The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jeeranan.mean, 2022-09-27 11:01:50

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้-ภาษาไทย

51

ถ่ายทอดวฒั นธรรมและเสรมิ สร้างให้
เปน็ คนฉลาดรอบรู้ ผู้เรยี นจงึ ควร
ตระหนักถึงความสาคญั และเหน็
ประโยชน์ของการอ่านเพ่ือจับใจความ
สาคัญ รู้จกั เลือกหนงั สืออ่าน มี
มารยาทและสร้างนสิ ยั รักการอา่ นอยู่
เสมอ เพ่ือพัฒนาตนเอง

ลาดับ ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ที่ เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน

๑๑ โคลงสภุ าษติ พระ ท๑.๑ การอา่ นเปน็ กระบวนการเรียนรเู้ พอื่ พัฒนาตนเองของ ๕ ๑๐
มนษุ ย์ ผู้เรยี นจงึ ตอ้ งหม่นั ฝึกฝนการอา่ นแลว้ รจู้ กั
ราชนพิ นธ์ ม๒/๕,๖,๘ วเิ คราะห์อยา่ งมเี หตุผล เพอ่ื นาความร้ไู ปพัฒนาตนเอง
พระบาทสมเด็จ รวมถงึ การสร้างนิสยั รักการอา่ น การเขยี นรายงาน เป็น
การนาเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ รวบรวม สารวจหรอื
พระจุลจอมเกลา้ ท๒.๑ แสดงผลการปฏิบัตเิ กยี่ วกับเรื่องใดเรอ่ื งหน่ึงอย่างเป็น
ระเบียบแบบแผน โดยใช้ทักษะทางภาษาท่ีถูกต้อง
เจา้ อย่หู วั ม๒/๕,๗ เหมาะสมเพอื่ ให้เปน็ งานวชิ าการท่ีมคี ณุ คา่ กระบวนการ
ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ความร้สู กึ ความคดิ เหน็ ของ
ท๓.๑ ผสู้ ่งสารไปใหผ้ ้รู บั สารเข้าใจได้ทาได้โดยการพดู และการ
เขยี น โดยตอ้ งประมวลความรู้ ความคิดจากการอ่าน
ม๒/๔,๕ การดแู ละการฟัง ผพู้ ดู ตอ้ งเลอื กสรร ภาษาทถ่ี กู ต้อง
เหมาะสม ประทบั ใจ มมี ารยาท มวี จิ ารณญาณเหมาะสม
ท๕.๑ กับบุคคลและถูกตอ้ งตามกาลเทศะ ไม่ทาใหผ้ อู้ น่ื
เดอื ดร้อนไม่กระทบต่อสว่ นรวม ต้องมีข้อมูลหลกั ฐาน มี
ม๒/๔ เหตผุ ลประกอบอยา่ งชดั เจน

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

โครงสรา้ งรายวิชา 52
รายวิชา ภาษาไทย
รหัสวิชา ท22102 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
จานวน 1.5 หน่วยกติ

ลาดับที่ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน

๑ ท่องเวบ็ เก็บความรู้ ท๒.๑ การพูดเป็นทักษะสาคัญที่ต้องหมั่น ๖ ๑๐
ม๒/๔ ฝึกฝนให้ชานาญอยู่เสมอ เพราะต้อง
ใช้ในชีวิประจาวันและต้องการความ
ฉับไวในการโต้ตอบ การพูดในโอกาส
ต่างๆ และพูดโน้มน้าว เป็นการพูดท่ี
ต้องใช้ศิลปะในการพูดและต้องเรียนรู้
เพื่อการดารงชวี ิตในสงั คม

๒ ถกประเด็นทาเปน็ ท๒.๑ การพูดในที่ประชุมเป็นทักษะสาคัญที่ ๔ ๑๐
รายงาน ม๒/๔ ต้องหมั่นฝึกฝนให้ชานาญอยู่เสมอ
เ พ ร า ะ ต้ อ ง ใ ช้ ใ น ชี วิ ป ร ะ จ า วั น แ ล ะ
ต้องการความฉับไวในการโต้ตอบ
การพูดในโอกาสต่างๆ และพูดโน้ม
นา้ ว เป็นการพดู ท่ตี อ้ งใช้ศิลปะในการ
พดู และตอ้ งเรียนรเู้ พื่อการดารงชีวติ ใน
สงั คม

๓ เขา้ เมืองตาหล่ิว ตอ้ ง ท๓.๑ ในชวี ิตประจาวนั คนเราตอ้ งส่งสาร ๔ ๑๐
หลว่ิ ตาตาม ม๒/๕ รบั สารกันอยู่ตลอดเวลา หากรูว้ ธิ ยี ่อ
เรือ่ งยาวๆ ใหส้ ัน้ ลง โดยเอาแต่
ใจความสาคญั ยอ่ มชว่ ยให้การ
สือ่ สารเกดิ ประสิทธภิ าพและ
ประหยดั เวลา

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.2551

53

๔ ราวงวันลอยกระทง ท๕.๑ม๒/๓ เพลงราวงมาตรฐาน เพลงราวง ๖ ๑๐
พ้ืนบ้าน เพลงพื้นบ้านในท้องถิ่น
ประโยคกริยาเรียง การพูดอภิปราย
แสดงความคิดเห็น

๕๘

ลาดั ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
บท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

๕ ปาร์ตบ้ี ารบ์ คี วิ ท๒.๑ การเขยี นรายงาน เปน็ การนาเสนอผล ๖ ๑๐
ม๒/๕ การศกึ ษาคน้ คว้า รวบรวม สารวจ
ท๔.๑ หรอื แสดงผลการปฏิบตั ิเก่ยี วกับเรอ่ื ง
ม๒/๕ ใดเร่ืองหนง่ึ อยา่ งเป็นระเบยี บแบบ
แผน โดยใช้ทกั ษะทางภาษาทถี่ ูกต้อง
เหมาะสมและนาเสนออยา่ งถกู ต้อง
เพ่ือใหร้ ายงานนนั้ เปน็ งานวชิ าการที่มี
คณุ คา่

คาทีใ่ ช้ในภาษาไทยปัจจุบนั ไม่ใชค่ า
ไทยแทท้ ใี่ ช้กันมาแตเ่ ดมิ ทั้งหมด มีคา
ทีย่ ืมมาจากภาษาอื่นปะปนอยดู่ ้วย
เพอ่ื ประโยชน์ในการสอื่ สาร การ
ถา่ ยทอดวฒั นธรรมและการศึกษาหา
ความรู้ ผู้เรยี นควรศึกษาลักษณะของ
คาไทยแทแ้ ละคาที่ยมื มาจากภาษาอ่ืน
เพือ่ ให้เข้าใจถงึ อทิ ธิพลภาษาอนื่ ท่มี ี
ต่อภาษาไทยและสามารถใชภ้ าษา

ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

๖ โชคดที ีเ่ ป็นคนไทย ท๔.๑ ส่อื สารไดถ้ กู ตอ้ งตรงตามความหมาย 54
ม๒/๔
ราชาศัพทเ์ ปน็ ภาษาสาหรบั ใช้เพ่ือ ๖ ๑๐
๗ เยน็ ศริ ะเพราะพระบริบาล ท๔.๑ กราบบงั คลทูลพระเจ้าอยหู่ วั พระ
ม๒/๕ บรมราชนิ ี พระราชวงศ์ พระภิกษุ ๖ ๑๐
ขา้ ราชการ และคาสภุ าพสาหรับ
บคุ คลท่ัวไป คนไทยถือวา่ การใช้
ราชาศพั ทเ์ ปน็ วฒั นธรรมที่ตอ้ ง
ศกึ ษาเพื่อสบื ทอดไว้ โดยใชใ้ ห้
ถูกตอ้ งด้วยความภมู ิใจและรักษาไว้
เปน็ มรดกแก่เยาวชนของชาตไิ ทย

เพลงสรรเสรญิ เป็นเพลงที่ใชส้ าหรบั
บรรเลงในเวลาทีพ่ ระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ ัวเสดจ็ ถงึ สถานท่ใี ดที่
หน่ึงอย่างปน็ ทางการ รว่ มถงึ ใช้
สาหรบั พระบรมวงศานวุ งศด์ ้วย

