วรรณศิลป “ดินสอโดม”
ปฐมบท งานวรรณศิลป ของ อภชิ าติ ดําดี
“วรรณศลิ ปด นิ สอโดม” เปนการรวบรวมผลงานดา นวรรณศลิ ปท่อี ภชิ าติ ดําดี ไดส รางสรรคไ วใ นหวง
เวลาของการเปน นกั ศึกษาธรรมศาสตร 7 ปเ ตม็ ตั้งแตป 2521 - 2527 มีทัง้ งานท่เี ขียนขึน้ เพื่อกจิ กรรมตา งๆใน
รัว้ โดมดวยนามปากกา “ดนิ สอโดม” และงานสงประกวดระดับรางวัลซ่งึ มีทงั้ บทกวี, เรือ่ งส้ัน, บทเพลง, บทกวี
ภาษาองั กฤษ ฯลฯ
“...ดนิ สอโดม ประดับดาว อกี คราวหนึ่ง
ประกาศถึง สัจศิลป แหง ดนิ สอ
ดว ยมานะ พยายาม ไมยอ ทอ
จงึ ไดชอ ดาวมาชม สมดังปอง
และนี่คือ ชอ ดาว อนั พราวแสง
ท่ีไดมา ดว ยแรง คนทงั้ ผอง
รอยชอ ดาว เรยี งตอ เปน ชอ ทอง
นาํ มาคลอ ง รอบคอ ดนิ สอโดม...”
คมสรรค เมธกี ุล
เพอื่ นกวีรว มร้วั โดมไดประพนั ธใหกับอภิชาติ ดาํ ดี เม่ือครั้งไดรบั รางวลั ชนะเลศิ การประกวดเร่ืองสัน้
ระดบั อดุ มศึกษาของชมรมวรรณศิลป 10 สถาบนั เม่ือป 2523
นอ มไหวค รู
ศิษยไ มมี พานประดับ ระยับระยา
ชอดอกไม ไมลานตา โออาหรู
ศษิ ยม เี พยี ง รอยลาํ นาํ คาํ เชิดชู
นอมไหวคร.ู ....ครขู องคน ท้ังแผนดิน...
อภิชาติ ดาํ ดี
กรกฎาคม 2521
ท่มี า : เมื่อผมเขาเปนนกั ศึกษาธรรมศาสตรเทอมแรก ป 2521 กจิ กรรมเร่ิมฟนตัว งานไหวค รูปน้นั คอ นขาง
คึกคัก ทกุ กลมุ กิจกรรมตางสงพานดอกไมไหวค รูมารว มพิธใี นหอประชุมใหญ พานที่ไดร ับความสนใจมากทสี่ ดุ ก็
เห็นจะเปน พานไหวค รูท่ีศษิ ยผูบริสทุ ธิ์คดี 6 ตลุ าคม อตุ สาหะสงมาจากในคุก อาจารยห ลายทา นเห็นพานน้ีถึงกับ
นาํ้ ตาซมึ ผมออกแบบใหกับพานของชมรมโดมทักษณิ โดยใชกระดานชนวนสมยั เด็กๆ วางบนแทนดินเหนยี ว
ประดับประดาตรงฐานดวยดอกไม ในกระดานชนวนมบี ทไหวครู เขยี นไวด วยลายมืองา ยๆบทหน่งึ ดวยวาผมเปน
คนที่ยงั ถือสาในธรรมเนียมไหวครู และความสมั พนั ธแบบศิษยก ับครู จงึ ขอนาํ บทกวีดังวา มาประเดิมในการรวม
ผลงานชุด “วรรณศลิ ปด นิ สอโดม” นี้
แดเ พ่ือน...ผูบริสุทธิ์
๐ รอ ยบุปผา มาลัย คลอ งใจเพ่ือน
แทนโซตรงึ ตราเถื่อน เพ่ือนเคยใส
กลนิ่ ราํ่ แหง เสรีภาพ อาบหวั ใจ
แทนกลิ่นไอ ภายในคุก ที่ทุกขทน
๐ คาํ รบั ขวญั ในวันนี้ มเี พียงวา
เราทง้ั หลา ยงั เขมแข็ง ทุกแหงหน
ย่ิงกาวไกล ในเสนทาง ประชาชน
ยิง่ เปย มลน ดวยศรทั ธา กลาฝาฟน
๐ เสยี งประสาน เรารว มกัน ในวันน้ี
คือดนตรี ที่ขานขับ เพ่ือรบั ขวัญ
ประวัติศาสตร เจาพระยา ทาพระจันทร
ยง่ิ นานวนั ย่งิ ชี้ ชัดสัจธรรม...
อภิชาติ ดาํ ดี
กย. 2521
ทม่ี า : เมือ่ เพ่อื นผูบริสทุ ธ์ิคดี 6 ตลุ าคม ไดร บั การนริ โทษกรรมในเดอื นกันยายน ท่ัวรว้ั โดมเตม็ ไปดว ยคาํ ขวญั
และบทกวีรับขวญั บานสะพรง่ั ทัง้ สาํ นกั บทกวชี ้นิ นป้ี รากฏอยูในบอรดของชมรมโดมทักษณิ ซึง่ ตั้งไว ณ ลานโพธิ์
ตอ มากลุมเพ่ือนใหม อมธ. ไดนาํ เอาสองวรรคสุดทายไปข้ึนปายผา นาํ หนา ขบวนอัญเชญิ ธรรมจักรในงานฟตุ บอล
ประเพณีปน นั้
ดอกไมจ ากใจชน
๐ ชอ ดอกไม รับขวญั ในวนั นี้
ประจงจัด จากมาลี หลากสสี นั
ดว ยดวงใจ โชติชวง ดวงเดียวกัน
หลอหลอมจาก ดวงใจม่นั หมื่นลา นดวง
๐ ดอกมะขาม ตน มะขาม
ยืนตน อยู ทุกโมงยาม สนามหลวง
กรานกบั แดด กราํ กับฝน ทนท้ังปวง
ท่วั ทุกชวง ของวันวาร ท่ีผานไป
๐ ใจเพอื่ นจง คงทน ดุจตน มะขาม
มคิ รนั่ ครา ม ตออสตั ย ที่ซัดใส
ยนื หยัดอยู ตอสเู พอื่ ประชาไทย
แมผ องภัย จะกระหน่าํ มุงทาํ ลาย
๐ ดอกหางนกยงู ตนหางนกยูง
ยืนตนสูง อยูทีน่ ี่ มีความหมาย
ธรรมศาสตร หางนกยูง ยืนสงู ราย
ชนทัง้ หลาย ไดอาศยั รมใบบัง
๐ หางนกยูง สงู สลาง อยางใจเพ่อื น
ดอกสีแดง เดนเหมือน เตอื นความหลงั
ขอเพอ่ื นจง เขม แขง็ แกรงพลัง
สดใสดัง ชอ ระยา ของมาลี
๐ ดอกหญา ตน หญา สนามหญา
ทรงคุณคา สูงสง นกั ในศกั ด์ิศรี
เม่อื ธรรมตา น อธรรม ท่ยี า่ํ ยี
สนามหญา คือที่ ประชมุ ชน
๐ ชอดอกไม รบั ขวัญ ในวนั น้ี
จะแยม คล่ี ระบัดใบ ไปทุกหน
ดอกไมแหง มวลมหา ประชาชน
จะคงทน บานอยู ไมรูโ รย......
อภชิ าติ ดําดี
กนั ยายน 2521
ที่มา : เชาวันน้นั ของเดือนกนั ยายน ลานโพธ์ธิ รรมศาสตรอบอวลไปดว ยกลิ่นไอแหง เสรีภาพของเพื่อนผูบริสุทธิ์
๖ ตุลาคม พิธีรบั ขวัญถูกจดั ขึ้นงายๆ ดว ยบรรยากาศทีน่ าประทับใจ ลานโพธิ์ยิ่งอบอุนไปดวยเพ่อื นมิตรนกั ศึกษา
อาจารยท ม่ี าใหกาํ ลังใจ ดอกไมชอ แลว ชอเลาแทนความรสู ึกจากมือสูมือ บอกความผูกพันจากใจถงึ ใจ และน่ีคือ
บทกวที ี่มาพรอมๆกบั ดอกไมชอ หน่ึงสําหรบั เชาวันนั้น
บนิ หลา
๐ ....วา ออออ คลอรับ เสียงทับโหมง
ซอเร่ิมสี ปประโคม เริม่ โหมโรง
เราจะโยง สายใจไว ดวยกัน....
๐ โดมทักษณิ บินหลา เจา มาแลว
รว มทิวแถว แนวทาง ท่สี รา งสรรค
ไมย อมแพ แยย บั กบั คืนวัน
จะบากบั่น บนิ กลา ฝา ลมแรง
๐ โดมทักษณิ บินหลา คราคร้ังกอน
เคยเรา รอ น กลา ผจญ ทุกหนแหง
เคยรว มสราง ตํานาน การเปล่ียนแปลง
สรา งบทเรียน ราคาแพง แหง แผน ดิน
๐ บนิ มาเถดิ บนิ หลา บินมารวม
เรามารวม เปนหลัก โดมทักษิณ
มารวมงาน รว มวถิ ี รว มชีวิน
รว มโบยบิน เพอื่ มหา ประชาชน…
ดินสอโดม
พฤศจิกายน 2521
ทมี่ า : บินหลา...เปนภาษาปก ษใตแ ปลวา นกกางเขน เปน ชื่อวงดนตรขี องชมรมโดมทักษิณในสมัยนัน้ เปนชอ่ื
เพลงดงั ของวงเพ่ือชวี ติ อาชพี แฮมเมอร ผมนําบนิ หลามาใชเปนสัญลกั ษณของนักศึกษาชาวใต เขียนใหก ับจลุ
สารของชมรมโดมทักษิณ โดยเร่ิมตน ดวยลลี าหนงั ตะลุง
สายนาํ้ แหงความตาย
๐ คะครนื โครม โถมถ่ัง ดจุ คั่งแคน
สายนํ้าแลน หลากมา มหาศาล
เมอ่ื ไมมี ปาไม ไวท ัดทาน
ทวั่ ทกุ ยาน น้าํ ก็พัด กระจดั กระเจิง
๐ ภาพเวงิ้ วา ง กวางไกล ในวันน้ี
คอื ทุกที่ ทุกทงุ ทอ ง นา้ํ นองเจ่ิง
หลังคาจาก เคยกนั แดด แผดระเริง
กลายเปน เพงิ พักพิง องิ รางไว
๐ เหลอื เพยี งตัว คนเดียว อันเปล่ียวเปลา
พ่นี อ งเรา เรร อ น ไปนอนไหน
ชีวิตเอย สายนา้ํ เคยฉ่าํ ใจ
มันแปรไป เปน สายน้ํา แหง ความตาย
๐ ไมม ีแลว แมส ิ่งใด ไมมีแลว
แมแตแวว น้าํ ตาเดือด ก็เหือดหาย
หยาดนาํ้ ตา มันไมมี แตปกลาย
คราวแลงราย ไรน้าํ จะทาํ นา
๐ จากนา้ํ แลง รนิ ราํ่ ถึงน้าํ หลาก
ความข่ืนขม ตรมยาก ยงั คูห ลา
คนจนยงั ไรส ขุ ทุกเวลา
คอื สัจจา คงอยู กบั ผคู น
๐ นอนหิวโหย โรยลา หลงั คาจาก
นึกถึงความ จนยาก และแคน ขน
เมอ่ื ไหรห นอ ถึงวนั ประชาชน
ไดห ลุดพน ทุกขต รม ถมทวี
๐ สายลมเอย....
เจา พัดเลย เรอื่ ยไป ทางไหนน่ี
ขอนําขา ว บา นนอก ไปบอกที
ใหน องพี่ ในเมือง รูเรื่องราว
๐ วา พนี่ อ ง ของเรา ชาวนาไร
ยงั ยากไร ปวยเจ็บ และเหน็บหนาว
ทกุ ขคราวนี้ ทนทกุ ข กวาทุกคราว
ขอเพื่อนกา ว เขามา ชว ยฝาฟน...
อภิชาติ ดําดี
พฤศจิกายน 2521
ที่มา : ป 2521 หนา หนาว... หนาวจนราวไปถงึ กระดกู เพราะเกิดอุทกภัยใหญข ้ึนในภาคอีสาน เสยี หายหนัก เรา
ระดมกําลงั กนั เปด รบั บรจิ าค เพอื่ นําความชวยเหลือจากชาวเมอื งไปมอบใหก ับพนี่ องชาวอีสาน บทกวีช้นิ นเ้ี ขียน
ไวในบอรด ขนาดใหญ ต้งั หนาตกึ เอ.ที เพื่อตีฆอ งรองปาว เลาเหตกุ ารณ และวิงวอนขอความชว ยเหลอื ไมนา เชื่อ
วา หลายปใหหลัง ภาพเหตุการณเชนนจ้ี ะยอ นกลับมาอีกซาํ้ แลวซ้าํ เลา อนิจจา...เมอื งไทย
กระแสธารประวตั ิศาสตร มนุษยชาตคิ อื กระทง
กาพยยานีสบิ เอด็ สายลมแรง เร่มิ พดั มา
๐ คืนนี้ จนั ทรม ีแสง นาํ้ นองบา ทา พระจันทร
รมิ ฝง เจาพระยา ขอเพอ่ื นแกว มารว มกนั
๐ ลอยกระทง มาถึงแลว เราสบื ทอด ตลอดกาล
ลอยกระทง เพ่ือสรา งสรรค เจา ลองลอย ในสายธาร
๐ โอวา กระทงนอย วะวาววาม ยามคํ่าคนื
แสงเทยี น ชชั วาล พล้วิ สะบัด แตหยัดยนื
๐ เปลวเทยี น ตอ งลมพดั เจา กระทง ยังทรงตน
นํ้าโถม คะโครมครนื กระทงนอยที่ผา นพน
๐ สายธาร ทผี่ า นลอย ท่ีเคลือ่ นรุด ไมหยุดลง
เปรียบดัง สังคมคน มนษุ ยชาติ คอื กระทง
๐ กระแสธาร ประวตั ิศาสตร เยยี่ งกงลอ หมุนตอไป
เดินทาง อยา งยนื ยง ท่ีสองนาํ ประจําใจ
๐ และแสง สจั ธรรม เปรียบแสงเทียน สอ งกระทง
ช้ที าง สวางไทย ตอ งเทดิ ความ เปน คนคง
๐ ประเพณี ที่ดีงาม เราจะสาน สบื งานไว
เทดิ ธรรม ใหด าํ รง เรานอ งพ่ี ประชาไทย
๐ สรา งสรรค สามคั คี จักมีไดดวยผองเรา...
สงั คมอันอาํ ไพ
อภชิ าติ ดําดี
พฤศจิกายน 2521
เยาวชน
๐ ไมมีแลว พลังใด ในโลกหลา
จะหาญทา กลาแกรง แหงหนุมสาว
ไมม ีแลว แสงใด ในแสงดาว
จะสกาว เทา แสง แหงเยาวชน
๐ เปรยี บเปน แดด เธอคือแดด ทแี่ ผดกลา
สองทายทา ทุรยคุ ไปทกุ หน
เปรยี บเปนฟา คือฟาใหม ไมม ืดมน
ทผ่ี คู น คอยทา ทุกนาที
๐ เยาวท รี่ ัก…
ขอเธอจง ตระหนกั ในศกั ดิ์ศรี
สังคมไทย ไรสุข ทุกขทวี
รอเธออยู เปนผูท่ี ชที้ ิศทาง
๐ เธอตองกลา กาวไป ในเบื้องหนา
เธอตองกลา ฝาฟน กลาสรรคสรา ง
จงชธู รรม นาํ ใจ ไมรจู าง
จงอยอู ยา ง สมคา ราคาคน
๐ ถาเปน เมฆ จงเปน เมฆ ทเ่ี สกสรา ง
พรอ มโรยรา ง พรางพราย เปนสายฝน
รินหยาดนํา้ ฉํ่าใจ ใหคนจน
ผูทุกขทน มนี ้ํา ไวทาํ นา
๐ ถาเปน ทราย จงเปน ทราย พรอ มรายราง
เพอื่ ถมทาง สรางไทย ใหก า วหนา
เปน เสน ทาง ยางเทา แหงชาวประชา
เพอื่ โลกหลา หมนไหม ไดเปล่ยี นแปลง
๐ ถา เปน เทียน จงเปนเทียน ท่เี วยี นทั่ว
พรอ มหลอมตัว ตนเอง เพื่อเปลงแสง
เพือ่ ชีท้ าง สวา งชดั จรัสแรง
ทกุ หนแหง ใหป ระชา ทั้งสากล....
