หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการดาเนนิ ชวี ติ
รายวิชา ทช33ห09น8ังสกญัอื เชรายี แนลสะากรัญะชทงกั ศษกึ ษะกาาเรพด่ือาใชเนเ้ ปนิ ็นชยีวาติ อยา่ งชาญฉลาด
รายวชิ า ทช33098หกนัญงั สชรือะาเดรแียบัลนมะสธักายญั รมะชศทกึงักศษษกึาะตษกอาานรเปดพาลอ่ืเานใยินชช้เปีวติ็นยาอยา่ งชาญฉลาด
รายวิชา ทช33098 กรญั ะชดาับแมลธัะยกัญมศชกึงศษกึ าษตาอเนพปอื่ ลใชา้เยป็นยาอยา่ งชาญฉลาด
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สานกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั กรงุ เทพมหานคร
สานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
สานักงานสง่ สเสารนิมกั กงาารนศปกึ ลษดั ากนรอะกทรระวบงบศแกึ ลษะากธาิกราศรกึ กษราะตทารมวองธัศยกึ าษศายั ธกิกราุงรเทพมหานคร
สานักงานส่งสเาสนรกั ิมงกานารสศ่งเกึ สษรมิานกาอรกศรึกะษบาบนอแกลระะกบาบรแศลกึ ะษการตศากึมษอาธั ตยาามศอยัธกยารศงุ ยัเทพมหานคร
สานกั งสาานนสกั ง่ งเาสนรปมิ ลกัดากรรศะึกทษรวางนศอกึ กษราะธบกิ บารแกลระะกทารรวศงึกศษึกษาาตธาิกมาอรัธยาศัย
สานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร
หร�นยังวสิชือ�เรทยี ชนส3�3ร0ะ9ท8กั ษกะัญก�ชรด�ำ�แเลนะินกชัญวี ติ ชงศกึ ษ�
เพ่ือใช้เปน็ ย� อยา่ งชาญฉลาด
ระดับมธั ยมศึกษ�ตอนปล�ย
จดั ทำ�โดย
ส�ำ นักง�น กศน. กทม.
161/10 ซอยอรุณอมรนิ ทร์ 15 ถนนอรุณอมรินทร ์
แขวงบ้�นช�่ งหลอ่ เขตบ�งกอกนอ้ ย กรุงเทพฯ 10700
02-866-2830 ถงึ 33 02-866-2839
[email protected]
พมิ พ์ท ่ี : บริษทั เอกพิมพ์ไท จำ�กัด
94-98 หมู่ 10 ซอยบรมร�ชชนน ี 117 ถนนบรมร�ชชนนี
แขวงศ�ล�ธรรมสพน ์ เขตทวีวฒั น� กรุงเทพฯ 10170
02-8888-152 02-8888-121
[email protected]
www.akepimthai.com
2
ค�ำคนำนำ�ำ
หนังสือเรียนสาระทักษะการดาเนินชีวิต ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยา
อย่างชาญฉลาด ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดทาข้ึนเพ่ือให้ผู้เรียนหลักสูตรรายวิชาน้ี ใช้เป็นสื่อ
เอกสารในการศึกษาค้นคว้า และครูผู้สอนใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ขณะพบกลุ่มจัดประสบการณ์
การเรียนรใู้ หก้ ับผเู้ รียน สง่ ผลให้ผ้เู รียนมีความรู้ และเจตคติท่ีถกู ตอ้ งในการใช้กัญชาและกัญชงเปน็ ยา
ในการรักษา หรือควบคุมอาการของผู้ป่วยในครอบครัว รวมทั้งผู้ป่วยอ่ืน ๆ ที่ต้องการคาแนะนา
ที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการแสวงหาความรู้ และทักษะการคิดวิเคราะห์
อันเป็นคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ท่ีสถานศึกษาต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียนส่วนผู้ท่ีสนใจศึกษาความรู้
เกี่ยวกับกัญชาและกัญชง ก็สามารถศึกษาเรียนรู้หนังสือเรียนฉบับนี้ได้ เพ่ือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและ
ปัญญาในการใช้กัญชาและกัญชงเป็นยาอย่างรู้คุณค่าและชาญฉลาด ตลอดจนใช้เป็นเอ กส าร
ทางวชิ าการเพอ่ื การอา้ งอิงทเ่ี กีย่ วข้องกบั กญั ชาและกัญชงไดอ้ ีกดว้ ย
เอกสารหนังสือเรียนเล่มน้ีประกอบด้วย คาแนะนาการใช้หนังสือเรียน โครงสร้างรายวิชา
มเี นือ้ หาจานวน 7 บท ได้แก่ (1) เหตใุ ดตอ้ งเรียนรู้กญั ชาและกัญชง (2) กัญชาและกญั ชงพชื ยาที่ควรรู้
(3) รู้จักโทษและประโยชน์ของกัญชาและกัญชง (4) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและกัญชง
(5) กัญชาและกัญชงกับการแพทย์ทางเลือก (6) กัญชาและกัญชงกับการแพทย์แผนปัจจุบัน และ
(7) ใชก้ ญั ชาและกญั ชงเป็นยาอยา่ งรคู้ ุณค่าและชาญฉลาด
ความสาเร็จของเอกสารหนังสือเรียนเล่มน้ีเกิดขึ้นจากวิทยากรพัฒนาหลักสูตร รายวิชา
ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ได้
ออกแบบหนังสือเรียน ให้ความรู้ในการจัดทาหนังสือเรียน การตรวจสอบคุณภาพของเอกสารหนังสือเรียน
ซ่ึงประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรี ศรีสังข์ ผู้เช่ียวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ข้าราชการบานาญ และนายสังคม โทปุรินทร์
ผู้เช่ียวชาญด้านการบริหารสถานศึกษา ผู้อานวยการสถานศึกษาเช่ียวชาญ สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 ข้าราชการบานาญ และคณะผู้จัดทา ประกอบด้วย ผู้บริหาร และครู
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขตบางรัก เขตบางกอกใหญ่ เขตราษฎร์บูรณะ
เขตบางบอน เขตจอมทอง เขตคลองสามวา และเขตประเวศ สังกัดสานักงานส่งเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร ท่ีร่วมมือร่วมใจกันจัดทาหนังสือเรียน
จนสาเร็จ ขอขอบพระคุณ และขอขอบคณุ ทกุ ทา่ นเปน็ อย่างสงู
(นายปรเมศวร์ ศริ ิรตั น์)
ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.กทม.
บทที่ 5
5บทท่ี กัญช�และกัญชงกบั ก�รแพทย์แผนไทย
กญั ชแาลและะกก�ัญรชแงกพับกทายรแ์ทพ�ทงยเแ์ ลผอืนไกทยและการแพทย์ทางเลอื ก
สาระสาสค�ัญระส�ำ คญั
กกกกกกก1. ประวตั ิความเปน็ มาการใช้กัญชาเปน็ ยาทางการแพทย์ในต่างประเทศ
กกกกกกก1. ในต่างประเทศ พบหลักฐานบันทึกไว้ว่า มีการใช้กัญชาเป็นยารักษา หรอื ควบคุมอาการของ
โรคต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้แก่ โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ในทวีปเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน อินเดีย
และอิหรา่ น มาอย่างชา้ นาน ในบางประเทศมหี ลักฐานวา่ เคยมีการใช้กญั ชามานานกว่า 4,700 ปี
กกกกกกก2. ประวัติความเป็นมาการใช้กัญชาในการแพทย์ทางเลือกของไทย
กกกกกกก1. ในประเทศไทยมีหลักฐานการใช้กัญชาในการรักษา หรือควบคุมอาการของโรคต่าง ๆ
ต้ังแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการรวบรวมไว้เป็นตารายาหลายเล่ม และสูตรยา
หลายขนาน เช่น ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ตาราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พระคัมภีร์ปฐมจินดา
พระคัมภีร์มหาโชตรัต พระคัมภีร์ชวดาร และพระคัมภีร์กษัย เป็นต้น มีการระบุตารับยาท่ีใช้กัญชา
หรอื มีกญั ชาเปน็ สว่ นประกอบที่ใชใ้ นการรักษา นับแตใ่ นอดตี สบื เนือ่ งกันมา
กกกกกก 3. ตารับยาท่ีมีกัญชาเป็นส่วนประกอบท่ีได้มีการคัดเลือก และรับรองโดยกระทรวง
สาธารณสุข ในปัจจุบัน พ.ศ. 2562 ประกาศใช้ทั้งหมด 16 ตารับ ได้แก่ (1) ยาอัคคินีวคณะ (2) ยาศุข
ไสยาศน์ (3) ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย (4) ยาน้ามันสนั่นไตรภพ (5) ยาแก้ลมขึ้นเบ้ืองสูง (6) ยาไฟอาวุธ
(7) ยาแก้นอนไม่หลับ หรือ ยาแก้ไข้ผอมเหลือง (8) ยาแก้สัณฑฆาต กล่อนแห้ง (9) ยาอัมฤตย์โอสถ
(10) ยาอไภยสาลี (11) ยาแก้ลมแก้เส้น (12) ยาแก้โรคจิต (13) ยาไพสาลี (14) ยาทาริดสีดวงทวาร
หนักและโรคผวิ หนัง (15) ยาทาลายพระสุเมรุ และ (16) ยาทพั ยาธคิ ณุ
กกกกกก 4. ภูมิภูเบศรรวบรวมและเผยแพรภ่ มู ิปัญญาไทย
กกกกกก 4. ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรครบวงจร ภายใต้แนวคิดการพึ่งพาตนเอง เกี่ยวกับ
การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร ประกอบด้วย (1) เรือนหมอพลอย (2) สวนสมุนไพรภูมิภูเบศร และ
(3) อภัยภูเบศรโมเดล
กกกกกกก5. ภูมิปญั ญาหมอพนื้ บา้ น นายเดชา ศิรภิ ัทร
กกกกกกก4. นายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้าน ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เป็นผู้ท่ีได้นากัญชามารักษา
โรคตามตารับยาพื้นบ้านไทยจากกระแสความนิยมที่มาจากตะวันตก ได้เริ่มทดลองใช้กัญชารักษา
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนินชีวิต 159
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
115588
ตตััววเเอองง โโดดยยนนาาคคววาามมรรูู้้พพื้้ืนนฐฐาานนใในนกกาารรสสกกััดดททีี่่เเผผยยแแพพรร่่โโดดยย รริิคค ิิมมปปสสัันน ((RRiicckk SSiimmppssoonn)) ชชาาววออเเมมรริิกกัันนทที่ี่
ปปววยยเเปป็็นนโโรรคคมมะะเเรร็็งงแแลล้้ววสสกกััดดกกััญญชชาารรัักกษษาาโโรรคคมมะะเเรร็็งงททีี่่ตตััววเเอองงเเปป็็นนมมาาผผสสมมผผสสาานนกกัับบคคววาามมรรูู้้พพื้้ืนนบบ้้าานน เเปป็็นน
นน้้าามมัันนเเดดชชาา ((DDeecchhaa OOiill)) นนาามมาาใใชช้้กกัับบตตนนเเอองงใในนกกาารรชช่่ววยยใใหห้้นนออนนหหลลัับบไไดด้้ลลึึกกขข้ึ้ึนน หหลลงงลลืืมมงง่่าายย แแลละะตต้้ออเเนนืื้้ออ
ใในนตตาาใในนชช่่ววงง 44 -- ปปีี ททีี่่ผผ่่าานนมมาา จจึึงงขขยยาายยผผลลเเผผยยแแพพรร่่ ททาายยาาแแจจกกใใหห้้ผผู้้ปปู ววยยโโรรคคตต่่าางง ๆๆ โโดดยยไไมม่เเ่ สสีียยคค่่าาใใชช้้จจา่่ายย
เเปป็็นนจจาานนววนนมมาากกกกวว่่าา 44,,000000 รราายย ปปััจจจจุุบบัันน นน้้าามมัันนเเดดชชาาไไดด้้รรัับบกกาารรรรัับบรรอองงใใหห้้เเปป็็นนตตาารรัับบยยาาพพ้ื้ืนนบบ้้าานน ขขอองง
กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขข ึ่ึ่งงหหมมออพพ้ื้ืนนบบ้้าานนผผูู้้เเปป็็นนเเจจ้้าาขขอองงตตาารรัับบยยาาสสาามมาารรถถจจ่่าายยใใหห้้กกัับบผผูู้้ปปววยยขขอองงตตนนเเอองงไไดด้้ แแลละะ
กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขขออยยูู่่รระะหหวว่่าางงททาากกาารรววิิจจััยยเเพพืื่่ออววิิจจััยยพพิิสสููจจนน์์ปปรระะสสิิททธธิิภภาาพพแแลละะคคววาามมปปลลออดดภภััยยขขอองงสสููตตรร
กกาารรรรักกั ษษาาดดงัังกกลลาา่่ วว
ผผลลกกาารรเเรรผยียี ลนนกรร�ททรค่ีี่คเราายี นรทู้ ังังี่ค�ดหวงั
11.. เเพพื่่ืออใใหห้้ผผูู้้เเรรีียยนนมมีีคคววาามมรรูู้้ คคววาามมเเขข้้าาใใจจ เเกก่ีี่ยยววกกัับบปปรระะววััตติิคคววาามมเเปป็็นนมมาากกาารรใใชช้้กกััญญชชาาเเปป็็นนยยาา
ททาางงกกาารรแแพพททยย์์ใในนตต่่าางงปปรระะเเททศศ แแลละะใในนกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกกขขอองงไไททยย ตตาารรัับบยยาาทที่่ีมมีีกกััญญชชาาเเปป็็นน
สส่่ววนนปปรระะกกออบบทท่ี่ีไไดด้้มมีีกกาารรคคััดดเเลลืืออกกแแลละะรรัับบรรอองงโโดดยยกกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขข ภภููมมิิภภููเเบบศศรรรรววบบรรววมมแแลละะ
เเผผยยแแพพรร่่ภภููมมิิปปััญญญญาาไไททยย แแลละะภภมูมู ปปิิ ััญญญญาาหหมมออพพื้นื้นบบา้า้ นน นนาายยเเดดชชาา ศศริิริภิภัทัทรร
22.. เเพพ่อืื่อใใหห้้ผผูู้้เเรรีียยนนมมีีททัักกษษะะกกาารรแแสสววงงหหาาคคววาามมรรูู้้ แแลละะททัักกษษะะกกาารรคคิิดดววิิเเคครราาะะหห์์ รรววมมททัั้้งงสสาามมาารรถถ
นนาาคคววาามมรรูู้้ททีี่่ไไดด้้จจาากกกกาารรศศึึกกษษาากกััญญชชาากกัับบกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกกไไปปแแนนะะนนาาบบุุคคคคลลใในนคครรออบบคครรััวว หหรรืืออ
เเพพื่่ืออนน หหรรออืื ชชุมุมชชนน
33.. ตตรระะหหนนัักกถถึึงงคคุุณณคค่่าา คคววาามมสสาาคคััญญ ขขอองงกกััญญชชาากกัับบกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกก โโดดยยเเ พพาาะะภภููมมิิปปััญญญญาา
ภภููมมิิภภููเเบบศศรรรรววบบรรววมม แแลละะเเผผยยแแพพรร่่ภภููมมิิปปััญญญญาาไไททยยแแลละะตตรระะหหนนัักกถถึึงงภภููมมิิปปััญญญญาาหหมมออพพืื้้นนบบ้้าานน นนาายยเเดดชชาา ศศิิรริิภภััททรร
กกัับบกกาารรใใชชก้้กญัญั ชชาาเเปปนน็็ ยยาา
ออบบ าายยขเเอนนบอืือข่�าายเนอื้ ห�
กกกกกกกกกกกกกกบบทททท่ีี่ 55 กกญัญั ชชาาแแลละะกกญญัั ชชงงกกบบัั กกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยยแแลละะกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกก มมีีขขออบบขข่า่ายยเเนนื้ือ้อหหาา
ดดังงั นน้ีี้
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรือ่ื่องงทท่่ีี 11 ปปรระะววตัตั คคิิ ววาามมเเปป็น็นมมาากกาารรใใชช้้กกญญัั ชชาาเเปปนน็็ ยยาาททาางงกกาารรแแพพททยยใ์ใ์ นนตตาา่่ งงปปรระะเเททศศ
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรือ่อ่ื งงทที่ี่ 22 ปปรระะววััตติิคคววาามมเเปป็็นนมมาากกาารรใใชช้้กกััญญชชาาใในนกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลออืื กกขขอองงไไททยย
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรร่ื่อืองงทท่ี่ี 33 ตตาารรัับบยยาาททมมี่่ี ีีกกัญัญชชาาเเปปนน็็ สสว่ว่ นนปปรระะกกออบบทท่ี่ีไไดดมม้้ ีีกกาารรคคดัดั เเลลืืออกก แแลละะรรบัับรรอองงโโดดยย
กกกกกกกกกกกกกกบบทททท่ีี่ 55 เเรร่ื่อืองงทที่ี่ 33 กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสขุุข
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรอ่อื่ื งงทที่ี่ 44 ภภมููมิิภภเููเบบศศรรรรววบบรรววมมแแลละะเเผผยยแแพพรร่ภภ่ มููมปิิปญญัั ญญาาไไททยย
กกกกกกกกกกกกกกบบทททท่ี่ี 55 เเรรอ่อ่ืื งงททีี่่ 55 ภภูมมู ิปปิ ัญญั ญญาาหหมมออพพื้ืน้นบบ้าา้ นน นนาายยเเดดชชาา ศศิรริ ภิภิ ทัทั รร
160 หนังสอื เรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ติ เพื่อใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา
159
