom.pdf [2565, ตุลาคม
14]

ชินภทั ร ภมู ริ ัตน. (2556). Flipped Classroom ห้องเรยี นกลับดา้ น [Online]. เข้าถงึ ได้จาก :
http ://www.komchadluek.net/detail/20130503/157502/Flipped Classroom. [2565,
ตลุ าคม 14]

เทพพนม เมืองแมน และสวิง สุวรรณ. (2540). พฤติกรรมองค์การ (พิมพ์ครง้ั ท่ี 2). กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนา
พาณชิ .

บุญศรี วงศพ์ พิ ฒั นกลุ . (2551). การเรียนรู้โดยใชท้ มี เป็นฐาน (Team - Based Learning) ในไพฑูรย์ สินลา
รัตน์ (บก.), อาจารย์มืออาชีพ แนวคิด เครื่องมือ และการพัฒนา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.

ประภาศรี พรหมประกาย และ ศิวาพร ธรุ ะงาน. (2552). การวจิ ัยกรณศี กึ ษาการจัดกระบวนการ เรยี นรู้โดย
เน้นทีมเป็นฐานและการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานในการเสริมสร้าง มาตรฐานผลการเรียนรู้
ตามกรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดับ อดุมศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2552 (TQF). กรุงเทพฯ : สำนัก
ประกันคณุ ภาพการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ.

ปัญญา สนนั่ พานิชกลุ และยศพล เหลอื งโสมนภา. (2556). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความพงึ พอใจ
ต่อการเรียนแบบบรรยายกบั การเรียนแบบทีม ของนิสิตแพทย์ ในการเรียนการสอนทางนรีเวชวทิ ยา.
วารสารศูนยก์ ารศกึ ษาแพทยศาสตร์คลินกิ โรงพยาบาล พระปกเกลา้ , 30(3), 187-198

ปยิ ะวดี พงษ์สวสัดิ์ และ ณมน จีรังสุวรรณ. (2558, มกราคม - มถิ นุ ายน). การออกแบบรปู แบบการเรยี นการ

205

สอนแบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้กิจกรรม WebQuest เพื่อพัฒนาทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่
21 สำหรบั นักศึกษาในระดบั อดุ มศึกษา. วารสารวชิ าการครศุ าสตร์อตุ สาหกรรม พระจอมเกล้าพระ
นครเหนอื , (6)1, 62-67

พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2556). วธิ กี ารวจิ ัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบัน

เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคณุ ทหารลาดกระบงั .

พวงรตั น์ ทวรี ตั น.์ (2543). วธิ ีการวิจัยทางพฤตกิ รรมศาสตร์ (พิมพค์ ร้งั ท่ี 7). กรงุ เทพฯ : สำนักทดสอบทาง

การศกึ ษาและจิตวทิ ยา มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมติ ร.

เพชร เหมอื นพนั ธ์. (2559). เดินหนา้ ปฏริ ูปการศกึ ษา 2559 [Online]. เขา้ ถึงได้จาก :

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=4 4 3 7 6 &Key=news_research
[2565, ตลุ าคม 12]

ลัลนล์ลิต เอ่ยี มอำนวยสขุ . (2556). การสร้างสอ่ื บนอุปกรณค์ อมพิวเตอร์พกพาเร่อื งการเคล่ือนไหว ในระบบ

ดิจิตอลเบ้ืองต้นที่ใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร อุตสาหกรรม
มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเรียนรู้และสื่อสารมวลชนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุร.ี

วิจารณ์ พานชิ . (2555). วถิ กี ารสรา้ งการเรยี นร้เู พ่อื ศษิ ย์ (พิมพค์ รงั้ ที่ 3). กรงุ เทพฯ : มลู นธิ ิสดศรี สฤษดวิ์ งศ.์

_______.(2556). ครเู พื่อศษิ ยส์ รา้ งหอ้ งเรียนกลบั ดา้ น. กรุงเทพฯ : เอสอารพ์ ริน้ ต้ิงแมสโปร ดักส.์

อัญชลี เท็งตระกลู . (2552). ผลการใชก้ ารเรียนแบบเปน็ ทีมเพอื่ สง่ เสริมความรว่ มมือในการทำงานกลุ่มของ

นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขา
การศกึ ษา บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั ราชภัฏ เชียงราย.

Abeysekera, L., & Dawson, P. (2015). Motivation and Cognitive Load in the Flipped Classroom

: Definition, Rationale and a Call for Research. Journal of HigherEducation Research
& Development, 34(1).

Benson, P. & Gao, X. (2008).Individual Variation andLanguage Learning Strategies. In Hurd

& Lewis (Eds.). Language Learning Strategies in Independent Settings. Great Britain
: Multilingual Matters.

Bergmann J., & Sams, A. (2012). Flip Your Classroom : Reach Every Student in Every Class

Every Day. International Society for Technology Education.


Click to View FlipBook Version