The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงานภาษาไทย ม.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by laddawan25640, 2021-09-25 04:17:15

ใบงานภาษาไทย ม.6

ใบงานภาษาไทย ม.6

สอื่ การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สอื วรรณคดวี ิจกั ษ์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๖
๒. หอ้ งภาษาไทย

๓. พจนานุกรม
๔. ภาพประกอบแสดงตวั ละคร

การวดั ผลประเมนิ ผล เคร่อื งมือที่ใชใ้ น วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
กจิ กรรม-พฤตกิ รรมที่ การประเมนิ
ประเมนิ สงั เกตรายบุคคล รอ้ ยละ ๕๐ ขึน้ ไป
แบบสังเกตพฤติกรรม
๑. สังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี น สังเกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๕๐ ขึน้ ไป
และผลงานระหว่าง
๒. ประเมินพฤตกิ รรมและ แบบประเมนิ พฤติกรรม เรียน
ผลงานระหวา่ งเรยี น และผลงานระหวา่ งเรียน

บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ที.่ ...........................................
เรอ่ื ง..................................................................................................................

ผลการจดั การเรยี นรตู้ ามแบบประเมนิ จานวนนักเรยี น............คน
ดา้ นความรู้

ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ด้านทกั ษะกระบวนการ

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ......... คดิ เป็น........%
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ...........คน คดิ เปน็ .......% ไมผ่ า่ นเกณฑป์ ระเมนิ ......... คิดเป็น........%

ผลการประเมนิ บรรยากาศในการจดั การเรยี นร้โู ดยภาพรวม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(...นางสาวขวญั สกลุ แจม่ ใส....)
ตาแหนง่ ...ครผู ู้ช่วย.............

วนั ท่.ี ........เดือน............................พ.ศ. ..........
ความคิดเห็นของผอู้ านวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................
(.นางสาวธดิ า เมฆวะทัต....)

ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรียนวดั คิรีวหิ าร(สมเด็จพระวนั รตั อปุ ถมั ภ์)
วันท่ี…….เดอื น…………………..พ.ศ. ………….

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นชน้ั ม. ๖
คาชแ้ี จง ให้ทาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งรายการสังเกตพฤติกรรมทกี่ าหนด

รายการสังเกต
สนใจในเร่ือง ่ีท
เลข ช่อื – สกุล ครูอธิบาย
ท่ี ีมมารยาทและ ีม
สมาธิในการฟัง
แตลอะบกคาารถพูาดมไ ้ด
ถูก ้ตอง
ความร่วม ืมอใน
ั้ชนเรียน
ทากิจกรรม ี่ท
ไ ้ดรับมอบหมาย
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑ์การให้คะแนน

ลงช่อื …………………………………………….………….ผปู้ ระเมิน
(นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส)

วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน ม.๖

คาชี้แจง ให้ทาเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ท่ีกาหนด

เลข ความ ความ คณุ ภาพของ การนาเสนอ รวม
(๑๐)
ท่ี ชื่อ ตั้งใจ รว่ มมือ ผลงาน ผลงาน

(๓) (๒) (๓) (๒)



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

เกณฑก์ ารประเมิน ดีมาก ๗-๘ หมายถงึ ดี
๙-๑๐ หมายถึง พอใช้ ๑-๔ หมายถึง ควรปรับปรงุ

๕-๖ หมายถึง

ลงชือ่ …………………………………………….………….ผปู้ ระเมนิ

(นางสาวขวัญสกลุ แจม่ ใส)
วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

ภาพประกอบแสดงตัวละคร



แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๘

กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๓๓๑๐๑
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ กาพยเ์ ห่เรือ เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง ภาษาพัฒนาความคดิ

ชอื่ ครูผสู้ อน นางสาวขวัญสกุล แจม่ ใส

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ในการดาเนนิ

ชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ม. ๖/๗ อ่านเรือ่ งตา่ ง ๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด บันทึก ยอ่ ความ และรายงาน

ท ๔.๑ ม. ๖/๑ อธบิ ายธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลักษณะของภาษา
สาระสาคัญ

ภาษากบั ความคดิ มคี วามสมั พนั ธ์และมีอิทธพิ ลต่อกนั อย่างใกลช้ ิดเพราะความคิด

ต้องแสดงออกด้วยภาษา และเราต้องใช้ภาษาในการเรยี บเรียงความคิดการทาความเขา้ ใจเกยี่ วกบั
ภาษา และความคิดใหถ้ กู ตอ้ งจะเปน็ ประโยชน์แกก่ ารพัฒนาความสามารถในการคดิ และมีวธิ คี ดิ

ทีเ่ หมาะสมในการนาไปใช้แก้ปัญหาตา่ ง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. อธิบายความหมายของการคดิ และความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากบั การแสดงความคิดได้

๒. บอกวิธคี ิด หลักการคดิ เพือ่ แกป้ ญั หา และนาไปใชค้ ิดแกป้ ัญหาในชีวิตประจาวันได้
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

๑. มวี ินยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

๔. รักความเปน็ ไทย
๕. มีจิตสาธารณะ

สาระการเรียนรู้
๑. ภาษาพฒั นาความคดิ
๒. เหตผุ ลกับภาษา

กระบวนการจดั การเรียนรู้ ภาพนาจิตอาจเห็นให้เดน่ ใส
ขนั้ นา กน็ าใจหรือจะแจ่มแอรม่ ฤทธิ์

๑. นาเข้าส่บู ทเรียนโดยบทกวี ย่อมผดุ ผ่องกว่าเงาแหง่ เตาอิฐ
ภาษาเปรียบเทียบกลอ้ งส่องความคดิ เปรียบเหมือนพิศพกั ตรช์ ะโงกกะโหลกทกึ

ถ้าพูดเขยี นปูดเปือ้ นเลอะเลือนไป

เงาพระปรางค์วดั อรณุ อรุณสอ่ ง
ก็คาพดู นนั เลา่ เงาความคิด

กรมหม่นื พิทยาลงกรณ์ (นามปากกา น.ม.ส.)
พระนามเดิมพระองค์เจ้ารัชนแี จม่ จรสั (ทรงเป็นตน้ สกลุ รัชนี)
๒. นกั เรียนอา่ นบทกวขี า้ งต้นพร้อมกนั แล้วรว่ มกนั ถอดความทาความเข้าใจบทกวีดงั กลา่ ว

ขั้นสอน

๓. นักเรียนศึกษาภาพปฏกิ ริ ิยาลูกโซร่ ะหวา่ งภาษากบั ความคิดและร่วมกนั อธบิ ายจากภาพ
ดังกลา่ ว โดยครอู ธิบายรว่ มด้วย

๔. นักเรยี นศึกษาการใชค้ วามคิดเกย่ี วกบั การปลกู ต้นไมจ้ ากตัวอย่างในหนังสอื ซง่ึ จะมี
ตัวอย่างแสดงผงั มโนภาพทางความคดิ ของแต่ละคน และอธิบายไปพร้อมกัน

๕. ครอู ธิบายการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และการคิดประเมินคา่ โดยนกั เรียนช่วยกันบอก

วธิ ีการคิดในแต่ละขนั พรอ้ มยกตวั อย่าง
๖. นกั เรียนอ่านขอ้ เขียนของศาสตราจารย์กติ ติคุณไขแสง ศุขะวฒั นะ แลว้ เขียนอธิบายว่า

สว่ นใดเปน็ การคดิ วเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ และการคิดประเมนิ คา่ ลงในสมุด

ขน้ั สรปุ
๗. ร่วมกันอธบิ ายข้อเขยี นของศาสตราจารยก์ ิตติคุณไขแสง ศุขะวฒั นะ แสดงให้เหน็ วา่

ส่วนใดเปน็ การคดิ วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ และการคิดประเมนิ ค่า
๘. ร่วมกนั สรปุ ภาษาพฒั นาความคดิ และความแตกต่างของการคดิ วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์

และการคิดประเมินค่า

สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นหลกั ภาษาและการใชภ้ าษาเพ่อื การส่อื สารเพื่อการส่ือสาร

ชันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ห้องภาษาไทย
๓. บทกวีภาษาคือกล้อง สอ่ งความคิด
๔. ขอ้ เขยี นของศาสตราจารยก์ ิตติคุณไขแสง ศุขะวัฒนะ
๕. ภาพปฏิกิริยาลกู โซ่ระหวา่ งภาษากบั ความคดิ

การวดั ผลประเมนิ ผล เครือ่ งมือที่ใชใ้ น วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
กจิ กรรม-พฤตกิ รรมที่ การประเมนิ
ประเมิน สังเกตรายบุคคล ร้อยละ ๕๐ ขนึ ไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๑. สังเกตพฤติกรรม นกั เรยี น สงั เกตพฤติกรรม ร้อยละ ๕๐ ขนึ ไป
และผลงานระหว่าง
๒. ประเมนิ พฤตกิ รรมและ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม เรยี น
ผลงานระหว่างเรยี น และผลงานระหว่างเรียน

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่.ี ...........................................
เร่อื ง..................................................................................................................