สื่อ ระกสอ่อื บปกราะรกเรอียบนก�รเรยี น
กกกกกกก1. ชอื่ หนังสือ สาระทักษะการดาเนนิ ชีวติ รายวิชา ทช33098 กัญชาศึกษา ใช้เป็นยาอย่าง
ชาญ ลาด ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ผู้เขยี น สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยกรงุ เทพมหานคร โรงพิมพ์ เอกพมิ พไ์ ท ปีทพี่ ิมพ์ 2562
กกกกกกก2. ชื่อหนังสือ สุริยันกัญชา อัมฤตย์โอสถแห่งความหวัง ผู้เขียน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
สานักพมิ พ์ บ้านพระอาทิตย์ ปที ีพ่ มิ พ์ 2562
กกกกกกก3. ช่อื หนงั สอื กญั ชารักษามะเรง็ ผเู้ ขียน สมยศ ศุภกจิ ไพบูลย์ สานักพมิ พ์ปัญญาชน
ปีที่พิมพ์ 2562
กกกกกกก4. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง กาหนดตารับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชา
ปรงุ ผสมอยู่ ท่ใี ห้เสพเพ่อื รกั ษาโรคหรือการศึกษาวิจยั ได้ ปที ่ีประกาศ 2562
กกกกกกก5. ภูมิปญั ญานายเดชา ศริ ภิ ัทร ที่อยู่ 13/1 หม่ทู ่ี 3 ถนนเทศบาลท่าเสดจ็ 1 อย 6 ตาบล
สระแก้ว อาเภอเมืองสุพรรณบรุ ี จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
กกกกกกก6. ภมู ภิ ูเบศร ตาบลบางเดชะ อาเภอเมืองปราจีนบรุ ี จงั หวัดปราจีนบุรี 25000 หมายเลข
โทรศัพท์ 097 097 3582
เรื่องทเรี่ อื่ งที่ ร1ะ ปั รคะวาัตคิ เว�นมเาปกน็ ามร�ชก�กรญั ใชชก้าัญเ ชน�ยเาป็นนยท�าใงนกทา�รงแกพ�ทรแยพ์ นทยา์ใงนตร�่ ะงเปทระเทศ
ประวัติศาสตร์กับการใช้กัญชาทางการแพทย์ในอดีต กัญชาถูกบันทึกว่ามีการใช้เพื่อ
บาบัดรักษาอาการของโรคต่าง ๆ มาต้ังแต่สมัยโบราณ โดยพบหลักฐานบันทึกท่ีเก่าแก่ท่ีสุดย้อนไป
เมือ่ 4 700 ปกี ่อน และได้มีการบันทึกไว้ว่ากัญชาสามารถใช้รักษาโรคได้มากกวา่ 00 ชนิด
ในประเทศอินเดียเมื่อ 4 000 ปี ก่อนในคัมภีร์ของศาสนา ินดูว่า กัญชาเป็น 1 ใน 5
สมนุ ไพรที่สาคญั ท่ีใช้ในการบูชาพระศิวะ มีสรรพคุณสรา้ งความสุขและอิสรภาพ
2 737 ปี ก่อนคริสต์ศักราช (BCE) กัญชาถูกใช้เป็นยาโดยจักรพรรดิ เ ็น นึง (Shen Nung)
แห่งราชอาณาจักรจีน บันทึกในตารายาเก่าแก่ของจีน ใช้กัญชาเป็นยารักษาข้ออักเสบ มาลาเรีย เหน็บชา
ท้องผกู อาการเหม่อลอย
ค.ศ. 70 หรือ พ.ศ. 613 ไดออสคอรีตส์ (Dioscorides) แพทย์ทหารผู้เขียนหนังสือเร่ือง
เดอ มะทีเรียะ เมด-อิค (De Materia Medica) ตาราพืชสมุนไพรในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ท่ีถือเป็น
ตาราทางด้านสมนุ ไพรรกั ษาโรคทด่ี ที สี่ ุดในยุคน้ัน ได้บรรจุกัญชาเปน็ สว่ นหนึง่ ในตารบั ยาของเขา
ค.ศ. 000 หรอื พ.ศ.1543 ในดนิ แดนท่ีเรียกว่าเปอรเ์ ีย หรือบริเวณประเทศอิหร่านใน
ปัจจุบัน หมอ อวิเ นน่า (Avicenna) เขียนในตาราแพทย์สมัยน้ันระบุว่า กัญชาใช้เป็นยารักษาโรคเกาต์
อาการบวม แผลตดิ เชอ้ื และอาการปวดศรี ษะอย่างรนุ แรงไดผ้ ลดี
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา เพือ่ ใช้เปน็ ยา หนังสอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวิต 161
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
116600
คค..ศศ.. 11556633 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22110066 กกาารร์์ ีีออาา ดดืืออ ออออรร์์ตตาา ((GGaarrccuuaa ddaa OOrrttaa)) แแพพททยย์์ชชาาววโโปปรรตตุุเเกกสส
รราายยงงาานนเเกกย่ีย่ี ววกกัับบคคุุณณปปรระะโโยยชชนนท์์ทาางงดดา้้านนยยาาขขอองงกกััญญชชาา
คค..ศศ.. 11662211 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22116644 หหนนัังงสสืืออชชืื่่ออ TThhee AAnnaattoommyy ooff MMeellaanncchhoollyy เเขขีียยนนโโดดยย
โโรรเเบบิิรร์์ตต เเบบออรร์์ตตัันน ((RRoobbeerrtt BBuurrttoonn)) ผผูู้้เเชช่ี่ียยววชชาาญญดด้้าานนโโรรคค ึึมมเเศศรร้้าาจจาากกมมหหาาววิิททยยาาลลััยย OOxxffoorrdd รระะบบุุวว่่าา
กกัญัญชชาาออาาจจชชว่ว่ ยยรรักกั ษษาาออาากกาารรขขอองงโโรรคค ึมมึ เเศศรรา้้าไไดด้้
คค..ศศ.. 11776644 หหรรือือ พพ..ศศ.. 22330077 กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาททาางงกกาารรแแพพททยย์์ เเรริ่ิ่มมเเกกิิดดขข้ึึ้นนใในนสสหหรรััฐฐออเเมมรริกกิ าา โโดดยย
รรัฐัฐแแรรกกททมี่่มี ีกกี าารรใใชช้น้นา่า่ จจะะเเปปน็็น NNeeww EEnnggllaanndd ปปรราากก มมีกีกาารรขขาายยยยาาทท่ีมมี่ กีีกัญัญชชาาเเปปน็็นสสว่ว่ นนผผสสมม
คค..ศศ.. 11885511 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22339944 กกััญญชชาาไไดด้้รรัับบกกาารรบบรรรรจจุุออยยูู่่ใในนตตาารราายยาาขขอองงสสหหรรััฐฐออเเมมรริิกกาา แแตต่่
ตต่อ่อมมาา ใในนปปีี คค..ศศ.. 11994422 ไไดดถ้ถ้ ูกูกถถออดดถถออนนออออกกไไปป
นนาายยแแพพททยย์์ จจออหห์์นน รรััสสเเ ลล เเรรโโนนลลสส์์ ((JJoohhnn RRuusssseellll RReeyynnoollddss)) แแพพททยย์์ปปรระะจจาารราาชชสสาานนัักก
ออัังงกกฤฤษษ ไไดด้้บบัันนททึึกกปปรระะสสบบกกาารรณณ์์กกาารรใใชช้้กกััญญชชาารรัักกษษาาโโรรคคใในนรระะยยะะเเววลลาา 00 ปปีีขขอองงตตนน ตตีีพพิิมมพพ์์ใในนววาารรสสาารร
แแลลนนเเ ตต ปปีี คค..ศศ.. 00 หหรรืืออเเมมื่่ืออปปรระะมมาาณณ 00 ปปีีมมาาแแลล้ว้ว โโดดยยไไดด้้บบรรรรยยาายยกกาารรใใชช้้กกััญญชชาารรกักั ษษาาโโรรคคตต่่าางง ๆๆ
ใในนรรููปปแแบบบบททงิิงเเจจออรร์ข์ขนนาาดด -- 00 มมิิลลลลิิกกรรััมม พพบบววา่า่ ไไดด้ผ้ผลลดดีีใในนโโรรคคคคววาามมผผดิิดปปกกตตทิิทาางงจจิติตใใจจ ไไดดแ้แ้ กก่่ ออาากกาารร
นนออนนไไมมห่่หลลับับ กกรระะสสับับกกรระะสส่่าายย ภภาาววะะ ึมมึ เเศศรร้า้า โโดดยยเเ พพาาะะใในนผผ้สูสู้ ููงงออาายยุุ คคววาามมเเจจ็็บบปปววดดแแลละะออาากกาารรชชาา ไไดด้้แแกก่่
ออาากกาารรปปววดดททุุกกชชนนิิดด โโดดยยเเ พพาาะะออาากกาารรปปววดดจจาากกรระะบบบบปปรระะสสาาทท ออาากกาารรปปววดดเเรรื้้ืออรรงััง ปปววดดไไมมเเกกรรนน ปปววดดขข้้ออ
ออาากกาารรชชาาแแขขนนขขาา ปปววดดปปรระะจจาาเเดดืืออนน โโรรคคกกลล้้าามมเเนนื้้ืออกกรระะตตุุกกเเกกรร็็งง ออาากกาารรชชัักกบบาางงชชนนิิดด กกลล้้าามมเเนน้ื้ืออขขาาเเปป็็นน
ตตะะคครริิววเเววลลาากกลลาางงคคืืนน แแลละะสสาามมาารรถถใใชช้้รรัักกษษาาโโรรคคออ่ื่ืนน ๆๆ ไไดด้้ดด้้ววยย ไไดด้้แแกก่่ หหออบบหหืืดด แแตต่่กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาททาางง
กกาารรแแพพททยยก์ก์ ต็ต็ อ้้องงยยุตตุ ิลลิ งงเเชชน่น่ เเดดยีียววกกับบั สสหหรรฐััฐออเเมมรริกกิ าา
กกกกกกกกกกกกกกกกลล่า่าววโโดดยยสสรรปุปุ ใในนตตา่า่ งงปปรระะเเททศศ พพบบหหลลกักั ฐฐาานนบบนันั ททึกึกไไวว้วว้ า่่า มมกีกี าารรใใชช้ก้กัญญั ชชาาเเปป็นน็ ยยาารรกัักษษาา หหรรือือคคววบบคคุุมม
ออาากกาารรขขอองงโโรรคคตตา่า่ งง ๆๆ ใในนททววีีปปยยุโโุ รรปป ไไดดแ้้แกก่่ โโปปรรตตุุเเกกสส สสหหรรัฐัฐออเเมมรริกกิ าา อองังั กกฤฤษษ ใในนททววปีีปเเออเเชชีียย ไไดดแ้แ้ กก่่ ปปรระะเเททศศจจีีนน
ออินินเเดดียยี แแลละะออหิหิ รรา่่านน มมาาออยยา่า่ งงชชา้้านนาานน ใในนบบาางงปปรระะเเททศศมมีหีหลลักักฐฐาานนววา่า่ เเคคยยมมีกกี าารรใใชช้ก้กัญญั ชชาามมาานนาานนกกววา่า่ 44,,770000 ปปีี
เเรรือ่อ่ื งงทที่่ี เรอื่ งรรทะะี่ 2ัั คคประาาวตัเเ ิคนนว�มาาเกกปาาน็ รรม�ชชกกก�ััญญรใชชชาา้กญั นนชกก�าาใรรนแแกพพ�ททรแยยพ์์ทททาางงยเเ์ทลล�ือืองกกเลืออกงงไไขททอยยงไทย
เเรรื่ื่อองงทที่ี่ กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาเเปป็็นนยยาาใในนปปรระะเเททศศไไททยย มมีีทท้ั้ังงหหลลัักกฐฐาานนทที่ี่มมีีกกาารรบบัันนททึึกกใในนตตาารราาททาางงกกาารรแแพพททยย์์
แแผผนนไไททยย แแลละะกกาารรใใชช้้ขขอองงชชาาววบบ้้าานน ใในนสส่่ววนนทที่่ีบบัันนททึึกกใในนตตาารราาททาางงกกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยย กกััญญชชาามมัักกเเปป็็นนหหนน่ึ่ึงงใในนนน้ัั้นน
โโดดยยตตาารรัับบยยาากกััญญชชาาทที่่ีชชาาววบบ้้าานนใใชช้้จจะะใใชช้้รรัักกษษาาโโรรคคแแลละะออาากกาารรงง่่าายย ๆๆ มมัักกจจะะใใชช้้ตตััววเเดดีียยววหหรรืืออมมีีสสมมุุนนไไพพรรออื่่ืนน
เเปป็็นนสส่่ววนนปปรระะกกออบบเเพพีียยงงไไมม่่กกี่่ีชชนนิิดด ตตาารรัับบยยาาททีี่่เเขข้้าากกััญญชชาาใในนททาางงกกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยย แแลละะกกาารรแแพพททยย์์
พพ้ื้ืนนบบ้้าานน มมัักกจจะะใใชช้้กกาารรททาาเเปป็น็นยยาาผผงง ยยาาตตม้ม้ ยยาาภภาายยนนออกก มมียียาาพพออกก ยยาานน้้าามมัันน ไไมม่่พพบบยยาาเเคค่ยียี่ ววนน้้าามมัันนทท่่ีีนนาามมาา
กกนนิิ หหรรอือื หหยยดดใใตตล้้ลนนิิ้้ ตตาารรับบั ยยาาททม่ีี่มกกีี ญััญชชาาเเปป็น็นสส่ว่วนนปปรระะกกออบบมมคีคี ววาามมเเปปน็น็ มมาาแแลละะรราายยลละะเเออยีียดดดดัังงตตออ่่ ไไปปนน้ีี้
162 หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวติ เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา
161
1. สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2174 - 2231)
ประเทศไทยมีการใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรคมาเป็นเวลานาน โดยมีหลักฐานเป็น
ตารับยาสืบค้นกันไปได้ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดังปราก ใน คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์
บับใบลาน (ตาราพระโอสถพระนารายณ์) เน่ืองจากเป็นต้นสาแหรกของตาราการแพทย์แผนไทย
และเภสัช ตารับ บับแรกของประเทศไทย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนได้สะสมองค์ความรู้
พั นา และถา่ ยทอดสืบเนอื่ งกันมา ตัง้ แต่สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช สะทอ้ นคุณค่าทัง้ ทางดา้ น
ประวัติศาสตร์ สังคม และการแพทย์แผนไทยในสมัยอยุธยาตอนปลาย รวมทั้งมีการอธิบายถึงทฤษ ี
การแพทยแ์ ผนไทย สมมุติฐานของโรค ความผิดปกติของธาตุทง้ั 4 วธิ ีการ และข้ันตอนในการรักษาของ
ผู้คนในสังคมในสมัยอยุธยา การปรงุ ยา และสตู รตารับทใี่ ช้สมนุ ไพรไทย และสมนุ ไพรจากต่างประเทศ
จานวน 81 ตารับ ในสมัยอยธุ ยาเรยี ก “กญั ชา” ว่า “การชา”
ภาพที่ 58 ชดุ ตาราภูมปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทย บบั อนุรักษ์ คมั ภีรธ์ าตพุ ระนารายณ์
บบั ใบลาน (ตาราพระโอสถพระนารายณ์)
“หมอสยามไม่พยายามที่จะศึกษาสรรพคุณของตัวยาแต่ละชนิด นอกจาก
จะถือเอาตามตารับที่ ปู ยา่ ตา ยาย ส่ังสอนตอ่ ๆ กันมาเท่านั้น และเขาจะไม่ปรับปรุงแก้ไขตารบั น้ัน
แต่ประการใดเลย หมอสยามมิพักพะวงถึงลักษณะอาการเ พาะโรคแต่ละโรค แม้กระนั้นก็ยังบาบัด
ให้หายไปได้มิใชน่ ้อย ทง้ั น้ี ก็เพราะชาวสยามไม่ค่อยดื่มเครอ่ื งของดองของเมามากนัก จึงเป็นเคร่ืองให้
พน้ ภยั จากโรคท่รี ักษาให้หายยากเปน็ อนั มาก”
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพือ่ ใชเ้ ปน็ ยา หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ติ 163
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
162
ข้อความข้างต้น เป็นส่วนหน่ึงของการเขียนจดหมายเหตุพระราชพงศาวดารสยาม
ครั้งกรุงศรีอยุธยา โดย มี ง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubere) เอกอัครราชทูตจากราชสานัก
สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่ง รั่งเศส ่ึงเข้ามาในกรุงสยามประมาณ 3 เดือน ระหว่าง พ.ศ. 2230
-พ.ศ. 2231 ทั้งนี้ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีหลักฐานสาคัญชิ้นหน่ึงท่ีจัดเป็นเอกสารประวัติศาสตร์
ชิ้นแรก ที่บันทึกภูมิปัญญาไทยในการใช้ยาสมุนไพรไว้อย่างเป็นระบบ คือ “ตาราพระโอสถ
พระนารายณ์” ึ่งตาราน้ีสืบทอดมาถึงปัจจุบันได้อย่างเกือบสมบูรณ์จะมคี ลาดเคลื่อนไปบ้างก็ในการ
คดั ลอกช่อื สมุนไพร ชอ่ื โรค หรืออาการของโรค หรอื ศพั ทบ์ างคาผดิ เพีย้ นไปบ้างเทา่ น้ัน
ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ไดม้ ีการสรุปทฤษ ีการแพทย์แผนไทยในยุคนั้นไว้อย่าง
กระชับและได้ใจความใน 1 ยอ่ หน้า พร้อมกับระบุตาราอ้างอิงไว้อกี อย่างน้อย 2 เล่ม คอื “คัมภีรม์ หา
โชติรัต” อนั เป็นตาราเก่ียวกับโรคสตรี และ “คมั ภีรโ์ รคนทิ าน” อนั เป็นตาราเกยี่ วกับเรื่องราวของโรค
หรือเหตุแห่งโรค โดยเ พาะตารายาไทยที่มีการใช้ “กัญชา” เข้าไปเป็นองค์ประกอบด้วยนั้นมีท้ังส้ิน
4 ขนาน จากจานวนตารับยาท้ังสิ้น 81 ขนาน ดังนี้ คือตารับยาขนานที่ 11 อัคคินีวคณะ ตารับยา
ขนานที่ 43 ยาทิพากาศ ตารับยาขนานท่ี 44 ยาศุขไสยาศน์ และตารับยาขนานท่ี 55 ยามหาวั นะ
โดยมีรายละเอยี ดดังนี้
ารบั ยา นานที่ ชอ่ื อัคคนี ค ะ ใหน้ าสว่ นผสม
“ ั ิ ิ น เ บเ บ ร น น น ิ 2 น
ร เน น ร เนร ิ 4 นน ต ร 6 น ร เ น น
ร เ น ร บ เ นั 1 เ น 4 ร ร ติ ิน เริบ ิ ัน
ิน ัน นเ น เ น ิ เ ร ร ร เ ร ั ิ นั ”
ขา้ พระพุทธเจ้า ขุนประสทิ ธิโอสถจีน ประกอบทลู เกล้า ถวาย คร้ังสมเด็จพระนารายณ์เป็นเจ้าเมือง
ลพบรุ ี เสวยเพลาเขา้ อตั รา ดนี กั แล
