The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Local edible vegetables in Nam Yuen, Ubon Ratchathani province, northeastern Thailand.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rapheephat Ladsritha, 2022-06-15 07:24:25

Local edible vegetables

Local edible vegetables in Nam Yuen, Ubon Ratchathani province, northeastern Thailand.

Keywords: vegetables

1.กระโดนน้ำ(จกิ น้ำ)

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.
ช่ือวงศ์ : Lecythidaceae
ช่ือสำมญั : Indian oak, Chee
ช่ือพ้นื เมอื ง : กระโดนทงุ่ กระโดนนำ้ จกิ นำ้ ตอง
ลกั ษณะทวั่ ไป
ไมย้ นื ตน้ ขนำดกลำง ทรงพมุ่ แผก่ วำ้ งปลำยก่งิ มกั จะลูล่ ง ใบเดย่ี วออกสลบั เป็นกกลมุ่ อยู่ใกลป้ ลำย
ก่งิ ใบรูปรี รูปหอก หรอื รูปไข่ ปลำยใบมน ทู่ เวำ้ เลก็ นอ้ ยหรอื เป็นก่งิ เลก็ ๆ ขอบใบหยกิ โคนใบ
แหลม ดอกช่อออกยำวหอ้ ยยอ้ ยลงจำกลำตน้ สแี ดงสดหรอื แดงเร่อื ๆ มกี ลน่ิ หอมอ่อน โคนกลบี เล้ยี งเช่อื มตดิ กนั เกสรตวั ผูม้ จี ำนวนมำก เกสรตวั ผู ้
ร่วงงำ่ ย เมลด็ เป็นรูปไขผ่ วิ เป็นร่อง ผล เป็นรูปสเ่ี หลย่ี มมสี นั เหลย่ี ม
ประโยชน์ :
ยอดออ่ นและดอกออ่ น ทำนเป็นผกั สด
รำก ใชเ้ป็นยำระบำย
เปลอื ก ใชช้ ะลำ้ งบำดแผลและเบอ่ื ปลำ
ใบ แกท้ อ้ งร่วง
เมลด็ เป็นยำขบั ลมแกร้ อ้ นใน

ทม่ี ำ: www.rtc.ac.th

2.เครอื หมำนอ้ ย

ช่ือสมนุ ไพร เครอื หมำนอ้ ย

กรงุ เขมำ (กลำง นครศรธี รรมรำช) หมอนอ้ ย (อบุ ลรำชธำน)ี กน้ ปิด (ตะวนั ตกเฉียงใต)้ ขงเขมำ พระพำย (ภำคกลำง)
ช่ืออน่ื ๆ

เปลำ้ เลอื ด (แมฮ่ ่องสอน) สฟี นั (เพชรบรุ )ี

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Cissampelos pareira L. var. hirsuta (Buch. ex DC.) Forman.

ช่ือพอ้ ง Cissampelos poilanei

ช่ือวงศ์ Menispermaceae

ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์

ไมเ้ ถำเล้อื ย เน้ือไมแ้ ขง็ มขี นนุ่มสนั้ ปกคลมุ หนำแน่นตำมเถำ กง่ิ ช่อดอก และใบ ไมม่ มี อื เกำะ มรี ำก

สะสมอำหำรใตด้ นิ ใบเป็นใบเดย่ี ว มหี ลำยรูป เช่น รูปหวั ใจ รูปกลม รูปไต หรอื รูปไขก่ วำ้ ง กน้ ใบปิด ออกแบบสลบั

กวำ้ ง 4.5-12 เซนตเิ มตร ยำว 4.5-11 เซนตเิ มตร ปลำยใบสว่ นมำกมนหรอื เรยี วแหลม โคนใบกลมตดั หรอื เป็นรูป

หวั ใจ ขอบใบเรยี บ เน้อื บำงคลำ้ ยกระดำษ มขี นนุ่มสนั้ กระจำย ทงั้ หลงั ใบ และทอ้ งใบ ใบเมอ่ื ยงั อ่อนจะมขี นออ่ นนุ่ม

ปกคลมุ อยู่ทง้ั สองดำ้ น และตำมขอบใบ แต่จะร่วงไปเมอ่ื ใบแก่ เสน้ ใบออกจำกโคนใบรูปฝ่ำมอื กำ้ นใบยำว 2-9

เซนตเิ มตร ขนนุ่มสนั้ หรอื เกอื บเกล้ยี ง ตดิ ทโ่ี คนใบหำ่ งจำกขอบใบข้นึ มำ 1-18 มลิ ลเิ มตร ปลำยใบแหลมหรอื เป็นตง่ิ

หนำม ดอกออกเป็นช่อกระจกุ สขี ำว ขนำดเลก็ ประมำณ 0.2-0.5 มลิ ลเิ มตร ดอก

แยกเพศ และอยู่ต่ำงตน้ กนั เรยี งแบบช่อเชงิ หลนั่ มขี นำดเลก็ แต่ละช่อกระจกุ มกี ำ้ นช่อดอกยำว 2-4

เซนตเิ มตร มขี นนุ่มสนั้ ออกกระจกุ เดย่ี วๆหรอื 2-3 กระจกุ ในหน่ึงช่อ ช่อดอกเพศผู ้ ออกตำมงำ่ มใบ กำ้ นช่อ

กระจกุ แตกแขนง ยดื ยำว ประกอบดว้ ยกระจกุ ดอกอยู่ตำมงำ่ มใบประดบั ใบประดบั รูปกลม และขยำยใหญ่

ข้นึ ดอกเพศผู ้ สเี ขยี วหรอื สเี หลอื ง มกี ำ้ นดอกย่อยยำว 1-2 มลิ ลเิ มตร กลบี เล้ยี งมี 4 กลบี รูปไข่กลบั ยำว

1.25-1.5 มลิ ลเิ มตร ดำ้ นนอกมขี นยำวหำ่ ง กลบี ดอกเช่อื มตดิ กนั เป็นรูปถว้ ย ยำวประมำณ

0.5 มลิ ลเิ มตร ดำ้ นนอกมขี นประปรำย เกสรเพศผูเ้ชอ่ื มตดิ กนั อบั เรณูยำว 0.75

มลิ ลเิ มตร ช่อดอกเพศเมยี เป็นช่อคลำ้ ยช่อกระจกุ แยกแขนง ทรงแคบ ยำวถงึ 18

เซนตเิ มตร ประกอบดว้ ยช่อดอกทเ่ี ป็นกระจกุ ตดิ แบบคลำ้ ยเป็นช่อกระจะ แต่ละกระจกุ อยู่

ในงำ่ มของใบประดบั ใบประดบั รูปกลม เมอ่ื ขยำยใหญ่ข้นึ ยำวถงึ 1.5 เซนตเิ มตร มขี น

ประปรำยหรอื ขนยำวนุ่ม ดอกเพศเมยี มกี ำ้ นดอกย่อยยำว 1-1.5 มลิ ลเิ มตร กลบี เล้ยี งมี

1 กลบี รูปไขก่ ลบั กวำ้ ง ยำว 1.5 มลิ ลเิ มตร กลบี ดอกมี 1 กลบี รูปไขก่ ลบั กวำ้ ง ยำว 0.75

มลิ ลเิ มตร โคนสอบแคบไมม่ เี กสรเพศผูป้ ลอม เกสรเพศเมยี มี 1 อนั ขนำดประมำณ 0.5 มลิ ลเิ มตร มขี นยำวหำ่ ง กำ้ นเกสรเพศเมยี เกล้ยี ง

ยอดเกสรเพศเมยี แยกเป็น 3 พู กำงออก ผลสด มกี ำ้ นอวบใหญ่ ขนำดประมำณ 1 เซนตเิ มตร สสี ม้ ผลทรงกลมรอี ยู่ตรงปลำย เมอ่ื สุกสี

นำ้ ตำลแดง เมลด็ โคง้ งอรูปพระจนั ทรค์ ร่งึ ซกี ผวิ ขรขุ ระ มรี อยแผลเป็นของกำ้ นเกสรเพศเมยี ตดิ อยู่ดำ้ นขำ้ ง มขี นสนั้ นุ่ม ผนงั ผลชนั้ ในรูปไข่

กลบั ยำว 5 มลิ ลเิ มตร ดำ้ นบนมสี นั ขวำง 9-11 สนั เรยี งเป็น 2 แถว ชดั เจน ขยำยพนั ธุโ์ ดยกำรใชเ้มลด็ หรอื เหงำ้ พบในป่ำดบิ ป่ำผลดั ใบ และ

ป่ำไผ่ ตำมรมิ แมน่ ำ้ ลำธำร ออกดอกช่วงเดอื นมนี ำคมถงึ ธนั วำคม เถำและใบคน้ั เอำน้ำเม่อื ผสมกบั เคร่อื งปรงุ อำหำร จะมลี กั ษณะเป็นวนุ้

รบั ประทำนเป็นอำหำร

ทม่ี ำ: เครอื หมำนอ้ ย - ฐำนขอ้ มลู สมนุ ไพร คณะเภสชั ศำสตร์ ม.อบุ ล : phargarden.com

3.ผกั ต้วิ

ช่ือพ้นื เมอื ง ผกั ต้วิ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Cratoxylum formosum (Jack) Dyer

ช่ือวงศ์ ACACTHACEAE

ประโยชน์ ช่วยบำรุงโลหติ ฟอกโลหติ (ยอด,ใบอ่อน,ดอก,เถำ) เปลอื กตน้ นำมำตม้ กบั นำ้ กนิ แกธ้ ำตพุ กิ ำร ช่วยแกป้ ระดง
ผกั ต้วิ เป็นผกั ทม่ี วี ติ ำมนิ เอสูง จงึ มสี รรพคุณช่วยป้องกนั ไม่ใหเ้ดก็ เป็นตำบอดกลำงคนื และโรคตำไก่ ช่วยขบั ลม
รำกและใบ ใชต้ ม้ กบั นำ้ กนิ เป็นยำแกอ้ ำกำรปวดทอ้ ง ช่วยแกอ้ ำกำรปวดตำมขอ้ แกไ้ ขขอ้ พกิ ำร ตน้ และยำงจำก
เปลอื กตน้ ใชท้ ำแกอ้ ำกำรคนั

ท่มี ำ: ผกั ต้วิ :www.nwk.ac.th

4.หม่อน

ช่ือ: หมอ่ น
ช่ืออน่ื (ของพชื ทใ่ี หเ้ คร่อื งยำ): มอน (ตะวนั ออกเฉียงเหนือ)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Morus alba L.
ช่ือวงศ:์ Moraceae
ลกั ษณะภำยนอกของเคร่ืองยำ:ใบ รูปไข่ หรอื รูปไข่กวำ้ ง ขอบเรยี บหรอื หยกั เวำ้ เป็นพู ข้นึ กบั พนั ธุ์ กวำ้ ง

8-14 เซนตเิ มตร ยำว 12-16 เซนตเิ มตร ผวิ ใบสำกคำย ปลำยเรยี วแหลมยำว ฐำนใบกลม หรอื รูปหวั ใจ หรอื
ค่อนขำ้ งตดั ใบอ่อนขอบจกั เป็นพสู องขำ้ งไมเ่ ท่ำกนั ขอบพูจกั เป็นซฟ่ี นั เสน้ ใบมี 3 เสน้ ออกจำกโคนยำวไปถงึ
กลำงใบ และเสน้ ใบออกจำกเสน้ กลำงใบ 4 คู่ เสน้ ร่ำงแหเหน็ ชดั ดำ้ นลำ่ ง ใบสเี ขยี วเขม้ ผวิ ใบสำกคำย ใบ มรี ส
จดื เยน็ ฝำดและขมเลก็ นอ้ ย มกี ลน่ิ อ่อนๆ
ลกั ษณะทำงกำยภำพและเคมที ่ดี :ี ปรมิ ำณควำมช้นื ไม่เกนิ 11% w/w ปรมิ ำณสง่ิ แปลกปลอมไม่เกนิ 2% w/w
ปรมิ ำณเถำ้ รวมไมเ่ กนิ 11% w/w ปรมิ ำณเถำ้ ทไ่ี ม่ละลำยในกรด ไม่เกนิ 5% w/w
ปรมิ ำณสำรสกดั เอทำนอล ไมน่ อ้ ยกวำ่ 4% w/w สำรสกดั นำ้ ไม่นอ้ ยกวำ่ 17% w/w
สรรพคณุ : ใช้ ใบ รสจดื เยน็ เป็นยำขบั เหงอ่ื แกไ้ ข้ แกต้ วั รอ้ น แกร้ อ้ นในกระหำยนำ้ ทำยำ
ตม้ ใชอ้ มแกเ้จบ็ คอ และทำใหเ้น้ือเยอ่ื ช่มุ ช้นื แกไ้ อ ระงบั ประสำท
หรอื ตม้ เอำนำ้ ลำ้ งตำ แกต้ ำแดง แฉะ ฝ้ำฟำง ใบแก่ ตำกแหง้ มวนสูบเหมอื นบหุ ร่ี แกร้ ดิ สดี วงจมกู
ใบ แกไ้ อ ระงบั ประสำท หรอื ตม้ เอำนำ้ ลำ้ งตำ แกต้ ำแดง แฉะฝ้ำฟำง ใบ ใชท้ ำชำมฤี ทธ์ติ ำ้ นอนุมลู
อสิ ระ ใบ นำ้ ตม้ และยำชง มฤี ทธ์เิ ป็นยำชะลำ้ ง ใชล้ ำ้ งตำแกต้ ำอกั เสบ ใบองั ไฟและทำดว้ ยนำ้ มนั
มะพรำ้ วใชว้ ำงบนแผล หรอื ตำใชท้ ำแกแ้ มลงกดั เป็นยำขบั เหงอ่ื แกไ้ อ ยำหลอ่ ลน่ื ภำยนอก นำ้ ตม้ ใบ
ใชก้ ลว้ั คอแกเ้จบ็ คอ ใชล้ ำ้ งตำ แกอ้ ำกำรตดิ เช้อื ผสมกบั หอมหวั ใหญ่เป็นยำพอก รกั ษำแผลจำกกำร
นอนกดทบั ในจนี : ใช้ เปลอื กรำก ก่งิ อ่อน ใบ ผล เป็นยำบำรุง แกโ้ รคเก่ียวกบั ทรวงอก ขบั ปสั สำวะ
แกไ้ อ หดื วณั โรคปอด กำรสะสมนำ้ ในร่ำงกำยผดิ ปกติ โรคปวดขอ้ เปลอื กตน้ เป็นยำถำ่ ย และยำขบั พยำธิ
องคป์ ระกอบทำงเคม:ี ใบ มี สำรกลมุ่ ฟลำโวนอยด์ ไดแ้ ก่ rutin, quercetin, quercitrin, moracetin, morin, albafuran C,
aromadendrin, astragalin, chalcomoracin, kaempferol, kuwanol, kuwanon สำรกลมุ่ อลั คำลอยด์ ไดแ้ ก่ fagomine, nojirimycin,
calystegin B-2, 1-deoxy ribitol, zeatin riboside สำรกลมุ่ คูมำรนิ ไดแ้ ก่ bergapten, marmesin, scopoletin, umbelliferone สำรกลมุ่ ลิ
กแนน ไดแ้ ก่ broussonin A, broussonin B
กำรศึกษำทำงเภสชั วทิ ยำ: ลดนำ้ ตำลในเลอื ด ขบั ปสั สำวะ ลดควำมดนั โลหติ บำรงุ ผวิ กำจดั หอยทำก ฤทธ์คิ วบคุมภำวะเลอื ดมนี ำ้ ตำล
มำกเกนิ หลงั อำหำร
คน้ หำขอ้ มลู พชื ท่ใี หเ้ คร่อื งยำ : www.phargarden.com ตวั อยำ่ งพรรณไมแ้ หง้ : www.thaiherbarium.com

5.ย่ำนำง

ช่ือสมนุ ไพร: ย่ำนำง
ช่ืออน่ื ๆ: จอ้ ยนำง (เชยี งใหม)่ เถำวลั ยเ์ ขยี ว (กลำง) ยำดนำง วนั ยอ
(สุรำษฎรธ์ ำนี) เถำรอ้ ยปลำ ป่เู จำ้ เขำเขยี ว เถำย่ำนำง ย่ำนำงขำว ย่ำน
นำง หญำ้ ภคนิ ี
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels
ช่ือวงศ:์ Menispermaceae
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมเ้ถำเล้อื ย เถำกลมขนำดเลก็ มเี น้ือไม้ เล้อื ยพนั ตำมตน้ ไม้ หรอื
กง่ิ ไม้ เถำมสี เี ขยี ว ยำว 10-15 เมตร เถำอ่อนสเี ขยี ว เมอ่ื เถำแก่จะมสี คี ลำ้ แตกเป็นแนวถ่ี เถำ
อ่อนมขี นนุ่มสเี ทำ มเี หงำ้ ใตด้ นิ ก่งิ กำ้ นมรี อยแผลเป็นรูปจำนทก่ี ำ้ นใบหลดุ ไป มขี นประปรำย
หรอื เกล้ยี ง ใบเดย่ี ว หนำ สเี ขยี วเขม้ เป็นมนั เรยี งแบบสลบั รูปไข่ ยำวประมำณ 6-12
เซนตเิ มตร กวำ้ งประมำณ 4-6 เซนตเิ มตร ขอบใบเรยี บ ปลำยใบแหลม ฐำนใบมน ผวิ ใบเป็น
คลน่ื เลก็ นอ้ ย กำ้ นใบยำวประมำณ 1.5 เซนตเิ มตร ผวิ ใบเรยี บมนั ไมม่ หี ูใบ เน้ือใบคลำ้ ย
กระดำษ แต่แขง็ เหนยี ว มเี สน้ ใบก่งึ ออกจำกโคนใบรูปฝ่ำมอื 3-5 เสน้ และมเี สน้ แขนงใบ 2-6
คู่ เสน้ เหลำ่ น้ีจะไปเช่อื มกนั ทข่ี อบใบ เสน้ กลำงใบดำ้ นลำ่ งจะย่นละเอยี ดใกลๆ้ โคน ขนเกล้ยี ง
กำ้ นใบผวิ ย่นละเอยี ด ดอกออกเป็นช่อเลก็ ๆ แบบแยกแขนงตำมขอ้ และซอกใบ มดี อก 1-3
ดอก สเี หลอื ง กำ้ นช่อดอกยำวประมำณ 0.5 เซนตเิ มตร แยกเป็นช่อดอกเพศผูแ้ ละช่อดอกเพศ
เมยี ดอกเพศผูส้ เี หลอื ง กลบี เล้ยี งมี 6-12 กลบี กลบี วงนอกสดุ มขี นำดเลก็ ทส่ี ุด กลบี วงในมี
ขนำดใหญ่กว่ำและเรยี งซอ้ นกนั รูปรกี วำ้ ง ยำว 2 มลิ ลเิ มตร ค่อนขำ้ งเกล้ยี ง กลบี ดอกมี 3 หรอื
6 กลบี สอบแคบ ปลำยเวำ้ ต้นื ยำว 1 มลิ ลเิ มตร เกล้ยี ง เกสรเพศผูม้ ี 3 อนั เป็นรูปกระบอง ยำว 1.5-2 มลิ ลเิ มตร ดอกเพศเมยี กลบี เล้ยี งวงในรูป
กลม ยำว 2 มลิ ลเิ มตร ดำ้ นนอกมขี นประปรำย กลบี ดอกมี 6 กลบี รูปรแี กมขอบขนำน ยำว 1 มลิ ลเิ มตร เกสรเพศเมยี มี 8-9 อนั แต่ละอนั ยำวไม่
ถงึ 1 มลิ ลเิ มตร ตดิ อยู่บนกำ้ นชูสนั้ ๆ ยอดเกสรเพศเมยี ไม่มกี ำ้ น ผลเป็นผลกลมุ่ ผลกลมรูปไขก่ ลบั กวำ้ ง 6-7 มลิ ลเิ มตร ยำว 7-10 มลิ ลเิ มตร ผวิ
เกล้ยี ง มเี มลด็ แขง็ ผลสเี ขยี ว ฉำ่ นำ้ ออกเป็นพวง ตำมขอ้ และซอกใบ ตดิ บนกำ้ นยำว 3-4 มลิ ลเิ มตร เมอ่ื สกุ จะเปลย่ี นเป็นสสี ม้ และแดงสด เมลด็
รูปเกอื กมำ้ ผนงั ผลชน้ั ในมสี นั ไม่เป็นระเบยี บ พบตำมป่ำเตง็ รงั ป่ำดบิ ใกลท้ ะเล ตำมรมิ นำ้ ในป่ำละเมำะ พบมำกในทร่ี กรำ้ ง ไร่ สวน ออกดอกช่วง
เดอื นมนี ำคมถงึ เมษำยน

สรรพคณุ : ตำรำยำไทย ใช้ รำก รสจดื รสจดื ขม ใชใ้ นตำรบั ยำแกไ้ ขเ้บญจโลกวเิ ชยี ร (ประกอบดว้ ยรำกย่ำนำง รวมกบั รำกเทำ้ ยำยม่อม
รำกมะเดอ่ื ชมุ พร รำกคนทำ รำกชงิ ช่ี อย่ำงละเท่ำๆกนั ) แกไ้ ข้ (ใชร้ ำกแหง้ ครงั้ ละ 1 กำมอื หรอื ประมำณ 15 กรมั ตม้ กบั นำ้ ดม่ื ก่อนอำหำรเชำ้
กลำงวนั เยน็ ) แกพ้ ษิ เมำเบอ่ื กระทงุ้ พษิ ไข้ แกเ้มำสรุ ำ ถอนพษิ ผดิ สำแดง นำมำตม้ กนิ เป็นยำแกอ้ สี ุกอใี ส ต่มุ ผน่ื แกไ้ ข้ ขบั พษิ ต่ำงๆ แกท้ อ้ งผูก
ปรงุ ยำแกไ้ ขร้ ำกสำด ไขก้ ลบั ไขห้ วั ไขพ้ ษิ ไขส้ นั นบิ ำต ไขป้ ่ำเร้อื งรงั ไขท้ บั ระดู บำรุงหวั ใจ บำรงุ ธำตุ แกพ้ ษิ ภำยในใหต้ กส้นิ แกโ้ รคหวั ใจบวม แก้
กำเดำ แกล้ ม แกไ้ ขจ้ บั สนั่ แกเ้มำสุรำ รำกผสมกบั รำกหมำนอ้ ย ตม้ กนิ แกไ้ ขม้ ำลำเรยี ลำตน้ รสจดื ขม ถอนพษิ ผดิ สำแดง รกั ษำพษิ ไข้ แกไ้ ขต้ วั รอ้ น
แกไ้ ขพ้ ษิ
ท่มี ำ: ย่ำนำง - ฐำนขอ้ มลู สมนุ ไพร คณะเภสชั ศำสตร์ ม.อบุ ล : phargarden.com

6.ขนุน(หมกั ม่ี)

ช่ือ:ขนุน
ช่ือพ้นื เมอื ง:ขะหนุน , ขะเนอ , ปะหน่อง , มะหนุน , หมกั หม่ี , จำ้ ง , นำกง
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Artocarpus heterophyllus Lam.
ช่ือวงศ:์ MORACEAE
ช่ือสำมญั :MORACEAE
สรรพคณุ :มสี ำรอำหำรทม่ี ปี ระโยชนต์ ่อร่ำงกำยมำกมำย อำทิ วติ ำมนิ เอ วติ ำมนิ ซี ไทอำมนี ไนอำซนิ แคลเซยี ม
โพแทสเซยี ม เหลก็ สงั กะสี โซเดยี ม และมวี ติ ำมนิ บรี วมซง่ึ เป็นแร่ธำตทุ ม่ี อี ยู่ในผลไมไ้ ม่ก่ชี นิด นอกจำกน้กี ็มี

