200
19. เมือ่ ต้องการตรวจหา Antigen ของเชอ้ื ชนดิ หนึง่ โดยเคลือบหลุม Microtiter plate ดว้ ย Antibody ตอ่ เช้อื น้นั แลว้
เติม serum ทสี่ งสัย เมื่อลา้ งส่วนทไี่ มท่ ำปฏิกริ ิยาออก แล้วตรวจสอบผลโดยใช้ Specific antibody ที่ตดิ ฉลากดว้ ย
Enzyme อยากทราบว่าการทดสอบนีอ้ าศยั หลักการใด
ก. Homogeneous EIA ข. Indirect ELISA ค. Sandwich ELISA
ง. Competitive ELISA จ. IgM Captured ELISA
ตอบ ค. Sandwich ELISA
20. อวยั วะใดในมนษุ ย์ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั การสรา้ งและพัฒนาการของ T lymphocyte
ก. Lymph node ข. Bursa of fabricius
ค. Bone marrow และ Thymus ง. Lymph node และ Bursa of fabricius
จ. Lymph node และ Bursa of fabricius
ตอบ ค. Bone marrow และ Thymus
21. ขอ้ ใด ถูกต้อง
ก. IgA ก่อให้เกิดปฏิกริ ิยาเกาะกลุ่มได้ดที ่ีสุด ข. IgD กอ่ ใหเ้ กิดปฏกิ ิรยิ าเกาะกลุม่ ไดด้ ที ีส่ ดุ
ค. IgE กอ่ ให้เกดิ ปฏกิ ิริยาเกาะกลุ่มไดด้ ีทสี่ ดุ ง. IgG กอ่ ใหเ้ กิดปฏิกริ ิยาเกาะกลุ่มได้ดที สี่ ดุ
จ. IgM กอ่ ให้เกิดปฏกิ ริ ิยาเกาะกล่มุ ไดด้ ที ่สี ดุ
ตอบ จ. IgM ก่อใหเ้ กดิ ปฏกิ ิรยิ าเกาะกลมุ่ ไดด้ ที ่ีสุด
22. ข้อใดคือความหมายของ Immunogen
ก. สารที่สามารถทท่ี ำปฏกิ ริ ิยากับภมู ิคุ้มกันได้
ข. สารทไี่ มส่ ามารภกระตุ้นให้เกิดภูมิคมุ้ กนั ได้
ค. สารทชี่ กั นำให้เกดิ การตอบสนองทางภมู ิคุม้ กัน
ง. สารทก่ี ระตุ้นให้เกิดภูมคิ มุ้ กันก็ต่อเมอื่ นำสารนั้นไปรวมกับโปรตีนท่มี ขี นาดใหญ่
จ. สาร glycoprotein ทีเ่ กิดจากการตอบสนองของระบบภมู ิคุ้มกนั ตอ่ ส่ิงแปลกปลอม
ตอบ ค. สารทชี่ ักนำใหเ้ กดิ การตอบสนองทางภมู ิคมุ้ กนั
23. ข้อใดไม่จัดเป็นภูมิคมุ้ กันแบบ Cell-mediated immune response (CMIR)
ก. Tuberculin test ข. Contact sensitivity ค. Antiviral immunity
ง. Tumor surveillance จ. Antibody secretion
ตอบ จ. Antibody secretion
24. ขอ้ ใดเปน็ ระบบภูมิคมุ้ กนั จำเพาะท่มี บี ทบาทสำคัญในการกำจดั Intracellular bacteria
ก. Complement ข. Cytokine ค. Cell mediated immune response
ง. Humoral immune response จ. Physical barrier
ตอบ ค. Cell mediated immune response
25. กลไกของระบบภมู คิ ม้ กนั แบบจำเพาะท่สี ำคัญต่อเชือ้ ไวรสั คือ
ก. NK cell ข. Cytotoxic T cell ค. Type 1 Interferon
ง. Type 2 Interferon จ. Neutralization antibody
ตอบ ข. Cytotoxic T cell
201
Hypersensitivity
1. Type 1 Anaphylactic hypersensitivity แอนติเจน : แอนติเจนที่เป็นสาเหตุเรียกว่า allergen เป็นสารที่มี
อยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ เช่น เกสรดอกไม้ แอนติบอดี : มีบทบาทสำคัญ คือ IgE เนื่องจากชอบจับกับ mast cell ,
basophil ของมนุษย์ด้วยกัน โรคที่เกิดจากภาวะภูมิวัยเกิน type นี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.systemic anaphylactic
hypersensitivity อาการเกิดกับอวัยวะหลายๆระบบพร้อมกัน 2. localized anaphylactic hypersensitivity
อาการเกิดกับอวยั วะบางระบบเท่าน้นั เช่น ลมพิษ
2. Type 2 Cytotoxic hypersensitivity แอนติเจน : เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของร่างกายแอนติบอดี :
เป็นชนิด IgG หรือ IgM -Hemolytic transfusion reaction : การแตกของ RBC ในร่างกายของผู้รับเลือดเนื่องจาก
การให้เลอื ดผิดหมู่ -Hemolytic disease of newborn : เกดิ จากความไมเ่ ขา้ กันระหว่างเลือดของมารดาและทารกในครรภ์
3. Type 3 Artus type และ immune complex hypersensitivity
แอนติเจน : เปน็ สารท่ีอยใู่ นกระแสเลือดหรอื ส่วนน้ำของรา่ งกาย แอนตบิ อดี : IgG หรือ IgM
Arthus reaction = ปฏิกิริยาระหว่า งAg และ Ab ทำให้มกี ารทำลายของเส้นเลือดและเนอ้ื เยื่อในบรเิ วณน้ัน
4. Type 4 Cell mediated (delay) hypersensitivity แอนตเิ จน : สารหรือสิ่งแปลกปลอมท่วั ๆไป
Allograft rejection: การสลัดกราฟท์โดยระบบภูมิคุ้มกันของผู้รับกราฟท์ ปฏิกิริยาน้ีจะเกิดบริเวณเส้นเลือดภายใน
กราฟท์ เส้นเลอื ดจะถูกทำลายทำให้กราฟท์ขาดอาหารและเกิดการตายเน่าของเนอื้ เยื่อภายในกราฟท์
Positive tuberculin skin test: ในคนที่เคยได้รับเชื้อวัณโรคมาก่อน ถ้าได้รับการฉีด tuberculin, PPD ของ
เชือ้ นเี้ ข้า ในผวิ หนงั ปฏกิ ริ ิยา delay type hypersensitivity จะเกิดที่ผวิ หนงั โดยผวิ หนังตรงทฉ่ี ีดจะเป็นตมุ่ นนู แดง
Graft versus host (GVH) reaction: เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้ร่างกายของผู้รับกราฟท์ถูกทำลายโดยเซลล์ของ
ระบบภูมิคมุ้ กนั ท่ีมาจากกราฟท์
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
26. ขอ้ ใดสมั พันธก์ ับการเกดิ type I hypersensitivity
ก. แอนตบิ อดีเปน็ IgE มาจบั บนผนังของ mast cell ข. การหลัง่ cytokine ของ T-lymphocyte
ค. เกิดขึ้นในระยะเวลาภายหลัง 72 ช่ัวโมง ง. การมภี าวะ graft versus host disease
จ. การแพ้เลอื ดจากผู้บรจิ าคที่มหี มเู่ ลอื ดเดยี วกนั
ตอบ ก. แอนติบอดีเป็น IgE มาจับบนผนงั ของ mast cell
27. โรคใด ไม่เกี่ยวข้อง กับ Type I hypersensitivity
ก. Allergic rhinitis ข. Bronchial asthma ค. Anaphylactic shock
ง. Urticaria จ. Allergic contact dermatitis
ตอบ จ. Allergic contact dermatitis
28. ขอ้ ใดเป็นสาเหตุหลกั ทีท่ ำใหเ้ กิด Type III hypersensitivity
ก. Soluble antigen ข. IgE ค. Mast cell ง. Circulating immune complex จ. T lymphocyte
ตอบ ง. Circulating immune complex
29. ข้อใด ถกู ตอ้ ง เกย่ี วกบั delayed type hypersensitivity
ก. มีการกระต้นุ T-lymphocyte ข. มีภาวะ Circulating immune complex
ค. มกี ารกระตุ้น B-lymphocyte ง. มีการกระตนุ้ Mast cell จ. ภาวะผน่ื แพ้ลมพิษ
ตอบ ก. มีการกระตุน้ T-lymphocyte
202
30. ปฏิกิริยาที่เกดิ จากการใหเ้ ลือดของผู้ให้ไมต่ รงกับผู้รับเป็นภาวะภมู ิไวเกนิ แบบใด
ก. Type I ข. Type II ค. Type III ง. Type IV จ. Type V hypersensitivity
ตอบ ข. Type II hypersensitivity
Autoimmunity and Immunologic Tolerance
Tolerance: ความทนทาน คือ ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่ตอบสนองต่อ Antigen Self-tolerance หมายถึง
ภาวะที่ไมท่ ำปฏกิ ริ ยิ ากับเซลลต์ วั เอง Loss of tolerance โรคท่รี ่างกายทำปฏิกริ ยิ ากบั เซลล์ตวั เอง
Immunologically privilege site = อยู่ในที่ๆหลบหลีกจากระบบเลือด, ยา, ระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากมี
barrier เปน็ ตัวก้ัน ได้แก่ brain (สมอง), cornea (กระจกตา), testis (ต่อมลูกหมาก)
1. Autoimmune disease: เกิดเมอ่ื มภี ูมติ ้านทานทผี่ ิดปกติต่อAg ของเน้อื เย่ือของร่างกายตัวเอง ก่อให้เกดิ พยาธสิ ภาพท่ี
เปน็ อนั ตราย เนื่องจากการทำลายเน้อื เยื่อโดยตรงหรอื การไปยับยัง้ การทำงานของรา่ งกาย
2. Grave’s disease: เกิดจาก autoantibody ต่อ TSH-R ทำหน้าที่คล้ายกับเป็น TSH เมื่อจับกับ TSH-R จะ
กระตุ้น adenylate cyclase และกระตนุ้ ใหเ้ กิดการสร้าง thyroid hormone จำนวนมาก
3. Hashimoto’s thyroiditis : เกิดจากการทำลายของต่อมไทรอยด์จาก autoantibody ต่อ thyroid antigen
ผู้ปว่ ยมักมีอาการของ hypothyroidism (คอหอยพอก) เนอื่ งจากขาดแคลนไทรอยด์
4. Goodpasture’s syndrome: เกดิ จาก autoantibody ทีจ่ ำเพาะต่อ collagen type IV ซึง่ เป็น basement
membrane antigen บริเวณเยือ่ บุของกรวยไต ซึง่ เกิดการทำลายโดยตรงสง่ ผลให้ไตวาย
5. Systemic autoimmune disease: ผ ู ้ ป ่ ว ย จ ะ ม ี autoantibody ต ่ อ nuclear antigen น อ ก จ า ก นี้
autoantibody ต่อ DNA, Histone เรียกรวมๆว่าเป็น nuclear antigen ยังสามารถประกอบเป็น immune complex
ไปสะสมบรเิ วณกรวยไต, ผิวหนงั , ผนังหลอดเลือด ก่อให้เกดิ โรคกรวยไตอักเสบและขอ้ ต่ออักเสบได้
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
31. ขอ้ ใด ผดิ เก่ยี วกับ Immunologic tolerance
ก. ภาวะ tolerance จะเกดิ ไดท้ ัง้ HMI และ CMI
ข. ภาวะปกติของเซลลใ์ นระบบภูมิคุม้ กันจะไมม่ ี self-tolerance
ค. แอนตเิ จนที่เหน่ียวนำ tolerance เรียกวา่ tolerogenic antigen
ง. ความเข้าใจในระบบ tolerance จะมีประโยชน์ดา้ นการเปลย่ี นถ่ายอวยั วะ
จ. ภาวะท่ีผดิ ปกตใิ น self-tolerance จะทำใหภ้ มู ิคมุ้ ทำปฏกิ ริ ยิ าตอ่ เน้ือเย่ือตัวเอง
ตอบ ข. ภาวะปกติของเซลลใ์ นระบบภมู คิ ุ้มกันจะไมม่ ี self-tolerance
32. บรเิ วณใดท่เี กดิ กลไก central tolerance ของ T cell และ B cell ตามลำดับ
ก. Thymus, Bone marrow ข. Thymus, Peripheral Tissue ค. Bone marrow, Thymus
ง. Bone marrow, Peripheral tissue จ. Peripheral tissue, Thymus
ตอบ ก. Thymus, Bone marrow
33. Immature T-lymphocyte มีปฏิสัมพันธ์กับแอนติเจนของตนเองแบบใด ทำให้เกิดขบวนการ Negative selection
(deletion)
ก. High avidity ข. Intermediate avidity ค. Medium avidity
ง. Low avidity จ. Super-Low avidity
ตอบ ก. High avidity
203
34. การท่ี immune cell เกิดภาวะไมต่ อบสนองทางภมู คิ มุ้ กันชัว่ คราว เรียกวา่ อะไร
ก. clonal ignorance ข. clonal deviation ค. clonal deletion
ง. clonal exhaustion จ. clonal anergy
ตอบ จ. clonal anergy
35. ขอ้ ใด ไม่ จัดเป็น Immunological privileged site
ก. เน้อื สมอง ข. เชอื้ อสุจิ ค. เลนส์ลูกตา ง. ต่อมนำ้ เหลือง จ. ภายในครรภข์ องมารดา
ตอบ ง. ต่อมนำ้ เหลือง
36. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตุของ autoimmunity
ก. การท่มี ี T-cells เข้าไปใน Immune Privileged site
ข. การทีม่ ีเชื้อจุลชีพอยใู่ น Immune Privileged site
ค. การกระตนุ้ cytokines ใน Immune Privileged site
ง. การกระต้นุ complement ใน Immune Privileged site
จ. การทม่ี แี อนติเจนถกู ปลดปล่อยออกมาจาก Immune Privileged site
ตอบ จ. การท่มี ีแอนตเิ จนถกู ปลดปล่อยออกมาจาก Immune Privileged site
37. สภาวะ Hyperthyroidism และ Hypothyroidism พบได้ในโรคใด ตามลำดบั
ก. Grave’s disease, Hashimoto’s thyroiditis
ข. Systemic Lupus Erythematosus, Rheumatoid arthritis
ค. Type 1 diabetes, Autoimmune hemolytic anemia
ง. Graves’ disease, Rheumatoid arthritis
จ. Hashimoto’s thyroiditis, Systemic Lupus Erythematosus
ตอบ ก. Grave’s disease, Hashimoto’s thyroiditis
38. การตรวจหา Anti-dsDNA ใช้ในการวินิจฉัยโรคใด
ก. Graves’ disease ข. Myasthenia gravis ค. Hashimoto’s thyroiditis
ง. Autoimmune hemolytic anemia จ. Systemic Lupus Erythematosus
ตอบ จ. Systemic Lupus Erythematosus
39. การตรวจหา Anti-TSH receptor ใชใ้ นการวินิจฉยั โรคใด
ก. Autoimmune hemolytic anemia ข. Rheumatoid arthritis ค. Grave’s disease
ง. Type 1 diabetes จ. Systemic Lupus Erythematosus
ตอบ ค. Grave’s disease
40. ขอ้ ใด ถกู ต้อง เกี่ยวกับ Hashimoto’s Thyroiditis
ก. มีภาวะ hyperthyroidism ข. พบในเพศชายมากกวา่ เพศหญิง ค. มอี าการแสดงที่สำคัญ คอื ตาโปน
ง. สว่ นใหญ่ตรวจพบ anti-thyroglobulin จ. สรา้ งแอนติบอดตี ่อ thyroid hormones
ตอบ ง. ส่วนใหญ่ตรวจพบ anti-thyroglobulin
41. Crithidia luciliae เป็น non-pathogenic flagellated parasite ที่นยิ มนำมาการตรวจวเิ คราะหส์ ิ่งใด
ก. Anti-ds DNA ข. Anti-ss RNA ค. Anti-histone
ง. Anti-centromere จ. Anti-nuclear membrane
ตอบ ก. Anti-ds DNA
204
42. เซลลใ์ ดนิยมใชใ้ นการตรวจหา anti-nuclear antibody (ANA) และใชต้ รวจโดยวิธใี ด
ก. Leukocyte, Polymerase Chain Reaction (PCR)
ข. Leukocyte, Passive hemagglutination (PHA)
ค. HEp-2 cell, Indirect Immunofluorescence (IIF)
ง. K937 cell, Immunochromatography (IC)
จ. HEp-2 cell, Dot blot hybridization (DBH)
ตอบ ค. HEp-2 cell, Indirect Immunofluorescence (IIF)
43. ขอ้ ใด ถูกต้อง เกี่ยวกบั Rheumatoid arthritis
ก. จัดเปน็ hypersensitivity type II
ข. C-reactive protein ในซีรัมมีค่าต่ำกวา่ ปกติ
ค. การตรวจพบ Rheumatoid factors จำเพาะต่อโรคน้ี
ง. ภาวะไขขอ้ อักเสบตรวจพบ lymphocyte จำนวนมากในน้ำไขขอ้
จ. Rheumatoid factors คอื autoantibody ชนิด IgM ที่สรา้ งตอ่ Fc region ของ IgG
ตอบ ค. HEp-2 cell, Indirect Immunofluorescence (IIF)
44. แอนติบอดีทต่ี รวจพบได้สว่ นใหญ่ในผ้ปู ว่ ย SLE คือ แอนติบอดตี ่อส่วนใด
ก. Hematopoietic cells ข. Nuclear antigen ค. Neuronal cells
ง. Red blood cells จ. Platelet cells
ตอบ ข. Nuclear antigen
Tumor Immunity
โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเติบโตผิดปกติของกลุ่มเซลล์บางส่วนของร่างกายมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์โดยท่ีไม่
สามารถควบคุมได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่ผิดปกติและแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติสามารถแพร่ไปสู่บริเวณอื่นได้โดยผ่านระบบ
นำ้ เหลอื ง และระบบเลอื ด TUMOR IMMUNOLOGY จำแนกไดเ้ ปน็ 2 พวกคือ
Tumour specific antigen (TSA) คือแอนตเิ จนทปี่ รากฏอยู่เฉพาะบนเซลล์มะเร็งและไม่พบบนเซลล์ปกติไม่ว่าจะ
ระยะใดของการพัฒนา เช่น virus associated antigen เป็นแอนติเจนของไวรสั บนผวิ เซลล์มะเร็งทมี่ ีสาเหตมุ าจากการติดเช้ือ
ไวรัส, Chemically induced เกิดจากการพาเราของยีนบางกลุ่มจากสารเคมี, tumor specific antigen ปัจจุบันการ
ค้นหาแอนติเจนชนิดน้ยี งั ไมป่ ระสบผลสำเร็จมะเร็งกล่มุ นี้มกั จะไม่มีแอนติเจนผดิ ปกตบิ นผิวเซลล์หรือมีน้อยมาก
Tumor association antigen (TAA) คอื แอนติเจนที่อาจพบในเซลลป์ กติไดด้ ้วยแต่มีการปรากฏอย่างผิดปกติบน
ผิวของเซลลม์ ะเรง็ แบง่ ได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ใหญ่คอื oncofetal antigen เป็นแอนตเิ จนทีป่ รากฏในภาวะปกติในระยะไปตัวอ่อนใน
ครรภ์มารดาแต่ไม่ปรากฏตอนที่เซลล์เติบโต, differentiation antigenเป็นแอนติเจนที่ตรวจพบได้ตามปกติของผิวเซลล์เฉพาะ
ในบางระยะของการพัฒนาเซลลเ์ ทา่ นัน้ จะกลับมาพบข้ึนอีกครั้งบนเซลล์มะเร็งทำให้มปี ระโยชน์ในการจำแนกและทำให้ทราบถึงการ
กำเนิดของเซลล์มะเรง็
- กลไกในการกำจัดเซลล์มะเร็ง เช่น T lymphocyte cytotoxic T lymphocyte สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้
โดยตรงโดยจะนำเสนอAg ผ่าน Class I HLA, Macrophage พบเซลล์ Macrophage จำนวนมากบริเวณก้อนมะเร็ง
สามารถทำลายหรือหยุดยงั้ การเตบิ โตของเซลล์มะเรง็ ได้ NK cell เป็นเซลล์ท่สี ามารถมาทำลายเซลล์มะเรง็ ได้โดยตรง
- การวินิจฉัยโรคมะเร็ง เซลล์มะเร็งหลายชนิดสามารถสร้างและหลั่งแอนติเจนแปลกปลอมออกมาในเลือดได้ ทําให้สามารถ
ตรวจสอบได้โดยวิธกี ารต่าง 1. alfa-fetoprotein (AFP) เปน็ tumor marker ของมะเรง็ ตบั 2. Carcinoembryonic
205
antigen (CEA) เป็น tumor marker ของมะเร็งลำไส้ 3. Human chorionic gonadotropin (HCG) เป็น tumor
marker ของมะเร็งไขป่ ลาอุก
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
45. ขอ้ ใด ไม่ถกู ต้อง เกี่ยวกบั tumor marker
ก. พบในภาวะมะเร็งเท่าน้ัน ข. พบได้ในมะเร็งหลายชนดิ ค. สามารถพบไดข้ ณะเปน็ ทารกในครรภ์
ง. พบในกระแสเลอื ดหรือซรี ัม่ จ. ให้คา่ สูงกว่าปกติเมื่อมภี าวะมะเร็ง
ตอบ ก. พบในภาวะมะเรง็ เท่านน้ั
46. ขอ้ ใดต่อไปนไี้ มใ่ ช่ Tumor Antigen ทีพ่ บใน oncofetal gene
ก. Alpha-fetoprotein ข. Carcinoembryonic antigen ค. Prostate specific antigen
ง. Trophoblast glycoprotein precursor จ. Human chorionic gonadotropin
ตอบ ค. Prostate specific antigen
47. ถา้ ตอ้ งการตรวจวัดการตัง้ ครรภ์ท่ีมีความจำเพาะสูง จะตรวจวัดดว้ ยอะไร
ก. LH ข. LDH ค. FSH ง. Beta-hCG จ. Alpha-hCG
ตอบ ง. Beta-hCG
48. ขอใดเปน็ marker ของ Hepatocellular carcinoma
ก. Beta-HCG ข. alpha-1-fetoprotein ค. alpha-2-fetoprotein
ง. Beta-1-fetoprotein จ. Beta-2-fetoprotein
ตอบ ข. alpha-1-fetoprotein
Quality Control
49. ข้อใดถกู ตอ้ งเกยี่ วกบั นโยบายคุณภาพในหอ้ งปฏิบตั ิการ
ก. การจดั การคณุ ภาพบุคลากร ข. ระบบควบคุมเอกสารคณุ ภาพ ค. ระบบงบประมาณการดำเนนิ การ
ง. ระบบสอ่ื สารเฉพาะนักเทคนคิ ในห้องปฏบิ ตั กิ าร จ. มุง่ มนั่ การมีขอบขา่ ยการควบคมุ คณุ ภาพเปน็ ลายลักษณ์อกั ษร
ตอบ จ. ม่งุ ม่ันการมขี อบขา่ ยการควบคุมคณุ ภาพเป็นลายลักษณอ์ กั ษร
50. EQA คืออะไร
ก. การหา Reference intervals ข. การตรวจวิเคราะห์ซ้ำในเครอ่ื งมือชนดิ เดยี วกัน
ค. เปรยี บเทียบผลการตรวจวิเคราะหใ์ นแตล่ ะวัน ง. เปรียบเทยี บผลการตรวจวิเคราะห์เดียวกันกับหอ้ งปฏิบัตกิ ารอ่ืนๆ
จ. เปรยี บเทียบผลการตรวจวิเคราะหต์ า่ งแผนก ในห้องปฏิบัตกิ ารเดียวกนั
ตอบ ง. เปรียบเทยี บผลการตรวจวิเคราะห์เดยี วกันกับห้องปฏิบัตกิ ารอน่ื ๆ
51. ขอ้ ใด ผิด เก่ยี วกบั การจัดการหอ้ งปฏิบตั ิการ
ก. แยกหอ้ งรับประทานอาหารจากส่วนปฏิบตั ิการ
ข. แยกบรเิ วณท่ีมเี ชื้อและบรเิ วณปลอดเชื้อออกจากกัน
ค. ควรมหี ้องสขุ าแยกเพศชายและหญงิ ไว้เพื่อสะดวกแก่การเกบ็ สิ่งสง่ ตรวจ
ง. จดั สว่ นลงทะเบียนรบั ผู้ปว่ ยไว้ตรงบริเวณหน้าหอ้ งเพือ่ สะดวกแก่การเก็บสง่ิ สง่ ตรวจ
จ. จดั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วิทยาไวต้ รงบรเิ วณหนา้ หอ้ งเพอ่ื สะดวกแก่การรบั สงิ่ สง่ ตรวจ
ตอบ จ. จัดห้องปฏบิ ัติการจลุ ชีววทิ ยาไว้ตรงบริเวณหน้าห้องเพอ่ื สะดวกแก่การรับส่งิ ส่งตรวจ
206
52. การปฏเิ สธสง่ิ สง่ ตรวจคืออะไร
ก. การยอมรับสง่ิ ส่งตรวจทท่ี างห้องแลบไมส่ ามารถตรวจได้
ข. การยอมรับสงิ่ สง่ ตรวจ แตส่ ามารถยกเลกิ การตรวจวเิ คราะห์ภายหลังได้
ค. การยอมรับส่งิ สง่ ตรวจท่ที างห้องแลบไมส่ ามารถตรวจได้ และไม่ตอ้ งต้องเก็บมาใหม่
ง. การไมย่ อมรบั สิง่ สง่ ตรวจท่ีทางหอ้ งแลบไม่สามารถตรวจได้ แล้วจะต้องเก็บมาใหม่
จ. การไมย่ อมรับส่งิ สง่ ตรวจท่ีทางห้องแลบไม่สามารถตรวจได้ แตไ่ ม่ควรเก็บมาใหม่
ตอบ ง. การไม่ยอมรบั สิ่งส่งตรวจที่ทางห้องแลบไม่สามารถตรวจได้ แล้วจะต้องเกบ็ มาใหม่
53. ท่านแน่ใจได้อยา่ งไรว่าผลการตรวจมคี วามแม่นยำ
ก. ทำการสมุ่ ตรวจซำ้ ข. ถามความพอใจของผู้ใชบ้ ริการ ค. จดั ทำ IQA ในห้องปฏิบตั กิ าร
ง. ทำ IQA กับองคก์ รภายนอก จ. ถา้ ไมม่ น่ั ใจผลการตรวจให้ทำการตรวจอีกรอบแลว้ ค่อยออกผล
ตอบ ค. จัดทำ IQA ในห้องปฏิบตั กิ าร
Serodiagnosis of Hepatitis B Virus Infection
ไวรัสตับอักเสบ บี ถูกจัดอยู่ใน family Hepadnaviridae genus Orthohepadnavirus เป็น DNA virus
รูปร่างกลม อนุภาคไวรัส มี envelope (มี glycoprotein เรียกว่า HBsAg บนผิว) ล้อมรอบ icosahedral
nucleocapsid (core) ซึ่งมี HBcAg เป็น phosphoprotein ส่วนอนุภาคอิสระของไวรัสตับอักเสบ บี ซึ่งก็คือ
HBsAg อนุภาคอิสระนี้คือส่วนของ envelope ที่ไม่มี core หรือ capsid โดยส่วนนี้จะพบใน serum มากกว่าอนุภาค
ไวรสั ไวรัสตบั อกั เสบ บี สามารถตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อและภมู คิ มุ้ กันต่อเชอ้ื ทงั้ หมด 6 ชนดิ ไดแ้ ก่
HBsAg เป็นโปรตีนส่วนประกอบที่ผิวของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี บ่งบอกภาวะการติดเชื้อเฉียบพลัน ถ้าตรวจพบแสดงว่า
ขณะนั้นรา่ งกายกำลังมกี ารตดิ เชือ้ ไวรสั ตบั อักเสบบอี ยู่ หรือเป็นพาหะของเช้อื
Anti-HBs หรือ HBsAb เป็นภูมิคุ้มกันต่อส่วนผิวของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ท่ีร่างกายสร้างขึ้นในระยะแรกของการติดเช้ือ
บ่งบอกวา่ ร่างกายไดส้ รา้ งภมู คิ ุ้มกันไวรสั ตบั อกั เสบบีขึ้นแล้ว หรือเคยได้รบั วคั ซีนไวรสั ตบั อักเสบบมี าก่อน
Anti HBc IgM เป็นภูมิคุม้ กันต่อสว่ นแกนกลาง (core) ของเช้ือ ซ่ึงรา่ งกายสรา้ งขนึ้ ในระยะแรกของการตดิ เช้ือบ่งบอกว่า
เพงิ่ ไดร้ บั การตดิ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี
Anti HBc total Ab บ่งบอกภาวะการตดิ เชอ้ื เฉยี บพลันหรือเรอื้ รงั
HbeAg เป็นโปรตีนส่วนประกอบของ core ของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งจะพบเป็นโมเลกุลอิสระได้ด้วย บ่งบอกภาวะท่ีเชื้อ
กำลงั มีการแบ่งตัวเพ่ิมจำนวนอยู่ และสามารถแพรส่ ูผ้ ู้อื่นได้
Anti HBe บง่ บอกภาวะการติดเชอื้ เรือ้ รัง หรอื แสดงถึงภูมิค้มุ กนั ทีเ่ กดิ ขึน้ ตามธรรมชาตหิ ลังการตดิ เชอ้ื
การวินิจฉัย HBV infection ต้องอาศัยการตรวจ marker เหล่าน้ีร่วมกับการดูระดับเอนไซม์ตับ วิธีที่มีความไวใน
การตรวจสอบและนิยมใช้กัน ได้แก่ EIA ใช้ตรวจหา HBsAg, HBeAg, HBeAb, และ HBcAb รูปแบบของ
serological markers ต่างๆที่พบได้หลังการติดเช้ือจะบ่งบอกถงึ ระยะของโรค
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
54. ข้อใด ถูกตอ้ ง เกี่ยวกบั ผลการตรวจการตดิ เชือ้ ไวรสั ตบั อักเสบบี
ก. ผู้ได้รบั วัคซีนพบ HBs Ab ข. ผ้ไู ด้รับวคั ซีนพบ HBs Ag ค. ผู้ตดิ เชื้อไม่พบ HBs A
ง. ผ้ไู ดร้ บั วัคซนี จะไมพ่ บ HBs Ab จ. ผู้ติดเชือ้ จะไมพ่ บ HBs Ab
ตอบ ก. ผู้ไดร้ ับวัคซนี พบ HBs Ab
207
55. Test ตรวจขอใดบงบอกถงึ ภาวะ Acute Hepatitis B infection
ก. Anti-HBs ข. Anti-HBc ค. HBs Ag ง. HBe Ag จ. Anti-HBe
ตอบ ค. HBs Ag
56. ผูชายตรวจโรคไวรสั ตับอกั เสบบี มีผลแลปดงั น้ี
HBsAg negative, Anti-HBs positive และ Anti-HBc negative
ก. ไมเปนโรคตบั อักเสบบี ข. เปนแบบเฉียบพลัน ค. เปนโรคตับอกั เสบบีแบบเร้ือรงั
ง. เคยเปนแตตอนนี้หายจากโรคและมภี มู ิคุมกนั แลว จ. ไมเปนโรคแตเคยฉีดวคั ซีนและมภี มู คิ ุมกนั แลว
ตอบ จ. ไมเปนโรคแตเคยฉดี วคั ซนี และมีภูมิคุมกนั แลว
57. ชายอายุ 20 ปี มาโรงพยาบาลเพื่อที่จะฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบบี ให้ประวัติว่าไม่แน่ใจว่าเคยได้รับ วัคซีนนี้แล้วหรือไม่
แพทยจ์ ึงทำการส่ังเจาะเลือดตรวจ Hepatitis profile อะไรเปน็ ตัวบ่งช้บี า้ ง
ก. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBc (total)
ข. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBcIgM
ค. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBcIgM, Anti-HBe
ง. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBc (total), Anti-HBe
จ. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBc (total), HBeAg
ตอบ ก. HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBc (total)
58. HBsAg - Anti-HBs+ Anti-HBc+ Anti-HBe+ จงแปลผล
ก. เปน็ พาหะไวรสั ตับอักเสบ ข. เป็นไวรัสตับอกั เสบชนิดเฉยี บพลัน ค. เคยเปน็ โรคแต่หายดีแลว้
ง. ไมเ่ คยเปน็ โรค แตเ่ คยไดร้ บั วคั ซีน จ. ไม่เคยรบั วัคซีน แนะนำให้ไปฉีดวคั ซีน
ตอบ ค. เคยเปน็ โรคแต่หายดแี ลว้
Serological Tests for Syphilis
โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วโลก เกิดจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิด
Treponema pallidum การตรวจวินิจฉัยโรคซิฟิลิสอาศัยประวัติการสัมผัสโรค อาการและสิ่งตรวจพบทางคลินิกร่วมกับการ
ตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่เนื่องจากการเพาะเชื้อ T. pallidum ทำได้ยาก ต้องทำในอัณฑะหนู และใช้เวลานาน ดังนั้นการ
ตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงใช้วิธีการตรวจหาเชื้อจากรอยโรค การตรวจทางน้ำเหลืองวิทยา (serological test) ทั้ง
treponemal และ nontreponemal tests, การตรวจน้ำไขสันหลัง หรือการถ่ายภาพ X-ray of long bone เพื่อ
ประกอบการวนิ ิจฉยั โรค
การตรวจทางน้ำเหลืองวิทยา (Serological test) เป็นการตรวจวิธีหนึ่งซึ่งถือว่ามีความสำคัญและนิยมมาก ใน
ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยโรคซิฟิลิสทางน้ำเหลืองวิทยา เป็นการตรวจหาแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อต้านเชื้อ T.pallidum
ซง่ึ แบง่ ออกได้เปน็ 2 ชนิด คอื reagin และ specific antibody
Reagin เป็น non-specific Ab ต่อ T. pallidum แต่เป็น Ab ต่อ tissue lipid เนื่องจากตัวเช้ือ T.