ผลการจัดการเรยี นรตู้ ามแบบประเมนิ จานวนนกั เรียน............คน
ดา้ นความรู้

ผ่านเกณฑ์การประเมิน...........คน คิดเป็น.......% ไม่ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ด้านทักษะกระบวนการ

ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ...........คน คิดเป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมิน ......... คิดเป็น........%

ผลการประเมนิ บรรยากาศในการจดั การเรยี นรู้โดยภาพรวม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(...นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส....)
ตาแหน่ง...ครูผู้ช่วย.............

วนั ท่.ี ........เดือน............................พ.ศ. ..........
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................
(.นางสาวธิดา เมฆวะทัต....)

ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคริ วี หิ าร(สมเด็จพระวันรตั อุปถมั ภ์)
วนั ท่ี…….เดือน…………………..พ.ศ. ………….

บทกวี

ภาษาเปรียบเทียบกล้องสอ่ งความคิด ภาพนาจติ อาจเห็นให้เด่นใส

ถ้าพูดเขยี นปดู เปอ้ื นเลอะเลือนไป กน็ าใจหรือจะแจม่ แอรม่ ฤทธิ์
เงาพระปรางคว์ ดั อรุณอรณุ ส่อง ยอ่ มผุดผ่องกว่าเงาแหง่ เตาอฐิ
ก็คาพดู นนั เลา่ เงาความคดิ เปรยี บเหมือนพิศพกั ตรช์ ะโงกกะโหลกทึก

กรมหมนื่ พิทยาลงกรณ์ (นามปากกา น.ม.ส.)
พระนามเดมิ พระองคเ์ จ้ารัชนแี จม่ จรัส (ทรงเปน็ ต้นสกุลรชั น)ี



แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นช้นั ม. ๖
คาชีแจง ให้ทาเครื่องหมาย  ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมทกี่ าหนด

รายการสังเกต
สนใจในเรื่อง ่ีท
เลข ชือ่ – สกลุ ครูอธิบาย
ท่ี ีมมารยาทและ ีม
สมาธิในการฟัง
แตลอะบกคาารถพูาดมไ ้ด
ถูก ้ตอง
ความร่วม ืมอใน
ัชนเรียน
ทากิจกรรม ่ีท
ไ ้ดรับมอบหมาย
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรบั ปรุงแกไ้ ข








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ลงชอื่ …………………………………………….………….ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวขวญั สกลุ แจ่มใส)

วนั ท่ี……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน ม.๖

คาชแี จง ให้ทาเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ทก่ี าหนด

เลข ความ ความ คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๑๐)
ท่ี ชอ่ื ตง้ั ใจ ร่วมมือ ผลงาน ผลงาน

(๓) (๒) (๓) (๒)



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก ๗-๘ หมายถึง ดี
๙-๑๐ หมายถึง พอใช้ ๑-๔ หมายถึง ควรปรับปรุง
๕-๖ หมายถึง

ลงชอ่ื …………………………………………….………….ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวขวัญสกลุ แจ่มใส)

วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….



แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๙

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๓๓๑๐๑
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ กาพยเ์ หเ่ รอื เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรื่อง เหตผุ ลกับภาษา
ชอื่ ครผู สู้ อน นางสาวขวญั สกลุ แจ่มใส

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิด เพือ่ นาไปใชใ้ นการดาเนิน
ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอ่าน

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตัวช้ีวัด

ท ๑.๑ ม. ๖/๗ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคดิ บันทกึ ยอ่ ความ และรายงาน
ท ๔.๑ ม. ๖/๑ อธบิ ายธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลกั ษณะของภาษา
สาระสาคัญ

ภาษามีอิทธิพลตอ่ การแสดงออก และเราตอ้ งใชภ้ าษาในการเรียบเรียงความคดิ การทาความ
เขา้ ใจเก่ยี วกบั ภาษา ท่ีเหมาะสมในการนาไปใช้แก้ปญั หาตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ

การใช้ภาษาในการสอ่ื สารกับผ้อู ืน่ น้นั หากต้องการให้ถ้อยคาท่ีกลา่ วเปน็ ถอ้ ยคาที่หนักแนน่
เปน็ ที่ยอมรบั และน่าเชอื่ ถอื ผู้ใชภ้ าษาจะต้องใช้เหตุผลและมีขอ้ สรปุ อย่างเหมาะสม
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกวิธคี ดิ หลักการคิดเพ่ือแก้ปัญหา และนาไปใชค้ ิดแก้ปัญหาในชวี ิตประจาวนั ได้
๒. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของเหตผุ ลกบั ภาษาได้

๓. วเิ คราะหเ์ หตุผลและข้อสรุป และใช้เหตผุ ลในการอนุมานไดส้ มเหตุสมผล
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

๑. มวี นิ ัย

๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มงุ่ ม่ันในการทางาน

๔. รกั ความเปน็ ไทย
๕. มจี ิตสาธารณะ
สาระการเรยี นรู้

๑. ภาษาพฒั นาความคดิ
๒. เหตผุ ลกบั ภาษา

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นนา

๑. ครูตดิ แถบประโยคให้นักเรยี นอ่าน แลว้ ชว่ ยกันบอกว่า ประโยคใดแสดงเหตุผล

๑) เขาไม่มาทางานวันนเ้ี พราะเขาปว่ ย

๒) เขาเปน็ คนขยนั ศึกษาหาความรอู้ ยูเ่ สมอ

๒. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนรู้ว่า
ประโยคท่ี ๑) เปน็ ประโยคทแี่ สดงเหตุผล
ส่วนประโยคที่ ๒) เปน็ ประโยคธรรมดาทไ่ี ม่มกี ารแสดงเหตุผล

๓. ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั คิดขยายประโยคท่ี ๒) ใหเ้ ป็นประโยคทแี่ สดงเหตผุ ล
ข้นั สอน

๔. นักเรยี นศึกษาเรือ่ ง เหตุผลกับภาษา
๕. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายวา่ เหตผุ ล ภาษา และความคิด มคี วามสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงหรอื ไม่
อย่างไร โดยครูร่วมสรุป และอธบิ ายเพม่ิ เติมดว้ ย
๖. นักเรยี นศึกษาโครงสรา้ งของการแสดงเหตผุ ล แลว้ ช่วยกันยกตวั อยา่ งข้อความ
ท่แี สดงเหตผุ ล โดยวิเคราะห์ว่าส่วนใดเป็นเหตผุ ลและสว่ นใดเปน็ ข้อสรุป
๗. แบ่งนกั เรียนออกเปน็ ๓ กลมุ่ ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรือ่ งต่อไปน้ี

กลุม่ ท่ี ๑ ภาษาที่ใช้ในการแสดงเหตุผล
กลุ่มท่ี ๒ วธิ ีการแสดงเหตผุ ลและการอนมุ าน
กลุ่มที่ ๓ เหตแุ ละผล
๘. นกั เรียนแต่ละกล่มุ เลือกตวั แทนกลุ่ม ๑ คน ไปนาเสนออธิบายให้เพือ่ นกลุม่ อน่ื ฟัง
จนครบทกุ กลุ่ม
ขน้ั สรปุ
๙. นกั เรยี นทาใบงาน เรอ่ื ง เหตผุ ลกับภาษา แล้วช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๑๐. นักเรยี นชว่ ยกนั สรุปเรอ่ื ง เหตุผลกับภาษา แลว้ บนั ทึกลงในสมุด

สอื่ การเรยี นรู/้ แหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี นหลักภาษาและการใช้ภาษาเพ่อื การสื่อสารเพื่อการสอ่ื สาร

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. หอ้ งภาษาไทย
๓. ใบงานเรอ่ื ง เหตผุ ลกับภาษา
๔. แถบประโยคแสดงเหตุผล

การวัดผลประเมนิ ผล

กิจกรรม-พฤตกิ รรมท่ีประเมิน เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ น วธิ ีการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ

การประเมนิ สงั เกตรายบุคคล รอ้ ยละ ๕๐ ขน้ึ ไป

๑. สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม สงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๕๐ ขึ้นไป
และผลงานระหว่าง
นกั เรยี น เรียน

๒. ประเมินพฤติกรรมและ แบบประเมินพฤตกิ รรม

ผลงานระหว่างเรยี น และผลงานระหวา่ งเรยี น

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่.ี ...........................................
เร่อื ง..................................................................................................................