สว่ นประกอบของไฟโตนวิ เทรยี นตซ์ ง่ึ มคี วำมสำมำรถในกำรต่อตำ้ นมะเรง็ และช่วยลด
ควำมดนั โลหติ แถมยงั มเี กลอื แร่ ไฟเบอร์ และโปรตนี สูง แต่มไี ขมนั และคอเลสเตอรอล
นอ้ ย พลงั งำนตำ่ และมคี ณุ สมบตั ชิ ่วยตำ้ นเช้อื แบคทเี รยี และไวรสั ทท่ี ำลำยภมู คิ ุม้ กนั ให้
อ่อนแอ

ลกั ษณะ: ตน้ ขนุน เป็นไมย้ นื ตน้ ขนำดใหญ่สูงประมำณ 15-30 เมตร ก่งิ และ
ลำตน้ เมอ่ื มแี ผลจะมนี ำ้ ยำงสขี ำวขน้ ไหลออกมำ ลกั ษณะของใบขนุน เป็นใบเดย่ี วเรยี ง
สลบั แผน่ ใบเป็นรูปรี ปลำยใบทู่ถงึ แหลม โคนใบมน ใบหนำ ผวิ ดำ้ นบนของใบจะมสี ี
เขยี วเขม้ เป็นมนั สว่ นผวิ ใบดำ้ นลำ่ งจะสำกมอื ใบขนุนกวำ้ งประมำณ 5-8 เซนตเิ มตร
ยำวประมำณ 10-15 เซนตเิ มตร ดอกขนุน ออกเป็นช่อเชงิ สดแยกเพศอยูร่ วมกนั เป็น
ช่อสเี ขยี ว อดั กนั แน่นและอยู่บนตน้ เดยี วกนั โดยดอกเพศผูจ้ ะออกตำมปลำยกง่ิ หรอื
ซอกใบ ซง่ึ เรำจะเรยี กว่ำ “ส่ำ” สว่ นดอกเพศเมยี จะออกตำมกง่ิ ใหญ่และลำตน้ เมอ่ื ตดิ
ผลดอกทงั้ ช่อจะเจรญิ ร่วมกนั เป็นผลรวมมขี นำดใหญ่ โดย 1 ดอกจะกลำยเป็น 1 ยวง
ผลขนุน หรอื ลูกขนุน ลกั ษณะภำยนอกจะคลำ้ ย ๆ จำปำดะ (ซง่ึ เป็นวงศเ์ ดยี วกนั )
โดยลกั ษณะของลูกขนุน ในผลดบิ เปลอื กมสี ขี ำว หนำมทู่ ถำ้ กรดี จะมยี ำงเหนียว ถำ้
แก่เปลอื กจะมสี นี ำ้ ตำลอ่อนอมเหลอื งและหนำมจะป้ำนข้นึ
ดว้ ย ภำยในผลของขนุนจะมซี งั ขนุนหมุ้ ยวงสเี หลองไว้ โดยเมลด็ จะอยู่ในยวง โดยดอกขนุนจะออกดอกปีละ 2 ครงั้ คอื
ในช่วงเมษำยน-พฤษภำคม และในช่วงธนั วำคม-มกรำคม
ประโยชน์ ใบอ่อน ผล รบั ประทำน เน้ือไมใ้ ชท้ ำพ้นื เรอื นและสง่ิ ก่อสรำ้ ง รำกแกโ้ รคผวิ หนงั แกท้ อ้ งเสยี
เปลอื กตน้ เป็นยำแกท้ อ้ งเสยี แก่นสมำนแผล บำรงุ กำลงั บำรุงเลอื ด ผลสุกเป็นยำระบำย เมลด็ บำรุงนำ้ นมในสตรหี ลงั
คลอด รำกและแก่นใชเ้ป็นสยี อ้ มให้ สเี ลอื งถงึ เหลอื งอมนำ้ ตำล
ท่มี ำ: ขอ้ มลู พรรณไม้ (hsw.ac.th)

7.มะเขือพวง

ช่ือ: มะเขอื พวง
ช่ืออน่ื : มะเขอื ละคร หมำกแคง้ มะแควง้ กูลวั มะแควง้ กูลำ มะแวง้
มะแวง้ ชำ้ ง รบั จงกลมปอลอ ปอลอื เขอื ขอ้ ย เขอื พวง ลูกแวง้ แวง้ ชำ้ ง เขอื
เทศ ตะโกงลำโน จะเคำะค่ะ หมำกแขง้
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Solanum torvum Sw.
วงศ:์ SOLANACEAE
ช่ือสำมญั : Plate brush egg plant
แหลง่ ท่พี บ: พบทวั่ ไปของทกุ ภำค
ประเภทไม:้ ไมพ้ มุ่
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ตน้ เป็นไมพ้ ่มุ เลก็ สูงประมำณ 2 เมตร ลำตน้ ตงั้ ตรงมขี นนุ่มข้นึ
ปกคลมุ ลำตน้ และใบมหี นำมสน้ั เลก็ ๆ ห่ำงข้นึ ทวั่ ไป แตกก่งิ กำ้ นสำขำมำก
ใบ เป็นรูปรี ปลำยใบแหลม รมิ ใบหยกั เวำ้ ต้นื ใบยำว 10-20 ซม. บนแผน่ ใบมขี นสนั้ ๆ ปก
คลมุ
ดอก ดอกออกเป็นกระจกุ หรอื เป็นพวงสขี ำว ออกตำมงำ่ มใบและปลำยก่งิ ดอกสขี ำวมกี ลบี
เล้ยี งและกลบี ดอกอย่ำงละ 5 กลบี กลบี ดอกสขี ำวโคนกลบี ดอกเชอ่ื มตดิ กนั เป็นหลอด กลำง
ดอกมเี กสรตวั ผูแ้ ละตวั เมยี ตดิ อยู่กบั หลอดของกลบี ดอก หรอื เป็นดอกสมบรู ณเ์ พศ
ผล รูปร่ำงกลมเลก็ เป็นพวงผวิ เรยี บ เสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำงประมำณ 1 ซม. ผลอ่อนสเี ขยี ว ขว้ั ผลมกี ลบี เล้ยี งตดิ อยู่ ผลแก่สเี ขยี วเขม้ ภำยในมเี มลด็
เลก็ ๆ จำนวนมำก เมลด็ มลี กั ษณะกลมแบนสขี ำวเมอ่ื แก่เป็นสนี ำ้ ตำล
สว่ นทใ่ี ชบ้ รโิ ภค: ผลอ่อน
กำรขยำยพนั ธุ:์ เมลด็ ขดุ ตน้ ทง่ี อกตำมรำกปลูก
สภำพแวดลอ้ มทเ่ี หมำะสม: เจรญิ เตบิ โตทวั่ ไปกลำงแจง้ หรอื ทร่ี ่มรำไร
ฤดูกำลทใ่ี ชป้ ระโยชน์: ตลอดทง้ั ปี
กำรปรุงอำหำร: ผลอ่อน รบั ประทำนเป็นผกั สดหรอื ลวก-ตม้ ใหส้ ุกเป็นผกั ร่วมกบั นำ้ พรกิ นำไปประกอบอำหำร เช่น แกงเขยี วหวำน แกงเผด็
นำ้ พรกิ กะปิ
ลกั ษณะพเิ ศษ: มะเขอื พวง รสขน่ื แกไ้ อ ขบั เสมหะ
ทม่ี ำ: ช่อื มะเขอื พวง (lpru.ac.th)

8.หอม

หอมแดง (ช่อื วทิ ยำศำสตร:์ Allium ascalonicum) เป็นพชื ในวงศพ์ ลบั พลงึ
(Amaryllidaceae) โดยยดึ เอำ French grey challot หรอื griselle เป็นหอมท่ี
แทจ้ รงิ จดั อยู่ในสปีชยี น์ ้ี มกี ำรเพำะปลูกในเอเชยี กลำงและเอเชยี ตะวนั ตกเฉียงใต้
ส่วนควำมหลำกหลำยอน่ื ทม่ี คี อื Allium cepa var. aggregatum (หอมแบง่ :
multiplier onions) หรอื ทร่ี ูจ้ กั กนั ในชอ่ื A. ascalonicum
เป็นพชื เศรษฐกจิ สำคญั ของประเทศในแถบ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ประเทศไทย
สง่ ออกหอมแดง ไปยงั ประเทศมำเลเซยี เป็นจำนวนมำก กำรซ้อื ขำยสว่ นใหญ่เป็น
หวั ๆ ชงั่ ขำยเป็นกโิ ลกรมั และมดั ขำยเป็นกำๆ แต่กข็ ำยตำมนำ้ หนกั เช่นเดยี วกนั [1]
ในประเทศไทยปลูกกนั มำกทำงภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือและภำคเหนือ แต่หอมแดงทม่ี ชี ่อื เสยี งว่ำเป็นหอมแดงคุณภำพดไี ดแ้ ก่หอมแดงจำกจงั หวดั
ศรสี ะเกษ
ลกั ษณะสำคญั : พชื ทม่ี ลี ำตน้ สนั้ และฝงั อยู่ใตด้ นิ ขนำดสูงประมำณ 30 เซนตเิ มตร กำบใบพองออกเพอ่ื สะสมอำหำร ดอกลกั ษณะเป็นช่อคลำ้ ยร่ม
ประกอบดว้ ยดอกย่อยจำนวนมำก กลบี ดอกสขี ำวอมม่วงมกี ลบี ดอก 6 กลบี ออกดอกในช่วงฤดูรอ้ น
สรรพคณุ : หวั หอม มรี สฉุน ช่วยขบั ลม แกท้ อ้ งอดื ช่วยย่อยและเจรญิ อำหำร แกบ้ วมนำ้ แกอ้ ำกำรอกั เสบต่ำง ๆ แกบ้ วมนำ้ ขบั พยำธิ ช่วยให้
ร่ำงกำยอบอ่นุ เมลด็ แกอ้ ำเจยี นเป็นเลอื ด แกก้ นิ เน้ือสตั วเ์ ป็นพษิ ร่ำงกำยซบุ ผอม(ใชเ้มลด็ แหง้ 5-10 กรมั ตม้ นำ้ ดม่ื ) ตำรำยำไทยใชห้ วั หอมแดง
ผสมรวมกบั เหงำ้ เปรำะหอมสมุ หวั เดก็ แกห้ วดั คดั จมกู และกนิ เป็นยำขบั ลม หอมแดงมสี ำรเคอรซ์ ติ นิ และสำรฟลำโวนอยด์ (quercetin และ
flavonoid glycosides) อำจป้องกนั โรคมะเรง็ ได้ นอกจำกน้ี หอมแดงยงั มคี ุณสมบตั ิ เป็นยำรกั ษำโรค ใชล้ ดไขแ้ ละรกั ษำแผลได้ โดยเอำหวั
หอมแดงมำซอยเป็นแว่นๆ ผสมกบั นำ้ มนั มะพรำ้ วและเกลอื ตม้ ใหเ้ดอื ด แลว้ นำมำพอกแผล นอกจำกนนั้ หอมแดง ยงั ช่วยลดระดบั นำ้ ตำลในเลอื ด
และยบั ยงั้ เสน้ เลอื ดอดุ ตนั ดว้ ยกำรบรโิ ภคสด หรอื ประกอบอำหำร หรอื บรโิ ภคชนดิ ผง
สรรพคณุ ทำงยำ: ฟลำโวนอยดใ์ นหอมแดง มฤี ทธ์เิ ป็นสำรตำ้ นอนุมลู อสิ ระ กำรบรโิ ภคหอมแดงเป็นประจำจงึ สำมำรถลดระดบั คอเลสเตอรอล และ
ช่วยใหก้ ำรไหลเวยี นของเลอื ดดขี ้นึ ลดไขมนั ในเสน้ เลอื ดทเ่ี ป็นสำเหตขุ องโรคควำมดนั โลหติ สูงและโรคหวั ใจ สำมำรถป้องกนั กำรตดิ เช้อื และช่วย
บรรเทำอำกำรไขห้ วดั ได้ ทำใหเ้จรญิ อำหำร และช่วยย่อยอำหำร ทง้ั น้ี ฟลำโวนอยดป์ รมิ ำณสูงมำกๆ นอกจำกจะช่วยลดควำมเสย่ี งของโรคหวั ใจแลว้
ยงั ลดควำมเสย่ี งต่อโรคมะเรง็ ไดด้ ว้ ย
กำรใชป้ ระโยชน:์ คนไทยนยิ มนำหอมแดง มำเป็นสว่ นประกอบเครอ่ื งแกงเผด็ เป็น
สว่ นประกอบของไข่เจยี วหมสู บั ซุปหำงววั รบั ประทำนสดโดยฝำนเป็นแวน่ บำงๆ รบั ประทำน
ร่วมกบั แหนมสด เมย่ี งคำ ปลำเคม็ ทอดบบี มะนำว หอมแดงซอย กบั พรกิ ข้หี นูสวนหนั่ ฝอย เป็น
สว่ นประกอบของนำ้ พรกิ กะปิ หอมแดงเผำตำผสมกบั นำ้ พรกิ ปลำรำ้ และเป็นสว่ นประกอบของ
หลนทกุ อย่ำง เป็นสว่ นประกอบของขนมหวำน เช่น หอมแดงซอยเจยี ว ใส่ในขำ้ วเหนียวหนำ้
ปลำแหง้ ขนมหมอ้ แกงถวั่ และไขล่ ูกเขย ( อำหำรคำวหวำน ) ฯลฯ

ท่มี ำ: หนงั สอื สมนุ ไพรสวนสริ ีรกุ ขชำติ กรกฎำคม 2539, หนำ้ 105

9.ว่ำนหำงจระเข้

ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Aloe vera (L.) Burm.f.
ช่ือพอ้ ง:Aloe barbadensis Mill.
ช่ือวงศ:์ ASPHODELACEAE
ช่ือสำมญั :Star cactus, Aloe, Aloin, Jafferabad, Barbados
ชอ่ื อน่ื ๆ: ภำคเหนือ วำ่ นไฟไหม้

ภำคกลำง ว่ำนหำงจระเข,้ หำงตะเข้
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมล้ ม้ ลกุ อำยหุ ลำยปี สูงประมำณ 0.5 – 1 เมตร
ลำตน้ เป็นขอ้ ปลอ้ งสน้ั เน้ืออ่อน อวบนำ้
ใบ เป็นใบเดย่ี ว ออกเรยี งเวยี นรอบตน้ ใบหนำและรูปร่ำงยำว โคนใบใหญ่
ปลำยใบแหลม รมิ ใบหยกั และมหี นำม ขอบใบเป็นหนำมแหลมหำ่ งกนั แผน่ ใบสเี ขยี วใสและมรี อยกระสขี ำว ใบจะอมุ้ นำ้ ไดด้ ี ภำยในมวี นุ้ และเมอื ก
ใสสเี ขยี วอ่อนๆ ดอก ออกดอกเป็นช่อกระจำยทป่ี ลำยยอด กำ้ นช่อดอกยำวมำกชูตงั้ ตรง ดอกเป็นหลอดปลำยแยกสสี ม้ แดงอมเหลอื งเลก็ นอ้ ย
บำนจำกขำ้ งลำ่ งข้นื ขำ้ งบน คลำ้ ยดอกซ่อนกลน่ิ ตมู ๆ โคนเชอ่ื มตดิ กนั เป็นหลอด ปลำยแยกเป็น 6 แฉก เรยี งเป็น 2 ชนั้ รูปแตร ผล เป็นผลแหง้
รูปกระสวย
ประโยชน์ทำงยำ:ใบ รสเยน็ โขลกผสมสรุ ำพอกฝี วนุ้ จำกใบลำ้ งดว้ ยนำ้ สะอำดทำหรอื ฝำนบำงๆ ปิดหรอื ทำแผลไฟไหม้ นำ้ รอ้ นลวก ดบั พษิ รอ้ น ทำ
ผวิ ป้องกนั และรกั ษำอำกำรไหมจ้ ำกแสงแดด วนุ้ รบั ประทำนแกโ้ รคกระเพำะ บำรงุ ร่ำงกำย แกร้ อ้ นใน ดูดพษิ รอ้ นภำยในร่ำงกำย
ทงั้ ตน้ รสเยน็ เอยี น ดองสรุ ำดม่ื ขบั นำ้ คำวปลำ รำก รสขมขน่ื รบั ประทำนถำ่ ยโรคหนองใน แกม้ ตุ กดิ ชำ้ รวั่ ยำงในใบ เป็นยำระบำย
นำ้ วนุ้ จำกใบ ลำ้ งดว้ ยนำ้ สะอำด ฝำนบำงๆ รกั ษำแผลสดภำยนอก นำ้ รอ้ นลวก ไฟไหม้ ทำใหแ้ ผลเป็นจำงลง ดบั พษิ รอ้ น ทำผวิ ป้องกนั และรกั ษำ
อำกำรไหมจ้ ำกแสงแดด ทำผวิ รกั ษำสวิ ฝ้ำ และขจดั รอยแผลเป็น เน้ือวนุ้ เหน็บทวำร รกั ษำรดิ สดี วงทวำร เหงำ้ ตม้ รบั ประทำนแกห้ นองใน โรค
มตุ กดิ
ท่มี ำ: ขอ้ มลู สมนุ ไพร (su.ac.th)

10.สะระแหน่

ช่ือพ้นื เมือง: สะระแหน่
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Mentha × villosa Huds.
ช่ือวงศ:์ ACACTHACEAE
ช่ือสำมญั : Kitchen Mint, Marsh Mint
ประโยชน:์ ช่วยใหผ้ วิ ช่มุ ช้นื ดว้ ยกำรนำใบสะระแหน่มำบดแลว้ นำมำทำผวิ
สะระแหน่ช่วยกำจดั อนุมลู อสิ ระออกจำกร่ำงกำย ใชเ้ป็นยำเยน็ ดบั รอ้ น
และขบั เหงอ่ื ในร่ำงกำย ช่วยบำรงุ และรกั ษำสำยตำ ช่วยลดรอยคลำ้ ใตต้ ำ
ดว้ ยกำรนำใบสะระแหน่มำบดใหล้ ะเอยี ดโดยเตมิ นำ้ ระหวำ่ งบดดว้ ย
เลก็ นอ้ ย แลว้ ใสน่ ำ้ ผ้งึ ตำมลงไปคลกุ เคลำ้ ใหเ้ขำ้ กนั แลว้ นำมำทำใตต้ ำท้งิ ไว้
ประมำณ 15 นำทแี ลว้ ลำ้ งออก ช่วยบรรเทำอำกำรเครยี ด ช่วยรกั ษำอำกำรปวดศีรษะ ไมเกรน
ท่มี ำ: nwk.ac.th

11.ข้ึนฉ่ำย(ตง้ั ฉ่ำย)

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Apium graveolens L.
วงศ์ : UMBELLIFERAE
ช่ืออน่ื : Celery ผกั ขำ้ วปืน ฮงั่ ขง่ึ
ข้นึ ฉ่ำยจดั เป็นพชื ลม้ ลกุ สูงประมำณ 40-60 เซนตเิ มตร ลำตน้ อ่อนน่มิ ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงขำ้ มกนั ใบสเี หลอื งอมเขยี ว ขอบใบหยกั
ลกั ษณะดอกเป็นช่อดอกแบบซร่ี ่มมสี ขี ำว
ข้นึ ฉ่ำยเป็นผกั และสมนุ ไพรทม่ี กี ลน่ิ หอมเฉพำะตวั สำมำรถนำมำปรุงเป็นอำหำร
รบั ประทำนเป็นผกั สด และนำไปทำเป็นนำ้ สมนุ ไพร นำ้ มนั หอมระเหยในลำตน้
และใบมฤี ทธ์ชิ ่วยขบั ลมในกระเพำะอำหำร ทำใหห้ ำยจกุ เสยี ดแน่นทอ้ ง ช่วย
เพม่ิ ควำมแขง็ แรงใหก้ ระดูกและฟนั ช่วยในกำรรกั ษำโรคควำมดนั เลอื ดสูง
ส่วนรำกช่วยในกำรรกั ษำอำกำรปวดตำมขอ้

12.พรกิ ช้ีฟ้ ำ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Capsicum annuum Linn. Var acuminatum Fingerh.
ช่ือวงศ์ : Solanaceae
ช่ือสำมญั : Cayenne pepper, chili spur pepper, long fed pepper, spur
pepper
ช่ือพ้นื เมือง : พรกิ ช้ฟี ้ำ พรกิ เดอื ยไก่ พรกิ บำงชำ้ ง พรกิ หนุ่ม (ภำคเหนือ) พรกิ
มนั (กรุงเทพฯ) พรกิ แลง้ (เชยี งใหม)่ พรกิ ซ่อม พรกิ ข้หี นู พรกิ นก พรกิ แด้
(เหนอื ) พรกิ ข้นี ก ดปี ลขี ้นี ก (ใต)้ ดปี ลี (ปตั ตำน)ี ปะแกว (นครรำชสมี ำ)
หมกั เพด็ พรกิ แกว (อสี ำน) พรกิ ยกั ษ์ - พรกิ หวำน พรกิ ฝรงั่ พรกิ หลวง พรกิ แมว้
พรกิ กะเหรย่ี ง พรกิ หวั เรอื พรกิ หว้ ยสที น พรกิ สนั ป่ำตอง พรกิ ภูเรอื พรกิ จนี พรกิ เจแปน พรกิ ตม้ และพรกิ แจว เป็นตน้
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ตน้ : ไมล้ ม้ ลกุ สูง 0.5-1.5 เมตร ใบ : ใบเดย่ี วออกตรงกนั ขำ้ มหรอื ออกสลบั รูปใบหอก กวำ้ ง 1-4 เซนตเิ มตร
ยำว 2-8 เซนตเิ มตร ดอก : สขี ำว ออกเดย่ี วตำมซอกใบและปลำยกง่ิ โคนกลบี ดอกเช่อื มกนั ปลำยแยกเป็น 5 แฉก ดอกหอ้ ยลง เมอ่ื บำน
เสน้ ผำ่ ศูนยก์ ลำง 1-1.5 เซนตเิ มตร เกสรตวั ผู ้ 5 อนั ผล : ผลรูปทรงกระบอกยำว ปลำยเรยี วแหลม มกั โคง้ งอ ยำว 6-9 เซนตเิ มตร ผวิ เป็นมนั สี
เขยี ว เมอ่ื สุกเปลย่ี นเป็นสเี หลอื งหรอื สแี ดง มเี มลด็ แบนสนี วลจำนวนมำก
สรรพคณุ : สำรแคปไซซนิ ( capsaicin) ในพรกิ ช้ฟี ้ำทำใหเ้จรญิ ำอำหำร ช่วยทำใหร้ ะบบย่อยอำหำรดขี ้นึ แกห้ วดั ขบั ลม ช่วยสูบฉีดโลหติ ช่วย
ป้องกนั กำรเกดิ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจตบี บำรุงธำตุ นำมำดองสรุ ำหรือบดผสมวำสลนิ ใชท้ ำถนู วด ทำแกเ้คลด็ ขดั ยอก แกป้ วดตำมขอ้ ฟกชำ้ ดำเขยี ว
ช่วยใหก้ ำรไหลเวยี นของโลหติ ดขี ้นึ และยงั มวี ติ ำมนิ เอสูงซง่ึ เป็นสำรทช่ี ่วยตำ้ นอนุมลู อสิ ระอนั ก่อใหเ้กดิ โรคมะเรง็ ตน้ ช่วยขบั ปสั สำวะ แกป้ วดเมอ่ื ย
ตำมร่ำงกำย
ทม่ี ำ:http://www.thaichef.in.th/mobile/article_herbdetail.php?aid=1