pallidum ทำลาย tissue ของ host และ splitting เอาส่วนของ lipoidal fraction ออกมา ซึ่งทำหน้าที่เป็น hapten
จากนั้นรวมตัวกับโปรตีนที่มาจาก T. pallidum ทำให้สามารถเป็น Ag และกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Ab ขึ้นมาได้ถึงแม้ว่า
reagin จะไมใ่ ช่ specific Ab และตรวจสอบได้โดย non-specific Ag แตก่ พ็ บว่าในรายทม่ี ีการติดเช้ือ T. pallidum จะ
ตรวจพบ reagin เกือบ 100% จากการศึกษา electrophoretic mobility พบว่า reagin จะอยู่ระหว่าง beta และ
gamma globulin
208
Specific Ab คอื Ab ท่สี รา้ งขนึ้ ต่อตา้ นกบั ตวั T. pallidum โดยตรงและเปน็ คนละตัวกับ reagin สามารถตรวจ
ไดโ้ ดย T. pallidum immobilization (TPI), Fluorescent Treponemal Antibody Absorption Test (FTA-
ABS), Treponema pallidum hemagglutination (TPHA)
Nontreponemal antibody test (Nonspecific, Reagin test)
เป็นการตรวจหาแอนติบอดี (reagin) ต่อ lipid substance (cardiolipin) ซึ่งมีวิธีที่นิยมคือ Venereal
Disease Research Laboratory (VDRL) และ Rapid Plasma Reagin (RPR)
Venereal Disease Research Laboratory (VDRL)
เป็นการทดสอบที่นิยมใช้กันมากในกลุ่ม nontreponemal test โดยจัดเป็น microscopic flocculation test
นิยมใชใ้ นการตรวจคัดกรองโรคและตดิ ตามผลการรกั ษา
Treponemal antibody (specific) test
เป็นการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ T. pallidum ซึ่งนับเป็น specific test จึงใช้เป็น confirmatory test กรณี
ที่ทำ screening test ให้ผล reactive หรือกรณีที่สงสัยว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะ latent หรือ late syphilis ระดับของ
แอนตบิ อดีน้ีจะตรวจพบตลอดชีวิต ถึงแมจ้ ะได้รับการรกั ษาแลว้ จึงไมม่ ีประโยชนใ์ นการตดิ ตามผลการรกั ษา
Treponema pallidum hemagglutination (TPHA)
การทดสอบนี้ใช้หลักการของ passive hemagglutination โดยใช้เม็ดเลือดแดงสัตว์ปีกเคลือบด้วยส่วนประกอบของ
T. pallidum เมื่อทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีในซีรั่มของผู้ป่วยแล้วดูผลของการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ถ้าเม็ดเลือดแดงรวมกลุ่ม
ตกตะกอนขอบเรยี บอา่ นเป็นผลลบ แตถ่ ้าแผ่กระจายออกอ่านผลเปน็ บวก
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
59. การทดสอบในข้อใดจัดเป็น screening test สำหรับ syphilis และหากแพทย์ต้องการติดตามผลการรักษาโรคซิฟิลิส
แพทยค์ วรส่งตรวจดว้ ยวิธีใดตอ่ ไปนี้จึงจะเหมาะสมทส่ี ุด
ก. TPI, FTA-ABS ข. VDRL, RPR ค. FTA-ABS, TPHA ง. ELISA, TPI จ.TPHA, VDRL
ตอบ ข. VDRL, RPR
60. เมอ่ื ทำการตรวจหาการตดิ เชือ้ syphilis ขอ้ ใดเป็นวธิ กี ารตรวจท่มี ีความจำเพาะเจาะจงมากท่ีสดุ
ก. VDRL ข. RPR ค. TPHA ง. PCR จ. TPI
ตอบ ค. TPHA
61. ขอ้ ใดเปน็ วธิ มี าตรฐานในการวนิ ิจฉัยทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารโรคติดเชื้อ syphilis
ก. Flocculation test ข. Indirect fluorescence assay ค. Gram staining
ง. Isolate culture จ. Immunochromatography
ตอบ ก. Flocculation test
62. หากคนไข้ตรวจแล้ว VDRL แล้วได้ผล reactive จะตอ้ งทำอย่างไรตอ่
ก. รายงานผลทนั ทเี พื่อการรักษาท่ที นั เวลา
ข. รายงานผลทนั ทีเนอ่ื งจากเปน็ โรคที่รนุ แรง
ค. รายงานผลได้ทันทโี ดยไม่ตอ้ งทำการทดสอบซ้ำแต่อย่างใด
ง. ทำการทดสอบซ้ำโดยใชช้ ุดทดสอบทม่ี หี ลกั การแตกตา่ งกบั วิธีแรก
จ. ทำการทดสอบซำ้ โดยการเจือจางตวั อย่างเพอ่ื ใหไ้ ดไ้ ตเตอรส์ ดุ ท้าย
ตอบ จ. ทำการทดสอบซ้ำโดยการเจือจางตัวอย่างเพือ่ ให้ได้ไตเตอร์สดุ ท้าย
209
63. การทดสอบหา Reagin ซง่ึ เปน็ non-Treponemal antibodies โดยการใชแ้ อนติเจนที่เรียกวา่
ก. Reagin antigen ข. Myoglobin ค. Cardiolipin ง. Phospholipid จ. Lipoprotein
ตอบ ค. Cardiolipin
Serological Tests for Human Immunodeficiency Virus Infection
Human immunodeficiency virus ( HIV) เ ป ็ น เ ช ื ้ อ ส า เ ห ต ุ ข อ ง Acquired immune deficiency
syndrome ( AIDS) HIV เ ป ็ น RNA virus อ ย ู ่ ใ น Family: Retroviridae แ ล ะ อ ย ู ่ ใ น Subfamily:
Orthoretrovirinae, Genus: Lentivirus HIV มี 2 ชนิดคือ HIV-1 และ HIV-2 ซึ่งมีส่วนประกอบของโปรตีน
แตกต่างกัน ในประเทศไทยพบ HIV-1 เป็นส่วนใหญ่
การตรวจการตดิ เชอ้ื HIV มี 2 วธิ ใี หญ่ๆ
1. การตรวจคัดกรอง (screening test)
เป็นการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อ (antibody) เป็นการทดสอบที่มีความไวและความจำเพาะ โดยทั่วไปจะ
รายงานผลเป็นลบเมื่อตรวจเพียงครั้งเดียว แต่ถ้าการทดสอบเป็นบวก ต้องทำการทดสอบเพิ่มเติมด้วยการทดสอบอื่น เพื่อยืนยัน
ผลบวก การตรวจคดั กรองแยกตามหลกั การทดสอบดังนี้
1.1 วิธี chemiluminescent microparticle immunoassay (CMIA) ใช้ในเคร่ืองตรวจอัตโนมัติ เป็นการตรวจหา
ทั้ง antigen และ antibody (จึงใช้เป็นวิธีแรกในการทดสอบเพราะมีความไวกว่าวิธีอื่นที่เหลือ) โดยใช้ paramagnetic
particle เป็น solid phase ที่เคลือบด้วย HIV antigen หรือ antibody ต่อ HIV และเม่ือเราใส่ serum ของผู้ป่วย
ลงไป HIV Ab หรือ HIV Ag ใน serum ก็จะทำปฏิกิริยากับ HIV Ag หรือ HIV Ab ที่เคลือบบน particle
ดังกล่าว จากนั้น complex ที่เกิดขึ้นก็จะทำปฏิกิริยากับ conjugate ที่ติดฉลากด้วยสาร Acridinium เมื่อเติมน้ำยาท่ี
กระตุ้นหรือเรง่ ให้สาร Acridinium เปล่งแสงออกมา เครอ่ื งก็จะวัดปริมาณแสงทีไ่ ด้ซึง่ สมั พนั ธ์กับ HIV Ab
คา่ ความไวของการตรวจ (sensitivity) และความจำเพาะของการตรวจ (specificity) สงู มาก โอกาสผดิ พลาดน้อยกวา่ 1%
1.2 Enzyme Linked Immunosorbent Assay (ELISA) เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เหมาะกับการตรวจตัวอย่าง
จำนวนมาก
1.3 Particle agglutination (PA) เป็นการทดสอบหา antibody ต่อเชื้อ HIV โดยอาศัยหลักการเกาะกลุ่มของ gel
หรือ latex particle ซึ่งเคลือบด้วย HIV Ag เมื่อจับกับ Ab อ่านผลภายใน 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการเกาะกลุ่มอาจ
เกิดขึ้นอย่างไม่จำเพาะ สำหรับตัวอย่างที่มี hemolysis มาก จะอ่านผลได้ยาก นอกจากนี้ยังต้องระวังผลลบปลอม เมื่อมี
แอนตบิ อดมี ากเกนิ ไป ทำให้อตั ราส่วนการทำปฏิกริ ิยาไม่เหมาะสมทำให้ gel ไมเ่ กาะกลมุ่ อาจแกไ้ ขด้วยการเจอื จางตัวอยา่ งมากขึ้น
ต้องตรวจเพ่ิมเตมิ เพือ่ ยนื ยนั ผลบวกเชน่ เดยี วกับการตรวจคดั กรองวธิ ีอ่ืนๆ
1.4 การทดสอบแบบรวดเร็ว (Rapid test) เป็นการทดสอบที่วิเคราะห์ผลการตรวจภายใน 3-15 นาที อ่านผลด้วยตา
เปล่า นิยมใช้ในกรณีเร่งด่วน ไม่เหมาะกับการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก ที่สำคัญคือ มีราคาแพง และอาจให้ผลบวกปลอม และผล
ลบปลอมสูงกวา่ วิธี ELISA หรือ PA ไมแ่ นะนำให้ใช้ตรวจโลหิตบริจาค
2. การทดสอบชนิดตรวจยนื ยัน (Confirmatory test)
เพื่อเป็นการยืนยันผลบวกที่ได้จากวิธีตรวจคัดกรอง เป็นวิธีที่มีความจำเพาะสูง บ่งบอกภาวะการติดเชื้อ HIV ที่แท้จริง
จุดประสงค์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการเกิดผลบวกปลอมโดยวิธีการตรวจคัดกรอง ไม่ใช้เป็นการตรวจยืนยันผลลบจากการ
ตรวจคดั กรองน้ำยาท่ีใช้ ได้แก่
2.1 Western Blot (WB) ป็นวิธีที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป มีชุดน้ำยาสำเร็จรูปจำหน่ายโดยแผ่น membrane ทดสอบ
มีแถบโปรตีนส่วนประกอบของเชื้อ HIV อยู่ ซึ่งมีขนาดต่าง ๆ ที่แยกกันตามขนาดด้วยวิธี Electrophoresis การวิเคราะห์
210
และอ่านผล ใช้เวลา 6-24 ชม. ราคาแพงกว่าการทดสอบชนิดตรวจคัดกรอง ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้การตรวจ
โดยวิธีคัดกรองที่อาศัยหลักการต่างกัน 2 วิธีแทนการตรวจด้วย WB การตรวจด้วย WB ต้องทำตามคู่มืออย่างเคร่งครัด ควร
ระบุผลให้ชัดเจนว่า anti-HIV positive, negative หรือ Indeterminate สำหรับผล Indeterminate ต้องมีการ
ติดตามเจาะเลือดเพื่อตรวจซ้ำ ซึ่งหากมีการติดเชื้อจริง ผลตรวจจะเปลี่ยนเป็นผลบวกหลังการตรวจครั้งแรกภายในเวลาไม่เกิน 6
เดือน WB ของบางบริษัทจะมีแถบแอนติเจน gp36 ของ HIV-2 อีกแถบหน่ึง ต้องตรวจยืนยัน WB ที่จำเพาะสำหรับ
HIV-2 อีกต่อไป
2.2 Indirect Fluorescent Antibody Assay (IFA) เป็นวิธีตรวจยืนยันอีกวิธีหนึ่ง ได้มีการจัดเตรียมชุดน้ำยา
จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ชุดน้ำยาประกอบด้วยสไลด์แก้วชนิดหลุม เคลือบด้วยเซลล์ MT-4 ที่ติด
เชื้อและไม่ติดเชื้อ HIVในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 วิเคราะห์โดย Ab ใน serum จะทำปฏิกิริยากับ HIV Ag ในเซลล์ แล้ว
ตรวจจับด้วย anti-human IgG-FITC(conjugate) ซึ่งจะเรืองแสงเมื่อดูด้วย Fluorescencense microscope วิธี
นม้ี คี วามจำเพาะใกล้เคยี งวธิ ี WB แตม่ คี วามไวนอ้ ยกว่าและจำเป็นต้องอาศยั ผู้ทม่ี ีประสบการณใ์ นการอา่ นผล
2.3 Radioimmunoprecipitation assay (RIPA) เป็นวิธีตรวจยืนยันที่มีหลักการคล้ายกับวิธี WB วิธีการยุ่งยาก
ต้องเลี้ยงเชื้อในอาหารที่มีกรดอะมิโนที่ติดฉลากด้วยสารรังสี ตกตะกอน Ag ที่จับกับ Ab ใน serum ด้วยโปรตีน A แยก
โปรตีนด้วย SDS-PAGE และทำ Autoradiography ต้องใช้ห้องปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยสูง และห้องปฏิบัติการ
กัมมนั ตภาพรงั สี จึงไม่เปน็ ท่ีแพรห่ ลายในประเทศไทย
3. การทดสอบอนื่
3.1 HIV Antigen Test การทดสอบหา p24 ในกระแสเลือด มีประโยชน์สำหรับการตรวจการติดเชื้อเริ่มต้น และการ
ตรวจการติดเชื้อในทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดเชื้อ HIV การตรวจโลหิตบริจาคอาจตรวจหาแอนติเจนเพิ่มเติมจากการตรวจ
แอนติบอดีเพื่อป้องกนั ความผิดพลาด การตรวจหา p24 antigen นั้นเดิมเคยมีปัญหาในด้านความไว(sensitivity) เนื่องจาก
มีการจับตัวกันของ p24 antigen และ antibody ในเลอื ด สง่ ผลใหก้ ารตรวจซงึ่ เป็นการวัด free p24 มีความไวตํ่าต่อมามี
การดัดแปลงโดยเพิ่มขั้นตอน Immune complex dissociation (ICD) โดยใช้กรด (acid) หรือ ใช้ความร้อน (heat
denatured) ทำให้มคี วามไวสูงขน้ึ มาก
3.2 Line immunoassay เป็นการทดสอบที่คล้าย WB หากแต่ใช้ Ag ชนิดที่เป็น recombinant protein และ
synthetic peptide เคลอื บบน membrane โดยตรง และมี gp36 ของ HIV-2 แต่ gp36 แถบเดยี วไมส่ ามารถใชแ้ ยก
HIV-1 และ HIV-2 ไดแ้ น่นอน และไมถ่ อื เปน็ การตรวจยนื ยันเหมือน WB
3.3 การตรวจสารพันธุกรรม เป็นการใช้เทคนิค PCR เข้ามาช่วย โดยจะตรวจหา DNA จาก proviral DNA หลักการ
คือ ขยาย ปริมาณ DNA ด้วยเอนไซม์ DNA polymerase โดยกำหนดขนาดและความจำเพาะของ DNA เป้าหมาย มี
ความไวสูงมาก แต่อาจเกิดผลบวกปลอมได้หากมีการปนเป้ือน ปัจจุบันเทคนิค PCR มีประโยชน์มากสำหรับการตรวจการติดเชื้อ
HIV ในทารกทค่ี ลอดจากมารดาทีต่ ิดเช้อื
3.4 การทดสอบหาแอนตบิ อดใี นสารคดั หลงั่ อ่ืน ๆ เชน่ น้ำลาย นำ้ นม ปสั สาวะ น้ำไขสันหลัง
3.5 การตรวจหาปริมาณไวรสั (plasma HIV RNA หรอื viral load)
กราฟแสดงการเพม่ิ ขน้ึ และลดลงของ HIV Ag และ HV Ab ของผปู้ ว่ ยเอดสห์ ลงั รบั เชอ้ื
211
หลกั การการตรวจวินิจฉยั การตดิ เชือ้ เอดส์ ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสขุ ปี พ.ศ. 2557
1) การเลือกใช้ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีใน algorithm ชุดตรวจทั้งสามชุดตรวจต้องมีแอนติเจนท่ีแตกต่างกัน โดยอาจมี
หลกั การท่ีเหมือนกันได้
2) ชุดตรวจชนดิ rapid test สามารถใช้เป็นชุดตรวจใน algorithm ไดท้ งั้ สามชดุ ตรวจ โดยต้องมีแอนตเิ จนที่แตกตา่ งกัน
3) Window period สำหรับการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีปรับเปลี่ยนจาก 3 เดือนเป็น 1 เดือน เนื่องจากชุดตรวจหาการ
ตดิ เช้อื ในปัจจุบันมเี ทคโนโลยที ่ีกา้ วหน้าข้นึ
4) ในกรณีผลการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เป็น“สรุปผลไม่ได้ (inconclusive)” ให้ติดตามผู้มารับบริการมาตรวจซ้ำที่ 2
สปั ดาห์ และ/หรือ 1 เดอื น และ 3 เดือน หากผลยงั เป็น inconclusive ให้สรปุ ผลว่าไม่ตดิ เช้อื ได้
5) การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวดี ้วยวธิ ี DNA PCR ในเด็กท่คี ลอดจากแมท่ ี่ตดิ เชื้อ สามารถส่งตรวจได้ทงั้ แบบเลือดครบส่วนใส่
หลอด EDTA หรือหยดเลอื ดบนกระดาษกรอง (Dried Blood Spot ; DBS)
6) หากผลการตรวจ HIV DNA PCR ครั้งแรกเป็นบวก ควรมีระบบการรายงานผลการตรวจแบบด่วน เพื่อติดต่อผู้
ประสานงานดา้ นเอชไอวขี องโรงพยาบาลให้ติดตามเด็กมาตรวจ HIV DNA PCR ซำ้ ทันทีหรือโดยเร็วที่สดุ
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
64. ผูต้ ิดเช้ือ HIV ทเ่ี ข้าสู่ ระยะโรคเอดส์ (AIDS) สามารถพบ opportunistic infection ใด
ก. Kaposi's Sarcoma ข. Pneumocystis carinii ค. Cryptococcus
ง. Tuberculosis จ. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ จ. ถกู ทุกขอ้
65. ข้อใด ไมใ่ ช่ opportunistic infection ในผู้ติดเช้อื HIV ทเี่ ขา้ สู่ ระยะโรคเอดส์ (AIDS)
ก. Kaposi's Sarcoma ข. Pneumocystis carinii
ค. Cryptococcus ง. Tuberculosis จ. Syphilis
ตอบ จ. Syphilis
66. ขอ้ ใด ผดิ เกี่ยวขอ้ งกบั การตรวจวนิ จิ ฉยั การติดเชือ้ HIV
ก. ตรวจหา P24 antigen ข. Nucleic acid testing ต่อเชือ้ HIV
ค. ตรวจหาปรมิ าณ CD4+ T lymphocyte ง. ตรวจหา antibody ต่อเช้ือ HIV ดว้ ยหลักการ agglutination
จ. ตรวจหา antibody ตอ่ เชื้อ HIV ดว้ ยหลกั การ immunochromatography
ตอบ ค. ตรวจหาปริมาณ CD4+ T lymphocyte
67. ในการตรวจวินจิ ฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารกแรกคลอดอาย 1ุ สัปดาห์ โดยแม่เปน็ HIV ควรใช้วิธใี ด
ก. Western blot ข. Indirect ELISA ค. PCR
ง. Immunochromatography จ. Gel agglutination
ตอบ ค. PCR
68. การพยากรณโ์ รคและการตรวจตดิ ตามในผปู้ ว่ ย HIV ใช m้ arker ใดต่อไปนี้
ก. p24Ag, Anti-HIV ข. qualitative RNA, CD8+T cell ค. qualitative RNA, CD4+T cell
ง. viral load และ CD8+T cell จ. viral load และ CD4+T cell
ตอบ จ. viral load และ CD4+T cell
69. ชดุ ตรวจแรกทใี่ ชใ้ นการตรวจหา anti-HIV ต้องมีคณุ สมบัตอิ ยา่ งไร
ก. ราคาถูก ข. ความไวสงู ทีส่ ุด ค. ความจำเพาะสูง ง. ความแม่นยำสงู จ. ความถูกต้องสงู
ตอบ ข. มีความไวสูงทสี่ ดุ
212
70. ผู้ป่วยชายมาตรวจ anti-HIV: Reactive ด้วยเทคนิค immunochromatography ในฐานะเทคนิคการแพทย์ ควร
ดำเนนิ การตอ่ อยา่ งไร
ก. ทำการทดสอบซ้ำให้ผลบวก แล้วรายงานผล ข. ทดสอบซ้ำด้วยชุดทดสอบตา่ งแอนตเิ จนอกี 1 การทดสอบ
ค. ทดสอบซ้ำด้วยชุดทดสอบต่างแอนติเจนอีก 2 การทดสอบ ง. ทดสอบด้วย Western blot
จ. ขอเจาะเลอื ดซำ้ แลว้ ตรวจด้วยวธิ เิี ดมิ
ตอบ ค. ทดสอบซ้ำดว้ ยชุดทดสอบตา่ งแอนติเจนอกี 2 การทดสอบ
71. หลงั จากการติดเชอื้ ไวรัสเอดส์ นานเท่าใดจงึ สามารถตรวจพบ anti HIV ในซรี ่ัมได้
ก. 6 เดือน ข. 3 อาทิตย-์ 3 เดอื น ค. 1 ปี ง. 6 วนั - 2 เดือน จ. 4 - 6 เดอื น
ตอบ ข. 3 อาทิตย์- 3 เดือน
72. ขอ้ ใดคือเซลลเ์ ป้าหมายของ human immunodeficiency virus
ก. Helper T cell, Dendritic cell ข. Dendritic cell, B-cell ค. B-cell, Plasma cell
ง. Plasma cell, NK cell จ. NK cell, Neutrophil
ตอบ ก. Helper T cell, Dendritic cell
73. การตรวจหาการติดเชือ้ HIV ในผู้ใหญ่และในเด็กอายมุ ากกว่า 18 เดือนในประเทศไทย ปัจจุบันแนะนำใหต้ รวจโดยใช้ลำดบั
ขัน้ ตอนแบบใด
ก. การตรวจคัดกรอง 1 วิธี เชน่ EIA และตรวจยืนยนั ดว้ ย Western blot
ข. การตรวจคัดกรอง 1 วธิ ี เช่น EIA และตรวจยนื ยนั ดว้ ย DNA PCR
ค. ตรวจคัดกรองดว้ ยหลกั การทแี่ ตกตา่ งกนั 2 วธิ ีตามลำดับข้ันตอน
ง. ตรวจคดั กรองดว้ ยหลักการทแ่ี ตกต่างกัน 3 วธิ ตี ามลำดบั ขัน้ ตอน
จ. ตรวจคดั กรองด้วยหลักการทแี่ ตกตา่ งกนั 2-3 วิธพี รอ้ มกัน
ตอบ ง. ตรวจคดั กรองด้วยหลักการทีแ่ ตกตา่ งกนั 3 วิธตี ามลำดบั ขั้นตอน
Serodiagnosis of Bacterial Infections
การทดสอบเกีย่ วกับโรคติดเช้ือทกุ ชนดิ
ควรเกบ็ ตวั อย่างเลอื ด 2 ครั้ง (paired serum)
• ครั้งแรก (acute serum) เจาะเมอ่ื มาพบแพทยค์ รัง้ แรก
• คร้งั ที่ 2 (convalescent serum) เก็บตัวอยา่ งเลือด หลงั จากครง้ั แรก ประมาณ 7-21 วนั
เพื่อตรวจหาระดับ antibody จำเพาะท่ีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 เท่า (4 fold rising titer) เม่ือเทียบกับระดับที่ตรวจพบครั้ง
แรก
หากมีการเพ่ิมขึ้นเพียง 2 เทา่ สงสัยว่าอาจจะติดเชือ้ อาจต้องเจาะซำ้ ในอีกประมาณ 7 วัน
สิ่งส่งตรวจส่วนใหญ่ที่นำมาทดสอบทาง serology มักเป็น serum จาก clotted blood แต่ในบาง การทดสอบ
เช่น การตรวจหาจำนวน CD4+ cell และ CD8+ cell ต้องใช้ whole blood ที่ใส่สารกันเลือดแข็งเช่น EDTA หรือ
ปัจจุบันชุดทดสอบสำเร็จรูปบางยี่ห้อสามารถใช้สิ่งส่งตรวจที่เป็น whole blood จาก EDTA blood หรือ heparinized
blood ได้ ส่วนสิ่งส่งตรวจอื่นๆที่ไม่ใช่เลือด เช่น cerebrospinal fluid (CSF) มักส่งตรวจหา Cryptococcus
antigen, Nasopharyngeal swab/ aspirate/ wash, throat swab หรือ nasal swab มักส่งตรวจหาการติดเช้ือ
influenza เป็นตน้
213
Widal test
Widal test เป็นวิธีการทดสอบท่ีช่วยวินิจฉัยโรคไข้ไทฟอยด์และพาราไทฟอยด์ ซึ่งเกิดจากเชื้อ Salmonella typhi
และ S. paratyphi A, B และ C ตวั เชอ้ื สาเหตุ มแี อนติเจนท่ีสำคัญดังน้ี
1. O-antigen หรือ somatic antigen เป็นโพลีแซคคาไรด์ที่จับกับไลปิดเป็นไลโปโพลีแซคคาไรด์จากส่วนของผนัง
เซลล์ (cell wall) ของแบคทีเรีย ซึ่งในส่วนของโพลีแซคคาไรด์ของเชื้อ S. typhi จะมี antigenic determinant 2 ส่วน
ทส่ี ามารถทดสอบโดยวิธีการเกาะกลุม่ (agglutination) คือ factor 9 และ 12 ซ่ึง factor 9 จะแสดงความจำเพาะของตัว
เชื้อ Salmonella group D ซึ่งเป็นสายพันธ์สำคัญที่ทำให้เกิดโรค แอนติเจน O มีคุณสมบัติทนทานต่อแอลกอฮอล์ ฟีนอล
กรดเจือจาง และความร้อนที่ 100°C ถ้าให้แอนติเจน O ทำปฏิกิริยาจำเพาะกับแอนติบอดีจะทำใหเ้ กดิ การเกาะกลุ่มที่มลี ักษณะ
ตะกอนละเอยี ด แผ่อยู่รอบๆ กน้ หลอดทดลอง (fine granular agglutination)
2. H-antigen หรือ flagella antigen เป็นโปรตีนจากส่วนของ flagella ของแบคทีเรียซึ่งแอนติเจน H นี้จะมี
ความแตกต่างกนั ระหวา่ งตัวเช้ือ Salmonella แตล่ ะกลมุ่ มีคุณสมบัติถูกทำลายไดด้ ้วยแอลกอฮอล์ ฟีนอล กรดเจือจาง และ
ความร้อนที่สูงกว่า 60°C แต่ไม่ถูกทำลายด้วยสารละลายฟอร์มาลินที่ความเข้มข้น 0.3% ถ้าให้แอนติเจน H ทำปฏิกิริยากับ
แอนติบอดีจำเพาะจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าการเกาะกลมุ่ ท่ีมีลกั ษณะเปน็ ปุยเบาๆ (floccular agglutination)
3. Vi-antigen เป็นมิวโคโพลีแซคคาไรด์ มีส่วนประกอบของ N-acetylgalactosaminouronic acid อยู่ใน
ส่วนของผิวนอกคลุมอยู่บนชั้นของแอนติเจน O มีคุณสมบัติถูกทำลายได้ด้วยฟีนอล กรดเจือจาง และความร้อนที่ 60°C
แอนติเจนตัวนี้เป็นแอนติเจนที่แสดงความรุนแรงของตัวเชื้อ (virulent isolated) อย่างไรก็ตาม Vi-antigen นี้สามารถตรวจ
พบไดใ้ นเช้อื ในกลุ่ม Enterobacteriaceae อน่ื ๆ เชน่ E. coli และ Citrobacter species ได้ การตรวจพบแอนตบิ อดี
ต่อ Vi-antigen จะเกิดในระหว่างการติดเชื้อและจะหายไปหลังจากโรคอย่างรวดเร็ว แต่การเตรียมค่อนข้างยาก จึงไม่ค่อยมีคน
นิยมตรวจ
แอนติบอดีตอ่ O-antigen จะข้ึนก่อนภายใน 7-10 วัน หลังได้รับเช้ือและสูงสุดในสปั ดาห์ที่ 3-5 ส่วนแอนติบอดี
ต่อ H-antigen จะเพิ่มขึ้นทีหลังและถึงจุดสูงสุดช้ากว่า ในประเทศเราพบคนเป็นพาหะของโรคมาก ดังนั้น จะทำให้ค่าของ
แอนติบอดีในคนปกติค่อนข้างสูง ซึ่งมีค่าไตเตอร์ของแอนติบอดีต่อ O-antigen เท่ากับ 80 และต่อ H-antigen เท่ากับ
160 แต่อย่างไรก็ตามให้ยดึ หลกั การเพ่ิมขึน้ ของแอนติบอดี (rising titer) อย่างน้อย 4 เทา่ ช่วยในการวินจิ ฉยั ให้แน่นอนมาก
ขน้ึ
Weil-Felix test
Weil-Felix test คือปฏิกิริยาระหว่าง Proteus Ag กับ Ab ต่อเชื้อ Ricketsia โรคที่เกิดขึ้นแบ่งออกได้เป็น
5 กลุ่มใหญ่ คือ scrub typhus, typhus group, spotted fever group, trench fever และ Q fever การ
แยกเช้อื ทำไดค้ ่อนขา้ งยาก ดงั น้ันจงึ นิยมใชป้ ฏิกิรยิ าภมู ิคมุ้ กนั มาชว่ ยในการวินจิ ฉยั โรค ricketsial diseases
Weil-Felix test เป็นวิธีการทดสอบที่ช่วยวินิจฉัยโรค Ricketsia โดยอาศัยหลักการ direct agglutination
test เนื่องจากแอนติบอดีต่อเชื้อ Ricketsia สามารถทำปฏิกิริยาร่วมกับแอนติเจนชนิด “O” somatic polysaccharide
จาก Proteus สายพันธ์ OX-19 และ OX-2 ของเช้ือ P. vulgaris และสายพันธ์ OX-K ของเชื้อ P. mirabilis ทำให้
เกดิ ปฏกิ ริ ิยาการเกาะกล่มุ เกดิ ขน้ึ ได้
Latex agglutination test for Streptococcal infection / ASO test
anti-streptolysin O คือแอนติบอดีที่พบในซีรั่มผู้ป่วยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Beta-Haemolytic
Streptococci of group A, C และ G Streptolysin O คือ toxin ของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ซึ่งมี
คุณสมบัติเป็นแอนติเจนแปลกปลอมในร่างกาย ดังนั้น การตรวจพบแอนติบอดีต่อ streptococcus metabolites (anti-
streptolysin O) จึงช่วยในการวินิจฉัยก ารติดเชื้อ โรคไข้รูมาห์ติค (rheumatic fever), โรคไตอักเสบ
(glomerulonephritis) และโรคติดเชอ้ื Streptococcus
214
แบบทดสอบประเมนิ ความรู้
74. ขอ้ ใดเปน็ ช่ือ strain ของ Proteus vulgaris ทใ่ี ชช้ ว่ ยในการวนิ ิจฉยั Rickettsial disease
ก. OX-2 , OX-4 และ OX-19 ข. OX-2 , OX-9 และ OX-K
ค. OX-1 , OX-2 และ OX-19 ง. OX-2 , OX-19 และ OX-K จ. OX-4 , OX-19 และ OX-K
ตอบ ง. OX-2 , OX-19 และ OX-K
75. Widal test ใช้ทดสอบการติดเชื้อในขอ้ ใด
ก. Streptococcus species ข. Salmonella species ค. Chlamydia species
ง. Mycoplasma species จ. Legionella species
ตอบ ข. Salmonella species
76. H antigen ใช้ในการทดสอบหา antibody ตอ่ ส่วนใดของ S. typhi
ก. Somatic Ag ข. Flagella Ag ค. Pilli Ag
ง. capsular Ag จ. Outer membrane Ag
ตอบ ข. Flagella Ag
77. การส่งตรวจ convalescence serum ในการวินจิ ฉยั โรคตดิ เช้อื นน้ั เปน็ การตรวจหาสงิ่ ใด
ก. ตรวจหาปริมาณแอนตบิ อดที ี่เพิ่มขนึ้ 2 เทา่ ข. ตรวจหาปรมิ าณแอนตบิ อดที จ่ี ำเพาะ 2 เทา่