๐ มาเถิดเหลา เยาวชน คนหนมุ สาว
จงกลา กาว อยา งกลา แกรง ทุกแหง หน
ใชพ ลงั ย่ิงใหญ ในตัวตน
เพื่อผคู น สว นใหญ ในแผนดนิ …
อภชิ าติ ดําดี
ธนั วาคม 2521
รางวัลที่หนง่ึ การประกวดบทกวี หัวขอ “เยาวชน”
จัดโดย : โครงการสงเสรมิ วรรณกรรม ชมรมวรรณศิลป สจม.จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย ป ๒๕๒๑
นิทานรอยบรรทัด
เร่อื ง
ลอยมา...แลว กล็ อยไป
1
๐ สายลมแลงแหง คืนวนั อนั เหนบ็ หนาว
พดั ผะผาว ลอดเขามา ตามฝาบาน
โอล มเอย ลมหนาว อันรา วราน
คนในบาน ตอ งรานราว ดวยหนาวลม
๐ รางเลก็ ๆ ของเด็กชาย ภายในบาน
ซกุ ซมซาน ควานหา ผืนผาหม
แตอ กเอย ท้งั โลก ความโศกตรม
นัน่ แหละคือ ผา พรม หมชีพนี้
๐ ความมืดค่ํา เคยกล้ํากราย เรม่ิ บา ยหนา
ความกระจา ง เจดิ จา มาแทนที่
แสงตะวนั พลันสองทา ทุกนาที
บอกวานี่ ฟา สาง สวางแลว
๐ หยาดนาํ้ คา ง พรางพราว จากราวฟา
หยดใบหญา เปนเมด็ ดจุ เกล็ดแกว
ยงิ่ แสงทอง สองสกาว ย่ิงพราวแพรว
วะวาวแวว วับวับ ประดับสกล
๐ ถึงแมวา ฟาสวาง ยา งวนั ใหม
แตมวลไทย ทั่วแดน ยังแคน ขน
ทุกวนั น้ี ชีวา ประชาชน
ยงั มดื มน ไมสวา ง เหมือนอยางฟา …
2
๐ ประกายแดด แผดรอ น ในตอนสาย
คนมากมาย เมืองกรงุ ลว นมงุ หนา
หญาชอุม ชมุ ฉํา่ นา้ํ คางรา
ตอ งแดดจา กลา แกรง ก็แหง ไป
๐ "นา" เรงเดนิ ดมุ ไป ในไมชา
อยเู บอื้ งหนา คือกองขยะ ขนาดใหญ
คอื ปากทอง ของตน คนยากไร
ไวยาไส ในสงั คม อันซมซาน
๐ แมบัน่ บาก จากไป ในตอนเชา
รีบเรง เทา แขง ตะวัน ทผี่ ันผา น
เอาเหงื่ออาบ หาบสาแหรก แบกไมคาน
น่นั แหละ งานของแม ผูแกชรา
๐ แมหาบเร เหไ ป ในทุกท่ี
ชีวติ น้ี ทกุ ขเขญ็ เปน นักหนา
ทุกวนั น้ี มีแต แมและนา
ขอทุกขอยา ถมทวี กวาน้เี ลย
๐ อยนู ่นั แลว กองขยะ ขนาดใหญ
ถดั ออกไป เบ้ืองหนา โอน าเอย
คอื โรงงาน ยา นน้ี ที่คุนเคย
ตระหงา นทา ผาเผย เยยผคู น…
3
๐ ยินเสียงหวูด โรงงาน ปานเสยี งหวีด
ทีค่ นกรีด กรู อ ง ดวยหมองหมน
อึกทึก คึกคกั เครือ่ งจักรกล
ดงั เสยี งกน กูดา ชั่วตาป
๐ ควันโขมง โรงงาน เริ่มพลานพลุง
เปน เกลียวยงุ ฟงุ ไป ไมเปนท่ี
ส่งิ ที่นา นกึ ไป ในวนั น้ี
โรงงานปาน เปรตผี ปศาจรา ย
๐ ยง่ิ โรงงาน นีห้ นอ ถูกตอเพ่ิม
ย่งิ สรางเสริม รายรบั ขยบั ขยาย
ย่งิ คนงาน กรา นกรํา น้ําเหง่ือราย
ย่ิงกระจาย เขตคาม ของความจน
๐ ที่นีห่ นอ พอของนา ผกู ลาแกรง
เคยขายแรง รินเร่ือ นํา้ เหง่ือขน
ทีน่ ่หี นา นาซึ้ง ถงึ ทกุ ขทน
รา งพอ ปน ดว ยกลจกั ร นั้นหักราน
๐ ใจสะอื้น ขื่นขม ตองขมไว
นารวมถุง ที่เก็บได กลบั ไปบาน
รบี เรง เทา กาวไป ใหทันการ
ยังมงี าน รอทา "ขายมาลยั "…
4
๐ "เออ ระเหย...ลอยมา
งามจรงิ หนา มะลสิ กาว ขาวสดใส
หอมประท่นิ กลนิ่ กรุน ละมนุ ละไม
เชิญเพอื่ นไทย ทว่ั หนา ซ้ือหากนั ..."
๐ มาลยั เจา มาจาก คนยากไร
ใชดอกไม มาจาก ฟากสวรรค
คนบางคน อาจไม ใสใ จมนั
แตน านนั้ รคู า มากกวา ใคร
๐ มันอาจหมาย ลึกซ้ึง ถงึ เสอื้ ผา
อาจหมายถึง ขาวปลา ไวยาไส
ชีวิตที่ ทกุ ขทน คนยากไร
มีมาลัย น่แี หละเก้อื ชว ยเจอื จาน
๐ พวงมาลยั มะลสิ ด ใกลห มดแลว
สายลมแผว พดั โชย โบกโบยผา น
แดดเร่มิ ออน อุนไอ ไปตามกาล
อกี ไมนาน แลวนั่น ตะวนั ลา
๐ พวงดอกไม ในมอื นาถอื มั่น
แลว ดนดั้น เดนิ ไป ในเบื้องหนา
ปานฉะน้ี แมเอย เคยคอยนา
คิดข้นึ มา เรง กาว สาวเทาไป…
5
๐ ภาพปรากฏ เบื้องหนา ของนานัน้
คือหาบเร จา ละหว่ัน กันยกใหญ
"ตาํ รวจมาๆ ชาอยูไย..."
นาจึงตดั สนิ ใจ ในทันที
๐ รีบว่ิงขา ม ถนนใหญ ใจแนวแน
หวังชว ยแม แกช รา พาหาบหนี
และแลวภาพ ถดั มา นาทีน้ี
คอื ภาพท่ี รถยนต ชนเด็กชาย
๐ "แมย ังชีพ สจุ ริต ไมค ดิ คด
ฉะนหี้ รอื คอื กบฏ ผดิ กฎหมาย..."
นาครนุ คิด ขนึ้ มา นํ้าตาราย
แลว สํานกึ สุดทา ย กร็ ายลา
๐ "เออ ระเหย...ลอยไป
พวงมาลัย ผอ งแผว มาแลว จา
ดอกมะลิ นอ ยนอย ท่ีรอยมา
เชญิ ซอ้ื หา เลือกสรร กันเถิดนาย..."
๐ ดอกมะลิ เจา เอย สีเคยขาว
ตองเลือดพราว รา วราน กฉ็ านฉาย
ใกลมะลิ เลือดเปอน เกลอ่ี นกระจาย
คือรางของ เด็กชาย ขายมาลัย...
ดนิ สอโดม
กุมภาพนั ธ 2522
พมิ พคร้งั แรก : "ปณธิ าน" หนังสอื ครบรอบ 44 ป คณะนติ ิศาสตร
ฝายสาราณยี กร คณะกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
ท่มี า : เมือ่ เด็กๆ น้นั ผมคุนกบั การอานนิทานรอยบรรทดั ซึง่ เปนสว นหน่งึ ของวิชาภาษาไทยเมือ่ ไดร ับคําขอจาก
สาราณียกรหนังสือปณธิ านของคณะนติ ิฯ ใหเขยี นเร่ืองสัน้ เปนคาํ กลอน จงึ ทําออกมาเปน 5 ตอน ตอนละ 5 บท
รวมทง้ั หมดครบรอยบรรทัดพอดี ชื่อเรอ่ื งก็ต้งั มาจากสรอยแรกของเพลงพวงมาลยั ที่มักจะขน้ึ วา "เออ ระเหยลอย
มา...ลอยมาแลวก็ลอยไป" แงมุมทีน่ าํ มาเขยี นก็เก็บเอาจากภาพชีวิตจริงที่พบเหน็ ไดโดยทวั่ ไปในสงั คมไทย
กระท่ังบัดนก้ี ็ยังพบเหน็ อยูทุกเมื่อเช่อื วนั นาฎกรรมเหลาน้.ี ..ยังลอยมา...แลว กล็ อยไป...
ละครสลบั ฉาก
๐ เสียงประกาศ ปาวปาว อยูฉาวฉา
"เอา เหวยเหวย ทั่วหนา มาเลอื กต้งั "
ขา งพอเฒา ทองหอ พอไดฟง
กห็ ันหลงั หลีกตน ไมสนใจ
๐ ฝายแมเฒา ทองอยู สงู านหนกั
ไมใ สใ จ เสียงทัก วา พรรคไหน
สว นเจาลอย ลูกชาย จูงควายไป
จะเลือกตงั้ อยา งไร ไมสาํ คัญ
๐ ความยากจน คนทาํ นา เพลาน้ี
ยิ่งนานป กย็ ่ิงหนัก กระอักอ้ัน
ทุกวนั น้ี ไรส ุข ลงทุกวัน
สูด นิ้ รน ดนดั้น กนั เจยี นตาย
๐ พอทองหอ หกั ราง ถากถางปา
จนเลอื ดตา แทบกระเด็น กระเซน็ สาย
แตคําตอบ เห็นกนั ในบัน้ ปลาย
คอื หนสี้ นิ ลม ละลาย ตองขายนา
๐ จะเลอื กต้งั อยางไร ทําไปเถดิ
ขออยา เกดิ เข็ญขุก ทุกขยง่ิ กวา
ประชาชน วา เหว หลายเวลา
ไมเชอ่ื ใน นํา้ ยา มานานแลว
๐ การเลือกต้งั คร้ังน้ี มเี พยี งวา
คนหลายหนา มาสงเสยี ง สําเนยี งแจว
เลน ละคร สลบั ฉาก หลายหลากแนว
แตว ่ีแวว ประชาธปิ ไตย ยงั ไมมี
๐ ประชาชน ไมหวงั เลือกตงั้ แลว
เสาะหาแนว ทางใหม ไปทุกท่ี
ทางทชี่ น พน ยุค ทกุ ขทวี
คือทางท่ี ทวยไทย ใชเดนิ ทาง....
๐ ก็มเี พียง ประชาชน ผูจนยาก
จะฝาขวาก บากบัน่ ไปสรรคสรา ง
เพื่อแสงทอง ของวันพรงุ อันรงุ ราง
จกั กระจา ง แจม ใจ ใหผ องชน....
ดินสอโดม
เมษายน 2522
ท่ีมา : เมษาฮาวายของป 2522 มกี ารเลือกตัง้ ใหญท ่วั ประเทศ วงการเมืองคึกคักกันโดยทั่วหนาหลังจากที่ตอง
หยุดชะงกั เงยี บงันมาตัง้ แตป 19 ผมเขยี นงานชิน้ นล้ี งใน "เปลวเทยี น" เอกสารชนี้ ําทศิ ทางกจิ กรรมของขบวนการ
นักศึกษาในยุคนนั้ ใชท วงทาํ นองของนกั เลา นิทาน อานดแู ลวจะรูวา เมอื่ หลายทศวรรษที่ผานมา ผมมีทัศนคตติ อ
วถิ ที างรัฐสภาเชนไร
บายศรสี ขู วัญเพื่อนใหม
โคลงหา พัฒนา
๐ โดมเดน ทา ทรชน
ทัว่ สกล เกียรตกิ อง
เทอดคา คน เคยี งคู
ชนจึงซรอ ง สรรเสริญ ฯ
รา ยสุภาพ
๐ ศรสี ทิ ธศิ รีประเทศ ท่ัวทกุ เขตรนู าม ทัว่ ทกุ คามรูจัก วาสํานักพิทกั ษธ รรม ดํารงยืนยงอยู ดว ยหมายชู
ประเทศชาติ ดว ยเทิดศาสตรแหง ธรรม หมายนาํ ไทยสทู าง สรางสุขครองผองชน พาทุกขพน ผองไทย หมาย
ลา งไลเหลามาร หมายรอนรานเหลาริปู ผูปลิ้นชนปลน ชาติ ผูบงั อาจปลน แผน ดนิ ผโู กงกินประชาราษฎร ผู
พฆิ าตประชาชน จักปป นเปนผง จกั ยับลงเปนแผน ทว่ั เมอื งแมนจกั สขุ ทว่ั ทั้งยุคจักสวาง ท่วั ทกุ ทางจักไสว
แลทวยไทยจักสุขลํ้า แดนธรรมจกั คูฟา ยืนอยูเ คยี งโลกหลา คแู ควน แดนไทย แลนา ฯ
โคลงหาพัฒนา
๐ เปนมติ รม่ิง มวลชน
อยเู คียงคน ท่ัวหลา
จากเริม่ ตน เติบใหญ
กา วรดุ หนา ตอ ไป ฯ
รา ยสภุ าพ
๐ ศักดิศ์ รีเสรีภาพ แผกาํ ซาบทัว่ แดน เปนปกแผนมานาน นบั แตก าลเวลา สถาปนาลว งแลว ทิวแถวลูกแม
โดม ถาโถมดง่ั สายธาร สูสถานสถาบัน สัญลักษณพิทักษธรรม ดาํ รงอยูมริ ูราง มริ จู างจากใจ มเิ ลือนไปจาก
จติ ทิศทางท่ียางกาว นานยาวยิ่งแจม ชดั ยิ่งวิวัฒนห ยัดอยู ขา งผคู นสว นมาก เคยี งผูยากสว นใหญ โดมจึงได
โดดเดน เปน ดังทพ่ี ง่ึ พงิ แหงมติ รมง่ิ มหาชน เรม่ิ ตนจนบัดน้ี ยงั มโี ดมรนุ ใหม รับชวงสืบนามไว อยยู ้งั ยนื ยง
ตลอดมา ฯ
โคลงหา พฒั นา
๐ ขวัญเพ่อื นผู เกรียงไกร
มารวมใน ท่ีนี้
จงสดใส แขง็ แกรง
ขอนองพี่ รวมใจ ฯ
รา ยสภุ าพ
๐ ศุภวารเวียนมา ท่ัวหนาท้ังสากล เฉลมิ ชนผมู าใหม ฉลองชัยผูมาสู ทวั่ ทกุ ผูหญงิ ชาย รว มกนั บายศรสี ขู วญั
อานโองการกึกกอง ขอทงั้ ผองจงแกรง พลงั แรงรุดหนา พลานภุ าพยิ่งใหญ ขอเพ่ือนใหมจ งใสสด ขอท้ังหมด
จงแนว แน อกโดมแมจักปกปอง คนทง้ั ผองจักอยูข าง ทกุ ขจักรา งเรดิ หาย สขุ จักยายมาเยือน เพื่อนใหมจ ัก
ไพบลู ย ปูนแสงดาววาวเดน สองใหเ ห็นเสน ทาง ท่ีสรรคสรา งความเปนธรรม ท่ีสองนําความเปน ไท รกั กนั ไว
ใหห นัก สามคั คีไวใหม ่นั ขวัญอยไู หนใหมาสู สถติ อยสู ูขวญั มารวมกันเปนพลัง เปนความหวงั แหง หลา ถ่นิ นี้
ยงั รอทา เพื่อนนผี้ ลกั ดนั กันเทอญ ฯ
ดนิ สอโดม
พฤษภาคม 2522
ที่มา : ตน เทอมหนึง่ ของทุกป เรามกั จะมีงานรบั นอ งใหม หรือทคี่ นธรรมศาสตรเรยี กกันวา งานรบั เพอื่ นใหม มี
กจิ กรรมหลากหลายมาก ตั้งแตก ารจดั ระบบพีเ่ ล้ียงในคณะ,นอกคณะ รับนองในคณะ,รบั นองรวม,ในสถานที่-
นอกสถานทอ่ี ีกสารพดั ฯลฯ เราไดน าํ เอาพิธีบายศรีสขู วัญ ซ่ึงชาวบานภาคอีสานทําใหเราเมอื่ คราวกลับจากคาย
อาสามาใชกับงานรบั นองใหมดว ย งานช้ินน้คี ือ บทบายศรีที่ใชอานทา มกลางกลน่ิ ธปู ควันเทยี นและเคร่ืองบายศรี
เปนโคลงสลับกบั ราย (โคลงหาพฒั นาเปนฉันทลักษณโ คลงทีจ่ ติ รภมู ศิ กั ดิ์ คดิ คนพฒั นามาจากโคลงโบราณ)
เพือ่ ใหพิธีกรรมนี้แลดขู ลัง ศักด์ิสิทธิแ์ ละทรงความหมายย่ิงขนึ้
ความหวังใหม
แมต องปน ผาทมนึ ยืนตระหงาน
แมต อ งผา น งานหนกั สกั เพียงไหน
เรากก็ ลา ฝา ฟน อยา งมน่ั ใจ
อรุณชัย จกั ใกลม ามชิ าเลย...