13.กระเพรำ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Ocimum sanctum L.
ช่ือพอ้ ง : Ocimum tenuiflorum L.
ช่ือสำมญั : Holy basil, Sacred Basil
วงศ์ : Lamiaceae (Labiatae)
ช่ืออน่ื : กะเพรำขน กะเพรำขำว กะเพรำ (ภำคกลำง) กอมกอ้ กอมกอ้ ดง (เชยี งใหม)่ อตี ่ไู ทย
(ภำคอสี ำน)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมพ้ มุ่ สูง 30-60 ซม. โคนตน้ ค่อนขำ้ งแขง็ กะเพรำแดงลำตน้ สี
แดงอมเขยี ว ส่วนกะเพรำขำวลำตน้ สเี ขยี วอมขำว ยอดอ่อนมขี นสขี ำว ใบ เป็นใบเดย่ี ว ออกตรงขำ้ มกนั รูปรี กวำ้ ง 1-3 ซม. ยำว 2.5-5 ซม. ปลำย
ใบมนหรอื แหลม โคนใบแหลม ขอบใบจกั เป็นฟนั เลอ่ื ย แผ่นใบสเี ขยี ว มขี นสขี ำว ดอก ออกเป็นช่อท่ี
ปลำยยอด ดอกสขี ำวแกมมว่ งแดงมจี ำนวนมำก กลบี เล้ยี งโคนเชอ่ื มตดิ กนั ปลำยเรยี วแหลม ดำ้ นนอกมี
ขน กลบี ดอกแบ่งเป็น 2 ปำก ปำกบนมี 4 แฉก ปำกลำ่ งมี 1 แฉก ปำกลำ่ งยำวกว่ำปำกบน มขี น
ประปรำย เกสรเพศผูม้ ี 4 อนั ผล เป็นผลแหง้ เมอ่ื แตกออกจะมเี มลด็ สดี ำ รูปไข่
ส่วนทใ่ี ช้ : ใบ และยอดกะเพรำแดง ทงั้ สดและแหง้ ทงั้ ตน้
สรรพคณุ :แกอ้ ำกำรคลน่ื ไส้ อำเจยี น (เกดิ จำกธำตไุ ม่ปกต)ิ ใชแ้ กอ้ ำกำรทอ้ งอดื เฟ้อ แน่จกุ เสยี ดและ
ปวดทอ้ ง แกไ้ อและขบั เหงอ่ื ขบั พยำธิ
ขบั นำ้ นมในสตรหี ลงั คลอด ลดไข้ เป็นยำอำยุวฒั นะ เป็นยำรกั ษำหดู กลำกเกล้อื น ตำ้ นเช้อื รำ เป็นยำ
สมนุ ไพร ใชไ้ ล่ หรอื ฆ่ำยุง เป็นสมนุ ไพร ไลแ่ มลงวนั ทอง
สำรเคมี : ในใบพบ Apigenin, Ocimol, Linalool , Essential Oil, Chavibetal

14.มะเขือม่วง

มะเขอื มว่ ง ช่อื วทิ ยำศำสตร์ Solanum melongena L. จดั อยู่ในวงศม์ ะเขอื (SOLANACEAE)
สมนุ ไพรมะเขอื ม่วง มชี อ่ื ทอ้ งถน่ิ อน่ื ๆ ว่ำ มะเขอื กะโกแพง, มะเขอื จำน, มะเขอื จำวมะพรำ้ ว, มะเขอื หำ
มำ้ , มะแขวง้ คม เป็นตน้
ลกั ษณะของมะเขือมว่ ง: ตน้ มะเขอื มว่ ง จดั เป็นพชื ลม้ ลกุ หรอื ไมพ้ มุ่ ทม่ี คี วำมสูงประมำณ 1-1.5 เมตร
ลำตน้ มขี นนุ่มปกคลมุ อยู่ทวั่ ไปและอำจมหี นำมเลก็ ๆ แต่ไม่มำกนกั สำมำรถออกดอกและผลไดต้ ลอด
ทงั้ ปี ขยำยพนั ธุด์ ว้ ยเมลด็

ใบมะเขอื ม่วง ใบเป็นใบเดย่ี วขนำดใหญ่ ออกสลบั ขำ้ งกนั ลกั ษณะของใบเป็นรูปค่อนขำ้ งกลม ปลำยใบแหลม โคนใบเบ้ยี ว ส่วนขอบใบหยกั หรอื เป็น
คลน่ื ทอ้ งใบมขี นหนำสเี ทำ ดอกมะเขอื มว่ ง ออกดอกเดย่ี วหรอื ออกเป็นช่อตำมซอกใบ ดอกเป็นดอกแบบสมบรู ณเ์ พศ มขี นำดเสน้ ผ่ำนศูนยก์ ลำง

ประมำณ 2-3 เซนตเิ มตร ดอกมกี ลบี สเี ขยี วเล้ยี งหนำแขง็ ประมำณ 4-5 แฉก โคนเชอ่ื มตดิ กนั เป็นรูป
กรวย ปลำยแยกเป็นกลบี ดอก 5 กลบี กลบี ดอกเป็นสมี ่วง มลี กั ษณะเป็นรูปดำว และดอกจะบำน
ประมำณ 2-3 วนั ผลมะเขอื มว่ ง ผลมลี กั ษณะกลมรยี ำวทรงหยดนำ้ ผวิ ผลเรยี บเป็นสมี ว่ ง ขนำดของ
ผลข้นึ อยู่กบั สำยพนั ธุ์ ลกั ษณะของผลอำจจะกลมเป็นรูปไขห่ รอื กลมยำว โดยมขี นำดยำวตง้ั แต่ 4-30
เซนตเิ มตร สผี ลอำจจะมสี เี ดยี วหรอื หลำยสี โดยอำจจะมสี ขี ำว เหลอื ง เขยี ว แดงมว่ ง หรอื ดำ สว่ น
ภำยในผลจะมเี มลด็ จำนวนมำก เมลด็ มขี นำดเลก็ และเป็นสนี ำ้ ตำล
หมำยเหตุ : มะเขอื โดยทวั่ ไปแลว้ จะแบง่ ออกเป็น 2 ชนิด ไดแ้ ก่ มะเขอื มว่ งเลก็ (ผลทรงยำวป้อม มี
ควำมยำวประมำณ 4 น้วิ ผลเป็นสมี ว่ งอ่อนปนลำยเขยี วขำว เน้อื ในนุ่ม กนิ ดบิ มรี สขมเลก็ นอ้ ย เมอ่ื
สกุ จะมรี สหวำน นยิ มนำมำกนิ เป็นผกั สดหรอื ผกั ตม้ แนมกบั นำ้ พรกิ และเคร่อื งจ้มิ ต่ำง ๆ หรอื นำมำ
หนั่ เฉียงเป็นแผน่ บำง ๆ แลว้ ชบุ แป้งทอด) และ มะเขอื มว่ งใหญ่ (เป็นมะเขอื นำเขำ้ เน้อื ในแน่นและ
ละเอยี ดกวำ่ มะเขอื มว่ งเลก็ ไมม่ เี มลด็ และแทบไมม่ รี สชำติ คนไทยนิยมกนั นอ้ ย โดยส่วนใหญ่จะ
นำมำทำอำหำรประเภทผกั หรอื หนั่ ชบุ แป้งทอด)
สรรพคณุ ของมะเขือม่วง:ดอกสดหรอื ดอกแหง้ นำมำเผำใหเ้ป็นเถำ้ แลว้ บดใหล้ ะเอยี ด ใชเ้ป็นยำแก้
ปวดฟนั (ดอก) ผลแหง้ มสี รรพคุณเป็นยำขบั เสมหะ (ผลแหง้ ) ลำตน้ หรอื รำกใชต้ ม้ กนิ เป็นยำแกบ้ ดิ หรอื จะนำใบแหง้ มำป่นใหเ้ป็นผงใชเ้ป็นยำแก้
โรคบดิ ก็ไดเ้ช่นกนั (ลำตน้ , รำก, ใบแหง้ ) ช่วยแกอ้ ำกำรตกเลอื ดในลำไส้ (ผลแหง้ ) ใบแหง้ ใชเ้ป็นยำแกป้ สั สำวะขดั (ใบแหง้ ) ช่วยรกั ษำโรคหนองใน
(ใบแหง้ ) ผลสดใชเ้ป็นยำพอกบรเิ วณทเ่ี ป็นแผลอกั เสบ ฝีหนอง หรอื โรคผวิ หนงั เร้อื รงั และผดผน่ื คนั (ผลสด) ลำตน้ หรอื รำกนำมำคน้ั เอำนำ้ ใชล้ ำ้ ง
แผลเทำ้ เป่ือย (ลำตน้ , รำก) ผลแหง้ ใชท้ ำเป็นยำเมด็ แกป้ วด (ผลแหง้ )
ทม่ี ำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1702&code_db=610010&code_type=01

15.ทบั ทมิ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Punica granatum L.
ช่ือสำมญั : Pomegranate , Punica apple
วงศ์ : Punicaceae
ช่ืออน่ื : พลิ ำ (หนองคำย) พลิ ำขำว มะก่องแกว้ (น่ำน) มะเกำ๊ ะ (เหนอื ) หมำกจงั (แม่ฮ่องสอน)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมย้ นื ตน้ หรอื พรรณไมพ้ มุ่ ขนำดเลก็ ลกั ษณะผวิ เปลอื กลำตน้ เป็นสเี ทำ
สว่ นทเ่ี ป็นก่งิ หรอื ยอดอ่อนจะเป็นเหลย่ี ม หรอื มหี นำมแหลมยำวข้นึ ใบ ใบมลี กั ษณะเป็นรูปยำวรี
โคนใบมน แคบ ส่วนปลำยใบเรยี วแหลมสน้ั ผวิ หลงั ใบ เกล้ยี งเป็นมนั ใตท้ อ้ งใบจะเหน็ เสน้ ใบไดช้ ดั
ขนำดของใบกวำ้ งประมำณ 1 - 1.8 ซม. ยำว ประมำณ 2.5 - 6 ซม. ดอก ดอกออกเป็นช่อ หรอื
อำจจะเป็น ดอกเดยี ว ในบรเิ วณปลำยยอด หรอื งำ่ มก่งิ ลกั ษณะของดอกมเี ป็น สสี ม้ สขี ำว หรอื สแี ดง
ดอกหน่ึงมกี ลบี ดอกประมำณ 6 กลบี ปลำยกลบี ดอกจะแยกออกจำกกนั ตรงกลำงดอกมเี กสร ตวั
เมยี และตวั ผูซ้ ง่ึ มอี บั เรณูเป็นสเี หลอื ง ขนำดของดอกบำนเตม็ ทม่ี เี สน้ ผำ้ ศูนยก์ ลำงประมำณ 2 - 3
ซม. ผลมลี กั ษณะเป็นรูปค่อนขำ้ ง กลม ผวิ เปลอื กนอกหนำเกล้ยี ง ผลเมอ่ื แก่หรอื สกุ เตม็ ทม่ี ีสเี หลอื งปนแดง และลกั ษณะของผล จะแตก หรอื อำ้ ง
ออก ขำ้ งในผลก็จะมเี มลด็ เป็น จำนวนมำก เป็นรูปเหลย่ี ม มสี ชี มพสู ด ดอก ดอกออกเป็นช่อ หรอื อำจจะเป็น ดอกเดยี ว ในบรเิ วณปลำยยอด หรอื
งำ่ มก่งิ ลกั ษณะของดอกมเี ป็น สสี ม้ สขี ำว หรอื สแี ดง ดอกหน่ึงมกี ลบี ดอกประมำณ 6 กลบี ปลำยกลบี ดอกจะแยกออกจำกกนั ตรงกลำงดอกมี
เกสร ตวั เมยี และตวั ผูซ้ ง่ึ มอี บั เรณูเป็นสเี หลอื ง ขนำดของดอกบำนเตม็ ทม่ี เี สน้ ผำ้
ศูนยก์ ลำงประมำณ 2 - 3 ซม. ผลมลี กั ษณะเป็นรูปค่อนขำ้ ง กลม ผวิ เปลอื กนอกหนำ
เกล้ยี ง ผลเมอ่ื แก่หรอื สุกเตม็ ทม่ี สี เี หลอื งปนแดง และลกั ษณะของผล จะแตก หรอื
อำ้ งออก ขำ้ งในผลก็จะมเี มลด็ เป็น จำนวนมำก เป็นรูปเหลย่ี ม มสี ชี มพสู ด
ส่วนทใ่ี ช้ : ใบ ดอก เปลอื กผลแหง้ เปลอื กตน้ และเปลอื กรำก เมลด็

สรรพคณุ : ใบ - อมกลว้ั คอ ทำยำลำ้ งตำ ดอก - ใชห้ ำ้ มเลอื ด เปลอื กและผลแหง้
- เป็นยำแกท้ อ้ งร่วง ทอ้ งเดนิ แกบ้ ดิ
- แกโ้ รคลกั กะปิดลกั กะเปิด
เปลอื กตน้ และเปลอื กรำก
- ใชเ้ป็นยำขบั พยำธติ วั ตดื , พยำธติ วั กลม
เมลด็ - แกโ้ รคลกั กะปิดลกั กะเปิด
ทม่ี ำ: สรรพคุณสมนุ ไพร 200 ชนิด (rspg.or.th)

16.สม้ โอ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Citrus maxima (Burm.f.) Merr.
ช่ือวงศ์ : Rutaceae
ช่ือสำมญั : Pummelo
ช่ืออน่ื ๆ : โกรย้ ตะลอง (เขมร), มะขนุ มะโอ (ภำคเหนือ), ลมี ำบำลี (มลำยู-ยะลำ), สงั อู (กะเหรย่ี ง-แมฮ่ ่องสอน), สม้ โอ (ทวั่ ไป)
ถน่ิ กำเนิด : หม่เู กำะมลำยู อนิ เดยี จนี และไทย
กำรขยำยพนั ธุ์ : เพำะเมลด็ ตอนกง่ิ ตดิ ตำ ทำบกง่ิ
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมย้ นื ตน้ ขนำดกลำงค่อนขำ้ งใหญ่ แตกกง่ิ กำ้ นมำกเป็นพ่มุ กง่ิ อ่อนปกคลมุ ดว้ ยขนสนั้ ๆมหี นำมรูปร่ำงยำวขนำด 1-5

ซม. ใบ รูปไขย่ ำว ส่วนของแผน่ ใบมองเหน็ เป็นรอยเวำ้ แยกเป็น 2 ส่วนอย่ำงชดั เจนขนำด
แผ่นใบสว่ นบนกวำ้ งประมำณ 2-7 ซม. ยำวประมำณ 10-12 ซม. แผ่นใบส่วนลำ่ งมลี กั ษณะปีก
มขี นำดเลก็ กว่ำสว่ นบน ดูโดยรวมเป็นรูปคลำ้ ยหวั ใจ ใตใ้ บมขี นอ่อนนุ่มปกคลมุ อยู่ ดอกเป็น
ดอกเดย่ี ว แต่อำจพบออกเป็นช่อตำมมมุ ใบหรอื ปลำยยอด เป็นดอกสมบรู ณเ์ พศ กลบี เล้ยี งสี
เขยี ว 5 กลบี กลบี ดอกสขี ำวขนุ่ 5 กลบี เกสรตวั ผูเ้ชอ่ื มตดิ กนั เป็นกลมุ่ ประมำณ 4-5 กลมุ่ อบั
ละอองเกสรสเี หลอื ง เกสรตวั เมยี มรี งั ไข่ทแ่ี บง่ เป็น 11-16 ช่องผลชนดิ berry ขนำดปำนกก
ลำงถงึ ใหญ่ มรี ูปร่ำงหลำยแบบ เช่น ทรงกลม ทรงแป้น หรอื ผลยำวมจี กุ คลำ้ ยผลสำล่ี ผลอ่อน
สเี ขยี ว ผลแก่สเี ขยี วอ่อน หรอื อมเหลอื ง เปลอื กชนั้ นอกมลี กั ษณะเหนียว มตี ่อมนำ้ มนั (oil
gland) กระจำยทวั่ ไปตำมผวิ ของผล เปลอื กชนั้ กลำง สขี ำวหรอื สชี มพู มลี กั ษณะอ่อนนุ่ม หนำ
ประมำณ1 - 2.3 ซม. เปลอื กผลชนั้ ในบำงส่วนเจรญิ เป็นถงุ นำ้ หวำน (juice sac) เป็นสว่ นท่ี
รบั ประทำนได้ มสี ขี ำว ครมี ชมพู หรvื แดง รสชำตเิ ปร้ยี ว หรอื เปร้ยี วอมหวำน จนถงึ หวำนสนทิ
บำงพนั ธุอ์ ำจมรี สขมปนบำ้ ง

ประโยชน์ :
1. ทำงอำหำร บรโิ ภคเน้ือผลสดเป็นผลไม้ เปลอื กชน้ั กลำงนำมำเช่อื มเป็นของหวำน หรอื นำมำกวนปรงุ รสเป็นสม้ โอสำมรสได้

2. ทำงสมนุ ไพร ใบ แกท้ อ้ งอดื แน่น ตำพอกศีรษะแกป้ วดหวั ดอก ขบั ลม ขบั เสมหะ
ผล ช่วยขบั เสมหะแน่นทอ้ ง จกุ เสยี ด ไสเ้ลอื น ตม้ นำ้ อำบแกค้ นั เมลด็ แกป้ วดทอ้ ง รำก
แกห้ วดั แกไ้ อ ปวดกระเพำะอำหำร

ท่มี ำ: สม้ โอ (nakhonpathom.go.th)

17.หวำย

Family : Arecaceae (Palmae)
Subfamily : Lipidocaryoideae

ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ พชื ในสกลุ หวำยทกุ ชนิดมลี กั ษณะลำตน้ ปีนป่ำย มที ง้ั ลำตน้
เดย่ี วหรอื เป็นกอ ซง่ึ หวำยตน้ เดย่ี วเมอ่ื ตดั ลำตน้ แลง้ จะไมแ่ ตกตน้
ใหม่ สว่ นหวำยกอสำมำรถทยอยตดั ได้ และมกี ำรแตกตน้ ใหมท่ ต่ี ำ
ใกลซ้ อกใบบรเิ วณโคนตน้ ขอ้ ท่ี 2-3 หวำยบำงชนิด เช่น Calamus
trachycoleus หน่อทแ่ี ตกใหม่จะพฒั นำเป็นไหลยำวไดม้ ำกกวำ่ 3 เมตร
1. รำกหวำยมรี ะบบรำกแขนง และรำกฝอย ทแ่ี ตกรำกแขนงออกในแนวรำบ และแนวดง่ิ แต่มกั เจรญิ เป็นรำกแขนงในแนวรำบ
ใกลผ้ วิ ดนิ และสำนกนั แน่น อำจแพร่ไกลไดถ้ งึ 5-8 เมตร รอบลำตน้
2. ลำตน้ หวำยมลี กั ษณะกลม แต่บำงชนิดมรี ูปทรงสำมเหลย่ี ม ขนำดลำตน้ เลก็ จนถงึ ใหญ่ ขนำดตง้ั แต่ 15 มลิ ลเิ มตร จนถงึ 10 เซนตเิ มตร ถกู
ห่อหมุ้ ดว้ ยกำบใบหรอื กำบหมุ้ ลำ ลำตน้ สูงไดม้ ำกกวำ่ 2 เมตร บรเิ วณโคนตน้ ใหญ่ และเรยี วเลก็ ลงเร่อื ยๆจนถงึ ปลำย ลำตน้ เป็นปลอ้ ง มขี อ้ ตน้
อ่อนมสี ขี ำวครมี ใชน้ ำประกอบอำหำร มรี สฝำด และขมเลก็ นอ้ ย เมอ่ื แก่จะเปลย่ี นเป็นสเี ขยี ว และมเี สน้ ใยเหนยี วแขง็ บำงชนดิ มมี อื เกำะ แทงออก
บรเิ วณสว่ นขอ้ ของลำตน้ ส่วนยอดอ่อนนยิ มนำมำปรุงเป็นอำหำรไดเ้ช่นกนั
3. ใบหวำยประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื กำบใบ (leaf sheath) กำ้ นใบ (rachis) และใบ (leaflet) แทงออกบรเิ วณ
• กำบใบหรอื กำบหมุ้ ลำ จะแทงออกบรเิ วณขอ้ หมุ้ สลบั ทบั เหลย่ี มกนั ตลอดลำตน้ ตอนบน เมอ่ื แก่จะหลดุ ร่วงท้งิ รอยแผลตำมขอ้ กำบหมุ้ ลำน้ีจะเป็น
ส่วนโคนของใบ และเป็นส่วนทม่ี หี นำมเกดิ ในลกั ษณะแตกต่ำงกนั ตำมพนั ธุ์ ทงั้ ขนำด สี และกำรเรยี งตวั ซง่ึ ช่วยในกำรจำแนกชนดิ หวำยได้ แต่หวำย
บำงชนิดอำจไม่มหี นำมบรเิ วณกำบใบ ส่วนบรเิ วณดำ้ นในบรเิ วณตอนบนของโคนกำบใบจะมเี ยอ่ื บำงๆทเ่ี รยี กวำ่ ocrea ซง่ึ จะผกุ ร่อนเมอ่ื ใบแก่ และ
ร่วง บำงชนดิ จะมี ocrea ทเ่ี ด่นชดั จำกกำรพองโตออกมำใหเ้หน็
• กำ้ นใบ ลกั ษณะกำ้ นใบ และหนำมทเ่ี กดิ จะแตกต่ำงกนั ตำมพนั ธุแ์ ต่ละชนิด บำงชนดิ บรเิ วณกำบหมุ้ ลำบรเิ วณดำ้ นลำ่ งของโคนกำบใบทเ่ี ป็น ocrea
จะพองโตเป็นสนั นูน เรยี กวำ่ เขำ่ (knee) ทเ่ี ชอ่ื วำ่ ทำหนำ้ ทจ่ี ดั เรยี งตวั ใบหวำยจำกแนวดง่ิ มำสู่แนวรำบ
4.ผลหวำยมลี กั ษณะเป็นเกลด็ เรยี งซอ้ นกนั ในทศิ ปลำยผลมำฐำนผล แต่ผลหวำยบำงชนดิ จะมลี กั ษณะเกรด็ แบบหนำมคลำ้ ยผลระกำ สขี องเปลอื ก
ผลมหี ลำยสตี ำมชนิดหวำย ผลอ่อนจะมสี เี ขยี วอ่อน และเขยี วเขม้ เมอ่ื แก่ และเมอ่ื สกุ จะเปล้ยี นเป็นไดห้ ลำยสี เช่น สเี หลอื ง สแี ดง และสขี ำว
แตกต่ำงกนั ตำมสำยพนั ธุ์ เมอ่ื สุกจดั จะมสี คี ลำ้ ดำ ขนำดผลมตี ง้ั แต่เทำ่ เมลด็ ขำ้ วโพดจนถงึ เทำ่ ลูกพดุ ทรำหรอื เท่ำหวั แม่มอื และเปลอื กผลเมอ่ื สกุ
สำมำรถรบั ประทำนได้ เน้อื มรี สหวำน สว่ นดำ้ นในเป็นเมลด็ อำจมเี มลด็ เดยี วหรอื บำงพนั ธุม์ ไี ด้ 2-3 เมลด็ /ผล ลกั ษณะเมลด็ ค่อนขำ้ งกลม และ
แบนรี
ประโยชน์: ยอดอ่อน ดอกอ่อน หน่ออ่อน นำมำปรุงอำหำรไดห้ ลำยเมนู อำทิ แกงอ่อม แกงหวำย แกงจดื รวมถงึ ลวกเป็นผกั จ้มิ นำ้ พรกิ เช่น หวำย
โคก หวำยดง หวำยหำงหนู หวำยนงั่ หวำยขม เป็นตน้
ทม่ี ำ: หวาย และประโยชนจ์ ากหวาย | พชื เกษตร.คอม (puechkaset.com)

18.ลำไย

ช่ือสำมญั หรือช่ือพ้นื เมือง : ลำไย (longan)
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Dimocarpus longan Lour.
วงศ์ : Sapindaceae
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ :
ลำตน้ ลำไยเป็นไมย้ นื ตน้ ทรงพ่มุ แผ่กวำ้ ง มตี งั้ แต่ขนำดกลำงจนถงึ ขนำดใหญ่ ตน้ ทป่ี ลูกจำกเมลด็ มลี ำตน้ สูงตรง