สาหรับยา “อัคคินีวคณะ” น้ีได้มีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ บับเ ลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน
หน่ึงว่า “กัญชาที่ใช้ในปริมาณน้อย ๆ เช่นที่ใช้ในตารับนี้ คนไทยรู้จักใช้ในการปรุงแต่งอาหารมาแต่
โบราณ” เพ่ือช่วยให้กินอาหารได้อร่อยขึ้น กินข้าวได้มากข้ึน เป็นยาเจริญอาหาร ปัจจุบันพิสูจน์ได้ใน
เชิงวิทยาศาสตรแ์ ล้วว่า ในกัญชามีสารทชี่ ว่ ยใหก้ ินอาหารได้มีรสชาติมากขึน้ และกินได้ในปรมิ าณมาก
ภูมปิ ัญญาการใช้ “อคั คินีวคณะ” ในสมยั สมเด็จพระนารายณน์ ั้น นา่ จะถกู สืบทอดตอ่ กนั มาจนถงึ สมัย
รัตนโกสินทรไ์ ด้สาเรจ็ เพราะตารับยาขนานนี้ยังมีความคลา้ ยคลึงกับยาขนานหนึง่ ในตารายาที่ปราก
ในศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ) ่ึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 3 แหง่ ราชวงศ์จกั รี) ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ใหจ้ ารึกไวเ้ มือ่ พ.ศ. 2375
164 หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนินชีวิต เพ่อื ใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา
163
นอกจากนั้นวิชาความรู้ดังกล่าวยังสืบทอดต่อกันมาจนปราก ในคัมภีร์แพทย์แผน
ไทยโบราณเล่ม 3 เขียนโดยขนุ โสภิตบรรณลักษณ์ (อาพัน กิตตขิ จร) ความว่า
“ยาเจริญธาตุ เอากัญชา โสม อบเชยญวณ เอาสิ่งละ 1 สลึง ใบกระวาน กานพลู
สะค้าน เอาส่ิงละ 2 สลึง ขิงแห้ง 3 สลึง เจ็ตมูลเพลิง ดีปลี ส่ิงละ 1 บาท น้าตาลกรวด 6 สลึง
บดละลายนา้ ผ้งึ กิน แกก้ ินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลบั ”
ตารบั ยา“อัคคินีวคณะ” นอกจากจะสะท้อนให้เหน็ ภมู ปิ ัญญาไทยทีม่ ีความชาญ ลาด
รจู้ กั “ประยุกต์และบรู ณาการ” สมนุ ไพรจากชาติอ่นื แลว้ ยงั มเี รื่องท่นี า่ ยินดวี ่าตารบั ยาน้ีนา่ จะสืบทอด
จนถงึ กรุงรัตนโกสินทร์ได้โดยถกู นามาบันทึกใช้ในตาราแพทยแ์ ผนไทยอีกหลายยคุ หลายสมัย
ารบั ยา นานที่ ชอ่ื “ทพากา ” ให้นาส่วนผสม
“ ิ เ เ น ัน น์ ัน ร์ ร น ิ เ น ิ น
รบร 4 น น น บ ั 16 น ร เ น ร บ นร บโร
ร น เ น ิน ร ร ั ั ัน ร ร ิน ิ น น ิ ับ ต บ โ
โ ติ ”
สาหรับ “ยาทิพากาศ” นี้ได้ปราก มีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ บับเ ลมิ พระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอนหนึ่งว่า
“ยาทิพากาศเป็นยาขนานท่ี 43 ท่ีบันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ ใช้แก้ “สารพัดท้ังหลาย
อันให้ระส่าระสาย” คือ ใช้แก้ความไม่สบายทุกอย่าง โดยเ พาะที่ทาให้ “กินเข้า (กินข้าว)” ไม่ได้
นอนไมห่ ลบั ตกเลือด ตกหนอง ลงแดง ตามท่บี ันทกึ ไว้
ทั้งน้ี กัญชาและ น เป็นยาท่ีทาให้กินข้าวได้ นอนหลับ ไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมาน ยาดาที่
ใช้ในตารับน้ีเป็นยาถ่าย โดยโบราณเช่ือว่าเม่ือถ่ายได้ ก็จะกินได้ ผู้ปวยก็จะแข็งแรงและรู้สึกดีขึ้นเอง
ส่วนเทียนดา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน พิมเสน และการบูร เป็นยาขับลม และอาจแสดงฤทธิอื่น ๆ
ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ให้เอาเครื่องยาท้ังหมดบด ทาเป็นแท่ง โดยใช้สุรา (เหล้า) เป็นกระสาย
เมือ่ จะกนิ ก็ให้ละลายนา้ กระสาย โดยให้เลอื กน้ากระสายใหถ้ กู กับโรคว่าร้อนหรอื เย็น”
ารับยา นานท่ี ช่ือ “ส ไสยา น์” (ปัจจบุ ันใชค้ าว่า ศขุ ไสยาศน)์ ให้นาส่วนผสม
น์ เ รบร 1 น บ เ 2 น ั เ น 4
น เ น น โ ร 6 น ัน ร์ น บนน น ริ นิ
1 น 11 น บ ั 12 น เ น น เ ินเ ั ติโ บ
ิน ร รร โร ั นิ ั นิ เ น นเ น นั ”
สาหรับ “สุขไสยาศน์” น้ีได้ปราก การวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ บับเ ลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน
หนึ่งว่า “ยาศุขไสยาศน์ เป็นยาขนานท่ี 44 ที่บันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ มีสรรพคุณ
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา เพ่อื ใช้เปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 165
อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
164
ครอบจักรวาล แก้ได้ “สรรพโรค” กินแล้วจะทาให้มีกาลัง กินข้าวได้ นอนหลับสบาย นอกจากจะนา
เครื่องยามาบดให้ละเอียด ละลายน้าผึ้งแล้ว เม่ือจะกินก็ให้เสกด้วย “สัพพตี ิโย” 3 จบ โดยยาขนานนี้
เป็นยาท่ีทาให้สบายตัว นอนหลับสบาย และเจริญอาหาร ทั้งน้ี “สัพพีติโย” เป็นบทสวดอนุโมทนา
พระใช้สวดใหพ้ รญาติโยมในโอกาสต่าง ๆ บทสวดน้มี ีเนอื้ ความ ดงั น้ี
“สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสันตุ มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก
ภะวะ อภิวาทะนะสีสีสสะ นิจจัง วุฑ าปะจายิโน จัตตาโร ธรรมาวัฑ ันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง”
แปลได้ว่า “ความจัญไรทั้งปวงจงบาราศไป โรคทั้งปวงของท่านจงหาย อันตรายจงอย่ามีแก่ท่าน
ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุขและมีอายุยืน พร 4 ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเกิดแก่ท่าน ่ึง
เป็นบคุ คลผูก้ ราบไว้และออ่ นนอ้ มตอ่ ผใู้ หญ่เปน็ นจิ ”
ารับยา นานท่ี 55 ยา า ั นะ ให้นาสว่ นผสม
เ น ัตบ เ นเ น โ โ เ โ ัตร โ บรเ บ ัน
ั ั 2 ิ ั ร รเ ร ิน ริ ริ ิ 2 น
เ ั นัน เ บ ร เ ร 2 เ ร ั เ น ร ั ์ ัน ิเ
ันน ตตโิ ร 6 ร ร บั ิ ั ร ร นั
สาหรับยา “ยามหาวั นะ” น้ีได้ปราก มีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ บับเ ลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน
หน่ึงว่า ยามหาวั นะเป็นยาขนานที่ 55 ที่บันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ ยาขนานน้ีเข้า
เคร่ืองยา 25 สงิ่ ตามท่ีระบุเอาไว้ โดยมดี ีปลีเท่ายาทั้งหลายคือ 42 ส่วน และใบกระเพราแห้งปรมิ าณ
2 เท่าของดีปลี คือ 84 สว่ น ผสมกนั บดใหล้ ะเอยี ด ผสมน้าผ้ึงรวง ปันเป็นลกู กลอน กนิ ครงั้ ละ 1 สลึง
ทุกวันให้ครบ 1 เดือน ก็จะเห็นผลอันวิเศษของยานี้ ่ึงตาราพระโอสถพระนารายณ์บันทึกไว้วา่ ใช้แก้
ันนวตุ ตโิ รค 96 ประการ กับความไม่สบายท้ังหลายทุกอย่าง
2. สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั (รัชกาลท่ี 2 พ.ศ. 2352 - 2367)
ทรงมีบทบาทสาคัญอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่า หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งท่ี 2 เป็น
ต้นมา ตารับตาราแพทย์แผนไทยจานวนมากถูกเผา สูญหาย กระจัดกระจาย ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี
ใครสามารถรวบรวมตาราพระโอสถพระนารายณ์สืบทอดกลับมาได้อีก แต่เดชะบุญของวงการแพทย์
แผนไทย ท่ีรัชกาลท่ี 2 ทรงให้รวบรวมคัมภีร์แพทย์ที่กระจัดกระจายมารวบรวมไว้ ณ โรงพระโอสถ
โดยมีพระราชโองการ ให้ผู้มีความรู้ ผู้ชานาญการรักษาโรค ผู้ที่มีความรู้ด้านการปรุงยา หมอหลวง
หมอเชลยศักดิ และราษ รท่ีมีตารายา ช่วยกันรวบรวมข้อมูลเป็นตาราหลวงสาหรับโรงพระโอสถ
่ึงตาราทั้งหมดท่ีทาการรวบรวมมา แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2355 และมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อความ
ถูกต้องอย่างละเอียด ต่อมาในปี พ.ศ. 2359 ได้มีการตั้งก หมายที่ชื่อว่า “ก หมายพนักงาน
พระโอสถถวาย ภายหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค หรือเรยี กว่าโรคห่า คร้ังรุนแรงใน
166 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ เพ่อื ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา
165
ระหว่างปี พ.ศ. 2363 - 2365 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย ได้โปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม
พระราชทานตารับยาบางส่วน จารึกลงบนหินอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส บริเวณผนังด้านนอกของ
กาแพงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยในคร้ังน้ัน
พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษ าบดินทร์ (ต่อมาทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี 3) ได้เปน็ ผู้ทรงเลือกตารายาบางส่วนจากคร้ังนั้นมาจารึกบนหินอ่อน และประดบั ไว้
ท่วี ัดราชโอรสารามราชวรวิหาร อันเป็นท่ีสาธารณะ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ราษ รโดยทั่วไป แม้ว่าหลักฐาน
ตารับยาจะสูญหายไปบางส่วน แต่จากการตรวจสอบ “ตาราพระโอสถ ครั้งรัชกาลท่ี 2 เท่าที่เหลืออยู่
่ึงมีจานวน 61 ตารับ พบว่าการใช้กัญชาเข้าในตารายานั้นมี 2 ขนานปราก ใน “ตาราพระโอสถ
ว่าเป็นตารับยา 2 ใน 3 ขนาน ของหลวงทิพย์รักษา ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายในขนานที่ 1
“แก้ลมเบ้ืองสูง” และ ขนานที่ 3 “แก้อุทธังคมาวาตา” ่ึงล้วนแต่เป็นโรคเก่ียวกบั ธาตุลมในแพทย์แผน
ไทยทั้งสน้ิ
3. สมัยพระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าเจา้ อยู่หวั (รัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2367 - 2394)
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้บูรณป ิสังขรณ์พระอารามวัดพระเชตุพน
วมิ ลมงั คลาราม (วดั โพธิ) ครง้ั ใหญ่ พรอ้ มทงั้ ขยายอาณาเขตพระอาราม ใช้เวลานาน 16 ปี 7 เดอื น
3. สาหรับวิชาการแพทย์แผนไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สืบเสาะหาตาราที่ศักดิสิทธิ ตาราลักษณะโรคทั้งปวง
ตามพระราชาคณะ ข้าราชการ ตลอดจนราษ ร มาจารึกในแผ่นศิลา โดยผถู้ วายตารายาตอ้ งสาบานว่า
ยาขนานนั้นตนเองได้ใช้เป็นผลดีและไม่ปดบัง แลว้ ให้พระยาบาเรอราชแพทย์ตรวจอีกทีกอ่ นจะนาไป
จารึก ย่อมแสดงให้เห็นว่ากว่าที่จะมีการลงบันทึกในศิลาจารึกนั้น นอกจากจะมีการเสาะหาตารา
การแพทย์ มีการตรวจสอบความถูกต้องแล้วยังต้องให้มีการสาบานอีก ึ่งในยุคสมัยนั้นการสาบาน
ย่อมมีความสาคัญยิ่งกว่าสัญญาใด ๆ โดยเ พาะอย่าย่ิงหากเป็นโครงการที่ดาเนินไปตามพระราชดาริ
ของพระมหากษัตริย์ไทย
ภาพที่ 59 ตารับยาทีอ่ ยู่ในแผ่นศิลาวดั พระเชตุพนวิมลมังคลาราม
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา หนังสอื เรียนสาระทักษะการดาำ เนินชวี ติ 167
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
166
3. สาหรับตารับยาท่ีอยู่ในแผ่นศิลาท่ีเข้ากัญชา อันเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับพระราชทาน
ในสมัยรัชกาลท่ี 3 น้ัน มีมากถึง 17 ตารับ ่ึงกัญชาในตารับยาส่วนใหญ่ในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่ท้ังยาตรง
ไมใ่ ช่ยารอง แต่อยใู่ นสถานภาพยาเสริมและยาแต่งรส
3. ยาเสริม หรือตัวยาเสริม หรือตัวยาคุม เพ่ือช่วยควบคุมความแรงของตัวยาสาคัญ
หรือช่วยออกฤทธิให้ดียิ่งข้ึน หรือในบางกรณีเป็นตวั ยาเพื่อปองกันโรคแทรก ้อน หรือยาบารุง แต่ถึง
กระนั้นยาหลายขนาน ึ่งมคี วามน่าสนใจ กลายเป็นส่ิงที่ต้องห้ามเพราะมีการเข้ากัญชาผสมอยู่ด้วย
แต่หลายโรคท่ีมีการรักษานั้นก็เป็นโรคที่มีความรุนแรง หรือน่าจะเป็นโรคท่ีน่าจะยากแก่การรักษา
อย่างไรก็ตาม การท่ีตารับยาเหล่านี้ปราก เป็นตัวอักษรในศิลาจารึก ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนั้น
ก็สะทอ้ นให้เหน็ ถงึ ความสาคัญ 3 ประการ ดงั น้ี
3. ระการท่ี น่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเห็นว่าการศึกสงคราม
ทผี่ ่านมาทาให้องค์ความรู้ตารับ ตารา ท้ังหลายสูญหายกระจัดกระจายไป จงึ ทรงมีพระราชประสงค์ที่
จะให้มีการรวบรวมเอาไว้อย่างเปน็ ระบบและยากแก่การสญู หาย โดยการจารึกเอาไว้ในแผ่นศิลา จงึ มี
ความคงทนถาวรกว่าการบันทึกในรูปแบบอ่ืน และเป็นผลทาให้องค์ความรู้ดังกล่าวนี้เป็นมรดกตกทอด
จนมาถึงปัจจุบันได้ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่าร้อยปีแล้วก็ตาม แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่จารึกน้ันย่อมต้อง
มีคณุ ค่าเพยี งพอทีจ่ ะกลายเปน็ มรดกให้กับคนร่นุ ต่อ ๆ ไปได้
3. ระการท่ีสอง การที่องค์ความรู้เหล่าน้ีอยู่บนศิลาจารึก ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
โดยพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ในขณะท่ียังมีการปกครองในระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ การท่จี ะตัดสนิ พระราชหฤทัยวา่ ควรจะบันทกึ สิง่ ใดให้มคี วามคงทนในแผน่ ศิลา
ย่อมมีการตรวจสอบคัดกรองความถูกต้องโดยบุคลากรผู้เช่ียวชาญในราชสานัก จึงถือว่าเป็นองค์ความรู้
ในระดับตาราหลวง ดังตัวอย่างปราก ในทางการแพทยน์ ั้น แม้จะมีการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
กย็ งั ใหเ้ จ้าขององคค์ วามรู้นนั้ สาบานความถูกต้องนนั้ เอาไว้ดว้ ย
3. ระการท่ีสา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น การเล่าเรยี นส่วน
สามัญศึกษาท่ีมีเรียนอยู่ตามวัดท่ัวไป แต่ส่วนวิสามัญศึกษาเพ่ือวิชาชีพนั้น ยังศึกษาแต่ในราชสกุล