ผลการจัดการเรยี นรตู้ ามแบบประเมนิ จานวนนกั เรียน............คน
ดา้ นความรู้

ผ่านเกณฑ์การประเมิน...........คน คิดเป็น.......% ไม่ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ด้านทักษะกระบวนการ

ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ...........คน คิดเป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมิน ......... คิดเป็น........%

ผลการประเมนิ บรรยากาศในการจดั การเรยี นรู้โดยภาพรวม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(...นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส....)
ตาแหน่ง...ครูผู้ช่วย.............

วนั ท่.ี ........เดือน............................พ.ศ. ..........
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................
(.นางสาวธิดา เมฆวะทัต....)

ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคริ วี หิ าร(สมเด็จพระวันรตั อุปถมั ภ์)
วนั ท่ี…….เดือน…………………..พ.ศ. ………….

ใบงาน เรอื่ ง เหตผุ ลกบั ภาษา
คาชแ้ี จง ทากิจกรรมตอ่ ไปน้ี
๑. พจิ ารณาขอ้ ความทกี่ าหนดให้ว่าข้อใดเป็นการอนุมานด้วยวิธีนริ นยั และขอ้ ใดอนมุ านดว้ ย
วธิ อี ปุ นยั

๑) ทุกคนในสงั คมยอ่ มหนีไม่พ้นคาตฉิ ันนินทา เขาอยู่ในสงั คมฉะนนั้ จึงมคี นติฉันนนิ ทาเปน็ ธรรมดา
เป็นการอนมุ านด้วยวิธี ...................................................................................................................

๒) ปลาหลายชนิดออกลูกเป็นไข่ ฉะนนั้ ปลาทกุ ชนดิ จงึ ออกลูกเปน็ ไข่
เป็นการอนุมานดว้ ยวิธใี ด ..............................................................................................................

๓) ถ้าเขาลงทนุ คา้ ขายได้ดีมีกาไร เขาจะเลี้ยงลกู น้องใหอ้ ยอู่ ยา่ งสบายแต่เขาค้าขายขาดทนุ ลูกน้อง
เขาจงึ ลาบากเป็นการอนมุ านด้วยวิธี...............................................................................................

๔) ปา่ ไม้มบี ุญคณุ ต่อสงิ่ มีชีวิต เปน็ แหลง่ อาหารสาคญั เป็นท่ีอยู่อาศัยของสตั ว์ป่า เปน็ แหลง่ ต้นน้า
ลาธาร ฉะนัน้ จงึ ควรรกั ษาปา่ ไมใ้ ห้คงอยเู่ ปน็ การอนุมานด้วยวธิ ใี ด .................................................

๕) ไมม่ ีของฟรีในโลก ทุกคนชอบของแจกของแถม ผจู้ าหนา่ ยสนิ ค้าจึงตั้งเกณฑก์ ารซอ้ื สนิ คา้ ขนึ้
เพอื่ ใหค้ นซอ้ื ของครบตามจานวนทก่ี าหนดแลว้ ได้รบั ของแจกฟรี แตแ่ ท้จริงแล้วผู้จาหน่ายสินคา้ ได้
คดิ ค่าของแถมเหล่านั้นรวมไปในราคาสินคา้ เรียบร้อยแล้ว
เป็นการอนมุ านด้วยวธิ ี ...................................................................................................................

๒. เขียนแผนภาพการอนุมานเหตุผลและผลลัพธ์ที่สมั พันธก์ ันจากข้อความที่กาหนดให้
๑) เขามีผลงานดีจงึ ไดเ้ ล่อื นตาแหน่ง

๒) นา้ ไมไ่ หลเพราะมีการซอ่ มท่อประปา

๓) เขาเขา้ โรงพยาบาล เพราะท้องเสยี จนไมม่ ีแรง

เฉลยใบงาน เรอื่ ง เหตผุ ลกบั ภาษา

คาชแ้ี จง ทากจิ กรรมตอ่ ไปนี้

๑. พจิ ารณาขอ้ ความทีก่ าหนดใหว้ า่ ข้อใดเป็นการอนุมานดว้ ยวิธนี ริ นัยและข้อใดอนุมานดว้ ย

วิธีอุปนัย

๑) ทกุ คนในสงั คมยอ่ มหนีไม่พ้นคาติฉนั นนิ ทา เขาอยใู่ นสังคมฉะนัน้ จงึ มีคนตฉิ นั นนิ ทาเป็นธรรมดา

เปน็ การอนมุ านดว้ ยวิธี นิรนัย

๒) ปลาหลายชนิดออกลกู เป็นไข่ ฉะนนั้ ปลาทกุ ชนิดจึงออกลูกเปน็ ไข่

เป็นการอนุมานดว้ ยวธิ ใี ด อปุ นยั

๓) ถา้ เขาลงทุนค้าขายได้ดีมกี าไร เขาจะเล้ยี งลูกน้องใหอ้ ย่อู ย่างสบายแต่เขาค้าขายขาดทุน ลูกน้อง

เขาจงึ ลาบากเปน็ การอนุมานดว้ ยวธิ ี นิรนยั

๔) ป่าไมม้ ีบุญคุณตอ่ ส่งิ มีชีวติ เป็นแหลง่ อาหารสาคัญ เป็นท่ีอย่อู าศยั ของสตั วป์ า่ เปน็ แหล่งตน้ นา้

ลาธาร ฉะนน้ั จงึ ควรรักษาป่าไมใ้ หค้ งอยู่เป็นการอนุมานด้วยวธิ ีใด อุปนยั

๕) ไม่มีของฟรใี นโลก ทกุ คนชอบของแจกของแถม ผู้จาหน่ายสนิ ค้าจงึ ตง้ั เกณฑก์ ารซ้อื สินค้าขน้ึ

เพ่ือใหค้ นซอ้ื ของครบตามจานวนทก่ี าหนดแลว้ ได้รบั ของแจกฟรี แต่แท้จริงแล้วผู้จาหนา่ ยสนิ ค้าได้

คดิ ค่าของแถมเหล่านั้นรวมไปในราคาสินค้าเรียบร้อยแล้ว

เปน็ การอนุมานดว้ ยวธิ ี นิรนัย

๒. เขยี นแผนภาพการอนุมานเหตุผลและผลลพั ธ์ที่สมั พันธ์กนั จากข้อความทก่ี าหนดให้
๑) เขามีผลงานดจี งึ ไดเ้ ลือ่ นตาแหน่ง

เขามีผลงานดี (เหตุ) การอนมุ านจากเหตไุ ปหาผล เขาไดเ้ ลือ่ นตาแหนง่ (ผล)

๒) น้าไม่ไหลเพราะมีการซอ่ มท่อประปา

นาไมไ่ หล (ผล) การอนมุ านจากผลไปหาเหตุ มีการซ่อมทอ่ ประปา (เหต)ุ

๓) เขาเขา้ โรงพยาบาล เพราะทอ้ งเสยี จนไม่มีแรง

เขาเข้าโรงพยาบาล (ผล) การอนมุ านจากผลไปหาผล เขาไมม่ ีแรง (ผล)
เขาท้องเสีย (เหต)ุ

แถบประ

๑) เขาไม่มา
เพราะเ

แถบประ

ะโยคแสดงเหตุผล

าทางานวันนี้
เขาปว่ ย

ะโยคแสดงเหตุผล

๒) เขาเป็นค
หาความ

คนขยันศกึ ษา
มรู้อยูเ่ สมอ

แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นชน้ั ม. ๖
คาช้ีแจง ให้ทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องรายการสังเกตพฤตกิ รรมที่กาหนด