เมอ่ื ปลูกจำกกง่ิ ตอนมที รงพมุ่ แผ่กวำ้ ง เมอ่ื เจรญิ เตบิ โตเตม็ สูง 10-
12 เมตร เปลอื กลำ สนี ำ้ ตำลหรือสเี ทำปนนำ้ ตำล แตกเป็นสะเก็ด
และร่องขรุขระ กง่ิ กลมและเน้ือไมม้ กั เปรำะทำใหก้ ง่ิ หกั งำ่ ย
ใบ ใบลำไยเป็นใบรวม ทม่ี ใี บย่อยอยู่บนกำ้ นใบร่วมกนั จำนวน 3-
5 คู่ กำ้ นใบรวมยำวประมำณ 20-30 เซนติเมตร ใบย่อยจดั เรียง
ตวั ในลกั ษณะตรงขำ้ มหรือแบบสลบั กนั กำ้ นใบย่อยยำว 4-6
เซนตเิ มตร ใบย่อยเป็นรูปรหี รอื รูปหอก ใบกวำ้ ง 3-6 เซนตเิ มตรและยำว 10-15 เซนตเิ มตร ขอบใบเรยี บไมม่ หี ยกั และไม่มว้ น ใบเรยี บหรอื เป็นคลน่ื
เลก็ นอ้ ย ปลำยใบมกั แหลมและฐำนใบค่อนขำ้ งป้ำน ดำ้ นหลงั ใบมสี เี ขยี วเขม้ เป็นมนั มำกกวำ่ ดำ้ นทอ้ งใบ เสน้ แขนงแตกจำกเสน้ กลำงใบ
ช่อดอก ลำไยออกดอกทป่ี ลำยยอดทเ่ี จรญิ เตบิ โตเตม็ ทแ่ี ลว้ โดยเปลย่ี นจำกตำใบเป็นตำดอก แต่บำงครงั้ ช่อดอกก็อำจเกดิ จำกตำดำ้ นขำ้ งของก่งิ ก็ได้
ตง้ั แต่เร่มิ เหน็ ช่อดอกดว้ ยตำเปล่ำจนกำ้ นช่อดอกพฒั นำจนยำวเตม็ ทใ่ี ชเ้ วลำประมำณ 45-50 วนั ข้นึ กบั พนั ธุแ์ ละสภำพแวดลอ้ ม ช่อดอกของลำไย
เป็นแบบ compound dichasia ทจ่ี ดั เรยี งดอกแบบ panicle กลำ่ วคอื แตกกำ้ นดอกแขนงออกไปจำกกำ้ นทห่ี น่งึ และแต่ละกำ้ นย่อยนน้ั แตกแขนง
ต่ออกี ครงั้ ช่อดอกยำว 15 – 50 เซนตเิ มตร ในแต่ละช่อดอกมที งั้ ดอกสมบูรณ์เพศและดอกไม่สมบูรณเ์ พศ แต่ละช่อดอกมดี อกประมำณ 3,000
ดอกข้นึ กบั พนั ธุแ์ ละสภำพแวดลอ้ ม
ดอก ดอกมสี คี รมี และเสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำง 6-8 มลิ ลเิ มตร กำ้ นดอกยำว 1-2 มลิ ลเิ มตร กลบี ดอกมี 5 กลบี บำงเรียวเลก็ สขี ำวหม่นและเรยี งตวั เย้อื ง
กนั กลบี รองดอกมี 5 กลบี เช่นกนั สเี ขยี วปนนำ้ ตำล หนำและแขง็ ขนำดกวำ้ งกว่ำกลบี ดอก 3-5 เท่ำ ทฐ่ี ำนของกลบี รองดอกมตี ่อมนำ้ หวำน
ผล ผลลำไยเป็นผลเดย่ี ว ผลลำไยมรี ูปร่ำงค่อนขำ้ งกลมหรอื กลมแป้น ขนำดของผลแตกต่ำงกนั เปลอื กผลเจรญิ มำจำกผนงั รงั ไขแ่ ละเร่มิ พฒั นำไป
พรอ้ มๆกบั เมลด็ ต่อมำเมลด็ หยุดกำรพฒั นำแต่เปลอื กผลยงั มกี ำรพฒั นำต่อต่อจนเกบ็ เก่ยี วผลได้ เปลอื กผลสเี หลอื งปนนำ้ ตำลหรอื นำ้ ตำลแดง แต่
บำงพนั ธุเ์ ช่น เบ้ยี วเขยี ว อำจมสี เี ขยี วปน เปลอื กผลอำจเป็นต่มุ หรอื ค่อนขำ้ งเรียบ เน้ือของลำไย (aril) พฒั นำมำจำกเน้ือเยอ่ื รอบๆ กำ้ นของเมลด็
(funiculus) ข้นึ มำโอบจนรอบเมลด็ เน้ือลำไยสขี ำวข่นุ หรอื สชี มพเู รอ่ื ๆแตกต่ำงกนั ตำมพนั ธุ์
เมล็ด ลกั ษณะกลมหรอื กลมแบน เปลอื กเมลด็ สนี ำ้ ตำลเขม้ หรอื สดี ำ เป็นมนั ส่วนทต่ี ดิ กบั ขว้ั เมลด็ มีวงกลมสขี ำว ทำใหด้ ูคลำ้ ยกบั ลูกนยั นต์ ำและ
เป็นทม่ี ำของคำว่ำ ตำมงั กร ขนำดเมลด็ ต่ำงกนั ตำมพนั ธุ์
ประโยชน์ : เมลด็ แกบ้ ำดแผลมเี ลอื ดออก หำ้ มเลอื ด แกป้ วด สมำนแผล แกแ้ ผลมหี นอง และแกก้ ลำกเกล้อื น ใบแกไ้ ขห้ วดั แกม้ ำลำเรีย แกฝ้ ีหวั
ขำด แกร้ ดิ สดี วงทวำร ดอกแกโ้ รคเก่ยี วกบั หนองทงั้ หลำย รำกใชแ้ กเ้ สมหะและลม ถ่ำยโลหติ ออกทำงทวำรหนกั แกร้ ะดูขำวมำกผดิ ปกติ ขบั พยำธิ
เสน้ ดำ้ ย เปลอื กตน้ แกเ้สมหะ ขบั ลมในลำไส้ แกจ้ กุ เสยี ด สมำนแผล แกน้ ำ้ ลำยเหนียว
ท่มี ำ : https://www.doa.go.th/share/docs/longgan/botanycultivarlonggan.pdf
https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/407/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A2/

19.แคขำว

ช่ือสำมญั หรือช่ือพ้นื เมือง : แคขำว, แคดอกขำว ดอกแคบำ้ น,
ตน้ แค หรอื แค
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Sesbania grandiflora (L.) Pers.
วงศ์ : FABACEAE หรอื LEGUMINOSAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : สำหรบั ตน้ แคดอกขำวนนั้ เป็นไมย้ นื ตน้ ทแ่ี ตกก่งิ กำ้ นมำกโดยไม่เป็นระเบยี บ
ซง่ึ มคี วำมสูงของลำตน้ ประมำณ 3 – 10 เมตร โดยเปลอื กตน้ มสี นี ำ้ ตำลอมเทำ เป็นไมเ้น้ืออ่อน เปลอื ก
หนำและขรุขระ สำมำรถข้นึ ไดด้ ใี นเขตรอ้ นช้นื โตเร็ว และสำมำรถปลูกไดท้ กุ ท่ี ส่วนใบเป็นใบแบบขนน
กออกเรียงสลบั กนั ใบย่อยเลก็ รูปขอบขนำน ขอบเรียบ ปลำยมนกวำ้ ง มสี เี ขยี ว และดอกแคจะคลำ้ ย
ดอกถวั่ โดยออกเป็นช่อตำมซอกใบ มกี ลน่ิ หอมสขี ำว และผลจะเป็นฝกั กลมๆ ยำวๆ เมอ่ื แก่ฝกั จะแตก
ออกเป็น 2 ซกี นำมำรบั ประทำนได้ สว่ นเมลด็ มเี ยอะสนี ำ้ ตำล
ประโยชน์ :
ใบ – ช่วยในกำรแกไ้ ขห้ วดั และถอนพษิ ไข้ แกไ้ ขเ้ปลย่ี นฤดู ตลอดจนช่วยดบั พษิ และถอนพษิ
ใหร้ สจดื มนั
ดอก – ช่วยแกอ้ ำกำรไขเ้ปลย่ี นฤดู ใหร้ สหวำนเยน็
เปลอื กตน้ – ช่วยในกำรคมุ ธำตุ แกบ้ ดิ มกู เลอื ด ตลอดจนช่วยชะลำ้ งบำดแผล และช่วยในกำรสมำนแผลทงั้ ภำยในและภำยนอก ใหร้ ส
ฝำด
ทม่ี ำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1481&code_db=610010&code_type=01

20.พรกิ ไทย

ช่ือสำมญั หรอื ช่ือพ้นื เมอื ง : พรกิ ไทย

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Piper nigrum L.

วงศ์ : PIPERACEAE

ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ตน้ พริกไทยเป็นตน้ ไมท้ ม่ี อี ำยุยนื จดั อยู่ในประเภทไมเ้ล้อื ย สูง
ประมำณ 5 เมตร ลกั ษณะของลำตน้ จะเป็นขอ้ ๆ ลกั ษณะของใบพริกไทยจะมสี เี ขยี วสด ใบ
ใหญ่คลำ้ ยใบโพ ส่วนลกั ษณะของดอกพริกไทยจะมขี นำดเลก็ จะออกช่อตรงขอ้ ของลำตน้ มี
ลกั ษณะเป็นพวง ซ่ึงจะมีเมลด็ กลม ๆ ติดกนั อยู่เป็นพวง มีถ่นิ กำเนิดในประเทศอินเดีย
บริเวณเทอื กเขำทำงภำคตะวนั ออกเฉียงใต้ สำหรบั บำ้ นเรำพริกไทยถอื เป็นพชื เศรษฐกิจท่ี
สำคญั ชนดิ หน่งึ โดยนยิ มปลูกพรกิ ไทยกนั มำกในจงั หวดั จนั ทบรุ ี ตรำด และระยอง

ประโยชน์ : เมลด็ พรกิ ไทยมสี ำรฟีนอลกิ และสำรพเิ พอรนี ซง่ึ ช่วยต่อตำ้ นอนุมลู อสิ ระ เมลด็
พรกิ ไทยมสี ำรพเิ พอรนี (Piperine) ซง่ึ เป็นสำรอลั คำลอยดท์ ม่ี สี ่วนช่วยรกั ษำและป้องกนั กำร
เกดิ โรคอลั ไซเมอรใ์ นผูส้ ูงอำยุได้ ช่วยป้องกนั และต่อตำ้ นสำรก่อมะเร็ง ช่วยเร่งกำรทำงำนของ
ตบั ใหท้ ำลำยสำรพษิ ไดม้ ำกข้นึ เมลด็ พรกิ ไทยมฤี ทธ์ิในกำรช่วยกระตนุ้ ประสำท ช่วยแกโ้ รค
ลมบำ้ หมูหรือลมชกั ได้ บำรุงธำตุในร่ำงกำย ทำใหเ้ จริญอำหำร ทำใหล้ ้นิ ของผูส้ ูงอำยุรบั รสไดด้ ีย่งิ ข้นึ บรรเทำอำกำรนอนไม่หลบั ช่วยเพม่ิ ควำม
อบอ่นุ ใหก้ บั ร่ำงกำยและเสริมภูมติ ำ้ นทำนไปดว้ ยในตวั แกต้ ำแดงเน่ืองจำกควำมดนั โลหติ สูง ช่วยระงบั อำเจียน แกอ้ ำกำรปวดฟนั ดว้ ยกำรใช้
พรกิ ไทย พรกิ หำง นำมำบดเป็นผงผสมยำข้ผี ้งึ แลว้ ปนั้ เป็นกอ้ นเลก็ ๆ นำมำใชอ้ ดุ ฟนั ตรงบรเิ วณทป่ี วด ขบั เสมหะ เปิดคอใหโ้ ลง่ ข้นึ ช่วยแกเ้สมหะ
ในทรวงอก แกล้ มพรรดกึ ช่วยบรรเทำอำกำรและแกอ้ ำกำรไอ หอบหดื สะอกึ ช่วยแกอ้ ตสิ ำรหรอื อำกำรลงแดง ช่วยแกอ้ ำกำรวงิ เวยี นศีรษะ ช่วยแก้
หวดั และลดไข้ ช่วยแกไ้ ขเ้ร้อื รงั ดว้ ยกำรใชพ้ รกิ ไทยดำ ใบบวั บกแหง้ ใบกะเพรำแหง้ อย่ำงละเท่ำ ๆ กนั นำมำบดเป็นผง ปน้ั เป็นเมด็ เลก็ ๆ กนิ ครงั้
ละ 1 เมด็ เชำ้ และเย็น ช่วยเพม่ิ กำรไหลเวยี นของโลหติ ช่วยเพม่ิ กำรสูบฉีดโลหติ เขำ้ ใจ พรกิ ไทยดำสำมำรถช่วยละลำยลม่ิ เลอื ดและลดกำรจบั ตวั
เป็นกอ้ นได้ ช่วยกระตนุ้ กำรขบั เหงอ่ื ออกจำกร่ำงกำย เมอ่ื เหงอ่ื ระเหยออกจำกผวิ แลว้ จะช่วยทำใหร้ ่ำงกำยรูส้ กึ เยน็ สบำยมำกยง่ิ ข้นึ พรกิ ไทยดำช่วย
รกั ษำโรคกระเพำะและลำไส้ ช่วยแกอ้ ำกำรปวดมวนทอ้ ง ช่วยรกั ษำอำกำรทอ้ งร่วงอย่ำงรุนแรงและทอ้ งเดนิ หลำย ๆ ครงั้ ช่วยลดกำรเกิดกำ๊ ซใน
ระบบทำงเดนิ อำหำร จงึ ช่วยแกอ้ ำกำรจกุ เสยี ด แน่นทอ้ ง ทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ ช่วยแกล้ มอมั พฤกษ์ ขบั ลมในกระเพำะ ช่วยกระตนุ้ กำรไหลของนำ้ ลำย
และนำ้ ย่อยในกระเพำะ ช่วยในกำรย่อยอำหำร แกอ้ ำกำรอำหำรไม่ย่อย ช่วยย่อยสำรพษิ ตกคำ้ งทไ่ี ม่สำมำรถย่อยได้ ช่วยทำใหร้ ะบบกำรย่อยอำหำร
ทำงำนไดด้ ขี ้นึ ช่วยบรรเทำหรอื ผ่อนคลำยอำกำรไม่สบำยจำกอำหำรเป็นพษิ จำกอำหำรทะเลและเน้ือสตั วต์ ่ำง ๆ ช่วยขบั ปสั สำวะ ช่วยแกร้ ะดูขำว ช่วย
แกอ้ ำกำรอกั เสบและโรคอน่ื ๆ แกต้ ะขำบกดั ดว้ ยกำรใชผ้ งพรกิ ไทยโรยบรเิ วณแผลทถ่ี กู กดั ช่วยรกั ษำอำกำรเมอ่ื ยขบ เป็นเหน็บชำงำ่ ยในช่วงฤดูฝน
หรือฤดูหนำว โดยใชพ้ ริกไทย นำ้ กะทิ และไข่ไก่ ตใี หเ้ขำ้ กนั แลว้ ตนุ๋ จนสุก และนำพรกิ ไทยขำวเขำ้ เคร่อื งยำกบั เปลอื กไข่ไก่ นำไปผงิ ไฟใหเ้ หลอื ง
แลว้ นำมำบดเป็นผงผสมกบั นำ้ ตม้ สุก และยงั ช่วยรกั ษำอำกำรชกั จำกกำรขำดแคลเซยี มไดอ้ กี ดว้ ย

ทม่ี ำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1742&code_db=610010&code_type=01

21.ชูรส

ผกั ไชยำหรอื คะนำ้ เมก็ ซิโก (Chaya)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Cnidoscolus chayamansa McVaugh
ช่ือทอ้ งถน่ิ : ผกั ไชย ผกั ชำยำ ผกั โขมตน้ ตน้ ผงชูรส ตน้ มะละกอกนิ ใบ หรอื คะนำ้ เมก็ ซโิ ก
วงศ:์ EUPHORBIACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ เป็นไมพ้ มุ่ อำยหุ ลำยปี ลำตน้ มลี กั ษณะอวบนำ้ มคี วำมสูงของ
ลำตน้ ประมำณ 2-6 ม. เปลอื กลำตน้ เป็นสนี ำ้ ตำลมนี ำ้ ยำงสขี ำวอยู่ภำยใน ลกั ษณะของใบ
คลำ้ ยกบั ใบเมเป้ิล ขอบใบแยกออกเป็น 3-4 แฉก ดอกมสี ขี ำว ออกดอกเป็นช่อบรเิ วณ
ปลำยก่งิ ในแต่ละช่อประกอบไปดว้ ยดอกย่อยจำนวนมำก โดยทวั่ ไปมกั ตดั แต่งเป็นทรงพมุ่
ใหม้ คี วำมสูงประมำณ 2 ม. เพอ่ื ใหส้ ะดวกต่อกำรเกบ็ เก่ยี วคุณค่ำทำงโภชนำกำร คะนำ้
เมก็ ซโิ กเป็นผกั ทม่ี คี ุณค่ำทำงอำหำรสูง ใบคะนำ้ เมก็ ซโิ ก 100 ก. ประกอบดว้ ย นำ้ 85.3%,
คำรโ์ บไฮเดรตรวม 4.2%, โปรตนี 5.7%, ไขมนั 0.4%, ใยอำหำร 1.9% มแี ร่ธำตตุ ่ำงๆ เช่น
แคลเซยี ม 199.4 มก., โพแทสเซยี ม 217.2 มก., ฟอสฟอรสั 39.0 มก., เหลก็ 11.4 มก. มี
วติ ำมนิ เช่น วติ ำมนิ ซี 164.7 มก. และวติ ำมนิ เอ 0.085 มก. นอกจำกน้ยี งั มกี ำรรำยงำนว่ำ
คะนำ้ เมก็ ซโิ กเป็นผกั ทม่ี คี ุณค่ำทำงอำหำรสูงกว่ำผกั ใบเขยี วอน่ื ๆ 2-3 เท่ำ
ทม่ี ำ: ผกั ไชยา – สมาคมพฒั นาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม (adeq.or.th)

22.ตะไคร้

ช่ือสำมญั : Lemon grass, Oil grass
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Cymbopogon citratus
ช่ือวงศ์ : GRAMINEAE หรอื POACEAE
ช่ือพ้นื เมือง : จะไคร (ภำคเหนอื ), ไคร (ภำคใต)้, คำหอม (แมฮ่ ่องสอน), เชดิ
เกรย, เหลอะเกรย (เขมร-สรุ นิ ทร)์ , หอ่ วอตะโป่ (กะเหรย่ี ง-แม่ฮ่องสอน)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ตะไครเ้ป็นพชื สมนุ ไพร ประเภทพชื ลม้ ลกุ ตระกูล
หญำ้ ทเ่ี จรญิ เตบิ โตงำ่ ย นยิ มนำมำประกอบอำหำร มถี น่ิ กำเนดิ ในประเทศไทย
อนิ โดนีเซยี พม่ำ ศรลี งั กำ อนิ เดยี และโซนทวปี อเมรกิ ำใต้ ตน้ จะมลี กั ษณะเป็น
พ่มุ โดยรวมสูงประมำณ 4-6 ฟตุ ในไทยเองบำงครงั้ พบตะไครส้ ูงเป็นเมตร แต่ลำตน้ ทแ่ี ทจ้ รงิ สูง 5-6 เซนตเิ มตร เท่ำนนั้
ตะไครบ้ รเิ วณโคนจะออกสขี ำวนวล เรยี กวำ่ “หวั ” สว่ นใบเป็นใบเดย่ี ว ลกั ษณะเรยี วยำว ปลำยใบแคบแหลม และมขี นหนำม เสน้ ใบ
ขนำนกบั กำ้ นใบ แตกออกเป็นกอ ยำว 30-60 เซนตเิ มตร กวำ้ งประมำณ 1-2 เซนตเิ มตร ผวิ ใบดำ้ นบนระคำยมอื เลก็ นอ้ ย ส่วนดำ้ นลำ่ งและบรเิ วณ
ขอบใบจะเรยี บ ตวั ใบจะอดุ มไปดว้ ยนำ้ มนั หอมระเหย และโดยรวมตะไครย้ งั มวี ติ ำมนิ และแร่ธำตทุ เ่ี ป็นประโยชน์ อำทิ ฟอสฟอรสั แคลเซยี ม เหลก็
วติ ำมนิ เอ เป็นตน้
คนทวั่ ไปมกั คดิ ว่ำตะไครม้ แี ค่ 1 – 2 สำยพนั ธ์ คอื ตะไครธ้ รรมดำทไ่ี วป้ ระกอบอำหำร และตะไครห้ อมเท่ำนน้ั แต่แทจ้ รงิ แลว้ ตะไครม้ ี
ถงึ 6 สำยพนั ธ์ ไดแ้ ก่ ตะไครก้ อ ตะไครห้ อม ตะไครต้ น้ ตะไครน้ ำ้ ตะไครห้ ำงสงิ ห์ ตะไครห้ ำงนำค
สรรพคณุ :นอกจำกใชส้ ่วนของเหงำ้ และลำตน้ แก่ ในกำรประกอบอำหำร เช่น ตม้ ยำ และอำหำรไทยหลำยชนดิ เพอ่ื ใหก้ ลน่ิ หอม และเพม่ิ สรรพคณุ
ทำงยำ ยงั สำมำรถจำแนกสรรพคณุ เป็นส่วนๆ ไดอ้ กี ดงั น้ี
ใชท้ งั้ ตน้ : บำรุงสมอง ช่วยใหส้ มำธดิ ี แกป้ วดทอ้ ง ขบั ปสั สำวะ รกั ษำหดื ถำ้ ใชร้ ่วมกบั สมนุ ไพรชนดิ อน่ื จะช่วย บำรุงธำตุ เจรญิ อำหำร และขบั เหงอ่ื
หวั : เป็นยำรกั ษำเกล้อื น แกท้ อ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ แกป้ สั สำวะพกิ ำร แกน้ ่วิ บำรุงไฟธำตุ แกอ้ ำกำรขดั เบำ ถำ้ ใชร้ วมกบั สมนุ ไพรชนดิ อน่ื จะเป็นยำแก้
อำเจยี น แกท้ รำง ยำนอนหลบั ลดควำมดนั สูง แกล้ มอมั พำต แกก้ ษยั เสน้ และแกล้ มใบ ใบสด ๆ จะช่วยลดควำมดนั โลหติ สูง แกไ้ ข้
รำก : ใชเ้ป็นยำแกท้ อ้ งเสยี และปวดทอ้ ง
ใบ : ช่วยรกั ษำอำกำรไข้ และควำมดนั โลหติ สูง
ตน้ : โดยทวั่ ไปใชแ้ กอ้ ำกำรเบอ่ื อำหำร และขบั ลม เป็นยำบำรุงธำตไุ ฟ แกโ้ รคน่วิ และโรคทำงเดินปสั สำวะ ซง่ึ ถำ้ เอำผสมกบั สมนุ ไพรชนิดอน่ื จะแก้
โรคหนองใน และดบั กลน่ิ คำว แต่ถำ้ ใชต้ น้ สดๆ นำมำโขลกคน้ั เอำนำ้ ดม่ื แกอ้ ำกำรเมำของผูเ้มำมำกๆ จะช่วยใหส้ ร่ำงเรว็
นำ้ มนั : มฤี ทธ์ใิ นกำรตำ้ นเช้อื รำ มสี ว่ นช่วยป้องกนั มะเรง็ ลำไสใ้ หญ่ ลดกำรบบี ตวั ของลำไส้ ใชท้ ำบรรเทำอำกำรปวด และยงั ใชก้ ลน่ิ ไลส่ นุ ขั และแมว
ไดอ้ กี ดว้ ยท่มี ำ: http://www.thaichef.in.th/mobile/article_herbdetail.php?aid=7