พลเมืองสามัญไม่มีโอกาสที่จะเรียนได้ แต่การท่ีได้นาความรู้ท่ีเป็นระดับวิสามัญมาจารึกในแผ่นศิลา
ประดับไว้ที่วัดนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีพระราชประสงค์ให้ความรู้วิชาชีพขั้นสูงน้ี เป็นของมหาชน
ทั้งหลายโดยไมเ่ ลอื กช้นั บรรดาศักดิ หรือชั้นวรรณะ และที่สาคัญไม่ตอ้ งการให้องค์ความรู้นี้ผูกขาดอยู่
กบั ราชสานกั รฐั บาล ภาครฐั หรอื คนกล่มุ ใดกลมุ่ หนึ่ง
3. สาหรับตารับยาท่ีเข้ากัญชาปราก ในศิลาจารึกของวัดมีทั้งส้ิน 14 ตารับ โดยจะขอ
นาเสนอภาษาตามตัวอักษรโบราณที่ปราก ในศิลาจารึก เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้ว่าเป็นส่ิงที่มี
คณุ ค่าตามประวตั ิศาสตร์ ดังน้ี
168 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ิต เพื่อใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา
167
3. ารับที่ สนั นบา ท ัน ท
3. เป็นความเจ็บปวยอันเกิดจากกองสมุ ฐานปตตะ (ระบบความร้อนและการย่อย)
วาตะ (ระบบการเคลื่อนไหวในร่างกาย) และเสมหะ (ระบบของเหลว) ร่วมกันกระทาให้เกิดโทษ รักษา
ขนานหน่ึงเอาสมอทั้งสาม มะขามปอม รากกัญชา ส่ิงละส่วน เบ็ญกูล ส่ิงละ ส่วน ต้มตามวิธีให้กินแก้
มหาสรรนิบาตทุวันโทษ ่งึ กระทาให้เสโทตก ให้น้าปะสาวะเหลืองนั้นหายดนี ัก
3. ารบั ท่ี นั ท า
3. เปน็ ธาตุหยอ่ น ตาราการแพทย์แผนไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ไดแ้ ก่ มันทอาโป
(ธาตุน้าหย่อน) มันทเตโช (ธาตุไฟหย่อน) มันทปัทวี (ธาตุดินหย่อน) แลมันทวาโย (ธาตุลมหย่อน)
ลักษณะมันทธาตุนั้นยิ่งไปด้วยเสมหะมีกาลัง คือไฟธาตุหย่อนเผาอาหารมิได้ย่อย ถ้าจะแก้ให้เอายิ่งโสม
กัญชา อบเชย ใบกระวาร กานพลู สะค้าน ขิงแห้ง เจตมูล ดีปลี น้าตาลกรวด เอาเสมอภาคทาเป็น
จุณ บดละลายน้าผึง้ กิน แก้มันทะธาตุ ย่งิ ไปด้วยกองเสมหะ กล่าวคอื อาโปธาตอุ ันวิปรติ นั้นหาย
3. ารบั ที่ กาย า อ สาร
3. เป็นโรครา้ ยแรงของธาตุน้า อนั เปน็ หนึง่ ในลกั ษณะโบราณกรรมอติสารชนิดหน่ึง ตารา
การแพทย์แผนไทยว่า เกิดจากธาตนุ ้า หรือเกิดจากการกินอาหารแสลง ผู้ปวยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายอุจจาระ
เป็นเสมหะและเลือดเน่ามีกล่ินเหม็นเหมือน ากศพ รักษาโดย เอากัญชา ใบสะเดา ใบทองหลางใบมน
ใบคนทีสอ ใบมะตูม เสมอภาค ทาเป็นจุณบดทาแท่งไว้ ละลายน้ากระสายอันควรแก่โรค กินแก้มมุศ
กายธาตุอตสิ ารวิเสศนกั
3. ารบั ท่ี ง
3. เป็นชอ่ื โรคชนิดหนึ่ง เกิดเพราะธาตใุ นร่างกายไม่ปกติ พิษของโรค ทาให้เกิดอาการตัวเย็น
เปน็ เหน็บ เหงื่อตกมาก ลงท้อง อาเจียน ใจหวิว และส่ัน เป็นต้น รักษาให้เอาลูกเบญจกานี ลูกกล้วย
ตบี อ่อน ลกู ทับทิมอ่อน ใบทับทิม ใบสะแสดินกิน กรดท้ัง 5 ใบสะเดา ใบทองหลางใบมน ใบมะตูม
ใบกัญชา ใบกะเม็ง สิ่งละส่วน ใบกระท่อม 2 ส่วน ขมิ้นอ้อย 3 ส่วน ไพร 4 ส่วน เทียนดา 5 ส่วน
ทาเป็นจณุ บด ทาแท่งไว้กนิ แก้ปวงหิวหายดีนกั
3. ารบั ท่ี 5 งนา
3. เป็นโรคชนิดหนึ่ง เกิดเพราะธาตุในรา่ งกายผิดปกติ ผู้ปวยมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
ผิวกาย ีดเผือด สะบัดร้อนสะท้านหนาว รักษาให้เอา เปลือกสนุ่น เปลือกมะม่วงพรวน เปลือกกระทุ่ม
ข้ีหมู เปลือกกระท่อม กานชา เทียนดา โก สอ โก เขมา โก พุงปลา โก จุ าลัมพา โก หัวบัว กระดอง
เตา่ เหลอื งเผา กระดูกปูนาเผา รากนางแย้ม รากมะนาว รากมะปรางต้มด้วยน้าปูนใสแทรกพิมเสน
แทรกดีงู กนิ แก้ปวงน้า ถา้ หวิ นัก เอาน้าตาลกรวด นา้ ตาลทราย นา้ ตาลหม้อแทรกลงกนิ หาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศึกษา เพ่อื ใช้เป็นยา หนังสือเรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวติ 169
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
168
3. ารบั ท่ี งบงั เก นทาง ะสา ะ
3. อา่ นในปจั จุบันวา่ ริดสีดวงบังเกดิ ในทางปสั สาวะ อันหมายถึงโรคกลุม่ หน่ึงทีเ่ กดิ ขึ้นใน
ทางเดินปัสสาวะ ขนานน้ี เอาบุกรอ ดีปลี ขิงแห้ง อุตพิต กลอย กระดาดแดง ขอบชะนางขาว ลูกจันทน์
โก สอ โก เขมา กระวาน การพลู เทียนดา เทียนขาว เทียนเยาวพาณี สมุลแว้ง กัญชา ส่ิงละส่วน
พริกล่อน 2 ส่วน ทาเป็นจณุ บดละลายนา้ ร้อนกินหนัก 1 สลงึ แก้ฤศดวงอันบงั เกิดในทางปะสาวะนั้น
หายดนี ัก
3. ารบั ที่ ล าระยกั า ย
3. เป็นโรคลมจรชนดิ หนึ่ง เกิดจากกองอชิณวาต ผู้ปวยจะอยากกินอาหารคาวหวาน เนื้อปู
ปลา และหอย ่ึงเม่อื กินแล้วทาให้มีอาการเสียดชายโครงทั้งสองข้าง จกุ แน่นบรเิ วณหน้าอก แล้วลาม
ไปถงึ องคชาต มือเท้าตายไม่มีแรง ขนานหนึ่งเอาโก ท้ังห้า เทียนท้งั ห้า ลกู จันทร์ ดอกจันทร์ กานพลู
ผักแพวแดง สิ่งละส่วน ดองดึง น้าประสานทอง กานชา การบูร รากจิงจ้อ มหาหิง สิ่งละ 2 ส่วน พริกไทย
ขงิ แห้ง ดีปลี รากสม้ กุ้งท้ังสอง ส่ิงละ 10 ส่วน กระเทียม ผิวมะกรูด เทพทาโร เปล้าน้อย ส่ิงละ 12 ส่วน
สมอพิเภก 16 ส่วน มะขามปอง 32 ส่วน สมอไทย 48 ส่วน ทาเป็นจุณละลายน้ากระสายอันควร
แกโ่ รคกิน หนัก 1 สลึง แก้ลมวาระยักขวาโย อันเกดิ แต่กองอชิณะน้ันหายวิเสศนัก
3. ารบั ที่ ล อั พังคี า ย
3. เป็นลักษณะของโรคลมชนิดหน่ึง หมายถึงระบบการเคลื่อนไหวท่ีเป็นลมพัดเบ้ืองล่าง
ตั้งแต่ใต้สะดอื จนถงึ เท้าเกิดกาเรบิ ดันขึ้นมาด้านบนทาให้ปวดศรี ษะ รักษายาน้ามันชื่อละลอกพระสมุทร
เอาบอระเพ็ด เปลือกมะรุม ตูมกาแดง รากเสนยี ด รากอังกาบ รากขัดมอน กลอย ลูกข้ีกาแดง พันงูแดง
ไครห้ างนาค แห้วหมู ขมิ้นอ้อย ใบบวบขม ขา่ ลิง แสนประสะต้น ช้าเกลอื ใบกะเมง็ หัวบอนแดง สันพร้านางแอ
จอกใหญ่ กานชา เอาน้าสิ่งละทะนาน นา้ มนั งาทะนาน 1 หุงให้คงแตน่ ้ามัน แลว้ จึงเอาลกู จันทร์ ดอกจันทร์
กระวาน กานพลู เทียรเยาวภานี เทียรดา เทียรขาวส่ิง ละ 1 สลึง ทาเป็นจุณปรุงลงในน้ามันทั้งกินท้ังทา
แกล้ มอัตพงั คีวาโยนนั้ หายวิเสศนกั
3. ารบั ท่ี ล ส คั า ย
3. เป็นโรคเกี่ยวกับธาตุลมชนิดหน่ึง โรคน้ีจะทาให้มือเท้าเย็น ก่อนหมดแรง เป็นได้ถึง
อัมพาต ทาให้ล้ินแข็ง พูดไม่ชัด ถ้าเทียบในยุคปัจจุบันคือการเกิดเกี่ยวกับความผิดปกติเส้นโลหิตของ
สมองตีบ ใครเป็นมักอายุไม่ยืน จึงพระฤาษีภัตสรรณได้แต่งยาท่ีแก้ เอาลูกจันทน์ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง
หอมแดง ส่ิงละ 8 ส่วน น กานชา น้าตาลทราย น้ามันเนย ส่ิงละ 16 ส่วน ทาเป็นจุณ แล้วเอาน้า
มะพร้าวนา ิเกเป็นกระสาย เคี่ยวเป็นยางมะตูม แล้วจึงเอาผลสมอไทย ปอกผิวเสีย 108 ผล ใส่ลง
เคี่ยวไปให้ าบในผลสมอให้กินวันละ 36 ผล ท่ีจะกินในเวลาใดมิได้บังคับ ให้ส้ินแต่ในวันเดียวนั้น
โดยนัยท่านกล่าวบังคับไว้ให้กินในเวลาใด มิได้บังคับ ให้ส้ินแต่ในวันเดียวน้ันโดยนัยท่านกล่าวบังคับ
ใหก้ ิน 3 วัน ใหส้ นิ้ ผลสมอ แก้ลมสติ มัควาโยน้นั หายวเิ สศนกั
170 หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวิต เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา
169
3. ารับที่ กระไสยเ ลก
เปน็ โรคกษยั อันเกดิ จากอุปปาตกิ ะโรคชนิดหนงึ่ เกดิ จากลมอัดแนน่ แข็งเปน็ ดานอยู่ใน
ท้องน้อย ผู้ปวยมีอาการปวด ท้องแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก กินอาหารไม่ได้ อนึ่ง เอาใบกระเพรา
ใบแมงลัก ใบเสี้ยนผี กระชาย กานชา พริกไทย หอมแดง หญ้าไ เกลือ ลูกคัดเค้า ยาท้ังน้ีตาเอาน้า
ส่ิงละทะนาน 1 น้ามันงาทะนาน 1 หุง ให้คงแต่น้ามันแล้วจึงเอาลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน
กานพลู เทียนดา เทียนขาว การบูร สิ่งละ 1 สลงึ ทาเป็นจุณปรุงลงในน้ามันน้ัน แล้วจึงเอามาทาท้อง
รดี เสียให้ได้ 3 วันก่อน แล้วจึงกินน้ามันน้ีอีก 3 วัน หายวิเสศนัก ยาน้ามันขนานนี้ ช่ือสน่ันไตรภพแก้
กล่อนกระไสยท้ังปวงหายดีนัก
3. ารบั ที่ กระไสยทน
3. เป็นโรคกษยั ที่เกดิ จากการรับประทานอาหารผดิ สาแดง ทาให้ มีอาการแน่นขึน้ มาจาก
ทอ้ งน้อย หายใจไมส่ ะดวก อาเจียน รับประทานอาหารไมไ่ ด้ อนึ่ง อน่ึงเอาโก ท้ังห้า เทียนท้ังหา้ ลูกจนั ทน์
กระวาน กานพลู พริกหอม พริก หาง บอระเพ็ด เปล้าท้ังสอง สิ่งละส่วน กานชา 2 ส่วน ขม้ินอ้อย
แห้วหมู ผลพิลังกาสา ไคร้เครือ ส่ิงละ 4 ส่วน ดีปลี หัสคุณ ส่ิงละ 16 ส่วน ใบกระเพราแห้ง 32 ส่วน
ทาเป็นจุณบดละลายน้าร้อนกินแกก้ ระไสยท้นแลกระไสยเสยี ดนัน้ หายดนี ัก
3. ารับที่ ยาแก ง
3. เปน็ ตารายาวเิ สศสัพคุณสาเหรจ์ อนั อาจาริยะเจ้า ในก่อนประมวนไว้ ให้แก่สัพโรคท้ังปวง
สืบต่อกันมา ในที่น้ีจะว่าแต่วเิ สศสัพคุณคือขะณะสัพยา ึ่งจะแกโ้ รคสมมติว่าหฤศโรค คือสัพฤศดวงน้ัน
โดยนยั ยาช่อื นาดธิจร เอาโก สอ โก เขมา เทียนขาว ผลจันทน์ กานพลู สิง่ ละส่วน รากทนดี ราก งิ ่ี
รากจิงจ้อ เปลือกทองหลางใบมน เปลือกมะรุม เปลือกกุ่มท้ังสอง บุกรอ กลอย อุตพิด ตรีก ก กระเทียม
มะตูมอ่อน แห้วหมู กานชา ส่ิงละ 2 ส่วน หอยขมเผา เบ้ียจั่นเผา ส่ิงละ 5 ส่วน พริกไทย 34 ส่วน ทาเป็น
จุณบดด้วยน้าผ้งึ ให้ กนิ หนัก 1 สลงึ แก้ฤศดวง หดื ไอ มองคร่อ หายดนี กั
3. ารับที่ ยาแกล นเบืองสง
3. เป็นตารายาวเิ สศสพั คุณสาเหรจ์ อันอาจาริยะเจ้าในก่อนประมวนไว้ ให้แกส้ พั โรคท้ังปวง
สืบต่อกันมา ในท่ีนี้จะว่าแต่วิเสศสัพคุณ คือขะณะสัพยา ่ึงจะแก้โรคสรรพลมท้ังปวงอันกาเริบพัดข้ึน
เบื้องบนนั้นโดยนัย ดังน้ี ยาแก้ลมข้ึนเบ้ืองสูง เอายาดา กานชา อุตพิด ดองดึง สิ่งละ 4 ส่วน กระเทียม
6 สว่ น กระเทียม 6 ส่วน ว่านน้า ชะเอมเทศ โก น้าเต้า โก พุงปลา มะหาหงิ ค์ุ สิ่งละ 8 ส่วน วา่ นเปราะ
ผลผักชี ดีปลี ส่ิงละ 12 ส่วน ขิงแห้ง แก่นแสมทเล รากส้มกุ้ง สะค้าน ส่ิงละ 16 สว่ น พริกไทย เปลือก
กนั เกรา ส่งิ ละ 24 ส่วน ทาเป็นจุณบดละลายน้าผ้งึ รวงให้กินหนกั 1 สลึง แกล้ มขึ้นสงู หายดีนัก
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพ่อื ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวิต 171
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
170
3. ารับท่ี สั า เพื่อกา
3. เป็นโรคเก่ยี วกบั การเกิดเมด็ ีตามอวยั วะต่าง ๆ ทาให้เกิดเลือด และหนองเปอยลาม
จัดอยู่ในโรคในกลุ่มอาโปหรือเสมหะ เป็นหน่ึงในคัมภีร์มุจ าปักขันธิกา หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
และระบบสืบพันธ์ุ ้ารั่ว 4 ประการ กล่าวด้วยนัยหน่ึงใหม่ ว่าด้วยลักษณะสันทฆาตอันบังเกิดเพื่อ
กา เกิดข้ึนภายในดี ตับ ปอด และในหัวใจเป็นเคารบ 2 สัณฐานดุจ เมล็ดข้าวสารหัก บางทีขึ้นใน
ไส้อ่อน ไส้แก่ ถ้าข้ึนในดีให้คล่ังให้เพ้อ ถ้าขึ้นในตับให้ตับหย่อน ให้ตกโลหิตมีอาการดุจปีศาจเข้าสิง
อันน้ีแจ้งอยู่ในคัมภีร์อติสารวรรคโน้นแล้ว ถ้าข้ึนในปอดให้กระหายน้าเป็นกาลัง ถ้าข้ึนในหัวใจให้น่ิง
ไปเจรจามไิ ด้ ถา้ ขนึ้ ในไส้อ่อน ไส้แก่ ใหจ้ ุกโลหติ ทอ้ งข้ึนท้องพองดังมานกระไสย ถ้าผู้ใดเป็นดังกล่าวน้ี
ท่านกาหนดไว้ใน 7 - 8 - 9 วัน โลหิตจะแตกออกทวารท้ัง 9 เรียกรัตบีตโรค เป็นต้น แห่งสันฑฆาต
เป็น อตสิ ัยโรค ยามิได้เลย ถ้าจะรักษาให้รักษาแต่โลหิตมิทันแตก ไดบ้ ้างเสียบา้ งดุจอาจารย์ท่านกลา่ ว
ไว้ดังนี้ ถา้ จะแกเ้ อา โก จุ าลมั พา โก พงุ ปลา โก สอ สะค้าน ผักแพวแดง ดองดงึ ว่านนา้ มหาหิงคุ์
ยาดา กัญชา อุตพิด ชะเอม สิ่งละส่วน ขิงแห้ง ดีปลี ส่ิงละ 2 ส่วน พริกไทย แก่นแสมทเล ส่ิงละ
15 สว่ น ทาเปน็ จณุ บดละลายน้าผงึ้ รวงกนิ 1 สลึง แก้สันทฆาตอนั บังเกิดเพ่อื กา น้นั วเิ สศนัก
กกกก
ภาพท่ี 60 จารึกตารายา วดั ราชโอรสารามราชวรวหิ าร
3. นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ึ่งสมัยนั้นเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ
กรมหมื่นเจษ าบดินทร์ ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จารึกตารายาลงบนแผ่นหินอ่อนสีเทา
172 หนังสือเรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ติ เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา
171
รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างยาวด้านละ 33 เ นติเมตร จัดเรียงบรรทัดทางมุมแหลม จานวน 17 บรรทัด
เหมือนกันทุกแผ่น ติดประดับอยู่ตามผนังด้านนอกของระเบียงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และ
ผนังศาลารายหน้าพระอุโบสถ วัดโอรสารามราชวรวิหาร ปัจจุบันมีเหลืออยู่ทั้งส้ิน 50 แผ่น จากเดิม
ึ่งเช่ือกันว่าน่าจะมีอยู่ 92 แผ่น เช่ือว่าตารับยาดังกล่าวได้จากตารับยา ่ึงรวบรวมจากท่ัวประเทศ
และผ่านการตรวจสอบจากหมอหลวง และผู้ใช้ในราชสานักมาแล้ว ต้ังแต่สมัยท่ีพระบาทสมเด็จ
พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย ดงั ภาพต่อไปน้ี
ภาพท่ี 61 จารกึ แผ่นสญู หาย แผ่นท่ี 4
3. คาอาน ารกแผนสญ าย แผนท่ี
3. “สทิ ธกิ ารยิ ะ” ยาแก้กล่อนแห้ง งึ่ กระทาใหจ้ ุกเสยี ดแลเป็นพรรดกึ ใหเ้ ปน็ ก้อนในท้อง
ให้เจ็บทั่วสรรพางคใ์ ห้มือกระด้าง ให้เมือ่ ยขบขัดเข่าแลนอ่ งคู้ ให้ตามดื หหู นักใหเ้ สียงแหบแห้ง ให้ขดั ออก