ดนิ สอโดม
มถิ นุ ายน 2522
บทกวปี ระกอบแบบปกหนงั สอื ตอนรับนักศกึ ษาใหม ; ธรรมศาสตร ป 2522
เธอคอื ความหวงั
๐ กลางนํ้าเชี่ยว เกลียวน้ํากราก กระชากหนัก
เธอคอื หลกั ศิลา อันกลาแกรง
กลางผนื ฟา พายจุ ัด ลมพัดแรง
เธอคอื ดาว วาวแดง ทอแสงทา
๐ ทามกลางยุค ขุกเข็ญ ท่ีเห็นอยู
เธอคอื ผู สองทาง สวางหลา
คือความหวงั รังรอง ของประชา
ทีม่ วลไทย ทั่วหนา เรยี กหาเธอ...
ดนิ สอโดม
มิถนุ ายน 2522
พมิ พค รั้งแรก : "เธอคือความหวัง"
หนังสอื ตอนรบั นักศึกษาใหม ป 2522
สโมสรนกั ศึกษา 18 สถาบัน
รําลกึ ...จิตร ภมู ิศกั ด์ิ
โคลงสส่ี ภุ าพ คนลือ
๐ จติ ร ใจสูงคา ลํ้า จกั ทา
ภู ใหญย อดสูงฤา ผลาญเหลา ทรชน
มิ ระยอโหมไฟฮือ ท่ัวดา วแดนสยาม ฯ
ศกั ดิ์ ทานไทยเทอดคา
กาพยย านีสบิ เอ็ด เริม่ รคู ดิ และรูเรยี น
๐ นบั แต ชว งชวี ติ เรม่ิ รูค า ประชาชน
ทัง้ ชีวิต ทเี่ ติบตน
นับแต เรม่ิ อานเขียน ท่ีทุกขท น ไดพนภยั
๐ จงึ พรอม ยอมอุทศิ จักอุทศิ เพ่ือมวลไทย
ทกุ เฮือกให ประชาชน
ตอ สู เพ่ือผคู น ที่ยาวนาน และคงทน
๐ ตราบที่ มชี ีวิต ทตี่ อกย้ํา ประจาํ ใจ
แหงมหา ประชาไทย
ตราบที่ ยังหายใจ จกั สมู ว ย ดว ยยินดี
๐ คือเอก อุดมการณ เรงพากเพยี ร ช่ัวชวี ี
ปกรท่ี ถือโคมทอง
คอื ธรรม ประจําตน ชูประทปี อันเรอื งรอง
๐ เพือ่ ลบ คราบนํ้าตา สองสวา ง ทางปญญา
คมวาวดจุ คมทวนกลา
พนั ชาติ พลชี พี ไป ทะนงทา พวกกาลี
๐ จงึ คิด และจงึ เขยี น กเ็ ปด โปง มาแผต ี
จง่ึ ปศาจ ขยาดกลวั
เปรียบเปน เชนดั่งที- ทรุ ชาติ ผเู มามัว
๐ สองมือ และหนง่ึ ชีพ หวังกําจดั สจั ธรรม
หวงั หยุดย้งั ดว ยจองจํา
ยดึ มั่น ในครรลอง ตอ ทวยไทย ท่ีเปนไท
๐ ปากกา คืออาวุธ หากเปา หมาย นเกรยี งไกร
จรัสเลิศ เจดิ จีรงั
กวดั แกวง แรงฤทธา
๐ ใครเลว ใครกินโกง
ยืนขาง คณุ ความดี
๐ กาลี เหลาปศ าจ
จึงใช กลไกท่ัว
๐ จบั กมุ และคุมขัง
คือทาง ทมี่ ันทํา
๐ คกุ ขัง แตเพียงกาย
หนกั แนน อยใู นใจ
๐ แนวทาง พรางพิสุทธ์ิ อมนษุ ย ฤาหยุดยัง้
รอ ยคกุ ทีร่ มุ ขงั คอื รอยเขี้ยว ที่ไรคม
และสวนมาก ยงั ข่นื ขม
๐ สว นใหญ ยังทุกขย าก ก็ตอ งสู อยูตาป
ตราบโลก ยงั โศกตรม อหิงสา สันติวิธี
จนเหลอื ที่ จะทนทาน
๐ ตอสู ดวยปากกา ทอดยาวไกล ไปอีกนาน
ถกู ย่ํา กระหนํา่ ตี จึงกลา วคํา อําลาเมอื ง ฯ
๐ ทางทอง ของทวยไทย
ไฟคุ อดุ มการณ
ฉบังสิบหก พลิกสูภพใสรองเรือง
๐ แลวจงึ จรสูเขตใหม หนุนเน่อื งเชน ด่ังถ่ังธาร
หวังเห็นผองไทย ลงหลักปกฐานม่ันคง
๐ รวมถวนขบวนแถวนองเนือง ดํารงคงอยูค ูประชา
ทัพธรรมประเทือง เรงคน เรงคดิ ผลิตงาน
๐ โชตชิ ว งดวงแกว อุดมการณ แหงมวลมหาประชาชน
พรา งพรายฉายฉาน ตราบจนสุดทา ยหายใจ
๐ คอื นักรบผทู รนง สมสมยั ไปรา งจางเลย ฯ
ผงาดอาจอง
๐ ตราบทย่ี ังมีชวี า
มริ ูโรยรา
๐ เปน ดังดวงแกว ชัชวาล
คาลํา้ เกินประมาณ
๐ คือนักรบของคนจน
ตอ อธรรมบจํานน
๐ เปนดงั แสงธรรมสองไทย
พราวพรางกระจางไกล
โคลงสส่ี ุภาพ อาดูร
๐ ภูพานซบสะอน้ื ปม รํ่า
เทดิ คา วีรชน
ลาํ ชีไหลรินปูน สํา่ รอ งกําสรวล ฯ
ดนิ จดจารคาํ ทนู
คนมากกําสรดซ้ํา
กลอนแปด
๐ วนั ทหี่ า พฤษภา หา รอยเกา
เกดิ เรอื่ งราว เลา ขาน ทว่ั บา นปา
วา คนถอื โคมทอง ของประชา
ถูกคนเลว ลอมฆา ลมคาดนิ
๐ ชีพน้ันดับ พับรา ง กลางแดดอนุ
ทว่ั รา งพรุน กระสุนกราด เน้ือขาดวนิ่
ดินอีสาน ดาลเดอื ด ดว ยเลอื ดริน
หลัง่ โลมถ่ิน ทุกขเ ข็ญ เปน สแี ดง
๐ ศพนั้นหรอื คือจิตร ภมู ิศกั ดิ์
ผจู งรัก ภักด์ิประชา อยา งกลา แกรง
ผถู งึ พรอม หลอมใจ เปนไฟแรง
รงั สรรคแ สง สอ งทาง สรา งสังคม
๐ หวังเหน็ แสง ศานตสิ ขุ สอ งยคุ ใหม
หวงั เหน็ ไทย ลา นหมืน่ ส้นิ ขน่ื ขม
คนหน่งึ สู สรางถน่ิ จนสน้ิ ลม
คนไมลม อยหู ลัง ยังสบื แทน
๐ ตอนกั สู ผูหน่งึ ซง่ึ ลม พับ
คนลกุ ขน้ึ ขานรบั นบั ลานแสน
อดุ มการณ ย่งิ ใหญ ไมคลอนแคลน
ยงิ่ ปก หลกั หนักแนน ท้งั แผนดนิ
๐ เมื่อโคมทอง ถูกกระแทก แตกเปนเส่ยี ง
แกว ตะเกยี ง แตกกระจาย สลายส้ิน
ประทีปทอง รองรัง จึงพังภินท
น้าํ มันรนิ รดหญาแหง ไมแลง ใบ
๐ สะเก็ดไฟ ใบไมแ หง ลมแรงพัด
แจม จรัส ลุกเถกงิ เปนเพลงิ ใหม
จากไฟนอย ดอยแสง เปลี่ยนแปลงไป
เปนเปลวไฟ แผส ะพัด เกนิ ทัดทาน
๐ เม่ือโคมทอง ของมหา ประชาราษฎร
ถกู มารกราด กระสุนสั่ง เขา สังหาร
เชนโคมทอง ถูกกระแทก จนแหลกลาญ
กลับเถดิ การ แผขยาย ประกายไฟ
๐ ประกายไฟ ไหมลามทงุ อันรุงโรจน
จรัสโชติ โชนลุก ยคุ สมยั
พดั กระพือ ฮือโหม ประโคมชยั
แลวลามไหม จากปา เขามาเมือง
๐ ตอ เสน ทาง สายน้ี ท่ีจิตรสู
ทุกอณู อบอนุ คนหนนุ เน่ือง
รบั ชวงถอื ประทีปทอง กันนองเนอื ง
โลกจะเลื่องคนจะหยัด ดว ยศรทั ธา
๐ รําลึกหา พฤษภา หา รอยเกา
ถึงเรอ่ื งราว เลา ขาน กันท้งั หลา
วา คนถือ โคมทอง ของประชา
ยังสถา-พรสถติ นิจนิรนั ดร
๐ ยงั อยูเพ่ือ เช็ดนํา้ ตา ประชาราษฎร
แมพ น ชาติ ยังสูมว ย ดวยหฤหรรษ
ยงั เนาใน ใจคน ทุกคนื วนั
เปนแบบอยา ง สรางสรรค ปญญาชน....
ดินสอโดม
พฤษภาคม 252๓
แด...เพ่อื นใหม
๐ ถงึ รวมแสง แหงดาว ทกุ ราวฟา
ทเี่ รืองรอง สองหลา เวหาหน
ถงึ รวมแสง แหง โสม โพยมบน
สองสกล จนสวา ง กระจา งตา
๐ ถงึ รวมเพชร เมด็ งาม อรา มแสง
จากเหมอื งเพชร ทุกแหง บนแหลงหลา
ถึงรวมพนั ธุ พฤกษชาติ ดาษตา
ทุกแนวปา เปลย่ี วลกึ ผนกึ กัน
๐ แมทกุ แสง ประมวล มาเจิดจาย่ิง
แมทุกส่งิ เสนอมา คามหนั ต
ก็มอิ าจ เอามาเปรียบ ใหเ ทยี บทัน
คาอนนั ต แหง เพ่ือนใหม เราไดเลย
๐ เพื่อนใหม...
เธอสดใส สูงคา และผาเผย
ยากหาใด ในหลา มาเปรยี บเปรย
โอเพือ่ นเอย เพอื่ นเรา จงกาวมา
๐ คาแหง เธอ เลอคา นายดึ ถือ
เพราะเธอคือ ความหวัง คนทั้งหลา
เธอโชติชว ง กวาดวงดาว พราวนภา
เพราะเธอคือ ดวงปญญา ประชาชน
๐ ทุกคนใหม ในขบวน ลวนมีคา
ตอประชา ตอไผท ในทุกหน
ขอเธอจง เขม แข็ง ดดั แปลงตน
เพื่อผคู น ทว่ั ไทย ไดพ่ึงพา
๐ ตอแดนโดม เธอคือ เพือ่ นผูองอาจ
มงุ สบื ทอด ธรรมศาสตร ผงาดกลา
ตอ แดนไทย เธอคอื ผลู อื ชา
ใชปญ ญา โชตชิ ว ง เพอ่ื ปวงชน
๐ ขอตอนรบั เพ่ือนรกั สศู ักดิ์ศรี
แหงความเปน นองพี่ มีเหตผุ ล
แสงภรา-ดรภาพ อาบกมล
เพราะทกุ คน คือลูก แมโ ดมเดียว...
ดนิ สอโดม
ตนวสันตฤดู 2523
พมิ พค รง้ั แรก : บันทกึ หนาใหม หนังสอื รับเพ่ือนใหม
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร ป 2523
ฝา ยสาราณยี กร องคการนักศึกษามหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
บนั ทกึ หนาใหม
ถึงวนั น้.ี ..
ฉนั เร่ิมมีอดตี ใหหวนราํ ลกึ มีอนาคตใหใ ฝฝ นถงึ บางแลว สนิ ะ
ณ ท่นี .่ี ...
วถิ ีชวี ติ ใหมก ําลงั โบกมือทักทายฉนั อยูเบื้องหนา อยางราเริงแจม ใส
พลิกไปบนบันทึกหนาเกา ๆ ถึงชว งชีวติ ทีผ่ า นมาของฉนั
หองเรียนส่ีเหลย่ี มแคบๆ กระดานดาํ ที่ชนิ ตา
ตาํ รากองพะเนนิ และเสนทางทีจ่ าํ เจระหวา งบา นกับโรงเรยี น
คือภาพเกา ๆ ทปี่ รากฏอยบู นหนา บันทกึ ในอดตี ของฉนั
ซํา้ แลวซาํ้ เลา
จนฉันรสู กึ เบ่อื หนา ยไปกับความจดื ชดื ของมัน
ตอวถิ ชี ีวิตใหมทจี่ ะมาเยือน...
ฉนั ใฝฝนทีจ่ ะไดพ บเหน็
ภาพทีแ่ ปลกใหมไปกวา ภาพท่ีฉนั คนุ เคย
ฝน ถึงดอกไมสสี วยริมธารน้าํ ใส
แมกไมเ ขยี วคร้ึมตรงเชิงเขา
คลน่ื ทะเลทบี่ ิดตวั เปน เกลียวสาดซัดฝง อยูทกุ วันคืน
ฝนถงึ ชวี ติ ของผคู นมากมายในแผนดินเดียวกันกับฉนั
ณ ดินแดนท่ีไกลโพน ออกไป หรือกระทง่ั ผูค นรอบๆ ตวั ของฉนั เอง
ถงึ วนั น.ี้ ..
ฉนั จะสรางความใฝฝ นใหเ ปนจรงิ ขึน้ ได
ดว ยการเริม่ ตน บนั ทึกหนาใหมในชีวติ จรงิ ของฉัน
มาสิ...เพือ่ นรกั
เรามาเริ่มตนบันทึกหนา ใหมไปพรอ มๆ กัน...
พมิ พค ร้งั แรก : “บันทกึ หนาใหม” หนังสือรับเพื่อนใหม
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร ป 2523
ฝายสาราณยี กร องคการนักศึกษามหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
รักเดยี วในร้วั โดม
รกั เดียวในรว้ั โดม (1)
เกรน่ิ – เร่อื งของเราก็เร่ิมตนข้ึนอยา งงายๆเหมือนนยิ ายนกั ศกึ ษาทวั่ ๆไป แตรายนม้ี าแปลกกวา เจา อ่ืนสกั หนอ ย
ตรงทว่ี า แทนที่จะเริ่มตนดวยความโมแรงตกิ ตามแบบฉบับตาสบตา ดนั ไปเร่ิมดว ยลลี าตีนสบตีนซะฉบิ ...