23.ผกั เม็ก

ช่ือสมนุ ไพร: เมก็
ช่ืออน่ื ๆ: ไครเ้มด็ (เชยี งใหม่ ภำคกลำง) เมก็ (ตะวนั ออก ตะวนั ออกเฉียงเหนือ) เสมด็ แดง เสมด็ ชนุ เสมด็ (สกลนคร สตูล) เสมด็ ขำว
เสมด็ เขำ (ตรำด) เมด็ ชนุ (นครศรธี รรมรำช) ขะเมก็
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Syzygium gratum (Wight) S.N.Mitra var. gratum
ช่ือวงศ:์ Myrtaceae
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมต้ น้ สูงไดถ้ งึ 20 เมตร ก่งิ เป็นสนั สเ่ี หลย่ี ม ลำตน้ สนี ำ้ ตำลแดง เปลอื กบำง ซอ้ นกนั หลำยๆชนั้ แตกก่ิง
กำ้ นมำก ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขำ้ ม รูปไข่ รูปรถี งึ รูปใบหอก หรอื รูปไข่ กวำ้ ง2.5-4 เซนตเิ มตร ยำว 6-8 เซนตเิ มตร ปลำยใบแหลม โคนใบแหลมหรอื
มน ขอบใบเรยี บ ใบแก่ผวิ ดำ้ นบนเกล้ยี งมนั วำว ใบอ่อนสนี ำ้ ตำลปนชมพู ผวิ ใบดำ้ นลำ่ งเกล้ยี ง มจี ดุ โปร่งแสงหนำแน่น ดอกช่อ แบบช่อแยกแขนง
ยำว 1.5-3 เซนตเิ มตร ออกทซ่ี อกใบและปลำยยอด ดอกย่อยสขี ำว ไม่มกี ำ้ นดอก ฐำนดอกรูปถว้ ย ทรงรูปกรวยแกมทรงกระบอก กลบี เล้ยี ง 5
กลบี รูปสำมเหลย่ี ม กลบี ดอก 5 กลบี แยกกนั สขี ำว รูปเกอื บกลม สเี หลอื งอ่อน เกสรเพศผูจ้ ำนวนมำก เกสรเพศเมยี มรี งั ไขข่ นละเอยี ด อยู่ใตว้ ง
กลบี ผลสด ทรงกลม สขี ำว ฐำนผลนูนออกมำและบมุ๋ กระจำยพนั ธุแ์ ถบป่ำผลดั ใบ และรมิ ลำธำร ออกดอกช่วงเดอื น เมษำยน ถงึ พฤษภำคม ยอด
อ่อนรบั ประทำนเป็นผกั ได้
ทม่ี ำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=98

24.มะละกอ

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Carica papaya L.
ช่ือวงศ์ : CARICACEAE
ช่ือทอ้ งถ่นิ : มะกว้ ยเทศ (ภำคเหนือ) หมกั ห่งุ (ลำว,
นครรำชสมี ำ,เลย) ลอกอ (ภำคใต)้ กลว้ ยลำ (ยะลำ)
แตงตน้ (สตูล)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ลำตน้ ไมล้ ม้ ลกุ ลำตน้ สูง
ประมำณ 3-6 เซนตเิ มตร เสน้ รอบวง 18-20
เซนตเิ มตร ลำตน้ สนี ำ้ ตำลออกขำว ผวิ ลำตน้ เรยี บ

ใบ ใบเดย่ี ว กำรเรยี งตวั ของเสน้ ใบร่ำงแหแบบ
น้ิวมอื ใบรูปฝ่ำมอื ปลำยใบแหลม โคนใบรูปเงย่ี งใบ
หอก ขอบใบแฉกแบบน้ิวมอื เน้ือใบคลำ้ ยกระดำษ ใบ
เรยี งแบบเรยี งตรงขำ้ มสลบั ตงั้ ฉำก ดำ้ นบนแผน่ ใบเกล้ยี ง ใบดำ้ นบนสเี ขยี วเขม้ ทอ้ งใบสเี ขยี ว ใบ
อ่อนสเี ขยี วอ่อน ใบแก่สเี ขยี วเหลอื ง ใบกวำ้ งประมำณ 25-60 เซนตเิ มตร ยำวประมำณ 36-72 เซนตเิ มตร

ดอก ดอกช่อกระจกุ ดอกเพศผูแ้ ละเพศเมยี อยู่ต่ำงตน้ กนั ดอกเพศผู ้ กลบี ดอกในตำ
ดอกเรยี งเวยี น ดอกสมมำตรตำมรศั มี วงกลบี ดอกเชอ่ื มตดิ กนั รูปดอกเขม็ กลบี ดอกสขี ำว กลบี
ดอก 5 กลบี กลบี เล้ยี ง 5 กลบี เกสรตวั ผู ้ 5 อนั ดอกเพศเมยี กลบี ดอกในตำดอกเรยี งเวยี น
ดอกสมมำตรตำมรศั มี กลบี ดอกแยกจำกกนั กลบี ดอกสขี ำวเหลอื ง กลบี ดอก 5 กลบี กลบี
เล้ยี ง 5 กลบี เกสรตวั เมยี 5 อนั

ผล ผลสด ผลมเี น้ือหลำยเมลด็ ผลอ่อนสเี ขยี ว ผลสุกสสี ม้ เหลอื ง ผลแก่สสี ม้
เมลด็ เมลด็ มจี ำนวนมำก รูปไข่ สนี ำ้ ตำล ผวิ ขรขุ ระ มถี งุ เมอื กหมุ้ กำรขยำยพนั ธุโ์ ดย กำรเพำะเมลด็
กำรใชป้ ระโยชน์: รำกขบั ปสั สำวะ, ผลสุกเป็นยำแกโ้ รคเลอื ดออกตำมไรฟนั และเป็นยำระบำย
ท่มี ำ: http://srdi.yru.ac.th/bcqy/page/207/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD.html

25.แกว้ มงั กร

ช่ือทำงวทิ ยำศำสตร:์ Hylocereus undatus
แกว้ มงั กร เป็นผลไมท้ น่ี ำพนั ธุม์ ำจำกประเทศเวยี ดนำม คนเวยี ดนำมเรยี กว่ำ ธำนหล์ อง กมั พูชำเรยี กว่ำ สกรำเนียะ มี
ชอ่ื สำมญั ว่ำ Dragon fruit ช่อื วทิ ยำศำสตรว์ ำ่ Hylocereus undatus (Haw) Britt. & Rose. ถน่ิ กำเนนิ ของแกว้
มงั กรอยู่ในทวปี อเมริ กำกลำง แถบหม่เู กำะเวสตอ์ นิ ดสี โคลอมเบยี กวั เตมำลำ และเวเนซูเอลำ่ สนั นษิ ฐำนว่ำแกว้ มงั กร
เขำ้ มำในเอเชยี โดยบำทหลวงชำวฝรงั่ เศสทน่ี ำพชื พนั ธุ์ น้มี ำจำกอเมรกิ ำรกลำงมำปลูกในเวยี ดนำมเป็นระยะเวำลำไม่
นอ้ ยกวำ่ หน่งึ ศตวรรษ ทเ่ี วยี ดนำมปลูกนั มำกจนชำวเวยี ดนำมถอื ว่ำเป็นผลไมท้ อ้ งถน่ิ มกี ำรปลูกเป็นไมผ้ ลหลงั บำ้ น
และปลูกเป็นสวนขนำดเลก็ ขนำดใหญ่ ตำมสภำพดนิ ทม่ี อี ยู บรเิ วณทป่ี ลูกกนั มำกคอื แถบชำยฝงั่ ทะเลตะวนั ออกจำก
เมอื งนำตรงั ทำงเหนอื ลงไปทำงใตถ้ งึ นครโฮจมิ นิ ห์ สว่ นในเมอื งไทยนน้ั มผี ูน้ ำแกว้ มงั กรเขำ้ มำปลูกเป็นเวลำนำน
มำกกวำ่ ก่งึ ศตวรรำแลว้ แต่ไมเ่ ป็นทร่ี ูจ้ กั เมอ่ื รำว พ.ศ. 2534 เพง่ิ มกี ำรนำตน้ พนั ธุด์ จี ำกประเทศเวยี ดนำมเขำ้ มำปลูก

เพอ่ื เป็นผลไมเ้ศรษฐกจิ

แกว้ มงั กรเป็นไมใ้ นตระกูลกระบองเพชร ลำตน้ เป็นแฉก 3 แฉก คลำ้ ยครบั มงั กร มหี นำมเป็นกระจกุ อยู่ทต่ี ำ 4-5 หนำม ลำตน้ เดยี ว แผ่
กำ้ นออกไปรอบ ๆ ตอ้ งมคี ำ้ งคอยพยุง ดอกสขี ำว เป็นรูปทรงกรวยขนำดใหญ่ มกี ลบี ยำวเรยี วทบั ซอ้ นกนั บำนในเวลำกลำงคอื จงึ มชี อ่ื เรยี กวำ่
moonflower หรอื lady ot the night หรอื queen of the night ผลแกว้ มงั กรเมอ่ื ดบิ ผวิ เปลอื กเป็นสเี ขยว รูปทรงกลมรี ขนำดเสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำง
ผล 6-10 ซม. มกี ลบี เล้ยี งตดิ อยู่ตำมเปลอื กผล เมอ่ื สกุ ผวิ เปลอื กเปลย่ี นเปนสแี ดงอมชมพู เน้อื ในมที งั้ สแี ดงและสขี ำวข่นุ มเี มลด็ เลก็ ๆ สดี ำคลำ้ ย
เมลด็ แมงลกั กระจำยทวั่ ทง้ั ผล ปลูกไดท้ กุ ภำคทวั่ ประเทศ แต่แหลง่ ทม่ี กี ำรปลูกมำกอยู่ทจ่ี งั หวดั จนั ทบรุ ี ชลบรุ ี กำญจนบรุ ี สระบรุ แี ละ
สมทุ รสงครำม แกว้ มงั กรมหี ลำยพนั ธุด์ ว้ ยกนั ดงั น้ี

o แกว้ มงั กรพนั ธุเ์ น้ือขำวเปลอื กแดง ผลทรงกลมรผี วิ เปลอื กสชี มพสู ด มกี ลบี สเี ขยี วตำมผวิ เปลอื ก เน้อื สขี ำวมเี มลด็ สดี ำแทรกอยู่ในเน้ือ
รสชำตหิ วำนนดิ ๆ อมเปร้ยี วหน่อย ๆ บำงผลกห็ วำนจดั แลว้ แต่ลูก

o แกว้ มงั กรพนั ธุเ์ น้ือขำวเปลอื กเหลอื ง ผลเป็นรูปไข่ ขนำดเลก็ กว่ำทกุ พนั ธุ์ เปลอื กหนำสเี หลอื ง เน้ือสขี ำว เมลด็ สดี ำมขี นำดใหญ่และ
ปรมิ ำณนอ้ ยกวำ่ พนั ธุอ์ น่ื ๆ รสชำตหิ วำน

o แกว้ มงั กรพนั ธุเ์ น้ือแดงเปลอื กแดง เป็นพนั ธุท์ ผ่ี สมข้นึ มำใหม่จำกไตห้ วนั ผลเป็นทรงกลม เปลอื กสแี ดงจดั ผลขนำดเลก็ กวำ่ พนั ธุเ์ น้ือ
ขำวเปลอื กแดง เน้ือสแี ดงจดั มเี มลด็ สดี ำขนำดเลก็ กระจำยอยู่ทวั่ รสชำตหิ วำนกวำ่ พนั ธุเ์ น้ือขำวเปลอื กแดง

แกว้ มงั กรในประเทศไทยมผี ลดกช่วงเดอื นมนี ำคมถงึ พฤษศจกิ ำยน แต่กม็ ผี ลประปรำยตลอดทง้ั ปี มกั กนิ เป็นผลไมส้ ด หรอื กนิ รวมกบั
ผลไมอ้ น่ื เป็นฟรตุ สลดั หรอื นำไปปนั่ เป็นนำ้ แกว้ มงั กร เพรำะเน้ือเยอะฉำ่ นำ้ รสหวำนอ่อนๆ อมเปร้ยี วนดิ ๆ ส่วนแกว้ มงั กรแดงรสจะหวำนจดั กวำ่
เลก็ นอ้ ย

คณุ คำ่ ทำงโภชนำกำรและสรรพคณุ :แกว้ มงั กร มสี ำรอำหำรหลำยชนิด เช่น โพแทสเซยี ม ฟอสฟอรสั แคลเซยี ม แมกนเี ซยี ม วติ ำมนิ ซี
และมเี สน้ ใย มสี รรพคุณช่วยลดโคเลสเตอรอล ป้องกนั กำรอดุ ตนั ของหลอดเลอื ดหวั ใจ ลดควำมดนั โลหติ ควบคุมนำ้ หนกั แกท้ อ้ งผูก ป้องกนั
มะเรง็ สำไสใ้ หญ่และช่วยทำใหผ้ วิ ช่มุ ช้นื
ท่มี ำ: Untitled Document (ku.ac.th)

26.มะพรำ้ ว

ช่ือทอ้ งถ่นิ : หมำกอนุ๋ หมำกอนู คอสำ่ (กะเหร่ยี ง-แม่ฮอ่ งสอน) ดงุ (ชอง-จนั ทบรุ )ี โพล
(กะเหร่ยี ง-กำญจนบรุ )ี ยอ่ (มลำยู-ภำคใต)้ โดง (สรุ นิ ทร)์
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Cocos nucifera Linn.
วงศ:์ PALMAE
ช่ือสำมญั : Coconut

ลกั ษณะ: เป็นไมต้ ระกูลปำลม์ ลำตน้ สูงเป็นปลอ้ ง ใบแตกออกท่ยี อดเป็ นทำงยำวและมีใบยอ่ ยแตกออกสองขำ้ ง ใบเลก็ ยำวเช่นเดียวกนั กบั ตน้ ตำล
ดอกสขี ำวนวลเป็นพวง เป็นฝอยเลก็ ๆ เหมอื นจนั่ หมำก เรียกวำ่ จนั่ มะพรำ้ ว ผลออกเป็นทะลำย ผลออ่ นจะมสี ขี ำว พอผลโตข้ึนกเ็ ร่ิมมีสเี ขียว เม่ือ
ผลแกเ่ ปลอื กนอกจะเป็นสเี ทำหรือสนี ้ำตำล
กำรขยำยพนั ธุ:์ ใชผ้ ลแกเ่ พำะเป็นตน้ ออ่ นสูงประมำณ 0.5-1 เมตร จงึ นำไปปลกู ในหลมุ ท่เี ตรียมไว้ มะพรำ้ วเป็นไมป้ ลกู งำ่ ย ข้ึนไดใ้ นดินธรรมดำ
มอี ยูท่ กุ ภำคของประเทศไทย
สว่ นท่ใี ชเ้ ป็นยำ: เปลอื กตน้ รำก น้ำหวำนท่ไี ดจ้ ำกช่อดอก ผลออ่ น น้ำมะพรำ้ วออ่ น เน้ือมะพรำ้ ว น้ำมนั มะพรำ้ ว น้ำมนั ท่ไี ดจ้ ำกกำรเผำกะลำ สำร
สนี ้ำตำลใตใ้ บ เปลอื กหมุ้ รำกมะพรำ้ ว
สำรเคมแี ละสำรอำหำรท่สี ำคญั น้ำมนั ท่ไี ดจ้ ำกกำรเผำกะลำ มสี ำรจำพวกฟี นอลอยูจ่ ำนวนมำก
ทม่ี ำ: https://www.tungsong.com/samunpai/drug/47_Coconut/coconut.htm

27.มะนำว

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle
ช่ือสำมญั : Common lime
วงศ์ : Rutaceae
ช่ืออน่ื : สม้ มะนำว มะลวิ (ภำคเหนอื )
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมพ้ ่มุ สูง 2-4 เมตร ก่งิ อ่อนมหี นำมแหลม
เปลอื กตน้ เรยี บ สนี ำ้ ตำลปนเทำ ใบ เป็นใบประกอบ ออกเรยี งสลบั มใี บย่อย
ใบเดยี ว รูปไขห่ รอื รูปรยี ำว กวำ้ ง 3-5 ซม. ยำว4-8 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบ
มนมปี ีกแคบๆ ขอบใบหยกั แผ่นใบมตี ่อมนำ้ มนั กระจำยอยู่ตำมผวิ ใบ ดอก ออกเป็นช่อสน้ั 5-7 ดอก หรอื ออกดอกเดย่ี วตำมซอกใบ ทป่ี ลำยกง่ิ
ดอกสขี ำว กลบี ดอกมี 4-5 กลบี หลดุ ร่วงงำ่ ย ผล รูปทรงกลม ผวิ เรยี บเกล้ยี ง ผลอ่อนสเี ขยี วเขม้ พอแก่เป็นสเี หลอื ง ขำ้ งในแบง่ เป็นหอ้ งแบบรศั มี
มรี สเปร้ยี ว เมลด็ กลมรี สขี ำว มี 10-15 เมลด็
สว่ นท่ใี ช้ : นำ้ มนั จำกผวิ ของผลสด นำ้ คนั้ จำกผลมะนำว
สรรพคณุ : นำ้ มนั จำกผวิ มะนำว ใชเ้ป็นยำขบั ลม แกท้ อ้ งอดื เฟ้อ แน่นจกุ เสยี ด แต่งกลน่ิ นำ้ คนั้ จำกผลมะนำว รกั ษำอำกำรเจบ็ คอ แกไ้ อ ขบั เสมหะ
และรกั ษำโรคลกั ปิดลกั เปิดซง่ึ เกดิ จำกกำรขำดวติ ำมนิ ซี
วธิ แี ละปรมิ ำณท่ใี ช้ :
1. ใชผ้ วิ มะนำวแหง้ 10-15 กรมั ตม้ นำ้ รบั ประทำน
2. ใชน้ ำ้ มะนำว 1 ถว้ ยชำ ผสมนำ้ ตำลทรำย 1 ชอ้ นโตะ๊ และเกลอื เลก็ นอ้ ย ชงนำ้ อ่นุ จบิ บอ่ ยๆ
สำรเคมี : ผวิ มะนำวมี นำ้ มนั หอมระเหย ประกอบดว้ ย d-limonene, linalool, terpineol และ flavonoids
ทม่ี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_3.htm

28.สบั ปะรด

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Ananas comosus (L.) Merr.
ช่ือสำมญั : Pineapple

วงศ์ : Bromeliaceae
ช่ืออน่ื : แนะ (กะเหร่ยี ง-แม่ฮ่องสอน) ขนุนทอง ยำนดั ย่ำนนดั (ใต)้ บ่อนดั (เชยี งใหม)่ เนะซะ (กะเหรย่ี งตำก) มำ้ เน่ือ (เขมร) มะขะนดั มะนดั
(เหนอื ) หมำกเก็ง (เง้ยี ว-แมฮ่ ่องสอน) สบั ปะรด (กรงุ เทพฯ) ลงิ ทอง (เพชรบรู ณ)์
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ อำยุหลสบปร สูง 90-100 ซม. ลำตน้ ใตด้ นิ ปลอ้ งสน้ั ไมแ่ ตกกง่ิ กำ้ นมแี ต่กำบใบห่อหมุ้ ลำตน้ ใบ เป็นใบเดย่ี ว
ออกเรยี งเวยี นถ่ี ไม่มกี ำ้ นใบ ใบเรยี วยำว โคนใบเป็นกำบหมุ้ ลำตน้ ปลำยแหลม ขอบใบมหี นำม แผน่ ใบสเี ขยี วเขม้ และเป็นทำงสแี ดง ดำ้ นลำ่ งมีนวล
แป้งสขี ำว ดอก ออกเป็นช่อทป่ี ลำยยอด ดอกเรยี งอดั กนั แน่นรอบแกนช่อดอก กำ้ นช่อใหญ่แขง็ แรง กลบี ดอก 3 กลบี ดำ้ นบนสชี มพอู มมว่ ง
ดำ้ นลำ่ งสขี ำว เกสรเพศผู ้ 6 อนั เรยี บกนั 2 ชน้ั ผล เป็นผลรวมรูปรี โคนกวำ้ ง ปลำยสอบ มใี บสนั้ เป็นกระจกุ ทป่ี ลำยผล เรยี กว่ำตะเกยี ง ผลสกุ สี
เหลอื งสดและฉำ่ นำ้
สว่ นทใ่ี ช้ : รำก หนำม ใบสด ผลดบิ ผลสกุ ไสก้ ลำงสบั ปะรด เปลอื ก จกุ แขนง ยอดอ่อนสบั ปะรด
สรรพคณุ :รำก - แกน้ ่วิ ขบั ปสั สำวะ แกก้ ระษยั ทำใหไ้ ตมสี ขุ ภำพดี แกห้ นองใน แกม้ ตุ กดิ ระดูขำว แกข้ ดั ขอ้
หนำม - แกพ้ ษิ ฝีต่ำงๆ แกไ้ ข้ ลดควำมรอ้ น ไขพ้ ำ ไขก้ ำฬ
ใบสด - เป็นยำถำ่ ย ฆ่ำพยำธใิ นทอ้ ง ยำขบั ปสั สำวะ แกก้ ระษยั
ผลดบิ - ใชห้ ำ้ มโลหติ แกโ้ รคทำงเดนิ ปสั สำวะ ฆ่ำพยำธิ และขบั ระดู
ผลสุก - ขบั ปสั สำวะ ขบั เหงอ่ื และบำรุงกำลงั ช่วยย่อยอำหำร แกห้ นองใน มตุ กดิ กดั เสมหะ
ในลำคอ
ไสก้ ลำงสบั ปะรด - แกข้ ดั เบำ
เปลอื ก - ขบั ปสั สำวะ แกก้ ระษยั ทำใหไ้ ตมสี ุขภำพดี
จกุ - ขบั ปสั สำวะ แกน้ ว่ิ แกห้ นองใน มตุ กดิ ระดูขำว
แขนง - แกโ้ รคน่วิ
ยอดอ่อนสบั ปะรด - แกน้ ว่ิ
วธิ แี ละปรมิ ำณทใ่ี ช้ : แกอ้ ำกำรขดั เบำ ช่วยขบั ปสั สำวะ ใชเ้หงำ้ สดหรอื แหง้ วนั ละ 1 กอบมอื (สดหนกั 200-250 กรมั แหง้ หนกั 90-100 กรมั ) ตม้
กบั นำ้ ดม่ื ครงั้ ละ 1 ถว้ ยชำ (75 มลิ ลลิ ติ ร) วนั ละ 3 ครง้ั ก่อนอำหำร
คุณค่ำดำ้ นอำหำร : สบั ปะรด รบั ประทำนเป็นผลไม้ มแี ร่ธำตแุ ละวติ ำมนิ ทเ่ี ป็นประโยชนต์ ่อร่ำงกำย
สำรเคมี :เหงำ้ มี Protein
ลำตน้ มี Bromelain, Peroxidase, Amylase, Proteinase
ใบ มี Hemicellulose, Bromelain, Campestanol
ผล มี Acetaldehyde, Ethyl acetate, Acetone
นำ้ มนั หอมระเหย มี Isobutanol
ท่มี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_12_5.htm