ค. ตรวจหาปรมิ าณแอนตเิ จนทเ่ี พ่มิ ขน้ึ 4 เทา่ ง. ตรวจหาปริมาณแอนตบิ อดีที่เพ่ิมขน้ึ 4 เท่า
จ. ตรวจหาปรมิ าณแอนตบิ อดที จี่ ำเพาะ 8 เทา่
ตอบ ง. ตรวจหาปรมิ าณแอนตบิ อดที ีเ่ พม่ิ ข้นึ 4 เทา่
78. การตดิ เช้ือใดทำให้ไดผ้ ลบวกใน ASO test
ก. Streptococcus group A ข. Salmonella typhi ค. Staphylococcus aureus
ง. Streptococcus group B จ. Staphylococcus aureus group B
ตอบ ก. Streptococcus group A
79. ในการตรวจวินจิ ฉัยการติดเช้ือหัดเยอรมนั (Rubella) โดยใช้ paired serum ซ่งึ มวี ธิ ีการเจาะแบบใด
ก. เจาะ acute serum ช่วงมีอาการที่มาพบแพทย์และเจาะ convalescent serum ห่าง 1-2 สัปดาห์
ข. เจาะ acute serum ชว่ งมอี าการท่มี าพบแพทยแ์ ละเจาะ convalescent serum ห่าง 1-2 วัน
ค. เจาะ convalescent serum ช่วงมีอาการมาพบแพทย์และเจาะ acute serum ห่าง 1-2 สปั ดาห์
ง. เจาะ convalescent serum ช่วงมอี าการมาพบแพทยแ์ ละเจาะ acute serum ห่าง 1-2 วัน
จ. เจาะ convalescent serum ช่วงมอี าการมาพบแพทยแ์ ละเจาะ acute serum หา่ ง 1 เดือน
ตอบ ก. เจาะ acute serum ชว่ งมอี าการที่มาพบแพทย์และเจาะ convalescent serum ห่าง 1-2 สปั ดาห์
Immunological disorder and Immunodeficiency
80. ผ้ปู ว่ ยโรคใดขาดเอนไซม์ NADPH oxidase ทำให้มกี ารตดิ เช้ือเรอ้ื รัง
ก. lymphoblastic lymphoma ข. DiGeorge Syndrome ค. Ataxia-Telangiectasia
ง. Chronic granulomatous disease จ. Wiskott-Aldrich Syndrome
ตอบ ง. Chronic granulomatous disease
63. โรคใดทีพ่ บ Immunoglobulin ปรมิ าณตำ่ มาก และพบ Btk mutation บนโครโมโซม X
ก. Selective IgA deficiency ข. CML ค. Glanzmann–Riniker syndrome
ง. X-linked thrombocytopenia จ. X-Linked Agammaglobulinemia
215
ตอบ จ. X-Linked Agammaglobulinemia
64. ผู้ปว่ ยโรคใดจะมี T-Lymphocyte ลดลง และพบ 22q11 deletion
ก. lymphoblastic lymphoma ข. DiGeorge Syndrome ค. Ataxia-Telangiectasia
ง. Chronic granulomatous disease จ. Wiskott-Aldrich Syndrome
ตอบ ข. DiGeorge Syndrome
65. โรคหรือภาวะใดพบ Antibody production defects
ก. Selective IgA deficienc ข. Chronic Granulomatous Disease ค. DiGeorge Syndrome
ง. Severe Combined Immunodeficiency Disease จ. Acute lymphoblastic leukemia
ตอบ ข. DiGeorge Syndrome
66. ร่างกายมกี ารผลติ แตส่ ่วน Fc ของ IgG และตอ่ มนำ้ เหลืองบรเิ วณ Waldeyer’s ring โต พบไดใ้ นโรคใด
ก. Mycosis fungoides ข. Ataxia-Telangiectasia ค. Franklin’s Disease
ง. Mu heavy chain disease จ. Waldenstrom’s macroglobulinemia
ตอบ ค. Franklin’s Disease
67. การพบ Bence-Jones protein ในปัสสาวะ มี Plasma cell ในไขกระดูกเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ monoclonal
immunoglobulin เพม่ิ ข้นึ และพบไดใ้ นปสั สาวะ และพบ lytic lesion bone เปน็ พยาธิสภาพที่พบไดใ้ นโรคใด
ก. Multiple myeloma ข. Waldenstrom’s macroglobulinemia ค. Burkitt’s lymphoma
ง. Hairy cell leukemia จ. Seligmann’s Disease
ตอบ ก. Multiple myeloma
68. ข้อใด ไมใ่ ช่ สาเหตุของ Primary Immunodeficiency
ก. X-Linked Agammaglobulinemia ข. DiGeorge Syndrome ค. Graft versus host disease
ง. Chronic granulomatous disease จ. Wiskott-Aldrich Syndrome
ตอบ ค. Graft versus host disease
เอกสารอ้างองิ
1. คมู่ อื ปฏบิ ตั ิการภมู คิ มุ้ กนั วทิ ยาคลินิก. คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2543.
2. ศกั ดชิ์ ยั เดชตรัยรตั น์และคณะ. คมู่ อื ปฏบิ ัตกิ ารภูมิคุ้มกนั วิทยาคลนิ ิก. คณะเทคนคิ การแพทย์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม,่ 2550.
3. รศ.ดร. กัญญานันท์ กฤษศริ วิ ุฒนิ นั ท์ พืน้ ฐานวทิ ยาภมู คิ มุ้ กันและหลักการทดสอบทางวิทยาภมู ิคุ้มกัน พิมพค์ ร้งั ท่ี 1 กรงุ เทพฯ
, โรงพิมพ์วัชรินทร์ พ.ี พี., 2555.
4. คมู่ ือส่งตรวจทางภมู คิ ้มุ กนั วิทยาคลินกิ . คณะแพทย์ศาสตรศ์ ิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
5. ค่มู อื ชุดทดสอบ BioSystems®
6. คูม่ อื หอ้ งปฏิบตั กิ ารอิมมโู นวิทยา ภาควชิ าพยาธิวิทยา. คณะแพทยศ์ าสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดีมหาวทิ ยาลัยมหิดล.
7. พิไลพันธ์ พธุ วฒั นะ ไวรัสวิทยา พมิ พค์ รั้งที่ 2 กรงุ เทพฯ, อักษรสยามการพมิ พ,์ 2540.
8. คมู่ อื ชุดทดสอบ ABBON®
9. ค่มู อื ชดุ ตรวจสำเร็จรปู ACON®
10. แนวทางการตรวจวนิ จิ ฉยั และการดูแลรักษา ผ้ตู ิดเชอ้ื เอชไอวีและผู้ป่วยเอดสร์ ะดับชาติ, 2553
11. สมชาย แสงกิจพร, แนวทางการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี คู่มือสาหรับห้องปฏิบัติการ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง
สาธารณสุข
216
12. แนวทางการตรวจวินิจฉยั และการดูแลรักษา ผตู้ ดิ เช้ือเอชไอวีและผ้ปู ่วยเอดสร์ ะดบั ชาติ, 2553
13. สมชาย แสงกิจพร, แนวทางการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี คู่มือสาหรับห้องปฏิบัติการ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง
สาธารณสุข
14. คมู่ ือชดุ ทดสอบ อเลีย ดีเทอรม์ นี HIV
ฝึกทำแบบทดสอบความรทู้ างภมู คิ มุ้ กันวทิ ยาคลนิ ิกเพม่ิ เตมิ
https://sites.google.com/view/mtlicensebywtu
217
กฎหมายและจรรยาบรรณวชิ าชพี เทคนิคการแพทย ์
ประมวลความรทู้ างกฎหมายและจรรยาบรรณวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
บญุ พะเยาว์ เลาหะจนิ ดา
พระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินเ้ี รยี กว่า “พระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตนิ ีใ้ ห้ใชบ้ งั คบั ตัง้ แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เป็นตน้ ไป
มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในบทนิยามคำวา่ “สถานพยาบาล” ในมาตรา ๔ แหง่ พระราชบัญญตั ิ
สถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซง่ึ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั สิ ถานพยาบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ และใหใ้ ช้ความ
ต่อไปนี้แทน
“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการ
ประกอบโรคศลิ ปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวชิ าชีพเวชกรรม การประกอบวชิ าชีพการพยาบาลและการผดุง
ครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทันต
กรรม การประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพกายภาพบำบัด การประกอบวิชาชีพ เทคนิคการแพทย์ตาม
กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชพี การแพทย์แผนไทย หรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอ่ืนตามกฎหมายวา่
ด้วยการน้ัน ท้งั น้ี โดยกระทำเปน็ ปกตธิ ุระไม่วา่ จะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม”่
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำ ว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพ” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.
๒๕๔๑ ซงึ่ แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน
“ผู้ประกอบวิชาชีพ” หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการ
ผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
แพทย์และสาธารณสุขอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และให้หมายความรวมถึงบุคคลตามมาตรา ๓๑ แห่งกฎหมายว่าด้วยการ
ประกอบโรคศิลปะ”
218
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในบทนยิ ามคำว่า “ผู้อนุญาต” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน
“ผอู้ นญุ าต” หมายความว่า อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือผู้ซง่ึ อธบิ ดีกรมสนบั สนนุ บริการสุขภาพมอบหมาย”
มาตรา ๖ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๕ แหง่ พระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่สถานพยาบาลซึ่งดำเนินการโดยกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐ หน่วยงานอื่นของรัฐ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลอื่นซึ่งรัฐมนตรีประกาศ
กำหนด สถานพยาบาลที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ต้องมีลักษณะของสถานพยาบาลและมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงอื่ นไขที่รฐั มนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ เวน้ แต่สถานพยาบาลท่ีผา่ นการรบั รองคณุ ภาพจากหนว่ ยงานซ่ึง
ผู้อนุญาตกำหนดเพื่อประโยชน์แห่งการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการแจ้ง
ให้สถานพยาบาลตามวรรคหนึ่งซึ่งไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามวรรคสอง ดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขภายใน
ระยะเวลาท่ีกำหนด”
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ความ
ตอ่ ไปนแี้ ทน
“มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสถานพยาบาล” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เป็นประธานกรรมการ อธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรมทุกกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บริโภค และผู้แทนสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง กับกรรมการ
ผ้ทู รงคณุ วุฒิซง่ึ รัฐมนตรแี ตง่ ตั้งจากบุคคล ดังต่อไปน้ี
(๑) ผปู้ ระกอบโรคศลิ ปะโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะจำนวนสองคนและผู้ประกอบวิชาชีพโดย
คำแนะนำของสภาวิชาชีพ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพนั้น จำนวนหกคน ได้แก่ ผู้แทนแพทยสภา
ผู้แทนสภาการพยาบาล ผู้แทนสภาเภสชั กรรม ผู้แทนทันตแพทยสภา สภาวิชาชีพละหนึ่งคน และผู้แทนสภาวิชาชีพอื่นเลอื กกันเอง
จำนวนสองคน ทง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขทีร่ ฐั มนตรปี ระกาศกำหนด
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจำนวนห้าคนซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งต้ังจากผู้ดำเนินการสองคน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ใน
สถาบันอุดมศึกษาหนึ่งคน ผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชนหนึ่งคน และผู้แทนองค์กรเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านคุ้มครอง
ผู้บริโภคหนึ่งคน ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้รองอธิบดีซึ่งอธิบดีกรมสนับสนุนบริการ
สุขภาพมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุน
บริการสขุ ภาพเปน็ กรรมการ และผชู้ ว่ ยเลขานุการ
มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๗ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตาม
วาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตาม
วาระ แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการ
ผทู้ รงคุณวุฒิใหม่”
มาตรา ๘ ใหย้ กเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๙ แหง่ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้
แทน “ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน และให้กรรมการซ่ึง
ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระทีเ่ หลืออยู่ของกรรมการซึง่ ตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลือไม่ถึง
เก้าสิบวันจะไม่แตง่ ตง้ั ก็ได้ ในการน้ใี หค้ ณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการเท่าทเี่ หลอื อยู”่
มาตรา ๙ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบญั ญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน
“มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมีหน้าทใี่ หค้ ำปรกึ ษา ให้ความเห็น และใหค้ ำแนะนำแกร่ ัฐมนตรี หรอื ผ้อู นุญาตในเรอื่ งดงั ต่อไปนี้
(๑) การออกกฎกระทรวงหรือประกาศเพ่ือปฏบิ ัติการตามพระราชบัญญัตินี้
219
(๒) การอนุญาตให้ประกอบกจิ การสถานพยาบาล การดำเนนิ การสถานพยาบาล การปิดสถานพยาบาล หรือการเพิกถอน
ใบอนญุ าต
(๓) การสง่ เสริมการพัฒนาคุณภาพการบริการของสถานพยาบาล
(๔) การควบคุมหรอื การพิจารณาเรอ่ื งรอ้ งเรยี นเก่ียวกบั การดำเนนิ การสถานพยาบาล
(๕) การกำหนดลักษณะและมาตรฐาน หรือการรับรองคณุ ภาพสถานพยาบาลที่ได้รบั ยกเวน้
ตามมาตรา ๕ วรรคหนึง่ และการแจ้งใหด้ ำเนินการปรบั ปรุงหรือแก้ไขสถานพยาบาลดังกล่าว
(๖) การกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน โรคติดต่ออันตรายโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังหรือโรค
ระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้ป่วย
จำเป็นตอ้ งได้รับการรกั ษาพยาบาลโดยฉกุ เฉินจากสถานพยาบาล และการกำหนดหลกั เกณฑ์การดำเนินการในกรณีเชน่ ว่าน้นั
(๗) เรอ่ื งอนื่ ๆ ตามทรี่ ฐั มนตรีหรอื ผอู้ นญุ าตมอบหมาย”
มาตรา ๑๐ ใหเ้ พ่ิมความตอ่ ไปน้เี ป็นมาตรา ๑๔/๑ แหง่ พระราชบญั ญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
“มาตรา ๑๔/๑ สถานพยาบาลอาจจัดให้มีการศึกษา การฝึกอบรม การวิจัยทางการแพทย์ และสาธารณสุข หรือการ
ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรเอกชน ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่เกี่ยวเนื่องกับการ
ประกอบโรคศิลปะหรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข เพ่ือเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของ
สถานพยาบาล ท้ังน้ี ให้เป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการน้ัน และหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่กี ำหนดในกฎกระทรวง”
มาตรา ๑๑ ใหย้ กเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพมิ่ เติมโดย
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ และใหใ้ ชข้ อ้ ความต่อไปนี้แทน
“(๑) เปน็ ผปู้ ระกอบวิชาชีพ แต่บคุ คลเช่นว่านีจ้ ะไดร้ ับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการตามประเภทใด หรือสถานพยาบาลท่ี
ใหบ้ รกิ ารทางการแพทย์ใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบญั ญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซงึ่ แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน
“มาตรา ๓๒ ผู้รับอนญุ าตต้องแสดงรายละเอยี ดดังต่อไปนี้ ณ สถานพยาบาลนนั้
(๑) ชอ่ื สถานพยาบาล
(๒) รายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
(๓) อัตราคา่ รักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบรกิ ารอ่ืน
และสิทธิของผู้ป่วยที่สถานพยาบาลต้องแสดงตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง การแสดงรายละเอียดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง”
มาตรา ๑๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนี้แทน
“มาตรา ๓๓ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดชนิด หรือประเภทของการรักษาพยาบาล ยา
และเวชภัณฑ์ การบริการทางการแพทย์ หรือการบริการอื่นของสถานพยาบาล และสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งผู้รับอนุญาตจะต้องแสดง
ตามมาตรา ๓๒ (๓) ผู้รับอนุญาตจะเรียกเก็บหรือยินยอมให้มีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการทาง
การแพทย์ หรอื คา่ บรกิ ารอื่นเกินอตั ราที่ได้แสดงไวม้ ไิ ด้ และต้องให้บริการแก่ผู้ปว่ ยตามสทิ ธิทีไ่ ด้แสดงไว้”
มาตรา ๑๔ ใหเ้ พ่มิ ความตอ่ ไปนีเ้ ป็นมาตรา ๓๓/๑ แหง่ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
“มาตรา ๓๓/๑ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการมีอำนาจ
ประกาศกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน โรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาด
ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดตอ่ หรือสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับ
การรักษาพยาบาลโดยฉกุ เฉนิ จากสถานพยาบาลตามมาตรา ๓๖”
220
มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปน้แี ทน
“มาตรา ๓๔ ใหผ้ ูด้ ำเนินการมหี น้าทแี่ ละความรับผดิ ชอบ ดงั ต่อไปนี้
(๑) ควบคมุ และดูแลมใิ หผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพในสถานพยาบาลประกอบวิชาชพี ผดิ ไปจากสาขาชน้ั หรือแผน ที่ผ้รู บั อนุญาตได้แจง้
ไวใ้ นการขอรับใบอนญุ าต หรอื มิให้บุคคลอื่นซง่ึ มใิ ช่เป็นผูป้ ระกอบวิชาชพี ทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
(๒) ควบคมุ และดแู ลใหผ้ ู้ประกอบวิชาชพี ในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเก่ียวกบั การประกอบวิชาชพี ของตน
(๓) ควบคมุ และดูแลมใิ หม้ ีการรับผู้ปว่ ยไวค้ า้ งคนื เกนิ จำนวนเตยี งตามท่กี ำหนดไว้ในใบอนญุ าตเวน้ แตก่ รณีฉุกเฉินซง่ึ หากไมร่ บั ไว้
อาจเกดิ อันตรายแกผ่ ปู้ ่วย
(๔) ควบคมุ และดูแลสถานพยาบาลใหส้ ะอาด เรยี บร้อย ปลอดภัย และมลี ักษณะอันเหมาะสมแก่การใชเ้ ปน็ สถานพยาบาล”
มาตรา ๑๖ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน
“มาตรา ๓๖ ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยตาม
มาตรา ๓๓/๑ ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐาน
วิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานพยาบาลมี
หน้าที่ระดมทรัพยากร และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาหรือดำเนินการตามความเหมาะสมและความจำเป็น การดำเนินการ
ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการ เมอื่ ให้การชว่ ยเหลือเยยี วยาแก่ผู้ป่วยตามวรรคหนงึ่ แลว้ ถา้ มคี วามจำเป็นตอ้ งส่งต่อหรือผู้ปว่ ย มีความประสงค์จะไป
รับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่น ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการต้องจัดการให้มีการจัดส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่นตาม
ความเหมาะสม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ค่าใช้จ่ายใน
การดำเนินการตามวรรคหน่งึ วรรคสอง และวรรคสี่ ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”
มาตรา ๑๗ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญตั สิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“มาตรา ๓๘ ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆ เก่ียวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล นอกจาก
ชื่อและที่ตั้งของสถานพยาบาลตามที่ปรากฏในใบอนุญาต ต้องได้รับอนุมัติ ข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาหรือ
ประกาศจากผู้อนุญาต ท้ังนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร เง่ือนไข และคา่ ใชจ้ ่ายท่ีผ้อู นญุ าตประกาศกำหนด การโฆษณาหรือ
ประกาศด้วยประการใด ๆ ซึ่งช่ือ ท่ีตั้ง หรือกิจการของสถานพยาบาล หรือคุณวุฒิ หรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพใน
สถานพยาบาล เพ่ือชกั ชวนให้มผี มู้ าขอรบั บรกิ ารจากสถานพยาบาล โดยใชข้ ้อความ เสียง หรือภาพอันเปน็ เท็จหรือโออ้ วดเกนิ ความ
จรงิ หรือนา่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผิดในสาระสำคญั เกย่ี วกับการประกอบกจิ การของสถานพยาบาล จะกระทำมไิ ด้ คา่ ใชจ้ ่ายทไี่ ดร้ บั
ตามวรรคหนึ่งให้นำสง่ คลงั เปน็ รายได้แผน่ ดนิ ”
มาตรา ๑๘ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๕๗ แหง่ พระราชบญั ญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน
“มาตรา ๕๗ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๑๖ วรรคหนง่ึ หรอื มาตรา ๒๔ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรอื ปรับไม่เกนิ
หนงึ่ แสนบาท หรอื ทงั้ จำทง้ั ปรบั และศาลจะส่ังริบบรรดาส่ิงของทใ่ี ช้ในการประกอบกจิ การสถานพยาบาลด้วยก็ได้”
มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบญั ญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“มาตรา ๖๒ ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๓ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทัง้ จำทงั้ ปรับ”
มาตรา ๒๐ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๖๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินสองหม่ืนบาท
และให้ปรับอกี วนั ละไม่เกินหนึง่ หมน่ื บาทนับแตว่ นั ทฝ่ี า่ ฝนื คำส่ังที่ให้ระงบั การโฆษณาหรือประกาศ ทง้ั นี้ จนกว่าจะระงบั การโฆษณา
หรือประกาศดังกลา่ ว
ผ้ใู ดฝ่าฝืนมาตรา ๓๘ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหน่ึงปี หรอื ปรับไมเ่ กินสองหม่นื บาท
221
หรือทั้งจำทัง้ ปรับ และใหป้ รบั อกี วนั ละไม่เกินหนึ่งหมืน่ บาทนับแตว่ ันท่ฝี ่าฝืนคำส่งั ท่ใี ห้ระงับการโฆษณา หรอื ประกาศ ท้ังนี้ จนกว่า
จะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกลา่ ว”
มาตรา ๒๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัตสิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน
“มาตรา ๗๔ ในกรณีท่ีผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการ
กระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมี
หนา้ ทตี่ อ้ งส่งั การหรือกระทำการและละเว้นไม่ส่ังการ หรอื ไมก่ ระทำการจนเป็นเหตใุ ห้นติ ิบุคคลนั้นกระทำความผดิ ผู้นนั้ ต้องรบั โทษ
ตามท่ีบัญญัติไวส้ ำหรบั ความผดิ นน้ั ๆ ดว้ ย”
มาตรา ๒๒ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ความ
ต่อไปน้แี ทน
“มาตรา ๗๕ ให้มีคณะกรรมการเปรยี บเทียบคดี
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนัก
สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ และให้
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแต่งตั้งข้าราชการของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพคนหนึ่ง เป็นเลขานุการ และอีกไม่เกินสองคน
เป็นผ้ชู ่วยเลขานุการ
(๒) ในเขตจงั หวัดอนื่ ประกอบด้วย ผู้วา่ ราชการจงั หวดั เป็นประธานกรรมการ อัยการจงั หวัด
และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานสาธารณสุข
จังหวดั คนหน่ึง เป็นเลขานุการ และอีกไมเ่ กินสองคน เปน็ ผู้ชว่ ยเลขานุการ”
มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการสถานพยาบาลซ่งึ ดำรงตำแหนง่ อยู่ในวนั กอ่ นวันที่พระราชบัญญัตนิ ้ี
ใช้บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.
