แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 14 ชัว่ โมง
วชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหสั วชิ า อ22101 เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ชอื่ Let’s Party ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เร่ือง reading 3a & Vocabulary 3a
ผจู้ ัดกจิ กรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- อา่ นและบอกรายละเอยี ด รวมท้งั แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับเรือ่ งทอี่ ่านได้
- เขยี นอีเมลตามเร่อื งทีก่ ำหนดได้
- พดู แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องที่กำหนดได้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย่าง
มีเหตผุ ล
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหัวข้อเร่อื ง ใจความสำคญั บอกรายละเอียดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรอ่ื งทฟี่ ังและอา่ นพรอ้ มท้งั ให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/4 พดู ละเขียนเพ่อื ขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเรอ่ื งทีฟ่ งั หรอื
อ่านอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/5 พดู และเขยี นแสดงความรู้สึกและความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกบั เร่ืองต่าง ๆ กจิ กรรม
และประสบการณ์ พรอ้ มทงั้ ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ยี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และข่าว/ เหตุการณ์
ทอี่ ย่ใู นความสนใจของสังคม
ต 1.3 ม. 2/3 พดู และเขียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั กจิ กรรม เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผลสน้ั ๆ ประกอบ
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.1 ม. 2/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองท่ีเกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา
และชุมชน
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรยี นรคู้ ำศพั ทแ์ ละประโยคต่าง ๆ เกย่ี วกบั เทศกาลและการเฉลิมฉลอง ชว่ ยในการจับใจความสำคญั
และรายละเอยี ดของข้อมลู ที่อ่านและฟัง รวมถึงสามารถนำส่ิงทเ่ี รยี นร้ไู ปใชใ้ นการพดู /เขยี นสอ่ื สารไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง ตลอดจนมีความเข้าใจในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Festivals/Celebrations (eat a traditional meal, wear masks, watch
a street parade, wear traditional costumes, dance to music, open
presents, listen to a band, paint their faces, watch a fireworks
display)
Feelings (thrilled, happy, disappointed, surprised, sad, tired, bored)
Verbs (prepare, come alive)
Nouns (celebration, nut, feast, temple, snapshot, live music,
parade, mask, icing, bean)
Adjectives (brilliant, gigantic, ancient, colourful, oval)
Grammar: Past simple
Functions: Asking for opinions
Do you like the party?
What did you think of the party?
Expressing opinions
I was happy. I really liked it.
It was boring.
2) Language Skills
Speaking: พูดขอและแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเทศกาล
Reading: อ่านเพอื่ หาข้อมลู เฉพาะ
Writing: เขยี นอีเมล
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1) ใฝ่เรียนใฝร่ ู้
2) มุง่ มัน่ ในการทาํ งาน
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1
ขน้ั Warm up
1. นักเรียนอ่านช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ (Let’s Party!) ในหนงั สอื เรยี น หน้า 33 แลว้ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น
วา่ นา่ จะเก่ยี วขอ้ งกับอะไร
2. Find the page numbers for หนา้ 33 นกั เรยี นหาว่าภาพทีเ่ กย่ี วข้องกบั ทัง้ 3 คำน้ีอยใู่ นหนงั สือเรยี น
หน้าใด เมอ่ื หาพบแลว้ ครูถามคำถามเพื่อดึงความสนใจของนกั เรยี นเขา้ ส่บู ทเรียน
an email (p. 35)
Do you write emails? How often? Who to? Why (not)?
a story (p. 41)
Do you like stories? What is your favourite type of story? Why?
funny boats (p. 40)
Do you have any funny boats in your country?
Where can you see them? How many types of boats do you know of?
ขัน้ Pre-reading
1. นกั เรียนเขียนคำวา่ celebrations บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกนั บอกคำศพั ท์ท่ีเกยี่ วขอ้ ง เชน่ street
parade, costumes, dance
2. หนงั สอื เรยี น หน้า 33 Ex. 1 นกั เรียนฟัง CD เกย่ี วกับประเพณีและการเฉลมิ ฉลอง แล้วออกเสยี งตาม
จากน้ันครูให้นกั เรยี นอา่ นออกเสียงด้วยตนเองพร้อมกัน แลว้ ชว่ ยกันนบอกความหมายของวลเี หลา่ นี้
3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 33 Ex. 2 นกั เรยี นฟงั บรรยายภาพท่ี 1-2 เป็นตวั อย่าง และเขยี นประโยคบนกระดาน
They ate a traditional meal. They wore masks. ใหน้ กั เรยี นสังเกตคำกริยาในประโยควา่ ใช้ tense
ใด (Past simple) เมอื่ นกั เรยี นเขา้ ใจแล้ววา่ ตอ้ งใช้คำกริยาในรปู ใด ครใู หน้ กั เรยี นพูดบรรยายทีเ่ หลอื
3 They watched a street parade.
4 They wore traditional costumes.
5 They danced to music.
6 They opened presents.
7 They listened to a band.
8 They painted their faces.
9 They watched a fireworks display.
4. หนังสอื เรียน หนา้ 34 Ex. 1a นักเรียนนึกถึงงานประเพณีคร้ังสุดทา้ ยทนี่ กั เรียนเข้ารว่ ม นักเรยี นทำอะไร
และเห็นอะไรในงานน้นั บ้าง และนกั เรยี นชอบงานประเพณนี ั้นหรอื ไม่ จากนั้นครสู มุ่ เรียกนักเรยี น 3-4 พดู
ใหเ้ พือ่ นในชนั้ ฟัง
5. นักเรยี นอ่าน Study Skills แล้วครูสรปุ ใหฟ้ งั วา่ การอา่ นชื่อเรอ่ื ง คำเกรนิ่ นำ และประโยคแรกของ แตล่ ะ
ย่อหน้าจะช่วยให้เราคาดเดาไดว้ า่ เรื่องทีจ่ ะอา่ นน้ันเกีย่ วกับอะไร
6. หนงั สือเรียน หนา้ 34 Ex. 1b นกั เรียนอ่านชื่อเรอ่ื ง คำเกร่นิ นำ และประโยคแรกของบทอา่ นในแตล่ ะ
กรอบ แล้วแสดงความคดิ เหน็ วา่ บทอา่ นในแตล่ ะกรอบนา่ จะเกย่ี วกับอะไร
The first text is about Monkey Festival in Lopburi and another one is about
the Mardi Gras in New Orleans.
7. นักเรยี นปดิ หนงั สอื เรยี น แล้วช่วยกนั ตั้งคำถามเกย่ี วกบั ประเพณีทัง้ สองในบทอา่ น ครูเขียนคำถามบน
กระดาน จากนนั้ ให้นักเรียนฟัง CD และจดบันทึกข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกับคำถาม เมื่อฟงั จบครูถามวา่ จดขอ้ มูล
ทันหรือไม่ ถา้ ไมท่ ัน ครูให้นกั เรียนฟงั อีกครงั้ แลว้ ร่วมกันตอบคำถาม
- What do people do at Mardi Gras? (They have parades, wear colourful
costumes and carnival masks and dance in the streets to music. They
also eat King Cake.)
- Is there any special food for the festival? (Yes, It’s King Cake.)
- Are there real monkeys at the Monkey Festival? (Yes, there are.)
- What do people do at the Monkey Festival? (They prepared a gigantic
feast for monkeys.)
8. นักเรยี นอา่ นออกเสียงคำศพั ทแ์ ละวลีในกรอบ Check these words ถ้าคำใดอา่ นไมไ่ ดใ้ หอ้ ่านตามครู
จากนั้นให้นกั เรียนชว่ ยกนั บอกความหมายของคำศัพท์ ถ้าคำใดทไี่ ม่รู้ ให้นกั เรยี นเปิดหาความหมายใน
พจนานุกรม
gigantic (adj) = extremely big (ย่ิงใหญ่)
feast (n) = a large meal where a lot of people celebrate a
special occasion (อาหารทน่ี ำมาจดั เลี้ยง)
snapshot (n) = a photograph taken quickly and often not very skilfully
(ภาพท่ถี ่ายอยา่ งรวดเร็ว)
come alive (idioms) = (of a subject or an event) to
become interesting and seems real (มชี ีวติ ชวี า)
oval (adj) = shaped like an egg (วงรี หรอื รปู ไข)่
icing (n) = a mixture made from very fine light sugar and liquid, used
to cover cakes (นำ้ ตาลหรือครมี โรยหนา้ ขนม)
9. หนังสอื เรียน หนา้ 34 Ex. 2 นกั เรียนจบั คกู่ นั อา่ นคำถาม แล้วขดี เส้นใตค้ ำสำคญั ในคำถามแตล่ ะข้อ
จากน้ันครูสุ่มเรยี กนักเรียน 6 คู่ บอกคำสำคัญในคำถามค่ลู ะ 1 ขอ้
ข้ัน Reading
1. นกั เรียนอา่ นบทอา่ นในหนงั สือเรียน หนา้ 34 เพือ่ หาเนือ้ เร่อื งส่วนท่ีเกยี่ วข้องกับคำสำคัญในคำถาม
จากนั้นจงึ ตอบคำถามทีใ่ ห้มา
2. นักเรยี นออกมานำเสนอ 2 คู่ บอกคำตอบ ให้คแู่ รกบอกคำตอบขอ้ 1-3 และคู่ที่ 2 บอกคำตอบข้อ 4-6
แลว้ ใหน้ กั เรยี นในชัน้ ชว่ ยกนั ตรวจคำตอบ
1 He went to the Monkey Festival in Lopburi, Thailand.
2 They prepare a gigantic feast for the monkeys and they have a big
parade with children in monkey costumes and play live music.
3 They wear monkey costumes.
4 In February
5 She watched parades, danced and tried the King Cake.
6 I buy the cake the next time.
ขั้น Post-reading
1. หนังสือเรยี น หน้า 35 Ex. 3 นักเรยี นเติมคำกรยิ าที่กำหนดให้ลงในประโยค โดยใช้รูป Past simple
เสรจ็ แล้วครูขออาสาสมคั รออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน แลว้ ครตู รวจความถกู ต้อง
1 had 2 came 3 wore 4 tried
5 were 6 prepared 7 took 8 was
2. หนังสอื เรียน หน้า 35 Ex. 4a นกั เรยี นหาคำกรยิ ารปู Past simple ในบทอา่ น หน้า 34 แล้วชว่ ยกันพูด
บอกครู ครเู ขียนบนกระดาน จากนั้นให้นักเรยี นระบุวา่ คำใดเปน็ irregular
went, was, were, prepared, put, climbed, pulled, hurt, took, listened, had,
came, danced, tried
Irregular: went, was, were, put, hurt, took, had, came
3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 35 Ex. 4b นกั เรยี นเตมิ คำกรยิ าที่กำหนดให้ลงในประโยค โดยใช้รูป Past simple
เสร็จแลว้ ครขู ออาสาสมคั รออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน จากน้นั ครตู รวจความถกู ต้อง แล้วให้นักเรยี น
อ่านประโยคพร้อมกัน
1 danced 2 laughed 3 celebrated
4 prepared 5 climbed
4. THINK! หนงั สือเรยี น หนา้ 35 นักเรียนมีเวลา 3 นาที เขยี นแสดงความคดิ เห็นวา่ นักเรียนต้องการเข้า
ร่วมประเพณใี ดในบทอา่ น พร้อมบอกเหตุผล จากนั้นครสู มุ่ เรยี กนกั เรียน 3-4 คน อา่ นให้เพอ่ื นฟัง
I would like to go to the Monkey Festival in Lopburi. I like monkeys and I
love watching parades. It sounds like fun.
I would like to attend Mardi Gras in New Orleans. I love watching parades
and dancing. It sounds very exciting.