29.ชะมวง

ช่ือสมนุ ไพร: ชะมวง
ช่ืออน่ื ๆ: หมำกโมง (อดุ รธำน)ี , กะมวง (ใต)้, สม้ มวง (นครศรธี รรมรำช) สม้ โมง
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Garcinia cowa Roxb. ex Choisy
ช่ือพอ้ ง: Cambogia crassifolia Blanco, Garcinia cornea Roxb. ex Sm., G.
roxburghii Wight, G. wallichii Choisy, Oxycarpus gangetica
ช่ือวงศC์ lusiaceae
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ ถงึ กลำง สูง 15-30 เมตร ไมผ่ ลดั ใบ
ทรงพ่มุ เป็นรูปกรวยควำ่ ทรงสูง เปลอื กสนี ำ้ ตำลปนเทำ แตกเป็นสะเก็ด มนี ำ้ ยำงสี
เหลอื ง ใบเดย่ี วเรยี งตรงขำ้ มสลบั ตงั้ ฉำก รูปวงรแี กมใบหอกหรอื รูปขอบขนำน กวำ้ ง 2-
3.5 เซนตเิ มตร ยำว 7-15 เซนตเิ มตร ปลำยใบป้ำนหรอื แหลมเลก็ นอ้ ย ฐำนใบสอบ
แหลม ขอบใบเรยี บ เน้อื ใบหนำและแขง็ เปรำะ กำ้ นใบสแี ดงยำว 0.5-1 เซนตเิ มตร ผวิ
ใบเป็นมนั ใบอ่อนสเี ขยี วอ่อนหรอื
เขยี วอมมว่ งแดง ใบแก่สเี ขยี วเขม้
บรเิ วณปลำยกง่ิ มกั แตกเป็น 1-3
ยอด เสน้ ใบไมช่ ดั แต่ดำ้ นหลงั ของ
ใบเหน็ เสน้ กลำง ดอกแยกเพศ อยู่คนละตน้ ดอกตวั ผูอ้ อกตำมกง่ิ เป็นกระจกุ ดอกย่อย 3-8
ดอก เกสรตวั ผูม้ จี ำนวนมำกเรยี งกนั เป็นรูปสเ่ี หลย่ี ม กลบี ดอกสเี หลอื ง 4 กลบี รูปรี แขง็ หนำ มี
กลน่ิ หอม กลบี เล้ยี ง 4 กลบี รูปรแี กมรูปขอบขนำน ปลำยกลบี กลม เสน้ ผำ่ นศูนยก์ ลำงดอก 2-2.5 เซนตเิ มตร ดอกตวั เมยี เป็นดอกเดย่ี ว ดอกมี
ขนำดใหญ่กวำ่ เลก็ นอ้ ย มปี ลำยเกสรเป็น 4-8 เหลย่ี ม เกสรเพศเมยี ออกปลำยกง่ิ เกสรเพศผูเ้ทยี มเรยี งอยู่รอบๆรงั ไข่ กำ้ นเกสรตดิ กนั เป็นกลมุ่ ๆ
ปลำยกำ้ นมตี ่อม 1 ต่อม ผลสด รูปกลมแป้น ผวิ เรยี บ ขนำด 2.5-6 เซนตเิ มตร เมอ่ื สุกสเี หลอื งแกมสม้ หมน่ มรี ่องต้นื ๆ 5-8 ร่อง ดำ้ นบนปลำยบมุ๋
และมชี น้ั กลบี เล้ยี ง 4-8 แฉกตดิ อยู่ เน้อื หนำ สเี หลอื ง มรี สฝำด มเี มลด็ ขนำดใหญ่ 4-6 เมลด็
รูปรี หนำ เรยี งตวั กนั เป็นวงรอบผล พบทวั่ ไปในป่ำช้นื ระดบั ตำ่ มคี วำมทนต่อควำมแหง้ แลง้ ได้
ดกี วำ่ พชื ชนดิ อน่ื ๆในจนี สั เดยี วกนั พบตำมป่ำทร่ี ะดบั ควำมสูง 600 เมตร จำกระดบั นำ้ ทะเล
ออกดอกรำวเดอื นกมุ ภำพนั ธถ์ งึ เมษำยน ตดิ ผลรำวเดอื นพฤษภำคมถงึ มถิ นุ ำยน ใบมรี สเปร้ยี ว
นำมำใสแ่ กง ปรุงอำหำร หรอื กนิ เป็นผกั สด ผลเมอ่ื สกุ รบั ประทำนได้ มรี สเปร้ยี ว แต่มยี ำงมำกทำ
ใหต้ ดิ ฟนั
ท่มี ำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=219

30.ผกั กำดเขียวปลี

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Brassica juncea(L.) Czern.
วงศ:์ CRUCIFERAE, BRASSICACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ เป็นพชื ปีเดยี ว และสองปีไม่มเี น้ือไม้ ลำ
ตน้ ตง้ั ตรง สูง 30-60 เซนตเิ มตร ไมม่ กี ำรแตกก่งิ กำ้ นสำขำ ลำตน้
ค่อนขำ้ งเรยี บ มนี วลจบั ระบบรำกเป็นแบบรำกแกว้ ใบมรี ูปร่ำงและ
ขนำดแตกต่ำงกนั ไป ขอบใบเรยี บหรอื หยกั เวำ้ แบบขนนก มกี ำ้ นใบ
ใบสเี ขยี วอ่อนจนถงึ สเี ขยี วเขม้ อำจมขี นหรอื ไมม่ ขี น มกี ำรหอ่ ของปลี
หรอื ไม่มขี ้นึ กบั พนั ธุ์ ช่อดอกแบบช่อเชงิ หลนั่ ดอกย่อยบำนจำก
ดำ้ นลำ่ งข้นึ ไปยงั ดำ้ นบน มดี อกย่อยจำนวนมำก ช่อดอกยำวไดถ้ งึ
60 เซนตเิ มตร ดอกเป็นดอกสมบูรณเ์ พศ กำ้ นดอกย่อยยำว 5-12
มลิ ลเิ มตร กลบี เล้ยี งมี 4 กลบี รูปขอบขนำน ยำว 4-6 มลิ ลเิ มตร สเี ขยี ว กลบี ดอกสเี หลอื งสดมี 4 กลบี มลี กั ษณะโคง้ รูปไขก่ ลบั ยำว 6-10
มลิ ลเิ มตร มเี กสรเพศผู ้ 6 อนั ยำวสอ่ี นั สนั้ สองอนั เกสรเพศเมยี มลี กั ษณะกลม ผลแตกแบบผกั กำด ยำว 25-75 มลิ ลเิ มตร กวำ้ ง 2-3.5 มลิ ลเิ มตร
ผลยำวตรง มลี กั ษณะพองและมรี อยคอด ปลำยสอบเรยี วหรอื อำจเป็นจะงอยรูปกรวย ผลแตกเมอ่ื แก่จดั มี 10-20 เมลด็ เมลด็ กลมสนี ำ้ ตำลจนถงึ
สเี ทำดำ เสน้ ผำ่ ศูนยก์ ลำง 1-1.5 มลิ ลเิ มตร มรี อยร่ำงแหละเอยี ดบนเปลอื กเมลด็
คณุ คำ่ ทำงโภชนำกำร: สว่ นทร่ี บั ประทำนไดห้ นกั 100 กรมั ประกอบดว้ ยนำ้ 92 กรมั โปรตนี 2.4 กรมั ไขมนั 0.4 กรมั คำรโ์ บไฮเดรต 4 กรมั
แคลเซยี ม 160 มลิ ลกิ รมั เหลก็ 2.7 มลิ ลกิ รมั วติ ำมนิ เอ 1.8 มลิ ลกิ รมั วติ ำมนิ ซี 73 มลิ ลกิ รมั เมลด็ หนกั ประมำณ 2 กรมั ต่อ 1,000 เมลด็

31.มะยม

ช่ืออน่ื ๆ: หมกั ยม หมำกยม ยม
ช่ือสำมญั : Star gooseberry
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Phyllanthus acidus Skeels.
วงศ:์ EUPHOBIACEAE
ถ่นิ กำเนิด: เขตรอ้ นของทวปี แอฟรกิ ำ
ลกั ษณะทวั่ ไป:ไมพ้ ่มุ โปร่งขนำดกลำง เจรญิ เตบิ โตชำ้
ฤดูกำรออกดอก:ตน้ ฤดูฝน (ปลำย เม.ย. – พ.ค.)
กำรขยำยพนั ธุ:์ กำรตอน เป็นวธิ กี ำรทเ่ี หมำะสมทส่ี ดุ จำกกำรทดลองตอนตน้ ขนำด
ใหญ่อำยุประมำณ 10 ปียงั สำมำรถออกรำกได้ และออกดอก ตดิ ผลไดใ้ นปีแรกหลงั กำรปลูกก่งิ
ตอน
กำรเพำะเมลด็ เป็นวธิ กี ำรทท่ี ำไดง้ ำ่ ย แต่ตอ้ งใชเ้วลำในกำรใหผ้ ลผลติ ยำวนำนกว่ำกำรตอน
ขอ้ ดขี องพนั ธุไ์ ม:้เป็นผลไมท้ ส่ี ำมำรถใชป้ ระโยชนไ์ ดห้ ลำยทำง เช่น กำรรบั ประทำนผลสด ผลแหง้
กำรแช่อม่ิ
ขอ้ แนะนำ:มะยมเป็นพนั ธุไ์ มท้ ม่ี ใี บร่วงมำก ในพ้นื ทท่ี ต่ี อ้ งกำรควำมสะอำดมำกจงึ ไม่ควรปลูก
ขอ้ มลู อน่ื ๆ:รำก รสจดื แกโ้ รคผวิ หนงั ผดผน่ื คนั ช่วยซบั นำ้ เหลอื งใหแ้ หง้ ประดง ดบั พษิ เสมหะ
เปลอื กตน้ รสจดื สรรพคณุ แกไ้ ขท้ บั ระดู ระดูทบั ไข้ และแกเ้มด็ ผดผน่ื คนั
ใบ รสจดื มนั ปรุงเป็นส่วนประของยำเขยี ว สรรพคุณแกไ้ ข้ ดบั พษิ ไข้ บำรุงประสำท ตม้ ร่วมกบั ใบหมำกผูห้ มำกเมยี และใบมะเฟืองอำบแกค้ นั ไขห้ ดั
เหอื ด และสกุ ใส
ดอก ดอกสดใชต้ ม้ กรองเอำนำ้ แกโ้ รคในตำ ชำระลำ้ งในตำ
ผล รสเปร้ยี วสขุ มุ กดั เสมหะ แกไ้ อ บำรงุ โลหติ และระบำยทอ้ ง
กำรทำมะยมเช่อื ม ดูท่ี http://www.eto.ku.ac.th/neweto/e-book/other/t_food.pdf
มคี วำมเช่อื ว่ำ มะยมเป็นตน้ ไมท้ ค่ี วรปลูกไวท้ ำงทศิ ตะวนั ตก (ประจมิ ) เพอ่ื ป้องกนั ควำมถอ่ ย และผรี ำ้ ยมิ
ใหม้ ำกลำ้ กรำย ในบำงตำรำกว็ ำ่ เป็นตน้ ไมท้ ม่ี ชี ่อื เป็นมงคลนำม ปลูกแลว้ ผูค้ นจะไดน้ ิยมเหมอื นมีนะ
เมตตำ มหำนิยม
ท่มี ำ:1.http://www.panmai.com/Direction/Tree_W_2.shtml
2.http://www.eto.ku.ac.th/neweto/e-book/other/t_food.pdf
3.http://ginglew.blogspot.com/2007/11/blog-post.html
รวบรวมโดย:นพพล เกตปุ ระสำท
หน่วยอนุรกั ษแ์ ละใชป้ ระโยชนพ์ ชื พรรณ ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ำรวจิ ยั และเรอื นปลูกพชื ทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ วทิ ยำเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม

32. มะม่วงหำว

ช่ือไทย: มะมว่ งหำวมะนำวโห่
ช่ือทอ้ งถน่ิ : หนำมข้แี ฮด หนำมแดง มะนำวไมร่ ูโ้ ห่ มะนำวโห่
ช่ือสำมญั : Bengal-currants, Carandas-plum, Karanda
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Carissa carandas L.
ช่ือวงศ์ : APOCYNACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์
ลกั ษณะทวั่ ไป ไมพ้ มุ่ รอเล้อื ยหรอื ไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ สูงไดถ้ งึ 5 เมตร ทกุ สว่ นมนี ำ้ ยำง
ขำว ตำมก่งิ กำ้ นมหี นำม
ลกั ษณะใบ ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขำ้ ม รูปไข่กลบั กวำ้ ง 1.5-4 เซนตเิ มตร ยำว 3-7 เซนตเิ มตร ปลำยมนหรอื เวำ้ เขำ้ เลก็ นอ้ ย โคนกลม ผวิ ใบสเี ขยี วเขม้
เป็นมนั
ลกั ษณะดอก ออกดอกเป็นช่อ ตำมปลำยกง่ิ ช่อดอกยำว 3.5-5.5 เซนตเิ มตร ดอกสขี ำว กลบี เล้ยี ง 5 กลบี มขี น กลบี ดอกโคนกลบี เช่อื มตดิ กนั เป็น
หลอดยำวสชี มพูแกมแดง ปลำยแยก 5 แฉก ดอกมกี ลน่ิ หอมอ่อน ๆ ออกดอกเกอื บตลอดทงั้ ปี
ลกั ษณะผล ผลเดย่ี ว ออกรวมกนั เป็นช่อ รูปกลมรี มนรี หรอื รูปไข่ ผลอ่อนมสี ขี ำวอมชมพู ผลดบิ มนี ำ้ ยำงมำก ผลจะค่อย ๆ เขม้ ข้นึ เป็นสแี ดง
กระทงั่ สุกจงึ กลำยเป็นสดี ำ
ระยะกำรออกดอกตดิ ผล: -
เขตกำรกระจำยพนั ธุ:์ พบในประเทศอนิ เดยี อนิ โดนเี ซยี มำเลเซยี ศรลี งั กำ พม่ำ จนี และไทย
กำรใชป้ ระโยชน์: ผลสกุ สำมำรถรบั ประทำนได้ มสี ำรต่อตำ้ นอนุมลู อสิ ระ และนำมำใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้กอื บทกุ สว่ นของตน้
แหลง่ ขอ้ มลู : ขอ้ มลู พนั ธุไ์ ม้ – ระบบฐำนขอ้ มลู เกษตรดจิ ติ ลั

33.หอมหวั ใหญ่

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Allium cepa L.
วงศ์ : Alliaceae
ช่ือสำมญั : Onion
ช่ืออน่ื : หอมฝรงั่ หอมหวั ใหญ่
ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ อำยุหลำยปี มหี วั ใตด้ นิ คลำ้ ยหวั หอม
รูปรยี ำว ใบเกรด็ ทห่ี มุ้ หวั ใตด้ นิ สมี ว่ งแแดง ใบ เดย่ี ว
ออกเป็นกระจกุ 3-4 ใบ รูปดำบ กวำ้ ง 2-4 ซม. ยำว 20-
40 ซม. เสน้ ใบขนำน จบี ตำมยำวคลำ้ ยพดั ดอก ช่อ แทง
จำกลำตน้ ใตด้ นิ กลบี ดอกสขี ำว
ผล แหง้ แตกได้
ประโยชน์ : หวั หอมใหญ่ มวี ติ ำมนิ ซสี ูง มนี ำ้ มนั หอมระเหย นำ้ คนั้ จำกหวั ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดควำมดนั โลหติ ลดนำ้ ตำลในเลอื ด
ทม่ี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/use/spicies11-4.htm

34.ผกั กำดกวำงตงุ้ ฮอ่ งเต้

ช่ือสำมญั : False pakchoi, Mock pakchoi (USA), Flowering white
cabbage (UK), Pakchoi (FR)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Brassica rapa L. (Brassica pekinensis var. laxa Tsen &
S.H.Lee) จดั อยู่ในวงศผ์ กั กำด (BRASSICACEAE หรอื CRUCIFERAE)

ผกั กวำงตงุ้ มชี ่อื เรยี กอน่ื ว่ำ ผกั กำดเขยี วกวำงตงุ้ (ทวั่ ไป), ผกั กำดฮ่องเต,้
ผกั กวำงตงุ้ ฮ่องเต,้ กวำงตงุ้ ไตห้ วนั , ผกั กำดสำยซมิ (ภำคใต)้, ปำกโชย (ภำษำ
ไตห้ วนั ) เป็นตน้

กวำงตงุ้ เป็นผกั ทน่ี ยิ มนำมำประกอบอำหำร ไมว่ ำ่ จะผดั หรอื ตม้ เป็นแกงจดื
ใหร้ สชำตหิ วำนกรอบ โดยเฉพำะเมนูบะหมห่ี มแู ดงหรอื เกยี๊ วก็จะมผี กั ชนดิ น้แี ซม
อยู่เสมอ โดยสำมำรถรบั ประทำนไดท้ งั้ ลำตน้ ใบ และดอก ข้นึ อยู่กบั ควำม
ตอ้ งกำรของผูบ้ รโิ ภค แต่จะนยิ มนำมำปรุงใหส้ ุกก่อนนำมำรบั ประทำน (ตำม
ธรรมชำตแิ ลว้ ผกั กวำงตงุ้ จะมเี สน้ ใยเหนยี ว ๆ เค้ยี วยำกสกั หน่อย)

ผกั กำดกวำงตงุ้ จะมสี ำรบำงชนดิ เมอ่ื ถกู ควำมรอ้ นแลว้ จะกลำยเป็นสำรตวั
ใหม่ ซง่ึ ไดแ้ ก่สำรไทโอไซยำเนต (thiocyanate) เมอ่ื ไดร้ บั สำรน้ีเขำ้ สู่ร่ำงกำยใน
ปรมิ ำณมำกอำจทำใหเ้กดิ อำกำรทอ้ งเสยี ควำมดนั เลอื ดตำ่ ร่ำงกำยอ่อนเพลยี แต่
สำรชนิดน้ีจะสลำยไปกบั ไอนำ้ เมอ่ื เรำเปิดฝำท้งิ ไว้ แต่ถำ้ นำมำรบั ประทำนสด ๆ กป็ ลอดภยั เช่นกนั แต่จะมกี ลน่ิ เขยี วบำ้ งเลก็ นอ้ ย

จดุ เด่นของผกั ชนิดน้ีจะอยู่ทค่ี ุณค่ำทำงทำงโภชนำกำร โดยอดุ มไปดว้ ยแคลเซยี ม วติ ำมนิ เอ และวติ ำมนิ ซใี นปรมิ ำณทส่ี ูงมำก ซง่ึ กม็ ี
ประโยชนม์ ำก ๆ เลยทเี ดยี ว โดยกำรถนอมวติ ำมนิ ในผกั ชนดิ น้กี ท็ ำไดง้ ำ่ ย ๆ ดว้ ยกำรใส่ไวใ้ นถงุ พลำสตกิ ปิดใหแ้ น่นแลว้ นำไปแช่ไวใ้ นช่องเก็บผกั
ในตเู้ยน็ และกำรนำผกั กวำงตงุ้ ไปประกอบอำหำรก็ไม่ควรตง้ั ไฟนำนจนเกนิ ไป เพรำะควำมรอ้ นจะไปทำลำยวติ ำมนิ ทอ่ี ยู่ในผกั กวำงตงุ้ อย่ำงวติ ำมนิ ซี
และเบตำแคโรทนี (แต่สำหรบั เบตำแคโรทนี นนั้ จะทนควำมรอ้ นไดด้ กี ว่ำวติ ำมนิ ซ)ี

กวำงตงุ้ เป็นหน่ึงในผกั ทม่ี กั ตรวจพบสำรเคมหี รอื ยำฆ่ำแมลงอยู่บอ่ ย ๆ กำรเลอื กซ้อื
ผกั กำดเขยี วกวำงตงุ้ ผูบ้ รโิ ภคควรระมดั ระวงั ในเรอ่ื งของกำรเลอื กซ้อื ใหม้ ำก และทำควำม
สะอำดผกั ก่อนกำรนำมำปรุงเป็นอำหำร ไม่วำ่ จะดว้ ยวธิ กี ำรแช่นำ้ สม้ สำยชู แช่ในนำ้ เกลอื หรอื
จะลำ้ งดว้ ยนำ้ ทไ่ี หลจำกกอ๊ กนำ้ นำนอย่ำงนอ้ ย 2 นำที กจ็ ะช่วยลดปรมิ ำณสำรพษิ ทต่ี กคำ้ งใน
ผกั ชนดิ น้ีไดเ้ช่นกนั

ทม่ี ำ: ผกั กวำงตงุ้ (kpru.ac.th)

35.ป่ ำชำ้ เหงำ

ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Vernonia amygdalina
ช่ือวงศ์ : ASTERACEAE
ช่ือสำมญั : bitter leaves
ช่ืออน่ื : ป่ำชำ้ เหงำ หนำนเฝยเฉ่ำ หนำนเฟยซู่ ป่ำเฮ่วหมอง
ส่วนทใ่ี ช้ ใบสด
สรรพคุณใบ มสี ำรกลมุ่ flovonoids, steroid glucosides,
steroid, saponin ทม่ี ฤี ทธ์ติ ำ้ นอนุมลู อสิ ระ ตำ้ นเซลลม์ ะเร็ง ยบั ยง้ั
เช้อื จลุ นิ ทรยี ์ ระงบั ควำมเจบ็ ปวด ลดระดบั นำ้ ตำลในเลอื ด คนั้ นำ้
จำกใบสดรกั ษำอำกำรเบำหวำน ช่มุ คอ ตำ้ นมำลำเรยี แกก้ ำรปวด
เมอ่ื ย ยำระบำย
คน้ั นำ้ จำกใบสด รกั ษำอำกำรเบำหวำน ช่มุ คอ ตำ้ นมำลำเรยี แกก้ ำรปวดเมอ่ื ย ยำระบำย
องคป์ ระกอบทำงเคมสี ำรกลมุ่ flovonoids, steroid glucosides, steroid, saponin ทม่ี ฤี ทธ์ติ ำ้ นอนุมลู อสิ ระ ตำ้ นเซลลม์ ะเรง็
ฤทธ์ทิ ำงเภสชั วทิ ยำ ฤทธ์ติ ำ้ นมะเรง็ และควำมเป็นพษิ ต่อเซลลพ์ บฤทธ์ยิ บั ยงั้ กำรเตบิ โตของเซลลม์ ะเร็งต่ำงๆ เช่น MCF-7 (เซลลม์ ะเรง็ เตำ้ นม) ของ
สำรสกดั นำ้ สำรสกดั ปิโตรเลยี มอเี ธอรแ์ ละเอทธลิ อะซเี ตทมผี ลต่อเซลลม์ ะเร็งตบั (HepG2) และมะเร็งกระเพำะปสั สำวะ (ECV-304) สำรสกดั
คลอโรฟอรม์ และสำรสกดั เมทธำนอลมผี ลต่อ เซลลม์ ะเร็งเมด็ เลอื ดขำว (THP-1)
ทม่ี ำ: ภญ.ผศ.ดร.ศรสี มพร ปรเี ปรม ,กำรศึกษำดำ้ นเภสชั เวทของหนำนเฉำเหวย่ (คณะเภสชั ศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ขอนแก่น)

36.กระเทยี มตน้

ช่ือพ้นื เมือง : กระเทยี มตน้ (ภำคกลำง), กระเทยี มใต้ (เชยี งใหม่), ซงึ ปกั ทำง เสงิ ฮวงซำง (จนี )
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Allium porrum L.
ช่ือวงศ์ : LILIACEAE (ALLIACEAE)
ช่ือสำมญั : Leek
ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ สองปี สูง 0.4-1 ม. มกี ลน่ิ อ่อนกวำ่
กระเทยี ม มเี หงำ้ ขนำดเลก็ ไม่แบง่ เป็นหลำยกลบี เช่น
กระเทยี ม ใบเดย่ี ว ข้นึ มำจำกดนิ เรยี งซอ้ นสลบั แบนเป็น
แถบแคบ โคนใบแผเ่ ป็นแผน่ และเชอ่ื มตดิ กนั เป็นวงรอบใบ
ทอ่ี ่อนกว่ำและกำ้ นช่อดอกทำใหเ้กดิ เป็นลำตน้ เทยี ม สว่ นท่ี
หมุ้ หวั อยู่จะมสี ขี ำวหรอื ขำวอมเขยี ว ช่อดอกเป็นแบบช่อซ่ี
ร่มแน่น ขนำดใหญ่ กลม มดี อกเลก็ ๆ จำนวนมำก

