The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jeeranan.mean, 2022-09-27 11:01:50

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

1

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

ความนา

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 น้ีได้กาหนดสาระการเรยี นรอู้ อกเปน็ 5 สาระ ไดแ้ ก่ สาระท่ี 1
การอา่ น สาระท่ี 2 การเขยี น สาระท่ี 3 การฟัง การดูและการพดู สาระที่ 4 หลกั ภาษาไทย และสาระที่ 5
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ซึง่ องค์ประกอบของหลักสูตร ทัง้ ในด้านของเนอ้ื หา การจัดการเรยี นการสอนและ
การวัดและประเมินผล การเรียนรู้น้นั มคี วามสาคญั อยา่ งย่ิงในการวางรากฐานการเรียนรู้ภาษาไทย ของ
ผเู้ รยี นในแตล่ ะระดบั ชนั้ ให้มี ความตอ่ เนื่องเชอื่ มโยงกันตงั้ แต่ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศกึ ษาปี
ท่ี 3 สาหรับกล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้กาหนดตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ท่ผี ู้เรียน
จาเป็นตอ้ งเรยี นเป็นพื้นฐาน เพือ่ ใหส้ ามารถ นาความรู้น้ไี ปใชใ้ นการดารงชีวิต หรอื ศึกษาต่อในวชิ าชีพท่ตี ้อง
ใชภ้ าษาไทยได้ โดยจดั เรยี งลาดบั ความยากง่าย ของเนือ้ หาท้งั 5 สาระในแตล่ ะระดบั ช้ันใหม้ กี ารเชอื่ มโยง
ความรูก้ ับกระบวนการเรยี นรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ่สี ง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนพฒั นาความคิด และ
กระบวนการลงมือปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง มีทักษะท่ีสาคัญท้ังทกั ษะกระบวนการในการดารงชีวิตและทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยศึกษาความรูเ้ ชิงทฤษฎี จนนาไปสู่การปฏบิ ัติ และมี
ทักษะตดิ ตัวไปประกอบอาชีพในอนาคต ทัง้ ยงั ส่งผลตอ่ ความสขุ และความสุนทรยี ภาพภายในตัวของผเู้ รยี น
ตลอดการเรียนรู้ทง้ั ในและนอกหอ้ งเรยี น ดังนั้น จงึ ไดจ้ ัดทาตวั ชีว้ ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลุ่มสาระ
การเรยี นภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ข้ึน เพอ่ื ให้
สถานศึกษา ครูผสู้ อน ตลอดจนหนว่ ยงานต่าง ๆ ได้ใชเ้ ปน็ แนวทางในการพัฒนา หนังสือเรยี น คมู่ อื ครู ส่ือ
ประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนการวดั และประเมินผล โดยตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง กลมุ่
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ที่จดั ทาขึน้ นีไ้ ด้
ปรบั ปรงุ เพ่ือใหม้ ีความสอดคลอ้ งและเช่ือมโยงกนั ภายในสาระการเรยี นรเู้ ดียวกนั และระหว่างสาระการ
เรียนรใู้ นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตลอดจนการเช่ือมโยงเนื้อหาความรู้ และบูรณาการความรู้ทางดา้ น
ภาษาไทยกบั สาระการเรียนรู้อืน่ ดว้ ย นอกจากนี้ ยงั ได้ปรับปรงุ เพ่อื ให้มีความทนั สมัยต่อการเปลีย่ นแปลง
และความเจรญิ ก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับความเหมาะสมของท้องถ่นิ และความ
ต้องการของผ้เู รยี นอย่างแท้จริง

ตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

2

เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย

ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาติท่มี ีความสาคญั ต่อคนไทยเป็นอย่างยง่ิ ดังพระราชดารัสใน
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวภมู ิพลอดลุ ยเดช ท่วี ่า “...ประเทศไทยนน้ั มีภาษาของเราเอง ซ่งึ ต้องหวงแหน
...เราโชคดีที่มีภาษาของตนเองแตโ่ บราณกาลจึงสมควรอยา่ งยงิ่ ที่จะรักษาไว้” (2505 : 201)

ภาษาไทยมคี วามสาคัญต่อการดารงชีวติ ของคนไทยในฐานะที่เปน็ วัฒนธรรมประจาชาติและยงั เป็น
เอกลักษณ์ทส่ี าคัญ เป็นเครื่องมือในการเสรมิ สรา้ งเอกภาพของชาติทาให้เกิดความรสู้ ึกเป็นอันหน่ึงอัน
เดยี วกนั ตลอดจนเป็นเครื่องมือท่ีใช้พัฒนาคนในชาติ เพราะการศกึ ษาเล่าเรียนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
และการถา่ ยทอดความคดิ ศิลปวทิ ยาการลว้ นต้องใชภ้ าษาทั้งสิน้ ดงั นั้น ภารกิจของการศึกษาประการหน่ึงก็
คือการสอนภาษาไทยให้คนในชาตสิ ามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ภาษาไทยเพื่อการ
พฒั นาความรู้ความสามารถของตนเอง และสามารถสืบทอดมรดกทางภาษาซ่ึงเปน็ วฒั นธรรมของชาติ มี
ความช่นื ชมทจ่ี ะใช้ภาษาไทยไดอ้ ย่างถูกต้องและมีเจตนคติท่ีดตี ่อภาษาไทย(ศูนย์พัฒนาหลกั สตู ร
กระทรวงศกึ ษาธิการ. 2532 : 76) ดังนน้ั การศึกษาวชิ าภาษาไทยจึงเปน็ ส่งิ สาคญั สาหรับคนในชาติของเรา
ซ่ึง วรรณี โสมประยรู (2534 : 28) ไดส้ รปุ ความสาคัญของการสอนภาษาไทยไวต้ อนหนงึ่ วา่ มนุษยไ์ ดใ้ ช้
ทกั ษะการฟัง พดู อ่านและเขียน เป็นเครื่องมือในการศึกษาความรู้ เพื่อประกอบอาชพี พัฒนาบคุ ลิกภาพ
และสรา้ งเสริมคุณภาพชีวิตในดา้ นอนื่ ๆ เพราะคนเราได้รับความรู้ ความคิดตา่ ง ๆ จากการฟัง การอา่ น
แลว้ การเขยี นบนั ทึกไว้เพอ่ื พดู หรอื เขยี นถ่ายทอดให้ผูอ้ ่นื เข้าใจอีกทอดหนง่ึ การเขยี นของนกั เรียนทอ่ี ่อน
ภาษาจงึ ทาให้อ่อนวชิ าอ่นื ๆ ดว้ ย

วิสยั ทัศน์

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มงุ่ พฒั นาผู้เรยี นทุกคน ซึ่งเปน็
กาลังของชาตใิ ห้เปน็ มนุษย์ที่มคี วามสมดลุ ทง้ั ดา้ นรา่ งกาย ความรู้ คณุ ธรรม มจี ติ สานึกในความเปน็
พลเมอื งไทยและเป็นพลโลก ยดึ ม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข มีความรแู้ ละทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้งเจตคติที่จาเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การศกึ ษาตลอดชวี ติ โดยมุ่งเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั บนพื้นฐานความเช่ือว่าทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพัฒนา
ตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ

ทาไมตอ้ งเรยี นภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ

เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความ
เข้าใจและความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิตร่วมกันในสังคม
ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล
สารสนเทศต่างๆ เพ่ือพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการ
เปล่ียนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้ในการพัฒนา
อาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากน้ียังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม
ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้าค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทย
ตลอดไป

ตวั ชี้วัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

3

เรยี นร้อู ะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร การเรียนรู้

อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ และเพอื่ นาไปใช้ในชวี ติ จริง
 การอ่าน การอ่านออกเสียงคา ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คาประพันธ์ชนิดต่าง ๆ

การอา่ นในใจเพือ่ สรา้ งความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากส่ิงที่อ่าน เพื่อนาไป ปรับใช้
ในชวี ติ ประจาวัน

 การเขยี น การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใชถ้ ้อยคาและรูปแบบต่าง ๆ ของ
การเขียน ซงึ่ รวมถึงการเขียนเรียงความ ยอ่ ความ รายงานชนิดต่าง ๆ การเขยี นตามจินตนาการ วิเคราะห์
วิจารณ์ และเขยี นเชิงสร้างสรรค์

 การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น
ความรสู้ ึก พดู ลาดบั เร่อื งราวต่าง ๆ อย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ท้ังเป็นทางการและไม่
เป็นทางการ และการพูดเพอ่ื โนม้ น้าวใจ

 หลกั การใช้ภาษาไทย ธรรมชาตแิ ละกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม
กบั โอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพนั ธป์ ระเภทตา่ ง ๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

 วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล แนวความคิด
คุณค่าของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทาความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก
เพลงพื้นบ้านท่ีเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เรื่องราวของสงั คมในอดตี และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจ ในบรรพ
บุรษุ ที่ไดส้ ง่ั สมสบื ทอดมาจนถึงปัจจบุ นั

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาผ้เู รียนให้มีคุณภาพตาม

มาตรฐานการเรียนรทู้ ี่กาหนดน้นั จะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังน้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มวี ัฒนธรรมในการใช้

ภาษาถ่ายทอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ ความรสู้ ึก และทศั นของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
และประสบการณ์อนั จะเปน็ ประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและ
ลดปัญหาความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ การเลอื กรับหรือไม่รับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตผุ ล และความถกู ต้อง
ตลอดจนการเลือกใชว้ ิธีการส่ือสารที่มปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพื่อนาไปสู่การสรา้ งองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ท่ี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ใน
การปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตัดสนิ ใจที่มีประสิทธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง
สงั คมและส่ิงแวดล้อม

ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

4
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ น
การดาเนนิ ชีวิตประจาวนั การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ย่างต่อเน่อื ง การทางาน และการอยรู่ ่วมกัน
ในสังคมดว้ ยการสรา้ งเสริมความสัมพนั ธอ์ นั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การปัญหาและความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ
อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทนั กบั การเปลีย่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรูจ้ ักหลีกเลยี่ ง
พฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีด้านต่าง
ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพฒั นาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสอ่ื สาร
การทางาน การแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสมและมคี ุณธรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ พัฒนาผูเ้ รียนให้มีคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ เพ่ือใหส้ ามารถอยูร่ ว่ มกบั ผู้อน่ื ในสังคมได้อยา่ งมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพล
โลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซอ่ื สัตย์สุจรติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. ม่งุ มน่ั ในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

5

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หา

ในการดาเนินชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่ืองราว

ในรปู แบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และ
พลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่า และนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

คุณภาพผ้เู รยี น

จบช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๓
• อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองเปน็ ทานองเสนาะได้ถกู ต้อง เข้าใจความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนัย จบั ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของส่ิงท่ีอ่าน แสดงความคิดเหน็ และข้อ
โต้แยง้ เกยี่ วกับเร่ืองที่อ่าน และเขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ ยอ่ ความ เขียนรายงานจาก ส่งิ ทีอ่ ่าน
ได้ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ อย่างมีเหตผุ ล ลาดับความอย่างมีขนั้ ตอนและความเปน็ ไปได้ของเรือ่ งท่ีอา่ น
รวมทั้งประเมนิ ความถูกต้องของข้อมลู ที่ใช้สนับสนนุ จากเรอื่ งที่อา่ น

• เขยี นสื่อสารด้วยลายมือท่ีอ่านง่ายชดั เจน ใชถ้ อ้ ยคาได้ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคา
ขวญั คาคม คาอวยพรในโอกาสต่าง ๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชวี ประวัติ อัตชีวประวตั แิ ละ
ประสบการณ์ตา่ ง ๆ เขียนย่อความ จดหมายกิจธรุ ะ แบบกรอกสมคั รงาน เขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และ
แสดงความรูค้ วามคิดหรอื โต้แยง้ อย่างมีเหตผุ ล ตลอดจนเขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าและเขยี นโครงงาน