รายการสงั เกต
สนใจในเร่ือง ่ีท
เลข ชอ่ื – สกุล ครูอธิบาย
ท่ี ีมมารยาทและ ีม
สมาธิในการฟัง
แตลอะบกคาารถพูาดมไ ้ด
ถูก ้ตอง
ความร่วม ืมอใน
ั้ชนเรียน
ทากิจกรรม ี่ท
ไ ้ดรับมอบหมาย
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรบั ปรงุ แก้ไข








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ลงชอ่ื …………………………………………….………….ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส)

วันท่ี……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรยี น ม.๖

คาชแี้ จง ให้ทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องรายการประเมินท่ีกาหนด

เลข ความ ความ คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๑๐)
ท่ี ชื่อ ต้ังใจ รว่ มมือ ผลงาน ผลงาน

(๓) (๒) (๓) (๒)



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

เกณฑ์การประเมิน ดมี าก ๗-๘ หมายถึง ดี
๙-๑๐ หมายถงึ พอใช้ ๑-๔ หมายถึง ควรปรบั ปรุง
๕-๖ หมายถึง

ลงชอ่ื …………………………………………….………….ผ้ปู ระเมิน

(นางสาวขวัญสกลุ แจม่ ใส)
วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ…………….

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๒ กาพยเ์ หเ่ รอื เวลา ๑ ช่ัวโมง
เร่อื ง ประวตั ิ ทีม่ าของเรือ่ ง
ชอ่ื ครูผ้สู อน นางสาวขวญั สกลุ แจม่ ใส

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใช้ในการดาเนนิ
ชวี ิตและมนี ิสัยรักการอ่าน

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมอยา่ งเหน็

คุณค่าและนาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
ตวั ชี้วัด

ท ๑.๑ ม. ๖/๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ไพเราะ
และเหมาะสมกบั เรื่องท่อี า่ น

ท ๑.๑ ม. ๖/๕ วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ยง้ เก่ยี วกบั เรือ่ งทอ่ี ่าน และเสนอ

ความคดิ ใหมอ่ ย่างมเี หตุผล
ท ๕.๑ ม. ๖/๑ วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบื้องตน้

ท ๕.๑ ม. ๖/๔ สังเคราะห์ขอ้ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพือ่ นาไปประยกุ ตใ์ ช้
ในชวี ิตจริง
สาระสาคญั

กาพย์เหเ่ รอื เป็นมรดกทางวัฒนธรรมท่ีสบื ทอดมาแต่โบราณ ปัจจุบนั นกี้ ารเห่เรอื ยังเป็นพิธี
สาคัญประกอบกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค การเห่เรือของไทยสนั นิษฐานว่าเกิดจากการ

เปลง่ เสยี งเพือ่ เรา้ ใจฝพี ายในการเคลือ่ นกาลังรบทางเรือใหก้ ล้าแข็ง และคลายความเหน่ือยล้า
จากการเดนิ ทาง

การเห่เรือมี ๒ ประเภท คือ การเห่เรอื หลวงและการเหเ่ รือเลน่ กาพยเ์ ห่เรือของเจ้าฟา้

ธรรมธเิ บศรเคยใช้ในการเห่เรอื เลน่ มากอ่ น เพ่ิงใช้เปน็ บทเหเ่ รือหลวงในรัชกาลที่ ๔
แห่งกรงุ รัตนโกสินทร์ และเปน็ ต้นแบบให้เกดิ การแต่งกาพย์เห่เรอื ตอ่ มาจนปัจจุบนั

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรยี นจักผู้แตง่ กาพย์เห่เรอื
๒. นกั เรยี นรูจ้ ักประวตั ิ และความเป็นมาของพธิ ีสาคญั ประกอบกระบวนพยุหยาตรา

ทางชลมารค การเห่เรอื ของไทย
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. มวี นิ ยั
๓. ใฝ่เรียนรู้

๔. มงุ่ มั่นในการทางาน
๕. รกั ความเป็นไทย

สาระการเรียนรู้
๑. ประวัติเจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร
๒. ความเป็นมาของพิธีสาคัญประกอบกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค การเห่เรือของไทย

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั นา

๑. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง กาพย์เหเ่ รอื
๒. นกั เรียนดูวดิ โี อพิธีประกอบกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค การเห่เรอื ของไทย

ขั้นสอน
๓. นกั เรยี นศกึ ษาประวัติผ้แู ต่งเจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศรจากสไลด์
๔. นักเรยี นศึกษาความเปน็ มาของพธิ ีสาคญั ประกอบกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค

การเหเ่ รือของไทยโดยครูอธิบายร่วมดว้ ย
๕. นักเรียนแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุ่มละ ๓-๔ คน จดั การอภิปรายแบบใกล้ชิด ตามแนว

คาถามตอ่ ไปนี้
๑) กาพยเ์ ห่เรอื ของเจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรแต่งข้ึนเพอ่ื จุดมุ่งหมายใด
๒) กาพยเ์ ห่เรือหลวงกบั กาพย์เหเ่ รือเล่นแตกต่างกันอยา่ งไร
๓) รวบรวมช่ือปลาจากบทเห่ชมปลา
๔) รวบรวมช่ือพันธุไ์ มจ้ ากบทเหช่ มไม้
๕) รวบรวมช่ือเรอื พระราชพิธจี ากบทเหช่ มกระบวนเรอื
๖) คุณค่าทไี่ ดร้ บั จากการอา่ นเรื่องน้ีคอื อะไร

๖. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการอภิปรายหนา้ ชัน้ เรยี น และร่วมกันสรปุ ผลการอภปิ ราย

ขั้นสรุป
๗. ร่วมกันสรุปความร้ทู ไ่ี ดร้ ับจาก กาพยเ์ ห่เรอื ในชัว่ โมงนี้
๘. ให้นักเรียนกลมุ่ เดมิ ไปถอดความตอนท่ีทางานกลุม่ แลว้ มาเล่าในชวั่ โมงหนา้

สอ่ื การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี นวรรณคดีวจิ ักษ์ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. หอ้ งภาษาไทย
๓. วิดโี อพธิ ีประกอบกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค การเหเ่ รอื ของไทย
๔. แบบทดสอบก่อนเรียน เร่อื ง กาพยเ์ ห่เรือ

การวดั ผลประเมินผล เครื่องมอื ที่ใชใ้ น วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
กจิ กรรม-พฤติกรรมท่ี การประเมนิ
ประเมิน สงั เกตรายบุคคล รอ้ ยละ ๕๐ ข้ึนไป
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
๑. สังเกตพฤติกรรม นักเรียน สงั เกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๕๐ ขึ้นไป
แบบประเมินพฤตกิ รรม และผลงานระหว่าง
๒. ประเมินพฤตกิ รรมและ และผลงานระหวา่ งเรียน เรยี น
ผลงานระหว่างเรียน ตรวจแบบทดสอบ ร้อยละ ๕๐ ขนึ้ ไป
แบบบันทกึ ผลการประเมิน
๓. ประเมินแบบทดสอบ การเรียนรู้กอ่ นและ
หลังเรยี น ประเมินแบบทดสอบ
เรื่อง กาพยเ์ หเ่ รือ หลังเรยี น
เร่อื ง กาพยเ์ ห่เรือ

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่............................................
เรอื่ ง..................................................................................................................

ผลการจัดการเรยี นรูต้ ามแบบประเมนิ จานวนนกั เรียน............คน
ดา้ นความรู้

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เป็น.......% ไมผ่ ่านเกณฑ์ประเมนิ ......... คดิ เปน็ ........%
ด้านทกั ษะกระบวนการ

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คดิ เปน็ .......% ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ......... คดิ เปน็ ........%
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ผา่ นเกณฑ์การประเมิน...........คน คดิ เป็น.......% ไม่ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ ......... คดิ เป็น........%

ผลการประเมินบรรยากาศในการจดั การเรยี นรโู้ ดยภาพรวม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(...นางสาวขวญั สกุล แจม่ ใส....)
ตาแหน่ง...ครผู ูช้ ว่ ย.............