ประมำณ 50 ดอก ไมม่ ตี ะเกยี ง มใี บประดบั 1 ใบ เป็นจะงอยยำวแหลมหมุ้ ช่อดอกขณะทย่ี งั ตมู อยู่ กำ้ นช่อดอกเป็นกำ้ นโดด เรยี บ รูปทรงกระบอก
ตนั ดอกสมบรู ณเ์ พศ กลบี รวม 6 กลบี สชี มพู เกสรเพศผู ้ 6 อนั ผลเลก็ เป็นกระเปำะสนั้ ๆ มี 3 พู เมลด็ เลก็ สดี ำ
ประโยชน์ : ใชเ้ป็นอำหำร โดยใชส้ ว่ นของลำตน้ เทยี มปรงุ เป็นอำหำรไดห้ ลำยอย่ำง ใชป้ รงุ รสและแต่งกลน่ิ อำหำร ในประเทศแถบอำกำศหนำวใชเ้ป็น
เครอ่ื งเทศ เป็นยำฆ่ำเช้อื ในลำไส้ ขบั เสมหะ ขบั ปสั สำวะ บำบดั โรคไขขอ้ อกั เสบ โรคตบั และใชเ้ป็นยำพอก

37.ผกั ชีหอม

ช่ือสำมญั : Coriander
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Coriandrum sativum L.
ช่ือวงศ์ : APIACEAE หรอื UMBELLIFERAE
ช่อื พ้นื เมอื ง : ผกั หอม (นครพนม), ยำแย้ (กระบ)่ี , ผกั หอมป้อม ผกั หอมผอม (ภำคเหนือ), ผกั หอมนอ้ ย (ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนอื )
ใบ : ใบของผกั ชนี นั้ มลี กั ษณะคลำ้ ยทรงกลม แต่มรี อยขอบหยกั อยู่โดยรอบทำใหด้ ูเหมอื นพดั มกี ลน่ิ หอมเป็นเอกลกั ษณ์ สว่ นใบอ่อน จะมลี กั ษณะ
คลำ้ ยกบั ขนนก
ตน้ : ลำตน้ ของผกั ชนี น้ั ก็เป็นอกี ส่วนทม่ี กี ลน่ิ หอมไม่แพก้ นั โดยลกั ษณะโดดเด่นของลำตน้ ผกั ชี คอื มกั จะเป็นกำ้ นเลก็ ๆยำวๆ และค่อนขำ้ งอ่อน
เหมำะแก่กำรนำมำรบั ประทำน
ดอก : ลกั ษณะเดน่ ของพชื ตระกูลผกั ชนี นั้ อยู่ทด่ี อก โดย ดอกของผกั ชมี กั จะมลี กั ษณะเป็นช่อมซี ร่ี ่ม ดอกของผกั ชนี น้ั มที งั้ แบบสขี ำว และสมี ว่ งแดง
อ่อนๆ
อำยไุ ข : ผกั ชเี ป็นพชื ลม้ ลกุ ทม่ี อี ำยุค่อนขำ้ งสน้ั โดยจะมชี ่วงของกำรเจรญิ เตบิ โตเพยี งแค่ 1 ปีเทำ่ นน้ั
ถ่นิ กำเนิด : ผกั ชเี ป็นพชื ทพ่ี บเหน็ ไดม้ ำกในแถบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น เป็นพชื ทม่ี คี วำมทนทำนต่อสภำพอำกำศ และแพร่พนั ธไ์ ดเ้รว็ ทน่ี ่ำสนใจคอื ผกั ชี
สำมำรถเจรญิ เตบิ โตไดด้ ที ส่ี ุด ในช่วงทอ่ี ำกำศหนำว และสำหรบั ประเทศไทย แหลง่ ปลูกใหญ่ๆ จะอยู่ในจงั หวดั แถบภำคกลำงของประเทศ เช่น
รำชบรุ ี กรงุ เทพ และนครปฐม
ท่มี ำ: https://www.allkaset.com/

38.แมงลกั

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Ocimum africanum Lour
วงศ:์ LAMIACEAE หรอื LABIATAE
ช่ือทอ้ งถ่นิ อน่ื : กอ้ มกอ้ ขำ้ ว (ภำคเหนอื ), มงั ลกั อตี ู่ (ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ) เป็น
ตน้
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ อำยสุ น้ั ฤดูเดยี ว ลำตน้ ตง้ั ตรง แตกกง่ิ กำ้ นมำก
มกี ลน่ิ หอมเฉพำะตวั สูง 0.3-1 เมตร ลำตน้ และกง่ิ กำ้ นเป็นสเ่ี หลย่ี ม สเี ขยี วแกม
เหลอื ง เมอ่ื ยงั อ่อนอยู่มขี นสขี ำวหนำแน่น ใบเดย่ี วออกเรยี งตรงขำ้ ม เป็นรูปหอกถงึ
วงรี กวำ้ ง 1-2.5 เซนตเิ มตร ยำว 2.5-5 เซนตเิ มตร โคนใบรูปลม่ิ ปลำยใบแหลม
ขอบใบเรยี บ ผวิ ใบเรยี บ มตี ่อมมนั ทวั่ ไป กำ้ นใบยำวไดถ้ งึ 2.5 เซนตเิ มตร ดอกเป็นช่อยำวไดถ้ งึ 15 เซนตเิ มตร ประกอบดว้ ยช่อดอกย่อยออกเป็น
กระจกุ ๆ ละ 3 ดอก ขอ้ ละ 2 กระจกุ ใบประดบั รูปวงรแี กมใบหอก ยำว 2-3 มลิ ลเิ มตร มขี น กำ้ นดอกย่อยยำวไดถ้ งึ 4 มลิ ลเิ มตร กลบี เล้ยี งเชอ่ื ม
ตดิ กนั ปลำยแยกเป็น 2 พู กลบี ดอกสขี ำว เชอ่ื มตดิ กนั เป็นหลอด ปลำยแยกเป็น 2 ปำก ยำว 4-6 มลิ ลเิ มตร มเี กสรตวั ผู ้ 4 อนั ยำว 2 อนั สน้ั 2
อนั เกสรตวั เมยี มไี ข่ 4 อนั รงั ไข่เวำ้ เป็น 4 พู ผลแหง้ ประกอบดว้ ยผลย่อย 4 ผล มกี ลบี เล้ยี งหมุ้ อยู่ ผลย่อยทรงรูปไข่ สดี ำ กวำ้ ง 1 มลิ ลเิ มตร ยำว
1.25 มลิ ลเิ มตร
คณุ ค่ำทำงโภชนำกำรคุณค่ำทำงโภชนำกำรของใบแมงลกั ขนำด 100 กรมั พบว่ำใหพ้ ลงั งำน 32 แคลอรี มสี ำรอำหำรสำคญั ประกอบดว้ ย
แคลเซยี ม 350 มลิ ลกิ รมั ฟอสฟอรสั 86 มลิ ลกิ รมั ธำตเุ หลก็ 4.9 มลิ ลกิ รมั วติ ำมนิ เอ 10,666 มลิ ลกิ รมั ไทอำมนี 0.30 มลิ ลกิ รมั ไรโบฟลำวนิ
0.14 มลิ ลกิ รมั ไนอำซนิ 1.0 มลิ ลกิ รมั วติ ำมนิ ซี 78 มลิ ลกิ รมั กำกใยอำหำร 2.6 กรมั คำรโ์ บไฮเดรต 11.1 กรมั ไขมนั 0.8 กรมั และ โปรตนี 2.9
กรมั
คณุ คำ่ ทำงโภชนำกำรของเม็ดแมงลกั : ขนำด 100 กรมั พบว่ำใหพ้ ลงั งำน 420 กโิ ลแคลอร่ี มสี ำรอำหำรสำคญั ประกอบดว้ ย คำรโ์ บไฮเดรต 54
กรมั โปรตนี 15 กรมั ไขมนั 16 กรมั กำกใยอำหำร 54 กรมั
ท่มี ำ: https://adeq.or.th/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81/

39.ตะขบ(ตะกบ)

ชอ่ื สำมญั : Calabura, Jam tree, Jamaican cherry, Malayan Cherry
ช่อื วทิ ยำศำสตร์ : Muntingia calabura L. ปจั จบุ นั จดั อยู่ในวงศ์ MUNTINGIACEAE
สมนุ ไพรตะขบ มชี อ่ื ทอ้ งถน่ิ อน่ื ๆ วำ่ ครบฝรงั่ (สุรำษฎรธ์ ำน)ี , หมำ่ กตะโก่เสะ (กะเหรย่ี งแดง), ตำกบ (มง้ ), เพย่ี นหม่ำย (เมย่ี น), ตะขบฝรงั่ (ไทย)
เป็นตน้
ลกั ษณะของตะขบ: ตน้ ตะขบ จดั เป็นไมพ้ ่มุ หรอื ไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ มคี วำมสูงไดป้ ระมำณ 5-7 เมตร และอำจสูงไดถ้ งึ 10 เมตร แตกกง่ิ กำ้ นแผ่
ขนำนกบั พ้นื ดนิ เปลอื กลำตน้ เรยี บเป็นสเี ทำ ตำมก่งิ อ่อนมขี นนุ่มข้นึ ปกคลมุ ตะขบั หรอื ตะขบฝรงั่ น้ีมถี น่ิ กำเนดิ ในอเมรกิ ำกลำงและอเมรกิ ำใต้ พบ
ปลูกเป็นไมป้ ระดบั หรอื ไมผ้ ลทวั่ ไปในเขตรอ้ น ในประเทศพบปลูกเป็นไมป้ ระดบั หรอื ไมผ้ ล และมกั พบข้นึ เป็นวชั พชื ตำมทร่ี กรำ้ งว่ำงเปลำ่ ตำมป่ำ
โปร่งทวั่ ไป หรอื มกั ข้นึ เองตำมธรรมชำตทิ น่ี กและสตั วข์ นำดเลก็ ถ่ำยมลู เมลด็ ตะขบท้งิ ไว้ สำมำรถขยำยพนั ธุไ์ ดเ้องโดยวธิ กี ำรเพำะเมลด็ ออกดอก
และตดิ ผลไดต้ ลอดทงั้ ปี

ใบตะขบ ใบเป็นใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั แบบทแยงกนั ลกั ษณะของใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนำน ปลำยใบเรยี วแหลม โคนใบมนหรอื ขำ้ งหน่ึง
มนสว่ นอกี ขำ้ งหน่ึงแหลม ส่วนขอบใบจกั เป็นซฟ่ี นั เลก็ ๆ ใบมขี นำดกวำ้ งประมำณ 1.5-3.5 เซนตเิ มตร และยำวประมำณ 4.5-9 เซนตเิ มตร หลงั ใบ
ดำ้ นบนเป็นสเี ขยี ว สว่ นทอ้ งใบดำ้ นลำ่ งเป็นสนี วล หลงั ใบและทอ้ งใบมขี นนุ่มจบั ดูจะรูส้ กึ เหนียวมอื เลก็ นอ้ ย เสน้ แขนงใบมี 3-5 เสน้ กำ้ นใบยำว
ประมำณ 0.2-0.6 เซนตเิ มตร และมขี น โคนกำ้ นเป็นปม ๆ

ดอกตะขบ ออกเป็นดอกเดย่ี วหรอื ออกเป็นคู่ โดยจะออกบรเิ วณเหนอื ซอกใบ ดอกเป็นสขี ำว เมอ่ื ดอกบำนจะมขี นำดเสน้ ผำ่ นศูนยก์ ลำง
ประมำณ 2 เซนตเิ มตร กลบี ดอกย่นเป็นสขี ำวมี 5 กลบี ลกั ษณะของกลบี ดอกเป็นรูปไข่กลบั ป้อม ๆ ปลำยกลบี มน มขี นำดกวำ้ งประมำณ 9
มลิ ลเิ มตร และยำวประมำณ 11 มลิ ลเิ มตร ส่วนกลบี เล้ยี งมี 5 กลบี ไมต่ ดิ กนั เป็นสเี ขยี ว ลกั ษณะเป็นรูปหอก ปลำยกลบี แหลมเป็นหำงยำว โคน

กลบี ตดั กลบี ดำ้ นนอกมขี นข้นึ ปกคลมุ สว่ นดำ้ นในเกล้ยี ง กลบี เล้ยี งมขี นำดกวำ้ งประมำณ 3 มลิ ลเิ มตร
และยำวประมำณ 10-12 มลิ ลเิ มตร ดอกมเี กสรเพศผูจ้ ำนวนมำก กำ้ นเกสรยำวประมำณ 5-6.5
มลิ ลเิ มตร เกล้ยี ง ส่วนกำ้ นเกสรเพศเมยี สน้ั ภำยในมี 5-6 ช่อง แต่ละช่องจะมไี ขอ่ ่อนจำนวนมำก กำ้ น
ดอกยำวประมำณ 1.5-1.6 เซนตเิ มตร มขี น
ผลตะขบ หรอื ลูกตะขบ ผลเป็นผลสด ลกั ษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มขี นำดเสน้ ผ่ำนศูนยก์ ลำง
ประมำณ 0.75-1.5 เซนตเิ มตร เปลอื กผลบำง ผลอ่อนเป็นสเี ขยี ว เมอ่ื สุกแลว้ จะเปลย่ี นเป็นสแี ดง ผลมรี สหวำน ภำยในมเี มลด็ แบนขนำดเลก็
จำนวนมำก
ประโยชนข์ องตะขบ 1. ผลสกุ มรี สหวำนและมกี ลน่ิ หอม ใชร้ บั ประทำนได้ เป็นผลไมพ้ ้นื บำ้ นทช่ี น่ื ชอบของเดก็ ๆ
2. ตะขบเป็นผลไมท้ อ่ี ดุ มไปดว้ ยพลงั งำน เสน้ ใยอำหำร แคลเซยี ม โพแทสเซยี ม และโซเดยี ม จำกกำรวจิ ยั พบว่ำตะขบสำมำรถช่วยดูดซบั
คอเลสเตอรอล ลดควำมเสย่ี งมะเรง็ ลำไส้ และเสน้ เลอื ดในสมองแตกได้ (ตะขบ 100 กรมั จะใหพ้ ลงั งำน 97 กโิ ลแคลอรี, แคลเซยี ม 51.7 มลิ ลกิ รมั
, โพแทสเซยี ม 773 มลิ ลกิ รมั , โซเดยี ม 12.8 มลิ ลกิ รมั ) (นพ.สมยศ ดรี ศั ม)ี
3. ผลตะขบเป็นอำหำรของนกและสตั วห์ ลำยชนดิ ถำ้ ปลูกไวร้ มิ ฝงั่ แม่นำ้ เมอ่ื ผลร่วงลงกจ็ ะเป็นอำหำรของปลำดว้ ยเช่นกนั
4. ผลตะขบฝรงั่ เป็นทน่ี ยิ มรบั ประทำนมำกในเมก็ ซโิ ก ผลสำมำรถนำไปแปรรูปเป็นแยมหรอื ไวนไ์ ด้ และนำใบไปแปรรูปเป็นชำ
5. เน้ือไมต้ ะขบเป็นไมเ้น้ืออ่อน สำมำรถนำมำใชใ้ นงำนช่ำงไมไ้ ด้ สว่ นเปลอื กใชเ้ป็นแหลง่ ของเสน้ ใย
ทม่ี ำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1625&code_db=610010&code_type=01

40.ผกั บงุ้

ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Ipomoea aquatica Forsk. Var. reptan
วงศ์ : Convolvulaceae

ช่ือทอ้ งถน่ิ : ผกั ทอดยอด
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ผกั บงุ้ จนี เป็นพชื ผกั ใบเขยี ว เป็นพชื ผกั
สมนุ ไพร เป็นพชื ทอ่ี ยู่ในวงศผ์ กั บงุ้ นำเขำ้ มำจำกต่ำงประเทศ เป็นไมล้ ม้ ลกุ
ลำตน้ มลี กั ษณะกลมๆ จะกลวงมสี เี ขยี วอมขำว ใบมสี เี ขยี ว ดอกมสี ขี ำว ลำ
ตน้ จะมขี อ้ ปลอ้ ง มยี ำงนอ้ ยกวำ่ ผกั บงุ้ ไทย ลำตน้ ทอ่ี ยู่บนบกจะตง้ั ตรง มี
ควำมสูงประมำณ 30-35 ซม. หำกสูงมำกกวำ่ น้ีลำตน้ จะโนม้ ลงพรอ้ มเล้อื ยบนพ้นื ผกั บงุ้ จนี จะนยิ มปลูกบนดนิ จะเจรญิ งอกงำมดกี ว่ำในนำ้ และจะ
ไดร้ บั อำหำรจำกในดนิ ไดด้ กี วำ่ ไดร้ บั ควำมนยิ มในกำรรบั ประทำน และนิยมปลูกขำยมำกกวำ่ ผกั บงุ้ ไทย
คณุ คำ่ ทำงโภชนำกำร : คณุ ค่ำทำงโภชนำกำรของผกั บงุ้ ต่อ 100 กรมั พลงั งำน 19 กโิ ลแคลอรี คำรโ์ บไฮเดรต 3.14 กรมั ประโยชนข์ องผกั บงุ้ เสน้ ใย
2.1 กรมั ไขมนั 0.2 กรมั โปรตนี 2.6 กรมั วติ ำมนิ เอ 315 ไมโครกรมั 39% วติ ำมนิ บี 1 0.03 มลิ ลกิ รมั 3% วติ ำมนิ บี 2 0.1 มลิ ลกิ รมั 8% วติ ำมนิ
บี 3 0.9 มลิ ลกิ รมั 6% วติ ำมนิ บี 5 0.141 มลิ ลกิ รมั 3% วติ ำมนิ บี 6 0.096 มลิ ลกิ รมั 7% วติ ำมนิ บี 9 57 ไมโครกรมั 14% วติ ำมนิ ซี 55 มลิ ลกิ รมั
66% ธำตแุ คลเซยี ม 77 มลิ ลกิ รมั 8% ธำตเุ หลก็ 1.67 มลิ ลกิ รมั 13% ธำตแุ มกนีเซยี ม 71 มลิ ลกิ รมั 20% ธำตแุ มงกำนีส 0.16 มลิ ลกิ รมั 8% ธำตุ
ฟอสฟอรสั 39 มลิ ลกิ รมั 6% ธำตโุ พแทสเซยี ม 312 มลิ ลกิ รมั 7% ธำตโุ ซเดยี ม 113 มลิ ลกิ รมั 8% ธำตสุ งั กะสี 0.18 มลิ ลกิ รมั 2% รอ้ ยละของ
ปรมิ ำณแนะนำทร่ี ่ำงกำยตอ้ งกำรในแต่ละวนั สำหรบั ผูใ้ หญ่ (ขอ้ มลู จำก : USDA Nutrient database)
ท่มี ำ: https://adeq.or.th/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87/

41.ผกั ไหม

วงศ:์ CONVOLVULACEAE
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Cuscuta chinensis Lamk.
ช่ือสำมญั : Dodder
ช่ือพ้นื เมืองหรอื ช่ืออน่ื ๆ: เครอื ขำคำ (เหนือ) ผกั ไหม (อดุ รฯ) และฝอย
ไหม (โครำช)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เป็นตน้ ไมท้ เ่ี กำะอำศยั อยู่ ลำตน้ กลม เป็น
เถำเล้อื ยยำว และอ่อนนุ่ม เป็นสเี หลอื งทอง แตกก่งิ กำ้ นมำก ใบมี
ลกั ษณะเป็นเกลด็ รูปสำมเหลย่ี มเลก็ ๆ ออกจำกลำตน้ โดยออกเรยี ง
สลบั ใบเป็นสเี หลอื งเหมอื นสขี องลำตน้ ดอก มขี นำดเลก็ มำก บำงครง้ั
มองดว้ ยตำเปลำ่ แทบไมเ่ หน็ ออกเป็นช่อสขี ำว มดี อกย่อยจำนวนมำก ลกั ษณะดอกโคนเช่อื มกนั เป็นหลอดสน้ั ปลำยแยกเป็นกลบี ดอก 5 กลบี
ปลำยกลบี รูปกลมมน ผล รูปกลม ขนำดเลก็ ดอกออกตลอดปี
ประโยชนด์ ำ้ นอำหำร รบั ประทำนเป็นผกั สด หรอื ลวกจ้มิ นำ้ พรกิ มรี สจดื
สรรพคณุ ทำงยำ : ลำตน้ ใชล้ ำตน้ แหง้ ประมำณ 10-15 กรมั นำมำตม้ นำ้ กนิ เป็นยำแกบ้ ดิ อำเจยี นเป็นเลอื ด อุจจำระเป็นเลอื ด ตกเลอื ด ไอเป็น
เลอื ด เลอื ดกำเดำไหล แกโ้ รคดซี ่ำน และแกพ้ ษิ หรอื ใชภ้ ำยนอก โดยกำรนำเอำลำตน้ มำตำใหล้ ะเอยี ดคน้ั เอำนำ้ ทำ หรอื พอก บรเิ วณทเ่ี ป็นฝ้ำ ผด
ผน่ื คนั แผลเร้อื รงั และใชห้ ำ้ มเลอื ด เป็นตน้
เมลด็ ใชเ้มลด็ ทแ่ี หง้ ประมำณ 10-15 กรมั นำมำตม้ นำ้ กนิ หรือนำมำบดใหล้ ะเอยี ดทำเป็นยำเมด็ หรอื ทำเป็นยำผง ใชเ้ป็นยำบำรงุ กำลงั บำรงุ ตบั ไต
แกป้ วดเมอ่ื ยตำมอวยั วะ ทำใหต้ ำสวำ่ ง แกก้ ระหำย และนำ้ กำมเคลอ่ื น เป็นตน้
ทม่ี ำ : http://rspg.svc.ac.th/Wiki/index.php

42.โทงเทง(ตอ้ งแลง่ )

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ :Physalis angulata Linn.
ช่ือเรยี กอน่ื :ตอ้ มตอ๊ ก ปำตอมตอ๊ ก ตะเงหลงั่ เชำ้ ปงุ ปิง
ช่ือวงศ์ :SOLANACEAE
ลกั ษณะ :ไมล้ ม้ ลกุ สูง 30-50 ซม. กง่ิ อ่อนสเี ขยี ว มสี นั เป็นเหลย่ี ม
ต้นื ๆ ใบเป็นใบเดย่ี ว รูปไข่ถงึ รูปรี กวำ้ ง 2-4 ซม. ยำว 3-6 ซม. โคน
ใบมน ปลำยใบแหลมหรอื เป็นตง่ิ ขอบใบเรยี บหรอื จกั เลก็ นอ้ ย ดอก
สเี หลอื งอ่อน ตรงกลำงสนี ำ้ ตำลแกมเหลอื ง ออกเป็นช่อสนั้ ตำมซอก
ใบ ดอกบำนขนำด 4-6 มม. กลบี ดอกเชอ่ื มตดิ กนั ปลำยแยกเป็น 5
แฉก เกสรผู ้ 5 อนั ผลเป็นผลสดุ รูปกลม ผวิ เรยี บมนั ขนำด 12 มม.
มกี ลบี รองดอกแผข่ ยำยหมุ้ ผล ลกั ษณะเป็นแผ่นบำงเชอ่ื มกนั เป็นมมุ ตำมกลบี เมลด็ จำนวนมำกรูปกลมแบน ขนำด 2 มม.
กำรกระจำยพนั ธุ์ :พบในจนี ไตห้ วนั ประเทศไทยพบทำงภำคเหนอื บรเิ วณป่ำเปิดและทช่ี ่มุ ช้นื ทวั่ ไป ทร่ี ะดบั ควำมสูงไม่เกนิ 1,000 ม. ออกดอกและ
ตดิ ผลช่วงเดอื นพฤษภำคม-สงิ หำคม
ประโยชน์ :ผลสกุ รบั ประทำนได้ มรี สหวำนเอยี น
ท่มี ำ :หนงั สอื พรรณไมส้ วนพฤกษศำสตรส์ มเดจ็ พระนำงเจำ้ สริ กิ ติ ์ิ เลม่ 5

