The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือประมวลความรู้วิชาชีพสำหรับบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ 63 ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanmicro, 2022-02-23 21:39:25

หนังสือประมวลความรู้วิชาชีพสำหรับบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ 63 ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น

หนังสือประมวลความรู้วิชาชีพสำหรับบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ 63 ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น

150

25. เชื้อที่ติดต่อได้ทางการหายใจ และสามารถ ทำให้เกิด liver abscess ลักษณะ colony ที่ 48 ชั่วโมง จีบย่นและ

สามารถ oxidize นำ้ ตาล lactose บน MacConkey agar ได้

ก. Acinetobacter lwoffii ข. Burkholderia cepacia ค. Burkholderia pseudomallei
ง. Pseudomonas aeruginosa จ. Stenotrophomonas maltophilia
เฉลย : ค. Burkholderia pseudomallei B. pseudomallei เป็นแบคทีเรีย ชนิด Gram negative bacilli มี

ลักษณะจำเพาะ คือ เซลล์จะติดสีเข้มหัวท้าย เมื่อย้อมด้วยสี Gram Stain หรือ Wayson Stain ทำให้มีลักษณะคล้ายเข็ม

กลัดซ่อนปลาย ไม่สร้างสปอร์ เคลื่อนที่โดยใช้ flagella เชื้อสามารถเจริญได้ดีในอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไป ลักษณะโคโลนี

และสีจะเปลี่ยนเเปลงตามชนิดอาหารเลี้ยงเชื้อ โคโลนีบน Blood agar มีสีขาวขุ่น และจะเหี่ยวย่นเมื่อบ่มไว้นานกว่า 2 วัน มี

beta hemolysis zone รอบๆ โคโลนี มีกลิ่นเฉพาะ คล้ายกลิ่นดินมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเจริญได้ในภาวะ

เป็นกรด pH 4.5-8 และอุณหภูมิระหว่าง 15-42 องศาเซลเซียส

26. ขอ้ ใด ไม่ถกู ต้อง หลังจากตดิ เช้อื Streptococci

ก. ข้ออักเสบ Rheumatoid ที่เกดิ จาก Ag-Ab ข. กรวยไตอักเสบเกดิ จาก Ag-Ab

ง. Scarlet fever ทเ่ี กิดจาก epidermal toxin ค. ล้ินหัวใจอักเสบ

จ. Toxic shock like syndrome ออกฤทธิ์คล้ายกบั endotoxin

เฉลย : จ. Toxic shock like syndrome ออกฤทธ์ิคล้ายกับ endotoxin

27. การย้อมเสมหะที่มีเชื้อ Mycobacterium tuberculosis ด้วยวิธี Acid Fast Stain และ Modified Acid
Fast Stain อยา่ งละ 1 แผ่น เชอื้ จะตดิ สใี นขอ้ ใด

ก. ติดสีแดงท้งั 2 แผ่น
ข. AFB ตดิ สีแดง และ Modified Acid-Fast Stain ติดสีน้ำเงนิ

ค. AFB ตดิ สแี ดง และ Modified Acid-Fast Stain ไม่ติดสี
ง. AFB ติดสนี ้ำเงนิ และ Modified Acid-Fast Stain ตดิ สแี ดง
จ. ติดสีน้ำเงนิ ท้ัง 2 แผ่น

เฉลย : ก. ติดสีแดงทั้ง 2 แผ่น
Mycobacterium tuberculosis เมื่อนำมาย้อมด้วยวิธี Acid Fast Stain และ Modified Acid Fast

Stain จะพบวา่ ตดิ สแี ดงทั้ง 2 วิธี

28. เพาะเชื้อที่ swab มาจากตาของเด็กแรกคลอด นำมาย้อมแกรม พบ Gram negative diplococci ผลการเพาะเชื้อ
ไมเ่ จรญิ บน BA และ MC แตเ่ จรญิ บน CA เปน็ โคโลนเี ล็กๆ ได้ผล oxidase positive ควรทำการลงเช้อื ตอ่ ไปอยา่ งไร

ก. TSI, LIA, MIO, Urease ข. CTA-sugar, motile ค. CTA-sugar, DNase
ง. TSI, OF-glucose, LD, AD, OD, 42ฐC growth จ. TSI, LIA, MIO, Urease, DNase
เฉลย : ค. CTA-sugar, DNase

gonococcal conjunvtivitis เกิดจากการติดเชื้อ Neisseria gonorrhoeae มักพบอาการตาแดงตั้งแต่
อายุ 3 - 5 วัน เชื้อชนิดนี้มีความรุนแรงมากทำให้ตาบอดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่มักพบทั้งสองตามีข้ีตามาก และขี้ตามี
ลักษณะเป็นหนองจำนวนมาก อาจมีแผลที่กระจกตาร่วมด้วยหรือแผลลุกลามจนกระจกตาทะลุ มีการติดเชื้อเข้าไปในลูกตา ผลการ
เพาะเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ไม่เจริญบน BA และ MC แต่เจริญบน CA เป็นโคโลนีเล็กๆ ได้ผล oxidase
positive การทดสอบ CTA-sugar ให้ผลบวกกับน้ำตาล glucose และ DNase negative

151

29. การทดสอบ zone ยา ในกลุ่ม aminoglycoside กบั เชือ้ Enterococcus spp. ตอ้ งใชย้ าอะไร
ก. Gentamicin 120 μg ข. Amikacin ค. Vancomycin ง. Oxacillin จ. Erythromycin

เฉลย : ก. Gentamicin 120 μg

30. เชือ้ ใดท่ตี ้องทำ MIC และทำกับยาอะไร

ก. Staphylococcus aureus กับยา Oxacillin ข. Staphylococcus aureus กบั ยา Cefoxitin
ค. Staphylococcus aureus กบั ยา Vancomycin ง. Proteus mirabilis กับยา Ciforzamide
จ. Enterococcus spp. กบั ยา Vancomycin
เฉลย : ค. Staphylococcus aureus กับยา Vancomycin Staphylococcus aureus ที่ดื้อต่อยา

methicillin (MRSA) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล และมีรายงานพบในชุมชนเพิ่ม มากข้ึน

vancomycin จึงเป็นยาที่มีการใช้มากขึ้น มีรายงานว่าพบเชื้อ MRSA มีค่า minimal inhibitory concentration

(MIC) ต่อยา vancomycin เพ่ิมขึ้น และพบ MRSA ที่ด้ือยา vancomycin เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ โดยส่วนใหญ่

เป็นสายพันธ์ุทดี่ ื้อตอ่ ยา vancomycin ในระดับตํ่า ๆ ซง่ึ การทดสอบความไวต่อยาด้วยวธิ ี disc diffusion ท่ีใชใ้ นงานบริการ

ประจำวนั ไมส่ ามารถตรวจพบเช้อื ทีด่ ้ือ vancomycin ลกั ษณะน้ีได้ต้องทดสอบดว้ ยวธิ หี าค่า MIC

31. ผู้ป่วยมีไข้ 38C เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เหนื่อยง่าย หอบ หัวใจเต้นเร็ว ปลายนิ้วเป็นจ้ำ ปัสสาวะพบเลือด ผลการตรวจ
Hemoculture 5 ขวด ให้ผล positive 3 ขวด เมื่อลง Blood agar พบ α-hemolysis ย้อม gram ได้ลักษณะ

gram positive cocci in chain ขอ้ ใดถูก

ก. ควรทำ CAMP test เพ่อื ยนื ยนั ข. อาจเป็น subacute bacterial endocarditis

ค. เช้ือสร้าง Toxic-shock syndrome like toxin ง. เปน็ autoimmune disease ทำ ให้เกดิ โรค

จ. รายงาน Normal throat flora เพราะ hemoculture positive เพยี ง 3/5

เฉลย : ข. อาจเป็น subacute bacterial endocarditis subacute bacterial endocarditis เชื้อสาเหตุที่พบ

บ่อยคือ viridians streptococci และ Enterococci เมื่อนำมาย้อม gram ไดล้ กั ษณะ gram positive cocci in
chain และพบลกั ษณะโคโลนบี น Blood agar แบบ α-hemolysis

32. ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการควบคุมคุณภาพของการทดสอบความไวต่อยาต้านจลุ ชีพของเชื้อ Enterococcus faecalis
กบั disk STX

ก. ควบคมุ คุณภาพของ disc ยา ข. ควบคมุ คณุ ภาพของเชอื้ มาตรฐาน ค. ทดสอบคุณภาพของอาหารเลี้ยงเช้ือ
ง. ดคู วามเปน็ กรด-ดา่ งของ MHA จ. ดคู วามหนา-บางของ MHA
เฉลย : ค. ทดสอบคุณภาพของอาหารเลี้ยงเชื้อ การทดสอบคุณภาพของอาหารเลี้ยงเชื้อบน Mueller Hinton เพื่อหา SXT
inhibitor

33. เชื้อแกรม Positive cocci in pair Colony แบบใส ให้ผล α-hemolysis บน Blood agar ต้องทำการ

ทดสอบใดเพิม่ เติม

ก. ดกู ารสรา้ ง Dnase ข. ทดสอบ Catalase ค. ทดสอบ Coagulase

ง. ทดสอบ Oxidase จ. ทดสอบ Optochin susceptibility

เฉลย : จ. ทดสอบ Optochin susceptibility Optochin susceptibility test เป็นการทดสอบความไวต่อยา
optochin เพ่อื แยกวนิ ิจฉยั เชอ้ื Streptococcus ทใ่ี ห้ผล α-hemolysis บน Blood agar โดยเชื้อ S. pneumoniae
จะให้ผล susceptible ในขณะที่เชือ้ S. viridans จะใหผ้ ล resistance

152

34. ขอ้ ใดไม่ควรนำมาทำ biochemical test ในการทดสอบหาเช้ือก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร
ก. โคโลนไี ม่มีสบี น MacConkey agar และใหผ้ ลทดสอบ oxidase test negative
ข. โคโลนีไมม่ ีสีบน MacConkey agar และใหผ้ ลทดสอบ oxidase test positive
ค. โคโลนสี ีเขยี วที่ขึน้ บน TCBS
ง. โคโลนที ม่ี จี ุดสดี ำด้านบน ที่ขึ้นบน SS-agar plate
จ. โคโลนมี สี ีชมพูบน MacConkey agar ลกั ษณะเย้ิม

เฉลย : จ. โคโลนมี ีสีชมพบู น MacConkey agar ลักษณะเยิม้
Klebsiella เป็นแบคทีเรียในวงศ์ Enterobacteriaceae ย้อมติดสีแกรมลบ (Gram negative bacteria)

จัดอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) เป็นเชื้อประจำถิ่นของระบบทางเดินอาหาร มีรูปร่างเป็นท่อน และเป็นพวก facultative
anaerobe คือเจริญได้ทั้งในภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน ไม่สร้างสปอร์ ไม่ทนต่อความร้อน อาจไม่เคลื่อนที่ หรือ
เคลื่อนที่ด้วย peritrichous flagella เมื่อนำไปเพาะเล้ียงบน MacConkey agar จะพลลักษณะโคโลนีมีสีชมพูบน
(lactose fermenter) ลกั ษณะเยิ้ม

35. บน SS-agar plate พบโคโลนีไม่มีสีและมีจุดสีดำด้านบน ดังนั้น ถ้านำเชื้อนี้มาเพาะบน MacConkey agar จะพบ
โคโลนลี กั ษณะใด

ก. โคโลนีไม่มีสีและมจี ุดสดี ำ ข. โคโลนีไมม่ ีสี ค. โคโลนสี ีชมพู ง. โคโลนีสีชมพแู ละมจี ดุ สีดำ จ. ไมม่ ีข้อใดถกู ต้อง
เฉลย : ข. โคโลนีไม่มีสี เมื่อนำเชื้อมาเพาะเลี้ยงบน SS-agar plate พบลักษณะโคโลนีไม่มีสีและมีจุดสีดำด้านบน แสดงว่าเช้ือ
ไม่สามารถ ferment น้ำตาล lactose และพบจุดสีดำด้านบนโคโลนีแสดงว่าเชื้อสร้าง H2S เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงบน
MacConkey agar จะพบโคโลนีไม่มีสี (non lactose fermenter)

36. เชื้อทใ่ี ห้ผล phenylalanine deaminase (+) คือข้อใด

ก. Acinetobactor baumannii ข. Aeromonas caviae ค. Citrobacter freundi
ง. Proteus mirabilis จ. Shigella sonnei
เฉลย : ง. Proteus mirabilis เชื้อแบคทีเรีย ที่ให้ผลการทดสอบ phenylalanine deaminase (+) ได้แก่

Proteus, Morganella, Providencia

37. ข้อใด ไมต่ ้อง ทำการทดสอบ slide agglutinatination

ก. Salmonella Typhi ข. Shigella dysenteriae ค. Shigella boydii
ง. Vibrio cholerae จ. Vibrio parahaemolyticus
เฉลย : จ. Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียในสกุล Vibrio ซ่ึงเป็นแบคทีเรียแกรมลบ (Gram negative

bacteria) รูปร่างเป็นแท่ง ก่อโรคทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ เป็นแบคทีเรียที่ชอบเกลือ

(halophilic bacteria) เจริญได้ในอาหารหรือน้ำที่มีเกลือแกง (NaCl) ตั้งแต่ 1-8% ไม่ Ferment lactose จึงทำ

ให้Colony บน TCBS มีสีเขียว ผลการทดสอบ Oxidase +, catalase + ไม่สร้างเอนไซม์ arginine dihydrolase

การทดสอบไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งแยก serogroup

38. เด็กอายุ 3 ขวบ มีประวัติเป็น Acute otitis มาพบแพทย์ด้วยอาการซึมและมีไข้ ส่งตรวจ CSF พบ Intracellular

gram positive diplococci (lancet shaped) ผู้ปว่ ยนา่ จะติดเช้ือใด

ก. S. pneumonia ข. S. Agalactiae ค. H. influenza ง. N. Meningitidis จ. L. monocytogenes
เฉลย : ก. S. pneumoniae

153

S.pneumoniae เป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างกลมหรือรูปไข่ อยู่เป็นคู่ รูปร่างคล้ายปลายใบมีดผ่าตัดที่มีคม 2
ดา้ น (Lancet-shaped) 2 อนั มาอยู่ติดกัน และมแี คปซูล (Capsule) ลอ้ มรอบ โรคติดเช้ือ pneumococcus เรียกว่า
โรค pneumococcal มีหลายประเภท ได้แก่ Otitis media หรือการตดิ เช้ือในหชู ้นั กลาง Sinusitis หรือการติดเชื้อในไซนัส
Pneumonia หรอื การติดเช้ือในปอด Meningitis หรอื การติดเชือ้ ที่เยื่อหุ้มสมอง Bacteremia และ sepsis หรือการตดิ
เชือ้ ในกระแสเลือด

39. แบคทีเรยี ใดสรา้ งสปอร์

ก. Bacillus anthracis ข. Corynebacterium diphtheriae ค. L. monocytogenes
ง. Erysipelothrix rhusiopathiae จ. Rhodococcus equi
เฉลย : ก. Bacillus anthracis โรคแอนแทรกซ์ เกิดจากเชอ้ื แบคทเี รยี Bacillus anthracis ซึ่งสามารถสรา้ งสปอรไ์ ด้ เปน็
แบคทีเรียใน family Bacillaceae ติดสีแกรมบวกลักษณะรูปแท่ง ใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิต โดยเชื้อแบคทีเรีย B.
anthracis ชนิดที่ก่อโรคที่แยกเชื้อได้น้ันมีพลาสมิด 2 ชนิด คือ pX01 ซึ่งหมายถึง tripartite protein exotoxin

complex และ pX02 ซึ่งหมายถึงสารพันธุกรรมที่แคปซูลของเชื้อ อย่างไรแม้ว่าเชื้อแบคทีเรียนี้มักมีลักษณะทางพันธุกรรมที่

คล้ายคลึงกันอย่างมาก แต่จากการศึกษาพบว่าสามารถแยกออกได้หลายกลุ่มที่เกิดจากการโคลน ซึ่งบางกลุ่มสามารถพบได้ทั่วโลก

และบางกลุ่มสามารถพบได้ในบางพ้ืนทเ่ี ทา่ นนั้

40. สิง่ สง่ ตรวจใด ไม่พบ Normal flora
ก. Rectal swab ข. Urethral swab ค. Synovial fluid ง. Throat swab จ. Sputum

เฉลย : ค. Synovial fluid น้ำไขข้อ (Synovial fluid หรอื Synovia) คือนำ้ /ของเหลวท่มี ีความหนืดทพี่ บในข้อต่างๆของ
ร่างกาย ไขข้อมีหน้าที่หลัก คือ หล่อลื่นข้อ ลดการเสียดสีระหว่างหัวกระดูกที่ประกอบกันเป็นข้อ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำงาน/
เคลื่อนไหวข้อนั้นๆ ไขข้อประกอบด้วยสารโปรตีนชนิดต่างๆที่สร้างมาจากเนื้อเยื่อที่เรียกว่า “เนื้อเยื่อบุข้อ/เยื่อบุข้อ (Synovial
membrane ชื่ออื่น คือ Synovium หรือ Stratum synoviale)” ที่เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่บุอยู่ในข้อ และรวมถึงบุที่เอ็น
กลา้ มเนื้อและบุถุงลดเสยี ดสี (Bursa) นำ้ ไขขอ้ จดั เป็น sterile site ซ่ึงหมายถึงบริเวณทีไ่ ม่พบ normal flora

41. Mucoid colony ใหญ่ สชี มพูบน MacConkey agar ไมส่ รา้ งเอนไซม์ Oxidase ไม่ motile คอื เช้อื ใด

ก. Klebsiella pneumonia ข. Escherichia coli ค. Enterobacter aerogenes
ง. Citrobacter freundii จ. Bacillus anthracis
เฉลย : ก. Klebsiella pneumonia

Klebsiella เป็นแบคทีเรียในวงศ์ Enterobacteriaceae ย้อมติดสีแกรมลบ (Gram negative bacteria) จัดอยู่

ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) เป็นเชื้อประจำถิ่นของระบบทางเดินอาหาร มีรูปร่างเป็นท่อน และเป็นพวก facultative

anaerobe คือเจริญได้ทั้งในภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน ไม่สร้างสปอร์ ไม่ทนต่อความร้อน ไม่สร้างเอนไซม์ Oxidase

ไม่ motile เมือ่ นำไปเพาะเลย้ี งบน MacConkey agar จะพบลักษณะโคโลนมี ีสชี มพูบน (lactose fermenter) ลกั ษณะ

เยิม้ (Mucoid colony)

42. สาร anticoagulant ในการทำ Blood culture คือขอ้ ใด

ก. Sodium citrate ข. Sodium fluoride ค. Heparin

ง. Sodium polyanethol sulfonate (SPS) จ. EDTA

เฉลย : ง. Sodium polyanethol sulfonate (SPS)

sodium polyanethol sulfonate (SPS) เป็น anticoaglulant ในการเพาะเชอ้ื จากเลอื ด

154

43. ควรทดสอบ dics ยา penicillin ทซ่ี ื้อมาใหม่ด้วยเช้ืออะไร

ก. E. coli ATCC 25922 ข. S. aureus ATCC 25923 ค. P. aeruginosa ATCC 27853
ง. H. influenzae ATCC 49247 จ. E. coli ATCC 35218
เฉลย : ข. S. aureus ATCC 25923 การควบคุมคุณภาพโดยใช้เชื้อมาตรฐาน S. aureus ATCC 25923 ทําการ

ทดสอบความไวของเชื้อที่วนิ ิจฉัยเป็น S. aureus ด้วย disk ยาเซโฟซติ นิ (cefoxitin 30 g (FOX)) เพือ่ หาสายพันธ์ุ

ที่ดื้อต่อยาเมธิซิลลินและทดสอบ ความไวต่อยาอีก 6 ชนิด คือ คลินดามัยซิน (clindamycin 2 g, DA), อิริโทรมัยซิน

(erythromycin 15 g, E), โอฟลอกซาซิน (ofloxacin 5 g, OFX), เพนซิ ิลลนิ (penicillin 10 g, P), เต

ตราซัยคลิน (tetracycline 30 g, TE) และแวนโคมยั ซิน (vancomycin 30 g, V) ดว้ ยวธิ ี disk diffusion

ตามมาตรฐานของ Clinical and Laboratory Standards Institute (CLSI)

44. เชอื้ ใดท่ีใช้ทดสอบคุณภาพของอาหารเลยี้ งเชื้อ MacConkey agar

ก. E. coli, P. mirabilis, K. pneumoniae ข. E. coli, S. pyogenes, S. aureus
ค. E. coli, P. mirabilis, S. aureus ง. E. coli, Bacillus subtilis, S. aureus
จ. E. coli, P. mirabilis, Vibrio cholerae
เฉลย : ค. E. coli, P. mirabilis, S. aureus การทดสอบคุณภาพของอาหารเลี้ยงเชื้อ MacConkey agar ควรใช้เชื้อ
E. coli, P. mirabilis, S. aureus เน่ืองจากเชอ้ื E. coli จะใหผ้ ลเปน็ lactose fermenter เชอื้ P.mirabilis จะให้ผล
เปน็ non lactose fermenter และ S. aureus ไม่สามารถเจริญบน MacConkey agar

45. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ ไมถ่ กู ตอ้ ง
ก. Sterilization คอื วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อทง้ั เช้อื กอ่ โรคและไม่ก่อโรค รวมถึง spore ของจุลชีพ
ข. Disinfection คอื วธิ กี ารทำลายเชื้อที่ปนเปือ้ นตามวตั ถุ โดยอาจยังมี spore ของจุลชพี หลงเหลืออยู่
ค. Antisepsis คอื วิธกี ารทำลายหรอื ยับยงั้ การเจริญเตบิ โตของจุลชพี โดยเฉพาะในเนอ้ื เย่อื ของส่ิงมีชวี ิต
ง. Antiseptic คอื สารเคมที ใี่ ช้ทำลายหรือยบั ยง้ั เช้ือโรค โดยส่วนมากใช้ภายในร่างกาย
จ. Disinfectant คือสารเคมที ใี่ ชท้ ำลายจุลชีพกับสง่ิ ไม่มีชีวิต โดยอาจยังมี spore ของจลุ ชีพหลงเหลอื อยู่
เฉลย : ง. Antiseptic คือสารเคมีทใี่ ชท้ ำลายหรอื ยบั ยงั้ เชือ้ โรค โดยส่วนมากใชภ้ ายในรา่ งกาย
สารเคมีท่ีใชท้ ำลายหรอื ยบั ย้ังเชอ้ื โรคโดยใชภ้ ายในรา่ งกายเรยี กว่า antibiotic หรอื antimicrobial agent

46. ยอ้ มเช้อื ทีเ่ พาะได้จากสิ่งส่งตรวจพบ Gram negative bacteria ตอ้ งทำการทดสอบใดต่อไป

ก. oxidase ข. Catalase ค. motile ง. indole จ. Citrate

เฉลย : ก. oxidase

Gram negative ไม่วา่ จะมีรปู รา่ งเป็น cocci, coccobacilli, bacilli ตอ้ งทดสอบ oxidase เปน็ ลำดบั แรก

47. ขน้ั ตอนการยอ้ ม acid fast stain

ก. Carbol fuchsin, 95% Alcohol, Methylene blue

ข. Carbol fuchsin, 1% HCl, Methylene blue

ค. Carbol fuchsin, 3% HCl in 95% Alcohol , Methylene blue

ง. Carbol fuchsin, 1% HCl, Safranin

จ. Carbol fuchsin, 1% H2SO4, Methylene blue

เฉลย : ค. Carbol fuchsin, 3% HCl in 95% Alcohol , Methylene blue

155

การย้อมสี AFB โดยวิธี KINYOUN TECHNIQUE เร่ิมแรกนำ Slide เสมหะผู้ป่วยที่ fix ด้วยความร้อน
หรือ 70% alcohol แล้ว มาย้อม acid fast ด้วยวิธีของ Kinyoun โดยหยดสี carbol fuchsin (Kinyoun) ให้ท่วม
slide และทิ้งไว้ 5 นาที ล้างด้วยน้ำประปา จากนั้นล้างด้วย acid alcohol 15 – 30 วินาที ล้างด้วยน้ำประปาทันที
แล้วย้อมทับดว้ ยสี methylene blue ทิ้งไว้ 1 - 2 นาที ล้างด้วยน้ำประปา แล้วปลอ่ ยใหแ้ ห้ง สุดท้ายนำ slide มาศึกษาดู
ลักษณะและตรวจหาเชื้อ acid fast bacilli ด้วยกล้องจลุ ทรรศน์ทก่ี ำลงั ขยาย 40X และ 100X

48. ขอ้ ใด ไม่ถกู ตอ้ ง เก่ยี วกบั เช้อื Moraxella catarrhalis
ก. Gram negative diplococci ข. Oxidase positive ค. พบได้ในระบบทางเดนิ หายใจส่วนบนของคน

ง. กอ่ ให้เกิดโรคอักเสบของหชู น้ั กลางและไซนัส จ. เจริญได้ในเฉพาะใน Modified Thayer-Martin agar

เฉลย : จ. เจริญไดใ้ นเฉพาะใน Modified Thayer-Martin agar
Moraxella catarrhalis เป็นสาเหตุของโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (พบในเด็กที่มีอายุต้ังแต่ 3 เดือนขึ้นไป)

โรคหูชั้นกลางอักเสบชนิดเรื้อรังร้ายแรง (มีไข้ ปวดที่หูแบบเฉียบพลัน มีอาการระคายเคือง ก่อให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียใน
ร่างกายหรือโลหิต รวมถึง โรคติดเชื้อในระบบประสาท) ไซนัสอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลัน และ เรื้อรัง Moraxella จัดอยู่ใน
Family : Moraxellaceae เปน็ แบคทเี รยี ชนิดแกรมลบ ท่มี ีรปู ร่างกลม อย่เู ปน็ คู่ ไมส่ ามารถเคลอื่ นท่ไี ด้ ต้องการออกซิเจนใน
การดำรงชวี ติ และ สามารถสร้างเอนไซม์คะตะเลส (catalase) ได้ เจริญไดใ้ นบน BA, CA, TM agar

49. ขอ้ ใด ไม่ถูกต้อง เกย่ี วกับเช้ือ Listeria monocytogenes
ข. สามารถเคล่ือนที่ไดด้ ที ่ี 42oC ค. Gram positive bacilli ไม่สร้าง spore
ก. เปน็ zoonosis จ. ให้ผล β-hemolysis บน blood agar

ง. มกี ารเคลอ่ื นที่รูปร่มเม่ือ stab บนอาหารเลยี้ งเชื้อ semisolid
เฉลย : ข. สามารถเคลือ่ นที่ได้ดที ี่ 42 oC

Listeria monocytogenes เป็นแบคทเี รียในสกุล Listeria มีรูปรา่ งลักษณะเป็นท่อน มีเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 0.5

ไมโครเมตร ยาว 0.5-2 ไมโครเมตร เป็นแบคทีเรียแกรมบวก (gram positive bacteria) ไม่สร้างสปอร์ (non spore

forming bacteria) สร้างแคปซูล เป็นแบคทีเรียที่สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งสภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน
(facultative anaerobe) สามารถเคลื่อนที่ได้ดีที่ 22 oC เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) บทบาทสำคัญต่อความ

ปลอดภัยทางอาหาร (food safety)

50. ข้อใดเปน็ สาเหตุของการเกดิ meningitis ในเด็ก

ก. H. influenzae type B ข. H. parainfluenzae ค. H. drucreyi
ง. H. haemolyticus จ. H. parahaemolyticus
เฉลย : ก. H. influenzae type B หรือโรคฮิบ เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย Haemophilus Influenzae Type

B ส่งผลให้ผู้ปว่ ยมไี ข้ ปวดศรี ษะอยา่ งรุนแรง คอแข็ง ชกั หรอื เกิดอาการเจ็บป่วยร้ายแรงต่าง ๆ เช่น เย่ือหมุ้ สมองอักเสบ ฝาปิด

กลอ่ งเสยี งอกั เสบ ปอดบวม หูชัน้ กลางอกั เสบ หรอื เกดิ การติดเช้ือในกระแสเลือด เปน็ ตน้ ซง่ึ ผปู้ ว่ ยจำเปน็ ตอ้ งไดร้ บั การรักษาอย่าง

เร่งด่วน โดยโรคนี้มักเกิดในเด็กเล็ก และเชื้อชนิดนี้สามารถแพร่กระจายจากละอองในอากาศผ่านการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัส

สารคัดหลั่งจากจมกู และคอของผตู้ ดิ เชอ้ื

51. เชอื้ ใด ยอ้ ม modified acid fast stain ติดสแี ดง

ก. Nocardia spp. ข. Treponema spp. ค. Actinomyces spp.
ง. Clostridium spp. จ. Dermatophilus spp.
เฉลย : ก. Nocardia spp.