วนั ท่ี.........เดอื น............................พ.ศ. ..........
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................
(.นางสาวธิดา เมฆวะทัต....)

ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรยี นวัดคิรวี หิ าร(สมเด็จพระวันรัตอุปถัมภ์)
วันที่…….เดอื น…………………..พ.ศ. ………….

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนช้นั ม. ๖
คาชแ้ี จง ให้ทาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งรายการสังเกตพฤตกิ รรมทีก่ าหนด

รายการสงั เกต
สนใจในเร่ือง ่ีท
เลข ช่อื – สกุล ครูอธิบาย
ท่ี ีมมารยาทและ ีม
สมาธิในการฟัง
แตลอะบกคาารถพูาดมไ ้ด
ถูก ้ตอง
ความร่วม ืมอใน
ั้ชนเรียน
ทากิจกรรม ี่ท
ไ ้ดรับมอบหมาย
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรบั ปรุงแก้ไข








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑ์การให้คะแนน

ลงชอื่ …………………………………………….………….ผู้ประเมนิ
(นางสาวขวัญสกุล แจม่ ใส)

วันที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมและผลงานระหวา่ งเรียน ม.๖

คาชี้แจง ให้ทาเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งรายการประเมินทกี่ าหนด

เลข ความ ความ คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๑๐)
ท่ี ชื่อ ตง้ั ใจ รว่ มมอื ผลงาน ผลงาน

(๓) (๒) (๓) (๒)



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก ๗-๘ หมายถึง ดี
๙-๑๐ หมายถงึ พอใช้ ๑-๔ หมายถงึ ควรปรับปรงุ

๕-๖ หมายถึง

ลงช่อื …………………………………………….………….ผู้ประเมิน

(นางสาวขวญั สกุล แจม่ ใส)
วนั ท่ี……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบบนั ทึกผลการประเมินการเรียนรู้ ก่อนเรียนและหลงั เรยี น วชิ าภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖

แบบทดสอบ แบบทดสอบ สรปุ

เลข ชื่อ – สกุล กอ่ นเรียน หลงั เรียน ผลตา่ ง

ท่ี ๒๐ ๒๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น












๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖
๑๗
๑๘

ลงชอ่ื …………………………………………….………….ผู้ประเมิน
(นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส)

วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอ่ื ง กาพย์เหเ่ รอื

คาช้แี จง เลอื กคาตอบที่ถกู ต้องทสี่ ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว

๑. กาพยเ์ หเ่ รอื ท่ไี ด้รับการยกย่องให้เปน็ ยอดกาพย์หอ่ โคลงบทพระราชนพิ นธข์ องใคร

ก. รัชกาลที่ ๒

ข. รชั กาลที่ ๖

ค. เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร

ง. เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ตวิ งศ์

๒. กาพยเ์ หเ่ รือทีใ่ ชเ้ ป็นบทเรยี นแต่งขน้ึ เพอ่ื ความมุง่ หมายใด

ก. ขบั เห่ในกระบวนเรือเสดจ็ ในพระราชพธิ ที างชลมารค

ข. ขับเห่ใหก้ ระบวนเรอื เสด็จประพาสในสถานท่ตี ่าง ๆ

ค. ขับเหใ่ นกระบวนเรือเสดจ็ ไปพระราชทานพระกฐิน

ง. ขับเห่ในกระบวนเรือเสดจ็ ในการบาเพ็ญพระราชกศุ ล

๓. ลักษณะสาคัญของกาพย์เห่เรือเป็นอย่างไร

ก. แต่งด้วยกาพย์เห่

ข. แต่งด้วยกาพยย์ านโี ดยมโี คลงสส่ี ภุ าพนาหน่ึงบท

ค. แตง่ ด้วยกาพยย์ านีสลับกบั โคลงส่ีสภุ าพบทตอ่ บท

ง. แต่งด้วยกาพยย์ านโี ดยมโี คลงสี่สุภาพหน่ึงบทนาเป็นตอน ๆ

๔. ลกั ษณะเหใ่ นกระบวนเรือหลวงมีอะไรบา้ ง

ก. ช้าลวะเห่ สวะเห่ มูละเห่ โอละเห่

ข. เกรนิ่ โคลง ชา้ ลวะเห่ สวะเห่ มูละเห่

ค. เกร่นิ โคลง ช้าลวะเห่ มูละเห่ โอละเห่

ง. เกริน่ โคลง สวะเห่ ชา้ ลวะเห่ โอละเห่

๕. ในการเหเ่ รือเทีย่ วกลับตอ้ งใช้ทานองเห่ลักษณะใด

ก. สวะเห่ เพราะใหเ้ ข้ากับจงั หวะท่ีจ้าลงถี่ ๆ

ข. มูละเห่ เพราะเห่เปน็ พน้ื ๆ ทานองธรรมดา

ค. ชา้ ลวะเห่ เพราะพายทวนน้า เรอื จงึ เคลื่อนไปได้ชา้

ง. มูละเห่ เพราะพายทวนน้า ใช้ทานองเรว็ เพอื่ จะให้เข้ากับจังหวะพาย

๖. เมอื่ เรือพระท่นี ง่ั จะถงึ ทปี่ ระทบั ใชท้ านองเหอ่ ย่างไร

ก. มูละเห่ ค. เกริ่นโคลง

ข. สวะเห่ ง. ช้าลวะเห่

๗. หงส์เปน็ พาหนะของเทพเจ้าองค์ใด

ก. พระอุมา ค. พระลกั ษมี

ค. พระพรหม ง. พระสรุ ัสวดี

๘. คา “เรอ่ื ยเร่อื ย” ข้อใดมีความหมายเกี่ยวกับเวลาโดยตรง
ก. เร่อื ยเร่ือยลับเมรุลง ค่าแลว้
ข. เรือ่ ยเรอ่ื ยมารอนรอน ทพิ ากรจะตกต่า

ค. เรอ่ื ยเรื่อยมาเรียงเรยี ง นกบินเฉยี งไปท้ังหมู่
ง. เร่ือยเรือ่ ยเรยี มคอยแก้ว คลบั คลา้ ยเรยี มเหลยี ว

๙. “น้ำเงนิ คอื เงินยวง ขำวพรำยช่วงสสี ำ้ อำง

ไม่เทยี บเปรยี บโฉมนำง งำมเรืองเรื่อเนือสองสี”

คาว่า เนอื สองสี หมายถึงอะไร

ก. ดาแดง ข. ขาวเขียว ค. ขาวชมพู ง. ขาวเหลอื ง

๑๐. “ชะแวงแฝงฝงั่ แนบ ชะวำดแอบแปบปนปลอม

เหมอื นพี่แอบแนบถนอม จอมสวำทนำฏบังอร”

บทร้อยกรองนี้มชี ่อื ปลากีช่ นิด

ก. ๒ ชนิด ข. ๓ ชนิด ค. ๔ ชนิด ง. ๕ ชนดิ

๑๑. จากข้อ ๑๐ ขอ้ ใดไม่ใช่ชื่อปลา

ก. แอบ ข. แปบ ค. ชะแวง ง. ชะวาด

๑๒. ขอ้ ใดมชี ื่อตน้ ไมม้ ากชนดิ ทีส่ ดุ

ก. พุดจบี กลบี แสล้ม พิกุลแกมแซมสุกรม

ข. เต็งแต้วแกว้ กาหลง บานบษุ บงส่งกล่นิ อาย

ค. พิกลุ บุนนาคบาน กลน่ิ หอมหวานซ่านขจร

ง. สายหยุดพทุ ธชาด บานเกล่อื นกลาดดาษดาไป

๑๓. “เพียนทองงำมดั่งทอง ไม่เหมอื นนอ้ งหม่ ตำดพรำย

กระแหแหหำ่ งชำย ด่ังสำยสวำทคลำดจำกสม”

คาวา่ กระแห หมายถงึ อะไร

ก. เคร่อื งมอื จับปลา ข. ชื่อต้นไมน้ า้ ค. ช่อื ปลา ง. ช่อื ผ้าชนดิ หนึง่

๑๔. “...กำรขับร้องในเวลำพำยเรือนัน เห็นจะมีอยทู่ ุกชำติทกุ ภำษำ เพรำะเป็นกำรท้ำให้

เพลิดเพลนิ และเป็นเครอ่ื งผอ่ นแรงมิให้รสู้ ึกเหน็ดเหนอ่ื ย ทงั ยงั ทำ้ ใหเ้ กดิ จงั หวะในกำรพำย

พรอ้ ม ๆ กันอกี ดว้ ย กำรเหเ่ รอื ของไทยเรำน่ำจะได้แบบแผนจำกอินเดยี ...”