๕๙

ลาดั ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
บท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน

๘ ความรบั ผดิ ชอบ ท๔.๑ การสร้างคาในการสื่อสารมีมากมาย ๘ ๑๐
ม๒/๑,๒,๓ ห ล า ย วิ ธี ก า ร ศึ ก ษ า เ ร่ื อ ง
องค์ประกอบของพยางค์และการ
สรา้ งคา จะทาให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ
ลกั ษณะของภาษาไทย สามารถสร้าง
คาและใชค้ าในภาษาไทยอย่างถูกต้อง
การสื่อสารต้องสื่อสารเป็นประโยค

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

55

เพื่อให้การส่ือสารถูกต้อง สมบูรณ์
ชั ด เ จ น แ ล ะ ไ ด้ ผ ล ต า ม ต้ อ ง ก า ร
นอกจากน้ียังต้องใช้คาราชาศัพท์
สาหรับใช้เพ่ือ กราบบังคมทูลพระ
เจ้าอยู่หัว พระบรมราชินี พระ
ราชวงศ์ พระภิกษุ ข้าราชการและ
คาสุภาพสาหรับบุคคลท่ัวไป โดยใช้
ใหถ้ กู ต้องด้วยความภมู ิใจและรกั ษาไว้
เป็นมรดกแกเ่ ยาวชนของชาติสืบไป

๙ บทละคร เร่อื ง รามเกยี รติ์ ท๑.๑ การอ่านออกเสยี ง เปน็ การอ่านโดย ๘ ๑๐
เปล่งเสยี งออกมาในขณะทอี่ ่าน โดย
ตอน นารายณป์ ราบ ม๒/๑ มจี ดุ ประสงค์เพือ่ ถ่ายทอดความรู้
อารมณ์ ความรสู้ ึกใหผ้ อู้ ่ืนทราบหรือ
นนทก ท๒.๑ เร้าอารมณผ์ ู้ฟงั ผทู้ อ่ี ่านออกเสยี ง
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพนนั้ จะตอ้ งรู้
ม๒/๔ หลกั การอา่ นออกเสยี ง อ่านได้
ถกู ต้องตามฉนั ทลกั ษณ์ และสามารถ
ท๓.๑ อา่ นทานองเสนาะได้ถกู ตอ้ งได้
อารมณ์และความรสู้ ึก
ม๒/๑,๒,๓,๖
การวเิ คราะห์ข้อเท็จจรงิ และ
ท๕.๑ ข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งทฟ่ี ังและดู การ
วิเคราะหส์ ารทไ่ี ดร้ ับไม่วา่ จะเปน็ เรอ่ื ง
ม๒/๑ อะไร ควรแยกแยะสว่ นประกอบดวู ่า
สว่ นใดเปน็ ข้อเทจ็ จริง สว่ นใดเปน็
ขอ้ คิดเหน็ และผสู้ ง่ สารมีจดุ ประสงค์
ในการสอ่ื สารอย่างไร สารนนั้ มีความ
นา่ เชอื่ ถือมากน้อยเพียงใด มี
คุณประโยชน์อย่างไรตอ่ สังคมในเชงิ
สรา้ งสรรค์

การเขยี นย่อความ เปน็ รปู แบบการ
เขียนทเ่ี ปน็ ทกั ษะที่ต้องใชอ้ ยู่เสมอ

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ.2551

56

จึงตอ้ งรจู้ ักจับประเด็นและเรียบเรยี ง
ถ้อยคาภาษาให้ถูกต้องตามรปู แบบ
ของการยอ่ ความ

๖๐

ชือ่ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ลาดับ หนว่ ย การ (ชั่วโมง) คะแนน

ที่ การ เรยี นรู้/
เรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั

๑๐ กลอน ท๑.๑ การอา่ นเพ่ือวเิ คราะหว์ ิจารณ์ เปน็ การอ่านเพ่ือฝกึ ทักษะการคดิ การอ่าน ๖ ๑๐

ดอกสร้อย ม๒/๕,๖,๗ จับสาระสาคญั ของเรอ่ื ง แลว้ วเิ คราะหแ์ ละประเมินคา่ อยา่ งมีเหตผุ ลเป็น
การนาความรู้ความคดิ มาพัฒนาตนเอง
ราพงึ ใน ท๒.๑
ป่าช้า กระบวนการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความคิดเห็นของผู้ส่ง

ม๒/๗ สารไปใหผ้ ูร้ บั สารเข้าใจไดท้ าได้โดยการพูดและการเขียน โดยต้องประมวล

ท๔.๑ ความรู้ ความคิดจากการอ่าน การดูและการฟัง ผู้พูดต้องเลือกสรร ภาษา
ท่ถี ูกต้องเหมาะสม ประทบั ใจ มีมารยาท มวี จิ ารณญาณเหมาะสมกับบคุ คล

ม๒/๓ และถูกต้องตามกาลเทศะ ไม่ทาให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่กระทบต่อส่วนรวม

ต้องมขี อ้ มูลหลักฐาน มเี หตุผลประกอบอยา่ งชัดเจน

บทรอ้ ยกรอง เปน็ คาประพันธท์ ่ีแตง่ ข้นึ ตามลกั ษณะบงั คบั ของฉันท-ลักษณ์
บทร้อยกรองของไทย เป็น

ภูมปิ ัญญาและเปน็ มรดกทางภาษาของชาติท่ีคนไทยควรอนุรักษด์ ว้ ยความ
ภมู ิใจ

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

57

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3

ความนา

ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 นไ้ี ด้กาหนดสาระการเรยี นรู้ออกเปน็ 5 สาระ ไดแ้ ก่ สาระที่ 1
การอา่ น สาระที่ 2 การเขียน สาระท่ี 3 การฟัง การดแู ละการพูด สาระที่ 4 หลกั ภาษาไทย และสาระที่ 5
วรรณคดีและวรรณกรรม ซงึ่ องคป์ ระกอบของหลกั สูตร ทง้ั ในด้านของเนื้อหา การจดั การเรียนการสอนและ
การวัดและประเมนิ ผล การเรียนรนู้ ้นั มีความสาคญั อย่างย่ิงในการวางรากฐานการเรยี นรู้ภาษาไทย ของ
ผูเ้ รยี นในแตล่ ะระดับช้ันให้มี ความต่อเน่ืองเชือ่ มโยงกันตงั้ แต่ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จนถึงชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 3 สาหรับกล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้กาหนดตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ที่ผู้เรยี น
จาเปน็ ต้องเรียนเปน็ พืน้ ฐาน เพือ่ ใหส้ ามารถ นาความรู้นีไ้ ปใชใ้ นการดารงชวี ิต หรอื ศึกษาต่อในวิชาชพี ทีต่ ้อง
ใชภ้ าษาไทยได้ โดยจัดเรียงลาดับความยากงา่ ย ของเนอื้ หาทัง้ 5 สาระในแต่ละระดับชนั้ ให้มีการเชือ่ มโยง
ความรกู้ บั กระบวนการเรียนรู้ และการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ทส่ี ง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นพฒั นาความคิด และ
กระบวนการลงมอื ปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง มีทักษะทส่ี าคัญทง้ั ทักษะกระบวนการในการดารงชวี ิตและทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 ในการค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรดู้ ้วยศกึ ษาความรูเ้ ชิงทฤษฎี จนนาไปสู่การปฏิบัติ และมี
ทักษะติดตัวไปประกอบอาชีพในอนาคต ท้งั ยังส่งผลต่อความสุขและความสุนทรียภาพภายในตวั ของผเู้ รยี น
ตลอดการเรียนรู้ทง้ั ในและนอกหอ้ งเรียน ดงั นั้น จึงไดจ้ ัดทาตัวช้วี ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กล่มุ สาระ
การเรยี นภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ข้ึน เพอ่ื ให้
สถานศึกษา ครูผสู้ อน ตลอดจนหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ได้ใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนา หนงั สอื เรียน คมู่ ือครู ส่ือ
ประกอบการเรยี นการสอน ตลอดจนการวัดและประเมนิ ผล โดยตัวชวี้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ทีจ่ ัดทาขนึ้ นไ้ี ด้
ปรับปรงุ เพ่ือใหม้ ีความสอดคลอ้ งและเช่ือมโยงกันภายในสาระการเรยี นรู้เดยี วกนั และระหว่างสาระการ
เรยี นร้ใู นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตลอดจนการเชื่อมโยงเน้ือหาความรู้ และบรู ณาการความรทู้ างด้าน
ภาษาไทยกบั สาระการเรียนรู้อนื่ ดว้ ย นอกจากน้ี ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง
และความเจรญิ กา้ วหน้าของวิทยาการต่าง ๆ มีความสอดคลอ้ งกบั ความเหมาะสมของท้องถน่ิ และความ
ต้องการของผเู้ รียนอยา่ งแท้จริง