ให้ทอ้ งขึ้นกินอาหารมไิ ด้ เป็นเหตทุ ั้งนีเ้ พราะเสมหะแห้ง บังเกดิ แตบ่ ุรุษสตรีก็ดุจกนั ท่านจงึ ประกอบยา
น้ีไว้ ให้แก้ เอาสะค้าน ผักแพวแดง ดองดึง มหาหิงคุ์ วา่ นน้า โกษฐ์สอ โกษฐ์จุ าลัมพา โกษฐ์พุงปลา
กญั ชา หัวอุตพิด ชะเอม ดีปลี แก่นแสมทะเล ยาดา เอาเสมอภาค พริกไทเท่ายาทั้งหลาย ทาเป็นจุณ
ละลายนา้ ผ้งึ รวงกนิ หนกั 1 สลงึ แก้ดงั กล่าวมาแตห่ ลังวเิ ศษแล
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพือ่ ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ติ 173
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
172
3. ยาแก้สรรพกล่อนท้ังปวง เอาใบมะตูม 1 ใบสะเดา 1 ใบคนทีสอ 1 ว่านน้า 1 บอระเพ็ด
1 ขมนิ้ อ้อย 1 ท้ังนเี้ อาสิ่งละ 1 บาท พรกิ เท่ายาทั้งหลาย ตาเป็นผงละลายนา้ ผ้งึ กินทีละ 1 สลงึ แกล้ ม
กล่อนจกุ เสียดทงั้ ปวงเปน็ มหาวิเศษแล
3. ยาแก้ลมกล่อนสันดาน เอาหัสคุณ หนัก 1 ตาลึง 2 บาท หิงคุ์ 3 บาท ว่านน้า 2 บาท
ดีปลี 2 บาท 1 สลึง กระเทียม 1 ตาลึง ในมะกรูด 1 บาท 2 สลึง แก่นแสมทะเล 1 บาท แก่นขี้เหล็ก
1 บาท แก่นปูนท่ีเผาไม่สุก 1 บาท รากพญามือเหล็ก 1 บาท หอยขม 1 บาท หอยแครง 1 บาท
ดินประสิวขาว 2 บาท สารสม้ 1 บาท 2 สลึง ตาเปน็ ผงละลายน้ามะกรดู ส้ม า่ กนิ 1 สลงึ ผายสองหน
4. สมัยราชสกุลสนทิ วงศ์
3. เป็นราชสกุลแพทย์ในพระองค์ ที่มีการสืบทอดวิชาความรู้ ภายในตระกลู จากรุน่ สู่รนุ่
โดยแพทย์ผู้เป็นต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทพระราชบุตรลาดับท่ี
49 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ด้วยเหตุท่ีทรงชานาญวิชาแพทย์ท้ังใน
และต่างประเทศจึงทรงสะสมตาราแพทย์ไว้มาก โดยทรงนิพนธ์ “ตาราสรรพคุณยาของกรมหลวง
วงศาธิราชสนิท เล่ม 1 และ เล่ม 2” ท้ังนี้ ในตารายาพระองค์เจ้าสายสนิทวงษ์ พบว่ามีตารับยาท่ีเข้า
กัญชาท้ังส้ิน 3 ขนาน คือตารับยาขนานท่ี 5 ชื่อวาตาประสิทธิ ขนานที่ 8 แก้เหน่ือยหอบเพราะเสมหะ
มากทาให้เจริญอาหาร และขนานท่ี 12 คือกระสายในตารับยาวิสัมพยาใหญ่ แม้ว่าตารับยาท่ีเข้ากัญชา
ทป่ี ราก ในตารายาพระองค์เจ้าสายสนิทวงษ์จะมีเพียง 3 ตารับ หากแต่ว่าคุณค่าของยาตารบั เหล่าน้ี
มีความลึก ึ้งในภูมิปัญญาความรู้ และให้ความสาคัญในการอธิบายการใช้น้ากระสาย (หรือตัวช่วยใน
การทาละลายสาระสาคัญของสมนุ ไพร) เพอ่ื ใหอ้ อกฤทธิของยาที่แตกตา่ งกัน เชน่ น้าต้มแอลกอ อล์
นา้ ปูนใส เปน็ ต้น
5. สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั (รชั กาลท่ี พ.ศ. 4 )
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้รวบรวมขึ้น เน่ืองจากเห็นว่าแพทย์แผน
โบราณและตารายาพ้ืนบ้าน เปน็ สมบตั ิทางวั นธรรมท่มี คี ่า และท่ีสืบทอดกันมานั้น มีผดิ บ้าง สูญหายบ้าง
จึงรวบรวมไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยเขียนลงสมุดไทยด้วยอักษรไทยเส้นหรดาล ปราก บับสมบูรณ์
เมื่อพระยาพิศณุประสาทเวช (คง ถาวรเวช) อาจารย์ผู้เช่ียวชาญของราชแพทยาลัย ได้เร่ิมพิมพ์เพื่อ
อนุรักษ์ตาราแพทย์แผนไทยไว้ให้คนรุ่นหลัง “กัญชา เป็นพืชสมุนไพร ตัวหน่ึงในพระคัมภีร์สรรพคุณ
แลมหาพิกัด ที่ระบุสรรพคุณของ กัญชา ไว้ว่า กัญชาแก้ไข้ผอมเหลืองหากาลังมิได้ ให้ตัวส่ัน เสียงสั่น
เป็นด้วยวาโยธาตุกาเริบ แก้นอนมิหลับ ” ทั้งนี้ ไม่มีข้อความใดที่ระบุใน “ตาราแพทยศาสตร์
สงเคราะห์” ว่า “กัญชา”เป็นสมุนไพรมีพิษหรือมีโทษร้ายแรงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมี “กัญชา”
ปราก อยู่ในตารับยาหลายตารับ อันได้แก่
174 หนงั สอื เรียนสาระทักษะการดาำ เนินชวี ติ เพ่อื ใช้เป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา
173
ภาพที่ 62 ตาราเวชศาสตร์ บับหลวง รชั กาลท่ี 5
ภาพท่ี 63 คัมภีรป์ ฐมจนิ ดา
5.1 พระคัมภรี ์ปฐมจนิ ดา
2) เป็นตารากุมารเวชศาสตร์ของแพทย์แผนไทย มียาเข้ากัญชา 1 ตารับ คือ
“ไฟอาวธุ ึ่งใช้รกั ษาโรคตานทราง ่ึงมีอาการเป็นไขล้ ะอองล้ินขาว เป็นต่มุ เม็ดในปาก คอและตาม
ร่างกายของทารกและเด็กเล็ก แก้โรคไอผอมเหลือง หืดหอบ โรคพุงโลก้นปอด แก้ไข้ อุจจาระเป็น
โลหติ จกุ เสยี ดแนน่ ท้อง ปรุงเป็นยาผงทาเปน็ เม็ดเทา่ เมด็ พรกิ ไทยละลายกบั น้ามะนาวเป็นกระสายยา
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ติ 175
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
174
ภาพท่ี 64 คมั ภรี ม์ หาโชตรตั
5.2 พระคัมภีร์มหาโชตรัต
2) เป็นตารานรเี วชศาสตร์ของการแพทย์ แผนไทยมยี าเข้ากัญชา 3 ตารับ คอื
2) 5.2.1 ยาแก้ลมอุทธังคมาวาตะ
2) 5.2.2 ยาแก้รดิ สดี วงมหากา
2 25.2.3 ยาแก้อาการบิดมวนทอ้ งและทอ้ งเสยี ในสตรี
ภาพที่ 65 คัมภีร์ชวดาร
5.3 พระคมั ภีร์ชวดาร
2) เป็นตาราว่าด้วยโรคลมและโรคเลือดของทั้งสตรีและบุรุษ มียา 1 ตารับ คือ
ยาแก้โรคสาหรับบรุ ุษและสตรี ใช้รกั ษากามโรค ปัสสาวะเป็นโลหิต
176 หนังสอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวติ เพอ่ื ใช้เป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา
175
ภาพที่ 66 คมั ภรี ์กระษยั
5.4 พระคมั ภีรก์ ษยั
2) เป็นตาราว่าด้วยความเสื่อมของร่างกายทาให้ผอมแห้ง แรงน้อย สุขภาพ
ทรดุ โทรมในพระคัมภรี ์น้ีมีกญั ชาเป็นส่วนผสมถึง 5 ตารับ คอื
2) 5.4.1 ยาแก้กษัยเหลก็
2) 5.4.2 ยาแกก้ ษยั กลอ่ น
2) 5.4.3 ยาแก้กษัยเสียด
2) 5.4.4 ยาพรหมภกั ตร์
2) 5.4.5 ยาอัมฤตย์โอสถ
กกกกกกกกล่าวโดยสรุป ในประเทศไทยมีหลักฐานการใช้กัญชาในการรักษา หรือควบคุมอาการของ
โรคต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการรวบรวมไว้เป็นตารายาหลายเล่ม และสูตร
ยาหลายขนาน เช่น ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ตาราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พระคัมภีร์ปฐมจนิ ดา
พระคัมภีร์มหาโชตรัต พระคัมภีร์ชวดาร และพระคัมภีร์กษัย เป็นต้น มีการระบุตารับยาที่ใช้กัญชา
หรือมีกัญชาเป็นส่วนประกอบที่ใชใ้ นการรกั ษา นบั แต่ในอดีตสบื เนื่องกนั มา
เรือ่ งท่ี งแเรสล่ือาะางรรทาับบั ่ีร3รยอาสงทตโำ�่ีดรีกยบั ัญกยรช�ะาททเ่ีมรกีวนงญั สสช�น�ธเ�ปรรน็ ณะสกสว่อุขนบปทรีไ่ ะกอีกบารทคไ่ี ดั ม้เลีกอื �กรคแัดลเะลรือับกรอง ย
กระทร
สืบเนื่องมาจากพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโ้ ทษ ( บับท่ี 7) พ.ศ. 2562 กาหนดให้แพทย์
แผนไทย แผนแพทย์ไทยประยุกต์ และหมอพ้ืนบ้านได้รับการยกเว้นว่าให้สามารถปรุงยาเพ่ือ
ประโยชน์ของคนไข้เ พาะรายของตนได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่อนุญาตให้ปลูกเองได้ หากต้องการปลูก
ต้องร่วมมือกบั หนว่ ยงานของรัฐและขออนุญาตปลกู อยา่ งถูกต้อง
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา หนงั สือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 177
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
176
กภาพที่ 67 กระทรวงสาธารณสขุ
ด้วยการใช้กัญชาในประเทศไทยได้ขาดความต่อเน่ือง เน่ืองจากกัญชาเป็นยาเสพติด
ประเภท ไม่สามารถนามาใช้ในการรักษาโรคได้ มาเป็นเวลาหลายสิบปี ทาให้แพทย์ส่วนใหญ่
ได้ป ิบัติตามก หมาย ขาดประสบการณ์ในการใช้กัญชาเพ่ือประโยชน์มาเป็นเวลานาน ส่งผลทาให้
กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมตารับยาไทยท่ีมีกัญชา
เปน็ ส่วนผสมมจี านวนทงั้ สิ้น 90 ตารับ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุม่
โดยเ พาะกลุ่มที่ 1 ตารับยาท่ีมีประสิทธิผล มีความปลอดภัย วิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก
ับ ้อน ตัวยาหาไม่ยาก และมีกัญชาปรุงผสมอยู่ที่อนุญาตให้เสพเพ่ือรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้
แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กาหนดตารับยาเสพติดให้โทษประเภท ท่ีมีกัญชา
ปรุงผสมอยู่ ท่ีให้เสพเพ่ือรักษาโรคหรือการศึกษาวิจยั ได้ พ.ศ.
178 หนังสอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนินชีวติ เพ่อื ใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา
177
บัญชรี ายช่ือ ารบั ยาแผนไทย
กา น เ น ารบั ยาเสพ ท ระเ ท ท่ี ีกัญชา รงผส อยทอี่ นญา เสพเพ่ือรกั า
รค รอื การ ก า ัยไ แนบทาย ระกา กระทร งสา าร ส เร่ืองกา น ารบั ยาเสพ
ท น ระเ ท ท่ี กี ัญชา รงผส อย ที่ เสพเพ่ือรกั า รค รือการ ก า ัยไ พ
าน น ารบั
ชอื่ ารบั ยา ท่ี า อง ารับยา
1. ยาอคั คนิ ีวคณะ คมั ภรี ์ธาตุพระนารายน์
2. ยาศขุ ไสยาศน์ คัมภีร์ธาตุพระนารายน์
3. ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตพุ นวิมลมังคลาราม
4. ยาน้ามนั สนนั่ ไตรภพ ตารายาศลิ าจารกึ ในวัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม,
จารกึ ตารายา วัดราชโอรสารามวรวิหาร
5. ยาแกล้ มขนึ้ เบอ้ื งสูง ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
6. ยาไฟอาวธุ แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ เล่ม 1 พระยาพศิ ณุประสาทเวช
7. ยาแก้นอนไมห่ ลบั หรือ ยาแกไ้ ขผ้ อมหลือง แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ เล่ม 1 พระยาพิศณุประสาทเวช
8. ยาแกส้ ัณฑฆาต กล่อนแห้ง แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ เล่ม 2 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช
9. ยาอัมฤตยโ์ อสถ แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ เลม่ 2 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช
10. ยาอไภยสาลี เวชศกึ ษา พระยาพศิ ณุประสาทเวช
11. ยาแก้ลมแก้เสน้ เวชศาสตรว์ ัณณนา
12. ยาแก้โรคจติ อายรุ เวทศึกษา (ขุนนทิ เทสสุขกจิ ) เล่ม 2
13. ยาไพสาลี อายรุ เวทศึกษา (ขนุ นทิ เทสสุขกจิ ) เล่ม 2
14. ยาทารดิ สดี วงทวารหนัก และโรคผวิ หนัง อายุรเวทศึกษา (ขนุ นทิ เทสสุขกจิ ) เลม่ 2
15. ยาทาลายพระสเุ มรุ คัมภรี แ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เลม่ 2 ขุนโสภิตบรรณลกั ษณ์
16. ยาทัพยาธคิ ณุ คมั ภรี ์แพทย์ไทยแผนโบราณ เลม่ 2 ขุนโสภิตบรรณลักษณ์
ายเ จากเหตุผลดังกลา่ วข้างตน้ จงึ เป็นผลทาให้ 16 ตารับยาแพทยแ์ ผนไทยในกลุ่ม
ที่ 1 จะถูกนามาใช้ก่อนตารับยาขนานอ่ืน ในโอกาสน้ีจึงขอนารายการยา 16 ตารับยากลุ่มท่ี 1
มาเผยแพร่ โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้ กกกก
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพื่อใช้เป็นยา หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ิต 179
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
178
ยาอัคคนี ค ะ
ทีม่ าของตารบั ยา คัมภรี ์ธาตุพระนารายน์
“ ั ิน เ กันชา ิ ิ น เ บเ บ ร น น
นิ 2 นิ นร เ ต เ ิ ิ 4 นน ต ร 6 น ร
เ น น ร เ น ร บ เ นั 1 เ น 4 ร ร ติ ิน เรบิ
ิ ัน ิน ัน นเ น เ น ิ เ ร ร ร เริ ร ต ั 4
เ ร ร ร เ ร ั ิ นั
ร เ น ร ิ ิโ น ร บ เ รั เ ร น ร ์
เ นเ เ บร เ เ เ ัตร นั ”
สูตรตารบั ยา ประกอบด้วย ตัวยา 0 ชนดิ รวมนา้ หนัก 7 ส่วน ดงั น้ี
ลา ับ ั ยา นา นกั ยา
กัญชา สว่ น
ยิงสม (โสม) ส่วน
ส่วน
3 เปลือกอบเชย ส่วน
4 ใบกระวาน สว่ น
5 กานพลู ส่วน
6 สะคา้ น ส่วน
7 ขงิ แห้ง
8 เจตมูลเพลงิ 4 สว่ น
9 ดีปลี 4 ส่วน
0 น้าตาลกรวด
ส่วน
อบง ช แกค้ ลืน่ เหียนอาเจยี น ทเี่ กดิ จากไฟยอ่ ยอาหารผดิ ปกติ
ร แบบยา ยาผง, แคป ลู
นา และ ี ช รับประทานคร้ังละ .7 กรมั วันละ ครั้ง กอ่ นอาหารเช้า
น้ากระสายยาที่ใช้ น้าผง้ึ รวง ถ้าหาน้ากระสายยาไมไ่ ด้ ให้ใชน้ า้ สุกแทน
อา ช ห้ามใชใ้ นหญิงตง้ั ครรภ์ ผทู้ ี่มีไข้ และผทู้ ่ีมอี ายตุ า่ กว่า 18 ปี
อค รระ ัง 1. ควรระวังการรับประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกนั เลือดเปน็ ลม่ิ
(Anticoagulant) และยาตา้ นการจับตวั ของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
2. ควรระวงั การใชใ้ นผูป้ วยโรคความดนั โลหิตสงู โรคหวั ใจ ผูป้ วยโรคแผลเปอย
เพปตกิ ผูป้ วยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนื่องจากเป็นตารับยารสร้อน
180 หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ิต เพือ่ ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา
179
อ ลเพ่ เ 1. ติกกะขาคนิ ี หมายถึง ไฟยอ่ ยอาหารกาเรบิ งึ่ มกั สัมพันธ์หรือเกิดจาก
ปตตะกาเรบิ
2. วิสมามันทาคินี อนั ทุพล หมายถึง ไฟย่อยอาหารที่มีลกั ษณะที่ไม่
สมา่ เสมอ หรือไม่คงที่ เช่น บางมอ้ื กนิ อาหารได้มาก เนื่องจากไฟย่อย
อาหารมกี าลงั แรง แตพ่ อถึงมือ้ ต่อไปมีอาการเบื่อ หรอื ไม่อยาก
รบั ประทานอาหาร เนื่องจากไฟย่อยอาหาร หรืออัคนิอ่อนกาลังลง
ลักษณะหรอื อาการขนึ้ ๆ ลง ๆ หรือไมแ่ นน่ อนหรือไม่สม่าเสมอของไฟ
ยอ่ ยอาหารเปน็ ผลจากความผิดปกติ ของ “วาตะ” หรืออาจกลา่ วอีก
อยา่ งวา่ “วาตะทาให้ไฟย่อยอาหารมีลักษณะที่ไม่แน่นอน”