• พดู แสดงความคดิ เหน็ วเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ สิ่งทไ่ี ด้จากการฟงั และดู นาขอ้ คดิ ไป
ประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั พดู รายงานเรื่องหรอื ประเด็นทีไ่ ด้จากการศึกษาค้นคว้าอยา่ งเปน็ ระบบ
มศี ิลปะในการพูด พูดในโอกาสตา่ ง ๆ ไดต้ รงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มนา้ วอย่างมีเหตผุ ลนา่ เชอ่ื ถือ
รวมท้งั มมี ารยาทในการฟงั ดู และพดู

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551

6
• เขา้ ใจและใชค้ าราชาศพั ท์ คาบาลสี ันสกฤต คาภาษาต่างประเทศอื่น ๆ คาทบั ศัพท์ และศัพท์
บญั ญตั ิในภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขยี น โครงสร้างของประโยครวม ประโยค
ซ้อน ลักษณะภาษาท่ีเปน็ ทางการ ก่งึ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ และแตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ
กาพย์ และโคลงสี่สภุ าพ
• สรุปเนอื้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะหต์ วั ละครสาคัญ วิถีชวี ติ ไทย และคุณคา่ ที่
ไดร้ บั จากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทงั้ สรปุ ความรขู้ ้อคดิ เพ่อื นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
วิสยั ทัศนก์ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ซง่ึ จะชว่ ยให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์ ดงั น้ี

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.2551

7

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัด
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชอื่ สาระ มาตรฐานการ จานวนตัวชีว้ ดั แตล่ ะระดบั /สาระ
เรยี นรู้
ประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย
จานวน รหัส

มาตรฐาน มาตรฐาน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6

1. การอ่าน 1 ท 1.1 8 8 9 8 8 9 9 8 10 9

2. การเขียน 1 ท 2.2 3 4 6 8 9 9 9 8 10 8

3. การฟัง การดู 1 ท 3.1 5 7 6 6 5 6 6 6 6 6
การพดู

4. หลกั การใช้ 1 ท 4.1 4 5 6 7 7 6 6 6 6 7
ภาษาไทย

5. วรรณคดแี ละ 1 ท 5.1 2 3 4 4 4 4 5 5 4 6
วรรณกรรม

5 - 22 27 31 33 33 34 35 33 36 36

รวมตัวชีว้ ดั 180 106 36

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

8

ตัวชวี้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้วี ดั

สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาใน
การดาเนนิ ชีวิตและมนี ิสัยรักการอา่ น
สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอ่ื งราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระท่ี 4 หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดี

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

9

ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ตวั ช้วี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลาง

การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถ
สรปุ ได้ ดังน้ี

สาระที่ 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดาเนินชีวติ และมนี สิ ัยรักการอา่ น

ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 ๑. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว และ การอ่านออกเสยี ง ประกอบด้วย

บทร้อยกรองได้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั - บทรอ้ ยแก้วท่ีเป็นบทบรรยาย

เร่อื งท่ีอ่าน - บทรอ้ ยกรอง เชน่ กลอนสภุ าพ กลอนสักวา กาพย์ยานี

๑๑ กาพยฉ์ บัง ๑๖ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ และโคลงส่สี ุภาพ

๒. จบั ใจความสาคัญจากเร่ืองทอี่ ่าน การอ่านจับใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ เชน่

๓. ระบเุ หตุและผล และข้อเทจ็ จริง - เร่อื งเลา่ จากประสบการณ์

กบั ข้อคิดเหน็ จากเรือ่ งทอ่ี ่าน - เรือ่ งสน้ั

๔. ระบุและอธบิ ายคาเปรียบเทยี บ - บทสนทนา

และคาทีม่ ีหลายความหมายใน - นิทานชาดก

บรบิ ทต่างๆ จากการอา่ น - วรรณคดใี นบทเรียน

๕. ตีความคายากในเอกสารวชิ าการ - งานเขียนเชิงสรา้ งสรรค์

โดยพจิ ารณาจากบรบิ ท - บทความ

๖. ระบขุ ้อสังเกตและความ - สารคดี

สมเหตุสมผลของงานเขยี นประเภท - บันเทิงคดี

ชกั จงู โนม้ น้าวใจ - เอกสารทางวิชาการทีม่ คี า ประโยคและขอ้ ความที่

ตอ้ งใชบ้ ริบทชว่ ยพิจารณาความหมาย

- งานเขียนประเภทชักจงู โน้มนา้ วใจเชงิ สร้างสรรค์

๗. ปฏิบตั ติ ามคู่มอื แนะนาวธิ ีการใช้ การอ่านและปฏบิ ตั ติ ามเอกสารคู่มือ

งาน ของเครือ่ งมอื หรือเคร่ืองใชใ้ น

ระดับท่ียากขึน้

๘. วิเคราะหค์ ุณค่าที่ได้รับจากการ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น

อา่ นงานเขียนอย่างหลากหลายเพอื่ - หนังสือที่นกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั

นาไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวติ - หนงั สอื อ่านที่ครูและนักเรียนกาหนดรว่ มกัน

๙. มมี ารยาทในการอ่าน มารยาทในการอา่ น

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

10

สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น เขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความและเขยี น
เรือ่ งราวในรูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมี
ประสิทธิภาพ

ชั้น ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ม.1 ๑. คัดลายมือตวั บรรจงครึง่ บรรทัด การคัดลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทัดตามรปู แบบการเขียน

ตวั อักษรไทย

๒. เขียนส่อื สารโดยใชถ้ ้อยคาถกู ต้อง การเขยี นสอ่ื สาร เชน่

ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย - การเขียนแนะนาตนเอง

- การเขียนแนะนาสถานทส่ี าคญั ๆ

- การเขยี นบนส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์

๓. เขียนบรรยายประสบการณ์โดย การบรรยายประสบการณ์

ระบุสาระสาคัญและรายละเอียด

สนบั สนนุ

๔. เขยี นเรียงความ การเขียนเรียงความเชงิ พรรณนา

๕. เขียนยอ่ ความจากเรอื่ งท่อี ่าน การเขียนย่อความจากสื่อตา่ ง ๆ เชน่ เร่อื งสน้ั คาสอน

โอวาท คาปราศรยั สุนทรพจน์ รายงาน ระเบียบ คาสงั่

บทสนทนาเร่อื งเลา่ ประสบการณ์

๖. เขยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การเขยี นแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั สาระจากสือ่ ตา่ ง ๆ

สาระจากสอื่ ท่ไี ดร้ บั เชน่

- บทความ

- หนงั สอื อ่านนอกเวลา

- ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน

- เหตกุ ารณส์ าคญั ต่าง ๆ

๗. เขยี นจดหมายสว่ นตวั และ การเขยี นจดหมายสว่ นตัว

จดหมาย กจิ ธรุ ะ - จดหมายขอความชว่ ยเหลือ

- จดหมายแนะนา

การเขียนจดหมายกิจธรุ ะ

- จดหมายสอบถามข้อมลู

๘. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า การเขียนรายงาน ได้แก่

และโครงงาน - การเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า

- การเขียนรายงานโครงงาน

๙. มมี ารยาทในการเขียน มารยาทในการเขยี น

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

11

สาระท่ี 3 การฟงั การดแู ละการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคดิ

และความรู้สกึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 ๑. พดู สรปุ ใจความสาคญั ของเรอื่ ง -การพดู สรปุ ความ พูดแสดงความรู้ ความคดิ อยา่ ง

ทฟี่ งั และดู สรา้ งสรรค์จากเรื่องที่ฟังและดู

๒. เล่าเร่อื งย่อจากเรื่องท่ีฟงั และดู - การพดู ประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของส่ือทมี่ เี น้ือหาโน้ม

๓. พดู แสดงความคิดเห็นอย่าง น้าว

สร้างสรรคเ์ กี่ยวกบั เรื่องที่ฟัง

และดู

๔. ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถอื ของสือ่

ทีม่ ีเน้ือหาโนม้ น้าวใจ

๕. พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ที่ การพดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนร้ตู า่ ง ๆ

ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู ในชุมชน และทอ้ งถ่นิ ของตน

และการสนทนา

๖. มมี ารยาทในการฟงั การดู และ มารยาทในการฟัง การดู และการพดู

การพูด

ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

12

สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษา
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ

พลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรักภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ชน้ั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ม.1 ๑. อธิบายลกั ษณะของเสยี งใน เสยี งในภาษาไทย

ภาษาไทย

๒. สร้างคาในภาษาไทย การสร้างคา

- คาประสม คาซ้า คาซ้อน

- คาพ้อง

๓. วเิ คราะหช์ นดิ และหน้าท่ขี องคา ชนดิ และหน้าท่ขี องคา

ในประโยค

๔. วิเคราะหค์ วามแตกต่างของภาษา - ภาษาพูด

พดู และภาษาเขยี น - ภาษาเขียน

๕. แตง่ บทร้อยกรอง กาพย์ยานี ๑๑

๖. จาแนกและใชส้ านวนทีเ่ ป็นคา สานวนทเ่ี ป็นคาพังเพยและสุภาษติ

พังเพยและสภุ าษติ

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.2551

13

สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็

คณุ คา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง

ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 ๑. สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและ วรรณคดแี ละวรรณกรรมเกีย่ วกบั

วรรณกรรมท่ีอา่ น - ศาสนา

- ประเพณี

- พธิ ีกรรม

- สภุ าษติ คาสอน

- เหตกุ ารณ์ประวตั ิศาสตร์

- บันเทงิ คดี

- บันทกึ การเดินทาง

- วรรณกรรมท้องถ่ิน

๒. วเิ คราะหว์ รรณคดีและ การวเิ คราะห์คณุ คา่ และขอ้ คิดจากวรรณคดีและ

วรรณกรรม ทอี่ ่านพรอ้ มยก วรรณกรรม

เหตผุ ลประกอบ

๓. อธิบายคุณค่าของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรมที่อา่ น

๔. สรุปความร้แู ละข้อคิดจากการ

อา่ นเพื่อประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ

๕. ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองที่มีคุณค่า

และบทร้อยกรองที่มีคณุ คา่ ตามความ - บทอาขยานตามท่ีกาหนด

สนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

14

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ท21101 รายวิชา ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

..................................................................................................................................... ....................................

ศึกษาและฝกึ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้องเหมาะสมกบั เรื่องทีอ่ ่าน

ปฏิบัตติ ามคู่มือแนะนาวธิ ีการใช้งานของเคร่ืองมือหรอื เครอ่ื งใช้ในระดบั ทย่ี ากข้ึน วเิ คราะห์คุณค่าทไี่ ดร้ ับ

จากการอา่ นงานเขียนอย่างหลากหลายเพ่ือนาไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ิต มมี ารยาทในการอ่าน คดั ลายมอื ตวั

บรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคาถกู ต้อง ชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย เขยี นบรรยาย

ประสบการณ์โดยระบสุ าระสาคัญและรายละเอียดสนบั สนุน เขียนเรียงความ เขียนย่อความจากเร่อื งที่อา่ น

เขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ เขียนจดหมายสว่ นตัวและจดหมายกจิ ธุระ มมี ารยาท

ในการเขียน พูดสรุปใจความสาคัญของเรือ่ งท่ีฟงั และดู เลา่ เรื่องยอ่ จากเรื่องที่ฟังและดู พูด แสดงความ

คิดเห็นอย่างสรา้ งสรรคเ์ กี่ยวกับเรอ่ื งที่ฟังและดู มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด อธิบายลักษณะของ

เสียงในภาษาไทย สรา้ งคาในภาษาไทย สรุปเน้ือหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะห์และอธิบาย

คณุ ค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น

กิจกรรมการเรยี นรเู้ นน้ กระบวนการคิดข้ันสงู เชงิ ระบบ ควบคูก่ บั กระบวนการพฒั นาทักษะการ

สื่อสารทั้งทักษะการอา่ น ทักษะการเขียน ทักษะการฟงั การดู และการพดู ฝึกฝนการใช้ภาษาไทยอยา่ ง

ถกู ต้องและสร้างสรรค์ พร้อมบูรณาการภายในกล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยและกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน ๆ

ทีเ่ กย่ี วข้อง โดยนาวรรณคดแี ละวรรณกรรมเป็นแกนกลาง ผ้เู รยี นจะไดเ้ รยี นรวู้ รรณคดีและวรรณกรรม

สัมพนั ธก์ ับหลักการใชภ้ าษาและทักษะส่ือสาร เรยี นรูก้ ลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ ๆ ท่ีเกีย่ วข้องอย่างกวา้ งขวาง

กลมกลนื เป็นเอกภาพและเชื่อมโยงชวี ติ จรงิ

เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจหลกั การใชภ้ าษาไทย สามารถใชภ้ าษาไทยได้ถูกต้องเหมาะสม

พฒั นาทักษะการใช้ภาษาไทยอยา่ งรอบด้าน และเรยี นรคู้ ณุ คา่ ท่ีสอดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย

สามารถนาความรู้ภาษาไทย รวมทัง้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มทีด่ ีงามมาประยกุ ต์ใชแ้ ละแก้ปัญหาใน

ชีวติ จรงิ ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทยในฐานะเป็นสมบัตขิ องชาติ

รหัสตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ม.1/1, ม.1/๗, ม.1/๙
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/๖, ม.๑/๗, ๑/๙
ท 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/๕, ม.๑/๖
ท 4.1 ม.1/1, ม.1/2
ท 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวม 2๒ ตัวช้ีวัด

ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

15

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

รหัสวชิ า ท21102 รายวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

.........................................................................................................................................................................

