The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ว 32203 ฟิสิกส์ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Icesw Preeyaporn, 2022-10-14 11:19:02

แผนการจัดการเรียนรู้ ว 32203 ฟิสิกส์ 3

แผนการจัดการเรียนรู้ ว 32203 ฟิสิกส์ 3

คำนำ

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชา ว 32203 ฟสิ กิ ส์ 3 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่มนีไ้ ด้จัดทำขึ้นเพ่ือใช้เป็น
แนวทางในการจัดการเรยี นรโู้ ดยเน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ใหน้ กั เรยี นมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมและกระบวนการเรียนรู้
สามารถสรา้ งองคค์ วามรู้ได้ดว้ ยตนเอง ทง้ั เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม สรา้ งสถานการณก์ ารเรยี นร้ทู ัง้ ในห้องเรียน
และนอกห้องเรียน ทำให้นักเรยี นสามารถเชอ่ื มโยงความร้ใู นกลุม่ สาระการเรยี นร้อู นื่ ๆ ไดใ้ นเชิงบรู ณาการด้วย
วธิ ีการทห่ี ลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และสรปุ ความร้ดู ้วยตนเอง ทำใหน้ ักเรียนไดร้ บั การ
พัฒนาทัง้ ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมท่ีดี นำไปสกู่ ารอย่รู ่วมกัน
ในสังคมอยา่ งสนั ตสิ ขุ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ า ว 32203 ฟสิ กิ ส์ 3 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เล่มน้ไี ด้จัดทำตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ซ่ึงครอบคลมุ สาระและผลการเรียนรู้
และสาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม สาระฟสิ กิ ส์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตาม
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยไดน้ ำเสนอแผนการจัดการเรยี นรูเ้ ป็นรายช่ัวโมง
ตามหนว่ ยการเรียนรู้ และในแตล่ ะหน่วยการเรียนรยู้ ังมกี ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ทง้ั 3 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้าน
ความรู้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชา ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ นี้ได้ออกแบบการเรยี นร้ดู ว้ ย
เทคนิคและวธิ กี ารสอนอยา่ งหลากหลาย เพ่อื การจดั การเรยี นร้สู ำหรบั นกั เรียนใหบ้ รรลเุ ป้าหมายของหลักสูตร
ตอ่ ไป

ปรียาภรณ์ เน้อื น้ยุ
ผจู้ ดั ทำ

สารบัญ

เรอ่ื ง หนา้
คำนำ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 คล่นื 2
7
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 14
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 21
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 26
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 33
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 38
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 44
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 51
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 68
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 แสงเชงิ คล่ืน 77
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 86
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 96
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 111
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 แสงเชงิ รงั สี 118
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 131
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 141
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3 153
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 163
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 172
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 เสียง 180
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 190
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2

1

2

รายวชิ า ว 32203 ฟิสิกส์ 3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1
เร่อื ง ปฐมนเิ ทศ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
ผสู้ อน ปส.ปรียาภรณ์ เนอ้ื นุย้
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 1 คาบ
ครูพเ่ี ลยี้ ง อาจารยธ์ เนศ สุขมาตย์

1. ผลการเรยี นรู้
-

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั ขอบขา่ ยเนื้อหา จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เกณฑก์ ารวดั และ

ประเมนิ ผลในรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ว 32203 ฟสิ กิ ส์ 3 (K)

2. นักเรียนสามารถบอกถึงขอบเขต คำอธิบายรายวชิ า และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ประจำหน่วยการเรียนรู้
ในรายวชิ าเพิ่มเติม ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 (P)

3. นกั เรยี นมคี วามรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา มีระเบียบวนิ ยั และเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ รายวิชาเพิม่ เติม ว 32203
ฟสิ ิกส์ 3 และสามารถนำความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปประยกุ ต์ใช้ใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ (A)

3. สาระการเรียนรู้
1. คำอธิบายรายวิชา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3. หน่วยการเรยี นรู้
4. การเชค็ เวลาเรยี น

5. เกณฑ์การให้คะแนน และการตดั เกรด
6. ขอ้ ตกลงในการเรยี น

3

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฐมนิเทศรายวิชา คอื การแนะนำขอบขา่ ยรายวชิ า และวิธกี ารเรียนการสอนในรายวิชาเพม่ิ เติม

ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 ทำใหน้ กั เรียนรู้และเข้าใจถงึ วธิ ีการเรยี นรู้ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง
การจัดการเรยี นรู้ในแตล่ ะเรื่อง การวดั ผลประเมินผล ซึ่งเป็นแนวทางในการทจ่ี ะทำใหน้ กั เรียนบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
ทต่ี ัง้ ไว้

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทักษะการสงั เกต 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

2) ทกั ษะการสอื่ สาร

3) ทักษะการทำงานรว่ มกัน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี นและแนะนำตนเองเพื่อสร้างความคุน้ เคย จากนน้ั ให้เรยี กชอ่ื นกั เรยี นเป็น

รายบุคคล และใหน้ ักเรยี นแนะนำชื่อเล่นของตนเอง บอกสิง่ ท่ีอยากเป็นทีละคนตามตำแหน่งทีน่ ัง่ ครผู ู้สอนสำรวจ
รายช่ือนกั เรียนที่ขาด ลา มาสาย ดว้ ยการเช็คชื่อ

2. นกั เรียนทำ google form รู้จักตนเอง
3. ครพู ูดคุยซกั ถามเก่ยี วกับความรู้สึกช่วงปดิ เทอม แลกเปล่ยี นเรอ่ื งราวซ่ึงกนั และกนั และซักถาม
เก่ยี วกับความรูพ้ืนฐานของฟิสิกส์ทีน่ ักเรยี นไดเ้ คยเรียนผ่านมาแล้ว และเนื้อหาทีน่ กั เรยี นคาดว่าจะไดร้ บั ใน
ภาคการศกึ ษานี้
4. ให้นกั เรียนเข้ารว่ มกลมุ่ Facebook
ขนั้ สอน
5. ครแู จกใบประมวลผลรายวิชา (Course Syllabus) ใหน้ กั เรยี นไดอ้ ่านศกึ ษาทำความเขา้ ใจใน
การเรยี นการสอนในรายวชิ าเพ่มิ เติม ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3
6. ครแู จง้ ขอบข่ายเนื้อหา ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั หนว่ ยการเรียนรู้ การเชค็ เวลาเรียน และเกณฑ์
การวดั ประเมินผล และข้อตกลงในการเรียนให้นักเรียนทราบ เพอ่ื ให้นกั เรียนทำความเขา้ ใจแนวทางในจดั กจิ กรรม
การเรยี นการสอนของรายวชิ าเพิ่มเติม ว 32203 ฟิสิกส์ 3

4

ข้ันสรปุ
7. สุ่มถามนกั เรียน 2-3 คน เก่ียวกบั ขอ้ ตกลงต่างๆทค่ี รูได้แจง้ ไปว่านักเรียนมคี วามเขา้ ใจมากน้อยเพยี งใด
8. นกั เรียนช่วยกันสรปุ สิ่งท่ตี นเองเข้าใจในการปฐมนเิ ทศในครงั้ นี้
9. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามเพ่ิมเติมเกยี่ วกับรายวิชา เม่ือไมม่ ขี ้อซกั ถามครผู ู้สอนจดั เตรยี มความ

พร้อมในการเรียนการสอนจรงิ

7. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบสงั เกต นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
1. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วาม - การสังเกตพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม เก่ยี วกับขอบข่ายเนือ้ หา
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
เข้าใจเกีย่ วกับขอบขา่ ย ของนักเรยี นใน - ข้อคำถาม เกณฑ์การวัดและ
ประเมินผลในรายวชิ า
เนือ้ หา ผลการเรยี นรู้ ระหวา่ งเรยี น เพิ่มเตมิ ว 32203 ฟิสิกส์ 3
ได้ สรุปวา่ ผา่ นเกณฑ์การ
เกณฑ์การวดั และ - สังเกตจากการตอบ ประเมนิ
นกั เรยี นสามารถบอกถงึ
ประเมินผลในรายวชิ า คำถามในการร่วม ขอบเขต คำอธิบายรายวิชา
และผลการเรียนรูท้ ่ี
เพ่มิ เตมิ ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3 กจิ กรรม คาดหวังประจำหน่วยการ
เรยี นรู้ใน รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
(K) ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 ได้
สรปุ ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
2. นกั เรยี นสามารถบอกถงึ - สังเกตจากการตอบ - ข้อคำถาม ประเมนิ
ขอบเขต คำอธิบายรายวชิ า คำถามในการร่วม นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบ
และผลการเรียนร้ปู ระจำ กิจกรรม ตรงต่อเวลา มีระเบียบวนิ ยั
หน่วยการเรยี นรใู้ นรายวิชา และเจตคตทิ ่ดี รี ายวิชา
เพม่ิ เตมิ ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 เพม่ิ เตมิ ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3
(P) และสามารถนำความร้ทู ่ี
ได้รับไปประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กิด
3. นกั เรียนมคี วารับผิดชอบ - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต
ตรงตอ่ เวลา มรี ะเบยี บวนิ ัย ของนกั เรียนในระหวา่ ง พฤติกรรม
และเจตคติทด่ี ีต่อรายวชิ า เรยี น
เพิม่ เตมิ ว 32203 ฟิสิกส์ 3 - สงั เกตจากการตอบ - ขอ้ คำถาม
และสามารถนำความรทู้ ี่ คำถามในการร่วม

กิจกรรม

5

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
ไดร้ ับไปประยุกตใ์ ช้ใหเ้ กดิ - สังเกตจากการมสี ่วน
ประโยชนไ์ ด้ (A) รว่ มของนักเรียนในช้ัน - การร่วมกนั สรุปและ ประโยชนไ์ ด้สรปุ วา่ ผา่ น
เรยี นในการสรปุ
อภิปรายนักเรียนกับ เกณฑก์ ารประเมิน

ครู

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรียนรู้
1) ใบความรู้ประมวลผลรายวิชา (Course Syllabus) ฟิสกิ ส์ 3 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
2) ใบความรขู้ ้อตกลงในการเรียน
3) PowerPoint เรื่อง รายวชิ าฟิสิกส์ 3
4) google form รู้จักตนเอง
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น

9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ .................................
( ................................ )

ตำแหน่ง .......

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน 6

ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวการแกไ้ ข/
ขอ้ เสนอแนะ

7

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2

รายวิชา ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

เร่ือง ธรรมชาตขิ องคล่นื (การเกดิ คลน่ื ) จำนวน 1 คาบ

ผสู้ อน ปส.ปรยี าภรณ์ เนื้อนุย้ ครูพี่เลี้ยง อาจารย์ธเนศ สขุ มาตย์

1. ผลการเรียนรู้
อธิบายปรากฏการณค์ ลืน่ ชนดิ ของคลืน่ ส่วนประกอบของคล่ืน การแผข่ องหน้าคลน่ื ด้วยหลกั การของ

ฮอยเกนส์ และการรวมกันของคล่นื ตามหลักการซ้อนทบั พรอ้ มทงั้ คำนวณอตั ราเร็ว ความถแี่ ละความยาวคล่นื

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายปรากฏการณ์ของคลนื่ ได้ (K)
2. สามารถสบื คน้ ข้อมูลเกย่ี วกบั คลน่ื ได้ (P)
3. มคี วามใฝ่เรียนรูแ้ ละมีความมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรียนรู้
คลื่นเปน็ ปรากฏการณ์การถา่ ยโอนพลงั งานจากท่ีหนง่ึ ไปอกี ท่ีหนึง่

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
คลนื่ เปน็ ปรากฏการณก์ ารถ่ายโอนพลังงานจากทหี่ นึง่ ไปอีกทีห่ นงึ่ โดยคล่นื มีเกณฑ์การจำแ นก ดังนี้

ตวั กลางท่ใี ช้ในการถ่ายโอนพลังงาน การสน่ั ของอนภุ าคของตัวกลาง ลักษณะการเกิดคล่นื และมติ ิการแผ่ไป
ของคลื่น ส่วนรปู ร่างของคลนื่ จะข้นึ อยูก่ บั ลกั ษณะของการรบกวน และสว่ นประกอบของคลื่น คือ สันคลื่น
ความยาวคลนื่ ท้องคล่ืน แอมพลิจดู คาบ ความถ่ี และเฟส

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ัย รับผิดชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

8

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ
2) ทักษะการส่อื สาร 4. ม่งุ มั่นในการทำงาน
3) ทักษะการทำงานร่วมกนั

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ขัน้ นำ

ขัน้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นและรว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งอิสระ
โดยไมม่ ีการเฉลยว่าถกู หรือผิด ดังน้ี
• คลน่ื คอื อะไร
(แนวคำตอบ : คล่ืนน้ำ คลนื่ เป็นปรากฏการณก์ ารถ่ายโอนพลังงานจากท่หี นง่ึ ไปอีกทีห่ นง่ึ )
2. นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมูลเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจวา่ “คล่ืนคืออะไร” จากหนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติม
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 3 และอินเทอร์เน็ต
3. นักเรยี นตอบคำถามเพื่อเป็นการนำเข้าส่บู ทเรียนและตรวจสอบความรู้เดิมเกยี่ วกับเร่อื ง คลน่ื กล
ของนักเรยี น วา่ “การเคล่ือนท่ขี องคล่ืนแตกต่างจากการเคลื่อนทข่ี องวตั ถุอยู่อยา่ งไร” จากน้ันครู
กลา่ วเชือ่ มโยงเขา้ สูก่ จิ กรรมการเรียนการสอน
(แนวตอบ : การเคล่ือนท่ีของคลน่ื เกดิ จากการส่งพลังงานของอนภุ าคตวั กลางจากบริเวณหน่งึ ไปยัง
อีกบรเิ วณหนึ่ง แตก่ ารเคลื่อนท่ีของวตั ถเุ กิดจากการทวี่ ตั ถถุ กู แรงมากกระทำ)
1. ครูถามคำถามให้นกั เรยี นสงสัย ก่อนจะเร่ิมสงั เกตการทดลองวา่ “คล่ืนเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : เป็นการรบกวนตัวกลาง จึงทำใหเ้ กดิ คลน่ื )

ขั้นสอน

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครนู ำอุปกรณ์สาธติ การทดลอง เช่น ถาดคลนื่ หลอดหยด และกระดาษตดั เปน็ ช้นิ เล็ก ๆ จากนัน้ ครู
ใส่นำ้ ในถาดคลืน่ ใหส้ งู ประมาณ 1-2 เซนตเิ มตร แล้วโรยกระดาษลงบนผิวน้ำให้กระจายสมำ่ เสมอ
นำหยอดหยดท่มี นี ้ำหยดนำ้ ลงหนึง่ หยดที่บรเิ วณกงึ่ กลางถาดคลนื่ โดยครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะคน
สังเกตการเคล่ือนทีข่ องคลน่ื น้ำผา่ นผิวนำ้ และการเคลือ่ นทขี่ องชน้ิ กระดาษ และร่วมกัน

9

อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นอย่างอิสระโดยไมม่ กี ารเฉลยวา่ ถกู หรือผดิ
2. ครใู หน้ ักเรยี นจับค่กู บั เพอ่ื นในชน้ั เรยี น ตามความสมัครใจของนักเรยี น จากนน้ั ครูตั้งประเดน็ คำถาม

จากการสาธิตการทดลองวา่ “เมือ่ หยดน้ำลงไปในอ่างนำ้ ผิวน้ำและกระดาษช้นิ เล็ก ๆ จะเป็น
อย่างไร เพราะเหตุใดจงึ เปน็ เชน่ นน้ั ” โดยให้นกั เรียนแต่ละคู่รว่ มกนั หาคำตอบ แล้วเขยี นลงในสมดุ
ประจำตัว
(แนวตอบ : จะเกิดคลื่นนำ้ เป็นวงกลมแผอ่ อกไป โดยกระดาษจะขยับขึ้นลงท่ี ตำแหนง่ เดมิ ไมไ่ ด้
เคล่ือนที่ไปกับคลนื่ สาเหตทุ เี่ ปน็ เชน่ นัน้ เพราะเม่อื หยดน้ำไปกระทบผวิ น้ำจะถา่ ยโอนพลังงานใหก้ ับ
อนภุ าคของน้ำ แลว้ อนภุ าคของน้ำจะมกี ารขยบั ขนึ้ ลงทำให้เหน็ ผวิ น้ำกระเพ่ือมขน้ึ ลงแผข่ ยาย
ออกไป)
ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครูสมุ่ นักเรียนจำนวน 3 คู่ ออกมานำเสนอคำตอบหนา้ ช้นั เรยี น ในระหว่างทนี่ ักเรียนนำเสนอ
ครคู อยให้ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติมเพ่ือใหน้ ักเรียนมคี วามเขา้ ใจทีถ่ ูกตอ้ ง
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
4. ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดในการนำความเข้าใจเกีย่ วกบั การถ่ายโอนพลงั งานของคลืน่ กลไปใช้
ประโยชน์

ข้นั สรปุ

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนจากสมดุ ประจำตัว
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล และแบบ
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
3. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ เกยี่ วกบั การถ่ายโอนพลังงานของคลนื่ วา่ “คล่นื (wave) เกดิ จากการที่
แหลง่ กำเนดิ ถูกรบกวนและส่งพลงั งานของอนุภาคตวั กลางจากบรเิ วณหน่ึงไปยงั อีกบรเิ วณหนึ่ง โดย

ทีอ่ นภุ าคไมไ่ ด้เคลอื่ นทไ่ี ปพรอ้ มกบั การสง่ ผา่ นพลังงานนนั้ ”

10

7. การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
- ข้อคำถาม - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. อธิบายปรากฏการณ์ของคลนื่ - ตอบคำถามลงในสมุด
- ข้อคำถาม - ตอบถูกและตรง
ได้ (K) ประจำตวั - แบบประเมนิ การ ประเด็น ผ่านเกณฑ์
นำเสนอผลงาน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตอบคำถามลงในชั้น - ขอ้ คำถาม - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

เรียน

- การนำเสนองาน

2. สามารถสบื ค้นขอ้ มลู เกยี่ วกบั - ตอบคำถามลงในสมุด

คล่ืนได้ (P) ประจำตัว

3. มคี วามใฝ่เรยี นรแู้ ละมคี วาม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต - ระดบั คุณภาพ 2
พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
มงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A) การทำงานรายบุคคล การทำงาน
รายบุคคล

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เล่ม 3 บทที่ 9 คลืน่
2) อุปกรณ์สาธติ การทดลอง เช่น ถาดคลื่น หลอดหยด และกระดาษตัดเป็นชิน้ เล็ก ๆ

3) PowerPoint เรื่อง รายวชิ าฟสิ ิกส์ 3
4) สมดุ ประจำตวั
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

11 .................................
................................ )
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
.......
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตำแหน่ง

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวการแกไ้ ข/
ขอ้ เสนอแนะ

12

ใบงานที่ 1.1
เร่อื ง เฟสคล่นื

คำชแี้ จง : พิจารณาคลน่ื ท่เี คล่อื นทอี่ อกจากแหล่งกำเนิดแหง่ หนึ่ง โดยมที ิศทางการเคลอื่ นจากซ้ายไปท างขวา
ดังภาพ แลว้ เตมิ คำตอบในช่องวา่ งใหส้ มบรู ณ์

1. ตำแหนง่ ใดบนขบวนคล่นื ทเ่ี คลือ่ นที่ออกมาจากแหลง่ กำเนดิ เป็นตำแหนง่ แรก
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หากเทียบตำแหนง่ ของวตั ถทุ ่เี คลอ่ื นที่แบบวงกลมโดยใชม้ ุมรอบจดุ ศนู ยก์ ลางในการเคลือ่ นท่ี พบว่า จุด a เป็น

ตำแหน่ง เรม่ิ ต้นมีคา่ เฟส () เปน็ 0 องศา
จุด b มีคา่ เฟส  เป็น ……………………… องศา
จุด c มคี า่ เฟส  เป็น ……………………… องศา
จดุ d มคี ่าเฟส  เปน็ ……………………… องศา
จุด e มีค่าเฟส  เป็น ……………………… องศา หรือ .……………………… องศา
จุด f มีคา่ เฟส  เป็น …………………….… องศา

3. หากพิจารณาการเคล่ือนทข่ี องคลืน่ ครบ 2 ครบ คลนื่ จะเคลอื่ นทผี่ า่ นตำแหน่งใดบ้าง เมือ่ คลื่นเคลอื่ นที่จาก
ตำแหน่ง a
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ตำแหน่ง …………………….… มคี า่ เฟสต่างจากตำแหนง่ b 90 องศา
5. ตำแหน่ง …………………….… มคี า่ เฟสต่างจากตำแหนง่ b 180 องศา

13

ใบงานท่ี 1.1
เร่ือง เฟสคลนื่

คำช้ีแจง : พจิ ารณาคลื่นทเ่ี คล่อื นทีอ่ อกจากแหลง่ กำเนดิ แหง่ หน่งึ โดยมีทศิ ทางการเคลื่อนจากซ้ายไปท างขวา
ดงั ภาพ แล้วเตมิ คำตอบในช่องว่างให้สมบูรณ์

1. ตำแหน่งใดบนขบวนคล่ืนทเี่ คลือ่ นทีอ่ อกมาจากแหลง่ กำเนดิ เป็นตำแหน่งแรก
q

2. หากเทียบตำแหน่งของวตั ถทุ ีเ่ คลื่อนที่แบบวงกลมโดยใชม้ มุ รอบจดุ ศนู ยก์ ลางในการเคลอื่ นท่ี พบว่า จดุ a เป็น
ตำแหนง่ เริม่ ต้นมีค่าเฟส () เปน็ 0 องศา
จดุ b มคี า่ เฟส  เป็น 90 องศา
จดุ c มคี า่ เฟส  เปน็ 180 องศา
จดุ d มคี า่ เฟส  เป็น 270 องศา
จุด e มคี ่าเฟส  เป็น 360 องศา หรือ 0 องศา
จดุ f มีค่าเฟส  เป็น 90 องศา

3. หากพิจารณาการเคลือ่ นทีข่ องคลนื่ ครบ 2 ครบ คล่นื จะเคลอื่ นที่ผ่านตำแหนง่ ใดบ้าง เมอื่ คล่นื เคลอ่ื นท่ีจาก
ตำแหนง่ a

B ถึง j
4. ตำแหนง่ a และ c มคี ่าเฟสตา่ งจากตำแหน่ง b 90 องศา
5. ตำแหน่ง d มคี ่าเฟสต่างจากตำแหน่ง b 180 องศา

14

รายวิชา ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1
เรอ่ื ง ธรรมชาตขิ องคลื่น แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3
ผู้สอน ปส.ปรยี าภรณ์ เน้อื นยุ้
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 2 คาบ
ครูพเ่ี ลยี้ ง อาจารย์ธเนศ สุขมาตย์

1. ผลการเรยี นรู้
อธิบายปรากฏการณค์ ลืน่ ชนิดของคลืน่ สว่ นประกอบของคลืน่ การแผข่ องหน้าคล่ืนดว้ ยหลักการของ

ฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลน่ื ตามหลกั การซอ้ นทบั พร้อมทง้ั คำนวณอัตราเรว็ ความถ่ีและความยาวคลื่น

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายชนิดของคลื่น รปู รา่ งและองค์ประกอบต่าง ๆ ของคลน่ื ได้ (K)
2. สามารถวาดภาพสว่ นประกอบของคลน่ื ได้อย่างถกู ต้อง (P)
3. มีความใฝเ่ รียนรแู้ ละมีความมุง่ ม่ันในการทำงาน (A)

3. สาระการเรยี นรู้
1. คลื่นเป็นปรากฏการณก์ ารถา่ ยโอนพลังงานจากที่หนง่ึ ไปอกี ทีห่ นง่ึ
2. คลืน่ ทีถ่ ่ายโอนพลังงานโดยตอ้ งอาศยั ตัวกลาง เรยี กว่า คลื่นกล สว่ นคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ถ่ายโอนพลังงาน

โดยไมต่ ้องอาศยั ตวั กลาง นอกจากนีย้ ังจำแนกชนิดของคล่นื ออกเปน็ สองชนดิ ได้แก่ คลืน่ ตามขวางและคลืน่
ตามยาว

3. คล่นื ทีเ่ กิดจากแหลง่ กําเนดิ คล่นื ทสี่ ่งคลนื่ อย่างต่อเนื่องและมีรปู แบบทซี่ ํา้ กันบรรยายได้ดว้ ยการกระจัด
สนั คล่ืน ทอ้ งคล่ืน เฟส ความยาวคลื่น ความถี่ คาบ แอมพลจิ ูด และอัตราเร็ว โดยอตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาว
คล่นื มคี วามสัมพันธ์ตามสมการ v = f

4. การแผ่ของหน้าคลนื่ เปน็ ไปตามหลกั ของฮอยเกนส์และถา้ มคี ล่ืนตง้ั แต่สองขบวนมาพบกันจะรวมกันตาม
หลักการซ้อนทับ

15

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
คลื่นเป็นปรากฏการณก์ ารถ่ายโอนพลังงานจากท่หี นึ่งไปอีกทห่ี นึ่ง โดยคล่ืนมเี กณฑก์ ารจำแ นก ดังน้ี

ตวั กลางที่ใช้ในการถา่ ยโอนพลังงาน การสน่ั ของอนภุ าคของตัวกลาง ลักษณะการเกดิ คลน่ื และมิติการแผ่ไป
ของคลืน่ ส่วนรูปรา่ งของคล่ืนจะข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะของการรบกวน และสว่ นประกอบของคลื่น คือ สันคล่ืน
ความยาวคลื่น ท้องคลน่ื แอมพลิจูด คาบ ความถ่ี และเฟส

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย รับผิดชอบ

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทักษะการสงั เกต 3. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต

2) ทกั ษะการสอ่ื สาร 4. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

3) ทักษะการวเิ คราะห์

4) ทักษะการทำงานรว่ มกนั

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบท่ี 1

ขั้นนำ

ข้นั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนโดยตง้ั คำถามว่า “คลนื่ เกดิ ขึน้ ไดอ้ ย่างไร” โดยใหน้ กั เรียนแตล่ ะ
คนรว่ มกันอภปิ รายและแสดงความคดิ เห็นเพอื่ หาคำตอบ
(แนวตอบ : คล่นื เกดิ จากการทแี่ หล่งกำเนิดถกู รบกวนและสง่ พลงั งานของอนภุ าคตัวกลางจาก
บริเวณหนงึ่ ไปยังอกี บรเิ วณหน่งึ )

16

ข้นั สอน

ข้ันท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
2. นักเรยี นแบง่ กล่มุ ออกเปน็ 6 - 8 กลุ่ม กล่มุ ละเท่า ๆ กนั ตามความสมัครใจของนักเรียน จากนนั้ ให้
นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมาจบั สลากหวั ขอ้ ทศี่ ึกษา โดยให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษา
คน้ ควา้ ข้อมูล จากหนงั สือเรียน รายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ลเั ทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เล่ม 3 หรือ
แหลง่ การเรยี นรูต้ ่าง ๆ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต แล้วเขยี นสรปุ ความรูล้ งในสมดุ ประจำตัว ซึ่งหวั ขอ้
ประกอบด้วย
- กล่มุ ท่ี 1 และกลมุ่ ที่ 2 ศกึ ษาเกี่ยวกบั การจำแนกตามตัวกลางทใี่ ชใ้ นการถา่ ยโอนพลังงาน
- กลุ่มที่ 3 และกล่มุ ที่ 4 ศกึ ษาเก่ียวกับการจำแนกตามการสั่นของแหลง่ กำเนดิ หรอื การส่ัน
ของอนุภาคตัวกลาง
- กลุ่มที่ 5 และกลุ่มที่ 6 ศึกษาเกยี่ วกับการจำแนกตามลักษณะการเกดิ คลน่ื
- กลุ่มท่ี 7 ศึกษาเกี่ยวกบั การจำแนกตามมิติการแผไ่ ปของคลื่น
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )

ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. นักเรียนแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชัน้ เรยี น ในระหว่างท่ีนักเรียนนำเสนอครูคอย
ใหข้ ้อเสนอแนะเพมิ่ เติม เพอื่ ให้นกั เรียนมีความเขา้ ใจทถี่ ูกตอ้ ง
4. ครูสมุ่ เลขทีน่ กั เรียนจำนวน 2-3 คน ให้ยกตัวอย่างคลื่นตามยาว และคลน่ื ตามขวาง
มาคนละ 1 ตัวอยา่ ง
(แนวตอบ : ตัวอย่างคล่นื ตามยาว เชน่ คลน่ื เสียง คล่ืนในขดสปรงิ และตวั อยา่ งคลน่ื ตามขวาง
เชน่ คลน่ื ผิวนำ้ คลนื่ ที่เกดิ จากการสะบดั ปลายของขดสปรงิ )

คาบท่ี 2

ขนั้ สอน

ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore) (ตอ่ )
1. ครูสาธิตการทดลองใหเ้ รยี นดู โดยใช้ปลายดนิ สอจุ่มลงไปผวิ นำ้ ในอ่างน้ำเคาะเปน็ จงั หวะ จากนั้นใช้
ดา้ นยาวของไมบ้ รรทดั จมุ่ ลงไปผวิ น้ำในอ่างนำ้ เคาะเปน็ จังหวะ แล้วใหน้ ักเรยี นแต่ละคนสงั เกต
การเปลี่ยนแปลงของผิวนำ้
2. ครตู ั้งประเด็นคำถามจากการสาธิตการทดลองวา่ “รูปร่างของคลืน่ ที่เกิดจากปลายดนิ สอกับไม้

17

บรรทัดเหมือนกันหรอื ไม่ อยา่ งไร” โดยใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนรว่ มกันอภปิ รายและแสดงความคดิ เห็น
เพ่ือหาคำตอบ
(แนวตอบ : ไม่เหมือนกนั โดยคลน่ื ที่เกิดจากปลายดินสอจะเปน็ คลนื่ แผ่ออกไปเปน็ วง แต่คลนื่ ทเี่ กิด
จากไมบ้ รรทัดจะเปน็ เส้นตรงเคล่อื นท่ีออกจากไมบ้ รรทดั )
3. นักเรียนจับคกู่ ับเพื่อนในชนั้ เรียน ตามความสมัครใจของนักเรยี น โดยให้แตล่ ะคู่รว่ มกนั ศึกษา
คน้ ควา้ ข้อมลู เกีย่ วกบั รปู ร่างของคลื่น จากหนงั สือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 3 หรือแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เนต็ แลว้ รว่ มกนั สรุปข้อมูลที่ได้ลงใน
สมดุ ประจำตัว
4. ครถู ามคำถามนกั เรียนวา่ “รปู ร่างของคลน่ื จะขน้ึ อยกู่ บั สิง่ ใด” โดยให้นักเรียนแต่ละครู่ ว่ มกัน
อภปิ รายและแสดงความคิดเหน็ เพอื่ หาคำตอบ
(แนวตอบ : รูปร่างของคล่ืนจะข้ึนอยูก่ บั ลักษณะของสภาพรบกวน หรือลกั ษณะการสนั่ ของ
แหลง่ กำเนดิ คลืน่ )
5. . นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเปน็ 6 - 8 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ตามความสมัครใจของนกั เรยี น
ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศกึ ษาขอ้ มูลเก่ยี วกับสว่ นประกอบของคลน่ื จาก
หรือแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ เชน่
อินเทอร์เนต็ แล้วร่วมกันสรปุ ข้อมูลที่ไดล้ งในสมดุ ประจำตัว หนงั สอื เรียนรายวิชา
เพม่ิ เตมิ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 3 โดยครูคอยสังเกตการณแ์ ละให้
คำปรกึ ษา
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
6. นักเรยี นสุ่มนกั เรยี นจำนวน 4 กลุ่ม ออกมานำเสนอผลการศึกษาหนา้ ชัน้ เรยี น ในระหวา่ งท่ี
นักเรยี นนำเสนอครคู อยใหข้ อ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ให้นักเรยี นมคี วามเขา้ ใจที่ถกู ตอ้ ง
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)
7. เมอื่ นักเรยี นนำเสนอครบแลว้ นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับ
ส่วนประกอบของคล่นื ซงึ่ ได้ข้อสรปุ รว่ มกนั วา่ “ส่วนประกอบของคลื่น ประกอบด้วย สนั คลนื่
หรือ ยอดคลนื่ ความยาวคล่ืน ท้องคลืน่ แอมพลจิ ดู หนา้ คลนื่ เป็นต้น”
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
8. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นสอบถามเน้อื หา เรอื่ ง ชนิดของคลื่น รปู ร่างและสว่ นประกอบของคลนื่
และใหค้ วามรเู้ พม่ิ เติมจากคำถามของนกั เรยี น โดยครูใช้ PowerPoint เรือ่ ง ชนดิ ของคล่นื รปู ร่าง
และสว่ นประกอบของคลืน่ ในการอธบิ ายเพม่ิ เติม

18

9. ครูให้นักเรยี นวาดภาพส่วนประกอบต่าง ๆ ของคลืน่ ลงในสมดุ ประจำตัว
10. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ (กลุ่มเดิม) โดยใหแ้ ต่ละกล่มุ ศึกษาหวั ข้อ 9.1.3 จากหนังสือเรียนรายวิชา

เพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสกิ ส์ ม.5 เลม่ 3 จากนัน้ ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำ
ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง เฟสคลน่ื เมื่อทำเสร็จแลว้ นำสง่ ครู

ข้นั สรปุ

ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นจากสมุดประจำตัว
2. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 9.1 เรอื่ ง เฟสคลนื่
3. ครูประเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
และการทำงานกลมุ่
4. นักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกบั การถา่ ยโอนพลังงานของคลืน่ วา่ “คลน่ื (wave) เกดิ จากการท่ี
แหลง่ กำเนิดถกู รบกวนและสง่ พลงั งานของอนุภาคตวั กลางจากบริเวณหนึง่ ไปยงั อกี บริเวณหนึ่ง
โดยจะแผ่ออกเป็นเสน้ ตรง ในทศิ ทางใดทศิ ทางหนึง่ ซ่ึงอาจอาศัยตวั กลางหรอื ไม่อาศยั ตัวกลางก็ได้
ชนดิ ของคลน่ื สามารถจำแนกตามลกั ษณะตวั กลาง การสนั่ ของแหล่งกำเนิด การเกิดคลนื่ และมติ ิ
การแผไ่ ปของคล่นื ส่วนประกอบของคล่ืน ประกอบด้วย สันคล่นื หรอื ยอดคลนื่ ความยาวคล่นื
ทอ้ งคลนื่ แอมพลิจดู หนา้ คลนื่ ”

7. การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
- ขอ้ คำถาม - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. อธิบายปรากฏการณข์ อง - ตอบคำถามลงในสมุด
- ขอ้ คำถาม - ตอบถกู และตรง
คลื่น ชนดิ ของคลน่ื รปู รา่ ง ประจำตวั ประเดน็ ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมินการ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
และองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของ - ตอบคำถามลงในชน้ั นำเสนอผลงาน
- ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เฟส - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
คล่ืนได้ (K) เรยี น คลืน่

- การนำเสนองาน

- ทำใบงานท่ี 1.1 เรื่อง
เฟสคลน่ื

19

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
2. สามารถวาดภาพ - วาดภาพลงในสมดุ - ขอ้ คำถาม - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ส่วนประกอบของคลน่ื ได้ ประจำตัว
อย่างถกู ตอ้ ง (P) - ระดบั คณุ ภาพ 2
3. มีความใฝ่เรียนรู้และมี - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
ความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล - ระดับคณุ ภาพ 2
(A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
ทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 3 บทที่ 9 คลื่น
2) อุปกรณส์ าธิตการทดลอง เชน่ ถาดคล่นื หลอดหยด และกระดาษตัดเปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ
3) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เฟสคลนื่
4) PowerPoint เรอื่ ง ชนิดของคล่นื รปู ร่างและสว่ นประกอบของคลืน่
5) สมุดประจำตวั
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) อนิ เทอร์เนต็

9. ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื .................................
( ................................ )

ตำแหนง่ .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน 20

ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปญั หา/อปุ สรรค

แนวการแกไ้ ข/
ข้อเสนอแนะ

21

รายวชิ า ว 32203 ฟสิ กิ ส์ 3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1
เรือ่ ง อัตราเรว็ ของคลน่ื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4
ผ้สู อน ปส.ปรียาภรณ์ เนอ้ื นุ้ย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 2 คาบ
ครูพ่เี ลย้ี ง อาจารย์ธเนศ สขุ มาตย์

1. ผลการเรียนรู้
อธิบายปรากฏการณค์ ล่นื ชนดิ ของคลื่น สว่ นประกอบของคลน่ื การแผข่ องหนา้ คล่นื ดว้ ยหลักการของ

ฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคล่นื ตามหลักการซ้อนทบั พรอ้ มท้งั คำนวณอัตราเรว็ ความถแ่ี ละความยาวคล่ืน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายอตั ราเร็วของคลื่นผวิ น้ำได้ (K)
2. คำนวณหาปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ยี วข้องกบั อตั ราเรว็ ความถี่ และความยาวคล่ืนได้ (P)
3. มีความใฝ่เรยี นรู้และมคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรียนรู้
คลื่นทีเ่ กิดจากแหลง่ กำเนิดคล่ืนทีส่ ง่ คลนื่ อยา่ งต่อเนือ่ งและมรี ปู แบบท่ซี ้ำกนั บรรยายได้ดว้ ย การกระจดั

สันคลื่น ทอ้ งคล่ืน เฟส ความยาวคลนื่ ความถี่ คาบ แอมพลจิ ดู และอตั ราเร็ว โดยอัตราเรว็ ความถี่ และความยาว
คล่นื มคี วามสัมพันธต์ ามสมการ v = f

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
คล่ืนผวิ น้ำเกิดขึน้ เมอ่ื ผิวนำ้ ถูกรบกวน ทำใหเ้ กดิ การถ่ายโอนพลงั งานผา่ นอนภุ าคน้ำ โดยที่อนุภาคนำ้ ไม่ได้

เคลอ่ื นท่ไี ปพรอ้ มกบั คล่นื แต่จะส่ันข้นึ ลงในทิศตง้ั ฉากกบั ทศิ การเคล่อื นท่ขี องคลน่ื เมื่อผวิ นำ้ กระเพื่อมขึ้นลง
ครบหน่งึ รอบหรอื เวลาผา่ นไปกับหน่ึงคาบ คลน่ื ผิวน้ำจะเคลอ่ื นที่ผา่ นไปได้หนึ่งลกู คลนื่ โดย อัตราเร็วของคลื่น
ผวิ น้ำจะสมั พันธ์กับความถ่แี ละความยาวคลืน่

22

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต

2) ทักษะการสอื่ สาร 4. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

3) ทักษะการวิเคราะห์

4) ทักษะการทำงานรว่ มกัน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบท่ี 1

ข้นั นำ

ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูทบทวนความรเู้ ดิมของนกั เรยี น เร่ือง การถ่ายโอนพลังงานของคลนื่ จากนนั้ ครูแจง้ จุดประสงค์
การเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบ
2. ครถู ามคำถามทบทวนความร้เู ดมิ จากหนังสอื เรียนรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 3 เพอ่ื เป็นการนำเขา้ สบู่ ทเรียนว่า “เมอื่ มคี ล่ืนน้ำเคลอื่ นทผ่ี ่านอนุภาคของน้ำจะ
เคลือ่ นทใี่ นลักษณะใด” จากน้ันครูกล่าวเชอื่ มโยงเขา้ สู่กิจกรรมการเรียนการสอน
(แนวตอบ : อนภุ าคของนำ้ ไม่ไดเ้ คลือ่ นที่ไปพรอ้ มกับคลืน่ แตจ่ ะสั่นข้ึนลงในทิศตงั้ ฉากกับทศิ ทาง
การเคลอ่ื นที่ของคลน่ื )

ขั้นสอน

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นศกึ ษาเรือ่ ง ความสมั พันธ์ระหวา่ งอตั ราเร็ว ความถี่และความยาวคล่ืน

ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
2. ครยู กตัวอย่างโจทย์ เร่อื ง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งอัตราเรว็ ความถ่แี ละความยาวคล่ืน โดยครูเขยี น
โจทย์และแสดงวธิ ีทำใหไ้ ปพร้อม

23

กับนกั เรียน โดยใช้ความสัมพนั ธ์ v = f

3. ครูถามคำถามนกั เรยี นวา่ “ปรมิ าณใดทม่ี ผี ลตอ่ อตั ราเร็วคล่ืนผิวน้ำ” โดยใหน้ ักเรียนแต่ละคน
รว่ มกันอภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เพ่ือหาคำตอบรว่ มกัน
(แนวตอบ ความถค่ี ล่นื และความยาวคลืน่ )

คาบท่ี 2

ข้ันสอน

ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรยี นศกึ ษาค้นควา้ ข้อมลู เรื่อง คลื่นในเสน้ เชือก จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 3 หรอื แหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เนต็ แลว้
รว่ มกันสรปุ
2. ครูสุ่มนกั เรียนตอบคำถามว่า “คลน่ื ในเส้นเชอื กเป็นอย่างไร” ครูคอยให้ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ เพือ่ ให้
นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจที่ถูกตอ้ ง
3. ครูต้งั ประเด็นคำถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรยี นว่า “อตั ราเร็วคลน่ื ในเสน้ เชอื กขน้ึ อย่กู ับปริมาณใด
และสามารถคำนวณหาไดจ้ ากสมการใด” โดยใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันหาคำตอบ จากนน้ั ให้
แต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมาเขียนคำตอบทกี่ ระดานหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครไู มม่ กี ารเฉลยวา่ ถูกหรอื ผิด

ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. ครเู ฉลยคำตอบที่ถกู ต้องให้นกั เรยี น จากน้นั นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ซง่ึ ไดข้ อ้ สรุปร่วมกนั วา่
“ความเร็วของการรบกวนท่เี คลื่อนท่ผี า่ นตัวกลาง เรยี กวา่ อัตราเร็วคล่นื โดยอตั ราเรว็ คล่นื ใน
เสน้ เชือก จะขน้ึ อยกู่ ับความหนาแนน่ ของเชือกและแรงตงึ ในเสน้ เชือก ซ่งึ สามารถคำนวณหาได้
จากสมการ v = T ”

5. ครอู ธิบายตัวอยา่ งเพิม่ เตมิ ในหนังสอื เรียนรายวชิ าเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5
เล่ม 3

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
5. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนสอบถามเนอื้ หา เรอื่ ง อตั ราเร็วของคลนื่ และใหค้ วามรู้
เพิม่ เตมิ จากคำถามของนกั เรยี น
6. ให้นกั เรยี นทำ ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง อัตราเร็วของคลื่น

24

ข้นั สรปุ

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง อตั ราเร็วของคล่นื
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
3. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปเก่ยี วกบั การถา่ ยโอนพลงั งานของคลน่ื วา่ “อตั ราเร็วของคล่นื คำนวณหาได้
ความสัมพนั ธ์ v = f แต่ความสัมพันธ์น้ใี ชอ้ ธบิ ายอตั ราเรว็ คลน่ื ในตวั กลางงใดตวั กลางหนง่ึ
เท่านน้ั ความเร็วของการรบกวนท่ีเคลือ่ นท่ผี า่ นตวั กลาง เรียกวา่ อัตราเรว็ คลื่น โดยอตั ราเรว็ คลื่นใน
เสน้ เชอื ก จะขน้ึ อยกู่ ับความหนาแนน่ ของเชอื กและแรงตงึ ในเสน้ เชอื ก ซึ่งสามารถคำนวณหาได้
จากสมการ v = T ”


7. การวดั และประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ขอ้ คำถาม - ตอบถูกและตรง
1. อธบิ ายอตั ราเรว็ ของคลน่ื - ตอบคำถามลงในชน้ั ประเดน็ ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ผวิ นำ้ ได้ (K) เรยี น อัตราเร็วของคล่นื
- ระดับคณุ ภาพ 2
2. คำนวณหาปรมิ าณตา่ ง ๆ - ทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั อัตราเรว็ อัตราเรว็ ของคล่ืน

ความถ่ี และความยาวคลนื่

ได้ (P)

3. มคี วามใฝเ่ รยี นรแู้ ละมี - สงั เกตพฤติกรรม

ความมงุ่ ม่ันในการทำงาน การทำงานรายบุคคล

(A)

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 3 บทที่ 9 คล่นื
2) ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง อัตราเร็วของคลื่น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) อินเทอร์เนต็

25 .................................
................................ )
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
.......
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตำแหน่ง

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวการแกไ้ ข/
ขอ้ เสนอแนะ

26

รายวิชา ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1
เรอ่ื ง หลกั การทีเ่ กีย่ วกับคล่ืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5
ผูส้ อน ปส.ปรยี าภรณ์ เนื้อน้ยุ
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 2 คาบ
ครพู ี่เล้ียง อาจารย์ธเนศ สขุ มาตย์

1. ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายปรากฏการณค์ ลื่น ชนิดของคลน่ื สว่ นประกอบของคลื่น การแผข่ องหน้าคลื่นด้วยหลกั การของ

ฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคล่ืนตามหลกั การซอ้ นทับ พร้อมทง้ั คำนวณอัตราเรว็ ความถแี่ ละความยาวคลืน่

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายหลกั การของฮอยเกนสแ์ ละหลกั การซอ้ นทับของคลืน่ ได้ (K)
2. มที ักษะในการทำการทดลองเพือ่ สงั เกตอธิบายหนา้ คลื่นและทศิ ทางของคล่ืนผิวนำ้ (P)
3. มคี วามใฝเ่ รยี นรู้และมคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรียนรู้
การแผ่ของหนา้ คลืน่ เปน็ ไปตามหลกั ของฮอยเกนส์ และถ้ามีคลนื่ ตงั้ แตส่ องขบวนมาพบกนั จะรวมกนั

ตามหลกั การซอ้ นทับ

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
คล่ืนในเส้นเชอื กเป็นคลน่ื ตามขวางชนดิ หนง่ึ เกดิ จากการส่นั ของอนภุ าคของตัวกลางในลกั ษณะของ

การกวดั แกวง่ ส่วนหลกั ของฮอยเกนส์ กลา่ วถึง การแผข่ องหน้าคลื่นและถา้ มีคลื่นต้ังแต่สองขบวนมาพบกันจะ
รวมกันตามหลักการซอ้ นทับ

27

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ

2) ทกั ษะการสื่อสาร 4. มุ่งมั่นในการทำงาน

3) ทักษะการวิเคราะห์

4) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบที่ 1

ขัน้ นำ

ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูนำรูปภาพคริสเตียน ฮอยเกนส์ (Christian Huygens) มาใหน้ ักเรยี นดู จากน้ันครูตงั้ ประเดน็
คำถามกระต้นุ ความคดิ นกั เรียนวา่ “คริสเตยี น ฮอยเกนส์ (Christian Huygens) คือใคร”
โดยครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนร่วมกนั อภปิ รายเเละแสดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระโดยไมม่ ีการเฉลยวา่
ถกู หรอื ผิด
(แนวตอบ : คริสเตยี น ฮอยเกนส์ (Christian Huygens) เปน็ ผู้นำเสนอวธิ กี ารอธิบายสมบัติของ

คลืน่ เรียกว่า หลกั ของฮอยเกนส)์

ภาพคริสเตียน ฮอยเกนส์ (Christian Huygens)

28

ขัน้ สอน

ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูล เรื่อง หลกั การของฮอยเกนส์ โดยศกึ ษาจากหนังสอื เรยี น
รายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 3 หรือแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ เช่น
อนิ เทอรเ์ น็ต
2. นักเรยี นทำใบกิจกรรม 9.1 คลืน่ ผวิ นำ้

ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. นกั เรยี นนาํ เสนอผลการทดลอง
4. นักเรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง

คาบที่ 2

ขัน้ สอน

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมลู เรอื่ ง หลักการซ้อนทับของคลนื่ โดยศกึ ษาจากหนงั สอื เรยี น
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 3 หรือแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ เช่น
อินเทอรเ์ นต็
2. นกั เรียนทำใบงาน 3.1 การซ้อนทบั ของคลืน่

ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. ครเู ฉลยคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งให้นักเรียน จากนน้ั นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ซึ่งไดข้ ้อสรุปรว่ มกันวา่
“เมื่อคล่นื สองขบวนเคล่อื นท่มี าพบกัน จะเกิดการรวมกนั เป็นคลนื่ ใหม่ โดยทค่ี ลน่ื เดิมซ่อนรปู อยู่ ใน
คลื่นใหม่ ซงึ่ คล่ืนเดมิ จะแสดงคุณสมบตั เิ ดิมออกมารูปเดิมอกี เมือ่ คลื่นนน้ั เคลื่อนท่ผี า่ นไป
1. การซ้อนทบั แบบเสรมิ เกดิ จากคลนื่ ท่มี ีเฟสตรงกัน เข้ามาซ้อนทับกัน เชน่ สนั คล่นื + สันคลน่ื
หรือท้องคล่ืน+ทอ้ งคล่ืน ผลการซ้อนทบั ทำใหแ้ อมปลจิ ูดเพม่ิ ขนึ้ มากทีส่ ดุ เท่ากบั ผลบวกของ
แอมปลจิ ูด คล่นื ทั้งสอง

29

2. การซอ้ นทบั แบบหกั ล้าง เกิดจากคลืน่ ท่มี ีเฟสตรงกันข้าม เข้ามาซอ้ นทับกัน เช่น
สันคลืน่ + ทอ้ งคล่ืน ผลการซอ้ นทับทำให้แอมปลจิ ดู ลดลง เท่ากบั ผลตา่ งของแอมปลจิ ูด คลื่นท้ัง
สอง”
4. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งเพ่ิมเตมิ ในหนงั สือเรยี นรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟสิ ิกส์ ม.5
เลม่ 3

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
5. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนสอบถามเน้อื หา เรื่อง หลกั การท่เี ก่ยี วกบั คล่ืน และใหค้ วามรู้
เพิม่ เตมิ จากคำถามของนกั เรยี น

ขนั้ สรปุ

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 3.1 เร่ือง การซ้อนทับของคลนื่
2. ครูตรวจสอบผลการทำใบกจิ กรรมท่ี 9.1 คล่นื ผวิ นำ้
3. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
4. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ เกย่ี วกบั หลกั การของฮอยเกนสแ์ ละหลกั การซ้อนทบั ของคลน่ื ว่า
“หลกั การของฮอยเกนส์ อธบิ สายการแผข่ องคลนื่ ตวั กลางซงึ่ เปน็ พน้ื ฐานท่สี ามารถนำไปใชอ้ ธบิ าย
พฤติกรรมของคลน่ื ได้เปน็ อยา่ งดี ทำให้เข้าใจสมบัติของคลน่ื และหลักการซอ้ นทับของคลนื่ คือ เมื่อ
คล่ืนสองขบวนเคลือ่ นที่มาพบกนั จะเกดิ การรวมกนั เป็นคลน่ื ใหม่ โดยทคี่ ลน่ื เดิมซ่อนรปู อยู่ ในคลื่น
ใหม่ ซ่งึ คล่นื เดมิ จะแสดงคณุ สมบตั ิเดิมออกมารูปเดิมอกี เมื่อคลน่ื นั้นเคลอ่ื นที่ผา่ นไป”

7. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
- ตอบถกู และตรง
1. อธบิ ายหลกั การของฮอย - ตอบคำถามในชนั้ เรยี น - ข้อคำถาม ประเดน็ ผ่านเกณฑ์
- ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เกนส์และหลกั การซ้อนทับ
- รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ของคลื่นได้ (K) - ทำใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง - ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง การ

การซ้อนทับของคลืน่ ซอ้ นทบั ของคลืน่

2. มที ักษะในการทำการ - ทำใบกิจกรรมท่ี 9.1 - ใบกิจกรรมที่ 9.1

ทดลองเพื่อสงั เกตอธิบาย คล่ืนผิวนำ้ คล่นื ผวิ น้ำ

30

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธวี ัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
หนา้ คล่ืนและทศิ ทางของ
คล่นื ผวิ นำ้ (P) - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
3. มคี วามใฝ่เรยี นรูแ้ ละมี การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
ความม่งุ มั่นในการทำงาน
(A)

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวิชาเพม่ิ เตมิ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 3 บทท่ี 9 คลืน่
2) ใบงานที่ 3.1 เร่ือง การซอ้ นทบั ของคลืน่
3) ใบกิจกรรมท่ี 9.1 คลื่นผวิ นำ้
4) ชุดถาดคลน่ื
5) หมอ้ แปลงโวลต์ต่ำพร้อมสายไฟ
6) กระดาษขาว
7) ไม้บรรทดั
8) ไมค้ ร่ึงวงกลม

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) อินเทอร์เน็ต

9. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื .................................
( ................................ )

ตำแหนง่ .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน 31

ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปญั หา/อปุ สรรค

แนวการแกไ้ ข/
ข้อเสนอแนะ

32

33

รายวชิ า ว 32203 ฟิสกิ ส์ 3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1
เรือ่ ง การสะท้อนของคลืน่ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6
ผสู้ อน ปส.ปรียาภรณ์ เนอ้ื น้ยุ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 2 คาบ
ครพู ีเ่ ลยี้ ง อาจารยธ์ เนศ สุขมาตย์

1. ผลการเรยี นรู้
สังเกต และอธบิ ายการสะท้อน การหกั เห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบนของคล่ืนผวิ น้ำ รวมทั้ ง

คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การสะท้อนของคลนื่ ได้ (K)
2. สามารถพสิ จู น์สมการของการสะท้อนของคลื่นโดยใช้หลกั การของฮอยเกนสไ์ ด้ (P)
3. มีความใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมีความมงุ่ ม่นั ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรยี นรู้

1. คล่ืนมีการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบน

2. คลื่นเกดิ การสะท้อนเมอ่ื คลื่นเคลอ่ื นท่ไี ปถงึ สงิ่ กดี ขวางหรือรอยตอ่ ระหวา่ งตัวกลางทต่ี า่ งกันแลว้

เปลีย่ นทิศทางเคล่ือนท่ีกลบั มาในตัวกลางเดมิ โดยเป็นไปตามกฎการสะท้อน เขยี นแทนได้ดว้ ยสมการ

โดยท่ี θi = มุมตกกระทบ θi = θr
θr = มมุ สะทอ้ น

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
คลน่ื เกดิ การสะทอ้ นเมอ่ื คล่นื เคลื่อนที่ไปกระทบส่งิ กีดขวางแล้วเคล่อื นทก่ี ลบั สตู่ ัวกลางเดมิ โดยไมเ่ คลื่อนที่

ผ่านส่ิงกดี ขวางนน้ั ไป ซงึ่ จะเป็นไปตามกฎการสะท้อนที่ว่า มมุ ตกกระทบเท่ากับมุมสะทอ้ น

34

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวินัย รบั ผิดชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ซ่อื สตั ย์ สุจริต

2) ทักษะการสื่อสาร 4. มุง่ ม่ันในการทำงาน

3) ทกั ษะการวเิ คราะห์

4) ทักษะการทำงานร่วมกัน

5) ทักษะการวิเคราะห์

6) ทักษะการตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรุป

3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบท่ี 1

ขั้นนำ

ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามกระตุน้ ความสนใจนักเรียนว่า “คล่ืนมีสมบัติอะไรบ้าง” โดยครูกระตุ้นใหน้ ักเรียน
ชว่ ยกันคน้ หาคำตอบอย่างอสิ ระไมม่ ีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ
(แนวตอบ : คล่ืนมีสมบตั ริ ่วมกนั 4 ประการ คือ การสะท้อน การหกั เห การเล้ยี วเบน
และการแทรกสอด)
2. ครูถามคำถาม “ถ้าคล่ืนเคลอื่ นทไ่ี ปกระทบส่งิ กดี ขวางแล้วไมเ่ คล่อื นท่ไี ปในทศิ ทางเดิม
คลื่นจะมลี ักษณะเปน็ อยา่ งไร” โดยใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายอยา่ งอสิ ระ จากนั้นครูกลา่ วเชือ่ มโยง
เขา้ สกู่ จิ กรรมการเรยี นการสอน
(แนวตอบ : คลื่นจะเคล่ือนทก่ี ลับสู่ตวั กลางเดมิ ซ่ึงจะทำใหเ้ กดิ การสะท้อนของคลน่ื )

35

ขั้นสอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)

1. นกั เรียนศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เรื่อง การสะท้อนของคลน่ื โดยศกึ ษาจากหนงั สอื เรียน
รายวิชาเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 3 หรือแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
2. ครูสมุ่ นักเรียนจำนวน 2-3 คน ตอบถามตอ่ ไปนี้
• การสะท้อนของคล่นื คอื อะไร
(แนวตอบ : คลน่ื เกิดการสะทอ้ นเม่ือคลืน่ เคลื่อนที่ไปกระทบสงิ่ กดี ขวางแลว้ เคล่ือนที่กลับสู่
ตวั กลางเดิม โดยไม่เคล่ือนทีผ่ า่ นส่งิ กดี ขวางนน้ั ไป)
• กฎการสะทอ้ นของคลนื่
(แนวตอบ : มุมตกกระทบเทา่ กบั มมุ สะท้อน)

3. ครเู ฉลยคำตอบและอธบิ ายเพมิ่ เตมิ

คาบท่ี 2

ขนั้ สอน

ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
4. นกั เรียนทำใบงานพสิ จู นก์ ฎการสะทอ้ นของคลื่น

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
5. ครูอธิบายตวั อยา่ งเพิ่มเตมิ ในหนังสอื เรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ ิกส์ ม.5
เลม่ 3

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
6. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเน้ือหา เรือ่ ง การสะทอ้ นของคล่ืน และให้ความรู้
เพิ่มเติมจากคำถามของนกั เรยี น

36

ข้ันสรุป

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานพิสูจนก์ ฎการสะท้อนของคลนื่
2. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
3. นกั เรียนและครรู ่วมกันสรุปเกี่ยวกับหลกั การของฮอยเกนส์และหลักการซ้อนทับของคลนื่ วา่
“คลื่นเกดิ การสะทอ้ นเมอ่ื คลน่ื เคลื่อนทไ่ี ปกระทบสิง่ กีดขวางแลว้ เคลอื่ นทกี่ ลับสตู่ วั กลางเดมิ โดยไม่
เคลือ่ นท่ผี า่ นส่งิ กีดขวางนน้ั ไป ซง่ึ จะเปน็ ไปตามกฎการสะทอ้ นที่ว่า มุมตกกระทบเท่ากบั
มมุ สะทอ้ น”

7. การวัดและประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธวี ัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- ตอบถกู และตรง
1. อธบิ ายหลักการสะทอ้ น - ตอบคำถามในช้ันเรยี น - ข้อคำถาม ประเดน็ ผา่ นเกณฑ์

ของคลืน่ ได้ (K)

2. สามารถพิสูจน์สมการ - ตรวจใบงานพิสจู นก์ ฎ - ใบงานพสิ จู น์กฎการ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ของการสะทอ้ นของคลน่ื การสะท้อนของคลืน่ สะท้อนของคลนื่
โดยใชห้ ลักการของฮอย
เกนสไ์ ด้ (P) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
3. มีความใฝ่เรยี นรู้และมี การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ความมุง่ ม่ันในการทำงาน
(A)

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เล่ม 3 บทที่ 9 คล่ืน
2) ใบงานพิสจู นก์ ฎการสะทอ้ นของคล่นื

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) อนิ เทอร์เน็ต

37 .................................
................................ )
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
.......
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตำแหน่ง

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3
ผลการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวการแกไ้ ข/
ขอ้ เสนอแนะ

38

รายวิชา ว 32203 ฟสิ ิกส์ 3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1
เรอ่ื ง การหักเหของคลน่ื แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7
ผู้สอน ปส.ปรียาภรณ์ เนอื้ นยุ้
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 2 คาบ

ครพู ่ีเลีย้ ง อาจารยธ์ เนศ สุขมาตย์

1. ผลการเรียนรู้
สงั เกต และอธิบายการสะทอ้ น การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลืน่ ผิวน้ำ รวมทั้ง

คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลกั การสะทอ้ นของคลนื่ ได้ (K)
2. สามารถพสิ จู นส์ มการของการหกั เหของคล่นื โดยใชห้ ลกั การของฮอยเกนสไ์ ด้ (P)
3. มีความใฝเ่ รียนรแู้ ละมคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรยี นรู้

1. คล่นื มีการสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด และการเล้ียวเบน

2. คลื่นเกดิ การหกั เหเมอ่ื คลน่ื เคลื่อนทผี่ า่ นรอยต่อ ระหว่างตัวกลางท่ตี า่ งกนั แลว้ อัตราเรว็ คลื่น

เปลีย่ นไปซ่ึงเป็นไปตามกฎการหกั เห เขยี นแทนไดด้ ว้ ยสมการ

sin1 = v1
sin2 v2

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
คล่นื เกิดการหกั เหเม่ือคลื่นเคล่ือนทผี่ ่านรอยต่อระหว่างตวั กลาง 2 ชนดิ แลว้ คลื่นมีการเปลยี่ นแปลง

ความเรว็ และความยาวคล่นื ซ่งึ จะเปน็ ไปตามกฎการหักเห หรอื กฎของสเนลล์ (Snell’s law) ท่วี า่ อตั ราส่วน
ระหวา่ งค่าไซน์ของมมุ ตกกระทบกับค่าไซน์ของมุมหกั เหมคี ่าคงท่ี

39

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต

2) ทักษะการสื่อสาร 4. มุ่งม่ันในการทำงาน

3) ทกั ษะการวเิ คราะห์

4) ทักษะการทำงานร่วมกัน

5) ทักษะการวิเคราะห์

6) ทักษะการตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรุป

3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบท่ี 1

ขั้นนำ

ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามกระตุน้ ความสนใจนักเรียนว่า “คล่ืนมีสมบัติอะไรบ้าง” โดยครูกระตุ้นใหน้ ักเรียน
ชว่ ยกันคน้ หาคำตอบอย่างอสิ ระไมม่ ีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ
(แนวตอบ : คล่ืนมีสมบตั ริ ่วมกนั 4 ประการ คือ การสะท้อน การหกั เห การเล้ยี วเบน
และการแทรกสอด)
2. ครูถามคำถาม “ถ้าคล่ืนเคลอื่ นทไ่ี ปกระทบส่งิ กดี ขวางแล้วไมเ่ คล่อื นท่ไี ปในทศิ ทางเดิม
คลื่นจะมลี ักษณะเปน็ อยา่ งไร” โดยใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายอยา่ งอสิ ระ จากนั้นครูกลา่ วเชือ่ มโยง
เขา้ สกู่ จิ กรรมการเรยี นการสอน
(แนวตอบ : คลื่นจะเคล่ือนทก่ี ลับสู่ตวั กลางเดมิ ซ่ึงจะทำใหเ้ กดิ การสะท้อนของคลน่ื )

40

ข้นั สอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)

1. นกั เรยี นศกึ ษาคน้ คว้าข้อมูล เรอื่ ง การหกั เหของคลน่ื โดยศกึ ษาจากหนังสอื เรยี น
รายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 3 หรอื แหลง่ การเรยี นรูต้ า่ ง ๆ

ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
2. ครสู ุม่ นกั เรยี นจำนวน 2-3 คน ตอบถามต่อไปน้ี
• การหกั เหของคล่นื คอื อะไร
(แนวตอบ : คล่ืนเกดิ การหกั เหเมอ่ื คล่นื เคลือ่ นทผ่ี า่ นรอยตอ่ ระหว่างตวั กลาง 2 ชนดิ แล้วคล่ืน
มกี ารเปล่ยี นแปลงความเรว็ และความยาวคลน่ื )
• การหักเหของคลนื่ ในเส้นเชอื กเปน็ อย่างไร
(แนวตอบ : ถ้าปลายสุดของตวั กลางถูกยดึ ตรึงไว้ คล่ืนสะท้อนท่ไี ดจ้ ะมีเฟสเปล่ยี นไป 180
องศาหรอื มเี ฟสตรงกนั ข้ามกับคลน่ื ตกกระทบ ถ้าปลายสดุ ของตัวกลางเป็นปลายปล่อย คลน่ื
สะท้อนที่ไดจ้ ะมีเฟสเดยี วกับคลนื่ ตกกระทบ)
• กฎการหักเหของคลนื่

(แนวตอบ : อตั ราสว่ นระหว่างค่าไซนข์ องมมุ ตกกระทบกบั คา่ ไซนข์ องมุมหกั เหมีคา่ คงที่)
3. ครเู ฉลยคำตอบและอธบิ ายเพ่มิ เตมิ โดยได้ข้อสรปุ ว่า

“มุมวิกฤติ คอื มุมตกกระทบทที่ ำให้มมุ หักเหเท่ากบั 90 องศา จะเกิดมมุ วิกฤตไิ ด้เมื่อคล่ืนเดินทาง
จากตัวกลางทม่ี ีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย

– คลื่นเดนิ ทางจากตวั กลางท่มี ีดัชนีหักเหนอ้ ยไปส่ตู วั กลางทม่ี ดี ชั นีหักเหมาก
– คลืน่ เดนิ ทางจากตัวกลางทมี่ ีความเรว็ มากไปส่ตู ัวกลางทมี่ ีความเร็วนอ้ ยการสะท้อนกลับ
หมดจะเกิดขึ้นในกรณที มี่ มุ ตกกระทบโตกวา่ มุมวิกฤติ ขณะทีเ่ กดิ การสะท้อนกลบั หมด จะไม่มีคล่นื
ผ่านเข้าไปส่ตู วั กลางที่ 2 เลย”

41

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
4. นกั เรยี นทำใบงานพสิ จู นก์ ฎการหกั เหของคลนื่

ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งเพิม่ เติมในหนังสือเรยี นรายวิชาเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5
เลม่ 3

ขั้นที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
6. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเน้ือหา เรอื่ ง การสะทอ้ นของคล่ืน และให้ความรู้
เพ่มิ เตมิ จากคำถามของนักเรียน

ขั้นสรปุ

ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานพสิ ูจน์กฎการการหักเหของคลนื่
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
3. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั หลกั การของฮอยเกนสแ์ ละหลกั การซอ้ นทบั ของคลื่นวา่
“คลื่นเกิดการสะทอ้ นเมื่อคลน่ื เคลอ่ื นทไ่ี ปกระทบส่งิ กีดขวางแลว้ เคลือ่ นทีก่ ลบั สู่ตัวกลางเดิม โดยไม่
เคลอ่ื นทผ่ี า่ นสิง่ กดี ขวางนน้ั ไป ซึง่ จะเป็นไปตามกฎการสะทอ้ นท่วี ่า มุมตกกระทบเท่ากับ
มมุ สะท้อน”

7. การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธวี ัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
- ตอบถูกและตรง
1. อธิบายหลักการสะท้อน - ตอบคำถามในชั้นเรียน - ขอ้ คำถาม ประเด็น ผ่านเกณฑ์

ของคลื่นได้ (K)

2. สามารถพสิ จู น์สมการ - ตรวจใบงานพสิ จู น์กฎ - ใบงานพิสจู นก์ ฎการ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ของการหกั เหของคลน่ื โดย การการหกั เหของคลื่น การหกั เหของคลน่ื

42

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ วี ดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ใช้หลกั การของฮอยเกนสไ์ ด้ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
(P)

3. มีความใฝเ่ รียนรูแ้ ละมี - สงั เกตพฤตกิ รรม

ความมุ่งมนั่ ในการทำงาน การทำงานรายบุคคล

(A)

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 3 บทที่ 9 คล่ืน
2) ใบงานพสิ จู นก์ ฎการการหกั เหของคลื่น

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) อินเทอรเ์ นต็

9. ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ .................................
( ................................ )

ตำแหนง่ .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน 43

ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3

ผลการสอน

ปญั หา/อปุ สรรค

แนวการแกไ้ ข/
ข้อเสนอแนะ

44

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8

รายวิชา ว 32203 ฟสิ กิ ส์ 3 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

เรอ่ื ง การแทรกสอดและการเล้ยี วเบน จำนวน 2 คาบ

ผสู้ อน ปส.ปรยี าภรณ์ เนอ้ื นุ้ย ครพู ่เี ลี้ยง อาจารย์ธเนศ สขุ มาตย์

1. ผลการเรียนรู้
สงั เกต และอธบิ ายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเล้ียวเบนของคล่นื ผวิ น้ำ รวมทั้ ง

คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการแทรกสอดและการเลีย้ วเบนของคลน่ื ได้ (K)
2. สามารถวาดรปู ลกั ษณะการแทรกสอดและเลย้ี วเบนของคลืน่ ได้ (P)
3. มีความกระตือรอื รน้ และม่งุ มน่ั ในการทำงาน (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. คลนื่ มีการสะทอ้ น การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบน
2. คลนื่ เกดิ การแทรกสอดเมอื่ คลน่ื สองคลื่นเคลอ่ื นท่ีมาพบกันแลว้ รวมกันตามหลกั การซอ้ นทบั โดย
กรณีที่ S1 และ S2 เป็นแหล่งกำเนิดคลื่นที่มีความถ่ีเท่ากันและเฟสตรงกัน ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมี
ความสมั พันธ์ตามสมการ

S1Q − S2Q = n เมื่อ n = 0, 1, 2, 3, …

S1Q − S2Q = n − 1  เม่ือ n = 1, 2, 3, …
2
คลนื่ นง่ิ เกิดจากคลื่นอาพนั ธ์สองขบวนแทรกสอดกนั แล้วเกดิ ตำแหนง่ ท่ีมีการแทรกสอดแบบเสรมิ

ตลอดเวลา เรยี กว่า ปฏบิ พั และตำแหนง่ ที่มีการแทรกสอดแบบหกั ลา้ งตลอดเวลา เรยี กว่า บัพ

3. คลนื่ เกิดการเลยี้ วเบนเมอ่ื คลืน่ เคลอ่ื นทพ่ี บส่งิ กดี ขวางแลว้ มีคล่ืนแผจ่ ากขอบสงิ่ กีดขวางไปดา้ นหลงั ได้

45

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
คลื่นเกิดการแทรกสอดเม่อื คล่ืนอาพันธ์ 2 ขบวน เคล่ือนที่มาซอ้ นทับกันและเกิดการรวมกันแบบเสริม

และแบบหกั ลา้ ง ซงึ่ การแทรกสอดแบบเสริมกนั เกดิ ข้นึ เม่ือสันคลื่นซอ้ นทบั กบั สันคลน่ื หรอื ทอ้ งคล่นื ซ้อนทับกบั
ท้องคลืน่ และการแทรกสอดแบบหกั ลา้ งกนั เกดิ ขนึ้ เมื่อสันคลน่ื ซอ้ นทบั กบั ท้องคล่ืน

เมือ่ คล่ืนเคล่ือนทผี่ า่ นมุมหรือขอบของส่ิงกีดขวาง สว่ นของคลนื่ บริเวณใกลม้ มุ ของสิง่ กดี ขวางจะเบนทิศ

ทางการเคลอ่ื นที่อ้อมผ่านมุมของสิ่งกีดขวางไปปรากฏอย่ดู ้านหลังของสิ่งกีดขวาง เรยี กปรากฏการณ์น้ีว่า
การเลีย้ วเบนของคล่นื

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ซื่อสัตย์ สจุ ริต

2) ทกั ษะการส่ือสาร 4. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

3) ทักษะการวเิ คราะห์

4) ทักษะการทำงานร่วมกัน

5) ทกั ษะการวเิ คราะห์

6) ทักษะการตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรปุ

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

คาบท่ี 1

ขัน้ นำ

ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามเนอ้ื หาเรือ่ ง พฤติกรรมของคลืน่ ที่ได้เรียนมาเพอ่ื ทบทวน
(แนวตอบ : พฤตกิ รรมของคลืน่ มี 4 แบบ ไดแ้ ก่ การสะท้อนของคลื่น การหักเหของคล่นื
การแทรกสอด การเลีย้ วเบนของคลื่น โดยการสะท้อน คลน่ื เปลีย่ นทศิ ทางโดยการสะท้อนเมือ่ ตก

46

กระทบพนื้ ผิว และการหกั เห คลืน่ เปล่ียนทิศทางเมอ่ื เคลอ่ื นที่จากตัวกลางหนึ่งไปยงั อกี ตวั กลางหน่งึ )
2. . ครูถามคำถาม “การแทรกสอดและการเล้ียวเบนคอื อะไร” โดยไมเ่ ฉลยถูกผิด

(แนวตอบ : คล่ืนเกิดการแทรกสอดเมื่อคล่ืนอาพันธ์ 2 ขบวน เคลอ่ื นทมี่ าซอ้ นทบั กนั และเกิดการ
รวมกนั แบบเสรมิ และแบบหักลา้ ง เมอื่ คลืน่ เคลอ่ื นท่ผี า่ นมมุ หรอื ขอบของสงิ่ กดี ขวาง)

ข้นั สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)

1. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นจดั โตะ๊ เรยี งเป็นแถวตอน 5 โต๊ะ โดยบนโต๊ะมลี ูกโปง้ 1 ลกู ท่ี
มคี ำถามอยูใ่ นนนั้

2. นกั เรยี นทำกิจกรรม โป่งแอบซอ่ น โดยนกั เรยี นตอ้ งเป่าลูกโป่งใหแ้ ตกเพ่ือตอบคำถามท่อี ยใู่ น
ลูกโปง่ โดยช่วยกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เร่ือง การแทรกสอดและการเลย้ี วเบน โดยศกึ ษาจาก
หนงั สอื เรยี รายวชิ าเพมิ่ เตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 3 หรอื แหลง่ การเรียนรู้
ตา่ ง ๆ เช่น อนิ เทอรเ์ น็ต

3. เมือ่ ไดค้ ำตอบแล้ว ครูจะไปตรวจสอบ ถ้าหากถกู ตอ้ งแล้วนกั เรียนจะไดร้ อยปัม๊ กลุ่มใดไดต้ ราปัม้
ครบ 5 ครงั้ เปน็ ผู้ชนะ

คาบท่ี 2

ขัน้ สอน

ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ครูอธิบายเพม่ิ เติม จากนน้ั นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ซึ่งได้ขอ้ สรปุ รว่ มกันวา่
“คลนื่ นง่ิ (standing wave) คือการแทรกสอดของคล่ืนตอ่ เนอื่ ง 2 ขบวนทม่ี ีลกั ษณะ
เหมอื นกัน เคล่อื นท่เี ขา้ หากันในตวั กลางเดียวกนั ทำใหเ้ ราเหน็ ตำแหน่งบัพและปฏบิ พั ทเ่ี กดิ ขน้ึ มี
ตำแหน่งทีอ่ ยูค่ งทแี่ นน่ อนไมม่ กี ารย้ายตำแหนง่ จะเหน็ วา่ บางตำแหนง่ ไมม่ กี ารสน่ั เลย เราเรียก
จุดนีว้ ่าจดุ บัพ (Node) และมีบางตำแหน่งทีส่ ่ันไดม้ ากท่ีสุดเราเรยี กจุดนว้ี ่าปฏิบัพ (Antinode)

47

การเลี้ยนเบนทีเ่ กดิ ขึ้นเม่ือคลนื่ เคล่ือนทีผ่ า่ นชอ่ งที่มขี นาดต่างกนั

(ก) (ข) (ค)

ก. ขนาดของชอ่ งมคี วามยาวนอ้ ยกวา่ ความยาวคลน่ื จงึ ถือว่าเปน็ แหลง่ กำเนิดแบบจุด คลื่นที่

ผ่านช่องจึงเป็นคลน่ื วงกลม

ข. ขนาดของชอ่ งมคี วามยาวเทา่ กับความยาวคลื่น คล่นื ที่ผ่านช่องมลี กั ษณะโคง้ ตรงดา้ นช้าง

เกดิ การเล้ยี วเบนชัดเจน

ค. ขนาดของช่องมคี วามยาวมากกวา่ ความยาวคล่นื คลนื่ ที่ผ่านชอ่ งมลี กั ษณะท่เี กดิ การ

เลี้ยวเบนไม่ชดั เจน”

5. ครูอธิบายตัวอยา่ งเพิม่ เตมิ ในหนังสอื เรียนรายวชิ าเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟสิ กิ ส์ ม.5
เลม่ 3

ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
6. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถามเนอ้ื หา เรื่อง การแทรกสอดและการเล้ียวเบน และให้ความรู้
เพิม่ เตมิ จากคำถามของนักเรียน


Click to View FlipBook Version