ขอ้ ความนีเ้ ป็นขอ้ เขยี นประเภทใด

ก. คาอธบิ าย ข. คาวจิ ารณ์ ค. ข้อเท็จจริง ง. ข้อสนั นษิ ฐาน

๑๕. การพรรณนาขอ้ ใดทาใหเ้ กดิ ภาพพจน์มากทสี่ ดุ

ก. เรอื ชัยไวว่องวงิ่ รวดเร็วจริงยิง่ อยา่ งลม

เสยี งเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยน่ิ เดินคูก่ นั

ข. เรอื ครฑุ ยุดนาคห้วิ ลิว่ ลอยมาพาผนั ผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เหม่ า

ค. สมรรถชัยไกรกาบแกว้ แสงแวววับจับสาคร

เรยี บเรียงเคยี งคู่จร ด่งั รอนฟา้ มาแดนดิน

ง. สวุ รรณหงส์ทรงพูห่ อ้ ย งามชดชอ้ ยลอยหลงั สนิ ธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมนิ ทร์ ลินลาศเลอื่ นเตอื นตาชม

๑๖. ในปจั จบุ นั นยิ มนากาพย์เหเ่ รอื มาใช้ในการลกั ษณะใด

ก. ใชเ้ ปน็ บทสวดมนต์ ข. ใช้เปน็ บทเห่เรือหลวง

ค. ขบั รอ้ งเลน่ กันสนุกสนาน ง. ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

๑๗. กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไม่ได้กลา่ วถงึ เร่ืองใด

ก. ชมสตั ว์ป่า ข. ชมนกชมไม้

ค. ราพันถึงนางผเู้ ปน็ ที่รกั ง. พรรณนาความงามของกระบวนเรอื

๑๘. กาพย์เห่เรอื สะทอ้ นภาพชวี ติ ของคนไทยในอดตี วา่ แตกต่างกบั ปัจจบุ นั ในด้านใด

ก. การแตง่ กาย ข. การคมนาคม

ค. การบอกเวรยาม ง. ถูกทกุ ข้อ

๑๙. ขอ้ ใดไม่แสดงความเคลื่อนไหว

ก. สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา

ข. เรอื ร้ิวทิวธงสลอน สาครล่นั ครัน่ คร้ืนฟอง

ค. ม่านกรองทองรจนา หลงั คาแดงแยง่ มงั กร

ง. สวุ รรณหงสท์ รงภู่หอ้ ย งามชดชอ้ ยลอยหลังสินธ์ุ

๒๐. ขอ้ ใดแสดงใหเ้ หน็ ความเคล่ือนไหวที่มพี ลังได้อยา่ งชัดเจนทสี่ ดุ

ก. เรอื มา้ หน้ามงุ่ น้า แล่นเฉื่อยฉ่าลาระหง

ข. เรือชัยไววอ่ งวง่ิ รวดเรว็ จรงิ ยง่ิ อยา่ งลม

ค. เรอื สิงหว์ ง่ิ เผน่ โผน โจนตามคล่ืนฝนื ฝ่าฟอง

ง. เรือครฑุ ยุดนาคหว้ิ ลิ่วลอยมาพาผนั ผยอง

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง กาพยเ์ หเ่ รอื
คาชแี้ จง เลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว

๑. กาพย์เหเ่ รอื ทไี่ ด้รับการยกยอ่ งให้เป็นยอดกาพยห์ ่อโคลงบทพระราชนพิ นธข์ องใคร

ก รัชกาลท่ี ๒

ข รชั กาลท่ี ๖

ค เจ้าฟ้าธรรมธเิ บศร

ง เจา้ ฟา้ กรมพระยานรศิ รานุวดั ตวิ งศ์

๒. กาพยเ์ หเ่ รือท่ใี ชเ้ ปน็ บทเรียนแต่งขน้ึ เพ่อื ความมุ่งหมายใด

ก ขับเห่ในกระบวนเรอื เสดจ็ ในพระราชพธิ ีทางชลมารค

ข ขับเห่ใหก้ ระบวนเรือเสดจ็ ประพาสในสถานทต่ี ่าง ๆ

ค ขบั เห่ในกระบวนเรือเสด็จไปพระราชทานพระกฐิน

ง ขบั เห่ในกระบวนเรอื เสดจ็ ในการบาเพ็ญพระราชกุศล

๓. ลักษณะสาคัญของกาพยเ์ ห่เรือเป็นอย่างไร

ก แต่งด้วยกาพยเ์ ห่

ข แตง่ ด้วยกาพย์ยานโี ดยมีโคลงสี่สุภาพนาหนงึ่ บท

ค แต่งด้วยกาพย์ยานสี ลบั กับโคลงส่ีสุภาพบทต่อบท

ง แต่งดว้ ยกาพยย์ านโี ดยมโี คลงสี่สุภาพหน่งึ บทนาเป็นตอน ๆ

๔. ลักษณะเหใ่ นกระบวนเรอื หลวงมีอะไรบา้ ง

ก ชา้ ลวะเห่ สวะเห่ มลู ะเห่ โอละเห่

ข เกร่ินโคลง ชา้ ลวะเห่ สวะเห่ มูละเห่

ค เกร่นิ โคลง ช้าลวะเห่ มูละเห่ โอละเห่

ง เกรน่ิ โคลง สวะเห่ ชา้ ลวะเห่ โอละเห่

๕. ในการเหเ่ รือเท่ียวกลบั ต้องใช้ทานองเห่ลักษณะใด

ก สวะเห่ เพราะใหเ้ ข้ากับจงั หวะทจ่ี ้าลงถี่ ๆ

ข มูละเห่ เพราะเหเ่ ป็นพื้น ๆ ทานองธรรมดา

ค ช้าลวะเห่ เพราะพายทวนน้า เรือจึงเคลือ่ นไปได้ชา้

ง มูละเห่ เพราะพายทวนน้า ใช้ทานองเร็วเพ่ือจะให้เขา้ กบั จังหวะพาย

๖. เม่อื เรอื พระท่นี ง่ั จะถงึ ทปี่ ระทับใชท้ านองเห่อย่างไร

ก มูละเห่ ข สวะเห่ ค เกรนิ่ โคลง ง ช้าลวะเห่

๗. หงส์เปน็ พาหนะของเทพเจ้าองค์ใด

ก พระอมุ า ข พระลกั ษมี

ค พระพรหม ง พระสุรัสวดี

๘. คา “เรื่อยเรอ่ื ย” ขอ้ ใดมคี วามหมายเกย่ี วกับเวลาโดยตรง
ก เร่ือยเรอื่ ยลบั เมรลุ ง ค่าแล้ว
ข เรอื่ ยเร่อื ยมารอนรอน ทพิ ากรจะตกต่า
ค เร่ือยเร่ือยมาเรียงเรยี ง นกบนิ เฉยี งไปท้งั หมู่
ง เรอื่ ยเรือ่ ยเรยี มคอยแกว้ คลบั คล้ายเรียมเหลยี ว

๙. “น้ำเงนิ คอื เงนิ ยวง ขำวพรำยช่วงสสี ้ำอำง

ไม่เทยี บเปรียบโฉมนำง งำมเรอื งเร่ือเนือสองสี”

คาว่า เนือสองสี หมายถึงอะไร

ก ดาแดง ข ขาวเขียว ค ขาวชมพู ง ขาวเหลือง

๑๐. “ชะแวงแฝงฝัง่ แนบ ชะวำดแอบแปบปนปลอม

เหมือนพแี่ อบแนบถนอม จอมสวำทนำฏบังอร”