๒๕๔๑ ซงึ่ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ท้ังน้ี ต้องไม่เกินหนง่ึ รอ้ ยยสี่ ิบวนั นับแตว่ ันที่พระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คับ
มาตรา ๒๔ ให้ผรู้ ับอนญุ าตหรอื ผูด้ ำเนินการซึ่งโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใด ๆ เกยี่ วกบั
สถานพยาบาลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องขออนุมัติการโฆษณาหรือการประกาศต่อผู้อนุญาตภายในเก้าสิบ
วันนับแต่วันท่ีประกาศที่ออกตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัตนิ ใ้ี ช้บังคบั และเมื่อไดย้ ่ืนคำขออนุมัตแิ ล้ว ใหด้ ำเนนิ การตอ่ ไปได้จนกวา่ จะได้รับแจง้ จากผู้อนุญาต
มาตรา ๒๕ บรรดากฎกระทรวงหรอื ประกาศท่ีออกตามพระราชบัญญตั ิสถานพยาบาล
พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออก
ตามพระราชบญั ญตั สิ ถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ซง่ึ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัตินีใ้ ชบ้ ังคบั
การดำเนนิ การออกกฎกระทรวงหรอื ประกาศตามวรรคหน่ึง ใหด้ ำเนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จภายในหนง่ึ ปี นับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตนิ ี้
ใชบ้ งั คบั หากไมส่ ามารถดำเนนิ การได้ ใหร้ ัฐมนตรีรายงานเหตุผลท่ีไม่อาจดำเนนิ การได้ต่อคณะรฐั มนตรีเพื่อทราบ
มาตรา ๒๖ ให้รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุขรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตินี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สถานพยาบาลที่ให้บริการแก่ประชาชน มีทั้ง
สถานพยาบาลซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลที่ดำเนินการโดยภาคเอกชน แต่กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลไม่ใช้
บังคับกับสถานพยาบาลซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐ จึงควรแก้ไขให้สถานพยาบาลซึ่งดำเนินการ โดยภาครัฐต้องมีลักษณะและ
มาตรฐานตามที่กำหนด หรือผ่านการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่กำหนด แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการสถานพยาบาล
ให้เหมาะสมยิง่ ข้ึน แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดที่ผู้รบั อนุญาต ต้องแสดงในสถานพยาบาล และแก้ไขเพิ่มเตมิ หลักเกณฑ์การดำเนินการ
ของสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณา
222
สถานพยาบาล บทกำหนดโทษและองค์ประกอบของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา
พระราชบัญญตั ินี้
คำถามประเมินความรู้
1. กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลจำกัดเสรีภาพในการประกอบกิจการสถานพยาบาลในดา้ น
ก. การประกอบกจิ การสถานพยาบาล ข. คุม้ ครองผู้ใช้บรกิ าร ค. แขง่ ขันอย่างเสรีภาพโดยเป็นธรรม
ง. จำกดั จำนวนสถานพยาบาลในทอ้ งถิ่น จ. ถกู ทุกข้อ
ตอบ ค. แขง่ ขนั อยา่ งเสรีภาพโดยเป็นธรรม
2. ข้อใด ไมใ่ ช่ สถานพยาบาลตามพระราชบญั ญัตสิ ถานพยาบาล
ก. ร้านขายยา ข. คลินกิ เวชกรรม ค. คลนิ ิกทนั ตกรรม ง. คลินิกกายภาพบำบัด จ. ไม่มขี อ้ ถกู
ตอบ จ. ไม่มีขอ้ ถูก
3. พระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล ฉบับที่ 4 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาและมผี ลบงั คบั ใช้เมื่อใด
ก. พ.ศ. 2556 ข. พ.ศ.2557 ค. พ.ศ. 2558 ง. พ.ศ. 2559 จ. พ.ศ. 2560
ตอบ ง. พ.ศ. 2559
4. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิ สถานพยาบาล ฉบบั ที่ 4 คือขอ้ ใด
ก. แกไ้ ขเพิ่มเติมรายละเอยี ดที่ผูร้ ับอนญุ าตตอ้ งแสดงในสถานพยาบาล
ข. แก้ไของคป์ ระกอบของคณะกรรมการสถานพยาบาลให้เหมาะสมยงิ่ ข้นึ
ค. แก้ไขเพมิ่ เติมหลักเกณฑ์สำหรบั ผปู้ ่วยทต่ี ้องไดร้ ับการรกั ษาพยาบาลโดยฉกุ เฉนิ
ง. กฏหมายว่าด้วยสถานพยาบาลฉบบั เดมิ ไม่ใชบ้ งั คบั สถานพยาบาลซงึ่ ดำเนินการโดยภาครฐั
จ. ถกู ตอ้ งทกุ ขอ้
ตอบ จ. ถูกตอ้ งทกุ ข้อ
5. ข้อใดคอื คำจำกัดความของ “สถานพยาบาล”
ก. สถานท่ซี ่ึงจัดไว้สำหรบั เพ่อื การประกอบโรคศิลปะ
ข. สถานทปี่ ระกอบโรคศิลปะโดยไม่รวมถงึ รา้ นขายยา
ค. สถานท่รี วมตลอดถึงยานพาหนะซึง่ จัดไวเ้ พอื่ การประกอบโรคศลิ ปะ
ง. สถานทใี่ นการประกอบโรคศิลปะโดยต้องรับประโยชน์ตอบแทนเท่านน้ั
จ. สถานทปี่ ระกอบวชิ าชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวชิ าชพี เวชกรรมเทา่ นน้ั
ตอบ ค. สถานที่รวมตลอดถงึ ยานพาหนะซึง่ จัดไว้เพื่อการประกอบโรคศิลปะ
6. ใครคือผอู้ นุญาตตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล ฉบบั ปจั จุบนั
ก. ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ข. นายกแพทยสภา ค. อธิบดีกรมสนับสนนุ บริการสุขภาพ
ง. รบั มนตรีกระทรวงสาธารณสขุ จ. ผู้ว่าราชการจงั หวัดที่สถานพยาบาลขอเปิด
ตอบ ค. อธิบดีกรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพ
7. คณะกรรมการสถานพยาบาลที่เป็นคณะกรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิมวี าระการดำรงตำแหนง่ กี่ปี
ก. 1 ปี ข. 2 ปี ค. 3 ปี ง. 4 ปี จ. 5 ปี
ตอบ ค. 3 ปี
8. ผู้จัดหาผ้ปู ระกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆในสถานประกอบการพยาบาลคือใคร
ก. ผรู้ บั อนุญาต ข. ผู้ดำเนินการและผ้รู ับอนุญาต ค. ผ้ดู ำเนินการ
ง. ผู้อำนวยการสถานพยาบาล จ. ถกู ตอ้ งทกุ ข้อ
223
ตอบ ข. ผ้ดู ำเนินการและผรู้ ับอนญุ าต
9. คณะกรรมการสถานพยาบาลมหี นา้ ทใี่ ดต่อไปนี้
ก. กำหนดผปู้ ่วยฉุกเฉินตามกฏหมายว่าด้วยการแพทย์ฉกุ เฉิน
ข. ควบคุมหรือการพิจารณาเรอื่ งร้องเรยี นเก่ียวกบั การดำเนนิ การสถานพยาบาล
ค. ออกกฏกระทรวงหรือประกาศเพ่ือปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญัติสถานพยาบาล
ง. อนญุ าตใหป้ ระกอบกิจการสถานพยาบาล การปิดสถานพยาบาล หรือการเพกิ ถอนใบอนุญาต
จ. ถูกตอ้ งทุกข้อ
ตอบ จ. ถูกตอ้ งทุกข้อ
10. ผ้รู ับอนุญาตต้องแสดงรายละเอยี ดใด ณ สถานพยาบาล
ก. ช่ือสถานพยาบาล ข. ผู้ประกอบวิชาชพี ในสถานพยาบาล ค. อตั ราคา่ รกั ษาพยาบาล
ง. ประกาศสทิ ธขิ องผู้ป่วย จ. ถกู ตอ้ งทกุ ข้อ
ตอบ จ.ถกู ต้องทกุ ข้อ
11. ข้อใด ไมใ่ ช่ หนา้ ที่ความรบั ผดิ ชอบของผูด้ ำเนนิ การสถานพยาบาล
ก. ควบคุมและดแู ลสถานพยาบาลใหส้ ะอาด เรยี บร้อย ปลอดภยั
ข. ควบคุมและดแู ลมใิ ห้มกี ารรบั ผู้ปว่ ยไวค้ า้ งคืนเกินจำนวนเตียงตามที่กำหนด
ค. ควบคมุ หรือพิจารณาเร่อื งร้องเรยี นเก่ยี วกับการดำเนินการสถานพยาบาล
ง. ควบคุมและดแู ลมใิ หผ้ ้ปู ระกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขา
จ. ควบคมุ และดูแลให้ผู้ประกอบวชิ าชพี ในสถานพยาบาลปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ตี ามกฏหมายเกยี่ วกับการประกอบวิชาชีพของตนเอง
ตอบ ค. ควบคุมหรือพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกบั การดำเนนิ การสถานพยาบาล
12. หากเปดิ สถานพยาบาลเทคนิคการแพทย์ รว่ มกบั สหวชิ าชีพ
ก. ผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทยเ์ ปน็ ผดู้ ำเนินการสถานพยาบาล
ข. ผปู้ ระกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทย์เป็นผู้ดำเนนิ การวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และมผี ู้ประกอบวชิ าชพี เฉพาะสาขาสหวชิ าชพี
ค. มผี ู้ประกอบวิชาชพี เวชกรรม 1 คน
ง. มผี ู้ประกอบวชิ าชีพเฉพาะสาขาสหวชิ าชีพ
จ. ถูกทั้ง ก และ ง
ตอบ ข. ผู้ประกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์เปน็ ผู้ดำเนินการวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และมผี ูป้ ระกอบวิชาชีพเฉพาะสาขาสห
วชิ าชพี
13. ข้อใดไม่ใช่คณุ สมบตั ขิ องผู้ที่จะประกอบกิจการสถานพยาบาล
ก. มอี ายุ 60 ปี ข. อาศยั อยปู่ ระเทศมาเลเซยี ค. ไม่มีใบประกอบวชิ าชีพ
ง. ไมเ่ ป็นผ้ตู ้องโทษ จ. ไมเ่ ป็นผูว้ กิ ลจรติ
ตอบ ข. อาศยั อย่ปู ระเทศมาเลเซยี
14. นายเออายุ30ปี เปน็ คนต่างด้าว พำนกั ในประเทศไทย ต้องการขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล นายเอสามารถขอ้ ไดห้ รอื ไม่
ก. ขอได้ ถา้ ไดร้ ับอนญุ าตจากรัฐมนตรกี ระทรวงสาธารณสุข ข. ขอไมไ่ ด้ เพราะเปน็ ตา่ งด้าว
ค. ขอได้ หากไม่มขี อ้ ขดั แย้งรา้ ยแรงใดๆ ง. ขอไม่ได้ เพราะไมไ่ ดเ้ ปน็ ผู้ประอบวชิ าชีพ
จ. ขอไม่ได้ เพราะอายยุ งั ไม่ถึงเกณฑ์
ตอบ ข. ขอไมไ่ ด้ เพราะเปน็ ต่างด้าว
224
15. ข้อใดเป็น มาตรฐานในการแกป้ ญั หาเก่ียวกับอัตราคา่ รกั ษาพยาบาล
ก. แสดงอตั ราคา่ บริการ ข. ควบคุมอัตราคา่ บรกิ าร ค. กำหนดบทลงโทษ
จ. มรี าคากลาง
ง. แสดงราคาส่วนลดโดยไมร่ ะบุเวลาและวนั ท่ี
ตอบ ก. แสดงอตั ราค่าบริการ
16. ถ้าถูกเพกิ ถอนใบอนญุ าตดำเนนิ การสถานพยาบาลจะขอใหม่ได้อีกหลังจากกี่ปี
ก. ไมไ่ ด้กำหนด ข. 5 ปี ค. 4 ปี ง. 3 ปี จ. 2 ปี
ตอบ จ. 2 ปี
17. ขอ้ ใด ผิด
ก. พนักงานเจา้ หนา้ ทเ่ี ขา้ ไปตรวจสอบยานพาหนะของผู้ประกอบการในเวลากลางวนั
ข. พนักงานเจา้ หน้าทเี่ ขา้ ตรวจสถานประกอบการในเวลาทำการ
ค. พนักงานเจา้ หน้าทีไ่ ปตรวจสอบสถานประกอบการ แต่ไม่แสดงบัตรประจำตวั
ง. พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีตรวจสอบสถานประกอบการแล้วคน้ เอกสาร ขณะทผี่ ู้ประกอบการกำลงั ทำการ
จ. พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ไมเ่ ข้าตรวจสอบสถานประกอบการนอกเวลาราชการ
ตอบ ค. พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ไปตรวจสอบสถานประกอบการ แต่ไม่แสดงบัตรประจำตวั
18. จัดทำหรือยนิ ยอมให้ผอู้ ่ืนทำหลกั ฐานค่าพยาบาลเทจ็ ใครจะเป็นผถู้ กู ดำเนนิ คดตี ามกฎหมาย
ก. ผู้ดำเนนิ การ ข. ผู้รบั ใบอนุญาต ค. ผู้ประกอบวชิ าชพี ในสถานพยาบาล
ง. ผทู้ ี่อยใู่ นสถานพยาบาล จ. ผ้ทู ี่เกยี่ วขอ้ งในสถานพยาบาล
ตอบ จ. ผู้ท่ีเกยี่ วขอ้ งในสถานพยาบาล
(พรบ สถานพยาบาล 2541) มาตรา ๗๓ ผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล หรือ
เจา้ หน้าที่ของสถานพยาบาลผใู้ ด จัดทำหรือยินยอมให้ผู้อ่ืนจดั ทำหลักฐานเกีย่ วกบั ค่ารกั ษาพยาบาลและคา่ บริการเอกสารแสดงการ
ตรวจโรค เอกสารแสดงผลการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล หรือเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ
ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรบั ไม่เกินสห่ี มน่ื บาท หรือท้ังจำทง้ั ปรบั
19. การจัดทำใบรายงานผลตรวจอนั เป็นเทจ็ มโี ทษตามกฎหมาย คือขอ้ ใด
ก. จำคุกไมเ่ กิน 2 ปี
ข. ปรบั ไม่เกนิ 40,000 บาท
ค. จำคุกไมเ่ กนิ 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ
ง. จำคุกไมเ่ กนิ 1 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ 20,000 บาท หรือท้ังจำทงั้ ปรับ
จ. จำคกุ ไมเ่ กนิ 3 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ 60,000 บาท หรอื ท้งั จำท้ังปรบั
ตอบ ค. จำคกุ ไมเ่ กนิ 2 ปี หรือปรบั ไม่เกิน 40,000 บาท หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ
20. หากนกั เทคนคิ แพทยแ์ พทยจ์ ัดทำเอกสารหรือหลักฐานเก่ยี วกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเทจ็ ต้องระวางโทษอย่างไร
ก. จำคุกไมเ่ กนิ หนง่ึ สามารถเปรียบเทียบคดีได้ ข. จำคุกไม่เกนิ หน่ึงปีปรับสองหม่นื บาทหรอื ทัง้ จำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกินสองปีปรบั ไมเ่ กินสีห่ มื่นบาทหรอื ท้งั จำท้งั ปรบั ง. จำคุกไม่เกินสามปปี รับไม่เกินสห่ี มืน่ บาทหรอื ทง้ั จำทงั้ ปรับ
จ. จำคุกไม่เกินสามปีปรับไมเ่ กนิ สหี่ ม่ืนบาทหรอื ทัง้ จำทัง้ ปรบั
ตอบ ค. จำคกุ ไม่เกนิ สองปปี รบั ไมเ่ กนิ สี่หม่นื บาทหรือท้ังจำทงั้ ปรับ
225
21. คณะกรรมการเปรยี บเทียบมีอำนาจหน้าทดี่ ังนี้ ยกเวน้
ก. มอบหมายให้พนกั งานเจา้ หน้าทที่ ำการเปรยี บเทยี บแทนสำหรบั ความผดิ ทม่ี ีโทษปรับสถานเดียว
ข. เหน็ วา่ ผตู้ ้องหาไมค่ วรถูกฟ้องร้องคณะกรรมการสามารถทำหนงั สือเรียกผตู้ อ้ งหามาทำการเปรียบเทยี บได้
ค. เห็นว่าผ้ตู อ้ งหาไมค่ วรไดร้ บั โทษถงึ จำคกุ สามารถทำหนงั สือเรยี กผตู้ อ้ งหามาทำการเปรียบเทียบปรับได้
ง. เลื่อนการเสยี คา่ ปรบั ไปไดไ้ มเ่ กนิ 90 วัน
จ. ทำการเปรียบเทยี บปรบั ตามหนกั เบาแหง่ ข้อหาและพฤติกรรมแห่งการกระทำความผดิ ได้
ตอบ ง. เลื่อนการเสยี ค่าปรบั ไปได้ไมเ่ กิน 90 วนั
(พรบ 2541) มาตรา ๗๕ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีในเขตกรุงเทพมหานครและในส่วน
ภูมิภาคได้ตามความเหมาะสม โดยให้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคนในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้าน
กฎหมายอย่างนอ้ ยหน่ึงคน
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีที่มีโทษปรับสถานเดียวหรอื ที่มีโทษจำคกุ ไม่เกินหนึ่งปี ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี
มีอำนาจเปรยี บเทียบปรับได้ ถา้ เหน็ วา่ ผ้ตู ้องหาไม่ควรถูกฟ้องร้องหรอื ไดร้ บั โทษถึงจำคกุ ในการนี้คณะกรรมการเปรยี บเทียบคดีอาจ
มอบหมายให้พนกั งานเจา้ หนา้ ทีเ่ ปน็ ผู้ทำการเปรียบเทียบปรบั แทนสำหรบั คดีทม่ี โี ทษปรับสถานเดยี วตามท่ีเหน็ สมควรกไ็ ด้
เมื่อผู้ต้องหาได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบปรับ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตาม
ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ใดกระทำความผิดที่มีอัตราโทษตามวรรคสอง และผู้น้ันยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ ให้
พนักงานสอบสวนสง่ เร่ืองใหค้ ณะกรรมการเปรยี บเทียบคดีภายในเจด็ วนั นับแต่วันทผ่ี นู้ นั้ แสดงความยนิ ยอมให้เปรยี บเทียบปรบั
22. การโฆษณาตาม พรบ. สถานพยาบาล (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2559 ขอ้ ใด ไม่ถกู ตอ้ ง
ก. ห้ามโฆษณาเก่ยี วกับผปู้ ระกอบวิชาชีพเกิดความจริง ข. หา้ มโฆษณาเชญิ ชวนใหม้ าใช้บริการของตนเอง
ค. ห้ามการโฆษณาท่สี ่งผลใหเ้ ขา้ ใจผดิ เกย่ี วกับวชิ าชีพ ง. หา้ มการโฆษณาชือ่ ที่อยูโ่ ดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต
จ. หา้ มโฆษณาช้อมูลสถานพยาบาลท่เี ปน็ เทจ็
ตอบ ข. หา้ มโฆษณาเชิญชวนให้มาใชบ้ ริการของตนเอง
“มาตรา ๓๘ ผใู้ ดประสงค์จะโฆษณาหรือประกาศดว้ ยประการใดๆ เกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล นอกจาก
ช่ือและท่ตี งั้ ของสถานพยาบาลตามทป่ี รากฏในใบอนญุ าต ต้องได้รับอนมุ ตั ิข้อความ เสียง หรือภาพท่ีใชใ้ นการโฆษณาหรือประกาศ
จากผู้อนุญาต ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และค่าใช้จ่ายที่ผู้อนุญาตประกาศกําหนดการโฆษณาหรือประกาศ
ด้วยประการใดๆ ซึ่งชื่อ ที่ต้ัง หรือกิจการของสถานพยาบาล หรือคุณวุฒิหรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
เพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจากสถานพยาบาลโดยใช้ข้อความ เสียง หรือภาพอันเป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะ
กอ่ ให้เกดิ ความเขา้ ใจผดิ ในสาระสาํ คญั เกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล จะกระทาํ มไิ ด
23. การโฆษณาเกีย่ วกับความรูค้ วามชำนาญทางวชิ าชีพเทคนิคการแพทยส์ ามารถกระทำได้ยกเว้น
ก. การแสดงผลงานในวารสารทางวชิ าการ
ข. การแสดงผลงานของตนเองให้ผู้ฟงั เข้ามารบั บริการสถานพยาบาลที่ตนปฏิบตั ิงานอยู่
ค. การแสดงผลงานทก่ี ระทำเพอื่ สาธารณประโยชน์
ง. การแสดงผลงานความกา้ วหน้าทางวิชาการแก่สอ่ื มวลชนเพอ่ื ประโยชน์แกส่ าธารณชน
จ. การรบั รองคุณวฒุ ปิ ระกาศเกยี รตคิ ุณโดยสถาบันทางวิชาการ
ตอบ ข. การแสดงผลงานของตนเองใหผ้ ู้ฟังเข้ามารับบรกิ ารสถานพยาบาลท่ตี นปฏิบตั งิ านอยู่
226
24. ข้อใด ผิด เกยี่ วกบั การโฆษณาสถานพยาบาล
ก. หา้ มโฆษณาเสียดสีวิชาชพี อื่น ข. หา้ มโฆษณารบกวรน กอ่ ความรำคาญ
ค. ห้ามโฆษณาสถานพยาบาลโดยความเทจ็ ง. ห้ามโฆษณาลดบรกิ ารโดยกำหนดระยะเวลาชดั เจน
จ. หา้ มกลา่ วโอ้อวดเพ่ือชักนำให้มาสถานพยาบาลของตน
ตอบ ข. ห้ามโฆษณารบกวรน กอ่ ความรำคาญ
25. ข้อใดตอ่ ไปน้ีมีความหมายถูกต้องตามกฎหมาย
ก. การโฆษณาสถานพยาบาลกระทำมไิ ด้
ข. การโฆษณาสถานพยาบาลจะกระทำไดเ้ ม่ือไดร้ บั อนญุ าต
ค. การโฆษณาสภานพยาบาลจะกระทำได้เม่ือไมโ่ อ้อวดเกนิ จรงิ
ง. การโฆษณาสถานพยาบาลจะกระทำไดเ้ ม่ือเป็นประโยชนต์ ่อประชาชน
จ. ผู้ได้รบั อนญุ าตสั่งระงบั การโฆษณาเท็จไมไ่ ดต้ ้องดำเนินคดี
ตอบ ค. การโฆษณาสภานพยาบาลจะกระทำได้เมื่อไมโ่ ออ้ วดเกินจรงิ
25. ข้อใดตอ่ ไปนีถ้ กู ตอ้ งเกย่ี วกบั การโฆษณา
ก. หา้ มไมใ่ ห้มีการโฆษณาสถานพยาบาล ข. โฆษณาไดแ้ ต่ต้องไม่เกนิ ความเป็นจริง
ค. โฆษณาไดแ้ ตต่ ้องเออ้ื ประโยชนใ์ หป้ ระชาชน ง. โฆษณาได้ถา้ เปน็ ความจริงไมโ่ ออ้ วด จ. โฆษณาไดเ้ มอื่ ขออนญุ าติแลว้
ตอบ ง. โฆษณาได้ถ้าเป็นความจริงไมโ่ อ้อวด
26. การระวางโทษแก่สถานพยาบาลท่ีฝา่ ฝนื คำสงั่ ที่ให้ระงบั การโฆษณาหรอื ประกาศคอื ข้อใด
ก. จำคุกไม่เกิน 2 ปี ข. ปรบั 100,000 บาท
ค. จำคกุ ไม่เกนิ 2 ปี ปรับไม่เกนิ 20,000 บาท ง. ปรับวันละไม่เกนิ 20,000 บาทนบั ต้งั แตว่ นั ท่ีฝ่าฝืนคำส่งั
จ. จำคกุ ไม่เกิน 1 ปี หรอื ปรับไมเ่ กิน 20,000 บาทหรอื ทงั้ จำทั้งปรับ
ตอบ จ. จำคกุ ไม่เกิน 1 ปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ 20,000 บาทหรอื ทั้งจำทั้งปรบั
พระราชบญั ญตั วิ ิชาชพี เทคนคิ การแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๗
พระราชบัญญัติ
วิชาชพี เทคนิคการแพทย์
พ.ศ. ๒๕๔๗
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นปที ่ี ๕๙ ในรชั กาลปัจจุบัน
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศวา่
โดยที่เปน็ การสมควรใหม้ กี ฎหมายว่าด้วยวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ
มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำ
ได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยนิ ยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญตั นิ เ้ี รยี กวา่ “พระราชบัญญตั วิ ชิ าชพี เทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๗”
227
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป (๑๓ ต.ค. ๔๗)
มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญัตนิ ี้
“วิชาชีพเทคนิคการแพทย์” หมายความว่า วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เพ่ือให้ได้สิ่งตัวอย่างทางการแพทย์ และการดำเนินการ
โดยวิธีทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการตรวจ ทดสอบ วิเคราะห์ วิจัย และการรายงานผลการตรวจ เพื่อการวินิจฉัย การ
ติดตามการรักษา การพยากรณ์โรค และการป้องกนั โรคหรือเพอื่ การประเมินภาวะสขุ ภาพ
“ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทยจ์ ากสภาเทคนคิ การแพทย์
“ใบอนญุ าต” หมายความวา่ ใบอนุญาตเปน็ ผ้ปู ระกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยข์ องสภาเทคนคิ การแพทย์
“สมาชิก” หมายความวา่ สมาชิกสภาเทคนคิ การแพทย์
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์
“พนกั งานเจ้าหน้าท”ี่ หมายความวา่ ผซู้ ่งึ รัฐมนตรีแต่งตง้ั ใหป้ ฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรผี ู้รกั ษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้
มาตรา ๔ ในกรณีที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงการประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบโรคศิลปะ
สาขาเทคนิคการแพทย์ หรือผู้แทนคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคนิคการแพทย์ให้หมายความถึงการประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ ผ้ปู ระกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์ หรอื ผู้แทนสภาเทคนิคการแพทยต์ ามพระราชบัญญตั ิน้ี
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าท่ี
กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้รวมทั้งออกระเบียบและประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตนิ ้ี
กฎกระทรวง ระเบยี บและประกาศนนั้ เมือ่ ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคับได้
หมวด ๑
สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๖ ให้มสี ภาเทคนคิ การแพทย์เปน็ นติ ิบุคคล ซงึ่ มวี ตั ถปุ ระสงค์และอำนาจหนา้ ทต่ี ามทีบ่ ัญญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ ี้
มาตรา ๗ สภาเทคนิคการแพทยม์ ีวตั ถุประสงค์ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สง่ เสรมิ การศึกษา การวิจยั และการประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
(๒) ควบคุม กำกบั ดแู ล และกำหนดมาตรฐานการให้บริการของผปู้ ระกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์
(๓) ควบคมุ ความประพฤตขิ องผู้ประกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทยใ์ ห้ถูกตอ้ งตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
(๔) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชนและองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับการเทคนิคการแพทย์และการ
สาธารณสุข
(๕) ใหค้ ำปรกึ ษาหรือขอ้ เสนอแนะต่อรฐั บาลเก่ียวกบั การเทคนคิ การแพทย์และการสาธารณสุข
(๖) ส่งเสรมิ ความสามคั คแี ละผดงุ เกียรตขิ องสมาชกิ
(๗) ผดุงไว้ซงึ่ สทิ ธิ ความเปน็ ธรรม และส่งเสรมิ สวสั ดกิ ารให้แก่สมาชิก
(๘) เปน็ ตัวแทนผปู้ ระกอบวิชาชพี เทคนคิ การแพทยข์ องประเทศไทย