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

58

เป้าหมายของการจัดการเรยี นการสอนภาษาไทย

ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาตทิ ่มี ีความสาคัญต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ดงั พระราชดารัสใน
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดุลยเดช ทีว่ ่า “...ประเทศไทยน้นั มีภาษาของเราเอง ซงึ่ ต้องหวงแหน
...เราโชคดีทีม่ ภี าษาของตนเองแตโ่ บราณกาลจงึ สมควรอย่างยง่ิ ทจี่ ะรักษาไว้” (2505 : 201)

ภาษาไทยมีความสาคัญต่อการดารงชีวติ ของคนไทยในฐานะทเี่ ปน็ วัฒนธรรมประจาชาติและยงั เปน็
เอกลกั ษณ์ท่ีสาคัญ เปน็ เครื่องมือในการเสริมสร้างเอกภาพของชาตทิ าใหเ้ กดิ ความรสู้ ึกเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกันตลอดจนเป็นเครือ่ งมือท่ีใช้พัฒนาคนในชาติ เพราะการศกึ ษาเล่าเรยี นการแลกเปล่ียนความคดิ เห็น
และการถ่ายทอดความคิด ศลิ ปวทิ ยาการลว้ นต้องใชภ้ าษาทั้งส้นิ ดงั น้นั ภารกิจของการศึกษาประการหนงึ่ ก็
คือการสอนภาษาไทยให้คนในชาตสิ ามารถติดต่อสอื่ สารกันได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและใชภ้ าษาไทยเพอ่ื การ
พฒั นาความรู้ความสามารถของตนเอง และสามารถสืบทอดมรดกทางภาษาซงึ่ เป็นวฒั นธรรมของชาติ มี
ความชน่ื ชมทจี่ ะใชภ้ าษาไทยได้อย่างถูกต้องและมีเจตนคติที่ดีต่อภาษาไทย(ศนู ย์พฒั นาหลักสูตร
กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2532 : 76) ดงั นั้นการศึกษาวชิ าภาษาไทยจงึ เปน็ สง่ิ สาคญั สาหรับคนในชาติของเรา
ซึง่ วรรณี โสมประยรู (2534 : 28) ได้สรปุ ความสาคัญของการสอนภาษาไทยไว้ตอนหน่ึงวา่ มนษุ ยไ์ ด้ใช้
ทักษะการฟงั พดู อ่านและเขียน เปน็ เครื่องมือในการศึกษาความรู้ เพ่ือประกอบอาชีพ พัฒนาบคุ ลิกภาพ
และสร้างเสรมิ คุณภาพชีวิตในดา้ นอน่ื ๆ เพราะคนเราได้รับความรู้ ความคดิ ต่าง ๆ จากการฟัง การอา่ น
แล้วการเขยี นบนั ทึกไว้เพือ่ พูดหรือเขียนถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจอกี ทอดหน่ึง การเขียนของนักเรียนที่อ่อน
ภาษาจงึ ทาให้ออ่ นวิชาอ่นื ๆ ดว้ ย

วิสยั ทศั น์

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ม่งุ พัฒนาผูเ้ รียนทุกคน ซ่ึงเป็น
กาลังของชาตใิ หเ้ ป็นมนุษย์ท่ีมคี วามสมดลุ ทัง้ ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ติ สานึกในความเปน็
พลเมอื งไทยและเปน็ พลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็น
ประมุข มีความรูแ้ ละทกั ษะพื้นฐาน รวมท้งั เจตคตทิ ี่จาเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การศึกษาตลอดชวี ติ โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพืน้ ฐานความเช่อื วา่ ทุกคนสามารถเรยี นรูแ้ ละพฒั นา
ตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

ทาไมต้องเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ

เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อส่ือสารเพ่ือสร้างความ
เข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิตร่วมกันในสังคม
ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล
สารสนเทศต่างๆ เพ่ือพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้ในการพัฒนา
อาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม
ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้าค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทย
ตลอดไป

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ.2551

59

เรยี นรู้อะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเพอื่ นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
 การอ่าน การอ่านออกเสียงคา ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คาประพันธ์ชนิดต่าง ๆ

การอา่ นในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากส่ิงท่ีอ่าน เพื่อนาไป ปรับใช้
ในชวี ติ ประจาวัน

 การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคาและรูปแบบต่าง ๆ ของ
การเขียน ซึง่ รวมถึงการเขยี นเรยี งความ ย่อความ รายงานชนดิ ต่าง ๆ การเขียนตามจนิ ตนาการ วิเคราะห์
วจิ ารณ์ และเขียนเชงิ สร้างสรรค์

 การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น
ความรสู้ กึ พูดลาดบั เร่อื งราวต่าง ๆ อย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ท้ังเป็นทางการและไม่
เปน็ ทางการ และการพดู เพือ่ โนม้ นา้ วใจ

 หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาตแิ ละกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม
กับโอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพนั ธป์ ระเภทตา่ ง ๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

 วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูล แนวความคิด
คุณค่าของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทาความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก
เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เร่ืองราวของสังคมในอดตี และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซ้ึงและภูมิใจ ในบรรพ
บุรษุ ทไี่ ด้สัง่ สมสืบทอดมาจนถงึ ปจั จบุ นั

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีคุณภาพตาม

มาตรฐานการเรยี นรทู้ ่ีกาหนดนนั้ จะชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใช้

ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรสู้ ึก และทัศนของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
และประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและ
ลดปญั หาความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมูลขา่ วสารด้วยหลกั เหตผุ ล และความถกู ต้อง
ตลอดจนการเลือกใช้วิธกี ารส่ือสารท่มี ปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคดิ
อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจเกย่ี วกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ท่ี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจ
ความสัมพันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใชใ้ น
การป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมีการตัดสนิ ใจท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทเี่ กิดขึน้ ต่อตนเอง
สงั คมและส่งิ แวดล้อม

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551

60
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดาเนนิ ชีวิตประจาวัน การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยรู่ ว่ มกนั
ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพนั ธ์อันดรี ะหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขดั แย้งตา่ ง ๆ
อยา่ งเหมาะสม การปรบั ตวั ให้ทนั กบั การเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรูจ้ ักหลีกเล่ียง
พฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือกและใชเ้ ทคโนโลยดี ้านต่าง
ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่อื การพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร
การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผเู้ รียนให้มคี ุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ เพ่ือใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกับผู้อ่นื ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพล
โลก ดงั นี้
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุ่งม่นั ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ.2551

61

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหา

ในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราว

ในรปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้
อย่างมีประสิทธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และ
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คณุ ค่า และนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

คณุ ภาพผู้เรียน

จบชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
• อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองเปน็ ทานองเสนาะได้ถกู ต้อง เข้าใจความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนยั จบั ใจความสาคัญและรายละเอียดของส่งิ ทีอ่ ่าน แสดงความคดิ เห็นและข้อ
โตแ้ ยง้ เก่ียวกบั เรื่องที่อ่าน และเขยี นกรอบแนวคดิ ผังความคิด ยอ่ ความ เขยี นรายงานจาก ส่งิ ทอ่ี ่าน
ได้ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ อย่างมเี หตผุ ล ลาดับความอย่างมีขั้นตอนและความเปน็ ไปได้ของเรอื่ งที่อา่ น
รวมทง้ั ประเมนิ ความถูกต้องของข้อมลู ที่ใช้สนบั สนนุ จากเรือ่ งท่ีอ่าน