5. หนงั สือเรยี น หน้า 35 Ex. 7 นกั เรยี นสมมติวา่ ตนเองไปงาน Monkey Festival แลว้ เขยี นอเี มลเลา่
เหตกุ ารณใ์ หเ้ พ่ือนฟัง
Dear Sue,
I had a great time in Lopburi, Thailand. It was the Monkey Festival and I had
a wonderful time. People prepared a feast and they put lots of nuts and
fruit on tables for the monkeys at an ancient temple. I watched an amazing
parade of children in monkey costumes. I was very happy.
Yours
Jane
6. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด (Workbook) หนา้ 20-21 Exs. 1-5
ช่วั โมงที่ 2
ขั้น Warm up
1. นักเรียนทบทวนคำศพั ทท์ ี่เรยี นเม่อื ชว่ั โมงทีแ่ ลว้ โดยแบง่ นักเรียนเปน็ 2 ทมี แลว้ ครูเขยี นคำศัพทบ์ น
กระดาน ซึง่ เวน้ ชอ่ งวา่ งไว้ ใหเ้ ติมตวั อกั ษร เชน่ p _ e _ a _ e (prepare) p _ r _ d _ (parade) ให้
แตล่ ะทีมสง่ ตวั แทนออกมาเขยี นคำศพั ท์ท่สี มบูรณ์ พรอ้ มท้ังอา่ นออกเสยี ง และบอกความหมาย ทีมที่ทำ
ถูกต้องทัง้ หมดจะไดค้ ำละ 1 คะแนน ทมี ใดมคี ะแนนมากกว่าจะเปน็ ผชู้ นะ
2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศพั ท์บนกระดานพรอ้ มกนั
ขน้ั Presentation
1. หนังสือเรียน หน้า 35 Ex. 5 นกั เรยี นดภู าพใบหน้าแสดงความรสู้ กึ ต่างๆ แล้วอ่านออกเสียงคำศพั ทใ์ ต้
ภาพตามครคู ำละ 2 ครง้ั ครูอธบิ ายวา่ คำเหลา่ นค้ี อื คำคณุ ศัพทท์ ี่ใช้บรรยายความรสู้ กึ
2. นักเรยี นเขียนหัวขอ้ Positive และ Negative บนกระดาน ครใู หน้ กั เรียนทำความเข้าใจ 2 หัวขอ้ น้ี โดย
เขียนเครอ่ื งหมาย + และ – ข้างหลังหวั ข้อ จากนัน้ ให้นกั เรียนจดั กลมุ่ คำคุณศพั ทต์ ามหัวข้อ แล้วครเู ปดิ
CD ใหฟ้ ังเพ่ือตรวจว่านกั เรยี นจัดกลุ่มถกู ตอ้ งหรือไม่
Positive Negative
thrilled disappointed
happy surprised
surprised sad
tired
bored
3. นกั เรยี นชว่ ยกันบอกความหมายของคำคุณศัพท์เหลา่ น้ี โดยเดาความหมายจากภาพใบหนา้ happy (มี
ความสขุ ), bored (ร้สู กึ เบื่อ), excited (รู้สกึ ตน่ื เต้น), disappointed (รูส้ กึ ผดิ หวัง), tired (ร้สู กึ เหน่อื ย),
thrilled (ร้สู กึ ต่ืนเต้น, พอใจ), surprised (รสู้ กึ ประหลาดใจ) ถ้าคำใดนักเรียนไม่รใู้ หห้ าความหมายจาก
พจนานกุ รม แลว้ ครใู หน้ ักเรียนอ่านออกเสียงคำคณุ ศัพท์ พรอ้ มท้งั บอกความหมายอกี คร้งั
4. นกั เรียนแต่งประโยคบอกเหตกุ ารณ์ทท่ี ำให้ตนเองเกดิ ความร้สู กึ ตา่ ง ๆ เหล่าน้ี จากนั้นครูขออาสาสมัคร
อา่ นประโยคใหเ้ พื่อนฟัง
I felt happy when I opened my presents.
I felt disappointed when I failed my test.
I felt surprised when he showed me his costume.
I felt sad when we moved house.
I felt tired when we finished the game.
I felt bored at the party.
5. นักเรยี นออกมาเขียนตัวอยา่ งบทสนทนาบนกระดาน
A: Where did you go last weekend?
B: I went to Dinosaur Planet.
A: How was it?
B: It was exciting.
นักเรยี นอา่ นบทสนทนาพรอ้ มกัน แลว้ ครถู ามวา่ ประโยคใดเป็นการถามความคิดเห็น (How was it?)
ประโยคใดเปน็ การแสดงความคดิ เหน็ (It was exciting.) จากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนอา่ นสำนวนทใ่ี ชใ้ นการขอ
และแสดงความคดิ เห็นในหนงั สอื เรียน หน้า 35 Ex. 6
6. นักเรยี นออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน และขดี เสน้ ใตค้ ำคณุ ศพั ท์
I’m excited. (ฉันรู้สึกตน่ื เต้น) The film is exciting. (ภาพยนตร์เรือ่ งนนี้ า่ ตนื่ เต้น)
She’s bored. (ฉนั รูส้ ึกเบ่ือ) The book is boring. (หนงั สือเล่มนีน้ ่าเบ่อื )
ใหน้ ักเรียนสงั เกตวา่ คำคณุ ศัพท์ที่ลงทา้ ยดว้ ย -ed และ -ing ใชต้ า่ งกนั อยา่ งไร แล้วครูสรุปใหฟ้ ังวา่
คำคุณศัพท์ท่ลี งท้ายด้วย -ed ใชบ้ รรยายความรู้สกึ หรอื อารมณ์ของเราท่มี ตี ่อบางส่ิง สว่ นคำคุณศพั ท์ทลี่ ง
ทา้ ยดว้ ย -ing ใช้บรรยายลักษณะของคน ส่งิ ของ หรอื สถานการณ์ จากนนั้ ครบู อกความหมายของประโยค
แถวแรกเพือ่ ให้นักเรยี นเข้าใจย่ิงข้นึ แลว้ ให้นักเรยี นช่วยกนั บอกความหมายประโยคแถวที่ 2
ขัน้ Practice
1. หนังสือเรยี น หนา้ 35 Ex. 6 นกั เรียนเลอื กงานเลยี้ งหรือเทศกาลจากที่กำหนดมา 1 งาน/เทศกาล แล้ว
สมมติวา่ ตนเองไดไ้ ปรว่ มงาน/เทศกาลนนั้ เมอ่ื วนั หยุดสดุ สปั ดาห์ท่ีผา่ นมา จากน้นั ให้นักเรียนจับคู่กนั และ
เตรียมข้อมูลเพื่อใช้พดู สนทนาขอและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั งานเล้ียงหรือเทศกาลดังกลา่ ว
2. นักเรยี นแตล่ ะค่กู ันฝึกพดู สนทนากัน โดยครูเดินสงั เกตนักเรียนและใหข้ ้อมูลยอ้ นกลับ (feedback) เร่ือง
การใช้ภาษาของนักเรยี น เช่น ไวยากรณ์ การออกเสียง นำ้ เสียง กริ ยิ าท่าทาง เพื่อให้นักเรียนนำไป
ปรับปรงุ แกไ้ ขในคร้ังตอ่ ไป
3. นกั เรยี นจับคกู่ บั เพ่อื นคนใหม่ และฝกึ พดู สนทนา โดยครเู ดนิ สังเกตและให้ขอ้ มูลยอ้ นกลับ (feedback)
จากน้ันให้เวลานกั เรยี นฝกึ ซ้อมเพ่ือปรับปรงุ แกไ้ ขตามคำแนะนำของครู
ขนั้ Production
1. นกั เรยี นแตล่ ะคอู่ อกมาพดู สนทนาทหี่ นา้ ชน้ั โดยเน้นให้นักเรียนแสดงทา่ ทางและใช้นำ้ เสยี งใหเ้ หมาะกบั
สถานการณ์
2. นักเรยี นทำ Language Review 3a Exs. 1-2 ในหนังสือเรยี น หนา้ 107 รว่ มกันในชัน้
3. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั (Workbook) หนา้ 21 Exs. 6-9
7. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การผ่าน
วธิ กี ารวดั รอ้ ยละ 60
-
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ นหรอื แบบฝึกหดั (Workbook) ระดบั คุณภาพ พอใช้
การฟัง ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการเขยี นแสดงความคดิ เห็น สมดุ นกั เรียน ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น
เก่ยี วกับเรอ่ื งที่อ่าน
ประเมินการเขียนอีเมลเล่าเหตกุ ารณ์ แบบประเมนิ การเขยี น
เก่ยี วกับงานเทศกาล
ประเมินการพดู สนทนาขอและแสดง แบบประเมนิ การพดู
ความคดิ เหน็ เก่ียวกับงานเลยี้ งหรอื
เทศกาลที่เขา้ รว่ ม
สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้และความมุง่ มั่น แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานกุ รมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
เวลา 14 ชัว่ โมง
วชิ าภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน รหสั วชิ า อ22101 เวลา 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ช่อื Let’s Party ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง Grammar 3b
ผู้จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้
- พดู และเขียนประโยค Past simple และ Past continuous ไดถ้ ูกตอ้ ง
- เปรียบเทยี บโครงสร้างของภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทยได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งที่ฟังและอ่านจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่าง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/3 ระบุ/เขียนประโยคและข้อความให้สัมพนั ธ์กับสอื่ ที่ไม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบตา่ ง ๆ ท่อี า่ น
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ กึ และ
ความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เร่อื งตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และสถานการณต์ า่ ง ๆ ใน
ชวี ติ ประจำวันอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตกุ ารณ์
ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 2/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียง ประโยค
ชนดิ ตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้และเข้าใจโครงสร้างทางภาษา จะชว่ ยใหส้ ามารถพดู และเขยี นประโยคต่าง ๆ ไดถ้ กู ต้องและ
เหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกดิ ความเขา้ ใจในความเหมือนและความตา่ งของภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Grammar: Past continuous
Past simple & Past continuous
Functions: Describing actions were happening at a certain time in the past
Last Monday morning I was having an English lesson at school.
2) Language Skills
Speaking: สนทนาเกีย่ วกับส่ิงท่ีบุคคลกำลงั ทำในอดตี ท่รี ะบเุ วลาแนน่ อน
Writing: เขยี นบรรยายสง่ิ ทบี่ คุ คลกำลงั ทำในอดตี ท่ีระบเุ วลาแนน่ อน
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝเ่ รียนรู้
2) มงุ่ มั่นในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1
ขน้ั Warm up
1. นักเรยี นทบทวน Past simple โดยให้นกั เรียนพดู บอกกิจกรรมทต่ี นเองทำเม่อื วานนี้ตอนเยน็ ครู
เร่ิมตน้ เปน็ ตัวอยา่ ง เชน่ I went to the shopping mall yesterday evening.