บทร้อยกรองน้มี ีช่ือปลากชี่ นิด

ก ๒ ชนดิ ข ๓ ชนดิ ค ๔ ชนิด ง ๕ ชนิด

๑๑. จากข้อ ๑๐ ขอ้ ใดไม่ใช่ชอ่ื ปลา

ก แอบ ข แปบ ค ชะแวง ง ชะวาด

๑๒. ขอ้ ใดมชี ื่อตน้ ไม้มากชนิดทส่ี ุด

ก พุดจบี กลีบแสล้ม พกิ ุลแกมแซมกรม

ข เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบษุ บงส่งกลน่ิ อาย

ค พิกุลบนุ นาคบาน กลิน่ หอมหวานซ่านขจร

ง สายหยดุ พทุ ธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป

๑๓. “เพียนทองงำมดง่ั ทอง ไมเ่ หมือนน้องหม่ ตำดพรำย

กระแหแหหำ่ งชำย ดง่ั สำยสวำทคลำดจำกสม”

คาว่า กระแห หมายถงึ อะไร

ก เครอ่ื งมอื จบั ปลา ข ชือ่ ตน้ ไมน้ ้า ค ช่ือปลา ง ชื่อผ้าชนิดหนึง่

๑๔. “...กำรขับร้องในเวลำพำยเรือนนั เหน็ จะมีอยทู่ กุ ชำติทกุ ภำษำ เพรำะเป็นกำรทำ้ ให้

เพลิดเพลิน และเปน็ เคร่ืองผอ่ นแรงมิให้รูส้ ึกเหน็ดเหนื่อย ทงั ยังท้ำใหเ้ กดิ จงั หวะในกำรพำย

พรอ้ ๆ กนั อีกดว้ ย กำรเห่เรือของไทยเรำน่ำจะไดแ้ บบแผนจำกอนิ เดยี ...”

ข้อความนเี้ ปน็ ข้อเขียนประเภทใด

ก คาอธิบาย ข คาวจิ ารณ์ ค ขอ้ เทจ็ จริง ง ข้อสันนษิ ฐาน

๑๕. การพรรณนาข้อใดทาให้เกิดภาพพจน์มากที่สุด

ก เรือชัยไวว่องว่ิง รวดเร็วจรงิ ยง่ิ อยา่ งลม

เสยี งเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน

ข เรอื ครฑุ ยุดนาคหวิ้ ลิว่ ลอยมาพาผนั ผยอง

พลพายกรายพายทอง รอ้ งโห่เหโ่ อ้เห่มา

ค สมรรถชัยไกรกาบแกว้ แสงแวววบั จบั สาคร

เรียบเรยี งเคยี งคู่จร ดั่งรอนฟา้ มาแดนดิน

ง สวุ รรณหงสท์ รงพหู่ ้อย งามชดชอ้ ยลอยหลังสินธุ์

เพยี งหงสท์ รงพรหมนิ ทร์ ลินลาศเลือ่ นเตอื นตาชม

๑๖. ในปจั จุบนั นยิ มนากาพยเ์ หเ่ รอื มาใช้ในการลกั ษณะใด

ก ใช้เป็นบทสวดมนต์ ข ใชเ้ ปน็ บทเหเ่ รือหลวง

ค ขับร้องเล่นกนั สนกุ สนาน ง ใชป้ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนา

๑๗. กาพย์เห่เรอื ของเจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศรไม่ได้กลา่ วถึงเรอ่ื งใด

ก ชมสัตว์ป่า ข ชมนกชมไม้

ค ราพนั ถึงนางผู้เปน็ ท่ีรกั ง พรรณนาความงามของกระบวนเรอื

๑๘. กาพย์เหเ่ รือสะท้อนภาพชีวติ ของคนไทยในอดีตวา่ แตกต่างกับปัจจบุ นั ในดา้ นใด

ก การแตง่ กาย ข การคมนาคม

ค การบอกเวรยาม ง ถกู ทุกข้อ

๑๙. ข้อใดไม่แสดงความเคลื่อนไหว

ก สรมุขมขุ สีด่ ้าน เพียงพมิ านผา่ นเมฆา

ข เรอื ร้ิวทิวธงสลอน สาครลัน่ คร่ันครืน้ ฟอง

ค ม่านกรองทองรจนา หลงั คาแดงแย่งมงั กร

ง สวุ รรณหงสท์ รงภู่หอ้ ย งามชดชอ้ ยลอยหลงั สินธุ์

๒๐. ข้อใดแสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวท่ีมพี ลงั ได้อยา่ งชัดเจนที่สดุ

ก เรอื มา้ หน้าม่งุ น้า แล่นเฉือ่ ยฉ่าลาระหง

ข เรือชัยไววอ่ งว่งิ รวดเร็วจริงย่งิ อย่างลม

ค เรือสงิ ห์วิง่ เผ่นโผน โจนตามคล่นื ฝนื ฝา่ ฟอง

ง เรือครุฑยุดนาคห้วิ ล่วิ ลอยมาพาผนั ผยอง

แบบบันทกึ ผลการประเมนิ การเรยี นรู้ ก่อนเรียนและหลังเรยี น วชิ าภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖

แบบทดสอบ แบบทดสอบ สรปุ

เลข ชอ่ื – สกุล กอ่ นเรียน หลงั เรยี น ผลตา่ ง

ท่ี ๒๐ ๒๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น











๑๐
๑๑

๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

ลงชอื่ …………………………………………….………….ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวขวญั สกลุ แจม่ ใส)

วนั ที่……….เดือน…………………….พ.ศ…………….

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๑ -๑๒

กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๓๓๑๐๑
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ กาพยเ์ ห่เรือ เวลา ๒ ช่วั โมง
เร่ือง ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ถอดความ
ชอ่ื ครผู ู้สอน นางสาวขวัญสกลุ แจม่ ใส

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพือ่ นาไปใชใ้ นการดาเนนิ
ชวี ิตและมนี ิสัยรักการอ่าน

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมอย่างเห็น

คุณค่าและนาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง
ตัวช้ีวัด

ท ๑.๑ ม. ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ไพเราะ
และเหมาะสมกบั เร่ืองทีอ่ า่ น

ท ๑.๑ ม. ๖/๕ วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเหน็ โตแ้ ยง้ เก่ียวกบั เรือ่ งทอ่ี า่ น และเสนอ

ความคดิ ใหมอ่ ย่างมีเหตุผล
ท ๕.๑ ม. ๖/๑ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบือ้ งต้น

ท ๕.๑ ม. ๖/๔ สังเคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนาไปประยุกต์ใช้
ในชวี ติ จริง
สาระสาคญั

กาพยเ์ หเ่ รอื เป็นคาประพันธ์ที่แต่งด้วยกาพยห์ ่อโคลง ซง่ึ จะแต่งกาพยห์ ่อโคลง ๑ บท
ตามด้วยกาพยย์ านี ๑๑ กีบ่ ทก็ได้ เพือ่ ชมความงดงามของกระบวนเรือพระราชพิธี สิ่งแวดลอ้ มต่าง ๆ

ที่พบเหน็ ระหว่างการเดินทาง และไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ยอดแหง่ กาพยเ์ หเ่ รือ อีกทั้งยงั ถือเป็น
ต้นแบบของการแต่งกาพยเ์ ห่เรือมาจนถงึ ปัจจุบัน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกลักษณะคาประพันธ์ของเรอื่ งทอี่ ่านได้
๒. อธบิ ายแผนผังฉันทลกั ษณ์ของกาพย์ยานี ๑๑ และ โคลงส่ีสภุ าพได้

๓. อา่ นกาพย์เห่เรอื ได้ถกู ตอ้ ง ตามลกั ษณะคาประพันธ์
๔. อ่านตีความ ถอดความบทรอ้ ยกรองได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. มีวนิ ยั

๓. ใฝ่เรียนรู้
๔. ม่งุ ม่ันในการทางาน
๕. รักความเป็นไทย

สาระการเรยี นรู้
๑. คาประพันธป์ ระเภทกาพย์ห่อโคลง

๒. ฉันทลักษณ์ของกาพย์ยานี ๑๑ และ โคลงสี่สภุ าพ
๓. กาพย์เห่เรือ

กระบวนการจดั การเรียนรู้
แผนการสอนท่ี ๑๑
ขั้นนา

๑. ครูสนทนากับนกั เรียนเกี่ยวกับการเลอื กใช้คาในการประพนั ธก์ าพยเ์ ห่เรอื
๒. ครูเปิดแถบบันทึกเสียงการอ่านกาพยเ์ ห่เรอื ให้นักเรยี นฟงั สงั เกตการเห่ การเวน้ วรรคตอน
ลลี า จังหวะ นา้ เสียง

ข้ันสอน
๓. นกั เรยี นศึกษาคาประพันธ์ประเภทกาพย์หอ่ โคลง
๔. นกั เรียนศกึ ษาฉันทลักษณ์ของกาพยย์ านี ๑๑ และ โคลงส่ีสภุ าพโดยครูอธิบายรว่ มด้วย
๕. ครูอา่ นโคลงส่ีสุภาพ และบทเห่ชมกระบวนเรอื ให้นักเรียนฟงั อ่านและรว่ มกนั ถอดความ

รว่ มกนั
๖. นกั เรียนแบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่มละ ๕-๖ คน ถอดความโดยแบง่ ตอนให้

ตามความเหมาะสมดังน้ี
๑) บทเห่ชมปลา
๒) บทเห่ชมไม้
๓) บทเห่ชมนก
๔) บทเห่ครวญ

ขนั้ สรุป
๘. นักเรียนเตรียมศึกษาทาความเข้าใจในบทท่ีถอดความดงั กลา่ ว บันทกึ ลงสมดุ และ

เตรียมการนาเสนอหนา้ ชั้นเรียน

กระบวนการจดั การเรียนรู้
แผนการสอนที่ ๑๒
ขน้ั นา

๑. ทบทวนบทเรียนในช่ัวโมงทผี่ ่านมาเก่ียว กาพย์เหเ่ รือในตอนที่เรียน เช่น ผู้แต่ง ลกั ษณะ
คาประพนั ธ์ เปน็ ตน้

๒. ครูกลา่ วถงึ เนอื้ หาโดยรวมของกาพย์เหเ่ รอื วา่ มีทั้งหมด กี่บทเห่ อะไรบ้าง เพือ่ จะนาเข้าสู่
เรื่องในแตล่ ะตอน
ขน้ั สอน

๓. รว่ มกนั ทบทวนบทเห่ชมเรอื ท่ีถอดความไปเมื่อสปั ดาหก์ ่อน
๔. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอหน้าช้นั เรียน ตามท่ไี ด้ไปถอดความมาโดยแบง่ ตอนดงั น้ี

๑) บทเห่ชมปลา
๒) บทเห่ชมไม้
๓) บทเห่ชมนก
๔) บทเห่ครวญ
๕. เพอื่ นนกั เรยี นต่างกลุม่ จดบันทึกส่ิงทเ่ี พ่อื นนาเสนอลงในสมดุ
ขั้นสรุป
๖. ครูสรปุ ทบทวนเนื้อหาทีน่ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ถอดความมา ให้ฟังอกี ครัง้ หนึง่ ให้นักเรียน
สอบถามและแสดงความคดิ เห็นในบทน้ันๆ
๗. นกั เรยี นส่งช้ินงานดงั กล่าวกลุ่มละ ๑ แผน่

ส่อื การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี นวรรณคดวี ิจักษ์ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๖

๒. ห้องภาษาไทย
๓. เทปบนั ทึกเสยี งการอา่ นกาพย์เห่เรือ
๔. คาประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลง

๕. ฉนั ทลกั ษณ์ของกาพยย์ านี ๑๑ และ โคลงส่ีสุภาพ

การวัดผลประเมนิ ผล เครื่องมอื ท่ีใช้ใน วธิ กี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
กจิ กรรม-พฤตกิ รรมท่ี การประเมนิ
ประเมนิ สงั เกตรายบุคคล รอ้ ยละ ๕๐ ขึ้นไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๑. สังเกตพฤตกิ รรม นักเรียน สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๕๐ ขน้ึ ไป
และผลงานระหวา่ ง
๒. ประเมนิ พฤตกิ รรมและ แบบประเมินพฤตกิ รรม เรยี น
ผลงานระหวา่ งเรยี น และผลงานระหวา่ งเรียน สังเกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๕๐ ขึ้นไป

๓. ประเมนิ การทางานกลมุ่ แบบประเมินการทางาน
เป็นกลมุ่

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี............................................
เร่ือง..................................................................................................................

ผลการจัดการเรยี นรู้ตามแบบประเมนิ จานวนนกั เรยี น............คน
ด้านความรู้

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน...........คน คดิ เป็น.......% ไมผ่ ่านเกณฑป์ ระเมิน ......... คิดเป็น........%
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ

ผ่านเกณฑ์การประเมิน...........คน คดิ เป็น.......% ไมผ่ า่ นเกณฑ์ประเมิน ......... คดิ เป็น........%
ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ...........คน คิดเปน็ .......% ไมผ่ ่านเกณฑ์ประเมนิ ......... คดิ เป็น........%

ผลการประเมินบรรยากาศในการจดั การเรียนรโู้ ดยภาพรวม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................
(...นางสาวขวัญสกุล แจม่ ใส....)
ตาแหนง่ ...ครูผ้ชู ว่ ย.............

วันท.่ี ........เดอื น............................พ.ศ. ..........
ความคิดเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................
(.นางสาวธดิ า เมฆวะทตั ....)

ตาแหนง่ ผ้อู านวยการโรงเรยี นวดั คิรีวิหาร(สมเด็จพระวนั รตั อุปถัมภ์)
วนั ที่…….เดอื น…………………..พ.ศ. ………….

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นชน้ั ม. ๖
คาชแ้ี จง ให้ทาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งรายการสังเกตพฤติกรรมทกี่ าหนด

รายการสังเกต
สนใจในเร่ือง ่ีท
เลข ช่อื – สกุล ครูอธิบาย
ท่ี ีมมารยาทและ ีม
สมาธิในการฟัง
แตลอะบกคาารถพูาดมไ ้ด
ถูก ้ตอง
ความร่วม ืมอใน
ั้ชนเรียน
ทากิจกรรม ี่ท
ไ ้ดรับมอบหมาย
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑ์การให้คะแนน

ลงช่อื …………………………………………….………….ผปู้ ระเมิน
(นางสาวขวญั สกุล แจ่มใส)

วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน ม.๖

คาชี้แจง ให้ทาเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ทก่ี าหนด

เลข ความ ความ คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๑๐)
ท่ี ชื่อ ตง้ั ใจ ร่วมมือ ผลงาน ผลงาน

(๓) (๒) (๓) (๒)



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก ๗-๘ หมายถึง ดี
พอใช้ ๑-๔ หมายถึง ควรปรับปรุง
๙-๑๐ หมายถึง
๕-๖ หมายถึง

ลงชอ่ื …………………………………………….………….ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวขวัญสกลุ แจ่มใส)

วนั ที่……….เดอื น…………………….พ.ศ…………….

แบบประเมินการทางานกล่มุ นักเรียนชัน้ ม. ๖
คาชี้แจง ให้ทาเครือ่ งหมาย  ลงในช่องรายการสังเกตพฤตกิ รรมที่กาหนด

รายการสังเกต
ส่วนร่วมในการ
เลข ชือ่ – สกุล แสดงความคิดเ ็หน
ท่ี
กระ ืตอรือร้นใน
การทางาน

ัรบ ิผดชอบในงาน ี่ท
ไ ้ด ัรบมอบหมาย

การทางานอ ่ยาง
เ ็ปนระบบ

ใช้เวลาในการทางาน

อย่างเหมาะสม
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐

๑ ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ข
๒ ลงชอื่ …………………………………………….………….ผู้ประเมนิ

๔ (นางสาวขวญั สกลุ แจม่ ใส)
๕ วนั ท่ี……….เดือน…………………….พ.ศ…………….




๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘

เกณฑก์ ารให้คะแนน




Click to View FlipBook Version