• เขียนส่อื สารด้วยลายมอื ที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยคาได้ถูกตอ้ งเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคา
ขวญั คาคม คาอวยพรในโอกาสตา่ ง ๆ โฆษณา คตพิ จน์ สุนทรพจน์ ชวี ประวตั ิ อัตชีวประวตั แิ ละ
ประสบการณ์ตา่ ง ๆ เขยี นย่อความ จดหมายกจิ ธรุ ะ แบบกรอกสมัครงาน เขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์ และ
แสดงความรูค้ วามคดิ หรือโต้แยง้ อย่างมีเหตผุ ล ตลอดจนเขียนรายงานการศกึ ษาค้นควา้ และเขยี นโครงงาน

• พดู แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ สิง่ ท่ีได้จากการฟังและดู นาข้อคดิ ไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั พดู รายงานเรื่องหรือประเดน็ ทีไ่ ด้จากการศึกษาค้นคว้าอยา่ งเป็นระบบ
มศี ิลปะในการพูด พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์ และพูดโนม้ นา้ วอย่างมีเหตุผลน่าเชือ่ ถอื
รวมทง้ั มมี ารยาทในการฟงั ดู และพดู

ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

62
• เขา้ ใจและใช้คาราชาศัพท์ คาบาลีสนั สกฤต คาภาษาต่างประเทศอนื่ ๆ คาทบั ศัพท์ และศพั ท์
บัญญัติในภาษาไทย วเิ คราะห์ความแตกตา่ งในภาษาพูด ภาษาเขยี น โครงสรา้ งของประโยครวม ประโยค
ซอ้ น ลักษณะภาษาทีเ่ ป็นทางการ กึง่ ทางการและไม่เปน็ ทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสภุ าพ
กาพย์ และโคลงสสี่ ภุ าพ
• สรุปเนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะหต์ ัวละครสาคัญ วถิ ีชีวติ ไทย และคุณคา่ ที่
ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พรอ้ มทั้งสรปุ ความรขู้ ้อคดิ เพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
วิสยั ทัศน์กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ซ่ึงจะช่วยให้ผูเ้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ ดงั น้ี

ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

63

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชอ่ื สาระ มาตรฐานการ จานวนตวั ชว้ี ัดแต่ละระดบั /สาระ
เรยี นรู้
ประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย
จานวน รหสั

มาตรฐาน มาตรฐาน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6

1. การอ่าน 1 ท 1.1 8 8 9 8 8 9 9 8 10 9

2. การเขียน 1 ท 2.2 3 4 6 8 9 9 9 8 10 8

3. การฟงั การดู 1 ท 3.1 5 7 6 6 5 6 6 6 6 6
การพดู

4. หลักการใช้ 1 ท 4.1 4 5 6 7 7 6 6 6 6 7
ภาษาไทย

5. วรรณคดีและ 1 ท 5.1 2 3 4 4 4 4 5 5 4 6
วรรณกรรม

5 - 22 27 31 33 33 34 35 33 36 36

รวมตัวชี้วดั 180 106 36

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

64

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชวี้ ดั

สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาใน
การดาเนินชวี ติ และมีนิสัยรักการอ่าน
สาระท่ี 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสือ่ สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราว
ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระที่ 4 หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดี

ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

65

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 สามารถ
สรปุ ได้ ดงั น้ี

สาระท่ี 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รกั การอา่ น

ชัน้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ม.3 ๑. อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และ การอ่านออกเสยี ง ประกอบด้วย
บทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ งและ - บทรอ้ ยแก้วทเ่ี ป็นบทความทวั่ ไปและบทความ
เหมาะสมกบั เรื่องที่อา่ น ปกิณกะ
- บทร้อยกรอง เชน่ กลอนบทละคร กลอนเสภา กาพย์
ยานี ๑๑ กาพยฉ์ บัง ๑๖ และโคลงส่ีสภุ าพ

๒. ระบคุ วามแตกต่างของคาทมี่ ี การอา่ นจับใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่
ความหมายโดยตรงและความหมาย - วรรณคดีในบทเรยี น
โดยนัย - ขา่ วและเหตกุ ารณส์ าคัญ
๓. ระบุใจความสาคญั และ - บทความ
รายละเอยี ดของข้อมลู ท่สี นับสนนุ - บนั เทิงคดี
จากเรือ่ งทอ่ี ่าน - สารคดี
๔. อ่านเรอื่ งต่างๆ แล้วเขียนกรอบ - สารคดีเชงิ ประวตั ิ
แนวคดิ ผงั ความคดิ บันทกึ ย่อ - ตานาน
ความและรายงาน - งานเขยี นเชงิ สร้างสรรค์
๕. วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และประเมิน - เรอ่ื งราวจากบทเรยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เรื่องที่อา่ นโดยใช้กลวิธีการ ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่นื
เปรยี บเทยี บเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ดี
ขึ้น
๖. ประเมินความถูกต้องของข้อมูล
ท่ีใชส้ นบั สนุนในเร่ืองท่ีอา่ น
๗. วิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล
การลาดับความ และความเป็นไปได้
ของเรื่อง
๘. วเิ คราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็น
โต้แย้งเกยี่ วกับเรื่องท่ีอา่ น

๙. ตคี วามและประเมินคุณค่า การอ่านตามความสนใจ เชน่
และแนวคิดที่ได้จากงานเขียนอยา่ ง - หนังสอื อา่ นนอกเวลา
หลากหลายเพ่อื นาไปใชแ้ กป้ ัญหา - หนงั สอื อ่านตามความสนใจและตามวยั ของนักเรียน
ในชีวิต - หนังสอื อ่านทค่ี รูและนักเรยี นร่วมกันกาหนด

๑๐. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

66

สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความและเขียน
เร่อื งราวในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ม.3 ๑. คดั ลายมือตวั บรรจงครึง่ บรรทดั การคดั ลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทดั ตามรูปแบบการเขยี น

ตวั อักษรไทย

๒. เขยี นข้อความโดยใช้ถ้อยคาได้ การเขียนข้อความตามสถานการณแ์ ละโอกาสตา่ ง ๆ

ถูกต้องตามระดบั ภาษา เช่น

- คาอวยพรในโอกาสต่าง ๆ

- คาขวญั

- คาคม

- โฆษณา

- คตพิ จน์

- สนุ ทรพจน์

๓. เขียนชวี ประวตั ิหรืออัตชีวประวตั ิ การเขยี นอัตชีวประวตั ิหรอื ชวี ประวตั ิ

โดยเลา่ เหตุการณ์ ข้อคิดเหน็ และ

ทศั นคตใิ นเร่ืองต่าง ๆ

๔. เขียนยอ่ ความ การเขียนย่อความจากส่อื ตา่ ง ๆ เช่น นิทาน ประวัติ

ตานาน สารคดีทางวิชาการ พระราชดารัส พระบรม

ราโชวาท จดหมายราชการ

๕. เขียนจดหมายกจิ ธุระ การเขยี นจดหมายกิจธุระ

- จดหมายเชิญวทิ ยากร

- จดหมายขอความอนเุ คราะห์

- จดหมายแสดงความขอบคณุ

๖. เขยี นอธบิ าย ชแ้ี จง แสดงความ การเขียนอธบิ าย ช้แี จง แสดงความคิดเหน็ และโต้แย้งใน

คิดเห็นและโต้แย้งอย่างมีเหตุผล เรือ่ งต่าง ๆ

๗. เขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และ การเขยี นวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้