ข้นั Presentation
1. นักเรยี นฟงั เพลง Jealous Guy ของ John Lennon จาก
https://www.siamzone.com/music/lyric/41824 ให้นักเรียนทกุ คน แลว้ ให้นกั เรียนขีดเส้นใต้ Past
continuous
2. นกั เรียนเรียนรู้โครงสรา้ ง Past continuous คอื was/were + v-ing แลว้ ให้นกั เรยี นดูวา่ ตนเองขีดเส้นใต้
เนื้อเพลงถูกตอ้ งหรอื ไม่
3. หนงั สอื เรียน หนา้ 36 Ex. 1 นักเรยี นอา่ นประโยคในตาราง โดยสังเกตประโยคปฏิเสธและคำถาม ครตู ง้ั
คำถามให้นกั เรยี นคิดวา่ จะทำเป็นประโยคปฏิเสธและคำถามอย่างไร แลว้ สุ่มเรียกนักเรยี น 2-3 คน บอก
คำตอบ (ทำเป็นปฏเิ สธโดยการเติม not หลงั was/were และทำเปน็ คำถามโดยย้าย was/were มา
ข้ึนต้นประโยค) จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปโครงสรา้ ง Past continuous
4. นักเรยี นช่วยกันเปรียบเทยี บว่า ในภาษาไทยมีโครงสร้างเฉพาะเมอื่ กลา่ วถงึ การกระทำท่กี ำลังดำเนินอยู่ ณ
เวลาชว่ งหนึง่ ช่วงใดในอดีตเหมือนกับในภาษาองั กฤษหรอื ไม่ (ภาษาไทยไม่มกี ารเปลี่ยนรูปคำกริยาเมอ่ื
กลา่ วถึงอดตี ปัจจบุ ัน และอนาคต แตจ่ ะใชค้ ำวเิ ศษณบ์ อกเวลาท่เี รียกวา่ กาลวิเศษณ์ และวลบี อก
กาล ซง่ึ เปน็ คำหลายคำเรียงกัน เช่น วันนี้ เดอื นนี้ ปกี ลายน)ี้
กาลวเิ ศษณ์ คือ คำวเิ ศษณท์ ี่ประกอบบอกเวลา เช่น เช้า สาย บ่าย เทย่ี ง เยน็ ค่ำ อดตี
ปัจจุบนั อนาคต ฯลฯ
ทีม่ า: กำชัย ทองหลอ่ . หลักภาษาไทย. พิมพค์ รัง้ ท่ี 54. บริษทั รวมสาสน์ (1977) จำกดั . กรุงเทพฯ
5. นักเรยี นเรียนรู้การใช้ Past continuous พร้อมทงั้ ยกตัวอยา่ งบนกระดาน
- ใชก้ บั เหตุการณ์ทกี่ ำลังเกิดขน้ึ ในอดตี ซง่ึ ปกตจิ ะมีเวลากำกับไวแ้ น่นอน
I was doing my homework at nine o’clock last night.
- ใชก้ บั เหตกุ ารณ์ 2 เหตุการณซ์ ง่ึ กำลังเกิดขน้ึ พรอ้ มกันในอดีต โดยมีคำวา่ while เช่อื มระหว่าง
2 เหตกุ ารณ์
I was sleeping while my sister was doing her homework at ten last night.
6. นกั เรยี นดู 3-4 ภาพเกี่ยวกับภาพบคุ คลกำลงั ทำส่ิงต่าง ๆ จากอนิ เทอรเ์ น็ตหรือนติ ยสาร โดยครูแสดงภาพ
ให้นักเรยี นดูทลี ะภาพ พร้อมท้งั พดู เวลา ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั แต่งประโยค เชน่ ครแู สดงภาพเดก็ ๆ กำลัง
เล่นฟุตบอล และพูดเวลา at five yesterday
- They were playing football at five yesterday.
7. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วครูแจกกระดาษท่ีมีรายการคำให้กลมุ่ ละ 1 แผน่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เรยี งคำ
ให้เปน็ ประโยค Present continuous ทถ่ี กู ต้อง เสรจ็ แลว้ ครูเฉลยคำตอบบนกระดาน ให้นกั เรยี นแลกกนั
ตรวจกบั กลมุ่ อื่น จาดน้ันใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคพร้อมกัน
1 homework / was / last night / his / Bill / doing / at / ten o’clock / .
2 was / this / morning / at / Jill / seven / o’clock / playing tennis /.
3 at / were / last Sunday / you / 9 am / watching TV / ?
4 ten / was / pictures / at / yesterday morning / Laura / painting / .
5 nine / and / singing / not / last night / Bob / at / Bill / were / .
1 Bill was doing his homework at ten o’clock last night.
2 Jill was playing tennis at seven o’clock this morning.
3 Were you watching TV at 9 am last Sunday?
4 Laura was painting pictures at ten yesterday morning.
5 Bob and Bill were not singing at nine last night.
ขัน้ Practice
1. หนงั สอื เรยี น หนา้ 36 Ex. 2 นักเรยี นดูภาพ แลว้ เขยี นประโยคบรรยายสิ่งท่บี คุ คลในภาพกำลังทำ โดยใช้
คำกริยาท่ีกำหนดให้ในรปู Past continuous เสร็จแล้วครขู ออาสาสมคั รพดู ประโยค ครูตรวจความถกู ตอ้ ง
แล้วใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคพรอ้ มกัน
1 Jane was drinking Coke.
2 Paul and Laura were dancing.
3 John was taking pictures.
4 Jim and Bob were eating sandwiches.
5 The clown was painting Jessie’s face.
2. หนังสือเรยี น หนา้ 36 Ex. 3 นกั เรียนดูภาพใน Ex. 2 แลว้ เขียนประโยคทก่ี ำหนดให้ใหมใ่ หถ้ ูกต้องตาม
ภาพ เสรจ็ แลว้ ครูส่มุ เรยี กนักเรยี น 4 คน อา่ นประโยค แล้วใหน้ กั เรยี นในช้นั ช่วยกันตรวจความถูกตอ้ ง
2 Paul wasn’t eating. He was dancing.
3 Jim and Bob weren’t dancing. They were eating sandwiches.
4 John wasn’t painting Jessie’s face. He was taking pictures.
5 Jane wasn’t dancing. She was drinking Coke.
3. หนงั สอื เรยี น หน้า 36 Ex. 4 นกั เรยี นแต่งประโยคคำถามจากคำทก่ี ำหนดให้ พรอ้ มตอบคำถาม เสร็จ
แล้วครูสุม่ เรียกนกั เรียน 4 คู่ พดู ถาม-ตอบกัน แลว้ ใหน้ ักเรียนในชน้ั ช่วยกนั ตรวจความถกู ต้อง
2 Were John and Lucy watching a DVD?
No, they weren’t. They were playing computer games.
3 Was Tom eating a meal with his family?
No, he wasn’t. He was walking in the park with friends.
4 Was Jane sleeping?
No, she wasn’t. She was reading a book.
5 Were Andy and Mark playing football?
No, they weren’t. They were visiting a wildlife park.
4. หนังสือเรียน หนา้ 36 Ex. 5 นกั เรยี นนกึ ถงึ สถานทีท่ ตี่ นเองอยเู่ มอื่ วนั อาทิตย์ทผ่ี ่านในเวลา 9 am, 2
pm, 6 pm และสง่ิ ท่ีตนเองกำลงั ทำในเวลาดงั กลา่ ว แล้วใหน้ ักเรียนอ่านตวั อยา่ งการถาม-ตอบพรอ้ มกนั
จากนั้นให้นักเรียนจบั คกู่ นั พูดถาม-ตอบเพ่ือหาวา่ คขู่ องตนกำลงั ทำอะไร
A: Last Sunday at 2 pm I was at the park. ในเวลา 6
B: Were you playing football?
A: Yes, I was.
B: Last Sunday at 6 pm I was in the city centre.
A: Were you watching a film at the cinema?
B: No, I wasn’t.
A: Were you bowling at a bowling alley?
B: Yes, I was.
ขน้ั Production
1. นกั เรยี นวาดภาพหรอื หาภาพกิจกรรมที่ครอบครัวของนักเรียนทำเม่อื วนั อาทติ ย์ท่ีผา่ นมา
โมงเยน็ แล้วเขียนบรรยายสง่ิ ทีส่ มาชิกในครอบครวั ทำโดยใช้ Past continuous
2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 22 Exs. 1-4
ช่วั โมงที่ 2
ขั้น Warm up
1. นกั เรียนเลม่ เกมทบทวน Past continuous โดยแบ่งนกั เรยี นเปน็ 2 ทีม ให้แต่ละทีมผลดั กนั ส่ง
ตัวแทนออกมาแสดงทา่ ทางใหอ้ ีกทีมหน่ึงดู และทายว่ากำลงั ทำอะไร จากน้ันครูถามนักเรยี นท่ีแสดง
ทา่ ทางวา่ กำลงั ทำเหมอื นทเี่ พื่อนพดู ใช่หรือไม่ เชน่
Team A S1: แสดงทา่ ทางวาดภาพ
Team B S1: He’s painting a picture.
T: (ask Team A S1) Were you painting a picture?
Team A S1: Yes, I was.
ขัน้ Presentation
1. นักเรยี นดูประโยคบนกระดาน
1) The baby slept two hours ago.
2) She was playing volleyball yesterday evening.
3) I watched TV last night.
4) They were watching a film at 2 pm last Sunday.
ให้นกั เรียนระบุว่าประโยคใดคือ Past simple (ประโยคที่ 1, 3) และประโยคใดคือ Past continuous
(ประโยคที่ 2, 4) จากนัน้ ให้นกั เรยี นบอกโครงสรา้ งของ Past simple และ Past continuous
2. นกั เรยี นเรียนรู้เพิ่มเติมวา่ เราสามารถใช้ Past simple ควบคูก่ บั Past continuous ไดใ้ นกรณีทตี่ ้องการ
ช้ใี หเ้ ห็นว่า เกิดการกระทำ 2 อย่างในชว่ งเวลาเดยี วกันในอดตี โดยการกระทำทใ่ี ช้ Past simple จะเปน็
การกระทำทม่ี าขดั จงั หวะในระหว่างทกี่ ารกระทำอีกอยา่ งหนงึ่ กำลงั ดำเนินอยูอ่ ยา่ งตอ่ เน่ือง ซง่ึ การกระทำ
ทีก่ ำลงั ดำเนนิ อยู่จะใช้ Past continuous
จากนนั้ ครูยกตัวอยา่ งประโยค I was studying English when the bell rang. ครถู ามนักเรียนวา่
เหตกุ ารณใ์ ดกำลงั ดำเนินอยู่ (I was studying English) และเหตุการณใ์ ดท่มี าขดั จังหวะ (the bell rang)
3. หนังสอื เรยี น หน้า 37 Ex. 6 นกั เรยี นอา่ นการใช้ Past simple และ Past continuous ในกรอบ แล้วครู
และนกั เรียนรว่ มกันสรุปการใช้ จากน้ันให้นักเรียนชว่ ยกนั บอกความหมายของประโยคตวั อย่างเปน็
ภาษาไทย
4. นกั เรียนหาตวั อย่าง Past simple และ Past continuous ในบทอ่านหน้า 34 แลว้ ชว่ ยกนั พดู บอกครู
Past simple: went, was, were, prepared, put, climbed, pulled, hurt, took,
listened, had, came, danced, tried
Past continuous: were wearing
ขน้ั Practice
1. หนงั สอื เรียน หน้า 37 Ex. 7 นักเรยี นเปลี่ยนคำกริยาในวงเลบ็ ใหอ้ ย่ใู นรปู Past simple เสร็จแลว้ ครสู ุม่
เรียกนกั เรยี นเขียนคำตอบบนกระดาน ใหน้ ักเรียนในช้ันช่วยกนั ตรวจความถกู ตอ้ ง แล้วครถู ามว่าคำกรยิ า
คำใดเป็น irregular จากนน้ั ให้นกั เรียนอา่ นออกเสยี งจดหมายพรอ้ มกัน
1 went (I) 2 was (I) 3 snowed
4 had (I) 5 were (I) 6 danced
7 sang (I) 8 took (I) 9 wore (I)
10 let off (I) 11 enjoyed 12 did (I)
2. หนงั สอื เรียน หน้า 37 Ex. 8 นักเรยี นเปลี่ยนคำกริยาในวงเล็บใหอ้ ยู่ใน tense ทถี่ ูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้
ครสู มุ่ เรียกบอกคำตอบ พรอ้ มท้ังบอกเหตผุ ลทเี่ ลอื กใช้ tense นัน้
1 were dancing, arrived 2 were watching, started
3 left, got, drove 4 arrived, was watching
5 saw, was walking 6 painted
7 were you doing 8 was cooking, was washing
ข้ัน Production
1. หนงั สือเรียน หน้า 37 Ex. 9 นักเรยี นใช้คำทกี่ ำหนดใหเ้ ขียนประโยคใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุดภายในเวลา 3 นาที
เมอ่ื ครบกำหนดเวลาใหน้ กั เรียนแลกเปลย่ี นกันอา่ นประประโยคของเพอื่ น จากนั้นครูสมุ่ เรยี กนักเรยี นอา่ น
ประโยคทเ่ี ขียน
I finished my homework, then I watched TV.