ศกึ ษาและฝึกอ่านจับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน ระบุเหตุและผล และข้อเทจ็ จริงกับข้อคดิ เห็น
จากเร่ืองท่ีอ่าน ระบุและอธิบายคาเปรยี บเทียบและคาท่มี หี ลายความหมายในบริบทตา่ ง ๆ จากการอ่าน
ตคี วามคายากในเอกสารวิชาการโดยพจิ ารณาจากบรบิ ท ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียน
ประเภทชักจงู โนม้ น้าวใจ วเิ คราะห์คุณค่าที่ไดร้ ับจากการอ่านงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพื่อนาไปใช้
แก้ปัญหาในชวี ติ มีมารยาทในการอ่าน เขียนจดหมายสว่ นตัวและจดหมายกจิ ธุระ เขียนรายงานการศึกษา
คน้ คว้าและโครงงาน มีมารยาทในการเขยี น แสดงความคดิ เห็นอย่างสร้างสรรค์เก่ียวกบั เร่ืองที่ฟงั และดู
ประเมินความน่าเชอื่ ถือของส่ือทมี่ เี น้ือหาโนม้ น้าวใจ พูดรายงานเร่อื งหรือประเดน็ ท่ศี ึกษาค้นคว้าจากการฟัง
การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด วิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค
วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขยี น แตง่ บทร้อยกรอง จาแนกและใช้สานวนท่ีเป็นคา
พงั เพยและสุภาษติ

กิจกรรมการเรียนรู้เน้นกระบวนการคดิ ข้ันสูงเชิงระบบ ควบคกู่ บั กระบวนการพัฒนาทักษะการ
ส่อื สารทงั้ ทักษะการอ่าน ทักษะการเขยี น ทักษะการฟัง การดู และการพูด ฝึกฝนการใชภ้ าษาไทยอย่าง
ถกู ต้องและสร้างสรรค์ พร้อมบรู ณาการภายในกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทยและกลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ ๆ
ท่เี กย่ี วข้อง โดยนาวรรณคดแี ละวรรณกรรมเปน็ แกนกลาง ผเู้ รียนจะไดเ้ รยี นรวู้ รรณคดีและวรรณกรรม
สมั พนั ธก์ บั หลักการใช้ภาษาและทกั ษะส่ือสาร เรียนร้กู ล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่ ๆ ท่เี กย่ี วข้องอย่างกว้างขวาง
กลมกลืนเป็นเอกภาพและเช่ือมโยงชวี ติ จรงิ

เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้ความเข้าใจหลกั การใชภ้ าษาไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้ถกู ต้องเหมาะสม
พัฒนาทักษะการใชภ้ าษาไทยอยา่ งรอบดา้ น และเรียนรคู้ ณุ คา่ ทส่ี อดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย
สามารถนาความรภู้ าษาไทย รวมทง้ั คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมท่ีดงี ามมาประยุกต์ใช้และแกป้ ัญหาใน
ชวี ิตจริงไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ และเหน็ คุณค่าของภาษาไทยในฐานะเปน็ สมบัติของชาติ

รหัสตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.1/๒, ม.1/๓, ม.1/๔, ม.1/๕, ม.1/๖, ม.1/๘, ม.๑/๙
ท 2.1 ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9
ท 3.1 ม.1/3, ม.1/4, ม.1/6
ท 4.1 ม.๑/๓, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท 5.1 ม.1/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.1/4, ม.1/5

รวม 22 ตวั ช้ีวัด

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.2551

16

โครงสร้างรายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
และตัวช้ีวัด
ลาดับที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ สาระสาคญั เรียน คะแนน
๑ การอ่านออกเสียงบท ท ๑.๑
ร้อยแก้วและ ม. ๑/๑, ม. ๑/๙ (ช่ัวโมง)
บทร้อยกรอง
ท ๑.๑ การอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วต้อง ๕ ๕
๒ การอา่ นและปฏิบตั ิ ม. ๑/๗, ม. ๑/๙ คานึงถึงอักขรวิธี การเวน้ วรรค
ตามคมู่ ือ ตอนใหเ้ หมาะสม รวมท้ังทา่ ทาง
แนะนาวิธีการใช้งาน ท ๒.๑ และมารยาทการในการอ่าน ส่วน
ม. ๑/๑, ม. ๑/๙ การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรอง
๓ การคดั ลายมือ ผ้อู ่านตอ้ งออกเสียงให้ถูกต้องตาม
ท ๒.๑ ลกั ษณะคาประพนั ธแ์ ละทาลีลา
๔ การเขยี นแนะนา ม. ๑/๒, ม. ๑/๙ น้าเสยี งใหส้ อดคล้องกับเรอื่ งทีอ่ ่าน
ตนเอง
เคร่อื งมอื เคร่ืองใช้ท่ีมีวิธกี ารใช้ ท่ี ๒ ๕
ซบั ซ้อน ผูใ้ ชจ้ ะต้องศึกษาคูม่ ือ ที่

แนะนาการใช้ให้เข้าใจอยา่ งชัดเจน

เสียกอ่ น เพ่ือไมใ่ หเ้ กิดความ

ผดิ พลาดในการใชแ้ ละเกิด

ประโยชนส์ ูงสดุ

การคัดลายมือด้วยตัวบรรจงต้อง ๑ ๕

คดั ใหถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบที่

กาหนด รวมทั้งต้องคานึงถึงการ

เว้นชอ่ งไฟ ขนาดตวั อักษร มี

ความสมา่ เสมอ การวางสระ

วรรณยกุ ต์ถกู ต้อง สะอาด

สวยงาม

การเขียนแนะนาตนเอง ๒๕

เป็นการนาเสนอข้อมลู เก่ียวกับ

ตัวผู้เขยี น เพือ่ ให้ผู้อ่านรจู้ กั

และเกดิ ความช่นื ชม ผู้เขยี นจึงควร

รวบรวมข้อมูลทน่ี ่าสนใจเกยี่ วกับ

ตนเองให้ครบถว้ น และเรยี บเรยี ง

ใหช้ ัดเจน ถกู ต้อง รวมทงั้ ใช้ภาษา

อยา่ งเหมาะสม

ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

17

มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
และตัวช้ีวดั
ลาดบั ท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ สาระสาคญั เรียน คะแนน

(ชว่ั โมง)

๕ การเขยี นแนะนา ท ๒.๑ การเขยี นแนะนาสถานท่ีสาคัญ ๒ ๕
สถานท่ีสาคญั ม. ๑/๒, ม. ๑/๙
ผเู้ ขยี นต้องมีความรเู้ กยี่ วกบั

สถานทนี่ ้ัน ๆ เปน็ อย่างดี

เพอ่ื ใหง้ านเขยี นมีความถูกต้อง

และนา่ เชอ่ื ถือ นอกจากนี้

ต้องเลือกใชภ้ าษาทีส่ ือ่ ความหมาย

ไดช้ ดั เจน ประกอบกบั วธิ ีการ

นาเสนอข้อมูลเพ่ือใหเ้ กดิ ความ
นา่ สนใจ

๖ การเขียนบนสื่อ ท ๒.๑  การเขยี นบนส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ๒ ๕
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ม. ๑/๒, ม. ๑/๙
เป็นการส่อื สารระหว่างบุคคล

และกลมุ่ คน ผเู้ ขยี นจงึ ต้องใช้ถอ้ ยคา

ให้กระชับ สุภาพ และสามารถ

ส่อื ความหมายไดช้ ดั เจน

รวมถึงให้ข้อมูลทเ่ี ป็นจรงิ

มคี วามนา่ เช่ือถอื และเปน็ สงิ่ ที่

สรา้ งสรรค์เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่าน

๗ การเขยี นบรรยาย ท ๒.๑ การเขียนบรรยายประสบการณ์เป็น ๒ ๕
ประสบการณ์ ม. ๑/๓, ม. ๑/๙
การถา่ ยทอดความรู้ ความคิดต้อง

ระบุสาระสาคัญและรายละเอียด

สนบั สนนุ ใหช้ ัดเจนโดยใช้ภาษาของ

ผเู้ ขียนเอง

๘ การเขยี นเรียงความเชิง ท ๒.๑ การเขยี นเรยี งความ ๓๕

พรรณนา ม. ๑/๔, ม. ๑/๙ เชงิ พรรณนาเปน็ การเขียนเรื่องราว

ตามประสบการณ์หรือจินตนาการ

ของผู้อนื่ อยา่ งมรี ปู แบบและ

หลักเกณฑ์ ผู้เขียนจะต้องมีความรู้

เก่ียวกับการใชถ้ อ้ ยคา สานวน

โวหารชนิดตา่ ง ๆ เขียนเรียงความ

เชิงพรรณนาได้

ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

18

มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
และตัวช้ีวดั
ลาดบั ที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เรียน คะแนน
๙ การเขียนย่อความ ท ๒.๑
ม. ๑/๕, ม. ๑/๙ (ช่ัวโมง)
๑๐ การเขยี นแสดงความ
คดิ เห็น ท ๒.๑ การเขียนย่อความท่ดี ีตอ้ งรหู้ ลกั ๒ ๕
ม. ๑/๖, ม. ๑/๙
๑๑ การเขียนจดหมาย และรปู แบบการเขียน จึงจะ
สว่ นตัว ท ๒.๑
ม. ๑/๗, ม. ๑/๙ สามารถเขียนย่อความจากเร่ือง
๑๒ การพดู สรปุ ความจาก
เรอื่ งท่ีฟงั และดู ท ๓.๑ ด้วยภาษาของตนเองได้อยา่ ง
ม. ๑/๑, ม. ๑/๒,
๑๓ การพดู เสนอความรู้ ม. ๑/๖ กระชบั ชัดเจน ครบถ้วน