แสดงความรู้ ความคิดเห็น หรอื ความคิดเห็น หรอื โต้แย้งจากสอื่ ตา่ ง ๆ เช่น

โต้แย้ง ในเรื่องต่าง ๆ - บทโฆษณา

- บทความทางวิชาการ

๘. กรอกแบบสมัครงานพรอ้ มเขียน การกรอกแบบสมัครงาน

บรรยายเกี่ยวกบั ความรู้และทักษะ

ของตนเองท่เี หมาะสมกับงาน

๙. เขียนรายงานการศึกษาคน้ คว้า การเขยี นรายงาน ได้แก่

และโครงงาน - การเขยี นรายงานจากการศึกษาค้นคว้า

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551

67

ชั้น ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๑๐. มีมารยาทในการเขียน - การเขยี นรายงานโครงงาน
มารยาทในการเขียน

สาระที่ 3 การฟัง การดแู ละการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคดิ

และความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 ๑. แสดงความคิดเห็นและประเมนิ - การพูดแสดงความคดิ เหน็ และประเมินเร่ืองจากการฟงั

เร่ืองจากการฟังและการดู และการดู

๒. วเิ คราะห์และวจิ ารณเ์ รอ่ื งที่ฟงั - การพดู วเิ คราะห์วิจารณ์จากเร่อื งท่ีฟงั และดู

และดู เพ่ือนาข้อคิดมาประยุกตใ์ ชใ้ น

การดาเนินชวี ติ

๓. พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ การพดู รายงานการศึกษาคน้ คว้าเกย่ี วกบั ภมู ิปญั ญา

ศกึ ษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และ ท้องถิ่น

การสนทนา

๔. พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ตรงตาม การพดู ในโอกาสต่าง ๆ เช่น

วตั ถุประสงค์ - การพูดโตว้ าที

- การอภิปราย

- การพดู ยอวาที

๕. พูดโน้มน้าวโดยนาเสนอหลักฐาน การพดู โน้มน้าว

ตามลาดับเนอื้ หาอย่างมเี หตผุ ลและ

นา่ เช่ือถือ

๖. มีมารยาทในการฟงั การดู และ มารยาทในการฟัง การดู และการพูด

การพดู

ตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ.2551

68

สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษา
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรักภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.3 ๑. จาแนกและใช้คา คาทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ

ภาษาต่างประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย

๒. วิเคราะหโ์ ครงสร้างประโยค ประโยคซบั ซ้อน

ซบั ซ้อน

๓. วเิ คราะหร์ ะดับภาษา ระดบั ภาษา

๔. ใช้คาทับศพั ท์และศพั ท์บญั ญัติ คาทบั ศัพท์

คาศัพทบ์ ญั ญตั ิ

๕. อธบิ ายความหมายคาศัพท์ทาง คาศัพทท์ างวชิ าการและวชิ าชีพ

วชิ าการและวิชาชพี

๖. แตง่ บทรอ้ ยกรอง โคลงสี่สภุ าพ

สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็

คณุ ค่าและนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง

ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.3 ๑. สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรม วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถน่ิ เกย่ี วกบั

และวรรณกรรมทอ้ งถิน่ ในระดับทย่ี าก - ศาสนา

ยงิ่ ขึน้ - ประเพณี

- พิธกี รรม

- สุภาษติ คาสอน

- เหตุการณใ์ นประวตั ศิ าสตร์

- บันเทงิ คดี

๒. วเิ คราะห์วิถีไทยและคณุ ค่าจาก การวิเคราะหว์ ิถีไทย และคุณคา่ จากวรรณคดีและ

วรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น วรรณกรรม

๓. สรุปความรแู้ ละขอ้ คดิ จาก

การอ่าน เพอื่ นาไปประยุกต์ใชใ้ น

ชีวติ จรงิ

๔. ทอ่ งจาและบอกคุณคา่ บท บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี คี ุณคา่

อาขยานตามท่ีกาหนด และบทรอ้ ย - บทอาขยานตามที่กาหนด

กรองทมี่ คี ุณคา่ ตามความสนใจและ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

นาไปใช้อา้ งอิง

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

69

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

รหสั วชิ า ท23101 รายวชิ าภาษาไทย 5 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

.........................................................................................................................................................................

การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเปน็ ทานองเสนาะ การอ่านจบั ใจความ

ระบคุ วามแตกตา่ งของคาท่มี ีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนยั การเขียนกรอบแนวความคดิ

ผังความคดิ บันทึกการอา่ น การยอ่ ความ และรายงาน มีมารยาทในการอ่านและการใช้ภาษา

การคดั ลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขยี นตัวอักษรไทย การเขียนข้อความ

ตามสถานะและโอกาสตา่ ง ๆ คาอวยพร คาขวญั คาคม โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ การเขียนชีวประวตั ิ

หรืออตั ชวี ประวัติ เขียนย่อความ และการเขยี นจดหมายกจิ ธุระ

การพูดแสดงความคิดเหน็ ประเมนิ เร่ือง และพดู วเิ คราะห์วจิ ารณ์จากเร่ืองท่ีฟงั และดู

การพดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้าเกยี่ วกบั ภูมิปัญญาท้องถิน่

การจาแนกและใช้คาที่มาจากภาษาตา่ งประเทศ การวเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคซบั ซ้อน

การวิเคราะห์ระดับภาษา

การสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท้องถ่ินเกย่ี วกับศาสนา ประเพณี พธิ กี รรม สุภาษติ

คาสอน เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ การวเิ คราะห์วถิ ีไทย และคณุ คา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรม

สรุปความรแู้ ละข้อคิดจากการอา่ นมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ ทอ่ งบทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่า

ตามท่กี าหนดให้และตามความสนใจ

โดยการใช้กระบวนการอ่าน การเขยี น การการฟงั การดู และการพดู การคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์

และประเมนิ ค่า เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนมคี วามร้คู วามสามารถมีทักษะและคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานการเรียนรู้

กลุม่ สาระภาษาไทยและสามารถนาความรู้ไปในชวี ติ ประจาวัน นอกจากนย้ี งั ชว่ ยปลูกฝงั ใหร้ ู้จกั อนรุ กั ษ์

สบื สานภูมปิ ัญญาทางดา้ นภาษา ประเพณี และวัฒนธรรม อนั เป็นสมบตั ิลา้ ค่าของชาติต่อไป

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ , ม.๓/ ๔ , ม.๓/10
ท ๒.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/5, ม.๓/5, ม.๓/10
ท ๓.๑ ม.๓.๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓, ม.๓/6
ท ๔.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/4 ,ม.๓/5
ท ๕.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔

รวมท้ังหมด 23 ตัวชว้ี ดั

ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551

70

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

รหสั วิชา ท23102 รายวิชา ภาษาไทย 6 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

.........................................................................................................................................................................

การวิเคราะห์วจิ ารณ์ ประเมนิ เรื่องท่ีอ่าน ประเมนิ ความถูกตอ้ งของขอ้ มลู ท่ใี ชส้ นับสนุน

การวจิ ารณ์ความสมเหตุสมผล ความเปน็ ไปไดข้ องเรอ่ื ง การวเิ คราะห์เพ่ือแสดงความคดิ เห็นโตแ้ ยง้

ตคี วาม และประเมนิ ค่าแนวคิดทไี่ ด้จากงานเขียน มมี ารยาทในการอา่ น

การเขยี นอธิบาย ชแ้ี จง การเขยี นแสดงความคิดเหน็ และโตแ้ ย้งโฆษณา บทความทางวิชาการ

การกรอกแบบสมัครงาน การเขียนรายงาน โครงงาน มีมารยาทในการเขียน

การใชศ้ ลิ ปะการพดู ในโอกาสตา่ ง การพูดโตว้ าที การอภปิ ราย การพดู ยอวาที พูดโน้มน้าว

โดยนาเสนอหลกั ฐานตามลาดับเนอื้ หาอย่างมีเหตผุ ลนา่ เช่อื ถือ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

การใชค้ าทบั ศพั ท์และคาศัพท์บัญญัติ การอธิบายความหมายคาศัพทท์ างวิชาการ วชิ าชีพ

การแตง่ โคลงส่ีสุภาพ

การสรปุ เน้อื หาวรรณคดวี รรณกรรม การวเิ คราะห์และประเมนิ ค่าวรรณคดี ด้านจนิ ตนาการ

ศิลปะการประพันธ์ อารมณ์ คณุ ธรรม การสะทอ้ นภาพชีวติ วิถไี ทย การสรปุ ความรู้ และขอ้ คิด

เพ่ือนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ การทอ่ งจาและบอกคณุ คา่ บทอาขยานตามทก่ี าหนดหรือตามความสนใจ

และนาไปใช้อ้างอิง

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.๓/๕ , ม.๓/๖ , ม.๓/๗ , ม.๓/๘ , ม.๓/๙,
ท ๒.๑ ม.๓/๖ , ม.๓/๗ , ม.๓/๙
ท ๓.๑ ม.๓/๔ , ม.๓/๕ , ม.๓/๖
ท ๔.๑ ม.๓/2 ,ม.๓/3 , ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔

รวมท้ังหมด 18 ตวั ชว้ี ดั

ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

โครงสรา้ งรายวิชา 71
รายวิชา ภาษาไทย
รหสั วชิ า ท23101 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

หน่วย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
ที่ ตวั ช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน

๑ อะไร ๆ ก็ “ไมเ่ ปน็ ไร” ท ๑.๑ ม.๓/๗ เม่อื ไดฟ้ งั หรือดเู รื่องราวต่าง ๆ ๖ ๑๐

ท ๒.๑ ม.๓/๒ แล้วควรได้พดู แสดงทรรศนะ

เกยี่ วกับเรอื่ งท่ไี ดฟ้ งั หรือดู การที่

จะแสดงทรรศนะไดต้ ้องร้จู ักจับ

ใจความ วเิ คราะหห์ าเหตุผล

ข้อเทจ็ จรงิ ต่าง ๆ ดว้ ยภาษาที่

เข้าใจงา่ ย ชดั เจน และกะทดั รัด

จึงจะทาให้การพูดแสดงทรรศนะ

มีประสทิ ธภิ าพสามารถสอ่ื สารให้

ผูฟ้ ังเข้าใจตรงตามความต้องการ

การส่อื สารให้เกิดความเขา้ ใจและ

เกดิ ประสทิ ธผิ ลอยา่ งสูงสุดนั้น

ตอ้ งเลือกใชค้ าให้เหมาะสม

ถูกต้องตามความหมายที่แท้จรงิ

ผ้สู อื่ สารจงึ ควรร้จู ักเลือกใชค้ าให้

ถกู ต้องท้งั การพูดและการเขียน

การสอ่ื สารนั้น ๆ จะประสบ

ผลสาเรจ็ ตามต้องการ

๒ มองโฆษณาอย่าง ท ๑.๑ ม.๓/๑ การสือ่ สารใหเ้ กิดความเขา้ ใจและ ๖ ๑๐

วรรณกรรม ท ๒.๑ ม.๓/๒ เกดิ ประโยชน์สงู สดุ นัน้ ต้อง

เลอื กใช้คาให้เหมาะสมถูกต้อง

ตามเครื่องหมายทีแ่ ทจ้ ริงผูส้ ือ่ สาร

จงึ ควรเข้าใจเลือกใช้คาใหถ้ กู ต้อง

ทง้ั การพุดและการเขยี น การ

สอ่ื สารจงึ จะประสบผลสาเร็จได้

ตามตอ้ งการ

๖๒

ตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

72

ช่ือ มาตรฐาน

หนว่ ย หน่วย การ สาระสาคญั
ท่ี การ เรียนรู้/

เรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด

๓ ออม ท ๑.๑ ม. การสงั เคราะห์ข้อมูลท่ีไดจ้ ากการรบั สารมาเป็นองค์ความรู้ของตนเอง จาเปน็ อยา่ งยิ่งที่จะต้องเป็น

ไวใ้ ส่ ๓/๑ ถูกต้อง โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันการรับข้อมลู นน้ั มาจากสอ่ื ท่ีหลากหลาย การตรวจสอบความถ

ถงุ ท ๓.๑ ม. อยา่ งยง่ิ ในชีวิตประจาวนั เพราะจะไดไ้ มต่ กเป็นเหยือ่ ของข้อมลู เท็จ เราควรฝึกตนเองในการตรวจ

แดง ๓/๒ ประจา

๔ เชา้ ฮา ท ๑.๑ ม. การอา่ นออกเสียงแล้วสรปุ ใจความสาคญั การอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ การทาแผนภูมิ การแ

เยน็ เฮ ๓/๓ หก) ภาษาปากหรือภาษาทไ่ี มเ่ ป็นทางการการสงั เคราะห์ข้อมลู ท่ีได้จากการรับสารมาเป็นองค์ควา

ท ๓.๑ ม. อยา่ งยิ่งท่ีจะต้องเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเทจ็ จริง ถูกต้อง โดยเฉพาะในสงั คมปจั จบุ นั การรับข้อมลู น้ันม

๓/๓ การตรวจสอบความถูกต้องจึงเป็นสิง่ จาเป็นอย่างยิ่งในชีวติ ประจาวัน เพราะจะได้ไม่ตกเปน็ เหยอ่ื ข

ตนเองในการตรวจสอบความรู้ทีไ่ ดร้ ับเปน็ ประจา

หน่วย ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน

๕ เขียนงามตามรูปแบบ ท ๒.๑ ม.๓/๕ หลกั การเขียนจดหมายกิจธุระ ๖ ๑๐

การเขยี นจดหมายกิจธุระ

(จดหมายเชิญวทิ ยากร) การ

เขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ (จดหมาย

ขอความอนเุ คราะห์) การเขียน

จดหมายกิจธุระ (จดหมาย

ขอบคุณ) การเปรยี บเทยี บ

รูปแบบของจดหมาย

๖ เพลงน้มี ีประวตั ิ ท ๑.๑ ม.๓/๔,ม.๓/5, กระบวนการถ่ายทอดความรู้ ๖ ๑๐

ม.๓/7 ความคดิ ความรสู้ ึก ความ

ท ๓.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๖ คิดเห็นของผูส้ ่งสารไปใหผ้ ้รู ับสาร

เขา้ ใจได้ทาไดโ้ ดยการพูดและการ

เขยี น ผู้ส่งสารจะสามารถส่งสาร

ให้ผู้รับสารเขา้ ใจได้ตอ้ งประมวล

ความรู้ ความคดิ จากการอ่าน

การดูและการฟัง ซ่งึ เป็น

ประสบการณเ์ ดมิ ของผู้ส่งสาร

ตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551

73

กระบวนการพูดผู้พูดตอ้ ง
เลอื กสรรภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม
ประทบั ใจ มีมารยาท มี
วิจารณญาณเหมาะสมกบั บคุ คล
และถูกตอ้ งตามกาลเทศะไม่ทาให้
ผอู้ ืน่ เดือดร้อนไมก่ ระทบต่อ
สว่ นรวม ต้องมีข้อมูลหลักฐาน
มีเหตผุ ลประกอบอย่างชดั เจน
ระวงั การใชถ้ ้อยคา กริ ยิ าทา่ ทาง

หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี ตวั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน

๗ มหศั จรรย์แหง่ ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/7, การอ่านหนังสือเรว็ จะทาให้อ่าน ๖ ๑๐

มะละกอ ม.๓/8 หนังสอื ได้ปริมาณมาก อนั จะ

ก่อให้เกิดความรู้และความรอบรู้

อย่างกวา้ งขวาง ควรฝกึ อา่ น

หนังสือให้มีอัตราเรว็ โดยตั้ง

จุดม่งุ หมายในการอ่าน ฝึกอา่ น

อย่างมสี มาธิ กาหนดปรมิ าณ

หนังสอื และจบั เวลาในการอา่ น

ไม่อ่านหนงั สอื ทีละคา และ

ทดสอบความเขา้ ใจหลังการอ่าน

การอา่ นเป็นกระบวนการเรียนรู้

เพ่ือพัฒนาตนเอง อ่านแลว้ จับ

ใจความและประเด็นสาคญั แล้ว

ทาการวิเคราะห์ ประเมนิ ค่าอย่าง

มเี หตุผล เพ่ือนาความรูค้ วามคดิ

มาพฒั นาตนเอง

คาประพนั ธไ์ ทยประเภทกาพย์

ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551

74

และกลอน เปน็ คาประพนั ธท์ ่ีควร
รู้ลักษณะและฉันทลักษณ์ไว้ใน
ฐานะทเ่ี ราเปน็ คนไทยนอกจากจะ
ชว่ ยอนรุ กั ษ์มรดกไทยแล้วยัง
สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ได้อีกด้วย ภาษาคือเครื่องมือที่ใช้
ในการสื่อสาร ถา่ ยทอดความรู้
ความคิด ความเขา้ ใจเกี่ยวกับ
ธรรมชาติของภาษาและพลังของ
ภาษาจะชว่ ยใหก้ ารใชภ้ าษาเพ่อื
สอ่ื สารไดผ้ ลดยี งิ่ ขนึ้

หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน

๘ บทละครพดู เรือ่ ง ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม๓/๘ ภาษาคอื เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการ ๖ ๑๐
“เห็นแก่ลูก” ท ๒.1 ม.๓/๒,๘ สอ่ื สาร ถ่ายทอดความรู้
ท ๓.๑ ม.๓/๒,ม๓/๔ ความคดิ ความเข้าใจ อารมณ์
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/3, และความร้สู ึกของมนุษย์ การมี
ม.๓/4 ความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับ
ธรรมชาติของภาษาจะชว่ ยให้
การใชภ้ าษาเพ่ือสื่อสารได้
ผลสมั ฤทธ์ิย่งิ ข้นึ
กระบวนการถ่ายทอดความรู้
ความคดิ ความรู้สึก ความ
คดิ เห็นของผสู้ ่งสารไปใหผ้ ู้รบั
สารเขา้ ใจได้ทาโดยการพูดและ
เขยี น ผ้พู ดู ต้องเลือกสรรภาษาที่
ถูกต้องเหมาะสม ประทับใจและ
มมี ารยาท ต้องมีขอ้ มลู หลกั ฐาน
มีเหตุผลประกอบอย่างชัดเจน

๙ นทิ านคากลอน ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๘ การส่ือสารให้เกิดความเขา้ ใจ ๖ ๑๐
เรื่อง พระอภยั มณี ท ๒.๑ ม.๓/๒, ม.๓/8 และเกดิ ประสทิ ธผิ ลอยา่ งสูงสุด
ตอน พระอภัยมณี ท ๓.๑ ม.๓/๒, ม.3/๔ นัน้ ต้องเลือกใชค้ าให้เหมาะสม

ตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

75

หนีนางผีเสอื้ ท ๔.๑ ม.๓/๔ ถูกต้องตามความหมายท่ี
แทจ้ ริง ผสู้ ื่อสารจึงควรรู้จกั
เลอื กใชค้ าใหถ้ กู ตอ้ งทง้ั การพูด
และการเขยี น การส่อื สารนัน้
ๆ จะประสบผลสาเรจ็ ตาม
ตอ้ งการ โลกในยคุ โลกาภิวตั น์
การส่อื สารมีความ
เจริญก้าวหน้าและทนั สมัย
ข่าวสารข้อมลู ต่าง ๆ อยูใ่ นรูป
ของสารสนเทศ นาเสนอข้อมูล
และรูปแบบท่ีแตกต่างกัน
ผูอ้ ่านจึงควรร้หู ลักในการอ่าน
สือ่ สารสนเทศทั่ว ๆ ไป เพ่ือจะ
ไดเ้ ลือกอา่ นสื่อสารสนเทศได้
อย่างถูกต้องเหมาะสม
สามารถวเิ คราะหข์ ้อมลู ขา่ วสาร
แล้วนาไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวิตประจาวนั

หน่วย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ที่ ตวั ช้วี ดั (ช่วั โมง) คะแนน

๑๐ พระบรมราโชวาท ท ๑.๑ ม.๓/๔, ม.3/๘ การอา่ นในใจ การวเิ คราะห์ ๖ ๑๐

ท ๒.๑ ม.๓/๔ เนอ้ื หาการพูดแสดงความคิดเห็น

เปน็ กลุ่ม การอ่านจับใจความ

การจดบันทกึ ความร้เู พอื่ ไปใช้ใน

การอา้ งองิ การย่อพระบรม

ราโชวาท

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ.2551

76

โครงสรา้ งรายวชิ า ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
รายวชิ า ภาษาไทย จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
รหัสวิชา ท21302 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ
ที่ การ การ
เรยี นรู้ เรียนรู้/
ตวั ช้วี ัด

๑ รูต้ านาน ท ๑.๑ ม. วรรณคดี วรรณกรรม คือเร่อื งราวทจี่ าลองภาพชีวิตจริงของมนษุ ย์ สภาพสังคม ขนบธรรมเน

สบื สาน ๓/๕, ม. คา่ นิยม ความเชื่อ คุณธรรมจริยธรรม การศึกษาวรรณคดใี หล้ ึกซงึ้ จะต้องพิจารณาคณุ คา่ ท้ังด

วัฒนธรรม 3/๖ เนอื้ หา ด้านสังคมและการนาไปใช้

ท ๔.๑ ม.

๓/๓, ม.

3/๕

ท ๕.๑ ม.

๓/๑

๒ ที่เรียกวา่ ท ๑.๑ ม. การอ่านหนังสือเรว็ จะทาให้อ่านหนังสอื ไดป้ รมิ าณมาก อันจะก่อให้เกดิ ความรูแ้ ละความรอบ

ก้าวหน้า ๓/๘ ฝกึ อ่านหนังสือให้มีอัตราเร็วโดยตั้งจดุ มงุ่ หมายในการอ่าน ฝึกอา่ นอยา่ งมสี มาธิ กาหนดปรมิ าณ

ท ๓.๑ ม. การอ่าน ไม่อา่ นหนังสอื ทีละคา และทดสอบความเข้าใจหลังการอา่ น การอ่านออกเสียงผอู้ า่ น

๓/๑,ม.3/ มที ักษะในการอ่านจงึ จะสามารถอา่ นได้ถูกต้องคลอ่ งแคล่วและน่าฟงั

๔ การพูดต่อทีช่ ุมชนในโอกาสต่างๆ ท้งั ที่ได้เตรยี มตัวมาก่อนหรือพูดโยฉบั พลัน รวมท้งั การสนทน

ท ๔.๑ ม. สร้างความสัมพนั ธ์อันดตี ่อกนั ดังนั้นจงึ ควรมีความรู้เร่ืองการพูดและฝึกการพดู ต้องคานึงถงึ จ

๓/๒ การใชภ้ าษาและวธิ กี ารพูดให้ถูกต้องเหมาะสมกบั โอกาสและสถานที่

๓ กรุงเทพฯ ท ๑.๑ การการอา่ นออกเสยี ง ร้อยแกว้ และร้อยกรอง เป็นการสอื่ สารวิธีหนึง่ ซง่ึ ผ้สู ่งสารจะต้องทรา
เมอื งร้อย ม.๓/๑ อ่าน จึงจะทาใหก้ ารสื่อสารบรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์ บทประพนั ธ์ร้อยกรองที่กวีแตง่ ข้นึ เพื่อถ่ายท
กวา่ ปี ท ๒.๑ เตอื นใจ สอนใจ แสดงถงึ แนวปฏิบัตทิ ่ถี กู ต้องเหมาะสม พร้อมท้งั ใหก้ ารปลอบขวัญให้กาลงั ใจแ
ม.๓/๘ เกดิ ปัญญาในการแกป้ ญั หา โดยวเิ คราะห์ถ้อยคา ข้อความทีไ่ พเราะกินใจมาร้อยเรียงให้เกิดจ
ท ๓.๑ เนอื้ หาสาระที่ควรจดจานาไปใชป้ ระกอบแสดงความรู้ด้านการเขยี นการพดู ในโอกาสต่างๆ ผู้ส่ง
ม.๓/๔ ในการพูด เพ่ือถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ของผูส้ ง่ สารไปให้ผรู้ บั สารเขา้ ใจได้ต้องรวบรวมความ
ท ๔.๑ การดแู ละการฟัง ถ่ายทอดให้ผู้รับสารดว้ ยภาษาพดู ทีเ่ หมาะสม
ม.๓/๔

ตัวช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ.2551

77

หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั

ท่ี ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน

๔ ใช้ภาษาอยา่ ง ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.3/๒ การการอ่านออกเสียง รอ้ ยแก้ว ๕ ๑๐

ประหยดั และร้อยกรอง เป็นการส่ือสาร

วธิ ีหน่งึ ซ่งึ ผ้สู ่งสารจะตอ้ งทราบ

ถึงหลกั เกณฑ์ในการอา่ น จงึ จะ

ทาให้การสื่อสารบรรลุตาม

วตั ถุประสงค์ มมี ารยาทและนิสัย

รกั การอา่ น บทประพนั ธ์ร้อย

กรองทกี่ วีแต่งขน้ึ เพ่ือถ่ายทอด

ความรู้ ความคดิ คตเิ ตือนใจ

สอนใจ แสดงถงึ แนวปฏบิ ัติที่

ถกู ต้องเหมาะสม พร้อมทัง้ ให้

การปลอบขวญั ใหก้ าลงั ใจแก่ผู้

ทอ้ แท้ขาดสติ ให้ไดค้ ิด เกดิ

ปัญญาในการแก้ปัญหา โดย

วเิ คราะหถ์ ้อยคา ข้อความท่ี

ไพเราะกนิ ใจมาร้อยเรียงให้เกิด

จังหวะทานอง สัมผัส มเี น้ือหา

สาระท่ีควรจดจานาไปใช้

ประกอบแสดงความรดู้ า้ นการ

เขียน

๕ คดิ ดไี ดบ้ ุญ ท ๑.๑ ม.๓/๙, ม.3/๑๐ บทประพันธร์ ้อยกรองที่กวแี ต่ง ๖ ๑๐

ท ๓.๑ ม๓/๖ ขนึ้ เพื่อถา่ ยทอดความรู้

ความคิด คตเิ ตอื นใจ สอนใจ

แสดงถึงแนวปฏบิ ัติที่ถูกต้อง

เหมาะสม พรอ้ มทัง้ ให้การ

ปลอบขวญั ใหก้ าลงั ใจแก่ผู้

ทอ้ แท้ขาดสติ ให้ได้คิด เกดิ

ปัญญาในการแก้ปญั หา โดย

วเิ คราะหถ์ ้อยคา ข้อความที่

ไพเราะกนิ ใจมาร้อยเรยี งให้เกิด

จังหวะทานอง สมั ผัส มเี นือ้ หา

สาระทค่ี วรจดจานาไปใช้

ประกอบแสดงความรดู้ ้านการ

ตวั ช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1

กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551

78
เขียน

หนว่ ย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี ตัวชีว้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน

๖ พรท่สี มั ฤทธ์ิ ท ๑.๑ ม.๓/๙ การสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการ ๖ ๑๐

รับสารมาเปน็ องค์ความรู้ของ

ตนเอง จาเป็นอย่างยงิ่ ท่ีจะต้อง

เป็นข้อมลู ที่เปน็ ข้อเทจ็ จรงิ

ถกู ต้อง โดยเฉพาะในสงั คม

ปจั จุบนั การรบั ข้อมลู นนั้ มาจาก

สือ่ ทหี่ ลากหลาย การตรวจสอบ

ความถูกต้องของข้อมูลจงึ เปน็

สง่ิ จาเปน็ อย่างยิ่งใน

ชวี ติ ประจาวนั เพราะจะได้ไม่ตก

เปน็ เหย่ือของข้อมลู เทจ็ เราควร

ฝึกตนเองในการตรวจสอบความรู้

ทไ่ี ด้รับให้เป็นประจาและ

สม่าเสมอ

๗ กาพย์เพราะเสนาะ ท ๑.๑ ม.๓/๑ การอ่านออกเสยี ง รอ้ ยแกว้ และ ๗ ๑๒

ทานอง ท ๓.๑ ม.๓/๒ รอ้ ยกรอง เป็นการส่ือสารวธิ ี

ท ๕.๑ ม.๓/๔ หนึ่ง ซึ่งผูส้ ่งสารจะตอ้ งทราบถึง

หลักเกณฑใ์ นการอา่ น จงึ จะทา

ให้การสือ่ สารบรรลตุ าม

วัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทและ

นสิ ยั รกั การอ่าน การได้ฟังหรือดู

เรื่องราวต่าง ๆ แลว้ ควรได้มกี าร

พดู แสดงทรรศนะของตน

เกยี่ วกับเรอ่ื งที่ได้ฟังหรือดนู นั้

การที่จะแสดงทรรศนะไดจ้ ะต้อง

ร้จู กั จับใจความ วเิ คราะห์หา

เหตผุ ลข้อเท็จจรงิ ตา่ ง ๆ ด้วย

ภาษาทีเ่ ขา้ ใจง่าย ชัดเจน และ

กะทัดรดั จึงจะทาให้การพดู

แสดงทรรศนะของตนมี

ประสิทธภิ าพสามารถส่อื สารให้

ผู้ฟงั เข้าใจได้ตรงตามความ

ต้องการ

ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

79

หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ที่ ตัวชว้ี ดั (ชัว่ โมง) คะแนน

๘ อศิ รญาณภาษิต ท ๑.๑ ม.๓/๙, ม.3/๑๐ การอ่านออกเสยี ง ร้อยแก้วและ ๘ ๑๒

ท ๒.๑ ม.๓/๖ ทานองเสนาะ เป็นการสื่อสารวิธี

หน่ึง ซึง่ ผ้สู ง่ สารจะต้องทราบถึง

หลกั เกณฑใ์ นการอา่ น จึงจะทาให้

การสอ่ื สารบรรลตุ าม

วตั ถปุ ระสงค์ โลกในยุคโลกา

ภิวัตนก์ ารส่ือสารมีความ

เจริญกา้ วหน้าและทันสมยั

ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ อยใู่ นรปู

ของสารสนเทศท่ีหลากหลาย

นาเสนอข้อมลู และรปู แบบท่ี

แตกตา่ งกัน ผู้อ่านจึงควรรหู้ ลัก

ในการอ่านสอื่ สารสนเทศท่วั ๆ

ไป เพือ่ จะได้เลอื กอา่ นส่ือสาร

สนเทศได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

สามารถวเิ คราะหข์ ้อมลู ขา่ วสาร

แลว้ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้

และมีมารยาทในการอา่ นและ

นิสยั รักการอ่าน

ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551

80

หน่วย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ที่ ตัวชี้วดั (ช่วั โมง) คะแนน

๙ บทพากยเ์ อราวัณ ท ๑.๑ ม.๓/๙ โลกในยคุ โลกาภิวฒั น์การสือ่ สาร ๘

ท ๒.๑ ม.๓/๙ มีความเจรญิ ก้าวหน้าและทันสมัย

ท ๓.๑ ม.๓/๙ ขา่ วสารขอ้ มูลต่าง ๆ อยูใ่ นรูป

ท ๔.๑ ม.๓/๖ ของสารสนเทศทห่ี ลากหลาย

นาเสนอข้อมลู และรูปแบบที่

แตกตา่ งกัน ผ้อู า่ นจงึ ควรรู้หลัก

ในการอ่านสือ่ สารสนเทศทวั่ ๆ

ไป เพอ่ื จะไดเ้ ลือกอ่านส่ือสาร

สนเทศได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

สามารถวเิ คราะหข์ ้อมูลข่าวสาร

แลว้ นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้

และมีมารยาทในการอา่ นและ

นสิ ัยรักการอา่ น การพูดในโอกาส

ตา่ ง ๆ ผู้สง่ สารต้องรู้จกั การใช้

ภาษาในการพดู เพ่ือถ่ายทอด

ความรู้ ความคิด ของผู้ส่งสารไป

ใหผ้ รู้ บั สารเขา้ ใจได้ต้องรวบรวม

ความรู้ ความคดิ จากการอ่าน

การดแู ละการฟัง ถา่ ยทอดให้ผรู้ ับ

สารดว้ ยภาษาพูดทเี่ หมาะสม

รวม ๖๐ ๑๐๐

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551


Click to View FlipBook Version