Last Monday morning I was having an English lesson at school.
I was sitting on the school bus when I saw my friend’s brother.
Last Friday evening at 8:00, I was having fun at a party.
I was laughing and dancing while my friend was singing karaoke.
2. นักเรียนเขียนประโยค Past simple และ Past continuous โดยใช้ when และ while เป็นคำเช่อื ม ให้
เขียนคำละ 1 ประโยค เสร็จแลว้ นำมาสง่ ให้ครตู รวจความถูกตอ้ ง
เม่ือนักเรยี นได้รบั งานคืนแล้วให้จบั กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ทำชน้ิ งาน Mini book โดยเขยี นประโยคใส่
กระดาษขนาด 15×15 เซนตเิ มตร ให้เขยี น 1 แผน่ ตอ่ 1 ประโยค และตดิ ภาพหรือวาดภาพประกอบ
ประโยค หลงั จากทที่ ุกคนทำเสร็จแลว้ ใหร้ วบรวมทำเลม่ พร้อมทงั้ ตกแตง่ ใหน้ า่ สนใจ
While we were having a picnic, it rained.
Jane was painting a picture while Emma was reading a book.
ภาพ picnic จาก: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Our_pre-July_4th_picnic_NOLA.jpg
ภาพอืน่ ๆ จาก www.istockphoto.com
3. นักเรยี นทำ Grammar Bank 3 ในแบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 76-77 Exs. 1-5 รว่ มกนั ในชน้ั
4. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 23 Exs. 5-7
7. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การผา่ น
วธิ กี ารวดั ระดบั คุณภาพ พอใช้
สังเกตการเปรียบเทียบโครงสรา้ ง แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
ภาษาไทยกบั ภาษาอังกฤษในการ -
กล่าวถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
เวลาชว่ งหน่งึ ช่วงใดในอดีต ระดบั คุณภาพ ผา่ น
ประเมินการเขียนบรรยายสงิ่ ทีส่ มาชกิ แบบประเมินการเขยี น
ในครอบครวั ทำ
ตรวจการเขียนประโยคใช้คำท่ี สมดุ นักเรยี น
กำหนดให้
ประเมนิ การทำช้ินงาน Mini book แบบประเมนิ ช้นิ งาน
สังเกตความใฝ่เรียนร้แู ละความมุ่งมั่น แบบประเมินคุณลักษณะ
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) ภาพบคุ คลกำลังทำสิง่ ตา่ ง ๆ จากอินเทอร์เน็ตหรอื นิตยสาร
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 14 ชั่วโมง
วิชาภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน รหสั วิชา อ22101 เวลา 2 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ช่ือ Let’s Party ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง Skill 3c
ผ้จู ัดกิจกรรมการเรียนรู้ นายธนรชั ต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ฟังเรือ่ งและบอกรายละเอยี ดได้
- พูดแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับการไปเทย่ี ว Disneyland ได้
- เขยี นโฆษณาเก่ยี วกบั สวนสนุกได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา่ ง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ขอ้ เรอื่ ง ใจความสำคญั บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับเร่ืองที่ฟังและอ่าน พรอ้ มทัง้ ให้เหตุผลและยกตัวอยา่ ง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเห็นอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/5 พดู และเขียนแสดงความรสู้ กึ และความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกับเรื่องตา่ ง ๆ กจิ กรรม
และประสบการณ์ พรอ้ มทง้ั ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ยี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/ เหตุการณ์
ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม. 2/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั กจิ กรรม เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรเู้ ก่ียวกบั ใจความสำคัญ ใจความสนับสนุน และเขา้ ใจเกยี่ วกับโครงสรา้ ง และสำนวนภาษาใน
การเขยี นอีเมล จะชว่ ยให้สามารถนำคำศัพท์และประโยคไปใช้ในการเขียนได้อย่างถกู ตอ้ งตามโครงสรา้ ง
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (greet, come to life)
Nouns (boat ride, fairytale castle, haunted house, parade, pirate
ship, roller coaster, merry-go-round, cartoon character, guest,
cowboy, ride, speed) buddy, wildlife project)
Adjectives (scary, exhausted)
Phrases (believe my eyes, hold your breath)
Functions: Describing Disneyland
I liked the parade. It was amazing with colourful clothes.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ
Speaking: พูดแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั การไปเที่ยว Disneyland
Writing: เขียนโฆษณาเกีย่ วกับสวนสนกุ
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ัน Warm up
1. นักเรยี นดภู าพสวนสนุก แลว้ ครสู นทนากบั นกั เรียน
T: What is it?
Class: It’s an amusement park.
T: Have you ever been there?
Class: Yes. / No.
T: Are there any amusement parks in Thailand?
Class: Yes.
T: What are their names?
Class: Dream World, Siam Park City etc.
2. นักเรยี นชว่ ยกันบอกชือ่ สวนสนกุ ท่มี ชี อื่ เสยี งเป็นท่ีรจู้ ักโดยทวั่ ไป แลว้ บอกข้อมลู เก่ียวกบั สวนสนุกแหง่ นนั้
พอสังเขป
3. นักเรียนแสดงความคิดเห็นวา่ ในบทเรียนน้ีจะไดเ้ รยี นรู้เกี่ยวกับเร่อื งอะไร
ขนั้ Pre-listening
1. หนังสอื เรียน หนา้ 38 Ex. 1 นกั เรียนอ่านออกเสยี งคำศพั ทท์ ่กี ำหนดใหพ้ รอ้ มกนั ถา้ คำใดนักเรียนอา่ น
ไม่ได้ให้อา่ นตามครู แลว้ ให้นักเรยี นช่วยกันบอกความหมาย โดยครแู สดงภาพใหน้ ักเรยี นดูและเดา
ความหมาย boat ride (การนง่ั เรือทอ่ งเท่ยี ว), fairly castle (ปราสาทเทพนยิ าย), haunted house
(บา้ นผีสิง), parade (ขบวนพาเหรด), pirate ship (เรอื โจรสลัด), roller coaster (รถไฟตลี งั กา),
merry-go-round (มา้ หมุน), cartoon character (ตัวแสดงที่เปน็ การ์ตนู )
2. นกั เรยี นดภู าพประกอบเกยี่ วกับ Disneyland ในหนังสอื เรยี น หนา้ 38 แลว้ บอกครูวา่ นักเรยี นเหน็
อะไรบา้ ง
I can see a fairytale castle, a roller coaster, a pirate ship, a merry-go-round
and a parade
3. นกั เรียนแสดงความคดิ เห็นวา่ เมื่อไป Disneyland นักเรยี นสามารถทำกจิ กรรมใดไดบ้ ้าง ครเู ขียนคำตอบ
ของนักเรยี นบนกระดาน
4. นกั เรยี นฟัง Penny เลา่ เกี่ยวกบั การไปเท่ียว Disneyland แลว้ ให้นักเรยี นอ่านประโยค 1-7 ในหนังสอื
เรยี น หน้า 38 Ex. 2 เพอื่ ให้รวู้ ่านักเรียนต้องฟงั เพ่ือหาข้อมูลอะไรบ้าง ครยู ้ำกับนักเรยี นว่าไมจ่ ำเปน็ ต้อง
ฟังออกทกุ คำ แตใ่ หเ้ นน้ ฟังเพ่อื ขอ้ มลู เฉพาะทตี่ อ้ งการ
5. นักเรียนอา่ นออกเสียงคำศัพท์และวลใี นกรอบ Check these words เพ่อื ใหค้ ุ้นเคยกบั คำศพั ทท์ จ่ี ะฟงั ถา้
คำใดอา่ นไม่ได้ ครูอา่ นใหฟ้ ังเปน็ ตวั อย่าง แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกความหมาย ถ้าคำใดไมร่ ู้ ครชู ่วย
อธบิ าย จากน้ันนักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความหมายอกี ครัง้
ขัน้ Listening
1. หนงั สอื เรยี น หนา้ 38 Ex. 2 นกั เรียนฟงั CD เรอื่ ง The Disneyland Dream และจดบนั ทกึ ขอ้ มลู เม่ือ
ฟงั จบให้นกั เรียนเติมคำลงในประโยค 1-7
2. นกั เรียนฟังและเติมคำ โดยครอู าจจะเปดิ CD ใหน้ กั เรยี นฟังอีกคร้งั กอ่ นฟงั ครยู ำ้ อกี ครั้งวา่ นกั เรียนกำลัง
ฟังเพื่อหาขอ้ มูลเกยี่ วกบั อะไร
ข้นั Post-listening
1. นกั เรยี นใชข้ อ้ มูลที่จดบนั ทึกเติมคำลงในประโยค 1-7 จากนนั้ ครูขออาสมคั รบอกคำตอบ แลว้ ครเู ฉลย
คำตอบทถี่ ูกต้อง
1 family, fairytale 2 a hotel, western film 3 great
4 scary 5 the merry-go-round
6 the roller coaster, breath 7 a weekend
2. หนงั สอื เรยี นหน้า 38 Ex. 3 นกั เรียนจนิ ตนาการวา่ ตนเองไปเท่ียว Disneyland กับ Penny ครใู ห้
นกั เรียนจบั คู่กนั พูดแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับ roller coaster rides, parade, hotel, room, food,
haunted house, trip โดยใช้คำคุณศพั ท์ท่ีกำหนดให้ ครูแนะนำวา่ นกั เรยี นสามารถใชค้ ำคุณศพั ท์คำอ่นื ที่
เคยเรยี นไปแล้วได้ เชน่ expensive, cheap, great, fantastic, terrible ครูเดนิ สังเกตและคอยให้
คำแนะนำ จากน้ันสุ่มเรียกนักเรียน 2 คน พดู ให้เพ่อื นฟงั
I liked the parade. It was amazing with colourful clothes.
I liked the hotel. It was very comfortable and it was not expensive.
I liked the room. It was beautiful.
I liked the food. It was delicious.
I didn’t like the haunted house. It was scary.
I liked the trip. It was incredible because it was cheap and exciting
3. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-6 คน ให้แตล่ ะกลมุ่ สมมติวา่ ตนเองเป็นเจ้าของสวนสนุก และต้องการโฆษณา
ให้คนมาเทยี่ วสวนสนกุ ครใู ห้แต่ละกล่มุ ระดมสมองตง้ั ช่ือสวนสนุก คดิ กจิ กรรม และเครอ่ื งเลน่ ที่มีในสวน
สนุก วันและเวลาเปิด-ปิด ครแู นะนำให้นกั เรยี นจดั ข้อมลู ในรูป mind map
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำขอ้ มูลจาก mind map มาเขียนโฆษณาเชิญชวน โดยใสภ่ าพประกอบและใชส้ สี นั ให้
นา่ สนใจ ครอู าจหาตัวอยา่ งโฆษณามาใหน้ ักเรียนดเู ป็นตวั อยา่ ง แล้วนำผลงานมาส่งในช่ัวโมงหน้า
Monday - Friday 9.00 am - 6.00 pm
Saturday - Sunday 8.30 am - 9.00 pm
ภาพจาก: Oast House Archive
5. แบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 24 Ex. 3 นักเรียนฟงั CD แลว้ จบั คบู่ ุคคลกบั กจิ กรรมใหถ้ กู ต้อง
6. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 24 Exs. 1-2
ช่วั โมงที่ 2
ขั้น Warm up
1. นักเรียนแบง่ กลุ่ท กลมุ่ ละ 5-6 คน แล้วใหแ้ ต่ละกล่มุ เขียนคำศพั ท์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับสวนสนกุ ซ่ึงเรยี นไปเมือ่
ช่วั โมงท่ีแลว้ ใหไ้ ด้มากทส่ี ดุ ภายในเวลา 1 นาที เมอื่ ครบกำหนดเวลาใหแ้ ลกกนั นับคำศัพท์กับกล่มุ อน่ื กลุ่ม
ใดเขียนคำศพั ท์ได้มากทสี่ ดุ ครใู ห้ส่งตวั แทนมาเขยี นบนกระดาน
2. นักเรยี นชว่ ยกันตรวจวา่ เพือ่ นเขยี นคำศพั ท์ถูกต้องหรอื ไม่ ถ้าไมถ่ ูกต้องใหช้ ่วยแก้ไข ถา้ คำศพั ท์ท่เี ขยี นบน
กระดานยงั ไม่ครบ ให้นักเรยี นช่วยกนั บอกคำศพั ทเ์ พมิ่ เตมิ จากน้นั ครใู หน้ ักเรยี นอา่ น ออกเสยี งคำศัพท์
บนกระดานพรอ้ มกัน
ข้ัน Pre-writing
1. นกั เรยี นจะไดเ้ ขยี นอีเมลถึงเพือ่ นโดยเล่าเกี่ยวกบั การไปเทย่ี วสวนสนุกเมื่อวันหยดุ สุดสัปดาห์ทผ่ี า่ นมา Ex.