ท ๓.๑ การเขียนแสดงความคิดเหน็ เป็น ๒ ๕
ม. ๑/๕, ม. ๑/๖
การสอื่ ความคดิ /มุมมองของ

ผเู้ ขียนทม่ี ตี ่อสาระทีไ่ ด้รบั จากสื่อ

ตา่ ง ๆ

จดหมายสว่ นตัว เป็นการสื่อสาร ๒ ๕

ด้วยการเขียนประเภทหนึ่ง

จากผู้เขยี นซึ่งเปน็ ผู้ส่งสารไปยงั

ผรู้ บั สาร ซึ่งเป็นบคุ คลท่ีมีความ

ใกลช้ ดิ การเขยี นจดหมายมีรูปแบบ

เฉพาะ และมีคาขึน้ ต้น คาลงท้าย

ซง่ึ ต้องเขยี นและเลอื กใชค้ า

ให้ถกู ต้องเหมาะสมกบั ผ้รู ับ

- การพดู สรุปความสาคญั ได้ ๒๕

จะต้องมคี วามเข้าใจเรื่องท่ีฟงั และ

ดแู ละใช้ภาษาท่ีถกู ต้อง กระชับ

และเหมาะสมกับผู้ฟงั

- การเล่าเรอ่ื งย่อเป็นการพูดสรปุ

เรอื่ งราวโดยยอ่ เรื่องท่ีฟงั และดใู ห้

ผู้อ่นื ฟังอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนใชภ้ าษาที่

กระชบั ชัดเจนเข้าใจงา่ ย

การพดู เสนอความรู้มีรปู แบบ ๓๕

การพูดทแี่ ตกตา่ งกัน ประกอบดว้ ย

การบรรยาย การบรรยายสรุป

การพูดเลา่ เร่ือง และการพดู อธบิ าย

ซง่ึ แตล่ ะรปู แบบมลี กั ษณะการพดู

เพ่อื เสนอความรูเ้ หมอื นกนั

แตจ่ ะแตกตา่ งกันที่วธิ กี ารพดู

และการใหร้ ายละเอียดของข้อมูล

ผู้พูดจงึ ต้องศึกษารปู แบบการพูด

ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

19

มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
และตัวช้ีวัด
ลาดับที่ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ สาระสาคญั เรยี น คะแนน
๑๔ เสยี งในภาษาไทย ท ๔.๑
ม. ๑/๑ (ช่ัวโมง)
๑๕ การสรา้ งคาใน
ภาษาไทย ท ๔.๑ เสยี งในภาษาไทยประกอบด้วย ๓ ๕
ม. ๑/๒
๑๖ คาพ้อง เสียงพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์
ท ๔.๑
๑๗ นิราศภเู ขาทอง ม. ๑/๒ การเข้าใจฐานทเี่ กดิ และลักษณะ

ท ๕.๑ ของเสียงจะชว่ ยใหส้ ามารถ ออก
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒,
ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , เสยี งไดช้ ัดเจนถกู ต้องมากขึน้
ม.๑/๕
การประสมคา ซ้าคา ซอ้ นคาและ ๕ ๕

การใชค้ าพอ้ ง เป็นวิธีการสรา้ งคา

เพ่ือให้มคี าใชม้ ากข้ึนและสื่อ

ความหมายได้กว้างขวางยิง่ ข้ึน

สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ

สงั คมไทย

คาพ้องแบง่ เป็นคาพ้องรปู ๒๕

คาพ้องเสียง และคาพ้องรูปพ้อง

เสยี ง การเข้าใจความหมายของคา

พอ้ งตอ้ งพิจารณาบรบิ ทแวดลอ้ ม จงึ

จะทราบความหมายอยา่ งถกู ต้อง

นริ าศภูเขาทอง เป็นผลงาน ๕๕

ประพันธ์ประเภทนริ าศของสุนทร

ภมู่ ีความยาวท้ังสนิ้ ๑๗๖ คา

กลอน แตง่ ในสมยั พระบาทสมเด็จ

พระน่ังเกล้าเจา้ อยหู่ วั เปน็ การเลา่

เรอ่ื งเกีย่ วกับบันทึกการเดินทาง

จากวดั ราชบุรณะไปยังจังหวดั

พระนครศรอี ยุธยาเพ่ือนมสั การ

เจดยี ภ์ เู ขาทอง โดยมีการกล่าวถงึ

พระมหากรุณาธิคุณ ของ

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้

นภาลยั ทม่ี ีตอ่ สนุ ทรภู่ พร้อมทง้ั

สอดแทรกข้อคิดและวถิ ีชีวติ ของ

คน ในรมิ ฝงั่ แมน่ ้าเจา้ พระยา

ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

20

มาตรฐานการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
และตัวชี้วัด
ลาดับท่ี ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ สาระสาคญั เรียน คะแนน
๑๘ โคลงโลกนิติ ท ๕.๑
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒ (ชั่วโมง)
๑๙ สภุ าษติ พระร่วง ม.๑/๓ , ม.๑/๔ ,
ม.๑/๕ โคลงโลกนติ ิ เป็นโคลงสุภาษติ ๕๕
๒๐ กาพย์พระไชยสุรยิ า
ท ๕.๑ เก่าแก่ทใ่ี หแ้ นะแนวทางการปฏิบตั ิ
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒
ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ตนในสงั คม คนไทยใช้สอนและ
ม.๑/๕
ยึดถอื ปฏิบัติกนั มาต้ังแตส่ มัยกรุงศรี
ท ๕.๑
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒ , อยุธยา ถ้อยคาภาษาท่ีใช้เป็นคา
ม.๑/๓ , ม.๑/๔ ,
ม.๑/๕ งา่ ยๆ แตม่ ีความไพเราะ และมคี วาม

เปรยี บคมคาย จงึ ทาใหเ้ ป็นท่ีจดจา

กนั สบื ตอ่ มา

สุภาษติ พระร่วงเป็นคาสอนที่มีมา ๕ ๕

ตง้ั แต่อดีตและยดึ ถือเปน็ คติเตือนใจ

มาจนถึงปัจจุบัน ดว้ ยเป็นสุภาษิตที่

มีคณุ คา่ ให้ข้อคิด คติธรรมในการ

ดาเนินชวี ิต นับว่าเป็นวรรณคดที ี่มี

คณุ ค่าต่อบุคคลและสงั คม ซึ่งควรคู่

แกก่ ารศกึ ษาและปฏิบัตติ ามคาสอน

เพ่ือความเจรญิ รุ่งเรืองและเป็นสริ ิ

มงคล

กาพยเ์ ร่ืองพระไชยสุรยิ า มคี วาม ๕๕

ไพเราะ คาทใี่ ชเ้ ป็นคาไทยงา่ ยๆ

มสี มั ผสั คลอ้ งจอง เหมาะสาหรับการ

ทอ่ งจาและยังได้เรยี นรู้เกยี่ วกับ

มาตราตวั สะกดและลักษณะของการ

แต่งคาประพันธป์ ระเภทกาพย์ ทง้ั ยงั

ไดข้ ้อคดิ คติธรรมจากเน้ือเรอื่ งอีกด้วย

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

21

โครงสร้างการจัดเวลาเรยี น
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง

หนว่ ยการเรยี นร/ู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง)
ตอนที่ ๑ พัฒนาทักษะสอื่ สาร
สาระ การอ่าน ๑
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑ เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรอง ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง แนวทางการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เรอื่ ง การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกาพย์ ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกลอน
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทโคลงสสี่ ุภาพ ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง การอา่ นและปฏบิ ัติตามคมู่ ือแนะนาวิธกี ารใชง้ าน ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง แนวทางการอ่านและปฏิบัติตามคู่มือแนะนา
วิธกี ารใชง้ าน ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามคู่มอื แนะนาวธิ กี ารใช้งาน

สาระ การเขยี น ๑
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ เร่อื ง การคัดลายมือ
• แผนการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง การคัดลายมือ ๑

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง การเขียนแนะนาตนเอง
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑ เร่ือง หลักการเขียนแนะนาตนเอง ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนแนะนาตนเอง ๑

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ เรื่อง การเขยี นแนะนาสถานทส่ี าคญั ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง หลกั การเขยี นแนะนาสถานทส่ี าคญั ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขยี นแนะนาสถานท่ีสาคญั

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๖ เร่อื ง การเขยี นบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง วธิ ีการเขียนบนส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒ เรื่อง การเขยี นบนสอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เรอื่ ง การเขยี นบรรยายประสบการณ์
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง ลกั ษณะงานเขียนบรรยายประสบการณ์
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง การเขยี นบรรยายประสบการณ์

ตัวช้ีวัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

หน่วยการเรยี นร/ู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ 22

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๘ เร่ือง การเขยี นเรยี งความเชิงพรรณนา เวลาเรยี น
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง โครงสรา้ งการเขียนเรียงความเชงิ พรรณนา (ช่วั โมง)
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง การเขยี นโครงเรอ่ื งเรยี งความเชงิ พรรณนา
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง การเขยี นเรยี งความเชงิ พรรณนา ๑

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๙ เร่อื ง การเขียนยอ่ ความ ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑ เรือ่ ง วิธกี ารเขียนย่อความ องค์ประกอบของย่อความ

และรปู แบบการเขียนคานาย่อความ ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนยอ่ ความ

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑๐ เรือ่ ง การเขียนแสดงความคดิ เห็น ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง หลกั การและขั้นตอนการเขียนแสดงความคิดเหน็
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเหน็ ๑

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑๑ เรอื่ ง การเขียนจดหมายส่วนตัว
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง รูปแบบและสว่ นประกอบของจดหมายสว่ นตวั ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เร่อื ง การเขียนจดหมายส่วนตัว ๑
สาระ การฟัง การดแู ละการพดู
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เรอ่ื ง การพูดสรปุ ความจากเร่ืองทฟี่ ังและดู ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง แนวทางการพูดสรปุ ความจากเร่ืองที่ฟังและดู ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง การพูดสรุปความจากเร่ืองที่ฟังและดู ๑

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๓ เรอ่ื ง การพดู เสนอความรู้ ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง รปู แบบของการพูดเสนอความรู้ ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง หลักการพดู เสนอความรู้ ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓ เรอ่ื ง การพดู เสนอความรู้

ตอนที่ ๒ เรยี นร้หู ลกั ประจกั ษ์ภาษา
สาระ หลักการใช้ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑๔ เรอ่ื ง เสียงในภาษาไทย
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง เสยี งสระ
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง เสยี งพยัญชนะและเสยี งวรรณยุกต์
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เรื่อง การจาแนกเสียงในภาษาไทย

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551

23

หน่วยการเรยี นร/ู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลาเรียน
(ชั่วโมง)
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ เร่อื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เร่ือง การสรา้ งคาประสม ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การสร้างคาซ้อน ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง การสร้างคาประสม คาซ้อน และคาซ้า ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔ เรอ่ื ง การยืมคา ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕ เรอ่ื ง การบัญญตั ศิ ัพท์ ๑
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๖ เร่อื ง คาพ้อง
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง คาพ้องในภาษาไทย ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การใชค้ าพ้องรูป คาพ้องเสียง และคาพอ้ งรปู พ้อง ๑
เสียง

ตอนที่ ๓ เรียนรวู้ รรณคดไี ทย ใสใ่ จวรรณกรรม ๕
สาระ วรรณคดแี ละวรรณกรรม ๕

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑๗ นริ าศภูเขาทอง

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๘ โคลงโลกนิติ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑๙ สภุ าษติ พระรว่ ง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒๐ กาพยพ์ ระไชยสุริยา

รวม ๖๐

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

24

โครงสรา้ งรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๒

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ช่วั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

ลาดับท่ี ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
๑ การอ่านจับใจความ และตัวช้ีวดั เรยี น คะแนน
การอ่านจับใจความเปน็ พ้นื ฐาน (ชวั่ โมง)
ท ๑.๑ สาคญั ในการอา่ นงานเขียน
ม. ๑/๒, ม. ๑/๓, ประเภทตา่ ง ๆ ช่วยใหก้ ารอ่าน ๗ ๑๐
ม. ๑/๔, ม. ๑/๕, มกี ระบวนการคิดอย่างเปน็ ระบบ
ม. ๑/๖, ม ๑/๘, ผอู้ า่ นจะต้องทราบหลกั การอ่าน
ม. ๑/๙ จับใจความ โดยอ่านสารวจเรื่อง
อย่างคร่าว ๆ ก่อน เพื่อให้ทราบ
ว่าใคร ทาอะไร ท่ีไหน อย่างไร
แล้วจึงสรุปใจความสาคัญของ
แต่ละย่อหนา้ นามาเรยี บเรยี ง
ให้ไดใ้ จความเปน็ เรอ่ื งเดียวกัน