เชา วนั นัน้ ...สนามกฬี าจฬุ าฯหรอื ท่เี รียกกันอยางสะดวกปากวา “สนามจบุ " ดแู คบลงไปถนัดตา เพราะ
ท่ัวทัง้ บริเวณเนอื งแนนไปดว ยคนหนุมคนสาวทีม่ าดูผลเอนทรานซป น ้ี หลายคนถึงกับมารอคอยกนั ตัง้ แตหวั คา่ํ
บอรดประกาศผลแตล ะบอรดถกู หอ มลอ มกลมุ รุมดว ยฝูงชนกลมุ ใหญ ถาสังเกตกันสักนดิ จะเหน็ วา มีเด็กหนุมหนา
เขมนายหนึง่ แทรกตัวอยทู ามกลางผูค นเหลา น้ันเชน กัน ผอมโปรงคิว้ เขม ผวิ คลํ้าเหมอื นทอ งฟาในคนื เดอื นแรม...
คือรปู ลักษณภ ายนอกของเด็กหนมุ คนน้ัน ใครตอ ใครก็พากันเรยี กมนั วา “ไอหมึก” ทง้ั ๆทีช่ อ่ื ในใบเกดิ ของมันก็
ออกเพราะพร้งิ วา “แมน เทพ” ลกู กะตาท้งั สองขางของไอห มึกพุงไปปะทะกบั ตวั อักษรบนแผน บอรดบรรทดั
แลว บรรทดั เลา อีกไมก่วี นิ าทีขางหนาก็คงไดร กู นั แลววา วันนี.้ ..ไอหมึกจะยืนอยูขางไหนระหวา งความผดิ หวังกบั
ความสมหวัง ไลช ่อื ลงมาเร่ือย... ..... ..... .... นน่ั แน
“กูติดธรรมศาสตรโ วย .....”
ไอหมึกอยากจะตะโกนดงั ๆอยูในใจ ทนั ทีทเ่ี หน็ ชอื่ ของมนั ปรากฏหราอยบู นบอรดแผน น้ัน ตอนน้ไี อหมึก
เองรสู กึ แตเพียงวา เหน็ ช่ือของมนั ชัดเจนจนสะดุดตากวาชอ่ื ของใครๆทั้งหมด และกวา ทม่ี ันจะนึกถึงอะไรตอไป
อกี ไอห มกึ กเ็ พงิ่ จะรสู ึกตวั วาระหวา งทย่ี ืนอานบอรด อยูนนั้ บาทาขา งขวาท่แี สนจะนา รักของมันเหยียบอยบู นฝา
เทา นม่ิ ๆของอนงคน างหนงึ่ ที่ยนื อยูใ กลๆ
“ไมห ลอแลว ยังซุมซา ม”
คอื วลีแรกทห่ี ลุดออกมาจากปากของอนงคนางนนั้ ในทนั ทีที่ไอห มึกหนั หนา ไปเจอ
“ไมงามแลวยงั ปากจดั ”
ไอห มึกสวนตอบทนั ควนั ทง้ั ที่รูตวั วาเปน คนผดิ วงหนาขาวๆงองํ้า ดวงตากลมโตคนู ั้นวาวโรจนดว ย
ความโกรธ
“ไมเปนไร....ฉันเขา ใจคณุ ทางบา นคงงานเยอะ เลยไมมีเวลาอบรมสั่งสอนลกู ๆ”
“ก็เหมอื นๆกันกบั บานคณุ นน่ั แหละ”
ไอห มึกยงั ไมยอมแพ จมกู รน้ั เชดิ ปากนิดๆของเธอขบเมมอยา งโกรธจัด เปนภาพท่ีทาํ
ใหห มกึ ยง่ิ ไดใ จ
“คุณแซวฉนั ”
“ตายตาย...วา กนั มาตั้งนาน เพ่งิ รูตวั วา โดนแซว ความรูสึกชะชา ....ชา ...”
ตอนทายไอหมกึ ลากเสียงใหม ันกวนเลนเทห ๆยังงั้นแหละ
“ชางเถอะ...โบราณวา หมากัดอยากดั ตอบ”
เธอตัดบทขนึ้ มาหว นๆ พรอมกับสะบดั หนาพรดื ก็
“วนั นผ้ี มไมค อยมเี วลา...ไวถาคุณยงั มีปญ หาทางบานอกี ละกอ ...ไปปะทะสัง
สรรคก บั ผมไดท ่ี มธ.”
ไอหมึกท้งิ ทา ยกอนทจ่ี ะผละตัวออกจากที่นนั่ โดยหารูไมวา เธอผูทมี่ นั ตอ ปากตอคําดว ยเม่ือกน้ี ้ัน
เอนทรานซติดธรรมศาสตรเหมอื นกนั ...
รักเดียวในรั้วโดม (2)
เกรนิ่ - เร่ืองไมเปน เรื่องตองกลายมาเปนเรื่องเนื่องจากความบงั เอิญแทๆ ไอหมึกกับคุณเธอคนนัน้ ดนั มาเจอกัน
อกี จนได เจอกันคราวน้.ี ..ตางคนตา งก็มศี ักดิศ์ รีแหง ความเปนลูกแมโ ดมเทาเทยี มกันซะดว ย เรอื่ งมนั เลยไปกนั
ใหญ...
“ธรรมศาสตรสืบนามความสามัคคี รวมรักในสทิ ธิศรเี สรชี ัย สจั ธรรมนาํ เราเราในดวงใจ โดม
ดํารงธงชยั ในวิญญาณ...”
เพลงมารช มธก. ดังกระหึ่มกองท่วั บริเวณคอมมอนรมู คณะเศรษฐศาสตร นักศึกษาปหน่งึ และรนุ พี่
กาํ ลังปรบมือและรองเพลงไปพรอ มๆกัน ปหนงึ่ คนไหนทจี่ ําเนือ้ เพลงไดแลวก็อาปากรอ งกันอยา งมั่นใจ สวนคนที่
ยงั จําเนอื้ เพลงไมไดก็ทําปากขมบุ ขมิบ ชวยกันปรบมือใหจ งั หวะไปตามเร่ืองตามราว ปหนึ่งอยา งไอห มกึ จัดอยูใน
ประเภทหลงั แตค วามรูสกึ ภายในใจของไอหมึกก็ไมแ ตกตา งไปจากเพ่ือนปหนึ่งคนอ่ืนๆ ท่ีกําลงั เปยมลน ไปดว ย
ความภาคภูมใิ จในคําวา “เพ่อื นใหม” ทใี่ ครตอใครก็เรียกขานกันอยางนนั้
“...ธรรมศาสตรเ ราน้ันจะเรียกนกั ศึกษาใหมท เี่ พิ่งเขามาวา “เพื่อนใหม” เรา
เรียกกันอยางนี้มานานแลว ละ....”
รนุ พ่ีพดู ถึงความเปน มาของคําวา “เพ่ือนใหม” ใหไ อห มึกฟง
“...มนั เปน คาํ ทใ่ี หเกียรตนิ องๆทเ่ี พิง่ เขามาเปน สมาชกิ ใหมของทีน่ ่ี หมายถงึ
นอ งๆจะมีศกั ดิ์และสิทธิเทา เทยี มกบั รุนพี่ๆทุกประการ และเรากม็ ีความเคารพซ่ึงกนั และกัน ความเปน พี่
นอ งของเรานัน้ อยบู นพื้นฐานของความเสมอภาคซงึ่ กนั และกัน...”
คอื คําอธิบายทรี่ นุ พ่ขี ยายความตอมาถึงเหตุผลของการใชค ําวา “เพ่ือนใหม”
พิธบี ายศรสี ขู วัญเริม่ ขน้ึ แลว อาจารยและรุนพค่ี นแลวคนเลาทยอยกันเขา มาผูกขอมือ ปากก็เอยคําอวย
ชัยใหพรไปดวย บรรยากาศเชนนี้เปนบรรยากาศแหงความรกั ความเขาอกเขาใจ และความอบอนุ อีกประเภท
หนงึ่ ทีไ่ อห มกึ ไมเ คยเจอจากท่ีไหนมากอนเลย....
หลงั จากพิธีบายศรีสูขวัญกเ็ ปนรายการแสดงของรุน พๆ่ี ทันทีทส่ี ายตาของไอห มกึ มองผานไปทางเพ่ือน
ใหมกลมุ หนึ่งท่ีนัง่ กันอยตู รงมุมซายของเวทีมนั ถึงกับชะงัก เพราะเคาหนาของเพอ่ื นใหมบ างคนในกลุมนัน้ ไอ
หมกึ พยายามใชส ายตาโฟกัสภาพที่เห็นใหช ัดขน้ึ ...วงหนาขาวๆ ดวงตากลมโบ. ..เอย ...กลมโต ปากนดิ จมกู
หนอย...
“เคยเหน็ ทีไ่ หนนอ...”
นกึ อยูในใจ แลวไอห มึกกช็ ะเงอ รางขึ้นมามองดูใหช ัดๆ
“แมเ อ็งมาตามเรอะวะ...ไอหมกึ ”
ไอป อกถามข้ึนมากวนๆ เมอ่ื เหน็ ไอห มึกทําทา วา จะนงั่ ไมต ิดที่
“ไมใชโวย...เอ็งเหน็ แมคุณคนนนั้ ม๊ัยละ คนทจ่ี มูกอยูสูงกวา ปากนนั่ ไง”
ไอหมึกยอนกลับอยางกวนๆบาง แลวก็พูดตอ
“ไอป อก...กูจําไดแ ลววะ คูปรบั เกาทก่ี ูเคยเจอท่ีหนามจุบไงละเฟย ”
ชะเงอ มองไปทางนน้ั อีกครงั้ เพือ่ สรางความมั่นใจใหกับลกู กะตาทงั้ สองขางของตนเอง
“ใชจริงๆวะ....”
วาแลว ไอห มึกก็พารา งของมนั พุง ตรงไปยงั เพือ่ นใหมก ลุมนน้ั ....
“หวดั ดีฮะ...คุณสมฉุน”
ไดผ ลแฮะ เธอหนั ขวบั มาตามเสียงเรยี กทนั ที
“บา...นองสาวคณุ ซิสมฉนุ ฉันชือ่ นาํ้ หวานนะ...”
ไมเลว ลูกไมห ลอกถามช่อื ผหู ญิงวิธีนย้ี งั คงใชไ ด ไอห มึกนึกกระหย่ิมยิ้มยอ งอยใู นใจ
“ผมช่ือหมกึ นะฮะ เปนเพอื่ นใหมค ณะเศรษฐ ดใี จที่ไดมาเจอคุณน้ําครําอีกครง้ั ”
“นาํ้ หวาน”
เสยี งของเธอชกั จะดังขน้ึ แลว ละซิ วาพลางสะบัดหนาพรืด ทอดสายตาไปอยทู ่ีรายการบนเวทีท่กี ําลงั
ออกรส โดยไมใ ยดีกับนายหมกึ จอมกวนคนนนั้ แมแตนอย ชา งเถอะไปตอปากตอคํากับเขามากเด๋ียวจะไดใ จ...
น้าํ หวานคิดแลวพยายามสะกดอารมณ วูบหน่ึงเหมือนมีใครมาสะกิดหลัง เจา หมึกอีกละซิทา ...
“เมื่อไหรค ุณจะไปผุดไปเกดิ ซะที กวนอยไู ด”
นํา้ หวานตวาดขึ้นอยา งทนไมได หนั กลบั ไปทไี่ หนไดเปนพ่ีปุมปุยรุนพ่คี นดีของนํ้าหวานนเ่ี อง ขา งเจา
หมกึ เดินลิว่ ไปนง่ั อยทู ีเ่ ดิมโนนแลว ฮ่ึม...แสบจรงิ นายหมกึ นี่ อยา ใหถ งึ ทนี าํ้ หวานบางกแ็ ลว กนั จะเผาให
กลายเปนหมึกยางใหได. ..
รักเดยี วในรั้วโดม (3)
เกริ่น - จากตนี สบตนี สตู าสบตา ไปๆมาๆกถ็ ึงตอนทสี่ ามซะแลวซิ คราวน้ไี อหมกึ กับแมนํา้ หวานกย็ งั คงเปน
ประจุไฟฟา ชนดิ เดียวกันอยนู ่ันแหละ รงั แตจะผลกั กันไมถูกกันซะเรอ่ื ย เมอื่ ไหรน อ ...ประจุไฟฟา สองข้วั นจ้ี ะเขา
หากันไดเสียที เฮอ ...เขา เร่อื งดกี วา ...
หลักสูตรปหนง่ึ ของธรรมศาสตรนัน้ นกั ศึกษาใหมท ุกคนจะตอ งเรยี นวิชาพ้นื ฐานเหมือนกนั หมดไมวา จะ
เปนคณะใด สว นใหญจ ะใชต ึกคณะศิลปศาสตรเ ปนท่ีเรียนรวม ดวยเหตุนีเ้ อง นักศกึ ษาใหมจ ึงมีโอกาสทจ่ี ะรจู ัก
กับเพ่ือนปห นงึ่ คนอ่ืนๆไดห ลายคณะ และท่สี ําคญั อกี อยา งหน่ึงของการเรยี นรวมก็คอื ทาํ ใหไอห มึกไดมีโอกาส
เจอกับยายนาํ้ หวานคนนัน้ อีกหลายตอหลายครงั้
เสร็จจากการเขา ฟงคาํ บรรยายวิชาอารยธรรมตะวนั ตกหรือทีเ่ รยี กกันในหมูปห นึ่งวา “ยาํ ตก”
นํา้ หวานกต็ รงด่ิงมาทโ่ี ตะ ประจาํ กลุม ทนั ที ทน่ี นั่ มีโตะ มา นง่ั ต้ังเรียงรายกันอยูร ิมนา้ํ รมรื่นไปดวยตน ไมแ ละลม
เยน็ จากลาํ นาํ้ เจาพระยา น้ําหวานและเพ่ือนๆมักจะมาสงิ สถติ อยูทนี่ น่ั เสมอในยามที่วางเวนจากชั่วโมงเรยี น...
มองไปทโ่ี ตะ เห็นฟก, เขียด, แตงไทย กาํ ลงั นง่ั เสวนากนั อยูกอนแลว บนโตะ มีทั้งสมุดเลคเชอร ตาํ รา
เรียน และทข่ี าดไมไดก ็คอื ถงุ มะมวงดอง ผลไมแชอ ่ิม และของขบเคย้ี วนานาชนดิ ท่ีซ้ือกันมาจากทาพระจันทร...
“เรียนอะไรมาละ...นํ้าหวาน”
ฟก เอย ถามขึ้นมากอน
“ยาํ ตก...เฮอ...เนื้อหาเยอะชะมัด เลคเชอรกนั มือหงกิ เลย”
“ฟก ก็เหมือนกัลล. ...”
ยายฟก เลนเสียงหนอยหน่ึงแลววาตอ
“เพ่ิงจะมนึ มาจาก 108 เมื่อกี้นเี้ อง ฟกละกลุม... ไอเรายิ่งไมค อยจะถกู เทสตกับ
คณิตศาสตรอยแู ลว ดว ย”
“เดีย๋ วเรียนวิชาอะไรตออกี ละนา้ํ หวาน...”
แตงไทยถามขนึ้ มาบา ง
“ไมม แี ลว ละ ... วนั น้ียาํ ตกเปนวิชาสุดทาย”
“วนั ๆ ก็มามหาลยั เขาหอ งบรรยาย จดเลคเชอร เขาหองสมดุ เซง ... เซ็ง”
นา้ํ หวานเปรยขนึ้ มาพรอมกับถอนหายใจเฮือกใหญ
“นา้ํ หวานกย็ งั ดี พีทีไดต ัง้ 142 แนะ ...”