4 หนงั สอื เรยี น หนา้ 38
2. นักเรยี นดูตวั อยา่ งอีเมลจาก http://www.wikihow.com/Write-an-Email-to-Your-Friend-Who-has-
Just-Moved
Greeting
Body
Closing
ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั วเิ คราะห์โครงสรา้ งอีเมลวา่ มีองค์ประกอบอะไรบา้ ง โดยครชู ่วยชท้ี ลี ะส่วน แล้วให้
นักเรียนช่วยกนั ระบุ จากน้ันครูอธิบายวา่ การเขยี นอีเมลหรอื จดหมายจะประกอบด้วย 3 สว่ น คอื คำ
ขึน้ ตน้ (greeting), เนอื้ หา (body) และคำลงท้าย (closing) แล้วครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ว่าสำหรับเน้อื หา
สามารถแบ่งเป็น
ส่วนท่ี 1 ความนำ จะเป็นการแนะนำตวั ถามทกุ ข์-สุข หรือบอกสาเหตทุ ี่เขยี นอีเมลหรือจดหมาย
มา
สว่ นที่ 2 เนอ้ื ความ จะบอกวัตถุประสงคข์ องอเี มลหรอื จดหมาย
ส่วนที่ 3 สรุป จะเปน็ การสรุปเร่ือง หรอื ความม่งุ หวังในอนาคต
3. นักเรียนอา่ นพรอ้ มกนั พรอ้ มทัง้ อธบิ ายความหมาย โดยครูนำเสนอสำนวนภาษาที่ใชใ้ นการเขียนอีเมล โดย
ยกตัวอยา่ งบนกระดาน
คำขน้ึ ตน้ เน้ือหา คำลงท้าย
• Hi …, ความนำ สรุป
• Hello …,
• Dear …, • How are you? • See you soon. • Loves
• I hope you’re • I can’t wait to • Take care
• Your friend
fine. hear back from • Cheers
you.
3. นกั เรยี นตอบคำถามว่า การเขยี นเกี่ยวกบั เหตุการณท์ ่สี ิน้ สดุ ไปแล้วในอดีตนักเรยี นจะใช้ tense ใด (Past
simple) แล้วครใู ห้นกั เรยี นบอกโครงสรา้ งของ Past simple (Subject + v 2)
ขั้น Writing
หนงั สือเรียน หนา้ 38 Ex. 4 นกั เรียนเขียนอีเมลถงึ เพ่อื นโดยเล่าเก่ยี วกบั การไปเทีย่ วสวนสนกุ เมอ่ื วันหยุด
สุดสัปดาหท์ ผี่ ่านมา ความยาว 60-80 คำ
Hi Lisa,
Last Saturday, I went to a theme park with my friend Susan. It was brilliant.
We went on a lot of rides. My favourite was the roller coaster and Susan
really liked the pirate ship. We also ate in a restaurant where the people
were all cartoon characters. My friend had a burger, but I had a pizza. We
had a great time. How was your weekend?
Yours friend,
Katy
ขัน้ Production
1. นักเรียนตรวจทานงานเขียนของตนเอง โดยให้ดเู รอ่ื งไวยากรณ์ การสะกดคำ การเขยี นถูกต้องตาม
โครงสรา้ ง แลว้ แลกกนั ตรวจกบั เพ่ือน จากนน้ั ปรบั แก้งานเขียนของตนเอง
2. นกั เรียนออกมานำเสนอ 3-4 คน อา่ นอเี มลของตนเองให้เพือ่ นฟัง
3. นักเรียนทำ Language Review 3c Ex. 3 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 107 รว่ มกนั ในช้นั
4. แบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 25 Ex. 6 ใหน้ ักเรยี นฟัง CD แล้วเตมิ คำลงในชอ่ งวา่ ง
5. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 25 Exs. 4-5
7. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารผ่าน
วธิ กี ารวดั รอ้ ยละ 60
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากการฟัง แบบฝกึ หัด (Workbook)
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การพูดแสดงความคิดเห็น แบบประเมนิ การพดู ระดับคุณภาพ พอใช้
เกี่ยวกับการไปเที่ยว Disneyland
ระดับคุณภาพ ผา่ น
ประเมนิ ช้ินงานโฆษณาสวนสนุก แบบประเมินชิ้นงาน
ประเมนิ การเขยี นอเี มลเล่าเกี่ยวกบั แบบประเมนิ การเขียน
การไปเท่ยี วสวนสนุก
สังเกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมุ่งมัน่ แบบประเมินคณุ ลักษณะ
ในการทำงาน อันพึงประสงค์
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) ภาพสวนสนุกและเคร่อื งเลน่
7) ตัวอย่างโฆษณา
8) ตัวอยา่ งอีเมล
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
เวลา 14 ช่ัวโมง
วชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหัสวิชา อ22101 เวลา 2 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ชอ่ื Let’s Party ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง Everyday English 3
ผจู้ ดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นายธนรัชต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- บอกใจความสำคัญและรายละเอียดของบทสนทนาทฟ่ี งั และอ่านได้
- พดู สนทนาตามสถานการณ์ทกี่ ำหนดได้
- แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ กี่ ำหนดให้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่อื งที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ ง
ต 1.1 ม. 2/2 อ่านออกเสยี งขอ้ ความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสน้ั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหวั ขอ้ เรือ่ ง ใจความสำคญั บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับเรอื่ งท่ฟี ังและอา่ น พร้อมทงั้ ให้เหตุผลและยกตัวอย่าง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรูส้ ึกและ
ความคดิ เห็นอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ต 1.2 ม. 2/5 พูดและเขียนแสดงความรูส้ กึ และความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่อื งต่าง ๆ กจิ กรรม
และประสบการณ์ พร้อมท้ังใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ นำไปใช้ ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ต 2.1 ม. 2/1 ใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท้ังในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา
และชุมชน
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การจบั ใจความสำคัญ การระบุรายละเอยี ด และการสรปุ ข้อมูลที่ฟังและอา่ นต้องมคี วามรเู้ กี่ยวกับ
คำศพั ท์ สำนวนและโครงสรา้ งประโยค เพอ่ื ช่วยใหส้ ามารถรบั สารจากการฟงั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง และสามารถ
สอื่ สารไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Expressing surprise (Incredible, isn’t it?, Are you kidding?, That’s
shocking., You must be kidding/joking., No way.)
Expressing regret/sympathy (Oh dear!, That’s too bad., I’m really
sorry., That’s awful/terrible.)
Functions: Narrating past events
We were celebrating Gibraltar National Day and we went walking
around the famous Gibraltar Rock. Everyone was wearing red and
white and holding hands.
Pronunciation: Intonation (high rising tone to express disbelief & great surprise)
Wow!, That’s great!, Really?, How interesting!
2) Language Skills
Listening: ฟงั เพอ่ื จบั ใจความสำคัญ
Speaking: พดู สนทนาตามสถานการณ์ท่ีกำหนด
Reading: อ่านเพอ่ื หาข้อมลู เฉพาะ
Writing: แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ กี่ ำหนด
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ข้นั Warm up
1. นกั เรยี นทบทวน Past continuous โดยแบง่ นกั เรียนเป็น 2 ทมี แลว้ ครเู ขยี นประโยค Past
continuous บนกระดาน ให้แต่ละทีมผลดั กันพดู ประโยคบนกระดาน โดยเปลีย่ นประธานของ
ประโยคตามที่ครบู อก เชน่
T: Write sentence “I was sleeping last night.”
Team A, Tom
Team A S1: Tom was sleeping last night.
T: Team B, The dog
Team B S1: The dog was sleeping last night.
ขั้น Presentation
1. หนงั สอื เรียน หน้า 39 Ex. 1 นักเรียนปิดหนังสอื เรยี น ครูเปดิ CD ให้นักเรยี นฟงั การออกเสยี งประโยค ให้
นกั เรยี นตงั้ ใจฟงั การออกเสียงสงู -ตำ่ แล้วครเู ปดิ CD ให้นักเรียนฟงั และออกเสยี งตาม จากน้นั นักเรยี นเปดิ
หนงั สอื เรียนและออกเสียงประโยคพร้อมกัน แล้วครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นออกเสยี ง ทีละคน
2. หนังสือเรยี น หน้า 39 Ex. 2 นกั เรยี นเรียนรู้ประโยคใน Ex. 1 มาจากบทสนทนาของเพือ่ น 2 คน ให้
นกั เรยี นเดาว่าบทสนทนานนี้ า่ จะเกย่ี วกบั เรอื่ งอะไร จากน้ันครใู หน้ กั เรียนอา่ นบทสนทนาเพ่ือตรวจคำตอบ
แล้วครถู ามวา่ นกั เรยี นเดาคำตอบถูกหรือไม่
The dialogue is about what happened to Betty on her holiday.
3. นักเรียนเขยี นประโยคบนกระดาน
1) Are you kidding? 2) That’s too bad.
3) I’m really sorry. 4) That’s shocking.