43.มะระข้ีนก

ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Momordica charantia L.
ช่ือวงศ:์ CUCURBITACEAE
ช่ือสำมญั : Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd
ช่ืออน่ื ๆ: ภำคเหนอื - มะหอ่ ย, มะไห่
กะเหรย่ี ง-แม่ฮ่องสอน- สพุ ะซู, สพุ ะเด
ทวั่ ไป- มะระ ภำคกลำง, ภำคใต-้ มะรอ้ ยรู สงขลำ- ผกั เหย นครศรธี รรมรำช - ผกั ไห
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมเ้ถำลม้ ลกุ เป็นเถำเล้อื ยหรอื ทอดเล้อื ยไปตำมพ้นื ดนิ เถำหรอื ลำตน้ เป็นเสน้ เลก็ ๆ ยำวไดถ้ งึ 5 เมตร มขี นนุ่มๆ ข้นึ
ประปรำย เป็นไมเ้น้ืออ่อน มสี นั 5 เหลย่ี มเรยี บหรอื มขี น และมรี ่องต้นื ๆ ตำมแนวยำว มมี อื เกำะสำหรบั ยดึ แบบเดย่ี ว เถำหรอื ลำตน้ อ่อนสเี ขยี ว
ใบ เดย่ี วเรยี งสลบั แผน่ ใบกวำ้ งรูปไขถ่ งึ รูปไตหรอื คลำ้ ยทรงกลม เรยี บมขี นนุ่มเลก็ นอ้ ย โดยเฉพำะทเ่ี สน้ ใบทงั้ 2 ดำ้ น โคนใบเวำ้ รูปหวั ใจ ใบหยกั ลกึ
รูปมอื 5-9 หยกั แต่ละหยกั รูปไข่กลบั รูปไข่เรยี วยำวหรอื รูปเหลย่ี มขำ้ วแหลมตดั แคบไปหำโคนปลำยแหลมมตี ง่ิ ขอบใบเวำ้ เป็นคลน่ื ซฟ่ี นั 5-7 หยกั
หรอื เป็นคลน่ื เลก็ ๆ กำ้ นใบยำว 1-7 ซม. ดอก ออกดอกเป็นดอกเดย่ี วหรอื เป็นช่อ ตำมบรเิ วณซอกใบและปลำยยอด ช่อหน่ึงมี 5 – 8 ดอก ดอก
เพศผูแ้ ละดอกเพศเมยี อยู่คนละดอก กลบี บำงกลบี ชำ้ งำ่ ย กลบี เล้ยี งมี 5 กลบี รูปไขป่ ลำแหลมสเี ขยี วอ่อนแยกใกลฐ้ ำน ปลำยกลบี สนั้ กลบี ดอกสี
เหลอื งรูประฆงั มี 5 แฉก ผวิ ขรขุ ระมำก หอ้ ยลงรูปไขก่ วำ้ งสอบเรยี วลงเป็นจงอย มเี สน้ ใบแถวไมเ่ รยี บตำมยำว 8-9 แถว ระหว่ำงแถวมตี มุ้ เลก็ ๆ
ขนำดไมเ่ ท่ำกนั มำกมำย โคนเชอ่ื มตดิ กนั เป็นหลอดสน้ั ปลำยกลบี ดอกอำจจะมนหรอื เวำ้ เขำ้ เลก็ นอ้ ย ผล เป็นผลเดย่ี ว ลกั ษณะผลป้อมเลก็ รูป
กระสวยหรอื รูปรี ผวิ ภำยนอกผลขรขุ ระเป็นคลน่ื ทวั่ ทงั้ ผล โคนและปลำยแหลม ผลอ่อนสเี ขยี วสด เมอ่ื สุกจะสสี ม้ หรอื สีเหลอื งอมแดงและผลนน้ั ก็
จะแตกทป่ี ลำยแยกออกเป็น 3 สว่ น เมลด็ ลกั ษณะรูปกลม แบน สขี ำวหรอื นำ้ ตำลรูปคู่ขนำน มเี น้ือสแี ดงหมุ้ ผวิ มลี วดลำยขอบเป็นร่อง เมลด็ สุกจะ
มสี แี ดงสด
ประโยชนท์ ำงยำ: ใบรสขม คน้ั เอำนำ้ ดม่ื แกท้ ่อนำ้ ดอี กั เสบ ช่วยใหเ้จรญิ อำหำร แกไ้ ข้ แกต้ วั รอ้ น ดบั พษิ รอ้ น แกต้ บั มำ้ มพกิ ำร แกป้ ำกเป่ือย
ใบสดรสขมลวกหรอื ตม้ กนิ เป็นยำฟอกโลหติ ยำระบำย ยำถ่ำยพยำธเิ ขม็ หมดุ เจรญิ อำหำร หรอื ใชใ้ บแหง้ นำมำบด ใหล้ ะเอยี ดผสมนำ้ กนิ เป็นยำขบั
พยำธิ ขบั ลม และบำรงุ ธำตุ เป็นตน้ ใบและผลสดรสขม ตำใหล้ ะเอยี ด คนั้ เอำนำ้ กนิ เป็นยำแกจ้ กุ เสยี ดแน่นทอ้ ง ขบั ลม เจรญิ อำหำร บำรงุ ธำตุ เป็น
ยำช่วยถ่ำยพยำธิ แกท้ ่อนำ้ ดอี กั เสบ ดอก รสขมรอ้ น ชงนำ้ ดม่ื แกห้ อบหดื แกพ้ ษิ แกบ้ ดิ ผลผลดบิ รสขมจดั รบั ประทำนบำรุงนำ้ ดี ทำใหเ้จรญิ
อำหำร บำรุงร่ำงกำย แกต้ บั มำ้ มอกั เสบ ขบั พยำธิ แกเ้จบ็ ปวดอกั เสบจำกพษิ ต่ำงๆ เป็นยำระบำยอ่อนๆ คนั้ เอำนำ้ อมแกป้ ำกเป่ือย, หนั่ ตำกแหง้ ชงกบั
นำ้ ดม่ื แกเ้บำหวำน ผลสด รสขมจดั ผลอ่อนมวี ติ ำมนิ ซสี ูงมำก นำมำตม้ หรอื ประกอบอำหำร ตม้ นำ้ ดม่ื แกไ้ ข้ ลดกำรเกดิ ตอ้ กระจก มคี ณุ ค่ำในกำร
ช่วยบำบดั โรคเบำหวำน บำรุงธำตุ แกป้ ำกเป็นฝ้ำเป็นขยุ บำรงุ นำ้ ดี เจรญิ อำหำร บำรงุ โลหติ ระดู แกต้ บั มำ้ มอกั เสบ ขบั พยำธิ แกล้ มเขำ้ ขอ้ เป็นยำ
ระบำยอ่อนๆ หรอื ใชผ้ ลแหง้ บดใหล้ ะเอยี ด โรยบรเิ วณทเ่ี ป็นแผล ทำแกค้ นั แกพ้ ษิ ฝี แกบ้ วม ตำ้ นเช้อื ไวรสั และมะเร็ง
ผลสกุ เป็นพษิ มี saponin มำกทำใหท้ อ้ งร่วงและอำเจยี น หติ โรคผวิ หนงั เมลด็ รสขม แกพ้ ษิ เป็นยำกระตนุ้ ควำมรูส้ กึ ทำงเพศ เพม่ิ พูนลมปรำณ
บำรงุ ธำตุ บำรงุ กำลงั ขบั พยำธติ วั กลม รำก รสขม ใชป้ รุงเป็นยำบำรงุ ฝำดสมำน แกร้ ดิ สดี วงทวำร เป็นยำธำตุ แกไ้ ข้ แกพ้ ษิ รอ้ น แกบ้ ดิ ถ่ำยอดุ จำ
ระเป็นเลอื ด แกร้ ดิ สดี วงทวำร แผลฝีบวมอกั เสบ ปวดฟนั ทเ่ี กดิ จำกลมรอ้ น สมำนแผล คมุ ธำตุ บำรงุ ธำตุ
เถำ บำรุงนำ้ ดี ยำระบำยอ่อนๆ ดบั พษิ ดแี ละโลหติ แกไ้ ขเพอ่ื ดพี กิ ำร แกพ้ ษิ ทง้ั ปวง เจรญิ อำหำร แกโ้ รคลมเขำ้ ขอ้ เทำ้ บวม แกป้ วดตำมขอ้ น้วิ มอื และ
น้ิวเทำ้ แกโ้ รคมำ้ ม แกโ้ รคตบั ขบั พยำธใิ นทอ้ ง แกพ้ ษิ นำ้ ดพี กิ ำร กดั เสมหะ แกบ้ ดิ แกฝ้ ีอกั เสบ แกป้ วดฟนั แกไ้ ข้
ใบและรำก รสขม แกโ้ รคเบำหวำน ท่มี ำ: http://pharmacy.su.ac.th/herbmed/herb/text/herb_detail.php?herbID=182

44.มนั สำปะหลงั

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Manihot esculenta (L. )
ช่ือวงศ์ : EUPHORBIACEAE
ช่ือสำมญั : Cassava, Yuca, Mandioa, Manioc, Tapioca
ช่ืออน่ื ๆ : (ภำคเหนอื ) ตำ้ วนอ้ ย,ตำ้ วบำน , (ภำคกลำง) มนั สำโรง , มนั สำปะหลงั (ภำคใต)้ มนั ตน้ ,มนั ไม้ ,(พงั งำ) มนั หว่ิ
ลกั ษณะลำตน้ : มลี กั ษณะเป็นขอ้ ๆ ซง่ึ เป็นรอยทก่ี ำ้ นใบร่วงหลดุ ไป สขี องลำตน้ ส่วนยอดจะเป็นสเี ขยี วสว่ นทำงดำ้ นลำ่ งอำจมสี นี ำ้ ตำล หรอื สมี ่วง
แดงข้นึ อยู่กบั พนั ธุ์
ลกั ษณะใบ : เป็นใบเดย่ี ว ใบแยกเป็นแฉกคลำ้ ยใบปำลม์ มสี เี ขยี ว กำ้ นใบอำจมสี เี ขยี ว หรอื สแี ดง บำงพนั ธุใ์ บจะมสี เี หลอื ง หรอื ขำว หรอื ใบด่ำง ทใ่ี ช้
เป็น
ลกั ษณะดอก : มนั สำปะหลงั มดี อกตวั ผูแ้ ละดอกตวั เมยี อยู่ในช่อดอกเดยี วกนั ดอกตวั ผูจ้ ะอยู่ทำงส่วนปลำยของช่อดอกมขี นำดเลก็ กวำ่ ดอกตวั เมยี
มกี ลบี ดอก 5 กลบี มสี เี หลอื งหรอื มลี ำยแดง
ผล : ตน้ หน่ึงจะมเี หงำ้ แยกออกเป็นจำนวนมำก บำงครง้ั คน้ หน่ึงมปี ระมำณ 10
กำรขยำยพนั ธุ:์ เพำะเมลด็ และปกั ชำ
ทม่ี ำ: https://www.dnp.go.th

45.มะหวดข่ำ

ช่ือสมนุ ไพร: มะหวด
ช่ืออน่ื ๆ: สหี วด (นครรำชสมี ำ) กำซำ กะซำ่ มะหวด
(ภำคกลำง) ชนั รู มะหวดบำท มะหวดลงิ (ภำค
ตะวนั ออกเฉียงใต)้ กำจำ (ภำคใต)้ ซำ (ทวั่ ไป) นำซำ
มะจำ (ภำคใต)้ มะหวดป่ำ หวดคำ (ภำค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ) สฮี อกนอ้ ย หวดลำว
(ภำคเหนือ) หวดฆ่ำ (อดุ รธำนี)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Lepisanthes rubiginosa
(Roxb.) Leenh.
ช่อื พอ้ ง: Sapindus rubiginosus
ช่อื วงศ:์ SAPINDACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์
ไมพ้ มุ่ ผลดั ใบ หรอื ไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ สูงไดถ้ งึ 15 เมตร เปลอื กตน้ สนี ำ้ ตำล แตกเป็นร่องตำมยำว ก่งิ กำ้ นมขี นละเอยี ด เมอ่ื ยงั อ่อนอยู่
มขี นสนั้ ๆ กง่ิ แขนงรูปทรงกระบอกเป็นร่อง ทรงพมุ่ กลมหรอื รูปไข่ ใบเป็นใบประกอบแบบนนกปลำยคู่ เรยี งเวยี นสลบั แกนกลำงใบประกอบยำว
10-30 เซนตเิ มตร ใบย่อย มี 3-6 คู่ รูปไขถ่ งึ รูปไขก่ ลบั กวำ้ ง 2-11 เซนตเิ มตร ยำว 3-30 เซนตเิ มตร ปลำยใบแหลม โคนใบสอบ ผวิ ใบมขี นนุ่มปก
คลมุ ทงั้ สองดำ้ น แผน่ ใบบำงแต่ค่อนขำ้ งเหนยี ว และย่นเป็นลอน สเี ขยี วเขม้ ผวิ ใบดำ้ นลำ่ งสอี ่อนกว่ำ ใบอ่อนสนี ำ้ ตำลอมเขยี ว ดอก สขี ำวถงึ สี
เหลอื งอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตง้ั จำกปลำยยอดหรอื ซอกใบใกลป้ ลำยยอด ยำวถงึ 50 เซนตเิ มตร ดอกย่อยขนำดเลก็ สขี ำว มกี ลน่ิ
หอมอ่อนๆ แยกเพศ เสน้ ผำ่ ศูนยก์ ลำงดอก 0.8-1 เซนตเิ มตร กลบี ดอกสขี ำว กลบี ดอก 4-5 กลบี เกล้ยี งหรอื มขี นนุ่ม โคนกลบี แคบ มขี นและมี
เกลด็ เลก็ ๆ 1 เกลด็ ทม่ี สี นั นูน 2 สนั เกสรเพศผู ้ 8 อนั กำ้ นเกสรมขี นสนี ำ้ ตำลอ่อน กำ้ นเกสรตวั เมยี ยำว ไม่มขี น กลบี เล้ยี ง 5 กลบี รูปคร่งึ วงกลม
กลบี นอก 2 กลบี เลก็ กว่ำกลบี ใน มขี นดำ้ นนอก ผลสดแบบมเี น้ือ รูปรเี วำ้ เป็นพู ผวิ เกล้ยี ง กวำ้ ง 0.5-1 เซนตเิ มตร ยำว 1.5-2 เซนตเิ มตร ผลอ่อน
สเี ขยี ว แลว้ เปลย่ี นเป็นสเี หลอื งแดงจนแก่จดั สมี ่วงดำ มี 2 พู ผวิ เกล้ยี ง เปลอื กและเน้ือบำง เมลด็ สนี ำ้ ตำลดำ เป็นมนั มี 1 เมลด็ รูปทรงรแี กมขอบ
ขนำน พบตำมป่ำเตง็ รงั และป่ำดบิ แลง้ ทค่ี วำมสูงตงั้ แต่ระดบั ทะเลปำนกลำงถงึ 300-1,200 เมตร ออกดอกรำวเดอื นกมุ ภำพนั ธถ์ งึ มนี ำคม ตดิ ผล
รำวเดอื นเมษำยนถงึ พฤษภำคม
ท่มี ำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=266

46.กระถนิ

ช่ือพ้นื เมือง : กระถนิ กระถนิ ไทย กระถนิ บำ้ น (ภำคกลำง), กะเสด็ โคก กะเสด็ บก (รำชบรุ )ี , ตอเบำ
สะตอเทศ สะตอเบำ (ภำคใต)้, ผกั กำ้ นถนิ (เชยี งใหม่), ผกั หนองบก (ภำคเหนือ)
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Leucaena leucocephala (Lamk.) de Wit
ช่ือวงศ์ : LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ช่ือสำมญั : White Popinac, Lead Tree
ลกั ษณะ : ไมพ้ ่มุ ถงึ ไมต้ น้ ขนำดเลก็ ใบประกอบแบบขนนกสองชน้ั เรยี งสลบั ดอกช่อแบบช่อกระจกุ
แน่น ออกตำมงำ่ มใบ 1-3 ช่อ ฝกั แบน ปลำยแหลม โคนสอบ ฝกั แก่แตกตำมยำวมเี มลด็ 15-30 เมลด็
สนี ำ้ ตำลเป็นมนั รูปไข่แบนกวำ้ ง
ประโยชน์ : ใบหมกั เป็นป๋ยุ ใบ ยอด ฝกั และเมลด็ อ่อนใชเ้ป็นอำหำรของววั ควำย แพะ แกะ ไก่ ฯลฯ
ยอดอ่อนและฝกั อ่อนใชก้ นิ เป็นผกั ได้ เมลด็ นำมำทำเป็นเคร่อื งประดบั หลำยชนดิ เช่น สำยสรอ้ ย เขม็
กลดั เขม็ ขดั ฯลฯ เปลอื กใหเ้สน้ ใยสนั้ ใชท้ ำกระดำษได้ แต่คณุ ภำพไมด่ ี พนั ธุท์ ป่ี รบั ปรงุ ใหม่เรยี กวำ่
กระถนิ ยกั ษ์ มลี ำตน้ สูงกวำ่ พนั ธุเ์ ดมิ ปลูกเพอ่ื กนั ลมและบงั แดดใหแ้ ก่พชื ทป่ี ลูก เช่น ชำ กำแฟ และใช้
ทำฟืน
โทษ : สตั วก์ ระเพำะเดยี วทก่ี นิ ใบกระถนิ ในปรมิ ำณสูงจะทำใหข้ นร่วง เป็นหมนั เน่ืองจำกมสี ำรพวก
leucenine ซง่ึ เป็นพษิ แต่ไมม่ รี ำยงำนของกำรเป็นพษิ เน่อื งจำกกำรกนิ กระถนิ เกดิ ข้นึ ในคน มรี ำยงำนว่ำ
กระถนิ เป็นพชื ทด่ี ูดธำตซุ ลี เี นียมจำกดนิ มำสะสมไวไ้ ดม้ ำก จงึ ทำใหเ้กดิ พษิ เน่อื งจำกธำตนุ ้ีไดอ้ กี

ท่มี ำ:http ://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/mimosoid/lleuco_1.htm

47.ชะอม(ผกั ขำ)

ช่ือวทิ ยำศำสตร์ :Acacia pennata (L.) Willd. ssp. insuavis (Lace) I.C.
Nielsen
ช่ือเรยี กอน่ื :ผกั หละ ผกั หำ
ช่ือวงศ์ :Fabaceae
ลกั ษณะ :ไมพ้ มุ่ หรอื ไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ สูงไดถ้ งึ ๕ ม. ลำตน้ และก่งิ กำ้ น มหี นำม
แหลมปกคลมุ ใบประกอบแบบขนนกสองชนั้ ใบอ่อนมกี ลน่ิ ฉุน เฉพำะตวั ดอก
ออกเป็นช่อทป่ี ลำยยอด มดี อกย่อยสเี หลอื งอ่อนๆ จำนวนมำก ผลเป็นฝกั แบน ออก
ดอกช่วงเดอื นเมษำยน – กรกฎำคม ขยำยพนั ธุโ์ ดยกำรปกั ชำตน้ และกง่ิ
ประโยชน์ :ยอดอ่อนรบั ประทำนสด หรอื ใชเ้ป็นผกั ประกอบอำหำรไทย พ้นื เมอื งนำนำ
ชนดิ
ทม่ี ำ :หนงั สอื ๘๙ พรรณพชื วถิ พี อเพยี ง

48.สตรอวเ์ บอร่ี

การจดั ลาดบั ชนั้ ทางพฤกษศาสตร:์
อนั ดบั : Rosales
วงศ:์ ROSACEAE
วงศย์ อ่ ย: ROSOIDEAE
เผา่ : Potentilleae
เผา่ ยอ่ ย: Fragariinae
สกลุ : Fragaria
ชือ่ วทิ ยาศาสตร:์ Fragaria x ananassa Duchesne
ลักษณะท่ัวไป :สตรอวเ์ บอรร์ เี ป็นพชื ท่เี จรญิ เตบิ โตคลมุ ไปบนผิวหนา้ ดินตืน้ ๆ แตกไหลเจรญิ เป็นตน้ ใหมแ่ ผข่ ยายออกไปเรอ่ื ยๆ หาก
หนา้ ดินมอี นิ ทรยี วตั ถสุ งู มีความช่มุ ชืน้ มากแตไ่ มแ่ ฉะ พืชจะเจรญิ เตบิ โตไดด้ มี าก ควรไดร้ บั แสงแดดตลอดทงั้ วนั อากาศแบบอบอนุ่
ไมช่ อบอากาศรอ้ นมากๆ พนั ธสุ์ ตรอวเ์ บอรร์ ที ่ีปลกู อยใู่ นประเทศไทยสว่ นใหญ่พฒั นาโดยการคดั เลอื กพนั ธุ์ พนื้ ทที่ ดลองคดั พนั ธมุ์ กั
เป็นพนื้ ท่ที างภาคเหนือของประเทศไทย และพนื้ ท่ีบนภเู ขาทมี่ ีความสงู จากระดบั นา้ ทะเลมากๆ ตน้ ไหนที่มกี ารเจรญิ เตบิ โตใหผ้ ล
ผลติ ไดด้ ี จะถกู คดั เลอื กและเพมื่ จานวนตน้ กระจายปลกู เพ่ือเป็นพืชเศรษฐกิจ

49.กะเพรำแดง

ช่ือเคร่อื งยำ: กะเพรำแดง
ช่ืออน่ื (ของพชื ท่ใี หเ้ คร่ืองยำ): กอมกอ้ กอมกอ้ ดง (เชยี งใหม่) กะเพรำ กะเพรำขน กะเพรำขำว กะเพรำแดง (ภำคกลำง) หอ่ กวอซู หอ่ ตปู ลู
(กะเหร่ยี ง แม่ฮ่องสอน) อม่ิ คมิ หลำ (ฉำน แมฮ่ ่องสอน) อตี ่ไู ทย (ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Ocimum tenuiflorum L.
ช่ือพอ้ ง : Geniosporum tenuiflorum (L.) Merr., Lumnitzera tenuiflora (L.) Spreng., Moschosma tenuiflorum (L.) Heynh.,
Ocimum anisodorum F.Muell., Ocimum caryophyllinum F.Muell., Ocimum hirsutum Benth., Ocimum inodorum Burm.f.,
Ocimum monachorum L.,,Ocimum sanctum L., Ocimum scutellarioides Willd. ex Benth., Ocimum subserratum B.Heyne ex
Hook.f., Ocimum tomentosum Lam., Plectranthus monachorum
ช่ือวงศ:์ LABIATAE
ลกั ษณะภำยนอกของเคร่ืองยำ: ใบและลำตน้ มสี เี ขยี วอมมว่ งแดง ใบทงั้ สองดำ้ นมขี นมำกโดยเฉพำะส่วนยอด เน้ือใบบำง ใบรูปร่ำงรหี รอื รขี อบ
ขนำน กวำ้ ง 1-2.5 เซนตเิ มตร ยำว 2-4.5 เซนตเิ มตร ปลำยใบและโคนใบอำจแหลมหรอื มน ขอบใบค่อนขำ้ งหยกั ใบและยอดรสเผด็ รอ้ น มกี ลน่ิ
หอม
ทม่ี ำ: http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=9


Click to View FlipBook Version