เปนเสียงกระจุงกระจิ๋งจากแตงไทย
“สูเขยี ดไมได. ..เขยี ดไดย กเวนเลยละ ”
ยายเขียดสอดขึ้น พลางหยบิ มะมว งดองใสปาก...เคี้ยวอยางมันในอารมณ
“แตเ ปน ยกเวนประเภทเรยี นท้ังป แตไ มมหี นวยกติ ให กอ 001 ธรรมดา... ธรรมดา”
ยายเขียดขยายความตอ เรียกเสียงหวั เราะจากทกุ คนพรอมๆกัน
“เออ...น้ําหวาน เดีย๋ วน้ีนายหมกึ คนนั้นยงั มาตอแยอยูอกี เรอะเปลา ละ”
แมฟ กเริ่มเปล่ียนเรื่องคยุ
แลว...” “ทุกคร้ังท่ีมโี อกาสเชียวละ...น้ําหวานนะเซ็งความประพฤตอิ ีตาคนนี้เต็มที
กอ นท่ีน้ําหวานจะสาธยายถงึ ความประพฤติของนายหมึกใหเพื่อนๆไดฟง กันตอ ตาเจากรรมกเ็ หลือบไป
เห็นหนา เขมๆของนายหมกึ โผลมาแตไกล ทําทาวาจะตรงมาทีโ่ ตะน่ซี ะดว ยซี เขา มา...เถอะ...นายหมกึ เดย๋ี ว
แมจะเผาใหเสยี ชาตเิ กิดไปเลย…นาํ้ หวานฮม่ึ ฮั่มอยูในใจ....
“หวัดดีครับ...คณุ นา้ํ หวาน บังเอิญผมผา นมาทางน้ีกเ็ ลยแวะเขา มาเยี่ยม”
“นัง่ กอนซหิ มึก จะไดร จู ักเพ่ือนๆกนั หนอย....”
ไอห มึกน่ังลงอยางวางา ย รสู ึกแปลกใจข้ึนมาตะหงิดๆ เอ...วันนที้ ําไมเธอพูดดีดวยวะ...
จะมาไมไ หนอีกหนอ...แมนํา้ หวานคนนี.้ ..
แลวนํ้าหวานก็เริ่มตนดวยเสียงเรียบ ๆ
“เออ...ฟก เขยี ด แลวก็แตงไทย รูจกั กับนายหมึกเสยี ซิ เพ่ือนนาํ้ หวานคนท่ีเคย
เลา ใหฟ งไงวา หนาตาเหมือนไอดกิ๊ กท้ี บ่ี านฉนั ยังกะพันธเุ ดียวกัน...”
ไดผล...เรยี กเสยี งหัวเราะคิกคักจากแมส มัครพรรคพวกครนื ใหญ นํ้าหวานยังไมยอมรา
ขอ...
“แลว นายหมกึ คนนีก้ ย็ งั มพี รนรกที่ไมม ใี ครเหมือนอีกอยางนงึ ก็คอื เหา และกดั
ไดโ ดยไมเ กยี่ งเวลาและสถานท.่ี ..”
เหน็บเขา นั่น...ไอหมึกตสี ีหนาเดอ ดา เรม่ิ รูแลว วาตนเองกาํ ลังจะกลายเปน ผัดเผด็ ปลาหมึกในอกี ไมกี่
วินาทีขางหนา ไมทันที่มนั จะคดิ อะไรออกมาโตตอบ...
“หมึก...ฉันเห็นสีผิวคุณแลว สงสยั วา คณุ จะตกฟากในคนื เดือนมืดนะเนยี่ ...”
เสรจ็ ละซิ ยายเขียดเขา มาชว ยหนนุ อีกแรง
“ฉันวา ถาคณุ ตกลงไปในทอ นาํ้ คราํ ของ กทม. แลวละกอ ...คงตอ งใชไฟฉายสอง
หาถึงจะเจอ เพราะวา สีของคณุ นะมนั กลืนกับนาํ้ คราํ ในทอ สนิทเชียว...”
แตงไทยกไ็ มใชย อย วาเขานั่น...นํ้าหวานนกึ ขอบคุณเพ่ือนๆในความรว มมือ ขา งไอหมกึ ยงั คงเงยี บ
หนา เขม ๆดจู ืดลงไปถนดั ตา ยังทําอะไรไมถกู เฮอ... ก็แมเ ลนรุมหมึกกันจนตั้งตวั ไมติดเลยนห่ี วา น้ําหวานนะ
ยายน้าํ หวาน นาจะเรยี กวา นํ้ากรดมากกวา แสบพิลึก...
“ถึงจะดาํ กเ็ ปน ดําประเภท ดาํ แตนอกในแผว ผองเนอื้ นพคุณ”
ไอหมึกทซู ี้ ออกกําปน เทา ที่มันจะคดิ ไดใ นตอนน้ัน
“ทุเรศ...หยั่งคณุ มันตองเรยี กวา ดําแตนอกในกระจอกยิ่งกวานี้ นะคุณ...”
นาํ้ หวานก็หัวไวไมใ ชเลน
“กลุมคณุ นน่ี าจะตัง้ ข้ึนมาเปนชุมนมุ มีความสามารถกนั ทง้ั นน้ั น.ี่ ..”
ไอหมึกโพลงข้นึ มาลอยๆชนิดท่ีไมมีใครเขา ใจ
“ชมุ นุมอะไร...”
“ชุมนมุ ปากตลาดและผรสุ วาทวาทไี งละ”
ไอห มึกเฉลยใหฟง อยางไมยอมทิ้งลาย
“เอาเถอะ...มาพดู กนั ดๆี ก็ได ท่ีแซวๆกันมาก็กองทิ้งไวต รงนี้แหละ เออ...
นํา้ หวาน พรุง น้ตี อนเทย่ี งผมมีธุระจะคุยดวยทลี่ านโพธ์ินะ ”
ไอหมึกรบี ตดั บท แลว ผลุนผลันตรงไปท่ีรา นขายนํา้ ซ่งึ อยูใกลๆ กลับมาพรอมดวยนาํ้ เขียวน้าํ แดงสอง
แกว ...
“ผมรวู าพวกเราคงหิวนาํ้ กันแลว ...”
พูดดวยนา้ํ เสยี งจรงิ จัง แลววางถวยน้าํ ลงบนโตะ แปลกแฮะ...นึกไมถึงเลยวาเจา คนกะลอ นพรรคนจ้ี ะ
รูจ ักเทคแครคนเปน ดว ย น้ําหวานคิดขน้ึ มาดว ยความงงงนั ...
“พรงุ นเี้ จอกันนะ ...”
วา แลว ไอหมึกกผ็ ละออกไป ปลอยใหน า้ํ หวานและเพื่อนๆแปลกใจในพฤติกรรมประการหลงั สดุ ของมนั
เอ...หรือเคาจะยอมแพเ ราซะแลว มั้ง ไมม ีวนั หรอกคนกะลอนอยา งนายหมึกนะเหรอทจ่ี ะยอมแพใครงายๆ....
ในเย็นวนั นั้นเอง นํา้ หวานก็ไดรบั คาํ ตอบในสิ่งท่ตี นกาํ ลงั สงสัยอยู แมคารา นขายนํ้าเดินตรงมาท่โี ตะ
“ขอเกบ็ เงนิ คานํา้ ดวยจะหนู....”
“อา ว...ตอนท่ีเพอื่ นเคามาซื้อยงั ไมไดจ า ยอกี เหรอ...”
“ยังจะ ... เคาบอกใหปาคอ ยมาเกบ็ เงนิ ท่โี ตะนี้”
นกึ แลวเชียวนายหมกึ นี่...ไมยอมแพใครงายๆ คือขอสรุปในใจของน้ําหวาน....
เทย่ี งแลว ....นกึ ขน้ึ มาไดวานายหมึกคนน้ันนัดไว ใจหนง่ึ ก็อยากจะไปเจอ เผอื่ ทเี คา อาจจะมีธุระ
กไ็ ด แตอกี ใจหน่ึงก็ปฏเิ สธ เคาคงจะพูดเลนๆมงั้ จะไปจริงจงั อะไรมากกะคนพรรคนั้น ในความคิดของ
น้าํ หวานเกดิ ความรสู ึกสองอยางขดั แยงกันมาตลอดทางตง้ั แตต ึกศลิ ปจนลงมาถึงลานโพธ์ิ...
เห็นแลวไง...ยนื หนาเขม อยตู รงนนั้ เอง ดทู าทางเครงขรมึ เอาการ เออ...นายหมึกน่ถี า วางตวั ดีๆกน็ าดู
อยูห รอก เอ...นึกไมออกจรงิ ๆวาเคา จะมีธรุ ะอะไรกับเรา หรือวา จะเปน เรื่อง...ไมเอานา น้ําหวานอยาคิดมาก...
“เรยี นวชิ าอะไรมาเหรอน้าํ หวาน...”
นํ้าเสยี งเรียบจรงิ จังจนนา ประหลาดใจ
“ยาํ ไทย...มีธรุ ะอะไร เร็วหนอยนะเดยี๋ วตองเขาเรียนตอ อกี ...”
เสียงน้ําหวานพลอยออ นลงไปดว ย
“เออ...ผมมีบางอยางจะบอกกบั น้าํ หวาน”
เอาละซิ พูดเปน นยั ๆ ชวนใหค ดิ มากไปได
“คณุ มีอะไรจะบอกนํา้ หวาน....”
เสยี งเริ่มสั่น นํ้าหวานหนอน้าํ หวานชักไมแ นใ จตัวเองเขาแลวซิ วงหนา ขาวๆ เร่ิมเปลี่ยนเปนสีแดงดวย
เลอื ดฝาดท่ีฉดี แรง...หรือเคา จะมาบอกเราเรื่อง...คดิ มากไปอีกแลว น้าํ หวาน
“ผมจะมาบอกคณุ เรอ่ื ง...เออ...เรอ่ื งจะขอยืมเลคเชอรยําไทยของน้ําหวานไปซีรอกซซะหนอย เพราะ
โดดไปหลายชว่ั โมง”
“น่.ี ..เอาไปแลว อยา ลมื เอามาคนื ดวยละ ”
เสยี งแข็งขึ้นมาอยางไมม ีปม ีขลุย คนอะไร...จะยมื เลคเชอรไปซีรอกซหนอยเดยี ว ทาํ เปนลลี าอยูได
เฮอ...กลมุ โวย...
รักเดียวในรว้ั โดม (4)
เกริน่ - มาถึงตอนนที้ ง้ั ไอห มึกและน้าํ หวานตางก็มีความเปน ลกู แมโดมมากข้นึ ทกุ ที มีเหตุผลและเปนผูใหญข ้นึ
จากไรเ ดียงสามาเปนลนเดียงสา เราเรมิ่ ตนดว ยตนี สบตีน ตาสบตา และวาจาสบวาจาแลว จะลงเอยวา อยา งไร
ดเี อย ...
ตน ฤดฝุ น...หางนกยูงยังคงแดงสะพรง่ั ทั่วท้ังตน เหลืองดอกคูนกม็ ีใหเ ห็นบา งแมบางตา ลมเยน็ จากลาํ
นา้ํ เจาพระยายงั โชยพัดชวนรืน่ รมย ลวนแตเปน ภาพแหงความงดงาม สดใส เชนเดียวกับผูคนในวัยหนมุ สาว...
งานรับเพ่ือนใหมไดผ านพน ไปแลว ทามกลางบรรยากาศอันอบอนุ แหงความเปนพีน่ องที่ตงั้ อยูบนความ
เสมอภาคซ่งึ กนั และกนั ณ ธรรมศาสตรแหงนี้...ลกู แมโ ดมทุกคนไดรอยดวงใจแหงเราทกุ ดวงรวมกนั เปน หนึ่ง
เดียว ไมวา จะเปนลูกโดมใหมท ีเ่ พิ่งจะกาวมา หรือจะเปนลกู โดมชรารุนเกาเกากึ๊กสักเพียงใดกต็ าม...ทุกคนคือ
ลูกแมโ ดมเดียวกัน...และพรอมๆไปกบั การผานพน ของงานรบั เพอ่ื นใหมก ็คือการปรบั ตัวใหเขากบั สงิ่ ใหมๆ รอบตัว
ของเพื่อนใหมแตล ะคน ไมวาจะเปน ระบบการเรยี นหรือกระทั่งวถิ ชี ีวิตใหมใตรมเงาโดมแหง นี้ ท้ังไอห มึกและ
นํา้ หวานก็อยใู นชว งเวลาแหงการปรบั ตวั นเ้ี ชน เดียวกบั เพื่อนใหมค นอื่นๆ...
วันน้ี...น้ําหวานไปถงึ มหาวิทยาลยั ตั้งแตเ ชา และทันทีท่ีไปถงึ โตะซง่ึ เคยนง่ั กันอยเู ปน ประจํา นํ้าหวานก็
ตอ งแปลกใจไปกับดอกไมชอใหญท วี่ างอยูบนโตะ ใครหนอ... นึกพิเรน เอาชอดอกไมมามอบใหก ันต้งั แตเ ชา...
นา้ํ หวานนกึ สงสยั แลวหยิบดอกไมชอ นน้ั ขึ้นมาดูอยางพนิ ิจพิเคราะห เปนชอดอกไมท ่ีแปลกท่สี ดุ เทาที่นํ้าหวาน
เคยเห็นมา เพราะแทนทีจ่ ะเปนกหุ ลาบสีแดงสดหรอื ดอกกลว ยไม กลับเปน ชอดอกไมท ป่ี ระกอบข้ึนดว ยสแี ดง
สะดุดตาของหางนกยงู และมเี หลืองสดของดอกคนู แซมสลับ มีแผน กระดาษช้นิ เล็กๆผูกตดิ อยูกบั ชอ ดอกไม มี
ลายมือหวัดๆเขียนไววา...
“เหลืองของเราคอื ธรรมประจาํ จิต แดงของเราคอื โลหิตอทุ ิศให”
สาํ หรับนํา้ หวานและเพือ่ นๆ เนอื่ งในวนั สถาปนามหาวทิ ยาลัย...
27 มิถนุ ายน....
“หมึก”
ป.ล. – เทีย่ งน้ี...ขอพบนํา้ หวานทภ่ี ัตตาคารริมน้ําดวยนะ เจอกนั กอนทลี่ านโพธิ์...
นา้ํ หวานจงึ ไปถงึ บางออในทันทีทเ่ี ห็นชือ่ สั้นๆในตอนทาย นึกวา จะเปน มือมืดทไี่ หน ที่แทก เ็ ปน คนมดื
นามหมึกน่เี อง... แผลงพลิ กึ แตเ พราะเจา ป.ล.หรอื ประโยคเลนิ เลอในบรรทดั ลา งสดุ นี่สิ... ที่ทาํ ใหน ํา้ หวานตอง
คิดหนักวาจะตัดสนิ ใจอยางไรด.ี .. มองไปทช่ี อดอกไมอกี ครงั้ หน่ึง อดไมไดท่ีจะนึกชม... ชางคิดไมเ ลวนะ มี
ความหมายดีดวยซ.ิ ..
บายแก ๆ ...
นํา้ หวานเพ่งิ เขาใจเดยี๋ วนนั้ เองวา ภัตตาคารริมนํ้าที่ไอห มกึ เขยี นถงึ อยา งหรูหราน้นั แทจ รงิ ก็คือ
รา นอาหารธรรมดาๆแถวทา พระจนั ทรน เี่ อง เสียงอึกทึกจากเครื่องยนตเรอื ความพลกุ พลานของผูคนท่มี าขึ้นลง
เรอื ที่ทา เสียงระลอกน้าํ ซัดกระหน่ําฝง ดงั โครมคราม ผักตบและมูลฝอยลอยมาติดฝง เปนแพ กไ็ มเลวนกั หรอก
สาํ หรบั บรรยากาศแบบน.้ี ..ลูกทงุ ดีเหมือนกนั
“หมึก...ขอบใจมากนะท่ีอุตสาหเ อาชอ ดอกไมไปวางใหท ่โี ตะ ตั้งแตเชา”
นํา้ หวานเรม่ิ ตนขน้ึ ดวยนํ้าเสียงเอาจริงเอาจงั
“ผมมันนกึ สนุกบวกกับความโมแรงตกิ หนอยๆ ก็เลยเที่ยวปน เก็บดอกไมเ อา
เทา ท่ีจะหาไดในรอบรั้วโดมน่ีแหละ...มคี วามหมายดดี วย”
ไอหมึกตอบเรียบๆ แตก็ยังไมว ายท่ีสอ แววขีเ้ ลนตามนิสยั ดงั้ เดมิ
“น้ําหวานอยากจะคุยกบั หมึกใหเปนเรื่องเปน ราวซะที”
“กท็ ี่เรากําลงั คยุ กันอยกู ็เปนเร่อื งเปน ราวดีแลว นี่ฮะ...”
