50.กะเพรำป่ำ(กล่นิ แรง ฉุน)
กระเพรำป่ำ ( Wild holy basil ) มสี รรพคณุ ดำ้ นสมนุ ไพรมำกมำย ดงั น้ี “ใบ” บำรุงธำตไุ ฟ ขบั
ลมแกป้ วดทอ้ ง แกล้ มตำนซำง แกจ้ กุ เสยี ด แกค้ ลน่ื เหยี นอำเจยี น “เมลด็ ” เมอ่ื นำไปแช่นำ้ เมลด็ จะ
พองตวั เป็นเมอื กขำว ใชพ้ อกบรเิ วณตำ เมอ่ื ตำมผี ง หรอื ฝ่นุ ละอองเขำ้ ผงหรอื ฝ่นุ ละอองนนั้ กจ็ ะ
ออกมำ ซง่ึ จะไม่ทำใหต้ ำเรำนน้ั ชำ้ อกี ดว้ ย “รำก” ใชร้ ำกทแ่ี หง้ แลว้ ชงหรอื ตม้ กบั นำ้ รอ้ นดม่ื แกโ้ รค
ธำตพุ กิ ำรวธิ กี ำรปลูก
กำรปลกู กะเพรำโดยทวั่ ไปมกี ำรปฏบิ ตั กิ นั อยู่ 3 วธิ ี ดงั น้ี
1. ปลูกโดยกำรหว่ำนเมลด็ โดยเรม่ิ จำกรดนำ้ ใหช้ ่มุ ทวั่ แปลง แลว้ หวำ่ นเมลด็ พนั ธุใ์ หก้ ระจำย
สมำ่ เสมอทวั่ แปลง ใชแ้ กลบขำวหรอื แกลบดำโรยคลมุ ใหท้ วั่ แปลง หลงั จำกนนั้ ใชฟ้ ำงแหง้ หรอื หญำ้
แหง้ คลมุ ทบั บำงๆ เสร็จแลว้ ใหร้ ดนำ้ ตำม และรดนำ้ ทกุ ๆ วนั หลงั จำกงอกประมำณ 15-20 วนั ควร
ทำกำรถอนแยกใหไ้ ดร้ ะยะระหว่ำง 20x20 เซนตเิ มตร
2. ปลูกโดยกำรใชต้ น้ กลำ้ เป็นวธิ ที เ่ี กษตรกรนิยมปฏบิ ตั กิ นั มำกเพรำะใหผ้ ลผลติ สูงและสะดวก
ในกำรจดั กำร โดยทำกำรเพำะกลำ้ ในแปลงเพำะจนกระทงั่ กลำ้ มอี ำยุ 20-25 วนั จงึ ทำกำรยำ้ ย
ปลูก กำรยำ้ ยปลูกควรทำในตอนเยน็ และปลูกใหเ้สรจ็ ภำยในวนั เดยี วกนั เมอ่ื ถอนตน้ กลำ้
มำแลว้ จงึ เดด็ ยอดออก ขดุ หลมุ ใหไ้ ดร้ ะยะ 20x20 เซนตเิ มตร แลว้ นำตน้ กลำ้ ทเ่ี ดด็ ยอดแลว้ ลง
ปลูก หลงั จำกนน้ั ใชฟ้ ำงหรอื หญำ้ แหง้ คลมุ ระหวำ่ งแถว รดนำ้ ตำมทนั ทแี ละรดนำ้ ทกุ วนั
3. ปลูกโดยกำรใชต้ น้ และกง่ิ ปกั ชำ กำรปลูกโดยใชล้ ำตน้ และกง่ิ แก่ทำใหไ้ ดผ้ ลผลติ เร็ว แก่ก่งิ
และยอดทแ่ี ตกออกมำใหมม่ กั ไมส่ วนเทำ่ ทค่ี วร ลำตน้ โทรมและตำยเร็ว วธิ กี ำรโดยตดั ตน้ และก่งิ แก่ทม่ี อี ำยมุ ำกกวำ่ 8 เดอื น ใหม้ คี วำมยำว 5-10
เซนตเิ มตร เดด็ ยอดและใบออก แลว้ นำตน้ หรอื ก่งิ แก่ไปปกั ชำในแปลง ใชร้ ะยะปลูก 20x20 เซนตเิ มตร หลงั จำกนนั้ ใชฟ้ ำงหรอื หญำ้ แหง้ คลมุ
ระหวำ่ งแถว รดนำ้ ตำมทนั ที และหลงั จำกปลูกควรรดนำ้ ทกุ วนั
**ส่วนผสมของดนิ สำหรบั ปลูกในกระถำงหรอื ภำชนะทม่ี รี ูระบำยนำ้
ดนิ ร่วน 1 สว่ น : ป๋ยุ หมกั หรอื ป๋ยุ คอก 1 สว่ น : แกลบดำ, ขยุ มะพรำ้ ว 1 สว่ น
ทม่ี ำ: https://www.railungtop.com
51.กยุ ช่ำย
ช่ืออน่ื ผกั ไมก้ วำด ผกั แป้น
ช่ือสำมญั Chinese chives, Garlic chives
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Allium tuberosum Rottler ex Spreng.
ช่ือวงศ์ AMARYLLIDACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ สูง 30-45 เซนตเิ มตร มเี หงำ้
เลก็ และแตกกอ ใบเดย่ี ว รูปขอบขนำน ใบแบน ทโ่ี คนเป็นกำบ
บำงซอ้ นสลบั กนั ดอกช่อแบบซร่ี ่ม สขี ำว มกี ลน่ิ หอม กำ้ นช่อดอก
กลมตนั ออกดอกในระดบั เดยี วกนั ทป่ี ลำย
ของกำ้ นช่อดอก กำ้ นดอกมคี วำมเท่ำกนั และมใี บประดบั หมุ้ ช่อดอก
เมอ่ื ดอกเจรญิ ข้นึ ก็จะแตกออกเป็นร้วิ สี
ขำว กลบี ดอก 6 กลบี สขี ำว โคนตดิ กนั ปลำยแยก ทก่ี ลำงกลบี ดอกดำ้ นนอกมสี นั หรอื เสน้ สเี ขยี วอ่อน ๆ จำก
โคนกลบี ไปหำปลำย เกสรเพศผู ้ 6 กำ้ นอยู่ตรงขำ้ มกบั กลบี ดอก เกสรเพศเมยี 1 กำ้ น ผล กลม ภำยในมชี ่อง 3
ช่องและมผี นงั ต้นื ๆ ผลแก่แตกตำมตะเขม็ เมลด็ ช่องละ 1-2 เมลด็ แบน ขรขุ ระ สนี ำ้ ตำล
ประโยชน/์ สรรพคณุ : นิยมใชร้ บั ประทำนเป็นอำหำร ดว้ ยกำรใชด้ อกนำ้ มำผดั กบั ตบั หมู หรอื ใชใ้ บสดรบั ประทำนกบั ลำบ
หรอื ผดั ไทย นำ้ มำทำ้ เป็นไสข้ องขนมกยุ ช่ำย ใบ ช่วยบำ้ รุงกระดูก เน่ืองจำกยมธี ำตฟุ อสฟอรสั สูง ช่วยลดระดบั ควำมดนั รกั ษำโรคควำมดนั โลหติ สูง
ใชเ้ป็นยำแกห้ วดั
ท่มี ำ: http://biodiversity.crru.ac.th/
52.มะนำว
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle
ช่ือสำมญั : Common lime
วงศ์ : Rutaceae
ช่ืออน่ื : สม้ มะนำว มะลวิ (ภำคเหนอื )
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมพ้ มุ่ สูง 2-4 เมตร ก่งิ อ่อนมหี นำมแหลม เปลอื กตน้ เรยี บ สนี ำ้ ตำลปนเทำ ใบ เป็นใบประกอบ ออกเรยี งสลบั มใี บ
ย่อยใบเดยี ว รูปไขห่ รอื รูปรยี ำว กวำ้ ง 3-5 ซม. ยำว4-8 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบมนมปี ีกแคบๆ ขอบใบหยกั แผน่ ใบมตี ่อมนำ้ มนั กระจำยอยู่ตำม
ผวิ ใบ ดอก ออกเป็นช่อสน้ั 5-7 ดอก หรอื ออกดอกเดย่ี วตำมซอกใบ ทป่ี ลำยก่งิ ดอกสขี ำว กลบี ดอกมี 4-5 กลบี หลดุ ร่วงงำ่ ย ผล รูปทรงกลม ผวิ
เรยี บเกล้ยี ง ผลอ่อนสเี ขยี วเขม้ พอแก่เป็นสเี หลอื ง ขำ้ งในแบง่ เป็นหอ้ งแบบรศั มี มรี สเปร้ยี ว เมลด็ กลมรี สขี ำว มี 10-15 เมลด็
สว่ นทใ่ี ช้ : นำ้ มนั จำกผวิ ของผลสด นำ้ คนั้ จำกผลมะนำว
สรรพคณุ :นำ้ มนั จำกผวิ มะนำว ใชเ้ป็นยำขบั ลม แกท้ อ้ งอดื เฟ้อ แน่นจกุ เสยี ด แต่งกลน่ิ นำ้ คน้ั จำกผลมะนำว รกั ษำอำกำรเจบ็ คอ แกไ้ อ ขบั เสมหะ
และรกั ษำโรคลกั ปิดลกั เปิดซง่ึ เกดิ จำกกำรขำดวติ ำมนิ ซี
วธิ แี ละปรมิ ำณท่ใี ช้ :
1. ใชผ้ วิ มะนำวแหง้ 10-15 กรมั ตม้ นำ้ รบั ประทำน
2. ใชน้ ำ้ มะนำว 1 ถว้ ยชำ ผสมนำ้ ตำลทรำย 1 ชอ้ นโตะ๊ และเกลอื เลก็ นอ้ ย ชงนำ้ อ่นุ จบิ บอ่ ยๆ
สำรเคมี : ผวิ มะนำวมี นำ้ มนั หอมระเหย ประกอบดว้ ย d-limonene, linalool, terpineol และ flavonoids
ทม่ี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_3.htm
53.ผกั โขม
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Amaranthus virdis Linn.
ช่ือวงศ:์ AMARANTHACEAE
ช่ืออน่ื ๆ : ผกั ขม ผกั ขมหดั ผกั โขมหดั ผกั โขมหวำน ผกั โขมเกล้ยี ง
ลกั ษณะทวั่ ไป:
ตน้ พชื ลม้ ลกุ อำยปุ ีเดยี ว มรี ะบบรำกแกว้ ลำตน้ อวบนำ้ ตง้ั ตรง
ลำตน้ เรยี บและมนั มรี อยแตกเป็นร่องยำว สเี ขยี วเป็นมนั สมี ว่ ง และสแี ดงปนเขยี ว
ทรงพมุ่ สูงประมำณ 20 – 60 ซม.
ใบ เป็นใบเดย่ี วออกจำกลำตน้ แบบสลบั รูปร่ำงค่อนขำ้ งจะเป็น
สำมเหลย่ี ม หรอื รูปไขฐ่ ำนใบกวำ้ ง ปลำยใบค่อนขำ้ งมน มกั จะมรี อยหยกั เลก็ นอ้ ย
บรเิ วณปลำยใบขอบใบเรยี บหรอื เป็นคลน่ื เลก็ นอ้ ย กำ้ นใบเรยี วเลก็ มคี วำมยำว
ใกลเ้คยี งกบั ควำมยำวของใบคอื ประมำณ 4 – 10 ซม.
ดอก ดอกเป็นช่อแบบ Spike ออกตำมปลำยยอดและตำมซอกใบ
ดอกตวั ผูแ้ ละดอกตวั เมยี เกดิ แยกคนละดอกอยู่บนช่อดอกเดยี วกนั ดอกย่อยมี
ขนำดเลก็ สมี ว่ งปนเขยี ว ไมม่ กี ำ้ นดอกย่อย จงึ เหน็ ตดิ อยู่เป็นกระจกุ รอบแกนกลำงช่อ
ดอก ซง่ึ ยำวประมำณ 10-20 ซม. ดอกย่อยมใี บประดบั สเี ขยี วคลำ้ ยใบรองรบั อยู่ แต่
มขี นำดสนั้ กวำ่ กลบี ดอก กลบี เล้ยี ง และกลบี ดอกหลอมรวมกนั (perianth) มี 3 กลบี มเี กสรตวั ผู ้ 3 อนั
ผล มมี รูปร่ำงกลมรี แก่แลว้ อำจจะแตกหรอื ไมแ่ ตกกไ็ ด้ มเี มลด็ ขนำดเลก็ รูปร่ำงเหมอื นแลนสส์ นี ำ้ ตำลแดงถงึ สดี ำเป็นมนั
ออกดอก: ออกดอกตลอดปี
กำรขยำยพนั ธุ์ : แพร่กระจำยพนั ธุโ์ ดยอำศยั เมลด็
ประโยชน์: เป็นสมนุ ไพรแกค้ นั ตำมผวิ หนงั ทำใหผ้ วิ หนงั อ่อนนุ่ม แกพ้ ษิ แมงป่อง ขบั ปสั สำวะ ขบั เสมหะ แกไ้ ข้ ไขห้ วดั ต่ำง ๆ
ท่มี ำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=91&code_db=610010&code_type=01
54.ใบบวั บก
ชอ่ื วทิ ยำศำสตร์ : Centella asiatica Urban
ช่อื สำมญั : Asiatic Pennywort, Tiger Herbal
วงศ์ : UMBELLIFERAE
ชอ่ื อน่ื : ผกั แว่น ผกั หนอก
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ อำยุหลำยปี เล้อื ยแผ่ไปตำมพ้นื ดนิ ชอบทช่ี ้นื แฉะ
แตกรำกฝอยตำมขอ้ ไหลทแ่ี ผ่ไปจะงอกใบจำกขอ้ ชูข้นึ 3-5 ใบ ใบ เดย่ี ว เรยี งสลบั รูป
ไตเสน้ ผำ่ ศูนยก์ ลำง 2-5 ซม. ขอบใบหยกั กำ้ นใบยำว ดอก ช่อ ออกทซ่ี อกใบ ขนำดเลก็
2-3 ดอก กลบี ดอกสมี ่วง ผล เป็นผลแหง้ แตกได้
ส่วนทใ่ี ช้ : ใบ ทงั้ ตน้ สด เมลด็
สรรพคุณ :ใบ - มสี ำร Asiaticoside ทำยำทำแกแ้ ผลโรคเร้อื น
ทงั้ ตน้ สด
- เป็นยำบำรงุ กำลงั บำรงุ หวั ใจ แกอ้ ่อนเพลยี เมอ่ื ยลำ้
- รกั ษำแผลไฟไหม้ นำ้ รอ้ นลวก หรอื มกี ำรชอกชำ้ จำกกำรกระแทก แกพ้ ษิ งกู ดั
- ปวดศีรษะขำ้ งเดยี ว
- ขบั ปสั สำวะ
- แกเ้จบ็ คอ
- เป็นยำหำ้ มเลอื ด ส่ำแผลสด แกโ้ รคผวิ หนงั
- ลดควำมดนั แกช้ ำ้ ใน
เมลด็
- แกบ้ ดิ แกไ้ ข้ ปวดศีรษะ
วธิ แี ละปรมิ ำณทใ่ี ช้ : ใชเ้ป็นยำแกป้ วดศีรษะขำ้ งเดยี ว ใชต้ น้ สดไมจ่ ำกดั รบั ประทำน หรอื คน้ั นำ้ จำก
ตน้ สดรบั ประทำน ควรรบั ประทำนตดิ ต่อกนั 2-3 วนั ใชเ้ป็นยำแกเ้จบ็ คอ ใชท้ ง้ั ตน้ สด 10-20 กรมั
หรอื 1 กำมอื ตำคน้ั นำ้ เตมิ นำ้ สม้ สำยชู 1-3 ชอ้ นแกง จบิ บอ่ ยๆ เป็นยำลดควำมดนั โลหติ สูง ใชท้ งั้ ตน้
สด 30-40 กรมั คน้ั นำ้ จำกตน้ สด เตมิ นำ้ ตำลเลก็ นอ้ ย รบั ประทำน 5-7 วนั ยำแกช้ ำ้ ใน (พลดั ตกหก
ลม้ ) ใชต้ น้ สด 1 กำมอื ลำ้ งใหส้ ะอำด ตำคน้ั นำ้ เตมิ นำ้ ตำลเลก็ นอ้ ย ดม่ื 1 ครงั้ รบั ประทำนตดิ ต่อกนั
5-6 วนั เป็นยำถอนพษิ รกั ษำแผลนำ้ รอ้ นลวก
ใชท้ ง้ั ตน้ สด 2-3 ตน้ ลำ้ งใหส้ ะอำด ตำใหล้ ะเอยี ดพอกแผลไฟไหม้ ช่วยลดอำกำรปวดแสบปวดรอ้ น เป็นยำหำ้ มเลอื ด ใส่แผลสด
ใชใ้ บสด 20-30 ใบ ลำ้ งใหส้ ะอำด ตำพอกแผลสด ช่วยหำ้ มเลอื ดและรกั ษำแผลใหห้ ำยเรว็
สำรเคมี : สำรสกดั จำกใบบวั บกประกอบดว้ ย madecassoside
ท่มี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_03_4.htm
55.นอ้ ยหน่ำ
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Annona squamosa L.
ช่ือสำมญั : Sugar Apple, Custard Apple, Sweet Sap
ช่ืออน่ื : นอ้ ยแน่, มะนอแน่, หมกั เขยี บ
วงศ:์ ANNONACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์
ไมพ้ มุ่ ขนำดเลก็ สูง 3-6 ม. เรอื นยอดเป็นพมุ่ กลม แตกกง่ิ กำ้ นสำขำออกเป็นกำ้ นเลก็ ๆ ผวิ
เกล้ยี ง สเี ทำอมนำ้ ตำล
ใบ ใบเรยี งสลบั ใบเดย่ี ว รูปรหี รอื รูปหอกแกมขอบขนำน กวำ้ ง 3-6
ซม. ยำว 7-13 ซม. โคนใบแหลม ปลำยใบแหลม
ดอก ดอกเดย่ี วออกทซ่ี อกใบ หอ้ ยลง กลบี เล้ยี งมี 3 กลบี กลบี ดอก
6 กลบี เรยี ง 2 ชนั้ ๆ ละ 3 กลบี ชน้ั ในกลบี ดอกจะสน้ั กว่ำชน้ั นอก มสี ี
เหลอื งอมเขยี ว หนำอวบนำ้ มเี กสรเพศผูแ้ ละรงั ไขจ่ ำนวนมำก
ผล ผลกลมุ่ ค่อนขำ้ งกลม ผวิ ขรุขระเป็นช่อง ในแต่ละช่องนน้ั ภำยในเป็นเน้ือสขี ำว และมเี มลด็ สดี ำหรอื สนี ำ้ ตำลเขม้
เน้ือในทำนไดม้ รี สหวำน เปลอื กผลสเี ขยี ว ถำ้ สกุ ตรงขอบ ช่องนูนนน้ั จะออกสขี ำวบบี ดูจะนุ่ม ๆ
ทม่ี ำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/noina.htm
56.มะกดู
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Citrus hystrix DC.
ช่ือสำมญั : Leech lime, Mauritus papeda
วงศ์ : RUTACEAE
ช่ืออน่ื : มะขนุ มะขูด (ภำคเหนือ) มะขู (กะเหร่ยี ง-แมฮ่ ่องสอน) สม้ กรูด สม้ มวั่ ผี (ภำคใต)้
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมต้ น้ ขนำดเลก็ สูง 2-8 เมตร เปลอื กตน้ เรยี บ สนี ำ้ ตำล มหี นำม
แหลมตำมก่งิ กำ้ น ใบ เป็นใบประกอบทม่ี ใี บย่อยใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั ปลำยใบและโคนใบมน
ขอบใบเรยี บ แผ่นใบเรยี บเป็นมนั สเี ขยี วเขม้ มตี ่อมนำ้ มนั อยู่ตำมผวิ ใบ มกี ลน่ิ หอมเฉพำะ กำ้ นใบ
มปี ีกดูคลำ้ ยใบ ดอก ออกเป็นช่อตำมซอกใบทป่ี ลำยกง่ิ ดอกสขี ำว กลบี เล้ยี งมี 5 กลบี กลบี ดอก
มี 5 แฉก โคนกลบี ดอกตดิ กนั ผล เป็นรูปทรงกลมหรอื รูปไข่ โคนผลเรยี วเป็นจกุ ผวิ ขรุขระ มี
ต่อมนำ้ มนั ผลอ่อนสเี ขยี วแก่ สกุ เป็นสเี หลอื ง มรี สเปร้ยี ว เมลด็ กลมรี สขี ำว มหี ลำยเมลด็
ส่วนทใ่ี ช้ : รำก ใบ ผล ผวิ จำกผล
สรรพคณุ :รำก - กระทงุ้ พษิ แกฝ้ ีภำยในและแกเ้สมหะเป็นพษิ
ใบ - มนี ำ้ มนั หอมระเหย
ผล, นำ้ คน้ั จำกผล - ใชแ้ ต่งกลน่ิ สระผมรกั ษำชนั นะตุ รงั แค ทำใหผ้ มสะอำด
ผวิ จำกผล
- ปรุงเป็นยำขบั ลมในลำไส้ แกแ้ น่น
- เป็นยำบำรงุ หวั ใจ
ท่มี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/
57.กญั ชำ
ช่ือพ้นื เมอื ง : กญั ชำ กญั ชำจนี (ทวั่ ไป), คุนเชำ้ (จนี ), ปำง (เง้ยี ว-แมฮ่ ่องสอน),
ยำนอ (กะเหรย่ี ง-แมฮ่ ่องสอน
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Cannabis sativa L.
ช่ือวงศ์ : CANNABIDACEAE
ช่ือสำมญั : Hemp, Indian Hemp, Ganja, Kif, Weed, Grass, Pot
ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ ปีเดยี ว ลำตน้ ตงั้ ตรง สูง 0.9-1.5 ซม. ไมค่ ่อยแตกสำขำ ใบ
เดย่ี ว รูปฝ่ำมอื เรยี งสลบั ขอบใบเวำ้ ลกึ จนถงึ จดุ โคนใบเป็น 5-7 แฉก โคนและ
ปลำยสอบ ขอบจกั ฟนั เลอ่ื ย ดอกแยกเพศ อยู่ต่ำงตน้ ออกเป็นช่อตำมงำ่ มใบ
และปลำยยอด ช่อดอกและใบของตน้ เพศผูจ้ ดั เรยี งตวั กนั หำ่ งๆ ต่ำงจำกตน้ เพศเมยี ท่เี รยี งชดิ กนั ดอกเลก็ ผลแหง้ เมลด็ ลอ่ น เลก็ เรยี บ สนี ำ้ ตำล
ประโยชน์ : เสน้ ใยนำไปทอผำ้ หรอื ทอกระสอบได้ เมลด็ ใหน้ ำ้ มนั ชกั แหง้ ปจั จบุ นั นำกญั ชำมำใชล้ ดควำมดนั ในนยั นต์ ำของคนทเ่ี ป็นตอ้ หนิ
(glaucoma) แต่ผลทไ่ี ดไ้ มช่ ดั เจนยงั ตอ้ งรอกำรพสิ ูจนอ์ ยู่ นอกจำกน้ยี งั นำสำรสำคญั ในเรซนิ มำใชร้ ะงบั กำรอำเจยี นทเ่ี กดิ ข้นึ ในคนทเ่ี ป็นโรคมะเรง็ ซง่ึ
ไดร้ บั กำรรกั ษำโดยวธิ เี คมบี ำบดั (chemotherapy)
โทษ : ยอดของตน้ เพศเมยี ทก่ี ำลงั ออกดอกเรยี ก กะหลก่ี ญั ชำ เมอ่ื ตำกใหแ้ หง้ แลว้ นิยมนำมำใชส้ ูบ กะหลก่ี ญั ชำใหเ้รซนิ ซง่ึ เป็นยำเสพยต์ ดิ ผูท้ เ่ี มำ
กญั ชำจะมอี ำกำรเกดิ ข้นึ ต่ำงๆ กนั ข้นึ อยู่กบั สภำพแวดลอ้ ม อำจมอี ำรมณส์ นุกหรอื โศกเศรำ้ กไ็ ด้ มคี วำมรูส้ กึ เลอะเลอื นในเร่อื งเวลำ บำงคนมอี ำกำร
กำ้ วรำ้ ว แต่บำงคนมคี วำมหวำดกลวั ควำมคดิ สบั สนและเกดิ อำรมณเ์ คลม้ิ ฝนั ฤทธ์ขิ องกญั ชำอยู่ในร่ำงกำยไดน้ ำน 3-5 ชวั่ โมง หลงั จำกน้ผี ูเ้สพจะมี
อำกำรเซอ่ื งซมึ และหวิ กระหำย เมอ่ื สร่ำงเมำแลว้ นิยมกนิ ของหวำน ผูท้ ส่ี ูบเป็นประจำมกั สมองเสอ่ื มและเป็นโรคเก่ยี วกบั ทำงเดินหำยใจ
ทม่ี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/cannabid/csativ_1.htm
58.ชะพลู
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
ช่ือสำมญั : Wildbetal Leafbush
วงศ์ : PIPERACEAE
ช่ืออน่ื : นมวำ (ภำคใต)้ ผกั ปนู ำ ผกั พลูนก พลูลงิ (ภำคเหนือ) เย่เทย้
(กะเหร่ยี ง-แม่ฮ่องสอน)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ ลำตน้ ทอดคลำนไปตำมพ้นื ดนิ สูง
30-80 เซนตเิ มตร ลำตน้ สเี ขยี ว มไี หลงอกเป็นตน้ ใหม่ มรี ำกงอกออกตำม
ขอ้ ใบ เป็นใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั แผน่ ใบบำง ผวิ ใบเรยี บสเี ขยี วเขม้ เป็น
มนั ใบรูปหวั ใจ กวำ้ ง 5-10 ซม. ยำว 7-15 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบเวำ้
ดอก ออกเป็นช่อทซ่ี อกใบรูปทรงกระบอก ดอกเลก็ สขี ำวอดั แน่นอยู่บนแกนช่อดอก ดอกแยกเพศ ผล เป็นผลสด กลม อดั แน่นอยู่บนแกน
ส่วนทใ่ี ช้ : ผล ใบ ทง้ั ตน้ รำก
สรรพคณุ :ผล - เป็นส่วนผสมของยำรกั ษำโรคหดื แกบ้ ดิ
รำก ตน้ ดอก ใบ - ขบั เสมหะ
รำก - แกธ้ ำตพุ กิ ำร บำรุงธำตุ แกท้ อ้ งข้นึ อดื เฟ้อขบั ลม แกบ้ ดิ
ทงั้ ตน้
- แกเ้สมหะ ทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ
- รกั ษำโรคเบำหวำน
วธิ แี ละปริมำณท่ใี ช:้ ชะพลูสดทง้ั 5 จำนวน 7 ตน้ ลำ้ งนำ้ ใหส้ ะอำด ใส่นพ้ อท่วม ตม้ ใหเ้ดอื ดสกั พกั นำมำดม่ื เหมอื นดม่ื นำ้ ชำ
ขอ้ ควรระวงั - จะตอ้ งตรวจนำ้ ตำลในปสั สำวะก่อนดม่ื และหลงั ดม่ื ทกุ ครงั้ เพรำะวำ่ นำ้ ยำน้ที ำใหน้ ำ้ ตำลลดลงเร็วมำก ตอ้ งเปลย่ี นตน้ ชะพลูใหม่ทกุ
วนั ทต่ี ม้ ตม้ ดม่ื ต่อไปทกุ ๆ วนั จนกวำ่ จะหำย
แกท้ อ้ งอดื เฟ้อ ขบั ลม
ใชร้ ำก 1 กำมอื ตม้ กบั นำ้ 2 ถว้ ยแกว้ เคย่ี วใหเ้หลอื 1 1/2 ถว้ ยแกว้ รบั ประประทำนครงั้ ละ 1/2 ถว้ ยแกว้
แกบ้ ดิ
ใชร้ ำกครง่ึ กำมอื ผล 2-3 หยบิ มอื ตม้ กบั นำ้ 2 ถว้ ยแกว้ เค่ยี วใหเ้หลอื 1 ถว้ ย
แกว้ รบั ประทำนครง้ั ละ 1/4 ถว้ ยแกว้
ทม่ี ำ: สรรพคุณสมนุ ไพร 200 ชนดิ (rspg.or.th)
59.ตำลงึ
ช่อื อน่ื ๆ:ผกั แคบ แคเดำ๊ ะ
ชอ่ื สำมญั :Ivy gourd
ชอ่ื วทิ ยำศำสตร:์ Coccinia grandis (L.) Voigt.
วงศ:์ CUCURBITACEAE
ถน่ิ กำเนดิ :เขตรอ้ นช้นื
ลกั ษณะพฤษศำสตร:์ ไมเ้ถำลม้ ลกุ อำยหุ ลำยปี เถำแก่ของตำลงึ จะใหญ่และแขง็ เถำ
ตำลงึ จะมลี กั ษณะกลม สเี ขยี ว ตำมขอ้ มหี นวดเอำไวย้ ดึ เกำะ ใบเป็นใบเดย่ี วออกแบบ
สลบั ใบรูปร่ำงคลำ้ ย 5 เหลย่ี ม ขอบใบเวำ้ เลก็ นอ้ ย บำงครง้ั จะเวำ้ มำก ใบสเี ขยี วเรยี บ
ไมม่ ขี น ดอกเป็นดอกเดย่ี วออกจำกบรเิ วณซอกใบ ดอกแยกเพศกนั อยู่คนละตน้ ดอก
มกี ลบี สเี ขยี ว ปลำยดอกแยกออกเป็น 5 แฉก โคนตดั กนั เป็นกรวย กลบี ดอกสขี ำว
เกสรตวั ผูม้ ี 3 อนั เกสรตวั เมยี มี 1 อนั ผลรูปร่ำงกลมรคี ลำ้ ยแตงแต่เลก็ กว่ำ ผลดบิ สี
เขยี ว เมอ่ื แก่สุกจดั มสี แี ดง
สรรพคุณดำ้ นสมนุ ไพร:ใบ รสเยน็ สรรพคณุ ดบั พษิ รอ้ นถอนพษิ แกแ้ สบคนั แกเ้จบ็
ตำ ตำแดง ตำแฉะ ป้องกนั โลหติ จำง และเลอื ดออกตำมไรฟนั
รำก รสเยน็ สรรพคุณดบั พษิ รกั ษำโรคตำ
เถำ รสเยน็ สรรพคุณรกั ษำโรคตำเจบ็ ถอนพษิ
ทง้ั ตน้ รสเยน็ สรรพคณุ แกโ้ รคผวิ หนงั โรคมะเร็ง โรคหวั ใจ และลดนำ้ ตำลในเลอื ด
ท่มี ำ:1.สว่ นพฤกษศำสตรป์ ่ำไม.้ ช่อื พรรณไมแ้ ห่งประเทศไทย เตม็ สมติ นิ นั ทน์ ฉบบั แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ พ.ศ. 2544. ส่วนพฤกษศำสตรป์ ่ำไม้ สำนกั
วชิ ำกำรป่ำไม้ กรมป่ำไม้ พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2 (ฉบบั แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ). พมิ พท์ ่ี บรษิ ทั ประชำชน จำกดั . 2544.
รวบรวมโดย:ไพร มทั ธวรตั น์ หน่วยอนุรกั ษแ์ ละใชป้ ระโยชนพ์ ชื พรรณ ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ำรวจิ ยั และเรอื นปลูกพชื ทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ วทิ ยำเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม
60.มะขำม
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Tamarindus indica L.
ช่ือสำมญั : Tamarind, Indian Date
วงศ:์ LEGUMINOSAE-CAESALPINOIDEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์
ไมต้ น้ ขนำดกลำงจนถงึ ขนำดใหญ่ สูง 20-25 ม. แตกกง่ิ กำ้ นสำขำมำก เปลอื กตน้
ขรุขระและหนำ สนี ำ้ ตำลอ่อนหรอื สเี ทำดำ
ใบ ใบเรยี งสลบั ใบประกอบแบบขนนกชน้ั เดยี วปลำยคู่ มใี บย่อยขนำดเลก็ 20-40 คู่ ใบ
ย่อยรูปขอบขนำน โคนใบไม่เทำ่ กนั ปลำยใบมนหรอื กวำ้ ง ขอบใบเรยี บ ผวิ ใบเรยี บลน่ื ใบมสี ี
เขยี ว ดำ้ นลำ่ งเสน้ ใบเรยี บ
ดอก ดอกเดย่ี วหรอื ดอกช่อ ออกตำมซอกใบและปลำยกง่ิ ดอกย่อยขนำดเลก็ ดอกสม
บูรณเ์ื พศ กลบี ดอกสเี หลอื งและมจี ดุ ประสแี ดงอยู่กลำงดอก กลบี เล้ยี ง 5 กลบี กลบี ดอก 5
กลบี ขนำดไมเ่ ทำ่ กนั เมอ่ื บำนเสน้ ผ่ำนศูนยก์ ลำง 1.0-1.5 ซม. เกสรตวั ผู ้ 10 อนั ทส่ี มบรู ณม์ ี
3 อนั เกสรตวั เมยี 1 อนั
ผล ฝกั ยำวหรอื โคง้ กวำ้ ง 1.0-2.5 ซม. ยำว 5-15 ซม. เปลอื กผลหนำ แ็็ขง็ เปรำะ สี
นำ้ ตำลหรอื สนี ำ้ ตำลอมเทำ ผลสดเมอ่ื แก่มสี เี ขยี วเขม้ เมอ่ื สกุ มสี นี ำ้ ตำลเน้อื ฉำ่ นำ้ มรี สเปร้ยี ว บำงพนั ธุอ์ ำจหวำน หรอื หวำนอมเปร้ยี ว เมลด็ กลมรมี ี
สดี ำ มี 3-12 เมลด็
ทม่ี ำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/makam.htm
61.มะหำด
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Artocarpus lakoocha Roxb.
ช่ือวงศ์ : Moraceae
ช่ือสำมญั : Lok hat
ลกั ษณะทำงพฤษศำสตร์ :ตน้ : เป็นไมย้ นื ตน้ สูง 15-25 เมตร ลำตน้ ตง้ั ตรง ผวิ เปลอื กนอกค่อนขำ้ งขรุขระสนี ำ้ ตำลดำ หรอื สเี ทำแกมนำ้ ตำล
บรเิ วณเปลอื กของลำตน้ มกั มรี อยแตก และยำงไหลซมึ ออกมำตดิ ตน้
ใบ : เป็นใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รูปไข่ หรอื รูปยำวรี ปลำยแหลม โคนเวำ้ มน กวำ้ ง 5-12 เซนตเิ มตร ยำว 8-15 เซนตเิ มตร ใบอ่อนมขี น ขอบใบหยกั
เป็นฟนั เลอ่ื ยเลก็ ๆ ใบแก่ขอบมกั เรยี บ หูใบเรยี วแหลม
ดอก : ออกเป็นช่อกลมเลก็ ๆ สเี ขยี วอมเหลอื ง ขนำดเลก็ ออกตำมงำ่ มใบ ดอกตวั ผูแ้ ละดอกตวั เมยี อยู่คนละช่อ แต่อยู่บนตน้ เดยี วกนั ดอกตวั เมยี
กลบี ค่อนขำ้ งกลมมน โคนกลบี เชอ่ื มตดิ กนั เป็นหลอด ดอกตวั ผูก้ ลบี เป็นรูปขอบขนำนปลำยกลบี หยกั ยำว 0.5-1 เซนตเิ มตร
ผล : เป็นผลรวม กลมแป้นใหญ่ เสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำง 6-8 เซนตเิ มตร เปลอื กนอกผวิ ขรุขระ เน้อื ผลค่อนขำ้ งนุ่ม สเี ขยี ว เมอ่ื แก่สนี ำ้ ตำลเหลอื ง
เมลด็ : แต่ละผลมี 1 เมลด็ รูปรี
กำรใชป้ ระโยชน์ :- แก่นเน้ือไม้ แกจ้ กุ แน่น แกท้ อ้ งข้นึ อดื เฟ้อ ขบั ลม ผำยลม แกผ้ น่ื คนั แกต้ ำนขโมย เป็นยำระบำย ถำ่ ยพยำธไิ สเ้ดอื นตวั กลม
ถ่ำยพยำธเิ สน้ ดำ้ ย ถำ่ ยพยำธติ วั ตดื ขบั เลอื ด แกล้ ม ถ่ำยพยำธติ วั แบน แกก้ ระษยั แกเ้สน้ เอน็ พกิ ำร แกท้ อ้ งผูกไม่ถ่ำย
- แก่น ใชเ้ป็นยำขบั พยำธติ วั ตดื และพยำธไิ สเ้ดอื น ละลำยกบั นำ้ ทำแกผ้ น่ื คนั แกโ้ รคกระษยั ไตพกิ ำร แกก้ ระษยั ดำน แกก้ ระษยั เสยี ด แกก้ ระษยั
กลอ่ น แกก้ ระษยั ลมพำนไส้ แกก้ ระษยั ทำใหท้ อ้ งผูก แกด้ วงจติ ข่นุ มวั ระสำ่ ระสำย แกน้ อนไม่หลบั แกเ้บอ่ื อำหำร แกร้ อ้ นในกระหำยนำ้ แกป้ สั สำวะ
กระปรบิ กระปรอย ถ่ำยพยำธิ พยำธติ วั ตดื แกท้ อ้ งโรพงุ โต แกจ้ กุ ผำมมำ้ มยอ้ ย แกฝ้ ีในทอ้ ง แกป้ วด แกเ้คอื ง กระจำยโลหติ
- รำก แกไ้ ข้ แกก้ ระษยั เสน้ เอน็ ขบั พยำธิ แกไ้ ขเ้พอ่ื ฝีภำยใน แกพ้ ษิ รอ้ น
- เปลอื ก แกไ้ ข้
ท่มี ำ :http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_04_5.htm
62.กระบก
ช่ือพ้นื เมือง : กระบก กะบก จะบก ตระบก (ภำคกลำง), จำเมำะ (เขมร), ซะองั (ตรำด), บก หมำกบก
(ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ), มะมน่ื มน่ื (ภำคเหนอื ), มะลน่ื หมกั ลน่ื (สโุ ขทยั , นครรำชสมี ำ), หลกั กำย
(ส่วย-สรุ นิ ทร)์
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Irvingia malayana Oliv. ex A. Benn.
ช่ือวงศ์ : IRVINGIACEAE
ช่ือสำมญั : Barking Deer's Mango
ลกั ษณะ : ไมต้ น้ ขนำดกลำงถงึ ขนำดใหญ่ ผลดั ใบ สูง 10-30 ม. ลำตน้ เปลำ โคนตน้ มกั เป็นพอน ใบ
เดย่ี ว เรยี งสลบั รูปไข่ รูปรี หรอื รูปรแี กมรูปขอบขนำนจนถงึ รูปใบหอก ปลำยสอบเรยี วเป็นตง่ิ มน โคน
มน แหลม หรอื เวำ้ เลก็ นอ้ ย ขอบเรยี บ มหี ูใบทม่ี ลี กั ษณะพเิ ศษคอื มว้ นหมุ้ ยอด เรยี วแหลม โคง้
เลก็ นอ้ ยเป็นรูปดำบ ช่อดอกออกตำมงำ่ มใบ และปลำยกง่ิ สขี ำวอมเขยี วอ่อน กลบี เล้ยี ง 5 กลบี กลบี ดอก 5 กลบี เกสรเพศผู ้ 10 อนั ผลรูปกลมรี
หรอื ค่อนขำ้ งเป็นรูปไข่ แบนเลก็ นอ้ ย คลำ้ ยผลมะมว่ งขนำดเลก็ ผลอ่อนสเี ขยี ว ผลแก่สเี หลอื ง มเี น้ือหมุ้ เหมอื นมะมว่ ง เมลด็ แขง็ เน้ือในเมลด็ สขี ำว
มนี ำ้ มนั
ประโยชน์ : กระบกจะผลดั ใบหมดทงั้ ตน้ และจะผลใิ บใหมใ่ นเวลำอนั รวดเรว็ เน้อื ไมแ้ ขง็ และหนกั เส้ยี นตรง ไมแ่ ตกแยกเมอ่ื แหง้ ใชท้ ำฟืน ถำ่ น
ซง่ึ ใหค้ วำมรอ้ นสูง ทำเครอ่ื งมอื กสกิ รรม และสง่ิ ปลูกสรำ้ งท่อี ยู่ในร่ม เน้ือในเมลด็ กนิ ได้ นำ้ มนั ทไ่ี ดจ้ ำกเน้ือในเมลด็ ใชท้ ำอำหำร สบู่ และเทยี นไข
ทม่ี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/irvingia/imalay_1.htm
63.แคแดง
ช่ืออน่ื ๆ:แคบำ้ นดอกแดง แคขำว แคแดง
ช่ือสำมญั : Hummingbird tree, Butterfly tree, AgatiAgasta, Sesban, Vegetable humming bird
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Sesbania grandiflora (L.) Desv.
วงศ:์ LEGUMINOSAE – PAPILIONOIDEAE
ถน่ิ กำเนิด:Trop. Africa, Asia, Australia, S. Pacific Is.
ลกั ษณะทวั่ ไป:ไมพ้ ่มุ ขนำดเลก็ ทรงพมุ่ โปร่ง มกี ำรแตกก่งิ กำ้ นสำขำไมเ่ ป็นระเบยี บ
ฤดูกำรออกดอก:ในสภำพธรรมชำตติ ดิ ดอกออกผลในฤดูฝน
กำรขยำยพนั ธุ:์ กำรเพำะเมลด็ แก่ เป็นวธิ กี ำรทเ่ี หมำะสมทส่ี ดุ เน่ืองจำกมเี ลด็ จำนวนมำก
ขอ้ ดขี องพนั ธุไ์ ม:้
มคี วำมอดทนต่อสภำพดนิ เค็มไดใ้ นระดบั หน่ึง ตอ้ งกำรนำ้ ในระดบั ปำนกลำง
เป็นพนั ธุไ์ มท้ ส่ี ำมำรถใชป้ ระโยชนไ์ ดห้ ลำยอย่ำง เช่น
- ลำตน้ นยิ มใชใ้ นกำรเพำะเหด็ หูหนูไดด้ ี
- ดอกและใบ เป็นอำหำรของคนไทยมำนำน
- เปลอื ก ลำตน้ ดอก ใบ เปลอื กใชเ้ ป็นยำสมนุ ไพร
ขอ้ แนะนำ:แคเป็นพนั ธุไ์ มท้ ค่ี นไทยส่วนใหญ่มองขำ้ มไป อำจจะเป็นดว้ ยรูปลกั ษณท์ ไ่ี มโ่ ดดเดน่ พบเหน็ ไดโ้ ดยทวั่ ไป คุณค่ำอนนั ตท์ ม่ี ีอยู่ในตน้ แคจงึ
ยงั ไม่ค่อยใครเหน็ คุณค่ำ จะมพี รรณไมส้ กั กช่ี นิดทส่ี ำมำรถใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ งั้ แต่เกดิ (ปลูก) ถงึ ตำย
แคเป็นพนั ธุไ์ มท้ ท่ี นต่อสภำพแวดลอ้ มไดด้ ชี นดิ หน่ึง ไม่ตอ้ งกำรกำรดูแลรกั ษำมำก
แต่แคกม็ จี ดุ อ่อนต่อศตั รูพชื บำงชนดิ เหมอื นกนั คอื เพล้ยี แป้ง เอำไวว้ ่ำงๆ จะเขยี นวธิ กี ำรป้องกนั กำจดั ใหน้ ะครบั
ขอ้ มลู อน่ื ๆ:เปลอื ก ตม้ หรอื ฝนรบั ประทำน แกโ้ รคบดิ มตี วั แกม้ กู เลอื ด แกท้ อ้ งเดนิ ทอ้ งร่วง คมุ ธำตุ ภำยนอก ใชช้ ะลำ้ งบำดแผล วธิ กี ำรใช้ ใช้
เปลอื กตน้ ป้ิงไฟ 1 สว่ น ตม้ กบั นำ้ หรอื นำ้ ปนู ใส 10 สว่ น รบั ประทำนครงั้ ละ 1-2 ชอ้ นแกง
ดอก, ใบ รบั ประทำนแกไ้ ขเ้ปลย่ี นอำกำศ วธิ กี ำรใช้ ใบสด ตม้ กบั นำ้ รบั ประทำนลดไข้ ใชย้ อดอ่อนจำนวนไม่จำกดั ลวกจ้มิ กบั นำ้ พรกิ
รบั ประทำนแกป้ วดศีรษะขำ้ งเดยี ว หรอื ใชด้ อกทโ่ี ตเตม็ ทล่ี ำ้ งนำ้ ตม้ กบั หมู ท่ี เรยี กวำ่ หมบู ะช่อ 1 ชำม รบั ประทำนวนั ละ 1 ม้อื รบั ประทำน
ตดิ ต่อกนั 3 - 7 วนั กำรกนิ ดอกแค มเี ทคนคิ งำ่ ยๆ ดงั น้ี ในกรณีทด่ี อกบำนแลว้ ควรเดด็ แกนกำ้ นชูเกสรท้งิ เน่ืองจำกมรี สขม แต่หำกไมร่ งั เกยี จรส
ขมก็ไมจ่ ำเป็นตอ้ งเดด็ ออกก็ได้
ทม่ี ำ:1.http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09.htm
2.Tem Samitinand. Thai Plant Names. Revised Edition 2001. 810 p.
รวบรวมโดย:นพพล เกตปุ ระสำท หน่วยอนุรกั ษแ์ ละใชป้ ระโยชนพ์ ชื พรรณ ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ำรวจิ ยั และเรอื นปลูกพชื ทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ วทิ ยำเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม
64.อะโวคำโด
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ :Persea americana Miller
ช่ือเรียกอน่ื :Avocado, Alligator pear
ช่ือวงศ์ :LAURACEAE
ลกั ษณะ :ไมต้ น้ ไม่ผลดั ใบ สูงถงึ ๑๘ เมตร ใบเดย่ี ว รูปรี ดอกขนำดเลก็ ออกเป็นช่อ สี
เขยี วอ่อน ผล เป็นผลสดเมลด็ เดย่ี ว เน้อื ในผลสเี ขยี วอ่อนรบั ประทำนได้ ประกอบดว้ ย
นำ้ มนั ถงึ 30 เปอรเ์ ซน็ ต์ และเป็นผลไมท้ ม่ี โี ปรตนี สูง
ทม่ี ำ :หนงั สอื พรรณไมใ้ นโครงกำรหลวงอ่ำงขำง
65.มะม่วงหมิ พำนต์
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Anacardium occidentale L.
ช่ือวงศ์ : Anacardiaceae
ช่ือสำมญั : Cashew nut tree
ลกั ษณะทำงพฤษศำสตร์ :ลำตน้ : เป็นไมย้ นื ตน้ ขนำดเลก็ ถงึ กลำง สูง 5-
10 เมตร เรอื นยอดแตกก่งิ แขนงเป็นพมุ่
เปลอื กหนำผวิ เรยี บสนี ำ้ ตำลเทำ
ใบ : เป็นใบเดย่ี ว เรยี งแบบสลบั หนำแน่นทป่ี ลำยยอด แผน่ ใบหนำ ใบรูป
รแี กมรูปไข่กลบั
ผวิ ใบเรยี บเป็นมนั
ดอก : เป็นช่อขนำดใหญ่ ออกตำมปลำยยอด แต่ละช่อมดี อกย่อยจำนวนมำก หลงั ดอกร่วง
จะตดิ ผล
ผล : คลำ้ ยเมลด็ ถวั่ มเี ปลอื กหมุ้ บำงๆ ผลอ่อนสเี ขยี วคลำ้ ผลแก่สนี ำ้ ตำลเขม้ ผลตดิ อยู่ดำ้ นลำ่ ง
ของฐำนรองดอกทข่ี ยำยใหญ่ คลำ้ ยผลชมพู่ มสี เี หลอื ง สแี ดง มเี มลด็ ขนำดใหญ่ 1 เมลด็
กำรใชป้ ระโยชน์ : ยอด : กนิ สดเป็นผกั เหนำะหรอื ยำ
ผลอ่อน : ใส่แกงเลยี ง
ผลแก่ : นำมำควั่ ทอด กนิ เป็นของขบเค้ยี วหรอื ประกอบอำหำร
ฐำนรองดอก : กนิ สดหรอื ยำ
ท่มี ำ:เอ้อื มพร วสี มหมำย และปณิธำน แกว้ ดวงเทยี น. (2547) ไมป้ ่ำยนื ตน้ ของไทย 1. กรงุ เทพฯ : เอช เอน กรปุ๊ .
66.ล้นิ ฟ้ ำ
ช่ือสมนุ ไพร: เพกำ
ช่ืออน่ื ๆ: ล้นิ ฟ้ำ(เลย) ล้นิ กำ้ ง ล้นิ ชำ้ ง(ไทยใหญ่) เพกำ (ภำคกลำง) มะลดิ ไม้
มะล้นิ ไม้ ลดิ ไม้ (ภำคเหนอื ) หมำกล้นิ กำ้ ง หมำกล้นิ ซำ้ ง (ฉำน ภำคเหนือ) กำ
โดโ้ ดง้ (กะเหร่ยี ง กำญจนบรุ )ี ดอ๊ กกะ๊ ดอกะ๊ ดแุ ก (กะเหร่ยี ง แมฮ่ ่องสอน)
เบโก (มำเลย์ นรำธวิ ำส)
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Oroxylum indicum (L.) Kurz
ช่ือวงศ:์ BIGNONIACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ไมย้ นื ตน้ ก่งึ ผลดั ใบหรอื ไมผ่ ลดั ใบ สูง 5-12 เมตร
เรอื นยอดเลก็ กง่ิ เปรำะหกั งำ่ ย แตกกง่ิ กำ้ นนอ้ ย ตน้ ทม่ี อี ำยนุ อ้ ยมกี ่งิ ใหญ่ตรง
กลำงก่งิ เดยี ว เปลอื กเรยี บ มใี บเป็นกลมุ่ ตรงกลำง คลำ้ ยกบั ตน้ ปำลม์
ภำยหลงั จำกออกดอก ลำตน้ จะแยกเป็นกง่ิ ระเกะระกะ เปลอื กตน้ สนี ำ้ ตำล
ครมี อ่อน หรอื เทำอ่อน แตกเป็นสะเกด็ สเ่ี หลย่ี ม และแผลของใบยำวถงึ 150
เซนตเิ มตร เกดิ จำกใบทร่ี ่วงไปแลว้ ลำตน้ และกง่ิ กำ้ นมรี ูระบำยอำกำศ
กระจำยอยู่ทวั่ ไป เปลอื กลำตน้ เรยี บสเี ทำ มรี อยแผลเป็น จำกกำรหลดุ ร่วง
ของใบ ใบประกอบแบบขนนก 3 ชนั้ ปลำยค่ี ใบขนำดใหญ่ ยำว 60-200
เซนตเิ มตร เรยี งตรงขำ้ มกนั อยู่บรเิ วณปลำยก่งิ ใบย่อยรูปไข่ หรอื รูปไข่แกม
วงรี กวำ้ ง 4-8 เซนตเิ มตร ยำว 6-12 เซนตเิ มตร ปลำยยำว ขอบใบเรยี บ ฐำน
ใบสอบแคบ ใบเกล้ยี ง หรอื มขี นสขี ำวสนั้ ๆ ดำ้ นลำ่ ง ทอ้ งใบนวล กำ้ นใบ
บนสดุ แยกออก 1 ครงั้ กำ้ นใบกลำงแยก 2 ครง้ั และกำ้ นใบลำ่ งแยก 3 ครงั้ ทำใหเ้หน็ ใบทง้ั หมดเป็นรูปสำมเหลย่ี ม กำ้ นใบย่อยยำว 5-8
มลิ ลเิ มตร กำ้ นใบขำ้ ง และกำ้ นใบร่วมโคง้ พองออกทฐ่ี ำนและทข่ี อ้ กำ้ นใบยำว 0.5-2 เมตร ดอกช่อขนำดใหญ่แบบกระจะ ออกทป่ี ลำยยอดเป็น
กระจกุ มดี อกย่อย 20-35 ดอก จะบำนพรอ้ มกนั ครำวละ 2-3 ดอก กำ้ นช่อดอกยำว 60-180 เซนตเิ มตร ยน่ื ออกมำนอกทรงพ่มุ ของยอด ดอกย่อย
ขนำดใหญ่ 8-12 เซนตเิ มตร กลบี ดอกสนี วลแกมเขยี วโคนกลบี เป็นหลอดสมี ่วงแดง หรอื มว่ งดำ้ นนอก หลอดกลบี ดอกยำว 2-4 เซนตเิ มตร รูปแตร
กลบี ดอกหนำ ขอบย่น ไม่มพี ู หรอื พไู ม่เท่ำกนั มตี ่อมกระจำยอยู่ดำ้ นนอก ดำ้ นในมขี นหนำแน่น ดอกบำนตอนกลำงคนื มกี ลน่ิ สำบฉุน และร่วง
ตอนเชำ้ มกั จะมดี อกและผลในก่งิ เดยี วกนั เกสรตวั ผู ้ 5 อนั ตดิ กบั หลอดดอก โคนกำ้ นมขี น เกสรตวั เมยี มี 1 อนั กลบี เล้ยี งยำว 2-4 เซนตเิ มตร มี
กลบี เล้ยี ง 5 กลบี เชอ่ื มตดิ กนั เป็นรูปทรงกระบอก ปลำยไมแ่ ยกเป็นกลบี อย่ำงเด่นชดั เมอ่ื เป็นผล กลบี เล้ยี งน้ีจะเจรญิ เป็นเน้ือแขง็ มำก ผลเป็นฝกั
แบน โคง้ เลก็ นอ้ ยทฐ่ี ำน มสี นั เลก็ ๆทด่ี ำ้ นขำ้ ง คลำ้ ยรูปล้นิ หอ้ ยอยู่เหนอื เรอื นยอด กวำ้ ง 6-10 เซนตเิ มตร ยำว 30-120 เซนตเิ มตร สนี ำ้ ตำลเขม้ สี
แดง ตดิ ฝกั ยำก ฝกั เป็นรูปดำบ เมอ่ื แก่จะแตกเป็น 2 ซกี เมลด็ แบนสขี ำว ขนำด 4-8 เซนตเิ มตร มปี ีกบำงโปร่งแสง พบบรเิ วณป่ำเตง็ รงั ป่ำท่งุ ป่ำ
ผสมผลดั ใบ บรเิ วณ ไร่ สวน ออกดอกช่วงเดอื นมนี ำคมถงึ กรกฎำคม ยอดอ่อนรสชำตขิ ม และดอก นำมำลวกกนิ เป็นผกั ฝกั แก่ทย่ี งั ไม่แขง็ จะมรี ส
ขมใชป้ ระกอบอำหำรได้ แต่ตอ้ งทำใหร้ สขมหมดไปโดยกำรเผำไฟใหผ้ วิ ไหมเ้กรยี ม แลว้ ขดู ผวิ ทไ่ี ฟไหมอ้ อก นำมำหนั่ เป็นฝอย แลว้ คน้ั นำ้ หลำยๆ
หน แลว้ จงึ นำมำปรงุ อหำรได้ เช่น ผดั แกง เป็นผกั จ้มิ นำ้ พรกิ
ท่มี ำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=84
67.สะเดำ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton
ช่ือสำมญั : Siamese neem tree, Nim , Margosa, Quinine
วงศ์ : Meliaceae
ช่ืออน่ื : สะเลยี ม (ภำคเหนือ) กะเดำ (ภำคใต)้
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมต้ น้ สูง 5-10 เมตร เปลอื กตน้ แตกเป็นร่องลกึ
ตำมยำว ยอดอ่อนสนี ำ้ ตำลแดง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรยี งสลบั รูป
ใบหอก กวำ้ ง 3-4 ซม. ยำว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ำกนั ขอบใบจกั เป็นฟนั เลอ่ื ย
แผ่นใบเรยี บ สเี ขยี วเป็นมนั ดอก ออกเป็นช่อทป่ี ลำยก่งิ ขณะแตกใบอ่อน ดอกสี
ขำวนวล กลบี เล้ยี งมี 5 แฉก โคนตดิ กนั กลบี ดอกโคนตดิ กนั ปลำยแยกเป็น 5
แฉก ผล รูปทรงรี ขนำด 0.8 - 1 ซม. ผวิ เรยี บ ผลอ่อนสเี ขยี ว สกุ เป็นสเี หลอื งสม้
เมลด็ เดย่ี ว รูปรี
ส่วนทใ่ี ช้ : ดอกช่อดอก ขนอ่อน ยอด เปลอื ก กำ้ นใบ กระพ้ี ยำง แก่น รำก ใบ
ผล ตน้ เปลอื กรำก นำ้ มนั จำกเมลด็
สรรพคณุ :
ดอก ยอดอ่อน - แกพ้ ษิ โลหติ กำเดำ แกร้ ดิ สดี วงในลำคอ คนั ดุจมตี วั ไต่อยู่
บำรุงธำตุ ขบั ลม ใชเ้ป็นอำหำรผกั ไดด้ ี
ขนอ่อน - ถำ่ ยพยำธิ แกร้ ดิ สดี วง แกป้ สั สำวะพกิ ำร
เปลอื กตน้ - แกไ้ ข้ เจรญิ อำหำร แกท้ อ้ งเดนิ บดิ มกู เลอื ด
กำ้ นใบ - แกไ้ ข้ ทำยำรกั ษำไขม้ ำลำเรยี
กระพ้ี - แกถ้ งุ นำ้ ดอี กั เสบ
ยำง - ดบั พษิ รอ้ น
แก่น - แกอ้ ำเจยี น ขบั เสมหะ
รำก - แกโ้ รคผวิ หนงั แกเ้สมหะ ซง่ึ เกำะแน่นอยู่ในทรวงอก
ใบ,ผล - ใชเ้ป็นยำฆ่ำแมลง บำรุงธำตุ
ผล มสี ำรรสขม - ใชเ้ป็นยำถำ่ ยพยำธิ และยำระบำย แกโ้ รคหวั ใจเดนิ ผดิ ปกติ
เปลอื กรำก - เป็นยำฝำดสมำน แกไ้ ข้ ทำใหอ้ ำเจยี น แกโ้ รคผวิ หนงั
นำ้ มนั จำกเมลด็ - ใชร้ กั ษำโรคผวิ หนงั และยำฆ่ำแมลง
ท่มี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09_15.htm
68.ใบเตย
ช่อื วทิ ยำศำสตร:์ Pandanus amaryllifolius เป็นไมย้ นื ตน้ พมุ่
เลก็ ข้นึ เป็นกอ ลำตน้ อยู่ใตด้ นิ ใบเป็นใบเดย่ี ว เรยี งสลบั เวยี น
เป็นเกลยี วข้นึ ไปจนถงึ ยอด ใบเป็นทำงยำว สเี ขม้ ค่อนขำ้ งแขง็
เป็นมนั เผอื ก ขอบใบเรยี บ ในใบมกี ลน่ิ หอมจำกนำ้ มนั หอมระเหย
Fragrant Screw Pine สเี ขยี วจำกใบเป็นสขี องคลอโรฟิลล์ ใช้
แต่งสขี นมได้
กำรใชป้ ระโยชน์:
ในบงั กลำเทศเรยี กว่ำ ketaki ใชเ้พม่ิ กลน่ิ หอมของ ขำ้ วพลิ ำฟ
หรอื ขำ้ วปเุ ลำ บริ ยำนี และพดุ ด้งิ มะพรำ้ ว payesh ในอนิ โดนีเซยี
เรยี ก pandan wangi พมำ่ เรยี ก soon-mhway ในศรลี งั กำ
เรยี ก rampe ใบใชไ้ ดท้ งั้ ใบสดและใบแหง้ และมขี ำยในรูปใบแช่แขง็ ในประเทศทป่ี ลูกไมไ่ ด้ ใชป้ รุงกลน่ิ ในอำหำรของหลำยประเทศเช่น อนิ โดนเี ซยี
สงิ คโปร์ ฟิลปิ ปินส์ มำเลเซยี ไทย บงั กลำเทศ เวยี ดนำม จนี ศรลี งั กำ และพมำ่ โดยเฉพำะขำ้ วและขนม
ท่มี ำ: https://th.wikipedia.org/
69.ไผ่
ไผ่ เป็นไมพ้ มุ่ หลำยชนิดและหลำยสกลุ ใน วงศห์ ญำ้ (วงศ์
Poaceae; เดมิ คอื วงศ์ Gramineae) วงศย์ ่อย
Bambusoideae เป็นไมไ้ ม่ผลดั ใบใน ข้นึ เป็นกอ ลำตน้ เป็น
ปลอ้ งๆ เช่น ไผ่จนี (Arundinaria suberecta Munro) ไผ่
ป่ำ (Bambusa arundinacea Willd.) ไผส่ สี ุก (B. flexuosa
Munro และ B. blumeana Schult.) ไผ่ไร่ (Gigantochloa
albociliata Munro) ไผ่ดำ (Phyllostachys nigra Munro)
ผลผลติ จำกไผ่ทส่ี ำคญั คอื หน่อไม้ ซง่ึ เป็นอำหำรสำคญั ของ
คนไทย นิยมทำนกนั มำกในเกอื บทกุ ภำคของประเทศไทย
โดยเฉพำะภำคเหนือ
และอสี ำน นอกจำกน้ไี มไ้ ผ่ยงั มคี ุณสมบตั พิ เิ ศษทงั้ ดำ้ นควำมแขง็ แรงและยดื รหย่นุ ทเ่ี หนอื กวำ่ วสั ดสุ งั เครำะห์
หลำยชนิด ดงั นน้ั จงึ ยงั ไดร้ บั ควำมนยิ มในกำรทำเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชห้ ลำยประเภท ใชช้ ะลอนำ้ ทเ่ี ขำ้ ป่ำชำยเลน
นงั่ รำ้ นก่อสรำ้ งและบนั ได เป็นตน้
ท่มี ำ: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88
70.ปำลม์
ปำลม์ เป็นพนั ธุไ์ มใ้ นเขตรอ้ น ทม่ี หี ลำยลกั ษณะคอื เป็นไมพ้ ่มุ ไมย้ นื ตน้ และไม้
เล้อื ย เป็นพชื ใบเล้ยี งเดย่ี ว เป็นพนั ธุไ์ มท้ น่ี ่ำศึกษำ และน่ำสนใจเป็นอย่ำงยง่ิ ซง่ึ
เป็นตระกูลหน่งึ ทม่ี อี ะไร ๆ พเิ ศษ และแปลกกว่ำพนั ธุไ์ มใ้ นตระกูลอน่ื ๆ มำก
เช่น เป็นพนั ธุไ์ มท้ ม่ี ลี ำตน้ สูงชะลดู ไม่มกี ง่ิ กำ้ น หรอื แขนง ยกเวน้ พวก Doum
palm บำงซนดิ มลี ำตน้ เล้อื ยเป็นเถำ บำงชนดิ แตกเป็นหน่อเป็นกอ บำงชนดิ มลี ำ
ตน้ เป็นหนำม ขนำดของลำตน้ อำจมเี สน้ ผำ่ ศูนยก์ ลำงวดั ได้ 3-5 ฟตุ หรอื บำง
ชนิดไม่มลี ำตน้ เลย ลำตน้ ไมม่ ี Cambium ลกั ษณะใบมหี ลำยลกั ษณะคอื ใบรูป
ใบพดั ใบขนนก บำงชนดิ มใี บใหญ่ บำงชนิดใบเลก็ รำกของปำลม์ ก็มหี ลำยชนิด
มที ง้ั แตกใตด้ นิ และแตกเหนอื พ้นื ดนิ ลกั ษณะดอก มที งั้ ดอกสมบรู ณเ์ พศและไม่
สมบูรณเ์ พศ บำงชนดิ มตี น้ ตวั ผูแ้ ละตน้ ตวั เมยี ในกำรจำแนกปำลม์ จะใชล้ กั ษณะ
ของดอก ผล มำกกวำ่ ลกั ษณะของใบ สว่ นมำกดอกมขี นำดเลก็ สขี ำว กลน่ิ หอม
อ่อน ๆ สำมำรถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นดนิ เกอื บทกุ ชนดิ และสำมำรถอยู่ไดใ้ นสภำวะ
แวดลอ้ มต่ำง ๆ กนั แมแ้ ต่ในถน่ิ ทม่ี อี ำกำศหนำวเยน็ อยู่บำ้ ง ก็สำมำรถทนทำน
อยู่ได้ สำหรบั ปำลม์ บำงพนั ธุ์ ในทะเลทรำยกย็ งั ต่อสูข้ ้นึ อยู่ได้ ถำ้ พดู กนั ถงึ
ควำมสำคญั ของพนั ธุไ์ มใ้ นทำงใชป้ ระโยชนแ์ ลว้ ปำลม์ เป็นพนั ธุไ์ มท้ ใ่ี หป้ ระโยชน์
แก่มนุษย์ ในอนั ดบั ท่ี 2 รองจำกพชื ตระกูลหญำ้ ซง่ึ พนั ธุไ์ มห้ ลำยชนดิ ทค่ี นไทย
ใชอ้ ยู่ในชวี ติ ประจำวนั เช่น หมำก ตำล มะพรำ้ ว ลำน จำก หวำย ชดิ ระกำ สำคู
เป้ง ปำลม์ นำ้ มนั กเ็ ป็น พนั ธุไ์ มใ้ นตระกูลปำลม์ ทง้ั ส้นิ และปจั จบุ นั ก็ไดม้ กี ำรนำปำลม์ ชนิดต่ำง ๆ มำใชใ้ นกำรประดบั ตกแต่งสถำนท่ี และกำรจดั สวน
กนั อย่ำงแพร่หลำย เพรำะลกั ษณะพเิ ศษของไมใ้ นตระกูลน้ี มที งั้ ควำมสงำ่ งำม ควำมนุ่มนวลอ่อนชอ้ ย และควำมแขง็ แกร่ง
ท่มี ำ: http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1/
71.ข่ำ
ขำ่ ภำษำองั กฤษ Galanga, Greater galangal, False
galangal
ข่ำ ชอ่ื วทิ ยำศำสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd. จดั อยู่ใน
วงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดยี วกบั กระชำย กระชำยดำ
กระชำยแดง กระวำน กระวำนเทศ ขงิ ขม้นิ เร่ว เปรำะป่ำ
เปรำะหอม ว่ำนนำงคำ และวำ่ นรำกรำคะ
นอกจำกน้ขี ำ่ ยงั มชี ่อื ทอ้ งถน่ิ อน่ื ๆ อกี เช่น สะเอเชย เสะเออ
เคย (แม่ฮ่องสอน), ข่ำ
หยวก (ภำคเหนอื ), ข่ำ
หลวง (ภำคเหนอื -ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ), กฎกุ กโรหนิ ี (ภำคกลำง) เป็นตน้
ท่มี ำ: https://beezab.com/
72.ข้ีเหลก็
ช่ือสมนุ ไพร: ข้เี หลก็
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Cassia siamea (Lamk.) Irwin et Barneby
ช่ือวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIOIDEAE)
ช่ือพอ้ ง: Cassia florida Vahl, Cassia siamea Lam.
ช่ือทอ้ งถน่ิ : ข้เี หลก็ แก่น, ข้เี หลก็ บำ้ น, ข้เี หลก็ หลวง, ข้เี หลก็ ใหญ่, ผกั จ้ี
ล้,ี แมะข้เี หละพะโด, ยะหำ
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์ ไมต้ น้ ลำตน้ มกั คดงอเป็นป่มุ เปลอื กสเี ทำ
ถงึ นำ้ ตำลดำ ก่งิ อ่อนมลี ำยตำมยำว และมขี นละเอยี ดนุ่ม ใบเป็นใบ
ประกอบแบบขนนกปลำยคู่ ออกเรยี งสลบั กนั ตวั ใบย่อยเป็นรูปขอบ
ขนำน ดำ้ นบนเกล้ยี ง ดำ้ นลำ่ งมขี นนุ่ม ดอกออกเป็นช่อ ออกตำมปลำยกง่ิ กลบี ดอกมสี เี หลอื ง ผลเป็นฝกั แบน มลี กั ษณะแคบและยำว เมอ่ื แก่จดั จะ
มสี ดี ำ เมลด็ รูปไข่ ยำว แบน มสี นี ำ้ ตำลอ่อน เรยี งตวั ตำมขวำง
สว่ นทใ่ี ชเ้ ป็นยำ
- ใบ รกั ษำอำกำรทอ้ งผูก ใชเ้ป็นยำระบำย
สำรสำคญั ทเ่ี ช่ือวำ่ เป็นสำรออกฤทธ์ิ
Anthraquinone มฤี ทธ์เิ ป็นยำถ่ำย
ท่มี ำ: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cassiasi.html
73.แตงโม
ช่ือทำงวทิ ยำศำสตร:์ Citrullus lanatus
แตงโม เป็นผลไมเ้มอื งรอ้ น มชี ่อื เรยี กแตกต่ำงกนั คอื ภำคอสี ำนเรยี กว่ำ บกั โม
ภำคเหนือเรยี กวำ่ บะเตำ้ คนตรงั เรยี กวำ่ แตงจนี มชี อ่ื สำมญั วำ่ Watermelon
แปลวำ่ "แตงนำ้ " เพรำะในผลแตงโมมนี ำ้ เป็นส่วนใหญ่ ชอ่ื วทิ ยำศำสตรว์ ำ่
Citrullus lanatus (Thub.) Matsum. & Nakai
• แตงโมมถี น่ิ กำเนดิ อยู่ในทวปี แอฟรกิ ำ แถบทะเลทรำยคำลำฮำรี เขำ้ สูอ่ เมรกิ ำโดย
ทำสผวิ ดำทถ่ี กู นำไปใชแ้ รงงำนในไร่ จำกนนั้ กไ็ ดแ้ พร่ขยำยไปสู่ทวปี ยโุ รปและเอเซยี
• แตงโมเป็นไมเ้ถำวงศเ์ ดยี วกบั แตงกวำ แคนตำลูปและฟกั ลำตน้ เป็นเถำเล้อื ยแผไ่ ปตำมพ้นื ดนิ ใบมลี กั ษณะเวำ้ ลกึ 3-4 หยกั กำ้ นใบยำว ทง้ั เถำ
และใบมขี นอ่อนปกคลมุ ผลแตงโมมที ง้ั แบบกลม กลมรี และทรงกระบอก ขนำดเสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำงผล 15-40 ซม. เปลอื กแขง็ สเี ขยี ว สเี ขยี วเขม้
และสเี หลอื ง บำ้ งก็มลี วดลำยสขี ำวเป็นแถบยำวจำกขว้ั ถงึ ปลำยผล รสรำตทิ เ่ี ด่นเป็นเอกลกั ษณข์ องแตงโมคอื หวำนกรอบ และฉำ่ นำ้ ในเน้ือมเี มลด็ สี
ดำขนำดเลก็ แทรกอยู่บรเิ วณใจกลำงผล
• แตงโมทป่ี ลูกกนั ในปจั จบุ นั แบง่ ออกไดเ้ป็น 3 กลมุ่ ใหญ่ ๆ ตำมลกั ษณะของผลและเมลด็ หรอื พนั ธุธ์ รรมดำ พนั ธุไ์ ม่มเี มลด็ และพนั ธุก์ นิ เมลด็
• แตงโมทป่ี ลูกกนั ในปจั จบุ นั แบง่ ออกไดเ้ป็น 3 กลมุ่ ใหญ่ ๆ ตำมลกั ษณะของผลและเมลด็ คอื พนั ธุธ์ รรมดำ พนั ธุไ์ ม่มเี มลด็ และพนั ธุก์ นิ เมลด็
o แตงโมพนั ธุธ์ รรมดำ มกั จะเป็นพนั ธุจ์ ำกต่ำงประเทศมรี สชำตวิ ำนจดั และขนำดเมลด็ เลก็ เช่น พนั ธุช์ ูกำรเ์ บบ้ี ชำรล์ สตนั -เกรย์ เยลโลว์ และเบบ้ี
เป็นตน้ ช่อื ทต่ี งั้ กจ็ ะสอ่ื ถงึ คณุ สมบตั เิ ด่นของแตงโมพนั ธุด์ งั กลำ่ วนอกจำกน้ียงั มี แตงโมจนิ ตหรำ ผลยำวรี ผวิ เปลอื กสเี ขยี วเขม้ มลี ำย เน้ือแดง
แตงโมตอรป์ ิโด ผลยำวรี ขนำดใหญ่กวำ่ แตงจนิ ตหรำ ผวิ เปลอื กสเี ขยี วเขำ้ มเี น้ือสแี ดง แตงโมกนิ รี เป็นแตงผลกลม ผวิ เขยี ว เน้อื เอง แตงโมไดอำ
น่ำ ผวิ เปลอื กสเี หลอื งคลำ้ ยแตงไทยแต่ผำ่ เขำ้ ไปแลว้ เน้ือสชี มพแู ดง เน้ือกรอบ รสหวำน และยงั มพี นั ธุพ์ ้นื เมอื งอน่ื ๆ ลกั ษณะผลกลม มที งั้ ขนำด
เลก็ และขนำดใหญ่ ส่วนแตงโมทม่ี สี เี หลอื ง เน้อื ฉำ่ นำ้ รสหวำนจดั ไดแ้ ก่ แตงโมนำ้ ผ้งึ พนั ธุผ์ ลกลม เน้ือสเี หลอื ง แตงโมตอรป์ ิโดนำ้ ผ้งึ ผลยำวรี ผวิ
เขยี วเขม้ เน้ือสเี หลอื จดั รสหวำนมำก แตงโมจวิ๋ หรอื แตงโมจนี ผลขนำดใหญ่กวำ่ กำปนั้ เลก็ นอ้ ย เน้อื สเี หลอื งฉำ่ นำ้ รสหวำน
o แตงโมพนั ธุไ์ มม่ เี มลด็ เป็นพนั ธุผ์ สมทผ่ี ลติ ข้นึ มำเพอ่ื งกำรสง่ ออกโดยเฉพำะ เช่น พนั ธุแ์ บลก็ บอล (Black Ball) ทม่ี เี ปลอื กสเี ขยี วเขม้ ผลกลม
รำวกบั ลูกบำล ไม่มเี มลด็ แก่มแี ต่เมลด็ อ่อนสขี ำว และยงั ไม่ แตงโมผลสเ่ี หลย่ื ม ซง่ึ เกดิ จำกกำร
เล้ยี งผลแตงโมใหโ้ ตในกลอ่ งสเี หลย่ี ม เพอ่ื สะดวกในกำรขนสง่
o แตงโมพนั ธุก์ นิ เมลด็ เพำะปลูกเพอ่ื เอำเมลด็ มำควั่ เป็นเมลด็ "กวยจ้"ี ไวก้ นิ เลน่ แตงโมพนั ธุก์ นิ
เมลด็ เป็นแตงโมทเ่ี น้ือนย้ ภำยในผลเตม็ ไปดว้ ยเมลด็ ขนำดใหญ่
แตงโมเป็นผลไมอ้ อกสู่ตลำดตลอดทง้ั ปี แต่ฤดูกำลของแตงโมจรงิ ๆ นน้ั อยู่ระหว่ำงเดอื น
มกรำคมถงึ เมษำยน สำมำรถปลูกไดท้ วั่ ทกุ ภำค แหลง่ ปลูกสำคญั อยู่ทจ่ี งั หวดั ยโสธร และ
แม่ฮ่องสอน เป็นตน้ แตงโมเป็นผลไมก้ นิ สดและนำมำปนั่ ทำเป็นนำ้ แตงโม เยน็ ฉำ่ ชน่ื ใจ
นอกจำกนนั้ ยงั นำมำแกะสลกั เพอ่ื ประดบั ตกแต่งโตะ๊ อำหำร เพรำะผลแตงโมมเี ปลอื กเขยี ว เน้อื เปลอื กขำว เน้อื แตงสแี ดงหลำกสสี นั
ท่มี ำ: http://pirun.ku.ac.th/~b521010235/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A1.html
74.ออ้ ย
ลกั ษณะทวั่ ๆ ไป และลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
รำกของออ้ ยนนั้ จะเป็นรำกทอ่ี ยู่ใตด้ นิ มขี นำดใหญ่กระจำยทวั่ ลำตน้ มคี วำมยำวประมำณ 100
เซนตเิ มตร โดยรำกของออ้ ยนน้ั จะแบ่งออกเป็น 2 ชดุ ดว้ ยกนั ทงั้ รำกของท่อนพนั ธุ์ ทไ่ี ชล้ ำเลยี งนำ้
และธำตอุ ำหำรจนกว่ำหน่ออ่อนจะเตบิ โต และรำกชนดิ น้ีจะหมดสภำพไปเอง ต่อไปกค็ อื รำกของ
หน่อ คอื รำกขนำดใหญ่ทเ่ี จรญิ ออกจำกป่มุ รำกของหน่อทเ่ี ตบิ โตแลว้ รำกของออ้ ยนนั้ จะมกี ำร
เตบิ โตทดแทนกนั อย่ำงสมำ่ เสมอ และรำกเก่ำกจ็ ะหมดสภำพลงไปตำมกำลเวลำ
ลำตน้ ขนำดใหญ่ของออ้ ยนนั้ จะประกอบไปดว้ ยขอ้ ปลอ้ งจำนวนมำก ปลอ้ งเหลำ่ น้ีจะยำวหร่อื สน้ั ก็
จะข้นึ งยู่กบั ปรมิ ำณนำ้ ทไ่ี ดร้ บั ยง่ิ มนี ำ้ มำก ปลอ้ งก็จะยำวและทำใหล้ ำตน้ สูงใหญ่ตำม
รูปร่ำงของปลอ้ ง (internode patterns)
ปลอ้ งมรี ูปร่ำงแตกต่ำงกนั หลำยรูปทรงมำกมำย เช่น เป็นรูปทรงกระบอก (cylindrical) มดั ขำ้ วตม้
(tumescent) กลำงคอด (bobbin-shaped) โคนใหญ่ (conoidal) โคนเลก็ (obconoidal) หรอื
โคง้ (curved) ขอ้ และปลอ้ งเหลำ่ น้ีจะมสี ่วนประกอบมำกมำยกว่ำสบิ อย่ำงดว้ ยกนั เช่น ตำ บรเิ วณเกดิ รำก (root band หรอื rootring หรอื root
zone)หรอื อำณำเขตทอ่ี ยู่ระหวำ่ งรอยกำบ และวงเจรญิ ป่มุ รำก (root primordia หรอื root initials) หรอื จดุ ทร่ี ำกจะเจรญิ ออกมำ วงเจรญิ หรอื วง
แหวน (growth ring) รอยกำบ (leaf scar หรอื sheath scar)เป็นรอยทเ่ี กดิ ข้นึ หลงั จำกกำบใบหลดุ แลว้ วงไข (wax ring) ส่วนทม่ี ไี ขเกำะ
มำกกว่ำส่วนอน่ื ๆ รอยแตกต้นื หรอื รอยแตกลำยงำ (corky cracks) รอยแตกเลก็ ๆ บรเิ วณผวิ เปลอื ก รอยแตกลกึ (growth crack หรอื rind
crack) รอยแตกขนำดใหญ่ตำมควำมยำวของลำตน้ ลกึ เขำ้ ไปในเน้ือออ้ ย รอยตกสะเก็ด (corky patch) ร่องตำ (bud furrow หรอื bud groove)
เหมอื นใบขำ้ วทข่ี นำดใหญ่ข้นึ ใบออ้ ยจะมี 2 ส่วนดว้ ยกนั คอื กำบใบและแผน่ ใบ
กำบใบ คอื ส่วนทโ่ี อบรอบลำตน้ สลบั ซำ้ ย ขวำไปมำจำกตน้ ถงึ ปลำยลำตน้
แผน่ ใบ เป็นสว่ นทถ่ี ดั เขำ้ ไปจำกกำบใบ จะมแี กนตรงกลำงทท่ี ำใหแ้ ผน่ ใบมลี กั ษณะแขง็ ตงั้ ตรงได้
ดอกของออ้ ยนนั้ จะเป็นดอกเลก็ ๆทต่ี ดิ กนั เป็นคู่ ๆ แต่ในหน่งึ คู่กจ็ ะแยกออกเป็นดอกทม่ี กี ำ้ นและไม่มกี ำ้ น แตล่ ะดอกจะมขี นสขี ำวอยู่ทร่ี อบฐำน
เมอ่ื ดอกบำน ขนเหลำ่ น้ีก็จะกำงออกรอบ ๆ เป็นรศั มเี ลก็ ๆ
เมลด็
เมลด็ ออ้ ยมลี กั ษณะคลำ้ ยเมลด็ ขำ้ วทม่ี ขี นำดเลก็ ลงมำหลำยเท่ำ และจะตดิ อยู่กบั ตวั ดอกอย่ำงแน่น เรำจะเรยี กเมลด็ ออ้ ยวำ่ ฟซั ซ์ หรอื ฟลฟั ฟ์ (fuzz
หรอื fluff) และเมลด็ เหลำ่ น้ีก็จะนำไปเพำะใหม่ต่อไป
ทม่ี ำ: http://canethai.blogspot.com/
75.เผือกจนี
ช่อื วทิ ยำศำสตร:์ Colocasia esculenta (L.) Schott จดั อยู่ในวงศบ์ อน
(ARACEAE)
เผอื กมสี ำยพนั ธุม์ ำกกวำ่ 200 พนั ธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ประเภท
เอดโด (eddoe) ไดแ้ ก่ Colocasia esculenta var. antiquorum หรอื
Colocasia esculenta var. globulifera ประเภทน้ีจะเป็นเผอื กทม่ี หี วั ขนำดไม่
ใหญ่ และมหี วั เลก็ กวำ่ ลอ้ มรอบอยู่หลำยหวั ทกุ หวั ใชร้ บั ประทำนและใชท้ ำพนั ธุ์
ได้ สว่ นอกี ประเภทคอื ประเภทแดชนี (dasheen) ไดแ้ ก่ Colocasia
esculenta var. esculenta ประเภทน้เี ป็นเผอื กทม่ี หี วั ขนำดใหญ่ และมหี วั ขนำดเลก็ ลอ้ มรอบ ใชร้ บั ประทำนได้ เผอื กประเภทน้ีไดแ้ ก่ เผอื กหอม
ซง่ึ เป็นพนั ธุท์ น่ี ยิ มปลูกทวั่ ไปในบำ้ นเรำ
เผอื กในเมอื งไทยเท่ำทท่ี รำบจะมอี ยู่ดว้ ยกนั 4 ชนดิ ไดแ้ ก่ เผอื กหอม (ชนดิ หวั ใหญ่ แต่ละหวั มนี ำ้ หนกั ประมำณ 2-3 กโิ ลกรมั และมหี วั เลก็ ตดิ อยู่
กบั หวั ใหญ่เลก็ นอ้ ย ใชต้ ม้ รบั ประทำนได้ มกี ลน่ิ หอม สว่ นกำบใบเป็นสเี ขยี ว มขี นำดใหญ่), เผอื กเหลอื ง (หวั สเี หลอื งขนำดย่อม), เผอื กไม้ หรอื
เผอื กไหหลำ (หวั มขี นำดเลก็ ) และเผอื กตำแดง (ตำของหวั เป็นสแี ดงเขม้ มหี วั เลก็ ลอ้ มรอบหวั ใหญ่เป็นกลมุ่ จำนวนมำก กำบใบและเสน้ ใบเป็นสี
แดง)
ลกั ษณะของเผือก
ตน้ เผอื ก เผอื กมถี น่ิ กำเนดิ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ละเอเชยี ใต้ ปจั จบุ นั มกี ำรเพำะปลูกกนั มำกทำงเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ จนี อนิ เดีย แอฟรกิ ำ
และในหมเู่ กำะในอเมรกิ ำกลำง แต่มกั จะปลูกเพอ่ื ใชบ้ รโิ ภคภำยในทอ้ งถน่ิ มำกกว่ำปลูกเพอ่ื กำรคำ้ ในตลำดโลก โดยจดั เป็นพชื ลม้ ลกุ ทม่ี อี ำยุหลำยปี
ดู มลี ำตน้ เป็นหวั อยู่ใตด้ นิ ลกั ษณะของหวั เป็นรูปลูกข่ำงกลม สนี ำ้ ตำล และมขี นำดใหญ่ และมหี วั เลก็ ๆ อยู่ลอ้ มรอบ หวั จะมรี ูปร่ำงและขนำดท่ี
แตกต่ำงกนั ออกไป โดยปกตลิ ำตน้ มคี วำมสูงประมำณ 0.4-2 เมตร
ใบเผอื ก ใบเป็นใบเดย่ี วเรยี งเวยี น มขี นำดใหญ่ ลกั ษณะของใบเป็นรูปหวั ใจหรอื เป็นรูปลูกศรแกมรูปหวั ใจ ปลำยใบแหลม โคนใบแต่ละดำ้ นกลม
หรอื เป็นเหลย่ี ม เหน็ เสน้ ใบไดช้ ดั เจน กำ้ นใบอำจยำวไดถ้ งึ 1 เมตร มขี นำดและสที ต่ี ่ำงกนั ตำมสำยพนั ธุ์ โดยใบจะเกดิ จำกใตด้ นิ
ดอกเผอื ก ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกเป็นช่อเชงิ ลดมกี ำบ ออกเดย่ี วหรอื หลำยช่อ กำ้ นช่อดอกมคี วำมยำวประมำณ 15-30 เซนตเิ มตร สนั้ กว่ำกำ้ นใบ
กำบหมุ้ ช่อดอกยำวประมำณ 15-35 เซนตเิ มตร ลกั ษณะตงั้ ตรงเป็นสเี ขยี ว ปลำยกำบเรยี วแหลมยำวคลำ้ ยหำง ช่อดอกสน้ั กวำ่ กำบ ดอกจะทยอย
บำนเรอ่ื ย ๆ ดอกเพศเมยี มกั จะไมม่ ี ส่วนดอกเพศผูใ้ นหน่งึ ดอกจะมกี ำ้ นเกสรเพศผู ้ 2-3 กำ้ น
ผลเผอื ก ผลเป็นสเี ขยี วเปลอื กบำง ไมค่ ่อยมเี มลด็ แต่บำงสำยพนั ธุก์ ็ตดิ เมลด็ ได้
ท่มี ำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1726&code_db=610010&code_type=01
76.พล(ู เค้ยี วหมำก)
พลู (ชอ่ื วทิ ยำศำสตร:์ Piper betle) เป็นพชื ชนดิ หน่ึง อยู่ในวงศ์
พรกิ ไทย (Piperaceae)พลูเป็นไมเ้ล้อื ย ทข่ี อ้ มรี ำกสนั้ ๆ ออกรอบ
ขอ้ ใชเ้กำะตดิ ไมใ้ หญ่ มเี น้ือไมข้ นำดเลก็ จงึ ไม่จดั เป็นไมย้ นื ตน้ มขี อ้
และปลอ้ งชดั เจน ใบเดย่ี วตดิ กบั ลำตน้ ใบเรยี งตวั แบบสลบั
ลกั ษณะของใบแหลมคลำ้ ยใบโพ ผวิ ใบมนั ดอกออกรวมกนั เป็นช่อ
แน่น ปลูกโดยใชล้ ำตน้ ปกั ชำ ข้นึ งำ่ ย เป็นพชื พ้นื เมอื งของภมู ภิ ำค
เอเชยี ใตจ้ นถงึ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ใบของพลูนนั้ มรี สเผด็ รอ้ น เป็นทร่ี ูจ้ กั กนั ดวี ่ำนิยมนำมำทำกบั
ปูนแดงเค้ยี วร่วมกบั หมำก โดยเฉพำะในคนร่นุ ก่อน ๆ ซง่ึ สว่ นใหญ่
จะใชใ้ บพลูทม่ี สี เี ขยี วเขม้ มำกกว่ำใบทส่ี อี อกเหลอื งทอง นอกจำกน้แี ลว้ ยงั ใชใ้ นพธิ มี งคลเป็นเครอ่ื งเซ่นไหว้ กำรทำเคร่อื งบำยศรสี ู่ขวญั คณุ ค่ำทำง
สำรอำหำรของพลู ประกอบดว้ ยนำ้ มนั หอมระเหย ไดแ้ ก่ ชำวคิ อล, ยูจนิ อล, เบตำซโิ ตสเตอรอล และซนิ อี อล เป็นตน้ นอกจำกน้ยี งั ใชเ้ป็นสมนุ ไพร
แกล้ มพษิ รกั ษำอำกำรคนั ในใบพลูมสี ำรยูจนี อลและชำวคิ อล มฤี ทธ์เิ ป็นยำชำและช่วยกระตนุ้ กำรไหลเวยี นของโลหติ และยบั ยง้ั กำรเจรญิ เตบิ โต
ของเช้อื โรคหลำยชนดิ จงึ มปี ระโยชนใ์ นกำรระงบั อำกำรคนั และเจบ็ ปวดเน่อื งจำกแมลงกดั ต่อย ช่วยฆ่ำและยบั ยง้ั กำรเจรญิ เตบิ โตของเช้อื แบคทเี รยี
ทเ่ี ป็นสำเหตขุ องวณั โรคและเช้อื หนอง และมฤี ทธ์ติ ำ้ นเช้อื รำทเ่ี ป็นสำเหตขุ องโรคผวิ หนงั และกลำก และพบว่ำนำ้ มนั พลูสำมำรถฆ่ำพยำธไิ สเ้ดอื นได้
สำรเบตำสเตอรอล มฤี ทธ์แิ กแ้ พ้ แกอ้ กั เสบ นอกจำกน้ี พลูยงั มสี รรพคณุ ใชแ้ กก้ ำรอกั เสบของเยอ่ื จมกู และคอ แกก้ ลำก แกฮ้ ่องกงฟตุ แกค้ นั แก้
ลมพษิ ลนไฟนำบทอ้ งเดก็ แกป้ วดทอ้ งและแกล้ ูกอณั ฑะยำน เป็นตน้
พลูข้นึ พนั รอบไมย้ นื ตน้
พลู มกี ำรปลูกกนั เป็นพชื เศรษฐกจิ ในประเทศไทย โดยเฉพำะทต่ี ลำดพลู ฝงั่ ธนบรุ ี เร่มิ จำกชำวอสิ ลำมทอ่ี ำศยั อยู่ ณ ทแ่ี หง่ น้มี ำตงั้ แต่ตน้ ยุค
รตั นโกสนิ ทร์ จนกลำยมำเป็นแหลง่ คำ้ ขำยพลูแหลง่ ใหญ่ จนกระทงั่ ไดข้ ยำยไปยงั ชำวไทย และชำวจนี ดว้ ย แมป้ จั จบุ นั ควำมนยิ มกนิ หมำกและพลูจะ
ลดนอ้ ยลงไปตำมกำลเวลำ แต่ก็ยงั คงมพี ้นื ทป่ี ลูกพลูอยู่
ท่มี ำ:https://th.wikipedia.org/wiki/
77.หน่อไมฝ้ รงั่
ช่ือสมนุ ไพร : หน่อไมฝ้ รงั่
ช่ือสำมญั : Edible Asparagus, Garden Asparagus.
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Acanthus bracteates Vahl.
ช่ือวงศ์ : ASPARAGACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เหงำ้ ใตด้ นิ สนี ำ้ ตำล ใบประกอบแบบขนนก มกี ำ้ นใบยำว
ออกตำมขอ้ ออกเรยี งสลบั กนั ออกเรยี งเวยี นรอบๆลำ้ ตน้ มกี ำ้ นใบย่อย มใี บมลี กั ษณะ
ฝอยเลก็ ๆ มสี เี ขยี ว ดอกช่อ ออกตำมก่งิ ตำมซอกใบ กำ้ นช่อดอกยำว มดี อกย่อย อยู่เป็น
กระจกุ รูประฆงั ทรงยำวรเี ลก็ ๆ กลบี ดอกมสี เี หลอื งนวล กำ้ นมสี เี ขยี ว ผล มที รงกลม
เลก็ ๆ ผลอ่อนสเี ขยี ว ผลสุกสแี ดงสม้ ผลแก่จะแตกออก เมลด็ 2-3 เมลด็ ทรงกลมเลก็ สี
ดำ
ท่มี ำ: http://www.herbalcitysanuk.com/
78.ถวั่ ฝกั ยำว
ถวั่ ฝกั ยำว (ช่อื วทิ ยำศำสตร:์ Vigna unguiculata subsp.
sesquipedalis) เป็นถวั่ ชนิดหน่ึงทเ่ี ป็นไมเ้ล้อื ย มชี อ่ื สำมญั ในภำษำต่ำงๆท่ี
หลำกหลำย เช่น สบิ สองปนั นำเรยี ก ถวั่ ล้นิ นำค ภำษำองั กฤษเรยี กว่ำ
yardlong bean (ตรงตวั :ถวั่ ยำวหนง่ึ หลำ) ภำษำจนี กวำงตงุ้ เรยี กว่ำ dau
gok ภำษำจนี กลำงเรยี ก jiang dou (豇豆) ภำษำอนิ โดนเี ซยี และภำษำ
มลำยูเรยี ก kacang panjang ภำษำตำกำลอ็ กเรยี ก 'SITAO' or
'SITAW' ภำษำอโี ลกำโนเรยี ก utong ในหมเู่ กำะเวสตอ์ นิ ดสี เรยี กวำ่ bora
หรอื bodi ภำษำเบงกอลเรยี กวำ่ vali, Borboti ในรฐั กวั อนิ เดยี เรยี ก
eeril ภำษำเวยี ดนำมเรยี ก đậu đũa และภำษำญป่ี ่นุ เรยี ก ju-roku sasage อย่ำงไรกต็ ำม ฝกั ของถวั่ ชนดิ น้ยี ำวเพยี งคร่งึ หลำ ช่อื ของสบั สปีชสี ์
sesquipedalis (หมำยถงึ ยำวฟตุ ครง่ึ ) ใกลเ้คยี งกบั ควำมยำวจรงิ ๆของฝกั ถวั่ มำกกว่ำ
ท่มี ำ: https://th.wikipedia.org/
79.ปูเล่
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Brassica oleracea L. cv. Acephala Group
วงศ:์ Brassicaceae (Cruciferae)
ประเภท: ไมล้ ม้ ลกุ อำยุ 2 ปี
ควำมสูง: 30 – 60 เซนตเิ มตร
ลำตน้ : เจรญิ เป็นพมุ่
decorative kale2ใบ: สเี ขยี วอมเทำ มนี วลทผ่ี วิ ใบ มี 2 ชนิด ชนดิ ใบ
ใหญ่ ใบรูปกลมขนำดใหญ่ เรยี งอดั กนั แน่น ถำ้ อำกำศเยน็ ใบจะหอ่
เหมอื นกะหลำ่ และ ชนิดใบเลก็ ใบเรยี งไม่เป็นระเบยี บ กำ้ นใบยำว
คลำ้ ยใบคะนำ้
อตั รำกำรเจรญิ เตบิ โต: เรว็
ดนิ : ดนิ ร่วน ระบำยนำ้ ดี
นำ้ : ปำนกลำง
แสงแดด: เตม็ วนั
ขยำยพนั ธุ:์ ปกั ชำ
กำรใชง้ ำนและอน่ื ๆ: ปลูกเป็นไมก้ ระถำงหรอื ประดบั สวนได้ เมอ่ื ลำตน้ ยดื ยำวและเอนลม้ ควรใชไ้ มค้ ำ้ เพอ่ื พยงุ ลำตน้ จะช่วยใหแ้ ตกแขนงไดด้ ี ควร
ตดั ใบช่วงกลำงลำตน้ ทไ่ี ม่อ่อนไม่แก่เกนิ ไปกนิ เพรำะมรี สชำตอิ ร่อย เหลอื ใบส่วนลำ่ งไวส้ งั เครำะหแ์ สง ตน้ จะสูงข้นึ เร่อื ย ๆ ทโ่ี คนรอยแผลจะเกดิ
เป็นกง่ิ แขนงเลก็ ๆ ปเู ลก่ นิ ไดท้ งั้ ตน้ ไม่เหมน็ เขยี ว ใชผ้ ดั หรอื ประกอบอำหำรเช่นเดยี วกบั คะนำ้ มเี บตำ้ แคโรทนี และวติ ำมนิ ซี ช่วยลดควำมเสย่ี ง
โรคหลอดเลอื ดหวั ใจตบี
ทม่ี ำ: https://www.baanlaesuan.com/plants/biennial/137558.html
80.บรอกโคลี
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Brassica olercea L. Var italica
ช่ือสำมญั Broccoli
ช่ือวงศ์ Brassicacea
ลกั ษณะ :บรอคโคล่เี ป็นผกั ท่ปี ลูกเพอ่ื บริโภคสว่ นของดอกออ่ น
และกำ้ น สว่ นของดอกบรอ็ คโคล่ี จะมีสเี ขียวประกอบดว้ ย ดอก
ยอ่ ยขนำดเลก็ สเี ขียว เป็นจำนวนมำก ทร่ี วมกนั เป็นกลมุ่ ใหญ่ มี
ลกั ษณะแน่น แตไ่ มอ่ ดั ตวั กนั แน่น เหมือนดอกกะหลำ่ บร็อคโค
ลม่ี ถี น่ิ กำเนิด อยูท่ ำงตอนใต้ ของยโุ รป แถบประเทศอติ ำลี
นำเขำ้ มำปลูกในเมืองไทย โดยปลกู ในพ้นื ทภ่ี ำคเหนือ ของ
ประเทศไทย เน่ืองจำกเป็นผกั ชนิดใหม่ และปลกู ไดด้ ี ในช่วงหนำ้ หนำว ทำใหร้ ำคำคอ่ นขำ้ งแพง ปจั จุบนั มกี ำรพฒั นำสำยพนั ธุ์ ใหท้ นรอ้ นมำก
ข้ึน ทำใหส้ ำมำรถผลติ ไดด้ ี เฉพำะบนท่สี ูง หำกมกี ำรเลอื กใชส้ ำยพนั ธุ์ ทเ่ี หมำะสมประโยชน์
บรอ็ กโคลมี สี ำรทเ่ี รยี กวำ่ ซลั โฟรำเฟน(sulforaphane) ซ่ึงเป็นสำรป้ องกนั โรคมะเรง็ บร็อกโคลี 1 ถว้ ยตวง ใหว้ ติ ำมินซีมำกถงึ 13% ของปรมิ ำณ
วติ ำมินซีท่เี รำควรรบั ประมทำนตอ่ วนั และบร็อกโคล่ี อดุ มดว้ ยเบตำ้ -แคโรทนี นอกจำกจะเป็นแหลง่ วติ ำมินเอทสี ำคญั บรอ็ กโคล่ี ยงั มธี ำตุ
ซีลเี นียมท่มี สี รรพคณุ ช่วยเพ่มิ ควำมยดื หยนุ่ ใหผ้ ิวหนงั อกี ดว้ ย ดงั น้นั กำรรบั ประทำนบร็อกโคลเ่ี ป็นประจำจะช่วยชะลอผิวพรรณไมใ่ หเ้ ห่ยี วยน่
งำ่ ย ดูออ่ นกวำ่ วยั เป็นหนุ่มสำวอยูต่ ลอดเวลำ
ทม่ี ำ: http://www.the-than.com/samonpai/P/33.html
81.ฟกั แมว้
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Sechium edule (Jacq) Swartz.
ช่ือวงศ์ : CUCURBITACEAE
ฟักแมว้ มชี ่ือทอ้ งถน่ิ อน่ื ๆ วำ่ มะระแมว้ มะระหวำน ภำษำองั กฤษ ชำโยเต้
(Chayote) มะเขือเครอื มะเขือฝรงั่ มะระญ่ีป่นุ ฟักญ่ีป่นุ มะเขือนำยก บำ่ เขือ
เครือ ฟักมง้ แตงกะเหร่ยี ง เป็นตน้
ลกั ษณะของฟกั แมว้ :
ตน้ ฟกั แมว้ หรือ ตน้ มะระหวำน มีถ่นิ กำเนิดในทำงตอนใตข้ องประเทศเม็กซโิ กและแถบอเมริกำกลำง ซ่ึงในปจั จบุ นั มกี ำรเพำะปลูกอยูท่ วั่
โลก โดยสนั นิษฐำนกนั วำ่ มกี ำรนำเขำ้ มำปลกู ในไทยโดยหมอสอนศำสนำ และใหช้ ำวบำ้ นปลูกครง้ั แรกทจ่ี งั หวดั แพร่ แตใ่ นปจั จุบนั จะเพำะปลูก
ฟกั แมว้ กนั มำกในจงั หวดั เลย เพชรบูรณ์ และจงั หวดั ทำงภำคเหนืออยำ่ งเชียงรำย โดยจดั เป็นเถำไมเ้ ล้อื ย ลกั ษณะทวั่ ไปจะคลำ้ ยกบั พชื ท่อี ยูใ่ น
ตระกลู แตง แตม่ ลี กั ษณะหลำยอยำ่ งท่แี ตกตำ่ งกนั เช่น ลกั ษณะของลำตน้ ใบ ยอด และมอื จบั คลำ้ ยตน้ แตงกวำผสมฟกั เขียว มีระบบรำกสะสม
ขนำดใหญ่ ลำตน้ ฟกั แมว้ มีลกั ษณะเป็นเหลย่ี ม เจรญิ เป็นเถำ มีควำมยำวประมำณ 15-30 ฟตุ มเี ถำแขนง 3-5 เถำ มีมือเกำะเจริญท่ขี อ้
ใบฟกั แมว้ หรอื ใบมะระหวำน ขอบใบมลี กั ษณะเป็นเหลย่ี ม 3-5 เหลย่ี ม มีควำมยำวประมำณ 8-15 เซนตเิ มตร ลกั ษณะคลำ้ ยใบตำลงึ แต่
มีขนำดใหญก่ วำ่ ใบมีขนระคำยทง้ั ดำ้ นบนและดำ้ นลำ่ ง
ดอกฟักแมว้ หรือ ดอกมะระหวำน มสี ขี ำวปนเขียว ดอกจะเกดิ ตำมขอ้ ระหวำ่ งตน้ กบั กำ้ นใบ ออกดอกเป็นช่อ ดอกเป็นประเภทไม่สมบรู ณ์
เพศ หรอื ดอกตวั ผูแ้ ละดอกตวั เมียจะอยูค่ นละดอก แตอ่ ยูใ่ นตน้ เดียวกนั
ผลฟักแมว้ หรอื ผลมะระหวำน เป็นผลเด่ยี ว ลกั ษณะเป็นทรงกลมยำว ผลมีสเี ขียวออ่ น รูปรำ่ งคลำ้ ยลูกแพร์ ผลมีควำมยำวประมำณ 7-
20 เซนตเิ มตรและกวำ้ งประมำณ 5-15 เซนตเิ มตร หน่ึงผลมนี ้ำหนกั รำว 200-400 กรมั รสเยน็ เน้ือผลมรี สหวำน รสคลำ้ ยกบั ฝรงั่ ปนแตงกวำ
สรรพคณุ ของฟกั แมว้
ช่วยบำรุงหวั ใจและหลอดเลอื ด ดว้ ยกำรใชผ้ ลและใบมำดองเป็นยำไวก้ นิ (ผล, ใบ)
น้ำตม้ ใบและผลนำมำใชใ้ นกำรรกั ษำอำกำรเสน้ เลอื ดแข็งตวั ได้ (ผล, ใบ)
มะระหวำนช่วยรกั ษำโรคควำมดนั โลหติ สูง ดว้ ยกำรด่ืมน้ำท่ตี ม้ จำกผลและใบฟักแมว้ (ผล, ใบ)
ช่วยป้ องกนั และรกั ษำโรคเลอื ดออกตำมไรฟนั (ผล, ใบ)
ท่มี ำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1767&code_db=610010&code_type=01
82.ถวั่ พู
ช่ือสำมญั Winged bean, Goa bean, Asparagus pea,
Four-angled bean, Winged pea
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.
จดั อยูใ่ นวงศถ์ วั่ (FABACEAE หรอื LEGUMINOSAE)
และอยูใ่ นวงศย์ อ่ ยถวั่ FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE
หรอื PAPILIONACEAE)
ลกั ษณะของตน้ ถวั่ พู
ตน้ ถวั่ พู จดั เป็นไมเ้ ล้อื ย ไมม่ ีเน้ือไมแ้ ตม่ อี ำยหุ ลำยปี ลำตน้ เล้อื ยพนั เป็นพชื ทม่ี ลี ำตน้ สเี ขียวและเขียวปนม่วง สว่ นของรำกเป็นรำกท่ี
สะสมอำหำรอยูใ่ ตด้ ิน มปี มซ่ึงเป็นท่อี ยูข่ องเช้ือไรโซเบยี มจำนวนมำก ถวั่ พเู ป็นพชื ท่ปี ลูกงำ่ ยและเจรญิ เตบิ โตไดด้ ใี นดนิ ทกุ ชนิด ยกเวน้ ในดินท่มี ี
น้ำขงั ข้ึนไดใ้ นระดบั น้ำทะเลจนถงึ ระดบั ควำมสูงท่ี 2,300 เมตร ขยำยพนั ธุแ์ ละเพำะปลกู ดว้ ยวธิ กี ำรใชเ้ มลด็ และกำรเพำะกลำ้
ใบถวั่ พู ใบเรียงสลบั เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบยอ่ ยมี 3 ใบ โคนใบกลมและเบ้ยี ว สว่ นปลำยใบแหลม มีรูปรำ่ งหลำยแบบ เช่น รูป
สำมเหล่ยี ม รูปไข่ และรูปใบหอก
ดอกถวั่ พู ออกดอกเป็นช่อตำมซอกใบเป็นแบบช่อกระจะ ในช่อหน่ึง ๆ จะมดี อกอยูป่ ระมำณ 3-12 ดอก กลบี เล้ยี งเช่ือมตดิ กนั ลกั ษณะ
คลำ้ ยรูประฆงั ปลำยเป็น 5 กลบี กลบี เป็นซ่ีสน้ั ๆ กลบี ดอกมีสรี ะหวำ่ งขำวและสมี ว่ งแดง สนี ้ำเงนิ สแี ดง ดอกมีเกสรตวั ผูอ้ ยู่ 10 กำ้ น แบง่ เป็น 2
มดั มดั หน่ึงมี 9 กำ้ น สว่ นอกี มดั มี 1 กำ้ น
ฝกั ถวั่ พู ฝกั เป็นรูปขอบขนำนถงึ รูปแถบ มหี นำ้ ตดั เป็นรูปสเี หล่ยี ม และแตล่ ะมมุ ของฝกั จะมีปีกตำมยำว ปีกมลี กั ษณะเป็นหยกั แบบจกั
คลำ้ ยฟนั เล่อื ย มีสเี ขียว มีรูปร่ำงเป็นฝกั สเ่ี หล่ยี ม มปี ีก 4 ปีก เม่ือตดั ตำมขวำงจะแบง่ ไดเ้ ป็น 4 แบบคอื rectangular, semi flat, flat on
sides และ flat on suture ฝกั มีควำมยำวประมำณ 11.2-29.9 เซนตเิ มตร สขี องฝกั มีทง้ั สเี ขียว สมี ว่ ง และสเี หลอื ง สว่ นผิวของฝกั จะแบง่
ออกเป็น 2 แบบคอื แบบผิวเรยี บและแบบผิวหยำบมำก ในฝกั ถวั่ พูจะมีเมลด็ อยูป่ ระมำณ 8-20 เมลด็
เมลด็ ถวั่ พู ลกั ษณะของเมลด็ เป็นรูปกง่ึ ทรงกลม มตี ง้ั แตส่ ขี ำว สเี หลอื ง สคี รมี สนี ้ำตำล สดี ำ และแบบท่เี ป็นลวดลำยตำ่ ง ๆ แตส่ ว่ นใหญ่
แลว้ เมลด็ จะมีสนี ้ำตำล และยงั มีขนำดตำ่ ง ๆ กนั โดยน้ำหนกั 100 เมลด็ อยูใ่ นช่วง 11-4.6 กรมั
สรรพคณุ ของถวั่ พู
ฝกั ออ่ นถวั่ พชู ่วยบำรงุ รำ่ งกำย (ฝกั ออ่ น) หรือจะใชเ้ มลด็ แกต่ ำกแหง้ นำมำบดใหเ้ ป็นผง นำมำละลำยกบั น้ำครง้ั ละ 5-6 กรมั ใชร้ บั ประทำน
กอ่ นอำหำรวนั ละ 3 เวลำ (เมลด็ ) สว่ นหวั กช็ ่วยบำรงุ ร่ำงกำยดว้ ยเช่นกนั (หวั )
หวั ใตด้ ินนำมำเผำหรือน่ึงกนิ ช่วยบำรุงกำลงั หรอื จะใชร้ ำกถวั่ พใู ชผ้ สมกบั สมนุ ไพรและน้ำดอกไมใ้ ชเ้ ป็นยำชูกำลงั กไ็ ดเ้ ช่นกนั (หวั , รำก)
และอกี ตำรำบอกวำ่ ใหใ้ ชเ้ มลด็ แกน่ ำมำตม้ ใหส้ กุ แลว้ รบั ประทำน หรือจะนำเมลด็ ทต่ี ม้ สกุ แลว้ มำบดใหล้ ะเอยี ดผสมกบั น้ำสกุ ใชด้ ่มื กอ่ นอำหำรวนั
ละ 3 เวลำกจ็ ะช่วยทำใหส้ ขุ ภำพแข็งแรง เพ่มิ กำลงั วงั ชำไดเ้ ช่นกนั
หวั ถวั่ พู เม่ือนำมำตำกแหง้ แลว้ ควั่ ใหเ้ หลอื ง ใชช้ งกบั น้ำด่ืม ช่วยแกอ้ ำกำรออ่ นเพลยี ได้ สว่ นฝกั ออ่ นกช็ ่วยไดเ้ ช่นกนั
ทม่ี ำ : https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791859
83.ฟักหอม
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Benincasa hispida Cogn.
ช่ือสำมญั : White Gourd
ลกั ษณะฟกั หอม
ฟักหอมหรือฟักป้ อม หรอื ฟกั อม้ (อม้ ภำษำอสี ำน= หอม) เป็นฟกั เขียว
รูปทรงผลกลม เสน้ ผ่ำศูนยก์ ลำงเม่อื แก่ ประมำณ 15 - 20 ซม. ผล
ออ่ นสเี ขียวปกติ พอแกจ่ ะเขียวเขม้ อมดำ มนี วลคลำ้ ยแป้ งสขี ำวหุม้
เปลอื กนอก พอแก่ เพยี งยกข้ึนดม จะมกี ลน่ิ หอมพเิ ศษไมม่ ใี คร
เหมอื น ถำ้ เกบ็ มำกองรวมกนั มำกๆ จะกลำยเป็นกลน่ิ ฉุน คนไม่ชอบ
บอกวำ่ เหม็น แตเ่ ม่อื สกุ แลว้ บอกวำ่ หอมกนั ทกุ คนเน้ือของฟักชนิดน้ีเม่ือแกงหหรอื ตม้ จะเป็นทรำย ไมเ่ หนียวแบบฟักอน่ื หนำ้ หนำวจะมฟี ักแก่
ออกตลำด มมี ำก แถบอสี ำนตอนบนเช่นท่เี มอื งเลย และสกลนคร แตป่ จั จบุ นั หำทม่ี เี น้ือทรำย และกล่นิ หอมยำกมำกแลว้ เน่ืองจำกกำรกลำย
พนั ธุ์
สรรพคณุ ทำงยำ
ผล เป็นยำขบั ปสั สำวะ ขบั เสมหะ แกร้ อ้ นในกระหำยน้ำ บวมน้ำ อดื แน่น หลอดลมอกั เสบ ไอ หอบ บดิ ทอ้ งเสยี เปลอื กผล แกแ้ ผล
บวม อกั เสบ มีหนอง ทอ้ งเสยี แกบ้ วมน้ำ เมลด็ เป็นยำบำรงุ ปอดละลำยเสมหะ ลำไสอ้ กั เสบ หนองใน ริดสดี วงทวำร ไสใ้ นผล แกร้ อ้ นในบวมน้ำ
ลบรอยจุดด่ำงดำบนใบหนำ้ ใบ แกร้ อ้ นใน บดิ ทอ้ งเสยี มำลำเรีย บวมอกั เสบ ผ้ึงตอ่ ย เถำ แกป้ อดอกั เสบ แกไ้ ข้
ทม่ี ำ : https://www.bloggang.com/
84.หมำกเมำ่ ป่ำ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Antidesma puncticulatum Miq.
ช่ือวงศ์ Phyllanthaceae
ช่ือพ้นื เมอื ง หมำกเมำ้ บำ่ เหมำ้ (ภำคเหนือ), หมำกเม่ำ (ภำคอสี ำน),
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร:์
เป็นไมย้ นื ตน้ ทม่ี อี ำยุยนื ยำว แตกกง่ิ กำ้ นมำก กง่ิ แขนงแตกเป็นพมุ่ ทรงกลม สูง
ประมำณ 5-10 เมตร เมอ่ื โตเตม็ ทจ่ี ะมขี นำดถงึ 4 คนโอบ และมเี น้ือไมแ้ ขง็ มกั ข้นึ ตำมป่ำ
เบญจพรรณ ป่ำดบิ แลง้ หรอื ตำมหวั ไร่ ปลำยนำทวั่ ทกุ ภำคของประเทศไทย โดยจงั หวดั
กำญจนบรุ จี ะมตี น้ มะเมำ่ ในป่ำเป็นจำนวนมำก และมะเมำ่ ยงั เป็นผลไมท้ อ้ งถน่ิ ของภำคอสี ำน
ในเทอื กเขำภูพำนของจงั หวดั สกลนครอกี ดว้ ย
ใบ เป็นใบเดย่ี ว สเี ขยี วสด ผวิ ใบเรยี บเป็นมนั ทง้ั สองดำ้ น ใบออกหนำแน่นเป็นร่มเงำไดเ้ป็นอย่ำงดี
ดอก ดอกมขี นำดเลก็ สขี ำวอมเหลอื ง ออกดอกเป็นช่อยำวตำมปลำยก่งิ และซอกใบ ช่อดอกคลำ้ ย พรกิ ไทย ลกั ษณะของดอกเป็นดอกแยกเพศกนั
อยู่คนละตน้ โดยจะออกดอกในช่วงเดอื นมนี ำคมถงึ เดอื น เมษำยน และสุกในเดอื นสงิ หำคมถงึ เดอื นกนั ยำยน
ผล ลกั ษณะของผลเป็นทรงกลม ผลมขี นำดเลก็ และเป็นพวง ผลดบิ มสี เี ขยี วอ่อนหรอื สเี ขยี วเขม้ มรี สเปร้ยี ว แต่เมอ่ื สุกแลว้ จะเปลย่ี นเป็นสแี ดงและ
มว่ งดำในทส่ี ดุ โดยผลสกุ จะมรี สหวำนอมเปร้ยี วและฝำด เมลด็ กรบุ กรบั ในหน่ึงผลจะมหี น่งึ เมลด็ เปลอื กหมุ้ เมลด็ แขง็
ประโยชน์ ผลมะเมำ่ สกุ จะมสี ำรแอนโทไซยำนิน (Anthocyanin) ทช่ี ่วยต่อตำ้ นอนุมลู อสิ ระ ป้องกนั มะเรง็ ช่วยขจดั สำรพษิ ออกจำกร่ำงกำย และยงั
ช่วยชะลอควำมแก่ชรำไดอ้ กี ดว้ ย
ทม่ี ำ : http://rspg.psru.ac.th/plants_file/1_26.pdf
85.ยอ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Morinda citrifolia L.
ช่ือสำมญั : Indian Mulberry
วงศ์ : Rubiaceae
ช่ืออน่ื : ยอบำ้ น (ภำคกลำง) มะตำเสอื (ภำคเหนือ) ยอ แยใหญ่
(กะเหร่ยี ง-แมฮ่ อ่ งสอน)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมต้ น้ สูง 2-6 เมตร เปลอื กตน้ สนี ้ำตำล แตกเป็นสะเกด็ แลว้ หลดุ ออก ก่งิ ออ่ นเป็นสเ่ี หลย่ี ม ใบ เป็นใบ
เด่ยี ว ออกตรงขำ้ ม รูปรี กวำ้ ง 8-15 ซม. ยำว 10-20 ซม. ขอบใบเรยี บ แผ่นใบเรยี บ สเี ขียวเขม้ เป็นมนั ดอก ออกเป็นช่อกลมตำมซอกใบ ดอกสี
ขำว กลบี ดอกโคนเช่ือมตดิ กนั เป็นหลอด ปลำยแยกเป็น 5 แฉก มีกล่นิ หอม ผล เป็นผลรวม ผิวขรขุ ระเป็นตมุ่ ผลสกุ มกี ลน่ิ เหมน็ เอยี น เมลด็ สี
น้ำตำลมหี ลำยเมลด็
สว่ นทใ่ี ช้ : ใบ รำก ผลดิบ ผลสกุ
สรรพคณุ :
ใบ - มีวติ ำมินเอ 40,000 กวำ่ ยูนิตสำกลตอ่ 100 กรมั มีคณุ สมบตั ใิ นกำรบำรุงสำยตำ หวั ใจ คน้ั น้ำทำแกโ้ รคเกำ๊ ท์ ปวดตำมขอ้ เลก็ ๆ
ของน้ิวมือ น้ิวเทำ้ หรือคน้ั น้ำสระผมฆำ่ เหำ แกก้ ระษยั ใชใ้ บปรงุ เป็นอำหำร แกท้ อ้ งรว่ ง
รำก - ใชเ้ ป็นยำระบำย แกก้ ระษยั ใชส้ กดั สอี อกมำ เป็นสยี อ้ มผำ้ ได้ โดยผสมสว่ นของเกลอื ตำ่ งๆ สำมำรถเปล่ยี นเป็นสตี ำ่ งๆ ไดต้ ำม
ตอ้ งกำร ซ่ึงสเี ดมิ ของรำกจะมีสเี หลอื ง หรือเหลอื งปนแดง หำกผสมตำมสว่ นดว้ ยเกลอื อำจจะไดส้ แี ดง ชมพู น้ำตำลออ่ น สมี ว่ งแดง หรือสดี ำ
เป็ นตน้
ผลโตเตม็ ท่แี ตไ่ มส่ กุ - จ้มิ น้ำผ้ึงรบั ประทำน มคี ณุ สมบตั เิ ป็นยำขบั ลม บำรงุ ธำตุ เจรญิ อำหำร ขบั ลมในลำไส้ กระเพำะอำหำร แก้
เหงอื กเป่ือยเป็นขุมบวม ขบั เลอื ดลม ขบั โลหติ ประจำเดอื น
ผลดิบ - ตม้ น้ำรบั ประทำนกบั รำกผกั ชี แกอ้ ำกำรอำเจยี นของหญิงมีครรภ์
วธิ แี ละปริมำณทใ่ี ช้ :
นำผลยอโตเตม็ ท่แี ตไ่ มส่ กุ ฝำนเป็นช้ินบำงๆ ยำ่ งหรือควั่ ไฟออ่ นๆ ใหเ้ หลอื งกรอบ ใชค้ รง้ั ละ 1 กำมอื (10-15 กรมั ) ตม้ หรอื ชงกบั น้ำ
เอำน้ำทจ่ี บิ ทลี ะนอ้ ย และบอ่ ยๆ ครง้ั จะไดผ้ ลดกี วำ่ ด่มื ครง้ั เดยี ว
สำรเคมี : ผลยอน้นั มสี ำรเคมี Asperuloside, caproic acid, caprylic acid และ glucose
ท่มี ำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_11_5.htm
86.เงำะ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Nephelium lappaceum L.
วงศ์ : Sapindaceae
ช่ือสำมญั : Rambutan
ช่ืออน่ื : เงำะป่ำ(นครศรีธรรมรำช) พรวน(ปตั ตำนี) กะเมำะแต มอแต อำเมำะแต (มำเลยป์ ตั ตำนี)
ลกั ษณะ : เป็นไมย้ นื ตน้ ขนำดกลำง แตกกง่ิ กำ้ น ใบ เป็นใบประกอบรูปขนนก ใบยอ่ ยรูปโคง้ หรือรูปไข่กลบั ดอก ออกช่อทป่ี ลำยยอด
เป็นกลมุ่ ยอ่ ย ช่อดอกมีกง่ิ แขนง ดอกยอ่ ยออกเป็นกลมุ่ ดอกมีสนี วล ออ่ น ๆ ผล รูปร่ำงกลมรี มีขนยำว เมอ่ื ยงั ไม่สกุ ขนและ ผิวมสี เี ขียว เม่ือสกุ
บำงพนั ธุผ์ ิวผลและขน มีสแี ดง บำงพนั ธผุ์ ิวผลแดงขนมีสเี ขียว อมเหลอื ง เน้ือสขี ำวมีรสหวำน หรอื หวำน อมเปร้ียว เมลด็ เป็นรูปขอบชนวน คลมุ
ดว้ ย เน้ือเยอ่ื ใสสขี ำว
ประโยชน์ : ใชเ้ ป็นอำหำร ผลสกุ รบั ประทำนเป็นผลไม้ ทำผลไม้ กระป๋ อง ทำแยม ทำน้ำผลไม้ คณุ คำ่ ทำง โภชนำกำร เน้ือเงำะ มี
น้ำตำลสูง มแี ร่ธำตุ และวติ ำ มินซี สว่ นเปลอื กผลมีรสฝำด มีสำร แทนนินและอน่ื ๆ ใชเ้ ป็นยำ เปลอื กตน้ แกท้ อ้ งรว่ ง สมำนแผล ฝำด สมำน
พวกท่เี ป็นโรคล้นิ เปลอื กเงำะใช้ เป็นยำขบั พยำธิ ใบ เป็นยำพอก ผล แกบ้ ดิ แกท้ อ้ งอดื เฟ้ อ แกไ้ ข้ บำรงุ กำลงั และบำรงุ ร่ำงกำย เมลด็ ทำให้
หลบั
ทม่ี ำ เงำะ http://www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit_2.htm
87.มะไฟ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Baccaurea ramiflora Lour.
ช่ือวงศ์ : Phyllanthaceae
ช่ือสำมญั : Rambeh Bambi
ลกั ษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ตน้ : ไมต้ น้ ขนำดกลำง ไม่ผลดั ใบ สูง 10-15 เมตร เปลอื กลำตน้ บำง
มสี นี ้ำตำลอมเขียวมรี อ่ งเลก็ ๆ เป็นรอยแตก
ใบ : ใบเด่ยี วเรียงสลบั กนั ใบรูปรีแกมหอก โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ
ปลำยเรยี วแหลมใบเป็นครบี เลก็ นอ้ ย มสี เี ขียวถงึ เขียวเขม้
ดอก : ออกดอกเป็นช่อแบบรำซีม มลี กั ษณะเป็นเสน้
ยำว 15-30 เซนตเิ มตร ออกดอกตำมลำตน้ และก่งิ ใหญ่
มกั เกดิ รวมกนั เป็นกระจกุ
ผล : ตดิ ผลเป็นพวงบน กำ้ นช่อ ผลมรี ูปร่ำงกลมหรือยำวรี
สผี ิวเหลอื งถงึ แดง ผิวเกล้ยี ง เปลอื กผลมียำง เน้ืออำจมสี ใี ส
หรือขำวขุ่น รสเปร้ียวอมหวำน
เมลด็ : มีลกั ษณะแบนอยูภ่ ำยในผล ซ่ึง 1 ผล มปี ระมำณ 1-3 เมลด็
กำรใชป้ ระโยชน์ :
- ผล ใชร้ บั ประทำน เป็นผลไม้
- รำก ใชป้ รุงเป็นยำสมนุ ไพร ใชแ้ กพ้ ษิ ตำนซำง วณั โรค
- เน้ือไม้ ใชท้ ำเป็นเคร่อื งเรอื น
- เปลอื ก ทำเป็นยำทำภำยนอก แกโ้ รคผิวหนงั รำก นำมำเผำกนิ เป็นยำถอนพษิ ทำแกบ้ วม แกอ้ กั เสบ
เอกสำรอำ้ งองิ :
วทิ ย์ เทย่ี งบูรณธรรม. 2536. พจนำนุกรมสมนุ ไพรไทย. กรงุ เทพ ฯ : พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2, สำนกั พมิ พส์ รุ ยิ บรรณ.
ทม่ี ำ http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/131-2014-01-19-10-13-22
88.มะม่วงแรด
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Mangifera indica L.
ช่ือสำมญั : Mango
วงศ:์ ANACARDIACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ เหมอื นมะม่วงพนั ธุไ์ ทยทวั่ ไป คอื เป็นไมย้ นื ตน้ สูง 10-15 เมตร ใบเด่ยี ว ออกเรียงสลบั รูปใบ
หอก ปลำยแหลม โคนมน เน้ือใบหนำ สเี ขียวสด ดอก ออกเป็นช่อท่ปี ลำยยอด สเี หลอื งออ่ น ดอกมีกลน่ิ หอม “ผล” กลมรี ผลโตเตม็ ท่ี
น้ำหนกั เฉล่ยี 300 กรมั ตอ่ ผล ตดิ ผลเป็นพวง 1-3 ผล ในแตล่ ะพวงจะมผี ลลกั ษณะแปลกคอื ดำ้ นหลงั ผลตรงกนั ขำ้ มกบั โหนกผล
ดำ้ นหนำ้ มีเน้ือผลงอกยำวออกมำคลำ้ ยนอแรด จงึ ถกู ตง้ั ช่ือตำมลกั ษณะผลวำ่ “มะม่วงแรด” ตดิ ผลปีละครง้ั ตำมฤดูกำล ขยำยพนั ธุด์ ว้ ย
เมลด็ และตอนก่งิ
เป็นพนั ธุไ์ ทยแทๆ้ ท่นี ิยมปลกู ตำมบำ้ นหรือปลูกเพ่อื เกบ็ ผลขำยมำชำ้ นำนตง้ั แตร่ ุน่ คณุ ป่คู ณุ ทวด สว่ นใหญจ่ ะปลกู เพ่อื
รบั ประทำนผลดิบ เพรำะมรี สชำตหิ วำนมนั ปนเปร้ยี วนิดๆเหมำะสำหรบั คนท่ไี ม่ชอบรบั ประทำนรสหวำนจดั
ท่มี ำ : http://chaipatpark.com/ tips/ศนู ยก์ ำรเรียนรูอ้ ทุ ยำน-พรรณไม้ /item/996-มะม่วงแรด.html
89.สะตอ
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Parkia speciosa Hassk.
ช่ือวงศ์ : Leguminosae-Minosaceae
ช่ือสำมญั : Stink bean
ลกั ษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ตน้ : เป็นไมย้ นื ตน้ สูงไดถ้ งึ 30 เมตร
ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชน้ั ใบยอ่ ยเรียงตรงขำ้ ม มี 31-38 คู่ รูปขอบขนำนแคบ
กวำ้ ง 1.8-2.2 มิลลเิ มตร ยำว 6-9 มลิ ลเิ มตร
ดอก : ออกเป็นช่อ แบบช่อกระจกุ หอ้ ยลง ดอกสมบูรณเพศอยูต่ อนปลำย ดอกเพศผูอ้ ยูต่ อนลำ่ ง
ของช่อดอก
ฝกั : มีลกั ษณะแบน กวำ้ ง 3-5 เซนตเิ มตร ยำว 36-45 เซนตเิ มตร บริเวณทม่ี ีเมลด็ จะโป่งพอง
สรรพคณุ ทำงยำ
- ผลตอ่ ควำมดนั โลหติ
- ผลตอ่ กำรแบง่ ตวั ของเซลล์
- ผลยบั ยง้ั กำรเจรญิ เตบิ โตของแบคทเี รีย
- ผลยบั ยง้ั กำรเจรญิ เตบิ โตของเช้ือรำ
- ผลของกำรเกำะกลมุ่ ของเม็ดเลอื ดแดง
- ฤทธ์ลิ ดน้ำตำลในเลอื ด
- ฤทธ์กิ ระตนุ้ กำรบบี ตวั ของลำไส้
เอกสำรอำ้ งองิ :
http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/105-2014-01-18-04-44-20
90.มะม่วงน้ำดอกไม้
ช่ือไทย มะมว่ งพนั ธุน์ ้ำดอกไม้
ช่ือสำมญั Mango tree Nam Dork Mai
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Mangifera indica L. ‘Nam Dork Mai’
ช่ือวงศ์
ANACARDIACEAE
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
ลกั ษณะทวั่ ไป มะม่วงน้ำดอกไมเ้ ป็นมะม่วงประเภทรบั ประทำนสกุ ทรงพมุ่ โปรง่ เป็นไมย้ นื ตน้ ไมผ่ ลดั ใบขนำดกลำง มอี ำยปุ ระมำณ
15-20 ปี ลำตน้ สูงประมำณ 10-15 เมตร ลำตน้ แตกกง่ิ นอ้ ย แลดูเป็นทรงพมุ่ โปร่ง เปลอื กลำตน้ สดี ำอมเทำ
ลกั ษณะใบ ออกเป็นใบเด่ียว เรียงสลบั กนั บนก่งิ แขนง ใบมีรูปหอก โคนใบสอบแหลม ปลำยใบแหลม ขอบใบโคง้ เป็นลูกคลน่ื แผ่นใบ
มขี นำดใหญ่ สเี ขียวเขม้ และเป็นมนั
ลกั ษณะผล ผลมีขนำดใหญ่ หนกั ประมำณ 400 กรมั ผลอว้ นเกอื บกลมหวั ใหญป่ ลำยแหลม ผลคอ่ นขำ้ งยำว เน้ือมำก เมลด็ เลก็ มีผิว
บำง เม่อื ดิบมรี สเปร้ยี ว ผิวสเี ขียวนวล เน้ือแน่น เม่ือผลสกุ มผี ิวสเี หลอื ง กลน่ิ หอม เน้ือละเอยี ดมีเส้ยี นนอ้ ย รสหวำน
ระยะกำรออกดอกตดิ ผล
กำรตดิ ดอก มกรำคม – กมุ ภำพนั ธ์
กำรตดิ ผล เมษำยน – พฤษภำคม
เขตกำรกระจำยพนั ธุ์ ประเทศไทย
กำรใชป้ ระโยชน์
มะมว่ งน้ำดอกไมด้ ิบ แปรรูปเป็นมะม่วงดอง เน่ืองจำกมรี สเปร้ียวสูง สว่ นผลสกุ แปรรูปเป็นมะมว่ งกวนหรอื มะมว่ งในน้ำเช่ือม และ
แยมมะมว่ งกำ้ นยอดออ่ น และยอดออ่ นมรี สเปร้ียว ใชร้ บั ประทำนเป็นผกั คูก่ บั อำหำรอน่ื อำทิ ลำบ ซปุ หน่อไม้ เป็นตน้
เปลอื กลำตน้ ใชต้ ม้ ยอ้ มผำ้ ใหผ้ ำ้ สนี ้ำตำลเน้ือไมจ้ ำกตน้ ขนำดใหญ่ แปรรูปเป็นไมส้ ำหรบั กอ่ สรำ้ งบำ้ น อำทิ ไมป้ พู ้นื ปูฝ้ ำ หรอื แปรรูปเป็น
เฟอรน์ ิเจอรห์ รอื เคร่อื งใชต้ ำ่ ง ๆ
ท่มี ำ : https://adeq.or.th/มะม่วงน้ำดอกไม/้
91.มนั ม่วง
ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Dioscorea alata
ช่ือองั กฤษ: Purple sweet potato, purple sweet yam
มนั ม่วงหรอื มนั ญ่ีป่นุ สมี ว่ ง เป็นมนั เทศอยำ่ งหน่ึง มสี มี ่วงสวยเป็นเอกลกั ษณ์ มีท่มี ำจำกเมอื งโอกนิ ำวำ ประเทศญ่ปี ่นุ เน้ือน่ิม มเี ส้ยี น
นอ้ ย สมี ่วงของมนั มว่ งมำจำกสำรรงคว์ ตั ถทุ ่ชี ่ือวำ่ แอนโทไซยำนิน (Anthocyanin) ย่งิ มีมำกกจ็ ะย่งิ มีสมี ่วงเขม้ ข้ึน สำรแอนโทไซยำนินน้ีเองมี
สว่ นช่วยในกำรชะลอควำมเสอ่ื มของเซลล์ ลดอตั รำเสย่ี งของกำรเกดิ โรคหวั ใจ และเสน้ เลอื ดอดุ ตนั ในสมอง สมี ่วงของมนั มว่ งจงึ ไม่ไดม้ แี คค่ วำม
สวยงำมเทำ่ น้นั
มนั เทศสมี ว่ งจำกเกำะโอกนิ ำวำ่ ท่อี รอ่ ยจนรำ่ ลอื ไปทวั่ โลกน้ี ปจั จุบนั สำมำรถเพำะปลูกไดแ้ ลว้ โดยเกษตรกรคนไทย ทำใหซ้ ้ือหำไดใ้ น
รำคำทถ่ี กู ลงเพรำะไมต่ อ้ งนำเขำ้ จงึ เกดิ เป็นมนั ม่วงฟี เวอรข์ ้ึนทวั่ ประเทศ ไมว่ ำ่ จะเป็นตำมคำเฟ่ รำ้ นอำหำรสขุ ภำพ ไปจนถงึ แผงขำยผกั ในตลำด
เลยทเี ดยี ว
ทม่ี ำ https://veggiepedia.greenery.org/vegetable/purple-sweet-potato/
92.คะนำ้
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Brassica oleracea L. Cv. Alboglabra Group
(ช่ือพอ้ งวทิ ยำศำสตร์ Brassica alboglabra L.H.Bailey)
จดั อยูใ่ นวงศผ์ กั กำด (BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE)
ช่ือสำมญั Kai-Lan (Gai-Lan), Chinese broccoli, Chinese kale
(ชำวจนี จะเรียกวำ่ ผกั ชนิดน้ีวำ่ "ไกห่ ลนั ไช่")
คะนำ้ เป็นผกั ท่มี ตี น้ กำเนิดในทวปี เอเชียซ่ึงเพำะปลกู มำกในประเทศจนี ไตห้ วนั ฮอ่ งกง มำเลเซีย รวมไปถงึ ประเทศไทยบำ้ นเรำดว้ ย
ผกั คะนำ้ เป็นผกั ท่สี ำมำรถเพำะปลกู ไดต้ ลอดปี (แตช่ ่วงเวลำเพำะปลกู ทด่ี ที ส่ี ดุ จะในช่วงเดือนตลุ ำคม - เมษำยน) มรี ะยะเวลำในกำรเกบ็
เก่ยี วสน้ั สำหรบั บำ้ นเรำสำยพนั ธุท์ ่นี ิยมปลูกจะมีอยูด่ ว้ ยกนั 3 สำยพนั ธุ์ ไดแ้ ก่ พนั ธุใ์ บกลม พนั ธุใ์ บแหลม พนั ธุย์ อดหรือกำ้ น เป็นตน้ เม่ือหำซ้อื
มำแลว้ ควรเกบ็ ใสไ่ วใ้ นกลอ่ งหรือถงุ พลำสตกิ มดั หรอื ปิดใหแ้ น่นแลว้ นำไปแช่ไวใ้ นช่องเกบ็ ผกั ของตเู้ ยน็ ซ่ึงเป็นวธิ ีทจ่ี ะช่วยรกั ษำวติ ำมนิ ในผกั ให้
คงอยูไ่ ดม้ ำกท่สี ดุ
ผกั คะนำ้ มีสำรกอยโตรเจน (Goitrogen) ซ่ึงกำรไดร้ บั ในปริมำณท่มี ำกเกนิ ไปอำจจะทำใหเ้ กดิ อำกำรทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้ อ รำ่ งกำยขำดแร่ธำตุ
ไอโอดนี ซ่ึงเป็นสำเหตขุ องโรคคอพอก และยงั ไปยบั ยง้ั กำรสรำ้ งฮอรโ์ มนในตอ่ มไทรอยดอ์ กี ดว้ ย ซ่ึงจะทำใหร้ ่ำงกำยของเรำนำไอโอดนี ในเลอื ด
ไปใชไ้ ดน้ อ้ ยกวำ่ ปกติ เป็นตน้ ทำงท่ีดที ่สี ดุ ควรหลกี เล่ยี งกำรรบั ประทำนผกั ชนิดซ้ำ ๆ เดมิ ๆ และควรเลอื กรบั ประทำนผกั ใหห้ ลำกหลำย ร่ำงกำย
จะไดป้ ระโยชนม์ ำกทส่ี ดุ
สรรพคณุ ของคะนำ้
1. มสี ำรตอ่ ตำ้ นอนุมลู อสิ ระ จงึ ช่วยชะลอควำมเสอ่ื มของเซลลต์ ำ่ ง ๆ ในรำ่ งกำยได้
2. ช่วยเสรมิ สรำ้ งภมู ิตำ้ นทำนในกบั ร่ำงกำย ทำใหม้ สี ขุ ภำพแข็งแรง
3. ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้ องกนั กำรตดิ เช้ือตำ่ ง ๆ
4. ผกั คะนำ้ มวี ติ ำมินซี ซ่ึงมีสว่ นช่วยเสรมิ สรำ้ งเน้ือเยอ่ื ใหช้ ่มุ ช้ืนมำกข้ึน (วติ ำมนิ ซี)
5. ช่วยบำรุงและรกั ษำสำยตำ (วติ ำมินเอ)
6. คะนำ้ มสี ำรลทู นี (Lutein) ซ่ึงช่วยลดควำมเสย่ี งของกำรเกดิ โรคตอ้ กระจกไดถ้ งึ 29% (ลูทนี )
7. ช่วยลดควำมเสย่ี งของกำรเกดิ โรคจอประสำทตำเสอ่ื มและยงั ช่วยป้ องกนั กำรเสอ่ื มของศนู ยจ์ อตำไดอ้ กี ดว้ ย
8. ช่วยบำรุงโลหติ
9. ธำตเุ หลก็ และธำตโุ ฟเลตในผกั คะนำ้ มคี วำมสำคญั ตอ่ กำรสรำ้ งเมด็ เลอื ดแดง
10. ช่วยเพ่มิ กำรไหลเวยี นของโลหติ
สำมำรถนำมำทำเป็นอำหำรไดห้ ลำกหลำยเมนู เมนูคะนำ้ กเ็ ช่น ผดั คะนำ้ หมกู รอบ ผดั ผกั คะนำ้ ยำกำ้ นคะนำ้ ตม้ จบั ฉ่ำย คะนำ้ ไกก่ รอบ
คะนำ้ ปลำเคม็ คะนำ้ เหด็ หอม คะนำ้ ปลำกระป๋ อง ขำ้ วผดั คะนำ้ เป็นตน้
ท่มี ำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1605&code_db=610010&code_type=01
93.ผกั พำยนอ้ ย
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.
ช่ือวงศ์ LIMNOCHARITACEAE
ช่ือสำมญั Yellow Velvet Leaf
ช่ืออน่ื ตำลปตั รฤำษี นำงกวกั บอนจนี บวั คว้ ก บวั ลอย กนั จอง
คนั จอ่ ง ตำลปตั รยำยชี ผกั ตบใบพำย ผกั คนั จอง
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
ผกั พำยเลก็ ตน้ ใหญ่จะมลี กั ษณะคลำ้ ยคลงึ กบั ผกั พำยเลก็ -ตน้ เลก็ แตจ่ ะมีขนำดใหญ่กวำ่ เทำ่ น้นั โดยผกั พำยเลก็ -ตน้ เลก็ เป็นพรรณไมน้ ้ำลม้ ลกุ ท่ี
มอี ำยไุ มถ่ งึ 1 ปี คอื มอี ำยอุ ยูใ่ นช่วงฤดูฝนจนถงึ ตน้ ฤดูหนำวเทำ่ น้นั
ลำตน้
ลำตน้ ผกั พำยเลก็ มลี กั ษณะเป็นเหงำ้ เลก็ ๆ อยูใ่ ตน้ ้ำ ไม่มีไหล แตจ่ ะเป็นกอเดียวท่เี กดิ จำก 1 เมลด็ ซ่ึงลำตน้ จะเร่มิ เตบิ โตหลงั จำกทม่ี ีน้ำขงั
ประมำณเดอื นกรกฎำคม และเตบิ โตจนสงั เกตเหน็ ลำตน้ สูงประมำณเดอื นสงิ หำคม หลงั จำกเตบิ โต ออกดอก และตดิ ผลแลว้ ลำตน้ กจ็ ะเหย่ี ว
ตำยลงในช่วงตน้ ฤดูหนำว ซ่ึงช่วงน้นั น้ำจะแหง้ ประมำณเดอื นพฤศจกิ ำยน-ธนั วำคม
ใบ
ใบผกั พำยเลก็ ประกอบดว้ ยสว่ นกำ้ นใบ และแผ่นใบ โดยกำ้ นใบจะเจริญรอบลำตน้ โผลพ่ น้ น้ำข้ึนมำ 2-4 กำ้ น กำ้ นใบมีลกั ษณะทรงกลม
โคนกำ้ นมสี ดี ำม่วง แลว้ คอ่ ยเป็นสเี ขยี วเขม้ แตล่ ะกำ้ นยำวประมำณ 10-40 เซนตเิ มตร
แผ่นใบมลี กั ษณะรียำว กวำ้ งมำกทส่ี ุดบริเวณกลำงใบ ประมำณ 1.5-2.5 เซนตเิ มตร ยำวประมำณ 5-10 เซนตเิ มตร แผ่นใบเรยี บสเี ขียวอมเทำ
ดอก
ดอกผกั พำยเลก็ แทงออกเป็นช่อ คลำ้ ยกบั ผกั กำ้ นจอง ประกอบดว้ ยกำ้ นช่อดอกทแ่ี ทงออกจำกกลำงลำตน้ เพยี ง 1 กอ้ นช่อดอก กำ้ นช่อดอกมี
ลกั ษณะกลม สเี ขียวเขม้ ขนำด 2-3 มลิ ลเิ มตร มีเน้ือหยำบ และเหนียวมำก ควำมยำวประมำณ 30-40 เซนตเิ มตร ถดั มำเป็นดอกทป่ี ระกอบดว้ ย
กำ้ นดอกสน้ั ๆ และตวั ดอกขนำดเลก็ 3-10 ดอก/ตน้ ทง้ั น้ี ดอกจะบำนในช่วงปลำยฤดูฝนถงึ ตน้ ฤดูหนำวประมำณเดอื นตลุ ำคม-พฤศจกิ ำยน
สรรพคณุ ผกั กำ้ นจอง และผกั พำยเลก็ ทกุ สว่ นของทง้ั 2 ผกั เม่อื ฉีกสว่ นลำตน้ และใบ จะพบยำงสขี ำว โดยเฉพำะผกั กำ้ นจองจะเหน็ ชดั สว่ นผกั
พำยเลก็ จะเหน็ ชดั เฉพำะสว่ นใบ ทง้ั น้ี รสของลำตน้ และใบออ่ นของผกั ทง้ั 2 ชนิด จะ
มีรสชำตเิ หมอื นกนั คอื เม่ือเค้ยี วเรม่ิ แรกจะขมเลก็ นอ้ ย ตอ่ มำคอ่ ยๆรูส้ กึ มีควำมหวำน
ซ่ึงมสี รรพคณุ ดงั น้ี
– ช่วยแกอ้ ำกำรทอ้ งเสยี – ช่วยรกั ษำแผลในกระเพำะอำหำร
– ช่วยเจรญิ อำหำร – ช่วยลดไข้ แกอ้ ำกำรปวดหวั วงิ เวียนศรีษะ
ทม่ี ำ : https://puechkaset.com/
94.ผกั หนำม
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thw.
ช่ือวงศ์ : Araceae
ช่ือสำมญั : -
ลกั ษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ตน้ : พชื ลม้ ลกุ อำยหุ ลำยปี มีเหงำ้ ใตด้ นิ
ใบ : เป็นใบเด่ยี ว รูปโลห่ รอื หวั ลูกศรกวำ้ ง ยำวไดถ้ งึ 30 เซนตเิ มตร ขอบใบเวำ้ ลกึ เป็นแฉกเขำ้ หำเสน้ กลำงใบ ทอ้ งใบและเสน้ กลำงใบมหี นำมปก
คลมุ กำ้ นใบยำวไดถ้ งึ 120 เซนตเิ มตร มหี นำม
ดอก : เป็นช่อเด่ยี ว ยำวใกลเ้ คยี งกบั ใบ ดอกยอ่ ยสเี หลอื งออ่ นอดั กนั แน่นเป็นแทง่ เป็นดอกสมบรู ณเ์ พศ มกี ลบี รวม 4-6 กลบี เกสรเพศผู้ 4-6
อนั แผ่นรองช่อดอกสนี ้ำตำล รูปหอกแคบตง้ั ข้ึนหรือโคง้ บดิ เป็นเกลยี ว
ผล : เป็นผลเด่ยี ว ออ่ นนุ่มขนำดเลก็ ขนำดเสน้ ผ่ำนศูนยก์ ลำง 1 เซนตเิ มตร เมลด็ กลม
กำรใชป้ ระโยชน์ :
ยอดออ่ น : ใชท้ ำนเป็นผกั
เหงำ้ : ใชเ้ ป็นยำแกไ้ อ ขบั เสมหะ ตม้ น้ำอำบแกค้ นั
ใบ : แกป้ วดทอ้ ง
รำก : ตม้ น้ำด่ืมแกเ้ จบ็ คอ
ทม่ี ำ : http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/86-2013-11-17-08-34-26
95.เสำวรส
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Passiflora laurifolia L.
ช่ือสำมญั : Jamaica honey-suckle, Passion fruit,
Yellow granadilla
ช่ือวงศ์ : Passifloraceae
ช่ืออน่ื : สคุ นธรส (ภำคกลำง)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เป็นไมเ้ ถำ เถำมีลกั ษณะกลม ใบ เป็นใบเด่ยี ว
ขอบใบหยกั ลกึ ทก่ี ำ้ นใบมีตอ่ มใบ ดกหนำ เป็นมนั สเี ขียวแก่ ดอก ออกดอกเด่ยี วขนำดใหญ่ หอ้ ยควำ่ คลำ้ ยกบั ดวงไฟโคม กำบดอกหมุ้ สเี ขียว
กลบี ชน้ั นอกเป็นรูปกระบอก ปลำยแฉกดำ้ นหลงั มสี เี ขียวแก่ ดำ้ นในมีสมี ่วงออ่ นประกอบดว้ ยจดุ แดง ๆ กลบี ชน้ั ในลกั ษณะคลำ้ ยกบั ตวั แฉกของ
กลบี ชน้ั นอก สมี ่วงออ่ นหรือชมพอู อ่ นมปี ระสแี ดงแซม กลบี ยอ่ ยกลำงมเี ป็นชน้ั ๆ สองชน้ั แตล่ ะกลบี คอ่ นขำ้ งกลม สมี ว่ งแก่ พำดดว้ ยปลำยสขี ำว
สลบั แดง มีเกสรอยูต่ รงกลำงสเี ขียวนวล ดอกมกี ล่นิ หอมแรงจดั มำก ผล เป็นรูปไข่หรอื ไข่ยำว มีหลำยพนั ธุ์ บำงพนั ธุ์ ผิวผลสมี ว่ ง สเี หลอื ง สสี ม้
อมน้ำตำล เปลอื กผล เรียบ เน้ือรบั ประทำนได้ มีเมลด็ จำนวนมำก อยูต่ รงกลำง
สรรพคณุ : ลดไขมนั ในเสน้ เลอื ด
วธิ แี ละปริมำณท่ใี ช้ : ใชผ้ ลทแ่ี กจ่ ดั ไมจ่ ำกดั จำนวน ลำ้ งสะอำด ผ่ำคร่ึง คน้ั เอำแตน่ ้ำ เตมิ เกลอื และน้ำตำลเลก็ นอ้ ย ใหร้ สกลมกลอ่ มตำมชอบ ใช้
ด่มื เป็นน้ำผลไม้ ลดไขมนั ในเสน้ เลอื ด
ท่มี ำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01_2.htm
96.อญั ชนั
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Clitoria ternatea L.
ช่ือสำมญั : Blue Pea, Butterfly Pea
ช่ือวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ช่ืออน่ื : แดงชนั (เชียงใหม)่ ; อญั ชนั (ภำคกลำง); เอ้อื งชนั (ภำคเหนือ)
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไมล้ ม้ ลกุ เล้อื ยพนั ยำว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรยี งสลบั ใบยอ่ ย 3-9 ใบ รูปรีแกมขอบขนำนหรือรูปรี
แกมไข่กลบั กวำ้ ง 1-3 ซม. ยำว 2-5 ซม. ดอกเด่ียว ออกทซ่ี อกใบ กลีบดอกรูปดอกถวั่ สนี ้ำเงนิ ม่วงหรือขำว ตรงกลำงกลบี สเี หลอื งหมน่ ขอบสี
ขำว ผลเป็นฝกั รูปดำบ โคง้ เลก็ นอ้ ย ปลำยเป็นจะงอย แตกเป็น 2 ฝำ เมลด็ รูปไต จำนวน 6-10 เมลด็
สว่ นท่ใี ช้ :
กลบี ดอกสดสนี ้ำเงนิ จำกตน้ อญั ชนั ดอกสนี ้ำเงนิ
รำกของตน้ อญั ชนั ดอกขำว
สรรพคณุ และวธิ ใี ช้ :
ดอกสนี ้ำเงนิ ใชเ้ ป็นสแี ตง่ อำหำร ขนม
ใชก้ ลบี ดอกสด ตำเตมิ น้ำเลก็ นอ้ ย กรองดว้ ยผำ้ ขำวบำง คน้ั เอำน้ำออก จะไดน้ ้ำสนี ้ำเงนิ (Anthocyanin) ใชเ้ ป็น indicator แทน lithmus
ถำ้ เตมิ น้ำมะนำวลงไปเลก็ นอ้ ย จะกลำยเป็นสมี ่วง ใชแ้ ตง่ สอี ำหำรตำมตอ้ งกำร มกั นิยมใชแ้ ตง่ สนี ้ำเงนิ ของขนมเรไร ขนมน้ำดอกไม้ ขนมข้ีหนู
รำกตน้ อญั ชนั ดอกสขี ำว
ใชเ้ ป็นยำขบั ปสั สำวะ ยำระบำย
สำรเคมี : anthocyanin
ท่มี ำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_30_4.htm
97.ผกั พำยใหญ่
ช่ือวทิ ยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.
ช่ือวงศ์ LIMNOCHARITACEAE
ช่ือสำมญั Yellow Velvet Leaf
ช่ืออน่ื ตำลปตั รฤำษี นำงกวกั บอนจนี บวั คว้ ก บวั ลอย กนั จอง
คนั จอ่ ง ตำลปตั รยำยชี ผกั ตบใบพำย ผกั คนั จอง
ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
ตน้ เป็นไมล้ ม้ ลกุ หรือเป็นวชั พชื น้ำอำยหุ ลำยปี ลำตน้ เป็นเหงำ้ ฝงั จมอยูใ่ นโคลนเจรญิ เป็นตน้ มรี ำกยดึ ตดิ กบั ผิวดนิ ในน้ำและชูกำ้ นใบข้ึน
เหนือผิวน้ำ บำงครง้ั มไี หลสน้ั ๆ จำนวนมำก
ใบ เป็นใบเด่ยี วรูปรำ่ งกลมรี หรอื รูปทรงสำมเหล่ยี มหรือรูปไข่ ปลำยใบมน โคนใบป้ ำนโคง้ มนเขำ้ หำ เสน้ กลำงใบ ใบยำว 15-18 ซม. กวำ้ ง
12 ซม. มีกำ้ นใบงอกยน่ื อยูเ่ หนือผิวน้ำ กำ้ นใบยำว 30-50 ซม. กำ้ นใบสเี ขียวออ่ นเป็นเหล่ยี ม เน้ือในกำ้ นลกั ษณะคลำ้ ยฟองน้ำหรืออวบ
น้ำพองลม (คลำ้ ยกำ้ นใบ ผกั ตบ) เม่อื หกั กำ้ นใบจะพบมียำงสขี ำวขุ่นเลก็ นอ้ ยซึมออกมำ แผ่นใบใหญ่และแผ่คลำ้ ยตำลปตั รมี สเี ขียวไม่
เปี ยกน้ ำ
ดอก เป็นดอกช่อแบบรม่ มีกำ้ นดอก ลกั ษณะคลำ้ ยกำ้ นใบยดื ยำว แตกออกจำกยอดมีดอกยอ่ ย 5-10 ดอก ดอกตมู ลกั ษณะทรงกลมคลำ้ ย
ดอกบวั ขนำดเทำ่ หวั แมม่ อื เม่ือดอกบำนจะแยกเป็นกำ้ นดอกยอ่ ย 3 ช่อ เสน้ ผ่ำศนู ยก์ ลำงดอกยอ่ ยประมำณ 1.5 ซม. เม่ือดอกบำนมีกลีบ
ดอก 4-5 กลบี ดอกสเี หลอื ง
ผล ลกั ษณะทรงกลมขนำดเทำ่ หวั แมม่ ือ ภำยในแบง่ เป็น 2 ซีก มเี มลด็ เรยี งตวั อดั แน่น เมลด็ รูปคร่ึงวงกลม แบนสนี ้ำตำลเขม้ ลอยน้ำได้
- สว่ นทใ่ี ชบ้ ริโภค ดอกออ่ น กำ้ นใบออ่ น ลำตน้ ออ่ น ยอดออ่ น
- กำรขยำยพนั ธุ์ เมลด็ แยกตน้ หน่อ
- สภำพแวดลอ้ มท่เี หมำะสม พบข้ึนในทช่ี ้ืนแฉะทม่ี นี ้ำขงั หนองน้ำ สระ คู หว้ ย และในนำขำ้ ว
- ฤดูกำลทใ่ี ชป้ ระโยชน์ ตลอดปี
- ท่มี ำ : http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v239.html
98.มะเขือยกั ษ์
ช่ืออน่ื : หยกภพู ำน หรอื มะเขือใหญย่ กั ษ์ สำยพนั ธุล์ ำว
มถี น่ิ กำเนิดในประเทศลำว และเรียกมะเขือชนิดน้ีวำ่ มะเขือใหญ่ สว่ นช่ือ
ไทย เรียกตำมลกั ษณะทม่ี สี เี ขียวเหมือนหยก และเพำะพนั ธุค์ รง้ั แรกใน
ประเทศไทย ท่ี จ.สกลนคร จงึ นำเอำช่ือ เขำภพู ำน ในจงั หวดั สกลนคร
มำรวมเขำ้ ดว้ ยกนั เป็น มะเขือหยกภพู ำน
มะเขือหยกภพู ำนเป็นมะเขือเปรำะ ทม่ี ขี นำดใหญ่มำก เม่อื เทยี บ
กบั ขนำดมะเขือเปรำะโดยทวั่ ไป แตป่ ระโยชน์ และสรรพคณุ น้นั ไม่
ตำ่ งกนั กบั มะเขือเปรำะท่เี รำพบเหน็ ทวั่ ๆ ไปผลของมะเขือเปรำะหยกภู
พำน โดยเฉลย่ี จะมีน้ำหนกั อยูท่ ่ปี ระมำณ คร่งึ กโิ ลกรมั ถงึ 2 กโิ ลกรมั ใหค้ ณุ คำ่ ทำงอำหำรสูง เช่น วติ ำมินบี 1 วติ ำมินบี 2 วติ ำมินซี ธำตเุ หลก็
และแคลเซียม สว่ นวธิ ีกำรบริโภคน้นั ข้ึนอยูก่ บั ควำมชอบของแตล่ ะบคุ คล เช่น จ้มิ น้ำพริก แกง และชปุ แป้ งทอด เป็นตน้
ลกั ษณะเฉพำะของมะเขือหยกภพู ำน
- น้ำหนกั ผลตง้ั แต่ 500 ถงึ 2,000 กรมั ตอ่ ผล
- ลำตน้ สูง 80 ถงึ 100 เซนตเิ มตร
- วนั เพำะเมลด็ ถงึ วนั ปลูกกลำ้ 30 วนั
- อำยดุ อกแรกบำน 40 ถงึ 45 วนั
- อำยเุ กบ็ เก่ยี วผลแรก นบั จำกวนั ท่อี อกผล 35 วนั
- อำยวุ นั ปลูก ถงึ วนั เกบ็ เกย่ี วผลผลติ 90 ถงึ 105 วนั
- จำนวนก่งิ ตอ่ ตน้ 6 ถงึ 7 ก่งิ
- จำนวนผลตอ่ ตน้ 5 ถงึ 7 ผล
- ผลผลติ เฉล่ยี 10,200 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่
- กำรปลูกมะเขือหยกภพู ำน
ฤดูกำลทเ่ี หมำะสม
มะเขือชนิดน้ีชอบอำกำศทค่ี อ่ นขำ้ งหนำว ช่วงเดอื นพฤศจกิ ำยน เป็นเดือนทเ่ี หมำะสมทส่ี ดุ และสำมำรถเกบ็ เก่ยี วผลได้
ในเดอื นกมุ ภำพนั ธุข์ องทกุ ปี
http://www.m-group.in.th/
พรรณไมแ้ หง้
หวำย
ค่นื ฉ่ำย