3. ยามีรสร้อน ผู้ปวยทม่ี ีภาวะโรคกระเพาะอาหารควรรับประทานหลงั
อาหารและแบ่งรับประทานก่อนอาหารเชา้ และเย็น
4. ชอื่ อ่ืนในตารายาเกรด็ เชน่ อัคคีวัชณะ, ยาชื่ออคั ควี ั นะ, ยาช่อื อัคนี
ยา ไสยา น์
ท่ี า อง ารบั ยา คัมภรี ์ธาตุพระนารายน์
“ น์ เ รบร 1 น บ เ 2 น ั เ น 4 น
เ น น โ ร 6 น นั น์ น บนน น ริ นิ 1
น 11 น กันชา 12 น เ น น เ ินเ ั ตโิ บ
ิน ร รร โร ั ิน ั ินเ น นเ น นั ”
ส ร ารบั ยา ประกอบด้วย ตัวยา ชนดิ รวมนา้ หนกั 7 สว่ น ดงั น้ี
ลา ับ ั ยา นา นักยา
การบูร ส่วน
ส่วน
2 ใบสะเดา สว่ น
3 หัสคณุ เทศ
4 สมลุ แว้ง 4 ส่วน
5 เทยี นดา สว่ น
6 โกฐกระดกู ส่วน
7 ลูกจันทน์
7 สว่ น
ดอกบุนนาค สว่ น
9 พริกไทย
9 สว่ น
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพื่อใชเ้ ป็นยา หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนินชวี ิต 181
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
180
ลา บั ั ยา นา นักยา
0 ขิงแห้ง 0 สว่ น
ดีปลี สว่ น
ใบกัญชา ส่วน
อบง ช ช่วยให้นอนหลบั เจรญิ อาหาร
ร แบบยา ยาผง , แคป ูล
นา และ ี ช รับประทานคร้ังละ กรัม วนั ละ คร้ัง ก่อนนอน
นา้ กระสายยาท่ีใช้ น้าผึง้ รวง ถา้ หาน้ากระสายยาไมไ่ ด้ ให้ใช้นา้ สุกแทน
อา ช 1. หา้ มใชใ้ นหญงิ ตง้ั ครรภ์ ผทู้ ม่ี ีไข้ และผู้ท่ีมีอายตุ ่ากวา่ 18 ปี
2. หา้ มใชร้ ว่ มกบั ยาท่มี ีฤทธิกดระบบประสาทสว่ นกลาง เชน่ ยานอนหลับ
และยาต้านการชัก รวมท้ังแอลกอ อล์ หรอื สง่ิ ที่มีแอลกอ อลผ์ สมอยู่
อค รระ งั 1. ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเป็นลิม่
(Anticoagulant) และยาตา้ นการจับตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
2. ควรระวังการใชร้ ว่ มกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เน่ืองจากตารบั น้ีมีพริกไทยในปริมาณสูง
3. ควรระวงั การใช้ยาอย่างต่อเนอื่ ง โดยเ พาะอย่างยิ่งในผ้ปู วยท่มี ีความ
ผิดปกติของตับ ไต เน่ืองจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
4. ควรระวงั การใช้ในผู้ปวยโรคความดนั โลหติ สงู โรคหัวใจ ผู้ปวยโรคแผล
เปอยเพปตกิ ผปู้ วยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เน่อื งจาก
เปน็ ตารบั ยารสรอ้ น
5. ยาน้อี าจทาใหง้ ว่ ง ึมได้ ควรหลกี เลย่ี งการขบั ขย่ี านพาหนะ หรือทางาน
เกย่ี วกบั เครอื่ งจักรกล
อ ลเพ่ เ -
ยาแกล เนา นารี า ย
ท่ี า อง ารบั ยา ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
“ ิ ิ ริ ั เนิ ัน เน น ร โ เ น รบ 1
นัน เ ิ ต ต ัน ตเ ัน ับตน เ นตน น เต น
ัน ั บั เ ิ ตร ร รร ์ ร เ น ับเ ตน
เบ น ิ ติ ร ิ ร นเ น ั ร เ
182 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชวี ิต เพ่ือใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา
181
เ ต น เ กั ชา 1 1 ริ 1 ิ 1 บ น ั 2 ต น น 1
ัน น์ 1 ัน น์ 1 บเ 1 น 1 เ เ เ น บ น ิน
นั 1 นิ เ เ น ร ์ น ิน นั ิเ นั ”
ส ร ารบั ยา ประกอบดว้ ย ตวั ยา ชนิด รวมน้าหนกั ส่วน ดงั น้ี
ลา บั ั ยา นา นักยา
กญั ชา สว่ น
ดปี ลี สว่ น
ส่วน
3 พรกิ ไทย สว่ น
4 ขงิ แห้ง สว่ น
5 ขอบชะนางแดง สว่ น
6 ขอบชะนางขาว ส่วน
7 ตานหม่อน ส่วน
8 ลูกจันทน์ ส่วน
9 ดอกจนั ทน์ ส่วน
0 สมลุ แว้ง ส่วน
ส่วน
อบเชย
กานพลู
อบง ช แก้ลมเนาวนารวี าโย
ร แบบยา ยาผง, แคป ูล
นา และ ี ช รบั ประทานครั้งละ กรัม วนั ละ ครั้ง ก่อนอาหาร เช้าและเย็น
น้ากระสายยาทใี่ ช้ น้าผง้ึ รวง ถ้าหานา้ กระสายยาไม่ได้ ให้ใชน้ า้ สกุ แทน
อา ช ห้ามใชใ้ นหญิงต้งั ครรภ์ ผทู้ มี่ ีไข้ และผ้ทู มี่ ีอายตุ า่ กว่า 18 ปี
อค รระ ัง ควรระวงั การรบั ประทานรว่ มกบั ยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม
(Anticoagulant) และยาตา้ นการจับตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
อ ลเพ่ เ ลมเนาวนารีวาโย เปน็ ลมท่ที าให้มีอาการเจ็บแปลบท่ีปลายมือปลายเทา้ คล้าย
ปลาดุกยอก ต้นคอตึงแข็งเกร็ง หนั คอไม่ได้
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพือ่ ใชเ้ ปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชวี ติ 183
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
182
ยานา นั สน่ันไ ร พ
ที่ า อง ารบั ยา ตารายาศลิ าจารกึ ในวดั พระเชตุพนวิมลมังคลาราม จารึกตารายา
วดั ราชโอรสารามวรวิหาร ั ร ั โร ันบั เ ิ นเ น ติ ร ั เ
“สิทธิการิยะ
นันเ น รบ ร เ ร น เ น น นัน ั น ิ ตั
ิ รัน เ น บริโ ร ิ บั ต
ัน
น เ บ เ ร บ ั บเ น ร กั ชา ริ
เ ั เ ั นเ น ิ น น น ัน น น ตน ัน เ
ัน น์ ัน น์ ร น น เ น เ น รบร ิ 1 เ น ร น
น ันนัน เ ร เ ัน น ินน ันน ัน ิเ นั
น ัน น นน นนั ตร นร ั ั นั ”
ส ร ารบั ยา ประกอบดว้ ย ตัวยา ชนิด ดงั น้ี
ลา ับ ั ยา นา นักยา
ใบกะเพรา กโิ ลกรัม (น้าหนักตัวยาสด)
กิโลกรมั (น้าหนักตวั ยาสด)
2 ใบแมงลกั กโิ ลกรัม (นา้ หนกั ตัวยาสด)
3 ใบผกั เสย้ี นผี กิโลกรัม (น้าหนกั ตวั ยาสด)
4 กระชาย กโิ ลกรมั (น้าหนกั ตวั ยาสด)
5 กญั ชา กิโลกรัม (น้าหนักตวั ยาสด)
6 พริกไทย กิโลกรมั (นา้ หนกั ตวั ยาสด)
7 หอมแดง กโิ ลกรัม (น้าหนกั ตวั ยาสด)
กิโลกรมั
หญ้าไ กโิ ลกรัม (นา้ หนักตัวยาสด)
9 เกลอื 1 สลึง
0 ลูกคดั เคา้ 1 สลงึ
1 สลึง
ลูกจันทน์ 1 สลงึ
ดอกจันทน์ 1 สลึง
กระวาน
4 กานพลู
เทยี นดา
184 หนงั สอื เรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวิต เพือ่ ใช้เปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา
183
ลา ับ ั ยา นา นักยา
16 เทยี นขาว 1 สลึง
17 การบรู 1 สลึง
18 น้ามนั งา 1 ทะนาน
อบง ช แกก้ ษัยเหลก็
ร แบบยา ยานา้ มนั
นา และ ี ช 1. ใชน้ า้ มันทารดี ทอ้ ง นวดคลึงบรเิ วณรอบสะดือถึงชายโครง ทศิ ตามเขม็
1. นา กิ า 3 วันก่อน แล้วจึงรบั ประทานนา้ มนั
2. รับประทานคร้งั ละ - 5 มลิ ลิลติ ร วันละ 1 ครงั้ กอ่ นอาหารเช้าเปน็
เวลา 3 วนั
อา ช หา้ มใชใ้ นหญิงตง้ั ครรภ์ ผูท้ ่มี ไี ข้ และผู้ทม่ี ีอายุตา่ กว่า 18 ปี
อค รระ ัง 1. ควรระวังการรบั ประทานรว่ มกบั ยาในกลุ่มสารกนั เลือดเป็นล่ิม
(Anticoagulant) และยาต้านการจับตวั ของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
2. ควรระวังการใช้ร่วมกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนื่องจากตารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
3. ควรระวงั การใชใ้ นผูป้ วยโรคความดนั โลหิตสงู โรคหวั ใจ ผู้ปวยโรคแผล
เปอยเพปติก ผู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลยอ้ น เนอื่ งจากเป็น
ตารบั ยารสร้อน
4. ควรระวงั การใชย้ าอยา่ งต่อเนอื่ ง โดยเ พาะอย่างย่ิงในผ้ปู วยที่มีความ
ผดิ ปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
5. ควรระวงั ในการทาบรเิ วณผิวที่บอบบางหรือผิวหนังที่แตกเนอ่ื งจากอาจ
ทาใหเ้ กดิ การระคายเคืองได้
อ ลเพ่ เ กษยั เหลก็ เป็นกษัยอันเกดิ จากอุปปาติกะโรคชนิดหนง่ึ เกิดจากลมอัดแนน่
แขง็ เป็นดานอยใู่ นทอ้ งน้อย ผู้ปวยมีอาการเจ็บปวดทอ้ งแขง็ ลามขึ้นไปถงึ อก
กินอาหารไม่ได้ เป็นต้น
5 ยาแกล นเบืองสง
ท่ี า อง ารบั ยา ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
“ ิ ิ ริ ต ร ิเ รร เร ัน ร ์เ น น
ร รร โร ั ต บ นั
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพ่ือใช้เปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 185
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
184
น น ต รร ิเ รร โร รร ั ัน เริบ ั
นเบ บนนนั โ นั ั น
น เ กั ชา ต ิ ิ 4 น รเ 6 น น
น เ เ โ น เต โ ิ ์ ิ น นเ ร ั ิ 12 น
ิ น เร น ิ 16 น ริ เ ันเ ร ิ 24 น
เ น บ น ร ิน นั 1 น นั ”
ส ร ารบั ยา ประกอบดว้ ย ตัวยา ชนิด รวมน้าหนัก สว่ น ดังน้ี
ลา ับ ั ยา นา นักยา
ยาดา 4 ส่วน
2 กัญชา 4 สว่ น
3 อุตพดิ 4 ส่วน
4 ดองดึง 4 สว่ น
5 กระเทยี ม สว่ น
6 ว่านน้า สว่ น
7 ชะเอมเทศ สว่ น
โกฐนา้ เต้า ส่วน
0 โกฐพงุ ปลา ส่วน
มหาหงิ ค์ุ ส่วน
4 วา่ นเปราะ ส่วน
ผลผักชี ส่วน
7 ขิงแหง้ สว่ น
แก่นแสมทะเล ส่วน
อบง ช รากสม้ กงุ้ ส่วน
ร แบบยา สะค้าน สว่ น
นา และ ี ช พริกไทย 4 สว่ น
เปลือกกนั เกรา 4 สว่ น
แกล้ มข้นึ เบอื้ งสูง
ยาผง, แคป ูล
รับประทานครงั้ ละ กรมั วนั ละ ครง้ั ก่อนอาหาร เชา้ และเยน็
น้ากระสายยาท่ีใช้ นา้ ผึ้งรวง ถา้ หาน้ากระสายยาไม่ได้ ใหใ้ ช้น้าสกุ แทน
186 หนังสือเรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ติ เพ่อื ใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา
185
อา ช ห้ามใชใ้ นหญงิ ตงั้ ครรภ์ ผทู้ ม่ี ไี ข้ และผู้ทม่ี ีอายตุ า่ กวา่ 18 ปี
อค รระ ัง 1. ควรระวังการรับประทานรว่ มกบั ยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเป็นล่ิม
อ ลเพ่ เ (Anticoagulant) และยาตา้ นการจบั ตวั ของเกลด็ เลือด (Antiplatelets)
2. ควรระวงั การใช้ร่วมกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนื่องจากตารบั น้มี ีพริกไทยในปริมาณสูง
3. ควรระวังการใช้ในผปู้ วยโรคความดนั โลหิตสูง โรคหวั ใจ ผู้ปวยโรคแผล
เปอยเพปติก ผู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนือ่ งจาก
เปน็ ตารบั ยารสรอ้ น
1. ลมข้ึนเบื้องสูง เปน็ โรคลมทท่ี าใหม้ ีอาการปวดศีรษะ ตาแดง หูตา าฟาง
. หอู ้อื ออ่ นเพลยี สวงิ สวาย เปน็ ตน้
2. ดองดึงจะตอ้ งฆ่าฤทธิตามกรรมวิธีก่อนนาไปปรุงยา
ยาไ อา
ท่ี า อง ารับยา แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม 1 พระยาพิศณุประสาทเวช ร.ศ. 128
“ ัน ิ น ิ ัน น เ น น ั นัน
น ต ัน ิน ั ร์นัน ินต ิ ัน น ต ัน
นัน นิ ต
น นน เ ัน น์ 1 ัน น์ 1 ร น 1 น 1 โ ั
เ น ั เ เ 1 กันชา 1 น เ 1 เ ิ 1 น ต ิ 1 เ 1
1 บ ิ เ น1เ ิ 2 นร ิ 1ร 1ร เ น 1ร เ 1
ร น1ร น1เ ิ น ั เ 4 น บ ร น ริ 1 ิ
1 ร เ ต เ ิ 16 น ร 2 ิ น เ น เ น น เ น ร บ
ิน ร ต นโ ร ั 12 นน ั เ
โร เ นเ นเ
ร เ นเ โ ิตร น ัน ั ั ั เ น ร ตั เ นโ ิต เ
เเ”
ส ร ารับยา ประกอบด้วย ตัวยา ชนิด รวมนา้ หนกั 04 ส่วน ดังนี้
ลา ับ ั ยา นา นกั ยา
ผลจนั ทน์ สว่ น
ดอกจันทน์ ส่วน
กระวาน สว่ น
4 กานพลู สว่ น
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพือ่ ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 187
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
186 น้าหนกั ยา
1 สว่ น
ลาดับ ตวั ยา 1 สว่ น
5 โกฐสอ 1 ส่วน
6 โกฐเขมา 1 สว่ น
7 โกฐหวั บัว 1 สว่ น
8 โกฐจุฬาลมั พา 1 ส่วน
9 โกฐเชียง 1 สว่ น
1 ส่วน
10 เทียนดา 1 ส่วน
11 เทยี นแดง 1 สว่ น
12 เทยี นขาว 1 สว่ น
13 เทยี นข้าวเปลอื ก 1 ส่วน
14 เทียนตาตั๊กแตน 1 ส่วน
15 ชะเอมเทศ 2 ส่วน
16 กญั ชา 2 ส่วน
17 แกน่ แสมทะเล 2 สว่ น
18 อตุ พดิ 2 ส่วน
19 เปลอื กสมลุ แว้ง 3 สว่ น
20 ดปี ลี 3 สว่ น
21 ใบพิมเสน 3 ส่วน
22 รากจงิ จอ้ 3 ส่วน
23 รากส้มกงุ้ 3 ส่วน
24 รากเปลา้ น้อย 3 ส่วน
25 รากเปลา้ ใหญ่ 4 ส่วน
26 รากสะคา้ น 9 สว่ น
27 รากพาชไหน 16 ส่วน
28 สหศั คุณเทศ 16 ส่วน
29 บุกรอ 16 ส่วน
30 พรกิ ไทย
31 ขิงแห้ง
32 เจตมูลเพลงิ แดง
188 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวิต เพ่อื ใช้เป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา
187
บ แก้ลมจุกเสยี ด ปวดมวนท้อง แกด้ านเสมหะ
บบยา ยา ง, แคป ูล
นาด ล ว รบั ประทานครังละ 2 กรัม วันละ 2 ครัง ก่อนอาหาร เชา้ และเยน
นากระสายยาทใี ช้ นามะนาว ้าหานากระสายยาไม่ได้ ให้ใชน้ าสกุ แทน
หา หา้ มใชใ้ นหญิงตังครร ู้ทีมีไข้ และ ทู้ ีมีอายุตากวา่ 18 ป
ว วั 1. ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกนั เลือดเปนลมิ
1. (Anticoagulant และยาต้านการจับตวั ของเกลดเลือด Antiplatelets)
2. ควรระวังการใช้ร่วมกบั ยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
1. และ Rifampicin เนอื งจากตารบั นีมีพรกิ ไทยในปริมาณสูง
3. ควรระวังการใช้ใน ูป้ วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ู้ปวยโรคแ ล
1. เปอยเพปติก ู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลยอ้ น เนอื งจากเปน
1. ตารับยารสรอ้ น
ลต ดานเสมหะ หมาย ง เสมหะทีคังคา้ งในลาไส้ทาใหท้ ้องแขงปวดมวน
ยา กน น หลับ ห ยา ก หล
า ตา ับยา แพทยศาสตรสงเคราะห เล่ม 1 พระยาพศิ ณุประสาทเวช ร ศ 128
“กัญชา แก้ไข้ผอมเหลืองหาก้าลังมิได้ ให้ตัวส่ันเสียงส่ันเปนด้วยวาโยธาตุก้าเริบ แก้
นอนมิหลับ เอาตรีกะฏุก 1 จันทน์ทั้ง 2 ใบสะเดา 1 ใบคนทีเขมา 1 พริกล่อนเสมอภาค ใบกันชาเท่ายา
ท้ังหลายท้าผง เอาน้ามะพร้าว น้าผึ้ง น้าส้มซ่า น้าตาลทราย กระทือสด น้าเบ็ญจทับทิมต้มละลายยา
กินหายแล”
ต ตา ับยา ประกอบดว้ ย ตัวยา ชนดิ รวมนาหนัก 16 ส่วน ดังนี
ลาดับ ตัวยา น้าหนักยา
1 ขงิ แหง้ 1 ส่วน
2 พรกิ ไทยลอ่ น 2 ส่วน