“นํ้าหวานอยากจะคุยกับหมึกเรือ่ ง...” นํ้าหวานทิง้ ชวงนดิ หนงึ่ เหมอื นจะหยดุ คิดแลวพดู ตอ ... “เรอื่ ง
ความรักนะหมึก…”
ทันทีที่ไดย นิ วลสี ุดทาย ความรสู กึ ของไอหมึกถึงกับสะดดุ กึก ใจเริ่มสัน่ หววิ คลา ยเปนลม เพราะมัน
เปน เรอ่ื งที่จี้ถกู หวั ใจจนเจ็บแปลบ
“น้ําหวานคดิ วา...ความรักของคนหนุมสาวเรานัน้ ควรจะเริ่มตนกนั ดวยความมี
เหตุผล เสมอภาคและใหเกยี รติแกกนั และกนั …”
วงหนา ขาวๆยังคงราบเรียบเหมอื นจะเก็บความรสู กึ เอาไวภายใน
“น้ําหวา นไมเ หน็ ดว ยและไมเ ชือ่ ดวยวา ... คนเราไดส บตากนั เปร้ยี งหนง่ึ แลว
ความรกั มันจะระเบิดเปร้ียงตามมาดวย ความรกั แบบนี้มันนาจะอยใู นนยิ ายนํ้าเนา มากกวาทจี่ ะ
มาเปน ความรักในชวี ิตจริงของคนหนุมสาวเชนพวกเราในทกุ วนั น.้ี ..”
“...น้าํ หวานอยากจะใหหมึกมองเพ่ือนผหู ญิงดวยความรูสกึ ท่ีดกี วานี้ แทนทจ่ี ะ
มองเพื่อนผหู ญิงวามไี วส ําหรับรองรบั ความสนุกปากแคน ้ันเอง....”
ไอหมึกนิง่ ฟงอยางตงั้ ใจ เสมือนหน่งึ นักศกึ ษาท่ีกําลงั นงั่ ฟงคําบรรยายจากอาจารยใ นยามทใี่ กลจะสอบ
และยังคงไมมถี อยคําใดหลดุ ออกมาจากปากของไอห มึกในตอนน้นั
“ทกุ วันน้ี...ผหู ญงิ กค็ อื คนเหมอื นกนั ที่หมึกไมควรจะมองดว ยสายตาที่ดหู มนิ่ ดูแคลน
ผูห ญงิ มีคณุ คามากไปกวา การเปนดอกไมรมิ ทางนะหมึก...”
เงยี บ...ควิ้ เขมคูน ัน้ ขมวดเขาหากันอยา งใชความคิด ฟงอยางตัง้ ใจและเอาจริงเอาจัง...เออ
นะ...นายคนน้ถี ึงบทดีกด็ ีจนนาคุยดวยอยูห รอก วา งายซะจรงิ เชยี ว...แลว นา้ํ หวานก็รา ยยาวตอ ...
“ชวี ิตคนเราน้นั มคี ณุ คานะหมึก ยิ่งเปนชวงท่อี ยูในวนั หนุม สาวดว ยแลว เราไมน าจะปลอยใหมัน
ผา นเลยไปอยา งไมมีความหมาย...เรานาจะมีอะไรท่ีมากไปกวา เรยี น, เท่ียว
แลวก็เฮฮากันไปวันๆ”
“ท่นี า้ํ หวานพูดมา ผมคดิ วา มนั เปนเร่อื งที่นาคดิ และแปลกใหมส าํ หรับผมไมน อย บางอยางท่ี
นํา้ หวานเห็นวา ไมถ ูกไมค วร ผมก็ตองแกไ ขปรับปรงุ บางคร้งั อาจตองขอเวลา
บา ง...”
ไอหมึกเพิง่ หลดุ คําพดู ออกมาไดเปน ประโยคแรก สีหนาเครง ขรมึ ผดิ ไปจากเจา หมึกจอมกวนท่ีนํ้าหวาน
เคยรจู กั
“หมึก...นา้ํ หวานยังมอี ีกเรอื่ งหน่ึงที่จะบอกใหหมกึ รูไวด วย...”
ถงึ แมวา การคุยกันในวันนีจ้ ะเปนเรอื่ งทหี่ นักขมองไปซกั หนอย แตไ อหมึกก็รสู ึกดีใจไมน อ ยทีน่ ้ําหวานเรียกช่อื
หมกึ ไดอยา งสนิทปากกวา ทเ่ี คยเปน มา
“ผมยนิ ดีท่จี ะรับฟงทุกเรื่องท่นี าํ หวานตอ งการจะแนะนาํ ...”
“แตเร่อื งน้ไี มใชเ ร่ืองทนี่ ํา้ หวานจะแนะนาํ อกี ตอไปแลว ”
ไอหมึกชกั ตน่ื เตนข้นึ มาหนอยๆแลว แตย ังเดาเรื่องไมออก
“คอื ยงั นี้นะหมกึ ...นํ้าหวานอยากจะบอกใหค ณุ รไู วว า...ชะงกั ไปครหู นง่ึ เหมอื นดังจะ
แกลงใหไอหมึกหัวใจวายตายดว ยความตน่ื เตน...คอื วาเออ...นํา้ หวาน...มีแฟนแลว...”
“ฮา...”
ไอหมึกอุทานเสยี งสนั่ ทนั ทีทไ่ี ดยินประโยคเซอไพรสจ ากปากของนํ้าหวาน ใจมนั หายวบู รูสกึ เจบ็ แปลบ
เหมอื นมีใครเอาสากมาตาํ หวั ใจ พยายามใหกําลังใจตัวเอง ยงั นา หมึก...เอง็ ยงั มีหวงั ...เคาแกลง ลองใจเอ็งเลน
มง้ั ...สะกดความรูสึกไวแ ลว แข็งใจฟง ตอ...
“แฟนน้ําหวานเคา เปนหนมุ ใหญวัยกลางคนแลว ละหมึก ๔๕ ป เหน็ จะไดมง้ั
น้ําหวานชอบเคาเพราะเคาเปน คนทม่ี เี หตุผล...”
โธ...แลว คนอยางหมึไมมีเหตุผลเลยเหรอนี่ ไอหมึกตัดพออยใู นใจ
“....นอกจากมเี หตุมผี ลแลว เคายงั รกั ในความเปนธรรมและรกั ประชาชน...”
มาถงึ ตอนนี้ไอห มึกเร่มิ จะเดาเรอ่ื งออกแลว แตกย็ งั ไมแนใจตวั เองวา มันจะเดาถูก
“แฟนนํา้ หวานชือ่ ธรรมศาสตรไงละ...”
เมื่อนํา้ หวานพูดประโยคน้จี บลง ทงั้ สองก็หัวเราะขนึ้ มาพรอมๆกนั ....
แสงแดดทีเ่ คยแผดจา ในยามกลางวันเร่ิมออนตัวลงทุกที ความมดื เริม่ เดินทางเขา มา
แทนทีค่ วามสวา งอยา งชา ๆ กาลเวลายังคงทาํ หนาทีข่ องมันอยางซื่อสัตย ยอดโดมยังคงโดดเดน
ตดั กบั ผนื ฟา แลดูทรนง...เสยี งเรอื โยง, เรอื ยนตแ ละเรือขา มฟากกระหม่ึ ดังมาเปนระยะๆ
นักศึกษาสวนใหญเริ่มทยอยกันกลบั บาน...ไอห มกึ นั่งอยคู นเดียวท่มี าน่งั รมิ นา้ํ เบ้ืองหนา
มองเห็นลาํ นาํ้ เจา พระยารินไหลอยา งออยอ่ิงเหมือนเชนเคย ปลอยความคดิ ไปกับการนึกถึง
หลายสิ่งหลายอยางทีผ่ านมาในชวี ิต นับแตก า วเขา มาเปน ลูกแมโ ดม...นกึ ถึงนํ้าหวานและสง่ิ ท่ี
เธอพดู ใหฟงเม่ือบา ยนี้...ความรักที่เริ่มตนอยางมเี หตุมีผล...คุณคาของผูห ญงิ ...คุณคา แหง
ชวี ติ ลวนแตเ ปน คําถามที่ทา ทายใหไ อห มึกแสวงหาคาํ ตอบ ทงั้ ยงั เปนส่ิงท่แี ปลกใหมท ี่เพ่ิงแผว
พานเขา มาในมโนสาํ นกึ ของชวี ิตในวยั น้ีของไอห มึก…
ทค่ี ่ันหนงั สือแผนเล็กๆท่ีทาํ ดว ยกระดาษแข็งสแี ดงสด ซงึ่ นํา้ หวานใหมาในวนั น้ี ยังคงเสยี บอยกู บั สมุด ไอ
หมกึ ดึงมันออกมาดูอยา งพิจารณา มลี ายมือตวั เลก็ ๆอา นงายเขยี นไวว า
“ฉันรักธรรมศาสตรเ พราะธรรมศาสตรส อนใหฉันรักประชาชน”
ใหห มึกเน่ืองในวนั สถาปนา...
27 มถิ นุ ายน...
“นํ้าหวาน”
ไอหมึกอานขอความนัน้ อยหู ลายเที่ยว เหมอื นดงั จะใหมันซึมซาบเขาไปเปนอนั หนง่ึ อนั เดียวกับจิตใจ สง
ยิ้มใหก ับตวั เองอยางเงยี บๆ ในยามนถี้ าใจไอห มกึ มันพดู ได ใจอยากจะพูดออกมาวา ....
“ขอบใจนาํ้ หวาน...เพื่อนหญิงคนแรกทก่ี ระตนุ เตอื นใหไอห มกึ รกั แมโดม เพราะแมโดมสอนใหล ูกๆ
ทกุ คนรกั ประชาชน...”
รักเดียวในรั้วโดม (5)
ปจฉิมลขิ ิต - ผูเ ขียนไมมีโอกาสท่จี ะซอกแซกเร่ืองราวของหนมุ สาวคูน ม้ี าซบุ ซบิ ใหเปนท่ีสนุกปากแกผูอานอีก
ตอ ไป เน่ืองจากวา กาลเวลาไดบ บี บังคับใหผเู ขียนตองผละจากออมอกแมโ ดม ไปเผชญิ ชีวติ ในโลกกวา งนอกร้ัว
มหาวทิ ยาลยั แตอยางไรก็ตามไดม ลี ูกแมโดมรุน หลงั ยงั อตุ สา หค าบขาวมาบอกกบั ผเู ขียนวา ...
ในกาลตอ มา เทอมปลายของปเดียวนั้นเองท้ังไอหมึกและแมนํา้ คูกรณีตางกต็ ัดสินใจท่ีจะแสวงหา
ความหมายแหง ชวี ิตมหาวิทยาลัยไปกับกจิ กรรมนักศึกษา ขา งไอห มึกน้นั ก็กาํ ลงั ฟต ซอมลบั ฝป ากอยูเปน การใหญ
เพอื่ ลงสมัครรบั เลอื กตั้งเปน สมาชิกสภานักศึกษา สว นน้ําหวาน...เธอกไ็ มน อยหนา กา วขึ้นมาเปน กรรมการ
องคการนกั ศกึ ษาชดุ ใหม และดูเหมอื นวา ทง้ั ไอหมึกและน้ําหวานตา งกม็ ีความเขา อกเขาใจซึง่ กนั และกนั มากขึน้
ทกุ ท.ี ...
...ทุกวนั นี้ ถามเี พ่ือนฝูงคนใดกระเซา ไอห มึกข้ึนมาวา
“เฮย ...ไอหมึก เดยี๋ วนเ้ี อง็ รกั ใครมากทีส่ ดุ ในธรรมศาสตรว ะ...”
ไอห มึกจะย้ิมยงิ ฟน ขาว กอ นท่จี ะตอบอยา งหนกั แนน และมัน่ คง
“รกั แมโดมซโิ วย ...”
โดยมีแมน ํ้าหวานตวั ดียนื ย้ิมอยูเคยี งขาง....
สุภักษา
ตน ฤดฝู น 2523
พมิ พครง้ั แรก : “บันทึกหนาใหม” หนังสอื รับเพื่อนใหม
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ป 2523
ฝายสาราณยี กร องคก ารนักศึกษามหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
คนื นไี้ มมเี พลงแคน
1...