๒ การเขยี นจดหมายกิจ ท ๒.๑ การเขยี นจดหมายกิจธุระ ๓ ๕
ธุระ ม. ๑/๗, ม. ๑/๙ เป็นการเขียนเพ่อื ใช้ติดต่อกิจธุระ ๓ ๕
ท่ีนอกเหนือจากเรื่องสว่ นตวั
๓ การเขียนรายงาน ท ๒.๑ อาจติดต่อกบั เอกชนหรือหนว่ ยงาน
ม. ๑/๘, ม. ๑/๙ ราชการ จงึ ต้องคานึงถึงรูปแบบ
และส่วนประกอบของจดหมาย
รวมถึงการใช้ภาษาทสี่ ภุ าพ
ถกู ต้องและเหมาะสม

การเขยี นรายงานมีวิธีการทีส่ าคัญ
ในการเขยี นประกอบด้วย
การรวบรวมข้อมลู การจดั ข้อมูล
การเรยี บเรียงเน้อื หา
การเขียนอา้ งองิ แหลง่ ที่มาข้อมูล
และการจัดทารูปเลม่ รายงาน
ซึ่งการศึกษาวิธีการเขียนรายงาน
จะช่วยใหผ้ ูเ้ ขยี นสามารถนาเสนอ
ความร้ไู ด้ถูกต้องตามรูปแบบ
การเขียนรายงาน

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551

25

มาตรฐานการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
และตัวช้ีวัด
ลาดบั ท่ี ช่อื หน่วยการเรียนรู้ สาระสาคญั เรียน คะแนน

(ช่วั โมง)

๔ การเขียนรายงาน ท ๒.๑ การเขียนรายงานโครงงาน ๕ ๑๐
โครงงาน ม. ๑/๘, ม. ๑/๙
ควรนาเสนอข้อมูลให้สอดคล้องกบั

ประเภทของโครงงาน ผูเ้ ขยี นจงึ ต้อง

ศึกษาประเภทของโครงงาน

ซึ่งประกอบด้วยโครงงานประเภท

สารวจ โครงงานประเภททดลอง

โครงงานประเภทพัฒนาหรือ

ประดิษฐ์ และโครงงานประเภท

สร้างทฤษฎหี รือการอธบิ าย

๕ การพดู แสดงความคิด ท ๓.๑ การพูดแสดงความคดิ อย่าง ๓๕

อยา่ งสร้างสรรค์ ม. ๑/๓, ม. ๑/๖ สร้างสรรค์เป็นการใช้ความคิด

พิจารณาประเดน็ ตา่ ง ๆ

โดยเป็นความคิดที่แปลกใหม่

นา่ สนใจ และสร้างสรรค์สงั คม

ผู้พดู จึงตอ้ งศกึ ษาเร่ืองน้ัน

อย่างละเอยี ด วเิ คราะห์ วิจารณ์

และประเมินคา่ อยา่ งมีหลักเกณฑ์

เพ่ือใหผ้ ้ฟู ังได้รบั ประโยชน์

และสามารถนาไปใช้ได้ในชวี ติ จรงิ

๖ การพดู ประเมนิ คา่ สอื่ ที่ ท ๓.๑ การพูดประเมนิ คา่ ส่ือทมี่ เี นื้อหา ๑ ๕
มีเน้ือหาโนม้ นา้ วใจ ม. ๑/๔, ม. ๑/๖
โนม้ นา้ วใจเปน็ การแสดงความคดิ เห็น

ของผู้พูดเพื่อให้ผู้ฟงั ไดท้ ราบ

โดยผ้พู ดู จะต้องวิเคราะห์ข้อมูล

และประเมินค่าขอ้ มูลเหลา่ นนั้ ว่า

มคี วามน่าเชอื่ ถือ มคี ณุ คา่ หรือ

ประโยชน์เพียงใด แล้วจงึ นามาพดู

ตามหลักการพดู ประเมินค่าสอื่ ทมี่ ี

เนื้อหาโนม้ นา้ วใจ เพ่ือให้ผู้ฟัง

ได้รับสารทีเ่ ปน็ สว่ นหน่ึงในการ

ประกอบการตัดสนิ ใจของตนเอง

ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

26

มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา น้าหนกั
และตัวช้ีวัด
ลาดบั ท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ สาระสาคัญ เรียน คะแนน

(ช่ัวโมง)

๗ ชนดิ และหนา้ ท่ีของคา ท ๔.๑ คาในภาษาไทยมี 7 ชนดิ ได้แก่ ๑๐ ๑๐

ในประโยค ม. ๑/๓ คานาม สรรพนาม กรยิ า วเิ ศษณ์

บพุ บท สนั ธานและอทุ านจงึ

จะตอ้ งรู้ความหมายและหนา้ ทข่ี อง

คาแต่ละชนดิ จึงจะสามารถจาแนก

หนา้ ทขี่ องคาในประโยคได้

๘ ภาษาพูดและภาษา ท ๔.๑ ภาษาพูดเปน็ ภาษาท่ีไม่เปน็ ทางการ ๒ ๕
เขียน ม. ๑/๔
ใช้ถอ้ ยคางา่ ย ๆ ในการสนทนา

กับบคุ คลที่รู้จักหรือคุ้นเคย

เพ่ือความเปน็ กนั เอง

สว่ นภาษาเขยี นเปน็ ภาษา

ระดับทางการ มีการใช้คา

ตามแบบแผนหรือตามระเบยี บ

ของภาษาทีก่ าหนด เพ่ือสือ่ สาร

ในระดบั ทางการและใช้ในงานเขยี น

ตา่ ง ๆ

๙ หลักการแต่งคา ท ๔.๑ บทรอ้ ยกรอง ประเภทกาพย์ เป็นคา ๓ ๑๐
ประพนั ธ์ ม. ๑/๕
ประเภทกาพย์ ประพนั ธ์ที่มฉี นั ทลกั ษณ์ สมั ผัส

คล้องจอง ใชใ้ นการถ่ายทอด

ความคดิ ความรู้สกึ และจนิ ตนาการ

ของผ้เู ขียนอยา่ งมีศิลปะ จึงจะต้อง

เขา้ ใจศิลปะการประพนั ธแ์ ต่ละชนดิ

และเลอื กใชใ้ ห้ถูกต้องเหมาะสม

๑๐ สานวนทเี่ ปน็ คาพงั เพย ท ๔.๑ สภุ าษิตและคาพงั เพย เป็น ๒๕

และสุภาษติ ม. ๑/๖ สานวนไทยทมี่ ลี กั ษณะการใช้

แตกต่างกนั สุภาษิตใชใ้ นเชิงส่ังสอน

คาพังเพยใชใ้ นการเปรยี บเทยี บการ

กระทา จึงตอ้ งจาแนกความแตกต่าง

และนาไปใชใ้ ห้เหมะสม

ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

27

มาตรฐานการเรยี นรู้ เวลา น้าหนกั
และตัวชี้วดั
ลาดับท่ี ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เรยี น คะแนน
๑๑ ราชาธริ าช ตอน ท ๕.๑
สมิงพระรามอาสา ม. ๑/๑ , ม.๑/๒ , (ชัว่ โมง)
ม.๑/๓ , ม.๑/๔ ,
๑๒ กาพยเ์ ห่ชมเคร่อื งคาว ม.๑/๕ ราชาธิราช เป็นเรอ่ื งแปลจาก ๗ ๑๐
หวาน
ท ๕.๑ พงศาวดารมอญมาเรียบเรียงเปน็
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒ ,
ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ร้อยแก้ว มีสานวนภาษาสละสลวย
ม.๑/๕
เจ้าพระยาพระคลงั (หน) เป็น

ผอู้ านวยการแปลรว่ มกบั กวีท่าน

อื่น ซ่งึ ในการแปลครง้ั นี้มีพระราช

ประสงคเ์ พ่ือเปน็ การบารงุ และ

ส่งเสริมสติปัญญาของคนในชาติ

ดงั นนั้ เรื่อง ราชาธริ าช จึงควรคา่

แกก่ ารศึกษา ทั้งในด้านเน้อื เรื่อง

สานวน ภาษาและคณุ คา่ ในด้าน

ตา่ ง ๆ

กาพยเ์ ห่ชมเคร่อื งคาวหวาน ๗ ๑๐

เปน็ ผลงานพระราชนิพนธข์ องพระ

บาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

นภาลัย ท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถึงพระ

ปรีชาสามารถในเชิงกวีของ

พระองค์ เปน็ วรรณคดีท่ีสะท้อนให้

เหน็ ถงึ สภาพวิถชี วี ติ ของชาววงั ทมี่ ี

ความละเอยี ดอ่อนและพิถพี ิถันใน

ทกุ ขนั้ ตอนของการทาท้ังอาหาร

คาว อาหารหวาน และผลไม้

แสดงให้เห็นถงึ ความเอาใจใส่และ

ฝีมือของผู้ทาเปน็ อยา่ งย่ิง

ลาดบั ที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

28

และตัวช้ีวดั เรยี น คะแนน

ท ๕.๑ (ช่ัวโมง)
ม. ๑/๑ , ม.๑/๒ ,
๑๓ นทิ านพืน้ บ้าน ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , นิทานพ้นื บา้ น เปน็ เรื่องเลา่ สืบ ๖ ๑๐
ม.๑/๕
ทอดกนั มาดว้ ยปากต่อปากจาก

ความทรงจา จงึ ไม่อาจสืบสาวได้

ว่า ใครเป็นผู้แต่งหรือผเู้ ล่าเป็นครงั้

แรก นทิ านเปน็ เรื่องเลา่ ท่ีมีมาชา้

นาน เน้อื เร่ืองมีความสนุกสนาน

ตน่ื เตน้ โลดโผน และเสริมสรา้ ง

จินตนาการ นิทานจงึ เป็น

เครอ่ื งมือสาคัญในการอบรมส่ัง

สอนเยาวชน

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

โครงสร้างการจดั เวลาเรยี น 29

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรยี น
(ชั่วโมง)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชวั่ โมง

หน่วยการเรียนรู้/แผนการจัดการเรยี นรู้ ๑

ตอนท่ี ๑ พัฒนาทักษะสอื่ สาร ๑
สาระ การอ่าน ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรอื่ ง การอา่ นจับใจความ ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง หลกั การอ่านจบั ใจความ ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง หลกั การอา่ นจับใจความนิทานชาดก
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การอ่านจับใจความนทิ านชาดก ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง การพจิ ารณาข่าวและหลักการอา่ นขา่ ว ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความข่าว ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๖ เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความเรือ่ งเล่าจากประสบการณ์
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความงานเขยี นประเภทโนม้ นา้ วใจเชิง ๑
สร้างสรรค์ ๑
สาระ การเขยี น ๑
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง การเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง สว่ นประกอบและหลักการเขียนจดหมายกจิ ธุระ ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่อื ง การเขยี นจดหมายลาครู ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ เรือ่ ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล ๑
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่ือง การเขียนรายงาน ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง วิธกี ารเขยี นรายงาน
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง วเิ คราะห์ วิจารณ์การเขียนรายงาน ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ เรอ่ื ง การเขยี นรายงาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เร่อื ง การเขยี นรายงานโครงงาน
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง ประเภทของโครงงาน
• แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ขัน้ ตอนการเขยี นรายงานโครงงาน
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง การเขียนทม่ี าและความสาคัญในการทาโครงงาน
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔ เร่อื ง การอธิบายวธิ ีการดาเนนิ งานและเขียนแผนปฏิบตั ิ
งาน
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรือ่ ง การเขียนรายงานโครงงาน

ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551

30

หนว่ ยการเรียนร/ู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลาเรียน
(ชัว่ โมง)
สาระ การฟัง การดแู ละการพดู
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรื่อง การพูดแสดงความคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง หลกั การพูดแสดงความคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒ เรื่อง การวิเคราะห์ วจิ ารณก์ ารพูดแสดงความคดิ อย่าง
สรา้ งสรรค์ ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ เรื่อง การพดู แสดงความคดิ อย่างสรา้ งสรรค์

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๖ เรื่อง การพูดประเมินคา่ สอื่ ที่มเี น้ือหาโนม้ นา้ วใจ
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง แนวทางการพดู ประเมนิ คา่ สอื่ ที่มเี น้อื หาโน้มน้าว ๑
ใจ ๑

ตอนที่ ๒ เรียนร้หู ลกั ประจักษภ์ าษา ๑
สาระ หลกั การใชภ้ าษาไทย ๑
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๗ เรอ่ื ง ชนิดและหน้าท่ขี องคาในประโยค ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑ เร่ือง คานาม ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง คาสรรพนาม ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓ เรื่อง คากรยิ า ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔ เรื่อง คาช่วยกริยา ๑
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๕ เรอ่ื ง คาวิเศษณ์
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ เรอ่ื ง คาท่เี กย่ี วกบั จานวน ๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง คาบุพบท ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรอ่ื ง คาเชอ่ื ม
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรือ่ ง คาอทุ าน ๑
• แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๐ เร่ือง วเิ คราะห์ชนดิ และหน้าท่ีของคาในประโยค ๑
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๘ เรอ่ื ง ภาษาพดู และภาษาเขียน ๑
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง ลักษณะของภาษาพูดและภาษาเขียน
• แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง ภาษาพูดและภาษาเขยี นใช้ตา่ งกัน ๑

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง หลักการแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทกาพย์
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง กาพย์ยานี ๑๑
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอื่ ง กาพย์ฉบงั ๑๖
• แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓ เรื่อง กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๐ เรือ่ ง สานวนทีเ่ ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ
• แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การจาแนกสานวนท่ีเป็นคาพังเพยและสภุ าษิต
• แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การจาแนกและการใช้สานวนท่ีเป็นคาพงั เพยและ
สภุ าษติ

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

หนว่ ยการเรียนร/ู้ แผนการจัดการเรียนรู้ 31

ตอนท่ี ๓ เรยี นร้วู รรณคดไี ทย ใสใ่ จวรรณกรรม เวลาเรียน
สาระ วรรณคดแี ละวรรณกรรม (ชัว่ โมง)
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑๑ ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑๒ กาพยเ์ ห่ชมเครือ่ งคาวหวาน ๗
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑๓ นทิ านพ้ืนบ้าน ๖
รวม ๖๐

ตัวช้วี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

32

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2

ความนา

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 นไ้ี ด้กาหนดสาระการเรยี นรู้ออกเปน็ 5 สาระ ไดแ้ ก่ สาระที่ 1
การอา่ น สาระที่ 2 การเขียน สาระท่ี 3 การฟัง การดแู ละการพูด สาระที่ 4 หลกั ภาษาไทย และสาระที่ 5
วรรณคดีและวรรณกรรม ซงึ่ องคป์ ระกอบของหลกั สูตร ทง้ั ในด้านของเนื้อหา การจดั การเรียนการสอนและ
การวัดและประเมนิ ผล การเรียนรนู้ ้นั มีความสาคญั อย่างย่ิงในการวางรากฐานการเรยี นรู้ภาษาไทย ของ
ผูเ้ รยี นในแตล่ ะระดับช้ันให้มี ความต่อเน่ืองเชือ่ มโยงกันตงั้ แต่ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จนถึงชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 3 สาหรับกล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้กาหนดตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ที่ผู้เรยี น
จาเปน็ ต้องเรียนเปน็ พืน้ ฐาน เพือ่ ใหส้ ามารถ นาความรู้นีไ้ ปใชใ้ นการดารงชวี ิต หรอื ศึกษาต่อในวิชาชพี ทีต่ ้อง
ใชภ้ าษาไทยได้ โดยจัดเรียงลาดับความยากงา่ ย ของเนอื้ หาทัง้ 5 สาระในแต่ละระดับชนั้ ให้มีการเชือ่ มโยง
ความรกู้ บั กระบวนการเรียนรู้ และการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ทส่ี ง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นพฒั นาความคิด และ
กระบวนการลงมอื ปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง มีทักษะทส่ี าคัญทง้ั ทักษะกระบวนการในการดารงชวี ิตและทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 ในการค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรดู้ ้วยศกึ ษาความรูเ้ ชิงทฤษฎี จนนาไปสู่การปฏิบัติ และมี
ทักษะติดตัวไปประกอบอาชีพในอนาคต ท้งั ยังส่งผลต่อความสุขและความสุนทรียภาพภายในตวั ของผเู้ รยี น
ตลอดการเรียนรู้ทง้ั ในและนอกหอ้ งเรียน ดงั นั้น จึงไดจ้ ัดทาตัวช้วี ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กล่มุ สาระ
การเรยี นภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ข้ึน เพอ่ื ให้
สถานศึกษา ครูผสู้ อน ตลอดจนหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ได้ใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนา หนงั สอื เรียน คมู่ ือครู ส่ือ
ประกอบการเรยี นการสอน ตลอดจนการวัดและประเมนิ ผล โดยตัวชวี้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ทีจ่ ัดทาขนึ้ นไ้ี ด้
ปรับปรงุ เพ่ือใหม้ ีความสอดคลอ้ งและเช่ือมโยงกันภายในสาระการเรยี นรู้เดยี วกนั และระหว่างสาระการ
เรยี นร้ใู นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตลอดจนการเชื่อมโยงเน้ือหาความรู้ และบรู ณาการความรทู้ างด้าน
ภาษาไทยกบั สาระการเรียนรู้อนื่ ดว้ ย นอกจากน้ี ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง
และความเจรญิ กา้ วหน้าของวิทยาการต่าง ๆ มีความสอดคลอ้ งกบั ความเหมาะสมของท้องถน่ิ และความ
ต้องการของผเู้ รียนอยา่ งแท้จริง

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

33

เป้าหมายของการจัดการเรยี นการสอนภาษาไทย

ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาตทิ ่มี ีความสาคัญต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ดงั พระราชดารัสใน
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดุลยเดช ทีว่ ่า “...ประเทศไทยน้นั มีภาษาของเราเอง ซงึ่ ต้องหวงแหน
...เราโชคดีทีม่ ภี าษาของตนเองแตโ่ บราณกาลจงึ สมควรอย่างยง่ิ ทจี่ ะรักษาไว้” (2505 : 201)

ภาษาไทยมีความสาคัญต่อการดารงชีวติ ของคนไทยในฐานะทเี่ ปน็ วัฒนธรรมประจาชาติและยงั เปน็
เอกลกั ษณ์ท่ีสาคัญ เปน็ เครื่องมือในการเสริมสร้างเอกภาพของชาตทิ าใหเ้ กดิ ความรสู้ ึกเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกันตลอดจนเป็นเครือ่ งมือท่ีใช้พัฒนาคนในชาติ เพราะการศกึ ษาเล่าเรยี นการแลกเปล่ียนความคดิ เห็น
และการถ่ายทอดความคิด ศลิ ปวทิ ยาการลว้ นต้องใชภ้ าษาทั้งส้นิ ดงั น้นั ภารกิจของการศึกษาประการหนงึ่ ก็
คือการสอนภาษาไทยให้คนในชาตสิ ามารถติดต่อสอื่ สารกันได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและใชภ้ าษาไทยเพอ่ื การ
พฒั นาความรู้ความสามารถของตนเอง และสามารถสืบทอดมรดกทางภาษาซงึ่ เป็นวฒั นธรรมของชาติ มี
ความชน่ื ชมทจี่ ะใชภ้ าษาไทยได้อย่างถูกต้องและมีเจตนคติที่ดีต่อภาษาไทย(ศนู ย์พฒั นาหลักสูตร
กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2532 : 76) ดงั นั้นการศึกษาวชิ าภาษาไทยจงึ เปน็ สง่ิ สาคญั สาหรับคนในชาติของเรา
ซึง่ วรรณี โสมประยรู (2534 : 28) ได้สรปุ ความสาคัญของการสอนภาษาไทยไว้ตอนหน่ึงวา่ มนษุ ยไ์ ด้ใช้
ทักษะการฟงั พดู อ่านและเขียน เปน็ เครื่องมือในการศึกษาความรู้ เพ่ือประกอบอาชีพ พัฒนาบคุ ลิกภาพ
และสร้างเสรมิ คุณภาพชีวิตในดา้ นอน่ื ๆ เพราะคนเราได้รับความรู้ ความคดิ ต่าง ๆ จากการฟัง การอา่ น
แล้วการเขยี นบนั ทึกไว้เพือ่ พูดหรือเขียนถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจอกี ทอดหน่ึง การเขียนของนักเรียนที่อ่อน
ภาษาจงึ ทาให้ออ่ นวิชาอ่นื ๆ ดว้ ย

วิสยั ทศั น์

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ม่งุ พัฒนาผูเ้ รียนทุกคน ซ่ึงเป็น
กาลังของชาตใิ หเ้ ป็นมนุษย์ท่ีมคี วามสมดลุ ทัง้ ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ติ สานึกในความเปน็
พลเมอื งไทยและเปน็ พลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็น
ประมุข มีความรูแ้ ละทกั ษะพื้นฐาน รวมท้งั เจตคตทิ ี่จาเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การศึกษาตลอดชวี ติ โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพืน้ ฐานความเช่อื วา่ ทุกคนสามารถเรยี นรูแ้ ละพฒั นา
ตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

ทาไมต้องเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ

เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อส่ือสารเพ่ือสร้างความ
เข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิตร่วมกันในสังคม
ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล
สารสนเทศต่างๆ เพ่ือพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้ในการพัฒนา
อาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม
ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้าค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทย
ตลอดไป

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

34

เรยี นรู้อะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเพอื่ นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
 การอ่าน การอ่านออกเสียงคา ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คาประพันธ์ชนิดต่าง ๆ

การอา่ นในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากส่ิงท่ีอ่าน เพื่อนาไป ปรับใช้
ในชวี ติ ประจาวัน

 การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคาและรูปแบบตา่ ง ๆ ของ
การเขียน ซึง่ รวมถึงการเขยี นเรยี งความ ย่อความ รายงานชนดิ ต่าง ๆ การเขียนตามจนิ ตนาการ วิเคราะห์
วจิ ารณ์ และเขียนเชงิ สร้างสรรค์

 การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น
ความรสู้ กึ พูดลาดบั เร่อื งราวต่าง ๆ อย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ท้ังเป็นทางการและไม่
เปน็ ทางการ และการพดู เพือ่ โนม้ นา้ วใจ

 หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม
กับโอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพนั ธป์ ระเภทตา่ ง ๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

 วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูล แนวความคิด
คุณค่าของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทาความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก
เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เร่ืองราวของสังคมในอดตี และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซ้ึงและภูมิใจ ในบรรพ
บุรษุ ทไี่ ด้สัง่ สมสืบทอดมาจนถงึ ปจั จบุ นั

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีคุณภาพตาม

มาตรฐานการเรยี นรทู้ ่ีกาหนดนนั้ จะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใช้

ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรสู้ ึก และทัศนของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสาร
และประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รองเพื่อขจัดและ
ลดปญั หาความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมูลขา่ วสารด้วยหลกั เหตผุ ล และความถูกตอ้ ง
ตลอดจนการเลือกใช้วิธกี ารส่ือสารท่มี ปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคดิ
อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจเกย่ี วกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจ
ความสัมพันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ใน
การป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตัดสนิ ใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ต่อตนเอง
สงั คมและส่งิ แวดล้อม

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

35
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดาเนนิ ชีวิตประจาวัน การเรียนรดู้ ้วยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนือ่ ง การทางาน และการอยรู่ ่วมกัน
ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ
อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ให้ทนั กบั การเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรจู้ ักหลีกเล่ยี ง
พฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื กและใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นต่าง
ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่อื การพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร
การทางาน การแกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมคี ุณธรรม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาผ้เู รียนให้มีคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ เพื่อให้สามารถอยรู่ ่วมกบั ผู้อ่นื ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุขในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพล
โลก ดงั นี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซอ่ื สัตย์สจุ รติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพียง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

36

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพือ่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หา

ในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราว

ในรูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และ
พลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คณุ ค่า และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ

คณุ ภาพผู้เรยี น

จบช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
• อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองเปน็ ทานองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนัย จับใจความสาคัญและรายละเอยี ดของส่งิ ทอี่ ่าน แสดงความคิดเหน็ และข้อ
โต้แย้งเกี่ยวกับเร่ืองที่อา่ น และเขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคดิ ยอ่ ความ เขียนรายงานจาก สิง่ ท่อี ่าน
ได้ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ อย่างมีเหตผุ ล ลาดบั ความอยา่ งมีขนั้ ตอนและความเปน็ ไปไดข้ องเรอ่ื งที่อ่าน
รวมทง้ั ประเมนิ ความถูกต้องของข้อมลู ที่ใช้สนบั สนนุ จากเร่อื งท่ีอา่ น

• เขยี นส่ือสารดว้ ยลายมือที่อ่านงา่ ยชดั เจน ใชถ้ ้อยคาได้ถูกต้องเหมาะสมตามระดับภาษาเขยี นคา
ขวญั คาคม คาอวยพรในโอกาสตา่ ง ๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชีวประวัตแิ ละ
ประสบการณ์ตา่ ง ๆ เขยี นย่อความ จดหมายกจิ ธุระ แบบกรอกสมคั รงาน เขยี นวิเคราะห์ วิจารณ์ และ
แสดงความรคู้ วามคิดหรอื โตแ้ ยง้ อยา่ งมีเหตผุ ล ตลอดจนเขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าและเขียนโครงงาน

• พดู แสดงความคิดเหน็ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งทไ่ี ด้จากการฟังและดู นาข้อคดิ ไป
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นทไ่ี ด้จากการศึกษาค้นคว้าอยา่ งเปน็ ระบบ
มศี ลิ ปะในการพดู พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มนา้ วอยา่ งมเี หตุผลนา่ เชื่อถือ
รวมท้ังมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

37
• เขา้ ใจและใช้คาราชาศัพท์ คาบาลีสนั สกฤต คาภาษาต่างประเทศอนื่ ๆ คาทบั ศัพท์ และศพั ท์
บัญญัติในภาษาไทย วเิ คราะห์ความแตกตา่ งในภาษาพูด ภาษาเขยี น โครงสรา้ งของประโยครวม ประโยค
ซอ้ น ลักษณะภาษาทีเ่ ป็นทางการ กึง่ ทางการและไม่เปน็ ทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสภุ าพ
กาพย์ และโคลงสสี่ ภุ าพ
• สรุปเนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะห์ตัวละครสาคัญ วถิ ีชีวติ ไทย และคุณคา่ ที่
ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พรอ้ มทั้งสรปุ ความรขู้ ้อคดิ เพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
วิสยั ทัศน์กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ซึ่งจะช่วยให้ผูเ้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ ดงั น้ี

ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

38

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชอ่ื สาระ มาตรฐานการ จานวนตวั ชว้ี ัดแต่ละระดบั /สาระ
เรยี นรู้
ประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย
จานวน รหสั

มาตรฐาน มาตรฐาน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6

1. การอ่าน 1 ท 1.1 8 8 9 8 8 9 9 8 10 9

2. การเขียน 1 ท 2.2 3 4 6 8 9 9 9 8 10 8

3. การฟงั การดู 1 ท 3.1 5 7 6 6 5 6 6 6 6 6
การพดู

4. หลักการใช้ 1 ท 4.1 4 5 6 7 7 6 6 6 6 7
ภาษาไทย

5. วรรณคดีและ 1 ท 5.1 2 3 4 4 4 4 5 5 4 6
วรรณกรรม

5 - 22 27 31 33 33 34 35 33 36 36

รวมตัวชี้วดั 180 106 36

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

39

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชวี้ ดั

สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาใน
การดาเนินชวี ติ และมีนิสัยรักการอ่าน
สาระท่ี 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสือ่ สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราว
ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดี

ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

40

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
ตัวชวี้ ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลาง

การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 สามารถ
สรุปได้ ดงั น้ี

สาระท่ี 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอ่าน

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 1. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ การอา่ นออกเสียง ประกอบด้วย

และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง - บทร้อยแก้วทเ่ี ป็นบทบรรยายและบทพรรณนา

- บทร้อยกรอง เชน่ กลอนบทละคร กลอนนทิ าน

กลอนเพลงยาวและกาพย์ห่อโคลง

2. จบั ใจความสาคญั สรุปความ การอา่ นจับใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่

และอธิบายรายละเอยี ดจาก - วรรณคดใี นบทเรยี น

เรือ่ งทอี่ า่ น - บทความ

3. เขียนผงั ความคดิ เพื่อแสดง - บนั ทกึ เหตกุ ารณ์

ความเข้าใจในบทเรียนต่าง ๆ - บทสนทนา

ท่อี า่ น - บทโฆษณา

4. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น - งานเขยี นประเภทโนม้ นา้ วใจ

และขอ้ โต้แย้งเกย่ี วกบั เร่ือง - งานเขยี นหรอื บทความแสดงขอ้ เทจ็ จรงิ

ท่อี ่าน - เร่ืองราวจากบทเรยี นในกลุม่ สาระการเรียนรู้

5. วิเคราะหแ์ ละจาแนก ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนร้อู ื่น

ข้อเท็จจริง ขอ้ สนบั สนุนและ

ขอ้ คดิ เห็นจากบทความที่อา่ น

6. ระบขุ ้อสงั เกตการชวนเชอื่

การโน้มน้าวหรอื ความ

สมเหตสุ มผลของงานเขยี น

7. อ่านหนงั สอื บทความหรือคา การอา่ นหนงั สือตามความสนใจ เช่น

ประพนั ธ์อยา่ งหลากหลายและ - หนังสืออ่านนอกเวลา

ประเมนิ คณุ คา่ หรือแนวคิดที่ - หนงั สอื ทนี่ ักเรียนสนใจและเหมาะสมกับวยั

ได้จากการอา่ น เพื่อนาไปใช้ - หนงั สืออ่านทค่ี รแู ละนกั เรียนกาหนดรว่ มกัน

แก้ปญั หาในชีวิต

8. มมี ารยาทในการอ่าน มารยาทในการอา่ น

สาระท่ี 2 การเขยี น

ตวั ช้ีวัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

41

มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น เขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความและเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.2 1. คดั ลายมือตัวบรรจงครึง่ การคดั ลายมือตัวบรรจงครงึ่ บรรทัดตามรปู แบบการเขียน

บรรทัด ตัวอกั ษรไทย

2. เขยี นบรรยายและพรรณนา การเขยี นบรรยายและพรรณนา

3. เขยี นเรียงความ การเขยี นเรยี งความเกย่ี วกับประสบการณ์

4. เขยี นยอ่ ความ การเขียนย่อความจากส่อื ตา่ งๆ เชน่ นทิ าน คาสอน

บทความทางวชิ าการ บนั ทึกเหตุการณ์ เร่ืองราวใน

บทเรยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อน่ื นิทานชาดก

5. เขยี นรายงานการศึกษาค้นควา้ การเขยี นรายงาน

- การเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า

- การเขียนรายงานโครงงาน

6. เขยี นจดหมายกจิ ธุระ การเขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ

- จดหมายเชิญวทิ ยากร

- จดหมายขอความอนุเคราะห์

7. เขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์และ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณแ์ ละแสดงความรู้

แสดงความรู้ ความคดิ เห็นหรอื ความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ จากสื่อต่างๆ เช่น

โต้แยง้ ในเรอ่ื งท่ีอ่านอยา่ งมี - บทความ

เหตุผล - บทเพลง

- หนงั สืออ่านนอกเวลา

- สารคดี

- บันเทงิ คดี

8. มีมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน

สาระที่ 3 การฟัง การดูและการพดู

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

42

มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด
และความรูส้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ชัน้ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.2 1. พูดสรุปใจความสาคญั ของ การฟังและปฏบิ ัตติ ามคาแนะนา คาสัง่ งา่ ยๆ

เรื่องท่ฟี ังและดู

2. วเิ คราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเหน็ การพดู วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณจ์ ากเร่ืองท่ฟี ังและดู

และความนา่ เชอ่ื ถือของ

ข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ

3. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์เรื่องทฟ่ี ัง

และดอู ยา่ งมเี หตุผลเพอื่ นา

ข้อคดิ มาประยกุ ต์ใช้ใน

การดาเนินชีวิต

4. พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ตรงตาม การพดู ในโอกาสต่าง ๆ เช่น

วัตถุประสงค์ - การพูดอวยพร

- การพดู โนม้ น้าว

- การพดู โฆษณา

5. พูดรายงานเรื่องหรือประเดน็ ที่ การพูดรายงานการศกึ ษาค้นคว้าจากแหล่งเรยี นรูต้ า่ ง ๆ

ศกึ ษาคน้ คว้า

6. มมี ารยาทในการฟัง การดู มารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด

และการพูด

สาระที่ 4 หลกั การใช้ภาษา

ตัวช้วี ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

43

มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ

ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.2 1. สร้างคาในภาษาไทย
การสร้างคาสมาส
2. วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยค
สามัญ ประโยครวมและ ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย
ประโยคซอ้ น - ประโยคสามัญ
- ประโยครวม
3. แตง่ บทร้อยกรอง - ประโยคซ้อน
4. ใชค้ าราชาศัพท์
5. รวบรวมและอธิบาย กลอนสภุ าพ
คาราชาศัพท์
ความหมายของคา
ภาษาตา่ งประเทศทีใ่ ช้ใน คาทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ
ภาษาไทย

สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม

ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

44

มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คณุ คา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ

ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.2 1. สรปุ เนอื้ หาวรรณคดแี ละ วรรณคดแี ละวรรณกรรมเก่ียวกบั

วรรณกรรมทอี่ า่ นในระดับ - ศาสนา

ท่ยี ากข้ึน - ประเพณี

- พิธีกรรม

- สภุ าษิต คาสอน

- เหตุการณ์ประวตั ศิ าสตร์

- บันเทงิ คดี

- บนั ทึกการเดนิ ทาง

2. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดี การวิเคราะห์คุณคา่ และข้อคิดจากวรรณคดี วรรณกรรม

วรรณกรรมและวรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่นิ

ทอ้ งถน่ิ ท่อี ่าน พร้อมยกเหตผุ ล

ประกอบ

3. อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดีและ

วรรณกรรมทอี่ ่าน

4. สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจาก

การอา่ นไปประยุกตใ์ ชใ้ น

ชวี ติ จรงิ

5. ท่องจาบทอาขยายตามที่ บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ ค่า

กาหนดและบทร้อยกรองท่ีมี - บทอาขยานตามท่ีกาหนด

คุณคา่ ตามความสนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

45

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

รหัสวชิ า ท22101 รายวิชา ภาษาไทย 3 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2

ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

.........................................................................................................................................................................

การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง การสรปุ ใจความสาคัญ การอธิบายรายละเอียด

จากเรอ่ื งทอี่ ่าน การเขยี นผงั ความคิด การอภิปรายแสดงความคดิ เห็น และข้อโต้แย้งเกีย่ วกบั เร่อื งทอ่ี า่ น

การคดั ลายมือตวั บรรจงครงึ่ บรรทดั เขยี นบันทกึ เขียนบรรยายและพรรณนา การเขียนเรยี ง

ความ ย่อความ

การพูดสรุปความ วิเคราะหข์ ้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความนา่ เชื่อถือ การวเิ คราะหว์ จิ ารณ์

เรอื่ งท่ีฟังและดอู ย่างมีเหตุผลเพ่อื นาข้อคดิ เหน็ มาประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชวี ติ

การสรา้ งคาสมาส การวเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคสามัญ ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน

การแต่งกลอนสภุ าพ

การสรปุ เนอื้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม การบันทกึ การอ่าน เลา่ เรอ่ื งย่อ ย่อเร่ือง การวิเคราะห์

วิจารณค์ ณุ คา่ และข้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง ท่องจาบทอาขยาน

และบทร้อยกรองที่มคี ุณคา่ ตามความสนใจ

โดยการใช้กระบวนการอา่ น การเขียน การฟัง การดู การพูด การคดิ วิเคราะห์ เพื่อให้ผู้เรียน

มคี วามรูค้ วามสามารถ มีทกั ษะและมีคณุ ลักษณะตามมาตรฐานการเรยี นร้กู ลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ตลอดจนการนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งถูกต้อง นอกจากนีย้ ังชว่ ยปลูกฝังใหร้ จู้ ักอนุรกั ษส์ บื สาน

ภูมิปัญญาของบรรพบรุ ุษทางดา้ นภาษา ประเพณี วัฒนธรรม อันเป็นสมบัตลิ า้ ค่าของชาติต่อไป

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/8
ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/8
ท ๓.๑ ม. ๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/6
ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/5
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/3, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมทงั้ หมด 22 ตวั ช้ีวัด

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

46

รหสั วิชา ท22102 รายวชิ า ภาษาไทย 4 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2

ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

.........................................................................................................................................................................

การวเิ คราะหจ์ าแนกขอ้ เท็จจริง ขอ้ สนบั สนุน และข้อคดิ เหน็ จากบทความทอ่ี ่าน ระบุข้อสงั เกต

การชวนเช่ือ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผล การโฆษณา การเลอื กอ่านหนงั สอื ตามความสนใจ มี

มารยาทในการอ่านและรักอ่าน

การเขยี นรายงาน การทาโครงงาน เขียนจดหมายกจิ ธุระ จดหมายเชิญวิทยากร จดหมาย

ขอความอนุเคราะห์ การเขยี นวจิ ารณ์แสดงความคิดเหน็ หรอื โต้แย้ง และมีมารยาทในการเขยี น

การใชศ้ ลิ ปะการพดู ในโอกาสต่าง ๆ พูดอวยพร พูดโน้มนา้ วใจ และการพูดโฆษณา การพูด

รายงานการศึกษาคน้ คว้า และมีมารยาทในการฟัง การดู การพดู

การใช้คาราชาศัพท์ การทารายงาน โครงงาน และคาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ

การสรปุ เน้ือหาความรู้ การวิเคราะหว์ ิจารณ์ อธบิ ายคุณค่า และข้อคิดจากการอ่านไปประยกุ ต์

ใช้ในชวี ิตจริง

โดยการใช้กระบวนการ การอ่าน การเขยี น การพูด การฟัง การดู และการคิดวเิ คราะห์

เพื่อให้ผเู้ รียนมคี วามรู้ความสามารถ มที ักษะและคุณลักษณะตามมาตรฐานการเรียนรูก้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้

ภาษาไทยและนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง นอกจากนย้ี ังชว่ ยปลกู ฝังให้รู้จกั อนรุ ักษ์

สบื สานภมู ปิ ญั ญาทางด้านภาษา ประเพณี และวฒั นธรรม อนั เป็นสมบตั ิลา้ ค่าของชาติ

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๒.๑ ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๓.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ท ๔.๑ ม.๒/๔, ม.๒/3
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมท้ังหมด ๑8 ตัวช้ีวดั

ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.2551

โครงสร้างรายวิชา 47
รายวิชา ภาษาไทย
รหัสวิชา ท22101 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ลาดับที่ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน

๑ รอให้น้าลายไหลเสยี ง ท ๑.๑ , ม๒/๒ การอ่านเพอื่ จับใจความและการเลา่ ๖ ๑๒
ก่อน เร่ืองจากการอา่ น เป็นทกั ษะทสี่ าคญั
สาหรับนามาถา่ ยทอดใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจ
ดว้ ยการพดู หรือการเขยี น โดยการใช้
ถอ้ ยคาสานวนของตนเอง เปน็ ภาษาที่
กระชบั สละสลวยและมีใจความ
ครบถ้วน ทักษะการอ่านเพ่อื จบั
ใจความและการเลา่ เรอื่ งจากการอ่าน
จงึ เปน็ สงิ่ ทผ่ี ้เู รยี นควรฝึกฝน เพราะจะ
เปน็ ประโยชน์อย่างมากในการศึกษา
ทกุ สาขาวชิ า

๒ ลกู ผชู้ ายตวั เกอื บจริง ท๑.๑ม๒/๒ การอา่ นเพ่อื จบั ใจความและการเลา่ ๖ ๑๐
ท๓.๑ เร่อื งจากการอ่าน เปน็ ทกั ษะทส่ี าคัญ
ม๒/๒ สาหรบั นามาถ่ายทอดใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจ
ดว้ ยการพดู หรือการเขียน โดยการใช้
ถ้อยคาสานวนของตนเอง เป็นภาษาท่ี
กระชบั สละสลวยและมใี จความ
ครบถ้วน ทกั ษะการอ่านเพอ่ื จับ
ใจความและการเลา่ เรื่องจากการอ่าน
จึงเปน็ ส่งิ ที่ผเู้ รียนควรฝกึ ฝน เพราะจะ
เปน็ ประโยชน์อย่างมากในการศึกษา
ทกุ สาขาวิชา

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

48

ลาดบั ท่ี ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน

๓ เมอื่ แพะกลายเปน็ สุนขั ท๓.๑ การฟัง การดู และการพูดเปน็ ทกั ษะท่ี ๖ ๑๐
ม๒/๒-๓ ใช้ควบคกู่ ันเสมอในชวี ิตประจาวนั
เพอื่ ให้ผ้สู ่งสารและผรู้ บั สารมคี วาม
เขา้ ใจตรงกัน ดังน้นั จึงควรรจู้ ัก
พิจารณาเร่ืองที่ฟงั ท่ีดูใหเ้ ปน็ เร่อื งที่
เกดิ ประโยชน์เพอ่ื นามารวบรวมเปน็
ขอ้ มูลความรู้ และนาไปปรบั ใชใ้ หเ้ กดิ
ประโยชน์

๔ บนั ทึกทอ่ งโลก ท๒.๑ การวิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ ๖ ๑๐
ม๒/๓ จากเรอื่ งทฟี่ งั และดู การวเิ คราะหส์ าร
ท๓.๑ ท่ีได้รับไมว่ ่าจะเป็นเรอ่ื งอะไร ควร
ม๒/๒,๔ แยกแยะส่วนประกอบว่าส่วนใดเปน็
ท๔.๑ ข้อเท็จจริง ส่วนใดเปน็ ข้อคิดเหน็
ม๒/ และผสู้ ่งสารมจี ดุ ประสงคใ์ นการ
สื่อสารอย่างไร สารนน้ั มคี วาม
นา่ เชอ่ื ถือมากนอ้ ยเพยี งใด มี
คณุ ประโยชน์อยา่ งไรตอ่ สังคมในเชิง
สรา้ งสรรค์

๕ บก.ท่รี กั ท๓.๑ การเขยี นเป็นการสอื่ สารทม่ี งุ่ ให้ ๖ ๑๐
ม๒/๖,๘ ผ้อู ่านรบั รู้ เข้าใจเรอ่ื งราวอยา่ งใด
อยา่ งหนึง่ โดยผ้เู ขยี นจะตอ้ งมี
จดุ มุง่ หมาย และศกึ ษาหลกั การเขยี น
สื่อสารแตล่ ะประเภทใหเ้ ข้าใจ จงึ จะ

ทาให้การเขียนสือ่ สารมปี ระสทิ ธิภาพ
และ

มมี ารยาทท่ีดีในการเขียน

๖ พอใจให้เปน็ สขุ ท๑.๑ การอ่านในใจและอ่านทานองเสนาะ ๕ ๖
การรวบรวมคาศัพท์ที่มีความหมาย

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลาง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

49

ม.๒/๑,๖ เหมือนกัน กลอนสุภาพ กลอน
ท๔.๑ สกั วา การใช้ภาษาเชงิ สร้างสรรค์
ม๒/๓

๕๔

ลาดั ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
บท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

๗ กาพย์ห่อโลงประพาสธาร ท๑.๑ การอา่ นเปน็ กระบวนการเรยี นร้เู พอ่ื ๕ ๘
ทองแดง ม๒/๗ พฒั นาตนเองของมนุษย์ ผู้เรยี นจงึ
ต้องหมนั่ ฝกึ ฝนการอา่ นในใจ อ่าน
ท๕.๑ ออกเสยี ง อ่านจับใจความและจบั
ประเดน็ สาคญั แล้วทาการวเิ คราะห์
ม๒/๓,๕ และประเมินคา่ อย่างมเี หตุผล เพอ่ื
นาความรคู้ วามคิดมาพฒั นาตนเอง
และมมี ารยาทในการอ่าน

๘ โคลงภาพพงศาวดาร ท๑.๑ม๒/๑,๒,๓ การสรา้ งคาในการสอ่ื สารมีมากมาย ๕ ๘
ท๒.๑ หลายวธิ ี การศึกษาเร่อื ง
ม๒/๑ องคป์ ระกอบของพยางคแ์ ละการ
ท๕.๑ สรา้ งคา จะทาใหผ้ ู้เรียนสามารถ
ม๒/๕ เขา้ ใจลักษณะของภาษาไทย
สามารถสรา้ งคาและใชค้ าใน
ภาษาไทยอยา่ งถกู ต้อง การสอื่ สาร

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

50

ตอ้ งส่อื สารเปน็ ประโยค เพื่อใหก้ าร
ส่อื สารถูกต้อง สมบูรณ์ ชัดเจน
และได้ผลตามต้องการ นอกจากนี้
ยังต้องใชค้ าราชาศัพท์ สาหรับใช้
เพ่อื กราบบังคมทูลพระเจา้ อยหู่ ัว
พระบรมราชินี พระราชวงศ์
พระภิกษุ ขา้ ราชการและคาสภุ าพ
สาหรบั บคุ คลท่วั ไป โดยใช้ให้
ถกู ต้องด้วยความภมู ใิ จและรักษาไว้
เป็นมรดกแกเ่ ยาวชนของชาติสบื ไป

ลาดับ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี ตัวชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน

๙ บทเสภาสามัคคีเสวก ท๑.๑ โลกการส่ือสารปจั จุบนั มสี ารมากมาย ๕ ๘
ทผี่ ู้รบั สารจะต้องอาศัยทักษะการ
ตอน วิศกรรมาและ ม๒/๑,๔ อา่ นแลว้ แสดงความคดิ เหน็ เชิง
สามคั คเี สวก วเิ คราะหส์ ารเหล่าน้นั เพอื่ นาไปใช้
ได้ถกู ตอ้ งไม่หลงผดิ มีความสามารถ
ท๒.๑ ในดา้ นการเขียน อธิบายและพูดสรุป
การอภิปรายได้
ม๒/๒

๑๐ ศลิ าจารึก ท๑.๑ การอ่านคอื การแปลความหมายของ ๕ ๘
หลกั ท่ี ๑ ม.๒/๑ ตัวอกั ษรทอี่ ่านออกมาเป็นความรู้
ท.๒.๑ ความคดิ และเกดิ ความเขา้ ใจเร่ืองราว
ม๑/๑,๒,๓ ต่างๆ ทีอ่ ่านตรงกบั ท่ีผเู้ ขยี นตอ้ งการ
ผอู้ า่ นสามารถนาความรู้ ความคดิ
หรอื สาระจากเรอื่ งทอ่ี า่ นไปใช้ให้เกดิ
ประโยชนไ์ ด้ การอ่านมปี ระโยชนใ์ น
ฐานะเปน็ เครอื่ งมือแสวงหาความรู้
ชว่ ยใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในการ
ประกอบอาชพี เปน็ เคร่อื งมอื

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551


Click to View FlipBook Version