นักเรียนชว่ ยกันระบุว่า ประโยคใดแสดงความประหลาดใจ (ประโยค 1, 4) ประโยคใดแสดงความเสยี ใจ/
เหน็ ใจ (ประโยค 2, 3)
จากนัน้ ให้นักเรยี นอ่านประโยคในตาราง หนังสือเรยี น หนา้ 39 พร้อมกัน แล้วชว่ ยกนั อธบิ ายความหมาย
โดยครูชว่ ยอธิบายคำวา่ kidding
kidding (v) = to be saying something that is not true, especially as a joke (ล้อเลน่ )
4. หนังสอื เรยี น หนา้ 39 Ex. 6 นักเรียนฟัง CD การออกเสยี งประโยค แลว้ ครถู ามนกั เรยี นว่าไดย้ นิ การลง
ทา้ ยประโยคดว้ ยเสียงสงู หรอื เสียงตำ่ ถา้ นกั เรยี นยังตอบไม่ได้ครูให้ฟงั อกี คร้ัง
5. นักเรยี นฟงั ครอู ธบิ ายวา่ ประโยคแสดงความประหลาดใจหรือความไมเ่ ช่ือจะขนึ้ เสียงสงู ท่ที า้ ยประโยค แล้ว
ครใู ห้นักเรยี นออกเสียงตาม CD 2 ครั้ง จากน้นั ใหน้ กั เรียนออกเสยี งด้วยตนเอง
6. หนังสอื เรยี น หนา้ 39 Ex. 3 นักเรยี นอา่ นประโยค 1-5 แลว้ หาประโยคทม่ี คี วามหมายเหมือนกับประโยค
เหล่าน้ใี นบทสนทนา จากนนั้ ครูสุ่มเรยี กนักเรียนบอกคำตอบ
1 Did you enjoy your holiday? - How was your holiday?
2 What’s the matter? - What’s wrong?
3 That’s awful! - That’s terrible!
4 I know! It’s amazing. - Incredible, isn’t it?
5 That’s too bad. - I’m really sorry.
ขนั้ Practice
1. หนังสอื เรียน หนา้ 39 Ex. 4 นกั เรียนปดิ หนังสอื เรียน แล้วฟงั บทสนทนาจาก CD ใหน้ กั เรียนตง้ั ใจฟงั การ
ขนึ้ เสียงสูงในประโยคแสดงความประหลาดใจ และการใช้นำ้ เสียงในการสนทนา
2. นักเรยี นเปิดหนังสือเรยี น เพอ่ื ฟัง CD และอ่านบทสนทนาตามไปดว้ ย จากนนั้ ครแู บง่ นักเรียนเป็น 2
กลมุ่ ใหก้ ลมุ่ ท่ี 1 อา่ นบทของ Olga และอกี กลมุ่ หนึง่ อา่ นบทของ Betty
ขน้ั Production
1. นกั เรียนจบั คูก่ ัน แล้วแบ่งบทบาทวา่ ใครจะรบั บทเป็น Olga และ Betty เมื่อแบง่ บทบาทกนั แลว้ ให้
นักเรยี นอา่ นทบทวนบทพดู ของตนเอง จากน้ันใหแ้ ต่ละคู่พดู สนทนากนั โดยแสดงสีหน้า ท่าทาง และ
ใชน้ ำ้ เสียงให้เหมาะกับสถานการณ์ เชน่ เศรา้ ประหลาดใจ เหน็ ใจ ครเู ดนิ สังเกตและใหค้ ำแนะนำ
เพ่อื ใหน้ ักเรียนนำไปปรับ
ชั่วโมงที่ 2
ข้นั Warm up
1. นักเรียนทบทวนประโยคแสดงความประหลาดใจและความเหน็ ใจ โดยแบง่ นกั เรียนเปน็ 2 ทีม ผลดั กัน
ส่งตัวแทนออกมาพดู สนทนา โดยใหท้ ีมหนงึ่ บอกเหตุการณท์ เ่ี กิดข้ึน และอีกทีมหน่ึงพูดแสดง
ความประหลาดใจหรือเห็นใจ เช่น
Team A S1: I lost my wallet.
Team B S1: Oh dear!
Team B S2: I saw a big snake in the garden.
Team A S2: That’s shocking.
ขั้น Presentation
1. นักเรียนอ่านออกเสียงประโยคในหนงั สือเรยี น หน้า 39 Ex. 1 พร้อมกัน แลว้ ครูสมุ่ เรียกนักเรียนออกเสียง
ทลี ะคน ถ้านักเรียนยังออกเสียงไมถ่ กู ตอ้ ง ครูเปิด CD ให้นกั เรียนฟังและออกเสียงตาม
2. นักเรยี นแบง่ ออกเป็น 2 ฝง่ั ให้นกั เรียนอ่านออกเสียงประโยคในหนังสอื เรยี น หนา้ 39 Ex. 6 ทลี ะฝั่ง
โดยให้ฝ่งั ที่ไม่ได้อา่ นออกเสยี งฟังว่าเพอื่ นขนึ้ เสยี งสูงท่ีท้ายประโยคหรือไม่ จากนน้ั ครูเปดิ CD ให้นักเรียน
ฟังและอ่านออกเสยี งตามพร้อมกัน
3. นักเรยี นทบทวนบทสนทนาในหนังสอื เรยี น หนา้ 39 โดยฝัง่ หนงึ่ อ่านบทของ Olga และ อกี ฝ่ังหน่งึ
อ่านบทของ Betty
4. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 3-4 คน ให้ทุกคนปดิ หนงั สอื เรียน แล้วครูเขียนประโยคเหล่าน้ี บน
กระดาน
That’s terrible! Wow, tell me more.
How was your holiday? Oh dear! I’m really sorry.
What’s wrong?
และแจกกระดาษท่มี บี ทสนทนาในหนังสือเรยี นใหน้ ักเรียนทกุ กลุม่ จากนัน้ ครูอธบิ ายวา่ ใหแ้ ต่ละกลุม่ เลือก
ประโยคบนกระดานไปเติมในบทสนทนาใหส้ มบูรณ์ เสร็จแลว้ ให้แต่ละกลมุ่ แลกเปลย่ี นกันตรวจ
Olga: Hi, Betty. 1) How was your holiday?
Betty: Hi, Olga. You’ll never guess what happened.
Olga: You don’t look very happy. 2) What’s wrong?
Betty: I lost my camera.
Olga: 3) That’s terrible! How did that happen?
Betty: We were celebrating Gibraltar National Day and we went
walking around the famous Gibraltar Rock. Everyone was
wearing red and white and holding hands.
Olga: 4) Wow, tell me more.
Betty: There were monkeys everywhere.
Olga: Are you kidding?
Betty: Incredible, isn’t it? When I was taking a picture, one of the
monkeys jumped onto my back and took my camera. I ran after
him, but he was too fast.
Olga: 5) Oh dear! I’m really sorry.
Betty: I felt so disappointed!
ขน้ั Practice
หนงั สอื เรียน หน้า 39 Ex. 5 นกั เรียนจบั ค่ชู ว่ ยกนั แตง่ บทสนทนา โดยสมมตวิ า่ มปี ระสบการณ์ที่ ไม่
น่าพอใจขณะอยู่ในชว่ งวนั หยุด เมือ่ แตง่ บทสนทนาเสรจ็ แลว้ ใหฝ้ ึกซ้อมเพ่ือนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น โดยครู
เดินสงั เกตและให้ feedback เช่น การออกเสยี ง การใชน้ ้ำเสียง ทา่ ทาง เพื่อให้นกั เรยี นปรบั แก้
A: Hi, Jane. How was your holiday?
B: Hi, Kim. You’ll never guess what happened.
A: You don’t look pleased. What’s wrong?
B: I lost my purse.
A: That’s terrible! How did that happen?
B: We were celebrating La Tomatina. People were throwing tomatoes at
each other.
A: Are you kidding?
B: Incredible isn’t it? When I got back to my hotel, I realised my purse
was gone.
A: Oh dear! I’m really sorry!
B: I felt so disappointed.
ขน้ั Production
1. นักเรียนแต่ละคู่ออกมาแสดงบทสนทนาทหี่ นา้ ช้นั เรียน โดยครเู รยี กตามลำดับเลขที่
2. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 26 Exs. 3-4
7. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การผา่ น
วิธกี ารวดั ร้อยละ 60
ระดับคุณภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ นหรอื แบบฝึกหัด (Workbook)
การฟงั ระดับคุณภาพ พอใช้
ระดับคณุ ภาพ ผา่ น
สงั เกตการพูดบทสนทนาตาม แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
ทก่ี ำหนด
ประเมินการแสดงบทสนทนาตาม แบบประเมินการแสดงบทสนทนา/
สถานการณ์ทก่ี ำหนด บทบาทสมมติ
สังเกตความใฝเ่ รยี นรู้และความมุ่งมนั่ แบบประเมินคุณลักษณะ
ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานกุ รมองั กฤษ-อังกฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2
เวลา 14 ช่วั โมง
วิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน รหัสวชิ า อ22101 เวลา 2 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ชอ่ื Let’s Party ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เรอ่ื ง Across cultures 3e
ผู้จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นายธนรชั ต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- บอกรายละเอยี ดและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรอ่ื งที่อา่ นได้
- เปรียบเทียบเทศกาลของไทยกับของเจ้าของภาษาได้
- คน้ ควา้ ข้อมลู เกยี่ วกบั เทศกาลของไทยและเขียนนำเสนอได้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอ่านจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่าง
มีเหตุผล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเรอ่ื ง ใจความสำคญั บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เร่ืองทฟี่ งั และอา่ น พร้อมทง้ั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่าง ง่าย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ
คิดเห็นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/4 พูดและเขยี นเพ่อื ขอและให้ขอ้ มลู บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เร่ืองท่ีฟงั หรอื
อ่านอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กิจวตั รประจำวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณท์ ่ี
อยู่ในความสนใจของสังคม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ดอ้ ย่าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
ต 2.1 ม. 2/2 อธิบายเก่ียวกบั เทศกาล วนั สำคัญ ชวี ติ ความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจา้ ของภาษา
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 2/2 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างชีวติ ความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้เกย่ี วกับใจความสำคญั ใจความเฉพาะ จะช่วยใหเ้ ขา้ ใจเรื่องทอี่ า่ นและสามารถเขยี นสรุปได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (organise, race, take place)
Nouns (regatta, competitor, decoration, race, lake, bathtub, banks
of the river, prize, winner, bucket)
Adjectives (wet, giant)
Functions: Describing festivals
The International Bathtub Regatta takes place every August in
Dinant, Belgium.
2) Language Skills
Reading: อ่านเพอื่ หาขอ้ มูลเฉพาะ
Writing: เขยี นเกีย่ วกบั เทศกาล
3) Cultures เทศกาล
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1) ใฝเ่ รยี นรู้
2) ม่งุ ม่ันในการทำงาน
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ขน้ั Warm up
1. นักเรียนดูภาพเทศกาลตา่ ง ๆ ท่เี ปน็ ท่รี ูจ้ ัก เช่น ครสิ ต์มาส วาเลนไทน์ วนั ปใี หม่ มาใหน้ ักเรียนดู แลว้ ถาม
คำถาม เชน่
What festival is this?
When can we join the festival?
Have you ever joined the festival?
2. นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ วา่ ในบทเรียนน้จี ะเรียนเกีย่ วกบั เร่อื งอะไร แล้วครูสรุปวา่ จะไดเ้ รียนเกยี่ วกับ
festival
ขัน้ Pre-reading
1. นกั เรียนดภู าพประกอบและอา่ นช่อื เร่ือง Wet Festival ในหนงั สือเรียน หนา้ 40 แลว้ เดาวา่ เรอื่ งทจี่ ะได้
อ่านนา่ จะเกีย่ วข้องกบั อะไร (Festivals which take place on the water.)
2. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งคำศพั ท์ในกรอบ Check these words คำใดอ่านไมไ่ ดใ้ ห้อ่านตามครู แล้วให้
นักเรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายความหมาย คำใดทไี่ มร่ ู้ครใู หน้ ักเรียนเปดิ พจนานุกรมดู หรือครูชว่ ยอธิบาย เชน่
regatta (n) = a sports event at which there are races for two rowing
boats or sailing boats (การแขง่ เรอื )
competitor (n) = someone who takes part in a competition (ผ้แู ขง่ ขนั )
take place (v) = to happen (เกิดขนึ้ )
ขัน้ Reading
1. หนังสือเรยี น หน้า 40 Ex. 1 นักเรียนเขยี นคำศัพท์บนกระดานตามน้ี across, along, their, other, for,
in, lot, there แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นทั้ง 2 เรื่อง โดยอา่ นทลี ะประโยค ใหเ้ น้นท่คี ำศัพท์กอ่ นและหลัง
ช่องว่างทจี่ ะใหเ้ ตมิ คำ จากน้นั เลอื กตวั เลือกทค่ี ดิ ว่าเหมาะสมท่ีสุด เสร็จแลว้ อ่านบทอา่ นที่เติมคำสมบูรณ์
แล้วอกี ครงั้ เพอื่ ใหแ้ น่ใจวา่ คำท่ีเตมิ ลงไปในช่องวา่ งมคี วามสมเหตสุ มผล แลว้ ให้นักเรียนฟัง CD เพอื่ ตรวจ
คำตอบ
1 their 3 lot 5 along 7 for
2 across 4 in 6 There 8 other
3. หนังสือเรยี น หนา้ 40 Ex. 2 นกั เรยี นจบั คู่กนั ลอกตารางลงในสมดุ แล้วใหแ้ ตล่ ะคู่อา่ นบทอ่าน อกี
ครั้ง และนำขอ้ มลู จากบทอา่ นมาเติมลงในตาราง จากน้ันครตู รวจคำตอบโดยส่มุ เรียกนักเรยี นมาเติมข้อมูล
ลงในตารางบนกระดาน
Name Date Place Activities
October
Windsor Windsor, Canada People cut out a huge
Pumpkin pumpkin, paint it bright
Regatta
colours and add
decorations and race
pumpkin boats across
the lake
International August Dinant, Belgium People make rowboats
Bathtub with strange designs from
Regatta bathtubs and race down
the river and throw water
at the people watching
as well as at each other
ข้นั Post-reading
1. นกั เรียนแต่ละคู่ใช้ขอ้ มลู จากตารางเขียนสรุปเก่ียวกบั ทั้งสองเทศกาล จากน้นั ครูสุม่ เรยี กนักเรยี น 2 คู่ อา่ น
ใหเ้ พื่อนฟัง
The International Bathtub Regatta takes place every August in Dinant,
Belgium. People make rowboats with strange designs from bathtubs and
race down the river and throw water at the people watching as well as at
each other.
The Windsor Pumpkin Regatta takes place every October in Windsor,
Canada. People cut out the inside of a huge pumpkin, paint it bright
colours and add decorations and race pumpkin boats across the lake.
2. THINK! หนังสือเรยี น หนา้ 40 นกั เรยี นมี 3 นาที คิดและเขียนว่าเทศกาลใดจากบทอ่านท่นี กั เรียนสนใจ
เขา้ ร่วม พร้อมบอกเหตผุ ล
I would like to go to the International Bathtub Regatta. I think it would be
fun to watch the strange boats and to throw water at the people.
I would like to go to the Windsor Pumpkin Regatta. I think it would be fun
to see pumpkin boats race across the lake.
2. นกั เรียนช่วยกันคดิ วา่ ในประเทศไทยมีเทศกาลทคี่ ล้ายกบั Windsor Pumpkin Regatta และ
International Bathtub Regatta หรือไม่ ถ้ามี มลี ักษณะเหมือนหรอื ตา่ งกันอย่างไร (เชน่ เทศกาล
แข่งเรอื )
3. นักเรียนทำแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 26 Exs. 1-2
ช่ัวโมงที่ 2
ข้นั Warm up
1. นักเรยี นช่วยกันบอกเทศกาลของไทยท่เี กย่ี วข้องกบั น้ำ แลว้ ครูเขียนชือ่ เทศกาลบนกระดาน เช่น
เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแขง่ เรือ เทศกาลลอยกระทง จากน้นั ครูสมุ่ ถามคำถามนกั เรยี น
Which festival is interesting for you?
Have you ever joined it?
Which festival do you want to join?
ข้ัน Presentation
1. นักเรยี นชว่ ยกันบอกช่ือเทศกาล/ประเพณีของไทยทีเ่ ปน็ ท่ีรู้จัก แลว้ ครูเขียนบนกระดาน เชน่ เทศกาล
สงกรานต์ ประเพณไี หลเรือไฟ เทศกาลลอยกระทง
2. นกั เรยี นดูภาพเทศกาล/ประเพณีของไทยของไทยมาแสดงใหน้ กั เรยี นดู แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกันบอกชอื่
เทศกาล/ประเพณี
ข้ัน Practice
1. นักเรียนชว่ ยกนั เลอื กเทศกาลบนกระดานมา 1 เทศกาล แลว้ ครูเขียนตารางเหมอื นใน Ex. 2 บน
กระดาน ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เติมขอ้ มลู ในตาราง เมอ่ื เติมข้อมลู เสรจ็ แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกนั พูดสรุป
เก่ยี วกบั เทศกาลดังกลา่ ว
Name Date Place Activities
Songkran
13th - 15th April all around People go to the temple,
country throw water to each other
ขัน้ Production
1. หนงั สือเรยี น หน้า 40 Ex. 3 นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน ครมู อบหมายให้แต่ละกลุ่มเลอื กคน้ ควา้
ข้อมลู จากอนิ เทอร์เนต็ เก่ยี วกับเทศกาลของไทยมา 1 เทศกาล โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มทำตารางบันทึกขอ้ มูล
เหมือนใน Ex. 2 จากน้นั นำขอ้ มลู มาเขียนเป็นขอ้ ความ ความยาว 50-60 คำ แล้วใหน้ กั เรยี นนำเสนอใน
ช่วั โมงถัดไป
2. นักเรยี นทำ Vocabulary Bank 3 ในแบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 94-96
7. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การผา่ น
วธิ กี ารวดั
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ น แบบฝึกหดั (Workbook) ร้อยละ 60
สงั เกตการเปรยี บเทียบเทศกาลของไทย แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
กับของเจ้าของภาษา
ประเมนิ การเขยี นนำเสนอเกี่ยวกบั แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คุณภาพ พอใช้
เทศกาลของไทย
สังเกตความใฝ่เรียนรู้และความม่งุ มั่นใน แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ ผา่ น
การทำงาน อันพึงประสงค์
8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) ภาพเทศกาลต่าง ๆ
7) อินเทอร์เนต็
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 14 ชว่ั โมง
วิชาภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหัสวชิ า อ22101 เวลา 2 ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ช่ือ Let’s Party ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
เรอ่ื ง Writing 3f
ผจู้ ดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นายธนรชั ต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้
- เรยี งลำดับเหตุการณ์และสรุปเร่ืองท่อี ่านได้
- พูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ียวกบั เรือ่ งที่อ่านได้
- คน้ คว้าขอ้ มูลเก่ียวกับ Loch Ness และนำเสนอได้
- เขียนเร่อื งเลา่ ได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด
สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งทฟี่ ังและอ่านจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเรอ่ื ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เรื่องท่ีฟงั และอ่าน พรอ้ มทั้งให้เหตุผลและยกตัวอยา่ ง ง่าย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และความ
คดิ เหน็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/4 พดู และเขียนเพ่อื ขอและให้ขอ้ มูล บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรอ่ื งทีฟ่ ังหรอื
อ่านอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตกุ ารณ์
ทอี่ ยู่ในความสนใจของสังคม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับกล่มุ สาระการเรยี นร้อู ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรกู้ บั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู ืน่ และเปน็ พื้นฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
ต 3.1 ม. 2/1 ค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ข้อเท็จจริงทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่นจาก
แหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเคร่อื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปล่ียนเรียนร้กู บั สังคมโลก
ต 4.2 ม. 2/2 เผยแพร่/ประชาสมั พันธข์ ้อมลู ข่าวสารของโรงเรยี นเปน็ ภาษาต่างประเทศ
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรยี นร้แู ละเข้าใจเกี่ยวกบั คำศัพท์ การลำดบั เหตกุ ารณ์ และโครงร่างในการเขยี น ช่วยใหฟ้ ังและอ่าน
ได้เข้าใจ รวมทัง้ การเรยี นรูเ้ ทคนิคในการตรวจงานเขียน จะชว่ ยใหส้ ามารถเขียนส่ือสารได้ถูกต้องและมี
ประสิทธภิ าพ
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (travel, move from side to side, wonder, step back)
Nouns (legend, journey, edge, log)
Adjectives (excited, misty)
Phrase (in horror)
Functions: Narrating a story
First, they started their journey to Loch Ness. Then they reached
the lake and John walked to the lake to take pictures.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะ
Reading: อา่ นเพื่อหาขอ้ มูลเฉพาะ
Writing: เขียนสรปุ เร่ืองทอี่ ่าน, เขยี นเร่ืองเล่า
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝเ่ รียนรู้
2) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขน้ั Warm up
1. นกั เรยี นเขียนคำว่า Monster บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกช่อื สัตว์ประหลาดท่ีนกั เรียนรู้จัก ครู
อาจจะนำภาพสตั วป์ ระหลาดตา่ ง ๆ มาใหน้ กั เรียนดู เพอื่ ใหน้ ักเรยี นบอกชือ่ เชน่ Kraken (คราเคน่ ), Yeti
(เยติ), Bigfoot (บิก๊ ฟุต)
2. นักเรยี นเดาว่าบทเรยี นนน้ี ักเรียนจะได้เรยี นเก่ียวกบั เร่อื งอะไร
ข้ัน Pre-reading
1. นักเรียนเขยี นคำว่า Nessie บนกระดาน อา่ นใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ถามวา่ นกั เรยี นเคยไดย้ นิ ชื่อน้ีหรอื ไม่ ครู
ให้นกั เรียนช่วยกนั บอกขอ้ มูลทีน่ ักเรียนร้เู กี่ยวกบั Nessie จากนั้นครใู ห้ข้อมูลเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั Nessie
2. นกั เรียนอา่ นคำศัพทใ์ นกรอบ Check these words หนังสือเรยี น หนา้ 41 แลว้ ชว่ ยกันอธิบายความหมาย
ถา้ คำใดนักเรียนไมร่ ูใ้ ห้เปดิ หาความหมายจากพจนานกุ รม
3. นกั เรยี นดูภาพ A-D ในหนังสอื เรยี น หน้า 41 แลว้ ชว่ ยกันพูดบรรยายภาพ เช่น
Picture A: A man pointing to a log talks with a boy.
Picture B: A family is having a picnic.
Picture C: A boy sees something in the water.
Picture D: A family is driving into the park.
ขั้น Reading
1. หนังสือเรียน หน้า 41 Ex. 1 นักเรียนฟงั ครูอธบิ ายวา่ ภาพ A-D เปน็ ภาพจากเหตุการณข์ องเรอื่ งที่
นกั เรียนจะไดอ้ ่าน ใหน้ กั เรยี นเรียงลำดบั ภาพให้ถกู ต้องตามเหตกุ ารณ์ จากนนั้ ครใู หน้ ักเรยี นฟัง CD และ
อ่าน บทอ่านตามไปดว้ ย แลว้ ส่มุ เรียกนักเรยี นบอกคำตอบ
1D 2C 3A 4B
2. หนงั สือเรยี น หนา้ 41 Ex. 2 นกั เรยี นเรยี งลำดบั เหตกุ ารณจ์ าก A-H โดยยงั ไมต่ อ้ งอ่านบทอา่ น ประโยคใด
ท่ีไม่แน่ใจให้นกั เรียนขดี เสน้ ใตไ้ ว้ จากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนอ่านบทอา่ น แล้วดกู ารเรยี งลำดบั เหตกุ ารณ์ และ
ปรับแก้ เสร็จแล้วครูเฉลยคำตอบ
A2 B1 C3 D7
E4 F8 G6 H5
ขน้ั Post-reading
1. นกั เรยี นเขยี นสรปุ เรอื่ ง The Monster โดยใช้ประโยค A-H จาก Ex. 2 และคำลำดับเหตุการณ์first,
then, next และ after that จากนนั้ ครสู ุ่มเรียกนักเรียน 2 อ่านใหเ้ พือ่ นฟัง
First, they started their journey to Loch Ness. Then they reached the lake
and John walked to the lake to take pictures. Next a long neck appeared
and John started shouting. His dad laughed and John realised his mistake. It
was a log. After that they had their picnic.
2. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ 3-4 คน ให้แต่ละกลมุ่ ตั้งคำถาม Wh-questions เก่ยี วกับเร่อื ง The Monster
มากลุ่มละ 3 คำถาม จากนน้ั ครูให้แต่ละกลมุ่ เลือกคำถาม 1 ข้อ เพือ่ ถามเพื่อนในชนั้ โดยแตล่ ะกลมุ่ ตอ้ งไม่
ถามคำถามซ้ำกัน เช่น
Group 1: Where is Loch Ness?
Class: Scotland.
Group 1: That’s correct.
Group 2: Why did John’s family travell to Scotland?
Class: Because they wanted to go to the Edinburgh festival and visited
Loch Ness.
Group 2: That’s correct.
3. นกั เรียนกลมุ่ เดมิ ชว่ ยกนั ค้นคว้าข้อมลู เพิ่มเติมเกย่ี วกบั Loch Ness จากอนิ เทอรเ์ นต็ แลว้ จัดทำโปสเตอร์
โดยครใู ห้นักเรยี นระดมสมองคดิ หัวข้อทอี่ ยา่ งเกี่ยวกับ Loch Ness แลว้ ครเู ขยี นบนกระดาน เช่น
location, width, length, depth, activities
4. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 27 Exs. 1-4
ชว่ั โมงที่ 2
ข้นั Warm up
1. นักเรยี นจบั ค่กู นั แล้วครแู จกกระดาษทีม่ ีประโยคเก่ียวกับเนื้อเรอื่ ง The Monster ใหค้ ลู่ ะ 1 แผน่ ให้
แต่ละคู่เรียงประโยคให้ถกู ตอ้ งตามลำดบั เหตุการณ์ จากนั้นเฉลยคำตอบรว่ มกนั
A John walked to the lake to take photos.
B John realised it wasn’t Nessie.
C John’s family started journey to Loch Ness.
D John shouted for help.
E They arrived at the lake.
F They had a great picnic.
G John saw a log appeared from out of eater.
H His dad started laughing.
A3 B7 C1 D5
E2 F8 G4 H6
ขั้น Pre-writing
1. หนังสอื เรียนหนา้ 41 Ex. 3 นกั เรยี นฟงั Jim เลา่ เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ข้นึ กับเขาในชว่ งวนั หยุด แลว้ ครเู ขยี น
คำศพั ท์ journey, creature, appear, wonder, calm down, enjoy จากเนื้อเร่อื งบนกระดาน ให้
นักเรยี นอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกนั แลว้ ชว่ ยกนั อธบิ ายความหมาย ครชู ่วยอธบิ ายคำวา่ creature และ calm
down
creature (n) = an imaginary animal or person, or one that is very strange
and frightening (สัตวป์ ระหลาด)
calm down (phrv) = to make someone become quiet and relaxed (ทำให้สงบ)
2. นักเรยี นอา่ นคำถามท่กี ำหนดใหใ้ นกรอบ แล้วครอู ธบิ ายวา่ นกั เรียนกำลงั จะฟงั เพอื่ หาขอ้ มูลมาตอบคำถาม
เหลา่ น้ี จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนฟังเรือ่ งราวของ Jim แลว้ จดบันทกึ ข้อมูลระหว่างฟัง เม่อื ฟังจบครู
ถามนักเรยี นว่าตอบคำถามได้หรอื ไม่ ถา้ นักเรียนยงั ตอบคำถามไม่ได้ ครูเปิด CD ใหฟ้ งั อกี ครง้ั
3. นกั เรยี นช่วยกันบอกคำตอบ และครเู ขยี นคำตอบบนกระดานตามโครงรา่ งในหนังสอื เรียน
ขน้ั Writing
หนงั สือเรียน หน้า 41 Ex. 4 นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 3-4 คน ให้แตล่ ะกลุม่ นำคำตอบจาก Ex. 3 มา
เขียนเล่าเรือ่ งของ Jim สำหรบั ลงในนิตยสารของโรงเรียน ความยาว 60-80 คำ ครูยำ้ วา่ ให้นกั เรยี นเขียน
เล่าเร่อื งตามลำดับเหตุการณ์ และใชส้ รรพนามบรุ ุษที่ 3 ในการเขียน เม่อื เขยี นเสร็จแล้วให้สมาชกิ ในกลมุ่
ช่วยกนั ต้งั ชอ่ื เร่อื ง
The Creature
Last winter Jim and his family travelled to the Rocky Mountains for a skiing
holiday. He was really excited as he wanted to visit the Banff National Park
and see Bigfoot. They started their journey in the morning.
They soon arrived at the national park. He wanted to take some
photographs so he walked into the forest. Suddenly, a creature that looked
like a monkey appeared from behind a tree. “Was it Bigfoot?” he
wondered.
He stepped back in surprise and shouted for help. His family tried to calm
him down. A few seconds later his dad started laughing. “It’s not Bigfoot,
Jim. It’s a man. Look!” He was right. The man appeared from behind the
trees. He was very tall and he had a big thick coat. Jim started laughing at
his mistake too.
They had a great time in the national park and they all enjoyed the
scenery. It’s a pity Bigfoot wasn’t there though.
ขัน้ Post-writing การ
1. นักเรียนแต่ละกล่มุ ตรวจทานงานเขียนของตนเอง ในเรอื่ งการสะกดคำ การเขียนตามโครงรา่ ง
ลำดบั เหตกุ ารณ์ แลว้ ปรบั แก้ จากนั้นครูให้แต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมาอา่ นเร่อื งใหเ้ พื่อนฟัง
2. นักเรยี นทำ Self-Check 3 ในหนังสอื เรียน หน้า 115
3. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 27 Exs. 5-7
7. การวดั และการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารผ่าน
วิธกี ารวดั รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ นหรือ แบบฝึกหดั (Workbook) ระดบั คุณภาพ พอใช้
การฟัง
ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ประเมนิ ชนิ้ งานโปสเตอร์เกยี่ วกับ Loch แบบประเมินชน้ิ งาน ระดบั คณุ ภาพ ผ่าน
Ness
ประเมนิ การเขยี นเรือ่ งเล่า แบบประเมินการเขยี น
สงั เกตความใฝ่เรยี นรแู้ ละความมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ
การทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-อังกฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) ภาพสัตว์ประหลาดต่าง ๆ
7) อนิ เทอรเ์ นต็
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 7 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 14 ช่ัวโมง
วชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน รหัสวชิ า อ22101 เวลา 1 ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ชอื่ Let’s Party ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรือ่ ง ASEAN corner 3
ผ้จู ัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ นายธนรชั ต์ วรสุวรรณาภรณ์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- อ่านเรื่องแล้วตอบคำถามได้
- พูดแสดงความคดิ เห็นในประเด็นทีก่ ำหนดใหไ้ ด้
- เขียนสรุปผลการอภิปรายในประเดน็ ท่กี ำหนดใหไ้ ด้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองทีฟ่ ังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตุผล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหัวขอ้ เร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั เรอื่ งทฟ่ี งั และอ่าน พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึกและ
ความคิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/5 พดู และเขียนแสดงความรู้สกึ และความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เร่อื งต่าง ๆ กจิ กรรม
และประสบการณ์ พร้อมท้ังใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคญั แก่นสาระ หัวขอ้ เร่อื ง (topic) ท่ไี ด้จากการวเิ คราะห์เรอ่ื ง/
ข่าว/เหตกุ ารณ์/สถานการณท์ ีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม. 2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับกิจกรรม เร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ วั และประสบการณ์
พรอ้ มทั้งใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่อื งมอื พืน้ ฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี และการ
แลกเปล่ยี นเรียนร้กู ับสังคมโลก
ต 4.2 ม. 2/2 เผยแพร่/ประชาสัมพันธข์ ้อมูลขา่ วสารของโรงเรยี นเปน็ ภาษาตา่ งประเทศ
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรูเ้ ก่ียวกบั วฒั นธรรมและประเพณใี นประเทศกลุ่มประชาคมอาเซียน ชว่ ยให้เข้าใจวิถีชวี ติ ความ
เปน็ อยู่ สภาพสังคม ทัศนคติ ความเช่อื รวมทง้ั กอ่ ให้เกดิ ผลประโยชน์และโอกาสทางดา้ นเศรษฐกจิ และการ
ท่องเทีย่ ว
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (rely on, gather, apologise)
Nouns (gratitude, famine, cerebration, harvest, respect, crop,
harmony, purpose, pollution, campaign)
2) Language Skills
Speaking: แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น
Reading: อา่ นเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ
Writing: เขียนสรปุ ผลการอภปิ ราย
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1) ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
2) มีจิตสาธารณะ
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้น Warm up
1. นกั เรียนดูภาพแม่น้ำโขง แลว้ ครูถามนักเรยี นวา่ แมน่ ำ้ โขงไหลผา่ นประเทศใดบา้ งในเขตเอเชยี ตะวนั ออก
เฉยี งใต้ (ประเทศพมา่ ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศกัมพชู า และประเทศเวียดนาม)
2. นกั เรียนพดู คยุ กบั ครวู ่า เคยได้ยินประเพณีทเ่ี ก่ียวข้องกับแมน่ ำ้ โขงหรือไม่ (เช่น ประเพณีไหลเรอื ไฟ
ประเพณแี ข่งเรอื )
ขั้น Pre-reading
1. นกั เรียนดูภาพประกอบในหนังสอื เรียน หน้า 42 แลว้ ครูถามวา่ What can you see in the pictures?
(e.g. people are racing long-boats, people are floating Kratongs)
2. นกั เรียนอา่ นชือ่ เร่ืองและดภู าพประกอบ แลว้ แสดงความคดิ เหน็ ว่าบทอา่ นนี้นา่ จะเกยี่ วกบั เรอื่ งอะไร (e.g.
water festivals)
3. นักเรียนเขียนคำศัพทย์ ากในบทอ่านบนกระดาน และนกั เรียนอ่านออกเสยี งตามครพู รอ้ มกนั จากนนั้ หา
ความหมายในพจนานุกรม โดยเลอื กความหมายทเี่ กยี่ วขอ้ งกับบริบทของเรือ่ งท่จี ะอา่ น
rely on (phrv) = to need or depend on somebody/something (ข้นึ อยกู่ ับ)
gratitude (n) = the feeling of being grateful and wanting to express thanks
(การขอบคณุ )
gather (v) = to come together and form a group (รวมตวั กนั )
apologise (v) = to tell someone that you are sorry that you have done
something wrong (ขอโทษ)
respect (n) = a feeling of admiring someone or what they do (ความเคารพ)
crop (n) = a plant such as wheat, rice or fruit that is grown by farmers and
used as food (พืชผล, ธญั พืช)
harmony (n) = a state without fighting or disagreeing when people live or work
together (ความสามคั ค,ี ความปรองดอง)
purpose (n) = the intention, aim or function of something; the thing that
something is supposed to achieve (จดุ ประสงค์)
ข้นั Reading
1. หนังสือเรยี น หนา้ 42 Ex. 1 นักเรียนอา่ นประโยค 1-4 และขดี เส้นใต้คำสำคญั ในแตล่ ะประโยค จากนน้ั
อ่านบทอา่ นโดยหาคำพ้องความหมาย (synonym) คำที่มีความหมายตรงกนั ข้าม (opposite) หรอื
กลุ่มคำ/วลี ทม่ี คี วามหมายเหมือนกันหรอื ต่างกันกบั คำสำคญั ทีข่ ีดเสน้ ใตไ้ ว้ เมอ่ื อ่านจบแล้วใหต้ อบว่า
ประโยค 1-4 ถูกหรือผิด
2. ตวั แทนนักเรยี นบอกคำตอบ แลว้ ครูเฉลยคำตอบอกี ครง้ั
1T 2F 3F 4T
ขั้น Post-reading
1. นกั เรยี นแบง่ เป็น 4 กล่มุ ให้ 2 กลุ่ม สรปุ ข้อมูล Loy Kratong Festival และอีก 2 กลุ่ม สรุปข้อมลู Bon
Om Touk โดยครเู ขียนตารางบนกระดาน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มลอกตารางลงในสมุดและสรปุ ข้อมลู ลงในตาราง
จากน้ันครใู ห้กลมุ่ ทีไ่ ดป้ ระเพณเี หมอื นกนั ผลัดกนั บอกขอ้ มูล และครเู ขียนลงในตารางบนกระดาน