เสรจ็ จากกินขา วม้ือแลงแลว พอ กอ็ อกนั่งดูดยารสฉนุ พน ควนั อยคู นเดียวเงยี บๆที่แครไ มห นา บา น
เทียนก็ตามออกมานั่งอยูขางๆพอดว ย แมจ ดั ขา วของดงั กกุ กกั มาจากในบา น หนา นี้ตะวันยังไมท นั จะชงิ พลบ
ฟาก็ดูจะมดื สนิทไปหมดแลว พอตกค่าํ ลมหนาวก็เริ่มเขา มาแทนทีค่ วามแหง แลง ระอุอาวในยามกลางวัน เทียน
นัง่ กอดอกหอตวั อยูใกลพอ วันน้เี หมือนมีอะไรมาทาํ ใหเ ขาอยากอยูใ กลพอมากเปนพเิ ศษ พอพอ ดดู ยาหมดมวน
เทยี นก็เอย ขน้ึ
"พอ...ขอยอยากสิฟงพอเปา แคน"
"เอาดี้...ไปเอาแคนมาใหพอ เดย๋ี วสเิ ปาใหฟ ง "
พอรบั คาํ อยา งงา ยๆ เทยี นตรงเขา ไปในบา น แคนคูชพี ของพอตวั น้ันพิงอยูขา งเสาบาน มนั เปนแคน
ขนาดใหญแ ลดเู กา ครํา่ ครา ผิวไมของตัวแคนเปน มันเลือ่ มเพราะถกู จบั ตองอยูบอ ยๆ เทียนเองจาํ ไมไดวา มนั อยู
กบั พอมานานเทา ใด นบั แตเ ขาจาํ ความไดพ อก็มีแคนตวั นี้อยูแลว
พอกระชบั แคนไวในมือม่ัน แลวเรม่ิ เอาปากจอตรงเตาแคน เปา ลมเขา ออกเปนจังหวะ พรอมๆกบั น้ิวมือท้งั สอง
ขา งกเ็ ร่ิมระรกิ พลวิ้ ไปมาบนลูกแคนแตล ะลูก เพลงแคนดังข้นึ อยา งมจี งั หวะจะโคนดว ยฝม อื ของพอ พรุง น้ีเขา
คงไมไดฟงเพลงแคนทีพ่ อเปาอีกแลว เพราะพอตองไปกรงุ เทพฯ และคงตองไปอยูที่นั่นนานทเี ดียว เทยี นเคย
ไดย นิ พอบอกกับลุงบุญทนั วา จะเขาไปหางานทําท่กี รงุ เทพฯหลงั จากเกีย่ วขา วเสรจ็ แลว เพราะทนอดอยทู ีน่ ่ีไม
ไหว นาปน ก้ี แ็ ลง เหมือนปก อนๆ หน้ีสนิ ก็มากข้นึ ทกุ ที เทียนไมร ูจ ักหรอกวา ไอกรุงเทพฯทพี่ อจะไปพรุงนีน้ น้ั มนั
อยูทไ่ี หน ไกลจากบานเรานสี้ ักเพยี งใด เขาไดแตนึกเอาตามประสาเด็กท่ีเรยี นจบแคช น้ั ป.สว่ี ากรงุ เทพฯมันคงดี
หรอกนะ เพราะเหน็ ใครตอใครในหมบู า นกพ็ ากนั เขา กรุงเทพฯ กนั ไปหลายแลว อีคําหลา ลูกสาวปาเพญ็ อบี ญุ
ศรหี ลานลงุ บุญทัน พ่ีทองดลี ูกชายพอใหญอ ่ิม และอกี หลายๆคน บางกว็ า ไปทาํ งานในโรงงานทกี่ รงุ เทพฯ วนั ดี
คืนดีพวกนี้ก็กลับมาเยย่ี มบา นพรอมดว ยเส้อื ผา สสี วยๆ แตไมค อยเหน็ ใครไดก ลับมาบอยนักหรอก
เสียงแคนของพอเร่ิมจากลายชา เนบิ นาบ แลว คอ ยๆเปล่ยี นจังหวะเปนลายที่เร็วขึ้น กระชั้นขนึ้ ทกุ ที ลม
หายใจพอสะทานไปตามจังหวะเพลงแคน นิว้ แตละน้ิวกส็ ะบดั ไหวไปบนลกู แคนแตล ะลกู อยา งคลองแคลว เทียน
เพง มองน้ิวของพอในยามท่ีมันสั่นไหวไปบนลกู แคนอยา งใจจดใจจอ เขาอยากเปาแคนเปน เหมอื นพอ แตจ น
แลวจนรอดกไ็ มไ ดหัดเปา แคนจากพอสกั ที ดเู หมือนวา วนั เวลาของพอตองหมดไปกับการทํางานหาเลยี้ ง
ครอบครวั ไปเสยี ท้ังหมด เถอะ...ไวใหเขาโตเปนผใู หญอ ีกสักหนอ ยคงไดห ัดเปา แคนหรอกนะ เทียนนึกอยใู นใจ
อดไมไ ดทจี่ ะมองดูพอดว ยความชืน่ ชม มือของพอใหญ หยาบหนา ทํางานไดทกุ อยา ง หนานาพอ กก็ ุมคนั ไถไวใน
มือมั่น กดครดู ไปบนผนื ดนิ ครั้งแลวคร้ังเลาจนเหงื่อไหลทว มตัว หนาแลง พอกถ็ ือขวานเขาไปตดั ไมใ นดงเพื่อเอา
มาเผาถาน ในยามนี้พอกใ็ ชฝามือหยาบๆทัง้ สองขางน้ีแหละ เปาแคนขับกลอมใหบา นเราคลายจากความเงยี บ
เหงาลงไปไดบาง ฝมือการเปาแคนของพอเปนท่ีรกู นั ท่ัวไปในหมบู าน พอจะไปหัดมาจากไหนเทียนกไ็ มร ู
เพราะพอไมเ คยเลาใหฟง เขายงั จาํ ไดด ีวางานบุญบอ งไฟแลงท่แี ลว พอกเ็ ปนคนเปาแคนนาํ อยูหนา ขบวนแห
บองไฟ เท่ยี วน้ันเทียนเดนิ ตามพออยา งไมย อมใหคลาดสายตาเลยทเี ดียว
ดกึ มากแลว ขา งนอกเหลือแตเพียงเทียนกบั พอนั่งอยดู วยกันสองคนเทานน้ั แมดบั ตะเกียงเขานอนไป
นานแลว ไฟตะเกยี งทวี่ างอยูบนแครไมไ ผห รี่แสงลงเต็มทเี พราะนาํ้ มนั ใกลจ ะหมด ลมหนาวยงั คงพดั โชยมาเปน
ระยะ มนั หนาวเหน็บกวาตอนหัวค่าํ เสียอีก พอหยดุ เปา แคนแลว วางมันพาดไวบ นตกั เร่ิมมวนใบยาสบู อีกครั้ง
หน่งึ ควนั โขมงจากใบยากลน่ิ ฉุนเหมอื นจะชว ยใหพ อคลายความเหน็บหนาวจากสายลมท่ีโชยพดั ไปไดบา ง
"นอนซะ...เทยี น มื้ออนื้ ก็ตองลกุ ข้ึนแตเ ชา"
เทียนเขา ไปในบา นอยา งวา งา ย ในขณะท่ีลมตัวลงนอน เด็กนอยมีความรสู ึกวาคนื น้ีความหนาวยะ
เยือกมันจบั ถึงกระดูกยง่ิ กวา คืนใดๆที่ผา นมา...
2...
"หางานไดกเ็ ฮ็ดงานจักพัก สิไดเงนิ เปนกอบเปนกํามาไถน า"
พอบอกกบั แมและใครตอใครวา อยา งนนั้ เร่อื งนี้พอ คิดอยูนานเหมือนกันจงึ จะตัดสนิ ใจ พอเก่ียวขา ว
เสร็จเรียบรอ ยแลว พอกแ็ บงขา วสวนหน่ึงไปใชหน้ีใหเ ถาแกฮ งในตลาด อีกสวนหนึง่ กเ็ หลอื ไวก ินในบาน พอ ไป
กเู งนิ เถาแกฮงมาหลายปแลว ยังใชห น้ีไมห มดสักที บางปแ ลงหนกั จนไมไดข าวเลย ก็ตองกูเ งินเพม่ิ อกี พอบน
อยบู อ ยๆวา กลวั ผืนนายสี่ บิ กวาไรท ีเ่ อาไปจาํ นองไวจ ะหลดุ มือไปงายๆ พอจงึ ตัดสนิ ใจไปหางานทาํ ในกรุงเทพฯ
วนั นี้พอออกไปต้ังแตเชา มดื เอาแคนคชู ีวิตตวั นน้ั ไปดวย
"ยามท่คี ดิ ฮอดบาน พอสิไดเปาแคนฝากลมฝากฟามาฮอดบา น"
พอ หันมาบอกกับเทยี น แมยืนรอ งไหทําตาปรบิ ๆ เทียนไดแตพ ยักหนาหงกึ ๆเหมือนไมมีอะไรจะพดู กับ
พอ เดก็ นอยใจหายวาบจนตองขมความรสู กึ ไว
พอออกจากบานไปไดสักครู เทียนก็ไปทาํ งานรบั จางขดุ มันในไรของเถา แกเ หมือนอยางทเี่ คยเปนมา
ปกตแิ ลวเขาจะออกไปขุดมันรับจา งพรอมกับเพื่อนวัยเดยี วกันในหมูบา นทุกเชา คาแรงนั้นเถาแกจ ะจายใหเ ปน
วันๆ วนั ละสบิ บาทสาํ หรบั เด็กวัยขนาดเทียน คนหนุมคนสาวทีโ่ ตไปกวาน้ันอยางพสี่ มพร, พบ่ี ุญครองก็ไดวนั ละ
ย่สี บิ บาท เขาไมร ูเหมอื นกนั วาทาํ ไมถึงไดค า แรงนอยกวาคนอน่ื ตัง้ ครึ่งหนึ่งทั้งๆท่เี ขาก็ขดุ มนั ไดไมน อยไปกวา
หนุม ใหญเทา ใดนกั แตนั่นแหละ...สิบบาทก็มคี วามหมายสําหรับเทยี นไมน อย เขาเคยคิดจะเกบ็ เงินน้ีไวส ักกอน
หนึ่งเอาไปซอ้ื เส้ือยืดสสี วยๆ หรอื ไมก็เปน กางเกงผา เนอื้ หนาเหมอื นอยางท่ลี ูกชายผใู หญสกุ ใสอ ยู แตเ มื่อนกึ ถึง
ราคาของมนั แลว เทียนก็เลิกคิดทนั ที เงินสิบบาทตอวนั นแี้ หละทีเ่ ขาใหแมไวใชจ า ยในบาน งานในไรมนั ของเถา
แกเรมิ่ ตนกนั ตั้งแตเชา จนตะวันตกดนิ จงึ ไดกลบั บา น ยง่ิ ตะวนั โผลพน ข้ึนมาเหนือหัวมากเทาใด แดดกย็ ิง่ แผด
เปรีย้ งใหรูส ึกรอ นระอุมากขึน้ เทาน้ัน ยามกลางวนั แดดจัดอยางนี้ บางทีเทียนกร็ ูส ึกปวดแสบปวดรอนตามเน้ือ
ตามตัวอยเู หมือนกนั
"เปนจงั ไดบ ักเทยี น.....ม้อื นค้ี ือบเวาหยงั "
พสี่ มพรถามขึ้นตอนกินขา วกลางวนั ไมท นั ทีจ่ ะตอบ พบี่ ุญครองซง่ึ นงั่ อยูขางๆกเ็ อยขึน้ เหมือนจะรู
ความในใจของเด็กนอย
"คิดฮอดพอเจาบ.... บักเทยี น"
"แมน..."
เทียนตอบรับสั้นๆ แลวกม หนากม ตาปนขา วเหนียวจิม้ แจวพรกิ โดยไมมองหนาใคร
"นอย.... บานเฮานี้เงยี บลงทกุ ม้อื แลว ปก อ นทดิ โสหมอลําก็ไปกรงุ เทพ มาเทอื น้.ี ...พอบักเทยี นกไ็ ปอีก ไปกัน
หมดทั้งหมอลําหมอแคน....."
จงั ซี่....บา นเฮากเ็ งียบ"
"แมนๆ...เงยี บเปน ปาชา"
เสยี งคนในวงกินขาวยงั คงคุยกันตอ เทยี นไดแ ตนั่งเงียบ
"ขอยวาถา อยบู า นเฮายังอดึ ยงั อยากอยจู ังซ่ี แลงหนาสลิ องไปหางานในกรงุ เทพ"
เปนเสียงของพส่ี มพร
เท่ียงนัน้ ....เทยี นนงั่ กินขา วเหนยี วกับแจวพรกิ อยา งฝดคอ ความรูสกึ คิดถงึ พอยังไมจางหายไปจากหัวใจ
ของเด็กนอ ย ย่ิงไดย นิ วา แลง หนาพ่ีสมพรกจ็ ะไปกรุงเทพฯอีก เทียนก็ย่งิ ใจไมดี กรุงเทพฯมันเปนยงั ไงกนั หนอ
.....ถงึ ไดด ดู กลนื เอาผูคนทเี่ ขารักและคนุ เคยไปหมด ปก อนโนน….. ทิดโสคนทีเ่ คยวาหมอลําคูเพลงแคนของพอ
ก็จากไป มาปนีเ้ ปนทีของพอ อกี นานไหมหนอ….. คนเหลา นี้จะไดกลับมาบานเราอีก ทิดโสกจ็ ะไดมาวาหมอลํา
พอก็จะไดเ ปาแคนกลอมเสียงกลอนลาํ ของทดิ โสไปดว ย มนั คงจะสนุกครกึ ครนื้ เหมือนตอนงานบุญบองไฟ เม่ือ
หลายปกอ น…
3…
พอ หายเงยี บไปหลายเดือนแลว โดยทีแ่ มและเทียนไมไดรบั ขา วคราวจากพอเลย หนา แลงปน้คี นที่เทียน
เคยเห็นหนา เหน็ ตาก็พากนั เขาไปทํางานในกรงุ เทพฯกนั เกือบหมด ความเงียบเหงาเขามากดั กรอนใจของผูค นท่ี
ยังหลงเหลืออยูใ นหมบู า นมากข้ึนทุกที แตล ะบา นเหลอื อยูแ ตเพยี งคนเฒา คนแก เอาขาวปลาอาหารทีม่ ีอยตู าม
มีตามเกิดไปทําบุญทีว่ ัดอยางเงียบเชยี บ กรุงเทพฯกาํ ลงั นาํ พาความอบอุน บางอยา งทเ่ี คยชโลมเลย้ี งความแหง
แลง ท่นี ี่จากไปซา้ํ แลวซา้ํ เลา เทยี นไมรูเหมือนกนั วาถาเขาโตเปน หนุมใหญก วา นี้ เขาตองไปหางานทําใน
กรงุ เทพฯเหมือนคนอน่ื ๆหรือเปลา ทุกวันน้ีความเปน อยูของผูคนในหมูบา นก็ยงั คงไมมสี ิ่งใดเปลีย่ นแปลง บาน
ของเทียนเองกต็ ามเถอะยังคงอยกู นิ กันอยา งแรนแคน เชนเดิม แจว พริก แจวปลารายงั คงเปนกบั ขาวท่ีแม เทยี น
และนอ งๆกนิ กนั ทกุ มื้อ พกั น้ีเถาแกฮงกแ็ วะเวยี นมาถามแมถงึ เร่ืองหนสี้ ินอยูบ อยครง้ั เทยี นพอจบั ความไดวา
ใกลถงึ เวลาใชห น้ีเขา ไปทุกที เขาไดแตหวงั วา อกี ไมน านแลว ...พอ คงกลับมา
คืนนั้นท่ีบานของเทยี นมีอะไรนา ตื่นเตน เปน พเิ ศษ พี่ทองเสนกลบั มาจากกรุงเทพฯพรอมกับขา วคราว
ของพอ
"พอ เจา ฝากจดหมายมากะอา ย"
"ทองเสน....เจา เฮด็ งานที่เดยี วกะพอ บักเทยี นบ"
แมถ ามดวยควมดใี จท่ีไดขาวจากพอ แลวหนั มาบอกกับเทยี น
"ลองเบง่ิ จดหมายพอ เจาตี้...วา จังได"
ดว ยความรูต ะกุกตะกักของเด็กป.สีอ่ ยา งเทยี น ก็พอจะถายทอดความในจดหมายออกมาได แมจ ะตอง
นง่ั แกะกนั ทลี ะตัวก็ตาม เขาจาํ ลายมือตัวโยเยของพอไดดี แมน ั่งฟงอยางตง้ั ใจ
แมอ ีหลา ....บักเทียน
พอ ไดเ ฮด็ งานในโรงงานปมเหล็กแลว กวาสไิ ดงานกห็ มดไปหลายเงนิ เดอื นแรกกต็ องปนเงินใหคนท่ี
หางานใหพ อครงึ่ หน่ึง พอ มาอยทู ี่เดียวกนั กับทองเสนคนบานเฮาน่แี หละ งานทีเ่ ฮด็ ก็หนกั อยู พอสิทํางาน
กลางคืนหนาํ่ สิไดเ งนิ เปน กอบเปน กาํ ไวๆ จะไดฟ า วกลับบา นเสียที อยูน่ียามคดิ ฮอดบานก็ไดแตเ ปา แคน สง
เสยี งแคนฝากลมฝากฟามาฮอดบา น พอ ฝากเงนิ มากับทองเสนหา รอย สไิ ดเอาไวใ ช สองเดือนหนาพอ สลิ างาน
มาเยี่ยมบา นจักเทือ....
เทยี นใจเตน ตูมตาม เม่ือรวู าพอ จะกลบั มาเยยี่ มบา นอกี สองเดือนขางหนา พอคงเอาแคนตัวนนั้ มาดว ย
ถึงตอนนัน้ เขาจะขอใหพอเปา แคนใหฟ งอีก พอคงซ้ือเส้ือผาสีสวยๆจากกรงุ เทพฯมาฝากแมเ ขาและนอ งๆดว ย
ขา วคราวจากพอในคืนนน้ั เหมือนหยาดนาํ้ หยดเล็กๆที่หลงั่ ลงมาซึมซบั บนผนื ดินอันแหงผาก นบั แตนจี้ นถงึ สอง
เดอื นหนาคือวนั เวลาแหงการรอคอยที่มีความหวัง กวา จะหลับตาลงไดใ นคืนนั้น เทยี นรูสึกเหมอื นไดยินเสียง
แคนของพอแวว ดงั มาจากฟากฟา ไกล....
4...
กลบั จากทํางานไรมนั เยน็ นนั้ แมก็บอกใหเ ทียนอยเู ฝาบา น แลว แมก บั นอ งก็ออกไปบา นลุงบุญทัน
เพอื่ ขอปน ขาวเหนยี วมาใชกอน เพราะทเ่ี หลืออยตู ิดบา นก็พอกินไปไดแ คม ื้อแลงนเี้ ทา นั้น เทยี นตรงเขาไปหลงั
บานเริม่ กอไฟ เตรยี มหุงขาวเหนยี วกอ นที่แมกบั นองจะกลับมา พอไฟเริ่มตดิ ก็ไดย นิ เสียงคนเดินอยหู นาบา น
พรอ มกบั เสยี งตะโกนเรยี ก
"เทียนเอย..."
เปน เสยี งของพอ พอกลบั มาแลว เขานกึ สงสัยอยูวา ทําไมพอกลบั มากอนกาํ หนดที่บอกไวในจดหมาย
ความดใี จทาํ ใหเ ทียนรีบเผนพรวดไปทางหนาบา น ไมลืมตักนาํ้ ใสข นั ติดมือไปดวย พอน่ังอยบู นแครไ มไผหนา
บาน รางพอ ผอมซูบลงไปถนัดตา มือทง้ั สองขางซุกอยใู นกระเปา กางเกง มีกระเปาเดินทางใบใหญว างอยขู างๆ
พอเอาแคนตัวนั้นกลบั มาดวย คนื นล้ี ะ ...เทียนจะไดฟงพอเปาแคน ใหสมใจอยาก
"แมกะอีนองไปขอปน ขา วท่บี านลุงบญุ ทนั "
เทียนบอกข้นึ เม่ือพอถามถึงแมและนอง
"พอ ....เปาแคนสิ แมกะอนี องไดยนิ เสียงสิไดรูวา พอ คนื เมื้อฮอดบานแลว ดีใจหลายอยู"
พอนิ่งเงียบแลว ยน่ื มือท้งั สองขา งมาวางตรงหนา
เทยี นมองไมเหน็ นิ้วมือของพอ ทเี่ ขาคนุ เคยเลยแมแตนวิ้ เดียว สิบน้วิ ทแ่ี ขง็ แรง หยาบหนาซ่ึงเขาเคยจบั
ตอ ง สบิ นว้ิ ท่ีเคยสายไหวไปบนตวั แคนหายไปหมดแลว
เดก็ นอยนง่ิ อ้ึงไมมีคําพดู ใดๆหลุดออกมาจากปาก นกึ ถึงเสียงแคนที่พอเคยเปาใหฟงต้ังแตเ ล็ก
กรงุ เทพฯที่พอ ไปอยมู นั คงโหดรา ยและนา เกลยี ดนากลัวเสียเหลอื เกนิ มันกลนื กนิ แมแตนว้ิ มอื ทั้งสิบของพอ
หยาดน้าํ ใสไหลเออท่ีเบาตาทั้งสองขา งของเดก็ ชายวยั สบิ สามปอยา งไมร เู นื้อรูตัว เดก็ นอ ยไดแ ตคิดอยใู นใจซา้ํ
แลวซ้าํ เลา
"เถอะ...สักวันหนึ่งเทียนสิเปา แคนใหพอฟง...."
ดนิ สอโดม
รางวัลชนะเลศิ การประกวดเรอ่ื งส้นั ระดับอดุ มศึกษา ป 2523
จัดโดย ชมรมวรรณศลิ ป 10 สถาบนั
พิมพครง้ั แรก : "ไมแ รกผล"ิ หนงั สือรวมเรือ่ งสัน้
ระดับอดุ มศึกษา ชมรมวรรณศิลป 10 สถาบนั
พมิ พค รงั้ ท่ีสอง : " ปากกาโดม” หนังสือรวมเรอ่ื งส้นั และบทกวี
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร ป 2538
หว งหวิ ทม่ี ืดดํา
ทันทที ี่เถาแกเนยี้ กดสวิชตป ดไฟ ความมดื ก็ปกคลุมไปทวั่ ช้ันสองของตึกแถวหลงั น้ัน เด็กหญิง-ชายกวา
สิบคนนอนเรียงกนั เปนตบั อยูบนพ้นื หอ งดานนอกซึง่ โลง ๆ ปราศจากสงิ่ ตบแตง ใดๆ เสยี งดังแชะของสวิชตไฟ
เปน เหมือนคําส่งั อันเด็ดขาด ทท่ี าํ ใหจ อยและเด็กบางคนที่ยงั น่งั เอนตัวพิงพนักหองตอ งลมตัวนอนโดยสงบ แม
รูสึกวา งานท่ีทาํ ต้ังแตเชาตรูจ นถึงเที่ยงคนื ของทุกวันนนั้ หนกั พอท่ีจะทาํ ใหจ อยนา จะหลับลงไดดว ยความออ น
เปล้ยี แตดวงตาทง้ั สองขา งก็ยังคงเบกิ คางอยกู ลางความมืด ขาท้ังสองขางเหยียดยดื ไปจนสุดตัวราวกับวา ใหสา
สมกับการที่มันตองหดพับอุดอูอยูทง้ั วัน เดก็ ๆอกี หลายคนยงั คงนอนไมห ลบั เชนเดียวกับจอย บางคนพลิกตวั ไป
มาอยา งกระสับกระสา ย จอ ยเร่มิ ไดยนิ เสียงกรนดังมาจากตอนมุมสุดของหอง นกึ ในใจอยวู าโชคดีที่มันหลบั ลง
ไดกอนคนอ่ืนๆ ทง้ั ๆทตี่ อนนี้ใครๆก็อยากหลบั ใหไ ดกนั ทงั้ นนั้ เสยี งตบยงุ ดงั เผยี ะผะยังคงดังมากขึ้นกวา หน่ึง
เสียง เพื่อนๆหลบั กนั หมดแลวแตจอ ยยงั ไมย อมหลับ คดิ อะไรเรื่อยเปอยไปตามประสา...
รอบหอ งลวนแตเ ปน ผนังทบึ ของตัวตกึ ไมม ีหนา ตางและชองระบายลม อากาศจงึ อบอาวจนจอ ยรูสึก
ไดจ ากเหงื่อชนื้ ซึ่งซึมอยูทั่วแผนหลัง นึกถงึ เม่ือครงั้ ท่ีเคยวง่ิ เลน อยูตามหวั คันนา ในตอนเย็นทีฟ่ า ใสและลมโบก
โบยเหนือใบขา วสเี ขียวสด แมค วามมดื ในตอนน้ีทําใหม องไมเหน็ เมด็ เหงื่อทซี่ ึมออกมา แตจอยกส็ มั ผัสไดจ าก
ความเหนยี วเหนอะตามผิวเนื้อ คิดไปวา ถายังอยทู ่บี า น ก็จะกระโดดลงไปดาํ ผุดดําวายในหนองนํา้ กลางหมบู า น
ใหเยน็ ฉ่ําสบายตวั จอยรสู กึ วาการกระโจนลงไปในนาํ้ ทงั้ ตัว ดกี วาอาบนา้ํ สามวนั ครง้ั ดว ยน้าํ จากทอเหล็กเพยี ง
ไมก่ีขนั ทเ่ี ถา แกเ นี้ยจาํ กดั ใหเปน ไหนๆ
คิดมาถึงตอนนจ้ี อยกฝ็ น ขมเปลือกตาลงอกี คร้ังหนง่ึ แตเม่ือมีเสียงดังโครกครากออกมาจากทอ ง ก็
เหมือนถูกกระตนุ ใหเปลือกตาตอ งเปดขนึ้ รับความมืดนัน้ อีก รูส กึ เหมอื นมีอะไรไหวตวั วบู วาบอยภู ายในทอง
เดือนหนึ่งแลว ที่จอยจากบานมาอยูท่ีนี่ ขา วหนึง่ จานกับผกั ตม เละๆวันละสองม้ือของทน่ี ี่ ไมเ คยทําใหจ อยรสู ึกอิ่ม
เลยสักที แตก ็ยังดีท่ีมนั ทาํ ใหจอ ยพอมีเรย่ี วแรงหอทอฟฟใ หน ายจางได ไมอยางนั้นแลวตามเนอ้ื ตามตัวก็คงจะ
ระบมไปดวยรอยเขียวช้าํ เพราะถูกเถาแกเ นีย้ ฟาดดว ยไมเรียวเหมือนอยา งทีเ่ ขาฟาดใสเ ด็กบางคนทไี่ มมีแรง
หอทอ ฟฟ แลว ลมฟุบลงไปเฉยๆ
ตอนอยูทบ่ี านจอ ยก็ยงั เคยรูส ึกอิ่มบาง ถึงแมจะมีนอ ยครัง้ ไดกต็ ามที อยางนอยงานเขา พรรษาท่วี ดั เมื่อ
ปทแี่ ลวกค็ รงั้ หนึ่งที่ยงั จําไดแ มน วันนั้นชาวบา นจะแตง ตัวกนั สวยๆงามๆสะอาดสะอานพากนั ไปทําบุญท่วี ดั แต
ละคนกห็ อบห้วิ สํารบั กบั ขาวกันไปคนละไมละมือ ทีร่ วยๆหนอยก็หอบหิว้ กันไปมากหนอย ทจ่ี นๆกพ็ ากนั ไป
ตามมตี ามเกิด บนศาลาวดั ลานตาไปดวยกบั ขาวทง้ั คาวทง้ั หวาน จอยกบั เพื่อนๆเลยไดพลอยฟา พลอยฝนกนิ ของ
เหลือจากพระซึ่งลวนแตเ ปน ของดๆี ที่ไมเคยกินทั้งนน้ั เนอ้ื หมู เนื้อไก ก็เปน ชน้ิ ใหญๆกินกนั ไดเต็มคาํ เรียกวา
ครง้ั นั้นกินกันแทนขา วกย็ ังได พวกผลไม ขนมหวานก็มีใหเลอื กเต็มไปหมด นํา้ แข็งไสใสขนมปงชนิ้ เล็กๆแลว ราด
นํา้ หวานสแี ดงสด ท่ีจอยเคยเหน็ แมค า ขายตามรานเปน ของท่จี อ ยอยากกนิ มานานเตม็ ทีแลว แตไ มเ คยมเี งนิ ซ้ือได
สักที ไดแตกักเก็บความรสู ึกอยากลม้ิ รสความเยน็ และหอมหวานของมนั ไวใ นใจ ต้ังใจวาถา มีโอกาสขึ้นมาก็จะ
กินมนั ใหส มอยาก แลว โอกาสของจอยในวนั นนั้ เอง รสหอมหวานของนาํ้ แดง ไอเย็นฉํา่ จากนาํ้ แข็งใส และขนม
ปง นุม ๆ ทาํ ใหจอยจดจาํ รสชาตขิ องมนั ไดอยางไมมวี นั ลืม นึกถึงขึน้ มาทีไรกร็ สู ึกราวกบั วา ความหอมหวานเย็น
ฉาํ่ ของมนั ยังตดิ อยูท ่ปี ลายล้นิ แตแ ลว ภาพนํ้าแข็งไสสีแดงสด กก็ ลับวบู หายไปจากหว งความคิด เมื่อปลายลนิ้ ของ
จอยไปสมั ผสั พบกับความแหงผากบนรมิ ฝปาก ดวงตาที่ไมยอมปดลงมองเหน็ แตเ พดานหองขมกุ ขมวั อยูในความ
มอื
“อยูท่ีน่ีแหละจอ ย เอ็งจะไดกินอิม่ ซะที ถงึ อยูที่บา นเอ็งก็ตอ งอดอยูวันยงั ค่ํา”
พอเคยบอกไวในวนั แรกที่พาจอยมาอยูท ี่น่ี มีความปนปวนภายในทองยังไมยอมสงบนิ่งภาพของขา ว
ราดผักตมเละๆ ลอยเขา มารบกวนความรูสึกอีกวบู หน่งึ
“ไมต องเปนหว งหรอกลงุ งานกไ็ มห นัก เดก็ กนิ อยทู ี่นี่เสรจ็ แถมยงั ไดเ งนิ ใชอีก วา งๆ ฉันก็จะพา
ออกไปเทยี่ วเปด หูเปดตาขางนอก”
จอยยังจาํ เสียงออนหวานของเถา แกเ นย้ี ที่พูดกับพอในวนั นัน้ ไดดี แตหน่ึงเดือนทผี่ า นมาจอยก็ไมเคยพบ
เลยวาเถาแกเ นี้ยไดพ าไปเที่ยวเปด หเู ปดตาท่ไี หนบา ง ทกุ วันนี้จอ ยจงึ ไมรเู ลยวากรงุ เทพนัน้ หนาตาเปนอยา งไร หู
ของจอยมักไดยนิ แตคาํ ดาหยาบๆคายๆจากปากเถาแกเนี้ย ตาก็ไดเ หน็ แตกระดาษหอทอฟฟก บั ผนังตึกส่ีเหลย่ี ม
แคบๆท่ีแสนจะอดุ อู หรือกรงุ เทพฯเปน อยา งน.้ี .. ไมเหน็ มีท่ีโลงกวางใหว ิ่งเลน กระโดดโลดเตน ตามใจชอบได
เหมือนท่บี าน ไมม ีหนองน้าํ ใหก ระโจนลงไปดาํ ผดุ ดําวา ยกับเพื่อนๆ ไมม ีตน ไมใบหญา สีเขยี วเยน็ ตา ไมมี...ฯลฯ
จอ ยรจู กั ที่นี่มากกวา วันแรกๆทจ่ี อยเพิง่ มาถึง อยูทีบ่ านยงั มีบางมอื้ ทีจ่ อยกินอ่ิมแมจ ะมนี อยครง้ั กต็ ามที
แตทนี่ ่ีจอ ยไมเคยกนิ อมิ่ เลย อยทู ีบ่ า นถึงแมจอยจะกินไมอ ่ิม แตหัวคันนากับหนองนํ้าและเพ่ือนๆชวยทําใหจ อย
สนกุ สนานจนลืมนึกถงึ ความวางเปลาภายในทอง เถา แกเ น้ีย กระดาษหอทอฟฟ ผนังตึกทึบรอบขางไมเคยทําให
จอยสนุกจนลืมความหวิ ไดเ ลย จอ ยคิดถงึ บา น...อยากกลับบาน...อยากออกไปจากทนี่ .ี่ ..
ออกไปจากตกึ แถวนค้ี ือกรงุ เทพฯที่จอยไมรจู ัก อาจจะหลงทางกลับบานไมได นกึ ถงึ เมื่อครงั้ ที่เขา ไปหา
หนอไมทป่ี าทา ยหมูบาน คร้ังน้ันจอ ยหลงทางวนเวยี นอยใู นปาจนโพลเ พล โชคดที ไี่ ปพบกบั คนหาของปา เขา
จึงชว ยพาจอยออกมาสง ถึงปากทางเขา หมบู าน มีคนอยูมากมายในกรุงเทพฯมากกวา ในปา ซ่ึงพบแตค นหาของ
ปา เพียงคนเดียว คงมีใครสกั คนหรอกที่ชวยทําใหจ อ ยกลับถงึ บานได คงมใี ครสักคน....
เชา วันรงุ ขึ้น เถา แกเนี้ยพบวา มเี ด็กผชู ายหายไปคนหน่งึ เขา ใจวาแอบหนีไปตอนใกลส วา งในขณะท่ีคน
ทาํ ครวั ออกไปจา ยตลาดขางนอก แลวแงม ประตูเหลก็ หนาบานไวโ ดยไมไ ดลอ็ คกญุ แจ
หลดุ พน จากตึกแถวทบึ ทมึ หลังนัน้ ได จอ ยก็เรงเดนิ ดุยๆอยางไมค ิดหนาคดิ หลังและปราศจากจดุ หมาย
ปลายทาง ขอเพยี งส่ิงเดยี วคือใหไกลจากตึกแถวหลงั นั้นใหมากที่สุด จนเกนิ กวาท่ีเขาจะตาม โลกภายนอกชา ง
กวา งใหญไพศาล เตม็ ไปดว ยถนนหนทางและตกึ รามละลานตา ความหวังท่จี ะกลับถึงบา นยงั คงมีอยู แตก็เกิน
ความคิดวามนั จะเกิดขึ้นไดอยางไร ไดแตเ รงสาวเทาไปบนฟุตบาทขางถนนเหมือนไมรจู ักเหนื่อยแสงสวางรางๆ
ตอนใกลร ุงไมรอนแรง เหมือนแดดเปร้ยี ง แตระยะทางที่ไมมจี ุดมุงหมายแนนอน ทําใหเม็ดเหงือ่ เริม่ ซึมออกมาชน้ื
แผนหลงั อีกครั้งหน่ึง
จอยแลเห็นคนเพยี งไมก ี่คนบนทางเทา ที่จอยกําลังเดินอยู บางคนใสช ดุ กีฬาสแี ดงสดวง่ิ เหยาะๆผา นหนา
ไป มคี นใสเส้ือผากระรุงกระรงิ่ เนอ้ื ตัวมอมแมมนอนซบอยูบนทางเทา เขา หลบั สนิทราวกับวา กาํ ลงั นอนฝน