มาตรา ๘ สภาเทคนคิ การแพทยม์ อี ำนาจหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) รับขนึ้ ทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
(๒) ออกคำสง่ั ตามมาตรา ๔๒ วรรคสี่
228
(๓) รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของสถาบันต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัคร
เปน็ สมาชกิ
(๔) รับรองหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ ของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของสถาบันที่ทำการ
ฝกึ อบรมดังกลา่ ว
(๕) รบั รองวทิ ยฐานะของสถาบนั ท่ีทำการฝึกอบรมใน (๔)
(๖) ออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขาต่าง ๆ และออก
หนังสอื แสดงวฒุ อิ ่ืนในวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
(๗) จดั ทำแผนดำเนินงานและรายงานผลการดำเนนิ งานเสนอต่อสภานายกพิเศษอย่างน้อยปีละครั้ง
(๘) ดำเนินการให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงคข์ องสภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๙ สภาเทคนิคการแพทยอ์ าจมีรายได้ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เงินอดุ หนนุ จากงบประมาณแผน่ ดนิ
(๒) คา่ ขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรงุ และคา่ ธรรมเนียมต่าง ๆ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๓) ผลประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการจัดการทรัพย์สนิ และกิจกรรมตามวตั ถุประสงค์กำหนดในมาตรา ๗
(๔) เงนิ และทรัพย์สินซ่งึ มีผูใ้ หแ้ ก่สภาเทคนคิ การแพทย์
(๕) ดอกผลของเงนิ และทรพั ย์สนิ ตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาเทคนิคการแพทย์และมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน
พระราชบัญญตั ิน้ี
หมวด ๒
สมาชกิ
มาตรา ๑๑ ผ้สู มคั รเปน็ สมาชิกสภาเทคนคิ การแพทย์ต้องมคี ณุ สมบัติและไม่มลี กั ษณะต้องห้าม ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) มอี ายไุ มต่ ำ่ กวา่ ย่สี ิบปีบรบิ รู ณ์
(๒) มีความรู้ในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตร ในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จาก
สถาบันการศึกษาทสี่ ภาเทคนิคการแพทยร์ ับรอง
(๓) ไม่เปน็ ผู้ประพฤตเิ สยี หายซง่ึ คณะกรรมการเหน็ วา่ จะนำมาซง่ึ ความเสอ่ื มเสยี เกยี รตศิ กั ดแ์ิ ห่งวิชาชพี
(๔) ไมเ่ คยตอ้ งโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถงึ ทสี่ ดุ ในคดที ีค่ ณะกรรมการเห็นวา่ จะนำมาซ่ึงความเส่ือมเสียเกยี รตศิ กั ดแ์ิ ห่งวิชาชีพ
(๕) ไม่เป็นผวู้ ิกลจริต จติ ฟน่ั เฟือนไมส่ มประกอบ หรอื ไม่เป็นโรคท่ีกำหนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๑๒ สิทธแิ ละหนา้ ทีข่ องสมาชกิ มี ดังต่อไปน้ี
(๑) ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ขอหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความ
ชำนาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขาต่าง ๆ หรือขอหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยปฏิบัติตาม
ข้อบังคบั สภาเทคนคิ การแพทย์ว่าด้วยการน้นั
(๒) แสดงความเห็นเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของสภาเทคนิคการแพทย์ส่งไปยังคณะกรรมการเพื่อพิจารณา และในกรณีท่ี
สมาชิกร่วมกันตง้ั แต่หา้ สบิ คนขึ้นไปเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรอ่ื งใดทเ่ี ก่ียวกับกจิ การของสภาเทคนิคการแพทย์ คณะกรรมการ
ต้องพจิ ารณาและแจ้งผลการพจิ ารณาใหผ้ ้เู สนอทราบภายในเก้าสบิ วนั นับแตว่ ันไดร้ ับเร่อื ง
(๓) เลอื ก รับเลือก หรือรบั เลอื กต้ังเป็นกรรมการ
(๔) ผดุงไว้ซ่งึ เกยี รติศกั ดแิ์ ห่งวิชาชีพและปฏิบัตติ นตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
มาตรา ๑๓ สมาชกิ ภาพของสมาชิกส้นิ สดุ ลงเมอ่ื
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
229
(๓) ขาดคุณสมบตั ิหรือมีลักษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๑๑ (๑) (๒) หรอื (๕)
(๔) คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะเห็นว่าเป็นผู้นำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามมาตรา
๑๑ (๓) หรอื (๔)
หมวด ๓
คณะกรรมการ
มาตรา ๑๔ ใหม้ ีคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ ประกอบด้วย
(๑) กรรมการโดยตำแหน่ง ไดแ้ ก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนายกสมาคมเทคนคิ การแพทย์แหง่ ประเทศไทย
(๒) กรรมการซึ่งเป็นคณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ หรือคณบดีคณะที่เรียกชื่ออย่างอื่นหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่าง
อ่ืนที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบหรือ
ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดตั้งขึ้นแห่งละหนึ่งคน เลือกกันเองให้เหลือห้า
คน
(๓) กรรมการซง่ึ เป็นผ้แู ทนกระทรวงสาธารณสุขสามคน กระทรวงกลาโหมหนง่ึ คน และกรุงเทพมหานครหนงึ่ คน
(๔) กรรมการซึ่งได้รับเลือกต้ังโดยสมาชิกมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่
ละคราว
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการอาจแต่งต้ังผู้ทรงคณุ วุฒิเปน็ ทป่ี รึกษาได้ และให้มีอำนาจถอดถอนทป่ี รึกษาด้วย
ให้ท่ีปรึกษาดำรงตำแหนง่ ตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔)
มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) เพื่อดำรง
ตำแหน่งนายกสภาเทคนิคการแพทย์ อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่หนึ่งและอุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่สอง
ตำแหน่งละหน่งึ คน
ให้นายกสภาเทคนิคการแพทย์เลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก
ตำแหน่งละหนึ่งคน และอาจเลือกกรรมการเพอ่ื ดำรงตำแหนง่ อื่นไดต้ ามความจำเปน็ ท้งั น้ี โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
ให้นายกสภาเทคนิคการแพทย์มีอำนาจถอดถอนเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่น
ตามวรรคสองออกจากตำแหน่งได้ ท้ังนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ให้นายกสภาเทคนิคการแพทย์ อุปนายกสภา
เทคนิคการแพทย์คนที่หน่ึง และอุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่สอง ดำรงตำแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๑๔
(๔)
เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาเทคนิคการแพทย์พ้นจากหน้าท่ี ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้
ดำรงตำแหนง่ อนื่ ตามวรรคสองพน้ จากตำแหนง่ ด้วย
มาตรา ๑๗ การเลือกต้ังกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) การแต่งตั้งที่ปรึกษาตามมาตรา ๑๕ การเลือกกรรมการเพ่ือ
ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๖ และการเลื่อนหรือการเลือกตัง้ กรรมการตามมาตรา ๒๒ ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาเทคนิค
การแพทย์
มาตรา ๑๘ กรรมการตามมาตรา ๑๔ นอกจากปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ตอ้ งมีคณุ สมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เปน็ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
(๒) เปน็ ผูไ้ มเ่ คยสงั่ พักใช้ใบอนญุ าตหรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าต
(๓) เปน็ ผู้ไม่เคยถกู ศาลสัง่ ให้เป็นบุคคลลม้ ละลาย
มาตรา ๑๙ กรรมการตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับเลือกหรือ
ได้รบั เลือกตั้งใหม่ได้ แล้วแต่กรณี แตก่ รรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) จะดำรงตำแหน่งเกนิ สองวาระตดิ ต่อกนั ไม่ได้
ใหก้ รรมการที่พน้ จากตำแหน่งตามวาระปฏบิ ตั ิหน้าทีไ่ ปพลางก่อนจนกวา่ จะมกี ารเลือกตั้งกรรมการขนึ้ ใหม่
มาตรา ๒๐ นอกจากพน้ จากตำแหนง่ ตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเม่อื
230
(๑) สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓
(๒) ขาดคณุ สมบัตติ ามมาตรา ๑๘
(๓) ลาออก
(๔) พ้นจากตำแหนง่ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ หรือคณบดคี ณะที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือหวั หน้าหน่วยงานท่เี รียกช่ืออย่าง
อื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ในสถาบันอุดมศึกษา ในกรณีเป็นกรรมการตาม
มาตรา ๑๔ (๒)
มาตรา ๒๑ เมือ่ ตำแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๒) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ผู้มคี ณุ สมบัติท่ี
จะเปน็ กรรมการตามมาตรา ๑๔ (๒) เลือกกนั เองเป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวันนบั แต่วันทีต่ ำแหน่งกรรมการน้นั วา่ งลง
ถ้าวาระของกรรมการตามวรรคหนง่ึ เหลอื อยไู่ มถ่ ึงเกา้ สบิ วนั คณะกรรมการจะใหม้ กี ารเลอื กกรรมการแทนหรือไมก่ ไ็ ด้
ใหผ้ ซู้ ึ่งเปน็ กรรมการแทนนนั้ อยใู่ นตำแหนง่ ไดเ้ พียงเท่าวาระทเี่ หลอื อยู่ของกรรมการซ่ึงตนแทน
มาตรา ๒๒ เมื่อตำแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) ว่างลงไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการดังกล่าวทั้งหมดก่อน
ครบวาระ ใหค้ ณะกรรมการเลื่อนสมาชกิ ผูม้ ีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘ และได้รบั คะแนนจากการเลือกตงั้ กรรมการตามมาตรา ๑๔
(๔) ในลำดับถัดไปขึ้นเป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวนั นับแต่วันทต่ี ำแหน่งกรรมการนน้ั วา่ งลง
ในกรณีท่ีตำแหน่งกรรมการตามวรรคหน่ึงวา่ งลงรวมกนั เกินหน่ึงในสามของจำนวนกรรมการซ่งึ ได้รับเลือกต้ัง ใหค้ ณะกรรมการจดั
ใหม้ กี ารเลอื กต้ังสมาชกิ ขน้ึ เป็นกรรมการแทนภายในเก้าสบิ วันนับแต่วันทจ่ี ำนวนกรรมการดังกล่าวไดว้ ่างลงเกนิ หนึ่งในสาม
ในกรณีไม่มผี ู้ได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นกรรมการแทนตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ยังไม่ครบตามจำนวนตำแหน่งกรรมการท่ีว่างลง ให้นำ
ความในวรรคสองมาใชบ้ ังคับโดยอนุโลม
ถ้าวาระของกรรมการตามวรรคหนง่ึ เหลอื อยไู่ ม่ถงึ เก้าสบิ วนั ไม่ตอ้ งเลอ่ื นหรอื เลือกตง้ั กรรมการแทน
ให้ผซู้ ึง่ เปน็ กรรมการแทนน้นั อยใู่ นตำแหน่งได้เพียงเทา่ วาระทีเ่ หลอื อยู่ของกรรมการซงึ่ ตนแทน
มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารและดำเนนิ กจิ การสภาเทคนิคการแพทย์ตามวตั ถุประสงค์และอำนาจหนา้ ทีท่ ก่ี ำหนดในมาตรา ๗ และมาตรา ๘
(๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อทำกิจการหรือพิจารณา
เรอื่ งต่าง ๆ อันอย่ใู นขอบเขตแห่งวัตถปุ ระสงค์และอำนาจหน้าทขี่ องสภาเทคนคิ การแพทย์
(๓) กำหนดแผนการดำเนนิ งานและงบประมาณของสภาเทคนคิ การแพทย์
(๔) ออกขอ้ บงั คับสภาเทคนิคการแพทยว์ า่ ด้วย
(ก) การเป็นสมาชิก
(ข) การกำหนดโรคตามมาตรา ๑๑ (๕)
(ค) การกำหนดค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมอื่น นอกจากที่กำหนดไว้ในอัตราค่าธรรมเนียมท้าย
พระราชบัญญตั ินี้
(ง) การเลือก การเลอื กต้งั กรรมการ การเล่อื นผู้มีคณุ สมบัติขนึ้ เปน็ กรรมการแทน การแต่งตง้ั ทป่ี รึกษา และการเลือกกรรมการ
เพื่อดำรงตำแหน่งตา่ ง ๆ ตามมาตรา ๑๖
(จ) การประชุมคณะกรรมการ คณะอนกุ รรมการ และคณะทป่ี รึกษา
(ฉ) การกำหนดอำนาจหน้าท่ีของผู้ดำรงตำแหนง่ ท่ีปรึกษาตามมาตรา ๑๕
(ช) การกำหนดอำนาจหนา้ ท่ีของผดู้ ำรงตำแหนง่ อ่นื ตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง
(ซ) คุณสมบตั ิของผู้ประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทยต์ ามมาตรา ๓๒
(ฌ) แบบและประเภทใบอนญุ าต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขในการข้นึ ทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนญุ าต การ
ตอ่ อายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต
231
(ญ) หลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขา
ต่าง ๆ และหนังสือแสดงวฒุ ิอ่ืนในวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
(ฎ) หลกั เกณฑก์ ารพักใชใ้ บอนญุ าตหรือเพกิ ถอนใบอนุญาต
(ฏ) จรรยาบรรณแห่งวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
(ฐ) การจัดตั้ง การดำเนินการ และการเลิกสถาบันที่ทำการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ ของวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์
(ฑ) หลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเง่ือนไขในการสอบความร้ตู ามมาตรา ๓๒
(ฒ) หลักเกณฑ์การสืบสวนหรือสอบสวนในกรณที ่มี ีการกลา่ วหาหรอื การกลา่ วโทษผปู้ ระกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
(ณ) ขอ้ จำกดั และเงือ่ นไขในการประกอบวิชาชพี เทคนคิ การแพทย์
(ด) เรื่องอื่น ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวตั ถุประสงค์หรืออยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาเทคนิคการแพทย์ตามพระราชบัญญัตินีห้ รอื
กฎหมายอืน่ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ ข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์เมื่อได้ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คบั ได้
มาตรา ๒๔ นายกสภาเทคนคิ การแพทย์ อปุ นายกสภาเทคนิคการแพทย์คนทีห่ น่ึง อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่สอง
เลขาธกิ าร รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญกิ ทปี่ รกึ ษาและผู้ดำรงตำแหนง่ อ่นื มอี ำนาจหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) นายกสภาเทคนิคการแพทย์ มีอำนาจหน้าท่ี
(ก) บรหิ ารและดำเนินกิจการของสภาเทคนิคการแพทยใ์ ห้เป็นไปตามพระราชบญั ญัตนิ หี้ รอื ตามมติของคณะกรรมการ
(ข) เป็นผ้แู ทนสภาเทคนคิ การแพทยใ์ นกิจการตา่ ง ๆ
(ค) เป็นประธานในท่ปี ระชุมคณะกรรมการ
นายกสภาเทคนิคการแพทย์อาจมอบหมายเป็นหนงั สือให้กรรมการอ่ืนปฏบิ ัตหิ น้าทแ่ี ทนตามทเ่ี ห็นสมควร
(๒) อปุ นายกสภาเทคนิคการแพทย์คนท่ีหน่ึง เป็นผ้ชู ว่ ยนายกสภาเทคนคิ การแพทย์ในกิจการอนั อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายก
สภาเทคนิคการแพทย์ตามที่นายกสภาเทคนิคการแพทย์มอบหมาย และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาเทคนิคการแพทย์เม่ือนายก
สภาเทคนิคการแพทย์ไมอ่ ยูห่ รอื ไม่สามารถปฏิบตั หิ น้าที่ได้
(๓) อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนท่ีสอง เป็นผู้ช่วยนายกสภาเทคนิคการแพทย์ในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าทีข่ องนายก
สภาเทคนิคการแพทย์ตามที่นายกสภาเทคนิคการแพทย์มอบหมาย และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาเทคนคิ การแพทย์เมือ่ ทัง้ นายก
สภาเทคนคิ การแพทย์และอปุ นายกสภาเทคนิคการแพทยค์ นทีห่ น่ึงไม่อยหู่ รือไมส่ ามารถปฏิบตั หิ น้าท่ไี ด้
(๔) เลขาธิการ มอี ำนาจหนา้ ท่ี
(ก) ควบคุมบังคับบญั ชาเจา้ หน้าท่ีสภาเทคนคิ การแพทยท์ กุ ระดับ
(ข) ควบคุมรับผดิ ชอบในงานธรุ การทว่ั ไปของสภาเทคนคิ การแพทย์
(ค) รับผิดชอบในการดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก ทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และทะเบียนอื่น ๆ ของสภา
เทคนคิ การแพทย์
(ง) ควบคมุ ดแู ลทรพั ย์สนิ ของสภาเทคนคิ การแพทย์
(จ) เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
(๕) รองเลขาธิการ เป็นผู้ช่วยเลขาธิการในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการตามท่ีเลขาธิการมอบหมาย และเป็น
ผู้ทำการแทนเลขาธกิ ารเมื่อเลขาธกิ ารไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัตหิ นา้ ท่ีได้
(๖) ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ แนะนำ และเผยแพร่กิจการของสภาเทคนิคการแพทย์แก่ประชาชน
และองคก์ รอนื่
(๗) เหรญั ญกิ มอี ำนาจหนา้ ท่คี วบคุม ดูแล รับผิดชอบการบัญชี การเงนิ และการงบประมาณของสภาเทคนคิ การแพทย์
(๘) ผู้ดำรงตำแหนง่ ทป่ี รกึ ษาตามมาตรา ๑๕ มีอำนาจหนา้ ท่ีตามท่คี ณะกรรมการกำหนด
232
(๙) ผู้ดำรงตำแหน่งอน่ื ตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง มอี ำนาจหนา้ ที่ตามที่คณะกรรมการกำหนด
หมวด ๔
การดำเนนิ การของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๕ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ใน
ขณะน้นั จงึ จะเปน็ องค์ประชุม
มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ในการลงคะแนนกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหน่ึงเสียงถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่
ประชุมออกเสยี งเพิ่มข้นึ อกี เสยี งหนงึ่ เปน็ เสียงชี้ขาด
มตขิ องท่ีประชุมในกรณีให้สมาชกิ พน้ จากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๓ (๔) ให้ถอื คะแนนเสียงไมน่ ้อยกว่าสองในสามของจำนวน
กรรมการท้ังหมดที่มีอย่ใู นขณะน้ัน
การประชมุ คณะอนกุ รรมการ ให้นำความในวรรคหนงึ่ และวรรคสองมาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม
การประชมุ คณะทีป่ รกึ ษา ให้เปน็ ไปตามข้อบงั คบั สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๒๖ สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการหรือจะส่งความเห็นเป็น
หนงั สือไปยังสภาเทคนคิ การแพทยใ์ นเรอ่ื งใด ๆ กไ็ ด้
มาตรา ๒๗ มติของท่ีประชุมคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษก่อน จึงจะ
ดำเนนิ การตามมตนิ น้ั ได้
(๑) การออกข้อบงั คับ
(๒) การกำหนดแผนการดำเนนิ งานและงบประมาณของสภาเทคนิคการแพทย์
(๓) การใหส้ มาชิกพน้ จากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๓ (๔)
(๔) การวนิ ิจฉัยชข้ี าดให้พักใช้ใบอนญุ าตหรอื ใหเ้ พกิ ถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๒ วรรคสาม (๔) หรอื (๕)
ให้นายกสภาเทคนิคการแพทย์เสนอมติตามวรรคหนงึ่ ตอ่ สภานายกพเิ ศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพเิ ศษอาจมคี ำส่งั ยับยั้งมติน้ันได้
ในกรณีที่มิได้ยับย้ังมติตามวรรคหนึ่ง (๑) ภายในสามสิบวันหรือมิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่ง (๒) (๓) หรือ (๔) ภายในสิบห้า
วนั นับแตว่ ันทไ่ี ด้รบั มติทนี่ ายกสภาเทคนคิ การแพทย์เสนอ ใหถ้ ือวา่ สภานายกพเิ ศษใหค้ วามเห็นชอบมตนิ ัน้
ถา้ สภานายกพเิ ศษยบั ยั้งมติใด ให้คณะกรรมการประชุมพจิ ารณาอีกครั้งหน่ึงภายในสามสบิ วันนับแต่วนั ที่ได้รับการยับย้งั ในการ
ประชุมนน้ั ถา้ มเี สียงยืนยนั มตไิ มน่ อ้ ยกวา่ สองในสามของจำนวนกรรมการทัง้ หมดทม่ี ีอยู่ในขณะนนั้ ก็ใหด้ ำเนินการตามมตนิ ้ันได้
หมวด ๕
การควบคมุ การประกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์
มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ทำการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์หรือแสดง
ด้วยวธิ ีใด ๆ ให้ผอู้ ื่นเข้าใจวา่ ตนมีสทิ ธิเป็นผู้ประกอบวชิ าชพี ดังกล่าวเว้นแตใ่ นกรณีอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ดงั ต่อไปนี้
(๑) การประกอบวิชาชพี เทคนคิ การแพทย์ทก่ี ระทำตอ่ ตนเอง
(๒) การชว่ ยเหลอื แก่ผู้ป่วยตามหนา้ ท่ี ตามกฎหมาย หรือตามธรรมจรรยา โดยมไิ ดร้ ับประโยชน์ตอบแทน
(๓) นักเรียน นักศกึ ษา หรอื ผูร้ บั การฝึกอบรม ซง่ึ ทำการฝึกหัดหรือฝกึ อบรมในความควบคุมของสถาบันการศึกษาวิชาเทคนิค
การแพทย์ของรัฐหรือที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดต้ัง สถาบันทางการแพทย์ของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา หรือสถาบัน
ทางการแพทย์อื่นที่สภาเทคนิคการแพทย์รับรอง ทั้งนี้ ภายใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้
ประกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
(๔) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจงั หวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมือง
พัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพ
เทคนิคการแพทย์ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้
ตามระเบียบท่ีรฐั มนตรกี ำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ ษกษา
233
(๕) บุคคลซึ่งปฏิบัตงิ านในสถานพยาบาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล กระทำการประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์ใน
ความควบคุมของผปู้ ระกอบวิชาชพี เทคนคิ การแพทย์ ทัง้ น้ี ตามระเบยี บทร่ี ัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
(๖) ผู้ประกอบโรคศิลปะหรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ซึ่งประกอบโรคศิลปะหรือประกอบวิชาชีพอื่นตามข้อจำกัดและเงื่อนไขตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการประกอบโรคศลิ ปะหรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชพี นน้ั
(๗) การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของที่ปรึกษาหรือผู้เช่ียวชาญของทางราชการหรือผู้สอนในสถาบันการศึกษา ซึ่งมี
ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทยข์ องตา่ งประเทศ ทัง้ นี้ โดยอนมุ ตั ขิ องคณะกรรมการ
มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ใช้คำหรือข้อความ
ด้วยอักษรไทยหรอื อกั ษรตา่ งประเทศว่าเทคนิคการแพทย์ หรอื ใช้อักษรยอ่ ของคำดงั กล่าว หรือใชค้ ำแสดงวุฒิการศึกษาทางเทคนิค
การแพทย์ หรือใช้อักษรย่อของวุฒิดังกล่าวประกอบกับชื่อหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้คำหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมาย
เช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่น
กระทำดงั กลา่ วให้แกต่ น
มาตรา ๓๐ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความท่ีแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ
เทคนิคการแพทย์สาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อ่ืนกระทำดังกล่าวให้แก่ตน เว้นแต่ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับ
หนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขานั้น ๆ จากสภาเทคนิค
การแพทย์ หรอื ท่สี ภาเทคนิคการแพทยร์ บั รอง หรือเปน็ ผู้ประกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทยซ์ ึ่งมีคุณสมบัตติ ามที่กำหนดในข้อบังคับ
สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๓๑ การข้ึนทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติ หรือ
วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขาต่าง ๆ และหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพเทคนิค
การแพทยใ์ ห้เป็นไปตามข้อบังคบั สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๓๒ ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนญุ าตต้องเปน็ สมาชิกแห่งสภาเทคนิคการแพทย์รวมทัง้ มีคุณสมบัติและต้องผ่านการ
สอบความรตู้ ามท่กี ำหนดไว้ในขอ้ บงั คบั สภาเทคนิคการแพทย์
เมอื่ สมาชิกภาพของผู้ประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทยผ์ ใู้ ดสิน้ สดุ ลงตามมาตรา ๑๓ ใหใ้ บอนุญาตของผนู้ ้ันสนิ้ สดุ ลง
ให้ผู้ซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓ (๒) (๓) และ (๔) ส่งคืนใบอนุญาตต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันท่ี
ทราบการสนิ้ สดุ สมาชกิ ภาพ
มาตรา ๓๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไข และต้องรักษา
จรรยาบรรณแหง่ วิชาชพี เทคนคิ การแพทยต์ ามท่ีกำหนดไว้ในข้อบงั คบั สภาเทคนคิ การแพทย์
มาตรา ๓๔ บุคคลซ่ึงได้รบั ความเสียหายเพราะการประพฤตผิ ิดตามมาตรา ๓๓ ของผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ มี
สทิ ธกิ ล่าวหาผู้ก่อให้เกิดความเสียหายน้ัน โดยทำคำกล่าวหาเปน็ หนังสือย่ืนต่อสภาเทคนคิ การแพทย์
บุคคลอื่นมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ว่าประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ โดยทำคำกล่าวโทษเป็นหนังสือ
ยื่นต่อสภาเทคนคิ การแพทย์
กรรมการมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ว่าประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ โดยแจ้งเรื่องต่อสภาเทคนิค
การแพทย์
สทิ ธิการกล่าวหาตามวรรคหน่ึงหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองหรือวรรคสามส้ินสุดลงเมือ่ พ้นหน่ึงปนี ับแต่วันทผี่ ู้ได้รับความ
เสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เร่ืองการประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ และรู้ตัวผู้ประพฤติผิด ท้ังนี้ ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่มีการ
ประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓
การถอนเรื่องการกลา่ วหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยนื่ หรือแจง้ ไวแ้ ลว้ น้ันไมเ่ ปน็ เหตุให้ระงับการดำเนนิ การตามพระราชบัญญตั ิน้ี
234
มาตรา ๓๕ เมื่อสภาเทคนิคการแพทย์ได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา ๓๔ หรือในกรณีท่ี
คณะกรรมการมีมติว่ามีพฤติการณ์อันสมควรให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ ของผู้ประกอบวิชาชีพ
เทคนิคการแพทย์ ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดงั กล่าวต่อประธานอนกุ รรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๓๖ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจากสมาชิกประกอบด้วยประธานคนหน่ึง และ
อนุกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน มีอำนาจหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้รับตามมาตรา ๓๕ แล้วทำ
รายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเกินกว่าหน่ึง
คณะก็ได้ ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่
คณะกรรมการกำหนด ถา้ มีเหตุจำเปน็ ไม่อาจดำเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด ให้ประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณ
แจง้ ใหค้ ณะกรรมการทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาขยายระยะเวลาดำเนนิ การออกไปได้ไม่
เกินสามสิบวันนับแต่วันทค่ี รบกำหนดเวลา
มาตรา ๓๗ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแล้วให้คณะกรรมการพิจารณา
รายงานและความเหน็ ดงั กล่าวแล้วมมี ติอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเทจ็ จรงิ เพิม่ เตมิ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
(๒) ใหค้ ณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในกรณีทเ่ี หน็ วา่ ข้อกล่าวหาหรือขอ้ กลา่ วโทษน้ันมีมลู
(๓) ให้ยกขอ้ กลา่ วหาหรือขอ้ กล่าวโทษในกรณที ี่เหน็ วา่ ขอ้ กล่าวหาหรอื ข้อกล่าวโทษน้ันไมม่ ีมลู
มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการแต่งตัง้ คณะอนกุ รรมการสอบสวนจากสมาชกิ ประกอบด้วยประธานคนหน่ึง และอนุกรรมการมี
จำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน มีอำนาจหน้าที่สอบสวน สรุปผลการสอบสวนและเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็น
ต่อคณะกรรมการเพอ่ื วินิจฉยั ชขี้ าด คณะกรรมการอาจแต่งต้ังคณะอนุกรรมการสอบสวนเกินกวา่ หน่ึงคณะกไ็ ด้ ให้คณะอนุกรรมการ
สอบสวนดำเนนิ การตามอำนาจหนา้ ที่ท่ีกำหนดในวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่
อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนครบ
กำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการพิจารณาขยายระยะเวลาดำเนินการออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบ
กำหนดเวลา
มาตรา ๓๙ ในการปฏิบัติหน้าท่ขี องคณะอนกุ รรมการจรรยาบรรณและของคณะอนกุ รรมการสอบสวนตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
ให้อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มีอำนาจเรยี กบคุ คลใด ๆ มาให้
ถ้อยคำ และมหี นงั สือแจ้งใหบ้ คุ คลใด ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถเุ พ่ือประโยชนแ์ กก่ ารดำเนนิ งานของคณะอนกุ รรมการดงั กลา่ ว
มาตรา ๔๐ ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษพร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือ
กล่าวโทษใหผ้ ถู้ กู กลา่ วหาหรอื ผู้ถกู กล่าวโทษไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเร่มิ ทำการสอบสวน
ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวนคำชี้แจงหรือ
พยานหลักฐานให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายในสิบหา้ วันนับแตว่ นั ท่ีได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวน หรือ
ภายในกำหนดเวลาท่ีคณะอนุกรรมการสอบสวนจะขยายให้
มาตรา ๔๑ เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วให้เสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อ
คณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแต่ต้องไม่เกินกำหนดเวลาตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม เพื่อให้
คณะกรรมการวินจิ ฉยั ชี้ขาด
มาตรา ๔๒ เม่อื คณะกรรมการได้รบั สำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแลว้ ใหค้ ณะกรรมการ
พิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวนการสอบสวนและความเหน็
ของคณะอนกุ รรมการสอบสวน
คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้และให้นำความในมาตรา ๓๘
วรรคสาม มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
235
คณะกรรมการมีอำนาจวนิ จิ ฉัยชขี้ าดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ยกขอ้ กลา่ วหาหรอื ขอ้ กล่าวโทษ
(๒) ว่ากลา่ วตกั เตือน
(๓) ภาคทัณฑ์
(๔) พกั ใชใ้ บอนญุ าตมกี ำหนดเวลาตามท่เี ห็นสมควรแตไ่ ม่เกนิ สองปี
(๕) เพิกถอนใบอนุญาต
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามมาตรานี้ ให้ทำเป็นคำสั่งสภาเทคนิคการแพทย์พร้อมด้วย
เหตผุ ลของการวนิ ิจฉัยช้ขี าด และให้ถือเปน็ ทส่ี ุด
มาตรา ๔๓ ให้เลขาธิการแจ้งคำสั่งสภาเทคนิคการแพทย์ตามมาตรา ๔๒ ไปยังผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษเพื่อทราบ
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว และให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ในทะเบียนผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์พร้อม
ท้ังแจ้งผลการวนิ ิจฉยั ช้ีขาดใหผ้ ู้กล่าวหาหรือผูก้ ลา่ วโทษทราบด้วย
มาตรา ๔๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ซึ่งอยู่ในระหวา่ งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
หรือซึ่งถกู สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ หรือแสดงด้วยวธิ ีใด ๆ ให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจวา่ ตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบ
วิชาชีพเทคนิคการแพทยน์ บั แต่วนั ทที่ ราบคำสั่งสภาเทคนิคการแพทยท์ ส่ี งั่ พักใชใ้ บอนญุ าตหรือส่ังเพกิ ถอนใบอนญุ าตนั้น
มาตรา ๔๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกส่ังพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา
๔๔ และถูกลงโทษจำคุกตามมาตรา ๕๐ โดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นนับแต่วันที่
ศาลมคี ำพิพากษาถงึ ทสี่ ุด
มาตรา ๔๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่
วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคำ
ขอรบั ใบอนญุ าตในครง้ั ตอ่ ๆ ไปไดอ้ กี ตอ่ เมอื่ สิ้นระยะเวลาหนึ่งปนี บั แตว่ นั ท่คี ณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะซ่ึงถูกสั่ง
เพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับที่จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
เทคนคิ การแพทยต์ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ีดว้ ย
หมวด ๖
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี
มาตรา ๔๗ ในการปฏิบตั ิหน้าที่ให้พนกั งานเจ้าหน้าท่มี ีอำนาจ ดังต่อไปน้ี
(๑) เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ในเวลาทำการของสถานที่น้ันเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้
เป็นไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
(๒) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า จะมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในระหว่าง
เวลาพระอาทิตยข์ ึ้นถงึ พระอาทติ ยต์ ก หรอื ในเวลาทำการของสถานทน่ี น้ั เพ่อื ตรวจคน้ เอกสารหรือวัตถุใด ๆ ทอ่ี าจใชเ้ ป็นหลกั ฐานใน
การดำเนนิ การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติน้ีประกอบกบั กรณีมีเหตอุ ันควรเช่ือได้ว่า หากเนิ่นช้ากวา่ จะเอาหมายค้นมาได้ เอกสาร
หรือวัตถุดงั กล่าวจะถกู ยักย้าย ซุกซอ่ น ทำลาย หรือทำใหเ้ ปลีย่ นสภาพไปจากเดิม
(๓) ยดึ เอกสาร หรอื วัตถใุ ด ๆ ทีอ่ าจใช้เปน็ หลักฐานในการดำเนนิ คดีการกระทำความผดิ ตามพระราชบัญญัติน้ี
ในการปฏิบัติหนา้ ท่ขี องพนกั งานเจ้าหน้าท่ตี ามวรรคหน่ึง ใหบ้ คุ คลที่เก่ยี วข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๔๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้เป็นไป
ตามแบบทร่ี ฐั มนตรกี ำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔๙ ในการปฏบิ ัติหนา้ ที่ ให้พนกั งานเจ้าหน้าที่เปน็ เจา้ พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
236
หมวด ๗
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๕๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ
ทง้ั จำทั้งปรับ
มาตรา ๕๑ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหม่นื บาท หรือ
ทง้ั จำท้ังปรับ
มาตรา ๕๒ ผูใ้ ดฝา่ ฝืนมาตรา ๓๒ วรรคสาม หรือไมอ่ ำนวยความสะดวกแก่พนกั งานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๔๗ วรรคสอง
ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินสองพนั บาท
มาตรา ๕๓ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ตามที่เรียก หรือแจ้งให้ส่งตามมาตรา ๓๙ โดยไม่มีเหตุอนั
ควร ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหนงึ่ เดือน หรือปรบั ไมเ่ กินหนึ่งพนั บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั
มาตรา ๕๔ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง โดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพัน
บาท
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๕๕ ผู้ใดได้ข้ึนทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการ
ประกอบโรคศลิ ปะอยูใ่ นวนั ที่พระราชบัญญตั ินใี้ ชบ้ งั คับ ให้ถอื วา่ ผู้นน้ั เป็นสมาชกิ สภาเทคนคิ การแพทยต์ ามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๖ ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการ
ประกอบโรคศลิ ปะ และใบอนุญาตน้นั ยังคงใช้ไดใ้ นวนั ที่พระราชบญั ญตั ินี้ใชบ้ ังคับให้ถอื ว่าผนู้ ั้นได้ขนึ้ ทะเบียนและรบั ใบอนุญาตเป็นผู้
ประกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทยต์ ามพระราชบัญญตั นิ ี้
มาตรา ๕๗ ในระยะเร่ิมแรกท่ียังมิได้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์เป็นกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) ให้
คณะกรรมการประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นนายกสภาเทคนิคการแพทย์และกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๑) (๒)
และ (๓) เป็นกรรมการ การได้มาซึ่งกรรมการดังกล่าวจะต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้
บงั คบั
ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๑) (๒) หรือ (๓) ทำหน้าที่เลขาธิการ รองเลขาธิการ และ
เหรัญญิก ตำแหน่งละหนึ่งคน ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง การเลือกต้ัง
สมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์เป็นกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันท่ี
พระราชบัญญตั นิ ี้ใช้บงั คับ
มาตรา ๕๘ ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้นำกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์มาใชบ้ ังคับโดยอนุโลม แตต่ อ้ งไม่เกินหนงึ่ ปีนบั แต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบ้ งั คับ
มาตรา ๕๙ ให้ถือว่าการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการประกอบโรคศลิ ปะในส่วนทเี่ ก่ียวกับวชิ าชีพเทคนิคการแพทยซ์ ่ึงได้กระทำก่อนวนั ที่พระราชบัญญัตนิ ี้ใช้บังคับและ
ยังไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจำกัดและ
เงอ่ื นไขในการประกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทยต์ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี และการดำเนินการตอ่ ไปให้เป็นไปตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
ในกรณีที่มีการดำเนินการกับผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจำกัดและเง่ือนไขในการประกอบโรคศิลปะสาขา
เทคนิคการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าการดำเนินการดังกล่าว
เป็นการดำเนินการตามพระราชบญั ญัติน้แี ละการดำเนินการต่อไปใหเ้ ป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี
ผูร้ ับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทกั ษิณ ชินวตั ร นายกรฐั มนตรี
237
อัตราคา่ ธรรมเนยี มวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
(๑) ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเปน็ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท
(๒) คา่ ตอ่ อายุใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๕๐๐ บาท
(๓) ค่าหนงั สอื รบั รองการขึ้นทะเบยี นเป็นผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท
(๔) ค่าหนงั สืออนมุ ัติ หรือวุฒบิ ตั รแสดง ความรู้ความชำนาญในการประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์ ฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท
(๕) คา่ ใบแทนใบอนญุ าต ฉบับละ ๕๐๐ บาท
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบบั นี้ คือ โดยท่ีการประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์อยู่ในความ
ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งมีคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบโรค
ศิลปะสาขาต่าง ๆ และมีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคนิคการแพทย์ ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิค
การแพทย์ รวมทั้งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ซึ่งในปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีทางด้านเทคนิคการแพทย์ในประเทศไทยได้
เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมาก ประกอบกับจำนวนผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเทคนิคการแพทย์มีจำนวนเพิ่มมากข้ึน จึงสมควรแยก
การกำกับดูแล และการควบคุมการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ออกจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ
และคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคนิคการแพทย์ โดยจัดตั้ง “สภาเทคนิคการแพทย์” ขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ กำหนดและควบคมุ มาตรฐานการประกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทย์ และควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
จากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันกอ่ ให้เกิดภัยและความเสยี หายแกป่ ระชาชน จงึ จำเป็นต้องตราพระราชบญั ญัตนิ ี้
คำถามประเมนิ ความรู้
1. พรบ. เทคนิคการแพทย์ 2547 บงั คบั ใชเ้ ม่ือใด
ก. 20 ต.ค. 2547 ข. 21 ต.ค. 2547 ค. 22 ต.ค. 2547
ง. 23 ต.ค. 2547 จ. 24 ต.ค. 2547
ตอบ ง. 23 ต.ค. 2547
2. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ วตั ถปุ ระสงค์ของสภาเทคนิคการแพทย์ตามพรบ.เทคนคิ การแพทย์
ก. ใหข้ อ้ เสนอแนะแกร่ ฐั บาลเก่ียวกบั วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ข. ส่งเสริมความสามัคคีและผดงุ เกยี รติแกส่ มาชิก
ค. เปน็ ตัวแทนของผู้ประกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทยใ์ นประเทศไทย ง. ค้มุ ครองการประกอบวิชาชพี
จ. ผดุงไว้ซงึ่ สิทธคิ วามเปน็ ธรรมและสง่ เสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก
ตอบ ง. คุม้ ครองการประกอบวชิ าชีพ
3. ขอ้ ใดคือเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ. เทคนคิ การแพทย์ 2557
ก. วทิ ยาการทางเทคนิคการแพทยม์ คี วามก้าวลำ้ ไปมาก ข. นกั เทคนคิ การแพทยม์ ีจำนวนเยอะข้ึน
ค. เพื่อกำหนดควบคุมมาตรฐานทางเทคนิคการแพทย์ ง. ปรบั ปรงุ ให้เข้ากบั ยุคสมยั ในปัจจบุ ัน
จ. เพ่ือคมุ้ ครองประชาชนปอ้ งกันมิใหผ้ ู้อ่นื มาหาประโยชน์จากวิชาชพี เทคนคิ การแพทยโ์ ดยมิชอบ
ตอบ ค. เพอ่ื กำหนดควบคมุ มาตรฐานทางเทคนคิ การแพทย์
4. พ.ร.บ. เทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547 เป็นบทบัญญตั ิท่ีจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามบทบญั ญัตริ ัฐธรรมนูญหรือไม่
ก. ไม่ เพราะเป็นบนบัญญัตคิ มุ้ ครองสิทธปิ ระชาชน ข. ไม่ เพราะเป็นการดูแลการประกอบวิชาชีพ
ค. ไม่ เพราะเปน็ ไปตามกฎหมายของสถานพยาบาล ง. เป็น เพราะเฉพาะผ้ทู ไ่ี ด้รบั ปริญญาเทคนิคการแพทย์
จ. เป็น เพราะเฉพาะผู้ทีม่ ีใบอนุญาตจึงจะประกอบอาชพี ได้
ตอบ จ. เปน็ เพราะเฉพาะผทู้ ่มี ใี บอนุญาตจงึ จะประกอบอาชีพได้
238
5. ขอ้ ใดคือความหมายของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
ก. วิชาชีพท่ีกระทำตอ่ มนุษยเ์ พอ่ื ใหไ้ ดส้ ่งิ ตัวอย่างทางการแพทย์และดำเนินการโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจ ทดสอบและ
รายงานผลการตรวจ เพอื่ การวนิ ิจฉยั ติดตามการรักษาพยากรณ์โรค และป้องกันโรคหรือเพื่อการประเมินภาวะสุขภาพ
ข. วชิ าชีพทดี่ ำเนนิ การทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการตรวจสอบ วิเคราะห์ วจิ ยั และการรายงานผลการตรวจเพื่อการ
วนิ ิจฉยั ติดตามการรักษา พยากรณโ์ รค และการปอ้ งกันโรค หรอื เพอ่ื การประเมินสุขภาพ
ค. วิชาชพี ท่กี ระทำต่อมนุษย์ เพ่ือให้ไดส้ ง่ิ ส่งตรวจทางการแพทย์และดำเนินการทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ง. วิชาชีพท่ีกระทำตอ่ มนษุ ย์ เพือ่ ใหไ้ ดส้ งิ่ ส่งตรวจทางการแพทย์ และดำเนินการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการวินิจฉัย
ตดิ ตามการรักษาพยากรณ์โรค และ การป้องกนั โรคเพื่อการประเมนิ ภาวะสุขภาพ
จ. วชิ าชพี ทก่ี ระทำต่อมนุษยเ์ พื่อให้ไดส้ ิ่งตวั อยา่ งทางการแพทย์และดำเนินการโดยวิธที างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นการตรวจ
ทดสอบ วเิ คราะห์ วิจัย และการรายงานผลการตรวจ เพื่อการวนิ ิจฉัย การตดิ ตามการรักษา การพยากรณโ์ รค และ การป้องกัน
โรคหรือเพื่อการประเมินภาวะสขุ ภาพ
ตอบ จ.
6. ขอ้ ใด ไม่ใช่ หนา้ ทีข่ องนกั เทคนิคการแพทย์
ก. อธิบายผลให้แพทย์ ข. เจาะเลือด ค. ทำการตรวจวิเคราะห์
ง. ใหค้ ำแนะนำเพื่อเตรยี มผู้ปว่ ยกอ่ นการเกบ็ ตัวอย่าง จ. ให้การวินจิ ฉัย
ตอบ จ. ให้การวินิจฉยั
7. ขอ้ ใดเป็นอำนาจหนา้ ท่ขี องสภาเทคนิคการแพทย์
ก. ช่วยเหลอื แนะนำเผยแพร่และใหก้ ารศกึ ษาแก่ประชาชนและองค์กรอนื่ ในเร่ืองท่เี ก่ียวกับการเทคนิคการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ข. ส่งเสรมิ การศกึ ษาการวจิ ัยและการประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
ค. การขน้ึ ทะเบยี นและออกใบอนุญาตให้แกผ่ ู้ขอเปน็ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
ง. ผดงุ ไวซ้ ่งึ เกียรตศิ ักด์ิแห่งวิชาชพี และปฏิบตั ิตนตามพรบ.วชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์
จ. เป็นตวั แทนนักเทคนคิ การแพทย์แหง่ ประเทศไทย
ตอบ ค. การขน้ึ ทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
* ข้ออ่ืนเปน็ วตั ถุประสงค์ของ พรบ เทคนคิ การแพทย์
8. ผ้สู มคั รเป็นสมาชกิ สภาเทคนิคการแพทย์ในข้อใด ไมเ่ ปน็ ขอ้ หา้ มหรือคุณสมบตั ิตอ้ งหา้ ม
ก. อายุมากกวา่ 20 ปี
ข. ได้รับปรญิ ญา ประกาศนยี บัตร หรือวุฒิบตั ร ในวิชาชีพเทคนิคการแพทยจ์ ากสถาบันการศึกษาทีส่ ภาเทคนคิ การแพทย์
รบั รอง
ค. ไม่เปน็ ผปู้ ระพฤตเิ สยี หายซึง่ คณะกรรมการเหน็ วา่ จะนำมาซึง่ ความเสื่อมเสยี เกยี รตศิ กั ดิ์แหง่ วิชาชพี
ง. ไมเ่ คยตอ้ งโทษจำคุกโดยคำพพิ ากษาถงึ ทสี่ ุดในคดที ี่คณะกรรมการเหน็ วา่ จะนำมาซ่ึงความเสื่อมเสยี เกยี รตศิ ักดิ์แหง่ วิชาชีพ
จ. ไม่เป็นผู้วกิ ลจริตจิตฟน่ั เฟือนไมส่ มประกอบหรือไม่เปน็ โรคทีก่ ำหนดไวใ้ นข้อบังคบั
สภาเทคนิคการแพทย์
ตอบ ข. ไดร้ ับปริญญา ประกาศนียบตั ร หรือวฒุ บิ ัตร ในวชิ าชพี เทคนคิ การแพทยจ์ ากสถาบันการศกึ ษาทสี่ ภาเทคนคิ
การแพทยร์ บั รอง * ก. คอื มอี ายไุ ม่ต่ำกว่ายส่ี ิบปีบริบูรณ์
9. ข้อใด ไม่ใช่ บทบาท ของรฐั มนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ ตาม พรบ เทคนิคการแพทย์ 2547
ก. ออกกฎเก่ียวกบั ค่าธรรมเนยี ม ข. รกั ษาการตามพรบ. นี้ ค. อนุมัตงิ บประมาณของสภาเทคนิคการแพทย์
ง. ยบั ยงั้ และเพิกถอนใบอนุญาต จ. ใหค้ วามเหน็ ชอบในการออกข้อบังคบั ของเทคนิคการแพทย์
ตอบ ค. อนมุ ตั งิ บประมาณของสภาเทคนิคการแพทย์
239
10. กรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์ทม่ี ีวาระ อย่ไู ด้กป่ี ี
ก. 1 ข.2 ค.3 ง.4 จ.5
ตอบ ค.3
11. การยื่นข้อพิจารณาต่อคณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์ คณะกรรมการตอ้ งพจิ ารณาและประเมนิ ภายในก่ีวนั
ก. 30 วนั ข. 50 วนั ค. 60 วนั ง. 90 วนั จ. 100 วัน
ตอบ ง. 90 วัน * มาตรา ๑๒ สทิ ธิและหนา้ ที่ของสมาชกิ มี ดงั ต่อไปน้ี
(๒) แสดงความเหน็ เป็นหนังสือเก่ียวกับกิจการของสภาเทคนคิ การแพทยส์ ่งไปยังคณะกรรมการเพือ่ พจิ ารณา และในกรณีท่สี มาชิก
ร่วมกันตั้งแต่ห้าสบิ คนขึน้ ไปเสนอใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาเรอื่ งใดทเี่ กย่ี วกบั กจิ การของสภาเทคนคิ การแพทย์ คณะกรรมการต้อง
พจิ ารณาและแจง้ ผลการพจิ ารณาให้ผู้เสนอทราบภายในเกา้ สบิ วนั นบั แต่วันได้รบั เรื่อง
12. ขอ้ ใดเปน็ อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยกฎหมายวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์
ก. ออกกฎกระทรวง ข. เป็นนายกสภาเทคนคิ การแพทย์ ค. เปน็ ประธานสภาเทคนิคการแพทย์
ง. แตง่ ตั้งคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ จ. มอี ำนาจตดั สนิ เมื่อศาลอุทธรณ์พกั ใช้ใบอนุญาต
ตอบ ก. ออกกฎกระทรวง
13. ใครดำรงตำแหน่งสภานายกพเิ ศษแห่งสภาเทคนคิ การแพทย์
ก. นายกพเิ ศษกิตติมศักดิ์ ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ค. นายกสภาเทคนิคการแพทย์
ง. รฐั มนตรกี ระทรวงสาธารณสุข จ. นายกสมาคมเทคนคิ การแพทยแ์ หง่ ประเทศไทย
ตอบ ง. รฐั มนตรกี ระทรวงสาธารณสุข
14. บุคคลใดตอ่ ไปน้ี ไมใ่ ช่ คณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์โดยตำแหน่ง
ก. รฐั มนตรกี ระทรวงสาธารณสุข ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ค. นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์
ง. ข้อ ก และ ข ถกู จ. ข้อ ก ข และ ค ถกู
ตอบ ก.รัฐมนตรกี ระทรวงสาธารณสขุ
****** รฐั มนตรกี ระทรวงสาธารณสขุ ดำรงตำแหน่งสภานายกพเิ ศษแห่งสภาเทคนิคการแพทย์
15. ใครเป็นคณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทยโ์ ดยตำแหนง่
ก. ผู้แทนกรงุ เทพมหานคร ข. รัฐมนตรกี ระทรวงสาธารณสขุ ค. นายกสมาคมเทคนคิ การแพทย์
ง. คณบดีคณะเทคนคิ การแพทย์ จ. อธบิ ดีกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
ตอบ ค. นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์
16. กรรมการสภาเทคนคิ การแพทยต์ ำแหนง่ ใด ท่ี ไม่ตอ้ ง มใี บประกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
ก. ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ข. ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
ง. คณบดจี ากมหาวิทยาลยั ท่สี ภาเทคนิคการแพทยร์ ับรอง จ. ผู้แทนสมาคมผูข้ ายน้ำยาตรวจวินจิ ฉัยในหอ้ งปฏิบัติการ
ตอบ ค. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
17. มติของท่ีประชุมคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์เร่ืองใดทต่ี อ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากสภานายกพเิ ศษแห่งสภาเทคนิค
การแพทยก์ อ่ นจึงจะดำเนินการตามน้ันได้ ยกเวน้ ข้อใด
ก. การออกขอ้ บังคบั สภา ข. การแต่งตัง้ เลขาธกิ ารเทคนคิ การแพทย์
ค. การกำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภาเทคนคิ การแพทย์
ง. การวนิ จิ ฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรอื ให้เพกิ ถอนใบอนญุ าต
จ. ให้สมาชิกพ้นจากความเป็นสมาชิกภาพเนอื่ งจากต้องโทษจำคกุ โดยคำพพิ ากษาถึงท่สี ดุ เป็นเวลา 6 เดือน
ตอบ ข. การแต่งตงั้ เลขาธิการเทคนคิ การแพทย์
240
18. คณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์ จะต้องเลอื กตัง้ คณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์ โดยเลือกตำแหน่งดงั ตอ่ ไปนี้
ก. นายกสภาเทคนิคการแพทยแ์ ละอปุ นายกท้ัง 2 ตำแหน่ง
ข. นายกสภาเทคนิคการแพทย์
ค. นายกสภาเทคนคิ การแพทย์และเลขาธิการเทคนิคการแพทย์
ง. นายกสภาเทคนิคการแพทย์เลขาธกิ ารเทคนคิ การแพทย์และเหรัญญิก
จ. ทุกตำแหน่ง
ตอบ ก. นายกสภาเทคนคิ การแพทยแ์ ละอปุ นายกท้ัง 2 ตำแหน่ง
19. ขอ้ ใด ไมถ่ กู ตอ้ ง เกย่ี วกบั คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์
ก. นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์เปน็ กรรมการโดยตำแหน่ง ข. คณบดหี รือหวั หน้าภาควชิ าจากทุกสถาบนั เปน็ กรรมการสภาฯ
ค. กรรมการจากกรงุ เทพฯ 1 คนและกลาโหม 1 คน ง. กรรมการจากกระทรวงสาธารณสุข 3 คน
จ. กรรมการจากการเลอื กต้ังทงั้ หมด 12 คน
ตอบ ข. คณบดีหรอื หวั หน้าภาควิชาจากทุกสถาบนั เป็นกรรมการสภาฯ
20. หากสภานายกพเิ ศษยบั ยงั้ มติให้คณะกรรมการสภาประชุมเพอื่ พิจารณาเรือ่ งทส่ี ภานายกพเิ ศษยบั ย้งั โดยสามารถดำเนนิ การ
ตอ่ ได้ในทปี่ ระชมุ นั้นตอ้ งมเี สียงยืนยนั มติไม่นอ้ ยกว่าก่ีคน
ก. 12 คน ข. 14 คน ค. 16 คน ง. 18 คน จ. 20 คน
ตอบ ค. 16 คน
2 ใน 3 จาก กรรมการ 24 คน คดิ เปน็ 16 คน คณะกรรมการสภารวม 24 คนประกอบด้วย
1. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (1)
2. นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แหง่ ประเทศไทย (1)
3-7. คณบดี 5 คน (5)
8-10. ผแู้ ทนกระทรวงสาธารณสุขสามคน (3)
11. ผแู้ ทนกระทรวงกลาโหมหน่งึ คน (1)
12. ผูแ้ ทนกรุงเทพมหานครหนงึ่ คน (1)
12-24 กรรมการซงึ่ ไดร้ บั เลอื กตง้ั โดยสมาชิกมจี ำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการใน 1-12 ทแี่ ต่งต้งั
21. ในกรณีท่ีสภานายกพเิ ศษสง่ั ยบั ย้งั มติใด ให้พจิ ารณาใหมภ่ ายใน 30 วันต้องมีคนเห็นด้วยจำนวนเท่าไหร่
ก. มากกวา่ ก่งึ นงึ ข. มากกว่าสองในสาม ค. มากกว่าสามในสี่ ง. มากกวา่ สีใ่ นห้า จ. เอกฉันท์
ตอบ ข. มากกวา่ สองในสาม
22. ข้อใดตอ่ ไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการ
ก. คณะกรรมการว่างลงไม่เกนิ 1 ใน 3 ให้เลือ่ นสมาชิกทไี่ ดค้ ะแนนลำดบั ถัดไปข้ึนมา
ข. คณะกรรมการว่างลง 1 ใน 3 ให้จัดการเลือกต้งั ทดแทน
ค. คณะกรรมการวา่ งลงอยา่ งนอ้ ย 60 วันให้จดั การเลือกตง้ั สมาชกิ ใหม่ทดแทน
ง. คณะกรรมการถ้าได้เลือกสามารถดำรงตำแหน่งไดเ้ รือ่ ยๆ
จ. แจ้งใหส้ ภาเทคนคิ การแพทยพ์ ิจารณาตอ่ ไป
ตอบ ก. คณะกรรมการวา่ งลงไมเ่ กนิ 1 ใน 3 ใหเ้ ลื่อนสมาชิกทไ่ี ดค้ ะแนนลำดบั ถดั ไปขนึ้ มา
เลอื กตัวแทนคณบดจี ากแตล่ ะมหาวทิ ยาลยั (ไม่ใชท่ กุ มหาวทิ ยาลัย)
23. กรณที ค่ี ณะกรรมการที่มาจากการเลือกตัง้ ว่างลงไมเ่ กินหน่งึ ในสามของคณะกรรมการท่ีมาจากการเลอื กต้ังจะต้องทำอยา่ งไร
ก. เลือกตงั้ ใหม่ ข. ใหเ้ ลื่อนคนทม่ี คี ะแนนอยู่ลำดับถดั ไปขน้ึ มาแทนท่ี ค. ไม่ต้องเลื่อนหรอื เลือกต้ังแทน
ง. ให้เลื่อนคนทอ่ี าวโุ สทสี่ ุดขน้ึ มาแทนที่ จ. ขนึ้ อยูก่ ับดลุ ยพินิจของนำยกสมาคมเทคนคิ การแพทย์
241
ตอบ ข. ใหเ้ ลื่อนคนทมี่ ีคะแนนอยู่ลำดับถดั ไปขึ้นมาแทนท่ี
24. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
ก. คณะกรรมการจากการเลอื กตั้งวา่ งลงตอ้ งจดั ใหม้ กี ารเลอื กตง้ั
ข. คณะกรรมการจากการเลือกตัง้ ว่างลงไมเ่ กนิ 4 คนให้มกี ารเล่ือนผู้ทอ่ี ยลู่ ำดับถัดไปแทน
ค. คณะกรรมการจากการเลอื กตั้งวา่ งลงไมเ่ กนิ 1 ใน 3 ตอ้ งจัดให้มีการเลอื กตง้ั
ง. คณะกรรมการจากการเลือกต้งั ว่างลง 5 คนใหม้ ีการเล่อื นผู้ทอี่ ยลู่ ำดบั ถดั ไปแทน
จ. คณะกรรมการจากการเลือกตั้งลาออก 3 คนต้องจัดใหม้ กี ารเลือกต้ัง
ตอบ ข. คณะกรรมการจากการเลอื กตัง้ วา่ งลงไม่เกนิ 4 คนให้มกี ารเล่ือนผู้ทอ่ี ยูล่ ำดบั ถดั ไปแทน
* กรรมการมี 24 คน มาจากการเลอื กตั้ง 12 คน ถา้ วา่ งลงไม่เกิน 1/3 นอ้ ยกวา่ เทา่ กบั 4 คน และยงั มเี วลาเหลืออยมู่ ากกวา่
90 ให้เลอื่ นกรรมการทเ่ี คยเลอื กและมีคะแนนในลำดบั ถัดไปขึ้นมา แต่ถา้ กรรมการวา่ งลงเกนิ เกิน 1/3 มากกว่า 4 คน และยงั มี
เวลาเหลืออยมู่ ากกว่า 90 ใหเ้ ลือกตัง้ ใหม่
25. หากคณะกรรมการสภาเทคนคิ การแพทยว์ ่างลงหนึง่ ในสาม ซ่ึงมรี ะยะเวลาดำรงตำแหนง่ อีก 180 วันควรทำอยา่ งไร
ก. จัดการเลอื กตงั้ หาผ้เู หมาะสมมาดำรงตำแหน่ง
ข. เล่ือนบคุ คลถดั ไปที่ได้คะแนนรองลงจากคนที่ออกจากตำแหน่ง
ค. นายกสภาเลอื กตวั แทนมาทำหน้าทีแ่ ทนในตำแหน่งวา่ ง
ง. ไมต่ อ้ งมีการจดั การเลอื กตงั้ ใหมร่ อจนครบวาระแลว้ คอ่ ยมีการเลือกตั้ง
จ. ไม่มขี ้อถกู
ตอบ ข. เล่ือนบุคคลถัดไปที่ไดค้ ะแนนรองลงจากคนท่ีออกจากตำแหน่ง
26. หากคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ว่างลง 1 ใน 3 สภาเทคนคิ การแพทย์ควรทำอยา่ งไร
ก. จัดให้มีการเลือกตัง้ สมาชิกขน้ึ เปน็ คณะกรรมการแทนภายใน 30 วนั
ข. ให้เลอ่ื นสมาชกิ ที่ไดค้ ะแนนลำดับถัดไปขึน้ เปน็ กรรมการแทนถ้าเหลือวาระอยา่ งนอ้ ย 90 วนั
ค. ไมต่ อ้ งจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชกิ ข้นึ เปน็ คณะกรรมการแทนถา้ เหลือวาระนอ้ ยกว่า 30 วนั
ง. จดั ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกขึ้นเป็นคณะกรรมการแทนภายใน 60 วนั
จ. แจ้งให้สภาเทคนิคการแพทยพ์ จิ ารณาต่อไป
ตอบ ข. ให้เล่ือนสมาชกิ ที่ได้คะแนนลำดบั ถัดไปขนึ้ เป็นกรรมการแทนถา้ เหลอื วาระอย่างน้อย 90 วนั *กรรมการมากจากการ
27. การใชท้ นพ. และทนพญ. มีความผิดเม่อื ใด
ก. ไมไ่ ดป้ ระกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์ ข. ไม่ไดร้ บั ปริญญา ค. ไม่ได้ขออนญุ าตจากสภาเทคนิคการแพทย์
ง. ไม่ไดร้ บั การรับรองจากสภาเทคนคิ การแพทย์ จ. ถกู ทุกข้อ
ตอบ จ. ถูกทกุ ขอ้
28. เมือ่ ไดร้ ับอนุญาตข้ึนทะเบยี นเปน็ นักเทคนคิ การแพทย์แลว้ สามารถทำอะไรได้บ้าง
ก. ทำได้ทกุ อย่างตามท่ีศึกษามา ข. ทำได้เท่าทต่ี ัวเองมีความสามารถ ค. ทำได้ภายใตข้ อ้ จำกดั และเงื่อนไขของกฎหมาย
ง. ทำตามกฎหมายของสถานพยาบาล จ. ทำไดท้ ุกอย่างตามท่กี ฎหมายไม่ได้ยกเวน้
ตอบ ค. ทำได้ภายใตข้ ้อจำกัดและเงือ่ นไขของกฎหมาย
29. ผดู้ ูแลทะเบียนผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทยค์ ือใคร
ก. นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ข. นายทะเบียนสภาเทคนิคการแพทย์ ค. เจ้าหนา้ ท่ีฝา่ ยทะเบียนสภาเทคนคิ การแพทย์
ง. เลขาธกิ ารสภาเทคนคิ การแพทย์ จ. อุปนายกสภาเทคนคิ การแพทย์ฝ่ายกจิ การภายใน
ตอบ ง. เลขาธกิ ารสภาเทคนิคการแพทย์
242
30. สภาเทคนิคการแพทยร์ ับรองหลกั สูตรใด
ก. รบั รองหลักสตู รปริญญาตรีโทเอกจากสถาบันผลิตเทคนคิ การแพทย์
ข. รับรองหลักสตู รสาขาต่างๆจากสถาบนั ผลติ บณั ฑิตเทคนิคการแพทย์
ค. รับรองหลกั สูตรอบรมศกึ ษาความชำนาญจากสาขาต่างๆของเทคนิคการแพทย์
ง. รับรองหลักสตู รศกึ ษาตอ่ เนอื่ งจากสถาบนั ผลิตเทคนคิ การแพทย์
จ. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ จ. ถกู ทกุ ขอ้
31. ข้อใดหมายถงึ วชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
ก. จบ วทิ ยาศาสตร์บณั ฑติ ทำงานในโรงพยาบาล
ข. จบ วทิ ยาศาสตรบ์ ัณฑิต (เทคนิคการแพทย์)
ค. จบ วทิ ยาศาสตรบ์ ณั ฑติ (เทคนคิ การแพทย์) ทำงานในโรงพยาบาล
ง. จบ วิทยาศาสตรบ์ ณั ฑิต (เทคนคิ การแพทย)์ จากสถาบันท่ีได้รบั การรับรอง
จ. บุคคลซึ่งได้รับการข้ึนทะเบียนและรบั ใบอนญุ าตเปน็ ผูป้ ระกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์
ตอบ จ. บคุ คลซ่ึงไดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นและรบั ใบอนุญาตเป็นผปู้ ระกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์
32. นาย ก ได้รบั ปรญิ ญาสาขาเทคนคิ การแพทย์ สามารถขึ้นทะเบียนและขอรบั ใบอนุญาตได้หรอื ไม่
ก. ได้ เพราะมีความรใู้ นวชิ าชีพ ข. ได้ เพราะไมเ่ ป็นผ้ปู ระพฤตเิ สียหาย ค. ได้ แตต่ ้องทดสอบความรผู้ ่านก่อน
ง. ไมไ่ ด้ เพราะต้องสมัครเป็นสมาชิกสภาก่อน จ. ได้ ถ้ามคี ุณสมบัตคิ รบตามกฎหมาย
ตอบ ค. ได้ แต่ตอ้ งทดสอบความรูผ้ า่ นกอ่ น
33. ขอ้ ใดถกู ต้องเกยี่ วกับใบอนุญาต
ก. ไม่จำเป็นต้องสอบขึ้นทะเบียนกส็ ามารถย่นื ขอใบอนุญาตได้
ข. ถา้ สิน้ สุดสมาชกิ ภาพใบอนุญาตสิน้ สุดลงดว้ ย
ค. ถา้ กรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์พจิ ารณาว่านาย A เคยประพฤตติ วั เสียหายจงึ เพิกถอนใบอนุญาตนาย A จะตอ้ งสง่
ใบอนุญาตคนื ภายใน 15 วันนับตงั้ แต่วันที่ถูกเพิกถอน
ง. ถ้าสอบขน้ึ ทะเบยี นผ่านใหย้ น่ื ขอรับใบอนญุ าตภายใน 180 วนั
จ. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ ข. ถ้าสน้ิ สุดสมาชิกภาพใบอนญุ าตสิ้นสดุ ลงดว้ ย
* มาตรา ๓๒ ผูข้ อขน้ึ ทะเบยี นและรบั ใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกแหง่ สภาเทคนิคการแพทยร์ วมท้ังมีคุณสมบัติและตอ้ งผ่านการ
สอบความรู้ตามที่กำหนดไว้ในขอ้ บงั คบั สภาเทคนคิ การแพทยเ์ มอ่ื สมาชกิ ภาพของผปู้ ระกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์ผใู้ ดสิน้ สดุ ลง
ตามมาตรา ๑๓ ใหใ้ บอนญุ าตของผนู้ น้ั สน้ิ สดุ ลงใหผ้ ซู้ ึ่งสมาชิกภาพสิน้ สุดลงตามมาตรา ๑๓ (๒) (๓) และ (๔) (ไม่ใช่กรณตี าย)
สง่ คนื ใบอนุญาตต่อเลขาธกิ ารภายในสบิ หา้ วันนับแตว่ ันที่ทราบการสิ้นสุดสมาชกิ ภาพ
34. นายกอายุ 19 ปี จบป.ตรีเทคนคิ การแพทยจ์ ากมหาวิทยาลยั รฐั ไมม่ ีโรค ไมม่ คี วามพกิ าร จะสามารถกระทำการในข้อใดได้
ก. สมัครสมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์ ข. ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
ค. สมัครเปน็ กรรมการสภาเทคนคิ การแพทย์ ง. สมคั รสอบใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทย์
จ. ไมม่ ีข้อใดถูก
ตอบ จ. ไม่มีข้อใดถูก
***ต้องอายุ20ปขี ้ึนไปจึงสมัครเปน็ สมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์ได้*** สมคั รสอบไม่ไดเ้ พราะสถาบันยังไม่ไดก้ ารรบั รองจากสภา
เทคนิคการแพทย์
243
35. นักศึกษาเทคนคิ การแพทย์ เจาะเลือดผปู้ ว่ ยในสถานพยาบาลถูกหรือไม่
ก. ถกู ตอ้ ง เพราะมีผคู้ วบคุมดแู ล ข. ไมถ่ กู ตอ้ ง เพราะยังไมม่ ีทักษะความรู้
ค. ถกู ตอ้ ง เพราะกฎหมายบัญญตั ิให้เปน็ ขอ้ ยกเว้น ง. ถูกต้อง เพราะจำเป็นต้องฝึก เพอ่ื ภาคปฏบิ ัติ
จ. ไม่ถูกตอ้ ง เพราะยังไม่มีใบประกอบวชิ าชพี เทคนิคการแพทย์
ตอบ ก. ถกู ต้อง เพราะมผี คู้ วบคุมดแู ล
36. เจา้ หน้าทีไ่ ดผ้ ่านการฝึกอบรมการทำงานในสถาบนั การศกึ ษาวิชาชพี เทคนคิ การแพทย์ของรฐั ต่อมาไดท้ ำงานท่ีโรงพยาบาล
แห่งหนึ่ง โดยทำหน้าที่ป่นั เกบ็ ส่ิงส่งตรวจของผปู้ ่วย เจ้าหน้าท่ีมีความผดิ หรอื ไม่
ก. ไม่ผดิ เพราะทำหน้าท่แี บบไมย่ าก ข. ไม่ผิด เพราะทำตามขน้ั ตอนทกุ อย่าง
ค. ไม่ผิด เพราะผา่ นการฝึกอบรมมาแล้ว ง. ไมผ่ ิด เพราะทางโรงพยาบาลได้จา้ งมาแลว้
จ. ไมผ่ ิด เพราะมีผปู้ ระกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทยค์ วบคมุ
ตอบ จ. ไม่ผิด เพราะมผี ู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์ควบคมุ
37. เจา้ พนกั งานวิทยาศาสตร์ สามารถปฏบิ ตั ิงานเทคนคิ การแพทยไ์ ดเ้ พราะเหตุใด
ก. มีข้อบงั คับของสภาเทคนคิ การแพทย์ ข. ภายใตร้ ะเบียบของกระทรวงสาธารณสขุ ค. ทำได้โดยตรงเพราะเรยี นมา
ง. ปฏบิ ัตงิ านไดเ้ ฉพาะภาครฐั ภาคเอกชนทำไม่ได้ จ. เพราะอยภู่ ายใต้การควบคุมดูแลของนกั เทคนคิ การแพทย์
ตอบ จ. เพราะอยภู่ ายใตก้ ารควบคุมดูแลของนักเทคนิคการแพทย์
38. ตามมาตรา 28 พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สามารถประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ได้หากได้รับการอนุญาตตามบุคคลซึ่งกระทรวงทบวงกรมเทศบาลองค์กรบริการส่วนจังหวัด องค์กรบริการส่วนตำบล
กรุงเทพมหานครเมืองพัทยาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นๆตามกฎหมาย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ภายใตก้ ารควบคุมของใคร
ก. ผปู้ ระกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทย์ ข. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพเวชกรรม ค. สภาเทคนิคการแพทย์
ง. ถกู ทง้ั ก ข จ. ถูกทั้ง ก ข ค
ตอบ ง. ถกู ทั้ง ก ข
39. ส่ิงใดทนี่ ักเทคนิคการแพทยท์ ำ ไม่ได้
ก. เจาะเส้นเลอื ดดำและเสน้ เลือดฝอย ข. เกบ็ นำ้ ในกระเพาะ ค. เจาะหนองจากตับ/ฝี มาเพาะเล้ยี ง
ง. วิเคราะห์ OGTT จ. Skin test/ปา้ ยหรอื ขดู รอยโรคบริเวณผวิ หนังมาเพาะเช้ือ
ตอบ ค. เจาะหนองจากตับ/ฝี มาเพาะเลยี้ ง
40. ขอ้ ใดท่นี กั เทคนคิ ไมส่ ามารถกระทำได้ยกเวน้ ข้อใด
ก. เจาะตบั ข. สวนปัสสาวะ ค. ป้ายหนองจากต่อมทอนซลิ ง. เจาะเสน้ เลือด jugular จ. เจาะไขกระดูก
ตอบ ค. ป้ายหนองจากต่อมทอนซิล
41. ข้อบงั คบั สภาเทคนิคการแพทยห์ ้ามมิใหผ้ ู้ปฏิบัตงิ านเทคนคิ การแพทยก์ ระทาการใดดงั ต่อไปน้ี
ก. ฉดี สารต่างๆเขา้ ทางหลอดเลอื ดดำ ข. ตรวจวัดดว้ ยเคร่ืองอิเล็กโทรคาดิโอกราฟ (EKG)
ค. การป้ายหรือขดู และกรรมวิธีใดๆท่ีใชใ้ นการเก็บสงิ่ สง่ ตรวจ ง. การเก็บน้ำยอ่ ยจากกระเพาะอาหารผ้ปู ว่ ย
จ. การทำพลาสมาเฟอเรซีส
ตอบ ก. ฉดี สารตา่ งๆเขา้ ทางหลอดเลอื ดดำ
42. ผู้ที่สามารถกล่าวหานักเทคนคิ การแพทย์ไดค้ ือใคร
ก. คณะกรรมการสอบสวน ข. เลขาธิการสภาเทคนคิ การแพทย์ ค. ญาตผิ ู้เสียหาย
ง. ผูเ้ สยี หาย จ. คณะกรรมการจรรยาบรรณ
244
ตอบ ง. ผเู้ สยี หาย
*****มาตรา ๓๔ บคุ คลซง่ึ ไดร้ ับความเสียหายเพราะการประพฤตผิ ิดตามมาตรา ๓๓ ของผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์ มี
สทิ ธกิ ลา่ วหาผกู้ อ่ ให้เกิดความเสียหายนัน้ โดยทำคำกลา่ วหาเป็นหนังสือยนื่ ต่อสภาเทคนิคการแพทย์
-บคุ คลอน่ื มสี ทิ ธิกล่าวโทษผปู้ ระกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์วา่ ประพฤตผิ ดิ ตามมาตรา ๓๓ โดยทำคำกล่าวโทษเป็นหนงั สอื ยน่ื
ต่อสภาเทคนคิ การแพทย์
-กรรมการมสี ิทธิกลา่ วโทษผปู้ ระกอบวิชาชีพเทคนคิ การแพทยว์ า่ ประพฤตผิ ดิ ตามมาตรา ๓๓ โดยแจง้ เร่ืองตอ่ สภาเทคนิคการแพทย์
-สิทธกิ ารกล่าวหาตามวรรคหน่ึงหรือสทิ ธิการกลา่ วโทษตามวรรคสองหรือวรรคสามสนิ้ สุดลงเม่ือพ้นหนงึ่ ปนี บั แตว่ ันท่ีผไู้ ดร้ บั ความ
เสียหายหรอื ผู้กลา่ วโทษรเู้ รอ่ื งการประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ และรตู้ ัวผปู้ ระพฤตผิ ิด ทงั้ นี้ ไม่เกินสามปนี ับแต่วนั ทีม่ ีการประพฤติ
ผดิ ตามมาตรา ๓๓
43. หากนกั เทคนคิ การแพทย์กระทำผิดต่อผ้รู บั บรกิ าร ผเู้ สียหายมีสทิ ธอิ ย่างไร
ก. กล่าวหา ด้วยวาจา ภายใน 1 ปี ข. กล่าวหา ดว้ ยหนงั สือ ภายใน 1 ปี
ค. กลา่ วโทษ ดว้ ยวาจา ภายใน 1 ปี ง. กลา่ วโทษ ดว้ ยหนงั สือ ภายใน 1 ปี
จ. กลา่ วหา ด้วยหนังสือ ภายใน 3 ปี
ตอบ ข. กลา่ วหา ด้วยหนงั สอื ภายในระยะเวลา 1 ปี
*มาตรา ๓๔ บุคคลซง่ึ ได้รบั ความเสียหายเพราะการประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ ของผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์ มสี ทิ ธิ
กล่าวหาผกู้ ่อให้เกิดความเสียหายนั้น โดยทำคำกล่าวหาเป็นหนงั สอื ยน่ื ต่อสภาเทคนคิ การแพทย์
วรรค 2 บุคคลอ่นื มีสิทธกิ ลา่ วโทษผูป้ ระกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ว่าประพฤติผดิ ตามมาตรา ๓๓ โดยทำคำกลา่ วโทษเปน็
หนังสือยื่นต่อสภาเทคนิคการแพทย์
วรรค 3 กรรมการมีสิทธกิ ลา่ วโทษผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์ว่าประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ โดยแจง้ เรอ่ื งตอ่ สภาเทคนิค
การแพทย์
-สิทธกิ ารกล่าวหาตามวรรคหนงึ่ หรือสิทธิการกลา่ วโทษตามวรรคสองหรอื วรรคสามส้ินสุดลงเมอื่ พน้ หนง่ึ ปนี ับแตว่ ันทผ่ี ไู้ ดร้ บั ความ
เสียหายหรือผู้กลา่ วโทษร้เู รื่องการประพฤติผดิ ตามมาตรา ๓๓ และรู้ตวั ผปู้ ระพฤติผิด ทัง้ น้ี ไม่เกินสามปีนับแต่วนั ทมี่ ีการประพฤติ
ผดิ ตามมาตรา ๓๓
44. คณะอนกุ รรมการชุดใดที่ทำหน้าท่สี บื สวนหาขอ้ เทจ็ จริงจากการกลา่ วหาและเสนอต่อกรรมการสภาฯ
ก. คณะอนกุ รรมการสอบสวน ข. คณะอนุกรรมการมาตรฐาน ค. คณะอนกุ รรมการจรรยาบรรณ
ง. คณะอนุกรรมการวิชาชีพ จ. คณะอนกุ รรมการพัฒนาวิชาการ
ตอบ ค. คณะอนกุ รรมการจรรยาบรรณ
45. ผูส้ บื สวนผตู้ อ้ งสงสัยคือบุคคลใด
ก. คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ ข. คณะอนกุ รรมการสอบสวนค.พนกั งานเจา้ หน้าท่ี
ง. กรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ จ. นายกสภาเทคนคิ การแพทย์
ตอบ ก. คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ
46. คณะกรรมการใดมหี น้าที่วนิ ิจฉัยเกยี่ วกบั เร่อื งสอบสวนกรณมี กี ารฟ้องร้องห้องปฏิบตั ิการตรวจวิเคราะห์ไม่ไดม้ าตรฐาน
ก. คณะกรรมการหลกั ประกันคุณสุขภาพ ข. คณะกรรมการควบคุมคณุ ภาพและมาตรฐาน
ค. คณะกรรมการสอบสวน ง. คณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ
จ. คณะกรรมการนโยบายสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ตอบ ค. คณะกรรมการสอบสวน
245
47. นายวนิ ยั เป็นประธานอนกุ รรมการจรรยาบรรณนางชูศรเี ปน็ ประธานอนุกรรมการสอบสวนนายสมพงษเ์ ปน็ เลขาธิการเมือ่ สภา
เทคนิคการแพทย์ไดร้ ับเรือ่ งกล่าวหาหรือการกล่าวโทษของผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทย์ข้อใดถกู
ก. นายสมพงษ์เสนอเรอ่ื งต่อนายวนิ ยั โดยไม่ชกั ช้า ข. นายสมพงษเ์ สนอเรื่องตอ่ นายวินยั ภายใน 30 วัน
ค. นายสมพงษ์เสนอเร่ืองต่อนางชูศรีโดยไม่ชักชา้ ง. นายสมพงษ์เสนอเรื่องต่อนางชูศรภี ายใน 30 วนั
จ. นายสมพงษ์สอบสวนข้อเท็จจรงิ
ตอบ ก. นายสมพงษ์เสนอเรือ่ งต่อนายวินยั โดยไมช่ กั ช้า
**** มาตรา ๓๕ เมือ่ สภาเทคนิคการแพทยไ์ ด้รับเร่ืองการกล่าวหาหรอื การกล่าวโทษตามมาตรา ๓๔ หรอื ในกรณีที่
คณะกรรมการมีมติวา่ มีพฤตกิ ารณ์อันสมควรให้มีการพจิ ารณาเกี่ยวกับการประพฤตผิ ิดตามมาตรา ๓๓ ของผปู้ ระกอบวชิ าชีพ
เทคนิคการแพทย์ ให้เลขาธิการเสนอเร่อื งดังกลา่ วต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไมช่ ักชา้
48. ข้อใด ไม่ถกู ตอ้ ง เกยี่ วกบั การกล่าวโทษ
ก. การถอนเรื่องการกล่าวโทษเป็นเหตใุ หย้ ุติการดำเนนิ ตามพรบเทคนคิ การแพทย์
ข. คณะกรรมการพิจารณาวา่ มีพฤติกรรมอันควรกอ่ นส่งเร่อื งใหอ้ นกุ รรมการจรรยาบรรณ
ค. คณะอนกุ รรมการจรรยาบรรณจำนวนไม่นอ้ ยกว่า 3 คนมีหนา้ ทสี่ ืบสวนหาขอ้ เท็จจรงิ
ง. คณะอนุกรรมการสอบสวนจำนวนไมน่ อ้ ยกว่า 3 คนมีหน้าท่ีการสอบสวนในกรณีที่เปน็ ว่าข้อกล่าวโทษนัน้ มีมลู
จ. ผลการวินจิ ฉยั ชขี้ าดของคณะกรรมการใหถ้ ือเปน็ ทส่ี นิ้ สุด
ตอบ ก. การถอนเร่ืองการกล่าวโทษเป็นเหตใุ ห้ยุติการดำเนนิ ตามพรบเทคนิคการแพทย์
*มาตรา ๓๔ บุคคลซงึ่ ไดร้ ับความเสยี หายเพราะการประพฤติผิดตามมาตรา ๓๓ ของผู้ประกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทย์ มีสทิ ธิ
กลา่ วหาผู้กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายนั้น โดยทำคำกล่าวหาเปน็ หนงั สอื ยื่นตอ่ สภาเทคนิคการแพทย์
การถอนเรอ่ื งการกลา่ วหาหรือการกลา่ วโทษทไ่ี ด้ยนื่ หรอื แจ้งไว้แลว้ นนั้ ไม่เปน็ เหตุใหร้ ะงบั การดำเนนิ การตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
49. อนกุ รรมการที่มอี ำนาจเรยี กบคุ คลเข้ามาให้ถอ้ ยคำสามารถทำได้เน่ืองจากขอ้ ใด
ก. เป็นเจา้ หน้าท่ีตารวจ ข. เปน็ เจ้าหนา้ ทส่ี บื สวน ค. เปน็ เจ้าหน้าท่สี าธารณสุข
ง. เป็นเจ้าหนา้ ทป่ี กครอง จ. เปน็ เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา
ตอบ จ. เป็นเจ้าหน้าท่ีตามประมวลกฎหมายอาญา
**มาตรา ๓๙ ในการปฏิบตั ิหน้าทข่ี องคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณและของคณะอนกุ รรมการสอบสวนตามพระราชบัญญัตนิ ี้
ให้อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา มีอำนาจเรยี กบุคคลใด ๆ มาให้
ถ้อยคำ และมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสารหรอื วตั ถุเพือ่ ประโยชนแ์ กก่ ารดำเนนิ งานของคณะอนุกรรมการดังกล่าว
50. ข้อใดไม่ถกู ต้อง
ก. เจา้ หนา้ ท่ีสามารถตรวจค้นเอกสารในเวลาทำงาน
ข. เจา้ หนา้ ทส่ี ามารถตรวจคน้ ได้ในระหวา่ งปฏิบัตงิ าน
ค. เจา้ หนา้ ท่ีไมส่ ามารถตรวจสถานทที่ ำงานเทคนคิ การแพทย์นอกเวลา
ง. เจ้าหนา้ ทส่ี ามารถตรวจสถานทีท่ ำงานเทคนคิ การแพทยไ์ ด้ตลอดเวลา
จ. เจา้ หนา้ ทสี่ ามารถตรวจสถานท่ีทำการ ทำงานของนกั เทคนิคการแพทยไ์ ด้ในเวลากลางวัน
ตอบ ง. เจ้าหนา้ ทส่ี ามารถตรวจสถานท่ที ำงานเทคนิคการแพทย์ได้ตลอดเวลา
พจิ ารณาและแจง้ ผลการพิจารณาใหผ้ ู้เสนอทราบภายในเกา้ สบิ วนั นบั แตว่ ันไดร้ บั เรอ่ื ง
51. ข้อใด ไมใ่ ช่ ความผิดจรรยาบรรณวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
ก. ลอกงานวิจยั ผอู้ ่นื ข. ขบั รถชนคนตายโดยประมาท ค. ใหผ้ ปู้ ่วยทดสอบทางห้องปฏบิ ัติการท่ีไม่จำเป็น
ง. เชญิ ชวนใหม้ าใชบ้ ริการสถานพยาบาลของตนเอง จ. ทำวจิ ัยในมนษุ ย์โดยไมข่ ออนญุ าตจรยิ ธรรมในมนุษย์
ตอบ ข. ขับรถชนคนตายโดยประมาท
246
52. คำช้วี นิ ิจฉัยชข้ี าดของคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ในเรอื่ งการรอ้ งเรยี นผูป้ ระกอบวชิ าชีพเทคนคิ การแพทยข์ อ้ ใดกล่าว
ถกู ต้อง
ก. สามารถอุทธรณ์คำส่ังตอ่ นายกสภาเทคนคิ การแพทย์
ข. สามารถอุทธรณค์ ำส่งั ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ค. สามารถอุทธรณ์คำส่งั ตอ่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ
ง. สามารถอุทธรณ์คำส่ังต่อคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์
จ. ถอื ว่าเปน็ ทส่ี ดุ ไมส่ ามารถอุทธรณ์ได้
ตอบ จ. ถอื ว่าเป็นทีส่ ดุ ไมส่ ามารถอุทธรณ์ได้
53. นาย เกษม ถกู พกั ใชใ้ บอนญุ าต แตย่ ังประกอบอาชพี เทคนิคการแพทย์
ก. ต้องระวางโทษจำคกุ 1 ปี ปรับ 10,000 บาท หรือทัง้ จำทง้ั ปรบั
ข. ตอ้ งระวางโทษจำคกุ 2 ปี ปรบั 20,000 บาท หรือทั้งจำทงั้ ปรับ
ค. ตอ้ งระวางโทษจำคกุ 3 ปี ปรบั 30,000 บาท หรอื ทง้ั จำทัง้ ปรบั
ง. ตอ้ งระวางโทษจำคกุ 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรอื ทง้ั จำท้งั ปรบั
จ. ตอ้ งระวางโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท หรอื ทั้งจำท้งั ปรบั
ตอบ จ. ตอ้ งระวางโทษจำคกุ 3 ปี ปรับ 60,000 บาท หรอื ท้งั จำทัง้ ปรับ
54. นายกได้สำเร็จการศึกษาเทคนิคการแพทยแ์ ละได้ไปประกอบวชิ าชพี แต่ไม่ไดข้ ้ึนทะเบยี นและใบอนุญาต
ก. ต้องระวางโทษจำคกุ 1 ปีปรับ 10,000 บาทหรือท้งั จำทง้ั ปรับ
ข. ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปีปรับ 20,000 บาทหรอื ทง้ั จำทง้ั ปรบั
ค. ต้องระวางโทษจำคกุ 3 ปีปรับ 30,000 บาทหรือท้ังจำทัง้ ปรับ
ง. ตอ้ งระวางโทษจำคุก 2 ปีปรับ 40,000 บาทหรือทั้งจำทัง้ ปรับ
จ. ต้องระวางโทษจำคกุ 3 ปีปรับ 60,000 บาทหรอื ท้งั จำทง้ั ปรบั
ตอบ จ. ตอ้ งระวางโทษจำคกุ 3 ปีปรับ 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
55. นายเอกประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไมม่ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ จะมีความผิดดังขอ้ ใด
ก. โทษปรับ 60,000 บาท
ข. โทษจำคุกไมเ่ กนิ 2 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ 20,000 บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรับ
ค. โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไมเ่ กนิ 40,000 บาท หรอื ทั้งจำทงั้ ปรับ
ง. โทษจำคุกไมเ่ กิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทงั้ จำท้งั ปรับ
จ. โทษจำคุกไมเ่ กิน 3 ปี หรือปรับไม่เกนิ 100,000 บาท หรอื ทง้ั จำทั้งปรับ
ตอบ ง. โทษจำคุกไมเ่ กนิ 3 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 60,000 บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรับ
56. การเสนอความเหน็ ต่อสภาโดยการยนื่ หนงั สอื ตอ่ สภาตอ้ งการรายชื่อสมาชิกกี่คน (50 วนั )
ก. 30 คน ข. 35 คน ค. 40 คน ง. 45 คน จ. 50 คน
ตอบ จ. 50 คน
* มาตรา ๑๒ สทิ ธแิ ละหน้าท่ีของสมาชกิ มี ดังต่อไปนี้
(๒) แสดงความเหน็ เป็นหนงั สอื เกี่ยวกับกจิ การของสภาเทคนคิ การแพทย์สง่ ไปยังคณะกรรมการเพือ่ พจิ ารณา และในกรณที ีส่ มาชิก
ร่วมกนั ตง้ั แต่ห้าสบิ คนข้ึนไปเสนอใหค้ ณะกรรมการพิจารณาเรอื่ งใดทเี่ กย่ี วกับกจิ การของสภาเทคนิคการแพทย์ คณะกรรมการต้อง
247
57. ข้อใด ไม่ใช่ ขอ้ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณแหง่ วชิ าชีพเทคนิคการแพทย์
ก. ดำเนินการอยา่ งเท่าเทยี มโดยไม่เลอื กปฏบิ ัตเิ น่ืองจากความแตกต่างดา้ นฐานะเพศอายเุ ชือ้ ชาติ
ข. ตอบคำถามวิชาการแกส่ ่ือมวลชนโดยไม่บอกสถานท่ีทำงาน
ค. คดิ คา่ บริการเกินอัตราขน้ั ต่ำท่กี ำหนด
ง. ไม่เช้อื เชญิ ให้คนมาใช้บรกิ ารสถานพยาบาลเพือ่ ประโยชน์สว่ นตน
จ. ดำเนินการตามกฎหมายสถานพยาบาล
ตอบ ค. คิดคา่ บรกิ ารเกินอัตราขัน้ ตำ่ ทกี่ ำหนด
58. ขอ้ ใดคือความหมายของ เครอ่ื งมือห้องปฏบิ ัติการ ตามมาตรฐานงานเทคนคิ การแพทย์
ก. เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ วัสดุอ้างอิง วัสดสุ ้ินเปลือง นำ้ ยาตรวจ ระบบการวเิ คราะห์ และระบบสารสนเทศทางหอ้ งปฏบิ ัติการ
ข. Pepette, thermometer, water bath
ค. Reagent, standard material, control material, control material, calibrator
ง. เคร่อื งตรวจวิเคราะหอ์ ัตโนมัตหิ ้องเคมีคลนิ กิ หอ้ งโลหิตวิทยา หอ้ งภมู คิ ุ้มกนั
จ. หลักการวเิ คราะห์ (Method)
ตอบ ก. เคร่อื งมอื อุปกรณ์ วัสดุอ้างอิง วัสดุส้ินเปลือง น้ำยาตรวจ ระบบการวิเคราะห์ และระบบสารสนเทศทาง
ห้องปฏิบัตกิ าร
59. การจดั การเคร่อื งมือทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร ควรคำนงึ ถงึ ปัจจัยใด
ก. ความจำเปน็ ทางคลินิก ข. ความสามารถของผูใ้ ช้ ค. สภาพแวดล้อม(พนื้ ที)่
ง. การกำหนดคณุ ลกั ษณะเฉพาะ จ. ราคา
ตอบ ก. ความจำเป็นทางคลนิ ิก
60. ข้อใด ไม่ถกู ตอ้ ง เกี่ยวกบั การเข้ารว่ ม EQA
ก. ทำ EQA ใหเ้ หมอื นกบั sample ผ้ปู ่วย ข. ต้องเขา้ ทุกโครงการทมี่ ีเปดิ การทดสอบ
ค. หัวหนา้ ตรวจสอบผลกอ่ นคอ่ ยรายงาน ง. รายงานภายในระยะเวลาท่กี ำหนด
จ. กระจายงานให้ทกุ คนปฏิบัติ แลว้ เลือกผลทน่ี ่าเชอื่ ถอื ทีส่ ุด
ตอบ ข. ตอ้ งเข้าทุกโครงการท่ีมเี ปิดการทดสอบ
61. การทบทวนคา่ อ้างองิ ทำเมอื่ ใด
ก. ยา้ ยห้องปฏบิ ัตกิ าร ข. เปลี่ยน lot นำ้ ยา ค. เปลย่ี นนำ้ กล่ัน
ง. เปล่ยี นวิธีปฏบิ ตั ิ จ. เปล่ยี นผปู้ ฏบิ ตั ิ
ตอบ ข. เปลีย่ น lot นำ้ ยา
62. “ข้อร้องเรียน” ตามมาตรฐานเทคนคิ การแพทย์ พ.ศ. 2560 ข้อใดถกู ต้อง
ก. ควรต้งั เป้าหมายตัวช้ีวดั เรือ่ งจำนวนขอ้ ร้องเรียนใหม้ ีจำนวนนอ้ ยท่ีสุด
ข. หอ้ งปฏิบตั ิการในโยบายและแนวปฏิบตั ิ ประเมนิ และจัดการข้อร้องเรียน
ค. ไมค่ วรรายงานใหผ้ ู้บริหารทราบรายละเอียดของขอ้ ร้องเรยี น
ง. หอ้ งปฏิบัตกิ ารทด่ี ีไมค่ วรมีข้อรอ้ งเรยี น
จ. จำนวนขอ้ รอ้ งเรยี นบ่งบอกถึงระดับคุณภาพของห้องปฏิบัติการ
ตอบ ข. หอ้ งปฏิบตั กิ ารในโยบายและแนวปฏิบัติ ประเมนิ และจดั การขอ้ รอ้ งเรยี น
248
63. มาตรฐานงานเทคนคิ การแพทย์ครอบคลุมงานในขอ้ ใด
ก. ห้องปฏบิ ตั ิการของโรงพยาบาล ข. หอ้ งปฏิบตั ิการวิจยั ทางการแพทย์ ค. หอ้ งปฏบิ ัติการในสถานพยาบาล
ง. รถเคล่อื นท่ีสถานพยาบาล (ออกหนว่ ย) จ. ถกู ทุกขอ้
ตอบ จ. ถกู ทกุ ขอ้
64. ขอ้ มูลทีแ่ สดงถงึ การสอบเทียบ (Validation)
ก. ใบแจ้งค่าตาม อย.
ข. ผลการเทยี บได้ในคณุ สมบตั ขิ องการวัดหรือค่ามาตรฐานอ้างอิงกบั ระดบั ประเทศและระดบั สากล
ค. ใบรับรองของผู้แทนจำหนา่ ย ยืนยนั โดยการตรวจสอบหรอื มีหลักฐาน/บนั ทึกแสดงวา่ เป็นตามใบกำหนด
ง. ข้อมูลการเปรยี บเทยี บของอปุ กรณ์ หรอื เครื่องมือทต่ี ้องการตรวจสอบความถูกตอ้ งกบั อปุ กรณ์ หรอื เครื่องมอื ทม่ี คี วามถูกต้อง
แมน่ ยำสงู กว่า
จ. ผลของกระบวนการที่ใชเ้ พอื่ พสิ จู น์วา่ ขน้ั ตอนการทดสอบ กระบวนการทดสอบ วิธีการทีใ่ ช้ มีผลการตรวจเป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ที่คาดไว้
ตอบ ข. ผลการเทียบได้ในคณุ สมบัติของการวดั หรอื ค่ามาตรฐานอ้างองิ กับระดับประเทศและระดบั สากล
65. การประเมินสมรรถนะของบุคลากรในการการปฏิบัติงานเป็นระยะตามข้อกำหนดของสภาเทคนิคการแพทยใ์ ชว้ ธิ ีการใด
ก. ดูจากปริมาณงาน ข. ดำเนนิ การโดยใช้ตัวอย่างจากผู้ป่วยวิธีการปฏิบัติ ค. ใชเ้ ทคโนโลยีที่ทันสมยั
ง. ดูจากผล IQC ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง จ. เปรียบความถูกตอ้ งจากองค์กรภายนอก
ตอบ ข. ดำเนนิ การโดยใชต้ วั อย่างจากผ้ปู ว่ ยวธิ กี ารปฏิบัติ
66. ข้อใด หมายถงึ การเปรียบเทียบวธิ ีวิเคราะหห์ รือเครอื่ งมือในกรณีท่มี ีวธิ วี ิเคราะหห์ ลายวิธหี รือมหี ลายเครอื่ งมอื
ก. เอา control material มาเปรยี บเทียบกัน ข. นำ EQA/PT มาคิดวเิ คราะห์เปรียบเทยี บกัน
ค. นำ sample ผู้ปว่ ยมาเปรยี บเทยี บกนั ง. กำหนดค่าเฉลี่ยกลางท่ใี ช้ร่วมกนั แลว้ เปรยี บเทียบความแตกตา่ ง
จ. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ ค. นำ sample ผ้ปู ว่ ยมาเปรยี บเทียบกนั
67. ขอ้ ใด ถูกตอ้ งท่สี ดุ เกย่ี วกบั การรายงานคา่ วกิ ฤติ
ก. รายงานค่าฉบบั สมบูรณ์ถกู ต้องให้กบั แพทย์ ข. รายงานคา่ เฉพาะโรคทม่ี กี ารระบาดรนุ แรง
ค. กำหนดค่าวิกฤติทกุ การตรวจ ง. กำหนดค่าวิกฤตเิ รง่ ดว่ นโดยหารือกับแพทย์ทส่ี ่งตรวจ
จ. การกำหนดคา่ วกิ ฤติโดยผจู้ ัดการด้านคณุ ภาพห้องปฏิบตั ิการ
ตอบ ง. กำหนดค่าวิกฤตเิ รง่ ดว่ นโดยหารือกับแพทยท์ ี่สง่ ตรวจ
68. ห้องปฏิบัตกิ ารควรมีส่วนร่วมในการกำหนด “คา่ วิกฤตหรอื ช่วงคา่ วกิ ฤต” โดยปรึกษาร่วมกบั แพทยผ์ สู้ ง่ ตรวจกำหนดใน
ข้อกำหนดใดในมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์
ก. กำหนดคา่ วิกฤตแล้วแจง้ ให้แพทย์ทราบ ข. ปรกึ ษาร่วมกับแพทย์พยาบาลและเทคนิคการแพทย์
ค. อา้ งอิงจากตำราหรอื ใชค้ ่าจากโรงพยาบาลใกลเ้ คียง ง. รายงานคา่ วกิ ฤตตามที่แพทย์ต้องการ
จ. รายงานผลการวเิ คราะห์ทแี่ พทย์ต้องการผลเร่งดว่ น
ตอบ ข. ปรึกษารว่ มกับแพทยพ์ ยาบาลและเทคนิคการแพทย์ *คา่ วกิ ฤติ (Critical intervals/alert) หมายถึง รายงาน
ผลการวิเคราะหท์ างหอ้ งปฏิบัตกิ ารเทคนคิ การแพทยท์ ่หี ้องปฏิบัติการทำความตกลงกบั ผใู้ ช้บริการ ให้รายงานผลด่วนเปน็ กรณพี เิ ศษ
เพือ่ ประโยชนใ์ นกระบวนการรักษาผ้ปู ว่ ย (.สทพ)
249
69. ขอ้ ใดคอื มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ในการขนส่งส่ิงสง่ ตรวจในงานธนาคารเลอื ด (daily quality control)
ก. ควบคมุ อณุ หภมู ิตู้เกบ็ เกลด็ เลือด
ข. ตรวจสอบอณุ หภูมิ water bath
ค. ทำการทดสอบประสิทธิภาพ anti-D, anti-E และ anti-E
ง. ทำการทดสอบประสทิ ธิภาพ anti-A, anti-B, anti-AC และ anti-BC
จ. นำสง่ิ สง่ ตรวจแช่เยน็ และบ่งชี้ส่วนประกอบเลือดให้ครบถว้ นและถูกตอ้ ง
ตอบ ก. ควบคุมอณุ หภมู ติ เู้ ก็บเกล็ดเลอื ด
70. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการสอบทวน
ก. การยนื ยันโดยการตรวจสอบ และมีหลกั ฐาน แสดงว่าเป็นไปตามข้อกำหนดท่ีระบไุ ว้
ข. การยอ้ นรอยถงึ คณุ สมบตั ิของผลการตรวจวัดหรือคา่ มาตรฐานท่ีใช้อ้างองิ ระดับประเทศหรือระดบั สากล
ค. การตรวจสอบถึงการกระทำการทดสอบของห้องปฏบิ ตั กิ าร โดยอาศัยกลไกของวิธีเปรียบเทยี บผลระหว่างห้องปฏิบตั ิการ
ง. การเปรยี บเทยี บค่าต่างๆของอปุ กรณ์ หรอื เครอ่ื งมือที่ต้องการตรวจความถกู ตอ้ งกับอุปกรณ์หรอื เครอ่ื งมือทีม่ คี วามถูกต้อง
แมน่ ยำสูงกว่า
จ. กิจกรรมหรือขบวนการเพื่อพสิ จู นว์ า่ ข้ันตอนการทดสอบ ขบวนการทดสอบ ระบบการทดสอบ หรอื วิธกี ารทดสอบท่นี ำมาใช้
ได้ตามวัตถุประสงค์ทคี่ าดไว้
ตอบ ก. การยืนยันโดยการตรวจสอบ และมหี ลกั ฐาน แสดงว่าเปน็ ไปตามขอ้ กำหนดท่รี ะบไุ ว้
71. ขอ้ ใดถูกเก่ยี วกบั การเกบ็ นำ้ ยาสง่ิ สง่ ตรวจ
ก. เกบ็ ท่อี ุณหภมู ิ -20C ข. เกบ็ ท่อี ุณหภูมิ -4C ค. เก็บท่อี ุณหภมู ิห้อง
ง. เก็บตามคำแนะนำของใบประกอบนำ้ ยา จ. ถา้ เปน็ กรดเก็บท่ี RT ถ้าเป็นเบสเก็บในตู้เย็น
ตอบ ง. เก็บตามคำแนะนำของใบประกอบนำ้ ยา
72. ข้อใดหมายถึง การจดั การเก่ียวกับอบุ ัตกิ ารณเ์ ชิงรกุ (near miss)
ก. การตรวจสอบเหตุการณ์ทไี่ มพ่ ึงประสงค์ที่สามารถแกไ้ ขภายในหนว่ ยงานก่อนสง่ ผลกระทบไปสภู่ ายนอก
ข. การตรวจสอบเหตกุ ารณท์ ไ่ี มพ่ งึ ประสงค์ทเ่ี คยเกดิ ในอดตี และมแี นวโนม้ เพมิ่ สูงข้นึ ในอนาคต
ค. การตรวจสอบเหตกุ ารณ์ที่ไมพ่ ึงประสงคท์ ีส่ ามารถแก้ไขไดโ้ ดยแพทย์กอ่ นสง่ ผลกระทบตอ่ ผู้ปว่ ย
ง. การตรวจสอบเหตกุ ารณ์ทไ่ี มพ่ งึ ประสงค์ทยี่ งั ไมเ่ กดิ ขนึ้ แต่มคี วามเส่ยี ง
จ. การตรวจสอบเหตุการณท์ ่ีไมพ่ ึงประสงคท์ กุ ประเภทและหาทางแก้ไข
ตอบ ง. การตรวจสอบเหตุการณ์ที่ไมพ่ ึงประสงค์ที่ยงั ไม่เกิดข้ึนแต่มคี วามเสี่ยง
73. สิ่งใด ไม่ใช่ การควบคมุ แก้ไขสง่ิ ที่ไมส่ อดคล้องกบั ข้อกำหนด
ก. มกี ารบันทกึ และตรวจเชค็ อุบัติการณ์ ข. ตรวจสอบและทำการแก้ไข
ค. ลงโทษผู้ทท่ี ำให้เกิดส่งิ ทีไ่ ม่สอดคล้องกบั ข้อกำหนด ง. กำหนดผู้รบั ผิดชอบแก้ไขปัญหา
จ. มรี ะเบยี บปฏิบตั ิการควบคมุ สิ่งทไี่ ม่สอดคล้องกับข้อกำหนด
ตอบ ค. ลงโทษผทู้ ที่ ำให้เกิดส่ิงทไี่ มส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ กำหนด
74. ขอ้ ใดถูกตอ้ งที่สดุ ตามเกณฑ์การจดั ซอื้ ด้านคุณภาพ ตามมาตรฐานเทคนคิ การแพทย์
ก. ราคาถูก ข. มกี ารใหบ้ ริการทางหอ้ งปฏิบัติการ ค. ถกู ตอ้ งตามระเบยี บของราชการ/โรงพยาบาล
ง. มีบรกิ ารหลังการขาย จ. มวี นั หมดอายุถูกตอ้ งตามข้อมูลเชิงวชิ าการมี sensitivity และ specificity ทตี่ อ้ งการ
ตอบ จ. มีวนั หมดอายุถูกต้องตามข้อมลู เชิงวชิ าการมี sensitivity และ specificity ท่ีต้องการ