3 ดปี ลี 1 ส่วน
4 จันทนแดง 1 ส่วน
5 จันทนขาว 1 ส่วน
6 ใบสะเดา 1 ส่วน
7 ใบคนทีเขมา 1 ส่วน
ใบกัญชา ส่วน
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพอื่ ใชเ้ ป็นยา หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ติ 189
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
188
บ 1. แกน้ อนไม่หลบั
2. แก้ไข้ อมเหลอื ง มีอาการตวั สนั เสียงสัน ออ่ นเพลีย ไม่มกี าลัง
บบยา ยา ง, แคป ลู
นาด ล ว รบั ประทานครังละ 2 กรัม วนั ละ 2 ครัง ก่อนอาหาร เชา้ และเยน
นากระสายยาทใี ช้ นามะพรา้ ว นา งรวง นาส้ม า่ นาตาลทราย กระทือสด
นาเบญจทบั ทิมตม้ อย่างใด อย่างหนง า้ หานากระสายยาไม่ได้ ใหใ้ ชน้ า
สกุ แทน
หา 1. ห้ามใชใ้ นหญงิ ตังครร และ ูท้ ีมีอายตุ ากว่า 18 ป
2. ห้ามใช้ร่วมกับยาทีมี ท ิกดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ
และยาต้านการชกั รวมทงั แอลกอ อล หรอื สิงทีมแี อลกอ อล สมอยู่
ว วั 1. ควรระวังการรบั ประทานร่วมกบั ยาในกลุม่ สารกนั เลอื ดเปนลิม
(Anticoagulant และยาต้านการจบั ตวั ของเกลดเลือด Antiplatelets)
2. ควรระวงั การใชร้ ว่ มกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนืองจากตารับนีมีพริกไทยเปนส่วนประกอบ
3. ยานีอาจทาให้งว่ ง มได้ ควรหลกี เลยี งการขบั ขยี านพาหนะ หรือทางาน
เกยี วกับเครืองจักรกล
4. ควรระวงั ใน ู้ทีประกอบอาชีพทางนาหรือ ูท้ รี ่างกายต้องสัม ัสความ
เยนเปนเวลานาน เพราะจะทาให้เปนตะคริวตรงบรเิ วณท้องได้
ลต 1 ไข้ อมเหลือง เกดิ จาก าตลุ มกาเรบิ ส่ง ลใหน้ อนไม่ค่อยหลบั เบือ
อาหาร เมือเปนเรือรัง ร่างกาย า่ ย อม ดี เหลอื ง อ่อนเพลยี และไมม่ ี
กาลัง งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เชน่ โรคริดสีดวง
2. รดิ สดี วง เปนโรคกลุ่มหนง เกิดได้กับอวัยวะต่าง ของร่างกาย เช่น ตา
จมูก ลาไส้ ทวารหนัก ตาราการแพทยแ นไทยว่า มี 1 ชนิด แต่ละชนิด
มีอาการและชือเรยี กแตกต่างกนั ไป บางชนิดอาจมตี ิงหรอื ก้อนเนือ
เกดิ ขน ทีอวัยวะนนั เชน่ รดิ สดี วงตา รดิ สดี วงทวารหนัก
ยา ก นั าต กล น ห
า ตา บั ยา แพทยศาสตรสงเคราะห เล่ม 2 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช ร ศ.126
“จะวา่ ด้วยโรคส้าหรับบุรุ หรือสตั รีก็เหมือนกัน แต่จะว่าด้วยบุรุ นั้นก่อน ้าผ้ใดเปน
โท สั าฏแลกล่อนแห้ง มักให้ผกพรรดึกแลลมเสียดแทง ให้เปนลกเปนก้อนเปนดานในท้องให้
เม่อื ยขบท่วั สารพางค์ มกั ให้เจ็บบั้นเอว ให้มอื เท้าตายเปนเหน็บชา มักขดั หัวเหนา่ น่าตะโพก ตงึ สอง
190 หนังสือเรยี นสาระทักษะการดาำ เนินชีวิต เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา
189
ราวข้างไปจนตลอดทวารหนัก ปสสาวะเปนโลหิตให้ปวดสีสะวิงเวียนหน้าตา ปากเบี้ยวตาแหกเสียง
แห้งเจราไม่ไคร่ได้ยิน จัก ุมืดหหนัก แลจุกเสียดท้องข้ึนแน่นน่าอก เสพย์อาหารไม่มีร โรคทั้งน้ีเปน
เพื่อวาตะ เสมหะ โลหิต ก้าเริบ เมื่อจะเปนนั้นให้เหม็นเน้ือตัวแลอาหาร อย บางทีให้จับสะบัด
ร้อนสท้านหนาว มักอยากของเปร้ียวหวานแลเย็น เปนทั้งน้ีเพราะโลหิตแห้งติดกระดกสันหลัง บุรุ
แลสัตรเี ปนเหมือนกันจะแก้ทา่ นใหแ้ ต่งยาน้ี
ยาแก้โรคส้าหรับบุรุ ขนานนี้ เอาเ าสะค้าน ผักแพวแดง หัวดองดึง ว่านน้า
มหาหิงคุ์ เนื้อใน กราชพ โก สอ โก พุงปลา โก จุลาล้าภา กันชา หัวอุตพิด
ชะเอมเท ดีปลี แก่นแสมทะเล ยาทั้งน้ีเอาเสมอภาค พริกไทยกึ่งยา แต่ว่าผ่อนตามก้าลัง
ท้าผงแลว้ เอาน้าใบกะเม็ง น้าผลประค้าดีควาย เอาเท่ากันเคล้ายาให้ได้ คร้ัง ผึ่งให้แห้งแล้วบด
กับนา้ ผ้ึงรบั ประทาน หนัก สลงึ แกโ้ รคดังกล่าวมาแล้วแต่หลัง”
ต ตา ับยา ประกอบดว้ ย ตัวยา 15 ชนิด รวมนาหนกั 21 ส่วน ดงั นี
ลาดับ ตวั ยา น้าหนกั ยา
1 สะคา้ น 1 ส่วน
2 กั แพวแดง 1 ส่วน
3 ดองดง 1 สว่ น
4 ว่านนา 1 สว่ น
5 มหาหิงคุ 1 สว่ น
6 เนือใน กราชพ ก 1 ส่วน
7 โกฐสอ 1 ส่วน
8 โกฐพุงปลา 1 ส่วน
9 โกฐจฬุ าลมั พา 1 สว่ น
1 กญั ชา 1 ส่วน
11 อุตพดิ 1 ส่วน
12 ชะเอมเทศ 1 สว่ น
13 ดปี ลี 1 ส่วน
14 แก่นแสมทะเล 1 สว่ น
1 พริกไทย สว่ น
วน ก บ น นตา บั
ใบกะเมง
ลประคาดีควาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพื่อใช้เป็นยา หนงั สือเรียนสาระทักษะการดาำ เนินชีวิต 191
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
190
บ บรรเทาอาการท้อง ูกเปนพรรดก อาการปวดเมือยทัวร่างกาย มอื ชาเท้าชา
ปวดศีร ะ หน้ามืดวิงเวยี น จุกเสียดท้อง แน่นหน้าอก ทีเกิดจาก
โทสนั าตและกลอ่ นแห้ง
บบยา ยา ง, แคป ลู
นาด ล ว รับประทานครงั ละ 2 กรัม วันละ 2 ครงั ก่อนอาหาร เช้าและเยน
นากระสายยาทีใช้ นา งรวง ้าหานากระสายยาไม่ได้ ให้ใช้นาสกุ แทน
หา หา้ มใช้ในหญิงตงั ครร ู้ทมี ไี ข้ และ ู้ทีมีอายุตากวา่ 18 ป
ว วั 1 ควรระวังการรบั ประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกนั เลือดเปนลิม
(Anticoagulant และยาต้านการจับตัวของเกลดเลือด Antiplatelets)
2 ควรระวังการใชร้ ว่ มกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนืองจากตารับนีมีพริกไทยในปริมาณสูง
3 ควรระวงั การใชย้ านใี น ู้ปวยสูงอายุ
ลต ต้อง ่า ท ิดองดงกอ่ นนาไปปรงุ ยา
ยา ั ตย
า ตา ับยา แพทยศาสตรสงเคราะห เลม่ 2 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช ร ศ 126
“ขนานหนึ่งช่ืออัม ตย์โอส แก้ลมไก ยท้ังปวงเอา สหัสคุ แก่นแสมทเล ราก
ส้มกุ้ง ลกมะตม ลกมะแหน ลกพิลังกาสา สมอเท สมอไทย โกฏเขมา เทียนด้า
เทียนขาว ลกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพล ดีปลี ยาท้ังนี้เอาเสมอภาค เอา
เปลือกหอยโข่ง เปลือกหอยขม เปลือกหอยแครง เบ้ียผ้เผา เอาสิ่งละ ส่วน เอากันชา
ส่วน เอาพริกไทย 2 เทา่ ยาทง้ั หลาย ตา้ ผงกระสายยักย้ายใช้ใหช้ อบโรคทั้งหลายเ ดิ
ต ตา บั ยา ประกอบด้วย ตัวยา 22 ชนดิ รวมนาหนัก 6 ส่วน ดังนี
ลาดบั ตัวยา น้าหนกั ยา
1 สหสั คุณ 1 ส่วน
2 แก่นแสมทะเล 1 สว่ น
3 รากสม้ กุง้ 1 ส่วน
4 ลกู มะตูม 1 ส่วน
5 ลูกมะแหน สมอพเิ ก 1 สว่ น
6 ลูกพลิ งั กาสา 1 ส่วน
สมอเทศ 1 ส่วน
8 สมอไทย 1 สว่ น
192 หนงั สือเรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชวี ิต เพื่อใช้เปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา
194
ลาดับ ตัวยา นา้ หนักยา
6 ใบกัญชา 2 สว่ น
7 พรกิ ไทย 4 สว่ น
บ แกล้ มในเสน้ บรรเทาอาการมือเทา้ ชา อ่อนแรง
บบยา ยา ง, แคป ูล
นาด ล ว รับประทานครังละ 2 กรัม วันละ 2 ครงั ก่อนอาหาร เชา้ และเยน
นากระสายยาทีใช้ นา งรวง นาส้ม า่ อย่างใด อยา่ งหนง ้าหานากระสาย
ยาไม่ได้ ใหใ้ ชน้ าสกุ แทน
หา หา้ มใชใ้ นหญิงตังครร ทู้ ีมไี ข้ และ ู้ทมี ีอายุตากวา่ 18 ป
ว วั 1 ควรระวงั การรบั ประทานร่วมกบั ยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเปนลิม
(Anticoagulant และยาตา้ นการจับตัวของเกลดเลือด Antiplatelets)
2. ควรระวังการใช้ร่วมกบั ยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนืองจากตารับนีมีพริกไทยในปริมาณสูง
3 ควรระวงั การใช้ใน ปู้ วยโรคความดนั โลหติ สงู โรคหัวใจ ปู้ วยโรคแ ล
เปอยเพปตกิ ้ปู วยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนอื งจากเปน
ตารับยารสรอ้ น
4. ควรระวงั การใชย้ านใี น ปู้ วยสูงอายุ
ลต ลมในเสน้ เปนลมทีพัดประจาอยู่ตามเสน้ ต่าง ในรา่ งกาย เชน่ ลมจนั ทก
ระลาพดั อยู่ในเสน้ อทิ า ลมสญู ทกลา พดั อยใู่ นเส้นปงคลา เมือลมเหล่านี
ิดปกติจะทาให้ ้ปู วยมีอาการปวดหรอื ชาตามแนวเส้นทีลมนนั พัดประจา
หรอื บรเิ วณใกล้เคยี ง เปนต้น
ยา ก ต
า ตา บั ยา อายุรเวทศก า ขนุ นิทเทสสขุ กจิ เลม่ 2
“ ยาแก้โรคจิต ขนานที่ เอาเปลือกกุ่มน้า 2 บาท เปลือกมะรุม บาท แห้ว
หม เปล้าน้อย เปล้าใหญ่ รางแดง จันทน์เท เปลือกมะตม ก้านกัญชา บอระเพ็ด เปลือกโมกมัน
หญ้าชันกาด สนเท สิ่งละ บาท ระย่อมเท่ายาทั้งหลาย รวมต้าผงละลายน้าร้อนแทรกพิมเสน
กนิ คร้งั แรกหนกั 2 ไพ ้านอนไมห่ ลับใหท้ วียาข้ึนไป งึ สลึง”
ต ตา ับยา ประกอบด้วย ตวั ยา 14 ชนิด รวมนาหนัก กรัม ดงั นี
196 หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวิต เพือ่ ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา
195
ลาดับ ตัวยา นา้ หนกั ยา ก ั
1 เปลือกกุ่มนา 30
2 เปลือกมะรุม 90
3 แหว้ หมู 15
4 เปลา้ น้อย 15
5 เปลา้ ใหญ่ 15
6 รางแดง 15
7 จนั ทนเทศ 15
8 เปลอื กมะตูม 15
9 ก้านกัญชา 15
10 บอระเพด 15
11 เปลอื กโมกมัน 15
12 หญา้ ชันกาด 15
13 สนเทศ 15
14 ระยอ่ ม 285
บ แก้โรคลมทีทาให้กังวล เครยี ด นอนไมห่ ลับ
บบยา ยา ง, แคป ูล
นาด ล ว 1 รับประทานครังแรก ครงั ละ มลิ ลกิ รัม วันละ 2 ครงั กอ่ นอาหาร
หา เชา้ และเยน
ว วั 2. ้านอนไม่หลับ รับประทานครังละ 1 กรัม วนั ละ 2 ครงั ก่อนอาหารเช้า
และเยน
3 นากระสายยาทีใช้ นารอ้ นแทรกพมิ เสน า้ หานากระสายยาไม่ได้ ใหใ้ ช้
นาสุกแทน
1. ห้ามใชใ้ นหญงิ ตงั ครร และ ู้ทีมีอายุตากวา่ 18 ป
2. หา้ มใชใ้ น ู้ทใี ชย้ าลดความดนั โลหติ
ควรระวงั การใช้ยาตารับทมี ีระยอ่ มเปนส่วนประกอบ เนืองจากสาระสาคัญ
งมี ท ิในการลดความดนั คือ สาร Reserpine และอัลคาลอยดอนื หาก
ได้รับในขนาดทสี งู เกนิ ไป มี ลกดการทางานของประสาท ทาใหเ้ กิดอาการ
วงิ เวยี นศีร ะ ปากแห้ง คัดจมูก ท้องร่วง มนงง หน้ามืด ใจสนั ม มือแขนสนั
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพื่อใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทักษะการดาำ เนินชวี ติ 197
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
196
ลต 1. ยาแกโ้ รคจติ ตารบั นี เปนตารับยาตามหนังสืออายุรเวทศก า ขนุ นทิ เทสสุขกจิ
เล่ม 2 ทงั นีไม่ได้หมาย งโรคจิตในความหมายของการแพทยแ นปจจุบัน
โรคทางจิตเวชและไบโพลา่
2. ระยอ่ มจะตอ้ ง ่า ท ิตามกรรมวิ กี ่อนนาไปปรุงยา
ยา าล
า ตา บั ยา อายุรเวทศก า ขุนนิทเทสสขุ กิจ เล่ม 2
“ ยา ไพสาลี ว่า พระพุทธเจ้า ทรงให้พระอานนท์ท้าแจกเปนทาน เอาลกจันทน์
ดอกจันทน์ ส่ิงละ สลึง กระวาน สลึง เ อง กานพล 2 สลึง ดีปลี 2 สลึง เ อง ลกพิลังกาสา
สลึง ว่านน้า สลึง เ อง เกลือสินเธาว์ บาท เทียนด้า เ อง เทียนเยาพา ี สลึง เ อง
การบร สลึง สมอเท สลึง เ อง เทียนข้าวเปลือก สลึง สมอไทย 2 บาท สมอพิเภก 2 บาท
เ อง โก สอ สลึง โก เขมา สลึง เ อง บุกรอ สลึง ขิงแห้ง สลึง เ อง เจตมลเพลิง
สลึง หัสคุ เท บาท กั ชา บาท พริกไทยร่อน บาท ยาท้ังนี้ท้าเปนผงละลายน้าผ้ึงน้าอ้อย
แดง น้านมโคก็ได้ กิน หนัก สลึง กิน เวลา แก้สารพัดโรค ไส้เล่ือนกล่อน หดื ไอ กุ งั เสมหะ ตามืด
ตา าง หหนวก หตึง ลมสติมักหลงลืม เจ็บตะโพก จุกเสียด ลมสลักอก ขี้เร้ือน คุดทะราด เปน ใน
เพดานและล้าคอ ลมมักให้หาวเรอ ให้รากสะอึก ลมสะแกเวียน นอนไม่หลับ ให้ง่วงเหงาหาวนอน ลม
ปวดมวนในท้อง เปนปางเปนจกุ ผามม้ามย้อย หงอย เพ้อ พดมชิ ัด ”
ต ตา บั ยา ประกอบดว้ ย ตวั ยา 23 ชนิด รวมนาหนัก 1, 2 63 กรัม ดังนี
ลาดับ ตวั ยา นา้ หนกั ยา ก ั
1 ลกู จนั ทน 3.75
2 ดอกจันทน 3.75
3 กระวาน 5.625
4 กานพลู 7.5
5 ดีปลี 9.375
6 พลิ งั กาสา 11.25
7 วา่ นนา 13.125
8 เกลือสินเ าว 15
9 เทียนดา 1.875
10 เทียนเยาพาณี 24.375
11 การบรู 26.25
198 หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชวี ติ เพือ่ ใช้เป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา
197
ลาดบั ตัวยา น้าหนักยา ก ั
12 สมอเทศ 28.125
13 เทียนข้าวเปลือก 22.5
14 สมอไทย 30
15 สมอพิเ ก 31.875
16 โกฐสอ 33.75
17 โกฐเขมา 35.625
18 บุกรอ 26.25
19 ขิงแหง้ 39.375
20 เจตมูลเพลิง 26.25
21 หสั คณุ เทศ 75
22 กญั ชา 450
23 พรกิ ไทยลอ่ น 900
บ แก้โรคลม แก้หดื ไอ มีเสมหะ
บบยา ยา ง, แคป ูล
นาด ล ว รบั ประทานครังละ 2 กรมั วันละ 3 ครงั ก่อนอาหาร เช้า กลางวันและเยน
นากระสายยาทีใช้ นา งรวง นาอ้อยแดง นานมโค อย่างใด อย่างหนง
หา า้ หานากระสายยาไมไ่ ด้ ใหใ้ ช้นาสกุ แทน
ว วั ห้ามใช้ในหญงิ ตงั ครร ู้ทีมไี ข้ และ ูท้ ีมีอายุตากว่า 18 ป
1 ควรระวงั การรับประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกนั เลอื ดเปนลิม
(Anticoagulant) และยาตา้ นการจับตวั ของเกลดเลือด Antiplatelets)
2. ควรระวังการใชร้ ่วมกบั ยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนืองจากตารับนีมีพริกไทยในปริมาณสูง
3. ควรระวังการใชใ้ น ปู้ วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ู้ปวยโรคแ ล
เปอยเพปติก ู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนืองจากเปน
ตารับยารสร้อน
4 ควรระวงั การใชย้ านีใน ู้ปวยสงู อายุ
5. ควรระวังการใชย้ าอยา่ งต่อเนอื ง โดยเ พาะอยา่ งยิงใน ู้ปวยทมี ีความ
ิดปกตขิ องตบั ไต เนืองจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกดิ พิ ได้