156

Nocardia มีลักษณะเฉพาะที่เด่นชัดคือ มีลักษณะรูปร่างเป็นเส้นสาย ติดสีแกรมบวก และติดสี acid fast แต่มักติดสี
acid fast เป็นบางส่วน ซึ่งการติดสีแบบนี้อาจจะบ่งชี้ได้ว่าเป็นเชื้อ Nocardia การติดสี fuchsin ของ Nocardia ไม่เข้ม
เท่ากับ Mycobacterium species ดังนั้นการย้อม Nocardia ด้วยวิธี Modified kinyoun acid fast ในขั้นตอน
decolorizes ควรใช้ 1 % sulfuric acid แทน acid alcohol นอกจากจะพบเซลล์ ที่มีลักษณะเป็นเส้นสายแล้ว จะพบ

เซลล์ท่มี ลี ักษณะเปน็ ท่อน แตกกงิ่ ก้าน รูปแทง่ จนถงึ รปู กลม

52. การเพาะเชือ้ จากสง่ิ ส่งตรวจใดทีต่ อ้ งทำวธิ ี Quantitative

ก. อุจจาระ ข. เสมหะ ค. ปสั สาวะ ง. น้ำเจาะไขสันหลงั จ. เลือด

เฉลย : ค. ปัสสาวะ MSU ตอ้ งทำ colony count เพราะ genital flora & GI flora และเช้อื ก่อโรคอยใู่ นกลุม่ เดียวกนั

53. นายเอมีอาการเจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ แพทย์ส่งตรวจ throat swab ข้อใดท่ีนักเทคนิคการแพทย์ ไมค่ วรทำ

ก. Swab ลงบน Chocolate agar ข. Streak และ stab ลงบน BA
ค. Incubate ใน candle jar ที่ 35-37oC ง. หา colony beta hemolysis จ. ทำ catalase test

เฉลย : ก. Swab ลงบน Chocolate agar สิ่งส่งตรวจเป็น throat swab Primary plate ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะ

เช้อื คอื Sheep Blood agar และ MacConkey agar

54. การจัดการ CSF ข้อใด ไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. เก็บก่อนให้ antibiotic ข. ถ้าไมท่ ำการเพาะเช้อื ทนั ที ให้เกบ็ ที่ 4C

ค. เก็บใสภ่ าชนะ sterile โดยไมต่ อ้ งใส่ใน transport media ง. ถา้ เก็บที่ RT ไม่ควรเกนิ 30 นาทกี ่อนทำการเพาะเช้ือ

จ. เก็บ CSF 2-3 ขวด โดยทำการเพาะเช้ือในขวดท่ี 2 หรอื 3 เพอื่ ปอ้ งกนั การปนเป้ือน skin flora

เฉลย : ข. ถ้าไม่ทำการเพาะเชอ้ื ทันที ใหเ้ กบ็ ที่ 4C

N. meningitidis, S. pneumoniae, and H. influenzae เป็นเช้อื ทีเ่ พาะเลี้ยงยาก (fastidious) blood

culture และ CSF หา้ มเกบ็ ใส่ตู้เยน็ หากนำสง่ ห้องปฏบิ ตั ิการไม่ได้ควรวางไว้ทอ่ี ณุ หภูมิห้อง และนำสง่ ไม่เกิน 2 ชัว่ โมง

55. นายบีมีไข้หนาวสัน่ ส่งเลือดมาทำการเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการทางจุลชีววิทยา ผลการย้อมแกรมพบ Gram negative

coccobacilli ขึ้นเฉพาะใน chocolate agar ไม่ขึ้นใน blood agar และ MacConkey agar ที่ 37C คาดว่า

น่าจะเป็นเชอ้ื ใด และทำการทดสอบใดต่อ

ก. Bordetella , serotyping ข. Haemophilus , satellite test ค. Neisseria , sugar fermentation
ง. Moraxella , sugar fermentation จ. Pseudomonas , OF sugar oxidation
เฉลย : ข. Haemophilus , satellite test
Haemophilus influenza เป็นเชื้อแบคทีเรียรูปแท่งสั้นๆ (coccobacilli) ย้อมติดสีกรัมลบ ไม่เคลื่อนที่ ไม่สร้าง

สปอร์ เจริญเติบโตได้ดีใน chocolate agar ไม่เจริญบน Blood agar แบ่งเป็นชนิดมีแคปซูลห่อหุ้ม และไม่มีแคปซูลห่อหุ้ม

(nontypeable) 6 ชนิด มีแคปซูลแบ่งออกเป็น 6 ซีโรทัยพ์หรือซีโรกรุ๊ป โดยอาศัยความแตกต่างของแคปซูลชนิดโพลีแซคคา

ไรด์ ได้แก่ ซีโรทัยพ์เอ-เอฟ ซีโรทัยพ์ที่สําคัญที่สุดคือ ซีโรทัยพ์ บี Haemophilus influenza ที่ก่อโรครุนแรงส่วนใหญ่เป็นซี
โรทยั พ์ บี (Hib) เชอ้ื จะเจรญิ รอบ S. aureus บน blood agar เรยี กการทดสอบนี้วา่ Satellite phenomenon เช้อื

Haemophilus influenza เป็นแบคทีเรียที่ต้องการปัจจัยจําเพาะในการเจริญ (growth factor) เพิ่มเติม ซึ่งสารอาหาร

พิเศษพบได้ในเลอื ด จึงจัดเป็นพวกชอบเลือด (blood-loving) ปัจจัยสําคัญคือแฟกเตอร์ เอ็กซ์ (X factor) ซึ่งคือ heme

เป็นสารทที่ นความร้อน (heat–stable) โดยสารนจ้ี ะถูกใชใ้ นการสังเคราะหเ์ อนไซม์ catalase peroxidase ส่วนแฟกเตอรวี

157

(V factor) คือสาร nicotinamide adenine dinucleotide ; NAD เป็นสารที่ไม่ทนความร้อน (heat–labile) ใน
เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ยังไม่แตกจะมีเอนไซม์ NADase ทําลายแฟกเตอร วี ได้จึงควรเพาะเลี้ยง Haemophilus ในอาหาร
chocolate agar ซึ่งมีการทําให้เม็ดเลือดแดงแตกขณะที่อาหารยังร้อนอยู่ (อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส) ทําให้มีการปล่อย
แฟกเตอรเ์ อ็กซ์ ออกมาและยังมีการทำลายเอนไซม์ NADase ด้วย

56. อาหารทใ่ี ชท้ ดสอบความไวตอ่ ยาต้านจุลชีพโดยวิธี Kirby Bauer ของ Streptococcus pneumoniae คอื อะไร

ก. Mueller Hinton agar ข. Mueller Hinton agar + 2% NaCl

ค. Mueller Hinton agar + X,V factor ง. Mueller Hinton agar + 5% sheep blood

จ. Mueller Hinton agar + hemoglobin + X,V factor

เฉลย : ง. Mueller Hinton agar + 5% sheep blood S. pneumonia จะเจริญได้ดีบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีการเติม

5% sheep blood

57. ในการทดสอบทำ antimicrobial susceptibility test กับเช้ือ Streptococcus pneumoniae ต่อยา

oxacillin ใหผ้ ลinhibition zone แคบ (8 mm) ควรจะทำอยา่ งไรตอ่

ก. รายงานผล oxacillin resistant ข. รายงานผล penicillin resistant

ค. รายงานผล penicillin inconclusive ง. ทำ MIC ตอ่ ยา oxacillin เพือ่ แปลผลและรายงานผล

จ. ทำ MIC ตอ่ ยา penicillin เพอื่ แปลผลและรายงานผล

เฉลย : จ. ทำ MIC ต่อยา penicillin เพอ่ื แปลผลและรายงานผล

inhibition zone > 20 = Penicillin susceptible inhibition zone < 19 อาจให้ผลเปน็ intermediate

resistance หรือ susceptible จงึ ตอ้ งดูผล MIC

58. Biosafety cabinet class 1 ต่างกบั biosafety cabinet class 2 อย่างไร

ก. Biosafety cabinet class 1 ไม่มี HEPA filter

ข. Biosafety cabinet class 1 มี filter กรองอากาศเขา้ แตไ่ มม่ ี filter กรองอากาศออก

ค. Biosafety cabinet class 1 อากาศเข้าไมผ่ ่านการกรอง จงึ ไม่ป้องกันสิ่งสง่ ตรวจ

ง. Biosafety cabinet class 1 เปน็ ระบบปิด

จ. Biosafety cabinet class 1 ไม่ปอ้ งกันผู้ปฏบิ ตั ิงาน

เฉลย : ค. Biosafety cabinet class 1 อากาศเข้าไมผ่ า่ นการกรอง จึงไมป่ ้องกนั สงิ่ สง่ ตรวจ

Biosafety cabinet class 1 อากาศเข้าไม่ผ่านการกรอง จึงไม่ป้องกันสิ่งส่งตรวจแต่ป้องกันผู้ปฏิบัติงาน ใช้ในการ

เตรียม slide ยอ้ ม

Biosafety cabinet class 2 มี filter กรองอากาศเข้าและออก จงึ ป้องกันทั้งส่ิงส่งตรวจและผปู้ ฏิบัติงาน

Biosafety cabinet class 3 เปน็ ระบบปิด เหมาะสำหรบั ปฏบิ ัตงิ านกบั เชอื้ risk group 4 เช่น Ebola virus

59. เก็บส่ิงส่งตรวจ urine ท่ีอุณหภูมหิ ้อง 5 ชม ควรทำอยา่ งไร ค. บม่ ที่ 35oC แล้วเพาะเลีย้ งเชื้อ

ก. นำไปเพาะเลี้ยงเชอื้ ข. ปฏเิ สธส่งิ ส่งตรวจและขอใหม่

ง. แช่ตู้เยน็ จ. นำไปปั่นกอ่ นนำตะกอนมาเพาะเล้ียงเชื้อ

เฉลย : ข. ปฏเิ สธสิ่งส่งตรวจและขอใหม่

สิ่งส่งตรวจที่เป็น urine สำหรับส่งเพาะเชื้อจุลชีพควรรีบนำส่งหอ้ งปฏิบัตกิ าร ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หากนำส่งไม่ได้ภายใน 1

hr. ควรเก็บไว้ที่ 2 – 8 องศาเซลเซียส เพ่อื ไม่ให้เชื้อเจริญเติบโต

158

60. เชอ้ื ในขอ้ ใดเป็นสาเหตุของโรคหนองในเทยี ม

ก. Chlamydia trachomatis ข. Neisseria gonorrhoeae ค. Mycoplasma hominis
ง. Treponema pallidum จ. Leptospira interrogans
เฉลย : ก. Chlamydia trachomatis
Chlamydia trachomatis D-K พบก่อโรคหนองในเทียมได้บอ่ ยทส่ี ุด
Chlamydia trachomatis L1-L3 = LGV, A-C = Trachoma
ส่วน Mycoplasma hominis เป็น genital flora อาจพบร่วมกับเชื้ออื่นในผู้ป่วยโรคหนองในเทียมได้ มักพบเป็น

สาเหตขุ อง vaginosis ร่วมกับ G. vaginalis แตต่ ิดเช้ือในเด็กขณะตั้งครรภ์ หรอื คลอด

61. ส่วนประกอบใดต้องมใี นไวรสั ทกุ ชนิด

ก. Envelope ข. Hemagglutinin ค. Inclusion body

ง. Nucleocapsid จ. Icosahedral capsid

เฉลย : ง. Nucleocapsid

ไวรัสจัดเป็นจุลินทรีย์ที่มีโครงสร้างแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน ไวรัสที่มีส่วนประกอบครบสมบูรณ์เรียกว่า virion ซึ่งจะ

ประกอบด้วยแกนกลาง (core) ของกรดนิวคลิอิกซึ่งเป็น RNA หรือ DNA และมีโปรตีนหุ้มล้อมรอบเพือ่ ป้องกันกรดนิวคลอิ กิ

โปรตีนที่หุ้มนี้เรียกว่า capsid ซึ่งประกอบด้วยหน่วยย่อยเรียกว่า capsomer กรดนิวคลิอิกและโปรตีนที่หุ้มนี้เรียกว่า

nucleocapsid ในไวรัสบางชนิดจะมีชั้นไขมันหุ้มล้อมรอบนิวคลีโอแคพซิด (nucleocapsid) อีกชั้นหนึ่งเรียกไวรัสพวกนี้ว่า

enveloped virus ไวรัสบางชนิดมีเฉพาะนิวคลีโอแคพซิดเท่านั้นเรียกว่าไวรัสเปลือย (non-enveloped virus หรือ

naked virus) ไวรัสที่มี envelope บางชนิดมีปุ่มยื่นออกมาจากชั้น envelope เรียกว่า spike หรือ peplomer ซ่ึงมี

ความสำคัญในการใช้เกาะกับ receptor บนผิวเซลล์และบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่ดี spikeของไวรัสอาจมี

คุณสมบัติเป็นสารบางอย่างเช่น เป็นฮีแมกกลูตินิน (hemagglutinin) หรือเป็นเอนไซม์นิวรามินิเดส (neuraminidase)

โดยทั่วไป naked virus มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า enveloped virus และจะไม่ถูกทำลายด้วยสารละลาย

ไขมนั เช่น ether, alcohol หรอื bile

62. ผู้ป่วยชายมีอาการไม่สบาย ทำการตรวจพบว่าน่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ ดังนั้นการตรวจอะไรที่จะเป็นตัวที่บง่ บอกไดด้ ีที่สุดว่า

ชายคนนี้เพิ่งมกี ารตดิ เชอื้

ก. HBsAg ข. HBcAg ค. Anti-HBc IgM ง. HBeAg จ. Anti-HBs

เฉลย : ค. Anti-HBc IgM

Anti-HBc เป็นแอนติบอดีต่อ core antigen (HbcAg) ของไวรัส ซึ่งจะตรวจพบได้หลังจากเริ่มมีอาการของตับ

อักเสบเฉียบพลันได้ไม่นาน โดย anti-HBc-IgM จะตรวจพบได้อยู่นานไม่กี่เดือนก็จะลดระดับต่ำจนวัดไม่ได้ แต่ total anti-

HBc มักจะยังตรวจวัดได้อยู่ตลอดไป การตรวจหา anti-HBc จึงถูกนำมาใช้เป็นตัวแทน ที่บอกถึงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

ซึ่งต้องแปลความหมายของผลบวกร่วมกับผลการตรวจอื่นๆ ในกรณีที่ anti-HBc ได้ผลบวก โดยที่ HBsAg และ anti-HBs

ได้ผลลบท้ังคู่ (isolated positive anti-HBc) อาจเป็นผลบวกลวง (false positive) หรือเป็นผู้ที่มีการตดิ เชือ้ เรื้อรงั ที่มี

ระดบั ของ HBsAg ในเลือดต่ำจนตรวจวดั ไม่ได้ หรอื เป็นกรณีท่เี พงิ่ หายจากตบั อกั เสบเฉียบพลนั ซงึ่ HBsAg ตรวจวัดไมไ่ ด้แล้ว

แต่เป็นช่วงท่ี anti-HBs ยังไม่ได้ผลบวกก็เป็นได้ สำหรับ anti-HBc-IgM นั้น นอกจากจะพบได้ในผู้ป่วยตับอักเสบเฉียบพลนั

จากไวรัสตบั อักเสบบแี ลว้ ยงั อาจตรวจพบได้ในผูป้ ว่ ยตับอักเสบเร้อื รังและผ้เู ปน็ พาหะของเช้อื ในบางราย ฉะนน้ั ประโยชนใ์ นการช่วย

วินิจฉัย สำหรับผู้ป่วยที่มาด้วยอาการตับอักเสบเฉียบพลันคือ หากตรวจพบ HBsAg ในผู้ป่วยรายนั้น แต่ anti-HBc-IgM

ได้ผลเป็นลบอยู่ตลอดระยะเวลาทเี่ จ็บปว่ ย แปลว่าผู้ปว่ ยรายนัน้ ควรจะเกดิ อาการตับอกั เสบเฉียบพลนั จากสาเหตอุ ื่น

159

63. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเชอ้ื ไวรัสกับเซลล์เปา้ หมาย ข้อใด ไม่ถกู ต้อง

ก. Rabies virus กับเซลล์ประสาท ข. Influenza virus กับเยอื่ บุทางเดนิ หายใจ ค. Measles กับเซลล์ผวิ หนัง

ง. HIV กบั CD4 T lymphocyte จ. EBV กบั B lymphocyte

เฉลย : ค. Measles กบั เซลล์ผิวหนัง

Measles หรือโรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งอยู่ในตระกูล Paramyxovirus ซึ่งเป็น RNA ไวรัส พบได้ใน

จมูกและลำคอของผู้ป่วย โรคหัดติดต่อกันได้โดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ

น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศเมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเป้ือนเชื้อไวรัส

(air borne) เข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้ ผู้ติดเชื้อจะเป็นโรคเกือบทุกรายถ้าไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคเด็กมีโอกาสจะเป็นหัดได้เมื่อ

ภูมิคุ้มกันที่ผ่านมาจากแม่หมดไปเมื่ออายุ ประมาณ 6-9 เดือน อายุที่พบบ่อยคือ 1-6 ปี ถ้าไม่มีภูมิต้านทานจะเป็นได้ทุกอายุ

ในประเทศไทย เริ่มให้วัคซีนป้องกันหัด เมื่อ พ.ศ. 2527 ทำให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กอายุตำ่

กว่า 5 ปี แต่ก็ยังพบโรคได้ประปรายและมีการระบาดเป็นครั้งคราวในชนบทผู้ป่วยที่พบส่วนใหญจ่ ะเป็นเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและ

เป็นเด็กอายุเกิน 5 ปี มากขึ้น ผู้ป่วยหัดจะมีเช้ือไวรัสในลำคอและแพร่เช้ือได้ในระยะจาก 1-2 วัน ก่อนที่จะเริ่มมีอาการ (3-5

วัน ก่อนผื่นขึ้น) ไปถึงระยะหลังผื่นขึ้นแล้ว 4 วันระยะฟักตัวของโรค จากที่เริ่มสัมผัสโรคจนถึงมีอาการประมาณ 8-12 วัน

เฉล่ียจากวนั ที่สมั ผัสจนถึงมผี นื่ เกดิ ขนึ้ ประมาณ 14 วัน

64. เทคนิควธิ ใี ดทใ่ี ห้ผลการทดสอบท่รี วดเรว็ ในการวินิจฉยั ส่ิงส่งตรวจ

ก. Immunochromatography assay ข. Real time PCR assay ค. การเพาะเชอ้ื

ง. Immunofluorescence assay จ. Conventional RT-PCR

เฉลย : ก. Immunochromatography assay

Immunochromatographic Assay เป็นวิธีการตรวจที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องการใช้งานง่ายและ

ผลการตรวจใกล้เคียงกับวิธี ELISA วิธีการตรวจไม่ตอ้ งใช้อุปกรณ์มาก ชุดตรวจบางอยา่ งไม่ตอ้ งใชเ้ คร่ืองมือเสริมอื่นเลย อีก

ทั้งการการอ่านผลที่รวดเร็ว อายุการใช้งานของชุดตรวจประมาณ 2-3 ปี และบางชุดตรวจสามารถเก็บในช่วงอุณหภูมิกว้าง

ประมาณ 1-30C การรายงานผลการตรวจ เชงิ คุณภาพ ( qualitative) และกึ่งปรมิ าณ ( Semi-quantitative)

Immunochromatographic Assay ใช้หลักการเกิดปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนและแอนติบอดี ซึ่งประยุกต์มา

จากวิธีการตรวจแบบ ELISA ปฏิกิริยาจะเกิดบนแผ่น membrane โดยทั่วไปจะเป็น Nitrocellulose , Nylon

ซึ่งในแผน่ ทดสอบจะประกอบไปดว้ ยเส้นหรือจุดแสดงผลที่ถูกเคลอื บไว้ อย่างนอ้ ยสองเสน้ หรอื สองจุด คือ

1. Control line / Control dot (เส้นควบคุมหรือจุดควบคุม) เป็นเส้นที่แสดงคุณภาพชุดตรวจชุดนั้น ซึ่งเส้น

หรอื จุดนี้จะต้องปรากฏเสมอเมือ่ ทำการทดสอบ

2. Test Line /Test Dot ( เส้นทดสอบหรือจดุ ) เป็นท่ีแสดงผลการทดสอบ เสน้ นีจ้ ะปรากฏหรอื ไม่ขนึ้ อยู่กบั

หลักการของชุดตรวจ อาจจะมี 1-2 เส้น หรือ 1-2 จุด ซึ่งแอนติเจนหรือแอนติบอดีจะติดฉลากด้วยสารทีมีสี เช่น

Colloidal Gold

65. ไวรัสชนิดใดพบมากในฤดูหนาว กอ่ โรคอุจาระร่วงในเด็กทารกและเด็กอายุตำ่ กว่า 2 ปี

ก. Norovirus ข. Adenovirus ค. Astrovirus ง. Rotavirus จ. Calicivirus

เฉลย : ง. Rotavirus

Rotavirus เป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (Double-stranded RNA virus) ใน Family Reoviridae มีถึง 7

สายพันธุ์ (A, B, C, D, E, F, G) ติดต่อได้โดยการรับเชื้อเข้าทางปาก พบว่าเป็นสาเหตสุ ำคัญที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงใน

เด็ก โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายตุ ำ่ กว่า 5 ปี เพราะเดก็ มกั จะหยิบอะไรไดก้ ส็ ่งเขา้ ปากทนั ที ทำใหเ้ ช้ือไวรัสเข้าส่รู ่างกายได้ง่าย

160

66. Ebola จดั อยูใ่ น rick กลุ่มใด

ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. ไมจ่ ดั อยใู่ นกลมุ่ เสี่ยงใดเลย

เฉลย : ง. 4

ระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety level) คือ ระดับการควบคุมทางชีวภาพเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อก่อ

โรคภายในหอ้ งปฏิบัตกิ าร โดยแบง่ ระดับความปลอดภัยเปน็ 4 ระดับ คือ

ความปลอดภัยทางชีวภาพระดับที่ 1 (Biosafety-Level 1) เป็นการทำงานกับเชื้อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน

และชุมชนระดับต่ำ เชื้อที่ไม่ก่อโรคในมนุษย์หรือให้เกิดอันตรายต่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมน้อยมาก

เช่น Bacillus subtilis , E.coli –K12 ชนิดที่ไม่ก่อโรค การป้องกันในระดับนี้ไม่ซับซ้อนมากนัก โดยผู้ปฏิบัติงานมีการสวม

เสอ้ื สำหรบั หอ้ งปฏิบัตกิ าร สวมถุงมือยาง บริเวณท่ีปฏบิ ตั งิ านไม่จำเปน็ ต้องแยกสว่ น

ความปลอดภัยทางชีวภาพระดับที่ 2 (Biosafety-Level 2) เป็นการทำงานกบั เชื้อในกลุม่ ทีม่ ีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน

ระดับกลางและระดับความเสี่ยงต่อชุมชนระดับต่ำ เชื้อในกลุ่มนี้ไม่ก่อให้เกิดโรครุนแรงในมนุษย์ หรือ ติดต่อทางอากาศได้ยาก

เช่น Bacillus cereus, Pseudomonas aeruginosa การป้องกันระดับนี้ ต้องมีการจำกัดบุคคลเข้าออกห้องปฏิบัติการ

มีการป้องกันอันตรายที่เกิดจากของมีคมที่มีการปนเปื้อน ผู้ปฏิบัติงานมีการสวมเสื้อสำหรับห้องปฏิบัติการ สวมถุงมือยาง และ

แว่นตาเพือ่ ป้องกนั

ความปลอดภัยทางชวี ภาพระดับที่ 3 (Biosafety-Level 3) เป็นการทำงานกบั เช้ือในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัตงิ าน

ระดบั สงู และระดับความเสย่ี งตอ่ ชมุ ชนระดบั ต่ำ เชื้อในกลุ่มน้ี เปน็ เช้อื กอ่ โรคที่รุนแรงต่อมนุษยแ์ ละสตั ว์ แต่เปน็ โรคทีม่ สี ามารถรักษา

ให้หายได้ เช่น Mycobacterium tuberculosis, Bacillus anthrasis การป้องกันในระดับนี้ มีความเข้มงวดกับบุคคล

เข้าออกห้องปฏิบัติการ บุคคลที่ทำงานในห้องปฏิบัติการนี้ต้องผ่านการฝึก และมีใบรับรองผ่านการฝึกอบรมการใช้ห้องปฏิบัติการ

ระดบั น้ี ผู้ปฏบิ ตั ิงานมกี ารสวมเสอ้ื สำหรบั ห้องปฏบิ ตั ิการ สวมหนา้ กาก สวมถงุ มอื ยาง สวมรองเท้าเฉพาะ และแว่นตาเพ่อื ปอ้ งกัน

หอ้ งปฏิบัตกิ ารตอ้ งแยกออกมาจากหอ้ งอ่นื มีประตู 2 ช้ัน จำกดั การเขา้ ถึงของบุคคล มีอปุ กรณฆ์ า่ เช้ือในห้องปฏิบัตกิ าร

ความปลอดภัยทางชีวภาพระดับที่ 4 (Biosafety-Level 4) เป็นการทำงานกับเชื้อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อ

ผู้ปฏิบัติงานระดับสูงและระดับความเสี่ยงต่อชุมชนระดับสูง เชื้อในกลุ่มนี้เป็นเชื้อก่อโรคที่รุนแรงหรือทำให้คนหรือสัตว์ให้เสียชีวิตได้

โดยเมอ่ื ติดเชื้อเหล่านี้ยังไมม่ ีวิธีการรักษา เช่น Ebola virus บคุ คลทีท่ ำงานในหอ้ งปฏิบตั ิการนีต้ อ้ งผา่ นการฝึกพิเศษเกยี่ วกับการ

ควบคุมอันตรายจากการติดเชื้อในกลุ่มนี้มาเป็นอย่างดีเสื้อสำหรับห้องปฏิบัติการ หน้ากาก ถุงมือยาง รองเท้า และแว่นตาที่ใช้ใน

ห้องปฏิบัติงานระดับนี้ต้องใช้แบบพิเศษ ห้องปฏิบัติการต้องแยกออกมาจากตัวอาคารอื่น มีประตู 2 ชั้น มีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อใน

ห้องปฏิบัตกิ าร มีห้องอาบนำ้ แยกตา่ งหาก

67. รปู ร่างของเชอื้ ไวรสั Rabies เปน็ แบบใด

ก. ลกู บาศก์ ข. ทรงกลม ค. ทรงกระบอก ง. รปู รา่ งคลา้ ยแผน่ อฐิ จ. รปู ร่างคล้ายกระสุนปนื

เฉลย : จ. รปู รา่ งคลา้ ยกระสุนปนื

Rabies virus ซึ่งเป็น RNA virus รูปร่างคล้ายกระสุนปืน ปลายด้านหนึ่งโค้งมนและปลายอีกด้านหนึ่งตัดตรง ถกู

ทำลายได้ง่ายด้วยน้ำยาฆ่าเชือ้ การติดเชื้อที่สำคัญที่สุดคือการถูกสัตว์เปน็ บ้ากัด เมื่อเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายโดยการถูกกดั

ข่วน เลีย หรือน้ำลายสัตว์กระเด็นเข้าแผลรอยขีดข่วน เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือการปลูกถ่ายกระจกตาจากผู้ท่ีเสียชีวิตด้วยโรคพิษ

สนุ ัขบา้ เช้อื จะยงั คงอย่บู รเิ วณนัน้ ระยะหน่ึง โดยเพมิ่ จำนวนในกล้ามเน้ือก่อนจะเดินทางผ่านเขา้ สู่เส้นประสาทส่วนปลาย ไขสันหลัง

และเข้าสู่สมอง มีการแบง่ ตัวในสมองพร้อมทำลายเซลลส์ มอง และปล่อยเช้อื กลบั สู่ระบบขับถา่ ยตา่ งๆ เชน่ ต่อมน้ำลาย น้ำปสั สาวะ

น้ำตา ตามแขนงประสาทตา่ งๆ ทำใหเ้ กิดอาการของโรค

161

68. ข้อใด ไม่ใช่ virus ที่ก่อในระบบประสาท

ก. coxsackie A virus ข. Echovirus ค. JE ง. rabies จ. HPV

เฉลย : จ. HPV Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อเอชพีวี แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสกบั

เชื้อโดยตรงหรือการมีเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันพบว่ามีเชื้อชนิดนี้มากกว่า 100 สายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่มักทำให้เกิดหูดตามส่วนต่าง ๆ

ของร่างกาย นอกจากน้ี เชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่อง

คลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวยั วะเพศชาย มะเรง็ ทวารหนกั มะเร็งชอ่ งปากและลำคอ เป็นต้น

69. เชอื้ ที่ถูกกำจัดให้หมดไปจากโลก โดยการใชว้ คั ซนี คือขอ้ ใด
ก. Polio virus ข. Poxvirus ค. Rubella virus ง. Measles virus จ. Mumps virus

เฉลย : ข. Poxvirus เชื้อไวรัสในกลุ่ม Poxvirus ที่หมดไป คือ variola virus (smallpox) ก่อโรคฝีดาษ มี
ลักษณะเฉพาะคือมผี น่ื ขน้ึ ตามตัว และมีอาการทว่ั ไปรุนแรง ซง่ึ ป้องกันโดยการฉีดวคั ซนี ที่ทำจากไวรสั ช่ือ vaccinia เป็นไวรัสท่ที ำ
ให้เกิดโรคในวัวที่ยังมีชีวิตแต่ทำให้ออ่ นแรง เชื้ออาจจะกระจายจากตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนไปยังตำแหน่งอื่นได้ ต้องระวังการรักษาความ
สะอาด การปลูกฝีสามารถปอ้ งกันโรคฝีดาษและคอ่ นขา้ งปลอดภัย แตอ่ าจจะมีผลข้างเคียงต้ังแตน่ ้อยจนมาก หลังการฉีดวัคซีนจะมี
ภมู ิคมุ้ กนั อย่ไู ด้ 3-5 ปหี ากได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจะอยูน่ านข้ึน การปลกู ฝีจะใชเ้ ข็มซึ่งมีเช้ือโรคอยู่ ทำใหผ้ ิวหนังเกดิ แผลเช้ือจะ
เขา้ สแู่ ผล

70. ไวรัสชนิดใดกอ่ ให้เกิด Cytopathic effect (CPE) ลักษณะคล้ายตานกฮูก (owl’s eye)

ก. HSV-1 ข. HSV-2 ค. CMV ง. EBV จ. Adenovirus

เฉลย : ค. CMV

Human cytomegalovirus (HCMV) หรือ Human herpes type 5 (HHV-5) เป็นสมาชิก ของไวรัสใน

Family Herpesviridae, subfamilyBetaherpesvirinaeอนุภาคไวรัสมรี ูปรา่ งทรงกลม ขนาด 150-200 nm ภายใน

มีจีโนมเป็น DNA เส้นตรงสายคู่ขนาด 236 Kbp ส่วน capsid เป็นชนิด icosahedral ขนาด 100-120 nm

ประกอบด้วย 162 capsomer ส่วน capsid จะถูกหุ้มอีกครั้ง ด้วยenvelopeซึ่งมีglycoproteinชนิดต่างๆของไวรัส

สอดแทรกอยู่ไวรัสนี้จึงไม่คงทนในสิ่งแวดล้อม และความแห้งถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน และสารประเภททำลายไขมัน เช่น

ผงซักฟอกคุณสมบัติ สำคัญของไวรัสนีค้ อื เชื้อสามารถแอบแฝง (latent) อยู่ในเซลล์ของร่างกายจนตลอดชวี ิตหลัง การติดเชื้อครั้ง

แรกและอาจถูกกระตุ้น (reactivation) ให้เพิ่มจำนวนเป็นครั้งคราวเมื่อระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายอ่อนแอลงการติดเชื้อ

CMV ในอวัยวะต่างๆ มักวินิจฉัยได้เมื่อคนไข้ ถึงแก่กรรมแล้ว เซลล์ที่จัดเป็นเซลล์ลักษณะเฉพาะซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยโรค

(pathognomonic characteristic) เรียกว่า cytomegalic cell เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ประมาณ 25-35 มม. มี

inclusion body ขนาดใหญ่เม็ดเดียวอยู่ในนิวเคลียสลักษณะ inclusion body เป็นเม็ดกลมล้อมรอบด้วยวงใส (halo)

ค่อนข้างกว้างจึงทำให้เห็นลักษณะคล้ายตานกฮูก (owl’seye) เซลล์ชนิดนี้อาจพบได้ในสารคัดหลั่งต่างๆ ของร่างกาย เช่น

ปัสสาวะ นำ้ ลาย น้ำนม และ tracheal suction เป็นต้น แตม่ ักพบในผปู้ ว่ ยทต่ี ิดเชอ้ื รุนแรง

71. ข้อใด ไมใ่ ช่ การตรวจวินจิ ฉยั การตดิ เชื้อ HIV ในเดก็ อายตุ ำ่ กว่า 1 ปี จากแมท่ ่เี ป็น HIV

ก. การแยกเพาะเชือ้ ข. การหา proviral DNA ค. การหา RNA ของเชื้อ

ง. การหา p24Ag จ. การหา Anti-HIV

เฉลย : จ. การหา Anti-HIV ในผู้ใหญ่การวินิจฉัยโรคติดเชื้อเอชไอวี ทำได้โดยการตรวจเลือด ซึ่งจะพบว่าเลือดบวก อันเป็น

ผลมาจากการตรวจปฏิกิริยาทางน้ำเหลืองต่อเชื้อไวรัส เมื่อหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวี ภาวะเลือดบวกนี้จะถ่ายทอดไปยังทารกใน

ครรภ์เสมอไม่ว่าทารกจะติดเชื้อไวรสั หรือไม่ ดังนั้นการวนิ จิ ฉัยการติดเชื้อเอชไอวีในเด็กท่ีอายุน้อยกว่า 12-18 เดือน ยังไม่สามารถ

162

เอาผลจากปฏิกิริยาทางน้ำเหลือง(การตรวจหา Anti-HIV) ตามปกติได้เพราะยังเป็นผลเลือดของแม่ได้ นอกจากต้องใช้การตรวจ
พิเศษ เช่นการตรวจ PCR เพื่อหาเชื้อไวรัสโดยตรงและต้องตรวจอย่างน้อย 2 ครั้งเพื่อความแน่ใจ ส่วนเด็กที่อายุมากกว่า 18
เดือน สามารถใช้การตรวจปฏกิ ิรยิ านำ้ เหลอื งบอกภาวะการตดิ เชอ้ื ไดเ้ หมอื นผ้ใู หญ่

72. หลังจากติดเชือ้ HIV มาแลว้ 1 สัปดาห์ จะ ไม่สามารถ ตรวจเจออะไร

ก. HIV p24Ag ข. Anti- HIV ค. HIV RNA

ง. HIV proviral DNA จ. HIV quantitative (Viral load)

เฉลย : ข. Anti- HIV การตรวจหาแอนติบอดีที่จําเพาะต่อเชื้อเอชไอวี (anti-HIV testing) เป็นการทดสอบที่นิยมใช้

แพรห่ ลายทีส่ ดุ สามารถตรวจพบไดห้ ลังตดิ เชื้อประมาณ 3-4 สปั ดาห์ ตรวจพบไดใ้ นเลือดและสารคัดหล่ังอน่ื ๆ โดยมีการตรวจทง้ั

แบบตรวจกรองเบ้ืองต้น (initial tests หรอื screening tests) และการตรวจเสริม (supplemental tests) ปัจจบุ ันวิธี

ทดสอบส่วนใหญ่ใช้หลักการ sandwich immunoassay โดยอ่านผลการเกิดปฏิกิริยา enzyme substrate,

chemiluminescence หรือ fluorescence เป็นวิธีทดสอบที่ใช้กับเครื่องมือทั้งระบบปิด (machine based assay)

หรือระบบเปิด (open system) ที่เป็น microplate เป็นต้น รวมทั้งชุดตรวจแบบรวดเร็ว (rapid test) หรือแบบง่าย

(simple assay)

73. ขอ้ ใด ไม่ใช่ การตรวจวเิ คราะหโ์ รคไขเ้ ลอื ดออกในหอ้ งปฏิบัติการ
ก. Dengue IgM ข. Dengue IgG ค. Dengue NS1 ง. Dengue RNA จ. Dengue Isolation

เฉลย : จ. Dengue Isolation วิธีการแยกเชื้อไวรัส (Virus isolation) โดยการเพิ่มปริมาณเชื้อ DENV ในยุงยักษ์
Toxorynchites spendens) และการจำแนกซีโรทัยป์ (serotyping) ด้วยวิธี Indirect immunofluorescence
assay (IFA) เปน็ วธิ มี าตรฐานด้ังเดิมท่ีมคี ่าความจำเพาะ 100 % มีคา่ ความไวในการแยกเช้ือ DENV จากซีรั่มผู้ป่วยท่ีสงสัย
โรคไข้เด็งกี่ติดเชื้อครั้งแรก(primary infection) สูงกว่าซีรั่มผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เด็งกี่ติดเชื้อครั้งที่สอง (secondary
infection) ถึงแม้ว่าวิธี Tx. mosquito isolation จะมีค่าความไว 80 % ความจำเพาะ 100 % แต่เป็นวิธีที่ใช้เวลาในการ
แปลผลนานประมาณ 7-14 วัน ไม่เหมาะต่อการรักษาผู้ป่วย การตรวจผูป้ ่วยสงสยั โรคไข้เดง็ กีน่ ิยมตรวจคัดกรองผู้ปว่ ยโดยการใช้
วิธี Immunochromatographic (IC) ตรวจ DEN nonstructural protein (NS) 1 antigen (Ag) ร่วมกับ
anti-DEN IgM/IgG antibody (Ab) จากซีรั่มผู้ป่วย การตรวจพบ DEN NS1 Ag แสดงว่า ผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เด็งกี่
กำลังติดเชื้อ (recent infection) โดยปรมิ าณ DEN NS1 Ag แปรตามระดับไวรัสในกระแสเลอื ด (viremic level) การ
ตรวจพบ anti-DEN IgM Ab แสดงว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อครั้งแรก ในขณะที่การตรวจพบ anti-DEN IgM และ IgG Ab
แสดงว่าผู้ปว่ ยมกี ารติดเชอ้ื ครัง้ ท่สี อง

74. ห้องปฏิบตั ิการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วไปอยใู่ นห้องปฏบิ ตั ิการความปลอดภยั (biosafty level,BSL) ท่เี ทา่ ไร

ก. BSL-1 ข. BSL-2 ค. BSL-2 enhance ง. BSL-3 จ. BSL-4

เฉลย : ข. BSL-2

ความปลอดภัยระดับที่ 2 (Biosafety Level 2 - BL2) ใช้ได้กับการทดลองเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

ประเภทที่ 1 และประเภทท่ี 2 หรอื บางลักษณะของงานประเภทท่ี 3 โดยกลมุ่ ของสง่ิ มีชวี ติ ที่ใช้ในการทดลองวิจัย มคี วามเส่ียงอยู่

ในระดับต่ำถึงปานกลาง เช่น มีลักษณะการแพร่กระจายในรูปของการฟุ้งกระจาย (aerosol) ในระดับต่ำ หรือถ้ามีในระดับสูงก็

ควรดำเนินงานในตชู้ ีวนริ ภยั สิง่ สำคญั ท่ีสดุ ท่ีตอ้ งมีหรือดำเนนิ การในหอ้ งปฏิบตั ิการระดบั น้ี คอื

1. การฝึกอบรมทางเทคนิคเกยี่ วกบั จลุ นิ ทรีย์ก่อโรคใหก้ ับบุคลากรทีเ่ กีย่ วขอ้ ง

2. เครือ่ งมือและครุภัณฑต์ ามแบบ BL1 เป็นอยา่ งน้อย

163

3. ตู้ชีวนิรภัย (Biological Safety Cabinet Class I หรือ II) และเครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำความดันสูง
(autoclave)

75. การระบาดของ Influenza virus ที่เปน็ การระบาดรนุ แรงทัว่ โลก เกดิ จากข้อใด

ก. Antigenic shift ข. Antigenic drift ค. Antigenic modulation

ง. Antigenic mutation จ. Antigenic deletion

เฉลย : ก. Antigenic shift เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถกลายพันธ์ุได้ 2 ลักษณะคือ การกลายพันธุ์ทลี ะน้อยและเกิดขึ้นเป็น

ประจำตลอดเวลาอย่างช้าๆ (antigenic drift) และการกลายพันธุ์แบบฉับพลัน (antigenic shift) มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง

มากของฮีแมกกูตินิน (hemagglutinin) และ / หรือ เอ็นไซม์นิวรามินิเดส (neuraminidase) ทำให้เกิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่

การกลายพันธุ์ชนิดที่ 2 นี้จะทำให้คนทั่วไปไม่สามารถต้านโรคได้ มักทำให้เกิดการระบาดใหญ่ การกลายพันธุ์ทำให้เราเป็นไข้หวัด

ใหญ่ซ้ำได้อกี เร่ือยๆ ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ชนดิ เอนัน้ สามารถกลายพนั ธุ์ได้ทง้ั สองแบบ ในขณะท่ีชนิดบจี ะกลายพันธุ์เฉพาะแบบแรก ทำให้

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายและควบคุมได้ยากกว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ มีทั้งการระบาดในท้องถิ่น

(endemic) ซึ่งมักเกิดทุก 1-3 ปี และการระบาดใหญ่ทั่วโลก (pandemics) ซึ่งพบทุก 10-40 ปี เกิดจากการที่เชื้อมี

antigenic shift และมีการผสมกัน ของไวรัสในคนและในสัตว์หลายชนิด เช่น สุกร สัตว์ปีก ม้า เป็นต้น เมื่อมีไวรัสชนิดย่อย

ใหม่เกิดขึ้นและสามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยในคนและแพร่ระบาดจากคนหน่ึงไปสู่อกี คนหนึ่ง ประชากรทั่วโลกยงั ไม่มีภมู ิคุม้ กัน โรค

จะกระจายไปอย่างรวดเร็วในทุกกล่มุ อายเุ กิดการระบาดไปท่ัวโลกได้

76. Antibody ตอ่ สว่ นใดของ Influenza virus ถือเป็น protective Ab
ก. F-protein ข. G-protein ค. Hemolysin ง. Neuraminidase จ. Hemagglutinin

เฉลย : จ. Hemagglutinin แอนติบอดีต่อ hemagglutinin มีคุณสมบัติเป็น neutralizing antibody ซึ่งเป็นศัพท์ที่
มักจะใช้กับการติดเชื้อไวรัส ตามคำจำกัดความโดยทั่วๆไป หมายถึงแอนติบอดีที่ไปจับกับ envelop spike ของไวรัส แล้ว
สามารถยับยั้งไวรสั นนั้ ๆ ไม่ให้เขา้ ไปติดเช้อื ในเซลลม์ นษุ ยไ์ ด้

77. Antibody ทมี่ บี ทบาทมากท่ีสุดตอ่ เชอ้ื Influenza virus และต่อส่วนใดของเชื้อ

ก. IgG ต่อ Neuraminidase ข. IgA ต่อ Neuraminidase ค. IgG ต่อ Hemagglutinin

ง. IgM ต่อ Hemagglutinin จ. IgG ต่อ RNA

เฉลย : ค. IgG ต่อ Hemagglutinin Influenza virus ติดต่อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง

IgA อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนเข้าเส้นเลือด เป็นการกระตุ้น IgG ดังนั้น IgG ก็มีบทบาทในการป้องกันการติดเช้ือ

เช่นเดยี วกัน แต่ทงั้ นีจ้ ะต้องเปน็ antibody ตอ่ Hemagglutinin

78. ลักษณะ inclusion ทพ่ี บในส่งิ ส่งตรวจผปู้ ่วยโรคพษิ สนุ ัขบา้ เรยี กว่าอะไร

ก. Cowdry type A ข. Cowdry type B ค. Guarneri body

ง. Elementary body จ. Negri body

เฉลย : จ. Negri body เป็น inclusion bodies (คือการรวมกลุ่มของสารที่เสถียรเช่นโปรตีนภายในนิวเคลียสหรือในไซ

โทพลาซึมของเซลล์ ปกติเป็นบริเวณขยายพันธุ์ของไวรัส) ซึ่งชอบ eosinophil มีขอบเขตท่ีชัดเจน เป็นตัวบ่งโรคโดยเฉพาะ

(pathognomonic) ของเซลล์ประสาทบางอย่างที่ติดไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะเซลล์พีระมิด ภายใน Ammon's horn

ของฮิปโปแคมปัส และบ่อยครั้งก็บพบด้วยในเซลล์เพอร์คินจี ของสมองน้อยด้วยเมื่อตรวจตัวอย่างสมองจากผู้เสียชีวิตเพราะโรคพิษ

สุนัขบ้า เป็นส่ิงท่ปี ระกอบดว้ ยโปรตนี ribonuclear ที่ไวรสั ผลิตขนึ้ เรียกตามชอ่ื นักพยาธวิ ทิ ยาอติ าลี Adelchi Negri

164

79. วธิ ีการตรวจทสี่ ามารถวนิ ิจฉยั virus ทกี่ อ่ โรคท้องร่วงไดค้ ือข้อใด
ก. ELISA ข. Latex agglutination ค. electron microscope ง. Virus isolation จ. ถกู ทกุ ขอ้

เฉลย : ก. ELISA เนื่องจากโจทย์ไม่ได้ระบวุ ่าเป็นเป็นการตรวจไวรัสชนิดใดดังน้ันข้อที่ถูกต้องทีส่ ุดจงึ เป็น ELISA และไวรัสก่อ
โรคทอ้ งรว่ งมกั ไมเ่ จรญิ ในเซลล์เพาะเลี้ยง จึงไม่ใช้การตรวจวินิจฉัยดว้ ยวิธี virus isolation สำหรับ rotavirus ปัจจุบันนิยมใช้
immunochromatography assay ซ่ึงเป็น rapid diagnosis

80. พบลักษณะ Kaposi’s sarcoma ในผปู้ ว่ ย HIV มีสาเหตมุ าจากไวรสั ชนิดใด

ก. Cytomegalo virus ข. Epstein – Barr virus ค. Herpes simplex virus

ง. Human herpesvirus -6 (HHV-6) จ. Human herpesvirus -8 (HHV-8)

เฉลย : จ. Human herpesvirus -8 (HHV-8) Kaposi sarcoma (KS) เป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดหน่ึงที่มี

ก้อนมะเร็งขึ้นที่ผิวหนัง เยื่อบุผิวต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆ KS มีรอยโรคเห็นเป็นสีแดงหรือม่วง และมีลักษณะที่แตกต่างไป

จากมะเร็งผิวหนังชนิดอื่นคือมักปรากฎขึ้นมากกว่าหนึ่งตำแหน่งบนร่างกายพร้อมๆกัน รอยโรค KS ทั้งหมดมีเชื้อ human

herpes virus-8 (HHV-8) ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่า Kaposi sarcoma herpes virus (KSHV) คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ

HHV-8 มักไม่เป็นโรค KS แต่สำหรับคนที่ติดเชื้อ HHV-8 ท่ีมีภูมิคุ้มกันต่ำจากการมีโรค ยา หรือการปลูกถ่ายอวัยวะจะมี

ความเสี่ยงสูงสุดที่จะเป็น KS โดย KS มีความเกี่ยวข้องกับ HIV/AIDS เนื่องจากคนที่เป็น AIDS มักเป็นมะเร็งชนิดนี้จาก

การที่ร่างกายมีระบบภูมคิ ุ้มกันอ่อนแอ ในคนท่ไี ม่เปน็ HIV/AIDS จะพบวา่ KS จะดำเนนิ โรคไปค่อนขา้ งช้า ในขณะทค่ี นทเ่ี ป็น

HIV/AIDS จะมกี ารดำเนนิ โรคเรว็ และรนุ แรงกว่า

81. ชาวนาจังหวัดชัยภูมิ มาพบแพทย์ ด้วยอาการ มือเท้าดำ เน่า พบสิ่งส่งตรวจเปน็ grain หรือgranule เมื่อนำไปทำ 10%

KOH พบ septate hyphae เชอื้ สาเหตุน่าจะเป็นข้อใด

ก. Malassezia furfur ข. Trichophyton rubrum ค. Epidermophyton floccosum
ง. Microsporum gypseum จ. Scedosporium apiospermum
เฉลย : จ. Scedosporium apiospermum (sexual state) เป็นเชื้อสาเหตุของ mycetoma ซึ่งจะพบลักษณะผิหนัง

เป็นก้อน เมื่อก้อนนี้แตกออกจะมีรูทะลุข้ึนมาจากช้ันใต้ผิวหนังเป็นรูเปิดหลายรู ( multiple sinus tract) และมีหนองไหล

ออกมาพร้อม grain หรอื granule เมอ่ื นำไปทำ 10% KOH พบ septate hyphae

82. รอยโรคเป็นตุ่มลักษณะคล้ายหูดข้าวสุก นำมาย้อม wright stain พบลักษณะ pleomorphic binary fission

yeast และเม่ือนำมาเพาะเช้ือบน BHI ที่ 37ฐ C พบลกั ษณะ yeast form และบน SDA 25ฐ C พบลักษณะ mold

form และพบลักษณะโคโลนเี ปน็ สเี ขียวอมเหลอื งและใน agar มสี แี ดงซมึ ผา่ น ลักษณะนเี้ ป็นเชื้อใด
ก. Aspergillus fumigatus ข. Cryptococcus neoformans ค. Candida albicans
ง. Penicillium marneffei จ. Histoplasma capsulatum

เฉลย : ง. Penicillium marneffei จัดเป็นราสองรปู (dimorphic fungi) มีลักษณะ pleomorphic binary fission
yeast และเมอ่ื นำมาเพาะเชอ้ื บน BHI ที่ 37ฐ C พบลักษณะ yeast form และบน SDA 25ฐ C พบลกั ษณะ mold

form และพบลกั ษณะโคโลนีเป็นสีเขยี วอมเหลอื งและใน agar มีสแี ดงซมึ ผ่าน

83. เชื้อใดที่ให้ผลการทดสอบ germ tube positive และ chlamydoconidia positive เหมือนเชื้อ Candida
albicans

ก. C. Tropicalis ข. C. dubliniensis ค. C. glabrata ง. C. krusei จ. C. parapsilosis
เฉลย : ข. C. dubliniensis

165

C. dubliniensis ให้ผลการทดสอบ germ tube positive และ chlamydoconidia positive เหมือนเชื้อ
Candida albicans

84. เจาะหนองสีดำบริเวณโพรงจมูกของผู้ป่วยเบาหวานมาทำ direct examination พบ non-septate hyphae ขนาด
5-10 μm เปน็ ลกั ษณะของเช้อื ราใด

ก. Aspergillus spp. ข. Epidermophyton spp. ค. Histoplasma spp.
ง. Trichosporon spp. จ. Rhizopus spp.
เฉลย : จ. Rhizopus spp. คือช่ือจีนัสของเชื้อราในไฟลัม Zygomycota ที่สำคัญต่ออาหาร เป็นราแบบ non septate

hypha มักสร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศคือ sporangiospore ซึ่งรวมอยู่ใน sporangium ที่มีรูปร่างกลม ที่ฐานของ

sporangiophore ซึ่งเป็นก้านชูสปอร์ มี rhizoid และ stolon ซึ่งเป็นเส้นใยที่เชื่อม sporangiospore ไรโซปัสสามารถ

สรา้ งสปอรแ์ บบมีเพศ เรยี กวา่ zygospore

85. หน่วยสบื พันธข์ุ อง Pseudallescheria boydii เมื่อมีการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศคือขอ้ ใด

ก. Ascospore ข. Basidiospore ค. Zygospore ง. Zoospore จ. Sporangiospore

เฉลย : ก. Ascospore เชื้อรา Pseudallescheria boydii ที่เป็นราที่อยู่ในระยะท่ีมีการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ

(Sexual stage) แบบ ascospore คือสปอร์แบบมีเพศ (sexual spore) ของ fungi ในไฟลัม

Ascomycota ลักษณะของสปอร์ถูกสร้างภายในถุง (sac) เรียกว่า ascus สปอร์มีผนังหนา เป็นเซลล์อิสระ มีไซโทพลาซึม

หุ้มนิวเคลียส ลักษณะของแอสโคสปอร์ เช่น สี รูปร่าง ลักษณะผิว ขนาด จำนวนสปอร์ต่อแอสคัส ใช้แยกชนิดของยีสต์ได้ใน

ขณะที่รูปแบบของเชื้อราชนิดนี้มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual stage) จะมีลักษณะพิเศษเพิ่มข้ึนมาคือมีสองรูปแบบ

ท่ีต่างกันไป โดยชนิดแรกจัดอย่ใู น Genus Garphium และอีกชนิดหน่ึงคอื Scedosporium apiospermum

86. Black dot ring worm เกดิ จากเช้ือใด

ก. Epidermophyton floccosum ข. Microsporum canis ค. Trichosporon beigelii
ง. Trichophyton tonsurans จ. Trichophyton mentagrophytes
เฉลย : ง. Trichophyton tonsurans Black dot ring worm เป็นลักษณะของกลากบนหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมหัก
อยู่เสมอ รผู มเปน็ จดุ สีดำ สาเหตจุ ากการติดเชอ้ื Trichophyton tonsurans

87. เด็กหญิงมีรอยอักเสบบวมนูนแดง เมื่อตรวจรอยโรคด้วยตรวจ wood's lamp เรืองแสงสีเขียว สอบถามพบว่าที่บ้านเลี้ยง

แมวและสุนัขหลายตวั เชือ้ กอ่ โรคน่าจะเป็นเช้อื ใด

ก. Epidermophyton floccosum ข. Microsporum canis ค. Trichosporon beigelii
ง. Trichophyton rubrum จ. Trichophyton mentagrophytes
เฉลย : ข. Microsporum canis เชื้อก่อโรคกลากที่เรืองแสงสีเขียว โดยตรวจรอยโรคด้วย wood's lamp ซึ่งมีแหล่งของ
เชือ้ อยู่ในสุนัขและแมว เชือ้ สาเหตขุ องโรคคอื Microsporum canis

88. รอยโรคมีลักษณะเป็นปมสีเหลืองที่เส้นผม รูดออกได้ง่าย เม่ือนำมาทำ 10 % KOH พบ budding yeast และ

arthroconidia สงสยั เช้ือใด

ก. Trichophyton rubrum ข. Trichosporon beigelii ค. Malassezia furfur
ง. Candida albicans จ. Piedraia hortae
เฉลย : ข. Trichosporon beigelii หรือ Trichosporon spp. กอ่ โรค White piedra (โรคปมราขาว) เมอ่ื นำปมท่ี

เสน้ ผมไปดูใต้กล้องจลุ ทรรศนจ์ ะพบ septate hyphae, arthroconidia & blastoconidia (budding yeast)

166

89. แยกเชื้อจากผู้ป่วยพบโคโลนีสีขาวครีมฟูเล็กน้อย ท่ี 25C ส่องกล้องจุลทรรศน์พบ tuberculate macroconidia,

microconidia, septate hyphae ท่ี 37C พบ budding yeast cell นา่ จะเป็นเช้อื ใด

ก. Histoplasma capsulatum ข. Blastomyces dermatitidis ค. Penicillium marneffei
ง. Paracoccidioides brasiliensis จ. Coccidioides immitis
เฉลย : ก. Histoplasma capsulatum จัดเป็นราสองรูป ( Dimorphic fungi) รูปของ Yeast: ขนาดเล็ก (2- to
4-μm), oval, budding yeasts narrow based budding หมายถึงจุดที่เกิดการแตกหน่อหรือจุดท่ี yeast ยังคง

เกาะกันหลังแตกหน่อนั้นแคบ แม้ชื่อ Histoplasma capsulatum จะฟังดูมี capsule แต่จริงๆ ไม่มี capsule ครับ

ลกั ษณะสายรา (Mold) พบสายราแบบ Septate hyphae with tuberculate macroconidia (thick walled with
a diameter of 8 to 15 μm) and microconidia (smooth walled with a diameter of 2 to 4 μm)

- Tuberculate แปลว่ามปี ุ่มๆ ย่นื ออก

90. ชายไทย อายุ 32 ปี มีไข้มา 5 วัน ผลการทดสอบ stiff neck positive เมื่อเจาะ CSF มาตรวจ พบโปรตีนสูง

กลโู คสต่ำ ทำ indian ink ไดผ้ ล positive for encapsulated budding yeast ผู้ป่วยน่าจะตดิ เช้อื ใด

ก. Candida albicans ข. Cryptococcus neoformans ค. Neisseria meningitidis
ง. Histoplasma capsulatum จ. Penicillium marneffei
เฉลย : ข. Cryptococcus neoformans Stiff neck positive แสดงว่าคนไข้เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เมื่อนำ CSF

มาทดสอบด้วย indian ink พบ encapsulated budding yeast หมายถึงพบยีสต์ทม่ี ี capsule เชอื้ สาเหตขุ องโรค คือ

Cryptococcus neoformans

91. พบ cystic lesion แพทย์สงสัย subcutaneous phaeohyphomycosis เมอื่ ทำ 10% KOH ควรพบอะไร

ก. Fragmented hyphae ข. Dark brown irregular septate hyphae

ค. Dichotomous septate hyphae ง. Swelling hyphae จ. Broad nonseptate hyphae

เฉลย : ข. Dark brown irregular septate hyphae Subcutaneous phaeohyphomycosis เป็นโรคที่เกิด

จากราดำ (dematiaceous fungi) ดังนั้นควรพบสายราสีดำหรือนำตาลและมีผนังกั้น เชื้อก่อโรคเช่น Exophiala
jeanselmei, Wangiella dermatitidis, Cladophialophora bantiana, Alternaria spp.

92. การทำ direct examination เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรค Candidiasis ที่มีสาเหตุจากเชื้อ Candida albicans
นอกจากการพบ yeast cell แลว้ ควรสง่ิ ใดต่อไปน้ี

ก. Septate hyphae ข. Capsule ค. Pseudohyphae ง. Arthoconnidia จ. Ascospore
เฉลย : ค. Pseudohyphae Candida albicans มีลักษณะสำคัญคือ pseudohyphae with budding yeast
cell ให้ผลการทดสอบ germ tube positive เช้ือสร้าง terminal chlamydoconidia บน Dalmau plate

93. Specimen เป็นหนอง มี granule ดใู ต้กล้องพบ septate hyphae ผปู้ ่วยนา่ จะเปน็ โรคใด

ก. Phaeohyphomycosis ข. Tinea pedis ค. Tinea nigra

ง. Eumycetoma จ. Chromoblastomycosis

เฉลย : ง. Eumycetoma Grain หรือ granule คือโคโลนีของเชื้อที่อัดแน่น พบในโรค mycetoma ถ้าเชื้อก่อโรคเปน็

mold จะเรียกว่าโรค Eumycetoma ถ้าเชื้อก่อโรคเป็น higher bacteria ใน order Actinomycetales จะเรียกว่า

โรค Actinomycetoma

167

94. ผูป้ ว่ ยหญิง 47 ปี เปน็ เบาหวานขดู เชอ้ื ที่ผวิ หนังพบลักษณะของ Cigar shape yeast cell คือลักษณะของเชื้อใด

ก. Candida albicans ข. Cryptococcus neoformans ค. Histoplasma capsulatum
ง. Trichophyton mentagrophytes จ. Sporothrix schenckii
เฉลย : จ. Sporothrix schenckii เป็น dimorphic fungi ติดเชื้อที่ cutaneous or subcutaneous tissues

ก่อโรคที่เรียกว่า sporotrichosis ที่อุณหภูมิ 37C หรือในสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยจะพบ elongated cigar-shaped

morphology

95. ชายอายุ 19 ปเี ปน็ นักฟุตบอล มีวงขาวเล็กทีห่ ลงั แผ่กวา้ ง ทดสอบ 10% KOH จะพบลกั ษณะใด

ก. Pseudohyphae with budding yeast cell ข. arthroconidia

ค. fragmented hyphae with round yeast cell ง. nonseptate hyphae

จ. dematiaceous septate hyphae

เฉลย : ค. fragmented hyphae with round yeast cell โรคเกลื้อน จะพบรอยโรคเป็นวงขาวเล็กที่หลัง ไม่มีการ

อกั เสบ โรคเกลอื้ น Tinea vesicolor เกิดจากการติดเช้ือราทชี่ อื่ ว่า Malassezia เช้ือราจะเข้าไปทำลายเมด็ สที ี่ผวิ หนัง ทำให้

ผิวหนังมีสีที่เปลี่ยนแปลงไป และ กลายเป็นรอยโรคมีลักษณะเป็น ขุย แบนราบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสีผิวนั้นเกิดจากเชื้อรา

Malssezia จะสร้างกรดออกมาเพื่อยับยั้งการสร้างเมลานิน เมื่อขูดผิวหนังไปทดสอบด้วย 10% KOH จะพบ fragmented

hyphae with round yeast cell

96. การตรวจเบือ้ งตน้ ของโรคกลากและโรคเกล้ือนนยิ มใช้วธิ ีใด
ก. Gram stain ข. India ink preparation ค. Wright's stain ง. KOH preparation จ. Biopsy

เฉลย : ง. KOH preparation การตรวจทางเชือ้ ราทผี่ ิวหนัง ประกอบดว้ ยการตรวจสดและการเพาะเช้ือ ในการตรวจสดนิยมใช้
น้ำยา 30% KOH บางคร้งั อาจมีการส่องไฟเพ่ือดกู ารเรืองแสงของการตดิ เช้ือราก่อโรคบนผวิ หนัง

97. KOH preparation จาก crust of skin ของผปู้ ว่ ย chromoblastomycosis จะพบลักษณะใด

ก. Mass of hyphae ข. Ascospore ค. Sclerotic bodies

ง. Mass of WBC จ. Grain or granule

เฉลย : ค. Sclerotic bodies

Chromoblastomycosis เป็นโรคเชื้อราที่หนังกำพร้าและหนังแท้ ซึ่งเกิดข้ึนโดยกลุ่มเชื้อราที่มีสีดำ (dematiaceous

fungus หรือ pigmented mold) ผิวหนังที่เป็นโรคนี้จะหนา ด้านแข็ง และมีผิวที่หยาบขรุขระ ประกอบไปด้วยโคโลนีของเชือ้

ราสีดำฝงั ตวั อยู่เป็นจุดเล็กๆ (verrucous granuloma with pigmented granules) โรคเรม่ิ ตน้ ตรงบริเวณผวิ หนังที่ได้รับ

บาดเจ็บมาก่อน เช่น หกล้ม หรือถูกหนาม หรือเส้ียนไม้จากพื้นดนิ ตำ เชื้อใช้เวลาฟักตัวประมาณ 1 เดือนจึงเกดิ อาการของโรคขนึ้

โดยมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงไม่ปวดหรือคัน ตำแหน่งของโรคมักพบที่เท้าและขาเป็นส่วนมาก เพราะได้รับบาดเจ็บง่ายกว่าส่วนอ่ืนของ

ร่างกาย เชน่ มือและแขน ในผู้ปว่ ยของเรารายหน่งึ โรคเกิดขนึ้ ที่รอบรทู วารหนักและลุกลามจนเปน็ เตม็ ตะโพก เนอื่ งจากผู้ปว่ ยใช้เศษ

ไม้จากดินเช็ดก้นทุกครั้งหลังถ่ายอุจจาระ ตุ่มโรคดังกล่าวนี้จะขยายตัวโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เป็นหนองจนมีขนาดใหญ่เป็นก้อน

(nodule) ยึดติดกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การลุกลามของโรคนี้ค่อยเป็นค่อยไป และกินเวลานานเป็นแรมเดือนจนถึงปี ทว่าที่ผู้ป่วย

จะรู้สึกตัวว่าเป็นโรค เพราะโรคไม่มีอาการเจ็บปวดรบกวนผู้ป่วย ตุ่มก้อนที่พบนี้มีลักษณะเป็นแกรนูโลม่า ผิวของก้อนโรคจะเพ่ิม

ความหนาตัวขึ้น และสากแข็งขรุขระคล้ายหนังปลากระเบน (verrucous) นอกจากนั้นยังพบจุดสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำของเชื้อรา

แทรกอยู่ในบริเวณที่เป็นโรค เมื่อเขี่ยจุดเหล่าน้ีมาทำ KOH preparation จะพบ sclerotic bodies ของเชื้ออยู่เป็นจำนวน

มาก

168

98. เชื้อก่อโรคกลากข้อใด โตช้า ลักษณะโคโลนีแบบ fluffy ด้านบนโคโลนีสีขาวครีม ใต้โคโลนีสีแดง สร้าง macroconidia

เป็นรปู แทง่ ดนิ สอ

ก. Microsporum canis ข. Microsporum gypseum ค. Trichophyton rubrum
ง. Trichophyton mentagrophytes จ. Epidermophyton floccosum
เฉลย : ค. Trichophyton rubrum พบลักษณะโคโลนีแบบ fluffy ด้านบนโคโลนีสีขาวครีม ใต้โคโลนีสีแดง สร้าง

macroconidia เปน็ รปู แท่งดนิ สอ จัดเปน็ เช้อื รากลุม่ Dermatophytes ก่อโรคกลากทผี่ ิวหนัง

99. การทดสอบ India ink จาก CSF ได้ดงั รูป จะรายงานผลการตรวจอย่างไร
ก. Budding yeast cells

ข. Narrow-based budding yeast cells
ค. Cigar-shaped budding yeast cells
ง. Encapsulated budding yeast cells

จ. White blood cells

https://www.researchgate.net/publication/264866593/figure/fig1/AS:214255438700544@1428093885191/India-ink-staining-demonstrating-
the-capsule-of-Cryptococcus.png

เฉลย : ง. Encapsulated budding yeast cells โรคคริปโตคอกโคสิสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Cryptococcus
neoformans พบได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่เชื้อเป็นอันตรายต่อแมวและคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การติดเช้ือก่อให้เกิดอาการ
แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เชื้อราชนิดนี้สามารถพบได้ในอุจจาระของนกโดยเฉพาะนกพิราบ และยังพบในนกคานารี

นกหงษ์หยก นกแก้ว นกกระตั้ว นกแขกเต้า ไก่ นกกระจอก นกเอี้ยง นกเขา นกเหล่านี้มีเชื้อราในร่างกายแต่จะไม่แสดงอาการ
ป่วย ส่วนใหญ่แล้วคนที่ติดโรคนี้คือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การติดเชื้อมักเกิดจากจากการหายใจเอาดินที่มีเชื้อเข้าไป ไม่ใช่ได้รับเชื้อจาก

สัตว์โดยตรง เชื้อมักทำให้เกิดการติดเชือ้ ที่ปอดและสมอง อาการท่ีพบเช่น มีไข้ ไอเป็นเลอื ด เจ็บหน้าอก มีปัญหาด้านการมองเห็น
มึนงง หากมีการติดเชื้อที่สมองอาจมีอาการสับสนและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เมื่อนำ CSF มาทำการทดสอบ India ink จะ
พบ budding yeast cells ทีม่ ีแคปซูลลอ้ มรอบ รายงานว่า Encapsulated budding yeast cells

100. ขูดผิวหนังจากรอยโรค ทำ KOH preperation พบ Fragmented hyphae and round/oval thick-walled

yeast cells เชอ้ื ก่อโรคคือขอ้ ใด

ก. Epidermophyton floccosum ข. Exophiala werneckii ค. Malassezia furfur
ง. Microsporum canis จ.Trichophyton rubrum
เฉลย : ค. Malassezia furfur
โรคเกลื้อนเกิดจากเชื้อ Malassezia furfur หรือชื่อเดิม Pityrosporum ovale, P. orbiculare และ M. ovalis

เป็น liphophilic yeast อาศัยอยู่ตามผิวหนังปกติที่มีต่อมไขมันมาก เมื่อมีภาวะที่เหมาะสมจะกลายเป็น mycelium และ

ก่อให้เกิดโรคซึ่งได้แก่ ความอบอุ่น ความชื้น การได้ยากดภูมิคุ้มกันหรือ steroid ภาวะทุโภชนาการ เป็นต้น ผื่นขาวที่เห็นเกิด

จาก M. furfur สร้างสาร azelaic acid ซึ่งยับยั้งการสร้าง melanin ลักษณะผื่นเป็น macule สีขาวขอบเขตชัดเจน มีขุย

ละเอียดเมื่อขูดเบาๆ จะเห็นขุยละเอียดชัดขึ้น ผื่นจะรวมกันเป็นแผ่นใหญ่ได้ บางครั้งผื่นอาจมีสีน้ำตาลหรือสีชมพู ผื่นเป็นมากใน

บริเวณที่มีต่อมไขมันมากคือ ลำตัว หน้าอก หลัง ไหล่ คอ ต้นแขน ขา ไม่พบที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ส่วนมากไม่มีอาการ แต่บาง

รายอาจมีอาการคันเล็กน้อย เม่ือนำขุยผิวหนังมาทำ KOH preperation พบ Fragmented hyphae and

round/oval thick-walled yeast cells

169

เอกสารอา้ งอิง

1. พไิ ลพันธ์ พุธวัฒนะ และคณะ (2540). ไวรัสวทิ ยา. พิมพค์ รงั้ ท่ี 2, สำนักพิมพ์ แม๊ก.
2. นงนชุ วณติ ยธ์ นาคม (2540). วิทยาเชื้อราการแพทย์. สำนักพิมพ์ พ.ี บ.ี บุ๊ค.
3. ภทั รชัย กีรติสิน และคณะ(2549). ตำราวทิ ยาแบคทีเรียการแพทย.์ กรุงเทพฯ, ภาควิชาจลุ ชีววทิ ยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริ
ราชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหดิ ล.
4. ภาวพันธ์ ภัทรโกศล และคณะ (2550). หลักไวรัสวิทยาทางการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 1, สำนักพิมพ์ บ. โนว์เลจด์ เพรส
จำกัด.
5. บงกชวรรณ สุตะพาหะ (2552). การตรวจวินิจฉัยเชื้อราก่อโรคทางห้องปฏิบัติการ. พิมพ์ครั้งที่ 3, สำนักพิมพ์ หจก. ดา
ราวรรณการพิมพ.์
6. อิสยา จันทร์วิทยานุชิต และวัชรินทร์ รังษีภาณุรัตน์ (2556). แบคทีเรียทางการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ,
สำนกั พิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
7. วัชรินทร์ รังษีภาณุรัตน์ และคณะ (2556). การวินิจฉัยโรคติดเชื้อแบคทีเรียทางการแพทย์. พิมพ์ครั้งท่ี 4, กรุงเทพฯ,
สำนกั พิมพ์จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
8. มาลัย วรจิตร และคณะ(2558). คู่มือปฏิบัติกงานแบคทีเรียและรา สำหรับโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป. พิมพ์
ครงั้ ที่ 2, กรุงเทพฯ, บริษทั ธนาเพลส จำกดั .
9. สวรรยา พงศ์ปรติ ร (2560) จุลชีววทิ ยาคลินิก, ปทุมธานี, สำนกั พิมพม์ หาวทิ ยาลัยรงั สติ .
10. บาจรีย์ จันทราภาณุกร13. (2560) กณิ วิทยาคลนิ กิ , ปทุมธานี, สำนกั พิมพม์ หาวิทยาลัยรงั สิต.
11. Murray, Pattrick R., Rosenthal, Ken S., and Pfaller, Michale A. (2009). Medical Microbiology
6th ed. Mosby Inc, Elsevier, Canada.
1 2. Brooks, Geo F., Carroll, Karen C., Butel, Janet S., Morse, Stephen A, and Mietzner,
Timothy A. (2010). Jawetz, Melnick & Adelberg’s Medical Microbiology 25thed. The McGraw-
Hill Companies, Inc. USA.
13. Ryan, Kenneth J. and Ray, C. George. (2014). Sherris Medical Microbiology 6thed. The
McGraw-Hill Companies, Inc. USA.
1 4. Gilligan, Peter H., Shapiro, Daniel S. and Miller, Melissa B. (2 0 1 4 ) . Cases in Medical
Microbiology and Infectious Diseases 4thed. ASM Press, USA.
15. Engelkirk, Paul G. and Duben- Engelkirk Janet. (2015). Burton’s Microbiology for the Health
Sciences 10th ed. Wolters Kluwer Health, USA.
1 6. Anderson, Danise G., Salm, Sarah N., Allen, Deborah P. and Nester, Eugene W. (2 0 1 6 ) .
Nester’s Microbiology: A Human Perspective 8th ed. McGraw-Hill Education, USA.

170

ฝึกทำแบบทดสอบความรทู้ างจลุ ชีววทิ ยาคลนิ ิกเพม่ิ เตมิ

https://sites.google.com/view/mtlicensebywtu

171

วทิ ยาศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหติ
ประมวลความรทู้ างวทิ ยาศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหติ

วรี ศกั ดิ์ จรภักดี
รงุ่ กาญจน์ สงั ฆรักษ์

แนวปฏบิ ตั ิในการคัดเลอื กผบู้ รจิ าคโลหติ

ผู้บริจาคโลหิตจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีอายุระหว่าง 17-70 ปี กรณีอายุต่ำกว่า 18 ปี
จะต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้ปกครอง ผู้บริจาคโลหิตต้องมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม คือ ตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป ผู้ที่มีน้ำหนัก
50 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริจาคโลหิตได้ 450 +10% ml สำหรับผู้บริจาคโลหิตที่มีน้ำหนักตัวไม่ถึง 50 กิโลกรัม สามารถ
บริจาคโลหิตได้ 350+10% ml เท่านั้น ปริมาตรโลหิตทีบ่ ริจาคได้รวมท้ังตัวอย่างโลหิตที่นำไปตรวจสอบตา่ งๆ ทางการแพทย์ ไม่
ควรเกินร้อยละ 15 ของปริมาณโลหิตในร่างกาย นอกจากน้ำหนักแล้ว ผู้บริจาคโลหิตยังต้องมีระดับ Hemoglobin (Hb) ใน
เลือดเหมาะสม เม่อื ตรวจดว้ ย hemoglobinometer ผหู้ ญิงจะต้องมคี ่า Hb 12.5-16.5 g/dl, Hct 37-49% ผชู้ ายตอ้ ง
มีค่า Hb 13.0-18.5 g/dl, Hct 39-55% จึงจะบริจาคโลหิตได้ การบริจาคโลหิตแต่ละครั้งควรเว้นช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ
ทุก 12 สัปดาห์
การงดบรจิ าคโลหิตชว่ั คราว
1) เพิ่งรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงภายใน 6 ชั่วโมง ผู้บริจาคโลหิตแต่ละคนมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารแต่ละมื้อใน

ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ผู้บริจาคโลหิตอาจยังไม่ได้รับประทานอาหารประจำมื้อ แต่ก็ปกติดี ไม่มีอาการหิวจัด อ่อนเพลีย จะ
เปน็ ลม กร็ บั บรจิ าคโลหติ ได้ ยกเวน้ ผบู้ ริจาคโลหิตท่ีรบั ประทานอาหารมนั จดั เชน่ ข้าวมนั ไก่ ข้าวขาหมู กอ่ นมาบริจาคโลหิต
ไมถ่ ึง 3 ชว่ั โมง จะมีผลทำใหพ้ ลาสมาขาวข่นุ
2) ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน รักษารากฟัน งดบริจาคโลหิต 3 วัน เพราะอาจมีภาวะมีเชื้อโรคในกระแสโลหิต (transient
bacteremia) และตดิ ตอ่ ไปสู่ผู้ปว่ ยได้
3) ทอ้ งเสยี ท้องร่วง งดบริจาคโลหิต 7 วัน เพราะผบู้ ริจาคอาจมอี าการออ่ นเพลยี และมีอาการหน้ามดื เปน็ ลมภายหลังบริจาค
โลหติ ได้ สว่ นผู้ปว่ ยทร่ี ับโลหิตอาจได้รบั เชือ้ โรคทเ่ี ป็นสาเหตขุ องอาการทอ้ งรว่ งท่ีอาจตดิ ทางกระแสโลหิต
4) ผ่าตัดเล็กภายใน 7 วันที่ผ่านมา การผ่าตัดเล็กแม้ว่าจะมีการเสียโลหิตไม่มาก แต่ผิวหนังที่เปิดอยู่ก็เป็นทางนำเชื้อโรคได้
รวมท้ังรอยทท่ี ำการผา่ ตัด ควรเวน้ การบรจิ าคโลหติ อย่างนอ้ ย 7 วนั เพอื่ ให้แผลหายสนิท
5) การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร การคลอดบุตร หรือแท้งบุตร : ไม่รับบริจาคโลหิตจากผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่ากำลัง
ต้ังครรภ์ หรือหลังการแท้ง หรืออยู่ในระยะการให้นมบุตร หลังคลอดอย่างน้อย 6 เดือน จึงบริจาคโลหิตได้ ระยะมี
ประจำเดือนถ้าไมม่ ีอาการผดิ ปกติ สามารถบริจาคโลหติ ได้
6) ผ่าตดั ใหญ่ภายใน 6 เดือนทีผ่ ่านมา การผา่ ตัดทุกชนิดมีการสูญเสยี โลหิตจำนวนหน่ึง ซ่ึงต้องใช้เวลาการสรา้ งทดแทนขน้ึ
โดยเฉพาะการผ่าตดั ใหญ่อาจเสยี โลหิตมาก เนื้อเยื่อของรา่ งกายตอ้ งใช้เวลาและสารอาหารในการซ่อมแซม ผูป้ ว่ ยมีโอกาส
เสี่ยงตอ่ การติดเช้ือโรคจากการผ่าตัด จากสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล หรอื จากการรับโลหิต รวมทัง้ ผปู้ ่วยอาจมีปัญหาต่อเนอ่ื ง
ทอ่ี าจตอ้ งมกี ารผ่าตดั ซ้ำ จงึ ควรเว้นการบริจาคโลหิต 6 เดือน และหากบางรายต้องรับโลหิตดว้ ย ตอ้ งเวน้ 1 ปี
7) เจาะหูหรืออวัยวะอื่น สัก ลบรอยสัก ฝังเข็ม การเจาะหูและการกระทำอื่นๆ ข้างต้น ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่สะอาด
ปราศจากเชื้อ โดยผู้ชำนาญและเป็นเข็มหรือวัสดุที่ใชค้ รั้งเดียวเฉพาะตัว ก็ปลอดภัยจากการติดเชื้อ แต่ก็ควรเว้นระยะเวลาให้
แผลอักเสบจากการเจาะหู หายสนิท อย่างน้อย 7 วัน แต่หากผู้บริจาคโลหิตไม่มั่นใจว่าการเจาะหูทำได้อย่างปลอดภัย
หรือไม่ มีการใช้เครื่องมือร่วมกัน หรือเจาะในสถานที่ที่มีคุณภาพด้านความสะอาดต่ำ ก็อาจจะติดเชื้อโรคทางกระแสโลหิต
เช่น เช้อื ตับอกั เสบ เช้ือเอชไอวี เปน็ ตน้ จงึ ควรงดบรจิ าคโลหิตอย่างน้อย 1 ปหี ลังการเจาะหู เจาะอวยั วะ และอน่ื ๆ
8) โรคดีซ่าน (Jaundice)

172

- ถา้ เคยเปน็ กอ่ นอายุ 11 ปี รับบรจิ าคเลอื ดได้
- ถา้ เคยเป็นหลังอายุ 11 ปี ไมท่ ราบเช้ือหรือสาเหตคุ วรเจาะเลือดตรวจ ไมร่ บั ชั่วคราว
- ถ้าตรวจพบเป็นพาหะของโรคตับอักเสบ ไมร่ บั ถาวร
9) อาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารอื่นๆ การดื่มสุรามึนเมา มีผลต่อการไหลเวียนโลหิต และต่อจิตประสาท ซึ่ง
หากบริจาคโลหิตอาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้บริจาค รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ อาจพบผู้บริจาคโลหิตบางรายมี
บุคลิกภาพแปลกๆ เช่น ตอบคำถามวกวน อารมณ์แปรปรวน มอี าการผิดปกตทิ างจิตชัดเจน
10) เคยเจ็บป่วยต้องรับโลหิตของผู้อ่ืนในระยะ 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับโลหิตจากผู้อื่น ย่อมมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคที่
ติดต่อทางโลหติ ถึงแมว้ า่ จะมวี ธิ ีการตรวจหาเช้ือโรคกอ่ นกต็ าม ตอ้ งงดบริจาคโลหติ 12 เดือน
11) เดินทางหรือพำนักในพื้นทีท่ ี่มีเชื้อมาลาเรียชุกชุมในระยะ 12 เดือน หรือป่วยเป็นโรคมาลาเรียในระยะ 3 ปี เนื่องจากยังไม่
มกี ารตรวจเชื้อมาลาเรยี ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการทไ่ี วเพยี งพอ และสะดวกรวดเร็วเหมาะสมในการตรวจโลหิตบรจิ าค จึงตอ้ งใช้การซัก
ประวัติเป็นหลักในการคัดกรองผู้บริจาค ถ้าเขา้ ไปอยู่ในพื้นที่มาลาเรียชุกชุมถงึ แมไ้ มป่ ่วยเป็นโรคมาลาเรีย ต้องเวน้ การบริจาค
1 ปี ถ้าป่วยเปน็ โรคนี้ต้องหายแลว้ 3 ปี
12) โรคซิฟลิ ิส (Syphilis) ถ้ากำลังมอี าการหรอื รักษายังไมห่ าย ไม่รับบรจิ าคโลหิต ผู้บริจาคที่มีผลตรวจเปน็ reactive
สามารถกลับมาบรจิ าค หลังรบั การรักษาครบ course แลว้ 1 ปี และต้องมีใบรับรองการรกั ษาจากแพทย์ด้วย
13) เคยมีประวัติติดยาเสพติดหรือเพิ่งพ้นโทษ ในระยะ 3 ปี ผู้ที่เคยมีประวัติติดยาเสพติดชนิดต่างๆ หรือเพิ่งพ้นโทษ อาจมี
โอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคที่มีการติดต่อทางโลหิตและน้ำเหลือง โดยเฉพาะโรคเอดส์และโรคตับอักเสบ เนื่องจากมีโอกาสที่จะมี
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ รวมทั้งอาจใช้ยาเสพติดชนิดฉีด โดยใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน จึงงดบริจาคโลหิต และรอให้ผ่าน 3 ปี
เสียก่อน เพอ่ื ใหม้ น่ั ใจวา่ พน้ จากระยะฟักตวั ของโรคตา่ งๆ ที่อาจได้รับมาแล้ว
14) เคยเป็นโรคตับอักเสบก่อนอายุ 11 ปี ไวรัสตับอักเสบชนิด A ซึ่งมักเป็นในวัยเด็กก่อนอายุ 11 ปี เมื่อหายแล้วสามารถ
บริจาคโลหิตได้ หรือผทู้ ี่มอี าการดซี า่ น สาเหตจุ ากมนี ิว่ อดุ ตนั ในทางเดนิ นำ้ ดี เมือ่ ผ่าตดั หายแลว้ กส็ ามารถบรจิ าคโลหติ ได้
15) เคยรับวัคซีนหรอื เซรมุ่
- ผู้บริจาคโลหติ ที่ได้รับ toxoids หรอื วัคซนี ท่ไี ด้มาโดยการสังเคราะห์ หรือ การฆา่ เชือ้ ใหบ้ รจิ าคโลหิตได้ถ้าไม่มีไข้และไม่
มอี าการผดิ ปกตใิ ดๆ ได้แก่ toxoids หรอื วัคซนี ท่ีใชป้ ้องกนั โรคต่อไปน้ี Anthrax, Cholera, Diphtheria, Hepatitis
A, Hepatitis B, Influenza
- ผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับ live-attenuated viral และ bacterial vaccines เช่น Measles, Mumps, Polio
(Sabin/ oral) Typhoid (oral), หัดเยอรมัน และ yellow fever ให้งดบริจาค 2 สัปดาห์ หลังได้รับวัคซีน และ
ไม่มีอาการข้างเคียง สำหรับผู้ที่ได้รับ live attenuated viral และ bacterial vaccive ชนิดหัดเยอรมัน และ
อสี ุกอีใส งด 4 สปั ดาห์ หลังได้รบั วคั ซนี และไม่มอี าการข้างเคยี ง
- ผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับ Hepatitis B Immune Globulin (HBIG) ให้งดบริจาค 2 สัปดาห์ เมื่อฉีดเพื่อป้องกัน
และไมส่ ัมผสั โรค และงด 1 ปี หลังจากไดร้ ับ Immunoglobulin เม่อื สมั ผสั โรค
การงดบรจิ าคโลหติ ถาวร
1) มีประวัติหรือมีผลการตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอับเสบบี (HBV) ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ไวรัสก่อโรคเอดส์(Human
Immunodeficiency Virus, HIV) หรือ Human T- cell Lymphotropic Virus type I (HTLV I)
เปน็ บวก
2) พฤติกรรมเส่ียงทางเพศ เช่น มเี พศสมั พันธ์กบั ผ้อู น่ื ท่ีไม่ใชค่ ูข่ องตน คู่ของตนมีเพศสมั พนั ธ์กับผูอ้ ่ืน
3) เลอื ดออกผิดปกติ
4) ผูท้ ี่เป็นโรคพษิ สรุ าเรือ้ รัง หรอื ดม่ื ประจำ
5) โรคมะเรง็

173

6) โรคลมชกั (Epilepsy)
7) โรคเทา้ ช้าง (Filariasis)
8) G6PD deficiency
9) Hepatitis B Virus ผบู้ รจิ าคท่ีเปน็ โรคหลงั อายุ 11 ปี หรอื มผี ลการทดสอบแสดงวา่ ยังมกี ารตดิ เชอ้ื HBV อยู่ ไดแ้ ก่

HBsAg, anti-HBc, anti-HBe หรอื HBV DNA reactive

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

1. ผู้บรจิ าคโลหติ สามารถบรจิ าคเลือดได้ไม่เกนิ กี่ % ของ Total blood volume

ก. 8% ข. 10% ค. 12% ง. 15% จ. 18%

ตอบ ง. 15%

2. บคุ คลในข้อใด สามารถบรจิ าคเลอื ดได้

ก. ถอนฟนั มาแล้ว 1 เดอื น ข. เพ่ิงตั้งครรภ์ 1 เดือนและสขุ ภาพดี ค. สกั ทตี่ น้ แขนมาแล้ว 3 เดอื น

ง. เปน็ มาลาเรียและรกั ษาหายเมอ่ื 1 ปที แ่ี ลว้ จ. ฉีดวคั ซนี Rubella มาแล้ว 2 สัปดาห์

ตอบ ก. ถอนฟันมาแลว้ 1 เดอื น

3. บคุ คลใดทีต่ อ้ ง งดบรจิ าคเลอื ดถาวร

ก. ตั้งครรภ์ ข. เป็น syphilis ค. เปน็ malaria หายแลว้ 1 ปี

ง. ฉดี วคั ซนี พิษสนุ ัขบา้ มา จ. เปน็ ไวรัสตับอักเสบบี แต่หายแล้ว

ตอบ จ. เปน็ ไวรสั ตบั อกั เสบบี แตห่ ายแลว้

4. ขอ้ ใด สามารถบรจิ าคโลหติ ได้

ก. คลอดบตุ รมา 1 ปี และยังให้นมบตุ รอยู่ ข. ทานอาหารก่อนบรจิ าคโลหติ 15 นาที ค. ถอนฟนั เมอ่ื 3 วันท่ีผา่ นมา

ง. สกั เมอ่ื 1 เดือนทผี่ ่านมา จ. เคยรับบรจิ าคโลหิต 2 units เมื่อสามเดือนที่ผ่านมา

ตอบ ค. ถอนฟันเมอ่ื 3 วนั ท่ีผ่านมา

5. บคุ คลต่อไปน้ี ตอ้ ง งดบรจิ าคเลอื ดถาวร

ก. ผู้ติดเชื้อ syphilis ข. เคยได้รบั วัคซนี พิษสนุ ัขบ้าหลงั จากถกู สุนขั กัด ค. เพ่งิ หายจากการตดิ เช้ือมาลาเรยี

ง. อยใู่ กลช้ ิดกบั ผ้ตู ดิ เช้ือเอดส์ จ. เคยมีประวตั ิเปน็ ตับอกั เสบบี เมื่อตอนอายุ 25 ปี

ตอบ จ. เคยมปี ระวัติเป็นตับอักเสบบี เมื่อตอนอายุ 25 ปี

6. บุคคลในข้อใด สามารถบรจิ าคเลอื ดได้

ก. หายจากมาลาเรยี 1 ปี ข. เจาะหูมา 10 วัน ค. เคยตรวจพบ anti-CMV

ง. ฉดี วคั ซนี Rubella มาแล้ว 2 สัปดาห์ จ. เป็นไวรัสบแี ละรกั ษาหายแล้ว 6 เดือน

ตอบ ค. เคยตรวจพบ anti-CMV

7. บคุ คลในขอ้ ใด สามารถบรจิ าคเลอื ดได้

ก. ผหู้ ญงิ มี Hb ≥12 g/dl และมนี ำ้ หนักตัว ≥45 Kg

ข. ชายคนหนง่ึ เคยมอี าการตวั เหลอื งตอนอายุ 10 ขวบ

ค. หญิงทเ่ี คยคลอดบตุ รมาแล้ว 1 ปี อยู่ในชว่ งกำลงั ให้นมบุตร

ง. ตอ้ งการบริจาค Platelet aphaeresis และเคยบรจิ าค whole blood เมอ่ื 2 เดอื นทแ่ี ล้ว

จ. ถูกควบคมุ ความประพฤติ เน่ืองจากดื่มสรุ า ตอ้ งการบรจิ าคเลอื ดเพื่อบำเพ็ญประโยชน์

ตอบ ก. ผู้หญงิ มี Hb≥ 12 g/dl และมีนำ้ หนักตวั ≥ 45 Kg

174

8. ข้อใด ไม่สามารถ บรจิ าคเลอื ดได้

ก. เคยไปจังหวดั ตากเม่อื 1 ปที ี่แล้ว

ข. หญิงที่ต้ังครรภ์และให้นมบุตร เมื่อ 1 ปที ี่แลว้ และตอนน้ีหยดุ ให้นมแล้ว

ค. บรจิ าค platelet apheresis โดยเคยบริจาค whole blood เมอื่ 3 เดือนที่แลว้

ง. ผู้บรจิ าคต้องวดั Hb มากกวา่ หรอื เท่ากับ 12.0 g/dl และมีน้ำหนักอยา่ งนอ้ ย 45 kg

จ. ถกู คมุ ความประพฤติเนือ่ งจากดม่ื แอลกอฮอล์ขณะขบั รถ ต้องทำความดโี ดยการบรจิ าคโลหิต

ตอบ ก. เคยไปจังหวดั ตากเม่ือ 1 ปที ่ีแลว้

9. ผใู้ ด ไมส่ ามารถ บริจาคโลหติ ได้

ก. ผชู้ ายหนัก 50 kg Hb 12.5 mg/dL ข. ผู้บริจาคเกล็ดเลือดมาแล้ว 2 สปั ดาห์

ค. ผบู้ ริจาคอยู่บา้ นเดียวกับผูต้ ดิ เชอื้ เอชไอวี ง. บริจาคฉดี วัคซีนพิษสนุ ขั บา้ เมือ่ 2 สัปดาห์ทแ่ี ล้ว

จ. ผบู้ ริจาคเคยทำงานท่ี อ.แมส่ อด จ.ตาก มาแลว้ 1 ปี

ตอบ จ. ผูบ้ รจิ าคเคยทำงานท่ี อ.แมส่ อด จ.ตาก มาแล้ว 1 ปี

ชนดิ ของแอนตบิ อดตี ่อแอนติเจนของหม่เู ลอื ด

1. Naturally occurring antibodies
Naturally occurring antibodies เปน็ แอนติบอดที ่เี กดิ ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ได้รับการกระตุน้ สว่ นใหญ่
เป็นชนิด IgM ไดแ้ ก่ anti-A, anti-B, anti-Lea, anti-Leb, anti-Mia, anti-M, anti-P
2. Immune type antibody
สว่ นใหญ่เปน็ แอนตบิ อดชี นิด IgG ทำปฏกิ ริ ิยาได้ดีท่อี ุณหภูมิ 37C สามารถตรึง complement ได้ ได้แก่
แอนตบิ อดี ในระบบ Kidd, Kell, Duffy, Diego เปน็ ตน้

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

10. ขอ้ ใด ไม่ใช่ Naturally occurring antibody
ก. Anti-Mia ข. Anti-M ค. Anti-D ง. Anti-K จ. Anti-P
ฉ. Anti-Le

ตอบ ง. Anti-K

11. Antibody ในข้อใดทเ่ี ป็น immune antibody

ก. P Kidd Duffy Diego ข. Kid Lewis MN Diego ค. Kid Kell Duffy Diego

ง. Lewis P Kidd Kell จ. Lewis MN P Mia

ตอบ ค. Kid Kell Duffy Diago

หมเู่ ลอื ดระบบ ABO

เป็นหมู่เลือดที่ร่างกายมีการสร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจนที่ไม่พบบนเม็ดเลือดแดงของตัวเอง จึงเป็น Naturally
occurring antibodies (เป็นแอนติบอดีที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ได้รับการกระตุ้น) เช่น คนหมู่เลือด B จะมี
แอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดง จะมีการสร้าง Anti-B ในซีรัม ดังนั้น แอนติบอดีทีสร้างขึ้นจะเป็นได้ทั้ง IgG และ IgM
สามารถตรึง complement ได้ดี หมู่เลือดระบบ ABO จึงมีความสำคัญที่สุดในการถ่ายเลือด โดยต้องให้เลือดท่ีตรงกันหรือเขา้
กันได้กับผู้ป่วยเสมอ เพื่อป้องกันการเกิด Acute hemolytic transfusion reaction (HTR) หมู่เลือด ABO สามารถ
ตรวจพบแอนตเิ จนในสารคัดหลงั่ ไดเ้ ช่น นำ้ ลาย และสามารถถา่ ยทอดทางพันธุกรรมจากพอ่ แม่สู่ลกู ไดด้ ังตาราง

175

พอ่ A แม่ O
B

A AA AB AO

B BA BB BO

O OA OB OO

Alleles A+A A+O A+B B+B B+O O+O
Blood type A A AB B B O

Anti-A, anti-B และ anti-A,B ประกอบด้วย IgM, IgG และอาจพบ IgA ได้ในปริมาณน้อย เป็นแอนติบอดี
ท่ีสามารถทำปฏิกิริยาได้ดีที่อุณหภูมิ 22-24C หรือต่ำกว่า สามารถทำปฏิกิริยาได้ถึง 37C และหากมี complement
ร่วมด้วยก็จะทำให้เกิดการแตกของเม็ดเลือดแดงได้ทั้งในหลอดทดลอง (in vitro) และในหลอดเลือด (intravascular
hemolysis)

แอนติบอดีในหมู่เลือดระบบ ABO ประกอบด้วย anti-A, anti-B และ anti-A,B จัดเป็นแอนติบอดีที่มี
ความสำคัญในกระบวนการรักษาพยาบาล ได้แก่ blood component therapy, organ transplantation และ
hematopoietic stem cell transplantation ในการตรวจหมู่เลือดระบบ ABO จะอาศัยหลักการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือด
แดงที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนและแอนติบอดี โดยการตรวจหมู่เลือดระบบ ABO ประกอบด้วย การตรวจหาแอนติเจน
บนเม็ดเลือดแดง (cell grouping หรือ forward typing) ด้วย specific ABO antisera (anti-A, anti-B และ
anti-A,B) และการตรวจหาแอนติบอดีในซีรั่ม/พลาสมา (serum grouping หรือ reverse typing) ด้วย reagent
red cells A, B และ O

หมยู่ อ่ ยของ A และ B (Subgroup of A and B)
หมู่เลือด A จะมีหมู่ย่อยที่สำคัญคือ A1 และ A2 ซึ่งหมู่ย่อยนี้ จะมีความแตกต่างกันทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของ
แอนติเจน A โดยหมู่ย่อย A1 จะพบปริมาณแอนติเจนมากกว่าหมู่ A2 และหมู่ A1 จะประกอบด้วยแอนติเจน A และ A1 แต่
หมู่ A2 จะมีเพยี งแอนติเจน A เทา่ นน้ั

ตารางที่ 1 ลักษณะการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าของ Subgroup A

176

ตารางที่ 2 ลักษณะการเกิดปฏิกิริยาของ Subgroup B

(ตารางท่ี 1 และ 2 อ้างองิ จาก จินตนา ทับรอด. บทความฟ้ืนวชิ า ABO subgroup. โลหิตวิทยาและเวชศาสตร์บริการ
โลหิต. 2553; 1: 49-53.)

การพจิ ารณาใหเ้ ลอื ดกบั ผ้ปู ่วย จะพิจารณาใหเ้ ลอื ดตามระบบหม่เู ลอื ด ABO ดังตารางที่ 3-5

ตารางที่ 3 การเลอื กใชเ้ ม็ดเลือดแดงผบู้ ริจาคหมู่ ABO ให้แก่ผปู้ ว่ ย

หมเู่ ลอื ด ABO หมเู่ ลอื ด ABO ของเมด็ เลอื ดแดงผบู้ รจิ าค

ของผ้ปู ว่ ย ทางเลอื กที่ 1 ทางเลอื กที่ 2 ทางเลอื กที่ 3 ทางเลอื กที่ 4

O O---

A A O (LPRC/PRC)* - -

B B O (LPRC/PRC)* - -

AB AB A (LPRC/PRC)* B (LPRC/PRC) O (LPRC/PRC)

*ควรเลอื กใช้ LPRC ก่อน เนอื่ งจากมีพลาสมาปนอยใู่ นปริมาณน้อยกว่า PRC

ตารางที่ 4 การเลือกใช้เกลด็ เลอื ดตา่ งหมู่ท่พี ลาสมาเข้ากันไมไ่ ดก้ บั เมด็ เลอื ดแดงผปู้ ่วย

หมเู่ ลอื ด ABO ของ หมเู่ ลอื ดของเกลด็ เลอื ดผบู้ ริจาค
ผปู้ ว่ ย
ทางเลอื กท่ี 1 ทางเลอื กท่ี 2* ทางเลอื กที่ 3**

(compatible plasma) (incompatible plasma)

O O B or A or AB -

A A AB O or B

B B AB O or A

AB AB - A or B or O

*ควรมี RBC ปนเปอื้ นน้อยท่สี ดุ **ควรป่ันแยกพลาสมาออกให้เหลือน้อยลง

177

ตารางที่ 5 การเลือกใช้พลาสมาหมูเ่ ลอื ด ABO ใหก้ บั ผปู้ ่วย

หมเู่ ลอื ด ABO ของ หมเู่ ลอื ดของพลาสมาผบู้ รจิ าค

ผปู้ ว่ ย ทางเลอื กที่ 1 ทางเลอื กที่ 2

O O A or B or AB

A A AB

B B AB

AB AB -

(ตารางที่ 3-5 อ้างอิงจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. คู่มือการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต. พิมพ์ครั้งที่ 6.

สมทุ รปราการ:อดุ มศึกษา; 2560.)

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

12. ข้อใด ไมถ่ ูกตอ้ ง เก่ียวกบั พ่อแมล่ ูก

ก. พอ่ O แม่ B ลูก B ข. พ่อ A แม่ B ลูก O ค. พ่อ A แม่ O ลูก A

ง. พอ่ AB แม่ O ลูก O จ. พ่อ AB แม่ B ลูก A

ตอบ ง. พอ่ AB แม่ O ลกู O

13. ขอ้ ใดที่ นาย ก. สามารถยืนยันไดว้ ่า ไมใ่ ช่ พอ่ ของลูก

ก. พอ่ A แม่ B ลกู AB ข. พ่อ A แม่ O ลูก O ค. พ่อ B แม่ AB ลูก A

ง. พอ่ B แม่ O ลกู B จ. พ่อ A แม่ O ลูก B

ตอบ จ. พอ่ A แม่ O ลกู B

14. ข้อใด ไมถ่ กู ต้อง เกยี่ วกับ ABO group

ก. เปน็ Natural occurring ข. เปน็ ได้ทั้ง IgM and IgG ค. สรา้ งขนึ้ เม่อื ถกู กระตนุ้ จาก red cell

ง. เกดิ Hemolytic transfusion reaction ได้ จ. เกดิ Hemolytic disease of newborn ได้

ตอบ ค. สรา้ งข้ึนเมอื่ ถกู กระตนุ้ จาก red cell

15. ถา้ ตอ้ งใหเ้ ลอื ดทารกแรกคลอดทีม่ ปี ญั หา ABO-HDN ควรให้เลือดข้อใด ถกู ตอ้ งทสี่ ดุ

ก. PRC=O / FFP= O ข. PRC=AB / FFP=AB ค. whole blood group O

ง. PRC=AB / FFP=O จ. PRC=O / FFP ทเี่ ขา้ กันไดก้ บั RBC ของทารก

ตอบ จ. PRC = O / FFP ทเ่ี ขา้ กนั ไดก้ ับ RBC ของทารก

16. แมห่ มเู่ ลือด O, Rh positive ลกู หมูเ่ ลือด B, Rh negative ลูกได้รับการวินิจฉัยเป็น HDN-ABO ตอ้ งให้ PRC

และ FFP แบบใดแกล่ ูก จงึ จะปลอดภัยทีส่ ุด

ก. PRC gr. O Rh negative และ FFP gr.O ข. PRC gr. O Rh positive และ FFP gr.B

ค. PRC gr. O Rh negative และ FFP gr.B ง. PRC gr. B Rh negative และ FFP gr.AB

จ. PRC gr. B Rh negative และ FFP gr.B

ตอบ ค. PRC gr. O Rh negative และ FFP gr.B

17. ผ้ปู ่วยหม่เู ลอื ด B ต้องรบั platelet concentrate หมเู่ ลอื ดใดจงึ จะเหมาะสมท่ีสุด

ก. B ถา้ ไม่มใี ห้ O ข. B ถ้าไม่มีให้ A ค. B ถ้าไม่มีให้ AB

ง. B ถ้าไมม่ ใี ห้ A, O จ. B ถา้ ไม่มีให้ A, O, AB

ตอบ ค. B ถา้ ไมม่ ีให้ AB

178

18. ผ้ปู ว่ ยหม่เู ลอื ด A ต้องการรับเกล็ดเลือด ควรพิจารณาการใหด้ งั ขอ้ ใด

ก. ใหเ้ กล็ดเลอื ดหมู่ A หากไม่มีให้หมู่ B ข. ให้เกลด็ เลอื ดหมู่ A หากไม่มีให้หมู่ AB

ค. ให้เกล็ดเลอื ดหมู่ A หากไมม่ ใี หห้ มู่ O ง. ใหเ้ กล็ดเลือดหมู่ A หากไม่มีให้หมู่ O หรือ AB

จ. ใหเ้ กลด็ เลอื ดหมู่ A หากไม่มีใหห้ มู่ B หรอื O หรอื AB

ตอบ ข. ใหเ้ กลด็ เลอื ดหมู่ A หากไมม่ ีใหห้ มู่ AB

19. พิจารณาการให้ PRC ในกรณใี ห้ผปู้ ว่ ยหมเู่ ลือด AB

ก. O ข. AB > O > B ค. AB > O > A ง. AB > A > B จ. O > A > B

ตอบ ง. AB > A > B

20. หากจำเป็นต้องให้เลอื ดแบบฉกุ เฉนิ ควร ขอ้ ใดเหมาะสมทส่ี ดุ

ก. Whole blood group A Rh positive ข. Whole blood group O Rh negative

ค. PRC group O Rh positive ง. PRC group A Rh negative จ. PRC group A Rh positive

ตอบ ข. Whole blood group O Rh negative

21. จงแปลผลการตรวจหมู่เลอื ดตามผล Cell grouping และ serum grouping

ก. Ax ข. A2 ค. A3 ง. Ael จ. แปลผลไมไ่ ด้
ตอบ ค. A3
22. จากปฏิกริ ิยาต่อไปน้ี ข้อใดถกู ต้องที่สดุ

ก. นา่ จะเป็นหมู่เลอื ด O ข. น่าจะเปน็ หมู่เลอื ด AB ค. Subgroup A
ง. Subgroup B
ตอบ ง. Subgroup B จ. เกดิ จาก Bacterial contamination

หมเู่ ลอื ดระบบ Lewis

เปน็ หมเู่ ลอื ดทม่ี ีลักษณะพิเศษคอื มกี ารสร้าง soluble antigen ในสารคัดหล่ัง เชน่ นำ้ ลายและพลาสมา จากนัน้ เมด็
เลือดแดงจะดดู ซับเอาแอนติเจนมาไวบ้ นผิวเม็ดเลอื ดแดง สำหรบั แอนตบิ อดีในระบบ Lewis จะเป็นชนดิ IgM และแอนติบอดีใน
ระบบเลอื ดนี้ จะสามารถจับกับ complement ได้ ซ่ึงจะเป็นสาเหตใุ ห้เกิดการแตกของเมด็ เลอื ดแดงในหลอดทดลอง โดย Anti-
Lea และ Anti-Leb สามารถทำให้เกิด Hemolytic transfusion reaction (HTR) ได้

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

23. ข้อใด ไมถ่ กู ตอ้ ง เกี่ยวกบั หมูเ่ ลือด Lewis

ก. เปน็ IgM ข. กระตนุ้ Complement ไดด้ ี ค. ไมท่ ำให้เกิดภาวะ HDFN

ง. เปน็ Ag ของเม็ดเลือดแดง จ. ทำปฏกิ ริ ิยาได้ดดี ้วยเอนไซม์

ตอบ ง. เปน็ Ag ของเมด็ เลอื ดแดง

179

24. การตรวจน้ำลายสามารถตรวจในหมู่เลอื ดใดไดบ้ ้าง

ก. Lewis และ ABO ข. ABO และ Rh ค. Rh และ P

ง. P และ Lewis จ. ABO และ Kidd

ตอบ ก. Lewis และ ABO

Delayed hemolytic transfusion reaction (DHTR)

เกดิ จากการทผ่ี ้ปู ่วยมีแอนตบิ อดใี นระดบั ตำ่ มาก จนไมส่ ามารถตรวจพบไดด้ ้วยการทำ Antibody screening โดย
Indirect antiglobulin test มกั พบในผ้ปู ่วยท่ไี ด้รบั เลอื ดบ่อย หรอื เคยตงั้ ครรภม์ าแล้ว ผปู้ ่วยจะมอี าการซีดลงทงั้ ๆ ทีไ่ ม่มี
รอ่ งรอยของการเสียเลอื ด โดย DHTR มกั จะเกิดหลงั ไดร้ บั เลอื ดประมาณ 5-10 วนั ได้แก่ หม่เู ลอื ดระบบ Kidd (Anti-Jka)

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

25. ขอ้ ใด ไม่ใช่ สาเหตุของ Hemolytic disease of newborn (HDN)
ข. Anti-Fya ค. Anti-Mia ง. Anti-Jka จ. Anti-P1
ก. Anti-E

ตอบ จ. Anti-P1

Anti-P1 เป็น common non red cell stimulated IgM สามารถทำให้เกิด Immediate และ Delayed

hemolytic transfusion reaction ได้ แต่ไม่พบการเกิด Hemolytic disease of newborn ที่มีสาเหตุจาก Anti-

P1 น่อื งจากมกี ารพัฒนาของแอนตเิ จน P1 ชา้ มากใน Fetal cell

26. หมู่เลอื ดระบบใดเป็นสาเหตทุ ำใหเ้ กดิ Delayed hemolytic transfusion reaction มากที่สุด

ก. P ข. ABO ค. Kidd ง. MNs จ. Lewis

ตอบ ค. Kidd

27. สาเหตกุ ารเกดิ delayed transfusion reaction มกั เกดิ กบั antibody ในขอ้ ใด
ข. Anti-Jka ค. Anti-D จ. Anti-Mia
ก. Anti-E ง. Anti-M
ตอบ ข. Anti-Jka

28. ขอ้ ใด คือปฏิกิริยาท่ีเกดิ จากการได้รับเลอื ด (allergic reaction) ที่เกิดรนุ แรง (anaphylaxis hypersensitivity)

ก. ปฏกิ ริ ิยาระหว่าง Ab กบั Ag ของ WBC ข. ปฏกิ ริ ิยาระหว่าง Ab กบั Ag ของ platelet

ค. ปฏกิ ริ ิยาระหวา่ ง Ab กบั Ag ของ plasma ง. แพส้ ารอาหารในเลือดของผูบ้ ริจาค

จ. ปฏิกิรยิ าระหวา่ ง IgA กับ Anti-IgA

ตอบ จ. ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ ง IgA กับ Anti-IgA

ปฏกิ ริ ิยาที่เกิดจากการไดร้ บั เลอื ด (allergic reaction) เปน็ อาการแพท้ ่ีเกดิ ร่วมกับการได้รบั สว่ นประกอบของเลือด

อาจพบอาการตั้งแต่ผ่นื ลมพษิ ทม่ี ีลักษณะเฉพาะคอื ขอบแดงเปน็ วงโดยรอบพื้นท่ี หากมอี าการรนุ แรงถงึ ข้ัน anaphylaxis จะ

พบอาการชดั เจน ไดแ้ ก่ ความดันโลหิตต่ำ หมดสติ และอาจเสียชีวติ ได้ ซ่ึงสาเหตุของการเกดิ anaphylaxis เกิดจากการสร้าง

แอนติบอดีตอ่ IgA ส่วนมาก แอนตบิ อดที ี่สรา้ งข้นึ จะเปน็ ชนิด IgG และ IgM

29. การมี Antibody ส่วนเกนิ ท่ีสามารถรบกวนการเกิดปฏิกิริยาการตรวจหาหมเู่ ลือด การกำจดั เอา Antibody ท่รี บกวน

ปฏกิ ิริยาออกไปน้ัน สามารถใช้เทคนคิ ใด

ก. Adsorption ข. Elution ค. การใชน้ ำ้ ยา LISS

ค. การใช้ enzyme treated RBC ง. Inactivation of blood group antigen

ตอบ ก. Adsorption

180

Adsorption เป็นการดูดซับแอนติบอดีออกจากซีรัมโดยการนำมาทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดแดงที่มีแอนติเจนตรงกนั
ซึ่งมีประโยชน์ในการแยกแอนติบอดีที่มีหลายชนิดในตัวอย่างเดียวกันออกจากกัน หรือแยก autoantibody ออกเพื่อให้ตรวจหา
alloantibody ได้งา่ ยข้นึ
30. ข้อใด เป็นลักษณะของปฏิกริ ิยาที่มีแอนติบอดีชนิด IgG ที่จำเพาะต่อแอนติเจนบนผวิ เม็ดเลือดแดง แต่ไม่ทำใหเ้ กิดปฏิกิรยิ า
ทนั ที
ก. Inhibition ข. Agglutination ค. Precipitation ง. Sensitization จ. Neutralization
ตอบ ง. Sensitization

Sensitization เปน็ การจับของแอนติบอดีบนผวิ เม็ดเลอื ดแดง ไมส่ ามารถเหน็ ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กิดข้นึ ได้ด้วยตาเปล่า ปฏกิ ริ ยิ า
น้ี จะเปน็ ปฏิกริ ยิ าเร่ิมต้นของการเกาะกลุ่มของเมด็ เลือดแดง

การใชเ้ อนไซม์ (Enzyme treated cell)

Proteolytic enzyme เชน่ papain, trypsin สามารถทำปฏิกิริยากบั เมด็ เลือดแดงได้ จงึ มกี ารนำ Proteolytic

enzyme มาใช้ในการทดสอบหาแอนติบอดีชนิดต่างๆ โดยระดับปฏิกิริยาของแอนติบอดีบางชนิดจะเพิ่มขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยากับ

เม็ดเลือดแดงที่ทำปฏิกิริยากับเอนไซม์มาแล้ว เช่น แอนติบอดีต่อหมูเลือดระบบ Rh, P, I, Kidd และ Sd โดยเอนไซม์จะไป

ทำลาย N-acetyl neuraminic acid (Sialic acid) ทำให้แอนติเจนของหมู่เลือดเหล่านี้เผยออกมาที่ผิวเม็ดเลือดแดงมาก
ขึ้น ในขณะเดียวกัน เอนไซม์ยังสามารถทำลายโครงสร้างของแอนติเจนในหมู่เลือดระบบ MN, Duffy, Mia ทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้

ลดลง

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

31. แอนตเิ จนของหมู่เลือดใดถูกทำลายไดด้ ้วยเอนไซม์
ก. แอนตเิ จน M และ Fyb ข. แอนติเจน Jka และ Lea
ค. แอนตเิ จน M และ E

ง. แอนตเิ จน D และ P1 จ. แอนตเิ จน C และ K

ตอบ ก. แอนตเิ จน M และ Fyb

32. Antibody ในขอ้ ใด ถูกทำลายได้ดว้ ย enzyme
ก. Anti-Lea ค. Anti-Mia
ตอบ ค. Anti-Mia ข. Anti-P1 ง. Anti-D จ. Anti-K

Antihuman globulin test (Coomb’s test)

เป็นการใช้ Antihuman globulin จับกับ Fc ของ sensitized antibody บนผิวเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดการ
เกาะกลุ่ม มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งน้ำยา Antihuman globulin (AHG) จะประกอบด้วยแอนติบอดีต่อ Human IgG
และ Human C3d โดยการตรวจ Antihuman globulin test แบง่ ได้เป็น 2 วธิ ีคอื
1. Direct antihuman globulin test (DAT) เปน็ การทดสอบว่าเมด็ เลือดแดงมแี อนตบิ อดมี า sensitized แล้วในรา่ งกาย

หรือไม่ ช่วยในการวินิจฉัยภาวะ Hemolytic disease of newborn (HDN), Autoimmune hemolytic anemia
(AIHA)
2.Indirect antihuman globulin test (IAT) เป็นการทดสอบว่ามีแอนติบอดีอยู่ในซีรัมหรือไม่ โดยนำซีรัมไปทำปฏิกิริยา
กับเม็ดเลือดแดงในหลอดทดลอง มีประโยชน์ในการทำ Antibody identification, การทดสอบความเข้ากันได้ของเลือด,
การตรวจหาสาเหตขุ อง Delayed hemolytic transfusion reaction

181

สาเหตขุ องความผดิ พลาดในการทำ Antihuman globulin test
- ผลลบปลอม: น้ำยา Anti-globulin เส่ือมคุณภาพ, การปั่นล้างเซลลน์ านเกินไป (ทำให้แอนติบอดหี ลุดออก), การล้างเซลล์

ไม่เพยี งพอ (ทำให้ globulin ที่เหลอื ไป neutralize น้ำยา AHG ได)้
- ผลบวกปลอม: น้ำเกลือที่เก็บในขวดแกว้ อาจมีสาร colloidal silica ทมี่ ีผลทำให้เกดิ ผลบวกปลอม, มี metallic ion ปนอยู่

ขณะทำการทดสอบ, เครือ่ งแก้วไม่สะอาด, ปน่ั นานเกนิ ไป ทำใหเ้ ซลล์เกิดการอดั แน่น

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

33. น้ำยาใด ใชค้ วบคุณภาพ Antiglobulin reagent

ก. A-cell, B-cell ข. Screening cell ค. IgG coated RBC

ง. IgM coated RBC จ. Panel cell

ตอบ ค. IgG coated RBC

34. น้ำยา Antihuman globulin (AHG) สว่ นใหญเ่ ป็นชนดิ polyspecific ตามมาตรฐานกำหนดใหม้ ี antibody

ชนดิ ใด

ก. anti-IgG ข. anti-IgM ค. anti-C3d ง. anti-IgA จ. anti-IgG และ anti-C3d

ตอบ จ. anti-IgG และ anti-C3d

35. ขอ้ ใด ไม่ได้ เป็นสาเหตุของ False positive DAT

ก. ปน่ั นานเกนิ ไป ข. น้ำยา Anti-globulin เสือ่ มคุณภาพ ค. มีแบคทีเรยี ปนเป้ือนในเลือด

ง. ใช้ clotted blood ทแี่ ชใ่ น 4C คา้ งคนื ไวม้ าทดสอบ จ. มี Metallic ion ในหลอดทำให้ไปจับกับ protein RBC

ตอบ ข. นำ้ ยา Anti-globulin เสอื่ มคณุ ภาพ

การตรวจหมูเ่ ลอื ดระบบ Rh (D)

เนื่องจากแอนติเจน Rh (D) เป็นแอนติเจนที่แรงสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีได้ ทำให้เกิดปฏิกิริยาท่ี
รุนแรง ในผู้ป่วย Rh negative จะไม่สร้างแอนติบอดี แต่หากผู้ป่วยได้รับเลือดที่เป็น Rh positive จะเกิดการกระตุ้นให้
ร่างกายสรา้ งแอนตบิ อดขี ึ้นมา จึงไม่ควรนำเลือดทเ่ี ป็น Rh positive ไปใหก้ ับผู้ปว่ ย Rh negative

ในการตรวจหมู่เลือดระบบ Rh จะใช้ Monoclonal antibody ชนิด IgM ซึ่งหากพบการเกาะกลุ่มของเม็ดเลอื ดแดง
แสดงว่าเลือดนั้นเป็น Rh positive แต่ถ้าหาไม่เห็นปฏิกิริยาการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็น Rh
negative ต้องนำไปทดสอบหา Weak D โดยนำมาอุ่นที่ 37Cแล้วทดสอบด้วยน้ำยา Anti-human globulin (AHG)
ถ้าใหผ้ ลลบทกุ ข้ึนตอน จึงสามารถสรปุ ไดว้ ่าเลอื ดนั้นเปน็ Rh negative แต่ถ้า AHG ใหผ้ ลบวก แสดงว่าเลือดนัน้ เปน็ Weak
D ซง่ึ ถอื ว่าเปน็ Rh positive

Hemolytic disease of newborn (HDN) เปน็ โรคทม่ี กี ารทำลายเมด็ เลือดแดงของทารกแรกเกิดมากข้ึนกวา่ ปกติ
เป็นสาเหตุสำคัญท่ที ำใหท้ ารกซีดและตวั เหลือง โดยชนิดของ HDN ที่พบมากทสี่ ุด จะเป็น Isoimmune HDN ซง่ึ เกิดจากการท่ี
แม่และทารกมีหมู่เลือดไม่ตรงกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างแอนตบิ อดีของแม่ต่อต้านเม็ดเลือดแดงของลูก ทำให้เม็ดลอื ดแดงของลูก
ถกู ทำลาย สามารถแบ่ง Isoimmune HDN ออกเปน็ 3 ชนิด ดังนี้

1. Rhesus hemolytic disease (Rh-HDN) เป็น HDN ที่พบในทารกทมี่ ีหมเู่ ลือด Rh positive กบั แม่ท่มี ี Rh
negative พบได้น้อยในประเทศไทย ขณะที่แม่ตั้งครรภ์ จะมีเลือดของทารกในครรภ์บางส่วนหลุดเข้าสู่กระแสเลือดของแม่
สามารถกระตุ้นให้แม่สร้างแอนติบอดีต่อต้านได้ ทำให้แม่มีการสร้าง Anti-D antibody เกิดข้ึนในการตั้งครรภ์ลูกคนแรก แต่
ปริมาณของแอนติบอดีจะไม่มากพอที่จะทำให้เกิดโรค แต่เมื่อมีการต้ังครรภ์ครั้งที่ 2 ปริมาณของแอนติบอดีจะเพิ่มมากข้ึน โดย
IgG ของแมจ่ ะสามารถผ่านรกเข้าสู่กระแสเลอื ดของทารกในครรภ์ ทำให้เกดิ การแตกทำลายของเม็ดเลอื ดแดงของลกู ทำให้ทารกซดี

182

และอาจเสียชีวติ ในครรภ์ได้ หากทารกไม่ตายคลอด จะเส่ียงต่อการเกิด Hyperbilirubinemia ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะสมองพิการ
เนื่องจากมีบิลิรูบินไปจับกับเซลล์ประสาทในสมอง (Kerniterus) ได้ ซึ่งการป้องกันสามารถทำได้ด้วยการฉีด
Immunoglobulin G ชนิดต้าน Rh positive (RhoGam) ภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกท่ีเข้าสู่
กระแสเลอื ดแม่

กรณีที่มารดายังไม่มีการสร้าง anti-D ควรมีการตรวจกรองหาแอนติบอดีต่อแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดง เมื่ออายุครรภ์ 28
สัปดาห์เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนฉีด RhIG (Rh Immunoglobulin G) ครั้งแรก เพราะหลังจากให้ RhIG แล้วจะตรวจพบ
anti-D ในผู้ป่วย แพทย์และธนาคารเลือดต้องมีความระมัดระวังในการแปลผลการตรวจ และพยายามสอบถามข้อมูลการได้รับ
RhIG ของผปู้ ว่ ยท่ีกำลังต้งั ครรภ์เมื่อตรวจพบ anti-D ในผูป้ ว่ ยท่ผี ลการตรวจเคยเปน็ ลบมาก่อน เมือ่ ผู้ป่วยคลอดบตุ รจะเปน็ เวลา
ที่เกิด feto- maternal hemorrhage (FMH) ในปรมิ าณมาก แพทยม์ กั สั่งให้ RhIG ขนาดสูง เชน่ 300 microgram
ซึ่งสามารถ neutralize เมด็ เลือดแดงท่ีมีแอนติเจน D ปริมาณ 15 มล. ธนาคารเลือดควรตรวจหมเู่ ลือดเด็กแรกคลอดวา่ เปน็ หมู่
เลือด Rh positive หรือ Rh negative เพราะถ้าเป็น Rh negative ไม่ต้องให้ RhIG อีก แต่ถ้าเด็กหมู่เลือด Rh
positive ควรตรวจหาปริมาณ FMH เพ่อื พจิ ารณาว่าปริมาณ RhIG ท่ใี ห้แกม่ ารดาเพียงพอหรือไม่ หากไม่เพยี งพอสามารถฉีด
RhIG เพิม่ ใหเ้ หมาะสมไดภ้ ายในเวลา 72 ช่วั โมงหลงั คลอด

2. ABO hemolytic disease (ABO-HDN) เปน็ HDN ทเี่ กิดกบั ทารกทม่ี ีหมู่เลือด A หรือ B และแม่มเี ลือดหมู่
O ทำให้เม็ดเลือดแดงของทารกแตกจากแอนติบอดีของแม่ที่ผ่านรกมาทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดแดงของทารก ซึ่งจะเป็น
Isoimmune HDN ท่พี บไดบ้ ่อยมากที่สุด

3. Minor blood group hemolytic disease
Weak D

คนที่มีหมู่เลือด Rh positive เมื่อนำเม็ดเลือดแดงมาทดสอบกับน้ำยาตรวจ Anti-D จะเกิด ปฏิกิริยาการจับกลุ่ม
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่บางครั้งเม็ดเลือดแดงจะทำปฏิกิริยาได้น้อยหรือไม่เกิดปฏิกิริยา ต้องทดสอบต่อด้วย Antiglobulin
test จึงจะบอกได้ว่าเม็ดเลือดแดงมีแอนติเจน D ซึ่งจะเรียกเม็ดเลือดแดงที่เกิดปฏิกิริยาในลักษณะนี้ว่า Weak D ซึ่งถือว่าเป็น
Rh positive

เลือดของผู้บริจาคโลหิตทุกคนจะต้องมีการตรวจว่าเป็น Weak D หรือไม่ ถึงแม้ว่าผู้ป่วย Rh negative ที่ได้รับเลือด
จากผู้บริจาคท่ีเปน็ Weak D จะกระตนุ้ ไดน้ ้อยกวา่ เลอื ด Rh positive แตห่ ากผู้ปว่ ยมี Anti-D อยแู่ ล้ว และไดร้ บั เลือดของผู้
บริจาค Weak D อาจทำใหเ้ กดิ Transfusion reaction ทร่ี นุ แรงได้

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

36. ขอ้ ใด ไม่ถกู ตอ้ ง เกย่ี วกบั หมเู่ ลอื ด Rh (D)

ก. Rh (D) แอนตเิ จนตรวจพบไดท้ ่ผี ิวเมด็ เลือดแดงจากสายสะดอื (cord blood)

ข. ผปู้ ่วยหมเู่ ลือด weak D ตอ้ งรับเลอื ด ควรให้เลอื ด D ลบ แก่ผู้ปว่ ย

ค. คนทเ่ี ปน็ หมู่ Rh (D) ลบทกุ คนจะตรวจพบ Anti-D ใน serum

ง. Anti-D โดยทัว่ ไปตรวจพบเป็น incomplete Ab

จ. ผ้ปู ่วย weak D บางรายเมื่อไดร้ ับเลอื ด D บวก สามารถสรา้ ง anti- D ได้

ตอบ ค. คนทเี่ ปน็ หมู่ Rh (D) ลบทุกคนจะตรวจพบ Anti-D ใน serum

37. ความสมั พันธ์ในข้อใด ทำใหเ้ กดิ hemolytic disease of the newborn ได้

ก. แม่ B, Rh negative ลกู O, Rh negative ข. แม่ AB, Rh positive ลกู B, Rh negative

ค. แม่ O, Rh negative ลกู B, Rh positive ง. แม่ B, Rh negative ลกู O, Rh negative

จ. แม่ O, Rh positive ลูก O, Rh negative

183

ตอบ ค. แม่ O, Rh negative ลกู B, Rh positive

38. ควรเลือกเลอื ดในขอ้ ใด ให้ผู้ป่วยหมเู่ ลือด weak D

ก. Dce/dCE ข. dCE/DcE ค. DCE/dce ง. dce/dce จ. dcE/DCe

ตอบ ง. dce/dce

39. ข้อใด ผิด เกยี่ วกบั แอนติบอดีตอ่ หมโู่ ลหติ Rh

ก. ผา่ นรกได้ ข. เปน็ เหตขุ อง HDN ค. จับกบั Complement

ง. เป็น Enzyme enhance จ. ปฏกิ ิรยิ าจะแรงขึน้ เมือ่ กระต้นุ ด้วย enzyme

ตอบ ค. จับกับ Complement

40. ข้อใด ไม่ถกู ตอ้ ง เกย่ี วกบั Rh(D) negative

ก. ผู้ปว่ ย weak D ทกุ คน เมือ่ รบั เลือด Rh positive จะสร้าง Anti-D

ข. Rh negative หากจะตอ้ งไดร้ บั เลือด ควรไดร้ ับ Rh negative

ค. Weak D ตอ้ งทำถึงขนั้ AHG ถึงจะรายงานผลได้

ง. Rh negative พบเพียง 0.3% ของคนไทยทั้งหมด

จ. แม่ท่หี มเู่ ลือด Rh negative ท่ไี มส่ รา้ ง Anti-D เม่อื มลี กู ท่เี ปน็ Rh positive ตอ้ งใหย้ า Rh immunoglobulin

หลงั คลอด 72 ชว่ั โมง

ตอบ ก. ผปู้ ว่ ย weak D ทกุ คน เม่ือรบั เลอื ด Rh positive จะสรา้ ง Anti-D

41. ข้อใด คอื ข้อบง่ ใช้ Rh Immunoglobulin

ก. แม่ weak D positive และลกู D positive

ข. แม่ D positive และลกู D negative ใน serum แม่

ค. แม่ D positive และลกู D negative และตรวจพบ anti-E

ง. แม่ Weak D positive ลกู D negative และ Weak D negative

จ. แม่ D negative ลกู D positive หรอื Weak D positive ไม่ตรวจพบ anti-D ใน serum แม่

ตอบ จ. แม่ D negative ลกู D positive หรอื Weak D positive ไมต่ รวจพบ anti-D ใน serum แม่

42. ข้อใด ไมใ่ ช่ คณุ สมบัตขิ องหมู่เลือดระบบ Rh

ก. เปน็ ระบบทีผ่ า่ นรกไดท้ ำให้เกิด HDFN ข. แอนติบอดสี ว่ นใหญท่ ำให้เกดิ Dosage effect

ค. เป็นระบบทท่ี ำปฏิกิริยาได้ดกี ับ Antiglobulin test ง. ทำใหเ้ กิด Intracellular hemolytic หลงั ให้เลือด

จ. เปน็ ระบบท่ีทำปฏกิ ริ ยิ าไดด้ เี มื่อใช้ enzyme treat red cell

ตอบ ง. ทำให้เกิด Intracellular hemolytic หลังให้เลือด : Clinically significant antibody ส่วนใหญ่มักทำให้

เกิด Intravascular hemolysis แต่หมู่เลือดระบบ Rh, Kell และ Duffy จะเป็นหมู่เลือดที่ส่วนใหญ่จะทำให้เกิด

Extravascular hemolysis

Bombay phenotype หรอื O Bombay (Oh) หรอื ABHnull

Bombay phenotype เป็นหมู่เลือดที่ให้ผลการตรวจหมูเลือดในหลอดทดลองด้วยวิธี Cell grouping และ serum
grouping ให้ผลคล้ายหมู่เลือด O เนื่องจากไม่มีแอนติเจน A และ B แต่พบว่าในพลาสมาของคนที่เป็น Bombay
phenotype จะสามารถทำปฏิกิริยากับแอนติเจนบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงหมู่เลือด O ได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจาก Anti-H
กับแอนติเจน H บนผวิ ของเมด็ เลอื ดแดงคนปกติ ซึ่งการตรวจหมู่เลอื ดของคนทมี่ ี Bombay phenotype จะใหผ้ ลดังน้ี

184

ปฏกิ ิรยิ าของเม็ดเลอื ดแดงทที่ ดสอบกบั ปฏกิ ริ ยิ าของพลาสมาเมอื่ ทดสอบกบั
Anti-A Anti-B Anti-A,B Anti-H Cell A Cell B Cell O
Neg Neg Neg Neg
4+ 4+ 4+

เนื่องจากคนที่เป็น Bombay phenotype จะไม่มีการสร้างแอนตอเจน H ทำให้มีการสร้าง Anti-H ในพลาสมา ซึ่ง
Anti-H นี้ จะทำปฏิกิริยารุนแรงกับแอนติเจน H จึงอาจเป็นสาเหตุของการแตกของเม็ดเลือดแดง โดยเฉพาะกับเม็ดเลือดแดงของ
คนหมู่เลือด O ที่มีแอนติเจน H บนผิวเม็ดเลือดแดงมาก ดังนั้น ผู้ที่มี Bombay phenotype จึงไม่สามารถรับเลือดจากคน
หม่เู ลือด O ได้ ตอ้ งรับจากคนที่มี Bombay phenotype ดว้ ยกันเท่านั้น

ดังนั้น การตรวจทางธนาคารเลือดของผู้ที่มี Bombay phenotype จะพบว่า เม็ดเลือดแดงจะไม่มี A B H antigen
แตม่ ี Anti-H ทใ่ี หป้ ฏิกิรยิ าแรง และเปน็ Non secretor คอื จะไมพ่ บ A B H substance ในน้ำหล่ัง

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

43. Antibody ชนิดใด ท่พี บในหมูเ่ ลอื ด O Bombay

ก. Anti–A, Anti–B, Anti–A,B ข. Anti–A, Anti–B, Anti–D ค. Anti–A,B, Anti–H, Anti–D

ง. Anti–A , Anti–B , Anti–H จ. Anti–H , Ant–A , Anti–D

ตอบ ง. Anti–A , Anti–B , Anti–H

44. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของหมเู่ ลือด O Bombay

ก. บนเมด็ เลือดแดงพบ H antigen, ไมม่ ี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, หล่งั ในนำ้ ลาย

ข. บนเมด็ เลือดแดงพบ H antigen, มี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, หล่ังในน้ำลาย

ค. บนเม็ดเลอื ดแดงไมพ่ บ H antigen, มี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, หลงั่ ในนำ้ ลาย

ง. บนเมด็ เลอื ดแดงไม่พบ H antigen, มี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, ไมห่ ล่ังในนำ้ ลาย

จ. บนเมด็ เลอื ดแดงไมพ่ บ H antigen, ไมม่ ี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, หลั่งในนำ้ ลาย

ตอบ ง. บนเม็ดเลือดแดงไมพ่ บ H antigen, มี anti-A, anti-B, Anti-H ใน serum, ไม่หล่ังในน้ำลาย

45. ผู้ป่วยท่มี หี มู่เลอื ด O-Bombay จะตอ้ งไดร้ ับเมด็ เลือดแดงในข้อใด

ก. หมู่ A ข. หมู่ A1 ค. หมู่ AB ง. หมู่ O จ. หมู่ Oh

ตอบ จ. หมู่ Oh

การรกั ษาดว้ ยการใหส้ ว่ นประกอบของเลอื ด

การใหเ้ มด็ เลอื ดแดง (Red blood cell transfusion)
การใหเ้ ม็ดเลอื ดแดงมีจดุ ประสงค์เพ่ือรักษาระดบั ของออกซเิ จนในกระแสเลอื ดใหเ้ พยี งพอ ประกอบด้วย

1. เลือดครบส่วน (Whole blood) จะประกอบด้วยส่วนของเม็ดเลือดและยังมีส่วนประกอบของสารน้ำที่ใช้ทดแทน
ปริมาตรของเลือดที่เสียไปได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดท้ังส่วนของเม็ดเลือดแดงและพลาสมา เช่น ผู้ที่มีภาวะ Acute
blood loss ทเี่ สียเลือดมากกว่ารอ้ ยละ 20 ของปริมาตรเลือดในร่างกาย

2. เม็ดเลอื ดแดง (Packed red cell) สว่ นใหญจ่ ะใชก้ บั ผู้ปว่ ยท่ีตอ้ งการเพิ่มปริมาณเม็ดเลอื ดแดงและออกซิเจนในกระแส
เลือด โดยไม่ต้องการเพิ่มปริมาตรของเลือดในร่างกาย ลดความเสี่ยงของ circulating overload การให้ RBC 1
unit จะสามารถเพิ่ม Hb ได้ 1 g/dl หรือ Hct 3% ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ โดยการตรวจระดับ HB และ Hct จะตรวจ
หลงั จากได้รบั เลือดแล้ว 24 ชั่วโมง

185

การให้เกลด็ เลอื ด (Platelet transfusion)
เกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet concentration) สามารถเตรียมได้ 2 วิธี คือ Platelet apheresis และการป่ัน

แยกจากเลือดครบส่วน โดย Platelet concentrates จะมีอายุประมาณ 5 วัน เนื่องจากอุณหหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษาจะ

อยู่ท่ี 20-24C ทำให้ Platelet concentrationจัดเป็นส่วนประกอบของเลือดที่มักพบ Bacteria contamination
บ่อยท่ีสุด นอกจากนี้ ในการเก็บจะต้องมีการเขย่าตลอดเวลาด้วยเคร่ือง Platelet agitator เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดจับกลุ่มกัน
ในการให้ PC ควรพิจารณาให้ตรงตามหมู่เลือดระบบ ABO กับเลือดของผู้ป่วย มิฉะนั้นจะทำให้ platelet มีอายุสั้น การ
พิจารณาให้ Platelet concentration จะให้กับผู้ป่วยที่มีภาวะ Thrombocytopenia เช่นโรคไข้เลือดออก, เกล็ดเลือดต่ำ
จากโรคภูมิคุ้มกันต่อตนเอง หรือในภาวะเลือดออกที่มีสาเหตุมาจาก platelet dysfunction ในขั้นตอนการให้เกล็ดเลือดกับ
ผู้ป่วย จะต้องใช้ชุดกรองเลือดที่เป็นชุดใหม่หรือใช้ชุดกรองเกล็ดเลือดโดยเฉพาะ ในการประเมินคุณภาพของเกล็ดเลือด จะสามารถ
ประเมินได้จาก Swirling phenomenon ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่บ่งบอกความมีชีวิตของเกล็ดเลือดและสัมพันธ์กับค่า pH
โดยค่า pH ที่ต่ำกว่า 6.2 จะทำให้เกล็ดเลือดเสียสภาพไม่เหมาะสมที่จะนำไปให้ผู้ป่วย ในการประเมิน Swirling
phenomenon ทำไดโ้ ดยเม่ือนำถุง PC สอ่ งผ่านแสงและบบี เบาๆ ให้พลาสมาภายในถงุ ขยบั ข้ึนลงจะเห็นเกล็ดเลอื ดในถุงเคล่ือนที่
แบบ swirling เป็นการสุ่มตรวจควบคุมคุณภาพก่อนจ่ายไปให้โรงพยาบาลและก่อนให้ผู้ป่วย นอกจากนี้อาจพบลักษณะผิดปกติ
เช่น มองเห็นเปน็ จุดเลก็ ๆ สขี าวกระจายตวั พบลักษณะมันล่ืนเปน็ เมอื กสขี าว เป็นตน้
การใหผ้ ลติ ภณั ฑ์จากพลาสมา (Plasma transfusion)

พลาสมาเปน็ แหลง่ โปรตีนและปัจจยั การแข็งตัวของเลือดตา่ งๆ ผลิตภัณฑ์จากพลาสมาไดแ้ ก่
1. Fresh frozen plasma (FFP) เปน็ พลาสมาท่ีเตรียมจากเลอื ดครบส่วนภายใน 6 ชวั่ โมงหลงั การเจาะเลือด แล้วนำไป

แชแ่ ขง็ ทีอ่ ณุ หภมู ิ -20C เพอื่ รักษา coagulation factors ในการนำไปให้กับผู้ป่วย ตอ้ งใชช้ ดุ กรองเลือดทุกครั้ง โดย

ก่อนให้ จะนำ FFP มาละลายที่ 30-37C ประมาณ 30-45 นาที หลังจากละลายแล้ว ควรนำไปเก็บที่ 1-6C
และควรนำไปใหก้ ับผปู้ ว่ ยภายใน 24 ช่ัวโมง

2. Cryoprecipitate (CRYO) คือตะกอนที่เกิดจากการนำ FFP มาละลายที่อุณหภูมิต่ำ (4C) เมื่อนำไปปั่นแยกท่ี

4C แยกพลาสมาส่วนเกินออกไป จะเหลือพลาสมากับตะกอน cryoprecipitate เก็บไว้ที่ -20C ในการนำไป
ให้กับผู้ป่วย ต้องใช้ชุดกรองเลือดทุกครั้ง โดย cryoprecipitate จะประกอบด้วย Factor VIII, Fibrinogen,
Factor XIII, von Willebrand factor จึงนำไปให้ในผู้ป่วย Hemophilia A, von Willebrand disease
หรือผทู้ ี่ตอ้ งการ fibrinogen เชน่ ในคนที่มภี าวะตกเลือด
3. Cryoprecipitate removed plasma เป็นพลาสมาที่ได้จากการแยก cryoprecipitate ออกไปแล้ว และรีบนำไป

แช่แข็งที่อุณหภูมิ -20C ส่วนประกอบจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ FFP แต่จะมี Factor VIII, fibrinogen และ
Factor XIII เหลอื อยู่เลก็ นอ้ ย
4. Fresh dried plasma เป็น fresh plasma ที่นำไปผ่านกระบวนการ lyophilization ระเหยน้ำออกไป เหลือเป็น
ผงพลาสมาแห้ง
การลดจำนวนเมด็ เลอื ดขาว (Leukocyte depletion)

Neutrophil ทปี่ ะปนอยใู่ น cellular component มีผลเสียหลายประการ ได้แก่ การกระตนุ้ ให้เกิดแอนติบอดีตอ่
HLA การเกดิ ไข้หนาวสั่นหลังการรับเลอื ด ซง่ึ การลดจำนวนเมด็ เลือดขาวในถงุ เลอื ด สามารถทำได้ 2 วธิ ีคอื Inverted
centrifugation ทำใหไ้ ด้ Leukocyte poor packed red cell (LP-PRC) ซงึ่ มี WBC < 0.2x109/unit หรือ
การกรองเม็ดเลือดขาวออกโดยใช้ชดุ กรอง ทำใหไ้ ด้ Leukocyte depleted PRC (WBC < 5x106/unit) การลดจำนวน
เมด็ เลอื ดขาวนี้ จะชว่ ยลดการเกดิ Febrile non hemolytic transfusion reaction (FNHTR) นอกจากน้ี ยังเหมาะ
สำหรับผู้ที่ตอ้ งไดร้ ับเลือดอยา่ งสม่ำเสมอ เช่น ผปู้ ่วยธาลสั ซีเมยี และผู้ปว่ ยมะเร็ง เป็นต้น

186

*Febrile non hemolytic transfusion reaction (FNHTR) หมายถึง ภาวะแทรกซ้อนหลังได้รับเลือด ที่
ผู้ป่วยมีอาการไข้ มากกว่าหรือเท่ากับ 38°C หรือมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าระดับก่อนรับเลือด มากกว่าหรือเท่ากับ 1C และ/
หรอื มอี าการหนาวสั่น และอาจมีอาการปวดหัวคลนื่ ไส้ร่วมด้วย อาการเกดิ ข้ึนภายใน 4 ช่วั โมงภายหลังการรับเลือด โดยตัดสาเหตุ
อน่ื ๆ ออกไป เชน่ HTR ตดิ เชอ้ื แบคทีเรีย หรอื เหตอุ ืน่ ๆ
การฉายรงั สี (Irradiation)

เนอ่ื งจาก Lymphocyte ของผ้บู รจิ าค อาจทำให้เกิดภาวะ Graft versus host disease; GVHD) ในผรู้ บั ได้
ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิด GVHD จึงใช้วิธีการฉายรังสีถุงเลือดเพื่อลด viable lymphocyte ซึ่งขนาดรังสีที่ใช้คือ 25 Gy
เมื่อฉายรังสีแล้ว ควรใหภ้ ายใน 14 วัน

Blood transfusion in thalassemia
โรคธาลัสซีเมียและภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยการรักษาประกอบด้วยการรักษาทั่วไป และการ

รักษาเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยการให้เลือด การให้ยาขับธาตุเหล็ก การตัดม้าม การรักษาภาวะแทรกซ้อน และการปลูกถ่ายเซลล์
ตน้ กำเนดิ เม็ดเลอื ด ผูป้ ว่ ยธาลสั ซีเมยี ที่มีอาการรุนแรง จำเป็นต้องได้รับส่วนประกอบของเลือดบ่อย โดยจะพจิ ารณาใช้ เลอื ดท่ีเจาะ
เก็บภายใน 7 วัน เลือดที่ใช้ควรมี Hct > 62% และไม่ควรใช้ Whole blood นอกจากนี้ การใช้ส่วนประกอบของเลือดท่ีลด
จำนวนเม็ดเลอื ดขาว จะช่วยปอ้ งกนั ไม่ให้เกดิ อาการไขห้ นาวสัน่ ภายหลังจากการไดร้ บั เลือด (FNHTR) นอกจากนี้ ควรจดั หาเลือด
ที่มี Minor blood group E, Mia, Lea, Leb และ c ให้ตรงกันกับผู้ป่วย เนื่องจากพบ Minor blood group
incompatibility ได้บอ่ ยในประชากรไทย

Blood transfusion in bone marrow failure
การแก้ไขภาวะโลหิตจางด้วยการให้เม็ดเลือดแดงในผู้ป่วย bone marrow failure เป็นการรักษาเพื่อประคับประคอง

อาการ โดยข้อบ่งชี้ในการให้เม็ดเลือดแดง จะพิจารณาในผู้ป่วยท่ีมีอาการท่ีเกิดจาก Anemia เช่น หัวใจล้มเหลว หอบเหนื่อย ซึ่ง
ระดับอาการจะขึ้นอยู่กับระดับ Hb อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีระดับ Hb > 10 g/dl จะไม่พิจารณาให้เลือดถึงแม้จะมีอาการหอบ
เหน่ือยก็ตาม กรณีไม่มีอาการจาก Anemia จะไม่พิจารณาให้เลือดหากผู้ป่วยมี Hb > 7 g/dl การให้เม็ดเลือดแดงในผู้ป่วย
bone marrow failure เป็นการให้เลือดเพื่อเพิ่ม Oxygen-carrying capacity โดยไม่ต้องการเพิ่ม Intravascular
volume (ต่างจากกรณีที่ผู้ป่วยมี Bleeding ท่ีต้องการเพิ่มทั้ง Oxygen-carrying capacity และ Intravascular
volume) และควรให้ Leukocyte-reduced RBC เนื่องจากผู้ปว่ ยตอ้ งได้รบั เลือดบอ่ ย หลีกเล่ียงการไดร้ ับเลือดจากญาติพ่ี
นอ้ ง เนื่องจากอาจทำใหเ้ กดิ ภาวะ GVHD

Blood component therapy in hematopoietic stem cell transplantation
ผ้ปู ่วยที่ได้รับการปลูกถา่ ยไขกระดกู เกอื บทกุ รายจำเปน็ ต้องไดร้ ับสว่ นประกอบของเลือด เน่อื งจากไขกระดูกถูกทำลายด้วย

ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษาจาก Prepare regimen ดังนั้น ภายหลังจากการปลูกถ่ายไขกระดูก ผู้ป่วยจะมีภาวะ
immunocompromised host อาจมีผลทำใหเ้ กดิ Transfusion transmitted infection, Transfusion associated
(TA) GVHD, FNHTR และ Transfusion related acute lung injury (TRALI) ได้ โดยการเลือกเลือดและ
สว่ นประกอบของเลือด จะมีการพิจารณาตามระยะของการปลูกถ่ายไขกระดูกดงั น้ี
ระยะท่ี 1 กอ่ นการปลกู ถ่าย

ผู้ป่วยจะมีภาวะ immunocompromised host ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ CMV ได้ง่าย จึงควรเลือก Leukocyte
reduction components และควรกำจัดเม็ดเลือดขาวออกด้วยวิธีการกรองเนื่องจากมีประสิทธิภาพในการลดจำนวนเม็ดเลือด

187

ขาวได้ดีกว่าการปั่นแยก ในระยะก่อนการปลูกถ่ายไขกระดูกนี้ การใช้ส่วนประกอบของเลือด จะพิจารณาตรงตามหมู่เลือด ABO

ของผ้ปู ่วย

ระยะท่ี 2 มีความคาบเก่ียวของเซลลต์ น้ กำเนิดเม็ดเลือดเดมิ กบั เซลล์ต้นกำเนิดใหม่

ระยะนี้ ผู้ป่วยจะได้รับยาเคมีบำบัดสูงมาก เพื่อทำลายไขกระดูกเดิมของผู้ป่วย และมีผลทำให้เกิดการกดภูมิคุ้มกันของ

ผู้ป่วยไปด้วย ดังนั้น เลือดและส่วนประกอบของเลือดที่จะให้ผู้ป่วยในระยะนี้ จะต้องได้รับการฉายรังสีเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของ

Lymphocyte ในถุงเลือดของผูบ้ ริจาคเพอื่ ปอ้ งกันการเกดิ TA-GVHD โดยการพจิ ารณาเลือกเลือดและส่วนประกอบของเลือด

ในผปู้ ว่ ยทไ่ี ด้รบั การปลูกถ่ายไขกระดกู ในระยะที่ 2 จะพิจารณาดังตาราง 6

ตารางท่ี 6 การให้สว่ นประกอบของเลือดในผู้ปว่ ยท่ไี ด้รับการปลกู ถ่ายไขกระดูกในระยะท่ี 2

หมเู่ ลอื ด หมเู่ ลอื ดผู้บรจิ าคไข Transplant หมเู่ ลอื ดของ RBC/Platelet หมเู่ ลอื ดของพลาสมาที่

ผปู้ ว่ ย กระดกู incompatibility ทีจ่ ะใหก้ บั ผปู้ ว่ ย จะใหก้ บั ผปู้ ว่ ย

AO Minor O A, AB

AB Major O AB

A AB Major A, O A, AB

BO Minor O B, AB

BA Major O AB

B AB Major B, O B, AB

AB O Minor O AB

AB A Minor A, O AB

AB B Minor B, O AB

OA Major O A, AB

OB Major O B, AB

O AB Major O AB

(อ้างอิงจาก สภาเทคนิคการแพทย์. คู่มือปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต. พิมพ์คร้ังที่ 1. สภาเทคนิคการแพทย์:

P.S.Service; 2561.)

ระยะท่ี 3 มีการสร้างเมด็ เลือดจากเซลล์ตน้ กำเนิดของผู้บรจิ าคโดยสมบูรณ์

ในการประเมินว่ามีการแทนที่ของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดใหม่อย่างสมบูรณ์ ในส่วนของเม็ดเลือดแดง จะประเมินจากการ

ตรวจ Direct antiglobulin test (DAT) ให้ผล Negative และตรวจไม่พบเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วย การเลือกเลือดและ

ส่วนประกอบของเลอื ดใหก้ ับผ้ปู ว่ ยในระยะนี้จะพิจารณาใหต้ รงตามหมเู่ ลอื ด ABO ของผ้บู ริจาค

Blood transfusion in neonates
เป็นการให้เลือดในเด็กแรกเกิด – 4 เดือน ในการพิจารณาเลือกเลือดและส่วนประกอบของเลือดเพื่อนำมา

crossmatch ใหก้ บั เดก็ ควรใช้ซรี ัมหรอื พลาสมาของแม่มาทำด้วย เนอื่ งจาก IgG ของแม่จะคงอยู่จนกระทงั่ ลูกอายปุ ระมาณ 4
เดือน สำหรับหลักการรักษาผู้ป่วย neonates จะเป็นการรักษาเพ่ือลดปริมาณการให้เลือดและลดโอกาสของการเสียเลือด
(ปรมิ าณเลือดทดี่ ึงออกแตล่ ะครั้ง ไม่ควรเกิน 2-3 ml/kg/min) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจาะเลือดเพือ่ ตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ
ควรเลือกการทดสอบที่จำเป็นจริงๆ และใช้เลอื ดให้น้อยทีส่ ุดในกรณีท่ีจำเป็นต้องไดร้ ับเลือดมากกว่า 1 ครั้ง ควรแบ่งเลือดจากผูป้ ่วย
1 ราย เพอ่ื ใหก้ ารรบั เลือดจากผู้บรจิ าคมีจำนวนนอ้ ยคนทีส่ ุด (ลด Donor exposure) ซึง่ สว่ นประกอบของเลอื ดทีใ่ ช้ ควรเป็น

188

Plasma reduced RBC หรือ RBC ที่เติม FFP ให้มี Hct 50-60% และมีหมู่เลือด ABO เข้ากันได้กับพลาสมาของ
ผู้ป่วยและมารดา หรืออาจพิจารณาให้เป็น RBC group O และ FFP group AB โดยเลือดที่จะนำมาให้กับผู้ป่วยนั้น
จะต้องมีอายุไม่เกิน 7 วัน เพื่อให้การทำงานของ RBC ดีที่สุด และมีระดับ Potassium ต่ำ และควรให้ Leukocyte
depleted components หรือหากสามารถทำได้ ควรใช้ส่วนประกอบของเลือดท่ีผ่านการฉายรังสี โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เคยได้

Intrauterine transfusion มาก่อน นอกจากนี้ ควรอนุ่ ใหส้ ว่ นประกอบของเลอื ดมีอุณหภมู ิใกลเ้ คียง 37C กอ่ นนำไปให้กบั
ผู้ปว่ ย

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

46. ขอ้ ใดเปน็ มาตรฐานการตรวจ Infectious marker ในผบู้ ริจาคโลหิต

ก. PCR for HIV HBV และ HCV

ข. Syphilis, HBsAg, anti-HCV, Anti-HIV

ค. Syphilis, HBsAg, HCV Ag, Anti-HIV, PCR for HIV HBV และ HCV

ง. Syphilis, Anti-HBV , Anti-HCV , Anti-HIV, PCR for HIV HBV และ HCV

จ. Syphilis, HBsAg, Anti-HBV, Anti-HCV , Anti-HIV, HIV Ag, PCR for HIV HBV และ HCV

ตอบ จ. Syphilis, HBsAg, Anti-HBV, Anti-HCV, Anti-HIV, HIV Ag, PCR for HIV HBV และ HCV

47. ข้อใดคืออุณหภูมิเหมาะสมท่ี AABB แนะนาในการขนย้ายส่วนประกอบเลือด

ก. 1-6C ข. 1-10C ค. 2-6C ง. 2-4C จ. 4-8C

ตอบ ข. 1-10C

48. ส่วนประกอบของเลือดชนดิ ใดท่ีเกิดการปนเปอื้ นของแบคทีเรยี ไดง้ ่าย

ก. whole blood ข. red blood cell ค. freeze frozen plasma

ง. cryoprecipitate จ. platelet concentrate

ตอบ จ. platelet concentrates

49. ขอ้ ใด ไม่ถกู ตอ้ ง
ก. Random platelet ต้องมี platelet > 5.5x1010 /L

ข. Platelet concentrate เตรยี มจาก WB ท่ีมอี ายไุ ม่เกิน 6-8 ชั่วโมง

ค. Platelet concentrate ทเี่ กบ็ ไวท้ ่ี 22C ทำใหม้ คี ณุ ภาพดีกวา่ ท่ี 4C

ง. ผู้บริจาคทก่ี ิน Aspirin มา 3 วนั หา้ มนำมาเตรียม Platelet concentrate

จ. เวลาให้ Platelet concentrate หา้ มใชช้ ุดกรอง เน่อื งจากทำให้ Platelet ค้างอยใู่ นชดุ กรอง

ตอบ จ. เวลาให้ Platelet concentrate หา้ มใชช้ ดุ กรอง เน่อื งจากทำให้ Platelet ค้างอยใู่ นชดุ กรอง

50. ควรเลอื กส่วนประกอบของเลอื ดชนดิ ใด ให้กับผู้ทเ่ี ปลยี่ นถ่ายไขกระดกู

ก. leukocyte poor red cell ข. leukocyte depleted red cell

ค. leukocyte rich red cell ง. Irradiated leukocyte poor blood จ. ไมม่ ขี อ้ ถูก

ตอบ ง. Irradiated leukocyte poor blood

51. เลือดทเี่ หมาะทส่ี ุดสำหรบั ผู้ป่วย Bone marrow transplant

ก. PRC อายุไมเ่ กิน 7 วนั ข. Irradiated LPRC อายุไมเ่ กนิ 10 วัน ค. Washed red cells

ง. Leukocyte depleted Red blood cell, CMV negative

จ. Irradiated Leukocyte depleted Red blood cell, CMV negative

189

ตอบ จ. Irradiated Leukocyte depleted Red blood cell, CMV negative

52. สว่ นประกอบของเลอื ดในข้อใด เหมาะจะให้กบั ผู้ท่ีเป็น febrile non-hemolytic transfusion reaction จากการรบั

เลือดคร้ังท่ี 1

ก. Washed red cells ข. Leukocyte depleted blood ค. FFP ง. Radiated RBCs จ. PRC

ตอบ ข. Leukocyte depleted blood

53. เมือ่ ให้เลอื ดผู้ปว่ ยแล้วเกดิ ไข้ หนาวสน่ั ในการให้เลอื ดครัง้ ต่อไปควรให้เลือดชนดิ ใด

ก. Irradiate red blood cell ข. Pack red cell ค. Fresh whole blood

ง. CMV negative red blood cell จ. Leukocyte reduce red blood cell

ตอบ จ. Leukocyte reduce red blood cell

54. ควรเลือกส่วนประกอบเลอื ดชนดิ ใดใหผ้ ปู้ ว่ ย เม่อื ผ้ปู ่วยหญิงมอี าการตกเลือด เลือดออกงา่ ย และมรี ะดบั Fibrinogen ต่ำ

ก. Fresh whole blood ข. Cryoprecipitate ค. Platelet concentrate

ง. Fresh frozen plasma จ. Platelet concentrate + Fresh frozen plasma

ตอบ ข. Cryoprecipitate

55. Cryoprecipitate ประกอบไปด้วย factor ดงั ขอ้ ใด

ก. factor VIII ข. factor I, VIII, XIII ค. factor II, VII, IX, X

ง. factor V, VIII จ. factor I,II,VIII

ตอบ ข. factor I, VIII, XIII

56. จากข้อมูลทใี่ ห้ ผู้ป่วยน่าจะมีแอนตบิ อดชี นดิ ใด

IS 37C IAT CCC

เซลล์ O1 0 0 3+ ND

เซลล์ O2 0 0 0 2+

Autocontrol 0 0 0 2+

ก. Anti-P1 ข. Anti-M ค. Ant-N ง. Anti-Fya จ. Anti-Lea
ตอบ ง. Anti-Fya เนื่องจากแอนติบอดีของผู้ป่วยทำปฏิกิริยาที่ขั้น IAT ดังน้ัน น่าจะเป็น แอนติบอดีชนิด IgG คือ
Anti-Fya ในขณะท่ี Anti-P1, Anti-M, Ant-N และ Anti-Lea เปน็ IgM

57. Antibody screening test ให้ผลบวกที่ AHG อย่างเดยี ว แสดงวา่ คนไข้น่าจะมี antibody ของหม่เู ลือดระบบใด

ก. I ข. P ค. MN ง. Kidd จ. Lewis

ตอบ ง. Kidd

58. จากขอ้ มลู ในตาราง ผลของปฏิกริ ยิ าเกิดจาก antibody ในข้อใด

ก. Anti-Fya ข. Anti-H ค. Anti -M ง. Anti-P1 จ. Auto cold antibody

ตอบ จ. Auto cold antibody ผลการทำ Cell grouping และ Serum grouping แสดงให้เห็นว่าเกิด ABO

discrepancies โดยโจทย์ถามถึงแอนติบอดีที่เป็นสาเหตุ ซึ่งแอนติบอดีดังกล่าวสามารถจับกับเม็ดเลือดแดงได้ทั้งเซลล์ A, B

และ O ดงั นั้นจึงน่าจะเป็น Autoantibody

190

59. จากผล Antibody screening test ขอ้ ใดเป็นไปได้มากทส่ี ุด

IS 37C IAT CCC

เซลล์ O1 3+ 1+ 3+ ND
2+
เซลล์ O2 0 0 0

ก. Single IgG ข. Single IgM ค. Single or Multiple IgG

ง. Mixed IgG and IgM จ. ผู้ปว่ ยน่าจะมี autoantibody ต้องดผู ล autocontrol ดว้ ย

ตอบ ง. Mixed IgG and IgM เนอ่ื งจากปฏกิ ริ ยิ าเกิดทัง้ IS (อณุ หภูมหิ อ้ ง) 37C และ IAT

60. จากผลการทำ Antibody screening และ Autocontrol น่าจะเกดิ จาก Antibody ชนดิ ใด

No. Rh D Rh e M MNSs s P Lewis Mia Kidd Duffy
CEc NS P1 Lea Leb Jka Jkb Fya Fyb

O1 R1R1 + + 0 0 + + + + + 0 0 + 0 + 0 + +

O2 R1R2 + 0 + + 0 + + 0 + + + 0 + + + + 0

เซลล์ O1 IS 37C IAT CCC
เซลล์ O2 00 0
Autocontrol 00 3+ 2+
ก. Anti-P1 ข. Anti-E 00 0
ง. Anti-C ND
ค. Anti-M 1+
จ. Anti-Jka

ตอบ ข. Anti-E ผลการทำ Antibody screening test ให้ผลบวกเฉพาะกับเซลล์ O2 แสดงว่าแอนติบอดีที่มีอยู่ใน
ซีรัมหรือพลาสมา สามารถทำปฏิกิริยากับแอนติเจนที่มีบนเซลล์ O2 แต่เป็นแอนติเจนที่ไม่มีบนเซลล์ O1 ซึ่งได้แก่ E, c, P1,
Lea, Mia, Jkb ดังนั้นข้อที่เป็นไปได้คือ ก. Anti-P1 และ ข. Anti-E แต่เมื่อดูผลปฏิกิริยาพบว่าเกิดปฏิกิริยาท่ีขั้น IAT
ดงั นน้ั น่าจะเปน็ แอนติบอดชี นิด IgG ข้อนจี้ ึงตอบ ข. Anti-E

61. ผู้ป่วยหมเู่ ลอื ด A Rh positive มีประวตั เิ คยพบ anti-Jka ทำการขอเลือด PRC เมอ่ื ตรวจ Antibody screening

ให้ผล negative ควรเลือกเลือดในขอ้ ใดมาทำ crossmatch จึงจะดีทส่ี ดุ

ก. หมู่ O Rh positive Jk(a-b+) ข. หมู่ O Rh positive Jk(a+b-)

ค. หมู่ O Rh negative Jk(a-b+) ง. หมู่ A Rh positive Jk(a-b+)

จ. หมู่ A Rh negative Jk(a-b+)

ตอบ ง. หมู่ A Rh positive Jk(a-b+) ถึงแมว้ ่าปัจจุบันจะตรวจไมพ่ บ Anti-Jka ในการเลอื กเลือดมา crossmatch
ควรเลือกเลือดที่ไม่มีแอนติเจน Jka เนื่องจากการตรวจไม่พบ อาจเกิดจากแอนติบอดีมีระดับต่ำ ดังนั้น หากผู้ป่วยได้รับเลือดที่มี
แอนติเจน Jka อาจกระตนุ้ ใหเ้ กิด Secondary immunization ได้ สำหรับหมู่เลือดระบบ ABO และ Rh ควรเลอื กเลือดให้
ตรงหมู่

191

62. จากผลการทำ Antibody screening และ Autocontrol นา่ จะเกิดจาก Antibody ชนิดใด

ก. Anti-P1 ข. Anti-E ค. Anti-M ง. Anti-C จ. Anti-Jka
ตอบ ข. Anti-E

63. จากตารางทดสอบ crossmatching ผปู้ ว่ ยรายหน่ึงให้ผลดังน้ี

IS 37C IAT CCC

O1 0 0 0 2+

O2 0 0 0 2+

Ax1 0 0 0 2+

Ax2 4+ 4+ 4+ ND

Ax3 0 0 0 2+

ขอ้ ใด ถกู ตอ้ ง

ก. ผู้ปว่ ยมี cold autoantibody ข. ผปู้ ่วยมี warm autoantibody ค. Ax2 incompatible

ง. Serum ผู้บรจิ าคมี autoantibody จ. ผู้ปว่ ยมี low incidence antibody

ตอบ ค. Ax2 incompatible เนื่องจากเกิดปฏิกิริยาระหว่างแอนติบอดีของผู้ป่วยกับเม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคในขั้น IS,

37C และ IAT

ก. ผิดเพราะหากผู้ป่วยมี cold autoantibody ควรจะพบปฏิกิริยาที่ IS กับเซลล์ O1, O2, Ax1, Ax2 และ

Ax3

ข. ผิดเพราะหากผู้ป่วยมี warm autoantibody ควรจะพบปฏิกิริยาที่ 37C และ IAT กับเซลล์ O1, O2,

Ax1, Ax2 และ Ax3

ง. ผิดเพราะ ในการทำ จะใช้เม็ดเลือดแดงของผู้บริจาค หากผู้บรจิ าคมี autoantibody อาจพบ sensitized RBC

ซ่ึงให้ผลบวกที่ IAT ได้ แต่จะไม่เกิดผลบวกท่ี IS

192

64. ผลการทดสอบหมู่เลอื ดของผปู้ ่วยใหผ้ ลดงั ตาราง

Anti-A Anti-B Anti-A,B Anti-D A cell B cell
ผปู้ ว่ ย 0 0 0 2+ 4+ 4+

เมื่อนำเลือดผู้ป่วยไปทำ Antibody screening test ให้ผล 2+ และเมื่อนำไปทำ Antibody identification พบ
Anti-E และ anti-Mia จากผลการทดสอบของผู้ป่วย ควรเลอื กเลือดในขอ้ ใดมาทำ crossmatch

ก. Group O, D+, E-, Mia+ ข. Group O, D+, E+, Mia- ค. Group O, D+, E-, Mia–
ง. Group O, D-, E-, Mia+ จ. Group O, D-, E+, Mia -
ตอบ ค. Group O, D+, E-, Mia– ในการเลือกเลือดมา crossmatch ควรเลือกเลือดที่ไม่มีแอนติเจน E และ Mia
เน่ืองจากผู้ป่วยมี Anti-E และ anti-Mia สำหรบั หม่เู ลอื ดระบบ ABO และ Rh ควรเลือกเลือดใหต้ รงหมู่

65. ในการสง่ กลับคนื ส่วนประกอบของเลือด ข้อใด สามารถนำกลบั มาใชไ้ ด้อกี คร้งั
ก. เม็ดเลอื ดแดงท่ีขนสง่ ที่ 18 องศาเซลเซียส
ข. ถุงเลือดท่ีพบสายปล้องติดกบั ถุงเลอื ด 1 ปลอ้ ง
ค. เกลด็ เลอื ดท่ขี นส่งที่อณุ หภูมิ 4 องศาเซลเซียส
ง. Packed red cells ทพ่ี บ white particulate matter
จ. Platelet concentration ท่ไี มพ่ บ Swirling phenomenon

ตอบ ข. ถุงเลอื ดทพ่ี บสายปลอ้ งตดิ กบั ถงุ เลอื ด 1 ปลอ้ ง ส่วนประกอบของเลือดท่เี คยจา่ ยออกไปจากธนาคารเลอื ดแล้ว แต่ไมไ่ ด้
ใช้และส่งกลับคืนมาอีกครั้งหน่ึง ส่วนประกอบเลือดนี้จะนำไปใช้ได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อภาชนะบรรจุส่วนประกอบของเลือดไม่ได้ถูกเปิด

ออกมากอ่ น, สว่ นของเม็ดเลือดแดงมีการเกบ็ ไว้ที่ 1-6C และเกล็ดเลอื ดเก็บไวท้ ่ี 20-24C ตลอดระยะเวลาท่ีมีการขนสง่ , ไม่
รับคืนเม็ดเลือดแดงที่อยู่นอกตู้เย็นเกินกวา่ 30 นาที เพราะอาจทำให้แบคทีเรียในถุงเลือดเกิดการเจริญเติบโตข้ึนได้, จะต้องมีสาย
ทตี่ ดิ กับถงุ เลอื ดอย่างน้อย 1 ปล้อง, ไม่พบก้อน clot ขนาดใหญ่ และ hemolysis, ต้องมีการบนั ทึกวา่ สว่ นประกอบของเลือด
นั้น เคยถูกจ่ายไปแล้ว และต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของส่วนประกอบของเลือดน้ันๆ ว่ายังคงมีคุณสมบัติที่จะสามารถนำไปใช้
ต่อได้ นอกจากนี้ ถุงบรรจุโลหิตควรอยู่ในสภาพดี และไม่ควรพบ White particulate matter (WPM) ซึ่งสามารถพบได้ใน
สว่ นประกอบโลหติ ท้ังชนดิ เมด็ โลหติ แดงและเกล็ดเลอื ด โดย WPM ประกอบด้วยเกล็ดเลอื ด เมด็ เลือดขาว ไฟบริน และ cellular
debris

66. Anticoagulant ชนดิ CPDA-1 สามารถเกบ็ รักษาเลือดไดน้ านก่วี ัน

ก. 21 วัน ข. 28 วัน ค. 35 วนั ง. 42 วัน จ. 60 วัน

ตอบ ค. 35 วนั

- ACD (acid-citrate dextrose) สามารถเกบ็ รกั ษาเลอื ดไดน้ าน 21 วนั

- CPD (citrate-phosphate dextrose) เก็บรักษาเลอื ดไดน้ าน 28 วัน

- CPD-A (citrate-phosphate dextrose with adenine) เก็บรกั ษาเลอื ดได้นาน 35 วนั

- Additive solution ที่ประกอบไปด้วย NaCl, mannitol, dextrose, adenine เป็นต้น จะสามารถเกบ็ รกั ษาเลอื ด

ไดน้ าน 42 วัน

193

เอกสารอา้ งอิง
1. Armstrong B. Introduction to Blood Transfusion Technology. ISBT Science Series (2008)
3rd ed: Blackwell Publishing Ltd., 2008.
2. Brecher ME. Technical manual. 15th ed. Bethesda, Maryland: American Association of Blood
Banks, 2005.
3 . Harmening DM. Modern blood banking and transfusion practices. 5 th ed. Philadelphia: F.A.
Davis Company, 2005.
4. Toby L. Simon, E. L. Snyder, B. G. Solheim, Christopher, P. Stowell, Ronald, G. Strauss and
Marian Petrides. Rossi's Principles of Transfusion Medicine, 4th Ed., West Sussex, UK: Blackwell
Publishing Ltd. 2009.
5. เพ็ญนภา คลังสินศริ ิกุล. ภูมคิ ุ้มกันโลหติ วทิ ยาและธนาคารเลอื ด.พิมพค์ รงั้ ที่ 1. ธนบรรณการพมิ พ์, เชยี งใหม,่ 2551.
6. พนู ทรัพย์ ผลาขจรศกั ดิ์. คู่มอื ปฏบิ ัตกิ ารธนาคารเลอื ด.พิมพค์ รั้งที่ 2. ธนบรรณการพมิ พ์, เชยี งใหม,่ 2552.
7. จนิ ตนา ทบั รอด. บทความฟื้นวชิ า ABO subgroup. โลหิตวิทยาและเวชศาสตรบ์ ริการโลหติ . 2553; 1: 49-53.
8. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. คู่มือการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต. พิมพ์ครั้งที่ 6. สมุทรปราการ:อุดมศึกษา;
2560.
9. อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์. การใช้โลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างเหมาะสม The Appropriate use of Blood and
Blood components. พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. ศูนย์บรกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทย: อรณุ การพิมพ์; 2554.
10. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเอกสาร คณะกรรมการเฝ้าระวังความปลอดภัยของโลหิต. คู่มือแนวทางการเฝ้าระวังความ
ปลอดภยั ของโลหิต. พมิ พ์ครั้งที่ 1. ศูนยบ์ ริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย: อดุ มศกึ ษา; 2558.
11. วิชัย ประยูรวัฒน์ และ ทิพย์ ศรีไพศาล. Parttraporn symposium on hemostasis. พิมพ์ครั้งที่ 1. สมาคมโลหิต
วิทยาแหง่ ประเทศไทย. นำอักษรการพิมพ;์ 2561.
12. วีระศกั ด์ิ นาวารวงศ์ และ ต้นตนัย นำเบญจพล. แนวทางเวชปฏิบตั ิสำหรับการวินจิ ฉัยและรักษาโรคทางโลหติ วิทยา 2560.
พมิ พ์คร้งั ท่ี 1. สมาคมโลหิตวทิ ยาแหง่ ประเทศไทย. นำอักษรการพมิ พ์; 2561.

ฝึกทำแบบทดสอบความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์การบรกิ ารโลหิตเพมิ่ เตมิ

https://sites.google.com/view/mtlicensebywtu

194

ภมู คิ มุ้ กนั วทิ ยาคลนิ ิก
ประมวลความรทู้ างภูมิคมุ้ กันวทิ ยาคลนิ กิ

ปยิ ะฉตั ร เอวาลนิ รปู งาม
สพุ ชิ ฌาย์ อคั รวรศิ วงษ์

Introduction to the Immune Response

ภูมิคุ้มกัน (Immunity) มาจากคำภาษาละติน immunitas ในอดีตตัวอย่างที่ชัดเจนแรกของการจัดการนี้คือการฉีด
วัคซีนไข้ทรพิษที่ประสบความสำเร็จของ Edward Jenner Immune System คือระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดของร่างกายที่ทำ
หน้าท่ีป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายหรือเมื่อแอนติเจนหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ ามาแล้วระบบ
ภูมิคุม้ กนั ก็จะพยายามกำจัดออกไปโดยเรว็ และมปี ระสทิ ธิภาพ
ประเภทของภมู คิ มุ้ กัน

1. ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate immunity) หมายถึงภูมิคุ้มกันที่อยู่ในร่างกายหรือภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ตอบสนองรวดเรว็ และจดั เปน็ กลไกการป้องกนั สิ่งแปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพาะเจาะจง

2. ภูมิคุ้มกันที่ได้มาหรือภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (Adaptive immunity) หมายถึงภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายหลัง ตอบสนองช้า
ใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ประกอบด้วย B lymphocytes และ T lymphocytes มีความจำเพาะและมีความจำ
(memory cells)
Immune cells

1. Neutrophil มี granule ทำหนา้ ท่ีกนิ สิง่ แปลกปลอมโดยเฉพาะเช้อื แบคทีเรียไดด้ ี
2. Basophil เม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด มี granule เพียงเล็กน้อย และมีหน้าท่ีไม่มากนักในระบบภูมิคุ้มกัน แต่หากอยู่
ในเนื้อเยอ่ื เรียกวา่ mast cell หนา้ ท่ีหลงั่ สารตา่ งๆออกจาก granule ในผู้ปว่ ยโรคภูมิแพ้ ex. Histamine , Leukotriene
3. Eosinophil มี granule ส่วนใหญ่ eosinophil อยู่ในเนื้อเย่ือบริเวณใต้ชั้นเยื่อบุ เป็นผู้ชักนำให้เกิดการสร้าง IgE
ซึ่งเป็นภูมิคุม้ กันต่อพยาธิ เชอื่ วา่ eosinophil ฆา่ พยาธโิ ดยวธิ ีเกาะติดตวั พยาธิท่มี ี IgE เกาะอยู่
4. Monocyte มีหน้าที่กินสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย หากอยู่ในเนื้อเยื่อเรียกว่า macrophage มีชื่อต่างกันตาม
เนือ้ เย่ือท่ีอยู่
5. Lymphocyte ในกระแสเลือด มีมากในต่อมน้ำเหลือง ทำหน้าที่สำคัญในภูมิคุ้มกันระบบเซลล์ มักมีจำนวนสูงขึ้นในการ
ติดเชอื้ ไวรสั ex.T lymphocyte,B lymphocyte
Innate immunity

ภูมิคุ้มกันโดยกำเนดิ (Innate immunity) หมายถึง ภูมิคุ้มกันท่ีอยูใ่ นร่างกายหรือภูมคิ ุ้มกนั ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
จดั เป็นกลไกการป้องกนั ส่ิงแปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพาะเจาะจง
Innate immunity
- ระบบภูมิคุ้มกันที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ได้แก่ พื้นผิวที่สัมผัส antigen โดยตรง คือ ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติ
เฉพาะตัวในการปอ้ งกนั และกำจดั ส่ิงแปลกปลอมซงึ่ สว่ นใหญ่คอื เชอ้ื โรคออกไปจากรา่ งกาย ไมม่ ีความจำเพาะและ จะเกิดข้นึ ทนั ที

ภูมิคุ้มกันระบบจะจับกับชิ้นส่วนท่ีมีลักษณะ เหมือนๆกันในกลุ่มเชื้อที่ก่อโรคที่เรียกว่า pathogen - associated
molecular pattern (PAMPs)โดยเซลล์ภูมิคุ้มกันจะมีตัวรับที่ใช่จับกับส่วนของเชื้อก่อโรคเรียกว่า pattern -recognition
receptor (PRR) ในกลมุ่ ของ PRR ท้งั หมด PRR ที่มีความสําคัญมากคอื Toll-like receptor (TLR) สามารถจบั กับ
เชื้อไดอ้ ยา่ งกว้างขวาง

Cytokines เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อสื่อสารกันระหว่างเซลล์ cytokines ที่สร้างจาก T
และ B cells ที่เรียกว่า lymphokines ได้แก่ interleukin และ interferon ส่วนที่สร้างจาก monocytes และ

195

macrophage เรียกว่า monokines และ cytokines ที่หลั่งออกมาอาจทำหน้าที่เรียกเซลล์เม็ดเลือดขาวให้มารวมกันท่ี
ตำแหน่งท่ีมีส่งิ แปลกปลอม กระตุ้นการเพ่มิ จำนวนเซลล์ ทำใหเ้ ซลลใ์ นระบบภูมิคุ้มกันมีการเปล่ยี นแปลงและทำลายเซลล์

Phagocytosis คือการกลืนกินของเซลล์ คือรูปแบบหนึ่งของการย่อยอาหารในเซลล์ หรือ โดยที่อนุภาคขนาดใหญ่
โอบล้อมรอบโดยเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์และถูกนำเขา้ ไปอยู่ภายในเซลล์ เพื่อทำให้อนุภาคกลายเป็น Phagosome ซึ่งก็คือช่องว่าง
ในเซลลท์ ่มี อี าหารหรือส่ิงแปลกปลอมบรรจอุ ยู่

Complement system ม ี ก า ร ท ำ ง า น เ ป ็ น 3 ช นิ ด classical pathway , alternative patway, lectin
pathway

- Lysis การทำใหเ้ ซลลแ์ ตก
- Opsonization
- Activation of inflammatory response
- Clearance of immune complexes

Adaptive immunity
Adaptive immune ทำหน้าที่ในการจำแนกหรือรับรู้ว่าได้ว่าเซลล์หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาไม่ใช่เซลล์ของตัวเอง แต่

เป็นสิ่งแปลกปลอมและตอบสนองต่อเชื้อโรคแบบจำเพาะเจาะจงเพื่อที่จะกำจัดเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ และทำหน้าที่พัฒนาการจดจำ
เช้ือโรค โดยมี Lymphocytes เปน็ เซลลท์ ีส่ ำคญั ใน adaptive immune คอื

- B lymphocytes ผลิตจาก stem cell ของ bone marrow เม่ือสัมผัสกับ antigen แล้วจะเปลี่ยนไปเป็น
plasma cell มีหน้าที่ผลิตภูมิคุ้มกันแบบ humoral immunity คือ antibody ซึ่งมีประโยชน์ในการจำแนกชนิดของเชื้อโรค
และการกำจัดสิ่งแปลกปลอม โดย B cell แต่ละตัวจะมีรีเซพเตอร์โปรตีน (receptor protein) เรียกว่า B cell
receptor (BCR) บนผิวเซลล์ ซึ่งจะมีความจำเพาะต่อแอนติเจนเพียงหนึ่งชนิด cell receptor เป็นอิมมูโนกลอบูลินที่ตดิ
อย่บู นผิวเซลล์

- T lymphocytes ผลิตจาก bone marrow ไปทเี่ นอื้ เย่ือตอ่ ม thymus และพฒั นาเป็น T cell ซง่ึ T cell แบง่
ออกเป็น 2 ชนิด คือ

- Cytotoxic T cells (CD8) หรือ TC, killer T cell เซลล์มีการจดจำสิ่งแปลกปลอมว่าเป็นเซลล์ของตัวเอง

หรือเซลล์สิ่งแปลกปลอม ถ้าเป็นเซลล์ของสิ่งแปลกปลอม ก็จะเข้าไปฆ่าโดยอาศัยการส่งสัญญาณของ helper T-
cells โดยร่างกายจะจดจำเซลล์หรือเชื้อโรคโดยการจับกันกับ MHC Class I + peptide ทำให้สามารถจำ
แอนตเิ จนต่างๆ ทเี่ คยเข้าสู่รา่ งกายมาแล้ว

- Helper T-cell หรอื CD4+lymphocytes เปน็ เซลล์เม็ดเลือดขาวทมี่ ีแอนติเจน ชนิด CD4 บนผนงั เซลล์ และ

มคี วามสำคญั ในการควบคมุ ใหเ้ กิดการตอบสนองของ adaptive immune ซึง่ เซลลน์ จ้ี ะไมท่ ำลายเซลล์ทเี่ ปน็ พษิ
และไมส่ ามารถฆ่าเซลล์ทเ่ี ป็นส่ิงแปลกปลอม
Antibody

Immunoglobulin (Ig) คือโปรตีนชนิด globulin ที่ทำหน้าที่ด้านภูมิคุ้มกันด้านสารน้ำ โดยมีส่วน Fab จับกับ
แอนติเจน และ Fc เป็นโปรตนี โครงสรา้ งท่ใี ห้ complement และ Fc receptor ของ phagocytes มาจับได้
Ig มีทง้ั หมด 5 กลุ่ม คอื

1. IgG เป็น immunoglobulin ที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นชนิดเดียวที่สามารถผ่านรกได้ และมีปริมาณมากที่สุดของ
immunoglobulin ทงั้ หมดในนำ้ เหลอื งของคนปกติ มีบทบาทสำคัญในการปอ้ งกันโรคติดเชอ้ื ต่างๆ

196

2. IgA พบ 7-15 % ของ immunoglobulin ทั้งหมดในน้ำเหลือง ผลิตโดย plasma cell ที่อยู่ใต้ชั้นเยื่อบุผิว ส่วน
ใหญ่อยู่ในสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำนมมารดา น้ำตา น้ำลาย IgA ที่อยู่ในนมน้ำเหลืองของมารดา เป็นภูมิคุ้มกันท่ีช่วยป้องกัน
ทารกแรกคลอดจากการติดเชื้อ

3. IgM มีขนาดใหญ่ที่สุด พบ 5-10% ของ immunoglobulin ทั้งหมดในน้ำเหลือง เป็น antibody ตัวแรกที่ร่างกาย
สร้างขึ้นในการตอบสนองต่อ antigen ในระยะแรกที่ติดเชื้อ (primary antibody response) หลังจากนั้น IgG จึงเพิ่ม
ตามมา มบี ทบาทสำคญั ในการทำลาย antigen

4. IgD มปี ริมาณน้อยมาก ประมาณ 0.03% ของ Ig ท้ังหมดในน้ำเหลอื ง และยงั ไมท่ ราบคณุ สมบัติที่แนช่ ัด
5. IgE ค้นพบหลังสุด มีปริมาณน้อยที่สุด คือพบประมาณ 0.003% ของ immunoglobulin ทั้งหมดในน้ำเหลือง
สัมพันธ์กบั ภาวะภูมิแพ้ และเปน็ ภูมคิ มุ้ กนั ทสี่ ำคัญในโรคพยาธิ
Cell Mediated Immunity

เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการทำหน้าที่ของเซลล์จำเพาะ เช่น T lymphocyte or T cell ที่เป็นกลุ่มเซลล์ท่ีสร้างและ
พัฒนาจากต่อมไทมัส ที่จะถูกปล่อยออกมาในกระแสเลอื ดเพ่ือเข้าไปเจริญเติบโตในต่อมน้ำเหลือง และม้ามต่อไป โดยมี Antigen
presenting cells คือ B cell, dendritic cells และ macrophages เป็นเซลล์ที่ทำหน้าท่ีนำเสนอ processed
peptide antigen ให้ T cell บางคร้ัง antigen ก็สามารถส่งให้กับ T cell ได้โดยไม่อาศัย antigen presenting
cell ในกรณีท่ีเซลล์นั้นแสดง antigen ที่แปลกปลอมบนผิวเซลล์ที่มี histocompatibility molecule อยู่แล้ว เช่น เซลล์ที่
ตดิ เชือ้ ไวรสั นอกจากนี้ยงั สามารถแยกแยะไดว้ ่าเซลลท์ เ่ี ข้ามาเป็นเซลลข์ องตวั เองหรือ antigen ของเซลล์สงิ่ แปลกปลอม
Major Histocompatibility Complex (MHC)

เป็นระบบของ membrane protein ที่มีความหลากหลายมากในหมู่ประชากรและมีบทบาทสําคัญในการปลูกถ่าย
อวัยวะ MHC สําหรับในมนุษย์อาจเรียกว่า human leukocytes antigens (HLA) T-cell, B-cell Selection
Stem cell เรยี กว่า Thymocyte ที่ Thymus gland มี 2 กระบวนการ
1. Positive selection: ทำปฎกิ ริ ยิ าทง้ั กบั foreign peptide และ self peptide
2. Negative selection: ถา้ เกิด self-peptide (ทำปฎิกิรยิ ากบั เซลล์ตวั เอง) จะเกิด clonal deletion (เลือกใหต้ าย)
T cells

T lymphocytes ผลิตจาก bone marrow ไปที่เนื้อเยื่อต่อม thymus และพัฒนาเป็น T cell T cell แบ่ง
ออกเป็น 2 ชนดิ คอื helper T-cells และ Cytotoxic T cells

- Cytotoxic T cells หรือ TC, killer T cell ทำหน้าที่ กำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสหรือเซลล์มะเร็ง cells โดยร่างกาย

จะจดจำเซลล์หรือเชื้อโรคโดยการจับกันกับ MHC Class I peptide

- Helper T-cells ทำหน้าที่หลั่ง Cytokines โดยการจับกันกับ MHC Class II peptideเป็นโปรตีนท่ีสร้างจาก

เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อสื่อสารกันระหว่างเซลล์ cytokines ที่สร้างจาก T- และ B- cells ที่เรียกว่า
lymphokines คือ interleukin (IL)และ interferon ส่วนที่สร้างจาก monocytes และ macrophage เรียกว่า
monokines โดย cytokines ที่หลั่งออกมาอาทำ หน้าท่ีเรียกเซลล์เม็ดเลอื ดขาวให้มารวมกันทีต่ ำแหน่งท่ีมีสิง่ แปลกปลอม
กระตนุ้ การเพิม่ จำนวนเซลล์ ทำใหเ้ ซลล์ในระบบภมู ิคุ้มกันมกี ารเปล่ยี นแปลง และทำลายเซลล์

Principle of Antigen-Antibody Reaction and Its Application
Antibody (Ab) จะมีตำแหน่งที่สามารถยึดเกาะกับแอนติเจนได้อย่างน้อย 2 ด้าน (2 combining sites หรือ

bivalent)
Antigen (Ag) จะมตี าํ แหน่งท่ีสามารถเกาะกับแอนติบอดีไดห้ ลายดา้ นหรอื หลาย epitope

197

ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งแอนติเจนและแอนติบอดนี ั้น เกดิ จากการใช้แรงจบั กัน อย่างอ่อนๆ ซึง่ เปน็ non-covalent bond

1. Hydrogen bonds 2. Electrostatic force หรอื Ionics bonds

3. Van der Waals forces 4. Hydrophobic bond

รปู แบบของปฏกิ ิริยาระหวา่ งแอนติบอดแี ละแอนตเิ จน

1. Precipitation (ปฏิกิริยาการตกตะกอน)

2. Agglutination (ปฏกิ ริ ิยาการเกาะกล่มุ )

3. Neutralization (ปฏิกิรยิ าการลบล้างฤทธ์ิ)

4. Complement dependent reaction (ปฏิกริ ิยาซ่งึ ตอ้ งอาศยั คอมพลเี มนต์รว่ มด้วย)

5. Rapid immunoassays (immunochromatography test)

รปู แบบของปฏกิ ิรยิ าระหวา่ ง Ab และ Ag ท่ีสำคญั คอื

1. Precipitation (ปฏิกิริยาการตกตะกอน) คือ Ag อยู่ในสารละลายเม่ือรวมกับ Ab ในส่วนที่เหมาะสมจะเกิดการ

ตกตะกอน ถา้ มี Ab ท่ีปรมิ าณมากหรอื Ag มากไป จะเกิดตะกอนเลก็ น้อยหรอื ไม่มีตะกอนใหญ่เกดิ ขึน้ เลย

2. Agglutination(ปฏิกิริยาการเกาะกลุ่ม) เป็นปฏิกิริยาระหว่าง Ag ที่มีลักษณะเป็นอนุภาค กับ Ab แล้วเกิดการ

รวมกลุ่มเป็นกอ้ นใหญข่ ึน้ ม3ี แบบ คอื 1) Direct agglutination 2) Indirect agglutination

3. Rapid immunoassays (immunochromatography test) เป็นวิธีการตรวจแยกชนิดของ Ag หรือ Ab ไม่ต้อง

ล้าง ใช้เวลาไม่นาน และ ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น ปัสสาวะ โดยใช้สารประกอบติดฉลากด้วยสีเป็นตัวติดตามผลของปฏิกิริยา

ทดสอบโดยบนวัสดุที่สารซึมผ่านได้ โดยมี test line และ control line ซึ่งประยุกต์มาจากวิธีการตรวจแบบ ELISA มี3

แ บ บ ค ื อ ELISA technique ไ ด ้ แ ก ่ Competitive ELISA, Sandwich ELISA แ ล ะ Indirect ELISA.

Fluorescent-activated cell sorting (FACS) เป็นการใช้เครื่อง Flow Cytometry ช่วยในการจำแนก ผลที่ได้จะ

บ่งบอกถงึ คุณสมบตั ิของเซลล์ เชน่ ขนาดความใหญเ่ ล็กของเซลล์ ปริมาณแกรนลู ภายในเซลล์

การสร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั
การทที่ ำให้รา่ งกายสร้างภมู คิ ุ้มกันต่อโรคโดยแบง่ เป็น 2 แบบคือ

1. Active immunization ร่างกายมีบทบาทในการสร้างภูมคิ ุ้มกันโรคด้วยตัวเอง โดยโปรตีนจะเป็นแอนติเจนทีด่ ีท่ีสุด การ
รับแอนติเจนคร้ังแรกจะช้า แต่พอรับครั้งที่สองจะเร็ว และอยู่ได้นานเป็นปีหรือตลอดชีวิตขึ้นอ ยู่กับชนิดของวัคซีน หรือ
vaccination คือการทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้นกันโรคด้วยตนเอง โดยการใช้แอนติเจนหรือวัคซีน แล้วจะกระตุ้นร่างกายให้ค่อยๆ
สร้างภูมิคุ้มกันชนิดจำเพาะต่อโรคนั้นๆขึ้นมา คือ ภูมิคุ้มกันด้านสารน้ำและด้านเซลล์. วัคซีน เป็นการกระตุ้นและชักนำร่างกาย
สร้างภมู คิ ุ้มกันโรคท่จี ำเพาะตอ่ สารนนั้ ๆขนึ้ มาแบง่ ได้

2. Passive immunization คือการที่ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคเกิดขึ้นทันที โดยการให้สารที่มีคุณภาพสมบัติป้องกัน
โรคได้อยู่แล้ว เช่น natural material antibody, immune globulin และ antitoxin. หลักๆจะมี whole sera คือการ
นำเซรุ่มของผู้ป่วยโรคนึงมาให้กับผู้ป่วยโดยตรง (ไม่ใช้แล้ว) และ Immune serum globulin สกัดจากแกมมาโกลบุลินมี 2
แบบคือฉีดเข้ากล้ามเนื้อกับฉีดเข้าเส้นเลอื ดดำ

Immunopotentiator สารเพิ่มภูมิคุ้มกัน หมายถึงสารที่มีฤทธิ์เพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น
Adjuvant ทำหน้าที่เก็บรวบรวมแอนติเจน และค่อยๆปล่อยจากบริเวณที่ฉีดเข้าไปทำให้แอนติเจนสัมผัสกับเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น
ตัวอยา่ งทีใ่ ชใ้ นปจั จุบนั ไดแ้ ก่ Freund’s adjuvant, Alum, MDP

198

แบบทดสอบประเมนิ ความรู้

1. ขอ้ ใดคือลกั ษณะทวั่ ไปของ Adaptive immunity ท่ีแตกต่างจาก Innate immunity

ก. ตอบสนองชา้ และไม่จำเพาะเจาะจง ข. ตอบสนองเรว็ แตไ่ มจ่ ำเพาะเจาะจง ค. ตอบสนองเรว็ และจำเพาะเจาะจง

ง. ตอบสนองช้าแต่จำเพาะเจาะจง จ. ไมต่ อบสนองต่อ Ag ท่ีไมเ่ คยเจอ

ตอบ ง. ตอบสนองชา้ แต่จำเพาะเจาะจง

2. อวัยวะใดในมนุษยท์ เี่ กี่ยวข้องกับการสรา้ งและพัฒนาการของ T lymphocyte

ก. Lymph node ข. Bursa of fabricius ค. Bone marrow และ Thymus

ง. Lymph node และ Bursa of fabricius จ. Thymus และ Bursa of fabricius

ตอบ ค. Bone marrow และ Thymus

3. Cell ในระบบ Innate immunity ทสี่ ามารถทำลายเซลล์มะเรง็ คือข้อใด

ก. Cytotoxic T Lymphocyte ข. Lymphokine-activated killer (LAK) cell ค. NK cell

ง. Neutrophil จ. Macrophage

ตอบ ค. NK cell

4. ส่วนประกอบของแอนตบิ อดที ่ชี ว่ ยในการจับกินของ Phagocyte คอื ขอ้ ใด

ก. Fab ข. Fc ค. J chain ง. Light chain จ. Variable region

ตอบ ข. Fc

5. Cell ใดที่นำเสนอแอนติเจนได้ทงั้ MHC class I และ MHC class II

ก. T cell ข. Neutrophil ค. Dendritic cell ง. PMN จ. NK cell

ตอบ ค. Dendritic cell

6. ส่วนใดของ Antibody ท่ใี ชจ้ ับกบั Antigen

ก. Fab ข. Fc ค. J chain ง. Light chain จ. Constant region

ตอบ ก. Fab

7. สารใดต่อไปนม้ี ีความเป็น Antigen มากที่สุด

ก. Protein ข. Lipid ค. Nucleic acid ง. Carbohydrate จ. Vitamin

ตอบ ก. Protein

8. Cytokines ในขอ้ ใดมบี ทบาทสำคญั มากท่ีสดุ ในการกำจดั virus จ. IFN-α

ก. IL-2 ข. IL-4 ค. TNF ง. IL-6
ตอบ จ. IFN-α

9. ขอ้ ใดเป็นระบบภมู ิคุ้มกนั จำเพาะท่ีมบี ทบาทสำคัญในการกำจัด Intracellular bacteria

ก. Complement ข. Cytokine ค. Cell mediated immune response

ง. Humoral immune response จ. Physical barrier

ตอบ ค. Cell mediated immune response

10. MHC class I และ class II จะทำหน้าท่ีนำเสนอส่วนของแอนติเจนใหแ้ ก่เซลล์ใด

ก. CD 4+ T cell และ CD8+ T cell ตามลำดบั ข. CD8+ T cell และ CD 4+ T cell ตามลำดับ

ค. TH 1 cell และ TH2 cell ตามลำดบั ง. Regulatory T cell และ helper T cell ตามลำดบั

จ. Cytotoxic T cell และ Regulatory T cell ตามลำดับ

ตอบ ข. CD8+ T cell และ CD 4+ T cell ตามลำดบั

199

11. สารในข้อใดใชใ้ นการแยก Peripheral blood mononuclear cells (PBMC)

ก. Glucose ข. Triton X ค. Ficoll hypaque ง. Normal saline จ. Saponin

ตอบ ค. Ficoll hypaque

12. ขอ้ ใดคืออวัยวะท่ีนำมาปลกู ถา่ ย ท่ีมีลกั ษณะทางพนั ธุกรรมตา่ งกันแตอ่ ยู่ใน species เดยี วกัน

ก. Autograft ข. Allograft ค. Isograft ง. Syngeneic graft จ. Xenograft

ตอบ ข. Allograft

13. ชายไทยโดนแตนต่อย มกี ารบวมแดง จากน้ันเกิดชอ็ ค หมดสติ นา่ จะเกีย่ วขอ้ งกับข้อใดมากท่ีสดุ

ก. IgG + IgM ข. IgG-Macrophage ค. IgE-Neutrophil

ง IgE-Mast cell จ. IgD + IgE

ตอบ ง IgE-Mast cell

14. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกับ Multiple myeloma

ก. พบอัลบูมินสูงในซีรัม ข. พบภาวะมะเรง็ ตอ่ มนำ้ เหลอื ง ค. ผู้ป่วยมี Bence Jones protein ในปสั สาวะ

ง. ทำ Serum electrophoresis ได้ gamma globulin peak สูงกวา่ ปกติ

จ. ผลิต monoclonal IgG หรือ IgM หรอื IgA หรอื IgE หรือ IgD รว่ มกับ free heavy chain มากกว่า

ปกติ

ตอบ ง. ทำ Serum electrophoresis ได้ gamma globulin peak สงู กว่าปกติ

15. ข้อใดใช้สำหรบั Passive Immunization

ก. BCG ข. Recombinant HBs Ag ค. Rabies immunoglobulin

ง. Toxoid จ. Influenza vaccine

ตอบ ค. Rabies immunoglobulin

16. ขอ้ ใด ถกู ตอ้ ง เก่ียวกับ Active immunization

ก. การท่ีทารกได้รบั ภมู คิ ุม้ กันจากแม่

ข. ภมู ิคมุ้ กันเกดิ ข้นึ ทันทหี ลัง immunization

ค. การฉดี กระตุ้นให้เกดิ ภูมคิ มุ้ กันโรคท่ีสร้างขึ้นเองทงั้ ดา้ น HIR และ CMIR

ง. เหมาะกบั ใชป้ ้องกันและรักษาโรคใหบ้ ุคคลท่มี ภี าวะบกพร่องทางภูมคิ ุ้มกนั

จ. การให้ Antibody หรือ gamma globulin ทจ่ี ำเพาะต่อโรคนั้นฉดี เข้าร่างกาย

ตอบ ค. การฉดี กระตนุ้ ใหเ้ กดิ ภูมิคุม้ กันโรคทสี่ รา้ งขนึ้ เองทง้ั ดา้ น HIR และ CMIR

17. จงเรียงลำดับขั้นตอนการทำ Mouse monoclonal antibody

1. Cell fusion (B cell + myeloma) 2. Immunization 3. Antibody production detection

4. Cell cultivation in HAT medium 5. Select hybridoma clone 6. limited dilution

ก. 1 -> 2 -> 3 -> 4 -> 5 -> 6 ข. 1 -> 3 -> 2 -> 4 -> 6 -> 5

ค. 2 -> 3 -> 4 -> 1 -> 6 -> 5 ง. 2 -> 3 -> 1 -> 4 -> 6 -> 5

จ. 3 -> 2 -> 1 -> 4 -> 5 -> 6

ตอบ ง. 2 -> 3 -> 1 -> 4 -> 6 -> 5

18. การทดสอบทม่ี ีการเคลือบแอนตเิ จนไว้บนเม็ดเลือดแดง เพ่ือใช้ตรวจหาแอนติบอดี หมายถึงการทดสอบใด

ก. Reverse passive agglutination ข. Reverse passive hemagglutination

ค. Passive hemagglutination ง. Direct passive hemagglutination จ. Direct agglutination

ตอบ ค. Passive hemagglutination


Click to View FlipBook Version