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยา หนงั สือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 199
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
198
ลต -
ยา า ด ดว วา หนกั ล วหนั
“เอาขมิ้นชัน ใบกั ชา ส่ิงละ กรัม น้ามันเม็ด าย พอเปยก ใส่แก้ริดสีดวง
ทวารหนัก ใส่แกโ้ รคผิวหนงั ตา่ ง ”
ต ตา ับยา ประกอบด้วย ตัวยา 3 ชนดิ รวมนาหนัก 6 กรัม ดงั นี
ลาดับ ตัวยา นา้ หนกั ยา ก ั
1 ขมนิ ชัน 15
2 ใบกัญชา 15
3 นามันเมลด าย 3
บ ทาแก้รดิ สดี วงทวารหนัก และทาแก้โรค วิ หนัง เชน่ เรอื นกวาง เรอื นมูลนก
บบยา ยานามนั
นาด ล ว ทาวนั ละ 2 ครงั หลงั อาบนาเชา้ และเยน
หา -
ว วั ควรระวังการใช้กบั ู้ทีแพ้สว่ นประกอบของตารับ
ลต -
ยา าลาย
า ตา ับยา คมั ีรแพทยไทยแ นโบราณ ขนุ โส ิตบรรณลัก ณ เลม่ 2
“ยาท้าลายพระสุเมรุ เอาลกจันทน์ เ อง ดอกจันทน์ สลึง ลกกระวาน สลึงเ อง
กานพล 2 สลึง เกลือสินเธาว์ สลึง ดีปลี 2 สลึงเ อง หว้านน้า สลึงเ อง โก สอ บาท โก เขมา
บาทเ อง เทียนด้า สลึง เทียนแดง สลึงเ อง เทียนขาว สลึง เทียนตาตักแตน สลึงเ อง เทียน
ข้าวเปลือก สลึง ขิงแห้ง สลึงเ อง กั ชา 2 บาท รากเจ็ตมลเพลิง 2 บาทเ อง หัวบุกรอ สลึง
เนื้อลกสมอไทย สลึงเ อง เนื้อลกสมอเท สลึง การะบน สลึงเ อง หั กุนเท สลึงเ อง
พริกไทยล่อน บาท สลึง บดเปนผงละลายน้าอ้อยแดง หรือน้านมโค กินครั้งละ สลึง แก้ลมจุก
เสียด ลมปะทะอก ลมตามืดหหนัก ปวดหัวมึนตึง ลมเม่ือยขบในร่างกาย ลมสะดุ้งแลสั่นไปท้ังตัว
ลมเปร่ียวด้า แก้จุกผามม้านย้อย มารกะไ ย ไส้พองท้องใหญ่ ลมคล่ังเพ้อ ลมอ้ามะพ ก ์อ้ามะพาธ
ลมปต าต แก้โรคผวิ หนัง ลมชกั ปากเบ้ยี วตาแหก แก้ริดสดี วงทวาร แก้โรคเสมหะโลหิตเรื้อรัง หายแล”
200 หนังสอื เรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชวี ติ เพือ่ ใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา
199
ต ตา บั ยา ประกอบด้วย ตัวยา 23 ชนิด รวมนาหนกั 1,338.75 กรมั ดังนี
ลาดับ ตัวยา นา้ หนกั ยา ก ั
1 ลูกจันทน 1.875
2 ดอกจันทน 3.75
3 กระวาน 5.625
4 กานพลู 7.5
5 เกลือสนิ เ าว 9.375
6 ดีปลี 11.25
7 วา่ นนา 13.125
8 โกฐสอ 15
9 โกฐเขมา 16.875
10 เทียนดา 18.75
20.625
11 เทยี นแดง 22.5
12 เทียนขาว 24.375
13 เทียนตาตั๊กแตน 26.25
14 เทียนขา้ วเปลอื ก 28.125
15 ขงิ แหง้ 30
16 กัญชา 31.875
17 เจตมูลเพลิง 33.75
18 บกุ รอ 35.625
19 สมอไทย 37.5
2 สมอเทศ 39.375
21 การบรู 39.375
22 หสั คณุ เทศ
23 พริกไทยล่อน 866.25
บ แกล้ มจุกเสียด ลมเมอื ยขบในร่างกาย ลมเปลยี วดา ลมอัมพ ก อมั พาต
บบยา ยา ง, แคป ลู
นาด ล ว รบั ประทานครังละ 2 กรัม วันละ 2 ครงั ก่อนอาหาร เชา้ และเยน
นากระสายยาทใี ช้ นาอ้อยแดง นานมโค อยา่ งใด อยา่ งหนง า้ หานากระสายยา
ไม่ได้ ให้ใช้นาสกุ แทน
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพอ่ื ใช้เป็นยา หนังสอื เรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวิต 201
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
200
หา ห้ามใช้ในหญิงตังครร ้ทู มี ีไข้ และ ูท้ มี ีอายตุ ากว่า 18 ป
ว วั 1 ควรระวังการรบั ประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกนั เลอื ดเปนลมิ
(Anticoagulant และยาต้านการจับตัวของเกลดเลือด Antiplatelets
2 ควรระวังการใชย้ านี รว่ มกบั ยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline
และ Rifampicin เนอื งจากตารับนมี ีพริกไทยในปริมาณสูง
3 ควรระวังการใชใ้ น ้ปู วยโรคความดนั เลือดสูง โรคหวั ใจ โรคแ ลเปอยเพปติก
ู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและโรคกรดไหลย้อน เนืองจากเปนตารบั ยารสรอ้ น
4 ควรระวังการใชย้ านีใน ู้ปวยสูงอายุ
5 ควรระวงั การใชย้ าอย่างต่อเนอื ง โดยเ พาะอย่างยงิ ใน ปู้ วยทมี คี วาม
ิดปกตขิ องตบั ไต เนืองจากอาจเกดิ การสะสมของการบรู และเกิดพิ ได้
ล ต ลมเปลยี วดา เปนโรคลมชนิดหนง เกิดจากการกระทบกับความเยนมากจนเปน
ตะคริว ปู้ วยมอี าการกลา้ มเนือเกรงอยา่ งรุนแรง กระตกุ ทาให้เจบปวดบรเิ วณ
ทีเปนมาก มกั แก้โดยการนวดจุดบริเวณตาตุ่มด้านในหรืออาจรัก าด้วยยา
สงั ขวิไชย หรอื ยาทาลายพระสุเมรุ
ยา ั ยา
า ตา บั ยา คัม ีรแพทยไทยแ นโบราณ ขุนโส ิตบรรณลกั ณ เลม่ 2
“ยาช่ือทัพยาธิคุ เอาสะค้าน ผักแพวแดง ดองดึง หว้านน้า ยาด้า มหาหิงคุ์ โก สอ
โก จุลาล้าพา โก พุงปลา กั ชา หัวอุตพิด เนอ้ื กราชพ ก ์ ชะเอมเท ดปี ลี แก่นแสมทะเล เอาส่ิง
ละ ส่วน พริกไทยล่อนเท่ายาท้ังหลาย ต้าเปนผง เอาน้าใบก้าเม็ง น้าลกประค้าดีควาย เคล้ายาผง
ตากแดดให้แห้งส่ิงละ ครั้ง แล้วบดด้วยน้าผง้ึ กินหนัก 1 สลงึ แก้กลอ่ น ประการ ซ่ึงให้จุกเสียดแล
เปนพรรดกึ แก้ลมเปนก้อนในอุทร ใหเ้ จบ็ ทั่วร่างกาย เจ็บสะเอว มือเท้าตายกระดา้ งแลเมอื่ ยขบทุกข้อ
ทุกล้า ขัดแข้งขา เจ็บทวารหนัก เบาพิการต่าง เจ็บ ีร ะเวียนหน้าตา เจ็บไหล่ทั้งสอง ปากเปรี้ยว
เสียงแหบแห้ง ขัดสีข้าง ขัดอก ท้องข้ึน กินอาหารไม่มีรส นอนไม่ใคร่หลับ โรคทั้งน้ีเปนเพราะเสมหะ
แหง้ บุรุ และสตรีเปนเหมอื นกัน”
ต ตา ับยา ประกอบด้วย ตวั ยา 16 ชนดิ รวมนาหนกั 3 สว่ น ดังนี
ลาดบั ตัวยา น้าหนักยา
1 สะคา้ น 1 สว่ น
2 ักแพวแดง 1 สว่ น
3 ดองดง 1 ส่วน
4 ว่านนา 1 ส่วน
5 ยาดา 1 สว่ น
202 หนงั สือเรยี นสาระทักษะการดาำ เนินชวี ติ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา
201
ลาดับ ตัวยา น้าหนกั ยา
6 มหาหิงคุ 1 สว่ น
7 โกฐสอ 1 ส่วน
8 โกฐจุฬาลัมพา 1 ส่วน
9 โกฐพุงปลา 1 ส่วน
10 กัญชา 1 สว่ น
11 อุตพดิ 1 ส่วน
12 เนือใน กราชพ ก 1 ส่วน
13 ชะเอมเทศ 1 สว่ น
14 ดีปลี 1 สว่ น
15 แก่นแสมทะเล 1 สว่ น
16 พริกไทยลอ่ น 15 ส่วน
วน ก บ น นตา บั
ใบกะเมง
ลูกประคาดีควาย
บ แก้กลอ่ นทที าให้จุกเสียดเปนพรรดก เจบเมือยขบตามร่างกาย กนิ อาหารไม่รู้รส
นอนไมห่ ลับ
บบยา ยา ง, แคป ลู
นาด ล ว รับประทานครงั ละ 2 กรัม วนั ละ 2 ครัง ก่อนอาหาร เชา้ และเยน
นากระสายยาทีใช้ นา งรวง ้าหานากระสายยาไม่ได้ ใหใ้ ชน้ าสกุ แทน
หา ห้ามใช้ในหญิงตงั ครร ู้ทีมีไข้ และ ทู้ มี ีอายตุ ากวา่ 18 ป
ว วั 1 ควรระวังการรบั ประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม
(Anticoagulant และยาต้านการจบั ตวั ของเกลดเลือด Antiplatelets
2 ควรระวังการใชร้ ว่ มกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline และ
Rifampicin เนืองจากตารบั นีมีพริกไทยในปริมาณสูง
3 ควรระวงั การใช้ใน ู้ปวยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ู้ปวยโรคแ ลเปอย
เพปติก ู้ปวยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลยอ้ น เนืองจากเปนตารับยารสรอ้ น
4 ควรระวงั การใชย้ านีใน ปู้ วยสูงอายุ
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ 203
อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
202
ลต 1. กลอ่ น ประการ ได้แก่ กลอ่ นดนิ กล่อนนา กลอ่ นลม กล่อนไ และก ยั กล่อน
2. ดองดงจะต้อง ่า ท ติ ามกรรมวิ ีก่อนนามาปรงุ ยา
าพที 68 ตัวอยา่ งบรรจุ ัณ ตารบั ยาศุขไสยาศน
กกกกกกกกลา่ วโดยสรุป ตารบั ยาทีมีกัญชาเปนส่วนประกอบทไี ดม้ ีการคัดเลือก และมีการรับรองโดย
กระทรวงสา ารณสุข ในปจจุบัน พ ศ 2 62 ประกาศใช้ทังหมด 16 ตารับ ได้แก่ (1) ยาอัคคินีวคณะ
(2) ยาศุขไสยาศน (3) ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย (4) ยานามันสนันไตร พ (5) ยาแก้ลมขนเบืองสูง
(6) ยาไ อาวุ (7) ยาแก้นอนไม่หลับ หรือ ยาแก้ไข้ อมเหลือง (8) ยาแก้สัณ าต กล่อนแห้ง
(9) ยาอัม ตยโอส (10) ยาอไ ยสาลี (11) ยาแก้ลมแก้เส้น (12) ยาแก้โรคจิต (13) ยาไพสาลี
(14) ยาทาริดสีดวงทวารหนักและโรค ิวหนงั (15) ยาทาลายพระสุเมรุ และ 16) ยาทพั ยา ิคุณ
204 หนังสือเรียนสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวิต เพอ่ื ใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา
203
าพที 69 ตารับยาแ นไทยทีมกี ัญชาเปนส่วน สม จานวน 16 ตารบั าพที 1)
าพที 70 ตารบั ยาแ นไทยทีมกี ญั ชาเปนส่วน สม จานวน 16 ตารับ าพที 2)
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา เพือ่ ใชเ้ ป็นยา หนังสือเรยี นสาระทักษะการดาำ เนนิ ชีวติ 205
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
204
204
าา
จริงหรือไม่ ตารบั ยาแ นไทยทมี ีการใช้กญั ชา ส่วนใหญ่ใช้กะหลกี ญั ชา
ในการเข้าตารบั จริงหรอื ไม่ ตารบั ยาแ นไทยทมี กี ารใชก้ ญั ชา สว่ นใหญ่ใชก้ ะหลีกญั ชา
ในการเข้าตารับ
ตต บบ
ไมจ่ ริง เพราะ ตารบั ยาแ นไทยสว่ นใหญใ่ ช้ใบกัญชาในการเข้าตารับยา และ
จะไม่ใช้เปนยาไเมดจ่ ียรวิงสเพ่วนราใะหญตา่จระับใชย้เาปแนยนาไทตายรสับ่วนคืใอหใชญ้ร่ใ่วชม้ใบกกับัญสมชุนาใไนพกราอรืนเขา้ ตกาะรหับลยีกาัญแลชะา
จสะ่วนไมให่ใชญ้เป่ใชนใ้ ยนากเาดรียสวูบสเพ่วอืนกใหารญ่จ่อะนใคชล้เปายนยาตารับคือใช้ร่วมกับสมุนไพรอืน กะหลีกัญชา
ส่วนใหญ่ใชใ้ นการสบู เพือการ ่อนคลาย
เรื่อ1.งทปี่ ร4บบะวัตภิคมู วววภิ าบบมเู บเปศววนรมราวลลขบอรงวูมยยมิแูเลบะศเรผยแพรภ่ าามู ิปยยญั ญ�ไทย
1. ปโรรงะพวัตยคิาวบาามลเเปจน้ามพารขะอยงาอูมิ ัยูเบศูเบรศร ได้มีการพั นาสมุนไพรอย่างต่อเนือง เริมต้น
ตังแต่ พ ศ 253โ6รงโดพยยาเบสาลัชเกจร้าหพญริะงยดารอสุ ัยา ูเบรณศรปไตดิพ้มรีกาแรลพะั ทีมนงาาสนมเุนไสพัชรกอรยจ่านงตเป่อนเนทือียงอมเรริมับตใน้น
ตระังดแับต่ชพาตศิแล2ะ5น3า6นโาดชยาตเิ แสลัชะกไรดห้เปญดิง ดูมริ ูเสบุ ศาร ศรณูนยปกตาริพเรรียแนลระู้สทมีมุนงไาพนรเแลสะัชกูมริปจญนญเปาสนุขทียาอพมรสับรใ้านง
รคะวดามับรชอาบตริแู้ดล้าะนนสาุขนาชาพาตดิ้วแยลกะาไรดแ้เปพดทยูมแิ นูเบไทศยร ศูนายยใกตา้แรนเรวียคนิดรู้ส“มพุนงตไพนรเอแงละอนูมุริปักญญสารส้างุขมูลาคพ่าเสพริม้า”ง
เคมวือามวันรอทบี 1รู้ด้ากนันสุขยายาพนด2้วย6ก1ารโแดพยทมยีกแารนอไบทรยมแากย่ปใรตะ้แชนาวชคนิด “พู้ปงวตยนแเอลงะอญนาุรตักิเพือสเรพา้ ิมงมทูลักค่าะเพกิมา”ร
เกมลือันวกันรทองี 1ประกเันมยินาแยลนะเ2ลือ6ก1ใชโ้สดมยุนมไีกพารรอตาบมรมูมแิปกญ่ปญระาชในากชานรดูแู้ปลวสยุขแาลพะญมาีวตัติเพุปือรเะพสิมงคทกัการะจัดกตารัง
ทกลังัน3กมริตอิงไดป้แรกะ่เมิน และเลือกใช้สมุนไพร ตาม ูมิปญญาในการดูแลสุข าพ มีวัต ุประสงคการจัดตัง
ทงั 3 มิติ ได้แก่ มิติที 1 พงตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชน ดูแลอาการเจบปวยเบืองต้น ด้วยสมุนไพร
และศาสตรการแมพิตทิทยีแ1 พนไงทตยนเอง ส่งเสริมให้ประชาชน ดูแลอาการเจบปวยเบืองต้น ด้วยสมุนไพร
และศาสตรการแมพิตทิทยี แ2 อนนไทุรักย ูมิปญญา ศาสตรการแพทยแ นไทย การแพทยพืนบ้าน และพรรณ
พชื สมนุ ไพรทกี าลมงัิตสิทญู ี 2หาอยนุรัก ูมิปญญา ศาสตรการแพทยแ นไทย การแพทยพืนบ้าน และพรรณ
พืชสมนุ ไพรทีกาลมังิตสิทญู ี ห3าสยร้างมูลค่าเพิมให้สมุนไพร และ ูมิปญญาไทย ่านนวัตกรรม ลิต ัณ
สมุนไพร มิติที 3 สร้างมูลค่าเพิมให้สมุนไพร และ ูมิปญญาไทย ่านนวัตกรรม ลิต ัณ
สมุนไพร โดย ูมิ ูเบศรจะเปนศูนยการเรียนรู้สมุนไพรและ ูมิปญญาสุข าพ จังหวัด
ปราจีนบุรี งเปโนดย1 ใูมนิ ู1เบ3ศจรังจหะวเัดปทนีรศัฐูนบยากลการาเหรนียดนใรหู้ส้เมปุนนเไมพือรงแสลมะุนไูมพิปรญHญeาrbสaุขl Cาitพy)จรังอหงวรัับด
นปโรยาบจาีนยบกุราีรปงเปริ ูปนระ1บใบนสุข13าจพังดห้าวนัดกทารีรสัฐรบ้าางลคกวาามหรนอดบใรหูด้ ้เ้าปนนสเขุ มือางพสมHุนeไaพlรth HLieterbraaclyC)ity) รองรับ
นโยบายการป ริ ปู ระบบสขุ าพดา้ นการสร้างความรอบร้ดู ้านสุข าพ Health Literacy)
206 หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดาำ เนนิ ชีวติ เพ่อื ใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา
205
าพที 71 ูมิ ูเบศร
2. องคความรู้ใน มู ิ เู บศร
2. ูมิ เู บศร อุทยานการเรียนรูส้ มุนไพรและ มู ปิ ญญาสุข าพ บางเดชะ จังหวัดปราจนี บรุ ี
เปนพิพิ ณั หมอไทย หมืนชานาญแพทยา หมอหลวงในรัชกาลที 5 อายกุ ว่า 100 ป ายในพิพิ ัณ
อุทยานการเรยี นรู้สมนุ ไพร ได้จัดส่วนการแสดงออกเปน 3 สว่ น ดังนี
2. 2.1 เรือนหมอพลอย พิพิ ัณ หมอไทย เปนต้นแบบของทีอยู่อาศัยที ูกสุขลัก ณะ
มีองคความรู้ด้านการแพทย ุก ่อนอยู่ในทุกที แม้แต่การออกแบบพืนทีใช้สอย ด้วยการออกแบบมา
อย่างดี ให้ลมพัด ่านเยนสบายตลอดทังวัน ช่วยสร้างสมดุลของ าตุทัง 4 ในร่างกาย ให้แก่ ู้ทีอยู่อาศัย
ชันล่างมี ลิต ัณ ประทิน ิวและบารุงร่างกาย ายใต้แบรนดอ ัย ูเบศรมากมายวางเรียงรายให้
เลือก ือหา ชันบนจัดแสดงอุปกรณทายาชนิดต่าง ไม่ว่าจะเปนยานา หรือยาเมด มีกล่องใส่ตัวอย่าง
สมนุ ไพร ตามรส ตาม ดู
าพที 72 เรอื นหมอพลอย ูมิ ูเบศร
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพือ่ ใช้เปน็ ยา หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดาำ เนินชีวิต 207
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย